โลกนี้สีชมพู

เริ่มโพสต์โดย เดอะบุ๋ม, 17 มิ.ย. 2008, 15:26 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

❤ ตูน ❤

 :18: ไม่เคยคุยกับพี่ร่ม เลยแฮะ
พึ่งมาเก็บอ่านในนี้ คลาสสิกจังพี่ มาเล่าบ่อย ๆ นะคะ  :25:

แตน

ตูนจะบอกว่าพี่ร่มแก่เหรอ
นานๆ จะเข้ามาที

แนนเค้ก ❤


ไม่ใช่หรอกเจ๊แตน
ตูนจะบอกว่าพี่ร่มแก่มาก แก่เกินกว่าที่ตูนคาดไว้
Nothingness
||•• i-nan-za™``: วนัสนันท์ is back!

แตน

เออเนอะ แก่มากจริงๆด้วย  :43:
นานๆ จะเข้ามาที

roundbol123

 :25: มากรี๊ดให้เรื่องอาร่ม
สำบัดสำนวน + เรื่องสีชมพู

อ้างอิงเราเป็นแค่สนามหญ้าเล็ก ๆ แค่เป็นที่แรกที่เธอถอดรองเท้าแก้วออกแล้วได้ใช้ฝ่าเท้าเปลือยสัมผัสเท่านั้น

เธอเป็นเจ้าหญิงจริง ๆ ในโลกแห่งความเป็นจริง ส่วนเราลงจากเวทีมาก็เป็นเพียงคนธรรมดา ๆ ที่ออกจะประหลาดเท่านั้น

ละลาย  :53:
:22: :47:

Romzaikyu

เรียนแฟนคลับสีชมพูทุกท่าน
จะให้พี่เล่าอะไรมากหรือจ๊ะ
นี่ก็สามคนแล้วนะ
นั่นสินะในชีวิตคนเรามันจะไปมีเรื่องอย่างนี้ซักกี่หนกัน
ที่จริงก็ยังมีอยู่อีกละนะ แต่ขอเรียบเรียงก่อน

อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 05 ธ.ค. 2008, 20:29 น.
:18: ไม่เคยคุยกับพี่ร่ม เลยแฮะ
พึ่งมาเก็บอ่านในนี้ คลาสสิกจังพี่ มาเล่าบ่อย ๆ นะคะ  :25:

แสดงว่าตูนไม่ค่อยได้เข้ากระจู๋จัญไร ๆ สินะ

ความฝันกลางฤดูร้อน

ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

ยัง มี พุง

อ้างคำพูดจาก: rubberduck เมื่อ 05 ธ.ค. 2008, 22:12 น.
แสดงว่าตูนไม่ค่อยได้เข้ากระจู๋จัญไร ๆ สินะ

งั้นอัญเชิญลุงร่ม.กลับสู่กระจู๋มาตุภูมิได้แล้วค่ะ
ห๊ะ! อะไรนะ!!!

Romzaikyu

#5603
ความรักครั้งแรก

            กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ราว 16-17 ปีก่อน ในสมัยที่ยังใช้คำนำหน้าว่าเด็กชายอยู่

ผมมีเพื่อนผู้หญิงที่สนิทกันอยู่คนหนึ่ง สนิทกันแบบที่เรียกแกกับชั้น ไม่รู้ว่าเราสนิทกันได้ยังไง

ผมซึ่งเป็นเด็กผู้ชายที่ค่อนข้างอ่อนไหว ร้องไห้ง่าย มีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง และ ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่ห้องสมุด

ส่วนเธอเป็นเด็กผู้หญิงห้าว ๆ จนเพื่อนสงสัยว่าเป็นทอม ชอบทำกิจกรรมอยู่กับคนหมู่มาก ร่าเริง และใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่สนามวอลเล่ย์บอล

อาจเพราะเราเป็นคนที่อยู่ตรงกันข้ามกระมัง ทำให้เรามีคำถามในใจว่า ทำไมชีวิตของคนอีกคนช่างไม่เหมือนเราเลย

แล้วเราก็เป็นเพื่อนสนิทกันอย่างที่เล่าเอาไว้ ในตอนนั้นระหว่างเรามีแค่คำว่าเพื่อนเท่านั้นจริง ๆ

มีหลายครั้งเวลาที่เราอยู่กันสองคน หรือ เพียงแค่อยู่ใกล้ ๆ กัน แน่นอนว่าจะมีการแซวกันตามประสาเด็กมัธยมต้น

ผมไม่เคยสนใจจะไปหาความ ก็มันไม่จริงนี่นา แต่ถ้ามีการแซวหนัก ๆ เข้า ก็เป็นเธอที่ออกไปกระชากคอเพื่อนผู้ชายที่แซวมานั่น

ผมลืมเล่าไปว่าเธอเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ขัดกับนิสัยของเธอ เพื่อนปากหมาหลาย ๆ คนเรียกเธอว่าไอ้เตี้ยด้วยซ้ำ

ต่อให้ผมเข้าข้างเธอยังไงผมก็ต้องยอมรับว่ามันจริง แต่ตอนนั้นผมก็ไม่ได้สูงซักเท่าไหร่ มันยังไม่ถึงเวลายืด

             จนวันหนึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมสูงขึ้น หรือ เป็นเพราะสิวเม็ดแรกมันผุดขึ้นมา หรืออะไรก็ตามแต่

ผมก็เกิดคำถามขึ้นกับตัวเองว่า นี่เราเคยรักใครรึยัง ผมอ่านหนังสือมาแทบทั้งห้องสมุดถ้าไม่นับฝั่งตำราวิชาการ

อ่าน ดิฉัน และ ลลนา มาตั้งแต่จำความได้ แน่นอนว่าเรื่องคนที่รักกันแบบนั้นผมรู้ประสามาตั้งแต่เสียงยังไม่แตก

แต่ก็คงเป็นด้วยวัยละมั้งที่ผมเริ่มคิดเรื่องนี้ขึ้นมา และลองหาคำตอบดูเงียบ ๆ คนเดียว

ในขณะนั้นผมม่กล้าคิดถึงเธอเลยแม้แต่น้อย อาจเป็นเพราะกลัวโดนเธอต่อย หรือ อาจเป็นเพราะตอนนั้นมันเป็นแค่เพื่อนจริง ๆ

ผมจริงจังกับคำถามนี้มากตามประสาคนที่เอาแต่อ่านหนังสือ และ มีโลกส่วนตัวสูง

สัมภาษณ์คนดัง นวนิยาย เพลง หรือ แม้กลอนสำนักพิมพ์ใยไหม ที่ไม่เคยคิดแตะ เพราะรู้สึกว่างี่เง่า ก็ถูกนำมาเป็นข้อมูล

ผมเคยบอกแล้วผมเป็นคนค่อนข้างประหลาด และคำตอบมันก็มากับกลอนใยไหมนั่นเอง

            เพราะเพื่อนผู้หญิงที่สนิทที่สุดของผมก็คือเธอ ผมเลยให้เธอยืมไอ้หนังสือกลอนแบบนี้จากเพื่อนผู้หญิงคนอื่นให้ที

จริง ๆ แล้วก็อายอยู่ที่จะเอามาอ่าน ถ้าไปยืมตรง ๆ เอาเข้าจริงเธอน่าจะโดนแซวมากกว่าถ้ายืมในข้อหาทอมกลับใจ

"ชั้นก็มี แกจะเอาไปทำไม" อ้าวผมไม่นึกว่าเธอจะมีกับเขาด้วย "แกเนี่ยนะ อ่าน" เธอหันมามองตาเขียว

"ชั้นมีมันแปลกตรงไหนวะ แกนั่นแหละจะเอาไปทำไม หรือว่าแกเป็นตุ๊ด"

"อ้าวเฮ้ย ไอ้เตี้ย แกว่าใครตุ๊ดวะ" แล้ววันนั้นเราก็ทะเลาะกัน แน่นอนผมโดนกระชากคอ และเกือบโดนต่อย

               ผมลืมเล้าไปอีกแล้วว่าโต๊ะเราอยู่ติดกัน แต่ไม่ได้อยู่ข้าง ๆ กัน ผมนั่งอยู่หน้าเธอ

บอกแล้วว่าตอนนั้นผมยังไม่สูง และ เธอก็ไม่ยอมนั่งข้างหน้าด้วยเหตุผลที่ว่า "ก็แกไม่ได้ตัวสูงขนาดที่จะบังชั้น"

"เออ ไม่มีใครว่าแกเตี้ยซักหน่อย" "ไอ้ร่ม" แล้วผมก็จะวิ่งหนีไปรอบ ๆ ห้อง เป็นภาพที่ค่อนข้างปกติในห้อง

และ จากเหตุการณ์ที่ทะเลาะกัน เธอก็ย้ายโต๊ะหนีผม ไม่ได้ไกลเท่าไหร่ห่างจากที่เดิมไปซัก 2 - 3 โต๊ะ

เธอโกรธจริงแฮะ หรือว่าเมื่อวานผมใส่อารมณ์ไปกับคำว่าเตี้ยมากไปหน่อย แต่ก็รู้สึกว่าเธอเตี้ยลงจริง ๆ อ้อ ผมสูงขึ้นสินะ

ผมไม่รู้จะง้อเธอยังไงดี เราไม่เคยทะเลาะกันเลย และ ปกติผมไม่เคยง้อใครด้วย ผมดื้อเงียบและชินกับความกดดัน

แต่ผมรู้สึกว่าต้องเคลียร์ เพราะอย่างน้อยเธอก็ยังไม่รู้เลยว่าผมจะเอาหนังสือกลอนใยไหมไปทำอะไร

"เฮ้ย แกย้ายที่ทำไมวะ" ไม่รู้เพราะเขินที่ต้องง้อหรืออะไร ผมถึงได้พูดอย่างนั้น

"แกบังชั้น ชั้นมันเตี้ย" ไม่น่าเชื่อ คำนี้หลุดมาจากปากเธอ เธอต้องโกรธผมมากแน่ ๆ แต่อะไรไม่รู้อีกแล้วที่ทำผมปากเสียต่อ

"เฮ้ย อย่าทำงอนเป็นเด็กผู้หญิงงี้สิวะ" ผมไม่รู้ว่าควรดีใจ หรือเสียใจดีที่พูดประโยคนั้นออกไป

"เออ ก็ชั้นมันเด็กผู้หญิง ชั้นมันเตี้ย พอใจแกรึยัง" คงเดาออกนะครับว่าเธอมีน้ำตาด้วย และ แน่นอนเธอวิ่งไปซ่อนมันนอกห้อง

ผมวิ่งตามไปทันทีคว้าข้อแขนเธอไว้ "ชั้นขอโทษ... วันนั้นชั้นไม่ได้ตั้งใจว่าแก ก็แกว่าชั้นเป็นตุ๊ดก่อนทำไมวะ" เฮ้อ ปากผมเอ๊ย

เธอยังไม่ยอมหันหน้ามา ผมรู้ว่าเธอยังร้องไห้ และ ไม่อยากให้ผมเห็น "เฮ้ย แกจะให้ชั้นทำอะไรก็ได้ แต่แกเลิกร้องแล้วหันมาคุยกับชั้นสิวะ"

"แน่นะ" "เอออ" หลังจากที่ผมรับคำ สักครู่เธอหันกลับมา ผมจำใบหน้านั้นได้ดี มันมีทั้งความเสียใจ ที่เพิ่งหายไปแต่ยังเหลือเค้าจาง ๆ

แววตาของความโกรธที่ยังกรุ่น ๆ ไม่รู้ว่าโกรธผม หรือ ตัวเอง และรอยยิ้มเล็ก ๆ แบบที่ทำให้ขนลุกอยู่หน่อย ๆ

"แกว่าแกจะทำทุกอย่างแน่นะ" ฉิบหายแล้ว ผมคิดในใจ ความแค้นของผู้หญิงนี่มันน่ากลัวตามที่เคยอ่านในนิยายจริง ๆ

"แน่นะ" "เออออออ  ชั้นเป็นลูกผู้ชายเว้ย คำไหนคำนั้น" แล้วรอคำพิพากษาว่าจะเจออะไร

"งั้นแกเล่าให้ชั้นฟังซิ ว่าแกจะเอาหนังสือกลอนไยใหมไปทำอะไรของแก" "แค่นี้อะนะ" ผมยังไม่ไว้ใจ

"เออ แกตอบมา" แล้วเราก็นั่งคุยกันเหมือนเดิม เธอคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าคนประหลาดอย่างผมจะเอาไปทำอะไร

และยิ่งประหลาดใจในคำตอบจริง ๆ ของผมว่าจะเอาไปประมวลข้อมูล "แกจะคิดเรื่องนี้ไปทำไมวะ"

"ไม่รู้ว่ะ ถึงวัยแล้วมั้ง" ผมตอบไปงั้น เพราะไม่รู้จะตอบอะไรจริง ๆ "แกเนี่ยนะถึงวัย" น้ำเสียงน่าต่อยมาก

"เออน่ะ แล้วแกไม่เคยคิดรึไงวะ" ผมย้อน "ไม่เคยเว้ย" หน้าตาก็น่าต่อยเหมือนกัน

"แล้วแกซื้อกลอนใยไหมมาอ่านทำไมวะ ถ้าแกไม่อยากรู้" พอพูดออกไปถึงได้มาคิดว่า ไม่น่าพูดเลยกู

เธอนิ่ง "แล้วตกลงแกจะเอามั้ย ชั้นจะได้เอามาให้" "อะ...เอา" ผมละล่ำละลัก กลัวเธอโกรธขึ้นมาอีก

"เออ พรุ่งนี้นะ ตอนเย็นอย่าลืมทวง" "คร้าบบบบ" ตั้งแต่วันนั้นผมก็สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำให้ผู้หญิงคนนี้โกรธอีกเป็นอันขาด

ครับ นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่า เพื่อนของผมคนนี้เป็น"ผู้หญิง"

โปรดติดตามตอนต่อไป กลับสู่มาตุภูมิก่อน



ความฝันกลางฤดูร้อน

ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

แนนเค้ก ❤

Nothingness
||•• i-nan-za™``: วนัสนันท์ is back!

Romzaikyu

#5606
ความรักครั้งแรก ตอนที่ 2

                 จากนั้นผมก็ได้อ่านหนังสือกลอนใยไหมหลายเล่ม ให้ตายสิ มันเหมือนที่คิดจริง ๆด้วย

ใครที่มันชอบอ่านอะไรแบบนี้มันต้องงี่เง่ามาก ๆ แน่นอน ใจความมีอยู่แค่ ไปรักเค้า เค้ามารัก อกหัก มีมือที่สาม

วนเวียนกันอยู่อย่างนั้น ภาษาก็ไม่ได้มีความสละสลวยถึงขั้น มุมมองก็ซ้ำ ๆ ก็คงมีแต่ภาพประกอบละมั้งที่พอดูได้

และ มีอีกคำถามมาแทนที่เรื่องผมรักใครยังไงรึเปล่า นั่นคือเพื่อนผมมันชอบอ่านไปได้ยังไงเนี่ย

วันต่อมาผมก็ไปถามเธอตรง ๆ (ลืมไปแล้วรึไงว่าเพิ่งสัญญากับตัวเองไปว่าจะไม่ทำเค้าโกรธน่ะ ไอ้บ้าเอ๊ย)

"เฮ้ย ทำไมแกถึงได้ชอบอ่านหนังสือกลอนพวกนี้วะ ไม่เห็นจะได้เรื่อง" ครับปากผมเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร

"ทำไมวะ มันก็อ่านเพลินดีออก" เธอไม่โกรธแฮะ "เรื่องรักซ้ำ ๆ น้ำเน่า ๆ ความรู้สึก..แบบหวานแหววแต๋วเอ๋ยเนี่ยนะ" ครับมันยังไม่รู้ตัวอีก

"แล้วเนี่ยไม่ใช่เพราะแกอยากมีไอ้ความรักอะไรนี่หรอกเหรอวะ แกถึงมายืมหนังสือชั้น แล้วแกเอาแต่อ่านเอาแต่คิดมาก

เอาแต่ประมวลบ้าอะไรของแก แกไม่มีวันรู้จักมันหรอกโว้ย ความรักมันเป็นเรื่องความรู้สึก แกไม่เข้าหรอก ไอ้บ้า"

เธอไม่ได้ตั้งใจเอาคืนผมหรอกครับ แต่ไอ้ประโยคหลัง ๆ เนี่ยมันดังพอที่คนทั้งห้องจะได้ยินน่ะสิครับ

แน่นอนว่า ต่อไปนี้จะมีทั้งกระแสผมเป็นตุ๊ด และ กระแสผมอยากมีความรักอยู่ที่ปากของเพื่อนปากหมาทุกคน

                โชคดีที่เธอยังรับผิดชอบด้วยการเป็นเพื่อนสนิทกับผมเหมือนเดิม และคอยกระชากต้นคอเพื่อนปากหมาบางคนที่แซวผมเรื่องนั้น

ผมเลิกประมวลข้อมูลไปเลย ความรักมันป็นเรื่องของความรู้สึก เพื่อนผมพูดถูก...มั้ง เพราะวิธีประมวลของผมมันไม่ได้ผล

จากนั้นผมก็ลองใช้การปล่อยความรู้สึกดูบ้าง ลองอ่านกลอนใยไหมให้อินดู และถึงกับหัดเขียนกลอนด้วยลายมือหวานแหวว

วันเวลาผ่านไป ผมเริ่มอินกับกลอนใยไหม และ เริ่มเขียนลายมือหวานแหววเนียนมากจนเขียนจดหมายรักหลอกเพื่อนผู้ชายได้

แต่มันก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันคงยังไม่ถึงเวลาหรอกมั้ง แล้วผมก็เลิกใส่ใจคำถามข้อนี้ไปเลย ชีวิตเป็นปรกติดี จนกระทั่ง...

                 วันนั้นมีวิชาแนะแนว วิชาที่สอนให้รู้จักตัวตน ละลายพฤติกรรม วางแนวทางอนาคต แน่นอนว่าเด็กมัธยมจะยี้

มีเกมอะไรไม่รู้มาตั้งเป็นแถวละ 4-5 คน แล้วเอาคนหน้าแถวมาล้อมกันเป็นวงกลม นั่งลง แล้วให้คนหนึ่งวิ่งออกมา

แล้วไปต่อแถวไหนก็ได้ข้างหน้าหรือข้างหลังก็แล้วแต่ คนที่นั่งอยู่ก็ต้องวิ่งออกไป เหมือนเปลี่ยนไส้ดินสอจรวดอพอลโล่

ผมเกิดคะนองอะไรไม่รู้ได้จะวิ่งไปต่อแถวที่มีเธอทุกครั้ง ไม่ว่าจะมีใครมาทำให้ผมออกวิ่ง ผมก็จะกลับมาที่เธอเสมอ

เพื่อนคะนองคนอื่นก็จะให้ผมวิ่งตลอดเพื่อจะดูว่าผมจะวิ่งกลับมาที่เธอตลอด

จริง ๆ ผมไม่คิดอะไรหรอกแต่ก็เห็นเธองอน ๆเหมือนกัน มันไม่น่าจะมีอะไรมากหรอก

แล้วคุณครูก็เฉลยว่า "นี่เป็นการทดสอบความสนิทกันของเพื่อนร่วมห้อง

ด้วยสัญชาติญาณเราจะวิ่งไปแถวที่มีคนที่เราไว้ใจ" อันนี้ไม่แปลกอะไร ใครก็รู้ว่าเราสนิทกัน

จนกระทั่งประโยคนั้นหลุดออกมาจากปากคุณครู "ปกติแล้วเราจะวิ่งไปหาเพื่อนเพศเดียวกัน

แต่ถ้าเราวิ่งไปหาเพื่อนเพศตรงข้าม แสดงว่าเราเริ่มมีความสนใจในเรื่องเพศแล้ว......." เหมือนโลกหยุดนิ่ง

แม้คุณครูจะอธิบายต่อว่าสนใจเรื่องเพศไม่ได้หมายความแต่เรื่องอย่างว่า และ ไม่ใช่ว่าที่จะเป็นทฤษฎีตายตัว

แต่ใครจะสนใจประโยคเหล่านั้นกันละครับ อย่าว่าแต่เสียงโห่ฮามันจะดังกลบแทบจะทันทีก็ตาม

ผมลืมเล่าไปใช่ไหมครับว่าตอนนี้ผมใช้คำนำหน้าว่านายแล้ว

             ขณะนั้นผมนั่งอยู่ข้างหน้าเธออีกแล้ว เมื่อผมมองหันหลังกลับไป เหมือนเพื่อนของผมแปลงร่างได้

ผมแทบจะหันกลับมาทันที ฉิบหายแล้ว ฉิบหายแล้ว ผมท่องไว้ในใจ กะว่าหมดคาบเมื่อไหร่ต้องง้อมันทันที

จบคาบปุ๊บ ไม่น่าเชื่อว่าขาสั้น ๆ คู่นั้นจะไปได้เร็วขนาดนี้ ผมตามไปง้อแทบไม่ทัน "เฮ้ย ชั้นขอโทษ"

"แกมาขอโทษเรื่องอะไร" "ชั้นไม่น่าเล่นอย่างนั้นเลย ชั้นไม่ได้ตั้งใจ"

"มันเป็นสัญชาติญาณสินะ" เอ่อ ฉิบหายแล้ว ฉิบหายแล้ว จะพูดอะไรดีวะ โอ้ยกูอยากต่อยครู

"แกโกรธเหรอ" ผมพูดเสียงอ่อย ๆ "ชั้นจะโกรธอะไร แกไม่ได้ตั้งใจไม่ใช่เหรอ" โอยกูอยากต่อยตัวเอง

ผมจนปัญญาได้แต่ปล่อยให้เธอเดินไปกินข้าว โอยใครก็ได้มาเสกให้กูหายตัวไปทีเทิ๊ด

               แน่นอนช่วงนั้นคำแซวได้กระหน่ำมาที่เราสองคนอย่างมหาศาล และเรามองหน้ากันไม่ได้

ไม่สิเธอไม่มองหน้าผม โอยให้ตายสิ กูหนอกู ตอนนั้นผมไม่คิดอะไรเลย นอกจากเรื่องผมกับเธอ

แล้วคำถามบ้า ๆมันก็เกิดขึ้นมาจนได้ว่า หรือจริง ๆแล้วผมชอบเธอเพียงแต่ที่ผ่านมาผมไม่เคยรู้จักความรักเลยไม่รู้ตัว

คราวนี้ยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่เลยละครับ เด็กหนุ่มวัยเริ่มทำบัตรประชาชนกับความรักเนี่ย เตลิดครับ ไปไกลแล้วด้วย

ในที่สุดหลังจากเครียดรื่องเธอมาหลายวัน คิดจนไม่รู้จะคิดยังไง ก็กลับมาที่คำพูดของเธอ "มันเป็นเรื่องของความรู้สึก"

ผมเลยเข้าสู่โหมดสาวน้อยใยไหม เพื่อปล่อยตัวเองให้รู้สึก ไม่ใช่ใช้เหตุผล คิดถึงหน้าเธอแล้วปล่อยความรู้สึกไป

แล้วผมก็...หลับไปอย่างนั้น

                   ตื่นมาตอนเช้าผมรู้สึกว่าโลกเปลี่ยนไปในชั่วข้ามวัน มันมีบรรยากาศแปลก ๆ ทั้ง ๆที่ก็เป็นบ้านผมนั่นแหละ

เหมือนเห็นแสงเป็น วง ๆ แล้ว แสงก็แอบมีสีด้วย แล้วบ้านผมมันมีนกร้องตอนเช้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ก่อนออกบ้านผมยังหอมแม่ด้วยซ้ำ

ขี่มอเตอร์ไซค์มาโรงเรียนแต่เช้า เป็นคนแรกของห้อง นั่งอยู่ที่โต๊ะแล้วมองโต๊ะของเธอ อ้อ เธอมานั่งหน้าผมแล้ว เพราะผมบังเธอจริง ๆ

มองแล้วก็อยากเอาอะไรไปใส่ไว้ใต้โต๊ะ อะไรดีหนอ ที่จะแทนความรู้สึกของผมตอนนี้ที่จะสื่อถึงเธอได้ ดอกไม้เหรอ ไม่เหมาะหรอกมั้ง

"แกมองอะไรของแก" ผมสะดุ้ง เธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่สิตอนนี้ในห้องมีคนอยู่เป็นสิบ พวกมันเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่

"แกเป็นอะไรของแกวะ" "ปะ ปะ ปล่าว" ผมไม่รู้จะพูดอะไร เธอหายโกรธผมมาหลายวันแล้วล่ะ

แต่ตอนนี้ผมอยากหายตัวไปยิ่งกว่าตอนโดนโกรธอีก "ไปล้างหน้าก่อนนะ" แล้วผมก็ออกไปด้วยท่าทีที่ยังไงก็มีพิรุธ

ผมส่องกระจกดูหน้าตัวเอง ว่ามันแดงหรือมันกระตุก หรือมันไม่เป็นอะไรเลย หรือ บลา บลา บลา บลา

นี่ผมคิดถูกรึเปล่านะที่ไปพึ่งไอ้หนังสือใยไหม ผมคิดผิดไหมเนี่ยที่ปล่อยให้ตัวเองรู้สึก นี่ถ้าผมเกิดบ้าทำอะไรไปจริง ๆ

แล้วเธอโกรธผมละก็ ขอให้เธอรู้ไว้เลยนะว่า หนังสือกลอนใยไหมน่ะก็ของแก แล้วก็เพราะแกนั่นแหละที่บอกว่าให้เปิดความรู้สึก

ตอนนี้ชั้นชอบแกแล้ว แกจะให้ชั้นทำยังไงเล่า




นั่นสิจะทำยังไงต่อไป ติดตามอ่านตอน 3 พรุ่งนี้หรือมะรืน หรือเมื่อไหร่ไม่รู้ ชะเอิงเอยยยยย  :27:

แนนเค้ก ❤


ก็ไม่ได้อยากอ่านเท่าไหร่อะนะ :11:
Nothingness
||•• i-nan-za™``: วนัสนันท์ is back!

กวางจ้ะ

ก็ยังอ่านจนจบ


รอตอนต่อไปนะพี่ร่ม  :56:

ส้ ม ♥

เด็กผู้หญิงคนนั้นน่ะส้มชัดๆ แต่ดีกรีความเถื่อนมากกว่าเยอะ :30:

แล้วส้มก็บังเอิญมีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชายสไตล์นี้ซะด้วย แต่ต่างตรงที่เราต่างไม่ได้คิดอะไรเกินเลย ปัจจุบันมันก็ยังเป็นลิ่วล้อให้ส้มอยู่

...

มีเรื่องปิดบังกูเหรอ เดี๋ยวมึงเจ็บ

อ๊ะ.. จะเอาคืนกูงั้นสิ เดี๋ยวมึงโดนหนักกว่า

ไอ้สัด.. ชอบใครไม่บอกกู เดี๋ยวโดนหลอกหรอก แฟนมึงน่ะ เดี๋ยวกูเลือกให้เอง


ตอนนี้ ส้มก็เป็นเพื่อนสนิทของมันเพียงคนเดียว ที่มันไม่ยอม และไม่เคยพาไปไหว้พ่อแม่มัน :37:




\\ มันแอบชอบส้มอยู่เปล่าอ่ะพี่  :47:

หนังเย็บมือ Homemade www.facebook.com/oxhour

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines