โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

จักรี

มาดูอีกที มีหลายหน้าเลย  :42:


.......  แต่ก็ตามอ่านเกือบหมดเหมือนกัน  ที่ชาร์ปเอาเรื่องพุทธประวัติมาเล่าให้ฟัง ผมก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ครับ  ส่วน เรื่อง การหวังผลว่าใครจะเชื่อหรือไม่ นั้นแล้วแต่ดุลยพินิจของแต่ละคน....

         ผมอยากให้เข้าใจเพียงแค่ว่า พระพุทธเจ้าของเราพระองค์นี้ก็คือมนุษย์ธรรมดาหลักธรรมหรือทางปฏิบัติที่ท่านทรงค้นพบก็
ไม่ได้แปลกพิศดารเกินพิสัยของผู้ที่มีเหตุผลพึงจะเชื่อได้.......

                  ธรรมะ คือ ธรรมชาติ
         
          ส่วนตัวเชื่อว่าพระพุทธเจ้ามีจริง.... ไม่มีเหตุผลใดมาประกอบความเชื่อนี้มากนัก
แต่ ความศรัทธาเป็นต้นเหตุแห่งการเรียนรุ้แต่เ็้ป็นการเรียนรู้โดยใช้ปัญญาพิจารณาหลักธรรมว่า..
.เป็นจริงดังนั้นจึ่งเชื่อ...


          วันนี้ ผมเพิ่งกลับ จากการไปเข้าปฏิบัติกรรมฐาน มา
(เป็นครั้งแรกที่ได้ ตั้งใจจะปฏิบัติอย่างจริงจัง หลังจากศึกษาเพียงทฤษฎีมานาน...)

           หลักของการปฏิบัติ ในแนวสติปัฎฐาน 4
                           
                         ที่อาจารย์ได้อธิบายมาวันนี้ มันชั่งละเอียด มากกว่า สิ่งที่ผมศึกษาไว้เยอะเหมือนกัน
แต่มันทำให้ผมทึ่งมาก กับหลักปฏิบัตินี้............

                         ในความรู้สึกครั้นเมื่อฟังท่านอธิบาย ในใจเกิดความรู้สึกคิดสงสารขึ้น  ..
.สงสาร คนที่คิดว่าพุทธศาสนาเป็นเรื่องงมงาย  สงสารผู้ที่ทำให้พุทธศาสนากลายเป็นเรื่อง งมงาย.....

                       เพราะหลักปฏิบัตินี้ มันชั่งอธิบายได้ลงตัว และมีเหตุผล
ขนาดคนที่ไม่ประสาอย่างผมฟังก็ ยังสามารถคิดตามได้ว่า ถ้าทำได้มันต้องได้แน่ๆ.......

                     หลักสติปัฏฐานสูตร 4 อย่างไม่มีอะไร มากเพียงแค่  กาย เวทนา จิต และ ธรรม
ในขั้นปฏิบัติถ้าหนีอย่างใดอย่างหนึ่งถือว่าผิด....เช่นสมมตินั่งๆอยุ่ เกิดอาการเมื่อย ก็ต้องรุ้ว่าเมื่อยแต่ห้ามดับเมื่อยด้วยการเปลี่ยนท่า .....ถ้าทำอย่างนั้นหมายถึงหนีเวทนา...

ที่ผมบอกว่าน่าทึ่งคือ การมีสติกับทุกอริยาบท  แบบว่าผมลองคิดดูนะู ว่าถ้าคนฝึกบ่อยๆ  คงเป็นคนที่มีสติมาก  ที่แน่ๆต้องดำเนินชีวิตโดยไม่ประมาท......(ไม่ได้พูดถึงเรื่องไกลตัวอย่างมรรคผลนะ)
  ซึ่งผมคิดว่าแนวทางปฎิบัติี้ที่สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงยกให้เป็นทางสายเอกนี้
ไม่ได้ยากเกินความสามารถของคนเราเลย.....      

อาจจะไม่เกี่ยวกับหลายๆประเด็นที่ทุกท่านได้ยกมาถกกัน  แค่อยากจะเล่าถึงความประทับใจครั้งนี้
เพราะผมไม่รู้ว่าต่อไปเมื่อผมปฏิบัติไปในทางสายนี้เป็นประจำแล้ว ผมจะมีความ อยาก
ที่จะแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นต่างๆนี้อีกหรือไม่.... พูดเผื่อไว้  :42:

       
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

tmd

ขออนุโมทนากับท่านเชฟด้วยครับ  :46:

:12:
...

เก้อ

เชฟไปฝึกที่ไหนมาครับเนี่ย

แล้วพี่เณรธีที่เฝ้ารอมาจนได้  :42:
จะว่าไปเรื่องรู้มากแล้วอย่างไร รู้น้อยแล้วอย่างไร
เข้าใจในข้อความนี้นะครับ ว่าไม่ได้หมายถึงการถกกันอยู่นี้

เพราะในการถกกันด้วยเหตุผล หรือการตั้งคำถามต่อความเชื่อ วิถีปฏิบัติใดๆขึ้นมา
น่าจะนำไปสู่การหาคำตอบ(คำตอบสำหรับตัวเราเอง)
และนำไปสู่วิธีปฏิบัติ-หรือวิธีคิดในชีวิตประจำวันต่อไป
อย่างที่อ่านๆมาหลายหน้า บางครั้งผมก็เห็นข้อบกพร่องของความคิดตัวเอง
และหลายๆอย่างที่พูดไปก็อยากฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง


ว่าแต่พี่เณรธีไม่มีตังใช้เหรอครับช่วงนี้
มาถึงก็"เซ็น"เลย   :43:

I ROCK , THEREFORE I AM

iannnnn


tmd

...

จักรี

พอดี ไปปฏิบัติที่ true ครับ เป็นชมรมที่ตั้งขึ้นโดยศิษย์หลวงพ่อจรัญ ไปฝึกไม่กี่คนครับ
จริงๆ คือ วันนี้ไปประมาณ 7-8คน จากที่ได้ยินเขาคุยกัน ปกติ คนที่ มาฝึก มักมาครั้งแรกครั้งเดียว
แล้ว เอาไปฝึกที่บ้าน จากนั้นก็ส่งอารมณ์กันทางเน็ตบ้างทางโทรศัพท์บ้าง(โดยเฉพาะผู้ที่ฝึกเป็นประจำ)
จะมีคนที่ฝึกก่อน หรือเรียกว่า ปฏิบัติได้ หลายคนคอยชี้แนะ แนะนำอย่างใกล้ชิด  
คือเ็ป็นการฝึกที่ละเอียดมาก ...วันนี้ผมยอมรับว่า ปฏิบัติไม่ได้เลย  :42:  จิตแว๊ปคิดเรื่องอื่นประจำ
พอมีสมาธิเข้าหน่อยกลายเป็นสมถะ ซะนี่  ต้องหยุดแล้วมากำหนดใหม่ กว่าจะนิ่งก็แทบแย่เหมือนกัน...


ถ้าพี่เก้อหรือใครสนใจเรียนเชิญนะครับ  ไปฟัง ก็ไม่เสียหลาย ไม่เสียตังค์แถมมีเครื่องดื่มให้ทาน
           
:42:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iannnnn

คืออารมณ์ของกระจู๋กำลังจะถูกตบเข้าสู่ความสงบอีกแล้วไงครับ
สังเกตได้เลยว่าพอเรากำลังจะเข้าสู่ประเด็นที่เป็นคำตอบ - เราก็จะได้รับความเท่มาเป็นคำตอบแทน

ไม่มะเลย

อ้าวแล้วชาวบ้านอย่างตูล่ะ ที่ถามมาตั้งนานนี่จะเคลียร์ได้ยังไง
ผมเลยรู้สึกว่า.. ขอกระจู๋นี้เราคุยกันแบบชาวบ้านๆ ไม่ทราบก็บอกไม่ทราบ
แต่ถ้าทราบก็อธิบายให้คนไม่ทราบได้เข้าใจ -- เพื่อประโยชน์ที่เราๆ ทั่นๆ ก็เข้าใจตรงกัน ... ดีไหมครับ


ป.ล.
ตั้งแต่โพสต์แรกของกระจู๋นี้ จนถึงตอนนี้ตูยังรักษาคอนเซปต์นี้นะครับ
ถ้าไม่ถูกใจไม่สบอารมณ์ใครก็บอกกันได้ ไม่ถืออยู่แล้ว

นายโอ้เอ้

จักรี ทำสมาธิ เพื่อตามหาช้าง  :09:
Today you , Tomorrow me.

จักรี

 :31:


ไม่ใช่แค่ทำสมาธิครับ พี่ช้าง...
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

เก้อ

ฝึกผ่านอินเตอร์เน็ตของทรูแทนได้ไหมครับเนี่ย


ว่าแต่ตอนนี้กำลังอยู่ที่เรื่องความเชื่อบุญ-กรรมพระพุทธเจ้าหลายองค์ใช่ไหมครับ
(เสนอความคิดเห็นแบบฟันธง โชะ โชะ ไปแล้วนะครับ)

I ROCK , THEREFORE I AM

iannnnn

เรื่องบุญกรรม ชาตินี้ชาติหน้า ตูฟันธงไปแล้วเมื่อหลายหน้าก่อนนู้นนนน :01: (ว่าไม่เชื่อ)
ส่วนพระพุทธเจ้าหลายองค์ก็ไม่เชื่อครับ
เรื่องมิเตอร์บุญ สเกลบุญ ก็ไม่เชื่อครับ

แต่โมนาพูดอะไรตูเชื่อหมดเลยครับ
เดี๋ยวไปเก็บผ้าก่อน


จักรี

พุทธประวัติมีดังนั้นจริงครับ  แล้ว เรื่องวิบากนี่ก็ เป็นเรื่องชาติภพ ถ้าใครไม่เชื่อชาติภพก็จะไม่เชื่อวิบาก....

เคยคิดมั้ยว่า ชีวิตเราทำไมต้องเป็นอย่างนู้นทำไมต้องเป็นอย่างนี้...ในทางพุิทธศาสนาเขาอธิบายว่ามันเป็นวิบากกรรม

ทั้งวิบากของกรรมดีทีเคยสร้างกับวิบากกรรมเลวที่เคยก่อ....

แต่ถ้าคน คิดว่าทุกอย่างในชีวิตมันขึ้นอยู่กับตัวเราเองแสดงว่า ไม่เชื่อเรื่องนี้   ซึ่งไม่มีถูกผิดอยู่แล้ว

แต่ลองคิดดูดีๆ  อะไรที่ทำให้เราคิดและตัดสินใจในการดำเนินชีวิต สิ่งแวดล้อม เหรอ?  เหตุผลเหรอ?หรือความชอบส่วนตัว หรืออะไรกันแน่ที่ีมันชั่งประกอบกันได้เหมาะเจอะให้ตัดสินใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งลงไป.....


     
                         ในพุทธประวัติ(แล้วแต่ใครจะเชื่อ)  มีตัวอย่าง วิบากกรรมของพระพุทธเจ้า ตอนหนึ่งที่หน้าสนใจ  ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงทำการบำเพ็ญทุกขกิริยา จนผอมแห้ง แสนลำบากแต่กลับไม่ใช่ทางที่ถูกต้องนั้น  เป็นเพราะ เคยมีชาติหนึ่งที่พระพุทธเจ้าของเราได้ทรงไปตำหนิ พระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนไว้........
จึงทำให้ชาติสุดท้ายจึงต้องลองผิดลองถูกกว่าจะค้นพบ....
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

Ah!

ถ้ากลับมาแบบชาวบ้านๆ ไม่รู้ลึกอะไรนัก ก็ขอตอบด้วยครับ
ที่ถามว่า ทำไมไม่เชื่อเรื่องพระพุทธเจ้ามีหลายองค์

ผมว่าพระพุทธเจ้าเป็นผู้ตรัสรู้นะครับ
พอท่านตรัสรู้ เราก็เรียกท่านเป็นพระพุทธเจ้า
ในโลกนี้ ก็มีท่านเป็นคนแรก เป็นคนเดียว
นอกเหนือจากนั้น เรียกว่าเดินตามทางท่านทั้งนั้น
ก็เลยมีคำเรียกว่าเป็นพระอรหันต์ ว่านิพพาน
เพราะรู้มาจากพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าเป็นคนบอก เป็นคนสอนให้น่ะครับ

ทีนี้ ถ้าพระพุทธเจ้ามีหลายองค์ ผมก็คงจะงงต่อไปว่า
ทำไมตรัสรู้แต่เพียงครั้งแรกนี่ยังไม่หมดทุกข์ ทุกเรื่องอีกหรือ
ถึงต้องมีพระพุทธเจ้าองค์ต่อๆมา หรือเพื่อตรัสรู้ในเรื่องที่จะพ้นทุกข์เรื่องอื่นๆอีก

ก็เลยเป็นเหตุให้ไม่เชื่อว่าจะมีพระพุทธเจ้าหลายองค์ครับ

ส่วนเรื่องภพชาติ ผมไม่เชื่อเรื่องตายแล้วเกิดใหม่
แต่เชื่อเรื่องทุกข์ที่เกิดแล้วเกิดอีกไม่จบไม่สิ้นสักที ในชาตินี้แหละครับ
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

ซือเน...

อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 15 ก.พ. 2007, 01:57 น.
ถ้ากลับมาแบบชาวบ้านๆ ไม่รู้ลึกอะไรนัก ก็ขอตอบด้วยครับ
ที่ถามว่า ทำไมไม่เชื่อเรื่องพระพุทธเจ้ามีหลายองค์

ผมว่าพระพุทธเจ้าเป็นผู้ตรัสรู้นะครับ
พอท่านตรัสรู้ เราก็เรียกท่านเป็นพระพุทธเจ้า
ในโลกนี้ ก็มีท่านเป็นคนแรก เป็นคนเดียว
นอกเหนือจากนั้น เรียกว่าเดินตามทางท่านทั้งนั้น
ก็เลยมีคำเรียกว่าเป็นพระอรหันต์ ว่านิพพาน
เพราะรู้มาจากพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าเป็นคนบอก เป็นคนสอนให้น่ะครับ

ทีนี้ ถ้าพระพุทธเจ้ามีหลายองค์ ผมก็คงจะงงต่อไปว่า
ทำไมตรัสรู้แต่เพียงครั้งแรกนี่ยังไม่หมดทุกข์ ทุกเรื่องอีกหรือ
ถึงต้องมีพระพุทธเจ้าองค์ต่อๆมา หรือเพื่อตรัสรู้ในเรื่องที่จะพ้นทุกข์เรื่องอื่นๆอีก

ก็เลยเป็นเหตุให้ไม่เชื่อว่าจะมีพระพุทธเจ้าหลายองค์ครับ

ส่วนเรื่องภพชาติ ผมไม่เชื่อเรื่องตายแล้วเกิดใหม่
แต่เชื่อเรื่องทุกข์ที่เกิดแล้วเกิดอีกไม่จบไม่สิ้นสักที ในชาตินี้แหละครับ


ขออีกทีครับ :42:/
i'll walk until i find u.

จักรี

 :42:

เอาละครับ ลุงอ๋าห์ ผมขอตอบ ในฐานะที่ ผมได้ศึกษามาบ้างนะครับ แล้วลองนึกตามดู
ถ้าลุงอ๋าหรือใครชื่อว่า มีพระพุทธเจ้ามีอยุ่จริงก็จะเป็นการง่ายที่จะอธิบาย....
ตามพุทธทำนาย พระพุทธเจ้าไม่ได้มีซ้อนกันนะครับ  ประมาณว่า มี ท่านหนึ่ง แล้วพอสิ้นยุค ก็จะเสื่อมแล้วจะมีมาใหม่ ต่อกันไปเรื่อยๆ ที่บอกว่าพุทธเจ้ามีมากกว่าเม็ดทรายก็แสดงว่า หลายกัปล์หลายกัล
แต่พึงสังเกตว่า ไม่ได้ระบุว่าพระพุทธเจ้าจะมีลักษณะเป็นอย่างไรนะครับ อาจจะเป็นคนหรือไม่ อันนี้ก็ลองคิดดูเอง 55+

 อย่าง อายุของพุทธศาสนาก็จะมีแตกต่างกันไป  มาใกล้ตัวหน่อย(แต่ก็ยังไกลอยุ่ดี) พุทธศาสนาในยุคพระพุทธเจ้าเรา ...นั้น  เขาบอกว่าดำเนินมาได้ถึงกลางยุคต์แล้ว....(ซึ่งยุคที่พุทธศาสนารุ่งเรืองที่สุดคือสมัยพุทธกาล) คนที่มีศิลธรรมเริ่มน้อยลง ซึ่ง พวกเราต้องยอมรับว่าปัจจุบันเป้นอย่างนั้นจริงๆ....
พอใกล้หมดยุคพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ ความเสื่อมในจิตใจมนุษย์จะเยอะขึ้น...อายุของมนุษย์ก็จะสั้นลง (สังเกตุดูสถิติอายุเฉลี่ยต่อปี)
เมื่อถึงเวลานั้นคนมีศิลธรรมก็จะน้อยลงด้วย มนุษย์ที่มีจืตใจต่ำจะไม่แตกต่างอะไรกับสัตว์ ซึ่งพุทธทำนายได้บอกไว้ว่า เมื่อถึงเวลานั้น คนมีศิลธรรมจะหนีเข้าป่า และเมื่อเจอกันจะทักทายกันด้วยสรรพนาม  "ท่านผู้เจริญ"..

พอถึงเวลาเสื่อมขนาดนั้นคงไม่มีใครเข้าใจแก่นของศาสนาพุทธของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ได้อย่างแท้้จริง จึงต้องมีคนค้นหาความจริงใหม่อีกคร้ังและก็จะกำเนิดพระพุทธเจ้าพระองค์ใหม่อีกครั้งด้วย
ซึ่งตามพุทธทำนายบอกว่า องค์ต่อไป คือพระศรีอาริยเมตไตร....อันนี้ใครมีข้อมูลมาเสริมหรือผิดตรงไหนก็รบกวนติ ด้วยนะครับ.. (เรื่องพุทธทำนายอ่ะ)


จากที่ผมพิมพ์มาทั้งหมดจะเข้าทำนอง สูงสุดคืนสู่สามัญเป็นวัฏจักร ....
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines