โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

Started by iSharp, 06 Jan 2007, 21:01 น.

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

I’Boss

อ๋อ พอคุณเสกสรรตื่นโมเลกุลอาจจะเปลี่ยนใช่ไหมครับ
지금은 소ë...€ì‹œëŒ€ , 앞으로ë,, 소ë...€ì‹œëŒ€ , 영원히 소ë...€ì‹œëŒ€

iannnnn



http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E5139857/E5139857.html
ทันสมัยมาก มีเอี่ยวกะสุวรรณภูมิด้วย (ชอบ คห 12)

จักรี

พอดี มาอ่านอีกทีเลยไป2-3 หน้า แล้ว แต่ก็จะ แสดงความคิดเห็น รวบยอดเลยละกัน

เรื่องการตำหนิติสงฆ์ ว่า ถึงการทำผิดหรือไม่ผิดนั้น ย่อมทำได้โดยไม่ผิดและไม่เป็นอกุศลกรรมถ้า
เรามีจิตหวังดีในพระพุทธศาสนา ไม่ใ่ช่ตำหนิเพื่อความสะใจ หรือ ลำพองปากไป 
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องเข้าใจดีและถูกต้องซะก่อนว่าผิดถูกอย่างไร(ด้วยการศึกษา) รวมทั้งกาลเทศะด้วย


เมื่อยก บาปกรรม อกุศลกรรม อะไรทั้งหลายแหล่ ขึ้นมา แล้วอาจจะฟังดูไม่มีเหตุผล..
แต่ถ้าลองศึกษา เรื่องพวกนี้แล้วก็จะรุ้ว่า มันมีเหตุมีผลกันอย่างแน่นอน
ถึงแม้บางอย่างมันจะส่งผลต่อชาติหน้า ซึ่งทำให้คนที่ไม่เชื่ออาจจะมองว่าไร้เหตุผล
แต่ก็เอาเถอะก็ยังมีอีกหลายอย่างที่แสดงถึงความเป็นเหตุเป็นผลกันที่สามารถเข้าใจได้ในชาตินี้...


สมมติเราตำหนิสงฆ์ ที่ทำผิด(พระเมื่อทำผิดจริง(ผิดในขั้นจับสึก) ก็เหมือนปุถุชนธรรมดา) 
ด้วยจิตใจที่อยากต่อว่า หมั่นใส้ โกรธ ...ทำแล้วสะใจ
พอเราต่อว่าไป จิตใจเราผูกติดกับเรื่องแบบนี้ จิตเราจะพุ่งลงต่ำ
ลงต่ำอย่างไรตัวเราเองคนเดียวเท่านั้นที่จะรุ้สึกได้
ผิดกับผู้ที่ไม่เคยใช้โทสะ โมหะ ... ในการต่อว่าติเตือนใคร ว่าไปตามเหตุปัจจัย จิตใจอ่อนโยน
มีจิตเป็นเมตตา  เมตตาที่จะให้คำแนะนำ ตำหนิเพื่อการแก้ไข จริงๆ
  นอกจาก จะเป็นการพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้น สูงอย่างไรอธิบายได้นิดหน่อยคือ สบายใจ
จิตใจผ่องใส่ มองโลกในแง่ดี
และอาจจะได้ผลรับภายนอกที่ดี คือการทำให้คนที่ถูกตำหนิรุ้สึกถึงความเมตตา หวังดีจริงๆ 
ก็จะพยายามแก้ไขตัวเองส่งผลต่อสังคมที่ดีต่อไป (ทางพระพุทธศาสนาก็บอกว่ามันเป็นกรรมดี
ที่จะได้ต่อตนเองและต่อผู้อื่น)


                      แต่ กาลเทศะเป็นเรื่องสำคัญ  เขาบอกว่าทำไม ชาวบ้านธรรมดา ถึงไม่ควรตำหนิสงฆ์
จะว่าไม่มีเหตุผลซะทีเดียวก็ไม่ถูก เพราะมามองกันในแง่  ที่ว่าพระสงฆ์ เป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
มีกิจวัตรอันงดงาม งดงามอย่างไร ผู้ที่บวชมาแล้วคงเข้าใจ 
ซึ่งผิดกับชาวบ้านธรรมดาที่ไม่ได้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบถึงแม้จะบอกว่าตนเป็นคนดีไม่เคยทำชั่ว
แต่แนวทางการปฏิบัติไม่ได้งดงามอย่างท่าน


        ดังนั้น เราจึงไม่อยู่ในฐานะที่จะตำหนิได้... เราตำหนิได้ก็ต่อเมื่อเราปฏิบัติตนได้ดีกว่า
และ รู้ว่าเขาทำผิดอย่างไร หรือทำผิดจริงหรือไม่...ถ้าตำหนิก็ควรตำหนิด้วยจิตใจทีเมตตา
หวังเห็นการพัฒนาและปรับปรุงจริงๆ

             พูดไปพูดมาเหมือนจะวกวน งั้น  ขอ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวัตถุมงคลซักหน่อย..

อย่างที่รุ้กันว่า ของเหล่านี้ พระพุทธเจ้ารวมถึงพระไตรปิฎกไม่ได้กล่าวถึงไว้เลย ความเชื่อ ต่างๆ
ความไม่รู้จริง ความกลัว ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิด  การตีความศาสนาว่าเป็นที่พึ่งทางใจ จึงถูกนำไปใช้ให้เป็น
รูปธรรม เป็นวัตุถุที่จับต้องได้ พระพุทธรูปก็เหมือนกัน ผมเข้าใจว่า
การสร้างพระพุทธเรูปแทนพระพุทธเจ้าก็จริงแต่เป้นการแทนที่แสดงให้เห็นถึงสัญลักษณ์ว่านี่คือ
พุทธศานาให้คนทั่วไปได้เข้าใจง่ายขึ้น.....





ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

นักศิลปะ

Quote from: จักรี on 19 Feb 2007, 17:32 น.
พอดี มาอ่านอีกทีเลยไป2-3 หน้า แล้ว แต่ก็จะ แสดงความคิดเห็น รวบยอดเลยละกัน

เรื่องการตำหนิติสงฆ์ ว่า ถึงการทำผิดหรือไม่ผิดนั้น ย่อมทำได้โดยไม่ผิดและไม่เป็นอกุศลกรรมถ้า
เรามีจิตหวังดีในพระพุทธศาสนา ไม่ใ่ช่ตำหนิเพื่อความสะใจ หรือ ลำพองปากไป 
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องเข้าใจดีและถูกต้องซะก่อนว่าผิดถูกอย่างไร(ด้วยการศึกษา) รวมทั้งกาลเทศะด้วย


เมื่อยก บาปกรรม อกุศลกรรม อะไรทั้งหลายแหล่ ขึ้นมา แล้วอาจจะฟังดูไม่มีเหตุผล..
แต่ถ้าลองศึกษา เรื่องพวกนี้แล้วก็จะรุ้ว่า มันมีเหตุมีผลกันอย่างแน่นอน
ถึงแม้บางอย่างมันจะส่งผลต่อชาติหน้า ซึ่งทำให้คนที่ไม่เชื่ออาจจะมองว่าไร้เหตุผล
แต่ก็เอาเถอะก็ยังมีอีกหลายอย่างที่แสดงถึงความเป็นเหตุเป็นผลกันที่สามารถเข้าใจได้ในชาตินี้...


สมมติเราตำหนิสงฆ์ ที่ทำผิด(พระเมื่อทำผิดจริง(ผิดในขั้นจับสึก) ก็เหมือนปุถุชนธรรมดา) 
ด้วยจิตใจที่อยากต่อว่า หมั่นใส้ โกรธ ...ทำแล้วสะใจ
พอเราต่อว่าไป จิตใจเราผูกติดกับเรื่องแบบนี้ จิตเราจะพุ่งลงต่ำ
ลงต่ำอย่างไรตัวเราเองคนเดียวเท่านั้นที่จะรุ้สึกได้
ผิดกับผู้ที่ไม่เคยใช้โทสะ โมหะ ... ในการต่อว่าติเตือนใคร ว่าไปตามเหตุปัจจัย จิตใจอ่อนโยน
มีจิตเป็นเมตตา  เมตตาที่จะให้คำแนะนำ ตำหนิเพื่อการแก้ไข จริงๆ
  นอกจาก จะเป็นการพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้น สูงอย่างไรอธิบายได้นิดหน่อยคือ สบายใจ
จิตใจผ่องใส่ มองโลกในแง่ดี
และอาจจะได้ผลรับภายนอกที่ดี คือการทำให้คนที่ถูกตำหนิรุ้สึกถึงความเมตตา หวังดีจริงๆ 
ก็จะพยายามแก้ไขตัวเองส่งผลต่อสังคมที่ดีต่อไป (ทางพระพุทธศาสนาก็บอกว่ามันเป็นกรรมดี
ที่จะได้ต่อตนเองและต่อผู้อื่น)


                      แต่ กาลเทศะเป็นเรื่องสำคัญ  เขาบอกว่าทำไม ชาวบ้านธรรมดา ถึงไม่ควรตำหนิสงฆ์
จะว่าไม่มีเหตุผลซะทีเดียวก็ไม่ถูก เพราะมามองกันในแง่  ที่ว่าพระสงฆ์ เป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
มีกิจวัตรอันงดงาม งดงามอย่างไร ผู้ที่บวชมาแล้วคงเข้าใจ 
ซึ่งผิดกับชาวบ้านธรรมดาที่ไม่ได้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบถึงแม้จะบอกว่าตนเป็นคนดีไม่เคยทำชั่ว
แต่แนวทางการปฏิบัติไม่ได้งดงามอย่างท่าน


        ดังนั้น เราจึงไม่อยู่ในฐานะที่จะตำหนิได้... เราตำหนิได้ก็ต่อเมื่อเราปฏิบัติตนได้ดีกว่า
และ รู้ว่าเขาทำผิดอย่างไร หรือทำผิดจริงหรือไม่...ถ้าตำหนิก็ควรตำหนิด้วยจิตใจทีเมตตา
หวังเห็นการพัฒนาและปรับปรุงจริงๆ

             พูดไปพูดมาเหมือนจะวกวน งั้น  ขอ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวัตถุมงคลซักหน่อย..

อย่างที่รุ้กันว่า ของเหล่านี้ พระพุทธเจ้ารวมถึงพระไตรปิฎกไม่ได้กล่าวถึงไว้เลย ความเชื่อ ต่างๆ
ความไม่รู้จริง ความกลัว ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิด  การตีความศาสนาว่าเป็นที่พึ่งทางใจ จึงถูกนำไปใช้ให้เป็น
รูปธรรม เป็นวัตุถุที่จับต้องได้ พระพุทธรูปก็เหมือนกัน ผมเข้าใจว่า
การสร้างพระพุทธเรูปแทนพระพุทธเจ้าก็จริงแต่เป้นการแทนที่แสดงให้เห็นถึงสัญลักษณ์ว่านี่คือ
พุทธศานา
ให้คนทั่วไปได้เข้าใจง่ายขึ้น.....







หากผ่านไปในอนาคต
พะุพุทธศาสนาล่มสลายไป
ก็เป็นสิ่งบ่งบอกว่า โลกนี้เคยมีศาสนานี้อยู่

เป็นเล่นไปผมเคยบ้า ส่องพระเป็นเรื่องเป็นราว ตั้งหลายปี
เบณจภาคี เอย พระสมเด็จรุ่นไหนๆ ที่ หลวงพ่อโต สร้างเอย
หลวงพ่อ สด รุ่นไหนแพง รุ่นไหนดัง
หลวงพ่อคูณ รุ่นทิ้งสระ คือรุ่นแรก
หลวงพ่อแพ 1000 วัดพิกุลทอง

พระวัดเขาตะเครา เอวหนา เอวบาง
หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ
อะไรอีกละ เยอะไปหมด

วัดไหนปลุกเสกอะไรนี่ แจ้นไปจองกะเขาทีเดียว

โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

TangMo

พุทธศาสนาเป็นบริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในโลก คือ ตั้งมาแล้วกว่า 2,500 กว่าปี

พระพุทธศาสนาประกอบด้วยบริษัททั้ง 4 คือ พระภิกษุ  ภิกษุณี  อุบาสก  อุบาสิกา
เพราะฉะนั้นทุกบริษัทต้องช่วยกันพื้นฟู ศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นไป

แต่การที่ฆราวาสอย่างเราจะไปตำหนิพระสงฆ์ผมเห็นว่าไม่ควรครับ อย่างน้อยท่านก็มีศีลมากกว่าเรา อยู่ในเพศภาวะที่เหนือกว่าเรา แม้ท่านประพฤตินอกลู่นอกทางเราก็ไม่ควรไปด่าท่าน สิ่งที่เราทำคือ ไปบอกพระผู้ใหญ่กว่าให้ท่านช่วยตักเตือนกันเอง น่าจะดีกว่าครับ เราเป็นชาวพุทธก็ไปให้กำลังใจท่าน และกระตุ้นท่านให้ศึกษาธรรมะโดยการกราบนิมนต์ให้ท่านช่วยเทศน์ให้เราฟัง แม้สัปดาห์นี้ท่านไม่พร้อม เราก็นิมนต์ให้ท่านเตรียมเทศน์ในสัปดาห์ต่อไป  เมื่อเราทำอย่างนี้จะช่วยกระตุ้นให้ท่านศีกษาธรรมะมากขึ้น และท่านจะได้เป็นต้นแบบที่ดีให้กับชาวโลกต่อไป



ส่วนสิ่งที่เป็นเครื่องระลึกสุงสุดของเราชาวพุทธ มีเพียงแค่ 3 สิ่งเท่านั้น คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์  นอกจากนี้ไม่ใช่

ยุนเอ

Quote from: iannnnn on 19 Feb 2007, 16:03 น.


http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E5139857/E5139857.html
ทันสมัยมาก มีเอี่ยวกะสุวรรณภูมิด้วย (ชอบ คห 12)

เห็นว่ากันกระสุนนะครับ  :25:

แน่ละใหญ่ขนาดนั้น  {หมีโหด}

Quote from: TangMo on 19 Feb 2007, 20:59 น.
พุทธศาสนาเป็นบริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในโลก คือ ตั้งมาแล้วกว่า 2,500 กว่าปี

พระพุทธศาสนาประกอบด้วยบริษัททั้ง 4 คือ พระภิกษุ  ภิกษุณี  อุบาสก  อุบาสิกา
เพราะฉะนั้นทุกบริษัทต้องช่วยกันพื้นฟู ศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นไป

แต่การที่ฆราวาสอย่างเราจะไปตำหนิพระสงฆ์ผมเห็นว่าไม่ควรครับ อย่างน้อยท่านก็มีศีลมากกว่าเรา อยู่ในเพศภาวะที่เหนือกว่าเรา แม้ท่านประพฤตินอกลู่นอกทางเราก็ไม่ควรไปด่าท่าน สิ่งที่เราทำคือ ไปบอกพระผู้ใหญ่กว่าให้ท่านช่วยตักเตือนกันเอง น่าจะดีกว่าครับ เราเป็นชาวพุทธก็ไปให้กำลังใจท่าน และกระตุ้นท่านให้ศึกษาธรรมะโดยการกราบนิมนต์ให้ท่านช่วยเทศน์ให้เราฟัง แม้สัปดาห์นี้ท่านไม่พร้อม เราก็นิมนต์ให้ท่านเตรียมเทศน์ในสัปดาห์ต่อไป  เมื่อเราทำอย่างนี้จะช่วยกระตุ้นให้ท่านศีกษาธรรมะมากขึ้น และท่านจะได้เป็นต้นแบบที่ดีให้กับชาวโลกต่อไป



ส่วนสิ่งที่เป็นเครื่องระลึกสุงสุดของเราชาวพุทธ มีเพียงแค่ 3 สิ่งเท่านั้น คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์  นอกจากนี้ไม่ใช่

เหรอครับ  :42:

ตอนกลับบ้านที่สายใต้ เจอหลวงพี่ ย่ามชมพู โทรมือถือ ติดตุ้งติ้ง คุยสำเนียงเกย์
ศีลเยอะกว่าเหรอครับ เพศบรรพชิตมีคนนับถือเหรอครับ

ใครที่ควรเคารพ เคารพ
แต่ใครที่ไม่ควรเคารพ ไม่เคารพ
ครับ  :42:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

จักรี

มีลูกสอนลูกมีหลานสอนหลานแล้วกันครับ  อย่าคิดว่า บวชไปแล้ว พ่อแม่จะได้บุญ มันเหมือนดาบสองคม

บวชเพื่อบำรุงศาสนา เมื่อเราตั้งใจปฏิบัติตามกิจสงฆ์ นั่นก็ถือมีคุณ แต่เมื่อไรตรงข้ามจากบุญจะกลายเป็นบาป

พ่อแม่จะได้บุญได้อย่างไรในเมื่อส่งลูกให้ไปทำลายศาสนา...........
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iSharp

เออ . . . คือ

ผมขอกราบ ขอโทษทุกท่านก่อนอ่ะครับ

เพราะบางทีผมก็ตอบแบบ ขวานผ่าซาก ระคายสายตา และความรู้สึกใครหลายๆคน
ขออโหสิกรรม ด้วยนะครับ

Quoteแต่ไม่เห็นด้วยกับการตัดต่อพันธุกรรมของธรรมะ และศาสนาให้อยู่ในรูปของความงมงาย ไม่ว่าสิ่งที่งมงายนั้นจะดีหรือไม่ดี เช่นการงมงายกับบุญ หรือการสร้างนิยายอันเลิศเลอทั้งหลาย ทั้งดีและไม่ดี อาจจะอ้างว่าเป็นกุศโลบาย หรือแม้กระทั่งการโฆษณาชวนเชื่อให้ทำบุญ และผลบุญจะส่งผลให้เป็นแบบโน้นแบบนี้ ผมว่ามันผิดธรรมชาติ

งมงาย แปลว่าอะไร
ศรัทธา แปลว่าอะไร
นับถือ แปลว่าอะไร หรอครับ
รบกวนช่วยอธิบายเพิ่มเติมด้วยครับ

ผลบุญจะส่งผลให้เป็นแบบโน้นแบบนี้ // พระพุทธเจ้าท่านเป็นผู้เทศน์ไว้ ครับ
เช่นบูชาเจดีย์ ด้วยดอกบัว 3 ดอก ทำให้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ กี่ชาติ ท้าวสักกะกี่ชาติ ฯลฯ
และท่านก็มีเล่าเรื่องราวประกอบด้วย ชาดกต่างๆเป็นต้น

ส่วนเรื่องเรื่องกระโดด 80 ศอกนั้น เป็นประวัติของพระอรหันต์รูปหนึ่งอ่ะครับ
็เลยมา บันทึกในพระไตรปิฏิกด้วยนะครับ

Quote
ดู ๆ ไปดู ๆ มาสิ่งที่อ้างจากพระไตรปิฏฤ ทำไมมันดูเหมือนในคัมภีร์ไบเบิลจัง มีการอ้างตำนาน อะไรต่อมิอะไรเยอะแยะ ยังกะนิยาย ผมเข้าใจเองมาตลอดเลยว่าในพระไตรปิฏก น่าจะเป็นตำราที่รวบรวมคำสอน ไม่ได้รวบรวมอภินิหาร หรือปาฎิหาริย์

พระไตรปิฏิก เป็นเหมือนการบันทึกในสมัยนั้น เรื่องราวต่างๆ ประวัติ และคำสอนของพระพุทธเจ้า หมวดธรรม และก็พระวินัยครับครับ แบ่งเป็น 3 เล่ม ครับ
ถ้าคิดว่าไม่ได้รวบรวม อภินิหาร ปาฎิหาริย์ ละก็ ไม่ต้องอ่านพระไตรปิฏิก เลยครับ
เพราะว่ามีตั้งแต่ เล่มแรก จน เล่มสุดท้าย
เช่น
ตอนพระพุทธเจ้าประสูติ แล้วเดินได้ 7 ก้าวเป็นต้น

Quote
ยุคสมัยแห่งการดูถูกตัวเองของคนไทย

เนื้อหาในหน้านั้น เห็นด้วยทุกประการครับ + ขอบคุณมากครับ

พาดพิงศาสนาฮินดู นิดหน่อย
แสบมาก
ในยุคที่พระพุทธเจ้า บังเกิดขึ้น ทำให้คนเสื่อมศรัทธาจากศาสนาฮินดูมาก และไปนับถือ
พระพุทธเจ้ากันหมด ก็เลยคิดอุบายขึ้นมาว่า
พระพุทธเจ้าเป็น ร่างอวตารลงมาของ พระนาราย  รูปแบบหนึ่ง :39:
คนสมัยนั้น ส่วนหนึ่งก็เลยไม่ได้ไป นับถือพระพุทธศาสนา
เพราะว่า ในศาสนาเค้าก็มีพระพุทธเจ้า ให้นับถือเหมือนกัน  :39:


เออ เรื่องศาสนาในโลก จะแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆครับ
1.เทวนิยม คือ มีเทพเจ้าเป็นใหญ่ อ่ะครับ เทพเจ้าสร้างโลก บูชาเทพเจ้า ฯลฯ
2.พุทธศาสนา คือ มีการสอนเรื่อง การประพฤติตัวอยู่กับคนมีกิเลส วิธีการกำจัดกิเลสเข้าสู่พระนิพพาน
กฏแห่งกรรม

Quoteเช่น ที่บอกว่าอย่าไปติพระเลยครับ แล้วยกว่าผลลัพธ์จะเป็นแบบบากิขึ้นมา
เป็นตัวอย่างที่ห่างไกลคำว่าปัญญา เพราะบอกให้คนอย่าทำ เพราะเดี๋ยวจะไปเกิดเป็นแบบนี้ๆนะ
แม้จะเป็นการเล่าเรื่องธรรมดา แต่ผมมองว่ามันคือคำขู่ ความเชื่อที่ไม่ประกอบด้วยเหตุผลแบบนี้
ถึงจะนำให้คนทำดี แต่เป็นส่วนหนึ่งที่โน้มนำให้คนหลงอยู่กับความเชื่อที่ไำม่ประกอบด้วยเหตุผลชนิดอื่นๆ
เช่น เรื่องอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ บ้าบุญ บ้าหวย อย่างที่เห็นกันอยู่ ถ้าหากคิดว่ามันไม่มีผล
มันนำให้คนทำดีอย่างเดียวไม่มีปัญหาอะไรอย่างอื่นแล้ว แล้วสิ่งที่ติดอยู่ในสังคมไทยเรา
นับแต่อดีตจนมาลุกลามร้ายแรงอยู่ทุกวันนี้ล่ะ

เข้าใจไม่ครบครับ
ที่ยกตัวอย่างนี่เป็นแบบ case study เพิ่มเติมครับ
ถึงผลกรรมการตำหนิพระ ที่มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฏิกครับ
เวลาพระพุทธเจ้าท่านเทศน์เรื่องอะไร พระองค์ท่านจะยกตัวอย่างประกอบเสมอครับ
ว่าทำทานแบบนี้ จะได้ผลอย่างไรๆ
Cause and Effect ครับ เป็นเหตุเป็นผล ครับ

ผมว่าเก้อยังแยกไม่ออก ระหว่าง เรื่องเหลือเชื่อในพระไตรปิฏิก กับ เรื่องที่เค้างมงายใน ปัจจุบันอ่ะครับ
ว่ามันต่างกันอย่างไรอ่ะครับ

Quoteที่มันเละอย่างนี้ก็เพราะเราปล่อยให้พระชั่วลอยนวล
พระหย่อนธรรมวินัย ไปจนถึงพระที่เป็น ผู้ปกครองของพระเองบางทีก็หย่อนธรรมวินัยไปเสียเองด้วย
ถ้าเราไม่ทำอะไรก็ยิ่งแย่นะครับ
เพียงแต่ว่า การด่าหรือว่ากล่าวด้วยวาจารุนแรง เป็นวิธีที่ได้ผล หรือ ดี หรือไม่อย่างไร

วิธีที่ดีที่สุด คือ ผู้ใดที่เรียกตัวเองว่าเป็นพุทธศาสนิกชน ก็ควรจะต้องศึกษาหาความรู้ด้วยว่า ทำไมเราถึงเป็นพุทธศาสนิกชน  มันมีที่มาที่ไปอย่างไร
ศาสนาของเราคืออะไร
เหมือนกับว่า ถ้าเราไม่รู้ว่าในบ้านของเรามีสมบัติอะไรบ้างแล้ว  ใครมาขโมยสมบัติของเราไป เราก็ย่อมที่จะไม่รู้
แต่ถ้าเรารู้และเข้าใจทั้งหมด อะไรหายไปหรือผิดเพี้ยนไป เราก็จะรู้และเห็นได้อย่างชัดเจนครับ

ปัญหาส่วนหนึ่งก็มาจากฆารวาสอย่างเราที่ไม่เข้าใจพุทธศาสนาเพียงพอครับ

เห็นด้วยครับ

วิธีแก้ไขปัญหาเรื่อง พระย่่อนในพระวินัยได้ดีกว่าวิธีข้างบนคือ
มาบวชเองเลยครับ แล้วก็ปฏิบัติตามพระวินัยเป็นต้นแบบให้เป็นพระในรุ่นหลังๆ
ศึกาพระไตรปิฏิก
แล้วมาเทศน์สอนญาติโยมที่งมโขงเข้าใจเรื่องราวพระพุทธศาสนาแบบผิดๆ มั่วๆ
อ่ะครับ
Quote
จตุคามรามเทพนี่ก็พุทธศาสนาด้วยเหรอครับ

ตอบในประเด็นเรื่องไปนับถือนะ

ไม่ใช่เลยครับ

เหมือนกับเรื่องของเจ้าแม่กวนอิมนั่นแหละครับ หรือเจ้าพ่อไซอิ๋ว กวนอู ฯลฯ
ไม่ขยายความนะครับเพราะคนเชื้อจีน ส่วนใหญ่ที่นับถือเจ้าแม่กวนอิม


Quoteเอาง่ายๆ แค่พระที่ห้อยคอ หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ๆ ที่มีปลุกเสกหลายๆ เวอร์ชั่นอะไรนั่นก็ไม่ใช่ศาสนาพุทธแล้วครับ
(อยากคุยประเด็นนี้กับคนที่เห็นต่างครับ จะมีไหมเนี่ย)

เรื่องพระที่ห้อยคอนี่มีที่มาครับ เอาเฉพาะประเด็นพระห้อยคอนะครับ

พระที่ห้อยคอ นั้น จุดประสงค์คือไว้เป็นเครื่องเตือนใจไม่ให้เราทำผิดศีล ครับ
เช่น
นายบี ชวนซีไปกินเหล้า ซีก็ตามไป พอจะกินเหล้า ก็นึกถึงพระที่อยู่ที่คอเรา
"เออนะ พระพุทธเจ้านั้นอยู่กับตัวเรา เราจะทำผิดศีลไม่ได้" เป็นต้น
ต่อมาภายหลัง ห้อยอย่างเดียว มันเอาไม่อยู่  :39:
ก็เลยมี พระกริ่ง ขึ้นมา (เป้นพระที่ห้อยคอแล้วมีเสียงในองค์พระอะครับ กุ้งกิ่งๆ)
เวลาจะกินเหล้า ก็ได้ยินเสียงดัง กริ่งๆ ที่อยู่ในพระ ทำให้นึกถึงพระแล้วไม่ทำบาป ผิดศีล
((ในยุคนี้ต้องระบบ ช็อดไฟฟ้าอะครับถึงจะเอาอยู่ หรือไม่บางคนมันก็ถอดพระออกแล้วกินเหล้า :39:))

ต่อมา ก็มีพระที่ห้อยหลายๆแบบ เพราะแต่ละวัดทำไม่เหมือนกัน พิมพ์ไม่เหมือนกัน วัตถุที่พิมพ์ไม่เหมือนกัน
เลยมีคนกลุ่มหนึ่ง มานั่งสะสมพระเหล่านี้ แทนที่จะมารักษาศีลปฏิบัติธรรม
และมันก็ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงปัจจุบัน
ปู่ผมก็เป็น มีพระเต็มบ้านเลย  จะขนไปทิ้งก็ไม่ได้เลยเอาไปถวายที่วัดแถวบ้านแทน
((พระไม่ใช่ของซื้อขาย แต่เช่า ได้  :39:))

ส่วนเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ พิธีปลุกเสก ต่างๆนี่
ไม่เชื่อ แต่อย่า หลบลู่ครับ
เพราะผมก็ไม่เชื่อ 60% เชื่อ 40%  :08:

Quoteเอาไว้อุ่นใจเวลาแปลกที่แปลกทาง
ทำให้ไม่กลัวผีได้ด้วยครับ

เหตุผลส่วนหนึ่งของ 40%  :42: เหอๆ


Quoteคือมันพันกันจนแยกกันไม่ออก ทั้งประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ และศาสนา
แยกออกได้ครับ ถ้าตั้งใจจะแยก เหมือนจะแก้เชือกที่พันกันอ่ะครับ

วัฒนธรรม ประเพณี ของคนไทยจะมาจาก พราหมณ์กับศาสนาพุทธอ่ะครับ
Quote
คิดว่าทำขึ้นเพื่อให้ระลึกถึงครับ เหมือนกับความทรงจำที่เป็นรูปธรรม พกพาไปด้วยได้

เห็นด้วยครับ  :40:

Quoteผมเห็นว่า "ต้อง" บอกว่าไม่เหมาะครับ

ไม่รู้สิ จะด้วยเหตุผล ศรัทธาประการใดก็ไม่น่านำมาเป็นข้ออ้างในการซื้อขายพระ พรเครื่อง ปลัดขิก ฯลฯ กันเลย
ยกเว้นว่าคุณยอมรับว่าโอเค อันนี้ตูขอเป็นศาสนาผีสักครั้ง อันนั้นแล้วแต่พี่เถอะครับ พกไปเลย
ลองฟันแล้วไม่เข้าด้วยเอ้า

ปลัดขิก จำประวัติมันไม่ได้แฮะ
มันเอามามั่วกับพระพุทธศาสนา ซะงั้น  :30:

Quoteพอดี มาอ่านอีกทีเลยไป2-3 หน้า แล้ว แต่ก็จะ แสดงความคิดเห็น รวบยอดเลยละกัน

เรื่องการตำหนิติสงฆ์ ว่า ถึงการทำผิดหรือไม่ผิดนั้น ย่อมทำได้โดยไม่ผิดและไม่เป็นอกุศลกรรมถ้า
เรามีจิตหวังดีในพระพุทธศาสนา ไม่ใ่ช่ตำหนิเพื่อความสะใจ หรือ ลำพองปากไป
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องเข้าใจดีและถูกต้องซะก่อนว่าผิดถูกอย่างไร(ด้วยการศึกษา) รวมทั้งกาลเทศะด้วย


เมื่อยก บาปกรรม อกุศลกรรม อะไรทั้งหลายแหล่ ขึ้นมา แล้วอาจจะฟังดูไม่มีเหตุผล..
แต่ถ้าลองศึกษา เรื่องพวกนี้แล้วก็จะรุ้ว่า มันมีเหตุมีผลกันอย่างแน่นอน
ถึงแม้บางอย่างมันจะส่งผลต่อชาติหน้า ซึ่งทำให้คนที่ไม่เชื่ออาจจะมองว่าไร้เหตุผล
แต่ก็เอาเถอะก็ยังมีอีกหลายอย่างที่แสดงถึงความเป็นเหตุเป็นผลกันที่สามารถเข้าใจได้ในชาตินี้...


สมมติเราตำหนิสงฆ์ ที่ทำผิด(พระเมื่อทำผิดจริง(ผิดในขั้นจับสึก) ก็เหมือนปุถุชนธรรมดา)
ด้วยจิตใจที่อยากต่อว่า หมั่นใส้ โกรธ ...ทำแล้วสะใจ
พอเราต่อว่าไป จิตใจเราผูกติดกับเรื่องแบบนี้ จิตเราจะพุ่งลงต่ำ
ลงต่ำอย่างไรตัวเราเองคนเดียวเท่านั้นที่จะรุ้สึกได้
ผิดกับผู้ที่ไม่เคยใช้โทสะ โมหะ ... ในการต่อว่าติเตือนใคร ว่าไปตามเหตุปัจจัย จิตใจอ่อนโยน
มีจิตเป็นเมตตา  เมตตาที่จะให้คำแนะนำ ตำหนิเพื่อการแก้ไข จริงๆ
  นอกจาก จะเป็นการพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้น สูงอย่างไรอธิบายได้นิดหน่อยคือ สบายใจ
จิตใจผ่องใส่ มองโลกในแง่ดี
และอาจจะได้ผลรับภายนอกที่ดี คือการทำให้คนที่ถูกตำหนิรุ้สึกถึงความเมตตา หวังดีจริงๆ
ก็จะพยายามแก้ไขตัวเองส่งผลต่อสังคมที่ดีต่อไป (ทางพระพุทธศาสนาก็บอกว่ามันเป็นกรรมดี
ที่จะได้ต่อตนเองและต่อผู้อื่น)


                      แต่ กาลเทศะเป็นเรื่องสำคัญ  เขาบอกว่าทำไม ชาวบ้านธรรมดา ถึงไม่ควรตำหนิสงฆ์
จะว่าไม่มีเหตุผลซะทีเดียวก็ไม่ถูก เพราะมามองกันในแง่  ที่ว่าพระสงฆ์ เป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
มีกิจวัตรอันงดงาม งดงามอย่างไร ผู้ที่บวชมาแล้วคงเข้าใจ
ซึ่งผิดกับชาวบ้านธรรมดาที่ไม่ได้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบถึงแม้จะบอกว่าตนเป็นคนดีไม่เคยทำชั่ว
แต่แนวทางการปฏิบัติไม่ได้งดงามอย่างท่าน


        ดังนั้น เราจึงไม่อยู่ในฐานะที่จะตำหนิได้... เราตำหนิได้ก็ต่อเมื่อเราปฏิบัติตนได้ดีกว่า
และ รู้ว่าเขาทำผิดอย่างไร หรือทำผิดจริงหรือไม่...ถ้าตำหนิก็ควรตำหนิด้วยจิตใจทีเมตตา
หวังเห็นการพัฒนาและปรับปรุงจริงๆ

เห็นด้วยครับ แต่เดี๋ยวผมไปสรุปเรื่องแยกตะหาก อีกทีละกัน
Quote
พูดไปพูดมาเหมือนจะวกวน งั้น  ขอ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวัตถุมงคลซักหน่อย..

อย่างที่รุ้กันว่า ของเหล่านี้ พระพุทธเจ้ารวมถึงพระไตรปิฎกไม่ได้กล่าวถึงไว้เลย ความเชื่อ ต่างๆ
ความไม่รู้จริง ความกลัว ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิด  การตีความศาสนาว่าเป็นที่พึ่งทางใจ จึงถูกนำไปใช้ให้เป็น
รูปธรรม เป็นวัตุถุที่จับต้องได้ พระพุทธรูปก็เหมือนกัน ผมเข้าใจว่า
การสร้างพระพุทธเรูปแทนพระพุทธเจ้าก็จริงแต่เป้นการแทนที่แสดงให้เห็นถึงสัญลักษณ์ว่านี่คือ
พุทธศานาให้คนทั่วไปได้เข้าใจง่ายขึ้น.....

เห็นด้วยครับ
ตอนแรกสุดที่มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฏิกนี่เป็น ต้นโพธิ อ่ะครับ
คือเมืองๆหนึ่งต้องการที่จะบูชาพระพุทธเจ้า ถวายภัตตหารอ่ะครับ
แต่พระพุทธเจ้าท่านเสด็จไปโปรดสัตว์ในแคว้นอื่นๆ
ก็เลยบูชาไม่ได้
เลยไปขอบูชา ต้นโพธิแทน
โดยระลึก พุทธานุสติ เป็นอารมณ์คือ ระลึกถึงว่า
เอาต้นโพธิที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ มาเป็นตัวแทนพระองค์
แล้วก็ทำการบูชาเหมือนพระองค์ท่านประดับตรงนั้น

ซึ่งต่อมาภายหลังก็มีพระพุทธรูปขึ้นมา

แล้วมันก็เพี้ยนมาเป็น ขูดเลข ขอหวย ซะงั้น
มันเป็นคนละเรื่องกับเดี๋ยวนี้เลยครับ  :08:

Quoteหากผ่านไปในอนาคต
พะุพุทธศาสนาล่มสลายไป
ก็เป็นสิ่งบ่งบอกว่า โลกนี้เคยมีศาสนานี้อยู่

เห็นด้วยครับ  :12:

Quoteเป็นเล่นไปผมเคยบ้า ส่องพระเป็นเรื่องเป็นราว ตั้งหลายปี
เบณจภาคี เอย พระสมเด็จรุ่นไหนๆ ที่ หลวงพ่อโต สร้างเอย
หลวงพ่อ สด รุ่นไหนแพง รุ่นไหนดัง
หลวงพ่อคูณ รุ่นทิ้งสระ คือรุ่นแรก
หลวงพ่อแพ 1000 วัดพิกุลทอง

พระวัดเขาตะเครา เอวหนา เอวบาง
หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ
อะไรอีกละ เยอะไปหมด

วัดไหนปลุกเสกอะไรนี่ แจ้นไปจองกะเขาทีเดียว

ปู่ผมก็เป็น หนังสือพระเครื่องเต็มบ้านละ
บอกให้ฟังก็ไม่ยอมฟัง:08:

Quoteพุทธศาสนาเป็นบริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในโลก คือ ตั้งมาแล้วกว่า 2,500 กว่าปี

พระพุทธศาสนาประกอบด้วยบริษัททั้ง 4 คือ พระภิกษุ  ภิกษุณี  อุบาสก  อุบาสิกา
เพราะฉะนั้นทุกบริษัทต้องช่วยกันพื้นฟู ศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นไป

แต่การที่ฆราวาสอย่างเราจะไปตำหนิพระสงฆ์ผมเห็นว่าไม่ควรครับ อย่างน้อยท่านก็มีศีลมากกว่าเรา อยู่ในเพศภาวะที่เหนือกว่าเรา แม้ท่านประพฤตินอกลู่นอกทางเราก็ไม่ควรไปด่าท่าน สิ่งที่เราทำคือ ไปบอกพระผู้ใหญ่กว่าให้ท่านช่วยตักเตือนกันเอง น่าจะดีกว่าครับ เราเป็นชาวพุทธก็ไปให้กำลังใจท่าน และกระตุ้นท่านให้ศึกษาธรรมะโดยการกราบนิมนต์ให้ท่านช่วยเทศน์ให้เราฟัง แม้สัปดาห์นี้ท่านไม่พร้อม เราก็นิมนต์ให้ท่านเตรียมเทศน์ในสัปดาห์ต่อไป  เมื่อเราทำอย่างนี้จะช่วยกระตุ้นให้ท่านศีกษาธรรมะมากขึ้น และท่านจะได้เป็นต้นแบบที่ดีให้กับชาวโลกต่อไป

ส่วนสิ่งที่เป็นเครื่องระลึกสุงสุดของเราชาวพุทธ มีเพียงแค่ 3 สิ่งเท่านั้น คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์  นอกจากนี้ไม่ใช่

เห็นด้วยครับ  :12:

Quoteเหรอครับ  ฮิ้ววว

ตอนกลับบ้านที่สายใต้ เจอหลวงพี่ ย่ามชมพู โทรมือถือ ติดตุ้งติ้ง คุยสำเนียงเกย์
ศีลเยอะกว่าเหรอครับ เพศบรรพชิตมีคนนับถือเหรอครับ

ใครที่ควรเคารพ เคารพ
แต่ใครที่ไม่ควรเคารพ ไม่เคารพ
ครับ

โอ้ที่ใต้ก็มีหรอเนี่ย นึกว่าจะมีเฉพาะภาคเหนือ  :08:
จริงๆจะบอกว่าประเด็น ไม่ใช่พระ ก็ถูกนะ
เพราะ ขาดคุณสมบัติการบวช ปกตินี่จะบวชไม่ได้อ่ะ
สมควรสึกออกไปด้วยซ้ำ ปล่อยมาได้ไงไม่รู้  :39:

Quoteมีลูกสอนลูกมีหลานสอนหลานแล้วกันครับ  อย่าคิดว่า บวชไปแล้ว พ่อแม่จะได้บุญ มันเหมือนดาบสองคม

บวชเพื่อบำรุงศาสนา เมื่อเราตั้งใจปฏิบัติตามกิจสงฆ์ นั่นก็ถือมีคุณ แต่เมื่อไรตรงข้ามจากบุญจะกลายเป็นบาป

พ่อแม่จะได้บุญได้อย่างไรในเมื่อส่งลูกให้ไปทำลายศาสนา...........

เห็นด้วยครับ กับอีกทางหนึ่งคือทางคณะสงฆ์ไม่รับพวกนี้บวช
นอกจากทำลายศาสนาแล้ว ยัง สร้างกรรมหนักแก่ตัวเองด้วย
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

I’Boss

지금은 소ë...€ì‹œëŒ€ , 앞으로ë,, 소ë...€ì‹œëŒ€ , 영원히 소ë...€ì‹œëŒ€

iSharp

Quote from: ihereboss on 20 Feb 2007, 19:06 น.
ยาวครับ ลายตา

เหอๆลาย ลูกไม้ ป่าวครับ :42:

//////////

ภาพสอบทางก้าวหน้า ที่ต่างประเทศ ครับ

http://www.dhammaforpeace.org/gallery.html
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

iannnnn

ขออนุญาตไม่เชื่อคำสอนพระพุทธเจ้า ในส่วนของผลบุญผลกรรมครับ

แอ๊ะ

Quote from: ชาร์ป on 20 Feb 2007, 18:55 น.
ผลบุญจะส่งผลให้เป็นแบบโน้นแบบนี้ // พระพุทธเจ้าท่านเป็นผู้เทศน์ไว้ ครับ
เช่นบูชาเจดีย์ ด้วยดอกบัว 3 ดอก ทำให้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ กี่ชาติ ท้าวสักกะกี่ชาติ ฯลฯ
และท่านก็มีเล่าเรื่องราวประกอบด้วย ชาดกต่างๆเป็นต้น

เพราะอย่างนี้ธรรมกายเลยชอบยกเรื่อง อ้างเรื่องมาเพื่อให้คนทำบุญ? ถ้าคนทำบุญด้วยความหวังว่าชาติหน้าจะรูปงาม ชาติหน้าจะได้เป็นจักรพรรดิ์ ชาติหน้าจะรวย นั่นแหละงมงาย

ยืนยันอีกครั้งผมมองศาสนาในแง่ปรัชญา ไม่ใช่ในแง่การนับถือผี (ปาฏิหาริย์, ตำนาน, เรื่องเล่า, บุญ, กรรม, นรก, สวรรค์ ฯลฯ)
[ว่างให้เช่า]

ยุนเอ




ไปอ่านเจอจาก ธรรมะทำไม ของท่าน ว.วชิรญานเมธี

สนุกดีชอบๆ  :25:


ลองคิดดูซิครับว่า ศาสนาแห่งเหตุและผล แต่กลับเอาเรื่องเล่า

มาโน้มน้าว ชักจูง มันใช่พุทธศาสนาหรือไม่

"อย่าบ้าบุญกันนักเลย"  :46:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

นักศิลปะ

Quote from: ^-FakE-^ on 21 Feb 2007, 09:38 น.


ไปอ่านเจอจาก ธรรมะทำไม ของท่าน ว.วชิรญานเมธี

สนุกดีชอบๆ  :25:


ลองคิดดูซิครับว่า ศาสนาแห่งเหตุและผล แต่กลับเอาเรื่องเล่า

มาโน้มน้าว ชักจูง มันใช่พุทธศาสนาหรือไม่

"อย่าบ้าบุญกันนักเลย"
:46:

เห็นด้วยครับ  :46:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

แอ๊ะ

[ว่างให้เช่า]

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines