โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ยุนเอ

รายละเอียด:
"ธรรมะทำไม" หนังสือเล่มนี้มุ่งทำหน้าที่ "กะเทาะ" ดินเหนียวแห่งความงมงาย รกรุงรัง รุ่มร่าม และล้าหลัง ที่พอกอยู่ภายนอกของ "พระพุทธศาสนา" แบบไทยๆ ออก เพื่อเผยให้เห็น "เนื้อแท้" ของพุทธธรรมตามที่พระพุทธองค์ทรงสอนอย่างตรงไปตรงมา


:46:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

นักศิลปะ

ผมว่า ที่บอกว่า พระพุทธเจ้า เกิดมาแล้วเดินได้ 7 ก้าวแถมมีดอกบัวรองรับ
กับ แขวนสมเด็จแล้ว แคล้วคลาด ไม่ค่อยจะต่างกันเล้ย

เน้นความเชื่อ เพียวๆ
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

ยุนเอ

อ้างคำพูดจาก: 'ระจัน เมื่อ 21 ก.พ. 2007, 10:26 น.
ผมว่า ที่บอกว่า พระพุทธเจ้า เกิดมาแล้วเดินได้ 7 ก้าวแถมมีดอกบัวรองรับ
กับ แขวนสมเด็จแล้ว แคล้วคลาด ไม่ค่อยจะต่างกันเล้ย

เน้นความเชื่อ เพียวๆ


คล้ายๆ ว่าแต่งเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในเชิงสัญลักษณ์ หรือไม่อย่างไรครับ

ไม่ทราบได้ แต่คุ้นๆ   :08:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iSharp

#723
อ้างอิงเพราะอย่างนี้ธรรมกายเลยชอบยกเรื่อง อ้างเรื่องมาเพื่อให้คนทำบุญ? ถ้าคนทำบุญด้วยความหวังว่าชาติหน้าจะรูปงาม ชาติหน้าจะได้เป็นจักรพรรดิ์ ชาติหน้าจะรวย นั่นแหละงมงาย

ยืนยันอีกครั้งผมมองศาสนาในแง่ปรัชญา ไม่ใช่ในแง่การนับถือผี (ปาฏิหาริย์, ตำนาน, เรื่องเล่า, บุญ, กรรม, นรก, สวรรค์ ฯลฯ)

ตอบในประเด็นของที่วัดนะครับ
ยังศึกษาไม่ครบมากกว่า มั้งครับ? มานั่งสมาธิก็ยังไม่มานั่งเลย บวชที่วัดก็ยังไม่เคย
ศึกษามาแต่ข้อมูลที่ผิดๆ

ถ้าเกิดว่าพี่มองในแง่ของ ปรัชญานะครับ พี่ก็เชื่อถือในหลัก กาลามสูตร 10 ด้วย แน่นอน

แต่็ก็ไม่ยอมที่จะใช้มันเลย เหอๆ มันค้านกับคำตอบที่พี่ตอบอ่ะครับ
ตอบแค่นี้นะครับ เพราะว่าอธิบายไปก็ไม่รับฟังอยู่ดี  :40:

อ้างอิง

ไปอ่านเจอจาก ธรรมะทำไม ของท่าน ว.วชิรญานเมธี

สนุกดีชอบๆ  กรี๊ดดดดด


ลองคิดดูซิครับว่า ศาสนาแห่งเหตุและผล แต่กลับเอาเรื่องเล่า

มาโน้มน้าว ชักจูง มันใช่พุทธศาสนาหรือไม่

"อย่าบ้าบุญกันนักเลย"

อ้อ คำว่า บ้า ในที่นี้คือการชอบอะไรมากๆใช่มั้ยครับ

เล่นคอมมาก บ้าคอม
เล่นเกมมากบ้าเกม
ชอบปั่นบอร์ด บ้าปั่นบอร์ด
กินเหล้ามาก บ้าเหล้า
ศึกษาพระไตรปิฏกมาก บ้าพระไตรปิฏก
ศรัทธาในศาสนาพุทธมาก ออกบวช บ้าศาสนา
ทำงานหาเงินเลี้ยงชีพมากๆ บ้างาน
ตั้งใจเรียนสูงๆ ขยันเรียนมากๆๆ บ้าเรียน
ชอบช่วยเหลือสงเคราะคนยากจน เด็กกำพร้า บ้าสถานสงเคราะห์
ชอบทำความดีให้สังคมมากๆๆ บ้าความดี
ชอบปฏิบัติสมาธิสติปัฐาน 4 บ้าสิตปัฐาน 4
ชอบทำบุญมาก บ้าบุญ

บุญ คือสิ่งที่เราทำแล้วเป็น กุศล
สิ่งที่เราทำแล้วเป็น กุศล มี 10 อย่าง กุศลกรรมบถ 10
ผมว่าสมควรบ้า ครับ บ้าเยอะๆยิ่งดี

ฟังแล้วแปลกๆนะ เห็นคนเค้าทำความดีมากๆ แล้วมาบอกว่า "อย่าบ้าบุญกันนักเลย"
เข้าข่ายคำว่า อิษฉา นะ   :42:

อ้างอิง
รายละเอียด:
"ธรรมะทำไม" หนังสือเล่มนี้มุ่งทำหน้าที่ "กะเทาะ" ดินเหนียวแห่งความงมงาย รกรุงรัง รุ่มร่าม และล้าหลัง ที่พอกอยู่ภายนอกของ "พระพุทธศาสนา" แบบไทยๆ ออก เพื่อเผยให้เห็น "เนื้อแท้" ของพุทธธรรมตามที่พระพุทธองค์ทรงสอนอย่างตรงไปตรงมา

ในห้องสมุดที่วัดมีมาละ ยืมมาอ่านละครับบบ  :25: :25: :25:

อ้างคำพูดจาก: 'ระจัน เมื่อ 21 ก.พ. 2007, 10:26 น.
ผมว่า ที่บอกว่า พระพุทธเจ้า เกิดมาแล้วเดินได้ 7 ก้าวแถมมีดอกบัวรองรับ
กับ แขวนสมเด็จแล้ว แคล้วคลาด ไม่ค่อยจะต่างกันเล้ย

เน้นความเชื่อ เพียวๆ

ต่างกันครับ ขอตอบเฉพาะเรื่องพระพุทธเจ้า ท่านนะครับ
เรื่องแขวนสมเด็จมีคนเชื่อถือเยอะ เกรงเค้า (- - )a

คือมันเป็นเรื่องแปลกประหลาดเราอ่ะครับ แต่เป็นเรื่องปกติของท่านครับ

ที่เป็นเรื่องแปลกประหลาด สำหรับเราอ่ะครับ เพราะ
คนเราชอบที่จะคิดโดยการ เปรียบเทียบกับตัวเราเอง อ่ครับะครับ
ซึ่งเป็นบุคคลที่ กิเลสหนา ปัญญาหยาบ อยู่

ส่วนท่านนี่เป็น ชาติสุดท้ายที่จะอยู่ในภพ 3 อ่ะครับ
ชาติก่อนหน้านี้ เหาะได้ ระลึกชาติได้ตั้งแต่เกิด มาเยอะแล้ว
และท่านก็มี กายมหาบุรุษครบ 32 ประการครับ

อย่างที่เราๆพอรู้อยู่มั้งก็คือ นิ้วมือยาวเท่ากัน(ส่วนนิ้วโป้งก็ยาวเท่านิ้วเยอะแต่มันลงมาอยู่ข้างๆ)
นิ้วเท้ายาวเท่ากัน ไม่มีไหปลาร้าเพราะเนื้อเติมเต็ม (ไม่ใช่อ้วนนะ)
เส้นผมคดวนขวา มีอุนาโลมที่หน้าผาก (ขนอ่อนๆวนเป็นกลมๆ) ประมาณนี้

ลักษณะทางกายภาพของท่านมัน สมบูรณ์ อ่ะครับ
มนุษย์ที่เกิดมาแล้วร่างกายสมบูรณ์ที่สุดก็คือ กายมหาบุรุษ ของพระพุทธเจ้านั้นแหละครับ
การที่เกิดมาเดินได้ 7 ก้าวจึงไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับท่านครับ
((เรื่องพระพุทธเจ้าหลายพระองค์ก็มีหน้าตาเหมือนกันหมดครับ มีกายมหาบุรุษเหมือนกัน
แต่ต่างกันที่ ขนาดครับ ความสูงไม่เท่ากัน))
ความสูงของพระองค์ท่านที่บันทึกไว้คือ 6 ศอก// 2ศอก = 1เมตร ท่านสูง 3 เมตร  :08:

ตอนที่ท่านบำเพ็ญ ทุกขรกิริยา 6 ปี คนปกติทั่วไปทำแบบท่านนี่ ตายครับ
ผอมขนาดเอามือลูบท้อง ชนแผ่นหลัง  :08:

เรื่องปกติของท่านอ่ะครับ และก็ท่านก็ไม่ได้เอาเรื่องเหล่านี้มาเทศน์สอนด้วย
เชื่อเรานะเพราะเราเหาะได้ เกิดมาก็เดินได้ 7 เก้าแล้ว ไม่มีอ่ะครับ เอามามั่วกันเอง
ซะงั้น

ส่วนเรื่องแขวนสมเด็จ ถ้าอนุญาตให้ตอบได้ ก็ตอบได้ครับ  :40:

เออ ขอโทษจักรีนะครับที่พาดพิงนิดหน่อย โหสิ  :46:
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

Dayight

การที่ประสูติมาแล้วเดินได้ 7 ก้าว และอื่นๆ...

คือประมาณว่า ความที่ต้องต้องตีความหนะครับ

อ้างอิง
ดอกบัวเจ็ดดอก หมายถึงโพชฌงค์เจ็ดครับ

โพชฌงค์ คือธรรมที่เป็นองค์แห่งการตรัสรู้หรือองค์ของผู้ตรัสรู้มี๗ อย่างคือ ๑. สติ ๒. ธัมมวิจยะ

(การสอดส่องเลือกเฟ้นธรรม) ๓. วิริยะ ๔. ปีติ ๕. ปัสสัทธิ ๖. สมาธิ ๗. อุเบกขา

การก้าวเดินเจ็ดก้าวขณะประสูติหมายความว่าการจะได้เกิดเป็นพระพุทธเจ้าให้ปฏิบัติตามโภชฌงค์7

ในพุทธประวัตินั้นมีปริศนาธรรมอยู่มากมาย

เพื่อให้คนรุ่นหลังที่ไม่ได้ศึกษาข้อธรรมอย่างละเอียดมีโอกาสเข้าใจแนวทางได้จากปริศนาธรรมที่

ซ่อนอยู่ในพุทธประวัติ ปริศนาธรรมข้อนี้(ดอกบัวเจ็ดดอก)จึงมีความหมายแบบเข้าใจง่ายๆว่า

ถ้าจะปฏิบัติให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ(บรรลุธรรม)ได้ ก็ให้ปฏิบัติตามแนวทางโพชฌงค์เจ็ด

ทั้งนี้เนื่องจากการจะปฏิบัติจนเกิดการเปลี่ยนแปลงของจิตระดับการบรรลุธรรมนั้นเป็นเรื่องยากมาก

เพราะอุปสรรคมากมายนับตั้งแต่การผังธรรมไม่เข้าใจ การท้อถอย การยึดมั่นในธรรม(ความรู้ ความเชื่อ)

จึงได้มีธรรมข้อโพชฌงค์(เจ็ด)เพื่อเป็นแนวทางและเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติให้เดินไปได้ถูกทาง

http://www.budpage.com/budboard/show_content.pl?b=1&t=5255


กินรอบวง

iSharp

#725
อ้างอิงขออนุญาตไม่เชื่อคำสอนพระพุทธเจ้า ในส่วนของผลบุญผลกรรมครับ

ครับพี่แอน
งั้นผมขออธิบายเพิ่มเติมนะครับ คงจะไม่เป็นไร (หรือป่าวหว่า)

จะเรียกว่า กฏแห่งกรรม จะเข้าใจได้มากกว่าครับ

กรรมคืออะไร กรรม คือการกระทำของเราทั้งหมดครับ แบ่งออกเป้น 3 ประเภทใหญ่ๆ
1.กุศลาธัมมา สิ่งที่ทำแล้วเป็นกุศล หรือ บุญ
2.อกุศลธัมมา สิ่งที่ทำแล้วเป็นอกุศล หรือ บาป
3.อัพพยากตาธัมา สิ่งทำแล้วไม่เป็นกุศล อกุศล ไม่บุญไม่บาป

ยกตัวอย่าง
1.กุศลาธัมมา /// เลี้ยงข้าวเพื่อน ให้ข้าวหมา บริจาคให้กับสถานสงเคราะ สมทบทุนโรงพยาบาล
ดูแลพ่แม่ สอนความรู้เช่น flash ทำเว็บ หนังสือ ฯลฯ

2.อกุศลาธัมมา /// ต่อยชาวบ้าน ขโมยเงินพ่อแม่ เจ้าชู้ โกหก กินเหล้า เล่นการพนัน เถียงพ่อแม่
ทุบตีพ่อแม่ โกงเงินลูกค้า ฯลฯ

3.อัพพยากตาธัมมา /// อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน สระผม กินข้าว ขัรถ เิดินเล่น ฯลฯ

ทั้งหมดนี้คือกรรมครับ เมื่อเรากระทำสิ่งหนึ่งย่อมเกิดผลอีกสิ่งหนึ่ง Cause and Effect
หรือที่เรียกว่า วิบากกรรม เช่น
เลี้ยงข้าวเพื่อน มันอิ่ม ///  สอนความรู้ ลูกศิษย์ฉลาดขึ้นรู้เรื่องมากขึ้น /// ต่อยชาวบ้าน โดนเค้ากระทืบตอบ /// ขโมยเงินพ่อแม่ พ่อแม่ไม่มีเงิน เสียใจ /// กินเหล้า ขาดสติเมาเป็นหมา
อาบน้ำ ร่างกายสะอาด ///แปรงฟัน ปากหอม ฯลฯ

กรรมมันจึงมี 2 แบบ ง่ายๆ
1.กรรมปัจจุบัน
2.กรรมในอดีต

เรื่องกรรมปัจจุบัน นั้นก็คือหลักธรรมข้อต่างๆไงครับ เช่น
สังฆวัตถุ 4 ผู้ที่ปฏิบัติตามนี้ย่อมเป็นที่รัก
อิทธิบาท 4 ผู้ปฏิบัติตามนี้ย่อมประสบผลสำเร็จในการงาน
อบายมุข 6 ปากทางแห่งความชิบหาย 6 อย่าง กินเหล้า เล่นการพนัน เที่ยวผู้หญิง ฯลฯ
ศีล 5 ความปกติขงมนุษย์ 5 ประการ

เรื่องกรรมในอดีต คือสิ่งที่เรากระทำไว้ในชาติก่อนหน้านี้แล้วมันมาส่งผลในปัจจุบัน
เช่น รูปร่าง ผิวพรรณของมนุษย์ที่ไม่เหมือนกันเลย บางคนอาจบอกว่าเพราะ พันธุกรรมไม่เหมือนกัน
แล้วอะไรละที่พันธุกรรมไม่เหมือนกัน พุทธศาสนา ตอบได้ครับ วิบากกกรม ที่ทำมาไม่เหมือนกัน

เรื่องรูปร่างหน้าตา นี่ หรือจะบอกว่า บุญลักษณะ ก็ไม่ผิด
การที่พระพุทธเจ้าได้ กายมหาบุรุษนี่ก็เพราะ วิบากกรรมของท่านที่ท่านทำมาอย่างสมบูรณ์ด้วยครับ
เช่นพระโอดท่านมี ฟัน 40 ซี่ เพราะว่าท่านมีวาจาสุภาษิต เป็นต้น

หรืออย่างที่ผมหล่อสู้พี่แอนไม่ได้ เพราะ มีการกระทำไม่เหมือนกันครับ  :25:
ผิวขาว ผิวเข้ม นี่ขึ้นอยู่กับ วิบากกรรมทั้งนั้นครับ (ทั้งในปัจจุบันและในอดีต)

การกระทำมันมีผลทั้งในภพนี้ และภพหน้าครับ มีนรก สวรรค์ รองรับอยู่
ในเมื่อเรายังไปนิพพานไม่ได้แบบท่าน
ท่านก็เลยบอกวิธีที่จะเอาตัวรอดใน วัฏสงสาร อย่างปลอดภัย รอดพ้นจากนรก และไปสวรรค์
เช่น ศีล 5 และหลักธรรมขออื่นๆ

ตอนนี้ผมเข้าใจว่า พวกพี่ๆจะพูดถึงในเรื่องเวอร์ๆ ของสาย วิทยาทร หรือพวกไสยเวทย์
ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเลย แต่เค้าเอา พระพุทธศาสนา ไปปน ครับ
พวกนี้นี่แบบ หลอกลวงประมาณ 90% มีจริงๆ 10% ((เสกหนังควาย ยิงปรอท เสกตะปู ))

อย่างฮินดู ก็เอาพระพุทธเจ้าของเราไปมั่วกับพระนาราย คริสต์ เอาคำว่า โบถส์ พระสังฆราช สามเณร บุญ บาปไปมั่วกับของเค้าเฉยๆเลยครับ
ประมาณนี้อ่ะครับ  :40:

ตั้งมาแฮะ ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูลเคยอ่านเจอเหมือนกันแต่ลืมไปแล้ว +  :27:
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

ยุนเอ




วิทยาศาสตร์ตายไปเลย  :42:

DNA DHA กรดอะมิโน เนี้ย เกิดจากบุญซะงั้น

ทำบุญเยอะๆ เพื่อจะได้ DNA ดีๆ กับเค้ามั้ง  :46:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iSharp

เรื่อง DNA จำเรื่องได้ไม่หมดนะ

ประมาณว่านักวิทยาศาสตร์ เค้าหาสาเหตุของ dna ที่แตกต่างกันของ ผู้หญิงผมดำ กับผู้หญิงผมบรอน
ได้นะ แต่เค้าไม่รู้ว่า อะไรที่มาทำให้เป็นตัวให้แตกต่างกัน

อย่าง dna หนู กับ dna คนนี้ ต่างกันแค่ ไม่กี่รหัส ซึ่งแปลกมาก
เพราะว่าหนู ก็มีรูปร่างอย่างหนึ่ง คนรูปร่างอีกอย่างหนึ่ง dna นั้นไม่น่าที่จะใกล้ข้างกันได้เลย

ขอไปอ่านเพิ่มก่อน แต่สุดยอดเลยครับ  :12:

วิทยาศาสตร์ยังตามหลัง พุทธศาสตร์อยู่

อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 21 ก.พ. 2007, 14:12 น.


วิทยาศาสตร์ตายไปเลย  :42:

DNA DHA กรดอะมิโน เนี้ย เกิดจากบุญซะงั้น

ทำบุญเยอะๆ เพื่อจะได้ DNA ดีๆ กับเค้ามั้ง  :46:
เริ่มแรกพี่เอ เริ่มจากกรรมปัจจุบันใกล้ๆตัวก่อนดีมั้ยครับ
เช่นเรื่องเลิกกินเหล้า เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง  :42:
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

ณต

อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 21 ก.พ. 2007, 14:12 น.


วิทยาศาสตร์ตายไปเลย  :42:

DNA DHA กรดอะมิโน เนี้ย เกิดจากบุญซะงั้น

ทำบุญเยอะๆ เพื่อจะได้ DNA ดีๆ กับเค้ามั้ง  :46:

ก็ปัจจุบัน วิทยาศาสตร์ยังหาคำตอบไม่ได้เลยว่า
ทำยังไง ถึงจะได้ DNA ที่ดี

ในความเห็นของตูนะ พระไตรปิฏก เป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างนึงของโลกเลยล่ะ
ทุกอย่างมีวิธีการ มีคำตอบให้หมด
สำหรับคนไม่เชื่อ ก็สามารถลองทำดูได้

วิทยาศาสตร์ ก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ทุกเรื่อง
ศาสนาบางศาสนาก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ทุกเรื่องเช่นกัน

แต่พุทธศาสนา ไม่ได้มุ่งหวังที่จะตอบคำถามผู้คน
แต่มุ่งหวังที่จะทำให้ผู้คน พ้นทุกข์อย่างยั่งยืน  :46:

iSharp

+ เลยครับ เห็นด้วยทุกประการครับ
ถูกต้องเลยอ่ะครับ  :33:


รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

ยุนเอ

อ้างคำพูดจาก: ชาร์ป เมื่อ 21 ก.พ. 2007, 14:25 น.
วิทยาศาสตร์ยังตามหลัง พุทธศาสตร์อยู่
เริ่มแรกพี่เอ เริ่มจากกรรมปัจจุบันใกล้ๆตัวก่อนดีมั้ยครับ
เช่นเรื่องเลิกกินเหล้า เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง :42:
ไว้มีโอกาส ฟ้าฝนเป็นใจนะครับ

ตอนนี้ขอแค่พยายามคิดเลวให้น้อย ทำเลวให้น้อย ก็พอแล้วครับ

ไม่ค่อยชอบเข้าวัด เข้าผิดวัดทีไร อารมณ์เสียกลับมาทุกที

ขอเดินทางสายกลางของตัวเองแล้วกันครับ

เลวบ้าง ดีบ้าง ชีวิตจะได้มีรสชาติ  :42:

อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 21 ก.พ. 2007, 14:26 น.
ก็ปัจจุบัน วิทยาศาสตร์ยังหาคำตอบไม่ได้เลยว่า
ทำยังไง ถึงจะได้ DNA ที่ดี

ในความเห็นของตูนะ พระไตรปิฏก เป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างนึงของโลกเลยล่ะ
ทุกอย่างมีวิธีการ มีคำตอบให้หมด
สำหรับคนไม่เชื่อ ก็สามารถลองทำดูได้

วิทยาศาสตร์ ก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ทุกเรื่อง
ศาสนาบางศาสนาก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ทุกเรื่องเช่นกัน

แต่พุทธศาสนา ไม่ได้มุ่งหวังที่จะตอบคำถามผู้คน
แต่มุ่งหวังที่จะทำให้ผู้คน พ้นทุกข์อย่างยั่งยืน  :46:

นี้ละครับ พุทธศาสนา เพียวๆ  :46:

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iannnnn

อ่านที่ชาร์ปเขียนเรื่องบ้าบุญแล้วคันๆ ตะหงิดๆ
เดี๋ยวรอบักเก้อมาตอบให้ดีกว่า ไอ้นี่เขียนเข้าใจง่ายดี :30:

iSharp

รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

นักศิลปะ

ผมก็ตะหงิดๆ แต่ไม่รู้จะเอาอะไรมาเถียงชาร์ป ว่า ที่พูดมามันไม่โน้มน้าวใจผมได้เลย

รอเก้อ เหมือนกัน ย่อยง่าย
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

iSharp

ผมมันโน้มน้าวใจ ไม่เป็นอ่ะ  :05:
แต่ก็พยายามนุ่มนวลสุดแล้วนะ

กราบขออภัยนะครับ  :46:

ผมก็รอคนมาขยายเรื่องตรงนี้เหมือนกันครับ
ผมจะได้เห็นภาพได้ชัดเจนว่า เค้าเข้าใจว่าอย่างไร
แบบไหน
ลอยๆมา ก็ตอบไม่ค่อยถูก  :05:
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines