สมมุติว่าตัวเองมีลูก

เริ่มโพสต์โดย หมีโหด*, 25 ก.ย. 2007, 23:02 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ning❤

ตอนเด็กๆแม่ซื้อ puppet ให้
แต่หนิงไม่รู้ว่ามันมียี่ห้อ
ก็ทิ้งๆขว้างๆไปยังไงง่ะ  :05:
<3.

iannnnn


จักรี

 :05: คิดถึงจังเลย  แม่จ๋าขอตังค์กินหนมหน่อย
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

น้องเข่มเข๊ม

ตอนนี้งานเสื้อแม่ลดลงแล้วแหละ...เค้านิยมเสื้อผ้าสำเร็จรูปกันทั้งนั้น

ตั้งแต่เรียนหนังสือมา แม่ตัดเสื้อผ้าให้ตลอด ตัดตั้งแต่อนุบาล - ปวช

ระยะหลัง ๆ (ที่ไม่ใช่ตอนนี้) งานเสื้อแม่เยอะมาก  เค้าขี้เกียจตัดเลยให้ไปซื้อเอง   :30:



ส่วนเรื่องความประหยัดและพอเพียง บางทีเคยคิดว่า แม่ตูเค็มไปหรือเปล่า

แต่พอน้องเริ่มเรียนมหาลัย  รถที่มีก็เริ่มมีการซ่อมแซม ค่าเทอมตูอีก

แม่เค้ายิ่งทวีความประหยัดมัธยัสถ์มากขึ้นทวีคูณ 



เดี๋ยวนี้เวลาขอซื้ออะไร (ที่ไม่เกี่ยวกับอุปกรณ์การเรียน) จะรู้สึกลำบากใจ

ไม่อยากขอ...อยากประหยัดให้มากที่สุด  หาหมอหน้าเคยหาอาทิตย์ละครั้ง

ก็เปลี่ยนเป็น 2 อาทิตย์ครั้ง ส่วนเสื้อผ้า พวกเครื่องแต่งตัว ไม่ค่อยใส่ใจมาก

เพราะนอกจากชุดนักศึกษา  ตูก็ไม่ได้ใส่ชุดไหนเป็นพิเศษ

นอกจากจำเป็น ที่จะต้องซื้อจริง ๆ ถึงจะควักตังค์ซื้อสักที 

ค่าโทรศัพท์หอจะพุ่งกระฉูดแพงยิ่งกว่าค่าไฟซะอีก เดี๋ยวนี้ก็ไม่โทร

กะว่าจะใช้โทรกลับบ้าน หรือ โทรภายใน กทม. เท่านั้น 



ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ ที่จ่ายแบบไม่อั้น มันหนักไปทางเรื่องกิน    :30:
เลวยั้นเงา

蓝月 (lán yuè)

ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

มุมมืดของสังคม

ผมว่าอย่างแม่เจ๊นัทนี่คือประหยัดสร้างสรรค์มากครับ

บางครั้งผมก็คิดเหมือนกันว่า เงินก็มี
ไม่เห็นต้องประหยัดอะไรขนาดนั้นเลย (แม่ผมน่ะนะ)
แต่พอมาอยู่คนเดียว ก็เริ่มเข้าใจแหล่ะครับ
ว่าบางทีมันฉุกเฉินมากๆ เงินที่บอกว่ามีมันก็ไม่พอ
ไอ้ที่ประหยัดไว้ มันจะช่วยได้เยอะด้วย :25:
บล็อกในมุมมืด
because we always.....expecting

Buob Marley


อ่านนานมากกก :05:
ยิ่งอ่านยิ่งคิดถึงบ้าน คิดถึงแม่ และแอบรักพี่ระจัน :40:

สงสัยต้องเล่ามั่ง

ผมเป็นพี่คนโตจากลูกชายสามคน และเป็นคนเดียวที่ไม่ได้เกิดกรุงเทพกับเขา :30:
ตอนผมเกิดพ่อแม่รู้สึกว่าจะทำงานอยู่กรุงเทพ พ่อคลอดเสร็จได้ไม่กี่วัน ทั้งพ่อทั้งแม่ก็ทิ้งไว้กับยายนั่นแหละ นมแม่ก็ไม่ได้กินนะ
ตั้งแต่นั้นยายก็ทำนมถั่วเหลืองให้กินตลอด เพราะว่าแพ้นมวัว แล้วตอนเด็กๆ เนี่ยปัญหาเยอะมาก เพราะเป็นคนแพ้ง่าย แค่มดกัดนี่บางทีอักเสบขนาดเข้าโรงพยาบาลเลยนะ

จำได้ว่าตอนนั้นก็มีความสุขมาก พอเริ่มรู้เรื่องก็ไปสวนยาง ไปนากับตากับยาย บางทีก็เดินไปเล่นอีกบ้านนึงที่ย้ายเปิดไว้ขายของ (หลังนั้นติดถนน)
ไอ้พวกงานสวนงานออกแดดเนี่ย ยายทั้งนั้นเลย ตาไม่ทำ ประมาณว่าพื้นฐานครอบครัวต่างกัน ยายลูกชาวบ้าน ส่วนตานี่ลูกหลานเจ้ามงเจ้าเมืองไรงั้นแหละ จะแอบติดเจ้ายศเจ้าอย่างพอสมควร
กิจกรรมที่ทำกับคุณตาตอนเด็กก็จะออกแนวบันเทิงเสียส่วนใหญ่ คุณตาชอบร้องเพลง บางทีก็แต่งร้องเองด้วย :42:
เชื่อมั้ยว่าผมร้องเพลงท่าฉลอมได้ก่อนเพลงชาติอีก (ก่อนเข้าโรงเรียน)
อีกอย่างที่เด่นของคุณตาคือชอบเล่นกีฬา ท่านเป็นนักกีฬาตั้งแต่หนุ่มๆ ตอนนั้นก็จะได้ไปสนามกีฬากับคุณตาตอนเช้าบ่อยๆ

พอสามขวบก็ได้มาอยู่กับพ่อแม่ที่กทม. คือก่อนหน้านั้นเค้าจะไปเยี่ยมเวลาปิดเทอมน่ะ (พ่อแม่เป็นครูทั้งคู่)
ก็ไปเข้ารร.ที่กทม. แม่เล่าให้ฟังว่าไม่งอแงเลยแบบแม่พาไปดูรร.นะ พอกลับมาบ้านเนี่ยนั่งนับวันรอจะได้ไปรร.เลย ฮ่ะะๆๆ
ที่ตลกก็คือไม่ยอมพูดภาษากลาง พูดใต้อยู่ปีกว่า จนครูพูดได้ไปครึ่งอนุบาลแล้ว :30:
เรื่องพูดใต้นี่เป็นความภาคภูมิใจอย่างนึงเลยนะ เวลาอยู่บ้านพ่อจะพูดใต้ตลอด ส่วนแม่นี่แล้วแต่อารมณ์ แล้วตอนเด็กคุณตาคุณยายก็พูดใต้ด้วยไง
เลยกลายเป็นคนเดียวในบรรดาพี่น้องที่พูดได้
ตอนเด็กๆ เรียนเก่งครับ ไม่รู้แม่สอนยังไง ได้ที่หนึ่งตลอดเคยขนาดที่ว่าครั้งนึงที่ได้ที่สองแล้วไม่กล้าบอกแม่เลยล่ะ ฮ่ะะๆๆ

อย่างนึงที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะก็ตอนเข้าป.หนึ่งครับ แม่บอกอยากเรียนที่สาธิตจุฬามั้ย ก็อารมณ์พาไปดูอีกแหละ เราก็ประมาณว่าอื้มๆ หลังจากนั้นแม่ก็จับติวทุกวันเลย โชคดีที่ตอนนั้นชอบมากก เพราะข้อสอบเข้าของสาธิตจุฬาเนี่ยเป็นเชาว์หมดเลย แล้วแม่ก็ทำข้อสอบพวกนั้นแหละให้เราทำ

ลืมเล่า ตอนนั้นอยู่บ้านเช่า หลังเล็กมากครับ แต่บรรยากาศพอใช้ อยู่ซอยวัดบางพลัด เดือนละเก้าร้อย หรือพันหนึ่งนี่แหละ (จำได้คลับคล้ายคลับคลา) มีห้องนอน ห้องน้ำ ระเบียง ประมาณบังกาโลแบบโอเคๆ น่ะครับ


ต่อครับ ในสุดผมสอบเข้าสาธิตจุฬาได้เชื่อมะ  :11:
คุณตาก็อารมณ์ว่าสงสารหลานครับ ไม่อยากให้ขึ้นรถเมล์ ลำบาก เลยให้พ่อไปเอารถของคุณตามาใช้
ตอนนั้นแม่มีน้องคนที่สองแล้วครับประมาณปีนึง ก็สูตรเดิมคือส่งไปเลี้ยงบ้านยาย แต่ก็ไม่ได้โตมากัยตา-ยายเท่าไหร่ มีลูกพี่ลูกน้องคุณตามาเลี้ยงแทน (เป็นยายนะครับ แต่อายุมากกว่าแม่ไม่เท่าไหร่) ก็เลยจะติดสปอยล์นิดๆ แทนครับ
ช่วงนี้พ่อแม่ก็เริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวน่ะครับ เริ่มมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ว่า นู่นนนน พุทธมณฑลสายสามครับ
สมัยนั้นแถวนั้นนี่รถติดหล่ม ประปากับโทรศัพท์ไม่มีนะครับ ฮ่ะๆๆ :30:

ก็โตมาเรื่อยๆ ครับ ไม่มีอะไรเป็นปม ก็เรียนโอเคมาตลอด มีปัญหากับอาจารย์บ้างนิดหน่อย ครั้งแรกที่เหตุการณ์เริ่มระอุครับ
ป.สี่ ผมโดนเชิญผู้ปกครอง ตอนอายุเท่านั้นมัเรื่องใหญ่มากเลยนะ :42: อ.เขียนไปในสมุดจดการบ้านน่ะครับ ว่าผมแบบไม่ตั้งใจเรียนผลการเรียนตกต่ำ (4.00นะ :39:) จริงๆ แล้วคือผมเป็นโรคอะไรไม่รู้ทำการณ์บ้านแล้วไม่ส่ง :42:
เขาก็จะเชิญไปเตือนเรื่องนี้แหละ แต่แม่ผมโกรธ อ.ประจำชั้น+ฝ่ายแนะแนวเลยโดนแม่ผมไปยกใหญ่ :30:

พอป.5 อันนี้เริ่มเกเรแล้วครับ ไม่ค่อยเรียน ติดเพื่อน หนีไปเล่นเกม ไม่ได้หนีเรียนนะ แต่แบบพ่อแม่รอจนค่ำทำนองนั้นแหละ คือบ้านมันไกลด้วย
การเรียนก็เริ่มตก แต่ก็ไม่ถึงกับแย่

จำได้ว่าเริ่มมีปัญหากับพ่อก็ตอนนั้นแต่ยังไม่หนักมาก

เอ๊ะพอก่อนดีกว่า
เดี๋ยวจะกลายเป็นเล่าเรื่องตัวเอง เรื่องพ่อแม่นี่หว่า
:42:

ตัดมาเลยละกัน
พ่อแม่เป็นครูครับ แต่เลี้ยงลูกต่างกันมาก
พ่อนี่หัวโบราณสุดๆ ผมเองก็ทะเลาะกับพ่อแรงๆ หลายครั้ง เพราะความรู้สึกผมคือพ่อผมไม่ได้สนใจผมสักเท่าไหร่ แบบประมาณว่าผมทำอะไรอยู่เขาก็ไม่เคยรู้ แล้วเขาจะเป็นที่ค่อนข้างเอาตัวเองเป็นใหญ่ครับ
อย่างนึงที่ทำให้ผมโกรธมากคือ ผมว่าพี่น้องพ่อไม่น่าคบครับ เอาเปรียบ และอะไรอีกหลายอย่าง แต่พ่อสนใจคนพวกน้นมากกว่าแม่ หรือว่าลูกครับ
ผมแค่คิดว่า ถึงจะเป็นพี่น้องกันก็เถอะ ถ้าทำกันอย่างนี้เป็นผมผมไม่คบนะ (กับน้องก็คิดงี้นะ แต่เรื่องน้องทีหลังดีกว่ายาวมากแล้ว)
ผมเคยทะเลาะกับพ่อขนาดโดนไล่ออกจากบ้านด้วยนะ แต่ผมก็เกเรอยู่หรอก :42:

ส่วนแม่นะครับ แม่ไม่ค่อยชอบเด็กผู้หญิง แม่เลือกสอนม.ปลายชายล้วนมาตลอด จนย้ายมาสอนที่มหิดลฯ เพราะผมสร้างเรื่องเยอะเกิน
ผมก็จะสนิทกับลูกศิษย์แม่เยอะครับ ซึ่งเป็นเด็กเกเรเสียส่วนใหญ่ แต่แม่สนับสนุน คือแม่บอกว่าพวกนี้นิสัยดี คบได้ :30:
แม่ผมวัยรุ่นมากนะ ตอนช่วงผมวัยรุ่นแบบประมาณม.ต้นเนี่ย ผมโดนหลายเรื่องเลย
เช่น วาเลนไทน์ ควักตังให้เพิ่ม บอกว่าเผื่อซื้อดอกไม้ให้สาว :40:
เช่น ผมไม่สบายระหว่างพาไปหาหมอ แม่ถามว่าช่วยตัวเองมากไปรึเปล่าเนี่ย :08:
เช่น เจอหนังสือโป๊ในห้องแล้วเรียกมาถามว่า ยังไม่มีแฟนอะดิ คนมีแฟนแล้วเขาไม่อ่านกันหรอก :08:
พอจะนึกออกมั้ยครับ ฮ่าๆๆ :30:

จริงๆ ผมก็เกเรมาเรื่อยๆ ไม่เคยจะคิดได้หรอกนะ กับพ่อก็เพิ่งจะมาคุยกันได้บ้างไม่นานนี้หรอก ประมาณสองสามปี แล้วแหละ เหมือนเราก็เริ่มโต ก็เริ่มสงสารพ่อน่ะ เค้าแก่แล้ว เราเองก็ใจเย็นคิดเป็นมากขึ้นด้วยแหละ
จนมาครั้งนึงที่ชีวิตเปลี่ยนมากๆ คือโดนรีไทร์ตอนปีสองครับ ตอนนั้นปัญหามันเยอะมาก พ่อแม่รู้แค่ว่าผมโดนพักการเรียนเขาก็โอเค จริงๆ มีผมคนเดียวในบ้านที่รู้ว่าโดนรีไทร์แล้ว ช่วงที่ว่างอยู่เทอมนึงนั้นก็พยายามหาที่เรียนให้ตัวเองครับ อารมณ์ไม่กล้าบอกด้วย อยากแก้ปัญหาให้ได้ไประดับนึงก่อนด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วถ้ารีบบอก เราก็คงมีทางออกที่ดีกว่านี้อะนะ
แต่ตอนนั้นมันก็คิดได้แค่นั้น

จนวันนึงที่มันต้องบอกแล้วครับ คือวันรุ่งขึ้นผมต้องลงทะเบียนที่บางมดแล้วครับ ผมจำได้เลยว่า ยืนแอบอยู่หลังเสาร์กอดเสาร์ไปก็บอกว่า แม่ครับขอตังสามพัน แม่ถามเอาไปทำอะไร เอาไปลงทะเบียนที่บางมด แม่ถามอ้าว แล้วไม่เรียนที่ศิลปากรแล้วเหรอ  :37:
โดนรีไทร์แล้วครับ :46: ....

เงียบไปพักนึง แม่ถามแค่คำเดียวว่าแล้วจะบอกพ่อมึงยังไง
ผมก็ได้แต่ตอบว่า ไม่ทราบครับ :05:

แม่ไม่ว่าผมสักคำ ม.ปลายผมก็เรียนมาตั้งสี่ปีแล้ว เรียนมหาลัยได้สามเทอมโดนไทร์?
สงสารแม่ แม่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน คือแม่เป็นคนเก่ง มีคนนับถือ เสียเครดิตหมดเลย + อีกหลายๆ อย่าง

ที่มาเล่านี่จริงๆ จะมาอวดแม่นะครับ คิดถึงแม่ ผมไม่ค่อยได้กลับบ้าน มีแต่จะโทรคุยกบส่ง sms คุยกัน (นี่บอกแล้วว่าแม่ผมทันสมัย)
อ่านจู๋นี้แล้วนึกถึงตอนเด็กๆ ที่ก่อนนอนจะราตรีสวัสดิ์แล้วหอมแก้มแม่ก่อนนอนทุกคืน พอโตหน่อยเสือกเขิน พอตอนนี้อยากก็ไม่กล้าแล้วครับ :42:

แต่ว่าเดี๋ยวนี้บอกรักแม่บ่อยขึ้นนะ ไม่ค่อยเขินแ้ล้ว แต่ยังไม่กล้าหอมแก้มอยู่ดี ตอนนี้แก้มแม่เหี่ยวแล้วด้วยล่ะ แก่ :21:


ส่วนถ้าตามชื่อจู๋นะ ถ้าผมมีลูก ผมอยากจะสนิทกับลูกนะ ถ้าเป็นลูกชายขอให้มานั่งกินเบียร์เป็นเพื่อนพ่อได้ ลูกสาวขอให้จนโตแล้วพ่อมันก็ยังหอมแก้มได้
ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันครับ คงไม่กลัวลูกเกเรเท่าไหร่ แต่ว่าอย่าไปทำอะไรให้คนอื่นเดือดร้อน ก็น่าจะโอเค ลูกไม่ติดยา ก็พอใจแล้วครับ :40:

ปล. เชื่อมั้ยล่ะว่าผมเกเรขนาดไหน ก็ไม่เคยเล่นพนันบอล ไม่เคยลองยา ไม่รู้เขาปล่อยเขาคุมยังไงเหมือนกัน
ปล.2 อีกอย่างนึงผมอยากให้ลูกพูดใต้เป็นนะ :37:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

ยุนเอ



เหมือนว่ายังเล่าไม่หมด อารมณ์ไม่ได้

ป่ะพี่บวบ ไปกินเหล้า เล่าความหลังกัน  :37:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

Buob Marley

หูยกิจกรรมคนแก่ :11:

ว่าแต่เมื่อไหร่อะ ตูสอบเสร็จวันศุกร์ :37:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

D869

"รักอดทนนาน กระทำคุณให้ รักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง... "
                                                            - โครินทร์1 13:7

iannnnn

อ้างคำพูดจาก: เอ เป๋ตลอด เมื่อ 08 ต.ค. 2007, 17:44 น.

เหมือนว่ายังเล่าไม่หมด อารมณ์ไม่ได้

ป่ะพี่บวบ ไปกินเหล้า เล่าความหลังกัน  :37:


ไอ้บวบมันเล่าไปรอบนึงแล้ว เอ็งดันไม่อยู่ :39:

Buob Marley

http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

Dew Susansaraly

สมมุติว่ามีลูก  ก็คงต้องทำงานเลี้ยงลูกละครับ

ส่วนจะเลี้ยงยังไง  ต้องดูลูกเราเป็นหลัก  และไม่คิดจะเอาสูตรใคร  เพื่อนผมพ่อแม่ตามใจมันหยั่งกับอะไร  ก็ไม่เห็นจะเป็นเด็กมีปัญหา  บ้านผมขาดความอบอุ่นขนาดหนัก  ผมก็ยังคิดว่าผมไม่ใช่ปัญหาของสังคม  ฮา  ดังนั้นผมคิดว่าการเลี้ยงลูกไม่มีสูตรสำเร็จ  ต้องดูเด็กเป็นหลัก  เพียงแต่หวังว่าลูกจะเป็นคนดีเหมือนผม  ฮา

เรื่องลูกตัวเองตอนนี้จินตนาการไม่ออกเหมือนกัน  เพราะแม้แต่หน้าคุณแม่่ของลูก  ตัวผมเองก็ยังไม่มีวี่แววจะเห็นในเร็ววันนี้ :05:
โล่ง

D869

อ้างคำพูดจาก: แอน แว้นแฟร์ เมื่อ 08 ต.ค. 2007, 18:10 น.

ไอ้บวบมันเล่าไปรอบนึงแล้ว เอ็งดันไม่อยู่ :39:

ถูก :12: เล่าเหล้าคนเดียวด้วย :12:
"รักอดทนนาน กระทำคุณให้ รักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง... "
                                                            - โครินทร์1 13:7

Kums

ตูเลยนอนฟังด้วยความง่วง  :12:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines