โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

iannnnn

+ จักรี ที่มาอธิบายให้เข้าใจ

จักรี

อ้างคำพูดจาก: TangMo เมื่อ 23 ก.พ. 2007, 21:02 น.
สมาธิในพระพุทธศาสนาแบ่งตามหลักการวางของใจ ได้ 3 แบบ คือ

1. สมาธินอกตัว  คือ วางใจไว้นอกตัว ไปเกาะกับสิ่งภายนอก

2. สมาธิในตัว คือ วางใจไว้ในตัว ตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย

3. สมาธิกลางตัว คือ วางไว้ที่ศูนย์กลางของร่างกาย ครับ   :25:



ไม่เป็นปัญหาครับ

เหมือนเราอยู่กรุงเทพ จะเดินทางไปเชียงใหม่
สามารถไปได้หลายวิธีครับ
1. บางคนไปทางทิศเหนือมุ่งตรงไปเชียงใหม่เลย
2. บางคนไปสายใต้ อ้อมโลก แล้วค่อยมาเชียงใหม่
3. บางคนนั่งเครื่องบินไป
4. บางคนขับรถ บางคนนั่งเรือ บางคนเดิน ฯลฯ

จะอย่างไรก็ตาม ถ้าเรามีเป้าหมายที่จะไปเชียงใหม่
ในไม่ช้าก็จะถึงครับ
ขอเพียงเราไม่ย่อท้อ ไปซะก่อน  :25:


สุดท้ายก็คือสมาธิครับ  

              สมาธิคือการที่สภาวะจิตรับรู้อารมณ์เดียว   ผู้ที่นั่งสมาธิจนได้ฌาณ ได้อภิญญา ทั้งหลาย ส่วนใหญ่เป็นอุปสรรค์ต่อการหลุดพ้นครับ  .....เมื่อมีฤทธิใครจะยอมทิ้งฤทธิ จริงมั้ยครับ....


             จะไปเชียงใหม่ ใยต้องวิ่งลงใต้ สุดท้ายก็ขึ้นเหนืออยุ่ดี
             แต่ถ้า จะไปเชียงใหม่แล้วคุณวิ่งลงใต้ที่บ้านผมเรียกว่า หลงครับ....
             หลงเพราะคิดว่า เชียงใหม่อยู่ใต้ หลงเพราะคิดว่าวิ่งลงใต้ก็ไปเชียงใหม่ได้
             ถ้าโชคดีอาจมีคนมาบอกทางแต่ถ้าโชคร้ายอาจหลงไปตลอดชีวิต.....(ทั้งนี้ ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเปิดใจรับฟังมันแค่ไหนด้วย..)....
             
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ยุนเอ

#842

บอกลุงหน่องเลยครับ

แกจะไปเชียงใหม่ เห็นแวะมากินข้าวที่สงขลาด้วย  :42:

// พี่แอน เอไม่เกี่ยวนะ  :40:

ที่จักกรีพูด อธิบายถึง ถ้าคุณเข้าใจคนทั้งโลก คุณจะเข้าใจตัวเองด้วยนะครับ   :40:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

เก้อ

พลาดกระจู๋แห่งความบันเทิงไปสิบหน้า  :08:

มารายงานตัวก่อนครับ  เดี๋ยวค่อยเล็งๆหาช่องเสียบ  :49:
I ROCK , THEREFORE I AM

จักรี

จริงๆประเด็นนี้ผมก็อยากอธิบายนะครับ  เพราะ ผมเป็นคนบอกว่าให้ออกมาดู ข้างนอกบ้าง 
คุณแตงโมก็เอามาพูดเรื่องการ เข้าใจตัวเองเข้าใจสังคมอะไรนั่น 
ซึ่งผมไม่ได้บอกว่าคุณต้องเข้าใจอะไรทุกอย่าง แต่ให้คุณรับฟังไว้บ้าง  ......... 
ออกมาดูแนวทางการปฎิบัติแบบอื่นบ้างอาจเห็นจุดบกพร่องของตัวเอง

ซึ่งผมทำแล้ว  แล้วก็เห็นจริงตาเหตุปัจจัยด้วย ผมถึงบอกได้ไงว่า
ปฎิบัติสมถะอย่างเดียวมันไม่มีทางถึงนิพพานได้
แต่ถ้าใครบอกว่าได้ก็แสดงว่า บิดเบือน....

  ที่บอกว่านั่งสมาธิแล้วอารมณ์จับแต่สิ่งเดียว มันไม่มีปัจจัยที่ทำให้ หลุดพ้น ละทิ้งได้  มีแต่จะยึดติด
แต่ถ้าบอกว่าปฏิบัติแล้ว สามารถได้ฌาณสมบัติ ได้อภิญญา ก็ว่าไปอย่าง....

มีคนเคยบอกว่า นั่งสมาธิ สามาถมองเห็น อันนุ้นได้อันนี้ได้ สามารถระลึกชาติได้
สามารถ มีพลังจิต อะไรต่างๆนานา   ผมว่าอาจจะจริงก็ได้ เพราะ ตามเหตุปัจจัยของการ
เอาจิตไปจับกับสิ่งใดนานๆ ฝึกเป็นแรมปี อาจจะทำได้จริง เพราะ มีผู้ปฎิบัติหลายท่านทำได้
จนเรียกว่าฌาณ    แต่อย่างไรก็ตามที นั่นไม่ใช่จุดประสงค์หลักของ นิพพาน ......
ไม่เกี่ยวกันเลยอาจจะดูว่าตรงข้ามกันด้วยซ้ำ   เพราะนิพพานคือ หลุดพ้น ปล่อยวาง มองทุกสิ่ง
เป็นเรื่องไม่เที่ยง ไม่มีตัวตน ไม่ใช่ของของเรา ....สรุปคือปลดปลง....
ที่พระพุทธเจ้าสอนสมถะสมาธิ ก็เพื่อให้ปูพื้นฐานของการปฏิบัติกรรมฐานต่อไปได้  และที่ ปัจจุบันมีการสอนให้ทำสมาธิ ก็เพื่อทำให้จิตใจสงบ มีสมาธิในการทำงาน เรียน ฯลฯ  แต่สำหรับผู้หวังนิพพาน แค่นี้มันไม่พอ....

         

              แล้วเรื่องที่ผมอธิบาย ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเข้าใจทุกคน แต่ให้คุณดูแนวโน้มของสังคม
ว่า จริตของคนในสังคมนี้เป็นไปในแนวไหน แล้วก็อธิบายไปในทางที่เขาสามารถรับได้แล้วเข้าใจได้
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

แอ๊ะ

อ้างคำพูดจาก: ชาร์ป เมื่อ 23 ก.พ. 2007, 16:07 น.
พี่เชื่อว่าทำบุญแล้วได้บุญหรือป่าวครับ
เพราะบทความนั้นเป้นการตอบคำถามของคนที่เชื่อเรื่อง ทำบุญได้บุญ

พี่ว่า พระพุทธศาสนาต่างจากจตุคามรามเทพ ยังไงครับ

พี่จะให้ตอบเรื่องคำสอนของพระพุทธเจ้าเรื่องไหนละ ครับ
ประเด็นของข่าวผมตอบไปแล้ว


องุ่นเปรี้ยว ที่เข้าวัดเยอะครับ  :22:


อ้างอิง
ทุ่มสุดฤทธิ์ ปิดเจดีย์ !! สร้างผลบุญแลกวัตถุ

หลายวันมานี้ กระแสต่อต้านเรื่องการขายบุญ ดูจะเป็นประเด็นที่น่าสนใจ ไม่เพียงสื่อมวลชนสายหนังสือพิมพ์เท่านั้น แต่ทั้งวิทยุและโทรทัศน์ ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่อง การบอกบุญของวัดพระธรรมกาย ที่ถูกเรียกขานว่า เป็นการขายบุญมากขึ้น 

วัดพระธรรมกายเขาคิดอย่างไรกันแน่ กระทั่งผู้คนทั่วไปนั้นเขารู้สึกกันอย่างไร ไม่เพียงแต่ประเด็นนี้เท่านั้น หากใครได้อ่านหนังสือที่ชื่อว่า "อานุภาพ พระมหาสิริราชธาตุ" ซึ่งเป็นหนังสือที่ทางวัดพระธรรมกายพิมพ์ออกมาแจกจ่ายแก่สมาชิก จนปัจจุบันนี้ก็ 11 เล่มเข้าไปแล้ว แต่ละเล่มนั้นจะพิมพ์ประมาณ 50,000 เล่มโดยเป็นลิขสิทธิ์ของมูลนิธิธรรมกาย แต่ละครั้งนั้นจะแตกต่างกันในเรื่องของที่จัดพิมพ์ อย่างเล่ม 10 นั้นพิมพ์ที่บริษัทอิมพาวเวอร์ (Impower) จำกัด เล่ม 9 พิมพ์ที่ บริษัทฐานการพิมพ์ เป็นต้น สนนราคาการพิมพ์ต่อเล่มประมาณเล่มละ 5 บาท

ในหนังสือดังกล่าวนี้ทางมูลนิธิจะบรรจุคำสอนของพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือหลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เรื่องราวความเป็นไปของบุคคลสำคัญๆของวัดอย่าง อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เรื่องราวของพระมหาสิริราชธาตุ "พระธรรมกายของขวัญ" อันเป็นที่มาของพระคะแนนแต่ละรุ่น รวมไปถึงเรื่องของของอานุภาพ พระมหาสิริราชธาตุ

ที่น่าเสียดายก็คือ หาได้เน้นคำสอนของพุทธองค์ที่จะไปถึงทางดับทุกข์ไม่ การนำพาประชาชนไปสู่เหตุแห่งการดับทุกข์อย่างแท้จริงจึงไม่มี พระมหาสิริราชธาตุแต่ละรุ่นแต่ละแบบแล้วแต่คะแนนที่ผู้นำบุญทำได้นั้น วัดพระธรรมกายโฆษณาไว้ในฉบับ 10 หน้า 37 ว่า พระคะแนน สุด สุด เป็นฤทธิธาตุ คือธาตุมีฤทธิ์มาประชุมรวมกันยาวนานกว่า 200 ล้านปี มีอานุภาพทั้งบุญฤทธิ์และอิทธิฤทธิ์ พระรุ่นนี้กรอบทำด้วยทองคำ ที่ใต้ฐายขององค์พระมีอักขระพิเศษจารึกว่า ดูดทรัพย์ž (นับอนันต์) พระคะแนน สุดฤทธิ์ ทำมาจากรัตนชาติที่หาได้ยาก เกิดขึ้นยาก ใช้เวลานานหลายร้อยล้านปี มีลักษณะคล้ายมณีสีน้ำเงิน (Lapis) แต่ทรงคุณค่าและสวยงามยิ่งกว่ามีสีน้ำเงินแซมขาว เหมือนเมฆขาวพราวฟ้าครามในทะเล จึงได้ชื่อว่า "น้ำเงินจักรพรรดิ" (Imperial Blue)

พระคะแนน สุดฤทธิ์พิเศษ ทำมาจากวัตถุธาติชนิดเดียวกันกับพระคะแนน สุดฤทธิ์ แต่มีลักษณะพิเศษสุดสวยเด่น สง่างามมากกว่า พระคะแนน สุดเดช ทำจากวัตถุธาตุที่ดีที่สุด ซ้อนวิชชาธรรมกายที่ดีที่สุด เพื่อมอบให้คนที่ดีที่สุดในวันที่ดีที่สุด ในหนังสือเล่ม 10 ยังมีตัวอย่างของอานุภาพพระมหาสิริราชธาตุด้วยกันทั้งสิ้น 9 เรื่องประกอบด้วย เรื่องที่ 82 ชื่อว่า ได้งานทำตามคำอธิษฐาน เนื้อหาโดยสรุปมีว่า วัชรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) สำเร็จปริญยาโทมาจากต่างประเทศ แต่ยังหางานทำไม่ได้ สุดท้ายได้เข้ารับการ มภาษณ์ถึง 4 ครั้งที่บริษัทแห่งหนึ่ง โดยไม่มีวี่แววหรือท่าทีว่าจะได้รับการตอบรับ มารดาของเขาจึงทำสมาธิ อธิษฐานจิตต่อพระมหาสิริราชธาตุและได้งานทำเป็นอัศจรรย์ยิ่งนัก

หรือเรื่องที่ 83 เกือบจะสายเกินไป เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากการชี้แจงของนักข่าวหนังสื่อพิมพ์ประจำจังหวัดปทุมธานี ที่เปลี่ยนแปลง ปรัธยาน์ภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) ให้มีสัมมาทิฏฐิ ทำให้มีโอกาสสร้างพระธรรมกายประจำตัวที่แกนกลางมหาธรรมเจดีย์ และได้นำพระมหาสิริราชธาตุไปอธิษฐานทำน้ำมนต์ให้บิดามารดาดื่มจนหายป่วยจากโรคที่เป็นมานานเต็มที บิดาเธอยังเล่าให้ฟังด้วยว่า เมื่อสมัยที่หลวงพ่อวัดปากน้ำยังมีชีวิตอยู่ ได้อาราธนาพระพุทธเจ้ามาให้คนเห็นด้วยตาด้วย อัศจรรย์ยิ่งนัก !!! หรือ

เรื่องที่ 84 หายป่วยได้ทันทีที่สร้างพระแกนกลาง วัชรพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) เล่าว่าพ่ออายุ 85 ปีป่วยเป็นโรคชรา อาการคล้ายคนใกล้จะตาย จึงชวนพี่สาวให้สร้างพระแกนกลางให้พ่อ แต่พี่สาวปฏิเสธบอกเพียงว่าสร้างพระองค์ละ 1 หมื่นบาทแล้ว จึงได้อธิษฐานจิตขอให้พี่สาวเปลี่ยนใจและตกลงทำบุญให้พ่อ ซึ่งก็ได้ผล เมื่อสร้างพระแกนกลางแล้วปรากฎว่าอาการพ่อดีจนเป็นปกติ

เรื่องที่ 85 เรื่องเหลือเชื่อของครอบครัวผู้มีบุญ โสภิณ (ขอสงวนนามสกุล) ทราบข่าวเหตุการณ์อัศจรรย์ตะวันแก้ว จึงได้มาที่วัดสร้างองค์พระให้สามี 1 องค์ ปรากฎว่าวันรุ่งขึ้นที่ร้านนั้นขายของดีมากและขายดีขึ้นเรื่อยๆจึงทำบุญเพิ่มอีก 3 องค์ ให้พ่อแม่และตัวเอง ต่อมาพ่อป่วยหนักต้องเข้าโรงพยาบาล ได้นำภาพพระมหาสิริราชธาตุไปวางไว้หัวเตียงพ่อที่โรงพยาบาล และบอกเรื่องการทำบุญให้รับรู้ พร้อมทั้งสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุอธิษฐานจิตให้พ่อและผู้ป่วยในนั้นทุกคนหลังจากนั้นพ่อกลับบ้านได้ รวมทั้งผู้ป่วยทุกคนในห้องนั้นด้วย

เรื่องที่ 86 ชื่อว่าเพียงภาพก็ช่วยให้ขายจองได้เงินทำบุญ โดย สุชิน (ขอสงวนนามสกุล) เล่าว่า ได้รับการชักชวนจากเพื่อนให้สร้างองค์พระที่แกนกลางอยากได้พระของขวัญ จึงอธิษฐานขอพรจากภาพพระมหาสิริราชธาตุที่ปกหนังสือเพื่อให้ขายลูกคิดได้เงินมากๆ ภายในวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นสามารถขายได้กำไรเป็นเงินแสนกว่าบาท ได้นำเงินมาทำบุญสร้างพระที่แกนกลางและพระธรรมกายประจำตัวให้ทุกคนในครอบครัว

เรื่องที่ 87 ช่วยเตือนสติเจ้าของ เรื่องนี้ เพียงเพ็ญ (ขอสงวนนามสกุล) เล่าว่า มีภาระต้องเลี้ยงดูหลานชายอายุ 6 เดือน ทำให้มีเวลานั่งสมาธิน้อยลง เวลานอนหลับทีไรรู้สึกเหมือนมีงูมาจิกที่ฝ่าเท้า คืนหนึ่งตื่นขึ้นมาเจองูตัวใหญ่เลื้อยมาขดตัวอยู่ใกล้ๆ เมื่อได้ยินเสียงผู้คนร้องอย่างตื่นตระหนก งูก็เลื้อยหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทั้งที่บ้านติดมุ้งลวดโดยรอบ ทำให้เพียงเพ็ญเชื่อมั่นว่า พญานาคมาเตือนให้เธอขยันนั่งสมาธิให้มากขึ้น

เรื่องที่ 88 กำลังใจจากพระมหาสิริราชธาตุ เรื่องมีอยู่ว่า ด้วยอานุภาพขององค์พระมหาสิริราชธาตุ ได้เปลี่ยนสีเป็นสีชมพูทั้งองค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ พรรณพิมพ์ (ขอสงวนนามสกุล) ในการเป็นผู้นำบุญชักชวนคนมาสร้างพระธรรมกายประจำตัว

หรือเรื่องสุดท้ายในเล่มนี้ก็คือ เรื่องที่ 89 พูดก็ได้ ให้ลาภก็ได้ มีเนื้อหาสรุปว่า ปริยา (ขอสงวนนามสกุล) ได้รับพระมหาสิริราชธาตุจากพี่สาว มาสวมคอไว้ประมาณ 2-3 วัน หลังจากที่เข้ารับการผ่าตัดสันหลังและมาพักรักษาตัวที่บ้าน ในตอนกลางคืนได้สวดมนต์สรรเสริญองค์พระมหาสิริราชธาตุ แต่ยังรู้สึกกลัวพญานาคที่เคยฝันถึงเมื่อคืนแรกที่กลับมารักษาตัวที่บ้าน เมื่อสะดุ้งตื่นรู้สึกว่าพระมหาสิริราชธาตุที่คล้องอยู่หายไป กลับไปแขวนอยู่ที่หัวเตียง จึงได้กล่าวขอโทษ ปรากฎว่าฝันเห็นเลข 3 ตัว นำไปเสี่ยงโชคแล้วได้ลาภ

ในหนังสือเล่มนี้ยังมีรางวัลพิเศษให้อีกด้วย เมื่อท่านเจ้าภาพประสพกับอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ของพระมหาสิริราชธาตุแล้ว เขียนเล่าเหตุการณ์ส่งมายัง โต๊ะรับเรื่องอานุภาพ พระมหาสิริราชธาตุ ในสภาธรรมกายสากล (หลังใหม่) ทุกวันอาทิตย์ หรือ กองบรรณาธิการ กัลยาณมิตร วรรณี ภูประเสริฐ สำนักกัลยาณมิตรสากล......ทุกท่านที่ส่งเรื่องมาเพื่อคัดเลือกตีพิมพ์ในหนังสือ "อานุภาพ พระมหาสิริราชธาตุ" นอกจากจะได้สร้างทานแล้ว จะได้รับรางวัลพิเศษเป็นภาพสี่สี สวยงาม มีข้อความเขียนด้วยลายมือ "พระราชภาวนาวิสุทธิ์" หรือหลวงพ่อธัมมชโย นี่เป็นเรื่องที่บันทึกไว้เฉพาะเล่ม 10 เท่านั้น

เรื่องไหนเป็นคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าบ้าง??

ผมเห็นด้วยกับแตงโมในประเด็นชาวพุทธต้องมีศรัทธา และปัญญา

อ้างคำพูดจาก: TangMo เมื่อ 23 ก.พ. 2007, 18:13 น.
ชาวพุทธต้องประกอบด้วย ทั้งปัญญา และ ศรัทธา ในสัดส่วนที่พอดี ครับ  :25:

เพราะถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป จะไม่ใช่ชาวพุทธที่สมบูรณ์แบบครับ

คือ ถ้ามีแต่ ปัญญา แต่ไม่มีศรัทธา
      จะมีลักษณะแบบ นักวิชาการ ที่คิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่างในพระไตรปิฏก แต่ไม่เชื่อว่าพระพุทธเจ้ามีจริง
      ในพระไตรปิฎกเป็นคำกล่าวของพระพุทธเจ้าจริง แต่เป็นคำกล่าวของนักคิดที่เก่งมากๆ คนหนึ่งเท่า
      นั้น  :26:


       ถ้ามีแต่ ศรัทธา แต่ไม่มีปัญญา
       จะมีลักษณะแบบพวกที่หลงงมงาย พวกที่เที่ยวไปขูดต้นไม้ ไปไหว้สิ่งที่ผ่าเหล่าออกมา ไปไหว้นั่น
      ไหว้นี่ ที่ไม่ใช่รัตนตรัย (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์)   :07:

เพราะฉะนั้น ชาวพุทธต้องประกอบด้วย ศรัทธา และ ปัญญาครับ

เอ่อ...... เอ ครับ ที่ผมตอบประเด็นที่ 2 มี แปร่งๆ ดรงไหนบ้างครับ จะได้อธิบายเพิ่มเติมครับ

แต่ทำไมธรรมกายถึงพยามสร้างเรื่องราวปาฏิหาริย์ หรือเรื่องราวที่ผมไม่คิดว่ามันก่อให้เกิดปัญญา ก่อเกิดเพียงแค่ศรัทธา และเป็นศรัทธาที่ก่อให้เกิดความงมงาย ผลของมันในแง่ของความคิดไม่ได้แตกต่างจากการไปขูดต้นไม้เพื่อขอหวย หรือการขอให้จตุคามรามเทพคุ้มครองเลย

ประเด็นเรื่องข่าว ถ้าผมสนใจผมคงยกเรื่องสมัยที่เริ่มสร้างวัดแล้วขัดแย้งกับชาวนาระแวกนั้น หรือกรณีเจ้าอาวาสมั่วสีกา หรือกรณีการเบียดบังสมบัติวัดไปใส่ชื่อของตัวเอง

เรื่องอภินิหารหรือปาฏิหาริย์ในมุมมองผมไม่ใช่เรื่องแปลก เรื่องบุญเรื่องบาปเหมือนกัน แต่ที่แปลกก็คือการหยิบเอาส่วนที่เป็นสิ่งเปราะบางในจิตใจคนมาใช้เป็นเครื่องมือ อันนี้ต่างหากที่ผมสนใจ หากไปศึกษาหนังสือของท่านพุทธทาส หรือท่านอื่น ๆ ที่ไม่ได้เน้นการทำบุญแล้วได้ผลตอบแทน ลองดูเถอะว่ามันต่างกันอย่างไร หากจะบอกว่าคนไทยยังตัดเรื่องนี้ไม่ขาด หรือคนเรามีความสามารถรับรู้ได้ไม่เท่ากัน ก็แล้วแต่จะคิด

ผมเชืยว่าคนที่ไปธรรมกายไม่ใช่คนโง่ แต่ผมก็เชื่ออีกเหมือนกันว่าคนทุกคน มีความกลัวความไม่มั่นคง ไม่มั่นใจ ต้องการที่พึ่ง โดยเฉพาะที่พึ่งที่จับต้องได้ ไปได้ง่าย นั่นแหละเป็นแผนการตลาดที่ดำเนินกับบุญ บาป นิพพาน โดยอาศัยปาฏิหาริย์ อภินิหาร พระไตรปิฎก และพระพุทธเจ้า
[ว่างให้เช่า]

เต่ามาก

ธรรมกายทำถนนทางเข้าบ้านผมรถติดครับ  :23:

ตอนเย็นๆ 5 - 6 โมง รถติดบรรลัยเลย
เส้นบางขัน-หนองเสือ ก่อนถึง u-turn หน้าธรรมกาย
มันเกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย แค่ 1 กิโล รถติด ครึ่งชั่วโมง  :07:


มันพึ่งจะมาเป็นช่วง 3-4 เดือนนี่เอง  :05:

iannnnn

โลตัสก็ทำถนนบ้านตูรถคิดเหมือนกันแหละ

จักรี

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

เดอะบุ๋ม

อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 24 ก.พ. 2007, 15:43 น.
โลตัสก็ทำถนนบ้านตูรถคิดเหมือนกันแหละ


รถบ้านพี่แอน
ท่าทางจะฉลาด   คิดได้ด้วย :21:

TangMo

#850
ครึกครื้นกันอีกรอบ  :42:


อ้างอิงดังนั้นคุณควรทำความเข้าใจกับคนที่คุณจะอธิบายให้มากกว่านี้ ครับ............

:46:  ขอบคุณจักกรีครับที่ช่วยอธิบาย

คราวหลังจะพยายามอธิบายให้มากกว่านี้ครับ  :45:

ที่จริง หน้าที่ 54  :25: ก็คิดว่าอธิบายไปได้ 2 ข้อแล้วครับ แต่ไม่รู้ว่าเข้าใจกันหรือเปล่า  :09:

มีอะไรก็ช่วยๆ กันอธิบายครับ จะได้แบ่งปันข้อมูลซึ่งกันและกัน   :25:


อ้างอิงปฎิบัติสมถะอย่างเดียวมันไม่มีทางถึงนิพพานได้
แต่ถ้าใครบอกว่าได้ก็แสดงว่า บิดเบือน....

อ้างอิงที่บอกว่านั่งสมาธิแล้วอารมณ์จับแต่สิ่งเดียว มันไม่มีปัจจัยที่ทำให้ หลุดพ้น ละทิ้งได้  มีแต่จะยึดติด
แต่ถ้าบอกว่าปฏิบัติแล้ว สามารถได้ฌาณสมบัติ ได้อภิญญา ก็ว่าไปอย่าง....

^
^
^
2 ประโยค นี้ ดูขัดๆ ยังไงไม่รู้ครับ  :42:

ตามความเห็นของผมเกี่ยวกับเรื่องของสมถะกับปัสสนานะครับ

ผมว่า ต้องผ่าน สมถะ ก่อนแล้วจึงจะถึง วิปัสสนา
เหมือนเราขึ้นตึกสูงน่ะครับ คือต้องผ่านชั้น 1 ชั้น 2 ก่อนถึงจะถึงชั้นที่สูงๆขึ้นไปครับ (ส่วนใครจะขึ้นเร็วขึ้นช้า จะเดิน หรือขึ้นลิฟท์ จะนั่งเครื่องบินอะไรก็แล้วแต่ จะต้องผ่านระดับชั้นที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 เป็นชั้นๆ ไปครับ)

อยู่ชั้น1 แล้วโดดไปชั้น 10 โดยไม่ผ่านระดับของชั้น 1 ,2, 3 ไปไม่ได้ครับ
   
เพราะว่า สมถะ แปลว่า สงบ
             วิปัสสนา แยกมาจากคำว่า 
                                                 วิ        แปลว่า วิเศษ, แจ้ง, ต่าง
                                                 ปัสสนา แปลว่า การเห็น
             เพราะฉะนั้น วิปัสสนา แปลว่า การเห็นแจ้ง


ซึ่งก่อนที่เราจะไปถึงวิปัสสนา ก็ต้องผ่าน สมถะก่อนครับ
คือใจของเราจะต้อง สงบก่อน แล้ว จึงจะเห็นแจ้ง ครับ

ซึ่งการที่ใจของเราสงบ ที่จักรี พูดบ่อยๆ น่ะครับ ผมว่ามันเป็น สมถะ ครับ
แต่ถ้าใจเราสงบ มากๆเข้า ก็จะไปถึงวิปัสสนาเองครับ  :33:

และที่จักรีบอกว่า
อ้างอิงนั่งสมาธิแล้วอารมณ์จับแต่สิ่งเดียว มันไม่มีปัจจัยที่ทำให้ หลุดพ้น ละทิ้งได้  มีแต่จะยึดติด

จักรีลองนึกดูดีๆ นะครับ
สมาธิทุกแบบ เค้าเรื่มต้นก็ต้องมีสิ่งที่ยึดของใจก่อนทั้งนั้นแหละครับ
ตัวอย่างเช่น   - แบบอานาปนสติ ก็ต้องเอาใจไปเกาะ (ยึด) กับลมหายใจ
                     - แบบอสุภะก็ต้องเอาใจไปเกาะ (ยึด) พิจารณาซากศพ ว่าไม่งาม
                     - แบบสติปัฏฐาน ก็ต้องเอาใจไปเกาะ (ยึด) พิจารณากาย เวทนา จิต ธรรม
                     - แบบยุบหนอพองหนอ ก็ต้องเอาใจไปเกาะ (ยึด) กับท้อง กับ การก้าวเดิน กับ ลมหายใจ
                     - แบบอาโลกสิณ (นึกถึงแสงสว่าง) ก็ต้องเอาใจไปเกาะ (ยึด) พิจารณากับดวงสว่าง
                     - แบบพุทธานุสติ (นึกถึงพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์) ก็ต้องเอาใจไปเกาะ (ยึด) กับ
                        พระพุทธเจ้า พระพุทธรูป เป็นอารมณ์ครับ
                     - ฯลฯ

ซึ่งสมาธิทุกแบบก็ต้องมีสิ่งยึดเกาะของใจก่อนครับ
เพราะใจของเราเปรียบเหมือนลิง คือ ลิงมันไม่หยุดนิ่ง ชอบวิ่งส่ายไปมา
ต้องหาหลักยึดเกาะของใจก่อนครับ
(โดยสรุปแล้ว จะเอาอะไรมาเป็นหลักยึดเกาะของใจก็ได้ครับ ที่เรานึกแล้วใจสบาย มีความสุข นึกแล้วไม่ก่อให้เกิดจิตที่เป็นอกุศลครับ)
(เพราะฉะนั้นการทำสมาธิ เป็นสิ่งที่ง่ายนิดเดียว เพียงแค่ทำใจของเราให้หยุดนิ่งเฉยๆ อย่างเบา สบายครับ)

เมื่อใจของเราสงบมั่นคงดีแล้ว ก็ค่อยๆ ปล่อย สิ่งที่เราใช้เป็นที่เกาะของใจ
เหมือนเราพายเรือ (คือนิมิตที่เราเอาใว้ให้ใจยึดเกาะ) เมื่อเราพายเรือไปถึงฝั่งแล้ว เราก็ทิ้งเรือไว้ที่ชายหาด ไม่ต้องไปแบกเรือขึ้นไปบนฝั่ง ครับ

.............  ขออธิบายเรื่องสมถะ วิปัสสนา คร่าวๆ แค่นี้ก่อนนะครับ  :33:




ตอบ -ae- ครับ
อ้างอิงแต่ทำไมธรรมกายถึงพยามสร้างเรื่องราวปาฏิหาริย์ หรือเรื่องราวที่ผมไม่คิดว่ามันก่อให้เกิดปัญญา ก่อเกิดเพียงแค่ศรัทธา และเป็นศรัทธาที่ก่อให้เกิดความงมงาย ผลของมันในแง่ของความคิดไม่ได้แตกต่างจากการไปขูดต้นไม้เพื่อขอหวย หรือการขอให้จตุคามรามเทพคุ้มครองเลย


ผมว่าหลักคำสอนส่วนใหญ่ที่อยู่ในใจของชาวพุทธทุกคน คือ หลักการของชาวพุทธครับ
คือ ละเว้นความชั่ว ทำแต่ความดี ทำใจให้ผ่องใส ครับ

ผมว่า 3 หลักการนี้ คงอยู่ในใจของทุกคนที่ได้ไปเข้าวัดฟังธรรมครับ
ลองสังเกตบุคคลรอบข้าง -ae- ดูซิครับ ว่าเป็นอย่างนี้หรือเปล่า   :26: ....... ถ้าเป็นผมว่าน่าอนุโมทนานะครับ  :46:

ถ้าไม่มี หลักการ 3 อย่างข้างต้นนี้ ผมว่า .......... งมงาย ครับ (คือมีแต่ศรัทธา แต่ขาดปัญญาครับ)    :33:



อ้างอิงธรรมกายทำถนนทางเข้าบ้านผมรถติดครับ 

ตอนเย็นๆ 5 - 6 โมง รถติดบรรลัยเลย
เส้นบางขัน-หนองเสือ ก่อนถึง u-turn หน้าธรรมกาย
มันเกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย แค่ 1 กิโล รถติด ครึ่งชั่วโมง 


มันพึ่งจะมาเป็นช่วง 3-4 เดือนนี่เอง 


ผมว่า tao ลองสังเกต สาเหตุที่ทำให้รถติดก่อนใหม๊ครับ

ว่า  1. แถวนั้นถนนเล็ก หรือเปล่า
     2. มีหมู่บ้านจัดสรร ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด หรือเปล่า
   
ถ้าใช่  .......   ผมว่ามันก็น่าติด นะครับ  :33:




iSharp

คนเราเกลียดหน้ากันแล้ว ต่อให้พูดความริง พูดเพราะๆ ก็ไม่ยอมฟัง

การอ่านตำราว่ายน้ำอย่างเดียว ไม่ใช่ว่าจะทำให้ ว่ายน้ำเป็น
ผู้อ่านต้องเอาตัวเองลงสระ แล้วฝึกว่ายน้ำ ไปด้วย

นักโทษ ที่ไม่ได้ทำความผิดเลย ต่อให้เค้าแก้ตัวยังไง มีหลักฐานขนาดไหน แต่เมื่อโดนตัดสินว่าผิดแล้วก็หมดประโยชน์

การเติมน้ำลงขวด ต้องเปิดขวดก่อนจึงจะเติมน้ำได้
ไม่ว่าเติมน้ำไปมากขนาดไหน แต่ไม่ยอมเปิดขวด
ยังไงๆ น้ำก็ไม่เต็มขวด

ดวงอาทิตย์แม้มีอยู่จริง แต่ไม่ยอมลืมตามองก็มองไม่เห็น

ลูกเมื่อมองไม่เห็นพระคุณของพ่อแม่ ก็ย่อมสามารถฆ่าได้แม้แต่พ่อแม่

สุนัขเมื่อมีความหิวมากๆเข้าแล้ว แม้แต่เจ้าของที่เคยดูแลเลี้ยงดูมา
ความหิวก็บังหน้า สามารถกัดเจ้าของได้

พระเทวทัต เมื่อมีความเกลียด อิจฉา เคียดแค้น ในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว
ย่อมไม่เห็น พุทธคุณ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อยู่

แม้สิ่งที่อธิบายคือ ความจริง แต่ อคติ ขว้างกั้นอยู่
ต่อให้ เป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผล เป็นความจริง
ก็ไร้ค่า

** ไม่ได้พาดพิงใครนะครับ ถ้าโดนใครก็ขอประทานโทษด้วยนะครับ ไปอ่านเจอมา  :42:
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

iSharp

ประกาศผลสอบ
(ภาคภาษาต่างประเทศ)

รางวัลชนะเลิศ ภาคภาษาอังกฤษ/จีน

ชนะเลิศ รางวัลที่ 1
ฌอน  แอนดรู คีเฝอะนี
(ประธานชมรมพุทธฯ มหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด ชาวอเมริกัน)
ศูนย์สอบ "มหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด"
วัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

รองชนะเลิศ รางวัลที่ 2
หลี่  เสียน จื้อ
(เจ้าของกิจการรับเหมาก่อสร้าง ชาวสิงคโปร์)
ศูนย์สอบ "ศูนย์ปฎิบัติธรรมสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์"

รองชนะเลิศ รางวัลที่ 3
ร.ศ. หรู จิ้ง
(อาจารย์มหาวิทยาลัยเสฉวน ชาวจีนแผ่นดินใหญ่)
ศูนย์สอบ "วัดต้าฉือ มณฑลเสฉวน ประเทศจีน"

รองชนะเลิศ รางวัลที่ 3
(ครองร่วม คะแนนเท่ากัน)
  ไป๋ สู เจวียน
(นักบัญชี ชาวไต้หวัน ในอเมริกา)
ศูนย์สอบ "วัดฝ่า กวาง"
"วัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา"

รางวัลชนะเลิศ ภาคภาษาไทย/ลาว

ชนะเลิศ รางวัลที่ 1
ปิยวรรณ์  ติ๊บแก้ว
(ชาวไทยผู้บุกเบิกสร้างศูนย์บริสเบน)
ศูนย์สอบ "ศูนย์ปฎิบัติธรรมบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย"

รองชนะเลิศ รางวัลที่ 2
วิมลรัตน์  เปล่งเจริญศิริชัย
(ข้าราชการเนเธอร์แลนด์ ซี 7)
ศูนย์สอบ "วัดพุทธแอนเวิร์ป ประเทศเบลเยี่ยม"

รองชนะเลิศ รางวัลที่ 3
สุนีย์  วงษ์น้อย 
(ชาวไทยในเนเธอร์แลนด์)     
ศูนย์สอบ "วัดพุทธแอนเวิร์ป ประเทศเบลเยี่ยม"

รางวัลชมเชย ภาคภาษาไทย

รางวัลชมเชยอันดับ 1
ดวงกมล สุนทรขัณฑ์
(นศ.ทุน กพ.)
ศูนย์สอบ "วัดพระธรรมกายแคลิฟอเนีย"

รางวัลชมเชยอันดับ 2
  ดร.จรรยา แสงอรุณ
(ดร.จา ม.โตเกียว)
ศูนย์สอบ "ศูนย์ปฎิบัติธรรมโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น"

รางวัลชมเชยอันดับ 3
  เมธี เผ่าบุญมี
(โปรแกรมเมอร์ จากไมโครซอฟท์)
ศูนย์สอบ "วัดภาวนาอชิงตัน ซีแอตเติ้ล สหรัฐอเมริกา"
 
รางวัลชมเชยอันดับ 4
พันธ์วงค์ คุณธนวัฒน์
(นศ.ปริญญาเอก ม.กลาสโกว์)
ศูนย์สอบ "วัดธรรมปทีป ลอนดอน ประเทศอังกฤษ"
 
รางวัลชมเชยอันดับ 5
นฤมล โอภาสชวลิต
(วิศวกร)
ศูนย์สอบ "วัดเจริญภาวนาแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ"
 

 

รางวัลชมเชย ภาคภาษาลาว

รางวัลชมเชยอันดับ 1
สมบูรณ์ รัตนวิเศษ 
(รับจ้าง)
ศูนย์สอบ "วัดภาวนาเท็กซัส สหรัฐอเมริกา"   
 
รางวัลชมเชยอันดับ 2
นงนุช พูนสวรรค์
(ข้าราชการ)
ศูนย์สอบ "วัดภาวนาอชิงตัน ซีแอตเติ้ล สหรัฐอเมริกา"
 
รางวัลชมเชยอันดับ 3
บุนเที่ยง  ถาวรคำ
(พนักงานบริษัท)
ศูนย์สอบ "วัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนีย"
 
รางวัลชมเชยอันดับ 4
สุจินดา บริหาร
(พนักงานบริษัท)
ศูนย์สอบ "วัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนีย"
 
รางวัลชมเชยอันดับ 5
ท้าวริสุตา ดวงอะมอน
(คกก.สมาคมวัฒนธรรมไทย-ลาว-ญี่ปุ่น)
ศูนย์สอบ "วัดภาวนาคานากาว่า ประเทศญี่ปุ่น"
 


รางวัลชมเชย ภาคภาษาอังกฤษ

รางวัลชมเชยอันดับ 1
ดร. เฉิน หมิง หง 
(วิศวกรไฟฟ้า จบจากม. พริ๊นซตั้น)
ศูนย์สอบ "วัดภาวนาเท็กซัส สหรัฐอเมริกา"
   
รางวัลชมเชยอันดับ 2
ไอว่อน ตาน
(เจ้าของบริษัท)
ศูนย์สอบ "ศูนย์ปฏิบัติธรรมสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์"

รางวัลชมเชยอันดับ 3
ผศ. วัจนา สุริยธรรม   

(อาจารย์นิคกี้ นศ.ปริญญาเอก ม.วอริก อังกฤษ)
ศูนย์สอบ "วัดพระธรรมกายลอนดอน ประเทศอังกฤษ"

รางวัลชมเชยอันดับ 4
ดูมินิ กุลาทังกา
(ชาวศรีลังกา)
ศูนย์สอบ "ศูนย์ปฏิบัติธรรมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศสหรัฐอารับเอมิเรตส์"

รางวัลชมเชยอันดับ 5
แมทธิว ไฮน์ดอร์ฟ
(อดีต มิชชันนารี นิกายมอร์มอน)
ศูนย์สอบ "ศูนย์ปฏิบัติธรรมบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย"



รางวัลชมเชย ภาคภาษาจีน
 
รางวัลชมเชยอันดับ 1
หวั่ง ขั่น หรู
(นักศาสนศึกษา ปริญญาโทพุทธศาสนา ม.จงฮวา)
ศูนย์สอบ "ศูนย์ปฏิบัติธรรมไทเป ประเทศไต้หวัน"

รางวัลชมเชยอันดับ 2
เซี่ย หนาน เหิง
(ธุรกิจส่วนตัว ผู้ช่วยแพทย์)
ศูนย์สอบ "ศูนย์ปฏิบัติธรรมสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์"

รางวัลชมเชยอันดับ 3
ม่า อวี้ เจี้ยน 
(ที่ปรึกษาด้านกายภาพบำบัดในโรงพยาบาล)
ศูนย์สอบ "ศูนย์ปฏิบัติธรรมสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์"

รางวัลชมเชยอันดับ 4
เติ้ง หง หรง
(มัคคุเทศก์)
ศูนย์สอบ "วัดต้าฉือ มณฑลเสฉวน ประเทศจีน"

  รางวัลชมเชยอันดับ 5
จาง เจ้า หลง
(แพทย์แผนจีน)
ศูนย์สอบ "ศูนย์ปฏิบัติไทเป ประเทศไต้หวัน"

หรือไปอ่านที่นี่ก็ได้ครับผม http://www.dmc.tv/pages/scoop/500221_World_PEC_announcement.html
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

ยุนเอ

อ้างอิงผมว่าหลักคำสอนส่วนใหญ่ที่อยู่ในใจของชาวพุทธทุกคน คือ หลักการของชาวพุทธครับ
คือ ละเว้นความชั่ว ทำแต่ความดี ทำใจให้ผ่องใส ครับ

ผมว่า 3 หลักการนี้ คงอยู่ในใจของทุกคนที่ได้ไปเข้าวัดฟังธรรมครับ
ลองสังเกตบุคคลรอบข้าง -ae- ดูซิครับ ว่าเป็นอย่างนี้หรือเปล่า   เกย์แอบ ....... ถ้าเป็นผมว่าน่าอนุโมทนานะครับ  ไหว้

ถ้าไม่มี หลักการ 3 อย่างข้างต้นนี้ ผมว่า .......... งมงาย ครับ (คือมีแต่ศรัทธา แต่ขาดปัญญาครับ)

ไม่เห็นจะตอบปัญหาที่พี่ -ae- ถามไว้เลยครับ
แค่อธิบายเรื่องที่มันเป็นความจริงของพุทธศาสนาอยู่แล้ว  :08:

คือไม่ได้ช่วยให้เข้าใจมากขึ้นใน ประเด็น ที่พี่เค้าถามเลยอะครับ

แล้วการยกคำภีร์นอสดราตรามุสมาเป็นตอนๆ บทๆ
แล้วอธิบายบท ไม่เห็นช่วยให้เข้าใจมากขึ้นเลยครับ

นอกจาก อึ้ง ทึ่ง ว่าโอ้ พระเจ้าจอร์ชมันยอดมาก แล้วก็เกาหัวแกรกๆ กลับไปนอนตีพุงต่อ
(แล้วก็บอกให้เข้าวัดอีกละซิ >.<)

อ้างอิง
แม้สิ่งที่อธิบายคือ ความจริง แต่ อคติ ขว้างกั้นอยู่
ต่อให้ เป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผล เป็นความจริง
ก็ไร้ค่า

พระธรรมที่ยกมาทั้งหลายแหล่นั้นมันถูกต้องในตัวของมันเองอยู่แล้วครับ

ที่ถกๆ กันอยู่ก็เพราะวิธีมันไม่ใช่

ที่เติมน้ำไม่เต็มซักที เพราะชาร์ปไม่ได้เติมน้ำเข้าขวดเลยครับ
เอาน้ำมาสาดใส่ขวดที่ละโครมใหญ่ๆ (เหมือนว่าจะเยอะ และครอบคลุม)
แต่ มันไม่ได้เติมน้ำในขวดเลย ทำให้ขวดเปียกเปล่าๆ ด้วย  :08:

ปากขวดที่ทุกคนยื่นจ่อรอให้เติมน้ำเลยไม่ได้รับการเติมซักที
เพราะ ชาร์ปหาปากขวดไม่เจอ ทั้งๆที่ ยื่นเข้าไปจะทิ่มตาอยู่แล้ว (อุปมานะครับ  :42:)

ลองวิธีที่เอเคยบอกไปหลายครั้งแล้ว คือ
ชาร์ปลองสมมุติตัวเองว่า
เป็นคนที่แอนตี้ธรรมกายมากๆ อ่านข้อความนี้ดูซิ เค้าน่าจะคิดยังไง
เป็นคนที่ไม่ได้ชอบไม่ได้เกลียดธรรมกายแต่อยากรู้พุทธศาสนา อ่านข้อความนี้ดูซิ เค้าน่าจะคิดยังไง
เป็นนักวิชาการที่่ตีความพระไตรปิฎก อ่านข้อความนี้ดูซิ เค้าน่าจะคิดยังไง
เป็นตัวเองดูซิ อ่านข้อความนี้ดูซิ ตัวเองน่าจะคิดยังไง

แล้วลองสรุปสาระ เหตุผล ว่าน่าจะเพราะอะไรหรืออย่างไร
การเป็นนักจิตวิทยาที่ดี ใช้หลักการณ์นี้ละครับ เพื่อเข้าถึงจิตใจของผู้ฟัง

และเข้าถึงจิตใจของตนเอง  :46:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

TangMo

อ้างอิงไม่เห็นจะตอบปัญหาที่พี่ -ae- ถามไว้เลยครับ
แค่อธิบายเรื่องที่มันเป็นความจริงของพุทธศาสนาอยู่แล้ว 

คือไม่ได้ช่วยให้เข้าใจมากขึ้นใน ประเด็น ที่พี่เค้าถามเลยอะครับ

ขอบคุณที่ชี้จุดที่สงสัยครับ

คือ ผมอยากให้ดูที่ผลของคนที่ไปวัด ครับ
      ว่าไปวัดฟังธรรมแล้ว เค้ามีหลักการของพระพุทธศาสนา(ละเว้นความชั่ว ทำแต่ความดี ทำใจให้บริสุทธิ์ )อยู่ในใจ + ปฏิบัติตามหลักการ หรือเปล่าครับ .......... ถ้าปฏิบัติตามผมว่าก็โอเคนะครับ
     
       แต่ถ้าไปวัดฟังธรรมแล้ว แต่ยังไม่มีหลักการ และปฏิบัติตาม ........ ผมว่ายังไม่ถือว่าประสบความสำเร็จครับ

       ผมว่ามันต่างกับ การไปขูดหาหวย , จตุคามรามเทพ ครับ

       

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines