โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

นักศิลปะ

ตามจริงผมไม่ติดใจธรรมกาย ในกรณี นิพพานเ็ป็น อัตตา นะครับ
เพราะ มหายาน ก็ว่าไว้แบบนั้น แถมมีหลากหลายกันไปอีก ตามแต่นิกาย

พิจารณาโดยแยบคายแล้ว ผมยึดมั่นใน อนัตตา ก็เท่านั้นเอง พันนั้นเอง

โดยองค์รวม ทั้งโลกแล้ว ศาสนามีตั้งเยอะ หลักการหลักธรรมก็ว่ากันไป
แต่ต่างกัน


กรณีธรรมกาย
และของคณะสงฆ์ ไทย
มีปัญหา ตรงที่ว่า ธรรมกาย คือ มหายาน หรือ เถรวาท
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

iSharp

ผมขออย่างหนึ่งเวลาคุยกันได้มั้ยครับ

เวลาเรียกหลวงพ่อธัมมะ ขออย่าเรียก ธัมมชโย เฉยๆเลยครับ
ยังไงท่านก็เป็นพระนะครับ ถึงจะไม่มีความเคารพในตัวท่าน
แต่ขอเคารพในความเป็นพระภิกษุ ด้วยครับ
เรียกว่า หลวงพ่อธัมมะ < น่าจะเหมาะสมสุด

รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

นักศิลปะ

อ้างคำพูดจาก: ชาร์ป เมื่อ 11 ม.ค. 2007, 11:18 น.
ผมขออย่างหนึ่งเวลาคุยกันได้มั้ยครับ

เวลาเรียกหลวงพ่อธัมมะ ขออย่าเรียก ธัมมชโย เฉยๆเลยครับ
ยังไงท่านก็เป็นพระนะครับ ถึงจะไม่มีความเคารพในตัวท่าน
แต่ขอเคารพในความเป็นพระภิกษุ ด้วยครับ
เรียกว่า หลวงพ่อธัมมะ < น่าจะเหมาะสมสุด



พี่ชาร์ปขอ ผมก็จัดให้
หลวงพ่อธัมมะ

ความจริงผมพยายามเลี่ยงการกล่าวถึงชื่อ ท่านนะครับ
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

iSharp

เรียกว่า หลวงพ่อเฉยๆ ก็ยังดีครับ
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

แอ๊ะ

#139
 :01: :01: :01: :46:

ในความคิดเห็นส่วนตัว
 - หากเรื่องบุญเรื่องกรรม และชาตินี้ ชาติหน้ามีจริง ในระดับของมิติและเวลาที่เราคิดในปัจจุบัน ทำไมคนเราถึงไม่สามารถระลึกชาติ (หรือสำนึกถึงสิ่งที่กระทำ) ในชาติก่อนได้ง่าย ๆ (ที่มีระลึกชาติได้ ก็ไม่รู้จะเชื่อได้แค่ไหน ว่าเป็นเรื่องจริง)

 - คิดว่านิพพานน่าจะเป็นสภาวะของจิต

ชอบเณรธีด้วยคน "ถ้าเราไม่เชื่อว่ามันมี เราย่อมไปไม่ถึง"  :12:

ช่างละม้ายกับที่ไฮเซนต์เบิร์ก(ใช่หรือเปล่าไม่รู้ มั่วนิดหน่อย  :42:)บอกไว้ว่า "สรรพสิ่ง ล้วนเกิดมาเพราะเราไปสังเกต"

ไม่เกี่ยวกับการสอบธรรมะ แต่มั่ว ๆ ตอบไป  :30:
[ว่างให้เช่า]

iSharp

ขอพูดถึง พระนิพพานในแบบผมมั้งนะ

นิพพานคือ การกำจัดทุกข์ให้หมดไปโดยสิ้นเชิง เหมือนไฟที่ดับหมดไปเลยยังไงยังงั้น
คำตอบคือ ใช่ครับ

การกำจัดทุกข์ ในทางพระพุทธศาสนา ไม่ใช่การนั่งแสวงหาความสุขเป็นครั้งๆ คราวๆ อย่างที่เราทำๆ กัน
คำตอบคือ มีบางส่วนใช่ และบางส่วนไม่ใช่ครับ ตรงนี้ ต้องซักความเข้าใจเพิ่มเติมนิดนึงว่า ที่เราทำๆ กันนั้น เขาหมายถึงทำอะไร
ถ้าหมายถึงว่า เมื่ออยากได้ ก็แสวงหาสิ่งของต่างๆ ให้ได้มาสมอยาก เช่น ลาภ ยศ สรรเสริญ สุขในกามคุณ 5 ต่างๆ ถ้าเข้าใจอย่างนี้ ถือว่า เข้าใจได้ถูกต้องน่ะครับ เพราะสุขในกามคุณ 5 เหล่านี้ เป็นของชั่วคราว ได้มาแล้ว เดี๋ยวก็เบื่อไม่พอ อยากได้ของใหม่ หรือ ได้มาแล้ว เดี๋ยวก็ใช้หมดไป แล้วก็อยากได้มาใหม่ ดังนั้น สุขแบบนี้ เขาเรียกว่า กามสุข ไม่ใช่ นิพพานสุข ตรงนี้เข้าใจได้ถูกต้องครับ
แต่ถ้าเข้าใจว่า ที่เราทำๆ กันนั้น รวมทาน ศีล ภาวนาไปด้วย อย่างนี้ถือว่า เข้าใจผิดครับ เพราะพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ (ไม่ใช่องค์เดียว) สอนไว้ชัดเจนว่า ละชั่ว ทำดี ทำใจให้ผ่องใส นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ทำตามนี้จึงจะไปนิพพานได้ วัดพระธรรมกาย ก็สอนให้ทำแบบนี้ แน่นอน มันไม่ได้หมายความว่า ทำแบบนี้ปุ๊บ พ้นทุกข์ปั๊บ มันต้องค่อยๆทำๆ ค่อยๆ สั่งสมบารมีกันไป หนทางร้อยลี้ ต้องมีก้าวแรก และก้าวต่อๆไป ไม่ใช่ก้าวเดียวถึง แน่นอน ตอนยังไม่ถึง มันก็สุขชั่วคราว เพราะมันยังไม่ถึงนี่ แต่ขอให้ทำตามนี้ คือ ทาน ศีล ภาวนา ถึงเมื่อไหร่ มันก็กลายเป็น นิพพานสุขน่ะครับ

พระพุทธศาสนาสอนว่า ต้องไม่เอาทั้งความสุข และความทุกข์ ไม่ยึดติดกับความสุข และความทุกข์ แต่อยู่ตรงกลาง เข้าใจความจริงของธรรมชาติ
คำตอบ หลักการถูกครับ แต่วิธีการนั้นต้องขยายความ ถ้าไม่ขยายความจะเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้
การเข้าใจความจริงของธรรมชาตินั้น ไม่ใช่แค่ นึกๆ เอาครับ แต่ต้องฝึกฝนทั้งทาน ศีล ภาวนา ฝึกทำทาน คือ ฝึกละความโลภ คุณลองคิดดูว่า คนที่วันๆ คิดแต่ว่า ฉันจะมีสติกับทุกเรื่อง อะไรผ่านมาฉันก็มีสติ แต่ฉันจะไม่คิดช่วยเหลือใคร ใครเดือดร้อนฉันก็แค่รับรู้ว่า ใครเดือดร้อนก็พอแล้ว ถามว่า ทำถูกไหม คำตอบของผมคือ ทำถูกครับ ถ้าเขาบวชเป็นพระ
ที่ตั้งใจบำเพ็ญตนให้หลุดพ้น แต่ถ้าเขายังเป็นชาวบ้าน ถือว่า ผิดอย่างยิ่งครับ
ถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดา แล้วคิดจะฝึกแบบนี้ ก็ต้องทำทั้งทาน ศีล ภาวนา คือ ละชั่ว ทำดี ทำใจให้ผ่องใส จะโดยการฝึกสติอย่างเขาก็ได้ แต่ต้องละชั่ว ทำดี อย่างที่วัดพระธรรมกายทำอยู่ด้วยครับ

คนจน คนรวย มีสิทธิ์เข้าถึงนิพพาน ไม่แบ่งชนชั้น เชื้อชาติ
คำตอบ ถูกต้องครับ แต่ไม่ใช่หมายความว่า ต้องห้ามทำดี (ทำทาน) แต่ต้องทำดี คือ ทำทาน ด้วยครับ เพราะเป็นหนึ่งในองค์ประกอบ คือ ทาน ศีล ภาวนา

คุณอาจจะถามว่า อ้าวแล้วถ้าทำแต่ ศีล กับ ภาวนา ล่ะได้มั้ย ทานไม่ต้องทำ
คำตอบคือ ได้ เมื่อเราตั้งใจสละทุกสิ่ง ออกบวชเป็นพระ เข้าป่าไป ตั้งใจบำเพ็ญตนให้หลุดพ้น แต่ถ้าเรายังเป็นชาวบ้านอยู่ ทานนี่ต้องทำครับ ไม่ทำแล้วจะเอาอะไรกิน
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

จักรี

โอเค  เอาประเด็นหลักที่ผมสงสัยมาช้านาน นะครับ .....เกี๋ยวกับเรื่องวัดพระธรรมกาย  ผมไม่รุ้ว่า ที่อื่นก็
น่าจะมี บ้าง  แต่ไม่มากขนาดนี้ น่ะนะ   มันเกี่ยวกับเรื่องทำทาน มั้ย? ที่พุทธศาสนิกชนต่างแห่แหนกันเข้า
ไปทำทาน โดยใช้เงิน มากมายขนาดนี้ครับ ทั้งที่ ไม่ว่าจะเป็นวัดไหนถ้าขึ้นชื่อว่า ศาสนาพุทธ  ต้องสอนให้
ทำทานอยุ่แล้ว....แต่ ทำไม ที่นี่ถึงผิดจากที่อื่นครับ  รบกวนชาร์ปช้วยชี้แจงหน่อยนะครับ ถ้ารุ้เหตุผล.....

ขอบคุณครับ...
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iannnnn

เป็นประเด็นเดียวกับที่ผมเคยสงสัยเมื่อสมัยที่เป็นเรื่องครึกโครมหลายปีก่อนนู้น
ไม่รู้ว่าตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปหรือยังครับ ถ้าเปลี่ยนแล้วก็ขออภัย

มัม


ยุนเอ



จานบินอะนะ  {หมีโหด}

สงสัยเหมือนกันครับว่า

ทำบุญ ทำทาน บริจาค แบบนั้น (ขออภัยถ้าดูไม่สุภาพ)

กับเอาเงินตรงนั้นไปสงเคราะห์บ้านคนชรา  มูลนิธิอะไรซักอย่างที่ไม่ใช่มูลนิธิไฮโซว์ ไปประชันกัน

ไม่พูดถึงจำนวนบุญที่จะได้นะครับ (คุ้นๆ ว่ามีบัญชีสะสมบุญด้วย)

อะไรน่าจะมีประโยชน์กว่ากัน  :46:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iSharp

#145
ปัญหาสังคม ความยากจน การเอารัดเอาเปรียบ จริงๆแล้วมาจากไหน
ทำไมถึงคนจน
นอกจากเรื่องกฏแห่งกรรมแล้ว ส่วนหนึ่งก็มาจากพฤติกรรมของคนไม่ดี
แล้ว ถาม ว่า การให้เงินแก่คนจน ใช้แป้บเดียวก็หมด
ถามว่า ทำให้เค้าเป็นคนดีได้ไหม
จริงๆแล้ว ก็ไม่ได้
ดังนั้น การช่วยเหลือจริงๆ
ต้องให้ความรู้ ให้เห็นธรรมะจึงจะแก้ได้อย่างถาวร
ถาม ว่า ถ้าคนเป็นคนดีในสังคม มีน้อย แล้วคนชั่วมีมาก
สังคมเป็นเหมือนเดิม เพราะคนชั่วปกครองคนดี
แต่การที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมได้ก็คือ ทำให้คนดีมากกว่าคนชั่ว
แล้วถาม ว่า จะสร้างคนดีได้ทีละเยอะๆก็ต้องสอนทีละเยอะ
และ ถ้าชวนคนมาเยอะๆมากฝึกเพื่อจะเป็นคนดี ที่แคบๆไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวก
เค้าก็ไม่มาหรอก และที่วัดเราก็ไม่ได้ทำ เพื่อโชว์หรือสวยหรูแต่อย่างใด
เห็นได้ชัดจากการขจัดรายละเอียดตกแต่งของอาคารสถานที่ไปเยอะ
และ เมื่อก่อนเรา ก็สร้างศาลารับคนแค่ ห้าร้อยคน คือศาลาจาตุมหาราชิกา
ต่อมาคนมาหมื่นก็สร้างให้รับได้หมื่น คือ สภาจาก
แต่มาคนมาแสน ก็ต้องสร้างให้ได้แบบแสน
เรื่อง จานบิน จริงๆแล้วก็ไม่ได้หมือนจานบินแต่อย่างใด
เพราะรูปทรงนี้ก็เป็นทรงที่ดัดแปลงมาจากสถูปเจีย์หลายๆที่ในอินเดีย

ส่วนเรื่องบัญชีบุญ ก็เป็นกุสโลบาย ให้โยม ทำบุญ ก็เหมือนกับพระเดินบิณฑิตบาตร เพื่อให้โยมทำบุญทุกๆวัน
แต่จริงๆๆ ท่านไม่มาบิณ ก็มีโยมไปถวายที่วัด
และจริงๆ ทางวัดก็ไม่ได้บังคับให้ใครทำบุญด้วย ขึ้นอยู่กับความพอใจของ ผู้บริจาค

พูดเรื่อง ทางก้าวหน้า คนสอบปีละแสนๆๆ
มีคนรักษาศีล ห้า ไม่ฆ่า ไม่ลัก ไม่ประพฤคิผิดในกาม ไม่พูดเท็จ ไม่กินเหล้า ไม่โกงกินสังคม เพิ่มขึ้นทุกๆปี อย่างการสอบที่มีในตอนนี้อ่ะครับ
เป็นการชักชวนให้คนทั่วๆไป หันมาสนใจในเรื่อง ศีลธรรม
มาวัดความรู้ในด้านศีลธรรมด้วยการแข่งปัญหาธรรมะทางก้าวหน้าครับ

และ ที่วัดก็ยังมี การบริจาคช่วยเหลืออุทกภัย
วัดภาคใต้ ภัยหนาว ภัยแล้ง ซึนามิ  ด้วยครับ
ของซึนามินี่ ที่จัดงานปล่อนโคม 2 ครั้งที่วัดเป็นคนดำเนินการเอง
น้ำท่วม 2-3 เดือนที่ผ่านทางวัดเองก็ช่วยเหลือมาโดยตลอด
วัดที่ภาคใต้ โดนระเบิด ไม่มีคนใส่บิณฑบาตรทำบุญ
ทางวัดเองก็ส่งคนไปช่วยด้วย
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

จักรี

อืม .... ครับ 


       แนวคิด ดีครับ   ถ้ามองทางโลก .....ผมเข้าใจว่า เป็นกุศโลบายที่ดี

       ผม กังวลอยุ่นิดนึง ครับ เรื่อง กุศโลบาย   เนี่ย ไหนว่าเป็นวัดที่ดำเนินไปในแนวทางคำสอนของศาสดา
แต่ ผมกลับรุ้สึกว่ามันเหมือนโรงธรรมทาน มากกว่า วัด ......พระพุทธเจ้าสอนถึงเรื่อง บัว สี่เหล่า บุคคลที่ควรสอนสี่จำพวก การ ใช้กุศโลบายการสอนคนเยอะๆ  แบบนี้ดูมันขัด กันโดยสิ้นเชิงนะครับ.....

สมมติสอนคน 100 คน เข้าใจถูกต้อง ซะ 50 คน อีก 50 คนเข้าใจผิด ทำทานจนหมดเนื้อหมดตัว
แบบนี้ก็ไม่ไหวนะครับ  ทางที่ดีหาวิธี คัดเลือก 50 คนจาก 100 คนก่อนไม่ดีกว่าเหรอครับ
ถึงค่อยหว่านคำสอนที่คิดว่าถูกต้องไป....  การยืนอยุ่กับที่ดีกว่าเดินไปแล้วหลงนะครับ
จะกลับมาจุดเดิมก็ยากแล้วด้วย เพราะศรัทธามันแรงเหลือเกิน .....

แล้วเรื่องการเผยแผ่ธรรม ที่ จัดดำเนินการทุกปี นี่ ผมเห็นด้วย ในด้านที่อยาก ให้คนเข้าใจและเป็นคนดีกันมากๆ    แต่ถ้า หลักการที่จะนำมาเผยแผ่ นั้น มันไม่ใช่.......มันอาจจะดี แต่มันไม่ถูกต้องละครับ ....
การปลูกฝังเยาวชน ให้เข้าใจแบบนั้น มันไม่ยิ่งแย่กว่าเหรอครับ ..... ถ้าอย่างไรก็ลองพิจารณาหลักสูตรที่ใช้สอบดูหน่อยละกันนะครับ ถ้าเพียงแค่ปลูกฝังความรู้พื้นฐานที่ดีงามมันก็ยังโอเค แต่ ถ้ามีลึกลงไปแล้วผิดเพี้ยน นี่มันจะแย่เป้นทวีคูณ .....

เรื่อง การให้ธรรมเป้นทานสูงสุดจริงๆครับ ทานใหนไม่ยิ่งใหญ่เท่าธรรมทาน  ถ้า วัดธรรมกายสอนอย่างนั้นจริง 

ผมถือว่า ล้มเหลวครับ.....

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iSharp

#147
วัด ในนิยามของจักรีนี้เป็นแบบไหนครับ
จำเป็นต้องมียอดฟ้า ใบระกาไหม หรือต้องเอากระจกแปะๆ

สมัยพุทธกาล
พระพุทธเจ้าสอนได้หมดทุกคนหรอครับ ?
เวลาพระพุทธเจ้าแสดงธรรมสมมุติคนฟัง 1 พันคน ก็ไม่ได้บรรลุธรรมทั้ง 1000 คน
บางคนก็บรรลุอรหันต์
บางคนก็โสดาบัน
บางก็เฉยๆ
บางก็ไม่เข้าใจ
บางก็ด่าซ้ำอีก
ขนาดพระพุทธเจ้าสอนนะครับ
แล้วเวลาพระพุทธเจ้าสอนท่านก็สอน พร้อมๆกันเยอะๆคน
จะให้มาแบ่งแยกคนมานั่งฟังธรรมนี่จะทำยังไงครับ

อ้าวใคร บัวในตมทางนี้เลยครับบบ
อ้าวใครเหนือน้ำ ทางนี้ครับบบ

แบบนี้หรอ?

เรื่องทำทานหมดตัวนี้ วัดไม่เคยสอนครับ
แล้วไปเห็นใครเค้าทำหมดตัวหรอครับ
ถ้าเกิดเค้าอยากทำหมดตัว ที่วัดก็ไม่ได้มีคนคอยตรวจสอบทรัพย์สินนะครับ
ว่าทั้งตัวมีเท่าไรแล้ว จะรู้ได้อย่างไรว่าหมดตัว?

แล้วได้ลองศึกษาทางวัด อย่างละเอียดอย่างยังครับว่าเค้าสอนอะไร
นอกจาก ทางหนังสือพิมพ์ กับ เขาที่เล่ามา

หลักการที่บอกว่าไม่ดีไม่ถูกต้องนี้ หลักไหนครับ
เพี้ยนตรงไหนครับ

ถ้าวัดล้มเหลว วัดพระธรรมกายมันก็น่าจะยุบไปตั้งแต่ปี 2542 แล้วครับ

ด้วยความเคารพครับ
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

จักรี

 :42:


ด้วยความเคารพครับ



- ผมไม่ได้มอง วัดเป็น เพียงรูปธรรม ที่ต้องมีเอกลักษณ์ นะครับ  ผมมองถึงวิธีจัดการ และระเบียบแบบแผน....ที่มีอยุ่ของกุศโลบายที่ว่ามา ข้างต้น 

- และที่ผมแสดงความคิดเห็นมา เป็นไปในแนวทางการตั้งข้อสงสัย.... ผมมิอาจสรุปและตัดสินว่าอะไรผิดถูกได้ แต่เพียงแค่ให้คำแนะนำและชี้ให้เห็นโทษที่อาจเกิด ถ้ามันไม่ถูกต้อง...จริง... และการใช้เงินเพื่อเป็นรางวัลคงไม่ใช่กุศโลบายที่ทางวัดพึงกระทำ ......


   ผมเชื่อเพียงแต่ว่าพระพุทธเจ้าเลือกสอนคนที่จริต แต่ละคน ก็ใช้สอนแตกต่างกันไป.....และคนที่ท่านตัดสินใจสอน ทุกคนท่านย่อมรุ้แล้วว่าคนผู้นี้ มีโอกาสสำเร็จได้.....



ถ้าวัดล้มเหลว วัดพระธรรมกายมันก็น่าจะยุบไปตั้งแต่ปี 2542 แล้วครับ

ครูสอนศิษย์    แต่ศิษย์สอบตก  ครูก็ ไม่เห็นต้องตายนี่ครับ.....

การล้มเหลว ในด้านการสอน ครับ  ปัจจุบัน การทำบุญทำทานที่นั่นเป็นไปอย่างไรบ้างครับ

ถ้ายังมี คนที่มาทำบุญด้วยเงินทองมหาศาล อยุ่ทั้งที่สอนว่าการทำบุญทำทานต้องเป็นไปตามอัตภาพ และยังสอนถึง การให้ธรรมเป็นทานแล้วละก็   สำหรับผมแล้ว นั่นแหละการล้มเหลวทางด้านการสอนคน ละครับ....


ปล.ทั้งหมดทั้งมวลที่โพสต์ลงไป มิได้มีเจตนาเพื่อเอาชนะ นะครับ โปรดเข้าใจ....
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

เต่ามาก

ในที่สุดก็อยากขอโพสในนี้ด้วยครับ
อันที่จริงแล้วผมเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ศึกษาพุทธศาสนาอย่างจริงจัง
เพราะความที่อคติแต่เด็กที่ทำให้ผมแหยงๆ (เรียนโรงเรียนวัดครับ มีพระรูปนึงทำให้ผมหมดศรัทธา)

เอาเข้าจริงผมเริ่มกลับมาสลายกำแพงในใจตัวเองจริงๆ
ก็ตอน ม.ต้น ตอนนั้นหาที่ยึดเหนี่ยวแล้วก็ถึงลองอ่านหนังสือดู
ผมก็ไม่ค่อยอยากแสดงความคิดเห็นเท่าไหร่
เนื่องเพราะว่าผมพบว่าผมปฎิบัติตามหลักธรรมที่ว่าไม่ค่อยจะได้
ผมพยายามอดทน และนิ่งเฉย แต่ผลปรากฎว่ามันทำให้ผมเป็นบ้าแทน (น่าจะมีอะไรผิดพลาด)

สาระสะคัญ
ผมว่าถ้าตัดเอาความเป็นหน้าตา (รูป) ของพุทธศาสนาออกไป
ก็น่าจะเหลือ การดับทุกข์ให้สิ้นไป เป็นหลัก
เพราะว่าคนเราประกอบไปด้วยทุกข์
การมีความสุขตลอดไปก็เป็นไปไม่ได้ เสียความสุขไปก็เป็นทุกข์อีก (นั่น...)
วิธีการตามความเข้าใจของผมน่าจะเป็นการเข้าถึงจิตเดิมแท้(Essence of mind )
ของตัวเราเอง(มั้ง)ครับ เมื่อเข้าใจความเป็นไปของจิตใจ ก็เหมือน
รู้ว่าจะถอดแรม เสียบHDD ตรงไหน
ก็จะดับทุกข์ หยุดกิเลส และเข้าสู่ความสงบของจิตใจได้

ประมาณนั้น
โดยส่วนรวม เรายังมีกิเลสกันมากมาย
อยากได้ macbook อยากได้ 400D อยากได้ Wii
อยากเที่ยว อยากมีแฟ...

อืม

ไปละ เดี๋ยวขอ edit อีกหน่อย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines