โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

จักรี

อย่างที่พี่เก้อบอกถูกต้องแล้วครับ
มันเข้าใจได้เพราะผมก็อธิบาย ในฐานะปุถุชนธรรมดาที่เข้าใจ มาแบบนี้เหมือนกัน

พุทธานุสติ (ระลึกถึงพระพุทธเจ้า คือ น้อมจิตระลึกถึงและพิจารณาคุณของพระองค์
— recollection of the Buddha; contemplation on the virtues of the Buddha)
ความหมายที่ถูกต้องไม่ได้ขึ้นอยุ่ที่คุณหรือผม ผมเอามาให้อ่าน 
แต่ผมอ่านแล้ว มันไม่ได้หมายถึงพระพุทธรูปหรือพระพุทธเจ้าเป็นองค์แบบรูปกายภายนอกแบบนั้นแน่ๆ
ที่ผมบอกว่า จริงๆ  ใครเข้าใจคำนี้ ของผมบ้างนะ..
แต่มันไม่สำคัญหรอกเพราะผมเป็นเพียงหนึ่งและไม่มีอิทธิผลต่อความคิดใครเท่าไร  แต่.......
ถ้าทางวัดธรรมกาย ไปตีความหมายว่าให้นึกถึงพระพุทธรูปให้นึกถึงพระพุทธเจ้า ที่เป็นเพียงรูปกายภายนอกแล้วละก็
ให้ วิเคราะห์เอาเองว่าจะมีอิทธิพลต่อผู้เลือมใสแค่ไหน...

อ้างอิงครับ นึกดวงแก้วเป็นนิมิตไงครับ เหมือนพวกกสินเพ่ง ไฟ เพ่ง น้ำ
เดี๋ยวจะมาเพิ่มเติมต่อพรุ่งนี้

คือการเพ่ง อะไรอย่างใดอย่างหนึ่งหรือเปล่าครับ  เช่นการ การนั่งสมาธิเพ่งไฟ
ก็เพ่งไฟเพียงอย่างเดียวและรับรู้เพียงอารมณ์เดียวแบบนี้รึเปล่าครับ ? แน่ใจเหรอครับว่านั่นเป็น สติปัฏฐาน ๔ ?

ถ้างั้นผม เอาความหมายสติปัฏฐาน ๔  มาให้อ่าน นะ

สติปัฏฐาน 4 (ที่ตั้งของสติ, การตั้งสติกำหนดพิจารณาสิ่งทั้งหลายให้รู้เห็นตามความเป็นจริง
คือ ตามที่สิ่งนั้นๆ มันเป็นของมันเอง - foundations of mindfulness)

1. กายานุปัสสนา สติปัฏฐาน
(การตั้งสติกำหนดพิจารณากายให้รู้เห็นตามเป็นจริง ว่า เป็นเพียงกาย ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา -
contemplation of the body; mindfulness as regards the body)

2. เวทนานุปัสสนา สติปัฏฐาน
(การตั้งสติกำหนดพิจารณาเวทนา ให้รู้เห็นตามเป็นจริงว่า เป็นแต่เพียงเวทนา
ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา - contemplation of feelings; mindfulness as regards feelings)

3. จิตตานุปัสสนา สติปัฏฐาน (การตั้งสติกำหนดพิจารณาจิต ให้รู้เห็นตามเป็นจริงว่า เป็นแต่เพียงจิต
ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา - contemplation of mind; mindfulness as regards thoughts)

4. ธัมมานุปัสสนา สติปัฏฐาน (การตั้งสติกำหนดพิจารณาธรรม ให้รู้เห็นตามเป็นจริงว่า เป็นแต่เพียงธรรม
ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา - contemplation of mind-objects; mindfulness as regards ideas)
///
นี่ธรรมกายเขาตีความหมายว่ามันคือการเพ่งกสิน หรือทำสมาธิอยุ่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เหรอครับ .... .....
ผมกำลังชี้ให้เห็นว่าทำไม ?  คนอื่นเขาถึงเข้าใจว่า วัดธรรมกายบิดเบือนคำสอน 
เพราะ จุดนี้นี่เอง แหละครับ    จริงๆผมน่ะ บอกไปแล้วเรื่องทานศิล กับ ภาวนา 
ขนาดในขั้นทานศิลยังโดนตีความหมาย แบบนี้เลย  คิดดูซิครับ
เวลาภาวนา จะขนาดไหน...  ยกตัวอย่างอย่างที่เราถกกันหน้าแรกๆเรื่องนิพพาน
ทุกคนต่างสรุปเป็นเสียงเดียวกันว่า นิพพาน มันคือภาวะที่จิตว่างเปล่า หรือหลุดพ้นอะไรนั่นน่ะ
ถ้าปฏิบัติตามธรรมกาย ที่บอกให้เพ่งกสินเนี่ย  แล้วเกิดเป็นนิมิตรดวงแก้วเนี่ย... 
มันจะหลุดพ้น หรืออยู่ในภาวะว่างเปล่าได้ไงครับ.........?????? ในเมื่อจิตมันคิดจะเห็นแต่ดวงแก้ว
แต่ถ้ายิ่งบอกว่า การปฏิบัติแบบนี้ สามารถไปถึงนิพพานได้ละก็ คงเป็น
อย่างที่ คุณจิ้มจุ่มนาโน บอกเลยครับ  ธรรมกายอยู่แค่ตีนเขาแล้วบอกคนว่านี่คือยอดเขา   ยอดด้วนนั่นเอง.....

อ้างอิงสมถกรรมฐาน ๔๐ เรียกได้หลายอย่าง
ในพระไตรปิฎกก็มีครับ


ผมไม่อยากถามเลยว่าอยุ่หน้าไหนตรงไหน   :42:

ก็ที่ผมยกมาให้ดูนั่นแหละครับ  มาจากพระไตรปิฎกเลย   บอกไว้ชัดเจนด้วย   กรรมฐาน มี 40 กอง   
สมถกรรมฐาน เป็นหนึ่งใน 40 กอง  รวมถึง วิปัสสนากรรมฐานด้วย ส่วน
สติปัฏฐานเป็นส่วนหนึ่งของวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งพระพุทธเจ้ายอมรับว่า คือทางสายเอก

ยกมาเป็นรอบที่สาม 
" พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสพระพุทธภาษิตนี้ว่า ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย ทางนี้เป็นทางเอก เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์
เพื่อก้าวล่วงความโศกและปริเทวะ เพื่อความดับสูญแห่งทุกข์และโทมนัส
เพื่อบรรลุธรรมที่ถูกต้อง เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ทางนี้คือ
สติปัฏฐาน ๔ ประการ."

เอาละหวังว่าคงไม่ต้องยกมาเป็นรอบที่ 4

ขอยืนยันคำเดิม โปรดใช้สติ วิเคราะห์และคิดตามจะเห็นความจริง เองครับ......
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

เต่ามาก


แอ๊ะ

ตำราทางศาสนานี่แปลกนะ ไม่ว่าจะพุทธ คริสต์ อิสลาม ไมคล้าย ๆ ที่ต้องยกคำพูดมาอ้าง อาจจะเพราะคนเขียนตำรา (ไม่ว่าจะไตรปิฎก หรือไบเบิ้ล) ล้วนแต่เป็นศิษย์รุ่นหลังหรือเปล่า ที่แปลกใจเพราะ มันดูไม่เหมือนตำรา (หรือมันไม่ใช่ตำรา  :09:) ข้อความบางอย่างมันก่อให้เกิดความคลุมเครือต่อการตีความ แล้วก็อ้างอิงกันไปกันมาแบบนี้

เรื่องชาเขียวของผมเอาไว้ก่อนนะ ยังไม่ถึงช่วงโฆษณา  :26:
[ว่างให้เช่า]

นักศิลปะ

จู๋ นี้ผมโนนิโสฯ แล้ว
ก็เช่นนั้นเองครับ  :33:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

เก้อ

ห้องศาสนาในพันทิพ เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นคลาสสิคเลยนะครับ
มันจะมีมาเรื่อยๆ แล้วก็ถกกันเรื่อยๆ แล้วก็จบลงด้วยการทางใครทางมัน
แถมความขุ่นเคืองใจติดกลับกันไปทั้งคู่

ดีที่ของเราเป็นบทสนทนาที่เผื่อแผ่ความรู้แก่ผู้อ่านล้วนๆ  :12:

เรื่องตีความคัมภีร์นี้ ขนาดอิสลาม ซึ่งผมเชื่อว่ามีข้อบัญญัติที่ครอบคลุมชัดเจน
แทบทุกเรื่อง ทั้งยังไม่ได้เป็นการรวบรวมใหม่ แต่เขียนโดยศาสดาเอง
มีข้อกำหนดการปฏิบัติตนแยกย่อยยิบๆให้ปฏิบัติตาม ไม่ต่างจากกฎหมาย

ก็ยังตีความกันไปไม่รู้กี่นิกายเลยนี่เนาะ

I ROCK , THEREFORE I AM

ความฝันกลางฤดูร้อน

เรื่องตีความคลุมเครือนี่ไม่แปลก ของมันเขียนมาตั้งกี่พันปแีแล้ว
แค่รัฐธรรมนูญเขียนมาไม่กี่ปียังตีความได้หลายอย่างเลย

เอาเป็นว่าผมอ่านมาสรุปแล้ว ผู้นับถือพุทธที่ไม่เห็นด้วยกับธรรมกาย มองธรรมกายเป็นมหายานแบบหนึ่งหรือเปล่าครับ
.... พอดีผมมองอย่างนั้น :39:  :42:/
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

นักศิลปะ

อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 15 ม.ค. 2007, 09:49 น.
เรื่องตีความคลุมเครือนี่ไม่แปลก ของมันเขียนมาตั้งกี่พันปแีแล้ว
แค่รัฐธรรมนูญเขียนมาไม่กี่ปียังตีความได้หลายอย่างเลย

เอาเป็นว่าผมอ่านมาสรุปแล้ว ผู้นับถือพุทธที่ไม่เห็นด้วยกับธรรมกาย มองธรรมกายเป็นมหายานแบบหนึ่งหรือเปล่าครับ
.... พอดีผมมองอย่างนั้น :39:  :42:/

ใช่ครับ

และผมก็สงสัยว่า ในเมื่อ แบบนั้นทำไมไม่เป็นมหายานไปเลย
หรือตั้ง นิกายใหม่ไปเลย หรือๆๆ อะไรไปเรื่อย  :12:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

จักรี

ใช่ครับก็ประมาณนั้นแหละครับ  ถ้าบอกว่าตนไม่ใช่เถรวาท   ก็คงไม่ผิดหรอกครับ ถ้าบอกว่าปฏิบัติสมถะ
แล้ว สามารถไปถึงเป้าหมายได้  ก็ไปแนวมหายาน ก็ได้ ....

เรื่องตีความเนี่ย จริงๆผมก็พยายามหลีกเลี่ยงการยกมาอ้างโดยตลอด    คือผมบอกตลอดเรื่องเชื่อเหตุผลเนี่ย ที่ผมเชื่อ และนับถือศาสนาพุทธ เพราะ แก่นจริงๆแล้ว มันมีเหตุมีผล ของมัน  แต่ผมไม่ได้บอกว่า
ศาสนาอื่นไม่มีเหตุผลนะ  ......แต่เรื่องความเชื่อนี่มันพูดกันอยาก

พุทธสอนให้เชื่ออย่างมีสติ ใช้ปัญญาในการเชื่อ .......... ซึ่งถ้าอันไหนเราเห็นว่ามันไม่เป็นเหตุเป็นผล
กัน เราก็ไม่จำเป็นต้องเชื่อ  ไม่ว่าจะเป็น คำสอนของศาสดาก็ด้วย เพราะท่านก็คงไม่ดีใจนักหรอกถ้าอ่าน
แล้วเชื่อเลย ไม่ได้เกิดจากการวิเคราะห์และทดลองก่อน......
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

นักศิลปะ

งั้นแบบนี้ พี่ เชฟจักรี


กาลามสูตร แปลว่า พระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ หมู่บ้านเกสปุตติยนิคม แคว้นโกศล เรียกว่า เกสปุตตสูตร ก็มี

กาลามสูตรเป็นหลักแห่งความเชื่อ ไม่ให้เชื่องมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดี ก่อนเชื่อ มี ๑๐ ประการคือ

๑. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา

๒. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ทำต่อๆ กันมา

๓. อย่าเพิ่งเชื่อตามคำเล่าลือ

๔. อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างตำรา

๕. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา

๖. อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา

๗. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล

๘. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน

๙. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อได้

๑๐.อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน

เมื่อใด ท่านทั้งหลายพึงรู้ด้วยตนเองว่า ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล ธรรมเหล่านี้ไม่มีโทษ ธรรมเหล่านี้ท่านผู้รู้สรรเสริญ ธรรมเหล่านี้ใครสมาทานให้บริบูรณ์แล้ว เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข เมื่อนั้น ท่านทั้งหลายควรเข้าถึงธรรมเหล่านั้นอยู่


ปัจจุบันได้เกิดแนวคิดและหลักสูตรที่สอนให้คนมีเหตุผลไม่หลงเชื่องมงาย ในทำนองเดียวกับคำสอนของพระพุทธองค์เมื่อ ๒๕๐๐ ปีก่อนบรรจุไว้ในกระบวนการเรียนรู้ในประเทศพัฒนาแล้ว เรียกว่า "การคิดเชิงวิจารณ์" (Critical thinking)

โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

Dayight

กินรอบวง

ยุนเอ



เอื้อมไม่ถึงครับ  :12:


กาลามสูตร 10  :25:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

เก้อ

น่าเสียดายมากนะครับ
ทั้งที่เรามีวัฒนธรรมพุทธเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่ง
สามารถแตกยอดออกมาใช้กับการศึกษาได้เป็นอย่างดี

แต่ทำไมวัฒนธรรมเรื่องมีเหตุมีผล(กฏแห่งกรรม) กาลามสูตร ในพุทธศาสนา
ไม่เคยมีอยู่ในสังคมไทยเลย ต่างกับวัฒนธรรมการทำบุญทำทาน
ที่แข้มแข็งเสียจนมากเกินพอดี กลายเป็นเรื่องบ้าบุญกันไป

มันดูตรงข้ามกันไหมครับ ในขณะที่สังคมตะวันตกที่มีคริสตศาสนาเป็น
พื้นฐาน ที่เน้นเรื่องศรัทธาและความเชื่อโดยไม่ตั้งข้อสงสัยเหนือสิ่งอื่น
กลับเป็นสังคมที่ส่งเสริม ความคิดที่เป็นเหตุเป็นผล critical thinking อย่างที่พี่ระจันว่า

จริงๆก็ทราบว่าเรื่องนี้มันมีหลายปัจจัยมากกว่าเรื่องของศาสนา
แค่อยากจะบอกว่า เรามีอาวุธทางปัญญาที่ทรงพลังที่สุดอย่างพุทธศาสนาอยู่ในมือแล้ว
แต่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างเรา กลับมีความสามารถนำมันมาใช้ได้
เฉพาะเรื่องให้คนบ้าบุญเท่านั้นหรือเปล่า
I ROCK , THEREFORE I AM

จักรี

 :12:  ใช่ครับพี่ระจัน     แบบนั้นแหละครับ.....   
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ยุนเอ



พึ่งเห็นคำว่าในประเทศที่พัฒนาแล้ว  :42:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

มัม


SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines