โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

จักรี

มาลองดูมั้ยครับ  แล้วเรื่อง สมถะ เนี่ย  ชาร์ป เปิด พระไตรปิฎกหรือยัง  แล้ว ที่เคยนั่งสมาธิแล้วรู้สึกสบายมั้ยละ ?  แล้ว  ไหนจะเรื่องสัมมานุสติ เรื่องอธิษฐานจิต หรือ เรื่องกิเลสตน ที่ทั้งคุณและผม ก็มี  นั่นอ่ะ 

มันน่าจะอธิบายได้ในตัวอยุ่แล้วถ้าเปิดใจรับมัน  ลองพิจจารณาดูนะครับ  แล้วเรื่องหลวงพ่อสดเนี่ย อาจารย์ที่ผมยึดถือและตั้งใจจะปฏิบัติต่อไปในภายภาคหน้าเนี่ย ท่านเป้น ลูกศิษย์ของหลางพ่อสดมาก่อนครับ ท่านจึงรุ้ แต่ในสมัยนี้ลูกศิษย์ที่ เคยอยุ่ในช่วงนั้นผมไม่แน่จะว่ายังอยุ่หรือเปล่าหรืออยุ่ที่ไหนกันบ้าง.....


เปิดพระไตยปิฎก ดูซิครับ มันกล่าวชัดเจน  .......   

หรือชาร์ป อยากลองมาทดสอบดูเองมั้ย   ผมเคยนั่งที่ธรรมกาย  นั่งเป็น สองชั่วโมงสามชั่วโมงสบายมากๆ

เต่พอคิดว่ามันไม่ใช่ออกมานั่งที่นี่แม้เพียงอึดใจเดียวก็รู้สึกเจ็บรู้สึกเมื่อยแล้วครับ....
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iSharp

#226
เล่มไหน หน้าไหนครับ

ใครหรอครับที่ไม่เปิดใจ

อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 14 ม.ค. 2007, 01:26 น.
มาลองดูมั้ยครับ  แล้วเรื่อง สมถะ เนี่ย  ชาร์ป เปิด พระไตรปิฎกหรือยัง  แล้ว ที่เคยนั่งสมาธิแล้วรู้สึกสบายมั้ยละ ?  แล้ว  ไหนจะเรื่องสัมมานุสติ เรื่องอธิษฐานจิต หรือ เรื่องกิเลสตน ที่ทั้งคุณและผม ก็มี  นั่นอ่ะ 

มันน่าจะอธิบายได้ในตัวอยุ่แล้วถ้าเปิดใจรับมัน  ลองพิจจารณาดูนะครับ  แล้วเรื่องหลวงพ่อสดเนี่ย อาจารย์ที่ผมยึดถือและตั้งใจจะปฏิบัติต่อไปในภายภาคหน้าเนี่ย ท่านเป้น ลูกศิษย์ของหลางพ่อสดมาก่อนครับ ท่านจึงรุ้ แต่ในสมัยนี้ลูกศิษย์ที่ เคยอยุ่ในช่วงนั้นผมไม่แน่จะว่ายังอยุ่หรือเปล่าหรืออยุ่ที่ไหนกันบ้าง.....


เปิดพระไตยปิฎก ดูซิครับ มันกล่าวชัดเจน  .......   

หรือชาร์ป อยากลองมาทดสอบดูเองมั้ย   ผมเคยนั่งที่ธรรมกาย  นั่งเป็น สองชั่วโมงสามชั่วโมงสบายมากๆ

เต่พอคิดว่ามันไม่ใช่ออกมานั่งที่นี่แม้เพียงอึดใจเดียวก็รู้สึกเจ็บรู้สึกเมื่อยแล้วครับ....

พระไตรปิฏิก ไตร ร ครับ
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

ซือเน...

 :12: โอ้วว ขยันพิมพ์โคตรๆ +


แต่ อย่าใส่อารมณ์กันนะครับ ถก กันเฉยๆนะ

ไว้มาตามอ่าน  นอนก่อนงานเพิ่งเสร็จ - -
i'll walk until i find u.

จักรี

ทั้งคุณทั้งผมไม่รู้หรอกว่าถือเล่มเดียวกันรึเปล่าและที่สำคัญผมไม่ได้ต้องการเอาชนะ ดังนั้น จะโพสต์ ที่มาจากเว็บให้ดูครับ  ถ้าคิดว่าเชื่อถือไม่ได้ ผมคงต้องแล้วแต่ชาร์ป.....

กรรมฐาน 40 (ที่ตั้งแห่งการทำงานของจิต, สิ่งที่ใช้เป็นอารมณ์ในการเจริญภาวนา, อุปกรณ์ในการฝึกอบรมจิต — mental exercises; subjects of meditation)
      1. กสิณ 10 ดู [315]
      2. อสุภะ 10 ดู [336]
      3. อนุสติ 10 ดู [335]
      4. อัปปมัญญา 4 ดู [161]
      5. อาหาเร ปฏิกูลสัญญา (กำหนดพิจารณาความเป็นปฏิกูลในอาหาร — perception of the loathsomeness of food)
      6. จตุธาตุวัฏฐาน (กำหนดพิจารณาธาตุ 4, พิจารณาเห็นร่างกายของตนโดยสักว่าเป็นธาตุ 4 แต่ละอย่างๆ; ธาตุมนสิการ ก็เรียก — analysis of the four elements)
      7. อรูป 4 ดู [207]

      กรรมฐานใดให้ได้สมาธิถึงขั้นใด ดู [99] ภาวนา 3; กรรมฐานใดเหมาะกับจริตใด ดู [262]


ให้ดีชาร์ป ลองพิสูจน์ดูมั้ยครับ  ไหนๆผมก็เคยลองศึกษาธรรมกายดูบ้างแล้ว ชาร์ปมาศึกษา นี่ดูจะได้รู้ว่าผิดอย่างไร...ดีมั้ยครับ.....
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ยุนเอ



แล้วที่มองพินิจรูปศพผู้หญิง โดยคิดซะว่าเป้นเพียงตะกร้าใส่เครื่องในนี้

อยู่ในข้อไหนเหรอครับ

เห็นตอนไปพยายามบวชที่กุฎิหลวงพี่มีรูปแบบนี้ด้วย

ดูแล้วกำหนดจิตได้สลดดี  :16:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

จักรี

ขอบคุณครับชาร์ป +1 ครับ


คือผมอยากให้ชาร์ปลองเปิดใจดูน่ะครับ ลองศึกษาดู คงไม่เสียหาย

และที่สำคัญ เรื่องแบบนี้มันรู้ได้เฉพาะตน ชาร์ปต้องรู้ซิครับว่ามันจริงหรือไม่จริงตามที่ผมบอก ถ้าเอาตำรามาเปิดผมว่าชาร์ป เหนื่อยกว่าผมแน่ๆ เพราะอ้างเยอะกว่าผมอีก.....
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iSharp

#231
ผมคุยกันอย่าง บัณฑิต ครับ
ด้วยเหตุผล ยอมรับในเหตุผลซึ่งกันและกัน

อ้างอิงพุทธศานาไม่เคยสอนให้ ตูต้องสำเร็จก่อนแล้วถึงกลับมาช่วยเอ็ง

แล้วท่านจะหนีบวช แล้วกลับมาโปรดพระบิดาทำไมครับ

อ้างอิงซึ่งเคยมี ผู้ที่โสดาบัน ยังสามารถ แนะนำคนอื่นได้  อย่างน้อยก็แนะนำไปในทางที่ถูกต้อง

เค้าก็ต้องเป็นโสดาบันก่อนเลยนี่ครับ
อ้างอิง
เอ่อ.....คงจะตีความหมายของการอธิฐานจิตผิดแล้วครับ
การอธิฐานจิต หมายถึงการ ตั้งต้นจิตที่ดี เพื่อจะนอบน้อมไปในทางนั้นๆ  ดั่งคำที่ว่า  ให้เมตตา จึ่งได้ เมตตา 
ที่ ยาจก อธิษฐานจิตแค่ใช้ผ้าขี้ริ้วผืนเดียวนั้น เกิดจาก การตั้งต้นจิตที่ดีแล้วนอบน้อมตามหลักธรรม คือปฏิบัติถูกต้อง
จึ่งได้ บรรลุ  ไม่ใช่สมัยนี้ อะไร อะไรก็อธิษฐานจิต ซึ่ง ไม่แตกต่างอะไรกับ คำขอ หรืออ้อนวอน .....
มันผิดหลักพระพุทธศาสนาอย่างสิ้นเชิงครับ

การบุญนี่ถือว่าเป็นการตั้งต้นจิตที่ดีไหมครับ?

อ้างอิงสรุปง่ายๆการทำบุญอย่างเดียวไม่ทำให้บรรลุมรรคผลได้ครับ

บุญนี่ผมไม่หมายถึงการทำทาน อย่างเดียวนะครับ
เข้าใจอะไรผิดหรือป่าว  ที่แอบอ้างมาก็พิมพ์อยู่

อ้างอิงอันนี้ขอไม่ตอบ....

แล้วจะแอบอ้างมาเพื่ออะไรครับ

อ้างอิง** อันนี้พุทธศาสนาไม่ได้สอนให้เอาตัวเราไปเปรียบเที่ยบกับคนอื่นนะครับ

เถียงไม่ออกก็ไม่ต้องใช้คำนี้ก็ได้ครับ

พระพุทธเจ้ายังเปรียบเทียบการสอนคนกับ บัว4 เหล่าเลยครับ

อ้างอิงเดี๋ยวผมจะค่อยๆตอบคำถาม ที่ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่....................

อย่าใช้คิดเห็นส่วนตัวสิครับ ไหนว่าเราคุยกันด้วยเหตุผล

รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

นายโอ้เอ้

อย่าใช้อารมณ์กันนะครับ  :42:

Today you , Tomorrow me.

จักรี

แล้วจะแอบอ้างมาเพื่ออะไรครับ

อันนี้เริ่มหาเรื่องแล้วครับ .....อยุ่ในอารมณ์โทสะหรือเปล่า.....

เถียงกันสิบวันก็ไม่จบครับ  


จะหาว่าผมไม่ตอบคำถามเพราะว่าจนแต้มก็ แล้วแต่จะคิดนะครับ

เอางี้ครับ เดือนมีนาคม ผมจะเปิดใจไปศึกษา ที่วัดพระธรรมกาย  แล้วผมต้องทำไงบ้างครับ ?


แต่......สัญญากับผมว่าชาร์ปจะต้องมาลองศึกษาและปฏิบัติ ในทางที่ผมกำลังจะปฏิบัติอยุ่ดีมั้ยครับ.....

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ยุนเอ


อย่าเริ่มมีอารมณ์กันเลย  :17:

พระพุทธเจ้าไม่ได้หนีออกบวชชิ่งไปสำเร็จก่อน เพราะพ่อพระองค์ไม่ได้อยากให้บวช มันคนละหนีกันนะครับ  :17:

อันนี้เป็นระบบผู้ที่รู้สอนผู้ไม่รู้ธรรมดาทั่วๆ ไปครับ
เพราะถ้าต่างคนต่างรู้ไม่ครบ รู้ขาดๆ แหว่งๆ แต่คิดว่ารู้ครบ มาสอนกันเองเนี้ย
ก็ ตาบอดคลำช้าง ดีๆ ละครับ  :17:

ตั้งต้นจิตกับทำบุญ เหมือนแต่ต่างนะครับ ดูที่เจตนา  :17:

บุญ is not product ตัดประเด็นนี้ได้เลยครับ เอคิดว่าถ้าตั้งใจจะนิพพานหรือบรรลุอะไรซักอย่าง
บุญมันก็แค่คำเพื่อบอกลักษณะอะไรซักอย่าง และตัวมันเองไม่น่าจะมีหน่วยนับปริมาณได้ว่า
คนนั้นมีบุญเท่านี้แล้วนะ คนนู้นบุญพึ่งได้เท่านี้เอง  :17:

ท่านจำแนกออกเป็น 4 เหล่า ไม่ได้เอาไปเปรียบเทียบครับ  :17:



ตอบอย่างนี้และ  :22:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iannnnn

ใจเย็นๆ นะครับ
เดี๋ยวกระจู๋นี้จะเข้าอีหรอบ ศาสนาแตะต้องกันไม่ได้
เหมือนกับกระทู้ที่เว็บอื่นๆ ที่เราเห็นกัน :42:


ยังไงผมก็ยังยืนยันคอนเซปต์ตัวเองตั้งแต่โพสต์แรกยันโพสต์นี้ของกระจู๋นี้อยู่เหมือนเดิมครับ
ว่าถ้าให้เลือกระหว่าง ศรัทธา หรือเหตุผล

ผมเลือกเหตุผล :42:


(+3) จักรีครับ หน้าที่แล้วเรียกประเด็นมาตอบได้ดี
ส่วนชาร์ปใจเย็นๆ ครับ พรุ่งนี้ค่อยกลับมาอ่านที่พิมพ์อีกที จะได้ใจเย็นๆ นะ

จักรี

#236
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 14 ม.ค. 2007, 02:24 น.

ยังไงผมก็ยังยืนยันคอนเซปต์ตัวเองตั้งแต่โพสต์แรกยันโพสต์นี้ของกระจู๋นี้อยู่เหมือนเดิมครับ
ว่าถ้าให้เลือกระหว่าง ศรัทธา หรือเหตุผล

ผมเลือกเหตุผล :42:


:42:

อันนี้ ผมขออธิบายในฐานะที่ผมพอรุ้มาบ้างนะครับ ถ้าชาร์ปเห็นด้วยก็มาเสริมได้....

พระพุทธศาสนา เป็นเรื่อง หลักของเหตุผล  อ่ะนะครับ
มีเกิดก็ต้องมีตาย
มีสุขก้ต้องมีทุกข์
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
อะไรเทือกนั้นน่ะครับ

แล้วเรื่องอินทรีย์พละที่ผมบอกไปหน้าที่แล้ว ก็ว่าถึงเรื่องเหตุผลเช่นกันน่ะ

แต่ผมจำได้ไม่ครบว่ามีอะไรบ้าง    แต่รู้สึกว่ามี คำว่าศรัทธา กับปัญญา ด้วย  เขาบอกว่า ศรัทธาเยอะ  กลายเป็นงมงาย   ปัญญาเยอะกลายเป็นคนที่ยึดมั่นถือมั่น พูดง่ายมีความเป็นตัวเองสูง..อะไรประมาณนั้น
ดังนั้น  เขาจึงบอกว่า  ศรัทธา กับปัญญา จึงต้องเท่าๆกัน... ไม่มากไม่น้อยไปกว่ากัน

อ๋อๆ   มีวิริยะ ด้วย  ส่วนสติมีรึเปล่าไม่แน่ใจ..... :42:

มาแก้ไข เข้าใจแล้ว  สติ คู่กับวิริยะ   คือ ต้องเพียรอย่างมีสติ     เคยเห็นคนโง่ที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำมั้ยครับ  โอ้โหขยันจริงๆ  แต่ถ้ามีสติหน่อยเขาต้องรู้ว่าเขาอาจจะหาวิธีทุ่นแรงได้ พอมีสติก็เกิดปัญญา ว่าจะไปหาเครื่องทุ่นแรงได้ที่ไหน พอหาได้เอามาใช้งาน ต้องใช้ปัญญาเพื่อหาวิธีใช้งานมัน ด้วยความศรัทธาว่าต้องทำได้....(แหม่ ปะติดปะต่อเป็นเรื่องเป้นราวเชียวนะ แต่ ไม่แน่ใจว่าจะถูกต้อง ตรงตามนี้รึเป่า  :42:)

 
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

แอ๊ะ

#237
+ เต่า ฝาเกย์ จักรี ชาร์ป คนละ 1 :46:

ว่าจะไม่พยามโพสต์ที่เกี่ยวข้อง เพราะอคติที่มีอยู่ อ่านคำตอบแล้วพอรู้ว่าเหตุผลคืออะไร แต่ตัวเหตุผลไม่สามารถไปขจัดความสงสัยได้ หวังว่าโพสต์ของผมคงไม่เป็นประเด็นร้อนนะ  :46:

1.ประเด็นเรื่องคำสอนผมคงตัดไป เพราะไม่เคยศึกษา ไม่รู้เหมือนกันว่าอันไหนถูกอันไหนผิด และด้วยเวลาผ่านมากว่า 2 พันกว่าปี แค่ประวัติศาสตร์สมัยก่อนจะเป็นรัตนโกสินทร์ยังหาความถูกต้องตรงกันไม่ได้ แล้วนับประสาระกับเวลาที่เนินนานกว่านั้น แต่เอาเถอะตัวแก่นของพระพุทธศาสนาคงยังคงอยู่ เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถยืดยาวมาถึงปัจจุบันได้

2.ประเด็นของวันพระธรรมกาย ก่อนหน้านี้เคยได้ยินแต่ "เขาว่า" แต่เมื่อได้ไปสัมผัส (อย่างผิว ๆ ) ก็ยิ่งทำให้เกิดความสงสัยแตกออกไป

   - ประเด็นการทำบุญ ทางวัดไม่ได้บังคับ อันนี้ผมไม่เถียง เพราะผมไปวัดก็ไม่มีใครมาบังคับจริง ๆ แต่มองให้ลึกลงไป วิธีบังคับสามารถใช้ได้ผลในช่วงเวลาสั้น  ๆ แต่สิ่งที่ธรรมกายทำ ผมขอเรียกว่า "วิธีทางการตลาด" แล้วกัน ซึ่งแน่นอนวัดไหน ๆ ก็ทำกัน ไม่ว่าการโฆษณาตามข้างทาง งานฟังลูกนิมิตร งานยกช่อฟ้าใบระกา ฯลฯ
     
       แต่กลยุทธ์ที่ธรรมกายใช้ ต้องเรียกว่าเหนือชั้นกว่าเยอะ ด้วยการเปลี่ยน "want" ให้เป็น "need" จากความต้องการธรรมดา ให้เป็นสิ่งจำเป็น ถามว่าเป็นสิ่งดีมั๊ยที่คนเข้าวัด มาทำบุญ ถือศีลเป็นแสน ๆ ล้าน ๆ คน เป็นสิ่งดีครับ แต่สิ่งที่แฝงอยู่ และการเบี่ยงความคิด ความเชื่อ โดยค่อย ๆ เติมสิ่งต่าง ๆ เข้าไป อันนี้ผมว่าน่ากลัว

      เอาวิธีการเปลี่ยน "want" ให้เป็น "need" ก่อน ถามว่ามันทำได้จริงหรือ ผมมองว่าในสังคมไทยทำได้ไม่ยากเลย เพราะพื้นฐาน และสันดานของคนไทยส่วนใหญ่ชอบอะไรที่ง่าย ๆ ด่วน ๆ ไม่ได้พิจารณาข้อเท็จจริง ทำเพราะคนส่วนใหญ่ทำกัน ผมยกตัวอย่างเปรียบเทียบการตลาดของ "ชาเขียว" และ "ไวเทนนิ่งคลีม" พอมองเห็นอะไรหรือเปล่า (อาจจะไม่ถูก 100% นะ ผมไม่ใช่เด็กการตลาด)

      Want ของ "ชาเขียว" คืออะไร อืมมม เป็นอะไรที่ญี่ปุ่น มันเทรนดี้ดี (เข้ากับยุค) ไม่ดื่มมันเชย แน่นอนว่ายุค หรือช่วงเวลา แต่ถ้าเปลี่ยนมันให้เป็นความจำเป็นต่อสุขภาพ เพราะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชลอความแก่ ต่อต้านโรคมะเร็ง โอ้วว แม่เจ้า หรือ ฉลาดในการเลือกกิน ทำให้อายุยืนเหมือนแม่เฒ่าฝาแฝดคู่นั้น โออิชิ กรีนที เลยขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะมันถูกแปลงเป็น "need" ด้วยการตลาด ทั้ง ๆ ที่มันก็แค่น้ำชาผสมน้ำตาล -__-"

      สังเกตดูว่าการทำตลาดแบบนี้จะเปิดช่องให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสรับ และประมวลผลเพื่อเอาไปคิดต่อ จะไม่ยัดเยียดทั้งหมด เหมือนกับการวาดภาพโครงคร่าว ๆ แล้วเปิดช่องให้ผู้ดูภาพจินตนาการภาพที่เหลือเอาเอง วิธีนี้ได้ผลดี เพราะจะลดการต่อต้าน หรือกำแพงที่เกิดขึ้นในใจของคนคนนั้น

(ยาวจังยังไม่เข้าเรื่องเลย ไปรดน้ำต้นไม้ก่อนนะ ไว้จะมาขยายความต่อ ว่าเกี่ยวข้องกับการทำบุญของธรรมกายยังไง  :01:)
[ว่างให้เช่า]

iannnnn

ชัดเจนครับ (+2)



ย้ำอีกทีว่าชาร์ปใจเย็นๆ นะครับ
กระจู๋นี้อยากให้เย็นใจเหมือนชื่อกระจู๋

ยุนเอ

อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 14 ม.ค. 2007, 02:18 น.

บุญ is not product ตัดประเด็นนี้ได้เลยครับ เอคิดว่าถ้าตั้งใจจะนิพพานหรือบรรลุอะไรซักอย่าง
บุญมันก็แค่คำเพื่อบอกลักษณะอะไรซักอย่าง และตัวมันเองไม่น่าจะมีหน่วยนับปริมาณได้ว่า
คนนั้นมีบุญเท่านี้แล้วนะ คนนู้นบุญพึ่งได้เท่านี้เอง  :17:


นี้ครับชาเขียว  :17:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines