โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ยุนเอ



วัดพระธรรมกายเป็นเถรวาท หรือ มหายาน ครับ  :09:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

แอ๊ะ

+ ยักษ์เก้อ ไม่สิ ยักษ์กับเก้อ

เขาว่า (อีกแล้ว ไม่รู้ใครนะ) สังคมไทยขาดแคลนคนที่จะยอมรับความจริง และอายที่จะขอโทษเพราะกลัวเสียหน้า เสียราคา วันนี้ผมมี 4 เรื่องที่อยากจะขอโทษ

1.กับเก้อ ต้องขอโทษที่คิดอคติกับไอ้หนุ่มผมยาว และเจาะหูเป็นพรวน จนได้เห็นความคิดที่ถ่ายทอดผ่านตัวอักษร มองทะลุไปถึงก้นบึ่งของความคิด ขอยก  :12: :12:

2.กับยักษ์ ต้องขอโทษที่เคยมองว่าตลกไร้สาระ (แต่ยอมรับว่าตูชอบ ซึ่งยังไงมันก็ไร้สาระ และทำให้ตูเสียเวลาทำงานทำการติดตามอย่างมาก) พึ่งมองเห็นความพยามในการนำเสนอสิ่งที่เกิดจากพิศพิเคราะห์ และถ่ายทอดออกมาอย่างธรรมดาที่สุด อ่านแล้วไม่ต้องคิด เหมือนกินอาหารแล้วไปเลี้ยงสมองได้เลย ขอยก  {หมีโหด} {หมีโหด} ให้ละกัน

3.กับจักรี ต้องขอโทษทีหมั่นไส้อย่างไม่มีสาเหตุ โดยเฉพาะตอนอาสาไปส่งน้องจั๊ว  :33: แต่รู้สึกดีที่มาแนะนำตัว ทำให้รู้ว่า ไม่ได้เป็นใบ้อย่างที่คิด และมีแนวทางแนวคิดที่น่าสนใจ :45:

4.กับวัดพระธรรมกายและทีมงาน ผมต้องขอโทษที่ต้องทำให้เดือดร้อน เปิดหนังสือ หาหลักเหตุผล หาหลักฐานมาหักล้าง อาจจะเป็นด้วยภาษาและความคิดที่ด้อยปัญญาของผม ที่อาจจะสื่อสารไม่ตรงประเด็น หรืออาจจะเป็นเพราะวุฒิภาวะทางอารมณ์ของผมที่ทำให้ดูเหมือนต้องการเอาชนะ และบอกว่าวัดพระธรรมกายผิด คำพูดที่ดูเหมือนส่อเสียดว่าร้าย ผมต้องขอโทษประเด็นนี้อย่างจริงจัง การใช้คำอธิบายเชิงเปรียบเทียบที่ไม่สามารถแสดงมิติที่ต้องการให้ผู้อ่านได้มองเห็นถึงประเด็นจริง ๆ ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ผมต้องขอโทษ หรือความไม่รู้จริงในพระพุทธศาสนาที่ปรากฎในพระไตรปิฎก พอมองเห็นรถสีขาวติดสติ๊กเกอร์ว่า "รถคันนี้สีแดง" สิ่งที่เกิดขึ้นคือความสับสนว่า ตกลงมันสีขาวหรือสีแดงกันแน่ หากผมได้ศึกษาพระไตรปิฎกมาเพียงพอ คงตอบได้อย่างชัดเจน เหมือนคนที่ได้เล่าเรียนและอ่านหนังสือได้ว่า มันต้องสีแดงอย่างไม่ต้องสงสัย

ซึ่งผมคงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งสำหรับเรื่องนี้ ทั้งการหาพระไตรปิฎกมาศึกษาอย่างจริง ๆ จัง ๆ และในการปรับกระบวนทัศน์ทางความคิดใหม่ให้สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ และสังเคราะห์เพื่อให้ได้ซึ่ง ความจริง ความถูกต้อง และแตกยอดความคิดใหม่ ๆ ได้ ผมคิดว่าผมคงทำได้ดี เพราะเป็นคนความจำดี ตั้งแต่ประถมจนจบถึงปัจจุบัน วิชาท่องจำเป็นวิชาที่ทำเกรดให้ผมเสมอ แต่พอถึงวิชาที่เกี่ยวข้องกับการวิเคระห์ อาจารย์ผมส่ายหน้าเสมอ แล้วยิ่งวิชาสังเคราะห์ก็ไปกันใหญ่ ผมไม่สามารถเชื่อมโยงสร้างความสัมพันธ์ จากฐานความรู้ที่ผมมีได้เลย วิชาพวกนี้ผมเลยได้ D มาปลอบใจเสมอ ผมสัญญาว่าจะพยามเข้าใจ และศึกษาให้มากขึ้น  ขอโทษด้วยความจริงใจที่ทำให้เข้าใจผิดและวุ่นวาย :46:
[ว่างให้เช่า]

มัม

แต่ก็ขอบคุณความสงสัยใคร่รู้ของ ลุงแอ๊ะ กับอีกหลายๆคน ที่ทำให้คนอย่างผมได้ความรู้จากการถกเถียง
ในประเด็นต่างๆนะครับ ถ้าไม่สงสัย ก็คงไม่เกิดความรู้ :46:

ยุนเอ



ขอบคุณพี่มัม ที่มอบความไว้วางใจให้เอดูแลน้องมิวด้วยครับ  :46:

อกอุ่นๆ ของพี่มัมคราวนั้นเอยังไม่ลืมเลย  :25:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

มัม

เว้ยยยย ไม่ใช่เรื่องนี้ ธรรมะๆ













มาให้พี่กอดอีกทีสิ :27:

tmd

ใช่แล้ว
นี่แหละ

สัจจธรรม  ( อ่านว่า = สัด-จะ-ทำ )

:30:
...

จักรี

อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 28 ก.พ. 2007, 08:53 น.
วัดพระธรรมกายเป็นเถรวาท หรือ มหายาน ครับ  :09:
ถามต่อจากเอเลยครับ

จิตใจสงบ  มีความสุข สบาย หลีกหนีทุกข์ร้อนและเวทนาทั้งปวง  นี่ คือผลของการปฏิบัติ ที่ธรรมกายสอนใช่มั้ยครับ.........

ธรรมกาย มีเป้าหมายที่นิพพาน แน่เหรอครับ 




แต่ความหมาย ของนิพพาน ในพระไตรปิฎก และที่ทุกคนเห็นตรงกัน ว่ามันคือการหลุดพ้น มันต่างจากผลของการปฏิบัติที่ธรรมกายสอนนี่ครับ  หรือจะบอกว่า มันก็คือหลุดพ้นเหมือนกัน  คือการหลุดพ้นจากทุกข์อย่างนั้นเหรอครับ   ถ้าคิดอย่างนั้น ก็ทำให้การตีความหมายเอนเอียงไปทาง มหายานแล้วมั้งครับ
เพราะเป้าหมายของมหายาน
ก็คือ ปฏิบัติเพื่อให้มีแต่ความสุข เพื่อชาติหน้าจะได้เกิดเป็นเทพ  เป็นเทวดาต่าง ๆ เป็นต้น.....
ซึ่งผมไม่ได้ว่าไม่ดีนะ แต่เถรวาท ให้ความหมายของ นิพพานคือการหลุดพ้น ถ้าตีความแก่นแท้ผิด ก็ทำให้แนวทางปฏิบัติผิดไปด้วยนะครับ .........
 

             
   ผมว่า  เราคงไม่ได้ปีนเขาลุกเดียวกันแล้วมั้งครับ.............
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

Dayight

#968
ขอแทรกนิ๊ดดดดด  อยากมีส่วนร่วม

กระจู๋นี้ ร้อนแรงภายใต้ก้อนน้ำแข็งจริงๆ  :46:








//ตกร.เรือครับ พี่สุดหล่อข้างล่างบอกมา
กินรอบวง

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

เก้อ

อ้างคำพูดจาก: -ae- เมื่อ 28 ก.พ. 2007, 09:01 น.

1.กับเก้อ ต้องขอโทษที่คิดอคติกับไอ้หนุ่มผมยาว และเจาะหูเป็นพรวน จนได้เห็นความคิดที่ถ่ายทอดผ่านตัวอักษร มองทะลุไปถึงก้นบึ่งของความคิด ขอยก  :12: :12:


มันคือคำชมใช่ไหมครับเนี่ย  :05:
ขอบพระคุณพี่แอ๊ะมากครับ ที่มองเห็นคุณค่าของเด็กแนวตัวเล็กๆคนนึง

(จะว่าไปในบอร์ดนี่ผมนับถือวุฒิภาวะพี่แอ๊ะที่สุดแล้วครับ
คำถามคำตอบในประเด็นเชิงสังคม ผมรออ่านโพสต์พี่ทุกทีไป
ห่า ชมกันเองอยู่นั่น  :30:)

จริงๆผมไม่เห็นว่าสิ่งที่พี่แอ๊ะอธิบายจะเข้าใจไม่ได้ตรงไหนนะครับ
ผมอ่านแล้วก็เข้าใจประเด็นเป็นอย่างดี เพียงแต่อย่างที่ว่า จุดยืนอยู่คนละจุด
อธิบายไปแล้วเมื่อโพสต์ที่แล้ว ขี้เกียจอธิบายซ้ำ


อ้าวเฮ้ย ดูเหมือนจักรีจะได้ประเด็นใหม่แล้วใช่ไหมนั่น
นิพพาน?
I ROCK , THEREFORE I AM

Dayight

#971
ขอบคุณพี่แอ๊ะที่เข้ามาแบ่งปันความรู้ และให้ผมติดรถไปไหนมาไหนอยู่บ่อยๆครับ(อ๊ะ!! :02:)
กินรอบวง

TangMo

ผมก็ขอขมาด้วยครับ ถ้ามีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ทำให้กระทบใจให้หมองครับ   :46:




วัดพระธรรมกายเป็นวัดพุทธเถรวาทครับ




อ้างอิงธรรมกาย มีเป้าหมายที่นิพพาน แน่เหรอครับ 
ครับ  มีเป้าหมายไปสู่นิพพานเหมือนกันครับ

และจากที่ผมได้ศึกษา พระสัมมาสัมพุทธเ้จ้าท่านทรงแบ่งเป้าหมายให้สัตว์โลกไว้ 3 ระดับครับ

1. เป้าหมายบนดิน คือ การตั้งเป้าหมายชีวิตเพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ไม่เป็นภาระแก่ใคร  ประกอบอาชีพสุจริต เพื่อเลี้ยงตนเอง บิดามารดา ครอบครัว และบริวารให้มีความสุขพอประมาณในชาตินี้ ไม่เกี่ยวข้องกับอาชีพที่ทุจริต ผิดกฏหมาย ผิดศีลธรรม ไม่จมอยู่ในอบายมุข และอกุศลกรรมทั้งปวง นี่แหล่ะครับเป้าหมายบนดิน คือมีความสุขจากการกระทำที่ดีในปัจจุบัน


2. เป้าหมายบนฟ้า คือ การตั้งเป้าหมายเพื่อให้ได้ไปเกิดในสุขคติโลกสววรค์ เพราะเราตายแล้วไม่สูญ ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกนับชาิติไม่ถ้วน ไม่ไปตกในอบายภูมิทั้ง 4 (้นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน) และรู้ด้วยว่าการที่จะไปสุขคติโลกสววรค์ได้ด้วยการ ประกอบกุศลกรรมทุกรูปแบบ เว้นขาดจากอกุศลกรรมทั้งปวง และหมั่นเจริญสมาธิภาวนา ทำใจให้่ผ่องใสเท่านั้น จึงจะมีโอกาสบรรลุเป้าหมายบนฟ้าได้ คือ ได้ไปเกิดในสววรค์ในระหว่างที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิด


3.  เป้าหมายเหนือฟ้า คือ การตึ้งเป้าหมายชีวิตเพื่อควาามหลุึดพ้นจากกิเลส เข้าสู่บรมสุขคือนิพพาน ทำให้ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก


สรุปคือ ให้เรามีเป้าหมายทั้ง 3 ระดับ คือเป้าหมายบนดิน เป้าหมายบนฟ้า และเป้าหมายเหนือฟ้า ครับ

ซึ่งเป้าหมายเหนือฟ้า คือ ความหลุดพ้นจากอำนาจของกิเลส เข้าสู่นิพพาน แต่จะไม่ไปคนเดียวครับ จะยกตนและสรรพสัตว์ทั้งหลายเข้าสู่พระนิพพานด้วยกันหมดทั้งโลกครับ




iannnnn

ทำไมอ่านๆ ไปรู้สึกจะเข้าใจกันและตกลงยอมคบหาดูใจกันไปหมดแล้ววะเนี่ย :08:


SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines