โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

จักรี

เอาเป็นว่าจบเรื่องไกลตัวไว้ก่อน เดี๋ยว มีประเด็นใหม่ที่น่าสนใจมา ถกต่อ  พรุ่งนี้  ส่วนวันนี้ สวัสดีครับ  :46:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ยุนเอ


โทษนะครับไม่ได้ตั้งใจมากวน รอเก้อ หรือรอหลวงปู่ชาครับ


{หมีโหด} {หมีโหด} {หมีโหด}
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

เก้อ

สร้างให้หลวงปู่ชาในตอนนั้น แต่รอให้เก้อไปชมตอนนี้ไง
(ตูว่าแล้วไหมล่ะ ตะหงิดๆตั้งแต่ตอนพิมพ์ละ  :05:)


นึกออกอีกเรื่อง เกี่ยวกับหลวงปู่ชา ถือว่าเล่าคั่นรายการนะครับ
เมื่อครั้งที่ท่านได้รับพัดยศสมณะศักดิ์สูงสุด เป็นพระโพธิญาณเถร
ก็มีคนเอาเอกสารใบหนึ่งมาให้กรอกทำเรื่องขอเลื่อนสมณะศักดิ์อะไรแบบนั้น
ซึ่งก็มีให้กรอก ชื่อ ประวัติอะไรต่างๆตามระเบียบทั่วไป

ท่านเขียนลงไปในกระดาษใบนั้นว่า

"ฟ้าร้องบางทีฝนก็ตก ฝนตกบางทีฟ้าก็ไม่ร้อง
ฟ้าร้องบางทีฝนก็ไม่ตก ฝนตกบางทีก็ฟ้าร้อง

ฝนตกบางทีฟ้าก็ไม่ร้อง ฟ้าร้องบางทีฝนก็ไม่ตก
ฝนไม่ตกบางทีฟ้าก็ร้อง ฟ้าไม่ร้องบางทีฝนก็ตก"


วุ้ย พิมพ์ไปก็งง แต่ประมาณๆนี้ล่ะครับ
สุดท้ายคนเอามาให้กรอกก็ต้องไปกรอกใหม่เอาเอง  :30:
แนวสุดๆเลยนะครับเนี่ย
I ROCK , THEREFORE I AM

แอ๊ะ

#468
+ ทุกคน สำหรับความคิดเห็น

ผมอยากจะโพสต์ตั้งแต่แรกแล้วว่า เรื่องที่ยกมา เป็นแค่นิทานหลอกเด็ก แต่กลัวว่าจะเสียน้ำใจ เลยบอกแค่กลาย ๆ ว่าเวลาไม่สอดคล้องกัน

ผมคิดเหมือนที่ฝรั่งของเก้อคิด และสงสัย ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ใช้เหตุและผลเป็นสำคัญ แต่ทำไมไป ๆ มา ๆ มันจึงกลายเป็นศาสนาที่มีแต่ตำนานและอภินิหาร ผมยังมีความเชื่อและศรัทธาต่อหลักคำสอนเพราะสิ่งเหล่านั้นคือความจริง เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง ๆ

ผมยกตัวอย่าง จากตัวอย่างที่ชาร์ปยกมา ที่แค่คิดว่าพระหน้าตาเหมือนนักแสดง และต้องไปเกิดเป็นบากิ หรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้ามองในแง่ของหลักธรรมชาติ ไม่มีเหตุผลอะไรมารองรับเลย ว่าเหตุคืออะไร(อาจจะแย้งได้ว่าก็ไปคิดในทางไม่ดี) มีแต่ผลคือไปเกิดเป็นบากิ ตีลังกาแปดตลบ แน่นอนเรื่องพวกนี้เอาไปขู่ คนที่ไม่ได้คิดได้ โดยอ้างง่าย ๆ ว่ามันถูกบันทึกไว้ในไบเบิลพระไตรปิฏก ผมพึ่งรู้เหมือนกันว่าในพระไตรปิฏกมีบันทึกเรื่องพวกนี้ นึกว่ามีแต่หลักคำสอน (ไม่เคยอ่าน และไม่เคยสนใจ) ถ้าจะให้แนว ต้องอธิบายให้ได้ว่า ทำไมการคิดถึงส่งผลให้ไปเป็นแบบนั้น มันเป็นหลักธรรมชาติหรือเปล่า ถ้ามันเป็นธรรมชาติเราก็ไม่เห็นต้องเดือดร้อนอะไร เหมือนที่เราล้มแล้วต้องเจ็บ หรือวิ่งแล้วต้องเหนื่อย

เรื่องชาติภพ หรือพระพุทธเจ้ามีหลายองค์ ไม่คิดว่าเป็นเรื่องแปลก โลกและจักรวาลนี้อาจจะเกิด ดับ เกิด ดับ มาไม่รู้กี่แสนล้านครั้งแล้ว วันนี้เราไม่สามารถพิสูจน์ด้วยวิธีง่าย ๆ ถึงชาติที่แล้วหรือชาติหน้า แต่ผมไม่คิดว่ามันจะมีประโยชน์อะไรเหมือนกันที่เราจะรู้จริง ๆ ว่ามี หรือไม่มี

ผมชอบใจคำว่า "ความรู้เทียม" ของณตจริง ๆ :12: (อยากจะบวกซักล้านแปด แต่ทำได้แค่1 :43:) พวกเราทำกิจกรรม(เทียม ๆ)ต่าง ๆ ในทุกวันนี้กับความรู้เทียม เพียงเพื่อฆ่าเวลาให้หมดความเซ็งไปวัน ๆ หนึ่งแค่นั้นเอง แต่ไอ้การหันไปหาความรู้จริง มันก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการฆ่าเวลาเหมือนกัน(หรือเปล่า)
[ว่างให้เช่า]

นักศิลปะ

โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

TangMo

เข้ามาอีกทีนี่ไปหลายหน้าแล้ว ครึ๊กครื้น ครับ  :33:

ผมรู้ว่าเรื่องที่พูดมานั้น มันยากที่จะเชื่อ แต่ถ้าได้มาลองศึกษากับผู้รู้ จะเชื่อได้ไม่ยาก[/b]  :45:

ขอบอกอีกครั้งครับว่า ถ้ายังไม่เคยศึกษา อย่าพึ่ง !!! ฟันธงครับ ว่ามันไม่จริง

วิธีพิสูจน์มีครับ ไม่ใช่ ไม่มี ........ เพียงแต่ว่าตอนนี้พวกนาย ยังไม่ได้มาศึกษา ต่างหากล่ะ

ถ้าได้ลองมาศึกษาจะรู้ว่า พระพุทธศาสนานั้น เป็นหลักของเหตุและผล ศึกษาแล้ว สนุกมากเลยล่ะ  :25:ขอบอก



เอ่อ ... แล้วที่บอกว่า
อ้างอิงมงคลชีวิตมี 36 ประการ
อยากแก้ว่า มงคลชีวิต มี 38 ประการ ครับ  บางทีอาจจะจำมาผิดนะครับ  :43:



อ้างอิงวันนี้ ผมเพิ่งกลับ จากการไปเข้าปฏิบัติกรรมฐาน มา
(เป็นครั้งแรกที่ได้ ตั้งใจจะปฏิบัติอย่างจริงจัง หลังจากศึกษาเพียงทฤษฎีมานาน...)
อนุโมทนา ... กับท่านจักรี ด้วยครัย  :46:    :12:


และก็ที่บอกว่า 
อ้างอิงพุทธทำนายก็กรณีเดียวกัน
..พระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสหรอกครับ
อันนี้ไม่จริงครับ   ชื่อก็บอกแล้วว่า  พุทธทำนาย  แปลว่า คำทำนาย ของ พุทธ (พระพุทธเจ้า)  ครับ


และที่บอกว่า
อ้างอิงพระพุทธเจ้ามาเกิดตรัสรู้หลายรอบ อะไรและครับ
คิดไม่ถูกครับ  คือพระพุทธเจ้าท่านมีหลายพระองค์ มีมากกว่า เมล็ดทรายในท้องพระมหาสมุทรทั้ง 4
พระพุทธเจ้าองค์นึงพอปลงอายุสังขาร ก็เข้านิพพานไปองค์นึงครับ จะไม่กลับมาเกิดอีก
ในเวลาต่อมาก็มีคนฝึกตัวอย่างพระพุทธเจ้า จนเป็นพระพุทธเจ้าอีกหนึ่งพระองค์ แล้วก็เข้านิพพาน เป็นอย่างนี้ไปเรื่อย จนนับพระองค์ไม่ถ้วนแล้ว  .......... แต่มนุษย์ และ สัตว์โลก ยังเหลืออีกเลยอ่ะ    :05:



มีหลายเรื่องที่อยากแก้ไข .... แต่เอาแค่นี้ก่อนนะ :33:





Ah!

อ้างคำพูดจาก: -ae- เมื่อ 15 ก.พ. 2007, 08:12 น.


เรื่องชาติภพ หรือพระพุทธเจ้ามีหลายองค์ ไม่คิดว่าเป็นเรื่องแปลก โลกและจักรวาลนี้อาจจะเกิด ดับ เกิด ดับ มาไม่รู้กี่แสนล้านครั้งแล้ว วันนี้เราไม่สามารถพิสูจน์ด้วยวิธีง่าย ๆ ถึงชาติที่แล้วหรือชาติหน้า แต่ผมไม่คิดว่ามันจะมีประโยชน์อะไรเหมือนกันที่เราจะรู้จริง ๆ ว่ามี หรือไม่มี


คิดเหมือนแอ๊ะครับ ว่าไม่มีประโยชน์
และชอบไอเดียอะไรเทียมๆที่ณตว่าเช่นกัน
:27:
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

ยุนเอ



งั้นพวกเราก็กำลังปั่นกระจู๋เทียมกันอยู่ซินะครับ  :27:

ใช่ครับพระพุทธศาสนาเป็นหลักของเหตุและผล

ส่วนเรื่องพระพุทธเจ้าจะมีกี่พระองค์ ไม่ได้ช่วยเราในการหาเหตุผลเลยนะครับ  :42:

คือการที่เรารู้ว่าพระผู้มีพระภาคเจ้ามีหลายพระองค์แล้วเนี้ย ...จะเกิดอะไรขึ้นหรือครับ  :09:



พระพุทธศาสนาสนุกครับ ยืนยันได้ ยังจำได้ลางๆ ในตอนที่พระโมคคัลลานะ พระสารีบุตรแสดงอิทธิฤทธิ์
อ่านสนุกมากเลยครับ  :40:

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

แอ๊ะ

#473
อ้างคำพูดจาก: TangMo เมื่อ 15 ก.พ. 2007, 10:32 น.
...
วิธีพิสูจน์มีครับ ไม่ใช่ ไม่มี ........ เพียงแต่ว่าตอนนี้พวกนาย ยังไม่ได้มาศึกษา ต่างหากล่ะ

ถ้าได้ลองมาศึกษาจะรู้ว่า พระพุทธศาสนานั้น เป็นหลักของเหตุและผล ศึกษาแล้ว สนุกมากเลยล่ะ  :25:ขอบอก
...

ต้องทำบุญเยอะ ๆ เพื่อจะได้(ตั๋ว)ไปดุสิตบุรีด้วยหรือเปล่า  :26:
[ว่างให้เช่า]

TangMo

อ้างอิงเรื่องชาติภพ หรือพระพุทธเจ้ามีหลายองค์ ไม่คิดว่าเป็นเรื่องแปลก โลกและจักรวาลนี้อาจจะเกิด ดับ เกิด ดับ มาไม่รู้กี่แสนล้านครั้งแล้ว วันนี้เราไม่สามารถพิสูจน์ด้วยวิธีง่าย ๆ ถึงชาติที่แล้วหรือชาติหน้า แต่ผมไม่คิดว่ามันจะมีประโยชน์อะไรเหมือนกันที่เราจะรู้จริง ๆ ว่ามี หรือไม่มี


คิดเหมือนแอ๊ะครับ ว่าไม่มีประโยชน์
และชอบไอเดียอะไรเทียมๆที่ณตว่าเช่นกัน


อ้างอิงส่วนเรื่องพระพุทธเจ้าจะมีกี่พระองค์ ไม่ได้ช่วยเราในการหาเหตุผลเลยนะครับ 

คือการที่เรารู้ว่าพระผู้มีพระภาคเจ้ามีหลายพระองค์แล้วเนี้ย ...จะเกิดอะไรขึ้นหรือครับ 


ผมว่าช่วยครับ  คือ อย่างนี้ครับ ......   คนเราแบ่งการกระทำเป็น 3 ลักษณะ คือ การกระทำทางกาย ทางวาจา และทางใจ ใช่มั้ยครับ 

และการทำการะทำทางใจ หรือ ความคิด เนี่ยแหล่ะ ถ้าเรามีคลังความรู้ดี ไม่แสบ ไม่โกง คนอื่น คือ ความคิดดีๆน่ะ   จะมารวมประมวลส่งผลให้เรา พูดดีด้วย  และก็ ทำดีด้วย

แต่ถ้าให้หัวของเรามีแต่ เรื่องที่ไม่ดี คือ คิดแต่เรื่องที่ไม่ดี   จะส่งผลไปยัง  คำพูดที่ไม่ดีด้วย  และ การกระทำก็ไม่ดีด้วยครับ

และการที่เรามีความรู้ในเรื่องของต้นแบบของชาวโลก คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ รู้เรื่องประวัติของท่าน คำพูดของท่าน การกระทำของท่าน แล้วล่ะก็  เราก็จะมีแบบอย่างที่ดีอยู่ในใจของเรา และก็จะมีอิทธิพลไปยัง ความคิด คำพูด กระกระทำ ให้ทำตามแบบอย่างที่ดีๆ อย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไงล่ะครับ
เมื่อเราทำอย่างท่าน เราก็จะเป็นอย่างท่าน เราก็สามารถที่มีชีวิตที่สะอาด บริสุทธิ์ได้อย่างท่าน (แม้แค่เสี้ยวหนึ่งของท่านก็ยังดีครับ  :33:)

นี่แหล่ะครับ ว่า ทำไม เราจึงต้องมาศึกษา เรื่องของพุทธประวัติ

ขนาดประวัติศาสตร์ของบุคคลสำคัญของโลก หลายๆ ท่านเรายังศึกษาเลยครับ แล้วเราก็มีวิธีการที่ดีๆ อย่างนั้นมาเป็นแบบอย่างในการมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต
แล้ว.... ประวัติศาสตร์อันบริสุทธิ์ของประพุทธเจ้า ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น ศาสดาเอกของโลก เป็นเนื้อนาบุญของ เป็นหนึ่งในโลก ไม่มีใครสามารถเทียบเท่าได้อย่างท่าน ก็น่าที่จะศึกษานะครับ  :22:




อ้างอิงต้องทำบุญเยอะ ๆ เพื่อจะได้(ตั๋ว)ไปดุสิตบุรีด้วยหรือเปล่า

ส่วนเรื่องต้องทำบุญเยอะๆ นั้นควรทำครับ คือ
         ทำบุญกิริยาวัตถุ 10 ประการ(คือ 1.ทาน, 2.ศีล, 3.ภาวนา, 4.การอ่อนน้อมถ่อมตน, 5.ช่วยเหลือคนอื่น, 6.การแผ่เมตตา, 7.การอนุโมทนาบุญ, 8.การฟังธรรม, 9.การเล่าธรรมะ, 10.การมีสัมมาทิฐิ (ไม่รู้ว่าเรียงถูกหรือเปล่า :07:))
        และ กุศลกรรมบท 10 ประการ (คือ 1.ไม่ฆ่าสัตว์, 2.ไม่ลักทรัพย์, 3.ไม่ประพฤติผิดในการ, 4.ไม่พูดปด, 5.ไม่พูดส่อเสียด, 6.ไม่พูดเพ้อเจ้อ, 7.ไม่พูดคำหยาบ, 8.ไม่เพ่งเล็งอยากได้ของคนอื่น, 9.ไม่พยาบาทไม่คิดร้าย, 10.มีสัมมาทิฐิ) ครับ
        สิ่งที่บอกมานี้ เมื่อกระทำตาม จะเกิด บุญ ครับ ส่วน บาป ก็ประพฤติตัวตรงกันข้าม ครับ
        ซึ่ง เราย่อง่าย ๆ คือ ทาน ศีล ภาวนา ครับ
                                     ถ้าเราทำทาน จะทำให้เรามีทรัพย์มาก
                                     ถ้าเรารักษาศัล ทำให้เราสวย หล่อ รูปร่างดี ไม่พิการ ไม่เป็นสิว เป็นผื่น
                                     ถ้าเราภาวนา จะทำให้เรา มีปัญญา ครับ
       และก็มีอย่างอื่นอีกมากครับ
       เช่น                        ถ้าเราฆ่าสัตว์ ทำให้เรามีโรคมาก ป่วยบ่อย อายุสั้น ฯลฯ
                                     ถ้าเราลักทรัพย์ ทำให้เรา ทรัยพ์เราหายบ่อยๆ รักษาทรัพย์ไม่ค่อยได้ ฯลฯ
                                     ถ้าเราประพฤติผิดในการ  ทำให้เรา มีคนอาฆาตเรามาก และหลายๆอย่าง
                                     ถ้าเราพูดปด ส่อเสียด คำหยาบ เพ้อเจ้อ จะทำให้เรา เป็นอย่างที่เราพูดน่ะครับ
                                     ถ้าเราดื่มสุรา ยาเสพติด ฯลฯ จะทำให้เรา ปัญญาอ่อน เป็นโรคผิดปรติทางจิต 
                                     ครับ
       คือ พูดง่ายๆ คือ เราสามารถออกแบบชีวิตของเราได้ครับ เพราะเราไม่ได้เกิดเพียงชาตินี้ชาติเดียว ตราบใดที่เรายังไม่หมดกิเลส ยังไม่เข้านิพพาน ก็ต้อง ตาย เกิด ตาย เกิด นับชาติไม่ถ้วนครับ
       เราอยากเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับ เรา ครับ เพราะเราคือ นักออกแบบชีวิต (designer of life) (ไม่รู้ว่าพิมพ์ถูกหรือเปล่า ?  :05:)

        ส่วนเรื่องทำบุญ เยอะๆ เพื่อที่จะได้ตั๋วไปดุสิตบุรีนั้น มันเรื่องของเราครับ คือ แล้วแต่ใครจะตั้งความปรารถนาของแต่ละคน ครับ  คือ ดูกำลังปรารถนา + กำลังบุญ +ฯลฯ น่ะครับ  :33:
                                     

        คือ เล่าสู่กันฟัง น่ะครับ  :46:
                                     


Ah!

ขอบคุณครับ ตอบย้าวยาว

ที่ผมไม่อยากเชื่อเรื่องทำบุญแล้วได้นู่นได้นี่ ไม่เจ็บไม่ป่วย
เพราะไม่อยากคิดให้เป็นเรื่องของการให้รางวัลน่ะครับ

รู้สึกว่าไม่แนว :42:

อยากให้ทำบุญเพราะเป็นเรื่องของ การทำให้จิตใจผ่องใสมากกว่าน่ะครับ
ก็เลยไม่เชื่อว่าจะมีผลตอบแทนในความดีที่ทำไป แต่ก็ทำนะครับ

ในด้านกลับกัน เรื่องละความชั่ว ก็ไม่อยากให้คิดกันว่า ที่ไม่่ทำชั่วเพราะกลัวตกนรก
แต่ให้คิดว่ามันไม่ควรทำ ทำแล้วเป็นทุกข์ไม่สบายใจ น่าจะดีกว่า

ผมว่าวิธีคิดต่างกันนะครับ
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

มัม


แอ๊ะ

นั่นสิพี่อ๋า ผมก็คิดแบบนั้น

ผมไม่อยากทำบุญเพราะคิดว่าผลบุญจะส่งผลให้ผมรวย หล่อโครต ๆ ไม่มีอุปสรรคใด ถ้าวิชา หรือการใช้ชีวิตปัจจุบันเป็นเรื่องเทียม ๆ วิธีคิดเรื่องบุญแบบนั้นก็คงไม่ใช่ของแท้

อย่าลืมว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นธรรมชาติ บาป บุญ กรรม ก็เป็นเรื่องธรรมชาติ ผมเลยไม่เชื่อเรื่องการทำบุญ โดยเฉพาะการทำบุญโดยใช้เงิน และใช้ผลบุญ ผลกรรมเป็นตัวล่อ

ความหมายผมคือกฏของธรรมชาติย่อมใช้กับทุกคนไม่ยกเว้นเชื้อชาติ และศาสนา เหมือนที่ฝนตก แดดออก หิมะตก มันเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ว่าบ้านนี้นับถือพุทธแล้วฝนจะไม่ตก

ตามัมมาตัดหน้า :41:
[ว่างให้เช่า]

ยุนเอ



หนึ่งสมอง สองมือ  :40:

30 ลิขิตฟ้า 70 ต้องฝ่าฟัน ต้องสู้ ต้องสู้ถึงจะชนะ
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

Soris0ri

Las Noches Rubicundior

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines