โลกนี้สีชมพู

เริ่มโพสต์โดย เดอะบุ๋ม, 17 มิ.ย. 2008, 15:26 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

eThics

:07: ไหนล่ะตอนจบ รอนานแล้วนะ
ทำคนแถวนี้ติดนิยายกันไปหมดแล้วนะพี่โร้มมมม :07:
เราเป็นเช่นเราเชื่อ    :: tK ::    :: สีมา ::

แนนเค้ก ❤


งั้นๆ :11:

ไหนล่ะตอนจบ :11:
Nothingness
||•• i-nan-za™``: วนัสนันท์ is back!

แตน

นานๆ จะเข้ามาที

กันย์

หนุ่มอักษรรักแน่ รักแท้ตลอดกาล~

Romzaikyu

เอ่อออ ตอนจบขอปรึกษาเจ้าตัวมันนิดนึงครับ

ว่าเอามาเล่าได้แค่ไหนดี มันอยู่ต่างประเทศอาจติดต่อยากนิดนึง

Soris0ri

มันมีอะไรลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนขนาดนั้นเลยเหรอคะ  :04:
Las Noches Rubicundior

❤ ตูน ❤

 :25: รออ่านอยู่นะ่พี่ร่ม สงสารเด็กตาดำ ๆ เห๊อะ อย่าบิ๊วแล้วจากไป

ส้ ม ♥

ตอนจบล่ะตอนจบ    :07: :07: :07:
หนังเย็บมือ Homemade www.facebook.com/oxhour

แตน

อยากมีเรื่องแบบนี้บ้างวู้ยยย :52:
นานๆ จะเข้ามาที

หลิว

พี่ร่ม ครับมาต่อเถอะครับ
อ่านแล้วรู้สึกดีครับ
รอคอย

Romzaikyu

ก็บอกว่าติดต่อเจ้าตัวอยู่ ปั๊ดโท่  :07:

เดี๋ยวก็สปอล์ยซะเลยนี่  :07:

หรือจะเอาแบบร่างแรก เอามั้ย แบบไม่สมบูรณ์น่ะเอามั้ย  :07:

ส้ ม ♥


ไม่เป็นไรพี่เค้าไม่รู้หรอกพี่ ติดต่อไปก็อดอ่านน่ะเด่ะ ใครจะไปยอมฟะ
หนังเย็บมือ Homemade www.facebook.com/oxhour

เกดลดา

รออ่านอย่างใจจดจ่อเลยค่ะ  :53:
กินทุกอย่างยกเว้นต้นหอมค่ะ

Romzaikyu

#5638
ความรักครั้งแรกตอนที่ 4 (ตอนจบซักที)

หมายเหตุ เรื่องมันไม่ได้"เสี่ยง"ในแบบที่ทุกคนเข้าใจหรอกนะ ขอโทษด้วย  :27:

                  ม. 6 เทอม 2 แน่นอนว่าเป็นฤดูแห่งความยินดีและอาลัยของเพื่อนมัธยม

เรื่องยินดีก็คือการสอบติดในคณะที่ตัวเองหวังไว้ ผมเป็นพวกสอบติดโควต้าภาคเหนือ มช. ได้คณะมนุษย์ศาสตร์ เอกสื่อสารมวลชน

ส่วนเธอนั้นแม้จะเป็นพวกโควต้าเหมือนกัน แต่ยังคงอยู่คนละขั้วกับผม เธอติดวิศวะกรรมศาสตร์ นึกภาพเธอในเสื้อชอปแล้วเข้ากันดี

ส่วนเรื่องอาลัยนั้นแน่นอนว่าทุกคนจะต้องจากกันไปคนละทิศละทาง ภาพแสงแดดตอนเย็น ๆ ช่วงนั้น เหงาเป็นพิเศษ

เมื่อตอน ม.4 แค่แยกห้องกันผมยังทนไม่ได้ แล้วทำอะไรโง่ ๆ ออกไป แล้วผมก็เสียเพื่อนคนหนึ่งไป

ตอนนี้ผมควรจะทำอะไรไหม ถึงแม้จะอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่คณะอยู่ห่างกันชนิด หน้ามอ และ หลังมอ

และ เด็กคณะวิศวะ ที่จะไปโผล่แถวคณะมนุษย์ นั้นก็มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น ส่วนโรงอาหารคณะวิศวะนั้น ไม่มีใครกล้าเข้าไป

พูดง่าย ๆ ว่าเธออาจจะหายไปจากชีวิตของผมไปเลยตลอดกาล โดยที่ผมไม่รู้ตัวเลยก็ได้ หรือผมควรปล่อยให้เป็นอย่างนั้น

                   โอกาส และ บรรยากาศมักมาด้วยกันเสมอ ปลายเทอมนั้นรุ่นผมนัดกันว่าจะไปทะเลกัน

มีเพื่อนอยู่คนหนึ่งพ่อเป็นทหารอยู่ในค่ายกองบิน 53 ที่ประจวบ มีที่พักฟรีให้ เราจึงตัดสินใจนั่งรถไฟไปเที่ยวอำลากัน

รุ่นของผมตอนนั้น เหลือซักประมาณ 70 คนได้ เพราะมีพวกออกไปตอน ม.5 เยอะเหมือนกัน (ตอนแแรกทั้งรุ่นมี 120 คน)

กว่าครึ่งไปกัน ก็ราว ๆ 30 -40 คน แน่นอน สองในนั้นมีผมและเธอด้วย ช่วงนั้นพวกเราสนุกกันมาก ไม่ยอมหลับยอมนอน

เหมือนพยายามเก็บความทรงจำสุดท้ายอย่างเป็นทางการของรุ่นเราไว้ให้ได้มากที่สุด รถไฟจึงกลายเป็นหนึี่่งในสัญลักษณ์รุ่นของเราเสมอ

จากเชียงใหม่ลงหัวลำโพงบนรถไฟชั้น 2 พัดลม และ ชั้น 3 (เพราะจองตั๋วได้เท่านั้น ตอนนั้นยังไม่รู้จักเจฟ อ้อตอนนั้นเจฟยังไม่ทำงานรถไฟ)

ทั้งที่ผมจ่ายค่ารถไฟในส่วนชั้น 2 แต่คืนนั้นผมขลุกอยู่ที่ชั้น 3 ทำแมนให้เพื่อนผู้หญิงโซนไม่นอนดึกไปนอน(ที่จริงนั่ง)หลับสบาย ๆ หน่อย

เหตุผลที่แท้จริงก็คือมีเธออยู่ที่ชั้น 3 ด้วยเหตุผลแมน ๆ อย่างที่ผมอ้างไว้ในบรรทัดที่แล้ว ต่างกันที่เธอแมนจริง ผมมาหาจังหวะ

เราสนุกสนานกับการพูดคุยกันถึงเรื่องอดีตที่ผ่านมา เฮ้ยมึงจำเรื่องนั้นได้มั้ย แล้วตอนที่ไอ้นั่นมันนั่นน่ะ จนเหมือนลืมไปว่ามีผู้โดยสารอื่นอยู่ด้วย

และในที่สุดก็มีคนเอ่ยเรื่องแบบสอบถามของผมขึ้นมา "แอ่นล่ออออ" (เป็นภาษาพื้นเมืองล้านนาใช้แสดงความรู้สึก เวลาจะล้อ หรือ

แซวเรื่องน่าเขินอายของผู้อื่น มีขั้นกว่าเรียกว่า "อิ่นลู่ลู่ลู่" ) โจทย์และจำเลยอยู่พร้อมหน้า ผมมองหน้าเธอ เธอไม่มองหน้าผม

แต่ผมรู้สึกว่าที่เธอไม่ได้มองไม่ใช่เพราะเธอโกรธ ผมแอบเห็นเธอยิ้มเล็ก ๆ ผมอาจคิดเข้าข้างตัวเองก็ได้ แต่ผมว่าไม่นะ

แต่ก่อนจะได้พูดอะไรต่อ ก็มีเรื่องอื่นมาเล่าขานกันต่ออีกทั้งคืน

                     วันต่อมาเรายังคงอยู่บนรถไฟชั้น 3 ลงใต้ นอกจากก๋วยเตี๋ยวห่อ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง โอเลี้ยง ชาเย็นพวง

และ วงไพ่สล๊าฟ และ วงกีต้าร์ที่กำลังฮิตโมเดิร์นด๊อก พร้อม ๆ กับโลโซ และ วงเม้าท์ และ ผมที่แอบอยู่ข้างหลังเธออีกครั้งเหมือนเมื่อก่อน

ผมกลับมามีความสุขกับการแอบมองเด็กผู้หญิงตัวเตี้ย ๆ คนนี้อีกแล้ว ไม่ใช่ว่า 3 ปีที่ผ่านมาผมยังรอเธออยู่คนเดียว

ยังมีเด็กผู้หญิงคนอื่นที่ผมมีความสุขกับการทำของขวัญให้อยู่บ้าง แต่ก็แน่นอนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ผมก็หาความสุขไปตามประสา

แต่ตอนนี้ ขณะนี้ นางเอกของผมมีอยู่คนเดียว นางเอกของหนังเรื่องที่เหมือนจะจบไปแล้วเรื่องนั้น ผมจะเขียนบทมันยังไงดี

ผมมีเวลาอีกราว 3 วัน 3 คืน ก่อนโอกาสนี้จะหมดไป คืนนี้เป็นคืนแรกแล้ว.....


                    แล้วคืนแรกของผมก็หมดไปกับ....การนั่งกินเหล้ากับบรรดาเพื่อนชายฉกรรจ์ทั้งผอง และจบลงด้วยการเมาอ้วก

วันต่อมาจึงเริ่มด้วยการแฮงค์ ตอนบ่ายเป็นการไปตามหาอดีต ผมลือมบอกเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วหนอ ว่าผมเกิดที่ประจวบนี่เอง

ผมไปไหว้กระดูกย่าผมที่วัดเกาะหลัก ดูรูปฝาผนังที่พ่อเป็นคนวาด ไปหาย่าเล็กและ อา ๆ ทั้งหลาย เดินตามที่ที่เคนวิ่งเล่นตอนเด็ก ๆ

กินก๋วยจั๊บป้าบูรณ์เจ้าหน้าบ้าน ยังมีแรงไปกินบะหมี่เป็ดเจ้าโปรดอีกชามด้วย ตอนเย็นกลับมาที่ค่ายก็เล่นน้ำทะเลกันเฮฮา

หมดไปอีกวันนึงแล้ว นี่ผมอยากคุยกับเธอจริงรึเปล่าเนี่ย เอาน่าคืนนี้ไม่กินเหล้าน่าจะมีเวลาทำอะไรบ้างสิ

แต่ก็มีคนแย่งซีน ด้วยการหายไปเป็นคู่ให้เพื่อน ๆ ได้ชุลมุนกันเล็กน้อย ก่อนมันจะกลับมากันสองคนและตกลงเป็นแฟนกันแล้ว

เรื่องคืนนั้นก็กลายเป็นพวกเราทุกคนในรุ่นก็มุ่งอยู่ที่เรื่องนี้กัน จนกระทั่งนอน เฮ้อออออ อีก 1 วัน 1 คืน ทำอะไรก็ทำเถอะวะ

                  วันสุดท้ายที่ทะเล ผมแอบตื่นแต่เช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นจากอ่าวมะนาวคนเดียว มันนานมากแล้วที่ผมไม่ได้เห็น

ผมนั่งปล่อยใจอยู่ริมทะเล ผมยาวปลิวลูปหน้าลูบตาไปมา (ช่วงม.6 ผมหลบการตัดผมได้สำเร็จทั้งปี ตอนนี้ผมบ๊อบแล้ว)

เอายังไงดีน้อออ จะทำอะไรมั้ย จะเริ่มยังไง ถ้าเดินไปกลางวง แล้วบอกว่า "เฮ้ยแกกับชั้นมีเรื่องต้องคุยกันหน่อย" ตายแน่ ๆ

หรือหาจังหวะไม่มีใครรอบข้าง และค่อยเข้าไปคุย มันจะหาโอกาศอย่างนั้นได้ที่ไหน เพื่อนครึ่งค่อนรุ่นอยู่เต็มไปหมด

ชาตินี้เค้าจะกลับมาคุยกับเราอีกรึเปล่า จะทำยังไง ๆ ๆ "ร่ม" หืมม ผมไม่ยินเสียงนี้เรียกชื่อผมมาสามปี แต่ว่าผมว่าผมหูไม่ฝาดนะ

ผมควรหันไปทันทีเลยมั้ย ถ้าหันไปไม่เจอใครผมคงเพี้ยนไปแล้วแน่ ๆ  ถ้าหันไปแล้วจะทำหน้ายังไงดี เฮ้ย มึงหันไปเดี๋ยวนี้ ไอ้บ้า

ผมเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง มัดผมปล่อย ๆ ใส่เสื้อยืดหลวม ๆ กับ กางเกงยีนส์ขาสามส่วนทะมัดทะแมงตามประสา ไม่ใส่รองเท้า

แดดเช้าส่องเห็นเธอสีเหลืองเรือง ๆ หรือ มันผสมจินตนาการและความรู้สึกของผมเองก็ไม่รู้ ผมรู้สึกว่าวันนี้เธอสวยที่สุดเท่าที่เคยรู้จักกัน

ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาหาผม นั่งลงข้าง ๆ แล้วถามว่า "ทำอะไรอยู่" ผมตอบไปอย่างง่าย ๆ อย่างที่ตัวเองก็คาดไม่ถึง "นั่งดูพระอาทิตย์น่ะ"

"สวยนะ" "ใช่ สวยมาก" แล้วเราก็นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน ดูพระอาทิตย์อยู่อย่างนั้น ไม่รู้ว่าทำไมผมไม่ถามอะไรเธอเลย และ เธอก็ไม่ถามอะไรเช่นกัน

ที่ผ่านมาผมว่า ผมไม่เคยเข้าใจจิตใจของผู้หญิงเลย และได้พยายามเข้าใจมาตลอด เหมือนทุกเรื่องในชีวิตที่คิด และ คิด

ตระเตรียมมันไปทุกสิ่งทุกอย่าง เจอเธอจะทำหน้ายังไง จะเริ่มต้นพูดยังไง จะหาโอกาสได้เมื่อไหร่ แต่พอถึงเวลาเข้าจริง ผมกลับไม่พูดอะไร

เหมือนไม่ต้องสื่อสารอะไร ความรู้สึกเก่า ๆ ที่ผมโหยหามันมาตลอดได้กลับมาแล้ว มันสวยงาม และ อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

อาจเป็นเพราะ เรื่องราวมันเกิดขึ้นง่ายดายเหมือนพระอาทิตย์ที่ต้องขึ้นทางทิศตะวันออกอย่างนั้นกระมัง

"แก" เธอเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมา "อะไรเหรอ" "ชั้นมีเรื่องปรึกษาว่ะ" "เรื่องอะไรล่ะ"

แล้วเธอก็เล่าเรื่องปัญหาในครอบครัวบางอย่างให้ผมฟัง ซึ่งมันเป็นเรื่องใหญ่มากในความคิดของเธอ ผมขออนุญาตไม่เล่า

เพียงแต่ปัญหานั้นมันมีส่วนคล้ายปัญหาของครอบครัวผมอยู่ไม่น้อย และ คงไม่กี่คนกระมังที่เอ่อยปากกันเรื่องแบบนี้

"ชั้นจะทำยังไงดี ชั้นควรทำอะไรมั้ย หรือชั้นควรปล่อยให้มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่เค้าดี" ผมรู้ว่าคนแบบเธอต้องลุกขึ้นมาทำอะไรซักอย่าง

"ชั้นว่าเรื่องนี้แกทำอะไรไป มันก็ไม่น่าจะมีอะไรดีขึ้นมา แล้วเรื่องนี้มันก็ยังไม่แน่ไม่ใช่เหรอ" ผมก็ตอบในแบบเรื่อยเฉื่อยของผม

"ก็จริงของแก แต่ชั้นอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ว่ะ แกช่วยชั้นด้วยได้ไหม"

"เอาสิ แกให้ชั้นทำอะไรชั้นทำหมดแหละ กลับไปแกโทรหาชั้นด้วยละกัน เบอร์บ้านชั้นแกมีอยู่แล้วนี่"

"บ้านแกเปลี่ยนเบอร์รึเปล่าล่ะ"

"ก็เบอร์เดิมที่แกเคยโทรไปนั่นแหละ" แล้วเราก็เงียบกันไปอีกซักครู่ แล้วผมก็เป็นฝ่ายเริ่มพูดเองซักที

"ชั้นดีใจนะ"

"แกดีใจเรื่องอะไร"

"เรื่องที่ชั้นเลือกแกเป็นคนแรกในชีวิต" ครั้งนี้เป็นเธอที่เงียบไปบ้าง

"เรื่องวันนั้นชั้นขอโทษนะ" ผมพูดถึงแบบสอบถามอันนั้น

"แกมาขอโทษอะไร แกทำอะไรผิด" คำพูดนี้ผมเหมือนเคยได้ยินมาแล้ว แต่ครั้งนี้เธอยิ้ม

"เอาเถอะ....แกรู้มั้ยชั้นคิดว่าชั้นจะเสียแกไปทั้งชีวิตแล้ว"

"แกจะบ้ารึไง"

"เรื่องชั้นบ้านี่แกน่าจะเป็นคนแรก ๆ ที่รู้นะ"

"ไอ้บ้า"

"ขอบคุณนะ ที่มีแกอยู่บนโลกนี้"

"มาน้ำเน่าอะไรของแกวะ"

"ไม่น้ำเน่า เอาจริง ๆ ถึงแกจะไม่อยากยอมรับมันก็เหอะ ยังไงแกก็ได้ชื่อว่าเป็นรักแรกของชั้น" เธอนิ่ง

"ขอบใจจริง ๆนะ ชั้นดีใจที่เกิดมาเจอแก แค่นี้แหละ" แล้วเราก็นิ่งกันไปอีก จนกระทั่งปูลมตัวใหญ่ตัวหนึ่งวิ่งผ่านหน้าเราไป

"จับปูกันมั้ย" เธอชวน "เอาสิ"ผมรับคำ

เราทั้งคู่ยืนขึ้น ตอนนั้นผมสูง 175 แล้ว สูงขึ้นกว่าเมื่อตอนที่เรารู้จักกันครั้งแรกราว ๆ 20 เซ็น

แต่เธอดูเหมือนจะสูง..เตี้ยเท่า ๆ เดิม "ตั้งแต่ไม่ได้คุยกันมา แกไม่สูงขึ้นเลยใช่ไหมเนี่ย"

"อ้าวอย่าคิดว่าแกตัวขนาดนี้แล้วชั้นจะไม่กล้านะ"

"ก็เอาซี่ ถ้าแกมีปัญญาวิ่งไล่ชั้นทัน"

"ไอ้ร่มมม"

แล้วหญิงสาวตัวเล็ก ๆ  ก็วิ่งไล่ชายหนุ่มตัวไม่เล็ก เหมือนเมื่อเขาสองคนยังเป็นเด็กหญิง และ เด็กชาย

รอยเท้าบนหาดทรายก็คงจะโดนน้ำซัดลบเลือนไป แสงอาทิตย์ยามเช้าก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปสู่เวลาสาย

คนก็โตขึ้นเรื่อย ๆ ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไปตามโลก ความรักก็เช่นกันที่ีอาจเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปตามเวลา

แต่แมื่อความรักที่ได้เกิดขึ้นมาแล้ว ไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นจะเคยมีสิ่งใดอยู่ หรือหลังจากนั้นจะเป็นสิ่งใดต่อไป

แต่ในช่วงวินาทีที่มันเกิดขึ้นมานั้น ก็เพียงพอแล้วที่เราจะมีชีวิตอยู่ และ พบพานมันอย่้างน้อยก็ครั้งหนึ่ง

และ ครั้งนั้นก็กลายเป็นครั้งแรกที่ยังคงอยู่กับผมตลอดมาจนวินาทีนี้.








                     






กันย์

 :05: ขนลุก

(ลมพัดด้วย ลุกจนเกือบหลุดเลย)
หนุ่มอักษรรักแน่ รักแท้ตลอดกาล~

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines