ปิง ปิง ปิง กิน กิน กินเข้าไป!!!

เริ่มโพสต์โดย Ping, 13 ก.ค. 2013, 23:35 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Ping

อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 13 ม.ค. 2014, 20:59 น.
บรรยากาศแอบหลอนๆ นะ  :05:

คือถ้าไม่นับตรงที่ก่อสร้าง ผมเจอแค่คุณยายแค่คนเดียวเองครับ นอกนั้นเจอแมวกับคนที่มาเที่ยว 2กลุ่มเอง


Ping

กลับมาที่ Ishinomaki ครับ จริงๆเมืองนี้เป็นเมืองที่โดนสึนามิในปี 2011 หนักมากๆ และมีร่องรอยของสึนามิครั้งนั้นอยู่




ที่เมืองนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกที่ครับ นั่นก็คือ Ishinomori Mangakan เป็นมิวเซี่ยมของอาจารย์อิชิโนโมรินั่นเอง




ก่อนที่เราจะเข้าไปดูก่อน ใกล้ๆนั้นมีงานศิลปะที่สูง 9เมตรอยู่




ผลงานศิลปะชิ้นนี้มีชื่อว่า "Kagayaku Jin" แปลได้ประมาณว่า มนุษย์แสงสว่าง สร้างขึ้นโดยคุณโยชิฮิเดะ เนื่องในเหตุการณ์สึนามิที่ผ่านมาครับ




ที่ฐานก็มีรูปวาดของเด็กๆอยู่




กลับมาที่มิวเซี่ยมต่อครับ ก่อนเข้าไปลุงที่อยู่ข้างหน้าก็เรียกให้ดูอะไรบางอย่าง ลุงแกนำเสนอมากๆ และบิ้วเอามากๆ




แกบอกว่าตอน 3โมงเย็นเป๊ะๆ จะมีคาแร๊กเตอร์การ์ตูนเรื่องต่างๆโผล่มาจากปล่องนี้ ไหนๆก็ไหนๆบิ้วมาซะขนาดนี้




ช่วงที่รออยู่นั้น ลุงแกก็ให้ดูภาพหลังจากที่โดนสึนามิใหม่ๆ คนที่นี่เค้าค่อนข้างนำเสนอเรื่องราวแบบนี้มากๆ เหมือนคอยย้ำไปในตัวให้เราเข้มแข็งขึ้น




ได้เวลาโชว์แล้ว ผ่างงงงง!!!! มีเท่านี้ล่ะครับ แล้วก็มีเสียงพูดของตัวละครแต่ล่ะคน




ด้านหน้ามิวเซี่ยมก็มีหุ่นตัวละครจากเรื่องต่างๆที่อาจารย์เคยวาดไว้ เช่น ซีเจ็ตเตอร์ ไคโตะ  เป็นฮีโร่ที่มีคอนเซปต์เกี่ยวกับท้องทะเล และพวกศัตรูก็เป็นปีศาจที่เกี่ยวกับสัตว์น้ำ รู้สึกว่าตอนหลังตัวละครนี้จะให้เป็นตัวละครตัวแทนของเมืองนี้ด้วยครับ




แล้วก็มี 002 จากเรื่อง ไซบ็อก 009 อยู่ด้านบน




อีกด้านนึงก็มีลายเซ็นต์พร้อมพิมพ์มือของนักวาดการ์ตูนท่านต่างๆครับ




มาด้านใน ชั้น1 ก็จะเป็นส่วนขายของ และซื้อบัตรเข้าชมครับ ผู้ใหญ่ราคาคนล่ะ 500เยน








มีโมเดลบ้านของอาจารย์ด้วย




ทำละเอียดถึงด้านในเลยทีเดียว




ภายในมิวเซี่ยมนั้นก็มีจัดโชว์ต่างๆ ทั้งงานต้นฉบับจริงๆของอาจารย์ ข้อมูลตัวละครต่างๆ รวมไปถึงภาพยนตร์อีกด้วย ซึ่งวันที่ผมไปจะมีฉาย 3 เรื่อง เรื่องล่ะ 20นาที ฉายตามรอบครับ

ต้นฉบับจริงๆของอาจารย์




ใครทันบ้าง คิไกเดอร์






ในช่วงที่ผมไปนั้นก็มีแสดงงานพิเศษของ อาจารย์ เคนอิจิ มุราเอดะ ผู้เขียนเรื่อง ยิงประตูสู่ฝัน และเป็นคนที่เขียนคาเมนไรเดอร์ขึ้นมาใหม่ ภายใต้ชื่อว่า Rider Spirit




ในงานก็มีการแสดงต้นฉบับจริงๆ จากการ์ตูนเรื่องต่างๆที่แกเคยวาด




รวมไปถึงผลงานใหม่ๆ และสเก็ตภาพของไรเดอร์




นอกจากนี้ชั้นบนก็มีห้องสมุด มีหนังสือการ์ตูนให้นั่งอ่านกัน (นอกจากผลงานของอาจารย์อิชิโนโมริแล้วก็มีเรื่องอื่นๆด้วยครับ)




หรือใครอยากวาดรูป สร้างสรรค์งารศิลปะ อยากเป็นนักวาดการ์ตูนก็เชิญได้




ผลงานของเหล่าเด็กๆครับ




ส่วนอันนี้ผลงานของอาจารย์ท่านอื่นๆแต่วาดผลงานของอาจารย์อิชิโนโมริ








รวมไปถึงภาพการฟื้นฟูมิวเซี่ยมแห่งนี้หลังจากที่โดนสึนามิครับ




ที่นี่ก็มีร้านอาหารด้วย ของแนะนำในช่วงนี้ก็คือ ข้าวแกงกะหรี่ยิงประตูสู่ฝัน!!!




แต่ก็ไม่ได้กินนะครับ เดี๋ยวจะไปโซ้ยข้าวจริงๆกันล่ะ

ระหว่างทางในเมืองนี้จะมีรูปปั้นตัวละครที่อาจารย์วาดไว้ตามจุดต่างๆของเมืองอีกด้วย










ตรงนู้นก็มี




คุ้นกันมั้ยเอ่ย




มีจุดแจ้งด้วยว่าแต่ล่ะตัวอยู่ตรงไหนบ้าง จริงๆผมถ่ายมาครบทุกตัวนะ แต่เดี๋ยวจะเยอะเกินครับ






Ping

กลับมาเรื่องกินซักที เนื่องจากวันที่ไปนั้นเป็นวันหยุดของคนญี่ปุ่นเค้า วันนั้นจึงเงียบมากๆ และร้านอาหารหลายร้านก็หยุดด้วย

แต่ก็ได้มาร้านนึงที่เล็งไว้




เข้าไปร้านเพิ่งเปิดพอดี ยังไม่มีคนเลยครับ




ร้านนี้ไม่มีเมนูนะครับ ต้องดูที่ผนังเอา




เชฟกำลังเตรียมอาหารให้ครับ




อากาศหนาวก็ต้องชาร้อนๆ




เตรียมตัวโซ้ย!!




จัดซาซิมิรวมมาก่อน




ซึ่งก็มีมากุโร่ (ส่วนขาวๆข้างๆจำไม่ได้แล้วครับว่าเป็นอะไร)




ทาโกะ นุ่มมากๆ




ซาวาระรมควัน หอมมันดี




ซาบะครับ รสชาติเข้มข้น




อากะไก หรือหอยแครงญี่ปุ่นครับ เนื้อกรุบกรอบ สดมากๆ




อิกะ เนื้อหวานๆ




และที่อยากลองมานานแต่ยังไม่ได้ลองซักที เนื้อวาฬครับ จริงๆก็เคยได้ยินมาก่อนล่ะครับ ว่าเนื้อไม่ได้พิเศษอะไร แต่ก็อยากลอง




อันนี้รู้สึกจะเป็นลิ้นวาฬครับ เนื้อกรุบๆเข้มข้น อันนี้อร่อยดี




ชิราโกะสดๆ ชอบมากๆ สั่งมาเบิ้ลด้วย




สั่งซาวาระมาเพิ่มด้วยครับ




อุนางิย่างแบบไม่ใส่ซอส เวลากินก็บีบมะนาวใส่และเหยาะโชยุนิดนึง เนื้อนุ่ม หนังกรุบกรอบ อร่อยล้ำ




จัดของให้อยู่ท้องหน่อย ไคเซ็นด้ง ข้าวหน้าทะเลครับ สีสันสวยงามดี




เครื่องแต่ล่ะอย่างรับประกันสดๆทั้งนั้น
















ส่วนอันนี้ของแนะนำทางร้าน เป็นเมนูออริจินัลของทางร้านครับ ซูชินึ่ง เป็นการใช้เครื่องซูชิที่เหมาะกับข้าวอบแล้วนำมาอบพร้อมข้าวครับ อร่อยมากๆ




ซุปใสหน้าตาดีมากๆ รสชาติก็แจ่มด้วย




ค่าเสียหายมื้อนี้ครับ


Ping

แต่มาที่นี่ยังไม่ได้กินหอยนางรมของขึ้นชื่อของทะเลฝั่งนี้เลย เลยหาร้านต่อซักหน่อยครับ

มาที่ร้านใกล้ๆสถานีร้านนี้มั่วๆเข้ามาเลยครับ ร้าน Watamin-Chi




พร้อมรบ!!!






เครื่องดื่มมาก่อนเลย แมงโก้มิลค์โยเกิร์ต




กาแฟนมครับ




สลัดที่นี่ให้กะหล่ำปลีมาเป็นกลีบใหญ่ๆเลยครับ แต่กินง่ายมาก กรุบกรอบ สาหร่ายที่โรยด้านบนก็เข้ากับน้ำสลัดและผักมากๆครับ




ของกินเล่นครับ เป็นรากบัวทอดกินกับมาสตาร์ด สัมผัสกรุบกรอบเคี้ยวเพลิน อร่อยดี




มาล่ะครับของเด็ด หม้อไฟมิโสะหอยนางรม แถมราคาก็ไม่แพงด้วย ราคา 499เยนต่อคน (หม้อในรูปสำหรับ 2คนครับ)




หอยนางรมก็ดูสดเต่งตึงน่ากิน




ต้มไปซักพัก็เดือดปุดๆๆๆๆ แล้วววว




ซุปมิโสะกลมกล่อมอร่อย หอยนางรมก็เข้มข้นเข้ากับซุปมากๆครับ




สั่งมากินกับข้าวปั้นย่างซักหน่อย ด้านนอกกรอบหอม ด้านในเหนียวนุ่ม อร่อย




อีกเมนูหอยนางรมที่เห็นแล้วอดใจไม่ได้ หอยนางรมย่าง 2ตัว 399เยน มาแบบย่างทั้งเตาที่โต๊ะเลย




ที่คีบพร้อมซอสโชยุพร้อม




ย่างไปซักพักก็ใส่ซอสลงไปพร้อมกินเลย




หอยสดมากๆ รสชาติเข้มข้นมากๆ อร่อยสุดๆ





จบวันที่ 2 ด้วย ไรเดอร์ V3 สเกลแปลกๆ หน้าสถานี



icez


ณต

ตูชอบหอยนางรม  :25:


อ้างคำพูดจาก: Ping เมื่อ 13 ม.ค. 2014, 21:08 น.
คือถ้าไม่นับตรงที่ก่อสร้าง ผมเจอแค่คุณยายแค่คนเดียวเองครับ นอกนั้นเจอแมวกับคนที่มาเที่ยว 2กลุ่มเอง



ได้ถามหรือเปล่า ว่ายายอยู่มากี่ร้อยปีแล้ว  :05:
กลางคืน อีแมวพวกนี้มันต้องเป็นแมวผีออกล่าเหยื่อแน่ๆ  :14:


iannnnn

โอ๊ย เหยดไม่ทันเลย :59:
แต่เกาะแมวนี่เจ๋งมาก พอหนาวแล้วขนมันจะฟูๆ :25:

ณต


Ping

#218
วันที่ 3 IWATE


วันนี้นัดศูนย์รถโตโยต้า เพื่อรับรถเช่าไว้ครับ เลยตื่นมาตั้งแต่เช้า และตอนเช้า รร.มีบริการอาหารเช้าด้วย




คือผมพักที่ Sun Hotel Plaza Ishinomaki แต่ว่า รร.ไม่มีห้องอาหาร เค้าใช้ห้องอาหารเดียวกับ Ishinomaki Grand Hotel ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามครับ เป็นรร.ในเครือเดียวกัน




เข้ามาก็จะเจอโซนอาหารเลยครับ




ที่นี่เข้ามาก็จะสะดุดตาอันนี้ก่อนเลย มีอิคุระ(ไข่ปลาแซลมอน) แบบตักไม่อั้น!!!




มาดูกันชัดๆ




ไหนๆก็ให้มาซะขนาดนี้เลยไม่เกรงใจล่ะครับ ตักข้าวสวยแล้วโปะไข่ปลาแบบไม่ยั้ง




คือกินไปแล้วข้าวจะหมดก่อนไข่ปลาอีก ไข่ปลาที่นี่ก็สดมาก เนื้อเต่งตึง แถมเป็นไข่ปลาแซลมอนจริงๆด้วยนะครับ ไม่ใช่ของเทียมเอามาหลอกขาย




อาหารอื่นๆก็อร่อยใช้ได้ อันนี้เป็นอาหารนึ่ง รสเบาๆคลีนๆ เหมาะสำหรับตอนเช้า




แนวฝรั่งก็มี






อันนี้เรียกว่าคามะโบโกะ เป็นลูกชิ้นปลาที่เป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดมิยากิครับ อร่อยใช้ได้เลย




จบมื้อเช้าแล้วก็ไปรับรถเช่าเพื่อเดินทางเลยครับ !!!!


Ping

#219
จุดรับรถนั้นอยู่ห่างจากที่พักพอสมควรก็เรียกแท๊กซี่ไปครับ นั่งไปราวๆ 10-15นาทีก็ถึง พอรับรถแล้วก็ลุยโลด ทริปนี้เช่ารถคันนี้ครับ Toyota Aqua




วันนี้ดูอากาศดี เป็นใจให้เที่ยว






นั่งรถไฟเที่ยวก็ดี แต่การขับรถไปเองก็ได้อีกฟิลนึง




จริงๆตรงนี้มีจุดที่อยากแวะ(ป้ายไรเดอร์ขี่มอไซค์นั่นล่ะครับ) เป็นบ้านของ อ.Ishinomori เค้านำบ้านอาจารย์มาทำเป็นมิวเซี่ยมเปิดให้เข้าชม แต่พอดีติดวันหยุดเลยไม่ได้แวะครับ




เดินทางไปต่อ อากาศดีจริงๆ






แต่ไม่ทันไร หิมะก็ตกมาอย่างหนัก




วันนี้วางแผนไว้จะแวะเที่ยวที่วัด Chusonji เป็นวัดที่เก่าแก่อยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดอิวาเตะครับ




ลักษณะของที่นี่จะขึ้นไปบนเนินเขาครับ




มีพระพุทธรูปหินตรงทางขึ้นด้วย




ระหว่างทางขึ้นไปวัดครับ สวยทีเดียว




หิมะตกหนักมาก




ระหว่างทางขึ้นก็จะมีจุดต่างๆให้แวะ อันนี้จะเป็นศาลเบ็งเคย์ครับ






มีคนมาขอพรเพียบ






บางจุดก็เป็นสถานที่ส่วนบุคคล เป็นบ้านคนก็มีครับ




อีกทางด้านนึงระหว่างทางขึ้นไปก็มีจุดพัก หาอะไรอุ่นๆกินหน่อยดีกว่า




ทางเข้าตรงนี้สวยมากๆ ได้บรรยากาศอย่างกะในหนังเลย




บ่อน้ำกลายเป็นน้ำแข็งหมด






วิวก็สวยดี แต่หนาวเอามากๆ








มีต้นอะไรไม่รู้ เหมือนเป็นท้อหรือพลับนี่ล่ะครับ




ถึงตัวร้านล่ะครับ




เข้ามาร้านเป็นเคาเตอร์เล็กๆ  เนื่องจากไม่ใช่ช่วงฤดูเที่ยว ตอนแรกนึกว่าไม่เปิดด้วย เพราะไม่มีคนอยู่




มีขายของที่ระลึกต่างๆด้วย






มองออกไปด้านนอก (จริงๆหิมะตกอยู่ด้วย แต่ในรูปมองไม่ชัดครับ)




รายการเครื่องดื่มต่างๆ




เหล้าหวานร้อนๆครับ(ไม่มีแอลกอฮอล) เหมาะกับอากาศแบบนี้มาก (400เยน)




ญี่ปุ่นก็ต้องมัชฉะขมๆ (500เยน)




รสเข้มข้นมากๆ




กินกับโยกังหวานๆนี่เข้ากันสุดๆ




เซ็นไซ หรือโมจิถั่วแดงร้อนครับ (500เยน)




มีผักดองเล็กๆมาให้กินด้วย




มีชาร้อนบริการด้วยครับ




ภายในร้านนี้มีส่วนจัดแสดงเรื่องราวในอดีตด้วย มีบางคนก็เข้ามาชม ทางร้านก็ยินดีบริการแบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย




ด้านในร้านกว้างขวางมาก แต่เนื่องจากไม่ใช่ช่วงเที่ยวเลยไม่ได้เปิดส่วนนี้ให้นั่งครับ เพราะหนาวมากกกกก




เดินขึ้นไปกันต่อครับ มีจุดให้แวะชมอยู่เรื่อยๆ






ร้านขายพวกเครื่องราง




อันนี้ถึงตัววัดล่ะครับ เป็นวัดที่เก่าแก่ทีเดียว




ภายในวัดครับ










ขึ้นไปด้านบนเขาอีกก็จะมีมิวเซี่ยมและศาลาทองคำ (ห้ามถ่ายรูป) ซึ่งต้องเสียค่าเข้าชมด้วยครับ ซึ่งก็ค่อนข้างอลังพอสมควร

นอกจากนี้ก็มีศาลาที่มีพระมาสวดมนต์กันด้วย




อันนี้ไม่ได้ขึ้นไปดูครับ




อันนี้เป็นศาลาอะไรไม่รู้แต่ค่อนข้างชอบทีเดียว






อีกศาลเจ้านึงครับ






มีให้ทำบุญตามปีเกิดด้วย




ซึ่งตรงจุดข้างบนนี้ มีร้านกาแฟด้วย ชื่อร้านว่า Kanzantei






อากาศหนาวทนไม่ไหวขอแวะพักซักหน่อย




ข้างในผิดคาดมากๆครับ บริเวณที่มีวัดเก่าแก่ แต่ร้านกาแฟนี่ออกแนวโมเดิร์นเปิดเพลงคลาสสิค แหวกแนวทีเดียว




จัดเซ็ตน้ำชากับเค้กมาเลย




ชิฟฟอนเค้ก เนื้อนุ่มๆ กับวิปครีมและแยม




เสิร์ฟมาแบบนี้เลย




ได้ชาร้อนๆช่วยคลายหนาวได้ ค่อยยังชั่ว




นอกจากนี้ที่นี่ก็มีขนมมันจูของฝากที่น่าสนใจครับ




อร่อยทีเดียวเลย แป้งคล้ายๆโดนัท ไส้ด้านในเป็นถั่วแดงครับ เข้ากับน้ำชาดีเลย




วิวที่มองจากร้านนี้ก็สวยทีเดียว แต่ลมตีหน้าทีแทบร้องครับ






หิมะหยุดตก ได้เวลาลงจากเขาแล้ว


Ping

#220
เดินทางกันมาก็เลยเที่ยงแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงกันเลย ระหว่างทางคงหาร้านดังๆยาก เลยมั่วๆมาร้านราเม็งแบบ Drive in ข้างทางซักร้าน ดีกว่าไม่มีอะไรกิน

มั่วมาร้านนี้ครับ ราเม็งช็อป อิจิโบชิ






ตอนแรกเข้ามาตกใจกับที่ล้างมือครับ นึกว่าโถฉี่ท่านชาย ^^"




ร้านราเม็งย่อมคู่กับหนังสือการ์ตูนให้นั่งอ่าน




บรรยากาศภายในร้านครับ ออกแนวเรโทร ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ






มีตุ๊กตาแพนด้าด้วย




เมนูครับ อันนี้ดูเรโทรแบบโดนแดดเลียซะ...






มาแล้วครับ ชามนี้มิกซ์ราเม็ง ใส่เครื่องแบบเต็มที่ (750เยน)




ทงคัตสึราเม็ง (550เยน)




เมนูยอดนิยม เนงิมิโสะราเม็ง (700เยน)




อันนี้ของผมแบบดั้งเดิมเลย จูกะโซบะ หรือราเม็งแบบจีน (550เยน)




ตอนแรกมากินก็ไม่ได้คาดหวังครับ แต่รสชาติก็ถือว่าโอเคเลย




ชาชูแผ่นใหญ่มาก




ซุปโชยุครับ แบบดั้งเดิมเลย




ป้าเจ้าของร้าน เห็นว่าเดินทางมาไกลจากต่างแดน แถมโค้กให้คนล่ะแก้วเลย ใจดีมากครับ!!!




ป้าเจ้าของร้านครับ ถึงราเม็งรสชาติจะสู้ราเม็งเทพๆในเมืองไม่ได้ แต่ป้าใจดี สร้างบรรยากาศให้ราเม็งอร่อยได้ไม่แพ้เลยครับ




กินเสร็จออกมาก็มืดค่ำแล้ว เดินทางกันต่อ!!





Ping

ระหว่างทางเดินทางไปที่พัก บริเวณนี้ได้บรรยากาศ เรโทรแบบอเมริกาจริงๆ ขนาดร้านเกมยังเรโทร ทำให้นึกถึงหนังเรื่อง Tron เลยครับ




หลังจากเดินทางมาที่สถานี Kitakami จังหวัดอิวาเตะ คืนนี้ก็ค้างคืนแถวนี้ เนื่องจากเป็นเมืองที่ค่อนข้างชนบท จะ Search หาร้านอาหารแจ่มๆในเว็บก็มีไม่กี่ร้าน เลยเลือกร้านเนื้อย่างร้านนี้ครับ ร้านโยชิมุระ






อากาศหนาวๆงี้ เนื้อย่างเตาร้อนๆนี่สวรรค์ชัดๆ!!




ขอชาร้อนๆมาคลายหนาวอีกแรง




น้ำจิ้มที่นี่มี 2 แบบครับ New wave และ Classic




Classic ก็คือน้ำจิ้มแบบร้านเนื้อย่างทั่วไปครับ ส่วน New Wave นั้นให้นึกถึงน้ำจิ้มไก่บ้านเรา ^^"




สลัดมะเขือเทศและอโวคาโดสดๆ มากินเรียกน้ำย่อยซักหน่อย ผักที่นี่สดจริงๆครับ




เนื้อย่างก็ต้องกิมจิ และชุดผัก






ไหนๆมาแล้วก็จัดชุดใหญ่มาเลย!!!




ประกอบไปด้วย ฮารามิ (กะบังลม)




คาลบี้ (เนื้อติดมัน)




ชินชิน (เป็นส่วนเนื้อแดง)




กิวตัน (ลิ้นวัว)




ไส้วัว




อีกเซ็ตที่ไม่ใช่วัว




ทนโทโร่ เป็นเนื้อหมูติดมันละลายในปากกกก




โทริโมโม เนื้อไก่นุ่มหนุบหนับ




เนื้อหมูสามชั้น แบบไม่กลัวอ้วน




โจวคาลบี้แบบพิเศษ จัดเต็ม!!






อา....มาย่างกันเถอะ




ไฟย่าาาาาา มันจากเนื้อหยดลงเตาถ่านเพิ่มแรงไฟให้โชติช่วง!!!




ได้ที่แล้วรออะไรกันครับ




เนื้อย่างก็ต้องข้าวสวยร้อนๆ ยิ่งข้าวสวยอร่อยๆจากแถบนี้แล้ว กี่ถ้วยก็ไม่พอ




อา....ฟินนนน




ค่าเสียหายมื้อนี้ครับ





ร้านโยชิมุระ
แผนที่ http://tabelog.com/iwate/A0302/A030202/3000068/dtlmap/
เปิด 6โมงเย็น-ตี2
หยุดวันจันทร์



หลังจากกินอิ่มหนำแล้ว ขากลับก็เดินผ่านศาลเจ้า ไปสำนึกผิดสิ่งที่กินไปเมื่อตะกี้






มีน้ำล้างมือชำระสิ่งไม่ดีออก แต่มันหนาวมากเลยนะ....




วิธีล้างมือที่ถูกต้อง นำเสนอด้วยการ์ตูนแนวตาหวานครับ




จบวันที่ 3 ด้วยบาปของเนื้อที่กินไป


iannnnn

โอย ไวเกินคั่นไม่ทัน  :59:

ไข่ปลาแซลมอนนั่นนิทานมาเห็นเข้าได้คลั่งแน่ :30:

ณต

เห็นบรรยากาศแล้ว หนาวแทน  :41:

คุณชาย ( 737 )

สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines