สมมุติว่าตัวเองมีลูก

เริ่มโพสต์โดย หมีโหด*, 25 ก.ย. 2007, 23:02 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

จักรี

แค่เลิกเป็นเกย์พ่อแม่ก็ภูมิใจแล้วสามเอ้ย
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

นักศิลปะ

สลัมย่านพรานนกนี่ ใช่วัดยาง หรือเปล่าครับ
ผมมีเพื่อนกิน นอนเที่ยวเล่น แถวนั้นเยอะ
แต่สลัมพรานนกมีหลายที่ อาจจะไม่ใช่

เรื่องกลัวเก่งสู้พ่อไม่ได้นี่ ผมยังกลัวจนทุกวันนี้

ผมเตะบอลสู้พ่อไม่ได้
พ่อติดเขตแปด ผมตัวโรงเรียนยังสำรอง

นี่เบาะๆความ กังวลเนอะ
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

จักรี

เรื่องสู้พ่อไม่ได้นี่  มีอยุ๋เรื่องหนึ่ง ฮามาก

พ่อผมเป็นนักมวย ดังข้ามตำบล ต่อยงานวัดที่ไหน มีแต่คนรู้จัก  พอ มายุคผม แม่งกดดันอิ๋บอ๋าย  ขึ้นเวทีครั้งแรกก็น๊อคเลย  :30:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

นักศิลปะ

อ้างคำพูดจาก: จักรี ศรีธัญญา เมื่อ 29 ก.ย. 2007, 02:51 น.
เรื่องสู้พ่อไม่ได้นี่  มีอยุ๋เรื่องหนึ่ง ฮามาก

พ่อผมเป็นนักมวย ดังข้ามตำบล ต่อยงานวัดที่ไหน มีแต่คนรู้จัก  พอ มายุคผม แม่งกดดันอิ๋บอ๋าย  ขึ้นเวทีครั้งแรกก็น๊อคเลย  :30:

อันนี้ประสบการณ์ร่วมเลย
พ่อผมมีค่ายมวยด้วย
ผมขึ้นต่อยครั้งแรกร้องให้
พ่อผมอายเขาไปทั่วอำเภอ

เล่นบอลผมเป็นโกล์ก็ไม่ได้
สมัยนั้นเขาเอาคนเล่นไม่เป็นมาเป็โกล์กัน

จะว่าไป ตอนนั้นก็กดดันแบบเด็กๆ
เครียดมาก
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

จักรี

แต่ที่ฮากว่า คือแม่เล่าว่า ครั้งสุดท้ายที่พ่อต่อยพ่อน๊อคเพราะมัวแต่เหล่แม่  :30:


ผมก็เลยเอามาย้อนพ่อประจำเลย เวลาพ่อพูดถึงเรื่องนี้
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

นายโอ้เอ้

#230
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...อันระ โจ๋ เมื่อ 29 ก.ย. 2007, 02:49 น.
สลัมย่านพรานนกนี่ ใช่วัดยาง หรือเปล่าครับ
ผมมีเพื่อนกิน นอนเที่ยวเล่น แถวนั้นเยอะ
แต่สลัมพรานนกมีหลายที่ อาจจะไม่ใช่

ผมก็ไม่รู้ว่าที่ไหนครับ ตอนนั้นเพิ่งเกิด
แล้วหลังจากนั้นก็ย้ายมาอยู่บางแค แถวๆ ศาลเจ้าพ่อเสือครับ




พ่อผมเคยเปิดห้างหุ้นส่วนจำกัดด้วยครับ
มันเป็นอะไรที่ผมเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน
เพราะกว่าผมจะจำความได้ พ่อก็เลิกไปแล้ว

ผมเองก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยถาม
คือที่บ้านมีพิมพ์ดีดหนึ่งเครื่อง ทั้งๆ ที่ก็ไม่มีใครใช้เป็น
มีซองจดหมายยาวสีขาวอยู่จำนวนมาก แต่ไม่รู้ว่าเอาไว้ทำอะไร

แต่มันกลับมามีเรื่องอีกที ตอนผมประมาณ ม. 1
พ่อโดนฟ้องมั้ง เพราะเลิกกิจการไปโดยไม่ไปจดทะเบียนยกเลิก
ไม่มีการรายงานภาษีเกือบ 10 ปี จนเขาตรวจพบแล้วก็มีเรื่องกัน

สุดท้ายก็ต้องไปจ้างทนายให้มาช่วยจัดการ แล้วเรื่องก็จบไป

กิจการที่พ่อทำ ไม่ใช่กิจการที่สะอาดครับ
มันคือที่รู้จักกันในนามของ แชร์ลูกโซ่ :42:

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า มีคนมาชวนพ่อมาเล่นแชร์ลูกโซ่
พ่อก็สนใจแล้วก็สอบถามว่ามันทำยังไง
แต่พ่อไม่เล่นด้วย กลับมีความคิดว่า แค่นี้เอง
ทำเองก็ได้ นั่นคือที่มาที่ไป :42:

ชื่อ หจก. เอสเอโปรดัก
กิจการบังหน้าคือ โรงานเย็บผ้าโหล
กิจการลับหลังคือแชร์ลูกโซ่

แต่พ่อเองก็ทำแบบนี้ได้ไม่นานหรอก เพราะบริษัทที่พ่อเลียนแบบ
ถูกข่าวโจมตี กรณีแชร์ลูกโซ่
พ่อก็เลยเลิกไป :42:




--

มาพูดเรื่องการเลี้ยงลูก

ส่วนใหญ่แม่จะคอยเลี้ยงและดูแลผมซะมากกว่าพ่อ
ของเล่นสำหรับลูก ผมไม่เคยมีเลย พ่อแม่ไม่เคยตามใจด้วยการหาของเล่นมาหลอกล่อ
แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไรนะ เพราะเด็กๆ รุ่นเดียวกันก็ไม่มีอะไรพวกนี้เหมือนกัน
เลยไม่คิดว่าตัวเองขาดอะไร

บ้านผมอยู่ห่างจากโรงเรียนแค่ 200 เมตร เป็นเด็กใกล้โรงเรียน
ครูรู้จัก ชาวบ้านรู้จัก ผมเลยเหมือนถูกตีกรอบเอาไว้ ว่าเกเรไม่ได้ ชั่วไม่ได้
รู้ถึงหูพ่อแม่แน่นอน
ด้วยเป็นเด็กเรียนดี ได้ไงไม่รู้ ก็เลยเป็นหัวหน้าห้องตั้งแต่ ป.1 ยัน ม. 3 รวม 9 ปีเต็มๆ
มันเลยเหมือนถูกตีกรอบไปอีกชั้นหนึ่ง ว่าเราเป็นผู้นำนักเรียน
จะต้องทำตัวดีเป็นแบบให้กับเพื่อนๆ และน้องๆ ในโรงเรียน

ผมชอบอ่านหนังสือ แต่ที่บ้านไม่มีหนังสือให้อ่าน เพราะพ่อกับแม่ก็ไม่ใช่คนมีความรู้อะไร
ถ้าอยู่โรงเรียนก็จะเก็บตัวอยู่ในห้องสมุดซะส่วนใหญ่
เวลาเรียนมีการบ้านก็ต้องพี่งพาตัวเองเป็นหลัก ถามใครก็ไม่ได้

นิสัยผมคล้ายๆ พ่อ กว่า 70% นี่ลอกมาจากพ่อเลย
แปลกนะ ทั้งที่สนิทกับแม่ แต่นิสัยไปทางพ่อ

แต่ความขยันนี่สู็พ่อไม่ได้เลย ผมมันขี้เกียจ  :42:

Today you , Tomorrow me.

ยัง มี พุง

ชีวิตตู จะว่าสบาย ก็ไม่สบายซะทีเดียว

ตูเกิดที่พัทยา ในบ้านรั้วใหญ่มีบ้านปู่ย่าอาอยู่ในรั้วเดียวกัน

แต่เท่าที่ตูจำความได้ ปู่ไม่เคยคุยกับตู

ซึ่งตูมารู้ทีหลังตอนโตเป็นเพราะว่าพ่อตูมาแต่งงานกับแม่

ที่ปู่กับย่าไม่ชอบ เค้าหาผู้หญิงไว้ให้แล้วไม่ยอมแต่งด้วย

ยิ่งโต ตูยิ่งหน้าเหมือนแม่ เค้าก็ยิ่งเกลียดตู

เพราะแม่เลิกกับพ่อตอนตู 7 ขวบ

แต่ตูยังโชคดีที่ได้เรียนโรงเรียนดีๆ

สมัยนั้นโรงเรียนคอนแวนต์นี่ก็หรูแล้ว ไม่ต้องถึงนานาชาติหรอก

จำได้ว่าตอน ป. 2 พ่อเปิดร้านขายเสื้อที่ตลาดที่ทัวร์ฮ่องกงมาลง

ถ้าศุกร์-เสาร์ ตูจะไปกับพ่อ ไปช่วยพ่อขายเสื้อ

(ตูรู้แระ นิสัยแม่ค้ามันมาจากไหน)

ส่วนอาทิตย์-พฤหัสฯ ตูจะอยู่กับแม่

ดีที่แม่ตูเป็นคนมองการณ์ไกล แม่ชอบอ่านหนังสือให้ฟัง โดยเฉพาะหนังสือภาษาอังกฤษ

ตูคุยกับฝรั่งได้ ขายเสื้อให้ฝรั่งได้เลยแหละตอนนั้น

เป็นเพราะแม่ ตูเลยเป็นคนชอบอ่านหนังสือ แม่บอกตูไม่ร้องเอาของเล่น ร้องแต่จะซื้อหนังสือ

ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบวาดรูป

แต่สุดท้าย เป็นเพราะอะไรไม่รู้ หลังจากนั้นตูก็ไม่ได้เจอแม่อีกเลย เกือบ 6 ปี

(มารู้ทีหลังพ่อตูห้ามไม่ให้แม่ตูมาเจอ ถึงขั้นว่าส่งพัสดุไปให้แม่ เป็นขาตุ๊กตาที่มีรอยปากกาเหมือนปานตูที่เท้าไปให้แม่ แล้วเขียนจดหมายว่า ถ้ายังติดต่อกับลูกจะตัดขาตูส่งไปให้)  :05:

พอตูเรียนมัธยม โทรศัพท์นี่แค่เพื่อนโท.มาก็โดนด่าแล้ว

ไม่ต้องพูดถึงว่าผู้ชายโท.มาเลย โดนไม้กวาดฟาดก็มี

ตูเป็นคนเรียนไม่เก่ง เพราะขี้เกียจ เวลาเรียนไม่ค่อยสนใจเรียน เวลาสอบก็ไม่อ่านหนังสือ

แต่ตูก็ไม่เคยสอบตก แต่เกรดมันไม่สวยเท่านั้น

ดิ้นรนทำงานตอนม. 4 เป็นเพราะว่าไม่อยากอยู่บ้านตอนปิดเทอม เนื่องจากบรรยากาศมาคุ

รู้ว่าย่าไม่รัก ปู่เกลียด บ้านตูนะ ลูกพี่ลูกน้องอีกสามคน

ตอนตรุษจีนได้แต๊ะเอียกันหมด ตูไม่เคยได้ ทั้งๆที่บ้านตูไม่ใช่คนจีน แต่เค้าก็ให้หลานสามคนหมด

ยกเว้นตูคนเดียวที่ไม่ได้ ตูเลยไม่ชอบอยู่บ้าน ออกนอกบ้านตลอด

แต่ก็แค่ไปเที่ยวห้างตามประสาเด็กๆ มีบ้างที่แอบไปเที่ยวกลางคืนแต่ก็ไม่ได้เหลวไหล

แต่สิ่งที่โดนตลอดคือ ย่าจะด่าพ่อ แล้วมาลงที่ตูต่อ

"เดี๋ยวมันก็ใจแตก ท้องไม่มีพ่อ เรียนไม่จบ ส่งมันไปอยู่กับแม่มันไป"

คิดดูว่าสภาพจิตใจเด็กตอนนั้นจะเป็นยังไง?

ตูก็รู้ว่าพ่อรักตูนะ แต่สภาวะตอนนั้นตูไม่อยากอยู่บ้านแล้ว

ตูดิ้นรนหางานทำ เพราะไม่อยากขอเงินพ่อ เพราะพ่อทำงานคนเดียว

หาเงินให้ตูใช้ก็คงหนักแล้ว ตูไม่อยากเป็นภาระพ่ออีก

สุดท้าย ตูก็มาเรียนที่ทับแก้วนี่แหละ ความกดดันตูเลยสิ้นสุด

แต่ตอนปีใหม่ที่ผ่านมา ตูก็กลับไปหาย่านะ เอาของไปฝาก

ย่าผอมไปเยอะ แก่ไปเยอะเลย ย่าก็คุยกับตูดี

คงเพราะตูโตแล้วมีงานมีการทำแล้วล่ะมั๊ง

ส่วนลูกพี่ลูกน้องตูคนถัดจากตูเนี่ย ตอนนี้จริงๆมันต้องม. 5 แต่มันใจแตก

ติดผู้ชาย ติดยา สัก (อันนี้ไม่อยากพูด เพราะเข้าตัวตูเหมือนกัน)

จนตอนนี้ถ้าตูมีลูก ถ้าลูกเป็นเหมือนตูได้

จะกินเหล้าสูบบุหรี่ มีแฟน เที่ยวกลางคืน สักรอบตัวก็เอาเลยลูกเอ๊ย

คิดอยู่ว่าถ้าตอนเด็กๆตูไม่ได้กดดันขนาดนั้น

ทุกวันนี้ตูจะเป็นยังไง???
ห๊ะ! อะไรนะ!!!

iannnnn

:44: กระจู๋คุยกับประพลาด

หมีโหด*

 :46:


อ่านแล้วรู้สึกว่า ชีวิตคนนี่ก็เหมือนกับละครเลยค่ะ
แต่ละคนเห็นสบายๆยังงี้
เบื้องหลังก้ต้องสู้กับอะไรมามาก
อย่าท้อกันนะคะ คนที่ท้อคือคนที่แพ้  :25:
ตามหารักแท้ค่ะ โฮกกก

psyfer


น้องสุกน้องใส

เมื่อกี้พิมพ์ไปเยอะมาก มือโดนเม้าศื หายหมดเลย  :05:





พี่ตาลพวกเดียวกับกิ้วเลย ขี้เกียจเรียน ไม่ชอบไม่อ่านหนังสือ ถามว่าเป็นคนชอบอ่านหนังสือนะ ชอบมากๆๆ แต่ถ้าให้อ่านแบบ ต้องอ่านนะจะสอบกิ้วก็ไม่อ่าน

ขี้เกียจมากๆๆ แต่ถามว่าตกมั้ย  ไม่เคยตกนะ เกรดไม่สวยจริงๆนั่นแหละ

ถามว่าขี้เกียจเหมือนใคร ก็เหมือนพ่อกิ้วนั่นแหละ ป๊ากิ้วก็แบบนี้แหละ
แต่พอดี คนนั้นอัจริยะ  :05:

ที่บ้านอาม่าก็ให้เรียนหนังสือนะ ไม่ยอมเรียน หนีเรียน
แต่ตอนนี้ก็เป็นวิศวะนะ  :30:



อันโตนิโอกะเมโระ ~~

ning❤

อ้างคำพูดจาก: หมีโหด โหมดหมี* เมื่อ 29 ก.ย. 2007, 10:49 น.
:46:


อ่านแล้วรู้สึกว่า ชีวิตคนนี่ก็เหมือนกับละครเลยค่ะ
แต่ละคนเห็นสบายๆยังงี้
เบื้องหลังก้ต้องสู้กับอะไรมามาก


:25:/
คิดเหมือนกันเลย
ตื่นเต้นดีค่ะ อ่านจู๋นี้
(แม้มันจะเป๋ก็เหอะ แต่มันก็มีสาระ  :40:)


งั้นเล่าบ้าง  :42:

ทุกวันนี้ หนิงดีใจ รู้สึกว่าตัวเองโชคดีกว่าหลายๆคน
เลี้ยงมาแบบคุณหนูนิดหน่อย ก็มีกินมีใช้ กินอยู่สุขสบายดี
แต่แม่ก็ไม่ได้ตามใจมากจนเว่อ ของแพงๆบางทีแม่ก็ไม่ซื้อให้นะ

ก็แค่งอแงตอนเด็กๆแหละ
พอเริ่มๆโตจนถึงตอนนี้ ก็ไม่ค่อยขออะไรไร้สาระมากมาย 

ครอบครัวหนิงมี พ่อ แม่ พี่ชาย หนิง
เริ่มที่พ่อก่อน
พ่อเป็นคนที่อารมณ์ร้าย
ร้ายแบบหลายเรื่อง ชอบเป็นเจ้านายคน แบบให้คนอื่นอยู่ใต้บังคับ  :08:
บางทีพ่อซื้อของอะไรกลับมาหนักๆ
แล้วเรียกหนิงแบบเหมือนคนใช้ แล้วตัวเองก็ไม่ช่วยเลย --งงไปเลย  :08:
หรือใช้ผู้หญิงไปยกของหนักๆ แล้วตัวเองยืนมอง
หนิงว่ามันแปลกๆนะ  :08:

และชอบด่าคนอื่นว่าโง่
คืออ่านดูเหมือนไม่เจ็บ
ต้องลองมาฟังคำด่าเอง  -- เจ็บมาก
แม้ไม่เคยโดนด่า แต่เคยเห็นแม่โดน
แบบทะเลาะกันเรื่องงานไรแบบนี้
จนตอนหนิงป.5 แม่ทนไม่ไหว เกือบจะหย่ากัน
ตอนนั้น หนิงเห็นแม่ร้องไห้ ก็แค่เสียใจ
แต่ก็ไม่เข้าใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้
แต่สุดท้าย ยังไงไม่รู้ เค้าก็กลับมาอยู่ด้วยกัน

แต่ตอนนี้พ่อก็นิสัยเหมือนเดิม
จนถึงตอนนี้หนิงก็เลยไม่สนิทกับพ่อเลย
ไม่ค่อยได้คุย และแบบเวลาคุยก็ทะเลาะกัน เลยไม่อยากคุย
แต่ก็ไม่ได้เกลียดอะไรมากมาย
แค่ไม่อยากคุยด้วย จะได้ไม่ทะเลาะกันไง

แต่จริงๆข้อดีก็มี
ข้อดีคือ พ่อเก่ง  :42:
เรียนป.1-ม.3แบบขอทุนมาตลอด
เพราะพอดีเป็นคริสต์ ขอทุนรร.คริสต์มาตลอดเลย
ดิ้นรนช่วยกันกับแม่จนมีทุกวันนี้ สุดยอดแล้ว  :22:

มาถึงแม่
หนิงว่าแม่เก่ง จากคนจบป.4 จากสุไหงโกลก
จนมาถึงทุกวันนี้ มีกิจการเป็นของตัวเอง
และยังทนพ่อได้อีก  (:42:
ไม่ธรรมดาอะ   :12:
แม่กับหนิงก็สนิทกันดี แต่แม่ก็ไม่ค่อยเข้าใจวัยรุ่นเท่าไหร่
คือเหมือนผู้ใหญ่ทั่วๆไปน่ะแหละ ที่หัวโบราณหน่อยๆ
หนิงห่างกับแม่ตั้ง 33 ปี แม่อยู่ทันเหตุการณ์ 14 กันยาด้วย
แม่เคยเล่าให้ฟัง ตื่นเต้นดี  :27:
ทำให้บางเรื่องหนิงก็ไม่กล้าบอก ไม่กล้าคุยด้วยแหละ  :42:


พี่ชาย
ตอนเด็กๆ เคยพูดกับเพื่อนว่า
โตขึ้นไปมันต้องค้ายาแน่ๆ  {หมีโหด}
เพราะว่าแบบนิสัยแย่มาก คือมันก็เด็กผู้ชาย ก็เป็นเงี้ยแหละ
แต่พอหลังๆมานี้ ดูผู้ใหญ่ขึ้น ไม่ทะเลาะกันเลย
ชอบร้องเพลงด้วยกันบ่อยๆ หนิงร้องพี่เล่นอิเลกโทน 555
หรือโตมาแล้วเพี้ยนทั้งคู่เนี่ย  :30:



แค่อยากแบ่งปันค่ะ  :40:




<3.

icez

อ้างคำพูดจาก: ning❤ เมื่อ 29 ก.ย. 2007, 16:10 น.
มาถึงแม่
หนิงว่าแม่เก่ง จากคนจบป.4 จากสุไหงโกลก
จนมาถึงทุกวันนี้ มีกิจการเป็นของตัวเอง
และยังทนพ่อได้อีก  (:42:
ไม่ธรรมดาอะ   :12:
โอ้วววว คนบ้านเดียวกัน :25:

จินนี่

นั่งไล่อ่านมาเรื่อยๆ ตาเริ่มลายแล้วล่ะ ...แต่ก็อ่านจนจบ :40:

รู้สึกชื่นชมหลายคนมากเลย จริงๆนะ :46:

อ่านจบอยากจะพิมพ์อะไรสักอย่าง  เอ้อ อะไรดีหว่า
เอาเป็นข้อๆไปละกัน จะเรียบเรียงก็ไม่ค่อยถูก


-ชีวิตคนมันยิ่งกว่าละครจริงๆแหล่ะ อ่านแล้วรู้สึกว่าของเรามันก็ไม่ได้แย่มากมายนะ
รู้สึกดีที่มีคนมาแชร์ความรู้สึก

-นานาชอบวาดรูปแก้เครียดเหมือนพี่เลย :25: พี่เคยหันไปเขียนไดอารี่อยู่พักนึงนะ
แต่หลังๆกลับมาเปิดมันน่าจะเรียกว่าสมุดภาพซะมากกว่า :08:   ตอนนี้ถ้าเครียดๆก็จะวาดรูปๆ(แต่มีความสุขก็วาดนะ)

-อ่านของหนิงแล้วเหมือนเราหลายอย่าง เรื่องพ่อน่ะ ค่อนข้างเข้าใจความรู้สึกนะ
(อ้อ อายุห่างกะแม่เท่ากันเลย :22:)


จริงๆอ่านแล้วอยากพิมพ์อีกเยอะเลย  ตอนนี้เรียบเรียงไม่ได้จริงๆ แค่นี้ละกันค่ะ


มุมมืดของสังคม

พี่โอ้เอ้มาเล่าต่อเร็วรับ
อ่านของพี่โอ้เอ้แล้วคิดถึงพ่อแม่
รุ่นพ่อแม่ผม ที่เคยฟังมาก็ต้องแบบว่าทำนู่นทำนี่เองตั้งแต่เด็ก

คืออย่างรุ่นเรามันก็ทำนะ แต่มันสบายแล้วอ่ะ
ผมทำแค่ล้างจาน ทำความสะอาดบ้าน แถมแม่ก็ช่วยอีก
พอโตมาหน่อยก็เรียนอย่างเดียว แทบไม่ได้ทำอะไรเลยด้วย :42:
มันเลยรุ้สึกไม่เหมือนกัน
บล็อกในมุมมืด
because we always.....expecting

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines