ละเลียดไวน์ By ป๋าณต

เริ่มโพสต์โดย slaveofann, 02 มี.ค. 2011, 10:21 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

slaveofann

ไวน์ที่พี่ติ๊กชอบนี่นา

ป๋าณตทำคลิปบ้าง รับรองเกิดๆๆๆๆ

ณต

#121
ตูขี้อาย ไม่กล้าโชว์หนังหน้า  :30: :30:
อีกอย่างก็ยังไม่เก่งด้วย

แอบฮาในคลิปนะ แนะนำให้กินกับชีสบรี หรือกามองแบร์
แต่ชีสที่กินในคลิปแรก ตูว่ามันเป็นเชดด้า  :30: :30:

ส่วนจุกสูญญากาศนั่น ไม่ใช่ดึงแค่สามทีนะครับ  :05:
เราจะต้องดึงอากาศออกมาจนหมด
ทีนี้มีคำถามว่า แล้่วจะรู้ได้ไง
สมัยก่อนเขาดึงจนมันดึงไม่ขึ้นนั่นแหละ

แต่จุกสูญญากาศรุ่นใหม่ๆ เนี่ย
พอดึงจนอากาศหมดปุ๊บ
มันจะมีเสียงดัง กริ๊ก
ก็จะทำให้เรารู้แล้วว่าอากาศออกหมดแล้วนั่นเอง

อ้างคำพูดจาก: นานาาา เมื่อ 22 มี.ค. 2011, 17:20 น.
ถ้านานาชิมแล้วบันทึก นานาเอามาแปะที่นี่ได้ไหมอ่า
ไม่รู้ว่ามีจู๋ชิมไวน์รึยัง แต่เมื่อวานชิมไปสามขวด รู้สึกว่าควรแปะไว้สักที่   :33: :31:


ขวดแรกเป็นไวน์ขาว ทำจากพันธุ์องุ่นชื่อ วิออกนิเยร์ ครับ
งงเหมือนกันว่าทำไมโฮสถึงเรียกว่า มุสคาเดต์
เพราะมุสคาเดต์เป็นชื่อไวน์ในแคว้นลัวร์(Loire)
พันธุ์องุ่นที่ใช้ก็คนละชนิด

ไปลองถามโฮสดูหน่อยสิ
ว่าทำไมเขาถึงเรียกมันว่ามุสคาเดต์
หรือเขาจะยกตัวอย่างให้นานาฟัง
ประมาณว่าอร่อยเหมือนมุสคาเดต์ที่นานาชอบ

ส่วนขวดที่สองที่โฮสบอกว่าทำให้เก่าในถังไม้โอ้ค
คืองี้ครับ หลังจากกระบวนการหมักไวน์เนี่ย
เขาก็จะมีกระบวนการบ่ม
(ซึ่งไว้ว่างๆ จะเล่าในขั้นตอนทำไวน์โดยละเอียดอีกที)

ซึ่งการบ่มในถังไม้โอ้คเนี่ย
มันจะทำให้ไวน์สัมผัสอากาศอย่างช้าๆ ผ่านไม้โอ้ค(Micro Oxidation)
การบ่มตรงนี้มันก็จะช่วยลดทอนความฝาดเฝื่อนของแทนนินลง
ทำให้ Aroma ที่มีอยู่ในไวน์มีตัวตนมากขึ้น

และสิ่งที่ได้ตามมาอีกนั่นคือ
กลิ่นของแอลกอฮอล์ที่ทำปฎิกริยากับไม้โอ้ค
เ่ช่น กลิ่นวานิลลา กลิ่นกานพลู กลิ่นหีบไม้ฉำฉา
กลิ่นดินสอเวลาเหลา หรือกลิ่นมะพร้าว อะไรแบบนี้ เป็นต้น
ขึ้นอยู่กับว่าเอาไม้โอ้คพันธุ์อะไรมาใช้
เป็นถังไม้โอ้คเก่าหรือถังใหม่ เผาไฟหรือเปล่า อะไรแบบนี้
(จริงๆ เรื่องโอ้คนี่ แยกเป็นอีกตอนนึงได้เลย)

ดังนั้นการบ่มในถังไม้โอ้ค
ไม่จำเป็นว่าจะต้องได้กลิ่นไม้เสมอไปนะ
แนะนำว่าเวลานานาชิมไวน์ ได้กลิ่นรสอะไร
ก็จำภาพที่เกิดขึ้นในสมองเอาไว้ว่า
เออ ไวน์ขวดนี้รสชาติแบบนี้ กลิ่นแบบนี้
จำจินตนาการในแบบของนานาเอง
แต่อย่าไปจำว่า คนอื่นเขาบอกว่ามันเป็นกลิ่นอะไร

เพราะมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
ว่าทุกคนจะได้กลิ่นเหมือนกัน
เนื่องจากเรื่องกลิ่นนั้น
เกิดจากความทรงจำของเรา
ซึ่งมีที่มาแตกต่างกัน

อย่างที่ตูบอกไปเรื่องกลิ่นโอ้ค ก็เป็นแค่ตัวอย่างน่ะ


slaveofann

ฟังดูพิธีกรสาวทอมคนนั้นก็มั่วๆหลายอันอยู่
แต่ถ้าดูเอาสนุกก็ไม่เป็นไรหรอก น่ารักดี  :25:
เหมือนคนชอบ ละศึกษาจากเวบบ้างหนังสือบ้าง
แต่ไม่ได้รู้จริงรู้ลึก เหมือนชีสที่ป๋าณตว่า บรีมันต้อง
มีระดับแยกสีของมัน ประมาณเปลือกขาวตุ่นหรือเหลือง
ส่วนไส้มันสีอ่อนลงมา และบรีมันนุ่มมาก ไม่น่าหั่นได้แข็งเป๊ก
ตั้งเป็นก้อนขนาดนั้น

สงสัยเหมือนกันกลิ่นถังโอ๊คเนี่ย
มันให้กลิ่นพีช กลิ่นวนิลาได้ไง
โอ๊คมันมีหลายกลิ่นมากเลยเหรอ :09:

จนบัดนี้ก็ยังประทับใจ โตไกมากๆ
หอมซับซ้อนสุดๆ :25: :25: :25: :25:

ณต

ปกติกลิ่นพีชในไวน์ไม่ได้มาจากถังโอ้คนะครับ  :48:

กลิ่นที่เกิดจากถังไม้โอ้ค
ก็จะมีประมาณอย่างที่ตูบอกไป
นั่นคือ กลิ่นพวกวานิลลา คาราเมล มะพร้าว
กาแฟคั่วบด อัลมอนด์ ถั่วคั่ว ขนมปังปิ้ง ดินสอเวลาเหลา
หีบไม้ฉำฉา อะไรทำนองนี้

แต่ถ้าไม่ได้กลิ่นเหมือนคนอื่นก็ไม่ต้องตกใจ
อย่างที่ตูบอกคือ  ไม่มีทางที่คนเราจะได้กลิ่นเหมือนกันทุกคน
เพราะเราอ้างอิงกลิ่น จากความทรงจำที่ต่างกัน
ยกตัวอย่างเช่น กลิ่นวานิลลา
บางคนนึกถึงฝักวานิลลาดำๆ
แต่บางคนอาจจะนึกถึงกลิ่นวานิลลาในเค้กก็ได้
(และนั่นจริงๆ อาจจะเป็นกลิ่นคาราเมลหรือวานิลลาผสมเนย)

แล้วเมื่อไหร่ที่เริ่มเถียงกันเรื่องกลิ่น
(อย่างที่คนไทยบางกลุ่มชอบทำ  :58:)
ว่าฉันได้กลิ่นนี้ เธอไม่ได้กลิ่นแสดงว่าเธอผิด ยังไม่เก่งพอ
กินไวน์ไม่รู้เรื่องนี่หว่า ต้องไปฝึกมาอีก อะไรแบบนี้
ผลสุดท้ายอาจจบด้วยการเอาขวดไวน์ฟาดกันแทน  :30: :30:

ฝรั่งที่เขาชิมกันแล้วบอกกันว่าได้กลิ่นอะไรกันบ้างนั้น
เป็นการแบ่งปันประสบการณ์มากกว่า ที่จะเถียงเอาชนะกัน
เพราะบางทีเราก็นึกไม่ออก แบบว่ากลิ่นมันคุ้นมาก
พอเพื่อนพูดออกมาก็ เออใช่ กลิ่นนี้แหละ

จริงๆ แล้ว เรากินไวน์เพื่อเสพย์ความสุขนะครับ
เราไม่ได้ชิมไวน์แบบนักเคมี หรือหมา
ที่จะต้องมาจับกลิ่นรสและส่วนประกอบต่างๆ ของไวน์ออกมาจนครบหมด
การพูดเรื่องกลิ่น ก็เอาไว้เป็นเพียงแค่หลักอ้างอิงของตัวเอง(ย้ำว่าตัวเอง)
เวลาชิมไวน์ขวดต่อๆ ไป มันก็มีหลักอ้างอิงเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ
จากประสบการณ์ของตัวเองนี่แหละ

ยังไม่ได้เริ่มขั้นตอนการผลิตไวน์สักที  :30: :30:

slaveofann

แล้วสรุปกลิ่นผลไม้มาจากไหนพี่
โตไกนี่มาให้รึ่ม

eThics

โอ้ววววว :07:



อ้างคำพูดจาก: ChubbyPook เมื่อ 23 มี.ค. 2011, 08:15 น.
จนบัดนี้ก็ยังประทับใจ โตไกมากๆ
หอมซับซ้อนสุดๆ :25: :25: :25: :25:

งั้นเอาอันนี้ล่ะ  :51:

พามาให้ถึงมือนะเว้ย  :30:
เราเป็นเช่นเราเชื่อ    :: tK ::    :: สีมา ::

Dayight

ถามครับ

ถ้าไม่มีที่เปิดจุกคอร์ก ไวน์ ทำไงดีครับ

มีวิธีที่ดีกกวว่า ดันให้จุกลงไปข้างล่างมั้ยครับ  อนาถ   :05:
กินรอบวง

slaveofann

แม่เจ้า ดันจุกก๊อกลงไปข้างล่าง  :05:

ซื้อดิตั้ง ดีที่สุดคือซื้อ

ฟรีขับ

เวลาผมทำจุกคอร์กมันแตก ผมก็ดันลงไปผสมกับไวน์เหมือนกันนะครับ

eThics

เคยเห็นรูปเพื่อนเอากระชอยกรองจุกที่มันแตกๆ ตอนเทลงแก้วด้วยนะ  :30:
เราเป็นเช่นเราเชื่อ    :: tK ::    :: สีมา ::

slaveofann

ไม่รู้ป๋าณตว่าไง
แต่เค้าก็กรองนะ แต่กรองจากแก้วตัวเอง
ในขวดปล่อยไว้เหมือนเดิม
คือจุ๊กก๊อกเก่าๆรสมันชั่วร้ายมาก  :05:

ณต

#131
กรณีที่ไม่มีที่เปิด ผมแนะนำให้ซื้อไวน์ฝาเกลียวนะครับ  :37:

ถ้าคอร์กมันหลุดลงไปในขวด
จะด้วยคอร์กขาดครึ่ง หรือไม่มีที่เปิด
ปกติก็ใช้ดีแคนเตอร์นั่นแหละครับ
ไม่ต้องไปหายี่ห้อดีขนาดปุกก็ได้
ก็แค่หาขวดเปล่าๆ มาเทไวน์ลงไป
จริงๆ Decanter ก็คือการ Switch the glass
หรือการสลับแก้วหรือขวดนั่นแหละ

หรือไม่ก็ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Cork retriever ดังรูปข้างล่าง



ส่วนเศษคอร์กนั่น มันก็จะมีตอนแรกๆ เท่านั้นแหละครับ
ก็รินนิดเดียว แล้วเททิ้งไป

eThics

เราเป็นเช่นเราเชื่อ    :: tK ::    :: สีมา ::

slaveofann

แต่ปัญหาคือ เวลาจุกคอร์คมันหลุดลงไป
มันแตกเป็นเสี่ยงๆอะจิ

ณต

ถ้าใช้ดีแคนเตอร์หรูของปุก มันก็จะไม่ลงไปนะ 

แต่อย่างที่บอกคือ คอร์กมันจะลอยอยู่ข้างบน
ตอนรินแรกๆ มันก็จะปนออกมา ก็ให้รินทีละนิดแล้วทิ้งไป

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines