โลกนี้สีชมพู

เริ่มโพสต์โดย เดอะบุ๋ม, 17 มิ.ย. 2008, 15:26 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

จักรี

เจ๊ส้มน่ารักขนาดนี้ใครจะไม่ชอบ
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

นายโอ้เอ้

ใช่ๆ หวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย อร่อยมาก
Today you , Tomorrow me.

ณต


ส้ ม ♥

อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 06 ธ.ค. 2008, 06:19 น.
ใช่ๆ หวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย อร่อยมาก

ส้มให้ชิมแขนข้างนึงเลยพี่
หนังเย็บมือ Homemade www.facebook.com/oxhour

Rabbitinblack


roundbol123

 :25: โอ้ย รออ่านต่อ
:22: :47:

☼ แอนมินิ ☼

กรี๊ดกร๊าดดดด พี่เป็ดย่างเล่าได้สนุกมากกกก+  :53: :53: :53: :53: :53:
ไม่สิ ต้องเรียกว่ามนุษย์ใยไหม  :53:

Romzaikyu

อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 06 ธ.ค. 2008, 02:53 น.
เด็กผู้หญิงคนนั้นน่ะส้มชัดๆ แต่ดีกรีความเถื่อนมากกว่าเยอะ :30:

แล้วส้มก็บังเอิญมีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชายสไตล์นี้ซะด้วย แต่ต่างตรงที่เราต่างไม่ได้คิดอะไรเกินเลย ปัจจุบันมันก็ยังเป็นลิ่วล้อให้ส้มอยู่

\\ มันแอบชอบส้มอยู่เปล่าอ่ะพี่  :47:


ค่อนข้างแน่ครับส้ม ว่าแต่ส้มน่ารักขนาดนี้ใครจะไม่ชอบ  :27:

เออ คนเรียกลุงทั้งเว็บนี่ไม่อะไรนะ แต่พอนานามันเรียกอาร่มแล้วจี๊ดยังไงไม่รู้   :05:

HS-JEF

ใครมาทำร้ายจิตใจพี่ร่มผมบอกมานะ  :37:

นานาเหรอ คนนี้ยกเว้นครับ  :22:
วาว วาว เสียงรถไฟแล่นไปฤทัยครื้นเครง

เดอะบุ๋ม

หูย พี่ร่ม  :25:    :53:  บวกๆ

Romzaikyu

อ้างคำพูดจาก: โทนี่ จ่า เมื่อ 07 ธ.ค. 2008, 21:21 น.
ใครมาทำร้ายจิตใจพี่ร่มผมบอกมานะ  :37:


เจฟครับ เจฟไปอ่านกระจู๋โชว์อะดูดครับ

แล้วบอกการทางให้เวนคืนที่บ้านพวกมันมาทำรางรถไฟด้วยครับ

อ้อ เอาบ้านไอ้ติ๊ก กะ ไอ้เจนก่อนเลยนะ

HS-JEF

วาว วาว เสียงรถไฟแล่นไปฤทัยครื้นเครง

Romzaikyu

ความรักครั้งแรก ตอนที่ 3
         
                 เมื่อคุณเริ่มรู้ตัวว่าคุณตกหลุมรักใครสักคน คุณจะทำอย่างไร คุณจะบอกเขาไหม คุณอยากทำอะไรให้เขา

จำได้ว่าเมื่อสมัยเด็ก ๆ เคยดูโฆษณาตัวนึง น่าจะเป็นโรลออนอะไรซักอย่าง จำไม่ได้แน่

แต่จำได้ติดหัวเลยว่า เพลงประกอบเป็นเพลง Fallen โตมาถึงได้รู้ว่าคนร้องชื่อ Lauren Wood

I can't believe it, you're a dream comin' true. I can't believe how I have fallen for you.

And I was not looking, was content to remain. And it's Ironic to be back in the game.

You are the one who's led me to the sun. How could I Know that I was lost without you...

And I want to tell you, you control my rain.. And you should know that you are life in my veins.

You are the one who's led me to the sun. How could I Know that I was lost without you...

I can't believe it, you're a dream comin' true. I can't believe how I have fallen for you.

And I was not looking, was content to remain. And it's Erotic to be back in the game.

เนื้อเรื่องในโฆษณามีอยู่ว่า ผู้ชายคนหนึ่งนั่งประดิษฐ์ช่อดอกไม้ขนาดใหญ่อยู่ในห้อง

ตัดนั่น ประกอบนี่ ทาสีนู่น อยู่นาน สุดท้ายก็ทำเสร็จ แต่ช่อมันใหญ่เกิน

เอาออกจากห้องไม่ได้ ได้แต่หัวเราะ ขำตัวเอง สุดท่ายก็เลยดึงกุกลาบไปให้เขาแค่ดอกเดียว

ทำให้ผมสงสัยว่าอะไรมันจะทำให้ผู้ชายคนหนึ่งลงทุนทำอะไรได้ขนาดนั้น

โดยที่สุดท้ายแล้ว ผลมันจะไม่เป็นอย่างที่คิด แต่ตอนทำแล้วคิดถึงคนที่เรารัก ก็มีความสุขแล้ว

นั่นเองกระมังที่ทำให้ผมเริ่มทำการ์ดใบแรก ที่ติดดอกไม้ทับเอาไว้ มีคำว่า Love เขียนเอาไว้หนึ่งคำ

จำไม่ได้แล้วว่าจริง ๆ แล้วมันสวยรึเปล่า แต่ว่ามันสวยที่สุดในชีวิตเท่าที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ ตอนนั้นรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ

แล้วผมก็แอบเนียนไปใส่ไว้กระเป๋าของเธอได้อย่างไม่ยากนัก ว่าแต่ถ้าเธอเจอแล้วผมจะทำยังไง

บอกเธอดีมั้ยว่านั่นของชั้นเอง เอ่ออ ผมไม่กล้าขนาดจะเขียนชื่อลงไปในการ์ดน่ะครับ

ไม่ทันได้คิดดีละครับ "เฮ้ย ใครเอาอะไรมาใส่ในนี้" เธอหยิบมันขึ้นมา แล้ก้พูดด้วยเสียงที่ได้ยินไปทั้งห้อง

"เฮ้ย มีคนมาสารภาพรักทอมเว้ย" "เฮ้ยไหนดูดิ๊ โคตรลาวเลยว่ะ" และ บลา ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

ผมลุกขึ้นมา ตะโกนออกไปว่า "ของชั้นเอง ชั้นชอบแก การ์ดนั่นชั้นทำทั้งคืนเชียวนะ"

ครับ ฟังดูดี และเท่มาก แต่ขอโทษนี่ไม่ใช่นวนิยาย มันเป็นเรื่องจริง ดังนั้นบรรทัดที่แล้วผมโกหก

ใครมันจะไปกล้าครับ มีแต่ทางตายเท่านั้นถ้าบอกออกไป ได้แต่นั่งเงียบบ ๆ ไม่แสดงพิรุธใด ๆ

หรือว่าการอยู่นิ่ง ๆ นี่แหละ พิรุธชั้นดีเลยล่ะ เพราะเธอหันมา (ผมนั่งอยู่หลังเธอ ถ้าจะจำกันได้) "แกรู้มั้ย ร่ม"

ถ้ามองโลกในแง่ดี ผมอยู่ในตำแหน่งที่น่าจะเห็นกระเป๋าของเธอตลอดเวลา ผมน่าจะรู้เบาะแส (แน่ละ ชั้นใส่เอง)

คิดในแง่ร้าย ผมโกหกไม่เป็น หน้าผมมันบอกอาการไปหมดแล้ว ประกอบกับคดีเรื่องความสนใจในเพศตรงข้ามมันยังไม่ซาดี

ผมตอบออกไปอย่างแมน ๆ "ไม่รู้ กระเป๋าแก แกยังไม่รู้ ชั้นจะไปรู้ได้ยังไง" ครับเด็กผู้ชายมัธยมย่อมกลัวการโดนล้อ

"แน่นะ" เธอย้ำเสียงเข้ม เหมือนสายตาเพื่อนทั้งห้องหันมามองผมทั้งหมด ผมเชื่อว่าทุกคนเชื่อว่าเป็นผมอย่างน้อยก็คนละ 20 %

"เออ สิวะ" เฮ้ออออ ตุ๊ดชิบหาย แล้วทุกคนก็ค่อย ๆ ทยอยกันกลับไปนั่งที่ กระแสเรื่องการ์ด "Love" นี้เริ่มกระจายไปทั่ว

และ ผมรู้สึกว่าคนทั้งชั้นกำลังมองมาที่ผม โดยเฉพาะ ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างหน้าผมเนี่ย ทำไมพักนี้หันมามองข้างหลังบ่อยจัง
               
                   ทำยังไงต่อดีหนอ ผมคงไม่กล้าบอกเธอแน่ ๆ ให้ตายก็ไม่กล้าแน่ ๆ ตอนนี้

แล้วที่สำคัญ เธอเริ่มห่างเหินกับผม ผมไม่ได้รู้สึกไปเองแน่ ๆ หรือว่า เธอสงสัยผม ดีไม่ดีเธอแน่ใจแล้ว แต่ผมยังไม่กล้ายอมรับ

หรือเธอเกลียดผมไปแล้ว ไอ้เราก็มีชนักปักอยู่ซะด้วย จะไปพูดอะไร แค่อ้าปากก็พูดไม่ออกแล้ว

หรือยิ่งเป็นอย่างนี้มันก็ยิ่งชัดสิ ว่าผมเป็นคนส่งเอง แล้วยังไม่กล้ารับอีก โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

แล้วการ์ดใบที่ 2 ก็เสร็จ ผมไม่รู้ว่าผมทำมันเพื่อบอกความในใจต่อเนื่อง หรือผมทำเพื่อบำบัดตัวเอง

เพราะตอนนี้ผมแทบไม่ได้คุยกับเธอเลย มันกลายเป็นว่าพอผมรู้ตัวแล้วผมก็มีเธออยู่แต่ในความคิดเท่านั้น

เธอในความเป็นจริงกลายเป็นความจริงที่ลอยออกไปเรื่อย ๆ ผมมีเธออยู่แค่ในความคำนึงส่วนตัวเท่านั้น

และเวลาที่ผมทำการ์ดเท่านั้นที่ผมจะมีความสุขอยู่กับการได้จดจ่ออยู่กับการทำเพื่อเธอ ทั้งที่ไม่รู้ว่าเธอจะชอบมันรึเปล่า

การ์ดใบที่ 2 เหตุการณืเดิม ๆ เพื่อนก็ล้อเช่นเดิม แต่เธอไม่หันมาคาดคั้นกับผมแล้ว ไม่สิเธอไม่ได้หันมาทางผมด้วยซ้ำ

การ์ดใบที่ 3 ใบที่ 4 เธอไม่พูดอะไร ไม่เอามันออกมาจากกระเป่าด้วยซ้ำ หรือเธอไม่ได้สนใจมันเลย

เหมือนกับที่เธอไม่สนใจคนที่ทำมัน ที่นั่งอยู่ข้างหลังนี่

              จนจบชั้นม.3 ผมแทบไม่ได้คุยกับเธอเลย ดีที่ตอนนี้ผมมีเพื่อนสนิทคนอื่น ๆ บ้างแล้ว

ผมคงลืมเล่าไปว่าผมค่อย ๆ ชวนเพื่อนหลาย ๆ คนยืมหนังสือออกจากห้องสมุดได้ ผู้ชนะสิบทิศ ฮิตพอ ๆ กับทาเล้นท์อยู่ช่วงหนึ่ง

และ ผมเริ่มออกไปเตะบอลบ้าง ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยยิงประตูได้ซักหน และทุกคนบอกว่าผมไม่มีเซ้นท์ทางกีฬาแม้แต่น้อย

ดังนั้นจึงมีคนที่รู้ว่าเป็นผมเป็นคนทำจริง ๆ อยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งพวกมันทุกคนก็บอกว่า เธอต้องรู้แน่ ๆ ว่าเป็นผม

ซึ่งพอผมปรึกษาพวกมันทุกคนว่าผมควรทำยังไงกับสถานการณ์นี้ดี ทุกคนก็ตอบว่า "แล้วแต่มึง"

ปิดเทอมนั้นผมคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะต้องบอกเธอซักที ว่าผมรู้สึกยังไงกับเธอแน่

ผมทนมีความสุขปลอม ๆ อยู่กับการนั่งทำการ์ดแต่ไม่ได้คุยกับเธออยู่ไม่ได้แล้ว

อีกอย่างเปิดเทอมม.4 เราจะอยู่กันคนละห้องแล้ว เธอเหมือนจะยิ่งห่างออกไปทุกที

เธออยู่สายวิทย์ คณิตห้อง 1 และ ผมอยู่สายศิลป์ ภาษาฝรั่งเศส ผมบอกแล้วว่าเราไม่เหมือนกันเลย

แล้วทีนี้ผมจะบอกเธอยังไง แน่นอนว่าต้องเป็นการ์ดอีกแน่ ๆ ไม่ละต้องเป็นจดหมายแล้วคราวนี้

และด้วยความพิลึกของผม มันกลายเป็นแบบสอบถามไปได้ยังไงไม่รู้ มันมีคำถามอยู่หลายข้อ

แล้วมีคำตอบให้เลือก แน่นอนมีข้ออื่น ๆ โปรดระบุด้วย ไม่รู้จริง ๆ ว่าอะไรดลใจให้ทำอย่างนั้น

แต่มันจะพิศดาร หรือใครจะว่ามันไม่เข้าท่ายังไงก็แล้วแต่ คราวนี้ผมลงชื่อครับ

               เปิดเทอมวันแรก เราเรียนม.4 กันเป็นครั้งแรกของชีวิต ผมแวะซื้อดอกกุหลาบมาดอกหนึ่ง

เอาแบบสอบถามพันไว้ แล้วแอบไปวางใต้โต๊ะเธอ ด้วยวิธีแอบไปเข้าแถวตอนเช้าสาย

จังหวะที่จะวางดอกกุหลาบและแบบสอบถามนั้น ผมฉุกคิดมาอีกแวบนึง ผมควรทำดีรึเปล่า

ผมควรรอจังหวะแล้วทำเนียนไปซี้กันเหมือนเดิมมั้ย เหมือนว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น จะดีกว่ามั้ย

เอาวะ ตายเป็นตาย ผมวางชะตาชีวิตของผมไว้แล้ววิ่งไปเข้าแถว หวังไว้ว่าทุกอย่างจะดี

               วันนั้นผมเรียนไม่รู้เรื่องเลย ไม่สิผมไม่รู้ด้วยซ้ำมั้งว่าผมเรียนวิชาอะไรบ้าง

ดีที่เป็นคาบแรกของการเรียนการสอน เลยไม่ค่อยมีเนื้อหาอะไรมากนัก จนหกระทั่งหมดคาบที่ 2

ผมไม่รู้ว่าโรงเรียนอื่นมีพัก 15 นาทีตอน 10 โมงหลังจบคาบ 2 รึเปล่า แต่วันนั้นเป็นวันที่ผมรอพัก 15 นาทีที่สุด

พอผมออกมานอกห้อง พวกวิทย์ห้องหนึ่งก็เดินออกมาพร้อม ๆ กัน ไอ้เพื่อนหนึ่งในคณะที่รู้แล้วมันเดินเข้ามาจับมือกับผม

"มึงแน่มากเว้ยร่ม" แสดงว่าทุกคนรู้แล้วสินะ เธอไม่ได้เจอแล้วแอบดูเงียบ ๆ คนเดียวสินะ ผมเริ่มอยากวิ่งหนีไปอีกแล้ว

อยากหายตัว อยากมีจิ้งจกทัก งูเลื้อยผ่าน หรือ อะไรซักอย่างที่จะทำให้ผมไม่ตกอยู่ในสภาพหวาดกลัวไม่รู้คำตอบนี่ไปซักที

แล้วผมก็ออกเดินไปที่ห้อง 1 เดินไปหาเธอ ซึ่งอยู่กลางกลุ่มเพื่อน ๆ หญิงที่เล่นวอลเล่ย์บอลด้วยกัน

ไม่มีใครแซว ไม่มีใครพูดอะไรด้วยซ้ำ แม้แต่เธอ ถ้าผมไม่ได้คิดไปเองเธอไม่ได้มองหน้าผมด้วยซ้ำ

"ชั้นมาเอาคำตอบ" ผมทวงแบบสอบถามคืน เธอก็หยิบมันมายื่นให้ แล้วเดินออกจากห้องไปทั้งกลุ่ม

ผมรอเธอเดินออกไป ในใจหวังแค่ได้เพื่อนคนเดิมคืนมาเท่านั้น เพื่อนผู้หญิงที่สนิทที่สุดของผม

ผมเดินไปหามุมเงียบ ๆ แล้วเปิดแบบสอบถามออกดู จำไม่ได้แล้วว่ามีคำถามกี่ข้อ หรือ พร่ำพรรณาอะไรลงไปบ้าง

สิ่งเดียวที่ผมจำได้คือข้อสุดท้าย คำถามคือ แกรู้สึกยังไงกับชั้น แล้วต่อไปเราจเป็นอะไรกัน

คำตอบที่มีให้เลือก 1 มีใจให้เหมือนกัน ต่อไปเราต้องดูใจกันต่อ

2 เหมือนเดิม แกกับชั้นยังเป็นเพื่อนกันเสมอ

3 ชั้นเกลียดแก ต่อไปไม่ต้องมาให้ชั้นเห็นหน้าอีก

4 อื่น ๆ โปรดระบุ (ผมบอกแล้วว่ามันเป็นแบบสอบถาม)

มองโดยไว จะเห็นรอยปากกาติ๊กอยู่ที่ข้อ 2 แต่มีรอยลิขวิดเปเปอร์อยู่ที่ข้อ 3

ผมอกหักครั้งแรกในชีวิตวันนั้นเอง ขึ้นชื่อว่าเป็นรักครั้งแรกมันก็มักจะไม่สมหวังสินะ

ผมจำไม่ได้ว่าวันนั้นผมเป็นยังไงหลังจากที่อ่านแบบสอบถามอันนั้น ผมจำได้ว่ารู้สึกตัวอีกที่ที่ห้องสมุดตอนเที่ยง ๆ

วันนั้นผมเบลอ ๆ ไปทั้งวัน จนเพื่อนไม่ยอมให้ขี่มอเตอร์ไซค์เอง เพราะตอนที่ผมสตาร์ทรถอยู่มันไม่ติด

ผมสตาร์ทอยู่อย่างนั้น จนเพื่อนมันถามว่าผมทำอะไร ผมก็ตอบไปว่าผมสตาร์ทไม่ติด เนี่ยถีบคันสตาร์ทไปแล้วมันไม่แชะ

เพื่อนผมบอกว่ามันติดแล้ว เครื่องมึงน่ะติดแล้ว ถีบมันก็ไม่แชะสิวะ สรุปว่าคืนนั้นมันต้องลากผมไปนอนด้วยที่บ้านมัน

วันต่อมาเรื่องเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีใครแซว ไม่แม้แต่พูดถึงแบบสอบถามนั่น

คาดว่าคงไม่ใช่เพราะสงสารผม น่าจะไม่อยากมีเรื่องกับเธอมากกว่า

และที่สำคัญ หลังจากนั้นตลอด 3 ปีเธอไม่เคยพูดกับผมอีกเลยจนเรียนจบ

ตอนนั้นผมคิดว่าผมเสียเธอไปแล้วจริง ๆ จนกระทั่ง...........




ต่อไปน่าจะเป็นตอนจบจริงแล้วครับ






กวางจ้ะ

โคตรลุ้นเลยพี่ร่ม มาต่อไว ๆ น๊า  :25: :25:

Katezila

โอ้ยพี่ มาต่อให้จบเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวงานการหนูไม่ได้ทำพอดี  :07:
สนใจท่ออุตสาหกรรม​ เลือก DragonFlex นะจ้ะ​จุ๊บๆ​

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines