ละเลียดไวน์ By ป๋าณต

เริ่มโพสต์โดย slaveofann, 02 มี.ค. 2011, 10:21 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Vikz

ขอบคุณป๋าณตที่มาไขความกระจ่างให้นะครับ

:46:

สำหรับหอคอยทมิฬนั่น กินคืนวันเสาร์ เที่ยง ๆ วันอาทิตย์ยังรู้สึกถึงรสชาติและความหอมอยู่เลยครับ  :30:

(เว่อร์ไปไม๊ แต่รู้สึกจริง ๆ นะ)  :22:

ชอบอ่ะ คุ้มค่าัตัวสุด ๆ

อ้อ ป๋าครับ ตอนนี้เพื่อนผมมันอยู่อังกฤษ น่าจะไปลอนดอนเนี่ยแหละ ฝากมันซื้อไวน์มาลองซักขวด พันธุ์ Merlot

ป๋าแนะนำซักยี่ห้อได้ไหมครับ

ขอบคุณมากครับ

:46:
There's only one "Jack Russell"

Vikz

เมื่อวันเสาร์เอาตัวนี้ไปเปิดมาครับ



มาขอเบิ้ลเพื่อเขียน Tasting Note ตามนี้ครับ

เปิดทิ้งไว้ 15 นาที แช่ในถังน้ำแข็งประมาณ 1 ใน 3 ส่วน

พอรินลงแก้ว ยังไม่ทันแกว่งกลิ่นก็มาแล้วครับ ลูกพลัม เบอร์รี่ดำ (น่าจะมีกลิ่นชะเอมด้วย)

พอแกว่งแก้วก็ชัดเจนเลยครับ ลูกพลัม กับ เบอร์รี่ดำชัดมาก

ชิมแล้วหวานนิด ๆ เผ็ดซ่าปลาย ๆ

แต่ตอนจบค่อนข้างสั้นครับ ไม่ทิ้งความหอมอะไรไว้ให้

ถึงตรงนี้มีคำถามอยากถามป๋าณตครับ เคยเจอในเว็บเค้าบอกว่า สมดุลย์มัน "แบน" ครับ อยากทราบว่า "แบน" นี่คือยังไงครับ

ส่วนตอนนี้ไปซื้อตัวนี้มาเก็บไว้



ได้มาจาก Villa Market ที่เดิม ในราคา 5xx บาท (เดินไปดู Wine Loft ในทองหล่อมาแล้ว แต่ให้ตาย ไม่ไหวจริง ๆ กับราคา  :05:)

เสาร์นี้ว่าจะเอาไปเปิดที่บ้าน อ่านจากในเว็บเห็นว่าองุ่นพันธุ์นี้ character คล้าย ๆ กับ Reisling เลย และเห็นว่าไปได้ดีกับอาหารไทยจำพวกปิ้ง ย่าง

ถ้าชิมแล้วจะมาโพสท์บอกอีกนะครับ

(ก่อนจะเป็นไวน์ ตูจะติดเหล้าก่อนไม๊อ่ะ)

รบกวนป๋าณตมาแนะนำเพิ่มด้วยนะครับ

:46:
There's only one "Jack Russell"

ณต

โอ๊ะ ไม่รู้มาตอบช้าไปหรือเปล่าเรื่องไวน์แมร์โลในลอนดอน
คือบอกมาแค่นี้ก็ยากเหมือนกันนะครับ 
เพราะแมร์โลเป็นไวน์ตลาดมากๆ มีอยู่เป็นร้อยๆ ยี่ห้อ
ที่ทำไวน์ตัวนี้ออกมาขาย  :30:
เอาเป็นว่าผมแนะนำยี่ห้อปราสาทอสูรก็แล้วกัน ราคาไม่แพง หาซื้อง่าย
มีขายตามซุเปอร์มาร์เก็ตแทบทุกแห่ง

ส่วนไวน์เกวูรซ์ทรามิเนอร์ของยี่ห้อทะเลสาปนกกระเรียนของอเมริกานั้น
อันนี้ไม่เคยชิมมาก่อน ปกติไวน์เกวูรซ์ทรามิเนอร์ที่เคยชิม
จะมาจากเยอรมันหรือไม่ก็ฝรั่งเศสเป็นส่วนใหญ่
เคยชิมของชิลีและออสเตรเลีย(ก็ไม่ประทับใจเท่าไหร่)

ยังไงๆ ลองชิมแล้วมาเล่าสู่กันฟังนะครับ  :12:

Vikz

#243
ขอบคุณป๋าณตที่แนะนำครับ

เมื่อวานถือโอกาสเิปิด Crane Lake ของ USA (จาก Napa , Sonoma ) แล้วนะครับ ปี 2011 ครับ  :27:

กลิ่นนี่หอมมาเลยครับ ผลไม้สุกฉ่ำ ๆ องุ่น น้ำผึ้ง ลังไม้นิด ๆ

ส่วนรสชาตนั้น เป็นแบบหวานค่อนข้างจัดครับ มีเปรี้ยวนิด ๆ พอสดชื่น

จบกำลังดีครับ (นับในใจประมาณ 5 วินาที อย่างนี้ถือว่าสั้นไปไหมครับ)

แต่ความหอมที่ได้นั้นมัน ..... สุดจะบรรยายจริง ๆ ครับ


ที่ดื่ม Reisling ของ Black Tower ไปนั้น (อ้อ ลืมบอกไป เช็คดูแล้ว ปี 2009 ครับ Alc อยู่ที่ 9.5 % ครับ) ตัวนี้หอมกว่าเยอะครับ

ให้ความรู้สึกถึงดอกไม้หอม ๆ ด้วย แต่ไม่แน่ใจว่ากลิ่นอะไร อยากแนะนำจริง ๆ ครับ ถ้าป๋าณตหรือท่านใดชอบไวน์ขาว แนะนำตัวนี้ให้เป็นอีก 1
ตัวที่ขาดไม่ได้เลยครับ

เมื่อวานดื่มกับอาหารฟิวชั่น (มั่ว ๆ) คือ เส้นสปาเก็ตตี้หมึก + ผักสด + น้ำสลัด Sesame ของญี่ปุ่นครับ

ติดใจมาก ถ้าให้คะแนนก็คงจะ 90 up เลยครับ เสียแค่หวานมากไปหน่อย วันนี้เลยว่าจะเปลี่ยนน้ำสลัดเป็นน้ำยำแบบของคนไทย ๆ เราดูบ้าง เผื่อครึ่งขวดที่เหลือจะเด็ดกว่าเดิมครับ

:46:
There's only one "Jack Russell"

ณต

#244
อ้างคำพูดจาก: vikz เมื่อ 04 ก.ย. 2012, 17:36 น.
รบกวนขอความรู้เพิ่มเติมครับ จะไปโพสท์ในจู๋ก็กลัวจะเบิ้ลมากไป

องุ่นพันธุ์ gewurztraminer ปกติรสชาตมันจะหวานมาก และหอมมาก (กว่า Reisling) เหรอครับ

ผมสงสัยมากครับ เพราะ Sales ที่ขายบอกไว้อย่างนั้นครับ

และสิ้นเดือนนี้ จะไปเที่ยวแพ ว่าจะเอาไปซัก 4 ขวด ซึ่งเล็งไว้แล้วว่าจะเป็น

1. Black Tower - Reisling
2. Crane Lake - Gewurztraminer
3. อยากได้ Rose ไวน์ครับ จำไ้ด้ว่าพี่แนะนำ Sakuna ไว้

ไม่ทราบว่าทางพี่ณตจะมีตัวไหนแนะนำเพิ่มอีกครับ

อ้อ รบกวนชี้แจงเรื่อง สมดุลย์ "แบน" ให้ด้วยครับ

รบกวนเท่านี้ครับ

ขอบคุณมากครับ
:46:

ไม่ต้องกลัวเบิ้ลนะครับ โพสถามในจู๋นี่แหละดี

เอาเรื่องไวน์เกวูร์ซทรามิเนอร์ก่อนว่า
จำเป็นไหมที่จะต้องหวานกว่ารีสลิ่ง
คำตอบคือไม่จำเป็นเสมอไปนะครับ   :27:

เพราะเรื่องความหวาน มันมีที่มาที่ไปของมัรอยู่
เรื่องกลิ่นหอมนั้นเนื่องจากองุ่นพันธุ์เกวูร์ซทรามิเนอร์
ก็เป็นองุ่นที่มีคุณลักษณะที่ให้กลิ่นหอมค่อนข้างมาก
ส่วนจะหอมกว่ารีสลิ่งหรือเปล่านั้นคงตอบยาก
เพราะไวน์แต่ยี่ห้อ แต่ละพื้นที่ ก็มีคุณลักษณะแตกต่างกันไปครับ

อยากให้ลองย้อนกลับไปอ่าน ตรงนี้นิดนึง
เพราะจะอธิบายเรื่องพื้นฐานของการชิมไวน์ และโครงสร้างของไวน์เอาไว้
น่าจะตอบคำถามคุณวิคได้ระดับนึงล่ะ
ถ้ายังสงสัยอยู่ ก็ให้ถามมาอีกนะครับ จะลองอธิบายเพิ่มให้อีก

ไวน์โรเซ่ ถ้าจะกินกับอาหารไทยแซ่บๆ ก็คงต้องติดหวานนิดนึง
อย่างพวก White Zinfandel ที่ไม่ได้บ่มโอ้ค จากอเมริกา

ส่วนเรื่องสมดุลแบน ตรงนี้ผมก็ไม่แน่ใจนะครับ
ว่าเซียนไวน์ในเมืองไทยเขาพูดถึงอะไรอยู่  :30:

แต่ผมเดาเอานะ ว่าน่าจะแปลมาจากคำอธิบายรสชาติของไวน์จากฝรั่ง
คือถ้าเป็นแถวนี้ เราจะมีคำที่ไว้อธิบายรสชาติของไวน์อยู่คำนึง
ที่เรียกกันว่า Flat Wine แต่ความหมายมันคงไม่ใช่ "แบน" อย่างที่เราแปลกันออกมา
ความหมายจริงๆ ของคำว่า Flat wine ของคนแถวนี้
นั่นคือไวน์ตัวนี้มีแอซิดิตี้น้อยครับ

คำว่า Flat ก็สามารถใช้กับโค้กได้เหมือนกัน
ยกตัวอย่างเช่น Flat Coke ก็หมายความว่า
โค้กขวดนี้เปิดไว้นานจนหายซ่าแล้ว เป็นต้น

ดังนั้น Flat wine ถ้าพูดถึงไวน์ฟอง
ก็จะหมายถึงไวน์ฟองที่เปิดไว้นานจนหายซ่านั่นเอง

Vikz

ขอบคุณป๋าฮะ

:46:

เดี๋ยวถ้าซื้อมาแล้วได้ลองจะเอามาเขียนอีกนะครับ

ปราสาทอสูรนี่คงไม่ซื้อไม่ได้แล้ว เห็นเว็บแล้วชอบมาก มีการบอกถึงการดื่มคู่กับอาหารด้วย

ส่วนเรื่อง "แบน" นั้น ขอบคุณอีกครั้งครับ  :46: พอบอกว่า Flat Coke เป็นอย่างไร เห็นภาพเลยครับ

ป๋าณตครับ ผมสงสัย จากที่อ่าน ๆ มาจากเว็บ winescale (พาดพิงหน่อยครับ ขออภัย) เห็นบางทีเค้าพูดถึงแต่ไวน์ตัวเมพ ๆ


อยากทราบจริง ๆ ครับ ว่าไวน์เมพเนี่ย มันดื่มแล้วหลุดไปอีกโลกเลยหรือเปล่าครับ หรือถ้าป๋าพอจะบรรยายเป็นตัวอักษรได้ รบกวนหน่อยได้ไหมครับ ว่ามันเป็นอย่างไร

(ยกตัวอย่าง mouton rothschild ก็ได้ครับ)

ขอบคุณมากครับ

:46:
There's only one "Jack Russell"

Vikz

ป๋าณตครับ อีกเรื่องนึงที่ผมอยากให้ป๋ามาเขียนก็คือ "โอ๊ค" ครับ

ตอนนี้หลังจากที่อ่านพวก Tasting Note หลาย ๆ อันแล้ว รู้สึกอย่างนึงครับ

ที่เค้าได้กลิ่น ดินเขียว วนิลา เลนท้องร่อง ยาสูบ อะไรพวกนี้ มันอาจจะเป็นไปได้ไหมครับ ว่าเกิดจากเนื้อไม้ที่ดูดซับเอากลิ่นต่าง ๆ เข้าไปในเนื้อไม้

ในขณะที่ียังเป็นต้นโอ๊คอยู่ ณ ตอนนั้น

หรือแม้กระทั่งกลิ่นของกระสอบป่าน ที่อาจจะเกิดจากการนำไม้โอ๊คมาใส่ในกระสอบ (หรือเปล่า) สำหรับการเตรียมทำถังหมัก

รบกวนป๋าณตมาให้ความกระจ่างด้วยนะครับ

:46:

There's only one "Jack Russell"

Vikz

เบิ้ลอยู่คนเดียว จู๋นี้

เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้ไปแพมา เลยเอาไวน์ไปด้วย 3 ขวด ตามรูปครับ





และอีกหนึ่งก็คือ Black Tower เจ้าเก่าครับ Reisling 2009

สรุป 3 ขวดที่ซื้อไป เป็นปี 2009 หมดเลย

เปิดขวดแรกเป็น Black Tower หลังจากที่นำไปแช่ในถังน้ำแข็งเกือบ ๆ ชั่วโมงให้ได้อุณหภูมิที่เย็นเจี๊ยบ

กลิ่นแรกนั้นเหมือนเคย ดอกไม้ขาว องุ่นขาวสุกฉ่ำ

แต่รสชาต ไม่เหมือนตอนทริปชลบุรีแฮะ ไม่หวาน แต่ได้กลิ่นน้ำมันดีเซลจาง ๆ ปนมา

ขวดนี้ดื่มเปล่า ๆ ไม่ได้ดื่มกับอาหาร ไม่ประทับใจเท่าที่ควร ไม่แน่ใจว่าเพราะดื่มเปล่า ๆ หรือเพราะการเก็บรักษาของร้านที่ไปซื้อมา (From Foodland) ให้คะแนนทีี่ 7 เต็ม 10 กับไวน์ขาวนี่ คงต้องหาลองยี่ห้ออื่น ๆ ที่เป็น Reisling เพื่อเอามาเทียบซะแล้ว

ขวดต่อไป Rose Wine จาก South Africa

ตัวนี้ไม่ได้หวังอะไรเลย เพราะไม่เคยดื่ม Rose มาก่อน

เปิดมาปั๊บ อืม กลิ่นสตอร์เบอร์รี่ กับผลไม้แดง ๆ ที่ยังไม่สุกเท่าไหร่ลอยมา แต่รู้ได้เลยว่าไม่ออกหวานแน่นอน แล้วก็ตามคาด Dry จริง ๆ

แต่สดชื่นดี ดื่มคู่กับอาหารไทยเช่น พะแนงก็โอเคนะ ลดเลี่ยนของพะแนงไปได้ ตัวนี้ให้ 8 เต็ม 10 และคิดว่าคงต้องศึกษา Rose อีกเยอะเลย เพราะมันก็เป็นตัวที่น่าสนใจเหมือนกัน ดื่มง่ายดี สีสวยด้วย

ขวดสุดท้า่ย ไวน์ Merlot จากฝรั่งเศสที่เห็นแต่ตัวปีกับพันธุ์องุ่นก็หยิบเลย เพราะนึกไม่ออกแล้วว่าจะเอาขวดไหน

ปรากฎว่าดื่มง่ายกว่าที่คาด สีของไวน์ออกแดงใส ตอนแรกเข้าใจว่าไวน์กำลังพร้อมดื่ม แต่พอดื่มแล้วไม่ใช่ มันจะออกแนวน้ำเนื้อน้อยมากกว่า เพราะรู้สึกได้ว่ามันขาด ๆ หาย ๆ อะไรบางอย่างไป

กลิ่นของขวดนี้ก็เป็นองุ่นแดงสุก เครื่องเทศอย่างพริกไทย ก้านไม้แห้ง

รสชาตไม่เลวร้าย เปรี้ยวนิด ๆ แต่ไม่เสีย แทนนินดี(เทียบเป็นชาแบบที่ป๋าณตเคยให้เทียบก็จะประมาณ ชาเติมนมเล็กน้อย) จบนานพอควร (นับเลขในใจได้ประมาณ 7 - 8 วินาที)

คะแนนที่ให้ของขวดนี้คือ 7.5 เต็ม 10 (ตัวนี้ก็ดื่มเปล่า ๆ ไม่ได้คู่กับอาหาร แต่มีแก้วนึงที่ลองกับทาโร่ อี๋มาก กลิ่นสนิมเต็มปาก)

สรุปว่า 3 ขวดที่ผ่านมาถือว่าดีหมด (เป็นโชคดีจริง ๆ) หรือเพราะปี 2009 องุ่นค่อนข้างดีก็ไม่รู้ได้ แต่ทุกยี่ห้อที่ลองในปี 2009 ถือว่าถูกใจหมด
There's only one "Jack Russell"

ณต

เรื่องไวน์หอคอยทมิฬ ที่บอกว่ากลิ่นมันหายไป
ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะแช่เย็นเกินไปหรือเปล่านะครับ
มันเป็นกฎของไวน์เลย คือถ้ายิ่งเย็นมากขึ้น
กลิ่นก็จะค่อยๆ หายไปเรื่อยๆ 
ความเปรี้ยวก็จะเด่นชัดมากขึ้นตามไปด้วย

เห็นวันก่อนมาถามเรื่องโอ้ค ว่าจะมาตอบอยู่
แต่ก็คิดไม่ตกว่าจะอธิบายยังไง
เอาจริงๆ เรื่องโอ้คนี่ เอามาเขียนหนังสือไวน์ได้อีกเล่มด้วยซ้ำ
ทว่าแค่อ่านมันก็ไม่ทำให้เข้าใจอยู่ดี
เรื่องแบบนี้ต้องเรียนแบบ มุขปาฐะ

เรื่องกลิ่นต่างๆ นั้น ก็มีหลายตำราว่าไว้
ผมขออ้างอิงจาก Jean Renoir แล้วกัน
แกว่ากลิ่นต่างๆ ในไวน์นั้น
มันมาจากผลองุ่นเป็นหลักนะครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่องุ่นเริ่มออกดอก
ก็จะเก็บกลิ่นต่างๆ ของสิ่งแวดล้อมในที่ปลูกเอาไว้

ตรงนี้นี่เองที่เซียนไวน์หลายคน เวลาชิมไวน์
เขาถึงสามารถบอกได้ถึง Terroir หรืิอพื้นที่ปลูกไวน์ได้
บางคนบอกได้ถึงสภาพดินฟ้าอากาศในปีนั้นๆ
ซึ่ง Terroir นี่ แต่ละพื้นที่ก็จะมีคุณลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันไป

ทีนี้กลิ่นของโอ้ีึค ก็จะเข้ามาตอนที่เราบ่มไวน์
โดยที่แอลกอฮอล์ในไวน์ จะทำปฎิกริยากับออกซิเจน
โดยผ่านไม้โอ้คอย่างช้าๆ

คือสมัยก่อนเราเก็บไวน์ไว้ในถุงหนังสัตว์
หรือพวกเทอราคอตต้า(เครื่องปั้นดินเผา)
หนังสัตว์ก็จะทำให้รสชาติไวน์เลวลง
เทอราคอตต้าก็จะทำให้ไวน์กระด้าง
เหมือนที่ทำให้น้ำกระด้างนั่นแหละ
จนกระทั่งไ้ด้ไอเดียจากชนชาติ(celt)
ที่เก็บเบียร์ไว้ในถังไม้โอ้คเวลาขนส่ง
หลังจากนั้นก็เลยมีการนำเอาถังโอ้คมาใช้
ในการผลิตไวน์ในที่สุด

ปกติที่เราจะแบ่งเป็นโอ้คอเมริกัน กับโอ้คฝรั่งเศส
ซึ่งจะมีคุณลักษณะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
อย่างโอ้คอเมริกัน ก็จะมีกลิ่นวานิลลา หรือกลิ่นมะพร้าวคั่วเป็นต้น

แต่จริงๆ สายพันธุ์ของไม้โอ้คที่เอามาทำไวน์ฺ
มันสามารถแยกย่อยได้มากกว่านั้น
รวมถึงกลิ่นก็แตกต่างกันออกไปด้วย
ถ้ามีโอกาสจะมาเพิ่มเติมให้นะครับ


Vikz

กราบขอบพระคุณป๋าอย่างสูง ที่ยังไม่ลืมน้อง และสละเวลามาให้ความรู้ครับ

ยังไงก็จะรอตอนต่อไปนะครับ

ได้ความรู้ดีมาก

อ้อ ป๋าครับ ปี 2009 นี่เป็นปีดีขององุ่นหรือเปล่าครับ ที่ฝรั่งเศส และพวกชิลีน่ะครับ ลองหลายตัวแล้ว ปี 2009 ชอบหมดเลย

:46:
There's only one "Jack Russell"

ณต

เรื่องวินเทจ ปีไหนดีไม่ดีนี่ มันมี vintage chart อยู่น่ะครับ(ลองหาในกูเกิลดู)
หลักๆ เลย ก็อยู่ที่ดินฟ้าอากาศของ Terrior แต่ละที่
ปี 2009 เขาว่ากันว่าเป็นปีที่ดีมากของไวน์ Bordeaux
ที่ต้องบอกว่าเขาว่ากัน เพราะก็ยังไม่ได้ชิม
แล้วก็ไม่คิดจะชิมไวน์ Bordeaux ปี 2009 ตอนนี้ด้วย
เนื่องจากยังไม่ถึงเวลา ต้องรออีกสักสิบปีหรือสิบห้าปีค่อยว่ากัน  :30:
กินตอนนี้ก็เจอแต่ความเปรี้ยวฝาดนะครับ
วินเทจพวกนี้ เขาไว้ให้นักเก็งกำไรซื้อไวน์โลกเก่าดีๆ ที่สามารถเก็บได้
เอาไว้ขายต่อในอนาคต

ส่วนไวน์โลกใหม่ในระดับราคาไม่แพง
ผมว่าวินเทจไม่ค่อยจะมีผลเท่าไหร่ครับ




ณต


อ้างคำพูดจาก: vikz เมื่อ 02 ต.ค. 2012, 09:17 น.
เรียนป๋าณต

จะรบกวนสอบถามเรื่องพันธุ์องุ่นกับรสชาตครับ

เมื่อวานนี้ไปยืนส่องไวน์ที่ Villa Market ตรงเมเจอร์รัชโยธินมา ตรงมุมไวน์ Argentina ทำให้ผมสงสัยเกี่ยวกับเรื่องรสชาตครับ

องุ่นพันธ์ Malbec นี่รสจะประมาณไหนครับ ความฝาดพอ ๆ กับ Cabernet Sauvignon หรือไม่ครับ

แล้วพันธุ์อื่น ๆ ล่ะครับ อย่างเ่ช่น Sangoviese หรือ Tempranillo, Grenache

รบกวนด้วยนะครับพี่

เมื่อวานไปยืนเลือกเกือบชั่วโมง ตัดสินใจไมุ่ถูกว่าจะเอาตัวไหนดี เพราะไม่ชินกับองุ่นพันธุ์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ 4 พันธุ์หลักที่เคยเจอครับ

ขอบคุณครับ

คำถามที่ว่าไวน์องุ่นแต่ละพันธุ์รสชาติประมาณไหนนั้น
คำตอบง่ายมากครับ ลองซื้อมากินให้ครบทุกตัวเลย  :30:
ชิมแล้วชอบตัวไหน ก็กลับไปซื้อซ้ำ ไม่ชอบตัวไหนก็อย่าซื้ออีก

คืองี้ครับ มันเป็นเรื่องยากพอสมควร
ในการแยกแยะไวน์ที่ทำจากองุ่นสายพันธุ์ต่างๆ
ขนาดคนที่เป็นมาสเตอร์ออฟไวน์ ก็ยังพลาดได้บ่อยๆ
(ลองปิดฉลากขวด แล้วชิมดู ว่าไวน์ไหนทำจากองุ่นพันธุ์อะไร
ไม่แนะนำให้ทำนะครับ เพราะไม่มีประโยชน์อะไร)

ยิ่งถ้าพันธุ์ฺองุ่นไม่ได้เป็น noble grape variety แล้วยิ่งยากมาก
เพราะคุณลักษณะพื้นฐานของพันธุ์องุ่น
มันจะแปรเปลี่ยนไปตามภูมิประเทศที่เพาะปลูก
หนำซ้ำเทคนิคของคนทำไวน์แต่ละที่ก็ต่างกันไป
ยกตัวอย่างเราเคยชิมไวน์ที่ทำจากองุ่นพันธุ์นี้แล้วไม่ชอบ
แต่บางทีพอเปลี่ยนผู้ผลิตหรือประเทศ เราอาจจะชอบขึ้นมาก็ได้

ดังนั้นไม่มีสูตรสำเร็จครับ ต้องเลือกชิมเอาโลด  :30: :30:

Vikz

อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 02 ต.ค. 2012, 17:40 น.
คำถามที่ว่าไวน์องุ่นแต่ละพันธุ์รสชาติประมาณไหนนั้น
คำตอบง่ายมากครับ ลองซื้อมากินให้ครบทุกตัวเลย  :30:
ชิมแล้วชอบตัวไหน ก็กลับไปซื้อซ้ำ ไม่ชอบตัวไหนก็อย่าซื้ออีก

คืองี้ครับ มันเป็นเรื่องยากพอสมควร
ในการแยกแยะไวน์ที่ทำจากองุ่นสายพันธุ์ต่างๆ
ขนาดคนที่เป็นมาสเตอร์ออฟไวน์ ก็ยังพลาดได้บ่อยๆ
(ลองปิดฉลากขวด แล้วชิมดู ว่าไวน์ไหนทำจากองุ่นพันธุ์อะไร
ไม่แนะนำให้ทำนะครับ เพราะไม่มีประโยชน์อะไร)

ยิ่งถ้าพันธุ์ฺองุ่นไม่ได้เป็น noble grape variety แล้วยิ่งยากมาก
เพราะคุณลักษณะพื้นฐานของพันธุ์องุ่น
มันจะแปรเปลี่ยนไปตามภูมิประเทศที่เพาะปลูก
หนำซ้ำเทคนิคของคนทำไวน์แต่ละที่ก็ต่างกันไป
ยกตัวอย่างเราเคยชิมไวน์ที่ทำจากองุ่นพันธุ์นี้แล้วไม่ชอบ
แต่บางทีพอเปลี่ยนผู้ผลิตหรือประเทศ เราอาจจะชอบขึ้นมาก็ได้

ดังนั้นไม่มีสูตรสำเร็จครับ ต้องเลือกชิมเอาโลด  :30: :30:

ยังงั้นก็ต้องเป็นลังแหง ๆ  :05: ฮือ  :05:

เมื่อวานลองตัวนี้ไปครับ



ทานคู่กับสปาเก็ตตี้แฮมเห็ด สเต็กเนื้อ

เปิดขวดทิ้งไว้ 20 นาที

เทลงแก้ว สีมันแปลก ๆ แฮะ ออกหม่น ๆ ยังไงไม่รู้ (จำเป็นไม๊ครับ ป๋าณต ว่าถ้าไวน์โดนความร้อนมาแล้วจะเกิดปัญหาทำให้สีเปลี่ยนไป)

กลิ่นปิดพอสมควร ได้กลิ่นแต่ลังไม้ืชื้่น ๆ และเบอร์รี่แดงดำนิดหน่อย พลัมจาง ๆ

ตอนแกว่งแก้วกลิ่นก็ยังไม่เปิด แต่ได้กลิ่นดอกไม้อ่อน ๆ เพิ่มมาอีกหน่อย

รสชาต ออกแนวดราย แต่ไม่ฝาด แทนนินค่อนข้างเยอะ แต่ไม่บาดคอ (เหมือนชานมมากกว่านะครับ)

จบสั้น แต่หอมต่อในคออีกพักนึง

ถือเป็นไวน์กินง่าย ๆ หนุก ๆ จากอิตาลี ซึ่งวันหลังจะไปลองซื้อไวน์อิตาลีมาดื่มเพิ่ม เพราะเริ่มอยากรู้จักมากกว่านี้แล้ว

สำหรับพันธุ์องุ่นที่ป๋าบอกว่าให้ไปลองซื้อ ท่าทางจะมีเงินหล่นทับตีนขาดกันบ้างละคราวนี้  :30:

ขอบคุณป๋าครับ

:46:
There's only one "Jack Russell"

Vikz

กลับมาอีกครั้ง กับการขุดและเบิ้ล

แฟนซื้อมาให้จากฟาร์มโชคชัย ด้วยความที่พอได้ยินชื่อไวน์ก็สะดุ้ง บอกให้ซื้อทันที



ราคา 660 บาท ต่อ 500 ml ถือว่าแพงไปนิด

แต่ยังไม่ได้ลองชิมจัง ๆ ครับ เดี๋ยวเย็นนี้จะชิมแล้วพรุ่งนี้จะเอามาเล่า

อยากกินตัวนี้มานานแล้ว เพราะพี่ณตเคยบอกไว้ในหน้าแรก ๆ ว่าอร่อย

:46:
There's only one "Jack Russell"

ณต

#254
คือไวน์ตัวนี้ผมว่าผู้หญิงก็น่าจะชอบนะครับ
หอมหวาน สดชื่น เหมือนเราเดินเล่นกับสาวน้อย
ในสวนดอกไม้กลางแจ้งที่มีกลิ่นหอมระเรื่อๆ  
มีลมพัดผ่านละอองน้ำพุโชยมาปะทะใบหน้า
แถมสาวน้อยคนนี้เธอก็ช่างพูดช่างคุยเสียด้วยสิ  :56:

ว่าแต่ว่าซื้อมาขวดเดียวเดี๋ยวไม่พอกินนะครับ
เวลาหมดแล้วจะรู้สึกค้างคามากๆ  :30:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines