โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ยุนเอ


โพสที่ผ่านๆ มารู้สึกว่า ก็ตอบหมดแล้วนะครับ  :42:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

TangMo

#1006
 :08:

คือผมหาไม่เจอครับ   

ช่วยทำลิงค์ให้หน่อยครับ   :33:

หรือไม่ก็ กรุณาเบอกอีกครั้งได้มั้ยครับ





ยุนเอ

อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 28 ก.พ. 2007, 23:04 น.

เถรวาท จะเคร่งครัด และสมถะ

กว่า

มหายาน ที่พร้อมจะพาคนไปสู่ประตูนิพพานพร้อมๆ กันไม่ใช่เหรอครับ    :09:

หรือที่เรียนๆ อ่านๆ มาเข้าใจผิด

อ้างคำพูดจาก: -ae- เมื่อ 02 มี.ค. 2007, 08:13 น.
พอจักรีพูดถึงเรื่องปีนเขาคนละลูกนี่ ปิ๊งเลย หากมันเป็นแบบนั้นจริงการที่เรานั่งถกประเด็นกัน มันก็จะเป็นคำตอบเหมือนที่พี่อ๋าบอกว่า แต่ละคนมีความเชื่อคนละอย่างกัน เหมือนเอาพุทธมาเปรียบเทียบกับอิสลามมาเทียบกัน หรือแม้แต่พุทธเองสาย"หินยาน"(บางทีเขียนว่า"หีนยาน") กับ"มหายาน" มาเปรียบเทียบกัน หรือแม้แต่สาย"วชิรยาน" ของทางแถวทิเบต ก็ยังเทียบกันยากเพราะทัศนคติและมุมมองการตีความ ที่แตกต่างกันออกไป

แต่จากที่แตงโมได้โพสต์ไว้
...
วัดพระธรรมกายเป็นวัดพุทธเถรวาทครับ
...

และประกอบที่จักรีได้พูดถึง แล้วจริง ๆ เป็นเขาคนละลูก หรือเขาลูกเดียวกัน เพราะถ้าเขาลูกเดียวกันพรรณไม้ หรือกายภาพน่าจะคล้ายคลึงกัน หรือต้นเดียวกันเสียด้วยซ้ำ

แต่ถ้าไม่ใช่เขาลูกเดียวกัน มีเหตุผลอะไรว่าต้องอ้างว่าเขาลูกเดียวกัน? และถ้าเขาลูกเดียวกันทำไมถูกต้องข้อสังเกตซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าผิดแปลกออกไป?

เพื่อความเข้าใจ สำหรับผู้ที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่านิกายต่าง ๆ ในพุทธศาสนาเป็นอย่างไหร่ ผมสรุปดังนี้ (ไม่ได้เป็นเปรียญ 9 ประโยค ถ้าผิดพลาดก็ท้วงติงละกัน)

หินยาน,หีนยาน หรือเถรวาท นิกายนี้ก็อยู่แถบไทย ลาว พม่า นี้แหละ คนไทยที่ระบุในบัตรประชาชนว่าศาสนาพุทธ ก็เป็นพุทธหินยานนี่แหละ แต่ยังมีนิกายย่อยอีกนะ (อย่าพึ่งรู้เลยปวดหัวเปล่า ๆ ) แต่แนวความคิดหลักของนิกายนี้ คือ ปฏิบัติ ทาน ศีล ภาวนา เพื่อเอาตัวเองเข้าสู่นิพพาน หรืออะไรประมาณนี้ เป็นแนวความคิดที่เห็นแก่ตัวเล็กน้อย แต่ตรงกับ ตน เป็นที่พึ่งแห่งตน, เรื่องของตน ก็เป็นเรื่องของแต่ละคน (มีชื่อเล่นว่ายานเล็ก เพราะเป็นรถสปอร์ต 1 ที่นั่ง)

มหายาน มีแนวคิดหลัก คือจะขนเหล่าสัตว์ให้หมดก่อนถึงจะตามไป จะช่วยคนอื่นให้หมดโลกก่อนแล้วค่อยช่วยตัวเอง มีชื่อเล่น ๆ ว่ายานใหญ่ (รถเมล์ ขสมก.) ซึ่งนิกายนี้ส่วนใหญ่จะนิยมอยู่แถว จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลี ซึ่งจะนับถืออุดมการณ์แบบพระโพธิสัตว์ คือช่วยคนทั้งโลก อย่างเช่นเจ้าแม่กวนอิม หรืออะไรเทือกนั้น

อีกอันหนึ่งไกลตัว คือ วชิรยาน หรือตันตระ ลองไปดูในเรื่อง 7 Years In Tibet ละกัน เป็นอีกแนวหนึ่งที่ไม่ได้เฉียดหรือใกล้กับจริตของสังคมไทยหรือคนไทยเท่าไหร่


ครับ  :42:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iSharp

#1008
เพิ่มเติมครับ
วัดพระธรรมกาย ปฏิบัติแบบ มหานิกาย นิกายเถรวาท ครับ
ตกคำว่า มหานิกาย ไป

วัดปากน้ำภาษีเจริญ ก็ มหานิกาย นิกายเถรวาท ครับ
ส่วนวัดอื่นๆก็ วัดพระเชตุพน วัดสระเกศ วัดเบญจบพิตร วัดยานนาวา ฯลฯ

วัดพระธรรมกาย มีมหาปูชนียาจารย์ คือ
พระมงคลเทพมุนี หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ (หรือหลวงพ่อวัดปากน้ำฯ)

จึงได้ ระเบียบ แบบแผน วิธีการปฏิบัติ ต่างๆ จากวัดปากน้ำภาษีเจริญ ครับผม
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

จักรี

ผมจะขอต่อความยาวสาวความยืด ต่ออีกซักหน่อย.... ถึงแม้จะรู้ว่าอธิบายไป ชาร์ปก็ไม่เข้าใจ และ

ไม่รุ้ทำไม  ทั้งที่ มันมีทั้งเหตุทั้งผล ขนาดนั้นแล้ว ซึ่งผมชื่อว่าชาร์ปก็คิดเช่นเดียวกัน

แต่จะมาต่อความบางข้อเท่านั้น เพราะบางข้อพูดไปก็ รู้สึกว่า ไม่มีประโยชน์
       

อ้างคำพูดจาก: ชาร์ป เมื่อ 02 มี.ค. 2007, 15:53 น.
ผมก็เคยไปศึกษาที่แบบสติปัฏฐาน4เหมือนกัน ที่อยุธยา ตอนปี 2543 ของคุณแม่สิริ

กรินชัย
แต่ผมก็เลือกวิธีปฏิบัติีของวัดพระธรรมกายครับ เพราะ ถูกอัธยาศัย และชอบ

หลายๆอย่างในวัดพระธรรมกาย ตอนที่มาบวช 2 เดือน เมื่อปี 2547


ไม่แปลกเลยครับที่ ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงฝึกตามแนวสติปัฏฐาน ไม่ได้
เพราะคนส่วนใหญ่ติดอยู่กับกิเลส ความสุข ความสบาย  ความพอใจของตน
ซึ่งในแนวทาง
สติปัฏฐาน ไม่ได้เป็นไปเพื่อสนองกิเลสเหล่านี้ แต่ สมถะ ใช่ ...
เพราะสมถะนั่งแล้ว สบาย จิตใจนิ่งสงบเกิดความพึงพอใจ
แล้วยิ่งได้สภาพแวดล้อมอย่างธรรมกายและการส่งเสริม อย่างเป็นรูปธรรม ในการ ปฏิบัติ ที่ ชาร์ปบอกว่ามันคือการพิจารณาขั้นละเอียด  ถึงจะละเอียดขนาดไหน
มันก็เป็นแค่มโนภาพที่จิตเราคิดขึ้นตามการเรียนรุ้ที่ธรรมกายได้สั่งสมให้
แถมยังคอยนำทางด้วยเสียงพากษ์เพื่อให้เข้าถึงโดยง่าย

แล้วที่ถามผมว่าพิจารณาอย่างไรนั้น   ตอบอย่างที่ชาวบ้าน เข้าใจ คือการ
ใช้สติปัญา พิจารณาสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง และจะละเอียดขึ้น เป็นลำดับ ครับ  .......  ถามว่า  ธรรมกาย ใช้พิจารณา

แบบนี้มั้ย ตอบได้เลยว่าไม่ เพราะการปฏิบัติแบบธรรมกายไม่มีความเป็นจริง
มีเพียงแต่ สิ่งที่จิตคิดขึ้นเอง  ดังนั้นผู้ที่ฝึกสมถะจนได้ฌาณต่างๆ จะสามารถสร้าง

นรกสร้างสวรรค์ได้ ง่ายดาย มาก ........

อ้างอิง
    แค่คำถามนี้ก็รู้ว่าเข้าใจผิดแล้วครับ
ที่พี่จักรีได้เรียนรู้ตอนที่มาวัดช่วงนั้น
เขาเรียกว่า กสินไง ที่นี่เขาใช้เรียกว่า อาโลกกสิน คือ กำหนดความสว่างครับ (อยู่

ในกสิน10)
และแน่นอน เป็น สมถะครับ จุดประสงค์ของการฝึกสมถะคือ ให้ใจสงบครับ เมื่อใจ

นิ่งแน่นอยู่กับอะไรสักอย่าง ใจจะเป็นสมาธิขั้นต้น
จนถึงระดัีบอุปจารสมาธิขึ้นไป (แบบสัมมาสมาธินะ)
การเอาใจไปตอดๆแบบ ขนิกสมาธิแบบที่คุณทำก็ดีครับ ไม่ได้ผิดอะไร ถ้าประคอง

ได้ต่อเนื่องก็เข้าถึงธรรมได้เหมือนกัน

และเมื่อใจสงบ ถึงจนเลยระดับ ตติยฌาน จึง ค่อยไปต่อ ยอดทีหลัง
(แค่ระดับปฐมฌานยังไม่ถึงขั้นเลย ต่ำกว่านั้นไม่ต้องพูดถึง ที่จะไปพิจารณา

อริยสัจ4เลย
อ้างอิงจากใน ธัมมจักกัปวัตตนสูตร ครับ)

(ง่ายๆคือให้พื้นฐานได้ก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากันเรื่องวิปัสสนา เหมือนเรียนหนังสือก็ต้อง

คอยๆไป
ไปเรียน "วิปัสสนา" เลย มันจะกลายเป็น "วิปัสสนึก" เปล่าๆ เพราะพื้นฐานใจ

ละเอียดไม่พอ พิสูจน์ได้จากที่การปฏิบัติแล้วต้องใช้สมองใช้ความคิดมาก ใจไม่อยู่

นิ่ง อ่ะครับ

ที่ผมยกมาเพราะผมได้ความรู้จากชาร์ปในโพสต์แรกๆนั่นแหละครับ เพราะชาร์ป

เป้นคนบอกเองว่า สมถกรรมฐาน กับ กรรมฐานคืออันเดียวกัน  ผมก็เลย  เข้าใจว่า 

อ๋อ ที่ธรรมกายเขาเน้น ให้ฝึกสมถะ ก็เป็นเพราะ เขาเข้าใจว่ามันเป็นกรรมฐานนี่

เอง.... 
   

      ถามหน่อยจุดประสงค์ของคุณเพื่อฝึกสมถะให้กับคนเยอะๆ เพื่อปูพื้นฐาน ไป

นิพพานใช่มั้ย?     คุณถมบ่อเพื่อสร้างตึกแน่เหรอ หรือคุณแน่ใจแค่ไหนว่าต่อไป

บริเวณที่คุณถมมันจะไม่กลายเป็นที่ทิ้งขยะ.....

   เพราะพวกอวิชา ต่างๆก็มีพื้นฐานมาจาก สมถะ นี่แหละครับ

   อีกอย่างครับ ในเมื่อคุณยอมรับว่าธรรมกาย ฝึกสมถะ จนสงบพอ และต่อไปจะได้

เจริญวิปัสสนา เพื่อจุดประสงค์ของนิพพาน  ใช่มั้ยครับ 
  แต่ ผมให้ข้อสังเกต คุณไปละกันว่า  มี ส่วนไหน หรือวิธีการไหนของธรรมกาย
ที่สอนวิปัสสนา บ้างครับ ........... ไปหาความหมายของ คำว่าวิปัสนามาแล้วลอง
เปรียบเทียบวิธีการฝึกดูก็ได้ครับ หลักพวกนี้ ทำมาเพื่อให้มนุษย์เป็นผู้ฝึกดังนั้น
ไม่ต้องรอให้ฝึกจนถึงขั้นแล้วค่อยรู้หรอกครับ เพราะคนเพิ่งเริ่มก็สามารถเข้าใจ
ได้ไม่ยาก ครับ....
  แต่ถ้าไม่มี ก็อย่ามาบอกว่า ปฏิบัติเพื่อนิพพานเลยครับ ....
เพราะฝึกสมถะอย่างเดียวมันแตกหน่อ ออกไปได้หลายจุดประสงค์เยอะแยะ
แต่ไม่ใช่นิพพาน...

อ้างอิง
             ถามหน่อยนะครับ เอาอะไรไปพิจารณาครับ ความคิดระดับมนุษย์ธรรมดา

เหรอครับ
แต่ถ้าการปฏิบัติของวัดพระธรรมกาย เค้าจะใช้จิตที่ละเอียดกว่านั้นมากๆๆๆๆๆ

มาพิจารณาครับ เพราะเห็นตรงตามความเป็นจริงกว่ากันมาก ) ประเด็นนี้ จบแค่นี้

นะครับ

    เดี๋ยวก่อนครับ เดี๋ยวก่อน!!   อย่าเพิ่งจบประเด็นนี้ครับ   เรื่องเอาอะไรไป

พิจารณาผมตอบไปแล้ว  แต่ที่ชาร์ปบอกว่า ธรรมกายเอาจิตที่ละเอียดมากๆ
ของ คนที่ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา  มาพิจารณาแล้วจะได้ความเป้นจริงยิ่งกว่า
นี่จริงเหรอครับ การฝึกให้เห็นแต่ มโนภาพ พิจารณาแต่มโนภาพ  จะเอาที่ไหนมาเห็นความจริงครับ..  หรือเป็นเพราะเขาไม่ใช่คนธรรมดา จึงเห็นได้ ?

อ้างอิง
อันนี้ก็ผิดครับ ขอให้เข้าใจว่าคนละอันนะครับ ที่วัดไม่ได้สอนว่าอันเดียวกัน
เอ่อ . . . ที่จริงคงจะเขียนว่า วิปัสสนากรรมฐาน กับ สมถะกรรมฐานใช่หรือเปล่าครับ
 

อันนี้ ผมตอบไปแล้วว่าชาร์ปเป้นคนบอกผมเองในหน้าแรกๆ ไม่เชื่อไปลองเปิดอ่าน

ดูได้ .....
     
          ส่วนในพระไตรปิฎก บอกว่า  กรรมฐาน
        ประกอบไปด้วย  สมถะกรรมฐาน  กับ วิปัสสนากรรมฐาน  ผู้ที่จะถึงเป้าหมาย
คือนิพพานได้จำเป้นต้อง ผ่านสองอย่างนี้ (ผมคงไม่ต้องมาตอบซ้ำว่า แล้วจะไม่
สนใจส่วนประกอบย่อย อย่างทำบุญทำทาน รักษาศิล เลยรึ หรือจะให้ตั้งหน้าตั้งตา
ฝึกอย่างเดียว ผมขอตอบซ้ำอีกทีว่า ผู้ที่ฝึก วิปัสสนา จะสามารถใช้สติปัญญา
ในการตั้งตนอยู่ในสังคมได้อย่างเหมาะสมและถูกต้องตามส่วนรายละเอียดปลีก
ย่อยเหล่านี้เองครับ เพราะเขาจะคิดพิจารณาจนเห็นคุณ เห็นโทษ เห็นเหมาะ
เห็นไม่เหมาะ เห็นควร เห็นไม่ควร  ได้เองแล้วครับ ในขั้นนั้น... )

และ วิธีปฏิบัติที่ พุทธองค์ทรงยกให้เป็นทางสายเอกสู่นิพพานคือ แนว สติปัฏฐาน 4.. 

ครับ 

 
อ้างอิง
จริงๆแล้ว ศัตรูตัวฉกาจของพระพุทธศาสนา คือกิเลสครับ ลองไปเปิดพระไตรปิฎกดู

ได้ครับ
เรื่องเงิน มันอยู่ที่คนเอามาใช้ครับ จะเปลี่ยนเป็นบุญ หรือเปลี่ยนเป็นบาปก็ได้ แล้ว

แต่คนใช้มันเป็นหรือเปล่า อ่ะครับ 
   
   อ๋อเหรอครับ
   งั้นแค่ บอกว่าเป็นแค่ศัตรู ได้ใช่มั้ยครับ ไม่ต้องตัวฉกาจ
   ลูกฆ่าพ่อได้ เพราะเงิน  เพื่อน ฆ่าเพื่อนได้เพราะเงิน พี่น้องฆ่ากันได้ก็เพราะเงิน
   แต่ ธรรมกายกลับ เอาเงินเป็นกุศโลบาย เพื่อหลอกล่อคนเข้าวัด   อืมๆ....


ส่วนประเด็น ผม หรือญาติ ผิดนั้นเอาเป้นว่า ผมจะไม่พูดถึงละกันนะครับ เพราะ

อย่างที่บอกไป แต่ต้นแล้ว เรื่องพวกนี้ คนอื่นก็สามารถตั้งข้อสังเกตได้

    ............................ โอเค ตามนั้นครับ.....................
                                 (ขอโทษครับที่พิมพ์ยาวไปอีกแล้ว   = =")
                 
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iSharp

#1010
งั้นขอเริ่มที่ตรงนี้ก่อนนะครับ
ค่อยๆจูนให้เข้าใจกันเป็นเรื่องๆ

แนวปฏิบัติสมาธิธรรมกาย
กับ
วิธีปฏิบัติสมาธิเพื่อเข้าถึงพระธรรมกาย

พี่จักรี คิดว่าเหมือนกันไหม ครับ ถ้าไม่เหมือนอย่างไหนถูกต้อง ครับผม

รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

จักรี

#1011
วิธีปฏิบัติสมาธิเพื่อเข้าถึงพระธรรมกาย   นี่ทางวัดพระธรรมกาย เค้าหมายถึง นิพพานใช่มั้ยครับ......

  อะงั้น ชาร์ปลองบอกผมหน่อย ซิครับ  ว่า วิธีปฏิบัติมันต่างกันอย่างไรกับ แนวปฏิบัติสมาธิธรรมกาย

?

เพราะตอนผมปฏิบัติ นั่งกันหลายพันคนก็ฝึกแบบเดียวกันนิครับ  แล้ว แถม บอกว่า จุดมุ่งหมายคือนิพพานด้วยนิครับ  แล้วตกลง ที่ผมฝึกมัน คืออะไร ครับ 

นวปฏิบัติสมาธิธรรมกาย  หรือ ว่า  วิธีปฏิบัติสมาธิเพื่อเข้าถึงพระธรรมกาย


ไอ้ที่ผมอยากรุ้คือ ไอ้วิธีปฏิบัติเพื่อเข้าถึงพระธรรมกายนี่ มัน มีขั้นตอนอย่างไรครับ  ผมจะลองวิเคราะห์ดูดิ ว่ามัน มีขั้นตอน ของวิปัสสนา เข้ามาเกี่ยวข้องบ้างมั้ย .....
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iSharp

#1012
โอเคครับ
พี่จักรีเข้าใจผิดหมดเลย ตั้งแต่แรก ครับ
มิน่าิผมผมอธิบายแล้วพี่ไม่เข้าใจ

วิธีปฏิบัติสมาธิของ พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี หรือหลวงปู่วัดปากน้ำฯ
เป็นวิธีปฏิบัติสมาธิเพื่อเข้าถึงพระธรรมกาย ครับผม
ต่างจากคำว่า แนวธรรมกาย มากครับผม
เราไม่ใช่แนวใหม่ หรือของเด็กแนว นิกายใหม่ แต่อย่างใด

พระธรรมกาย ไม่ใช่ นิพพาน ครับผม

การปฏิบัติ กรรมฐาน 40 หรือ สติปัฐาน 4 ที่พี่จักรีได้ฝึกอยู่
เมื่อวางใจไว้ที่ ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ก็สามารถเข้าถึง พระธรรมกายได้เหมือนกันครับผม

คำว่า "เจริญวิปัสสนากรรมฐาน" นั้น เป็นคำที่รวมเรียกติดกัน ซึ่งทำให้เกิดการเข้าใจผิดได้ ดังนั้น เราต้องรู้ความหมายของรากศัพท์ เสียก่อนจะได้รู้ว่า อะไร คือ อะไร ไม่เช่นนั้น ก็จะคิดเดาเอา จนสับสนได้ครับ

เจริญ แปลว่า ทำให้มีขึ้น

วิปัสสนา แปลว่า การเห็นอันพิเศษ โดย คำว่า "วิ" สามารถอ่านแผลงตามหลักภาษาได้ว่า "พิ" เช่น วิเศษ กับ พิเศษ, วิจารณ์ กับ พิจารณ์, พระ กับ วร เป็นต้น คำว่า "วิ" นั้นแปลว่า พิเศษ + "ปัสสนา" แปลว่า การเห็น รวมความว่า วิปัสสนา แปลว่า การเห็นอันพิเศษ การเห็นอันวิเศษ

ดังนั้น หมายความว่า การเห็นชนิดนี้ ย่อมเป็นการเห็นที่ไม่ธรรมดา ไม่ใช่มองด้วย ลูกตาเนื้อ แน่นอน ต้องเห็นด้วยอะไรซักอย่าง นี่คือประเด็นว่า เราต้องเห็นด้วยอะไร จึงจะเรียกว่า วิปัสสนา ดังนั้น จึงต้องมี อีกสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นก่อน การเจริญวิปัสสนา คือ กรรมฐาน

กรรมฐาน แปลตามศัพท์ ว่า การกระทำที่เป็นบาท เป็นที่รองรับ เป็นฐาน เป็นราก โดย คำว่า "กรรม" แปลว่า การกระทำ + "ฐาน" แปลว่า บาท พื้น ที่รองรับ
ดังนั้น กรรมฐาน คือ การกระทำที่เป็นฐานรองรับ แล้ว ถามต่อไปว่า รองรับอะไร ก็คือ การรองรับ วิปัสสนา ไงครับ
ดังนั้น กรรมฐาน ต้องทำให้เจริญ ก่อน แล้วจึงเลื่อนชั้น มาทำ วิปัสสนา ในภายหลัง ดังนั้น ถ้า กรรมฐาน ยังทำให้เกิดขึ้นไม่ได้ การไปวิปัสสนา ย่อมทำให้เกิดขึ้นไม่ได้เช่นกัน เปรียบเสมือนเราต้องการสร้างบ้าน ถ้าเราไม่สร้างชั้นที่ 1 ย่อมไม่สามารถสร้างชั้นที่ 2 ได้ เพราะ ชั้นที่ 1 เป็นฐานรองรับชั้นที่ 2

เมื่อเราเข้าใจความหมายของ 2 คำนี้แล้ว เรามาดูกันว่า ที่บอกว่า
วิปัสสนา แปลว่า การเห็นอันพิเศษ การเห็นอันวิเศษ ดังนั้น หมายความว่า การเห็นชนิดนี้ ย่อมเป็นการเห็นที่ไม่ธรรมดา ไม่ใช่มองด้วย ลูกตาเนื้อ แน่นอน ต้องเห็นด้วยอะไรซักอย่าง

อันนี้ คำตอบเงื่อนงำมันอยู่ที่คำว่า ธรรมจักษุ แปลตาม ศัพท์ว่า ตาของธรรม แต่ ลูกตาธรรมดา ภาษาบาลีท่านว่า มังสะจักษุ (มังสะ แปลว่า เนื้อ)
ธรรมจักษุ ทำอย่างไร จึงจะมีได้ เพื่อสามารถเจริญวิปัสสนา คำตอบคือ ธรรมจักษุนั้น จะบังเกิดขึ้นได้ เมื่อสามารถเข้าถึงพระธรรมกายภายใน (ธรรมะ + กาย แปลว่า กายที่เป็นธรรม , ธรรม + จักษุ แปลว่า ตาที่เป็นธรรม)

ดังนั้นเมื่อบรรลุ กายธรรม แล้ว ก็ย่อมได้ ตาธรรม ตามมาด้วย เมื่อเห็นตาธรรมแล้ว ก็คือได้ ธรรมจักษุ ดังนั้น ก็เอา ธรรมจักษุ นั้น ไปมองเห็น ตามเห็นความเป็นจริง ซึ่งก็คือ การเห็นอันวิเศษ กิเลสบดบังไม่ได้ หรือ ก็คือ วิปัสสนา นั่นเอง

สรุป คือ การนั่งสมาธิจนบรรลุ พระธรรมกายภายใน จัดเป็น กรรมฐาน เมื่อ บรรลุพระธรรมกายภายใน ก็เอาธรรมจักษุของพระธรรมกาย ไปมองเห็นตามความเป็นจริง จนเกิดปัญญา วิชชา แสงสว่าง ทำลายอวิชชาได้จนหมดสิ้น สิ้นภพ สิ้นชาติ สิ้นการเกิด อันนั้น คือ การ วิปัสสนา ไงครับ

การที่เอาตาเนื้อ(มังสะจักษุ) มาพิจารณา แล้วบอกว่า เจริญวิปัสสนา ย่อมไม่น่าจะใช่แน่นอน เพราะ ตาเนื้อนั้น มองสิ่งของยังผิดๆ ถูกๆ อยู่เลยครับ ยกตัวอย่างเช่น ปรากฏการณ์พยับแดด ที่เรามองไปใน ถนนตอนแดดเปรี้ยงๆ แล้วเห็นเหมือนแอ่งน้ำไงครับ ขนาดมองถนนยังผิดๆ ถูกๆ เลย แล้วจะไปมองเห็นกิเลส ซึ่งละเอียดกว่าถนนตั้งเยอะ ได้อย่างไรครับผม
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

จักรี

#1013
นี่กำลังจะบอกว่า วัดพระธรรมกายไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อนิพพานแต่ มีจุดประสงค์ เพื่อเข้าถึงธรรมกาย อย่างนั้นซิ ใช่มั้ยครับ ......

โห แปล คำว่า วิเศษ ว่ามันวิเศษ ในมุมนั้นเหลอครับ  ลองมา ดูมุม ของคำว่า วิเศษ แบบนี้บ้างเป็นไงครับ

             
          การอัญเชิญ สติ ที่ถูกทอดทิ้งขึ้นมานั่งบัลลังก์ของชีวิต เมื่อสติขึ้นมานั่งสู่บัลลังก์แล้ว จิตก็จะคลานเข้ามาหมอบถวายบังคมอยู่เบื้องหน้าสติ สติจะควบคุมจิตมิให้แส่ออกไปคบหาอารมณ์ต่าง ๆ ภายนอก ในที่สุดจิตก็จะค่อยคุ้นเคยกับการสงบอยู่กับอารมณ์เดียว เมื่อจิตสงบตั้งมั่นดีแล้ว การรู้ตามความจริงก็เป็นผลตามมา เมื่อนั้นแหละเราก็จะทราบได้ว่าความทุกข์มันมาจากไหน เราจะสกัดกั้นมันได้อย่างไร นั่นแหละผลงานของ สติ ละ

ภายหลังจากได้ทุ่มเทสติสัมปชัญญะลงไปอย่างเต็มที่แล้ว จิตใจของผู้ปฏิบัติก็จะได้สัมผัสกับสัจจะแห่งสภาวธรรมต่าง ๆ อันผู้ปฏิบัติไม่เคยเห็นอย่างซึ้งใจมาก่อน ผลงานอันมีค่าล้ำเลิศของสติสัมปชัญญะ จะทำให้เราเห็นอย่างแจ้งชัดว่า ความทุกข์ร้อนนานาประการนั้น มันไหลเข้ามาสู่ชีวิตของเราทางช่องทวาร ๖ ช่องทวาร นั้นเป็นที่ต่อและบ่อเกิดสิ่งเหล่านี้คือ ขันธ์ ๕ จิต กิเลส

นี่ก็เป็นการเห็นที่วิเศษ นะครับ 
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iSharp

#1014
ไม่รู้ว่า อ่านที่ผมแก้ไขเพิ่มเติมแล้วหรือยังอ่ะครับ
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

จักรี

เอาละอันนี้มันเป็นแค่ทานศิล  ผมเพียงอยากรู้วิธีปฏิบัติ ที่ชาร์ปบอกว่า  ทางวัดธรรมกาย เอามาจากหลวงปู่สด
นะครับ   ว่า  มีอย่างที่  เราสองคนยกมาบ้างมั้ย .....
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iSharp

#1016
อ้างอิงนี่กำลังจะบอกว่า วัดพระธรรมกายไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อนิพพานแต่ มีจุดประสงค์ เพื่อเข้าถึงธรรมกาย อย่างนั้นซิ ใช่มั้ยครับ ......

มีจุดประสงค์เข้าถึงพระธรรมกาย แล้วเข้าสู่พระนิพพาน ด้วยครับผม


การเห็นที่วิเศษ ดูเพิ่มเติมที่
ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร พระวินัยปิฎก เล่มที่ 4 มหาวรรค ภาคที่ 1 เล่ม 6 หน้า 44 ครับ

 



รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

จักรี

#1017
อะๆๆ ผม ไม่สงสัยครับ  เพราะ ว่า คนอ่านเขาคง เข้าใจ  ว่า  การเ็้ห็นที่ไม่ธรรมดา หมายความว่าอย่างไร   ในทางผม คือการ เห็็้นโดยใช้สติสัมปชัญญ ที่ฝึกมาจนถึงขั้น พิจารณา จนเห้นพระไตรลักษณ์  ส่วนธรรมกาย ตีความว่า ไง ผมไม่รู้้ ครับ ยกมาบอก แค่ความหมาย ซึ่่ง  มันก็ ถูก อยุ่แล้ว  จริงมั้ยครับ......  แต่การตีความแล้วนำไปปฏิบัติมันก็อีกเรื่องนึงนะครับ
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iSharp

#1018
ฟังเพิ่มเติมได้ที่ พระธรรมเทศนาเรื่องสมถะวิปัสสนาของพระเดชพระคุณหลวงปู่ วัดปากน้ำครับผม
_http://www.kalyanamitra.org/sermon/x.php?file=media/lpsod/01.asf
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

จักรี

#1019
หลวงปู่สดก็หลวงปูสดครับ ธรรมกายก็ธรรมกายซิครับ   ไหน ลองบอก แนวทางที่ธรรมกาย เกณฑ์คน ไปนั่งสมาธิเยอะแยะ หน่อยซิครับ ทางวัดสอนให้เขาปฏิบัติแบบไงบ้าง.......






ที่บอกว่า หลวงปู่สดก็หลวงปู่สด ธรรมกายก็ธรรมกาย เพราะ   หลวงพ่อ ผม ก็เป็นศิษย์หลวงปู่สดเหมือนกัน  แต่ไม่เห็น ปฏิบัติแบบธรรมกายเลย...........
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines