ละเลียดไวน์ By ป๋าณต

เริ่มโพสต์โดย slaveofann, 02 มี.ค. 2011, 10:21 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

toeytoeytoey

จริงๆผมก็กินแต่เบียร์  :33:
แต่พอดีกำลังออกแบบ้านให้ลูกค้าคนนึง เค้าชอบ"ชิม"เหล้ามากๆ
เลยอยากหาข้อมูลไปเมาท์กะแก

ณต

#166
พอดีเมื่อคืนลุงร่มไปคุยงานมา แล้วมีโอกาสละเลียดไวน์ไปด้วย
เดี๋ยวลุงร่มคงมาเล่าความประทับใจให้ฟัง
แต่เรื่องของเรื่องคือ หลังจากคุยกับลุงร่มในเฟซบุ๊ค
มันก็ทำให้ตูอยากกินไวน์อิตาเลียนขึ้นมา  :07:
ไปรื้อในเซลล่าดู ก็มีแต่ไวน์อิตาเลียนที่ยังไม่พร้อมดื่ม
แต่โชคยังดีที่ชั้นวางหนังสือที่มักจะมีไวน์ที่ตูกินบ่อยๆ วางอยู่นั้น
มีไวน์อิตาเลียน ชั้น DOCG อยู่ด้วย



ก็เอามากินแกล้มกับ แฮมและAntipasti Mixed
ที่มีมะกอกและเห็ดนานาชนิดคลุกเคล้าด้วยเครื่องเทศและน้ำมันมะกอก  :52:



ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ก็เล่าเรื่องลำดับชั้นของไวน์อิตาเลียนคร่าวๆ ให้ฟังดีกว่า(Italian Wine Classifications)
ที่ต้องเป็นคร่าวๆ ก็เพราะว่าตูก็ยังมะงุมมะงาหรากับไวน์อิตาเลียนอยู่เลย  :30:

ไวน์อิตาเลียนก็ไม่ต่างอะไรกับไวน์ฝรั่งเศส
ที่ถือตัวว่าเป็นไวน์โลกเก่ามีความเป็นมายาวนาน
ตั้งแต่สมัยกรีกที่เริ่มต้นปลูกไวน์ในคาบสมุทรแห่งนี้ 800 ปีก่อนคริสต์กาล

ดังนั้นจึงต้องมีการจัดลำดับชั้น
มีการออกกฎหมายและข้อกำหนดเพื่อควบคุมคุณภาพในการผลิต
ซึ่งก็เหมือน Appellation d'Origine Contrôlée (AOC) ในไวน์ฝรั่งเศสนั่นเอง

ไวน์จากอิตาลีนั้น เป็นไวน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมากๆ
และมีไวน์ที่มีความหลากหลายซับซ้อน
แค่ชื่อองุ่นที่ใช้ในการผลิตไวน์ในอิตาลีก็มีมากกว่า 1000 ชื่อแล้ว
ไม่นับสถานที่ ที่ผลิตไวน์คุณภาพที่มีมากกว่า 300 แห่ง  :07:

สิ่งแรกที่ตูคิดหลังจากรู้เรื่องนี้ก็คือ แล้วใครจะไปจำหมดวะ  :07:
ตอนอยู่เมืองไทย ถามเรื่องไวน์อิตาเลียนกับคนโน้นคนนี้
รวมถึงถามคนอิตาเลียนเอง ก็จะได้ชื่อไวน์แปลกๆ งงๆ
มาให้เราสับสนเพราะแม่มคล้ายกันไปหมด
ยิ่งฟังก็ยิ่งมึน จนตอนนี้ก็ยังงงอยู่  :30:

เอาล่ะ กลับมาเข้าเรื่องลำดับชั้นดีกว่า
ก็คล้ายๆ กับของฝรั่งเศสนั่นแหละ โดยเริ่มจากชั้นล่างสุด
นั่นคือ Vino da tavola หรือเหมือนกับ vin de table ของฝรั่งเศส
ซึ่งของอิตาลีจะต่างกับฝรั่งเศสตรง บางทีแม่มแทบไม่บอกอะไรเลยบนฉลาก
บางทีไม่มีปีที่ผลิต ไม่มีชนิดองุ่น ไม่มีชื่อของหมู่บ้าน

อันดับต่อมาที่สูงขึ้นก็คือ Indicazione Geografica Tipica หรือ IGT
เริ่มแรกเลย การจัดลำดับไวน์ที่ออกมาตั้งแต่ปี 1963 ยังไม่มีชั้นนี้
อย่างที่บอกคือ ผู้ผลิตไวน์อิตาเลียนดีๆ มีเยอะมาก คุณภาพดีกว่า vino da tavola เยอะ
ดังนั้นชั้น IGT ก็เลยถูกเพิ่มเข้าไปเพื่อรองรับไวน์พวกนี้

อันดับที่สูงขึ้นไปอีก ก็คือ Denominazione di Origine Controllata หรือ DOC
ส่วนอันดับสูงที่สุด นั่นคือ Denominazione di Origine Controllata e Garantita หรือ DOCG
ซึ่งเงื่อนไขในแต่ลำดับชั้นก็จะมากตามไปด้วย  และไวน์ในชั้น DOCG ก็จะมีจำนวนน้อยที่สุด



ข้อดีของการจัดลำดับชั้นของไวน์อิตาเลียนก็คือ
ไวน์ที่อยู่ในสามอันดับบน ที่คอขวดก็จะมีฉลากปิดอยู่
ให้รู้ว่าเป็นไวน์เกรดไหน อย่างรูปข้างบนนั่น
อย่างน้อยผู้ซื้อ ถ้าไม่รู้อะไรเลย ก็ยังมั่นใจได้ว่า ได้ไวน์คุณภาพ
ไม่โดนหลอกแน่นอน (แต่รสชาติเป็นอีกเรื่องนะ  :37: )

เดี๋ยวรอลุงร่มมาโพสก่อน คราวหน้าจะเล่าเรื่องไวน์ต่างๆ
ที่ถือเป็นเสาหลักของไวน์อิตาเลียนให้ฟัง

แอ้

ชอบป๋าณตเล่าเรื่องแนววิชาการ อ่านเพลิน  :25:

Romzaikyu

มาแล่ว  :30:

เมื่อคืนไปคุยงานมา เจ้านายพาไปที่ร้าน D'vine
เพราะคนที่จะไปเจอเค้าเป็นพี่ที่ทำรายการโทรทัศน์ที่อเมริกา และดื่มไวน์
สาระสำคัญอยู่ที่นี่ครับ



ตัวแรกนั้น ไปหาข้อมูลมาได้ว่า



และขวดที่ 2 นั้นคือ



อะไรก็ไม่รู้  :30: เอามาให้อีป๋าดูเฉยๆ  :30: :30:



จะมาให้วิจารณ์ไวน์ว่าไอ้ที่ดื่มไปเมื่อคืนนั้นมันอะไรยังไงก็คงลำบาก
เพราะไม่มีความรู้ห่าอะไรเลย คือคนสั่งมาดันไปโทรศัพท์ พนักงานมาถามว่าจะชิลล์ก่อนมั้ย ห้ะ เอิ่มเอ่อ ไงดีวะ
ดีว่าพี่อีกคนเค้าตัดสินใจให้ว่าไม่ต้อง มาอุณหภูมินี่เลยก็ได้ พอเค้าถือขวดมาจะเปิด ก็ถามอีกว่าเอาอะจะประแฮฟด้วยมั้ย
(จำไม่ได้ว่ามันเรียกว่าอะไร) ต้องเรียกท่านผู้รู้มาตอบให้ว่า ไม่เอา (จริงๆ มันถือไอ้ถังน้ำแข็งแช่ไวน์)
รู้สึกอยู่ผิดที่ผิดทางมากๆ  :30:

ก็คงบรรยายความรู้สึกแล้วกันน่ะนะ ว่าบรรยากาศการละเลียดไวน์มันเป็นยังไง
คือต้องบอกก่อนว่าเมื่อก่อนไม่เคยชอบไวน์เลย เคยกินกับเพื่อนบ้าง แต่ก็ไม่ใช่คนกินไวน์กัน ได้มาก็กิน
ก็โอเคแค่ว่าเราชอบดื่ม อะไรก็ดื่มได้ แต่ไวน์มันมีทางเฉพาะของมัน ที่เรารู้สึกว่ายังเข้าไม่ถึง กินเหล้า กินเบียร์ดีกว่า
ตอนทำแฟนพันธุ์แท้ไวน์ ก็ได้ลองจิบไอ้ขวดเป็นหมื่นๆ มาแล้ว โรมาเน่ กองติ ขวดละเป็นแสนก็จิบมาแล้ว
เสียของมาก เพราะไม่ได้ซาบซึ้งอะไรเลย  :30:

จนเมื่อคืนได้ไปนั่งกับไวน์จริงๆ จังๆ นั่งข้างๆ คนที่เค้ากินจริงๆ  เราก็ไม่กล้าผลีผลามอย่างไร
พี่เค้ามีความสุขในการดื่มอย่างไร เราก็ทำตาม แล้วก็ค้นพบว่า เออ สนุกดีนะ  :30:

เริ่มมาตั้งแต่พอเค้าเปิดไวน์ทิ้งไว้ให้หายใจก่อน ตูซึ่งนั่งข้างขวด ก็ค่อยๆ ได้กลิ่นที่ค่อยๆ เข้มข้นขึ้น
ก็กลิ่นไวน์ ดมก็รู้ว่าไวน์  :30: แต่พอมานั่งละเลียด แล้วจินตนาการรสชาติ
(ตูจะเปรียบไวน์กับผู้หญิงละนะ คือ อีป๋าบอกบางขวดก็เป็นผู้ชาย ไม่รู้สิ ตูไม่กินผู้ชายโว้ย :30:)
คือ ตูมีความสุขกับการดมกลิ่นอยู่แล้ว พอขวดนี้มา เค้าก็มารื่นๆ เรื่อยๆ
พอเริ่มเทใส่แก้ว แน่นอนว่าต้องเอามาดม ขวดนี้กลิ่นองุ่นยังมีกว่ากลิ่นแอลกอฮอล์ แต่พวกกลิ่นถังไม้โอ๊คอะไรนั่น ไม่รู้ ไม่เคยดมถังโอ๊ค  :30:
เหมือนมีผู้หญิงวัยซักยี่สิบปลายๆ แต่งหน้า ใส่ชุดเดรสยาวสีเข้ม แต่เป็นประกายนิดๆ
เข้ามานั่งเงียบๆ นั่งหน้านิ่งๆ บนเรียวปากมีรอยยิ้มเล็กน้อย แต่เราจะไม่รู้เลยว่าเธอคิดอะไรอยู่
พอจิบ อมให้มันอยู่ปลายลิ้น เข้ามากลั้วที่กระพุ้งแก้ม เหมือนให้ทั้งปากมันรับรสและสัมผัส
รสชาติก็ส่วนหนึ่ง คือมันก็จะผสมกัน ทั้งฝาด แอบหวาน นิดๆ แล้วสัมผัสของแอลกอฮอล์ที่มีซ่านในกระพุ้งแก้ม
กลืนลงลื่นคอ แล้วมานั่งละเลียดความรู้สึกทั้งหมดที่ได้จิบไปเมื่อกี้นี้

ยุ่งยากเนอะ  :30: เข้าใจแล้วว่า เวลาจะจิบไวน์ อย่าเมา อย่ารีบ  :30:
แล้วมันสนุกตรงที่ว่าพอดื่มไปเรื่อยๆ ความรู้สึกก็ค่อยๆ เปลี่ยน ไป
อีป๋าบอกว่าดื่มไวน์ ดีๆ ก็เหมือนอ่านเรื่องสั้นดีๆ ซักเรื่อง 
แต่ตูชอบคนมากกว่า ก็เลยเปรียบเหมือนเรานั่งคุยกับคนคนนึง
เราอาจจะมี first impression กับคนคนนั้นอย่างนึง แล้วพอยิ่งคุยๆ ไป มันอาจจะยิ่งย้ำความรู้สึกนั้นๆ
หรืออาจจะค้นพบอะไรบางอย่างที่ลึกขึ้น ที่ไม่ทันสังเกตุในตอนแรก แล้วมันจะสนุกขึ้นเรื่อยๆ
ซึ่งตูว่าถ้าไวน์เหี้ย ก็เหมือนคุยกับอ๊อด ห่า เมื่อไหร่จะคุยให้จบๆ :30:

ขวดแรกผ่านไปแบบลื่นๆ ไม่โฉงฉาง (ไวน์นะ การสนทนาสนุกสนานเฮฮามาก เสียแต่ที่นี่เพลงดังไปหน่อย)
เหมือนผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เรียกร้องความสนใจอะไร แต่เรากลับจดจำเธอไปไม่รู้ตัว
ไวน์ซิซิลี ที่อีป๋าเปรียบกับดอน คอลิโอเน่ ว่านิ่งๆ แต่มีข้อเสนอที่คุณไม่อาจปฎิเสธได้  :30:
แต่ให้ตูจินตนาการว่าแดกลุงมาลอน แบรนโด ในชุดทักซิโด้ คาบซิการ์ ตูไม่อาววว  :30: :30:

ขวดสองมา อืมมม ท้าทายครับ กลิ่นอาจไม่รุนแรงมากนัก หรือ ตูอาจมึนๆ ขวดแรกไปแล้ว
แต่พอเอาแก้วมาดมที่จมูก ก็เหมือนมีคนมาตบไหล่ ว่ามาแล้วนะ เธอแรงกว่าขวดเมื่อกี้อย่างเห็นได้ชัดครับ
ณ จุดนี้ สุภาพสตรีและคนชราถึงกับขอผ่าน เหลือชายหนุ่มกลางคน 2 คน และ ชายชรากร้านโลกอีก 1
สาวคนนี้ก็อายุอานามไม่ต่างกับคนแรก แต่ผิวจะเข้มกว่า ชุดเดรสพื้นเมืองสีฟ้าสด เดินตีนเปล่าเข้ามา
เหมือนเรายังได้กลิ่นแดดจากตัวเธออยู่เลย เธอรื่นเริง โผงผาง กว่า คุยสนุกกว่า
คุยไปคุยมาหมดไปสองขวดแล้ว

เมา

เมาลึกกว่า แต่สติแจ่มใสกว่า ไม่หลงลืมอะไร ไม่ได้ช้านะ แต่ละเลียด
ตื่นมาขี้เกียจนิดหน่อย แต่ไม่รู้สึกโดนทำร้ายอะไร
คราวหน้า โซวอนทั้งหลาย เตรียมละเลียดไวน์กับสาวๆ กันดีกว่านะจ๊ะ  :27:

เทอร์โบบูสเตอร์

ผู้หญิงกับขวดคอยาวนี่ของคู่กันจริงๆ
กาก

หมีเล็ก

เรื่องไวท์นี่น่าปวดหัวจริงๆนะ  :05:
อิ่มไม่ดื่ม แต่ต้องรู้ด้วย เพราะทีร้านขาย
เมื่อวานมีลูกค้ามาขอให้แนะนำไวท์ให้ดื่มหน่อย อิ่มแบบ งง เลย ตูไม่ดื่มค่า :3005:

อยากให้ใครซักคน (คงต้องเป้นป๋าณตแหล่ะ  :30:) มาช่วยบอกจุดเด่น จุดด้อยของไวท์พวกนี้หน่อยค่า
1. House wine dry (white/ red)
2. ชาดอนเน่
3. เซอร์วีอองบลอง
4. พีนอร์ นัว (อ่านหยั่งงี้ถูกป่ะ)
5. ชีราส คาบอนเนต (แล้วไม่คาบอนเนต มีไม๊?)
6. โรส เมาท์ อะไรซักอย่าง (น่าจะอัดแก๊ส)
7. เมอล๊อต
8. เพนโฟล (ใช่ไม๊?)

แล้วยังมีแบบ ชีราส+เมอล๊อต+คาเบอเนต บ้าบออะไรเยอะแยะไปหมด  :05:
นี่ยังไม่รวมพวก Ports,  Liqueur อีกนะ  :05:
แค่ชื่อก็จำยาก เขียนก็ยาก แล้วที่นี่ยังมีชื่อเล่นให้อีก  :05:
บางคนก็ครีเอตเมนูดริ๊งประหลาดๆ จนคนทำงงเอง  :05:

ลูกค้าที่นี่เดินมาทื่อๆ จะสั่งอะไรยังไม่รู้ ให้เราแนะนำหยั่งกะร้านในโรงแรม 5ดาว
ใครจะไปรู้ พอบอก หนูไม่ดื่มค่ะ ชักสีหน้าเลย  :41:
:3005:

ณต

#171
เดี๋ยวนะลุง ไวน์ขวดแรกที่ลุงกินนี่มันเป็นไวน์ขาวหรือไวน์แดงอ่ะ  :09:

อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 12 พ.ค. 2012, 13:18 น.
เรื่องไวท์นี่น่าปวดหัวจริงๆนะ  :05:
อิ่มไม่ดื่ม แต่ต้องรู้ด้วย เพราะทีร้านขาย
เมื่อวานมีลูกค้ามาขอให้แนะนำไวท์ให้ดื่มหน่อย อิ่มแบบ งง เลย ตูไม่ดื่มค่า :3005:

อยากให้ใครซักคน (คงต้องเป้นป๋าณตแหล่ะ  :30:) มาช่วยบอกจุดเด่น จุดด้อยของไวท์พวกนี้หน่อยค่า
1. House wine dry (white/ red)
2. ชาดอนเน่
3. เซอร์วีอองบลอง
4. พีนอร์ นัว (อ่านหยั่งงี้ถูกป่ะ)
5. ชีราส คาบอนเนต (แล้วไม่คาบอนเนต มีไม๊?)
6. โรส เมาท์ อะไรซักอย่าง (น่าจะอัดแก๊ส)
7. เมอล๊อต
8. เพนโฟล (ใช่ไม๊?)

แล้วยังมีแบบ ชีราส+เมอล๊อต+คาเบอเนต บ้าบออะไรเยอะแยะไปหมด  :05:
นี่ยังไม่รวมพวก Ports,  Liqueur อีกนะ  :05:
แค่ชื่อก็จำยาก เขียนก็ยาก แล้วที่นี่ยังมีชื่อเล่นให้อีก  :05:
บางคนก็ครีเอตเมนูดริ๊งประหลาดๆ จนคนทำงงเอง  :05:

ลูกค้าที่นี่เดินมาทื่อๆ จะสั่งอะไรยังไม่รู้ ให้เราแนะนำหยั่งกะร้านในโรงแรม 5ดาว
ใครจะไปรู้ พอบอก หนูไม่ดื่มค่ะ ชักสีหน้าเลย  :41:

1 House wine- ปกติคำว่า house wine ก็คือ ไวน์ที่ถูกที่สุดในร้าน
คำว่า Dry ปกติจะใช้กับไวน์ขาว ตรงนี้บอกถึงระดับความหวาน
ที่เกิดจากปริมาณน้ำตาลที่เหลือจากกระบวนการหมัก(Residual Sugar)
ซึ่งสัมพันธ์กับปริมาณของ แอลกอฮอล์, acidity(ความเปรี้ยว) และแทนนินหรือความฝาดเฝื่อน

คือปกติแล้ว การหมักไวน์ก็คือ การที่ยีสต์เปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นแอลกอฮอล์
ทีนี้บางทียีสต์ตายหมดก่อน หรือบางทีองุ่นปีนั้นมีปริมาณน้ำตาลอยู่ในผลองุ่นเยอะกว่าปกติ
มันก็จะมีน้ำตาลคงเหลืออยู่ ซึ่งนั่นคือ Residual Sugar นี่แหละ

การวัดระดับความหวาน แบ่งคร่าวๆ เริ่มจาก
Sweet -> Medium -> Medium Dry -> Dry
ดังนั้น ไวน์ที่ Dry ก็แปลได้ว่า
เป็นไวน์ที่มีน้ำตาลคงเหลือน้อยที่สุดนั่นเอง(ไม่หวาน)

2 ชาดองเนย์ Chardonnay
3 โซวิญง บลองก์ Sauvignon Blanc
4 พิโนต์ นัวร์ Pinot Noir  
7 แมร์โล Merlot
พวกนี้เป็นชื่อของชนิดองุ่นที่เอามาทำไวน์

5  ชีราส คาเบอร์เนต์ Shiraz Cabernet
เป็นไวน์ที่ผสม(Blend) ระหว่างองุ่น ชีราส กับ คาเบอร์เนต์ โซวิญง Cabernet Sauvignon

6 Rosemount 8 Penfolds เป็นชื่อยี่ห้อของไวน์ ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็มีไวน์อยู่เป็นร้อยตัว

การที่จะให้บอกจุดเด่นจุดด้อยของไวน์พวกนี้
โดยที่ไม่ชิมคงยาก เพราะการสอนเรื่องไวน์มันต้องสอนแบบ มุกขปาฐะ
ไม่ใช่เรียนรู้โดยการอ่าน ถามว่าคนไม่กินไวน์จะเรียนรู้เรื่องพวกนี้ได้ไหม ก็ตอบว่าได้
นั่นคือการชิม แล้วบ้วนทิ้งไปไงจ๊ะห์  :42:

เอาง่ายๆ ก่อนเลย สำหรับอิ่ม ฝากให้เป็นการบ้าน
ไอ้ชื่อองุ่นที่อิ่มถามมานั่นน่ะ
ไปหามาให้รู้ว่าอันไหนเป็นไวน์ขาว อันไหนเป็นไวน์แดง
ให้เริ่มจากตรงนี้ก่อนแล้วกัน  :30:
ลองหาจากในจู๋นี้ก็ได้ มีอธิบายไว้ในหน้าแรกๆ

ส่วนประโยคสุดท้ายนั่น ถ้าตูเป็นเจ้าของร้าน
แล้วได้ยินอิ่มตอบแบบนั้นจะเรียกมาด่าแล้วลดชิปนะครับ
เพราะถือว่าเซอร์วิส มายด์ น้อยไปหน่อย :30:
แทนที่จะบอกลูกค้าว่า เออเดี๋ยวหนูจะตามคนที่เขาแนะนำเรื่องไวน์ได้มาให้
จะไปบอกลูกค้าทำไม ว่าชั้นไม่กินไวน์นะยะ ลูกค้าไม่ได้อยากรู้เรื่องของอิ่มสักหน่อย :37:
จริงๆ พนักงานเสิร์ฟ อย่างน้อยก็ควรรู้ว่าเมนูในร้านมันมีอะไร มันคืออะไรบ้าง คร่าวๆ
เอาเมนูมานั่งอ่านนั่งดูบ้างก็ยังดี อันไหนไม่รู้ อากู๋ก็มีหาเข้าไป

Romzaikyu

อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 12 พ.ค. 2012, 19:13 น.
เดี๋ยวนะลุง ไวน์ขวดแรกที่ลุงกินนี่มันเป็นไวน์ขาวหรือไวน์แดงอ่ะ  :09:


แดงสิ ...สงสัยข้อมูลขวดแรก ตูเอาขาวมาสินะ ปีเดียวกันมีมีทั้งขาว ทั้งแดง  :47:

Katezila

โอ้ย อ่านนานๆแล้วเปรี้ยวปาก
สนใจท่ออุตสาหกรรม​ เลือก DragonFlex นะจ้ะ​จุ๊บๆ​

IM

ไม่เคยชอบไวน์นะ อาจจะเพราะตอนกินครั้งแรกยังวัยรุ่นมากมั้ง
จนตอนนี้ก็ร่วมสิบปีแล้วมั้งที่ไม่ได้กินไวน์
แต่ลุงร่มเขียนแล้ว อยากลองกลับไปชิมดูอีกสักที :22:

ณต

อ้างคำพูดจาก: RomSaiKyu เมื่อ 12 พ.ค. 2012, 20:29 น.
แดงสิ ...สงสัยข้อมูลขวดแรก ตูเอาขาวมาสินะ ปีเดียวกันมีมีทั้งขาว ทั้งแดง  :47:

ตูก็ว่าอยู่ :30: ตอนคุยกันในเฟซ บุคคลิกมันเป็นไวน์แดงนี่หว่า
พอมาอ่าน อ้าวทำไมเป็นไวน์ขาว  :59:

ที่ลุงร่มเขียนอธิบายถึงความประทับใจในไวน์ ตูชอบมากเลยนะ
เพราะนี่คือ wine expression หรือ Tasting Note ชั้นดี
ถ้าลุงร่มศึกษาเรื่องไวน์มากกว่านี้ ได้ชิมไวน์มากขึ้นกว่านี้
แล้วยังเขียน wine expression สไตล์นี้ได้อยู่
รับรองเลย ลุงจะเป็นนักวิจารณ์ไวน์ที่ดังไปทั่วโลกแน่ๆ   :12:
(อย่าไปอ่าน Tasting Note ของใครหรือเซียนไวน์คนไหนเลยนะลุง
ชิมแล้ววัดจากความรู้สึกตัวเอง แล้วเขียนแบบนี้แหละ เจ๋งที่สุดแล้ว)

ทีนี้ย้อนกลับมาที่สไตล์ของไวน์อิตาเลียน
อย่างที่บอกคือ ไวน์อิตาเลียนแต่ละตัวจะมีบุคคลิกแตกต่างกันไป
มีความเป็นปัจเจก เป็นตัวของตัวเองสูงมาก
ซึ่งจะสร้างความลำบากใจให้กับนักชิมไวน์มือใหม่เวลาเลือกไวน์อิตาเลียนพอสมควร
เนื่องจากจับจุดไม่ได้ ขนาดเป็นพื้นที่เดียวกัน ก็ให้รสชาติไม่เหมือนกัน

พี่เขยตู(เป็นคนอิตาเลียน)บอกว่า ไวน์ของอิตาเลียน
ที่มีอยู่ทุกจังหวัด ทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน
มีสไตล์แตกต่างกันทั้งนั้น เพราะไม่มีใครอยากเลียนแบบใคร
บางทีอยู่หมู่บ้านเดียวกันยังไม่เหมือนกันเลย
ส่วนนึงเป็นเพราะ ชนิดขององุ่นที่เอามาทำไวน์ค่อนข้างหลากหลาย
ส่วนใหญ่เป็นองุ่นที่ปลูกกันแค่ในท้องถิ่นนั้นๆ ก็มีเยอะ

ทีนี้นักชิมไวน์มือใหม่อย่างเราๆ จะทำยังไง
เวลาที่จะเลือกไวน์อิตาเลียนมาชิม
อย่างที่ตูบอกไปก็คือ เราสามารถเลือกไวน์จากลำดับชั้นของไวน์อิตาเลียนได้
IGT, DOC, DOCG เพราะอย่างน้อยก็การันตีว่า เป็นไวน์ที่มีคุณภาพดีระดับนึง

และลำดับชั้นของไวน์อิตาเลียนนั้น ก็เป็นคนละเรื่องกับราคา
ไม่เหมือนไวน์ฝรั่งเศส ที่ถ้าลำดับชั้นสูง ราคาก็แพงลิบลิ่วตาม
อย่างไวน์ชั้น DOCG  ที่ตูโพสไว้ก่อนหน้านี้
ราคาถ้าคิดเป็นเงินไทย ก็ไม่เกินสองร้อยห้าสิบบาท  :12:
ในขณะที่ไวน์ลำดับชั้น DOC หรือ IGT ที่ตูมีเก็บไว้
บางขวดราคาเป็นหมื่นบาทไทยก็มี

ยกตัวอย่างเช่น ไวน์ Sassicaia (ซาสซิกายา)
ที่เมืองไทยเป็นที่นิยมมากและราคาก็แพงด้วย
(เข้าใจว่าเป็นเพราะสไตล์ที่คล้ายๆ กับไวน์บอร์กโดซ์
ที่เซียนไวน์เมืองไทยชอบกัน)
ก็เป็นไวน์ที่อยู่ในชั้น IGT

นี่คือเรื่องที่ดีของไวน์อิตาเลียน
ที่ไม่ได้ทำการตลาดปั่นราคาจากลำดับชั้น
แต่ทำการตลาดด้วยสไตล์ของไวน์ที่เป็นเอกลักษณ์แทน

เอาล่ะ ทีนี้นอกจากลำดับชั้นของไวน์อิตาเลียนแล้ว
เราจะเลือกจากอะไรได้อีกบ้าง
ใครก็ไม่รู้ บอกว่า เสาหลักของไวน์อิตาเลียน
มีอยู่สี่กลุ่ม นั่นคือ Barolo, Super Tuscan, Amarone และ Brunello di Montalcino
(มีไวน์เป็นร้อยภายใต้กลุ่มเหล่านี้ )

ทีนี้เราก็ควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องรสชาติและสไตล์มากกว่าเรื่องชื่อชั้นลำดับ
บุคคลิกของไวน์อิตาเลียน ที่ตูจับจุดได้อย่างนึง
นั่นคือ สไตล์ที่เป็นผู้ชาย และสไตล์ที่เป็นผู้หญิง
ถ้าลุงร่มจำบทสนทนากับตูได้ เรื่องไวน์อิตาเลียนที่ลุงเอามาโพส
จะเห็นว่า คำถามที่ตูถามคือ ถ้าให้เปรียบเทียบไวน์ตัวนี้
เขาจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนั่นเอง
พอจับหลักตรงนี้ได้ ก็จะทำให้เราเข้าใจไวน์อิตาเลียนมากขึ้นด้วยนะจ๊ะห์

Romzaikyu

จะไปอ่านคอมเมนท์ใครที่หน้าย แค่จะได้กินอีกเมื่อไหร่ยังไม่รู้เล้ย :30:

Romzaikyu

#177
ซื้อไวน์แบบขวดละ 400 ตามห้างมาลองกินดู  :30:

มันชื่อ santa cecilia ....ปี 2011  :30: :30:
ที่ซื้อมาเพระมันเป็น คาบิเน่ ซัลวิยง  :30: อ้อ ของชิลีด้วย  :30: :30:


ถ้าคราวที่แล้วผมพาทุกท่านไปยังเมรัยไวน์สถาน ถึงแม้จะครึกโครมไปนิด ก็ยังพอเจอสาวๆ ที่ประทับใจบ้าง
ถ้าเทียบกับ 2 นาง (ขวด) คราวที่แล้ว ว่าเป็นหญิงสาว วันนี้ผมจะพาท่านไปสนทนากับสก๊อยซ์  :30: :30: :30:

ไม่ทราบว่า 2 นางที่เจอคราวที่แล้วมีค่าตัวเท่าไหร่ แต่น่าจะหลักพัน ตามมาตรฐานเจ้านาย
และคุณประณตบอกว่าไวน์แพง ไม่แพง จะอร่อย ไม่อร่อยก็แล้วแต่คน
ข้าพเจ้าจึงลองไปซื้อของตลาดมา น่าจะเป็นพวก table wine รึเปล่าไม่ทราบ เพราะรสชาติไม่น่าจะเป็นของละเลียดเอาสุนทรีย์ได้เลย  :30:
แจ่ก็เพลินได้ในอารมณ์อยากเสพย์นั่นแหละนะ ข้าพเจ้าไม่ใช่ผู้มีรสนิยมสูงผู้นับถือไวน์เป็นศาสนาอันศักดิ์สิทธิ์  :30:

เปิดขวดมาปั๊บ...(เท้าความ ซื้อไวน์มา หาที่เปิดไม่เจอ เปิดกูเกิ้ลหาวิธีเปิดโดยไม่ใช่ค็อก สครูวได้ละ พอมาดูที่ขวด..ห่าเป็นฝาเกลียว  :30: :30:)
กลิ่นพอใช้ สมที่ฉลากมันบอกว่าของมัน high aroma คือกลิ่นไม่น่าเกลียดน่า ดมแล้วก็อืมห์ ไวน์ละนะ ไม่ใช่น้ำองุ่นบูด
แต่พอจิบปั๊บ..(อ้อ ไม่มีแก้วไวน์ด้วย มีแต่แก้วบางๆ) อืมมมมม คือที่บอกเป็นสาวสก็อยส์เนี่ย
คือมองเห็นก็รู้ว่าเป็นเด็กสาวที่ยังไม่เป็นสาวเต็มตัวแหละนะ แต่ไอ้กิริยามารยาทนี่ไม่ไหวแฮะ พูดจาไม่ค่อยน่าฟังนัก
เหมือนอารมณ์ตุ่ยๆ มาจากไหน เลยไล่ไปอาบน้ำสักพัก (เอาไปแช่เย็น)  :30: :30:
เผื่อว่าอารมณ์จะดีขึ้นมั่ง จะได้คุยกันรู้เรื่อง..จริงๆ เธอก็ยังมีความเป็นเด็กน่ารักๆ อยู่บ้างนะ แต่เผอิญแก่แดดไปหน่อย
แถมยังไม่กำซ่านรัญจวนกระพุ้งแก้มชวนประทับใจเท่าไหร่ ต้องรอพี่เมาๆ นิดนึงนะครับ ถึงจะเห็นเราน่ารัก  :30: :30:
โอเค พอไปได้จ้ะ ค่อยเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย ทำใจตามราคา หาความสุขตามอัธยาศัย ยะฮู้

ป.ล.แกล้มยำไส้กรอกรสไม่จัด

แอ้

ดื่มไวน์นี่มันรู้สึกกันขนาดนี้เลยเหรอ ต้องหัดมั่งซะแล้วอะ  :56:

JΛNΣ

อ่านแล้วเปรี้ยวปาก  :54:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines