โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ยุนเอ

อ้างคำพูดจาก: TangMo เมื่อ 21 ก.พ. 2007, 22:16 น.


อันนั้น คือ มองแต่คนอื่น แต่ไม่เคยมองตัวเอง ครับ (ยากครับที่จะมองคนอื่นอย่างเข้าใจ ส่วนใหญ่จะมองแบบจับผิด อ่ะครับ หรือคอยมองคนอื่นล้มแล้วซ้ำอ่ะครับ )




อ่า ตีความผิดๆๆ  :17:

เข้าใจคนทั้งโลกนะครับ ไม่ใช่จับผิดคนทั้งโลก  :08:

และคนทั้งโลก ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาตินะครับ  :09:

และถ้าเราเข้าใจธรรมชาติ เราก็น่าจะเข้าใจตัวเราเองนะครับ

และไม่เคยมองตัวเองเนี้ย คนละประเด็นนะครับ  :09:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iSharp

#751
ตอบจักรี อยากด่าผมก็ ด่าตรงๆ ก็ได้ครับ  :30:
เพราะ อ่านไประเด็นมัน พุ่งเป้ามาที่ ประเด็นที่ผมเคยตอบไว้หมดเลยย
อ้อมๆ มา มันรู้ลึกตะหงิดๆ  :30:

แอบอ้างแล้วยาว ขอสรุปนะครับ

อย่ามามั่ว ครับ ตะโกนอยู่นอกวัด แล้วคิดว่าเข้าใจอะไรทั้งหมดหรอ เหอๆ พึลึก
อย่าเหมารวม ด้วยครับ คนที่วัดพระธรรมกาย มีทุกประเภท ทุกอาชีพ
ย่อมมี นิสัย ความประพฤติ ต่างกันอย่างแน่นอน รวมถึงผมด้วย
บังเอิญ ผมคนวัดพระธรรมกายแบบ ไฮเปอร์ ไม่ค่อยอ่อนน้อม  :42:

ผมก็อยากบอกเหมือนกันว่า ข้อมูลมั่วๆผิด โยนมันทิ้งได้แล้ว
หัดเปิดใจ เข้ามาหาความจริงซะมั้ง มาสัมผัสด้วยตัวเอง ซะมั้ง

ร้อง อ้อ ด้วยตัวเองดีกว่าผมไปบอกให้ร้อง อ้อ

คนวัดพระธรรมกายได้ไม่โง่ ขนาดแยกแยะ อะไรไม่ออกหรอกครับ   :30:
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

tmd

...

จักรี

 :42:  อ๋อ  ผมด่าชาร์ปเหรอครับ   55+  ขอประทานอภัย....  
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iSharp

#754
ประเด็น กับ ประโยค มันฟ้อง

ประเด็นที่จักรีบอก มันไม่มีคนอื่นพูดในกระจู้นี้หรอกครับ   :26:
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

เดอะบุ๋ม

 หัด อ้อ เองซะบ้าง  อย่าให้คนอื่นบอก  :27:

:30:

iSharp

#756
ผลสอบทางก้าวหน้า
ต่างประเทศ
ออกแล้วครับ เดี๋ยวเอามาโพสพรุ่งนี้

รูปการสอบทั่วประเทศก็มาแล้ว ครับผม

อ้างคำพูดจาก: เดอะบุ๋ม เมื่อ 21 ก.พ. 2007, 23:36 น.
หัด อ้อ เองซะบ้าง  อย่าให้คนอื่นบอก  :27:

:30:

คมนะเนี่ย  :25:
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

ซือเน...

i'll walk until i find u.

ยุนเอ



อ้อ

:42:





เอาแบบอีกมุมนะ ตะโกนอยู่ในวัด  กับตะโกนอยู่นอกวัด กับคนดูคนตะโกนกัน  :22:

กับคนที่ดูหมดทั้งสามมุม  :40:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

Dayight

คนดู   คนดู คนตะที่มุมที่สาม ด้วย เป็น มุมที่สี่

คนด คนดู คนดูู ...  คนดู คนมุมที่สาม เป็นมุมที่อนันต์ เมื่อเป็นมุมอนันต์ ก็จะกลายเป็นวงกลมนั่นแล
กินรอบวง

iannnnn

อะไรของเอ็งวะบักตั้ง
ไปถ่ายรูปไป๊

ยุนเอ



นั้นมันพี่โอ้เอ้  :07:

บักตั้งอย่าลืมมิติในระนาบแกน z ด้วยซิ

ต้องทรงกลม  {หมีโหด}
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iSharp

#762
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 22 ก.พ. 2007, 00:00 น.

อ้อ

:42:
เอาแบบอีกมุมนะ ตะโกนอยู่ในวัด  กับตะโกนอยู่นอกวัด กับคนดูคนตะโกนกัน  :22:

กับคนที่ดูหมดทั้งสามมุม  :40:

เหอๆ ก่อนอยู่ในวัดก็อยู่ข้างนอกมาก่อนแหละ  :42:
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

แอ๊ะ

อ้างคำพูดจาก: ชาร์ป เมื่อ 21 ก.พ. 2007, 13:07 น.
ตอบในประเด็นของที่วัดนะครับ
ยังศึกษาไม่ครบมากกว่า มั้งครับ? มานั่งสมาธิก็ยังไม่มานั่งเลย บวชที่วัดก็ยังไม่เคย
ศึกษามาแต่ข้อมูลที่ผิดๆ

ถ้าเกิดว่าพี่มองในแง่ของ ปรัชญานะครับ พี่ก็เชื่อถือในหลัก กาลามสูตร 10 ด้วย แน่นอน

แต่็ก็ไม่ยอมที่จะใช้มันเลย เหอๆ มันค้านกับคำตอบที่พี่ตอบอ่ะครับ
ตอบแค่นี้นะครับ เพราะว่าอธิบายไปก็ไม่รับฟังอยู่ดี  :40:
...

ใช่ครับ แล้วรู้ได้ไงว่าศึกษาแต่ข้อมูลที่ผิด ๆ  :26:

หากย้อนไปตอนปี 40-41 ตอนนั้นธรรมกายดังมาก อย่างเช่น จาก เดลินิวส์ เมื่อวันที่ 27 พย. 41
อ้างอิง
ทุ่มสุดฤทธิ์ ปิดเจดีย์ !! สร้างผลบุญแลกวัตถุ

หลายวันมานี้ กระแสต่อต้านเรื่องการขายบุญ ดูจะเป็นประเด็นที่น่าสนใจ ไม่เพียงสื่อมวลชนสายหนังสือพิมพ์เท่านั้น แต่ทั้งวิทยุและโทรทัศน์ ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่อง การบอกบุญของวัดพระธรรมกาย ที่ถูกเรียกขานว่า เป็นการขายบุญมากขึ้น  

วัดพระธรรมกายเขาคิดอย่างไรกันแน่ กระทั่งผู้คนทั่วไปนั้นเขารู้สึกกันอย่างไร ไม่เพียงแต่ประเด็นนี้เท่านั้น หากใครได้อ่านหนังสือที่ชื่อว่า "อานุภาพ พระมหาสิริราชธาตุ" ซึ่งเป็นหนังสือที่ทางวัดพระธรรมกายพิมพ์ออกมาแจกจ่ายแก่สมาชิก จนปัจจุบันนี้ก็ 11 เล่มเข้าไปแล้ว แต่ละเล่มนั้นจะพิมพ์ประมาณ 50,000 เล่มโดยเป็นลิขสิทธิ์ของมูลนิธิธรรมกาย แต่ละครั้งนั้นจะแตกต่างกันในเรื่องของที่จัดพิมพ์ อย่างเล่ม 10 นั้นพิมพ์ที่บริษัทอิมพาวเวอร์ (Impower) จำกัด เล่ม 9 พิมพ์ที่ บริษัทฐานการพิมพ์ เป็นต้น สนนราคาการพิมพ์ต่อเล่มประมาณเล่มละ 5 บาท

ในหนังสือดังกล่าวนี้ทางมูลนิธิจะบรรจุคำสอนของพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือหลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เรื่องราวความเป็นไปของบุคคลสำคัญๆของวัดอย่าง อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เรื่องราวของพระมหาสิริราชธาตุ "พระธรรมกายของขวัญ" อันเป็นที่มาของพระคะแนนแต่ละรุ่น รวมไปถึงเรื่องของของอานุภาพ พระมหาสิริราชธาตุ

ที่น่าเสียดายก็คือ หาได้เน้นคำสอนของพุทธองค์ที่จะไปถึงทางดับทุกข์ไม่ การนำพาประชาชนไปสู่เหตุแห่งการดับทุกข์อย่างแท้จริงจึงไม่มี พระมหาสิริราชธาตุแต่ละรุ่นแต่ละแบบแล้วแต่คะแนนที่ผู้นำบุญทำได้นั้น วัดพระธรรมกายโฆษณาไว้ในฉบับ 10 หน้า 37 ว่า พระคะแนน สุด สุด เป็นฤทธิธาตุ คือธาตุมีฤทธิ์มาประชุมรวมกันยาวนานกว่า 200 ล้านปี มีอานุภาพทั้งบุญฤทธิ์และอิทธิฤทธิ์ พระรุ่นนี้กรอบทำด้วยทองคำ ที่ใต้ฐายขององค์พระมีอักขระพิเศษจารึกว่า ดูดทรัพย์ž (นับอนันต์) พระคะแนน สุดฤทธิ์ ทำมาจากรัตนชาติที่หาได้ยาก เกิดขึ้นยาก ใช้เวลานานหลายร้อยล้านปี มีลักษณะคล้ายมณีสีน้ำเงิน (Lapis) แต่ทรงคุณค่าและสวยงามยิ่งกว่ามีสีน้ำเงินแซมขาว เหมือนเมฆขาวพราวฟ้าครามในทะเล จึงได้ชื่อว่า "น้ำเงินจักรพรรดิ" (Imperial Blue)

พระคะแนน สุดฤทธิ์พิเศษ ทำมาจากวัตถุธาติชนิดเดียวกันกับพระคะแนน สุดฤทธิ์ แต่มีลักษณะพิเศษสุดสวยเด่น สง่างามมากกว่า พระคะแนน สุดเดช ทำจากวัตถุธาตุที่ดีที่สุด ซ้อนวิชชาธรรมกายที่ดีที่สุด เพื่อมอบให้คนที่ดีที่สุดในวันที่ดีที่สุด ในหนังสือเล่ม 10 ยังมีตัวอย่างของอานุภาพพระมหาสิริราชธาตุด้วยกันทั้งสิ้น 9 เรื่องประกอบด้วย เรื่องที่ 82 ชื่อว่า ได้งานทำตามคำอธิษฐาน เนื้อหาโดยสรุปมีว่า วัชรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) สำเร็จปริญยาโทมาจากต่างประเทศ แต่ยังหางานทำไม่ได้ สุดท้ายได้เข้ารับการ มภาษณ์ถึง 4 ครั้งที่บริษัทแห่งหนึ่ง โดยไม่มีวี่แววหรือท่าทีว่าจะได้รับการตอบรับ มารดาของเขาจึงทำสมาธิ อธิษฐานจิตต่อพระมหาสิริราชธาตุและได้งานทำเป็นอัศจรรย์ยิ่งนัก

หรือเรื่องที่ 83 เกือบจะสายเกินไป เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากการชี้แจงของนักข่าวหนังสื่อพิมพ์ประจำจังหวัดปทุมธานี ที่เปลี่ยนแปลง ปรัธยาน์ภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) ให้มีสัมมาทิฏฐิ ทำให้มีโอกาสสร้างพระธรรมกายประจำตัวที่แกนกลางมหาธรรมเจดีย์ และได้นำพระมหาสิริราชธาตุไปอธิษฐานทำน้ำมนต์ให้บิดามารดาดื่มจนหายป่วยจากโรคที่เป็นมานานเต็มที บิดาเธอยังเล่าให้ฟังด้วยว่า เมื่อสมัยที่หลวงพ่อวัดปากน้ำยังมีชีวิตอยู่ ได้อาราธนาพระพุทธเจ้ามาให้คนเห็นด้วยตาด้วย อัศจรรย์ยิ่งนัก !!! หรือ

เรื่องที่ 84 หายป่วยได้ทันทีที่สร้างพระแกนกลาง วัชรพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) เล่าว่าพ่ออายุ 85 ปีป่วยเป็นโรคชรา อาการคล้ายคนใกล้จะตาย จึงชวนพี่สาวให้สร้างพระแกนกลางให้พ่อ แต่พี่สาวปฏิเสธบอกเพียงว่าสร้างพระองค์ละ 1 หมื่นบาทแล้ว จึงได้อธิษฐานจิตขอให้พี่สาวเปลี่ยนใจและตกลงทำบุญให้พ่อ ซึ่งก็ได้ผล เมื่อสร้างพระแกนกลางแล้วปรากฎว่าอาการพ่อดีจนเป็นปกติ

เรื่องที่ 85 เรื่องเหลือเชื่อของครอบครัวผู้มีบุญ โสภิณ (ขอสงวนนามสกุล) ทราบข่าวเหตุการณ์อัศจรรย์ตะวันแก้ว จึงได้มาที่วัดสร้างองค์พระให้สามี 1 องค์ ปรากฎว่าวันรุ่งขึ้นที่ร้านนั้นขายของดีมากและขายดีขึ้นเรื่อยๆจึงทำบุญเพิ่มอีก 3 องค์ ให้พ่อแม่และตัวเอง ต่อมาพ่อป่วยหนักต้องเข้าโรงพยาบาล ได้นำภาพพระมหาสิริราชธาตุไปวางไว้หัวเตียงพ่อที่โรงพยาบาล และบอกเรื่องการทำบุญให้รับรู้ พร้อมทั้งสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุอธิษฐานจิตให้พ่อและผู้ป่วยในนั้นทุกคนหลังจากนั้นพ่อกลับบ้านได้ รวมทั้งผู้ป่วยทุกคนในห้องนั้นด้วย

เรื่องที่ 86 ชื่อว่าเพียงภาพก็ช่วยให้ขายจองได้เงินทำบุญ โดย สุชิน (ขอสงวนนามสกุล) เล่าว่า ได้รับการชักชวนจากเพื่อนให้สร้างองค์พระที่แกนกลางอยากได้พระของขวัญ จึงอธิษฐานขอพรจากภาพพระมหาสิริราชธาตุที่ปกหนังสือเพื่อให้ขายลูกคิดได้เงินมากๆ ภายในวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นสามารถขายได้กำไรเป็นเงินแสนกว่าบาท ได้นำเงินมาทำบุญสร้างพระที่แกนกลางและพระธรรมกายประจำตัวให้ทุกคนในครอบครัว

เรื่องที่ 87 ช่วยเตือนสติเจ้าของ เรื่องนี้ เพียงเพ็ญ (ขอสงวนนามสกุล) เล่าว่า มีภาระต้องเลี้ยงดูหลานชายอายุ 6 เดือน ทำให้มีเวลานั่งสมาธิน้อยลง เวลานอนหลับทีไรรู้สึกเหมือนมีงูมาจิกที่ฝ่าเท้า คืนหนึ่งตื่นขึ้นมาเจองูตัวใหญ่เลื้อยมาขดตัวอยู่ใกล้ๆ เมื่อได้ยินเสียงผู้คนร้องอย่างตื่นตระหนก งูก็เลื้อยหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทั้งที่บ้านติดมุ้งลวดโดยรอบ ทำให้เพียงเพ็ญเชื่อมั่นว่า พญานาคมาเตือนให้เธอขยันนั่งสมาธิให้มากขึ้น

เรื่องที่ 88 กำลังใจจากพระมหาสิริราชธาตุ เรื่องมีอยู่ว่า ด้วยอานุภาพขององค์พระมหาสิริราชธาตุ ได้เปลี่ยนสีเป็นสีชมพูทั้งองค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ พรรณพิมพ์ (ขอสงวนนามสกุล) ในการเป็นผู้นำบุญชักชวนคนมาสร้างพระธรรมกายประจำตัว

หรือเรื่องสุดท้ายในเล่มนี้ก็คือ เรื่องที่ 89 พูดก็ได้ ให้ลาภก็ได้ มีเนื้อหาสรุปว่า ปริยา (ขอสงวนนามสกุล) ได้รับพระมหาสิริราชธาตุจากพี่สาว มาสวมคอไว้ประมาณ 2-3 วัน หลังจากที่เข้ารับการผ่าตัดสันหลังและมาพักรักษาตัวที่บ้าน ในตอนกลางคืนได้สวดมนต์สรรเสริญองค์พระมหาสิริราชธาตุ แต่ยังรู้สึกกลัวพญานาคที่เคยฝันถึงเมื่อคืนแรกที่กลับมารักษาตัวที่บ้าน เมื่อสะดุ้งตื่นรู้สึกว่าพระมหาสิริราชธาตุที่คล้องอยู่หายไป กลับไปแขวนอยู่ที่หัวเตียง จึงได้กล่าวขอโทษ ปรากฎว่าฝันเห็นเลข 3 ตัว นำไปเสี่ยงโชคแล้วได้ลาภ

ในหนังสือเล่มนี้ยังมีรางวัลพิเศษให้อีกด้วย เมื่อท่านเจ้าภาพประสพกับอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ของพระมหาสิริราชธาตุแล้ว เขียนเล่าเหตุการณ์ส่งมายัง โต๊ะรับเรื่องอานุภาพ พระมหาสิริราชธาตุ ในสภาธรรมกายสากล (หลังใหม่) ทุกวันอาทิตย์ หรือ กองบรรณาธิการ กัลยาณมิตร วรรณี ภูประเสริฐ สำนักกัลยาณมิตรสากล......ทุกท่านที่ส่งเรื่องมาเพื่อคัดเลือกตีพิมพ์ในหนังสือ "อานุภาพ พระมหาสิริราชธาตุ" นอกจากจะได้สร้างทานแล้ว จะได้รับรางวัลพิเศษเป็นภาพสี่สี สวยงาม มีข้อความเขียนด้วยลายมือ "พระราชภาวนาวิสุทธิ์" หรือหลวงพ่อธัมมชโย นี่เป็นเรื่องที่บันทึกไว้เฉพาะเล่ม 10 เท่านั้น

เรื่องไหนเป็นคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าบ้าง??

ปัจจุบันหากดู DMC อยู่ก็ยังมีเรื่องพวกนี้อยู่เสมอ

เรื่องประเด็นการสืบทอด หรือเผยแพร่พระพุทธศาสนา เป็นเรื่องดี ผมเห็นด้วย โดยเฉพาะการชักจูงให้คนเข้าวัด เป็นคนดี ศึกษาพระพุทธศาสนา

หากเปรียบกับนโยบายต่าง ๆ ของทักษิณก็เป็นเรื่องดี ดีมากด้วย แต่เบื้องหลัง การสร้างโครงการเพื่อให้ญาติพี่น้อง หรือการเอื้อผลประโยชน์ให้กับผู้ใกล้ชิด และการหวังประโยชน์ จากทรัพยากรชาติ การผันเงินเข้ากลุ่มก๊วนของ (หรือเผลอ ๆ เป็นการฟอกเงินเสียด้วยซ้ำ)

อย่าให้ฉากหลังของธรรมกายเป็นอย่างที่ผมคิด และสงสัยเลย  :46:

(หากจะบอกว่าเป็นแผนการทำลายเจ้าอาวาส และธรรมกาย หรือเพื่อทำลายพระพุทธศาสนา จากศาสนาอื่นก็ได้นะ)

หากเป๋ไปไกลก็ขอโทษด้วยละกันครับ  :46:
[ว่างให้เช่า]

ยุนเอ



เรื่องไหนเป็นคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าบ้าง??   :46:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines