โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

คนตาบอดข้างเดียว

ที่มันเละอย่างนี้ก็เพราะเราปล่อยให้พระชั่วลอยนวล
พระหย่อนธรรมวินัย ไปจนถึงพระที่เป็น ผู้ปกครองของพระเองบางทีก็หย่อนธรรมวินัยไปเสียเองด้วย
ถ้าเราไม่ทำอะไรก็ยิ่งแย่นะครับ
เพียงแต่ว่า การด่าหรือว่ากล่าวด้วยวาจารุนแรง เป็นวิธีที่ได้ผล หรือ ดี หรือไม่อย่างไร

วิธีที่ดีที่สุด คือ ผู้ใดที่เรียกตัวเองว่าเป็นพุทธศาสนิกชน ก็ควรจะต้องศึกษาหาความรู้ด้วยว่า ทำไมเราถึงเป็นพุทธศาสนิกชน  มันมีที่มาที่ไปอย่างไร
ศาสนาของเราคืออะไร
เหมือนกับว่า ถ้าเราไม่รู้ว่าในบ้านของเรามีสมบัติอะไรบ้างแล้ว  ใครมาขโมยสมบัติของเราไป เราก็ย่อมที่จะไม่รู้
แต่ถ้าเรารู้และเข้าใจทั้งหมด อะไรหายไปหรือผิดเพี้ยนไป เราก็จะรู้และเห็นได้อย่างชัดเจนครับ

ปัญหาส่วนหนึ่งก็มาจากฆารวาสอย่างเราที่ไม่เข้าใจพุทธศาสนาเพียงพอครับ
ในหมู่คนตาบอด คนตาบอดข้างเดียวได้เป็นราชา

iannnnn

ยิ่งมาถึงยุคจตุคามรามเทพอะไรนี่บูมแล้วตูล่ะยิ่งหน่าย :39:
คิดเห็นเหมือนกับท่าน ว. เลย ว่าจะเอาเทพใหม่มาโปรโมตอะไรกันอีกแล้ววะ

I’Boss

지금은 소ë...€ì‹œëŒ€ , 앞으로ë,, 소ë...€ì‹œëŒ€ , 영원히 소ë...€ì‹œëŒ€

Ah!

จตุคามรามเทพนี่ก็พุทธศาสนาด้วยเหรอครับ
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

iannnnn

ไม่อย่างเด็ดขาดครับ



เอาง่ายๆ แค่พระที่ห้อยคอ หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ๆ ที่มีปลุกเสกหลายๆ เวอร์ชั่นอะไรนั่นก็ไม่ใช่ศาสนาพุทธแล้วครับ
(อยากคุยประเด็นนี้กับคนที่เห็นต่างครับ จะมีไหมเนี่ย)

I’Boss

เคยฟังมาว่า พระที่ห้อยคอนั้นเอาไว้เตือนสติครับ เวลาจะทำอะไรผิดก็คิดถึงพระที่ห้อยอยู่ครับ
지금은 소ë...€ì‹œëŒ€ , 앞으로ë,, 소ë...€ì‹œëŒ€ , 영원히 소ë...€ì‹œëŒ€

Ah!

เอาไว้อุ่นใจเวลาแปลกที่แปลกทาง
ทำให้ไม่กลัวผีได้ด้วยครับ
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

แอ๊ะ

อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 19 ก.พ. 2007, 14:40 น.
ไม่อย่างเด็ดขาดครับ



เอาง่ายๆ แค่พระที่ห้อยคอ หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ๆ ที่มีปลุกเสกหลายๆ เวอร์ชั่นอะไรนั่นก็ไม่ใช่ศาสนาพุทธแล้วครับ
(อยากคุยประเด็นนี้กับคนที่เห็นต่างครับ จะมีไหมเนี่ย)

คือมันพันกันจนแยกกันไม่ออก ทั้งประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ และศาสนา
[ว่างให้เช่า]

คนตาบอดข้างเดียว

อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 19 ก.พ. 2007, 14:40 น.
ไม่อย่างเด็ดขาดครับ



เอาง่ายๆ แค่พระที่ห้อยคอ หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ๆ ที่มีปลุกเสกหลายๆ เวอร์ชั่นอะไรนั่นก็ไม่ใช่ศาสนาพุทธแล้วครับ
(อยากคุยประเด็นนี้กับคนที่เห็นต่างครับ จะมีไหมเนี่ย)

แรกๆเขาทำก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกครับ ตอนแรกเขาก็ทำแจก ตอนหลังประสาทกันขึ้นมาเอง
ในหมู่คนตาบอด คนตาบอดข้างเดียวได้เป็นราชา

คุณชาย ( 737 )

   คิดว่าทำขึ้นเพื่อให้ระลึกถึงครับ เหมือนกับความทรงจำที่เป็นรูปธรรม พกพาไปด้วยได้
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

iannnnn

แล้วที่ขายๆ -- อ๊ะ .. เช่าๆ กันอยู่นี่ล่ะครับ

ว่าจะไป "แบ่ง" มาสักองค์

Ah!

มีสามแนว
แนวแรก เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์จริง
แนวกลาง เชื่อว่าเป็นวัตถุโบราณมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์
แนวหลัง เชื่อว่าน่าจะได้กำไร
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

คุณชาย ( 737 )

   มันก็แน่นอนอยู่แล้วครับ กฎของการตลาด ซัพพลายไม่พอกับดีมานด์ครับ จะบอกว่าไม่เหมาะก็ไม่ได้ เหมือนกับงานศิลปะนั่นแหละครับ ยิ่งเก่า ฝีมือจิตรกรชื่อดัง การจะได้มาครอบครองแค่เป็นคนดีไม่พอครับ ต้องมีฐานะด้วย
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

iannnnn

ผมเห็นว่า "ต้อง" บอกว่าไม่เหมาะครับ

ไม่รู้สิ จะด้วยเหตุผล ศรัทธาประการใดก็ไม่น่านำมาเป็นข้ออ้างในการซื้อขายพระ พรเครื่อง ปลัดขิก ฯลฯ กันเลย
ยกเว้นว่าคุณยอมรับว่าโอเค อันนี้ตูขอเป็นศาสนาผีสักครั้ง อันนั้นแล้วแต่พี่เถอะครับ พกไปเลย
ลองฟันแล้วไม่เข้าด้วยเอ้า

แอ๊ะ

เออ จะบอกว่าเพื่อนสนิทตู มันบอกว่าพระแต่ละเหรียญหรือแต่ละรูปจะมีพลัง (ประมาณนี้แล้วกัน มันอธิบายแล้วงง ๆ ) ที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการปลุกเสก และทำพิธี ซึ่งมันบอกว่าหากได้ศึกษาและลองใช้มือกำดูจะรับรูปว่าเหรียญหรือรูปนั่น ๆ มีพลังแค่ไหน (มันไปเรียนมาจากไหนซักที่หนึ่ง จำไม่ได้แล้ว) ดังนั้นเวลามันไปเช่าพระ นอกจากจะดูลายแล้ว ยังต้องจับดู

ตูคิดว่าเป็นไปได้ในเรื่องการปลุกเสกแล้วทำให้เกิดมีพลังหรืออำนาจบางอย่างขึ้นมา เช่นการปลุกเสกอาจจะไปเปลี่ยนโมเลกุล หรือทำปฎิกิริยาบางอย่างกับวัตถุแล้วทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
[ว่างให้เช่า]

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines