ละเลียดไวน์ By ป๋าณต

เริ่มโพสต์โดย slaveofann, 02 มี.ค. 2011, 10:21 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ชวาลา จันทร์แจ่ม

ไวน์อุ่นกินแล้วเมาเละ ไวน์เย็นกินแล้วเมาแบบสุขุมนุ่มลึก  :52:

ณต

#181
เอาล่ะ ลุงร่มกินไวน์ Cabernet Sauvignon ของชิลีไปอีกขวดแล้ว
คำถามให้ลองสังเกตดูนะลุง นั่นคือ ไวน์ชิลีสองขวดที่ลุงกินไป
มันย่อมมีความเหมือนกันอยู่ในบางประการ
ลุงนึกออกไหมว่ามันมีอะไรบ้าง  :25:

อุณหภูมิในการเสิร์ฟไวน์เป็นเรื่องจำเป็นพอสมควรนะครับ
ตามที่ปรมาจารย์อย่าง Steven Spurrier ได้เคยกล่าวไว้ว่า
Don't serve white wine too cold and red wine too warm.
นั่นคือ อย่าเสิร์ฟไวน์ขาวเย็นจัด และอย่าเสิร์ฟไวน์แดงอุ่นเกินไป

อุณหภูมิที่เหมาสมในการเสิร์ฟไวน์ ตูเคยบอกไว้แล้วในโพสต้นๆ
นั่นคือ ไวน์ขาวอยู่ที่ 8-11 องศาเซลเซียส
ส่วนไวน์แดงก็จะอยู่ที่ 14-18 องศาเซลเซียส
คนที่บอกว่าเสิร์ฟในอุณหภูมิห้องนั่นมันต้องเป็นแถวยุโรปนะครับ  
ไม่ใช่อุณหภูมิห้องแอร์ในกรุงเทพ :30:

ดังนั้นเวลาเสิร์ฟไวน์ในกรุงเทพ เราก็ควรใช้
ไอซ์บักเก็ตหรือถังใส่น้ำแข็ง (หรือไอ้อะจะประแฮฟที่ลุงร่มว่า)
ปัญหาที่ตูเจอก็คือ หลายร้านเด็กเสิร์ฟไม่รู้
ก็เติมน้ำแข็งเต็มถังแล้วแช่ไวน์แดงลงไป  :05:
เวลากินความเย็นจัดก็จะทำให้รสไวน์แดงฝาดเฝื่อนขมไปทั้งปาก
ถ้าไม่เชื่อลองเอาชาแก่ๆ ไปแช่เย็นจัดๆ แล้วลองชิมดู
ตูเลยตัดปัญหา ไม่เอาถังแช่ไวน์  :30:
แต่จะถามว่าไวน์แช่มาหรือยังแทน (ร้านดีๆ จะมีตู้เก็บไวน์อยู่แล้ว
หรือบางร้านจะเปิดแอร์ไว้ 24 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่ 18 องศา)

เรื่องถังน้ำแข็งนี่ บางร้านจะใช้ถังแสตนเลสหรือเซรามิค
ที่ขนาดพอดีขวดแช่ในตู้เก็บไวน์เอาไว้
พอจะเสิร์ฟก็ค่อยเอาขวดไวน์มาใส่
ซึ่งก็จะไปได้ดีกับไวน์แดง ในอุณหภูมิสำหรับเมืองไทย
แต่ถ้าไวน์ขาวก็คงต้องใช้ถังแช่น้ำแข็งอยู่ดี
(แต่เห็นว่าถังเซรามิคบางรุ่น รักษาอุณหภูมิได้ดีมาก
ก็แช่แยกอุณหภูมิสำหรับไวน์แดง และไวน์ขาวได้เลยโดยไม่ต้องเติมน้ำแข็ง)

ทีนี้จะเติมน้ำแข็งในถังแค่ไหน ถึงจะได้อุณหภูมิที่พอเหมาะนั้น
นี่เป็นเรื่องประสบการณ์ล้วนๆ เลย เพราะขึ้นอยู่กับขนาดถังด้วย ขนาดก้อนน้ำแข็งด้วย
คร่าวๆ จากประสบการณ์ของตู สำหรับอุณหภูมิที่เมืองไทยก็มีดังนี้

ถ้าเป็นไวน์แดง ใส่น้ำแข็งยูนิตในถังแช่ไวน์มาตรฐาน 1 ส่วน แล้วเติมน้ำ 4 ส่วน
แล้วแช่ไวน์แดงไว้อย่างน้อยสักสิบห้านาที ค่อยเอามาเสิร์ฟ
เพราะไวน์แดงถ้าเสิร์ฟอุ่นเกินไป จะทำให้ไวน์กลิ่นรสเหมือนกาวลาเท็กซ์หรือน้ำส้มสายชูหมัก  :37:
ทริกอย่างนึงก็คือ ถ้าเราเอาอุ้งมือจับขวดไวน์ แล้วเรารู้สึกว่าขวดไวน์อุ่นกว่าอุ้งมือเรา
นั่นแปลว่าอุณหภูมิไวน์แดงขวดนี้อุ่นเกินไป อย่างน้อยต้องจับแล้วรู้สึกเย็น

ถ้าเป็นไวน์ขาวปกติเราก็จะไม่แช่เย็นจนเกินไป อย่างเอาไปยัดในช่องฟรีซ
เพราะนั่นจะทำกลิ่นจะหายไป และความเย็นจะทำให้ไวน์จะออกรสเปรี้ยวเกิน
แต่ถ้าเสิร์ฟไวน์ขาวอุ่นเกินไป เราก็จะสูญเสียความสดชื่นที่ควรมีในไวน์ขาว

สำหรับไวน์ขาวก็ใช้น้ำแข็งครึ่งนึง แล้วก็น้ำอีกครึ่งนึง แช่ไว้สักพักเหมือนกัน
ถ้าเป็นแชมเปญก็ใช้น้ำแข็ง สามในสี่
ย้ำอีกครั้งว่านี่คือ คร่าวๆ สำหรับอุณหภูมิในเมืองไทยเท่านั้น
ถ้าอยากรู้ว่าสูตรที่ตูบอกมันโอเคไหม ก็ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดในถังน้ำแข็งดู  :37:
เหมือนตอนเวลาเราล้างฟิลม์ ที่ต้องคอยหยิบน้ำแข็งใส่
หรือเอาออก เพื่อควบคุมอุณหภูมิ แล้วเราก็จะกะอุณหภูมิในถังได้คร่าวๆ ด้วยตัวเอง


Buob Marley

สนุกดี :25:
แต่รู้สึกว่ายากไป :30:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

หมีเล็ก

ไม่ชอบไวท์แดง เหม็น  :05:
ไวท์เก่า เปิดทีไร จุกก๊อกไม้หักครึ่งทุกที
:3005:

Romzaikyu

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ไปบ้านเพื่อนซึ่งรวย (เป็นบ้านพร้อมสตูถ่ายรูปมูลค่า 30 ล้านบาท)
เครื่องดื่มปาร์ตี้มีทั้งเบียร์ (อาซาฮี และ โคโลน่า พร้อมเลม่อน) เตกิล่า แบล๊ดเลเบิ้ล สาโท smirnoff ทั้งชนิดเพียวและ ผสมสำเร็จ
ซึ่งตูเลือก BIN2 ไวน์สามัญประจำบ้านในระดับชนชั้นกลาง (แต่เฮียวิโรจน์เรียกว่าเศษน้ำไวน์ผสม  :30:)

สาวสมัยคนนี้ก็ดีครับ ผมอาจไม่ได้กลิ่นสาบสาวอันเป็นเอกลักษณ์เหมือนที่ผมเคยประทับใจ
อาจเป็นเพราะวันนั้นสูบบุหรี่ด้วย อ้อ วันนั้นมีถังแช่ไวน์ด้วยล่ะ แน่นอนมันเป็นพรอพสำหรับถ่ายรูป เจ้าบ้านไม่ดื่มไวน์
แต่บทสนทนาของผมกับเธอก็ไหลลื่น เธอไม่ใช่สาวหวาน หรือสาวเปรี้ยว หรือสาวดุ
ก็สาวสังคมที่มีบุคลิกกลางๆ หลายๆ คนอาจชอบ ผมก็ไม่ได้ไม่ชอบนะ แต่เผอิญว่าผมชอบสาวที่มีบุคลิกจัดจ้านกว่านั้น

เมื่อเจ้าบ้าน(ผัวเพื่อน)เห็นว่าผมชอบดื่มไวน์ ก็บอกว่ามีอยู่ขวดนึง ลูกค้าเอามาฝากบอกว่าเป็นของดี
แต่ไม่ดื่มไวน์อยู่แล้ว ก็เลยเก็บไว้งั้น จะไปเอามาให้











แล้วเธอก็โผล่เข้ามาครับ
...
...
..



ข้าแต่เทพไดโอนิซุส (เทพแห่งเหล้าองุ่น) ท่านประทาน Cabernet Sauvignon ของชิลี มาอีกขวดหนึ่งแล้ว  :30:
เหมือนถูกชะตากับสาวตระกูลนี้จริงๆ และนี่ ปี 2002 ถึงจะไม่รู้ว่าปีไหน ปีดีหรือไม่ แต่ก็เป็นครั้งแรกที่เจอรุ่นใหญ่ขนาดนี้
หลังจากแช่ถังน้ำแข็ง และเปิดให้หายใจแล้ว กลิ่นหอมฝาดก็ลอยมายั่วกระพุ้งแก้ม
คุณประณตเคยตั้งคำถามไว้ว่าเห็นลักษณะของไวน์ตระกูลนี้รึยัง
ผู้หญิงแถวนี้โผงผางครับ เพื่อนผมคนนึงที่ศึกษามาล้ำลึก บอกว่า เธอเหล่านี้เป็นตัวปิดเกมส์ :30:

ด้วยความคาดหวัง หลังจากผ่านบินทูสาวกลางๆ มา เมื่อเจอกับสาวชิลีที่คุ้นเคย
ผมจึงค่อยๆ รับสัมผัสให้เต็มที่ แทบต้องบ้วนน้ำลายทิ้งก่อน เพราะอย่างที่บอก กลิ่มมันยั่วกระพุ้งแก้มเหลือเกิน
ผ่านลิ้นมา ไม่หวาน ไม่เปรี้ยว เพราะนี่ไม่ใช่สาวน้อยมากจริต แต่เสน่ห์สาวเต็มตัวกลมกล่อมมาแบบรุ่นใหญ่กว่า
และ ไม่ทันถึงกระพุ้งแก้ม ความฝาดซ่าน ก็คุกคามมาแต่ไกล จนได้กลั้วรับสัมผัสแอลกอฮอล์เต็มๆ นั่นแหละ ไม่ผิดหวัง
ไม่รีบแต่แรง ไม่ประนีประนอมแต่ไม่กระโชกโฮกฮาก เธอเอาชนะผู้ชายด้วยบุคลิกที่คุณไม่สามารถต่อต้านได้
ถ้าเธอจะเข้ามานั่งประชิด วางมือหมับไว้ที่ต้นขา อีกมือโอบไหล่ของคุณ แล้วถามคุณว่า "เป็นยังไงบ้างพ่อหนุ่ม"
สิ่งที่คุณทำได้ก็แค่สบตาเธอ ยิ้ม และขอบคุณไดโอนิซุสในใจ แล้วปล่อยตัวปล่อยใจไปตามเกมของเธอ
คุณอาจจะลูบไปตามชุดผ้าฝ้ายบางของเธอ แน่น ใหญ่ คล้ำไปสักนิดถ้าคุณชอบนางแบบสาวบนเวทีมิลานหรือปารีส
แต่เผอิญว่าผมเกิดเมืองร้อน ริมทะเลซะด้วย วันนี้จึงเป็นวันที่มีความสุขอีกวันหนึ่ง

ให้ตายสิ ผมจินตนาการผู้หญิงชิลีจริงๆ ไม่ออกซะแล้ว ตั้งแต่ดื่มไวน์มา  :30:


ป.ล. ไม่เคยไปคุ้ยข้อมูลอะไรเลย เกี่ยวกับไวน์ วัดเอาด้วยอารมณ์ล้วนๆ  :30: :30:



แอ้

อย่างกะจะเขียนหนังสือเลยแฮะ  :25:

Romzaikyu

นั่นน่ะสิ  :30:


ตั้งแต่กลับมาเป็นนักอ่านอีกครั้ง ความฝันจะเป็นนักเขียนก็ถูกปลุกขึ้นมาพร้อมๆ กันล่ะมั้ง
ยิ่งอ่านมูราคามิด้วยนะ มันเหมือนเรื่องราวทั้งหลายเกิดขึ้นอยู่ใกล้ๆ นี่เอง

ณต

#187
เขียนเทสติ้งโน้ตได้ขนาดนี้ เดี๋ยวตูกลับไปเมืองไทย
ต้องมาสนทนาธรรมกันหน่อยแล้วลุง  :30: :30:

ตอนนี้คิดว่าลุงคงจับลักษณะเด่นของ คาเบอร์เนต์ โซวิญงจากชิลีได้พอประมาณแล้ว
คำถามให้ลุงไปขบคิดเล่นต่อ นั่นคือ ถ้าลุงเปรียบว่าไวน์เป็นผู้หญิง
แล้วที่ๆ เธออยู่นั้น อากาศแถวบ้านเธอร้อนหรือว่าหนาว  :27:

จริงๆ ตอนอ่านเทสติ้งโน้ตของลุง
มันมีเรื่องที่ตูอยากจะเสริมเหมือนกัน
แต่มันควรจะต้องจิบไปพร้อมๆ กันด้วย  :30:

อีกเรื่องก็คือมันมีเรื่องสำคัญสำหรับมือใหม่หัดชิมไวน์ควรจะรู้
นั่นคือ ไวน์เสียหรือไม่เสียจะรู้ยังไง

ที่เมืองไทยปัญหาส่วนใหญ่ที่ตูเจอเวลากินไวน์นั่นคือ
มันออกซิไดด์จากความร้อน อย่างเทสติ้งโน้ตของลุง
ตอนที่บอกว่ายังได้กลิ่นแดดจากตัวของเธออยู่เลย
หรือแอลกอฮอลล์จัด ไม่เปรี้ยวไม่หวาน
นั่นตูแอบสงสัยนะ นั่นเป็นเพราะว่าไวน์มันออกซิไดด์
หรือไวน์เริ่มหมดอายุแล้วหรือเปล่า(เก็บไว้นานเกิน)  :30:
แต่ไวน์บางตัวเราก็สามารถได้กลิ่นแดดจริงๆ
(ซึ่งมันเป็นกลิ่นพื้นดินแห้งๆ เวลาโดนแดด
หรือบางทีเป็นกลิ่นหินแกรนิตที่โดนแดดเผา)
นี่จึงเป็นเหตุว่า ทำไมเวลาชิมไวน์แล้วเขาถึงบอกสภาพภูมิอากาศของไร่องุ่นที่เอามาทำไวน์ได้

แต่เวลาตูกินไวน์ที่คนอื่นหรือผู้ใหญ่เขาให้มา ถ้าไวน์มันแค่ออกซิไดด์
ตูก็ไม่กล้าบอกนะว่าไวน์มันเริ่มไม่ดีแล้ว เดี๋ยวผู้ใหญ่หรือเจ้าภาพ
ที่เขาเอาไวน์มาจะเสียหน้าถ้าเขานั่งอยู่ด้วย    :30:
เว้นแต่ถ้าไวน์มันเน่าเลย อันนี้ตูอาจจะกระซิบบอก แต่ก็ต้องดูสถานการณ์ด้วย
เป็นขนบไทยชัดๆ เลย แต่รู้สึกฝรั่งก็เป็นเหมือนกันแฮะ  :59:



Romzaikyu

เรื่องไม่เปรี้ยว ไม่หวาน นี่คือไม่ได้โดดเด่นนำอะไรประมาณนั้นน่ะ
เออ หรือว่ามันหมดอายุจริงวะ  :47:



เริ่มโดนดึงเข้าศาสตร์มืดแล้ว เพื่อนแนะนำมา เห็นว่าชอบชิลี :30: :30:



ณต

ยี่ห้อไวน์ชิเลียนที่ตูกินประจำๆ เรียกว่าเป็นไวน์ประจำโต๊ะอาหารที่บ้าน
ก็จะเป็นยี่ห้อ Casillero del diablo หรือแปลชื่อเป็นไทยได้ว่า ปราสาทอสูร


http://www.casillerodeldiablo.com/

ไวน์ดีราคาไม่แพง เป็นของดีราคาถูก(แถวนี้) ไม่รู้เมืองไทยจะขายเท่าไหร่
แต่แถวนี้ขวดละ หก ถึง แปดปอนด์ (300-400 บาท)
มีให้เลือกหลายพันธุ์องุ่นทั้งไวน์แดงไวน์ขาว ตามแต่เราชอบ
ไวน์แดง มีตั้งแต่
คาเบอร์เนต์ โซวิญง (Cabernet Sauvignon)
ชีราส (Shiraz)
พิโนต์ นัวร์ (Pinot Noir)
แมร์โล (Merlot)
คาเมเนียร์ (Carmenere)
ไวน์ขาวก็มี (แต่ส่วนตัวไม่แนะนำ)
เรียกว่าค่ายนี้ปลูกสายพันธ์ุองุ่น Noble Grape ทุกพันธุ์เลยก็ว่าได้
(์องุ่น Noble Grape คืออะไร คลิกที่นี่




คำถามแรกร้านขายไวน์ที่กรุงเทพ แต่มาถามคนอยู่ลอนดอนเนี่ยนะ  :30:
ส่วนตัวตูชอบ Wine Loft ทองหล่อนะ ร้านไม่ใหญ่มาก เปิดแอร์ทั้งวันทั้งคืน(สลับตัว)
เพื่อรักษาอุณหภูมิของไวน์ในร้านไม่ให้เสีย มั่นใจได้ระดับนึงว่าไวน์ไม่ออกซิไดด์
เด็กเสิร์ฟมีความรู้ดีมากแต่ไม่อวดดี แนะนำและบริการลูกค้าได้ดี สงสัยอะไรถามได้

ไวน์ในร้าน มีหลากหลายราคา หลายพื้นที่ในโลก
เจ้าของร้านเลือกนำเข้าไวน์ได้เก่ง ไวน์ในร้านส่วนใหญ่จะเป็นไวน์ดีๆ ทั้งนั้น
มีตู้ไวน์ให้ชิม (สามารถลองไวน์เป็นแก้วได้ราคาก็จะถูกกว่าซื้อเป็นขวด)
ซึ่งไวน์ในตู้ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

แอ้

น่าจะมีแต่คนอยู่ลอนดอนเนี่ยแหละที่จะตอบได้  :30:

ณต

#191
คำถามต่อมา
ไวน์แดงออกหวานๆ สำหรับคนชอบไวน์ขาวอย่าง โซวิญง บลองก์

จริงๆ แล้ว คำถามนี้ดูเหมือนง่าย แต่ตอบยาก  :59:

เพราะไวน์ขาวอย่าง โซวิญง บลองก์ ที่ทำๆ กันออกมา
มักจะเป็นไวน์ที่มีรสหวานน้อย และจะมีรสเปรี้ยวนำ(Acidity สูง)
เรียกว่าแทบจะไม่มีรสหวานเลยก็ว่าได้
นี่หลอกถามลองภูมิตูใช่ไหม  :3005:

ตรงนี้ขอเสริมความรู้เรื่องการชิมไวน์กันก่อน
องค์ประกอบพื้นฐานที่ถือเป็นโครงสร้างหลักในไวน์
มันมีอยู่ สามประการใหญ่ๆ นั่นคือ
1 แอลกอฮอล์  2 แทนนิน 3 Acidity

แอลกอฮอล์ เกิดจากกระบวนการหมักที่ยีสต์เปลี่ยนน้ำตาลน้ำองุ่นให้เป็นแอลกอฮอล์
รสหวานที่เกิดขึ้นในไวน์ ก็มาจากที่ยีสต์ตายหมดก่อนที่จะเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นแอลกอฮอล์จนหมด
ดังนั้นก็จะเหลือน้ำตาลคงค้าง(Residual Sugar) ซึ่งความหวานของไวน์
จะมากหรือจะน้อย หลักๆ ก็มาจากน้ำตาลคงค้างนี่แหละ
ตรงนี้เคยตอบคำถามอิ่มเรื่อง ไวน์ Dry ซึ่งบ่งบอกถึงระดับความหวานเอาไว้ตรงนี้

แทนนิน เป็นรสฝาดที่เกิดจากเปลือกองุ่นหรือก้านองุ่น
เคยอธิบายเรื่องแทนนินไว้ตรงนี้
หน้าที่ของแทนนินที่มีอยู่ในไวน์ นั่นก็คือช่วยทำให้ไวน์มีอายุยืนนาน สามารถเก็บได้นานขึ้น

Acidity ไม่รู้จะแปลเป็นภาษาไทยยังไงดี เอาเป็นว่าคือรสเปรี้ยว
แต่รสเปรี้ยวในที่นี้มันก็เจือความหวานอยู่ด้วย
และ Acidity ก็จะสร้างความสดชื่นให้กับเรา
เหมือนเวลาเรากินน้ำผลไม้คั้นสดๆ

ทั้งสามอย่างนี้คือ โครงสร้างหลักของไวน์
ไวน์ที่ดี คือไวน์ที่มีสมดุลของทั้งสามสิ่งนี้
ถ้าเป็นไวน์โลกเก่าที่นิยมเก็บนานๆ
เขาจะรอเวลาที่จะให้สามสิ่งนี้มันค่อยๆ เข้าสู่จุดสมดุลนั่นเอง
คร่าวๆ ก็ดูตามรูปข้างล่างก็ได้(เป็นของไวน์แดงโลกเก่าที่ต้องเก็บไว้นานๆ)



(แล้วถ้าใครเสือกไปรีบเปิดกินก่อน ก็จะเจอรสฝาดเฝื่อนจากแทนนิน
และรสเปรี้ยวจี๊ดจากแอซิดดิตี้ ที่ยังไม่เข้าสู่จุดสมดุล  
นี่เป็นเหตุที่หลายคนเวลาชิมไวน์บอร์กโดซ์ชั้นดี ที่เป็น กรองครูคลาสเซ่ Grand Cru Classe
กินแล้วบอกว่า ไม่เห็นอร่อยเลย ฝาดๆ เฝื่อนๆ เปรี้ยวจนเข็ดฟัน :41:
แต่ลืมดูไปว่า ไวน์เพิ่งจะออกมาปีเดียว ปกติเขาต้องเก็บกันเป็นสิบปี กว่าจะกินได้  :37:)

ทีนี้ย้อนกลับไปที่ไวน์ขาวกัน กฎโครงสร้างหลักสามอย่างก็ใช้ได้กับไวน์ขาวเหมือนกัน
แต่อย่าลืมว่า ไวน์ขาวเป็นไวน์ที่มีแทนนินน้อย เพราะโดยทั่วไป
ขั้นตอนการผลิตเขาจะบีบเอาแต่น้ำ
ไม่เอาเปลือกหรือก้านองุ่นลงไปหมักด้วย
ดังนั้นเมื่อมีแทนนินน้อย คำถามเล่นๆ ตรงนี้คือ
ไวน์ขาวปกติจะเก็บได้นานหรือไม่นาน  :27:

เมื่อแทนนินแทบไม่มี โครงสร้างหลักก็เหลือสองอย่าง
นั่นคือ แอลกอฮอล์ และ Acidity บวกตัวเสริมคือ
น้ำตาลคงเหลือที่จะเป็นตัวบ่งบอกความหวาน

ทีนี้ย้อนกลับไปที่โซวิญง บลองก์ มันมีคุณลักษณะยังไง
เมื่อเทียบกับไวน์ขาวที่ทำจากองุ่นพันธุ์อื่น
ลองดูจากรูปข้างล่าง



ณต

เอาล่ะ ทีนี้เมื่อเรารู้แล้วว่าโซวิญง บลองก์ มีจุดเด่นที่กลิ่นหอมจรุงใจ
การจะหาไวน์แดงหวานๆ ตรงนี้ตูขอเปลี่ยนคำเป็นคำว่า Fruity แล้วกัน
สำหรับคนที่ชอบไวน์ขาว โซวิญง บลองก์นั้น
สิ่งที่เรามองหาคือ Aroma, Acidity และ Fruity (รึเปล่า :3005: )

คร่าวๆ มีตัวเลือกดังต่อไปนี้

1 Merlot เป็นไวน์แดงที่ Fruity กลิ่นผลไม้มาเต็ม กินง่าย
ข้อเสียคือกินแล้วปากดำ ผู้หญิงอาจจะไม่ชอบ

2 Pinot Noir ตูคงไม่แนะนำไวน์เบอร์กันดีของฝรั่งเศส
เพราะมันจะต้องใช้ไวน์ชั้นกรองครู อย่าง Nuits-Saint-Georges หรือ romanee ปีเก่าๆ ซึ่งราคาแพงหูดับ
ถึงจะได้ไวน์ที่ Fruity และมีกลิ่นหอมของดอกไม้ที่หอมฟุ้ง
หรือถ้าชอบกลิ่นกุหลาบ ก็ Barolo Ginestra หรือ Barbaresco ปีเก่าๆ ของอิตาลี
ไวน์ชิเลียนก็ทำ Pinot Noir ยังได้ไม่ดีเท่าไหร่
แนะนำ Pinot Noir ของ นิวซีแลนด์ จากเขต Marlborough  :12:

3 Anjou Red จากแคว้น ลัวร์ ของฝรั่งเศส มีความหวาน Fruity กินง่าย

ลองไปเลือกดูแล้วกันครับ  :59:

คำถามต่อมา เรื่อง ศึกษาไวน์ จริงๆ จังๆ แบบสมัครเล่น
เว็บหรือหนังสือ ภาษาไทย
เท่าที่ตูเห็น
ส่วนใหญ่มุ่งเน้นให้จดจำชื่อชั้น คะแนนจากนักวิจารณ์ไวน์
หรือไม่ก็ไวน์ตัวไหนราคาแพง   :39:
เห็นรุ่นน้องตูที่เมืองไทยมันบอกว่า
มีหนังสือการ์ตูนแปลจากเมืองนอกที่เกี่ยวกับความรู้เรื่องไวน์อยู่สองเล่ม
นั่นคือ โลกของไวน์ กับ ไวน์ของโลก ตูยังไม่เคยอ่านนะเลยไม่รู้ว่าดีหรือเปล่า
รู้แต่ว่ามีประวัติอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะ
แต่เป็นการ์ตูนก็คงทำให้อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้นแหละ

อีกอย่างนึง เรียนเรื่องไวน์เราเรียนจากการอ่านอย่างเดียวคงไม่ได้
มันต้องชิมและชิม เรียนรู้ด้วยผัสสะของเรา
หรือมีคำถามอะไรก็ลองมาแปะดู
อะไรที่ตูตอบได้ก็จะมาตอบนะ






Romzaikyu

ไม่ได้ลองภูมิ :3005:
ก็ข้อมูลมีเท่านี้ มันบอกว่าปกติชอบ โซวิญญง บลองซ์ พอชวนกินแดง มันก็บอกว่าเอาหวานๆ นะ :3005:

อ้างอิงแนะนำ Pinot Noir ของ นิวซีแลนด์ จากเขต Marlborough :12:
ไอ้นี่ กูรูเมืองเหนือเพื่อนตูก็แนะนำมา น่าจะลงตัวที่สิ่งนี้
การมีเพื่อนดื่มไวน์ 2 คนที่มีความรู้เรื่องไวน์พอสมควร แต่พอเอาไวน์มาลองให้ดูส่วนมากก็ไม่รู้จัก
มันทำให้รู้ว่าโลกของไวน์นี่ช่างกว้างใหญ่  :30:


ส่วนเรื่องความรู้พื้นฐานลองไปอ่านใน web winescale ดูละบางส่วน ก็โอเคดี อ่านง่าย
แต่ก็เหมือนจะยังไม่สว่างคาใจตูเท่าไหร่นัก
ป๋าณตนี่แหละ อธิบายได้ใจตูสุดแล้ว  :30: :30:
เดี๋ยวนี้มีชาร์ตด้วยเว้ยเฮ้ย  :30:

ไว้ฟ้อนสุดรายเดือนจะบรรจุคอลัมน์ละเลียดไวน์ไว้ด้วยนะ เตรียมตัวนะ  :47:


ส่วนปราสาทไดอะโบลจะลองไปหาดู มีหลากหลายสายพันธุ์ดี จะได้ซื้อมาลองชิมเทียบกัน
ถ้าราคาประมาณนี้ เหมาะแก่นักศึกษาดีแท้ (แต่ก็เชื่อว่าบวกภาษีไปอีกขวดละสองร้อยแหงมๆ)
แต่ร้านไวน์นี่น้อ มันต้องไปอยู่แถบคนรวยสินะ ห่าน  :05:

ณต

ภาษีไวน์บ้านเราไม่ได้บวกไปแค่ร้อยสองร้อยนะลุง
มันคูณสามเป็นอย่างน้อย  :41: (ถ้าจำไม่ผิด อัตราภาษี 300%)  :05:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines