โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

iannnnn


TangMo

ถก .... กระจู๋โครงการตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า   :05:

นายโอ้เอ้

มีแต่ผู้ชายถก ไม่น่าสนเลย  :11:
Today you , Tomorrow me.

TangMo


tmd

...


ณต

โห แค่ชั่วข้ามคืน ผ่านไปสองสามหน้า

ในความเห็นของตู หลายๆคน พยายามแยกน้ำ ออกจากเนื้อ
แยกแก่น ออกจากเปลือก

ลองมาพิจารณากันดีๆ ว่าจริงๆแล้ว
ทุกสรรพสิ่ง ย่อมมีทั้งน้ำและเนื้อ มีทั้งแก่นและเปลือก
ถ้าไม่มีเปลือก แก่นก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้
อย่างต้นไม้ ถ้าไม่มีเปลือกห่อหุ้ม
แก่นภายในก็จะอยู่ไม่ได้

ทุกวันนี้ เราถูกสอนให้มองสิ่งต่างๆ แยกเป็นส่วนๆ
ตามวิธีการศีกษาแบบตะวันตกมากเกินไปหรือเปล่า
แต่ในความเป็นจริง การศึกษาแบบตะวันตก
ก็ไม่สามารถวิเคราะห์สิ่งต่างๆ แบบองก์รวมได้เช่นกัน

เพระาแนวความคิดแบบตะวันตก
คือวิเคราะห์สิ่งต่างๆ ย่อยๆ เป็นส่วนๆ
แล้วเอามารวมกัน

แต่วิธีแบบนั้นเอามาใช้กับพุทธศาสนาไม่ได้
จะว่าไป ก็เอามาใช้ได้อยู่ไม่กี่เรื่องเท่านั้น
(อย่างคณิตศาสตร์เอามาใช้ได้
แต่ถ้าเป็นเคมี หรือฟิสิกส์ ก็ใช้ไม่ได้ด้วยซ้ำ)

อย่างน้อย เปลือกก็เป็นสิ่งที่ห่อหุ้มแก่น
อย่างน้อย นิทานหลอกเด็กตามที่ใครบางคนเรียก
มันก็สร้าง หิริ โอตัปปะ
หรือความเกรงกลัว ละอายต่อบาปให้กับใครหลายๆคน

ประโยชน์ของเปลือก ก็มีอยู่
ประโยชน์ของแก่น ก็มีอยู่เช่นกัน

เพราะคนทุกคน ไม่ได้เหมือนกัน จริงไหม  :42:



จักรี

ใครชอบเปลือกแบบไหนก็เลือกเอาขอให้ยังคงแก่นเดิมที่เหมือนกันและจริงแท้แน่นอน....
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ณต

จักรี ไม่หลับไม่นอนเหรอครับ  :42:

จักรี

หลับหน้าคอมตั้งแต่ หนึ่งทุ่ม เพิ่งตื่นครับพี่  :39: 
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ยุนเอ



ฟิสิกส์นี้ พุทธ แท้ๆ เลยนะ  :42:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

แอ๊ะ

#536
อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 16 ก.พ. 2007, 05:34 น.
....
อย่างน้อย เปลือกก็เป็นสิ่งที่ห่อหุ้มแก่น
อย่างน้อย นิทานหลอกเด็กตามที่ใครบางคนเรียก
มันก็สร้าง หิริ โอตัปปะ
หรือความเกรงกลัว ละอายต่อบาปให้กับใครหลายๆคน

ประโยชน์ของเปลือก ก็มีอยู่
ประโยชน์ของแก่น ก็มีอยู่เช่นกัน

เพราะคนทุกคน ไม่ได้เหมือนกัน จริงไหม  :42:

ขออนุญาตแอบอ้างมา ผมเห็นด้วยเรื่องการศึกษาแบบองค์รวม แต่เรื่องนิทานหลอกเด็กแล้วสร้าง หิริ โอตัปปะ อันนี้เห็นด้วยบางส่วน และไม่เห็นด้วยบางส่วน คือมันก็ใช้ว่าคนเรามันมีความสามารถในการเรียนรู้และรับรู้ที่แตกต่างกัน แต่ผมว่าเราเลยยุคของการใช้สิ่งที่มองไม่เห็น คาดเดาไม่ได้ มาข่มขู่ให้เกิดความกลัวเพื่อให้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง (ถึงแม้ปัจจุบันสังคมเรา และคนส่วนใหญ่จะเป็นแบบนั้นก็เถอะ ไม่ว่าทางการเมือง หรือศาสนาก็แล้วแต่) หิริ โอตัปปะ ควรจะเกิดจากการได้คิด พิเคราะห์ และพิจารณา ควรจะต้องเกิดจากปัญญา ที่ละอายในสิ่งที่ทำ(ถ้าเป็นสิ่งชั่ว) หรือเกรงกลัวเพราะมีสติ ไม่ใช่เกรงกลัวเพราะปัญญามืดมิด เพียงแค่ได้ฟังต่อ ๆ กันมา

ขอออกตัวไว้ก่อนว่าผมนับถือพุทธศาสนาในแง่ของศาสตร์หรือแนวทางในการใช้ชีวิต และเป็นแค่เรื่องของธรรมชาติที่ถูกร้อยเรียงออกมาเป็นคำอธิบายให้สามารถเข้าใจได้ ไม่ใช่ในแง่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือพาหนะที่จะนำพาไปที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งแม้มันจะมี มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรสำหรับผม

เช้าขนาดนี้ยังมีคนตัดหน้า  :07:
[ว่างให้เช่า]

iSharp

#537
อ้างคำพูดจาก: tmd เมื่อ 15 ก.พ. 2007, 23:05 น.
:34: เกินไปไหม

แค่ศีล 5 ยังไม่ยอมที่จะรักษา แล้วเรื่องๆมันจะทำได้หรอครับ
แค่ตั้งใจที่จะรักษาศีล5 แต่ ไม่ครบผมก็ว่าสุดยอดแล้วครับ ในสมัยนี้นะ
อ้างคำพูดจาก: tmd เมื่อ 15 ก.พ. 2007, 23:39 น.
อย่าลืมว่า
ตอนพระพุทธเจ้าสอนเบญจวัคคีย์
ท่านให้อัญญาโกณฑัญญะอาราธนาศีล 5

หรือรับไตรสรณคมน์ก่อนฟังคำสอนหรือปล่าว...

ถูกไม่ได้ให้ศีล 5 ก่อน ((ปัญจวคคีย์ ครับ))
แต่
อย่าลืมว่าท่านเป็นใครมาก่อนที่จะฟังธรรม
ท่านเป็น พราหมณ์ รักษาศีลมาครบมากกว่า 5 ข้อสะอีก ครับ ปฏิบัติตัวมาดีเสมอมา
ตั้งแต่ก่อนที่เจ้าชาย สิด-ทะ-ทะ จะลงมาบังเกิด สะอีก
ถึงขนาดออกบวชเป็น พราหมณ์ อ่ะครับ

/////

ศีล 5 เป็นหลักธรรมที่ง่ายที่สุดในการปฏิบัติ แล้วอ่ะครับ
เด็กมันก็ยังที่จะรักษาศีล 5 ได้เลย
แล้วเราอ่ะครับ คุยกันเรื่องพุทธศาสนาเรื่องนู้นเรื่องนี้
แต่ไม่ได้รักษาศีล 5 เลย
มันน่าอายครับ

มีคนเคยบอกไว้ว่า

อ้างอิงเชื่อหรือไม่เชื่อ แตกต่างกันตรงไหน
ลมพัดใบไม้ไหว หรือ อะไรไหว...
ไม่น่าจะดูเพียงสิ่งที่เห็น น่าจะดูที่ความรู้สึกของตนเองมากกว่า ว่าเป็นอย่างไร...

รู้มากก็เท่านั้น
รู้น้อยก็เท่านั้น
สำคัญคือรู้แล้วได้ทำหรือไม่

ปล. + พี่ iamnot กับ พี่ ae ครับ เจ๋งดีครับ
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

Ah!

#538
(ขออนุญาตคุยด้วยอีกที)

ถามจริงๆครับ
ชาร์ปเคยละเมิดศีลห้าไหมครับ

ผมว่าใครๆก็ไม่อยากละเมิดศีลห้าหรอก
ผมระลึกเสมอ พยายามมีสติเสมอเมื่อผิดศีล
รู้ว่าตัวผิด เมื่อทำผิด

บางครั้งก็ระลึกได้ทีหลัง เช่นมืด มองไม่เห็นเดินไปเหยียบหอยทาก เหยียบแล้วก็ทุกข์
บางครั้งก็ระลึกได้ก่อน เช่น ต้องพ่นยาฆ่าแมลง ต้องราดยาฆ่าเห็บ หมัด ให้หมา แต่ก็ต้องทำแล้วก็ทุกข์เสมอ ไม่ได้เป็นสุขกับมันหรอกครับ

อ้างเรื่องรักษาศีลแล้วถึงจะเข้าใจในธรรมะขั้นสูง ผมเข้าใจครับ
แต่ผมไม่เห็นว่าไอ้ที่คุยกันคอแตกอยู่นี่ มันขั้นสูงตรงไหน
ก็คนธรรมดา เหมือนกันทั้งนั้นครับ

:46:
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

iSharp

#539
ก็อยู่ข้อหนึ่งครับที่รักษายากที่สุด
คือข้อ 4
นอกนั้นก็ครบครับ

ตอนนี้ข้อ 4 ของผม

พูดคำหยาบ ที่หยาบจริงๆด่าชาวบ้าน เหี้ย สัตว์ ควย ไม่มีอะครับ
ถ้ามึง กู พูดกับเพื่อน ผมว่าไม่หยาบอ่ะ

นินทาคนอื่น ไม่อ่ะครับไม่ชอบนินทาคน

โกหกแบบที่ หลอกลวงคนอื่นๆก็ไม่มีครับ โกหกเพื่อคนสบายใจ โกหกเพื่อเอาตัวรอด นี่ก็ไม่มีอ่ะครับ
พูดตรงๆไปเลยดีกว่า

ที่ยังแก้ได้ไม่หมดก็เรื่อง ปากหมา อ่ะครับ พูดเสียดสีคนอื่น แบบให้คันนิดๆ
แต่เดี๋ยวนี้ก็เห่าน้อยลงละ ครับ  :44:

อ้างอิงอ้างเรื่องรักษาศีลแล้วถึงจะเข้าใจในธรรมะขั้นสูง ผมเข้าใจครับ
แต่ผมไม่เห็นว่าไอ้ที่คุยกันคอแตกอยู่นี่ มันขั้นสูงตรงไหน
ก็คนธรรมดา เหมือนกันทั้งนั้นครับ

ในเรื่องของ สัมมาทิฏฐิ 10 อ่ะครับ
1.การทำทานมีผลดี ควรทำ
2.การสงเคราะห์ทั้ง สาธารณสงเคราะห์ และบุคคลสงเคราะห์ เป็นสิง่ที่ดี ควรทำ
3.การบูชาบุคคลที่ควรบูชา เป็นสิ่งที่ดี ควรทำ
4.ผลวิบากของกรรมดีและกรรมชั่วที่บุคคลทำแล้วมีจริง คือกฎแห่งกรรม มีจริง
5.โลกนี้มีคุณ คือเป็นสถานทีแห่งเดียวเท่านั้นในภพ 3ที่เปิดโอกาสให้สรา้งบุญบารมี
6.โลกหน้ามี
7.มารดามีคุณ
8.บิดามีคุณ
9.สัตว์ที่เกิดแบบโอปปาติกะมีจริง
10.สมณพราหมณ์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ชนดทีทำให้แจ้งทั้งโลกนี้โลกหน้า ด้วยปัญญาอันยิ่งแล้วสอนผู้อื่นให้รู้แจ้งตาม มีจริง

เดี๋ยวกลับมาขยายความเพิ่มครับ กินข้าวก่อน
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines