โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

จักรี

อ้างอิง

น่าเสียดายมากนะครับ
ทั้งที่เรามีวัฒนธรรมพุทธเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่ง
สามารถแตกยอดออกมาใช้กับการศึกษาได้เป็นอย่างดี

แต่ทำไมวัฒนธรรมเรื่องมีเหตุมีผล(กฏแห่งกรรม) กาลามสูตร ในพุทธศาสนา
ไม่เคยมีอยู่ในสังคมไทยเลย ต่างกับวัฒนธรรมการทำบุญทำทาน
ที่แข้มแข็งเสียจนมากเกินพอดี กลายเป็นเรื่องบ้าบุญกันไป

มันดูตรงข้ามกันไหมครับ ในขณะที่สังคมตะวันตกที่มีคริสตศาสนาเป็น
พื้นฐาน ที่เน้นเรื่องศรัทธาและความเชื่อโดยไม่ตั้งข้อสงสัยเหนือสิ่งอื่น
กลับเป็นสังคมที่ส่งเสริม ความคิดที่เป็นเหตุเป็นผล critical thinking อย่างที่พี่ระจันว่า

จริงๆก็ทราบว่าเรื่องนี้มันมีหลายปัจจัยมากกว่าเรื่องของศาสนา
แค่อยากจะบอกว่า เรามีอาวุธทางปัญญาที่ทรงพลังที่สุดอย่างพุทธศาสนาอยู่ในมือแล้ว
แต่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างเรา กลับมีความสามารถนำมันมาใช้ได้
เฉพาะเรื่องให้คนบ้าบุญเท่านั้นหรือเปล่า

จาก ความคิดเห็นที่พี่เก้อโพสต์ไว้หน้ากลาง   ซึ่ง มันทำให้ผม ได้คิด อะไรหลายอย่าง
เรื่องการเชื่อมโยง ความเป้นไปได้ของธรรมชาติ พุทธศาสนา เป็นหลักของเหตุผล และหลักของธรรมชาติ คำสอนต่างๆที่มีอยุ่ในพระไตรปิฎก ถ้าเรายกมาอ่านแล้วคิดตาม   
อาจจะข้ามพ้นเครื่องพันธนาการ ที่เรียกว่า ศาสนา ความเชื่อ อะไรไปเลย  ถ้ายกเอาหนึ่ง
คำสอนมาอ่านและทำความเข้าใจ โดยไม่ต้องผ่านการตีความ จากสถาบันศาสนาไหนๆ เลย นั้น 
น่าจะได้ข้อสรุปที่เป็นเหตุเป็นผลกัน มากกว่า ที่จะเชื่อเพียงเพราะเป็นคำสอนของศาสดา....


     นั่นคือ คำสอนที่ว่าด้วย  ทานบารมี  .....

     การทำบุญทำทาน นั้น จะได้ผลดีที่สุด
เมื่อผู้ทำมีจิตใจที่บริสุทธิ์ไม่คิดหวังผลตอบแทนใดๆจากการกระทำนั้น...
แต่จิตเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก บางครั้งบอกคนอื่นว่าไม่ได้คิด แต่ในใจคิด
บางครั้งข่มใจไม่ให้คิดแต่ก็ลึกๆก็ยังคิด บางครั้งลึกๆไม่ได้คิด แต่ชั่วขณะจิตหนึ่งอาจจะคิด โดยเฉพาะผู้ที่มีพื้นฐานความเชื่อเป็นทุนเดิม
ดังนั้นครูบาอาจารย์หลายท่านจึงมักบอกว่า การทำบุญทำทานที่แท้จริงนั้นทำได้ยาก
ซึ่งผมคิดว่าชัดเจนมากโดยเฉพาะชาวพุทธที่มีความเชื่อและศรัทธา ไม่ว่าจะมีเหตุผลหรืองมงายก็เถอะ...
   แต่ เมื่อได้อ่านความคิดเห็นที่พี่เก้อเคยโพสต์เอาไว้ ทำให้คิดตามได้ว่า 
ผู้ที่ได้เปลียบเราด้านนี้กลับเป็นคนที่ไม่เคยมีความเชื่อเรื่องนี้เป็นทุนเดิม
ไม่เคยเชื่อภพชาติตายเกิดใดๆ....
คนพวกนี้เวลาทำบุญทำทานหรือทำอะไรก็ตามจึงไม่ได้มีจิตคิดสับซ้อน...
เมื่อลงมือกระทำก็จะขึ้นชื่อว่าทำบุญทำทานจริงๆ ... 

     ในทางพระพุทธศาสนาบอกผลของทานบารมีว่าจะก่อให้เกิดปัญญา
      มาคิดให้เป็นเหตุเป็นผลกันก็ จะได้ว่า   
เวลาคนเราทำบุญทำทานโดยไม่ได้หวังผลอะไรจริงๆจะได้ความเบิกบานในใจพอทำบ่อยๆ
ความแจ่มใสของจิตใจก็จะมากขึ้นความขุ่นมัวก็จะน้อยลง คิดเห็นสิ่งใดก็จะมีเหตุมีผล
สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเกิดปัญญาดังนั้นเอง....

"มันดูตรงข้ามกันไหมครับ ในขณะที่สังคมตะวันตกที่มีคริสตศาสนาเป็น
พื้นฐาน ที่เน้นเรื่องศรัทธาและความเชื่อโดยไม่ตั้งข้อสงสัยเหนือสิ่งอื่น
กลับเป็นสังคมที่ส่งเสริม ความคิดที่เป็นเหตุเป็นผล critical thinking  "


จากข้อคิดเห็นนี้ ของพี่เก้อ มันน่าจะเป็นตัวอย่างของผลที่เกิดจากทานบารมี เพราะอย่างที่พี่แอ๊ะบอก หลักธรรมชาติ ไม่แบ่งชาติศาสนา...

         หลักธรรมมะของพระพุทธองค์ ก็คือ หลักของธรรมชาตินั่นเอง

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iSharp

#481
อ่านๆมาพอสรุปประเด็นได้ดังนี้

1.ไม่เชื่อพระพุทธเจ้าไม่มีอยู่จริง << น่าจะจบละไม่เห็นมีพูดถึงต่อ

2.ไม่เชื่อในเรื่องเหลือเชื่อ เวอร์ๆใน พระไตรปิฏิก บุญบาป นรก ฯลฯ

3.ศึกษาแล้ว ไม่ได้นำมาปฏิบัติ

4.เรื่องพุทธทำนาย

รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

ซือเน...

อ้างอิง
หลักธรรมมะของพระพุทธองค์ ก็คือ หลักของธรรมชาตินั่นเอง

ผมก็เชื่อเช่นนั้นครับ


ไอน์สไตน์ยังไม่เชื่อพระเจ้าในฐานะตัวบุคคลเลยครับ  :42:




----------------
i'll walk until i find u.

ยุนเอ




พระเจ้าไม่ชอบเล่นทอยลูกเต๋าหรอก
                                        ไอสไตน์บอก  :42:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iSharp

#484
3.ศึกษาแล้ว ไม่ได้นำมาปฏิบัติ

ประเด็นนี้ก่อนเพราะรู้สึกว่าจะสั้นดี เข้าใจได้ง่าย ครับ

จริงๆมันน่าจะเป็นคำว่า รู้แล้ว ไม่ได้ทำ มากกว่า

//// ถ้ายังไม่ได้เรียกตัวเองว่า นับถือศาสนาพุทธ ก็ไม่ต้องอ่านต่อครับเพราะมันเปล่าประโยชน์ ////

พื้นฐานของชาวพุทธ หรือคนปกติธรรดาทั่วไปคือ ศีล 5
ศีลแปลว่าความปกติ
ศีล 5 แปลว่า ความปกติของมนุษย์ 5 อย่าง

1.ไม่ฆ่า รวมถึงบี้มด ตบยุง
2.ไม่ขโมยของคนอื่น
3.ไม่มีกิ๊ก หรือ เจ้าชู้
4.ไม่โกหก หลอกต้มตุ๋ยชาวบ้าน รวมถึง พูดคำหยาบ ประชัน เสียดสี นินทา ของคน
5.ไม่กินเหล้า สูบบุหรี่ ยาเสพติด

ผมมั่นใจว่า ทุกคน นั้นต้องรู้จัก ศีล5 อย่างแน่นอนเมื่อเป็นชาวพุทธแล้ว
ถ้าเกิดข้อ5 นี้รักษาไม่ได้ ไม่ครบ
ยังกินเหล้า สูบบุหรี่
โกหก หลอกลวง คนอื่น
เจ้าชู้ มีกิ๊ก
ขโมยของ คดโกง
ฆ่าสัตว์ บี้มด ตบยุง

จบครับ ไม่ต้องคุยกันเรื่องอื่นละครับ
คุยกันคอแตกว่า นรกมีจริง สวรรค์มีจริง มีบุญ บาป ฯลฯ ก็ไม่เข้าใจ  ไม่เชื่อ
เพราะศีล 5 เป็นพื้นฐานของพระพุทธศาสนาครับ

เหมือนกับ เราจะเรียนรู้ทำความเข้าใจเรื่อง ตรีโกน ถอดสมการ เคมี ฟิสิกส์
แต่บวก ลบ คูณ หาร ยังไม่ได้ มันก็ไปทำ ฟิสิกส์ ตรีโกน ไม่ได้หรอกครับ
เมื่อทำไม่ได้แล้วก็มาบอก
เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ เวอร์ ใครมันจะไปทำได้ เหลื่อเชื่อ

และผมก็มั่นใจว่า คนที่เข้ามาคุยในกระทู้นี้
สามารถรักษาศีล 5 ได้อย่างแน่นอน
เพราะมันเป็นเรื่องง่ายที่เด็กยังทำได้

ไม่ฆ่าสัตว์ บี้มด ตบยุง
ไม่ขโมยของ
ไม่เจ้าชู้
ไม่หลอกลวง โกหก

ข้อสุดท้าย ไม่กินเหล้า สูบบุหรี่
ใครก็ยังกินเหล้า สูบบุหรี่ ก็เลิกเถอะครับ หักดิบไปเลย
((มีหลักฐานใน เมาหมา นะ))

แล้วเราก็จะได้กลับมาคุยในเรื่องอื่นๆต่อๆไป ครับ
ด้วยความรักและหวังดีของผมเอง

รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

มัม

จะว่าไปคนส่วนใหญ่ แค่ศีล 5 จะรักษาให้ครบยังยากเลยนะ ยิ่งสมัยนี้ ทำกันได้เกิน 2 ข้อรึเปล่าก็ไม่รู้

iSharp

#486
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 15 ก.พ. 2007, 16:09 น.


พระเจ้าไม่ชอบเล่นทอยลูกเต๋าหรอก
                                        ไอสไตน์บอก  :42:


เออ อย่าไปพาดพิงศาสนาอื่นเลยครับ  :05:


////

อ้างอิงหลักธรรมมะของพระพุทธองค์ ก็คือ หลักของธรรมชาตินั่นเอง

สนับสนุนด้วยอีกคนครับ
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

Ah!

โห
งั้นจบครับ ลาออกจากกระจู๋ได้เลย

ผมทำสวนปลูกต้นไม้ ต้องฉีดยาฆ่าแมลง (คงตายทีเป็นแสน)
ยืมตังค์เพื่อน บางทีก็ลืม
จีบคนนู้นคนนี้อยู่บ่อยๆ
บอกลูกค้าว่า งานเสร็จวันจันทร์ แต่ยังไม่เสร็จ
ดื่มเบียร์แทบทุกวัน

เอวังครับ
:46:
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

ยุนเอ



ไอสไตน์นับถือพุทธนะครับ  :09:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

จักรี

งั้นเราๆท่านๆก็คงต้องลาจากจุ๋นี้หมดแหละครับ 

    แต่ผมเ็ห็นกลับกัน มันกลับเป้นจุดเริ่มต้นของการศึกษาที่ดี ....และต่อไปอาจนำไปสู่การลดละเลิกสิ่งเหล่านี้ก็ได้ครับ....
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iSharp

อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 15 ก.พ. 2007, 16:22 น.
งั้นเราๆท่านๆก็คงต้องลาจากจุ๋นี้หมดแหละครับ 

    แต่ผมเ็ห็นกลับกัน มันกลับเป้นจุดเริ่มต้นของการศึกษาที่ดี ....และต่อไปอาจนำไปสู่การลดละเลิกสิ่งเหล่านี้ก็ได้ครับ....

ถูกต้องอย่างที่สุดครับ
ว่าจะกลับมาแก้ไขแต่ไม่ทันอ่ะ จักรีตัดหน้า อ่ะ  :39:
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

นักศิลปะ

ผมลาออกจาก จู๋นี้แล้วครับ
แต่วนเวียน ฐานะศิษย์ที่เรียนไม่จบ
ชะเง้อรั้ว มองดู คนอื่นเรียน
ท่องดังหน่อย ผมยืนข้างรั้วก็ได้ยิน
อะไรดีผมจำไป อะไรไม่เข้าจริตก็ทะลุหูไป

ก็ว่ากันไป

โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

ยุนเอ



คนดีมีน้อยนะครับ จู๋นี้  :30a:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

เก้อ

คำจั่วหัวของชาร์ปที่ว่า ถ้าไม่ได้เรียกตนเองว่านับถือพุทธ
ก็ไม่ต้องอ่าน เปล่าประโยชน์นั้น

ช่วยขยายความได้ไหมครับ ไม่แน่ใจความหมาย ว่าทำไมเปล่าประโยชน์
คำสอนของพุทธองค์ไม่ได้เป็นสากลหรือครับ
เพราะอ่านประโยคนี้แล้วตีความได้แบบนี้แหละ
คล้ายกับบอกว่า ต้องศรัทธาในพระเจ้าก่อน แต่ถ้าหมายความอย่างอื่นก็ขออภัยครับ
I ROCK , THEREFORE I AM

iSharp

#494
แล้วที่พี่เก้อเชื่อในคำสอนพระพุทธเจ้ากับ

ต้องศรัทธาในพระเจ้า

มันต่างกันยังไงอะครับ
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines