พอดีเข้าไปเก็บดาวในระบายอารมณ์มา ก็พบเจอข้อความทำนองนี้
อ้างคำพูดจาก: พันเอก เมื่อ 31 มี.ค. 2008, 19:37 น.
ตกงานแล้วครับ :05:
อ้างคำพูดจาก: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 31 มี.ค. 2008, 19:50 น.
หมายความว่าไงครับ :38:
ออฟฟิศหรือตู้เย็นวะเนี่ย หนาววุ้ย / หนุ่มศรราม :37:
อ้างคำพูดจาก: พันเอก เมื่อ 31 มี.ค. 2008, 19:51 น.
หมายความว่าลาออกจากที่เก่ามาทำที่ใหม่แล้วไม่ผ่านโปรครับ :05:
อ้างคำพูดจาก: (ส)ฟิ้งซ์? เมื่อ 31 มี.ค. 2008, 19:53 น.
แย่เลยนะครับ ผมก็กลัวอยู่...
แต่ตอนนี้ให้ผมได้งานใหม่ก่อนเหอะ ลาออกมาเดือนนึงยังไม่มีวี่แววงานใหม่เลย :05:
อ้างคำพูดจาก: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 31 มี.ค. 2008, 20:02 น.
ตกงานอย่าตกใจครับ(ประกันสังคมท่านว่าไว้)
ค่อยๆคิด แต่ช่วงนี้รัดเข็มขัดด่วนเลยดีกว่าครับ
ผมก็เป็นคนนึงที่มีประสบการณ์ตกงานเหมือนกัน
เมื่อหลายปีก่อนผมทำงานอยู่ออฟฟิศต่างจังหวัด
ทำๆอยู่พวกปิดบริษัทบอกว่า ไปทำอย่างอื่นรุ่งกว่า
ฮากระจายกันไปเลยทีเดียว :42:
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 31 มี.ค. 2008, 20:09 น.
โหวว อย่างนี้พี่เช่หางานฟรีแลนซ์ทำไปก่อนน่าจะดีกว่ารองานใหม่อย่างเดียวเลยครับ
อยากออกจากงานแต่กลัวหางานได้ที่ใหม่ไม่ดีเท่าที่เก่า
ทุกวันนี้นั่งที่โต๊ะแบบซังกะตาย ทำงานเก็บเงินเที่ยว :37:
อ้างคำพูดจาก: พันเอก เมื่อ 31 มี.ค. 2008, 20:05 น.
ครับ ไม่ผ่านเพราะฝีมือนี้พอจะเข้าใจ แต่นี้ไม่ผ่านเพราะ......... :05:
แย่แน่ๆเลยงานนี้ผม ผ่อนรถ ค่าแชร์ ค่าเช่าห้อง แต่คงต้องสู้กันต่อไป
อ้างคำพูดจาก: แตนนี่ เมื่อ 31 มี.ค. 2008, 23:06 น.
ของตู งานหนังฉิบ-าย เงินก็น้อยมากๆ
มีมั้ยเนี้ยงานน้อยเงินเยอะอะ
ตูอยากจะออกจะแย่อยู่แล้ว :05:
อ้างคำพูดจาก: พันเอก เมื่อ 01 เม.ย. 2008, 11:41 น.
พรุงนี้ไปสัมภาษณ์งาน ช่วยเป็นกำลังใจให้ผมหน่อยนะ
อ้างคำพูดจาก: Dyorer Terminate เมื่อ 01 เม.ย. 2008, 11:58 น.
ขอให้ได้งานสบาย ๆ เงินเดือนเยอะ ๆ ครับ :46:
:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 01 เม.ย. 2008, 12:28 น.
อ้าวงานที่ทำอยุ่จะเลิกแล้วเหรอครับเนี่ย
อ้างคำพูดจาก: พันเอก เมื่อ 01 เม.ย. 2008, 12:47 น.
พี่ออกจขากที่เก่าแล้วคร้าบ จักรี :05:
ผมเองตอนนี้จะเรียกว่าตกงานอยู่ก็ว่าได้นะ
เพราะผมไม่ได้เป็นมนุษย์เงินเดือนมาแล้วกว่า 4 ปี
เคยผ่านชีวิตทำงานในบริษัทมาแค่ 2 แห่ง
แห่งแรกประมาณ 1 ปีครึ่ง แล้วก็ลาออกเพราะว่าโดนเกณฑ์ทหาร
แห่งแรกนี้สร้างความประทับใจกับผมมากๆ ถ้าเป็นไปได้ ผมไม่ได้อยากลาออกจากที่นี่เลย
แห่งที่ 2 ประมาณ 4 เดือน แล้วก็ลาออกเพราะบริษัทมีปัญหาเรื่องสภาพการเงิน (ไม่จ่ายเงินเดือน)
แห่งนี้ผมคุยกับพนักงานแล้วรวมตัวกันลาออกยกบริษัทเลยครับ
โดนเบี้ยวเงินเดือนกันถ้วนหน้า เำพราะผู้บริหารไม่มีความรู้ ในสาขางานที่ทำ
คนที่เป็นงานเขาถอนหุ้นออกไปจากบริษัทแล้ว
แล้วผมก็ออกมาทำร้านเน็ต รายได้เรียกว่าเทียบไม่ได้กับสมัยทำงานรับเงินเดือนเลย
ผมมีรายได้จากการทำร้านเน็ตที่ประมาณ 3 พัน - 7 พันบาทต่อเดือน เฉลี่ยก็ประมาณ 5 พันบาท
(ร้านเน็ตมี 3 หุ้น ผมได้รายได้ 1 ใน 3 )
ไม่เคยได้สูงกว่า 7 พันเลย
แต่ผมก็ทนอยู่กับร้านมาได้ถึง 3 ปีกว่า
อยู่แบบพอเพียง ใช้เท่าที่มี มีเท่าที่ใช่
มีทำโฮสอีกอย่างที่ผมใช้มาช่วยเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง ไหนๆ ก็อยู่กับอินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว
การทำงานของผมอย่างนี้ รายได้้แม้ไม่มาก
แต่สิ่งที่ผมชอบมากอย่างหนึ่งคือ "อิสระ"
ผมไม่ต้องฝ่าการจราจรในตอนเช้าและเย็น
ผมอยากตื่นตอนไหน นอนตอนไหนก็ได้
ซึ่งมันก็ได้อย่างเสียอย่าง
แต่ล่าสุดหลังจากโดนกรณีตรวจจับลิขสิทธิ์เพลงที่ผมโดนไป
ผมก็ได้แต่คิดว่า อยากจะเลิกทำแล้วล่ะ รู้สึกว่าความเสี่ยงต่างๆ เริ่มเข้ามาหาแล้ว
โดนไกล่้เกลี่ยยอมความไปที่ 2หมี่น 5 พันบาท เงินก้อนผมไม่มีจ่าย
ต้องไปหาหยิบยืมเพื่อนมาจ่ายก่อน
ตอนนี้ก็เลยมองๆ หาทางออกอยู่ ว่าถ้าเลิกทำร้านเน็ตแล้วจะไปทำอะไรต่อ
เลยอยากรู้ว่า สำหรับคนที่ทำงานอยู่
ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง นายจ้าง
พอในกับงานที่ตัวเองทำอยู่ในปัจจุบันมั้ยครับ
หากจะต้องจะเปลี่ยนงาน
จะมีเงื่อนไขให้กับตัวเองยังไง
ในการที่จะตัดสินใจลาออกจากที่เก่าเพื่อเข้าหางานใหม่จู๋นี้เอาเป็นว่าให้คนทำงานมาบ่น ระบายหรือมาแนะนำคนทำงานด้วยกันก็แล้วกันนะ
ยุคนี้สมัยนี้ จะหางานใหม่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย
นักศึกษาจบใหม่ก็เพิ่มเข้าสู่ตลาดแรงงานมาใหม่ทุกวัน
เอาใจช่วยคนที่กำลังหางานทุกคนครับ
มาแลกเปลี่ยนกันครับ
อย่าซีเรียส เฮ้ยจริงๆ นะ :37:>
:12: ดีใจมากที่พี่ถามคำถามแบบนี้หลังจากทีได้คุยกันวันก่อน
เพิ่งคุยกะโบว์ว่าน่าห่วงอนาคตของพี่เหมือนกัน
ว่าถ้าแก่ตัวไปเนี่ย การไม่มีเงินเก็บจำนวนหนึ่งมันก็ทำให้ลำบากได้นะ
ไม่เกี่ยวกับเรื่องการคิดจะเติบใหญ่หรือฟุ้งเฟ้อนะ
การเก็บตังค์ไว้สำรองเป็นก้นถุงของตัวเองนี่ผมว่ามันสำคัญมากเลย
บางคนได้ง่ายใช้ง่าย ได้มาก ใช้มาก เงินหมด ก็อันตราย
บางคนได้น้อย ใช้น้อย แต่พอถึงเวลาที่ต้องใช้เงิน (แบบเดียวกะที่พี่โดน) ก็อันตราย
ของผมเลือกทำงานที่มีความเสี่ยงไม่มาก
อาจจะมากกว่าพนักงานบริษััท เพราะผมทำอาชีพรับจ้าง ถ้าไม่มีงานก็ไม่มีเงิน
แต่เรามีเวลาไปทำอย่างอื่นที่สามารถเรียกเงินได้ หรือต่อยอดในอนาคตเป็นรายได้ได้
แล้วก็พยายามเก็บเงินให้ได้ก้อนหนึ่งเผื่อกรณีดังกล่าว
จะว่าไปก็คือเผื่ออนาคตเหมือนกับคนทำงานคนอื่นๆ แหละ
ผมทำอาชีพรับจ้างออกแบบเว็บไซต์
รายได้ต่อเดือนของผมตอนนี้ไม่มากเลย ถ้าเทียบกับเพื่อนที่จบมาด้วยกัน
(ส่วนหนึ่งคงเพราะเริ่มช้ากว่าชาวบ้านเขาสองสามปี เพราะโดนทหาร)
แต่รายจ่ายดันน้อยมากๆ เมื่อเทียบกะเพื่อนคนอื่น
ดังนั้นทุกวันนี้พอใจในวิชาชีพของตัวเองมากๆ ครับ
ทุกวันนี้ถึงแม้จะห่วงเล่นเหมือนเดิม เหมือนสมัยเรียน
แต่เวลาว่างๆ ก็หาเวลาฝึกตัวเองอยู่เป็นครั้งคราว
และหากจะต้องเปลี่ยนงาน หรือวันนึงมีเหตุให้ u6isap.studio (ชื่ออ่านยากฉิบหาย) ต้องเจ๊งหรือปิดตัวลง
หรือวันหนึ่งผมตาบอด หรือแขนขาดขึ้นมา ไม่สามารถทำงานออกแบบเว็บได้เหมือนทุกวันนี้
อาชีพอื่นๆ ก็คงทยอยตามมาแล้วแต่เคสครับ แต่เชื่อว่าตัวเองต้องทำอะไรได้สักอย่างแหละน่า
แหม่ .. เหมือนจะรู้ใจตูจริงๆ :05:
จะว่าไปไอ้งานที่ทำอยู่ มันก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย
ตอนนี้มันเริ่มเหมือนจะไม่เป็นธรรมกับกระเหรี่ยงอย่างตูมากขึ้น
ด้วยการไม่มีการขึ้นเงินเดือนรายปีอีกต่อไป
ซึ่งการขึ้นเงินเดือนรายปีก็ไม่ได้เยอะแยะมากมายอะไรเลย แค่ปีละ 1000 บาทถ้วนสกุลไทย
แต่บอกว่าจะปรับค่าชั่วโมงบินขึ้นให้อีก 8% แทน ซึ่งเอาจริงๆแล้วฐานเงินเดือนตูตอนนี้
แค่ 119XX บาท (ที่ X ไว้ไม่ใช่อะไรหรอก ตูจำไม่ได้)
เวลาจะไปทำธุรกรรมอะไรก็ค่อนข้างลำบาก เพราะส่วนมากเค้าดูที่ฐานเงินเดือน
ไม่ใช่เงินเดือนสุทธิที่ขึ้นๆลงๆทุกเดือนอย่างตู
แถมสัญญาปีต่อปี จริงๆมันก็ดีสำหรับคนที่คิดจะไม่ทำนาน
แต่สำหรับคนที่คิดจะทำนานอย่างตู ต่อสัญญาทีไรให้ใจตุ๊มๆต่อมๆทุกที
ว่าจะได้ต่อสัญญารึปล่าวหนอ ผิดกับของเกาหลี ที่เมื่อผ่านช่วง Intern 1 ปี ก็เป็นสัญญาตลอดชีวิต
ทำได้ยันแก่ยันเฒ่า ได้ทำเฟิร์สคลาส ได้เป็น เพอร์เซอร์
แต่สำหรับกระเหรี่ยงอย่างเรา นี่ก็ดีขึ้นแล้วเมื่อก่อนนี้ทำแทบตายก็อยู่แค่ชั้นประหยัด
ตอนนี้ได้ขึ้นไปทำบิซิเนสบ้างแล้ว แต่เงินก็เพิ่มขึ้นไม่เท่าไหร่ จากชั่วโมงละ 175 บาท เป็น 210 บาท
แต่เหนื่อยมากขึ้นเยอะ
แถมตอนนี้ย้ายมาอยู่อีกโรงแรมใหม่ ซึ่งแย่กว่าที่เก่าเยอะมาก (โรงแรมที่เกาหลี)
ถึง Location มันจะดีก็เถอะ แต่ห้องก็เล็กกว่าเดิม ไม่ดีเท่าเดิม แถมอินเตอร์เน็ตความเลวสูงงงงงง
ช้าง่อย แถมหลุดบ่อยด้วย ทั้งๆที่ค่าห้องก็ไม่ต่างจากที่เดิมเลย
อยู่ๆอยากให้ย้ายก็ให้ย้ายไม่ปรึกษากันก่อนซักคำ เพราะโรงแรมใหม่ห้องก็น้อยกว่า
พอเข้าไปบอกปัญหา กลับมาพูดว่าทำไมไม่มาคุยกันก่อนที่จะเซ็นสัญญากับโรงแรม
เชี่ยน มาบอกกันตอนเซ็นไปแล้วจะให้พวกตูพูดอะไรกันได้วะ :13:
ยิ่งอยู่ยิ่งเกลียดเกาหลี อยากให้พวกตูทำงานให้ดีดี แต่ไม่เคยเลี้ยงพวกตูดีดี
ไม่ใช่แค่เฉพาะแอร์ฯนะ พวกกัปตันด้วย ก็เลี้ยงเค้าไม่ดี (กัปตันต่างชาติ)
ยิ่งเดือนนี้ (เมษา) ตูมีไฟลท์กรุงเทพ 4 รอบ จะเอาอะไรกินกันล่ะ?
เพราะว่าปกติเวลาไปอยู่ที่อื่นที่ไม่ใช่กรุงเทพเนี่ยจะได้เงินเบี้ยเลี้ยงรายชั่วโมง
แต่ถ้าเกิดว่ามากรุงเทพก็จะไม่ได้เงินเบี้ยเลี้ยงตรงนี้เพราะเค้าถือว่าเป็นบ้านเรา
แถมไม่ให้อยู่โรงแรมด้วย บางคนที่บ้านอยู่ไกลๆสนามบินก็ต้องไปๆมาๆหลายรอบ
ถ้าให้กลับกรุงเทพแล้วอยู่ 4 วันนี่ยังโอเค แต่นี่ให้มาอยู่แค่ 24 ชั่วโมงแล้วกลับ
โรงแรมก็ไม่ให้อยู่ เงินเบี้ยเลี้ยงก็ไม่ได้ สเกตทีมแม้งไม่รู้เอานิ้วโป้งคิด รึเอาเปรียบพวกตูกันแน่??? :13:
รูทปารีสที่เปิดใหม่ก็ไม่ให้พวกตูบิน เพราะบอกว่าปัญหาเรื่องวีซ่า
ตูเห็นเพื่อนที่อยู่โคเรียนแอร์มันก็บินกันได้ไม่มีปัญหา ไม่ต้องใช้วีซ่าด้วย
อยากออก แต่ก็จนใจ เพราะว่าเงินที่ได้ต่อเดือนมันก็ถือว่าเยอะอยู่
แถมทุกวันนี้ก็ยังไม่มีเงินเก็บเป็นก้อนด้วย ไหนต้องเลี้ยงแม่เลี้ยงน้อง บ้านก็กำลังจะซื้อ
ปีหน้าตูคงสมัครการบินไทย ถ้าเส้นให้ถ้ามีเวลาไปสมัคร จะได้อยู่บ้านด้วย
ไม่ต้องกังวลเรื่องต่อสัญญาอีกด้วย ได้โปรโมต เงินก็ขึ้นตลอด
จริงๆตูชอบการทำงานอยู่ที่นี่ มันได้เที่ยวเยอะกว่า แต่เพื่อนร่วมงานกับบรรยากาศการทำงานมันไม่เอื้อต่อการอยากอยู่ต่อเล๊ย
เฮ่อ ... หมดไส้หมดพุงจ่ะ
สวัสดีครับ
ผมจักรีนะครับ
ผม ทำงาน ที่เป็นพนักงานประจำจริงๆ บริษัทเดียวครับ แต่มาจากหลายตำแหน่ง
ผมค่อนข้างได้รับโอกาสที่ดีจากพี่ที่เป็นเจ้าของบริษัท คืออยุ๋กันอย่างพี่ๆ น้องๆ ละม้ายคล้ายบริษัทพี่แอน
จนเหมือนกลายเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทที่ล้มลุกคลุกคลานมาด้วยกัน
เมื่อก่อน....
เวลาสภาวะการเงินขาดสภาพคล่อง สิ้นเดือนที่จะต้องเอาเงินเดือนมาจ่ายพนักงานให้ได้
ผมก็ต้องเสียสละเงินเดือนอันน้อยนิดของผมเพื่อช่วยพยุงบริษัทให้เดินหน้าต่อไปได้
แต่เดียวนี้ไม่ค่อยเจอปัญหานั้นแล้ว เรียกได้ว่าเราโตมาได้ระดับหนึ่งแล้ว....
ผมถูกบรรจุ มาเกือบสองปี แต่อยุ่ที่บริษัทนี้มาก่อน2ปีกว่าๆ ทำทุกอย่าง
เรียกได้ว่าไม่เคยจ้างแม่บ้านทำความสะอาดออฟฟิศเลยก็ว่าได้
เมื่อก่อนยังไม่มีญาติผู้ใหญ่เขามาอยุ่ก็หนักหน่อยไม่มีใครช่วย
สรุปอยู่ที่นี่มา 4 ปีกว่าๆ ตอนจะขึ้นมหาลัย ปี 3 อยู่ในที่นี้ หมายถึง
ลาออกจากชีวิตเด็กหอ หอบลังแม่โขงที่ใส่เสื้อผ้าหนึ่งลัง เข้ามาอาศัยนอนในออฟฟิศ เลยนะครับ
เรียกว่า กินอยู่อย่างดีกลายเป็นคนในครอบครัวเขาไปซะแล้ว ลุกพี่เขาก็กลายเป็นหลานผม พ่อแม่
พี่เขาก็กลายเป็นพ่อแม่ผมไปซะแล้วด้วย ใครถามผม ผมก็มักจะบอกว่า ผมถูกเก็บมาเลี้ยง :37:
พี่เขาเลี้ยงดูปูเสื่อตลอดมา ก่อนเข้ามาผมสัญญาว่าผมจะอยู่ช่วยงานบริษัทนี้ 5 ปี
ในระหว่างนี้ จะไม่ออกไปไหน ยกเว้น สามอย่าง 1.ตาย 2. บริษัท/เจ้าของ ไม่ต้องการผมแล้ว 3. ครบ 5 ปี
ผมไม่เคยเรียกร้องเงินเดือน เพราะรุ้สึกว่า บุญคุณ ที่พี่เขามีต่อผมมันมากพอแล้ว แต่ปัจจุบันผมก็ได้
อย่างที่เพื่อนๆ ในรุ่นเดียวกันเขาได้กัน อาจจะมากกว่าหน่อย
เหตุผลที่ผมชอบที่นี่ คืออนาคต มันสามารถมองเห็นได้ด้วยการที่เราทำเอง
ไม่ต้องรอถึงเวลาถึงได้เลื่อนขั้น ไม่ต้องรอตามลำดับยศอะไรเลย
ผมไม่อยากเป็นมนุษย์เงินเดือน แต่แน่นอนมันต้องเหนื่อยอยุ่แล้ว
และที่สำคัญที่นี่ อยากทำอะไรก็ได้ทำ อยากไปไหนตอนไหนก็ได้ (ขอให้งานเสร็จ และไม่ติดลูกค้า)
อยากทำงานเกี่ยวกับอะไรในช่วงไหนก็บอก เช่น ช่วงนี้ไม่อยากได้โปรเจก พวกเว็บเลยวะ อยากได้สิ่งพิมพ์
อะก็ได้ พี่เขาก็รับงานเฉพาะสิงพิมพ์มาให้ ........น่าน เป็นพนักงานโคตรอภิสิทธิ์ :37:
ส่วนเรื่องเงินเก็บ ผมค่อนข้างเก็บเงินไม่ค่อยได้ มีมากใช้มากจริงๆแหละ ใช้เหมือนคนไม่เคยมีเงินอ่ะ
ไม่ดีเลย แต่ ก็เก็บนะ เคยเก็บเงินก้อนช่วงปีใหม่ เอาไปให้แม่เปิดร้าน ปัจจุบัน แม่ยังไม่ได้เปิดเลย :08:
เก็บเงิน ก้อนที่สอง ออกรถได้ แระ ดีใจสุดๆ และก้อนที่สามเรียกว่าเงินสำรองดีกว่า แต่
ณ ปัจจุบัน ต้องเอาออกมาใช้แล้ว เพราะน้อง เข้ามหาลัย สรุปคือตอนนี้
กลับมาเป็น 0 ค่อนไปทางติดลบนิดๆ แระ แต่ต้องพยายามฟื้นให้ได้โดยเร้ว เก็บเงินสำรองไว้ให้ได้
เคยท้อจนคิดจะออกจากที่นี่หลายครั้งเหมือนกัน แต่ คำสัญญามันค้ำคออยุ๋ ฮ่าๆ
จริงๆกลัวด้วยแหละกลัวออกไปที่ใหม่แล้วไม่ได้ทำอะไรเหมือนที่นี่ และกลัวคิดถึงครอบครัวที่นี่ด้วย ฮะ ฮะ .....
มีหลายคนเตือนว่า ต้องเก็บเงินเพื่ออนาคต จริงๆ ก็รู้แหละ แต่ทำลำบาก ฮ่าๆ สู้กันต่อไป :12:
อย่าไปมอง อย่าไปคิดเรื่องเงินเดือนเลย ถ้าคิดจะทำอาชีพอิสระนะ สิ่งที่อาชีพอิสระมี มันซื้อด้วยเงินไม่ได้
...ถ้ารักษาวินัยในการทำงานดีๆ ขยันฝึก หาความรู้ หาคอนเนกชั่นหน่อย มันเป็นการใช้ชีวิตที่โคตรคุ้มค่าเลยครับ
หากคิดอยากแว่บไปพักไปเที่ยวสักเดือนก็วางแผนได้ง่ายๆ เพราะอยู่ที่ตัวเรา
ไม่อยากรับงานลูกค้าที่กวนตีนมากๆก็ปฏิเสธได้ โดยไม่หนักหัวใคร (ถ้าทำงานประจำ แล้วไปเซ็งกับลูกค้าไม่ได้เด็ดขาด)
เพียงแต่ไอ้อาชีพอิสระนี่มันมีข้อเสียมากๆก็คือความไม่แน่นอน บางเดือนได้มาก บางเดือนได้น้อย บางเดือนไม่ได้เลย
แต่ก็มีข้อดีคือไม่ต้องเปลืองค่ารถค่ารามากเท่างานประจำ รายจ่ายน้อยจริงๆอย่างที่แอนบอกไว้
โดยเฉลี่ยผมใช้เงินเดือนละ 7-8 พัน ไม่เกินนี้ อันนี้รวมค่าขนม ค่ายา ค่าโน่นนี่ที่ให้พ่อให้แม่แล้วนะ ดีที่ตัวเองไม่ใช่คนที่สิ้นเปลืองมาก
แรกๆที่ออกจากงานประจำมาใหม่ๆช่วงสัก 3-4 ปีก่อน ไม่ใช่ว่าตั้งใจอยากจะมาทำ Freelance หรอก
แต่เป็นเพราะช่วงนั้นเซ็งเจ้านายเก่ามากๆ เริ่มแบกรับภาระจากผู้บริหารที่เอาแต่ใจไม่ไหว
เลยต้องทิ้งเงินเดือน 2 หมื่นกว่าในตอนนั้นออกมาตั้งหลักใหม่ ..... ซึ่งไอ้ระหว่างที่ออกมามันก็มีงานเข้ามาเรื่อยๆ มีโอกาสใหม่ๆเข้ามา
ก็เลยไม่ได้กลับไปทำงานประจำสักที ....ปัจจุบันเงินต่อเดือนก็ใช่ว่าจะได้เท่ากับหรือมากกว่าเงินเดือนประจำที่เคยได้ไปซะทุกเดือน
แต่สิ่งที่คุ้มค่าก็คือไม่ต้องเครียดกับผู้คนรอบข้าง ....มีเวลาดูแลและคุยกับแม่มากขึ้น และมีเวลาเรียนรู้ชีวิตมากขึ้นด้วย
ไปเที่ยวยาวๆในช่วงที่ไม่ใช่เทศกาล (มีความสุขสงบโคตรๆ), ดูบอลดึกๆแล้วตื่นสายได้, นั่งกินเบียร์ไปทำงานไป, เข้าส้วมเพื่อคิดงานนานๆ,
เซ็งจัดๆก็ออกไปยืนอ่านหนังสือตามร้าน B2S, Se-Ed ได้เป็นชั่วโมงๆ, ไปเดินดูงานศิลปะตาม Gallery ได้ไม่ยั้ง
....และที่สำคัญก็คือมีเวลาแบ่งตัวเองจากงานเลี้ยงชีพ ไปทำงานส่วนตัวที่อยากทำมานาน ซึ่งตอนนี้คิดว่ามันคุ้มแสนคุ้ม เพราะทำได้ ณ จุดๆนึงแล้ว เคยฝันเอาไว้แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ ....ซึ่งถ้าอยู่ในวังวนการทำงานประจำ คงไม่มีเวลาและโอกาสในการทำอะไรที่หวังไว้ได้แบบเต็มที่
ผมคิดว่าชีวิตมันก็แค่นี้ การใช้ชีวิตให้คุ้มค่า แค่ได้ทำอะไรที่ฝันไว้แล้วได้ทำ มันเป็นสิ่งที่คนทุกคนอยากทำก่อนที่จากตายจากโลกนี้ไป ซึ่งน้อยคนที่จะมีโอกาส แต่คนทำอาชีพอิสระมักจะยอมแลกมันกับความมั่นคงในงานประจำ
แต่ถ้ามองเรื่องข้อเสียแล้วมันก็มีไม่น้อย ....นั่งคิดอยู่บ่อยๆว่าต่อไปถ้าแก่ตัวแล้วยังไม่มั่นคงเหมือนในอย่างปัจจุบัน จะทำยังไง ....เกิดอยู่ๆล้มป่วยหนัก เป็นโรคร้ายจะเอาเงินที่ไหนมารักษาตัวเอง ...เพื่อนๆบางคนมันทำงานได้เงินเดือน 4-5 หมื่น ก็อิจฉามันอยู่เหมือนกัน บางครั้งก็มองว่าถ้าเราทำงานประจำอยู่ก็คงจะได้เงินเดือนเท่ากับมันไปแล้ว ไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องกังวล .... แต่ก็อย่างที่เขาว่ากันไว้ว่า ยิ่งสูง ยิ่งหนาว .... มีรุ่นพี่ รุ่นน้าๆ บางคนที่รู้จัก ทำงานประจำ เงินเดือนสูง อยู่ดีๆโดนปลดกลางอากาศตอนอายุ 40 ....หางานใหม่ก็ยากแล้วในวัยนี้ แถมไม่เคยคิดวางแผนที่จะทำธุรกิจส่วนตัว, รถก็ยังส่งไม่หมด, บ้านก็พึ่งผ่อน .... แล้วไหนจะลูกเมีย ...มันก็เคว้งไม่ใช่น้อยกับการเริ่มต้นอะไรใหม่หมด โดยที่ไม่ได้เตรียมพร้อมเลย
ทุกอย่างมี 2 ด้านครับ คิดได้อย่าไปเครียดกับมันมาก ชีวิตมันมีหนทางไปของมันเองนั่นแหล่ะ
เห็นข้อดีอีกอย่างจากพี่ฉึ่งที่ช่วยตอกย้ำเรื่องความอิสระละครับ
คืออยากเที่ยวเมื่อไหร่เอาสิ ทำเป็นปัดลูกค้าออกไป จะขอว่างสักเดือนนึงทั้งเดือนก็ยังได้
สนุกดี แต่ไม่มีตังค์เท่านั้นเอ๊ง
อ๊ะ นี่ฟร้อน.คอมกลายเป็นเว็บคนแก่ผปลัดกันบ่นไปแล้วรึ
โชคดี ที่ผมอายุน้อยสุด รอดตัวไป
น้อยด้วย รอดด้วยตัว
ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ดีๆของทุกๆท่านครับ :46:
อนาคตมันไม่แน่นอนจริงๆ
หูย แบบพี่ 8e88 เลยที่ผมเป็นอยู่
มันมี 2 ด้านจริงๆ แหละ
ตอนนี้ยังมีความสุขสนุกอยู่ในด้านหนึ่ง
แต่อีกด้านหนึ่งมันไม่รู้จะโผล่มาให้กระอักเอาตอนไหน
เงินเก็บมันก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย
แต่บางช่วงเวลามันก็ขึ้นๆ ลงตามกิเลสอยากได้นั่นได้นี่
บวกๆ + ทุกความเห็นเลย พิมพ์กันยาวๆ อ่านเพลินดีครับ :22:
โอว ปั่นกันกระจุย มีคนตัดหน้าคุณตั้ง 6 คนแน่ะ
ตามประสาหัวหน้าครอบครัว อยากระบาย :52:
ตัวผมหลังจบมาก็บอกได้ว่าผยอง เหมือนไปได้งานมาก็กร้าวเอามันเรียกค่าจ้างสูงมากๆ (ห้าหลักอย่างต่ำ) จนงานเข้ามาก็ไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวจนครึ่งปี ก็เลยเลิกไร้สาระ คิดว่าไปหาออฟฟิตทำดีกว่า
ผมกับเพื่อนอีกคนก็เลยไปเตร็ดเตร่หาออฟฟิตสมัครอยู่ แต่เงินเดือนที่เค้ายื่นเสนอมาให้ไม่ถูกใจมากๆ มันมาตั้งแต่ เก้าพันกว่าไปถึงหมื่นหนึ่งต้นๆ ก็เลยเกิดอาการรับไม่ได้ กับการที่ได้ค่าตอบแทนอันน้อยนิด โดยลืมคำว่าอย่าหมิ่นเงินน้อยไปซะสนิท ก็ไม่ยอมทำงานอีกอยู่ดี เหตุเพราะช่วงนั้นเราคิดแค่ว่า เราสด เรียนมาตั้งครึ่งล้าน ได้แค่นี้เมื่อไหร่จะรวยกัน แต่แล้วเงินที่มีอยู่มันก็เริ่มหมดๆลง ประจวบเหมาะกับ มีเพื่อนที่สนิทอีกคนบอกว่าจะปรับปรุงงานที่บ้าน จะเปิดส่วนออฟฟิตขึ้นมาทำเรื่องแบบเพิ่มเข้าไป ก็เลยตอบตกลงเข้าไปทำงานในออฟฟิตเพื่อน ด้วยเงินเดือนที่พอรับได้หน่อย นั่นคือหมื่นห้า (เยอะกว่าที่อื่นมากมายตรงไหน) ตอนช่วงนั้นใช้จ่ายกับค่าเดินทาง(ที่ค่อนข้างมากอยู่)เพียงอย่างเดียว ก็เลยเห็นว่าเก็บเงินได้มาก เลยไม่ได้มองเผื่อการเปลี่ยนแนวทางการใช้ชีวิตซักเท่าไหร่ อีกทั้งคิดว่าทำไปซักหน่อยแล้วก็หนีไปเรียนเมืองนอกเอาเท่ดีกว่า เผื่อกลับมาอยู่บริษัทใหญ่ๆได้ เพราะเป็นช่วงหลังเลิกกับแฟน มีชีวิตอยู่เพื่ออนาคตตัวเองคนเดียวก็เลยปล่อยเฉื่อยไปเรื่อยๆ
ตลอดเวลาทำงาน สิ่งที่เราได้จากการทำงานก็คือระบบงาน วิธีการทำงานในส่วนต่างๆ วัสดุ ฯลฯ แต่ที่เสียไปเรื่อยๆคือความสดของเราเองนั่นแหละ งานที่ควักหัวออกมา มันกลับโดนบั่นทอนจากเจ้านายที่ เหมือนที่เอาตีนลูกค้าขึ้นมานาบท้ายทอย (หนักกว่ากราบตีนอีกนะครับ) ทำไม่ได้ตัง รีเจ็ค ไม่จ่ายค่าแบบจ่ายแต่ค่าแรงคนงาน แถมไม่สนับสนุนแบบที่ออกไปจนงานเละเทะ ก็เกิดอาการเบื่อระทมที่ไม่มีการเปลียนแปลงอะไรที่ดีขึ้น เงินเดือนไม่ขยับ(เพราะไม่มีกำไร) งานก็เหี่ยวๆ ทะเลาะกับแฟน(กิ้วนั่นแหละ) อีกทั้งเพื่อนที่ชิงตัดหน้าลาออกไปก่อนก็เอางานนอกมาชวนทำ ก็เลยตัดสินใจออกจากงานหลังทำมาเป็นปี เลยมาทำงานนอกที่มีอยู่ จากงานนึงก็เพิ่มเข้ามาๆ ช่วงนั้นค่อนข้างดีใจที่มีงานดีๆเข้ามาให้ทำ(เงินดีด้วย) ก็เลยนั่งทำงานอยู่บ้านไปวันๆ เป็นสภาพคนตกงาน เงินหามาเดือนๆนึงสองหมื่นปลายๆถึงสี่หมื่นกว่าในแต่ละเดือน จนตัดสินใจมีลูก มีเมีย ก็ดีที่ประคับประคองมาได้เรื่อยๆงานหนักบ้าง เพื่อนโยนงานมาให้ทำคนเดียวบ้าง เพื่อนฮุบงานไว้คนเดียวบ้าง ก็เริ่มติดๆขัดๆ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่จัดการอะไรกับเฟิร์มที่ตั้งกันนี่ซักที แล้วช่วงนี้มาอยู่ๆก็โดนลูกค้ายกเลิกงานอีก ก็มีการไร้รายได้บ้าง แพลนที่มีก็มีงานที่มีคนมาให้ทำอยู่อีก และงานประกวดราคาอยู่อีก ก็ยังพอมีทางได้เงินเรื่อยๆ แล้วก็มีจุดลุ้นอยู่เรื่อยๆ มันก็เหมือนเดินไปในทางที่เสี่ยงทางหนึ่ง เพียงแค่ถ้าเราบ้าแล้วก็ขี้แพ้ มันก็คงเละแน่ๆแหละ
มันก็ไม่ใช่ว่าผมจะไม่บ้ากับสถานการณ์เลยซะทีเดียว มันมีบางครั้งที่ความรู้สึกมันหนักจนคิดไม่ออกว่า แบกได้ยังไงกันก็มี แต่ลำพังกลับไปอยู่ออฟฟิตกับเงินเดือนสองหมื่น(หรือแค่เกือบ) แล้วก็ต้องเลี้ยงครอบครัวอีก มันก็เป็นไปไม่ได้ เราอาจจะพยายามใช้เท่าที่มีไป แต่ซักวันมันก็จะไม่พออยู่ดี
ผมคิดว่าความเสี่ยงขึ้นอยู่ กับแต่ละคน แต่ละสถานการณ์ แต่ละไครทีเรีย ใช่ว่าคนทุกคนจะเลือกในแบบทางเดียวกันได้ หากวันนี้ล้ม แล้วไม่ลุก เราก็ไม่ไปไหน วันนี้ลุก ก้าวมั่นกว่าเดิน ไม่คิดหรือว่าอีกก้าวต่อไปเลย มันจะล้มแล้วเท้าพลิกเลย ไม่มีอะไรที่เสียงและไม่มีอะไรที่ไม่เสี่ยง
สำหรับผมแล้ว คนที่ว่างงาน กินฟรีแลนซ์ หรือ กินแกลบอยู่ มันอาจจะเป็นวันที่ลุกขึ้นมาเดินใหม่ก็ได้ หรือ อาจจะต้องนั่งอยู่รอสบัดข้อเท้าแล้วค่อนลุกไปวิ่งต่อทีหลังก็เป็นได้ ถามตัวเองดีที่สุด ถามคนอื่นก็เท่านั้น มันยังไม่ได้เรื่องเลย จะไปสอนอะไรตัวเราเองได้
ปล. พ่อผมเคยอยู่บ้านเลี้ยงลูกเพิ่งคลอด(น้องชายผม) สามปีเต็มโดยทำอะไรไม่ได้เลย จนวันนึงมันก็มีทางให้พ่อผมหาตังส่งผมเรียนจบอยู่ดี
ปอ. จริงๆผมอยากกลับไปขายสัตว์มากกว่าเป็นมัณฑนากรนะ :30:
ทุกวันนี้ต้องออกค่าใช้จ่ายเองหมด :05:
(แม่ชอบแกล้งทำเป็นลืมเวลาลูกไม่ยอมทวงตังค์ แล้วก็ไม่ทักให้เราลืมอยู่นั่นแหละ :11:)
คือแอบเป็นเด็กแก่แดดแก่ลมมากไปหน่อย
ด้วยความเล่นคอมเยอะมากจนหาทางหาตังค์ให้ตัวเองได้ระดับนึง
งานหลักผมก็งานเดียวกับงานเสริมของพี่โอ้เอ้อะครับ
(ให้บริการ web hosting แต่แถมพ่วงบริการ ดูแลระบบ server เข้ามาด้วย)
ระยะเวลาให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
ตีสองตีสามเจ็ดแปดโมงเช้าเว็บมีปัญหาก็ต้องตื่นมาแก้
ลูกค้าโทรมาตอนเช้าก็ต้องตื่นมานั่งเบลอๆ แก้ไขให้ตลอด
(โคตรเกลียดเลยเวลาโทรมาตอนประมาณแปดโมงนี่ เพิ่งได้นอน :05:)
แถมด้วยงานโฆษณาอีกนิดๆ หน่อยๆ (ไม่ใช่ spam mail แน่นอน)
ซึ่งได้มากน้อยก็ขึ้นกับความขยันของตัวเอง ขยันมากก็ได้มาก ขี้เกียจก็ได้น้อยลงไป
ข้อดีของอาชีพพวกนี้ก็อย่างว่าแหละครับ
ความอิสระที่ได้มาสูงปรี๊ดมากๆ มากกว่าอาชีพอื่นเยอะ
แต่ช่วงนี้เริ่มคิดถึงความแน่นอนบ้างเหมือนกัน เพราะให้อยู่ลอยไปวันๆ คงไม่ได้
ไหนจะต้องหาตังค์ใช้เอง แถมเผลอๆ ต้องช่วยทางบ้านด้วย
ตังค์เก็บที่เคยกันเอาไว้เผื่อยามฉุกเฉินเลยเกลี้ยงเลย :05:
ไม่งั้นก็ไปจ๊ะเอ๋กันที่กระบี่แล้วยังดีที่ค่าใช้จ่ายผมไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่
ถ้าไม่นับค่าหอก็คือไม่ไปผ่อนอะไรอยู่ทำให้ค่าใช้จ่ายรายเดือนน้อย
เหลือแต่ค่ากิน เลยพอมีตังค์เก็บบ้างตามโอกาส
อ้างคำพูดจาก: 8e88 เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 03:29 น.
แรกๆที่ออกจากงานประจำมาใหม่ๆช่วงสัก 3-4 ปีก่อน ไม่ใช่ว่าตั้งใจอยากจะมาทำ Freelance หรอก
แต่เป็นเพราะช่วงนั้นเซ็งเจ้านายเก่ามากๆ เริ่มแบกรับภาระจากผู้บริหารที่เอาแต่ใจไม่ไหว
เลยต้องทิ้งเงินเดือน 2 หมื่นกว่าในตอนนั้นออกมาตั้งหลักใหม่ ..... ซึ่งไอ้ระหว่างที่ออกมามันก็มีงานเข้ามาเรื่อยๆ มีโอกาสใหม่ๆเข้ามา
ก็เลยไม่ได้กลับไปทำงานประจำสักที ....ปัจจุบันเงินต่อเดือนก็ใช่ว่าจะได้เท่ากับหรือมากกว่าเงินเดือนประจำที่เคยได้ไปซะทุกเดือน
แต่สิ่งที่คุ้มค่าก็คือไม่ต้องเครียดกับผู้คนรอบข้าง ....มีเวลาดูแลและคุยกับแม่มากขึ้น และมีเวลาเรียนรู้ชีวิตมากขึ้นด้วย
ไปเที่ยวยาวๆในช่วงที่ไม่ใช่เทศกาล (มีความสุขสงบโคตรๆ), ดูบอลดึกๆแล้วตื่นสายได้, นั่งกินเบียร์ไปทำงานไป, เข้าส้วมเพื่อคิดงานนานๆ,
เซ็งจัดๆก็ออกไปยืนอ่านหนังสือตามร้าน B2S, Se-Ed ได้เป็นชั่วโมงๆ, ไปเดินดูงานศิลปะตาม Gallery ได้ไม่ยั้ง
....และที่สำคัญก็คือมีเวลาแบ่งตัวเองจากงานเลี้ยงชีพ ไปทำงานส่วนตัวที่อยากทำมานาน ซึ่งตอนนี้คิดว่ามันคุ้มแสนคุ้ม เพราะทำได้ ณ จุดๆนึงแล้ว เคยฝันเอาไว้แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ ....ซึ่งถ้าอยู่ในวังวนการทำงานประจำ คงไม่มีเวลาและโอกาสในการทำอะไรที่หวังไว้ได้แบบเต็มที่
ผมคิดว่าชีวิตมันก็แค่นี้ การใช้ชีวิตให้คุ้มค่า แค่ได้ทำอะไรที่ฝันไว้แล้วได้ทำ มันเป็นสิ่งที่คนทุกคนอยากทำก่อนที่จากตายจากโลกนี้ไป ซึ่งน้อยคนที่จะมีโอกาส แต่คนทำอาชีพอิสระมักจะยอมแลกมันกับความมั่นคงในงานประจำ
แต่ถ้ามองเรื่องข้อเสียแล้วมันก็มีไม่น้อย ....นั่งคิดอยู่บ่อยๆว่าต่อไปถ้าแก่ตัวแล้วยังไม่มั่นคงเหมือนในอย่างปัจจุบัน จะทำยังไง ....เกิดอยู่ๆล้มป่วยหนัก เป็นโรคร้ายจะเอาเงินที่ไหนมารักษาตัวเอง ...เพื่อนๆบางคนมันทำงานได้เงินเดือน 4-5 หมื่น ก็อิจฉามันอยู่เหมือนกัน บางครั้งก็มองว่าถ้าเราทำงานประจำอยู่ก็คงจะได้เงินเดือนเท่ากับมันไปแล้ว ไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องกังวล .... แต่ก็อย่างที่เขาว่ากันไว้ว่า ยิ่งสูง ยิ่งหนาว .... มีรุ่นพี่ รุ่นน้าๆ บางคนที่รู้จัก ทำงานประจำ เงินเดือนสูง อยู่ดีๆโดนปลดกลางอากาศตอนอายุ 40 ....หางานใหม่ก็ยากแล้วในวัยนี้ แถมไม่เคยคิดวางแผนที่จะทำธุรกิจส่วนตัว, รถก็ยังส่งไม่หมด, บ้านก็พึ่งผ่อน .... แล้วไหนจะลูกเมีย ...มันก็เคว้งไม่ใช่น้อยกับการเริ่มต้นอะไรใหม่หมด โดยที่ไม่ได้เตรียมพร้อมเลย
ทุกอย่างมี 2 ด้านครับ คิดได้อย่าไปเครียดกับมันมาก ชีวิตมันมีหนทางไปของมันเองนั่นแหล่ะ
ชอบจัง :22:
ทุกวันนี้ยังมีความสุขกับงานที่ทำดีอยู่ครับ
ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ แล้วก็ไม่ต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ
สบายใจดี แถมได้ตังค์ใช้ด้วย
ปล. ค่าเทอมหมื่นห้า :05: โอวววว แสรดดด จะหาตังค์ทันมั้ยเนี่ย
ไอซ์นี่โึคตรเจ๋งเลยนะ มีของอยู่กับตัว
รู้สึกเลยว่าถ้าเกิดวันนึงอยู่ดีๆ มีงบมาสักก้อน
เพื่อขยายขีดความสามารถของธุรกิจตัวเองได้นี่ ก็คงเลิกห่วงเรื่องเงินได้เลย
ส่วนของเอกที่เรียกว่างานฟรีแลนซ์นี่ ตูว่าไม่ใช่การตกงานหรอก
ฟรีแลนซ์มันก็เป็นสาขาหนึ่งของงาน ที่ตูก็กะจะยึดเอาเป็นงานหลักไปจนกว่าจะเจอทางตัน (ตอนนี้ยัง)
ยิ่งเป็นงานสายไอที หรือสายออกแบบด้วยแล้วก็ยิ่งดีใหญ๋เลย ตลาดในไทยมันยังกว้างมากๆ
(คนไทยตอนนี้ใช้เน็ตกันแค่ 11% นะ แสดงว่าเรายังมีลูกค้าในอนาคตรออยู่อีกตั้ง 89%!!)
เออ ขอถามตาลสักหน่อยดิ๊ ว่าตอนนี้เดือนนึงๆ มีเวลาว่างเยอะไหม
ถามไว้เป็นคำตอบให้กับน้องๆ ที่ทำท่าจะมาเป็ฯแอร์กี่กันตั้งหลายคน
ตอบพี่แอน.
ของเอเชียน่านะ ของสายการบินอื่นตูไม่แน่ใจ
ถ้านับเอาแต่วันทำงานก็แค่เดือนละ 10-14 วัน (เท่ากับ 5-7 ไฟลท์)
นอกนั้นคือวันหยุด แต่แบ่งเป็นวันหยุดที่เมืองไทย 8 วัน ที่อื่นๆประปรายกันไป
ในวันหยุดก็คือวันว่าง จะทำอะไรก็ได้ เพื่อนๆตูก็มีรับเอางานมาแปล
เพื่อนตูคนนึงอยู่สายการบินจอแดน เรียนป.โทไปพร้อมกันด้วย
อย่างตูก็มีเวลาว่างพอที่จะมาดูร้านในเน็ตของตัวเองได้เกือบทุกวัน
ถือว่าเป็นงานที่มีเวลาว่างมากอีกงานหนึ่งเหมือนกัน
แต่ว่างไม่ค่อยได้ตรงอย่างใจตัวเอง
เพราะบางครั้งในวันสำคัญๆ เราก็ไม่ได้หยุดได้อย่างใจ
ไอ้วันที่ได้หยุดก็อาจจะเป็นวันที่ชาวบ้านเค้าไม่ได้หยุดกัน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากมีวันสำคัญอะไรสามารถขอวันหยุดไว้ล่วงหน้าได้
แต่ต้องขอล่วงหน้าสองเดือนน่ะ
แสดงว่ายังคงเป็นอาชีพที่น่าอิจฉาเหมือนเดิม
ไอ้เรื่องว่างตรงใจหรือไม่ตรงใจนั่น คงไม่ใช่ปัญหาหรอกมั้ง
เพราะถ้าเทียบกะงานแนวอื่นๆ เขาก็บังคับวันว่างกันแทบจะไม่ได้เหมือนกัน
แถมได้เที่ยวตลอดด้วย :07:
ทำไมตูไม่เกิดมาสวยเอ็กซ์มั่งวะ
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 03:37 น.
อ๊ะ นี่ฟร้อน.คอมกลายเป็นเว็บคนแก่ผปลัดกันบ่นไปแล้วรึ
อะไรกัน ตรูยังหนุ่มยังแน่น :07:
ตูไม่สวยไม่เอ๊กซ์ แต่เครื่องสำอางช่วยได้ :27:
เอาจริงๆคนที่อยากจะมาเป็นแอร์ฯนะ
ขอแค่ให้คุณสมบัติตรงกับที่สายการบินเค้าต้องการพอ
ที่เหลือไปเพิ่มเสริมเติมแต่งเอา
ตูยุไอ้จร๋อย.ให้มันไปสมัครอยู่ทุกวันตอนเรียนจบ
เพราะวันนึงตูนั่งกินข้าวอยู่ที่ S&P สุวรรณภูมิ เจอแอร์ฯเอมิเรตคนนึง
หน้าเหมือนไอ้จร๋อย.โคตรๆ แต่เป็นเวอร์ชั่น แต่งหน้าทำผมมาแล้ว
จริงๆทำงานที่เอเชียน่ามันก็ดีแหละนะ ไม่ใช่ว่าไม่ดี
แต่ข้อเสียก็อย่างที่ตูแพล่มไปด้านบนนั่นแหละ
ในส่วนของพวกวันสำคัญที่เราไม่ได้หยุด เค้าก็ปรับมาเป็นวันหยุดประจำปี
ที่เราสามารถขอหยุดเพิ่มได้ปีละ 23 วัน
สมมติเดือนนึง หยุด 8 วัน ขอวันหยุดเพิ่ม 7 วันเป็น 15 วัน มันก็ได้
เวลาไปนอนต่างประเทศส่วนมากโรงแรมจะค่อนข้างดี
อย่างซิดนีย์นอน Four Season เดลี นอน แชงกลีล่า
Novotel, Hilton, Hyatte ตลอด นอนห้องละคนทุกที่ไม่มีแชร์ห้อง
วันหยุดจะไปไหนก็ได้ตามสบาย แต่ต้องกลับมาบินให้ได้ก็พอ
พ่อแม่ สามี พ่อแม่สามี ขอตั๋วฟรีได้ปีละครั้ง นอกนั้นก็เป็นส่วนลดกันไป
สามารถซื้อตั๋วของสายการบินอื่นในราคาลดลง 25% 50% 75% 90% ก็ได้ แต่แล้วแต่สายการบินเค้าตกลงกันด้วย
เงินเดือนไทยรวมค่าบินแล้ว เฉลี่ยอยู่ที่ 22000-29000
เงินเบี้ยเลี้ยง ตกอยู่ที่ 600-900$
เงินค่ารถเวลากลับบ้านเที่ยวละ 400 บาทไทย (น้อยมาก)
ถุงน่องเบิกได้ทุกๆ 3 เดือน ครั้งละ 9 คู่
แลกเงินตามธนาคารเกาหลีจะได้เรตดีกว่าคนอื่น
นับข้อดีได้หลายข้อ แต่เวลาทำงานนี่เหนื่อยขาดใจ
อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้โดดเดี่ยว..
แอ้กำลังมีปัญหาเรื่องงานเหมือนกัน ก็คือต้องหางานใหม่ให้ได้ภายในสิ้นเดือนเมษา
งานสายแอ้หาไม่ยาก แต่หาดีๆ ยาก
ชีวิตนี้ก็รู้ตัวนะคะ ว่าไม่สามารถเป็นลูกจ้างเค้าได้ตลอดชีวิต
แต่ 8 ปีที่ทำงานมา ยังคงเป็นแบบพนักงานบริษัท แต่แอบไปสร้างกิจการเล็กๆ ซึ่งยังเลี้ยงตัวเองไม่ได้
ตระเตรียมรอไว้บ้าง.. ยอมรับว่าใจยังไม่ถึงค่ะ สละความเป็นอิสระ แต่ได้ความมั่นคงกลับมา ยังเป็นสิ่ง
ที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยกว่าอยู่ดี .. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตามความเข้าใจของตัวเองนะคะ แหล่งเงินทุนแหล่งใหญ่
ในการหมุนเวียนในธุรกิจก่อสร้างคือรัฐบาล โครงการใหญ่ๆ ทั้งหลายเป็นของรัฐ นอกจากจะ connectiion
และ credit ดีจริงๆ ถึงจะสามารถรับงานเอกชนโครงการที่ใหญ่มากๆ ได้ ในระบบนี้ เมื่อมีการจ้างก่อสร้าง
ก็จะเกิดการซื้อวัสดุ จ้างค่าแรง จ้างพนักงาน เช่าเครื่องจักร ใช้น้ำมัน จ่ายค่าใช้จ่ายบนโต๊ะใต้โต๊ะข้างโต๊ะ
ซึ่งทั้งหมดนี้แหละ เป็นกำลังที่ผลักดันให้ฟันเฟืองมันหมุนไป ระยะนี้งานก่อสร้างมีปัญหา แอ้ก็ไม่ทราบ
เบื้องลึกว่าเป็นยังไง แต่เจ้าของงานที่เป็นรัฐบาลเนี่ยแหละ ที่มีการประวิงเวลา ไม่จ่าย payment บางโครงการ
มีการลือกันว่า หน่วยงานนั้นๆ ไม่มีจ่ายแล้วบ้างก็มี
ระยะนี้บริษัทรับเหมาก่อสร้างปั่นป่วนหมดเลยค่ะ ส่วนหนึ่งที่สามารถอยู่ได้มั่นคงดี คือกลุ่มที่รับงานเอกชนจาก
ต่างประเทศ หรือในประเทศที่ทุนหนา อีกส่วนคือมีทุนสำรองของตัวเอง ส่วนบริษัทที่ไม่มีเงินทุนในกระเป๋า
รอให้เงินมันหมุนมาเองตามรอบ เมื่อเกิดปัญหาชะลอการจ่ายค่างาน ก็จะชะลอการจ่ายค่าจ้างพนักงานไปด้วย :05:
เล่าเรื่องน่าเบื่อเยอะไปหน่อยค่ะ อยากเล่าให้ฟังน่ะ แอ้อยู่ในวงการนี้มานาน จนอยากจะลาออกไปปลูกอ้อยแล้วค่ะ
คิดว่าคงไม่ลำบากไปกว่ากันเท่าไหร่ :22:
สรุปสถานะปัจจุบันนี้สำหรับตัวเองคือ หางานให้ได้ภายในสิ้นเดือนเมษายน ไม่งั้นล่ะก็ แม้แต่อ้อยก็อย่าหวังจะได้ปลูก :35:
หลังจากนั้น คงหาลู่ทางทำกิจการเป็นของตัวเอง เล็กๆ ก็ได้ ขอให้ได้เป็นนายตัวเอง อยากหยุดวันไหนก็หยุด อย่างที่ยักษ์แอนบอก
คงจะมีความสุขไม่น้อยนะคะ
ใครที่กำลังหางานก็ ยังมีเพื่อนอยู่ตรงนี้อีกคนค่ะ
ี้มีนัดสัมภาษณ์งาน 3 ที่ ตั้งแต่ 10 โมง ถึง 5 โมง เหนื่อย หนักใจ ที่ต้องไปตีหน้าบอกเค้าว่าเราทำอะไรได้บ้างไม่ได้บ้างอยากทำงานอิสระ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ตอนทำงานอยู่มีมาจ้างเหมือนกันแต่ส่วนใหญ่จะโดนโกงหรือทำงานเกินเงิน ที่จะไปสัมภาษณ์มีที่หนึ่งสนใจเรามากๆแต่ก็อยู่ไกลมากๆ ทีที่ใกล้ๆก็ไม่ได้ออกแบบเว็บแต่ให้ไปดูแลเว็บบริษัทเค้า แถมทุกที่ทำงานวันเสาร์ด้วย
:05: เหนื่อยนะการทำงาน6วันต่อสัปดาห์ แต่ทำไม่ชอบเปิดหันจังเลย ฮื้อ ช่วยอวยพรผมด้วยนะไปอาบน้ำสัมภาษณ์งานละ
สวัสดีผม ระจัน
ผมทำงานประจำ(คือพนักงานบริษัท)
ณ ที่ที่ทำงานอยู่นี่นับถึงวินาทีนี้ ผมอยู่มา 15 หรือ 16 ปีแล้ว
(เป็นพนักงานคนที่ 369 ตอนนี้พนักงาน 3500+ แล้ว)
ผมไม่รักอิสระหรือ ปล๊าว!!! แต่ผมต้องมีคนบังคับ
ถ้าไม่บังคับ ผมไถลลิ้วกิ้วแหง คือขี้เกียจมากๆๆ
และผมสามารถมาทำงานเช้าตอกบัตรเย็นตอกบัตรได้แบบไม่ทุกข์ร้อนเลย
แต่... ณ ระหว่างสิ่งที่ใครมองว่าจำเจ นี้ ผมคิด(เอาเอง- -อาจจะเป็นการหาข้อดีของสิ่งที่ฉันเป็น)
คือ ได้เจอผู้คนเยอะไปหมด ได้มีปฏิสัมพันธ์แบบหาไม่ได้ถ้าไม่ได้มาทำงาน
ส่วนสิ่งที่ฝันก็เอามาทำนอกเหนือจากสิ่งที่ทำประจำเป็นประจำ
เสาร์อาทิตย์ว่างนักก็เอามาทำโรงเรียน
กลางคืนนอนมากไปเสียเวลาเอามาเขียนหนังสือ
ผมถามตัวเองตลอดว่าเราทำอะไรได้อีก หรืออยากทำอะไรอีก
แล้วรอเวลาเดี๋ยวก็ได้ทำถ้าเราอยากตลอดเวลา อย่าหยุด
ระหว่างอยาก ระหว่างคิดผมไม่รู้หรอกว่าผมจะได้ทำอะไรเมื่อไหร่
แต่มันต้องได้ทำ ผมเชื่อเท่านี้เอง แล้วชีวิตผมก็ดำเนินมาตามภาวะ
ไปตามวิถีทางของมัน
ผมเริ่มงานครั้งแรกระหว่างเรียนเงินเดือน 600 บาท
ทำกับแฟนสองคน เป็นพนักงานแต่งปูนปลาสเตอร์รูปจำลองสถานที่สำคัญ
แล้วก็ไปลงสีตุ๊กตาเซรามิก ของ อาจารย์ ปัญญา ปรีดาจันทร์(นักเขียน วาดรูป วรรณกรรมเยาวชน)
ได้ตัวละ 15 บาท ผมลงสิบวันได้สองตัวเพราะฝีมือไม่ดีโดนแก้ทุกครั้ง
แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ผมได้แน่นอนคือวิธีการทำเซรามิกทั้งหมด
หรือการแต่งปูน เงินน้อยผมได้แน่นอนคือกระบวนการ หล่อ ทำพิมพ์ทั้งหมด
นั้นคือเรื่องที่ผ่านไปในชีวิต
งาน?
ผมสนุก สิ่งใดสนุกก็พอแล้ว ไม่สนุกก็เลิก
เงิน?
ผมรู้สึกตัวเองและครอบครัว พอถูไถ ได้กินอิ่มทุกมื้อ ที่ก็มีแนวทางที่ดี
อยากรวยมั๊ย! อยาก แต่อยากสุขไปด้วย รวยช้าก็ได้
ความหวัง?
ก็ยังอยากทำโน่นทำนี่ตลอด คือมีหวังทุกวินาที
อนาคต?
อันนี้ไม่รู้ รู้แต่ได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ
ได้เล่นไปด้วย และให้คนที่เรารักพอใจ
มีคนเคยบอกว่า
ถ้าเราได้ทำงานที่เราชอบ
ชีวิตเราก็เหมือนไม่ได้ทำงานตลอดชีวิต
อ้างคำพูดจาก: พันเอก เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 08:39 น.
ี้มีนัดสัมภาษณ์งาน 3 ที่ ตั้งแต่ 10 โมง ถึง 5 โมง เหนื่อย หนักใจ ที่ต้องไปตีหน้าบอกเค้าว่าเราทำอะไรได้บ้างไม่ได้บ้างอยากทำงานอิสระ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ตอนทำงานอยู่มีมาจ้างเหมือนกันแต่ส่วนใหญ่จะโดนโกงหรือทำงานเกินเงิน ที่จะไปสัมภาษณ์มีที่หนึ่งสนใจเรามากๆแต่ก็อยู่ไกลมากๆ ทีที่ใกล้ๆก็ไม่ได้ออกแบบเว็บแต่ให้ไปดูแลเว็บบริษัทเค้า แถมทุกที่ทำงานวันเสาร์ด้วย
:05: เหนื่อยนะการทำงาน6วันต่อสัปดาห์ แต่ทำไม่ชอบเปิดหันจังเลย ฮื้อ ช่วยอวยพรผมด้วยนะไปอาบน้ำสัมภาษณ์งานละ
ขอให้ได้นะพี่บ่าว :12:
อิสระอยู่ในใจ
นี่ทำงานเอแบคมา 10 ปีแล้วครับ นานนะ ถ้าจะให้เทียบกับ
ลักษณะนิสัยของผม คือผมไม่ชอบอะไรที่มันไฮโซน่ะครับ
เข้าเอแบควันแรกๆ ก็นั่งคิดอยู่ว่า กูจะอยู่กับสังคมไฮโซนี่
ได้มั้ยวะ?
ขวบปีแรก ผมทำตัวไม่ถูกนะ ว่าจะไฮโซตามสถานที่ดี
หรือเป็นตัวเราดี ประมาณว่าจะกินอะไรดีวะ จะแต่งตัวไงดีวะ
แต่ผมมาได้คำตอบเอาช่วงปลายปีจากเพื่อน พี่ ร่วมงานครับ
เกิดบังเอิญได้เพื่อนร่วมงานที่ดี มีความเป็นกันเองอย่างมหาศาล
เป็นคนดี ที่บอกว่าที่นี่ ไม่ใช่ไฮโซ อย่าไปโก้ตาม...
ผมเลยสลัดเอาคราบนั้นออก แล้วก็กลับมาเป็นผมคนเดิม ไว้ผมยาว
กางเกงยีนส์ เสื้อ shop รองเท้าผ้าใบ ทำงานแล้วสบายใจขึ้นเยอะ
10 ปีผ่านไปแล้วนะ ผมย้ายจากวิทยาเขตหัวหมาก มาชนบางนา
หัวหมากอยู่มา 7 ปี แล้วมาสิงอยู่บางนานี่ 3 ปีกว่าๆ แล้ว ทุกอย่างเหมือนเดิม
ในตัวผมนะ
ที่ทำงานเปลี่ยนใหม่ เพื่อน พี่ คนใหม่ แต่ทัศนคติในที่ทำงานผม ยังเหมือนเดิมเมื่อ
7 ปีที่แล้ว
เรื่องงาน : ผมรักงานกุลีแบกกระดาษ แบกความคิดแบบนี้ครับ มันได้ปล่อยดี
ยิ่งอยู่บางนา เรารับงานเองโดยตรงจากอาจารย์ ไม่ต้องผ่านใคร ยิ่งมัน
เรื่องเงิน : ผมรวยแล้ว จริงๆ อย่างที่เคยบอกไว้นะ คิดจะเก็บน่ะมีบ้างครับ ไม่ใช่เที่ยวกระจุย
แต่จะให้ไม่ใช้เลยนั่น ไม่ใช่ผมล่ะ
เรื่องอนาคต : กับการทำงานและการใช้ชีวิตนะ ผมอยากออกไปอยู่ไร่ อยู่สวน
เลี้ยงหมา เลี้ยงปลา ปลูกผัก ฯลฯ แต่ยังไม่เต็มที่กับชีวิตการทำงานพอ อยู่ตรงนี้ให้แน่นก่อนดีกว่า
ชอบจู๋นี้จัง :22:
ผมคงเหมือนพี่โอ๋ ที่ต้องมีคนมาบังคับไม่งั้นก็คงเถลไถลไปแน่ๆ
ไม่ได้ติดขัดนะที่ต้องตื่นเช้ามาทำงาน ตกเย็นกลับบ้านเป็นกิจวัตร
เวลาที่เหลือก็มีเวลาไปดูหนังฟังเพลงกินข้าว หาความสุขใส่ตัวเล็กๆน้อยๆได้
อาจจะเป็นความโชคดีด้วยแหละครับ ที่ไม่ต้องลำบากส่งเสียที่บ้านมากนัก
ก็เลยไม่ขัดสนเรื่องเงินเท่าไหร่ ได้มาก็จ่ายไป ผมถือว่ามันเป็นเงินจากน้ำพักน้ำแรงของเรา
เงินเก็บตอนนี้ยังมีไม่ีเยอะ แต่ก็พยายามเก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อยๆ
อยากได้อะไรก็เก็บตังซื้อเหมือนตอนเรียนทำให้เงินเก็บระยะยาวยังไม่งอกเงยเท่าไหร่ :41:
ก็วางแผนไว้หาทางทำเงินด้านอื่นๆด้วยเผื่อได้เป็นเงินเก็บในอนาคต
ชีวิตการทำงานผมก็สุขดีตามแบบของผม แต่ก็มีบ้างเวลาไม่ได้เที่ยวอย่างตอนเรียน
ต้องรอวันหยุดตามเทศกาลที่คนเยอะๆ แต่ผมก็เลี่ยงนะ อย่างสงกรานต์ก็อยู่กรุงเทพสบายใจ
ปีใหม่ค่อนลายาวๆกลับบ้านก่อนคนอื่นสักอาทิตย์นึง หาเวลาไปพักผ่อนตามแต่เวลาที่เรามี
ปรับตัวเข้ากับเวลาที่มันมีจำกัดให้ใช้ได้สบายๆ ไม่ยึดติด ไม่ซีเรียส
ทำงานที่นี่ผมอยากลาก็ลา ถึงสิ้นปีผลการประเมินพนักงานมันจะไม่ค่อยดี
และมีผลต่อการขึ้นเงินเงินเดือนแค่4-5ร้อย ซึ่งมันก็ไม่เท่าไหร่ผมยอมแลกกับความสุขที่ได้มากกว่า
ผมว่ามาทำงานเอาประสบการณ์มากกว่า มาเรียนรู้โลกของธุรกิจ เรียนรู้ในห้องสมุดที่มีชีวิตจริงๆ
เรียนรู้ที่จะอยู่กับคน ตอนแรกๆก็รับไม่ค่อยได้กับพฤติกรรมบางอย่างของคนที่นี่นะ
แต่คิดซะว่ามันไม่ใช่ผม ผมอยู่แบบของผมไปไม่เดือดร้อนใครก็พอแล้วละ
ปรับตัวและทำใจ เคารพกับคนที่ผมมองเห็นว่าดี ส่วนใครที่ไม่ดีผมก็เฉยๆ แค่อย่ามาทำให้ผมเดือดร้อนก็พอ
ผมคิดนะว่าหนทางทำเงินนั่นมีอีกเยอะ แต่หนทางที่จะได้ประสบการณ์แบบนี้น่ะมีน้อย
ผมว่าตอนสมัครงานผมเลือกเลยนะ ลิมิตทำประจำแค่5วันเท่านั้น
ขอให้ได้หยุดเสาร์อาทิตย์เหมือนคนอื่นๆเขาก็พอแล้วละ
แต่ก็ต้องคอยคุมตัวเองว่าวันอาทิตย์อย่าเผลอไปทำอะไรหนักๆ เดี๋ยวันจันทร์มาทำงานไม่ได้ :52:
ด้วยอายุงานแค่8เดือน ยังคิดว่างานสายนี้ยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะมากๆ
แต่อนาคตต่อไปอาจไม่ได้คิดแบบนี้ก็ได้ ใครจะรู้
:30:
ขยันเข้าหน่อยก็ไม่อดตาย เหมือนที่พี่แอนบอกว่า ประเทศไทยยังมีลูกค้าในอนาคตรออยู่อีกตั้ง 89%
อ้างคำพูดจาก: โต เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 09:23 น.
ชอบจู๋นี้จัง :22:
ผมคงเหมือนพี่โอ๋ ที่ต้องมีคนมาบังคับไม่งั้นก็คงเถลไถลไปแน่ๆ
ไม่ได้ติดขัดนะที่ต้องตื่นเช้ามาทำงาน ตกเย็นกลับบ้านเป็นกิจวัตร
เวลาที่เหลือก็มีเวลาไปดูหนังฟังเพลงกินข้าว หาความสุขใส่ตัวเล็กๆน้อยๆได้
อาจจะเป็นความโชคดีด้วยแหละครับ ที่ไม่ต้องลำบากส่งเสียที่บ้านมากนัก
ก็เลยไม่ขัดสนเรื่องเงินเท่าไหร่ ได้มาก็จ่ายไป ผมถือว่ามันเป็นเงินจากน้ำพักน้ำแรงของเรา
เงินเก็บตอนนี้ยังมีไม่ีเยอะ แต่ก็พยายามเก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อยๆ
อยากได้อะไรก็เก็บตังซื้อเหมือนตอนเรียนทำให้เงินเก็บระยะยาวยังไม่งอกเงยเท่าไหร่ :41:
ก็วางแผนไว้หาทางทำเงินด้านอื่นๆด้วยเผื่อได้เป็นเงินเก็บในอนาคต
ชีวิตการทำงานผมก็สุขดีตามแบบของผม แต่ก็มีบ้างเวลาไม่ได้เที่ยวอย่างตอนเรียน
ต้องรอวันหยุดตามเทศกาลที่คนเยอะๆ แต่ผมก็เลี่ยงนะ อย่างสงกรานต์ก็อยู่กรุงเทพสบายใจ
ปีใหม่ค่อนลายาวๆกลับบ้านก่อนคนอื่นสักอาทิตย์นึง หาเวลาไปพักผ่อนตามแต่เวลาที่เรามี
ปรับตัวเข้ากับเวลาที่มันมีจำกัดให้ใช้ได้สบายๆ ไม่ยึดติด ไม่ซีเรียส
ทำงานที่นี่ผมอยากลาก็ลา ถึงสิ้นปีผลการประเมินพนักงานมันจะไม่ค่อยดี
และมีผลต่อการขึ้นเงินเงินเดือนแค่4-5ร้อย ซึ่งมันก็ไม่เท่าไหร่ผมยอมแลกกับความสุขที่ได้มากกว่า
ผมว่ามาทำงานเอาประสบการณ์มากกว่า มาเรียนรู้โลกของธุรกิจ เรียนรู้ในห้องสมุดที่มีชีวิตจริงๆ
เรียนรู้ที่จะอยู่กับคน ตอนแรกๆก็รับไม่ค่อยได้กับพฤติกรรมบางอย่างของคนที่นี่นะ
แต่คิดซะว่ามันไม่ใช่ผม ผมอยู่แบบของผมไปไม่เดือดร้อนใครก็พอแล้วละ
ปรับตัวและทำใจ เคารพกับคนที่ผมมองเห็นว่าดี ส่วนใครที่ไม่ดีผมก็เฉยๆ แค่อย่ามาทำให้ผมเดือดร้อนก็พอ
ผมคิดนะว่าหนทางทำเงินนั่นมีอีกเยอะ แต่หนทางที่จะได้ประสบการณ์แบบนี้น่ะมีน้อย
ผมว่าตอนสมัครงานผมเลือกเลยนะ ลิมิตทำประจำแค่5วันเท่านั้น
ขอให้ได้หยุดเสาร์อาทิตย์เหมือนคนอื่นๆเขาก็พอแล้วละ
แต่ก็ต้องคอยคุมตัวเองว่าวันอาทิตย์อย่าเผลอไปทำอะไรหนักๆ เดี๋ยวันจันทร์มาทำงานไม่ได้ :52:
ด้วยอายุงานแค่8เดือน ยังคิดว่างานสายนี้ยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะมากๆ
แต่อนาคตต่อไปอาจไม่ได้คิดแบบนี้ก็ได้ ใครจะรู้
:30:
ขยันเข้าหน่อยก็ไม่อดตาย เหมือนที่พี่แอนบอกว่า ประเทศไทยยังมีลูกค้าในอนาคตรออยู่อีกตั้ง 89%
เหมือนโตและลุงโอ๋เลยครับ :22:
จริงๆ ถ้าไม่ทำงานได้ก็ไม่อยากจะทำเลยนะเนี้ย ดันติดที่ต้องส่งเงินกลับบ้าน
อยากไปเที่ยวสบายๆ หยุดเท่าไหร่ก็หยุด
เหมือนเหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ ลาไปพักร้อนกระบี่ โดนเรียกตัวกลับกระทันหัน อดกินโรตีแกงเลย :22:
รอเก็บประสบการณ์ อยู่ครับ
แล้วจะไปทำงานทุกที่ที่มี wifi :52:
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 09:56 น.
เหมือนโตและลุงโอ๋เลยครับ :22:
จริงๆ ถ้าไม่ทำงานได้ก็ไม่อยากจะทำเลยนะเนี้ย ดันติดที่ต้องส่งเงินกลับบ้าน
อยากไปเที่ยวสบายๆ หยุดเท่าไหร่ก็หยุด
เหมือนเหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ ลาไปพักร้อนกระบี่ โดนเรียกตัวกลับกระทันหัน อดกินโรตีแกงเลย :22:
รอเก็บประสบการณ์ อยู่ครับ
แล้วจะไปทำงานทุกที่ที่มี wifi :52:
อันตรายจะตายอย่าไปเลย :37:
ส่วนตัวทำงานออฟฟิศมาก็ราวๆ 4-5 ปี แล้ว
เปลี่ยนงานมา 2 ครั้ง ปัจจุบันเป็นที่ที่ 3
การจะหางานสำคัญเลยก็ต้องทำงาน 5 วันนะ
อย่างน้อยขอซัก 2 วัน เป็วันส่วนตัวมั่ง ซึ่งทั้ง 3 ที่ก็เป็นแบบที่ว่า
ที่เปลี่ยนจากที่แรก ก็เพราะว่า รู้สึกว่างานที่ทำมันไม่คุ้มค่ากับเงินเดือนที่ได้ สวัสดิการก็ :01: (ที่แรกสตาร์ท 10K)
ทำไปผ่านโปรปรับเป็น 11K แล้วก็แหง็กอยู่อย่างงั้นมา 2 ปี เริ่มเบื่อหน่าย รู้สึกว่าไม่คุ้ม แค่ค่ารถ ค่าน้ำมันก็จะตายแล้วเดือนนึง
แล้วเพื่อนที่สนิทกัน ก็มาชวนไปทำงานที่ที่มันทำอยู่ ก็ตอบตกลงทันที
เงินเดือนอัพมานิดนึง แต่สิ่งสำคัญ เพราะคิดว่า สิ่งแวดล้อมมันน่าจะดี เพราะเพื่อนมันอยู่มาก่อน
แล้วมันก็บอกว่า ดีอย่างงั้น อย่า่งงี้ ก็เออโอเค ไปทำก็ดีนะ แต่งานน่าเบื่อ ที่ชอบเพราะได้เจอเพื่อน
แต่มันกลับไม่เป็นงั้น มีเพื่อนเป็นนาย กับเพื่อนเป็นพนักงานในออฟฟิศ(นังกัม) ไม่ใช่ว่าจะดี เหมือนตัวเองต้องเป็นคนกลาง
ฟังสองฝ่าย กับพวกผู้บริหารก็ไม่ค่อยเป็นกันเอง ยิ้มแย้มดี แต่ลับหลังไม่รู้ว่าไง หลังๆ พอนังกัมออก เริ่มเคว้ง
บรรยากาศ ออฟฟิศเครียดมาก จนทนไม่ไหว ชิ่งดีกว่า ทำได้ ประมาณ ปีนิดๆ
ย้ายมาที่ใหม่จากการชวนของพี่ที่รู้จักกัน จากที่ทำงานที่แรก แล้วเค้าได้มาเป็นใหญ่เป็นโตที่ใหม่
บวกกับเค้าให้ช่วยทำงานให้บ่อยๆ จนรู้ฝีมือกันแล้ว ก็เลยชวนมาทำมันซะเลย จะได้ไม่ต้องวานกันบ่อยๆ
ก็โอเค เงินขึ้นมาอีกพอประมาณ บริษัท ไม่ใหญ่มาก สวัสดิการโอ มีคนอยู่ตอนแรกๆ 20 กว่าคน แต่บรรยากาศอบอุ่นมาก
ได้ทำอะไรที่หลากหลาย ไม่น่าเบื่อ เจ้านายดี เป็นกันเองสุดๆ
(มีครั้งไปทำงานออกบูธที่ ตจว. พี่เจ้าของบริษัท ชวนนั่งรถกลับด้วย ก็โอเค แล้วเค้าขับรถไปส่งที่บ้านเลยซะงั้น)
มีเพื่อนร่วมงานดี สาวๆ เยอะ ทำๆ ไป ได้แฟนมาคนอีก :42:
ตอนนี้เลยมีความสุขดี เพราะบริษัทกำลังโตขึ้นเรื่อยๆ เลยคิดว่าเอาวะ ลองดูซักตั้ง จะโตไปกับบริษัทนี้ล่ะ (ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงซะก่อน)
แต่ใจจริง อยากอยู่บ้านทำงานแบบ แอนนะ รู้สึกว่าจะทำอะไร ยังไง เป็นนายตัวเองโคตรชอบ ได้เที่ยว (อันนี้โคตรอิจฉา เพราะตรูทำไม่ได้)
แต่เนื่องจากงานยังมีไม่เยอะ เลยยังไม่กล้าเสี่ยงออกไป แต่ถ้างานเข้าเยอะมากๆ จนผลตอบแทนพอๆ กับที่ทำงานออฟฟิศ
ก็อาจจะต้องกลับคำ ที่พูดไปก่อนหน้านี้
สถานะการเงิน เงินเก็บตอนนี้เป็น 0 จนถึงติดลบ พักหลังเที่ยวกระจาย หมดตูด
เป็นคนมือเติบ มีมากใช้มาก ยิ่งกะแฟนนี่ถึงไหนถึงกัน อยากไปไหนไป กินไรกิน อยากได้ไรจัดให้
เห็นเค้ามีความสุข ก็มีความสุขด้วย แต่หลังๆ เริ่มไม่ไหว รายจ่ายเยอะเกิน เลยต้องลดๆ ลงมั่ง
ทุกวันนี้่ก็มีความสุขดี บางเดือนไม่พอใช้ก็ต้องอดๆ หน่อย ขยันรับงานเยอะๆ
นิดหน่อยเอาหมด (บางงาน 300บาท ตรูก็เอา) สะสมคอนเน็กชั่นไปเรื่อยๆ เพื่ออนาคต งานเยอะจะได้ออกมาทำที่บ้านมั่ง
งานเสริมนอกจากฟรีแรนซ์ ก็มีคิดไว้เพียบ แต่ยังไม่ได้เริ่มทำเท่าไหร่ ขายของมีบ้างประปราย
แต่ก็ไม่ดีเท่าไหร่ หลังๆ เงียบ เลยพักไว้ก่อน แค่ฟรีแรนซ์ ตอนนี้ แฟนก็บ่นอุบแล้วว่าไม่มีเวลาให้ :05:
พอและ นานๆ จะพิมพ์ ยาวๆ ซักที แพล่มซะเยอะเลย :42:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 10:35 น.
มีเพื่อนร่วมงานดี สาวๆ เยอะ ทำๆ ไป ได้แฟนมาคนอีก :42:
นี่ไง กำไร เนื้อๆ :21:
ถูกต้องนะคร้าบบบบ :07:
ถอดรูปประโยค ได้แฟนมาอีกคน
มันน่าจะมากกว่า 1 :35:
ตอนนี้เปิดร้านขายเสื้อผ้าอยู่ ดูดีมากๆ ในสายตาคนอื่น
แต่ตั้งแต่เปิดร้านมา เครียดและกลุ้ม จนป่วยก็หลายทีนะ
บางทีก็กินข้าวไม่ลงเลย
ตลาดเดียวกันที่เชียงใหม่ตอนนี้มีไม่เยอะ
สัก ยี่สิบร้านก็ไม่ถึง
แต่คนอื่นๆเค้าติดลมบนกันแล้ว เป็นเทพ มีลูกค้าติด คืออาชีพนี้อยู่ได้ ไม่อดตายหรอก ตราบใดที่ผู้หญิงยังอยากสวย
:01: เวลาว่างแบบอิสระสุดๆมั๊ย?
ก็ไม่นะ ต้องเปิดร้าน ต้องเฝ้าร้าน ถ้าเฝ้าร้านเองจะไม่อยากไปไหน
กลัวลูกค้ามา มีเพื่อนชวนไปกินก๋วยเตี๋ยวยังไม่ไปเลย (ฝากซื้อเอา) กลัวมีคนมา
ถ้ามีลูกค้ามาผลักประตู แล้วประตูล็อคอยู่นี่ ชวนเสียอารมณ์มากๆนะ :37:
มีร้านเสื้อผ้าสองร้าน อีกร้านนึงเป็นร้านเล็กรายได้จากมันคือตกเดือนละ หกพัน (หลังหักทุกอย่าง)
ฟ้ากะฟาง (หุ้น) จะหยอดกระปุกไว้เดือนละ พันบ้างสองพันบ้าง
ที่เหลือๆ ก็เอามาแบ่งๆ กินขนม ซื้อของเล่น (เครื่องสำอางค์หรืออะไรๆ แบบผู้หญิงๆ)
ถ้าจะเอามาเป้นอาชีพน่ะ ยังถือว่าไม่ได้นะ ขายดีขายไม่ดี แล้วแต่ช่วง ถ้าปิดเทอมหรือฤดูฝนเนี่ย ไม่ต้องพูดถึงเลย
:14: :14:
ฟ้าเอาเงินมาจากไหน?
ฟ้าบริหารร้านแบบ ให้เงินเดือนตัวเองให้เงินเดือนหุ้นส่วน เงินที่ขขายได้คือหมุนๆ เก็บเป็นเงินก้อน เรากะจะคืนให้กัน
ตอนที่ได้เงินจำนวนเท่ากับที่ลงทุนไป
ลงไปเยอะ เพราะข้างบนชั้นสองชั้นสามเป็นเกสเฮ้าส์ด้วย (ถือโอกาศโฆษณา)
ตอนนี้ยังต้องสู้อยู่มากๆ เพื่อคำว่าอนาคต :05:
แต่สิ่งหนึ่งที่พึงใจทุกวันนี้คือ
เวลาที่มีมากกว่าคนอื่น (ว่างมาก)
ได้ดูแลพ่อแม่ พอมีเงินให้เค้าบ้าง.. (พ่อไม่ได้จะเอาหรอก แต่พอเราให้แล้วรู้สึกดีชะมัด)
:31:> จริงจังว่าเที่ยวเก่ง ใช่จ่ายเยอะ เลยไม่มีเงินเก็บ :05:
พูดถึงแฟน
แฟนผมทำงานมาพร้อมๆ กับผม นานนับนานเลย
ตำแหน่งแห่งหนใหญ่โตโอ่โถง เหมือนร่างกาย :30:
แต่เมื่อ ณ จุดตัดสินใจก็ต้องตัดสินใจ ใหญ่แค่ไหนก็เป็นลูกจ้างเขา
เลยเอาๆ ออกมาทำเอง เหลือผมทำงานเป็นค่าผ่อนบ้านผ่อนรถ :21:
พอมาทำเอง กระบวนการคิดก็เริ่มมีมุมใหม่มากขึ้น
มองในมุมอื่น นอกจากมุมลูกจ้างเขา ก้เป็นโลกที่แปลกดี
แต่ยืนพื้นบนความสนุกสนาน
ชีวิตผม เวลาตัดสินใจอะไรก็เผื่อทางออกไว้หลายทาง
ไม่มีทุบหม้อข้าวแล้วไปตีเมืองแบบพระเจ้าตาก (กลัวแพ้ )
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...อันระ โจ๋ เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 10:46 น.
ชีวิตผม เวลาตัดสินใจอะไรก็เผื่อทางออกไว้หลายทาง
ไม่มีทุบหม้อข้าวแล้วไปตีเมืองแบบพระเจ้าตาก (กลัวแพ้ )
จริงพี่ ทุบแล้วแพ้ นี่ตายห่ากันหมด
ทุกปัญหา ย่อมมีทางออก แต่เราก็ควรจะมีทางออกที่ 1 2 3 เผื่อไว้มั่ง
จริงๆน่าจะชื่อจุ๋ งาน เงิน ความหวัง อนาคต และคู่ชีวิตนะเนี่ย :21:
ก่อนหน้านี้ ยังไม่คิดว่ามีภาระอะไรมาก เพราะออกมามือเปล่าจริงๆ ตั้งใจมาเรียนแต่ไม่มีเงินเรียน
เลยทำอะไรๆ แบบ หลังชนฝาตลอดไม่เคยคิดถึงพ่อแม่ น้องๆ ที่ต้องเลี้ยงดูด้วยซ้ำ
ถือว่าโชคดี ที่ยังได้รับโอกาสที่ดี มาอยู่บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยโอกาสของคนที่พร้อมจะให้โอกาสและผมก็เลือกหยิบมันตลอดไม่เคยให้ผ่านเลย
โชคดีจริงๆ
การทำงาน มันมีเป็นเทรนๆมั๊ยพี่
ยุคก่อน ทำงานราชการซิ โก้เก๋มีเกียรต
ยุคกลาง ต้องนี่เลยรัฐวิสาหกิจ มั่นคง
ยุคกลางใหม่ เอกชนดูดี เงินเดือนสูง
ปัจจุบัน ถามใครๆก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง
มาเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง ร่วมกันกับเราซิคะ :33:
หรือมนุษย์ ย่อมเป็นไปตามเทรน :44:
อยากเล่าบ้างจัง เดี๋ยวเคลียร์งานก่อน
ทำงานกราฟฟิค โฆษณา ครีเอถีบ อยู่แถวเอกมัย
รับจ๊อบเขียนการ์ตูนก๊อกๆแก๊กๆที่อะบุ๊ค
ชอบตรงที่ได้นั่งแทคซี่ทุกวัน เพราะที่ทำงานเขามีค่ารถให้
กินเบียร์ทุกวันศุกร์ ดูบอลวันเสาร์ นอนอืดวันอาทิตย์
การเงินไม่มีปัญหา ผมไม่ค่อยได้ใช้อะไร
การงานก็ใช้ความสามารถเฉพาะตัวเลี้ยงหลบเอาตัวรอดได้
ชีวิตมีความสุขดีครับ
แต่อยากจะขยันให้มากกว่านี้ๆๆๆ
อ้างคำพูดจาก: โตน เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 11:01 น.
การทำงาน มันมีเป็นเทรนๆมั๊ยพี่
ยุคก่อน ทำงานราชการซิ โก้เก๋มีเกียรต
ยุคกลาง ต้องนี่เลยรัฐวิสาหกิจ มั่นคง
ยุคกลางใหม่ เอกชนดูดี เงินเดือนสูง
ปัจจุบัน ถามใครๆก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง
มาเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง ร่วมกันกับเราซิคะ :33:
หรือมนุษย์ ย่อมเป็นไปตามเทรน :44:
คำถามน่าสนใจ พี่ว่าอาจเป็นไปตามวัตถุดิบที่เรามีตามสภาวการณ์ที่เปลี่ยนไปนะคะ
อย่างสมัยก่อน การสื่อสารไม่ได้เข้าถึง การประกอบอาชีพให้มีความมั่นคง คงต้องเป็นข้าราชการไว้ก่อนจริงๆ
(รุ่นคุณพ่อคุณแม่ คนที่เรียนเก่งๆ ไปเป็นครูก่อนเลย) ถึงแม้ว่าเงินเดือนอาจจะน้อย แต่ลองนึกถึงยุคที่ไม่มี
อินเตอร์เน็ต หางานทีต้องเดินแกร่วๆ ที่เค้าเรียกว่าเตะฝุ่น คงลำบากน่าดู (โชคดีเกิดไม่ทัน :52:)
สำหรับยุคที่การสื่อสารมากขึ้น ทั้งหนังสือพิมพ์ หนังสือหางาน และเริ่มมีอินเตอร์เน็ต บริษัทที่ require คน
ก็สามารถคัดเลือกบุคคลากรได้มากขึ้น เสนอเงินเดือนที่ดีกว่า การทำงานเอกชนเปรียบเทียบกับรัฐบาลก็คือ
ยอมแลกความเสี่ยง (โดยมีกฎหมายบางๆ คุ้มครองอยู่) กับเงินเดือนที่สูงกว่าสามเท่าเป็นอย่างน้อย
กับอีกเรื่องคือหน่วยงานรัฐเดี๋ยวนี้ (เขาว่า) ไม่โกง ไม่เลีย ก็ไม่รุ่ง แบบนี้พี่ก็ไม่อยากทำ ทำไปจนตายก็ไม่มีวันโต
ถึง ณ บัดนาว สมัยนี้ เด็กๆ เกิดมาก็เล่นเน็ตกันแล้ว ผู้ใหญ่เริ่มหาช่องทางในการใช้การสื่อสารให้เป็นประโยชน์
ถ้าสิบปีที่แล้วพี่อยากลาออกมาเปิดร้านขายของ อาจจะดูเป็นเรื่องเสี่ยงมาก สำหรับยุคนี้เราทำร้านบนเน็ตก็ได้
ติดต่อทางโทรศัพท์ กับอีเมล์ โอนเงินทางธนาคารก็ได้ สามารถเข้าถึงทั้งแหล่งสินค้าและผู้ซื้อในขณะเดียวกัน
งานบริการ เช่น รีสอร์ท สปา อยู่ไกลแค่ไหน ก็สามารถโฆษณามาถึงว่าที่ลูกค้าได้ ฯลฯ
พร้อมๆ กันนั้น เราก็เฝ้ามองดูผู้กล้าเหล่านี้เติบโตขึ้น พร้อมเกิดคำถามในใจว่า เราก็น่าจะมีอิสระโดยมีความเสี่ยงน้อยแบบเขาได้
คนทำงาน/เรียน ยุคนี้จึงฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัวมากขึ้น (แล้วมันน่าทำจริงๆ ใช่มั้ยล่า.. :04:)
จะทำอะไรก็ขอให้ตั้งใจ ถึงวันนึงก็จะถึงฝันแหละค่ะ (ถ้าไม่ฝันสูงเกินแบบรวยพันล้านเงี้ย)
เอาใจช่วยทุกคน.. และตัวพี่เองด้วย :22:
ขอระบายมั่ง ตามประสาคนมีอายุนิดๆ :30:
ผมเริ่มทำงานมาตั้งแต่สมัยเรียน โดยรับจ๊อบเป็น Freelance มาตลอด 4-5 ปี
เมื่อก่อนแฟนเก่าผมเค้าเรียนจบก่อน ก็เลยช่วยกันหางานทำ ช่วงนั้น มีจ๊อบมีงานเข้ามาเรื่อยๆ
เรียกได้ว่า หาเงินเป็นก้อนได้มากและต่อเนื่อง (4-5หลัก ตลอด) แต่ก็นั่นแหละครับ
วินัยในชีวิตผมค่อนข้างแย่ หลงผยองคิดว่ายังไงก็หาได้ ใช้เงินเป็นเบี้ย เรื่อยเปื่อยกับชีวิตมากๆ
ต่อมามีเหตุงี่เง่าในชีวิต ทำให้ชีวิตผมผลิกกลับ เงินเก็บที่เป็นก้อนถูกใช้ไปด้วยเรื่องไม่เป้นเรื่อง
จนกลายเป็นทั้งเจ้าหนี้คนอื่น และลูกหนี้คนอื่นต่ออีกที ในเวลาเดียวกัน
เรียกได้ว่า ผมติดลบลงจากเพื่อนๆ ที่ควรเริ่มจาก 0 ได้ ( ปัจจุบันผมก็ยังเป็นทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้ ประมาณ 5 หลักปลายๆอยู่ )
หลังจากช่วงเฟื่องฟูหาเงินได้เป็นเบี้ย เศรษฐกิจก็เริ่มไม่ดี งานต่างๆก็หายไป
ไม่มีงาน ก็ไม่มีเงิน ไม่มีเงินก็ได้แต่เกาะที่บ้านกินอยู่พักใหญ่ คิดอะไรต่อไปไม่ออกจริงๆ เรียกว่า ท้อมากๆ
เพื่อนฝูงก็แทบจะไม่ได้คุยกับใครอีกเลย เรียกได้ว่า ความหวังต่อโลกเป็น 0...
ต่อมาทุกอย่างเริ่มดีขึ้น ผมย้ายมาอยู่เชียงใหม่ อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่าง
ตอนนี้มาทำงานประจำ ที่แสนไม่ชอบ มาฝึกวินัยให้ตัวเองบ้าง พอจะเริ่มมีเงินเก็บมากขึ้น
แต่ถ้าถามว่า พอใจกับงานตรงหน้ามั๊ย ตอบได้เลยว่า ยังไม่พอใจครับ
ถ้าเป็นไปได้อยากทำงานอิสระเหมือนเดิมมากกว่า ผมชอบที่เรากำหนดเวลาเองได้ เหนื่อยเท่าไหน ได้เงินเท่านั้น
แต่มันก็ต้องแลกกับความเสี่ยงในเรื่องของการได้รายรับ การถูกโกง และอื่นๆ
อนาคตก็ตั้งใจก็อยากมีเงินเก็บสักก้อน ทำงานอิสระที่ตัวเองชอบ
ผมอยากทำงานกราฟิก อยากเขียนหนังสือ อยากทำอะไรหลายๆอย่างที่เกี่ยวกับตัวหนังสือ
ตอนนี้ก็ได้แต่ฝึกฝนและเก็บเงินของตัวเองอยู่ ด้วยความที่เด๋วนี้รายจ่ายก็น้อยลง
บางเดือนผมใช้เงินส่วนตัว (ไม่รวมค่าห้อง) ไม่ถึง 4,000 บาท ก็พอจะมีเงินไว้ใช้จ่ายในอนาคตได้บ้าง
ผมตั้งเวลาไว้กับตัวเองนะว่า ทุกอย่างต้องลงตัวก่อนจะ 30 ผมมีเวลาอีก 3 ปีทำและทดลองในสิ่งที่อยากทำ
หลังจากนั้นค่อยเป็นเรื่องการใช้ชีวิตอีกแบบนึงแล้ว หวังและตั้งใจว่าจะทำให้ได้ครับ :42:
(http://img2.f0nt.com/02/f00dee7dc8d222b511a607cb7a315b9b.jpg)
..
เพิ่งล่วงเข้าวัยกำดัด สำอาง ฉกรรจ์
อายุไม่เยอะ ไม่ระบายได้ไหม ..
..
ความรัก งาน เงิน เป็นเส้นใยถักทอห่มคลุมชีวิต
มันมาเป็นแพรผืน ถ้าแยกออกเป็นเส้น เป็นส่วน
พันเป็นก้อนกลมแยกไว้ สามเส้นนี้ไม่เกี่ยวกัน
คนหลายคน มีอยู่ก้อนเดียว และเรียกมันว่าชีวิต
ในสามสิ่งนี้ เงินดูจะมีค่าน้อยที่สุด หาง่ายที่สุด
ทัศนะแบบนี้ คือเคล็ดลับชะลอความร่ำรวย ของผม
1. ความรัก
คือทรัพย์อย่างหนึ่งที่ผมมีเสมอ เพียงแต่อาจปรากฏร่างและแปรรูป เป็นอย่างอื่นได้
ผมรักทุกอย่างที่ผมทำ ผมรักหลายอย่างที่คนอื่นทำ ความรักย่อมมีการเลือกสรร
รักออกแบบไม่ได้ แต่ในการออกแบบนั้นมีความรัก และในรักนั้นก็มีรูปแบบงามยิ่งนัก
ออกแบบไม่ได้ แต่สร้างได้ และจรรโลงใจเสมอ ดำเนินด้วยสติ ความรักมีประโยชน์
ที่บอกว่าทุกข์เพราะรักนั้น พูดผิด เป็นเพราะอยู่ในช่วงขาดแคลน หรือภาวะเน่าเสีย
บอกเบอร์บัญชีมา เดี๋ยวจะโอนความรักไปให้
2. งาน
ไม่มีนิยามคำว่า ตกงาน ในพจนานุกรมฉบับโบราณ
มีแต่ หยุด พัก ว่าง เลือก รอ เกี่ยง เลี่ยง หลบ อู้ ทำ สู้ และลุย
การทอดหุ่ย ถือเป็นงาน เป็นภารกิจอย่างหนึ่งที่สวรรค์ประทาน
เราควรได้ประโยชน์จากมัน เช่นเดียวกับการนอนหลับ
"การงาน คือ ความรักที่ปรากฏตนเป็นรูปร่าง"
หุ่ย คือก้อนแป้งแห่งความสุข เมื่อสุกจะเป็นรัก
เสรีภาพมาคู่กับความรับผิดชอบ ไม่ได้มากับหุ่ย
งานของนักโทษ คือ อิสรภาพในกรงกรรม
เสรีภาพ มีอยู่ในงานเสมอ งานไม่มีรูปร่างเป็นกรง
มีหลายงาน ที่ผมทำได้ คิดแค่บาทเดียว
แต่หลายงานก็คิดแพง เป็นแสนเป็นล้าน
แต่ทุกงานที่เราต้องการ เราจะต้องได้ทำ
อย่าเกี่ยงที่เม็ดเงิน ค่ามันมีมากกว่านั้น
ผมนอนอยู่บนงานเสมอ ไม่ตกงาน
3. เงิน
มีค่าน้อยลง เมื่อคนนิยมเกร่อ
บางคนติดลบ บางคนมีศูนย์ อยากให้คิด
เลข 0 ไม่ได้แทนความหมายว่าไม่มีเสมอไป
แล้วแต่นิยามและพิกัด แห่งสถานะ
หากจะหลงลืม ให้มองไปที่ 0 >> F0nt
ทรัพย์ที่มีค่าย่อมแปรเป็นเงินได้เสมอ
สติ ปัญญา พละ มิตร อวตารเป็นเงินได้ จงเห็นค่ามากกว่าเงิน
"คนรวย" มีมากมายในที่นี้ มีเงิน"พอ"ประทัง สำรอง บำบัด บำรุง
แต่หากจะรวยมาก ต้องมีความอยาก ความอยากรวยมากถึง'มั่ก'ที่สุด
ผมเชื่อว่า คนที่รวยมากๆ ด้วยตนเองนั้น มีความอยากมากๆ เป็นปฐม
ความรวย และความดี ไม่ได้มาคู่กัน คนรวยที่ดีก็มี แต่มักจะอยู่บนเปลือกของความอยาก
เท่าที่ผ่านมา คงขาดอยู่อย่างเดียวคือความอยาก ดังนั้นจึงต้องอด เพื่อบ่มเพาะและสะสม
ผมกำลังรวย ผมไม่หงอก ผมงอกเงิน เงิน เงิน เจริญขึ้นเหมือนต้นไม้งอกใบ ปุ๊ด ๆ
อย่าลืมว่าต้นไม้ไม่ได้งอกใบอยู่ตลอดเวลา มีการสั่งสม สังเคราะห์ และร่วงหล่น
ย้ำเป็นคาถาอีกหลายๆ ที ผมรวย ผมรวย ผมรวย รวย รวย..ย..ย
บุพฺพ ณ สตางค์ เงินมากมายรอผมอยู่ เบื้องหน้าทางทิศบูรพา
นี่ครับ เอาเบอร์บัญชีไป จะได้โอนเงินมา >>129-5-05964-4 :)
...
คุณตาผมเป็นครูประชาบาล อยู่อย่างสมถะ ท่านท่องอยู่คำเดียว ว่า เงิน ๆ ๆ
เงินเดือนเจ็ดร้อยบาทใช้บาทเดียว ที่เหลือเก็บ ท่าน"บูชา"เงิน ท่านจึงไม่ใช้เงิน
สามารถดำรงชีพได้โดยไม่ใช้เงิน ของกินของใช้ผลิดเองได้ และเมื่อท่านจากโลกนี้ไป
มีมรกดกไม่รวมที่ดิน เป็นเงินให้ลูกหลานนับสิบล้านบาท ไม่น่าเชื่อในพลังมัธยัสถ์
สะสมเงินอย่าโลภ แค่รักที่จะมี ไม่ใช่รักที่จะใช้ แบบนี้รวยมากๆ ทุกคน
มีเงินอาจจะเหงา แต่เมล็ดเงินไม่ควรเหงา เงินไม่เหงา เงินงอกเสมอ
ความรวย ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินที่หาได้ แต่อยู่ที่สุขที่จะใช้หรือจะเก็บ
ทั้งหมดนี้ ไม่มีอะไรผิด ไม่มีอะไรดีเลวกว่ากัน
จง เจริญ ทุก ลม หาย ใจ ให้ ค่า พอ แก่ สุข
..
ป.ล. ใครตกงานหมุนมา กำนม.ไขอาชีพวัยกำดัด >> grab milk open career adolescent :)
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 12:33 น.
คำถามน่าสนใจ พี่ว่าอาจเป็นไปตามวัตถุดิบที่เรามีตามสภาวการณ์ที่เปลี่ยนไปนะคะ
อย่างสมัยก่อน การสื่อสารไม่ได้เข้าถึง การประกอบอาชีพให้มีความมั่นคง คงต้องเป็นข้าราชการไว้ก่อนจริงๆ
(รุ่นคุณพ่อคุณแม่ คนที่เรียนเก่งๆ ไปเป็นครูก่อนเลย) ถึงแม้ว่าเงินเดือนอาจจะน้อย แต่ลองนึกถึงยุคที่ไม่มี
อินเตอร์เน็ต หางานทีต้องเดินแกร่วๆ ที่เค้าเรียกว่าเตะฝุ่น คงลำบากน่าดู (โชคดีเกิดไม่ทัน :52:)
สำหรับยุคที่การสื่อสารมากขึ้น ทั้งหนังสือพิมพ์ หนังสือหางาน และเริ่มมีอินเตอร์เน็ต บริษัทที่ require คน
ก็สามารถคัดเลือกบุคคลากรได้มากขึ้น เสนอเงินเดือนที่ดีกว่า การทำงานเอกชนเปรียบเทียบกับรัฐบาลก็คือ
ยอมแลกความเสี่ยง (โดยมีกฎหมายบางๆ คุ้มครองอยู่) กับเงินเดือนที่สูงกว่าสามเท่าเป็นอย่างน้อย
กับอีกเรื่องคือหน่วยงานรัฐเดี๋ยวนี้ (เขาว่า) ไม่โกง ไม่เลีย ก็ไม่รุ่ง แบบนี้พี่ก็ไม่อยากทำ ทำไปจนตายก็ไม่มีวันโต
ถึง ณ บัดนาว สมัยนี้ เด็กๆ เกิดมาก็เล่นเน็ตกันแล้ว ผู้ใหญ่เริ่มหาช่องทางในการใช้การสื่อสารให้เป็นประโยชน์
ถ้าสิบปีที่แล้วพี่อยากลาออกมาเปิดร้านขายของ อาจจะดูเป็นเรื่องเสี่ยงมาก สำหรับยุคนี้เราทำร้านบนเน็ตก็ได้
ติดต่อทางโทรศัพท์ กับอีเมล์ โอนเงินทางธนาคารก็ได้ สามารถเข้าถึงทั้งแหล่งสินค้าและผู้ซื้อในขณะเดียวกัน
งานบริการ เช่น รีสอร์ท สปา อยู่ไกลแค่ไหน ก็สามารถโฆษณามาถึงว่าที่ลูกค้าได้ ฯลฯ
พร้อมๆ กันนั้น เราก็เฝ้ามองดูผู้กล้าเหล่านี้เติบโตขึ้น พร้อมเกิดคำถามในใจว่า เราก็น่าจะมีอิสระโดยมีความเสี่ยงน้อยแบบเขาได้
คนทำงาน/เรียน ยุคนี้จึงฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัวมากขึ้น (แล้วมันน่าทำจริงๆ ใช่มั้ยล่า.. :04:)
จะทำอะไรก็ขอให้ตั้งใจ ถึงวันนึงก็จะถึงฝันแหละค่ะ (ถ้าไม่ฝันสูงเกินแบบรวยพันล้านเงี้ย)
เอาใจช่วยทุกคน.. และตัวพี่เองด้วย :22:
+ นะ ไม่มีเหตุผล อ่านแล้วชอบ คิดแบบนี้อยู่ แต่ไม่ทันเรียบเรียง :25:
กำนมท่าจะรวยแฮะ
ผมล่ะพอใจในชีวิตตอนนี้ดีมากเลยครับ
เพราะว่ามันธรรมดาดี
จะว่าสบายก็สบาย จะว่าลำบากก็พอสมควร ไม่มากไป
อุปสรรคมีอยู่ทุกอาชีพ ทุกเวลา
ไว้ว่างๆกว่านี้จะมาปั่นด้วยครับ
//
กร๊าก ตอบช้าไป ..โดนตัดหน้าซะแล้วต๋อย :41:
อ้างคำพูดจาก: ความฝันอันเสียวสุด เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 13:34 น.
กำนมท่าจะรวยแฮะ
ใช่สิ บาทสองบาท
เงินไม่ต้องยืม แจกฟรี
กำนม. ไม่รวยแต่นิ่ม
กำเป้า กำเป๋า สิรวย
อ่านเพลินดีจังเลย ชอบๆ
ดูเหมือนว่าจะเหมือนๆ กันคือ ไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่ๆ
มีช่องทาง มีโอกาสก็อยากจะไปอยากจะโต
เอาใจช่วยทุกคน ผมด้วย
อ้างอิงบอกเบอร์บัญชีมา เดี๋ยวจะโอนความรักไปให้
ชอบๆ :25:
กำลังขาดแคลนทั้งความรักและกำลังใจ
ของแบบนี้ ใครจะโอนให่ใครได้ โอ้เอ้
:22:
ความรักเหมือนสุขภาพ
อยากได้ต้องทำเอง :21:
อยากได้ความรักต้อง ทำรักเองเหรอครับ :25:
แหม๊ ซื้อหวยไม่ถูก
ว่าแล้วต้องมีคนเล่น :30:
แต่นึกว่าจะเป็นจักรี
ผมไม่เล่นอะไรที่แป๊กๆ แบบนี้หรอกครับ :11:
:30:
ใช่ครับ :11:
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 14:41 น.
อยากได้ความรักต้อง ทำรักเองเหรอครับ :25:
แปลว่าอะไร :37:>
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 14:45 น.
แปลว่าอะไร :37:>
อาว ซวยแล้วเอ
โอ้เอ้ งง (คงงงจริง)
หน้าที่เอ็งแล้ว เอเอ้ย
ชงเองกินเองเต๊อะ
ผมก็ไม่เกี่ยวไปแหละ แว๊ป!~~
แปล: ทำรัก == make love => สำนวน แปลว่ามีเพศสัมพันธ์ครับ
เชิญกำนันลงองค์ \:07:/
ทำรัก คล้ายๆ กับการทำลูกเราทำลูกด้วยความรัก
ทำรักไม่ต่างกัน
อยากได้รักต้องทำรักด้วยรัก
ให้ความรักเข้าไป แจกจ่ายเข้าไป ไม่มีใครสนใจก็ช่าง
อย่างน้อยก็ได้รัก
ความรักไม่มีขายอยากได้ต้องทำเอง
ทำรักๆๆๆๆๆๆ :07:
เข้ามาฮา ทำรัก :30:
ตกงานฟังดูธรรมดา
แต่มันไม่ธรรมดานะครับเนี่ย :44:
ทำรัก โอเค เข้าใจแล้ว :37:>
อยากจะบอกหลายๆคนว่า อย่าไปตั้งความหวังในชีวิตแล้วเครียดกับมันมากเกินไป
(กฎข้อนี้ใช้ได้กับทุกๆคนไม่ว่าจะทำงานอะไร หรือมีฐานะยังไงก็ตาม)
คิดได้ ฝันได้ แต่ส่วนจะเป็นจริงได้หรือเปล่า มันจะต้องแลกกับอะไรบางอย่างพอสมควร
บางทีแลกไปก็อาจจะสูญเปล่า เพราะมันขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาสด้วย
เช่น ...
- กูต้องทำงานแล้วได้รางวัล มีชื่อเสียงในวงการ
- อายุ 25 กูต้องมีรถ
- อายุ 30 กูต้องมีเงินเก็บเท่านั้น เท่านี้
- อายุ 35 กูต้องมีบ้านเป็นของตัวเอง
คำว่า ต้อง มันเป็นคำที่บีบบังคับตัวเองจนเกินไป .... บางคนใช้คำว่า ต้อง จนเกิดความเครียดมากดดันตัวเอง และจะรู้สึกผิดหวังทุกครั้งที่ตัวเองสูญเสียจากสิ่งที่วาดหวังว่าต้องได้ ..... โดยส่วนตัวก็เคยวาดหวังเอาไว้เยอะ ซึ่งก็มีทั้งสมหวังและผิดหวัง จนหลังๆเริ่มปลงได้ เพราะคงโตขึ้น แก่ขึ้น ...เดี๋ยวนี้เวลาคาดหวังอะไรมักจะประเมินไว้ต่ำสุดเสมอ เพราะถ้าทำได้สูงกว่าที่ที่ประเมินมันจะรู้สึกดีขึ้นมากกว่า ... ส่วนเมื่อก่อนน่ะเหรอ มักจะชอบคิดแบบมาตรฐานสูงเอาไว้ก่อน พอผลมันออกมาแล้วไม่ได้อย่างหวัง หล่นตุ๊บมา ก็ยิ่งเจ็บหนัก
เคยคาดหวังกับชีวิตบางเรื่อง แต่ปัจจัยรอบข้างมันทำให้เกิดอุปสรรคแบบไม่คาดคิด ทำให้เรารู้สึกแย่มากๆ แต่ไม่ช้าไม่นานในความรู้สึกแย่ รู้สึกลำบาก มันก็ได้บางสิ่งมาทดแทน เติมเต็มในสิ่งที่ขาดอยู่เหมือนกัน
ตอนมาเรียนด้านศิลปะใหม่ๆคิดว่าจบแล้วอยากทำงานเก็บตังค์ไปเรียนต่อเมืองนอกเอง
แต่ความเป็นจริงทำไม่ได้ ..... ช่วงที่เรียนอยู่ทางบ้านดันโดนญาติโกงเงินไปเป็นล้าน จบแล้วต้องทำงานช่วยเรื่องค่าใช่จ่ายทางบ้านแทน เพราะพ่อแม่ทำงานกันไม่ไหวแล้ว เรียกได้ว่าความฝันส่วนตัวหดหายไปเลย
สิ่งที่มาเติมเต็มในภายหลัง .....แต่ปัจจุบันได้เรียนรู้ว่าไม่ต้องจบนอก เราก็ทำงานสู้คนต่างประเทศได้ ถ้ารู้จักฝึก รู้จักการใช้ inspire จากสิ่งรอบข้างที่มี บ้านเราก็มีสิ่งที่เมืองนอกไม่ได้สอนอยู่ตั้งมากมาย
ตอนออกมาเป็น Freelance ใหม่ๆ วาดหวังว่าจะมีเงินเก็บมากว่า และรวยกว่าการทำงานประจำ
แต่ความเป็นจริงทำไม่ได้ ..... ช่วงที่ทำ Freelance ได้สักพัก ก็รู้ว่าหลานอายุ 8 ขวบป่วยเป็นลูคิเมีย (มะเร็งในเม็ดเลือด) ทางบ้านเขาไม่ได้ร่ำรวยก็ต้องช่วยเหลือเพราะสนิทกับหลานคนนี้ เลี้ยงมาแต่เด็กจนมันติดเรา ผมโคตรเกลียดไอ้โรคนี้เลยเพราะโอกาสที่จะรักษาให้หายมันมี % น้อยมาก และในที่สุดเขาก็จากไป ..... ต่อมาอีกไม่กี่เดือนแม่ตัวเองก็ไปตรวจเจอมะเร็ง ต้องผ่าตัด ให้คีโมรักษา .....จากที่คิดว่าจะมีเงินเก็บได้อยู่หลัดๆตามเป้า ก็ต้องเอามาเป็นค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้อยู่มากโข จนแทบเหลือศูนย์ ....เหมือนชะตากลั่นแกล้งแบบบอกไม่ถูก หมดเงินไม่เท่าไหร่ แต่ความรู้สึกเศร้าสร้อยกับการที่คนที่เรารักเป็นโรคร้ายมันกัดกินความรู้สึกได้มากจริงๆ ซึ่งคนที่ป่วยคงจะรู้สึกแย่และรู้สึกกลัวยิ่งกว่าเราอีกหลายเท่า
สิ่งที่มาเติมเต็มในภายหลัง .....อย่างน้อยก็รู้สึกว่าเข้าใจแม่ของตัวเองมากขึ้น คิดและรู้จักดูแลเอาใจใส่คนรอบข้างมากขึ้น จากเมื่อก่อนจะมีโลกส่วนตัวค่อนข้างเยอะ ไม่ได้ใส่ใจอะไรพวกนี้เลย .... และดีที่แม่รอดพ้นจากขั้นอันตรายของมะเร็งมาแล้ว ถึงไอ้โรคนี้มันจะไม่หายสนิท ต้องคอยควบคุมนิดๆหน่อยๆ ไปหาหมออยู่บ้าง แต่มันก็ยังดีกว่าหลายๆคนที่ไม่มีโอกาสและสูญเสียพ่อ-แม่ ไปจากไอ้โรคร้ายนี้แบบฉับพลัน
....อันนี้ลองยกตัวอย่างชีวิตรันทดของตัวเองมาให้ดูว่า ชีวิตมันคาดหวังอะไรแล้วอาจจะผิดหวังและเกิดเหตุสุดวิสัยได้เสมอ หลายๆคนก็คงเคยเจอเหตุการณ์ที่เราควบคุมไม่ได้คล้ายๆแบบนี้กันอยู่บ้าง .... แต่มันก็มีแง่มุมบางอย่างที่เราอาจจะได้กลับมาทดแทนในส่งที่ต้องสูญเสียไป
อ่านแต่ละความเห็นแล้ว ... กระจู๋นี้มันหนังชีวิตรึเปล่าว่ะเนี่ย :34:
พี่ 8e88
แต่ผมตั้งไว้เสมอนะ
คร่าวๆ ว่า
อีก 5 ปีผมจะมีโรงเรียนแบบเป็นของผมและครอบครัว
ไม่ต้องหุ้นกะใคร
แต่ตั้งไว้หลวมๆ
ถ้าทำไม่สำเร็จ
ก็พร้อมให้อภัยตัวเองเสมอ :21:
ด้วยความเราคบนะครับ
เหมือนจำได้เลาๆ ว่าวาทยากรมือหนึ่งของไทยอะครับ ที่ตีกอล์ฟไปดวงจันทร์
เขาบอกว่าให้ตั้งสูงๆ ไม่งั้นเราจะไม่พุ่งไปข้างหน้า
ชีวิตคนเรานี่ก็เอาใจยากดีนะครับ :08:
ตอนที่ผมเรียนจบใหม่ๆ ผมก็เคยตั้งเป้าแบบนั้นนะ
ผมจบตรีตอนอายุ 21
ตั้งเป้าให้ตัวเองว่าพออายุ 25 จะต้องพอมีหลักมีฐานที่มั่นคง
ก็พยายามขยันทำงาน เก็บเงิน เขียมมาก จะจ่ายอะไรนิดอะไรหน่อยคิดนานมาก
แต่พอโดนเกณฑ์ทหารไปอะไรที่ตั้งไว้มันก็ดับวูบลง
รถที่เคยผ่อนก็โยนภาระให้พ่อผ่อนต่อ
1 ปีที่เป็นทหารทำให้ผมเฉื่อยชาลงไปเยอะเลย
ไฟที่คิดจะทำนั่นทำนี่มันดับวูบไปเลย
ตอนนี้ก็ไม่ได้ตั้งได้คาดหวังอะไรที่สูงๆ
ขอให้อยู่ได้ มีเงินเก็บได้เรื่อยๆ ค่อยๆ สะสม
เพราะตอนนี้ก็ไม่ได้มีหนี้สิน หรือภาวะอะไรให้ต้องรับผิดชอบมาก
ตอนนี้อยากเก็บเงินสักก้อน ไปลงทุนทำอะไรที่อยากทำ
หนังชีวิต ชีวิตจริงๆ ด้วย :21:
โอ้! กระทู้นี้ดีมากๆเลยครับ ดีใจที่ได้กลับเข้ามาอ่านกระทู้ดีๆแบบนี้อีก มันยอดมากเลยครับ :12: :25: :05:
เป็นนักออกแบบต้องมีความทะเยอะทะยานครับ
:27:
( พูดไปงั้น ตัวเองยังไม่ได้เป็นหรอก :05: )
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 15:10 น.
ด้วยความเราคบนะครับ
เหมือนจำได้เลาๆ ว่าวาทยากรมือหนึ่งของไทยอะครับ ที่ตีกอล์ฟไปดวงจันทร์
เขาบอกว่าให้ตั้งสูงๆ ไม่งั้นเราจะไม่พุ่งไปข้างหน้า
ชีวิตคนเรานี่ก็เอาใจยากดีนะครับ :08:
โมเดลชีวิตคนไม่เหมือนกันนี่นา
ไม่หวังก็ไม่ไป
หวังมากก็แย่
มัฌชิมา
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 15:10 น.
ด้วยความเราคบนะครับ
เหมือนจำได้เลาๆ ว่าวาทยากรมือหนึ่งของไทยอะครับ ที่ตีกอล์ฟไปดวงจันทร์
เขาบอกว่าให้ตั้งสูงๆ ไม่งั้นเราจะไม่พุ่งไปข้างหน้า
ชีวิตคนเรานี่ก็เอาใจยากดีนะครับ :08:
อันนั้นมันโฆษณาหรือไม่ก็บทสัมภาษณ์ด้วยคำเท่ๆ .....จุดประสงค์ของเขาคือต้องการให้กำลังใจคนที่หมดหวังและไม่มีแรงใจที่จะสู้ทำอะไรยิ่งใหญ่ขึ้นมาสักอย่าง ทำให้เกิดความฮึกเหิม เยี่ยงๆนั้น ..... ซึ่งไอ้การฮึกเหิมและตั้งเป้าหมายยิ่งใหญ่เอาไว้เป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่น่ากลัวก็คือ เกิดใครที่ไม่เข้าใจอะไรในชีวิตมากพอแล้วไปตั้งเป้ายิ่งใหญ่แบบนั้น เกิดทำจริงแล้วมันทำไม่ได้ขึ้นมา ก็จะผิดหวังอย่างแรง เกิดอะไรเลวร้ายตามหลังมาอีก
คงเคยได้ยินข่าว เด็กเอ็นท์ฯไม่ติดแล้วฆ่าตัวตายใช่มั๊ย โดยมากเป็นพวกคงแก่เรียนแทบทั้งนั้น .... ถ้าอายุขึ้นมามากหน่อยก็เป็นคนที่ทำธุรกิจแบบกู้หนี้ยืมสินมาแล้วพอล้มละลาย ก็ฆ่าตัวตาย ...... ตั้งเป้าหมายให้สูงได้ แต่อย่าทำอะไรเกินตัว และหัดยอมรับความผิดหวังที่จะเกิดขึ้นแบบยิ้มให้กับโลกได้
อย่างพวกที่เขาประสบความเร็จกัน เขาล้มแล้วลุกต่อสู้มายาวนาน นอกจากเป้าหมายที่ตั้งไว้สูงแล้ว ผมเชื่อว่าอีกสิ่งที่เขามีคือ การยอมรับความพ่ายแพ้ในบางครั้ง และไม่โลภ ....บางคนที่มีแต่เป้าหมายแต่ไม่กล้าที่จะลิ้มรสและยอมรับความพ่ายแพ้ให้เป็น ชีวิตจะไม่ค่อยรู้สึกเป็นสุข จะคิดว่าจะต้องเอาชนะให้ได้อยู่ตลอดเวลา ....แต่เชื่อมั๊ยว่าคนพวกนี้ไม่มีวันที่จะถึงจุดหมายที่ตัวเองตั้งเป้าได้หรอก เพราะความไม่รู้จักพอและไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ทำให้เป้าหมายสูงขึ้นไปเรื่อยๆจนเกินตัวนั่นเอง บางทีเป้าหมายแรกยังทำไม่ได้ก็ไปตั้งเป้าหมายใหม่ซะแล้ว
การตั้งโจทย์ให้ตัวเองเป็นเรื่องที่ดีนะ :37:>
ความคาดหวังมันเป็น แรงขับน่ะ
แก้โจทย์ก็เหมือนตามฝัน ล่าฝัน
ทำอย่างไรให้ได้มา
สนุกดีออก ตอนค่อยๆ บรรจุ บรรจงเอาความคิด ความฝัน ความต้องการมาเรียงๆกัน
ค่อยๆ พยายามทำไปเรื่อยๆ
วันหนึ่งที่เราทำได้ หันไปมองจุดเริ่มต้นน่ะ มันภูมิใจชะมัดเลย
วันก่อนจัดบ้่านไป เจอไดอารี่ตอน ป.6 ฟ้าเขียนว่าฟ้าอยากมีร้านเสื้อผ้าเป็นของตัวเองก่อน 25
ยิ้มแก้มแทบแตก เอ่อวันนี้มันเป็นจริงว่ะ
:40:
ผิดหวังก็มีนะ
อยากไปเรียนต่อเมืองนอก
แต่ไม่เป็นไร ไม่ซิเรียส
เปลี่ยนเป็น อยากแต่งงานแทนแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ
เรียนต่อเมืองนอก เป็นแรงขับเคลื่อนอย่างเงียบๆ ในตอนนี้ครับ
และคาดว่าคงจะเงียบต่อไป
...
เป็นคลื่นใต้น้ำก็ยังดีนะครับ :52:
ผมว่าเราตั้งเป้าไว้บ้างมันก็ดีนะครับพี่ฉิ่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าเราไปไม่ถึงแล้ว
มันจะจบสิ้นกันชีวิตนี้ อย่างน้อยก็เป็นเครื่องนำทางอย่างหนึ่งเวลาที่เราเคว้ง
ผมตั้งไว้เพราะผมก็เคยใช้ชีวิตแบบไม่ค่อยหวังอะไรมากมาก่อน พอถึงจุดจุดนึง
เหมือนตัวเองเคว้งครับ ลอยไปลอยมาหาจุดของตัวเองไมได้ อย่างน้อยเราตั้งจุดไว้ ไม่ใช่เราจะได้เปลี่ยนทัน
แต่ผมก็คงไม่คาดหวังว่ามันจะได้ครบถ้วนอย่างที่อยากได้หรอกครับ แต่ตั้งเป้าไว่จะไปให้ถึงเท่านั้นเอง
มีจุดหมายให้มอง มันมีแรงเดินมากกว่าเดินเฉยๆแบบไม่รู้ทางอะครับ :42:
ชีวิตจะไปสนุกอะไรถ้าไม่มีความฝัน จริงมั้ยครับ :52:
ไม่งั้นคนเราคงไม่ต่างจากหุ่นยนต์
อย่ามาว่าเฟิร์นนะ :37:
:05:
โอ้โห
อนาคตฝันอยากเป็นเจ้าขององค์กรครับ (more.project)
เป็นบริษัทเล็กๆ แต่มีผลงานดี และมีเงินสะพัดดี
แต่ก็ไม่รู้อนาคตจะเป้นยังไงครับ ยังไงก็ต้องทำให้ได้ :30:
ไว้จะมานั่งอ่านชีวิตทำงานของพี่ๆอีก
เพราะตัวเองก็กำลังเข้าสู่วัยทำงานทีละนิดๆแล้ว
แต่ตอนนี้ก็พอใจกับรายได้งาน freelance อยู่นะครับ :27:
:37: อยากเป็นพนักงานของmore
// เอาจริงๆก็อยากทำฟรีแลนซ์นะ
แต่รับผิดชอบตัวเองยังไม่ได้เลย ต้องมีคนจี้ :30:
เคยผ่านงานฟรีแลนซ์มาหลายงาน
เลยมีคำตอบให้กับตัวเองว่า เกลียดการเป็นมนุษย์เงินเดือน
ยิ่งต้องมาอยู่ในประเทศที่ มีมนุษย์เงินเดือนเยอะกว่าประเทศไหนๆในโลก
ทั้งเจอโขกสับ ใช้งานโหดร้ายแบบไร้เงินโอที
ยิ่งรู้สึกว่า ชีวิตแบบกินเงินเดือนกับตูเป็นทางคู่ขนาน
แต่อยู่ๆ ก็ต้องมาทำงานล่ะ
จะเริ่มทำเป็นจริงเป็นจัง ก็พรุ่งนี้
เนื่องจากที่ร้าน มีพนักงานไม่มีวีซ่าอยู่
และแม่ถูกตรวจสอบเรื่องภาษีแบบหนักหน่วง
ก็เลยต้องให้พี่ๆเค้าออก แล้วยัดตูเข้าตำแหน่ง
เจเนรัลเบ๊ในร้านอาหารไปเนียนๆ
ถามว่าชอบไม๊ ตอบลำบาก
จากความหวังตอนสาวๆ ว่าอยากเริ่มทำบริษัทอะไรเป็นของตัวเอง
เรียนมาก็มากละ พูดได้สามภาษาแล้วด้วย งานบริษัททัวร์ไม่ไกลเกิน
แต่เรื่องของครอบครัวก็สำคัญเหมือนกัน
แต่ด้วยความที่ได้เจออะไรฟุ้งๆ จนเบื่อ
ไม่รู้สึกอยากรวยกว่าใคร อยากขับรถสปอร์ตเวอร์ๆ
อยากเท่ อยากเด่น รู้สึกมันพ้นวัยกลัดมันมานานละ
ได้ลองทำเป็นพนักงานเสิร์ฟ ได้ลองเหนือยแบบแม่บ้าง
น่าจะได้เจอมุมมองชีวิตใหม่ๆ
เงินเดือนสตาร์ทมาสูงเลย ห้าหมื่นต่อเดือน
ทำวันละ ห้าถึงหกชม เว้นศุกร์เสาร์ สิบชม
ทำดีได้เงินเพิ่ม ทำไม่ดี เจอแม่ไล่ออกจากบ้านแน่นอน
รู้แต่ เวลาเล่นขำๆ มันหมดไปตั้งแต่
เจ้าหน้าที่ตรวจภาษีมาเหยียบบ้านเมื่อวานนี้
เดทอนละ 5 หมื่น :07:
ดูสิ อิจฉาจนพิมพ์ผิดเลย
แต่ทีนี่กินอยู่มันแพงเหมือนกันล่ะ
โชคดีกินร้าน กับ อยู่บ้านแม่
แม่เลยบอกว่า จะอุบอิบ เก็บไว้ให้เอง
ห้ามเอาไปซื้อเลนส์มั่วซั่ว :05:
ไอ้ข้อสุดท้ายนี่ :30:
เป็นกระจู๋น่าสนใจมาก ขอมาลงชื่อแปะไว้ ว่างเมื่อไหร่จะเข้ามาอ่านนะ :27:
(http://img2.f0nt.com/02/9afd876398f2ae89f0f34c7480d46a8a.jpg)
ขอมอบดอกหมา ให้สาวน่ารัก
หมาออกดอก บานสะพรั่ง
ดังนั้น ความรักจึง ส่งได้
รักส่งได้ ให้ติดแสตมป์ที่หัวใจ
ฝนตกอยู่ทางโน้น ..หนาวถึงคนทางนี้
..
งาน มีค่า
เงิน มีค่า
ความรัก มีค่า
"ค่า" มีหลายรูปแบบ บางรูปแบบ ส่งผ่านและโอนได้
อย่าเพิ่งปักใจเชื่อว่า ความรักจะโอนให้กันไม่ได้ ต้องทำรักเอง
ความรักมีในลมหายใจ ผมไม่เชื่อว่าะสร้างขึ้นมาเองได้ทั้งหมด
หลายพิศวาส หลายอณู ได้รับผ่านเนื้อเยื่อ ส่งมอบฝังมาในฟันธุกรรม
ความรักอีกมากมาย ก็ได้รับผ่านกระแสไฟ เป็นคลื่นมาตามสายอันไหวระริก
ในกระจู๋มีรัก ในรักมีกระจู๋ เออ.. อาจจะจริง ทำรักด้วยกระจู๋ .. อุ่ย ..
..
ชีวิตยังอยู่ก้นซอย อย่าสับสน
งานเริ่มตั้งแต่การก้าวออกเดิน
ผ่านดงจิ๊กโก๋ แม่ค้ากล้วยแขก และหมาหลับ
จะฝันหรือไม่ก็ได้ ที่ปากซอยมีรถเมล์ผ่าน และเราต้องไปให้ถึง
ฝันต่อบนรถเมล์ก็ไม่สาย หลับแถวหลังหน้าต่างซ้าย คุณยายไม่กวน
ความทะยานอยากอยู่ที่ปลายทาง อย่าลืมจ่ายค่าโดยสาร งานคือการเคลื่อนไป
ทำงานเพื่องานและดำรงสุขในชีวิต ขยับย้ายเพื่อเข้าสู่ชะตาที่ดีขึ้น สักที่หนึ่งในโลกนี้
"เธอทำงานก็เพื่อจะก้าวไปพร้อมกับพื้นพิภพ" ชาวเลบานอนชื่อคาลิล ได้กล่าวความจริงนี้ไว้
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 15:10 น.
ด้วยความเราคบนะครับ
เหมือนจำได้เลาๆ ว่าวาทยากรมือหนึ่งของไทยอะครับ ที่ตีกอล์ฟไปดวงจันทร์
เขาบอกว่าให้ตั้งสูงๆ ไม่งั้นเราจะไม่พุ่งไปข้างหน้า
ชีวิตคนเรานี่ก็เอาใจยากดีนะครับ :08:
ด้วยความเคารพ :07:
:37:ตอนนี้เรียนอยู่แต่เริ่มทำงานมาตั้งกะตอนมัธยมด้วยความที่ผมเกิดในครอบครัวคนจีน อากง(พ่อของแม่)จะเป็นคนคอยบังคับให้ทำงานตลอดแล้วจะคอยห้ามพ่อห้ามแม่ไม่ให้เงินใช้ ด้วยเหตุผลที่ว่าจะไม่รู้ค่าของเงิน พอจะจบมัธยม(อย่างกระท่อนกระแท่น) ก็เอนท์ไม่ติดตามเทรน :05: แต่ตอนนี้ก็ได้ทุนอยู่ตอนนี้ก็รับงานมหาลัย งานอาจารย์ งานทุกชนิดที่ทำแล้วได้เงินเพราะผมตั้งเป้าหมายเอาไว้แล้วเป้าหมายนั้นก็ต้องใช้เงิน อากง(พ่อของพ่อ)บอกผมเอาไว้ว่าคนทุกคนต้องมีเป้าหมายให้กลับชีวิตเพราะคนที่ไม่มีเป้าหมายคือคนที่ไม่มีชีวิต แล้วต่อไปในอนาคตก็คงจะพยายามหางานให้ำด้ตามสายที่เรียนมา(ผมเรียนโฆษณา)เพราะคิดว่าถ้าคนเราทำอะไรที่อยากทำก็จะมีความสุขและทำได้ดีเงินเดือนก็คือกำไร แต่ตอนนี้กำลังทำ e-magazineอยู่เพราะก่อนจบอยากมีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันบ้าง :46:ได้พี่ๆน้องใน f0nt ช่วยด้วย
:30: อ่านไปอ่านมากลลายเป็นเล่าประวัติชีวิตตัวเองเลย
สุดยอดมากเลยกำนันแม้น :25:
ได้งานทำแล้วครับ ทั้ง3ที่ที่สัมภาษณ์ที่ที่เป็น Softwere house ตัดออก เพราะลงรถไฟฟ้าแล้วต่อมอเตอร์ไซค์ 20 ไปหลับ 40 ค่ารถไฟฟ้าใต้ดินเดือนละ 900 เงินเดือนช่วงทดลองงานแค่ 18 คงไม่ไหวอีกที่หนึ่งพึ่งอริ่มต้น มีกันอยู่ 3 คนแต่น่าจะสนุกสุด แต่เสี่ยงนะ
ที่สุดท้ายงานน่าจะหงอยๆ แต่ใกล้บ้านมากสบายที่สุด แถมช่วงทดลองงานให้เงินมากสุดด้วย หยุดวันเสาร์ด้วย ก็เลยสับสนในหัวใจเหมือนกัน
ว่าเราจะเอาไงดี แต่ห็ยังดีที่เรายังรู้ว่าเรายังดูแลตัวเองได้ มีเงินจ่ายค่าห้อง ค่าผ่อนอะไรต่างๆ ค่าแชร รอดตายไปอีกช่วง์(อายจังต้องมาเริ่มงานใหม่ตอนอายุ27 :16:)
ปั่นต้นฉบับเสร็จจะมาคุยต่อ
อ่านแล้วได้กำลังใจดีจังเลยครับ :52:
เอาละนะ
แนนทำงานเป็นกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า "เอ็นจีโอ" ค่ะ
ชื่อกลุ่ม วายไอวาย
ประเด็นที่ทำเป็นเรื่องเยาวชน วัยรุ่น เด็กม.ปลาย น้องในมหาวิทยาลัย
กระตุ้นโน่นนี่ ให้เด็กแก๊งเหล่านี้หันมาลองทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับสังคมรอบตัว
เอ็นจีโอ - NGO = Non Government Organization
แปลตรงตัวคือ องค์กรที่ไม่ใช่รัฐบาล
ขยายความอีกหน่อยคือ เป็นเอกชนที่ไม่หวังผลกำไรเยอะๆ
เป็นพวกอยากทำอะไรให้บ้านเรา สังคมรอบตัวเรามันน่ามองขึ้นอีกหน่อย
(อธิบายมากไปเดี๋ยวงง เอาแค่นี้ก่อนละกันเนาะ)
ถ้าไม่นับอารมณ์ขุ่นมัวตอนนี้ (อารมณ์กำลังแปรปรวน)
แนนมีความสุขและสบายใจกับงานของตัวเองมากๆ
เงินเดือนไม่เยอะหรอกนะ
ถ้าเทียบกับเพื่อนคนอื่นที่เรียนจบมาเกือบ 2 ปี
อัตราก้าวหน้าไม่ต้องพูดถึง
โบนัสก็มีบ้างไม่มีบ้าง (ส่วนใหญ่เป็นอย่างหลัง)
วันหยุดก็ไม่แน่นอน (แต่อยากหยุดเมื่อไหร่ก็หยุดไป ถ้าจัดการตัวเองได้)
แต่ความสุขอยู่ที่
ความเป็นครอบครัว เป็นพี่เป็นน้อง
ทำงานเมื่อไหร่ก็ได้
เป็นเจ้านายตัวเอง (มีกรอบการทำงาน วางแผนเอง และทำให้ตรงเส้นตาย)
เวลาเจอน้อง หรือคนรุ่นเดียวกันที่กำลังพยายามทำกิจกรรมสนุกสนานเพื่อโลก
มันรู้สึกสดชื่น...
พลังในการทำงานแต่ละวันมาจากเรื่องใหม่ๆ ที่ได้เจอ
จากโครงการเพื่อสังคม (ไม่อยากใช้คำนี้เลยแฮะ แต่เลี่ยงไม่ได้) ของน้องๆ วัยรุ่นในชุมชนที่จู่ๆ ก็อยากทำอะไรให้หมู่บ้านตัวเอง
คนเจ๋งๆ ที่ได้คุยด้วย หรือแม้กระทั่งแค่ได้ฟังจากปากคนอื่น
แต่ข้อเสียของแนนคือ
ใจแคบ บางทีไม่ค่อยเปิดใจรับเรื่องใหม่
พลังทั้งหลายที่จะได้ ก็เลยมาไม่ค่อยเต็มที่
แนนชอบเอาความเก่งของคนอื่นมากดทับตัวเอง
ทำให้ตัวเองรู้สึกว่า เราทำอะไรไม่ค่อยได้
แค่ทำงานก๊อกๆ แก๊กๆ ไปวันๆ
อีกอย่าง
งานแบบนี้ทำแค่ไม่กี่ปีมันไม่เห็นผล
เพราะฉะนั้นจึงรู้สึกท้ออยู่บ่อยๆ
ว่าที่พยายามอยู่ ได้ผลจริงหรือเปล่า
สิ่งที่เรากำลังทำ ดีจริงเหรอ...
คำถามพวกนี้ ถ้าหาคำตอบที่แท้จริงไม่เจอก็จะบั่นทอนความรู้สึกกันไป
สำหรับเรื่องความมั่นคง
เรื่ององค์กรหรือรายได้ไม่ต้องพูดถึง (ที่จริงมันต้องพูดใช่มั้ย)
งานแบบนี้ ความมั่นคงอยู่ที่ใจเราอย่างเดียวเลย
ถ้ารักจะอยู่ด้วยกันจริง
ทำแล้วมีความสุขจริง ก็ทำไป
แต่ถ้าทำแล้วยังไม่ใช่ ก็ลองมองหาสิ่งใหม่
ทั้งนี้ทั้งนั้น
ใครใช่หรือไม่ใช่
ออกจากวายไวายไปแล้วก็ยังเป็นเพื่อนกันนะ
เรื่องเปลี่ยนงาน
อยากลาออกตั้งหลายหน!!
(ไหนบอกทำแล้วสบายใจ -*-)
คือ ไอ้คำถามและความรู้สึกที่ว่าเราทำอะไรไม่ได้ และทำไปแล้วไม่ค่อยเห็นผลนั่นแหละ
มาบั่นทอนเป็นพักๆ
แต่คิดตลบไปตลบมา
ออกไปแล้วใครจะรับตูทำงานวะ
ที่อื่นเค้าคงไม่รับหรอกคนก๊งๆ ทำอะไรไม่ค่อยได้พรรค์นี้ :30:
ก็เลยไม่ออก
อีกอย่าง
อยากทำให้ถึงที่สุดของชีวิตก่อน
อยากรู้ว่าวันสุดท้ายขององค์กรจะมีอยู่จริงมั้ย
อยากรู้ว่าท้ายที่สุด ถ้าเราฝ่าฟันมันจนสุดชีวิตแล้วจะเป็นยังไง
ป.ล.
ไอ้ วายไอวาย เนี่ย
ยังไม่เป็นตัวเป็นตนทางกฎหมายเลยนะคะ
เป็นกลุ่มคนที่รวมตัวกันเฉยๆ
อยากทำอะไร เชื่อในสิ่งไหนก็เขียนโครงการของบจากที่อื่น
ยังไม่เป็นมูลนิธิ
ไม่เป็นคณะบุคคล
ไม่เป็นบริษัท ฯลฯ
แต่นั่นแหละ
วันนึงเราจะมีตัวตน :)
-----
ถ้าใครอ่านไม่รู้เรื่อง ต้องขออภัยอย่างสูง :46:
แนนคิดอะไรกระโดดไปกระโดดมามากเลยวันนี้
(ที่จริงก็เป็นแบบนี้มาตลอด -*-)
รู้อะไรมั้ย
พี่แนนสวยตรงนี้แหละ :25:
อ้างคำพูดจาก: พันเอก เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 21:39 น.
ได้งานทำแล้วครับ ทั้ง3ที่ที่สัมภาษณ์ที่ที่เป็น Softwere house ตัดออก เพราะลงรถไฟฟ้าแล้วต่อมอเตอร์ไซค์ 20 ไปหลับ 40 ค่ารถไฟฟ้าใต้ดินเดือนละ 900 เงินเดือนช่วงทดลองงานแค่ 18 คงไม่ไหวอีกที่หนึ่งพึ่งอริ่มต้น มีกันอยู่ 3 คนแต่น่าจะสนุกสุด แต่เสี่ยงนะ
ที่สุดท้ายงานน่าจะหงอยๆ แต่ใกล้บ้านมากสบายที่สุด แถมช่วงทดลองงานให้เงินมากสุดด้วย หยุดวันเสาร์ด้วย ก็เลยสับสนในหัวใจเหมือนกัน
ว่าเราจะเอาไงดี แต่ห็ยังดีที่เรายังรู้ว่าเรายังดูแลตัวเองได้ มีเงินจ่ายค่าห้อง ค่าผ่อนอะไรต่างๆ ค่าแชร รอดตายไปอีกช่วง์(อายจังต้องมาเริ่มงานใหม่ตอนอายุ27 :16:)
:40: ดีใจด้วยค่ะ
หลังจากนี้ต้องพยายามเยอะๆ แล้ว สู้ๆน๊า
อ้างคำพูดจาก: เต่างิ เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 22:29 น.
รู้อะไรมั้ย
พี่แนนสวยตรงนี้แหละ :25:
พี่รักน้องเต่าก็เพราะแบบนี้แหละจ้ะ :25:
เขินว่ะเต่า
เป็นเอ็นจีที่หน้าตาดี ผมจะยอมให้ทีนึงก็ได้ ถ้าหน้าตาไม่ดีจริงผมไม่ยอมนะเนี่ย
ปรกติผมไม่ค่อยจะนิยมเอ็นจีโอซักเท่าไหร่นัก ถ้าจะให้เล่าถึงต้นสายปลายเหตุ
เรื่องมันยาว ดังนั้นจึงขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ แต่ก็มีเอ็นจีโอหลายคนทีเดียวที่ผม
นิยมชมชอบ แน่นอนหล่อๆทั้งนั้น :26:
สนใจต้นสายปลายเหตุค่ะ
เผื่อมีอะไรที่อธิบายได้ จะได้แก้ต่างให้ :40:
อ่านโพสต์ของพวกพี่ๆ ที่ทำงานแล้ว
ก็รู้สึกต้องขยันเรียนให้มาก ๆ กว่านี้
หางานว่ายากแล้ว ทำงานให้นานยิ่งยากกว่า
ถ้าเป็นบริษัทเอกชน เราก็ต้องทนความเสี่ยงในหน้าที่การงานให้ได้
แต่ถ้าเป็นภาครัฐ ก็ต้องทนต่อความเชื่องช้าในการเลื่อนขั้น (เพิ่มเงินเดือน)
ทำไมมันยากแบบนี้ :16:
อ้างคำพูดจาก: [inanza][~ เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 22:20 น.
เอาละนะ
แนนทำงานเป็นกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า "เอ็นจีโอ" ค่ะ
ชื่อกลุ่ม วายไอวาย
ประเด็นที่ทำเป็นเรื่องเยาวชน วัยรุ่น เด็กม.ปลาย น้องในมหาวิทยาลัย
กระตุ้นโน่นนี่ ให้เด็กแก๊งเหล่านี้หันมาลองทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับสังคมรอบตัว
เอ็นจีโอ - NGO = Non Government Organization
แปลตรงตัวคือ องค์กรที่ไม่ใช่รัฐบาล
ขยายความอีกหน่อยคือ เป็นเอกชนที่ไม่หวังผลกำไรเยอะๆ
เป็นพวกอยากทำอะไรให้บ้านเรา สังคมรอบตัวเรามันน่ามองขึ้นอีกหน่อย
(อธิบายมากไปเดี๋ยวงง เอาแค่นี้ก่อนละกันเนาะ)
ถ้าไม่นับอารมณ์ขุ่นมัวตอนนี้ (อารมณ์กำลังแปรปรวน)
แนนมีความสุขและสบายใจกับงานของตัวเองมากๆ
เงินเดือนไม่เยอะหรอกนะ
ถ้าเทียบกับเพื่อนคนอื่นที่เรียนจบมาเกือบ 2 ปี
อัตราก้าวหน้าไม่ต้องพูดถึง
โบนัสก็มีบ้างไม่มีบ้าง (ส่วนใหญ่เป็นอย่างหลัง)
วันหยุดก็ไม่แน่นอน (แต่อยากหยุดเมื่อไหร่ก็หยุดไป ถ้าจัดการตัวเองได้)
แต่ความสุขอยู่ที่
ความเป็นครอบครัว เป็นพี่เป็นน้อง
ทำงานเมื่อไหร่ก็ได้
เป็นเจ้านายตัวเอง (มีกรอบการทำงาน วางแผนเอง และทำให้ตรงเส้นตาย)
เวลาเจอน้อง หรือคนรุ่นเดียวกันที่กำลังพยายามทำกิจกรรมสนุกสนานเพื่อโลก
มันรู้สึกสดชื่น...
พลังในการทำงานแต่ละวันมาจากเรื่องใหม่ๆ ที่ได้เจอ
จากโครงการเพื่อสังคม (ไม่อยากใช้คำนี้เลยแฮะ แต่เลี่ยงไม่ได้) ของน้องๆ วัยรุ่นในชุมชนที่จู่ๆ ก็อยากทำอะไรให้หมู่บ้านตัวเอง
คนเจ๋งๆ ที่ได้คุยด้วย หรือแม้กระทั่งแค่ได้ฟังจากปากคนอื่น
แต่ข้อเสียของแนนคือ
ใจแคบ บางทีไม่ค่อยเปิดใจรับเรื่องใหม่
พลังทั้งหลายที่จะได้ ก็เลยมาไม่ค่อยเต็มที่
แนนชอบเอาความเก่งของคนอื่นมากดทับตัวเอง
ทำให้ตัวเองรู้สึกว่า เราทำอะไรไม่ค่อยได้
แค่ทำงานก๊อกๆ แก๊กๆ ไปวันๆ
อีกอย่าง
งานแบบนี้ทำแค่ไม่กี่ปีมันไม่เห็นผล
เพราะฉะนั้นจึงรู้สึกท้ออยู่บ่อยๆ
ว่าที่พยายามอยู่ ได้ผลจริงหรือเปล่า
สิ่งที่เรากำลังทำ ดีจริงเหรอ...
คำถามพวกนี้ ถ้าหาคำตอบที่แท้จริงไม่เจอก็จะบั่นทอนความรู้สึกกันไป
สำหรับเรื่องความมั่นคง
เรื่ององค์กรหรือรายได้ไม่ต้องพูดถึง (ที่จริงมันต้องพูดใช่มั้ย)
งานแบบนี้ ความมั่นคงอยู่ที่ใจเราอย่างเดียวเลย
ถ้ารักจะอยู่ด้วยกันจริง
ทำแล้วมีความสุขจริง ก็ทำไป
แต่ถ้าทำแล้วยังไม่ใช่ ก็ลองมองหาสิ่งใหม่
ทั้งนี้ทั้งนั้น
ใครใช่หรือไม่ใช่
ออกจากวายไวายไปแล้วก็ยังเป็นเพื่อนกันนะ
เรื่องเปลี่ยนงาน
อยากลาออกตั้งหลายหน!!
(ไหนบอกทำแล้วสบายใจ -*-)
คือ ไอ้คำถามและความรู้สึกที่ว่าเราทำอะไรไม่ได้ และทำไปแล้วไม่ค่อยเห็นผลนั่นแหละ
มาบั่นทอนเป็นพักๆ
แต่คิดตลบไปตลบมา
ออกไปแล้วใครจะรับตูทำงานวะ
ที่อื่นเค้าคงไม่รับหรอกคนก๊งๆ ทำอะไรไม่ค่อยได้พรรค์นี้ :30:
ก็เลยไม่ออก
อีกอย่าง
อยากทำให้ถึงที่สุดของชีวิตก่อน
อยากรู้ว่าวันสุดท้ายขององค์กรจะมีอยู่จริงมั้ย
อยากรู้ว่าท้ายที่สุด ถ้าเราฝ่าฟันมันจนสุดชีวิตแล้วจะเป็นยังไง
ป.ล.
ไอ้ วายไอวาย เนี่ย
ยังไม่เป็นตัวเป็นตนทางกฎหมายเลยนะคะ
เป็นกลุ่มคนที่รวมตัวกันเฉยๆ
อยากทำอะไร เชื่อในสิ่งไหนก็เขียนโครงการของบจากที่อื่น
ยังไม่เป็นมูลนิธิ
ไม่เป็นคณะบุคคล
ไม่เป็นบริษัท ฯลฯ
แต่นั่นแหละ
วันนึงเราจะมีตัวตน :)
-----
ถ้าใครอ่านไม่รู้เรื่อง ต้องขออภัยอย่างสูง :46:
แนนคิดอะไรกระโดดไปกระโดดมามากเลยวันนี้
(ที่จริงก็เป็นแบบนี้มาตลอด -*-)
อ่านเสร็จแล้วอยากกดบวกสีก ยี่สิบ :25:
น้องแนน น่ารักมาก จริงๆ เราคุยเรื่องนี้กันแล้ว ทั้งทะเลและรถทัวร์ (แนนต้องเล่าสองรอบเพราะฟ้าถาม 1 รอบอู๋ถามอีก 1 รอบ)
ทุกครั้งที่แนนเล่า ประโยคกินใจมันอยู่ที่
"ทำแล้วมีความสุข" เนี่ยแหล่ะ
จริงๆ ตรงนี้สำคัญมากกับคนทำงานนะ ไม่ใช่สิ ทุกๆคนเลยมั๊ง
เป็นตัวอย่างของคำว่า "พอเพียง" ได้เลยนะ :33:
อ่านจบแล้วอยากเล่าของตัวเองครับ
เริ่มจากฝึกงานแล้วกัน
ตอนใกล้จะจบแล้ว รู้จักกันกับเพื่อนที่เป็นรุ่นพี่ที่มหาลัย น้าของแกมีบ.เป็นของตนเอง เค้าชักชวนให้ไปฝึกงานด้วย
ไอ้เราก็ไปฝึกได้เดือนนึง ก็ไม่มีอะไร พออีก 1 เดือนจะจบ เขาให้ไปช่วยงานก่อน และเพื่อไปเรียนรู้งาน สรุปตอนเริ่มงานนั้นยังเรียนไม่จบดี
เริ่มตำแหน่งแรก เป็น สมาชิกสัมพันธ์ ของสมาคมท่อเงเที่ยวดำน้ำไทย (ไม่มีคนรู้จักก็ไม่แปลก ผมเองยังไม่รู้จักเลย) ตอนนั้นรู้แต่ว่าหาแนวร่วมในการโปรโมทกิจกรรมการดำน้ำในประเทศไทยไปในทิศทางการขาย มิใช่อนุรักษ์
ทำไปทำมาจึงรู้ว่าวงการนี้มีแต่มาเฟีย จึงไม่สามารถทนอยู่ได้จึงได้พับโครงการไป รวมอายุสมาคมนี้ได้ 9 เดือน
หลังจากนั้นก็เคว้งคว้าง แต่ยังอยู่ในบริษัทเดิม จนกระทั่งผู้บริหารมีคำสั่งให้ผม ไปช่วยงานในบริษัทในเครือที่เป็นบริษัทท่องเที่ยว (Travel Agent)ทำในส่วนจองโรงแรมและทัวร์ของ นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาไทย ทำเป็นMarketing ด้วย เด็กยกของด้วย ทำเวบไซต์ด้วย (นี่เป็นเหตุให้รู้จักเว็บนี้) ในระหว่างที่ทำงานนี่ผมก็เรียน ป.โทไปด้วย ซึ่งจะจบเดือน พค.นี้แล้ว ดูแล้วอนาคตน่าจะไปได้รุ่ง สดใส
ซึ่งมันก็ไปได้ด้วยดีนะ เสียแต่ว่าเงินเดือนน้อย โอกาสก้าวหน้ายิ่งน้อยกว่า สวัสดิการก็ไม่มี มีแต่ประกันสังคม เงินเดือนก็ขไม่ขึ้นเลย
จนกระทั่งอยู่มาครบ 1 ปี (สรุป รวม เป็น 2 ปี แล้วนะ) เงินเดือนอยู่ที่ 14000 แต่หักนั่นนี่นู่นแล้วเหลือ 12500
จนถึงจุดเปลี่ยน
คุณแม่ไม่สบาย เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ต้องเข้าผ่าตัดด่วน ประกอบกับ ทางฝ่ายพ่อขอหย่าและแบ่งทรัพย์สิน
ถึงจุดนี้ จึงคิดกับตัวเองว่า เราจะหลักลอยแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ เราต้องหาอะไรที่เป็นหลักเป็นฐานได้แล้ว
จึงเป็นเหตุให้หางานใหม่ และลาออกจากที่เก่า
วันที่ลาออก ผู้ใหญ่เรียกเข้าไปพบ และถามว่ามีอะไรไม่สบายใจเหรอถึงจะลาออก ไม่ออกได้ไหม ตัดสินใจไปแล้วเหรอ เปลี่ยนใจได้ไหม บลา บลา บลา แต่ผมตอบเขาไปแต่เพียงว่า
"ผมไม่ได้มีปัญหากับใคร ผมแค่อยากไปหาประสบการณ์และความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ที่ใหม่ให้น้อยกว่าที่นี่อีก เพราะฉะนั้นเรื่องเงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับผม"
ตอนนี้ผมได้งานใหม่แล้วครับ กำลังจะเริ่มวันที่ 21 นี้ เป็น บ.ของญี่ปุ่นอยู่แถวสุรวงศ์ เกี่ยวกับ Logistic
เงินเดือน 12500 พ้นโปรเป็น 13000 แต่ความก้าวหน้ามีแน่นอน
ตอนนี้ผมดีใจเป็นที่สุด และดีใจกับพี่พันเอกด้วยนะครับที่ได้งานแล้ว
ผมถึงแม้จะเป็นสายบริหาร เงินเดือนคงไม่เท่า specialist อย่างพวกพี่ๆ แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ตัวเองมีค่าขึ้นมาบ้างนอกจากเกาะพ่อแม่กิน
อยากบอกอย่างนึงว่า เวลาออกจากที่ไหน ให้ "ออกอย่างหงส์ มิใช่อย่างกา"
"ขอเงินตราจงสถิตย์อยู่กับตัวท่าน"
กร๊าก ตอบช้าไป ..โดนตัดหน้าซะแล้วต๋อย
แนนโพสท์ได้เท่มาก :25: บวกๆ
เรื่องประสบการณ์ในการทำงานของผมก็ยังมีไม่มากเท่าไหร่ เพราะผมอายุยังน้อยครับ
จัดได้ว่าอยู่ในกลุ่มวัยใสตอนปลายได้เลยทีเดียว
เมื่อพ้นช่วงวัยใสแรกแย้ม........ผมเริ่มต้นกับที่ทำงานแห่งแรกในจังหวัดใกล้
เคียงบ้านเกิดทำมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยปีท้ายๆแล้วครับ ในรูปแบบฟรีแลนซ์ พอเรียนจบ
ก็เห็นว่าใกล้บ้านดี ทำต่อที่นี่แหล่ะวุ้ย ในรูปแบบของฟรีแลนซ์มีต้นสังกัด ซึ่งต้นสังกัดต่อไป
นี้ผมจะเรียกสั้นๆว่าเฮียก็แล้วกันครับ คือเฮียเค้าต้องการจะเปิดsectionงานให้กว้างขึ้นในรูป
แบบตลาดกินรวบ ลูกค้าส่วนใหญ่จะมีงานหลายประเภทที่ก้ำกึ่งหรือเป็นงานต่อเนื่องจากที่
เฮียทำอยู่ หลายเจ้าต้องการความสะดวกมาที่เดียวจบหากมาแล้วต้องไปต่อที่อื่นอีกก็ไม่จ้าง
เฮียจึงต้องการจะรักษาลูกค้าในส่วนนี้ไว้
คุยกันก็หลายทีในรูปแบบของการปรับทุกข์และ
ให้คำปรึกษา สรุปตรงที่ว่าเฮียยินดีจะจ้างผมไว้สำหรับจัดการกับลูกค้าประเภทนี้โดยเฉพาะ
เพราะรู้มือกันดีอยู่แล้ว ส่วนเงินเดือนก็หมื่นต้นๆครับ เทียบกับการได้อยู่บ้านกับพ่อแม่แล้ว
ผมว่ามันคุ้มค่าครับ เดินทางไกลนิดหน่อยแต่บ้านไม่ต้องเช่ารถไม่ต้องซื้อข้าวหากินเฉพาะ
ตอนกลางวัน เงินเหลือเยอะครับแต่ไม่เคยคิดจะเก็บ เผาพลาญไปกับการกินดื่มอย่างหมดจด
ทุกเดือน แต่ที่นี่มีสิงนึงที่ผมไม่ชอบก็คือพฤติกรรมส่วนตัวของเฮียเองและลูกน้องที่ที่ทำงานใน
บางเรื่อง( ไม่เกี่ยวกับงานครับเป็นเรื่องพรรคนั้นแหล่ะ ผมยอมรับครับว่าตัวเองอินโนเซนต์
มากและค่อนข้างจะหัวโบราณ เจอแบบนี้ก็เสียรังวัดกันไปพอสมควร :49:) จนกระทั่งมาวันหนึ่ง
เฮียชวนผมไปเสียตังค์ยามเย็นอีกรอบ พร้อมกับปรับทุกข์ว่าแม่เฮียถามว่าเดือนๆนึงทำรายได้
ได้เท่าไหร่ เฮียก็ตอบไปโดยไม่คิดอะไร
การตอบครั้งนี้ทำให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ คือแม่เฮียบอก
ให้เฮียเลิกกิจการ กลับไปช่วยงานที่บ้านรายได้มันเยอะกว่าจะมานั่งทำแบบนี้ บรรยากาศในร้าน
ยามนั้นช่างหนักหน่วงเสียเหลือเกิน (วัยขบเผาะอย่างผมรับไม่ได้) เราคุยกันหลายเรื่องสุดท้าย
จบลงด้วยเรื่องพันธะกิจทั้งหลายที่ค้างคาอยู่และ........................วันกำหนดปิดกิจการ
ตัดฉากไปอย่างรวดเร็วถึงวันลาจาก........ผมนั่งสูบบุหรี่อยู่ที่ม้าหินอ่อน มองดูรถราวิ่งผ่านไปมา
ผมไม่ได้มีความรู้สึกเครียด ว้าเหว่ สับสนหรือว่าเหงาแม้แต่น้อย เฮียเดินมานั่งตรงข้ามกับผม
ยิ้มแล้วหยิบสมุดเช็คมาเซ็นสั่งจ่ายเงินให้ผมก้อนนึงเป็นเงินจำนวนห้าหลัก มันไม่ใช่เงินค่าน้ำใจ
อะไรหรอกครับแต่เป็นเงินในการทำงานที่ผมทดรองจ่ายไปก่อน เช็คใบนั้นเฮียเซ็นอย่างประณีต
ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น ใครเล่าจะรู้ว่าเช็คใบนั้นจะทำให้ผมจดจำเฮียได้อย่างขึ้นใจ
เพราะว่ามันเด้งครับมันเด้งอย่างสวยงามราวกับนักกีฬาเหรียญทอง
โอลิมปิกมากระโดดทำราวน์ดรอป ฟิกแฟ๊ก ก่อนจะลังกาเกลียวสองรอบ ลงมายืนแอ้แอ่นรับ
สิบแต้มเต็มอย่างสวยงามให้ดูต่อหน้าต่อตากันเลยทีเดียว โธ่ไอ้เฮีย ทุกวันนี้ผมยังเก็บเช็คใบนั้น
ไว้ดูเล่นอยู่เลยกะจะเอาไว้ให้ลูกหลานดูว่าเช็คเด้งหน้าตามันเป็นยังไง
จบภาค....ไอ้หนุ่มบ้านนอกวัยใส ภาคต่อไป เมื่อข้าพเจ้าเข้ากรุงฯ :37:
ยังไม่ได้อ่านของพี่เช่
เจออันนี้ก่อน
อ้างคำพูดจาก: กาปุก เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 23:30 น.
แนนโพสท์ได้เท่มาก :25: บวกๆ
ขอบคุณค่าเจ๊ปุก
+คืนนะ :22:
อ้างคำพูดจาก: [inanza][~ เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 22:20 น.
เอาละนะ
แนนทำงานเป็นกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า "เอ็นจีโอ" ค่ะ
ชื่อกลุ่ม วายไอวาย
ประเด็นที่ทำเป็นเรื่องเยาวชน วัยรุ่น เด็กม.ปลาย น้องในมหาวิทยาลัย
กระตุ้นโน่นนี่ ให้เด็กแก๊งเหล่านี้หันมาลองทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับสังคมรอบตัว
เอ็นจีโอ - NGO = Non Government Organization
แปลตรงตัวคือ องค์กรที่ไม่ใช่รัฐบาล
ขยายความอีกหน่อยคือ เป็นเอกชนที่ไม่หวังผลกำไรเยอะๆ
เป็นพวกอยากทำอะไรให้บ้านเรา สังคมรอบตัวเรามันน่ามองขึ้นอีกหน่อย
(อธิบายมากไปเดี๋ยวงง เอาแค่นี้ก่อนละกันเนาะ)
ถ้าไม่นับอารมณ์ขุ่นมัวตอนนี้ (อารมณ์กำลังแปรปรวน)
แนนมีความสุขและสบายใจกับงานของตัวเองมากๆ
เงินเดือนไม่เยอะหรอกนะ
ถ้าเทียบกับเพื่อนคนอื่นที่เรียนจบมาเกือบ 2 ปี
อัตราก้าวหน้าไม่ต้องพูดถึง
โบนัสก็มีบ้างไม่มีบ้าง (ส่วนใหญ่เป็นอย่างหลัง)
วันหยุดก็ไม่แน่นอน (แต่อยากหยุดเมื่อไหร่ก็หยุดไป ถ้าจัดการตัวเองได้)
แต่ความสุขอยู่ที่
ความเป็นครอบครัว เป็นพี่เป็นน้อง
ทำงานเมื่อไหร่ก็ได้
เป็นเจ้านายตัวเอง (มีกรอบการทำงาน วางแผนเอง และทำให้ตรงเส้นตาย)
เวลาเจอน้อง หรือคนรุ่นเดียวกันที่กำลังพยายามทำกิจกรรมสนุกสนานเพื่อโลก
มันรู้สึกสดชื่น...
พลังในการทำงานแต่ละวันมาจากเรื่องใหม่ๆ ที่ได้เจอ
จากโครงการเพื่อสังคม (ไม่อยากใช้คำนี้เลยแฮะ แต่เลี่ยงไม่ได้) ของน้องๆ วัยรุ่นในชุมชนที่จู่ๆ ก็อยากทำอะไรให้หมู่บ้านตัวเอง
คนเจ๋งๆ ที่ได้คุยด้วย หรือแม้กระทั่งแค่ได้ฟังจากปากคนอื่น
แต่ข้อเสียของแนนคือ
ใจแคบ บางทีไม่ค่อยเปิดใจรับเรื่องใหม่
พลังทั้งหลายที่จะได้ ก็เลยมาไม่ค่อยเต็มที่
แนนชอบเอาความเก่งของคนอื่นมากดทับตัวเอง
ทำให้ตัวเองรู้สึกว่า เราทำอะไรไม่ค่อยได้
แค่ทำงานก๊อกๆ แก๊กๆ ไปวันๆ
อีกอย่าง
งานแบบนี้ทำแค่ไม่กี่ปีมันไม่เห็นผล
เพราะฉะนั้นจึงรู้สึกท้ออยู่บ่อยๆ
ว่าที่พยายามอยู่ ได้ผลจริงหรือเปล่า
สิ่งที่เรากำลังทำ ดีจริงเหรอ...
คำถามพวกนี้ ถ้าหาคำตอบที่แท้จริงไม่เจอก็จะบั่นทอนความรู้สึกกันไป
สำหรับเรื่องความมั่นคง
เรื่ององค์กรหรือรายได้ไม่ต้องพูดถึง (ที่จริงมันต้องพูดใช่มั้ย)
งานแบบนี้ ความมั่นคงอยู่ที่ใจเราอย่างเดียวเลย
ถ้ารักจะอยู่ด้วยกันจริง
ทำแล้วมีความสุขจริง ก็ทำไป
แต่ถ้าทำแล้วยังไม่ใช่ ก็ลองมองหาสิ่งใหม่
ทั้งนี้ทั้งนั้น
ใครใช่หรือไม่ใช่
ออกจากวายไวายไปแล้วก็ยังเป็นเพื่อนกันนะ
เรื่องเปลี่ยนงาน
อยากลาออกตั้งหลายหน!!
(ไหนบอกทำแล้วสบายใจ -*-)
คือ ไอ้คำถามและความรู้สึกที่ว่าเราทำอะไรไม่ได้ และทำไปแล้วไม่ค่อยเห็นผลนั่นแหละ
มาบั่นทอนเป็นพักๆ
แต่คิดตลบไปตลบมา
ออกไปแล้วใครจะรับตูทำงานวะ
ที่อื่นเค้าคงไม่รับหรอกคนก๊งๆ ทำอะไรไม่ค่อยได้พรรค์นี้ :30:
ก็เลยไม่ออก
อีกอย่าง
อยากทำให้ถึงที่สุดของชีวิตก่อน
อยากรู้ว่าวันสุดท้ายขององค์กรจะมีอยู่จริงมั้ย
อยากรู้ว่าท้ายที่สุด ถ้าเราฝ่าฟันมันจนสุดชีวิตแล้วจะเป็นยังไง
ป.ล.
ไอ้ วายไอวาย เนี่ย
ยังไม่เป็นตัวเป็นตนทางกฎหมายเลยนะคะ
เป็นกลุ่มคนที่รวมตัวกันเฉยๆ
อยากทำอะไร เชื่อในสิ่งไหนก็เขียนโครงการของบจากที่อื่น
ยังไม่เป็นมูลนิธิ
ไม่เป็นคณะบุคคล
ไม่เป็นบริษัท ฯลฯ
แต่นั่นแหละ
วันนึงเราจะมีตัวตน :)
-----
ถ้าใครอ่านไม่รู้เรื่อง ต้องขออภัยอย่างสูง :46:
แนนคิดอะไรกระโดดไปกระโดดมามากเลยวันนี้
(ที่จริงก็เป็นแบบนี้มาตลอด -*-)
ชอบบบบบบบบบบบบบบบบ :25:
เดี๋ยวจะหาทางดึงหนวดพี่บอลมาฝากนะ
เอาอย่างอื่นด้วยได้เปล่า :27:
แค่หนวดยังไม่รู้จะหาได้มั้ยเลยเจ๊ :01:
ตามบวกหลายๆ ความคิดเห็นในจู๋นี้ตั้งแต่เช้าแล้วครับ :25:
ขอเรียบเรียงอะไรต่างๆ ที่มันยังอวลกันอยู่ในหัวแล้วจะเขียนบ้างนะ
รออ่านภาคต่อของพี่เช่ :25:
เดี๋ยวเช่พันเอก แถลงนิด :01: ไอ้บริบัทที้มีหัน 3 คนนะมีความรู้สึกว่ามันเสียวๆยังไงก็ไม่รู้อะ โทรมาหาว่าจะทำไหม เพราะโทรมาบอกว่าสรุปจะทำกับพี่ไหม แล้วบอกเค้าว่ามีอีกที่หนึ่งใหล้บ้านมากหยุดวันเสาร์ด้วย เค้าบอกว่าเดี๋ยวต่อไปเราก็ให้หยุดวันเสาร์
คือเหมือนเค้าอยากให้เราทำด้วยมาก มากจนน่ากลัว เพราะบริบัทเค้าก็ไม่มีอะไรที่ยอมได้เค้ายอมให้หมด กลัวเลยจะโดนหลอกไหมเนี่ย
เพราะไม่ได้ลงในเว็บสมัครงานด้วย(ลงในthaiflash) คือเค้ารีบจนน่าแปลกใจนะ
เข้าเว็บ http://www.dbd.go.th แล้วสมัครสมาชิก
(เว็บกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์)
สมัครสมาชิกแล้ว ที่หน้าแรกด้านซ้ายมือ เลือกตรวจสอบ
1) การส่งงบการเงินของนิติบุคคล
2) เปรียบเทียบงบการเงินของนิติบุคคล 3 ปี
ดูตัวเลขแล้วพอจะเห็นคร่าวๆ ค่ะ ว่าเข้าท่ารึเปล่า แต่รายละเอียดลึกกว่านี้ดูไม่เป็นจริงๆ
ที่พี่บัญชีเก่งๆ เค้าสอนมา คือให้ดูว่าทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ จ่ายเต็มหรือไม่ , ดูกำไรขาดทุน
รายได้ที่ผ่านมาว่าบริษัทโตขึ้น หรือแย่ลง แน่นอนว่าตัวเลขทางบัญชีพวกนี้มีการตกแต่ง แต่ก็
ยังพอเห็นภาพได้ค่ะ
มีอีกวิธี ลองกรอกชื่อบริษัทที่รู้จักดี แล้วดูข้อมูลเปรียบเทียบกับบริษัทที่อยากรู้
น่าจะมองภาพออกมากขึ้นนะคะ
เอาใจช่วยค่ะ สู้ๆ :33:
ขอแปะหน่อยครับ กระจู๋มีคุณภาพ :12:
อ่านจู๋นี้กับมือถือลำบากชิป
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 03 เม.ย. 2008, 09:34 น.
อ่านจู๋นี้กับมือถือลำบากชิป
เป๋ โลโก้ของโพสก็เป็นรูปโทรศัพย์ด้วย :25:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 03 เม.ย. 2008, 07:42 น.
เข้าเว็บ http://www.dbd.go.th แล้วสมัครสมาชิก
(เว็บกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์)
สมัครสมาชิกแล้ว ที่หน้าแรกด้านซ้ายมือ เลือกตรวจสอบ
1) การส่งงบการเงินของนิติบุคคล
2) เปรียบเทียบงบการเงินของนิติบุคคล 3 ปี
ดูตัวเลขแล้วพอจะเห็นคร่าวๆ ค่ะ ว่าเข้าท่ารึเปล่า แต่รายละเอียดลึกกว่านี้ดูไม่เป็นจริงๆ
ที่พี่บัญชีเก่งๆ เค้าสอนมา คือให้ดูว่าทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ จ่ายเต็มหรือไม่ , ดูกำไรขาดทุน
รายได้ที่ผ่านมาว่าบริษัทโตขึ้น หรือแย่ลง แน่นอนว่าตัวเลขทางบัญชีพวกนี้มีการตกแต่ง แต่ก็
ยังพอเห็นภาพได้ค่ะ
มีอีกวิธี ลองกรอกชื่อบริษัทที่รู้จักดี แล้วดูข้อมูลเปรียบเทียบกับบริษัทที่อยากรู้
น่าจะมองภาพออกมากขึ้นนะคะ
เอาใจช่วยค่ะ สู้ๆ :33:
เพิ่งรู้นะเนี่ย เอาไว้ตรวจสอบบริษัทได้เลย + :25:
อ้างคำพูดจาก: โต เมื่อ 03 เม.ย. 2008, 10:03 น.
เป๋ โลโก้ของโพสก็เป็นรูปโทรศัพย์ด้วย :25:
ไปเกณฑ์ทหารมาครับ นั่งรอวัดขนาด
ไม่ได้ขนาด :08a:เสร็จเรียบร้อยและ เห้อ พ้นไปอีกเรื่อง
อยากอ่านนะ แต่ยาวมากๆ :14:
แปะไว้ก่อนละกัน
แปะไว้ตั้งนานมาต่อซะหน่อย :33:
ถ้าถามว่าพอใจกับงานที่ทำอยู่ตอนนี้ไหม ตอบได้เลยว่า พอใจมาก
งานที่โบว์ทำอยู่ตอนนี้คือ 1.เป็นเจ้าของแบรน "monamafia" (พุดซะหรู)
2.เป็น project manager สตูดิโอออกแบบชื่อดังย่านวังหิน (พูดหรูอีกแล้ว)
จริงๆโบว์เริ่มทำงานตั้งแต่อยู่ปี 3 ขายประกันขายตรงไปเรื่อย
แต่เริ่มจริงๆจังๆตอนอยู่ปี 4 ขายตรงแบบจริงจังมาก
เพราะว่าที่บ้านไม่มีตัง คือพ่อกับแม่ขายของในตลาดแล้วเค้าก็รับจ็อบเป็นเจ้ามือหวย
แต่เจ๊งน่ะค่ะ เจ๊งขนาดที่ว่าติดหนี้เป็นล้านๆ เจ้าหนี้เต็มไปหมด โทรศัพท์นี่ไม่ต้องรับเลย
มีแต่คนโทรไปทวง แม่ออกไปขายของที่ตลาดก็ออกแทบไม่ได้
มีแต่คนออกไปด่าไปทวงกลางตลาด แม่กะพ่อจะฆ่าตัวตายวันละหลายๆรอบ
โบว์เลยต้องออกมาดิ้นรนทำงานช่วงปี 4 อีกอย่างต้องส่งน้องเรียนเพราะพ่อแม่ไม่มีตังด้วย
ตอนนั้นเบียร์เรียนอยู่วิศวะปีปี 3 มั๊ง
ปี 4 นี่โบว์ไม่ได้สนใจเรียนเลย มัวแต่หาเงิน เลยเรียนไม่จบ 4 ปี
ล่อไป 4 ปีครึ่ง (จริงๆ ขี้เกียจตั้งแต่เข้ามหาลัยแล้ว f ระนาว พูดให้ดูดีไปงั้นแหละ :30:)
ตอนทำขายตรงที่อยู่ปี 4 นี่แรกๆลุ่มๆดอนๆมาก
แรกๆได้หลักพันพอเดือนที่ 3-4 เริ่มขึ้นเป็นหมื่น บางเดือนสูงสุด 4 หมื่นก็มี
ทำได้ 10 เดือน แต่ปีนั้นได้เงินได้เฉลี่ยเดือนละ 2 หมื่นบาท
จริงๆมันเยอะมากๆเลยนะสำหรับคนที่เรียนอยู่ปี 4 แต่มันไม่พอกับรายจ่ายเลย
ตอนนั้นคือต้องจ่ายเองเกือบทุกอย่าง ให้เบียร์เดือนละ 3500 ค่าหอตัวเอง 1500
ผ่อนแอร์ที่บ้านที่พ่อกะแม่ยังผ่อนไม่หมด 2 พันกว่าบาท
ตอนแรกกะว่าให้เค้ายึดไปเลยแล้วไปตายเอาดาบหน้าแต่สงสารพ่อแม่
่แม่เค้าก็เสียดายเพราะผ่อนมาได้ครึ่งทางก็เลยต้องผ่อนต่อ
มีอย่างอื่นอีกนะ อ้อมีเครื่องดูดฝุ่นด้วยแต่อันนี้ปล่อยยึดไปเลย
อีกเรื่องนึงคือเรื่องใหญ่มากๆที่ทำให้ตังหมดคือว่า บ้านที่อยู่ยังผ่อนไม่หมด
แล้วพอพ่อกะแม่เจ๊งเนี่ย ก็เลยจะโดนยึดครับท่าน :05:
บ้านหลังนี้มีอาถรรพ์ จำได้ว่าตอนนอยู่สัก ปี 1
ตอนนั้นพ่อกะแม่ขายของไม่ดี กุ้งที่เลี้ยงไว้ที่จันทบุรีตายยกบ่อ ไม่มีตังส่งบ้าน
รอบนั้นก็จะโดนยึดไปแล้วรอบนึง แต่พอธุรกิจพ่อกะแม่ฟื้นเค้าเลยส่งบ้านกันต่อ
ครั้งนี้ที่โบว์อยู่ปี 4 เป็นรอบที่ 2 ที่จะโดนยึด
โอ้ว อาถรรพ์จริงๆ ตอนแรกบ้านอยู่กับ ธนาคารชื่ออะไรนะที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นนครหลวง
พอธนาคารเปลี่ยนมือ แล้วเราไม่ส่งเค้าเลยย้ายเจ้าหนี้ไปอยู่กับ "บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี"
เป็นบริษัทที่จัดการเรื่องบ้านโดยเฉพาะเลย ซื้อหนี้เสียมาจากธนาคารแล้วเตรียมขายทอดตลาด
ตอนนั้นโบว์ก็ความรู้งูๆปลาๆ แต่รู้อยู่อย่างนึงว่าจะไม่ยอมให้บ้านหลังนี้โดนยึด
เลยทำทุกอย่าง ตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต ดีที่ทำขายตรงพอไว้ เลยตั้งแชร์ค่ะ
ได้เงินก้อนมา 5 หมื่น เอาไปโป๊ะบ้าน แล้วก็ทำสัญญาผ่อนต่อกับบริษัทนี้ เดือนละ 7 พันบาท
หายนะเริ่มมาเยือน เพราะ 7 พันบาทสำหรับเรานี่เยอะนะเพราะขายตรงมันก็ไม่มั่นคง
โบว์จัดลำดับความสำคัญดังนี้คือ
เรื่องที่ 1 .เบียร์ (น้องชาย) จะต้องมาก่อน
2.ส่งบ้าน แค่นี้รายได้จากขายตรงก็จะหมดแล้ว
เราก็ยืมคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย โชคดีสนิทกะพี่ที่ศิลปากรคนนึง เวลาตังไม่มีก็ยืมเค้าตลอด
(ตอนนั้นแอนก็เรียนปี 5 ทะเลาะกันแทบจะเลิกกันเพราะไม่มีเวลา และทะเลาะกันเรื่องขายตรง) :39:
เบียร์นี่มันก็อึดนะ มีเรื่องนึงที่แม่รันทดจนทุกวันนี้ พูดถึงเค้ายังร้องไห้ทุกครั้ง
เบียร์มันไม่มีตังโบว์ก็ตังหมดยังไม่ออก เบียร์มันโทรไปขอแม่กะพ่อบอกว่ามีตังบ้างไหม
มันไม่มีตังกินข้าว พ่อกับแม่ก็ไม่มี 100 เดียวยังไม่มี สงสารพ่อกับแม่มากเค้าช้ำใจมาก
ว่าเงินจะให้ลูกกินข้าวยังไม่มีรูุ้้สึกว่าเบียร์มันขุดตังได้ 5 บาท เลยซื้อมาม่ากินเลยรอดตัวไป
ลืมบอกว่าพ่อกับแม่หมดอาลัยตายเลิกทำงานเกือบปีน่ะ พ่อนี่หยุดเลย
คือทั้งคู่เค้าไม่กล้าไปสู้หน้าผู้คนที่ตลาด ขายของได้แต่ก็มีลูกหนี้มาทวงเต็มไปหมด
จนไม่มีทุนลงของขายในวันต่อมา โบว์เลยกลายเป็นตัวยืนของบ้าน
สงสารพ่อกะแม่มาก เค้าไม่รู้จะทำอะไร ได้แต่นอนๆๆๆๆ แบบคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต
โบว์เลยเป็นเสาหลักของบ้านไปเลย
เดี่ยวมาต่อไปซักผ้าก่อน เล่าไปเล่ามาชักมัน :33:
สุดยอดครับ ผมว่าผมก็เป็นหลักของบ้านแล้วนะ แต่ไม่เคยใช้หนี้ หรือให้พ่อแม่เป็นก้อนมากกว่า 50000 เลย
โว้ว ภาระหนักอึ้ง :12: :12: :12: :12:
รู้สึกโชคดีที่ที่บ้าน ไม่เคยผ่อนอะไร :05:
เก่งและเข็มแข็งมากๆ เลย รออ่านต่ะนะคะ :22:
เพิ่งเห็นกระจู๋นี้ ขออ่านก่อนแล้วกัน ข้อความแต่ละคนยาวๆ ทั้งนั้นเลย :44:
สุดยอดหญิงแกร่ง :12: :12:
โห :25:
พอได้อ่านแล้วก็รู้สึกเหมือนคนอื่นๆ แหละครับ
ว่าเฮ้ย ภาระขนาดนี้จะเอาตัวรอดยังไงวะ :08:
อย่างบ้านตูตอนนี้หนี้ก็มีอยู่เหมือนกันแต่แค่ไม่กี่แสน
แล้วน้องชายก็เป็นมะเร็งด้วย :52:
ค่ารักษาเดือนนึงหลายหมื่นก็ไม่เท่าไหร่
แต่ความเครียด ความวิตกกังวลของพ่อกับแม่นี่แหละ
ที่ถือเป็นเรื่องใหญ่ของคนวัยเฉียดเกษียณ ที่ต้องมาดูแลลูกอ่อนวัยยี่สิบกว่าๆ เนี่ย
ดีว่าทำงานราชการครู (ที่เมื่อก่อนเขาว่าเท่และมั่นคงกัน)
ก็เลยพอมีสวัสดิการสารพัดมาแบ่งเบาภาระตรงนี้ได้ (เหลือแค่หลักหมื่นต่อเดือน)
แต่หนี้สินที่มีอยู่เยอะแยะตามสูตรข้าราชการไทย ก็ยังต้องหาวิธีโยกต่อไป
อ่านของพี่ฉึ่งเมื่อหลายหน้าก่อน เป็นคำเตือนให้ระวังไว้ว่า
ตอนนี้เราคิดว่าทำงานมีเงินเก็บพอหลวมๆ ก็อย่าเพิ่งวางใจ
เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ อะไรก็เกิดขึ้นได้...
ขอบคุณครับ
จู๋นี้ใครอ่านก็พากันบวกล่ะครับ เพราะเรื่องพวกนี้สอนเราได้มากเลย
แต่โพสต์นี้ตรงใจสุด
อ้างคำพูดจาก: แป้งหวาน สวัสดีค่ะ เมื่อ 02 เม.ย. 2008, 18:56 น.
เป็นกระจู๋น่าสนใจมาก ขอมาลงชื่อแปะไว้ ว่างเมื่อไหร่จะเข้ามาอ่านนะ :27:
:30:
ตูก็ต้องว่างจริงๆ ครับค่อยเข้ามาอ่าน
นี่เผลอดองไว้หลายวัน พอเข้ามาอ่านก็จมอยู่กับจู๋นี้ตั้งนานแน่ะ
ตอนนี้รออ่านของโบว์ภาคสอง กับไอ้เช่ภาคสองอยู่
ว่าแล้วก็เอาขึ้นหิ้งซะหน่อย
พี่โบว์ :25:
ต่อๆ ภาค 2 :27:
///
โบว์ทำขายตรงประคองส่งน้องชายคนเดียว
จนเบียร์เรียนจบเกียรตินิยมและได้ทุนเรียนโทควบเอก
ส่งบ้านได้หลายเดือนแต่สุดท้ายก็ไม่รอด
เพราะไอ้ขายตรงที่ทำอยู่เนี่ยไปไม่ไหว เลยต้องเลิกส่งบ้านไป
พร้อมกับรอว่าเมื่อไหร่จะมีจดหมายมายึดอีก :39:
คือโบว์เลือกที่จะต้องส่งเบียร์ให้จบเป็นอย่างแรกด้วยแหละ เรื่องอื่นไว้ทีหลัง
พอหยุดขายตรงโบว์ก็มองหาอาชีพอื่น เอาล่ะว๊าเอาไงดี
คือจะไปทำงานประจำแ่ด้วยภาระของเราไม่พอแหงมๆเพราะก็ได้เต็มที่ 10,000-15,000
ด้วยความที่เป็นลูกหลานแม่ค้า น้าก็เลยแนะนำงั้นขายของไหม
เลยรับเครื่องสำอางเพื่อนน้ามาขายตามตลาดนัด
แล้วก็เริ่มสนใจธุรกิจรับทำเสื้อ (ก่อนทำเสื้อเคยไปเป็นหางานให้โรงพิมพ์ที่นครปฐมด้วย)
หน้าที่คือ เหมือนเซลล์ที่ร้านน่ะค่ะ คือไปติดต่อว่ามหาลัยไหน คณะไหนจะทำสมุดทำหนังสือ
ก็ติดต่อรับงานไปให้โรงพิมพ์ แล้วขอเปอร์เซ็นต์เค้าหรือบวกไป
แต่ไม่ค่อย work งานโรงพิมพ์ค่อนข้างจุกจิก แล้วก็กำไรไม่ค่อยดีเลยต้องเลิกไป
หันมาจับธุรกิจรับทำเสื้อกับขายเครื่องสำอางควบคู่กันไป
ตอนนั้นเรื่องหนี้นอกระบบของพ่อกับแม่ โบว์บอกเลยว่า หยุดก่อนเลยนะ
บอกพ่อกับแม่ว่าหยุดเลย เรื่องดอกเบี้ยนี่ไม่ต้อง เพราะให้ไปเยอะแล้ว
ที่ล้มทุกวันนี้เพราะเอาเงินไปส่งดอกเบี้ยเนี่ยแหละ
เลยบอกบรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายว่า ขอหยุดนะคะตอนนี้พ่อกะแม่หมดตัวแล้ว
หนูเนี่ยเป็นคนจ่ายทุกอย่างในบ้าน ไว้มีแล้วค่อยใช้นะคะ
(พูดมันหน้าด้านๆแบบนี้แหละ) บอกว่าพี่ ป้า ลุงไม่ต้องมาด่านะคะ
เพราะด่ายังไงก็ไม่มีให้ แต่เค้าก็ยังด่าอยู่ดี :30:
บางคนยอม บางคนไม่ยอม
สุดท้ายก็ยอมทุกคน เพราะกำขี้ดีกว่ากำตดคือเค้าได้เงินต้นคืนก็ยังดีกว่าไม่ได้
เดือนไหนถ้ามีเงินเหลือจากค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ก็ผ่อนเป็นเจ้าๆไป เจ้านี้เดือนละ 1,000 เจ้านั้นเดือนล่ะ 2,000 เพราะเราเอาเค้ามายังไงก็ต้องใช้
(ทุกวันนี้ใช้ไปเป็นแสนแล้วแหละ เจ้าเล็กเจ้าน้อยหลักพันหลักหมื่นก็ใช้หมดแล้ว เหลือแต่รายใหญ่ๆยังไม่หมด)
พอโบว์ออกขายเครื่องสำอางตามตลาดนัด เริ่มจับทางถูกมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ
แม่กับพ่อเลยมีแรงฮึด เห็นว่าลูกต้องทำงานอยู่คนเดียวเลยออกมาช่วยขายด้วย
พ่อกับแม่โบว์กลับมาขายของอีกครั้ง
นอกจากขายของแล้วโบว์ก็ทำธุรกิจรับทำเสื้อไปด้วยตอนนั้นเริ่มๆยังไม่จริงจัง เน้นขายของมากกว่า
มีอีกเรื่องในระหว่างนี้คือ ธนาคารแจ้งมาแล้วเรื่องบ้าน
บ้านจะโดนยึดเป็นครั้งที่ 3 เพราะหยุดส่งไปอีกครั้งตอนเลิกทำขายตรง :05:
(บ้านโดนย้ายบริษัทอีกแล้วจาก "บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี" ไปอยู่ "บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท")
คราวนี้โบว์คิดว่า ไม่ได้การแล้วจะเป็นแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ
ครั้งนี้เก็บข้อมูลดี ปรึกษาคนเยอะ เลยมีทางหนีทีไล่มากกว่าเก่า
ทางแก้เลยคือไม่ใช่แค่การประนอมหนี้ แต่โบว์ติดต่อกับบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท)
เผื่อขอไถ่ถอน เอาเงินมาจากไหน ไม่มีหรอกค่ะ
โบว์ไปติดต่อธนาคารต่างๆ เพื่อทำเรื่องจะขอซื้อบ้านซื้อบ้านหลังนี้เนี่ยแหละ
ซื้อต่อจากพ่อกับแม่ แล้วใช้ตัวเราเป็นคนผ่อนเอง แต่ขั้นตอนก็ยากมาก
เพราะไปติดต่อที่ไหนก็ไม่มีธนาคารไหนยอมรับ
คือบ้านหลังนี้เป็นชื่อพ่อกับแม่แล้วเป็นหนี้เสียมาหลายปี
ีเค้ามองว่าเป็นการถ่ายโอนหนี้จากพ่อแม่ไปสู่ลูก
ในแง่ธนาคารมันไม่ปลอดภัยไม่คุ้มที่จะเสี่ยง
ท้อมากๆเลยค่ะตอนนั้น ไม่มีธนาคารไหนรับเลยบางที่ไม่รับเรื่องเราด้วยซ้ำ
บางธนาคารโบว์พูดประโยคเดียว เค้าบอกว่าไม่รับ ไม่ดูเอกสารเลยด้วยซ้ำ :05: :05: :05:
หิวแล้ว กินข้าวก่อนนะ
ตอนนี้ได้คำว่า งาน กับ เงิน แล้ว
เหลือความหวัง กะอนาคตละ :08:
:25: โว้ว เจ๊โบว์สุดยอด
เดี๋ยวมาอ่านต่อ กลับกำแพงก่อน
เจ๊โบว์ :12:
เค้ารักเจ๊ว่ะ
เค้าก็รักแนน น้องคณะ :27: :27:
พี่โบว์ :46:
งาน เงิน ความหวัง อนาคต ภาค 3 ถึงความหวังแล้ว :25:
(ยาวมาก นานๆจะพิมพ์ยาวขนาดนี้)
เรื่องบ้าน โบว์ท้อมากๆเครียดมากๆ แต่ก็ลองดูใหม่อีกตั้งนึง
คือหาเงินมาเดินบัญชี หมุนเข้าหมุนออกให้เยอะๆ ก็หลักแสน
แล้วให้บัญชีมีเงินคงค้างเยอะๆ เดิน statement อีกครั้ง
ประมาณ 6 เดือน แล้วรวบรวมไปยื่นใหม่
ยื่นหลายธนาคาร บางที่ธนาคารสาขารับแต่ส่งสำนักงานใหญ่ไม่ผ่านยังโดนปฏิเสธอยู่
แต่สุดท้ายมีธนาคารกรุงไทยเห็นใจ รองผู้อำนวยการใหญ่ที่มีโอกาสได้คุยกัน
โบว์เล่าให้เค้าฟังหมดเลย เล่าไปร้องไห้ไปด้วยแหละ
เค้าบอกว่าเค้าจะช่วย ถึงมันจะเป็นการถ่ายหนี้จากพ่อแม่
แต่ในเมื่อเรามีความตั้งใจและเป็นลูกกตัญญูเค้าก็สนับสนุนมาก
อีกอย่างเราก็มีรายได้พอที่จะชำระ ก็เลยสำเร็จค่ะ :22:
ตอนแรกหนี้มี 5 แสนเอง แต่ดอกเบี้ยตั้ง 3 แสน เป็น 8 แสน
ขอลดดอกเบี้ยจากที่เก่าได้ 2 แสนแน่ะ
(เค้าคงรีบปล่อยด้วย เพราะยากที่จะมีคนมาซื้อและมีธนาคารมาช้อน)
ยอดเงินที่โบว์ซื้อต่อจากพ่อกับแม่และเอาเข้ากรุงไทยคือ 630,000 บาท
ผ่อนเดือนละ 4,500 บาท นาน 30 ปี (ตอนนี้ผ่อนได้ 2 ปีเหลือ 28 ปี)
คือแค่ 4,500 บาท ในระยะยาวแล้ว เราไหวไง ส่งเองไว้ให้เค้าอยู่กันสองคนตายาย
โบว์รวบรวมรายได้จากการขายเครื่องสำอางมาดาวน์รถได้คันนึง
ช่วงนั้นขายดีมากวันนึงไม่ต่ำกว่า 5 พันบาท บางวันได้เป็นหมื่น
ไม่น่าเชื่อนะคะ ตอนล้ม เงิน 100 นึงยังไม่มีเลย
โบว์เก็บเงิน 5-6 เดือนเอง ดาวน์ลดได้เลย
พอเรื่องบ้านจบอะไรก็กลับมาดี แม่กับพ่อมารับช่วงขายเครื่องสำอางต่อ
เรียกได้ว่าเราภูมิใจได้เลยที่ทำให้พ่อแม่ฮึดสู้อีกครั้ง
ภูมิใจที่คิดอาชีพให้แม่ได้ พ่อโบว์ไปทำอีท่าไหนไม่รู้ได้เป็น สท.
มีเงินเดือนใช้ (พ่ออยู่พรรคเดียวกับเหลี่ยมแต่เลือกพี่มาร์ค ตอนนี้อยู่พรรคหมัก :39:)
ไอ้เบียร์ก็มีตังเรียนฟรีอีกไม่กี่ปีจะเป็นด็อกเตอร์
หลังจากนั้นโบว์ก็ไม่เคยขัดสนเรื่องเงินอีกเลย
พอส่งต่อกิจการเครื่องสำอางให้แม่
โบว์ก็ไปทำงานประจำได้เดือนนึงเป็น AE ที่แพรวสุดสัปดาห์
เรื่องอาชีพ ตอนที่ขายของเป็นแม่ค้าที่ตลาดนัดเนี่ย มันก็มีแต่ปมในใจนะ
มีคนดูถูกไง แบบว่าจบอักษร ศิลปากรแล้วทำไมมาทำงานแบบนี้
แต่พอไปทำงานประจำแล้วมันไม่ใช่ไม่เหมาะกับเราเลย กลับมาเป็นแม่ค้าดีกว่า :22:
ตอนนั้นแอนเป็นทหาร แต่เรา (โบว์ แอน ปิง) ก็นัดกันไว้ว่า
พอแอนพ้นทหารก็จะมาเปิด สตูออกแบบเว็บไซต์
โบว์กะจะไปทดสอบและสะสมฝีมือที่แพรวสุด (ชื่อเหมือนฟอนต์สุดเลย)
แต่พอไปทำก็งั้นๆ เราก็เป็นอยู่แล้ว (นี่ยกหางเลย)
คือมันก็คืองานขายของเนี่ยแหละค่ะ จับจุดลุกค้าให้ถูก
ทำให้ลูกค้าติด ใช้วาทะศิลป์ทางวาจา
ที่แพรวสุดเงินน้อยด้วย ขี้เกียจตื่นเช้าด้วย นี่คือประเด็นสำคัญที่สุด
แอนเลยยุให้ออกมาทำแบรนด์ monamafia เต็มตัว
(ตอนแรกหาร 2 หลังๆนี่โบว์ยึดเลย 100% แอนอด :30:)
จบภาค 3 แล้ว เดี่ยวคืนนี้มาต่อตอนจบถึงเรื่องอนาคต ออกไปหาลูกค้าก่อน
เจ๋งว่ะพี่
พูดได้คำเดียวว่าเจ๋ง เก่งโคตร
ฟ้าว่าฟ้ารันทัดแล้วนะ เรื่องที่บ้านล้ม พอกันเลยว่ะเจ๊
:08: แต่ดีที่พ่อฟ้าเป็นข้าราชการอ่ะ มันพอไปได้ ด้วยเงินเดือนประจำ
:05: :05: รันทดอ่ะ
พี่โบว์เข้มแข็งมากเลย เท่โคตรๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ :40: :40:
อยากบวกสัก แปดสิบ บวกได้อันเดียว :05:
โอ้ ชีวิตรัดทดจิงๆครับ ยังไงก็สู้ๆต่อไปนะครับ เป็นกำลังใจให้
ปล. แต่ก่อนพีน้องนี่ทะเลาะกันแทบฆ่ากันตาย แต่เดี๋ยวนี้รักกัน
ถ้าไม่ได้พี่สาวก็เรียนไม่จบ และก็ไม่มีทุกวันนี้(ตอนนี้ก็ยังเรียนอยู่ แต่รบกวนพี่น้อยลงมาก)
บุญคุณต้องทดแทน มีแค้นต้องให้อภัย :46:
รักพี่สาวคนนี้มากกกกกก
:12: ชื่นชมจริงๆ โบว์
เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง ทำงานหาเงิน พึ่งพาตัวเอง และเป็นที่พึ่งของครอบครัวได้เนี่ย สุดยอด
พี่โบว์เคยเล่าให้อ่านแล้ว
ตอนนั้นอายไปเลย ปัญหาตัวเองแค่จิ๊บๆๆ :16:
เจ๊สุดยอดมาก :12:
+ ให้โบว์ ในฐานะกล้าชนปัญหาตรงๆ ไม่หนีไปไหนเลย เก่งจริงๆ :12:
ที่บ้านก็มีปัญหาใกล้เคียงกันแต่ยอดเงินต่างกันเยอะหน่อย ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงวิ่งเต้นเหมือนกัน
คงได้แต่รอต่อไป
:25: ชื่นชมๆ
:25: พี่โบว์สุดยอดมาก
ตอนนี้บ้านนานายืนได้เพราะพ่อนะเนี่ย
แม่ก็ต้องเลี้ยงน้องยังไม่มีงานทำ :08:
(เมื่อแม่ก่อนเปิดร้านเหล้า ขายดีมาก ทำเลดีสุดๆ
แต่ตอนที่เจอ IMF ร้านเจ๊งเพราะตังจ่ายค่าเช่าที่ไม่พอ
พอโดนเค้าไล่ออกมาที่ตรงนั้นก็ร้างมาจนถึงตอนนี้)
กำลังคิดอยู่เลยถ้าวันนึงพ่อไม่อยู่จะทำอะไรดี :37:
้เงินเก็บนานาก็ไม่มี เพราะพ่อส่งให้ทุกเดือนก็จริง
เหลือเดือนละหลายพัน ถ้าเก็บจริงๆก็หลายหมื่นแล้ว
แต่ยายขอไปใช้หนี้นอกระบบหมดเลย :05:
(คือนานากะว่าจะเก็บไว้เป็นค่าเทอมมหาลัยแหละ
อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ พ่อนานาก็แก่แล้วน่ะนะ :08:)
พ่อไม่ห่วงนานากับพี่คนกลาง แต่ห่วงพี่คนโต
เพราะถูกเลี้ยงแบบสปอยล์สุดๆ จนทำอะไรไม่เป็นเลย
แถมสมองยังไม่ปกติเพราะเมื่อก่อนติดยาอีกตะหาก :08:
ตอนนี้การเงินไม่มีปัญหาอะไรค่ะ ค่อนไปทางสุขสบาย
แต่มองไปไกลๆ อนาคตนานายังเป็นหมอกหนาๆ สีดำๆอยู่เลย :08:
// ของพี่โบว์สุดยอดจริงๆ :40:
อ่านของโบว์แล้วเก่งจังเลยครับ ผมผู้ชายแท้ๆเจอไปแบบนั้นคงอึ้งไปเลย ผมยังโชคดีมากๆทีมีพ่อแม่ที่มีรายได้เยอะพอสมควร พ่อแม่เป็นครู(ปีนี้จะ
เกษียรทั้งคู่)แล้วมีสวนยางพาราแล้วมันราคาดีมากๆแต่ตอนผมเด็กๆนี้ถือว่าจนใช้ได้เลย คือไม่มีอะไรจะกินนี้เคยเห็นมาแล้ว แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นมาก
ผมเลยไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ทำงานมาได้ใช้เองหมดไม่ต้องส่งใคร บางเดือนไม่มีตังค์โทรไปบอกพ่อกับแม่เค้าก็ส่งมาให้แล้ว แต่ลึกๆแล้วละอายใจมากครับเวลาที่ขอ ตอนนี้พ่อแม่ผมมีหลายได้ร่วมกันต่อเดือนร่วมกันเกือบแสนห้า แต่แกก็ใช่ชีวิตได้ปรกติมาก พ่อกับแม่ไม่เคยทานอาหารญี่ปุ่น ไม่เคยเไปเที่ยวเมืองนอก เสาร์ อาทิตย์แกก็ยังไปขุดดินทำสวนเหมือนเดิม(ทั้งๆที่มีลูกจ้างแต่อันไหนทำเองได้แกก็ยังทำเอง) ลูกของคนงานคนไหนอยากเรีียนได้เรียนจบปริญญาตรีทุกคน ผมว่านิสัยของพ่อแม่นี้แหละที่ทำให้ลูกๆทั้ง3คน เป็นคน มักน้อย ไม่อยากได้อะไรที่มันเกินตัว(ถึงจะไม่เท่ีาพ่อกับแม่ก็ตาม) ตอนนี้ผมมองอนาคตแล้วคึดว่าเราจะทำได้ดีได้ถึงครึ่งของท่านไหม บางเดือนไม่มีตังค์
พยายามอดแต่ไม่เคยสำเร็จ :41: แต่ตอนพ่อผมอายุเท่าผมแกจะกินข้าวก็ต่อเมื่อลูกๆได้กินกันหมดแล้ว แต่ผมเนี่ยเหลืออีก3วันเงินหมด(จริงๆก็เหลือซัก100-200 ต้องโทรไปขอเค้าแแล้ว ส่งมาให้ก่อนได้ไหม) แต่ผลที่ตามมาคือ ในสายตาพ่อหับแม่ก็เลยยังดูว่าเราไม่โตซักที่ บ้างครั้งผมไม่สามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองเต็มที่ ตอนนี้ผมได้งานใหม่แล้วคึดว่าเวลาน่าจะมีมากขึ้นผมจะพยายามหาช่ีองทางทำอะไรซักอย่างที่ทำแล้วให้พ่อกับแม่สบายใจได้ซักที่
อ่านแล้วได้กำลังใจมากๆ :05:
ชีวิตต้องสู้ !!!
อ่านของพี่โบว์แล้วรู้สึกได้เลยว่าคนจะรวยต้องขยัน :52:
ตอนแรกนึกว่าเป็นลูกคุณหนูไฮโซ ทำกิจการงุงิ :31:
อ่านของพี่โบว์แล้วน้ำตาจะไหลหลายรอบครับ
โดยเฉพาะตอนที่ไม่มีตังกินข้าวคนเราไม่น่ามีภาวะไหน
ที่ย่ำแย่ไปกว่าการไม่มีทางจะหาข้าวจะกินแล้วนะผมว่า
อีกอย่าง ฟังแล้วรู้สึกตัวเองเลวมาก :05:
นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ ตอนนี้ก็ยังเป็น
ว่างๆแฉความเลวของตัวเองในนี้มั่งดีกว่า
:05: อ่านแล้วน้ำตาจะไหลเหมือนกันค่ะ
หันมามองชีวิตตัวเองแล้วไร้แก่นสารเหลือเกิน
มารออ่านต่อค่ะ :46:
งาน - เงิน - เรียน
การเป็นเด็กทุนนี่จะถือว่าเป็นการทำงานไปด้วยมั้ยนะ
มันก็เหมือนการใช้เกรดแลกเงินในแต่ละเดือน
ดูเหมือนเด็กทุนจะได้โอกาสมากกว่าคนอื่นก็จริง
แต่จริงๆ เราก็ต้องแบกรับภาระของความกดดันไว้สูงมาก
เราต้องอยู่กะหมู่เพื่อนที่บางคนเก่งแต่ไร้การแบ่งปัน (จนชีวิตเครียดจนเขวไปช่วงหนึ่ง)
อยู่กะคนเก่งจนเครียด
แล้วเดือนยิ่งเป็นประเภทที่ชอบกดขี่ข่มเหงตัวเองอยู่ :08:
ส่วนเรื่องทำงานร้านการ์ตูน อันนี้อยากทำเพราะอยากมีตังค์เพิ่ม
พี่โบว์เคยถามว่า ชีวิตเด็กทุน 4000 ต่อเดือนนี่มันใช้ไม่พอเหรอ
จริงๆ ก็พอนะ แต่จะไม่พอตอนต้องจ่ายค่าหอ (เทอมละ 5000) แล้วเค้าให้จ่ายค่าเทอมก่อน
เคยมีช่วงนึงเงินไม่เข้า 4 เดือน
เป็นช่วงไม่มีเงินที่อึดอันทรมานเหมือนกัน
เดือนไม่ชอบการพึ่งคนอื่นเท่าไหร่นะ แต่บางทีมันช่วยไม่ได้
คือมีคนช่วยเหลือด้วยการให้หยิบยืมเงินชนิดมีแล้วค่อยคืน
บางทีมันเกรงใจ
ตอนไม่มีเงินนี่อึดอัดนะ ตอนช่วงเงินเดือนไม่เข้า ในกระเป๋าตังค์มีอยู่ไม่กี่บาท
เดือนเคยแบบ ไม่มีเงินแล้ว ต้องขุดหาตังค์ที่เหลือๆ มาใช้เหมือนกัน
อึดอัดจนอยากจะร้องไห้
โชคดีหน่อยที่ปีนี้เงินเข้าทุกเดือน
ตอนนี้ก็มีเงินเดือนนึง 4000 กว่านิดๆ
เพราะร้านการ์ตูนลดเวลาทำงานของเด็ก part time ลง (เพราะมี full time ประจำอยู่)
แล้วเดือนทำงานน้อยกว่าคนอื่นด้วย เพราะเก็บเวลาไปทำเรื่องเรียนมั่ง (งานโคตรเยอะเลย)
นี่ขนาดไม่ได้ช่วยครอบครัวอะไรเลยนะ
บางทียังแอบรู้สึกเหนื่อย (อายจัง)
ความหวัง - อนาคต
จากกระจู๋ มาเล่าอนาคตหลังวัยเรียนกันมั้ย
เดือนไม่มีสิ่งที่อยากทำแบบเป็นเป้าสายเดียวเลย
เดือนรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่กึ่งกลางระหว่างวิทย์กับศิลป์
เวลาเรียนคือโลกวิทย์ หลังจากนั้นคือโลกศิลป์
ทุกๆ อย่าง เดือนทำได้แค่นิดๆ หน่อยๆ กรุบกริบเท่านั้น
เรียนในวิทย์ก็พอได้ ดาราศาสตร์นี่ชอบหน่อย
พอโลกของศิลป์ เดือนชอบวาดรูป แต่มันวาดแบบนึกคิดออกมาเองนี่ก็ได้แต่แนวเส้นดำๆ แบบอะไรไม่รู้ เอามาหากินไม่ได้เลย
เมื่อวานที่พี่แอนพูดกะพี่โบว์ว่าอยากช่วยเดือนให้มีงานทำ แล้วแบบพอมาถึงที่ว่าเดือนทำอะไรได้บ้าง แล้วก็เงียบ...
เดือนก็รู้สึกแย่เหมือนกัน ขายของก็ไม่ได้ งานออกแบบก็ทำไม่เป็น ทำอะไรไม่ได้เลย
วาดรูปก็งั้นๆ กราฟิกก็งั้นๆ เป็นแต่งานเบ๊ๆ แบบอัปรูปทีละรูปอะไรแบบเนี้ย อ่านข่าว หาข่าว คุ้ยของเก่ง
มันจะเอามาเป็นความสามารถได้มั้ยก็ไม่รู้
เหมือนเด็กมีปัญหา (จริงๆ ก็มีปัญหา)
กำลังเวียนวนในโลกค้นหาตัวเอง
คิดๆ ไว้ว่าอนาคตถ้าหาทุนเรียนได้ทางดาราศาสตร์ก็จะเรียนต่อ
ถ้าไม่ได้ก็ออกมาทำงานนี่แหละ
อาจจะลองหอบฟ้อนสุดฯ ไปหางานทำดู
ไม่ก็จะพยายามทำหน้าที่เบ๊ๆ ในชีซ่าให้ดีๆ
เผื่ออาจจะมีอะไรเข้าตากรรมการมั่ง :05:
คือตอนนี้ไม่มีสิ่งที่อยากเป็นเลย
มีแต่สิ่งที่อยากได้
แล้วทำอะไรก็ได้ เพื่อไปหาเป้าที่เราอยากจะมีตรงนั้น
แต่ก่อนหน้าจะทำฝันตรงนั้น ก็คงต้องใช้หนี้กะช่วยแม่ก่อน :46:
ไม่รู้อีก 10 ปี จะเก็บเงินได้เท่าไหร่ไม่รู้
(ตรงนี้เลยเห็นด้วยกะแอมเวย์ที่มันมีจุดขายแนวๆ ว่า ทำงานออฟฟิศจะมีเงินล้านต้องใช้เวลาตั้งกี่ปีวะ
แต่ก็ได้แค่คิดนะ ไม่ทำแอมเวย์หรอก เป็นคนไม่มีวาทศิลป์)
ลอกเดือน :37:>
เจ๊ทำงานร้านการ์ตูนด้วยเหรอ :07:
ลอกบางบรรทัดพอ
แม่ไม่ให้ทำงานพิเศษ บอกว่าเลิกดึก เดี๋ยวเสียการเรียน :08:
(ปกติลูกก็ปั่นบอร์ดดึกๆ ไม่ได้ตั้งใจเรียนอยู่แล้ว :37:)
ปล. เวลาที่เงินไม่ออกหลายๆเดือน แล้วจู่ๆก็ได้มาเป็นก้อนนี่รู้สึกล่ำซำทันตาเห็นเลยนะ
แต่อีตอนมันไม่มานี่เด่ :01: แทบจะกัดก้อนเกลือกิน
อ้างคำพูดจาก: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 05 เม.ย. 2008, 23:30 น.
ความหวัง - อนาคต
จากกระจู๋ มาเล่าอนาคตหลังวัยเรียนกันมั้ย
เดือนไม่มีสิ่งที่อยากทำแบบเป็นเป้าสายเดียวเลย
เดือนรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่กึ่งกลางระหว่างวิทย์กับศิลป์
เวลาเรียนคือโลกวิทย์ หลังจากนั้นคือโลกศิลป์
ทุกๆ อย่าง เดือนทำได้แค่นิดๆ หน่อยๆ กรุบกริบเท่านั้น
เรียนในวิทย์ก็พอได้ ดาราศาสตร์นี่ชอบหน่อย
พอโลกของศิลป์ เดือนชอบวาดรูป แต่มันวาดแบบนึกคิดออกมาเองนี่ก็ได้แต่แนวเส้นดำๆ แบบอะไรไม่รู้ เอามาหากินไม่ได้เลย
เมื่อวานที่พี่แอนพูดกะพี่โบว์ว่าอยากช่วยเดือนให้มีงานทำ แล้วแบบพอมาถึงที่ว่าเดือนทำอะไรได้บ้าง แล้วก็เงียบ...
เดือนก็รู้สึกแย่เหมือนกัน ขายของก็ไม่ได้ งานออกแบบก็ทำไม่เป็น ทำอะไรไม่ได้เลย
วาดรูปก็งั้นๆ กราฟิกก็งั้นๆ เป็นแต่งานเบ๊ๆ แบบอัปรูปทีละรูปอะไรแบบเนี้ย อ่านข่าว หาข่าว คุ้ยของเก่ง
มันจะเอามาเป็นความสามารถได้มั้ยก็ไม่รู้
เหมือนเด็กมีปัญหา (จริงๆ ก็มีปัญหา)
กำลังเวียนวนในโลกค้นหาตัวเอง
คิดๆ ไว้ว่าอนาคตถ้าหาทุนเรียนได้ทางดาราศาสตร์ก็จะเรียนต่อ
ถ้าไม่ได้ก็ออกมาทำงานนี่แหละ
อาจจะลองหอบฟ้อนสุดฯ ไปหางานทำดู
ไม่ก็จะพยายามทำหน้าที่เบ๊ๆ ในชีซ่าให้ดีๆ
เผื่ออาจจะมีอะไรเข้าตากรรมการมั่ง :05:
คือตอนนี้ไม่มีสิ่งที่อยากเป็นเลย
มีแต่สิ่งที่อยากได้
แล้วทำอะไรก็ได้ เพื่อไปหาเป้าที่เราอยากจะมีตรงนั้น
แต่ก่อนหน้าจะทำฝันตรงนั้น ก็คงต้องใช้หนี้กะช่วยแม่ก่อน :46:
ไม่รู้อีก 10 ปี จะเก็บเงินได้เท่าไหร่ไม่รู้
(ตรงนี้เลยเห็นด้วยกะแอมเวย์ที่มันมีจุดขายแนวๆ ว่า ทำงานออฟฟิศจะมีเงินล้านต้องใช้เวลาตั้งกี่ปีวะ
แต่ก็ได้แค่คิดนะ ไม่ทำแอมเวย์หรอก เป็นคนไม่มีวาทศิลป์)
เดือนมีสิ่งดีๆ ในตัวเองเยอะแยะ
มีดีแบบที่พี่ไม่มี และใครหลายคนอยากมี
การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น อาจจะทำให้มองไม่เห็นว่าเราเด่นตรงไหนบ้าง
แต่ถ้าได้ลองมองตัวเองนานๆ สังเกตตัวเองเยอะๆ เก็บข้อมูลว่าเราทำอะไรได้ดีในแต่ละวัน
พี่ว่ามันอาจจะช่วยให้อะไรๆ (ที่เรียกว่าหน้าที่การงานในอนาคต) ชัดขึ้นได้
ไม่แปลกหรอกที่เราจะยังหาตัวเองไม่เจอในตอนนี้ (ณ ขณะที่ยังเรียนอยู่)
เพราะหลายคนเรียนจบทำงานมาหลายปีแล้ว
ยังไม่เจอตัวเองเลย
แต่คนที่เค้าหาเจอแต่เนิ่นๆ
ก็คิดซะว่าเป็นความสามารถพิเศษของเค้าไป
ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร
ทั้งหมดทั้งปวงที่บอกไป
พี่เองก็พยายามทำอยู่
เพราะเป็นคนที่มองไม่เห็นจุดเด่น-ข้อดีของตัวเองเหมือนกัน
หรือว่าที่จริงไม่มีวะ :30:
:05: เดือนทวงงานเก่งค่ะ
ผมว่าเรื่องตอบแทนครอบครัวนี่ แต่ละคนมันก็มีเวลาของตัวเองไม่เท่ากันหรอกนะ
ตอนนี้เราเรียน เราก็เรียนและลองให้เต็มที่กับทุกอย่างที่อยากทำไปก่อน เพื่อหาอะไรที่ตัวเองถนัด
เราไม่จำเป็นต้องค้นเจอก่อนเรียนจบหรือหลังเรียนจบปีสองปีหรอกนะ เพราะบางคนทั้งชีวิตก็ยังไม่เจอ
จังหวะและโอกาสมันจะมาของมันเองครับ ตั้งใจแล้วก็ไม่ต้องคิดมาก
การตอบแทนทำได้เมื่อเราสามารถดูแลตัวเองได้ก่อนแหละครับ ค่อยเผื่อแผ่ไปยังคนอื่นๆ
ไม่ต้องน้อยใจ หรืออายที่ยังไม่ได้ช่วยหรือตอบแทนใคร สักวันนึงถ้าเราตั้งใจแล้ว วันนั้นมันก็ไม่มีวันสายหรอกครับ
เก้บความตั้งใจไว้ให้ดีก็พอครับ
เอาใจช่วยทุกคนที่กำลังสู้ๆ ตัวผมเองก็ด้วย :42:
บางทีการที่เหมือนมีชีวิตกลางๆไปทุกอย่างก็น่าอึดอัดนะครับ
คือมันไม่มีจุดเด่นเลย แล้วไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ทำอะไรดี
ตอนนี้แมคพยายามหาจุดเด่นอยู่ครับ :05:
ลองอ่านเรื่องของพี่โบว์แล้ว
พี่โบว์สุดยอดครับ :12:
อ้างคำพูดจาก: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 05 เม.ย. 2008, 23:44 น.
:05: เดือนทวงงานเก่งค่ะ
เป็นนิมิตหมายที่ดีนิ
จะเป็นเจ้าคนนายคนต้องทวงงานเก่ง :43:
ขอบคุณทุกประสบการณ์ จู๋นี้ทำให้ตูฮึดชิบหายเลยว่ะ :46:
ยิ่งอ่านของแต่ละคนแล้ว รู้สึกว่าตัวเองขี้เกียจเกินไปแล้วแฮะ :16:
+ เดือนด้วยละกัน คิดได้เยอะกว่าในอายุไกล้ๆกัน :46:
เท่าที่อ่านดูมา มะเร็งมักจะเกิดกับคนดีๆเสมอ :16:
อ้างคำพูดจาก: คุณน้องต่อ เมื่อ 06 เม.ย. 2008, 00:17 น.
เท่าที่อ่านดูมา มะเร็งมักจะเกิดกับคนดีๆเสมอ :16:
จริงแฮะ
(นานาว่าพี่เดือนทวงงานเก่งจริงๆ :30:)
อ้างคำพูดจาก: คุณน้องต่อ เมื่อ 06 เม.ย. 2008, 00:17 น.
เท่าที่อ่านดูมา มะเร็งมักจะเกิดกับคนดีๆเสมอ :16:
อากงอรก็เสียด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองค่ะ
ทั้งๆที่เหล้าก็ไม่ทาน บุหรี่ก็ไม่สูบ อาหารก็ทานดี
ตอนนี้เลยหวั่นๆ ทำใจไว้ว่า ซักวันเราคงต้องเป็น
สิ่งที่จำได้คือ ก่อนเสียแกจับมืออาม่า
แล้วแกก็ร้องไห้.. แกบอกอาม่าว่า..
"50 ปี ทำไมมันไวอย่างนี้ ฉันยังดูแลเธอไม่พอเลย"
:05:
โห พี่หนูอร
อ่านแล้วขนลุก :05:
อ้างคำพูดจาก: คุณหนูอร เมื่อ 06 เม.ย. 2008, 00:28 น.
อากงอรก็เสียด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองค่ะ
ทั้งๆที่เหล้าก็ไม่ทาน บุหรี่ก็ไม่สูบ อาหารก็ทานดี
ตอนนี้เลยหวั่นๆ ทำใจไว้ว่า ซักวันเราคงต้องเป็น
สิ่งที่จำได้คือ ก่อนเสียแกจับมืออาม่า
แล้วแกก็ร้องไห้.. แกบอกอาม่าว่า..
"50 ปี ทำไมมันไวอย่างนี้ ฉันยังดูแลเธอไม่พอเลย"
:05:
นึกถึงเพลงของพี่ป๊อด เพลงช่วงเวลาที่ดีที่สุด มั้ง ถ้าจำไม่ผิด
้ข้อดีของเดือนน่ะเหรอ เท่าที่พี่เห็นนะ
เดือนมีความมุ่งมั่นและพัฒนาตัวเองตลอดเวลาไง
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 06 เม.ย. 2008, 00:41 น.
้ข้อดีของเดือนน่ะเหรอ เท่าที่พี่เห็นนะ
เดือนมีความมุ่งมั่นและพัฒนาตัวเองตลอดเวลาไง
รักพี่อุ้ยจังเลย แผล็บ :05:
เดือนจะสู้ต่ออย่างแข็งขันค่ะ :07:>
:53a: โอ๊ทส์
สามก็พัฒนาให้ยาวขึ้นได้แล้วนะ :22:
เพราะฉะนั้น ตรวจดูต้นฉบับที่ส่งคืนไปอีกรอบบัดเดี๋ยวนี้ :37:
:30:
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 06 เม.ย. 2008, 00:50 น.
เพราะฉะนั้น ตรวจดูต้นฉบับที่ส่งคืนไปอีกรอบบัดเดี๋ยวนี้ :37:
เข้าจีเมวไม่ได้ฮ่ะ :37:
นึกว่าคอมตัวเองรวน
เดือนก็เข้าไม่ได้เหรอคะ? :08:
ได้ละค่ะ :31:
เจ๊ส้มโทรมาตอนโบว์ขับรถอยู่ (เที่ยงคืนกว่าละ)
ตูเลยรับโทรศัทพ์แทน จับบใจความได้ว่า
"โบว์ ชั้นอ่านกระจู๋นั้น(จู๋นี้แหละ)แล้ว
เรื่องของชั้นจิ๊บๆ ไปเลยว่ะ
แกมีอะไรให้ชั้นช่วยก็บอกมาเลยนะ :05: "
:30:
เท่าที่อ่านมายังไม่เห็นความตั้งใจของโบว์ที่พยายามจะบิ๊วให้ดูน่าสงสารเลยนะเจ๊
เพราะปกติก็เห็นกลบเรื่องนี้ไว้มิดอยู่แล้ว คงถือโอกาสที่มีจู๋นี้เลยหยิบมาเล่าซะหน่อยมั้ง
ภาค 4 จบแล้วค่ะ :40:
ขอบคุณมิตรรักแฟนเพลงทุกคนที่ติดตามนะคะ ขำ Bell ที่บอกว่านึกว่าพี่โบว์เป็นคุณหนูไอโซ ทำธุรกิจเล่นๆ
แต่พี่ก็้เคยเกือบเป็นนะ จำได้ตอนปี 1 ได้ตั้งไปมหาลัยอาทิตย์ละ 2 พันแน่ะ
...
...
...
อย่างที่บอกตอนแรกว่าตอนนี้โบว์มีรายได้ 2 ทาง
คือ 1.เป็นเจ้าของแบรนด์ "monamafia"
2.เป็น project manager สตูดิโอออกแบบชื่อดังย่านวังหิน
ตอนนี้ทำแบรนด์ monamafia ได้ 3 ปีกว่าแล้วค่ะ
ปีแรกยังไม่อยู่ตัว บางเดือนไม่มีงานเลย
แต่หลังๆ เริ่มอยู่ตัวค่ะ มีงานเข้าทุกเดือน รายได้ดีใช้ได้
บางเดือนงานน้อย บางเดือนงานเยอะค่ะ
แต่เฉลี่ยแล้ว เดือนนึงก็ได้ประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท
แรกๆ ที่เริ่มทำ ยังไม่มีเว็บไซต์เลยค่ะ โบว์ทำแบบดิบและถึกมาก
คือทำโบรชัวร์ไปแปะตามมหาลัยแล้วก็รอลูกค้าติดต่อมาแล้วก็เอางานไปพรีเซนต์
บางทีก็เดินดุ่มๆ เข้าไปหาเลยตามพวกมหาลัยน่ะค่ะ
ตอนทำปีแรกๆ ปัญหาก็มีค่ะ บางทีโรงสกรีน สกรีนงานออกมาห่วย
ไม่ตรงสเป็กก็ต้องทำใหม่ ลูกค้าส่งคืนก็มี บางทีช่างเย็บออกมาห่วยก็ต้องตัดแล้วเย็บใหม่
บางทีส่งของไปแล้วแต่ยังไม่ได้เก็บเงิน
ลูกค้าก็หาเรื่องว่างานไม่สตรงสเป็ก ทั้งๆ ที่เราทำตรงทุกอย่าง ก็ทะเลาะกันไป
แรกๆ ลูกค้าด่านี่แทบร้องไห้เลยค่ะ นอนไม่หลับเลยเครียดมากๆ
บางเจ้าเราใจดี สนิทกัน ไม่เก็บมัดจำ ทั้งที่เซ็นเอกสารแล้วมันยกเลิกเฉยเลย
เกลียดขี้หน้ากันไปเลยก็มีอีกเยอะ ก็เลยได้ข้อสรุปว่าเวลาจะสั่งของ มัดจำก่อนนะคะ 50%
แล้วพอส่งของเก็บเงินสดหรือเช็คเลย อุ่นใจ ไม่โดนโกงแน่ค่ะ (มีแต่โกงเค้า)
แต่ก่อนถึกมากๆ เดี๋ยวนี้ตั้งแต่มีเว็บไซต์เริ่มขี้เกียจเพราะสบายขึ้น มีลูกค้าเยอะขึ้น
กว่าที่จะสบายแบบนี้มีงานเข้าอย่างนี้ ก็ต้องผ่านอะไรมาเยอะมากๆ
เรื่องเสื้อโบว์ก็ลองผิดลองถูกมากเรื่อยๆ จนลงตัวอย่างทุกวันนี้ :22:
งานออกแบบเว็บไซต์ u6isap
มีแต่คนเตือนว่า การทำธุรกิจกับแฟนและกับเพื่อนนี่ยากและลำบากที่สุด
บางทีเสียแฟนเสียเพื่อนไปเลย โบว์อาจจะโชคดีมากๆ ที่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้เลย
แอนกับปิงเนี่ยนิสัยจะคล้ายๆ กัน คือเรียกได้ว่าเรา 3 คน สบายมากๆ
ทั้งเรื่องงานและเรื่องเงิน ไม่เคยมีปัญหากันสักครั้งเดียว
เงินๆทองๆ นี่โบว์คุมคนเดียวเลยนะ ทำมาจะ 2 ปี
ไม่รู้ว่า 2 คนนี้เคยเปิดบัญชีรายรับรายจ่ายดูบ้างรึเปล่า
เราอยู่ด้วยกันบนพื้นฐานความเชื่อใจมากๆ
ตอนนี้เว็บพอร์ทยังไม่เสร็จเลย ทั้งๆ ที่เป็นสตูดิโอออกแบบทำเว็บไซต์แท้ๆ
งานมันเข้ามาไม่ขาดมือ ปากต่อปากด้วยน่ะ เลยยังไม่มีเวลาทำต่อให้เสร็จซะที
รายได้ก็โอเคนะคะ อยู่ได้ค่ะ (ไว้ว่างๆจะมาเล่าถึงแผนอนาคตที่เรา 3 คนวางไว้) :33:
แค่นี้แหละค่ะชีวิตพิมพ์ยาวเลย คือโบว์ก็ไม่เคยพิมพ์ยาวขนาดนี้มาก่อน
แต่เห็นมันเข้ากับกระทู้นี้ เลยอยากเล่าไว้เป็นกรณีศึกษา
ให้กับหลายๆ คนที่กำลังพบกับปัญหาในตอนนี้
โบว์ก็คงเล่าครั้งนี้ครั้งเดียว และที่กระทู้นี้ที่เดียว คงไม่ได้มาเล่าบ่อยๆ
เพราะมันคงไม่ดีนักที่เราจะมาคร่ำครวญหรือทำให้เรื่องที่เกิดขึ้นมันน่าสงสาร
อยากให้รู้ว่าทุกคนก็มีปัญหาเหมือนกัน ต่างกันตรงที่ว่าจะแก้ปัญหานั้นยังไง
คือบางคนอาจจะคิดว่าชั้นเจอปัญหาหนักหน่วงมาก
ไม่เป็นอย่างชั้นไม่รู้หรอก หรือว่าถ้าคุณเจอแบบชั้นคุณก็ต้องแก้ปัญหาแบบชั้นเหมือนกัน
ไม่จริงหรอกค่ะ เราเลือกได้ แล้วแต่ว่าจะเลือกทางไหนเท่านั้นเอง
ทั้งๆที่อยู่ในสถาณการณ์เดียวกัน แต่ทำไมเราเลือกแก้ปัญหาต่างกัน
ตอนนั้นถ้าโบว์หนีปัญหา หรือแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่น โบว์ก็คงไม่มีวันนี้
วันที่ทุกอย่างคลี่คลาย วันที่ครอบครัวกลับมามีความสุขอีกครั้ง :40:
ขอบคุณแอนด้วยเหมือนกัน
คือที่โบว์เล่ามาเนี่ย บางเรื่องแอนยังไม่รู้เลยนะคะ
แต่โบว์ขอบคุณแอนมากๆ ที่เข้าใจในเรื่องครอบครัวที่เป็นอยู่ตอนนี้
แอนก็เข้าใจว่าโบว์คงไม่มีวันทิ้งครอบครัว ทิ้งพ่อทิ้งแม่
ให้ข้อคิดแก่น้องๆที่เรียนอยู่ด้วยแล้วกันนะคะ
คือชีวิตนี้เรียนอย่างเดียวไม่ได้นะคะ ถ้าเราไม่ฝึกปรือฝีมือในทุกๆด้าน
เมื่อไหร่ที่เราเจอปัญหาหนักหน่วง เจอมรสุมของชีวิต
แล้วเราจะไม่สามารถรับมือกับมันได้อย่างฉลาดเลย
เราอาจจะไม่มีทางออกของปัญหานั้น
หรือถ้ามีทางออก ทางออกของเรานั้นมันอาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดของชีวิตเรา
แล้วคนที่เสียใจมากที่สุดเมื่อมองย้อนกลับมาก็คือตัวเราเอง
เป็นกำลังใจให้คนที่พบปัญหาจากเรื่องงานเรื่องเงินและอนาคตตอนนี้นะคะ
สู้ๆค่ะ ปัญหาทุกอย่างมีทางออกจริงๆ
ถ้าสู้สุดกำลังแล้วไม่มีทางออกให้มันรู้ไป :12:
อ่านของโบว์ละ ไม่มีไรพูด เพราะโบว์รู้แจ้งด้วยความลำบากที่ผ่านไป :12:
:45: ปรบมือให้ความแข็งแรง
และ :45: ปรบมือให้ที่บอกกล่าวเล่าเรื่อง
ขอเหล่านี้ เรื่องพันหยั่งงี้การได้รู้ ดีกว่าอ่านหนังสือข้อคิดกำลังใจที่วางขายเป็นไหนๆ
อ่านแล้วเอาไปย่อยใช้ในชีวิตกันเถิด เพื่อนเอ๋ย
ผมเห็นโบว์หนแรก นึกว่าคุณหนูแหง :21:
อ่านเรื่องของโบว์แล้ว ไม่มีคำใดจะพูดได้ดีไปกว่า "นับถือ"ค่ะ :12:
สุดยอดแห่งพลังใจเลย
นับถือครับ :12:
เข้ามาบอกว่าเสื้อ bitanime สวยครับ :25:
ผมได้ฟรีมาสองปีและ (ไม่ฟรีหรอก ค่าจดโดเมนมัน มันให้มาเป็นเสื้อ เชอะ ทุนก็ไม่เท่ากัน)
พี่โบว์ เกดจะขยันนะ :05:
:30: เอ็งแหละตัวดีเลยไอ้เกด
รีบๆ ขยันได้แล้ว
อ่านแล้วรู้สึกกลัวเลย
นี่เราถึงวัยทำงานแล้วหรือนี่
อุส่าห์มั่วเรียนต่อ ตอนนี้ก็จะจบแล้ว
กำลังเคว้งเลย :05:
เห็นคนอื่นพยายามดีจริงๆ
อรก็จะพยายามค่ะ
ขอบคุณทุกคนที่ให้ข้อคิด :22:
บวกแรง ๆ ให้พี่โบว์ค่ะ ^^''
อ่านแล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะ..
เรื่องของกวาง ขี้ประติ๋วไปเลย
แต่อ่านของพี่ ๆ หลาย ๆ คน ทำให้คิดอะไรได้หลาย ๆ อย่างนะคะ
ขอบคุณมาก ๆ :46:
//////////////
เรื่องของกวางก็..
ปวช.
กวางเริ่มทำงานชิ้นแรกเลย คือเป็นพนักงานห้างอ่ะค่ะ..
ห้างก็แถวบ้านเลย โลตัสนี่ล่ะ
รับงาน parttime ทำในช่วงครึ่งวัน ครึ่งวันเช้าเรียนปวช. ครึ่งวันบ่ายทำงาน
ทำงานนี้มาเกือบปีอ่ะค่ะ จับงานหลายอย่างมาก
ทั้งเป็นพิธีกรเล่นเกม activity
ประสานงานเรื่อง activity กับบริษัทอื่น ๆ ที่มาจัดรายการกับทางห้าง
เป็นช่างศิลป์บ้าง ตัด sticker ทำป้ายให้พี่ ๆ เขามั่ง
ทำซุ้มลูกโป่ง ทำบัตรพนักงานให้แผนกบุคคล
เดินเอกสาร ประสานงานเรื่องเช็คสต็อก
พี่ ๆ เขาว่าเป็นพนักงานมือปืนค่ะ ทำได้เกือบหมดยกเว้นช่างไฟ
ถามว่าได้เงินไหมก็ได้นะ.. แต่ได้ไม่เยอะหรอกค่ะ
ช่วงนั้นทำงานเอาความสนุกสนานเป็นที่ตั้งอ่ะค่ะ
เพราะทำงานที่นั่น ก็ได้คุยกับพี่ ๆ หลายคน
จากที่ดูจะเครียด ๆ กลายเป็นอยากทำงานมันซะ 7 วันเลยค่ะ
หัวหน้างานดี พูดดี ให้คำปรึกษาได้ แค่นี้ก็อยากอยู่ทำงานให้ตลอดละล่ะ
มหา'ลัยปี 1
จนกระทั่งกวางออกมาจากที่นั่น เมื่อตอนที่กวางจะเข้าปี 1 อ่ะค่ะ
หลังจากออกมาแล้วก็ยังคิดถึงพี่ ๆ ในนั้นที่อยู่ในช่วงที่เราทำงานเสมอ..
กวางสามารถเดินเข้าไปทักทาย ไหว้สวัสดีได้โดยไม่เขินอะไรเลย
ไม่เขินที่ว่าเขาจะเป็นยาม เป็นพนักงานจัดสินค้า หรือเป็นพนักงานทำความสะอาด
หรือเป็นใครก็แล้วแต่ รู้แค่เรานับถือ เคยร่วมงานกัน รู้สึกดีต่อกัน เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
อยู่ปี 1 ได้สักพัก ปิดเทอมใหญ่ ก็ไปฝึกงานค่ะ
ตัดสินใจไปฝึกงานคนเดียวแถว ๆ ปิ่นเกล้า
พี่ ๆ ที่นั่นเขาก็ต้อนรับกวางดีค่ะ เราดันเป็นผู้หญิงคนเดียวที่กล้าเข้ามาฝึกงานที่ร้านเขา
แถมร้านเขารับเราเป็นรุ่นแรกอีกต่างหาก
ผ่านมาไ้ด้ด้วยดีค่ะสำหรับที่นี่ สอนอะไรหลายอย่างมาก
เข้ามาวันแรกสอนให้ท่อง cd-key windowXP กับ window98 นี่ไม่มีลืมเลยค่ะ
งาน hardware ประกอบเครื่อง ดูอาการเสีย ลง OS ทำเป็นได้ในเดือนเดียวเลย
พอเปิดเทอมเพื่อน ๆ เขาก็ทึ่ง ๆ กับความสามารถที่เปลี่ยนไปหลังฝึกงานเสร็จ..
เป็นวิชาที่ติดตัวมาจนถึงตอนนี้เลยค่ะ เอามาใช้กับงานปัจจุบันด้วย
มหา'ลัยปี 3
กวางฝึกงานอีกครั้ง ช่วงปี 3 ค่ะ ปิดเทอมใหญ่เหมือนกัน
จะบอกว่าได้ที่ฝึกงานจากเพื่อนอ่ะค่ะ แนะนำมา (แนะนำช่วงปีก่อนฝึกงานประมาณกลาง ๆ ปี)
จนตอนหลังก็เป็นแฟนกัน และสุดท้ายก็เลิกกันในช่วงที่ฝึกงานอยู่นั่นล่ะค่ะ (เลิกกันช่วงเดือนมกราคมในปีที่ฝึกงาน)
กวางได้ฝึกงานช่วงเดือนมีนาคมอ่ะค่ะ เป็นบริษัททำเกี่ยวกับ web hosting
พี่ ๆ เจ้าของบริษัท จบที่เดียวกับกวาง (เทคนิคกรุงเทพฯ)
พี่เขาก็เรียกเข้าไปคุยเล่น ๆ กันบ้างเพราะเล่นเว็บบอร์ดส่วนตัวของพี่เขาอยู่นิดหน่อย
กวางอยู่ที่นี่รู้สึกตัวเองทำตัวเสียชื่อสถาบันจังเลย เล่น m ตลอด -*-"
จนมีพี่คนนึงเขาลาออกในช่วงที่กวางฝึกงานพอดี
เขาก็บอกกวางว่า กวางอ่ะเก่งนะแต่ตั้งใจศึกษาจากพี่ ๆ เขาหน่อย
พี่ ๆ เขาอ่ะมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะมาก ถ้ากวางเก่งตรงนี้นะกวางจะไปได้ไกลเลยล่ะ
แต่เหมือนกวางจะรู้สึกอะไรช้าไปเสมอเลย..
ตอนหลังพี่คนนี้ล่ะค่ะ ที่แนะนำที่ทำงานที่กวางทำอยู่ปัจจุบันนี้ให้
จนกวางออกจากที่ฝึกงานตรงนั้นมา กวางก็เริ่มทำโปรเจกต์จบเลยค่ะ
โปรเจกต์จบที่ค่อนข้างนรกมากสำหรับกวางและเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันที่ประสบมาด้วยกัน
แล้วพวกเราก็ผ่านมันมาได้ ถึงจะไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่นัก
พวกเรารับปริญญา โดยไม่มีทรานสคริปต์อยู่กับตัว
ส่วนเหตุผลนั่นคือ ทำเอกสาร Thesis ไม่เรียบร้อย อาจารย์เลยยึดไว้ก่อน
ดังนั้น เรื่องที่กวางจะไปหางานทำดี ๆ ตำแหน่งดี ๆ งานราชการ รัฐวิสาหกิจ
แค่ไม่มี Transcript มันเหมือนถูกตัดมือไปแล้วข้างนึงนะคะ
เหมือนมนุษย์ไม่พิการ แต่ก็พิการไปแล้วเพราะเราเลือกบริษัทหรืออะไรไม่ได้มากอ่ะค่ะ
ช่วงนั้นกวางแก้ปัญหาด้วยการ print หน้าเว็บที่ระบุเกรด วิชาที่เคยเรียน และระบุว่าเราจบแล้วจริง ๆ ออกมา
พร้อมกับให้อาจารย์เซ็นชื่อกำกับว่าเป็นความจริงอ่ะค่ะ
ชีวิตมนุษย์รูทีน
ต่อมากวางเรียนจบได้งานสัมภาษณ์ที่แรก เป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งค่ะ แถว ๆ พระราม 4
สัมภาษณ์ผ่านด้วยนะคะ แต่ไม่เอาดีกว่า กลัวโดนหลอก
ระหว่างนั้น กวางก็มีงานอดิเรกค่ะ ออกไปถ่ายรูปกับทริปที่เพื่อน ๆ จัดให้
ไปต่างจังหวัดบ้าง ในเมืองบ้าง ได้รู้จักกับพี่ ๆ หลายคน ได้ share ความคิดเห็น
เขาก็แนะนำให้กวางลองรับงาน freelance ดู เพราะอย่างกวางทำได้แน่ ๆ แต่กวางนิสัยเสียค่ะ
ขี้เกียจ ติดขี้เกียจอ่ะค่ะ ตัวมหาภัยเลย อาจทำชีวิตล่มจมได้ 555++
แต่ถ้าเครียดนี่คือ เครียดมันอยู่นั่นล่ะ แล้วจะทำให้กวางป่วยหนัก
หลังจากที่กวางอยู่ในชีวิตชิล ๆ ได้สักพัก
ก็มีเพื่อนในพันทิปอ่ะค่ะ แนะนำงานมาให้กวางลองไปสัมภาษณ์ดู
ก็ได้งานอยู่ในเมืองอ่ะค่ะ แถว ๆ ชิดลม start ที่ 15k โดยบอกว่า ทดลองงาน 3 เดือน
แต่ตอนหลังนี่ บอกว่าถ้าเกิดช่วยพี่ขาย project นี้ได้
เดือนนี้กวางผ่านทดลองงานเลย ไม่ต้องรอ 3 เดือน นั่นแค่ 1 เดือนจะ 2 เดือนเองนะ -*-"
กวางก็เลยได้ 14k ในช่วงทดลองงาน และหลังจากนั้นก็ได้ 15k มาประมาณ 3 เดือน
อยู่ที่นั่นกวางเครียดมาก เพราะกวางต้องทำงานแทนคนเก่าที่จะลาออกไป
พอคนเก่าลาออกไป กวางรับเองหมดเลยค่ะ ทั้งงานแก้ bug
support ลูกค้า (เป็นงานที่เสียเวลามาก ๆ) แถมต้องเขียนโปรแกรมเองในอีกโปรเจกต์หนึ่ง
และยังต้องคุยประสานงานกับโปรแกรมเมอร์อีกคนหนึ่งทาง msn ที่เขารับงาน freelance ไปทำที่บ้านอีกต่างหาก
กว่าจะคุยกันเข้าใจก็ซัดไปครึ่งค่อนวัน ประมาณนี้ล่ะค่ะ..
ช่วงที่ทดลองงานอยู่ก็ลากเพื่อนที่ยังไม่ได้งานเข้ามาทำงานอีก 2 คน
มีแต่คนบอกว่า กวางทำงานเงินเดือนสูงนะ 15k คนอื่น ๆ เขาได้น้อยกว่ากันทั้งนั้ืน แต่ก็นั่นล่ะค่ะ
ให้เงินเยอะ แต่เขาก็จ้างคุ้มค่าเชียวล่ะ.. พอกวางทำงานเครียดมาก ๆ เข้า กวางก็ไม่ค่อยสบายบ่อย ๆ
แรก ๆ ก็อดทนดี หลัง ๆ เริ่มท้อ หัวหน้างาน (เจ้าของบริษัท) เขาก็คุย ๆ เหมือนอยากให้เสร็จในวันสองวันนี้
ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติอ่ะค่ะ พองานพลาด ก็โทษเราก่อนคนแรก
ทั้งที่จริงแล้วมันพลาดตั้งแต่แรกแล้วก็ยังจะพยายามหาคนผิด
ตัดสินใจอยู่นานจนบอกกับเพื่อน ๆ ว่า กวางจะลาออกแล้วนะ..
แล้วก็ออกในเดือนพฤศจิกายน แอบรู้สึกผิดนิดหน่อยว่า เราทิ้งเพื่อนรึเปล่า
แต่เพื่อน ๆ ก็เข้าใจกวาง และก็บอกกับกวางว่าไม่ต้องคิดมากนะ
กวางทนไม่ไหวก็ไม่ต้องอยู่ล่ะดีแล้ว.. (ขอบคุณมาก ๆ ที่เข้าใจ :05:)
ย้ายที่ใหม่
กวางคุย m กับพี่คนนั้น (ที่ฝึกงานช่วงปี 3 แล้วลาออกไปช่วงที่กวางฝึกงาน)
ก็ได้ข่าวว่า พี่เขาเปิดบริษัทเองแล้วนะเป็นบริษัททำเว็บ hosting และรับวางระบบ+ดูแล server ด้วย
กวางก็ระบายกับพี่เขาบอกว่า พี่พอจะมีงานที่ใกล้ ๆ บ้านกวางไหมคะ
พี่เขาเลยแนะนำที่ทำงานที่กวางทำอยู่ปัจจุบันให้ เป็นบริษัทพี่ชายพี่นะ..
แต่แลกกับ ทำงาน 6 วัน เงินเดือนน้อยกว่าที่เก่าหน่อยนึง (หดมา 4 พัน)
แต่ค่ารถนี่ จากบ้านไปทำงาน นั่งมอไซค์วิน 20 บาทถึงออฟฟิศเลยค่ะ
เคยตื่นตี 5 เดี๋ยวนี้ตื่น 8 โมงเช้าก็ยังไปทำงานทันแบบชิล ๆ
แต่เนื่องจาก กวางเข้ามาที่นี่ช่วงปลายปี (กลางเดือนธันวาคม)
เขาเลยยังไม่มีโบนัสให้ หรือมีการปรับเงินเดือนขึ้นให้ในช่วงตรุษจีน
ดังนั้นถ้าเกิดกวางอยากได้โบนัส กวางก็ต้องทำงานที่นี่ให้มีผลงานและทำให้ครบปี จึงจะได้โบนัส
รายละเอียดนั้นกวางก็ยังไม่ทราบแน่ชัดนะคะว่าปกติจ่ายกี่เดือน แต่ก็คิดในแง่ดีที่ว่า
กวางทำงานที่นี่กวางได้อยู่ใกล้ครอบครัวมากขึ้น
กวางเครียดกับงานน้อยลง มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น
กวางสนุกสนานกับงาน สนุกสนานกับเพื่อนร่วมงานมากขึ้น
และที่สำคัญ กวางอยู่ตรงนี้กวางมีความสุขค่ะ
ข้อเสียก็มีนะ อย่าคิดว่ามีแต่ข้อดีอย่างเดียว
งบประมาณการจ้างคนก็ยังไม่ค่อยพอ
กวางอยู่แผนกนี้กวางบงการแผนกนี้แต่เพียงผู้เดียว กับพี่คนที่ฝากกวางเข้าทำงาน
เป็นบริษัทออกแนวผูกขาดทางการค้าไปในตัว (เหตุผลทางเครือญาติด้วย)
หน้าที่หลักกวางคือเขียนโปรแกรมให้บริษัท แต่ทุกวันนี้คือต้องรับงานทางด้าน hardware ด้วย
วันดีคืนดีก็คงเห็นกวางเดินสาย CAT5 (สาย Lan) ให้ที่คลังสินค้าบ้าง
มีซ่อมเครื่องบ้าง จนพี่ ๆ ในนั้นเขาก็แซวกวางเล่น ๆ ว่ากวางมันไม่ใช่ผู้หญิงละล่ะ ถึกจัง -*-"
กวางจะรอวันพี่ ๆ เขาสงสารส่งลูกน้องมาให้กวาง control เล่นสักคนนะคะ
เคยมีคนบอกกวางให้ลองรับงาน freelance ดู เช่น โปรเจกต์นักศึกษา อะไรแบบนี้
กวางบอกไปว่ากวางไม่มีเวลาอ่ะค่ะ
ถ้ากวางรับงาน freelance กวางว่ากวางคงป่วยตายก่อนเพราะไม่มีเวลาพักผ่อนแน่ ๆ ค่ะ
แต่ถ้ามีเวลาบ้างก็อยากทำเหมือนกันนะถ้ามันง่าย ๆ และงานช่วงนั้นไม่ยุ่งมาก
และช่วงนี้เพื่อน ๆ ที่บริษัทเก่าเขาก็รายงานข่าวล่าสุดว่า บริษัทกำลังจะปิดตัวลงแล้ว
เพราะบริหารกันดีจัดรึไงก็ไม่รู้ 555++
เดือนนี้เพื่อนคนที่เป็น web design จะออกไปก่อน
ส่วนเดือนถัดไปก็ให้เพื่อนกวางที่เป็น flash actionscript ออกอีกคนนึงค่ะ..
กวางถามว่า แล้วแกได้งานทำกันรึยัง
เพื่อน ๆ บอกว่า.. เราจะเปิดบริษัทเองละล่ะ 555++
ส่วนเหตุผลก็คือ ได้วิชาการหาลูกค้าจากที่นี่
และก็ได้ศึกษาการบริหารงานหลาย ๆ อย่างจากที่นี่เลยคิดว่าเพียงพอที่จะเปิดกิจการเอง
ก็ยินดีกับเพื่อนด้วย จะเปิดบริษัทเองแล้ว ^^''
อนาคต
เรื่องที่ไม่แน่นอน แต่ก็อยากให้แน่นอนในตอนนี้ก็คือว่า กวางอยากทำงานรัฐวิสาหกิจค่ะ
หลักที่เลือกรัฐวิสาหกิจคือไม่อยากให้พ่อแม่บ่นมาก เพราะพ่อแม่ก็หัวโบราณอ่ะ (อยากให้ลูกรับราชการ)
อยากทำงานที่ัรักด้วยนั่นคืออยากเป็นนักบิน ใครจะว่ายังไงก็ช่างก็ฉันอยากทำ 555++
ถ้าดูจากความเป็นจริงแล้วนั่นมันห่างไกลทีเดียวล่ะ ปี ๆ นึงจะมีกี่บริษัทกันเชียวที่รับศิษย์การบินผู้หญิง
แต่เปอร์เซ็นการรับก็ยังมีถูกไหมคะ นั่นล่ะคือโอกาสที่กวางมองเห็นและอยากจะก้าวไปสัมผัสมัน อิอิ ท้าทายดีนะ..
แต่ถ้าไม่ได้ กวางอยากทำงานบริษัทที่ค่อนข้างมั่นคงกว่านี้อ่ะค่ะ อย่างที่ปัจจุบัน อายุบริษัท 10 ปี
กวางยังรู้สึกว่าไม่ค่อยมั่นคงถาวรเท่าไหร่ เพราะอะไรหลาย ๆ อย่างมันค่อย ๆ เติบโตทีละก้าว ๆ เหมือนมันโตช้าอ่ะค่ะ
ที่นี่ถึงแม้ว่าจะอยู่มานาน แต่บริษัทก็คือมีการหมุนเวียนพนักงานอยู่บ่อย ๆ นะคะ
แป๊บ ๆ คนเก่าออก แป๊บ ๆ คนใหม่เข้ามา จะเป็นแบบนี้ตลอด บางทีมันก็ทำให้สงสัยได้นะคะว่ามันเกิดจากอะไร
ทำไมถึงอยู่ไม่ค่อยทนกันเท่าไหร่ แต่เพราะความสงสัยของเรานี่ล่ะมันก็อาจจะทำให้คิดได้เหมือนกันนะว่า
เออเราอยู่ตรงนี้ไปนาน ๆ แล้วเราโตขึ้นไหม เรารู้สึกว่าเราเก่งพอที่จะมีเงินเดือนในระดับเท่าไร ในช่วงอายุตอนนี้ ช่วงนี้
เมื่อไหร่เราจะมีลูกน้อง
เมื่อไหร่เราจะเป็นแบบนั้น
เมื่อไหร่เราจะสบายบ้าง
เมื่อไหร่...
เมื่อไหร่...
เมื่อไหร่เราจะเลิกคิดอะไรแบบนี้ซักทีเนี่ย 555++
+
อิจฉา
ตอนเรียนตูไม่ได้มีโอกาสฝึกงานยังงั้นมั่งเลย
ท่าทางน่าสนุกมากๆ เลยนะ
อย่าชมกันมาดิคะ เขิล
โบว์คิดว่าหลายๆคนเจอแบบโบว์ก็มีแนวทางในการแก้ปัญหาเหมือนกันค่ะ
บวกแรงๆกับน้องกวางเหมือนกัน สู้ต่อไป :12:
เรื่องนึงที่โบว์คิดว่า บางครั้งเจ้าของกิจการก็ไม่ใช่จะดีเสมอไปนะคะ
คือบางคนเหมาะที่จะทำงานอย่างนึง
ในขณะที่บางคนก็เหมาะที่จะทำงานอีกประเภท
โบว์เห็นคนที่เป็นพนักงานบริษัทแล้วมีความสุขถมเถไปค่ะ
เผลอๆมีความสุขและเงินเหลือมากกว่าพวกฟรีแลนซ์หรือเจ้าของกิจการอีกค่ะ :33:
เวลาเราคิดอยากเป็นอะไร
ส่วนมากเห็นอยากกันเพราะว่าภาพลักษณ์เบื้องหน้าโอ้วมันสวยหรู น่าเอาอย่าง
แต่อยากให้หนูๆ ลองดูข้างหลังเขาครับ ว่ามันมีรายละเอียดอะไรหนักหนาที่เราไม่รู้หรือเปล่า
ซึ่งบางทีการฝึกงานเล่นๆ ของเดือน(ในอีกจู๋นึง)นี่แหละ ที่เปิดโลกให้เห็นอะไรยังงี้ได้เหมือนกันนะ
ถ้าอยากรู้เรื่องข้างหลัง ให้ลองถามเจ๊กัมส์ดูครับ
ขอบคุณค่ะพี่โบว์พี่แอน :33:
เรื่องฝึกงานเนี่ย สนุกนะ ถ้าคิดให้สนุก คิดแง่ดีเยอะ ๆ
ทำอะไรผิดก็ไม่เป็นไร เพราะเราแค่เด็กฝึกงาน เขาไม่ว่าอะไรมาก
ถ้าอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่น่าสนุกเนี่ย มันก็จะกลายเป็นไม่สนุกไปเลยอ่ะค่ะ
กลายเป็นมองเรื่องนี้ในแง่ร้าย ดูน่าเบื่อ ไม่อยากไป ไม่อยากทำ ประมาณนั้นค่ะ
อ่านจบแล้ว ขอมอบรถเข็นให้คุณคนละ 1 คัน :37:
ผมเกิดไม่ทันรายการนี้ครับพี่.....ฝันที่เป็นจริงไรอ่ะไม่เคยได้ยิน :37:
อ่านของทุกคนแล้วรุ้สึกว่าคุ้มจริงๆ ที่ได้อ่าน เหมือนว่าตัวเองไม่ได้เดินอยู่คนเดียว
บนความยากแค้น ผมเคยอดมื้อกินมื้อไม่มีตังค์ไปเรียน ไม่มีตังค์กินข้าว ต้องต้มข้าวกินกับน้ำตาล
แล้วนอนอยุ่เฉยๆ เพราะกลัวเปลืองพลังงาน พอมาถึงจุดนี้ได้ ละรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองมาก
แต่ มันมีอะไรรอเราอยุ่มากกว่านั้นอีก จากการที่ได้อ่านเรื่องราวของเพื่อนๆสาวกแล้ว จึงรู้เลยว่า
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตโดยเฉพาะทุกด้าน.........
เรื่องที่เคยลำบากมาเมื่อก่อน ให้ทุกท่านช่วยกันเก็บมันไว้ เป็นประสบการณ์ในการเดินไปข้างหน้าต่อจากนี้
และแบ่งปันน้องๆ ที่ยังไม่ถึงเวลารับภาระต่างๆในวันข้างหน้าให้ได้เตรียมใจเอาไว้
ถ้าทางที่เราเลือกทำมันสามารถลดความเหนื่อยในอนาคตให้กับน้องๆ เราได้ มันจะเป็นประโยชน์มากเลย :12:
อ้างคำพูดจาก: คุณโบว์ เมื่อ 06 เม.ย. 2008, 13:57 น.
ให้ข้อคิดแก่น้องๆที่เรียนอยู่ด้วยแล้วกันนะคะ
คือชีวิตนี้เรียนอย่างเดียวไม่ได้นะคะ ถ้าเราไม่ฝึกปรือฝีมือในทุกๆด้าน
เมื่อไหร่ที่เราเจอปัญหาหนักหน่วง เจอมรสุมของชีวิต
แล้วเราจะไม่สามารถรับมือกับมันได้อย่างฉลาดเลย
เราอาจจะไม่มีทางออกของปัญหานั้น
หรือถ้ามีทางออก ทางออกของเรานั้นมันอาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดของชีวิตเรา
แล้วคนที่เสียใจมากที่สุดเมื่อมองย้อนกลับมาก็คือตัวเราเอง
เป็นกำลังใจให้คนที่พบปัญหาจากเรื่องงานเรื่องเงินและอนาคตตอนนี้นะคะ
สู้ๆค่ะ ปัญหาทุกอย่างมีทางออกจริงๆ
ถ้าสู้สุดกำลังแล้วไม่มีทางออกให้มันรู้ไป :12:
อ่านของพี่โบว์แล้วรู้สึกละอายใจ + ได้กำลังใจสุดๆ :12:+
อึ้ง ทึ่ง คิดว่าผู้หญิงคนนี้สุดยอดมากๆ ตอนแรก คิดเหมือนเบลล์ ว่าพี่โบว์รวยเป็นพื้นฐาน ไฮโซ ลูกคุณหนู รถพ่อแม่ซื้อให้
คนคุณภาพจริงๆ ต่างจากตัวเองคนละขั้วเลย (ขี้เกียจมากๆ )
บุ๋มไม่เคยแบ่งเบาภาระเรื่องเงินกับพ่อแม่เลย มีแต่เพิ่มภาระ :46: ขนาดทำงานแล้วก็ยังขอ :41: แต่ก็บอกพ่อไว้แล้วว่าเดือนหน้า(ทำงานเดือนที่2 จะไม่ขอแล้ว) ว่าจะไปทำงานพิเศษเพิ่ม พ่อก็ห้าม บอกว่าทำงานตัวเองให้มันลงตัวไปก่อน ไม่พอก็บอก เลยได้ใจ แต่ก็มีคิดบ้าง ว่าจะทำอะไรดี
แต่ก็ปล่อยเวลาผ่านไปวันๆ
อยากจะชมมากกว่านี้ แต่พิมพ์บรรยายยังไงดี ศรัทธามันเกิดอีกแล้ว
ทั้งพี่โบว์ พี่แอน :12: :12:
เป็นสาวขอบตาดำที่มีคุณภาพจริงๆ :46:
แปะของพี่กวางไว้ เดี๋ยวมาอ่าน
แปะของตัวเองไว้ด้วย เดี๋ยวมาเล่าบ้าง ถึงความลำบากอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ
ขอบคุณทุกโพสต์ มีประโยชน์ต่อคนที่ขี้เกียจจริงๆค่ะ
เพราะคุณ... เป็นคนดีครับ :05:
โอ๋ทำงานเป็นพนักงานต้อนรับของโรงแรมค่ะ เงินเดือนก็ไม่เท่าไหร่เลย ยังไม่ถึงสองหมื่นด้วยซ้ำ ตั้งแต่จบมา
ก็ทำงานด้านนี้มาตลอด เปลี่ยนที่ทำงานมา 3 ที่แล้ว เป็นคนต่างจังหวัดเข้ามาทำงานกรุงเทพ
ตอนแรกสมัครงานได้เงินเดือนแค่ เจ็ดพันกว่าเองตอนนั้นกลัวไม่ได้งานทำค่ะ เลยทำไปก่อน
เหมือนทุกอย่างดูสวยหรูเพราะถึง เงินเดือนน้อย แต่มีกำลังใจจากแฟน เพราะหาเงินช่วยกัน มีน้อยก็กินน้อย ลำบากมาด้วยกัน
แต่พอได้งานไหม่ (ที่ปัจุบันทำอยู่) เงินเดือนเยอะ กว่าเมื่อก่อน แต่พอได้งานใหม่ปุ๊บก็เลิกกับแฟน
เหมือนชีวิตเคว้ง (เค้าไปมีแฟนใหม่ที่มีบ้านอยู่กรุงเทพฯ โอ๋เลยต้องแป่ว สู้ดิ้นรนคนเดียว :05:)
แต่ยังดีที่โอ๋ยังมีงานทำค่ะ :42: ยังดูแลตัวเอง เรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆได้เองคนเดียว
แต่บางทีก็ท้อเหมือนกัน ว่าจากนี้จะทำไปเพื่อใคร เหลือตัวคนเดียว สู้คนเดียว :16:
ยังดีที่บริษัทเค้าดูแลพนักงานดี เรื่องค่ารักษาพยาบาล วันหยุด โบนัสปลายปีก็ได้เป็นเงินก้อนพอสมควร
แต่ก็ยังไม่มีเงินเก็บเลย เพราะค่าใช้จ่ายในกรุงเทพฯก็สูงพอสมควร
ตอนนี้ก็เริ่ม เก็บบ้างแล้วค่ะ ยังไม่รู้อนาคตของตัวเองเลยตอนนี้
เพราะเหมือนกำลังตั้งหลักชีวิตใหม่อยู่ จริงๆ อยากกลับไปอยู่บ้าน
แต่ถ้ากลับไปที่บ้านก็ต้องลำบาก เหลือ น้า กะยาย แค่ สองคน
เห็นเพื่อนๆ พี่ๆ เล่าเรื่องการงานแล้ว ดีใจด้วยนะคะที่ประสพผลสำเร็จในชีวิต
ส่วนโอ๋ก็คงต้องอีกสักพัก ขอให้เพื่อนๆทุกคน สู้ๆ ต่อไปนะคะ :12:
The show must go on
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยังไงชีวิตก็ต้องเดินต่อไปค่ะ
สู้ๆ นะครับ ผมก็หางานใหม่อยู่
ได้แต่อ่าน ยังไม่อยากเอาเรื่องตัวเองมาลง ...
อ้างคำพูดจาก: 8e88 เมื่อ 06 เม.ย. 2008, 23:26 น.
อ่านจบแล้ว ขอมอบรถเข็นให้คุณคนละ 1 คัน :37:
ต้องมีผงซักฟอกบสีสด้วยดิครับ มันไม่ครบ
ทุกคนนี่สุดยอดจิงๆๆ :46:
พี่โอ๋ สู้ๆ ครับ โชคดีที่ไม่มีภาระ มาก สุ้ต่อไปครับ :12:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 09 เม.ย. 2008, 12:15 น.
พี่โอ๋ สู้ๆ ครับ โชคดีที่ไม่มีภาระ มาก สุ้ต่อไปครับ :12:
ขอบคุณครับ :46:
อ้าว!
ไม่ใช่ผมเหรอ :35:
พี่โอ๋ ก็สู้ๆ นะครับ ลากไปยิงให้ได้ :12: :37:
ืทีหลังก็เรียก พี่โอ๋สวย พี่โอ๋หล่อ ไง จะได้ไม่สับสน :43:
โชคดีที่ได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้ เห็นเส้นทางชีวิตของใครๆหลายคน นี่ซินะเขาถึงเรียกสิ่งมีชีวิตอย่างเราๆท่านๆว่า "มนุษย์"
:05a: จากง่วงๆ อยู่
:12: พี่โบว์ทำตูน้ำตาซึมไปสองสามดอก
:37: ดีนะ ไม่มีใครอยู่
แท้จริงแล้วกระจู๋นี้เป็นกระจู๋ที่อยากเขียนอย่างแรง แต่ด้วยเวลาและโอกาสไม่เอื้ออำนวยเอาเสียเลย
จึงได้แต่รีรอมานานช้า จนวันนี้ถึงฤกษ์งามยามปลอดแล้ว ...เริ่มเลยล่ะกัน..
เิกิดและเติบโตมาในครอบครัวชนชั้นกลางธรรมดา ดีหน่อยที่อยู่กับยายและน้าซึ่งดูแลเอาใจใส่ให้การฟูมฟักเป็นอย่างดี
ชนิดที่คิดว่าอยู่กับพ่อแม่ก็คงไม่สบายเท่านี้ บุคคลในครอบครัวส่วนใหญ่ อันหมายรวมไปถึงญาติโกโหติกา ล้วนแล้วแต่มีอาชีพครูทั้งสิ้น
ดังนั้นตั้งแต่เด็กมาแล้ว ก็มีปณิธานที่หาญมุ่งว่่าอยากเป็นครู และเริ่มไล่ล่าความฝันอย่างสุดความสามารถ (อืม..เวอร์ไปหน่อยอันนี้)
"งาน"
จบมาจากมอ. เอกภาษาและวรรณคดีไทย ซึ่งเป็นวิชาที่โคตรอยากเรียน และเรียนอย่างมีความสุขยิ่ง แต่พอต้องมาหางาน
ขอบอกเลยว่าโคตรทุกข์เช่นกัน เพราะหางานโคตรยาก แถมท่านพ่อก็ประกาศทฤษฎีการเลี้ยงดูแนวทางใหม่อีก จากในช่วงแรก
เลี้ยงลูกแบบโต๊ะจีน ถึงเวลาก็จัดการหามาให้กินเสร็จสรรพ พอเรียนจบปุ๊บพ่อเลยเปลี่ยนเป็นการเลี้ยงดูแบบบุฟเฟต์ ให้ทำมาหารับประทานเอง
เครียดสิทีนี้ ทำไงดีวะ!! ค่าโทรศัพท์มือถือก็ต้องจ่าย ขนมก็ต้องกิน ถึงบ้านจะไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อก็เถอะ... งานก็หายาก
เพราะพ่อไม่อนุญาตให้ขึ้นมาหางานที่กรุงเทพฯ (กลัวลูกอดตาย!) ที่สุราษฏร์ฯ จะมีอะร๊ายให้ทำนักหนา ขอไปสมุยก็ไม่ให้ไป :07:
ในที่สุดก็หาลู่ทางด้วยการไปเซ้งแผงในตลาดซึ่งเปิดขายของกลางคืนในสุราษฎร์ฯ เพื่อขายกิ๊ฟช็อป ซึ่งก็พอไปได้
ชอบชีวิตตัวเองช่วงนั้นมากเลย วันๆ ตื่นขึ้นมานอนตีพุง ไปห้องสมุด เช่าหนังมาดู ขับรถร่อนไปร่อนมา ฯลฯ จนกระทั่งได้เวลาราวสี่โมงเย็น
เปิดแผง จัดร้าน และขายของจนประมาณสามทุ่มก็เก็บร้าน รายได้ก็พอค่าขนมประมาณวันละสองสามร้อย
ต่อมามีอาจารย์ที่เคยสอนสมัยมัธยม เปิดโรงงานทำน้ำส้ม จึงเรียกให้ไปทำบัญชีและคุมโรงงานแทน
ช่วงนั้นก็สนุกสนานดีเป็นที่ยิ่ง ประมาณเจ็ดโมงเช้าจนถึงบ่ายสามโมงกว่าก็อยู่โรงงาน ตอนเย็นไปขายของ ทำอย่างนี้อยู่ซักเดือนกว่า
เริ่มมีงานใหม่เข้ามา
เนื่องจากความอยากเป็นครูสุดฤทธิ์ แล้วตอนนั้นยังไม่มีการเปิดสอบรับราชการ จึงไปสมัครสอนพิเศษที่สถาบันติวไว้ จับผลัดจับผลู
ได้สอนพิเศษภาษาไทยและสังคม ๒ วิชา ตอนเย็นจึงต้องไปสอนพิเศษแทน แล้วก็มอบมรดกร้านแ่ก่น้าเพื่อขายของต่อไป
สอนพิเศษอยู่ได้ซักสองสามอาทิตย์ ญาติที่อยู่อีกจังหวัดหนึ่งก็ตามตัวบอกว่าครูภาษาไทยที่วิทยาลัยเทคนิคกำลังว่าง อยากทำไหม?
ตอนนั้นด้วยความงก เลยบอกว่าถ้าได้แค่เดือนละ 6230 บาท (มาตรฐาน) ไม่ทำ เพราะสอนพิเศษกับทำงานโรงงานรวมกันได้มากกว่าเยอะ
แต่เขาบอกว่ามีค่าสอนนอกเวลาให้ด้วย (ปวช.120 ปวส.170.ต่อชั่วโมงมั๊ง ถ้าจำไม่ผิด) รวมแล้วได้เดือนละหมึ่นกว่า ...ก็เลยตัดสินใจไปทำ
รับอาชีพครูเต็มตัวสองสามวันแรกก็แทบจะตาย ตอนเย็นกลับบ้านไม่คุยโทรศัพท์กับใครเลย เพราะอ้าปากไม่ขึ้น เพื่อนโทรมา...
ก็บอกว่าเมื่อยกราม พูดไม่ไหวแล้ว เพราะได้รับตารางสอน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งนับว่าเยอะมาก สอนคาบแรกเริ่มเจ็ดโมงครึ่ง
คาบสุดท้ายเลิกสองทุ่ม (เพราะมีภาคเช้าบ่าย) แถมด้วยสถิติร้องไห้ในห้องเรียนด้วยความโมโหเด็ก รวมแล้ว 4 ครั้งต่อเทอม
(แต่ต่อมาพัฒนาเป็นทำเด็กร้องไห้แทน :30:)
ช่วงแรกที่สอน นักเรียนร้ายมาก! สอนคาบแรกจำได้เลยว่าเป็นช่างซ่อมบำรุง ปวช.3 (แก่สุดในห้องอ่อนกว่าตู 3 ปี)
หน้าตาเถื่อน เสียงดังโวยวาย ฯลฯ ยืนขาสั่น แต่แสร้งทำเป็นมั่นใจสุดฤทธิ์ สองชั่วโมงที่ยืนหน้าชั้นตอนนั้น
เป็นสองชั่วโมงที่ยาวนานที่สุดในชีวิต :05: (รู้สึกอยากร้องไห้ ทำไมมันไม่ฟังตูเลยวะ อยากร้องกรี๊ดๆๆๆๆๆ)
ออกมาคุยกับพี่ๆ ที่ห้องพักครู เล่าเหตุการณ์ให้เขาฟัง ทุกคนบอกว่านั่นคือนักเรียนตั้งใจแล้วนะนั่น ที่เราเจอนับว่า
เป็นพฤติกรรมอย่างดี (นี่เหรอวะ..อย่างดี :08:)
หลังจากสองสามเดือนแรกผ่านไป ก็ปรับตัวกับนักเรียนได้ดีขึ้น ต่อปากต่อคำ จิกด่ากัดตี และลงโทษได้อย่างไม่เกรงกลัว
ทำให้การเรียนการสอนสนุกเข้มข้นขึ้นมาก แต่มารู้สึกว่าตัวเองเข้าขั้นจริงๆ ก็เมื่อมีอยู่คาบหนึ่ง พูดกับนักเรียนอย่างลืมตัวว่า
"เฮ้ย..หมดเวลาแล้วเหรอ สองชั่วโมงแป๊บเดียวเอง" ทำให้รู้ว่าความรู้สึกเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
เมื่อลาออกไปเรียนต่อหลังจากสอนได้ปีครึ่งก็เสียใจมาก เพราะค้นพบแล้วว่างานที่เหมาะสมกับเราคือการเป็นครู
มีความสุขมากเวลาได้อธิบาย ได้พูด ได้บอก ให้คนเข้าใจในสิ่งที่เขาอาจไม่เข้าใจมาก่อน ชอบเวลาที่นักเรียนยิ้ม หัวเราะ
และรู้สึกเป็นสุขเวลาที่นักเรียนโทรมาปรึกษาเรื่องโน้นเรื่องนี้
กลับไปสอบเข้ารับราชการตามคำบัญชาของพ่อและแม่ เมื่อบังเอิญสอบได้ ก็กลับไปอยู่บ้านและใช้ชีวิตเหมือนเดิมทุกๆ วัน
เริ่มจากการตื่นประมาณหกโมง ใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวครึ่งชั่วโมงกว่า แล้วก็ขับรถไปโรงเรียนซึ่งอยู่่ห่างไปประมาณสี่สิบกว่ากิโล ทุกๆ วัน
เจอกับนักเรียน ใช้ชีวิตตามตารางเรียน แล้วก็กลับบ้าน ซึ่งอาจเป็นชีวิตที่ใครๆ มองว่าน่าเบื่อ แต่สำหรับเราแล้วเป็นชีวิตที่มีความสุข
พูดได้เต็มปากเลยว่า ไม่เคยเบื่อที่จะสอนนักเรียนเลย (แต่เบื่อเพื่อนร่วมงานน่ะ...มีบ้าง :37:) อาจโกรธเวลานักเรียนไม่ได้ดั่งใจ
แต่ไม่เคยเกลียด! และมั่นใจว่าเป็นงานที่สามารถทำไปได้จนตาย
เงิน
อาชีพครูเป็นสิ่งที่รักและอยากทำก็จริง แต่เป็นอาชีพที่มีรายได้ไม่เหมาะกับสภาพการณ์ปัจจุบันอย่างยิ่ง
เพราะตอนนี้เงินเดือนไม่เคยพอใช้เลยสักเืดือน :05: ขนาดว่า้บ้านไม่ต้องเช่า (อยู่บ้านที่พ่อซื้อไว้)
เพราะเงินเดือน 9320+1000 (ค่าครองชีพ) แค่เติมน้ำมันรถขับไปทำงานก็เดือนละ 4000 แล้ว
ยังไม่นับค่าภาษีสังคม เนื่องจากเป็นครูสอนที่ตำบลนอกๆ ของอำเภอที่่ไม่ใช่อำเภอเมือง ดังนั้นการ์ดงานบวช งานแต่ง งานศพ ก็จะมีมาเรื่อยๆ
แถมค่าแต่งตัว ค่ากินโน่นนี่ ที่หนักๆ ก็คือ ค่าโทรศัพท์ไม่ว่าจะเป็นมือถือ โทรศัพท์บ้าน ค่าอินเตอร์เน็ต แล้วก็ช่วยยายค่ากับข้าว ฯลฯ
ดำรงชีวิตได้ไปเดือนๆ ตอนนี้ ด้วยการตอดพ่อบ้าง ตอดแม่บ้าง ยังดีที่พ่อออกค่าลงทะเบียนให้ (ซึ่งต้องลงทุกเทอม 11000)
เข้าใจเลยว่าทำไมครูๆ ถึงต้องสอนพิเศษ :05:
"ความหวัง"
ตอนนี้หวังแค่อยากเรียนให้จบเป็นอย่างแรก จากนั้นถ้าเป็นไปได้..ก็อยากเรียนต่อปริญญาเอก แต่ถ้ายังอยู่ที่โรงเีรียนเดิม
ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมเล็กๆ ก็คงไม่อาจทำได้ เพราะมีครูสอนภาษาไทยแค่คนเดียว การลาไปเรียนต่อแล้วทิ้งเด็ก
คงเป็นอนันตริยกรรมอย่างยิ่ง แถมยังดูไร้จรรยาบรรณอย่างแรง ที่สำคัญคือเขาคงไม่ให้ลาเรียนต่อเป็นแน่
"อนาคต"
เป็นครูสอนภาษาไทยอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แม้ว่าชีวิตจะมีทางแยกมาให้ตัดสินใจแล้วตอนนี้ว่า จะเลือกสอนมัธยมฯ
หรือไปสอนระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งถ้าไปสอนในมหาลัยก็คงต้องไปใช้ชีวิตอยู่ไกลบ้าน แถมยังไปในดินแดนที่ค่อนข้างเสี่ยงอันตราย
ทำให้พ่อแม่ญาติีพี่้น้องไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม...มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจคือ...สถานที่อาจเปลี่ยน แต่อาชีพไม่มีวัน่เปลี่ยน!
ป.ล. ย้อนกลับไปดูที่เขียน พบว่ายาวมาก เป็นคนเพ้อเจ้อเขียนอะไรสั้นๆ ไม่ค่อยเป็นจริงๆ แฮะเรา
ดังนั้นถ้าใครจะข้ามไป.........ข้าน้อยก็ไม่ว่าอะไรแม้แต่น้อย!!! :52:
สอนเด็ก ปวช ซะด้่วย :25:
ผมก็อยากเป็นครูนะ แต่สมาธิสั้น อดทนไรไม่นาน :52:
สะดุ้งคำว่าภาษีสังคมมากครับ
พ่อกับแม่ผมก็ครู แล้วก็โดนไอ้ภาษีบ้านี่กัดกินมาตลอดชีวิต
บางเดือนเป็นหนี้ด้วยนะเพราะช่วยงานบวชงานศพนี่แหละ
อาจดูงี่เง่านะ แต่คนที่ไ่ม่ได้อยู่กะสังคมภูธรแบบนี้ก็คงไม่เข้าใจหรอกมั้ง :30:
ผมชอบคนที่ตั้งใจเป็นครูครับ อยากสนับสนุน อยากช่วยมากๆ :25:
สาเหตุนึงเพราะตัวเองมั้งครับ เคยคิดอยากจะเป็นครูอยู่ช่วงนึง เลยลองไปช่วยงานดู
ผลปรากฎว่า สัปดาห์เดียว เล่นเอาแทบร้อง :30:
กลืนน้ำลายตัวเองแทบไม่ทัน
จนได้รู้ซึ้งว่า กว่าที่ครูท่านจะมาสอนเราหน้าชั้นเรียนได้นี่ มันต้องผ่านอะไรมาเยอะนะ
แบบ ไหนจะเตรียมเนื้อหาที่สอน เตรียมสื่อประกอบ เตรียมการสอนให้เข้ากับสภาพเด็กในห้องแต่ละห้องอีก
ยิ่งโรงเรียนที่แยกห้องคิง ห้องโหล่ แต่อาจารย์คนเดียวกันไปสอนนี่ยิ่งเห็นชัด
(เคยเห็นถึงขนาด อาจารย์ต้องเตรียมเนื้อหาสองชุด เตรียมสื่อการสอนสองชุด เพื่อเด็กสองห้องที่เรียนวิชาเดียวกัน
เห็นแล้วโคตรนับถือเลยครับ
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 10 เม.ย. 2008, 23:42 น.
สะดุ้งคำว่าภาษีสังคมมากครับ
พ่อกับแม่ผมก็ครู แล้วก็โดนไอ้ภาษีบ้านี่กัดกินมาตลอดชีวิต
บางเดือนเป็นหนี้ด้วยนะเพราะช่วยงานบวชงานศพนี่แหละ
อาจดูงี่เง่านะ แต่คนที่ไ่ม่ได้อยู่กะสังคมภูธรแบบนี้ก็คงไม่เข้าใจหรอกมั้ง :30:
แอนไม่ได้อยู่ในสังคมพนักงานอ๊อฟฟิศ
จะเข้าใจไหมว่า ก่อนสงกรานต์ ผมเป็นกรรมการผ่าป่าไป
20 ซอง ซองละ 100 บาท :21:
ภาษีสังคม ที่บ้านโดนเหมือนกันค่ะ
ทั้งๆที่แม่อยู่โรงเรียนประจำจังหวัด
แต่จังหวัดที่อยู่มันดันเล็กมากๆ เพราะงั้นเลยรู้จักกันทั่ว
เดี๋ยวงานโน่นเดี๋ยวงานนี่
เป็นครูมายี่สิบกว่าปี เดี๋ยวนี้มีวิวัฒนาการ ถ้าเป็นงานของเพื่อนอาจารย์ด้วยกัน
จะใส่ซองในนามของหมวดค่ะ หมวดวิทยาศาสตร์ก็ใส่ซองแล้วส่งตัวแทนไป
ไม่เหนื่อยด้วยค่ะ :22:
อ้าว ตัดหน้าสองคนแน่ะ :07:
เอางี้ล่ะกันค่ะ บอกสถิติให้สะดุ้งเล่นๆ เคยมีอยู่เดือนนึงที่คนนิยมแต่งงานกันเยอะโคตรๆ
มีงานศพอีกสองงานมั๊งถ้าจำไม่ผิด เดือนนั้นเฉพาะใส่ซองนะคะ 2000 บาท
ส่วนแม่ซึ่งเป็นครูในอำเภอนอกๆ เลย แถมสอนอยู่โรงเรียนเดียวโดยมีอายุราชการราว 20 กว่าปี
เคยมีเดือนนึงโดนซอง 36 ซอง :30: :30: :30: (แบบว่าเืดือนนั้นถูกตัดเงินช่วยชาติเลยอ่ะ) :05:
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...ผ่านมา เมื่อ 10 เม.ย. 2008, 23:50 น.
แอนไม่ได้อยู่ในสังคมพนักงานอ๊อฟฟิศ
จะเข้าใจไหมว่า ก่อนสงกรานต์ ผมเป็นกรรมการผ่าป่าไป
20 ซอง ซองละ 100 บาท :21:
ช่าย
ไมพวกพนักงานรายวันหรือพวก officer มันชอบเอาซองกถิน ผ้าป่า มาให Engineer ้เซ็นเปนกรรมการก่อน (บังคับเซ็น)
แล้วมันก้อไปเขียนชื่อหน้าซองว่าเปน กรรมการ (บังคับเปนชัดๆ)
โดนทุกเดือน เดือนละสามซอง-ห้าซอง
ทำงานมาปีครึ่ง โดนไป 18*3=54
ซองละ 100 เฮ้อ!
ปาดเหงื่อทุกเดือน :05:
อ้างคำพูดจาก: มะช่ายนางเอก! เมื่อ 11 เม.ย. 2008, 00:41 น.
ช่าย
ไมพวกพนักงานรายวันหรือพวก officer มันชอบเอาซองกถิน ผ้าป่า มาให Engineer ้เซ็นเปนกรรมการก่อน (บังคับเซ็น)
แล้วมันก้อไปเขียนชื่อหน้าซองว่าเปน กรรมการ (บังคับเปนชัดๆ)
โดนทุกเดือน เดือนละสามซอง-ห้าซอง
ทำงานมาปีครึ่ง โดนไป 18*3=54
ซองละ 100 เฮ้อ!
ปาดเหงื่อทุกเดือน :05:
:14: :14: :14:
เอ้า เอ้า เชียร์กันเองเข้าไป :26:
(น้องอัจอย่าใช้ภาษาวิบัตินะ เดี๋ยวเขารู้ว่าเส้นใหญ่)
:46: :46: :46:
ภาษีสังคมนี่ บางคนตัดเป็น 10% ของรายได้ต่อเดือนเลยนะพี่แอน
ปีนึงก็เยอะอยู่ :08:
ทำมั้ยชอบให้เราเป็นกรรมการก็ไม่รู้ แต่งานแต่งงานนี้ชอบนะ ใส400 ได้กินโต็ะจีน อร่อยไป :33:่
ไม่โดนถี่ขนาดนั้นค่ะ สำหรับใส่ซองต่างๆ .. แต่โดนทีนึงแพง
สังคมแอ้ภาษีแพงมาก .. ทุกวันนี้พยายามไม่สนการใช้เงินของคนรอบข้างค่ะ
เก็บตังค์ไว้กินข้าวก่อน..
งานแต่งไม่ค่อยได้ไปอ่ะ ฝากซองอย่างเดียว ถ้าไม่สนิทจริงๆ จะไม่ไป.. แสลง.. :23:
ถ้าแสลงผมว่าต้องรีบแต่งประชดครับ จะได้หายแสลง :30:
:05:
ถ้าแต่งงานเป็นกิจกรรมที่ทำคนเดียวได้นะ.. เหมือนดูหนัง กินข้าว อย่างนี้นะคะ.. :27:
กิจกรรมทำคนเดียวแล้วเก็บเงินชาวบ้านได้..... บวช ไง :52:
อยู่ในครอบครัวข้าราชการ ข้าราชการกับคำว่า "จน" มีให้เห็นให้รู้ตลอด
เปิดเทอมแม่เอาทองไปจำนำ ห่อข้าวไปกินโรงเรียน อายเพื่อนไม๊ อาย แต่ทำไงได้
แต่สิ่งที่เห็นคือ พ่อมีความสุขกับชีวิตข้าราชการ
"ข้าราชการ คือ ข้าของพระเจ้าแผ่นดิน ทำงานให้พระเจ้าแผ่นดิน
เป็นทหารรักษาประเทศให้กับพระเจ้าแผ่นดิน แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว
เพราะตัวเราเองรู้ว่าเราทำเพื่ออะไร และเพื่อใคร" นี่คือความภาคภูมิใจและความสุขที่พ่อบอก
ตอนนั้นไม่เข้าใจพ่อนะ ตั้งใจอย่างแรงจบมาจะทำงานบริษัท จะได้มีเงินเยอะ ๆ มีรถ มีเงินซื้อของ
แต่ความเป็นจริง ทุกวันนี้รับราชการ เป็นข้าราชการกินเงินเดือนจน ๆ คนหนึ่ง มุมมองต่าง ๆ เปลี่ยนไป
ทำงานปีแรก...เด็กใหม่ไฟแรง มีงานอะไรขอให้บอกทำหมด เงินเดือน 4,700 บาท ทำซะ 18,000.-
อยากทำ อยากรู้ไปทุกอย่าง แต่ระบบข้าราชการยังไงเด็กก็คือเด็ก ซี เงินเดือน อายุราชการ
วันนี้ทำงานมา 10 ปี ระบบราชการเปลือกนอกเปลี่ยนไปเยอะ แต่ความเป็นจริงระบบอุปถัมถ์ยังมีอยู่
ความเบื่อหน่ายมีเยอะ รางวัลของข้าราชการคือขั้นเงินเดือน 1.5 ขั้น 2 ขั้น
ถึงเทศกาลเลื่อนขั้นประจำปีทีบางคนแทบตีกันตาย แต่นะระบบนี้ให้ทำดีกันให้ตาย
หากไม่ถึงรอบที่จะได้ก็ไม่ได้หรอก เพราะเค้าไม่ได้ดูที่ผลงานกันจริง ๆ แต่ดูที่ว่าใครได้ไปแล้ว
แล้วใครยังไม่ได้ หากได้ไปแล้วก็ต้องรอให้คนยังไม่ได้ได้ก่อน ถึงจะหมุนวนมาถึง
แม้ว่าคนที่ไม่ได้ปีก่อนมันอาจจะไม่เคยทำงานเลยก็ตาม แต่นี่คือระบบราชการไทย
ความก้าวหน้าอยู่ที่การสอบ การทำผลงาน ซึ่งก็คือการหลอกตัวเองของข้าราชการ มันเป็นวัฒนธรรม
แต่ถ้าถามว่าทุกวันนี้มีความสุขไม๊ตอบว่ามี เพราะอย่างน้อยทำงาน 8.30 เลิก 16.30 หยุดวันเสาร์ อาทิตย์
มีเงินเดือนที่ทำให้เรารู้ว่าอย่างน้อยก็มีจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ เจ็บป่วยเบิกได้ มีบ้านพักให้อยู่ฟรีไม่ต้องเช่า
มองหาข้อดีของงานที่ทำ แล้วเอาเวลาที่เหลือไปทำสิ่งที่เรารัก เวลาราชการก็ทำสิ่งที่ควรทำให้ดีที่สุด (เท่าที่จะทำได้)
แต่หลังจากนั้นทำงานที่เรารัก เมื่อทำงานที่รักโดยไม่มีภาวะเรื่องเงินมากดดันสิ่งที่ทำออกมามันก็ดี
ความเป็นจริงในชีวิต กับความต้องการบางทีมันก็สวนทางกัน
แต่บางทีการเดินบนเส้นทางแห่งความเป็นจริง แล้วมีความฝันเป็นสวนหย่อมให้เราแวะพักมันก็ดีนะ
ทุกวันนี้ตั้งความหวังไว้วันหนึ่งเก็บเงินได้มากพอ (มากคือไม่มีหนี้ มีเงินเก็บสักก้อน) จะลาออกเพื่อมาทำงานที่รักให้เต็มตัว
สำหรับคนหางานอยู่ให้กำลังใจทุกคน ขอให้ผ่านวลานี้ไปให้ได้ ทางมันมีเยอะ สุดแต่คุณจะเลือกเดินทางเส้นไหนกัน
**********
ปล.ส่วนคุณโบว์ :12: นับถือค่ะ อ่านแล้วคิดอะไรได้เยอะ
อ้างคำพูดจาก: สถิตย์ภรณ์ เมื่อ 11 เม.ย. 2008, 09:13 น.
ภาษีสังคมนี่ บางคนตัดเป็น 10% ของรายได้ต่อเดือนเลยนะพี่แอน
ปีนึงก็เยอะอยู่ :08:
จริงครับ
ผมอยู่โรงงานอุตสาหกรรม มีลูกน้องร่วม 70 คนชายหญิง
งานบวช งานแต่ง งานศพ งานกฐินผ้าป่า สร้างโบสถ์์สร้างศาลา
บางงานใส่น้อยก็ไม่ได้ ไหนจะีของเยี่ยมคลอดลูกอีก
นี่ยังไม่รวมระดับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าอีกนะ
ยังกะทำงานการกุศล :05:
อ้างคำพูดจาก: YDA เมื่อ 11 เม.ย. 2008, 11:46 น.
มองหาข้อดีของงานที่ทำ แล้วเอาเวลาที่เหลือไปทำสิ่งที่เรารัก
:25: :25:
หลับจนฝันอดีตงาน เงิน หวังอนาคตคิดพอหลับ
ถ้าจะเรียงความเสียใหม่ ด้วยกริยาดิ้นรน คงจะเห็นรูปวลี วลีทั้งหมดเป็นสมการแบบอนุกรม
อันนี้เป็นสมการที่ไม่มีในตำราใด ไม่ต้องไปอ้างอิง เอาล่ะ เปิดบทที่หก ย่อหน้าสอง
...
เอาล่ะ นักเรียกดู ..
หลับ จน ฝัน อดีต งาน = หวัง อนาคต คิด พอ หลับ
ด้านซ้ายและด้านขวามีสมดุล คือสมการหนึ่งในชีวิต
วรรคว่างไม่ใช่การคูณ แต่คือลำดับการพักและถอนใจ
ทั้งหมดมีแต่ตัวแปร ไม่มีตัวใดแสดงค่าคงที่
สมการไม่ใช้โจทย์ที่ต้องตามแก้เสมอ อย่าแก้ผ้าคิด
หลายสมการแสดงไว้เพื่อขยาย เราจึงอาจย่อได้ ดังนี้
ลจฝอง = วอคพล
เมื่อแยกแฟคเตอร์ออกมา เราลองแทนค่าตามลำดับ
หลับ = หลับ
จน = พอ
ฝัน = คิด
อดีต = อนาคต
งาน = หวัง
เงิน ไม่มีค่า แค่มีความหมาย =
เมื่อเอาเงินเป็นศูนย์กลาง และมองวลีชีวิต เราอาจแทนค่าเงินด้วยเครื่องหมายเท่ากับ =
= เงินไม่ใช่หน่วยนับไม่มีค่าในเชิงคณิตศาสตร์ แต่มีความหมายเป็นสัญญลักษณ์การแทนค่า
ไม่ใช่ แค่ เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย
เกิดนั้นต่อกับตายที่ปลายฝัน
ชีวิตอมตะคล้ายกับการหลับ
อย่าแหย่กำนันหลับ ..ห้ามจับนมเล่น
อย่าเอาเงินไปกองไว้ที่ปลายชีวิต
และใช้เงินให้มีความหมายไม่ใช่ที่ปริมาณ
สมการกำนันแม้น อย่างโดน :12:
กลับไปอ่านตั้งแต่หน้าแรก จนหน้าสุดท้ายอีกรอบ เหตุเพราะตั้งใจไว้หลายครั้งว่าจะมาพูดคุยบอกเล่าเก้าสิบเรื่องตัวเองบ้าง บวกกับอ่านไว้นานแล้วจนลืมว่าอ่านถึงหน้าไหน :30:
และวันนี้เอง วันที่ได้ฤกษ์หลังจากกรุ้มกริ่มมาเสียนาน
อาจจะพูดไ้ด้ว่า ผมโชคดีที่ฐานะทางบ้านไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก ไม่ได้ฐานะดี แต่ก็มีใช้ไม่ขาด
พ่อทำงานพนักงานรัฐวิสาหกิจ(ไฟฟ้า) แม่เมื่อก่อนนู้นเป็นสาวโรงงาน แต่ตอนนี้เปลี่ยนอาชีพใหม่แล้ว เงินดีกว่าเดิม เป็นแม่บ้านนั่นเอง :43:
ในรั้วมหาลัย
ก่อนเข้ามหาลัย ช่วงนั้นผมได้โควต้า ทำให้ตอนสอบเอ็นทรานซ์ ไม่ได้เครียดหรือกังวลอะไรมาก ใจก็นึกสอบ ๆ ไปอย่างงั้นแหละ ยังไงเราก็มีที่เรียนแล้ว ไม่ได้รู้เลยว่า นิเทศ ที่ตัวเองเลือก เขาเรียนจบแล้วไปทำงานอะไร หรือเขามีสาขาอะไรให้เราเลือกบ้าง รู้เพียงแค่ว่า บ้านเราอยู่ชลบุรี เรียน ม. บูรพานี่แหละ ไกล้ดี อีกอย่างนึงตูเอ็นเอ็นติดนะเฟ้ย(แม้จะโควต้าก็เหอะ)
ขึ้นชื่อว่านิเทศ ทุกครั้งที่มีงาน การแสดง กิจกรรม หรืออะไรก็ตาม ทางคณะมักจะโยนมาให้นิเทศก่อนเสมอ
จึงทำให้พวกเรามีกิจกรรมทำกันอยู่ตลอดปี ชีวิตช่วงเรียนเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เฮฮา จนเมื่อถึงยุคไกล้จบ
เริ่มเข้ากรุงพร้อมกับคำว่า" ฝึกงาน "
ช่วงนั้นติดเกมส์ออนไลน์งอมแงม จึงไปหาที่ฝึกงานที่มันเกี่ยวกับเกมส์ นั่นก็คือบริษัท คอมพ์เกมเมอร์ ต้องฝึกงานสามเดือน
วัน ๆ ไม่ต้องทำอะไรมาก นอกจากนั่งเล่นเกมส์ นั่งเล่นเกมส์ และนั่งเล่นเกมส์ แต่ทุกครั้งที่คุณเล่นเกมส์ คุณจะต้องได้งาน
งานที่ว่าก็คือ ที่คุณเล่นเกมส์ไป คุณพอจะจับอะไรจากเกมส์ที่คุณเล่นมาเขียนได้บ้าง เดือนแรกของการฝึกงานผมขอฝึกงานเขียนก่อน
ช่วงนั้นยังลำพองอยู่ว่า เราเล่นเกมส์มาเยอะ งานเขียนเดือนแรกท่าจะสบาย แต่เปล่าเลย ความรู้ที่เรามี พอเขียนหลายทีเข้า เริ่มหมดมุขที่จะเขียน
แต่ก็รอดพ้นไปได้ด้วยดี เดือนที่สองเริ่มฝึกในส่วนของศิลปกรรม นั่นคือการจัดหน้า ก็จัดไปเรื่อย ๆ พอเดือนสุดท้าย ทำ พสอษ. ก็สนุกดี พกพจ
1 เล่มติดตัว ส่วนมากอ่านข้ามคำผิดเสมอ :30: เวลาอ่านตัวหนังสือเยอะ ๆ แล้วมันเบลอ เผลออ่านข้ามคำที่สะกดผิดไปได้ไงไม่รู้ แล้วเราก็ดัน
อ่านประโยคนั้นรู้เรื่องด้วยนะ :42:
ที่นี่ให้อะไรผมเยอะครับ ขอบคุณมากที่ให้ได้ลองทำหลาย ๆ อย่าง :46:
ชีวิตเทอมสุดท้าย ก่อนออกบิน
หลังจากฝึกงานได้รู้จักตัวเองขึ้นมาอีกนิดว่า งานเขียน เราไม่น่าจะรอด งาน พสอษ เราไม่น่าจะได้ งานจัดหน้าทำได้ แต่สนุกเหรอ?
เรื่อย ๆ มากกว่า แต่ก็ตอบตัวเองในใจว่า ยังไงเราก็ทำได้อย่างนึงหล่ะ ก่อนจะจบ เอกวารสาร ต้องทำหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ(ลานมะพร้าว) 3 เล่ม กับนิตยสารฝึกปฏิบัติ(อะโกโก้)อีก 1 เล่ม + นิตยสารครบรอบ 10 ปีนิเทศศาสตร์ ม.บูรพา
จนถึงตรงนี้ ยังไม่รู้แบบแน่ชัดจริง ๆ เลยว่า เราจบแล้วจะไปทำอะไร
เริ่มออกบินสู่โลกกว้าง
ผมอาจจะโชคดีนิดนึง หลังจากจบผมก็มีงานทำเลย ตอนนี้ทำมาได้ ปีกว่าแล้ว ทำฝ่ายศิลปกรรม แต่วาดรูปไม่เป็นนะจ๊ะ :16:
งานที่ทำอยู่ตอนนี้ ถามว่าชอบไหม คำถามนี้กลับมาถามตัวผมอีกครั้ง ผมก็ยังตอบคำถามนี้ไม่ได้เช่นกัน ผมได้แต่ตอบว่า ผมทำได้
คำถามนี้คงจะไปไล่ถามชาวบ้านเขาไมไ่ด้ ตัวผมเองนั่นแหละที่จะต้องตอบคำถามนี้ แต่ยัง ตอนนี้ผมยังตอบไม่ได้ สักวันผมคงมีคำตอบให้ตัวเอง
เงิน
ตอนเด็ก ๆ พ่อสอนผมเสมอว่า "อยากได้อะไร ต้องเก็บเงินเอาเอง ต้องออมเอาเอง เป็นไปไมไ่ด้ที่เราจะได้ของทุกชิ้นที่เราอยากได้ บ้านเราไม่ได้มีฐานะนะครับ พ่อจะไม่ซื้อของให้โดยที่เราไม่ต้องออกเงินเองซักบาทเดียว
ถ้ามันแพงนัก พ่อจะช่วยออกให้กึ่งนึงหรือส่วนนึง นอกนั้นถ้าเราอยากได้จริง เราต้องเก็บ"
ผมไม่มีเงินเก็บ เงินที่ผมมี ผมจะเก็บจนกว่าจะถึงของที่อยากได้ แล้วก็จะซื้อโดยไม่ลังเล อยากได้อะไรก็จะเก็บใหม่เอา
ความหวัง
ตอนนี้ กำลังเรียนปริญญาตรี บัญชี อีก 1 ใบ ที่รามคำแหง ผมใช้เทียบโอนเอา ผ่านมา 1 เทอมแล้ว กำลังจะเข้าสู่ช่วงซัมเมอร์
ด้วยความที่เราทำงาน เราจึงไปเรียนเหมือนเด็กปี 1 คนอื่น ๆ ไม่ได้ อาศัย ตอนเย็นของทุกวันไปติวเตอร์เอา ถึงเวลาก็ไปสอบ
ตอนติวไม่เหนื่อย แต่เหนื่อยเดินทาง เดินทางชั่วโมงครึ่งเพื่อไปติว 2 ชั่วโมง เดินทางกลับอีก 2 ชั่วโมงเพื่อกลับถึงที่พัก
เป็นแบบนี้เย็น จันทร์ พุธ ศุกร์ และเช้าบ่ายเสาร์-อาทิตย์
แม่อยากให้ผมเข้าการไฟฟ้า พ่อก็เช่นกัน เขาว่ามันมั่นคง ดีกว่าซีเอ็ด(พ่อผมเรียกซีเอ็ดว่า ซีเอ๊ด :30:)แล้วอีกอย่าง ตอนนี้ที่บ้านมีแค่พ่อแม่และน้องสาว พี่ชายไปทำงานต่างจังหวัด น้องยังเรียนมัธยมต้นอยู่ พ่อกับแม่เริ่มโรยราไปตามอายุ เวลาแม่ป่วย พ่อไปทำงาน น้องไปเรียน ใครจะดูแลแม่ ? ผมได้แต่หวังว่า ผมจะได้เข้าการไฟฟ้าโดยใช้วุฒิบัญชีนี่แหละยื่น เพราะเขาไม่รับนิเทศ
ผมคงกลับไปใช้ชีวิตที่ พนัสนิคม หลังจากจบตรี บัญชี หันหลังให้กับการผจญภัยบนรถเมล์ ทั้งเช้าและเย็นเสียที
อนาคตจะเป็นยังไง ผมก็ไม่รู้ ผมอาจทำฝ่ายศิลป์ต่อไป หรือผมอาจไปทำบัญชี อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
รู้แต่ว่าตอนนี้เริ่มปูทาง เริ่มปูอีกรันเวย์ให้เครื่องบินมีทางเลือกในการเดินทางเพิ่มขึ้นก็เท่านั้น :52:
อาจจะเรียบเรียงมั่วไปนิด เพราะพิมพ์สด(แอบพิมพ์ :30:)
ขอให้ความตั้งใจเป็นจริงอย่างที่หวังไว้ครับ :22:
ขอบคุณครับ พี่ชายคลอง :46:
อ่านของพี่โอ้เอ้ พี่ตาล พี่จักรี พี่โบว์ คุณครู พี่ศักดิ์ ลุงโก้ พี่โอ๋ ฟ้าและอีกหลาย ๆ คน
อ่านแล้วเหมือนมีพลังวัตร เพิ่มยังไงยังงั้น เหมือนมีภูมิคุ้มกันสำหรับโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มากก็น้อย :40:
กำลังใจ บางครั้งสำคัญไม่แพ้ กำลังกาย เลยทีเดียว :22:
สู้ต่อไป อย่ายอมแพ้ ไอ้มดหมี :31:
อ่าวจบซะแล้ว ยังไม่ได้เขียนต่อเลยอ่ะ :30: :30: :30:
พี่เช่ มาเขียนภาค 2 ต่อเลย ผมรออ่านอยู่ :30:
อ่านของพี่ออย แล้วกลัว กลัวตรงปริญญาตรีบัญชี เนี่ยแหล่ะ :39: ฟ้าเกลียดเลข
แต่ต้องมานั่งเคลียร์บัญชีร้านตัวเองทุกสามวันนะ 555+
:31: ตั้งใจเรียนเน้อ พยายามเยอะๆค่ะ สุ้ๆ
เอสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส
กลัวเหมือนกัน :30:
เวลาผมไปนั่งเรียนทีไร ถามติวเตอร์บ่อยมาก ถามด้วยความสงสัยหน่ะ
ถามเพราะ ทำไมเป็นแบบนี้แหละครับ แล้วทำไมเป็นอย่างนั้น อย่างโน้น
เขาว่ากันว่า คนที่จบแล้วหรือทำงานแล้วกลับมาเรียนใหม่ กับ คนที่เพิ่งเริ่มเรียนปี 1 ครั้งแรก
การรับรู้จะต่างกัน คนที่จบแล้วหรือทำงานแล้วกลับมาเรียนใหม จะต่อต้านความรู้ใหม่ที่เพิ่งได้รับ
ต่างกับ คนที่เพิ่งเริ่มเรียนปี 1 เขาจะรับเลยโดยตรง :52:
งาน
ตั้งแต่ม.4 พ่อออกจากงาน แม่เสียแล้วตั้งแต่ ป.2 แม่เลี้ยงยังทำงานอยู่
( เค้าก็เป็นเงินเค้า แต่พ่อจ่าย ) พ่อเปิดร้านขายของชำที่บ้าน ตูช่วยตั้งแต่ ม.4 - เรียนจบ
ขนาดสอบเอ็นตูยังต้องนั่งขายของเลย
เรียนมหาลัย ปี 2
แอบไปฝึกงานช่อง 9 อยู่ฝ่ายข่าว อยู่ข่าวเกษตร กับเศรษฐกิจ
ได้ความรู้ดี เขียนข่าวได้นิดเดียว แต่ก็ทำให้ปี 3 ไปเรียนวิชาเขียนข่าวได้ A มา ตูโคตรดีใจเลย
แต่มันก็เป็นความรู้เล็กๆเท่านั้น
เรียนมหาลัย ปี 3
ไปทำงานวิจัยโครงการของรัฐบาล " โครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน "
อันนี้อะสนุก ได้เงินด้วย 2 เดือน ได้เงินมา 1 หมื่น แถมกินฟรี 3 มื่อ ( เบี้ยเลี้ยงดีโคตร )
สงกรานต์ได้หยุดงานแถมได้เบี้ยเลี้ยงด้วย งานคือเราไปเก็บข้อมูลมาทำวิจัย
ว่าในพื้นที่ที่เราไปอยู่มีอะไรที่สามารถพัฒนาให้เป็นอาชีพของคนในชุมชนนั้นๆได้บ้าง
ตูอยู่กลุ่ม 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์
ก็ทำไป เห็นตูตัวเล็กๆอย่างงี้ ดูเป็นคนจัดดิสเพลย์นำเสนอโปรเจ็คของกลุ่มด้วยนะ :30:
คือเค้าจะให้อาจารย์ พลีเซนต์ผลงานที่ทำมาให้คนของรัฐบาลกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่เราไปทำงานด้วย
งานนี้ดูได้เพื่อนใหม่มาอีก 30 กว่าคนสนุกด้วย ได้ประสบการณ์เพียบเลย
เรียนมหาลัย ปี 4
จะจบแล้ว ก็ไปฝึกงาน ที่หอการค้า ( ตูเรียนที่นี่ ) ดีอย่างนึง เค้าให้นักศึกษานิเทศ
ฝึกงานตอนปี 4 เทอม 2 คือมรึงฝึกงานแล้วดี พี่เค้าก็ให้ทำงานเลย มรึงไม่ต้องไปเรียนต่ออีกเทอมเหมือนที่อื่น
ตูไปฝึกงานที่บริษัทเล็กๆแห่งนึง ( อีบริษัทคลื่นวิทยุอ้วนเค้าไม่รับตรู แม่งเล่นสถาบันสีชมพู :13: )
ตูทำทุกอย่าง ทั้งรายการโทรทัศน์ , อีเว้นท์ เคยเห็นเด็กฝึกงานที่ต้องเก็บ 200 ชั่วโมง ภายใน 3 เดือนมั้ย
ตูเดือนครึ่งเก็บไปเืกือบ 300 ชั่วโมง ฝึกจนพี่เค้าให้ตูทำงานเลย แต่อนาถมากกกก
ทำครั้งแรกให้ตู 3000 บาท แต่ 2 เดือนนะโว้ย :05: พ่อก็ไม่ให้ตังค์ เห็นว่าทำงานแล้วก็เลยไม่ให้
กินแกร๊บเลย เข้างาน 10 โมงตูตื่น 6 โมง ไปทำงาน ไม่นั่งรถเมล์ก็เดินเอา ขุดเงินเก่ากินไป ( ที่ไม่ค่อยมี )
แล้วบริษัทที่ทำก็ประสบปัญหาโดนเทคโอเวอร์ไป โดยบ.ฮาวคัม :44:
ตอนแรกตูนึกว่าจะตกงาานแล้ว แต่ตูก็สู้ ทำไปเรื่อยๆ เค้าคงเห็นใจก็เลยได้มาทำมาเรื่อยๆ
จนถึงตอนนี้
ปัจจุบัน
เมื่อเดือนกุมภาที่ผ่านมาเกิดปัญหาที่บริษัท คือตรงๆเลย บริษัทปิดอะ :05:
ตูตกงานไง แต่ยังดีที่ได้เงินชดเชยมาแสนกว่าบาท :39:
อืม ... ผลของความอดทนที่ตูทนมา 3 ปีกว่าจะ 4 ปี :42:
ใครคิดว่าความอดทนไม่ดี ตูว่าไม่ใช่ ตูคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
ว่าบริษัทนี้อยู่ได้ประมาณนี้ละ จริงๆแล้วตั้งแต่ปลายปีที่แล้วตูก็เริ่มหางานไว้บ้าง แต่ก็ยังหาไม่ได้ :05:
ตูได้เงินแสนมา ซึ่งตูคิดว่า งานที่ทำอยู่ตอนนี้ ( ทำรายการทีวี = งานเยอะ เงินน้อย )
ตูคงทำงานเก็บตังค์ไม่ได้แน่ๆ แต่ที่ได้เงินชดเชยมาก็ถือว่าดี ( เอาเงินไปให้พ่อปั่นหุ่นเอากำไร / ปันผล ดีกว่า )
ตอนแรกก็กลัวมากๆ กลัวตกงาน กลัวหางานไม่ได้ ดูข่าวก็บริษัทนี้-นั่นปิด
โอ๊ยยยย คนตกงานเยอะ :05: แย่งกันหางาน ทำไงดีจะบอกพ่อก็กลัวพ่อเครียด เดี๋ยวป่วยอีก
( เดี๋ยวแม่เลี้ยงตูก็ด่าตูอีก :39: ) ตังค์ก็ไม่ค่อยมี ร้านก็ขายของได้ไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน
ตอนนั้นเครียดมากๆ บอกใครก็ไม่ได้ ตอนนั้นเลยบ้าดูดวงสุดๆ เจ้าไหนว่าดีไปดู ดูเรื่องงาน
ถามหมอดู ตูถามทุกเจ้า ทำไมสมัครงานแล้วไม่ได้สักที แล้วทุกทีก็บอกตรงกัน :16:
ไม่ต้องไปสมัคร สมัครไปก็ไม่ได้ แกอะ ( หมายถึงตู ) ต้องทำกับเจ้านายคนนี้ละ เกื้อหนุนกัน :07:
ม่ายยยยยยยตูอยากทำงานอย่างอื่นบ้าง ตูอยากทำในสิ่งที่ตูยังไม่เคยทำ แต่ตูสมัครไปแล้วก็ยังไม่ได้สักที :05:
แต่โชคดี พี่ที่ทำรายการด้วยกัน เค้าจะได้ทำรายการ
ก็คือพวกเรา ( พี่ที่ทำงานด้วยกัน ) กินบุญเก่า
คือเจ้าของรายการเค้าชอบรายการที่เคยทำ คือรายการบางกอกรามา
เค้าเลยให้ไปทำ พี่เค้าเลยให้ไปช่วย ประกอบกับพี่ฮาน่า เจ้านายอีกคน เค้าจะแยกไปเปิดบริษัท
พี่เค้าบอกว่าจะเอาไปทั้งหมด :26:
สรุป รอดตัวไป มีงานทำ แต่สถานะไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่ :08:
เงิน กับ ความหวัง
จริงๆแล้วน่าจะเป็นความหวังกับเงินมากๆกว่าสำหรับแตน เพราะแตนหวังว่าเงินจะดี :30:
ซึ่งไกลจากความหวังนั้นโข
ตอนนี้ยังดีเพราะบ้านไม่ต้องเช่า อยู่ก็ดี แม้ต้องซื้อข้าวกิน เพราะกลับบ้านไม่เป็นเวลา
งานเยอะ เงินน้อย :07:
เงินเดือนก็พูดตรงๆ ค่ารถเป็นส่วนใหญ่ ค่ากินไม่เท่าไหร่
แต่ค่ารถแพงมากๆ :05:
คือถ้าค่ารถไม่แพง ( วันละเกือบ 200 ) ตูก็อยู่ได้แบบพอดี มีตังค์เหลือเก็บนิดหน่อย
แล้วก็หวังว่าจะได้งานใหม่
อนาคต
ถ้าพ่อย้ายไปเชียงใหม่เมื่อไหร่ จะไปอยู่ด้วย อาจจะเปิดร้านขายของ หรือ ขายข้าว หรือขายขนม :33:
ขอบคุณที่ทนอ่านกัน :46:
เจ๊แตนสู้ต่อไปนะครับ คนขยันและอดทนอยู่ที่ไหนก็ได้ครับ :12:
สู้ ๆ ครับ ชาวนิเทศ :12:
ไม่ใช่ชาวนิเทศ :27:
แต่ให้เจ๊แตนสู้ๆ เหมือนกัน :12:
โห พี่แตน :46: ไหว้สวยๆ กับความอดทนของพี่เลย
สู้ๆนะพี่
ปล. ออกมาขายของเองก็ดีนะ แต่ต้องอดทนมากๆ กับระยะเริ่มต้น พออยู่ตัวแล้วก็ดีค่ะ
ขอบคุณสำหรับชีวิตครับ :12:+
อ่านตรงหมอดูแล้วน่าสนใจ .. ชีวิตนี้ตูยังไม่เคยเชื่อหมอดู
แต่ใครเลยจะรู้ว่าถ้าอับจนหนทางจริงๆ ก็คงรี่หาหมอดูแหละ (คงไม่หรอก :30:)
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 16 เม.ย. 2008, 20:50 น.
ขอบคุณสำหรับชีวิตครับ :12:+
อ่านตรงหมอดูแล้วน่าสนใจ .. ชีวิตนี้ตูยังไม่เคยเชื่อหมอดู
แต่ใครเลยจะรู้ว่าถ้าอับจนหนทางจริงๆ ก็คงรี่หาหมอดูแหละ (คงไม่หรอก :30:)
ขอคุยเรื่องหมอดูกับชีวิตนิดนึงนะคะ // ขอโทษที่เป๋
วันนี้เพื่อนสนิทมาหา
เพื่อนเรียน ปริญญาโท MBA ที่มช. พร้อมกับทำงานเป็น sale executive ที่โรงแรมรีเจส อโมร่าเชียงใหม่
มาเล่าเรื่อง ปัญหาที่ทำงาน (ระหว่างเจ้านายกับบอสใหญ่) ตัวเจ้านายโดยตรงนี่เดือดร้อนมาก
เวลาออกไปข้างนอกนี่ต้องหาเวลา แว๊บหาหมอดูตลอดเลย :18: (แทนที่จะรีบไปหาลูกค้า)
ดูว่าจะซวยไหม? เจ้ากรรมนายเวรเข้าไหม?
จะโดนแกล้งอะไรหรือเปล่า? ฯลฯ (ก็ถ้าไม่แวะหาหมอดู มีเวลาไปหาลูกค้าเยอะๆ ไม่ทำตัวให้เค้าจับผิดอะไรได้น่าจะไม่น่ามีปัญหา)
เพื่อนฟ้าก็ไปส่งนะ หลังๆก็ดูด้วย เสียเงินทำบุญสะเดาะเคราะห์ด้วย (มันก็หลักพันอ่ะ ได้ยินแล้วเสียดาย)
ดูเรื่องเรียน เรื่องงาน
ก็เลยเปรยๆไปไว้ว่า ถ้าชีวิตไม่ประมาท มีสติตลอด ก็ไม่น่าห่วง
เรื่องงานถ้าจะโดนหางเลขไปด้วยก็เพราะชวนกันแว๊บออกมาดูหมอเนี่ยแหล่ะ :08:
ปล. มันอยุ่ที่ความเชื่อของคนนะ
คนที่เชื่อก็ไม่ได้แปลว่างมงาย ฟ้าเองก็จ้างซินแสมาดูร้าน มาตั้งศาลเหมือนกัน
แต่ถ้าเยอะไปจน เสียการเสียงานแบบเจ้านายเพื่อนฟ้าก็ไม่ไหว ดูจิตๆ ยังไงไม่รู้
ปอ. คนที่ไปดูดวงคือคนที่กำลังไม่มั่นใจในความคิดของตัวเองนะ
้เหมือนต้องการคนมาช่วยตัดสิน หรือแนะนำ ทางถูกผิดให้อ่ะ (ในกรณีพี่แตนน่าจะเป็นแบบนี้ ขออนุญาตเดานะคะ :46: )
เหมือนต้องการไกด์ไลน์
ปฮ. โปรดอ่านอย่างมีวิจารณญาณ มันเป็นความเชื่อ
แย่แล้ว :07:
เผลอนั่งอ่านไปเกือบชั่วโมงได้ งานไม่ได้ทำต่อเลย
แต่อ่านแล้วได้อะไรหลายๆอย่างดี ไว้ว่างๆ ค่อยมาอ่านต่อ :52:
ใครหลงเข้ามาเป็นต้องนั่งอ่านเพลินทุกคนหล่ะครับ :40:
จริงๆตอนนั้นชีวิตมันมืดมนจริงๆนะ
คือคิดไม่ออกเลยอะ ไม่รู้จะพึ่งอะไรแล้ว เพื่อนชวนไปดูหมอก็เลยไป
แต่จริงๆนะ ชีวิตนี้อะไม่เคยสมัครงานเลย งานที่ได้ทำเนี้ย
พี่ๆชวนทั้งนั้น ก็มาตอนนี้ละที่สมัครงานอะสมัครไปจะ 30 ที่แล้ว ไม่มีที่ไหนเรียกเลย :05:
การที่ไม่มีที่ไหนเรียกเรา บางครั้งอาจไม่ใช่เพราะเราไม่เก่งนะผมว่า เราอาจจะยังไม่ใช่สำหรับที่นั้นก็ได้นะ
สู้ ๆ ครับ เหนื่อยนักก็พักหน่อย แล้วค่อยเริ่มเดินใหม่ :12:
อ้างคำพูดจาก: ป้าชอย เมื่อ 17 เม.ย. 2008, 15:20 น.
การที่ไม่มีที่ไหนเรียกเรา บางครั้งอาจไม่ใช่เพราะเราไม่เก่งนะผมว่า เราอาจจะยังไม่ใช่สำหรับที่นั้นก็ได้นะ
ประโยคนี้มันคุ้นหูเหลือเกินนะเนี่ย
รุ่นพี่ ๆ ชอบเล่าถึงเวลาสมัครงาน
เอ้อ พี่แตนคะ ตะกี้แอบอ่าน เห็นชื่อโครงการแล้วคุ้น ๆ จัง
ว่าแต่ว่า โครงการที่พี่แตนเคยทำตอนอยู่ปี 3 เนี่ย ได้ไปทำที่จังหวัดไหนคะ
กวางเคยทำนะ แต่ไปทำอยู่ที่ปราจีนฯ อ่ะค่ะ :52:
ผมพึ่งรู้ว่า บางกอกรามา ที่จัดโดยฮาวคัม ปิดไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้วครับ
ปกติเป็นคนไม่ดูทีวีเลย :37:
ที่หาข้อมูลเพราะจะติดต่อให้ไปเที่ยว แบบ celeb trip เหมือนตอนที่ไป อิสราเอล กับ Go together travel หรืออะไรนี่ละ :42:
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 17 เม.ย. 2008, 17:11 น.
ประโยคนี้มันคุ้นหูเหลือเกินนะเนี่ย
รุ่นพี่ ๆ ชอบเล่าถึงเวลาสมัครงาน
มันเป็นเหมือนการให้กำลังใจกันครับ เจี้ยม :40:
เมื่อกำลังใจเริ่มหดหาย เราก็ช่วยเติมให้ เพราะบางครั้งเราช่วยได้แค่นี้ครับ
ไปทำงานมาแล้ว2วันรู้สึกไม่ค่อยชอบเลย มันมั่วๆไงก็ไม่รู้ต้องมานั่งตามแก้อะไรเยอะแยะ แถมวันนี้มีบริษัทหนึ่งตึดต่อมาอีก ต้องคึดหนักอีกแล้ว
อ้างคำพูดจาก: กวาง เมื่อ 17 เม.ย. 2008, 19:06 น.
เอ้อ พี่แตนคะ ตะกี้แอบอ่าน เห็นชื่อโครงการแล้วคุ้น ๆ จัง
ว่าแต่ว่า โครงการที่พี่แตนเคยทำตอนอยู่ปี 3 เนี่ย ได้ไปทำที่จังหวัดไหนคะ
กวางเคยทำนะ แต่ไปทำอยู่ที่ปราจีนฯ อ่ะค่ะ :52:
อ.บ่อแร่ จ.ชัยนาท จ๊ะ
อ้างคำพูดจาก: คุณน้องต่อ เมื่อ 17 เม.ย. 2008, 19:46 น.
ผมพึ่งรู้ว่า บางกอกรามา ที่จัดโดยฮาวคัม ปิดไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้วครับ
ปกติเป็นคนไม่ดูทีวีเลย :37:
ที่หาข้อมูลเพราะจะติดต่อให้ไปเที่ยว แบบ celeb trip เหมือนตอนที่ไป อิสราเอล กับ Go together travel หรืออะไรนี่ละ :42:
ไปอิหร่าน กับ Go together travel จ๊ะ
แล้วคุณน้องต่อทำบริษัททัวร์เหรอคะ บริษัทอะไรอะคะ :09:
เผื่อได้ไปร่วมทริปกัน :35:
อ้างคำพูดจาก: แตนนี่ เมื่อ 17 เม.ย. 2008, 23:23 น.
อ.บ่อแร่ จ.ชัยนาท จ๊ะ
จริงเหรอเจ๊แตน :18:
บ้านเกิดเตี่ยแนนอยู่นั่น ในหมู่บ้านนั้น
แนนโตมากับท้องนาบ้านบ่อแร่เลย
(ที่จริงต้องเป็น ต.บ่อแร่ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท รึเปล่าคะ?)
ใช่แล้นนนน :27:
แล้วตอนนี้ทำรายการอะไรเหรอครับ ขอเช็คดูเรตติ้งก่อนอิอิ :43:
อ๊ะๆๆๆทำที่ go together เหรอเนี้ย พีย็อค กับพี่ลีสบายดีมั้ย
ตอนนี้ทำรายการ 7 กะรัตอยู่ค๊าาาา ช่อง 7 อะ :27:
อย่างงี้ก็ได้เจอ af บ่อยเลยสิคะ :25:
ไม่ได้ทำที่ go together ครับ แต่รู้จักกัน
เป็นกำไรชีวิตมากครับที่ได้มาอ่านกระจู๋นี้ :46:
ปล1.จบเรื่องภาษีสังคมไปแล้วหรอครับ
คือจะบอกว่าบ้านผมเป็นร้านค้าใจกลางซอย ปักหลักอยู่มาก็เป็นสิบๆปีแล้ว
จะว่าตั้งในทำเลดีก็ได้ครับ คือถ้าวันไหนเกิดปิดร้านขึ้นมา
เป็นอันว่าวันนั้นคนทั้งซอยได้เดือดร้อน เพราะไม่มีอะไรจะกิน... (สะใจจริงๆ :17:)
และปัจจัยหลักที่โดนภาษีชนิดนี้เรียกเก็บบ่อย คือเพราะตัวบ้านอยู่ในพื้นที่ของวัดนี่แหละ
แถมยังอยู่ติดเมรุเผาศพด้วยนี่สิ... เรียกว่าได้โดนเก็บภาษีแทบทุกวัน :31:
ปล2.จะเรียกว่าเป็นความโชคดีอีกอย่างหนึ่งหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ครับ
คือเพราะบ้านผมเป็นร้านค้า เลยได้มีโอกาสช่วยพ่อแม่หาเงินอยู่ทุกวัน
แม้อาจหงุดหงิดใจอยู่บ่อยครั้ง เพราะอยากจะมีเวลาส่วนตัวทำอะไรอย่างที่คนอื่นเค้ามีโอกาสทำกัน
ก็มักจะโดนเรียกใช้งานอยู่ร่ำไป :01: แต่ถึงจะยังไง ก็เข้าใจพ่อแม่ดี... :40: แม้จะไม่เต็มใจนักอีกนั่นแหละ :01:
ภูมิใจ... เพราะเงินส่วนหนึ่งก็เป็นเงินที่เราช่วยพ่อกับแม่หามาได้
แม้จะเทียบไม่ได้เลยกับความเหนื่อยยากของพ่อแม่ที่มีมากกว่าเราเป็นสิบๆเท่า
แต่ที่สำคัญที่สุด ก็ทำให้เราเป็นคนที่เห็นคุณค่าของเงินทุกบาทนี่แหละ :52:
เวลาจะแบมือขออะไรทีนึง ก็เลยต้องใช้สมองให้หนัก
เป็นลูกแม่ค้านี่ดีนะ ภูมิใจเหมือนกันที่เป็นลูกแม่ค้าเนี่ย
ชีวิตเป็นแบบนี้เพราะความเป็นลูกแม่ค้าเนี่ยแหละ :40:
อ้างคำพูดจาก: มิตร สัมพันธ์ เมื่อ 18 เม.ย. 2008, 18:16 น.
เป็นกำไรชีวิตมากครับที่ได้มาอ่านกระจู๋นี้ :46:
ปล1.จบเรื่องภาษีสังคมไปแล้วหรอครับ
คือจะบอกว่าบ้านผมเป็นร้านค้าใจกลางซอย ปักหลักอยู่มาก็เป็นสิบๆปีแล้ว
จะว่าตั้งในทำเลดีก็ได้ครับ คือถ้าวันไหนเกิดปิดร้านขึ้นมา
เป็นอันว่าวันนั้นคนทั้งซอยได้เดือดร้อน เพราะไม่มีอะไรจะกิน... (สะใจจริงๆ :17:)
และปัจจัยหลักที่โดนภาษีชนิดนี้เรียกเก็บบ่อย คือเพราะตัวบ้านอยู่ในพื้นที่ของวัดนี่แหละ
แถมยังอยู่ติดเมรุเผาศพด้วยนี่สิ... เรียกว่าได้โดนเก็บภาษีแทบทุกวัน :31:
ปล2.จะเรียกว่าเป็นความโชคดีอีกอย่างหนึ่งหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ครับ
คือเพราะบ้านผมเป็นร้านค้า เลยได้มีโอกาสช่วยพ่อแม่หาเงินอยู่ทุกวัน
แม้อาจหงุดหงิดใจอยู่บ่อยครั้ง เพราะอยากจะมีเวลาส่วนตัวทำอะไรอย่างที่คนอื่นเค้ามีโอกาสทำกัน
ก็มักจะโดนเรียกใช้งานอยู่ร่ำไป :01: แต่ถึงจะยังไง ก็เข้าใจพ่อแม่ดี... :40: แม้จะไม่เต็มใจนักอีกนั่นแหละ :01:
ภูมิใจ... เพราะเงินส่วนหนึ่งก็เป็นเงินที่เราช่วยพ่อกับแม่หามาได้
แม้จะเทียบไม่ได้เลยกับความเหนื่อยยากของพ่อแม่ที่มีมากกว่าเราเป็นสิบๆเท่า
แต่ที่สำคัญที่สุด ก็ทำให้เราเป็นคนที่เห็นคุณค่าของเงินทุกบาทนี่แหละ :52:
เวลาจะแบมือขออะไรทีนึง ก็เลยต้องใช้สมองให้หนัก
+ โคตรชอบเลย
แต่ยิ่งหาได้เองนี่ยิ่งสะใจนะ ทุกบาททุกสตางค์ที่มาจากน้ำพักน้ำแรงเราเองเนี่ย
คิดหนักๆ แล้วก็แบมือขอหนักๆ
ผมทำงาน สบายใจเหมือนกันนะ
สิบกว่าปีตั้งแต่แต่งงาน เป็นแฟนกันอีก 8 ปี
รวมๆ เกือบ 20 ปี ผมให้เงินภรรยาไปทั้งหมด
ผมไม่มีเขาก็ใส่กระเป๋าให้
เหมือน ชีวิตละเรื่องเงินได้เลยนะนี่ 555
จริงๆแล้ว มันเริ่มต้นที่เราหามาได้ไม่มากนัก
ไม่พอใช้กันก่อน เลยเอามารวมกัน เพื่อให้มีกำลังจับจ่ายมากขึ้น
เมื่อเป็นแบบนี้ก็เห็นว่าดี ก้เลยเป็นมาตลอดไป
ปรัชญา เธอดูพี่โอ๋เป็นตัวอย่างนะ :02:
โซฟีตา เธอดูลุงโอ๋เป็นตัวอย่างนะ :05:
อ้างคำพูดจาก: คุณโบว์ เมื่อ 21 เม.ย. 2008, 12:16 น.
ปรัชญา เธอดูพี่โอ๋เป็นตัวอย่างนะ :02:
ปรัชญา เธอต้องคิดอ่านหนักนะ :21:
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 21 เม.ย. 2008, 12:17 น.
โซฟีตา เธอดูลุงโอ๋เป็นตัวอย่างนะ :05:
โซฟีตา เธอจงเรียกร้องให้คนของเธอเป็นอย่างนี้นะ
:30: :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...ผ่านมา เมื่อ 21 เม.ย. 2008, 12:14 น.
ผมทำงาน สบายใจเหมือนกันนะ
สิบกว่าปีตั้งแต่แต่งงาน เป็นแฟนกันอีก 8 ปี
รวมๆ เกือบ 20 ปี ผมให้เงินภรรยาไปทั้งหมด
ผมไม่มีเขาก็ใส่กระเป๋าให้
เหมือน ชีวิตละเรื่องเงินได้เลยนะนี่ 555
จริงๆแล้ว มันเริ่มต้นที่เราหามาได้ไม่มากนัก
ไม่พอใช้กันก่อน เลยเอามารวมกัน เพื่อให้มีกำลังจับจ่ายมากขึ้น
เมื่อเป็นแบบนี้ก็เห็นว่าดี ก้เลยเป็นมาตลอดไป
หัวหน้าครอบครัวตัวอย่าง
แต่เวลาหนีเที่ยวนี่ท่า่ทางจะลำบากนะครับ :18:
อ้างคำพูดจาก: เบียร์ซ่า เมื่อ 21 เม.ย. 2008, 12:20 น.
หัวหน้าครอบครัวตัวอย่าง
แต่เวลาหนีเที่ยวนี่ท่า่ทางจะลำบากนะครับ :18:
ไม่ต้องหนีไงครับ :21:
คือมันเป็นไปไม่ได้เลยไง 555
ผมคิดทุกอย่างเป็นแบบนี้ครับ
เช่น ผมกังวลว่าคนที่รักผมเขารอ
ผมก็จะไม่อยากไปไหน ไม่อยากให้เขารอ
ถึงผมไปผมก็ไม่สนุก แต่ไม่ใช่ว่าไม่ไปเลย
นานหลายๆ นานจะไป อันนี้ก็ไปได้
เมื่อผมกังวล และไม่อยากกังวล ผมก็ไม่ไปเท่านี้เอง
มันมาจาก
ไม่อยากให้เขารอ
น่าอิจฉา
น่าสงสาร
น่าอิจฉา
น่าสงสาร
:05:
อ่านของแต่ละคนแล้ว
คงมุ่งเรียนอย่างเดียวก็ไม่ได้
สังคมสมัยนี้แข่งกันที่ ความสามารถพิเศษ :12:
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...ผ่านมา เมื่อ 21 เม.ย. 2008, 12:23 น.
ไม่ต้องหนีไงครับ :21:
คือมันเป็นไปไม่ได้เลยไง 555
ผมคิดทุกอย่างเป็นแบบนี้ครับ
เช่น ผมกังวลว่าคนที่รักผมเขารอ
ผมก็จะไม่อยากไปไหน ไม่อยากให้เขารอ
ถึงผมไปผมก็ไม่สนุก แต่ไม่ใช่ว่าไม่ไปเลย
นานหลายๆ นานจะไป อันนี้ก็ไปได้
เมื่อผมกังวล และไม่อยากกังวล ผมก็ไม่ไปเท่านี้เอง
มันมาจาก ไม่อยากให้เขารอ
โอ้โห :25: พี่นิดเป็นผู้หญิงที่โชคดีจัง
ส่วนปรัชญาก็กำลังจะกลายเป็นหัวหน้าครอบครัวตัวอย่าง :30:
อ้างคำพูดจาก: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 21 เม.ย. 2008, 19:11 น.
ส่วนปรัชญาก็กำลังจะกลายเป็นหัวหน้าครอบครัวตัวอย่าง :30:
และจะติดตามพี่โอ๋ต่อไป :52:
อย่างมีความสุขตลอดกาล... :52:
:30:
นาน เทอญ ..... :52:
ส๊าธุ......................... :25:
ป๊ะ กลับบ้าน ไหว้พระเสร็จแล้ว
อ้าวๆปั่นกันบนหิ้ง
...
...
...
...
เดือนนี้หลังสงกรานต์ยังไม่ได้งานเลย
ยังไม่มีออเดอร์ใหม่เลย เพิ่งสำนึกตอนที่ต้องจ่ายค่ารถ ค่าแชร์ ค่าบ้าน
เปลี่ยนหม้อต้มแก็ส สายแก็ส และอะไรต่อมิอะไร
คุณลูกค้าคะ ต่อไปนี้อิช้านจะไม่กวนตีนและไม่หยิ่งอีกต่อไปแล้วค่ะ
กลับมาเถอะค่ะ :05:
ขอเตือนตัวเองและเตือนหลายๆคนนะคะ
ว่าอย่าหยิ่งนะเวลางานเข้าเยอะๆน่ะ
ไม่งั้นจะเป็นแบบโบว์ตอนนี้ :30:
ถ้าไม่ยโสนี่มีเงิเพิ่มอีกหลายตังเลย ในระยะ6 เดือน- 1 ปี ที่ผ่านมาเนี่ย
พอลูกค้าเยอะเริ่มได้ใจ บางทีขี้เกียจออกไปหา เค้าให้ไปก็ไม่อยากจะไป
เค้าให้ส่งใบเสนอราคาก็ส่งช้า ตัวอย่างที่ไม่ดีนะคะ :39:
ทำไมต้องเปลี่ยนหม้อต้มแก๊ซครับ?
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 14:12 น.
ทำไมต้องเปลี่ยนหม้อต้มแก๊ซครับ?
ก็บวบ เนะนำให้ติดแก๊ซ
สงสัยจะเอาถังแก๊ซ ออกมาเจียวไข่กิน :21:
พี่โอ๋อิจฉาอะดิ เค้าวิ่งกันกิโลละบาทกว่าๆ เอง :11:
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 17:22 น.
พี่โอ๋อิจฉาอะดิ เค้าวิ่งกันกิโลละบาทกว่าๆ เอง :11:
ฮาๆๆ
เหมือนอิจฉาเร๊อะ :30:
ไม่มีใครช่วยเลย :05:
คือติดแก็สมา 2 ปีกว่าแล้ว หม้อต้มจะเสื่อมแล้วค่ะ
ใกล้รั่วแล้ว ร้านบอก โคตรน่ากลัว สายก็เริ่มเสื่อม 8 หมื่นโลแล้วน่ะ :05:
อ่านไม่หมด ต๊ะ ไว้ก่อน เยอะมากมาย :01:
พอเจอเรื่องของโบว์แล้ว เรื่องของตัวเองมันไม่มีไรเลย รู้สึกว่าตัวเองโคตรสบายเลย ปัญหาของรสมันเป็นแบบคับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก จากความ
กดดันที่ทำงานคนเพ่งเล็งเยอะมาก และจากการที่เค้าไม่รับฟัง โดนเปรียบเทียบ และเศรษฐกิจ และจากการที่เราไม่ประมาณตัวเอง คิดเกินตัว จึง
ได้ประสบการณ์เจ๊งๆ มาเยอะมากมาย
ทุกวันนี้ก็เลยบอกตัวเองว่า คนที่รักเรามากที่สุดคือพ่อแม่เพราะฉะนั้น อย่าเชื่อคนอื่นมากกว่าพ่อแม่ เฮ่อ คิดเเล้วเสียดายตังค์ :05:
เอาน่าพี่รส เงินทองหาใหม่ได้
ฮือ :05:
เราทำงานหนักวันนี้ เผื่อที่วันข้างหน้าจะได้สบาย สบายแบบว่าเหนื่อยตาย หรือ รวยตาย ก็ไม่รู้ซิ เนอะ :37:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 24 เม.ย. 2008, 03:59 น.
เราทำงานหนักวันนี้ เผื่อที่วันข้างหน้าจะได้สบาย สบายแบบว่าเหนื่อยตาย หรือ รวยตาย ก็ไม่รู้ซิ เนอะ :37:
ไอ้ที่เค้าเรียกว่านั่งกินนอนกิน (แบบว่าเป็นอัมพฤตอัมพาต)
นี่ไม่เอานะ ..
เหนื่อยมาเยอะแล้ว ขอตายสบายก็พอครับ สำหรับผม :42:
พอนึกว่าจะตอบอะไรกระจู๋นี้บ้าง ก็นึกไม่ออกแฮะครับ
ได้แต่อ่าน เพราะเรื่องงาน-เป็นคนไม่คิดเรื่องงาน
คือทำก็ตั้งใจทำน่ะแหละ แต่ไม่เอามาคิดในชีวิตส่วนตัว
เงิน-ใช้เงินไม่เป็นเลย ไม่มีความคิดความอ่านอะไรเกี่ยวกับเงินเลย
อนาคต-นี่ยิ่งแล้วใหญ่ ชีวิตปลอดจากการวางแผนทุกชนิด
สรุปว่าเข้าขั้นเรื้อรังเลยผม :30:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 24 เม.ย. 2008, 11:40 น.
อนาคต-นี่ยิ่งแล้วใหญ่ ชีวิตปลอดจากการวางแผนทุกชนิด
สรุปว่าเข้าขั้นเรื้อรังเลยผม :30:
อีกแป๊บๆ จะมีสติและคิดได้เอง อีกแป๊บๆ
เมื่อก่อนก็เป็นเหมือนกัน อะไรเหรอ อนาคต? :08:
สักพักมันจะกลั่นออกมาได้เอง ว่าจริงๆแล้ว เราต้องการอะไร จะดำเนินชีวิตแบบไหน
ถามตัวเองอยู่เหมือนกันค่ะ ว่าที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบันนี้
ดีแล้วเหรอ มีความสุขแล้วเหรอ เหมือนอยู่ไปวันๆ
ใช้เงินแบบเดือนชนเดือน แล้วอนาคตจะยังไง
เดินไปทางไหนละเนี้ย ยังไม่ได้คำตอบเลย
บางทีก็คิดว่า คิดอะไรมากมายทำวันนี้ให้ดีที่สุดเด๊ยวก็ตาย
อะไรที่ทำแล้วมีความสุขไม่เดือดร้อนใครก็ทำ แต่บางทีมันก็มีบ้างที่
เผลอคิดว่านี่เราเสียเวลาไปกับอะไรเนี้ย เพื่อนๆบางคนแต่งงานมีครอบครัวที่ดี
ไปแล้วก็มี จน ณ ตอนนี้ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เลยค่ะ
อ๊ะ...เหมือนกันเลยค่ะ ตอนนี้ถือคติอย่างเดียวค่ะ ทำวันนี้ให้ดี แล้ววันหน้าก็จะดี (มั๊ง) :52:
อ้างคำพูดจาก: คุณโบว์ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 12:34 น.
...
ถ้าไม่ยโสนี่มีเงิเพิ่มอีกหลายตังเลย ในระยะ6 เดือน- 1 ปี ที่ผ่านมาเนี่ย
พอลูกค้าเยอะเริ่มได้ใจ บางทีขี้เกียจออกไปหา เค้าให้ไปก็ไม่อยากจะไป
เค้าให้ส่งใบเสนอราคาก็ส่งช้า ตัวอย่างที่ไม่ดีนะคะ :39:
เดี๋ยวไปทำให้เอามะ เจ๊
กระทู้นี้มีอายุผ่านมาเดือนกว่าแล้ว
ทั้งๆ ที่ผมเป็นคนตั้งไว้เอง แต่กลับไม่กล้าที่จะเข้ามาอ่าน
เพราะความเข้มข้นของเรื่องที่แต่ละคนมาเล่านี่แหละ
กลัวว่าถ้าเปิดอ่านผ่านๆ จะสูญเสียอะไรบางอย่างไป
แล้ววันนี้ผมก็ใช้เวลาที่มีอยู่อ่านจนจบแล้วครับ
มันสุดยอดอะไรขนาดนั้น :12:
เรื่องโบว์เนี่ย เหมือนจะเคยได้ยินมาแว่วๆ แล้วเหมือนกัน
จากไหนไม่รู้ แอนรึเปล่าก็ไม่รู้
แต่ไม่เคยคิดว่าโบว์เป็นลูกคุณหนูเลยแหละ แม้ว่ามันออกจะใช่ขนาดนั้น :21:
แต่โบว์สุดยอดจริงๆ
ถ้าเป็นพี่ พี่ยังไม่รู้ว่าจะสู้เพื่อแม่พ่อได้ขนาดนี้มั้ย
เป็นพ่อค้าแม่ค้านี่เหนื่อยจริงๆ นะ
พ่อแม่ผมค้าขายเสื้อผ้าแผงลอย ออกจากบ้าน ตี 3 ตี 4 ทุกวัน
บางวันออกไปตลาดตั้งแต่เที่ยงคืน
งานหนัก พักผ่อนน้อย
เป็นอาชีพที่ผมพยายามจะหนี แม้ว่ารายได้มันจะคุ้มค่าเหนื่อยก็ตาม
สถานะตัวเองตอนนี้ยังไม่สามารถแบ่งเบาภาระทางบ้านได้
แค่เอาตัวเองรอด มีเงินเก็บนิดหน่อย
แต่เมื่อสงกรานต์กลับบ้านไปสำรวจสถานะทางบ้าน
ก็หมดห่วงล่ะครับ พ่อแม่เก็บเงินไว้กินตอนแก่แบบสบายๆ เรียบร้อยแล้ว
มันเหลือแค่ผม ที่จะต้องหาทางเอาตัวรอดเองให้ได้
งาน
ร้านอินเตอร์เน็ตที่ทำตอนนี้ผมไม่ได้ทำแล้วครับ ปล่อยให้พี่ชายทำไปคนเดียวแล้ว
เพื่อ ...
ผมจะได้มีเวลาไปไหนมาไหน หรือคิดจะทำอะไรต่อไป
ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีงานเข้ามาหาบ้างแล้ว แต่ก็ไม่มาก คือใครอยากได้อะไร ทำอะไร บอกมาเดี๋ยวจัดให้
ค่อนข้างจับฉ่าย
มีคนรู้จักชวนทำธุรกิจร่วม แต่ประวัติทางการเงินของคนชวนไม่ค่อยขาวสะอาดเลยขอผ่าน
โอกาสเสี่ยงโดนโกงสูงถึง 90%
รายได้ตอนนี้เลยมาจากการทำเว็บโฮสเพียงทางเดียว
กับงานที่จะมีเข้ามา
เงิน
ว่ากันจริงๆ แล้วผมไม่ค่อยห่วงตรงนี้เพราะผมใช้เงินแต่ละเดือนน้อยมาก
เสื้อผ้า หน้า ผม ของใช้ ของประดับก็ไม่เคยสนใจอยู่แล้ว
เงินหายไปกับการกิน 80% เลยว่าได้
เพราะผมปิดตัวเองอยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยม ออกไปพบคนบ้างก็ตอนต้องไปทำธุระ
แต่ก็ต้องมีเงินเก็บบ้าง
ผมเลยไปวางแผนการออมกับแม่ผมเองไว้
มีเงินส่งให้แม่เก็บ เหลือติดตัวพอใช้ :42:
ความหวัง กับอนาคต
ยังต้องตามหาต่อไปครับ แม้วันนี้ผมยังนิ่งๆ อยู่ แต่ก็ยังไม่หยุดคิด
มีคนเคยแนะนำให้ผมเปิดตัวเอง ออกไปพบไปเจออะไรใหม่ๆ ไปพบเจอผู้คน สร้างสังคม
ไม่แน่ว่า วันหนึ่งผมอาจจะกลับไปในวงจรของพนักงานบริษัทอีกรอบ
แต่ผมแก่เกินจะเป็นพนักงานใหม่ไปแล้วรึเปล่า?
แก่ไปหรือเปล่า
อาจจะไม่แก่เกินไปค่ะพี่โอ้เอ้
แต่คำถามที่ต้องตอบให้ได้ก่อนอันดับแรกคือ
อยากกลับไปทำงานแบบนั้นจริงๆ หรือเปล่า
ไม่ได้ว่าเป็นพนักงานบริษัทไม่ดีนะ
แต่บางคนไม่สนุกกับรูปแบบการทำงานไง
พอความรู้สึกมันไม่ได้
ร่างกายก็ไม่อยากขยับเขยื้อนทำอะไร
แรงบันดาลใจจะหดหายไปทันที
เห่อๆ
มนุษย์นี่ซับซ้อน
การกลับไปเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคนที่อ่อนกว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไม่ได้
ขึ้นอยู่กับตัวเองมากกว่า
เงินผมหมดไปกับของกิน 90% ครับ
ที่เหลือเป็นค่าแมว :08:
รับเพิ่มไหมครับแอน นังน้ำข้าวแมวของน้องผมมีแววมากกว่า 3 ตัว :44:
แค่สามตัวนี่ก็แย่แล้วครับ :05:
มาถามตัวเองดูดีๆ เงินผมหมดไปกับอะไรวะเนี่ย กินนี่ 20 เปอร์เซ็นเองมั้ง
ดูหนังที่ 40 เปอร์เซ็นทั้งเช่าทั้งซื้อทั้งดูโรง
นอกนั้นอีก 40 เปอร์เซนหมดไปกับภาระ มานะ มานี ปิติ ชูใจ......
เอามาฝากให้คิดกันเล่นๆ นะคะ ในบอร์ดนี้มีแต่คนอายุน้อยกว่าแอ้ซะเป็นส่วนมาก
แต่ในระดับการเรียบเรียงความคิด ยอมให้เป็นพี่ไปเลย ..
ถ้าเป็นคุณ คุณจะเลือกที่ไหน
หมายเหตุว่า หน่วยเงินเดือนสมมติเพื่อให้เห็นความต่าง
สำหรับหน่วยเงินเดือนน้อยสุด 72.5 หน่วยสมมติ ผู้เลือกสามารถนำไปใช้ชีวิตอยู่ได้สบายดีค่ะ
(http://img65.imageshack.us/img65/4504/aapr4.jpg)
ดูๆ แล้วอยากทำอันที่สองนะ
แต่ไม่รู้จักใครเลยนี่มันเกินไปหรือเปล่า :08:
แถมจริงๆ ไม่ค่อยชอบงานในเมืองกรุงเท่าไหร่หรอก
แต่ดูโดยรวมแล้วชอบแบบที่สองมากกว่าเท่านั้นแหละ
ปล.พวกทำแท่นขุดเจาะน้ำมันเนี่ย เท่าที่รู้มันไม่ใช่แบบนี้หมดน่ะ
ปอ.บริษัทที่ไปสมัครเรียกตัวแล้ว เอาวุฒิป.ตรีไปสมัครปวส. ทำ technician ไปก่อน
ถ้าถึงเวลาเค้าจะอัพเข้า engineer หรือ senior tech ให้เลย
ยอมล่ะ เพราะเป็นบริษัทที่โอเค แถมกำลังสร้างโรงงานใหม่ข้างๆ ที่เดิมด้วย
โอกาสจะได้ทำไลน์ใหม่มีสูง
เลือกข้อสอง
เหตุผล
1. ได้รู้จักคนใหม่ๆ (จริงๆเรื่องไม่รู้จักไม่น่ามีผลนัก)
2. อยู่ในกรุงเทพ
3. งานสบายกว่า
แต่
ปัญหาคือเรื่องที่ไม่รู้จักใครเลยนี่สิ ... มันทำให้ต้องคิดหนักว่าเจ้าข้อมู,ที่บอกว่า ทำงานตามเวลา มีโอที มีประกันโบนัส มันเชื่อถือได้แค่ไหน
สองเสียงแล้วสำหรับตัวเลือกที่สอง ขอบคุณทั้งหมอแมวและฟิงซ์นะคะ
ยังอยากฟังความเห็นอื่นๆ นะคะ :22:
ตอนนี้ว่าที่พนักงานคนนั้นกำลังสับสนมาก
ที่ผมมองคือองค์กรของฝรั่ง
ความก้าวหน้าในอาชีพการงานมีสูง
ตอนแรกผมก็ไปสมัครทำงาน offshore กับ Chevron เหมือนกัน
เพราะรู้ระบบว่ามันดีกว่าระบบไทยมาก และบริษัทพวกที่เป็นพันธมิตรกันก็ดีไม่แพ้กัน
ข้อมูลของบริษัทที่สองเมื่ออ่านแล้วก็เหมือนกับว่าจะแปลกๆ ซักหน่อย
ตรงฐานเงินเดือนและความสนิทชิดเชื้อ
เพราะอาจารย์ผมไปทำงานแบบนั้นเค้าก็บอกว่าเพื่อนเยอะมาก
เวลาจะไปทำงานที ก็ต้องซื้อของฝากไปสองสามพันต่อครั้ง
แต่ถ้าข้อมูลมันออกมาแบบนั้น ยังไงผมก็เลือกบริษัทที่สองนะ
เลือกบริษัทที่ 2 ครับ เพราะ
1. ทำงานตามเวลา
2. ทำงานจันทร์ถึงศุกร์
อื่นๆ เป็นรสนิยมส่วนบุคคลล้วนๆ ครับ ซึ่งผมชอบอยู่ในกทม.มากกว่า
ไม่เข้าใจข้อสุดท้ายครับ ตัวเลือกในข้อส่วนตัวคือ สิ่งที่เป็นอยู่แล้ว (รู้จักมักจี่กับคนในบ.แรกอยู่แล้ว) หรือสิ่งที่คาดหวัง (หวังว่าจะสนิทกับคนในบ.แรกมากกว่า) ครับ
สองครับ อัตราก้าวหน้าน่าจะมากกว่า
ข้อสุดท้าย แอ้มองต่างออกไปค่ะ
บริษัทที่รู้จักกันอยู่แล้ว มันสร้างความกดดัน เพราะว่าเขารับคนที่รู้จัก เนื่องจากคาดหวังประสิทธิภาพเต็มร้อย
ตามที่เขารู้จักพนักงานคนนั้นอยู่ ในขณะเดียวกัน กับบริษัทที่ไม่รู้จักกันภายในเลย รู้สึกว่าความกดดันในการ
เริ่มทำงานน่าจะน้อยกว่าน่ะค่ะ
มีแต่คนเชียร์ข้อ 2. เนอะ
ขอบคุณอุ้ย และเอด้วยนะคะ :22:
เลือกข้อ 2
:05: ตอนนี้รายการที่ทำอยู่ ( 7 กะรัต ) หลุดผังไปแล้ว ( ประมาณสิ้นเดือนหน้า )
ตูจะตกงานเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ :05: :05:
เอาเตอะ บอกพ่อไปแล้วว่าสถานการณ์ไม่ดี จะลาออกเองหรือรอให้เค้าให้เราออก
ก็เหมือนกัน ( ตูหน้าด้านรอให้เค้าเอาออกดีกว่าน่าจะได้ตังค์ชดเชยนิหน่อย ) :42:
พ่อบอกว่าก็หาไรทำไปก็ได้ อย่างขายของใน E-bay ( ทำไม่เป็น ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปหาหนังสือมาอ่านเอา)
หรือไปอยู่เชียงใหม่รอดูลู่ทางเปิดร้าน
พ่อบอกว่าลูกคนเดียวเลี้ยงไม่ได้ให้รู้ไป
เจ๊ไปเชียงใหม่นะ หาบ้านที่อยู่ใกล้ๆ ถนนราชดำเนิน เปิดร้านขายอะไรก็ได้
ที่สำคัญ อย่าลืมเก็บห้องไว้ให้ตูห้องนึง เป็นห้องสำรองเวลาไปเดินเล่นที่เชียงใหม่ :25:
เป็นผมขอเลือกข้อ 2 ครับ
จริงๆผมติดนิดเดียวตรงมันอยู่กรุงเทพ
และเงินเดือนมัน 72.5 หน่วยสมติ
เลยดูอาจจะมีเงินเหลือออมน้อยไปหน่อย :37:
แต่ถ้าดูจากลักษณะงาน องค์กรณ์ และสวัสดิการต่างๆ
ดูมีความก้าวหน้าได้ง่ายมากและมั่นคงกว่า แค่เรื่องประกันสุขภาพก็ดีแล้วครับ
อีกทั้ง เป็นบริษัทต่างชาติ อาจได้เรียนรุ้เรื่องของระบบการทำงานต่างๆ
ได้ดีกว่า เป็นระเบียบกว่า อีกทั้ง ชื่อในพอร์ทส่วนตัวของเรา
ในการไปสมัครงานที่อื่นต่อไปในอนาคต(เผื่อไว้น่ะครับ :42:) จะดูมีภาษีดีกว่า
สำหรับผม เรื่องของการไม่รู้จักใครเลย ไม่ใช่ปัญหา
เพราะมิตรภาพและสังคมรอบข้างเราสร้างใหม่ได้
เรื่องแบบนี้ อยู่ที่ตัวเรามากกว่าครับ
ขอบคุณแตนนี่ และ โอดำนะคะ และก็เป็นข้อ 2. อีกเช่นเคย
ขอให้แตนนี่ไม่ต้องลำบากในเรื่องการงานนะคะ :22:
เชื่อว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางเสมอ ถ้าให้เวลามันสักหน่อย
โอดำคะ .. เงินมันน้อยกว่ากันเยอะ จริงๆ ทำให้พนักงานคนนั้นลังเลก็เพราะตัวเงินเนี่ยแหละค่ะ
(ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนงกนะคะ .. เอ่อ อาจมีบ้างนิดหน่อย..) :52:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 31 พ.ค. 2008, 15:11 น.
ขอบคุณแตนนี่ และ โอดำนะคะ และก็เป็นข้อ 2. อีกเช่นเคย
ขอให้แตนนี่ไม่ต้องลำบากในเรื่องการงานนะคะ :22:
เชื่อว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางเสมอ ถ้าให้เวลามันสักหน่อย
โอดำคะ .. เงินมันน้อยกว่ากันเยอะ จริงๆ ทำให้พนักงานคนนั้นลังเลก็เพราะตัวเงินเนี่ยแหละค่ะ
(ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนงกนะคะ .. เอ่อ อาจมีบ้างนิดหน่อย..) :52:
ผมว่าไม่เกี่ยวกับงกไม่งกหรอกครับ
เดี๋ยวนี้ค่าครองชีพสูง ทำแค่พอเลี้ยงตัวได้ไปวันๆ ไม่ดีแน่ครับ :37:
แต่ผมว่ามันยังพอมีทางแก้ได้นะครับ ทั้งเรื่องของโบนัส และ โอที ถ้าขยันหน่อยก็พอจะหาได้เพิ่มขึ้น
ทำงาน 5 วัน ก็ยังพอมีเวลาหางานอื่นเสริมไปด้วยได้อีก
ดังนั้นเรื่องเงิน ผมว่ามันยังดูอลุ้มอล่วยได้เยอะครับ ถ้าออกแรงเพิ่มขึ้นอีกนิด
เอ้อ.. ถูกค่ะ แอ้ก็แอบคิดไว้แบบนั้นเลย เสาร์อาทิตย์ยังเอาเวลามาทำมาค้าขายได้
หรือแม้แต่พักผ่อน.. กับตารางเวลาทำงานที่ชัดเจน ไม่อยู่ในระยะด่วน ด่วนมาก ด่วนที่สุด เหมือนงานไซต์..
เป็นปัจจัยที่สำคัญไม่น้อย..
เป็นจอยเลือกข้อ 2 นะ
เงินอาจจะน้อยหน่วยกว่าไปนิด
แต่มันมีทางอื่นเสริมได้
เรื่องรู้จักนี่ ทำไป เดี๋ยวก็รู้จัก
ความสัมพันธ์สร้างกันได้ :25:
เพราะส่วนตัวผมทำงานในสายงานที่คล้ายๆกับงานในข้อที่ 1
เหนื่อยมากครับ กับการทำงานไม่เป็นเวลาและทำงาน 6 วัน
(ดีไม่ดีก็ 7 วันยาวโลด :37:) ผมไม่มีโอที และเวลาว่างที่จะรับงานนอกด้วย
ถึงเงินเดือนจะเยอะ แต่ก็รู้สึกไม่ค่อยคุ้มกันเท่าไหร่ครับผม
เลือกข้อสองครับ ถ้าพูดแค่เรื่องตัวเงินนะ
เพราะถ้าคิดต่อวัน โดยเฉลี่ย
ข้อแรก 4 หน่วยต่อวัน ชั่วโมงทำงานลากยาว :39:
(คิดวันทำงาน 25 วัน นั่นคือเดือนที่มีวันอาทิตย์เยอะสุดแล้วนะ
ส่วนใหญ่ต้องทำงาน 26 วันนะจ๊ะห์)
ข้อสอง 3.6 หน่วยต่อวัน แต่บวกโอทีในชั่วโมงที่เกินมา
ถ้าเราต้องทำงานลากยาว ก็อาจจะเท่ากันหรือมากกว่าข้อแรก
(วันทำงาน 20-23 วันเองนะจ๊ะห์)
ป.ล. ไม่รู้ว่าข้อแรกที่พักฟรีหรือเปล่า
ถ้าเราเลือกข้อสอง นั่นคือค่าใช้จ่ายของเราจะมากขึ้นแน่ๆ
ป.อ. ยังไงผมเลือกข้อสองเพราะผมไม่ต้องจ่ายค่าที่พักในกรุงเทพ
ป.ฮ. ทั้งนี้ทั้งนั้นสำหรับแอ้ คงขึ้นอยู่กับรายจ่ายประจำที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน
และรายจ่ายที่ตั้งใจจะมีในอนาคตด้วย(เช่นผ่อนบ้าน ผ่อนรถ)
อย่าลืมนะครับ โบนัสก็มีส่วน การรับประกันว่ามีโบนัสแน่ๆ
นั่นคือเรามีเงินก้อนปลายปีแน่ๆ เหมือนกัน
ขอบคุณจอยกับณตนะคะ
ณตคิดละเอียดดีจัง คิดแบบนี้แล้วก็ บริษัท 2. ดูเข้าท่าขึ้นอีก..
ถ้าอยู่บริษัท 1. ที่พักฟรีค่ะ แล้วห้องที่เช่าอยู่ตอนนี้ก็คืนห้องได้ แต่ต้องหาที่เก็บสมบัติส่วนตัว เช่น เช่าห้องที่มันถูกๆ หน่อย
บริษัท 2. อยู่ที่เดิม ซึ่งก็คือ จ่ายค่าเช่าเองค่ะ
สำหรับที่โอดำบอกว่า ทำงานวันหยุดน้อยไม่เป็นเวลา มันเหนื่อยจริงๆ นั่นแหละ แอ้เคยทำตอนอายุยังน้อยกว่านี้
เหนื่อยมากๆ ไม่มีสังคมด้วย วันๆ ทำแต่งาน..
พรุ่งนี้ต้องตัดสินใจแล้วค่ะ .. :22:
ตอนนี้ก็อยู่ที่แอ้แล้วนะ ขอเป็นกำลังใจในการตัดสินใจครั้งนี้นะ
เลือกข้อ ๒ ค่ะ เพราะ
๑. ชอบหยุดเสาร์อาทิตย์
๒. มีประกันสุขภาพ
๓. สถานที่ทำงานเอื้อต่อการดำเนินชีวิต
ขอให้มีความสุขในการเลือกครั้งนี้นะคะ เป็นกำลังใจค่ะ :52:
มีครูเดียร์มายืนยันข้อ 2. ให้อีกคน.. :22:
วันพรุ่งนี้ ว่าที่พนักงานจะโทร.นัดเรื่องตรวจร่างกายกับบริษัท 2. ถ้าไม่มีอะไรผิดแผน
น่าจะได้เป็นพนักงานที่ตึกหรูไฮโซกลางกรุง ด้วยค่าจ้าง 72.5 หน่วยสมมติค่ะ
ว่าที่พนักงานกะว่าจะต้องเอาเวลาว่างไปสานต่อโครงการร้านเสื้อที่พับไว้ชั่วคราว
พยามยามสร้างรายได้รวมให้ถึง 100 หน่วยสมมติ ให้ได้เลย ขอบคุณสำหรับทุกๆ กำลังใจค่ะ
และคุณโอ๋หญิงคะ กรุณาไปเป็นเพื่อนดิฉันวันที่ตรวจร่างกายด้วย เพราะว่าตูกลัวเข็มที่สุดในสากลโลกแล้ว..
มีร้องไห้แน่ๆ .. เดี๊ยนรับรอง..
ได้สิ ตรวจร่างกายวันไหนจะไปเป็นเพื่อนนะ
อนาคตกำลังจะเปลี่ยนค่ะจริงๆก็ไม่เชิงว่าเปลี่ยนหรอก
แต่หลังจากที่ตกลงจะซื้อบ้านทำออฟฟิศ
มันจะต้องมีภาระหนี้สินเยอะแยะ จะต้องวางแผนการใช้เงิน
วางแผนชีวิตให้มากกว่านี้ สู้ๆนะ(บอกตัวเอง) :33:
สู้ๆนะ(บอกทุกคน) :25:
ป้าแอ้กลัวเข็มหรอกเหรอนั่น
ตรวจร่างกายตอนไปเซ็นสัญญา พอดีเค้ามีตรวจร่างกายภายในกันพอดี
ไม่ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลแล้วเอาบิลมาเบิก
เคยเจาะเลือดบ่อยนะ แต่ครั้งนี้ทำไมไม่เจ็บก็ไม่รู้
พยาบาลมือเบามากๆ ทุกคนที่ตรวจบอกออกมาเหมือนกันเลย
(เห็นผู้ชายหึกๆ ห้าวๆ หลายคนทำหน้า :41: แล้วเบนหน้าหนีเข็มแล้วตูขำ :43:)
เริ่มงานวันจันทร์หน้า (ช่วงเทรนอีกต่างหาก เรียนอย่างเดียว)
ช่วงนี้ก็เลยว่างสุดๆ ว่างเพราะไม่ต้องหางาน ว่างเพราะไม่ต้องทำอะไร
อ่านการ์ตูนอย่างเดียวเลย
กลัวมากๆ เลยค่ะ แต่เรียบร้อยไปแล้วแหละ เอาป้าโอ๋ไปเป็นเพื่อน
พยาบาลดุเอาเลย เขาบอกว่าเจาะไม่ได้หรอกนะถ้าคุณเกร็งจิกซะขนาดนั้น :44:
สุดท้ายก็เจาะได้ค่ะ น้ำตาไหลพรากๆ ..
วันนี้เริ่มงานวันแรกค่ะ สังคมแบบฝรั่งเป็นอะไรที่ใหม่มากสำหรับแอ้
แปลกๆ ดี .. มีอะไรแปลกๆ ไว้จะมาเล่าอีกนะคะ
ดีแล้วค่ะ ถ้ากลัวการเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่ เราจะไปไม่ไหนเลย
ส่วนแตนอยากเปลี่ยนใจแทบขาด แต่ยังหาที่หมายใหม่ไม่ได้ซะที :05:
นี่สิ..มุมมองอย่างคนรู้จักโลก .. ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ :40:
ส่วนแตนหาที่หมายใหม่ให้ได้ไวๆ นะคะ เวลาไม่ได้อะไรอย่างใจ แอ้ชอบคิดเล่นๆ ว่า
ชีวิตก็คือการเดินทาง ถึงจะยังไม่ถึงที่หมาย แต่ระหว่างทางก็มีอะไรสนุกๆ ให้เราได้เจอเสมอค่ะ
ขึ้นอยู่กับมุมที่จะเลือกมองเนอะ ..
อ้างคำพูดจาก: (ส)ฟิ้งซ์™ เมื่อ 04 มิ.ย. 2008, 15:03 น.
ป้าแอ้กลัวเข็มหรอกเหรอนั่น
ตรวจร่างกายตอนไปเซ็นสัญญา พอดีเค้ามีตรวจร่างกายภายในกันพอดี
ไม่ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลแล้วเอาบิลมาเบิก
เคยเจาะเลือดบ่อยนะ แต่ครั้งนี้ทำไมไม่เจ็บก็ไม่รู้
พยาบาลมือเบามากๆ ทุกคนที่ตรวจบอกออกมาเหมือนกันเลย
(เห็นผู้ชายหึกๆ ห้าวๆ หลายคนทำหน้า :41: แล้วเบนหน้าหนีเข็มแล้วตูขำ :43:)
เริ่มงานวันจันทร์หน้า (ช่วงเทรนอีกต่างหาก เรียนอย่างเดียว)
ช่วงนี้ก็เลยว่างสุดๆ ว่างเพราะไม่ต้องหางาน ว่างเพราะไม่ต้องทำอะไร
อ่านการ์ตูนอย่างเดียวเลย
ยินดีด้วยนะคะ ได้งานแล้ว แถมยังได้พักผ่อนอีกตั้งหลายวัน
เพื่อนเลิฟอีกคนเพิ่งกลับจากญี่ปุ่น
ไปเรียนมา 3 ปี มันสมัครงานได้ที่ชลบุรี
เป็นล่ามเงินเดือน 4 หมื่น เจ๋งว่ะ เก่งเหมือนกันเพื่อนตรู
ฟังที่มันเล่าเรื่องสอบสัมภาษณ์ พบว่าคนเราต้องมั่นใจเท่านั้น
บางทีการสมัครงานไม่จำเป็นต้องง้อเค้า ให้เค้าง้อเราให้้เค้าอยากได้เราเนี่ย เจ๋งเลย :12:
หยุดไป 2 วันกลับมาทำงานได้ข่าวจากเพื่อนว่าบริษัทอาจขึ้นเดินเดือนให้พนักงานอีก สิ้นเดือนนี้
เนื่องจากค่าครองชีพสูงขึ้น ขอให้จริงอย่างที่เป็นข่าวด้วยเถอะ ขึ้นมาอีกนิดนึงก็ยังดี :46:
จบไปจะได้งานทำไหมเนี่ย พอเรียนสูงๆ ครอบครัวก็คาดหวังในตัวเราสูง
กลัวจบไปไม่มีงานทำ....ชีวิตเรียนอย่างเดียวก็แบบนี้
ไม่ค่อยได้เจอประสบการณ์ชีวิต :16:
แหม ไม่ได้คาดหวังสูงหรอก
แค่หวังว่าน้องชายจบด็อกเตอร์ก็น่าจะเงินเดือนเป็นแสน
แล้วแบ่งให้พี่สาวใช้สักเดือนละ 4-5 หมื่นแค่นั้นเอง :49:
แบ่งให้ ครูสอนศิลปะ คนนี้กูสักสองแสน :22:
แบ่งให้กู ไม่ใช่กู้นะ :30:
มีเรื่องรบกวนช่วยคิดหน่อยค่ะ :05:
คือวันนี้มีพี่ที่รู้จักกันโทรมาชวนให้ไปทำงานด้วยอะคะ
ทำไงดี ใจนึงก็กลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวไม่ดีเท่าที่เก่า ( จริงๆแล้วคนที่คิดเปลี่ยนงานเรามากลัวทุกคน )
ลองมาเปรียบเทียบดูดังนี้
ที่เก่า ที่ใหม่
- เงินเดือนเท่าเดิม หมื่นนิดๆ - เงินเดือนเพิ่มกว่าที่เดิม 1,000 บาท
- เบิกค่ารถได้ตามจริง - ค่ารถเหมาจ่ายรายเดือน
- เสาร์ - อาทิตย์ทำงานได้วันละ 500 บาท - ทำงาน 7 วัน โดย จันทร์ - ศุกร์ ทำงานเวลา 9.30 - 18.30 น.
- ทำงาน 5 วัน ถ้าไม่มีออกกอง เวลา 10.00 - 17.00 น. เสาร์ - อาทิตย์ ทำตั้งแต่ 8.00 - 13.00 น. ( ถ่ายทอดสดที่สถานี )
- ไม่มีโอที - โอทีเสาร์ - อาทิตย์ ได้ 2 เท่า
- ตอนนี้ไม่มีประกันสุขภาพ และประกันสังคม - มีประกันสังคม และประกันสุขภาพ ( 1 ปี ใช้ได้ 30 ครั้ง ๆละ 1,000 บาท)
เนื่องจากจัดตั้งบริษัทยังไม่เสร็จ
- ลักษณะงาน ติดต่อประสานงานดารา , ซับพรายเออร์ต่างๆ - ลักษณะงาน ติดต่อประสานงานดารา และสถานที่สำหรับถ่ายทำVTR.
หาโชว์มาร่วมในรายการ , ขอของประกอบใน 4 คน 4 สถานที่ ต่อ 1สัปดาห์หรือมากกว่านั้น
รายการ(ภาพ, เพลง, หนัง, ข่าว insertในรายการ ) ทำตารางการถ่ายทำ , คิดtheme VTR. ด้วย , ออกกอง
ติดต่อสถานที่ถ่ายรายการ ( นอกสถานที่ ) ถ่ายทำ VTR ; และในสตูดิโอ ; ออกกองถ่ายข่าวเพื่อนำมา
ออกในรายการ
- ที่ทำงานไกลแต่ไปง่าย - ที่ทำงานใกล้แต่ไปยาก
- มีโทรศัพท์บริษัทให้ใช้ติดต่องาน - ไม่รู้ว่ามีโทรศัพท์ให้สำหรับติดต่องานมั้ย
- มาสายไม่ว่าถ้าบอกก่อน และไม่มีหักตังค์ - มาสายโดนหักตังค์ถ้าไม่บอกก่อน
- ตอนนี้ไม่มีรายการให้ทำ ไม่รู้จะได้เวลาเมื่อไหร่ - ตอนนี้มี 1 รายการให้ทำ ตามลักษณะงานด้านบน
- ถ้าขอเวลาได้ อาจจะได้ทำรายการท่องเที่ยวที่อยากทำ :05: - ถ้าที่เก่าขอเวลาได้อดทำรายการท่องเที่ยวที่อยากทำ
- ไม่มีโปร - ไม่รู้ว่ามีโปรหรือเปล่าถ้ามีแล้วไม่ผ่านละ :05: ตกงานนะเฟ้ย
:44: เพื่อนๆว่าเราจะตัดสินใจยังไงดีที่เก่า พี่ๆก็ดีมากๆ ที่ใหม่ก็มีแต่คนรู้จัก ไม่รู้จะำไงดี :46:
คือบางเรื่องมันก็ไม่สามารถเล่ารายละเอียดต่างๆได้ ต้องขอโทษด้วย แต่ตอนนี้ก็เครียดมาก
ใจนึงก็อยากไปแต่อีกใจนึงก็กลัวอะ :16:
รบกวนด้วยนะคะ :46:
ถ้าดูแค่นี้ ผมว่าที่เก่าดีกว่า .... เพราะดูแล้วงานเบากว่า ความรับผิดชอบมีไม่เท่าอันหลัง
ทั้งนี้อาจจะต้องดูเรื่องความมั่นคงของงานประกอบด้วย
ที่เก่าดีกว่ามั้งครับเนี่ย เท่าที่ดู
อู๊ย..ของแอ้เพิ่งมาถามไปสองหน้าที่แล้วเองค่ะ .. ตอนนี้กำลังจะได้เงินเดือนเดือนแรกของที่ทำงานใหม่แล้วด้วย..
งานน้องแตนพี่ไม่ค่อยเข้าใจลักษณะงานแฮะ ทำรายการโทรทัศน์นี่ไม่ค่อยมีความมั่นคงเหรอคะ
ถ้าเกิดไม่ได้เวลาลงนี่คือว่างเลยใช่ไหม ถ้าเป็นอย่างนั้นคงต้องเลือกทีมที่ดูมั่นคงกว่า ทำงานกับคนที่โปรกว่าจะมีภาษีดีกว่าไหมคะ
แล้ว OT ของที่ใหม่ให้ 2 เท่า หมายถึงหลังบ่ายโมงเป็นต้นไปรึเปล่าคะ หรือว่าจ่าย 2 เท่าตั้งแต่เช้า
ดูแต่ละข้อแล้วแอ้รู้สึกเหมือนที่เก่าจะดีกว่าเลยแฮะ ยกเว้นข้อที่สำคัญมากๆ สองข้อนี้
1. ตอนนี้ไม่มีงาน
2. รูปบริษัทไม่เรียบร้อย ไม่มีประกันสังคม และอาจจะไม่มีสัญญาจ้าง อันนี้ไม่ดีเลยนะคะ เผื่อเกิดอะไรขึ้นนี่เขาไม่รับผิดชอบเราได้เลยนะ
ตอนนี้คิดออกแค่นี้ค่ะ เดี๋ยวถ้าคิดออกอีกจะมาเสริมนะคะ ..
เห็นว่าที่เก่าดีอยู่แล้วเหมือนกันแฮะ
อ้างคำพูดจาก: ด.ญ.แอ้ ม.๒/๑ เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 00:26 น.
อู๊ย..ของแอ้เพิ่งมาถามไปสองหน้าที่แล้วเองค่ะ .. ตอนนี้กำลังจะได้เงินเดือนเดือนแรกของที่ทำงานใหม่แล้วด้วย..
งานน้องแตนพี่ไม่ค่อยเข้าใจลักษณะงานแฮะ ทำรายการโทรทัศน์นี่ไม่ค่อยมีความมั่นคงเหรอคะ
งานที่เก่า - เป็นรายการวาไรตี้ ( 7 กะรัต )ถ่ายทำและออกอากาศเป็นเทป ดังนั้นการเตรียมงานสามารถทำได้ทั้งก่อนถ่ายทำ และหลังถ่ายทำ
งานที่ใหม่ - เป็นรายการข่าว ( คุยกันทันข่าวบันเทิง ช่อง 5 เที่ยง - เที่ยงครึ่ง วันเสาร์ - อาทิตย์ มดดำเป็นพิธีกร) เป็นรายการถ่ายทอดสด
ต้องเตรียมขอทุกอย่างก่อนการถ่ายทำ แต่พอถ่ายทอดสดเสร็จแล้วคือจบเลย
ถ้าเกิดไม่ได้เวลาลงนี่คือว่างเลยใช่ไหม ว่างเลยค่ะ เราเลยไม่รู้ว่าเค้าจะเชิญเราออกเมื่อไหร่ ถ้าเป็นอย่างนั้นคงต้องเลือกทีมที่ดูมั่นคงกว่า ทำงานกับคนที่โปรกว่าจะมีภาษีดีกว่าไหมคะ
แล้ว OT ของที่ใหม่ให้ 2 เท่า หมายถึงหลังบ่ายโมงเป็นต้นไปรึเปล่าคะ หรือว่าจ่าย 2 เท่าตั้งแต่เช้า จ่าย 2 เท่าตั้งแต่เช้าโดยนับเป็นชั่วโมงค่ะ
ดูแต่ละข้อแล้วแอ้รู้สึกเหมือนที่เก่าจะดีกว่าเลยแฮะ ยกเว้นข้อที่สำคัญมากๆ สองข้อนี้
1. ตอนนี้ไม่มีงาน
2. รูปบริษัทไม่เรียบร้อย ไม่มีประกันสังคม และอาจจะไม่มีสัญญาจ้าง อันนี้ไม่ดีเลยนะคะ เผื่อเกิดอะไรขึ้นนี่เขาไม่รับผิดชอบเราได้เลยนะ
ตอนนี้คิดออกแค่นี้ค่ะ เดี๋ยวถ้าคิดออกอีกจะมาเสริมนะคะ ..
:46:ขอบคุณแอ้มากๆค่ะ
อ๋อ ... ถามนิดนึงนะ ทำไมทุกคนถึงคิดว่าที่เก่าดีกว่าอะคะ ( แตนไม่ได้คิดอะไรนะ :44: แต่อยากทราบเหตุผลอะคะ )
อืม.. ความคิดแอ้ว่า ที่ใหม่มันดูเคี่ยวมั้ง (จะหาคำที่มันเป็นทางการกว่านี้ แต่นึกไม่ออกค่ะ คลังคำศัพท์แอ้มีจำกัด)
เช่น มาสายโดนหักตังค์ถ้าไม่บอกก่อน อะไรแบบนี้ค่ะ แต่ว่าดูเป็นระบบกว่าที่เก่าหน่อยหรือเปล่า
คิดว่าตรงนี้ต้องมองที่ความมั่นคงให้มากๆ เลยค่ะ .. ถ้าหมดงานแล้วเคว้งทุกครั้ง
ต้องมองที่หัวหน้าด้วยซ้ำกว่า เก่งพอที่จะพาทีมไปรอดรึเปล่า..
ยังไงก็เอาใจช่วยอยู่นะคะ .. :22:
ถ้าทำที่ใหม่ แล้วแตนจะเอาเวลาที่ไหนมาพักอะ :09:
ถ้ามันเท่าๆ กัน
แต่อยู่กับทีมเก่าแล้วสบายใจก็จะได้ไม่ต้องไปหาที่ใหม่ไงครับ
เมื่อเราต้องไป พบเพื่อนใหม่
ซึ่งอาจไม่มีใครเข้าใจเราเหมือนเพื่อนคนเดิม
กว่าจะรักเท่าวันนี้ กว่าจะมีคนมาเข้าใจต้องใช้เวลา
ใช่เพียงมองตากันเมื่อไร
:05: นั่นสิ สาเหตุนี้ละทำให้คิดหนักมากๆเลยอะ
เชื่อว่าหนักจริงๆ
หนักมาก
อู้ย
เลือกที่เก่าจ้ะ
แม้ที่ใหม่จะให้เงินเดือนมากกว่า แต่ก็แค่ 1 พัน
แถมยังมีเวลาในงานมากกว่า บวกลบคูณหารแล้วมันก็ไม่ต่าง
แต่ดันมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในหลายๆ ด้าน
เรื่องโปรส่วนหนึ่ง
เรื่องเพื่อนร่วมงานส่วนหนึ่ง
หากมองสวัสดิการ เมื่อที่เดิมจัดตั้งเรียบร้อยมันก็มีล่ะ
ที่ใหม่เงินดีกว่าเห็นๆ
แต่ที่เก่าสบายใจกว่า
มีอะไรบอกได้
มีวันหยุดวันพักผ่อนให้หายใจสะดวกมากกว่า
มีแนวโน้มหน่อยๆ ว่าอาจจะได้ทำรายการที่อยากทำ
(ซึ่งถ้าได้ทำจริง จะมีความสุขขึ้นอีกก้อนโต)
เจ๊แตน
ถ้าเลือกเอาสบายใจ มีความสุขกับปัจจุบันและอนาคตตามสมควร เลือกที่แรก
แต่ถ้าต้องการเก็บเงิน ต้องการความมั่นคงกว่าที่เป็นอยู่ (ไม่พูดถึงเพื่อนร่วมงานและบรรยากาศการทำงานนะ) เลือกที่สอง
แนนเลือกที่แรก
ไม่ว่ายังไง อยากอยู่กับที่ทำงานที่ทำแล้วสบายใจให้ได้นานที่สุด
ไม่นะเอว่า
ค่าเดินทางเหมาจ่าย ไม่ได้บอกว่าเราต้องเดินทางบ่อยแค่ไหน เหมาจ่ายได้เท่าไหร่ อันนี้เสี่ยงต่อการขาดทุน
ทำงานเจ็ดวัน เพิ่มจากที่เดิมสองวัน เงินเพิ่มพันนึง ถึงจะมีโอทีก็เถอะ ไม่คุ้มหรอก
ที่เก่าทำเสาร์อาทิตย์สัปดาห์เดียวก็ได้ พันนึงแล้วนะ
นอกนั้นไม่รู้แล้วอะครับ
เลือกที่เดิมมากกว่า
ที่เงินมากกว่าแค่พัน หักลบกลบหนี้หลายๆ เรื่องแล้วเหมือนจะขาดทุนกว่า
ท่าทางเคี่ยวและเขี้ยวด้วย งานดูแล้วหนัก
ทำ 7 วันเลยนะนั่น
ที่เดิมท่าทางจะทำงานอย่างสบายใจและมีความสุขกว่า
แต่ว่าถ้าเขาขอเวลาไม่ได้แตนจะตกงานไหม
ถ้าไหมก็อยู่ที่เดิมเหอะ
เป็นกวางอ่ะ เลือกที่เก่านะ
มีความรู้สึกว่า ถ้าได้รู้ว่าเราต้องมานั่งทำโอทีช่วงเสาร์อาทิตย์ มันไม่ได้พักผ่อนอ่ะ -*-"
เอาเวลาที่เราควรพักผ่อน พักผ่อนให้เต็มที่ดีกว่า เวลางานจะได้เต็มที่กับมันได้
เงินเพิ่มแค่พันเดียวเอง อยู่ที่เก่าเถอะ
ปล. กฎมาสายแล้วโดนหักตังค์โดยไม่บอกอ่ะ เหมือนที่ทำงานกวางเลย
ลากิจ กลับบ้านก่อน ยกเว้นลาป่วย โดนหักเงินทั้งหมดล่ะค่ะ -*-"
ที่ทำงานเก่าจอย ลาป่วยก็หักนะเออ
มาสายครึ่งชม.แรกหัก 50 หลังจากนั่นหัก 100
ลาทุกประเด็นจะลาป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์หรือไม่มี
หักเหมือนกันหมด น้ำตาเป็นสายเลือด :05:
ผมทำงานที่นี่มาจะ 20 ปีละ
เหตุผลเดียวเลย คือ สนุก(ได้เตะบอล :22:)
อ้างคำพูดจาก: psyfer_DeV เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 09:41 น.
ที่ทำงานเก่าจอย ลาป่วยก็หักนะเออ
มาสายครึ่งชม.แรกหัก 50 หลังจากนั่นหัก 100
ลาทุกประเด็นจะลาป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์หรือไม่มี
หักเหมือนกันหมด น้ำตาเป็นสายเลือด :05:
ถ้าลาออกจะหักอะไรอีกไหมครับ :46: คือเป็นคนไม่เห็นด้วยและไม่ชอบระบบงานที่
จะปรามลูกจ้างด้วยวิธีการขู่และหักเงินเดือนครับ ถึงจะเป็นวิธีที่ได้ผลก็ตามที
ถึงได้ลาบอกไง
โทรมาตามกลับไปหลายรอบ
เสนอเงินเดือนสวัสดิการดีกว่าเดิม
แต่ ตูไม่เอาด้วยแล้ว :48:
โอ้โห.. ทำไมโหดกันจัง..
ที่แอ้เคยทำมานี่เด็กๆ เลยนะคะเนี่ย อย่างน้อยก็ไม่โดนหักเงิน เพราะว่าเวลาเราทำดึกดื่น
เขาก็ไม่ได้มี OT ให้..
อ้างคำพูดจาก: psyfer_DeV เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 09:34 น.
เลือกที่เดิมมากกว่า
ที่เงินมากกว่าแค่พัน หักลบกลบหนี้หลายๆ เรื่องแล้วเหมือนจะขาดทุนกว่า
ท่าทางเคี่ยวและเขี้ยวด้วย งานดูแล้วหนัก
ทำ 7 วันเลยนะนั่น
ที่เดิมท่าทางจะทำงานอย่างสบายใจและมีความสุขกว่า
แต่ว่าถ้าเขาขอเวลาไม่ได้แตนจะตกงานไหม
ถ้าไหมก็อยู่ที่เดิมเหอะ
เห็นด้วยกับจอยนะคะ .. :22:
เกี่ยวกับงาน เงิน ... แต่เป็นปัจจุบัน
เวลาทำงานเป็นหมอ จะมีเงินส่วนนึงที่เป็นเงินสีเทาๆตุ่นๆ ...
ถ้าสมัยเรียน ก็จะเป็นพวกอาหารที่ดีเทลยาเอามาแจก ขนมที่เอามาวางในห้องพักแพทย์
พอจะทำงาน ก็มีพวกปากกา สมุด หรือการให้บริการทางวิชาการบางอย่าง
ประชุมวิชาการ บางทีก็มีสปอนเซอร์จัดการประชุม
ในที่ทำงาน การส่งตรวจบางสิ่งบางอย่าง เช่นส่งเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ หมอคนที่ส่งจะได้เงินค่าตอบแทน
สมัยเรียน ผมเคยเคร่งครัดมากแบบที่ไม่รับของ ไม่แตะอะไรเลย ... แต่ถ้าทำอย่างนั้นคนรอบข้างเค้าก็อึดอัด ... ดังนั้นก็รับบ้างกินบ้าง แค่ไม่ให้น่าเกลียด ... แต่ถ้าเลี่ยงๆได้ก็เลี่ยงๆ
ตอนทำงาน เวลาดีเทลยามาหา ผมก็ปฏิเสธได้เต็มที่ เพราะว่าทำงานแล้วนี่... เข้ามาก็นั่งคุยกันสองคน ส่วนมากจะรับก็เอกสารวิชาการ ปากกาอะไรไม่ค่อยเอา
ส่วนการตรวจที่ได้เงิน ตอนได้ครั้งแรกรู้สึกชอบ (เงินนี่หว่า ใครไม่อยากได้) แต่พอเอาไปขึ้นเงินแล้วรู้สึกผิด ... ถึงเราจะสั่งตามหลักวิชาการโดยไม่มีปัจจัยพวกนี้เข้ามาเลยก็ตาม
ปัญหามีนิดหน่อย อย่างเช่นเรื่องการสั่งเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์สมอง ... ถ้าเป็นตามหลักวิชาการต่างประเทศ เอะอะอะไรก็ส่งหมด
แต่เมืองไทยในต่างจังหวัด จะใช้หลักที่หย่อนลงมาหน่อย เพราะถ้าสั่งตามอย่างอเมริกาทั้งหมด โรงพยาบาลต้องล่มจมแน่ๆ
ตอนทำงานใหม่ๆ มีเพื่อนคนนึงส่งจนได้เงินเดือนนั้นเป็นหมื่น ... แต่เป็นการส่งด้วยStandard ต่างประเทศ ... หลายเคสสั่งเสร็จมันไม่รอดูฟิล์มหรือดูผลเอง มันให้เวรเป็นคนดู (คือถ้าเคสนั้นมีปัญหา มีเลือดออกในสมอง คนที่ต้องมาเป็นธุระวุ่นวายติดต่อโรงพยาบาลต่างๆ ก็คือแพทย์เวร ไม่ใช่คนที่ได้เงินไป)
เคยพยายามเตือนไป แต่โดนด่ากลับว่า ผมน่ะส่งตาม standard โรงพยาบาลต่างจังหวัด ระวังจะโดนฟ้อง
ตั้งแต่นั้นมา ความสัมพันธ์ก็เริ่มแย่ลง ส่วนผมตัดสินใจได้ว่าผมจะไม่รับเงินสีเทานี้อีกต่อไป
(http://img2.f0nt.com/25/e66ba7960e0b0cd7b49ae899b71025c5.gif)
เช็คใบนี้ เป็นส่วนนึงของเงินสีเทาที่ผมได้รับมาล่าสุดในปีนี้ มีเช็ค 1200 ซึ่งฉีกทิ้งลงถังขยะไปแล้วใบนึง
และใบนี้มูลค่าไม่มากไม่มายอะไร 600 บาท
ภาษี ผมก็โดนคิดไปจากเจ้าเงินสีเทาก้อนนี้ ที่ได้รับเป็นเหมือนค่าตอบแทน
เคยแจ้งไปที่อีกฝั่งนึงแล้วว่า ผมไม่ขอรับเงินส่วนนี้ เพราะไม่สะดวกใจที่จะรับ แต่ทางนั้นก็ไม่หยุดส่งเช๊คมา :08:
ผมแก้ปัญหาง่ายๆด้วยการฉีก :30: สะใจดี ...
ใบนี้ฉีกแล้วนึกได้ เลยถ่ายเก็บไว้หน่อย เผื่อมาทวงจะได้บอกว่าฉีกจริงๆ
ฉีกเงินทิ้งครบ 5000 แล้ว :30: สะใจ :30:
(เดี๋ยวมีต่อ)
:25: :46:
ขอบคุณค่ะหมอแมว
แนนไม่ค่อยรู้อะไรเรื่องการทำงานในวงการแพทย์
(ที่จริงวงการอื่นก็ไม่รู้เหมือนกันแหละ)
หมอแมวมาเปิดกะโหลกแนนนะเนี่ย
รออ่านค่ะ
เปลี่ยนจากฉีกเป็นโอนมาให้ผมก็ได้นะครับ
ผมยอมเสียสละ
:37:/
รออ่าน :25:
รอรับโอน :25:
โบว์ก็ขอเสียสละด้วยนะคะ เดี๋ยวจมล.เลขที่บัญชีไปค่ะ :02:
ยังไง กลัวหมอแมวเมื่อยมือ ที่จะต้องฉีก
เปลี่ยนที่อยู๋มาลงที่ห้องเอก็ได้นะครับ เอฉีกให้เอง :25:
สามัคคีัไปในทางเดียวกันดีเนอะ :30:
ไล่เรียงมาสารพัด จริงๆจะบอกอย่างนี้ครับ
เรื่องที่เล่ามา จริงๆมันไม่มีถูกไม่มีผิด เพราะนี่มันถูกกฎหมาย แล้วก็ไม่มีจรรยาแพทย์ข้อไหนที่บอกว่าผิด
(ยกเว้นส่งมั่ว คนที่ไม่จำเป็นก็ส่ง เพื่อเอาเงิน อะไรประมาณนั้น)
แต่ในการเลือกที่ทำงาน หรือจะเลือกทำงานอะไรสักอย่าง บางครั้งมันมีอะไรที่มากไปกว่าเงิน หรือเวลาทำงาน
อย่างผมเอง ที่ทำงานใหม่ รายได้ลดลงจากเดิม 50% (จาก 500 หน่วยสมมุติ เหลือ 250 หน่วยสมมุติ)
ตัวงานเบาลงประมาณ 20% เทียบจากเนื้องาน
เป็นข้าราชการเหมือนเดิม ทำงานในจังหวัดเดิม
เงินสีเทาตัวนี้ไม่มีอีกต่อไป :30: เพราะว่าที่นี่ผมได้รับอิสระจากผอ. ประมาณว่าถ้าจะส่งพวกนี้ ผมส่งไปให้หมอเฉพาะทางตรวจแล้วให้เค้าสั่งก็ได้
คนรอบข้างหลายคนมองว่าผมเป็นตัวประหลาด เพราะคลินิกไม่เปิด เอกชนไม่ทำ ทำงานรัฐบาลอย่างเดียว :30:
ตอนไปงานเลี้ิยงรุ่น เพื่อนๆคุยเรื่องเงินเดือน มีคนนึงทนแรงกดดันงี่เง่าของชาวบ้านไม่ไหว ... หมอดีๆก็เลยมีอันต้องระเห็จออกจากราชการ เงินเดือน 400 หน่วยสมมุติ ไปทำงานรพ.เอกชน ได้เงิน 2000 หน่วยสมมุติ เงินเดือนเพิ่มขึ้น 5 เท่า ทำงานวันละ 8ชั่วโมงจันทร์-ศุกร์
ไอ้คนนี้เงินเดือนมากกว่าผมตอนนี้ประมาณ 8-9 เท่า ตอนบอกเงินเดือนมันไป มันชวนไปทำงานด้วยเลย การันตีให้ผม 1000 หน่วยสมมุติ
ผมก็ไม่เอา
ไม่ใช่เพราะไม่อยากได้เงินนะ ... จริงๆอยากได้ แต่ว่างานมันไม่ใช่
ตอนมาสมัครเป็นหมอ สอบสัมพลาด ก็บอกอาจารย์ไปเลยว่า ความตั้งใจอันดับแรกของการเป็นหมอ คือ "เพราะงานมันมั่นคง เงินดี ชีวิตครอบครัวมีความสุข"
เพราะถ้างานไม่มั่นคง ชีวิตไม่มีความสุข จะหวังให้ผมไปช่วยเหลือประชาชนที่ยากไร้(แต่กู้เงินขี่มอเตอร์ไ๙ค์ใหม่ๆ มือถือใหม่ๆ กินเหล้าทุกวัน)ได้หรือ
ชีวิตตอนนี้มั่นคงดี เงินพอมีเก็บ โอกาสตกงานแทบเป็นศูนย์ ครอบครัวทางพ่อแม่ไม่มีใครเดือดร้อนเรื่องเงิน
แล้วก็มีความสุขกับการเป็นหมอโรงพยาบาลของรัฐ อยู่ไปแบบนี้
ความฝันตอนนี้คือ ไปเรียนต่อเฉพาะทางแล้วกลับไปทำงานในโรงพยาบาลจังหวัดสักสามสี่ปี แล้วค่อยขยับขยายต่อตอนมีลูกไปแล้ว
ความฝันสูงสุด คือ เปิดคลินิกแบบอาจารย์สภา (http://hilight.kapook.com/view/18862) .... (แต่แฟนผมไม่ยอมให้เปิดหรอก :48:)
ส่วนความฝันสำรองก็มี ... ถ้าโดนฟ้องหรือเจอกดดันเยอะๆ ก็พร้อมที่จะลาออกจากราชการไปทำงานเอกชน ทนทำงานที่เบากว่าคนไข้น้อยกว่าเงินดีกว่า แบบไม่เต็มใจเท่าไหร่ :30: :30: :30:
คลินิคแบบอาจารย์สภาคืออะไรเหรอคะ :09:
:22: ดีใจได้อ่านอะไรแบบนี้ ยุกยิกดี
อยากให้โลกเรามีคนแบบหมอแมวเยอะๆ :12:
แค่นี้ก็ร้อนแย่แล้วนะ
:50:
ยินดีที่หมอแมวมีความสุขกับการงานครับ :46:
ส่วนเจ๊แตน เราว่าอยู่ที่เก่าดีกว่า
ที่ใหม่ที่เวลาของเราหายไปตั้งเยอะแลกกับเงิน 1000 บาทและโอที 2 เท่า
แค่นี้ก็ไม่คุ้มแล้ว
เรื่องพวกนี้ เพื่อนเคยเล่าให้ฟังเหมือนกันค่ะ เงินแบบนี้ วงการแอ้เยอะเลย แต่ไม่เคยรับกับเขาเลยซักบาท
แอ้ว่า เงิน หาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ความภาคภูมิใจในความเท่ห์ มันต้องสะสมกันยาวเลย..
หมอแมวเป็นคนดีจริงๆ ค่ะ.. :46:
แอ้เคยถามเพื่อนที่เป็นหมอ ว่าทุนก็มี เปิดคลีนิคไหม แฟนก็เป็นหมอกันทั้งคู่ เรียนเก่งอีก..
ไป รพ.เอกชนไหม .. เขาบอกว่า คนเปิดกันเยอะ รพ.เอกชนเยอะแล้ว.. ถ้าเขาไม่ทำ รพ.รัฐอีกคน
หมอยิ่งน้อยลงไปอีก.. ตอนนี้ย้ายไปประจำที่หนองคายได้สองสามวันแล้วค่ะ .. ว่างๆ ว่าจะตามไปเที่ยว.. :52:
+ หมอโก้มาก
น่าจะมีหมอที่ดี และมีอุดมการณ์แบบนี้เยอะๆนะคะ
เพราะสังคมสมัยนี้เงินมาก่อนเสมอ
โอ๋ก็เป็นอีกคนเหมือนกันนะที่บางทีทำอะไรก็ต้องตามน้ำ เพื่อความอยู่รอดของตัวเองในสังคม
และที่ทำงาน :16:
ผมว่าน่าจะมีแนวทางในการจัดการมากกว่า
เพราะคนที่รับ จริงๆผมก็ว่าไม่ผิด
แต่คนจ่ายน่าจะต้องระวังเพราะการจ่ายเงินมันเอื้อต่อการเกิดคนไม่ดีตามมา :25:
โรนัลโด้ ของแมนยูบอกว่า ขบวนรถไฟมันจะมาแค่เที่ยวเดียว..
จากนั้นมันก็ย้ายทีม
วันนี้ผมทำงานอยู่ดีๆ ก็มีคนมาชวนไปทำงานด้วยกัน
ไม่อยากจะไปเล้ย... แต่รถไฟมันอาจจะมาเที่ยวเดียวจริงๆนะ :01:
อืม รถไฟของโอ๋มันผ่านมา 2 ขบวนแล้วค่ะ
แต่โอ๋ยังลังเล ไม่ไปสักที เพราะคิดว่าที่นั่งอยู่มันก็ดีอยู่แล้วหรือเปล่า
หรือกลัวที่จะไปคันใหม่นะ
รถไฟรึรถด่วน
ว่าด้วยเรื่อง งาน เงิน ความหวังและอนาคต
พักนี้ด่าน้องนุ่งที่สนิทไปหลายคน
ว่าจะทำอะไรให้รีบทำ เอ้อระเหยลอยชายมามากแล้ว
อายุอานามก็เยอะแล้วนะยะ รีบๆทำงานทำเงินได้แล้ว
มองย้อนกลับมาแล้วจะเสียดายนะ
ว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา เอาเวลาไปทำอะไร ไปชิล ไปเล่น ไปกินเที่ยว
ลองดูคนรุ่นเดียวกันเค้าก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว
ตอนนี้บางทีโบว์ก็มานั่งนึกเสียดายเหมือนกัน
ว่าถ้าขยันมากกว่านี้ และวางแผนให้ดีกว่านี้ป่านนี้คงมั่นคงกว่านี้ :22:
เคยคิดแบบนั้นบางครั้ง
ทุกครั้งเสียงที่ตอบกลับมาคือ อะไรเกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ
พี่ๆ ที่ออฟฟิศก็คอยบอกแนนแบบนี้ตลอด
(ไม่ได้เอามาจากหนังสือนะ)
สิ่งที่เราเลือกทำ ทุกอย่างๆ คือความต้องการของเรา
ณ ตอนนั้นที่เราเลือก แม้จะด้วยอารมณ์หรือเหตุผล
เราก็เลือกด้วยความเป็นตัวเรา
เพราะอย่างนั้นไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร
เราก็ได้ใช้ชีิวิต
ไปเร็ว ไปช้า ก้าวหน้าหรือก้าวหลัง
แต่ทุกอย่างที่เราเลือกเหมาะสมแล้วสำหรับเรา
เอ้อ แต่สนับสนุนเรื่อง อยากทำอะไรให้รีบทำ
แนนอ่านการ์ตูนอิคิงามิ สาส์นสั่งตาย คู่กับดูหนังเรื่อง 1 Litre of tear
แล้วรู้สึกหวงทุกช่วงเวลาของชีวิตขึ้นมาทันที
ป.ล.
เจ๊โบว์อย่าเสียดายไปเลย
เป็นเจ๊โบว์แบบทุกวันนี้ ดีที่สุดแล้ว
รักเน้อ :22:
อ่านข้อความแนน...แล้วดูอวตารแนน
อ่านข้อความแนน...แล้วดูอวตารแนน
อ่านข้อความแนน...แล้วดูอวตารแนน
อ่านข้อความแนน...แล้วดูอวตารแนน
อ่านข้อความแนน...แล้วดูอวตารแนน
:52: สบายใจ
ยังไม่ได้ด่าแนนอีกคนนี่หว่า ด่าเรื่องอะไรดี
อ้าว ไม่มี เพราะแนนเป็นแนนอย่างทุกวันนี้ก็ดีแล้วเช่นกัน
แนนตอนนี้ก็ยังเป็นน้องที่น่ารักเหมือนเดิม เหมือนเมื่อตอนที่เราเจอกันหลายปีโน้นนนนนนนนนนนนนนนนนน :27:
โหย อ่านไปอ่านมา หาเรื่องด่าน้องๆนี่หว่า :30:
ขอขยายความ คำว่าด่า
ด่าของโบว์แปลว่า "รักนะ" :27: :27:
วันสองวันนี้อากาศมันหมองๆ รู้สึกเศร้าๆ :39:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ลิ่ง เมื่อ 01 ก.ค. 2008, 13:42 น.
ว่าด้วยเรื่อง งาน เงิน ความหวังและอนาคต
พักนี้ด่าน้องนุ่งที่สนิทไปหลายคน
ว่าจะทำอะไรให้รีบทำ เอ้อระเหยลอยชายมามากแล้ว
อายุอานามก็เยอะแล้วนะยะ รีบๆทำงานทำเงินได้แล้ว
มองย้อนกลับมาแล้วจะเสียดายนะ
ว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา เอาเวลาไปทำอะไร ไปชิล ไปเล่น ไปกินเที่ยว
ลองดูคนรุ่นเดียวกันเค้าก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว
ตอนนี้บางทีโบว์ก็มานั่งนึกเสียดายเหมือนกัน
ว่าถ้าขยันมากกว่านี้ และวางแผนให้ดีกว่านี้ป่านนี้คงมั่นคงกว่านี้ :22:
เวลาและจังหวะชีวิตแต่ละคนมาไม่พร้อมกันนะอุ้ย!!!
ลืมไปเลย
เอาแบบที่โบว์บอกแหละ :21:
ขบวนสุดท้าย .. ไม่เคยมี
ชานชลาแห่งนี้ไม่มีวันสาย.. :22:
ของผมตัดขบวนรถด่วนที่อายุ 30-35 ปี
หลังจากนั้นคงต้องหาความมั่นคงในชีวิต :48:
ของตูโดนห้ามสับรางเด็ดขาด ไม่งั้นตาย
:30: ต้องลอง
ว่าสับรางแล้ว จะโดนสับอะไร
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 01 ก.ค. 2008, 20:09 น.
ของตูโดนห้ามสับรางเด็ดขาด ไม่งั้นตาย
เอ่อ แสดงว่ามีให้สับรางสิคะเนี่ย :56:
สับรางเหมือนสับใจ
สับไม่ทันไร ก็โดนสับเอง :48:
สุดยอกมากครับท่าหมอแมว
เอาจริงนะ คือดีที่แอนไม่เจ้าชู้และไม่มีคนอื่นโบว์เลยสบายใจ
แต่ถ้าวันไหนมีขึ้นมาโบว์ก็ไม่เอาไว้เหมือนกัน :22:
ประโยคสุดท้ายนี่แหละเจ๊ พิฆาตทุกสิ่ง
อ้างคำพูดจาก: โบว์ลิ่ง เมื่อ 08 ก.ค. 2008, 12:00 น.
เอาจริงนะ คือดีที่แอนไม่เจ้าชู้และไม่มีคนอื่นโบว์เลยสบายใจ
แต่ถ้าวันไหนมีขึ้นมาโบว์ก็ไม่เอาไว้เหมือนกัน :22:
ว่าแต่ ไม่เอาอะไรไว้เหรอ เจ๊โบว์.. :02:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ลิ่ง เมื่อ 08 ก.ค. 2008, 12:00 น.
เอาจริงนะ คือดีที่แอนไม่เจ้าชู้และไม่มีคนอื่นโบว์เลยสบายใจ
แต่ถ้าวันไหนมีขึ้นมาโบว์ก็ไม่เอาไว้เหมือนกัน :22:
ยิ้มอย่างนี้ น่ากลัวกว่าโวยวายอีกนะ เสียวแทน :43:
สมกับเป็นจู๋ งาน เงิน ความหวัง อนาคต (ของไอ้แอน)
ไม่เอาวงเล็บก๊าบ :05:
งั้นตัดให้
สมกับเป็นจู๋ งาน เงิน ความหวัง อนาคต ของไอ้แอน
ค่อยยังชั่ว :12:
:07: ซะที่ไหนล่ะ
น้องชายของปิงอยู่หอการค้า เพิ่งได้งานที่ซีพี
แต่เค้าต้องหาคนรับประกัน
ญาติโยมก็ไม่มีใครที่มีคุณสมบัติตามที่ระบุเลย
น้องเลยไม่สามารถทำงานที่นี่ได้ค่ะ
โบว์เศร้าจัง :05:
ต้องรับประกันยังไงอะคะ :09:
แบบมีเงินในบัญชีอะไรเท่าไหร่ เหมือนเวลาขอพาสปอร์ท หรือว่าใช้ข้าราชการค้ำเหมือนประกันตัว
เพิ่งรู้ว่าสมัครงานแล้วมีเรื่องงี้ด้วย :25:
ต้องเป็นข้าราชการซีอะไรขึ้นไปเนี่ย 6 หรือ 7
ถ้าเป็นพนักงานบริษัทก็ต้องมีตำแหน่งสูงกว่าตัวเอง
ถ้าประกอบกิจการก็ต้องมีใบประกอบการ เช่นจดทะเบียนบริษัท
แล้วก็ไม่มีใครเลย
เพราะปิงก็ทำงานกับพวกพี่ซึ่งยังไม่ได้จดบริษัท จดแค่คณะบุคล :39:
โฮ่ย งานว่าหายากแล้ว
ยังจะมีข้อแม้อะไรอย่างงี้อีกหรือนี่ :08:
นั่นซิ สงสารน้องมันมากเลยว่ะ
รู้สึกงี่เง่าพิลึกเลย :08:
ตำแหน่งอะไรน่ะ
ทำไมต้องค้ำกันขนาดนั้น :09:
ซีพี ค้ำประักันทุกตำแหน่ง
น่าเสียดายแทน :46:
กับอิคนที่ไม่มีความสามารถแล้วเส้นใหญ่คับบริษัทอะนะ
เห้อ รู้สึกโชคดีในการทำงานเพิ่มอีกกระเปาะ
จะตัวนวลทำม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย :37:
อ้างคำพูดจาก: psyfer_DeV เมื่อ 13 ก.ค. 2008, 02:23 น.
ตำแหน่งอะไรน่ะ
ทำไมต้องค้ำกันขนาดนั้น :09:
เป็นเซลล์ฮร้า ใช้เงินค้ำก็ไม่ได้ด้วยนะ :16:
เอ๋ แล้วอย่างผมนี่จะค้ำได้มั้ย :37:
งั้นต้องมาวัดว่ากราฟฟิกดีไซน์เนอร์หนุ่มจักรี
กับตำแหน่งเซลล์ซีพี อันไหนสูงกว่ากัน
เพราะเค้าบอกว่าคนที่ค้ำจะต้องตำแหน่งสูงกว่า
เอ่อ
แล้วตกลงจะวัดยังไงหว่า :39:
เอ้ย ตำแหน่งผม ตามศํกดิ์แล้วผมเป็นเมเนเจอร์นะ :37:
บริษัทอะไรเหรอ :09:
บริษัทแห่งหนึ่งย่านรังสิตครับ
พอดีงง ก็เลยถามพี่ชาย ว่า พี่ครับตกลงผมตำแหน่งอะไรครับ พี่ชายบอกว่า กรี จะเอาตำแหน่งอะไรได้ทั้งนั้นแหละ
ผมตกลงใจแล้ว ผมเอา ตำแหน่ง MD ละครับ massager director
เบื่องานประจำ แต่ไม่รู้จะไปทำอะไรกินเหมือนกัน
ตอนนี้ เลยขุดเอาการ์ตูนที่ซื้อๆไว้ มาเรียงเล่ม
กะเอาไปขายในเว็บ
แต่ยังทำใจไม่ได้ เสียดาย :05:
(http://img2.f0nt.com/13/a972aa9df1ca4de520a187fc51ad041e.gif)
:38: ที่นอนแทบไม่มี
มีดิ นี่รื้อออกมาจากกล่อง :53:
นั่งในกล่องแล้วกดคอม
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 13 ก.ค. 2008, 13:20 น.
บริษัทแห่งหนึ่งย่านรังสิตครับ
พอดีงง ก็เลยถามพี่ชาย ว่า พี่ครับตกลงผมตำแหน่งอะไรครับ พี่ชายบอกว่า กรี จะเอาตำแหน่งอะไรได้ทั้งนั้นแหละ
ผมตกลงใจแล้ว ผมเอา ตำแหน่ง MD ละครับ massager director
แผนกส่งเอกสาร มีหัวหน้า เท่ชมัด :37:
:30: :30: :30:
เหมือนพวกคุมวินมอไซค์หรือเปล่า :49:
สุดยอดไปเลยจักรี
ฮานะจักรี :30:
อ้างคำพูดจาก: กาปอกของถลุก เมื่อ 13 ก.ค. 2008, 13:24 น.
เบื่องานประจำ แต่ไม่รู้จะไปทำอะไรกินเหมือนกัน
ตอนนี้ เลยขุดเอาการ์ตูนที่ซื้อๆไว้ มาเรียงเล่ม
กะเอาไปขายในเว็บ
แต่ยังทำใจไม่ได้ เสียดาย :05:
(http://img2.f0nt.com/13/a972aa9df1ca4de520a187fc51ad041e.gif)
ในเว็บมีเท่านี้เหรอครับ
รอดูอีกๆ เผื่อเจอเล่มที่ตามหา
:25: มีลักกี้แมนมั้ยคะ อยากได้
ของ RARE นะจั๊ว :25:
เป็นตูตูไม่ขายหรอก อย่างหวงเลย
แต่หลายเล่มเพื่อนยืมไปข่มขืนมา ยับยู่ยี่ ปกฉีก :05:
:30: เคยมีค่ะพี่แอน ครบเซต
แต่เพื่อนพี่ยืมแล้วหายไปไหนไม่รู้
ตอนนี้เหลืออยู่เล่มเดียว กับปกของอีกหลายเล่ม :05:
นั่นแหละๆ :07:
ตูมีอีกหลายเรื่องเลยที่เป็นยังงี้
เป็นความช้ำของคนรักการ์ตูนเลยนะ
เอ๊ะนี่เป๋หรือยัง :55:
ไปปั่นข้างล่าง เดี๋ยวปั๊ดให้ยักษ์สาป :07:
โต้ดก๊าบ :05:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ลิ่ง เมื่อ 13 ก.ค. 2008, 01:51 น.
ต้องเป็นข้าราชการซีอะไรขึ้นไปเนี่ย 6 หรือ 7
ถ้าเป็นพนักงานบริษัทก็ต้องมีตำแหน่งสูงกว่าตัวเอง
ถ้าประกอบกิจการก็ต้องมีใบประกอบการ เช่นจดทะเบียนบริษัท
แล้วก็ไม่มีใครเลย
เพราะปิงก็ทำงานกับพวกพี่ซึ่งยังไม่ได้จดบริษัท จดแค่คณะบุคล :39:
หมายความว่าไรอ้ะเจ๊ :09:
พอจะรู้จักคนๆ นึงที่เค้าทำงานซีพีด้วยง่ะ ช่วยไรได้มะ
หลังไมค์ๆ ละกัล
เบิ้ลซะเลย
จริงๆ ปีที่แล้วเกือบได้ทำงานคอลเซ็นเตอร์ที่ซีพีด้วยนะ
แต่ว่าเวลาทำงานไม่พอ (อยู่ไม่ถึงสามเดือน) เลยอด :37:
น้องพี่ปิงเค้าปฎิเสธไปแล้วแหละเดือน อีกเรื่องนึงคือ
ถึงจะมีตำแหน่งที่สูงกว่า คนอื่นที่ไม่ใช่ญาติกัน
เค้าก็คงไม่อยากค้ำประกันให้หรอก เพราะมันเสี่ยงน่ะ :39:
อ๋อ นึกว่ารับรองฟามประพฤติไรงี้ไง :37:
อู้ย ขนาดญาติที่ไม่สนิทกันจริงๆ เขายังไม่รับกันง่ายๆ เลย
เท่าที่รู้ บางบ.เขาเรียกหาผู้ค้ำประกันเนื่องจากเผื่อไว้กรณีพนักงานไปทำอะไรให้บ.เสียผลประโยชน์หรือมีทรัพย์สินเสียหาย
ถ้าพนักงานคนนั้นไม่ชดใช้ ก็จะไปเรียกเอากับผู้ค้ำประกัน
แต่เดี๋ยวนี้หลายๆ บ.เขาไม่มีแนวคิดค้ำประกันกันแล้วนะ อย่างบ.ในเครือมิตซูบิชิก็เพิ่งยกเลิกไป
ดีนะคะเนี้ยที่บริษัทโอ๋ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน
พักนี้พอขยันขึ้น แล้วพูดกะลูกค้าดีๆไม่ด่าลูกค้า
งานเข้าเพียบเลย แฮร่ ดีใจจัง :40: :40:
:25:
สรุปตอนนี้โบว์แอนปิง เป็นบริษัทรึยัง :09:
........................................................
เคยหวังไว้ว่าอยากจะเป็นบริษัทที่เป็นที่พึ่งพึงของลูกค้า แต่กลายเป็นช่องว่างเอาไว้ให้โดนเอาเปรียบ
งาน เงิน ช่วงนี้ขึ้นๆลงๆ เหวี่ยงกันจนหัวหมุน มันไม่มีอะไรที่ยาก มากไปกว่าคำพูด กับใจคน
ยังไม่ได้จดว่ะ จดคณะบุคคล
แต่เดี่ยวปลายปีนี้จะจดบริษัทแหละ
ส้ม แกควรขึ้นมาเจอชั้นกับแอนโดยเร็วที่สุด
แกต้องมาฝึกวิชามารว่ะ มามะ :27:
ปลายปีนี้มีสิ่งดีๆเกิดขึ้นเยอะ :33:
ก็บอกจะขึ้นๆๆๆๆๆ
ใครวะบอกไม่ว่าง :07:
ก็อาทิตย์ที่แล้วไม่ว่างไง แต่ตอนนี้ว่างแล้ว
มาดิ มาวันนี้เลย
ส้ม แกต้องเขี้ยวให้มากกว่านี้ มาเดี๋ยวเรื่องนี้ชั้นจะเทรนแกเอง
ส่วนเรื่องเทคนิกเนี่ย เดี๋ยวให้แอนสอน :27:
พรุ่งนี้จะไปเปลี่ยนนามสกุลที่สถานทูต
อาจขึ้นมะรืน หรืออะไร เดี๋ยวดูอีกที :25:
\\ ขอเทรนนอกสถานที่นะ ไปที่ไหนกันดี :30:
เปลี่ยนเป็นอะไร สิงห์โตเหรอ
ขนลุก :39:
เปลี่ยนเป็น สิงห์โตขนลุก :30:
ทำไมเปลี่ยนที่สถานฑูต :09:
:30:
นาวสาว กฤติกา สิงห์โตขนลุก
:30:
พี่ศักดิ์ :07: โอ๊ยยย ... วันนี้มันวันอะไรกันวะเนี่ยยยยยยยยย !!!!
มันต้องไปทำเรื่องก่อนน่ะ พอดีพ่อเลี้ยงตูเป็นฝรั่งเศส
อายว่ะ ไอ้ห่าพูดฝรั่งเศสไม่ได้ แถมหน้าไม่ให้ แต่นามสกุล มอลเทล :05:
อ่อ อย่างนี้นี่เอง
Sir Can i change my surname from Moltel to Singhtokonlook :37:>
:13:
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม เมื่อ 14 ก.ค. 2008, 11:30 น.
พี่ศักดิ์ :07: โอ๊ยยย ... วันนี้มันวันอะไรกันวะเนี่ยยยยยยยยย !!!!
มันต้องไปทำเรื่องก่อนน่ะ พอดีพ่อเลี้ยงตูเป็นฝรั่งเศส
อายว่ะ ไอ้ห่าพูดฝรั่งเศสไม่ได้ แถมหน้าไม่ให้ แต่นามสกุล มอลเทล :05:
อ่อ จ้ะ
ก็ว่าไหงเปลี่ยนนามสกุล แล้วไปสถานฑูต ซะงั้น
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 14 ก.ค. 2008, 11:32 น.
Sir Can i change my surname from Moltel to Singhtokonlook :37:>
:30:
:05a:
ส้มแต่งงานแล้ว :05:
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 14 ก.ค. 2008, 11:32 น.
Sir Can i change my surname from Moltel to Singhtokonlook :37:>
:30:
อูย...
มีโอกาสได้คุยกะตาลเรื่องงานเรื่องการ
เลยขอก็อปปี้ข้อความที่คุยกันมาแปะแล้วกันนะ
มีโอกาสทำตังมากกว่าชาวบ้านเค้า ก็ดีตั้งเยอะแล้วแก
ไม่ทำตอนนี้จะทำตอนไหน พี่ก็ปั่นเงินหัวหมุนเหมือนกัน
สู้ๆแล้วกัน เพราะพี่ตั้งใจจะขยันให้มากกว่านี้ เหมือนกัน
วันข้างหน้าไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น จะได้รับมือไหว
จากใจ :12:
นี่เป็นความรู้สึกตอนนี้ที่เป็นอยู่เลย
บางทีก็กลัวก็กังวลนะ กับสิ่งที่จะต้องเผชิญกับภาระหนี้สินข้างหน้า
แต่ช่างหัว เราต้องทำได้ซิวะ :33:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 13 ก.ค. 2008, 13:20 น.
บริษัทแห่งหนึ่งย่านรังสิตครับ
พอดีงง ก็เลยถามพี่ชาย ว่า พี่ครับตกลงผมตำแหน่งอะไรครับ พี่ชายบอกว่า กรี จะเอาตำแหน่งอะไรได้ทั้งนั้นแหละ
ผมตกลงใจแล้ว ผมเอา ตำแหน่ง MD ละครับ massager director
ผู้ควบคุมการนวด ???
แผนไทย หรือ แผนปัจจุบัน ครับ :04: :04: :04:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ลิ่ง เมื่อ 13 ก.ค. 2008, 01:51 น.
ต้องเป็นข้าราชการซีอะไรขึ้นไปเนี่ย 6 หรือ 7
ถ้าเป็นพนักงานบริษัทก็ต้องมีตำแหน่งสูงกว่าตัวเอง
ถ้าประกอบกิจการก็ต้องมีใบประกอบการ เช่นจดทะเบียนบริษัท
แล้วก็ไม่มีใครเลย
เพราะปิงก็ทำงานกับพวกพี่ซึ่งยังไม่ได้จดบริษัท จดแค่คณะบุคล :39:
ข้อย C6 แต่จ้นนจน.. :05:
^
^
^
ผม C5 ครับ .... สวัสดีครับ พี่ :46:
ว้าย c5 รับประกันไม่ได้ ว้ายๆๆๆ :49:
vีกไม่กี่เดือนจะไม่มีซีแล้ว .... :49:
ซีเลี้ยวหว่า :07:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 21 ก.ค. 2008, 00:12 น.
^
^
^
ผม C5 ครับ .... สวัสดีครับ พี่ :46:
ผม C4 เองครับ สวัสดีครับ
ลุง :46:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ลิ่ง เมื่อ 20 ก.ค. 2008, 23:44 น.
มีโอกาสได้คุยกะตาลเรื่องงานเรื่องการ
เลยขอก็อปปี้ข้อความที่คุยกันมาแปะแล้วกันนะ
มีโอกาสทำตังมากกว่าชาวบ้านเค้า ก็ดีตั้งเยอะแล้วแก
ไม่ทำตอนนี้จะทำตอนไหน พี่ก็ปั่นเงินหัวหมุนเหมือนกัน
สู้ๆแล้วกัน เพราะพี่ตั้งใจจะขยันให้มากกว่านี้ เหมือนกัน
วันข้างหน้าไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น จะได้รับมือไหว
จากใจ :12:
นี่เป็นความรู้สึกตอนนี้ที่เป็นอยู่เลย
บางทีก็กลัวก็กังวลนะ กับสิ่งที่จะต้องเผชิญกับภาระหนี้สินข้างหน้า
แต่ช่างหัว เราต้องทำได้ซิวะ :33:
กำลังเผชิญอยู่เหมือนกัน รับรู้ถึงความไม่มั่นคงของการงานแบบสุดซาบซึ้งหัวใจ
ตูก็เลยมีแนวคิดถอยหลังออกมา 1 ก้าว ถอยในที่นี้ คือถอยออกมารอที่จุดสตาร์ท เหมือนนั่งวิ่งแข่ง
สตาร์ทอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง เวลาที่พุ่งออกไปจะได้ไม่ล้มลุกคลุกคลาน
จากที่ตูเพียรหางานประจำเพื่อต่อยอดธุรกิจหลายทาง ก่อนหน้านี้เน้นไปทางราชการ ก็คิดได้ว่า
โหววว ห่า.. เงินเดือน 8000 ปริญญาโท จะเอาอะไรกินวะแถมต้องนั่งอยู่กับที่ทั้งวัน จะรับงานราชการมากิน อย่าไปเป็นคนในจะดีกว่า
ตอนนี้เลยได้งานจากคหบดีตัวแม่ ของพัทยา ทุนหนามาก (ลูกค้าใหญ่ๆของตูเช่าที่กับแกทุกคน)
ตูจึงคิดว่าถ้าได้ทำกับที่นี่ ตูน่าจะได้ข้อมูล คอนเนคชั่นเยอะมากแน่ๆ แล้วค่อยดึงงานออกมาเข้าบริษัท ก็ว่ากันต่อไป
ส่วนหุ้นส่วนของตู ตูให้ไปประจำการที่เซ็นทรัลที่กำลังจะเกิดที่พัทยา คิดว่าน่าจะได้ ของตูเริ่มงานวันที่ 1 นี้
ต่อไป อนาคตไม่รู้จะเป็นยังไง ในเมื่อความรู้ และเครือข่ายมันยังไม่พอ
ก็ต้องลงมานับที่ศูนย์กันบ้าง เพื่อการออกตัวที่มั่นคง
// ตื่นเต้นว่ะ ไม่เคยทำงานแบบมีเจ้านายมานาน
:12:
ส้มเก่ง
ทำได้แน่นอน
ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นมีเจ้านายแล้วเหมือนกันครับ :37:
ช่วงนี้ วิกฤต เศรษฐกิจรุมเร้า มากๆ แถมภาระยังเพิ่มขึ้น
งานก็ออกน้อยลูกค้าก็ งกขึ้น เงินทองหายาก แต่ค่าใช้จ่ายลดง่าย
แผนและเงินที่วางๆ ไว้ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เดี้ยงไปเลย
ปลายปีที่แล้ว ทำอะไรก็ดี งานเข้าเงินง่าย เก็บไว้ทำนู่นนี่ คิดว่าเอาอยู่แล้วเชียวนะ
มามาตอนนี้ ยังกะหนังคนละม้วน เคยทุกข์หนักเหนือยหน่ายกว่านี้เยอะแต่ก็เป็นอยู่คนเดียว อย่างน้อยก็ไม่เคยเครียด
แต่ตอนนี้ ถึงความลำบากจะไม่ถึงครึ่งของเมื่อก่อน แต่ยอมรับเลยว่า เหนื่อยกว่าและเครียดกว่ามาก
ตอนนี้แผนๆ ที่แพลนๆ ไว้ สับสนวุ่นวายไปหมดเลย จะไปทำงาน ตปท. ก็คงจะระงับไว้ก่อน แล้วไม่รุ้เมื่อไรจะได้ไป
แต่ถึงไปก็คงเครียดหนัก เพราะทางนี้คงแย่แน่ถ้าไม่มีเรา เง้อ .... เรียกว่าขาลง ละกัน ทั้งที่ขาขึ้นเพิ่งจะผ่านไป 6 เดือนเอง
สู้ๆจักรี มันต้องมีทางออก :12:
ประสบปัญหาเดียวกันเลย
ตูเองยังไม่รู้เลยว่าทางออกของตูมันเวิร์คหรือเปล่า
คนอื่นบอกตูว่าไม่ไหวแล้วเรอะ จะถอยแล้วเรอะ ไปไม่รอดใช่มั้ย
แม่ง เสียกำลังใจชิบหาย ...
ถอยไป ไม่ได้แปลว่าอยู่เฉยๆ แต่ถอยเพื่อสร้างฐานให้แข็งแรงต่างหากล่ะ เงินก็ได้ 2 ทางด้วยนะ
อย่างน้อย มันก็ยังมีที่ๆ ได้เงินมั่งคงให้ จะได้ลดความเสี่ยงจากงานบริษัทตัวเอง เฮ้อออ.. :05:
สู้ๆ ครับเจ๊ นี่บอกตัวเองนะเนี่ย :30:
ไม่บอกก็ไม่ค่อยจะมีใครรู้ นะเนี่ยว่าผมเครียด ขนาดตัวเองยังไม่รู้เลย จนมันเริ่มปวดหัวนี่และเขาบอกเป็นเพราะเครียด :05:
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม เมื่อ 29 ก.ค. 2008, 22:54 น.
สู้ๆจักรี มันต้องมีทางออก :12:
ประสบปัญหาเดียวกันเลย
ตูเองยังไม่รู้เลยว่าทางออกของตูมันเวิร์คหรือเปล่า
คนอื่นบอกตูว่าไม่ไหวแล้วเรอะ จะถอยแล้วเรอะ ไปไม่รอดใช่มั้ย
แม่ง เสียกำลังใจชิบหาย ...
ถอยไป ไม่ได้แปลว่าอยู่เฉยๆ แต่ถอยเพื่อสร้างฐานให้แข็งแรงต่างหากล่ะ เงินก็ได้ 2 ทางด้วยนะ
อย่างน้อย มันก็ยังมีที่ๆ ได้เงินมั่งคงให้ จะได้ลดความเสี่ยงจากงานบริษัทตัวเอง เฮ้อออ.. :05:
ของเจ๊อะเจ๋งแล้ว มีงานประจำ มีบริษัทด้วย
ส่วนของจักรี เป็นใหญ่ๆ เป็นโตนะนั้น
ถ้าไม่ใส่ไม้ยม๊กแล้วมันจะดูดีมากเลยครับ เอ
เห้ย ไม้ยมกมันมาเอง :07:
ของจักรี : สู้ๆ :12: จักรีทำได้อยู่แล้ว
ของส้ม : ในฐานะคนนอก ผมเห็นว่าที่ส้มทำน่าจะเหมาะสมอยู่แล้ว เพราะมีแต่เราเท่านั้นที่จะรู้ว่าความเสี่ยงมีมากน้อยแค่ไหน ถ้าถอยมาแล้วมั่นคงมากกว่า หรือทำให้รู้สึกมั่นคงมากกว่า ผมก็ว่าคุ้มครับ
ของเอ
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 29 ก.ค. 2008, 22:58 น.
ของเจ๊อะเจ๋งแล้ว มีงานประจำ มีบริษัทด้วย
ส่วนของจักรี เป็นใหญ่ๆ เป็นโตนะนั้น
:12: เยี่ยมครับ การใส่ไม้ยมก ต้องตามหลังด้วยเว้นวรรค ... หาได้ยากที่จะเขียนได้อย่างถูกต้องแบบนี้
:30:
หมอแมว... :30:
คารวะเลยค่ะ มุกนี้ครูภาษาไทยยังเล่นไม่ได้เลยนะเนี่ย :25:
:05: ขอบคุณหมอแมวขอบคุณเอ ครับ ขอบคุณบอร์ดฟอนต์ครับ ถ้าไม่ได้ที่นี่ก็ไม่รุ้จะเอากำลังใจมาจากที่ไหน
ู
ขอบคุณทุกๆ ท่าน เช่นกันค่ะ :05: :05: :05:
เรื่องปัญหาการทำมาหากิน นี่ทำเอากินไม่ได้ นอนไม่หลับเลยนะเนี่ย
ขอให้พวกเราผ่านพ้น วิกฤตแห่งชีวิตกันไปได้ด้วยดีนะคะ
สู้ๆ ครับทุกคน :25:
ผมก็กำลังสู้กับวิมานเงียบเหมือนกัน
แล้วตกลงเจ๊ส้มกับจักรีทำงานอะไรกันเหรอครับ :37:
เก็บเห็ด ต้มขาย แถวตลาดรังสิตนี่ละครับ
:30:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 29 ก.ค. 2008, 23:11 น.
เก็บเห็ด ต้มขาย แถวตลาดรังสิตนี่ละครับ
สู้ๆ นะครับ
- -' รู้สึกชีวิตเราสวนทางกับวิกฤตเศรษฐกิจเหลือเกิน
รายรับพุ่งเอาๆ
เป็นสามัญชน คนจนไม่มีนามบัตร
ทำงานเงินเดือนจำกัด วุฒิใบประกาศ ม.3
ครองตนอยู่ไหว ก็เพราะใจ ได้รักคนงาม
สาวทุ่งเข้ากรุงเรียนราม ส่งยิ้มงาม เสริมกำลังใจ
ความหวังยังไกล แต่ใจ ก็ยังมีสิทธิ์
หากเทอมหัวใจไม่ปิด รักคง ไม่ติดตรงไหน
สู้งานให้สม ช่วยแม่พ่อให้พอสบาย
แล้วเร่งสร้างตนเร็วไว ให้พอ คู่ควรคนดี
* ปริญญาตรี พี่คงตามน้องไม่ติด
จะสร้างปริญญาชีวิต ไว้รอ ร่วมทางชีวี
ขอเพียงสาวราม อย่ามองข้าม เมื่อยามได้ดี
เรียนจบปริญญาตรี อย่าลืมพี่ ม.3 จนๆ
** เป็นสามัญชน ความทน ไม่มีจำกัด
จะลุยด้วยใจยืนหยัด แม้ยัง อยู่ข้างถนน
ไอ้หนุ่ม ม.3 จะไม่ทำให้น้องอายคน
สาวรามอย่าได้กังวล พี่จะสร้างตน ให้น้อง ภูมิใจ
(*,**)
:12:
จักรีเป็นนักร้องเหรอครับ
ว้าแย่จัง กะจะปิดบังซะหน่อย (พูดพร้อมก้มหน้ายิ้มแหยๆ และเอามือเกาหัวทั้งทีไม่คัน)
สู้ๆ กันทุกคนนะครับ เป็นกำลังใจครับ :45:
ช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทีเดียว.. ในระหว่างที่อะไรๆ ก็ไม่แน่นอนไปสักอย่าง
ใครที่ทำงานข้องแวะกับวงการก่อสร้าง ก็ต้องเลือกอย่างระมัดระวังค่ะ
หลายบริษัทที่มีชื่อเสียงที่แอ้รู้จักมานาน กลับไม่มีงานจนถึงขั้นลดเงินเดือนพนักงานและเตรียม Lay off ในอีกสองสามเดือนข้างหน้า
ก็เป็นเพราะไอ้นักการเมือง #@$%^&* บางพวกนี่แหละ..
เฮ้อ.. ว่าจะบ่นอะไร เปลี่ยนใจไม่บ่นดีกว่า.. :22:
ขอให้ทุกคนเข้มแข็ง และโชคดี ผ่านช่วงนี้ไปให้ได้นะคะ :46:
คนรับเหมา ทิ้งงานโครงการกันกระจุย แบกรับภาระต้นทุนกันไม่หวาดไม่ไหวเลยนี่
ลูกค้าส้มตั้งราคาบ้านไม่ถูกเลย ตอนนี้ราคานี้ แต่หลังต่อๆไป ราคาเหล็กแม่งขึ้นทุกวัน
สัญญาของผู้รับเหมา ที่มีแต่ขาดทุนก็จะมายกเลิกกันซะงั้น ถ้าไม่ปรับสัญญาจ้างเรื่องวัสดุกันใหม่
สุดยอดไทยแลนด์ :05: :05:
หลังๆมานี้ ค่าปรับกับค่าเหล็ก
ผู้รับเหมายอมเสียค่าปรับแล้วทิ้งงานนะครับ :12:
ซวยกันถ้วนหน้า บางทีจะว่าเค้าก็ไม่ได้ แบกส่วนต่างซะหลังแอ่น :05:
ส่วนมาก ถ้าไม่ได้ทำสัญญาจริงจัง ค่าปรับก็ไม่สามารถปรับกันได้จริงอีกต่างหาก
(ถึงจะปรับกันจริงๆ ก็ต้องขึ้นศาลก่อน.. และแน่นอน .. มันนานพอดูกว่าเรื่องจะจบ)
ราคาของผันผวนอย่างนี้ ผู้รับจ้างแทบทั้งหมดคงไม่สามารถ support ค่าความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น (แน่ๆ) ได้
มีอีกทางคือทำสัญญาแบบ จ้างเฉพาะค่าแรง กับอุปกรณ์ค่ะ ส่วนวัสดุหลักเจ้าของจัดหาเอง ซึ่งก็จะมีผลต่อการตัดสินใจ
ของเจ้าของงานอีก ว่าจะพร้อมสร้างสิ่งก่อสร้างนั้นตอนนี้ได้หรือไม่
ส่วนงานราชการในสัญญาแบบปรับราคาได้ ก็จะมีค่า K ให้ พอจะช่วยให้ผู้รับเหมาไม่ขาดทุนได้บ้าง
แต่งานเอกชนเท่าที่เคยเห็น ไม่มีเลยเนาะ.. :56:
บ้านผมทำรับเหมาเหมือนกันครับ ค่าของแพงขึ้น ไหนจะค่าขนส่งอีก
กำไรน้อยบางทีถึงขั้นเข้าเนื้อก็มี ลูกน้องบางคนยังไม่จ่ายเงินเดือนให้เลย แต่ยังดีที่เรามีที่อยู่ให้เขา
:05: :05:
ตอนนี้เรียนอยู่ครับ รับเงินเดือนผู้ช่วยนักวิจัย ไม่มาก แต่ก้ไม่เดือดร้อนครับ
ตอนนี้ก็คุย ๆ กับเพื่อนบางคนเรื่องลู่ทางในการทำงาน บางคนก้อเริ่มเปิดคลีนิกเองแล้ว
บางคนไปทำวิจัยกะ UN ที่ตาก เงินเดือนคิดเป็นเงินไทยก็ ห้าหมื่นนิด ๆ มันบอกจะเก็บไว้พอหมดสัญญาจะได้มีเงินก้อน
แล้วก็ทยอยเล่นหุ้นนิดหน่อย
ตอนนี้ก็กะลังทำ project ให้จบ จะได้ออกไปลุยกะเค้ามั่ง ช้ากว่าเพื่อน ๆ มาสองสามปีแล้ว
ช่วยด้วยค่ะ หนูตกงาน :05:
หนูหรือหมี
หมี :56:
ขอความคิดเห็นหน่อยค่ะ
พอดีว่าส้มมีแนวคิดไม่อยากให้เงินแม่ทุกเดือน แต่จะเก็บไว้ทุกเดือนเป็นเงินก้อนของครอบครัวเผื่อฉุกเฉิน
เนื่องจากเหตุการณ์ที่แม่กับพ่อป่วยพร้อมกัน ส้มเลยเสียวเรื่องเงินก้อนใหญ่ฉุกเฉินมากๆ
แม่เองก็มีรายได้(เยอะ)อยู่แล้ว ส้มเลยคิดว่าไม่จำเป็นต้องให้เพิ่มเพื่อไปละลายใช้ฟุ่มเฟือย เก็บไว้ฉุกเฉินดีกว่า
หรือเก็บไปเก็บมาเป็นเงินก้อนขึ้น ก็ใช้ลงทุนเพื่อต่อยอดหรือเพิ่มมูลค่าได้ด้วย
(ไม่ได้ให้ทุกเดือน แต่ก็พาแม่กินข้าวช็อปปิ้ง ไปเที่ยว อะไรพวกนี้ตูก็ออกนะเฟ้ย)
พอวันก่อนมาดูรายการนึงสัมภาษณ์ไอซ์ กับนัท มีเรีย ใจความประมาณว่า ...
เราหาเงินมาได้ก็ให้ๆท่าน ได้นำไปใช้ให้สุขสบายยิ่งขึ้น ถ้าไม่ให้ตอนนี้จะไปให้ตอนไหน ต่อไปยังไงเราก็หาได้เรื่อยๆอยู่แล้ว
ตอนนี้ที่เรามีแรง มีความสามารถ ก็ทำไป ให้ท่านไปปรนเปรอความสะดวกสบายท่านไปเถอะ...
ส้มเลยเกิดอาการสะอึกเล็กน้อย ว่าตายห่า.. รึกูมีแนวคิดที่ผิดรึเปล่าฟะ เพราะคนไทยส่วนใหญ่ก็นิยมแบ่งเงินเดือนให้พ่อแม่ใช้ทุกเดือน
ส้มเลยอยากทราบว่า ท่านอื่นมีแนวคิดเรื่องนี้กันอย่างไรมั่งคะ :05:
คิดเหมือนส้ม :37:
ตอนนี้เรามีแรงหา
ถ้าวันที่ปัญหา เป็นวันที่เราหมดแรงล่ะ
เราจะไปหามาจากไหน
ให้ได้ใน 1 ลิมิต
ถ้าท่านไม่ขัดสน บุ๋มก็ว่าเก็บไว้ยามฉุกเฉินดีกว่า (เห็นด้วยกับแนวคิดพี่ส้ม)
เพราะยังไงเราก็เก็บไว้ให้ท่านอยู่ดี
ถ้าท่านต้องการหรือร้องขอ เราก็มีให้ ตลอด
คิดแบบส้มไม่ผิดหรอก ต่างคนต่างวิธี
ของตัวเองนี่ก็ทำคล้ายๆกัน คือไม่ค่อยให้เงินพ่อแม่เยอะ แต่จะเน้นรายจ่ายในบ้าน
ค่ายา ค่าหมอ พาแม่ไปซื้อของอะไรแบบนี้มากกว่า เอาแค่นี้ก็ประมาณเกือบ 5 พันต่อเดือน
ส่วนใหญ่ถ้าให้เงินนี่จะส่งส่วยให้แม่เดือนละ 1,500-3,000 บาทตังหาก แต่แม่ก็ไม่ค่อยเอาไปใช้ซื้ออะไรมากนะ
แกจะเอาไปเก็บมากกว่า เพราะค่าใช้จ่ายอื่นๆในบ้านเรา Cover หมดอยู่แล้ว
แกบอกว่าถ้าฉุกเฉินเราอยากใช้เงินก็มาถอนเอาไปได้ :42:
ส่วนพ่อนี่ไม่ค่อยให้ครับ ถ้าแกมีตังค์จะเอาไปซื้อโน่นซื้อนี่ที่มันไม่ค่อยจะมีประโยชน์
เช่น ซื้อเบียร์ ซื้อบุหรี่มาตุน หรือซื้อของไม่จำเป็นที่มันลดราคามาจำนวนเยอะๆ แต่เอามาดอง ไม่ค่อยได้ใช้
คือแนวคิดการใช้ชีวิตนี่ของเรากับพ่อ ค่อนข้างคิดต่างกัน ก็เลยไม่อยากให้แกเอาเงินที่เราให้ไปละลายทำนองนั้น
+ ทุกท่านด้วยความซาบซึ้งใจ :05:
ตูมันพวกคนเกิดมาในสภาวะแวดล้อมแบบนี้ บางทีคิดรวบยอดไป
เผื่อพลาด เลยมาสอบถามชาวบ้านก่อน
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ :25:
ส้มผิด :30:
ผิดที่ไม่มีกองทุนเพื่อนๆ
อย่าลืมนะครับ แบ่งเป็นสามส่วน
หนึ่งส่วนให้พ่อแม่
หนึ่งส่วนให้ตัวเอง
อีกหนึ่งส่วนเอามาเลี้ยงน้องๆ :25a:
เพื่อนๆ น้องๆ :13:
งั้นเลี้ยงพี่ๆ ก็ได้นะ :25:
พี่ๆ ก็ ...
ก็อะไรเหรอ :33:
ก็....ได้ :05:
ดี :37:
ผมก็คิดแบบส้มนะ ว่าเก็บไว้ฉุกเฉินเป็นเงินก้อนจะดีกว่า
เพราะเงินเป็นก้อน มันจะเอาไปทำอะไรต่อมันก็ง่ายกว่าอยู่แล้ว
ผมคิดว่าต่อไปไม่แน่ เกิดผมตายไปก่อนเค้า
อย่างน้อย เค้าก็เอาเงินตรงนี้ ไปใช้อะไรได้อีกตั้งเยอะในวันที่ผมให้ไม่ได้แล้ว
สำหรับผมเองตอนนี้ เมื่อก่อนจะให้ที่บ้านเดือนละ 5000 แต่หลังๆแม่ไม่เอา
ให้ผมเก็บไว้เป็นเงินก้อนดีกว่า เพราะค่าใช้จ่ายต่างๆ พ่อแม่แล้วก็พี่ก็ดูแลอยู่แล้ว
แต่ถ้าฉุกเฉิน มีเหตุต้องใช้เงินมากกว่าที่ใช้ปรกติ ผมก็พร้อมมีให้เสมอ
ผมก็เลยเอาไอ 5000 ที่ว่านี่ มาเก็บออมดีกว่า
เงินเฟ้อในปัจจุบันอยู่ที่ 3% ต่อปี ดังนั้นคิดง่ายๆ เงินก้อนที่เก็บจะหายไป 3% ต่อปีแบบทบส่วนเหลือไปเรื่อยๆ สุดท้ายเงินเราเท่าเดิม แต่ซื้ออะไรไม่ได้
การเก็บเงินในธนาคาร คือการจ่ายเงินเพื่อการเก็บรักษาเงินไม่ให้เน่าเปื่อยผุพัง ค่าใช้จ่ายดังกล่าวถ้าไม่เอาค่าธรรมเนียมมารวมก็เท่ากับเราเสียเงินเปล่าๆเป็นค่าเก็บรักษาเงินที่ไม่เข้ากระเป๋าใครอยู่ปีละ 3% - อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
สิ่งที่ต้องทำเพื่อรักษาดุลยภาพทางการเงินคือการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนประมาณ 3% ต่อปีขึ้นไป มากกว่านี้ไม่เรียกว่าเก็บแต่เป็นการหากำไร
แต่การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง เสี่ยงมาก เสี่ยงน้อยว่ากันไป แม้แต่การฝากธนาคารก็เป็นความเสี่ยงที่ขาดทุน
ทุกวันนี้ผมยังใช้วิธีฝากเงินกับธนาคาร เพราะไม่มีฐานะทางการเงินที่จะทำการลงทุน หุ้นคือลมพัดปลิ้วตามกระแสสีเขียวสีแดง จนกว่าจะขายให้เป็นเงินจึงจะเรียกได้ว่ากำเงินไว้ในมือ ที่ดินมีจำกัด ทองมีจำกัด แต่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ยั่งยืน เมื่อสงครามเกิด ทองก็กินไม่ได้ เมื่อเกิดวิกฤต หรือการเปลี่ยนแปลง ที่ดินที่เป็นของเรา อาจเป็นของรัฐ
ดังนั้น ทำไงก็ได้ให้มีเงินพอที่จะดำรงชีวิตและซื้อของอำนวยความสะดวกตามฐานะก็พอ บางทีอาจไม่ต้องถึงขั้นปลีกวิเวกก็พอจะอยู่ในสังคมได้
นี่แหละภาคส่วน เงิน และอนาคตด้านเงินของผม ส่วนงาน ความหวัง อนาคตในส่วนอื่นๆ ยังไม่แน่นอนครับ
พูดถึงเรื่องการเก็บเงิน ...ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเงินสดเก็บเท่าไหร่
แต่จะเก็บเอาไว้ในรุปแบบอื่น เช่น หุ้น หรือ กองทุนต่างๆนาๆ
บางคนอาจจะเก็บในรูปที่ดิน บ้าน คอนโด .... ซึ่งของพวกนี้เรียกว่าทรัพย์สิน
วอร์เรน บัฟเฟต นักลงทุนมืออันดับต้นๆของโลกบอกว่า
ทรัพย์สินควรจะเก็บเอาไว้เป็นเงินสดกับตัวประมาณ 10-20% ก็พอ (หมายถึงฝากธนาคาร)
ส่วนที่เหลือควรจะเอาไปใช้ทำให้มันงอกเงยในรูปแบบอื่นๆเช่น หุ้น กองทุน อสังหาฯ
ส่วนรถยนต์หรือของฟุ่มเฟือยต่างๆนาๆ ที่คุณค่าราคามักจะยิ่งถูกลงและถูกลงตามกาลเวลา
พวกนี้ไม่ควรนับเป็นทรัพย์สิน เพราะบางทีเราอาจจะต้องเสียเบี้ยอย่างอื่นให้มันเพิ่มซะอีก
แต่จะซื้อกองทุน หรือเล่นหุ้น ก็ศึกษาดูก่อนให้ดีๆ ไม่งั้นก็อาจเจ๊งหรือขาดทุนแน่นอน
ตอนนี้เก็บเงินด้วยวิธีการส่งให้แม่เก็บให้ครับ :49:
:42:
// คุณถูกคุมประพฤตินะครับ
จน ณ ปัจจุบัน โอ๋ก็ยังไม่มีเงินเก็บเลย :05:
เคืองตัวเองอยู่เหมือนกัน ซื้อทองเก็บไว้นิดหน่อย
ที่บ้านเค้าก็ไม่ขอ นานๆโอ๋จะส่งให้ที อย่างตอนโบนัสออก
ก็ให้เป็นเงินก้อน ช่วงนี้รู้สึกเหมือนตามใจตัวเองมาก อยากทำอะไรก็ทำ
อยากซื้อ อยากเที่ยวก็ทำ เลยกลายเป็นว่า เงินเดือนออกมา เดือนชนเดือน
ไม่ดีเลยนะคะ กะว่าเดือนหน้าตั้งต้นใหม่ คงยังไม่สายไปใช่ไหมอะ
ช่วงนี้คิดได้อย่างเดียว ยังดีนะที่มีงานทำกับเศรษฐกิจอย่างนี้เนี้ย
ไอ้สัด !!! :39:
วันนี้โดนบอกให้เขียนใบลาออก
เคยคิดว่าเวลาจะช่วยเคลียร์ทุกสิ่งเอง รู้ว่างานทุกที่มีปัญหา เลยอดทน
เสือกเป็นข้อหาที่ ไม่คิดว่าในชีวิตคนอย่างกูจะโดนได้
สองวันก่อนได้ใบเตือนแสนจะฮามาหนึ่งใบ มันคงไม่สาแก่ใจ เอาเรื่องขึ้นที่ประชุมบอกให้ไม่ผ่านโปร .. ไอ้ฟาย กูผ่านมานานแล้ว
สรุป.. ก็ผมจะให้มันออก GM โทรไปบอกมันเดี๋ยวนี้ ให้ทำงานเป็นวันสุดท้าย (หมายถึงเมื่อวาน)
..
คนทำงานได้ไม่ถึง 3 อาทิตย์ สามารถวัด Performance การทำงานคนที่ทำงานจนผ่านโปรได้ด้วยแฮะ
ปล. งดคอมเม้นท์ใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าเรื่องห้ามเขียนใบลาออก ทำเรื่องขอเงินชดเชย หรืออะไรก็แล้วแต่ ให้กูเอาปืนไปยิงมันง่ายกว่า
ตกงานรับปีใหม่ไปเลย สะใจจริงๆ
จะได้มีเวลาเที่ยวไง :25:
มันแปลว่าไม่มีตังค์ด้วยนะพี่ :37:
ไม่กล้าแตะเงินเลย กำไว้สุดหัวใจ :30:
ปีหน้านี่เขาว่าจะมีคนออกจากระบบงานกันอีกเยอะ เพื่อนเพียบเลย :25:
มีผู้ใหญ่ชวนไปทำงานแล้วล่ะพี่ พอบอกว่าสายเดิม เงินเหมือนเดิม อาจได้มากกว่า
แต่... ขอทำใจก่อน :42:
มันเป็นใครมาจากไหนตำแหน่งอะไร
ทำไมถึงมีสิทธิ์ใช้อำนาจได้อย่างเหี้ยๆ อย่างนี้ครับ
แล้วสรุปเจ๊รู้จริงป้ะ ว่ามันจะเอาออกเพราะอะไร
คิดในแง่บวกสุด ชีวิต
ก็คือ ถือว่าเป็นประสบการณ์
และเพื่องานใหม่ที่กำลังมาในอนาคต
ทำให้เราได้เรียนรู้อีกเรื่องนึง :12:
ไม่ออกความเห็นเรื่องน้องส้มละกันเนอะ
แต่ในฐานะที่อยู่สายงานคล้ายๆ กัน.. พี่ก็เคยโดนอย่างส้มล่ะ ประมาณ 1.5 เคส ได้ ..
ในความรู้สึกขณะนั้น วูบแรกโทษตัวเองนะ.. แล้ววูบที่สองห่วงความคิดคนอื่น..
อยากบอกว่า ปัดตรงนี้ออกไปเลย.. อย่าเอามาทำให้ตัวเองทุกข์
เราทำเต็มที่แล้ว.. เราตัวเล็กๆ บางทีการเมืองพวกนั้นมันก็เกินตัวเรามากไป
วันนี้เราก็ต้องเดินหน้า ถ้าเหนื่อยก็พักก่อน .. แต่ยังไงต้องเดินหน้าอย่างเข้มแข็ง
สิ่งแย่ๆ ที่เกิดขึ้น เอามันมาเป็นเชื้อเพลิงให้พลังงานสำหรับวันต่อๆ ไป แต่อย่าเอามารกใจ หรือเผาใจเราเอง
สำหรับคนที่ใช้วิธีไม่โปร่งใสกับพี่ พี่ไม่ได้ทำอะไรเป็นการตอบแทน เพียงแต่ไม่ลืมแค่นั้นเอง.
สู้ๆ นะคะ :12:
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 17 ธ.ค. 2008, 08:55 น.
มันเป็นใครมาจากไหนตำแหน่งอะไร
ทำไมถึงมีสิทธิ์ใช้อำนาจได้อย่างเหี้ยๆ อย่างนี้ครับ
แล้วสรุปเจ๊รู้จริงป้ะ ว่ามันจะเอาออกเพราะอะไร
มันเป็นโอนเนอร์ :37:
เค้าเป็นโคตรมหาเศรษฐีมาตั้งแต่ยังไม่เกิด พอต้องมาทำธุรกิจ ก็ยังไม่ยอมลงมาจากบัลลังค์ แล้วจะทำธุรกิจได้อย่างไร
เค้าซื้อตัวเทพเจ้ามาจากที่ต่างๆก็ไม่มีใครอยู่ด้วยได้นาน เทพเจ้าในโอกิลวี่ก็เคยมาทำที่นี่ :08:
โดยทัศนคติของเค้าที่ว่า ก็กูมีเงิน กูสามารถหาใครมาแทนมึงเมื่อไหร่ก็ได้
ที่สำคัญเค้าไม่เคยเป็นลูกน้องใคร ไม่เคยใช้ชีวิตธรรมดา ไม่เคยบริหารอะไร ชีวิตครอบครัวล้มเหลว
:37:
กูเองที่พลาด เนื่องจากคิดว่าความปึ๊กทางการเงินจะทำให้ทำงานราบรื่น ที่ไหนได้สงสัยต้องวัดอีคิวเจ้าของก่อนเข้าทำงาน
ขอบคุณทุกๆท่านเลยนะคะ
ถึงเจ้แอ้ :46:... ส้มเสียเซลฟ์ในการทำงานมาก เนื่องจากว่าเห้ยนี่กูทำงานไม่เป็น หรือกูเป็นคนไม่มีความสามารถรึเปล่าวะ
ตอนนี้โคตรรู้สึกย่ำแย่ และรู้สึกว่าตัวเองต้อยต่ำมากๆ ช่วงนี้เลยขออยู่นิ่งๆ หาตัวเองกลับมาให้เจอก่อน
กดปุ่มแดง! (อุ๊ปส์ ผิดคิว)
สงสัยความสวยสะดุดตาจนเขาทนไม่ได้ ช่างมันเถอะ หาทางใหม่ให้ไฉไลกว่าเดิมดีกว่า
ถ้าผมเป็นส้ม แล้วผมเห็นว่า คนมาทำแบบนี้ักับผม มันมีระบบความคิดห่วยๆ
ผมจะไม่คิดมากครับ ...
ผมรู้ว่าส้่มก็รู้จักตัวเองดีพอ ว่าเราทำงานได้มากน้อยแค่ไหน
ดีไม่ดี ส้มเอาตัวเองตัดสินก็พอครับ ผมเองหลายครั้งก็โดนอะไรแบบนี้
หาว่าทำงานไม่สมเงินเดือนบ้าง อู้บ้าง เป็นตัวปัญหาของออฟฟิศอยู่บ่อยๆ
ผมว่าผมรู้จักตัวเองดีพอครับ ว่าอะไรควรไม่ควรที่จะทำ เรื่องไหนเราผิด เราก็รู้ว่าผิด
แต่เรื่องไหนเราไม่ได้ผิด ก็ช่างพ่อ(ง) มันเถอะครับ
ถือว่าเป็นการพักผ่อนสิ้นปีนะส้ม ทำงานมาเหนื่อยแล้วทั้งปี มีปัญหาก็ตั้งมาก
เงินน่ะ คนมีความสามารถ(อย่างส้ม) หาใหม่ได้ไม่ยากหรอกครับ
สนุกกับเวลาว่างที่นานๆจะมีเข้ามาที ให้ลืมอะไรเฮงซวยไปบ้าง ก็ไม่เลวนะครับ
ขอบคุณมากๆเลยค่ะพี่ :46:
ออกไปเพื่อเจอสิ่งที่ดีกว่า
สู้ๆ \:07:/
ส้มรู้แล้วว่าปัญหานี่ก็ไม่ได้เกิดจากเรา
ไม่เป็นไร ถือเป็นประสบการณ์
อย่าไปใส่ใจกับมันมาก เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ
คับที่อยู่ได้ คับใจไปดีกว่า
ไปหาที่กว้างๆ ใจกว้างๆ อยู่
ไม่อุดอู้อึดอัด ข้าวต้มมัดสองกลีบห้าบาท
ป่ะ เที่ยวกัน หาเเรงใจมาเติมให้ตัวเอง :27:
ส้มสู้ๆ :07:
ตูยังจะเอาตัวไม่รอดเลย ดีนะที่ผ่านโปรแล้ว ผ่านครึ่งปีแล้ว
รอจังหวะเศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นอีกหน่อยตูจะได้หาตำแหน่งภายในแล้วสมัครย้ายหนีตำแหน่งเดิม :08:
พี่ส้มสู้ ๆ เด้อ :56:
คิดซะว่า ที่นี่ ไม่ดีพอสำหรับเรา :52:
จริงๆ คนมีความสามารถ ไปอยู่ที่ไหนก็สบาย
อย่างที่โอบอก ส้มรู้แล้วว่ามันเป็นคนยังไง
ก็อย่าไปใส่ใจเล้ย เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ
จะว่าไป แบบนี้มันฟ้องค่าเสียหายได้มะ :09:
ถ้าให้ดีเปิดบริษัทแข่ง แย่งงานมันซะเลย
อย่างน้อยส้มรู้จักลูกค้าเยอะอยู่แล้ว ลูกค้าน่าจะติด ตามไปทำกับส้มนะ :17:
เห็นควรพี่โอด้วยครับ
สั้นๆ งั้นๆ ช่างหัวแม่งครับ :30:
ปล. ว่าทำไมเจ๊บอกว่าว่างจัด :37:
ตอนนี้ก็ต้องดูว่าบ.จะจ่ายค่าชดเชยอะไรให้บ้าง และเรียกเก็บให้ครบอัตรา
เอ๊ะ ตะกี้บอกว่าเอาปืนไปยิงมันง่ายกว่าใช่ไหม :25:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 17 ธ.ค. 2008, 13:14 น.
เห็นควรพี่โอด้วยครับ
สั้นๆ งั้นๆ ช่างหัวแม่งครับ :30:
ปล. ว่าทำไมเจ๊บอกว่าว่างจัด :37:
ไม่ด้วนนะเฟ้ย :07:
ไปนอนเล่นบ้านพ่อตูไหม
พรุ่งนี้กำลังจะลงไปจันทบุรี เจอกัน :27:
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 17 ธ.ค. 2008, 13:15 น.
ตอนนี้ก็ต้องดูว่าบ.จะจ่ายค่าชดเชยอะไรให้บ้าง และเรียกเก็บให้ครบอัตรา
ถูก !!!
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 17 ธ.ค. 2008, 13:17 น.
ไม่ด้วนนะเฟ้ย :07:
:30:
เจ๊ส้มสู้ๆ \ :37:/
ผ่านมันไปแล้วหาที่ดีๆ ใหม่ๆ ทำให้ได้
แนนกำลังเหี่ยว
อ่านของเจ๊ส้มแล้วไม่กล้าเหี่ยว
เรื่องแนนเล็กกว่าเรื่องเจ๊ส้มตั้งแยะ
ขอบคุณนะจ๊ะ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ
ตอนนี้ดีขึ้นเยอะมากๆแล้ว เพราะได้มาอัดเรื่องไว้ที่นี่แหละ :52:
ได้แต่มาเป็นกำลังใจให้พี่ส้มนะคะ
สู้ๆนะคะ จั๊วรู้ว่าพี่ส้มเก่งอยู่แล้ว
เรื่องแย่ๆปล่อยมันผ่านไปพร้อมกับปีเก่านะคะ ^^
เจ๊ส้ม ใครมันทำเจ๊เหรอ
เอ่ยชื่อมาเล้ย จะได้ประจานกันไป ว่าคนแบบนั้นอย่าให้ใครไปทำงานกับมัน
เดี๋ยวส่งเดนตายไปปาระเบิดมันให้
เจ๊ส้มมีเวลากินเหล้าแล้ววว :25:
ตูว่าการที่นายจ้างบังคับให้เขียนใบลาออกนี่
เป็นเรื่องที่เหี้ยมากๆ เพราะมันผิดทั้งกฎหมายและจริยธรรม
เพื่อนของเพื่อนตูคนนึง เล่นคืน
โดยการเข้าไปยั่ว บอกว่าจะไม่เขียนใบลาออก
ถ้าอยากให้ออกก็ต้องบอกมาว่าผิดอะไร
(แต่อัดเทปเอาไว้)
ไอ้นั่นมันก็ขู่ว่าจะไล่ออกแน่
แล้วก็จะส่งแฟกซ์ไปบอกบริษัทต่างๆ
คู่ค้าต่างๆ ด้วย
ผลสุดท้ายคือ ก็ยอมเขียนใบลาออก
แต่เอาเทปนั่นไปฟ้องศาลแรงงาน
ผลคือได้ค่าชดเชยคืน บวกค่าเสียหายอีกก้อนใหญ่ๆ
ศาลบังคับให้รับกลับเข้าทำงานด้วย
แต่ถ้าไม่อยากค้าความ
ก็ไม่ต้องไปทำอะไร ทำเงียบๆ จ๋อยๆ เอาไว้
แล้วก็จ้างคนเผารถมันก่อนเลย
ถูกกว่าจ้างมือปืนหลายเท่า
ปล เพื่อนตูคนนึงเคยโดนเผารถเบนซ์เหมือนกัน
ช่วงนั้นมันกำลังห้าว :30:
แร๊งงงงงงงงงงงส์ :25:
ขอป๋าณตสะใจมากค่ะ
:30:
ส่วนพี่ส้ม เอาใจช่วยนะพี่ :27: อย่างพี่ หางานใหม่กว่า ดีกว่า เริ่ดกว่าได้อยู่แล้ว
พี่ส้มสู้ๆ นะค้า :25:
เอาใจช่วยนะส้ม
อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 18 ธ.ค. 2008, 02:38 น.
ตูว่าการที่นายจ้างบังคับให้เขียนใบลาออกนี่
เป็นเรื่องที่เหี้ยมากๆ เพราะมันผิดทั้งกฎหมายและจริยธรรม
เพื่อนของเพื่อนตูคนนึง เล่นคืน
โดยการเข้าไปยั่ว บอกว่าจะไม่เขียนใบลาออก
ถ้าอยากให้ออกก็ต้องบอกมาว่าผิดอะไร
(แต่อัดเทปเอาไว้)
ไอ้นั่นมันก็ขู่ว่าจะไล่ออกแน่
แล้วก็จะส่งแฟกซ์ไปบอกบริษัทต่างๆ
คู่ค้าต่างๆ ด้วย
ผลสุดท้ายคือ ก็ยอมเขียนใบลาออก
แต่เอาเทปนั่นไปฟ้องศาลแรงงาน
ผลคือได้ค่าชดเชยคืน บวกค่าเสียหายอีกก้อนใหญ่ๆ
ศาลบังคับให้รับกลับเข้าทำงานด้วย
แต่ถ้าไม่อยากค้าความ
ก็ไม่ต้องไปทำอะไร ทำเงียบๆ จ๋อยๆ เอาไว้
แล้วก็จ้างคนเผารถมันก่อนเลย
ถูกกว่าจ้างมือปืนหลายเท่า
ปล เพื่อนตูคนนึงเคยโดนเผารถเบนซ์เหมือนกัน
ช่วงนั้นมันกำลังห้าว :30:
รับกลับไปทำงาน แล้วกลับไปจริงหรือเปล่า
กลับไปก็คับใจแน่ๆ อยู่ยาก
ชอบวิธีพี่ณตนะ.. จะจำไว้ :30:
ทำไมตอนนั้นตูไม่ทำอย่างพี่ณตเนี่ย :56:
ทำได้
แต่ถ้าโดนจับได้ก็ไม่คุ้มอนาคตหรอก
สำหรับเรื่องบางเรื่องที่มีคนมาทำให้เรารู้สึกไม่ดี..
อยากล้างแค้น..
เป็นแว่บแรกของแทบทุกรายเลยมั้ง.. แอ้ก็คิดแบบนั้นนะคะ
แต่รู้เปล่า.. โลกกลมมาก..
เคยมีคอนซัลท์คนหนึ่ง ร้ายกาจกับแอ้มากๆ
เคยคิดอยากเอาคืน อยากทำนั่น อยากทำนี่ แต่ก็ไม่ได้ทำ.. บอกตัวเองว่าสักวัน..
โอกาสนั้นจะมาอยู่ในกำมือเราเอง
แค่ปีเศษๆ ต่อมา อะไรๆ พลิกผันหลายอย่าง
ตอนนั้นแอ้คุมงานใหญ่ (ถือว่าใหญ่สำหรับเด็กอายุ 24) คอนซัลท์คนนั้นตกงาน กลายมาเป็นผู้รับเหมา
มีตัวกลางที่รู้จักทั้งสองฝ่ายดี มาประสานให้ บอกแอ้ว่า ฝากงานให้คนนี้ทำหน่อยได้ไหม เขากำลังลำบาก
ถามกลับคำเดียวเลย รู้ใช่ไหมว่าแค้นกันมา แน่ใจเหรอว่าอยากมาอยู่ใต้การบริหารของชั้น ..
เขาไม่กล้ามานะ..
จริงๆ ถึงเขามาก็ไม่ทำอะไรเขาหรอก ก็คงว่าไปตามตำรานั่นแหละ..
แค่อยากเล่าให้ฟังค่ะ ว่า.. โลกกลมมากๆ ..
ความแค้นเก็บไว้ได้ค่ะ วันหนึ่งโอกาสจะหมุนมาเสมอ
หรือถ้ามันไม่มา ก็มีอีกคำ "อโหสิ"
จะได้สบายใจค่ะ
:22:
พูดถึง ความแค้น
และ ไม่ อโหสิ
ผมก็มี ลองกดอ่านสิ
http://www.bbznet.com/scripts/view.php?user=vedkearn&board=2&id=103&c=1&order=numtopic (http://www.bbznet.com/scripts/view.php?user=vedkearn&board=2&id=103&c=1&order=numtopic)
อ่านแล้วค่ะ .. งงเลย..
มีแบบนี้ด้วยแฮะ..
:16:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 13:18 น.
อ่านแล้วค่ะ .. งงเลย..
มีแบบนี้ด้วยแฮะ..
:16:
มีสิ
เมื่อก่อนร้านนี้ชื่อ ร้านหนังสือเดินทาง
ริมถนนพระอาทิตย์ โด่งดังมากตอนนั้น
ตอนนี้ปิดตัวไปแล้ว ไปเปิดร้านหนังสืออะไรต่อก็ไม่รู้
แถวไหนก็ไม่รู้ แต่ผมอาฆาตเขายาวนานจนวันนี้
คือ อย่าให้ถึงทีผมมั่ง
โกรธ กับอาฆาต น้ำหนัก น่ากลัวกว่ากันเยอะเลยนะคะ :47:
โกรธเพียงวูบเดียว ไม่นานก็อาจจะหาย
และอาฆาต ยาวนาน และจดจำ
-----------
เรื่องพี่แอ้ สะใจดีค่ะ :47:
อยากพัก ไม่ได้พักแล้ว งานมาจ่อคอหอย 3 ที่ บังคับเลือกทำทั้ง 3 ที่ :08:
แต่ทำให้รู้ว่า ตูเป็นคนที่มีเจ้านายไม่ได้จริงๆ
เจ้านายคนใหม่มองขาดมากๆ เค้าบอกว่ามึงจะไปรับจ๊อบทำให้กี่ที่ก็ตามใจมึงเหอะ พี่ไว้ใจเอ็ง
ก็ค่อยๆเดินมาหลังมาละกัน จะสอนให้ว่าทำยังไง ไงเอ็งก็ทำตามไลน์บริหาร จะได้ทำงานเดินคู่กันไปได้
เทพบุตรมาโปรด :05:
เราก็ไม่รักเด็กนะ แต่คิดว่าคงไม่ขนาดนี้อ่า
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 13:38 น.
อยากพัก ไม่ได้พักแล้ว งานมาจ่อคอหอย 3 ที่ บังคับเลือกทำทั้ง 3 ที่ :08:
แต่ทำให้รู้ว่า ตูเป็นคนที่มีเจ้านายไม่ได้จริงๆ
เจ้านายคนใหม่มองขาดมากๆ เค้าบอกว่ามึงจะไปรับจ๊อบทำให้กี่ที่ก็ตามใจมึงเหอะ พี่ไว้ใจเอ็ง
ก็ค่อยๆเดินมาหลังมาละกัน จะสอนให้ว่าทำยังไง ไงเอ็งก็ทำตามไลน์บริหาร จะได้ทำงานเดินคู่กันไปได้
เทพบุตรมาโปรด :05:
ฟ้าหลังฝน สดใสเสมอ
ยินดีด้วยนะคะพี่ส้ม
เก่งจังง่ะ มีให้เลือกตั้ง 3 ที่ :47:
อายุก็แค่นี้เอง :12:
สู้ๆเด้อ
เคยโกรธแล้วรู้สึกเหมือนแอ้
เมื่อก่อนถ้าโกรธแล้วสติยังไม่สงบ
พร้อมจะดับเครื่องชน ตัวเล็กไม่กลัวตาย
แต่สุดท้ายก็เห็นผลกรรม(การกระทำ) ของแต่ละคน
ใดก็ตามที่เค้าเคยทำเราไว้ มันย้อนกลับไปที่ตัวเค้าเหล่านั้น ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ
เพียงแค่รอเวลา
แต่พออายุเพิ่มขึ้นก็พยายามฝึกตัวเองให้รู้เท่าทันอารมณ์โกรธแล้วจบมันเองที่ตัวเรา
พยายามไม่ให้ความโกรธเกาะกินใจ จนกลายเป็นความอาฆาต
เคยเป็นกันบ้างรึเปล่าคะ ที่เวลาโกรธแล้วตัวร้อน ระสับระส่าย
ถ้าเคยเป็น เราหรือใครที่จะเสียเพราะอารมณ์โกรธที่ปะทุในตัวเรา
อ้างคำพูดจาก: บุ๋ม เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 13:27 น.
โกรธ กับอาฆาต น้ำหนัก น่ากลัวกว่ากันเยอะเลยนะคะ :47:
โกรธเพียงวูบเดียว ไม่นานก็อาจจะหาย
และอาฆาต ยาวนาน และจดจำ
-----------
เรื่องพี่แอ้ สะใจดีค่ะ :47:
เห็นด้วยค่ะบุ๋ม :12:
พยายามอย่าอาฆาตเลยค่ะ
มันอาจจะได้ความรู้สึกสะใจ แต่ลึกๆ มันก็คือทุกข์ที่รอเวลา
------------------------------------------------------------
พี่โอ๋คะทางร้านเค้าระแวงว่าเด็กจะรบกวน ลูกค้ารายอื่นรึเปล่าคะ
แล้วบวกกับอคติรุนแรง การแสดงออกก็เลยออกมาแย่มากๆ
ติ๊กเคยไปพักที่ Let's sea หัวหิน
ที่นี่เกลียดเด็กเหมือนกัน (ไม่ให้เด็กเข้า)
แต่เค้าระบุไว้ชัดเจนว่าไม่รับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีเข้าพัก
ตอนแรกก็เข้าใจว่าไม่ให้เข้าพัก แต่เข้ามาในสถานที่ได้
จริงๆ คือห้ามเข้ามาในเขตที่พักเลย ด้วยนโยบายความเป็นส่วนตัว
ไม่ต้องการให้แขกได้รับการรบกวนจากเสียงร้องของเด็ก
แม้ว่าเราจะเก็บเด็กไว้ในห้อง ไม่ได้เอาออกไปเดินเล่นเพ่นพ่านก็ตาม :05:
ผจก เค้าเร่งสุดกีบมาพบติ๊กที่ห้องเลย
พร้อมกับแจ้งให้ทราบอย่างละมุนละม่อม
และแนะนำให้พาไปนั่งเล่นที่ร้านอาหารแทน
กฎก็คือกฎ ก็ไม่มีการโต้เถียง แลกคำขอโทษให้กันและกัน แล้วจบเรื่องไป
เพิ่มหมายเหตุรุ่นพี่พักอีกที่กับครอบครัว แล้วมานัดเจอกันที่ห้องติ๊กพร้อมกันทั้งครอบครัว
ผมไม่มีเหตุผล อื่นอธิบายต่อครับ
แต่ อย่าถึงทีกู เท่านั้นเอง
เมื่อถึงทีพี่
ขอให้กลายเป็น การเปิดร้านหนังสือ ที่รักเด็ก ในกรุงเทพนะคะ
จริงจัง ไม่ล้อเล่น ไม่ได้แอบขำ :37:>
เพิ่มเติมสิ่งที่ลืมพิมพ์ลงไป
ถ้าลูกของติ๊กถูกกระทำแบบลูกพี่บ้าง
เชื่อว่าจะมีคำว่า อย่าถึงทีกู กรุ่นๆ อยู่ในใจเช่นกัน
เป็นทัศนคติที่แปลกนะคะ..
ถึงเด็กจะมีร้องไห้บ้าง แต่ก็คงไม่เยอะเท่าไหร่
ไม่มีค่าเท่าเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่จะได้ยินหลังจากนั้นด้วยซ้ำ..
(เริ่มเหมือนนางสาวไทยละ)
เด็กก็คืออนาคต
วันข้างหน้า เราแก่หง่อม จะเป็นหมาข้างถนน หรือมีหน่วยงานดูแลดีๆ
ก็ขึ้นอยู่ในกำมือเด็กที่ร้องแง้ๆ ในวันนี้น่ะแหละ..
รักเด็กค่ะ .. (พูดพร้อมโบกมือช้าๆ อย่างสง่างาม)
เมื่อนานมาแล้วเคยไม่ชอบเด็กเล็กๆ ค่ะ
เพราะเจอแต่เด็กนรก เอาแต่ใจ รำคาญมากๆ
ก็เลยพอจะมองแบบกลางๆ ได้ว่าบางคนเค้าไม่ชอบ มันไม่ใช่เรื่องแปลก
ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคน
เราเองยังไม่ชอบในบางสิ่งที่คนอื่นชื่นชอบ
ก็พยายามทำใจให้กว้าง ยอมรับความต่างทางความคิดและความรู้สึก
จะได้ไม่ตัดสินใครแบบผิดๆ และเป็นคนใจแคบไม่ยอมรับความต่าง
เพราะตัวเองเคยผิดพลาดมาหลายครั้ง
เดี๋ยวนี้รักเด็ก
เพราะประสบการณ์เปลี่ยน
ได้ใกล้ชิด ทำให้ได้เห็นว่าเค้ามีมุมน่ารักๆ เยอะมากๆ
แม้จะน่ารำคาญบ้างในบางครั้ง แต่กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปแล้ว
อ้าวเป็นหัวข้อใหม่แล้วเหรอ :31:
---------------------------------------------
เริ่มงานครั้งแรกกับ net com เพราะชอบเขียนเว็บ
ใครบอกว่าได้ทำงานที่เราชอบแล้วจะมีความสุขคงจะจริง
แต่ผมทำงานอาทิตย์ละ 7 วัน ตื่น 6 โมงนอนตี 2 ทุกวัน
สนุกก็สนุกนะครับ นั่งคิดเรื่องงานทั้งวัน นอกจากงานหลักก็ต้องคิด product แปลกใหม่ให้เจ้านายด้วย (ตอนสมัครโม้ไว้เยอะ java php xml flash ps illus J2ME servlet ไงละ :30: ใครจะสมัครงานก็กรอกเอาพอดีนะครับ) เจ้านายรักมาก เลื่อนขั้นภายใน 3 เดือน จาก 14k เป็น 20k
บ้างาน เพราะคิดว่าจะหาเงินสร้างตัวเพื่อคนคนนึง
จนเธอจากไป เพราะผมไม่มีเวลาให้เลย..
อะไรๆก็พัดหายไปหมดเลย เลยกลับมาคิดว่าที่ผ่านมาไม่ได้ทำอะไรเพื่อตัวเองเลย
จู่ความเหนื่อยก็บังเกิด
แล้วเพื่อนก็มาชวนไปทำงานที่รอยเตอร์ บอกรายได้ดีงานไม่หนัก
เลยไปเลย เจ้านายก็บอกว่าเสียดายความรู้ แต่เราก็ไม่ฟัง
ตอนนี้ทำงานที่รอยเตอร์ 3 ปีแล้วครับ งานไม่เกี่ยวกับที่เรียนมาเลย เอาออกไปใช้ข้างนอกก็ไม่ค่อยได้
ปัจจุบันยังอยู่ที่เดิม ทั้งๆที่ปีก่อนคุยกับเพื่อนดิบดีว่าจะออกละ เบื่องาน เบื่อการเลื่อนระดับงานตามความยาวของลิ้น
แต่ตอนนี้ก็ยังอยู่ ปีหน้าก็ยังอยู่ ถ้าเขาไม่ไล่ออกนะ เพราะสถาณการณ์ทางเศรษฐกิจน่ากลัว
ช่วงนี้ก็เก็บเงินทุกเดือนครับ เก็บไปแบบอีก 3 ปีถึงจะถอนได้ เพราะเป็นคนได้เยอะใช้เยอะ
ถ้าไม่นับเงินเก็บ บางเดือนก็เหลือ บางเดือนก็ขาดมากๆ งานถ่ายรูปก็ยังหาได้น้อย ปีหน้าคงจะพยายามหาให้เยอะกว่านี้ ปีหน้าคงจะอยู่ที่บริษัทเดิม แต่จะรับงานนอกให้มากขึ้น ทั้งถ่ายรูป และ programming
หาให้เยอะใช้ให้น้อย กำลังพยายามกับคำนี้อยู่
ลอกอู๋ได้เลยนะเนี้ย :47:
เพียงแต่ไม่รับถ่ายรูปนะครับ แต่รับเป็นนายแบบ :53:
อ้างคำพูดจาก: เอา เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 14:42 น.
ลอกอู๋ได้เลยนะเนี้ย :47:
เพียงแต่ไม่รับถ่ายรูปนะครับ แต่รับเป็นนางแบบ :53:
:30:
พื้นที่สมองส่วนอารมณ์ของผมจะหยุดทำงานทันที
เมื่ออยู่ในโหมดของงาน ใครจะด่า จะมีปัญหา การเมือง ประจบ
เลีย ใครทำอะไรวุ่นวายยังไง เราอย่าไปยุ่งกับเขาก็พอ
ผู้คนเหล่านั้นเขาก็เป็นมาอย่างนั้นตั้งแต่มีมนุษย์ และก็จะเป็นไปอย่างนั้นจนสิ้นโลก
พวกเขาก็จะไม่มีวันเปลี่ยน ไม่ว่าเราจะรู้สึกอย่างไร หรือทำตัวแบบไหน
เราก็จะไม่มีวันถูกในโลก-ในกฏเกณฑ์ของพวกเขา
เส้นทางโคจรของชีวิตเราแค่เฉียดผ่านกันช่วงระยะหนึ่งแค่นั้น
เพราะงั้น เลิกพยายามที่จะเล่นตามพวกเขาน่าจะดีนะครับ
อย่าให้มันมาเปลี่ยนเรา หรือทำให้เราร้อนรนไปกับเกมของมัน
ใครจะนินทา ผู้บริหารงี่เง่า เพื่อนร่วมงานวุ่นวาย ระบบงานเห่ย ฯลฯ
ก็แค่กระแสน้ำเชี่ยวๆอันนึง เรานั่งมองอยู่บนฝั่งก็น่าจะพอ
ตั้งแต่จบมา เท่าที่จำได้ ทำงานประจำอยู่ 6 เดือน
และออกด้วยเหตุผลง่ายๆว่าไม่ค่อยมีเวลา และอยากแกล้งเขา
อาร์ตไดเหลืออยู่คนเดียว ก็เลยออกซะ
ทำงานจนถึงบ่ายๆแล้วก็บอกพี่ในแผนกว่าสวัสดีครับ เลิกทำแล้วนะครับ
แล้วก็เก็บของใส่กระเป๋าเดินออกมาเฉยๆ และปิดโทรศัพท์ซะ 2 อาทิตย์นอนเล่นอยู่บ้าน
(ที่ก่อนหน้านั้นก็ทำคล้ายกัน แต่ออกเพื่อมาทำที่ใหม่)
ไปทำรายการและทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศกับแกรมมี่
(จริงๆไปเที่ยว)แต่ไม่ประจำได้เกือบปี ก็เลิกทำไปอยู่เชียงใหม่สักพัก
แล้วก็บวช มันอยากบวชเฉยๆนี่แหละ
เสร็จแล้วก็ไปล้างจานเมืองนอก ทีแรกกะอยู่ 3 ปี
แต่ได้แค่ครึ่งนึงก็มีเหตุผลทางใจให้กลับ แล้วก็กลับมาอย่างที่เห็น
ถ้าอยู่ดีๆเราตายวันนี้ เราจะถูกบันทึกว่าอะไร
พนักงานออฟฟิศผู้ขยันขันแข็ง ทำงานเสร็จกลับบ้านนอน โอเคไหม
ชีวิตเราสั้นน่ะ อยากทำไรก็ทำ
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 15:42 น.
ถ้าอยู่ดีๆเราตายวันนี้ เราจะถูกบันทึกว่าอะไร
พนักงานออฟฟิศผู้ขยันขันแข็ง ทำงานเสร็จกลับบ้านนอน โอเคไหม
ชีวิตเราสั้นน่ะ อยากทำไรก็ทำ
:05:
ลาออกจากงานเลยดีกว่า
เจ๋งไปเลย :12:
แต่ตอนนี้ก็คงต้องถูกบันทึกไว้ยังงี้ก่อน :37:
ไม่อยากถูกบันทึกว่าพนักงานออฟฟิศผู้ออกจากงานไม่ดูกาละเทศะ หางานไม่ได้อดตาย :30:
อ้างคำพูดจาก: เอา เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 15:47 น.
เจ๋งไปเลย :12:
แต่ตอนนี้ก็คงต้องถูกบันทึกไว้ยังงี้ก่อน :37:
ไม่อยากถูกบันทึกว่าพนักงานออฟฟิศผู้ออกจากงานไม่ดูกาละเทศะ หางานไม่ได้อดตาย :30:
ฮ่าๆๆๆ :30:
ตอนนี้กะลังต่อสู้เพื่อไม่ให้ถูกจารึกว่า
นักศึกษาผู้สะเพร่าทิ้งตีสิสตัวเอง ทำให้ไม่จบในเวลา :47: :05:
อยากทำเหมือนพี่เก้อจัง ชีวิตหลากหลายดี
แต่ติดห่วง กลัว และไม่เก่ง :39:
อ้างคำพูดจาก: บุ๋ม เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 17:17 น.
อยากทำเหมือนพี่เก้อจัง ชีวิตหลากหลายดี
แต่ติดห่วง กลัว และไม่เก่ง :39:
ทุกคนทำได้ถ้ามุ่งมั่น :12:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ดูอู๋ดูอู๋ดูอู๋ดู เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 14:39 น.
อะไรๆก็พัดหายไปหมดเลย เลยกลับมาคิดว่าที่ผ่านมาไม่ได้ทำอะไรเพื่อตัวเองเลย
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 15:42 น.
ชีวิตเราสั้นน่ะ อยากทำไรก็ทำ
ตอนที่จบมาทำงาน สามปีแรก ผมทำงานแบบทุ่มเทนะ ... ทุ่มตัวทุ่มใจให้งานราชการทั้งหมด
มองย้อนกลับไปข้างหลังแล้วขนลุกว่าตูทำอะไรมากมายอย่างนั้นไปเพื่ออะไร
ขณะที่ผมรับงานของโรงพยาบาลมาไว้ในมือสามสี่ชิ้นหลักๆ (วัณโรค เอดส์ เบาหวาน งานเวชระเบียน) ส่วนหมอคนที่เหลืออีก4คน ตรวจในเวลาราชการแล้วก็แยกย้าย
พอมาปีนี้เลยลองทำตัวเหมือนคนอื่น
ก็ไม่เห็นมีอะไร
แต่ที่ดีขึ้นคือเรามีเวลาให้ตัวเองและครอบครัวมากขึ้น
และแปลกอยู่อย่าง
พอเราทำงานน้อยลง รับผิดชอบน้อยลง ปรากฎว่าโดนด่าน้อยลง โดนตำหนิน้อยลง
ปัจจุบันรายได้หายไปประมาณ40%แต่มีความสุขในชีวิตเพิ่มขึ้น
เรามีเวลาให้คนไข้แต่ละคนมากขึ้น(แต่ตรวจน้อยลง)
คนไข้ที่เราตรวจก็Happyมากขึ้น (ส่วนคนที่เราไม่ได้ตรวจก็ไม่ได้มายินดียินร้ายอะไรกับเรา)
Outputของเราลดลง ... แต่ Outputของโรงพยาบาลเท่าเดิม
พออ่านของส้มแล้วก็คิดได้นะ
ของผมที่ผ่านมาเจอเพื่อนร่วมงานกับเจ้านายบางคนที่ไม่ดี (แต่ไม่เท่าของส้มหรอก เชื่อเถอะ)
ผม บ้านไม่ลำบาก ... งานที่ทำ ก็ค่อนข้างอิสระ ...อยากออกเมื่อไหร่ก็ได้ (ชาวบ้านไม่ง้อ ... ผอ.ไม่ง้อ ... ส่วนเราไปสมัครที่ไหนก็มีคนเอา)
ดังนั้นของผมถือว่าถ้าเจอแบบที่ทนไม่ได้จริงๆ หรือกดดันเกิดไปจนเจะแย่ ผมก็ออกนะ ... เจ้านายและบริษัทที่ไม่ดี ถือว่าไม่คู่ควรกับเรา
แล้วเราก็เอาสิ่งที่เเจอมาเป็นประสบการณ์ในการทำงานของเราต่อไป
จุ๊บ จุ๊บ พี่หมอ :05:
ตอนนี้ส้มดีขึ้นแล้วค่ะ แต่ก่อนที่จะไปจับโปรเจคใหญ่
ส้มจะไปเรียนรู้งานจากโปรเจคเล็กๆกับเทพเจ้าดาวหนือท่านนึงก่อนที่เขาเหลียงซานสาธร
ส้มดันไปทนกับงานที่ลุ่มหลงกับตัวโปรเจค แต่ไม่ได้มีความรู้อะไรให้เสพย์ มัวเมากับเงินที่มากมาย
แล้วรู้สึกว่าตัวเองโง่ลงทุกวัน ส้มอยากเก่งกว่านี้ อยากมีคนสอน อยากมีคนชี้นำ ว่าทำงานจริงๆน่ะมันเป็นยังไง
อยากเป็นคนที่มีความสุขกับการทำงาน :22:
ความเห็นผมนะครับ
ปัญหาประเภทที่ว่าเรามีไอเดียที่ดี ความสามารถพร้อม แต่ลูกค้าหรือเจ้านายไม่ต้องการ (อยากได้อะไรที่ห่วยๆเห่ยๆ) ปัญหานี้คือบทเรียนที่ดีในการทำงานแบบนึง
... และผมถือว่ามันคือการทำงานจริงๆ
ส่วนเรื่องความรู้มันเป็นอีกเรื่องนึง
ขอบคุณมากค่ะพี่หมอ :46:
ไว้จะโทรไปปรึกษา :37:
ตายแน่ตู :37:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 21 ธ.ค. 2008, 01:03 น.
ความเห็นผมนะครับ
ปัญหาประเภทที่ว่าเรามีไอเดียที่ดี ความสามารถพร้อม แต่ลูกค้าหรือเจ้านายไม่ต้องการ (อยากได้อะไรที่ห่วยๆเห่ยๆ) ปัญหานี้คือบทเรียนที่ดีในการทำงานแบบนึง
... และผมถือว่ามันคือการทำงานจริงๆ
ส่วนเรื่องความรู้มันเป็นอีกเรื่องนึง
เห็นด้วยเลย ตรงนี้ก็ถือเป็นความสามารถอีกอย่างนึงด้วย
ความสามารถการทำงานกับคนอื่น ให้งานออกมาดียอมรับได้
โดยไม่สูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป
แล้วมันเป็นส่วนที่สำคัญในการทำงานด้วยล่ะ
ตัวอย่างของหมอ... อย่างเช่น ถ้าคนไข้เป็นโรคติดเชื้อที่ต้องใช้ยาเฉพาะของโรงพยาบาล แล้วอยากจะรักษากับเจ้าอาวาสมากกว่า จะทำอย่างไร
ระหว่าง
1 เถียงคนไข้ว่าโรคนี้พระรักษาไม่หายหรอก และบังคับให้คนไข้นอนโรงพยาบาล
2 แนะนำคนไข้ว่าโรคนี้พระรักษาไม่หายหรอก แต่ถ้าไม่อยากรักษาก็ให้เซ็นชื่อไม่สมัครใจรักษา
หรือ
3 ให้คนไข้กลับบ้านได้ แล้วแอบเอายาไปฝากไว้กับพระ
ปล. .... ตรูตอบ 2
ตอบข้อ 3 :08:
หมอที่ดีจะตอบ3
..... จากนั้น พอคนไข้รักษาหายกับพระ ก็จะมาร้องเรียนหมอว่าไม่ยอมรักษา
.... ดังนั้นอย่าแปลกใจที่ประเทศนี้ไม่มีหมออย่าง เทรุ หรือ Doctor K ....เพราะหมอดีๆใจพระแบบนี้โดนฟ้องหมดตัวเปลี่ยนไปขายของหมดแล้ว
บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่า จะรักษาคนไข้ ใช้ความตั้งใจดีอย่างเดียวไม่ได้ ... ต้องยึดมั่นในหลักการและไม่โลเล :37:/
(ตอนจะเรียนจบ มีบทเรียนประมาณนี้แหละ หลายอัน ตอบแบบใช้ความรู้สึก ... ผลออกมาดีต่อคนไข้ แต่หมอฉิบหาย ... อาจารย์จะสอนเสมอว่าอย่าไปเลือกข้อแบบนั้น ยึดมั่นในหลักการไว้ อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปทิ้งกับความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น)
ตูตอบข้อสองเหมือนกันแฮะ
แต่ตูก็จะไปคุยกับเจ้าอาวาสด้วย
ว่าอย่ารักษา ให้ส่งกลับมารักษากับหมอ
ผมตอบข้อหนึ่งแฮะ
ตอบยาก ถ้าเป็นฟ้าจะให้แกไปหาพระแหล่ะ แต่ไปแอบบอกพระให้ส่งคืน :37:
อ้างคำพูดจาก: ฟ้าเกศ เมื่อ 21 ธ.ค. 2008, 13:24 น.
ตอบยาก ถ้าเป็นฟ้าจะให้แกไปหาพระแหล่ะ แต่ไปแอบบอกพระให้ส่งคืน :37:
ยืนยันคำเดิม :47:
เอจะทำแบบข้อสอง และไปลองๆ คุยๆ กับพระดูถ้าว่างและได้ไปทำบุญที่วัด
ทำไรอ่ะฟ้า :37:
ผมเลือกข้อ 2 นะ ผมไม่อยากบังคับ แต่ก็เซฟตัวเองไว้ก่อนนั่นแหละ
ตกลงอันไหนเกศอันไหนฟ้า :37:
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 21 ธ.ค. 2008, 13:29 น.
ทำไรอ่ะฟ้า :37:
ผมเลือกข้อ 2 นะ ผมไม่อยากบังคับ แต่ก็เซฟตัวเองไว้ก่อนนั่นแหละ
:05: ฟ้าจะกดแก้ไขค่ะ แล้วมันไปโดนแอบอ้าง :05:
ปล่อยหมีอีก :37:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 21 ธ.ค. 2008, 13:37 น.
ตกลงอันไหนเกศอันไหนฟ้า :37:
:05: มีแต่ฟ้าคนเดียวค่ะ :05:
เริ่มช้ากว่าคนอื่นมาก..
เพิ่งทำงานมาแค่สองปีกว่าๆ เอง
วันนี้โบนัสครั้งที่สองในชีวิตการทำงานออก
สิ่งที่คาดหวังไว้ไม่เป็นจริง
แต่ก็ไม่เป็นไร..คนอื่นเขาบางคนอาจจะไม่ได้ก็ได้
ปีใหม่นี้จะเอาของขวัญไปให้แม่กับพ่อ
คงให้แม่เยอะกว่าเหมือนเคย
ส่วนที่เหลือก็เป็นเงินเก็บ เรียนต่อ หรือสะสมไว้ซื้อ (บ้าน รถ ที่ดิน...55 ถ้ามีปัญญาคงได้สักอย่างนะ)
อนาคตงานยังไม่รู้ว่าปีหน้าจะเป็นยังไง..
ที่ที่ทำตอนนี้เหนื่อย เครียด กดดัน..ยังไงไม่รู้
คุณอาจจะเคยเห็นผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบผ่านไปตอน ตี 5.10 น.ของเช้าวันไหนสักวันหรือทุกวัน
และอาจเคยเจอผู้หญิงคนเดิมนี้เดินเอื่อยๆเหมือนคนไม่มีแรงตอนสองทุ่มครึ่งของวันไหนสักวันหรือทุกๆวัน
...เหนื่อย
คงไม่นานเราจะโบยบินออกจากที่นี่สักที
แต่ก็อย่างที่รู้กันว่าตอนนี้ทุกอย่างมันไม่สู้ดีนัก
ถึงยังไงก็คงลองกันสักตั้งสินะ..
เอาน่าน้องอัจ สู้ๆนะ
ถ้าจะสมัครที่ใหม่ก็น่าลองนะ แต่ว่าอย่าเพิ่งลาออกนะ
เดี๋ยวจะเครียดกว่าเดิม เอาใจช่วยนะ มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกนะ :33:
โอย อ่านของแต่ละคนแล้วยังกะศาลาคนเศร้า
เมื่อ 2 วันก่อนแอบไปกรอกใบสมัครสอบการประปานครหลวงไว้ในเว็บค่ะ
เดี๋ยวจะไปจ่ายเงินเร็ว ๆ นี้ เพราะต้องไปจ่ายที่เคาเตอร์ ktb
อยากเปลี่ยนที่ทำงานจะแย่แล้ว
แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เสียใจนะ เพราะถือว่าทำดีที่สุดแล้ว
:56:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 22 ธ.ค. 2008, 19:26 น.
เอาน่าน้องอัจ สู้ๆนะ
ถ้าจะสมัครที่ใหม่ก็น่าลองนะ แต่ว่าอย่าเพิ่งลาออกนะ
เดี๋ยวจะเครียดกว่าเดิม เอาใจช่วยนะ มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกนะ :33:
มี :17:
ยืมตังค์ :49:ไปขอผู้บ่าว ให้มันมาเลี้ยงหน่อย จะได้ไม่ต้องทำงาน
ตอนนี้ผู้บ่าวของอัจมันยังให้พี่ยืมอยู่เลย :30:
สวัสดีค่า
หลังจากจบมาเป็นเดือนๆแล้ว
ยังตกงานอยู่เลยค่า สมัครไปเรื่อย
เส้นใหญ่เส้นเล็กสมัครหมด :45:
ตอนนี้บัญชีของที่อยากได้ยาวเป็นหางว่าวเลย
แถมเป็นหนี้หมีเล็กอีก :05:
งานหายากแท้เน่อ
ร้านไอติมงดถาวรเลยเหรอหมี
ช่วงนี้หุ้นตกค่ะพี่โบ :05:
บ้านใหม่ยังไม่ได้สร้างเลย
แต่ว่าตอนนี้แถวบ้านกำลังสร้าง นวมินทร์ อเวนิว (จำชื่อไม่ได้)
คาดว่าคงจะไฮโซประมาณ คริสตัล พาร์ค :04:
ถ้าเปิดร้านไอติม คงได้ลูกค้าจาก สว.2 ได้ โอ้ววว :25:
จริงดิ เจ๋งๆ ไว้เราไปด้วยกันนะ :27:
ดีจ้ะพี่ ไว้รอสร้างเสร็จก่อนเน่อ :10:
อ้างคำพูดจาก: เออัจ เมื่อ 22 ธ.ค. 2008, 17:20 น.
วันนี้โบนัสครั้งที่สองในชีวิตการทำงานออก
สิ่งที่คาดหวังไว้ไม่เป็นจริง
แต่ก็ไม่เป็นไร..คนอื่นเขาบางคนอาจจะไม่ได้ก็ได้
เราทำงานบริษัทที่ทำอยู่นี่ เข้าปีที่ 3 แล้ว
ยังไม่เคยโบนัสเลยแม้แต่บาทเดียว จ๊ะ
เงินน้อย วันหยุดไม่ค่อยมี โบนัสยังไม่เห็น แต่ก็ทำกันต่อไป :05:
ทำงานมาได้2ปีละครับผม
ปีนี้เอาเจ้านี่ไปจับสลาก ไม่รู้ว่ามันจะชอบกันรึเปล่านะเนี่ย ซื้อมาตั้ง350
(http://www.nuut.th.gs/web-n/uut/coke.jpg)
อ๊ะ มีเหมือนกัน
ของผมซื้อที่ร้านหน้าพระลานหลายปีละ 250 เองนะ
:30:
:21: ต้องแบบนี้ด้วยรึเปล่าครับ 5555
อ้างคำพูดจาก: เออัจ เมื่อ 22 ธ.ค. 2008, 17:20 น.
วันนี้โบนัสครั้งที่สองในชีวิตการทำงานออก
สิ่งที่คาดหวังไว้ไม่เป็นจริง
แต่ก็ไม่เป็นไร..คนอื่นเขาบางคนอาจจะไม่ได้ก็ได้
เห็นที่ปิ๊กแอบอ้างไว้แล้วก็อยากแอบอ้างมาบอกบ้างค่ะ
พี่ทำงานมา 9 ปีแล้วค่ะ บริษัทเอกชนล้วนๆ ไม่รู้เป็นไงสิน่ะ ไม่เคยได้โบนัสกับเขาเลย
ปีนี้เป็นปีแรกที่จะได้.. ตื่นเต้นโคตรๆ ค่ะ
:22:
:22:
ดีใจด้วยคะ พี่แอ้
ขอให้ได้เยอะมากๆๆๆๆๆ นะคะ
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 23 ธ.ค. 2008, 08:49 น.
เห็นที่ปิ๊กแอบอ้างไว้แล้วก็อยากแอบอ้างมาบอกบ้างค่ะ
พี่ทำงานมา 9 ปีแล้วค่ะ บริษัทเอกชนล้วนๆ ไม่รู้เป็นไงสิน่ะ ไม่เคยได้โบนัสกับเขาเลย
ปีนี้เป็นปีแรกที่จะได้.. ตื่นเต้นโคตรๆ ค่ะ
:22:
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เราควรทำงานที่นี่ต่อไปให้ครบ 9 ปี
:30:
แต่ของแอ้ทำหลายที่นะคะ
คือมันโชคร้ายไม่ได้เองอ่ะ บางที่เขาก็เคยให้โบนัส พอปีที่เราไปอยู่เกิดจะไม่ให้ซะงั้น.. :55:
ทุกๆ ปีที่ผ่านมา เวลาเพื่อนบ่นว่า ได้โบนัสน้อย.. (แค่สามหมื่นแปดเอ๊ง..)
มีนังแอ้คนนึงแหละ ที่แอบจ๋อยไม่ให้ใครเห็น
เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ.. ถ้าใครคิดว่าชีวิตลำบาก มามะ มาคุยกับแอ้ได้
ไม่อยากจะเล่ามันเหมือนคนแก่บ่น.. อิอิ
เมื่อ 2 ปีที่แล้ว พี่สาวเราลาออกจากงานเพราะได้โบนัสน้อย แค่ 5 (เท่าของเงิน)เดือน
(เค้าบอกว่าเทียบกับรายได้ของบริษัทแล้ว มันน้อยเกินไป)
อยากตบกะโหลก พี่สาวมากๆเลยตอนนั้น ติดอย่างเดียวที่ว่าเค้าเกิดก่อนเราเลยไม่กล้า
ปีที่แล้ว เคยได้โบนัสเป็นครั้งแรกในชีวิตเหมือนกัน (1 เท่าของเงินเดือน)
ก็ดีใจ ชิ..หายแล้วครับ :30:
แต่ปีนี้ หนาวๆร้อนๆ เหมือนจะไมไ่ด้ยังไงก็ไม่รู้ .. :16:
อ้างคำพูดจาก: ปิ๊ก ซุปเปอร์เกิร์ล เมื่อ 23 ธ.ค. 2008, 10:47 น.
เมื่อ 2 ปีที่แล้ว พี่สาวเราลาออกจากงานเพราะได้โบนัสน้อย แค่ 5 (เท่าของเงิน)เดือน
(เค้าบอกว่าเทียบกับรายได้ของบริษัทแล้ว มันน้อยเกินไป)
ก็จริงนะคะ ถ้าเทียบกับรายได้ของบริษัทซึ่งมากๆๆๆๆ แค่ plant เล็กๆ plant เดียว 42 ล้านเหรียญต่อปี
(ในไทยอาจจะมีสัก 10 plant รอบโลกอีก...ไปกันใหญ่ พอดีกว่า :42:)
กับค่าตอบแทนที่ให้เราซึ่งแลกมากับความเหนื่อยแบบสุดๆมาทั้งปีเนี่ย
ถือว่าน้อยสสสำหรับบางคนและหลายๆคน
ยิ่งกำไรมาก เงินเดือนมาก ยิ่งเหนื่อยมาก..คาดหวังสูง :52:
งานก็เยอะขึ้น ยากขึ้น แต่ไร้โบนัส :50:
ทำงานมาแล้ว 4 ปี ผมก็ได้โบนัสติดกันมา2ปีครับ คาดว่าปีนี้คงจะได้อีก
สองปีก่อนได้โบนัส ประมาณ 400-1000 บาท ... จำไม่ได้เหมือนกัน
ปีที่แล้วพี่ได้ตั้ง 1200 (หนึ่งพันสองร้อยบาทถ้วน) :52:
เรื่องโบนัสทำงานประจำมา 5-6 ปี เคยได้มากสุดปีเดียวคือได้ 2 เดือน แถมตอนนั้นเงินเดือนยังไม่มากประมาณ 15,000 บาท
แต่ตอนนั้นก็ดีใจสุดๆแล้วนะ ได้เงินก้อนประมาณเกือบ 3 หมื่น (รุ้สึกเงินโบนัสจะโดนภาษีโหดพอตัว)
นอกนั้นก็ได้ 1 เดือนมั่ง ครึ่งเดือนมั่ง บางปีก็ไม่ได้เลย ....รู้สึกไม่ค่อยมีดวงกับการทำงานประจำยังไงก็ไม่รู้
พอมาทำ Freelance ช่วงแรกๆนี่ยากจนกว่าทำงานประจำเยอะ พึ่งจะเริ่มเข้ารูปเข้ารอยก็ช่วง 1-2 ปีมานี่เอง
โดยมากตอนนี้ก็จะให้โบนัสตัวเองด้วยการซื้อของใหญ่ๆ กับไปเที่ยวทริปยาวๆสัก 1 อาทิตย์ขึ้นไป
:52: ระวังพี่ๆที่บริษัทมาเจอนะครับ
อ้างคำพูดจาก: พันเอก เมื่อ 23 ธ.ค. 2008, 11:16 น.
งานก็เยอะขึ้น ยากขึ้น แต่ไร้โบนัส :50:
อ้างคำพูดจาก: poloh เมื่อ 03 ม.ค. 2009, 20:11 น.
:52: ระวังพี่ๆที่บริษัทมาเจอนะครับ
ก้องอย่าเอาไปบอกใครนะ :55:
ไม่ได้โบนัสมาหลายปีและ เลิกคาดหวังไปนานแล้ว
ตอนนี้แค่มีงานทำก็บุญแล้ว
เนอะ
ปีนี้ได้ แต่ก็คงหมดอย่างรวดเร็ว :08:
คนอย่างแนนเคยได้โบนัสด้วยนะ :25:
สมัยวายไอวาย (http://www.deksiam.com/) (ที่ทำงาน) รุ่งเรือง
ตอนยังเรียนไม่จบ ทำงานเป็นพาร์ตไทม์
เงินเดือน 6,000 บาท
ได้โบนัส 4,000 บาท
โอ้ว โคตรดีใจ :07b:
แล้วหลังจากนั้นมา
เีรียนจบ บรรจุเป็นเจ้าหน้าที่ประจำ
มีโบนัสมั้ย
ไม่มีอีกเลย :30: :05:
หลอกให้หลงเชื่อใจ :05:
เคยได้แต่โบว์นัส
กรี๊ดดดดด มุกครอบครัวสุขสันต์ ชอบเป็นการส่วนตัว :25a:
โบว์นี่เข้าใจ
แต่นัสนี่ :44:
:46:
วนัสนันท์ :27:
แนนช่างกล้านะ :30:
:31:
สิ้นเดือน ม.ค.นี้
ชี้ชะตาครั้งใหม่ในชีวิต
โอ๊ะ เกิดอะไรขึ้นกับพี่ปิ๊กคะ :31:
จะก้าวเดินครั้งใหม่ สวนกระแสเศรษฐกิจ
จะหาหนทางและความหมายใหม่ๆให้ชีวิต
เอาใจช่วยนะ :12:
ขอบคุณครับ
ตกงานอีกครั้งแล้วครับพี่น้อง เป็นครั้งที่สองในรอบปี (2551) :05:
เพิ่งจะมาทำงานที่กาณจนบุรีได้ไม่ถึง 2 เดือนดีเลย
ทางบริษัทโทรมาบอกว่า ฝึกงานไม่ผ่าน โทรมาวันที่ 29 ธ.ค.ด้วย
บริษัท : ผมมีข่าวร้ายมาแจ้งให้คุณทราบ
ยะ : ครับ , มีเรื่องอะไรครับ ?
บริษัท : คุณไม่ผ่านการทดลองงานน่ะ
ยะ : :09: ทำไมครับ
บริษัท : คือทางหัวหน้าคุณเค้าแทงหนังสือมาว่าคุณไม่ผ่านการทดลองงาน (มีผลตั้งแต่ 30 ธ.ค. 51)
ยะ : ครับ หนังสือแจ้งเหตุผลว่าไงครับ
บริษัท : เค้าว่าคุณไม่อยู่หน้างาน กับ มีปัญหาในการประสานงาน
ยะ : :09: :09: :09:
ไม่เข้าใจเหตุผลจริง ๆ
แวะดูงานวันละ 4 รอบเนี่ยนะ , ตู้ไม่มีไฟฟ้ามันอยู่ทั้งวันไม่ได้ , งานเอกสารทำไม่ได้ต้องทำอยู่ที่ห้อง (ใช้ GPRS ของตัวเองส่ง mail อีกต่างหาก) :13:
มีปัญหาในการประสานงาน ผมไม่เคยทะเลาะกับใครซักคนเลยนี่หว่า :09:
ช่วงนี้งานก่อสร้างยิ่งหายากอยู จะเรียนต่อก็อ่านหนังสือสอบไม่ทัน :07:
สู้ๆนะคะ เอาใจช่วยนะ :42:
อ่านของเก้อ ก็อืม เด็ดเดี่ยวดี ชัดเจนดี หลุดจากห่วงโซ่ทุนนิยมดี
ชอบนะ ชอบมากๆเลย
แต่ทำไม่ได้ ด้วยหลายๆเรื่อง
อ้างคำพูดจาก: ya เมื่อ 06 ม.ค. 2009, 12:57 น.
ตกงานอีกครั้งแล้วครับพี่น้อง เป็นครั้งที่สองในรอบปี (2551) :05:
เพิ่งจะมาทำงานที่กาณจนบุรีได้ไม่ถึง 2 เดือนดีเลย
ทางบริษัทโทรมาบอกว่า ฝึกงานไม่ผ่าน โทรมาวันที่ 29 ธ.ค.ด้วย
บริษัท : ผมมีข่าวร้ายมาแจ้งให้คุณทราบ
ยะ : ครับ , มีเรื่องอะไรครับ ?
บริษัท : คุณไม่ผ่านการทดลองงานน่ะ
ยะ : :09: ทำไมครับ
บริษัท : คือทางหัวหน้าคุณเค้าแทงหนังสือมาว่าคุณไม่ผ่านการทดลองงาน (มีผลตั้งแต่ 30 ธ.ค. 51)
ยะ : ครับ หนังสือแจ้งเหตุผลว่าไงครับ
บริษัท : เค้าว่าคุณไม่อยู่หน้างาน กับ มีปัญหาในการประสานงาน
ยะ : :09: :09: :09:
ไม่เข้าใจเหตุผลจริง ๆ
แวะดูงานวันละ 4 รอบเนี่ยนะ , ตู้ไม่มีไฟฟ้ามันอยู่ทั้งวันไม่ได้ , งานเอกสารทำไม่ได้ต้องทำอยู่ที่ห้อง (ใช้ GPRS ของตัวเองส่ง mail อีกต่างหาก) :13:
มีปัญหาในการประสานงาน ผมไม่เคยทะเลาะกับใครซักคนเลยนี่หว่า :09:
ช่วงนี้งานก่อสร้างยิ่งหายากอยู จะเรียนต่อก็อ่านหนังสือสอบไม่ทัน :07:
คิดด้วยความเป็นกลาง - คุณคงจะไม่เข้าตากรรมการ ด้วยท่าทางลักษณะ การแสดงออก ความมีมิตรไมตรี หรือการทำงานร่วมกับผู้อื่น
คิดด้วยระบบการทำงาน - ทางโน้นอาจจะมีเหตุผลอื่น แต่ไม่สามารถระบุลงมาได้ เช่น เค้ามีคนที่หมายตาไว้แล้ว จะเอามาเสียบตำแหน่งนี้
เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปกับการทำงาน ไม่ว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร ขอให้พยายามปรับตัวให้มากขึ้น
ขุดเรื่องตัวเองข้างล่างมาเตือนใจคนที่ท้อ ว่าสู้ๆนะคะ ตราบใดที่ยังมีแรงก็สู้ต่อไปนะคะ :12:
แล้วก็ขุดเรื่องนี้มาเตือนใจตัวเอง
เพราะปีสองปีนี้โบว์สบายขึ้นมาก มากๆ ทั้งเรื่องงาน เงิน ครอบครัว
จากที่ไม่เคยมีเงินเลย อย่าว่าแต่หลักพัน หลักร้อยยังไม่ถึง
ความสบายเนี่ย เป็นหนทางแห่งความขี้เกียจ
เมื่อเราสบายเราก็จะไม่ค่อยดิ้นรนเท่าไหร่
ปีที่แล้วงานมาไว เงินมาไว และก็ไปไว
ที่พูดไม่ได้มีเยอะนะ แต่เป็นปีแรกที่มีเงินเก็บหลักแสน
เป็นปีแรกที่มีตังผ่อนบ้านผ่อนรถ และให้พ่อแม่ได้อย่างสบายในแต่ละเดือน
เมื่อสบายเลยได้ใจ ใช้เงินไม่ค่อยระวังเลย
และก็ทำงานไม่ active ด้วย นั่งอ่านเรื่องที่ตัวเองเขียนไว้ เลยสำนึกอย่างนุนแรง
ความประมาทเป็นหนทางแห่งความหายนะจริงๆ
ต่อไปปีนี้จะตั้งใจทำงานแล้วค่ะ จะขยันให้มากๆด้วย
กลัวจริงๆ เรื่องกลับไปไม่มีตังเนี่ย :39:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 05 เม.ย. 2008, 10:41 น.
แปะไว้ตั้งนานมาต่อซะหน่อย :33:
ถ้าถามว่าพอใจกับงานที่ทำอยู่ตอนนี้ไหม ตอบได้เลยว่า พอใจมาก
งานที่โบว์ทำอยู่ตอนนี้คือ 1.เป็นเจ้าของแบรน "monamafia" (พุดซะหรู)
2.เป็น project manager สตูดิโอออกแบบชื่อดังย่านวังหิน (พูดหรูอีกแล้ว)
จริงๆโบว์เริ่มทำงานตั้งแต่อยู่ปี 3 ขายประกันขายตรงไปเรื่อย
แต่เริ่มจริงๆจังๆตอนอยู่ปี 4 ขายตรงแบบจริงจังมาก
เพราะว่าที่บ้านไม่มีตัง คือพ่อกับแม่ขายของในตลาดแล้วเค้าก็รับจ็อบเป็นเจ้ามือหวย
แต่เจ๊งน่ะค่ะ เจ๊งขนาดที่ว่าติดหนี้เป็นล้านๆ เจ้าหนี้เต็มไปหมด โทรศัพท์นี่ไม่ต้องรับเลย
มีแต่คนโทรไปทวง แม่ออกไปขายของที่ตลาดก็ออกแทบไม่ได้
มีแต่คนออกไปด่าไปทวงกลางตลาด แม่กะพ่อจะฆ่าตัวตายวันละหลายๆรอบ
โบว์เลยต้องออกมาดิ้นรนทำงานช่วงปี 4 อีกอย่างต้องส่งน้องเรียนเพราะพ่อแม่ไม่มีตังด้วย
ตอนนั้นเบียร์เรียนอยู่วิศวะปีปี 3 มั๊ง
ปี 4 นี่โบว์ไม่ได้สนใจเรียนเลย มัวแต่หาเงิน เลยเรียนไม่จบ 4 ปี
ล่อไป 4 ปีครึ่ง (จริงๆ ขี้เกียจตั้งแต่เข้ามหาลัยแล้ว f ระนาว พูดให้ดูดีไปงั้นแหละ :30:)
ตอนทำขายตรงที่อยู่ปี 4 นี่แรกๆลุ่มๆดอนๆมาก
แรกๆได้หลักพันพอเดือนที่ 3-4 เริ่มขึ้นเป็นหมื่น บางเดือนสูงสุด 4 หมื่นก็มี
ทำได้ 10 เดือน แต่ปีนั้นได้เงินได้เฉลี่ยเดือนละ 2 หมื่นบาท
จริงๆมันเยอะมากๆเลยนะสำหรับคนที่เรียนอยู่ปี 4 แต่มันไม่พอกับรายจ่ายเลย
ตอนนั้นคือต้องจ่ายเองเกือบทุกอย่าง ให้เบียร์เดือนละ 3500 ค่าหอตัวเอง 1500
ผ่อนแอร์ที่บ้านที่พ่อกะแม่ยังผ่อนไม่หมด 2 พันกว่าบาท
ตอนแรกกะว่าให้เค้ายึดไปเลยแล้วไปตายเอาดาบหน้าแต่สงสารพ่อแม่
่แม่เค้าก็เสียดายเพราะผ่อนมาได้ครึ่งทางก็เลยต้องผ่อนต่อ
มีอย่างอื่นอีกนะ อ้อมีเครื่องดูดฝุ่นด้วยแต่อันนี้ปล่อยยึดไปเลย
อีกเรื่องนึงคือเรื่องใหญ่มากๆที่ทำให้ตังหมดคือว่า บ้านที่อยู่ยังผ่อนไม่หมด
แล้วพอพ่อกะแม่เจ๊งเนี่ย ก็เลยจะโดนยึดครับท่าน :05:
บ้านหลังนี้มีอาถรรพ์ จำได้ว่าตอนนอยู่สัก ปี 1
ตอนนั้นพ่อกะแม่ขายของไม่ดี กุ้งที่เลี้ยงไว้ที่จันทบุรีตายยกบ่อ ไม่มีตังส่งบ้าน
รอบนั้นก็จะโดนยึดไปแล้วรอบนึง แต่พอธุรกิจพ่อกะแม่ฟื้นเค้าเลยส่งบ้านกันต่อ
ครั้งนี้ที่โบว์อยู่ปี 4 เป็นรอบที่ 2 ที่จะโดนยึด
โอ้ว อาถรรพ์จริงๆ ตอนแรกบ้านอยู่กับ ธนาคารชื่ออะไรนะที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นนครหลวง
พอธนาคารเปลี่ยนมือ แล้วเราไม่ส่งเค้าเลยย้ายเจ้าหนี้ไปอยู่กับ "บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี"
เป็นบริษัทที่จัดการเรื่องบ้านโดยเฉพาะเลย ซื้อหนี้เสียมาจากธนาคารแล้วเตรียมขายทอดตลาด
ตอนนั้นโบว์ก็ความรู้งูๆปลาๆ แต่รู้อยู่อย่างนึงว่าจะไม่ยอมให้บ้านหลังนี้โดนยึด
เลยทำทุกอย่าง ตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต ดีที่ทำขายตรงพอไว้ เลยตั้งแชร์ค่ะ
ได้เงินก้อนมา 5 หมื่น เอาไปโป๊ะบ้าน แล้วก็ทำสัญญาผ่อนต่อกับบริษัทนี้ เดือนละ 7 พันบาท
หายนะเริ่มมาเยือน เพราะ 7 พันบาทสำหรับเรานี่เยอะนะเพราะขายตรงมันก็ไม่มั่นคง
โบว์จัดลำดับความสำคัญดังนี้คือ
เรื่องที่ 1 .เบียร์ (น้องชาย) จะต้องมาก่อน
2.ส่งบ้าน แค่นี้รายได้จากขายตรงก็จะหมดแล้ว
เราก็ยืมคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย โชคดีสนิทกะพี่ที่ศิลปากรคนนึง เวลาตังไม่มีก็ยืมเค้าตลอด
(ตอนนั้นแอนก็เรียนปี 5 ทะเลาะกันแทบจะเลิกกันเพราะไม่มีเวลา และทะเลาะกันเรื่องขายตรง) :39:
เบียร์นี่มันก็อึดนะ มีเรื่องนึงที่แม่รันทดจนทุกวันนี้ พูดถึงเค้ายังร้องไห้ทุกครั้ง
เบียร์มันไม่มีตังโบว์ก็ตังหมดยังไม่ออก เบียร์มันโทรไปขอแม่กะพ่อบอกว่ามีตังบ้างไหม
มันไม่มีตังกินข้าว พ่อกับแม่ก็ไม่มี 100 เดียวยังไม่มี สงสารพ่อกับแม่มากเค้าช้ำใจมาก
ว่าเงินจะให้ลูกกินข้าวยังไม่มีรูุ้้สึกว่าเบียร์มันขุดตังได้ 5 บาท เลยซื้อมาม่ากินเลยรอดตัวไป
ลืมบอกว่าพ่อกับแม่หมดอาลัยตายเลิกทำงานเกือบปีน่ะ พ่อนี่หยุดเลย
คือทั้งคู่เค้าไม่กล้าไปสู้หน้าผู้คนที่ตลาด ขายของได้แต่ก็มีลูกหนี้มาทวงเต็มไปหมด
จนไม่มีทุนลงของขายในวันต่อมา โบว์เลยกลายเป็นตัวยืนของบ้าน
สงสารพ่อกะแม่มาก เค้าไม่รู้จะทำอะไร ได้แต่นอนๆๆๆๆ แบบคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต
โบว์เลยเป็นเสาหลักของบ้านไปเลย
เดี่ยวมาต่อไปซักผ้าก่อน เล่าไปเล่ามาชักมัน :33:
ซักผ้าเสร็จหรือยังจ๊ะ
ไม่ได้ซักอยู่ด้วยกันเหรอครับ :09:
นั่นซักตั้งแต่ปีที่แล้วย่ะ :11:
ยะ ที่ใช่เพื่อนแอนที่ขำโคตรๆ หรือเปล่าครับ
..........
โบว์ กับ แอน สบายแล้วเนอะ
ผมเองยัง ยากลำบากสาหัส
แต่ก็ช่างมันเถ๊อะ
คิดแบบ คอมมิวนิสต์วาทะกรรมประจำคือ
แพ้สู้ใหม่ ปราชัยสู้ใหม่
แต่ระจัน ไม่แพ้ เลยไม่ต้องสู้ใหม่
แค่สู้ต่อ :12:
ผมยังขยันในกริยาขี้เกียจอยู่เหมือนเดิม
เพราะการทำอะไรขี้เกียจดูสบายๆ มันสบายจริงๆ
ความจริงจะแค่มาถามว่า ใช่ ยะเพื่อนแอนไหม
พิมพ์ยาวยึดยือเลย แฮะ
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 07 ม.ค. 2009, 17:02 น.
ขุดเรื่องตัวเองข้างล่างมาเตือนใจคนที่ท้อ ว่าสู้ๆนะคะ ตราบใดที่ยังมีแรงก็สู้ต่อไปนะคะ :12:
แล้วก็ขุดเรื่องนี้มาเตือนใจตัวเอง
เพราะปีสองปีนี้โบว์สบายขึ้นมาก มากๆ ทั้งเรื่องงาน เงิน ครอบครัว
จากที่ไม่เคยมีเงินเลย อย่าว่าแต่หลักพัน หลักร้อยยังไม่ถึง
ความสบายเนี่ย เป็นหนทางแห่งความขี้เกียจ
เมื่อเราสบายเราก็จะไม่ค่อยดิ้นรนเท่าไหร่
ปีที่แล้วงานมาไว เงินมาไว และก็ไปไว
ที่พูดไม่ได้มีเยอะนะ แต่เป็นปีแรกที่มีเงินเก็บหลักแสน
เป็นปีแรกที่มีตังผ่อนบ้านผ่อนรถ และให้พ่อแม่ได้อย่างสบายในแต่ละเดือน
เมื่อสบายเลยได้ใจ ใช้เงินไม่ค่อยระวังเลย
และก็ทำงานไม่ active ด้วย นั่งอ่านเรื่องที่ตัวเองเขียนไว้ เลยสำนึกอย่างนุนแรง
ความประมาทเป็นหนทางแห่งความหายนะจริงๆ
ต่อไปปีนี้จะตั้งใจทำงานแล้วค่ะ จะขยันให้มากๆด้วย
กลัวจริงๆ เรื่องกลับไปไม่มีตังเนี่ย :39:
เป็นเหมือนโบว์
และได้เข้าสู่ยุคมืดไปเรียบร้อยแล้ว
กำลังพยุงตัวขึ้นมาเรื่อยๆ ตามลำดับ
น่าจะคนละคนกับยะรำนะครับ
ยะระแหละ ถูกแล้ว :07: :07:
อ้างคำพูดจาก: นาย ภาณุพันธุ์ เมื่อ 07 ม.ค. 2009, 17:09 น.
ยะ ที่ใช่เพื่อนแอนที่ขำโคตรๆ หรือเปล่าครับ
..........
โบว์ กับ แอน สบายแล้วเนอะ
ผมเองยัง ยากลำบากสาหัส
แต่ก็ช่างมันเถ๊อะ
คิดแบบ คอมมิวนิสต์วาทะกรรมประจำคือ
แพ้สู้ใหม่ ปราชัยสู้ใหม่
แต่ระจัน ไม่แพ้ เลยไม่ต้องสู้ใหม่
แค่สู้ต่อ :12:
ผมยังขยันในกริยาขี้เกียจอยู่เหมือนเดิม
เพราะการทำอะไรขี้เกียจดูสบายๆ มันสบายจริงๆ
ความจริงจะแค่มาถามว่า ใช่ ยะเพื่อนแอนไหม
พิมพ์ยาวยึดยือเลย แฮะ
:48:
ยังนะพี่โอ๋ โบว์เนี่ยยังผ่อนทั้งบ้านทั้งรถ
พอรถจะหมดก็ต้องเตรียมผ่อนออฟฟิศต่อ เริ่มเครียดน่ะ
แอบคิดว่าหรือไม่ต้องผ่อนดีเงินจะได้เหลือ
พอเริ่มมีภาระก้อนใหม่ก็คิดมากนะ เริ่มเครียดอีกรอบแล้ว
งานไว เงินไว แล้วเข้าด้านมืด เป็นกันเกือบทุกคนแหละครับ :42:
ปัจจุบันผมยังมีลูกหนี้ราคาเกือบล้านอยู่ และไม่มีทีท่าว่าจะใช้คืนได้ไหวด้วย
(ผ่อนเ้ดือนละพันสองพัน กุจะบ้า :30:) ส่วนหนี้คนอื่นที่ผมแบกไว้แทน ก็ต้องทยอยๆใช้ไปเรื่อยๆ
ชีวิตก็ต้องเท่านี้แหละครับ สู้กันต่อไป :30:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้ซ์แอนนนนน เมื่อ 07 ม.ค. 2009, 17:13 น.
น่าจะคนละคนกับยะรำนะครับ
อ๋อ
นี่ไม่ ยะรำ :26:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 07 ม.ค. 2009, 17:15 น.
ยะระแหละ ถูกแล้ว :07: :07:
:48:
ยังนะพี่โอ๋ โบว์เนี่ยยังผ่อนทั้งบ้านทั้งรถ
พอรถจะหมดก็ต้องเตรียมผ่อนออฟฟิศต่อ เริ่มเครียดน่ะ
แอบคิดว่าหรือไม่ต้องผ่อนดีเงินจะได้เหลือ
พอเริ่มมีภาระก้อนใหม่ก็คิดมากนะ เริ่มเครียดอีกรอบแล้ว
เครียดต้องเที่ยว เยอะๆ :35:
ไม่ใช่ทั้งยะระและยะรำ แต่เป็นธัญญะ (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,1944.msg1046824.html#msg1046824)ครับ
ยะ ระเบิดนี่เอง
เอ้า ขอให้ได้งานใหม่รวดเร็วทันใจ :12:
เรื่องที่พี่โบว์เล่า เต็มๆ มันอยุ่ที่ไหน เราอยากอ่านต่อให้จบ
ปล. ขอบคุณพี่โบว์ ที่ฉุดออกจากภวังค์
เรื่องพี่โบว์ ทำให้ฮึดได้จริงๆ :12: ขอบคุณค่ะ :46:
เอาไว้อ่านเวลาขี้เกียจ ได้ผลชะงัดนัก ไม่ต้องไปหาฉีด เดปามีนเลย (ยังไม่อ่านฟ้อนต์สุดฯ งงล่ะสิ :21:)
อ้างคำพูดจาก: ปิ๊ก ซุปเปอร์เกิร์ล เมื่อ 07 ม.ค. 2009, 17:19 น.
เรื่องที่พี่โบว์เล่า เต็มๆ มันอยุ่ที่ไหน เราอยากอ่านต่อให้จบ
ปล. ขอบคุณพี่โบว์ ที่ฉุดออกจากภวังค์
กดจากที่แอบอ้างเลยอีหนู อ่านไปเรื่อยๆ
อ้างคำพูดจาก: บุ๋ม เมื่อ 07 ม.ค. 2009, 17:21 น.
เรื่องพี่โบว์ ทำให้ฮึดได้จริงๆ :12: ขอบคุณค่ะ :46:
เอาไว้อ่านเวลาขี้เกียจ ได้ผลชะงัดนัก ไม่ต้องไปหาฉีด เดปามีนเลย (ยังไม่อ่านฟ้อนต์สุดฯ งงล่ะสิ :21:)
พี่ก็นั่งอ่านอยู่เนี่ย จะได้เลิกขี้เกียจ จะได้ฮึดต่อ
ต้องระลึกความลำบากซะหน่อย ไม่งั้นเหลิง :08:
รวยแล้วเหลิง :22:
ถูกต้อง เคยเป็นเหมือนกัน :05:
อยากเหลิงมั่งแฮะ :22:
อย่าเลยครับ
กราฟมันเป็นประมาณนี้ :05:
___
| |
| |
| |
/ |
/ |
-----/ | _______/-----------
| ___/
|_____/
รวยอย่างเดียวพอพี่ อย่าเหลิงเลย
มันวูบวาบยังไงบอกไม่ถูก :05:
ไม่รวยแต่เหลิงแล้ว :05:
ไอเดียดีครับ
เหลิงไว้ก่อนตอนไม่รวย เจ็บไม่มาก
ตอนรวยจะได้ไม่เหลิง :37:
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 07 ม.ค. 2009, 18:14 น.
ไม่รวยแต่เหลิงแล้ว :05:
ด้วยคน อยากรวยแบบพี่โอ๋ว่าจัง :05:
ตอนนี้งานใหม่ไม่มี งานเก่าไม่เคลื่อนไหว
ตั้งแต่เดือน พ.ย. - ธ.ค. ที่ผ่านมา เป็นเดือนที่ไร้รายรับโดยสิ้นเชิง กินและใช้เงินเก็บ
เดือนนี้มีวี่แววเหมือนเดือนธันวาคม
มีก็ใช้ ไม่มีก็ดึงเงินเก็บมา ตังค์ใกล้หมดเต็มที่แล้ว อยู่ได้เต็มที่ก็แค่อีกเดือน
แต่เหมือนตัวเองไม่ได้รู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนเลยแฮะ
สงสัยจะอิสระซะจนชิน ถ้ายังหาอะไรมาเสริมไม่ได้ เดือน ก.พ. นี้คงมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
จริงๆ มันต้องเครียดนะเนี่ย แต่มันยังเห็นทางออกลางๆ เลยไม่เท่าไหร่ :42:
พี่เอ้วางแผนยังไงคะ ขอถามหน่อยซิ :55:
เพราะว่าตอนนี้ลูกค้าก็น้อยลงเหมือนกันแหละ แต่ยังพออยู่ได้
ว่าจะเอาเว็บทำเสื้อมาแข่งโมนามาเฟีย :47:
ช่างกล้า
ปีก่อนมีงานทำ แต่ไม่ได้ตังค์ ทำให้เกิดหนี้สิน
ปีที่ผ่านมามีงานทำ ทำงานใช้หนี้ปีก่อน (ยังไม่หมดไม่สิ้น)
ปีนี้มีงานมารออยู่บ้างแล้ว ตั้งกะปีที่แล้ว (มีหลายปี เริ่มงงรึยัง 555)
แต่บางงานคาดว่าจะไม่ทำ เพราะน่าจะเกิดปัญหา
ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นปัญหาเรื่องงานที่ทำแล้ว ไม่น่าจะได้งานที่ดี
และมีท่าทีว่าจะทำงานไม่สนุกกันทั้งสองฝ่าย (ผมกับลูกค้า)
:52:
แหม หล่อเลือกได้จริงนะเนี่ย :30:
เท่าที่มาอยู่ที่สวน ได้งานออกแบบมาทำบ้างนี่ ก็รู้สึกว่าชีวิตนี้คุ้มแล้วครับ
ปีนี้และต่อไป มีเรื่องให้คิดให้ทำมากมาย
แต่ตั้งใจไว้ว่าจะตั้งใจทำงานมากขึ้น สนุกกับงานมากขึ้น
และน่าจะได้งานที่ดีขึ้น
ครบตามจู๋แล้วมั้ง งาน เงิน หวัง อนาคต
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 07 ม.ค. 2009, 20:49 น.
ว่าจะเอาเว็บทำเสื้อมาแข่งโมนามาเฟีย :47:
อ๊ากกกกก เจอคู่แข่ง :07: :07:
ปีนี้ย้ายเข้ามาทำที่หัวลำโพงแล้วครับ แต่ก็แว้บไปไหนไม่ค่อยจะได้เหมือนแต่ก่อนแล้วครับ หน้าที่รับผิดชอบมากขึ้น
เจฟกำลังจะมีลูก :25:
สงสัยมาหลายหนเลยครับ พี่อ๋า
ว่าคนอย่างเราๆ ทำงานออกแบบ
การตัดสินใจกลับไปอยู่สวน ต่างจังหวัด
ที่ไกลจากแหล่งงาน คอนเน็คชั่น แรงบันดาลใจทุกชนิดแบบนั้น
(อนุมานว่า แรงบันดาลใจในการออกแบบอาคาร
ก็ต้องอยู่ในที่ที่มีอาคารมากๆ คือในเมือง)
นึกไม่ออกเลยครับว่า พี่อ๋าตัดสินใจจากความเป็นไปได้อะไร
จากพื้นฐานว่าอะไร ผมเข้าใจแหละว่าการออกแบบ มันรับแรงบันดาลใจ
จากธรรมชาติได้ จากสวนจากนาได้ แต่การติดตามความเคลื่อนไหว
ความเป็นไปของโลกต่างๆ ยังไง๊ ยังไง มันก็ต้องยากกว่ามาก
ผมเดาเอาแหละว่าพี่อ๋าต้องการหาสมดุลย์ระหว่างงาน และชีวิต
และไปเจอที่นั่น แต่แค่นึกไม่ออกว่าทำยังไงถึงเจอ
ที่เกิดมาสงสัยตอนนี้ก็เพราะว่า กลับบ้านไปตอนปีใหม่
แล้วลองคิดว่า ถ้าตัวเองกลับมาอยู่ที่นี่ ซึ่งปัจจัยเหมือนบ้านพี่อ๋าเลย
เออ กูจะทำงานยังไงวะ อัพเดทข่าวคราว แรงบันดาลใจจากไหน
จะไปคุยเรื่องออกแบบกับยายเถิงเหรอ จะหาลูกค้ายังไง
คิดยังไงก็คิดไม่ออกเลย
มาเกาะจอ รอฟังด้วยคน :25:
รอฟังด้วย
...
ผมอยู่กรุง
เหมือนที่เก้ออยู่กรุง
แต่พับผ่าเถอะ
ไม่ได้แรงบัลดาลใจ อะไรเลย
กลับกัน ต้องกลับไปหาความทะยานอยาก
จากที่บ้านเป็นเนืองๆ คือ...
ตัวไปไม่ได้ เอาใจไปแทน
หยั่งตอนกลับบ้านไปปีใหม่หนนี้
ได้พลัง แรงคิดการทำงานมาโข
กะใช้ได้ไปถึงสงกรานต์
แล้วค่อยกลับไปหาใหม่
ปัจเจกงาน เนอะ
จะว่าไปผม งานของผม
ก็ไม่ได้วิ่งตามโลก อย่างมากมายไขว้คว้า
เลยคงพอทำได้ ทำเนา :12:
เก้อถามดีว่ะ วันก่อนที่กลับบ้านต่างจังหวัดที่จันทบุรี
พี่แอนบอกว่าชีวิตมาอยู่ที่นี่และทำงานได้เลยนะ
ในทางกลับกัน สำหรับพี่เนี่ยยังนึกไม่ออกเหมือนกันถ้าต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัด
รอฟังลุงอ๋าด้วย :42:
สำหรับผมเอง ความแตกต่างจากการทำงานอยู่ในกรุงเทพ
กับ ออกมาทำงานในต่่างจังหวัด (จริงๆในตัวเมืองเชียงใหม่ ก็เจริญพอๆกับกรุงเทพนั่นแหละ :30:)
แต่ความหนาแน่นของชีวิตมันลดลง มีเวลาให้คิดให้ทำอะไรต่างๆมากขึ้น ไม่ต้องเผื่อเวลาแย่งชิงกับผู้คนมากเท่ากรุงเทพ
ถึงต่างจังหวัดจะเข้าถึงแหล่งกระตุ้นต่างๆได้ไม่เท่ากรุงเทพ (พวกงานอีเวนท์แสดงงานมีน้อยมากถึงมากที่สุด)
แต่ผมว่าเดี๋ยวนี้ อินเตอร์เน็ท ทำคนเราไม่ต้องไปไหนไกลมากได้แล้วจริงๆ
ตัวอย่างงาน รูปแบบหรือข้อมูล ก็หาได้เยอะ หรือแม้แต่การติดต่อหาลูกค้าก็ตามที
ผมว่าถ้าพอร์ทงานเราดี เราก็สามารถหาลูกค้าจากในเน็ทได้เช่นเดียวกันนะครับ แม้เค้าจะอยู่ไกลกันก็ตามเถอะ
ออฟฟิศผม รับงานอยู่หลายจังหวัดมาก ไม่เฉพาะในเชียงใหม่อย่างเดียว
ไซท์ ที่กรุงเทพ ลพบุรี ชลบุรี ก็มี ซึ่งส่วนใหญ่ใช้วิธีติดต่อทางอีเมล หรือ โทรคุยกันตลอด ก็ทำให้งานเดินได้ไม่มีปัญหา
แล้วก็ไปตรวจงานทีตามงวดเวลาผู้รับเหมาเค้าจะส่งงาน ก็ถือว่าได้เดินทางไปเที่ยวด้วยในตัว
สรุป ผมว่าการออกมาใช้ชีวิตสบายๆ หลวมๆ ในต่างจังหวัด มันทำให้เราเหนื่อยกับชีวิตน้อยลง
แล้วจะมีแรงสร้างสรรค์งานอย่างอื่นออกมาได้มากขึ้นนะครับ อย่างลุงอ๋า ดูบ้านแล้วผมว่าผมยังอยากไปนั่งทำงานออกแบบที่นั่นเลย
น่าจะสบายดี กว่านั่งทำงานหน้าจอคอมในออฟฟิศสี่เหลี่ยมอีก :30:
เดี๋ยวนี้มีอินเตอร์เน็ต มีบล็อกเกี่ยวกับการออกแบบให้ตามอ่านอยู่มากมายครับ
ถ้าจะตามแฟชั่น ก็เข้าไปดูได้ ง่ายกว่าสมัยเรียน
ซึ่งถ้าไม่ได้เรียนในที่ๆห้องสมุดอุดมไปด้วยหนังสือ ก็จะหาจากแหล่งอื่นแทบไม่ได้เลย
งานผมไม่หวือหวา ไม่มีแนวคิดแบบใหม่ๆเลยครับ
ปรับใช้จากของเดิมที่มีอยู่ ที่ผ่านการแก้ปัญหามาแล้วทั้งนั้น
เช่น ปรับมาจากเรือนไทย เรือนชาวบ้าน
การจัดวางพื้นที่ใช้สอยก็เป็นแบบบ้านนอกๆซะเป็นส่วนมาก
ไม่ได้ใช้ทฤษฎีใหม่ๆ หรือคิดแนวทางอะไรใหม่เลยครับ
เรื่องวัสดุ อุปกรณ์อาคาร ก็พยายามใช้ของที่มีขายที่นี่
(วีว่าบอร์ดยังไม่มีขายเลย ต้องสั่ง)
ก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องต้องตามแฟชั่นให้ทันด้วยมั้งครับ
ผมว่าแรงบันดาลใจชนิดที่ กระตุ้นให้มีไฟทำงาน
ที่นี่หายากกว่าแรงบันดาลใจเรื่องออกแบบ (แก้ปัญหา) นะ
เพราะเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย อากาศดี น่าดื่ม น่าพักผ่อน :30:
ผมใช้วิธีโทรคุยกับเพื่อนครับ
เพื่อนที่ให้งานมาช่วยทำ งานทำเปอร์สเปคตีฟน่ะครับ
ซึ่งก็ดีมากๆ เพราะว่าได้เห็นแบบ ได้แกะ ได้เคลียร์แบบ
ได้ถามนู่นถามนี่ อารมณ์ก็คล้ายๆทำงานกลุ่มสมัยเรียนใช้ได้เลย
อีกวิธีคือ เข้ากรุง ไปเที่ยวซะเลย
ไปดูงานบ้านที่เพื่อนออกแบบ ติดรถไปประชุมกับเขาด้วย 555
ไปเยี่ยมเพื่อนที่บ้าน ดูเพื่อนทำงาน นอนบ้านเพื่อน อะไรๆนี่ฟรีหมดด้วยนะ :30:
ครั้งหลังสุดที่เข้ากรุงไปงานแต่งโบว์-แอนนั่น
ผมไปหาเพื่อน (จานจ๋อ) เข้าไปนั่งคุยกัน
อันนี้ประทุไฟได้โคตรดีเลยครับ
ได้รับคำแนะนำสั่งสอนมากมาย เห็นงานมันแล้วโอ้ว มายก๊อด
แค่นี้ก่อน
เดี๋ยวคิดอะไรออกจะมาตอบเพิ่มนะครับ
:25:
เป็นอย่างนี้นี่เองง :46:
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 08 ม.ค. 2009, 10:21 น.
เดี๋ยวนี้มีอินเตอร์เน็ต มีบล็อกเกี่ยวกับการออกแบบให้ตามอ่านอยู่มากมายครับ
ถ้าจะตามแฟชั่น ก็เข้าไปดูได้ ง่ายกว่าสมัยเรียน
ซึ่งถ้าไม่ได้เรียนในที่ๆห้องสมุดอุดมไปด้วยหนังสือ ก็จะหาจากแหล่งอื่นแทบไม่ได้เลย
งานผมไม่หวือหวา ไม่มีแนวคิดแบบใหม่ๆเลยครับ
ปรับใช้จากของเดิมที่มีอยู่ ที่ผ่านการแก้ปัญหามาแล้วทั้งนั้น
เช่น ปรับมาจากเรือนไทย เรือนชาวบ้าน
การจัดวางพื้นที่ใช้สอยก็เป็นแบบบ้านนอกๆซะเป็นส่วนมาก
ไม่ได้ใช้ทฤษฎีใหม่ๆ หรือคิดแนวทางอะไรใหม่เลยครับ
เรื่องวัสดุ อุปกรณ์อาคาร ก็พยายามใช้ของที่มีขายที่นี่
(วีว่าบอร์ดยังไม่มีขายเลย ต้องสั่ง)
ก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องต้องตามแฟชั่นให้ทันด้วยมั้งครับ
ผมว่าแรงบันดาลใจชนิดที่ กระตุ้นให้มีไฟทำงาน
ที่นี่หายากกว่าแรงบันดาลใจเรื่องออกแบบ (แก้ปัญหา) นะ
เพราะเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย อากาศดี น่าดื่ม น่าพักผ่อน :30:
ผมใช้วิธีโทรคุยกับเพื่อนครับ
เพื่อนที่ให้งานมาช่วยทำ งานทำเปอร์สเปคตีฟน่ะครับ
ซึ่งก็ดีมากๆ เพราะว่าได้เห็นแบบ ได้แกะ ได้เคลียร์แบบ
ได้ถามนู่นถามนี่ อารมณ์ก็คล้ายๆทำงานกลุ่มสมัยเรียนใช้ได้เลย
อีกวิธีคือ เข้ากรุง ไปเที่ยวซะเลย
ไปดูงานบ้านที่เพื่อนออกแบบ ติดรถไปประชุมกับเขาด้วย 555
ไปเยี่ยมเพื่อนที่บ้าน ดูเพื่อนทำงาน นอนบ้านเพื่อน อะไรๆนี่ฟรีหมดด้วยนะ :30:
ครั้งหลังสุดที่เข้ากรุงไปงานแต่งโบว์-แอนนั่น
ผมไปหาเพื่อน (จานจ๋อ) เข้าไปนั่งคุยกัน
อันนี้ประทุไฟได้โคตรดีเลยครับ
ได้รับคำแนะนำสั่งสอนมากมาย เห็นงานมันแล้วโอ้ว มายก๊อด
แค่นี้ก่อน
เดี๋ยวคิดอะไรออกจะมาตอบเพิ่มนะครับ
จริงค่ะ แรงบันดาลใจกระตุ้นให้ขยันๆ นี่ มาเป็นวูบๆ นานๆมาที
แอบอ้างเอามาอู้เล่นเน็ต ปั่นบอรืด เรื่อยเลย (อ้างว่าหาแรงบันดาลใจ)
สำหรับคนขี้เกียจเป็นทุนอยู่แล้วยิ่ง ไปกันใหญ่เลยค่ะ
กลับบ้านทีไร เวลาหมดไปกับการนอนหลับพักผ่อนไปซะเยอะ :08:
นอน กิน ปีนต้นไม้ โอ้ว สนุกนาน ยังกับลิงแน่ะ (ลิงที่ไหนอ้วนขนาดนี้วะ)
น..น.. น่าดื่ม...
ลุงอ๋าห์ :25:
เคยมีคนบอกว่าเราอยุ่พัทยานี่ดีนะ
เป็นเมืองที่มีของสองอย่างมาบรรจบกัน
คือธรรมชาติของทะเล (แต่ไม่สวย ไม่สงบ)
และความทันสมัย (แสงสีกลางคืน และอาชญากรรม)
แต่เรากลับรุ้สึกว่า พัทยาเป็นเมืองที่โหดร้ายกัยเรามากที่สุดเมืองนึง
มีธรรมชาติที่สัมผัสไม่ได้ เพราะอันตรายเกินกว่าจะไปนั่งทะเลกลางคืนให้ช่ำหัวใจอย่างต้องการ
มีความวุ่นวายอย่างเมืองธุรกิจ ที่ทำให้หมดแรงใจจะทำอะไรต่อไป ทั้งมลภาวะ ความปลอดภัยในชีวิต
อยากกลับไปอยู่ในเมืองที่วุ่นวาย แต่ปลอดภัยกว่านี้
หรือ
อยากออกไปอยู่เมืองไกลๆ ไร้ความเจริญ แต่สบายใจในการมีชีวิตอยู่มากกว่านี้
เริ่มคิดว่าเงินก้ไม่ได้ทำให้ความสุขมีมากขึ้นเลย ในที่แบบนี้
ภูเก็ตสิครับ :42:
ทะเลกลางคืนก็ไปนั่งเล่นได้สบายใจ
ส่วนตัวคิดว่า
อยู่ต่างจังหวัดก็ทำงานได้
ถ้าการสื่อสารครอบคลุม
โดยเฉพาะอินเตอร์เน็ต
จะแจ๋วมากถ้าได้ไฮสปีด
หาข้อมูล อ่านข่าว ตามเทรนด์
ทางอินเตอร์เน็ตได้
ปัจจุบันทำงานกับลูกค้าต่างชาติบางราย
ก็ติดต่อกันทางโทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ต
จ่ายเงินโดยการโอนเข้าบัญชี เช็คเงินทางอินเตอร์เน็ต
แทบจะไม่ได้เจอหน้าลูกค้า เพราะลูกค้าเดินทางบ่อย
ประสานงานกับโรงพิมพ์ก็ไม่เคยเจอตัวเป็นๆ
เจอแต่เมสเสนเจอร์ นอกนั้นออนไลน์หมด :56:
อยากทำได้แบบพี่ติ๊กบ้างจัง
ปกติต้องไปทะเลาะกับลูกค้าแบบเห็นหน้าค่ะ :30:
พี่เม้งกันทางเมล์ ก็ดุเดือดใช้ได้เลยทีเดียว
ดีตรงที่เราเขียนเสร็จแล้วได้อ่านทวนก่อนส่ง
บางทีเขียนเสร็จ แล้วอารมณ์มันเย็นลง
ก็ปรับเนื้อหาเป็นเหตุผลมากกว่าอารมณ์
แต่ก็ใส่อารมณ์อย่างที่อยากแสดงลงไปด้วยอย่างมีเหตุผล
เมื่อนานมาแล้วเคยเมล์ด่า Paypal
มันดองเรื่องการโฮลด์บัญชีพี่นาน
มีเงินค้าง 2000 กว่าเหรียญ
ค้างเกือบสองเดือนได้มั้ง
ด่าร่ายยาวเป็นหน้า A4
วันรุ่งขึ้นมันเปิดให้พี่ถอนเงินออกได้เลย
เหตุบังเอิญ หรือพี่ยกเหตุผลมาด่าแรงก็ไม่รู้นะ :56:
$2000*35=70,000 :55:
สมัยนั้นเหรียญละ 40+
เคยรวย ในช่วงเวลาสั้นๆ :05:
:18:
มีลูกค้าติดอยู่ 3 หมื่น ไม่ยอมจ่าย
เลยขู่ว่าจะไปแจ้งความแล้ว มุกนี้ใช้บ่อย :30:
อยากไปนั่งทะเลกลางคืน ก็พกปืนไปด้วยสิจ๊ะ :22:
ข้อดีของการอยู่เมืองท่องเที่ยว คือ เพื่อนแวะมาหาบ๊อย บ่อย หลายกลุ่มด้วย
ข้อเสีย มาหลายกลุ่มหลายครั้ง ไอ้เราก็จะได้เที่ยวแต่ที่เดิมๆ :05:
ผู้ใหญ่เก้อ มาเป็นจิตแพทย์ให้เราหน่อยสิ
ที่นี้เขารับสมัครงานนะครับ
คุณสมบัติแค่ ว่ายน้ำได้ ดำน้ำได้ แล่นเรือได้
http://news.bbc.co.uk/2/hi/asia-pacific/7823812.stm (http://news.bbc.co.uk/2/hi/asia-pacific/7823812.stm)
อ่านแล้ว แม่งโคตรเจ๋ง ได้ตังค์ก็เยอะ ก็ไม่กี่เดือนเอง โว๊วววววววววว :25:
ตกลงกับแอนว่าตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป
เรามานั่งทำบัญชีรายจ่ายกัน (เพราะรายรับยังไม่มี :30:)
15 วันโบว์ใช้ไปแล้ว 12,000 นี่ของโบว์คนเดียวไม่เกี่ยวกะแอน
มีค่ามอไซต์แม่ 2,000 กับค่าผ่อนบ้านแม่ 5,000
ที่หลือเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว ยังไม่ได้จ่ายค่ารถโบว์อีก 8,000
ตายๆ ต้องประหยัดแล้วเนี่ย เงินทองร่อยหรอ :05:
เดือนหน้าอนาคตเรากำลังจะเปลี่ยนค่ะ
หวังว่าความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะทำให้ชีวิตเรามั่นคงขึ้น
ท่าทางจะเหนื่อย แต่เอาเนอะ สู้ๆ :12:
:25:
มีงาน ไม่มีเงิน มีความหวัง ไร้ซึ่งอนาคต
ชีวิตตรู T_T
โบว์แอนกำลังจะมีลูก :25:
ตูจะได้อุ้มหลานแล้ว :25:
ขยันในทุกเรื่องนะแอน
นอนดึก หรือนอนเช้า
ต้องปรึกษาหมอแมว
เพื่อจะได้ฟิต :26:
ตรวจเลือดกันก่อนด้วยนะ (สำคัญ)
เห็นเขาตอบกันจนเลิกตอบแล้ว เอาซะหน่อย
คำถาม---เลยอยากรู้ว่า สำหรับคนที่ทำงานอยู่ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง นายจ้าง พอในกับงานที่ตัวเองทำอยู่ในปัจจุบันมั้ยครับ
ตอบ ไม่พอใจ ครับ แต่คงอย่าเรียกว่าไม่พอใจจนทรมาน แต่เรียกว่า พอใจในบางอย่างและไม่พอใจในบางอย่าง
แม้จะว่ากันไปแล้ว งานนี้ ถ้ามองในเรื่องคุณค่า มันมีมากเลยนะครับ
เป็นครู แต่ว่าสถานะไม่ค่อยมั่นคง ( อัตราจ้าง) และไม่ได้รับการยอมรับเท่าไรจากเพื่อนร่วมงาน
สถานะไม่มั่นคง ทำงานสัญญาปีต่อปี :41:
ผลงานไม่มีเพราะ :16:
1. หัวหน้าถอยเกียร์ว่างไปแล้ว เพราะเคยมีปี นึง ชีจะฟิตเอาสองขั้น แล้วไมใด้อกหัก หลังจากนั้น ชีเกียร์ว่างตลอด ตารางสอนมีเดินสอนก้สลับกับพวกน้องให้หมด ให้ตัวเองอยู่ห้องตลอดไม่ไปไหน
2. ที่นี่ concept คือ"ค่าของคน อยุ่ที่คนของใคร" ใครสนิทกับผู้บริหา รก็ได้งานเยอะ ผลงานเยอะว่ากันไป เอาง่ายๆ ปีที่แล้ว ทุกหมวดโดนตัดงบ เพราะเขาบอกว่างบไม่มี แต่หมวดคณิต ได้คอมยกห้อง ไปทำห้องการเรียนรู้ แต่ พออกมาจริงๆ ห้าม นร.ใช้ กลัวคอมพัง ( ซื้อมาเพื่ออะไรคะ)
มีอำนาจเยอะ จัดงานของาน เอาชื่อลงงานตรงนั้นตรงนี้ จัดงานได้บ่อยเบิกง่าย ผู้ใหญ่รัก
แต่ผมก้ไม่ได้อิจฉานะ เราก็อยุ่ของเราทำงานของเรา แต่เขาก้ชอบบอกว่าเราไม่มีผลงาน
อีกอย่างความสามารถที่เรามีเขามองไม่เห้น และไม่จำเป้นกับตำแหน่งที่เราทำ ที่ทำงานไม่ผิดหรอก เราอ่ะออกเถอะ
เพื่อนนะ จะเรียกว่ามีก้มีนะ แต่ไม่สนิท
ไม่มีเพื่อนสนิทในที่ทำงานเพราะ
เป็นพูดตรงมาก รุ้ตัวด้วยว่าถ้าพูดจะก้าวร้าวมาก เพราะว่าหน้าตาเยี่ยงเด็กช่างกล เสียงดัง แต่ความจริงใจดี
แต่เป็นคนไม่พูดอ้อม แล้วรู้กันอยู่ ครูเขาชอบจับกลุ่มเมาท์ จับกลุ่มกิน นินทากันไปมา ไอ้เรามันก้ไม่ชอบ เลยไปสนิทกะเด็กแทน ม.5-6 เนี่ย เพื่อนเลยแหละ
คนที่ทำงานรุ่นเดียวกันเป็นญซะเยอะ ไม่สนิท ผู้ชายก็ไม่สนิท
เกย์ มี ก็ออกสาวซะเหลือเกิน เราก็ ปกติของเรา ก้เลยไม่สนิทกะใคร อยุ่ในห้องวแนะแนว กันสามคน และลูกศิษย์มากมาย
แต่ก่อนไม่ชอบ อยากออกแต่ไม่มีเป้าหมาย มันแค่อยากออก อยากออก อยากออก อยากออก ทรมานจิตใจตัวเองไม่ยอมรับความเป้นจริง ร้องไห้บ่อย โดน พวกราชการที่นี่โขกสับไป แคร์ความรุ้สึกคนอื่นมากเกิน
จนมีอยู่วันนึง เพือ่นพูดว่ เราเกิดมาเพื่อมีความสุขนะ ไม่ใช่มีความทุกข์
หลังจากนั้น งานไหนเราทำได้ งานไหนหน้าที่เรา เราทำ งานไหนไม่ใช่ แต่เราสบายใจจะทำ ทำ งานไหนไม่สบาย ปฎิเสธ ( จ้าง 8600 ชั้นจะ ทำ สองหมื่นทำไมยะ)
และ ที่ทำงานที่นี่ก็สอนให้รุ้โลกการทำงานที่แท้จริงด้วย ว่าเราจะแก้ไขยังไง
คำถาม หากจะต้องจะเปลี่ยนงาน จะมีเงื่อนไขให้กับตัวเองยังไงในการที่จะตัดสินใจลาออกจากที่เก่าเพื่อเข้าหางานใหม่
ตอบ เรียนต่อ เทคคอรส์ ครับ เพราะอยากไปสายอนิเมชั่น (ถ้าใครเคยเห้นงานแล้วคงคิดว่าเหมาะ )
ที่ตอนแรกไม่เรียนเพระไปเรียนให้พ่อแม่ครับ (ปัจจัยตรงนี้ มันแตกต่างที่ครอบยครัว ผมเองก็ไม่ชัดเจนพอด้วย)
ตอนนี้ก็ค่อยๆเรียน ผลงานก้จะค่อยพัฒนาตามที่เห้น จะเรียนปริญญาโท การจัดการสารสนเทศ ด้วย เรพาะคิดว่า เอาความต้องการส่วนตัว กับประสบการณ์และวุฒิ +ความสามารถทีมี ออกมาแล้วไปทำงาน ได้จริงที่สุด( กราฟฟิค +อนิเม+สารสนเทศ)
ก็ทำที่นี่ได้ครับ สุขไปวันๆ สอบติดเมือ่ไรก้ลาออก แค่นั้นเอง
(แต่ตอนนี้เริ่มไม่สุข หัวหน้า เอาการเมืองมาเอี่ยว กรี๊ด) :41: :41: :41:
การเป็นครูไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ทำงานตรงนั้นถือว่าไม่ธรรมดาหรอก
(ไม่เชื่อไปถามพี่โอ๋ดู ว่าอธิบายอะไรๆให้เด็กอนุบาล 3 เหนื่อยแค่ไหน)
อาชีพนี้เราเองก็ยังไม่ได้เข้าไปสัมผัสสักที ทั้งที่น่าจะเข้าไปทำนานแล้ว
การอดทนทำมาได้นาน ในความไม่มั่นคงถือว่าโอเคนะ กล้าหาญมาก (เราไม่กล้า)
เป็นกำลังใจให้คนจะเปลี่ยนงานเหมือนกัน
:22:
เอาเรื่องพี่ชายมาเล่าดีกว่า
พี่จบโทออสเตเรียมา ตอนนี้มาเป็นอาจารย์ชั่วคราวที่ ม.หอการค้า ดูแรกๆก็จะอี้ อาจารย์จะได้เงินเดือนเท่าไหร่กัน
แต่ตอนกลับบ้านเห็นพี่คุยกับลูกพี่ลูกน้องแล้วก็ต้องงง :14: คือพี่ได้ค่าสอนคิดเป็นชั่วโมง ยิ่งเวลาเยอะ คลาสเรียนเยอะยิ่งได้เงินดี (ถ้าจบเอกแล้วสอน ป.โท นี้โคตรรวย)
ตกขั้นต่ำตอนนี้พี่ได้เดือนละ 4 หมื่นนิดๆ :14: แล้วช่วงนี้มีคนมาติดต่อให้ไปเป็นวิทยากร ได้วันละหมื่นสองหมื่น ตอนนี้พี่กำลังชั่งใจว่าจะสอนต่อหรือจะไปเป็นวิทยากรเลย เพราะมีพี่อีกคนลาออกไปเป็นวิทยากรเดือนนึงได้ 1 - 2 แสน :14:
ถึงตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดีแต่อาชีพด้านการศึกษาก็ยังคงเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้ และ ต่อราคาไม่ได้ :18:
เืท่าที่ฟังมานะครับ
มันต่างกันตรง "ต้นสังกัด" ใช่ไหม
ต่อเอกดีกว่า :25:
อ้างคำพูดจาก: Pix เมื่อ 15 ม.ค. 2009, 11:00 น.
มันต่างกันตรง "ต้นสังกัด" ใช่ไหม
น่าจะใช่ครับ
แต่เดี๋ยวนี้มหาลัยก็ออกนอกระบบกันเยอะอยู่แล้ว ถ้ามีชื่อซักหน่อยก็น่าจะได้เงินดีนะครับ
เป็นครูนี้ไม่ต้องเสียภาษีรึเปล่าครับ
อ้างคำพูดจาก: อู๋ดูอู๋ดูอู๋ดูอู๋ดู เมื่อ 15 ม.ค. 2009, 11:28 น.
น่าจะใช่ครับ
แต่เดี๋ยวนี้มหาลัยก็ออกนอกระบบกันเยอะอยู่แล้ว ถ้ามีชื่อซักหน่อยก็น่าจะได้เงินดีนะครับ
เป็นครูนี้ไม่ต้องเสียภาษีรึเปล่าครับ
เอ นั่นมัน อาจารย์มหาลัย
ผมเป้นครูมัธยม อัตราจ้างครับ แนะแนว ด้วย
ตามนโยบาย ต่อไปครูแนะแนวจะบรรจุน้อยแล้วด้วย เขาบอกว่าครูทุกคนต้องแนะแนวได้
ไม่เป้นไรหรอกครับ
ที่นี่ไม่ผิดหรอก เราเอง ที่มาอยู่ผิดที่ผิดทาง
อ้างคำพูดจาก: Pix เมื่อ 15 ม.ค. 2009, 10:44 น.
การเป็นครูไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ทำงานตรงนั้นถือว่าไม่ธรรมดาหรอก
(ไม่เชื่อไปถามพี่โอ๋ดู ว่าอธิบายอะไรๆให้เด็กอนุบาล 3 เหนื่อยแค่ไหน)
อาชีพนี้เราเองก็ยังไม่ได้เข้าไปสัมผัสสักที ทั้งที่น่าจะเข้าไปทำนานแล้ว
การอดทนทำมาได้นาน ในความไม่มั่นคงถือว่าโอเคนะ กล้าหาญมาก (เราไม่กล้า)
เป็นกำลังใจให้คนจะเปลี่ยนงานเหมือนกัน
:22:
ครูอนุบลานี่ ต้เองเข้าขั้นเทพครับ ต้องอดทนมากๆ
แต่ครูที่เข้าขั้นเทพสุดๆ คือครูเด็กพิเศษ
แต่ ขอบคุณครับ เอาแง่ดีมากบอก
เด็กที่ผมเคยหางานพิเศษให้ทำ ส่ง สคส.มาบอกด้วย ว่าตัวเองติดทีไหน
จะร้องไห้ ( แต่ก็จะลาออกเหมือนเดิมนะ อีกสักปี) :56: :56: :56:
ระยะนี้ไปรับจ็อบเล็กๆ ที่บางมดมา
สอนเด็กปีสามถาปัดภาคไอดี
เลยได้รื้อฟื้นกลิ่นมหาลัยให้ติดตัวอีกหน่อย
ก่อนจะลืม แล้วกลายเป็นเด็กมัธยมเต็มตัวไปซะฉิบ
เหมือนผมจะเคยบอก tommyrnb
ไว้ว่า ถ้าเราไม่ได้ศรัทธาอย่างแรงกล้าต้อ วิชาชีพครู
แล้วจงลาออกไปทำอย่างอื่นเถอะ
ผมไม่ได้จงใจว่า จะต่อว่าหรืออย่างอื่น
ผมหมายความตามนี้จริงๆ เพราะถ้ามีมีโอกาสวาสนา
ได้ไปบอกครูคนอื่นทั่วประเทศ ที่ไม่ได้มุมานะบากบั่น
อุทิศตนเพื่อ วิชาชีพครูแล้ว ไปทำอย่างอื่นจะเกิดผลดี
ดีต่อตัวเอง และดีต่อคนที่เราปะทะด้วย หมายรวมถึงศิษย์ที่เป็นอนาตค ต่อไป
ผมก็ยังจะบอกแบบนี้แหละครับ
ยังยืนยันตามนี้นะครับ
ส่วนกรณี tommyrnb
ที่บอกเรื่องความเป็นไปในบรรยากาศ
และเรื่องราวที่ทำงาน ก็พอเข้าใจได้นะครับ
ถ้ายังศรัทธาในวิชาชีพครู ประเดี๋ยวเราก็ได้เป็นได้สอนเองนะครับ
ขอให้ สิ่งที่ตัดสินใจและกำลังตัดสินใจ
เป็นไปด้วยดีนะครับ
// วันนี้วันครูพอดีเลย
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 02:54 น.
ระยะนี้ไปรับจ็อบเล็กๆ ที่บางมดมา
สอนเด็กปีสามถาปัดภาคไอดี
ID
มันคือ interior หรือ industrial ครับแอน
พี่ไม่รู้จริงๆ :44:
อยากรู้
เพื่อจะได้ไม่เข้าใจผิด :46:
ช่วงนี้มีใครเจอขอทาน แบบพึ่งตกงานบ้างมั้ยครับ :44:
เมื่อเช้าเจอคนนึง มานั่งขอทาน เขียนใส่กระดาษว่า "หนูตกงาน ไม่มีงานทำ หนูไม่มีเงินกินข้าว" แล้วก็นั่งพนมมือไป ร้องไห้ไป
ตอนเดินกลับบ้านก็เจอคนมาขอเงินบอกว่าไม่มีเงินกลับบ้าน
แถวบ้านมีที่ดินว่าง เริ่มมีคนที่เป็นแรงงานย้ายสัมโนครัวมาอยู่ หาเศษไม้กับสังกะสีมาทำเป็นบ้าน อยู่กันหลายครอบครัวมาก :44:
วันที่ 26 นี้ เราก็จะกลายเป็นคนตกงาน
:46: สู้ๆนะครับ อย่าพึ่งท้อ
เราลาออกเองแหละ :35:
:07: อ้าววว ตกข่าว
อ้างคำพูดจาก: นาย ภาณุพันธุ์ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 09:06 น.
เหมือนผมจะเคยบอก tommyrnb
ไว้ว่า ถ้าเราไม่ได้ศรัทธาอย่างแรงกล้าต้อ วิชาชีพครู
แล้วจงลาออกไปทำอย่างอื่นเถอะ
ผมไม่ได้จงใจว่า จะต่อว่าหรืออย่างอื่น
ผมหมายความตามนี้จริงๆ เพราะถ้ามีมีโอกาสวาสนา
ได้ไปบอกครูคนอื่นทั่วประเทศ ที่ไม่ได้มุมานะบากบั่น
อุทิศตนเพื่อ วิชาชีพครูแล้ว ไปทำอย่างอื่นจะเกิดผลดี
ดีต่อตัวเอง และดีต่อคนที่เราปะทะด้วย หมายรวมถึงศิษย์ที่เป็นอนาตค ต่อไป
ผมก็ยังจะบอกแบบนี้แหละครับ
ยังยืนยันตามนี้นะครับ
ส่วนกรณี tommyrnb
ที่บอกเรื่องความเป็นไปในบรรยากาศ
และเรื่องราวที่ทำงาน ก็พอเข้าใจได้นะครับ
ถ้ายังศรัทธาในวิชาชีพครู ประเดี๋ยวเราก็ได้เป็นได้สอนเองนะครับ
ขอให้ สิ่งที่ตัดสินใจและกำลังตัดสินใจ
เป็นไปด้วยดีนะครับ
// วันนี้วันครูพอดีเลย
ใช่ๆ วันนี้กำลังสมัคเรียนปริญญาโท :40: :40: :40:
เคยสอนคอมพิวเตอร์ให้กับผู้หญิงอาชีพพิเศษที่พัทยา
สอนยาก แต่สนุก และสุขใจ ว่าจะกลับไปสอนอีก
แต่ขอให้เวลาและรายได้มั่นคงกว่านี้เพื่อไม่ให้แม่เป็นห่วง :52:
คลาสนึก 10 กว่าคน โดย 80% จบไม่เกิน ป.6 และ อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษไม่ได้
และยังคิดว่าอาชีพที่ทำอยู่ ซักวันจะนำพาไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น และมีคนรับเลี้ยง
มีเรื่องมาให้หนักใจอีกแล้ว
เพื่อนที่ทำฟรีแรนซ์ให้อยู่ประจำๆ มาชวนไปทำงานด้วย แบบเต็มตัว
โดยมีข้อเสนอยั่วยวนใจ คือให้ทำงานอยู่กับบ้าน เงินเดือนบอกของปัจจุบันไป มันไม่สะดุ้งสะเทือน ก็คิดว่าน่าจะรับได้
กับที่ทำงานอยู่ปัจจุบัน งานไม่หนักหนาอะไรมาก แต่ต้องตื่นเช้าขับรถมาทำงาน
ปลายปีมีโบนัส เงินเดือนขึ้นปีละ 1-2 เปอร์เซ็นต์ (ปรับตำแหน่งเงินเดือนขึ้นอีกต่างหาก)
ตอนนี้เลยนั่งนึกว่าจะเอาไงดีหว่า คิดไม่ตก :05:
ทำกับเพื่อนสบายอยู่บ้านมีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น (แต่ความมั่นคง ยังไม่แน่ใจ)
ทำที่เดิม เวลาไม่ค่อยมี (แต่ความมั่นคงค่อนข้างแน่นอน)
ศักดิ์รู้สึกเราสองคนสามคน (รวมแอนด้วย) จะสวนทางกัน
เราสองคนมีคนเสนอให้เข้าไปทำงานประจำด้วยเงินค่อนข้างสูง
คิดไม่ตกเหมือนกัน ส่วนเรื่องที่ศักดิ์ต้องตัดสินใจ
ก็คิดดีๆนะ ตอนนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเศรษฐกิจ
สำหรับฟรีแลนซ์ที่ไม่มีแบล็กที่มันคงค่อนข้างลำบาก
แต่ถ้ามีฐานดี เราว่าเงินเยอะนะ :33:
แหมแห๊ ช่างน่าอิจฉาเสียยิ่งกะไร
ทำไม๊ทำไม เราไม่มีทางเลือกมั่งละ :22:
ใครมีงานอะไรแนะนำ คนตกงานบ้างไหม
ประสบการณ์ำงานด้านตัดต่อ ประมาณ 3 ปี
+ ส้ม :25:
ใจงามจริงๆ
ขอให้เจริญๆ นะแม่คุณ สาธุ สาธุ :46:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 13:16 น.
มีเรื่องมาให้หนักใจอีกแล้ว
เพื่อนที่ทำฟรีแรนซ์ให้อยู่ประจำๆ มาชวนไปทำงานด้วย แบบเต็มตัว
โดยมีข้อเสนอยั่วยวนใจ คือให้ทำงานอยู่กับบ้าน เงินเดือนบอกของปัจจุบันไป มันไม่สะดุ้งสะเทือน ก็คิดว่าน่าจะรับได้
กับที่ทำงานอยู่ปัจจุบัน งานไม่หนักหนาอะไรมาก แต่ต้องตื่นเช้าขับรถมาทำงาน
ปลายปีมีโบนัส เงินเดือนขึ้นปีละ 1-2 เปอร์เซ็นต์ (ปรับตำแหน่งเงินเดือนขึ้นอีกต่างหาก)
ตอนนี้เลยนั่งนึกว่าจะเอาไงดีหว่า คิดไม่ตก :05:
ทำกับเพื่อนสบายอยู่บ้านมีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น (แต่ความมั่นคง ยังไม่แน่ใจ)
ทำที่เดิม เวลาไม่ค่อยมี (แต่ความมั่นคงค่อนข้างแน่นอน)
จากที่ผมเคยทำมาทั้งสองอย่างแล้ว
งานประจำ เงินมั่นคง ไม่ต้องเสี่ยงมาก วางแผนระยะยาวได้ แค่ได้เงินน้อยกว่าที่ควรจะเป็นหน่อย
ฟรีแลนซ์งานเร็วเงินเร็ว ได้เต็มเ็ม็ดเต็มหน่วย แต่ก็อาจโดนชิ่งได้
งานฟรีแลนซ์ลองเช็คเพื่อนหน่อยว่ามันมีหนทางดำเนินต่อเนื่องได้ทั้งปีใช่มั๊ย เพราะว่าถ้ามันมีเยอะแค่ช่วงแรกๆ
แต่ช่วงหลังต้องลุ้นเอาหน่อย โอกาสเสี่ยงมันก็มีสูงมากเหมือนกันนะ เคยใช้ชีวิตอดมื้อกินมื้อเพราะแบบนี้มาแล้วเหมือนกัน :42:
การตัดสินใจลองตั้งจุดหมายใกล้ๆแล้ววัดผลดูมั๊ยศักดิ์ สักระยะ 6 เดือน หนึ่งปี แล้วเอามาเทียบกัน
ถ้าทำงานประจำ ใน หนี่งปี เราจะมีอะไรมั่ง เงินเก็บเท่าไหร่ หรือได้ของอะไรที่ต้ิองการได้มั๊ย
ถ้าทำงานฟรีแลนซ์ ในเงินเดือนเท่านี้ หนึ่งปี เราจะมีเงินเก็บเท่าไหร่ ได้อะไรมั่ง หรือเงินที่ได้ในช่วงแรก
จะสามารถเลี้ยงตัวในเดือนหลังๆได้มั๊ย ถ้าสมมติเกิดอุบัติเหตุทางเศรษฐกิจจริงๆ
ทำฟรีแลนซ์ต้องเซฟตัวเองหน่อยนะครับ
แต่ก็แลกมากับความสบายในการเป็นนายตัวเอง ตื่นเวลาไหนก็ได้ ทำงานเวลาไหนก็ได้
ลองเลือกดูครับ
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 13:23 น.
ศักดิ์รู้สึกเราสองคนสามคน (รวมแอนด้วย) จะสวนทางกัน
เราสองคนมีคนเสนอให้เข้าไปทำงานประจำด้วยเงินค่อนข้างสูง
คิดไม่ตกเหมือนกัน ส่วนเรื่องที่ศักดิ์ต้องตัดสินใจ
ก็คิดดีๆนะ ตอนนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเศรษฐกิจ
สำหรับฟรีแลนซ์ที่ไม่มีแบล็กที่มันคงค่อนข้างลำบาก
แต่ถ้ามีฐานดี เราว่าเงินเยอะนะ :33:
นั่นซิ แต่จะว่าไปอันนี้มันเหมือนย้ายงานมากกว่ามัง
โดยพ่วงข้อเสนอว่าทำงานที่บ้านได้น่ะ แล้วก็มีลูกน้อง 1 คน (ชอบมากข้อเสนอนี้)
บริษัทขนาดเล็ก กำลังโต กลัวใจอยู่เหมือนกันว่า ไปๆ มาๆ เกิดงานเข้าน้อย กลัวจะพากันตายหมู่
คือ เพื่อน ก็จะลาออกมาทำบริษัท เป็นเอเจนซี่เต็มตัว (ตอนนี้มันเป็นเซลล์โรงพิมพ์อยู่)
ถ้ามองด้านความมั่นคง - ที่ปัจจุบัน คงกินขาด
แต่ถ้ามองเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ที่น่าจะดีขึ้น มีเวลามากขึ้น - ก็ทำกับเพื่อน
ยังไงเดี๋ยวคงต้องคุยกับเพื่อนจริงจังมากกว่านี้แฮะ ประกอบการตัดสินใจ
อีกอย่าง ตอนนี้ก็เริ่มแก่ตัว การจะมาเสี่ยงอะไร
มันก็ต้องคิดหนักอยู่ ไหนจะอนาคตข้างหน้าต้องมีครอบครัว ความมั่นคงมันก็ต้องมาก่อน
ตอนนี้เหมือนมี 2 ร่างค้านกันอยู่ในตัวเอง :08:
โบว์ว่าทีม สำคัญที่สุดนะคะ
ปัญหามันอยู่ที่ทีมนะ ถ้าทีมดีเนี่ยโอเค
แต่ถ้าทีมไม่รอดก็ไม่รุ่ง ยกตัวอย่างงานที่ส้มทำได้เลย
ขออนุญาติพาดพิงถึงส้ม เพราะนอกจากความเป็นเพื่อน
เราเคยทำงาน โคงานกับส้มมาพักนึง เราคิดว่ายกเป็นกรณีศึกษาได้
ทีมส้มไม่แข็งแรง ส้มก็วิ่งๆๆ อยู่คนเดียว มันเลยรุ่งยาก
เรากับแอนยังคุยกันบ่อยๆ ว่าส้มถ้าจะรุ่งต้องเปลี่ยนทีม
ไม่ก็เปลี่ยนความคิดเรื่องงาน และเปลียนหลายๆ เรื่อง แต่มันไม่เชื่อหรอก :41:
หรือทีมของบักปูน ซึ่งตอนนี้รู้สึกก็หยุดแล้วมั๊ง เพราะปูนไปทำงานประจำแล้ว
ศักดิ์ลองดู ค่อยๆคิด ดูเรื่องทีมก่อนเลยนะ ข้าน้อยขอเตือน :33:
ใช่เลย เพราะตอนนี้เพื่อนก็วิ่งงานอยู่คนเดียว
ออ จะมีแฟนมันด้วยอีกคน
ยังไงก็ตัดสินใจดี ๆ นะคะพี่ศักดิ์ :25:
ตอนนี้กวางจะเปลี่ยนที่ทำงานค่ะ ส่วนเหตุผลคือ
1. สวัสดิการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ (ลาทุกชนิด รวมลาป่วยไม่มีใบรับรองแพทย์โดนหักเงินทุกกรณี)
2. กวางเคยชินกับการทำงาน 5 วันหยุด 2 วัน มากกว่าทำงาน 6 วันหยุดวันเดียว
3. ไม่มีอบรม
4. ไร้ขอบเขตการทำงาน (จับฉ่ายมาก แต่ค่าจ้างน้อยกว่าที่อื่นในขอบเขตการทำงานเท่ากัน)
5. ผลงานของสถานประกอบการที่นี่กำไรน้อยต้นทุนสูง
ข้อดีของที่นี่
1. ใกล้บ้านมาก
2. หัวหน้างานไม่ค่อยซีเรียสกับงาน
3. ไม่มีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน
วางแผนไว้ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมาแล้ว
ว่าถ้าเปลี่ยนรอบนี้คือต้องอยู่ยาวเลยนะ เพราะเขาไม่ชอบให้กวางเปลี่ยนงานถี่ (เป็นข้อแม้ของแม่)
และก็ต้องเป็นหน่วยงานที่มีความมั่นคง (เป็นข้อแม้ของพ่อ + แม่)
ตอนนี้กวางสมัครสอบไว้ 2 ที่ค่ะ
1. นักวิชาการคอมพิวเตอร์ (รายได้ต่อเดือน 95xx+ค่าครองชีพ 1500)
สถานที่ทำงาน กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (แถว ๆ โรงพยาบาลศรีธัญญาอ่ะค่ะ)
อันนี้กวางสอบไปแล้วตั้งแต่วันที่ 10 รอฟังผลสอบช่วงวันที่ 23
ถ้าเกิดสอบข้อเขียนผ่าน ก็จะให้ไปทดสอบ + สัมภาษณ์ช่วงวันที่ 26 หรือ 27 นี้
และก็ประกาศผลวันที่ 29 ทำสัญญา 29-30 เริ่มงานวันที่ 2
(ไวมาก) สัญญาจ้างถึง 30 กันยายน 2555 และอาจจ้างต่อถ้าหมดสัญญาแล้ว
2. นักคอมพิวเตอร์ (รายได้ต่อเดือน 10,xxx) ที่การประปานครหลวง (แถว ๆ DPU) อันนี้สอบพร้อมพี่อรรันที่ 1 กุมภาพันธ์ค่ะ
แนวข้อสอบของการประปาน่าจะยากกว่าเยอะ เพราะมีระบุเนื้อหาข้อสอบแต่ละหัวข้อก็ค่อนข้างหินค่ะ
เวลานี้กวางรอดูว่าที่แรกเนี่ยจะผ่านมั้ย
ถ้าผ่านก็ดำเนินการต่อไปเรื่อย ๆ จนเสร็จสิ้น
และก็ถ้าได้งานนี้จริง ๆ วันที่ 1 กวางก็คงไปงานด้วยนะคะ
แต่ถ้าเกิดกวางไม่ได้ที่แรก กวางก็ต้องไปสอบของที่ 2 ค่ะ
พี่ ๆ คิดว่าไงกันบ้างอ่ะคะ กวางไม่รู้ว่ากวางคิดถูกมั้ยที่ทำแบบนี้
2 ที่นี้ ความมั่นคง คงไม่เท่ากันแน่ ๆ
ส่วนถ้าไม่ได้ทั้งคู่ก็อยู่ที่เดิมต่อไปค่ะ
ที่ทำอยู่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ทำเรื่องลาออกแต่ประการใด
2 ที่นี้ กวางไปทำหน้าที่อะไรรึ
ประสบการณ์หน่วยงานราชการ นี่ไม่มีเลยแฮะ
ทำไมมันบังเอิญเหมือนพี่แอนพี่โบว์เลย
มีคนมาเสนองานประจำให้เหมือนกัน
จะว่างานประจำก็ไม่ค่อยถูก เพราะเขาไม่ได้มากำหนดเรื่องเวลาทำงานอะไร
อยากทำไรก็เรื่องของเรา ดูกันแค่งาน จ้างทั้งทีมอีกต่างหาก
(ก็ไม่ได้เยอะหรอก 4 คน)
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 10:36 น.
ID
มันคือ interior หรือ industrial ครับแอน
พี่ไม่รู้จริงๆ :44:
อยากรู้
เพื่อจะได้ไม่เข้าใจผิด :46:
industrial design ครับ
เขียนโปรแกรมอ่ะค่ะ (เป็น .NET) ฐานข้อมูล Oracle
งานคอมพิวเตอร์ทั่วไป คล้าย ๆ ที่ทำอยู่ปัจจุบันนี่แหละค่ะ
ต้องนั่งเคาะสนิมกันเยอะเลยแหละ
ออ แบบนี้มันได้พวกซีนู้นนี้มั้ยจ้ะ
ราชการดีอย่างก็ตรงสวัสดิการ นี่แหละ
รู้สึกจะมีให้ครอบครัวด้วยใช่มะ
กวางรับได้กับค่าตอบแทนใช่ไหม
เท่าที่ดูจากคำว่าสัญญาจ้าง ฟังดูน่ากลัว + กับเงินเดือนแล้ว น่าหวาดหวั่นมาก
ลูกจ้างของรัฐ เราว่ายังมีความเสี่ยงอยู่ แต่สบายตรงวันหยุดนี่แหละ
พี่สาวเราเป็นลูกจ้างกรมวิชาการเกษตร (ไม่สามารถบรรจุได้ ด้วยประการทั้งปวง)
อนาคตขึ้นอยู่กับลายเซ็นต์ของคนที่นั่งในห้อง :42:
เงินเดือนแกว่ง ๆ อยู่แถว ๆ 10 - 15 k อ่ะค่ะ ช่วง 2 ปีมานี้ได้ประมาณนี้
เงินเดือนรับได้อ่ะค่ะกวางไม่ซีเรียส
ถ้าเกิดอยู่ไปเราสบายใจ และคนในครอบครัวกวางโอเค
กลัวคำว่าลูกจ้างชั่วคราวเหมือนกันค่ะ
แต่มานึก ๆ ดูแล้ว กวางเป็นคนขี้เบื่อ ทำงานที่นี่ 1 ปี ยังรู้สึกว่านานเลยค่ะ
แต่อาจเป็นเพราะว่ากวางอยู่ที่นี่แล้วไม่มีความสุขมั้งคะ เลยมองดูแล้วรู้สึกว่ามันนาน
ถ้าทำที่ที่เราโอเคกับงาน ไม่มีใจติดลบ เวลา 1 ปีก็คงแป๊บเดียวนะ
การทำงานอย่างมีความสุข เหมือนจะเป็นอุดมคติมากๆ
เพราะเราไม่เคยเจอ เจอแต่แบบว่า "ทนได้ก็ทนไป ทนไม่ได้ก็ออกไป"
ทำงาน 3 ปี อยากปาดคอคนอื่นแทบทุกวัน
สรุปว่าเค้ารับไปเป็นลูกจ้างชั่วคราวเหรอกวาง :09:
ตอนนี้นั่งๆไปให้หมดวัน ดูแล้วตัวเองไร้ค่ามาก ลองนั่งเอางานแบบ คนอื่นมาลองทำก็แล้ว ลองไปดูตัวอย่างจากในเว็บแล้วหัดทำตามก็แล้วก็ยังไม่หมดวันซะที่ ยกตัวอย่าง ง่ายๆไอ้เพื่อนที่อยู่ข้างๆ วาดการ์ตูนคนใน ออฟฟิศเล่น ได้ไปครึ่งออฟฟิศแล้ว ชอบนะงานสบายๆนี้ แต่ว่างมากไปมันก็ไม่ดีนะครับ รู้สึกสงสารนายจ้าง กลัวเค้าไม่มีรายได้ แล้วจะซวยมาถึงเรา
ของที่แรกนี่ ในประกาศระบุว่าเป็นพนักงานราชการอ่ะค่ะ
แต่มีเขียนไว้ว่า
อ้างคำพูดจาก: http://www.anamai.moph.go.th/download/download/122008/%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A352.pdfระยะเวลาจ้าง ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2555 และอาจได้รับการต่อสัญญาจ้างอีก
ลูกจ้างชั่วคราว เป็นอะไรที่น่ากลัวสำหรับเศรษฐกิจตอนนี้มากครับ เพราะ การเงินมีปัญหาเมื่อไหร่ จะเป็นรายแรกที่โดนปลด เพราะคำว่าชั่วคราว
อ้างคำพูดจาก: พลัม เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 15:21 น.
industrial design ครับ
อุ้ย บวกพลัมเลย
ขอบใจนะจ๊ะพ่อคนหน้าตาดี :27:
มาตอบช้า อดโดนบวกเลย :23:
ตอนนี้ปิ๊กว่างงานแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ทำงานเกี่ยวกะอะไรบ้างครับ
เงินเดือนเท่าไหร่ถามได้ไหม
บอกน้องไปด้วยซิว่าเผื่อมีงานใหม่แนะนำ
ถามแค่นั้น เดี่ยวเค้าก็นึกว่าเป็นสรรพากรหรอก
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 16:55 น.
บอกน้องไปด้วยซิว่าเผื่อมีงานใหม่แนะนำ
ถามแค่นั้น เดี่ยวเค้าก็นึกว่าเป็นสรรพากรหรอก
ขออนุญาติขำโบว์บนหิ้ง
:30: :30: :30: :30:
:30: :30: :30:
อะนะ แล้วมีงานแนะนำผมบ้างมั้ยครับ :25:
ท่านประธานแอนครับ
ท่านประธานโบว์ครับ
ถ้าอย่างไร ก็บริจาคเงิน
มาแถวๆ แจ้งวัฒนะ บ้างนะครับ :46:
พี่โอ๋อยู่แถวๆ แจ้งวัฒนะหรอกหรือ? :25:
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 17:09 น.
พี่โอ๋อยู่แถวๆ แจ้งวัฒนะหรอกหรือ? :25:
ขอปั่นนิดนึงนะ :46:
อยู่ที่อยากอยู่แถวไหน :21:
จวฒน
ดด
วชรพ
บน
ลพ
ขออนุญาต :46:
//แปลด้วยสิ่คะ :07: :05:
อ้างคำพูดจาก: นาย ภาณุพันธุ์ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 17:11 น.
ขอปั่นนิดนึงนะ :46:
อยู่ที่อยากอยู่แถวไหน :21:
จวฒน = แจ้งวัฒนะ
ดด = ดินแดง
วชรพ = วัชรพล
บน = บางนา
ลพ = ลาดพร้าว
:56:
ถ้าโปรเจคนี้ผ่านสิ่งที่ต้องการคือ web develop
จะไปหาได้จากไหน ใครมีแหล่งบอกด้วยนะคะ
ปล.ปิ๊ก ลองตอบคำถามพี่แอนนะ เผื่ออาจจะแนะนำให้ได้
web develop
:37:/
ขอบใจกวางนะ+ :25:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 17:22 น.
ถ้าโปรเจคนี้ผ่านสิ่งที่ต้องการคือ web develop
จะไปหาได้จากไหน ใครมีแหล่งบอกด้วยนะคะ
ปล.ปิ๊ก ลองตอบคำถามพี่แอนนะ เผื่ออาจจะแนะนำให้ได้
สามีอิชั้นเองค่ะ สนใจมั้ยคะ :47:
กร๊าก ตอบช้าไป ..โดนตัดหน้าซะแล้วต๋อย
ขายไหมคะ จะซื้อตัว :27:
เกิดศึกชิงนางซะแล้ว :30:
ชิงนาย :07:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 17:33 น.
ขายไหมคะ จะซื้อตัว :27:
ไม่ขาย แต่ให้เช่าจ๊ะ :56:
อ้างคำพูดจาก: แอนดูมาโอ๊ะ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 16:49 น.
มาตอบช้า อดโดนบวกเลย :23:
ตอนนี้ปิ๊กว่างงานแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ทำงานเกี่ยวกะอะไรบ้างครับ
เงินเดือนเท่าไหร่ถามได้ไหม
ตอนนี้ยังทำงานอยู่ จะว่างงานสิ้นเดือนนี้ค่ะ
ปล. ลาออกจากงานเพราะจะไปสอบโท (ออกแบบนิเทศน์ศิลป์ แต่คาดว่าคงไม่ติด แน่ๆ)
คงได้กลับมาเตะฝุ่น หางานหลังจากออกจากห้องสอบ :42:
ส่วนงานที่เคยทำมาก็
- เน้นด้านตัดต่อ โดยเฉพาะโฆษณา(ท้องถิ่น)
ใช้ premiere เป็นหลัก (เด็กศึกษาไม่ได้จับ final cut) :50:
ได้ After Effect นิดหน่อย
- แล้วก็มีกราฟิกอื่นๆบ้าง ตามสมควร เช่น นามบัตร ใบปลิว (ถนัด+ชอบ illustrator)
เงินเดือนเดิม (ถ้า ผจก. มาเห็นก้อย่าโกรธกันนะ เราพูดตามความจริง)
- เงินเดือนตามสลิป 10,500 บาท เงินเดือน+ค่าครองชีพ
- เงินประจำตำแหน่ง 2,000 บาท
รวมเป็น 12,500 บาทถ้วน
ใครมีงานแนะนำ ขอบคุณในความกรุณาค่ะ
:46:
ปล. ผจก. เรามาในฟอนต์ด้วยนะ ตอนที่เราเอาโลโก้มาให้ช่วยกันดูน่ะ แต่เค้าก็ไมไ่ด้ว่าอะไร แค่ถามว่าใช่ปิ๊กใช่ไหม แต่น่าจะขาจร
โอ้ดีๆ เผื่อมีอะไรไว้ช่วยงานกัน
สอบเป็นไงมารายงานตัวด้วยนะ
ง่ะ สู้ ๆ เด้อพี่ปิ๊ก :25:
ถ้าโปรเจคพี่ผ่านอาจจะเรียกมาสัมพลาดดดดดดดด งานนะปิ๊ก
:25:
ขอบคุณพี่โบว์ :46:
ขอให้สอบผ่าน
ถ้าไม่ผ่านก็ขอให้ได้งาน :22:
อ้างคำพูดจาก: Pix เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 19:41 น.
ตอนนี้ยังทำงานอยู่ จะว่างงานสิ้นเดือนนี้ค่ะ
ปล. ลาออกจากงานเพราะจะไปสอบโท (ออกแบบนิเทศน์ศิลป์ แต่คาดว่าคงไม่ติด แน่ๆ)
คงได้กลับมาเตะฝุ่น หางานหลังจากออกจากห้องสอบ :42:
ส่วนงานที่เคยทำมาก็
- เน้นด้านตัดต่อ โดยเฉพาะโฆษณา(ท้องถิ่น)
ใช้ premiere เป็นหลัก (เด็กศึกษาไม่ได้จับ final cut) :50:
ได้ After Effect นิดหน่อย
- แล้วก็มีกราฟิกอื่นๆบ้าง ตามสมควร เช่น นามบัตร ใบปลิว (ถนัด+ชอบ illustrator)
เงินเดือนเดิม (ถ้า ผจก. มาเห็นก้อย่าโกรธกันนะ เราพูดตามความจริง)
- เงินเดือนตามสลิป 10,500 บาท เงินเดือน+ค่าครองชีพ
- เงินประจำตำแหน่ง 2,000 บาท
รวมเป็น 12,500 บาทถ้วน
ใครมีงานแนะนำ ขอบคุณในความกรุณาค่ะ
:46:
ปล. ผจก. เรามาในฟอนต์ด้วยนะ ตอนที่เราเอาโลโก้มาให้ช่วยกันดูน่ะ แต่เค้าก็ไมไ่ด้ว่าอะไร แค่ถามว่าใช่ปิ๊กใช่ไหม แต่น่าจะขาจร
อ่าวศึกษาศิลกรเรอะ รุ่นน้องชั้นนี่
อ้างคำพูดจาก: tommyrnb เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 21:36 น.
อ่าวศึกษาศิลกรเรอะ รุ่นน้องชั้นนี่
:18: สวัสดีค่ะ รุ่นพี่
ศิลปากรครองบอร์ด :30:
ที่นี่บอร์ดศิลปากรไม่ใช่เหรอ พี่โบว์
ที่ไม่ได้จบมา ก็เขย+สะใภ้ทั้งนั้น
มศก. พ่อทุกถาบัน :37:
มอ ไม่เคยกลัวใครอยู่ล๊าวววว :49:
อ้างคำพูดจาก: Pix เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 21:38 น.
:18: สวัสดีค่ะ รุ่นพี่
อ๊ะ พลาด เขาเป็นรุ่นพี่
แน่จริงมาเจอกันท่าช้าง :37:
อ้างคำพูดจาก: บวบ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 23:18 น.
แน่จริงมาเจอกันท่าช้าง :37:
อันนี้หมายถึ งพูดกะ มอ ใช่ไหมเนี่ยครับ :55: :55: :55: :55:
อ้างคำพูดจาก: เอา เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 23:15 น.
มอ ไม่เคยกลัวใครอยู่ล๊าวววว :49:
ด้วยคน
รอเจ๊เดือน :25:
มช ถึงจะน้อย แต่เราเหนือกว่า :11:
ได้อ่านการปลดปล่อยของคนแล้วมีความสุขยังไงไม่รู้
ได้รู้เขารู้เรา
เป็นกำลังใจให้ tommyrnb นะครับ :12:
ว่าแต่ชื่อจริงว่าอะไรหว่า เกย์ช่างกลเนี่ย อ๋อ ครูย้งนี่เอง :15:
ปิ๊กอีกคน กล้าดี ลาออกในช่วงภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ :12:
เคยมั้ยครับ ที่ทำงานโดยไม่รู้สถานะตัวเอง :30:
ไม่มีอะไรผูกมัดว่าถูกว่าจ้าง แต่ก็มีใบงานส่งมาให้ทำเป็นรายการไป แบบต่อเนื่อง
ระบุชัดเจนว่า ไม่มีเงินเดือน หรือเงินตอบแทนนะ :30: (แต่มีสินน้ำใจต่างตอบแทนในรูปแบบอื่นให้)
แต่กรณีถูกส่งตัวไปทำงานต่อในนามทีมงานเขา
ก็จะได้เงินมาเป็นก้อนๆ โดยเขาเจรจาทุกอย่างให้หมดแล้ว
ตอนนี้ก็มีแบบนี้แหละ เข้าๆ ออกๆ งงๆ ดี เขาหางานมาส่งให้
แต่ไม่เคยถามเขาหรอก ว่าตกลงจ้างแล้วใช่มั้ย
นึกๆ แล้วก็ขำตัวเอง แต่ก็ชอบนะแบบนี้ ไม่รู้สึกว่าโดนบังคับขืนใจ
จริงๆ ไม่ทำก็ได้ แต่ตูก็ทำ :30:
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 23:42 น.
ด้วยคน
รอเจ๊เดือน :25:
มาแล้วๆ
สู้ :07:
:44: อุ๊ยหิ้ง วิ่งหนีอย่างรวดเร็ว
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 17 ม.ค. 2009, 01:14 น.
ได้อ่านการปลดปล่อยของคนแล้วมีความสุขยังไงไม่รู้
ได้รู้เขารู้เรา
เป็นกำลังใจให้ tommyrnb นะครับ :12:
ว่าแต่ชื่อจริงว่าอะไรหว่า เกย์ช่างกลเนี่ย อ๋อ ครูย้งนี่เอง :15:
ปิ๊กอีกคน กล้าดี ลาออกในช่วงภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ :12:
ก็ตามนั้นละครับ อารมณ์ อัดอั้น มันหายไปหมดแล้ว เหมือนเราได้ข้อสรุปกับใจตัวเองไปแล้ว เพียงแต่ว่า เราพึ่งเริ่มกระบวนการแค่นั้นเอง
สบายใจครับ อยู่ รร สบายใจมากๆ ตามนั้น จ้าง 86 ชั้นทำให้ 89 ( ไง จริงใจมะละ เพิ่มให้หน่อยนึง )
ยังไม่ลา ยังอยู่ รอสอบก่อน น้ำไฟ โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต ที่บ้าน ยังต้องการเงินอยู่ 5555+ (จ่ายของที่บ้านทั้งหมดเองตั้งกะ ร้องเพลง จนเลิกร้องเพลงไปและ)
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 17 ม.ค. 2009, 01:14 น.
เคยมั้ยครับ ที่ทำงานโดยไม่รู้สถานะตัวเอง :30:
ไม่มีอะไรผูกมัดว่าถูกว่าจ้าง แต่ก็มีใบงานส่งมาให้ทำเป็นรายการไป แบบต่อเนื่อง
ระบุชัดเจนว่า ไม่มีเงินเดือน หรือเงินตอบแทนนะ :30: (แต่มีสินน้ำใจต่างตอบแทนในรูปแบบอื่นให้)
แต่กรณีถูกส่งตัวไปทำงานต่อในนามทีมงานเขา
ก็จะได้เงินมาเป็นก้อนๆ โดยเขาเจรจาทุกอย่างให้หมดแล้ว
ตอนนี้ก็มีแบบนี้แหละ เข้าๆ ออกๆ งงๆ ดี เขาหางานมาส่งให้
แต่ไม่เคยถามเขาหรอก ว่าตกลงจ้างแล้วใช่มั้ย
นึกๆ แล้วก็ขำตัวเอง แต่ก็ชอบนะแบบนี้ ไม่รู้สึกว่าโดนบังคับขืนใจ
จริงๆ ไม่ทำก็ได้ แต่ตูก็ทำ :30:
แบบนั้นมันก็แปลว่า เค้าจะจ่ายหรือไม่จ่ายก็ได้ด้วยเหมือนกัน ใช่ป่ะพี่เอ้
เช่นเดียวกับบริษัทเรา(ที่กำลังจะออกไป) ทำงานมาไม่ได้เซ็นต์สัญญา
แปลว่าเค้าจะ ไม่จ่ายเงิน จะให้เราออกโดยไม่ได้เงินชดเชย
ไม่มีสวัสดิการ ไม่ปรับเงินเดือนก็ได้ เพราะไม่ได้มีสัญญาว่าจ้างใดๆ
ทำมาได้ 3 ปี เพิ่งคิดถึงข้อนี้
อ่ะ ขอเบิ้ลทีนึง
อยู่ๆ ก็ได้ข่าวฝากมาจาก GM ว่า " ถ้าอยู่ต่อจะให้โบนัสนะ (เดือน ก.พ. แจกโบนัส) ส่วนเรื่องจะสอบให้ลาไป "
.
.
.
.
.
หนักใจอีกแล้ว
:08: :07: :05:
อ่า ขอเสนอความเห็น
มองยาวๆครับ ยาวๆ เลย
ปัญหาเรื่องสอบเนี่ย (รวมเรื่องอื่นๆด้วยนะ)
เป็นปัญหาระยะสั้นหรือระยะยาว
เดือนหน้า ปีหน้า ต้องโดนอีกมั้ยทำ(ทน)ได้มั้ย
ถ้าพอทำ(ทน)ได้ ก็ทำ(ทน)ไปครับ
ถ้าเปลี่ยน ต้องปรับตัวใหม่ กว่าจะอยู่ตัวก็ระยะหนึ่ง
แต่ที่เก่าก็ Roll เดิมๆ ไม่ต้องปรับอะไร
แล้วปัญาหามันก็มีทุกที่ครับ สู้ๆคร้าบ :12:
ปล. แต่ถ้าเป็นปัญหาที่ "คน" ก็ออกเหอะ
ถ้าอยู่ต่อนอกจากโบนัสแล้ว ขอให้บ.ทำสัญญาบรรจุด้วยเลย
พูดถึงทำทน นึกถึง memo :04:
ในเว็บบิตชอบเรียกทำทน (ลืมเปลี่ยนภาษาเวลาพิมพ์)
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 17 ม.ค. 2009, 14:56 น.
ถ้าอยู่ต่อนอกจากโบนัสแล้ว ขอให้บ.ทำสัญญาบรรจุด้วยเลย
บริษัทไม่เคยเซ็นต์สัญญากับพนักงานคนไหนๆ เลย
หรือจะอยู่เอาโบนัสก่อน แล้วพอรับซองเสร็จออกเลย
อย่างที่เล่าไปคราวที่แล้ว (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,12659.msg1147475.html#msg1147475) วันนี้มาเล่าต่อนะคะ
เมื่อช่วง 2-3 วันก่อน
กวางสงสัยเรื่องระบบการดำเนินงานของพนักงานราชการ ว่ามันแตกต่างกับข้าราชการยังไง
เลยไปคุ้ย ๆ google ดูตามความเข้าใจของกวางสรุปแบบนี้ค่ะ
อันนี้ความแตกต่างระหว่างข้าราชการกับพนักงานราชการ (http://72.14.235.132/search?q=cache:2s-ZoYzcT0AJ:www.thaijustice.com/webboard.asp%3Fsub%3D0%26id%3D528066+%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A+%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3&hl=th&ct=clnk&cd=2&gl=th&client=firefox-a)
พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน ของปี 35 กับปี 51 (http://www.cscnewact.com/Files/Acts/compare_35_vs_51.pdf)
(รายละเอียดข้าราชการระบบใหม่ที่เอามาแทนระบบซี ดูได้ที่หน้า 35 ค่ะ)
ที่เขาบอกมาเรื่องสวัสดิการของพนักงานราชการ (มีเนื้อหาทำนองนี้เยอะมากใน google ค่ะ)
ทำให้กวางถอนใจออกเฮือกใหญ่ ๆ ก่อนที่จะตัดสินใจว่า
ถึงเราจะสอบผ่านหรือไม่ก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ
เพราะสวัสดิการของพนักงานราชการก็ไม่ตรงกับใจกวางตั้งแต่ต้นแล้ว
(ทำงานในหน่วยงานราชการ พ่อแม่เบิกไม่ได้ก็โดนด่าอยู่ดี)
ดังนั้นเหลือที่การประปานี่แหละ
ตอนนี้ก็อ่านหนังสือไปเรื่อย ๆ ทบทวนตำรา และก็หาข้อมูลเพิ่มเติมในเนื้อหาที่สอบ
แต่ถ้าที่นี่ไม่ได้อีก ก็ไม่ซีเรียสเหมือนเดิมแหละ ก็ทำที่เดิมต่อ และก็หาที่ใหม่ต่อไป :30:
ส่วนผลสอบ ไม่มีชื่อกวางในรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพครั้งที่ 2 แหละ :40:
คงประมาทไปหน่อย แต่ไม่เป็นไรเนอะ :22:
สู้ต่อไปนะครับ ค่อยๆเลือกก็ได้ อันไหนพลาดก็ลองหาอันใหม่ที่ถูกใจกว่า
เอาใจช่วยนะครับ :12:
ขอบคุณค่ะ + :25:
กวาง สู้ๆ :25:
สู้ๆ จ้า
พรุ่งนี้ทำงานวันสุดท้ายละ ยังไม่รุ้จะทำอะไรต่อ
มีคนแนะนำให้อัพเกรดตัวเองด้วยการไปเรียน final cut ซะ
แต่ในใจแอบคิดว่า ไปขายก๋วยเตี๋ยวดีกว่าไหม
ได้โบนัส 11 วันครึ่ง :55:
เพิ่งจะพ้นโปร ได้ตั้ง 11 วัน อย่าทำโวย
เดี๋ยวหันหลังกลับไปดุซะหรอก :07:
คู่นี้เปลืองไฟมากเลยนะ หันไปคุยกันไป๊ :30: :30:
ท่าทางเป็นเศรษฐีเงินถัง :25:
มีปัญหาเรื่องการสื่อสารล่ะไม่ว่า :30:
เป็นมาตั้งแต่สมัยเรียน
ถ้านั่งหน้าจอเมื่อไหร่ จะคุยกันทาง msn
ผมพยายามหาช่องทางหาเลี้ยงตัวเองอยู่น่ะครับ
แต่ไม่เห็นทางเลย สอนพิเศษตอนนี้เลิกไปแล้ว
อย่างที่ว่าน่ะครับ ผมต้องอ่านหนังสือเลขมัธยมไปสอน
แล้วมาระลึกได้ว่า เอ๊ย ไอ้ที่อ่านๆน่ะเสียเวลามั้ย ถ้าเลิกสอน ความรู้พวกนี้ก็จะจมลงไปในความทรงจำ
ผมเลยเลิก เพื่อไปหาอะไรที่อ่านหรือศึกษาแล้วอาจได้ใช้ หรือน่าสนใจ
แต่มันไม่มีให้ทำ ก็เลยสับสนกับตัวเองว่า แล้วเราจะทำพาร์ตไทม์อะไรดี
ถ้างั้นไปสมัครงานแล้วเนียนไปว่าไม่ได้เรียนปอโทเลยดีกว่าัมั้ย
ซึ่งผมไม่รู้จะตอบเค้าว่ายังไงว่าที่ว่างไปสองปีหลังเรียนจบเนี่ย ไปทำอะไรมา
(เรียนมาสองปีแล้ว แต่คอร์สเวิร์คยังเหลือเลยครับ ภาควิชาเค้าหนักหน่วงจริงๆ)
ตอนนี้เลยกำลังหางานพาร์ตไทม์ หรืองานอิสระดีๆอยู่
อนาคตค่อนข้างปวดร้าวครับ ผมหนีงานวิศวะมาเพราะเรื่องของการสวมบทบาท
ผมไปฝึกงานมาแล้วรู้สึกเลยว่า ในเวลางาน มันไม่จำเป็นต้องเป็นผมน่ะ ไอ้ที่ทำงานอยู่นั่น
มันคือใครก็ได้ที่มีความรู้เท่าผม มันไม่จำเป็นต้องมีความเป็นตัวผมอยู่เลยก็ได้
ในแง่นี้มันคือการปฏิเสธการมีัตัวตนอยู่ของตัวเองในตลอดเวลาที่ทำงานอยู่
หรือถ้าวันหนึ่งคอมพิวเตอร์มันทำงานแทนผมได้ ผมก็ไม่จำเป็นต้องมีอยู่ตรงนั้น
ผมเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเครื่องจักรที่ทำให้ระบบมันทำงานได้อย่างที่มันควรเป็น เท่านั้น
ผมเลยหนีไปเรียนปรัชญา(ตอนแรกจะเรียนจิตวิทยา แต่เค้าไม่รับ เกรดไม่ถึง)
เผื่อว่าจะหาคำตอบให้ความเป็นไปได้
แต่ คำตอบมันไม่มีครับ ยิ่งเรียนยิ่งรู้ว่า คำตอบมันคือสิ่งที่คุณชอบ หรือสิ่งที่คุณเป็น
แล้วยอมรับสิ่งอื่นได้ยาก มันก็กลายเป็นคำตอบ
ทีนี้ปัญหาเกิดครับ เกิดแบบจริงจัง
ในเมื่อปรัชญาไม่ได้ให้คำตอบอะไรเลยที่มันจริง จริงๆ
ผมก็เลยชอบมันแค่กลางๆ เพราะในเรื่องบางเรื่องมันให้แนวการวิเคราะห์ที่น่าสนใจ แต่บางเรื่องมันก็หลุดไปไหนแล้วก็ไม่รู้
เรื่องมันก็เลยยาวครับว่า ถ้างั้นผมไปเรียนปริญญาเอก(บวกเวลาไปอีกห้าปีนะครับ ปริญญาเอก) แล้วกลับมาเป็นอาจารย์
มันทำได้ แต่มันอาจได้ผลตอบแทนน้อย
แต่ถ้าผมกลับไปสู่สายงานเดิม ผมอาจได้มากกว่าน่าจะอย่างน้อยสองถึงสามเท่า (แค่ตอนเริ่มต้น ไม่ต้องคิดว่าระยะยาวมันจะห่างกันแค่ไหน ในเมื่อผมไม่ต้องเสียเวลาอีกห้าปีไปเรียนต่อ)
เฮ้อ แล้วผมหนีมันมาทำไม ผมก็ไม่ทราบได้
ผมว่าเงินมันทำอะไรได้เยอะครับ ตราบเท่าที่ผมยังชอบสังสรรค์ ใช้ชีวิตตามใจชอบ
ผมเลยสับสนว่า แล้วผมจะทำอะไรดี
งานเขียนที่ผมชอบ ความเสี่ยงมันสูงกระทั่งว่า มันไม่น่าจะทำรายได้ให้ได้
(ผมลองพยายามเอาแนวการเขียนของตัวเองไปโพสทั้งในไฮไฟว์ และที่อื่นๆเป็นการเซอเวย์ความเชื่อมโยงระหว่างแนวการเขียนกับกระแสคนอ่าน สรุปสั้นๆได้ว่า มันควรเป็นงานอดิเรก)
ผมก็หาทางยิกๆเลยครับทีนี้ ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีในอนาคต จะเลือกเงิน หรือความสบายใจในงานแต่งบสังสรรค์ไม่มีดี
จังหวะนี้ในชีวิตต้องขอยืมคำของนักเขียนมาใช้เลยครับ
"nothing to be done"
ปล.ขอโทษนะครับไม่ได้อ่านจนถึงหน้าสุดท้ายอีกแล้ว มันหลายหน้าเหลือเกิน แต่จังหวะนี้อยากแบ่งปันน่ะครับ
โหย โจทย์ยากสุดๆ เลยค่ะ
เอาเป็นว่า เอาใจช่วยนะคะ เพราะไม่รู้จะแนะนำยังไงดีแฮะ
บางทีคนที่ชอบกับคนที่ใช่อาจจะไม่ใช่คนเดียวกันนะคะ :22:
อ้างคำพูดจาก: mons เมื่อ 24 ม.ค. 2009, 04:34 น.
ผมพยายามหาช่องทางหาเลี้ยงตัวเองอยู่น่ะครับ
อนาคตค่อนข้างปวดร้าวครับ ผมหนีงานวิศวะมาเพราะเรื่องของการสวมบทบาท
ผมไปฝึกงานมาแล้วรู้สึกเลยว่า ในเวลางาน มันไม่จำเป็นต้องเป็นผมน่ะ ไอ้ที่ทำงานอยู่นั่น
มันคือใครก็ได้ที่มีความรู้เท่าผม มันไม่จำเป็นต้องมีความเป็นตัวผมอยู่เลยก็ได้
ในแง่นี้มันคือการปฏิเสธการมีัตัวตนอยู่ของตัวเองในตลอดเวลาที่ทำงานอยู่
หรือถ้าวันหนึ่งคอมพิวเตอร์มันทำงานแทนผมได้ ผมก็ไม่จำเป็นต้องมีอยู่ตรงนั้น
ผมเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเครื่องจักรที่ทำให้ระบบมันทำงานได้อย่างที่มันควรเป็น เท่านั้น
แต่ถ้าผมกลับไปสู่สายงานเดิม ผมอาจได้มากกว่าน่าจะอย่างน้อยสองถึงสามเท่า
ผมก็หาทางยิกๆเลยครับทีนี้ ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีในอนาคต จะเลือกเงิน หรือความสบายใจในงานแต่งบสังสรรค์ไม่มีดี
อารมณ์เดียวกันเลยคะ ..
เฮ้อ!วิศวกร
อยากจะหนีอยู่ แต่ไม่รู้จะไปทางไหน :05:
หลังจากเรียนจบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ผมกับเพื่อนกำลังคิดจะทำออฟฟิศครับ
ผมรู้ว่าอะไรหลายๆอย่างกำลังรอผมอยู่แน่ๆ
ทั้งเรื่องดีและไม่ดี
ความสนุก ความทุกข์ และโลกแห่งความเป็นจริง
ตอนทำงาน มันพลาดได้้ อาจารย์ด่า
ต่อไป พลาดได้เหมือนกัน ไม่มีใครด่าด้วย ( แต่เจ๊ง )
ผมคิดถึงผลเสียต่างๆที่มันเป็นไปได้ว่าจะเกิด
กาีรโกง การขาดทุน ฯลฯ บางทีห็พาเอาเครียดไปเหมือนกัน
ยิ่งในสภาวะแบบนี้ ความฝันกับความจริงดูต่างกันเหลือกิน
ความฝันของผม ฟังดูอาจจะไร้สาระ และสมกับเป็นความฝันมากๆ
นั่นคือการปิดออฟฟิศไปเที่ยวครับ ซักที่นึงไกลๆ
สุดท้ายผมยังไม่อยากเชื่อใครที่ไหน จนกว่าผมจะได้ลองเอง
ถ้าเอาแต่กลัว เราคงไม่ได้ไปไหน
อย่างน้อยเราทุกคนก็กำลังจะเดินไปพร้อมๆกัน
ตอนนี้กำลังเบื่องานที่ทำอยู่ งานไม่มีอะไร เบื่อคนที่ไม่ทำงานแล้วยังเสือกมาพูดมากอีก
ไม่ได้ทำเองแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าคนที่ไปทำงานต้องเจออะไรบ้าง คิดเอาแต่เลียเจ้านาย :42:
เข้าใจและรับรู้อยู่แล้วว่ายังไงคนแบบนี้ก็มีอยู่ทุกทีอยู่แล้ว แต่แอบเซ็งเท่านั้น :50:
ตอนนี้ก็ทำใจได้แล้ว และรองานที่ดีกว่านี้ในอนาคตอันใกล้นี้ :56: :27:
เคยคิดว่าตัวผมเองทำงานได้ทีละหลายๆ อย่าง เพราะเคยมาก่อน
แต่เดี๋ยวนี้ รู้สึกว่าทำไม่ได้แล้ว ลืมนู่นนี่นั่นมากมาย จะบ้าตาย ตอนนอนยังนอนผวาได้อีก
คนที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เขาต้องพยายามถึงขนาดไหนกันน้า...
ไม่รู้สิ แต่คิดว่าน่าจะมากพอดู :37:
กำลังวางแผนเรื่องงานเงินอย่างหนักเลย
กู้บ้านได้แล้วแต่ก็เครียดเหมือนกันแหละ
เพราะว่าต้องผ่อนเดือนละ 20800 แน่ะ
รถเหลืออีก 10 เดือนก็จะหมดแล้ว
เดี๋ยวคงหาเงินโปะรถก่อน 90000 บาท
อนาคตกำลังจะเปลี่ยน กำลังจะเข้าสู่หมวดงานการอีกครั้ง
กำลังจะเข้าสู่การหาเงิน เก็บเงินอย่างจริงจังอีกครั้ง
หลังจากทำตัวสบาย สบาย อยากกินก็กิน อยากเที่ยวก็เที่ยว มา 2 ปีแล้ว
การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ เมื่อไหร่จะหมดหนี้หนอ :05:
ผมอนาคตเปลี่ยนแล้ว :12:
เวลาผ่านไปเร็วนะโบว์
แป๊บๆ ก็สิบปีละ
อีกแป๊บหมูนุ่มก็รับปริญญาละ
อย่าให้เวลาผ่านเร็วนักเลยพี่อ๋า
ถ้าหมูนุ่มรับปริญญา โบว์ก็ 40 กว่า :39:
แล้วพี่อ๋าพี่โอ๋ก็......
:30: :30: :30:
คงสัก 2 ขวบได้แล้วล่ะ
ให้ได้เถอะ
สี่ขวบ แล้วมาที่ ทอศิลป์ นะ :35:
ซื้อ 1 แถม 1 นะ :02:
มาอัพเดท ชีวิตการงานให้ฟัง
เรื่องร้าน เดือนที่แล้ว (กพ.) ฟ้าหมดสัญญาเช่าร้านเล็ก Dress Up
หมดแล้วไม่รู้เนื้อรู้ตัว ได้รับโทรศัพท์จากพี่เจ้าของร้าน (ฟ้าเช้าร้านต่อจากเข้าของห้อง ไม่ได้เช่ากับโครงการ)
เค้าโทรมากบอกว่า "น้่องฟ้า สัญญาเช่าร้านหมดสิ้นเดือนนี้นะ พี่จะไม่ต่อสัญญาแล้ว พี่อยากเซ้ง น้องฟ้าจะเซ้งร้านพี่ไหม?"
ฟ้าก็ หืมม.. เซ้งร้านเนี่ยนะ (หมายถึงต้องหาเงินก้อนมาให้เค้า แล้วฟ้าก็จะเป็นเจ้าของห้อง จ่ายแต่ค่าเช่าที่กับโครงการไปเลย)
.. พี่เจ้าของร้านบอกว่า แถวนั้น เค้าเซ้งกัน 60000 .. แกเห็นว่าฟ้าทำร้านไว้เยอะ (คือตกแต่งทั้งหมด) แกจะลดให้ฟ้า 55000
แต่ฟ้าต้องหามาให้แก ภายในวันที่ 1 มีนา ถ้าไม่ทันคือย้ายออกไปเลย แกมีคนมารอจะเซ้งอยู่แล้ว
จุกอกมาก..
มึงมาบอกกูตอน เหลือเวลาอีก 13 วัน คือโทรมาวันที่ 15 เดือน กพมี 28 วัน
เวลา 13 วันใครจะหามาให้ได้ 55000 ...
ตอนนั้นมืดแปดด้านมาก โทรไปปรึกษาพี่ๆหลายคน ครึ่งหนึ่งบอกว่า ให้สู้ ไปหาหยิบยืมมาสู้ต่ะ อึกครึ่งก็บอกว่าลองหาที่ใหม่ไหม?
เพื่อนที่มาขอ share ร้านด้วย มันก็กลุ้ม มันเพิ่งตกงาน เพิ่งไปกู้เงินมาจากพ่อ มาลงเครื่องประดับที่ร้าน
(ฟ้าให้เพื่อนมานั่งขายของด้วย เพราะร้านฟ้ามันไม่มีเครื่องประดับ มาก็มานั่งเป็นเพื่อน เรื่่องค่าเช่าอะไรฟ้าก็ไม่เดือดร้อน
ดีกว่าตกงานแล้วง่อยกิน หาเงินไม่ได้ มาขายของกับฟ้าก็อย่างน้อยมีค่าข้าว ค่าขนมกิน)
กลุ้มมาก ประสาทกิน ต้องทำไงดี
จนมีน้องที่สนิท มาบอกว่า มีที่สวยมาก อยู่โครงการด้านหน้า รุ่นพี่เค้าจะเซ้งแสนนึง
แต่เค้าให้ผ่อนให้เค้าได้ ทีละครึ่ง พี่ฟ้าลองไปคุยไหม? ฟ้าก็ลองโทรไปคุย
ตอนโทรน่ะ ยังไม่มีเงินสักบาทเลย 555+
เเค้าบอกว่า เค้าลดให้เหลือ 80000 แต่ฟ้าต้องจ่ายค่าประกันสัญญากับโครงการเองนะ ประมาณ 12000
สรุปมันก็คือ 92000 ก็ลดไป 8000 (แต่จ่ายสองงวดได้)
ฟ้าก็รับปากเค้าไป (ตอนนั้นยังมืดแปดด้านอยู่ ฮ่าๆๆๆ :30:)
เวลาผ่านไปสามวัน ทุกๆคนรอบตัวฟ้าแบบรู้ได้ถึงรัศมีความเครียดของฟ้าเลย
กินเหล้าก็ไม่อร่อย หน้าตาอมทุกข์ พี่ๆฟ้าก็ช่วยได้ไม่มาก แต่ก็จะช่วยนะ บางคนก็บอกกูจะให้มึง 3000
บางคนก็บอกว่า พี่มีกีต้าร์สองตัว เอาไปจำนำสักตัวก็ได้นะ :05:
(ก็ซึ้งนะ แต่ฟ้าก็ไม่กล้าไปเบียดเบียนเค้าขนาดนั้น นักดนตรี จะหากินแต่ละวันให้พอค่าเหล้าก็ลำบากแล้ว)
ฟ้าเครียดมาก กินไม่ลง นอนไม่หลับเลย
จนเพื่อนที่มาขอแชร์ร้านด้วยอ่ะ ไปโกหกพ่อมันว่ามันจะหมั้น ขอเงินมาเตรียมของ เตรียมงานสัก 40000
แล้วพ่อมันก็ให้จริง :14: วันที่ 25 ฟ้าเอาเงินตรงนี้ไปจ่ายพี่เค้าก่อน ครึ่งหนึ่ง
ขายของในร้าน ได้อีกหมื่นสอง ฟ้าเอาไปทำสัญญากับโครงการ
พอวันที่ 1 ฟ้าก็ย้ายร้านจากในซอยออกมาโครงการด้านนอก
ลงของใหม่ ได้ลูกค้าใหม่ ร้านก็ดีขึ้นนะ คือขายดีขึ้น คือได้เงินทุกวัน
..
มีต้องลุ้นอีกทีวันที่ 1 นี้แหล่ะ อีก 40000
:30: :30:
ชีวิตต้องสู้
ไม่สู้ก็แพ้
ระจันก็ สาหัส
เครียด
ไม่สิ มากกว่านั้น
เดือนละแสนกว่า
ต้องจ่าย
เด็กยังน้อย
แต่
เครียดไปทำไรได้
ชีวิตคนเราไม่ได้มีคำมั่นสัญญา
ว่าจะยืนยาวกันจนถึงเท่าไหร่
ตลบหน้าตลบหลัง
พลิกคว่ำคมำหงาย
สุดท้าย
ไปต่อวะ
ใครไม่โหวตให้ไป
ช่างมัน
ดื้อ
สนุกดีครับ
ฟ้า
เลิกเหล้า เลิกจน :12:
(แต่เชื่อว่าทำไม่ได้หรอกจริงมะ :48:)
ต่อไปนี้ จะไม่เล่าอะไรให้ใครฟังอีกแล้วครับ :37:
แอน โบว์
เลิกเที่ยว จะรวย :35:
ส่วนจักรี :05:
จักรีตัวจริงกลับมาแล้ว :05:
สู้ๆต่อไปนะคะทุกคน :12:
เมื่อสองวันก่อนเครียดกับปัญหางานเพราะความสะเพร่าของตัวเอง (เรื่องเงินทอง)
รู้สึกว่ามันเล็กไปเลย เมื่อเทียบกับพี่ๆแล้ว
ปัญหามีไว้ให้แก้
สู้ต่อไป สู้ต่อปายยยยย :27:
คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ กาลครั้งหนึ่ง ขาว ขาว ขาว ขาว ขาว ขาว ขาว ขาว ขาว ....
(อันนี้เขาเรียกเหล้าขาวนะครับ)
:3005: จักรีเอ๊ย
:25: พี่ฟ้าย้ายมาอยู่ด้านหน้าแล้วเหรอ แวะไปหาจะได้ไม่ผิดร้าน
แบบว่า ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของร้านพี่ฟ้าอะ :56: แวะไปทักทายทุกรอบ :30:
:30: พี่จักรี๊
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 17 มี.ค. 2009, 01:16 น.
ฟ้า
เลิกเหล้า เลิกจน :12:
(แต่เชื่อว่าทำไม่ได้หรอกจริงมะ :48:)
ลดเหลืออาทิตย์ละครั้งแล้วพีี่แอน :33:
ฝึกงานนรกแตก :30: เมื่อคืน OT ยัน สี่ทุ่มครึ่ง (เลิกงานปกติ 6 โมง :05: )
วันนี้ขอลาครึ่งเช้า
(จริงๆ ไม่ลาก็ไปทำงานได้ แต่สภาพโทรม)
ตูได้งานใหม่แล้ว อ๊ะ.. ไม่ใช่สิ เรียกว่างานเพิ่มมากกว่า
จากเดิมที่วางแผนการตลาดให้ Circus Russia จนตอนนี้ก็โดนลากมาทำ Siam Ski Dome (มาลงที่เมืองไทยแล้วน๊าาา)
ให้วางแผนการตลาดทั้งหมด .. หลังสงกรานต์ ต้องวางแผนการตลาดทั้งปี จัดกิจกรรมให้วอร์คกิ้งสตรีท
เค้าจะจัดบิกินี่เดย์ เกย์เฟสติวัล และอื่นๆอีกมากมาย :04:
// ถามว่าเอาเงินไปเก็บไว้ที่ไหน
ตอบว่า .. คนจ้างทั้งหลายเค้าบอกว่าเก็บเป็นพอร์ตไงส้ม
ส้ม ชั้นไม่ชอบที่แกใช้อีโมนี้เลยว่ะ
ดูไม่สมหญิงเลย เลิกเหอะ :39:
แต่แกก็ไม่ใช้ผู้หญิงนี่เนอะ
ลบแล้วจ้า มะม๊า :05:
ดีมาก :27:
เหว่ๆๆๆ ๆ :27:
เลิกใช้เพราะอยากสมหญิงนี่เอง
ลุงอ๋าห์ขาา :34:
:30:
กลัวเป็นกระเทยนั่นเอง :30:
แตกหน่อแล้วจ้ะ
เชิญที่ บ้านไม่บานกับจานอ๋าห์ http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,12320.0.html
กำลังคิดจะปิดบริษัทว่ะครับ เปิดมาสามปีไม่มีรายได้ซักกะบาท
ลูกค้าไม่จ้างในนามบริษัทซักกะคน
:3005:
//เอ๊า ย้ายคำถามบักบวบกลับมานี่ก๊อน :07:
แตกหน่อไม่ทัน :07:
ย้ายกลับไม่ทันแล้ว จู๋นู้นฮิตระเบิดเลย :07:
จู๋สถาปนิกหายไป :07:
สงสารลุงอ๋าห์แย่เลยสิ :07:
(ดูจอมพลังกับยักษ์ผลัดกันปั่นสิ)
โปรดเห็นแก่เว็บของเรา เราทั้งสองท่านโปรดอย่าทะเลาะกันเลยครับ
ท่านก็พยายามแก้ไขปัญหาซิครับ เห็นมั้ยลุงผมเขาเปิดบริษัทไม่ได้เพราะเศรษฐกิจนะครับ
ข้างบนนั่นตัวปลอมนะ :11:
:30: :30:
อะไรเหรอครับจักรี :47: เศรษฐกิจอะไรเหรอ
:30:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 17 มี.ค. 2009, 22:51 น.
(ดูจอมพลังกับยักษ์ผลัดกันปั่นสิ)
ไปเล่นกันข้างล่างไป๊ ชิ้วๆ :07:
ตูเพิ่งมาเองน้า :56:
ช่วงนี้งานหนักเงินน้อย ความหวังอ่อยๆ อนาคตริบรี่ครับ (เป๋กลับ สาระนิดๆ)
ตอนนี้ราคาน้ำมันดิบต่ำเกิน (ต่ำกว่า 50 USD ต่อ Barrel ก็แย่แล้ว ตอนนี้เห็นว่าต่ำกว่า 40 อีก)
ที่บริษัทมีนโยบายน่าหวาดเสียวหลายนโยบาย..
ถ้าโชคร้ายคงได้หางานใหม่ ตอนนี้ก็ได้แต่ลุ้นค่ะ..
[คิดเข้าข้างตัวเอง] ตำแหน่งงานเป็น Key User คือผู้ที่ต้องทำให้ธุรกิจก้าวไป แม้ว่างานจะน้อยลงก็ยังต้องใช้ตำแหน่งนี้ เราน่าจะปลอดภัย
[คิดแบบร้ายๆ ไว้ก่อน] แต่ก็เพิ่งเข้าทีหลังใครๆ ในแผนก แถมไม่มีเส้นสาย ไม่สวยน่ารัก แถมไม่ประจบอีกต่างหาก ถ้าต้องเลือกใครซักคนออกไป ต้องเป็นตูแน่ๆ คร้าบ
:50:
ตอนนี้บีก็ร่ำๆ อยากจะออกๆ
บ่นทุกเย็นเลย เนื่องจากโดน rotate ตำแหน่งไปทำอย่างอื่นที่ไม่ค่อยชอบ
เบื่อเพื่อนร่วมงาน เบื่อหลายอย่าง เบื่อระบบต่างๆ เส้นสายเด็กคนนู้น คนนี้
อยากจะออกๆ ผมก็ได้แต่เบรคไว้ ถ้าอยากออกต้องหางานใหม่ให้ได้ซะก่อน
ถ้าไม่อยากทำงาน จะออกไปเรียนต่ออันนี้ไม่ว่ากัน แต่จะออกไปลอยๆ อยู่บ้าน อันนี้ไม่สนับสนุนอย่างแรง
ก็แปลกดีนะฮะ ผู้หญิงนี่มีหมั่นไส้ ไม่ชอบคนนู้น คนนี้กัน
ส่วนผมไม่สนใจใคร ไม่อะไรกะใครซักอย่าง อยู่คนเดียวสบ้ายสบาย
มันเป็นแบบนี้ทุกบริษัทแหละค่ะ :01:
บริษัทผมไม่เป็น :11:
บริษัทผมไม่เป็นนะ
เพราะมีทำกันอยู่ 2 คน :30:
อ้อ มี บ. ของลุงแหวงอีกคน รายนั้นน่าจะทำคนเดียวเลยด้วยซ้ำ :30: :30:
// ลุงแหวงตัดหน้า :07:
บริษัทพี่อ๋าที่มีอยู่คนเดียวอ่ะนะ :30:
กลายเป็นว่าเป็นกันหมดเลยแฮะ :08:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 18 มี.ค. 2009, 10:56 น.
ก็แปลกดีนะฮะ ผู้หญิงนี่มีหมั่นไส้ ไม่ชอบคนนู้น คนนี้กัน
ส่วนผมไม่สนใจใคร ไม่อะไรกะใครซักอย่าง อยู่คนเดียวสบ้ายสบาย
เคยเจอผู้ชายอิจฉา ขัดขากันไหมคะ
น่ากลัวกว่าผู้หญิงอีกแหละ ..
แต่ฤทธิ์ผู้หญิงขัดขากันนี่เคยโดนค่ะ ไม่ได้ทำอะไรเขาเลย เขาหมั่นไส้เอง
หลังจากโดนเขากลั่นแกล้งต่างๆ นานา เฉยค่ะ เฉยลูกเดียว
สุดท้ายมาขอโทษหลังเวลาผ่านไป..ปีนึงเห็นจะได้..
:22:
(ถามว่าโกรธไหม ก็โกรธนะคะ แต่ทะเลาะกันแบบไม่มีเหตุผลมันไม่ใช่แนวทางของแอ้อะ
ถ้าคุยกันมีประเด็นก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ทำตัวเหมือนในละคร เราก็เลยทำตัวเหมือนคนดูทีวีแล้วกัน คือดูเฉยๆ อย่าไปอินกับเขา)
บริษัทผมมีครับ ขัดขาไม่พอ สาดโคลนกันหน้าด้านๆเลย
แต่พวกผมทำให้เขาออกจากบริษัทไปแล้วครับ :30: ทำกันเป็นขบวนการ :30:
ที่เหลืออยู่ถ้าไม่มาทำอะไรผม ผมก็จะอยู่เฉยๆ และเฝ้าดูเท่านั้น หึหึ :47:
ระบบราชการก็ย่ำแย่
ทุจริตกันหน้าด้านๆ
ผู้บริหารก็ไม่ค่อยจะฉลาด
บรรยากาศการทำงานในองค์กรก็ย่ำแย่
ตอนนี้น้องที่ฝ่ายกำลังยื่นเอกสารร้องเรียนการจัดซื้อจัดจ้างไม่สุจริต
ไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ... สืบข่าวมาว่าเอกสารเข้าห้องผู้ว่าฯ ไปแล้ว
รอดูผล :46:
นึกภาพเห็นพี่อู๋ยืนบนยอดเขา หัวเราะ "หึ-หึ" แล้วมีเมฆสีดำมาปกคลุมดัง "ครืน-ครืน" :44:
ยิ่งอยู่สูง ยิ่งหนาว :46:
ยิ่งอยู่ในที่ที่มีคนเยอะ อย่าว่าแต่เด็กๆแกล้งกันเล้ยย
ผู้ใหญ่หัวหงอกก็แกล้งกัน :46:
คนเราบางทีมันก็ดูความน่าเคารพเพราะตัวเลขอายุไม่ได้ :42:
ป้าขายกล้วยปิ้งข้างทางบางคน ยังน่ารักกว่าผู้บริหารบางคนซะอีก :42:
ตอนนี้เครียดมากเลยครับ
กำลังจะเรียนจบ
ออฟฟิศก็จะทำ
อยากสอบเป็นอาจารย์เหมือนกัน
ประสาทแดรก :05:
เจ้านายบอกเสมอว่า
หญ้าบ้านคนอื่นนะ เขียวกว่าบ้านเราทั้งนั้นแหละ
ตอนนี้เลยนอนเล่นที่สนามหญ้าไม่ค่อยเขียวนี้ไปก่อน
แต่พอเราออกไปอยู่หน้าบ้านคนอื่นแล้ว
ก้จะเริ่มมองเห็นหน้าบ้านที่เราเคยอยู่เขียว
แล้วก้มองเห้นหน้าบ้านคนอื่นเหี่ยว
สรุปว่า เราอยู่ตรงไหนสนามหญ้าหน้าบ้านที่เราอยู่ก็เหี่ยวไปหมด
หรือ มันเหี่ยวอยู่แล้ว แต่เพียงเรามองไม่เห็นเพราะไม่เคยไปอยู่
หรือเป็นเพราะเราไปยืนน่ะแหละ หญ้าเขาถึงเหี่ยว.. :56:
(ถ้าเป็นงี้แย่เลย)
สอบสัมภาษณ์เรียบร้อยแล้ว
เตรียมตัวจะลาออกแล้ว*------ถ้าติด
คือถามว่าไปเรียนดีใจไหม ดีใจนะ
เราทำงานที่นี ่เราออกไป เราก็เสียใจอยู่ครึ่งหนึ่ง เราจะไม่ได้เจอ เด็กๆที่เราสอนมาแล้ว เหมืทอนห่างน้องๆ ห่างลูก ห่างไป มันไม่ตาย แต่ห่างไปก็คิดถึง ห่างไป เราก็เหงา
แต่เราก็ต้องไป ถ้าเราทำงานที่นี่มันก็ไม่โต เป้นอัตราจ้างเรื่อยไป (ไนที่ทำงานมีคตนนึง 45 ยังอัตราจ้างอยุ่เลย ) เลยคิดว่าเอาละ ไปเสี่ยงดีกว่า
แต่ใจนึงก็กลัว กลัวอ่ะ ไม่มีตังค์ เพราะไปภาคปกติเลย แต่พ่อแม่ก็พร้อมจะส่ง แต่คนมันเคยทำงาน ก็ยังไม่คุ้น และละอายใจที่จะแบมือ
แม้ว่าตอนนี้จะได้รับงานนอกบ้างก็ตามเถอะ
ถามว่าเรียนถาคพิเศษได้ไหม ( อยากไปเอาความรุ้จริงๆ เนาะ เลยไม่อยากพิเศษ) สู้ๆละกันนะ อีย้ง
ทุกคนบ กว่า มึงมีฝีมือนะ อดทน เดี๋ยวมึงต้องดีแน่--------------คือเราก็พยายามทนนะ
อ้างคำพูดจาก: กอมมองตะเล เอ เมื่อ 18 มี.ค. 2009, 12:28 น.
เจ้านายบอกเสมอว่า
หญ้าบ้านคนอื่นนะ เขียวกว่าบ้านเราทั้งนั้นแหละ
ตอนนี้เลยนอนเล่นที่สนามหญ้าไม่ค่อยเขียวนี้ไปก่อน
แล้วเจ้านายก็บอกว่า ลืมใส่ปุ๋ย..
ต้องบอกกว่าเห็นหญ้าบ้านเราไม่เขียวก็ทำให้มันเขียวซะซิ
แล้วก็นอนเล่นเหมือนเดิม
ขี้ใส่สนามหญ้าเลย
วัฒนธรรมต่างชาติเรื่องกลั่นแกล้งกันก็แรงอยู่ ดีนะที่ฟังไม่ออก
แต่รู้ว่ามันด่า .. เลยไปบอกล่ามว่าแปลให้ฟังหน่อย ล่ามบอกไม่มีอะไร ทั้งๆที่เรารู้ว่ามันด่าเราอยู่
เลยเอามั่ง หันไปด่าภาษาไทยใส่ ล่ามฟังภาษาไทยไม่ออก คนถูกด่าก็อยากจะรู้
// อธิบายงานเป็นภาษาอังกฤษ เถียงน้ำเสียงเรียบๆ แล้วต่อด้วยภาษาไทย ด่ามันว่าไอ้ควาย ..
ทำได้เพราะที่ประชุม 10 คน ที่เป็นผู้บริหาร ฟังภาษาไทยไม่ออก อีก 90% พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ :30: :30:
เครียดโว้ย !!!
ไปขายยาบ้าดีกว่าน่าจะรวยเร็ว
แกขายเมื่อไหร่บอกนะ ..
นายหน้าเจรจาพวกค้ายาตอนเจอคุก เงินมันดี
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 18 มี.ค. 2009, 19:37 น.
แกขายเมื่อไหร่บอกนะ ..
นายหน้าเจรจาพวกค้ายาตอนเจอคุก เงินมันดี
เฮ้ย อาชีพนี้กำลังฮิตรึไงเนี่ย
มีญาติๆ กันชวนทำด้วย ไอ้ประกันตัวคดียาบ้าเนี่ย :18:
ตอนนี้ในที่สุดก็มีงานแล้วครับ
ที่เคยเล่าให้ฟังว่าอยากไปทำงานอะไรก็ได้ ที่คิดว่าทำได้และเงินดี
เพื่อที่จะสานฝัน ด้วยการเป็นเจ้าของบังกาโลเล็กๆ นอนเฝ้าบาร์เบียร์ และรับงานสถาปัตย์ตามใจอยาก
จะมาเล่าให้ฟังว่าทำไมล้มโปรเจ็กนั้นไปก่อน
อย่างแรก คิดว่ามารู้การทำงานก่อนดีกว่าว่าทำยังไง ถ้าอยู่ดีๆ ไปฟรีแลนซ์ไม่รู้เรื่องรู้ราวกลัวจะเจ๊งมากกว่าเจ๋ง
ส่วนงานที่คิดว่าจะทำเงินได้นั้น ที่ตอนแรกคิดว่าจะทำบริษัททัวร์ ก็ไม่เป็นไร เนื่องจากญาติเป็นเจ้าของ
โอกาสตรงนั้นก็ยังไม่หายไปไหน แล้วตอนนี้มีโอกาสเพิ่มเข้ามาอีกทางด้วย
คือลูกศิษย์แม่ที่สนิทกัน กำลังจะเปิดบริษัทนายหน้าส่งเด็กออกนอก (ประมาณไปเที่ยวซัมเมอร์น่ะ)
ก็มาชวนลงหุ้น ถามว่าเอาเงินจากไหน แม่มีให้ยืม :30:
ส่วนความเสี่ยง ก็พิจารณาดูแล้วไม่เสี่ยงมาก มันทำงานนี้มาเกือบสามปีแล้ว จนมีคอนเน็กชั่นมากพอที่จะจัดการได้
รวมทั้งเงินเก็บของมันเองด้วย ตอนนี้แม่ก็ช่วยหา คนที่มีความน่าเชื่อถือในวงการการศึกษา มาเตรียมช่วยๆ เขียนคำนิยม
เอาไว้เผื่อในขั้นตอนโปรโมทด้วย โปรเจ็กนี้ถ้าเป็นไปตามแผน มันน่าจะเปิดบริษัทได้ในปลายปี ถึงตอนนั้นก็ว่ากันอีกที
ตอนนี้ก็ต้องเคลียร์ตีสิสให้จบเสียที อย่าให้มีอะไรผิดพลาด
แต่ไม่แน่นะ ถ้าทำงานออฟฟิศแล้วรุ่ง ผมอาจจะเป็นสถาปนิกออฟฟิศไปอีกนานก็ได้ :30a:
อ้างคำพูดจาก: บวบ เมื่อ 18 มี.ค. 2009, 20:00 น.
ตอนนี้ในที่สุดก็มีงานแล้วครับ
ที่เคยเล่าให้ฟังว่าอยากไปทำงานอะไรก็ได้ ที่คิดว่าทำได้และเงินดี
เพื่อที่จะสานฝัน ด้วยการเป็นเจ้าของบังกาโลเล็กๆ นอนเฝ้าบาร์เบียร์ และรับงานสถาปัตย์ตามใจอยาก
จะมาเล่าให้ฟังว่าทำไมล้มโปรเจ็กนั้นไปก่อน
อย่างแรก คิดว่ามารู้การทำงานก่อนดีกว่าว่าทำยังไง ถ้าอยู่ดีๆ ไปฟรีแลนซ์ไม่รู้เรื่องรู้ราวกลัวจะเจ๊งมากกว่าเจ๋ง
ส่วนงานที่คิดว่าจะทำเงินได้นั้น ที่ตอนแรกคิดว่าจะทำบริษัททัวร์ ก็ไม่เป็นไร เนื่องจากญาติเป็นเจ้าของ
โอกาสตรงนั้นก็ยังไม่หายไปไหน แล้วตอนนี้มีโอกาสเพิ่มเข้ามาอีกทางด้วย
คือลูกศิษย์แม่ที่สนิทกัน กำลังจะเปิดบริษัทนายหน้าส่งเด็กออกนอก (ประมาณไปเที่ยวซัมเมอร์น่ะ)
ก็มาชวนลงหุ้น ถามว่าเอาเงินจากไหน แม่มีให้ยืม :30:
ส่วนความเสี่ยง ก็พิจารณาดูแล้วไม่เสี่ยงมาก มันทำงานนี้มาเกือบสามปีแล้ว จนมีคอนเน็กชั่นมากพอที่จะจัดการได้
รวมทั้งเงินเก็บของมันเองด้วย ตอนนี้แม่ก็ช่วยหา คนที่มีความน่าเชื่อถือในวงการการศึกษา มาเตรียมช่วยๆ เขียนคำนิยม
เอาไว้เผื่อในขั้นตอนโปรโมทด้วย โปรเจ็กนี้ถ้าเป็นไปตามแผน มันน่าจะเปิดบริษัทได้ในปลายปี ถึงตอนนั้นก็ว่ากันอีกที
ตอนนี้ก็ต้องเคลียร์ตีสิสให้จบเสียที อย่าให้มีอะไรผิดพลาด
แต่ไม่แน่นะ ถ้าทำงานออฟฟิศแล้วรุ่ง ผมอาจจะเป็นสถาปนิกออฟฟิศไปอีกนานก็ได้ :30a:
:55: :44: :55:
มิน่า :55:
:30:
หมอแมว.. :30:
// แสดงว่าบวบหลงรักบริษัทนี้เข้าอย่างจังเลยนะเนี่ย..
สู้ๆ นะ หาสิ่งที่ใช่สำหรับเราให้เจอนะจ๊า (พี่ยังไม่เจอเลย :05:)
ต้องติดตามตอดต่อไปครับ :37:
ยังไม่เริ่มงานจริงๆอย่าเพิ่งหวังเยอะนะครับ :37:
:46: ขอบคุณครับ
ฝึกงานมา กำลังจะขึ้นสองสัปดาห์แล้วครับ
ความรู้สึกตอนนี้... สาบานว่าหลังจากฝึกงานเสร็จ
จะไม่ขออยู่กรุงเทพนานเกิน 1 สัปดาห์ต่อครั้งอีก :05:
กรุงเทพต้องมาเที่ยว อย่ามาทำงาน ไม่สนุกนักหรอก :30:
เที่ยวก็ไม่เห็นจะมีไรให้เที่ยวเล้ย อยู่มายี่สิบสองปีและ :30a:
ผมนี่ หารับทานกับเด็ก
และ อุดมคติ ส่วนตัวอย่างแรงกล้า
เชื่อเอาเองว่า ถ้าเราทำดีและ เราจะดี
(ส่วนจะได้ดีหรือรวยไหม อีกเรื่องนึง)
และพูดให้คนอื่น(และตัวเอง) หมั่นใส้
ในความไม่ค่อยเจียมตัวด้วยว่า
ผมจะเปลี่ยนโลก :22:
และช่วยโลก
ไม่ต้องใหญ่ ขนาดโมเดลของมหาเศรษฐี หรือนายทุน
เอาเท่าที่ทำนี่แหละ
ป.ล. วันอาทิตย์ที่ 22 นี้
ที่เมืองทอง มีงานนัดพบแรงงาน
น่าจะงานใหญ่มาก
จัดโดย รัฐบาลและ นายมาก (สาวกเรา) :22:
:25: น่าไปมาก
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 18 มี.ค. 2009, 19:54 น.
เฮ้ย อาชีพนี้กำลังฮิตรึไงเนี่ย
มีญาติๆ กันชวนทำด้วย ไอ้ประกันตัวคดียาบ้าเนี่ย :18:
นานแล้วพี่ .. โดยเฉพาะกับชาวต่างชาติ 55555555555++
ไม่ต้องคุยอะไรมาก ถามแค่ว่าอยากออกหรืออยากจะอยู่ .. ดังนั้น ก็จ่ายมาเท่านี้ แบ่งสรรปันส่วน งานก็จบ :37:
อ้างคำพูดจาก: กอมมองตะเล เอ เมื่อ 19 มี.ค. 2009, 00:10 น.
กรุงเทพต้องมาเที่ยว อย่ามาทำงาน ไม่สนุกนักหรอก :30:
:01:/
เป็นเมืองที่โคตรไม่น่าใช้ชีวิต มาทำงานที่กรุงเทพ เหมือนเอาช่วงเวลาในชีวิตมาทิ้งเลย
ถ้าไม่รักที่ทำงาน เพื่อนร่วมงานไม่ดี นี่เหมือนไปฆ่าตัวตายช้าๆ
ตูไปกรุงเทพ แค่ชอปปิ้ง กับไปเจอเพื่อน ไปเที่ยว แค่นี้ก็โอเคแล้ว
หรือไม่ก็ไปงานแต่งงานเนอะ
พี่อ๋าห์ล่ะก็ :53:
:39:
อ้างคำพูดจาก: กอมมองตะเล เอ เมื่อ 19 มี.ค. 2009, 00:10 น.
กรุงเทพต้องมาเที่ยว อย่ามาทำงาน ไม่สนุกนักหรอก :30:
ถูกครับ แต่ตอนนี้ต้องทนอยู่กับมันรอเวลาที่พร้อมแล้วจะจากไป :05:
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 19 มี.ค. 2009, 10:33 น.
นานแล้วพี่ .. โดยเฉพาะกับชาวต่างชาติ 55555555555++
ไม่ต้องคุยอะไรมาก ถามแค่ว่าอยากออกหรืออยากจะอยู่ .. ดังนั้น ก็จ่ายมาเท่านี้ แบ่งสรรปันส่วน งานก็จบ :37:
:01:/
เป็นเมืองที่โคตรไม่น่าใช้ชีวิต มาทำงานที่กรุงเทพ เหมือนเอาช่วงเวลาในชีวิตมาทิ้งเลย
ถ้าไม่รักที่ทำงาน เพื่อนร่วมงานไม่ดี นี่เหมือนไปฆ่าตัวตายช้าๆ
ตูไปกรุงเทพ แค่ชอปปิ้ง กับไปเจอเพื่อน ไปเที่ยว แค่นี้ก็โอเคแล้ว
ในทางกลับกัน ไปพัทยากี่ครั้งรู้สึกหดหู่หัวใจชะมัด ในเมืองพัทยาน่ะ
แอนบอกว่ารู้สึกเป็นสถานที่อโครจรมากๆ เศร้าใจ :30:
ทำงานที่กรุงเทพฯ สนุกดีออก ถ้าไม่ต้องนั่งรถเข้าเมืองไปทำงาน
ช่าย ตื่นมาเดินลงบันไดก็เจอห้องทำงานเลย :52: :08:
เอ๋... ก่อนหน้านี้เห็นตื่นมาก็เจอโต๊ะทำงานเลยนี่
เดี๋ยวนี้ต้องลงบันไดแล้วเหรอ
เดี๋ยวนี้พัฒนาขึ้นแล้วครับ
มันเป็นอย่างนี้นี่เอง
:30:
ตูโดนเปลี่ยนงานใหม่อีกแล้ว จากที่ทำกายกรรม Circus rassia มาได้ 2 เดือน
โดนโยกมาทำ Siam ski resort สกีโดม ที่จะเปิดตัวเร็วๆนี้
เจ้านายบอกว่า ช่วงที่รอเซตงาน (ตูก็ต้องไปนั่งเซตกับแกด้วย ว่าจะจ้างใครอะไรยังไง เท่าไหร่)
ให้ไปบริหารงานการตลาดให้แกที่ผับในวอร์คกิ้งสตรีทไปพลางๆ กันเหงา :08:
ทำไม ตูถึงโดนเปลี่ยนงานบ่อย .. ไม่ได้อยากเปลี่ยนโว๊ยยย
พอดีตูอยู่ในบริษัทต่างชาติ ที่รับงานบริหารงานให้กับชาวต่างชาติในพัทยา
ดังนั้นจึงมีกิจการ หลากหลายให้เลือกทำ (เค้าเลือกให้ แล้วโยกย้ายเราตามใจชอบ :05:)
คิดในแง่ดีคือ คอนเนคชั่นที่ได้หนามาก ประสบการณ์การทำงานไม่ซ้ำรูปแบบ
ที่สำคัญตูขี้เบื่อ ไม่ต้องลาออกเอง เค้าก็เปลี่ยนงานให้ทำ สนุกสนาน
ดีออกส้ม ได้ลองบริหารงานใหม่ๆอยู๋เรื่อยๆ
ทักษะด้านนี้จะได้ขึ้นพรวดพราด ต่อไปงานแบบไหนก็ไม่ต้องกลัวแล้ว :12:
ช่าย เจ๋งออก ให้ทำอะไรก็ทำได้
ไม่เก่งทำไม่ได้ ไม่ใช่จะทำแบบนี้ได้ทุกคนนะ :12:
เก่งมั้ย หนูไม่เก่งเลยพี่ มันเป็นโอกาสมากกว่า
พอได้ทำอะไรเยอะ คอนเนคชั่นมันก็หลากหลาย
สามารถจับนั่นชนนี่ได้ มันกลายเป็นว่าเราเก่ง .. เหรอคะพี่ :44:
เอาเข้าจริงๆ ทำนี่ 2 เดือน เดี๋ยวโดนย้ายไปทำโน่น 4 เดือน อ๊ะโดนอีกละ
หนูรู้สึกว่า มันจะทำให้เรารู้อะไรไม่สุดรึเปล่าคะพี่ :08: มันน่ากังวลเหมือนกันนะ
// ตอนนี้ หนูเลยทำตัวเสือกทุกเรื่อง พยายามเรียนรู้ให้มากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าจะโดนย้ายอีกเมื่อไหร่
เวลาที่โดนย้ายจะได้มีอะไรติดสมองกลับมามั่ง ว่าเฮ้ยตูรู๊ววว ตูได้ทำแล้วจริง จริ๊งงงง :05:
// ขอบคุณพี่โอ พี่อ๋ามากๆเลยนะคะ :46:
ส้ม บางคนกลัวไม่กล้าทำงานแบบส้มนะ :42:
คนเราบางคน เอาตัวรอดไม่ได้นะ ถ้าถูกเปลี่ยนงานกะทันหันแบบนั้นน่ะ
เคยเจอคนทำงานด้วยกัน งานนึงดี แ่ต่พอมีอีกงานมาแทรก ทำงานไปไม่เป็นเลย สุดท้ายก็เลิกไป
ส้มเอาตัวรอดได้ จนเค้าไว้วางใจ โยกเราำได้เป็นว่าเล่นแบบนี้
ถ้าไม่เรียกเก่ง แล้วจะเรียกว่าอะไรจ๊ะ :30:
งั้นต้องลองค่ะพี่
จากบริษัทโฆษณา ไปงานอสังหาริมทรัพย์ โดดมางานกายกรรมพร้อมงานสวนสนุก และไปงานผับ ต่อด้วยงานสกีโดม
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใน 1 ปี :52:
// ไว้ค่อยไปเล่ายาวๆ มันส์ ๆในฟาสฟูดส์ธุรกิจแตกหน่อ เพราะทำธุรกิจข้ามชาติหลายชาติ :12:
พี่ส้มเก่งจริงๆ :12:
อยากไปเป็นลูกจ๊อกเจ๊จริงๆ นะ :25:
ตอนนี้มีAgencyขนาดค่อนข้างใหญ่แห่งหนึ่งมาชวนไปอยู่ด้วย แต่ในตำแหน่งเดียวกันนี้เค้าเคยไล่ออกไปแล้ว 2 คน เงินมากขึ้นประมาณหนึ่ง ไม่มาก งานน่าจะท้าทายขึ้น อยากไปทำเพราะน่าสนุก แต่ถ้าต้องกลายเป็นคนที่3 แล้วจะเอาตังค์ที่ไหนมาจ่ายค่างวดรถ :38:
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 28 มี.ค. 2009, 12:13 น.
เก่งมั้ย หนูไม่เก่งเลยพี่ มันเป็นโอกาสมากกว่า
โอ้ พูดถูกๆ ส้มไม่เก่งเลย :30:
:37:/
เค้าเรียกว่าทำบุญมาดี :37:
เข้ามาขุดซะหน่อย :35:
ตอนนี้กำลังเริ่มต้นอะไรใหม่ๆในชีวิต
ไปร่วมหุ้นกับเพื่อนจะเปิดร้านรับทำงานออกแบบทุกชนิด
ด้วยเงินลงทุนที่ไม่สูง ประกอบกับสมาชิกในออฟฟิสชาย 4 หญิง 1
ซึ่งผู้ชาย 4 คนทำงานกันมานานแล้ว แต่งานล้นมือและขาดการจัดการที่ดี(ทำให้โดนโกงไปเยอะ)
จึงมีผลให้หน้าที่ของเราก็คือเข้ามาจัดการทุกอย่างในบริษัทนั่นแหละ พีอาร์ การตลาด ออกแบบ บัญชี แม่บ้าน GB
...................................................................
ลองดูสักตั้งน่าจะทำให้ชีวิตมีความหวังมากกว่าเป็นลูกจ้างเค้า
:33:
ขอให้รุ่งเรือง :27:
ขอแสดงความยินดีด้วยครับ สู้แล้วผ่าวิกฤตเศรษฐกิจต่อไปให้ได้ครับ :45:
:12:
อาชีพเดียวกันเลยปิ๊ก โชคดีจ้า :56:
สู้ๆ ครับ พี่ปิ๊ก
:12:
เป็นอาชีพที่ตูทำไม่ได้เด็ดขาด พลังไม่ถึง :12:
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 28 มี.ค. 2009, 12:26 น.
งั้นต้องลองค่ะพี่
จากบริษัทโฆษณา ไปงานอสังหาริมทรัพย์ โดดมางานกายกรรมพร้อมงานสวนสนุก และไปงานผับ ต่อด้วยงานสกีโดม
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใน 1 ปี :52:
// ไว้ค่อยไปเล่ายาวๆ มันส์ ๆในฟาสฟูดส์ธุรกิจแตกหน่อ เพราะทำธุรกิจข้ามชาติหลายชาติ :12:
ส้มเล่าอันนี้ทีดิ อยากอ่านแล้ว :44:
เล่าด้านบวกมาเยอะแล้ว เอาล่ะมาด้านมืดบ้าง :30:
เบิ้ล
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับภาวะเศรษฐกิจแบบนี้
งาน เงิน ความ หวัง และอนาคต ยังอยู่ดีกันไหม
ของโบว์กับแอน (รวมถึงปิง ผู้ร่วมหุ้น) ถือว่าปกติดี คนอื่นล่ะเป็นยังไงกันบ้าง
(รู้สึกโชคดีมากๆ ที่ตัวเองยังมีงานตลอด และไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจในตอนนี้เลย)
ปีนี้มีใครเรียนจบและยังหางานทำกันอยู่บ้าง หาได้หรือไม่ได้อย่างไรบ้าง
มาเล่ามาแชร์ให้น้องๆรุ่นหลังๆ ฟังบ้าง
วันก่อนก็เจอบิ๊ก บิีกก็บอกว่ามันเพิ่งไปสัมภาษณ์งานมา กำลังรอผลอยู่
นับถือบิ๊ก ในเรื่องความพยายาม เพราะเป็นที่รู้กันว่า บิ๊กเพื่อนแอน มันเนี่ยเป็นคนเรียนเก่ง หัวดี
แต่มีเหตุให้ขี้เกียจ เลยเรียนไปหลายปี กว่าจะจบก็ปีนี้
ช้ากว่าเพื่อนฝูงไปหลายปีมาก และในที่สุดมันก็จบจนได้ ขอให้ได้งานนะ
พูดถึงบิ๊กแล้วก็เลยถ้าว่างๆ มาแชร์ให้น้องนุ่งฟังบ้างนะ เรื่องไปหางานน่ะ
อยากรู้ว่าการออกไปหางานมันยากแค่ไหน และต้องกระตือรือล้นแค่ไหน
โบว์กับแอนเนี่ยเคยคุยกันเรื่องบิ๊ก และรับรู้ถึงความกระตือรือล้นในการหางานของมัน ชื่นชมๆ
วันก่อนตั้งมาบ้าน ยังคุยกันว่าปีนึงที่ผ่านมาตั้งมันไปเรียนให้จบ
เลยหายไปจากเว็บฟอนต์ ไอ้เดือนบอกว่าทำได้ยังไงเนี่ย
เลยบอกว่าสภาวกดดันมันต่างกัน ตั้งบอกว่าค่อนข้างกดดันเพราะจบที่หลังเพื่อน
ตอนนี้ตั้งก็ได้ดิบได้ดี มีร้านเป็นของตัวเองไปแล้ว
ความกดดันมันสร้างคนนะ
ไหนๆ พูดถึงเดือน เดือนมันก็กำลังจะจบ
ปีที่แล้วมาฝึกงาน zheza ก้เลยได้รู้ตัวคนด้านการทำงานของเดือนมากขึ้น
โบว์แอนเลยคุยกับเดือนว่า เพราะที่ผ่านมาเดือนไม่มีแรงกดดัน
ยังมีเงินใช้ แรงกดดันยังน้อยไป ความกระตือรือร้นเลยอาจจะน้อยไป
ในอนาคตเดือนกำลังจะทำงานกับโบว์แอน เราเลยพยายามทั้งด่าทั้งสอน
ให้ไอ้เดือนมันก้าวเข้าสู่โลกผู้ใหญ่วัยทำงานได้ซะที (ถ้าจะทำงานด้วยกันต้องทนคำด่าได้เนอะเดือน :30:)
ตอนนี้เลยไล่ให้เดือนมันไปสมัครงานที่อื่น ให้ลองสัมภาษณ์งานดูจะได้รู้ว่าต้องปรับตัวยังไง
เห็นเดือนบอกว่าสมัครหลายที่ แต่ยังไม่โดนเรียกซะที
คุยกับน้องๆ หลายคน เยอะเลยที่ชีวิตส่วนใหญ่ก็เรียนอย่างเดียว
แอนเคยบอกว่าแต่ก่อนก็เป็นเด็กเรียนเหมือนกัน แต่กลับลำได้ตอนเรียนมหาลัย เลยรอดตัวไป
เตือนน้องๆ นุ่งๆ อีกที ว่าอย่าเรียนอย่างเดียวนะ
และยิ่งถ้ารู้ตัวว่ายังไม่มีอะไรโดดเด่น ก็ต้องรีบพัฒนาตัวเองนะ
เพราะรอจนเรียนจบคงไม่ทันน่ะ ถ้าบ้านรวยก็แล้วไป แต่ถ้าไม่มีตังล่ะ จะต้องเกาะพ่อแม่กินอีกนานแค่ไหน
ย้อนดูตัวเองเลยพบว่า ถ้าชีวิตแต่ก่อนไม่ลำบาก ก็คงไม่ดิ้นรนเหมือนกัน
เพราะฉะนั้น มาลำบากกันเถอะพี่น้อง :12:
เรียกว่ากลับลำ(จากเด็กเรียน)ตอนมหาลัยนี่ ฟังดูดีนะครับ :30:
จริงๆ ก็คือเริ่มเถลไถลนั่นแหละ แต่ก็ยังไม่ได้หลุดถนนตกท่อไปไหน
ส่วนเรื่องของบิ๊ก ก็น่าอ่านเหมือนกัน :25:
เอามาเล่าให้อ่านหน่อยได้ไหมง่า
ไม่ใช่ว่าเดี๋ยวน้องๆ จะเลิก "เรียนอย่างเดียว" ไป "เล่นอย่างเดียว" นะ :30:
ผมเคยเล่นอย่างเดียวมาแล้ว ไม่เวิร์กจริงๆ :3005:
พอพลิกผัน ก็เล่นมากกว่าเดิม แต่รู้จักเรียนแล้วเลยรอดมาได้ ไม่ต้องลุ้นอะไร :47: :52:
ของแตนส่วนตัวคือเคยสมัครงานครั้งเดียว คือสมัครแล้วให้ทำเลยวันนี้ แต่ว่าตอนนั้นติดจ๊อบอยู่เลยชวดไป
เลยไม่เคยได้สมัครงานแบบไปกรอกใบสมัครเลย พี่ๆน้องๆชวนไปทำทั้งนั้น :46:
เค้าเห็นว่าเราอดทน ความอดทนเป็นสิ่งสำคัญมากในการทำงาน
เวลาทำงานอย่าอารมณ์เสีย หงุดหงิดง่าย ขี้เม้ง เป็นสิ่งไม่ดี ( บางทีแตนก็เป็นยอมรับ แต่ก็ต้องเก็บอารมณ์ )
ดังนั้นคนที่ทำงานใหม่ๆต้องอดทนให้มากๆ รุ่นพี่แตนหลายๆคน ( ทำงานมา 10 ปีขึ้น ) บ่นว่า
" น้องๆสมัยนี้ไม่อดทน คิดว่างานเยอะกว่าเงิน นอน ตี 4 - 5 ตื่นทำงาน 6 โมงเช้าไม่ไหว ไม่เอาแล้ว โดนด่าทีหายไปเลยไม่กลับมา
ทิ้งขี้ไว้ให้คนอื่นแก้ไข "
ดังนั้นอยากให้คนที่เพิ่งเริ่มทำงานตรองให้หนัก งานทุกที่ไม่มีที่ไหนสบายจริงๆหรอก ต้องทำใจ
งานแย่ก็ต้องทำใจ
คนแย่ๆก็ต้องทำใจ
สู้ๆไป อดทนไปสิ่งที่ได้กลับมาคุ้มค่าที่จะรอ ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆหรอก :25:
เพราะแตนเป็นคนนึงที่มีความโดดเด่นไง
เลยมีเพื่อนมีพี่ ชวนไปทำงานด้วย (เรายังชวนเลย รอแป๊บเน้อ ใกล้แล้วๆ :27:)
อาจจะด้วยเรื่องมนุษยสัมพันธ์ ซึ่งเรื่องนี้มันก็นอกเหนือจากความสามารถไง
ชอบประโยคนี้ว่ะ เคยมีคนบ่นให้ฟังประมาณนี้เหมือนกัน
" น้องๆสมัยนี้ไม่อดทน คิดว่างานเยอะกว่าเงิน นอน ตี 4 - 5 ตื่นทำงาน 6 โมงเช้าไม่ไหว
ไม่เอาแล้ว โดนด่าทีหายไปเลยไม่กลับมา
ทิ้งขี้ไว้ให้คนอื่นแก้ไข "
ปล.เดือนเนี่ย ชอบตรงที่เดือนมันอดทนเนี่ยแหละ อดทนบึกบึน :30:
สายมนุษย์เงินเดือน
สถานการณ์พนักงานบริษัทเอกชนอย่างแอ้ ยังไม่ค่อยมั่นคงนัก
เพราะว่าความเป็นไปของบริษัทต้องอิงกับราคาน้ำมันในตลาดโลก และเสถียรภาพของเศรษฐกิจอเมริกา
แต่ไม่ได้ทุกข์ร้อนเท่าไหร่ เพราะว่าทำอาชีพที่เป็น Technician ยังไงก็หางานไม่ยาก
(เพียงแต่จะหาดีอย่างนี้ไม่ได้ ถ้าเสียงานนี้ไป)
กำลังภาวนาให้อะไรๆ ดีขึ้น เพราะที่บริษัทตัดงบหลายอย่างแล้ว
ถ้าไม่ดีขึ้น การเลย์ออฟจะต้องเกิดขึ้นจริงๆ อย่างแน่นอน ทางบอร์ดคอนเฟิร์มมาแล้วค่ะ
ความเห็นพี่แอ้นะ
น้องๆ ที่ยังไม่เจอชีวิตจริง (ยังเรียนอยู่) พยายามมากขึ้นสักนิด เพื่อต้นทุนที่ดีกว่าก็จะดีค่ะ
เพราะยุคนี้เราลำบากกันจริงๆ แหละ ถ้าเกรดดีหน่อย หรือเลือกสายการเรียนที่เรารักจริงๆ
พี่ว่าก็น่าจะทำให้วันข้างหน้าของเราดีขึ้น ส่วนคนทำงาน คงต้องตั้งใจมากขึ้น อะไรที่เราพอจะอดทนได้
ก็ทนๆ ไปก่อนน่ะ บางคนถือว่าพ่อแม่เลี้ยงเราได้ อันนั้นก็จริงๆ แหละ สำหรับบางบ้าน
แต่ถ้าเราสามารถจะยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเอง พ่อแม่จะยิ่งภูมิใจมากกว่าอีก
แต่ก่อนพี่แอ้เป็นคนขี้โมโหมาก ทุบโต๊ะเจ้านายแล้วไม่ไปทำงานอีกเลยก็มี
กล้างัดข้อกับผู้มีอิทธิพลในสายงานก็กล้า เพราะคิดว่าตัวเองไม่กลัวใคร
ตอนนี้ไม่กล้าแล้ว ต้องกลัวหน่อยนึง ไม่ได้กลัวเขา แต่กลัวตัวเองตกงาน
นอกจากจะทำตัวเองลำบากแล้ว พ่อแม่ยังเสียใจอีก ก็ต้องพยายามหาที่สมดุลกันไป
ใครจะไปสัมภาษณ์งานปรึกษาได้นะคะ พี่เชี่ยวชาญสายนี้
ทุกที่ที่ทำงานมา หาเอง ผ่านสัมภาษณ์ ผ่านสอบต่างๆ มาเยอะเลยค่ะ :22:
บวกพี่แอ้นะคะ (แตนด้วย) เป็นประโยชน์กับน้องๆ หนูๆมากค่ะ
ลืมไปแล้วนะคะว่าพี่แอ้ทำงานเอกชนน่ะ :30:
ไม่อยากเชื่อว่าพี่แอ้จะเคยวีนขนาดน๊าน
เคยมีน้องบ่นให้ฟัง (แฟนน้องชายน่ะค่ะ)
ประมาณว่าคนที่เรียนจบด้วยเกรดไม่สูงนัก
อยู่ในระดับกลางๆ ตอนเรียนก็ไม่โดดเด่นมาก ตอนสมัครงานกว่าจะได้ก็ลำบาก
จะย้ายงานก็ไม่กล้า เพราะกว่าจะหาได้ก็ยากอีก
เห็นใจเหมือนกันนะคะ ใครที่เจอแบบนี้
ตอนไปสมัครงานก็ปรึกษาพี่แอ้ไปเยอะเหมือนกัน :30a:
ปล. เรียนกลาง ก็ลองเอาดีด้านกิจกรรมบ้างไม่เสียหลายนะครับ
อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าเราทำงานกับคนเยอะๆ ได้
ปัจจุบันที่ออฟฟิศยังไม่มีใครรู้เลยด้วยซ้ำว่าผมได้เกรดเท่าไหร่ :30:
คือมันแล้วแต่สายงานและบุคลิกด้วยไง
อย่างบวบ ลุคเนี่ยมันยังดูโอเคไง แล้วอีกอย่างงานที่ทำมันอาจจะไม่ต้องสนใจเรื่องเกรดเท่าไหร่ รึเปล่าหว่า
แต่บางสายงานก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องดูเกรด
คิดว่าเรื่องบุคลิกนี่สำคัญมากนะ
ในฐานะที่ตอนนี้ กำลังจะอยู่ในสถานะที่เริ่มๆ หาเด็กในสังกัด
เริ่มๆ มองคนมาทำงานด้วย อย่างแรกดูนิสัยก่อน นิสัยแย่ วุฒิภาวะแย่ก็บายค่ะ ในเคสที่รู้จักกันนะ
แต่ถ้าในเคสที่ไม่รู้จัก คงดูเรื่องบุคลิกและมนุษยสัมพันธ์น่ะ
เรื่องเกรด ถ้างานในส่วนของโบว์ (ประมาณ zheza)
โบว์คงไม่ดูเกรดนะ มันไม่เกี่ยวน่ะ
กรณีน้องที่น้องโบว์บอก และทุกคนที่อยากเปลี่ยนงาน
แต่ไม่ชัวร์ว่าสถานการณ์ตัวเองขณะนี้เป็นที่ต้องการของตลาดรึเปล่า
พี่ว่าลองร่อนเรซูเม่ดู เดี๋ยวก็รู้ว่าตลาดยังต้องการรึเปล่าค่ะ
เช่นถ้าเอาประวัติส่งไป 10 ที่ โทร.กลับ 1 หรือ 2 ที่ นี่ก็ถือว่ายังโอเคนะ
ลองไปสัมภาษณ์เล่นๆ ก็ได้ การหางานไม่ได้หมายความว่าเราจะออกหรือจะไม่ออกนะคะ
คือเรามีสิทธิ์เลือกน่ะ
ข้อควรระวัง ถ้าบริษัทปัจจุบันเป็นบริษัทเล็ก ให้ระวังการไปโพสต์หางานตามเน็ต
ถ้าเขาเจอก็มีสิทธิ์จะคิดเล็กคิดน้อยได้ แต่สำหรับบริษัทใหญ่ๆ ส่วนมากจะไม่คิดอะไรมากค่ะ
ปล. เมื่อก่อนพี่ก็เคยไปค้นชื่อลูกน้องตาม Google ดูว่ามันจะหนีรึเปล่า เพราะงานหนักไป
คำค้น ชื่อมัน + ชื่อบริษัทปัจจุบัน แค่นี้ก็เจอแล้วค่ะ พรึ่บพรั่บ :56:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 06 พ.ค. 2009, 12:53 น.
บวกพี่แอ้นะคะ (แตนด้วย) เป็นประโยชน์กับน้องๆ หนูๆมากค่ะ
ลืมไปแล้วนะคะว่าพี่แอ้ทำงานเอกชนน่ะ :30:
ไม่อยากเชื่อว่าพี่แอ้จะเคยวีนขนาดน๊าน
งานก่อสร้างอะน้องโบว์ ตอนทำนี่เครียดมาก เสียงดังตลอด พูดหยาบตลอด
และต้องทำตัวแบบว่าเหี้ย..ม.. มากกกก..
เดี๋ยวนี้เลิกแล้วจริงจ้ะ :56:
พี่แอ้พูดเรื่องงานก่อสร้างขึ้นมา นึกขึ้นมาได้ว่าโบว์ไปดูต่อเติมบ้านที่อารียา
เจอโฟร์แมนพูดกับลุกน้องแล้ว น่ากลัวมาก
กลัวไอ้โฟร์แมนคนนั้นจะโดนลูกน้องกระทืบ
พี่แกคุยที เหี้ยมมาก แอนบอกว่าต้องแบบนั้นล่ะมั๊งถึงจะคุมคนงานได้ :39:
ปลาบปลื้ม มีคนว่าผมลุคดูโอเค :05:
ก็นั่นแหละครับ คิดว่าพอเรียนๆ ไป น้องๆ คงพอจับทางได้นะ ว่างานที่จะทำเขาต้องการคนแบบไหน
ถ้าเรียนมาทางด้านออกแบบ หรืออะไรเทือกๆ นี้ คงแนะนำว่า "เก็บงานไว้ดีๆ" นะครับ
ถ้ามีโอกาสก็จงหาทางประกวดเสียบ้าง หางานนอกทำเสียบ้าง แล้วเก็ยใส่พอร์ตไว้
งานประกวดนี่ถึงไม่ได้รางวัล ก็แสดงถึงความกระตือรือร้นได้อยู่
งานนอกนี่ก็ยังบอกได้ ว่าเราคุยกะคนอื่น (ลูกค้านั่นแหละ) รู้เรื่อง ไม่ใช่เปิดหนังสือห้องสมุด ทำส่งอ. อย่างเดียว :37:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 06 พ.ค. 2009, 13:14 น.
พี่แอ้พูดเรื่องงานก่อสร้างขึ้นมา นึกขึ้นมาได้ว่าโบว์ไปดูต่อเติมบ้านที่อารียา
เจอโฟร์แมนพูดกับลุกน้องแล้ว น่ากลัวมาก
กลัวไอ้โฟร์แมนคนนั้นจะโดนลูกน้องกระทืบ
พี่แกคุยที เหี้ยมมาก แอนบอกว่าต้องแบบนั้นล่ะมั๊งถึงจะคุมคนงานได้ :39:
ใช่ค่ะ.. พี่ก็ต้องพูดอย่างนั้นล่ะ
หนักกว่าด้วยดิ เพราะต้องคุมโฟร์แมนอีกที :39:
จริงๆ ลูกน้องไม่โกรธหรอก มันมีพระเดชพระคุณกันอยู่นะ
พูดยาก.. เล่ายากวุ้ย เช่นแบบโฟร์แมนตัวกลั่นที่เคยทำงานด้วยกัน
ไม่ฟังใครทั้งนั้นนอกจากพี่คนเดียว เพราะมันเคยจะโดนตำรวจทืบ
แล้วพี่เอาตัวเองไปกั้นไว้ แบบคล้ายๆ จะเป็นตัวประกันแทนอะไรอย่างนี้
(ไม่ใช่จะตายแทนนะ แต่เพราะพี่มั่นใจว่ามันไม่กล้าทืบพี่แน่ๆ)
ก็คือจะดุจะว่าอะไรก็ได้ไม่โกรธกัน รวมทั้งลูกน้องเป็นร้อยๆ ของตานั่นด้วย
อะไรประมาณนี้อะจ้ะ :56:
ทำก่อสร้างมา โดนตำรวจหิ้วตัวไปตั้งหลายทีแน่ะ ..
ใช้ตร.กี่คนครับ :47:
:46:
7-8 คน
อันนี้จริง
ไม่ใช่เฟ้ย คือว่าไม่ได้ลากไปแบบในหนังนะ แต่ประกบสองข้างแล้วบอกว่า
เชิญขึ้นรถครับ..
อะไรแบบนี้..
:05:
ก่อนอื่นต้องนึว่าเราสมัครมาทำงานครับ ไม่ได้มาของานทำ
จริงๆ ที่เอพูดก็จริง
เราต้องมั่นใจว่าเรามีความสามารถ ถ้าบางคนคิดว่าไม่มีก็ไปทำให้มีซะ
แล้วโปรแกรมเมอร์ว่างงานล่ะ ตอนนี้เป็นไงบ้าง
พี่ร่มอีกคน ดูว่างงานนะ :30:
ตอนนี้รอโควต้าบวชครับ
แล้วจะติดปีกบินที่เพดานระดับสามหมื่นอัพ :47:
จริงป่ะ ดีๆ จะได้มีเงินไปเที่ยวกัน :30:
เสียดายนิดๆ นะเนี้ย อยู่ว่างๆ ได้เงินเดือนละสองหมื่นเนี้ย :37:
แต่มันจะไม่เจริญ :30:
โฮกกกกกกกกกกกกกก เงินเดือนสองหมื่น :05:
ย้ายแผนกเหรอเอ หรือว่าไง
เพื่อนพี่คนนึงมันเป็นเลขา เงินเดือน 3 หมื่นอัป แต่มันนั่งหลับนอนหลับเวลางาน
ไม่มีอะไรทำ มันเลยขอเรื่องย้ายแผนก งานหนักขึ้นบาน แต่มันบอกว่ารับรองไม่โดนไล่ออกแน่
เพราะถ้าอยู่ที่เดิม ถ้าเค้าจะไล่ใครออก ต้องไล่พวกว่างงานออกก่อนแน่ :30:
ปล.คุณไอซ์คะ ได้ข่าวคุณอยู่เฉยๆ เงินก็เข้าเยอะนะคะ
:22:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 06 พ.ค. 2009, 13:23 น.
แต่ประกบสองข้างแล้วบอกว่า
เชิญขึ้นรถครับ..
อะไรแบบนี้..
:05:
แอ้..
ตำรวจสองคนประกบสองข้าง
ในแนวนอน หัวต่อตีนกันเป็นวง
โอบล้อมได้โดยละม่อมมาก ๆ
ยิ้มอะไรพี่โอ๋ :27:
ย้ายที่ทำงานเลยครับ :30:
ส่วนงานแบบของไอซ์เนี้ย น่าสนุกจะตายเงินจาก jobs เยอะจะตาย
ยิ้มให้ ทุกชีวิต
ที่ยังมีงานทำ :22:
พูดยังกะตัวเองไม่มีงานทำ อ๋อ ลืมไปตอนนี้พี่โอ๋ตกงานอยู่ :30:
ย้ายโรงเรียนไปที่ใหม่แล้ว
ต่อไปเด็กคงไปเรียนเยอะขึ้น ไว้โบว์จะขอกู้พี่โอ๋กับพี่นิดนะ :02:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 06 พ.ค. 2009, 13:46 น.
พูดยังกะตัวเองไม่มีงานทำ อ๋อ ลืมไปตอนนี้พี่โอ๋ตกงานอยู่ :30:
ย้ายโรงเรียนไปที่ใหม่แล้ว
ต่อไปเด็กคงไปเรียนเยอะขึ้น ไว้โบว์จะขอกู้พี่โอ๋กับพี่นิดนะ :02:
ธุ
ขอซ้อม
กู้โบว์ แอน ก่อนได้ไหม :30:
ถ้าโบว์รวยเมื่อไหร่ ให้แบบไม่คิดดอกเลยเอ้า :02:
ตอนนี้ตกงาน :37:/
เริ่มงานอีกทีเดือนหน้า
หมอแมวมาเรียนต่อใช่ป่ะคะ
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 06 พ.ค. 2009, 13:49 น.
ถ้าโบว์รวยเมื่อไหร่ ให้แบบไม่คิดดอกเลยเอ้า :02:
:25:
อ้างคำพูดจาก: ☼เอเดรียน☼ เมื่อ 06 พ.ค. 2009, 13:42 น.
ย้ายที่ทำงานเลยครับ :30:
ส่วนงานแบบของไอซ์เนี้ย น่าสนุกจะตายเงินจาก jobs เยอะจะตาย
เหนื่อยครับ
ไม่ได้เหนื่อยกับงานนะ แต่เหนื่อยกับการสร้างเด็กขึ้นมาช่วยงาน
เพราะถึงจุดนี้เห็นเลยว่า ให้ตายมหาลัยในไทยที่ไหนก็สร้างเด็กในสายงานผมไม่ได้
ก็เลยนั่งสร้างเด็กเองซะเลย
ทีนี้ต้นทุนเลยพุ่งปรี๊ดเลย T_T (นึกถึงสมัยตัวเองหัดใหม่ๆ)
ไอซ์ไว้ว่างๆมาเล่าให้ฟังบ้างนะ พี่แอนชมไอซ์บ่อยๆ
เจ๋งดี เก่งว่ะ แบบที่ผู้ใหญ่ยังอายเลย :12:
อย่าเข้าใจผิด
ตูไม่ได้ชมเรื่องหน้าตาหรือลีลานะ
แน่ๆ :56:
ไอซ์มาสอนบ้างจิ :25:
พูดถึงเรื่องงาน ตอนนี้ บีกำลังจะออกจากงาน (ยื่นไปแล้ว เค้าให้ออกปลาย มิถุนา)
ยังไม่รู้ว่า 2 เ ดือนนี้จะหางานได้มั้ย พยายามเบรคจนถึงที่สุดแล้ว
แต่ก็ทนสงสารไม่ไหว เล่นร้องไห้ และบ่นทุกวัน ก็เลยจำใจต้องไฟเขียว ให้ออก :05:
สาเหตุเพราะว่าโดน โรเททงาน ไปงานที่ตัวเองไม่ชอบ ก็เลยไม่มีความสุขกับงาน :16:
ก็ออกมาให้ป๋าเลี้ยง :30:
ปกติบีทำงานอะไรเหรอ :09:
ป๋ายังเอาตัวเองไม่รอดเล้ย
หนี้บาน แต่หลังจากปีนี้ หวังว่าอะไรๆ น่าจะดีขึ้น :25:
บีจบ PR ไปทำ ออดิท ตอนนี้โดนย้ายไป เซลล์ โค :08:
กะว่าถ้าหางานไม่ได้จะให้ไปต่อโท :42:
เล่าบ้าง ตัดหน้า 31 คน :07:
กวางมีดีที่ตอนเรียนอ่ะรู้จักพี่ ๆ ใน m เยอะเหมือนกัน
เวลามีอะไรก็จะติดนิสัยช่วยเหลือชาวบ้านเขาไปทั่ว
ฉะนั้นถ้าเกิดชาวบ้านพวกนั้นเขาเห็นแววเรา
เห็นว่าเราพอจะช่วยเหลืองานให้เขาได้
นั่นก็หมายความว่าเราจะได้งานทำมีสูงเหมือนกันนะ
เพราะงานแรกที่กวางได้ ก็มาจากพี่ใน msn ชวนค่ะ
ถามประมาณว่า กวางทำอะไรได้บ้าง ได้ข่าวว่าเขียนเว็บได้
ก็เล่า ๆ ไปว่าทำอะไรได้ ดีที่พี่เค้าคุยกันเองดีมาก
เขาก็บอกว่ามีเพื่อนพี่อยากได้คนเขียนโปรแกรมแบบนี้ ๆ ๆ ได้
ก็ถามไปเรื่อย ๆ ว่าเป็นงานประเภทไหน แบบไหน ประจำ หรือ freelance ทำนองนี้
พอรู้รายละเอียดคร่าว ๆ แล้ว เขาก็จะถามเราว่าสนใจรึป่าว
ถ้าเราโอเคเขาก็จะนัดสัมภาษณ์ให้ ทำนองนั้นอ่ะค่ะ
ตอนนั้นกวางจำได้ว่า คนที่เขาอยากได้กวางไปทำงานอ่ะ
เป็นเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนอีกที (3 ทอดแน่ะ)
แต่สัมภาษณ์แล้วก็ไม่มีอะไรนะ ก็ขอ resume ไป
บรรยากาศการสัมภาษณ์วันนั้นค่อนข้างกันเอง
แล้วก็พาไปที่ออฟฟิศ แนะนำให้รู้จักแล้วก็เริ่มงานวันไหนก็ว่าไป
(ของกวางสัมภาษณ์วันนั้น แล้วมันตรงกับวันศุกร์ เขาก็ให้เริ่มวันจันทร์เลย)
ที่นี่คนน้อยค่ะ (มีคนทำงานไม่ถึง 5 คน)
แต่ที่กวางออกมาเพราะเรื่องเงินค่าทำโอที
ไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรก
คือการที่เราจะทำงานที่ไหนสักที
ถ้าองค์กรไม่ซื่อสัตย์กับเรา ใจมันก็ไม่อยากจะทำงานให้นะ
แต่อย่าเป็นบ่อยค่ะ อันไหนยอมได้ก็ยอมเถอะ
แต่ถ้าอันไหนเนื้องานมันยอมไม่ได้ ก็อย่าไปยอมค่ะ
ของกวางที่โดนมากับตัวเองคือ
มีอยู่เดือนนึงกวางต้องเทียวไปเทียวกลับ
หาลูกค้ากับออฟฟิศหลายที่ในเดือนนั้น
แล้วช่วงนั้นพนักงานบัญชีก็เปลี่ยนคนอ่ะค่ะ
เวลาทำเบิกค่ารถแต่ละครั้ง
ก็จะใช้วิธีสำรองจ่ายไปก่อนแล้วค่อยเบิกกับบริษัทตอนสิ้นเดือน
(ซึ่งเป็นวิธีที่ผิดนะคะ เพราะถ้าเป็นงานบริษัท
เราควรจะขอเงินสดย่อยเพื่อเป็นค่าเดินทางในเรื่องงาน)
มีช่วงหนึ่งที่ server ของบริษัทล่ม (hard disk เสียนี่ล่ะ)
กวางต้องไปที่กสท. เพื่อดูเขาทำ server ของบริษัท
จนเสร็จเรียบร้อยทุกอย่าง
ทีนี้มันดึกมาก ก็ให้กลับบ้านเองแล้วสำรองจ่ายค่าแท๊กซี่ก่อน
เสร็จทีนี้พอสิ้นเดือนกวางเบิกค่ารถ
แล้วเขาก็บ่น ๆ ว่าทำไมค่ารถเยอะจัง (มันทั้งเดือนอ่ะค่ะ)
เขาหาว่าเราโกงเงินค่ารถด้วยซ้ำไป
ซึ่งเพื่อน ๆ ที่ทำอยู่ด้วยกันเขาก็รู้อยู่แก่ใจอ่ะค่ะว่ามันเป็นแบบนี้
ส่วนเรื่องโอที บางเดือนมันเยอะ
เพราะเราต้องคอย monitor ตลอดจนกว่าจะเรียบร้อย
เขาก็หาว่ามันเป็นความผิดพลาดของเรา
ทำให้ต้องทำโอทีบ่อย ๆ และจะเบี้ยวไม่ให้ค่าโอที
กวางก็แกล้งแจงค่าโอทีเลยว่า
เดือนนี้กวางทำโอทีอะไรบ้าง งานไหน อะไรยังไง
ถ้างานไหนมันเป็นความผิดของกวางที่ทำให้ต้องอยู่ดึก ก็ไม่ต้องคิด
(วันนั้นคุยเสียงดังเหมือนกันนะ)
และก็เรื่องนิสัยขี้นินทาลูกน้องของเจ้านายเนี่ย
มันเป็นนิสัยผู้หญิงอ่ะค่ะไม่ไหวจริง ๆ นะ
อย่าง เช่น พาเพื่อนไปหาลูกค้า แต่นินทาเรา
พอพาเราไปหาลูกค้า ก็นินทาเพื่อนเรา
และก็คนเก่าที่เขามาทำก่อนเรา
เขาก็ไม่ได้เอกสารการผ่านงานจากที่นี่นะ
นั่นก็หมายความว่าถ้าเราลาออกไป
เขาก็จะไม่ออกเอกสารการผ่านงานให้เราเหมือนกัน
คือถึงจะให้เลขาออกให้แต่ถ้าเขาไม่เซ็นล่ะก็
เอกสารนั่นก็เหมือนขยะชิ้นนึงไม่มีค่าพอที่จะเอาไปอ้างอิงได้
ตั้งแต่นั้นมากวางเริ่มเสื่อมศรัทธากับองค์กรนี้ไปเลยอ่ะค่ะ
มีแต่คนอยากจะลาออก แต่ออกไม่ได้เพราะยังไม่รู้จะไปทำงานอะไร
และตอนนั้นก็ยังไม่ได้ทรานสคริปต์ด้วย (ตอนนี้ได้แล้ว)
กวางทนอยู่ที่นี่ไปประมาณครึ่งปี
ระหว่างนั้นก็หาหมอบ่อยมาก (บ่อยกว่าตอนอยู่ที่ปัจจุบัน)
พอได้สิทธิ์ประกันสังคมก็จะไปหาบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ
คนที่บ้านเห็นกวางเป็นแบบนี้ก็บอกให้ลาออกน่ะค่ะ
กวางลาออกจากที่นั่น โดยไม่ไปทำงานเลย
แต่เตี๊ยมกับเพื่อนไว้ว่าจะหายไปนะ
และก็เหลือพวกเอกสารให้คนที่มาทำงานใหม่สามารถตามงานต่อได้
และก็ไม่ลำบากเพื่อนที่อยู่ด้วย ตอนจะออกเกรงใจเพื่อนมาก
เพราะเราเป็นคนพาพวกเขาเข้ามาอยู่กับเรา แล้วเราก็ไม่อยากทิ้งอ่ะค่ะ
อีกอย่างหนึ่งก็คือเกรงใจคนฝากงานให้เราด้วย
(ลำบากใจมากๆ สุดท้ายก็ต้องมาคุยกันอ่ะค่ะว่าทำไมถึงตัดสินใจลาออก
และก็พบว่าพี่คนที่ฝากงานให้เรา เค้าไม่ได้โกรธเราที่เราลาออกมาแบบนั้น
กลับขอโทษเราด้วยซ้ำที่ทำให้เรารู้สึกแย่ที่ทำงานที่นั่น)
-- หมดไปกับงานที่แรก มาสู่งานที่ที่สองค่ะ (ที่ปัจจุบันนี้) --
ช่วงที่กวางออกจากงาน
กวางโชคดีที่ กวางแอด msn รุ่นพี่ที่ฝึกงานเก่าไว้ตั้งนานมาแล้ว
แล้วพี่เค้าทักมาช่วงนั้นบ่อย ๆ ทำนองว่าอยากหาลูกน้องพอดี
กวางเลยลองถามแย๊บ ๆ ไปอ่ะค่ะว่าพอจะมีงานแนวนี้ ใกล้ ๆ บ้านบ้างมั้ย
พี่เค้าก็บอกว่ามี แถวนี้แหละแต่ทำงาน 6 วันนะรับได้รึป่าว
เงินเดือนหดลงไป 4 พัน ทำงานเยอะวันขึ้น
คิดในแง่ดีที่ว่าเราไม่ต้องเหนื่อยเดินทาง เพราะมันแค่ 10 นาทีก็ถึงแล้วอ่ะ
แต่กวางคิดแง่ดีได้ไม่นานนัก
ที่นี่มีอะไรก็หักเงินแหลกลาญเลยค่ะ
อย่างที่กวางเคยบ่นไว้ใน blog (http://kwangkungzaa.exteen.com/20090425/entry)
และความที่เคยมีไอที แต่พอไอทีลาออก
ก็ไม่ได้รับใครมาทำงานต่อ
รุ่นพี่คนนี้ก็เป็นเจ้าของบริษัทดูแล server
ซึ่งเหมือนบริษัทผูกขาดกับบริษัทที่กวางเข้ามาทำงาน กล่าวคือ
รุ่นพี่คนนี้เป็นน้องชายเจ้าของบริษัทอ่ะค่ะ
ถ้าเกิดคอมมีปัญหายังไงก็ต้องเรียกเขามา
กวางเข้ามาทำงานตรงนี้ก็แทนมือแทนเท้าเขาได้บ้าง
วัฒนธรรมองค์กรที่นี่ก็จะแปลก ๆ สักหน่อยค่ะ
คือเมื่อไหร่ที่หัวหน้าแผนกลาออกไป
เขาก็จะเอาลูกน้องที่เป็น senior ขึ้นมาเป็นหัวหน้าแทนเป็น automatic เลย
โดยที่ไม่ได้ดูว่าเหมาะสมหรือยังที่จะรับงานหนัก ๆ ตรงนี้
ด้วยความที่กวางเองเป็นไอที (แถมเป็นมันอยู่คนเดียวด้วย)
มันจำเป็นนะที่เราต้องคุยกับพนักงานทุกคนได้ งานเราจะได้ราบรื่น
เครื่องเสียเขาจะได้กล้าเรียกเราให้ไปแก้ให้
อย่ามีปัญหากับใคร หรือไม่ถูกชะตากับใคร เพราะมันจะทำให้เราทำงานลำบาก
เมื่อถึงเวลาจริง ๆ สุดท้ายก็ไม่มีใครช่วยเรานะ ก็ต้องทำเองทั้งหมด
ขนาดทุกวันนี้กวางทำงานแบบนี้ ซ่อมเครื่อง
เขียนโปรแกรมทำระบบใหม่ให้บางแผนก ตามที่รอง md มอบหมาย
แก้ปัญหาเรื่องคอมด้านต่าง ๆ เฉพาะหน้าไป
ก็ยังมีคนหมั่นไส้ ไม่ชอบ คงรู้แหละว่ากวางอยู่นี่ได้เงินเดือนสูงกว่า
จริง ๆ นะเรื่องเงินเดือนเนี่ย ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากบอกเหมือนกัน
กลัวคนเขาเกลียดเราที่ได้เงินเยอะแต่ทำงานเหมือนจะสบาย
ทำได้ทุกวันนี้คือทำใจค่ะ
เราก็อยู่ของเราปกติ คือก็ยอมรับกันไปว่าเขามีนิสัยแบบนี้
แต่อย่าเอามาเป็นสาระชีวิต พูดง่าย ๆ ก็คืออย่าเอามาใส่ใจอ่ะ
เขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขา เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด
ก็ขนาดหัวหน้าเรายังไม่เห็นว่าอะไรเรา เราก็อย่าไปซีเรียสนักเลย
นิสัยบางอย่างของหัวหน้า
คือ กวางได้หัวหน้างาน (ก็พี่คนนี้แหละ)
ที่ค่อนข้างมองโลกในแง่ร้ายตลอด
คิดว่าคนใช้งานคอมจะต้องเอาปัญหามาให้แกแก้ไขทุกอย่าง
เช่น ไวรัสจาก thumb drive หรือ การใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ผิดวิสัย
เลยพาลจะให้ปิดการใช้งานโน่นนั่นนี่
จนบางทีเวลาจะอนุญาตให้ใครสักคนมีสิทธิ์ใช้งานอันนั้นอันนี้
กลายเป็นเรื่องยุ่งยาก เหมือนบีบให้พนักงานในองค์กรอยู่แต่ในโลกแคบ ๆ
มีคอมพิวเตอร์แต่ไม่สามารถรับรู้โลกภายนอกได้
กวางก็ได้แต่บอกพี่ ๆ ไปว่า
ระเีบียบมันเป็นแบบนี้ก็ทำใจนิดนึง
เราก็ไม่ได้มีอำนาจมาก อะไรที่หยวนได้ก็หยวนไป
ชั่งน้ำหนักกันที่เหตุผล อะไรควรอะไรไม่ควร
แต่เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องรายงานให้ทราบทุกเรื่องนี่นะ
นินทานิสัยส่วนตัวหัวหน้าให้ฟังก็มี
เรื่องนี้มีคนเอามาคุยให้กวางฟังบ่อย ๆ ค่ะ
อย่างเวลาสอนการใช้งานโปรแกรม
พี่เค้าจะชอบคิดว่าคนที่คุยด้วยอ่ะมีองค์ความรู้เท่ากับเขา (นั่นคือขั้น expert แล้วนะ)
แต่คนที่เขาสอนอ่ะ
คือพี่หัวหน้าแผนกที่ไม่ค่อยมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์
แกก็จะแอบหงุดหงิด กระฟัดกระเฟียด
ว่าทำไมไม่รู้บ้างเลยเหรอ? ไรงี้ (เหมือนหลอกด่าว่าโง่นั่นล่ะ)
แล้วก็ไม่มีใครกล้าว่าแกนะ
(เว้นแต่รอง md ที่มีข้อมูลแน่น และสามารถพูดให้คนอื่นคล้อยตามได้)
คือความที่รู้กันอยู่ว่าเป็นน้องชายของเจ้าของบริษัท
ถ้าจะชนไปตรง ๆ ก็กลัวตัวเองไม่มีงานทำ
ก็เลยปล่อย ๆ ไป แล้วมาบ่นลับหลัง ทำนองนั้น
มีหลายครั้งเหมือนกัน
ที่กวางก็คอยแก้ต่างให้หัวหน้าคนนี้
เวลาที่พี่เค้าแก้โปรแกรมของแกแล้วเกิดปัญหาขึ้นมา
เหมือนหนังหน้าไฟเนอะ
แต่ทำไงได้ล่ะมันก็ส่วนหนึ่งของงาน (รึป่าวเนี่ย) :30:
ที่กวางยังดักดานอยู่ที่นี่ทุกวันนี้เพราะอะไร..
1. ที่บ้านขอให้อยู่ค่ะ เพราะถ้าออกไปแล้วความเสี่ยงที่จะไม่ได้งาน หรือได้งานทำ
แต่ถ้าเกิดกิจการขาดทุน และจำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงานบางส่วน
เขาก็จะคิดคนที่เพิ่งเข้างานมา เป็นกลุ่มแรกที่จะต้องออกไป
2. ยังมีหนี้ที่จะต้องจ่ายอยู่ทุกเดือนค่ะ เกือบ ๆ หมื่น
3. ที่นี่ยังให้โบนัส เงินเดือนขึ้นทุกปี ใกล้บ้าน (ถึงกระนั้นฐานเงินเดือนก็ต่ำกว่าเพื่อนที่ทำเหมือนเราอยู่ดี)
4. เนื้องานที่นี่ไม่ค่อยกดดันเท่าที่เก่าที่เคยทำ แต่จะสามารถรู้ได้เองว่าอันไหนสำคัญกว่ากัน
ตอนนี้ถ้ากวางมีโอกาสหางานที่อื่นที่มันดีกว่านี้
(ในความคิดส่วนตัวและก็ของที่บ้านรวม ๆ กัน
เช่น เงินดีกว่า หรือได้งานรับราชการสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้)
กวางก็หาค่ะ หาไปเรื่อย ๆ แต่ถ้า้ยังไม่ได้แน่นอน อย่าเพิ่งออกจากทีนี่นะ
อยากทำอะไรก็ทำ รอสอบนักบินก็รอ เตรียมตัวก็เตรียมไป
กวางก็ยังเชื่ออยู่ดีว่า
เมื่อไหร่ที่เราได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองรัก
ตอนนั้นก็จะมีความสุขได้เอง
คือทำงานก็เหมือนไม่ได้ทำงานอ่ะ
เหมือนมาร่วมสนุกกิจกรรมสักอย่างหนึ่งที่เราไ่ม่รู้จักเบื่อ
กวางอยากทำงานแล้วคิดให้ได้แบบนั้น
มันคงมีความสุขมาก ๆ เลยนะ :25:
ยาวว่ะ :30:
สำหรับเด็กหนุ่มสาว ..
ความปรารถนาที่จะทำงาน นั่นแหละทำให้ได้งาน
เมื่อมีปรารถนาอันแรง เราก็จะขวนขวายและกล้า
กล้าที่จะไม่เกี่ยงในเรื่องทั้งมวล แม้กระทั่งเงิน
หลายส่วนที่ตกงาน เพราะขาดความมุ่งมั่น
การได้เริ่มทำงาน แล้วแสดงตนว่าสำคัญ
ความสำคัญต่องานนั้นๆ แลกเป็นเงินได้
เรามีค่าต่องานที่ทำ มากน้อยแค่ไหน
อย่าคิดเอง ทำงานแล้วให้คนอื่นสรุป
งานอะไรก็ได้ พื้นที่แสดงงานมีเสมอ
งาน คือ ตัวตนของคนทำงาน
ทำงานให้มีค่า เราจะมีราคาดี
มีวิธีไหนที่จะทำให้เราได้ทำงาน ในที่ที่เราชอบ
ตำแหน่งไหนก็ได้ จงทำไป ให้มันสุดใจขาดดิ้น
บางทีการเริ่มงาน จุดเริ่มต้นไม่สำคัญเท่า จุดจบ
อย่ามัวแต่รอจังหวะ ทำอะไรได้ ขยับเดินทันที
คนเราไม่ควรตกงาน ถ้าพร้อมทำงานเสมอ
หาตำแหน่งงาน ที่ต่ำกว่าความสามารถ
เมื่อคุณพิสูจน์ได้ว่า เก่งกว่าผู้จัดการ
ในที่สุด คุณก็จะได้เป็นผู้จัดการ
ไม่ว่าที่นั่น หรือ ที่ไหน
ไม่ว่ากิจการของใคร
หรือ ของ เรา
การเริ่มต้นในงานที่เราชอบ ไม่ควรเกี่ยงเงิน หรือเงื่อนไขใด ๆ
สำคัญที่ เราพร้อมจะเริ่ม เพื่อให้มันเจริญหรือไม่
ธนูที่น้าวเล็งทิ้งไว้นาน นอกจากจะล้าแรง
ยังไม่ได้ก่อให้เกิดฝีมือแต่อย่างใด
ยิงไป แก้ไป ที่สุดคือแม่นยำ
เออ ยาวว่ะ :30:
ตกลงโซเคนนี่เป็นที่เก่าหรือที่ใหม่อ้ะกวาง
ที่ปัจจุบันจ้ะ :56:
บวกกว่างค่าความยาว
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าออน msn ก็สามารถได้งานนะจ๊ะหนูๆ :30:
มีพันธมิตรเยอะๆ รู้จักคนเยอะๆก้ดีนะ
มีความสามารถอะไรก้บอกให้ชาวบ้านรู้ไปเลย เวลามีอะไรชาวบ้านชาวช่องจะได้นึกถึง
อ้างคำพูดจาก: กำนม.};oO= เมื่อ 06 พ.ค. 2009, 14:32 น.
การเริ่มต้นในงานที่เราชอบ ไม่ควรเกี่ยงเงิน หรือเงื่อนไขใด ๆ
สำคัญที่ เราพร้อมจะเริ่ม เพื่อให้มันเจริญหรือไม่
ธนูที่น้าวเล็งทิ้งไว้นาน นอกจากจะล้าแรง
ยังไม่ได้ก่อให้เกิดฝีมือแต่อย่างใด
ยิงไป แก้ไป ที่สุดคือแม่นยำ
จริงแท้แน่นอนค่ะ :12:
ตอนมาเรียนก็ยังรับจ๊อบได้นี่คะ เป็นหมอฟรีแลนซ์ :30:
หมอแมวรับตรวจตามโรงบาลเอกชนบ้างป่ะคะ
ไม่ได้ตรวจข้างนอกครับ
มติในบ้านตกลงกันว่าไม่ให้ทำงานเอกชนจนกว่าจะจบเฉพาะทาง :
เรื่องบีพูดยากแฮะ ..ได้งานที่ไม่ชอบก็ไม่เท่าไหร่
แต่มันผิดสเตปตรงที่ว่า ยังหางานไม่ได้แล้วจะออกนี่แหละ
// สงสัยบีเจออย่างตู ต้องร้องไห้วันละ 3 เวลาหลังอาหาร
และเป็นโรคหลอดเลือดในสมองแตกแน่ๆ :30:
// สู้กันต่อไป .. ตูยังเอาตัวเองไม่รอดเลย แค่พยายามไม่เครียดก็จะแย่แล้ว :05:
ตูโชคดีอย่าง ถึงมีปัญหากับงานนี้พอเลิกทำ ก็จะมีงานใหม่ๆ เข้ามาให้เล่นเสมอๆ และแน่นอนคือ จะต้องมีอะไรที่ทำให้ทำไม่ได้นาน
// เดี๋ยวไงเรื่องที่ติดเอาไว้จะ มาเล่าอีกทีเน้อ เพราะมันมีเรื่องฟ้องร้องกันเกิดขึ้น แล้วเหลี่ยมหักเหลี่ยมกันระหว่างไทยกับชาวต่างชาติ
จะรอเด้อเจ๊ส้ม :25:
ว่าแต่หมอแมวจะเลือกเฉพาะทางสาขาไหนเหรอคะ์?
// พี่ชายอรตอนนี้กลับมารอเรียนต่อเฉพาะทาง(ศัลยฯ)ที่รพ.ราชวิถี
เห็นแล้วรู้สึกว่าคนเป็นหมอ ต้องเรียนหนักเกือบทั้งตลอดอายุการทำงานเลย
// รอฟังของพี่ส้มด้วยค่ะ
เรียนอายุรกรรม รพ.วชิระครับ
ไม่ค่อยได้เข้าจู๋นี้
เลยตั้งใจคลิกมาหน้าสุดท้าย
ทีแรกว่าจะมาเล่าบ้าง
พออ่านเรื่องของกวางจบ
จะบอกว่า คนแบบที่กวางเล่า มีอยู่ทุกที่แหละ
กวางไมอดทนจังฟะเนี่ย :07:
อ้างคำพูดจาก: ☼ออยอิชี่☼ เมื่อ 06 พ.ค. 2009, 16:35 น.
ไม่ค่อยได้เข้าจู๋นี้
เลยตั้งใจคลิกมาหน้าสุดท้าย
ทีแรกว่าจะมาเล่าบ้าง
พออ่านเรื่องของกวางจบ
จะบอกว่า คนแบบที่กวางเล่า มีอยู่ทุกที่แหละ
กวางไมอดทนจังฟะเนี่ย :07:
ออย ลาออกเถอะ :30:
:30: :30:
ออยเอ๊ยยย
ที่ยังอึดอยู่เพราะคนที่บ้านสั่งมา ชัด ๆ เลย :56:
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 06 พ.ค. 2009, 16:29 น.
เรื่องบีพูดยากแฮะ ..ได้งานที่ไม่ชอบก็ไม่เท่าไหร่
แต่มันผิดสเตปตรงที่ว่า ยังหางานไม่ได้แล้วจะออกนี่แหละ
// สงสัยบีเจออย่างตู ต้องร้องไห้วันละ 3 เวลาหลังอาหาร
และเป็นโรคหลอดเลือดในสมองแตกแน่ๆ :30:
นั่นแหละที่พี่กลัว
แต่ก็นะ ยังมีเวลาอีก 2 เดือน
คงจะได้มั่งซักที่แหละ
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 06 พ.ค. 2009, 16:58 น.
นั่นแหละที่พี่กลัว
แต่ก็นะ ยังมีเวลาอีก 2 เดือน
คงจะได้มั่งซักที่แหละ
เอาใจช่วยพี่บีครับ ฮึบๆ :12:
อ้างคำพูดจาก: กวีหนุ่ม เมื่อ 06 พ.ค. 2009, 16:36 น.
ออย ลาออกเถอะ :30:
พี่โอ๋ง่า :05:
ยังไม่ได้เข้าที่การไฟฟ้าเลยครับ
รอก่อน รอก่อน
ออกมาเปิดโรงเรียนแข่งพี่โอ๋เลยค่ะพี่ออย :30:
อ้างคำพูดจาก: ☼Boomii☼ เมื่อ 06 พ.ค. 2009, 17:20 น.
ออกมาเปิดโรงเรียนแข่งพี่โอ๋เลยค่ะพี่ออย :30:
ไม่ไหวหง่ะ
พี่คุมคนไม่ได้
ฝีมือมีอยู่น้อยนิด
ทุนไม่มี
แรงบันดาลใจและแรงผลักดันทางด้านนี้ก็ไม่มีด้วย :44:
ปล่อยพี่โอ๋แกไปเถอะ
ผมว่าแกมาถูกทางแล้ว :12:
แหม ก็ล้อเล่น :30:
ใครจะบอกไปเปิดจริง :48:
อ่่านเรื่องการลาออกจากงานแล้วเป็นห่วงหลายๆคน ...โดยมากจะออกเพราะเบื่องานที่โดนโยกไปทำ, หรืออาจจะโดนให้ทำอะไรที่ยากๆเกินเพื่อนร่วมงาน ซึ่งมันก็เป็นงานที่ท้าทายในกรณีที่หัวหน้างานเจตนาดีอยากให้เราเก่งขึ้น แต่ถ้าเป็นอีกแบบคือกะฆ่าเราให้ตายในข้อหาทำงานไร้ประสิทธิภาพเลยโยนงานยากๆมาให้ บางทีมันอดคิดไม่ได้หรอกว่าเราโดนแกล้งโดนกดดัน เหตุผลพวกนี้พูดง่ายๆคือออกเพราะเรื่องการเมืองในบริษัท .... บางทีโดนอะไรแบบที่บอกนานวันเข้ามันก็อยากจะออกทันทีให้รู้แล้วรู้รอด ลืมคิดไปว่าต้องหางานใหม่ให้ได้ก่อน ....หรือบางทีไปสมัครแล้วได้งานใหม่ก็ไม่พิจารณาให้ถี่ถ้วนว่างานใหม่มันดีกว่าที่เก่าหรือเปล่า ขอแค่ไปตายดาบหน้า อันนี้ไม่สนับสนุนนะ เพราะเคยเจอมากับตัวเองทั้ง 2 อย่าง
เคยทำเป็นกราฟิกอยู่ในบริษัทเล็กๆที่นึง ช่วงระหว่างเรียน ป.ตรี รอบค่ำ ทำอยู่ประมาณ 2 ปีครึ่ง เงินเดือนสุดท้ายในตอนนั้นได้ที่ 7,800 บาท แต่ทำงานอย่างโหด กลับดึกๆแทบทุกวัน บางวันงานมาสั่งเอาตอน 5 โมงเย็นจะต้องเสร็จตอนเช้า ก็ไม่ได้ไปเรียน หรือบางทีก็ไปเรียนก่อนพอ 3-4 ทุ่มก็กลับมาออฟฟิศทำงานต่อให้เสร็จ ดร๊อป-ถอนไปประมาณ 3-4 วิชาในระหว่างที่เรียนไม่งั้นคงกิน F เพราะขาดเรียนบ่อย ...... ช่วงที่ใกล้ๆจะเรียนจบ มันก็เริ่มเบื่อๆงาน เพราะเจ้านายเป็นคนที่เคี่ยวแบบไม่มีเหตุผลแถมเค็มเรื่องเงินเดือนและน้ำใจ พี่ๆที่เขาอยู่มาก่อนก็ทยอยลาออกกัน ไอ้เราทู่ซี้ทำมา 2 ปี งานจะถึกแค่ไหนก็ทำ ขอให้ไปทำวันเสาร์อาทิตย์โดยไม่ได้ตังค์เพิ่มก็ไปช่วย (แต่ไม่ได้เต็มใจอะไรนัก) ตอนนั้นเพราะทำไปด้วยเรียนไปด้วยเลยไม่คิดอะไรมาก .... ช่วงทำ Thesis ได้รู้จักอาจารย์พิเศษที่เป็น CD. อยู่ในเอเจนซี่โฆษณาใหญ่ที่นึง ชวนไปทำงานในตำแหน่ง jr. Art director ... ไอ้เราก็ดีใจ กลับไปปฏิบัติกับเจ้านายที่ทำงานแบบไม่เกรงใจอีกต่อไป เช่นเขามาสั่งงาน 5 โมงเย็นเหมือนเดิมๆที่เคยทำ ก็บอกไปว่ามันเลิกงานแล้วขอทำพรุ่งนี้, โทรมาเรียกไปทำงานวันเสาร์-อาทิตย์ก็ไม่เข้า .... คือกวนตีนไปแบบให้รู้ว่าตรูจะไม่อยู่กับมึงแล้วนะทำแบบนี้อยู่พักใหญ่ ไปๆมาๆก็โดนเรียกไปคุยให้ปรับปรุงตัวไม่งั้นจะไล่ออก แต่ตรูขอลาออกเลย ..... ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรไปรอทำงานที่ใหม่ ระหว่างนี้ที่ว่างช่วงเดือนกว่าๆก็รับงานกับบริษัทเขาไปทำที่บ้านพลางๆ ได้ตังค์บ้าง ไม่ได้บ้าง จากทีแรกจะได้ไปทำประจำ แต่หลังจากไปคุยกับพวกฝ่ายบุคคลก็ต้องไปเป็นพนักงานชั่วคราวก่อน อาจารย์ที่เขาชวนไปทำประจำแกก็ดูๆอึดอัดๆเหมือนไม่อยากจะบอกอะไรให้เราไม่สบายใจ ....ระหว่างที่รอไปทำงานที่ใหม่อีกประมาณ 2 อาทิตย์ บริษัทที่ว่าปลดคนออกเกือบร้อย ช่วงนั้นคือปี '41-'42 เศรษฐกิจกำลังซบมากๆ เห็นว่ากรรมการบริหารเขาเรียกเข้าไปคุยทีละคน แน่นอนว่าไล่คนออกขนาดนี้ เขาก็ไม่รับคนใหม่แน่ๆ แต่อาจารย์แกก็ดีพยายามไฟต์ให้เรา แต่มันเป็นสัญญาที่ไม่แน่นอนและไปทำในตำแหน่งอื่นแทนที่เราไม่ค่อยอยากจะทำนัก แถมพี่คนอื่นที่อยู่ที่นั่นเขาก็เล่าอะไรที่ไม่ค่อยดีให้ฟังหลายอย่าง ....ไปๆมาๆเลยได้อยู่บ้านต่อ ตอนนั้นมันก็มีเรื่องอกหักเรื่องอะไรเข้ามาอีก ก็ถือโอกาสไปบวชซะหลายเดือน
เล่ามายาวนี่ได้แค่เรื่องเดียว แต่มันเป็นเคสที่ถึงอยู่ที่เก่าต่อ ยังไงก็ต้องออกไปหางานที่อื่นอยู่ดี แต่เราตัดสินใจเร็วไปและมองงานที่ใหม่ในแง่ดีอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ แถมไปกวนตีนเจ้านายเก่าแบบมั่นใจเยี่ยงนั้น ทำให้ตัวเองเป๋และท้อไปพักใหญ่ๆเลย
ถ้าจะออกจากงานในแต่ละที่
อย่างน้อย
ผมก็พยายามและจะพยายาม
จบกันด้วยดีให้ได้
ขอบคุณพี่ฉึ่งครับ :46:
อ้างคำพูดจาก: ☼ออยอิชี่☼ เมื่อ 06 พ.ค. 2009, 18:19 น.
ถ้าจะออกจากงานในแต่ละที่
อย่างน้อย
ผมก็พยายามและจะพยายาม
จบกันด้วยดีให้ได้
ขอบคุณพี่ฉึ่งครับ :46:
อ้างคำพูดจาก: ☼Boomii☼ เมื่อ 06 พ.ค. 2009, 17:27 น.
แหม ก็ล้อเล่น :30:
ใครจะบอกไปเปิดจริง :48:
อ้าวรึ :07: :30:
แก้ไข //: เผลอไปกดเบิ้ลครับ
ขออภัยสามครั้ง :46:
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 06 พ.ค. 2009, 16:29 น.
เรื่องบีพูดยากแฮะ ..ได้งานที่ไม่ชอบก็ไม่เท่าไหร่
แต่มันผิดสเตปตรงที่ว่า ยังหางานไม่ได้แล้วจะออกนี่แหละ
// สงสัยบีเจออย่างตู ต้องร้องไห้วันละ 3 เวลาหลังอาหาร
และเป็นโรคหลอดเลือดในสมองแตกแน่ๆ :30:
// สู้กันต่อไป .. ตูยังเอาตัวเองไม่รอดเลย แค่พยายามไม่เครียดก็จะแย่แล้ว :05:
ตูโชคดีอย่าง ถึงมีปัญหากับงานนี้พอเลิกทำ ก็จะมีงานใหม่ๆ เข้ามาให้เล่นเสมอๆ และแน่นอนคือ จะต้องมีอะไรที่ทำให้ทำไม่ได้นาน
// เดี๋ยวไงเรื่องที่ติดเอาไว้จะ มาเล่าอีกทีเน้อ เพราะมันมีเรื่องฟ้องร้องกันเกิดขึ้น แล้วเหลี่ยมหักเหลี่ยมกันระหว่างไทยกับชาวต่างชาติ
ถ้าจะเล่า เล่าให้หมดนะ ไม่งั้นจะเล่าแทนให้ :30:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 06 พ.ค. 2009, 14:02 น.
ไอซ์ไว้ว่างๆมาเล่าให้ฟังบ้างนะ พี่แอนชมไอซ์บ่อยๆ
เจ๋งดี เก่งว่ะ แบบที่ผู้ใหญ่ยังอายเลย :12:
อยากรู้อะไรบ้างหรอครับ :25:
คือเล่าไม่ถูกมากมาย เพราะเริ่มมาด้วยอะไรเลื่อนลอย
จับโน่นผสมนี่ อยู่ดีๆ เข้ามาได้ไงยังงงๆ ตัวเองอยู่เลยอ่า
นั่นแหละ จิ้มโดนตรงไหนก็เล่าเลย
พี่สนใจไอซ์นะ :27:
อ้างคำพูดจาก: ☼ ไอ้แอนนนนน ☼ เมื่อ 07 พ.ค. 2009, 00:43 น.
นั่นแหละ จิ้มโดนตรงไหนก็เล่าเลย
พี่สนใจไอซ์นะ :27:
ต๊อด ต๊อด ขณะนี้ จากระดับ 5 กำลังจะขยายตัวเป็นระดับ 6 แล้ว ต๊อด ต๊อด
ผม เจริญแต่หน้าที่การงาน แต่เงินไม่กระเตื้องเลยครับ :05:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 07 พ.ค. 2009, 00:45 น.
ผม เจริญแต่หน้าที่การงาน แต่เงินไม่กระเตื้องเลยครับ :05:
ทำงานไม่สนใจเรื่องเงินไง พรุ่งนี้ก็ตายแล้ว ท่องไว้ :49:
อ้างคำพูดจาก: ☼ หมอแมว ☼ เมื่อ 07 พ.ค. 2009, 00:45 น.
ต๊อด ต๊อด ขณะนี้ จากระดับ 5 กำลังจะขยายตัวเป็นระดับ 6 แล้ว ต๊อด ต๊อด
:30:
เรื่องงานเรื่องตำแหน่งผมไม่สนใจครับ :04:
สนใจเรื่องเดียวคือเรื่อง "เงิน" :49:
ผมว่าตำแหน่งมันไม่ได้สำคัญน่ะครับ แต่ถ้าริจะเป็นมนุษย์เงินเดือน Creativity คุณต้องสูงอ่ะ :44:
ต้องมีอะไรที่คนอื่นไม่มีเอามาเป็นจุดขาย แล้วเก็บประสบการณ์ไ้ว้เผื่อวันหนึ่งต้องการเกษียณตนเอง
ก็เปิดบริษัท ห..เหว อะไรซักอย่างขึ้นมาแค่นั้นก็พอ
แต่ตอนนี้ ที่ทำงานผม สาวสวยเยอะครับ มีความสุข Happy ยิ่งเพื่อนร่วมงานผม เป็นคนที่สวยที่สุดในบริษัทแล้วด้วย หึหึ :43:
Motivation พุ่งปรี๊ดดดดด~ดด ครับพี่น้อง
ช่วงนี้ที่เชียงใหม่ บรรยากาศซบเซาเริ่มมีให้เห็นมากขึ้นครับ
ร้านรวงทั้งหลาย เริ่มปิดไม่ก็เปลี่ยนหน้าตากันค่อนข้างเยอะ
แต่ก็อย่างว่า เมืองท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่
พื้นที่ว่างได้ไม่นาน ก็คงมีคนต่างถิ่นมาเช่าเปิดร้านอีกเหมือนเคย
อยู่ในสายงานที่ยังไม่ได้รับแรงกระทบจากพิษเศรษฐกิจตอนนี้
แน่นอนมีการลดขนาดงานลงบ้าง แต่กลุ่มลูกค้ายังมีอยู่ตลอด
อย่างว่า บ้านและการอยู่อาศัย มันส่วนสำคัญในชีวิตของทุกคน ยังไงก็ขาดไม่ได้
ปัจจุบันยังทำงานเกิน 16 ชม ต่อวันทุกวันครับ :37:
เรื่องนั้นไว้ก่อน เดี๋ยวมาวกเรื่องนี้แปบ
เอาเรื่องสมัครงานก่อน ตั้งแต่จบมาผมไม่เคยสมัครงานเลย เพราะแรกๆผมเกลียดระบบบริษัท
เคยไปฝึกงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง บรรยากาศมันโคตรออฟฟิศเลย นั่งรอเวลากลับบ้านอย่างเดียว
ทนไม่ได้ครับ เหมือนโดนจับไปขัง อึดอัดมากมาย เลยฝังใจ ไม่ทำงานออฟฟิศเลยนับจากนั้น
พอมาอยู่เชียงใหม่ ยังไงก็เลือกมากเท่ากรุงเทพไม่ได้แล้ว เงินก็ต้องใช้ ชีวิตก็ต้องเดินต่อไป
ผมเลยไปหารายชื่อบริษัทสถาปนิกทั้งหมดในเชียงใหม่ จากสภาสถาปนิกล้านนา แล้วก็ไล่โทรเลยครับ
จำไว้ว่ามีทั้งหมด เ้กือบๆ 5-60 รายชื่อ บ้างก็เลิกไปแล้ว บ้างก็วางหูใส่ บ้างก็บอกไม่ต้องมาไม่รับ
ทั้งเดินสมัครเอง ทั้งโทร เกือบๆอาทิตย์ จนได้ที่ทำงานปัจจุบัน เพราะบังเอิญเจ้าของพี่เค้าจบศิลปากรเหมืนกัน
แต่ก็เดือนกว่าๆนะ กว่าเค้าจะเรียกมาทำงานจริงๆจังๆน่ะ ตอนนั้นทั้งเหนื่อยทั้งท้อ แต่ก็นะ ชีวิตมันก็เท่านี้ล่ะ
ปัญหาเด็กปัจจุบันอย่างที่แตนว่าเลย เรื่องของความอดทนและการทำความเข้าใจ มีน้อยมาก
จุดเดือดต่ำไม่พอ ยังออกแนวไม่พยายามต่อด้วย อันนี้ขอฝากไว้เลยนะครับสำหรับคนทำงานใหม่
ไม่มีอะไรง่ายตั้งแต่ต้นหรอก ที่คิดว่าแน่ตั้งแต่สมัยเรียน แต่มันยังไม่ได้ถึง 10% ของการทำงานจริงเลย
ชีวิตไมไ่ด้มีแค่ ส่งงานได้คะแนนแล้วจบ แต่เราต้องรับผิดชอบการทำงานของเราไปจนจบด้วย
ยิ่งสายงานของผม คนเค้าเก็บเงินทั้งชีวิต แล้วมาฝากเงินก้อนให้เราสร้างบ้านให้เค้า
นั่นคือชีวิตและอนาคตเค้าเลยนะครับ ที่เราถืออยู่ในมือ ...รู้สึกหนักรึยังครับ
ถ้าหนัก ก็รับผิดชอบให้สมกับ ภาระที่เราต้องแบกไปจนกว่าเจ้าของบ้านจะไม่อยู่บ้านหลังนั้น แล้วนะครับ
การดูเกรดตอนสมัครงาน ส่วนใหญ่เค้าจะเอาไว้พิจรณาว่า เราสามารถรับผิดชอบกับสิ่งที่เราต้องทำตรงหน้าได้ดีแค่ไหนน่ะครับ
คนเรียนดีหน่อย ก็อาจพออนุมานได้ว่า คุณขยัน คุณตั้งใจ และคุณรับผิดชอบ เพราะผมไม่รู้จักคุณ ผมเลยอยากรู้
ขยันและอดทนไว้ครับ สำหรับคนที่กำลังจะจบ สิ่งนั้นจะตอบแทนคุณทีหลังเอง
สอง ตอนเรียนสร้างคอนเนคชันไว้เยอะๆครับ รู้จักคนเยอะเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้เราดีในตอนหลัง
โอกาสในชีวิต มาจากคนใกล้่ชิดอยู่มากนะครับ ถ้าเรามีความสามารถพร้อมรับและโอกาสมาถึง ยังไงก็ฉลุย
เชื่อใจในตัวเองก่อนนะครับ ก่อนจะไปสมัครงานแล้วทำให้คนอื่นเชื่อใจเรา บุคลิกมันดูออกนะครับ ตอนสมัครงานน่ะ
กลับมาเรื่องผลตอบแทนการทำงาน
แล้วแต่คนมองนะครับ บางคนเงินและตำแหน่งก็มาก่อน
บางคน ประสบการณ์มาก่อน เงินมาทีหลัง ยังไงเงินก็สำคัญ ปฏิเสธไม่ได้
แต่ถ้ายึดเงินในการทำงานมากไป มันก็ไม่มีความสุขหรอกครับ
บริษัทผมทำงาน 8 ชม ต่อวันเหมือนทุกๆที่ แต่ผมมักต้องแบกงานหลักกลับบ้านไปทำต่อด้วย
เพราะงานมันเยอะและต้องมีรายละเอียดมาก การทำลวกๆมักส่งผลในตอนท้ายๆ ซึ่งมันจะเสียเงินมากกว่าเวลาเล็กน้อยที่ต้องเอาใจใส่
ผมยอมเสียเวลาดีกว่าเสียเงินในตอนหลัง บางครั้งมีนมากกว่าเสียเงิน แต่มันเสียเครดิตในชีวิตไปแล้ว
ทุกคนรอบตัวจะมองว่า ผมมันโง่น่ะ ทำงานเกินค่าเงิน เงินเดือนไม่เท่าไหรน่ ทำไปสองเท่า
แต่ผมว่าผมได้ประสบการณ์มากขึ้นเยอะ จากการทำงานเยอะขนาดนี้ ซึ่งผมเคยเสียเวลางี่เง่าไปปีสองปี ผมอยากไล่ตามคนอื่นให้ทัน
ซึ่งผลจากการทำงานหนักๆในตอนนี้ ทำให้ผมสามารถออกมาทำงานเองอย่างมั่นใจได้มากขึ้น ผมว่ามันคุ้มกว่ามานั่งเล็งเงินเล็กๆน้อยๆ
ที่ต้องมาคิดในแง่ทำงานให้สมกับค่าเงินนะ
แต่ก็นะ ที่ไหนใ้ช้งานเกินไป ทำแล้วไม่มีความสุขก็ออกเถอะครับ ผมไม่แนะำนำให้ใช้ชีวิตแบบทนทุกข์
เพราะเราอยู๋ได้นานแค่ไหน ก็ไม่มีใครรุ้ ผมไม่อยากตายไปแบบยังรันทดใจน่ะครับ :37:
พี่โอ บรรยายซะเห็นภาพเลย ขอบคุณครับ
:12:
โอ เป็นคนที่เขียนอะไรยาวๆ
แล้วแบบว่าเห็นภาพชัดเจนมากครับ :12:
ตอนนี้บีมีวี่แวว ว่าจะไม่ออกและ
นายๆ พยายามรั้งไว้ไม่ให้ออก มีโทรมาบอกให้ผมช่วยพูดด้วย
ก็เลยช่วยพูดไปอีกหน่อย เริ่มเปลี่ยนใจและ :42:
ขอบคุณพี่โอดำครับ :46:
อ่านแล้วมีกำลังใจขึ้นไงไม่รู้
ฝากพี่ศักดิ์บอกพี่บีว่า สู้ๆ เช่นกันครับ :40:
เดี๋ยววันนี้ก็เจอกัน
ส่วนของผมเรื่องสมัครงานนี่เหมือนจะไม่เคยเลยนะ ถ้าเคยก็เค้าไม่รับ
ที่แรก หัวหน้าเป็นพี่แฟนเก่า
ที่ที่สอง หัวหน้าเป็นเพื่อน
ที่ปัจจุบัน หัวหน้าเป็นพี่ที่รู้จักจากออฟฟิศแรก
ไ ปๆมาๆ มีแต่คนชวนไปทำทั้งนั้นเลย
เพราะรู้จักคนเยอะมาก ตอนนี้คิดว่าถ้าจะเปลี่ยนอีกที ไม่ลาออกไปทำเอง
ก็ต้องเป็นบริษัทที่ข้อเสนอดีมาก อีกอย่างทุกวันนี้ก็ยังแฮปปี้กับออฟฟิศนี้
เพราะไม่ค่อยมีใครมาจู้จี้ จุกจิก งานหลากหลายดี แถมมีเวลาทำฝิ่นได้อีก :02:
ผมก็เคยจะลาออกเหมือนกันนะ ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา
รู้สึกอึดอัดและเหนื่อยเกินพอดี บางทีทำงานแทบตายยังไม่ได้นอน
มาตอนเช้าเจ้านายเห็น เจ้านายด่า ว่างานไม่ดีตามที่เค้าต้องการ..
วันนั้น ทั้งวันมานั่งคิด...
"กูมาทำเหี้ยอะไรอย่างนี้เนี่ย ทำงานเหมือนชาวบ้านเค้าก็ดีอยู่แล้ว
ไม่ต้องมาแบกภาระเกินตัวแบบนี้ เหนื่อยไปเค้าไม่เอาก็หมาเปล่าๆ"
บางงานเคยน้อยใจจนเก็บของเดินกลับบ้านไปเลยก็มี ไม่ทำงานต่อแล้ว
แฟนผมก็บอก ถ้าหางานใหม่ได้ดีกว่า ก็ไปเถอะ สงสาร
จนมาวันนึง เคยไปรับงานหนึ่ง เป็นการรับงานที่ลูกค้าเคยไปจ้างบริษัทหนึ่งออกแบบ
ซึ่งงานที่เค้าได้รับ มันเลวร้ายมากในระดับของ คนที่เรียกตัวเองว่า "มืออาชีพ"
งานนั้นเป้นงานแรก ที่ผมเห็นเจ้าของบ้านนั่งร้องไห้ เพราะเจ็บใจที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้
นีมันเป็นเงินทั้งชีวิตของเค้า ทำออกมาแล้วมันบัดซบไม่จบไม่สิ้น..
ผมรู้สึกลึกๆวันนั้นว่า
"เห้ย เราเคยทำให้ใครรู้สึกแบบนี้บ้างเปล่าวะ ..."
เรามันแบกอะไรมากกว่า งานที่ต้องส่งอีกนะ เราแม่งแบกชีวิตครอบครัวๆหนึ่งไว้เลยว่ะ
วันนั้นผมรู้สึกว่า ผมเห้นค่าของการตั้งใจทำงานมากขึ้น
ผมภูมิใจในตัวเองมากขึ้นที่เห็นบ้านใครต่อใครเสร็จด้วยดี
มันอาจจะไม่มีเหรียญตราประทับ หรือ ชื่อเสียงแบบดังค้ำฟ้า หรือเงินทองที่มันจะมาแสดงให้ผมได้รู้สึกว่า มีความสุข
แต่ความรู้สึกกลับกันว่า ถ้าผมได้รับการดูแลจากใครได้ดีที่สุดตามหน้าที่ ผมจะมีความสุขมากกับสิ่งที่ผมจ่ายไปด้วยน้ำพักน้ำแรงของผม
มันทำให้ผมอิ่มใจไปทั้งวันนะ และนั่นทำให้ผม ภูมิใจในความเป็นคนของตัวเองมากขึ้น รู้สึกรักตัวเองมากขึ้น
ช่วงนี้หลายงานเริ่มจบไปด้วยดี เห็นรอยยิ้มเจ้าของ เห็นเค้าใช้ชีวิตในที่ที่เคยออกมาจากหัวของเรา
ผมรู้สึกดีเป็นบ้า...
ผมว่าผมมีเป้้าหมายการทำงานของผมในแต่ละโปรเจคแล้ว
ซึ่งมันไม่ได้ผูกขาดอะไรเลยกับเจ้านายหรือจำนวนเิงิน
แต่มันคือความสุขที่ได้ทำ ความสุขที่ได้รับรู้ชีวิครอบครัวหนึ่ง
และผมเชื่อว่าผลที่ผมทำ คงส่งให้ผมได้ในสิ่งที่ผมให้คนอื่นไปได้เหมือนกันสักวันนึง
ปล. เคยฝากความหวังไว้กับช่างตัดผมมั๊ยครับ ว่าวันนี้ไปตัดต้องจ๊าบใจมากแน่ๆเลย
แต่พอตัดเสร็จออกมา มันไม่เป้นตามหวัง เรายังเซ็งไปสามวันแปดวัด ผมว่าทุกอย่างก็คงเป็นแบบนั้นเหมือนกันนะ
ขอบคุณพี่โอที่มาเล่าให้ฟังนะค๊าา + :25:
// บีนี่แสดงว่าทำงานดีนะ ถึงขนาดนายง้อไม่ให้ออก
คาดว่าเป็นเรื่องขององค์กรภายในแหละ เดี๋ยวก็ได้ย้ายไปที่ที่ชอบ อย่าเพิ่งออกเลยเน้อ :22:
อืม...จรรยาบรรณของคนประกอบอาชีพ ต้องไม่สุกเอาเผากิน แต่ต้องเทใจปรุงให้สุดฝีมือทุกครั้ง
พี่โอนำประสบการณ์มาถ่ายทอดได้โดนมากๆครับ
มันต้องอย่างนี้ซิครับสถาปนิก :25:
ฝันไว้ว่าอยากจะปลูกตึกซัก 3 ชั้น สงสัยต้องรบกวนโอซะแล้ว :25:
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 07 พ.ค. 2009, 10:16 น.
ขอบคุณพี่โอที่มาเล่าให้ฟังนะค๊าา + :25:
// บีนี่แสดงว่าทำงานดีนะ ถึงขนาดนายง้อไม่ให้ออก
คาดว่าเป็นเรื่องขององค์กรภายในแหละ เดี๋ยวก็ได้ย้ายไปที่ที่ชอบ อย่าเพิ่งออกเลยเน้อ :22:
พี่ก็บอกบีไปว่า หลังจากโดนย้ายมาทำเซลล์ โค เนี่ยมันก็ไม่ถึงกับต้องเริ่มจากศูนย์นะ
และดูจะมีอนาคต+ความก้าวหน้ามากกว่านะ
แต่ถ้าบีย้ายไปที่อื่นต้องเริ่มจากศูนย์เลยนะ กว่าจะปรับตัวได้
แล้วไหนจะอนาคต จะความก้าวหน้าอีก คือ บีเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเองน่ะ
กลัวทำผิด กลัวนู่นนี่ ซึ่ง นายๆ เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไรตรงนี้นะ กลับชมซะอีก
ติดอยู่ที่เจ้าตัวไม่ค่อยชอบงานที่ทำ เป็นเซลล์ โค ต้องเอาใจลูกค้า แล้วก็ต้องแม่นเรื่องเอกสาร ซึ่งบีไม่ค่อยชอบ
ผมนี่ไง ลาออกมาแล้ว :22:
มีลูก
มีเมีย
เป็นหัวหน้าครอบครัว
บ้านผ่อน
รถผ่อน
ลูกเรียน
มีใคร ว่าตัวเองน่ากังวลกว่าผมมั่ง
:22:
:05:
แต่คนเรามีชีวิตเดียวครับ
รู้ว่าเสี่ยง แต่คงต้องขอลอง คงคิดแบบนี้ใช่ไหมครับพี่โอ๋
:22:
อ้างคำพูดจาก: กวีหนุ่ม เมื่อ 07 พ.ค. 2009, 11:48 น.
ผมนี่ไง ลาออกมาแล้ว :22:
มีลูก
มีเมีย
เป็นหัวหน้าครอบครัว
บ้านผ่อน
รถผ่อน
ลูกเรียน
มีใคร ว่าตัวเองน่ากังวลกว่าผมมั่ง
:22:
:05:
แต่คนเรามีชีวิตเดียวครับ
โบว์กะแอนค่ะ ต่างกับพี่โอ๋แค่ไม่มีลูกที่ต้องเรียนแค่นั้นแหละ :30:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 07 พ.ค. 2009, 12:23 น.
โบว์กะแอนค่ะ ต่างกับพี่โอ๋แค่ไม่มีลูกที่ต้องเรียนแค่นั้นแหละ :30:
:07a: :07a: :07a: แต่มีลูกที่ต้องเลี้ยงแล้วใช่ไหม
เดี่ยวรอหมอแมวแต่งแล้วค่อยมีดีกว่า จะได้จับลูกมาคลุมถุงชนกัน :27:
เจ๊หลอกลวงอ่ะ
รถผ่อนหมดแล้ว :11:
สุดยอดคลุมถุงชน คือไม่ให้ลูกรู้ว่าคลุมถุงชน :22:
อ้างคำพูดจาก: ☼lnwปุก☼ เมื่อ 07 พ.ค. 2009, 12:28 น.
เจ๊หลอกลวงอ่ะ
รถผ่อนหมดแล้ว :11:
เออว่ะ ลืมไป ชิน นึกว่าตัวเองยังต้องผ่อนรถอยู่
คือผ่อนมาหลายปี ผ่อนหมดแล้วก็ยังนึกว่าต้องผ่อนอีก :30:
เรื่องทำงานเนี่ย ตอนนี้บางทีโบว์ก็รู้สึกว่าตัวเองขี้เกียจมากมาย
เคยตั้งใจจะขยัน แต่บางทีก็ทำไม่ได้
บางทียังเคยคิดว่า ถ้าไม่ต้องทำงานก็ดีเนอะ
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 07 พ.ค. 2009, 12:30 น.
เรื่องทำงานเนี่ย ตอนนี้บางทีโบว์ก็รู้สึกว่าตัวเองขี้เกียจมากมาย
เคยตั้งใจจะขยัน แต่บางทีก็ทำไม่ได้
บางทียังเคยคิดว่า ถ้าไม่ต้องทำงานก็ดีเนอะ
สำเนาถูกต้อง :52:
รถอีก 2 ปีเท่านั้น :52:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 07 พ.ค. 2009, 12:30 น.
เรื่องทำงานเนี่ย ตอนนี้บางทีโบว์ก็รู้สึกว่าตัวเองขี้เกียจมากมาย
เคยตั้งใจจะขยัน แต่บางทีก็ทำไม่ได้
บางทียังเคยคิดว่า ถ้าไม่ต้องทำงานก็ดีเนอะ
อ้างคำพูดจาก: ☼Boomii☼ เมื่อ 07 พ.ค. 2009, 12:57 น.
สำเนาถูกต้อง :52:
ผมจบช่วงนี้พอดี
ตัวเองไม่มีอะไรมาก
เพราะตั้งใจเรียนต่อแล้ว
ที่เห็นก็เพื่อนๆ ที่หางานทำ
เห็นว่ามันหายาก
ทุกวันนี้ยังสุมหัวกันที่หออยู่เลย
ที่เพื่อนหอมีได้งานทำไปแค่สามคน
อ่ออ
มีคอนเนคชันเยอะตอนเรียนอยู่นี่ก็ข้อได้เปรีียบอย่างนึงนะครับ
ตอนเรียนก็มีจ๊อบมาให้ทำ
ตอนจะจบพอดีมีพี่ที่เคยอยู่หอด้วยกันพักนึงมาชวนไปทำงานด้วย
ตำแหน่ง Management trainee บริษัทโลจิสติกส์ที่นึง
เงินเดือนเยอะเหมือนกัน
แต่ผมสมัครเรียนต่อไปแล้ว
และคิดไปเองว่าถึงจะสมัครก็คงไม่ได้
เพราะต้อง Professional English Skill ด้วย ผมอดแน่ๆ
แล้วผมยังไมู่้รู้เลยว่าตำแหน่งนี้มันทำอะไร
ฺBTS โทรมา ให้ไปสัมภาษณ์ ตำแหน่ง Business Development
นัดวันจันทร์ตอนบ่าย เฮ้อ ติดประชุมตอนเช้าถึงเที่ยง แต่คิดว่าคงไปทันนะ
ยังไงจะลองไปดู คงไม่หวังอะไรมาก แค่ลองสนามสัมภาษณ์ครั้งแรก
หลังจากที่ห่างเหินจากการสมัครงาน+สัมภาษณ์มาหลายปี
ขอให้โชคดีครับ ทำให้เต็มความสามารถครับ
ขอให้ได้นะตูน .. ไม่สิยังไงก็ได้มากกว่า พยายามเต็มที่ :12:
:46: ขอบคุณค่ะ สู้ ๆ ค่ะ
ขอให้ได้งานนะทุกๆคน ตูน เจี้ยม :27:
ส้ม เปลี่ยนตัวเองซะทีนะเพื่อน เพื่ออนาคต :12:
ก็กำลังพยายามอยู่นี่ไง ใจเย็น เย๊นน :05:
:25: ขอบคุณค่ะเจ้โบว์ กำลังเตรียม ๆ ตัวอยู่ ตื่นเต้น
ปล. เจ้ส้ม ถ้าได้อันนี้จริง ๆ เจ้หมดเรื่องด่าตูนล่ะนะ :30:
ส้ม คือเรากับแอนพยายามช่วยแกเต็มที่แล้วว่ะ
แต่หลังจากคุยกบแกเมื่อวานแล้ว แกมันดือด้านชะมัด
โดนเบี้ยวเงินแล้วยังเชื่อเจ้านายทำงานต่อเนี่ย ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วว่ะ เข้มแข็งหน่อยเว้ยแก :12:
(ทั้งหมดเพราะรักแกนะ :27:)
ก็อปน้องตอมาจากระบายใจ
อ้างคำพูดจาก: ตอ เมื่อ 08 พ.ค. 2009, 11:46 น.
+พี่ส้ม อ่านแล้วเข้าใจเลยพี่
มาอีหรอบเดียวกันเลยครับ :05:
ผมเบื่อแล้วอ่ะ...
จริงๆนะ
ไม่ใช่งานที่ผมทำนะครับ แต่เป็นสภาพแวดล้อม และสภาพคล่อง
ที่บั่นทอนจิตใจ
มันยิ่งกระตุ้นให้การวางแผนจะลาออกของผมมันไวขึ้นอีก
มันหลายอารมณ์ เริ่มตามใครไม่ทันแล้ว คนนั้นที อีกสองนาทีมีอีก บลาๆๆ
มันก็มีบ้างอ่ะครับอารมณ์ขึ้นๆลงๆ ตามประสามนุษย์
แต่บ่อยๆเข้า ผมก็ขี้เกียจจะสร้างเรื่องประณีประนอมแล้ว
ยังไม่หมดแค่เรื่องคน
แต่เรื่องนี้ผมทนมานานแล้ว
คือเรื่องค่าตอบแทนที่ดูแล้วไม่มีทางจะก้าวหน้า และใช้จ่ายแบบหนักอก
ผมอยากจะก้าวหน้า อยากได้มากกว่านี้ ใครจะว่าผมหน้าเลือดก็ช่างเถอะ
ผมมีครอบครัวต้องเลี้ยง มีชีวิตต้องดำเนิน
แล้วค่าตอบแทนเท่านี้ มันไม่ทำให้ผมมีความสุขเลย ...ให้ตายสิ
งานแบบนี้หายากครับ ทำไมผมจะไม่อยากอยู่ต่อ
ถ้าไม่ต้องมาเจอเรื่องบั่นทอนกำลังใจพรรค์นี้
ผมไม่ได้เบื่องานที่ผมทำอยู่เลยครับ
ผมรักงานของผม มีกำลังใจที่จะสร้างและทุ่มเทอะไรใหม่ๆให้งานตลอด
แต่สภาพแวดล้อมและสถานการณ์ มันช่างบั่นทอน
จากเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง แม่งก็เป็นจนได้
ส้นตีนเห๊อะ
ไหนจะลูกค้าตอแหล
บางครั้งหมดกำลังใจสุดๆเลย
ที่เค้ามาบอกว่าที่เราออกแบบไปอ่ะไม่เอาแล้ว
โห...
ทำกันได้ เค้าคงคิดว่าง่าย แค่บอกว่า "ไม่เอาแล้ว"
แต่เรานั่งหลังขดหลังแข็งหาไอเดียสารพัด เพื่อสร้างงานออกมา
เสียใจและเสียอารมณ์
แต่ก็ตามที่พี่โอว่าครับ ให้จำไว้เป็นบทเรียน
มันคือประสบการณ์
ประสบการณ์นั้นสอนเราเยอะ
ทำให้เราสามารถแยกแยะ
ทำให้เกิดทางเลือกที่ชัดเจน
ช่วยให้เราตัดสินใจ และประเมิณผลได้ดีขึ้น
คนบ้านอื่นเมืองอื่นเค้าจะเหมือนบ้านนี้เมืองนี้มั๊ยนะ
ผมเลยขอออกไปจากที่นี่ดีกว่า
ลองไปหาดูที่อื่น ถ้ามันจะแย่กว่านี้ ก็ให้มันรู้ไป
...แทบจะรอไม่ไหวแล้ว
:39:
พี่เคยแชร์เรื่องงานออกแบบมาแล้วทีนึง
ปกติพี่เป็นคนดิวกับลูกค้า พี่แอนและพี่ปิงจะเป็นคนทำงาน
จากประสปการณ์เรื่องงานและการดิวกับลูกค้าทำให้พบว่า ต้องใจแข็งนะ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้งานและโดยเฉพาะเรื่องเงิน
ถ้าไม่ได้มัดจำก่อนอย่าทำเด็ดขาด เก็บมันครึ่งนึงเลย
พี่ไม่เชื่ออยู่อย่างนึงนะ ที่บอกว่าที่นี่คือประเทศพัทยา
คือทำงานกะส้มมาพักนึง และจากการเป็นเพื่อนกับมัน คอยฟังและรับปัญหาของมันมาหลายเรื่อง
มันจะชอบพูดว่า ที่นี่ประเทศพัทยา คนที่นี่เป็นแบบนี้
คนที่ไหนมันก็เหมือนกันแหละ ต่างแค่ว่าเราจะมีวิธีรับมือกับคนประเภทนั้นยังไง
เหมือนทายาทอสูร คอยจิกด่ากันเป็นทอดๆ :30:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 08 พ.ค. 2009, 12:16 น.
ขอให้ได้งานนะทุกๆคน ตูน เจี้ยม :27:
ส้ม เปลี่ยนตัวเองซะทีนะเพื่อน เพื่ออนาคต :12:
เจี้ยมมันบอกว่าตัดสินใจแล้วว่าเรียนต่อ :47:
มั่วตลอดแหละ :37:
ก็ถ้ามันจะทำงานเมื่อไหร่ก็ขอให้ได้ไง แกนั่นแหละมั่ว :07:
อ่านข้ามๆ ก็สารภาพมา :47:
บวบเปรี้ยววะ
เถียงโบว์ :30:
แหม เจ้ส้มสืบทายาทมาจากเจ้โบว์นี่เอง :27:
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 07 พ.ค. 2009, 17:07 น.
ผมจบช่วงนี้พอดี
ตัวเองไม่มีอะไรมาก
เพราะตั้งใจเรียนต่อแล้ว
ที่เห็นก็เพื่อนๆ ที่หางานทำ
เห็นว่ามันหายาก
ทุกวันนี้ยังสุมหัวกันที่หออยู่เลย
ที่เพื่อนหอมีได้งานทำไปแค่สามคน
อ่ออ
มีคอนเนคชันเยอะตอนเรียนอยู่นี่ก็ข้อได้เปรีียบอย่างนึงนะครับ
ตอนเรียนก็มีจ๊อบมาให้ทำ
ตอนจะจบพอดีมีพี่ที่เคยอยู่หอด้วยกันพักนึงมาชวนไปทำงานด้วย
ตำแหน่ง Management trainee บริษัทโลจิสติกส์ที่นึง
เงินเดือนเยอะเหมือนกัน
แต่ผมสมัครเรียนต่อไปแล้ว
และคิดไปเองว่าถึงจะสมัครก็คงไม่ได้
เพราะต้อง Professional English Skill ด้วย ผมอดแน่ๆ
แล้วผมยังไมู่้รู้เลยว่าตำแหน่งนี้มันทำอะไร
โอ้ย อะไรของแกนังบวบ
เจี้ยม ไปสมัครเลย ไม่ได้เนี่ยดี จะได้สำเหนียกตัวเองและกลับมาฝึกไง
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 07 พ.ค. 2009, 17:07 น.
ผมจบช่วงนี้พอดี
ตัวเองไม่มีอะไรมาก
เพราะตั้งใจเรียนต่อแล้ว
ที่เห็นก็เพื่อนๆ ที่หางานทำ
เห็นว่ามันหายาก
ทุกวันนี้ยังสุมหัวกันที่หออยู่เลย
ที่เพื่อนหอมีได้งานทำไปแค่สามคน
อ่ออ
มีคอนเนคชันเยอะตอนเรียนอยู่นี่ก็ข้อได้เปรีียบอย่างนึงนะครับ
ตอนเรียนก็มีจ๊อบมาให้ทำ
ตอนจะจบพอดีมีพี่ที่เคยอยู่หอด้วยกันพักนึงมาชวนไปทำงานด้วย
ตำแหน่ง Management trainee บริษัทโลจิสติกส์ที่นึง
เงินเดือนเยอะเหมือนกัน
แต่ผมสมัครเรียนต่อไปแล้ว
และคิดไปเองว่าถึงจะสมัครก็คงไม่ได้
เพราะต้อง Professional English Skill ด้วย ผมอดแน่ๆ
แล้วผมยังไมู่้รู้เลยว่าตำแหน่งนี้มันทำอะไร
:47:
อะไรนัก ชักเริ่มอย่าด่า :07:
สนับสนุน :30:
เข้าข้างบวบ :49:
พุธนี้ไม่ลงไปแล้วนะ
เข้าข้างโบว์ :12:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 08 พ.ค. 2009, 12:39 น.
พุธนี้ไม่ลงไปแล้วนะ
อร๊ายยยยยย .. เข้าข้างโบว์ ~
โบว์ถูกเสมอ :05: :05:
รักพี่โอ๋จังค่ะ :27:
ชิ คุณส้ม :11:
พี่โอ๋ ไว้มาเล่าเรื่องโรงเรียนบ้างนะ
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 08 พ.ค. 2009, 12:41 น.
รักพี่โอ๋จังค่ะ :27:
ชิ คุณส้ม :11:
พี่โอ๋ ไว้มาเล่าเรื่องโรงเรียนบ้างนะ
ยังทำไม่สำเร็จ ครับ
เลยยังไม่รู้จะเล่าอะไร
:22:
ไว้สำเร็จ (ผมคิดว่าจะสำเร็จ)
คงได้มาแบ่งปันกัน
แต่ผมสนับสนุน ให้ทุกคนออกมาทำ
กิจการเอง มาเป็นเถ้าแก่เองนะครับ
:35:
:07: :07:
โอว ปั่นกันกระจุย มีคนตัดหน้าคุณตั้ง 6 คนแน่ะ
:46:
ขอบคุณครับพี่โบว์
เรื่องเงินนี่ความจริงเป็นเรื่องใหญ่เลยหละพี่
ที่ผมไม่กล้าเก็บก่อนครึ่งนึง เพราะว่าคนที่หางานมาให้อ่ะ
เป็นคนรู้จักกัน
และก็มีความรู้สึกดีๆ ต่อกันประจำวัน
แล้วเค้าก็คาบคำจากปากลูกค้ามาบอกอีกทีว่า
"ไม่เอาแล้ว"
ผมก็ไม่รู้ว่าใครบลัฟใครกันแ่น่ เพราะพี่คนนี้ก็ตรลบตแลงใช่ย่อย
ได้แต่เหวอ... :09:
เจอมาสองเคสแล้วอะพี่ เนี่ยอ่ะ เคสที่สองเลย
แบบเดียวกันเป๊ะๆ แต่เป็นพี่อีกคน
เคสข้างเคียงอันนึงคือลักษณะงานอ่ะครับ
คือว่าเค้าแจ้งงานไม่ละเอียด เลยกลายเป็นว่าผมต้องทำงานมากขึ้น
โดยที่ค่าจ้างเท่าเดิม มาแบบมึนๆ ...อะไรวะเนี่ย
คงต้องงัดไม้แข็งมาหวดกันมั่งแล้วหละ
ถ้าเชื่อใจแล้วมาทำกันแบบนี้
แต่ไม่รู้สิ ผมขี้เกรงใขเรื่องเงินๆทองๆอ่ะครับ :56:
แก้ไม่ตกซักที
อย่างไรก็ตาม
กำลังเตรียมการย้ายเร็วๆนี้ครับ :05:
ถ้าเตรียมการย้ายแล้ว ก็ลองทดลองเป็นตัวของตัวเองดูครับ
ช่วงนี้แหละสนุก อยากทำอะไรที่ก่อนหน้านี้ทำไม่ได้เพราะเกรงใจ ก็ทำ
ไม่ง้อมึงแล้ว
ส่วนเรื่องพี่โอดำ อ่านแล้ววิบวับๆ เลยครับ
แค่นึกภาพตอนลิสต์รายชื่อไล่สมัครงานไป 50-60 บริษัท เท่านี้ก็หนาวแล้ว
ทำได้ไงวะ สุดยอดคนเลยครับ
ยิ่งคนรู้จักกันยิ่งต้องเก็บค่ะ เงินมัดจำเนี่ย
เพราะเคสที่พี่เคยมีปัญหา ส่วนใหญ่ก้จะเป็นเคสของคนที่รู้จักกันทั้งนั้นเลยค่ะ
เข้าใจนะเรื่องเงินๆ ทองๆ บางคนก็ขี้เกรงใจ จะไม่ค่อยกล้าพูด
แต่แนะนำว่าให้ลองค่ะ เมื่อกล้าพูดครั้งนึงแล้ว ครั้งต่อไปก็จะกล้าทวงเงินเองค่ะ
แนะนำว่า ถ้าสนิทกับลูกค้าและไม่กล้า
ให้พูดประมาณว่า งานนี้ไม่ได้ทำคนเดียว เราร่วมกันทำงานกับเพื่อน กับหุ้นส่วน
และเราตกลงกันแล้วมันเป็นกฏของการรับงาน
จริงๆแล้วผมก็ไม่ได้อยากเก็บมัดจำพี่หรอกนะครับ ผมไว้ใจพี่
แต่ว่าต้องใช้มาตรฐานเดียวกับที่ตกลงไว้กับหุ้นส่วน บลา บลา ก็ว่าไป
จริงๆอยากเล่า
เมื่อครั้งพยายามอยากเป็นนักเขียน
ว่าเคยส่งไปตาม สนพ ทั้งหมดในประเทศไทย
แล้วผิดหวังตลอดเวลา มีชีวิตท้อถอยและ
เศร้าสร้อยระคนผิดหวัง
แต่ไว้ก่อน
:22:
:46: ขอบคุณครับพี่โบว์
ถ้าสัมภาษณ์งานผ่าน
จะปิดรับงานทันที :11:
ได้แต่ไขว้นิ้วรอ
ส่วนเรื่องพาร์ทเนอร์นั้นยังคิดไม่ถึงเลย ขอบคุณมากครับ
คือว่า พี่เค้าก็รู้ๆกันอ่ะครับว่าผมทำงานคนเดียว
แล้วอีกอย่าง ผมบลัฟไม่เก่งด้วยอ่ะ :56: มันต้องปริแน่ๆเลย
แต่จะลองครับ
ผมเคยคิดครั้งนึงว่าถ้าเราจับแม่งเซนต์สัญญาเลย
มันก็ดีอย่าง คือเราได้อะไรที่มั่นคง เค้าเบี้ยวเรายาก
แต่มันจะดูมากเรื่องไปมั๊ย ไหนจะเรื่องกฎหมายนั่นนี่อีกบลาๆๆ
คิดแล้วก็อ่อนอก เลยไม่ได้ปรึกษาใครเรื่องนี้
เซ็นสัญญาบางทีก็ไม่มีความหมายอะไรครับ
เก็บเงินมาก่อนนั่นแหละดีที่สุด
เห็นวันนี้ เอ อุ้ย แตน ไปงานมันนี่เอ็กซ์โปรมาแหละ
ไม่รู้มีอะไรบ้าง เห็นว่าพูดเรื่องการลงทุนเพื่ออนาคต
น่าสนๆ ไว้ไปบ้าง :33:
ของตอพี่โคตรเข้าใจเลย
โดนมาแล้ว 4-5 งานเลยแบบนี้
คือ เอาเข้าจริงมันเก็บก่อนไม่ได้อะ
จู้จี้มากลูกค้าก็ไม่ให้งานเรา สุดท้ายเลยเก็บก่อนไม่ได้
ลูกค้าเจ้าใหญ่ ไม่ง้อซับ รายเล็กๆ อย่างเรา
ทำได้อย่างเดียวทนทำไป ให้ลูกค้าติด ทีนี้งานก็ยาว
บางเจ้าดีหน่อย บิดราคาได้ ก็ได้เซ็นสัญญากันไป
เคยมีอยู่เจ้านึงแก้แบบพร่ำเพรื่อมาก นู่นนิดนี่หน่อย บางทีโละเลยก็มี
หลังๆ ก็เลยมีโวยผ่านคนรับงานไปมั่ง ช่วยทำให้ก็ราคาถูกแสนถูก ก็ช่วยๆกันมั่งซิ จะแก้อะไรช่วยคิดรวบรวมมาก่อนได้มั้ย
นู่นนิด นี่หน่อย ตกลงกันมาก่อนค่อยแจ้งให้แก้ซิ ก็ดีขึ้นนะ พูดแล้วก็เหนื่อย
เคยคิดจะกำหนดข้อตกลงเลยนะ ว่างานนึงแก้ได้กี่ที แต่ก็ได้แค่คิด เชิงปฏิบัติทำไม่ได้ :16:
ท่านประธานไม่แข็ง :16:
จริงครับพี่
มีเหมือนกันลูกค้าที่จู้จี้ แก้เรื้ออออนนนนนน ไม่หายซักที กะปริบกะปรอย
จนเลยเวลาดีลงาน และเลยขอบเขตงาน
ก็ดีครับที่เค้าเข้าใจผม
ซึ่งผมก็ชาร์จเพิ่มเข้าไปซะ
และรู้อยู่แก่ใจว่างานมันไม่คุ้มเหนื่อยเลย
แต่ที่สุดก็ปิดได้ เหมือนยกเอเวอเรสต์ออกจากหน้าผากเลยเอ๊าา
เรื่องซับใหญ่ๆก็เคยมีครับ
พยายามจะประณีประนอมให้งานมันจบเหมือนกัน แต่ก็นั่นแหละ โดนกดราคา
//ที่พัทยาก็เคยมีอะพี่โบว์ แต่นึกภาพไม่ออกว่าผมจะได้ประโยชน์อะไรจากงาน เลยไม่ไปซะงั้น :47: :56:
สู้ต่อไปนะจ๊ะ ถือว่าฝึกประสบการณ์
แต่ขอเตือนว่าอย่าไปยอมมันทั้งหมดค่ะ ลูกค้าน่ะ
ไม่งั้นหายนะจะมาเยือน :31:
ส่วนหนึ่งที่ลูกค้าจุกจิกจู้จี้ แก้งานเป็นว่าเล่น เพราะเขาไม่ทราบหรือไม่ทันนึกหรือเปล่าว่าเราต้องมีกระบวนการมากมายในการแก้งานให้เขา
ลองคุยถึงขอบเขตแต่แรกที่ตกลงกันและทำให้เขารู้ว่า ไอ้การเปลี่ยนใจเนี่ย มันเสียเวลากูนะเว้ย กับลูกค้าก่อนที่จะยอมรับงานมา ก็น่าจะช่วยให้ความลำบากมันลดลงได้ระดัีบหนึ่งนะ
เคยคุยนะ
บางคนถ้าเค้าเข้าใจในตัวงานก็ไม่มีปัญหา
แต่บางคนถ้าไม่สนใจ ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา
ประมาณจะแก้อะ อยากได้งานดี ยิ่งแบบพวกผู้บริหารที่เอาแต่ใจนี่ยิ่งแล้วใหญ่
จริงๆแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับคนรับงานด้วยแหละ
ว่าจะทำให้เค้าเกรงใจได้มั้ย ถ้าโอเทุกเรื่อง ซัพพอท ทุกเรื่อง เค้าก็ได้ใจ
ทีนี้ใช้ เยี่ยงทาส เลย
หายนะ :25:
เพราะเราคือคู่กัน :52:
:05:
ช่วงที่เรียนอยู่ อยากจะบอกว่าเคยทำเหมือนโอดำกับพี่โอ๋ด้วยนะ :56:
วิธีนี้มันได้ผล แต่ต้องขยันและถึกหน่อย เพราะเราดุ่ยๆเอางานเอาพอร์ตเข้าไปให้ดูเอง โดยที่เขาไม่ได้ประกาศรับสมัคร
ครั้งแรกทำตอนเรียนอยู่ปี 1 ตอนนั้นเป็นช่วงปิดเทอม อยากเขียนภาพประกอบหนังสือเป็นรายได้พิเศษ ช่วงที่เรียนภาพประกอบแนวกึ่งๆการ์ตูนกับแนวกึ่งเหมือนจริงกำลังฮิต เลยซุ่มๆวาดรูปลงสีเก็บเอาไว้หลายงานหลายแนว ทำพอร์ตไปเสนอ โดยไปที่ร้านขายหนังสือเปิดดูเล่มไหนที่เขาวาดสวยๆว่ามันของสำนักพิมพ์อะไร จดชื่อมาแต่สำนักพิมพ์ที่งานสวยๆ แล้วมาเปิดสมุดหน้าเหลืองหารายชื่อสำนักพิมพ์ เบอร์โทร สอบถามไปสิบกว่าแห่ง (อาจจะถึง 20 ได้ละมั๊ง แต่โทรเช็คเยอะมาก) ก็โดนปฏิเสธบ้าง แต่ก็มีที่ให้เข้าไปคุยอยู่ประมาณ 5-6 แห่ง แปลกสุดๆก็คือโดยมากจะเป็นสำนักพิมพ์ใหญ่ทั้งนั้นที่เขาให้เข้าไปคุยก่อน ..ช่วงที่เอางานไปให้เขาดู มันก็มีทั้งที่เขาไม่ชอบ ปฏิเสธแบบอ้อมๆมา ก็เสียกำลังใจบางครั้ง แต่ทำใจเอาไว้ก่อนอยู่แล้ว ท้ายสุดก็ได้งานกลับมาทำ แถมดันเป็น 2 สำนักพิมพ์ดังในตอนนั้น คือ ต้นอ้อ กับ ดอกหญ้า และทำมาตลอดอีกประมาณ 2 ปี โดยมากตอนนั้นเป็นภาพขาวดำในเล่มเหมาต่องานได้ 1-2 พันบาท ถ้ามีเขียนปกด้วยก็เพิ่มไปอีก 1 พัน ตังค์มันอาจจะดูไม่เยอะ งานก็มีมาเรื่อยๆอย่างน้อยก็เดือนละงาน แต่ถ้ารวมกับงานอื่นๆที่ทำตอนนั้นก็อยู่ได้สบายๆแบบไม่ต้องแบมือขอตังค์ทางบ้านเลยสักบาท
ครั้งที่สอง ตอนที่หาที่ฝึกงาน อยากฝึกงานในเอเจนซี่ใหญ่ๆ แต่ไม่รู้จักใครเลย ไม่รู้จะทำไงดี ก็ไปที่ร้านหนังสือ ไปเปิดไอ้ Advertising book เล่มโตๆ แล้วไล่จดชื่อ-ที่อยู่ เบอร์โทร มาหลายที่มากๆ แล้วก็ทำแบบวิธีเดิมคือถือพอร์ตและเดินเข้าไปคุยกับพี่เขาอยู่สัก 4-5 ที่ได้ ก็ได้ฝึกงานในแบบที่ตัวเองอยากจะทำสมใจ ไม่ได้ยากเหมือนที่คิดไว้แต่แรก
:46: ขอบคุณทุกคนครับ บวกให้หมดเลย
คราวนี้ต้องงัดไม้แข็งสินะ :41:
พี่ฉึ่ง :25:
พี่ฉึ่งคะ พี่เว้นวรรคและจัดบรรทัดนิดนึงจะดีมากเลยพี่ อ่านยากน่ะ :37:
+ พี่ฉึ่ง ขอบคุณมากนะคะพี่ :25: :25:
อ้างคำพูดจาก: ☼ อภิมหาแอน ☼ เมื่อ 08 พ.ค. 2009, 12:49 น.
ส่วนเรื่องพี่โอดำ อ่านแล้ววิบวับๆ เลยครับ
แค่นึกภาพตอนลิสต์รายชื่อไล่สมัครงานไป 50-60 บริษัท เท่านี้ก็หนาวแล้ว
ทำได้ไงวะ สุดยอดคนเลยครับ
แอบอ้างข้ามไกลไปนิ๊ดส์
เพราะปิดชัทดาว์นตัวเองพักไปสามวัน ไปหามุมจูนอารมณ์กลับมา :42:
ไม่ทำก็ไม่รู้จะเอาอะไรกินแล้วสิครับพี่น้อง :05a:
เพราะช่วงนั้นมันมีวิกฤติชีวิตพอดี เงินเก็บก็มีน้อยนิด ตอนตัดสินใจมาอยู่เชียงใหม่
บอกได้เลยว่า เป็นการตัดสินใจที่ไม่ได้คิดอะไรล่วงหน้าเลยสักนิดเดียวครับ
นอนคิดคืนนี้ เช้ามืดเก็บของ เย็นขึ้นรถเลยล่ะครับ พ่อแม่พี่น้อง เหวอกันหมด
นึกว่าแค่จะไปเ้ที่ยวให้หายบ้าไม่กี่วัน
ตายดาบหน้าแท้ๆเลยล่ะครับ เหมือนขายนาเข้ากรุงเทพฯเลยล่ะ
มาอยู่นี่ ทุกสิ่งอย่างก็ต้องเริ่มใหม่ เงินที่มี(และยืมพี่น้องพ่อแม่มาอีกคนละนิดละหน่อยและของแฟนอีกส่วนนึง)ก็ต้องใช้ไปทุกวัน
ตอนนั้นพอหางานจ๊อบทำได้บ้างจากฝรั่ง แต่ก็โดนเบี้ยวส่วนที่เหลือไปมหาศาล หมดศรัทธากับคนไปอีกพักนึงเลยล่ะครับ
ตอนนั้นจำได้ว่า เงินก็ต้องประหยัด ใช้วิธีโทรนัดจากรายชื่อที่ได้มา ดูโฆษณาในหนังสือนิตยสารแจกฟรีในเชียงใหม่
ว่าที่ไหนมีบริษัททำอะไรทางนี้บ้าง กลางคืนวางแผนว่าจะไปไหนบ้าง เช้าตื่นมาก็แต่งตัว
เดินไปตามที่ตั้งใจว่าจะไปวันนึงก็ 3-4 ที่
บางวันก็ตกหลายกิโลเลยก็มี เพราะนั่งรถแดงตลอดไม่ไหว แพงเกิน)
ตอนนั้น คอมส่วนตัวก็ยังไม่ได้เอาไป ต้องไปอาศัยทำพอร์ทที่ร้านเน็ทบ้าง ขอไรท์แผ่นพอร์ทบ้าง ตีซี้เจ้าของร้านเพื่อจะได้ลดค่าใช้จ่ายบ้าง
ค่าใช้จ่ายต่อวัน ประมาณให้ตกอยู่ที่วันละไม่เกิน 60-80 บาท(รวมค่าทำงาน) กินวันละ 2 มื้อ แอบกินน้ำก๊อกในบางวันเลยนะ :30:
ลำบากแต่มันก็เท่านี้ล่ะครับ จะให้ตกเป็นภาระคนอื่นเพราะการเอาแต่ใจของเราไม่ได้หรอก มันก็ต้องดิ้นให้ถึงที่สุด
เคยตกลงกับแฟนไว้แล้วว่า ถ้าสมมติผมหมดเงินก้อนตรงนั้นแล้ว ยังหางานหาเงินไม่ได้ ผมก็ต้องกลับ
ซึ่งผมไม่ยอมหรอกครับ ตอนนั้นผมล้มมานานแล้ว ผมอยากจะลุกเดินตามคนอื่นเค้าได้บ้างซักทีน่ะ
ที่ออกจากบ้านมา ก็เพราะอยากกระตุ้นตัวเองแบบทุบหม้อข้าวนี่แหละครับ
สุดท้ายก็เลยได้งานอย่างที่เล่าไว้นั่นแหละครับ
หัวหกก้นขวิดจนตอนนี้ก็มีความมั่นคงในระดับนึง ที่น่าจะต่อยอดไปได้แล้ว
ผมรักตัวเองขึ้นจมเลยนะ พอมองย้อนกลับไปน่ะ
+ :12:
พี่โอขอกอดที :05:
อ่านแล้วเห็นภาพโคตรได้กำลังเลยพี่ +
pursuit happyness มากๆ :45:
ผมว่าคนเราไม่อยู่เฉยๆ มันมีทางไปได้เสมอจริงๆนะ :42:
ตอนเด็กๆพ่อผมเคยสอนไว้ว่า ชีวิตคนเราก็เหมือนชิงช้า
มันลงมาแรงเท่าไหร่ มันก็จะแกว่งขึ้นกลับแรงเท่านั้น
อยู่ที่ว่า เราจะถอดใจหยุดเล่นไปก่อนมันจะแกว่งขึ้นกลับรึเปล่า...
พ่อผมเอาชีวิตตัวเอง มาสอนให้กับทฤษฏีนี้
พ่อผมจบครู จากครอบครัวคนระดับกลางๆแบบแตะสุดขอบล่าง
แม่เป็นเด็กบ้านนอกที่เข้ามาเรียนครูเหมือนกัน การเิงินยอบแย่บ
พ่อดิ้นรนจากการไม่มีอะไรเลย หัดทำงานด้านเหมืองจากตา เรียนรู้ต่อยอดเอง
จนได้มาทำงานที่ลำปางเป็นผู้จัดการคุมเหมือง ซึ่งในตอนนั้น เป็นหน่วยงานของคนในวังท่านหนึ่ง
พ่อทำจนเค้าขายกิจการต่อให้ พ่อทำงานชนิดที่เงินผ่านเข้าออกมือ เดือนนึงเป็นหลักสิบล้าน
เลี้ยงคนงานกว่า 3-400 คน มีเงินให้ที่บ้านใช้ชนิดอยากได้อะไรก็ได้ อยากทำอะไรก็ทำ
ส่งผมเรียนเทอมละ 4-5 หมื่นโดยไม่ขัด ผมโตมาแบบเด็กไม่ต้องดิ้นรนอะไรมากเลย
จนเกิดวิกฤติ ส่งออกย่ำแย่ จากแร่ล๊อทละ สองสามล้าน เหลือไม่กี่แสน ทำจนไม่คุ้มทุน
สุดท้าย ก็ปิดกิจการ จากเงินหลักสิบล้านที่ได้มา พ่อเป็นหนี้ในหลักเดียวกันแทนในช่วงข้ามเดือน
ลองได้ขึ้นสุดแล้ว ขาลงก็จมดินไปเลย...
พ่อดิ้นรนทำงานรับเหมา ทำกิจการต่างๆไปเรื่อยๆ แต่ยิ่งทำก็ยิ่งจม
กลับมาบ้านก็อยู่ไม่ได้ คนไม่เคยอยู่บ้านนานๆมาก่อน ยิ่งอยู่ที่ฟุ้งซ่าน
ตอนนั้นคนในบ้านกับพ่อก็คุยกันไม่รู้เรื่องไปแล้ว พ่อผมเพ้อและหลงไปแล้ว
สุดท้ายเมื่อปีที่แล้ว พอดีได้งานจากคนรู้จักกันที่สมุย ไปทำงานโคกับวิศวะที่นั่น
ทำก่อสร้างงานเครื่องจักรหนัก ขุดภูเขา ระเบิดหน้าผา สร้างบ้านสร้างถนนอะไรกันไป
เห็นว่าดีขึ้นมากแล้ว ปัจจุบันพ่อกลับมามีชีวิตชีวา คุยปรกติได้แล้ว
ทุกวันนี้ เลิกงานเย็นๆก็กินเบียร์ริมทะเล นั่งคุยเล่นกับเพื่อนพ้อง ไม่ต้องเหงาอยู่บ้านคนเดียวแล้ว
คนเราขึ้นแล้วก็ลง ลงแล้วก็ขึ้นไปเรื่อยๆแหละครับ จนกว่าจะถึงวันตาย...
-------------------
ในส่วนตัว ช่วงนี้ชีวิตเหมือนกำลังจะขึ้นเช่นกัน
มีงานส่วนตัวเข้ามาค่อนข้างมาก เก็บเงินเป้นก้อนได้มากขึ้น
แต่ก็ต้องกินเวลาทำงานส่วนตัวไปค่อนข้างเยอะ เพราะงานในก็หนักแล้ว งานนอกก็ต้องทำเพิ่มอีก
เหนื่อยแต่ก็คิดว่าคุ้มที่จะทำ
เมื่อวันเสาร์ มีคนมาชวนร่วมโปรเจค ทำผลิตภัณฑ์ในสายงานออกแบบ
จากเศษวัสดุยางรถยนต์ที่ผ่านการแยกแล้ว โดยเป็นโปรเจคต่อเนื่องมาจากธุรกิจค้ายางรถของลูกค้า
ซึ่งตอนนี้เงินทุนไม่ต้อง ขอให้ช่วยลงแรงอย่างเดียวก็พอ
อยู่ในขั้นกำลังศึกษา คิดว่าน่าลองดู เพราะโอกาสแบบนี้ ไม่ได้มีกันได้ง่ายๆ
ใครพอจะมีข้อมูลเรื่องของการแยกยางรถยนต์ หรือ การใช้วัสดุเหลือใช้เหล่านี้
รบกวนแจ้งด้วยนะครับ เพราะกำลังหาข้อมูลเต็มที่เลยทีเดียว :46:
อ้างอิงเรียนรู้ต่อยอด
พ่อพี่นี่เจ๋งจริงๆเลย :25:
ใช่ค่ะ เรื่องของพี่โอดำสนับสนุนความคิดของโบว์ได้มาตลอดเลย
เรื่องความพยายาม และใจสู้ ทุกอย่างจะมีทางออกเสมอ
โบว์ชอบประโยคนี้มากเลยค่ะ :33:
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 11:34 น.
ผมว่าคนเราไม่อยู่เฉยๆ มันมีทางไปได้เสมอจริงๆนะ :42:
เพราะฉะนั้นโบว์เลย ดุ (และด่า) น้องนุ่งที่สนิทกันบ่อยๆนะ
เรื่องความท้อถอยและความไม่พยายามเนี่ย
ต้องลากมาอ่านเรื่องพี่โอดำ (นะเดือนนะ) :56:
:22:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 12:25 น.
ใช่ค่ะ เรื่องของพี่โอดำสนับสนุนความคิดของโบว์ได้มาตลอดเลย
เรื่องความพยายาม และใจสู้ ทุกอย่างจะมีทางออกเสมอ
โบว์ชอบประโยคนี้มากเลยค่ะ :33:
เพราะฉะนั้นโบว์เลย ดุ (และด่า) น้องนุ่งที่สนิทกันบ่อยๆนะ
เรื่องความท้อถอยและความไม่พยายามเนี่ย
ต้องลากมาอ่านเรื่องพี่โอดำ (นะเดือนนะ) :56:
ดีนะไม่ได้สนิทกันมาก เลยไม่ค่อยโดนด่า :02:
ของแกยังไม่ถึงเวลาด่าย่ะ
แสดงว่าตูสนิทจนถึงขั้น โบว์ลงมาสิงร่างเลยสินะ
ตูโดนด่าบ๊อย บ่อย (http://img3.f0nt.com/11/2974d967f6465c2a08a12bf5b50226f7.gif)
แกมันคนพิเศษ แต่ขนาดบ้านชั้นรุมด่าแกทั้งบ้าน ยังไม่ช่วยอะไรเล้ย :11:
มีใครในบอร์ดฟอนต์ อยู่ปั่นบอร์ดจนเสียงานเสียการมั่งป่ะ
คุยกับตั้งเมื่อเร้วๆนี้ ตั้งมันบอกว่า ที่หายไปจากบอร์ดเพราะรีบไปเรียนให้จบๆ
ตั้งมันบอกว่าอยู่ในบอร์ดจนบางทีลืมเรียน ไอ้เดือนก็บอกว่าจริง พอเลิกหมกมุ่นแล้วมีเวลาขึ้นเยอะ
พูดขึ้นมาเพราะเพิ่งคุยกับเฟริน เห็นว่าไปร่ำไปเรียนมา
งั้นเตือนน้องๆ หนูๆ วัยเรียน ว่าระวังปั่นบอร์ดเพลินจนลืมทำการบ้านนะ :30:
จะว่าเสียก็เสียนะ แค่เสียเวลาน่ะ ไม่ได้เสียงาน
เพราะเปิดคอมก็มาอ้อยอิ่งแถวนี้แป๊บนึง แล้วนึกขึ้นได้ก็กลับมารีบปั่นงาน ให้เสร็จ :30:
ต้องให้พี่ร่มมาชี้แจง :35:
ปั่นกระจุยมาก
อ้างคำพูดจาก: เบียร์ซาบซ่า ! เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 12:49 น.
ต้องให้พี่ร่มมาชี้แจง :35:
ปั่นกระจุยมาก
มีสองที่ครับ
ซีเอ็ด
และ เวิรฺคพอย
ปั่นบอรืดได้โดยไม่ต้องทำงาน :30:
กำลังรอลุงร่มมาตบมุก :30:
อ้างคำพูดจาก: กวีหนุ่ม เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 12:50 น.
มีสองที่ครับ
ซีเอ็ด
และ เวิรฺคพอย
ปั่นบอรืดได้โดยไม่ต้องทำงาน :30:
คนนึงออกจากซีเอ็ดไปแล้ว ทีนี้ก็เหลือเวิร์คพอยซ์ล่ะ :30:
ชีวิตพี่โอเจ๋งมากเลยครับ :12:
:16: กลับมาแล้วจ๊ะ เฮ้อ :48: ขอพักแป๊บ เดี๋ยวเคลียร์อะไร ๆ เสร็จจะมาเล่าให้ฟัง
สัมภาษณ์ @ BTS
รอฟังครับ
รอฟังด้วยครับ :40:/
รอฟังของตูนด้วย
เรามาบิ๊วท์กระทู้นี้กันนะ รู้สึกเข้ามาอ่านแล้วมีแรงใจชะมัด :33:
อ่า มาอัพเดทชีวิตมั่ง
ทำธุรกิจเองแล้ว ทุกอย่างมีค่าขึ้นเยอะ
ทุกชั่วโมงที่เปิดคอมคือค่าใช้จ่าย เงิน 1 บาท / คอม 1 ตัว/ 1 ชม.
(แต่ออฟฟิสที่เช่าอยู่ไฟหน่วยละ 8 บาท) ต้องทำงานให้คุ้มค่าไฟสุดๆ
นั่งรถเมล์ไปทำงานวันละ 20 บาท ขากลับหาคนมาส่ง(ฟรี)
ตื่นให้เช้าหน่อยกินข้าวที่บ้านก่อนไปทำงาน เลิกดื่มโค้ก... มันเปลือง
ติดต่อลูกค้าทางเมลให้มากที่สุด จำเป็นจริงๆค่อยโทรไป
ตอนนี้ทำได้เท่านี้ ต่อไปจะคุมงบประมาณให้ดีกว่านี้ให้ได้ :52:
จะได้ประสบการณ์หางานใหม่แล้วครับ :30:
ถ้าไปสัมภาษณ์ที่ไหนเดี๋ยวมาเล่านะครับ
เขาไล่ออกแล้วเหรอ :25:
เขาให้ลาออก ไม่ก็เข้าช่วงโปรอีกสามเดือน :25:
ถ้าให้เขาไล่ออกจะได้เงินชดเชยด้วยนะ :25:
เขาบอกถ้าเขาไล่อกอกจะไม่ได้เงินชดเชยเพราะอ้างว่าเราทำผิดกฎบริษัท :47:
อยู่ๆ จะไล่ออก โดยอ้างว่าทำผิดกฎบริษัทไม่ได้นะครับ
เพราะต้องมีใบเตือน อย่างน้อยสองใบก่อน :25:
แล้วถ้าอัดเสียงตอนที่เขาบอกว่า
ถ้าไล่ออกจะไม่ได้เงินชดเชย
เพราะเราทำผิดกฎบริษัท
สามารถเอาไปฟ้องเพิ่มเติม
เพื่อเรียกค่าเสียหายเพิ่ม
จากเงินชดเชยจากการไล่ออกได้ด้วยครับ :25:
ค่าทนายที่ฟ้อง 2 หมื่นนี่ดิ :39:
:30: ฟ้องอนาถาก็ได้ฮะ แต่โอกาสแพ้ก็เยอะ
แต่ถ้าเบื่องานอยู่แล้ว
เกลียดเจ้านายชิบหายอยู่แล้ว
ก็ออกๆ มาเถอะ
ว่าแต่ว่า ไปทำอะไรผิดกฎเขาจริงๆ หรือเปล่า :09:
อ้างคำพูดจาก: อภิมหาณต เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 01:33 น.
อยู่ๆ จะไล่ออก โดยอ้างว่าทำผิดกฎบริษัทไม่ได้นะครับ
เพราะต้องมีใบเตือน อย่างน้อยสองใบก่อน :25:
แล้วถ้าอัดเสียงตอนที่เขาบอกว่า
ถ้าไล่ออกจะไม่ได้เงินชดเชย
เพราะเราทำผิดกฎบริษัท
สามารถเอาไปฟ้องเพิ่มเติม
เพื่อเรียกค่าเสียหายเพิ่ม
จากเงินชดเชยจากการไล่ออกได้ด้วยครับ :25:
โห... แสดงว่าถ้ามีคุยเครียดนี่ ให้เตรียมเรคคอร์ดเดอร์เลยใช่มั๊ยครับ :56:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 21:18 น.
รอฟังของตูนด้วย
เรามาบิ๊วท์กระทู้นี้กันนะ รู้สึกเข้ามาอ่านแล้วมีแรงใจชะมัด :33:
:53: ถูกครับ ช่วงนี้เข้าจู๋นี้บ่อยมาก :47:
ฟ้องเลยๆ :53:
มาล่ะจ๊ะ :25:
เมื่อวานจากที่เคยบอกไว้ว่า BTS โทรมาให้ไปสัมภาษณ์
ตำแหน่ง Business Development
ก็ไปถึงก่อนเวลานัดสักครึ่งชั่วโมง เตรียมเอกสารอะไรเรียบร้อย
ก็เข้าไปติดต่อ กรอกเอกสาร แนบหลักฐาน ทำแบบทดสอบ Personality test
แล้วก็นั่งรอ 2 ชั่วโมง :44: เรียกคนมาสัมภาษณ์ประมาณ 5 คน (รอบบ่าย)
ตั้งแต่บ่าย 2 ได้เข้าสัมภาษณ์ตอน 4 โมงครึ่ง
พอเข้าไปในห้อง ทีมสัมภาษณ์มี 3 คนด้วยกัน
1. ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
2. หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และ
3. ฝ่ายบุคคล
เริ่มต้นด้วยการให้แนะนำตัวเอง ประวัติการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน (ภาษาไทย)
และเริ่มคำถามว่า "จากการที่คุณใช้บริการ BTS มา คุณคิดว่ามีอะไรอยากจะแนะนำเราบ้างไหม ?
อะไรที่คุณคิดว่าเป็นจุดด้อยที่เราควรจะปรับปรุง เพื่อพัฒนาให้ดีขึ้น"
ตอบ "จริง ๆ แล้ว BTS เป็น Product ที่มีจุดเด่น และ จุดแข็งหลาย ๆ อย่างด้วยตัวของการให้บริการเอง
ซึ่งสามารถตอบโจทย์ของผู้บริโภคได้ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความแน่นอนในเรื่อง "เวลา"
ที่สามารถประมาณการณ์เวลาที่จะใช้ในการเดินทางได้ค่อนข้างแม่นยำกว่าการเดินทางด้วยวิธีอื่น
มีรถมาทุก ๆ กี่นาที ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเส้นทางเรื่องรถติด ค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่ไม่สูง
เมื่อเทียบกับการนั่ง Taxi หรือต้องนั่งรถเมล์หลาย ๆ ต่อ เพราะปัจจุบัน ค่ารถเมล์ก็ปรับสูงขึ้น
ที่สำคัญ หากจะ Focus ไปที่อัตราค่าบริการนั้น
ทาง BTS ก็มี Student pass / Free day ticket / ตั๋วแบบเติมเงิน / ตั๋วแบบรายเดือน
ซึ่งหากซื้อตั๋วแบบนี้จะยิ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางถูกลงอีก
ขึ้นอยู่กับ Lifestyle ของลูกค้าว่ามีลักษณะการเดินทางบ่อยมากน้อยแค่ไหน
แต่จุดด้อยที่มองเห็นได้ชัดคือ การประชาสัมพันธ์ โฆษณา ที่จะสื่อให้เข้าถึงผู้บริโภค
BTS ไม่ค่อยประชาสัมพันธ์ว่า BTS มีให้บริการอะไรบ้าง นอกเหนือจากการแลกเหรียญและซื้อตั๋วเป็นครั้ง ๆ ไป
ซึ่งก็จะมีป้ายหรือแผ่นพับข้อมูลวางไว้ตรงเคาน์เตอร์ที่แลกเหรียญ
คนที่พอจะรู้ข้อมูลและสนใจจะสมัคร หรือ ซื้อตั๋วแบบรายเดือน ฯลฯ
ส่วนมากก็จะถามจากพนักงานเพื่อขอรับบริการ
ถาม "แล้วถ้าคุณได้เข้ามาเป็นฝ่ายการตลาดหรือพัฒนาธุรกิจ คุณจะปรับปรุงหรือพัฒนาตรงนี้ยังไงบ้าง"
พนักงาน BTS ที่อยู่ในเค้าน์เตอร์ก็เป็นช่องแรกที่ควรกระตุ้น เพราะเป็นฝ่ายที่ใกล้ชิดกับผู้ใช้บริการมากที่สุด
น่าจะเป็นผู้ที่ให้ข้อมูล แนะนำบริการ อาจจะเป็นการแนะนำสั้น ๆ เวลาที่ลูกค้ามาแลกเหรียญ
ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า พนักงานจะให้บริการ แลกเหรียญอย่างเดียว โดยไม่มีการเสนอขายบัตรต่าง ๆ เลย
ส่วนช่องทางอื่น ๆ คือ สื่อ ที่จะเข้าถึงผู้บริโภค BTS ก็ควรจะใช้สื่อที่ BTS มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ก่อนที่จะเลือกใช้สื่อที่จะทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เช่น Website BTS ที่มีอยู่แล้ว การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ให้น่าสนใจ
ให้ข้อมูลที่เข้าใจง่าย และดึงดูดผู้บริโภค การส่งข่าวสารผ่านทาง E-mail, Internet ฯลฯ
ทีวี ที่สถานี หรือ ในขบวนรถ ที่เอาไว้ขาย Ad. ตรงนี้ก็สามารถแทรกข้อมูลข่าวสารจาก BTS
หรือ Promotion ต่าง ๆ บริการต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
(ทีมสัมภาษณ์) นั่งพยักหน้าหงึก ๆ ๆ ๆ + ยิงคำถามที่สงสัยเรื่อย ๆ
ถาม "ช่วยแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษตั้งแต่เรียนชั้นประถม จนถึงระดับปริญญาโทหน่อยค่ะ
และอยากรู้ว่า ที่เรียนระดับปริญญาโท มันเป็นยังไงบ้าง"
แนะนำเป็นภาษาอังกฤษเรียบร้อย ต่อด้วยเรื่อง ปริญญาโท
ว่าทำให้มองภาพแบบ Macro มากขึ้น และไม่ได้ Focus ไปที่ด้านการตลาดอย่างเดียว
เป็นการมองภาพรวมของทั้งองค์กร ในด้านบุคคลากร ระบบ โครงสร้างองค์กร สถานะทางการเงิน
การวางกลยุทธ์ การวิเคราะห์จุดอ่อนและปัญหาในองค์กร เพื่อพัฒนาปรับปรุงและแก้ไข
เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด
ทีมสัมภาษณ์ "อธิบาย Scope งานในตำแหน่ง Business Development สวัสดิการต่าง ๆ
และถามว่า เราสนใจที่จะทำงานนี้ไหม และก็ขอบคุณที่มาสัมภาษณ์"
พอจบการสัมภาษณ์ (ใช้เวลาไปประมาณ 40 นาที)
ก็ให้ทดสอบการใช้คอมพิวเตอร์โดยให้ทำ Power point เพื่อ Present BTS
และทำแบบทดสอบภาษาอังกฤษ
() ทำไมไม่ให้ทำตอนนั่งรอเฉย ๆ เกือบ 3 ชั่วโมงล่ะ
สรุป
- Business Development เป็นอีกชื่อหนึ่งของตำแหน่ง Sales
ที่ต้องทำยอดขายให้ได้ตามเป้า ไม่งั้นก็ต้องพิจารณาตัวเอง
โดยการไปขาย package หรือ ยอดตั๋วแบบต่าง ๆ ให้กับบริษัททัวร์
โรงแรม หรือ บริษัทต่าง ๆ
- สวัสดิการเหมือน ๆ กับบริษัททั่ว ๆ ไป
แต่ขึ้นรถไฟฟ้า BTS ฟรีตลอดเวลาที่เป็นพนักงาน
- ฝ่ายบุคคลที่นี่เหมือนกับทำงานวิจัยยังไงไม่รู้ (ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมรู้สึกแบบนี้)
เพราะว่า เค้าเรียกคนมาสัมภาษณ์แบบเยอะมาก ๆ เพื่อถามทัศนคติ และสิ่งที่อยากแนะนำให้ BTS ปรับปรุง
แล้วตอนที่เราสัมภาษณ์เสร็จ ไปนั่งทดสอบคอม+ภาษาอังกฤษ
พี่ฝ่าย HR ที่สัมภาษณ์เราก็มานั่งไล่โทรตามคนให้มาสัมภาษณ์อีกเป็นสิบเลย
- สุดท้าย ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ทำแล้วล่ะ
ปล. รีบปั่น รีบเขียน งานเข้าล่ะขอตัวไปทำงานก่อน เดี๋ยวนึกอะไรออกจะมาเพิ่มนะจ๊ะ :27:
ตูนรู้ผลเมื่อไหร่ ขอให้ได้นะจ๊ะ :33:
พี่เป็นคนนึงเลยนะ ถ้าต้องไปสมัครงานและโดนถามแบบตูนในตอนนี้
รับรองได้เลยว่าทำไม่ได้แหงๆเลย
ผมไม่ค่อยชอบบริษัทที่เรียกสัมภาษณ์คนเยอะๆ โดยบางครั้งนัดใหม่ต่อหน้าเราเลย
จนบางที ยังแอบคิดในใจเลยว่า เรียกมาเอาความคิดตูไปใช้ฟรีๆรึเปล่าวะเนี่ย :39:
+ ตูนครับ :12:
ฟังเหมือนพอสัมภาษณ์เสร็จแล้วไม่ชอบใช่มั้นครับ?
เจ้โบว์ ขอบคุณค่ะ
พี่โอ ไม่ชอบเหมือนกันค่ะ และก็รู้สึกแบบเดียวกับพี่เลย
ตอบบวบ : กึ่ง ๆ ว่าไม่ชอบล่ะบวบ รู้สึกว่าการทำงานของบริษัทมันแปลก ๆ
การรับคน กระบวนการ ขั้นตอน มันดูยืดเยื้อ สับสน
หลาย ๆ อย่างประกอบกัน เดี๋ยวไว้มาเล่ารายละเอียดให้ฟัองอีกทีนะ
:18: พี่ตูนตอบดีจังครับ ผมต้องเบลอเอ๋อกินแน่ๆ
+ ครับ :12: จะจำไว้เป็นแนวทาง
// นอกประเด็นนิดนึง เพื่อนผมมันทำงาน Head Hunter อ่ะครับ คือว่า ไล่ศึกษาประวัติการทำงานของคนเก่งๆทั่วไป แล้วโทรเข้าหาเจ้าตัว
ไม่ว่าจะทำงานอยู่ในบริษัทนั้น หรือจะลาออกแล้วก็ตาม :18:
เป็นงานทีี่่กล้ามากๆเลย แบบว่าดทรไปเสนองานตอนที่เค้าอยู่ออฟฟิศ
มันบอกว่าต้องศึกษาโพรไฟล์ของเป้าหมายเยอะอยู่ แรกๆ มันบอกว่าสนุกดี
เอาไปมา งานมันอยู่แค่ "สวัสดีครับ... คุณครุุครุคริคริ ใช่มั๊ยครับ บลาๆๆๆ" แล้วก็ศึกษาๆ แล้วก็โทรๆๆๆ
สุดท้าย... มันลาออก เพราะเบื่อจะนั่งคุย เหอๆๆ
มีงานแบบนี้ด้วยเนาะ :09:
พวกบริษัท Recruitment รึเปล่าคะ
หลังๆ พอประสบการณ์ทำงานเยอะๆ ก็มีพวกนี้มา offer งานให้เหมือนกัน
แต่ไม่เคยรับ เพราะกลัวว่าถ้าได้งานไปจริงๆ จะโดนหักค่าหัวคิวไหมนะ
แล้วสัญญาจ้างของเราจะเหมือนชาวบ้านเขาไหม ถ้าผ่านบริษัท Recruitment มา
คิดไปสารพัดค่ะ ยังชอบใจที่จะหาเองเหมือนเดิม
เคยโดนแบบน้องตูนเหมือนกันนะ
พวกที่เรียกไปสัมภาษณ์พร้อมกันทีเดียวเป็นสิบ ให้นั่งรอห้องเดียวกัน มองหน้ากันไปมา
บางคนพอมาเจอแบบนี้ก็กลับเลย มันเหมือนไม่ให้เกียรติกันน่ะค่ะ
(แอบคิดว่า นี่ขนาดเรายังไม่ใช่ลูกจ้างคุณนะ ถ้าเป็นลูกจ้างจะเหลือเหรอเนี่ย)
:42:
คงจะอย่างงั้นอ่ะพี่
เพื่อนผมมันบุคลิกไม่ใช่คนออฟฟิศอยู่แล้ว
เลยไม่สงสัยเลยที่มันลาออกมาตั้งแต่สองเดือนแรก :30:
งั้นขอให้ได้ที่ชอบเร็วๆ นะตูน :12:
:46: สาธุจ๊ะบวบ
เรื่อง Head Hunter นี่มีมานานมาก ๆ แล้วในต่างประเทศ
มีการซื้อตัวแย่งตัวกันแบบรุนแรงในบางอุตสาหกรรมเลยทีเดียว
ส่วนเรื่องที่ผ่านบริษัท Recruitment เนี่ย รู้สึกว่าต้องโดนหักนะคะพี่แอ้
ตั้งแต่จบมา ทำงานมา ไม่ค่อยจะเลือกมาก หรือ เรื่องมากในการทำงาน
มีโอกาสไหนเข้ามาก็คว้าไว้หมด จนมาถึงตอนนี้ ซึ่งสถานะบางอย่างมันเริ่มเปลี่ยนแล้ว
การเลือกที่จะเปลี่ยนงาน เลยต้องคิดมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ความมั่นคงต้องมาอันดับแรกเลย
เพราะจากเดิมที่มีพ่อเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นเสาหลักของบ้าน
ตอนนี้พ่อใกล้เกษียณแล้ว เลยต้องวางแผน และหางานที่มั่นคง
พอที่จะเป็นเสาหลักของบ้านแทนพ่อให้ได้ ถึงจะทำไม่ได้ดีขนาดที่พ่อทำ
แต่ก็จะทำให้ดีทีสุด ถ้าหากตอนนี้ยังหาที่ ๆ มั่นคงและดีกว่าปัจจุบันไม่ได้
ก็คงจะประคองตัวทำงานตรงจุดนี้ไปก่อนค่ะ
นี่เป็นเหตุผลหลักในการตัดสินใจเริ่มหางานใหม่ และ เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมดูเหมือนตูนเลือกงาน
เราเป็นคนหนึ่งที่ไม่อยากเปลี่ยนงานบ่อย
แต่ถ้าจะเปลี่ยนทั้งทีก็อยากจะอยู่นาน ๆ
และที่สำคัญที่สุดเลยคือ คนที่บ้าน (เช่นพ่อแม่) ไม่ลำบากกับการเปลี่ยนงานของเราด้วย
:37:
อ้างอิง- Business Development เป็นอีกชื่อหนึ่งของตำแหน่ง Sales
ที่ต้องทำยอดขายให้ได้ตามเป้า ไม่งั้นก็ต้องพิจารณาตัวเอง
ตูว่าแล้ว :30:
ไม่ต้องไปทำมันหรอก
โดยเฉพาะบริษัทที่ไม่สามารถแยกได้ว่าฝ่ายการตลาดกับฝ่ายการขายต่างกันยังไง .. อันนี้ตูพูดโดยรวมถึงบริษัทอื่นด้วยนะ
:12: ถูกค่ะเจ้ ตอนบอก Scope งาน หน้าเจ้ลอยวิ้ง ๆ ๆ ๆ มาเลยล่ะ
อ้างคำพูดจาก: ฺ เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 14:41 น.
เราเป็นคนหนึ่งที่ไม่อยากเปลี่ยนงานบ่อย
แต่ถ้าจะเปลี่ยนทั้งทีก็อยากจะอยู่นาน ๆ
และที่สำคัญที่สุดเลยคือ คนที่บ้าน (เช่นพ่อแม่) ไม่ลำบากกับการเปลี่ยนงานของเราด้วย
:37:
เหมือนกันเลยน้องกวาง (น้องกวางปะเนี่ย)
ขนาดว่าไม่ชอบเปลี่ยนงาน ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง และเริ่มต้นใหม่
พี่อยู่มา 6 บริษัทแล้วเนี่ย :56:
(ไม่อยากให้มีบริษัทที่ 7 เลยอะ)
ถ้าแตนเจออย่างตูนคงแย่อะ :44:
แต่ก็ขอให้โชคดีนะจ๊ะ
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 14:41 น.
ตูว่าแล้ว :30:
ไม่ต้องไปทำมันหรอก
โดยเฉพาะบริษัทที่ไม่สามารถแยกได้ว่าฝ่ายการตลาดกับฝ่ายการขายต่างกันยังไง .. อันนี้ตูพูดโดยรวมถึงบริษัทอื่นด้วยนะ
พูดได้โดนใจมากๆครับ :45:
เรื่อง Head Hunter นี่
ตูเจอมาสองหนล่ะ
ทั้งสองหนโทรมาตอนที่ตู
เพิ่งเข้าไปทำงานที่ใหม่
ได้ไม่ถึงสองอาทิตย์ทั้งคู่เลย :41:
แถมเสนอเงินเดือนดีกว่าบริษัทที่เพิ่งเข้าไปทำเยอะด้วยนะ
ไม่ได้บอกชื่อบริษัทที่จะให้ไปทำ บอกแค่ว่า อยู่ในกลุ่มธุรกิจอะไร
ตูก็พอรู้เลาๆ ว่าเป็นบริษัทอะไร
ที่แน่ๆ คือ เป็นคู่แข่งของบริษัทที่ตูเพิ่งเข้าไปทำ :37:
โทรมาอยู่หลายรอบ เปลี่ยนคนโทรมาด้วยก็มี :39:
ที่สงสัยมากๆ คือ พอโทรเข้ามือถือไม่รับ
มันก็โทรเข้าเบอร์ออฟฟิศเลย
(รู้ได้ไง ว่าเราทำงานที่ไหน
แสดงว่า ฝ่ายบุคคลบริษัทใหม่ขายข้อมูลใช่ไหม :37: )
ตูได้แต่บอกไปว่า ขืนผมลาออกตอนนี้
ก็ใจหมาเกินไปหน่อย :30:
เกรงใจพี่ที่เขาชวนผมมาทำงานด้วย
มีเหตุการณืเดียวกันเลยกะพี่ณต แค่เป็นบ.ฟิตเนส :37:
ใช่ๆ ตูก็เคยโดนบริษัทฟิตเนส
ตูเลยสวนกลับไปว่า รูได้ไงว่าดิชั้นเล่นที่นี่
ถ้าการที่คุณไปขโมยข้อมูลบริษัทคู่แข่งเพื่อให้ได้ลูกค้าแบบนี้
แสดงว่าโปรดักส์คุณก็ไม่ดีจริง ไม่น่าเล่นใช่มั้ยคะ
เพราะคุณมีวิธีการบริหารการขายแบบนี้ นี่แหละค่ะ ทำให้ดิชั้นเลือกอีกที่ ที่ไม่ใช่คุณ
/// ฟิตเนสที่โทรมาหาตูนั่นคือ คลฟน ว
/// ตูโทรไปหาเลขา บริษัทฟิตเนสที่ตูสมัคร บอกว่า ไปตามจับพนักงานที่ขายข้อมูลบริษัทด้วยนะ
เพราะการที่ข้อมูลรั่วไหล ทำให้ตูเดือดร้อน
อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 14:34 น.
:46: สาธุจ๊ะบวบ
เรื่อง Head Hunter นี่มีมานานมาก ๆ แล้วในต่างประเทศ
มีการซื้อตัวแย่งตัวกันแบบรุนแรงในบางอุตสาหกรรมเลยทีเดียว
ส่วนเรื่องที่ผ่านบริษัท Recruitment เนี่ย รู้สึกว่าต้องโดนหักนะคะพี่แอ้
ตั้งแต่จบมา ทำงานมา ไม่ค่อยจะเลือกมาก หรือ เรื่องมากในการทำงาน
มีโอกาสไหนเข้ามาก็คว้าไว้หมด จนมาถึงตอนนี้ ซึ่งสถานะบางอย่างมันเริ่มเปลี่ยนแล้ว
การเลือกที่จะเปลี่ยนงาน เลยต้องคิดมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ความมั่นคงต้องมาอันดับแรกเลย
เพราะจากเดิมที่มีพ่อเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นเสาหลักของบ้าน
ตอนนี้พ่อใกล้เกษียณแล้ว เลยต้องวางแผน และหางานที่มั่นคง
พอที่จะเป็นเสาหลักของบ้านแทนพ่อให้ได้ ถึงจะทำไม่ได้ดีขนาดที่พ่อทำ
แต่ก็จะทำให้ดีทีสุด ถ้าหากตอนนี้ยังหาที่ ๆ มั่นคงและดีกว่าปัจจุบันไม่ได้
ก็คงจะประคองตัวทำงานตรงจุดนี้ไปก่อนค่ะ
นี่เป็นเหตุผลหลักในการตัดสินใจเริ่มหางานใหม่ และ เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมดูเหมือนตูนเลือกงาน
ตูนทำถูกแล้ว
คนเราไม่ควรเลือกงาน (ถ้าเราไม่มีทางเลือก)
และเราควรเลือกงาน (ถ้าเรามีทางเลือก)
ไม่งงใช่ป่ะ :30:
:27: ไม่งงจ๊ะเจ้ ไว้มีอะไรคืบหน้า จะมาเม้าให้ฟังเน้อ
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 14:41 น.
ตูว่าแล้ว :30:
ไม่ต้องไปทำมันหรอก
โดยเฉพาะบริษัทที่ไม่สามารถแยกได้ว่าฝ่ายการตลาดกับฝ่ายการขายต่างกันยังไง .. อันนี้ตูพูดโดยรวมถึงบริษัทอื่นด้วยนะ
โดนอ่ะพี่ส้ม โดนจริงๆ :12: :30:
อะไรนะ ใช่บริษัทที่บอกว่าประกาศหาฝ่ายการตลาด....
แต่ให้ทำเป็นเซลล์วิ่งอ่ะเหรอ พร้อมยอดบังคับ :47:
คำคมจากน้องส้ม ทำให้พี่ภูมิใจอีกแล้วค่ะ :49: :30:
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 16:27 น.
ใช่ๆ ตูก็เคยโดนบริษัทฟิตเนส
ตูเลยสวนกลับไปว่า รูได้ไงว่าดิชั้นเล่นที่นี่
ถ้าการที่คุณไปขโมยข้อมูลบริษัทคู่แข่งเพื่อให้ได้ลูกค้าแบบนี้
แสดงว่าโปรดักส์คุณก็ไม่ดีจริง ไม่น่าเล่นใช่มั้ยคะ
เพราะคุณมีวิธีการบริหารการขายแบบนี้ นี่แหละค่ะ ทำให้ดิชั้นเลือกอีกที่ ที่ไม่ใช่คุณ
/// ฟิตเนสที่โทรมาหาตูนั่นคือ คลฟน ว
/// ตูโทรไปหาเลขา บริษัทฟิตเนสที่ตูสมัคร บอกว่า ไปตามจับพนักงานที่ขายข้อมูลบริษัทด้วยนะ
เพราะการที่ข้อมูลรั่วไหล ทำให้ตูเดือดร้อน
มีใครในพัทยาที่มันยังไม่ได้โทรหาบ้างไหม
เบอร์ 038*99999 เราแบนไว้เลย
เบอร์สวยมาก :25:
หลายบาทอยู่นะนั่น
ประสบการณ์งานราชการ
เริ่มต้นการทำงานด้วยการไปสอบ กพ. โดยใช้วุฒิ ปวช. ไปสมัคร
ตอนนั้นกำลังเรียน ปวส. เทอมสุดท้าย ผลออกมาสอบติดแต่ก็ลืม ๆ ไป
เพราะไม่ศรัทธาในงานราชการ ที่ไปสอบเพราะตามเพื่อน
แต่พอเรียนจบปุ๊บ กพ. ก็เรียกบรรจุเลย ตอนนั้นก็ลังเลอยากเรียนต่อ
แต่แม่กับพ่อ อยากให้ลูกรับราชการมาก ท่านดีใจจนเราไม่กล้าบอกว่าไม่อยากทำงานนี้
สุดท้ายก็เลยไปรายงานตัวและรับราชการ ตอนไปรายงานตัวที่ให้เลือกก็เยอะแยะมากมาย
แต่ส่วนใหญ่อยู่ใน กทม. เงินเดือนตอนบรรจุ 4,750 บาท ถ้าอยู่ กทม. แกลบก็ไม่มีปัญญาซื้อ
เลยตัดสินใจเลือกที่อยู่ใกล้บ้าน เลยมาลงตัวที่สรรพากร จังหวัดพิจิตร
ตั้งแต่ทำงานมายอมรับว่าอยากลาออกหลายครั้งหลายหน ใหม่ ๆ ไฟแรงอยากทำนู่นนี่
อยู่ ๆ ไปก็ทำให้รู้ว่าทำไมบางคนถึงเลือกอยู่แบบเช้าชามเย็นชามอย่างเค้าว่า
งานในแวดวงราชการมีทั้งระบบเจ้านาย ลูกน้อง ระบบพวกพ้อง อุปถัมภ์
แต่ที่อยู่มาได้ทุกวันนี้คือ อดทน ท้อมาก ๆ ก็คิดถึงพ่อแม่ไว้ ไม่อยากให้เค้าเสียใจ
อีกอย่างงานในหน้าที่ที่หลากหลาย ทำให้รู้สึกอยากเรียนรู้ ยังทนไหว
3 ปีแรกบางครั้งตอนกลางวันต้องเดินกลับแฟลตมานั่งร้องไห้ โดนกดดันมากมาย
แต่ก็พยายามสู้ คิดแต่ว่าถ้าเรื่องแค่นี้ท้อจะไปทำอะไรได้
จนปีที่ 4 ได้เปลี่ยนหัวหน้าใหม่หมดเหมือนยกทุกอย่างทิ้ง โล่งมาก ที่สำคัญได้รับมอบหมายงานใหม่
ได้ออกไปทำงานกับหน่วยงานอื่นมีโอกาสไปทำงาน กลุ่มยุทธศาสตร์ จังหวัด
โอ้โห เหมือนกบออกจากกะลา ไอ้ที่เจอว่าแย่ ๆ หนัก ๆ น่ะเรื่องเล็กไปเลย งานหลากหลาย
คนหลากหลาย คิด วางแผน จากวัฒนธรรมเดิม ๆ เด็กไม่มีสิทธิเสนอความคิด
พอมาทำงานตรงนี้ต้องคิด วางแผน และต้องกล้าที่จะนำเสนอ ไปวันแรก ๆ
รู้สึกว่าตัวเองโคตรโง่เลย ไม่รู้อะไรสักอย่าง นั่งเงียบ ทำอะไรไม่ถูก
นั่งฟังเค้าเสนอ เค้าเถียงกันวุ่นวาย คิดแต่ไม่กล้าพูด จนกระทั่งพี่หัวหน้าทีม
เค้าคงเห็นว่ามันมานั่งเงียบ ๆ ทำไมตั้งหลายวันแล้วเลยยิงคำถามมาเลยว่า
คุณอยู่พิจิตรมากี่ปี แล้วคิดว่าพิจิตรมีอะไรห่วยมั่ง ก็ได้แต่นั่งเอ๋อไม่รู้จะตอบอย่างไง
เค้าก็ยิงคำถามอีกว่าไอ้ที่คิดว่าห่วยน่ะ คุณจะแก้ยังไงให้มันไม่ห่วย
โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือเค้าต้องการให้หัดวิเคราะห์ หัดคิด
บางครั้งก็ให้ทุกคนคิดเขียนใส่กระดาษ แล้วเอาไปแปะไว้ที่บอร์ด แล้วมานั่งสรุปกัน
ปีหน้าจะทำอะไร จะใช้งบอะไร เท่าไร มีโครงการอะไรบ้าง สนุกก็สนุก เหนื่อยก็เหนื่อย
แต่ได้รู้อะไรมากมาย มีท้อบ้างเหนื่อยบ้าง มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งสอนไว้ว่า
"งานหนักไม่ทำให้ใครตายหรอก ส่วนใหญ่ที่ตายเพราะไม่สู้งาน
อยู่ตรงนี้เหนื่อยแต่ได้ความรู้นะ คิดสิว่าโชคดีที่มีโอกาสได้มาอยู่ตรงนี้
อย่างน้อยคุณก็ได้เพื่อนเพิ่มขึ้นตั้งหลายหน่วยงาน" เราก็คิดเออจริงถ้ายังอยู่ในโลกเดิม ๆ
อยู่ในโลกของสรรพากรอย่างเดียวคงไม่รู้อะไรเท่าไร ไม่มีเพื่อน ทุกวันนี้ทำงาน
ในสำนักงานง่ายขึ้นขอข้อมูลจากหน่วยงานอื่นก็ง่ายขึ้น
ถึงวันนี้ 12 ปีในชีวิตของการทำงาน ทำให้รู้ว่างานทุกงานยากทั้งนั้นหากไม่มีใจที่จะทำ
เส้นทางเดินของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทางเลือกของแต่ละคนไม่เท่ากัน
โอกาส และจังหวะก็ต่างกัน แต่อย่างหนึ่งที่เป็นได้คือ เดินไปบนเส้นทางที่เลือกให้ดีที่สุด
มองหาข้อดีในงานที่ทำ หากเจองานยากก็คิดว่าได้พัฒนาตัวเอง หากผ่านตรงนี้ไปได้
อยู่ที่ไหนก็สบาย ถ้าเจอคนที่แย่ก็มองว่าเค้าก็อาจคิดว่าเราแย่เหมือนกัน
เค้าเลยทำอะไรแย่ ๆ กับเรา คิดบวกเข้าไว้ ท้อได้ ล้มได้ แต่ล้มแล้วต้องลุกให้เร็ว
อย่านอนรอให้ใครมาเหยียบ
อย่างตัวเองตอนนี้ก็มองว่าทำงานราชการก็ดี เสาร์อาทิตย์ก็หยุด
แล้ววันหยุดที่แหละก็ไปทำงานที่รัก ที่อยากทำ ทุกวันนี้ก็ยังมีแว้บ ๆ อยากลาออก
แต่ก็นั่นแหละความจริงกับสิ่งที่คิดมันมักสวนทางกัน ออกไปตอนนี้ดูท่าจะอดตาย
แต่สักวันหนึ่งเมื่อพร้อมจริง ๆ ก็คงไปหาทางสายใหม่เดินเหมือนกัน :22:
ขอให้คนที่กำลังท้อสู้ ๆ นะคะ :33:
สรรพากร ว่าแล้วเชียว :30:
:44: :44:
อ้างคำพูดจาก: YDA เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 22:34 น.
"งานหนักไม่ทำให้ใครตายหรอก ส่วนใหญ่ที่ตายเพราะไม่สู้งาน
อยู่ตรงนี้เหนื่อยแต่ได้ความรู้นะ คิดสิว่าโชคดีที่มีโอกาสได้มาอยู่ตรงนี้
อย่างน้อยคุณก็ได้เพื่อนเพิ่มขึ้นตั้งหลายหน่วยงาน"
:12:+
บวกๆๆ พี่ญดาสุดยอดเลยค่ะ นับถือมากๆ เลยค่ะ
แต่ว่าตอนนี้ก็ผ่านมันมาได้แล้วใช่ไหมคะ :33:
ทุกวันนี้เหรอ ถ้าไม่หัดคิดบวกบ้าไปแล้ว :30:
รู้มาก เห็นมาก ก็เซ็ง ทั้งคน ทั้งระบบ
แต่อย่างว่าคิดในแง่บวกก็มันดี มีอะไรตื่นเต้นเร้าใจตลอดเวลา ต้องขวนขวายตลอด
เซ็งหนัก ๆ เข้าก็ทำตัวงี่เง่าบ้าง นาน ๆ ก็เม้งแตกซักที ได้โวยวายบ้างก็โล่ง
ไม่ธรรมดาเลยครับ
อ้างอิงงานหนักไม่ทำให้ใครตายหรอก ส่วนใหญ่ที่ตายเพราะไม่สู้งาน
ทำให้รู้ว่างานทุกงานยากทั้งนั้นหากไม่มีใจที่จะทำ
แอร๊ยยยย !!! บวกแรงๆเลยค่ะ :07:
ใช่ครับพี่ YDA + :46: อ่านแล้วก็มีกำลังใจจะสู้ต่อครับ
ไฟท์งานมา 12 ปีนี่ ไม่ธรรมดาเลยนะพี่ ยอดเยี่ยม
ความจริงกับความคิดมันสวนทางกัน :12:
มันเป็นอะไรที่ยากนะ ที่คิดไว้และทำตามนั้นไม่ได้
ทำได้แค่ที่ทำได้ดีที่สุด
งานราชการนี่ต้องหาแรงใจสดๆ อดทนสุดๆ เลยนะโบว์ว่า
ไม่งั้นเสี่ยงกับการสุขภาพจิตเสียได้ง่ายๆ เลย :39:
แต่พี่ว่า แล้วแต่คนจริงๆนะ โบว์ บางคนเค้าชอบทำงานราชการสุดๆ
เพราะมันสบาย ตอกบัตรตามเวลา นั่งรอให้เลิกงาน สามโมงก็กลับบ้านแล้ว
น้องๆ ที่ทำงานรอบๆตัวผม ลาออกไปอยู่งานราชการกันเยอะเลยหล่ะ
แต่ก็นั่นแหละครับ การทำงานราชการ หากไม่ได้คิดจะทำด้วยใจจริงๆ
ความลำบากมันก็ตกอยู่ที่ คนอย่างเราๆนี่แหละครับ :39:
งานผมต้องเกี่ยวเืนื่องกับหน่วยงานของรัฐอยู่เนืองๆ เพราะต้องมีการยืนเรื่องขออนุญาต
การทำงานเรื่องเขตและโฉนด การติดต่อเรื่องกฏหมายในการก่อสร้างต่างๆนาๆ
ทำให้ได้เจอพนักงานของรัฐในหลายๆรูปแบบ...
ไปติดต่อเรื่องยื่นแบบตอน 11 โมง พนักงานไม่อยู่ ออกไปกินข้าวแล้ว...
ไปใหม่ บ่ายโมง ยังไม่เข้า .... ไปอีกที สามโมงกว่า อ๋อ กลับบ้านไปแล้วค่ะ .....
"น้องครับ การออกใบอนุญาตตรงนี้ มันยากอยู่นะ น้องพอจะช่วยอะไรพี่บ้างได้มั๊ยครับ" พร้อมทั้งทำท่ายื่นมาแบออกมา .....
ผมรู้นะว่าเกินครึ่ง ที่พนักงานเหล่านี้ทำด้วยใจ และผมก็นับถืือเค้าจริงๆ เพราะบางทีงานก็โหลดเกิน
แต่เจอคนที่ทำ เพราะเห็นช่องทางอะไรบางอย่างในความสบายส่วนตัวแล้ว สุดจะทนจริงๆ..
สมัยพ่อผมทำงานรับเหมาให้หน่วยราชการแห่งหนึ่ง
ตอนจะส่งงานเพื่อเบิกเงิน ต้องให้วิศวกรประจำตำบลนั้นๆมาตรวจเพื่อส่งเรื่องให้เบิกจ่าย
มาถึงวิศวะไม่ได้เดินดูตัวถนนที่สร้างเสร็จแล้วเลย แต่เดินไปหาพ่อผมแล้วบอกว่า "วันนี้อยากไปเที่ยวจังเลย"
ผลสุดท้าย งวดที่พ่อผมเบิกได้คือ แสนกว่าบาทไปจ่ายค่าของและค่าแรงลูกน้อง
แต่ค่าเลี้ยงกลุ่มวิศกรวันนั้น หมดไปเกือบ ห้าหมื่นบาท...
งั้นนั้น พ่อบอก ถือว่า เลี้ยงเปรตตกยาก ไปแล้วกัน....
ุ
+ พี่ญดาเลยครับ ชอบจัง :12:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 13 พ.ค. 2009, 11:03 น.
งานราชการนี่ต้องหาแรงใจสดๆ อดทนสุดๆ เลยนะโบว์ว่า
ไม่งั้นเสี่ยงกับการสุขภาพจิตเสียได้ง่ายๆ เลย :39:
ผมเคยมีความคิดแว้บนึงอยากไปเป็นครูบ้านนอกที่บ้านอ่ะพี่โบว์
บ้านก็อยู่ฟรี รับเงินเดือนแบบเน้นๆ แถมได้อยู่ใกล้ครอบครัวด้วย
ช่วงแรกๆ ก็คิดว่าคงจะยากเพราะเป็นคนติดชีวิตสบายๆ ไม่กรำแดดกรำฝนเหมือนที่บ้านมานานหลายปีแล้ว
แต่ในเมื่อมันเป็นกำพืดของเรา สักวันก็ต้องปรับได้
เอาจริงๆนะ วันข้างหน้าถ้าผมอิ่มตัวกับงานกราฟิค
ผมกลับไปสอนหนังสือเด็กๆแถวบ้านดีกว่า :52:
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 13 พ.ค. 2009, 11:21 น.
แต่ก็นั่นแหละครับ การทำงานราชการ หากไม่ได้คิดจะทำด้วยใจจริงๆ
ความลำบากมันก็ตกอยู่ที่ คนอย่างเราๆนี่แหละครับ :39:
ถูกครับ :37:
เพราะเคยโดนมา :50:
ส้มรบกวนหน่อยค่ะ
ใครพอจะมีตัวอย่างสัญญาการจ้างงานเป็นภาษาอังกฤษมั้ยคะ
อันนี้จ้างเป็นลูกจ้างเงินเดือน ไม่ได้จ้างเป็นจ๊อบๆน่ะค่ะ
พอดีส้มมีปัญหานิดหน่อยตรงที่บริษัทเพิ่งเปิด ไม่มีใครทำสัญญาการจ้างงาน
ส้มต้องทำเอง แล้วให้เค้าเซ็นต์ลงมา ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ
ส้มไม่มีความรู้เรื่องกฎหมายน่ะค่ะ เลยจะขอรบกวนเผื่อใครมีตัวอย่างช่วยส่ง จมล. มาให้ก็ได้ค่ะ :46:
ลองนี่ (http://www.google.co.th/search?q=employment+contract+sample&ie=utf-8&oe=utf-8&aq=t&rls=org.mozilla:en-US:official&client=firefox-a)
ไม่ก็นี่ (http://www.google.co.th/search?q=employment+contract+template&ie=utf-8&oe=utf-8&aq=t&rls=org.mozilla:en-US:official&client=firefox-a)
ดูรึยังครับ :47:
พี่ YDA เป็นสรรพากรนี่เอง ซวยแล้ว :44:
สรุปบักเอ เป็นไงมั่งนี่ ไปทำอะไรผิดกฎเค้ารึ :09:
มาทำงานสายครับ :30:
เอมาทำงานสายนี่ โดนขนาดนั้นเลยหรือครับ
ดีนะที่ผมไม่ได้เป็นคนมาทำงานสาย :11:
... แค่ปีที่แล้ว ผมขาดงานรวมๆกันประมาณเดือนเดียวเอง :27:
ปีนี้เอก็คาดว่าจะไม่มาทำงานสายแล้วครับ
แต่จะลาป่วยทั้งวันแทน :27:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 13 พ.ค. 2009, 12:05 น.
พี่ YDA เป็นสรรพากรนี่เอง ซวยแล้ว :44:
:02: สรรพากรใจดีจะตาย
ส่วนเรื่องงานราชการเนี่ย อย่างที่บอกไม่ศรัทธาอย่างแรงในตอนแรก
มีความคิดว่าอยู่ไปวัน ๆ เช้าชามเย็นครึ่งชาม พอมาอยู่มันก็แล้วแต่คนจริง ๆ นะ
แต่ระบบราชการมันก็สามารถดับไฟในการทำงานได้ดีเยี่ยมเลยจริง ๆ
ตัวพี่เองบางวันก็เซ็งไม่อยากทำงานก็นั่งอ่านบอร์ดนี้ทั้งวัน ซึ่งหากเป็นงานเอกชนสงสัยโดนเชิญออกไปแล้ว :30:
บางครั้งผมก็นั่งอ่านบอร์ดนี้ทั้งวันเหมือนกันพี่
แอบๆเอาหนะครับ :21:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 13 พ.ค. 2009, 11:48 น.
ลองนี่ (http://www.google.co.th/search?q=employment+contract+sample&ie=utf-8&oe=utf-8&aq=t&rls=org.mozilla:en-US:official&client=firefox-a)
ไม่ก็นี่ (http://www.google.co.th/search?q=employment+contract+template&ie=utf-8&oe=utf-8&aq=t&rls=org.mozilla:en-US:official&client=firefox-a)
ดูรึยังครับ :47:
ขอบใจนะยะ นั่งลองมาแล้วย่ะ
แต่มันมีบางอย่างที่อยากได้คำแนะนำด้วย เช่น พวกที่มีเอี่ยวกับด้านกฏหมาย
และอะไรควรที่จะระบุ อยู่ในสัญญาน่ะ
// ตูไปลอกเอามาจากสัญญาจ้างแรงงานต่างด้าว :30:
ซึ่งมันก็ยังไม่ครอบคลุม เพราะมันเป็นสัญญาที่จ้างผู้ใช้แรงงาน
จริงๆ ผมไม่รู้อะไรเลยครับ :37:
จัดมีตติ้ง คุยกันแลกเปลี่ยนเรื่องงานและอนาคตกันไหม :37:
ก็ดีนะครับ :25:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 14 พ.ค. 2009, 00:23 น.
จัดมีตติ้ง คุยกันแลกเปลี่ยนเรื่องงานและอนาคตกันไหม :37:
:37:/
วันนี้ส่งเด็กไปพรีเซนต์ที่หน่วยรัฐวิสาหกิจหน่วยนึง
นัดคุยกับรอง ผอ. เด็กตูก็พรีเซนต์งานไป แม่งก็นั่งเล่นเอมไป
ทำตัวเสื่อมศรัทธาจริงๆ ...
เจ้แกบอกว่า งานดีไซน์แบบนี้แพงไหม เราน่ะเน้นของถูกๆ เร็วๆ
ตอนนี้ใช้.....เจ้านี้อยู่ดีมากเลย จะจ่ายเงินเมื่อไหร่ก็ได้
น่านตูรู้แล้วว่า ทำไม การโฆษณา สร้างภาพพจจน์ของททท.พัทยามันถึงย่ำอยู่กับที่ เพราะผู้บริหารมีแนวคิดอย่างนี้นี่เอง :39:
ตูเลยกะว่า ไว้ยิงตัวใหญ่ทีเดียว :39: :39:
จริงๆนะพี่ส้ม
เวลาผมไปวางแมพวางหนังสือเหมือนกัน
ไม่ขอต่อกรกับฟร้อนต์หรอก โดนไล่ตลอด
เลยขอพบ ตัวใหญ่ๆที่เรารู้จักเท่านั้น
ร้อยทั้งร้อย ได้วางชัวร์ป้าด :02:
อ้างคำพูดจาก: YDA เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 22:51 น.
ทุกวันนี้เหรอ ถ้าไม่หัดคิดบวกบ้าไปแล้ว :30:
รู้มาก เห็นมาก ก็เซ็ง ทั้งคน ทั้งระบบ
แต่อย่างว่าคิดในแง่บวกก็มันดี มีอะไรตื่นเต้นเร้าใจตลอดเวลา ต้องขวนขวายตลอด
เซ็งหนัก ๆ เข้าก็ทำตัวงี่เง่าบ้าง นาน ๆ ก็เม้งแตกซักที ได้โวยวายบ้างก็โล่ง
เห็นด้วยอย่างมากจ้าาาาี
เดี๋ยวว่างๆ มาเล่าให้ฟังบ้างนะ
ช่วงนี้ยุ่งมากกกกกกกก :05:
เค้าอยากฟังเรื่องพี่นก :25:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 14 พ.ค. 2009, 00:23 น.
จัดมีตติ้ง คุยกันแลกเปลี่ยนเรื่องงานและอนาคตกันไหม :37:
จัดมิตติ้งแลกเปลี่ยนเงินเหรอครับ ผมจะได้เตรียมแบงก์ยี่สิบไปแลกแบงก์ห้าร้อย
+ พี่ YDA ครับ หัวอกคนทำงานราชการ :30: :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: อภิมหาจักรี จ่าย เมื่อ 17 พ.ค. 2009, 01:34 น.
จัดมิตติ้งแลกเปลี่ยนเงินเหรอครับ ผมจะได้เตรียมแบงก์ยี่สิบไปแลกแบงก์ห้าร้อย
สนใจจักรีกันหน่อย :30:
:30:
จะว่าไปแล้ว ตูก็ทำงานราชการอยู่นี่นา
เดี๋ยวว่างๆจะมาบ่นให้ฟัง ทั้งเรื่องดีๆและเรื่องงี่เง่า :42:
เดี๋ยวก่อนนะ ยุ่งมากกก :37:
เปิดๆ ไปดูงานสายราชการว่ามันมีระบบงานยังไง
เพราะช่วงนี้ต้องติดต่อกับราชการเยอะ
เปิดไปเปิดมา เจอพวกรับสมัครข้าราชการ .. ดันไปเห็นเงินเดือน โอ๊ววว มายกอดดด :14:
ปริญญาเอก 13 k+
ปริญญาโท 9700 :05: :05: :05:
งานราชการต้องหวังผลระยะยาวมากๆคะ :52:
ทำงานจะครบสามปีแล้ว ตอนเข้ามา manager บอกว่าครบสามปีปรับเป็นซีเนียร์อัตโนมัติ
รอลุ้นด้วยใจระทึก หวังลมแล้งว่าบริษัทจะไม่ริดรอนสิทธิอันชอบธรรมกัน :37:
ช่วงนี้กำลังไม่ค่อยสบายใจเรื่องความมั่นคงของงาน
อยู่ๆ ตะกี้เจ้านายเอาซองปิดผนึกมาให้.. แล้วรีบเดินหนี
ก็เลยรีบแกะอ่านทันทีค่ะ ปรากฏว่า...
เงินเดือนขึ้น สองพันกว่าบาท..
นี่แสดงว่าแอ้ปลอดภัยแล้วใช่ไหมคะเนี่ย.. :53:
(ดีใจดี๊ด๊าแบบเงียบๆ)
ผมว่าก็น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีแล้วนะครับ
เพราะในภาวะแบบนี้ ถ้ามีปัญหา น่าจะต้องตัดรายจ่ายถึงจะถูก
ผมสิ... เงินเดือนไม่เคยขึ้นเลยมา 3 ปีแล้ว เค้าว่าเงินเดือนมากสุด ไม่ต้องขึ้นหรอก :16:
ที่ผ่านมาเขาตัดรายจ่ายจนน่ากลัวเลยค่ะ..
คือดูจากการพิจารณาตัดแล้ว เชื่อว่าถูกดำเนินการภายใต้การตัดสินใจที่เฉียบขาดมาก..
ตอนนี้เลยเบาใจไปหน่อยหนึ่ง
:56:
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 18 พ.ค. 2009, 15:27 น.
ผมสิ... เงินเดือนไม่เคยขึ้นเลยมา 3 ปีแล้ว เค้าว่าเงินเดือนมากสุด ไม่ต้องขึ้นหรอก :16:
เหตุผลไม่ดีเลยค่ะ .. คนเราก็ต้องการก้าวหน้ากันทั้งนั้น..
เอาไว้เศรษฐกิจดีขึ้นแล้วลองมองหาลู่ทางดูดีไหมอะคะ (แต่สำหรับช่วงนี้มีงานทำก็เป็นสิ่งที่ดีมากแล้ว)
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 18 พ.ค. 2009, 15:24 น.
ช่วงนี้กำลังไม่ค่อยสบายใจเรื่องความมั่นคงของงาน
อยู่ๆ ตะกี้เจ้านายเอาซองปิดผนึกมาให้.. แล้วรีบเดินหนี
ก็เลยรีบแกะอ่านทันทีค่ะ ปรากฏว่า...
เงินเดือนขึ้น สองพันกว่าบาท..
นี่แสดงว่าแอ้ปลอดภัยแล้วใช่ไหมคะเนี่ย.. :53:
(ดีใจดี๊ด๊าแบบเงียบๆ)
สถานการณ์อย่างกับคุโรมาตี้ :47:
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 18 พ.ค. 2009, 11:49 น.
เปิดๆ ไปดูงานสายราชการว่ามันมีระบบงานยังไง
เพราะช่วงนี้ต้องติดต่อกับราชการเยอะ
เปิดไปเปิดมา เจอพวกรับสมัครข้าราชการ .. ดันไปเห็นเงินเดือน โอ๊ววว มายกอดดด :14:
ปริญญาเอก 13 k+
ปริญญาโท 9700 :05: :05: :05:
จบเภสัชฯ มา เรียนตั้ง 5 ปี
เงินเดือนตอนบรรจุซี 3 คือ 7,040 บาทถ้่วน :37:
อ้างคำพูดจาก: @nok:- เมื่อ 18 พ.ค. 2009, 21:49 น.
จบเภสัชฯ มา เรียนตั้ง 5 ปี
เงินเดือนตอนบรรจุซี 3 คือ 7,040 บาทถ้่วน :37:
จบ ป.ตรี วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์
จับได้ใบแดงเงินเดือน 2,XXX ครับ :37:
แต่กิน-อยู่ฟรีนะครับ :37:
ทำงานราชการเป็นเป็นสิบปี ได้ไ่มถึงสองหมื่นเลยคร้าบบบ
ดีได้เงินเพิ่มค่าสุรา (พ.ส.ร.) กับ ค่าเช่าบ้านมาช่วย
ไม่งั้นกินแกลบแทนข้าว
ชีวิตข้าราชการมันเศร้าแท้่
" เงินหมด ยศยังอยู่ "
เรียนวิศวะคอมฯ แต่แม่อยากให้สอบราชการ :05:
ถ้าที่บ้านมีฐานะอยู่แล้ว ทำราชการเลยครับ คิดซะว่าเป็นการลงทุน
อ้างคำพูดจาก: unowen เมื่อ 19 พ.ค. 2009, 00:14 น.
จบ ป.ตรี วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์
จับได้ใบแดงเงินเดือน 2,XXX ครับ :37:
ตอนนี้ทหารเกณฑ์/กองเกิน ปรับเงินขึ้น เดือนนึงได้ 8,200 เลยนะ :37:
อ้างคำพูดจาก: ☼อภิเอเดรียน☼ เมื่อ 19 พ.ค. 2009, 08:33 น.
ถ้าที่บ้านมีฐานะอยู่แล้ว ทำราชการเลยครับ คิดซะว่าเป็นการลงทุน
ลงทุนยังไงครับ พี่เอ ขอคำอธิบาย :09:/
ลงทุนระยะยาวไงครับ :47:
สวัสดิการเอย ส่วนลดค่าเล่าเรียนลูกเอย บำนาญ บำเหน็จเอย
คิดว่าเป็นการออมเงินในอัตราภาษีคงที่ปีละสองขั้น ก็ได้ครับ :12:
จริงๆ ข้าราชการหน่ะงั้นๆ ครับ ถ้าเทียบเรื่องสวัสดิการ อะไรพวกนี้
ผมว่าทำงาน บ.วิทยุการบิน หน่ะดีกว่าเยอะ
เป็นรัฐวิสาหกิจที่สวัสดิการดที่สุดในประเทศแล้วมั๊ง
ถ้าเป็น ATC เดือนๆนึงรายได้ เหยียบแสน
เค้ารับสมัครพนักงานมั้ยคะ :37:
เปิดรับตลอดหล่ะครับ
http://www.aerothai.co.th/ (http://www.aerothai.co.th/)
พวกบ้านพักสวยๆ แถวๆ สนามบินเชียงใหม่ หาดใหญ่ อะ ของ วิทยุการบินทั้งนั้นอะครับ
แอร๊ยยย ขอบคุณค่ะ + :25:
เค้ามีตน.สถาปนิกมั้ยครับ :37:
อ้างคำพูดจาก: :†:Ϊη ģŎđ шε Ţѓűśţ :†: เมื่อ 19 พ.ค. 2009, 12:20 น.
จริงๆ ข้าราชการหน่ะงั้นๆ ครับ ถ้าเทียบเรื่องสวัสดิการ อะไรพวกนี้
ผมว่าทำงาน บ.วิทยุการบิน หน่ะดีกว่าเยอะ
เป็นรัฐวิสาหกิจที่สวัสดิการดที่สุดในประเทศแล้วมั๊ง
ถ้าเป็น ATC เดือนๆนึงรายได้ เหยียบแสน
เห็นด้วยกับประโยคที่ว่า "บ.วิทยุการบิน (aerothai) สวัสดิการดีที่สุดในประเทศไทยค่ะ"
มีเพื่อนเข้าไปทำแล้วคนนึงล่ะพี่ซิก เป็น ATC นี่ล่ะ โคตรน่าอิจฉาเลย
เจ้าตัวบอกว่า เป็นนักบินไม่ได้ ก็ขอควบคุมการจราจรเครื่องบินแทนละกัน (เขาเป็นผู้หญิงที่สูงไม่ถึง 160 น่ะค่ะ)
เค้ารับ ป.ตรีทุกสาขา และก็สอบเข้าน่ะค่ะ (ใช้ toeic ด้วยเด้อ)
แต่ก็ต้องไป fighting กับเด็ก สบพ. (สถาบันการบินพลเรือน) ที่เรียนมาโดยตรงอีกทีนึง
:37:
โหย... น่าทำอ้ะ
(ชาตินี้เป็นนักบินไม่ได้ เอาอันนี้ก็ยังดีว่ะ :07:)
อายุ 30+ นี่ เค้าจะรับมั้ยหว่า :05:
32 ไม่รับแล้วครับ
ทำงานเหมือนข้าราชการ แต่รับเงินเดือน บ.ฝรั่งอะ
ไม่ค่อยมีคนสนใจด้วย บ.นี้ รวยเงียบ
:25: แอบสนใจล่ะ แต่ว่าตอนนี้เค้ายังไม่เปิดรับใช่ไหมคะ ?
บ.นี้ไม่ค่อยเปิดรับพนักงานตำแหน่งอื่นเท่าไหร่ รู้กันแต่วงในกับประกาศแบบเงียบๆ :23:
ส่วนมากที่ประกาศรับก็เฉพาะ ATC นี่แหละ ที่จะมีสอบช่วง ก.ย.-ต.ค (มั๊งนะ)
เคยไปศึกษามาเหมือนกัน ATC เนี่ย
จบป.ตรีอะไรมาก็ได้ อายุไม่เกิน27 ใช้โทอิค600 กับไปสอบข้อสอบของเค้าอีก
รวมถึงตรวจสุขภาพกายและสุขภาพจิตว่าเหมาะสม
สอบผ่านแล้วก็จะต้องเรียนอีกปีนึง
เรียนจบแล้วก็ต้องไปประจำที่ ตจว อีก 2 ปี
ถึงจะสอบเพื่อกลับเข้ามาอยู่ศูนย์กลางที่กทม ได้ :37:
สวัสดิการก็ถ้าป่วยเนี่ย บ.จ่ายให้หมดเลยไม่ว่าจะ รพ เอกชน รึรัฐบาล :07:
สมัครไปอยู่หาดใหญ่ดีกว่า :37:
อีกหนึ่งแดนสนธยา :07:
ต้องดูในเว็บเขาเป็นระยะๆ ครับ ถ้าจำไม่ผิดอายุไม่เกิน 27 อะครับ แต่ข้อสอบง่ายๆ เลขไม่เกิน ม.3 (แต่เป็นภาษาอังกฤษ) แค่นั้นเอง
อยากเป้นนักบินไม่อยากครับ
ข้อ1 เปิด นสพ. ดูรับสมัคร Pilot Trainee อะครับ ปกติจะลงช่วงปลายๆ ปี รับวุฒิ ป.ตรี ไม่จำกัดสาขา ก็ไปสมัคร
ข้อ 2ไม่ก็ กำเงิน ล้านกว่าๆ ไปสมัครเรียนเองเลยที่หัวหิน บ่อฝ้าย นั่นแหละ หรือไม่ก็สถาบันการบินที่เปิดเยอะแยะเช่น BAC ก็ได้ แต่เรียนจบมาแล้วต้องสมัครงานหางานเองนะ ไม่เหมือนข้อแรก เพราะอันแรกหน่ะ ได้งานเลย เพราะมันเป็นของ การบินไทย
ข้อ 3 ไม่ก็ไปสมัคร ที่ ฝูง 604 กองทัพอากาศดูครับ เรียนหลักสูตรการบินพลเรือน
ข้อ สาม และสองหน่ะต้อง ก็เก็บ ชม.บิน ให้ถึง ชม.ตามที่กำหนด แล้วก็ไปสอบเอา CPL ( Commercial Pilot License) แล้วก็คอยดูโฆษณาของการบินไทย หรือพวกสายการบินต่างๆ ดูว่า เมื่อไหร่ รับ Pilot recruit ก็ไปสมัครได้เลย
ขอให้โชคดีครับ
อ่อ ลืมบอกไป BTS ที่ไปสัมภาษณ์คราวที่แล้ว
อ่ะถ้าจำไม่ได้ จิ้มนี่ (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,12659.msg1252301.html#msg1252301)
วันนี้เค้าโทรมา บอกให้ไปรอบ 2
เพื่อสัมภาษณ์กับผู้จัดการฝ่ายการตลาด อีกรอบนึง
เมื่อกี้บอกว่าเดี๋ยวโทรกลับไป confirm
นั่้งคิด ๆ ดู + คุยกับเจ้ส้ม คิดว่าเดี๋ยวคงโทรไปคุยกับเค้า (และคงไม่ไป)
เพราะว่า field งานไม่ใช่แบบที่คิดเอาไว้ตอนแรก คิดว่าเป็นงานวางแผน ฯลฯ
คุยกับใครนะ คุยกับส้มเร๊อะ :44: :44:
อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 19 พ.ค. 2009, 16:53 น.
อ่อ ลืมบอกไป BTS ที่ไปสัมภาษณ์คราวที่แล้ว
อ่ะถ้าจำไม่ได้ จิ้มนี่ (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,12659.msg1252301.html#msg1252301)
วันนี้เค้าโทรมา บอกให้ไปรอบ 2
เพื่อสัมภาษณ์กับผู้จัดการฝ่ายการตลาด อีกรอบนึง
เมื่อกี้บอกว่าเดี๋ยวโทรกลับไป confirm
นั่้งคิด ๆ ดู + คุยกับเจ้ส้ม คิดว่าเดี๋ยวคงโทรไปคุยกับเค้า (และคงไม่ไป)
เพราะว่า field งานไม่ใช่แบบที่คิดเอาไว้ตอนแรก คิดว่าเป็นงานวางแผน ฯลฯ
เจ๊ไม่ลองดูซักตั้งอะคะ ไปลองสัมภาษณ์ดู เอาประสบการณ์
ไหนๆก็คิดจะออกจากที่นี่ ลองไปให้เขาสัมภาษณฺ์ดูแนวก่อนไหม
เปลี่ยนคนสัมภาษณ์ มุมมองเราอาจจะเปลี่ยนไปจากเดิม อะไรงี้
คือบางทีเค้าอาจจะถามๆๆ ไป แต่เวลาทำงานจริงอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดไว้
รึเปล่าหว่า :44:
หรือมันรบกวนเวลางานของเจ้รึเปล่า ถ้ารบกวนและไม่อยากไป ก็เคารพการตัดสินใจของเจ้เน่อ :46:
ทำเป็นไปเสนอข้อคิดเห็น ตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเลย :05:
ลองไปสัมภาษณ์ก่อนก็ไม่เสียหายนะตูน อย่างที่บุ๋มว่ามันอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิดก็ได้ :22:
เป็นตูตูไปนะ แต่ก็คงไม่เอาหรอก 555
ปล. อ่านมาในเว็บที่พี่ซิกให้เนี่ย มันสอบเลขม.ปลายนะครับ ถ้าจะไปสอบจริงๆ เป็นอย่างเดียวที่กลัวเลย :05:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 19 พ.ค. 2009, 17:13 น.
คุยกับใครนะ คุยกับส้มเร๊อะ :44: :44:
:30: :30: :30: ทายาทอสูรไงเจ้
เจ้โบว์ :33: --> สั่งสอน เจ้ส้ม :25: --> เจ้ส้ม สืบทายาทมาด่าหนูต่อไง
ถึง บุ๋ม เจ้แตน บวบ ตอบรวม ๆ เน้อ
ตอนแรกคิดว่า ไม่ไปเพราะประโยคที่ว่า วัด KPI จากยอดขาย Only !!
(ที่คุยกับทีมสัมภาษณ์ ตอนสัมภาษณ์ครั้งแรกน่ะ สัมภาษณ์ 3คน/1ตัว :44:)
แต่เมื่อวานตอนโทรไปหา HR พี่คนนี้เป็นคนติดต่อให้ไปตั้งแต่รอบแรก
ก็คุย ๆ กัน เห็นว่าพี่เค้าค่อนข้างเป็นมิตร เลยถาม ๆ มา ได้ความมาว่า
เค้าอยากให้มามาก ๆ รอบนี้จากที่สัมภาษณ์มาเยอะ ตอนนี้เหลือ 4 คน
ซึ่งความสามารถพอ ๆ กัน แต่เราเค้าสนใจเพราะ background ประวัติการทำงาน
แต่อีก 3 คนเนี่ย เรื่องภาษาเค้าเจ๋งมาก อยู่ที่ว่า ผจก.ฝ่ายเค้าจะเลือกคนไหน
ไปรอบนี้คงรู้ผลว่าใครได้หรือไม่ได้ แต่เงินเดือน อาจไม่ได้ตาม Min. ที่เราตั้งไว้
เราก็บอกพี่เค้าไปตรง ๆ เลยว่า งานที่เราทำมาตลอดมันเป็น field วางแผน
ซึ่งมี Sales Team แยกต่างหาก แต่งาน scope ที่ BTS จะให้เราทำ
มันเป็น Sales ชัด ๆ เลยซึ่งวัดจากยอดขาย เรากลัวว่าเราจะไม่ถนัด
และถามเค้าไปว่า ที่บอกว่า วัด KPI จากยอดขายเนี่ย มันซีเรียสมากไหม
ถึงขนาดว่า ยอดไม่ถึงเป้า ต้องพิจารณาเฟดตัวเองออกไปเลยหรือเปล่า
พี่ HR เค้าก็บอกว่า "เฮ้ย ไม่ ๆ ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ก็ต้องพัฒนา หา target ใหม่ ๆ
หาทางขยายฐานให้กว้างขึ้นอะไรประมาณนี้
แล้วพี่ HR เค้าก็ถามว่า แล้วบริษัทที่ทำอยู่มัน ok อยู่ไหม
หรือว่าต้องรีบหางานใหม่หรือเปล่า ถ้าไม่รีบ ก็ไม่ต้องกังวล
เพราะว่า ถ้าตำแหน่งนี้ไม่ถูกใจจริง ๆ พี่เค้าก็จะเก็บข้อมูลเราเอาไว้
ถ้ามีงานไหนที่น่าสนใจตรงกับวุฒิ เค้าก็จะเอาประวัติเรา ส่งให้ฝ่ายนั้น ๆ ดู
หรือจะโทรมาถามพี่เค้าเรื่อย ๆ ก็ยินดี ว่าช่วงนั้น ๆ มีตำแหน่งไหนกำลังเปิดรับบ้าง
( :25:รู้สึกว่าพี่เค้าเป็น HR ที่ใจดีที่สุดในประเทศเลย)
แต่พี่เค้าก็ย้ำว่า ยังไงก็อยากให้มา เพราะโอกาสมันมาแล้ว
ลองมาคุยดูก็ยังดี ถ้าไม่ชอบตำแหน่งนี้จริง ๆ ก็เดี๋ยวค่อยว่ากัน
:33:สรุปว่า คงจะไปอีกรอบจ๊ะ เหตุผลเพราะพี่ HR คนสวยล้วน ๆ
ดีแล้ว :40:
แค่ฟังจากคำพูดHR ก็รู้สึกถึงความสวยขึ้นมาทันทีเลยแฮะ สวยที่ใจ :53:
ตัวจริงพี่เค้าก็สวยจริง ๆ นะ ช๊อบชอบ
ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ น่ารัก เสียงเล็ก ๆ ข๊าวขาว ผมสั้น ๆ :27:
กลัวแกจะแนะนำน้องเค้าแบบส้มๆไง :30:
ตูนมันเด็กปั้นชั้นนะยะ
แนะนำในสิ่งที่ควรจะเป็น แต่ชั้นทำไม่ได้ไง :30:
บ้านใครอยู่แถว ถนนพหลโยธินบ้างคะ ? โซนทางแถบ ๆ เกษตรอ่ะ
ตูนเรียกไม่ถูก กรมป่าไม้ เปิดรับอยู่จ๊ะ
_http://203.150.229.127/
รีบ ๆ หน่อยนะ ตูนอยากสมัคร แต่มันไกลเกิ๊น :25:
ปล. เจ้ส้มให้คำแนะนำดีจริง ๆ นะ แล้วเจ้รู้กว้างงงงงงงงงงงง มาก
วงการไหน บริษัทอะไร โครงสร้างยังไง ต้องระัวังอะไร รู้หมดเลยอ่ะ :12:
ตูน เข้าไปทำให้ได้ก่อน แล้วเล็งแผนกที่สนใจไว้เลย หลังจากนั้นค่อยย้ายแผนกเอา :25:
เค้าจะให้ย้ายเหรอเจ้แตน (หมายถึง BTS ใช่ไหมคะ ?)
ค่าเฉลี่ยนรายได้ของอาชีพในสายงาน และตำแหน่งต่างๆ Salary 2008/09
ขอบคุณค่ะพี่ :25:
อันเดียวกับของที่เอเคยเอามาให้รึเปล่า :09:
เอามาเสริม ..
เป็นเรตเงินเดือนของพวกทำงานในเครือ UN
P4 -P5 เป็นเรทเงินเดือนปริญญาโท ..ช่างแตกต่างกันจริงๆ
(http://img3.f0nt.com/20/9ba67fdfe9a31d78310a21e27f96a3c7.gif)
(เคยเอามาโพสแล้ว แต่หาไม่เจอ :30:)
UN นี่ที่ทำงานในฝันเลยนะ :05:
เฉพาะที่เมืองนอกนะ :05:
แต่เค้ารับสมัครบ๊อยบ่อย เยอะด้วย อุ้ยลองเข้าไปเขียนทิ้งเอาไว้สิ
_https://jobs.un.org
เคยทำงานกะ องค์กรนี้อยู่พักนึง ก็โอเค นะ ขนาดวันลา เรา มันก็ไม่นับวันที่เราเดินทางออกนอก พื้นที่ เป็นวันลา เลยอะ
ดีแหะ ชอบตรงที่ แถมถึงเป็นวันลาก็ยังมี เบี้ยเลี้ยง ให้ด้วย
เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ ทำงานแบบราชการ แต่รับเงินเดือนเอกชน
P.4-5 เป็นระดับ Professional ไม่ใช่รึุ ครับ ถ้าทำงานในองค์กรเขามานานๆ ก็ไม่จำเป็นต้องจบโท ก็ได้
แถมให้ ใครสนใจไปทำงานใน UN ก็ไปหางานได้
https://jobs.un.org/Galaxy/Release3/Vacancy/Vacancy.aspx
แต่ถ้าสนใจพวกแนวได้ท่องเที่ยว ตปท. อยู่ ตปท. แถวๆ โซมาเลีย บุรุนดี เฮติ เลบานอน ก็นี่เลย
https://jobs.un.org/Galaxy/Release3/VacancyFM/VA_Regions.aspx?lang=1200
รายได้จะสูงขึ้นมาอีก
P.s ไม่จำเป็นต้องเมืองนอกครับ UN รับเรทเดียวทั่วโลก ครับ
UN เข้ายากมากเลยนี่คะพี่ซิก :09:
เพราะตอนที่ส้มจะสมัครถูกแนะนำให้ ลง พวก P4-P5
เพราะเค้าเอาวุฒิ ป.โท น่ะค่ะพี่
โอ้วเจ๋งมากเลยครับ จู๋นี้
ที่เข้ายากเพราะเส้นสายมันเยอะ
แต่ถ้ามีญาติมีคนรุ้จักทำงานอยู่ในนั้นแล้วก็ไม่ยากเท่าไหร่
เพราะส่วนใหญ่ตรง referee หน่ะ ถ้าได้คนที่ทำงานใน UN ในระดับ Cheif ก็จะ โอเค อะ
จะไปสมัครระดับ P เลยเหรอ
ระดับ P ก็ประมาณถ้าเป็นราชการ ก็ หัวหน้าแผก อะ ถ้าเป็น บ.เอกชน ก็ ผจก.แล้ว
ยิ่ง P-4 หรือ 5 นี่มันประมาณ ผจก.แก่ ๆ แล้วนา ระดับตั้ง 4-5 แล้วนิ
ผมว่าลองไปสมัครเริ่มจาก G ก่อนดีกว่าครับ จะเอา G สูง หรือ G ต่ำก็ได้ แต่
หรือถ้าจะเอาแบบได้แน่ๆ ก็ตำแหน่งที่ขึ้นต้นด้วย FS นั่นแหละครับ สมัครไปเลย
โอกาศได้สูง แถมยังได้เที่ยวรอบโลกด้วย ( บุรุนดี คองโก เลบานอน จอร์เจีย )
ลิมบอกว่า ถ้าสนใจลองสมัคร UNESCAP ก็ได้นี่ นี่ก็รับสมัครเหมือนกัน ทำงานแถบๆ นี่ด้วย
+ แอร๊ยย พี่ซิก
ส้มรู้จักคุณเล็ก อยู่ยูเนสโก้ เป็นหัวหน้าดูแลภาคแปซิฟิก เค้าพูดเหมือนพี่เลย เรื่องเส้นสาย
แล้วแกก็บอกว่า ไปทำอย่างอื่นเหอะ เชื่อพี่ ..
ถ้าอยากทำจริงๆ อย่าได้สมัครในไทย อยากทำให้ไปทำต่างประเทศแล้วค่อยโอนย้ายกลับมา :37:
ก็บอกแล้วให้ไปทำ ตำแหน่งขึ้นด้วย FS ก่อน
แล้วค่อยย้ายกลับมาไทย
ตอนเริ่มทำงานหลังจากเรียนจบใหม่ๆ ก็ลางานที่บ.ปัจจุบันไปเป็นอาสาสมัครของ UNODC (หน่วยงานด้านยาเสพติดและอาชญากรรมของ UN) 3 เดือน
พอจบโครงการ ผู้ดูแล (เป็นคนซิมบับเว) เขาก็แนะนำให้สมัครเป็นเจ้าหน้าที่ประจำเลย แต่ดูเงื่อนไขแล้วต้องไปประจำที่ประเทศแถบแอฟริกาใต้ก่อน แล้วถ้าจะได้ย้ายมาไทยก็จะเป็นแถบสวนผึ้ง ราชบุรี
พอดีตอนนั้นรักสบายก็เลยไม่เอา :37:
ESCAP ก็ตึกหลังคาเขียวๆ ที่ราชดำเนินล่ะครับ มีพี่เป็นเจ้าหน้าที่ IT ในนั้นได้เงินเดือนเดือนละเกือบแสน (เมื่อ 3 ปีก่อน)
พวก Civilian ที่ไปทำงานใน Field Mission ของ UN เนี่ยสบายมากเลยนะ
มี internet ให้เล่น มีไฟฟ้าให้ใช้ มีแอร์ โค้ก มีทุกอย่างนั่นแหละ
กว่าพวกนี้จะไปตั้งหน่วย อะไรได้ พวก PKF ลงไปจัดการให้หมดแล้ว ถ้าไม่ปลอดภัย เขาไม่ให้ Civ ลงไปหรอก
ถ้าโสดล่ะน่าสนใจมาก :25:
พอมาดูบัญชี เฉพาะค่าเทอมน้อง ตกปี ละเกือบๆ 5 หมื่นเลยเหรอเนี่ย :05:
แล้วจะขยับขยายได้เมื่อไรหนอ...อนาคต :41:
เมื่อน้องเรียนจบ อดทนหน่อยจักรี
พี่ก้เพิ่งเริ่มมีเงินตอนที่ไม่ต้องส่งไอ้เบียร์เรียนเนี่ยแหละ :30:
หลานเรียนฟรี เลยสบาย ซื้อแต่ชุดนักเรียก หนังสือ เครื่องเขียนอย่างเดียว
อันนี้ว่าจะไประบายอารมณ์ที่กระจู๋ระบายอารมณ์ครับ
แต่มันเกี่ยวกับงาน เลยเอามาเล่าตรงนี้ดีกว่า
:01:... เซ็งตัวเองอ่ะครับ
หาเรื่องเดือดร้อนใส่ด้วยเนื่องด้วยความรำคาญแท้ๆ
เรื่องมันเกิดมาเมื่อนานแล้วครับ สองสามเดือนแล้วมั๊ง
..
คือว่าหัวหน้างานเค้าไม่อยากโทรไปบอกลูกน้องในทีมอ่ะครับ
ว่าไม่ต้องเข้ามาทำงานแล้วก็ได้ แกก็เลยคิดว่าให้ลูกทีมด้วยกันนั่นแหละ โทรไปบอกเองเหอะ ...:06:
เกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมา จนน่าอืดอัด ...และน่ารำคาญ
ผมเลย(สะเออะ)อาสาโทรให้
ปรากฏว่าเรื่องก็เริ่มยุ่งเหยิงพัลวันพัลตู ไปถึงกรมแรงงาน มีแนวโน้มสูงว่าจะขึ้นโรงขึ้นศาล
เอ๊า... ซวยแล้วมั๊ย
ต้องไปเป็นพยาน ไปพบกรมแรงงาน เพราะพี่ลูกทีมคนนั้นเค้าจะฟ้องว่าให้เค้าหยุดงาน
ผมก็เล่าแบบติดๆขัดๆอ่ะนะ
เพราะเรื่องมันแดงฉานเอาตอนที่ผมทิ้งทางโลกไปปฏิบัติธรรม
กลับมา... ก็เจอ ไอ่เรื่องนี้เข้าไปซะ
มึนไปแปดตรลบเลย
อีกอย่าง
คือผมจำไม่ได้ด้วยว่าวันนั้นพูดอะไรไปบ้าง จำได้คร่าวๆอ่ะครับ
เฮ้ออยย... :01: :01: :01::41:
เป็นหัวหน้างานที่แย่มาก
ใช่ๆ เรื่องให้หยุดทำงาน น่าจะทำให้เป็นทางการ
แจ้งให้เจ้าตัวทราบโดยเด็ดขาดไปเลย
ถ้าโดนฟ้อง แล้วเหตุผลที่ให้หยุดทำงานไม่สมเหตุสมผล ก็ต้องเสียค่าชดเชยอีก :14:
เตรียมคำพูดไปดีๆนะคะพี่ตอ ระวังจะซวยเอา
ถ้าเขาโบ้ยมาว่าเขาไม่รู้เรื่องนี่ งานเข้าเลยนะ :44:
เป็นแตนจะไม่ช่วยพูดตั้งแต่แรกแล้ว
มันเป็นเรื่องที่หัวหน้างานต้องพูดเอง ไม่ใช่เรื่องของพนักงาน
ทำแบบนี้เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกมาแขวนคอ
มีแต่เสียกับเสีย ยังไงก็ไปปรึกษาฝ่านกฎหมายของบริษัทแล้วกันนะคะ
เอาใจช่วย :22:
ครับ เพราะก่อนไปก็จะคุยกับทนายก่อน
ไม่ทันคิดจริงๆ
เพราะความรำคาญบังตาแท้ๆ
จบเรื่องแล้วค่อยทำบุญกรวดน้ำไปให้เค้าเนาะ
เค้าจะได้มีความสุขเพิ่มขึ้น
อย่าได้มารังควานกันอีกเลย :46:
จริงๆ แล้วเค้าก็ไม่ผิดละนะ
แต่ก็นะ เหตุมันเกิดขึ้นไปแล้ว
ก็เป็นบทเรียนไป
ว่าแต่หัวหน้าเค้าได้ทำอะไรบางไหมล่ะ
หรือปล่อยให้เอ็งผจญวิบากกรรมอยู่คนเดียว
ถ้าอย่างนั้นก็ทำบุญกรวดน้ำให้หัวหน้าจะดีกว่า ชาติที่แล้วเราคงไปทำกรรมกับเค้าไว้
เป็นตูนะ ถ้าลองเสียโง่มาแล้วครั้งนึง
ก็ต้องเกลือจิ้มเกลือ ... บอกทนายไปตามตรงว่าผมไม่ทราบฮะ หัวหน้าเค้าให้ผมเอาไปพูดต่ออีกที
อีกอย่างผมก็เป็นแค่พนักงาน ถ้าจะมีเรื่องขึ้นมาผมว่าพี่ไปสัมภาษณ์หัวหน้างานผมโดยตรง
จะได้อะไรมากกว่าคนที่บอกผ่านอย่างผมนะฮะ
:30:
คราวนี้หัวหน้าก็จะโทรหาตอโดยตรงเลยว่าไม่ต้องมาทำงานแล้ว :30: :30:
จริงๆ มันก็ควรทำแบบเจ๊ส้มว่านี่ครับ? :47:
ฮร่ากกกกกกก :05: :05: :05: :05:
รอผลพรุ่งนี้มารายงานครับ
ปล. หัวหน้าก็คิดได้อยู่ครับ ...แต่เรื่องมันเกิดไปแล้วนี่อะสิ :47:
ตอนนี้ก็รอดูไปว่าหัวหน้าจะแสดงความรับผิดชอบยังไง แค่ไหน
ถ้าแสดงความรับผิดชอบก็โอเคอะ แต่ถ้าไม่นี่ โคตรเลวเลยนะเนี้ย
DHA Siamwalla โทรมาให้ไปสัมภาษณ์
อูยยยย ได้เวลาตื่นเต้นอีกแล้ว
อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 09 ก.ค. 2009, 17:17 น.
DHA Siamwalla โทรมาให้ไปสัมภาษณ์
อูยยยย ได้เวลาตื่นเต้นอีกแล้ว
นึกว่า บ. อะไร มันขายยี่ห้อ จิตรกร "น้อย" นี่เอง :30a:
ปล. ถ้าชอบก็ขอให้ได้นะ :25:
:30: เห็นมี product เยอะเกิ๊น ที่เด่น ๆ ก็พวก แฟ้มตราช้าง
อุปกรณ์เครื่องเขียน ที่ว่าจะลองไปดูเพราะเค้าให้ไปสัมภาษณ์ตำแหน่ง การตลาด
โดยมีทีม sale แยกต่างหาก เราวางแผน กำหนดกลยุทธ์
วิเคราะห์ Product แล้วก็คู่แข่ง วางแผนให้ทีมขายน่ะ
ไม่ต้องทำงานด้านฝ่ายขาย :25:
แต่สีมันห่วยจริงๆ นะ :30a:
ปล. รอฟังเรื่องเล่านะ :25:
ถ้าเค้าถามว่าจะทำอะไรให้องกรณ์มั่ง
บอกไปเลยว่าพัฒนาสีค่ะ เพราะสีมันห่วย เสียงสะท้อนจากผู้ใช้ :30:
เคยคุยกะพี่จิตกรรม แกบอกว่าสีของศิลปากรดีกว่าเย้อออออ :30a:
:39: แหม สองคนนี้นี่
อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 09 ก.ค. 2009, 17:17 น.
DHA Siamwalla โทรมาให้ไปสัมภาษณ์
อูยยยย ได้เวลาตื่นเต้นอีกแล้ว
สู้ๆจ้า เอามาเล่าบ้างนะ
ช่วงนี้พี่ไม่ว่างเลย งานท่มหัว เป็นกำลังใจให้ตูนนะ
เดี๋ยวสักอาทิตย์หน้า คงได้เล่าของตัวเองบ้าง กำลังจะเปลี่ยนงานครั้งยิ่งใหญ่ :33:
อยากฟังเรื่องของโบว์อ่ะ งานในองค์กรใหญ่ๆน่ะมันเป็นยังไงมั่ง :25:
อยากไปด่วย :25:
เอ แก้บั๊กของแกที่ทำไว้ก่อนย่ะ :07:
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 09 ก.ค. 2009, 22:25 น.
อยากฟังเรื่องของโบว์อ่ะ งานในองค์กรใหญ่ๆน่ะมันเป็นยังไงมั่ง :25:
ถ้าไม่ติดว่าต้องไปกันสามีออกห่างจากเกิร์ลี่เบอรรี่ กับเนโกะ
ให้ตายชั้นไม่ไปนะเนี่ย :30:
ไม่มี๊ :0705:
สเปค ซะมี แกน่ะ.. อย่างน้องสามนู่นน ไปกันทำไม๊ เกิร์ลรี่เบอร์รี่ :37:
แกด่าว่าชั้นเหมือนไอ้สามเร๊อะ :05:
:46: ขอบคุณค่ะเจ้โบว์ เจ้ส้ม และทุกคนเลย
สู้ ๆ เล่าให้แม่ฟังแล้ว แม่โอเช เดี๋ยววันจันทร์ไปลงสนามสอบสัมภาษณ์อีกครั้ง :17:
แล้วจะมาเล่าให้ฟังจ๊ะ
:41: มาแล้วว
ไปกรมแรงงานมาแล้วครับ
เค้าก็สอบปากคำธรรมดาว่าวันนั้นผมโทรไปบอกว่าอะไรบ้าง
ผมก็พูดไปตามเท่าที่จำได้อ่ะครับ
มันก็เลือนๆลางๆไปแล้ว เพราะผมไม่ได้ใส่ใจว่าเรื่องราวมันจะลุกลามขนาดนี้ ก็พูดไปเท่าที่จำได้
เรื่องมันละเอียดซับซ้อนมากครับ อธิบายยากจริงๆ
แต่ว่าผมก็ตอบไปอะครับว่า การที่ผมโทรไปไม่ได้มีความหมาย หรือต้องการบอกว่าเลิกจ้าง แค่เป็นการบอกว่าให้หยุดการทำงานไว้ก่อน
ผลการวินิจฉัยนอกรอบ...
พี่ที่กรมที่สอบปากคำผม เค้าคุยกับพี่บัญชีว่า ครึ่งๆมั๊ย อยากให้เรื่องมันจบๆไป จะได้ไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลให้ยุ่งยาก
และเค้าจะช่วยพยายามไกล่เกลี่ยฝ่ายที่ไม่ยอมให้
แต่ถ้า ต่างฝ่ายต่างไม่ยอม หรือ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอม อาจจะต้องมีการยื่นอุธรณ์และดำเนินการในชั้นศาลต่อไป
ในส่วนนี้ คู่กรณีก็ได้รับแจ้งแล้ว การตัดสินใจของอีกฝ่ายว่าจะยอมความหรือไม่ยอมความ(รับ/ไม่รับ 50-50) ขอแจ้งอีกที (ให้ตุ๊มๆต่อมๆเล่น)ในวันจันทร์นี้
คือว่าตามที่พี่ที่กรมแรงงานเค้าวินิจฉัย เค้าก็พิจารณาตามคำให้การอ่ะครับ ดูตามคำให้การแล้ว มันก็เข้าข้างทั้งสองฝ่าย
แต่ว่ามันมีรายละเอียดยิบย่อยก่อนหน้านั้นอีก ที่มันจะทำให้การตัดสินเอนเอียงมาทางเรา ซึ่งผมก็ไม่ขอให้การ(เพราะผมทำยุ่งมาเยอะแล้ว :16:) เดี๋ยวจะหาว่าเข้าข้างตัวเอง และพูดอะไรที่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องพูด
ตายเพราะปากแท้ๆ
จำจนตาย
นี่ยังมีภาคต่อวันจันทร์อีกหรอเนี่ยยย :41: :41: :41:
สู้ ๆ แล้วกันพี่ตอ
:46: :46:
:05:
มารายงานผลด้วยนะ :56:
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 09 ก.ค. 2009, 22:42 น.
สเปค ซะมี แกน่ะ.. อย่างน้องสามนู่นน ไปกันทำไม๊ เกิร์ลรี่เบอร์รี่ :37:
ถึงจะเก็บดาวหลายหน้า แต่ตูเห็นนะนังรถถัง :34:
:30: :30: :30:
:30:
มาว่าพี่ส้มเป็นรถถังได้ไง :07:
โบนครัชเชอร์หรอก :47:
(http://upload.wikimedia.org/wikipedia/en/9/9f/MovieBonecrusher.jpg)
:30: :30: :30:
มาแล้วค่ะพี่ ^^
เมื่อวาน เดินทางสะดวกดี สรุปว่า นั่งรถเมล์สาย 16 ไปถึงเลย
เดินอีกกระจึ๋งนึง ก็ถึงบริษัท
พอไปถึง ก็ลงชื่อ แล้วก็ทำแบบทดสอบ มีทั้งหมด 3 ชุด
ชุดแรก วัดทัศนคติ 100 ข้อ
ชุดที่ 2 วัดภาษาอังกฤษ 80 ข้อ
ชุดที่ 3 ลักษณะเป็นวัด IQ 30 ข้อ
จากที่คุยเบื้องต้นก่อนมา ทำแบบทดสอบนี้แล้วฝ่ายบุคคลก็จะเรียกสัมภาษณ์
ถ้าสัมภาษณ์ โอเค ก็จะได้ทำแบบทดสอบต่อ อีก 2 ชุด
ตอนสัมภาษณ์ ก็ถามเรื่อง ที่ทำงานเก่าแต่ละที่ ว่า เหตุผลที่ลาออก
ถามเรื่องการเรียน ตรี และ โท ว่าต่างกันยังไง
จากการทำงาน ได้ใช้สิ่งที่เรียนมาไหม ? ทำไมถึงเลือกเรียนด้านการตลาด
ลักษณะงานที่ทำ หน้าที่ความรับผิดชอบ ในทุกบริษัทที่เคยทำมา
จุดเด่น จุดด้อย สัมภาษณ์ไม่ยาวมาก
ต่อจากนั้นก็ให้ทำแบบทดสอบอีก 2 ชุด
ชุดแรกเป็น ให้เขียนแผนการตลาดคร่าว ๆ ของปากกาลูกลื่น เป็นภาษาอังกฤษ
ตูนก็เขียนเป็นลักษณะโครงแผนการตลาด ตั้งแต่วางแผน Situation Study
Direct & Indirect Competitor, Market Share, SWOT Analysis
วางแผนและกำหนดกลยุทธ์โดยการทำ Brain storming ร่วมกันในทีมการตลาด
ปฏิบัติและประเมินแผน พร้อมทั้งปรับปรุง คร่าว ๆ ทำนองนี้
ชุดที่ 2 เป็นทดสอบการคำนวณ ก็เป็นคำนวณแกรมกระดาษ ว่าใช้กี่โล
คำนวณ น้ำหนัก ต้นทุน ฯลฯ ก็ทำได้บ้าง แต่ไม่ได้บางข้อ
ก็เสร็จ กลับบ้าน ใช้เวลาทั้งหมดตั้งแต่บ่ายโมงตรงถึง 4 โมงจ๊ะ
แล้วชอบบริษัทมั้ย :25:
ถ้าพูดถึง สถานที่โอเคจ๊ะ การเดินทางก็ไม่ยาก ไม่ง่าย
สภาพแวดล้อมดีใช้ได้ อาหารการกินหาได้ง่าย ไม่ยากเหมือนบริษัทที่ทำอยู่ปัจจุบัน
แต่เดี๋ยวต้องดูอีกที ถ้าหากว่าได้แล้วเค้าเรียกไปคุยรายละเอียดการทำงาน
สวัสดิการ ฯลฯ อะไรพวกนี้
ส่วนออฟฟิศก็ไม่วุ่นวาย ไม่ยุ่งเหยิงดีจ๊ะ
งั้นขาดแค่ รายละเอียกงาน กับเพื่อนร่วมงานก็เพอร์เฟ็กเลยดิ :25:
อ้อ.. ต้องเงินดีด้วย :47:
รอแสดงความยินดี :25:
เดี๋ยวตอนนี้คงต้องหาข่าว รายละเอียดบริษัทหน่อยอ่ะบวบ
สถานะตอนนี้ ว่าเป็นอะไรยังไง มีข่าวอะไรบ้างไหม
ที่สำคัญ ดูจากข้อสอบที่ทำแล้ว ยากเหมือนกันนะ
วิธีการคัดเลือกคนก็ค่อนข้างละเอียดดีแฮะ
ถ้าผ่านจริง ๆ ก็คงดีใจ แล้วก็รอดูอีกทีถ้ามีโอกาสได้เข้าไปคุยกับผู้จัดการฝ่ายการตลาดน่ะ
ว่าท่าที ลักษณะเค้าเป็นยังไง เหมาะที่จะร่วมงานไหม เป็นสไตล์ไหนน่ะ
ตูนจะเป็นสาวสุรวงศ์ :25:
ดูเรื่อง JD กับผลประโยชน์ทั้งหลายดีๆ นะ
ค่ะพี่ ขอบคุณทุกคนมากเลย
ตูนอยากได้ป่ะ หรือว่าเฉยๆถ้าอยากได้ขอให้ได้นะ :56:
อยากรู้ว่าตอนนี้วุฒิปอโทเค้าเริ่มที่กี่บาทกันเหรอ
เงินเดือนเอกชนปริญญาโทขั้นต้น ไม่มีประสบการณ์ 18-22 k ไม่รวมค่าคอมมิชชั่น หรือสวัสดิการต่างๆ
หากเป็นปริญญาโทที่มีประสบการณ์จะอยู่ที่ 25k ขึ้นไป ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง หน้าที่ความรับผิดชอบในงานนั้นๆ
โบว์จะจ้างเค้าใช่มั้ย ช่วงนี้เค้าว่าง ตอนนี้มีแต่งานวิจัย เลยว่างจัด :08:
ชั้นไม่รับกระเทย :37:
ถ้าได้เงินมากกว่า ก็คงไปนะคะเจ้
เพราะตอนนี้เงินเดือนที่ได้ เท่ากับวุฒิป.ตรี และไม่มีวี่แววว่าจะปรับขึ้น
แต่อย่างที่บอกว่ายังไม่รู้ว่าจะได้ไหม
ส่วนบรรยากาศที่ทำงาน การเดินทาง โอเคอยู่จ๊ะ ชอบในระดับนึงแต่ไม่อู้อ๊าา
ได้เงินมากกว่าก็ไปเถอะ เศรษฐกิจแบบนี้ งานยิ่งหายากอยู่
เหนื่อยก็ต้องทน เรามันจน ไม่มีเงินถุงเงินถังอย่างคนอื่นอะ
:05: เศร้า
ไปปลูกผักดีกว่า
อ้างคำพูดจาก: แตน เมื่อ 16 ก.ค. 2009, 13:22 น.
ได้เงินมากกว่าก็ไปเถอะ เศรษฐกิจแบบนี้ งานยิ่งหายากอยู่
เหนื่อยก็ต้องทน เรามันจน ไม่มีเงินถุงเงินถังอย่างคนอื่นอะ
พูดซะน่าสงสารจริงๆ
แต่ขอโทษชั้นไม่สงสารแกหรอกนะแตน เพราะชั้นรู้ว่าแกเก่ง ถึก ไม่ป่วย ไม่ตาย
อนาคตสุกใสรุ่งโรจน์ แน่ๆ เชอะ :11:
สาธุ :46:
ช่วงนี้ไม่ไหวจะรับคน :44:
เศรษฐกิจไม่ดีเด็กจบเยอะ มากันรึ่มเลย
ของพี่ก็แปลกๆว่ะจักรี
ตกลงงานหายาก คนตกงานเยอะแน่เหรอ พี่ต้องการโปรแกรมเมอร์ฝีมือดี
และเว็บดีไซน์เนอร์ยังหาไม่ได้เลย จริงๆ เด็กจบใหม่พี่ก็ไม่เกี่ยงนะ
ชักงง ว่างานหายากหรือคนขาดฝีมือกันแน่ :37:
รับเว็บดีไซเนอร์ฟรีแลนซ์หรือเปล่า
เผื่อจะแนะนำคนได้
รับประจำดิ แต่ประจำแบบอาร์เอสนะสบายกว่าที่อื่นเยอะ ไม่ต้องตอกบัตร
เข้างาน 11 โมง ตอนนี้ถ้าฝีมือดี เงินไม่เกี่ยง เรียกเงินมาเลย
ฝากเก้อหาอยู่เหมือนกัน ยังไม่มีสัญญาณตอบรับ
เอ่อ มีรุ่นน้องคนที่เพิ่งกลับไปน่ะครับ
เรียน Sound Engineer
แล้วก็ทำพวกกราฟิคเว็บดีไซน์อะไรเทือกนี้ได้ด้วย
ว่าแต่ว่า โบว์หาเว็บดีไซนเนอร์นี่
ที่หาไม่ได้ เพราะสไตล์ยังไม่โดนกันใช่ไหม
ก็ด้วยค่ะพี่ณต และฝีมือด้วยแหละ
กำลังลังเลว่าหรือจะเอาเด็กใหม่ที่พอมีแววมาปั้นดี แต่เด็กจบใหม่ที่ฝีมือดีๆ
ก็มักไม่อยากทำงานประจำน่ะค่ะ
ถ้ามีใครรู้จักลองให้ส่งพอร์ตมาดูนะคะ ขอบคุณค่ะ :53:
เดี๋ยวจะลองถามมันดูให้นะ
เพราะตอนนี้มันทำงานที่ไม่ตรงกับสายงานอยู่
แต่รุ่นน้องพี่ นี่แก่กว่าโบว์แอนไม่เป็นไรใช่ไหม
อายุไม่เกี่ยงค่ะพี่ แต่เพิ่งกลับจากเมืองนอกนี่ค่าตัวจะสูงไหมคะ :44:
เรื่องเงินนี่พี่คิดว่า
มันคงต้องถามพี่แน่ๆ ว่า
แล้วผมจะเรียกเงินเดือนจากน้องที่พี่รู้จักเท่าไหร่ดี :30:
โบว์มีตัวเลขในใจหรือเปล่า
เช่น ฝีมือดีมาก จ่ายได้มากสุดเท่าไหร่
ฝีมือปานกลาง แต่นิสัยดี คุยกันถูกคอ
เงินเดือนควรจะเป็นเท่าไหร่
ว่าแต่ว่า จะส่งพอร์ตไปให้โบว์ยังไงนะ
พี่โบว์ได้เวบโปรแกรมเมอร์ยังอะครับ
มีเพื่อนอยู่คน
มันสามารถ
ออฟฟิศตูงานเยอะกว่าคน.. จะว่าน่าดีใจก็น่าดีใจอยู่หรอกนะ :3005:
อ่อออ
ถามมันแล้วครับ
มันได้งานแล้วครับ
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 22 ก.ค. 2009, 20:48 น.
พี่โบว์ได้เวบโปรแกรมเมอร์ยังอะครับ
มีเพื่อนอยู่คน
มันสามารถ
ยังๆ ถ้าสนส่งพอร์ทมาดูด่วนเลยเจี้ยม :33:
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 22 ก.ค. 2009, 21:19 น.
อ่อออ
ถามมันแล้วครับ
มันได้งานแล้วครับ
อ้าวเวร :37:
มีน้องทำอยู่สนุกอ่ะ 22k
เงินได้ปรัมาณนี้รึเปล่า :56:
ถ้าฝีมือถึง รับได้ มาเลย เอาพอร์ทมาดู ด่วนนะ :27:
:05: น้อยใจ เมื่อไหร่จะมีงานแนวเราหล่นมาบ้าง
ตูนส่งพรีเซนต์ตัวเองมาให้พี่ซิ เค้าเรียกเรซูเม่ใช่ไหม
มีอะไรพี่จะได้เรียก พี่ยังไม่รู้ว่าตูนแนวไหน ส่งมาๆ
อาร์เอสกำลังขยายงาน เผื่อฟลุค ตรงคุณสมบัติก็ได้เลยนะ :56:
:25: :25: :25: เจ้คือความหวังของน้อง ๆ
เจ๊..
รับแม่บ้านมั้ย :37:
รับคนขับรถมั้ย ขอหมื่นเดี๋ยวพอ ไม่รวมกินอยู่/โอที :37:
พี่โบว์ ผมส่ง เรซูเม่ไปให้นะ เผื่อจะได้เป็นดารา :25:
ความรู้หายหมดแล้ว :05:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 23 ก.ค. 2009, 21:18 น.
ความรู้หายหมดแล้ว :05:
อ้าว อู๋มีพอร์ทเป็นเว็บอะไรน๊า ประ... อะไรน๊า :30:
อ้างคำพูดจาก: aCh. เมื่อ 23 ก.ค. 2009, 07:58 น.
เจ๊..
รับแม่บ้านมั้ย :37:
รับ แต่ไม่มีเงินจ้างนะ ฟรีได้ป่ะ
ปล.น้องอัจอยู่ที่เดิมน่ะดีแล้ว ที่เก่าเรตเงินเดือนสูงกว่าอาร์เอสน่ะ
พี่กะพี่แอนเลยไม่ได้ชวนนะ ไว้ต้องการพริตตี้จะบอกนะ :27:
ส่วนจักรีกะนังบวบเนี่ย ไปเป็นคนสวนแล้วกัน :37:
เป็นคนทำสวนหรือเป็นคนเดินสวน ก็ได้ทั้งนั้นเลยครับ ขอให้ได้ใกล้ชิดกับนักร้องสาวคามิกาเซ๋
สมัครเป็นผู้จัดการ ส่วนตั๊ว ส่วนตัว น้องหวาย ได้มั้ย :27:
ต้องถามพี่บีดูว่าได้มั้ย :27:
โอ้ย สบาย พี่มีอำนาจในการตัดสินใจอยู่แล้ว :52:
เอะนี่ตูฝันไปใช่มั้ย :05:
น้องหวายน่ารักขึ้นมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ดูเอ็มวีใหม่ยัง :27:
รับสมัครเคมีที่ยังเรียนไม่จบมั้ยคะ :25:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 24 ก.ค. 2009, 09:17 น.
น้องหวายน่ารักขึ้นมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ดูเอ็มวีใหม่ยัง :27:
เอ็มวีไหนหว่า ช่วงนี้ดูทีวีน้อยมาก
แต่เมื่อวานดูทีวีพูล เห็นว่า ทูพีเอ็มมาจีบ มันเป็นใครวะ :07:
ไม่รู้ว่ะ ถามเจ๊ดาซ้อ 8 ซิ
หิ้งนะพี่น้อง เดี๋ยวโดนยักษ์แบนนะ :37:
เค้าไม่รู้ ไม่ได้ิติดตามเกาหลี :11:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 23 ก.ค. 2009, 22:28 น.
อ้าว อู๋มีพอร์ทเป็นเว็บอะไรน๊า ประ... อะไรน๊า :30:
ประชาไทยครับ :07: โหพี่ พอร์ทอื่นๆดีๆก็มีนะพี่ :05: เว็บ ททท lumpini park ธ.ไทยพาณิชย์
คนทำเว็บประชาไทย คืออู๋เองเรอะนี่ :07:
ตอนนั้นผมยังไม่รู้วววว :05: เจ้านายจ่ายงานมาก็ทำๆไป :39:
มีระบบเซนเซอร์คำพูดด้วยนะ :01:
ตอนนี้ได้รับมอบหมายงานแบบเต็มตัวเพิ่มหลายงาน ก็ดีนะรู้สึกว่าได้รับความไว้วางใจเพิ่มขึ้นมาก :52:
แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่รู้เลย แถมต้องมาจับโปรเจ็กแทนคนอื่น ที่ลูกค้าไม่ชอบขี้หน้าไปแล้วด้วย
สองรายพร้อมกัน โดยที่เพิ่งได้ยินชื่องานนี้เมื่อวานนี้เอง :3005:
เรื่องคุยขายงาน สรุปแบบนู่นนี่นี่นั่นนี่ไม่กลัวเลยนะ กลัวอย่างเดียวถ้าฟันธงราคาผิด จะทำไง :4705:
หนึ่งในเจ้าของเสป็กมาเลย ว่าต่อไปนี้บวบทำนะ.. พี่เชื่อว่าบวบทำได้ แต่เวลาไปเจอลูกค้า เสื้อผ้าหน้าผมขอเนี้ยบกว่านี้นะ :37:
งานเข้าของจริง.. ถ้าเวิร์กขอเงินเดือนเพิ่ม กะโบนัสเยอะๆ นะพี่นะ ถ้าพลาด ก็คิดซะว่าน้องมันไม่มีประสบการณ์ :42:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 24 ก.ค. 2009, 10:26 น.
หนึ่งในเจ้าของเสป็กมาเลย ว่าต่อไปนี้บวบทำนะ.. พี่เชื่อว่าบวบทำได้
โอ้ว... หล่อมาแต่ไกลเลย :25:
ไม่ต้องกลัวหรอกบวบ นี่คือก้าวสำคัญของการเป็นสถาปนิกเลยนะ
จริงๆคนมักเข้าใจผิด สถาปนิกไม่ใช่คนทำงานเก็บตัว แต่นี่ล่ะ อาชีพเซลล์ตัวแม่เลย
ขายทั้งความฝัน ขายทั้งความจริง ขายทั้งเครดิต ขายผ้าเอาหน้ารอดก็ต้องทำ :42:
ช่วงเข้าทำงานใหม่ๆ ได้ลองงานเยอะๆนี่แหละดี
อะไรยังผิดพลาด เค้าจะได้สอนให้ ไม่มีความผิดเพราะเราไม่รู้
ดีกว่างุบงิบๆ ไม่ยอมทำ แล้วไปพลาดทีหลังตอนเราอายุเยอะๆแล้ว อันนั้นอะ จะโดนด่าเอา
ถ้าเราไม่มั่นใจตัวเองแต่แรกแล้ว ก็ยากที่จะให้ลูกค้าเค้ามามั่นใจในตัวเรานะ
แต่งตัวก็ไม่ต้องเรียบร้อยมากเหมือนพนักงานแบงค์แบบนั้นหรอก ถ้าจะเซอร์ก็เซอร์สะอาดแบบมั่นใจน่ะ
ไม่ใช่ เซอะเซิง รุงรัง
พี่รู้ ว่าบวบแต่งตัวเป็น :37:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 24 ก.ค. 2009, 10:30 น.
โอ้ว... หล่อมาแต่ไกลเลย :25:
ตอนแรกก็ตะหงิดๆ แล้วครับ อยู่ดีๆ ก็เรียกประชุมโดยที่บอกว่า บวบมาด้วย เรื่องนี้เกี่ยวกะบวบ
แล้วแกก็พูดปัญหานุ่นนี่นี่นั่นเยอะแยะ โดยที่ผมไม่รู้เรื่องเลย ก็เลยหันไปถามพี่ซีเนียร์ข้้างๆ ว่างานำรอะพี่?
ก็นึกว่าคงหลายเรื่องมั้ง เดี๋ยวคงถึงเรื่องที่เกี่ยวกะเรา.. พอจบด้วยประโยคแบบนั้นซวยเลย ไม่ได้ตั้งใจฟัง :47:
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 24 ก.ค. 2009, 10:30 น.
ไม่ต้องกลัวหรอกบวบ นี่คือก้าวสำคัญของการเป็นสถาปนิกเลยนะ
จริงๆคนมักเข้าใจผิด สถาปนิกไม่ใช่คนทำงานเก็บตัว แต่นี่ล่ะ อาชีพเซลล์ตัวแม่เลย
ขายทั้งความฝัน ขายทั้งความจริง ขายทั้งเครดิต ขายผ้าเอาหน้ารอดก็ต้องทำ :42:
ช่วงเข้าทำงานใหม่ๆ ได้ลองงานเยอะๆนี่แหละดี
อะไรยังผิดพลาด เค้าจะได้สอนให้ ไม่มีความผิดเพราะเราไม่รู้
ดีกว่างุบงิบๆ ไม่ยอมทำ แล้วไปพลาดทีหลังตอนเราอายุเยอะๆแล้ว อันนั้นอะ จะโดนด่าเอา
ถ้าเราไม่มั่นใจตัวเองแต่แรกแล้ว ก็ยากที่จะให้ลูกค้าเค้ามามั่นใจในตัวเรานะ
แต่งตัวก็ไม่ต้องเรียบร้อยมากเหมือนพนักงานแบงค์แบบนั้นหรอก ถ้าจะเซอร์ก็เซอร์สะอาดแบบมั่นใจน่ะ
ไม่ใช่ เซอะเซิง รุงรัง
พี่รู้ ว่าบวบแต่งตัวเป็น :37:
โดนพี่ซีเนียร์อินฯ แกล้งด้วย ว่าที่ต้องรู้เพิ่มน่ะไม่เยอะหรอก
ก็แค่ว่า ถ้าตู้แบบนี้ราคาเท่าไหร่ มีหน้าบานมั้ย หน้าบานเป็นแบบไหน ใช้สีอะไร บลาบลาบลา อีกล้านแปด
แล้วก็จบว่า แค่นี้ก็ประมาณราคาคร่าวๆ ได้แล้ว :37:
เรื่องเจอลูกค้านี่ไม่กลัวเลยนะครับ กลัวคิดตังผิด แล้วพี่เค้าบอกว่าถ้าลูกค้าถามต้องตอบได้เลย ต้องมั่นใจ (เอาอะไรไปมั่นใจวะ :3005:)
แต่พี่เขาบอกว่าถ้าเราตีถูกไปก็ไม่เป็นไร ถ้ารู้ว่าราคาเกินเมื่อไหร่ก็แค่รีบติดต่อลูกค้า เล่ารายละเอียด และต่อรองคร่าวๆ ก่อนเลย
ก่อนที่จะไปเจอลูกค้าอีกที.. ฟังดูง่ายขึ้นเยอะเลย :47:
แหม่ พี่เป่งนี่ก็พูดเหมือนตัวเองแต่งตัวน่าเชื่อถือ :47:
แต่ตอนไปเจอลูกค้าก็คงจะอีกอย่างละนะ :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร = ลุงเป็ด เมื่อ 24 ก.ค. 2009, 10:33 น.
แหม่ พี่เป่งนี่ก็พูดเหมือนตัวเองแต่งตัวน่าเชื่อถือ :47:
แต่ตอนไปเจอลูกค้าก็คงจะอีกอย่างละนะ :30: :30:
คนพูดไม่ใช่พี่เป่งครับ :30a:
เคยไปคุยกะลูกค้าโดยมีพี่เป่งไปด้วย แม่งโคตรขู่ลูกค้าเลย :30a:
แรกๆพี่ก็กังวลนะ ว่าเชี่ยถ้ากุสเปคบอกไรเค้าผิด โดนเก็บตังค์หมดตัวแน่ :05:
แต่หลังๆเริ่มคุ้นแล้วก็โอเคแหละ ทำงานให้รอบคอบ อะไรผิดพลาดก็แก้ไขกันไป ทุกงานต้องมีข้อให้แก้หมดแน่ๆ
ยิ่งต่อไป ต้องดีลทั้งงานเองหมดนี่ตั้งแต่ ก็จะได้ความรู้สึกอีกแบบนึงด้วยนะ
กำตังชาวบ้านเป็นล้านเลย เอามาสร้างเนี่ย จะกดดันไปอีกแบบ
แต่ก็สนุกดีนะ แก้ปัญหาหน้างานทุกวัน นี่แหละ ตัวสร้าง EXP เลย
แล้วเพิ่งคุยกันเรื่องเปลี่ยนนโยบายงานด้วยพี่
คือพี่แกบอกว่าต่อไปนี้เราจะไม่เสียเวลาทำแบบแล้ว (งาน 60% ที่นี่เป็นงานอินทีเรีย)
ครั้งแรก เอาอิมเมจ + มู้ด + เสก็ตช์ ไปคุย
ครั้งที่สองปรับแบบพร้อมเสนอราคากลมๆ เลย
ครั้งที่สามจับเซ็นสัญญาเลย แล้วค่อยเริ่มทำแบบให้ช่าง
เพื่อเป็นการลดการเสียเวลาทำงานแล้วไม่ได้เงิน
เพราะงั้น กลับไปที่เรื่องเดิมคือ ลูกค้าถามแน่ๆ ว่า "มันจะสักเท่าไหร่เหรอ?" :3005:
คราวนี้ล่ะมันแน่ๆ :47:
ออฟฟิศพี่ก็แบบเดียวกันนะ ไม่ทำแบบจนกว่าจะสรุปได้ก่อน
ครั้งแรก อิมเมจ มู้ด สเก็ช พร้อมวางผังคร่าวๆไปเลย แต่พี่จะมีราคากลมๆไปด้วย เก็บตังค์ครั้งที่ 1
ครั้งสอง ปรับแบบ และเสนอในแต่ละห้อง ตามที่ตกลง ตารางเวลา เก็บตังค์ครั้งที่ 2
ครั้งสาม สรุปแบบ พรีเซนท์ เก็บตังค์ครั้งที่ 3
ครั้งสี่ ส่งแบบทั้งหมดให้ตรวจ เก็บตังค์ครั้งที่ 4
ครั้งห้า ส่งเป็นเล่ม เก็บตังค์ครั้งที่ 5
คุมงาน ส่งงานแล้วก็ เก็บตังค์ครั้งที่ 6
เก็บตังค์มันทุกรอบเลย กลัวโดนเบี้ยว :30:
ราคาประเมิน บางทีพี่ก็คิดเป็นชุดของ เฟอร์นิเจอร์ บิลท์อินเลยนะ เช่น ราคาตัวนี้ เมตรวิ่งเท่านี้ มีกี่ตัว
ราคาลอยตัวมีกี่ตัว หรือถ้าหลังไหนต้องปรับพื้นที่มีการกรุเพิ่ม ทำผนังใหม่ ก็คิดราคาต่อตารางเมตรไปเลย
5000 บ้าง 3000 บ้าง แล้วแต่ความยากง่ายและเนื้องานที่ต้องทำ มันก็จะได้ก้อนกลมๆมาแล้วนะ สำหรับราคากลมๆให้ลูกค้า :37:
โหวว เก็ยได้ขนาดนั้นเลยเหรอครับ :25:
ไอ้ย่อหน้าสุดท้ายนี่แหละพี่ ที่ผมไม่รู้ :3005:
จ่ายน้อยๆ แต่บ่อยหน่อย ลูกค้าสบายใจ เราก็สบายใจไง
ดีกว่ารอตูมเดียวเป็นโกโก้ครันช์ แบบนั้นมันลุ้นเกินไปน่ะ
ส่วนเรื่องราคา เดี๋ยวเค้าก็สอนให้ ทำสัก 2-3 หลังก็ประเมินเป็นแล้ว :42:
เจ๊งสักสามสี่หมื่นก็ไม่พลาดแล้ว :3005:
คิดยังไงกับการไปเป็นโรบินฮู๊ด (แอบทำงานที่อเมริกา)
แบบในหนังเรื่อง หนีตามฯ ครับ
คือ จริงๆ นี่เป็นโครงการที่กะว่าจะทำ มาได้ซัก ปีสองปี แล้ว
แต่ก็ล้มเลิกไปก่อน มาตอนนี้พอจะมีลู่ทาง เห็นโอกาส ชัดเจนมากกว่าตอนนู้น
เลยลองมาถามดูว่า ใครเคยมีญาติพี่น้อง ทำแบบนี้มั่งครับ
คือกำลังคิดว่า ถ้าอะไรลงตัวหมด ปีหน้าอาจจะไป แหละ :42:
เอาแถบไหนล่ะพี่
เอเชีย หรือยุโรป อเมริกา
เพื่อนส้มทำที่ญี่ปุ่น มันได้วีซ่าอะไรนี่แหละ โดยที่ญี่ปุ่นห้ามทำงานเด็ดขาด จับได้โดนแบนแน่ๆ
มันก็ไปแอบทำ ได้งานไฮโซอีก .. สอนภาษาไทยให้กับอาจารย์มหาวิทยาลัย.. ซึ่งสอนภาษาไทยให้นักเรียนอีกทอดนึง
แล้ก็ช่วยแปลหนังสือ จากญี่ปุ่นเป็นไทย ไทยเป็นญี่ปุ่น
มันเองก็ไม่เก่งเรื่องแปลอะไรเล๊ยย คันจิก็เบๆ แต่อาศัยพูดอธิบายกันไปมากกว่า
เดือนๆนึง ได้ตั้ง 3 แสน :3005: อันนี้แบบขยันๆเลยนะ
3 แสน :07: :07:
อ้างคำพูดจาก: ทิดคิ้ว(ไม่)หนา+หนูบี เมื่อ 28 ก.ค. 2009, 22:22 น.
คิดยังไงกับการไปเป็นโรบินฮู๊ด (แอบทำงานที่อเมริกา)
แบบในหนังเรื่อง หนีตามฯ ครับ
คือ จริงๆ นี่เป็นโครงการที่กะว่าจะทำ มาได้ซัก ปีสองปี แล้ว
แต่ก็ล้มเลิกไปก่อน มาตอนนี้พอจะมีลู่ทาง เห็นโอกาส ชัดเจนมากกว่าตอนนู้น
เลยลองมาถามดูว่า ใครเคยมีญาติพี่น้อง ทำแบบนี้มั่งครับ
คือกำลังคิดว่า ถ้าอะไรลงตัวหมด ปีหน้าอาจจะไป แหละ :42:
ถ้าซื้อคอนโดก็จะอดไปไหนทั้งปวงเลยนะครับ :37:
คอนโดคงยังไม่ซื้อมัง
กะว่าจะไปซานฟรานน่ะ
ลองคำนวณคร่าวๆ แล้วถ้าได้ทำงาน
น่าจะมีเงินเก็บเดือนๆ นึงก็ 5-6 หมื่นมัง
ไปกับบี 2 คนรวมกันก็แสนนึง ได้
บีชอป .. :47:
ก็จะเหลือของพี่ฉัก 60000
:44: ง่ะ
พอดีน้องที่รู้จักได้กรีนการ์ดไปและ
คุยไปคุยมา เลยชวนพี่ไป คิดๆ ดูก็น่าสนแฮะ
ไปล้างจาน ไปเสิร์ฟ เก็บตังแต่งงาน :25:
อะรยังไงอะพี่สักครับ :25: :25:
ติดสอยห้อยตามไปจะสะดวกมั้ย
คือ พี่ก็ยังไม่มีรายละเอียดอะไรมากมายนะ
คุยได้ไม่นาน ตอนนี้คือถ้าอยากไป น้องเค้าบอกว่า
ให้ไปจัดการขอพาสปอร์ต ของอเมริกาที่สถานฑูตก่อน
โดยขอเป็นวีซ่าท่องเที่ยว เห็นว่าจะใช้ได้ราวๆ 10 ปีน่ะ
ถึงเวลาก็ไปโลด พี่คงให้น้องเค้าหาที่พักให้ ส่วนงานก้คงไปหาสมัครๆ เอาร้านอาหารไทย ไม่น่ามีปัญหา
พอถึงเวลาที่ต้องกลับก็เนียนไม่กลับทำงานไปเรื่อยๆ
ประมาณนั้น อารมณ์คง แบบ หนีตามกาลิเลโอ
ถึงเวลาเก็บเงินเป็นที่น่าพอใจก็กลับ คร่าวๆ ประมาณนี้น่ะ
จริงๆ ก็มีเพื่อนอยู่เมืองนอกหลายคน พอรู้แบบนี้แล้วเลยยิ่งน่าสน
เลือกได้เลยว่าอยากไปไหน :25:
ถามรายได้คร่าวๆ จากน้องเค้า เค้าทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟวันละ 10 ชม.
ได้วันละ 150 $ เดือนนึงก็ราวๆ 3500 $
ค่าใช้จ่ายหลักๆ ก็มี
ค่าห้องพัก 350 $
โทรศัพท์ถ้าใช้ประมาณ 100 $
ค่ากิน ก็แล้วแต่
ลองๆ คำนวณดู น่าสน น่าไปลองซักครั้ง :42:
วีซ่่าท่องเที่ยวอะไร 10 ปีครับพี่ :07:
หมายถึงอายุของมันมังครับ
ไม่แน่ใจ คือทำมาแล้วใช้ได้ยาว ไม่ต้องทำใหม่
แต่ก็ไม่ใช่ว่าอยู่ได้ยาวขนาดนั้น รู้สึกว่ามันต้องกลับมาเรื่อยๆ มัง
พี่ก็ไม่รู้ว่าปกติเค้าให้ไปได้ครั้งนึงนานเท่าไหร่อะ
พอดี bookmark เว็บที่เค้าสอนเรื่องการขอไว้ที่ออฟฟิศ
ต้องไปอ่านอีกที เกิดมาไม่เคยขอไม่เคยไปเมืองนอกกะเค้าเหมือนกัน :44:
อยากไปเหมือนกัน น่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีเลยเชียวหละ :25:
คืองานมันไม่ต้องอะไรมากมาย ขอแค่อดทน อดทน และ อดทน
อัตราค่าแรงเค้าก็มากกว่าเราอยู่โข
แต่ึคิดอีกทางก็น่ากลัวใช่ย่อย ถ้าโดนหลอกไรเงี้ย
3แสน :07:
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=lovergirl&group=11 (http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=lovergirl&group=11)
บล็อกแนะนำเรื่องการขอวีซ่า
เมื่อก่อนว่าจะไปเหมือนกันครับ :37:
มีญาติเปิดร้านอาหารที่ อเมริกา เคยอยากไปเป็นโรบินฮูดอยู่นู่นสัก 4-5 ปี เก็บตังค์
แต่พอดีมีเพื่อนพี่ชาย เค้าเคยไปทำแบบนั้นมาก่อน แล้วกลับมา
เค้าบอกว่า เงินอะได้ก็จริง แต่เราไปทำงานแบบนั้นอย่างเดียว 4-5 ปี
เค้ารู็สึกเสียดายเวลา เงินได้มาก็จริง มันได้ไม่คุ้มเสีย ซึ่งถ้าเค้าใช้เวลาทำงานตามที่เค้าถนัด
ในเวลา 4-5 ปี เค้าก็สามารถหาเงินก้อนนี้ได้เอง และไม่เสียเวลาหาประสบการณ์ด้วย
อีกอย่างเค้าว่า เสียสุขภาพจิตสุดๆ เวลาหนีตำรวจ แรกๆก็ขำๆ หลังๆเริ่มเหนื่อย
คิดตามก็รู้สึกว่า อืม ก็จริงแฮะ :37:
ผมเลยพับโครงการไว้ก่อน แต่ถ้าสุดท้ายไม่มีอะไรทำจริงๆ
ก็อาจพลิกแผนขึ้นมาทำใหม่อีกที :37:
วีซ่าท่องเที่ยวเมกามีโอกาสได้เป็น 10 ปีค่ะ
แต่ว่าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเค้าจะสแตมป์ให้ตอนไปถึงแค่ระยะนึง
สามารถขอ extend ได้ แต่เค้าจะให้ตามความเหมาะสม
สมมติว่า extend ไปแล้วครั้งนึง แล้วกำลังจะหมดอายุ
แล้วขณะนั้นเมืองไทยมีการประท้วง หรือเกิดการก่อการร้ายทั่วโลก
ถ้าเราไปขอ extend อีกก็มีโอกาสมากที่จะได้อีก มีคนรู้จักทำมาแล้ว
ถ้าจะโรบินฮู้ดก็ต้องอยู่ยาวๆ
คือถือวีซ่าท่องเที่ยวจนหมดลิมิต extend
แล้วทำตัวสาบสูญไปเลย กลับเมืองไทยเมื่อคิดว่าเก็บเกี่ยวพอแล้ว
เพราะถ้ากลับแล้ว โอกาสที่จะได้วีซ่าไปอีกมันยากมาก
โรบินฮู้ดจะดีหน่อยตรงที่ถูกตามตัวได้ยาก เพราะไม่มีที่มาที่ไป
ที่รู้ มีอีก 2 วิธีที่จะอยู่ได้นานอย่างถูก กม
1. ถือวีซ่านักเรียน แต่ต้องสมัครเรียนจริง
ได้รับ I-20 จากสถาบันที่แจ้งว่าจะไปเรียน เพื่อเอามาขอวีซ่า
ถ้าจบตรีแล้ว ควรไปต่อโท เพราะหลังจากเรียนจบจะได้ work permit อีก 1 ปี
สามารถทำงานอย่างถูก กม ได้ ถ้าทำแล้วรุ่งบริษัทจ้างต่อเค้าจะขอ work permit ให้
แต่วีซ่า นร จะได้ตามระยะเวลาที่เค้าพิจารณาว่าคอร์สที่เราลงควรใช้เวลาแค่ไหน
ถ้าจะใช้มุกต่อโท ก็สมัครเรียนภาษาเพื่อเรียนต่อโทที่โน่น จะได้ยาวหน่อย
น้องพี่เจนถือวีซ่า F-1 แค่ 5 ปี ในขณะที่แม่พี่เจนถือวีซ่าท่องเที่ยว 15 ปี ในการเดินทางครั้งเดียวกัน
พอไปถึงเปลี่ยนแผนการเรียนอีกทีได้ แต่ต้องเรียนจริงนะ ไม่งั้นโดนจับเข้าคุก
จำไม่ได้ว่าเรียนกี่ควอเตอร์แล้วจะเบรคได้ 1 ควอเตอร์
ที่นี้เพื่อนของรุ่นพี่จำผิด ยังไม่ถึงกำหนดแล้วดันไปเบรค
โดนจับเข้าคุกเลย เพื่อนๆ เด็กไทยต้องช่วยกันลงขันเอาเงินไปประกันตัว
คิดเป็นเงินไทยราวๆ 2 แสนบาท ไปเรียนก็ต้องเรียนจริงแล้วแฝงทำงานไปด้วย
2. มีญาติ เพื่อน หรือคนรู้จักเปิดกิจการที่เมกา
แล้วให้เค้ารีครูทเราเป็นลูกจ้าง แต่ก็ต้องมีเหตุผลพอว่าทำไมต้องจ้างคนไทย
ส่วนมากเจ้าของกิจการก็มักจะรีครูทญาติๆ ตัวเองจนเต็มลิมิต
คนรู้จักที่เปิดร้านอาหารไทยทำแบบนี้ทุกคน
แล้วญาติๆ ก็เข้าเมกาแบบสบายๆ
ทั้งหมดนี้คนไทยที่เป็นนัก กม ที่ซีแอตเทิลบอกมา
ยังไม่เคยออกนอกประเทศเลย แค่เกือบๆ จะไปๆ แต่ไม่ไปดีกว่า :30:
:46: ขอบคุณครับพี่
เท่าที่คุยมาคร่าวๆ เนี่ย
พวกที่โดนเพ่งเล็ง ส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนน่ะครับ
อยากทำให้มันถูกเหมือนกัน แต่ดูๆ ค่าใช้จ่ายท่าจะเยอะ
เห็นน้องบอกค่าเรียนคอร์สนึงก็ 300 เหรียญได้มัง ที่น้องเค้าเรียนอยู่
ใช่แล้ว
อีพวกนักเรียนนี่แหละจะโดนเพ่งเล็งมากกว่าเพื่อน :3005:
ค่าเรียนแล้วแต่รัฐ แล้วแต่สถาบันน่ะศักดิ์
แต่ละรัฐค่าครองชีพมันต่างกัน
ฟังเค้ามาอีกทีทั้งนั้นน :30:
น้องพี่เจนอยู่ซีแอตเทิล
ค่าครองชีพสูง เมืองเงียบสงบ ปลอดภัย
แต่ธุรกิจร้านอาหารมันก็ไม่ได้ฟู่ฟ่ามากมาย
ได้เงินมาก็จ่ายค่าที่พัก ค่าเรียนหมด
เหลือสำรองไว้สำหรับเทอมต่อไปบ้าง ไม่เหลือเก็บกลับบ้าน
ค่ากินทุ่นได้ เพราะร้านอาหารเค้าเลี้ยงข้าวพนักงาน
ไปวัดก็ได้ของกินมาตุนไว้อีก
เอาวะ :07:
เก็บตังค่าตั๋วเครื่องบินก่อนดีกว่า :05:
:25: ได้ความรู้มากมายเลย +พี่ติ๊ก
อยากไปเหมือนกันนะเนี่ย
บุ๋มเคยไปเปิดอ่านในเว็บที่เค้ารับทำเรื่องพวกนี้ ที่เว็บนี้ล่ะ _http://progress-education.com/Joomla/
อ่านดูแล้วมันยุ่งยากจัง ถ้าจะเรียนต่อก็ต้องไปสอบวัด/มีเงินเยอะๆ
เลยพักไว้ก่อน :56:
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 29 ก.ค. 2009, 09:03 น.
เมื่อก่อนว่าจะไปเหมือนกันครับ :37:
มีญาติเปิดร้านอาหารที่ อเมริกา เคยอยากไปเป็นโรบินฮูดอยู่นู่นสัก 4-5 ปี เก็บตังค์
แต่พอดีมีเพื่อนพี่ชาย เค้าเคยไปทำแบบนั้นมาก่อน แล้วกลับมา
เค้าบอกว่า เงินอะได้ก็จริง แต่เราไปทำงานแบบนั้นอย่างเดียว 4-5 ปี
เค้ารู็สึกเสียดายเวลา เงินได้มาก็จริง มันได้ไม่คุ้มเสีย ซึ่งถ้าเค้าใช้เวลาทำงานตามที่เค้าถนัด
ในเวลา 4-5 ปี เค้าก็สามารถหาเงินก้อนนี้ได้เอง และไม่เสียเวลาหาประสบการณ์ด้วย
อีกอย่างเค้าว่า เสียสุขภาพจิตสุดๆ เวลาหนีตำรวจ แรกๆก็ขำๆ หลังๆเริ่มเหนื่อย
คิดตามก็รู้สึกว่า อืม ก็จริงแฮะ :37:
ผมเลยพับโครงการไว้ก่อน แต่ถ้าสุดท้ายไม่มีอะไรทำจริงๆ
ก็อาจพลิกแผนขึ้นมาทำใหม่อีกที :37:
ตามนั้นเลยค่ะพี่ :12:
ถ้ากะไปเก็บตังค์แล้วนำมาลงทุน แค่อย่าให้เกิน 2 ปี เป็นใช้ได้ .. ไม่งั้นสภาพจิตใจ ร่างกาย จะถดถอย
ถ้าคิดว่าจะไปเที่ยว และเงินเป็นแค่กำไรชีวิต ก็ไปโลด
สรุปได้แรงบันดาลใจจากน้องเต้น จบข่าว ฟันธง :12: :30:
เต้นไหนหว่า :08:
เจ้เค้าหมายถึง "เต้ย" น่ะพี่
ออ :08:
อันนี้หนีไปกะน้องบี แทน :25:
อ่าน+ดูเต้ยแล้วอยากไปมั่ง :25:
อยากไปเรียนถ่ายรูปที่อเมริกา ถ้ารับงานที่นู่นได้ยิ่งดี :25:
อ้างอิงเมื่อก่อนว่าจะไปเหมือนกันครับ
มีญาติเปิดร้านอาหารที่ อเมริกา เคยอยากไปเป็นโรบินฮูดอยู่นู่นสัก 4-5 ปี เก็บตังค์
แต่พอดีมีเพื่อนพี่ชาย เค้าเคยไปทำแบบนั้นมาก่อน แล้วกลับมา
เค้าบอกว่า เงินอะได้ก็จริง แต่เราไปทำงานแบบนั้นอย่างเดียว 4-5 ปี
เค้ารู็สึกเสียดายเวลา เงินได้มาก็จริง มันได้ไม่คุ้มเสีย ซึ่งถ้าเค้าใช้เวลาทำงานตามที่เค้าถนัด
ในเวลา 4-5 ปี เค้าก็สามารถหาเงินก้อนนี้ได้เอง และไม่เสียเวลาหาประสบการณ์ด้วย
อีกอย่างเค้าว่า เสียสุขภาพจิตสุดๆ เวลาหนีตำรวจ แรกๆก็ขำๆ หลังๆเริ่มเหนื่อ]เมื่อก่อนว่าจะไปเหมือนกันครับ
มีญาติเปิดร้านอาหารที่ อเมริกา เคยอยากไปเป็นโรบินฮูดอยู่นู่นสัก 4-5 ปี เก็บตังค์
แต่พอดีมีเพื่อนพี่ชาย เค้าเคยไปทำแบบนั้นมาก่อน แล้วกลับมา
เค้าบอกว่า เงินอะได้ก็จริง แต่เราไปทำงานแบบนั้นอย่างเดียว 4-5 ปี
เค้ารู็สึกเสียดายเวลา เงินได้มาก็จริง มันได้ไม่คุ้มเสีย ซึ่งถ้าเค้าใช้เวลาทำงานตามที่เค้าถนัด
ในเวลา 4-5 ปี เค้าก็สามารถหาเงินก้อนนี้ได้เอง และไม่เสียเวลาหาประสบการณ์ด้วย
อีกอย่างเค้าว่า เสียสุขภาพจิตสุดๆ เวลาหนีตำรวจ แรกๆก็ขำๆ หลังๆเริ่มเหนื่อย
ถ้าตั้งหน้าตั้งตาจะเอาดีทางล้างจานเลยผมว่ามันก็น่าเสียดายเวลานะ 4-5 ปี บ้านเราก็มีจานชามให้ล้างเยอะแยะ
แต่ผมว่าไปถึงแล้วถ้าใจถึงลูกมั่วเก่งก็น่าจะมีลู่ทางซอกแซกไปได้เองแหละมั้งครับ
เออ นั่นสินะครับ
หมดชีวิตวัยรุ่นไปตั้ง 4-5 ปี :44:
เวลาประมาณนี้นี่ไต่ประสบการณ์(ด้านอาชีพการงาน)มากมายได้ในบ้านเราเลยนะ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 29 ก.ค. 2009, 23:57 น.
เออ นั่นสินะครับ
หมดชีวิตวัยรุ่นไปตั้ง 4-5 ปี :44:
เวลาประมาณนี้นี่ไต่ประสบการณ์(ด้านอาชีพการงาน)มากมายได้ในบ้านเราเลยนะ
เอาจริงๆ คงไปไม่นานขนาดนั้นหรอก
ตั้งเป้าไว้ไม่เกิน 3 ปี หรอก
แต่ถ้ามีลู่ทางทำกราฟฟิคหรืองานด้านอื่น ก็อาจทำอยู่นู่นเลยก็ได้มัง
นี่จริงจังป่ะ มีลู่ทางเยอะไหม แนวโน้มสูงเปล่าว่าจะได้ไป
มาเล่าบ้างนะ อยากรู้ๆ :33:
คนรู้จักเคยไปเรียน+หาประสปการณ์ที่เมืองอเมริกา
(น่าจะหลายต่อหลายปีก่อน ซักเกือบสิบปี)
แรกๆก็ไปทำงานเสิร์ฟอาหารเหมือนคนทั่วไป
อยู่สองสามปีก็กลับมา ได้เงินเก็บนิดๆหน่อยๆ
เลยถามว่านอกจากเสิร์ฟอาหารแล้ว ทำอะไรบ้าง
พี่แกบอกว่าถ้าไม่เสิร์ฟอาหารก็ไปเป็น K-1 fighter
:07:
คืออะไรไอ้ K-1 fighter
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 30 ก.ค. 2009, 00:22 น.
นี่จริงจังป่ะ มีลู่ทางเยอะไหม แนวโน้มสูงเปล่าว่าจะได้ไป
มาเล่าบ้างนะ อยากรู้ๆ :33:
จริงจังจ้ะ ตอนนี้กำลังลองถามคนนู้นคนนี้อยู่ด้วย
ส่วนถ้าจะไปจริงๆ ก็ไม่มีปัญหานะ
ฝากน้องคนนี้จัดการเรื่องพวกที่พักให้น่ะ
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 30 ก.ค. 2009, 00:26 น.
คืออะไรไอ้ K-1 fighter
เป็นอาชีพคล้ายๆนักมวย แต่ต่อยเตะฟัดกันในกรงเหล็กน่ะค่ะ :05:
แต่แรกๆ ยังไงคงไม่พ้นเด็กเสิร์ฟแน่ๆ
ดีๆ ถ้าคิดว่ามันดีกว่าที่เป็นอยู่ก็สนับสนุนให้ไป ขอให้ได้นะ :56:
เล่าเรื่องของตัวเองบ้าง ตอนนี้คงเล่าได้นิดๆ หน่อยๆ
เดี่ยวอาทิตย์หน้าจะได้เล่ามากกว่านี้
วันจันทร์หน้าโบว์แอนจะเริ่มไปทำงานแล้วล่ะค่ะ ที่ RS
อย่างที่รู้ๆ กัน ปกติโบว์แอนปิง รับงานแบบค่อนข้างผูกขาดที่ Zheza
รับมาหลายปีแล้ว ดึงเพื่อนฝูงที่ฝีมือดีมาช่วยบ้าง เช่นตากัมส์
ดึงน้องนุ่งว่างงานชอบชิลให้หายชิล มาทำงานได้เงิน เช่นไอ้เกด
จนตอนนี้ทำกันจนโดนซื้อตัวแล้ว ไอ้ปิงโดนซื้อตัวไปนั่งใน Zheza อย่างเป็นทางการ
และโบว์กับแอนก็โดนซื้อตัวด้วยเงิน (เงินซื้อได้ :30:)
ไปทำโปรเจคใหม่ของ RS ที่ชื่อ Skoolbuz เป็นโปรเจคใหม่กิ๊ก
ที่แอนไปเป็นโปรเจคเมเนเจอร์ ท่าทางจะหนักและใหญ่พอตัว
ไว้เริ่มงานในองค์กรใหญ่ๆ แล้วจะมาเล่าให้ฟังนะ
ท่าทางจะสนุกกับงานใหม่ แต่ต้องเสียเวลาเที่ยวไปเยอะเลย
ตามที่คุยกับแอนไว้ โบว์กับแอนว่าจะตั้งใจทำงานกันสัก 3 ปีแหละ จะได้รีบผ่อนบ้านให้หมด
ถ้าเป็นไปได้อยากผ่อนบ้านให้หมดใน 3 ปีนี้มาก ชีวิตต้องมีความหวัง :25:
สู้ๆ :07:
นั่นแหละๆ
ทำงานใช้หนี้บ้านไม่บานครับ :05:
ถ้าไม่ซื้อบ้านต่อให้ได้เงินเยอะก็ไม่ทำหรอก ขี้เกียจ แต่นี่จำใจต้องขยัน
เพราะว่าทำอาร์เอสเนี่ยเวลามันค่อนข้างสบาย
เข้างาน 11 โมงได้ มีเวลาทำงานปกติได้ เพราะงานเสื้อตอนนี้
โบว์สามารถ manage ทางอีเมล์และทางโทรศัพท์ได้เลย
ส่วนงานเว็บก็มีทีมที่ทำอยู่ แอนสามารถคุมงานได้โดยมีลูกมือช่วย
เลยกะว่า ลำบากกันสักหน่อย เพื่อเงินที่มากขึ้น
เราไม่มีเงินถุงเงินถัง พ่อแม่ไม่รวยอย่างคนอื่นเค้า
หนี้สินก็ตั้งหลายล้าน ถ้าไม่รีบทำงาน ไม่รีบสู้ตอนที่ยังหนุ่มยังสาว
ตอนที่ยังมีไฟอยู่ตอนนี้ แล้วจะเริ่มตอนไหน สู้ๆ บอกตัวเองแบบนี้แหละ :12:
นั่นล่ะๆ ดีแล้ว
ยังไงงานประจำ มันก็ดูมั่นคงในระดับนึงล่ะนะ
ตอนนี้ส่วนนึงที่อยากไปอาจจะเพราะ เบื่องานประจำด้วยมัง
น่าสนุกดีนะ :37:
ว่างๆ อยากแชร์ไอเดียอะไรก็บอกนะ :37:
โอ๊วว ยินดีกับแอนและโบว์ด้วย :25: จะได้เป็นหลักเป็นฐานมั่นคง
ทำงานอิสระเองมันก็ล่องๆลอยๆอ่ะนะ เท่าที่ทำอยู่ก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ไม่ต้องเครียดมากกับความรับผิดชอบที่เราไม่อาจะเลี่ยงได้
....เรื่องอเมริกา มีเพื่อนมันเคยไปเป็นโรบินฮู๊ดอยู่เกือบ 3 ปี ทีแรกมันก็กะไปเรียนต่อนั่นแหล่ะ ไปเรียนแบบคอร์สสั้นๆ ทำงานไปด้วย
ลาออกจากงาน ซื้อตั๋วเครื่องบิน (สมัย 5 ปีก่อนก็ราวๆ 5 หมื่นได้) +กำเงินสดไปอีก 7-8 หมื่น
มันกะไปตายเอาดาบหน้า มีคนรู้จักที่ทำงานอยู่ที่นั่น ไปทำงานร้านอาหารแ้ล้วค่อยหาตังค์เรียน (แต่ไม่รู้มันไปทำอีกท่าไหนนะ ถึงได้ VISA)
พอไปถึงโน่น เริ่มแรกก็ทำงานในครัว ล้างจาน เป็นลูกมือพ่อครัว เพราะภาษาอังกฤษยังโง่ๆอยู่ จนภาษาเริ่มดีขึ้นก็ไปทำเด็กเสริฟ
เดือนๆนึงมันก็ได้ตังค์ 5-6 หมื่นบาท แชร์ห้องกับคนไทยที่อยู่ด้วยกัน เดือนๆนึงค่ากินใช้จ่ายรวมค่าเช่าห้องก็ตก 2-3 หมื่น
พอว่างจากงานมันก็ไปรับสักเฮนน่าเทียบเป็นเงินไทยก็รายละ 1-5 พันบาท แล้วแต่ลายที่เขียน
ทำงานอยู่ปีนึง มันก็ัยังไม่คิดจะเรียน เพราะกะเก็บตังค์ก่อน+ไปเรียนภาษาที่เขาเปิดฟรีๆสำหรับชาวต่างชาตินั่นแหล่ะ
ทำๆๆจนเก็บเงินซื้อรถเก่าๆได้คัีนนึง ราคาแค่ 2.5 หมื่นบาทไทย
จนท้ายสุดด้วยความงกเงิน มันไม่ได้ไปลงเรียนตามที่ที่เขาสอนดีๆเท่าไหร่
แต่ไปลงเรียนพวกองค์กรที่มันสอนวิชาชีพของรัฐบาล ข้อดีคือเรียนฟรี
อารมณ์เหมือนสารพัดช่างบ้านเรา แต่มันบอกว่าอุปกรณ์หรือว่าการสอนดีกว่าในไทย
มันก็ไปลงเรียนอยู่ 2-3 คอร์ส ต่อคอร์สก็ 2-3 เดือน เรียนออกแบบจิวเวลรี่, คอมพิวเตอร์กราฟิก, ออกแบบเสื้อผ้า เทือกๆนี้
พอเรียนหมด ก็ทำงานอยู่อีกสักพัก เก็บเงินได้ราวๆ 4-5 แสน มันก็คิดจะกลับเมืองไทย เพราะคิดถึงบ้าน
จริงๆมันขอ VISA เอาไว้ 1 ปี ทีนี้ตอน VISA หมดปีแรก มันยังไม่ได้ที่เรียน เลยไปต่อ VISA ไม่ได้
ก็อยู่แบบไม่ต่อ เป็นโรบินฮู๊ดซะงั้น .......พอจะกลับเมืองไทยต้องไปติดต่อสถานทูต
ปรากฎว่าโดนต้องโทษ แบนห้ามเข้าอเมริกาไป 10 ปี
จริงๆเท่าที่ฟังๆดู ถ้าไปเก็บเงินด้วยการทำงานร้านอาหารนี่ไม่ค่อยจะคุ้ม ในระยะเวลาขนาดนั้น
แต่ไอ้ที่ได้คือเรื่องภาษากับประสบการณ์ในการใช้ชีวิต
ไอ้เรื่องภาษานี่ฮาอย่างนึง เื่พื่อนมันบอกว่า ไปอยู่โน่น มันได้รู้ภาษาสเปนพอๆกับภาษาอังกฤษ
เพราะคนงานในร้านโดยมากเป็นพวกคนเม็กซิโก ประมาณพวกบัักอึ๊ดบ้านเรานั่นแหล่ะ
พวกนี้มันจะพูดสเปนกัน มันเลยได้ภาษาเสปนไปด้วย
ไม่ต้องแต่ไปทำงานแต่เช้านี่สวรรค์ชัดๆ :25:
โบว์แอนอย่างเจ๋ง :12:
ส่วนกรณีของศักดิ์
ถ้าศักดิ์มีเป้าหมายที่จะทำเงิน โกยเงินกลับบ้านพี่ว่าโอเค
3 ปี แป๊บเดียว แต่พอกลับมาแล้ว ฝีมืออย่าตกก็แล้วกัน
แต่มันก็ยังมีแง่มุมอื่นนอกจากล้างจาน
รุ่นพี่ที่โคตรสนิทจบวิศวะคอมฯ
ที่ความสามารถทางภาษาติดลบ
มันเคยตอบว่า congratulation แปลว่าจบแล้ว :08:
หลังจากทำงานได้ 2 ปี ก็ไปอยู่ซีแอตเทิล
เริ่มต้นจากการล้างจาน(ด้วยเครื่อง)
พอเริ่มใช้ภาษาได้ก็ได้เสิร์ฟอาหารส่งตัวเองเรียนโทที่นั่นจนจบ
มหาลัยเอกชนจะถูกกว่ามหาลัยของรัฐและเรียนง่ายกว่า
เทียบกันระหว่าง City U กับ UW (ยูดับ..จะดับเอาได้ง่ายๆ :30:)
ปัจจุบันยังไม่กลับเมืองไทย
ถามว่าอยู่ทำอะไร ล้างจาน เสิร์ฟอาหารเหรอ
พอเรียนจบ MBA ได้ workpermit ทำงานที่นั่น 1 ปี
มันก็รับจ้างเขียนโปรแกรมบัญชีให้ร้านอาหารไทย
ตามมาด้วยโปรแกรมสั่งอาหาร คิดเงินที่ใช้คอมฯ มือถือส่งข้อมูล
ส่วนงานเว็บ ออกแบบเมนูมันส่งให้เราทำที่นี่
ทำเสร็จส่ง DHL กลับไปมันยังถูกกว่าทำที่โน่นด้วยซ้ำ
ตอนนี้กำลังดึงเพื่อนอีกคนไปช่วยงานเขียนโปรแกรมที่โน่น
มันไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ จากการทำงานในร้านอาหารไทย
ลามไปเรื่อยๆ กระทั่งขายงานให้ฝรั่ง จนมีนายทุนฝรั่งมาขอเป็นหุ้นส่วน
แต่ต้องชะลอไว้ก่อน เพราะเศรษฐกิจตก
ไม่งั้นป่านนี้ตูสะแหลนไปอยู่โน่นแล้ว
เส้นทางที่มันเดินไม่ได้สบายเท่ากับการที่พี่มาสรุปให้อ่านกัน
แต่มันขยันอดทน และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค
คนที่พยายามมองหาโอกาส
และพยายามสร้างโอกาสอยู่ตลอดเวลา
เค้าอาจจะไปได้ไกลกว่าที่เราเคยคิดและเคยเข้าใจ :12:
อยากไปเป็นนักมวยในกรงเหล็กอะ :25:
ยินดีกะโบว์-แอนด้วย
:25:
ถ้าคิดจะมาล้างจานเพื่อเก็บเงินสองสามปี
ผมว่าอย่างศักดิ์ไม่น่าจะคุ้มนะครับ
เชื่อผมเถอะ มันเป็นการเผาชีวิตทิ้งดีๆ นี่เอง
แต่ถ้ามีจุดมุ่งหมายอย่างอื่นด้วย
ผมสนับสนุนเต็มที่
อย่างผมเอง ตอนนั้นที่ตัดสินใจมาอังกฤษ
เพราะเบื่องาน งานหนักเครียดมาก(แต่ก็เงินดี)
และคิดถึงแฟน
ด้วยอารมณ์ศิลปิน กะว่าเอาวะ
มาลองเผชิญโชคดู ได้อะไรก็ลองทำ
เลยขอวีซ่านักเรียน มาเรียนภาษา
กะว่ามีลู่ทาง ก็ค่อยเก็บเงินเรียนต่อ
งานตอนแรกที่ได้ก็ทำงานในครัว
แล้วก็งานเสิร์ฟ ปรากฎว่ารายได้
ตอนอยู่เมืองไทย ได้เงินเยอะกว่าอีก
แถมค่าใช้จ่ายที่นี่ก็สูงมากด้วย
ยังดีที่ความเครียดในการทำงาน
น้อยกว่าหลายเท่าตัว เพราะงานจบไปเป็นวันๆ
เหนื่อย อาบน้ำเสร็จก็หายแล้ว
อารมณ์ตอนมาหกเดือนแรกนั่น
ก็ประมาณนี้ -->คลิกสิจ๊ะห์ (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,7498.msg436094.html#msg436094)
ที่จะบอกคือ ช่วงทำงานเก็บเงินนั่น
มันคือการเผาชีวิตทิ้งไปวันๆ จริงๆ
ถ้าไม่มีจุดมุ่งหมายหรือเป้าหมายที่แน่ชัดแล้ว
เราก็จะหลงทางได้ง่ายๆ
เหมือนกับที่หลายๆ คนแถวนี้เขาเป็นกัน
นั่นคือสิบปีผ่านไป มีแค่ตัวเลขของอายุที่เพิ่มขึ้น
.................................................
ย้อนกลับมาที่ จะไปอเมริกา
น้องคนนึงที่เคยทำงานด้วยกัน
เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์
มี Certified หลายใบ
เผอิญมันได้ ล็อตโต้กรีนการ์ด
ก็กำลังจะไปปลายปีนี้ พร้อมกับพาแฟนไปด้วย
มันถามว่า ต้องเตรียมอะไรบ้าง
มันเล่าให้ฟังว่า
ไปเรียนภาษาเพิ่มก็แล้ว
ไปเรียนทำเครื่องดื่มก็แล้ว
ยังไปเรียนนวดแผนโบราณ
ไปเรียนทำอาหาร ไปเรียนซ่อมอุปกรณ์อิเล็คโทรนิค
แต่มันก็รู้สึกว่ามันยังไม่พร้อม
ก็บอกมันไปว่ามันเตรียมตัวพร้อมแล้ว
ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ตัวเอง
เพื่อสร้างโอกาสในการทำงานที่นั่น
แต่สิ่งที่ทำให้มันยังลังเล ขาดความมั่นใจอยู่นั้น
เพราะมันไม่ได้เตรียมใจนั่นแหละ
บอกมันไปว่า ก็ถ้าตัดสินใจแล้ว
ก็เตรียมใจให้เปิดกว้างๆ พร้อมที่จะรับสิ่งใหม่ๆ
ประสบการณ์ใหม่ๆ เข้ามา บวกกับโชคอีกนิดหน่อย
ก็น่าเชื่อได้ว่า มันน่าจะไปรอด
:25:
+ ทุกๆคนเลยครับ
ไปล้างจานอยู่เมืองนอกนี่เหมือนเป็นงานสบาย
แต่ก็มีข้อแลกเปลี่ยนที่หนักเอาการเหมือนกัน
เพื่อนผมตอนไปเรียนต่ออังกฤษ ก็ไปเรียนนวดแผนโบราณเหมือนกัน
เค้าบอกยิ่งได้ใบการันตีจากวัดโพธิ์ ยิ่งได้เงินต่อ ชม.เยอะมาก เวลารับจ๊อบพิเศษ
พี่ศักไม่ไปออสเตเรียล่ะครับ ที่นู่นเขาต้องการงานด้าน graphics เยอะนะครับ
เพื่อนๆ ญาติๆ ที่อยู่เมกา
มันจะถีบตัวเองจากการล้างจาน
มาเสิร์ฟเพื่อทิปกันทุกคน ล้างจานอย่างมาก 3 เดือน
แล้วหาช่องทางรับจ๊อบเขียนโปรแกรม ทำเว็บ ออกแบบสิ่งพิมพ์
โอกาสมีไว้สำหรับคนที่แสวงหามัน โชคช่วยก็มี แต่ไม่ใช่ทุกคน :12:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 30 ก.ค. 2009, 10:04 น.
พี่ศักไม่ไปออสเตเรียล่ะครับ ที่นู่นเขาต้องการงานด้าน graphics เยอะนะครับ
อืมน่าสนสน ปรึกษาปาล์มดีกว่า :25:
คือ ตอนนี้ผมก็อารมณ์เดียวกันกับป๋าณตเลยครับ
ทำงานประจำมา 5-6 ปีได้แล้วมัง รู้สึกมันช่างน่าเบื่อเหลือเกิน
เลยคิดว่าจะไปหาอะไรทำ หาลู่ทางอย่างอื่นมั่งดีกว่า
อยากได้ประสบการณ์ใหม่ๆ อยากได้ภาษาด้วยเหมือนกัน
แล้วก็คิดว่าถ้าไปจริงๆ ไงคงไม่ล้างจานอย่างเดียวแน่ๆ อะครับ
คงต้องมองหาอย่างอื่นทำด้วย เป็น graphic ไงผมว่าก็น่าจะมีงานทำแหละ
Leaflet Poster อะไรก็แล้วแต่ ค่อยๆ ขยับขยายกันไป
เมื่อวานคุยกัยเพื่อนที่อยู่ซานฟราน ไปเรียนภาษา เรียนไปเรียนมา
โรงเรียนที่เรียนให้ดูแลเว็บให้ ทำ PR ให้ ได้งานทำไปแล้ว เลยคิดว่าถ้าไปไงก็คงไม่อดตายน่า
แต่ที่กลัวอีกอัน คือ คาดว่าคงไม่ได้ไปคนเดียวนี่แหละ
ถ้าผมไปไงบีไปด้วยแน่ๆ กลัวพาเค้าไปลำบาก ลำพังผมคนเดียวสบายอยู่แล้ว
ตอนนี้เลยต้องคิดหนักๆ ปรึกษาคนนู้นคนนี้ ทั้งเพื่อน ทั้งน้องที่อยู่ที่นู่นก็ชวนไปยิกๆๆ
เลยแบบเฮ้ยมันง่าย มันโอเค ขนาดนั้นเลยรึ
เพื่อนผมทำงานสถาปนิกที่เมืองไทยสองปี แล้วไปเมกา
ตอนนี้ทำได้ปีนึงแล้ว.. เงินเดือนราวๆ สองแสนเอง.. ใช้ประมาณเดือนละหกหมื่น :56:
คิดว่าไปคู่น่าจะลำบากอยู่นะศักดิ์ :56:
ถ้าไม่ใช่คุณชายงุงิ ไปคนเดียว(ก่อน)น่าจะเอาตัวรอดได้ดีกว่า
อยู่ปีนึงถ้าดูแล้วไม่เวิร์คก็เผ่นกลับบ้านก็ไม่สาย
//ของเพื่อนบวบก็ยังเหลืออีกตั้งเยอะนะนั่น :18:
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 30 ก.ค. 2009, 10:31 น.
คิดว่าไปคู่น่าจะลำบากอยู่นะศักดิ์ :56:
ถ้าไม่ใช่คุณชายงุงิ ไปคนเดียว(ก่อน)น่าจะเอาตัวรอดได้ดีกว่า
อยู่ปีนึงถ้าดูแล้วไม่เวิร์คก็เผ่นกลับบ้านก็ไม่สาย
//ของเพื่อนบวบก็ยังเหลืออีกตั้งเยอะนะนั่น :18:
นั่นนะซิครับ :44:
ตอนนี้ปิงปองอยู่นิวซีแลด์แหละศัก ไปจะ 2 ปีแล้ว ไปทำงาน
เข้าโครงการ work and travel ถ้าอยากรู้ลองเมล์ไปหานะ :56:
ส่วนเรื่องที่โบว์แอนจะไปทำงานอาร์เอสเนี่ย จริงๆ ไม่เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงเลยนะ
เพราะโบว์ไม่เคยคิดว่างานที่ทำอยู่ตอนนี้ไม่มั่นคงเลยแฮะ
ทำงานเสื้อมา 3 4 ปี โบว์ได้เงินทุกเดือนนะอย่างน้อยเดือนละ 2 หมื่นเนี่ยต้องได้
แล้วตอนนี้ยิ่งบริหารเวลาให้ทำงานแค่ทางโทรศัพท์กะอีเมล์ยิ่งสบาย โบว์แทบไม่ต้องขยับตัวเลย
จ้างแมสเซนเจอร์วิ่งเอางานจากช่างมาให้ถึงบ้านเลย
ส่วนงานเว็บของแอน มันก็มีงานตลอด ที่ตัดสินใจไปทำงานอาร์เอส เพราะโบว์คิดว่าโอกาสมันมา
1 เลยเรื่องเงินเพราะว่าจะได้เงินส่วนนี้เพิ่มขึ้น ถ้าบริหารงานดีๆ เงินเดิมที่ได้ก็ยังได้ด้วย
2 เรื่องโอกาส อย่่างที่บอก เค้าให้แอนเป็นระดับผู้บริการ เป็น project manager
ต้องประชุมและต้องพรีเซนต์งานกะเฮียฮ้อ โบว์ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนระดับเราจะก้าวไปถึง
โบว์เลยยุยงส่งเสริมให้แอนไป แล้วก็ไหนๆ แอนไปทำ โบว์ก็เลยไปทำด้วยเลย เป็นแพ็คเกจคู่
โบว์ไปดูเรื่องเงินๆทองๆ และเรื่องการประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ไม่รู้จะเป็นยังไงเหมือนกัน
แอบหนักใจเหมือนกันแหละ แต่ลองดูสักตั้ง :33:
รับเงินกันคนละ 2 ทาง รวยเละ :25:
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 30 ก.ค. 2009, 10:31 น.
คิดว่าไปคู่น่าจะลำบากอยู่นะศักดิ์ :56:
ถ้าไม่ใช่คุณชายงุงิ ไปคนเดียว(ก่อน)น่าจะเอาตัวรอดได้ดีกว่า
อยู่ปีนึงถ้าดูแล้วไม่เวิร์คก็เผ่นกลับบ้านก็ไม่สาย
//ของเพื่อนบวบก็ยังเหลืออีกตั้งเยอะนะนั่น :18:
นั่นดิครับ :3005:
เป็นสถาปนิกเมืองนอกเงินดีกว่าบ้านเราเยอะเลย :4705:
อยากไปมั่งนะแต่..
- ไม่มั่นใจความสามารถ (ไม่แน่ ผ่านไปสองปีแบบมันอาจจะรู้สึกดีตัวเองมากขึ้น แต่ตอนนั้นภาษาอังกฤษไม่รู้จะเหลือแค่ไหน)
- กลัวเหงา ติดเพื่อน ติดแฟน นู่นนี่นี่นั่น
- ยังนึกไม่ออก แต่คิดว่ามีมากกว่านี้
ไอ้เพื่อนคนที่ติ๊กเล่าให้ฟัง พอมันทำโปรแกรมขายได้ไม่นาน
มันก็ซื้อมาสด้า 3 รุ่น 2300cc อยากด้ายยยยยบ้าง :3005:
:25: :25: :25:
ไปล้างจาน เก็บตังซื้อมัสแตง มั่งดีกว่า :25:
คิดเหมือนที่คนอื่นแนะนำแฮะ ว่าศักดิ์ไปคนเดียวก่อน
น่าจะดีกว่ามั๊ง เพราะบีเนี่ยลุคคุณหนูไง ไม่รู้ว่าจะลุยได้แค่ไหน
ชีวิตจริงมันคงไม่เหมือนน้องเต้ยในหนัง
ให้ศักดิ์ไปลุยก่อนน่าจะดี ถ้าไม่โอเคก็กลับ ถ้าโอเคก็เอาบีไปด้วย
ปล.ว่าแต่เอาลูกสาวเค้าไปไกลตา ระวังโดนป๊ากับม๊าตีหัวนะ :33:
:44:
ใจคิดแบบนั้นเหมือนกัน
แต่เจ้าตัวคงไม่ยอมแน่เลย
ต้องลองสักตั้งหละ(วะ)พี่ศํกดิ์ :12:
ดีใจกะเจ๊โบว์พี่แอนด้วยนะ :25:
ส่วนพี่ศักดิ์ ฟ้าแนะนำ ออสเตรเลียพี่ วีซ่าของ่ายกว่า
ไม่แนะนนำให้เอา วีซ่าท่องเที่ยวแล้วไแอบทำงานนะ
จะโดนกดขี่ กดค่าแรง แล้วก็ วุ่นๆ เรื่องตำรวจ เยอะด้วย :37:
อืมเดี๋ยวลองปรึกษาปาล์มดูจ้ะ
เป็นอีก 1 ทางเลือก :25:
อยากไปออสเตรเลียด้วยคนครับ พี่ศํกดิ์เอาผมไปด้วยนะ :25:
จะไปหาแฮรี่ คีเวล
อ้างคำพูดจาก: คุณหนูฟ้า เมื่อ 30 ก.ค. 2009, 11:09 น.
ไม่แนะนนำให้เอา วีซ่าท่องเที่ยวแล้วไแอบทำงานนะ
จะโดนกดขี่ กดค่าแรง แล้วก็ วุ่นๆ เรื่องตำรวจ เยอะด้วย :37:
ทำแบบเพื่อนแฟนตูสิ ไปทำงานเสิร์ฟ แล้วไปได้ลูกสาวเจ้าของร้าน ได้นายจ้างคุ้มกะลาหัวสบ๊าย :47:
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร = ลุงเป็ด เมื่อ 30 ก.ค. 2009, 11:17 น.
ทำแบบเพื่อนแฟนตูสิ ไปทำงานเสิร์ฟ แล้วไปได้ลูกสาวเจ้าของร้าน ได้นายจ้างคุ้มกะลาหัวสบ๊าย :47:
แอร้ยย น่าสน :25:
นานๆ ทีจะเห็นพี่บีเข้ามาซํกทีแฮะ วันนี้ไม่รู้นึกอย่างไง
อ้าวๆ บี บี มาดูนี่เร็ว
พี่ศักดิ์คงไม่ได้ไปแล้วสินะ :47:
:44: ตาย
ลืมตัว บีซื้อคอมใหม่แล้วนี่หว่า
อ้าว ตะกี้โบว์ส่ง จมล ไปหาบีทำไมน่ะ
อนาคตตู จบสิ้นแล้วซินะ
เมืองน่งเมืองนอก อดไปซะแล้ว :3005:
ที่น่าห่วงกว่าคือ
ศักดิ์จะมีชีวิตรอดข้ามพ้นคืนนี้ไปได้รึเปล่า :3005:
ศักดิฺ์ตอบสั้นๆไปเลยครับ
ก็ดีกว่าไปได้ลูกชายเจ้าของร้านนะ :27:
เดี๋ยวอ้างว่า เพื่อกรีนการ์ดนะตัวเอง
จริงๆ น่ะไม่ได้รักหรอกหวังกรีนการ์ดล้วนๆ :56:
เมื่อกี้แค่น่าสน คราวนี้จะเอาจริงๆ แล้วสินะ :37:
:30:
ออสเตเรีย ถ้ามีคนนึงไปเรียน สามารถพาคนติดตามไปได้อีกคน อยู่แบบไม่ต้องเรียนก็ได้
แต่ต้องแต่งงานกันแล้ว :26:
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร = ลุงเป็ด เมื่อ 30 ก.ค. 2009, 11:17 น.
ทำแบบเพื่อนแฟนตูสิ ไปทำงานเสิร์ฟ แล้วไปได้ลูกสาวเจ้าของร้าน ได้นายจ้างคุ้มกะลาหัวสบ๊าย :47:
อ้างคำพูดจาก: ทิดคิ้ว(ไม่)หนา+หนูบี เมื่อ 30 ก.ค. 2009, 11:17 น.
แอร้ยย น่าสน :25:
ปล. กันเอาไว้ เดี๋ยวพี่ศักดิ์มาแก้ :52:
ยินดีกับเจ้โบว์&พี่แอนด้วย
เป้าหมายผ่อนบ้านให้หมดภายใน 3 ปีนี่ท้ายทายและก็เป็นแรงจูงใจในการทำงานดีจัง
ปกติคนที่คิดจะซื้อบ้าน ผ่อนบ้าน อย่างที่ตูนเคยคิดก็คิดทำนองว่า
ผ่อนบ้านทีก็เหมือนผูกตัวเองเอาไว้กับภาระหนี้สินอีก 10 / 20 ปี
แต่เจอเจ้มีความตั้งใจแบบนี้เลยเกิดฮึดขึ้นบ้างล่ะ ยังไงก็สู้ ๆ นะเจ้
ว่าง ๆ มาเล่าให้น้องฟังบ้างเน้อ
โห.. เก่งว่ะ :12:
ผ่อนบ้านให้หมดภายใน 3 ปีนี่ ตกปีละเกือบ 2 ล้าน เดือนละแสนกว่าๆ :44: :44:
มันคือเป้าเว้ยพี่เจน ไปฟังพวกนักการตลาดคุยกัน
สรุปว่าต้องตั้งเป้าให้ใหญ่เข้าไว้ ทำได้ไม่ได้อีกเรื่อง :30:
อ่านดูดีๆ ครับ :3005:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 30 ก.ค. 2009, 00:49 น.
ถ้าเป็นไปได้อยากผ่อนบ้านให้หมดใน 3 ปีนี้มาก ชีวิตต้องมีความหวัง :25:
เหมือนตั้งปณิธานปีใหม่นั่นแหละ ตั้งเอาไว้เวอร์ๆ ก่อน (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,8542.msg1124862.html#msg1124862) :47:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 30 ก.ค. 2009, 10:48 น.
ส่วนเรื่องที่โบว์แอนจะไปทำงานอาร์เอสเนี่ย จริงๆ ไม่เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงเลยนะ
เพราะโบว์ไม่เคยคิดว่างานที่ทำอยู่ตอนนี้ไม่มั่นคงเลยแฮะ
ทำงานเสื้อมา 3 4 ปี โบว์ได้เงินทุกเดือนนะอย่างน้อยเดือนละ 2 หมื่นเนี่ยต้องได้
แล้วตอนนี้ยิ่งบริหารเวลาให้ทำงานแค่ทางโทรศัพท์กะอีเมล์ยิ่งสบาย โบว์แทบไม่ต้องขยับตัวเลย
จ้างแมสเซนเจอร์วิ่งเอางานจากช่างมาให้ถึงบ้านเลย
ส่วนงานเว็บของแอน มันก็มีงานตลอด ที่ตัดสินใจไปทำงานอาร์เอส เพราะโบว์คิดว่าโอกาสมันมา
1 เลยเรื่องเงินเพราะว่าจะได้เงินส่วนนี้เพิ่มขึ้น ถ้าบริหารงานดีๆ เงินเดิมที่ได้ก็ยังได้ด้วย
2 เรื่องโอกาส อย่่างที่บอก เค้าให้แอนเป็นระดับผู้บริการ เป็น project manager
ต้องประชุมและต้องพรีเซนต์งานกะเฮียฮ้อ โบว์ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนระดับเราจะก้าวไปถึง
โบว์เลยยุยงส่งเสริมให้แอนไป แล้วก็ไหนๆ แอนไปทำ โบว์ก็เลยไปทำด้วยเลย เป็นแพ็คเกจคู่
โบว์ไปดูเรื่องเงินๆทองๆ และเรื่องการประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ไม่รู้จะเป็นยังไงเหมือนกัน
แอบหนักใจเหมือนกันแหละ แต่ลองดูสักตั้ง :33:
โอ๊ววววววววว.. มายเฟรนส์ มายไอดอลลล :25: :25: :25:
// อยากได้รูปคู่ แล้วก็ขอลายเซนต์เฮียฮ้อ ได้ไหม :56:
อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 15:53 น.
ฝากประโยคประทับใจ ใน Class สุดท้ายของการเรียนวิชา Marketing Strategy บรรยายโดย Dr.Thasana Boonkwan
The greatest danger for most of us is not that our aim is too high and we miss it
but that it is too low and we reach it
By .. Michael Angelo
อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 20 มิ.ย. 2008, 16:02 น.
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดนั้นไม่ใช่การที่เราตั้งเป้าหมายเอาไว้สูง ๆ แล้วไม่สำเร็จ
แต่การที่เราตั้งเป้าหมายไว้ต่ำ ๆ แล้วเราทำสำเร็จ แบบนี้ต่างหากที่น่ากลัวซะยิ่งกว่า
แนวคิดนี้ สอนคนให้กล้าที่จะคิดใหญ่ และแนวความคิดนี้มีความเชื่อที่ว่า
เมื่อคนเราตั้งเป้าหมาย หรือ จุดหมายไว้เพียงใกล้ ๆ ง่าย ๆ เมื่อทำสำเร็จ ก็มักจะยินดีฉลอง
และคิดว่า สำเร็จแล้ว การเดินทาง ก้าวไขว่คว้า การต่อสู้ก็จะจบลงด้วยพร้อมกับการเฉลิมฉลองนั้น
สิ่งนั้นน่ากลัวซะกว่า การที่เราตั้งเป้าหมายเอาไว้สูง ๆ แล้วเมื่อพลาด ก็ไม่สายเกินไปหรอกที่จะลองใหม่อีกครั้ง :12:
เพิ่งเห็นว่าพิมพ์ผิด
2 เรื่องโอกาศ อย่างที่บอก เค้าให้แอนเป็นระดับผู้บริการ เป็น project manager :30: :30: :30:
ขอให้โบว์แอนผ่อนบ้านหมดภายใน 3 ปี ดังที่ตั้งใจไว้ครับ :46:
ผมตั้งไว้ 5 ปี ผ่านมาแล้ว 3 ปี ยังไม่ถึงครึ่งเลย :30:
:05: :05:
+ ตูน :25:
ไปฟังพี่คนนึงที่เป็นเฮดในอาร์เอสเขาพูดเรื่องเป้า(ยอดขาย)ของปีนี้
แล้วก็สรุปว่า เป้าเราใหญ่มาก
:30:
โบว์ผ่อนบ้านเสร็จแล้ว
มาช่วยพี่ผ่อนคอนโดต่อด้วยละกันนะ :27:
บริษัทนี้นี่ยังไงกัน
พูดกันแต่เรื่องเป้า ไม่ไหวจริงๆ :48:
เขาเน้นเป้ากันตั้งแต่สมัยเจมส์ โดมแล้วครับ
กางเกงอะไรวะ โคตรเน้นเลย
เป้าตุงๆ :04:
ไม่มีสายันห์เหรอครับ
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 30 ก.ค. 2009, 13:11 น.
:30:
ออสเตเรีย ถ้ามีคนนึงไปเรียน สามารถพาคนติดตามไปได้อีกคน อยู่แบบไม่ต้องเรียนก็ได้
แต่ต้องแต่งงานกันแล้ว :26:
อ้ะ :25:
เรียนนี่มันได้วีซ่า กี่ปีรึ :09:
แล้วแต่คอร์สที่สมัครค่ะ้ อีกอย่าง แล้วแต่ statement ที่โชว์ให้เค้าด้วย :25:
ช่วงชีวิตที่เหวี่ยงมาตั้งแต่ปลายปี ยักย้ายถ่ายเททางตำแหน่งงานระดับสูงกับต่างชาติหลายที่
มันไม่มีอะไรแน่นอน .. ท้อฉิบ แต่ก็ยังทำงานบริษัทเรื่อยๆ งานเรียบง่าย
แต่ลูกค้าผู้ใหญ่ที่บริหารเมืองพัทยาดันชอบงาน ทำงานเข้าขากัน ซึ่งจะพาไปสู่ในตำแหน่งงานที่อยากได้ตอนอายุ 30-40 ซะอย่างนั้น
สาธุ !!!! ขอให้ตูได้เข้าไปทำงานส่วนนั้น ไม่เกินปีหน้าด้วยเถ๊อะ :46:
// ได้เงินนะ ไม่โดนหลอก :25:
ได้งานแบบก้าวกระโดดก็ดีแล้วครับ เป็นการทดสอบตัวเองไปในตัวด้วย ขอให้ได้นะครับ
แอบขำที่ส้มทิ้งท้ายไว้ :30:
ขอให้ได้ทำ และทำแล้วได้เงิน
สมหวัง สมชื่อนะส้ม สมหวัง :25:
ชะ ชะ ช่า ด้วยสิพี่ติ๊ก
ประโยคสุดท้ายที่มันทิ้งท้าย เพราะกลัวโดนด่า :30:
ยังไงก็โดนอยู่แล้ว :30:
สู้ๆ นะพี่ศักด์
พี่ศักด์จะโกอินเตอร์ :25:
ยิ่งตามเก็บดาว
ยิ่งมองเห็นความฝันของตัวเอง
ที่อยากไปเมืองนอก :3005:
พี่แอนเป็น โปรเจคเมเนเจอร์ จริงเหรอ พี่ชายผมบอกว่า เห็นยกโต๊ะ จัดเก้าอีกอยู่เลย :30:
นั่นซิ ยังกะจับกัง :30:
ได้เงินเยอะๆแล้วก็มาเลี้ยงน้องนุ่งนะ :25:
รู้สึกว่าน้องนุ่งจะรวยกว่าพี่นะ :07:
อ้างคำพูดจาก: ☼ แอนค่ะ ☼ เมื่อ 30 ก.ค. 2009, 22:44 น.
ได้เงินเยอะๆแล้วก็มาเลี้ยงน้องนุ่งนะ :25:
สำเนาถูกต้อง
แสดงความยินดีไปกับแอนในTwitter
และ
เนื่องจากแอนเขียนมาในTwitterว่า
(http://img3.f0nt.com/30/3e6d7cbdef58afacf6e4c72d9d9592e1.jpg)
ทางการจริงๆมันต้องอย่างนี้ครับ
(http://img3.f0nt.com/30/8c99b1f517b7415dd17ae162052b6eda.jpg)
:56:
ไม่เอาตราครุฑมาด้วยเลยล่าาาา :07:
:30: :30: :30:
:30: หมอแมว ตลกอุปกรณ์
+1 :30:
หมอแมวไม่เซ็นรับรองสำเนาเลยละครับ :30b:
โอเคครับ ใส่หัวกระดาษให้แล้ว
(http://img3.f0nt.com/30/fe6fd3e71c8f3d68856e9a12b97bcd14.jpg)
แต่พอดีไม่มีปากกา :47:
สมแมวมากค่ะ :30:
สุดยอก ตลกอุปกรณ์ :30b:
เวลาได้รับจดหมายพวกนี้ พอเจอคำว่า "ใคร่ขอ" จะรู้สึกแปลกๆ ปะแล่มๆ :55:
ถ้ารวยอย่าลืมกันนะ พี่เขยยยย :02:
แปลว่าถ้าจนก็ให้ลืมได้เลย
หมอแมววว :30:
:30b: พี่หมอ
เอกสารแนวนี้เจอทุกวัน แต่อย่าให้เขียนเองนะ :30:
อ้างคำพูดจาก: คุณภูกระดึง เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 10:51 น.
แปลว่าถ้าจนก็ให้ลืมได้เลย
ตอนนี้กำลังลืมอยู่ครับ
เอ๊ะไม่สิๆ รอให้คอมที่สั่งมาถึงก่อนค่อยลืม
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 12:54 น.
ตอนนี้กำลังลืมอยู่ครับ
เอ๊ะไม่สิๆ รอให้คอมที่สั่งมาถึงก่อนค่อยลืม
ระวังเจอสินค้าถูกตีกลับ ระงับด่วน :30:
จะเปิดสาขาสอง ที่เสรี เซ็นเตอร์
ใครมีให้กู้สักสามแสนไหม :30:
มาเสรีจริงเปล่า ใกล้ๆ บ้านผมเลย :25:
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 13:55 น.
มาเสรีจริงเปล่า ใกล้ๆ บ้านผมเลย :25:
ถ้าหาเงินทันนะครับ
ห้างเสรี จะรีแบรนด์ใหม่ สิ้นปีนี้แหละ
ซีคอนก็ไม่แพ้กันนะครับ ตอนนี้ช่วงลานน้ำพุเดิมกำลังปรับปรุงใหม่
นั่งร้านมองแล้วหวาดเสียวมาก
เสี่ยโอ๋ :25a: :25a:
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 14:01 น.
ซีคอนก็ไม่แพ้กันนะครับ ตอนนี้ช่วงลานน้ำพุเดิมกำลังปรับปรุงใหม่
นั่งร้านมองแล้วหวาดเสียวมาก
เอ้อหรือว่าซีคอน วะ :30:
ต้องถามเมีย (แต่คงเสรีแหละ)
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 14:01 น.
เสี่ยโอ๋ :25a: :25a:
ถ้าหาเงินไม่ทันก็ไม่ได้เปิดนะครับ
เดือนที่ผ่านมาที่ซีคอนมีนิทรรศการภาพวาดสีน้ำด้วยแหละ
ถ้าเป็นพวกโรงเรียนน่าเสรีมั้ง เห็นมีอยู่โซนชั้นเดียวกับโรงหนัง
ถ้ามาเปิดจะแอบไปเกาะกระจกมอง :30:
ผมไม่แน่ใจว่าระหว่างซีคอนกับเสรีที่ไหนกันแน่ที่มีโรงเรียนศิลปะใหญ่ๆ อยู่
เห็นมีป้ายแขวนใหญ่มากๆ ที่หน้าห้าง
น่าจะเสรีนะครับ
แต่ซีคอนก็พอมี อยู่ชั้นบนแถวๆ โยโย่แลนด์
งั้นคงเสรีแหละ
ส่วนเรื่องโรงเรียนศิลปะ ใหญ่ๆเยอะ
น่าสนุกเนอะ :16: :22:
ลุงโอ๋ สู้ๆ :40:
อ้างคำพูดจาก: นานาาา เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 14:29 น.
ลุงโอ๋ สู้ๆ :40:
ตอนนี้ก็ เกาะเมียรับทานอยู่แหละ
งาน นานา เป็นไงมั่งหว่า
อ้างคำพูดจาก: กวีหนุ่ม เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 14:25 น.
งั้นคงเสรีแหละ
ส่วนเรื่องโรงเรียนศิลปะ ใหญ่ๆเยอะ
น่าสนุกเนอะ :16: :22:
ที่จะรีแบรนด์ใหม่ เป็นเสรีครับ
พอดีเพิ่งไปซื้อไม้แบตใหม่ เลยถามพนักงานเขาว่า
ทำไมเดี๋ยวนี้ร้านค้าหายไป
เหมือนว่าจะถูกซื้อโดยอะไรซักอย่างแล้วปรับปรุง เปลี่ยนแปลงใหม่หน่ะครับ
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 14:37 น.
ที่จะรีแบรนด์ใหม่ เป็นเสรีครับ
พอดีเพิ่งไปซื้อไม้แบตใหม่ เลยถามพนักงานเขาว่า
ทำไมเดี๋ยวนี้ร้านค้าหายไป
เหมือนว่าจะถูกซื้อโดยอะไรซักอย่างแล้วปรับปรุง เปลี่ยนแปลงใหม่หน่ะครับ
เพี้ยง ขอให้หาเงินทันเถอะ
ผมจะได้ไปเตะบอลที่เนชั่นใกล้ๆ :26:
โอ้วววว ขยายสาขา
เฮง เฮง เฮง นะคะพี่โอ๋ :25:
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 14:45 น.
โอ้วววว ขยายสาขา
เฮง เฮง เฮง นะคะพี่โอ๋ :25:
ยังๆๆๆๆๆ :35:
เดี๋ยวนี้พี่โอ๋ขอตังค์ได้วันละกี่บาทครับ
พี่นิดบอกเมื่อวานว่าให้วันละ ร้อย สองร้อย ค่ะ :47:
:05:
มากกว่าผมอีกนะ :05:
ร้อยนึง :05:
โบว์ให้แอนวันละ 500 นะ (โชว์เหนือ) :30:
เรื่องแบบนี้ต้องฟังความจากฝ่ายรับครับ :47:
ให้เติมน้ำมัน ค่าข้าวสองคน ค่ารถ ค่าขนม ค่าของจุกจิกของเจ๊
คือเจ๊ขี้เกียจพกกระเป๋าตัง :37:
เป๊ะเลย
แล้วก็ติดลบทุกวัน :05:
อ้างคำพูดจาก: ปิยะ เมื่อ 03 ส.ค. 2009, 00:17 น.
ให้เติมน้ำมัน ค่าข้าวสองคน ค่ารถ ค่าขนม ค่าของจุกจิกของเจ๊
คือเจ๊ขี้เกียจพกกระเป๋าตัง :37:
สมกับรักกันจริง รู้ด้วย :27:
มาเล่าชีวิตตัวเองบ้างครับ
ผมเรียนจบทางด้านวารสารมาครับ มาทำงานทางด้านออกแบบกราฟิก(ฝ่ายศิลปกรรม)
ด้วยความตั้งใจแต่แรกว่า
จะเข้ามาทำงานในกรุงเทพเพื่อหาประสบการณ์ซักที่ก่อน
อารมณ์ประมาณ หาที่ชุบตัว :56:
อาจเพราะว่าเราเป็นเด็กจบใหม่ เลยว่าจะลองเข้ามาทำงานในบริษัทหรือองค์กรใหญ่ๆ ดู
มันจะมีภาษีดีกว่า คิดว่าทำซักปี ก็คงพอแล้ว
ไปไปมามา อยู่ซีเอ็ด มาสองปีกว่าๆ แล้วครับ :30:
ตอนนี้เริ่มจะอิ่มกับสิ่งทีทำอยู่
บวกกับ ตอนนี้เรียนบัญชี ปวส. จะจบแล้ว(อาทิตย์หน้าก็จบแล้วครับ)
คิดไว้ว่า ถ้าเรียนจบบัญชี ปุ๊บ
อีกราวๆ เดือนสองเดือน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะเปิดรับพนักงานบัญชี
คงไปสมัครสอบครับ
คือ ที่บ้านผมพ่อทำอยู่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอยู่แล้ว
พี่ชายเพิ่งเข้ามาทำการไฟฟ้าได้ประมาณ ปีนึง
ส่วนผม ก็มีแววว่าจะได้เข้ามาสมทบตามแน่่ๆ
แม่อยากให้กลับบ้านมาทำการไฟฟ้าและอยู่ด้วยกันหน่ะครับ
อีกอย่างคือ พ่อผมกับพี่ทำงานคนละเขตกันครับ
เวลาพ่อกับพี่ชายออกไปทำงาน
บางครั้งต้องเข้าเวร ซ่อมไฟ ตอนเย็น (เคยเห็นรถการไฟฟ้าคันสีส้มๆ ไหม นั่นแหละ รถปฏิบัติการ)
ที่บ้านเลยเหลือแค่ แม่กับน้องสาว
ผมเลยว่า กลับไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ดีกว่า
อีกใจก็เพราะว่าอยากกลับมาอยู่บ้านเราด้วยหน่ะครับ
กลับมาอยู่บ้านที่ชลบุรี บ้านผมจะอยู่ชานๆ เมืองหน่อย
เวลาจะไปทำงานก็ขี่มอเตอร์ไซค์ ต๊อก ต๊อก ต๊อกไป
ไม่ต้องตื่นเช้า ฝ่าดงมรสุมรถยนต์
อยู่ที่ไหน คงไม่สบายเท่าอยู่บ้านเรา
เอาไว้ได้สมัครสอบเข้าการไฟฟ้าเมื่อไหร่
ชีวิตคงเปลี่ยนไปเยอะเลย :40:
แล้วจะมาเล่าให้ฟังถึงความเปลี่ยนแปลงอีกครั้งครับ
:25: น่าอิจฉา
ออยจะเป็นมนุษย์ไฟฟ้า :25:
อ้างคำพูดจาก: ทิดคิ้ว(ไม่)หนา+หนูบี เมื่อ 03 ส.ค. 2009, 09:02 น.
ออยจะเป็นมนุษย์ไฟฟ้า :25:
ตอนเด็กๆ โดนคุณครูแซวว่า
เด็กชายอานันท์ วันนี้นั่งรถอะไรมาโรงเรียนจ๊ะ
เด็กชายอานันท์ตอบว่า " รถไฟฟ้าครับ(คันสีส้มๆ) "
อ้างคำพูดจาก: aCh. เมื่อ 03 ส.ค. 2009, 08:48 น.
:25: น่าอิจฉา
ยังหวั่นๆ อยู่ว่า
ทำงานภายใต้เงา พ่อนี่
อันตรายๆ ไงไม่รู้ :44:
แบบ ถ้าจะโดนว่า ก็จะโดนว่าเบาลงหน่อย
เพราะพนักงานคนอื่นจะเกรงใจพ่อ
เราเองก็ต้องทำตัวดีๆ เหมือนกัน
เดี๋ยวโดนว่าว่า ไอ้นี่เด็กเส้นอีก :05:
อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา :40:
ออยสมัครเป็นเสาไฟฟ้าสินะครับ :47:
จบ ป.ตรีแล้ว
ไปเรียน ปวส.ได้ด้วยเหรอ เค้าจำกัดอายุมั้ย :25:
พอดีพี่จบโทแล้วน่ะ อยากลงอะไรบางอย่างของ พวกโรงเรียนอาชีวะน่ะ :47b:
มันมีวิทยาลัยสารพัดช่างนะ ถ้าอย่างหาอะไรเรียนเพิ่มเติมแบบไม่ซีเรียสมาก
แม่พี่ไปเรียนช่างเย็บหนังมา เพราะมีพื้นฐานเย็บผ้า ตอนนี้ก็เย็บกระเป๋าหนังขายได้แล้ว
เพื่อนพี่อีกคนก็ลูกเจ้าของร้านข้าวสาร เบื่อจัด ไปเรียนซ่อมมอเตอร์ไซค์ ชีวิตมีความสุขดี
โอ๊วว ต้องไปเรียนที่กรุงเทพสินะ :08:
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 03 ส.ค. 2009, 12:26 น.
จบ ป.ตรีแล้ว
ไปเรียน ปวส.ได้ด้วยเหรอ เค้าจำกัดอายุมั้ย :25:
พอดีพี่จบโทแล้วน่ะ อยากลงอะไรบางอย่างของ พวกโรงเรียนอาชีวะน่ะ :47b:
ไม่จำกัดอายุนะพี่ส้ม
เพื่อนในห้องผมก็ ป.โท กันหลายคนเลย
แต่ที่เค้ามาเรียนเนี่ย
เค้าอยากได้วุฒิ ปวส. หน่ะครับ
เช่น
ปวช บัญชี
ปวส การตลาด
ป. ตรี บัญชี
ป. โท บริหาร
แต่เวลาไปสมัครงาน เขารับวุฒิบัญชี เลยต้องเอาวุฒิ ปวช ไปยื่นสมัคร
เพราะฉะนั้น คนนี้เลยมาเรียนเอาวุฒิ ปวส. เพื่อไปปรับวุฒิ ปรับเงินเดือน อะไรแบบนี้หน่ะครับ
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 03 ส.ค. 2009, 12:31 น.
โอ๊วว ต้องไปเรียนที่กรุงเทพสินะ :08:
ผมเรียนอยู่ที่ชลบุรีนะ วิทยาลัยการอาชีพ พนัสนิคม :42:
ขอบคุณมาก น้องออย พี่ร่ม :25:
คิดว่ามีวิทยาลัยสารพัดช่างทุกจังหวัดในประเทศไทยนะส้ม :25:
อย่างน้อยๆ ก็จังหวัดเจริญๆ หน่อยน่ะมีแน่ๆ
ถ้ากระเทยเข้าถึง แสดงว่าเจริญแล้ว :47:
ใชเกณฑ์นั้น บ้านส้มนั่นศูนย์กลางความเจริญเลยนะนั่น :47:
แล้วเชียงใหม่บ้านตูด้วย :05:
คนอย่างพี่เจน..นี่มัน..
คนเราตัดสินที่หน้าตาไม่ได้ซะแล้ว :07:
ตัดสินคนจากหน้าตาได้สิ :37:
อย่างไอ้เจนนี่ดูหน้ามันแล้ว ส้มคิดว่ามันเป็นคนดีเหรอ ก็...พอๆ กับหน้าตานี่ :47:
งั้นพี่ส้มไปที่ไหนที่นั่นก็เจริญสิ :25:
กำลังจะบอกว่าเจ๊ส้ม เป็น อบต ใช่มั้ย :25:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 03 ส.ค. 2009, 12:39 น.
ถ้ากระเทยเข้าถึง แสดงว่าเจริญแล้ว :47:
อ้างคำพูดจาก: โตน เมื่อ 03 ส.ค. 2009, 12:47 น.
งั้นพี่ส้มไปที่ไหนที่นั่นก็เจริญสิ :25:
:30a: :30a: :30a: :30a:
ไอ้ห่า..โตนนนนนนนน :07: :07: :07:
:30: :30:
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 03 ส.ค. 2009, 12:31 น.
โอ๊วว ต้องไปเรียนที่กรุงเทพสินะ :08:
วิทยาการอาชีพบางละมุง ใกล้พัทยาที่สุด อยู่ซอยหนองเกตุใหญ่
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 03 ส.ค. 2009, 12:26 น.
จบ ป.ตรีแล้ว
ไปเรียน ปวส.ได้ด้วยเหรอ เค้าจำกัดอายุมั้ย :25:
พอดีพี่จบโทแล้วน่ะ อยากลงอะไรบางอย่างของ พวกโรงเรียนอาชีวะน่ะ :47b:
โอ้ เป็นคำถามที่ค้างคาใจมานาน คือ ตูนอยากเรียนเพิ่มพวกวุฒิปวส.
หรือว่า เป็นใบประกาศอะไรแบบนี้เพิ่มเติมด้านวิศวะเครื่องกล
หรืออะไรทำนองนี้เพิ่มน่ะ แต่ว่า ไม่แน่ใจว่าเรียนได้ไหม ?
เพราะเราไม่ได้เรียนทางวิทย์ คณิตมา
ช่วงนี้ เรื่องงาน เหนื่อยๆ เพลียๆ นิดหน่อยครับ รู้สึกเหมือนบางอย่างกำลังถาโถม
จากเมื่อก่อน งานที่พี่ชายเคยทำ เราก็เป็นคนต้องทำ เริ่มรุ้เลยว่า ตอนนั้นพี่เขาต้องแบกรับอะไรไว้บ้าง
เหนื่อยสุดคือการใช้คน พยายามสร้างระบบให้ตัวเองควบคุมง่ายขึ้นอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้มากน้อยแค่ไหน
เราเกือบจะเป็นน้องสุดแต่กลับโดนบอกว่าต้องเป็นอาวุโสสุดนี่มันก็กดดัน เหมือนกัน
จะสั่งใครทำอะไรก็ลำบากซะด้วย ก็เลยเปลี่ยนเป็นข้อร้องแทน ดูมันจะเข้ากับเราดี
แล้วพี่ชายเขาไปไหนซะละครับ :56:
เขาหนีไปทำงานกรรมกร แบกหามอยู่ค่ายเพลงชื่อดังแห่งหนึ่งที่ไม่ใช่แกรมมี่อะครับ :37:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 02 ส.ค. 2009, 17:46 น.
(http://img3.f0nt.com/02/aa690aec8f1c50a067c04bf2e967c8a0.jpg)
นั่นมันโฟรโมท :07:
:47:
นี่ถือเป็นการปั่นบนหิ้งนะครับ ดังนั้นให้เวลาแก้ไข เป็น แก้มุกให้ผมโดยด่วน !!
อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 04 ส.ค. 2009, 22:30 น.
โอ้ เป็นคำถามที่ค้างคาใจมานาน คือ ตูนอยากเรียนเพิ่มพวกวุฒิปวส.
หรือว่า เป็นใบประกาศอะไรแบบนี้เพิ่มเติมด้านวิศวะเครื่องกล
หรืออะไรทำนองนี้เพิ่มน่ะ แต่ว่า ไม่แน่ใจว่าเรียนได้ไหม ?
เพราะเราไม่ได้เรียนทางวิทย์ คณิตมา
ตอบว่าได้ครับ
ตอนไปสมัครพี่ก็เอาวุฒิ ม.3 ไปสมัคร(ปวช.) หรือม.6 ไปสมัคร(ปวส.)
ผมก็เรียนปวส. บัญชี อาทิตย์หน้านี้ก็จะจบแล้วครับ :40:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 05 ส.ค. 2009, 01:31 น.
นั่นมันโฟรโมท :07:
โฟร์มด สร้างสรร เด็กดีมีคุณภาพ :37:
เมื่อวันก่อน เพื่อนที่เปิดบริษัททำโมชั่น
(ผูกขาดงานด้านเอ็มวีค่ายใหญ่ๆเยอะเหมือนกัน)
ก็โทรมาถามหาคนไปทำงาน รุ่นน้องที่เพิ่งจบที่เทพๆ
ด้วยเหตุว่าผมยังเป็นคนเดียวในรุ่นที่รู้จักรุ่นน้องหลังๆ
ทุกวันนี้นับถึงปี 1 ก็ยังรู้จักดีหลายคน
มันว่า รุ่นนี้มีเก่งๆเยอะปะ ทำพวกงานภาพเคลื่อนไหว
ผมก็ว่า เอ้อ เยอะเหมือนกัน ที่ผลงานดีด้วยและทำงานดีนิสัยดีด้วยก็ 4-5 คน
มันก็ว่า เอ้อ ติดต่อให้ทีดิ ผมเลยตอบว่า อ๋อ พอดีไอ้เก่งๆนั้น
4 คนมาทำงานกับเราหมดแล้ว :30:
ซึ่งจะว่าไป ก็มี 2 คนในนี้ที่ทำงานอยู่ที่อื่น
แต่ทำได้เดือนเดียวผมก็บอกให้มันลาออกมาทำกับผม
ถ้าหาเหตุออกไม่ได้ ก็ทำเป็นมีเรื่องต่อยกันก็ได้ :30:
แต่มันก็คุยเขาดีๆน่ะนะครับ จะว่าไปถ้าคนเรามีทางเลือก
ทุกคนก็ต้องเลือกสำหรับตัวเองอยู่แล้วน่ะนะ
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 05 ส.ค. 2009, 16:56 น.
เมื่อวันก่อน เพื่อนที่เปิดบริษัททำโมชั่น
(ผูกขาดงานด้านเอ็มวีค่ายใหญ่ๆเยอะเหมือนกัน)
ก็โทรมาถามหาคนไปทำงาน รุ่นน้องที่เพิ่งจบที่เทพๆ
ด้วยเหตุว่าผมยังเป็นคนเดียวในรุ่นที่รู้จักรุ่นน้องหลังๆ
ทุกวันนี้นับถึงปี 1 ก็ยังรู้จักดีหลายคน
มันว่า รุ่นนี้มีเก่งๆเยอะปะ ทำพวกงานภาพเคลื่อนไหว
ผมก็ว่า เอ้อ เยอะเหมือนกัน ที่ผลงานดีด้วยและทำงานดีนิสัยดีด้วยก็ 4-5 คน
มันก็ว่า เอ้อ ติดต่อให้ทีดิ ผมเลยตอบว่า อ๋อ พอดีไอ้เก่งๆนั้น
4 คนมาทำงานกับเราหมดแล้ว :30:
ซึ่งจะว่าไป ก็มี 2 คนในนี้ที่ทำงานอยู่ที่อื่น
แต่ทำได้เดือนเดียวผมก็บอกให้มันลาออกมาทำกับผม
ถ้าหาเหตุออกไม่ได้ ก็ทำเป็นมีเรื่องต่อยกันก็ได้ :30:
แต่มันก็คุยเขาดีๆน่ะนะครับ จะว่าไปถ้าคนเรามีทางเลือก
ทุกคนก็ต้องเลือกสำหรับตัวเองอยู่แล้วน่ะนะ
วิชามารมากๆ :30: :30:
"ถ้าคนเรามีทางเลือก
ทุกคนก็ต้องเลือกสำหรับตัวเองอยู่แล้วน่ะนะ" ถูก :12:
ไม่ได้วิชามารอะไรนะครับ :30:
เหตุผลที่มันไปบอกก็ง่ายๆ บ้านมันอยู่สาย 2
แต่ออฟฟิสแห่งนั้นอยู่แถวราม (ช่องป็อปไลฟ์)
ถึงมันไม่ออกเพราะผม ใครๆก็ต้องว่ามันบ้าอยู่ดี
ที่นั่งรถ 2 ชั่วโมงกว่าไปทำงานได้ทุกวัน :37:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 05 ส.ค. 2009, 16:56 น.
มันว่า รุ่นนี้มีเก่งๆเยอะปะ ทำพวกงานภาพเคลื่อนไหว
ผมก็ว่า เอ้อ เยอะเหมือนกัน ที่ผลงานดีด้วยและทำงานดีนิสัยดีด้วยก็ 4-5 คน
มันก็ว่า เอ้อ ติดต่อให้ทีดิ ผมเลยตอบว่า อ๋อ พอดีไอ้เก่งๆนั้น
4 คนมาทำงานกับเราหมดแล้ว :30:
ซึ่งจะว่าไป ก็มี 2 คนในนี้ที่ทำงานอยู่ที่อื่น
แต่ทำได้เดือนเดียวผมก็บอกให้มันลาออกมาทำกับผม
ที่ลงไปคลุกคลีกับเด็กๆ นี่มีวัตถุประสงค์อย่างนี้นี่เอง :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 05 ส.ค. 2009, 17:37 น.
ที่นั่งรถ 2 ชั่วโมงกว่าไปทำงานได้ทุกวัน :37:
:08:
ใช้เวลาเท่านั้นออกจะธรรมดาเด็กกทม. :3005:
ใช้เวลานานกว่า กรุงเทพ-พัทยา ซะอีกเนอะ :3005:
ตอนนี้อยากรู้ว่าชีวิตหนุ่มสาวออฟิศ แอน-โบว์
ว่าเป็นยังไงกันมั่งแล้ว :25:
ตูใช้เวลาเดินทางไปทำงาน 10 นาที :56:
ตูทำงาน ไปหาลูกค้า 10 นาทีก็บ่นเป็นหมีเลยนะ :37:
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 05 ส.ค. 2009, 22:13 น.
ตอนนี้อยากรู้ว่าชีวิตหนุ่มสาวออฟิศ แอน-โบว์
ว่าเป็นยังไงกันมั่งแล้ว :25:
:33:/
อ้างคำพูดจาก: อุ้ย เมื่อ 05 ส.ค. 2009, 22:14 น.
ตูใช้เวลาเดินทางไปทำงาน 10 นาที :56:
เดินทางชั่วโมงนึง :3005:
โบว์แอนเริ่มงานมา 3 วันแล้วค่ะ
เหมือนไปเปลี่ยนสถานที่กินข้าวเลย เพราะยังไม่มีคอมกะเน็ต
ไปนั่งๆนอนๆ อาทิตย์หน้า คิดว่าจะได้เริ่มลุยงานแล้ว เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังนะ :33:
มาเล่าให้ผมฟังด้วยนะครับ :25:
ขอเรื่องที่เกี่ยวกับดาราสาวสวยๆ ด้วยนะครับ
:16:
ถามแตนได้ แตนก็มานั่งๆนอนๆ ด้วยกันเนี่ยแหละ :30:
อ้าววว แตนก็ไปทำงานกับโบว์ด้วยเหรอ :30:
จะไปอยู่อาร์เอสกันทั้งบอร์ดมั้ยเนี่ย :30: :30:
ไปด้วยคนจิ :56:
เขาเรียกว่า เราจะค่อยๆ ขยายกำลังพลไปทีละนิด :53:
ไปย่วยยี่ :25:
มีใครไปอยู่สังกัดอาร์เอสมั่งเนี่ย
พี่โบว์ พี่แอย เจ้แตน หมี แล้วมีใครอีก :25:
เดือน :56:
นั่งๆ นอนๆ ชอบมากกก ไปด้วยยยยยย :25:
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร = ลุงเป็ด เมื่อ 06 ส.ค. 2009, 13:12 น.
จะไปอยู่อาร์เอสกันทั้งบอร์ดมั้ยเนี่ย :30: :30:
ป่ะ ย้ายที่ทำงานไหมครับลุง :56:
ตอนนี้ได้ส่งกำลังเข้าไปแทรกแซงภายในหลายคนแล้ว
ต่อไปจะทำการปลุกระดมให้คนภายในที่มีอยู่เดิมมาเข้าเป็นพวกเรา
หลังจากนั้นจะเริ่มส่งกำลังที่เหลือบุกยึดออฟฟิศใหญ่ และสาขา
สุดท้าย RS จะตกเป็นของพวกเรา และเปลี่ยนชื่อเป็น F0nt Corporate แทนชื่อเดิม
แล้วส่งจักรีออกเทปเป็นศิลปินรายแรก :37:
ตามด้วย ก่อ ชาร์ป เบล :27: แต่แหม่ มันมีวันเดอร์เกย์ไปแล้วนี่สิ
:39: อนาคตบริษัทดูริบหรี่ยังไงไม่รู้นะครับ
:3005:
อาร์เอสพ่อทุกสถาบัน :27:
เห็นโบว์มาโพส อุตส่าตามมาดูสาระในจู๋นี้ :37:
นี่แหละสาระ :30:
อ้างคำพูดจาก: โต เมื่อ 06 ส.ค. 2009, 13:31 น.
มีใครไปอยู่สังกัดอาร์เอสมั่งเนี่ย
พี่โบว์ พี่แอย เจ้แตน หมี แล้วมีใครอีก :25:
พี่โอ้เอ้ด้วย เดือนด้วยนะ :33:
ปล.มีพี่เจ้านายของจักรีก็เข้ามาด้วยแหละ แต่อยู่คนละที่
วันก่อนจักรีก็เข้ามา เห็นว่ามาส่งเอกสาร :30:
ไปด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย :3005:
:18: อ้าวเพิ่งรู้ข่าว
ผมก็จะไปอยู่ rs เหมือนกัน เห็นพี่โบว์โทรมาชวนให้ไปเป็น โปรเจ็คเมเนเจอร์ แทน พี่คนที่ ชื่อ แอนหรือไงนี่แหละ
พอดีเห็นผมส่งเอกสารคล่องใช่มั้ยละ เลยมีแววจะเป็น md (Massagger Director)
:30:
:30: :30: :30: :30: :30:
สำเนาถูกต้อง
งานที่เคยลงสมัครไว้เมื่อนานมาก มาแล้ว เรียกไปสัมภาษณ์
รู้แค่ว่าเป็นงานมาร์เก็ตติ้ง .. ไม่บอกห่านอะไรเลย ไปตามกลิ่นเงินอย่างเดียว
เป็นมาร์เก็ตติ้ง แอนด์แอดมินเอ็กเซกกูถีบ ของบริษัทซ่อมเครื่องบิน
งานท่าทางน่าสนุกมาก แต่รายละเอียดงานนั้น .. แทบจะถามว่า นี่ได้เงินเป็นแสนรึเปล่า
งานทับมั่วซั่วไปหมด ทั้งงานมาร์เก็ต งานแอดมิน งานเลขา งานขาย
เงินดีมาก แต่ ... ดูแล้วจะซวยในอนาคต เลยขอบาย :37:
สงสัยแกต้องเปลี่ยนแนวเปล่าวะเรื่องงานน่ะ
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 11 ส.ค. 2009, 16:52 น.
งานที่เคยลงสมัครไว้เมื่อนานมาก มาแล้ว เรียกไปสัมภาษณ์
รู้แค่ว่าเป็นงานมาร์เก็ตติ้ง .. ไม่บอกห่านอะไรเลย ไปตามกลิ่นเงินอย่างเดียว
เป็นมาร์เก็ตติ้ง แอนด์แอดมินเอ็กเซกกูถีบ ของบริษัทซ่อมเครื่องบิน
งานท่าทางน่าสนุกมาก แต่รายละเอียดงานนั้น .. แทบจะถามว่า นี่ได้เงินเป็นแสนรึเปล่า
งานทับมั่วซั่วไปหมด ทั้งงานมาร์เก็ต งานแอดมิน งานเลขา งานขาย
เงินไม่ดีมาก แต่ ... ดูแล้วจะซวยในอนาคต เลยขอบาย :37:
field งานปัจจุบันที่ทำสีเอาไว้ :05a:
แล้วตอนนี้เพิ่มเป็น Admin ระบบ Network ของบริษัทเพิ่มมาอีกอย่างด้วยล่ะเจ้
บริษัทผมนี่ ผมทำทุกอย่างเล๊ย เยอะกว่านี้อีก
:52: :05:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 12 ส.ค. 2009, 12:03 น.
สงสัยแกต้องเปลี่ยนแนวเปล่าวะเรื่องงานน่ะ
ไปเป็นเมีย ผู้จัดการอาร์เอสน่ะเหรอ ก็ดีนะ :37:
เป็นเมียผู้จัดการโฟร์เอส น่าจะมีลุ้นมากกว่านะ :47:
ไปเป็นผัวสิ
อะ ล้อเล่นนน
ส้มเป็นผู้หญิง ส้มเป็นผู้หญิง ส้มเป็นผู้หญิง
:30: :30: :30:
ไม่ธรรมดาซะแล้วลุงอ๋าเนี่ย...เดี๋ยวนี้กล้าเล่นนะเนี่ย :30:
อ้างคำพูดจาก: คุณภูกระดึง เมื่อ 13 ส.ค. 2009, 10:28 น.
บริษัทผมนี่ ผมทำทุกอย่างเล๊ย เยอะกว่านี้อีก
:52: :05:
อาร์เอส โฟร์เอส ยากไป
ลองเป็นเมียเจ้าของบริษัทนี้ดูมั้ยส้ม :47:
:30: :30:
:47b:
อ้างคำพูดจาก: คุณภูกระดึง เมื่อ 13 ส.ค. 2009, 10:28 น.
บริษัทผมนี่ ผมทำทุกอย่างเล๊ย เยอะกว่านี้อีก
:52: :05:
เข้าเว็บบริษัทเจอหน้าทีมงาน (http://www.kha-naad.com/)ก็หนาวแล้วครับ :48a:
ชื่อบริษัทขนาดหลาย (อ่านเป็นสำเนียงอีสาน) :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 13:16 น.
มีเรื่องมาให้หนักใจอีกแล้ว
เพื่อนที่ทำฟรีแรนซ์ให้อยู่ประจำๆ มาชวนไปทำงานด้วย แบบเต็มตัว
โดยมีข้อเสนอยั่วยวนใจ คือให้ทำงานอยู่กับบ้าน เงินเดือนบอกของปัจจุบันไป มันไม่สะดุ้งสะเทือน ก็คิดว่าน่าจะรับได้
กับที่ทำงานอยู่ปัจจุบัน งานไม่หนักหนาอะไรมาก แต่ต้องตื่นเช้าขับรถมาทำงาน
ปลายปีมีโบนัส เงินเดือนขึ้นปีละ 1-2 เปอร์เซ็นต์ (ปรับตำแหน่งเงินเดือนขึ้นอีกต่างหาก)
ตอนนี้เลยนั่งนึกว่าจะเอาไงดีหว่า คิดไม่ตก :05:
ทำกับเพื่อนสบายอยู่บ้านมีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น (แต่ความมั่นคง ยังไม่แน่ใจ)
ทำที่เดิม เวลาไม่ค่อยมี (แต่ความมั่นคงค่อนข้างแน่นอน)
แอบอ้างไกลโคตร
มันกลับมาอีกแล้วววววว
เมื่อเช้าเพื่อนโทรมาชวนอีกและ
โดยมีข้อเสนอคือ เงินเดือนให้มากกว่าที่ชวนครั้งแรก+มีลูกน้อง 1 คน+มีโบนัสปลายปีด้วย
รายละเอียดงาน ก็ให้ไปคุมงานออกแบบ และโปรดักชั่นทั้งหมด
รายรับน่าจะน้อยกว่าเดิมจากตอนที่ทำงานที่ปัจจุบัน+ฟรีแลนซ์ อยู่นิดนึง
แต่รายจ่ายน่าจะลดลงไปด้วยเยอะพอตัว เพราะที่ทำงานใกล้บ้านมาก
ที่แน่ๆ คงไม่ต้องแหกขี้ตาตื่นแต่เช้า
ให้คำตอบสิ้นเดือนนี้
คิดหนักอีกแล้วซิเรา
ดูความแน่นอน ไม่หลุกหลิกนะ
ถ้าถูกใจก็ไปเลย ลองดูๆ
เพราะการได้น้อยกว่าเดิม แต่ก็จ่ายน้อยกว่าเดิม แถมมีเวลาว่างเนี่ย
มันเจ๋งมากเลยนะ
จากระยะเวลาที่มันชวนตั้งแต่ครั้งแรกมาจนทุกวันนี้
งานก็มีเรื่อยๆ อะนะ เพราะตอนนี้รับงานพิมพ์อิงค์เจ็ทด้วย (มีเครื่องของตัวเอง)
มันบอกมายังตกใจเลย เฮ้ยโตขนาดซื้อเครื่องเองแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าเครื่องเล็กหรือใหญ่แค่ไหน
เท่าที่ดูก็โตขึ้นเรื่อยๆ นะ ก็เลยเออน่าสนใจดีเหมือนกัน
ส่วนเรื่องเวลาว่างนี่ไม่แน่ใจแฮะ เพราะว่าลองคุมงานโปรดักชั่นแล้วเนี่ย
ยิ่งงานที่รับส่วนใหญ่เป็นงานโปรโมชั่นด้วย พอใกล้ออกโปรโมชั่น
คงหัวปั่นกันน่าดูเลยล่ะ :44:
ถ้าอยากให้ชีวิตไม่จืดชืดก็ลองดู
เผื่อมีเวลาว่างรับงานนอกอีก เก็บตังค์แต่งงาน :25:
เอาวะ ลองดูซักตั้ง :27:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 21 ส.ค. 2009, 16:10 น.
ดูความแน่นอน ไม่หลุกหลิกนะ
ถ้าถูกใจก็ไปเลย ลองดูๆ
เพราะการได้น้อยกว่าเดิม แต่ก็จ่ายน้อยกว่าเดิม แถมมีเวลาว่างเนี่ย
มันเจ๋งมากเลยนะ
เห็นด้วยกับแอนข้อนี้นะ
นี่ก็วางแผน จะออกไปหางานที่ได้เงินน้อยกว่า แต่เวลาเพิ่มขึ้นอยู่เหมือนกัน
เป็นรูปเป็นร่างเมื่อไหร่ ก็คงหยุดกา่รทำงานหามรุ่งหามค่ำแบบนี้ซักที
เวลาว่างนี่เจ๋งจริงเหรอ
ผมนั่งถามตัวเอง
เพราะตอนนี้เวลาว่างโคตรเยอะ :30:
ว่างงั้นมาเตะบอลกันพี่ :25:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 21 ส.ค. 2009, 17:48 น.
ว่างงั้นมาเตะบอลกันพี่ :25:
ผมว่างวันธรรมดาที่คนอื่นทำงานกันไง ฮาๆๆ
ว้า :16:
อ้างคำพูดจาก: 'ระจัน เมื่อ 21 ส.ค. 2009, 17:52 น.
ผมว่างวันธรรมดาที่คนอื่นทำงานกันไง ฮาๆๆ
งั้นไปเตะบอลกันสองคนกับผม
ผมก็ว่างเหมือนกัน :30:
เชียร์ ศักดิ์ สู้สู้ :12:
เวลา ... เป็นสิ่งทีมีค่ามากที่สุดเลยนะคะ :05:
ยกเว้นจะชินแล้ว ก็ไม่เป็นไรค่ะ
จะขึ้นเลข 3 แล้ว เผลอแป๊บเดียวเอง :05:
นี่ขนาดยังไม่เลข 3 นะหมอ
ก็เกือบล้านแล้ว
วันนี้แม่บอกว่าจะให้ตูไปสมัครเป็นพนักงานขายประกัน
แม่บอกตูว่า ถ้าปิดกับตัวแทน ตัวแทนจะซื้อทองให้แม่ 5 บาท
แม่เลยปิ๊งไอเดีย ว่า .. งั้นตูก็ปิดกับตัวแทนที่เป็นลูกตู ให้ลูกตูสมัครเลยดีกว่า
.... :08:
แม่ตูจะลงทุนในกองทุนไทยประกัน ได้ปีละ 2 แสน ได้ดอกมากกว่าธนาคาร
แต่ .... ทำมั๊ย ทำไม มันตะหงิดๆใจยังไงไม่รู้
1.ต้องไปสมัครกับตัวแทนที่กรุงเทพ แล้วสมัครที่ตัวแทนที่นี่ไม่ได้เรอะ
..... ตูคิดว่า นี่มันระบบเฮอร์เบอไลฟ์ป่าวฟะ สมัครภายใต้ไลน์เจ้เค้าดีกว่ามาสมัครที่นี่ และเจ้เค้ายอมถ่อจากกรุงเทพมาหาตูเลยนะ
(แม่ให้เหตุผลว่า เค้าเป็นตัวแทนจากสำนักงานใหญ่เลยนะ ...... // แล้วมันต่างกับผู้จัดการสาขาที่พัทยาตรงหน๊ายยย :3005:)
2.จะได้ค่คอมตั้งแสนนึงถ้าปิดแม่ตูเป็นลูกค้ารายแรก
..... ทำไมตูรู้สึกว่าเป็นส่วนลดของพนักงานมากกว่าค่าคอมวะ เพราะคนในครอบครัวพนักงานทำเอง
เงินหนึ่งแสน มันจะพูดเป็นค่าอะไรก็ได้นะ ถ้าพูดเป็นค่าคอมมันก็เออ เยอะ.. ถ้าพูดว่าเป็ส่วนลดล่ะ ... :08:
แม่ตูเลยตัดบทไปว่า ปิดกับคนอื่นก็ให้เงินแสนคนอื่น ถ้าปิดกับหล่อน หล่อนก็ได้ไงยะ
ทำมั๊ย ทำไม ... ทำมั๊ย ทำไม มันรู้สึกตะหงิดจริงโว๊ยยยย :05:
ตอนนี้ยื่นลาออกกับออฟฟิศไปแล้ว
จะลงมาดูงานอิงค์เจ็ท จริงจังซะทีและ
ใครมีงานอิงค์เจ็ท บอกได้นะคร้าบ
เครื่องหน้ากว้าง 1.50 เมตรจ้ะ :27:
แล้วก็อีกเรื่องนึงใครพอมีทำเลดีๆ
สำหรับขายอาหาร พวกตึกแถว หรือโครงการให้เช่า แนะนำกันมั่งนะฮะ :25:
ร้านแถวไหน? ตรม.เท่าไหร่ครับ?
ออฟฟิศอยู่ สุขุมวิท 101/1 จ้ะ
ตรม. เท่าไหร่ เดี๋ยวไปถามเพื่อนก่อน
พี่ไม่ได้ดูเรื่องราคาแฮะ เอ้อลืมบอกไปว่า
เป็นอินดอร์นะ
ตรม.ละเท่าไหร่ ส่งพัทยาไหมไหม
ที่นี่ อัดราคากันอยู่ที่ 120 บาท :37:
เอ๊าท์ดอร์เท่าไหร่ อินดอร์เท่าไหร่ คะ
ปล. ทำเลขายข้าว สนใจมาเปิดแถวโซนอีสเทิร์นซีบอร์ด ไม่ก็แถวมาบตาพุทไหม
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 27 ส.ค. 2009, 11:08 น.
ตรม.ละเท่าไหร่ ส่งพัทยาไหมไหม
ที่นี่ อัดราคากันอยู่ที่ 120 บาท :37:
เอ๊าท์ดอร์เท่าไหร่ อินดอร์เท่าไหร่ คะ
ปล. ทำเลขายข้าว สนใจมาเปิดแถวโซนอีสเทิร์นซีบอร์ด ไม่ก็แถวมาบตาพุทไหม
รับแต่อินดอร์ นะ เอาท์ดอร์ ไม่ไหว เครื่องใหญ่เกิน ไม่มีที่ตั้ง
แต่อนาคตก็ไม่แน่ ต้องรอดูงานต่อไป
ส่วนทำเล อีสเทิร์นไกลไป ไม่ไหว ขอ กทม. ก่อนแล้วกัน
ที่ใช้บริการอยู่ตรม.ละ 200 กลางๆ ติดตั้งด้วยก็อยู่ที่ ราวๆ 450 (ภายในเหมือนกัน)
เลยมาลองถามดูครับ :37:
เดี๋ยวถามเพื่อนให้นะ
สงสัยยังไม่ตื่น เมื่อคืนท่าจะหนัก
เริ่มมองเห็นอนาคตตัวเองรำไรๆ
ที่ออฟฟิศใช้อยู่ประมาณ 300 - 500
ลองเอางานมาเสนอมั้ย
เพราะใช้เยอะใช้บ่อย อย่างน้อยชิงร้อยฯก็ใช้ทุกเทปละวะ :37:
ได้ครับพี่ :25:
ตอนนี้หลักๆผมทำให้
ธนชาต บิ๊กซี แล้วก็ CP Freshmart อะครับ
พี่ศักดิ์เป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว :05:
ยังไม่ได้แต่งงาน :07:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 27 ส.ค. 2009, 11:30 น.
ยังไม่ได้แต่งงาน :07:
ผมจะรอสวมชุดทักซิโด้ไปงานแต่งพี่นะ :30:
ยังอะ อีก 3 ปี รอไปก่อน
แต่อย่างที่บอกถ้ามีจริง ก็อย่าหวังเรื่อง ทักซิโด้
คอนเซ็ปเราไม่เอาหรูหราอยู่แล้ว :49:
ที่ถามเรื่องราคางานมาโทรไปถามเพื่อนมาและ
มันบอก บอกไม่ได้อะ ต้องบอกมาก่อนว่าจะให้ปริ้นท์ลงอะไรยังไง
ถึงจะบอกราคาได้อะจ้ะ
ส่วนที่พี่ร่ม บอก Work Point
นี่เค้าส่งผ่านจัดซื้อกลาง หรือว่าให้ ครีเอทีฟ สั่งได้เลยอะพี่
เพราะถ้าจัดซื้อกลางนี่ท่าจะแย่ เห็นเพื่อนบอกไม่ค่อยยอมจะเปลี่ยนเจ้ากันหรอก
อ้างอิง
เพราะถ้าจัดซื้อกลางนี่ท่าจะแย่ เห็นเพื่อนบอกไม่ค่อยยอมจะเปลี่ยนเจ้ากันหรอก
ขอบอกว่าความเชื่อนี้ เป็นความเชื่อที่ผิดล่ะ :37:
ขอให้หน้าด้านหน้าทนยื่นไปเถอะค่ะพี่ ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม
วันนึง มันจะมีปัญหากับเจ้าเก่า แล้วหาเจ้าใหม่ไม่ทัน และบังเอิ๊ญญญญ เราเป็นคนที่เค้ารู้จักเพราะไปสาระแนแนะนำบริษัทไว้
" ไม่เลือกหนู หรือว่าพี่มีอยู่แล้วไม่เป็นไรค่ะ .. หนูขอเป็นบริษัททางเลือกในอนาคตก็พอ "
หรือขอลองส่งใบเสนอราคาดู .. ทิ้งไว้แค่นั้นแหละค่ะ ให้ไม่เกิน 3 เดือน โดนเรียกตัว ชัวร์ !!!
สุดท้าย ก็เหลือแค่ว่าจะปิดงานยังไง :12:
โอเค จ้ะ
ที่กลัวเพราะเคยเจอน่ะ แบบว่าเค้ามี Under Table กันอยู่
หรือไม่ก็อ้างว่า เจ้านี้ทำกับเค้ามานาน แบบว่ารู้ใจกันและ
ถ้าเป็นแบบศักดิ์ว่า
เสนอปากเปล่ายากหน่อย
ใช้วิธีที่ส้มว่า :12:
ขอเป็นบริษัททางเลือกในอนาคตไปก่อน
แล้วขอส่งใบเสนอราคาให้เค้าดูก่อน
จะมีเจ๊คอยดูเรื่องงบอยู่น่ะ
เรื่องเจ้าประจำก็มี แต่ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์เอื้อแน่นอนครับ
แต่ถ้างานดีราคาไม่แพง สั่งทีละไม่เยอะก็รับ
โทรสั่งไม่เป็นเวลาเวลาก็ไม่บ่น
แถมจะเอา์ด่วนแบบแม่ตายก็ได้ทันใจ
(อันนี้พูดจริงนะ :37:)
ก็พิจารณากันตามความเป็นจริง
ว่าเจ้าไหนดีกว่า
เออ ว่าแต่ร้านอยู่ไหนวะ บริษัทพี่อยู่แถวตลาดรังสิต :30: :30:
โอ้วเช้ด ไกลโคตร
ออฟฟิศอยู่สุขุมวิท 101/1 ครับ
เดี๋ยวลองให้เพื่อนจัดการ
เอาจริงๆ ออฟฟิศผมก็เน้นเซอร์วิส น่ะครับ
เราเจ้าเล็กอะไรก็ทำ สั่งหัวค่ำ เอาพรุ่งนี้เช้า แถมแก้นู่นนี่ จุกจิก
ก็รับหมดแหละครับ
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 27 ส.ค. 2009, 15:30 น.
โอ้วเช้ด ไกลโคตร
ออฟฟิศอยู่สุขุมวิท 101/1 ครับ
เดี๋ยวลองให้เพื่อนจัดการ
เอาจริงๆ ออฟฟิศผมก็เน้นเซอร์วิส น่ะครับ
เราเจ้าเล็กอะไรก็ทำ สั่งหัวค่ำ เอาพรุ่งนี้เช้า แถมแก้นู่นนี่ จุกจิก
ก็รับหมดแหละครับ
แบบนี้แหละ ได้ใจลูกค้า :12:
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 27 ส.ค. 2009, 13:01 น.
ขอบอกว่าความเชื่อนี้ เป็นความเชื่อที่ผิดล่ะ :37:
ขอให้หน้าด้านหน้าทนยื่นไปเถอะค่ะพี่ ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม
วันนึง มันจะมีปัญหากับเจ้าเก่า แล้วหาเจ้าใหม่ไม่ทัน และบังเอิ๊ญญญญ เราเป็นคนที่เค้ารู้จักเพราะไปสาระแนแนะนำบริษัทไว้
" ไม่เลือกหนู หรือว่าพี่มีอยู่แล้วไม่เป็นไรค่ะ .. หนูขอเป็นบริษัททางเลือกในอนาคตก็พอ "
หรือขอลองส่งใบเสนอราคาดู .. ทิ้งไว้แค่นั้นแหละค่ะ ให้ไม่เกิน 3 เดือน โดนเรียกตัว ชัวร์ !!!
สุดท้าย ก็เหลือแค่ว่าจะปิดงานยังไง :12:
แล้วก็โดนโกง :49:
ช่วงนี้อยากจะเริ่มจริงๆจังกับชีวิตซักทีหลังจากเล่นๆมานาน
แล้วก็ผลัดไปเรื่อยๆสำหรับสิ่งที่อยากจะทำ
ตอนนี้คิดว่าได้เวลาที่สมควรจะจริงจังแล้ว
อยากหัดทำอะไรอีกหลายอย่าง
อยากฝึกงานที่ตัวเองทำให้เก่งขึ้นอีก
ที่ผ่านๆมาได้แต่ใช้ข้ออ้างคำว่าไม่มีเวลา
แต่เปล่าเลย ขี้เกียจต่างหากล่ะ ทำให้ตอนนี้งานนิ่งอยู่กับที่
พัฒนาได้ช้ามากๆ แต่หลังจากนี้ต้องไม่แล้ว
แล้วคิดไว้ว่าไม่ปีหน้าก็ปีถัดไป คงจะเรียนต่อ
เพราะจะทำงานสายนี้ไปตลอดก็ไม่ไหวเหมือนกัน
ถ้า อายุ 30 แล้วคงไม่มีใครเขารับไว้ทำงานแบบนี้แล้วล่ะ
เฮ้อ อยากเป็นเด็กจริงๆ ไม่ต้องคิดอะไรมากมายอยากทำอะไรก็ทำ
:32:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 27 ส.ค. 2009, 22:25 น.
แล้วก็โดนโกง :49:
เรื่องโดนโกง มันเป็นเรื่องของประสบการณ์ :52:
อ้างคำพูดจาก: バンク...แบงค์กุ เมื่อ 27 ส.ค. 2009, 22:39 น.
ช่วงนี้อยากจะเริ่มจริงๆจังกับชีวิตซักทีหลังจากเล่นๆมานาน
แล้วก็ผลัดไปเรื่อยๆสำหรับสิ่งที่อยากจะทำ
ตอนนี้คิดว่าได้เวลาที่สมควรจะจริงจังแล้ว
อยากหัดทำอะไรอีกหลายอย่าง
อยากฝึกงานที่ตัวเองทำให้เก่งขึ้นอีก
ที่ผ่านๆมาได้แต่ใช้ข้ออ้างคำว่าไม่มีเวลา
แต่เปล่าเลย ขี้เกียจต่างหากล่ะ ทำให้ตอนนี้งานนิ่งอยู่กับที่
พัฒนาได้ช้ามากๆ แต่หลังจากนี้ต้องไม่แล้ว
แล้วคิดไว้ว่าไม่ปีหน้าก็ปีถัดไป คงจะเรียนต่อ
เพราะจะทำงานสายนี้ไปตลอดก็ไม่ไหวเหมือนกัน
ถ้า อายุ 30 แล้วคงไม่มีใครเขารับไว้ทำงานแบบนี้แล้วล่ะ
เฮ้อ อยากเป็นเด็กจริงๆ ไม่ต้องคิดอะไรมากมายอยากทำอะไรก็ทำ
:32:
แปลว่าบอสไม่ใช้งาน เวลาเหลือเฟือมากไปใช่ไหม เลยคิดได้น่ะ :07:
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 27 ส.ค. 2009, 22:41 น.
เรื่องโดนโกง มันเป็นเรื่องของประสบการณ์ :52:
แม่สาวประสบการณ์สูง :30:
คิดมานานแล้วพี่โบว์
แต่มันขี้เกียจไม่ยอมทำซะที
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 27 ส.ค. 2009, 15:30 น.
ออฟฟิศอยู่สุขุมวิท 101/1 ครับ
ไว้จะชวนไปเตะบอลหลังเลิกงานแถวๆสุขุมวิท 71 :22:
พี่สักสู้ๆค่ะ งานแบบนี้ต้องสู้ไม่ถอย เดินเข้าไปหาลูกค้าอย่างที่ส้มว่าอะคะ
เพื่อนแตนอะมีคนนึงมันเคยทำเออีพวกอิ๊งค์เจ๊ตนี่ละคะ มันก็ด้านเดินไปหาลูกค้าอะคะ
ได้บ้างไม่ได้บ้างมันก็สู้ หลังๆมันไปรู้จักโรงพิมพ์พวกทำถุงกระดาษเนี้ย
หลังๆขายอิ๊งค์เจ๊ตไม่ได้ มันก็ขายรับทำถุงกระดาษแทน :30: :30: :30:
แล้วมันขายได้ด้วยนะพี่ ขายดีกว่าอิ๊งเจ๊ตอีก
ปล.ตอนนี้พี่สักทำอินดอร์ไปก่อนก้ดีค่ะ เพราถ้าทำเอ้าท์ดอร์เนี้ยบางเจ้าลูกค้าจะถามเลยว่ารับประกันกี่ปี ในกรณีที่สีเปลี่ยน
คือเราต้องมีบริการหลังการขายด้วยค่ะ ประมาณว่าถ้าก่อนครบปีแล้วสีเปลี่ยน สีซีด ปริ๊นติดใหม่ให้ฟรีอะคะ
ตอลงเมตรละกี่บาท ช่วยบอกเรตราคามาด้วยนะ :25:
แล้วงานอินดอร์เนี่ยเวลาส่งไฟล์งานต้องกี่ DPI
วัสดุต้องเป็นอะไรถึงจะได้
แม้ห์~~ มันน่าแตกหน่อไปตั้งจู๋ใหม่ สนใจงานอิงก์เจ็ตล่ะ :25:
ตูยังไม่เริ่มไปทำเลย งานล้นหลามมาก
เดี๋ยวทำเป็นลิส์ราคามาให้เลยแล้วกัน
วันก่อนคุยกับเพื่อน อยากได้ซีทรูไปแปะกระจกที่บ้าน
นี่ก็ไม่รู้ราคาเหมือนกัน :44:
ซีทรูไปแปะกระจก
มันคืออะไรหว่า :37:
พิมพ์ลงสติ๊กเกอร์ใสป่ะ :37:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 31 ส.ค. 2009, 10:59 น.
ซีทรูไปแปะกระจก
มันคืออะไรหว่า :37:
สติ๊กเกอร์ซีทรู
มันคือสติ๊กเกอร์ที่มีรูเล็กๆ เยอๆะ น่ะ
พอแปะลงบนกระจกแล้วมันก็จะยังสามารถมองทะลุได้ปกติ แสงส่องผ่านได้
เหมือนที่แปะกระจกรถ ปอ. นึกออกมั้ยหว่า
จะต่างจากการปริ้นลงสติ๊กเกอร์ใส คือมันจะเห็นเป็นภาพได้ชัดกว่า แต่ต้องมองไกลๆ หน่อยนะ
ซึ่งสติ๊กเกอร์ใสเนี่ย เวลาเราปริ้นท์งานลงไป ถ้าเราไม่ได้เอาไปแปะลงวัสดุที่มันทึบแสงหน่อย
ลายละเอียดมันจะไม่ค่อยเห็นอะครับ ยิ่งถ้าแปะลงกระจกใสเนี่ย ยิ่งแล้วใหญ่เลย
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 31 ส.ค. 2009, 10:59 น.
ซีทรูไปแปะกระจก
มันคืออะไรหว่า :37:
อารมณ์เดียวกับติดฟิล์มกรองแสง
แต่ระยะของรูมันมากกว่าอ่าครับ
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 31 ส.ค. 2009, 11:14 น.
สติ๊กเกอร์ซีทรู
มันคือสติ๊กเกอร์ที่มีรูเล็กๆ เยอๆะ น่ะ
พอแปะลงบนกระจกแล้วมันก็จะยังสามารถมองทะลุได้ปกติ แสงส่องผ่านได้
เหมือนที่แปะกระจกรถ ปอ. นึกออกมั้ยหว่า
จะต่างจากการปริ้นลงสติ๊กเกอร์ใส คือมันจะเห็นเป็นภาพได้ชัดกว่า แต่ต้องมองไกลๆ หน่อยนะ
ซึ่งสติ๊กเกอร์ใสเนี่ย เวลาเราปริ้นท์งานลงไป ถ้าเราไม่ได้เอาไปแปะลงวัสดุที่มันทึบแสงหน่อย
ลายละเอียดมันจะไม่ค่อยเห็นอะครับ ยิ่งถ้าแปะลงกระจกใสเนี่ย ยิ่งแล้วใหญ่เลย
แบบบีทีเอส :25:
อ๋ออออออ ได้รู้จักชื่อก็คราวนี้เอง :25:
ใครอายุไม่เกิน 35 จบป.ตรีแล้ว เบื่องาน อยากหาปสก. ใหม่ๆ ผมว่าทางเลือกนี้น่าสนใจมากเลยนะครับ
อ้างอิงรับสมัครเยาวชนเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน World Expo 2010
Wednesday, 22 July 2009 11:33 pum.12 EDU Upgrade - เกาะแกะกิจกรรม
World Expo 2010
ประเทศไทยเตรียมแสดงศักยภาพ อาคารศาลาไทยที่แสดงความเป็นไทยผสมผสานกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในงาน The World Exposition Shanghai China 2010 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน
ภายใต้หัวข้อหลัก "Better City, Better Life" สะท้อนถึงความเป็นอยู่ของชนชาติไทยที่มีพัฒนาการทั้งเมืองและวิถีชีวิต โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มั่นใจอาคารศาลาไทยตอบโจทย์บนเวทีระดับโลก รวมทั้งประกาศเชิญชวนอาสาสมัครเยาวชนไทยปฏิบัติหน้าที่ ในการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ โดยตั้งเป้าหมายที่จะทำให้อาคารศาลาไทยเป็นหนึ่งในอาคารยอดนิยมที่มีผู้เข้า ชมมากที่สุดของการจัดงาน
นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยถึง การที่ประเทศไทยเตรียมเป็นส่วนหนึ่งในการเข้าร่วมงานแสดงนิทรรศการระดับโลก หรือ The World Exposition ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 ตุลาคม 2553 ว่า งาน The World Exposition ถือเป็นงานมหกรรมโลกภายใต้การกำกับดูแลขององค์การระหว่างประเทศว่าด้วย
งานมหกรรมโลก (Bureau of International Exhibition: BIE) โดยในปี 2553 สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน The World Exposition Shanghai China 2010 ภายใต้หัวข้อหลักของการจัดงานครั้งนี้ คือ "Better City, Better Life :เมืองที่ดีกว่า เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น โดยตั้งวัตถุประสงค์เพื่อต้องการผลักดันให้ประคมระหว่างประเทศเข้าใจปัญหา มากขึ้น และร่วมกันค้นหาแนวทางที่จะพัฒนาเมืองในอนาคต โดยมีประเทศเข้าร่วมงานกว่า 230 ราย
"การเข้าร่วมงานมหกรรมโลกครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศต่างๆ จะได้นำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ สู่สายตาชาวโลก รวมทั้งการคิดค้นงานที่มีความท้าทาย ในยุคกระแสโลกาภิวัตน์ที่มีความสอดคล้องตามแนวคิดของหัวข้อหลักการเข้าร่วม งาน คือ "เมืองที่ดีกว่า เพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้น"
"เพื่อเป็นโอกาสที่จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ร่วมกันค้นหาแนวทางการพัฒนาเมืองในอนาคตให้สอดคล้อง และเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ การค้นหาวิถีทางการพัฒนาและการผสมผสานวิถีแห่งการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์ กับสิ่งแวดล้อม ซึ่งการเข้าร่วมงานมหกรรมครั้งนี้ ประเทศไทยตั้งเป้าหมายให้อาคารศาลาไทยเป็นหนึ่งในอาคารที่มีผู้เข้าชมมากที่ สุดในงานนี้อีกด้วย"
นายอิสสระ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การเข้าร่วมงานครั้งนี้ยังเป็นผลดีต่อประเทศไทยในด้านการเผยแพร่ประชา สัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศไทย อันจะส่งผลต่อการสร้างความเชื่อมั่นแก่ชาวต่างชาติที่จะเข้ามาในประเทศไทย เพื่อการลงทุน ทั้งในภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมงานบริการต่างๆ ตลอดจนยังเป็นการสร้างโอกาสในการเรียนรู้นวัตกรรม และแนวคิดใหม่ๆ ในด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่สามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับสังคมไทยในอนาคต และที่สำคัญยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับนานาประเทศ โดยเฉพาะกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มีความสัมพันธ์กันมาช้านาน ให้มีความแน่นแฟ้นมากขึ้น
สำหรับประชาชน หรือ เยาวชนไทยที่ต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ทางกระทรวงฯ เปิดรับสมัครผู้สนใจ และเยาวชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของนักแสดง และทีมงานที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำอาคารศาลาไทย ณ ประเทศจีน สนใจสมัครสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล 02-7259333 ต่อ 101,106 www.thailandexpo2010.com (http://www.thailandexpo2010.com)
http://www.meedee.net/magazine/edu/activities/1905 (http://www.meedee.net/magazine/edu/activities/1905)
โหลดใบสมัครได้ที่ http://www.thailandexpo2010.com/th/recruitment/index.php (http://www.thailandexpo2010.com/th/recruitment/index.php)
น่าสนใจมากนะเนี่ย เขาบอกว่านี่คือมหกรรมที่จะมีผู้ชมจากทั่วโลกมากที่สุดเป็นอันดับสาม
รองจากโอลิมปิด และฟุตบอลโลก
ยังไม่จบ :05a:
น่าไปมากๆ อะ กลับมามีโปรไฟล์เท่ๆ ด้วย!! :25:
บวบไปสิ ลาออกเล้ย :30:
แตกหน่อเรื่องรถไปอีกจู๋แล้วเด้อ
35 นี่ยังเยาวชนอยู่เหรอ ???
งั้นก็ยังเป็นเยาวชน อะ ดิ ดีใจจัง ^^
อยากไปมาก
เผื่อได้หนุ่มตี๋กลับมา แอร๋ยยย :04:
อัปเดทชีวิต :37:
ช่วงนี้มีแต่งานที่ต้องนั่งหน้าคอม เบื่อๆ เลยจะไปเป็นอาจารย์พิเศษสอนพวก ปวช. ปวส.
อาทิตย์นึงไม่กี่คาบ ไม่ต้องนั่งเฝ้าโรงเรียน เดินทาง 5 นาทีถึง เงินดี จะได้ใช้ไอ้วิชาที่เรียนๆมา เป็นประโยชน์ (แบบได้ตังค์) มั่ง
เรื่องจริงๆ คือ ขี้เกียจขุดอ่านหนังสือ .. ต้องเขียนแผนโปรเจค เลยกะใช้การสอนเป็นการกระตุ้นตัวเอง
วันยื่นใบสมัคร .. เข้าไปถึงปุ๊บ พวกผอ. กับอาจารย์กำลังประชุมกันอยู่
:20: รู้จักที่นี่ได้ยังไงครับ สมัครผ่านมาจากเอเจนซี่ไหน
:47: เปล่าค่ะ ขับรถผ่านเลยเดินเข้ามาสมัคร เพราะเห็นเป็นโรงเรียนเปิดใหม่ เลยลองโทรเข้ามาสอบถามดูค่ะ
:20: อืมม .. ประวัติดีมากเลยนะครับเนี่ย เราคงรับคุณมาสอนอาชีวะไม่ได้ แต่.. จะให้ไปสอนนิสิตมหาวิทยาลัยแทน
:47: ......
:20: ช่วยบอกวิสัยทัสน์ หรือการสอนของคุณว่าจะช่วยเหลือนักเรียน และจะทำให้โรงเรียนเราเป็นยังไงบ้างครับ
:47: สอนแบบ 2 คน 3 ขา ค่ะ .. อาจารย์กับนักเรียนจะเรียนรู้และแก้ปัญหาไปด้วยกัน และ @$%^&*&**()_)_^&%*^&%*
( เมื่อคืนตูเพิ่งอ่านเทรุหัตถ์เทวดามา ใครอ่านการ์ตูนเรื่องนี้จะคุ้นกับประโยคนี้ :30: ) ผลน่ะเหรอ ..หัวหน้าวิชาการตบมือบอกชอบ
นี่คือวิธีคิดการสอนแบบบูรณาการ ที่เค้าต้องการ .. และวันนี้เค้าโทรมาบอกว่าให้ไปสอบสอนวันพุธ เลยต้องเตรียมแผนการสอน
ถ้าอยู่ๆ ตูได้เป็นอาจารย์ขึ้นมา :47b:
งานอีกเรื่อง .. จากที่ตูถูกวางตัวให้เป็นคณะกรรมการทำแผนตลาด 100 ปี นาเกลือ เมืองพัทยา
วันก่อน ตูได้ถูกระบุให้เป็นคณะบริหารทำงานหลักจากกรรมการ 40 ท่าน เหลือ 5 คน ซึ่งตูก็ได้ไปอยู่ในนั้น ดีใจมาก :53:
// รู้สึกช่วงนี้ ได้ทำงานที่ใช้ใช้ประโยนช์จากรอยหยักในสมองมากเกินไป
// เคลียร์คิว จะกลับไปสอนให้กับทางศูนย์ที่ช่วยเหลือผู้หญิงขายบริการในพัทยาอีกด้วย
ดูแล้วสดใสๆ :22:
สอนแบบ 2 คน 3 ขา นี่เจ๋งแฮะ :12:
ไม่รู้ทำไม อ่านแล้วอยากบวกพี่ส้ม :40:
//แก้ไข เดี๋ยวชั่วโมงหน้ามาบวกให้
ใช้สิทธิ์ไปหมดแล้ว :3005:
ส้มบุคลิกดีอยู่แล้ว ช่วยให้ผ่านสัมภาษณ์ไม่ยาก
ยินดีด้วยๆ :25:
หน้ากระดานเขามีเวทีมั้ยอะพี่ส้ม :25:
ขอบคุณค่ะ .. :46:
ส้มรู้สึกประหม่า แล้วก็ขำตัวเองนิดหน่อยรู้สึกไม่เหมาะกันยังไงไม่รู้
ช่วงนี้เกิดการผันผวนทางความคิดนิดหน่อย
รู้สึกเข้าใจว่า .. ชีวิตไม่แน่นอน ความหมายที่แท้จริงมันเป็นยังไง เลยทำอะไร ที่อยากทำ
เมื่อก่อนเคยคิดว่า อยากทำงานให้รวยๆ แล้วค่อยไปช่วยเหลือสัตว์ หรือผู้คน เพราะเงินเป็นปัจจัยหลัก
ตอนนี้ .. คิดว่า ขืนรอให้รวย..ชาตินี้ก็คงไม่ได้ทำหรอกมั้ง ไม่รวยก็ทำได้ .. และทำได้มากกว่าที่คิด
การทำไม่ได้ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย .. แต่การที่ปล่อยให้ตัวเองทำไม่ได้ไปเรื่อยๆ นี่น่าเสียใจมากกว่า
คอนเซปเลย
ไม่ทำงานประจำ ไม่เอางานจำเจ งานโปรเจคจบแล้วเริ่มใหม่ ใกล้บ้าน มีเงินเข้าสม่ำเสมอ มีเวลาว่างงงงง เหลือเฟือ
ระหว่างวันกลับมานอนบ้าน เดินห้าง เดินเล่นชายหาด เล่นกับหมา .. บริษัทตูก็ยังทำงานปกติ ชีวิตมันก็มีความสุขดี :22:
:47:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 02 ต.ค. 2009, 22:58 น.
หน้ากระดานเขามีเวทีมั้ยอะพี่ส้ม :25:
:39b:
อยากเรียนวิชาพวกบริหารธุรกิจกับอาจารย์ส้มว่ะ :30: :30:
จริงๆ นะ ถ้าตอนเรียนเจอจารย์แบบส้มนี่คงดี :25:
พี่ส้มเจ๋ง :12:
มันน่าสนุกนะ คนที่เป็นอาจารย์แล้วแบบ ช่างพูด ช่างคุย
น่าหาอะไรมา หลอกล่อ สอนเราได้ดี สนุก :40:
ส้มอย่ามัวแต่หลอกล่อล่ะ
อ้างคำพูดจาก: คุณภูกระดึง เมื่อ 02 ต.ค. 2009, 23:44 น.
ส้มอย่ามัวแต่หลอกล่อล่ะ
:30b:
ผมเผลอไผไปกับลุงอ๋าห์ได้ไงเนี่ย
ยังรักพี่ส้มอยู่น้า :56:
เคยโดนแต่มันหลอกกินอุ :30:
หลอกล่อนี่ยังไม่เคยโดน :56:
ใครได้ทอป .. จารย์ให้อุทำมือ 1 ไห :04:
ตูยังเก็บไว้รอนะจารย์ :39b:
จารย์ไม่ปลื้มของมือ 2 :47b:
กลัวโดนหวดไม้เรียว :44:
ไม้เรียว ชอล์กบิน รองเท้าส้นสูง แส้ เทียนไข โซ่ กุญแจมือ :53:
อ้างคำพูดจาก: 0U! เมื่อ 03 ต.ค. 2009, 00:42 น.
ไม้เรียว ชอล์กบิน รองเท้าส้นสูง แส้ เทียนไข โซ่ กุญแจมือ :53:
ไม่ใช่แล้ว!!! :07:
พี่ส้ม ไปเป็นครูโรงเรียนไหนอ่ะ
อย่าบอกนะว่า กระโปรงแดง
เคยคิดเหมือนพี่ส้ม ว่าจะไปเป็นอาจารย์ดีหรือเปล่า
แต่รู้สึกว่านิสัยของผมเองไม่เหมาะจะเป็นอาจาร์ย
ไว้ต้องลองค้นหาตัวเองอีกตอนเรียนจบ :53:
จารย์ส้ม :25:
อ้างคำพูดจาก: Pix เมื่อ 03 ต.ค. 2009, 02:54 น.
พี่ส้ม ไปเป็นครูโรงเรียนไหนอ่ะ
อย่าบอกนะว่า กระโปรงแดง
แดงทั้งชุด มีนักเรียนประมาณ 4 คนต่อภาค :30:
ขอให้เจ๊สนุกกับการทำงาน
ปล. ระวังตัวหน่อย เวลาเจอท่านผอ.
ผอ.ทำไมเหรอปิก :55:
ก็แค่มือปลาหมึก
งั้นต้องเตือนส้มว่า อย่าทำมันถึงตายนะ :37:
(http://img3.f0nt.com/03/e9fefe8995df5582bf2b9d621c630770.jpg)
:ปู๋ว:
:30: :30: :30: :30: :30:
ผอ. มือปลาหมึก หน้าม่อ ... :01:
ขอบใจนะปิ๊ก ตูจะได้ระวังตัว เพราะเท่าที่ดู เค้าดูเป็นผู้ใหญ่ใจดี มันคือสิ่งที่ฉาบไว้สินะ
ส้ม ตกลงแกจะไปสอนจริงใช่ไหม
ทำไม่ชั้นรู้สึกว่าเด็กพวกนั้นน่าสงสารวะ :05: :30:
ปล.อย่าลืมสอนวิธีฉีดน้ำหอมนะ
นี่แกเป็นเพื่อชั้นจริงๆใช่มั้ยเนี่ย :07: :07:
:25:
จารย์ส้ม ทำได้อยู่แล้ว :12:
จานส้ม สอนเสร็จชวนเด็กนักเรียนไปนั่งบาร์ตัวเอง :25:
เสร็จแล้วให้นักเรียนกินอุคนละไห :25:
อุไม่ :54:
วันนี้ไปสอบสอนมา อาจารย์กับฝ่ายวิชาการมานั่งให้พรึ่บ
แล้วดันบอกว่า ให้คิดว่าพวกเค้าเป็นนิสิต อยากดูสไตล์อาจารย์ ( พวกแกคิดว่าจะได้เห็นเรอะ ไม่มีทาง :47b:)
ตูเป็นอาจารย์คนเดียวที่ทำแผนการสอนไป ทั้งพาวเวอร์พอยด์ ... แต่ดันไม่มีโปรเจคเตอร์
ตูก็เลยแพล่มทั้งอย่างนั้น ทฤษฎีหนา ตัวอย่างยอด .. รายละเอียดเยี่ยม
ผอ.บอกว่าตูพูดโคตรไว เนื้อหาแน่นปึ้ก แต่อยากให้มีลูกเล่นในการสอนเยอะๆหน่อย กลัวนักเรียนไม่สนใจ
(ไว้วันสอนจริงเหอะ ตูจะเอาบัตรลดมิกซ์เซอร์ในผับไปแจก .. บังคับให้นิสิตเล่นทวีตเตอร์ ใครไม่ตั้งใจตูจะประจานออกไมค์ให้มันส์ไปเลย ฯลฯ :30: )
รอบรรจุตำแหน่งแล้วจะโทรหานะครับ
ขอให้ได้ไปสอนทีเถอะ สาธุ :46:
บวกให้กำลังใจไปก่อน :25:
:25:
ได้สอนแน่ๆ :12:
พี่ส้มเป็นคุณครู GTO Great Teacher Orange :25:
ขอบคุณค่า :30: :30:
แล้วก็จีบพี่ชาย ไม่ก็น้องสาวลูกศิษย์ :47:
:25: :25: :25:
วงการการศึกษาต้องสั่นสะเทือน
เมื่อเจอกับครูสาวคนนี้
GTO : Great Teacher Orange :25:
ในมหาลัยก็มี ปวช. ปวส. แถมมีหอพักนักเรียนหญิงด้วยนะ ~
:47:
ยังไม่ได้ถูกจ้างเลยค่ะ :30:
แล้วก็ลงหน้า 1 :47:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 07 ต.ค. 2009, 11:40 น.
พี่ส้มเป็นคุณครู GTO Great Teacher Orange :25:
ชอบคำนี้ :30:
เคยหวังไว้ว่าวันนึงวงการศึกษาไทยจะเจริญแล้วนะ
:05:
อยากเรียนว่ะ :30: :30:
พี่ส้มมาช้าไป
ผมจบ บัญชี มาแล้ว :05:
เป็นกำลังใจให้นะคะพี่ส้มมมมมมม :25:
:11: อิจฉาเจ้
แต่ก็ สู้ ๆ นะ ด๊วบ ๆ :27:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 07 ต.ค. 2009, 13:51 น.
เคยหวังไว้ว่าวันนึงวงการศึกษาไทยจะเจริญแล้วนะ
:05:
:37:/
อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 07 ต.ค. 2009, 15:13 น.
:11: อิจฉาเจ้
แต่ก็ สู้ ๆ นะ ด๊วบ ๆ :27:
อิจฉามันทำม๊าย มันทำไม่นานหรอก
เดี่ยวก็ออกข้อหากระทำชำเราเด็กผู้ชาย :30:
:30: เดี๋ยวพี่ส้มต้องมาถามว่า
v
v
v
:05a: "นี่แกเป็นเพื่อนฉันจริง ๆ ใช่ไหม"
แจกบัตรลดมิกซ์เซอร์ :30: ผมขอไปเรียนด้วยนะค้าบบ
คือลดจาก 100 นึงได้สองขวด เป็นได้ขวดเดียวน่ะ :47:
เออจริงของบวบ :47:
แผนการตลาดชัดๆ :48:
อุปสรรคเล็กๆ ในที่ทำงาน :01:
วันนี้แอ้โกรธจนความดันขึ้น เหตุเพราะต้องไปติดต่องานกับ Engineer ชาวฟิลิปปินส์คนหนึ่ง
ซึ่งหลีกเลี่ยงที่จะเจอมาตลอด เนื่องจากหมอนี่มันเป็นคนมือไวมาก ชอบเดินเข้ามาใกล้
แล้วก็จับแขนจับไหล่ อันนี้เป็นระยะที่ติดต่องานกับมันแรกๆ ยังไม่ทันระวังตัว
ต่อมาพอรู้แกว พอมันเอื้อมมือมาจะหยิกแก้ม เลยหลบทัน เกือบแย็บซ้ายออกไป
แต่ก็คิดเรื่องอนาคตในการทำงานคงต้องดับวูบ เลยหยุดเอาไว้ แล้วมาฟาดงวงฟาดงาเอาคนเดียว..
เคยคิดว่าทำไมมันกล้าขนาดนั้น
แต่เคยเห็นว่าสาวไทยก็ใช่ย่อย เวลาเข้าไปคุยกับมัน ยืนได้ชิดมาก
หยอกเอินกันได้สนิทสนมมาก ชาวต่างชาติอาจสับสนว่าคนไทยเป็นแบบนี้หมด ?
วันนี้จำเป็นต้องติดต่อกับมันอีก
เจอกับกิริยาแบบที่รับไม่ได้อีก แม้จะหลบทันแต่ไม่ชอบจริงๆ
อีกเดี๋ยวจะคุยกับเจ้านาย บอกแกไว้ก่อนดีกว่า ถ้าวันไหนเกิดอารมณ์ชั่ววูบ
ต่อยปั้งออกไป เป็นได้หางานใหม่กันพอดี..
นี่ขนาดว่าอย่างโทรม แต่งตัวแบบมิดชิดสุดๆ นะคะ :39:
ขอบคุณสำหรับพื้นที่บ่นค่ะ วันนี้อึดอัดมากๆ ..
:05:
สู้ ๆ นะพี่แอ้
:56:
ขอบคุณนะคะ..
จริงๆ เรื่องมันตั้งแต่ก่อนเที่ยงแล้ว
ตอนนี้ยังไม่หายโกรธเลย ปวดหัวตุบๆ
ยังไม่อยากคุยกับเจ้านายตอนโกรธ เดี๋ยวแรง..
จะรอให้เย็นๆ มันไม่เย็นซะที..
(บางทีแอบคิด หรือว่าเรามันโบราณเกินไปหว่า..
แต่ยังไงก็รับไม่ได้อยู่ดี โบราณก็ยอมวะ..)
ผิดแล้วกวาง ไม่ใช่บอกว่า สู้ๆ นะ
ต้องบอกว่า ออมๆ แรงหน่อยนะ :37:
//ลุงเป็ด ตัดหน้า :23:
เอาให้ตาย :52:
เอาใจช่วยค่ะพี่แอ้
เป็นเดือนก็คงจิกกัดด้วยสายตา ทำบรรยากาศมาคุ
แสดงอวัจนะภาษาทุกอย่างที่แสดงว่าไม่ชอบอ่ะค่ะ
ถ้าไม่เข้าใจ ค่อยด่าไปตรงๆ :56:
ไม่ชอบผู้ชายปากว่ามือถึงเหมือนกันนะ โคตรเกลียด
แต่ก็ดูที่เจตนาแหละ
ใจเย็นไว้ครับพี่แอ้ เพื่ออนาคตเนาะ :40:
อย่าพลั้งมือฆ่ามันตายซะก่อนนะครับเดี๋ยวอนาคตดับวูบ :42:
ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ
รู้สึกดีขึ้นเยอะเลยอะ..
:46:
ตะกี้ไปฟ้องเจ้านายแล้ว แกบอกจะคุยกับ HR ให้
และถ้าไปคุยงานกับมันอีก ให้เอาพี่ผู้ชายไปด้วยคนนึง
(ไปดึงแขนแอ้เวลาจะต่อยเรอะ) :07:
เนี่ยเป็นอีกปัญหาที่น่าเบื่อโคตร..
ใกล้สิ้นปีแล้ว เสียดายโบนัสหรอก ถึงได้ทนทนทน..
:50:
ขอให้สาวๆ อย่าได้เจอะเจอปัญหานี้เลยเพี้ยง..
ส่วนหนุ่มๆ ก็แล้วแต่อัธยาศัยเน้อ.. ถ้าเจอสาวๆ มา Sexual Harassment บ้าง
ที่ทำงานอาจจะน่าทำขึ้นก็ได้มั้งคะ
:56:
:56: มันก็อยู่ที่รูปลักษณ์ของสาวๆ ด้วยนะฮะ
:30:
ตอนนี้กำลังนึกถึงควิซใน FB ของบวบง่ะ..
:30: :30:
ออฟฟิศมีแต่ผู้ชาย เด็กฝึกงานก็ปวช. 3 (ชายล้วน) :3005:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 12 ต.ค. 2009, 15:32 น.
ออฟฟิศมีแต่ผู้ชาย เด็กฝึกงานก็ปวช. 3 (ชายล้วน) :51:
เมื่อวันพฤหัสมีน้องผู้หญิงฝ่ายการตลาดมานั่งให้แก้ proposal งาน
ก็นั่งแก้ powerpoint ไป น้องเค้าก็ชะโงกหน้ามาเช็กงาน
อยากบอกน้องเค้าว่า เวลาชะโงกหน้าใกล้ๆ มาอย่าพูด ลมมันเข้าหู :3005:
แล้วอย่ามาชิดเย้อะ นมโดนไหล่ตูหลายทีแล้ว :3005:
แต่ก็เกรงใจ ไม่กล้าพูด :47:
:30: :30:
:30:
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร = ลุงเป็ด เมื่อ 12 ต.ค. 2009, 15:38 น.
เมื่อวันพฤหัสมีน้องผู้หญิงฝ่ายการตลาดมานั่งให้แก้ proposal งาน
ก็นั่งแก้ powerpoint ไป น้องเค้าก็ชะโงกหน้ามาเช็กงาน
อยากบอกน้องเค้าว่า เวลาชะโงกหน้าใกล้ๆ มาอย่าพูด ลมมันเข้าหู :3005:
แล้วอย่ามาชิดเย้อะ นมโดนไหล่ตูหลายทีแล้ว :3005:
แต่ก็ชอบ เลยไม่อยากพูด :47:
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร = ลุงเป็ด เมื่อ 12 ต.ค. 2009, 15:38 น.
เมื่อวันพฤหัสมีน้องผู้หญิงฝ่ายการตลาดมานั่งให้แก้ proposal งาน
ก็นั่งแก้ powerpoint ไป น้องเค้าก็ชะโงกหน้ามาเช็กงาน
อยากบอกน้องเค้าว่า เวลาชะโงกหน้าใกล้ๆ มาอย่าพูด ลมมันเข้าหู :3005:
แล้วอย่ามาชิดเย้อะ นมโดนไหล่ตูหลายทีแล้ว :3005:
แต่ก็เกรงใจ ไม่กล้าพูด :47:
ส่วนมากถ้าเป็นแบบนี้
ผมจะไปบอกเพื่อนน้องเขา
แล้วแบบให้เพื่อนเขาไปทำเป็นแซวๆว่า ระวังหน่อย นู่นนี่นั่นหมดแล้ว ไรงี้
ถ้าเตือนตรงๆ ผมคงเขินตาย ไม่รู้ว่าทำไมต้องเขินแทน :3005:
ปล่อยไว้งั้นแหล่ะ ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างทำงาน :51:
ถือซะว่าทำบุญทำทาน :56:
ใครทำบุญทำทานใครกันแน่ :30:
:30:
ถ้าสนิทมากๆ ก็บอกตรงๆ
ถ้าไม่สนิทก็ปล่อยไว้งั้นแหละ :51:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 12 ต.ค. 2009, 14:54 น.
อุปสรรคเล็กๆ ในที่ทำงาน :01:
วันนี้แอ้โกรธจนความดันขึ้น เหตุเพราะต้องไปติดต่องานกับ Engineer ชาวฟิลิปปินส์คนหนึ่ง
ซึ่งหลีกเลี่ยงที่จะเจอมาตลอด เนื่องจากหมอนี่มันเป็นคนมือไวมาก ชอบเดินเข้ามาใกล้
แล้วก็จับแขนจับไหล่ อันนี้เป็นระยะที่ติดต่องานกับมันแรกๆ ยังไม่ทันระวังตัว
ต่อมาพอรู้แกว พอมันเอื้อมมือมาจะหยิกแก้ม เลยหลบทัน เกือบแย็บซ้ายออกไป
แต่ก็คิดเรื่องอนาคตในการทำงานคงต้องดับวูบ เลยหยุดเอาไว้ แล้วมาฟาดงวงฟาดงาเอาคนเดียว..
เคยคิดว่าทำไมมันกล้าขนาดนั้น
แต่เคยเห็นว่าสาวไทยก็ใช่ย่อย เวลาเข้าไปคุยกับมัน ยืนได้ชิดมาก
หยอกเอินกันได้สนิทสนมมาก ชาวต่างชาติอาจสับสนว่าคนไทยเป็นแบบนี้หมด ?
วันนี้จำเป็นต้องติดต่อกับมันอีก
เจอกับกิริยาแบบที่รับไม่ได้อีก แม้จะหลบทันแต่ไม่ชอบจริงๆ
อีกเดี๋ยวจะคุยกับเจ้านาย บอกแกไว้ก่อนดีกว่า ถ้าวันไหนเกิดอารมณ์ชั่ววูบ
ต่อยปั้งออกไป เป็นได้หางานใหม่กันพอดี..
นี่ขนาดว่าอย่างโทรม แต่งตัวแบบมิดชิดสุดๆ นะคะ :39:
ขอบคุณสำหรับพื้นที่บ่นค่ะ วันนี้อึดอัดมากๆ ..
:05:
ถ้ามันมือไว .. ก็มือไวกลับสิคะพี่แอ้
มันจับ พี่ก็ตบเลย เริ่มจากตบไหล่แรงๆแล้วบอกว่า sorry ไอ ต๊ก ก๊ะใจ
หรือไม่มันจับ พี่ก็แกล้วจับตอบ แต่จับตูดนะพี่ งานนี้มีเด้ง
แล้วบอกว่า I know u're gay ... แล้วตะโกนให้ลั่นออฟฟิศ ว่าแม่งเป็นเกย์ :30: :30:
--- เราเจอคนประเภทนี้ได้ในทุกวงการ ส้มน่ะเจอบ๊อยบ่อย แต่ก็ไม่เคยชินซักที
อย่าได้ไว้ใจผู้ชายคนไหนทั้งสิ้น ถึงแม้ว่ามันจะไม่มาแต๊ะอั๋งเราก็ตาม .... เราต้องชิงจับก่อน แล้วมันจะไม่กล้ามาจับเรา :37:
:05: ใช่ครับ
คุณครูส้ม น่ากลัวมาก
มีหวังนักเรียนชาย โดนจับยกห้องแน่ :05:
เมื่อเช้า เจ้านาย action ให้ดังนี้ค่ะ..
(แรงไปป่าวก็ไม่รู้แฮะ ไม่อยากให้เป็นเรื่องเล้ย..)
Khun [HR manager],
Yesterday one of my subordinate (Khun [แอ้]-Subcontract Administrator) reported me a case that she was offended by one of [บริษัท] employee, Mr. [มัน], in [บริษัท] office during working hours. Khun [แอ้] believes [มัน]'s actions were physical conduct that showed sexual harassment directly to her.
I would appreciate if our HR will take any appropriate action to investigate and stop that such behavior of this employee.
Best Regards,
[เจ้านายแอ้]
จะเป็นเรื่องไหมน้อ..
ใจนึงก็ไม่อยากให้มีเรื่องเลย แอ้ไม่ชอบทะเลาะ
แต่อีกใจก็อยากสร้างมาตรฐานให้ผู้หญิงไทยในบริษัทข้ามชาติเหมือนกัน
ใช่ว่าใครอยากจะจับจะแตะตรงไหนก็ทำได้นะสาวไทย..
:50:
ก็มันหาเรื่องเองนี่แอ้ :37:
แบบนี้ต้องสั่งสอน :37:
พี่แอ้ทำสิ่งที่ถูกต้อง
ไม่ต้องกลัวหรอกครับ
เอาให้ตาย :07: แบบช้าๆ :52:
ดีค่ะพี่แอ้ มันจะได้เปลี่ยนทัศนคติกับผู้หญิงไทยบ้าง
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องคนในบริษัทเลยนะพี่ ศักดิ์ศรีผู้หญิงไทยล้วน ๆ เย้ :37:
พี่แอ้สู้ ๆ
ก็เป็นวิธีที่ถูกต้อง และ ตามระบบที่สุดแล้วนะ
ไม่ได้เอากาวช้างไปหยอดรูกุญแจรถ เทน้ำตาลใส่น้ำมันซะเมื่อไหร่
แล้ว note ฉบับนั้นก็เป็นกล๊าง เป็นกลางนะ แค่บอกไปเฉยๆ
ว่ามีการถูกเนื้อต้องตัว โดยคนโดนมั่นใจว่าเป็นการคุกคามทางเพศ
ถ้าเค้าไม่ได้ตั้งใจก็ต้องขอโทษ และอธิบายก็เท่านั้น
ถ้าเค้าโวยวายก็เคลียร์กันไป
ยังไงคนเราก็ไม่มีสิทธิจะไปแตะต้องตัวคนอื่นโดยที่เค้าไม่ได้ยินยอมอยู่แล้ว
ถ้าเค้าอะไรงี่เง่าพาลมาเรื่องงานก็ฟ้องต่อ :30:
เพราะเจ้านายแอ้ก็ดูมีเหตุผลดีนี่ :37:
ดีแล้วครับ
ผมว่าไม่มีหน่วยงานไหนอยากมีพนักงานเป็นคนแบบนี้หรอกครับ
อย่างพี่ร่มว่า..
เจ้านายคนนี้ประเสริฐมากค่ะ แล้วแกก็ไม่นิ่งเฉยด้วย
เดี๋ยวบ่ายนี้แอ้ไปให้การกับ HR Manager แล้วค่ะ
สู้เพื่อความยุติธรรม เย้ !
นัดชกเลยครับป้าแอ้ :07:
ต่อแอ้ 10/1 ใครจะรอง ว่ามา :07:
ส่งเจ๊ส้มขึ้นชกได้มั้ย 20/1 เลย :07:
ถ้าชกกันได้ไม่ต้องติดคุกนะ
แอ้ไม่มีกลัวอยู่แล้วรับรอง มีสูญเสียอวัยวะกันบ้าง.. :30:
ตกลงคุยกับ HR Manager แว้วค่ะ
สรุปว่าเขาจะตักเตือนด้วยวาจาโดยเน้นที่การย้ำให้ทราบถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมก่อน
โดยทั้งแอ้และทั้ง HRM. ต่างก็ยอมรับว่าภาพพจน์ผู้หญิงไทยอาจไม่ค่อยจะดี
(แกยอมรับว่า แกทราบว่าต่างชาติมองคนไทยโดยรวมยังไง)
แต่ถ้ามีเหตุการณ์อีกก็คงจะต้องเป็นเรื่องมากกว่านี้
คือถ้ามีอีกไม่ต้อง HR หรอกคราวนี้..
อาจมีโชว์ศิลปะมวยไทยกันบ้าง
:56:
สนับสนุนเต็มทีนะครับ :37:/
อันแรกก็ใช้ส้นมือ(คล้ายๆ ส้นเท้า คนไม่ได้ต่อยบ่อยๆ จะเจ็บนิ้วซะเปล่าๆ )
กระแทกเข้ากึ่งปากกึ่งจมูกก่อนนะ มันจะชะงักน้ำมูกน้ำตาไหล
แล้วค่อยใช้ฝ่ามือตบเข้าบ้องหู มันจะเสียการทรงตัว
เตะไข่มันมันจะกองลงกับพื้น แล้วทีนี้ก็จะได้เตะก้านคอมันสะดวกๆ :39b:
หรือยันหน้ามันก็สะใจดีนะ :39b:
ยังไงก็เบาๆ มือนะแอ้ :56:
:30:
พี่แอ้สู้ๆ :07: :07: :07:
---
พัทยาจะมีตลาดแล้วนะ คล้ายๆหัวหิน บวกอัมพวา
อนุมัติงบวันนี้สดๆ เลยกล้าโพส ไม่โดนหลอกแน่นอน :37:
ถ้าสื่อกระจายออกมาแล้ว ถ้างานดีก็ดีไป .. ถ้าออกมาเหี้ย ขอให้รู้ว่าตูพยายามที่สุดแล้ว
แกรนด์ 21 พย. มาเที่ยวพัทยาคราวหน้าจะได้มีที่กินกันนะตะเอง :51:
ความเข้าใจ ทัศนคติ การดำเนินงานหลายๆหน่วย ราชการ และ ..... มันยากจริงๆนะ
ตอนนี้ตูดูเรื่องแผนประชาสัมพันธ์ ซึ่งกำลังเขียนแผนเฟส 2 เรื่องพัฒนาแบรนด์และโปรดักส์ทั้งหมดอยู่ แหม อยากเม้าท์ลงใต้ดิน :05:
พวกใช้ความรุนแรง :23:
คนไทยน้ำใจงาม มากอดกันดีกว่า :53:
เดินเข้าหา ให้ไหล่ขวาเราชนกับไหล่ซ้ายของมัน ยกแขนขวาขึ้นกอดบริเวณลำคอ
พร้อมยื่นขาขวาไปยันขามันไว้ด้านหลัง
พร้อมมันล้ม ก็กอดด้วยฝ่าตีนด้วยความนุ่มนวลอีกครั้ง :56:
พี่แอ้เดินเข้าไปคลุกวงใน แล้วใช้ท่า หักงวงไอยรา :07:
พร้อมกับตะโกนว่า " ฟอนต์ ตูอยู่ไส!!~"
โหดๆ ทั้งนั้น :05:
ถ้าเขาจับมือขวาเราให้ใช้มือซ้ายจับทับมือเขาอย่างนุ่มนวล
นิ้วโป้งกดที่ร่องระหว่างนิ้วนางกับนิ้วก้อยที่หลังฝ่ามือเขานะครับ
แล้วใช้มือขวาหมุนวงแคบเข้าตัวไปจับแขนเขาแล้วดึงมือเพื่อ หักแขนเขาเบาๆ นะครับ
:51:
จับจู๋บิดโลด
หรือไม่ก็ตะปปไข่แล้วบิด 180 องศาช้าๆ
ไม่เหลือหลักฐานว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าโดนสอบก็บอกไปว่าอีกฝ่ายพุ่งเข้าใส่ เราตกใจเลยเผลอเหยียบเท้า :37:
ทำเป็นขยับเข้าแนบชิดแล้วสับกระเดือกเลยดีกว่าครับ
พอจังหวะที่มันเอามือจับที่คอตัวเอง ก็โน้มคอมันลงมาเข่าที่ปิ๊กกาจูมันอีกที
แค่นี้พอ เดี๋ยวมันตาย :42:
เคล็ดลับเพียบเลย..
เดี๋ยวจะจำติดตัวไว้ค่ะ เผื่อได้ใช้.. :56:
ขอบคุณทุกคนและทุกกำลังใจมากเลยนะค่ะ
ปรับทุกข์ในฟอนต์นี่ไม่เคยผิดหวังจริงๆ ..
:46:
อ้างคำพูดจาก: หมอเกรียน เมื่อ 14 ต.ค. 2009, 01:05 น.
จับจู๋บิดโลด
หรือไม่ก็ตะปปไข่แล้วบิด 180 องศาช้าๆ
ไม่เหลือหลักฐานว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าโดนสอบก็บอกไปว่าอีกฝ่ายพุ่งเข้าใส่ เราตกใจเลยเผลอเหยียบเท้า :37:
:30b: :30b:
กลัวหมออ๊ะ :05:
ผู้หญิงจะกล้าเอามือไปสัมผัสของพรรค์นั้นเหรอครับ :37:
ก็บอกให้เตะเอา :37:
แต่บีบนี่น่ากลัวกว่า :05:
บิด 180 องศานี่ บิดตามแกนไหนครับ
:47:มันรู้สึกต่างกันเหรอพี่แอน?
:30: :30: :30:
อืมมม น่าคิด
ต้องไปทำการทดลองไหมเนี่ย
ว่าแล้วลุงอ๋าห์ก็ไปลองกะหมูปิ้ง :47:
เมื่อวานตอนเย็น ได้รับโทรศัพท์จากทางบ้าน
แม่โทรมาบอกว่า
"พนักงานบัญชี การไฟฟ้าเปิดรับสมัครแล้วนะ
วันศุกร์นี้ กลับมาเขียนใบสมัครและเริ่มอ่านหนังสือได้แล้ว
มีเวลาอ่านหนังสือ 15 วัน
สิ้นเดือนสอบจริง"
พ่อบอกว่า คนสอบคราวนี้น่าจะพันกว่าคนขึ้น
เพราะว่าลงส่วนกลางเยอะ(เขต) แต่ว่า...เอาแค่ 5 คน
การไฟฟ้าเขตจังหวัด 4 คน มาบตาพุด 1 คน :46:
รอลุ้นกันต่อไปว่าชีวิตจะเดินไปในทิศทางไหน :46:
ปล. ข้อสอบ ไม่มีแนว ไม่มีใครรู้ว่าจะออกแบบไหน
บางปีก็เติมคำ บางปีก็กากบาท บางปีก็คำนวณโดยใช้การ กระทบยอด ชิ่งไปชิ่งมา
ปล2. อันนี้สำคัญมาก ความรู้บัญชีทั้งหมด ผมทิ้งไว้ใน ห้องสอบครั้งล่าสุดหมดแล้ว ตอนนี้สมองกลวงโบ๋มาก :16:
ขอพระคุ้มครองครับ
กระทบยอด โคตรเกลียดเลย ถ้ายอดผิดไอ้ที่กระทบ ๆ ไปนั่นก็ผิดยาวรวด :05:
แต่ถ้าถูกก็คะแนนเพียบเหมือนกัน :56:
ออยจะเป็นพนง.รัฐวิสาหกิจ :25:
สู้เค้านะออย
ทำให้เต็มที่เลยนะ..
:12:
อ้างคำพูดจาก: ดุกศรี เมื่อ 15 ต.ค. 2009, 09:59 น.
กระทบยอด โคตรเกลียดเลย ถ้ายอดผิดไอ้ที่กระทบ ๆ ไปนั่นก็ผิดยาวรวด :05:
แต่ถ้าถูกก็คะแนนเพียบเหมือนกัน :56:
ใช่ๆ กระทบยอดนี่
เห็นโจทย์แล้วจะร้องไห้
ถ้าถูกหมด ก็ได้ราวๆ 10-15 คะแนน
แต่ถ้าผิดจุดเดียวก็หายหมด 15 คะแนน :3005:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 15 ต.ค. 2009, 10:01 น.
ออยจะเป็นพนง.รัฐวิสาหกิจ :25:
จะได้เป็นพนักงาน รถไฟฟ้ามาหานะเธอแล้ว :53:
ขอบคุณทุกคนครับ :46:
พนักงานเคนหมวยอ้ะเหรอ :41:
โอ๊ววววววววว ขอให้สอบได้นะจ๊ะ
ไปไหว้พระขอพรหลวงพ่อโสธรด้วยดิ่ออย :56:
เมื่อวาน เพื่อนๆรุ่นเีดียวกันรับปริญญากันไปแล้ว
บางคนก็เงินเดือนขึ้นสองหมื่น เพราะจบไปทำงานเกือบปีแล้ว
พอกลับมามองตัวเราเอง เรายังคงต้องเรียนอยู่ อีกเกือบปีกว่าจะจบ
ถ้าจบออกไป แสดงว่าเราสตาร์ทช้ากว่าเพื่อนไปเกือบสองปี
เราจะยังมีไฟทำงานได้อยู่ไหมนะ :05:
เพื่อนตูเปิดออฟฟิศแล้ว ตูยังไม่บ่นเลย :3005:
อ้างคำพูดจาก: นุ้กสไตล์ เมื่อ 15 ต.ค. 2009, 12:23 น.
เมื่อวาน เพื่อนๆรุ่นเีดียวกันรับปริญญากันไปแล้ว
บางคนก็เงินเดือนขึ้นสองหมื่น เพราะจบไปทำงานเกือบปีแล้ว
พอกลับมามองตัวเราเอง เรายังคงต้องเรียนอยู่ อีกเกือบปีกว่าจะจบ
ถ้าจบออกไป แสดงว่าเราสตาร์ทช้ากว่าเพื่อนไปเกือบสองปี
เราจะยังมีไฟทำงานได้อยู่ไหมนะ :05:
เชื่อดิ ยังมีไฟอยู่
แต่ว่า ไฟจะอยู่กับเรานานแค่ไหน อันนี้ตอบไม่ได้
สู้ๆ นุ้ก :12:
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 15 ต.ค. 2009, 12:08 น.
โอ๊ววววววววว ขอให้สอบได้นะจ๊ะ
ไปไหว้พระขอพรหลวงพ่อโสธรด้วยดิ่ออย :56:
เอ่อ ผมเป็นคาทอลิก หน่ะ :05:
ขอให้ออยได้เปลี่ยนงานนะครับ
สัตย์จริง ผมอยากให้ออย ลาออกจากที่นั่นมากเลย
เพราะตรงนั้นมัน ดักและทำลายความฝันและความกล้าไปหมดนะ
(เผาบ้านเก่าเลยนะนี่ ฮาๆๆ)
ออยสมัครการไฟฟ้าไหนอ้ะ ส่วนภูมิภาคเหรอ
ต้องมาคราวะแอนด้วยใช่มะ เจ้าแม่ กฟภ :30:
อ้างคำพูดจาก: 'ระจัน เมื่อ 15 ต.ค. 2009, 13:25 น.
ขอให้ออยได้เปลี่ยนงานนะครับ
สัตย์จริง ผมอยากให้ออย ลาออกจากที่นั่นมากเลย
เพราะตรงนั้นมัน ดักและทำลายความฝันและความกล้าไปหมดนะ
(เผาบ้านเก่าเลยนะนี่ ฮาๆๆ)
ขอบคุณครับพี่โอ๋
ตอนนี้ไฟผมจะมอดอยู่แล้วครับ :30:
อ้างคำพูดจาก: ☼ แอนค่ะ ☼ เมื่อ 15 ต.ค. 2009, 13:44 น.
ออยสมัครการไฟฟ้าไหนอ้ะ ส่วนภูมิภาคเหรอ
ภูมิภาคพี่แอนสาว :40:
ตอนนี้จะเป็นครอบครัวการไฟฟ้าแล้วมัง
ทั้งพ่อ ทั้งพี่ชาย ถ้ามีผมไปอีก ครบพอดี :42:
ฟังเหมือน the incredibles ทั้งบ้านเป็นมนุษย์ไฟฟ้าอะไรแบบนั้น :30:
// โดนตัดหน้า :37:
ครอบครัวมนุษย์ไฟฟ้า :25:
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร = ลุงเป็ด เมื่อ 15 ต.ค. 2009, 14:47 น.
ฟังเหมือน the incredibles ทั้งบ้านเป็นมนุษย์ไฟฟ้าอะไรแบบนั้น :30:
อ้างคำพูดจาก: หนุ่มเอ๋อ เมื่อ 15 ต.ค. 2009, 14:49 น.
// โดนตัดหน้า :37:
ครอบครัวมนุษย์ไฟฟ้า :25:
ตอนเด็กๆ ผมคิดมาตลอดเลยว่า มันเท่ห์นะ
รถไฟฟ้าคันของพ่อเรา สีส้มๆ คันใหญ่ๆ มีบันไดพาดหลังคาด้วย
มี ไซเรน มีนู่นนี่นั่น ติดเต๊มมม ไปหมด เวลาพ่อมารับ เห็นเด่นมาแต่ไกล :22:
รถพ่อแม่ผู้ปกครองคันอื่นเล็กนิดเดียว
นั่งกระเช้ากลับบ้าน เท่จะตาย :56:
ผม นั่ง กะดึก ทุกคืนเลยครับ ไม่เห็นเท่ห์เลย แถมง่วงด้วย
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 15 ต.ค. 2009, 15:12 น.
ผม นั่ง กะดึก ทุกคืนเลยครับ ไม่เห็นเท่ห์เลย แถมง่วงด้วย
ที่บอกว่ามีคนมาขายส้มตำเต็มเลยอะนะ :47:
(แล้วส้มตำมันแปลว่าอะไร :56:)
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 15 ต.ค. 2009, 14:28 น.
ต้องมาคราวะแอนด้วยใช่มะ เจ้าแม่ กฟภ :30:
กฟภ ไม่รู้เรื่อง :30:
รู้แต่ กฟน
อ้างคำพูดจาก: หนุ่มเอ๋อ เมื่อ 15 ต.ค. 2009, 15:10 น.
นั่งกระเช้ากลับบ้าน เท่จะตาย :56:
ตอนเด็กๆ ก็เท่ห์อยู่พี่
พอโตมา เราเริ่มตัวสูงขึ้น
นั่งหน้าไม่ได้ ต้องไปนั่งเบียดกับคนงานลูกน้องพ่อด้านหลัง
สมบุก สมบันมาก :30:
อ้างคำพูดจาก: ☼ แอนค่ะ ☼ เมื่อ 15 ต.ค. 2009, 15:28 น.
ที่บอกว่ามีคนมาขายส้มตำเต็มเลยอะนะ :47:
(แล้วส้มตำมันแปลว่าอะไร :56:)
กฟภ ไม่รู้เรื่อง :30:
รู้แต่ กฟน
คนขายส้มตำแปลว่า คนที่มาขายตัวด้วยขายส้มตำด้วยอะครับ กินส้มตำครกนึง สิริรวมที่ต้องจ่ายอาจจะเป็น พัน
ได้ยินเขาเล่าให้ฟังนะ ผมออกไปซื้อข้าวดึกๆ ยังสยองเลย แถวนี้ตึกเก่าแค่ไหน ผู้หญิงขายบริการที่นี้ก็แก่เท่านั้นเลย :41:
แพงจัง ผมเคยเจอแบบบุหรี่ตัวนึง แล้วไปห้องหนูกัน :41:
ให้ไปทั้งซองเลยใช่มะ :47:
ทั้งซอง ก็ได้หนู 20 ตัว :47:
เลื่อนอ่านไปอ่านมา สามสี่รอบ เพิ่งเข้าใจ หนูกัน :05:
ฮ่วย งงตั้งนาน :05:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 15 ต.ค. 2009, 15:34 น.
ตอนเด็กๆ ก็เท่ห์อยู่พี่
พอโตมา เราเริ่มตัวสูงขึ้น
นั่งหน้าไม่ได้ ต้องไปนั่งเบียดกับคนงานลูกน้องพ่อด้านหลัง
สมบุก สมบันมาก :30:
งั้นพี่ออยก็ไม่ต้องใ่ช้กระเช้าแล้วสิ :53:
:46: กันไ้ว้ๆ
ขุดหน่อยครับ
ตอนนี้เอกสารทุกอย่างสำหรับการสอบเข้าการไฟฟ้าผ่านหมดแล้ว(เพราะเห็นชื่อตัวเองอยู่ในผู้สมัครในเว็บแล้ว)
พรุ่งนี้ตอนเช้าประมาณ ๙ โมงเป็นต้นไปจนถึง ๑๑ โมงหน่อยๆ
คาดว่าคงได้ลุ้นกันอีกเฮือกใหญ่
พรุ่งนี้มีสอบข้อเขียนบัญชีหน่ะครับ สอบที่ศูนย์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ชลบุรี
ขอให้ได้เทอญ :46:
ปล. ถ้าสอบข้อเขียนผ่าน ทีนี้ต้องมาลุ้นระบบเส้นสายกันหล่ะว่า ใครเส้นใหญ่กว่ากัน :16:
สอบทั้งหมด ๑๒๐ คน
ถ้าสอบติดสัมภาษณ์ เขาจะคัดเอา ๑๕ คน
แล้วจะรับจริงเพียงแค่ รับ ๕ คน :41:
ขอให้ได้นะคะ
นึกถึงพี่เพื่อนเลยอ่ะ สอบอะไรซักอย่างของ ปตท แล้วเค้าเอา 2 คน
เต็มที่นะ :12:
สอบแข่งขันกันแบบนี้ผมเคยตื่นเต้นครั้งเดียวในชีวิต ตอนนั้น ไปสอบ เข้าโรงเรียนกีฬา
เขารับ ตั้ง 16 คน :52:
ผู้เข้าสอบ 1960 คน :05:
จักรีเล่นกีฬาอะไรอ่ะ
ตอนนี้กลับถึงหอแล้ว
ขอบคุณทุกคนครับ
เดินออกมาจากห้องสอบคนที่สอง
ข้อสอบบัญชี โคตรยาก :32:
คือรู้ตัวเองเลยว่า ช่วงท้ายๆ นั่งงมต่อไป ไม่ได้อะไร
และห้าข้อสุดท้าย คงต้องปล่อยไปเปล่าๆ ปี๊ๆ
เพราะไม่ได้อ่านสูตรอันนี้มาเลย (การคิดใบสำคัญจ่าย)
ไอ้ที่อ่านที่ท่องมาไม่ออกเล้ยยย :3005:
มีถามความรู้รอบตัว
กับเกี่ยวกับองค์กร
และ ความห่างของระยะเสาไฟฟ้า (ตูจะรู้ไหมเนี่ย ตูสอบบัญชีนะ :05:)
ลุ้นต่อไป อะไรก็เกิดขึ้นได้กับการสอบปรนัย :46:
เมื่อเช้านี้ พ่อโทรมาหา
พ่อถามว่า สบายดีไหม อากาศหนาว ดูแลสุขภาพด้วย
แล้วก็พ่อมีข่าวดีจะบอก
"มีชื่อเรา ติด 1 ใน 10 ผู้ผ่านการสอบเข้ารอบสัมภาษณ์ พนักงานการไฟฟ้าด้วยนะ"
คือเมื่อเช้าหัวหน้าพ่อโทรมาบอกพ่อ
พ่อเลยโทรไปเช็คกับคนงานในการไฟฟ้าเขต เพื่อความชัวร์
ปรากฎว่า มีชื่อผม เป็นผู้ชายคนเดียว ติด 1 ใน สิบ :53:
ทีแรกเขาประกาศมาว่า จะเอาคนติดสัมภาษณ์ 15 คน แต่ตอนนี้ปรับลดเหลือ 10 คน แทน
รอลุ้นวันศุกร์นี้นัดสัมภาษณ์
ถ้าสัมภาษณ์ผ่าน ก็เซ็นสัญญา 5 ปี ในการประจำการ เขต นั้นๆ ถึงจะมีสิทธิ์ย้ายไปที่อื่นได้ :46:
ออยจะเป็นมนุษย์ไฟฟ้าแล้ว :25:
ยีราฟไฟฟ้าตะหาก :25: :25:
ตอนนี้ก็เป็นมนุษย์เสาไฟฟ้าอยู่แล้ว :53:
ตื่นเต้นและดีใจไงไม่รู้
คือตอนสอบบัญชี ผมออกคนแรกๆ เลยมัง
ข้อไหนได้ ลุยเลย
ข้อไหนไม่ได้ข้ามไป เพราะถ้ามากึ๊กกั๊ก ข้อที่เหลือคำนวณไม่ทันแน่ :3005:
คือถ้าได้ข้อนึง ก็จะได้เป็นพรวน
แต่ถ้าผิดติ๊ดนึง ผิดยกกระบิ เหมือนกัน
ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ทุกคนครับ :46:
ตอนนี้ เกร็งๆ เวลาเขาสัมภาษณ์
เขาสัมภาษณ์กันยังไงหว่า หรือเราต้องมีอะไรเตรียมไว้ตอบเขาบ้าง
ลืมอารมณ์สัมภาษณ์งานซะแล้ว :44:
โอ้ว ยินดีด้วยๆ
ฉลองๆๆ :07:/
ขอให้ได้เป็นยีราฟไฟฟ้าเด้อออ :25:
ออยเลี้ยงๆๆ :07:/
เย่ \:07:/
บัณฑิตใหม่ก็เลี้ยงรวมกันเลย เย้ :07:
ดีใจด้วยครับ :25:
เดือนหน้าจ่ายภาษีรถ ยังไม่มีตังเลย \:07:/ เย่!!
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 04 พ.ย. 2009, 11:33 น.
เดือนหน้าจ่ายภาษีรถ ยังไม่มีตังเลย \:07:/ เย่!!
ดีนะของตูกุมภา :52:
CC. ละสองบาท เครื่อง 2.8 :3005:
ยังไม่ได้เข้านะครับ :3005:
รอให้ผ่านสัมภาษณ์วันศุกร์นี้ก่อน :42:
ขอบคุณทุกคนอีกครั้งครับ :46:
ขอให้โชคดีนะจ๊ะน้องออย :25:
ขอบคุณครับพี่ส้ม :40:
ขอใก้ได้เข้าการไฟฟ้าสมดังใจนะคะพี่ออย :27:
โชคดี มีสติ มั่นใจ นอบน้อม สู้ ๆ นะออย
ไม่เคยเจอการสัมภาษณ์แบบเป็นทางการ
เกร็งๆ ไงไม่รู้ :42:
ไม่ต้องเกร็งๆ
สืดหายใจลึกๆ กำหมัดหลวมๆ ขาอย่าตาย เต้นไปรอบๆ
ไม่ได้ขึ้นชกนะครับ :30:
อ้างคำพูดจาก: คุณภูกระดึง เมื่อ 04 พ.ย. 2009, 15:27 น.
ไม่ต้องเกร็งๆ
สืดหายใจลึกๆ กำหมัดหลวมๆ ขาอย่าตาย เต้นไปรอบๆ
เอ๊วว :30:
เจอลุงอ๋าห์แนะนำแบบนี้ หายเกรงแล้วมั้ง :30b:
เมื่อวานตอนเย็นพ่อโทรมาหา
เอาเบอร์คนที่เคยติดสอบสัมภาษณ์ของรอบที่ผ่านมากับรอบที่ผ่านมานู้นน มาให้
พ่อเขาจะให้ผมโทรไปถามแนว ว่าเขาสอบสัมภาษณ์อะไรกันบ้าง
เพราะว่า คณะกรรมการสอบสัมภาษณ์ครั้งนี้ เป็นชุดเดียวกับสองชุดก่อนที่ผ่านมา(พ่อผมนี่สุดยอดเลย :12:)
ทีนี้ได้คำถามมา
แต่ไม่รู้จะตอบยังไงให้มันดูเป็น Positive Thinking
คำถามเขาก็ประมาณว่า
"ทำไมถึงจะมาทำงานกับองค์กรนี้(การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค)"
"แล้วทำไมเราต้องรับคุณ"
"คุณเคยมีประสบการณ์มาก่อนไหม"
"เงินเดือนที่คุณจะได้ ต่างจากเงินเดือนที่คุณเคยได้ คุณรับไ้ด้ไหม"
คร่าวๆ หน้าจะประมาณนี้
ตอนนี้ตื้อๆ ไม่รู้จะตอบยังไงดี :44:
//เพิ่มเติม พ่อบอกว่า การสอบรอบนี้ต่างจากที่ผ่านมาคือ(ทุกทีเอาคะแนนข้อเขียนเผื่อกรองคน จากนั้นวัดที่สัมภาษณ์อย่างเีดียว)
เขาจะเอาคะแนนข้อเขียน(60คะแนน) ไปรวมกับคะแนนสัมภาษณ์(40คะแนน)
เพราะฉะนั้น ถ้าคิดว่าเราทำข้อเขียนได้เยอะก็สบายใจไป
แต่ถ้าทำข้อเขียนได้น้อย ก็มาลุ้นหวังกับคะแนนสัมภาษณ์จาก คณะกรรมการ 4 คน(คนละ 10 คะแนน) :46:
สอบสัมภาษณ์ น่าจะมีแค่ผ่าน/ไม่ผ่าน
มีคะแนนแบบนี้ดูเหมือนจะยิ่งเอื้อต่อระบบเส้นสายเข้าไปใหญ่
งี้ต้องให้พ่อหาเบอร์กรรมการแล้วสินะ :37:
หี๊ย
พ่อจำเบอร์ตัวเองไม่ได้เรอะ
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 05 พ.ย. 2009, 09:32 น.
สอบสัมภาษณ์ น่าจะมีแค่ผ่าน/ไม่ผ่าน
มีคะแนนแบบนี้ดูเหมือนจะยิ่งเอื้อต่อระบบเส้นสายเข้าไปใหญ่
พ่อบอกตอนนี้ ผู้สมัครแต่ละคน วิ่ง กันใหญ่เลยครับ :3005:
คือมีคะแนนเขากะเอามาดึงหน่ะพี่เจน(เห็นพ่อบอกแบบนั้น)
ว่าอย่างน้อยถ้าใช้เส้น คุณก็ต้องมีความสามารถพอตัว ถึงได้คะแนนติด 10 อันดับแรก อะไรงี้
เมื่อก่อนนี่ ยิ่งแล้วใหญ่ เส้นกันหนึบหนับ :44:
คือผมว่าพอมีเป็นคะแนนมันน่าจะเลยเนียนกันง่ายขึ้นนะ
เพราะถ้ามีแค่ผ่าน/ไม่ผ่าน ซึ่งคนที่ไม่ผ่านก็น่าจะขอตรวจสอบชี้แจงถึงเหตุผลได้
จะมาให้ไม่ผ่านกันลอยๆ ก็ยังไงๆ อยู่
แต่อย่างว่าแหละ ถึงจะออกแบบระบบมาดีแบบไหน คนไทยซะอย่าง :54:
เอาตัวเข้าแลกสิออย :10:
เอ็งตัวสูง คงต้องโก้งโค้งหน่อยนะ
คุกเข่าเลยออย
เอ๊ย
ขอให้สอบสัมภาษณ์ผ่านนะครับ ซู่ว์ๆๆ :12:
ก็แค่ถามตัวเองว่าทำไมอยากทำงานนี้
แล้วตอบตัวเองให้ได้จริงๆ
แล้วก็ตอบเค้าไปอย่างนั้นแหละ
เอ๊ะ หรือตอบแบบนี้มันไม่เหมาะกับงานอย่างออยวะ
ให้แต่กำลังใจแล้วกันนะบัก(ว่าที่)ยีราฟไฟฟ้า :27:
วันนี้แล้วสินะ ขอให้สัมภาษณ์ผ่านฉลุย :22:
ใครพอจะมี ข้อมูลทางการเงินย้อนหลังของ BTS บ้างมั้ยครับ
จะใช้ทำรายงาน :46:
รู้แค่ว่า เมื่อวานไปกลับ อนุสาวรีย์ฯ - อ่อนนุช หมดไป 82 บาท อ่ะครับ พอช่วยได้มั้ย
BTS มีเศษ 2 บาทด้วยเหรอ :09:
อ้าว จำผิด :08: เมื่อวาน ขึ้นรถไฟใต้ดิน
วันเสาร์ ไป อ่อนนุช-สาวรีย์ฯ กี่บาทจำไม่ได้
ข้อมูลมั่วๆ อย่าเอาไปใช้เลยนะครับ
อ่อนนุช เสาวรีย์ 40 บาทครับ BTS
อีก 2 บาท นั่นให้ขอทานตรงรถไฟฟ้าใช่ไหม
ขุดหน่อย มาอัพเดทชีวิต
อาทิตย์นี้ตั้งแต่วันจันทร์มา จนถึงวันนี้วันศุกร์งานเร่ง งานราช งานหลวง ตีกันอีรุงตุงนัง :32:
วกกลับมาเรื่องประกาศผลสัมภาษณ์
วันนี้ วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2552 วันประกาศผล รับพนักงานบัญชี 5 อัตรา
สรุปว่า เว็บการไฟฟ้าตอนนี้ที่จะประกาศผล เข้าไมไ่ด้ซะงั้น :41:
เลยโทรไปถามพ่อ พ่อบอกเขาว่า
" คนยังไม่ลงตัว นายยังไม่ได้ตัดสินใจ"
รู้ได้ทันทีเลยว่า คนยังคงวิ่งกันอยู่
เลยถามพ่อว่า เลื่อนแล้วเขาจะประกาศผลวันไหน
พ่อบอกว่า " ไม่มีใครรู้เลย "
การจะเข้าทำงานกับหน่วยงานที่เป็นรัฐวิสาหกิจนี่ ลำบากดีจัง :3005:
วันนี้รอลุ้นประกาศผล แพ็คกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้านเต็มที่ คือไม่ว่าผลออกมาแบบไหน กลับบ้านไว้ก่อน
พอพ่อบอกว่าเลื่อน อือ งั้นอยู่หอต่อแล้วกัน :16:
"คนยังไม่ลงตัว นายยังไม่ได้ตัดสินใจ"
อ่านแล้วเหนื่อยใจ :01:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 20 พ.ย. 2009, 12:34 น.
"คนยังไม่ลงตัว นายยังไม่ได้ตัดสินใจ"
อ่านแล้วเหนื่อยใจ :01:
:16:/
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 05 พ.ย. 2009, 10:23 น.
พ่อบอกตอนนี้ ผู้สมัครแต่ละคน วิ่ง กันใหญ่เลยครับ :3005:
คือมีคะแนนเขากะเอามาดึงหน่ะพี่เจน(เห็นพ่อบอกแบบนั้น)
ว่าอย่างน้อยถ้าใช้เส้น คุณก็ต้องมีความสามารถพอตัว ถึงได้คะแนนติด 10 อันดับแรก อะไรงี้
เมื่อก่อนนี่ ยิ่งแล้วใหญ่ เส้นกันหนึบหนับ :44:
ผมปล่อยข่าวทั่วสนามบอลแล้วว่า ออยจะไปทำงานการไฟฟ้า ฮาๆๆ
ซะงั้น :08:
ปล. พี่โอ๋เตะบอลที่ไหนฮะ
ตอนนี้ผมก็กลับมาเตะ S1 ทุกวันพุธ เหมือนกัน
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 20 พ.ย. 2009, 12:42 น.
ซะงั้น :08:
ปล. พี่โอ๋เตะบอลที่ไหนฮะ
ตอนนี้ผมก็กลับมาเตะ S1 ทุกวันพุธ เหมือนกัน
วันพุธกี่โมงหว่าผมว่างพอดี ฮาๆ
ผมเล่นฟุตซอล วันอังคารกะพฤหัสตอนเที่ยงถึงบ่ายสอง ที่อาคารเนชั่น
ศักดิ์สนใจไหม ถ้าว่างโทรหาผมได้
ผมเตะ 3-4 ทุ่ม นู่นแหนะพี่
ส่วนวันธรรมดาตอนกลางวัน ทำงานอด :16:
อ้างคำพูดจาก: 'ระจัน เมื่อ 20 พ.ย. 2009, 12:37 น.
ผมปล่อยข่าวทั่วสนามบอลแล้วว่า ออยจะไปทำงานการไฟฟ้า ฮาๆๆ
อ้าวซะงั้น :07:
ทุกอย่างยังไม่แน่นอนเลยพี่ อย่าเพิ่งรีบบอก :05:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 20 พ.ย. 2009, 13:13 น.
อ้าวซะงั้น :07:
ทุกอย่างยังไม่แน่นอนเลยพี่ อย่าเพิ่งรีบบอก :05:
ถอนคำพูด ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
มาอัพเดทอีกครั้ง
ทีนี้พี่ที่ำทำอยู่การไฟฟ้าโทรมาหา
ไอ้เราก็ตกใจ เอ๊ะ พี่เขาโทรมาทำไม ไม่กล้ารับ กลัว :3005:
หน้าเว็บเข้าได้แล้ว เขาประกาศเลื่อนไปประกาศผลวันที่ 1 ธันวามคมแทน
สู้ๆ รอลุ้นต่อไป
ขอพระคุ้มครอง :46:
ไม่น่าเชื่อว่าการเมืองในการไฟฟ้า จะแรงขนาดนี้
เส้นกันแรงครับ
เพื่อนผมเส้นตั้งแต่จบมา
จะเข้าอยู่ละ
โดนเส้นอื่นปาดหน้าเข้าไปก่อน
ป่านนี้ยังไม่ได้เข้าเลย
มาอัพเดทชีวิต อีกครั้ง
รอจนถึงวันนี้ วันที่ 1 ธันวาคม 2552
ลุ้นแต่เช้่า วันนี้เลยตื่นไวเป็นพิเศษ
แล้วประมาณ 8 โมงพ่อโทรมา
ตอนพ่อโทรเข้ามา ทีแรกไม่กล้ารับ กลัว :3005:
"เขาเลื่อนประกาศผลนะ น่าจะเลื่อนไปเป็น 15 ธันวา นี้"
เฮ้อ ต้องรอลุ้นกันอีก พ่อบอกยังไงต้องรู้ผลภายในเดือนนี้แหละ :12:
หวังว่าคงจะไม่เลื่อนแล้วนะ
อยากรู้ผลแล้ว
เลื่อนประกาศมาครั้งนี้ครั้งที่ 3 ครั้งแล้ว
รอลุ้นกันต่อไป :42:
อ่าน ๆ ของออยแล้วนึกถึงตอนตัวเองสมัครงาน IT Personnel การบินไทย
เป็นโรคเลื่อนเหมือนกันเป๊ะ :08:
อ้างคำพูดจาก: ดุกศรี เมื่อ 01 ธ.ค. 2009, 11:51 น.
อ่าน ๆ ของออยแล้วนึกถึงตอนตัวเองสมัครงาน IT Personnel การบินไทย
เป็นโรคเลื่อนเหมือนกันเป๊ะ :08:
บวกกวางไป ฐานคนเคยเจออะไรเหมือนกัน :3005:
เค้าแจ้งเหตุผลการเลื่อนไหม
หรือไม่ต้องบอกก็ที่รู้ๆกันอยู่ตามนั้น
อย่างที่รู้ๆกัน :42:
แฟนผมต้องการคน จัดอาร์ต การ์ตูน
ใช้อินดีไซต์ บนแม็ค อีลาส โฟโตชอบ
หยุดเสาร์อาทิตย์ ปิดเล่มแล้วไม่ต้องมา
เงินเดือน 12K
ทำที่ไหนครับพี่โอ๋
เมียผมกำลังว่างและอยากหางานทำอยู่พอดี :25:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 01 ธ.ค. 2009, 13:53 น.
ทำที่ไหนครับพี่โอ๋
เมียผมกำลังว่างและอยากหางานทำอยู่พอดี :25:
เขาเอาไม่เกิน 25 :22:
:30: :30: :30: :30:
:3005: :3005: :3005: :3005:
:30: :30: :30:
:30b: :30b: :30b: :30b: :30b: :30b:
ถ้าแทนที่จะเป็นพี่เจน เป็นพี่ติ๊กมาถามนะ :30: :30: :30:
เฮยอย่าขำกันมาก :26:
ที่ไปสอบกรมทรัพยากรธรณี ไม่ได้ล่ะ ไม่เป็นไรสู้ ๆ หาใหม่ :25:
สู้ๆ ครับ
ผมรอลุ้นต่อไป :12:
งานการเดี๋ยวนี้หายากจังเลยแฮะ กลับไปจะมีใครรับไหมนี่
คิดๆอยู่ว่า จะกลับไปเป็นอาจาร์ยมหาลัยดีหรือปล่าว (ที่บางมดนะ)
พอดีทุนทีรับอยู่ มันไม่ต้องใช้ ไม่ได้บังคับว่าต้องไปเป็นอาจาน จะไปทำอะไรก็ได้
แต่ประเด็นคือ อยากมาทำงานเมืองนอก(เก็บเงินนะ เงินมันดีเหลือหลาย :04:) แต่ว่าคุณแฟน แกก็แง้วๆว่า ถ้าออกไปเมืองนอกอีก มันจะทำยังไงดี :37:
ออกมาแล้ว 3 ปี ถ้าทำงานเมืองนอกอีก ก็อย่างน้อย 2 ปี เผลอๆ 3 ปีด้วยซ้ำไป
ก็อยากให้มันมาเรียนไปทำงานไป แต่มันก็ไม่เอาอีก บอกว่าตังไม่มี ภาษาไม่ดี ไปๆมาๆ ไม่อยากไปเมืองนอก
สงสัยสุดท้ายได้ไปเป็นอาจาร์ยมหาลัยแน่ๆเลย กลัวโดนเด็กถอนหงอกจังเลย ยิ่งโง่ๆอยู่ :15:
เป็นอาจารย์มหาลัย ผมว่าก็โอเคนะ :12:
ถ้าไม่อยากเป็นอาจารย์มหาลัย เราแนะนำให้เบียร์ มาเป็นครูมหาลัยแทน ดีมั้ย
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 05 ธ.ค. 2009, 01:52 น.
ถ้าไม่อยากเป็นอาจารย์มหาลัย เราแนะนำให้เบียร์ มาเป็นครูมหาลัยแทน ดีมั้ย
ทำไมนึกไม่ถึงนะ ลืมคิดไปเลย :37:
จริงๆรู้สึกว่า ตอนหาทุนเรียน กะเสือกกะสนหาทุนที่ไม่ต้องไปเป็นอาจารย์
แต่พอจบมาเลยรู้สึกว่าทำไมต้องไปเป็นอาจารย์ แต่ก็ไม่ได้ไม่ชอบหรอกนะ
แต่แค่ถ้าเป็นอาจารย์ คงเป็นอาจารย์ที่โหดมากแน่ๆเลย เพราะโดยนิสัยแล้วไม่ค่อยชอบบอกอะไรใครตรงๆ
ชอบให้เอาไปคิดเองมากกว่า :42:
อ้างคำพูดจาก: เบียร์ซาบซ่า ! เมื่อ 05 ธ.ค. 2009, 00:44 น.
งานการเดี๋ยวนี้หายากจังเลยแฮะ กลับไปจะมีใครรับไหมนี่
คิดๆอยู่ว่า จะกลับไปเป็นอาจาร์ยมหาลัยดีหรือปล่าว (ที่บางมดนะ)
พอดีทุนทีรับอยู่ มันไม่ต้องใช้ ไม่ได้บังคับว่าต้องไปเป็นอาจาน จะไปทำอะไรก็ได้
แต่ประเด็นคือ อยากมาทำงานเมืองนอก(เก็บเงินนะ เงินมันดีเหลือหลาย :04:) แต่ว่าคุณแฟน แกก็แง้วๆว่า ถ้าออกไปเมืองนอกอีก มันจะทำยังไงดี :37:
ออกมาแล้ว 3 ปี ถ้าทำงานเมืองนอกอีก ก็อย่างน้อย 2 ปี เผลอๆ 3 ปีด้วยซ้ำไป
ก็อยากให้มันมาเรียนไปทำงานไป แต่มันก็ไม่เอาอีก บอกว่าตังไม่มี ภาษาไม่ดี ไปๆมาๆ ไม่อยากไปเมืองนอก
สงสัยสุดท้ายได้ไปเป็นอาจาร์ยมหาลัยแน่ๆเลย กลัวโดนเด็กถอนหงอกจังเลย ยิ่งโง่ๆอยู่ :15:
สรุปว่าติดที่แฟนใช่ไหมครับ :56:
ถ้างั้นก็หางานทำที่โน่น
เสร็จแล้วก็ลากลับมาแต่งงาน
พาคุณแฟนไปที่นั่น บอกเธอว่าให้มาลองอยู่ดูสักพัก
ภาษาไม่ดี แล้วถ้าคุณแฟนอยากภาษาดี
การมาอยู่เมืองนอกมันก็ช่วยได้เยอะ
ไม่รู้ว่าจะโพสต์ไว้จู๋ไหนดีนะ
แต่เพิ่งรู้ข่าวว่าพี่ปิ๊บหัวหน้าฝ่ายอาร์ต(โดยตำแหน่งเรียกว่าผู้อำนวยการฝ่าย)เพิ่งเข้าโรงพยาบาล
ด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก อาการ 50/50
นับเป็นรายที่ 2 ในปีนี้ที่อาการนี้เต็มๆ คนแรกเป็นพี่ฝ่ายขาย
ซึ่งรอดแต่อัมพฤกษ์ครึ่งซีก และสมองไม่เต็มร้อย
นอกจากนี้ในปีนี้ยังมีเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการทำงานหนักเกินไปอีก 2 คน
คนแรกเฮียเป่งเจ้านายอีบวบ
คนที่สองพี่แก้วเป็น ผอ.ฝ่ายผลิต หัวใจเต้นผิดปกติกะทันหัน
แต่ทั้งสองคนรอดมาอย่างปกติ
ไม่รู้ว่าพี่ปิ๊บจะเป็นยังไงบ้าง
อย่าทำงานกันหนักเกินไปนะทุกคน
พี่ร่มจะอยู่บ. นี้อีกนานมั้ยครับ :47:
TVC ประกันภัยชุด มนุษย์เงินเดือน (http://www.youtube.com/watch?v=tGM1Ha8wtdg#normal)
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 07 ธ.ค. 2009, 23:16 น.
พี่ร่มจะอยู่บ. นี้อีกนานมั้ยครับ :47:
คาดว่าไม่นานนัก
แต่ก็พูดอย่างนี้มาสองสามปีแล้วนะ
แต่ก็ไม่แน่นะ การเปลี่ยนแปลงอาจมาในอีกไม่นานนัก
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 07 ธ.ค. 2009, 23:19 น.
TVC ประกันภัยชุด มนุษย์เงินเดือน (http://www.youtube.com/watch?v=tGM1Ha8wtdg#normal)
นึกถึงโฆษณานี้เหมือนกัน :37:
มาอัปเดตชีวิตโบว์แอนกันนิดนึงค่ะ :33:
ผ่านมา 5 เดือนหลังจากทำงานอาร์เอส
แอนเป็นโปรเจคเมเนเจอร์ของโปรเจคใหม่ชื่อ Skoolbuz
ส่วนโบว์เป็น Project Co-Ordinator
แอนก็ดูสนุกสนานดี ส่วนโบว์ตอนแรกก็สนุกดีแต่ตอนนี้เริ่มไม่สนุกแล้ว
คงเป็นเพราะว่าวันๆ ไม่ค่อยมีอะไรทำแล้วมั๊ง งานมันเลยไม่ค่อยท้าทาย
อีกอย่างโจทย์มันเปลี่ยนด้วย ตอนแรกที่เข้าไปทำงานโบว์ต้องเป็น Co-Ordinator ของ Skoolbuz อย่างเดียว
แต่ตอนนี้ข้างในอาร์เอสเค้ารวมองค์กรกัน มีโปรดักส์ 3 ตัวต้องอยู่ในหน่วยงานเดียวกัน
โบว์เลยต้องเป็น Co-Ordinator ของ 3 โปรเจค
งานไม่ได้หนักขึ้นนะ เพราะรับคนมาเป็นผู้ช่วย
แต่ตอนนี้เริ่มเบื่อๆ ความจำเจ และเบื่อคนที่มากขึ้นด้วย
บอกตามตรงโบว์กำลังตัดสินใจว่าจะอยู่หรือจะไปดี
ถ้าจะลาออกก็ติดหลายอย่าง ติดแอนด้วย ถ้าโบว์ไม่อยู่แอนก็คงไม่อยากอยู่
ติดน้องติดนุ่งที่ชวนเข้ามาทำงานกันครึ่งออฟฟิศ
คิดอีกแง่คืองานที่ทำอยู่ตอนนี้สบายมาก เข้างาน 10 โมงครึ่ง 11 โมง กลับบ้าน 6 โมงครึ่ง ทุ่มนึง
วันๆ ก็งานเอกสารบ้างนิดหน่อย งานหลักคือนัดประชุมกับเรียกคนเข้าห้องประชุม รับโทรศัพท์
งานการกึ่งเป็นเลขาอยู่ล่ะตอนนี้ งานรองคือดูเรื่องเบิกจ่ายเงิน ไม่ต้องทำบัญชีด้วยเพราะมีคนทำ
มันก็สบายเนอะ เงินก็ได้เยอะพอควร
แต่คนมันเคยสบายกว่านี้เลยเสพความสบาย เฮ้อ :37:
(อีกงานคือคอยด่าคนมาทำงานสาย เพราะของโบว์ไม่ต้องตอกบัตร 55)
ที่ต้องตัดสินใจเพราะโบว์ยังแบ่งเวลาไม่ค่อยถูกด้วย งานเสื้อลูกค้าหลุดหลายตัวเลย
เลยกำลังชั่งใจว่าจะเอายังไงดีกะชีวิตดีเนี่ย
ตอนนี้เป้าแรกที่ตั้งคือท้องเมื่อไหร่ก็คงลาออกแหละ ก็น่าจะเป็นปีหน้าล่ะมั๊ง :37:
เดี๋ยวตัดสินใจอะไรได้จะมาอัปเดตอีกทีนะ :33:
เพื่อลูกๆ ๆ ๆ :07:
อัพเดตบ้างสิ
วันนี้ยื่นใบลาออกจากเวิร์คพ้อยท์แล้วล่ะ :56:
จะไปทำที่ไหนเดี๋ยวมาเล่าให้ฟังอีกทีนะ
ปีใหม่ ที่ทำงานใหม่ กะว่าจะเป็นฤกษ์งามยามดีกับการปรับตัวเองใหม่ด้วย :40:
แว๊ก ลุงร่มลาออกจากเวิร์กพ้อยท์ แล้วใครจะมาแฉเบื้องหลังล้วงลับอีกล่ะ :05a:
ตูมีประโยชน์เท่านี้เองใช่มั้ย :0705:
ใช่
อ่า ล้อเล่นน่า
เอ้า ออกกันหมด กะว่าปีหน้า
จะบุกตลาดอิงค์เจ็ท ออฟเซ็ท
เวิร์คพอยท์ กับ สคบ. ซะหน่อย
นี่ดึงบีมาเป็นเซลล์ที่ออฟฟิศแล้ว
กะว่าปีหน้าจะให้เพื่อน กับบีบุกตลาด หางานมากขึ้น
เพื่อรองรับกับเครื่องปริ้นท์ที่จะซื้อเพิ่ม :25:
ออฟฟิศไหน หรือใครสนใจทำงานอิงค์เจ็ท ออฟเซ็ท ติดต่อเสนอราคา ได้นะค้าบบ :25:
ปีหน้าจะทำยอด เก็บเงิน พาน้องๆ ไปเที่ยว ญี่ปุ่น 5 ที่นั่ง ไม่รู้จะไหวมั้ย
ตอนนี้งาน ก็ค่อยๆ ลงตัวขึ้นแต่คนทำงานยังสบายกันจนเคยชิน ต้องปรับอะไรนิดหน่อย
สิ้นปีมีปวารณาคนทำงาน จะเอาวัฒนธรรมเดิมกลับมาใช้ เพื่อให้ทุกคนกระตือรือล้นและกำจัดระบบการเมืองในบริษัทให้สิ้นซาก
มีข่าวว่า ผมจะต้องคลุมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จซะที รู้สึกจะปล่อยมานานแล้ว ทั้งตัวเองด้วย
ส่วนเรื่องส่วนตัว
สิ้นปีนี้จะซื้อคอนโด
ชีวิตจะได้เป็นสัดส่วนกว่านี้ หน่อย
นอกนั้น ก็คิดว่าจะ จริงจังให้มากขึ้น
ไปขุดโพสเจ๊โบว์มา :30:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 13:47 น.
คนนึงออกจากซีเอ็ดไปแล้ว ทีนี้ก็เหลือเวิร์คพอยซ์ล่ะ :30:
ในที่สุดก็เป็นจริงแล้ว :25:
เพิ่งย้อนอ่าน 122 หน้าที่ผ่านมาใหม่หมด ใช้เวลา 1 ชั่วโมงนิดๆ :07:
(เปิดผ่านๆ) เลยมานั่งไล่ ทรัพยากร ในตัวเองที่มีตอนนี้
- ตำแหน่งงาน บรรจุเรียบร้อย เป็นพนักงานกึ่ง part-time กึ่ง full-time ของบริษัท ได้เงินเดือนอยู่ด้วยทั้งๆ ที่เดือนนึงแทบไม่ได้ทำอะไรเลยเนี่ยแหละ :07: (กะว่าเรียนจบก็ใช้ให้คุ้มเลยแน่ๆ)
- ว่าที่ work permit ที่ญี่ปุ่น... รอเรียนจบ พร้อมกับตกลงเข้าทำงานที่บริษัทเต็มตัว มีส่งต่อไปญี่ปุ่นแน่ๆ
- อายุ 22 ปี กับเงินเก็บที่อยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรได้อีก 2-3 ปีเป็นอย่างน้อย
คิดอยู่ว่าโอกาสดีๆ อย่างนี้จะมีอีกมั้ย... แต่มันก็แลกกับอิสระของเราเหมือนกัน
เรื่องงาน ตัวเลือกเยอะจนปวดหัว สรุปตอนนี้โยนทิ้งให้หมด ไปเรียนต่อก่อน :42:
ถ้าสมัครสอบเข้าผ่านนะ :30:
มีใครรู้เรื่องสอบเข้า I-MEEC ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ บ้างมั้ยครับ :05:
สาขาวิชาวิศวกรรมโทรคมนาคม Communication Engineering (ภาคภาษาอังกฤษ / English Program)
http://www.graduate.kmutnb.ac.th/pagefiles/curriculum/master.htm (http://www.graduate.kmutnb.ac.th/pagefiles/curriculum/master.htm)
http://www.graduate.kmutnb.ac.th/curriculum/imeec.pdf (http://www.graduate.kmutnb.ac.th/curriculum/imeec.pdf)
รายละเอียดช่างน้อยนิด :05:
คุณสมบัติเยอะเกิน :23:
สมัครงานเป็นเจ้าของบริษัทไปเลย ไอซ์ :56:
ของไอซ์ ตูแนะนำว่า ไปทำงานที่ญี่ปุ่นดีกว่าครับ
ประสบการณ์ สำคัญมากในการทำงานสายเทคโนโลยี
สำคัญมากกว่าปริญญา
พอทำงานได้สักสี่ห้าปี ค่อยมาเรียนโทต่อก็ยังไม่สาย
เพราะถึงยังไง เทคโนโลยีมันก็เปลี่ยนตลอด
อีกห้าปีข้างหน้า ก็ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ มากกว่าด้วย
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 17 ธ.ค. 2009, 01:37 น.
เอ้า ออกกันหมด กะว่าปีหน้า
จะบุกตลาดอิงค์เจ็ท ออฟเซ็ท
เวิร์คพอยท์ กับ สคบ. ซะหน่อย
นี่ดึงบีมาเป็นเซลล์ที่ออฟฟิศแล้ว
กะว่าปีหน้าจะให้เพื่อน กับบีบุกตลาด หางานมากขึ้น
เพื่อรองรับกับเครื่องปริ้นท์ที่จะซื้อเพิ่ม :25:
ออฟฟิศไหน หรือใครสนใจทำงานอิงค์เจ็ท ออฟเซ็ท ติดต่อเสนอราคา ได้นะค้าบบ :25:
ไม่รู้ว่าเวลาจะปริ้นแต่ละที พี่บอกอที่แผนกเขาใช้วิธีไหนเลือกที่จะปริ้น
เร็วๆ นี้นี่ก็เพิ่งเปลี่ยนเจ้าปริ้น
แต่ว่า ซีเอ็ด มีงานปริ้นตลอดปีอ่ะครับ
ปริ้น a4 a3 Xbanner โปสเตอร์ยักษ์ หัวชั้นหนังสือ โฆษณาต่างๆ (พวกนี้ผมเป็นคนทำ)
พี่ศักดิ์มีใบเสนอราคาคร่าวๆ ไหมครับ
เดี๋ยวผมไปยื่นให้พี่บอกอดูให้
ลอง จมล. มาจ๊ะ :27:
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 17 ธ.ค. 2009, 00:57 น.
แว๊ก ลุงร่มลาออกจากเวิร์กพ้อยท์ แล้วใครจะมาแฉเบื้องหลังล้วงลับอีกล่ะ :05a:
นั่นสิ :05a:
ดีใจกับทุกคนนะคะ อยากให้ทุกคนบินได้ค่ะ :33:
ผมเลี้ยงลูกอยู่กะบ้าน
พฤหัส ศุกร์ สอนตอนเย็นสองชั่วโมง
เสาร์ อาทิตย์สอนทั้งวัน
สบายมาก
ได้เลี้ยงลูกเอง
มีเงินใช้สบายๆ
เดี่ยวโบว์จะเลี้ยงลูกอยู่บ้านเลียนแบบพี่โอ๋บ้างค่ะ :33:
อยากมีเวลาส่วนตัวเยอะๆแบบนั้นมั่ง :05:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 17 ธ.ค. 2009, 09:45 น.
เดี่ยวโบว์จะเลี้ยงลูกอยู่บ้านเลียนแบบพี่โอ๋บ้างค่ะ :33:
แต่ภรรเมียพี่ทำงานเจ็ดวันเลยนะ
จัทร์ถึงศุกร์ทำหนังสือ เสาร์อาทิตย์โรงเรียน
สลับกันซะงั้น :30:
โบว์ไม่ต้องห่วงนะ ลาออกไปเลี้ยงลูกเมื่อไหร่
เดี๋ยวชั้นจะไปเสียบทำงานแทนเอง เรื่องแอนไม่ต้องห่วง ชั้นจะปรนนิบัติพัดวีอย่างดี
แกอยู่เลี้ยงลูกอยู่บ้านได้เลย :26:
:55:
เชียร์ให้ไอซ์ลาออกไปทำงานเลย ไม่ต้องเรียนแล้ว
จากตี๊บจ๊อบ
เชียร์ไอซ์ทำงานเหมือนกัน
เรียนโททางโทรคมนาคมถ้าจบไปแล้ว
ทำงานอย่างเดิมรวยกว่า
ทำไมไอซ์อยากเรียนสายนี้หละ
(ถ้าอยากมีวุฒิ ป. โท ซักใบก็โอเคนะ :30:
อย่างไอซ์ขนาดนี้แล้วไม่ต้องเรียนแล้ว)
อยากเรียนเพราะอยากเรียนเฉยๆ จริงๆ ครับ :42: ไม่ได้กะทำงานสายนี้เลย
แค่อยากรู้อยากเล่นว่าของจริงมันเป็นไง แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรียนไปจะได้เจอมั้ย :30:
ไอซ์ทำงานซักห้าหกปี เก็บเงินแล้วเปิด บ. โทรคมนาคมเองเลย
ได้เล่นของจริงเต็มที่แน่ๆ :30:
จากนั้นน้องไอซ์ ก็เล่นการเมือง แต่ก่อนเล่น แนะนำให้ จ้างคนขับรถไว้เยอะๆ ไว้เผื่อจะโอนอะไรให้ใคร
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 17 ธ.ค. 2009, 13:31 น.
ไอซ์ทำงานซักห้าหกปี เก็บเงินแล้วเปิด บ. โทรคมนาคมเองเลย
ได้เล่นของจริงเต็มที่แน่ๆ :30:
เผลอๆ ไม่ต้องเรียนโท แต่ได้ไปเลคเชอร์ให้นศ. ป.โทฟังด้วยซ้ำ :30:
มาอัพเตทเรื่องงานที่ใหม่
คือออกจากเวิร์คพ้อยท์ตามลูกพี่ที่เป็น ผอ.ฝ่ายผลิต
มาทำงานที่ใหม่ เจ้านายคนเดิม :30: :30:
ชื่อ บ.Zense Entertainment จ้ะ
รายการจะออกต้นปีนี้แหละ ยังบอกไม่ได้ว่าอะไร :27:
ส่วนออฟฟิศใหม่อยู่หลังการบินไทย ตึกไหนยังไงก็ยังไม่รู้ :30:
ทั้งบริษัทตอนนี้มี 4 คน president, ceo แล้วก็ครีเอทีฟ 2 คน นอกนั้นยังไม่มีอะไรเลย :30: :30:
สนุกล่ะงานนี้ :3005:
มีอะไรหนุกๆ ให้ช่วยทำมั้ยลุง :25:
// ช่วงนี้ เวลา งาน เงิน เริ่มเข้าเค้าลงตัว มีโปรเจค 2-3 ตัว ให้ทำก็โอเคแล้ว
มีจ๊อบอะไรที่สมารถทำซัก 3 วันต่ออาทิตย์ ไหม ไหนๆก็ขึ้นกรุงเทพฯทั้งที น่าจะได้ไปทำงานด้วย :47:
:45:
พี่ร่ม กล้าหาญมาก :12:
อ้างคำพูดจาก: ส้ น ♥ เมื่อ 17 ธ.ค. 2009, 14:12 น.
มีอะไรหนุกๆ ให้ช่วยทำมั้ยลุง :25:
จะแต่งงานมั้ยล่ะ :37:
กำลังหาเจ้าสาวมา make over :37: อุ๊บส์ ยังขายไม่ผ่านเลยนี่หว่า :47b:
เอ้อ ไอ้ปิ๊กไงล่ะ :25: :25:
อ้อ คู่รักคู่ไหนสนใจออกรายการทีวีเล่นเกม เตรียมตัวไว้ก่อนเลยนะ :27:
ได้ทั้ง สามีภรรยา หรือ แค่แฟนก็เอานะ :56:
อ้างคำพูดจาก: 'ระจัน เมื่อ 17 ธ.ค. 2009, 14:16 น.
:45:
พี่ร่ม กล้าหาญมาก :12:
ไม่เท่าพี่หรอกครับ พี่โอ๋เป็นฮีโร่ลูกผู้ชายตัวจริงของผมเสมอ :12:
:39b:
เหมือนกล่องดำมะ
ไม่เหมือนครับ แอ๊กชั่นเล็กๆ สนุกๆ หน่อยครับ
เอาทางบ้านมาเจอกับคู่ดารา
เอ๊ะ นี่บอกจะหมดแล้วนะเนี่ย :30: :30:
เดี๋ยวชัวร์แล้วจะมารับสมัครอีกทีครับ :27:
:27: น่าสนใจ
แอน กะโบว์ไง
ศักดิ์กะบี
บริษัท 4 คน ทำรายการได้ด้วย :18: :12:
อยากบินได้บ้าง :05:
แค่คนคิด คนตัดต่อ คนขายงานลูกค้า แค่นี้แหละ ที่เหลือจ้างคนอื่นทำเอา :27:
ถ้าจะสมัครต้องเตรียมการล่วงหน้าซัก 3-4 เดือน ลดหุ่นก่อน :08:
รับสมัครแฟนชั่วคราวครับ :37:>
สมัคร :27:
ตายแล้ว
ตายเตยอะไร รายการเค้ายังไม่ได้ออนแอร์เลย :07:
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร = ลุงเป็ด เมื่อ 17 ธ.ค. 2009, 14:11 น.
มาอัพเตทเรื่องงานที่ใหม่
คือออกจากเวิร์คพ้อยท์ตามลูกพี่ที่เป็น ผอ.ฝ่ายผลิต
มาทำงานที่ใหม่ เจ้านายคนเดิม :30: :30:
ชื่อ บ.Zense Entertainment จ้ะ
รายการจะออกต้นปีนี้แหละ ยังบอกไม่ได้ว่าอะไร :27:
ส่วนออฟฟิศใหม่อยู่หลังการบินไทย ตึกไหนยังไงก็ยังไม่รู้ :30:
ทั้งบริษัทตอนนี้มี 4 คน president, ceo แล้วก็ครีเอทีฟ 2 คน นอกนั้นยังไม่มีอะไรเลย :30: :30:
สนุกล่ะงานนี้ :3005:
การบินไทยตรงวิภาฯ ป้ะพี่?
นั่นแหละ แต่ตึกไหน ยังไง ยังไม่รู้นะ :30:
คือลูกพี่ตูก็ยังไม่รู้แน่ แถมยังอาจไม่ได้ตรงนั้นด้วย :30: :30:
งั้นช่วงนี้ก็ว่างแล้วสิ
มา มา เรามาดูดอุ ♪ ♫
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร = ลุงเป็ด เมื่อ 17 ธ.ค. 2009, 17:04 น.
นั่นแหละ แต่ตึกไหน ยังไง ยังไม่รู้นะ :30:
คือลูกพี่ตูก็ยังไม่รู้แน่ แถมยังอาจไม่ได้ตรงนั้นด้วย :30: :30:
นั่นดิ ตึกไหนอะ ออฟิศใกล้ๆ เซนต์จอห์น หรือตรงศูนย์ฝึกลูกเรือตรงหลักสี่
หรือสนง. ที่ผ่านฟ้า :30:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 17 ธ.ค. 2009, 17:07 น.
งั้นช่วงนี้ก็ว่างแล้วสิ
มา มา เรามาดูดอุ ♪ ♫
ใครว่างวะ :3005:
ตอนนี้ตูทำงานเหมือนอยู้ 2 บริษัท :05: :05:
ไหนจะต้องเตรียมรายการใหม่
ไหนจะต้องเคลียร์ส่งมอบงานเก่า
ไหนจะเรื่องรายการเด็ก
ลองดูสถิติการปั่นช่วงนี้ตูสิครับพี่น้อง :3005:
ก็ยังเยอะเหมือนเดิมนี่ครับ :42:
:30:
อยากไปเป็นเด็กในสังกัดเจ๊ส้ม :25:
รับลูกเบ๊มั้ยฮะ
ลุงร่ม จะหลอกหนูไปทำอะไร
อ้างคำพูดจาก: 0U! เมื่อ 17 ธ.ค. 2009, 14:55 น.
รับสมัครแฟนชั่วคราวครับ :37:>
ขอสมัครไม่เอาเงินเดือนแถมขนมให้ด้วย :56:
อ้างคำพูดจาก: พลัม เมื่อ 17 ธ.ค. 2009, 21:05 น.
ขอสมัครไม่เอาเงินเดือนแถมขนมให้ด้วย :56:
อ๊างงงง :53:
:56:
เอ็งมันแค่ดำ แต่อุ้ยขนเยอะนะ :53:
:4705:
ว่าจะมาปั่นต่อ ลืมไปว่าบนหิ้ง :30:
:30:
:25: อัพเดทบ้าง
ช่วงนี้งานยุ่งมากจนผิดปกติ ปกติจะยุ่ง ๆ วุ่นวาย ๆ
แต่ตอนนี้ยุ่งโพด ๆ เพราะมีลูกค้าจากประเทศต่าง ๆ เข้ามาเยี่ยมชมบริษัทเยอะ
มีประชุมเยอะ จนรู้สึกเหมือนเค้าจ้างมาประชุม
แต่ก็ทำให้ไอ้สิ่งที่เคยเบื่อ ๆ ก็ดีขึ้น หน้าที่รับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็สนุกขึ้น เหนื่อยขึ้น
เรื่องการหางานใหม่ก็เลยชลอ ๆ ไว้ก่อน อาจเป็นเพราะมันไม่ค่อยมีโอกาสได้หาด้วย
มาอัพเดทอรมั่งอิอิ
ทุกวันนี้อรมีงานทำแล้ว :02:
ตอนแรกพี่โบว์ชวนมาทำกับเว็บSkoolbuz แต่ก็โดนไล่ออกมาทำที่เว็บ zheza :30:
เลยตรงกับนิสัยของอรใหญ่เลย เพราะชอบไปคลุกคลีกับเด็กหนุ่ม และเรื่องไร้สาระ :10:
งานก็สนุกดี แต่อยู่ไปๆ พี่แก้วที่เป็นลูกพี่ของอรเกิดลาออก อ๊ากก รู้สึกว้าเหว่ :05:
แต่ก็ไม่เป็นไร๊ เราก็ทำเท่าที่เราทำได้ แต่แล้วก็มีคำสั่งจากเบื้องบนว่าจะเปลี่ยนรูปแบบcontent ที่เคยทำๆมาใหม่ทั้งหมด
แต่ตอนนั้นอรก็อยู่ตัวคนเดียวแล้ว แต่ก็ไม่เป็นไร๊ เราก็ทำเท่าที่เราทำได้ ลองดูก็น่าสนุกดี (เป็นคนกลัวการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย)
แต่ตอนนี้รู้สึกว่าตั้งแต่ทำงานมา เวลานอน และเวลาเรื่อยเปื่อยน้อยลง โรคขี้เกียจกำเริบ :05:
อยากนั่งเล่นเกมซิมส์ทั้งวันเหมือนเมื่อก่อน คิดว่าทำงานจนกว่าหมีเล็กเรียนจบ แล้วหาที่ทางที่ออสเตรเลียได้
อรจะไปเปิดร้านไอติมอย่างที่ฝันไว้ เปิดร้านริมละเลไปเลย :25:
หาแฟนฝรั่ง กำเนิดลูกหมีน่ารักๆ :25: (อันนี้เพ้อเอง)
โอเคหมด ยกเว้นบรรทัดสุดท้าย :30:
อัยย์อ่ะ :30:
งานพี่หมีน่าสนุก :25:
บุ๋มทำตอนนี้คล้ายๆพี่โบว์เลยต่างกันตรงที่ต้องทำบัญชีด้วยนี่แหละ
หน้าที่หลักก็เป็นเลขา( เป็นเลขาที่เบ๊อะมาก และซุ่มซ่ามเป็นที่สุด :30: ทำแก้วแตกหลายใบแล้ว )
ติดต่องาน รับโทรศัพท์ จองห้องประชุม ตามคนมาประชุม
สิ้นเดือนเคลียร์เบิกทุกอย่าง คอยตอบคำถามว่าทำไมตังค์ยังไม่ออก
แล้วต้องโทรไปทวงเงินให้เค้าด้วย
จะต้องเร่งเคลียร์งานให้ทันวันที่ 30 ไม่งั้นก็ต้องมาวุ่นวือวันที่ 4 มกรา (คงเที่ยวปีใหม่แบบค้างคามาก)
เบื่อยุ่งเรื่องเงินทองคนอื่นที่่สุด :39: กะว่าทนไปอีกหน่อย
สะสมความรู้ที่พอจะโยกย้ายตัวเองออกจากหน้าที่นี้ก่อน และรอจังหวะ
ตอนแรกคิดว่ามันสบายดี (ขี้เกียจติดสบาย) แต่เนื้องานเหมือนไม่เหมาะกับตัวเองเลย
งานมันนิ่งมาก ทำแบบเดิมๆ
แต่ก็มีส่วนอื่นที่นอกเหนือจากหน้าที่หลักให้ทำ ก็มีพวกเรื่องเว็บ
อัพคอนเทนต์ ตัดต่อคลิปข่าว บรีฟไฟล์อัพขึ้นเว็บ แปลงไฟล์ Podcast มีทำแบนเนอร์นิดๆหน่อยๆ (ความสามารถน้อย)
มีทำแบบตื่นเต้นช่วงนึง คือไปคุมพร้อมเตอร์เวลาผู้ประกาศจะออกอากาศ ที่ตื่นเต้นเพราะ มันค่อนข้างสด ถ้าผิดก็ต้องเทคใหม่ เลยเกร็งๆ
แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้ว รายการปิดไป (รายการข่าวภาษาอังกฤษ MCOT NEWS เที่ยงคืน จันทร์ถึงศุกร์)
งานเริ่มเครียดขึ้นเจ้มจ้นขึ้นเรื่อยๆ เครียดปวดหัวหนึบๆ เลยบางที
แต่ส่วนมากก็ชิวๆ ก็คิดแต่ว่า เอาน่ะ สู้ๆ เพื่ออนาคตที่สดใส :40:
สู้ๆ ครับ พี่บุ๋ม :53:
สู้ๆ น้องบุ๋ม สู้ๆ น้องไอซ์ .. เด็กเดี๋ยวนี้มันเก่งจังเลยเว้ย :12:
วันนี้ประกาศผลสอบใบอนุญาต :07:
กว่าจะอั๊พขึ้นเว็บก็บ่ายๆ :05:
ขออวยพรนะจ๊ะ :39b:
อ๊ะ ผิดอีโมสินะ :47a:
:11:
แต่ละคนเยี่ยมไปเลย :12:
ปล.แล้วตรูมัวทำไรอยู่เนี่ย :41:
ใบขับขี่เหรอ :47:
ว้า ไม่มันเลย :47:
ลบทั้งสองลุงเลย :39b:
เซ็นแบบได้แล้วนี่หว่า :39b:
ดีใจด้วยนะบวบ.. :25:
เหลือสอบสัมพลาด แต่คงไม่มีใครตกหรอกเนอะ :30a:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 21 ธ.ค. 2009, 12:53 น.
เหลือสอบสัมพลาด แต่คงไม่มีใครตกหรอกเนอะ :30a:
อาจจะเป็นรายแรก :47:
ถามเพื่อนมาแล้วย่ะ :27:
อ้างอิงประกาศผลวันนี้แล้ววววว!!! says:
*พอสอบผ่านแล้วต้องทำไงต่อวะ? :37:
อั๊ต says:
*ก็ไปจ่ายค่าอบรมที่สภา
*4000
*รออบรมจบ
ประกาศผลวันนี้แล้ววววว!!! says:
*ภายในเมื่อไหร่?
อั๊ต says:
*ก็อ่านดูเอาอะ
ประกาศผลวันนี้แล้ววววว!!! says:
*ขุดเลือดขูดเนื้อ :3005:
อั๊ต says:
*อันนี้ก็ไม่แน่ใจ
ประกาศผลวันนี้แล้ววววว!!! says:
*แม่งเขียนว่าจะแจ้งในภายหลัง :37:
อั๊ต says:
*อืม แสดงว่ายังจ่ายไม่ได้
ประกาศผลวันนี้แล้ววววว!!! says:
*แล้วไงต่อ
*อบรมแล้วไง?
อั๊ต says:
*แล้วก็เสร็จแล้ว
ประกาศผลวันนี้แล้ววววว!!! says:
*ผ่านทุกคนใช่มะ :30a:
*เออ งั้นกูจ่ายก็ได้
อั๊ต says:
*อืม
*สัมภาษณ์วันอบรมไม่มีอะไรหรอก
*ไปให้ทันก็พอ
ประกาศผลวันนี้แล้ววววว!!! says:
*แต่ต้องประมาณว่าห้ามขาดอบรมไรงั้นใช่มะ?
อั๊ต says:
*ช่าย
ประกาศผลวันนี้แล้ววววว!!! says:
*อบรมวันเดียวเหรอวะ?
อั๊ต says:
*เพราะวันอบรมคือวันที่สัมภาษณ์และได้ใบเลย
*อืม ใช่
ประกาศผลวันนี้แล้ววววว!!! says:
*ได้เลยด้วย 555
อั๊ต says:
*อืม
ประกาศผลวันนี้แล้ววววว!!! says:
*ปกติมันช่วงเดือนไหนวะ?
อั๊ต says:
*กุมภา
ประกาศผลวันนี้แล้ววววว!!! says:
*นานค่อด :08a:
*โอเคแต๊งกิ้ว
ทำไมพี่บวบประกาศผลเร็วจัง
ของผม ยังไม่ประกาศเล้ย
เลื่อนมา 3 ครั้งแล้ว :07:
แล้วก็ลืมไปอบรม :47:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 21 ธ.ค. 2009, 13:27 น.
ทำไมพี่บวบประกาศผลเร็วจัง
ของผม ยังไม่ประกาศเล้ย
เลื่อนมา 3 ครั้งแล้ว :07:
ตูว่านี่ช้าแล้วนะ สอบตุลา ข้อสอบตรวจด้วยคอมฯ (ยกเว้นดีไซน์) เพิ่งประกาศวันนี้
ผมก็สอบตุลานะ นี่จะปลายธันวาแล้ว :05:
รอลุ้นอย่างมีความหวังต่อไป :46:
จริงๆสอบเสร็จแล้วก็เสร็จกันเลยครับ
อบรม สัมพลาดอะไรนั่น มันพิธีประกอบ แต่ก็ต้องไปนะ ดูวันดีๆด้วยล่ะ
อย่าลืมจ่ายตังค์ค่าสมาชิกสภา กับพวกค่าใบอนุญาตต่างๆให้ครบ
ดูจำนวนปีอะไรด้วยก็ดี เพราะแต่ละปีก็เหมือนจะมีโปรโมชันค่าต่ออายุไม่เหมือนกัน
แค่นี้ ก็เป็นสถาปนิกเต็มตัวแล้วครับ
ปีผมไปอบรม นั่งรวมๆดูทีวีให้ห้องโถงใหญ่ๆ หลับแล้วหลับอีก ตื่นมาก็ได้ใบอนุญาตแล้วครับ :37:
ขอขึ้นเงินเดือนสักเท่าไหร่ดีครับพี่โอฯ :37:
พี่เป่งค้าบบบบ :07b: :07b:
แหม่ ได้ใบแล้่วจะขอขึ้นเงินเดือนเลยเรอะ :37:
วัยรุ่นใจร้อน :30a:
จริงๆ ก็เคยถามนะครับ
พี่คนนึงบอกว่า "ยังไม่เคยมีเคสแบบนี้ว่ะ" :47:
อีกคนบอกว่า "ให้มันผ่านก่อนเหอะมึง" :37:
แต่ได้ข่าวว่ากว่าจะได้ใบก็กุมภาฯ นู่น ซึ่งอีกเดือนเดียวก็ทำงานครบปีละ ถึงเวลาปรับเงินเดือนพอดี :47:
ส่วนใหญ่ เค้าจะดูตั้งแต่ยังไม่ไ้ด้รับเข้ามาน่ะ ไอเพิ่มให้ตอนได้นี่ ไม่ค่อยมีนะ
ที่ออฟฟิศ ได้ใบแล้ว ก็ยังได้เท่าเดิม เพราะถือว่า ได้มาก็ไม่ได้ใช้ทำอะไร คนเซ็นก็มีอยู่แล้ว :37:
ถ้ายังไม่มีวุฒิ เค้าก็อาจจะรับให้เป็นเรทเดียวกับดราฟท์แมน หรือลดจากเรทสถาปนิกหลักนิดหน่อย
แต่บางที่ ได้ปริญญาตรีสถาปัตย์มาแล้ว แค่ยังสอบไม่ได้ เค้าก็ให้เรทสถาปนิกแล้วนะ
ตอนนี้ระหว่างรอบัตร สิ่งที่บวบต้องทำเลย คือ...
คิดลายเซ็นสวยๆ รอไว้เลยครับ เดี๋ยวต้องเซ็นเก็บหลักฐานไว้หลังบัตร
แล้วมันต้องใช้เซ็นแบบไปตลอดนะ จนกว่าบัตรจะหมดอายุ
อย่าเอาให้มันลวดลายยากเกินล่ะ เจอเซ็นแบบสัก 100 แผ่นแล้วจะรู้สึก :37:
ลายเซ็นตูเขียนเป็นชื่อและนามสกุล ด้วยลายมือปกติ(แบบหวัดๆหน่อย)
ตอนไปทำเรื่องอะไรซักอย่างที่ธนาคารเกี่ยวกับบัญชีของบริษัท ต้องมานั่งเขียนชื่อ-นามสกุลร่วมร้อยครั้ง :3005:
รู้งี้ตอนแรกเขียนแค่ชื่อก็พอ :05:
พี่ซีเนียร์ที่ออฟฟิศก็บอกครับ ว่าในเอกสารเขาจะเอาไปแสกนลงบัตร
แล้วพี่แกนึกว่าแค่ลงชื่อเฉยๆ กลายเป็นลายเซ็นที่ต้องใช้ตลอดอาชีพซะงั้น :30:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 21 ธ.ค. 2009, 15:06 น.
ลายเซ็นตูเขียนเป็นชื่อและนามสกุล ด้วยลายมือปกติ(แบบหวัดๆหน่อย)
ตอนไปทำเรื่องอะไรซักอย่างที่ธนาคารเกี่ยวกับบัญชีของบริษัท ต้องมานั่งเขียนชื่อ-นามสกุลร่วมร้อยครั้ง :3005:
รู้งี้ตอนแรกเขียนแค่ชื่อก็พอ :05:
เหมือนกัน :05:
:30:
อัปเดตชีวิตตัวเองครับ
ตอนนี้นอนดึกตื่นสายทุกวัน
ไปทำงานก็ลากโต๊ะ ยกโต๊ะ ชงน้ำตะไคร้กิน มานั่งเป่าๆ แล้วก็รอให้แว่นหายฝ้า แล้วค่อยยกซด
เมื่อวันนี้ก็ไปนั่งคุยกะผู้ชายแปลกหน้า 5 คน ด้วยเรื่องทวิตเตอร์ :08:
แล้วพอเลิกจากงานกลางวันก็มาต่องานกลางคืน ซึ่งอันนี้สนุกหน่อย ได้นั่งงมเว็บมึนๆ :3005:
สนุกดีครับ แต่สนุกแบบนี้บ่อยๆ ก็ไม่ดีเท่าไหร่ต่อสุขภาพ
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 21 ธ.ค. 2009, 13:44 น.
ตูว่านี่ช้าแล้วนะ สอบตุลา ข้อสอบตรวจด้วยคอมฯ (ยกเว้นดีไซน์) เพิ่งประกาศวันนี้
ตรวจด้วยคอม เดี๋ยวนี้ไม่เป็นข้อเขียนแล้วเหรอ :09:
ปีที่แล้วตกเยอะมั้งครับ ปีนี้ช้อยส์หมดครับ ยกเว้นออกแบบ :30:
จำได้ว่าตอนสอบนั่งเขียนจนปวดมือ :05:
วันนี้ที่แผนกมีข่าวตะลึง ตึง ตึง
เดิมมีสมาชิกกันอยู่ 6 คน จะเกษียณ (55 ปี) 1 คน
เจ้านายก็ถ่ายงานมาให้คนที่เหลือ เพราะบริษัทไม่มีนโยบายรับคนเพิ่ม
(ได้ข่าวไม่ยืนยัน ว่ากำลังพิจารณาเรื่อง Lay Off ด้วยซ้ำ ซึ่งแปลกมาก ที่มีปัญหาช้ากว่าชาวบ้านเขาได้ไง)
อยู่ๆ เมื่อวานนี้พี่อีกคนโดนให้ลาออกกระทันหัน เพราะกระทำผิด Code of conduct
ว่าด้วยการมี job พิเศษที่ขัดผลประโยชน์บริษัท (คาดว่าคงหาเรื่องปลดคนด้วยมากกว่า)
วันนี้เจ้านายเอางานมากระจายให้ 4 คนที่เหลือ
แน่ล่ะ เนื่องจากนโยบายไม่รับคนเพิ่มเช่นเดิม..
อ่วมค่ะ.. ตอนนี้ไม่รู้จะไปขุดคุ้ยโต๊ะพี่เขายังไงต่อ กระทันหันเหลือเกิน
แต่ข้อดีก็คือ ขณะนี้เราสี่คนที่เหลือรับงานจนเกินกำลังแล้ว
คงจะไม่โดน Lay Off เพราะว่าถ้าจะลดคนอีกแม้แต่คนเดียว ก็คงต้องปิดแผนกแล้ว
เนี่ยแหละน้อ ชีวิตมนุษย์เงินเดือน .. แต่ก็ไม่ได้อนาทรร้อนใจอะไรค่ะ
อย่ามาหาเรื่องกันละกัน ถ้าออกแล้วได้ตังค์ตามกฎหมาย อันนี้ดั๊นยินดี.. :56:
ถ้าเลออฟได้เงินชดเชยใช่มั้ยฮะ :37:
ของพี่ตอนนี้อยู่มาปีครึ่งก็ได้ 3 เดือนจ้ะ
:56:
ลองอ่าน >>นี่<< (http://www.pattanakit.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=525441&Ntype=136) ดู
แล้วพี่แอ้ก็โดนเล่นเรื่องข้อยกเว้นข้อที่ 6 :37:
สวยเกินหน้าเกินตาอะเหรอ.. :56:
(บร้า พี่ลา Annual Leave ถูกต้องทุกครั้งหรอก ลาล่วงหน้าทั้งปียังได้เลย.. :30:)
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 05 ม.ค. 2010, 14:16 น.
ของพี่ตอนนี้อยู่มาปีครึ่งก็ได้ 3 เดือนจ้ะ
:56:
ลองอ่าน >>นี่<< (http://www.pattanakit.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=525441&Ntype=136) ดู
โอ้ว เพิ่งรู้เรื่องกฎหมายคุ้มครองแรงงาน :46:
ผม 3 ปีนิดๆ เหมือนกันครับ
เริ่มปีใหม่กับบริษัทใหม่ การงานรับผิดชอบมากขึ้น
ต้องคิดวางแผนเชิงรุกมากขึ้น (ตำแหน่งอย่างไม่เป็นทางการคือผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่านผลิต...แม่งฟังดูไม่ใช่ตูมากๆ :30:)
แต่ก็นะ ยังไม่มีออฟฟิศกันเลย :30: :30:
ฝ่านผลิต :47:
:30:
ช่วงนี้กังวลเรื่องอนาคต
จะเรียนต่ออีก หรือจะออกไปทำงานดี แล้วจะทำงานอะไร
มีทางเลือกสองทางหลักๆ
ทางแรกสมัครทุน สควค.ไว้ ถ้าได้เรียนปีนึง
จบไปก็เป็นครู เดี๋ยวจะสอบและสัมภาษณ์วันที่ 9 มกราคมนี้ ผลจะเป็นยังไง เดี๋ยวคอยดูกัน
ทางที่สองสมัครทุนไว้ ซึ่งต้องสมัครป.เอกเอง สมัครที่ม.นเรศวรอันนึง ยังไม่ได้คุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาเลย เค้าจะรับเราหรือเปล่าก็ไม่รู้
อีกอันเลือกวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ม.เชียงใหม่ ยังไม่ได้ส่งใบสมัคร ยังไม่ได้เลือกอาจารย์ที่ปรึกษา ยังไม่ได้อะไรเลย
ส่งใบสมัครทุนเรียนดีไปแล้ว :30: แต่อารมณ์เรียนมันไม่มีแล้วอะ เบื่อ อยากทำงานหาตังค์ใช้เอง
คิดว่าถ้าได้ทุนนี้จะไปสมัครราชภัฏกำแพงเพชร แต่ตำแหน่งเค้าเต็มมากๆ ไม่สามารถแทรกเข้าไปได้
กลัวว่ารับทุนนี้แล้วเค้าจะบังคับไปอยู่อิสานหรือที่ไหนที่มันไกลบ้าน
ซึ่ง ถ้าไม่ไปสองทางนี้ ก็ยังไม่รู้จะไปทางไหนที่มันจะมีงานทำแถวบ้านได้
เฮ้อออออออ
แอบคิดว่า ทำไมตอนนั้นไม่เลือกเรียนบัญชีนะ จะได้หางานทำแถวบ้านง่ายๆ :07:
บัญชี ตามมาหลอกหลอน อีกคนแล้ว :3005:
เอาใจช่วยครับดา สู้ๆ :12:
อัพเดทชีวิตนิดนึง
ตอนนี้ทางการไฟฟ้าแจ้งมาแล้วว่า จะประกาศผลผู้ผ่านสัมภาษณ์ ในวันที่ 15 มกราคม 2553 นี้แน่นอน
(ไม่เลื่อนแล้ว เห็นพ่อบอกแบบนั้นเพราะเลื่อนมาตั้งกะเดือนตุลา นี่กี่เดือนไปแล้วนะ 3 เดือน :42:)
สัมภาษณ์ 10 เอา 5 คน
สู้เว้ย :07:
ยังต้องสัมภาษณ์คัดตัวอีกเหรอเนี่ย :07:
สัมภาษณ์พอเป็นพิธี เค้าคัดตัวกันเสร็จตั้งแต่ตู้เย็นมาส่งที่บ้านแล้ว :58:
พี่ออยได้ซื้อตู้เย็นรึเปล่าก่อนหน้าสัมภาษณ์ :58:
ซื้อทำไมตู้เย็น ที่บ้านมีอยู่แล้วสองตู้ :08:
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 06 ม.ค. 2010, 15:23 น.
พี่ออยได้ซื้อตู้เย็นรึเปล่าก่อนหน้าสัมภาษณ์ :58:
ออยคงไม่รู้ :54:
โธ่... ออย
ทั้งตู้เย็น ทั้งเครื่องซักผ้า :05a:
คุยอะไรก๊านนน ไม่เข้าใจ :05:
:30: ออยยังงง
:30: :30: :30:
อะไรอ่ะ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า
กินไฟเหรอ :3005:
ออย :30: :30: :30:
ใครใจดี จมล. มาบอกผมที๊ :3005:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 06 ม.ค. 2010, 16:52 น.
อะไรอ่ะ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า
กินไฟเหรอ :3005:
เริ่มเปลี่ยนจากขำเป็นสงสารออยแล้วอ้ะ :05:
อ๊ะ เพิ่งเก็ท :3005:
ออยโทรมาหานึกว่าจะมาถามเรื่องนี้
คุยไปคุยมา ออ ให้เสนอราคางาน :30: :30: :30:
มีบางคนมาแอบถามหลังไมค์ด้วยแหละ :21:
ในที่สุดก็เข้าใจ :52:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 06 ม.ค. 2010, 17:37 น.
ออยโทรมาหานึกว่าจะมาถามเรื่องนี้
คุยไปคุยมา ออ ให้เสนอราคางาน :30: :30: :30:
เอ๊ยยย :30:
พอดีทางทีมพี่บอกอแกต้องงานที่ปริ้นหน่ะ
ขอโทษพี่ศักดิ์ด้วยน้า :46:
แล้วก็ไม่ยอมมาปริ้นท์กะเรา
ต่อราคาแทบตาย :11:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 06 ม.ค. 2010, 17:49 น.
แล้วก็ไม่ยอมมาปริ้นท์กะเรา
ต่อราคาแทบตาย :11:
ก็ผมไม่ได้เป็นคนกุมเงินอ่า พี่บอกอแกเป็นคนฟันธ้ง :3005:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 06 ม.ค. 2010, 17:49 น.
แล้วก็ไม่ยอมมาปริ้นท์กะเรา
ต่อราคาแทบตาย :11:
ซีเอ็ดก็แบบนี้ ฮาๆๆ
พี่ออย :30:
อ้างคำพูดจาก: ดาดี๊ด๊า เมื่อ 06 ม.ค. 2010, 13:32 น.
ช่วงนี้กังวลเรื่องอนาคต
จะเรียนต่ออีก หรือจะออกไปทำงานดี แล้วจะทำงานอะไร
มีทางเลือกสองทางหลักๆ
ทางแรกสมัครทุน สควค.ไว้ ถ้าได้เรียนปีนึง
จบไปก็เป็นครู เดี๋ยวจะสอบและสัมภาษณ์วันที่ 9 มกราคมนี้ ผลจะเป็นยังไง เดี๋ยวคอยดูกัน
ทางที่สองสมัครทุนไว้ ซึ่งต้องสมัครป.เอกเอง สมัครที่ม.นเรศวรอันนึง ยังไม่ได้คุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาเลย เค้าจะรับเราหรือเปล่าก็ไม่รู้
อีกอันเลือกวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ม.เชียงใหม่ ยังไม่ได้ส่งใบสมัคร ยังไม่ได้เลือกอาจารย์ที่ปรึกษา ยังไม่ได้อะไรเลย
ส่งใบสมัครทุนเรียนดีไปแล้ว :30: แต่อารมณ์เรียนมันไม่มีแล้วอะ เบื่อ อยากทำงานหาตังค์ใช้เอง
คิดว่าถ้าได้ทุนนี้จะไปสมัครราชภัฏกำแพงเพชร แต่ตำแหน่งเค้าเต็มมากๆ ไม่สามารถแทรกเข้าไปได้
กลัวว่ารับทุนนี้แล้วเค้าจะบังคับไปอยู่อิสานหรือที่ไหนที่มันไกลบ้าน
ซึ่ง ถ้าไม่ไปสองทางนี้ ก็ยังไม่รู้จะไปทางไหนที่มันจะมีงานทำแถวบ้านได้
เฮ้อออออออ
แอบคิดว่า ทำไมตอนนั้นไม่เลือกเรียนบัญชีนะ จะได้หางานทำแถวบ้านง่ายๆ :07:
สวัสดีครับคุณครู ขอให้โชคดี :12:
มารายงานผลด้วยนะดา เอาใจช่วย :40:
อ้างคำพูดจาก: ดาดี๊ด๊า เมื่อ 06 ม.ค. 2010, 13:32 น.
ช่วงนี้กังวลเรื่องอนาคต
จะเรียนต่ออีก หรือจะออกไปทำงานดี แล้วจะทำงานอะไร
มีทางเลือกสองทางหลักๆ
ทางแรกสมัครทุน สควค.ไว้ ถ้าได้เรียนปีนึง
จบไปก็เป็นครู เดี๋ยวจะสอบและสัมภาษณ์วันที่ 9 มกราคมนี้ ผลจะเป็นยังไง เดี๋ยวคอยดูกัน
ทางที่สองสมัครทุนไว้ ซึ่งต้องสมัครป.เอกเอง สมัครที่ม.นเรศวรอันนึง ยังไม่ได้คุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาเลย เค้าจะรับเราหรือเปล่าก็ไม่รู้
อีกอันเลือกวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ม.เชียงใหม่ ยังไม่ได้ส่งใบสมัคร ยังไม่ได้เลือกอาจารย์ที่ปรึกษา ยังไม่ได้อะไรเลย
ส่งใบสมัครทุนเรียนดีไปแล้ว :30: แต่อารมณ์เรียนมันไม่มีแล้วอะ เบื่อ อยากทำงานหาตังค์ใช้เอง
คิดว่าถ้าได้ทุนนี้จะไปสมัครราชภัฏกำแพงเพชร แต่ตำแหน่งเค้าเต็มมากๆ ไม่สามารถแทรกเข้าไปได้
กลัวว่ารับทุนนี้แล้วเค้าจะบังคับไปอยู่อิสานหรือที่ไหนที่มันไกลบ้าน
ซึ่ง ถ้าไม่ไปสองทางนี้ ก็ยังไม่รู้จะไปทางไหนที่มันจะมีงานทำแถวบ้านได้
เฮ้อออออออ
แอบคิดว่า ทำไมตอนนั้นไม่เลือกเรียนบัญชีนะ จะได้หางานทำแถวบ้านง่ายๆ :07:
ไม่สนทุน คปก เหรอ (ที่ผมรับอยู่) ได้ง่ายนะ ขอให้ตรงเงื่ิอนไขพอ
ไม่ผูกมัดด้วย เงื่อนไขเดียวคือเรียนให้จบ
คปก.เกรดไม่ถึง :05:
จากที่บ่นไว้ ตรงนี้ (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,12659.msg1376649.html#msg1376649)
พอจะกรองข่าวมาได้คร่าวๆ (บวกกับอะไรที่รู้สึกกันอยู่แล้ว)
ว่าพี่ที่ออกจากงาน มีอะไรยุกยิกกับ Supplier เจ้าหนึ่ง (จริงๆ เรียก Subcontractor แต่ Supplier น่าจะเข้าใจง่ายกว่า)
ไอ้ที่ซวยก็คือ แอ้ดันต้องมาดูไอ้เจ้า Sub เจ้านี้ต่อ.. ไม่ทันข้ามสัปดาห์ อาการยุกยิกก็ออก.. เฮ้อ..
ท้อใจ.. แต่ก็ไม่ยอมแพ้หรอกนะ มาดูกันว่า คนสุจริตตัวเล็กๆ กับคนโกงที่ยิ่งหญ่ายมากกกกกกก..
ใครจะชนะ.. สาธุ ขอให้ชีวิตจริงเหมือนหนังน้ำเน่าเหอะ (นางเอกชนะอธรรม แม้จะตัวเล็กน่ารักแต่ก็เซ็กซี่ ไม่ยอมคน :56:)
ถ้าชีวิตจริงเหมือนพวกหนังแนวดาร์กๆ แบบ โลกก็งี้แหละว้า.. อะไรทำน้องนี้.. ตูตายแน่ๆ ..
:05:
ยุกยิกยังไง อยากรู้รายละเอียดอ้ะ :37:
ได้กัน :51:
เตรียมเครื่องอัดเสียงให้พร้อม หาทางแอบถ่ายวีดีโอ อะไรไว้เผื่อเป็นหลักฐานหลายๆ อย่างด้วยก็ดีนะครับ
เก็บเอกสารให้แน่นค่ะพี่ ก๊อบเก็บไว้ให้หมด เมลล์นี่ซีซีตลอด .. แต่งานนี้ไม่ว่าทางไหนก็ซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง :30:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 14 ม.ค. 2010, 11:43 น.
ยุกยิกยังไง อยากรู้รายละเอียดอ้ะ :37:
องค์กรมันใหญ่เนาะ.. ก็แบบว่ามีคนในไปหนุนหลังคนนอก
ใหญ่เสียด้วย ใหญ่ขนาดชี้เป็นชี้ตายคนได้เลย (จริงๆ ไปบ่นไว้ในบล็อกแต่บ่นแบบไม่รู้เรื่องค่ะ เพราะกลัวมัดตัว)
ไอ้คำว่าหนุนหลังก็แบบยังไงดีล่ะ.. แบบว่าซื้อง่ายขายคล่องอะไรอย่างนี้..
แบบว่าทำตัวเลขผิดๆ ถูกๆ แปลกๆ มาก็เบิกได้.. ทีนี้ไอ้ชีวิตจริง เวลาคนทำผิด มันไม่ได้โต้งๆ เหมือนในหนัง
ด้วยประสบการณ์ที่ทำงานมา มันก็ได้แต่สะกิดใจ ยุกๆ ยิกๆ .. แต่ก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
(เสียวโดนเก็บ)
ยกตัวอย่างพอให้นึกภาพออกนะคะ ถ้างงก็ข้ามไปเลยเน้อ
คนงานก่อสร้าง จะมีค่าแรงแบบ Normal rate ช่วงกลางวัน - หกโมงเย็น
หลังจากนั้นจะเป็น OT Type ๑ แพงขึ้น ๑.๕ เท่า ไม่เกิน ๔ ชั่วโมงหลัง Normal rate
แต่เวลาตั้งเบิกมาในวันเดียวกัน งานเดียวกัน สมมติ เบิกเวลาปกติ ๑๕๐ ชม. แล้วก็เบิก OT Type ๑ มาอีก ๑๔๐ ชม.
มันเป็นไปได้ไง ลองนึกดูง่ายๆ ว่าคนทำงาน ตีซะ ๑๐ ชม. ๑๕ คน พอตกเย็นเรียกพวกมาอีกเกือบเท่าตัว
มาจากไหน ? ทำไมจู่ๆ มารับ rate ที่แพง ตอน rate ถูกไปอยู่ซะที่ไหน ?
ถามว่ากรณีนี้ตั้งข้อสงสัยได้ไหม ได้ค่ะ ถ้าเขาไม่มีแบ็กเบิ้มๆ วันนี้ลองถามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ดู
คนของเราเองเนี่ยแหละ ที่ตั้งป้อมปราการ defense แทนจน Sub ไม่ได้ออกมาพูดอะไรซักคำ
(ยังไม่จบด้วย นี่แค่ลองหย่อนประทัดเล็กๆ เองนะ อย่าว่าแต่แตะเรื่องใหญ่ๆ เลย)
จะลองสู้ต่อไปค่ะ ยังไงก็ไม่ยอมตามน้ำหรอก
ถ้าเขาจะยุกยิกกัน ต่อไปนี้ก็ยากหน่อยละกัน อาจจะห้ามไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็จะพยายาม..
เป็นไง นางเอกไหมคะ.. :51:
แอ้สู้ๆ
ถ้าไม่ไหวจวนตัวจริงๆ ก็กระโดดทับเลย :37:
มีเสื้อกันกระสุนมั้ยครับ :37:
อันที่จริงงานก่อสร้างก็เงี้ย..
ยิ่งสเกลใหญ่ยิ่งโหด.. จริงๆ ก็ชินแล้วนะคะ
แต่เวลาเจอศัตรูตัวใหม่ๆ ก็ตื่นเต้นปนเครียดไปทีนึง
แต่แล้วก็จะต้องหาทางเอาชนะมันให้ได้ ไม่งั้นก็.. โดดทับดีไหมนะ..
โดดทับ รับรองชนะแน่นอน .. :52:
:39:
:30:
เขาึถึงว่า คำว่า " เงิน " นั้น มันน่ากลัว :41:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 14 ม.ค. 2010, 12:12 น.
องค์กรมันใหญ่เนาะ.. ก็แบบว่ามีคนในไปหนุนหลังคนนอก
ใหญ่เสียด้วย ใหญ่ขนาดชี้เป็นชี้ตายคนได้เลย (จริงๆ ไปบ่นไว้ในบล็อกแต่บ่นแบบไม่รู้เรื่องค่ะ เพราะกลัวมัดตัว)
ไอ้คำว่าหนุนหลังก็แบบยังไงดีล่ะ.. แบบว่าซื้อง่ายขายคล่องอะไรอย่างนี้..
แบบว่าทำตัวเลขผิดๆ ถูกๆ แปลกๆ มาก็เบิกได้.. ทีนี้ไอ้ชีวิตจริง เวลาคนทำผิด มันไม่ได้โต้งๆ เหมือนในหนัง
ด้วยประสบการณ์ที่ทำงานมา มันก็ได้แต่สะกิดใจ ยุกๆ ยิกๆ .. แต่ก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
(เสียวโดนเก็บ)
ยกตัวอย่างพอให้นึกภาพออกนะคะ ถ้างงก็ข้ามไปเลยเน้อ
คนงานก่อสร้าง จะมีค่าแรงแบบ Normal rate ช่วงกลางวัน - หกโมงเย็น
หลังจากนั้นจะเป็น OT Type ๑ แพงขึ้น ๑.๕ เท่า ไม่เกิน ๔ ชั่วโมงหลัง Normal rate
แต่เวลาตั้งเบิกมาในวันเดียวกัน งานเดียวกัน สมมติ เบิกเวลาปกติ ๑๕๐ ชม. แล้วก็เบิก OT Type ๑ มาอีก ๑๔๐ ชม.
มันเป็นไปได้ไง ลองนึกดูง่ายๆ ว่าคนทำงาน ตีซะ ๑๐ ชม. ๑๕ คน พอตกเย็นเรียกพวกมาอีกเกือบเท่าตัว
มาจากไหน ? ทำไมจู่ๆ มารับ rate ที่แพง ตอน rate ถูกไปอยู่ซะที่ไหน ?
ถามว่ากรณีนี้ตั้งข้อสงสัยได้ไหม ได้ค่ะ ถ้าเขาไม่มีแบ็กเบิ้มๆ วันนี้ลองถามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ดู
คนของเราเองเนี่ยแหละ ที่ตั้งป้อมปราการ defense แทนจน Sub ไม่ได้ออกมาพูดอะไรซักคำ
(ยังไม่จบด้วย นี่แค่ลองหย่อนประทัดเล็กๆ เองนะ อย่าว่าแต่แตะเรื่องใหญ่ๆ เลย)
จะลองสู้ต่อไปค่ะ ยังไงก็ไม่ยอมตามน้ำหรอก
ถ้าเขาจะยุกยิกกัน ต่อไปนี้ก็ยากหน่อยละกัน อาจจะห้ามไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็จะพยายาม..
เป็นไง นางเอกไหมคะ.. :51:
เศรษฐศาสตร์ฉบับการก่อสร้าง
ผมลาออกจากวงการก่อสร้างแล้วก็ขายปืนทิ้ง
ราคากระสุนมันถูกมาก เมื่อเทียบกับชีวิตคนที่เกี่ยวข้อง
แต่มันก็ใช้กระสุนลึกลับ แลกชีวิตกันเสมอ ๆ เพิ่มค่าของมันข้างเดียว
น้ำหนักของศีลธรรม ไม่มีอยู่ในหน่วยนับของปริมาณงานและปริมาณเงิน
BOM ก็ดันแปลว่า Bill Of Material ไม่ใช่ Bill Of Mind
อย่าประเมินความโลภของคนต่ำเกินไป
เอาวะ ตายเป็นตาย :( ไม่ฮาเลยนะ ..
ตอนนี้เริ่มเรียนสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะจบ
ยิ่งเรียนไปๆแล้ว เริ่มคิดลังเลว่า ที่แท้จริงแล้ว เราอยากทำงานอะไรกันแน่
แล้วงานที่ทำมันจะทำได้จริงรึป่าว ความไม่แน่นอนในชีวิตเริ่มย่างกรายเข้ามาแล้ว
แล้วจะทำอย่างไรดี จริงๆแล้ว จบไปก็อยากทำงานที่มันมีเงินเดือนเยอะๆ(ไว้ก่อน)
แต่มันจะได้เหรอ ในเมื่อเราอยากทำกราฟิก ฟรีแลนซ์ไปวันๆ
ต้องคิดกับเรื่องอนาคตให้มากๆ
:05:
ตอนนี้ก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
นี่ตูเรียนทำไมวะ
รู้สึกไม่ชอบละ :32:
ผมก็ว่าจะเลิกเรียนเเล้วครับ
ไม่รู้เรียนทำไม เพิ่งมารู้ว่าไม่ชอบยากเกิ๊นน เรียนที่มันง่ายๆๆดีกว่า
แต่ตูอยากกลับไปใช้ชีวิตแบบตอนเรียนจัง :05:
ไม่ได้หมายความว่าอยากไปเรียนนะ :37:
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 17 ม.ค. 2010, 21:56 น.
ตอนนี้ก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
นี่ตูเรียนทำไมวะ
รู้สึกไม่ชอบละ :32:
มาทำงานก่อนแล้วกลับไปเรียนก็ยังไม่สายนะ
ตอนนี้ทำงานจนไม่อยากเรียนเทอมสุดท้ายนี้แล้วครับ...
จะจบไหมเนี่ย :05:
ไม่ :47:
โอเค ซึ้ง :1105:
ค่อยๆ คิด ค่อยๆ เลือกเดินครับ
บางคนไม่อยากเรียน อยากทำงาน
กลับกัน
คนที่เรียนจบมาแล้ว กลับโหยหา ช่วงเวลาของการเป็นนิสิต :40:
อ้างคำพูดจาก: kantang เมื่อ 17 ม.ค. 2010, 22:36 น.
ผมก็ว่าจะเลิกเรียนเเล้วครับ
ไม่รู้เรียนทำไม เพิ่งมารู้ว่าไม่ชอบยากเกิ๊นน เรียนที่มันง่ายๆๆดีกว่า
:30:
ไหงงั้น
พูดจริงพูดเล่น
อ้างคำพูดจาก: ☼ แอนค่ะ ☼ เมื่อ 17 ม.ค. 2010, 22:43 น.
มาทำงานก่อนแล้วกลับไปเรียนก็ยังไม่สายนะ
ไม่สายหละครับ
ไอ้หนุ่มกันตรังข้างบนก็หนีไปทำงานแล้ว
แต่พี่ไม่สนับสนุนคนที่คิดว่าเรียนแล้วยากแล้วจะไม่เรียนนะ
ยังไงดีล่ะ มันอาจจะเป็นแค่ความรู้สึกของเราตอนเรียนว่ามันยาก
การหาเพื่อนติว ขยันอ่านหนังสือมากกว่าคนอื่นหน่อย ไม่เข้าใจก็ถามเพื่อน ถามอาจารย์
มันก็มีทางที่จะเข้าใจได้นะ
แต่อันนี้ก็คนละเรื่องกับการที่เรียนแล้วไม่ชอบนะ
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 17 ม.ค. 2010, 22:40 น.
แต่ตูอยากกลับไปใช้ชีวิตแบบตอนเรียนจัง :05:
ไม่ได้หมายความว่าอยากไปเรียนนะ :37:
ตอนเรียนตระหนักว่า ถ้าจบมาแล้วจะรู้สึกแบบบวบ
ตูก็เลยใช้ชีวิตวัยเรียน(มหาวิทยาลัย) เต็มที่
ทำอย่างที่อยาก แบบไม่ฝืนความรู้สึกตัวเอง
ไม่ชอบเรียนวิชาไหนก็ไม่เข้าเรียนเลย
บางวิชาที่ไม่ชอบแต่มีเช็คชื่อ ก็จะขาดจนเต็มลิมิต
แต่ตั้งเงื่อนไขกับตัวเองว่า ยังไงก็ต้องไม่ติดเอฟ
และวิชาไหนที่ชอบ ก็ต้องเรียนให้ได้ดี
ซึ่งมันก็มีอยู่ไม่กี่วิชา ได้เอมาก็ไม่ได้ฉุดเกรดให้ดูดีเลยซักนิด :3005:
จะว่าไปก็เข้าข่ายไม่มีความรับผิดชอบ
แต่ตอนนั้นคิดเข้าข้างตัวเองว่า
มันเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้ทำตามใจตัวเอง
ก็ขอหน่อยเหอะ แถมพ่อยังให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี
บอกว่าเอ็นท์ติดแล้วก็เรียนสบายๆ ไม่ต้องเครียด
แค่ผ่านก็พอแล้ว สุดยอดคุณพ่อในดวงใจ :30b:
นั่นแหละๆ ชีวิตสุดชิว กระตือรือร้นเฉพาะเรื่องที่คิดว่าสนุก และเรื่องที่สนใจ
จบมามีเวลาชิวแค่เสาร์อาทิตย์ และเจอเรื่องที่คิดว่าสนุก และน่าสนใจน้อยมากเลย :3005:
อิจฉาพวกบ้านมีกิจการร่ำรวย สามารถใช้ชีวิตชิวได้(เกือบ)ตลอดชีวิต :37:
เพื่อนสนิทแอ้เป็นงั้นแหละ .. วันๆ ต้องหาอะไรทำไม่ให้เบื่อ
กิจการก็ดูไปงั้นๆ แหละ มันไปได้ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว..
แต่ก็ไม่อิจฉานะ ให้แลกพ่อแม่กันก็ไม่เอา ชีวิตเราก็สนุกดีอยู่แล้ว
มันจะไปพิเศษตรงไหน ถ้าอยากทำอะไรก็ได้ทำทันที
แต่แบบที่ต้องเก็บตังค์ครึ่งปี (หรือครึ่งชีวิตฯลฯ) มันทำให้ทุกอย่างดูพิเศษไปหมดเลย.. :56:
ตอนนี้ยังโอนะพี่ ถ้าสักสี่สิบห้าสิบแล้ว ขอเป็นแบบเพื่อนพี่แอ้ดีกว่า :37:
สี่สิบห้าสิบ :3005:
อีกไม่กี่ปีเองนะ
ผมว่าชีวิตแบบ อุปสรรคเยอะๆนี่ ดีนะ
พอลองมองกลับไป ก็แบบ เฮ้ย เราผ่านมาได้ไงวะ
พูดถึงการงาน การเงิน ความหวังอนาคตของผมนี่
เออ ถือว่า ชีวิตนี้มีไม่มีอุปสรรคเลยนะ :30:
เรื่องก็ไม่โลดโผน เหมือนดวงที่เคยไปดูตลอดหลายๆเจ้า
ก็มักจะพูดว่า เรื่องการงานไม่ค่อยมีปัญหาในช่วงชีวิตเท่าไหร่
(ไม่ใช่ว่าหลังจากพิมพ์เขียนไว้ที่นี่แล้ว ไม่มีงานเลยนะ :58:)
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 17 ม.ค. 2010, 22:40 น.
แต่ตูอยากกลับไปใช้ชีวิตแบบตอนเรียนจัง :05:
ไม่ได้หมายความว่าอยากไปเรียนนะ :37:
:37:/
ใจตรงกัน :56:
อ้างคำพูดจาก: Kums เมื่อ 18 ม.ค. 2010, 15:20 น.
พูดถึงการงาน การเงิน ความหวังอนาคตของผมนี่
เออ ถือว่า ชีวิตนี้มีไม่มีอุปสรรคเลยนะ :30:
เรื่องก็ไม่โลดโผน เหมือนดวงที่เคยไปดูตลอดหลายๆเจ้า
ก็มักจะพูดว่า เรื่องการงานไม่ค่อยมีปัญหาในช่วงชีวิตเท่าไหร่
(ไม่ใช่ว่าหลังจากพิมพ์เขียนไว้ที่นี่แล้ว ไม่มีงานเลยนะ :58:)
:30: :30:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 18 ม.ค. 2010, 12:11 น.
อิจฉาพวกบ้านมีกิจการร่ำรวย สามารถใช้ชีวิตชิวได้(เกือบ)ตลอดชีวิต :37:
ผมเรียนอุดมศึกษา รวมทั้งหมดสิบหกปี สองปริญญา
ตอนนี้ก็ยังเรียนอุดมศึกษาอยู่ แต่ไม่คิดว่าใบปริญญาจะจำเป็นอีกต่อไป
ที่บ้านผมไม่มีกิจการร่ำรวยอันใด นอกจากกิจกรรมสนุกสุขล้นปรี่ในการใช้ชีวิต
พวกที่รวยก็คิดว่าที่เขาทำนั่นคือความสบาย ชิล ๆ หรืออะไรก็แล้วแต่ตามที่คนส่วนใหญ่ว่า
ไม่ผิดหรอกจ้ะ แต่นิยามความชิลหรือสบาย ๆ ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เหมือนคำว่ารวยนั่นมั้ง
แต่เท่าที่เห็น ๆ กัน คนที่มีเงินแค่พอใช้ แต่มีความสามารถในการหาเงินได้เพียงพอ จะรู้สึกชิลที่สุด
คนชิล ๆ ที่ผมเคยเห็นมา คือปู่เย็น นี่แหละชิลตัวปู่เลยแหละ แกใช้เทคนิคสมดุลสูง คือ ถ้ารวยมันร้อน ก็นอนแก้ผ้า
หาความชิลได้ไม่อับจน ถ้าบริหารความต้องการได้อย่างชาญฉลาดมีสิบบาทก็พอกิน ทรัพย์สินมีเกลื่อนใช้ปัญญาหาเอา
รวยไม่ทน จนก็ไม่นาน พวกที่รวยๆ พอเข้ารุ่นสองรุ่นสามรุ่นสี่แล้ว โง่ลงเรื่อย ๆ ตามทรัพย์ที่หร่อยหรอ ตามไขมันในเส้นเลือด
ศิลปะในการดำรงเป้าหมายและความมุ่งมั่นอย่างหนึ่งก็คือ อย่าอาศัยเปลือกความสำเร็จจากบรรพบุรุษ จงสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง
ชิลที่สุด ตอนอะดรีนาลินหลั่งจากหยาดเหงื่อและแรงกาย ชิลกันแบบตกกีบ มันเย็นซ่านผ่านฝ่าเท้าขึ้นมาถึงก้านสมอง นี่แหละที่ผมชิล
ครั้งหนึ่ง เคยฝันชีวิตการทำงานไว้
เราไม่ชอบตื่นเช้า ของานที่ไม่ต้องตื่นไปทำงานแต่เช้าเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไปได้มั้ย
ได้ ตอนนี้เข้างาน 10.30 เลิก 3ทุ่ม
ขอทำงานเกี่ยวกับคอมฯ อยู่ห้องแอร์สบายๆ ได้มั้ย
ได้ งานอยู่กับคอม ห้องแอร์ด้วย แถมยังมีเกมให้เล่นอีกด้วย
ถ้าได้ตามนั้น เงินเดือนไม่มากไม่เป็นไร
ได้ เงินเดือนจึ๋งนึงเอง
...............
แต่สุดท้าย ชีวิตก็ไม่ได้อยู่กับความพอ
งานมันเหนื่อยหว่ะ เงินมันน้อยเกินไป และไม่มีเวลาให้ครอบครัว
ตอนเช้าที่บ้านออกไปทำงานเราก็ยังไม่ตื่น
กว่าเราจะกลับ คนในบ้านก็หลับกันหมดแล้ว
ทั้งๆ ที่อยู่บ้านเดียวกับแท้ๆ แต่ไม่ได้แม้แต่จะเจอหน้ากัน
...............
ตอนนี้กำลังจะเปลี่ยนงาน แม่อยากให้เป็นดีเจวิทยุ
โทร.ไปบอกแม่ว่าจะทำ ที่สถานีก็โอเคแล้ว แม่บอกเป็นข่าวดีมาก
แต่ผมไม่คิดเลยว่าผมจะทำงานนี้ได้ และไม่รู้ว่าเอาเข้าจริงจะทำได้รึเปล่า
ถึงแม้ผมจะทำได้ ผมจะสนุก และมีความสุขกับมันมั้ย
แต่ก็คิดว่ามันคงดีกว่างานที่ทำอยู่ตอนนี้ เพราะมันทำให้ผมเสียอะไรไปหลายอย่างแล้ว
แด่อนาคตที่ราบรื่น ยังไงตอนนี้ก็ขอเรียนให้จบโดยไวก่อนแล้วกัน :46:
ช่าย
อ้างคำพูดจาก: เอ็มวาต้า เมื่อ 31 ม.ค. 2010, 16:06 น.
ตอนนี้กำลังจะเปลี่ยนงาน แม่อยากให้เป็นดีเจวิทยุ
โทร.ไปบอกแม่ว่าจะทำ ที่สถานีก็โอเคแล้ว แม่บอกเป็นข่าวดีมาก
แต่ผมไม่คิดเลยว่าผมจะทำงานนี้ได้ และไม่รู้ว่าเอาเข้าจริงจะทำได้รึเปล่า
ถึงแม้ผมจะทำได้ ผมจะสนุก และมีความสุขกับมันมั้ย
ตรงนี้สำคัญนะ :40:
สิ่งที่เหมาะกับเรา บางทีก็ต้องใช้เวลาหา
ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ ตามเสียงกระซิบเล็กๆ ในใจไปเรื่อยๆ
เดี๋ยวก็เจอจ้ะ :56:
เหมือนที่พี่แอ้บอกว่าตอนทำงานใหม่ๆ เปลี่ยนที่โคตรบ่อยใช่มะ :30a:
ชีวิตมนุษย์เงินเดือนนี่มันสบายดีจริงๆ
แต่ตูจะเป็นได้กี่น้ำกันเหรอ คนจ้างนี่เหมือนจะรู้ เลยบอกว่าสามารถทำงานนอกได้
แต่งานบริษัทต้องบริหารให้ได้ผลตามที่ตั้งเอาไว้ นอกนั้นเอ็งจะไปไหนก็เชิญ :30:
ตูเลยทำแบบรับเงินเดือนเต็ม ทั้ง 2 ที่ไปเลย แล้วก็งานบริษัทตัวเองก๊อกๆแก๊กๆ เพราะงานโปรเจคที่คิดๆไว้ ต้องใช้เวลาทำ
ระหว่างนี้ก็ทำงานที่มีเงินเดือน ชีวิตชิวอิสระ ยาไส้ไปก่อน .. เริ่มทำโปรเจคเมื่อไหร่ จะได้มีทุนทำด้วย
เงิน หาเมื่อไหร่ก็ได้ .. เงินทำให้ชีวิตสบาย ชีวิตมั่นคง
แต่งานที่รัก ที่ถูกใจ มันทำให้ชีวิตมีสีสัน มันยากที่จะเจอ .... ทำงานหนักหน่อย เพื่อให้ได้จำนวนเงินพอที่จะเอาไปเล่นกับโปรเจค :40:
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 18 ก.พ. 2010, 17:27 น.
ทำงานหนักหน่อย เพื่อให้ได้จำนวนเงินพอที่จะเอาไปผลาญเล่นกับโปรเจค :40:
:47:
ใช่ค่ะ :30: :30: :30:
มีอะไรให้ไปช่วยผลาญได้ก็บอกนะ :30: :30: :30:
โปรเจคไรอ้ะเจ้ส้ม ต้องการคนไปช่วยผราญป้ะ :47:
ชีวิตมนุษยืไม่มีเงินเดือนสบายกว่า
แล้วแต่เมียให้ใช้ :05:
:30:
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 18 ก.พ. 2010, 17:27 น.
ทำงานหนักหน่อย เพื่อให้ได้จำนวนเงินพอที่จะเอาไปเล่นกับโปรเจค :40:
มีไรให้ช่วยก็บอกนะจ้ะ :25: :25: :25:
ว่าแต่ว่า เก็บตังได้ชัวร์ใช่มั้ย :44:
อ้างคำพูดจาก: พี่ด๋อๆๆๆ เมื่อ 18 ก.พ. 2010, 18:06 น.
ชีวิตมนุษยืไม่มีเงินเดือนสบายกว่า
แล้วแต่เมียให้ใช้ :05:
เข้าอกเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
:05:
ไม่เห็นจะเข้าใจ :4705:
อยากมีชีวิตแบบพี่ๆทั้งสองมั้งอะ :47:
มีแล้ว เดี๋ยวบัตรสมาชิกจะไม่ได้ใช้นะพ่อหนุ่ม :47:
งาน เงิน ความหวัง อนาคต
เราควรทำงานเพื่อเงิน แต่เราก็ควรมองอนาคตด้วย
ถ้าจะทำงานเพื่อให้ได้เงินมาอย่างเดียว โดยไม่สนใจความถูกผิด ความจริงเลยละ
แบบนั้นคงไม่ต่างกับคนค้ายาบ้าใช่ไหม คือสนใจแค่เงินจะทำอะไรลงไปก็ไม่แคร์
วันนี้ขอเลือกงานที่ไม่ได้เงิน (อาจจะไม่ได้งาน) แต่ไม่ผิด
ไม่อยากทำทั้งๆที่รู้ว่ามันผิด ถึงไม่ได้ผิดกฏหมาย
แต่มันผิดในความคิด จิตใต้สำนึก มันบอกว่าไม่ถูก
เสียดายก็เสียดาย แต่ไม่อยากเสียใจ :01:
ไม่อยากเป็นทาสเงินเพียงไม่เท่าไหร่ แล้วได้ชื่อว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว
บวกปิ๊กไป :12:
เคยคิดเหมือนกันนะ
มันเหมือนวูบนึง :3005:
ทำไป ขอให้ได้เงินเยอะเข้าว่า
ผิดถูกยังไม่ได้คิด ไว้โดนด่าก่อนค่อยสำนึก
จำไม่ได้ว่าตอนนั้นจะหาเงินเอาไปทำอะไร
สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ กลัวบาป
ไปโบสถ์แล้วคุณพ่อเจ้าวัดแกเทศน์ แล้วแบบมันตรงเราเปี๊ยะ เลยไม่ได้ทำ :46:
เคยทำงานที่เงินดี เนื้องานที่ทำไม่ผิด แต่ตัวงานที่ทำมันไปสนับสนุนงานผิดกฎหมายอีกตัวหนึ่ง
รู้สึกผิดเหมือนกัน แต่ก็ทนๆทำไป เพราะงานง่าย สบาย และเงินดี(มาก) :30:
แต่สุดท้ายก็ลาออก ความรู้สึกผิดที่มากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับไม่พอใจเจ้านาย(ที่โง่เกินจะรับไหว) :58:
วันพฤหัส มีเรื่องเข้าใจผิดกับน้องที่นั่งข้างๆ กัน
เขาเข้าใจเราผิด แล้วไม่ถามไม่อะไรทั้งสิ้น ตวาดใส่ ทำเสียงกระแนะกระแหนเหมือนนางร้ายในละคร..
แม่เจ้า.. สิ่งที่แอ้ไม่ชอบที่สุดในระบบการสื่อสารของคน ก็คงเป็นการกระแนะกระแหนเนี่ยล่ะมั้ง..
แปลกดีที่น้องเขาไม่คิดเลยเหรอ ว่าที่ผ่านมา เราคบกันอย่างจริงใจ
ถ้าคิดว่าเราเป็นเพื่อนกัน จะไม่มีวันเลยที่เรื่องเข้าใจผิดเล็กๆ น้อยๆ ทำให้ต้องเสียเพื่อนกันได้
ที่ผ่านมา คงมีแต่เราฝ่ายเดียว ที่คิดจริงใจว่าเขาเป็นเพื่อน คิดอย่างนี้แล้วก็ไม่เสียดายเท่าไหร่..
แต่ทำงานข้างๆ กัน มันเป็นอะไรที่รำคาญมากๆ ถ้าต้องทะเลาะกับเธอ..
จากคนที่อึดอัดมาสามวันแล้ว..
(บ่นผิดที่ไหมนะ..)
สวัสดีคร่าบบบ
อยู่ฟอนต์มาก็นาน ทำตัววับๆ แวมๆ ตลอด
มาเล่าชีวิตตัวเองซักหน่อย
หลังจากใช้ชีวิตการเรียนแบบยุ่งเหยิงมาก็หลายปี
เรียนโทก็ไม่รอด ไม่รอดเพราะความไม่รับผิดชอบจนคิดว่าเรียนไปกูก็อยู่ยังงี้
ก็เลยคิดได้ว่ากูควรจะจัดระเบียบชีวิตตัวเองใหม่แล้วต่อไปค่อยมาว่ากัน
ตอนนี้เลยได้ย้ายตัวเองมาอยู่แม่สาย
ทำงานโรงงานขยะ ที่มีการคัดแยกขยะไปรีไซเคิลอะไรเทือกนี้
หลังจากได้งานเพราะมีพี่ๆ ที่รู้จักกันมาก่อนเลยขอมาทำงานด้วย
แหมะ ระบบอุปถัมป์จริงๆ
พี่เค้าก็คงอยากได้คนอยู่
แถวนี้มันก็ไกลจนมีภาษาทาที่พู่ม่าค่อช้าด ฟาไม่รู้เรื่อท่าหร่าย
ทั้งโรงงานมีแต่คนงาน
ด้วยความหวังว่าต่อไปโรงงานขยะเน่าๆ นี่ จะกลายเป็นการใช้ของเหลือทิ้ง
มาทำให้มันมีประโยชน์มากขึ้น ไม่ใช่ถมทิ้งอย่างเดิม
ตอนนี้ผมดูแลคนเดียว โดยมีพี่ๆ คอยชักใยไวเลสอยู่กรุงเทพฯ
การทำงานคนเดียวทำให้มีอิสระในการทำงานได้กว้าง
เรียนรู้ระบบทุกอย่าในโรงงาน
ก็หวังว่าตัวเองจะเก็บเกี่ยวให้คุมที่สุด
และก็เหมาเอาว่าตัวเองเป็นคนจิ๊ดริดคนนึง
ที่ช่วยต่อชีวิตให้โลกนี้ไปอีกสักสองสามวินาที
ดูพูดซะเป็นมนุษย์ที่โลกต้องการ
ผมจะมาเที่ยวช่วงเวลาว่างจากการทำงานตะหาก :30:
------------
มีใครอยากได้อะไรจากแม่สายก็ฝากซื้อได้นะครับ :19:
ยินดีด้วยครับ และก็ขอให้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เพื่อพัฒนาตัวเองจนเป็นเจ้าของกิจการได้
ภายภาคหน้าครับ :45:
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 17 มี.ค. 2010, 18:30 น.
มีใครอยากได้อะไรจากแม่สายก็ฝากซื้อได้นะครับ :19:
แม่สายจากเมืองเจียงฮายยยยย ต้องไปสู่สังคมทรามมมมม :47:
เจ๋งว่ะเจี้ยม :25:
เจี้ยมจ้อด :25:
ไว้พี่คิดออกก่อนว่าจะฝากซื้ออะไรแล้วจะบอกอีกทีนะ :56:
ฝากซื้อ แผ่นบลูเรย์แม่สาย
คราวก่อนซื้อมาก็กลัวถูกหลอก ปรากฎว่าเป็นของจริง :07:
แผ่นละ 280 เอง :07:
ที่จีนมันไม่มีกฎหมายลิขสิทธิ์น่ะพลัม :30: :30:
ขอบคุณครับ
วันนี้ก็ไปเดินเล่นดูแผ่นบลูเรย์มา
ตอนแรกก็นึกว่าของปลอม
ถามลูกพี่ๆ บอกของจริง :30:
เจี้ยมเจ๋งหว่ะ :12:
ลองดูเว้ยเห้ยเจี้ยม
ถ้าทุกอย่างลงตัว โอเค แล้วคิดว่าสามารถนำอะไรที่ได้ไปปรับใช้หรือประยุกต์ต่อก็แจ่มเลย
ไม่ได้บอกว่าการเรียนต่อเพื่อให้ได้ความรู้มันไม่ดีนะ
แต่การทำงาน มันก็ได้ความรู้เหมือนกัน
มันอาจจะทดแทนกันไม่ได้
แต่ไงมันก็ความรู้ ติดตัวเราไปทุกที่อยู่ดี
สู้ๆ :12:
เจ๋งมากเลยเจี้ยม :12:
ปล. นึกก่อนว่าอยากได้อะไรจากแม่สายบ้างหนอ :25:
น้องเจี้ยม เยี่ยมไปเลยค่ะ :25:
ว่าแต่แผ่นบลูเรย์มันคืออะไรคะ
สมหวังเอ้ย :05:
อ้างอิงบลูเรย์ดิสค์ (Blu-ray Disc) หรือ บีดี (BD) คือรูปแบบของแผ่นออพติคอลสำหรับบันทึกข้อมูลความละเอียดสูง ชื่อของบลูเรย์มาจาก ช่วงความยาวคลื่นที่ใช้ในระบบบลูเรย์ ที่ 405 nm ของเลเซอร์สี "ฟ้า" ซึ่งทำให้สามารถทำให้เก็บข้อมูลได้มากกว่าดีวีดี ที่มีขนาดแผ่นเท่ากัน โดยดีวีดีใช้เลเซอร์สีแดงความยาวคลื่น 650 nm
:47b:
ส้มจ๊ะ มุกใช่มั้ยจ๊ะ :3005:
เจี้ยมเจ๋งอะ.. :12:
พี่ชอบในทัศนคติที่เรามองอะนะ.. สู้ต่อไป ขอให้สนุกกับงาน สนุกกับชีวิตทุกวันเลย.. :22:
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร = ลุงเป็ด เมื่อ 18 มี.ค. 2010, 12:28 น.
ส้มจ๊ะ มุกใช่มั้ยจ๊ะ :3005:
เปล่าพี่ หนูไม่รู้จักบลูเรย์อะไรนั่นจริงๆ :44:
มาอัพเดทตัวเองบ้าง
สรุปว่า การไฟฟ้า ไม่ได้แล้วครับ เขาประกาศผลมาแล้ว
ไม่มีชื่อผม เศร้าไป :16:
ไม่เป็นไรนะออย
ออยทำเต็มที่แล้ว แต่เจอโรคเลื่อนหลายทีมาก
นั่นก็น่าจะเป็นลางแล้ว ว่าคงสู้กันด้วยมือเปล่าไม่ได้
หาโอกาสทำในสิ่งอื่น อาจจะเจออะไรที่เป็นตัวเอง และมีความสุขมากกว่าก็ได้
สู้ๆ นะ
อย่าเสียเลย ยังไม่ได้เข้าก็ขนาดนี้ เข้าไปจะเจออะไรแบบนี้อีกแค่ไหนไม่รู้ :)
โย่โย่ พี่ออยสู้ๆ
โอกาสยังมีอีกเยอะ เดี๋ยวพอมันมาก็รีบคว้าอีกรอบ
ไม่เป็นไรนะ พยายามใหม่หนหน้าก็ได้ :22:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 18 มี.ค. 2010, 18:52 น.
อย่าเสียเลย ยังไม่ได้เข้าก็ขนาดนี้ เข้าไปจะเจออะไรแบบนี้อีกแค่ไหนไม่รู้ :)
ไม่ได้เข้าที่นี่ เพื่อได้เจอที่ ที่ดีกว่า :12:
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 18 มี.ค. 2010, 19:00 น.
ไม่ได้เข้าที่นี่ เพื่อได้เจอที่ ที่ดีกว่า :12:
ไม่น่ามีแย่กว่านี้แล้วมั้ง :30:
ก็ดีนะ จะได้ตัดสินใจอะไรได้ซักที
ไม่งั้นก็รอแล้ว รอเล่า ไม่ได้ทำไรกันพอดี
แอร๊ยยยย
มาอ่านแล้วดีใจ
ขอบคุณทุกคนมากเลยครับ
ถึงมันจะเป็นงานที่ไม่ได้มีอะไรมาก
แต่ถ้ามีไรพังมากูตายแน่ :30: :30: :05:
ส่วนฝากซื้อของนี่
ขอให้มาพร้อมกัน
และติดต่อได้ทุกช่องทางนะครับ :02:
อ้างคำพูดจาก: Pix เมื่อ 18 มี.ค. 2010, 18:50 น.
ไม่เป็นไรนะออย
ออยทำเต็มที่แล้ว แต่เจอโรคเลื่อนหลายทีมาก
นั่นก็น่าจะเป็นลางแล้ว ว่าคงสู้กันด้วยมือเปล่าไม่ได้
หาโอกาสทำในสิ่งอื่น อาจจะเจออะไรที่เป็นตัวเอง และมีความสุขมากกว่าก็ได้
สู้ๆ นะ
อ้างคำพูดจาก: แนนเค้ก ❤ เมื่อ 18 มี.ค. 2010, 18:58 น.
โย่โย่ พี่ออยสู้ๆ
โอกาสยังมีอีกเยอะ เดี๋ยวพอมันมาก็รีบคว้าอีกรอบ
ไม่เป็นไรนะ พยายามใหม่หนหน้าก็ได้ :22:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 18 มี.ค. 2010, 18:52 น.
อย่าเสียเลย ยังไม่ได้เข้าก็ขนาดนี้ เข้าไปจะเจออะไรแบบนี้อีกแค่ไหนไม่รู้ :)
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 18 มี.ค. 2010, 19:00 น.
ไม่ได้เข้าที่นี่ เพื่อได้เจอที่ ที่ดีกว่า :12:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 18 มี.ค. 2010, 19:26 น.
ก็ดีนะ จะได้ตัดสินใจอะไรได้ซักที
ไม่งั้นก็รอแล้ว รอเล่า ไม่ได้ทำไรกันพอดี
ขอบคุณทุกคนครับ :46: :05:
ช่วงนี้รู้สึกจะอินจัดไปหน่อย
ไอ้แรกก็คิดจะสอบไปงั้น
พอสอบรอบแรกได้
เริ่มคิดเผื่อ
" เห้ยไม่แน่ อาจจะฟลุคก็ได้ "
พอสอบอีกอันจบ ทีนี้ติด 1ใน10
จะว่าไม่หวังก็คงไม่ใช่ จะว่าไม่ได้แล้วไม่เสียดายก็ไม่เชิง
เหมือนคนเรามันเห็นแสงไฟนิดๆ
มันก็หวังลุ้น เหมือนลุ้นบอลเลย นาทีที่ 90แล้ว
ยังลุ้นให้ยิงนำตอนทดเวลาบาดเจ็บ
แม้จะเหลือเวลาทดเจ็บแค่ 2 นาทีก็ตาม
อืม...เศร้าแฮะ
แต่ก็ไม่ได้แบบพรุ่งนี้จะหยุด พรุ่งนี้จะลางาน
ร้องไห้โฮก ฮาก
งานมันยังมีทำอยู่ ชีวิตมันยังต้องเดิน
เหมือนวันนี้เจอบทเรียนสำคัญ
บางทีที่เราไม่ได้ อาจจะไม่ใช่เพราะเราดวงไม่ดี
ไม่อยากโทษดวง อยากจะโทษตัวเองก่อน
อาจเพราะ คะแนนเรามันไม่ได้นำโด่งจริง
คราวหน้าคงทำให้ดีกว่านี้ ถ้ายังลงสมัครสอบใหม่อีกครั้งอ่านะ
สู้ๆ ชายออย นายแว่นแดง ฮึบๆ :12:
ปล. บวกทุกคนที่ให้ปลอบใจอีกครั้ง :22:
สู้ๆ พี่ออย
:12:
คราวหน้าเดี๊ยวค่อยว่ากัน :30:
กว่าจะประกาศผลได้ :42:
ไม่เป็นไรครับ ต้องเจอที่ที่ดีกว่านี้แน่ :12:
สู้ๆ ออย
จริงๆ พี่ยังนึกภาพออยทำงานบัญชีไม่ออกเลย
จะว่าไป ผมก็ยังนึุกตัวเองไม่ออกเหมือนกัน
เรียนมา 3 ปีครึ่งได้ (เริ่มเรียนตอนทำงานที่ซีเอ็ด)
ปวส.บัญชี เรียนควบกับ ปริญญาตรี บัญชีรามปี 2 ที่ยังค้างเติ่ง :3005:
ออยก็ไม่ได้อยากทำนี่นา แล้วจะเศร้าไปใย :33:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 18 มี.ค. 2010, 18:52 น.
อย่าเสียเลย ยังไม่ได้เข้าก็ขนาดนี้ เข้าไปจะเจออะไรแบบนี้อีกแค่ไหนไม่รู้ :)
เห็นควรด้วย :12:
จากประสบการณ์กว่าสิบปีในชีวิตทำงาน คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยากจริงๆ
บางที่เงินเดือนเยอะ โบนัสก็มี งานก็ดี แต่ถ้าเจอเพื่อนร่วมงาน และสังคมปลอมๆ เหมือนในละครน้ำเน่า..
ลาออกไปขายน้ำเต้าหู้ดีกว่า.. :53:
อยากมีงานอย่างที่พี่แอ้ว่าบ้าง :25:
ขอเงินเยอะไว้ก่อน :51:
งานดี เงินเยอะ โบนัสมี เอาอันนี้ก่อนเลย น้ำเน่าชั่งมัน :51:
มีเงินเก็บค่อยไปทำอะไรที่อยากทำ :04:
อ้างคำพูดจาก: เอ็มเบี้ยว เมื่อ 19 มี.ค. 2010, 13:09 น.
งานดี เงินเยอะ โบนัสมี เอาอันนี้ก่อนเลย น้ำเน่าชั่งมัน :51:
มีเงินเก็บค่อยไปทำอะไรที่อยากทำ :04:
ถูก ตอนนี้เริ่มอยากได้อย่างนี้ :3005:
ถ้าได้ไปทำจริงแล้วจะรู้ว่าไม่สนุก :30:
ตอนนั้นเงินเยอะแค่ไหนก็ไม่อยากทำหรอก
เมื่อก่อนก็เคยคิดเครียดหน่อยแต่เงินดี พอทำจริงๆก็ไม่ไหวอ่ะ :48:
ทุกเช้าที่ตื่นจะมีความคิดว่าไม่อยากทำงาน กับวันนี้กูจะโดนเรื่องอะไรอีก
กลายเป็นจิตตกทุกวัน :42:
สู้มาทำที่เงินดีแถมไม่เครียดดีกว่า :30:
อ้างคำพูดจาก: พลัม เมื่อ 19 มี.ค. 2010, 13:41 น.
สู้มาทำที่เงินดีแถมไม่เครียดดีกว่า :30:
ใครๆ ก็อยาก :3005:
เงินเยอะ แปลว่าความรับผิดชอบสูง ความเครียดสูง ความเสี่ยงสูง
ยิ่งตำแหน่งสูงเท่าไหร่ การเมืองระดับบริหารก็เยอะขึ้นเท่านั้น :37:
ถ้าตามความหมายของพี่แอ้คือ ทุกอย่างดียกเว้นเพื่อนร่วมงานตอแหล
ผมอยู่ได้แหละ เพราะว่าจะตอแหลใส่เขาเหล่านั้นเหมือนกัน :37:
ตอแหลใส่กันนี่ก็ทำได้ ชอบด้วย :30:
แต่พวกตอแหลสร้างเรื่องให้คนอื่นนี่สิ ซวยเรา :37:
ที่บริษัทไม่มีปัญหาเรื่องเพื่อนร่วมงานแฮะ
:52:
:3005:
แต่มีปัญหากับ รปภ. ใช่มั้ยครับ :30:
เรื่องออยก็ สู้ต่อไปนะ :12: (คิดไว้อยู่แล้วล่ะถ้ามีโรคเลื่อนแบบนี้โอกาสที่จะได้นี่น้อยมาก)
ดุกนี่อยู่ในสภาวะคุยกะใครก็ได้นะ
คือถ้ามันตอแหลมาเราก็นิ่งไว้ (ก็ตูไม่ได้ทำอะไร แต่อย่ามาทำอะไรตูนะตูสู้)
อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ :52:
อ้างคำพูดจาก: พลัม เมื่อ 19 มี.ค. 2010, 14:23 น.
ตอแหลใส่กันนี่ก็ทำได้ ชอบด้วย :30:
แต่พวกตอแหลสร้างเรื่องให้คนอื่นนี่สิ ซวยเรา :37:
ที่เจอนี่สร้างเรื่องนะ
ประเภทรอเหยียบให้จมดินทุกเวลา ขยันฟ้องทั้งที่ไม่จริงและเรื่องจริง แต่ใส่สีตีใข่ให้เป็นเรื่องใหญ่
เอาหน้าจากงานคนอื่นเป็นว่าเล่น
ฉากหน้าดูดี เหมือนมีอัธยาศัยดี ปากหวาน ดูเป็นคนธรรมะธรรโม ฉากหลัง... :08:
เห็นแก่ตัวกันอย่างโหดร้าย :01:
คำพูดที่บอกว่า "อย่าเชื่อคำพูดคนอื่นมาก " มารู้ตอนทำงานนี่เลย
ต่อหน้าเราอีกอย่าง ลับหลังอีกอย่าง บางทีก็เอือม แต่ทำไรไม่ได้ :16:
คิดแต่ว่าเป็นผู้ใหญ่ไม่น่าจะเสียคำพูด เจอแล้วหลายที :41:
เคยโดนลับหลังในที่ทำงานทีนึง
ไม่ต้องทำอะไรเลย มีทีมอันแข็งแกร่งจัดการให้ทันท่วงที :30:
มันเป็นเรื่องของอำนาจไง
เหยียบคนอื่นให้ต่ำกว่า ทำให้คนอื่นเสียชื่อเสียง ตัวเองก็จะดูสูงขึ้น น่าเชื่อถือมากกว่า
ทีนี้ก็เริ่มเข้ามาวุ่นวายกับงานของคนอื่นๆ เพราะถือว่าได้รับความไว้วางใจมากกว่า อยากทำอะไรก็ทำ
อยู่ตรงนี้โดนบ่อยๆ อ่ะ :08:
มีสายมารายงานบ่อย ไม่เห็นเคยไปโกรธเคืองอะไรกับเขา
แต่กินข้าวกับท่านทุกวัน มีโอกาสก็คอยเอาคืน
อ้างคำพูดจาก: X11 เมื่อ 19 มี.ค. 2010, 15:24 น.
ที่เจอนี่สร้างเรื่องนะ
ประเภทรอเหยียบให้จมดินทุกเวลา ขยันฟ้องทั้งที่ไม่จริงและเรื่องจริง แต่ใส่สีตีใข่ให้เป็นเรื่องใหญ่
เอาหน้าจากงานคนอื่นเป็นว่าเล่น
ฉากหน้าดูดี เหมือนมีอัธยาศัยดี ปากหวาน ดูเป็นคนธรรมะธรรโม ฉากหลัง... :08:
ประมาณนี้แหละค่ะ ที่เงินเท่าไหร่ก็ไม่ทน
คือแรกๆ มันเหมือนกับว่า ทนๆ ไปเหอะ เพื่อเงิน.. แต่ความจริงแล้ว แค่วันสองวันยังรำคาญเลย
ความรู้สึกประมาณว่า นี่มันไม่ใช่งานแล้ว นี่มันขายวิญญาณแล้ว..
และที่ไม่ชอบสุดๆ คือคนคดโกง ทำงานด้วยไม่ได้เลย..
(เลยต้องเปลี่ยนงานบ่อยๆ :56:)
ตอนที่ไปทำโฆษณานี่ดราม่ามากๆ ละครน้ำเน่าชิดซ้ายเลย :30:
งานโฆษณานี่อยู่อันดับ 1 ในลิสต์ของตูเลยนะ :25:
เป็นงานที่คัดทิ้งเป็นอันดับ 1 รองมาก็หนังสือพิมพ์ ฯลฯ :37:
(ไปยาลใหญ่นี่หมายความว่า ตัดทิ้งแม่มหมดอ่ะ :30:)
บริษัทที่อยู่ตอนนี้ก็หมดสัญญาปีนึงแล้ว
ว่างงานอีกครั้ง :53:
เขียนโปรแกรมระบบตั้งแต่สงกรานต์ปีที่แล้ว ใช้เวลาทำประมาณเดือนนึง
ดูแลระบบเรื่อยๆเป็นฟรีแลนซ์ประจำของบริษัท (แค่เข้าไปเช็คระบบตอนเย็น)
ค่าเขียนระบบ หมื่นห้า ค่าจ้างดูแลต่อเดือน หกพัน
ใช้จ่ายเป็นค่าอยู่ค่ากินเดือนต่อเดือน ส่วนค่าหอยังเบิกแม่อยู่เลย
ถือว่าไม่เยอะสำหรับวุฒิ ม.6 ที่เอาไปยื่นว่ากำลังศึกษา ป.ตรี
ถ้ามีงานนอกเข้ามา ก็เป็นเงินเก็บก็ได้นิดหน่อย พอเที่ยวได้
ช่วงนี้ว่างแล้ว กับงานเว็บในมืออีกสองงาน
หางานทำช่วงปิดเทอมดีกว่า :56:
ค่าจ้างเป็นเสื้อเดือนละสามตัว :47:
เอามาต้มกินแทนข้าวเหรอไงลุง :47:
ไว้ไปแจกสาว :51:
ชอบที่คิดได้นะเจี้ยม ยังมีอีกหลายคนที่ยังคิดอะไรไม่ออก
ทู่ซี้ทนเรียนต่อไปเรื่อยๆ ทั้งที่ระบบชีวิตตัวเองยังไม่พร้อม
เริ่มจากการรับผิดชอบงานให้ได้ก่อน เดี๋ยวเรื่องเรียนก้ตามมาเองแหละครับ
ขอให้สนุกกับชีวิตที่นั่นนะ
มาอัพเดทชีวิตตัวเองบ้างดีกว่า
ตั้งแต่ 1 เมษา จะเลิกเป็นพนักงานเงินเดือนแล้วครับ
ขอลาออกไปตั้งแต่ต้นปี ได้ฤกษ์ออกสิ้นเดือนนี้พอดี
ไม่ได้มีแผนอะไรใหม่ ไม่ได้งานที่ไหนมารองรับไว้ก่อน
แค่รู้สึกอิ่มตัวกับสิ่งตรงหน้า และอยากใช้ชีวิตให้มันช้าและมีคุณภาพขึ้นกว่าเดิม
รู้สึกเท่านั้นเองจริงๆนะ ตอนยื่นเรื่องลาออกไป ทำอะไรไม่ได้คิดหน้าคิดหลังอีกแล้ว
ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา กับการใช้ชีวิตเป็นมนุษย์เงินเดือน อะไรมันก็ดูเข้าที่เข้าทางขึ้น
สามารถกำหนดรายรับรายจ่ายได้ค่อนข้างแม่นยำ ดูแลตัวเองได้กขึ้น
แต่ความรู้สึกตัวเองมันขัดๆยังไงก็ไม่รู้ครับ
ถ้าให้ใช้ชีวิตอย่างนี้ต่อก็ทำได้ แต่คิดว่า มันจะไม่ดีทั้งต่อตัวเองและคนรอบข้างมากกว่า
โดยเฉพาะที่บริษทั ถ้าถึงวันนึงที่เราไม่อยากทำงานแล้ว เค้าจะเสียผลประโยชน์เอา
เลยออกซะดีกว่า
เล็งแผนสองสามเดือนหลังจากนี้ไว้ว่า
คงจะรับงานฟรีแลนซืไปเรื่อยๆก่อน มากบ้างน้อยบ้างก็ว่ากันไป
อยากตื่นเช้ามานั่งชิลๆ มีเวลาเดินเล่น ออกกำลังกาย นอนอ่านหนังสือ ไปช่วยงานที่ร้านแฟนบ้าง
กินข้าวเย็น และนอนหลับแบบเต็มๆตาดูสักพัก อาจจะทำให้ตัวเองรู็สึกดีกว่านี้ได้
อยากเที่ยวด้วยครับ อยากออกไปเปลี่ยนบรรยากาศ อยากออกไปอยู่กับตัวเองสักพัก
เตรียมเปลี่ยนหอใหม่ด้วยครับ หาที่เล็กลงเพราะแฟนไปอยู่หอของตัวเองแล้ว
จะได้ประหยัดลง อยากได้หอที่เงียบขึ้นด้วย เพราะไม่ได้ต้องการเดินทางไปไหนมากๆกับการงานอยู๋แล้ว
ใครๆก็ว่า ผมใช้ชีวิตอุดมคติเกินไป มักน้อยเกินไป ดูไม่มีความก้าวหน้า
แต่ผมก็คิดนะ ว่าวันๆนึง เราจะใช้เงินไปทำไมมากมาย ถ้ามันไม่ได้มีอะไรให้ใช้จริงๆ
เลยไม่รู้ว่า การที่ผมจะใช้ชีวิตให้มันช้างลงมันจะผิดหรือเปล่า แต่ผมก็เลือกแล้ว..
สุดท้ายได้แต่หลับตาในวันนี้ แล้วก็ตื่นมาเจอความจริงอีกทีวันพรุ่งนี้ มะรืนนี้นั่นแหละ ถึงจะได้รู็ว่าถูกหรือผิด
เหมือนเจอฝาแฝดเลย :56:
คิดแบบนี้เหมือนกันตอนที่ลาออกจากงานที่ทำมา 5-6 ปี
ตอนนี้ผ่านจุดนั้นมาแล้ว 2 ปี
ตื่นแต่เช้าอาบน้ำไปทำงาน กับตื่นแต่เช้ารดน้ำต้นไม้
ความรู้สึกต่างกันเยอะ
ไม่ใช่ว่ามักน้อย หรือไม่เห็นคุณค่าของอำนาจเงินนะ
แต่ชอบ พอเพียง มากกว่า
ขอบคุณพี่โอครับ :25:
ผมชอบชีวิตแบบนี้ที่ว่านี้ครับ
แต่ตอนนี้ขอเป็นมนุษย์เงินเดือนก่อน
โชคดีที่ไม่มีระบบการทำงานมาบังคับมากมาย
ช่วงนี้เป็นช่วงปรับตัวเข้ากับที่โรงงาน
ถึงมันจะเป็นโรงงานเล็กๆ
เก็บเกี่ยวอะไรไม่ได้มาก
แต่อย่างน้อยคนที่เคยทำงานที่นี่มาก่อนผม
จิตใจดีจนบางครั้งผมเองต้องเกรงใจมาก
เหมือนมาแล้วที่นี่ยังมีความอบอุ่นกรุ่นๆ
เสียอย่างเดียว
กลับไปนอนที่บ้านกลางทุ่งนาคนเดียว
กลัวผีหลอก :30:
ตอนนี้อยากออกจากงานแล้วครับ
อย่าไปบอกใครนะโดยเฉพาะน้องใน สคบ :30:
ไม่ได้มีปัญหาอะไรกะใครทั้งสิ้น แต่รู้สึกว่างานที่ทำมันทำให้เซลล์สมองฝ่อไปหน่อย
คือมันนิ่งๆ สิ้นเดือนก็รับเงินง่ายๆ
ไม่เหมาะกะพวกไฮเปอร์อย่างตูเท่าไหร่ :41:
ตอนนี้ตั้ง default ไว้ปลายปีครับ
อาจจะสิ้นปีก่อนค่อยออกก็ได้ ให้น้องๆ มันสบายกันก่อน
(จริงๆ คือให้งานของตูมันสมบูรณ์พอที่จะส่งต่อให้คนอื่นมารับช่วงบริหารต่อได้น่ะ)
อยากทำงานแนวออกแบบๆ ไม่ได้อยากเป็นผู้บริหารซะหน่อย มันดูแก๊แก่ :30:
ออกเล้ย จะอยู่ทำไม๊ :30:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 21 มี.ค. 2010, 15:20 น.
อย่าไปบอกใครนะโดยเฉพาะน้องใน สคบ :30:
:30: :30: :30:
แล้วเมียใน สคบ ล่ะ :37:
ห้ามบอก :07:
เห็นว่าไม่ควรลาออกนะ ถ้าแกยิ่งไฮเปอร์แบบนี้ หาอะไรทำควบไปเลยจะดีกว่ามาก
เนื่องจากมันเอื้อทั้งธุรกิจ คอนเนคชั่น และงานสร้างสรรค์สังคมดีมากๆด้วย :58:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 21 มี.ค. 2010, 16:47 น.
แล้วเมียใน สคบ ล่ะ :37:
คนไหนล่ะ มีตั้งหลายคน อีบิ๊ก อีก่อ หรือ อีเบล :47:
พวกนั้นมันผัวนี่
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 21 มี.ค. 2010, 16:57 น.
เห็นว่าไม่ควรลาออกนะ ถ้าแกยิ่งไฮเปอร์แบบนี้ หาอะไรทำควบไปเลยจะดีกว่ามาก
เนื่องจากมันเอื้อทั้งธุรกิจ คอนเนคชั่น และงานสร้างสรรค์สังคมดีมากๆด้วย :58:
ยังไม่เข็ดอีกเหรอ เรื่องแฝงไปหาคอนเน็คชั่นน่ะ ไม่จำแล้วจะยังมาสอนอีก :30:
ปล.แล้วแต่คนมั๊ง จุดยืนไม่เหมือนกัน
ของเรากะแอน คอนเน็คชั่นข้างนอกมากกว่าอยู่อาร์เอสมากนัก :37:
หลายวันที่ผ่านมา ไปเกาะเต่า จ.สุราษฎร์
ตอนที่จองที่พัก อะไรทั้งหลาย ก็คุยกับผู้ดูแลรีสอร์ตชื่อโจ
รีสอร์ตที่พักชื่อบลูวินด์ ริมหาดทรายรี(มั้ง)
พอไปถึง ไปเจอกับไอ้เจ้าคนดูแลรีสอร์ตนั่น
มันก็ตกใจ ผมก็ตกใจ เฮ้ย มึงมาทำไรแถวนี้
เพราะว่าไอ้คนดูแลรีสอร์ตชื่อโจ มันคือโจเดียวกับที่
เรียนจิวเวลรี่ในเดครุ่นเดียวกันกับผม เป็นเรื่องที่บังเอิญมาก
ก็ว่าอยู่ว่าคุ้นๆ :08:
เหมือนจะเคยได้ยินมาว่ามีคนมาอยู่นี่ แต่ไม่นึกว่าจะบังเอิญเจอขนาดนี้
ก็เลยถามมันว่า มายังไง มันก็ว่าอยู่มาสามสี่ปีละ ก็ดูแลรีสอร์ตอยู่งี้แหละ
ผมอยู่หลายวัน ก็เห็นมันปั่นจักรยานไปมาใต้ร่มไม้ริมชายหาด
ถือกุญแจไปเปิดห้อง ดูแลนักท่องเที่ยวฝรั่งที่มาพัก
แล้วก็ปั่นจักรยานใต้ร่มไม้ผ่านหน้าไปอีก
มันเป็นคนนิ่งๆ ใจเย็น ยิ้มง่าย มันไม่เคยบอกเลยนะ
ว่ามันมาอยู่นี่ทำไม มันก็แค่ว่า ก็อยากอยู่เฉยๆ ไม่มีมีการบรรยาย
เหตุผลอะไรสวยงามเลย ว่าอยากอยู่กับทะเล อยากเป็นชาวเกาะหรืออะไร
แต่สิ่งที่มันทำ มันบอกชัดกว่านั้นอีก ดูเหมือนมันจะไม่ได้ตังอะไรเยอะด้วย
ไม่เหมาะกับคนที่จบมาขนาดนั้น แต่ก็ดูมันไม่สนใจ เพื่อนๆจะรวย
มีเงินเดือน หรือดังกันแค่ไหน มันก็ชอบที่จะอยู่ของมันยังงั้น เสื้อชายทะเลตัวเก่าๆ
ใบหน้าสงบเฉย รายได้แค่พออยู่ กับริมทะเล และไม่ต้องมีใครรู้จัก
ดูเหมือนเป็นชีวิตที่น่าอิจฉานะ แต่จะมีใครกล้าทำสักกี่คนกัน
ปกติผมเฉยๆกับทะเลนะ(ไม่ชอบนั่งเรือนานๆด้วย เกาะเต่ารู้สึกว่ามันนานไป)
แต่เห็นชีวิตที่มันอยู่ ก็เกิดความยินดีกับชีวิตมันนะ พอผมถามว่า จะอยู่นี่อีกนานไหม
มันก็ยิ้มนิ่งๆเหมือนเดิมแล้วตอบแค่ว่า "ก็เรื่อยๆแหละ"
มีความหมายกว่าตอบอะไรเท่ๆฉลาดๆอีกนะผมว่า
ใครกำลังสับสนในชีวิต ลองทำแบบมันดูก็ได้นะครับ
ทำไม่ยากเลย แต่ยากตรงคิดจะทำหรือเปล่า :30:
:25: ได้ทำงานที่ตัวเองรักด้วย
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 21 มี.ค. 2010, 16:57 น.
เห็นว่าไม่ควรลาออกนะ ถ้าแกยิ่งไฮเปอร์แบบนี้ หาอะไรทำควบไปเลยจะดีกว่ามาก
เนื่องจากมันเอื้อทั้งธุรกิจ คอนเนคชั่น และงานสร้างสรรค์สังคมดีมากๆด้วย :58:
เอื้อยังไงวะ :30:
เอาจริงๆ นะ ตูนี่แหละคนหาคอนเน็กชั่นมาให้ที่ออฟฟิศตั้งเยอะ :30:
นี่ คุยซะเลย
อยู่กับชีวิตที่ไม่เร่งรีบ ทำตัวตามสบาย
ไม่ต้องรอให้ใครบ่น มาสั่ง
กำลังทำอยู่ และมันก็ดีนะ
ได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง มากกว่าอยู่กับงาน
บ่มมันไว้ แล้วเราก็จะรู้ว่า
จริงๆ แล้วเราอยากจะทำอะไรมากกว่ากัน
พี่เก้อไปเกาะเต่า ไม่มาเยี่ยมที่เกาะสมุยบ้างเลย
ห่างกัน 2 ชม.เองด้วย :39:
เออ นั่นสิ
นึกอยู่ว่ากิ๊กอยู่เกาะสมุย เห็นเรือที่นั่งมันเลยไปสมุยด้วย
แล้วน้องที่ไปด้วย มันมีเพื่อนอยู่สมุย เลยให้เพื่อนนั่งมาอยู่ที่เกาะเต่าเป็นเพื่อนวันนึง
วันต่อมาก็นั่งเรือไปสมุยต่อ แต่บังเอิญผมหมดแรงกับทะเลแล้ว :44:
ไปงานเทศกาลปล่อยเต่าของเกาะเต่าน่ะ มีปล่อยหอยมือเสือ
กับดำน้ำลงไปเก็บขยะใต้ทะเลด้วย คือทำเพื่อฟื้นฟูเกาะเต่านั่นแหละ
อาสาสมัครเป็นร้อยๆ และเกือบทั้งหมดเป็นฝรั่ง :30:
จริงๆไม่ชอบทะเล แต่ว่าชอบอะไรเกี่ยวกับเต่า ก็เลยต้องไปงานนี้น่ะครับ
ชวนนังแก้วไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่เกาะกูดเดือนนึง :53:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 21 มี.ค. 2010, 20:59 น.
เอื้อยังไงวะ :30:
เอาจริงๆ นะ ตูนี่แหละคนหาคอนเน็กชั่นมาให้ที่ออฟฟิศตั้งเยอะ :30:
นี่ คุยซะเลย
มันก็เข้าไปในงานอีกโหมดนึงไง โหมดทำให้คนอื่นรวย :58:
ตูมองจากคนนอกที่ไม่รู้อะไรเลยอ่ะนะ มุมมองชาวบ๊าน ชาวบ้าน
บริษัทๆนึงโนเนม มีพอร์ทปกติทั่วไป กับอีกบริษัทนึงมีตำแหน่งงานรับผิดชอบในองกรณ์ พร้อมจับจ๊อบนอก มันดูมีตัวตน
ดูว่าน่าจะรับผิดชอบงานเราได้ดีกว่าน่ะ ชั้นมองว่าเอื้อในแง่นี้ เท่านั้นเอง
พวกแกไม่อยากอยู่ ไม่อยากทำแล้ว ชั้นจะไปว่าอะไรได้ล่ะ
อย่างเอ็งไม่เรียกชาวบ๊านชาวบ้านหรอก
เรียนมาด้านนี้โดยตรงแถมทำงานด้านนี้เชี่ย(ว)กว่าใครๆ เขาทั้งนั้น
ตูต่างหากที่ควรจะเป็นมวยวัด ชาวบ๊านชาวบ้าน เพราะเพิ่งมือใหม่จับงานออฟฟิศได้แค่ไม่กี่เดือน
เอาเป็นว่าตูเพิ่งทำนามบัตรมาอันนึง
ไม่ได้เขียนอะไรที่เกี่ยวกะบริษัทลงไปเลย (ส่วนตัวคิดว่าดีกว่าใส่นามบริษัทนะ) :08:
เนี่ยหาแบบเจอละ ทำมาใบละบาท :30:
(http://img3.f0nt.com/21/daad85e497502429afd34bccc9175b8c.png)
ถ้าแอนมาแจกนามบัตรแถวบ้านโนนสวรรค์
น้าออ ยายแก๊ด ยายตุ๋ย ฯลฯ คงอ่านเป็น
เลททททท ท.ห้าตัวนะ
:05: งั้นผมก็จะควักนามบัตรอาร์เอสให้อีกใบครับ
(น้าออ ยายแก๊ด ยายตุ๋ย คงบอกว่าอ่านไม่ออก ตัวเล็กเกิ๊น แถมเขียนประกิตล้วนอีก)
ป้าอี๊ดที่บ้านผมอ่าน เลด-ทด-ทด :52:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 21 มี.ค. 2010, 21:46 น.
ป้าอี๊ดที่บ้านผมอ่าน เลด-ทด-ทด :52:
แหมะ ทำไปได้ :56:
ชอบๆ ซิมพลี่ดี :25:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 21 มี.ค. 2010, 16:47 น.
แล้วเมียใน สคบ ล่ะ :37:
แสดงว่ามีเมียไว้ที่อื่นด้วยสินะ :47:
:44:
งานแบบเพื่อนพี่เก้อผมก็คิดจะทำนะ (คิดจริงๆ แต่จะได้ทำจริงๆ รึเปล่าไม่รู้)
ต่างแค่ว่าผมจะไปอยู่บนดอยกลางป่ากลางเขา ไม่ใช่บนเกาะกลางทะเล
แต่บนนั้นรีสอร์ทหากินได้แค่ช่วงท่องเที่ยวไม่กี่เดือน ที่เหลือคงลงกับปลูกผักเลี้ยงปลาขาย
แม้ว่ามันจะคนละขั้วกับสายที่เรียนมา แต่ก็อยากลองไปทำดู เพราะคิดว่าเราคงทำแล้วสบายใจ
แต่ความฝันกับความจริงยังมีความห่างไกลกันพอสมควร
ค่อยๆ ขยับมันเข้าหากันทีละนิด สักวันคงชิดกันได้ :22:
ผมเองก็อยากทำแบบเพื่อนพี่เก้อนี่แหละ
แต่ด้วยอะไรก็ตามแต่ทั้งตัวเอง ผู้ร่วมงาน ลูกพี่อีก
ถ้าทำอะไรได้ดังใจคิด
วันหลังจะมาเล่าให้ฟังนะครับ
แต่ยังไง ก็จะพยายามหาจุดสมดุลของตัวแปรทั้งหมดดู
:19:
ขอแวบมาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับตัวเองหน่อยค่ะ :25:
คือตอนนี้จั๊วอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อพอดี กำลังจะจบป.ตรีละค่ะ
ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปเรียนต่อปีนี้ทันทีเลย แต่ทำไปทำมาก็ดันติดที่ว่า
พี่ชายจะไปเรียนพร้อมกันพอดี(อายุมากกว่า3ปี แต่ไปเรียนโทพร้อมกัน :58:)
ทีนี้ไปพร้อมกันค่าใช้จ่ายมันคงจะมากเกินไป จั๊วก็เลยจะได้ไปเรียนต่อจริงๆคือปี 2011 ประมาณปลายๆปีค่ะ
สรุปคือมันก็จะมีเวลาเหลือประมาณปีนิดๆ ซึ่งจั๊วอยากจะทำงานที่บริษัทที่จั๊วไปฝึกงานมา
เพราะชอบด้านการวางแผนสื่อมากกก ตั้งใจไปเรียนต่อด้านนี้โดยเฉพาะ
และถ้าเรียนจบกลับมาก็ตั้งใจว่าจะทำงานที่บริษัทนี้หรือด้านนี้ให้ได้
บริษัทที่จั๊วฝึกงานเค้าก็มีทีท่าว่าจะรับไปทำงาน(ถ้าสมัครตอนนี้) เพราะจั๊วก็ทำงานโอเคแหละ(มั้ง)
แล้วด้านสื่อคนขาดแคลนด้วย จ๊อบเปิดภายใน 3-4 จ๊อบเลย
แต่ติดปัญหาที่ว่า เค้าไม่อยากได้เด็กจบใหม่ที่จะทำงานแค่ปีเดียวแล้วออก
เค้าต้องการเด็กที่สามารถทำงานได้อย่างน้อย 2 ปี (แต่สัญญาเซ็นจริงๆก็ผูกมัดปีเดียว)
คือจั๊วจะโกหกบอกเค้าไปก็ได้แหละว่าจะทำสองปี แต่พอปีเดียวแล้วออกก็ได้
แต่กลัวมันจะเป็นประวัติติดตัว กลัวเค้าจะไม่รับถ้าเราเรียนจบกลับมาแล้วอยากทำที่นี่จริงๆ
เพราะเค้าก็เป็นบริษัทด้านสื่ออันดับหนึ่ง แล้วเราก็มีคอนแทคที่ดีกับพี่ๆในกรุ๊ปด้วย
(ซึ่งบริษัทคู่แข่ง ขึ้นชื่อว่าจะไม่รับคนที่มาจากบริษัทนี้ แล้วบริษัทนี้ก็จะไม่รับคนที่มาจากบริษัทคู่แข่ง
เพราะฉะนั้นถ้าให้ไปทำที่อื่นที่เป็นด้านสื่อคงยาก T_T)
แต่อีกใจก็อยากทำงานที่นี่ใน1ปีที่เหลือนี่อ้ะ เพราะด้านอื่นไม่ชอบเลย
มีพีที่บริษัทเสนองานเป็น AE ที่ haku ให้ ก็ยังไม่แน่ใจตัวเองว่าจะไม่ไล่ลูกค้ากระเจิงได้ :58:
สรุปแล้ว จั๊วควรเข้าไปคุยกับเค้าตรงๆเลยว่าอยู่ได้แค่ปีเดียวแต่อยากทำงานจริงๆ ? (โอกาสไม่ได้สูง)
หรือ บอกเค้าว่าไม่ได้ไปเรียนต่อในช่วงใกล้ๆนี่แน่ๆ แล้วทำปีเดียวก็ออกตามแผน ?
หรือว่าไปหางานอื่นที่ไม่ซีเรียสเรื่องเวลาการทำงาน ทำไปซักปี แต่ก็จะไม่เกี่ยวข้องกับด้านที่อยากทำเลย ?
หรือนอนเล่นหาอะไรทำไปก่อน แล้วก็เรียนภาษาไปด้วย จะได้ไม่เสียประวัติตัวเอง ?
งงๆกับตัวเองอยู่ค่ะ เพราะเรื่องไปเรียนต่อก็คงเลื่อนไม่ได้
แต่ไม่อยากใช้ชีวิตเรื่อยเปืื่อย อยากทำงานหาเงินบ้างแล้วอะค่ะ :44: :44:
ขอบตอบในฐานะคนเพิ่งจบเหมือนกันนะจ๊ะ
ถ้ามันมีบริษัทแค่สองตัวเลือกนั้นน่ะ ลองหาทางออกเป็นบริษัทที่สามดีมั้ย
คือเป็นบริษัทอาจจะขนาดเล็กลงมาหน่อย แต่ว่ายังอยู่ในสายงานที่ทำอยู่
แล้วเราก็ยังสบายใจตอนที่จะออกตอนจะไปเรียนต่อด้วย
แต่อันนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเรียนจบโทมาแล้วเค้าจะจ้างเรานะ :58:
เรื่องที่ว่าจบมาแล้วไม่อยากนอนแคะสะดืออยู่บ้านนั้นพี่พอจะเข้าใจความรู้สึกดี(เรียกตัวเองว่าพี่เลยตู :49:)
ไม่อยากทำตัวเป็นหนี้เน่าอยู่ที่บ้าน อยากหาอะไรทำ
ซึ่งทางเลือกทั้งสองที่จะทำงานหรือนอนอยู่บ้านนั้นพี่(อีกละ :49:)คิดว่ามันข้อดีต่างๆกัน
ข้อแรกเลยทำงานเนี่ยแน่นอนว่าได้ตัง :58: การทำงานมันจะสอนให้เรารู้อะไรหลายๆอย่าง
ที่ตอนเรียนหรือตอนฝึกงานไม่มี เพราะหน้าที่ความรับผิดชอบมันต่างกัน
แล้วตอนเวลาทำงานไปซักพักมันจะบอกให้เรารู้ได้เลยว่า เราขาดด้านไหนอยู่
น่าจะช่วยให้ตัดสินใจเลือกคณะหรือเอกที่จะไปเรียนต่อมีความชัดเจนขึ้นด้วย
ส่วนนอนแคะสะดืออยู่บ้านนั้น ก็ยังมีด้านดีอยู่คือมันจะเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างช้า
ทำให้เราคิดถึงสิ่งต่างๆที่ผ่านมาได้ เคยรู้ซึกมั้ยว่าทำไมตอนเรียนทำไม่ได้
แต่ตอนผ่านมาปีนึงกลับมานั่งทำ ทำไมมันง่ายชิหายเลย
คือช่วงเวลานี้มันจะทำให้เราคิดทบทวน ความเป็นตัวเอง คิดได้ละเอียดนิดนึง
(ยกตัวอย่าง แต่ไม่เอาอย่างก็ได้นะ คืออาจารย์พี่ แกก็จบคณะนิเทศมานี่แหละ
แต่พอมาอยู่ในช่วงเวลาแบบที่บอก เค้าได้ค้นพบและไปเรียนต่อทางด้านศิลปะแทน
ซึ่งสำหรับจั๊วแล้วบางทีช่วงเวลาตรงนี้อาจจะไม่จำเป็นก็ได้)
สุดท้ายแล้วอันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับจั๊วเองแล้วล่ะ เพราะมันยังมีองประกอบอื่นๆอีกมากมายที่ไม่รู้
แหมพูดหยั่งกะไปเรียนต่อมาเลยตู :47:
รอให้ตัวจริงมาตอบละกัน
พี่แนะนำให้เลื่อนการเรียนต่อ
ให้ทำงานสักสามสี่ปี
เหตุผลดีๆ คือ ยิ่งเรามีประสบการณ์มาก
มันจะมีประโยชน์มากๆ เวลามาเรียน
โดยเฉพาะแถวอังกฤษ
ที่จะเน้นการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ
ควบรวมและประเมินสิ่งต่างๆ
ซึ่งตรงนี้ประสบการณ์จะช่วยได้เยอะมาก
จะถกเถียงกับอาจารย์อย่างได้อรรถรส
แต่เด็กที่จบใหม่ๆ มาเรียนต่อเลย
เวลาทำคอร์สเวิร์ค ก็ยากที่จะได้คะแนนดีๆ
สงสัยนิดนึงว่า ทำไมเรียนต่อเลื่อนไม่ได้ :09:
อีกสองสามปี เงินปอนด์อาจจะลงไปแตะเท่าดอลลาร์แล้วนะ
เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจของอังกฤษไม่ค่อยดีนัก
แล้วถ้าหลังการเลือกตั้งทั่วไป
ถ้าพรรคอนุรักษ์นิยมได้เสียงข้างมาก(ซึ่งดูทีท่าว่าจะเป็นอย่างนั้น)
เงินปอนด์มีแนวโน้มดิ่งเหวแน่นอน
อาจจะแข็งขึ้นนิดนึงช่วงโอลิมปิค 2012
เลื่อนเรียนไปปีหรือสองปี คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง :42:
เข้ามาอ่าน เผื่อเอาไว้วางแผนตอบจบ :25:
อยากแนะนำให้ทำงานอย่างจริงจังสักพักก่อนเรียนต่อเหมือนกันครับ
แนะนำให้ลองทำงานดูก่อนซัก 2 ปี ค่อยเรียนต่อ เหมือนกันจ้ะ
แชร์ด้วยคน :25:
ในฐานะคนที่ทำงานมาแล้วเกือบ3ปี และกำลังจะออกไปเรียนต่อ
ประสบการณ์การทำงานช่วยเราได้มากเลยนะ ถ้าเกิดเราจะเรียนต่อ
การเรียนต่อป.โทนั้น (คิดว่า)เป็นการเอาความรู้มาเสริมด้านที่เราไม่มีประสบการณ์จากการทำงาน
อย่างตอนนี้จบ com sci มา(คนละสายกับจั๊วะหน่อยนะ)
ออกมาทำงานเป็นเพียวโปรแกรมเมอร์ เขียนโปรแกรมอย่างเดียว ได้คุยกับ userนิดหน่อย
ได้ความรู้จากที่นี่เรื่องของระบบงาน ขั้นตอนการจะออกมาเป็นแต่ละโปรแกรม
แต่จะไม่มีความรู้เรื่องระบบงานด้านธุรกิจต่างๆ ทั้งเรื่องการตลาด ระบบของธุรกิจน่ะ
การมาทำงานหาประสบการณ์ก่อนช่วยเราหาแนวทางที่เราต้องการได้เร็วกว่าที่เราคิดนะ
ทีนี้เราก็จะเลือกได้ง่ายขึ้นนะว่าเราต้องการไปเพิ่มเติมความรู้ด้านไหน อยากเสริมอะไรเข้ามา
หรือจะเอาความรู้ในงานที่เคยทำเนี่ยไปคุย ไปถกกันในวิชาเรียนได้ชัดเจนกว่า เพราะเราได้เจอมาจริงๆ :52:
ตอนแรกที่จบตรีมา แพลนไว้ว่าจะมำงานสองปี แล้วถึงจะมาดูเรื่องเรียน
ตอนนี้ก็ผิดแผนไปเกือบปีเหมือนกันอะ แต่ความรู้ที่ได้จากงานช่วยเราได้นะ
ตอนไปสอบสัมภาษณ์ อ.เค้าก็ถามเรื่องงานที่ทำอยู่
เอาเนื้องานมาคุยแล้วมันอธิบายความต้องการของเราได้มากกว่าตอนจบใหม่ๆนะ
แต่สายของจั๊วะ บริษัทด้านสื่อเนี่ยเค้าอาจจะส่งเสริมให้ไปเรียนต่อก็ได้นะ
อย่างทำงานไปแล้วเค้าเห็นความสามารถน่าส่งเสริม เค้าอาจะส่งให้ไปเรียนก็ได้
ลองคุยกับพี่ๆ คนที่ทำงานข้างในดู เผื่อได้เป็นตัวช่วย ให้เลือกได้
ถ้าตั้งใจว่าอยากเรียนต่อ อย่าเลย 2-3 ปี ไม่งั้นไฟที่จะเรียนต่อจะลดลงเรื่อยๆ
ก็แล้วแต่คนนะพี่หน่อย :56:
ที่จริงผมตั้งใจจะเรียนตั้งแต่ปีที่แล้วอะแต่ติดว่าเรื่องต่างๆยังไม่พร้อม
ปีนี้อะไรๆก็ลงตัวไปซะเป็นส่วนใหญ่ เลยลุยและตั้งใจเต็มที่
งานสายจั๊วะ พวกมีเดียแพลนใช่ป่ะ
พี่ว่าเรียนไปก่อนดีกว่า งานพวกนี้ใครเปิดก่อนหรือคิดช่องทางใหม่ๆได้ก่อนจะได้เปรียบมาก
ซึ่งจะได้มากๆจากการไปเปิดหูเปิดตาเรียน เพราะมันเป็นซับนึงของด้านงานตลาด
ถ้าไปเรียนก็จะได้อัปเลเวิ่ลตัวเองไปทาง Brand consult หรืออะไรเทือกๆนี้ เป็นพวกบริหารแบรนด์ ซึ่งได้ตังค์ดีกว่า
แน่นอนว่า ก็ยังได้ทำงานที่จั๊วะชอบได้ด้วย ลองมองตามสายงานไปให้สุด ว่ามันจะไปได้สุดที่ทางไหน แล้ววางอนาคตปูไปเลย
อันนี้ มองแบบออฟฟิศ .. เรื่องการเติบโตของงาน รายได้ ตำแหน่งงาน การดิ้นไปสายงานอื่น หากมีปัญหาอะไรขึ้นมา
อ้างคำพูดจาก: โต เมื่อ 24 มี.ค. 2010, 10:13 น.
การมาทำงานหาประสบการณ์ก่อนช่วยเราหาแนวทางที่เราต้องการได้เร็วกว่าที่เราคิดนะ
ทีนี้เราก็จะเลือกได้ง่ายขึ้นนะว่าเราต้องการไปเพิ่มเติมความรู้ด้านไหน อยากเสริมอะไรเข้ามา
จริงนะ
พอลองทำจริงแล้วจะรู้ว่าอยากลงลึกในสิ่งที่ตัวเองเคยสนใจหรือเปล่า
หรือว่าอยากแตกหน่อ เพราะมันเอื้อต่อหน้าที่การงานในอนาคตมากกว่า
เหมือนมีใครในนี้เคยบอกไว้ประมาณว่า
"ฝรั่งบอกว่า ถ้ายังไม่เคยทำงานจริงๆ
แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าตัวเองถนัด หรือสนใจอะไรแน่
แล้วจะเลือกเรียนถูกได้อย่างไร"
ฝึกงานมันแค่เสี้ยวหนึ่งของ ของจริง
ที่ต้องเจอทุกวัน ยาวนานเป็นปีๆ น่ะ :25:
เห็นเหมือนพี่ๆด้านบนที่ว่า ทำงานก่อนนั่นแหละ
แล้วจะเห็นว่าเราขาดอะไร ระบบความคิดความอ่าน
เกี่ยวกับงานด้านที่เราทำ ที่เราชอบ มันจะถูกฟอร์มรูปรอย
ให้เข้าที่เข้าทาง รู้ตัวเราแน่ชัด และเข้าใจโลกของงานด้านนี้
แน่นอนว่าการเรียนคือความรู้ แต่การเอาความรู้
ไปลิ้งค์เข้ากับโลก คือส่วนสำคัญในการอยู่บนหนทางสายไหนก็ตามที่เราจะไป
(เพราะยังไง คนเราก็ต้องทำงาน ถึงจะไม่อยากทำอย่างผมก็เถอะ)
ส่วนคำถามต่อมา ที่ว่าที่ไหนดี อันนี้ไม่รู้ด้วย
ถ้าเลือกที่ที่สามจะเซฟไหม ถ้ามันมีเงื่อนไขและคู่แข่งที่ซับซ้อนขนาดนั้น
แต่การเป็น AE ฟังดูไม่น่าสนุกสำหรับผมเลยแฮะ :37:
พูดในอีกแง่หนึ่ง ผมไม่รู้นะว่าสายงานแบบของจั๊วมันมีเงื่อนไขอะไรบ้าง
แต่อย่างที่ผมทำ การไปดูโลก มันช่วยได้มาก มากจนผมไม่สนใจอะไร
เรื่องว่าใครจะรับ หรือบริษัทอะไรใครจะไม่สนใจเราเลย
ความเข้าใจเรามันเลยเรื่องทางธุรกิจพื้นๆแบบนั้นไปแล้ว
เราไม่สนใจมันแล้ว คือจริงๆก็ไม่สนใจอยู่แล้วล่ะนะ แต่กลับมาแล้วยิ่งไม่ใส่ใจมันใหญ่
ถ้าเราเก่งและมั่นใจ บวกกับมุมมอง-ความเข้าใจโลกที่เราพกกลับมา
(ถ้าไม่เอาแต่เรียนไม่ออกไปไหนอะนะ) เราไปอยู่ที่ไหนทำอะไรก็ได้ครับ
สรุปว่า ผมว่าอย่าเอาตัวบริษัทไหนยังไง กลับมาใครจะรับไหม มาเป็นโจทย์ในชีวิตดีกว่า
ชีวิตเรามีค่ากว่านั้น ดังนั้นเอาความต้องการที่แท้จริงของตัวเองเป็นโจทย์ในชีวิตตอนนี้ดีที่สุดครับ :12:
เรียนต่อซักปีแล้วออกมาทำงานสิ :58:
เรียนก็ไม่จบ :30:
:46: :46: ขอบคุณทุกคนสำหรับคำแนะนำค่ะ :46: :46:
ตอนนี้ยังปวดหัวอยู่เลย คือเลื่อนไปเรียนต่อไม่ได้เพราะติดปัญหาทางบ้านอะค่ะ
แล้วที่เลือกไปเรียนอังกฤษก็เพื่อรีบไปรีบกลับด้วย(ถ้าจบอ่ะนะ :3005:)
เดี๋ยวจะลองไปคุยกับพี่ที่บริษัทดูก่อนว่าเค้าพอมีทางช่วยบ้างมั้ย
แบบไม่ต้องเงินเดือนเต็มก็ได้ แต่อยากทำงานสักปีจริงๆ
จั๊วก็อยากทำงานก่อนสองสามปีก่อนไปเรียนต่อนะ แต่รู้เลยว่าตัวเองขี้เกียจ
ถ้าไม่รีบไปก็จะเริ่มเฉยไม่อยากไปละ แล้วที่บ้านก็จะด่า :58:
ตามสายงานจั๊วถ้ามีประสบการณ์น้อยแล้วจบโทจะหางานยากมั้ยอ้ะ
พอดีงานแบบพี่ต้องการประสบการณ์พอควรเลย
ตอนจบตรีก็ทำงานไปแป๊บเดียวแล้วเรียนต่อ
พอจบโทแล้วหางาน เห็นรับแต่คนมีประสบการณ์เยอะๆกันทั้งนั้น
ก็เลยคิดว่าทำงานระยะนึงแล้วเรียนจะดีกว่า
อีกอย่างเรียน ป.โท แบบทำงานมาแล้วระยะหนึ่งก็ทำให้เรียนได้ดีกว่านะ
เพราะเอาประสบการณ์งานมาช่วยได้ :12:
:25: กระจู๋นี้อ่านแล้วได้กำลังใจไฟแรงดีจังเลย
อย่างตูนี่เจอกี่คนถามเรื่องเรียนต่อก็จะเชียร์ให้ไปทำงานก่อนหมดเลยทั้งนั้น
ไม่เชื่อถามนังเดือนสิ :30:
ทำงานให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ (ซะที) ก่อน
แล้วค่อยเรียนต่อ บริหารชีวิตของตัวเองในมุมมองของผู้ใหญ่ดู สนุกนะ
มันต่างจากคนที่จบตรี (วัฒนธรรมไทยมองว่ายังเด็ก) แล้วต่อโทเลย
มันต่างกันนะ มันต่างกัน
จริงจ้ะ :27:
ส่วนตัวคิดว่าประสบการณ์สำคัญกว่าวุฒินะ
คนทำงานจบตรียังไปเป็นอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษาปริญญาโทเลย :58:
(อาจจะไม่เกี่ยวกัน แต่ก็เกี่ยวนิดหน่อยล่ะมั้ง)
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 26 มี.ค. 2010, 02:09 น.
:25: กระจู๋นี้อ่านแล้วได้กำลังใจไฟแรงดีจังเลย
อย่างตูนี่เจอกี่คนถามเรื่องเรียนต่อก็จะเชียร์ให้ไปทำงานก่อนหมดเลยทั้งนั้น
ไม่เชื่อถามนังเดือนสิ :30:
ทำงานให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ (ซะที) ก่อน
แล้วค่อยเรียนต่อ บริหารชีวิตของตัวเองในมุมมองของผู้ใหญ่ดู สนุกนะ
มันต่างจากคนที่จบตรี (วัฒนธรรมไทยมองว่ายังเด็ก) แล้วต่อโทเลย
มันต่างกันนะ มันต่างกัน
ทีเมื่อวานล่ะน้องเดือนครับ วันนี้ละมาเรียกนังเดือน :11:
จริงๆ อยากโพสต์ อยากเล่าในนี้บ้างเหมือนกันนะ
แต่ก็นึกไม่ออกเลย ว่าจะพูดอะไร :3005:
กล่าวชมเจ้านายอะไรงี้ก็ได้นะ
โอ๊ย จิกหัวก็เท่านั้น :41: ไม่ค่อยจะสนใจ :41:
โดนรังแกแล้วมาฟ้อง ก็บอกว่าสมน้ำหน้า :41: ไปไกลๆ ตีลไรเงี้ย :41:
เสียใจจังเรยยย แงๆๆ กรี๊ดๆๆ :05:
ลาออกโลด :58:
:30:
อ้างคำพูดจาก: MoonShines เมื่อ 26 มี.ค. 2010, 13:21 น.
โอ๊ย จิกหัวก็เท่านั้น :41: ไม่ค่อยจะสนใจ :41:
โดนรังแกแล้วมาฟ้อง ก็บอกว่าสมน้ำหน้า :41: ไปไกลๆ ตีลไรเงี้ย :41:
เสียใจจังเรยยย แงๆๆ กรี๊ดๆๆ :05:
แกล้งมันคืนสิเดือน เดี๋ยวพี่ช่วยคิด :58:
ดูจากประวัติการแกล้งพี่แอนของพี่ส้มแล้ว... :4705:
:30:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 21 มี.ค. 2010, 15:20 น.
ตอนนี้อยากออกจากงานแล้วครับ
อย่าไปบอกใครนะโดยเฉพาะน้องใน สคบ :30:
ไม่ได้มีปัญหาอะไรกะใครทั้งสิ้น แต่รู้สึกว่างานที่ทำมันทำให้เซลล์สมองฝ่อไปหน่อย
คือมันนิ่งๆ สิ้นเดือนก็รับเงินง่ายๆ
ไม่เหมาะกะพวกไฮเปอร์อย่างตูเท่าไหร่ :41:
ตอนนี้ตั้ง default ไว้ปลายปีครับ
อาจจะสิ้นปีก่อนค่อยออกก็ได้ ให้น้องๆ มันสบายกันก่อน
(จริงๆ คือให้งานของตูมันสมบูรณ์พอที่จะส่งต่อให้คนอื่นมารับช่วงบริหารต่อได้น่ะ)
อยากทำงานแนวออกแบบๆ ไม่ได้อยากเป็นผู้บริหารซะหน่อย มันดูแก๊แก่ :30:
:07: ไหนตอนบอกตู มันนานกว่านั้นวะ
:05: พาตูไปด้วย เกาะตามไปด้วย
ตอนนี้เป็น ดร. แล้ว หลังจานฝ่าฟันมา 5 ปี :41:
ตอนนี้ได้งานแล้ว เป็นอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเคมี ม.สงขลานครินทร์ (หาดใหญ่)
มหาลัยเค้าก็ใหญ่ดี ไปดูมาสองรอบแล้ว ก็รู้สึกชอบนะ ชีวิตไม่วุ่นวายเหมือนกรุงเทพ
ตอนนี้ก็ตัดสินใจที่จะไปทำแล้ว เริ่มสอนเด็กเทอมแรกเลย :08: ก็ไม่รู้ว่าชีวิตจะเป็นยังไง
เพราะตอนแรกที่ได้ ก็รู้สึกอยากไป กับไม่อยากไป อยากไปเพราะว่าชีวิตเราก็ไม่ต้องรีบร้อนมาก ไม่ต้องเจอรถติด
แต่ที่ไม่อยากไปเพราะว่า มันไกล และเรื่องของหน้าที่การงาน ที่มันจะไปได้ช้ากว่า อยู่ ม.ในกรุงเทพไม่ได้
แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไป ก็จะตั้งใจทำหน้าที่ของการเป็นอาจารย์ให้ดีที่สุดไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
อาจารย์เบียร์
เย็นๆ ก็ไปนั่งเหล่เด็กที่โรงช้าง :25:
ระวังหน้าห้านะครับ :51: :51: :51: :51:
หัวหน้าภาคโดยตรงเลยซะด้วย :30: :30: :30: :30:
ไม่ช้านะครับ มอ นี้ วิจัย เยอะกว่าดังว่า มๆ ดังๆ ในกรุงอีกนะครับ :25:
มี รพ ใกล้ๆด้วย
แนะนำไปร้าน dot คลายเครียดครับ นั่งชิล เล่นเนตเล่นอะไร :56:
อ้างคำพูดจาก: blackRabbit เมื่อ 07 เม.ย. 2010, 23:49 น.
:07: ไหนตอนบอกตู มันนานกว่านั้นวะ
:05: พาตูไปด้วย เกาะตามไปด้วย
:30: เฮ้ย กว่าจะถึงปลายปี อีกนาน
อ้างคำพูดจาก: เบียร์ซาบซ่า ! เมื่อ 25 เม.ย. 2010, 20:46 น.
ตอนนี้เป็น ดร. แล้ว หลังจานฝ่าฟันมา 5 ปี :41:
ตอนนี้ได้งานแล้ว เป็นอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเคมี ม.สงขลานครินทร์ (หาดใหญ่)
มหาลัยเค้าก็ใหญ่ดี ไปดูมาสองรอบแล้ว ก็รู้สึกชอบนะ ชีวิตไม่วุ่นวายเหมือนกรุงเทพ
ตอนนี้ก็ตัดสินใจที่จะไปทำแล้ว เริ่มสอนเด็กเทอมแรกเลย :08: ก็ไม่รู้ว่าชีวิตจะเป็นยังไง
เพราะตอนแรกที่ได้ ก็รู้สึกอยากไป กับไม่อยากไป อยากไปเพราะว่าชีวิตเราก็ไม่ต้องรีบร้อนมาก ไม่ต้องเจอรถติด
แต่ที่ไม่อยากไปเพราะว่า มันไกล และเรื่องของหน้าที่การงาน ที่มันจะไปได้ช้ากว่า อยู่ ม.ในกรุงเทพไม่ได้
แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไป ก็จะตั้งใจทำหน้าที่ของการเป็นอาจารย์ให้ดีที่สุดไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
อาจารย์ที่มีข่าวว่าตุ๋ยเด็กแลกเกรดยังอยู่อยู่มั้ยหว่า :37:
กำลังจะมี :47:
จบแล้วก็แต่งสิ :56:
แน๊ๆๆๆๆ
อ้างคำพูดจาก: MoonShines เมื่อ 25 เม.ย. 2010, 23:13 น.
อาจารย์ที่มีข่าวว่าตุ๋ยเด็กแลกเกรดยังอยู่อยู่มั้ยหว่า :37:
ป๋าดมใช่มั้ย เคยเรียนกับป๋าด้วยล่ะ แต่ป๋าแกอยู่วิทย์เคมีนะ
เอ้อ ใช่ :25: (แกสอนวิดวะปีหนึ่งด้วยนะ รุ่น 47 - รุ่นพี่เค้าเอง)
ใช่ๆ ป๋าดมแกผูกขาดสอนเคมีวิศวะปีหนึ่งมาเป็นสิบปี
มีอาจารย์ท่านนึงเคยบอกว่า ด้วยคุณวุฒิ + วัยวุฒิแล้ว ป๋าแกต้องไปเป็นระดับบริหารแล้ว
แต่ป๋าแกใช้กำลังภายในยึดวิชาเคมีวิศวะปีหนึ่งไว้สอนคนเดียว
ตอนเรียนกับป๋าแก แกจะใจดีกับนักศึกษาชายมาก มาสายนี่ ไม่เป็นไรลูก
แต่ถ้านักศึกษาหญิงมาสายนะ โดนด่ากระจาย
ที่สำคัญแกจำชื่อนักศึกษาชายปีหนึ่งวิศวะได้หมด แถมรู้ด้วยว่ามาจากโรงเรียนไหน
มีคนรู้จักเคยโดนตะปบปู๋ว์ด้วยแหละ :37: (ว่าแต่พี่ต้น... :26: :27:)
อ้าว ต้นกบก็ มอ. เหมือนกันเหรอ
ต้นกบ :30:
ครับ CoE12
ป๋าจำชื่อพี่ได้ด้วยนะ จำได้ตอนสอบ lab เคมี ป๋าเดินมาข้างหลัง ข้างหลัง
พี่ไม่ทันตั้งตัว
แล้วป๋าก็
:05:
จับแขนแล้วถามว่าทำได้มั้ยนาวิน
ตรั่บๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ :37:
ทิ้งช่วงนานเกินไป
ผมคิดไปไกลแล้ว
แล้วก็ไม่ได้เลื่อนลงมาอ่านให้สุด
นึกในใจว่า "นาวินไม่น่าเลย :3005:"
โดนจับกบแล้วก็บอกมา :47:
เ้อ้อ จะลาออกจากงานแล้วนะครับ
ลาจากความวุ่นวาย
การตั้งเป้าหมายให้สูง
ชื่อเสียง ข่าวหน้าหนึ่ง
การข้ามขีดจำกัด
ประวิติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของวงการ
อะไรที่พูดกันด้วยคำสวยหรู ปลุกใจ
กลับมาสู่วิถีการก้าวช้าๆ ที่ตัวเองเป็น...
เพิ่งไปสัมมนากลับมา
คุยกับพี่ๆ จากบริษัทอื่นที่เพิ่งรู้จัก
อยู่ดี ๆ ก็อยากไปทำงานธนาคาร
เหมือนเริ่มอิ่มกับงานที่ทำ
เมื่อก่อนเคยคิดว่า
มาทำงานเอาความรู้ สั่งสมประสบการณ์ตัวเองในด้านนั้นๆ
แต่ตอนนี้อยู่ดีๆ ก็อยากทำงานที่ได้เงินเยอะๆ บ้าง
อาจจะไม่เยอะมาก แต่น่าจะได้เยอะกว่านี้ :42:
สงสัยจะฟุ้งซ่านแน่ๆ :3005:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 25 เม.ย. 2010, 23:55 น.
เมื่อก่อนเคยคิดว่า
มาทำงานเอาความรู้ สั่งสมประสบการณ์ตัวเองในด้านนั้นๆ
แต่ตอนนี้อยู่ดีๆ ก็อยากทำงานที่ได้เงินเยอะๆ บ้าง
อาจจะไม่เยอะมาก แต่น่าจะได้เยอะกว่านี้ :42:
:47: เหมือนกันเลย
เด็ก ม.อ. ในนี้เพียบเลยแฮะ :58:
จงจำไว้ ห้อง 306 ตึกวิทย์ จงจำไว้ :51:
ไฟแรงมาจากไหน สุดท้ายก็เลือกงานที่ได้เงินเยอะกันอยู่ดี :30:
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร = ลุงเป็ด เมื่อ 25 เม.ย. 2010, 23:48 น.
โดนจับกบแล้วก็บอกมา :47:
เ้อ้อ จะลาออกจากงานแล้วนะครับ
ลาจากความวุ่นวาย
การตั้งเป้าหมายให้สูง
ชื่อเสียง ข่าวหน้าหนึ่ง
การข้ามขีดจำกัด
ประวิติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของวงการ
อะไรที่พูดกันด้วยคำสวยหรู ปลุกใจ
กลับมาสู่วิถีการก้าวช้าๆ ที่ตัวเองเป็น...
เพิ่งนึกได้ :07:
ยังไม่ได้ใช้บริการเลย :05:
อ้าววว :16:
ง่ะพี่ร่ม :16:
แล้วพี่ร่มจะทำอะไรต่ออ่ะคะ? :09:
ป่ะ กินเหล้า กินต้มซุปเปอร์กัน ดุกอยากกินอ่ะ นะนะนะ :25: :25:
เปิดร้านเหล้าริมทาง รายการอาหารแนะนำคือต้มซูเปอร์ :54:
ตอนนี้งานที่ทำอยู่ก็ไม่ตรงสายเล้ย เงินก็พอโอ แต่ไม่มีเวลาเหลือเลย :58:
ใครมีงานอะไรที่เงินเยอะๆ แล้วมีเวลาเหลือมากๆให้ทำบ้างมั๊ยครับ :37:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 26 เม.ย. 2010, 10:33 น.
เปิดร้านเหล้าริมทาง รายการอาหารแนะนำคือต้มซูเปอร์ :54:
ถ้าเปิดแถวคลอง 2 จะไปช่วยเลย :56:
อ้างคำพูดจาก: โตน เมื่อ 26 เม.ย. 2010, 10:37 น.
ใครมีงานอะไรที่เงินเยอะๆ แล้วมีเวลาเหลือมากๆให้ทำบ้างมั๊ยครับ :37:
ตูก็หาอยู่เหมือนกัน :37:
เปิดโรงเรียนสอนศิลปะแข่งกับพี่โอ๋ :47:
อ้างคำพูดจาก: 0U! เมื่อ 26 เม.ย. 2010, 10:52 น.
ตูก็หาอยู่เหมือนกัน :37:
:56:/
ตอนนี้ที่ทำ เงินไม่เยอะ แต่เวลาถือว่าใช้ได้
เสาร์-อาทิตย์ + วันหยุดราชการปีละ ๒๓ วัน + พักร้อน ๑๒ วัน
ปีๆ นึงหยุดได้โดยชอบธรรมตั้ง ๑๓๙ วัน นั่นมัน ๑ ใน ๓ ของปีเข้าไปแล้ว..
ถ้าขึ้นเงินเดือน กับลดงานอีกหน่อยละแจ่ม.. (อันนี้ฝันเพ้อๆ)
มาทำงานกับผมซิครับ พนักงานบริษัทผม รวมๆแล้ว 20 กว่าคน มีผมนั่งทำงานออฟฟิศอยู่คนเดียว :05:
เดือนที่แล้วผมได้หยุดวันเดียว
โอทีเยอะเกินไปแล้วว :05: :08:
โอ๊ย
ทำไมงานหนักกันจังเลย
ผมไม่เห็นมีไรทำ :58:
เบื่อ :30:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 26 เม.ย. 2010, 11:24 น.
มาทำงานกับผมซิครับ พนักงานบริษัทผม รวมๆแล้ว 20 กว่าคน มีผมนั่งทำงานออฟฟิศอยู่คนเดียว :05:
เดี๋ยวไปเทกโอเวอร์ แย่งตัวอีกัมส์มาทำงาน :47:
แหม จะเอาตัวพี่กัมส์ไป ไม่ต้องเทค หรอกครับ เอาสาวๆ มาไว้ที่ออฟฟิศเยอะๆ แกก็ทำงานให้แล้ว :30:
:07: จะบ้าเรอะ!!!!
ขอขาวๆ สวยๆ ผอมๆ ใส่แว่น ก็พอครับ :47:
เดี๋ยวเอาอาซิ่มขายเครื่องสำอางค์มาวางไว้ :47:
:47: งั้นทำงานที่บ้านเหมือนเดิมก็ได้งัพ
เดี๋ยวเอาเบียรไปวางที่บ้านให้สักโหล :58:
ตอนนี้อยากทำอาชีพ แม่บ้าน :01:
แต่ขอสามีรวยๆนะ :37:
อยากมีอาชีพเกาะพี่พลัมกิน :37:
http://www.ikea.co.th/th/about-ikea/jobs/apply/jobs.asp (http://www.ikea.co.th/th/about-ikea/jobs/apply/jobs.asp)
ฝันร้ายของร้านเฟอร์นิเจอร์ในไทย เมื่อ ikea จะมารุกตลาดบ้านเรา :05:
เปิดรับสมัครงานแล้วด้วย :25: รีบๆเข้านะจ๊ะ
อยากได้งานแถวชลบุรี
จะได้กลับไปนอนที่บ้าน :16:
งานใกล้บ้านน่ะเวิร์คที่สุดแล้ว :12:
ช่วงนี้เห็นว่าทางรัฐสภา เค้ารับสอบตรงอยู่นี่นา เผื่อใครสนใจ
ไปทำงานกับพี่ส้มดีกว่า
ใกล้ชลบุรี :27:
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 27 เม.ย. 2010, 17:28 น.
งานใกล้บ้านน่ะเวิร์คที่สุดแล้ว :12:
ช่วงนี้เห็นว่าทางรัฐสภา เค้ารับสอบตรงอยู่นี่นา เผื่อใครสนใจ
ถ้าไม่กลัวเป็นเหยื่อม๊อบ
Koncept Design Studio จะเปิดที่พัทยา สนใจป่าว
เบนเข็มอีกแล้ว ช่วงนี้ :3005:
Planning Official ว่าจะไปสมัครตำแหน่งนี้
อารมณ์ประมาณวางแผนการผลิตในไลน์
มีพี่ๆ เพื่อนๆ คนไหนทำงานแนวๆ นี้ไหมครับ
หรือมีข้อแนะนำอะไรไหมครับ
ตั้งใจว่า อาทิตย์หน้าจะไปลองยื่นใบสมัครดู :27:
ได้เวลาไปทำงานใน นิคม แล้ว :07:
โรงงานผลิตอะไรเหรอ?
ตอบพี่หนุ่ม
ว่าจะไปสมัครที่ P&G หรือ Procter&Gamble บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค หน่ะครับ
เพื่อนเป็น HR บุคคล กับ Planning อยู่ที่นั่นเลยว่าจะตามไปสมทบ (ถ้าสอบผ่านอ่านะ) :27:
ลุยเลยๆ งานตำแหน่งนี้สนุกนะ ถ้าเค้าให้ planning
คิดเยอะ คิดซับคิดซ้อน :22:
ก่อนอื่นต้องสอบข้อเขียนให้ผ่านกับ
เขียน resume+cover Letter เป็นภาษาอังกฤษให้ได้ก่อน :3005:
มีตัวอย่างแหละ พี่ออยจะเอามั้ยคะ
เดี๋ยวแสกนไปให้ในเมลล์
ที่มหาลัยสอนให้ก่อนออกมาฝึกงาน
ยังเรียนไม่จบ
thesis ยังเขียนไม่เสร็จ
ยังไม่ได้ไป present งานที่ไหนเลย
แอบเคว้งๆ เรียนจบแล้วจะไปทำอะไร
ไม่ค่อยอยากจะเรียนต่อแล้ว มันไม่ใช่แนวที่อยากทำ
งานเกี่ยวกับเคมีที่กำแพงก็หายากจริง
อยากอยู่บ้านนนนนนนนน
เมื่อเช้านอนกลิ้งเกลือกอยู่บนเตียง
มีโทรศัพท์เข้ามาหาแม่
คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ม.รภ.กำแพงโทรมา
ถามว่าดาทำอะไรอยู่
แล้วก็จ้างไปสอนซะงั้น :37:
เริ่มงาน 7 มิย.นี้แล้ว
โอ๊ย ตื่นเต้น
ป.ล. ตอนนี้ยังไม่จบโท เงินเดือนก็เลยเป็นวุฒิป.ตรี :3005:
:25:
คุณครูดาาาาา ขาาา
อร๊ายย
:25:
:12:
อีกไม่กี่วันก็ต้องเริ่มสอนแล้ว
แต่ต้องอยู่เชียงใหม่ถึงอย่างน้อยก็วันศุกร์ :05:
หลังจากที่คุยเรื่องเริ่มงานเสร็จ
สิ่งแรกที่คิดก็คือ
ช้อปปิ้ง :30: ได้เวลาซื้อชุดเรียบร้อยๆแล้ว :25:
จะเป็นคุณครูแล้ววววว :53:
:25: จานดา
อาจารย์ปริณดา :43:
สอนวิชาซีรี่ส์เอเชียไรงี้ป้ะ? :30:
สอนเคมีกับเคมีอินทรีย์๑ ค่ะ :3005: ยังไม่ได้อ่านหนังสือทบทวนเลย
ต้องอ่านอีกยกใหญ่ๆเลย ลืมไปหมดแล้ว :05:
ถ้าเป็นเรื่องซีรีย์ญี่ปุ่น จะไม่ต้องทบทวนเลย
แค่บอกชื่อเรื่อง นักแสดง หรือแนวละครมาก็พอ :51:
คิดถึงแล้ว ลงมาเมื่อไหร่ มานอนที่นี่นะ :27:
นั่นไง :30:
:25: อาจารย์ดา
คิดถึงพี่โบว์เหมือนกัน :25:
ตอนแรก สิ้นเดือนกค. มีฤกษ์จะไปดูคอนเสิร์ค kattun ที่กรุงเทพ
สถานการณ์บ้านเมืองเลวร้าย เค้าเลยไม่กล้ามา :05:
อีกที สิ้นเดือน สค. ต้องไปนำเสนอผลงานในงานประชุม ที่เซ็นทรัลเวิลด์ โดนเผาไปแล้ว :05: :05:
สงสัยจะได้เป็นสาวบ้านนอกเต็มตัว ไม่ต้องเข้ากรุงเป็นปีเลยทีเดียว :3005:
มีเรื่องเม้าท์นะ สำคัญมาก ลงมาไหม
เอาของดี ของโปรดมาล่อ :30:
ต๊ายยยย
ตอนแรกจะมาหางาน แต่เจอจารย์ดาเลยลืมซะงั้น :31:
ได้เวลาของเราแล้ว
เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต รับสอบบัญชีครับ
โทรมาสอบถามหรือลองส่งงบมาให้ดูก่อนได้ครับ
เก็บเงินแต่งงานครับ :56:
086 351 5424
02 270 4414
anollism@hotmail.com
ต้องมีคนที่เปิดบริษัทบ้างหล่ะ ช่วยแนะนำด้วยคร้าบ :19:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 25 พ.ค. 2010, 00:18 น.
มีเรื่องเม้าท์นะ สำคัญมาก ลงมาไหม
เอาของดี ของโปรดมาล่อ :30:
งั้นไปเลยปะ :54:
อยากไปแพลตตินั่มด้วย อยากช็อป
อะ ล้อเล่น :56:
ยังไม่ได้ทันจะเริ่มงาน ยังไม่ได้เงินเดือนเลย :05:
อัพเดตตัวเองหน่อยดีกว่า :33:
จากที่นั่งทำงานที่ไซต์ลูกค้า การไฟฟ้านครหลวง มาเป็นปี
ตอนนี้ย้ายโปรเจ็คแล้วค่ะ
ไปทำระบบอยู่การประปาภูมิภาคแทน อยู่มาประมาณ 2 เดือนแล้ว
การเดินทางเหนื่อยขึ้น จากที่ 2 ต่อถึง กลายเป็น 4-5 ต่อ
แต่ก็ได้รู้อะไรใหม่ๆเพิ่มขึ้น
โปรเจ็คกำลังจะจบในอีกประมาณ 1 เดือน
หวังว่าจะจบได้ด้วยดีนะ :33:
ไฟฟ้าแล้ว ประปาก็แล้ว
ต่อไปก็โทรศัพท์ :07:
ได้สองอย่างนี้ ใครเดินไปตกเสีย ห้าร้อย :07:
งั้นเอจ่ายมา 500 :33:
ซื้อบ้านสี่หลัง > เปลี่ยนเป็นโรงแรม :51:
กว่าจะเข้าใจ :30:
งั้นจัดมีตติ้งเกมเศรษฐีเลย :30: :30: :30:
:37:/
ตอนฝึกงานเล่นบ่อยมาก แก้เบื่อ + ฆ่าเวลา (เยอะมาก) :30a:
อ้างคำพูดจาก: พลัม เมื่อ 28 พ.ค. 2010, 18:55 น.
งั้นจัดมีตติ้งเกมเศรษฐีเลย :30: :30: :30:
ขนไปเล่นวันกินโพนยางคำ :30:
ใช้เิงินจริงเล่นเลย :47:
ซึ่งพี่เจนจะออกให้ทั้งหมด :47:
ใครเป็นธนาคารหล่ะซวยแย่ จ่ายเงินทุกรอบ :30:
ตอนนี้งานที่ทำอยู่ปัจจุบัน (โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถ) กำลังไปได้ดี
แล้วก็มี Project ใหญ่เข้ามา กำลังจะเปิดโรงงาน 2 (ขยายโรงงาน)
แล้วก็เป็น Leader Project นี้ สนุกกับงานมาก ถึงจะเหนื่อยแต่ก็สนุก
แต่แล้วโอกาสก็มา กฟน. เปิดรับสมัคร การตลาด ระดับ 5
ได้ใช้วุฒิ ป.โท ด้วย ปัจจุบันที่ทำอยู่ไม่ได้ปรับเงินขึ้นตามวุฒิ (ยังคง base วุฒิตรี)
เข้าไปสมัครทั้งหมด 121 คน แสดงหลักฐาน คัดจากคุณสมบัติ วุฒิการศึกษา
วันนี้พึ่งประกาศผล เหลือ 10 คน ติด 1 ในนั้น ดีใจในระดับหนึ่ง
แต่ต้องเตรียมตัวสำหรับการสอบที่กำลังจะเกิดขึ้น
ได้ หรือ ไม่ได้ ก็ยังคงต้องลุ้น
แต่ก็ต้องวางแผนเอาไว้ ในกรณีที่สมมติว่า สอบติด
จะโอนงานยังไง ใครจะมารับงานต่อจากเรา
ซึ่งตอนนี้เป็น Leader Project ใหญ่ของ Isuzu D-Max ตัวใหม่
เป็นคน Follow Up การสร้างโรงงานใหม่ สั่งเครื่องจักร และ due กับลูกค้า
พี่เจ้าของโรงงาน ก็ฝากความหวังไว้ที่เรา เพราะเค้ามีลูกเล็ก (9 เดือน)
แถมเริ่มท้อง 2 อีก ส่วนงานที่ กฟน. ก็เป็นงานที่มีความมั่นคง สวัสดิการด้วย
พ่อก็อยากให้เข้าไปทำ (ปัจจุบันพ่อทำงานอยู่ กฟน.)
ตอนนี้ เตรียมตัวสอบก่อน ส่วนเรื่องการตัดสินใจ
คงต้องรอผลสอบออกมาอีกรอบ แล้วถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน
ขอให้สมหวังในสิ่งที่ตั้งใจนะครับ :22:
สู้ๆ !! :25:
ขอบคุณค่ะ :53:
หูยยยยยย ลีดเดอร์ โปรเจค ประสบการณ์ล้วนๆ เจ๋งไปเลย :25: :25: :25:
สู้ ๆ นะพี่ตูน
ของกวางตอนนี้ ที่ปรึกษาที่ออฟฟิศ (เป็นหัวหน้ากวางด้วยนั่นล่ะ)
มีออฟฟิศเป็นของตัวเองมาประมาณ 7 ปี แล้วเค้าอยากให้กวางไปทำงานกะเขาที่บริษัท (ออฟฟิศเขาอยู่หมู่บ้านข้าง ๆ คาร์ฟูร์พระราม 2)
ก็ถามเขาว่า เงินเดือนเท่าไหร่คะ ทำงานกี่วัน แล้วลักษณะงานเป็นยังไงบ้าง เบิกอะไรได้บ้าง
ได้ความว่า..
ทำงาน 5 วันปกติ จันทร์-ศุกร์ (อันนี้ให้แล้ว 2 คะแนน เพราะอยากหยุดเสาร์อาทิตย์เหมือนคนอื่นเค้ามาก ๆ)
ลักษณะงานเป็นงานโปรแกรมเมอร์ แต่มีต้องคุยงานกะลูกค้าเรื่อง user requirement อันนี้เป็นเรื่องปกติอ่ะค่ะ
เหมือนกะต้องมาช่วยเขาเขียนโปรแกรมอะไรทำนองนั้น คล้าย ๆ กะที่เคยทำที่ออฟฟิศแรก
(อันนี้ให้ไปอีก 1 คะแนนเพราะเรารู้ว่าเนื้องานมันเป็นแบบไหน)
สามารถเบิกอะไรได้บ้าง
ถ้าขับรถไปหาลูกค้า สามารถเบิกค่าน้ำมันได้
ถ้าออกไปหาลูกค้าเอง สามารถเบิกค่ารถได้ โดยไม่ต้องสำรองจ่ายก่อน
(อันนี้โคตรถูกใจ เอาไปอีก 1 คะแนน เพราะออฟฟิศแรกที่เคยทำ
เค้าให้สำรองจ่ายไปก่อน แล้วค่อยมาเคลียร์ตอนสิ้นเดือน :41:
ซึ่งก็จะทะเลาะกะเจ้าของบริษัททุกครั้ง จนทนไม่ไหว :08:)
มีประกันสังคม โบนัส ไม่มีฟอร์ม
แต่พอถามเรื่องเงินเดือน กวางบอกเขาไปว่า ถ้าเกิดให้น้อยกว่าที่ทำอยู่ (ตอนนี้ได้ 17.5k) ก็ไม่เอานะคะ แต่ถ้าได้เท่ากัน หรือได้มากกว่านี้ก็โอเค
พี่เค้าบอกว่าขอเอากลับไปคิดดูก่อน แต่แอบบ่นอิดออด ว่าทำแค่ 5 วันเองนะ
อ้าว 5 วันก็ 5 วันสิ ก็มีเหตุผลที่ต้องใช้เงินเหมือนกันอ่ะ
อยู่ดี ๆ จะให้ลดเงินเดือนตัวเองไปทำกะคุณมันใช่เรื่องเหรอ
เลยรอดูเงินเดือนเขาอยู่ค่ะว่าจะให้เท่าไหร่ ถ้าให้น้อยกว่า ก็ไม่ไป :30:
ระหว่างนี้ก็ หาตัวตายตัวแทนกวาง ให้กับที่ทำอยู่ปัจจุบัน
เดี๋ยวต้องเทรนอีก ถ้าเรียบร้อยแล้วคงได้เผ่นจากที่นี่สักทีค่ะ ก็ยังไม่แน่ว่าจะทำกะหัวหน้าตัวเอง หรือทำที่อื่นอ่ะนะ
:56:
หาที่ใหม่เหอะ อย่าไปทำกะพี่คนนี้เลย
ดูแววปัญหาเข้ามาเยอะแน่ :37:
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 11 มิ.ย. 2010, 17:23 น.
หาที่ใหม่เหอะ อย่าไปทำกะพี่คนนี้เลย
ดูแววปัญหาเข้ามาเยอะแน่ :37:
แอบคิดแบบพี่ส้มเหมือนกัน
คุยกะแม่ แม่ก็ค้านนะ บอกว่า อย่าเลยที่ทำอยู่นี่ก็มั่นคงอยู่แล้ว :37:
เจ๊ส้มอยากจ้างคนขับรถวุฒิ ป.ตรี ขับดี ไม่มีหลง ขอที่พัก + อาหาร เงินเดือน 20k มั้ย :37:
:30: :30:
ผมสมัครด้วย
อยากขับรถให้สาวสวย
อ้างคำพูดจาก: ดุกศรี เมื่อ 11 มิ.ย. 2010, 17:25 น.
แอบคิดแบบพี่ส้มเหมือนกัน
คุยกะแม่ แม่ก็ค้านนะ บอกว่า อย่าเลยที่ทำอยู่นี่ก็มั่นคงอยู่แล้ว :37:
อยากจะสำเนาถูกต้องกวางมาก แต่บ้านผมเปลี่ยนจากแม่เป็นพ่อพูดแทน :3005:
ก็โอนะ สามารถทำงานเกินหน้าที่ และนอกเวลาได้มั้ย :37:
ทำเดลิเวอรี่ ส่งพวกป้าเซ็กส์จัดตามคอนโด วันละ 4-5 รอบ กูก็มีตังค์จ่ายเงินเดือนมึงละ กำไรอื้อซ่า :47:
:47: งั้นรีเควสอีกหนึ่งตำแหน่งครับ น้องส้ม
สมัครไปอยู่ตามคอนโดครับ :47:
ขอสมัครแต่ขอเปลี่ยนจากป้าเป็นเสี่ยแทนได้มะ :56:
ขับรถอย่าเดียวเสะ :07:
ส่งพี่กัมส์ ส่งอิเอ ส่งพี่พลัมก็ได้ :47:
นั่นมันเด็กในสังกัดอยู่แล้วย่ะ :58:
เป็นพนง.ส่งของไง ส่งเจ๊ด้วย.. เวลาไปมี้ตกันที่ไหน เจ๊จะได้ไม่เสียเวลาขับหลง :47:
ใส่สูทดำขับด้วยนะ
เป็น เจสัน สเต็ทแฮม ใน Transporter เลย
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 11 มิ.ย. 2010, 17:45 น.
เป็นพนง.ส่งของไง ส่งเจ๊ด้วย.. เวลาไปมี้ตกันที่ไหน เจ๊จะได้ไม่เสียเวลาขับหลง :47:
เดี๋ยวนี้ไม่ต้องขับแล้วย่ะ เลื่อนชั้นเป็นเนฯบอกทางแทน :50:
มันจะต่างกันยังไง๊ :30a:
แค่มีคนไว้ให้โทษเวลาหลง (ตามคำสั่งเนฯ) :47:
แล้วใหญ่เลยทีนี้ เป็น เนฯ :30:
ใจร้ายยย :07: :07:
:30: :30: :30:
อารมณ์เหมือนจีพีเอสจับสัญญาณดาวเทียมไม่เจออะนะ :30:
พี่บวบแกล้งครับ :47:
จะทำไมเหรอครับพี่ออย
... :47:
อ้างคำพูดจาก: VeryHappy เมื่อ 11 มิ.ย. 2010, 21:21 น.
พี่บวบแกล้งครับ :47:
จะทำไมเหรอครับพี่ออย
อ่านแล้วงงว่าเข้าข้างใครแน่ 555
จะยืนดูเฉยๆ :47:
ชงเองตบเองก็ได้ :1105:
โทษทีชื่น มาช้าไป :05:
ถ้าเล่นพี่บวบนี่ ต้องพูดว่า
เดี๋ยวปั๊ดเอารถเบนซ์ทะเบียน ภน300 ที่ให้ยืมไปอี๊ดอ๊าดโชว์สาวคืนตอนนี้เลยหนิ :07:
อันนี้สิ :1105:
อะไร้ :30a:
ปล. ยอมให้พ่อใช้ไปก่อน ไม่มีตังเติมน้ำมัน :1105:
บอกแล้วรถที่ยืมมาโชว์อี๊ดอ๊าดสาวหน่ะ ให้คืนเขาไป :30:
ลงหิ้งกันเหอะ :27:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 12 มิ.ย. 2010, 00:10 น.
โทษทีชื่น มาช้าไป :05:
ถ้าเล่นพี่บวบนี่ ต้องพูดว่า
เดี๋ยวปั๊ดเอารถเบนซ์ทะเบียน ภน300 ที่ให้ยืมไปอี๊ดอ๊าดโชว์สาวคืนตอนนี้เลยหนิ :07:
อันนี้สิ :1105:
เอาไปติดแก๊ซ วะ :30:
ของผม สาขาสอง โดนโกงเรียบร้อย(ไม่เคยหลาบ)
เปิดสาขาสามต่อเลย :25:
ถ้าถามผมอะติดแน่ แต่พ่อเสียดายรถอยู่ :30:
พี่โอ๋เปิดสาขาสามที่ไหน :25:
โดนโกงอะไร ยังไง
พี่โอ๋เล่าหน่อย
ไว้ว่างๆค่อยมาเล่า
สาขาสามผมเปิดที่ จามจุรีสแควร์ครับ
ยินดีกับพี่โอ๋ด้วยนะคะ :25: :25:
ระหว่างรอพรินท์งาน แวะมาบ่น
พักนี้พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก.. มีคนที่ทำงานมามีปัญหากับแอ้สองสามคนเข้าไปแล้ว..
งานที่รับผิดชอบอยู่ก็มีปัญหา (ไม่ได้เกิดจากเรา แต่เราหนีไม่พ้นที่จะต้องเข้าร่วมขบวนการหาทางออก)
เรื่องงานก็เป็นเรื่องปกติที่จะต้องเจอ แต่เรื่องคนเนี่ยสิ..
อยู่ๆ ก็โดนคนใหญ่คนโตตะโกนใส่โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ที่รับไม่ได้คือแดกดันว่าเราทำงานลำเอียง "วันๆ คุณเอาแต่เดินตามงานให้ บ. A เหรอ ?"
(โดยนัยยะคือหมิ่นประมาทว่าเราโกงกิน จึงทำงานลำเอียงให้กับคนที่ซูเอี๋ยกันอยู่) <-- โกรธสุดๆ ตรงนี้แหละค่ะ
เดาว่าเขาโกรธเจ้านายแอ้อยู่ พอดีเราไปตามงานผิดจังหวะ โผล่เข้าไป พูดแค่ว่า "เอ่อ.. คือว่าแฟ้มนี้.." ก็โดนใส่เป็นชุดเลย
ไอ้เราก็โกรธตอบอยู่นะคะ แต่ไม่แสดงออก แต่กลับมาบ่นๆ กับเพื่อน พอดี๊ เพื่อนอีกคนที่เป็นฝ่ายบุคคล (สนิทกัน)
เดินเข้ามาได้ยิน ก็เลยจะตั้งเรื่องตักเตือนท่านผู้ใหญ่ท่านนั้น นี่วัฒนธรรม บ.ฝรั่งเนาะ ถ้าบริษัทไทยก็คงจะบอกว่า แปลกตรงไหน ?
รู้สึกไม่ดีเลย สงสัยจะโดนอาฆาตแน่ๆ งานนี้..
แต่คิดอีกที ก็ดีแล้วแหละ เอ้า.. เรายอมโดนบูชายัญเพื่อพนักงานเล็กๆ ทุกคน
จะได้ไม่ต้องตกเป็นทาสอารมณ์ของพวกบิ๊กๆ
นางเอ๊กนางเอกว่ะ.. แอ้เอ๊ย.. :3005:
ใช่ค่ะพี่แอ้ เราต้องสู้เพื่อความถูกต้อง
ไม่ชอบเลยพวกบริษัทที่บอกว่าต้องสามารถทำงานภายใต้ภาวะกดดันได้
จะกดดันไปเพื่อ ?
ทำไมเราไม่ทำงานด้วยความสบายใจ
โคลสไลน์เลยพี่แอ้ :07:
แอ้นะไม่ใช่ส้ม :37:
เห็นด้วยกับการตัดสินใจครับพี่แอ้ :12:
อันนี้พูดรวมๆ(เพราะว่าไม่ได้ทราบข้อเท็จจริง)
ผมว่าถ้าหากใครที่โตแล้วทำนิสัยไร้สาระไม่มีวุฒิภาวะ
ความจริงมันก็จะฟ้องตัวเค้าเอง และในที่สุดเมื่อเค้าทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
ไม่ว่าจะมีอำนาจหรือได้รับผลประโยชน์ด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องอย่างไร
สุดท้ายเค้าก็จะไม่เป็นสุขเอง(หรือถ้าเค้าสุขในโลกแบบนั้นก็ปล่อยไป
ยังไงนั่นก็เป็นอีกคนละโลกกับเรา)
เรื่องจะโดนเพ่งเล็งไร้สาระอะไรทำนองนั้น
ผมว่าไม่ต้องไปสนใจครับ ชีวิตเราไม่ได้มีแค่การทำงานแค่ที่นี่หรือแค่วันนี้พรุ่งนี้
ถ้าเราทำในสิ่งที่ถูกต้องในฐานะมนุษย์ สิ่งดีๆก็จะกลับมาหาเราเองในระยะยาว
ระหว่างนั้น เราก็แค่ไม่ต้องไปทุกข์ไปร้อนกับอะไรไร้สาระแบบนั้น สู้ๆนะครัับ :12:
:46:
ขอบคุณทุกความเห็น โดยเฉพาะของเก้อค่ะ..
จริงๆ แหละ ชีวิตไม่ได้มีแค่ที่ทำงานที่นี่เนอะ..
วันนี้หายเครียดละ ทำงานกันต่อไป.. :22:
ปล. โคลสไลน์คืออะไรเหยอ ไปค้นกูเกิ้ลก็ไม่เจอ.. :56:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 23 มิ.ย. 2010, 09:05 น.
ปล. โคลสไลน์คืออะไรเหยอ ไปค้นกูเกิ้ลก็ไม่เจอ.. :56:
มันเป็นท่ามวยปล้ำน่ะครับ
เหวี่ยงคู่ต่อสู้ไปเด้งเชือกออกมา
แล้วใช้ท่อนแขนอันกำยำฟาดหน้าหรือคอคู่ต่อสู้
เรียกว่า Clothes line หรือท่าราวตากผ้า
เพราะเวลาเราเดินไปชนราวตากผ้าที่ขึงไว้เราก็จะหงายท้องครับ
แต่มวยปล้ำจะใช้ท่อนแขนอันกำยำแทน
นักมวยปล้ำหญิงนามอุโฆษ ที่ตัวล่ำบึ๊กหุ่นดั่งราชินีช้าง
ที่ชื่อ ดัมพ์ มัสสุโมโตะ ก็ชอบใช้ท่านี้ครับ
ขอให้โชคดีนะบวบ :46:
:30: :30:
ทำไมอ่านแล้วฮา :30: :30: :30:
ขอสารภาพว่าแอบนึกถึงพี่ส้ม กำลังทำท่า clothes line กับพี่บวบง่ะ :46:
RIP ว่ะบวบ :46:
พี่ณตเน้นคำว่า "ท่อนแขนกำยำ" อย่างเยอะอะ :30a:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 23 มิ.ย. 2010, 09:12 น.
นักมวยปล้ำหญิงนามอุโฆษ ที่ตัวล่ำบึ๊กหุ่นดั่งราชินีช้าง
ที่ชื่อ ดัมพ์ มัสสุโมโตะ ก็ชอบใช้ท่านี้ครับ
แต่ตูว่าอันนี้นรกกว่า :30:
ไม่ไม่ เราต้องไม่ร้อนตัว
:52:
ตูเห็นนะเฟร้ย :39b:
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตูได้ไปสอบเข้ารัฐวิสาหกิจระดับ 5 ขององค์กรหนึ่ง
ข้อสอบทั่วไปมีวิชาทั่วไป คือ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นข้อสอบช้อยส์ ช่วงบ่ายเป็นวิชาเฉพาะตำแหน่งเป็นวิเคราะห์
หากใครจะไปสอบอะไรแบบนี้ ให้ไปหาซื้อหนังสือวิชาทั่วไปมาอ่านแค่เล่มเดียวก็พอ
วิชาคณิตศาสตร์ ก็เป็นอนุกรมทั่วไป ไม่ยาก สมการนิดหน่อย
ส่วนภาษาไทย ก็ง่ายๆ แต่ตูทำแทบไปได้เลย เป็นข้อสอบตามวัยมากๆ :05:
วิชาภาษาอังกฤษก็เข้าขั้นง่าย ไม่รู้จะอ่านอะไรให้อ่านพวก tense และท่องศัพท์ไป
ซึ่งข้อสอบที่ออกนั้นเป็นลักษณะให้หาประโยคที่มีความหมายใกล้เคียง หาคำผิด และข้อสอบแนวสรุปใจความ
ในเรื่องวิชาเฉพาะนั้น ให้หาอ่านเหตุการณปัจจุบันขององค์กรนั้นๆ และความรู้สาขาวิชาเฉพาะของตนเองก็ต้องแน่นพอที่จะนำมาปรับใช้ได้
ซึ่งในสาขาเฉพาะของตู ตูก็กะเอาไว้ได้ค่อนข้างแม่น ก็เลยสบายไป สาขาใครก็สาขาใครนะ เอาตัวรอดเอาเอง :58:
ข้อแนะนำในการทำข้อสอบวิชาเฉพาะ ให้ทำจากหลังมาหน้า หรือเลือกข้อที่มีคะแนนสูงๆทำก่อน
เพราะทำยังไงก็ไม่ทัน ตูเกิดมาก็เพิ่งเคยทำข้อสอบไม่ทันเป็นครั้งแรกในชีวิตนี่แหละ
งบ 3 ล้าน ตูยังทำ 3 วัน งบ 100 ล้าน ให้ตูทำ 20 นาที มันจะเสร็จได้ยังไงฟะ :07:
ตูมั่นใจว่า ทุกคนที่มาสอบในระดับ 5 วันนั้น ทำข้อสอบผ่านกันทุกคน
และมันจะไปสตาร์ทที่ศูนย์ใหม่ ตอนสัมภาษณ์ .. ซึ่งเป็นช่วงเวลาของอำนาจมืดส่วนนึง และความประทับใจหลักส่วนนึง
หากสอบติดขึ้นมา จะเป็นการนำไปสู่การก้าวกระโดดครั้งสำคัญในชีวิต อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เรื่องบางเรื่อง บุญคุณมันค้ำคอ จนทำให้เราต้องเลือกอีกทาง ...
ตูต้องไปใช้ชีวิตเงินเดือน 15000 คุมทั่วประเทศ ค่าที่พัก ค่าเดินทาง การกินอยู่ ภาษีสังคมในตำแหน่ง เอนเตอร์เทนผู้ใหญ่ ฯลฯ :08:
แต่ได้กินนมฟรีนะ :25:
นึกภาพเจ๊ส้มใส่ชุดปลัดอำเภอแล้วนั่งขำอยู่คนเดียว :30:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 28 มิ.ย. 2010, 10:31 น.
แต่ได้กินนมฟรีนะ :25:
ได้สิ ตูจะผลิต GNC เองซะเลย ไม่ต้องนำเข้า
เค้าพูดเรื่องพัฒนาผลิตภัณฑ์ โยเกิร์ต ไอติม งู้นงี้ งั้น ในตลาดทั่วไป
แต่ตูเขียนไปว่า จะทำผงโปรตีนสำหรับพวกฟิตเนสซะเลย ถ้าได้ทำจริงๆ หาอะไรหนุกๆเล่นในนั้นดีกว่า งบเยอะดีด้วย :30: :30:
ไหนๆเงินเดือนก็น้อยแล้ว หาอะไรทำให้บันเทิงใจคงจะดี :3005:
อ้างคำพูดจาก: VeryHappy เมื่อ 28 มิ.ย. 2010, 10:34 น.
นึกภาพเจ๊ส้มใส่ชุดปลัดอำเภอแล้วนั่งขำอยู่คนเดียว :30:
ทำไมยะ :07:
สะวั๊ดดีขรับ ปลัดส้ม ค่น ส้วย :46:
มันไม่เข้ากันอย่างแร๊ง :30:
ยิ่งถ้าเป็นแบบถ่ายรูปสองนิ้วติดบัตร หน้านิ่งๆ ใส่ชุดปลัดอำเภอนะ :30: :30: :30:
นึกภาพปลัดส้มพยายามฝืนตัวเองไม่ให้วี๊ดว๊ายซิ
น่ากลัว :05:
ส้มต้องได้เป็น ปลัดหญิงที่น่ารักที่สุดแน่นอน :12: เพราะที่เคยสัมผัสมามีแต่ประเภท สามารถปกป้องเราได้ทั้งชีวิตทั้งนั้น
วันที่ 17 เดือนหน้านี้ คงได้เจอกันกับข้อสอบ
ฟังเจ้ส้มเล่าให้ฟังแล้วแอบกลัวนิดหน่อย
อาจเป็นเพราะห่างหายจากการสอบมาหลายปี :44:
พี่พันเอก :30:
ตั้งแต่เรียนจบมา ไม่เคยสอบอะไรอีกเลย
ควรจะไปเริ่มสอบอะไรกับเค้าบ้าง ดีไหม
ภาคก. ภาคข. :01:
ขอท้าวความก่อน
ตอนนี้นึกอยากเปลี่ยนงาน ไปทำพวกสตูดิโอออกแบบบ้าง เพราะเริ่มเบื่องานโปรดักชั่นละ :30a:
แล้วก็ไปเจอประกาศรับสมัครงานอยู่เจ้านึง
ถามครับ.. ผมควรสมัครไปลองทำความรู้จักกับเขามั้ยครับ? (ถ้าเขาเรียกสัมภาษณ์)
อ้างอิงสถาปนิก
ข้อมูล ตำแหน่งงาน
จำนวน:
10
สถานที่ทำงาน:
ใจกลางเมืองกรุงเทพ (รถติดมาก)
เงินเดือน:
ไม่สำคัญ คุณจะได้ประสบการณืจากเราอย่างล้นเหลือ
- รู้จักคำว่า ได้ครับพี่ ดีครับผม ขอบคุณครับ
- รู้จักคำว่าพอเพียงไว้อวดคนอื่นและใช้กับบริษัทในกรณีที่รู้สึกได้เงินน้อย เราจะคิดเงินเดือนจากความจำเป็นของคุณ
ถ้าคุณไม่มีแฟน เราจะลดเงินหากคุณไม่มีแฟน และรถ
- office เราชอบทำงานหนัก ทำงานต้องมาตรงเวลา เราจะคือคติทำงานแบบพี่น้อง
แต่ถ้าคุณมาสายบ่อยวันละ5นาที เราจะหักเงินเดือนในหลักพันบาท
- ผมเป็นคนขี้โมโห ชอบโยนหนังสือเวลาไม่สบอารมณ์ มีแฟนเยอะ เจรจาเก่ง ผมชอบคนที่มีทัศนคติเช่นผม
- ออฟฟิศเราชอบประกวดแบบ คุณต้องทำงานขาดดิ้น เพื่อให้เราเห็นศักยภาพทั้งหมดในตัวคุณ ถ้าเราได้รางวัลเราก็จะแบ่งเงิน
- สนใจส่งประวัติภาษาไทยมาพอ อ่านอังกฤษไม่ออก ไม่ต้องทำหวือหวาเพื่อเรียกเงินเพิ่ม
- คิดงานไว ให้ลูกค้าพออยู่ได้ เดี๋ยวจะมีฝ่ายpresent เจรจาให้ดูดีเอง
- มีโบนัสด้วยปลายปีเยอะมาก แต่ปีนี้งด แล้วแต่อารมณ์
ช่วงเวลาที่เปิดรับ สมัคร
ช่วงเวลา:
07/28/2010 - 10/25/2010
ข้อมูลบริษัท2
บุคคลที่ติดต่อ:
สถาปนิกคนหนึ่งที่แต่งตัวดี
ชื่อบริษัท:
สถาปนิกอาวุโส แห่งเมืองกรุง
ที่อยู่:
ใจกลางกรุง รถติดมาก
ค่าครองชีพสูง
จังหวัด:
กรุงเทพมหานคร/Bangkok
รหัสไปรษณีย์:
10100
โทรศัพท์:
022227777
Email:
badboy@gmail.com
http://asa.or.th/?q=node/102897 (http://asa.or.th/?q=node/102897)
คิดว่าคนประกาศมันเอาจริง หรือมันมุกครับเนี่ย :3005:
เหมือนประชดพวกออฟฟิศดังๆอย่าง เอ49 หรือ ดวงฤทธิ์ อ่ะ :37:
มุกเห้ออออออออออออออออ :30:
อ้างอิงคิดงานไว ให้ลูกค้าพออยู่ได้ เดี๋ยวจะมีฝ่ายpresent เจรจาให้ดูดีเอง
:30: :30:
ดูเมลกะเบอร์โทรดิ ใครก็ได้ลองโทรใ้ห้หน่อยดิ :3005:
ตูว่ามันต้องมีจริงบางข้อนะ :30:
เฮ้ย
เจ๋งหวะ :30:
ตะกี้ลองกดเบอร์โทร.แล้วอะ โทร.ติด แต่ไม่กล้ารอให้คนรับเลยวางสายซะเลย.. :30:
อ้างอิง
สนใจส่งประวัติภาษาไทยมาพอ อ่านอังกฤษไม่ออก ไม่ต้องทำหวือหวาเพื่อเรียกเงินเพิ่ม
:30: :30: :30:
เดี๋ยวนี้เขาประกาศรับสมัครกันแบบนี้เหรอเนี่ย :30:
บริษัทสำหรับเด็กจบใหม่ท่าทางจะดี :37:
แต่ถ้าระยะยาว กับเจ้านายแบบนี้ ... :01:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 30 มิ.ย. 2010, 18:59 น.
ตะกี้ลองกดเบอร์โทร.แล้วอะ โทร.ติด แต่ไม่กล้ารอให้คนรับเลยวางสายซะเลย.. :30:
โทรจริงด้วย :30b:
อยากเปลี่ยนงานใหม่เหมอนกันแต่ก็กลัวๆกล้าๆ งานปัจจุบันนี้เหมือนมันไม่ได้พัฒนาความสามารถอะไรเราได้เลย ลองส่งจดหมายสมัครงานไป2ที่แล้วไม่รู้ผลจะออกมายังไง
อยากพัฒนาฝีมือกันมั้ยละครับ แต่ดาวน์เงินเดือนลงหน่อยนะ :30:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 30 มิ.ย. 2010, 17:23 น.
ขอท้าวความก่อน
ตอนนี้นึกอยากเปลี่ยนงาน ไปทำพวกสตูดิโอออกแบบบ้าง เพราะเริ่มเบื่องานโปรดักชั่นละ :30a:
แล้วก็ไปเจอประกาศรับสมัครงานอยู่เจ้านึง
ถามครับ.. ผมควรสมัครไปลองทำความรู้จักกับเขามั้ยครับ? (ถ้าเขาเรียกสัมภาษณ์)http://asa.or.th/?q=node/102897 (http://asa.or.th/?q=node/102897)
คิดว่าคนประกาศมันเอาจริง หรือมันมุกครับเนี่ย :3005:
เหมือนประชดพวกออฟฟิศดังๆอย่าง เอ49 หรือ ดวงฤทธิ์ อ่ะ :37:
กดผิดไปกดแก้ไข :30:
เหมือนประชดพวกออฟฟิศดังๆอย่าง เอ49 หรือ ดวงฤทธิ์ อ่ะ :37:
นั่นเดะ :30a:
แต่ชอบตริงที่บอกว่าถ้าไม่มีแฟนมีรถจะลดเงินเดือนนะ :30b:
อ้างคำพูดจาก: พันเอก เมื่อ 01 ก.ค. 2010, 15:14 น.
อยากเปลี่ยนงานใหม่เหมอนกันแต่ก็กลัวๆกล้าๆ งานปัจจุบันนี้เหมือนมันไม่ได้พัฒนาความสามารถอะไรเราได้เลย ลองส่งจดหมายสมัครงานไป2ที่แล้วไม่รู้ผลจะออกมายังไง
สำหรับตูต่างกันนิดนึง
ตรงที่ไม่ได้ส่งจดหมายไปสมัครงานที่ไหนเลย
แต่อยากอยู่บ้านทำงานออกแบบพัฒนากบาลต่อไปจังเลย :07:
ตอนนี้ที่ทำอยู่คือนิ่งมาก หัวผุมาก เราไฮเปอร์กว่านี้มากๆ
แต่ก็บอกน้องนุ่งไว้แล้วว่า Default คือปลายปีนี้ เราจะโบยบิน
จริงๆคืออยากไปอยู่ออฟฟิศที่มีคนที่เค้าเก่งกว่าในเรื่องที่เราสนใจ คือพูดง่ายๆอยากได้ความรู้ด้วย อยากได้ตังค์ด้วย :58:
อยากได้งานสบายๆ ชิวๆ เงินดี ใช้สมอง ใช้กำลังภายในน้อยๆ มีมั้ยครับ :37:
นึกออกแค่ขอทานอาชีพเดียว :05:
เป็นเด็กเสี่ยไง :37:
พี่อุ้ยฝากให้สักคนดิ :37:
ให้ตูได้ของตัวเองก่อนนะ :37:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 04 ก.ค. 2010, 03:05 น.
อยากได้งานสบายๆ ชิวๆ เงินดี ใช้สมอง ใช้กำลังภายในน้อยๆ มีมั้ยครับ :37:
นึกออกแค่ขอทานอาชีพเดียว :05:
เอาจริงๆ เลยไหมล่ะ.. พวกนายร้อยนายพันไง
ถ้าเก่งๆ หรือเส้นสายดีๆ พอแก่ๆ ก็ได้เป็นนายพล
นี่แหละระบบค้ำจุนชาติไทยมาโดยตัลหลอด :58:
ไม่ได้เรียนตท. ไม่ใช่จะได้เป็นนายพลกันง่ายๆ นะ :37:
ก็ไปเรียนซี้ย์ย์ย์
ไม่ทันแล้ว :58:
ช้าไปเป็นสิบปีเลย :47:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 04 ก.ค. 2010, 13:42 น.
เอาจริงๆ เลยไหมล่ะ.. พวกนายร้อยนายพันไง
ถ้าเก่งๆ หรือเส้นสายดีๆ พอแก่ๆ ก็ได้เป็นนายพล
นี่แหละระบบค้ำจุนชาติไทยมาโดยตัลหลอด :58:
เค้าทำงานกัน วันละ 4 ชม.เอง
มีอะไรต้องรีบติดต่อก่อนเที่ยง หลังเที่ยงแล้วหมดเวลาทำการ รอวันต่อไป
:49:
เค้าทำงานอะไรกันล่ะ :58:
แจกลายเซ็น พี่ชายเราทำเท่านี้นะ
สั่งสมอำนาจเพื่อความมั่นคงของตัวเองระบบ
ระบายใจเวอร์ชั่นการงาน
ช่วงนี้งานมีปัญหาเข้ามาตลอดเลย..
ปกติก็เหนื่อยๆ แต่วันนี้ปัญหามันดันเป็นเพราะความสะเพร่าของเค้าเอง.. :05a:
รู้สึกไม่ดีโคตรๆ.. มูลค่าความเสียดายหมื่นกว่าบาท และเอาคืนได้ ไม่เสียหายทางการเงิน
แต่เสียหายทางความรู้สึก ไม่ชอบทำงานพลาดเลย รู้สึกโง่ๆ ยังไงไม่รู้
:16:
ไม่มีใครที่ไม่เคยทำผิดพลาด
คนที่ไม่เคยทำงานพลาด คือคนที่ไม่ได้ทำงานครับ
อยากไม่ทำงานผิดพลาดมั่งจัง :25:
:47:
บางทีก็คิดนะคะว่าไม่ต้องทำงานคงจะดี
แต่เอาเข้าจริงคงจะเบื่อมากเลยแหละ.. :56:
อย่างพี่แอ้ เราว่าถ้าไม่ทำงานคงไปเที่ยว ไม่เบื่อหรอก
ไอ้คนไม่ยอมไปไหนคนเดียวอย่างเรานี่สิ เบื่อมากก
เคยลองคิดดูเล่นๆ นะ
ว่าถ้าไม่ต้องทำงาน เที่ยวอย่างเดียวล้วนๆ จะมีความสุขไหม
พี่ว่าสำหรับพี่นะ การท่องเที่ยวมันคงไม่พิเศษอีกต่อไป
ถ้าเราไม่ได้พยายามมากๆ เพื่อที่จะได้มันมาอะ
ดูมาโซคิสม์นิดหน่อยรึเปล่าเนี่ย.. :30:
เอาล่ะ.. พรุ่งนี้ลุยต่อ.. ฮัดช่า.. :07a:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 05 ก.ค. 2010, 22:50 น.
ไม่มีใครที่ไม่เคยทำผิดพลาด
คนที่ไม่เคยทำงานพลาด คือคนที่ไม่ได้ทำงานครับ
ชอบคำป๋าณตมาก :25:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 05 ก.ค. 2010, 22:50 น.
ไม่มีใครที่ไม่เคยไปทำงานสาย
คนที่ไม่เคยไปทำงานสาย คือคนที่ไม่ได้ไปทำงาน
:25: :25:
ชอบคำของพี่โนต็ อุดมครับ
"คนที่ประสบความสำเร็จ คือคนที่ผิดพลาดมาเยอะ และเรียนรู้ที่จะไม่ผิดพลาดอีก"
-----------------------------------
นิดนึงนะครับ
อยากไปเรียนต่อด้านถ่ายรูป พี่ๆว่ายังไงบ้างครับ :46:
สนับสนุนเต็มที่ :25:
// ถ้าเจอที่สิ่งรัก ได้ทำงานที่ชอบ ความสำเร็จ + ความสุขจะไปไหน
อู๋โชคดีมากนะเนี่ย
คืออยากไปเรียนต่อที่เมืองนอก เคยถามใน pixpros แต่ไม่มีใครตอบเลย :39:
แต่ก็แอบคิดว่า เอะ ถ้าเอาเวลาเรียนมาตั้งใจหัดถ่าย รับงานเยอะๆ เราอาจจะได้งานเร็วกว่ารอเรียนจบรึเปล่า
คือไปเรียนแล้วมันจะได้เยอะกว่าที่เรารู้มั้ย
รอผู้รู้มาชี้แนะครับ :44:
ที่เมืองนอกไหนอ้ะ
มีเพื่อนได้ทุนไปเรียนพวก 3D(มั้ง) ที่นิวซีแลนด์ แล้วก็มันก็ชอบเล่นกล้อง+ถ่ายรูปด้วย
เผื่อมันอาจจะให้คำปรึกษาได้บ้าง
// ตอนนี้มันเรียนจบแล้ว กลับมาเป็นอาจารย์ใช้ทุนอยู่ที่ ม.รังสิต
จริงๆอยากไปอเมริกา เพราะว่างานจะออกไปทางแฟชั่นจ๋าๆเลย เคยดูของอังกฤษจะออกไปทาง art abstract
นิวซีแลนด์ก็เหมือนจะมีสอนเหมือนกัน แต่ไม่รู้เขาจะเฉพาะด้านไหนครับ :44: มีวิวสวยๆกับฝูงแกะซะเยอะ
โห อยากบอกว่าเราคิดอะไรแบบนี้ในหัวอยู่สักพักแล้ว
คือว่า อันนี้พูดตามตรงในฐานะเพื่อนเลย
เราดูรูปอู๋ตลอด แต่เราไม่เคยโพสอะไรเลย
เพราะเรารู้สึกว่า อู๋เก่งในหลายๆแง่แต่ภาพของอู๋มันขาดวิญญาน
มันทำให้เรารู้สึกเสมอว่า มันคืองานที่สวยลงตัวแต่ก็...แล้วไงต่อ?
แล้วเราก็หาคำตอบที่เราคิดขึ้นมาเองว่า เหมือนอู๋ขาดรากฐานอะไรสักอย่าง
คือในระดับงานที่สวยมากๆระดับอู๋ มันเป็นสวยมากๆที่เรารู้สึกธรรมดา
มันเป็นการ"บรรจง"จนกระด้าง แม้แต่รูปที่อู๋สื่อสารความรู้สึกที่อ่อนโยน นุ่มนวล
ด้วยมุมกล้อง องค์ประกอบ แสง แบบ โปรเซส ทุกอย่างลงตัวในการสื่อสารความนุ่มนวลออกมาได้หมดเลย
แต่มันเหมือนทุกอย่างถูกจัดวางเพื่อจะให้เป็นยังงั้นจนเรารู้สึกมันกระด้าง
และเราเดาไม่ออกว่ารากของอู๋ ของมุมมองพวกนี้มันพัฒนามาจากอะไร
แล้วมันจะถูกต่อยอดเป็นอะไรได้อีก เหมือนกับอู๋เรียนรู้มันในฐานะเทคนิควิธีการ
จนอู๋พัฒนาในขอบเขตของวิธีการเรียนรู้"แบบนี้"มาจนสุดขอบแล้ว
ด้วยวิธีการนี้เท่านั้น พามาได้จนสุดขอบเท่าที่มันจะพามาได้แล้ว ลอยมาสูงจนมาเจอเพดานและติดกับมันอยู่
มันเหมือนกับมาเจอคำถามสำคัญที่สุดแล้ว ถ้าหากจะทะลุเพดานที่มองไม่เห็นนี่ไปได้
ก็ต้องไปค้นหาอย่างอื่น ทำอย่างอื่น ไปโลกอื่นๆ สำรวจพรมแดนอื่นๆ ด้วยวิธีการอื่น
นี่คือความคิดเห็นผมนะครับ ถือว่ารวบยอดแสดงความคิดเห็นต่อรูปของอู๋ในรอบหลายปีที่ผ่านมาด้วยซะเลย
ก็ดูอยู่นี่แหละ แต่ไม่เคยโพสอะไรเลยด้วยเหตุดังที่ว่ามา แต่ก็เข้าใจว่ามันมีปัจจัยอะไร
หลายต่อหลายอย่างในชีวิต เพราะชีวิตมันมีหลายมิติ ไม่ใช่แค่การถ่ายรูป
แต่ถ้าพูดถึงการถ่ายรูปล้วนๆ ผมก็เห็นว่าอู๋ควรไปเรียนต่อครับ แต่นั่นแหละคำถามนี้
มันไม่ใช่แค่คำถามที่ว่า จะไปเรียนต่อดีมั๊ย แต่มันหมายถึง ชีวิตอีกทั้งชีวิตข้างหน้า
เราจะเลือกเดินไปบนเส้นทางไหน ซึ่งคำถามนี้มันสำคัญมาก และเป็นทางแยกที่สำคัญสุดๆของชีวิต
ผมว่าสำคัญกว่าตอนเอ็นเข้ามหาลัยอีก เพราะตอนนี้ไม่มีปัจจัยอะไรอื่นมามีส่วนร่วมต่อการเลือกของเราแล้ว
และไม่ใช่แค่ว่าอีก 4 ปีข้างหน้า หรือเพราะพ่อแม่ บ้าน แต่มันมีแต่เรากับนาคตของเรา
แถมอันนี้เราใช้ชีวิตมามากพอแล้วล่ะ การเลือกครั้งนี้มันคือการเลือกเส้นทางที่เหลือของชีวิต
ถ้าจะพอมีปัจจัยอะไรที่มีน้ำหนักพอในการตัดสินใจ ถ้าเป็นผมนะ
ผมจะใช้แค่"ความสุข"มาวัด ถ้าอยู่กับมันแล้วมีความสุข ก็นั่นแหละ สิ่งที่เราต้องเลือก
ใช่เลย ... เส้นทางที่เหลือของชีวิต กับ ความสุข
นี่ตูต้องกลับไปทบทวนอะไรบ้างแล้วนะเนี่ย ขอบใจนะเก้อ :46:
อู๋ตั้งเข็มทิศเลยว่าจะเอาดีด้านไหน
คือต้องเข้าใจแล้วแหละว่าถ้าไปเรียนปั๊บ มันไม่มีฮาวทูเบๆ ให้เห็นแล้วนะ
แต่มันจะกลายเป็นแบบที่พี่ณตเอามาให้ดูน่ะ คือกินยาเม็ดสีอะไรสักอย่างของ Matrix แล้วเปลี่ยนวิญญาณเราไปเลย
คือสารภาพว่าดูรูปอู๋แล้วตูไม่ค่อยชม
ไม่ใช่เพราะอคติหรืออิจฉา :3005: แต่รู้สึกว่าอู๋เป็นเทพแห่งเทคนิคจริงๆ
ส่วนเรื่องราวอะไรนั่นค่อยว่ากันอีกที (ซึ่งถ้าจะเอาดีด้านรับจ้างถ่ายงานก็เน้นใช้เทคนิคมากกว่า)
ส่วนอันไหนที่ชมนั้นก็คืออันที่ไม่ไหวละ เห็นแล้วต้องชมจริงๆ เพราะมันเมพจริงๆ
ซึ่งหลังๆ งานของอู๋แม่นเหมือนจับวางแล้ว ต่อไปคือพัฒนาเรื่องวิธีคิดเท่านั้นเอง
สิ่งนี้มันต้องเอาใจไปใส่เลย ไม่ใช่ขยันและอยู่ในวงการคนถ่ายภาพอย่างเดียว
"มันต้องเรียนศิลปะเลย"
////
ตายห่า อีเก้อตัดหน้า เขียนดีซะด้วย หมดกัน :05: :05: :05:
หมดกัน :30: :30:
ใจความเหมือนกันเป๊ะ ที่เหลือคือความเท่ห์ :47:
ใช้ซี้ ตูมันโลโซ เป็นแค่จิ๊กโก๋บ้านนอก ไม่โก้เหมือนคนบางกอก แต่ยังมีกางเกงยีนส์ :05:
+1 หมดเลย ชอบของเก้อเป็นพิเศษ เหมือนเก้อเอาเส้นผมบังภูเขาออกให้เลย :12:
คือก็รู้สึกนะ ว่ามันสวย แต่สวยแป้บเดียวก็เบื่อละ แล้วก็อย่างว่า เก้อ พี่แอนไม่ค่อยแสดงความคิดเห็น :58:
ไม่ได้ว่าพี่แอนอคตินะครับ แค่สงสัยว่าทำไมไม่โดนใจพี่หวา จริงๆนะครับ กับรูปง่ายๆแต่สวยนะ พี่แอนชอบ เก้อถ่ายหลุดโฟกัส กล้องคอมแพ็คมันสวยเว้ย :07: :30:
เคยพยายามลองทำแล้วก็ทำไม่ได้ มันไม่ได้ฟีลจริงๆ
เก้อถามว่ารากฐานของผมมาจากอะไร ขอตอบเลยครับ มาจากเกมส์ ภาพยนต์และการ์ตูน :30: คือมีแค่นั้นจริงๆ
ที่ถามเพราะตอนนี้ เริ่มมีคำถามจากที่บ้านแล้วว่าให้มองอนาคตหน่อย อายุเยอะแล้ว
แล้วผมก็มองว่างานที่ทำทุกวันนี้มันไม่ใช่ตัวผมเลย ความรู้เรื่อง programming ก็เท่าหางอึ่งแล้วตอนนี้
ผมเลยคิดว่า สิ่งที่ผมมีตอนนี้จริงๆคือ ความรู้เรื่องถ่ายรูปนี้ล่ะ ที่ผมมั่นใจว่าผมหาเงินจากมันได้ และผมก็แฮ้ปปี้กับมันด้วย
เวลาถ่ายงาน จะง่วงจะร้อนจะเหนื่อยยังไง พอได้ทำมันก็ลืมนะ (ลืมร้อนจนตัวดำ :3005:)
ถามว่ามีความสุขมั้ย ผมชอบเลยล่ะครับ
สิ่งที่ต่อยอดได้คือศิลปะนี้เอง คาใจมานาน :46:
คิดแบบเก้อกับแอน แต่เขียนออกมาไม่ได้ :30:
เหมือนแต่งบ้านครับ ใครก็แต่งได้ จริงๆนะ :30:
แต่สิ่งที่ต่างกันของคนที่เรียนกับไม่ได้เรียน คือเรื่องของคอนเซ็ปต์และกระบวนการทางความคิดครับ
ถึงเนื้องานจะออกมาเหมือนกัน แต่งานจะมีความลึกและตอบคำถามได้
สมัยเรียนเค้าแบ่งคะแนนเป็น 3 ส่วน จะบอกว่าส่วนความสวยงามนี่เป็นส่วนที่น้อยที่สุด
ส่วนที่ได้คะแนนมากสุดคือ คอนเซ็ปต์และกระบวนการทางความคิด อีกส่วนคือ คะแนนการพัฒนาแบบ
ถ้าเรียนอย่างให้เรียนพวกคอนเซ็ปต์หรือวิธีคิดมากกว่า เพราะเชื่อว่าอู๋เทคนิคเมพอยู่แล้ว
สรุปว่าเหมือนเก้อ กับแอน :30:
:30: เออ ยังดีที่มีชื่อตูพ่วงไปด้วย รู้สึกได้เครดิต :30:
คืองี้อู๋ จะว่าอวดตัวหรืออะไรก็เอาเถอะ
แต่การโตมาด้วยการถูกซึมซับอุดมการณ์อะไรบางอย่างทุกวันๆ เหมือนกินข้าวเช้าเย็นน่ะ
มันจะหล่อหลอมมาเป็นตัวเรา ให้นึกว่านังส้มที่โตมากับพัทยา ให้มันไปอยู่ไหนมันก็ยังเป็นอีส้มพัทยา
(เปรียบแบบนี้เก็ตไหมๆ)
ทีนี้มาเรื่องศิลปะ ไอ้พวกคนเรียนท่าช้างมันได้เปรียบก็ตรงนี้แหละ
จะเดินไปกินข้าว ขี้ไปเยี่ยวก็ต้องเดินผ่านหอศิลป์
ทำแบบนี้ทุกวันๆ จะดักดานแค่ไหนก็ต้องมีซึมเข้าหัวไม่รู้ตัว
ก็คิดดูละกันว่าขนาดตูที่ไม่มีความรู้ "ใดๆ" เลยเกี่ยวกับศิลปะ ยังไถๆ มาจนถึงที่นี่ได้
การเรียนมันช่วยได้จริงๆ :12:
//เข้าใจนะว่าไม่ได้พูดเรื่องการเข้าไปเรียนในระบบห้องเรียน
แต่หมายถึงเรียนอีแบบที่เรียนน่ะ โว้ย อธิบายไม่รู้เรื่อง
//เพิ่มๆ
ย้ำอีกทีว่าอยู่ที่อู๋เลือกนะ
บางคนไปเรียนแล้วเสือกตกผลึกเกินไป
ไม่อยากรับงาน "ดาษๆ" แบบทุกวันนี้ที่มันเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้
อาร์ตแบบนี้ก็มีให้เห็นเยอะไป :30:
ทำไมนึกถึง อ. เฉลิมชัย :30:
อ๊ะ จริงๆที่อยากจะบอกอู๋อีกอย่าง ในคำที่ว่าหารากของอู๋ไม่เจอ
ก็คือคำที่พี่แอนบอกนั่นเลยครับ อู๋ต้องสำรวจพรมแดนศิลปะครับ
ศิลปะคือพื้นฐานของทุกสิ่ง ไม่อย่างนั้นเราก็จะเป็นได้เพียงช่างฝีมือหรือช่างเทคนิค
แต่ถ้าเรามีเทคนิคที่ปรุโปร่งแล้ว ติดปีกศิลปะเข้าไป เราจะบินไปไหนก็ได้
ถ้าที่อู๋ว่ามาว่ามาจากเกม หนัง อะไรเหล่านั้น เชื่อเลยว่า อู๋ใช้ไปอีกไม่นานมันก็จะหมด
อย่างที่พี่เสกบอกไงครับ ที่เค้าไปอังกฤษเพื่อ "ไปเติมตัวเอง"
ของแบบนี้ถ้ามีมาน้อย มันก็หมดได้ง่ายๆเหมือนน้ำมัน
สถานะงานของอู๋ตอนนี้ในงานดีไซน์มันก็พอมีคำอธิบายอยู่คือ Mediocre Design
คือเป็นงานที่ดีแต่ไม่มีอะไรให้พูดถึงต่อ อย่างเวลาส่งงานอาจารย์
อาจารย์จะชมว่า "เอ้อ งานคุณสวยดี" แล้วอาจารย์ก็อาจจะให้เกรด B+
แล้วเค้าก็ไม่มีอะไรจะพูดต่อ ซึ่งอาจารย์บอกว่า แบบนี้คุณทำงานห่วยหน่อย
"แต่ดูมีอะไร"มาส่ง ผมยังจะชอบมากกว่านี้ คุณจะเป็นคนที่ได้ B+ ไปตลอดไม่มีวันได้ A
แต่คนที่ทำงานห่วยแต่"มีอะไร"วันนี้เค้าอาจได้ C- แต่อนาคต เค้าคือคนที่จะได้ A+
หรือสร้างผลงานอะไรที่โลกจดจำ ในขณะที่ Mediocre Design จะทำให้เราเป็นช่างที่ดี
ถึงแม้จะเป็นช่างที่ดีหรือเก่งแค่ไหน แต่พอเราอายุมากขึ้น แรงบันดาลใจหายไปหมด
การเป็นช่างที่ดีก็จะทำให้เราทำได้เพียงใช้ชีวิตกับมันซังกะตายไปวันๆ
ถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆก็นี่เลย พวกเวบบอร์ดช่างภาพโลกของน้าๆทั้งหลาย
เวบบอร์ดช่างภาพเป็นอะไรที่น่าเบื่อสำหรับผม พูดก็พูด ผมกดอ่านทีไรก็รู้สึกน่าเบื่อและเชยสะบัด
แทบไม่มีอะไรตื่นเต้นเลย ทั้งวิธีคิด การถ่าย และการชมกันไปมาจับสาระพัฒนาอะไรไม่ได้ ที่ดีก็พวกเทคนิค
แต่ก็นั่นแหละ ทั้งเวบถ่ายรูปและระบบน้าๆทั้งหลาย มันเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ผมว่าอยู่ได้แต่ในโลกของเค้าเอง
นึกถึงน้าๆแก่ๆที่เครื่องมือเยอะๆตามงานรับปริญญาเดินเช็ดเหงื่อ แรงบันดาลใจในชีวิตหมดไปนานแล้ว
แล้วก็มาปล่อยอีโก้ใส่"เด็ก" คุยถึงความสำเร็จอันเล็กน้อยในชีวิตของเขา(โดยใช้ประโยคคลาสสิคว่า ผมเจอมาหมดแล้ว)
ผมไม่คิดว่านั่นจะเป็นอนาคตของอู๋แน่ๆ
ตอนที่แรงบันดาลใจเรายังเต็มเปี่ยม ยังหนุ่ม
เราต้องลุกขึ้นมาทำ ต้องลุกขึ้นมาใช้มันให้เต็มที่ก็เท่านั้นเอง
ชอบที่พี่เก้อยกตัวอย่าง ะ :30:
กูอยู่กรุงเทพฯ เฟร้ยย !!! ไอ้เพชรบุรี :11:
โตไปเป็นพวกน้าๆ :30: :30:
:30: โอ้วว เหมือนโดนหมัดฮุคไปสองหมัด
เอาอีกๆ
คิดแบบเก้อแต่เขียนออกมาไม่ได้ จริงๆนะ :30:
รู้สึกเหมือนกับว่า แม้จะเป็นงานคนละวงการ
แต่สองหน้านี้ก็ทำให้ได้คิดอะไรๆ เยอะเลย :12:
:30: ตูคิดแบบพลัมเลย
แต่ไม่กล้าด่าพวกน้าๆ ด้วยเกรงใจน้องๆ ที่ศรัทธาในวงการน้าๆ อ้ะ
:30: ตูก็คิดแบบแอนเลย
(อยากมีส่วนร่วม)
เอาที่เคยสัมผัสงานของอู๋มา การพูดคุยกับอู๋ ก็ตรงกับที่เก้อ แอนและพลัมบอกนะ
คือถ้าว่ากันด้วยเรื่องเทคนิคการถ่ายและทำภาพ
อู๋มีของดีเก็บไว้เยอะครับ (พลิกแพลงและใช้ประโยชน์ได้ดีมากๆ) ไม่ใช่พวกโปรอุปกรณ์ด้วย
และยังมองงานของคนอื่นออกได้ ทั้งการถ่ายและการแต่งภาพ :40:
แต่รู้สึกว่าอู๋จะไฟมอดลงเพราะอิทธิพลของคนทำศิลปะแบบที่อู๋เคยเจอ(ในแนวลบ)
ถ้าอยากเรียน มันมีหลักสูตรอะไรไหมที่สอนให้รู้จักคิด รู้จักวางแผน
เพิ่มไฟ เพิ่มแรงบันดาลใจ หรือสอนให้กำหนดทิศทาง คอนเซปต์ของงานได้
ถ้าไปเรียนเรื่องพวกนี้นี่สนับสนุนเต็มที่เลยครับ จะได้เอามาปรับแต่งเข้ากับเทคนิคในแบบอู๋ๆ :12:
แต่ถ้าไปเมืองนอกนี่แค่อยากแซวว่า ไปเรียนหรือไปหาใคร :26: :15:
คิดแบบพี่เจนเลย :30:
อ้าว :47:
----
ขอบคุณครับพี่ฟิ้งซ์ :46: เรื่องนี้ผมคิดก่อนเขาจะคิดเรื่องไปเมืองนอกอีกครับ :30:
คิดไว้พักนึงแล้วก็เลิกล้มเพราะคิดว่าถ้าทำงานเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆคงดีเอง
แต่พออ่านของพี่แอนกับเก้อแล้วก็เออ ถ้ายังคิดแบบนี้ คงกลายเป็นน้าๆในอนาคตแน่ :30: :30: :30:
อู๋จะเทิร์นโปร :25:
ส่วนนึงคืออู๋ขาดวัตถุดิบที่ดีมากกว่า
ถ้าอู๋ได้ถ่ายนางแบบที่เป็นนางแบบจริงๆ แนวงานน่าจะเปลี่ยนไปเลย
หรือเรื่องเสื้อผ้าก็อีกส่วนหนึ่ง
ป.ล. ตูเกลียดพริ้ตตี้ :30:
แหมอ่านแล้วอยากนัดพี่อู๋ มากินเหล้าบ้านพี่เก้อจริงๆ :54:
ไม่ลงทุนเลยนะครับ :37:
แต่เสียใจด้วย ช่วงนี้อยู่เชียงใหม่ยาวครับ :30:
งั้นมีตติ้งเชียงใหม่ :07:
ไปได้นะเอ๊า ขอวันอาทิตย์ คืวันเสาร์ก็ได้ :30:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 06 ก.ค. 2010, 18:29 น.
ไม่ลงทุนเลยนะครับ :37:
แต่เสียใจด้วย ช่วงนี้อยู่เชียงใหม่ยาวครับ :30:
ไม่เป็นไร ส่งกุญแจบ้านมาได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ :37:
อ้างคำพูดจาก: VeryHappy เมื่อ 06 ก.ค. 2010, 18:17 น.
แหมอ่านแล้วอยากนัดพี่อู๋ มากินเหล้าบ้านพี่เก้อจริงๆ :54:
โคตรเนียน :30: :30: :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: พลัม เมื่อ 06 ก.ค. 2010, 18:09 น.
ส่วนนึงคืออู๋ขาดวัตถุดิบที่ดีมากกว่า
ถ้าอู๋ได้ถ่ายนางแบบที่เป็นนางแบบจริงๆ แนวงานน่าจะเปลี่ยนไปเลย
หรือเรื่องเสื้อผ้าก็อีกส่วนหนึ่ง
ป.ล. ตูเกลียดพริ้ตตี้ :30:
พริ้ตตี้คือพริ้ตตี้ครับ มีดีแค่หน้าตาและรูปร่าง นอกนั้นไม่มีอะไรเลย :30:
คนอื่นตอบไปหมดแล้ว คำแนะนำดีๆ ทั้งนั้นด้วย :07:
ตูแนะนำให้มาเรียนที่ อังกฤษ จะดีกว่า
ทีนี้อู๋อาจจะสงสัยว่า ทำไมตูถึงให้มาเรียนฝั่งนี้
มากกว่าฝั่งทางอเมริกา
เพราะตูคิดว่า ระดับฝีมือของอู๋ตอนนี้
ไม่ว่าจะเรื่องเทคนิค จัดแสง จัดวางอะไรต่างๆ
อู๋ก็น่าจะทำได้ไม่แพ้มืออาชีพอยู่แล้วล่ะ
แต่สิ่งที่ขาดก็คงเป็นเหมือนอย่างที่เก้อและแอน และคนอื่นๆ บอก
คือ คนที่จะเปิดกบาลหรือตาที่สามให้
ซึ่งตูเชื่อว่า อาจารย์ทางฝั่งอังกฤษ น่าจะทำได้ดีกว่า
เพราะเมื่อไหร่ที่ตาที่สามเปิด
เมื่อนั้นพรหมแดนทางศิลปะของอู๋ ก็จะไร้ขอบเขต
จะสามารถเสพสิ่งที่เป็นทิพยศิลป์
และสร้างสรรค์งานได้ไม่มีขีดจำกัด
อีกทั้งอังกฤษมันก็มีอารยธรรมมายาวนาน
แถมอยู่ใกล้ยุโรป ไม่ว่าจะเป็น อิตาลี ฝรั่งเศส ออสเตรีย
ซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรมตะวันตกที่มีรากฐานฝังลึก (ไม่ใช่อารยธรรมประดิษฐ์)
มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าฝั่งอเมริกาเยอะ
โอกาสที่จะได้เสพงานศิลปะดีๆ ก็เยอะกว่าด้วย
เอ้า เพิ่งมาเห็น
ตอบไปหมดแล้วสินะ
:58:
ดีจัง
:30:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 06 ก.ค. 2010, 16:44 น.
ถึงแม้จะเป็นช่างที่ดีหรือเก่งแค่ไหน แต่พอเราอายุมากขึ้น แรงบันดาลใจหายไปหมด
การเป็นช่างที่ดีก็จะทำให้เราทำได้เพียงใช้ชีวิตกับมันซังกะตายไปวันๆ
แม่นนนนน :37:
ครีเอทีฟที่ทำได้แต่คิดรายการซ้ำๆ ก็เหมือนกันนะ :05:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 06 ก.ค. 2010, 20:22 น.
คนอื่นตอบไปหมดแล้ว คำแนะนำดีๆ ทั้งนั้นด้วย :07:
ตูแนะนำให้มาเรียนที่ อังกฤษ จะดีกว่า
ทีนี้อู๋อาจจะสงสัยว่า ทำไมตูถึงให้มาเรียนฝั่งนี้
มากกว่าฝั่งทางอเมริกา
เพราะตูคิดว่า ระดับฝีมือของอู๋ตอนนี้
ไม่ว่าจะเรื่องเทคนิค จัดแสง จัดวางอะไรต่างๆ
อู๋ก็น่าจะทำได้ไม่แพ้มืออาชีพอยู่แล้วล่ะ
แต่สิ่งที่ขาดก็คงเป็นเหมือนอย่างที่เก้อและแอน และคนอื่นๆ บอก
คือ คนที่จะเปิดกบาลหรือตาที่สามให้
ซึ่งตูเชื่อว่า อาจารย์ทางฝั่งอังกฤษ น่าจะทำได้ดีกว่า
เพราะเมื่อไหร่ที่ตาที่สามเปิด
เมื่อนั้นพรหมแดนทางศิลปะของอู๋ ก็จะไร้ขอบเขต
จะสามารถเสพสิ่งที่เป็นทิพยศิลป์
และสร้างสรรค์งานได้ไม่มีขีดจำกัด
อีกทั้งอังกฤษมันก็มีอารยธรรมมายาวนาน
แถมอยู่ใกล้ยุโรป ไม่ว่าจะเป็น อิตาลี ฝรั่งเศส ออสเตรีย
ซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรมตะวันตกที่มีรากฐานฝังลึก (ไม่ใช่อารยธรรมประดิษฐ์)
มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าฝั่งอเมริกาเยอะ
โอกาสที่จะได้เสพงานศิลปะดีๆ ก็เยอะกว่าด้วย
พี่ณตพอมีมหาลัยแนะนำมั้ยครับ :46:
รู้สึกเหมือนอู๋เป็นคุริลิน
คือเป็นชาวโลกที่เก่งที่สุดแล้ว แต่อยากไปดาวนาเม็กหาผู้เฒ่าสูงสุด :30:
สู้ๆ นะครับ เพื่อความเป็นสุดยอด และ อะไรดีๆ สู้ๆ
ส่วนเรื่องหลักสูตร ตูว่ามันไม่มีหลักสูตรของสถาบันไหนในโลก
ที่สอนสิ่งที่อู๋กำลังมองหาได้เป๊ะๆ แบบว่า หนึ่งสองสามหรอก
เพราะเรื่องแบบนี้มันต้องรู้มาจากภายในตัวเอง
แต่สิ่งแวดล้อม งานของเพื่อนๆ คำชี้แนะจากอาจารย์
รวมถึงการได้เสพงานศิลป์ จากศิลปินดังๆ
บวกกับการได้เดินทาง(ทั้งภายนอก และภายใน)
ตรงนี้ต่างหากที่จะช่วยได้และลดเวลาการค้นหา
ลองผิดลองถูกไปได้เยอะ
ส่วนเรื่องของมหาลัยที่นี่
ส่วนตัวตูชอบงานของ St.Martin นะ
เพราะเทียบจากที่ไปดูงานนิทรรศการ
ตอนจบการศึกษาของหลายๆ ที่มา
ของ St. Martin ขนาดหลักสูตรบอกว่าเป็น communication art
ตูดูงานที่ออกมาแล้ว นี่มันเป็นงาน fine art
ที่ดึงตัวตนของคนสร้างสรรค์งานออกมาได้ชัดเจนมากๆ
http://www.csm.arts.ac.uk/courses/photography.htm (http://www.csm.arts.ac.uk/courses/photography.htm)
เรื่องแนวงานและความมีชื่อเสียงของแต่ละสถาบันที่นี่
ตูว่าบักเก้อน่าจะตอบได้ดีกว่า
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 06 ก.ค. 2010, 21:46 น.
รู้สึกเหมือนอู๋เป็นคุริลิน
คือเป็นชาวโลกที่เก่งที่สุดแล้ว แต่อยากไปดาวนาเม็กหาผู้เฒ่าสูงสุด :30:
เหลือแค่หัวล้านเท่านั้นแหละ :37:
ระวังไปเจอพวก โงกุน โกฮัง เบจิต้า แล้วจะท้อเอานะครับ :3005:
ใช่ๆ การไปเรียนเพื่อหาฮาวทูน่ะมีแต่ผิดหวัง
แต่คนใฝ่รู้อย่างอู๋คงเจอได้ที่อยากเจอแน่ๆ
สิ่งนั้นคือ "บรรยากาศของการเรียนรู้"
ไอ้เนี่ยแหละที่ถ้าเราเห็นมัน แล้วจะทำให้เราฉลาดจากข้างใน
ได้ผลกับชีวิตมากกว่าการลงทะเบียนไปนั่งเรียนเป็นไหนๆ
(นี่บอกเผื่อๆ เด็กปริญญาตรีด้วยนะ)
อ้างคำพูดจาก: VeryHappy เมื่อ 06 ก.ค. 2010, 22:14 น.
ระวังไปเจอพวก โงกุน โกฮัง เบจิต้า แล้วจะท้อเอานะครับ :3005:
:30:
อยากเจอนะครับ อยากเจอจริงๆคือบ้านเราเนี่ย คนเก่งๆก็ไม่ค่อยเจอตัวเป็นๆเลย เห็นแต่ในนิตยสาร
เรื่องที่น่าท้อแท้สำหรับผมคือไปแล้ว มึงมีแค่นี้เหรอวะ :58:
ตูว่าช่างภาพเก่งๆ เมืองไทยก็มีเยอะนะ
แต่เราจะเห็นงานเชิงพาณิชย์ศิลป์ของคนพวกนี้
ในชีวิตประจำวันตลอดแทบทั้งวันมากกว่า
ซึ่งก็คงเป็นแบบที่อู๋บอกคือ ดูแล้วบางทีก็งั้นๆ
ส่วนงานที่เจ๋งๆ จริงๆ
ตูว่ามักจะถูกเก็บอยู่ในซอกหลืบในห้องเก็บของ
ในบ้านของช่างภาพสักมุมใดมุมนึงนี่แหละ
แน่ล่ะ เพราะคนพวกนี้เขาก็ยังต้องกินข้าวนี่หว่า
ก็ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพกันไป
บวกกับมันไม่ค่อยมีสถานที่ปล่อยของ
สำหรับคนพวกนี้ด้วย
ส่วนใหญ่มีแต่ที่ปล่อยของ สำหรับน้าๆ
ซึ่งคนพวกนี้เขาก็ไม่อยากเอาของไปปล่อยเท่าไหร่
เพราะกลัวเสียของ
ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างพี่ต้น ออสซี
ที่เราดูเผินๆ หน้าตาก็เหมือนน้าๆ คนนึง
แต่ดูงานของแกที่ไม่ใช่งานที่ทำมาเพื่อขายหรือโดนจ้างถ่าย
ก็จะรู้ว่าแกมีของเยอะมากคนนึงเลยล่ะ
พี่ต้นนี้งานไม่ธรรมดาครับ :46:
ว่าแต่หายไปไหนแล้ว
นึกขึ้นได้ เรื่องมหาลัยในอังกฤษ
จริงๆ มันมีอีกคอลเลจนึง (มหาลัยเดียวกันกับSt.Martin นี่แหละ)
ชื่อ London college of fashion
ก็เปิดสอนเรื่อง Fashion Photography โดยตรงเลย
http://www.fashion.arts.ac.uk/courses/photography/ma_fashion_photography.htm (http://www.fashion.arts.ac.uk/courses/photography/ma_fashion_photography.htm)
คือเท่าที่ไปดูงานของนักเรียนเค้าก็โอเคนะ สวยเลยล่ะ
เพียงแต่ตูชอบงานของ St.Martin มากกว่า
พอร์ทของอู๋ ถ้าเตรียมไปดีๆ
ตูว่าเขาน่าจะรับทั้งสองโรงเรียนแหละ
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้จบมาตรงสายงานก็ตาม
แต่น่าจะติดตรงที่ไม่ได้ทำงานด้านถ่ายภาพโดยตรง
(ตรงนี้อาจจะต้องพึ่ง น้าๆ ที่เป็นเจ้าของสตู ช่วยเขียน Reference ให้)
เข้าไปเรียนแรกๆ ตูว่าอู๋น่าจะมึนงงอยู่ล่ะ
เท่าที่ตูรู้จากเพื่อนๆ น้องๆ ที่เคยเรียนจากทั้งสองโรงเรียนนี้ในสาขาอื่น
ซึ่งแทบทุกสาขาก็จะเป็นประมาณนี้คือ
เลคเชอร์ก็จะเป็นสัมมนา เปิดหนัง เปิดเพลง เปิดวิดิโอ ฉายสไลด์ และอื่นๆ ให้ดู
หลังจากนั้นก็บรีฟงาน แล้วก็นัดวันส่งซึ่งต้องนำเสนองานด้วย
ซึ่งอย่างที่พลัมบอกคือ กระบวนการคิดก่อนที่จะได้ผลลัพธ์ออกมาสำคัญมากๆ
อาจารย์เขาดูหลักฐานด้วยนะ ไม่ใช่ฟังเราโม้อย่างเดียว
คือถ้าไม่มีสมุดร่าง แบบร่าง สมุดบันทึก
หรืออะไรทำนองนี้ไปแสดงให้ดู ก็โดนด่า จบเห่
ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นพื้นฐานที่ถูกหล่อหลอมมา
ของนักเรียนศิลปะที่นี่ในระดับปริญญาตรีอยู่แล้ว
รุ่นน้องตูคนนึง บอกว่าส่งงานทีนึง
ส่วนใหญ่ก็จะ ส่งสมุดสเกตช์ โมเดล สมุดบันทึก รูปถ่าย เป็นลังๆ
ของมันนี่ส่งสมุดสเกตช์แค่เล่มเดียวก็โดนค้อนแล้ว(เผางาน)
ค่าเรียน :3005:
เรื่องคนรับรอง อาจจะให้พี่ๆใน pixpros ช่วยได้มั้ยครับ เพราะแต่ละคนก็เป็นมืออาชีพกันหมด :46:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 09:08 น.
ค่าเรียน :3005:
:3005:
แต่ถ้าไม่อยากเรียนระดับปริญญาซึ่งต้องจ่ายตังค์แพง
ตูก็แนะนำให้สมัครเรียนภาษาอังกฤษฟูลไทม์
จากสถาบันที่ไม่แพงนัก(เพื่อเอาไว้ขอวีซ่า)
แล้วก็ไปลงเรียนคอร์สสั้นๆ หรือพาร์ทไทม์เอา
ก็จะประหยัดเงินไปได้เยอะ
อย่างคอร์สของ St.Martin นั่นก็เป็นพาร์ทไทม์นะ
แหม..อยากแนะนำให้อู๋รู้จักน้าชำhttp://www.chamniphotography.com จัง
แกเป็นน้าที่เจ๋งโพดๆ :12:
แต่ตอนนี้ไม่รู้แกหายไปไหนแล้ว
ถ้าอู๋คิดไม่ไปเรียนต่อ แล้วอยากหาประสบการณ์ดีๆที่ไทย เราอยากให้อู๋ไปลองทำงานกับน้าชำละก็พี่วิน
สตูพี่เขาอยู่หลังโอสถสภา ชอบที่เขาสอนความคิด เติมจิตวิญาณให้ด้วย...ถ้าสนใจก็บอกนะ เดี๋ยวหาทางติดต่อให้
เรายังไม่เคยไปลองงานกับพี่เขานะ แค่เคยคุยกันเมื่อตอนกลับไทยปีที่แล้ว บังเอิญจังหวะมันไม่ได้กัน เราเลยอดฝึกงานดีๆไป
ยังเสียดายอยู่เลย
:18: มืออาชีพเลย ชอบงานของจอนห์นี่วอร์คเกอร์แหละ :25:
น้าชำนี่เป็นช่างภาพขาวดำในดวงใจของตูเลยนะ
เคยคุยกับพี่วิน (แกมาถ่ายงานให้เพื่อน)
ตอนเดียวกับที่น้าชำแกมาลอนดอน ถ่ายหนังเรื่องกาลิเลโอ
คุยไปคุยมา ตูก็เกือบจะไปหาซื้อ Rollei มาใช้แล้วเชียว :30:
อ่า..ใช่ค่ะ
ตอนกาลิเลโอลงโรง พี่วินแกป่าวประกาศให้ดูน้าชำกันใหญ่เลย ไม่คิดว่าแกจะเล่นได้ :30:
:18: เล่นเป้นใครอะ
สงสัยครับ :44: ถ้าสมมติไปฝึกงานแบบที่ปาล์มบอกมันช่วยเรื่องความคิดเราได้มั้ยครับ หรือสุดท้ายก็จะเป็นแค่ ช่างเทคนิคที่มีความแม่นยำมากขึ้น
ไม่ได้หมายถึงพี่ชำนะครับ หมายถึงว่าเราจะพัฒนาขึ้นได้มั้ย :46:
น้าชำเล่นเป็นพี่ทอมไง :30:
พ่อครัวร้านไทยที่คั่วพริกจนโดนจับน่ะ
คือถ้ายังขาดประสบการณ์
เรื่องการทำงานถ่ายภาพอย่างมืออาชีพอยู่
การไปฝึกงานกับสตูดิโอ อย่างของน้าชำก็จะให้อะไรพอสมควรล่ะ
ส่วนเรื่องพัฒนาแนวคิดตัวเอง
การเดินทาง การมาเรียนต่อ
มันจะทำให้เราคิดนอกกรอบได้มากกว่าทำงานนะ
อ๋อ :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 10:40 น.
น้าชำเล่นเป็นพี่ทอมไง :30:
พ่อครัวร้านไทยที่คั่วพริกจนโดนจับน่ะ
คือถ้ายังขาดประสบการณ์
เรื่องการทำงานถ่ายภาพอย่างมืออาชีพอยู่
การไปฝึกงานกับสตูดิโอ อย่างของน้าชำก็จะให้อะไรพอสมควรล่ะ
ส่วนเรื่องพัฒนาแนวคิดตัวเอง
การเดินทาง การมาเรียนต่อ
มันจะทำให้เราคิดนอกกรอบได้มากกว่าทำงานนะ
นี้แหละครับที่อยากได้ :46:
อ. เก้อ
อ. แอน
น่าจะเรียกสองท่านนี้แบบนี้ได้เลยนะนี่
คำแนะ คำนำ คำชี้ทางทั้งหมด
ไม่ได้เป็นประโยชน์ เฉพาะอู๋เท่านั้น
เป็นประโยชน์ต่อผมด้วย และต่อคนอื่นๆ
ที่ผ่านมาอ่านด้วย :12:
วันนี้ไปสัมภษณ์งานที่ใหม่มาล่ะ ออฟฟิศดูไฮโซ สมเป็นออฟฟิศออกแบบ :25:
เข้าใจว่าเจ้าของบริษัทเป็นคนสัมภาษณ์เอง และเขาคือคนเดียวกันกะที่สัมภาษณ์ผมตอนสอบใบอนุญาตฯ ล่ะ :30:
โดนวิจารณ์ตรงมากคือ ปสก.คุณไม่ตรงกับ Field งานของเรา (แหงล่ะเขาดีไซน์จ๋า ตูอยู่ออฟฟิศค่อนไปทางรับเหมา)
ได้ไม่ได้เดี๋ยวรู้กัน :37:
ถ้าได้ก็ดี เพราะเบื่องานแบบรีบๆ ทำให้เสร็จๆ ขายงานได้ แล้วไปเคลียร์กันหน้างานแล้ว :58:
คราวนี้จะได้รู้เรื่องงานออกแบบกะเขาเสียที :25: ส่วนค่าตัวก็คงไม่เยอะ.. เหมือนเดิม :3005:
ปล. จริงๆ สมัครกองบก. ของบ้านและสวนไปด้วยล่ะ แต่แหล่งข่าววงในบอกว่า เขามีแคนดิเดตแล้ว :47:
เอ้อวววว ย้ายงานละหรอ
เขายังไม่รับเลย :37:
ฉลองงง :07: :07: :07:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 10:40 น.
น้าชำเล่นเป็นพี่ทอมไง :30:
พ่อครัวร้านไทยที่คั่วพริกจนโดนจับน่ะ
เฮ้ย คนนี้เจ๋งสุดในเรื่องแล้ว ชอบพอๆ กะน้องเต้ยเลย :25:
แอนเป็นประเภทหญิงก็ได้ ชายก็ดีสินะ :05:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 15:13 น.
เฮ้ย คนนี้เจ๋งสุดในเรื่องแล้ว ชอบพอๆ กะน้องเต้ยเลย :25:
ใช่ๆ แต่ผมชอบเต้ยมากกว่า :25:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 14:47 น.
วันนี้ไปสัมภษณ์งานที่ใหม่มาล่ะ ออฟฟิศดูไฮโซ สมเป็นออฟฟิศออกแบบ :25:
เข้าใจว่าเจ้าของบริษัทเป็นคนสัมภาษณ์เอง และเขาคือคนเดียวกันกะที่สัมภาษณ์ผมตอนสอบใบอนุญาตฯ ล่ะ :30:
โดนวิจารณ์ตรงมากคือ ปสก.คุณไม่ตรงกับ Field งานของเรา (แหงล่ะเขาดีไซน์จ๋า ตูอยู่ออฟฟิศค่อนไปทางรับเหมา)
ได้ไม่ได้เดี๋ยวรู้กัน :37:
ถ้าได้ก็ดี เพราะเบื่องานแบบรีบๆ ทำให้เสร็จๆ ขายงานได้ แล้วไปเคลียร์กันหน้างานแล้ว :58:
คราวนี้จะได้รู้เรื่องงานออกแบบกะเขาเสียที :25: ส่วนค่าตัวก็คงไม่เยอะ.. เหมือนเดิม :3005:
ปล. จริงๆ สมัครกองบก. ของบ้านและสวนไปด้วยล่ะ แต่แหล่งข่าววงในบอกว่า เขามีแคนดิเดตแล้ว :47:
ถ้าได้ทำงานหนังสือน่าจะสนุกดี แต่อย่างว่าที่นั่นต้องมีอาจจะต้องมีคนนำทางเข้าไป
กำลังลุ้นเนวิเกเตอร์อยู่เหมือนกัน :30:
แต่ถ้าสองอย่างนี้จะได้เนี่ย ขอให้ได้ที่เดียวพอนะ กลัวเขว :30:
มาเล่าบ้างครับ
พอดีหาที่เก็บรูปวังน้ำเสียว~ ไม่เจอนานละ
มันเป็นปิ๊กาซ่าของรุ่นน้อง ซึ่งผมลืมลิ้งและมันก็ลืมปิ๊กาซ่าของตัวเอง
ผมทำงานบ่อขยะมาก็สี่เดือนได้
วันๆ คลุกขยะ กลิ่นติดตัวพอสาวเมิน
หลายครั้งที่คิดว่าออกมาทำงานไม่ตรงสาย
ได้แต่บอกตัวเองว่าแล้วไง
แล้วก็ทำต่อไป
หากำลังใจจากการได้เล่นเฟสบุคและเอ็มเอสเอ็น :30:
วันๆ ก็ได้แต่แก้ปัญหาหน้างาน
อะไรพังกูซ่อม
ไม่มีอะไหล่กูปิด
คือที่นี่เป็นของเทศบาล
เวลาพังทีผมก็โดนเทศบาลแขวะที
ถือว่าโดนด่าสนุกดีในชีวิตวัยรุ่น
(แหม๊ ด่าตูแล้วยังขอบุหรี่เป็นซอง :30:)
ยังโชคดีว่าได้เจออะไรใหม่ๆึ่ ซักนิดหนึ่ง
มีคนเข้ามาเยี่ยมมาชมบ่อยๆ
เพราะที่นี่เป็นที่แรกๆ ที่มีระบบจัดการขยะครบวงจรแห่งแรกๆ ของประเทศนี้ (ทำเป็นลืมๆ ที่อ่อนนุชซะ)
คณะเข้ามาทีก็พรีเซนต์เล็กๆ ที
บางทีมีดอกเตอร์มาก็โดนหลอกด่าอีก
บางท่านก็ใจดีให้คำแนะนำ ก็ขอบพระคุณ
อื้มมมม ก็ได้แต่อะๆ ด่าๆ
แม้ไม่ได้พัฒนาฝีมืออะไรเลย
แต่อย่างน้อยก็ได้ทำต้นแบบการจัดการขยะที่ยังไม่สมบูรณ์ให้ชาวบ้านเขาได้ดูบ้าง
อะไรบกพร่องก็บอกไปหมด อยากให้ที่อื่นเขามาดูแล้วพัฒนาขึ้น
พวกไหนมาดูงานแล้วกลัวแมลงวันผมก็ลากเข้าไปชมหนอนแมลงวันอย่างใกล้ชิด
อื้มมมม
เอามาเล่าให้ฟังแก้เบื่อครับ
บ่นๆ ไปงั้น ปริ้นต์ไปอ่านต้อนเข้าห้องน้ำก็ยังดี
แต่ก็คงอยู่ที่นี่อีกเป็นปีๆ
ยังมีแมลงวันเป็นเพื่อนอยู่
ถึงแม้จะฆ่ากันทุกวันก็ตาม
~
เป็นพนักงานเก้บขยะเหรอครับ :44:
เจี้ยมเขียนได้ฮาดีนะ ชอบๆๆ :30:
ยังคงเล่าได้สนุกมีเอกลักษณ์จริงๆ
พี่ว่าไอ้ที่ว่าไม่ได้ไม่ได้น่ะ ได้เยอะนะ แล้วจะเก่งเองไม่รู้ตัว
อยากไปเยี่ยมชมมั่งจังอะ ว่าแต่เอาแบบไม่มีหนอนแมลงวันได้ป่าวนะ :56:
อ้าว ทีแรกคิดว่ามุก เห็นใครแซวว่าเป็นเด็กท้ายรถเก็บขยะ (นี่ตูจินตนาการเอา) :30:
หลายๆปีที่ผ่านมาที่นี่ แต่ละคนเอาชีวิตตัวเองมาฉายให้ดู
คนนี้รักกัน คนนั้นเลิกกัน ทะเลาะกัน แต่งงานกัน ย้ายงาน
เรียนจบ ไปเมืองนอก กลับมาจากเมืองนอก เอ็นติด มีแฟนเป็นแขก ฯลฯ สารพัด
ผมว่าเรื่องเหล่านี้ทำให้เกิดปัญญา เหมือนกับที่เขาเปรียบว่าการดูภาพยนต์ยังให้เกิดปัญญานั่นล่ะ
เำพราะทำให้เราได้รู้ว่าชีวิตมันมีอะไรบ้าง แม้เราจะไม่ได้ไปสัมผัสเอง หรือเรื่องนั้นมันจะไม่มีอะไรเกี่ยวกับเราสักนิดก็ตาม
แต่การได้รู้ว่าโลกนี้มีใครบ้าง และเขาทำอะไรเพราะอะไรบ้างทั้งดีและร้าย
มันทำให้เราได้เรียนรู้อะไรบางอย่างขึ้นมาในใจ บางทีก็ไม่รู้ตัวนะครับ แต่มันสะสมของมันเอง
มันทำให้ผมเกิดปัญญาจริงๆ รวมถึงเรื่องของอู๋ล่าสุดนี้ด้วย
แล้วตอนนี้ ผมว่าเรื่องของเจี้ยมเป็นเรื่องอันดับหนึ่งที่ผมให้เข้าวินว่ามันน่าสนใจสุดๆตอนนี้เลยครับ
จะมีโอกาสไหนในชีวิตเนี่ย ที่เราจะมีเพื่อนเป็นคนคุมบ่อขยะที่แม่สาย นี่มันโอกาสทองฝังเพชรเลยนะเนี่ย
ถ้าเจี้ยมเล่าดีๆ ผมว่ามีเรื่องสนุกเยอะเลยแน่ๆที่นั่น อยากฟังอะ พูดง่ายๆ :30:
สะดุดตรงมีแฟนเป็นแขก :30:
มีคนอยากฟังผมก็จัดไ้ด้ครับ
แต่ผมเล่าเรื่องไม่เก่ง
แต่วันนี้ไม่วินเลย
ขับรถดั้มไปติดหล่มสองรอบ
ยางแตกไปเส้น :52:
มหาลัยเหมืองแร่ชัดๆ
แค่เปลี่ยนจากแร่เป็นขยะ
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 08 ก.ค. 2010, 20:17 น.
สะดุดตรงมีแฟนเป็นแขก :30:
สะดุดจริง :30: :30: :30:
หมายถึงแขกที่มาบ้านหรือแขกจริงๆ ครับ :55:
ประสบการณ์จากการฝึกงาน สถานที่ฝึกงาน จะมีผลต่ออนาคตไหม?
คือ ที่คณะ ไม่มีฝึกงาน เลยอยากจะออกไปฝึกเอง
ตอนนี้เลือกไม่ถูกอยู่ 2 ที่ ว่าจะเลือกอะไรดี
ระหว่าง Ogilvy กับ Leo Burnett ตอนแรกกะจะเอา JWT ด้วย แต่บริษัทไกลไปอะ
ที่เลือกเอเยนซี่โฆษณาเพราะคิดว่า จะได้รู้ระบบงานครบ
แต่ฝึกบริษัทใหญ่ๆ กลัวว่าจะไม่มีอะไรให้ทำ กลัวเข้าไปละได้ไปทำอะไรไม่รู้
หรือ เลือกไปฝึก กราฟิกเฮาส์เล็กๆพอ ? แต่อันนี้ไม่ค่อยรู้จักใครหน่ะสิ :05:
เรียนสาขาอะไรอะครับ แล้วชอบทำงานแนวไหน (หมายถึงพวกสิ่งพิมพ์ หนัง โมชั่นกราฟิก โฆษณา อะไรพวกนี้)
เรียนกราิฟิก ที่วิจิตรศิลป์ ครับ
จริงๆ ชอบพวกกราิฟิก สิ่งพิมพ์ นะครับ แต่ก็แอบสนใจงานโมชั่นครับ
บริษัทใหญ่มักจะไม่ค่อยได้ทำอะไร และยิ่งเป็นโฆษณาแล้ว เค้ายิ่งเก็บเป็นความลับมากกกกกก :58:
ถ้าทำกราฟิกแนะนำบริษัทเล็กดีกว่ครับ
(ว่าแต่กราฟิกเฮ้าห์บ้านเรามันมีใหญ่ด้วยเรอะ)
มันจะมีข้อดีคือคนน้อย แล้วดูแลกันทั่วถึง
บางที่จะมีพี่ที่ทำงานคอยดูแลคนนึง คอยสอนนู่นนี่นั่น ไม่กั๊ก
รุ่นใหญ่สุดในออฟฟิตก็จะเข้ามาช่วยร่วมสอนด้วย แล้วแต่โอกาส
บางครั้งจะได้รับมอบหมายโปรเจคให้ดูแลเองเลยมีพี่ที่ทำงานคอยช่วย
(เป็นผลดีต่อพอร์ทฟอลิโอด้วย :58:)
ความรู้สึกมันเหมือนอยู่กับคนในครอบครัว อยู่กับญาติพี่น้องด้วยครับ อบอุ่นดี
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับที่ๆเราไปฝึก และก็ขึ้นอยู่กับตัวเราด้วยครับ
ว่าเวลาฝึกช่างถามช่างสงสัยขนาดไหน ขวนขวายขนาดไหน
กราฟิกที่แนะนำก็ประมาณ
คัดสรรดีมาก _ttp://www.behaviourgroup.com/CadsonDemak/Cadson_Demak.html
Practical _ttp://practicalstudio.wordpress.com/
k kelvin studio _ttp://www.kkelvinstudio.com/
BOF (Be Our Friend) _ttp://www.beourfriend.org/
Graphic Farm _ttp://www.farmgroup.co.th/
Conscious _ttp://conscious.co.th/
Fontory _ttp://www.fontory.co.th/
Color Party _ttp://www.colorparty.com/
อะไรประมานนี้ ลองเลือกดูครับ
ส่วนบริษัทใหญ่ให้คนอื่นมาบอกละกันครับ
ไม่เคยทำโดยตรง
///ได้ตังตอนฝึกงานรึปล่าวนี่อีกเรื่องนึงนะ :58:
โอว ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ และข้อมูลมากๆครับพี่ชื่น :46:
จริงๆก็คิดมาตลอด ว่าอยากฝึกกราฟิกเฮาส์มากกว่่า
หวั่นๆบริษัทใหญ่มากๆ :44:
บริษัทที่ให้มาน่าสนใจทั้งนั้นเลยครับ
สนใจ BOF กับ graphic farm :56:
อีกที่ที่สนใจคือ visionary เห็นค่ายนี้เค้ามาแรงมาก
ชอบสไตล์งาน :12:
เห็นเด็กๆ ไฟแรงกันเยอะก็ชื่นใจ ~~
เดี๋ยวจะมาอัพเดทเรื่องงานบ้าง ใกล้จะได้ไปเก็บขยะ อย่างกับบักเจี้ยมแล้ว :30: :05:
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 09 ก.ค. 2010, 00:48 น.
ประสบการณ์จากการฝึกงาน สถานที่ฝึกงาน จะมีผลต่ออนาคตไหม?
เข้ามาตอบคำถามนี้..
พี่ว่ามีผลนะ มีผลต่อแรงบันดาลใจ ถ้าได้ฝึกงานในจุดที่ตัวเองชอบ ก็แทบจะเป็นต้นแบบให้กับการทำงานต่อไปในอนาคตด้วย
ตอนพี่ฝึกงาน ยังไม่ได้เลือกสาย (พี่เรียนก่อสร้าง) ได้ไปฝึกงานทำทาง กลับมาก็เลือกเรียนงานทำทางต่อเลย
แล้วก็กลายเป็นคนที่ทำงานแบบดุดัน เถรตรงอยู่หลายปี เพราะเลียนแบบมาจาก Project Manager คนแรกที่เจอตอนนั้นแหละ
(แต่สำหรับคนที่ได้ไปฝึกงานแบบไม่ได้สาระอะไร ลงเวลาไปวันๆ
กลับมาก็ห่อเหี่ยวเชียวค่ะ รู้สึกเสียดายเวลาแทนเพื่อนนะ)
ใช่ๆ ถ้าไปฝึกงานในสภาพสังคม หรือบรรยากาศที่ไม่ชอบนี่.. แทบจะไม่อยากประกอบอาชีพเลยทีเดียว
ปล. บวกชื่น แนะนำได้น่าเป็นอ.แนะแนวมาก :12:
:3005: ทำไมต้องทำลิงก์แห้งด้วย เสียดาย
ตอนตูฝึกงานก็ฝึกไปงั้นๆ เพราะไม่ได้คิดจะทำอาชีพตรงสายงานที่เรียนอยู่แล้ว
ไปถึงก็ไปนั่งทำเว็บงี้ ออกแบบขี้หมูขี้หมางี้ เออ สนุก สมกับที่เรียนถาปัด :08:
จะมีฉุกคิดไหม
ว่า
ทุกการทำงานคือต้นทุน
ทุกสิ่งที่ผ่านมาคือต้นทุน
ทุกๆ dki8i6jo8bf8nvdkicxi9hom6og9iup,w;h.=h
ตัวยึกยือข้างบน ผมเพิ่งเงยมองว่า เผลอไปกดแป้นฝรั่ง
แล้วไม่ได้เปลี่ยนกลับ :22:
การฝึกงานมีผลต่ออนาคต(บางคน)เหมือนกัน
งานไซด์ไลน์ที่ได้มาจนถึงทุกวันนี้ล้วนมาจากที่ฝึกงานเดิม
ฝึกงานผ่านมาแล้วเกือบ 10 ปี ยังติดต่อรักใคร่ให้งานอย่างต่อเนื่อง :30:
ทั้งนี้เพื่อนฝึกงานที่องค์กรเดียวกัน
แต่อยู่คนละแผนก ไม่ได้อะไรเลยก็มี
ทางมหาวิทยาลัยต้องมารับกลับ แล้วย้ายที่ให้
คือถ้าไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันมาพรีเซ็นต์ ก็ไม่ผ่านวิชา Co-op
อ้างคำพูดจาก: Rubberduck เมื่อ 09 ก.ค. 2010, 01:31 น.
บริษัทใหญ่มักจะไม่ค่อยได้ทำอะไร และยิ่งเป็นโฆษณาแล้ว เค้ายิ่งเก็บเป็นความลับมากกกกกก :58:
อันนี้ก็จริง :12:
เมื่อปี 44 เพื่อนเคยไปฝึกที่ 1 ในสามที่ปลั๊กลิสต์มา
แล้วก็ไม่ค่อยได้ทำอะไร แต่ด้วยความที่มันกระตือรือร้น ช่างสังเกต
มันก็เลยได้ความรู้ติดตัวมาพอสมควร ตอนฝึกเสร็จเขาจะรับเข้าทำงาน
แต่มันไม่เอา เพราะต้องกลับมาเรียนอีกเทอม แล้วก็รู้สึกว่าพอแล้ว (อะไรพอไม่รู้นะ)
เออ เพิ่งนึกได้
เพื่อนคณะคอม แต่บ้าทำ 3D ก็เลยไปฝึกงานกันตนา อยู่ได้ไม่เท่าไหร่ ก็ต้องเลิก เพราะเค้าไม่ให้ทำอะไรเลย :58:
นอกจากจะเป็นสก๊อยแล้ว พี่ติ๊กยังเป็นไซด์ไลน์ด้วย :55:
ตัดอีอุ้ยออกจากกองมรดก โทษฐานไม่มีสัมมาคารวะ :58:
แผล็บๆ :25:
:30a:
อยู่ในสังคมที่ดี อยู่ในกลุ่มคนทำงาน เกาะกับคนมีความฝัน
อยู่กับคนที่ตั้งใจ สิ่งที่ดีดี จะซึมเข้าหาเราเองโดยไม่รู้ตัวครับ :12:
เป็นเหมือนกับพี่ติ๊กว่าปัจจุบันงานที่ทำบางชิ้นที่ฝึกงานเก่าก็ส่งมาให้
ดีจังเลยนะคะ .. ได้อ่านเรื่องประสบการณ์งานของแต่ละคน
แล้วมองตัวเองอ่ะ จากทำกราฟฟิค แล้ว เลยกระโดดไปเป็น Therapist
สิ่งที่ทุกๆคนเขียน หลายๆอย่างก้อเป็นคำถามในความคิดตัวเอง
แล้วก้อได้คำตอบจากหลายๆคนในนี้เช่นกัน
:52:
เมื่อคืนมีเมลจากบริษัทฝรั่งที่ส่งรีซูเม่ไว้ ให้โทรไปนัดสัมภาษณ์วันที่ 13 นี้ (สัมภาษณ์ 15-16)
งานนี้ก็ดูน่าสนุกดี ประัมาณ บ. แม่อยู่ออสเตรเลีย แต่มีโรงงานอยู่ที่ไทย (ทำพวกบ้านพรีแคส / เฟอร์ฯ)
ลักษณะงานประมาณว่ามีทั้งออกแบบ (คงไม่มาก) และประสานงาน (ระหว่างดีไซเนอร์ฝรั่ง กับช่างไทย)
งานดูจะเป็นวิ่งไปมาระหว่างโรงงาน (นครชัยศรี) กับไซต์งาน นานๆ เข้าออฟฟิศที (บางพลี)
ปัญหาคือวันที่ 16-17 นี้ต้องเข้าไปติดตั้งงานที่รังสิต :3005:
โอเค.. วันที่ 15 ลาป่วนละกัน :37:
ขอให้โชคดีครับ :45:
บวบซ่าป่วนโลก :37:
:52:
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 09 ก.ค. 2010, 02:05 น.
โอว ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ และข้อมูลมากๆครับพี่ชื่น :46:
จริงๆก็คิดมาตลอด ว่าอยากฝึกกราฟิกเฮาส์มากกว่่า
หวั่นๆบริษัทใหญ่มากๆ :44:
บริษัทที่ให้มาน่าสนใจทั้งนั้นเลยครับ
สนใจ BOF กับ graphic farm :56:
อีกที่ที่สนใจคือ visionary เห็นค่ายนี้เค้ามาแรงมาก
ชอบสไตล์งาน :12:
ที่ BOF พี่ๆใจดีนะครับ(แต่จะสไตล์จบนอกทุกคน ไทยคำอังกฤษอีก 8 คำ)
ส่วนวิชันนารีนี่ คือคนก่อตั้ง 2 คน คือคนที่ซ่อมผมมา คนนึงคือพี่ว้ากตัวใหญ่สุดกับอีกคนคือสตาฟฮาตัวหลักของคณะ
(ทำผมเป็นลมเข้าโรงบาลด้วย) เอาเป็นว่าที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครจากสถาบันอื่นไปฝึกงาน
เค้าก็คงไม่ได้ตั้งใจหรอก แต่มันก็แนวว่าน้องๆที่รู้จักกันถามๆว่าขอฝึกได้ไหมพี่
ไปๆมาๆมันก็เยอะจนเต็มเองโดยที่บุคคลทั่วไปอื่นๆยังไม่ทันได้ถาม ก็ประมาณนี้
พอช่วงนี้เริ่มใหญ่โตแล้ว ก็เริ่มคนขอฝึกเยอะ เค้าก็จะคัดจะเอาจากพอร์ตเลิศๆด้วย
ส่วน Leo Burnett โอกิลวี่ และ JWT เอเจนซี่ระดับนี้ ถ้าสายอาร์ตได-ครีเอถีบ
ก็มีสัมภาษณ์นะและคัดเลือกพอสมควร เพราะ 3 ที่นี้นี่คือเป้าหมายของนักศึกษาไทยทั้งประเทศเลย
ถ้าฝึกแบบไม่มีหน่วยกิตนี่ ผมไม่แน่ใจว่าเค้าจะรับ เรื่องของเรื่องคือ ในวงการนี้มันแข่งขันสูง
และความลับมีมูลค่ามหาศาล และข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นโดยนักศึกษาฝึกงานมันเคยเกิดเป็นตัวอย่างมาแล้ว
(ก็ความลับรั่วนั่นแหละ)ดังนั้นนอกจากที่มันจะรับยากเพราะคนสมัครฝึกงานเยอะแล้ว ยังมีประเด็นนี้เข้ามาเกี่ยว
อันนี้ก็ยกเว้นในกรณีที่รู้จักใครน่ะนะ
ส่วนที่ว่าฝึกแล้วมีผลไหม ก็มีผลนะ ถ้าได้ที่ที่เค้าสอนดีๆ จะได้ฝีมือกลับไปเต็มเลย
ชนิดที่พัฒนาจนเพื่อนงงกันไปเลยก็เยอะ บางที่ก็จบแล้วรับไปเลย ถ้าทำงานดี+นิสัยเข้ากับเค้าได้ดี
แต่มันก็ไม่ได้มีผลชี้ขาดอะไรขนาดนั้น อย่างผมที่ไปฝึก ก็ได้มานิดหน่อย
ในด้านค็อนเน็คชั่นหรือการทำงานนั้นไม่ได้อะไรเลย ก็ไม่ได้หวังอะไรอยู่แล้วด้วยแหละ
ถ้าเรารู้ว่าเราต้องการอะไร และฝึกฝีมือตัวเองจนเก่ง เรื่องอะไรอื่นๆพวกนี้ไม่ค่อยจำเป็นหรอก ไม่ต้องไปสนมันมาก
อ้างคำพูดจาก: Palm4u เมื่อ 07 ก.ค. 2010, 09:55 น.
แหม..อยากแนะนำให้อู๋รู้จักน้าชำhttp://www.chamniphotography.com จัง
แกเป็นน้าที่เจ๋งโพดๆ :12:
แต่ตอนนี้ไม่รู้แกหายไปไหนแล้ว
ถ้าอู๋คิดไม่ไปเรียนต่อ แล้วอยากหาประสบการณ์ดีๆที่ไทย เราอยากให้อู๋ไปลองทำงานกับน้าชำละก็พี่วิน
สตูพี่เขาอยู่หลังโอสถสภา ชอบที่เขาสอนความคิด เติมจิตวิญาณให้ด้วย...ถ้าสนใจก็บอกนะ เดี๋ยวหาทางติดต่อให้
เรายังไม่เคยไปลองงานกับพี่เขานะ แค่เคยคุยกันเมื่อตอนกลับไทยปีที่แล้ว บังเอิญจังหวะมันไม่ได้กัน เราเลยอดฝึกงานดีๆไป
ยังเสียดายอยู่เลย
สตูชำนิ นี่เป็นสตูภาพนิ่งโฆษณาต้นๆของไทยเลยนะ
ก่อนจะถ่ายโฆษณา ส่วนใหญ่ก็ต้องไปถ่ายแอดที่ชำนิก่อน
แต่ถ้าถามก็อยากให้อู๋ไปเรียนมากกว่าลองทำงานที่นี่นะ
กลับมาแล้วค่อยว่ากัน :30:
ป.ล. แฟนคนแรกเป็นตากล้องอยู่ชำนิ แต่ตอนนี้ออกมาแล้ว :30:
ตอนนี้พี่สะใภ้บอกว่า น่าจะออกมาลองทำงานตรงนี้ดูก่อนว่าชอบมั้ยค่อยไปเรียน
ดูเหมือนเขายังไม่ค่อยเชื่อใจว่างานตรงนี้จะเลี้ยงปากท้องได้ :44:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 14 ก.ค. 2010, 15:46 น.
ตอนนี้พี่สะใภ้บอกว่า น่าจะออกมาลองทำงานตรงนี้ดูก่อนว่าชอบมั้ยค่อยไปเรียน
ดูเหมือนเขายังไม่ค่อยเชื่อใจว่างานตรงนี้จะเลี้ยงปากท้องได้ :44:
แล้วคุณน้องอู๋ ถามใจตัวเองดูรึยัง ว่าชอบที่จะเรียนตรงนี้ไหม
หากลองไปทำงานตรงนั้นดูก่อน อาจได้เห็นแง่มุมต่างๆมากขึ้นก้อได้
ตรงที่จะเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้มั้ย อาจจะขึ้นอยู่กับสถานะการณ์ขณะนั้น
คือบางคนทำงานได้ตังค์น้อย แต่มีความสุข มันก้ออิ่มแทบจะไม่ต้องการกินหรือใช้จ่ายมากมายก้อมี
เอาใจช่วยจ้าาา...
ว่าแต่ว่า น้องจะไปเรียนอะไรล่ะเนี่ย ฮะฮะ ไม่ได้ติดตาม :43:
เออ เห็นด้วยว่ะ
คือถ้าแบบรวยล้นฟ้าน่ะอยากเรียนก็เรียนเลยไม่ต้องคิดครับ
แต่อู๋ (ไม่รู้ว่ารวยเปล่า แต่บ้านหลังยังกะวัง) ก็น่าจะต้องพิเคราะห์เรื่องค่าใช้จ่ายด้วยเหมือนกันครับ
เอาไหมล่ะ ไหนๆ จะล่าฝันแล้ว ลาออกมาลองจับงานดู เก็บตังค์เรียน
ตอนตูมาอังกฤษนี่ ก็ใช้เงินบาทแค่ค่าตั๋วเครื่องบิน
กับค่าเทอมโรงเรียนภาษา(ถูกๆ)
แล้วก็มาทำงานหาเงินจ่ายค่าบ้านค่ากินค่าอยู่
แล้วก็เก็บตังค์หาค่าเทอมมหาลัยเอาที่นี่แหละ
ผมว่าอย่างอู๋ทำงานเลี้ยงชีพได้สบายๆเลยนะ
ไม่น่าจะน้อยกว่าแต่ละเดือนที่ได้ปกติจากเงินเดือน แต่ก็นั่นล่ะ
เรื่องความมั่นคงนั้นไม่ค่อยจะมี
แล้วจริงๆถ้าทำแนวที่พี่ณตว่า คือลงเรียนกับโรงเรียนภาษาแบบประหยัดๆ
แล้วไปลงเรียนในวิทยาลัยศิลปะเป็นคอร์ส ยังงี้ก็ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายมาก ไม่ถึงสองแสนก็เริ่มต้นไปได้
(หมายความว่าพอไปแล้วก็ต้องทำงานเก็บตังเอาเอง ต้องไฟต์นับแต่วันแรกที่ไปถึง กินเวลาทั้งกระบวนการประมาณ 2 ปี)
ที่ต้องดูมีเงินมากหน่อยก็เฉพาะสเตทเม้นของที่บ้านก็เท่านั้น หรือญาติก็ได้
บริษัทรอยเตอร์ของอู๋ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การขอวีซ่าทำนองนี้ผ่านง่ายด้วยนะครับ
บริษัทระดับโลกยิ่งใหญ่ขนาดนี้มีส่วนช่วยขอวีซ่าผ่านได้แบบไม่น่าเชื่อเลยล่ะ
ถ้าจะขอโดยที่เป็นฟรีแลนซ์ ผมไม่ค่อยแนะนำ
มีอย่างนึงที่เพื่อนเคยพูดตอนก่อนจะเรียนจบ
ตอนที่มันส่งรูปเข้าประกวดแล้วได้รางวัลของฟูจิ (ได้ไปญี่ปุ่น)
ประมาณว่า "ถ่ายรูปนี่สนุกดีนะ แต่จะไม่ทำเป็นอาชีพเด็ดขาด เพราะมันจะทำให้ความสนุกหายไป"
คิดๆดูแล้วก็จริง ของมัน (ทุกวันนี้มันทำงานการบินไทย)
อู่ชอบงานแบบนี้ ถ่ายรูปแบบที่อู๋ถนัด
แต่ถ้าต้องถ่ายตามใจลูกค้า เพื่อให้ปิดงานได้
จะยังสนุกอยู่ไหม จะยังอยากทำเป็นอาชีพอยู่ไหม
ก็แยกได้นะว่าเราต้องทำเพื่ออะไร ถ่ายรูปเพื่อสนุก ถ่ายรูปเพื่อหากิน
การทำงานตามโจทย์ลูกค้า บางทีมันก็น่าเบื่อ ถ้าเจอลูกค้างี่เง่า
แต่บางทีลูกค้าดี เราก็สนุกกับการช่วยเขาด้วยทักษะที่เรามี
หรือถ้ามองในมุมกลับกับลูกค้าที่โจทย์เยอะๆ เรื่องมากก็คือ นี่แหละโอกาสฝึกมือ
ว่ามันมีกรอบล้อมอยู่แบบนี้ เราจะทำยังไงให้มันดีที่สุด
ถ้าเราทำได้ เฮ้ยกูก็เก่งนี่หว่า ที่ทำอะไรที่มันดูจะงี่เง่าๆ (เช่น ทำสกู๊ปโฆษณาที่แม่งจะบอกแต่ว่าแดกกาแฟกูแล้ว ยังไงมึงก็ผอม)
ให้มันสนุกได้ ให้มันดี ให้มันมีสาระ
ยิ่งถ้างานถ่ายรูปนั่น ถ้าเราถ่ายสวย ยังไงมันก็สวย จริงๆ นะ
ถึงแม้เค้าจะอยากได้หน้าตรง กลางรูปเด๊ะๆ มุมน่าเบื่อ แสงธรรมดา ไม่ให้เล่นลูกเล่นใดๆ ยังไงก็ตาม
มันก็ยังจะถ่ายให้สวยได้ คิดซะว่าฝึกพื้นฐานไปเรื่อยๆ
เหมือนอาฮุย ในเรื่องฤทธิ์มีดสั้น อาฮุยเป็นมือดาบ(หรือกระบี่วะ)ที่ไวที่สุดในยุทธภพ
ไม่มีกระบวนท่าพลิกพลิ้วพิศดาร หรือกำลังภายในสุดยอด
แต่เวลาอาฮุยจะจิ้มคอหอยใคร ไม่มีใครหลบได้
อาฮุยฝึกแต่จิ้มๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ จนจิ้มเก่งที่สุด
ในที่สุด อาฮุยก็เลิกพกดาบ ไปพกกระบอง
เพราะอาฮุยเป็นจอมดาบ(หรือกระบี่)เจ้าเบสิกที่เน้นเบสิ๊ก เบสิกจนโคตรเบสิก จนแม่งไม่ต้องใช้กระบี่ไปเลย :30:
(จำไม่ได้ว่าอาฮุยหรือเปล่าที่เป็นเจ้าของวลีเด็ด "กระบี่อยู่ที่ใจ" ที่ไม่แน่ใจเพราะจำไม่ได้ว่ามันใช้กระบี่หรือดาบนี่แหละ :30:)
อ้อ มีมูซาชิอีกคนนึง ที่บ้าฝึกดาบมาก ฝึกแม่งอยู่นั่น (อันนี้แน่ใจว่ามันใช้ดาบ)
ฝึกจนบรรลุสัจธรรม ในที่สุดเขียนคัมภีร์ 5 ห่วง(ทนหายห่วง) ซึ่งเป็นคัมภีร์ปรัชญาล่ะเอ้อ
สรุปว่าตูจะพูดอะไรวะเนี่ย :30: :30:
อู๋ต้องเอากล้องไปฝึกจิ้มๆๆๆคน :37:
จิ้มๆ ๆ ๆ ๆ ๆ นางแบบ :51:
เอ้อ เก้อ มีอะไรให้ทำมั้ย สิ้นเดือนนี้ออกจากบริษัทแล้ว :47:
จิ้มๆ ไง
(http://www.kantana.com/2009/images/stories/gs262.jpg) (http://www.kantana.com/2009/images/stories/gs262.jpg) :47:
กระบี่ใช้แทง ดาบใช้ฟันครับ
ส่วนจิ้มนี่ :31:
สรุปว่าอาฮุยใช้กระบี่ครับ :37:
ส่วนความแตกต่างของกระบี่กับดาบคือ
กระบี่มีสองคม ดาบมีคมด้านเดียวจ้ะ
พื้นฐานการใช้ดาบหรือกระบี่มี 3 อย่างเหมือนกันคือ ปัด ฟัน แทง (อ้างอิง กระบี่ไร้เทียมทาน)
อ้างคำพูดจาก: Rubberduck เมื่อ 14 ก.ค. 2010, 20:18 น.
(http://www.kantana.com/2009/images/stories/gs262.jpg) (http://img3.f0nt.com/14/85ccec8fb0f63efb538aeced3e729451.jpg) :47:
:3005:
กระบี่มีสองคม ดาบมีคมด้านเดียว :06:
แสดงว่าไอ้ฟันๆ แทงๆ เข้าใจผิดมาตลอดหรือนี่ :31:
จิ้มเป็ด :3005:
ที่อินๆ อ่านๆไปกระเด็นกระจายหายไปจากหัวเพราะรูปจิ้มเป็ดเลยอ้ะ
:30:
อู๋...มาซิดนีย์มั้ย
งานหาง่ายแค่กริ๊งเดียว :52:
ต้องขอบคุณอู๋นะที่ตั้งประเด็นนี้ขึ้นมา มันทำให้ไฟในตัวเรา(ที่ใกล้มอดเต็มที)ลุกโหมขึ้นอีกครั้ง
เราตั้งใจจะเรียน photoimaging กะ graphic pre-press ตั้งแต่ปีที่แล้ว
ละก็ติดนั่นนู่นนี่ ส่วนมากจะขี้เกียจ และก็หาข้ออ้างให้กับตัวเองเรื่อย
พรุ่งนี้เราจะไปสมัครเรียนphotoimaging ถ้าไม่ต้องกลับไปเรียนภาษาใหม่ เราคงได้เริ่มเรียนในเดือนตุลานี้
ขอบใจนะ :12:
ซิดนีย์มันหางานง่ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ :07:
ง่ายกว่าจิ้มเป็ดอีกเหรอ :07:
แซวอู๋เล่นน่ะ
ถ้าจะมาจริงๆ แล้วไม่เกี่ยงงาน...เข้าตำรานักเรียนไทยกับอาชีพสุดฮิต
ล้างจาน ทำงานในครัว drop menu แจกใบปลิว...เราช่วยได้
ส่วนงานถ่ายรูปต้องอาศัยเวลากันนิดนึง แต่ก็พอมีconnectionบ้างแหละในกลุ่มสังคมไทยนะ
ถ้าสังคมออสซี่....connectionจะเริ่มจากพรุ่งนี้แหละ พอดีได้งานถ่ายแบบ(ขำๆ)ให้แม็กกาซีนเล่มนึง
ถ้าได้ตีพิมพ์เดี๋ยวเอามาอวด :27:
ว้าว ๆ รอชม :25:
ดาบคมเดียว
กระบี่สองคม
เซเบอร์ใช้จิ้มๆ
:47:
โอ้ว ประเดประดังมากครับ :3005:
คืองี้ครับ เมื่อกี้พึ่งคุยกับพี่ไป พี่ก็แทงคำถามมาว่า
1. จบแล้วจะทำอะไร มีงานรองรับมั้ย
2. อังกฤษค่าใช้จ่ายสูง คนไทยเยอะ แย่งงานกันแน่ๆ
3. ทำไมไม่เรียนแถวยุโรป พวก ออสเตรีย หรือไปเรียนอเมริกา
4. คนอังกฤษเขาแบ่งแยก ดูถูกคนเอเชีย (จริงมั้ยครับ :09:)
สำหรับประเด็นผมน่าจะเป็นที่ว่า งานมันไม่มั่นคงนี้ล่ะครับ เริ่มแกว่งๆ
ส่วนที่ถามว่าถ้ารับเป็นงานหลักแล้วจะไม่สนุก ผมก้รับมาเรื่อยๆครับ มันมีทั้งสนุกบ้างและน่าเบื่อบ้าง แต่ผมว่ามันก็สนุกกว่างานออฟฟิศนะ :01:
เพื่อนผมถามง่ายๆว่า "มึงจะทำงานเอาเงิน หรือจะทำเพราะมึงชอบ" เรื่องงานนี้ผมว่าแบ่งกันแค่นี้เลย บางคนมองเงินเป็นเรื่องใหญ่ บางคนมองความสุขมากกว่า
สวีเดนมีใครแนะนำมั้ยครับ เพราะมันเรียนฟรี :3005:
งั้นไปสวีเดนเลย :07: :07:
ย่าน Scandinavia เห็นเค้าว่า free sex
:51:
ทำไมพี่เจนรู้ :51:
อ่านเจอที่ถุงกล้วยแขก :52:
อ่านไปมองอวตารพี่เจนไป แล้วได้อารมณ์มาก :30:
:30:
:51: :51: :51: :51: :51: :30:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 15 ก.ค. 2010, 09:54 น.
โอ้ว ประเดประดังมากครับ :3005:
คืองี้ครับ เมื่อกี้พึ่งคุยกับพี่ไป พี่ก็แทงคำถามมาว่า
1. จบแล้วจะทำอะไร มีงานรองรับมั้ย
2. อังกฤษค่าใช้จ่ายสูง คนไทยเยอะ แย่งงานกันแน่ๆ
3. ทำไมไม่เรียนแถวยุโรป พวก ออสเตรีย หรือไปเรียนอเมริกา
4. คนอังกฤษเขาแบ่งแยก ดูถูกคนเอเชีย (จริงมั้ยครับ :09:)
สำหรับประเด็นผมน่าจะเป็นที่ว่า งานมันไม่มั่นคงนี้ล่ะครับ เริ่มแกว่งๆ
ส่วนที่ถามว่าถ้ารับเป็นงานหลักแล้วจะไม่สนุก ผมก้รับมาเรื่อยๆครับ มันมีทั้งสนุกบ้างและน่าเบื่อบ้าง แต่ผมว่ามันก็สนุกกว่างานออฟฟิศนะ :01:
เพื่อนผมถามง่ายๆว่า "มึงจะทำงานเอาเงิน หรือจะทำเพราะมึงชอบ" เรื่องงานนี้ผมว่าแบ่งกันแค่นี้เลย บางคนมองเงินเป็นเรื่องใหญ่ บางคนมองความสุขมากกว่า
สวีเดนมีใครแนะนำมั้ยครับ เพราะมันเรียนฟรี :3005:
1. ผมว่า ฝีมือประมาณอู๋ตอนนี้ ก็มีงานรองรับอยู่แล้วครับ
สมัครเป็นช่างภาพนิตยสารก็ได้ สมัครในสำนักพิมพ์ก็ได้ ถ้าเขาต้องการคนและสไตล์เข้ากันได้คุณภาพอู๋ถึงอยู่แล้ว
(แต่อาจต้องเริ่มที่ถ่ายปาร์ตี้-อีเว้น แต่ไม่นานหรอก) แต่ถ้าในนกรณีที่จบนอกกลับมา อู๋จะได้เริ่มต้นในฐานะช่างภาพหลักเลย
รับงานนอกไปด้วย รายได้ไม่ต่ำกว่าที่เคยได้แน่ๆครับ บริหารเวลาได้เองด้วย ส่วนมากแม้แต่ช่างภาพประจำ
ก็จะมีเวลาที่ยืดหยุ่นมาก เค้าค่อนข้างให้อิสระ
2. อังกฤษค่าใช้จ่ายสูงจริง คนไทยก็ไม่เยอะมาก คิดว่าไม่เท่าออสเตรเลียหรือเมืองใหญ่ๆในอเมริกา
งานหาไม่ยากมาก คือรับรองว่าอยู่ได้ด้วยตนเองครับ ไปถึงแล้วมันดิ้นรนกันเอง
ไม่เคยเห็นใครกลับมาเพราะตังค์หมด หาตัง-หางานไม่ได้เลยสักคนครับ ยังไงมันก็ต้องมี
และรับรองว่าอย่างอู๋ไป ทำงานอยู่ได้ด้วยตนเองแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์
ไม่ได้บอกว่าง่ายนะครับ มันก็ยากอย่างที่มันควรจะยากนั่นแหละ แต่ผมมีเพื่อนหลายคน
ที่เป็นลูกคนรวยเหลาะแหละ พ่อแม่ส่งไปอยู่ ผมก็เห็นเค้าทำงานหาตังอยู่ได้เองกันนะ
3. ถ้าประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักนั้น เราจะหางานทำยาก
เพราะในการทำงานเสิร์ฟ-งานร้านอาหาร อย่างน้อยก็ต้องพูดภาษาเค้าได้
ยกเว้นว่าจะล้างจานอย่างเดียว ส่วนอเมริกานั้นไม่ทราบเลยครับ
4. ไม่จริงครับ จริงๆอันนี้มันแล้วแต่ประสบการณ์ของคนอีก บางคนก็เจอแบบดูถูก
แต่ผมว่าเป็นส่วนน้อยมากๆ แต่ความจริงคือ เค้าไม่จำเป็นต้องรู้สึกอะไรกับเราครับ
เค้าอยู่ในสถานะทางสังคมที่สูงกว่าเรามาก เพราะนั่นคือประเทศเค้าเอง และเราก็เหมือนแรงงานพม่า
ซึ่งถ้าเราไม่เคยดูถูกแรงงานพม่า เค้าก็ไม่ดูถูกเราเหมือนกันครับ เค้า"ว่างเปล่า"กับเราน่ะครับ
ยกเว้นว่าเราจะปัญญาชนเจรจาพูดคุยกับเค้าได้ดี แต่โดยปกติแล้วคนอังกฤษมีมารยาททางสังคมที่ดีกว่าคนไทย
คนเอเชียไม่ค่อยมีปัญหา พวกแขกหรือน้องแอฟมากกว่าที่เค้าไม่ค่อยชอบ เพราะคนพวกนั้นก่อความรุนแรงบ่อยๆ
ทำตัวไม่ค่อยเจริญ แว้นๆ โดยปกติภาพลักษณ์ของคนไทยนั้นดี เพราะจบมหาลัยมีการศึกษาแทบทุกคนก่อนไป
(เป็นเงื่อนไขหนึ่งในการขอวีซ่า) และคนไทยนิสัยขี้เกรงใจ มักจะโดนชาวบ้านชาติอื่นเอาเปรียบบ่อยๆด้วยซ้ำ
ผมเคยโดนดูถูกครั้งเดียว ตอนซื้อของร้านชำ และนั่นมาจากแขกอินเดียเจ้าของร้าน
แต่มันดูถูกไม่ถึงประเทศไทย ไปโดนประเทศจีนก่่อน ก็ให้จีนรับไป :30:
ส่วนคำถามของเพื่อนอู๋ ขอช่วยตอบว่า "จะทำงานเอาเงินหรือทำงานที่มึงชอบ"
ผมว่าชีวิตมันไม่ได้ขาว-ดำ ขนาดนั้น นี่ชีวิตจริงไม่ใช่หนัง
ในชีวิตจริงๆแม้แต่การทำงานด้านศิลปะ ที่คนมองว่าจะมีความสุขได้ทำใน"สิ่งที่ชอบ"
ถ้าขึ้นชื่อว่าอาชีพแล้ว ยังไงทุกอาชีพก็ต้องมีความไม่พอใจแถมมาด้วยเสมอ
ก็เหมือนเราคบแฟน เราไม่สามารถเลือกแต่ส่วนที่ดีของเค้าไว้ได้ เราต้องรับส่วนขี้งอน เอาแต่ใจ กรนดัง ฯลฯ มาด้วย
คนเราสามารถทำงานที่ชอบและได้เงิน มีความมั่นคงในชีวิตตามสมควรได้
ซึ่งข้อนี้ผมก็ว่าชัดอยู่แล้วว่า อู๋สามารถทำเงินจากงานที่ตัวเองชอบได้
มีรุ่นพี่ไปเรียนสวีเดนเหมือนกัน ไปเรียนออกแบบอินเตอร์แอคทีฟอะไรงี้
เค้าพบว่ามันหางานยาก หมายถึงงานร้านอาหารอะไรพวกนั้นน่ะนะครับ
ส่วนค่าเรียนนั้นฟรีจริง แต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆเช่น ที่อยู่ อาหารนั้นแพง
ประเทศที่มีร้านอาหารไทยเยอะๆนั้น นอกจากจะมีส่วนช่วยธุรกิจอาหาร-ส่งออกแล้ว
มันยังเป็นเส้นเลือดหลักของการเรียนต่อ-นักศึกษาไทย ผมนึกไม่ออกเลยว่านักศึกษาไทยจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีร้านอาหารไทย
ผมเคยเห็นคนประเทศอื่นๆ ฟิลิปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย พวกอเมริกาใต้ หรือน้องแอฟ
ต้องมาสมัครงานร้านอาหารไทย แล้วเค้าก็บอกว่าอิจฉาที่คนไทยไปที่ไหนในโลกก็อยู่ได้ เพราะร้านอาหารไทยให้ทำงานเต็มไปหมด
ต้มยำกุ้งนี่แหละ สร้างด็อกเตอร์มามากมาย เป็นหนึ่งในสิ่งที่ผมซาบซึ้งในบุญคุณของบรรพบุรุษเราอย่างแท้จริงเลย
คือเมื่อก่อนไม่คิดว่ามันจะสำคัญขนาดนั้น แม้แต่ร้านจีนที่ผมทำอยู่เป็นปี ก็สั่งวัตถุดิบต่างๆจากไทยและต้องมีเมนูอาหารไทยด้วย
(แถมคนสั่งเยอะกว่าจีน)ผมเป็นคนไทยคนเดียวในร้าน แต่ทำประโยชน์ได้มาก เพราะต้องช่วยเค้าอ่านฉลากอยู่เสมอ :30:
เอาเป็นว่าถ้าเรื่องเรียนต่อต่างประเทศ คนไทยได้เปรียบทุกประเทศในโลกเลยล่ะครับ
ถ้าไม่มีต้มยำกุ้ง คนไทยจะได้ไปเรียนต่อต่างประเทศลดลง 70% เลย ผมฟันธง
ขอบคุณเสี่ยเจียงและจา พนมครับ
นั่นมันภาพยนตร์เรื่อง ต้มยำกุ้ง !!! :07:
ขอบคุณครับเก้อ กระจ่างขึ้นอีกเยอะเลย :25:
โอเค เริ่มจากสอบไอเอ่ลให้ผ่านก่อน :58:
ซู่ซู่ :25:
ซู่ตาย :25:
ร้านอาหารไทยอยู่ได้ด้วยนักเรียนไทย
-เจ้าของร้านอาหารไทยในต่างแดน-
ทำอาหารไทยเป็นด้วยนะ :27: แต่เดี๋ยวขอฝึกอีกนิด ให้มันแซ่บๆก่อน :30:
แซ่บๆ ขายได้กับคนไทย ฝรั่งกินไม่ได้ :30:
บักเก้อตอบไปหมดแล้ว :05:
ก็มาเพิ่มเติมให้อีกหน่อยแล้วกัน
สำหรับอังกฤษตอนนี้ ค่าเงินไม่แพงเท่าไหร่แล้ว
1 ปอนด์ ก็ประมาณสี่สิบกว่าบาทถึงห้าสิบบาท
สมัยตูมานั่น 1 ปอนด์ ก็เจ็ดสิบกว่าบาทแน่ะ :05:
ตอนนี้วีซ่าเปลี่ยนกฎใหม่ ถ้าเป็นนักเรียนภาษา
สามารถทำงานได้แค่ 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
แต่ถ้าเรียนมหาวิทยาลัย ถึงจะทำได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ซึ่งตูว่ากฎนี้มันแปลกๆ เพราะคนเรียนมหาลัยจริงๆ
ก็แทบจะไม่มีเวลาไปทำงานหรอก เพราะมันเรียนหนัก
ไหนจะต้องทำการบ้านส่ง ไหนจะต้องเตรียมสอบ
ช่วงที่มีเวลาทำงานได้เยอะๆ ก็ตอนเรียนภาษานี่แหละ
ถ้าร้านทำตามกฎหมาย
ตอนนี้หลายๆ ร้าน ก็มีปัญหาขาดคน
เพราะนักเรียนทำได้แค่สิบชั่วโมง
แต่เอาเข้าจริงๆ หลายๆ ร้าน
ก็ให้นักเรียนแอบทำงานเกินได้อยู่ดี
ยิ่งเฉพาะงานในครัว ซึ่งถ้าคล่องแคล่วว่องไว
ทำอะไรรวดเร็ว จะเป็นที่ต้องการมาก
แต่เรื่องทำงานนี่ต้องระวัง
ตูเห็นหลายคนแล้ว ทำงานเยอะ ได้เงินเยอะ
แล้วก็หลงลืมสิ่งที่ตั้งใจไว้แต่แรก ว่าจะมาเรียน
เพราะงานในร้านอาหารมันหนักด้วยส่วนนึง
บางคนเก็บเงินอย่างเดียว บางคนชอปปิ้ง
บางคนเที่ยวสำมะเลเทเมา เล่นการพนัน เล่นยา
แต่สำหรับคนที่ตั้งใจแน่วแน่มากๆ ก็มี
ตูเคยเห็นคนทำงาน หกวันห้าคืน
ทำแม่มอยู่อย่างงั้นปีนึง
ไม่ไปไหน ไม่กินข้าวนอกบ้าน
(อาศัยกินข้าวที่ร้านเวลาทำงาน)
ก็ได้ค่าเทอมมหาลัย บวกค่ากินอยู่ในปีถัดไป
โดยไม่ต้องทำงานหนัก เพราะจะได้ทุ่มเทกับการเรียน
แบบนี้ก็มีพอสมควรเหมือนกัน
เหมือน หนีตามกาลิเลโอ เลย :25:
เคยมีเพื่อน(ฟ้า) ไปอยู่มาเหมือนกัน รายนั้นพี่ณตคงเคยเจอแล้วมั้งครับ (ชื่อแนน) เป็นตัวอย่างที่สำมะเลเทเมามากๆ :08:
อ้างอิงแต่สำหรับคนที่ตั้งใจแน่วแน่มากๆ ก็มี
ตูเคยเห็นคนทำงาน หกวันห้าคืน
ทำ แม่มอยู่อย่างงั้นปีนึง
ไม่ไปไหน ไม่กินข้าวนอกบ้าน
(อาศัยกินข้าว ที่ร้านเวลาทำงาน)
ก็ได้ค่าเทอมมหาลัย บวกค่ากินอยู่ในปีถัดไป
โดยไม่ ต้องทำงานหนัก เพราะจะได้ทุ่มเทกับการเรียน
แบบนี้ก็มีพอสมควรเหมือนกัน
จากของพี่ณต
ไอเดียนี้เจ๋งดีแฮะ ผมไม่เคยนึกมาก่อน :25:
มันดูเหมือนจะทำให้ช้าในการเรียน
แต่เราเรียนรู้ชีวิตมากขึ้น
(กะจะไปเรียนต่ออังกฤษตอนจบปีหน้าเหมือนกันครับ)
เข้าข่ายเรย์ แมคโดนัลเลยนะ :30:
วิธีอึดทำงานยาวๆ
ตูว่ามันจะไม่ได้เรื่องเรียนรู้ชีวิตนะ
เพราะมันจะไม่รู้จักอะไรนอกจากร้านกับห้องนอน
โอเคล่ะ มันจะเก็บเงินได้เร็วกว่าวิธีอื่น
อีกอย่างตอนนี้จะทำแบบนั้นก็คงยากกว่าปกติ
เพราะโฮมออฟฟิศจะเข้มงวดกว่าเดิม
ขาดเรียนไปแค่สองอาทิตย์ก็โดนส่งชื่อแล้ว
ให้ตูทำแบบนั้น ตูไม่เอานะ
ตูยอมนั่งเกวียน ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป
แต่ได้ละเลียดในการใช้ชีวิตดีกว่า
โฮมลง :07:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 16 ก.ค. 2010, 02:35 น.
โฮมลง :07:
วิ่ง :07:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 15 ก.ค. 2010, 22:07 น.
เคยมีเพื่อน(ฟ้า) ไปอยู่มาเหมือนกัน รายนั้นพี่ณตคงเคยเจอแล้วมั้งครับ (ชื่อแนน) เป็นตัวอย่างที่สำมะเลเทเมามากๆ :08:
พี่ว่าเค้าเจอผู้ชายเฮงซวยมากกว่า :58:
ตอนที่มันเลิกกับไอ้นั่น
คนทั้งร้านแทบจะไชโย
จริงๆ มันยังมีเรื่องเห้ๆ ของไอ้ผู้ชายคนนั้น
ที่แนนมันยังไม่รู้อีกตั้งเยอะ :37:
พี่ณตครับ
ข้อถามเพิ่มเติม
พอดีเจอพี่ที่เค้าเคยเรียนที่อังกฤษ แล้วแฟนเค้าเคยเรียนที่อเมริกา
เค้าบอกว่า เรียนอเมริกาดีกว่า .. จริงรึเปล่าครับ
เค้าบอกว่า อังกฤษ เรียนเร็ว เรียนคล้ายกับไทยก็จริง
แต่อเมริกาจะเน้นให้คิด ให้ทำ ทำให้ความคิดเราโตมากขึ้น
แล้วอังกฤษนี่น่าเบื่อจริงๆ รึเปล่าครับ หรือขึ้นอยู่กับเรา กับสิ่งแวดล้อม ?
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
อันนี้มันน่าจะแล้วแต่สาขาวิชา ฯลฯ นะครับ
พูดว่าเรียนในประเทศไทยนั้นน่าเบื่อ ก็คงยากจะบอก
เพราะสถาบันในไทยนั้นมีมากมาย เรียนแต่ละที่ก็ไม่เหมือนกัน
(ถึงจะมีแนวทางหลักๆของตนเองก็เถอะ) อเมริกาประเทศใหญ่มาก
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะมีอะไรกว้างขวางมากมายแค่ไหน เช่นเดียวกันอังกฤษ
ก็สถาบันการศึกษามากกว่าไทยหลายสิบเท่า เพราะงั้นเป็นคำถามที่ผมว่าไม่มีใครตอบได้แน่ๆ
คำว่าอังกฤษ กับอเมริกา ไม่ได้หมายถึงห้องเรียนห้องเดียว จะได้เทียบกันง่ายๆออกมาเป็นคำตอบสำเร็จรูปขนาดนั้น
เราต้องรู้ก่อนว่าเราจะเรียนอะไรและสนใจแนวทางไหน รวมถึงสนใจที่ไหนบ้าง
ค่อยเอาแต่ละที่นั้นมาเปรียบเทียบกัน
ส่วนน่าเบื่อไหม มันหม่นๆตลอดทั้งปีก็จริง แต่สำหรับผมกรุงเทพ-ประเทศไทยน่าเบื่อกว่า
(ถ้าไม่นับเรื่องมีเพื่อนอยู่ที่นี่น่ะนะ)
:46: ขอบคุณครับ
คือมีแต่เพื่อนที่ไปเรียนอังกฤษมาบอกว่าค่อนข้างน่าเบื่อหน่อยๆ
(บรรยากาศพาไปด้วยแหละมั้ง)
แต่ผมชอบตรงที่จะได้ไปเที่ยวยุโรป :30:
ตูสอบติดงานรัฐวิสาหกิจแล้ว รอสัมภาษณ์วันที่ 22 นี้
หึ หึ หึ หึ :39b:
ตกสัมภาษณ์ :47:
ไอ้เจ็ดเป็ด !! :07: :07: :07:
:57: :57: :57: :57: :57: :57: :57:
:27:
ขออย่าให้เป็นแบบออยนะ
:3005:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 15 ก.ค. 2010, 10:17 น.
งั้นไปสวีเดนเลย :07: :07:
ย่าน Scandinavia เห็นเค้าว่า free sex
:51:
:39b:
สอบการไฟฟ้าช่วงเช้าเสร็จแล้ว เฮือก ถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ
เช้านี้สอบวิชาเฉพาะ การตลาดข้อเขียน 5 ข้อ
บ่ายสอบต่อเดี๋ยวมาเล่าให้ฟัง
ขอให้ได้นะครับพี่ตูน :27:
ขอให้ได้ ขอให้ติดจ้ะ :27:
เป็นไงมั่งเนี่ย อย่าลืมมาเล่าให้ฟังบ้างเน้อ~ :25:
:25: มาแล้วจ๊ะ มาเล่าประสบการณ์ กับการสอบครั้งแรก เพื่อเข้า การไฟฟ้านครหลวง
อันดับแรกเลย สมัคร กรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ ของ กฟน.
ได้หมายเลขสมัครสอบมา แล้วก็เตรียมเอกสารไปยื่นเพื่อตรวจสอบเอกสาร
พอใกล้จะถึงวันนัด ก็เกิดเหตุบ้านการเมืองอย่างที่รู้ ๆ กัน ทำให้ถูกเลื่อนวันออกไป
พอเหตุการณ์สงบ ก็มีประกาศหน้าเว็บ กำหนดวันให้ไปตรวจสอบเอกสาร
วันตรวจสอบเอกสาร ตำแหน่ง นักการตลาด 5 มีคนสมัครผ่านเว็บไซต์ทั้งสิ้น 121 คน
ตอนตรวจเอกสาร (เน้นตรวจ Transcript ทั้ง ป.ตรี และ ป.โท)
อันดับแรก ถ้าจบทั้ง 2 วุฒิ ด้วยวิชาเอก การตลาด ถึงจะได้รับตราสแตมป์ผ่าน
ว่ามีวุฒิวิชาเอกตรงทั้งตรีและโท หลังจากนั้นผู้ตรวจก็เอาปากกาวงกลมตรง เกรดเฉลี่ย
และตรวจเอกสารอื่น ๆ อีกนิดหน่อย แล้วก็ให้กลับบ้าน
หลังจากวันนั้น ก็รอประกาศผลผู้มีสิทธิ์สอบข้อเขียน
จากคนสมัคร 121 คน คัดจากวุฒิการศึกษา เหลือทั้งสิ้น 11 คน :44:
รู้สึกกดดันมาก ช่วงก่อนสอบก็ประหม่า ไม่รู้ต้องเตรียมตัวยังไง มันจะออกสอบอะไรบ้าง ??
ปรึกษาเ้จ้ส้ม ได้แนว ๆ ว่าควรจะไปหาหนังสือแนวข้อสอบ กพ.4 มาอ่าน
ไปซื้อมาอ่านพวก Aptitude Test เน้น ๆ ทบทวน ๆ พอสังเขป
ส่วนวิชาการตลาด อาศัยบุญเก่าที่พอจะยังเหลือในหัวบ้าง + ทบทวนนิดหน่อย
รู้สึกยังเตรียมตัวได้ไม่ดี เพราะงานที่บริษัทชุกมากช่วงนี้ แต่ก็ถึงวันสอบซะแล้ว
สู้ๆ น้องตูน พี่ให้กำลังใจ บวกกำลังภายใน :12:
ใครเคยโดนใบเตือนจากที่ทำงานบ้างครับ เมื่อเช้าเพิ่งได้มาใบหนึ่ง :53:
หูยยย
เท่อะ :25:
เคยแต่เขียนให้คนอื่นครับ :58:
จริงๆก็ สลดนะครับ แต่เรื่องนี้ผมว่าผมไม่ผิดจริงๆ ก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะเป็นยังไง
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 19 ก.ค. 2010, 15:48 น.
เคยแต่เขียนให้คนอื่นครับ :58:
โชว์ได้ไหมคะ อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร จะได้ออกใบเตือนให้คุณพ่อบ้านบ้าง
เขียนเมื่อปีก่อนน่ะครับ เสร็จแล้วก็ส่ง HR ไปละ :30:
(ต่อ)
วันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะกำลังนั่งคิดถึงเรื่องที่จะไปสอบพรุ่งนี้
รู้สึกสับสน รู้สึกไม่อยากไปสอบ กลัวติด และ กลัวไม่ติด
กลัวติด เพราะ ถ้าติด ก็คงจะไปทำ สะดวก ใกล้บ้านมากขึ้้น
ความมั่นคง สวัสดิการให้พ่อแม่ ที่ยอมสมัครสอบ และความคิดจะทำที่นี่
เพื่อพ่อกับแม่ล้วน ๆ รู้ว่า พ่ออยากให้เข้าไปทำงาน เหมือนกับพ่อ
แต่สิ่งที่กลัว คือ ใจเราเองนี่ล่ะ ที่ไม่อยากทำ กลัวว่า field งานที่จะต้องทำ เราจะถนัดไหม ?
การทำงานระบบกึ่งราชการ เราจะรับได้ไหม ?
เคยทำแต่งานลุย ๆ ทำงานโรงงาน จะต้องเปลี่ยนไปทำการตลาด วางแผน คิด ๆ มากขึ้น
แล้วประสบการณ์ที่สะสมมา เกี่ยวกับ อุตสาหกรรมประเภทนี้ (ชิ้นส่วนรถยนต์)
6 ปีที่ผ่านมา เก็บเกี่ยวอะไรได้มาเยอะ จะทิ้งมันไปได้หรือ ? ไม่เสียดายหรือ ?
กลัวไม่ติด ไม่อยากให้พ่อกับแม่ผิดหวัง เพราะรู้ว่าเค้าวาดหวังไว้กับเราเยอะ
รู้ว่าพ่อใกล้เกษียณ อยากให้เราได้เข้าไปทำที่นี่ต่อ ถึงแม้จะคนละแผนกก็ตาม
รู้ว่าในความรู้สึกพ่อกับแม่ การทำงานรัฐวิสาหกิจ มันมั่นคงกว่าบริษัท
ที่สำคัญ รู้ว่า โรงงานกำลังจะย้ายไปบางปะกง แม่กับพ่อคงไม่อยากให้เราไปอยู่ไกล ๆ
สับสน คิดวนอยู่แบบนี้ จนถึง วันเสาร์ ..
ตื่นเช้า เตรียมตัวไปสอบ พ่อแม่อวยพร รู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะ
ไม่ว่าจะยังไง ก็ต้องทำสอบวันนี้ให้ดีที่สุดก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง
เริ่มสอบช่วงเช้า "วิชาเฉพาะตำแหน่ง" ก็คือ การตลาดล้วน ๆ ทั้งหมด 5 ข้อด้วยกัน
เห็นข้อสอบแล้วก็พอจะยิ้มออก ไม่ยาก ทำได้ แต่เป็นอัตนัย ขึ้นอยู่กับผู้ตรวจด้วยส่วนหนึ่ง
ข้อแรก .. อนาคตรัฐบาลมีนโยบายที่จะให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถเลือกซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตรายใดก็ได้
เปิดเสรี กฟน. ควรจะทำอย่างไร เพื่อจะรักษาผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งหน่วยครัวเรือน ห้างสรรพสินค้า โรงงานต่าง ๆ
ให้ยังคงใช้บริการของกฟน. ต่อไป จะทำยังไงให้ผู้ใ้ช้ไฟฟ้ามีความจงรักภักดีต่อ กฟน.
ข้อนี้ ตูนตอบเน้นเรื่อง CSR เพราะในปัจจุบัน สังคม และ องค์กรต่าง ๆ ให้ความสนใจเรื่องนี้มาก
กฟน. ก็สนใจและมีการทำกิจกรรมทางการตลาดที่เกี่ยวกับ CSR อยู่เสมอ (เช่น ปลูกป่าชายเล่น, จัดแคมเปญต่าง ๆ)
หลัก ๆ ก็แนะนำกิจกรรม CSR เช่น Sustainable Production & Consumption
การทำ Green Marketing จัดแคมเปญรณรงค์ให้คนใช้ไฟอย่างมีประสิทธิภาพ
และ ปรับปรุงองค์กร ให้ตอบสนอง ISO 26000 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลตัวใหม่ ว่าด้วยเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม
ซึ่งประชาคมโลกกำลังให้ความสำคัญ ถึงแม้จะไม่มีการตรวจสอบเพื่อให้ผ่านการรับรองมาตรฐาน
แต่มาตรฐานสากลนี้ ก็คงมีอิทธิพล และมีผลต่อการยอมรับในระดับสากล ด้วย
โดยการทำกิจกรรม CSR ต่าง ๆ นี้ เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกฟน.
และเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีระหว่างผู้บริโภคและองค์กร
ทำให้เกิดความจงรักภักดี เกิดความมั่นใจในองค์กร ทำให้เกิดการบริโภคอย่างยั่งยืน
ข้อสอง .. อธิบาย STP มีความสำคัญต่อ การบริหารการตลาดอย่างไร
ข้อสาม .. SWOT Analysis มีความสำคัญอย่างไร มีวิธีการวิเคราะห์อย่างไร
ข้อสี่ .. การวิจัยการตลาดที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร
3 ข้อหลังนี้ค่อนข้างตอบตรง ๆ ตามความหมายและหลักการ
หาอ่านได้ทั่ว ๆ ไปค่ะ แต่ก็ยกตัวอย่างด้วยการวิเคราะห์จากข้อมูลของ กฟน. ด้วย
สรุป ช่วงเช้าทำได้ ค่อนข้างมั่นใจ แต่ก็ขึ้นอยู่กับ ลักษณะที่เราเขียน จะถูกใจคนตรวจไหม ?
ข้อสอบง่ายกว่าที่คิดเอาไว้ แต่ในใจก็คิดว่า 10 คนที่เค้าคัดมา แต่ละคนก็คงเจ๋ง ๆ น่ากลัวทั้งนั้น
เราก็ตั้งใจทำดีที่สุดแล้วล่ะ เดี๋ยว ภาคบ่ายต่อ
อ้างคำพูดจาก: พันเอก เมื่อ 19 ก.ค. 2010, 15:45 น.
ใครเคยโดนใบเตือนจากที่ทำงานบ้างครับ เมื่อเช้าเพิ่งได้มาใบหนึ่ง :53:
ได้มาจะครบปีละครับ น่าจะหมดอายุแล้วละ :27:
ภาคบ่าย .. เป็นการสอบความรู้ทั่วไป ภาษาอังกฤษ และ Aptitude Test
ความรู้ทั่วไป 10 ข้อ ก็ถามเกี่ยวกับ คณะกรรมการปฏิรูป, บิดา กฟน. คือใคร, ภาวะโลกร้อน,
พันธบัตรไทยเข้มแข็ง ฯลฯ (ความรู้ทั่วไปมีตอบได้บ้าง ไม่ได้บ้าง)
ภาษาอังกฤษ 10 ข้อ เป็นบทความให้อ่าน แล้วตอบคำถาม 6 ข้อ (บทความละ 3 ข้อ)
แล้วก็เป็นคำศัพท์ synonym (คำศัพท์ค่อนข้างยาก) 4 ข้อ
Aptitude Test 10 ข้อ อันนี้ทำได้ เพราะโจทย์แนวทางเดียวกับที่อ่านในหนังสือ กพ.4
วิธีการคิด คำนวณ โจทย์ต่าง ๆ คล้ายคลึงกัน
เสร็จสิ้นการสอบทั้ง 2 ภาค เช้า บ่าย รอประกาศผลเดือนหน้าจ๊ะ
ขอให้ตูนสอบติด แล้วค่อยตัดสินใจอีกทีละกันนะว่าเอาไงต่อ
และขออวยพรให้ได้สู้กันในสนามอย่างโปร่งใส
ส่วนใบเตือนของเอ เรื่องมาสายอะเหรอ มันมีวันหมดอายุด้วย ?
เคยเจอใบเตือน(ของคนอื่น) ลดเงินเดือน มันไม่มีวันหมดอายุนะ
โอ๊ววว เห็นแนวการตอบอัตนัยนี่ ฉลุยแน่นอน แน่นเปรี๊ยะมาก CSR , Green Mk ไม่หลุดแน่นอน
เดี๋ยวพฤหัสนี้ พี่ก็จะไปสอบสัมภาษณ์แล้ว ไว้จะมาเล่าบ้าง :27:
// ส่วนใบเตือน เพราะเคยโดนเอง เมื่อครั้งยังเด็ก
พอมาคราวตัวเองเป็นหัวหน้าบ้างนั้น เลยเลือกที่จะเดินเข้าไปเตือนต่อหน้าตรงๆ ดีกว่า
หากมีรอบสอง ใบเตือนจากโอนเน่อแน่นอน กูบอกมึงแล้วนะ ~ :58:
ขอบคุณทุกคนค่ะ
ตูนก็ค่อนข้างรู้สึกดี ที่ทำข้อสอบได้ประมาณนึง
แต่คิดว่า อีก 10 คนที่เค้าคัดมา ก็ค่อนข้างน่ากลัว เราทำได้ ก็ใช่ว่าเค้าจะทำไม่ได้
อาจจะเขียนหลักการได้ดีกว่าเรา เพราะตูนค่อนข้างเีขียนแนว ๆ ที่ถนัด
เหมือนกับอธิบายหลักการตลาดให้อ่านในจู๋ฟาสต์ฟู๊ด ทำนองนั้น
เป็นการอธิบาย และ ยกตัวอย่าง ให้เข้าใจ แต่ไม่ได้ทฤษฎีจ๋าเป็นข้อ ๆ หลักการอะไรเลย
รอวัดดวง ประกาศผลต้นเดือนหน้าจ๊ะ
ขอให้ได้อย่างที่ตั้งใจไว้นะตูน :25:
:46: ขอบคุณค่ะพี่ติ๊ก
:25: เข้ามาให้กำลังใจ
เข้ามาให้กำลังใจครับ
ทั้งพี่ตูนแล้วก็พี่ส้มเลย :25:
ขอให้อย่าเป็นแบบตอนผมสอบก็พอ
เลื่อนประกาศผล 4 ครั้ง ใช้เวลาในการเลื่อน 4 เดือน :07:
ตอนผมสอบสัมภาษณ์นี่ตัวกรองคนเลย
สู้ๆครับ :12:
ตอนสอบสัมภาษณ์ ถือว่าเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ 0 :47:
พี่ส้ม ทำได้อยู่แล้ว :12:
เพิ่งนึกได้
เอ้อ ตอนผมสัมภาษณ์
จะมีคน กรรมการสัมภาษณ์อยู่คน
จะถามแต่ว่า ทำงานอยู่หรือเปล่า ทำไมถึงออกจากที่เก่า ที่เก่าไม่ดีหรือถึงออก ออกมาแล้วที่เก่าจะเป็นอย่างไร
ทำที่เก่าต่อไปดีกว่าไหม บลาๆ ยิงมาแต่คำถามแนวนี้หน่ะ วนๆ อยู่หลายรอบมาก พาเอาเขว :05:
ขอให้ประสบผลสำเร็จ อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ครับ :45:
เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ :25:
เมื่อวานไปสัมภาษณ์มาอีกที่ล่ะ ไม่รู้จะหายเงียบเหมือนที่เคยรึเปล่า :30:
เมื่อวานไปสัมภาษณ์มาแล้วค่ะ
เจ้าหน้าที่แจ้งว่า คนละ 15 นาที ... แต่เอาเข้าจริง ชั้นโดนไปชั่วโมงกว่า :07:
เค้าก็จะให้เล่าประวัติการทำงาน ทำอะไรมาบ้าง
- หากถ้าใครต้องเจอสัมภาษณ์จากราชการ ให้เล่าในส่วนที่เกี่ยวกับตำแหน่งนั้นๆที่สมัคร ว่าง่ายๆคือ เราสามารถช่วยองค์กรอะไรได้บ้างนั่นแหละ
วิจารณ์ และสิ่งที่คิดจะทำ ปรับปรุงในผลิตภัณฑ์ ให้ซัดง่ายๆ 4 P ไปเลย เรื่องนี้เราคุยกันนานมาก
ตูก็พูดถึงว่า การจัดจำหน่ายไม่ดี แล้วยังจะรอให้ลูกค้ามาซื้อคงเป็นไปได้ยาก ตูเลยเสนอช่องทางหลายอย่าง ที่น่าสนใจ
ตูขอละไว้ไม่พูดถึง เพราะถือเป็นความลับองค์กร ที่คณะกรรมการจะนำไปทำจริงๆ นั่นเอง
คุณคิดว่ายังไง กับรายละเอียดที่เพิ่มไป ให้ลูกค้าได้รับรู้ว่าเราใช้นมสด 100% ไม่ผสมนมผง
- อันนี้ ตูกราบคณะกรรมการงามๆ ขออนุญาตพูด แล้วบอกว่า ขอไม่พูดแง่การตลาดนะคะ แต่ขอพูดในฐานะผู้บริโภคที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องนม
หนูจะขอถามว่า .. นม 100% ไม่ผสมนมผง แล้วเจ้าอื่นเค้าก็นมสด 100 % เหมือนกัน และการไม่ผสมนมผงนี่มันดียังไงคะ
เด็กๆยังต้องกินนมผงเลย ตูเลยพูดว่าจะต้องให้ลูกค้าเรียนรู้เรื่องนมมากกว่านี้ และต้องพูดได้ว่าเราเป็นนมที่ดีที่สุดของประเทศไทย
ให้คนกินนมดี เกษตรกรอยู่ดี มีงานทำ ก็จะเป็นวัฎจักรที่ยั่งยืนได้ ฯลฯ @#$%^^&*&())_
คณะกรรมการเลยบอกว่า คุณก็ต้องมาทำต่อไอ้ที่พูดมาตั้งแต่ต้นทั้งหมดนั่นแหละ
ผมมีผลิตภัณฒ์ใหม่มา ให้คุณวิจารณ์ซิ
คุณคิดเห็นยังไง เกี่ยวกับนมโรงเรียน
ตูก็ได้กราบงามๆ บนโต๊ะอีกครั้ง แล้วก็ซัดยาว :47: (ตูไม่รู้ ถือว่าเจอกันแค่หนเดียว :30:)
คุณรู้ไหมว่า ตำแหน่งที่จ้างต้องทำงานอะไรบ้าง
ตูก็เลยตอบว่า ต้องเรียนถามก่อนว่า แยกฝ่ายตลาด กับฝ่ายขายออกจากกันหรือไม่
ถ้าแยก ก็จะเป็นแนวนี้ และถ้าไม่แยกก็จะเป็นแนวนี้
หากคุณมีความรู้มากกว่าหัวหน้า คุณจะมีวิธีเสนองานกับหัวหน้าอย่างไร
อูยย :47b:
พูดอะไรซักประโยคนึง ที่จะทำให้คณะกรรมการอยากรับคุณ
พูดแนะนำผลิตภัณฑ์เป็นภาษาอังกฤษ
เอาล่ะ ไม่ต้องถามอะไรกันมากแล้วมั้ง เป็นสิ่งที่คุณก็ทำปัจจุบันอยู่แล้วนี่นา
คุณจะอยู่กับผมนานกี่ปี
..... ก็คงจะนานล่ะค่ะ :47b:
สุดท้ายจริงๆละ ถ้าผมไม่รับคุณเข้าทำงานล่ะ ....
แต่ ผมจะจ้างคุณให้มาทำทั้งหมดที่คุณพูดมเนี้ย คิดเท่าไหร่ แล้วเมื่อมันลงตัวแล้ว ทางเราก็สามารถดำเนินการเองได้ต่อน่ะ
:18: :18: :18:
เป็นการสัมภาษณ์ที่ยากจะเดาผลจริงๆ ว่าสรุปแล้วจะออกมายังไง คงได้แต่ตามมีตามเกิด เอาไงก็เอา เพราะตูไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรอยู่แล้ว :08:
ส้มเจ๋งแฮะ :25: :25: :25:
ส้มเจ๋งว่ะ
ผิดกับที่จินตนาการไว้เลย
จริงๆส้มเป็นคนหลายโหมดนะ
ขึ้่นอยู่กับจะหันข้างไหนเข้าหาเท่านั้น
ขอให้สอบผ่านนะส้ม สู้ๆ :25:
ส้มมีโหมดนี้ด้วย :25:
ทำไมตูเจอแต่โหมดบ้าบอว่ะ :30:
ตอนแรกนึกว่าพี่ส้มบอกว่า "ตูกราบงานๆเลยนะ" :30: :30: :30:
จริงๆผมว่าพี่ส้มก็เป็นพี่ส้มนะ คือตรงไปตรงมาเหมือนเดิม :12:
ตอบแบบนี้ เขาคงอึ้งๆ :25:
แต่ก็ทำให้เห็นว่าเรามีคุณภาพและทัศนคติที่ดีในการทำงานเช่นกัน :12:
คงเป็นเรื่องสาระ ไม่ใช่เรื่องความตรงไปตรงมาน่ะอู๋
สารส่วนมากที่คนส่วนใหญ่ได้รับจากส้ม
มักจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่อง ตั้งวง(ให้ส้มมอม)เหล้า
เรื่องวีนๆ ที่เต็มไปด้วย เหี้ยๆ สัตว์ๆ อะไรทำนองนี้ :30:
ตอนนี้มองข้ามช็อตไปแล้ว
ไอ้ส้มได้งาน แล้วเจอหนึ่งในกรรมการเป็นหัวหน้ามัน
นายท้าทายลูกน้อง นังลูกน้องก็โชว์เหนือท้าทายนาย
มีเรื่องสนุกๆ มาให้ฟังอีกบานแน่ๆ :30:
:25: เค้าชอบผู้หญิงแบบพี่ส้มเนี่ยแหละ !!!
โอนิซึกะชัดๆ :30:
ถ้าส้มได้งานนี้แล้วคนมาถามว่าทำงานอะไร
ให้ตอบไปเลยนะ ว่าชั้นทำนม
:25: :25: :25:
คงพูดงั้นจริงๆ :30:
ขอบคุณพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆมากค่ะ :25:
โดยเฉพาะพี่ติ๊ก ที่อุตส่าห์ทำกับข้าว อาหาร ขนม อร่อยๆ ให้กินตั้งหลายอย่าง
หลังจากการจบสัมภาษณ์งานเสร็จ ซาบซึ้งใจมาก :05: (เดี๋ยวส้มให้เมมเบอร์กับพี่ชาติ พี่เจนเป็นการตอบแทน :47:)
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 23 ก.ค. 2010, 11:27 น.
ถ้าส้มได้งานนี้แล้วคนมาถามว่าทำงานอะไร
ให้ตอบไปเลยนะ ว่าชั้นทำนม
:30: :30:
ทำมาแพงมากด้วยนะ นมน่ะ
พวกเอ็งพูดกันยังงี้ใช่มั้ยย อย่าหวังเลย ว่าจะได้กินนมฟรี !! :07: :07:
นม(ที่)พี่ส้ม(ทำ)ผมขอผ่านล่ะคนนึง :48:
:30: :30:
:30:
นังไอซ์ !!! :07: :07: :07:
ถ้าโพสไอซ์ได้อีโม น้ำตกไนแองการ่า ในตำนาน จะสมบูรณ์แบบมาก
จัดให้พี่ศักดิ์
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 10 มิ.ย. 2009, 23:35 น.
(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)(http://img3.f0nt.com/10/0caf0083a2df11bc30106116a4f9cb2b.gif)
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 23 ก.ค. 2010, 11:50 น.
พวกเอ็งพูดกันยังงี้ใช่มั้ยย อย่าหวังเลย ว่าจะได้กินนมฟรี !! :07: :07:
ถ้าบอกว่าจะแจกเมมบงเมมเบอร์ ยังดีซะกว่า :11:
เจ๊ส้ม นมโรงเรียน :30: :30:
เมียตูเคยทำทัวร์ประชาสัมพันธ์นมโรงเรียนนะ สนใจติดต่อได้ :37:
พี่ส้มเจ๋งอะ :25:
อ้างคำพูดจาก: Rubberduck เมื่อ 23 ก.ค. 2010, 12:09 น.
เจ๊ส้ม นมโรงเรียน :30: :30:
เมียตูเคยทำทัวร์ประชาสัมพันธ์นมโรงเรียนนะ สนใจติดต่อได้ :37:
แล้วมันเกิดอะไรขึ้นอ่ะพี่ร่ม ขอหลังไมค์ด้วยนะคะ :01:
ไม่มีอะไร :30:
หาจ๊อบให้เมียเฉยๆ เผื่อส้มได้ทำงานนี้น่ะ :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 23 ก.ค. 2010, 11:42 น.
ขอบคุณพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆมากค่ะ :25:
โดยเฉพาะพี่ติ๊ก ที่อุตส่าห์ทำกับข้าว อาหาร ขนม อร่อยๆ ให้กินตั้งหลายอย่าง
หลังจากการจบสัมภาษณ์งานเสร็จ ซาบซึ้งใจมาก :05: (เดี๋ยวส้มให้เมมเบอร์กับพี่ชาติ พี่เจนเป็นการตอบแทน :47:)
มันชื่อพี่ขวัญ ส่วนของพี่เจนไม่ต้อง เดี๋ยวมะม๊าจัดการเอง :39b:
ขอบใจส้มมากๆ เหมือนกัน :25:
ที่มาถึงบ้านพี่โดยไม่หลง มายืนรอถูกตึกอีกด้วย
หูยยย เจ้ส้ม ถ้านู๋ผ่านข้อเขียน ติวให้นู๋ก่อนไปสัมภาษณ์ด้วยนะ :05a:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 23 ก.ค. 2010, 11:27 น.
ถ้าส้มได้งานนี้แล้วคนมาถามว่าทำงานอะไร
ให้ตอบไปเลยนะ ว่าชั้นทำนม
ไม่ต้องรอให้มีคนถามหรอก อวดเลย
นี่ๆ ชั้นทำนมนะ :52:
(http://img3.f0nt.com/10/d46f982b40c4ba0ade77b58813c9a935.png)
เข้ากั๊น เข้ากัน :30:
(http://img3.f0nt.com/10/d46f982b40c4ba0ade77b58813c9a935.png) : นี่ๆ ชั้นทำนมนะ :52:
:25: : โห... ทำที่ไหนเหรอ
(http://img3.f0nt.com/10/d46f982b40c4ba0ade77b58813c9a935.png) : ทำที่แถวๆ หลักสี่ :52:
:25: : :14:
บ.ฝรั่งโทรมาแล้ว :27:
บอกว่าตอนนี้เขาได้คนแล้วนะ เป็นคนที่ปสก.เยอะกว่าคุณ บลาๆๆ
ยังไงถ้าเกิดว่าคนนั้นมีปัญหา เราใส่ชื่อคุณไว้ในลำดับถัดไปนะ
และภายใน 6 - 12 เดือนเมื่อเรามีการขยายทีม เราจะโทรหาคุณแน่นอน
สรุปว่าวืด :37:
แต่ชอบจังที่โทรมาบอกว่ามึงไม่ได้นะ.. ไม่ต้องรอลุ้นเหมือนบ.คนไทย :30:
ปล. สำเนียงออสซี่ :05:
เจ๋งๆ ชอบอ่ะบริษัทนี้ ที่โทรมาบอกด้วยว่าไม่ได้
แถมเจ๋งด้วย ว่าไม่ได้เพราะอะไร น่าทำงานด้วยมากๆนะเนี่ย :25:
ถ้าเป็นบริษัทคนไทยนี่
รอลุ้นด้วยใจระทึกว่าได้หรือไม่ได้
หายากที่จะโทรมาแจ้งว่า คุณได้หรือไม่ได้
บางทีทำให้เสียโอกาสในการสมัครงานที่อื่นด้วย :58:
ใช่ ชอบแบบเออ มึงไม่ได้นะ อะไรงี้ ชัดเจนกว่า :30:
ใช่ ไม่ชอบลุ้น วางแผนต่อไม่ถูก :30a:
เคยเหมือนกัน ตอนนั้นสมัครทำเว็บ
กับบริษัทลูกของ lycos มังที่โลโก้เป็น หมาตัวดำๆ
เทสงานผ่าน แต่ตกสัมภาษณ์ ซะงั้น
เพราะภาษาอังกฤษ ไม่แน่น ตอบคำถามเค้าไม่ได้ 2 ข้อ
ไม่แน่ใจว่าเค้าเป็นคนอะไร แต่สำเนียงฟังยากชิบเป๋ง
แล้วเค้าก็โทรมาบอกว่า ภาษาคุณยังไม่ค่อยดี อาจมีปัญหาเรื่องการสื่อสารในทีมได้ :05:
ชอบที่เค้าชัดเจนดี แต่ก็เศร้าตรงที่ภาษาเราทำไมมันกาก แบบนี้ :05:
ฝรั่งที่เป็นอังกฤษแท้ๆ บางคน พูดแล้วฟังไม่รู้เรื่อง
นายมาจากเบอร์มิงแฮม สำเนียงคล้ายๆ เชฟ Jamie Oliver
แต่ฟังยากกว่ามากมาย สำเนียงเหมือนลิ้นจุกคอ หรือลิ้นไก่สั้น
อย่าเศร้าไป เพราะบางทีฝรั่งด้วยกันยังฟังไม่รู้เรื่องเลย :3005:
Can you อุ๊ปเดท website today
มีหลายคำมากที่สำเนียงแปลกๆ แต่จำไม่ได้แล้ว
สองสามเดือนแรกที่ทำงานด้วยโคตรงงเลย :30:
ไอ้ today นี่เคยเจอฝรั่งออกเสียงเป็ฯ ตูดาย... :3005:
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 23 ก.ค. 2010, 14:43 น.
ไอ้ today นี่เคยเจอฝรั่งออกเสียงเป็ฯ ตูดาย... :3005:
รู้สึกว่าออสซี่ก็งี้นะ ต้องถามหมีเล็ก :30:
ช่าย เคยทำงานกับออซซี่ :30: :30:
เวลาเจอกันมันจะทัก "กุ๊ด ดาย มัท" อะไรของมันวะ :58:
ต้องไปถามออซซี่อีกคน ที่มันนิสัยดี(คือพูดสำเนียงคนชาติอื่นฟังออก) มันบอกว่า "Good day,mate" :30: :30:
เจอหน้าก็ไล่ให้ไปตายกันเลย :30:
Good die, mut. (ขอให้ตายดีนะ.. ไอ้โง่)
แปลจากดิกลุงซัน :30:
ปล. กลับเข้าเรื่อง เดือนหน้าจะว่างงานแล้วนะครับ สาเหตุ.. เดี๋ยวว่างๆ จะมาเล่า :30:
ปล.2 ใครมีงาน ออกแบบตกแต่งก็บอกได้นะครับ :47:
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 23 ก.ค. 2010, 14:04 น.
เจ๋งๆ ชอบอ่ะบริษัทนี้ ที่โทรมาบอกด้วยว่าไม่ได้
แถมเจ๋งด้วย ว่าไม่ได้เพราะอะไร น่าทำงานด้วยมากๆนะเนี่ย :25:
ไอ้ที่บอกว่าน่าทำงานนี่ก็จริงอยู่
แต่ประเด็นคือเขาเสือกไม่รับเราน่ะสิ :30:
เหมือนตกรอบเกมโชว์อะ :30:
ไม่แน่ ผมอาจจะได้กลับเข้าบ้าน แบบ V13 :47:
(http://img3.f0nt.com/23/b09a6249ddfcac3e56af9770da5a2e12.jpg)
V13 :47:
:47:
เจ๊ส้มทำนม :27:
(สังกัดกระทรวงเกษตรป่าวคะ?)
ใช่แล้วค่ะ :47:
กระทรวงเดียวกันกะติ๋มเลย :25:
รู้งี้ไปสมัครตัดหน้าบวบดีกว่า :30:
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 23 ก.ค. 2010, 14:43 น.
ไอ้ today นี่เคยเจอฝรั่งออกเสียงเป็ฯ ตูดาย... :3005:
รู้สึกว่าออสซี่ก็งี้นะ ต้องถามหมีเล็ก :30:
ออสซี่บางคนออกเป็น ตูดายจริงๆ แต่ส่วนใหญ่ออกเป็น ทู๊เดเอ๋~ (อ่านมันให้เชื่อมๆกันนะ)
ถ้าวัยรุ่นๆ ก็ออก ทูด่ะ..
อ้างคำพูดจาก: Rubberduck เมื่อ 23 ก.ค. 2010, 15:28 น.
ช่าย เคยทำงานกับออซซี่ :30: :30:
เวลาเจอกันมันจะทัก "กุ๊ด ดาย มัท" อะไรของมันวะ :58:
ต้องไปถามออซซี่อีกคน ที่มันนิสัยดี(คือพูดสำเนียงคนชาติอื่นฟังออก) มันบอกว่า "Good day,mate" :30: :30:
กุ๊ด ดาย มัท ยังดี
อิ่มเจอ กะ ดาย ไม๊? :3005:
อยากเป็นออสซี่ ไม่ยาก แค่พยายามออกเสียงตัวท้ายเป็นสระ ะ หรือ อี ก็ได้แล้ว เช่น
water อ่าน วอลเตอร์ ออสซี่ อ่าน วอท่ะ
weather อ่าน เวทท่ะ
้here you are อ่าน เฮี้ยย่ะ
football เรียก ฟุตตี้
อันนนี้เด็ดสุด เจอมากับตัว ยืนงงไปแปดตลบ
โวซาโว ดูอิ้ง ดิสซาโว้???
:55: :55: :55: :55: :55: :55: :55: :55: :55: :55: :55:
มันถามว่า what are u doing this afternoon?
:3005:
แม่เจ้าาาาาาาา ย่อซะตูไม่รู้เรื่องเลย
รู้เรื่องแต่ดูอิ้ง :30a:
พูดภาษาอะบอริจิ้นหรือเมารีเถ้อะ ถ้าจะเพี้ยนซะขนาดนั้นละก็ :3005:
จริงๆมีนะ พวกแสลง พวกคำย่อเฉพาะแบบประหลาดๆ
บางคำก็อยากรู้ว่ามันจะย่อทำไม
เช่น แมคโดนัล กลายเป็น แมคเคิ่ล งี้
:37: : where are u going mate? (จะเป็นออสซี่จะต่อท้ายพวก mate เวลาคุยกับเพื่ีอน)
:35: : Mccel !
:37: : what??
:35: : Mccel!!!
:37: : Who is Mccel ?
(นึกว่าเพื่อนใหม่ง่ะ :3005:)
here you are อ่าน เฮี้ยย่ะ :30:
ออสเตรเลียเป็นประเทศที่หลากหลายเชื้อชาติจัด!
อยู่นานๆก็เริ่มงง ไม่รู้อันไหนเพี๊ยนอันไหนจริง :32:
เจอหลายคนชอบออกเสียง แท๊งเคียว =thank you ...มันจะเคียวไปไหน
ปาล์มติดพูดว่า guy,mike มากกว่าmateนะ mateนี่แทบไม่ใช้เลย
แล้วก็ติดคำว่า reckon! ...อยู่ซิดนีย์นานรู้สึกหลายมีหลายชนชาติในร่างเดียว
ช่วงเรียนภาษาจะได้ภาษาอังกฤษทางอเมริกาเหนือ
พอเรียนคอลเลจก็ได้ทั้งเกาหลี อินโด แขก จีน....เพื่อนหลายชาติมากๆ
พอทำงาน...กลายเป็นอเมริกาทางใต้ ชอบมีลูกค้าทักว่ามาจากเซาธ์อเมริการึป่าว
สรุปว่าตูพูดเหน่อ :30:
มีมาถามพี่ๆ เกี่ยวกับประเทศอังกฤษอีกแล้ว
เพิ่งนึกได้ว่า เพื่อนผมเคยไปอยู่ที่นั่น
เห็นบอกว่า ชอบดูถูกคนเอเชีย และจะไม่ค่อยเลือกคนไทยเท่าไหร่
จริงไม่จริง ช่วยชี้แจงด้วยครับ :46:
อ้างคำพูดจาก: พลัม เมื่อ 24 ก.ค. 2010, 13:39 น.
รู้งี้ไปสมัครตัดหน้าบวบดีกว่า :30:
ใจร้าย :11: :30:
อ้างคำพูดจาก: บิ๊กเล็ก เมื่อ 24 ก.ค. 2010, 22:50 น.
มีมาถามพี่ๆ เกี่ยวกับประเทศอังกฤษอีกแล้ว
เพิ่งนึกได้ว่า เพื่อนผมเคยไปอยู่ที่นั่น
เห็นบอกว่า ชอบดูถูกคนเอเชีย และจะไม่ค่อยเลือกคนไทยเท่าไหร่
จริงไม่จริง ช่วยชี้แจงด้วยครับ :46:
ขึ้นกับว่า ไปอยู่ีที่ไหนด้วยแหละมั้งครับ
อย่างลอนดอน คนอังกฤษกลายเป็นคนส่วนน้อยนะ
เพราะส่วนใหญ่คนในลอนดอน ก็มาจากหลากเชื้อชาติมากๆ
อีกอย่างมันขึ้นอยู่กับเราด้วย ว่าไปทำตัวให้เขาดูถูกหรือเปล่า
ส่วนนึงก็คือ นักเรียนไทย เวลาคุยกับเพื่อนฝรั่ง
มักจะคุยไม่รู้เรื่องว่าเขาคุยอะไรกัน เพราะเราอ่านหนังสือน้อย ความรู้รอบตัวก็จะน้อย
และมักจะขาดเรื่ืองของการคิดวิเคราะห์ในทางลึก
เขาคุยกันการเมือง ประวัติศาสตร์ ปรัชญา เพลง หรืออะไรต่างๆ
เราก็จะคุยกับเขาไม่ได้ ไม่สามารถแลกเปลี่ยนอะไรได้
แต่เด็กไทยเราจะเก่งมาก เรื่องชอปปิ้งกับฟุตบอล :30:
เรื่องไม่ยอมรับคนไทย ที่เห็นชัดๆ คือ
ตอนเปิดบัญชีธนาคารที่นี่แหละครับ
ถ้าเราคิดว่า เวลาเราเปิดบัญชีธนาคารที่เมืองไทย
ต้องรอเสียเวลาเป็นชั่วโมง กว่าจะได้สมุดบัญชีมา
ตูจะบอกว่าบริการของธนาคารที่เมืองไทยจะดีติดระดับโลกเลย
ถ้าเทียบกับเวลามาเปิดบัญชีธนาคารที่นี่
สำหรับที่นี่ กว่าจะเปิดบัญชีได้ ก็จะต้องนัดสัมภาษณ์ล่วงหน้า
ขอดูหลักฐานต่างๆ มากมาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ารู้ว่าเรามาจากประเทศไทย
สาเหตุส่วนนึง เกิดจากนักเรียนไทยเหี้ยๆ รุ่นก่อน
สมัยก่อนการเปิดบัญชีที่นี่ง่ายมาก แทบจะไม่ดูหลักฐานอะไรเลย
เปิดเสร็จก็จะได้บัตรเครดิต เดบิต สมุดเช็ค ที่สามารถเบิกเงินเกินบัญชีได้
นักเรียนไทยซึ่งบางคนก็เป็นลูกนักการเมือง เป็นไฮโซ นามสกุลดังๆ
ก็เล่นเบิกเงินล่วงหน้า ใช้บัตรเครดิต เต็มวงเงิน
เสร็จแล้วก็ชักดาบ หนีกลับเมืองไทยกัน :58:
ก็ส่งผลให้นักเรียนไทยรุ่นหลังๆ เปิดบัญชีธนาคารยากมาก
อันนี้ลองถามบักเก้อดูได้ ว่ายุ่งยากขนาดไหน
:05: โอ้ว เศร้า
แต่อยากไปเรียนแล้ว :25:
ผมกลัวเวลาคุยเรื่อง ศิลปะ กับ ประวัติศาสตร์นี้ล่ะครับ :3005:
ศิลปินชื่ออะไร เกี่ยวข้องยังไงกับช่วงยุคสมัยไหน
ไม่รู้เรื่องเลย
จะว่าไปก็เคยเล่าเรื่องเพื่อนคนหนึ่ง เพื่อนมัธยม
ซึ่งเป็นคนฉลาด ทำงานดี ก่อนไปเรียนต่อเป็นวิศวกรที่มิชลิน
ก็ถือว่าเป็นคนชั้นดีในสังคมไทยว่ายังงั้น
แล้วมีวันนึง มันไปนั่งกินเหล้ากับเพื่อนๆ ซึ่งมีคนหลายชาติ
ฝรั่งยุโรปเกือบทั้งหมด มีอเมริกาใต้คนนึง มันหัวดำคนเดียว
เค้าก็ไม่ได้คิดว่าจะดูถูกหรืออะไรเรา ก็พยายามชวนมันคุยด้วยในวงสนทนา
แต่ปัญหาคือ มันไม่รู้เรื่องเลย ว่าเค้าคุยอะไรกัน ไม่ใช่ว่าฟังไม่ออก ฟังออก
แต่ไม่รู้ว่ามันเรื่องอะไร ก็เรื่องทั่วๆไปอย่างสังคม เพลง ศิลปะ วัฒนธรรม ฯลฯ
ถึงบางเรื่องที่มันรู้ มันก็ไม่รู้ว่าควรจะมีความคิดความอ่านยังไงกับเรื่องพวกนั้น พูดออกไปยังไง
มันเปรียบว่า เหมือนเรากำลังนั่งคุยกันอยู่เป็นวงกับเพื่อนๆ แล้วก็ดันมีแรงงานพม่ามานั่งด้วยคนนึง
มันรู้สึกว่าตัวเองเป็นแบบนั้นเลย เป็นแรงงานพม่า รู้สึกเลยว่านี่มันเรื่องจริงที่ว่าการศึกษาไทยนี่ล้มเหลวแท้ๆ
ที่ผลิตคนชั้นดีของสังคม วิศวกรบริษัทใหญ่ แต่ไม่รู้เรื่องห่าอะไรกับโลกเค้าเลย
ก็ประมาณนี้ เหตุการณ์นี้น่าจะช่วยขยายความที่พี่ณตว่าได้ชัด
คือเค้าไม่ได้ดูถูกเรา แต่เค้าแค่ประเมินเราตามความเป็นจริง
และเราก็อย่าใช้กลไกปกป้องตัวเอง ด้วยการบอกว่า
ที่เค้าทำแบบนั้นเพราะเค้าดูถูก ฝรั่งนิสัยไม่ดี ลองมองอีกมุมดูสิครับ
โอ้วว :46:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 26 ก.ค. 2010, 18:25 น.
ผมกลัวเวลาคุยเรื่อง ศิลปะ กับ ประวัติศาสตร์นี้ล่ะครับ :3005:
ศิลปินชื่ออะไร เกี่ยวข้องยังไงกับช่วงยุคสมัยไหน
ไม่รู้เรื่องเลย
จริงๆ แล้วเขาไม่สนหรอกนะครับ
ว่าเราจะรู้ว่าใครจะเกี่ยวข้องอยู่ในยุคไหนชื่ออะไร
เพราะเรื่องพวกนี้ค้นกุกเกิ้ลก็เจอ
แต่สิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดคือ
แล้วเรามีความคิดเห็นยังไง
เวลาเห็นงานของคนเหล่านี้
และทำไมเราถึงคิดแบบนั้น
ตรงนี้ต่างหากที่เขาสนใจ
และการมีเหตุผล แหล่งอ้างอิง
มารองรับความเห็นและกระบวนการคิดวิเคราะห์ของเรา
นั่นก็จะช่วยทำให้ความเ็ห็นของเรามีน้ำหนัก และน่ารับฟังมากขึ้น
ข้อสอบอาจารย์ฝรั่งชอบเป็นประมาณนี้เลย ซึ่งตูชอบมาก ได้คะแนนง่ายโดยไม่ต้องตั้งใจเรียนเท่าไหร่ :30a:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 26 ก.ค. 2010, 20:54 น.
จริงๆ แล้วเขาไม่สนหรอกนะครับ
ว่าเราจะรู้ว่าใครจะเกี่ยวข้องอยู่ในยุคไหนชื่ออะไร
เพราะเรื่องพวกนี้ค้นกุกเกิ้ลก็เจอ
แต่สิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดคือ
แล้วเรามีความคิดเห็นยังไง
เวลาเห็นงานของคนเหล่านี้
และทำไมเราถึงคิดแบบนั้น
ตรงนี้ต่างหากที่เขาสนใจ
และการมีเหตุผล แหล่งอ้างอิง
มารองรับความเห็นและกระบวนการคิดวิเคราะห์ของเรา
นั่นก็จะช่วยทำให้ความเ็ห็นของเรามีน้ำหนัก และน่ารับฟังมากขึ้น
อ๋อ :18:
แบบนี้ก็ต้องตั้งใจ เรียนรู้และซึมซับความเป็นศิลป์ให้มาก
จะได้มีความคิดความอ่านเป็นของตัวเอง
เหมือนคนอ่านหนังสือเยอะๆจะเป็นคนเรียบเรียงคำพูดได้ดี และมีมุมมองที่กว้างกว่าคนเอาแต่พูดแล้วไม่ฟังไม่อ่านอะไรเลย
แบบนี้รึเปล่าครับ :46:
ลืมเรื่องรายละเอียดไปหมดแล้ว เพราะไม่ได้คุยกะใครนี่แหละ :3005:
ตอนนี้นับถอยหลังอีก 4- 5 เดือนจะออกจากงานสคบ
กลับมาอยู่บ้านทำเสื้อเหมือนเดิมล่ะ
ส่วนแอนก็รับทำเว็บอยู่บ้านเหมือนเดิม
กิจการเสื้อน่าจะกำลังไปได้สวย
เครื่องสกรีนรุ่นวีออสเริ่มจะคืนทุน
ขายได้ 2 หมื่นแล้วแหละ เหลืออีก สี่แสนแปดก็คืนทุนแล้ว :05:
ตอนนี้นับๆ ดูจบปริญญาตรีมาก็ 8 ปี ล้มลุกคลุกคลานมาเยอะ
3-4 ปีนี้เริ่มลงตัว ใช้ชีวิตอย่างสบายๆ มีงานทำมีเงินใช้
มีบ้าน มีรถ (ให้ผ่อนเรื่อยๆ)
และก็คิดว่าน่าจะลงตัวกับอาชีพการงานแล้วแหละ โบว์ก็คงไปได้ดีกับการทำเสื้อ
และแอนก็คงไปได้สวยกับการทำเว็บไซต์อยู่ที่บ้าน (มากกว่าการเป็นพนักงานออฟฟิศ)
โบว์ไม่เคยว่าตัวเองเก่ง เลอเลิศนะ
ไม่เคยดูถูกอาชีพมนุษย์เงินเดือนด้วย
เพียงแต่ว่ามันไม่เหมาะกับเรา โบว์เหมาะจะเป็นแม่ค้ามากกว่า :30:
เคยบอกน้องนุ่งไว้ว่า เป้าหมายคนเราไม่เหมือนกัน
คนเราบางคนเหมาะที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจ บางคนเหมาะที่จะเป็นฟรีแลนซ์
บางคนก็เหมาะที่จะเป็นพนักงานประจำ
ไม่ใช่ว่าเรามองแต่คนที่ประสบความสำเร็จ เห็นเค้าทำสำเร็จแล้วอยากทำแบบเค้าบ้าง
เห็นเค้ารวยเป็นร้อยล้านพันล้าน แล้วอยากเป็นแบบเค้า
มันไม่ใช่นะ มันต้องหาอะไรที่เหมาะกับตัวเองที่สุด
(ยิ่งในสังคมอินเตอร์เน็ต คนเราจะพูดอะไร พูดได้ทั้งนั้นแหละ
จะพูดให้ตัวเองสวยหรูแค่ไหน จะพูดให้ตัวเองดูดีแค่ไหน
จะทำให้คนฟังรู้สึกว่าชั้นเก่งแค่ไหนพูดได้ทั้งนั้น)
ตั้งแต่ไปอยู่อาร์เอสเลยได้ฟังนักการตลาดที่พูดเก่ง
โฆษณาตัวเองเก่งภาพพจน์สวยหรูแต่งานห่วยเพียบเลย
คนเราไม่มีเวลาพลาดนะ ถ้าคุณมีเงินถุงเงินถังก็พลาดไปเหอะ
เคยมีเพื่อนรวยๆ เออ ช่างมึงเหอะ เจ๊งกี่รอบก็ยังมีเงินแม่เงินพ่อ
แต่ตัวโบว์เอง รู้ว่าไม่มีเวลาพลาดแล้วนะ
เราน่าจะเลยช่วงพลาดมาแล้ว เราไม่มีเงินถุงเงินถัง
ถ้าเจ๊งนี่ฉิบหายเลยนะ ดังนั้นทุกอย่างที่ทำ
งานที่ทำตอนนี้ต้องวางแผนเป็นอย่างดีไม่งั้นก็แย่(ค่าเครื่องสกรีนก็แพงตายชัก)
เรื่องวางแผนธุรกิจ เดี๋ยวไว้มาเล่าอีกที
จริงๆ เรื่องวางแผนอยากฟังพี่โอ๋มากเลยแหละ
ได้ข่าวว่ากำลังขายสาขาโรงเรียนด้วย
ตอนนี้ใครมีอะไรมาแชร์กันบ้างไหมคะ
ไปเที่ยวกะพี่ติ๊กพี่เจนมา 2 วัน คุยเรื่องโน้นสลับเรื่องนี้กันหลายเรื่อง
มันก็มีเรื่องงานเรื่องอนาคตอยู่ด้วยแหละ
เลยคิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ มาพิมพ์ไว้ในนี้หน่อยดีกว่า
จะได้ไว้เตื่อนใจกันหลงทาง :33:
กำลังจะเข้ากรุงไปเป็นมนุษย์เงินเดือนแบบอาร์ตๆ เร็วๆ นี้ครับ :25:
ไหนว่าจะไม่มาอยู่กรุงเด็ดขาดไง
ปล. แอนนับถือพี่โบว์แอนแหละ
พี่โบว์เป็นแม่ค้าที่ขายเก่ง พี่แอนก็หาความรู้มาทำเว็บอยู่เสมอๆ
ให้แอนไปขายของนี่รู้สึกว่ายากมากๆ เชียร์คนไม่เป็นอ้ะ
จริงๆก็อยากจะทำอะไรของตัวเองซักอย่างนะ
แต่ก็คิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี
ประกอบกับงานที่ทำก็พอโอเคอยู่
เลยคิดว่าอยู่ตรงนี้ไปเรื่อยๆก่อนแล้วกัน :56:
ถึงน้ำเสียงเวลาคุยโทรศัพท์ น้ำเสียงจะหวานหยด
แต่ไปเที่ยวด้วยกัน 2 วัน แทบไม่เห็นโบว์เชียร์คน เพราะแม่ค้าคือพระเจ้า :30:
โบว์ฮาร์ดเซล ขายจริงจัง ไม่อ้อมค้อม
ไม่อีโก้เหนียมอายที่จะขอความช่วยเหลือ :12:
จริงๆ ตอนนี้โบว์กังวลแหละ
เห็นแบบนี้ก็เครียดนะ เมื่อกี้ก็คุยกับแอนมาตลอดทางว่า เราจะรุ่งแน่เหรอ
นานแค่ไหนมันจะคืนทุน แอนบอกว่าให้ตั้งเป้าไว้ 2 ปี
อ่านเพลินมาชั่วโมงกว่า ได้ 18 หน้าเอง :58:
ขอบคุณทุกเรื่องที่เติมพลังให้ชีวิตนะครับ ไว้จะมาอ่านต่อ
อ่านแล้วรู้สึกตัวเองไร้สาระมากๆเลย ไม่มีอะไรมาแชร์ได้เลยเรา :05:
ผมก็พอกันครับ
ตอบแต่เรื่องชาวบ้านได้ เรื่องตัวเองไร้สาระสุดๆ
ไม่มีเป้าหมายอะไรให้พุ่งชนทั้งนั้น :30:
ผมนี่ก็ไร้สาระ
วันๆ ไม่ได้อะไรเลย
ลูกพี่บอกมึงน่าจะไปเขียนหนังสือแบบมหาลัยเหมืองแร่
อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 23 ก.ค. 2010, 13:20 น.
หูยยย เจ้ส้ม ถ้านู๋ผ่านข้อเขียน ติวให้นู๋ก่อนไปสัมภาษณ์ด้วยนะ :05a:
โพสต์ไว้กันลืม " ไฟฟ้าสว่างทั่วทิศ สร้างเศรษฐกิจไทย " ไปลองดูว่ามันเป็นยังไง เป้าหมาย และการต่อยอด
งานนี้การไฟฟ้าจับมือร่วมกับ ททท. ด้วย ถือว่ายังสตาร์ทไม่ค่อยดี มันแปลกๆ บอกไม่ถูก
แต่ต่อไปท่าทางจะเวิร์ค หากมีการสานต่ออย่างต่อเนื่อง และมีทิศทางการปฏิบัติที่มั่นคงและเห็นเป็นรูปธรรมมากกว่านี้
น่าจะช่วยในเรื่องการสัมภาษณ์ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ :46:
อ้างคำพูดจาก: ☼ แอนค่ะ ☼ เมื่อ 26 ก.ค. 2010, 23:41 น.
ไหนว่าจะไม่มาอยู่กรุงเด็ดขาดไง
ปล. แอนนับถือพี่โบว์แอนแหละ
พี่โบว์เป็นแม่ค้าที่ขายเก่ง พี่แอนก็หาความรู้มาทำเว็บอยู่เสมอๆ
ให้แอนไปขายของนี่รู้สึกว่ายากมากๆ เชียร์คนไม่เป็นอ้ะ
จริงๆก็อยากจะทำอะไรของตัวเองซักอย่างนะ
แต่ก็คิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี
ประกอบกับงานที่ทำก็พอโอเคอยู่
เลยคิดว่าอยู่ตรงนี้ไปเรื่อยๆก่อนแล้วกัน :56:
พี่ว่าที่แอนทำอยู่ก็โอเคนิ งานก็ดี เงินก็โอเค
อย่างที่พี่บอกแหละแอน ว่าบางคนเหมาะที่จะทำอย่างนึง
บางคนเหมาะอีกอย่าง ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเจ้าของธุรกิจกันหมดทุกคน
ไม่งั้นโลกมันคงไม่สมดุลน่ะ
แต่หลายๆ คนแหละ ที่อยากมีกิจการของตัวเอง
บางคนทู่ซี้ทำตามชาวบ้าน ไม่เหมาะ เจ๊งไปเยอะ
จะสังเกตุเห็นบ่อยๆ พวกร้านกาแฟเล็กๆ ร้านไอติมเล็กๆ ที่เจ๊งไปเยอะมาก
เพราะความฝันกับความจริงมันไม่เหมือนกัน ฝันมันสวยหรูหมดแหละ ความจริงอีกเรื่อง
ถ้าน้องแอนอยากทำอะไรลองศึกษาและหาเยอะๆ เนอะ
ต้องวางแผนดีๆน่ะ :33:
ใช่ๆ เทหมึกลงส้วมทีนึงแทบกรี๊ด :05:
เทบ่อยๆ เดี๋ยวก็ชิน หายกรี๊ดไปเอง :58:
หรือไม่ก็ให้พี่เจนเทให้แล้วให้กรี๊ดให้ด้วย จะได้ไม่ต้องกรี๊ดเอง :33:
เพี้ยนกันใหญ่แล้ว :58:
ป.ล.
อยากอ่านการวางแผนดำเนินธุรกิจของพี่โอ๋เหมือนกันค่ะ
ค่าเรียนของ รร พี่โอ๋ก็เท่าๆ กับเจ้าอื่นทั้งๆ ที่ คู่แข่งเยอะ ค่าเช่าแพง
อยากฟังแนวทางการดำเนินธุรกิจของพี่โอ๋ ว่าทำยังไงถึงก้าวไปได้อย่างมั่นคง จนกระทั่งสามารถขยายสาขา
(จำได้ว่าช่วงแรกค่อนข้างหนัก พี่โอ๋เคยเล่าว่าช่วงแรกน้องวาดต้องช่วยแจกใบปลิวที่เซ็นทรัลแจ้งด้วย)
อ้างคำพูดจาก: ☼ แอนค่ะ ☼ เมื่อ 26 ก.ค. 2010, 23:41 น.
ไหนว่าจะไม่มาอยู่กรุงเด็ดขาดไง
ก็ :25: บ.เค้าเอาของเล่นมาล่ออ๊ะ :25: ไปทำแค่หมดของเล่นแล้วก็กลับน่ะครับ :25:
ของเล่นที่ว่า....เด็กหนุ่มๆ สินะ กินหมดแล้วก็กลับ :47:
บันทึกไว้บ้าง
หลังจากที่ดิ้นรนจนใกล้จบ นิสิตปีห้า กะ เกรดห่วยๆ
แต่ไฟแรงคุกรุ่นเต็มไปหมด ในใจคิดว่า กูทำโรงงาน ใครเขาจะรับกู
ถ้ากู เปิดร้านเกม วันๆเล่นเกมสบายใจ แต่ทุนแม่งเยอะว่ะ
คุยกะเพื่อน ที่สภาพเดียวกัน เลยลงเอยด้วยการเปิดร้านเหล้า
มีพี่คนนึงมาชวนร่วมหุ้น บอกว่าลงทุนเฉยๆ เข้าไป กินอาหาร กินเหล้า แล้วรับเงิน เดือนๆได้เป็นแสน
ของผมลงไป 15% ก็ได้ เดือนนึงหมืนห้าแล้วนะเออ
แต่เนื่องด้วยแต่ละคนทุนน้อย คนร่วมทุนจึงเยอะ เกณฑ์ๆกันมา เงินที่ผมลงไปคือแสนห้า
วิมานในอากาศ ของผมเริ่มเป็นรูปร่าง
มากคนมากความ แต่คงไม่มีปัญหา ถ้าร้านมันได้กำไร ใครจะไปคิด ว่าร้านที่สมัยวัยรุ่นไปนั่งเฮๆ กัน
คนเพียบ น้ำแข็งทุนถังละบาท เราขายสามสิบ เครื่องดื่ม อาหารทุกอย่าง ชาร์จ ราคาหมด
มันจะไม่ได้กำไรเลย......
Episode แรก...
ในตอนแรก (ผมลงเงินไปเฉยๆ ยังไม่ได้ลงไปบริหาร เพราะยังไม่จบ ไปดิ้นรนให้จบก่อนแล้วค่อยว่ากัน
ให้พี่ๆคนอื่นเค้าบริหารกันไป ส่วนผมแวะไปบ้าง)
เราคำนึงถึงรายรับกันอย่างเดียวเลย สนุกสนาน เฮฮา โอ้ววันนี้ได้เยอะเว้ย ได้วันละ 3000 พันถึง หมื่น
เรามีเงินก้อนหมุนในร้าน อยู่ก้อนนึง เป็นระบบหักสิ้นเดือน
พอสิ้นเดือน รายจ่ายมันมากกว่ารายรับ เงินก้อน ก็ถูกเฉือนออกไป ค่อยๆแหว่ง ค่อยๆแหว่ง
จนกระทั่งเงินหมด
.
.
.
ในขณะ นั้นผมก็รับสอนประปราย ทั้งกวดวิชาทั้งหลาย และ เปิดสอนใต้อาคาร ทำให้ผมมีรายได้บ้าง
แต่เป้าหมาย ผมคือร้านเหล้า ผมจะเลิกสอน และ ไปเป็นเสือนอนกินกะกิจการนี้ละ
"บาร์ใหม่"
แต่....
เมื่อผมกลับไป "ภาพเสี่ยอ้วนๆ เดินเข้าไป เด็กเสริฟยกมือไหว้ กันเป็นแถว" กลับแตกสลาย
เหลือ พี่ที่ทำร้าน อยู่ คนนึง กับ ร้านโล่งๆไม่มีลูกค้า พร้อมหนี้ร้านอีก สี่แสนห้า
พี่เค้าเล่าว่า หุ้นส่วนแต่ละคน พยามจะลดค่าใช้จ่ายของร้านลง
โดยเอาวงดนตรีออก ลดเกรดอาหาร ลูกค้าจึงหาย
ผมโทรไปหา เรียงตัวเริ่มจากคนหุ้นใหญ่ ว่าทำไมไม่ีมีใครบอกผม ก็ได้ข้ออ้างต่างๆนานา แถมคำด่ากลับมา ว่าแกเคยมาช่วยมั้ย
(แล้วไอ้ที่ บอกว่าลงทุน สบายๆ เสือนอนกิน ใครบอกวะ)
ตอนนี้ทิ้งร้านกันไปหมดแล้ว
เหลือ ผมกะเพื่อนคนนึง ที่ลงแต่เงินมาในตอนแรก แต่ไม่ได้เข้ามาบริหาร
ร้าน และ หนึ้
Episode สอง
ถ้าผมหนี ไม่เข้าไปยุ่ง ผมก็ไม่เดือดร้อน เอาไงดีวะ เงินก็ลงทุนไปแล้วไม่ใช่น้อยๆ
ผมนอนคิดหัวแตก ปรึกษากะเพื่อน และให้พี่ที่รู้จักอีกคน ร่วมด้วย
จึงทำการ บริหารร้านทำกันเอง (พวกมึงไม่ทำร้านกันแล้วหนิ)
ตอนนี้ไม่คิดเรื่อง กำไรและ คิดว่าจะทำไงให้ร้านอยู่รอด
ผมจึงเบิกเงินก้อนสุดท้าย มาเป็นเงินหมุน เป็นจำนวน สองหมื่นบาท :30:
วางแผนให้รัดกุม อุดช่องโหว่เรื่องรั่วไหล ตัดค่าใช้จ่ายเป็นรายวัน
และกลับไปสอน เพื่อ เอาเงินมาทำร้าน
สุดท้าย หนี้ร้านก็หมด และ เงิน สองหมื่นบาท นี่ก็ได้คืน
เป็นขั้นตอน จะสบายละ จะเลิกสอน จะนอนกิินละ
แต่แล้ว
ร้าน โดนยกเค้าครับ
มันเอาตู้ลำโพงไปหมด ตู้ลำโพงชุดละ แปดหมื่น
มันควักเอาหัวใจ ของร้านไป
ลูกค้าก็ลดน้อยถอยลง จนใบเสร็จค่าไฟค่าน้ำมาเก็บ
ผมไม่มีเงินจ่าย
จะเฉือนเนื้อ ที่มีอยู่ มาจ่าย ก็กลัวไม่ได้คืน
ผมมอง เจ้าหน้าที่ มาตัดไฟ ต่อหน้าต่อตา เนื่องจากไม่ได้จ่ายค่าไฟ มาสองเดือน
ผมค่อยๆ บรรจงปิดร้าน แปะประกาศ และเซ้ง มันไปในราคาถูกๆ ซึ่งแบ่งแปดคนแล้วได้คืนคนละไม่เท่าไร
ตอนนี้ ชื่อร้านได้ถูกเปลี่ยนเป็นวันศุกร์ เวลาลูกค้าเก่าๆโทรมา ผมจะบอกว่า "อ๋อ ผมไม่ได้ทำร้านแล้ว แต่ลองไปทานกันได้นะครับผม
ชื่อร้านวันศุกร์"
ผมเกร็งเสียงทำตัวร่าเริง ราวกับว่ามันเป็นร้านของผม
แต่ในใจ เหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มอยู่
ปัจจุบัน ก็รับสอนทั่วราชอาณาจักร กวดวิชาประจำเลยก็ "กวดวิชา อัพเกรด" แถวๆเกษตร
แต่ ออกมาแล้ว ออกมาสอนเอง โดยร่วมกับ อาจารย์ โรงเรียนบดินทร์เดชา และ โรงเรียนอำนวยศิลป์
อนาคต ถ้ามีเงินทุน คงเปิดโรงเรียนกวดวิชา เล็กๆ ก่อน
ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ
ฟังโน้ตอุดม เล่าช่วง ลูกตันโออิชิ แล้ว มีกำลังใจ เค้าเจ๊งสิบล้านเค้ายังฮึดสู้ต่อ
จบการบันทึก
โว้วว ชีิวิตทำกิจการเองแล้วไปไม่ได้ ติดหนี้อะไรนี้โคตรเครียดเลย
สู้ๆครับ :12:
ตั้งเจ๋งนะ :25:
สู้ ๆ เน้อ
ตอนที่ยังมีบาร์ใหม่ ไปร้านมา 2 รอบ ยังเสียดายอยู่จนทุกวันนี้
ปล. กุ๊กทำยำโคตรอร่อยเลยอ่ะ เสียดายจริง ๆ นะ :05:
ขอบคุณครับ :33:
ตั้งเจ๋งนะ :12:
พี่เข้าใจเลย ยิ่งช่วงไหนร้านขายไม่ดีนี่โคตรเครียด งัดสาระพัดกลยุทธ์ ทำทุกอย่างเพื่อประคองให้ร้านมันไปได้
เมื่อก่อนสมัยอยู่ร้านเหล้า ก็เห็นเรื่องแบบนี้มาเยอะ
เพื่อนแตกคอกันเพราะคำว่าเงิน
ลูกคนรวยเล่นขายของ เอาเงินพ่อแม่มาละลาย
ภาพของความสำเร็จในช่วงแรก และ พบสัจธรรมว่าไม่มีอะไรแน่นอน
หลายคนเสียอะไรไปเยอะ นอกจากเงิน
ทั้งสุขภาพ ความฝัน มิตรภาพ
หวังว่าบทเรียนที่ได้มาน่าจะคุ้มกัน
แต่ของตั้งนี่ซวย ไม่สิถ้าลำโพงไม่หาย ตั้งยังทำร้านต่อมันอาจไม่หยุดซวยแค่นี้ก็ได้
เออ..ว่าแต่ไปดูร้านวันศุกร์ซิ ว่าลำโพงที่มันใช้อยู่เนี่ยของเอ็งรึเปล่า :47:
นั่นสิ :39b:
ดีๆ ตั้ง อยากให้คนมาเล่าเรื่องไม่สำเร็จเนี่ยแหละ
จะได้เป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่นบ้าง
ถ้าเอะอะมีแต่เรื่องสวยหรู เดี๋ยวพอมาทำแล้วเจ๊งจะทำใจไม่ได้ :30:
ปล.เดี๋ยวมีเรื่องเจ๊งๆ จะมาเล่าให้ฟัง
อ่านแว็บๆเป็น "เดี๋ยวมีเรื่องเจ๋งๆมาเล่าให้ฟัง"
ตั้งนี่ถือว่า ใจกล้ามาก
กล้าเอาเงินหลักแสนให้คนอื่นดูแล
ประสบการณ์ที่ได้กลับมาก้คุ้มดี คุ้มกว่าดอกเบี้ยในธนาคารแหละ
เพื่อนที่พัทยานี่ก็เจอเคสคล้ายๆกัน ชื่อป้อง(นามสมมติ)
ทำงานประจำด้วยเลิกกงานไปดูร้าน
ทำเองในร้านแทบทุกอย่างวันไหน หุ้นส่วนไม่มาช่วยป้องทำคนเดียว
ทำอาหาร เซิร์ฟ ล้างจาน ร้องเพลง เก็บตังค์ เก็บโต๊ะ ไล่แขก
ร้านเปิดจนเช้าออกจากร้าน มาทำงานประจำต่อ นั่งหลับในห้องทำงานกลิ่นละมุดคละคลุ้ง
กิจการเริ่มไปได้ดี แต่เกิดโดนไล่ทีเพราะหุ้นส่วนแตกคอ
ป้องแยกตัวมากับเพื่อนอีก2คน มาเปิดร้านใหม่เอง
ทำเลไม่ดี บริการไม่โดน วันๆเจ้าของร้านเล่นวินนิ่งโชว์
จ้างเด็กเฝ้าร้านยังไงม่รู้ เด็กขนเครือ่เงพลย์กับเครื่องดนตรีแล้วเผ่นไป
และนั่นคือจุดจบของกิจการที่ป้องรัก
ตอนนี้ป้องทำไรไม่รู้(ไม่ได้เจอ เลยไม่ได้คุยกัน)
แต่เห็นว่าจะเปิดร้านอีก หาโอกาสอยู่
โอ้ว สู้ๆ นะครับ ทุกคน
ตั้งเจ๋งว่ะ :12:
ว่าจะไปกินที่บาร์ใหม่พอดี ได้ข่าวกับข้าวอร่อย :25:
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 27 ก.ค. 2010, 09:58 น.
โพสต์ไว้กันลืม " ไฟฟ้าสว่างทั่วทิศ สร้างเศรษฐกิจไทย " ไปลองดูว่ามันเป็นยังไง เป้าหมาย และการต่อยอด
งานนี้การไฟฟ้าจับมือร่วมกับ ททท. ด้วย ถือว่ายังสตาร์ทไม่ค่อยดี มันแปลกๆ บอกไม่ถูก
แต่ต่อไปท่าทางจะเวิร์ค หากมีการสานต่ออย่างต่อเนื่อง และมีทิศทางการปฏิบัติที่มั่นคงและเห็นเป็นรูปธรรมมากกว่านี้
น่าจะช่วยในเรื่องการสัมภาษณ์ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ :46:
:46: ขอบคุณค่ะเจ้
ตั้งวางแผนกับกิจการสอนพิเศษยังไงบ้าง ว่าจะถามหลายทีแต่ไม่ค่อยเจอกัน
โบว์แอนวางแผนดำเนินธุรกิจได้แยบยลเกินใคร :37:
3 เดือนแรกหลังออกจากงาน
มันจะย้ายมาอยู่กินกันที่บ้านตู ไอ้น้องบ้าเอ้ย :3005:
บอกแล้วไง ว่าชีวิตมันพลาดไม่ได้แล้ว
เราไม่มีสมบัติพ่อแม่ ไม่มีเงินถุงเงินถัง
ต้องวางแผนเกาะชาวบ้านเค้ากิน :30:
ดูเหมือนจะฮาๆ พูดเล่นๆ นะครับ
แต่ตูเอาจริง :39b:
เดี๋ยวฟักไข่รอเลย :07:
ไปด้วย :25:
ป่ะ ไปกัน :25:
อีพวกนี้ เพี้ยนกันไปหมดแล้ว :0705:
:30: :30: :30:
ปิดร้านตีสาม ตื่นไปสอนแปดโมง ถึง สี่โมง เตรียมสอน ห้าโมงถึงทุ่ม ทุ่มนึงไปเปิดร้าน ปิดร้านตีสาม ...
ชีวิตนี่พลาดไม่ได้ใช่มั้ยครับ
ผมพลาดมา ตั้งแต่ต้นปี ตอนนี้เกือบล้านแล้ว ถอยก็ไม่ได้ ต้องเดินหน้าสถานเดียว :30:
เอาเงินที่ไหนไปพลาดล่ะหนู :37:
เคยคุยเรื่องงานกับจักรีแค่แว้บๆ
อยากคุยเยอะๆ จัง เผื่อแลกเปลี่ยนความรู้กัน
จะหาตัวได้ที่ไหนเนี่ย
โอ้ย เดี๋ยวไปหา :30:
พลาดได้ถ้ามีเงิน พอดีพี่ไม่มีน่ะ เลยห้ามพลาด :30:
จักรีทำไรอยู่บ้าง ไม่นับเล่นตลกอ่ะ
บางทีโทรถามว่างไหม บอกปั่นงานอยู่
บางทีถามว่างป่ะ บอกเย็นๆมีสอน
ที่เคยคุยกันบนแท็กซี่วันที่ไปบ้านพี่แอน (ปรึกษาเรื่องโดนโกง)
ก็เห็นว่ารับงานฟรีแลนซ์ และมีโปรดักเป็นของตัวเองด้วย
ฟังๆดูเข้าท่ามาก เพราะไม่ได้ง้อลูกค้าอย่างเดียว ดูมีอนาคต
แล้วสรุปโปรดักคืออะไร
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 27 ก.ค. 2010, 22:10 น.
พลาดได้ถ้ามีเงิน พอดีพี่ไม่มีน่ะ เลยห้ามพลาด :30:
เหมือนกัน :30:/
ไม่มีเงินก็ดีไปอย่างนะ พลาดยังไงก็ไม่เจ็บ เพราะไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว :30: :30:
ผมก็ไม่มีเงิน :05:
สำหรับคนที่ไม่มีเงิน
และที่บ้านจนมากอย่างผม
การพลาด แค่พันสองพันนี่ก็หนักหนาสาหัสแล้วละ :30: :05:
ที่ตูว่านี่หมายถึงจับเสือมือเปล่าเลยอ้ะ :30: :30:
พอพูดถึงจับเสือมือเปล่า ผมว่าผมนี่ เป็นพวก จับเสือแบบยืมมือคนอื่นเลยนะ :30:
จากเดิมที่ทำงานเสิร์ฟเป็นอาชีพหลัก ผันตัวมาเป็นนักออกแบบจำเป็น
และตอนนี้ต้องผันตัวมาเป็น marketing director + graphic designer
เพิ่งประชุมกับหุ้นส่วนร้าน...หลักๆ เขาให้ปาล์มเป็นคนดูแลและพัฒนาธุรกิจ
ฟังดูน่าสนุกดีนะ...........แต่ก็กลัวทำเขา(และเรา)เจ๊งจัง :01:
ไว้เรียบเรียงความคิดได้จะลองนำเสนอวิธีขยายธุรกิจ ตอนนี้มี4ร้านภายในสามปี (เจ๊งไป1)
ปาล์มเป็นเด็กผู้หญิงในฟอนต์ที่พี่ชื่นชนนะ
เป็นผู้หญิงที่ฉลาดและมีของจริงๆแหละ
รู้สึกว่าเป็นนักการตลาดและเป็นคนที่ลงมือแล้วทำได้ ไม่ใช่แค่ทฤษฎีด้วย ไว้มาเล่าบ่อยๆนะ :56:
ปล.ไม่ได้คุยกันนาน เลยไม่ได้อัปเดตชีวิตเลย
ช้าไปหน่อย แต่อยากบอกว่า
ตั้ง เอ็งเจ๋งว่ะ :12:
ปาล์มมีสายเลือดแม่ค้าเหมือนพี่โบว์
เชื่อมั้ย ปาล์มชอบพี่โบว์ เพราะพี่โบว์มีของเด็ด เจ๋งๆทัั้งนั้นเลย
ไอ้ของที่เราว่าๆกัน มันอยู่ในสายเลือด
และการที่มันจะเข้าไปอยู่ในสายเลือดได้ มันเกิดจากความทุ่มเทและใส่ใจในงานของเรา
หลายครั้งปาล์มทำตามความรู้สึกมากกว่าเหตุผล
ความรู้สึกที่ว่ามันเป็นเหมือนลางสังหรณ์
ลางสังหรณ์ที่ไม่ได้นั่งเทียนเขียนเอาเอง
แต่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ที่เราซึบซับมันทุกวินาที
ปาล์มเป็นคนนึงที่เกิดมาในครอบครัวค้าขาย
คนนอกมองว่าบ้านมีฐานะ....จริงค่ะ เคยมีฐานะพักนึง แล้วก็เจ๊งไม่เป็นท่า ลืมตาอ้าปากกันไม่ได้อยู่นานโข
ตั้งแต่เล็กๆ จำความได้ ปาล์มตื่นเช้าตีห้า ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็ต้องช่วยป๊าเปิดร้าน
กวาดถูทำความสะอาดหน้าร้านเสร็จก็ต้องปั่นจักรยานไปซื้อปาท่องโก๋
ซึ่งระหว่างทางต้องแวะตามร้านค้าต่างๆในตลาดเพื่อจดออเดอร์
กลับบ้านเอารายการให้ม๊าจัดของ ระหว่างนั้นลูกๆจะได้กินข้าวดูการ์ตูนกันนิดนึง
พอกินเสร็จก็ได้เวลาเอาของที่ม๊าจัดเป็นกองๆไว้ นำไปส่งตามร้าน
พาหนะคู่ใจคือ จักรยานคันเล็กๆ ขนาดเด็กประถมปั่น ข้างหน้ามีตะกร้า ข้างหลังมีกระบะรัดเชือกผูกไว้กับเบาะหลัง
ม๊าจัดการบรรทุกของให้ลูกๆ จากนั้นก็เป็นเวลาส่งของ
พอตกบ่ายได้เวลาเก็บเงิน...ลูกๆพร้อมจักรยานคู่ใจก็ออกตระเวณตามร้านค้าต่างๆที่เอาของไปส่งในตอนเช้า
เก็บได้บ้าง ไม่ได้บ้าง จดจำกันไป....ชอบกลยุทธ์เก็บตังค์ของม๊าเลย ให้ลูกไปเก็บ นึกสภาพเด็กตาดำๆ ทำตาปริบๆขอตังค์ไปเรียนน่ะ
ร้อยละเก้าสิบจ่ายครบไม่มีเบี้ยว อีกร้อยละสิบไม่จ่ายวันนี้ พรุ่งนี้ก็จ่าย :30:
นานไป เวลาผ่านไป สิ่งต่างๆมันบ่มเพาะปลูกฝังตัวเรามา
ว่าแล้วก็ต้องขอบคุณพี่โอ้เอ้มา ณ ที่นี้.......เมื่อสามสี่ปีที่แล้ว ช่วงกำลังไฟแรง อยากทำธุรกิจของตัวเองมากๆ
ตอนนั้นยังเรียนอยู่เลย คุยmsnกะพี่โอ้เอ้ เกี่ยวกับอาชีพการงาน ความฝัน
พี่โอ้เอ้ เตือนให้สติมาว่า "จะทำอะไรก็ดี พี่อยากให้เราเข้าไปเรียนรู้ ให้มีประสบการณ์ก่อน"
มันจริงนะ ประสบการณ์มันช่วยให้เราเจ็บตัวน้อยลง
นี่ขนาดมีประสบการณ์มาแล้วนะ ร้านที่2ยังเจ๊งเลย :30:
เพิ่งปิดกิจการไปวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี่เอง
พี่ปาล์ม :12:
และ บักตั้ง :12:
เอ๊า หักมุมซะงั้น :3005:
มีแต่คนเจ๋งๆ :25:
:05:
ยาวไป...ของกำลังมา
เล่าไว้ให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจคนจะทำธุรกิจร้านรวงต่างๆ
ปาล์มเปิดร้านอาหารร้านแรกประสบความสำเร็จมากถึงมากที่สุด ไม่อยากคิดเป็นเงินไทยเดี๋ยวช็อคกับตัวเลข
พอธุรกิจไปได้ดีเราก็ย่ามใจคิดว่าเราเจ๋ง
เปิดร้านที่สองมันซะเลย แรกๆก็ไปได้ดี ถือว่าชื่อเสียงทำมาดี...แต่เราทำการบ้านมาไม่ดีพอ
เราไม่ได้ศึกษาถึงความหนาแน่นประชากร พฤติกรรมลูกค้าท้องถิ่น...เราดูแต่กำลังซื้อ
ทำเลที่เปิดร้านที่2 เป็นย่านเศรษฐีมีกำลังจ่ายสูงมาก
แต่เราลืมคิดไปว่า ไอ้พวกเศรษฐีเนี่ย มันไม่ค่อยอยู่บ้าน
ส่วนมากมักไปเที่ยวต่างประเทศครั้งละนานๆ
หรือมักมีบ้านหลายที่ ไปโน่นที ไปนี่ที
และดงเศรษฐีเขาไม่อยู่กันแออัด...จำนวนประชากรโดยรอบร้านจึงมีน้อย
คนน้อย...แล้วเราจะขายให้ใคร?
ไม่ใช่ว่าของเราไม่ดี...แต่มันไม่มีคนซื้อค่ะ
เนื่องจากสินค้าเรา คือ อาหาร ต่อให้ดีแค่ไหน แต่มันไปลำบากคนเขาก็ไม่ไป...หรือไปก็ไม่ไปกันบ่อยๆ จริงมั้ย
เวลาผ่านไป..ลูกค้ายังมีเหมือนเดิม แต่ความถี่ในการกินค่อยๆห่างไป ห่างไป
ไม่น่าแปลกใจ...เพราะอาหารไทยไม่ใช่อาหารประจำชาติของคนออสเตรเลีย
คิดง่ายๆเหมือนเรากินเบอร์เกอร์...เรากินได้ แต่ไม่ทุกวัน
ทีนี้ยอดขายลดลง แต่ค่าใช้จ่ายยังมี
ทำยังไงดี?
1. ประคองมันต่อไป หาทางขยายตลาด อัดโปรโมชั่น ทำแคมเปญจ์ คิดนั่นนี่....ทำได้มั้ย ทำได้นะ แต่เหนื่อยสาหัสเลย
2. ขายกิจการ...ต้องได้ในราคาที่พอรับได้ ไม่ขาดทุนจนเกินไป
คิดวิเคราะห์อยู่นานก่อนตัดสินใจเลือกข้อ2
ทำไมถึงเลือกขาดทุน? ทั้งๆที่ทำต่อก็ยังพอมีกำไรนะ
เราต้องคิดถึงค่าเสื่อมด้วย....ถ้าเราอยู่ต่อ กำไรที่ได้มันคุ้มค่าเหนื่อย กับค่าเสื่อมของเงิน ค่าเสื่อมของข้าวของต่างๆรึป่าว
ยิงเปิดร้านนานไป นับวันต้องมีของให้ซ่อมมากขึ้นทุกที ข้าวของเครื่องใช้แตกหักมันต้องมีเป็นธรรมดา สู้เราขาดทุนนิดหน่อยในตอนนี้ แล้วเอาเงินที่ได้มาไปลงทุนอย่างอื่นที่สามารถสร้างกำไรให้เรามากกว่าดีกว่ามั้ย?
นี่คือบทสรุปว่าทำไม ต้องปิดกิจการร้าน2ก่อนกำหนด (กำหนดสัญญาเช่า5ปี...นี่เปิดขายได้สองปีเอง)
ชีวิตเราคล้ายกันจริงๆ ด้วย ปาล์มเก่งมากเลย
เก่งแบบว่าเก่งเพราะสะสมประสบการณ์มากๆ
(ไม่ได้ชมเวอร์ด้วยนะ เพราะโบว์เคยได้คุยกับปาล์มก่อนไปเมืองนอก
แล้วรู้สึกว่า เออ ไอ้น้องคนนี้มันฉลาดแฮะ )
ปล.ปาล์มเป็นผู้หญิงในฟอนต์ไม่กี่คนที่พี่แอนชมน่ะ :27:
อยากมีกิจกงกิจการกับเค้าบ้าง :05:
เข้ามาเก็บประสบการณ์ครับ
พี่ปาล์มสุดยอดฮะ :12:
ทีนี้เล่าถึงร้านที่กำลังจะเปิดในเดือนหน้า(สค.)
เรื่องนี้ให้ชื่อว่า ตัดไฟแต่ต้นลม..คิดจะทำการใหญ่ใจต้องนิ่ง
ย่านที่ปาล์มจะไปเปิดร้านที่5(นับรวมร้านที่เจ๊งด้วย) เป็นย่านที่จอแจ คนอยู่เยอะ(โดยเฉพาะแขก)
ทำเลที่ได้+ค่าเช่าที่ไม่แพง ถือว่าน่าลงทุน แม้ทำเลจะเป็นรองร้านไทยเจ้าถิ่นไปหน่อยนึง
แต่ปาล์มเชื่อว่าแผนที่จะสร้างจุดขายให้กับสินค้าและร้านปาล์ม มันจะทำให้ดึงลูกค้ามาได้ส่วนนึง
ประเมินกันละเอียดๆ สรุปว่าเราไม่เจ๊ง และต้องได้ยอดขายตามเป้าแน่ๆ
เริ่มก่อสร้างร้านไป ตกแต่งไป อีกสามสัปดาห์จะเสร็จแล้ว
ทันใดนั้น!
ทำเลทองผ่องอำไพ ตรงหัวมุมสี่แยกที่ไม่ไกลจากร้านปาล์มก็ปล่อยเช่า
ทำไมต้องตกใจ?
1. ถ้าคนมาเช่าดันเปิดเป็นร้านไทยล่ะ?
2. ถ้ามันทำเลียนแบบร้านเราล่ะ แถมทำเลมันดีกว่าชัดๆ
แล้วทีนี้เราจะทำยังไงดี?
งานนี้เราสมควรตัดไฟแต่ต้นลม
รีบติดต่อเอเจนท์เช่าตึกนะตอนนั้น ขอเช่าเหมา2ห้องมันเลย
นี่เป็นการเสี่ยงอีกครั้ง เพื่อตัดแข้งขาคู่แข่ง และความอยู่รอดของเรา
สิ่งนี้สอนให้รู้ว่า รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง
แต่ตอนนี้กำลังปวดหัวว่าแล้วร้านเดิมที่ทำสัญญาเช่าไปแล้วล่ะ จะเอาไงกะมันดี :30:
หน้าที่ตูด้วยสิเอ้า! :05:
เปิดมัน 2 ร้านเลย ใช้คนละชื่อกัน กินส่วนแบ่ง 2 ใน 3 ของย่านนั้น :07:
ด้านหลัง ก็รับพนัน ค้าของเถื่อน เปิดร้านทามิย่าบังหน้าร้าน แบบ ร้านก๋วยเตี๋ยวแถวนี้เลย :07: :07:
เข้ามาอ่านจู๋นี้แล้วรู้สึกดี เหมือนไม่ได้เดินอยู่คนเดียวในโลกของวัยทำงาน
ตอนนี้ร้านของปาล์มยังเป็นชิลลี่แจมอยู่ชื่อเดียวเลยหรือเปล่า
อ่านถึง"รีบติดต่อเอเจนท์เช่าตึกนะตอนนั้น ขอเช่าเหมา2ห้องมันเลย" แล้วร้องโอ้วเบาๆอยู่หน้าคอม
ีรออ่านต่อเน่อ ที่จริงซุ่มอ่านหลายหน้าละ ชื่นชมจริงๆนะ :25:
อีกเรื่อง : ความสำเร็จเกิดจากความเพียร
ขอพูดถึงร้านที่4 เป็นร้านที่ปาล์มรักที่สุดคลุกคลีกับมันมากที่สุด
เนื่องจากเป็นร้านที่เปิดในแถบชานเมือง แล้วเป็นดงที่มีคู่แข่งเยอะมาก
ตอนจะไปเปิดมีร้านไทยใกล้ๆกันทั้งหมด5ร้าน เราเป็นร้านที่6
ทำไงให้ขายได้?
concept...จะทำการใหญ่ใจต้องนิ่ง
เปิดตัววันแรก....ทุกจาน $5 (ปกติอาหารเย็นเขาขายกันที่ $12up)
เอาเว้ย..เรียกลูกค้าก่อน อย่างน้อยให้เขารู้จักเรา
ขายดีจริงๆนะ....วันแรกน่ะ
วันต่อๆมาแทบขาดใจบางวันขายได้300!
$300 นี่ขาดทุนนะ ค่าตัวพ่อครัวกับเด็กเสิร์ฟรวมๆวันนึงก็มีไม่ต่ำกว่า$400
เอาไงดี...ขยายตลาดดีกว่า
conceptเดิม...จะทำการใหญ่ใจต้องนิ่ง
เปิดขายอาหารกลางวัน..เริ่มต้นที่ $8.9 ซัดราคากันเน้นๆ เพื่อนบ้านขาย $9.9up
เราขายถูกกว่าไม่พอ มีแถมข้าวเกรียบสำหรับคนที่นั่งกินที่ร้านด้วย
กลยุทธ์นี้เพื่อสร้างบรรยากศคึกคักให้กับร้าน คนผ่านไปมาจะรู้สึกเหมือนร้านนี้ขายดี น่าเข้า
สร้างกันมาพักใหญ่ เวลาผ่านไป4เดือน...เราก็มีฐานลูกค้าประจำของเรา
ทำไงให้ลูกค้าประจำเหนียวแน่นกับเรา (สร้างloyalty)
ถ้าเปิดตำราการตลาด เขาจะแนะนำให้ทำบัตรสมาชิก ให้ส่วนลด สะสมแต้มแลกของฟรีในครั้งต่อๆๆไป
แต่ปาล์มไม่ทำค่ะ....ทำไมไม่ทำล่ะ?
ถามหน่อย..คนไปกินข้าวเพราะอะไร ทำไมเราถึงติดใจเจ้าประจำ ไปร้านเดิมๆ
เพราะร้านเดิมมันถูกใจไง.....แล้วทำไงให้ถูกใจ?
1. สร้างความเป็นมิตรกับลูกค้า....ถ้าลูกค้ามากินข้าวแล้วต้องทำตัวเกร็งๆ ลีบๆ เขาคงไม่มากินอีก กลับกันถ้าเขามากินแล้วได้แซวเด็กเสิร์ฟบ้าง อะไรบ้าง..เขาจะอยากกลับมาอีก มันสนุกไง
2. ใช้ความเป็นมิตรกับลูกค้า มัดใจลูกค้าด้วยความใส่ใจ....คนเราเมื่อได้รับความใส่ใจจะรู้สึกว่าตนเองเป็นคนพิเศษ บอกได้เลยไอ้โปรแกรมการตลาดประเภท ส่งการ์ดอวยพรวันเกิดนั่นนู่นนี่ ที่ตามบริษัทใหญ่ๆเขาทำกัน ไม่เห็นจะได้ใจเลย ปาล์มทำง่ายๆแค่ สังเกต พูดคุย ถามไถ่...เท่านี้ แฟนคลับตรึม
แฟนคลับนี่ของดีเลยนะ เมื่อเขารักเราเขาจะเต็มใจช่วยเรา
สัปดาห์ก่อน เจ้าตลาดเขามีโปรโมชั่นฉลองครบรอบ2ปี ลดราคาอาหารกลางวันเหลือ5บาท และกลางคืนลด20%
ปรากฏว่าร้านข้าพเจ้าขายดีเป็นเทน้ำเทท่า :30: ร้านเจ้าตลาดเขาก็ขายได้งั้นๆ
ทั้งนี่เพราะลูกค้าประจำและแฟนคลับของเรา ลากเพื่อนฝูงมากินร้านเรา
เจอตอนกลางวัน แฟนคลับแซวเล่นๆว่า "why don't u do a promotion...u sell only 6 dollars i'll tell my friends and neighbours. i'll bring em to u" ลูกค้าน่ารักมาก...กะว่าให้เราขาย6เหรียญ มากกว่าคู่แข่งอีกนะ....ปาล์มบอกไปว่าไม่อยากแข่ง เขาฉลองของเขาวันเดียวเอง เราไม่เป็นไรหรอก ต้องร่วมยินดีกับเขาถึงจะถูก...หรือถ้าคุณกลัวฉันจะเหงาก็พาเพื่อนๆมากินข้าวสิ
ตกเย็น...แฟนคลับมาพร้อมเพื่อนๆจริงๆ ลากกันมาทั้งบริษัทเลย...หายเหงาจริงจัง วิ่งเสิร์ฟไม่ทัน เพราะดันลดพ่อครัวไปคน เด็กเสิร์ฟอีกคน
สมน้ำหน้าตัวเอง :30:
รวมๆดีใจนะที่เราปลุกปั้นมันมาจนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง (ประเมินจากยอดขายหน้าหนาวได้พอๆหรือมากกว่าหน้าร้อนอีก)
จากผลงานนี้เอง...ทำให้ปาล์มต้องกลายเป็น Marketing director & graphic designer ประจำธุรกิจchilli jam
เล่ามาซะยาวเหยียด...เมนูร้านใหม่ยังทำไม่เสร็จเลยค้าบพี่น้อง :05:
เท่มาก :25:
อ้างคำพูดจาก: 0U! เมื่อ 28 ก.ค. 2010, 00:00 น.
ตอนนี้ร้านของปาล์มยังเป็นชิลลี่แจมอยู่ชื่อเดียวเลยหรือเปล่า
เป็นชื่อเดิม แต่มีตามหลังเพื่อแยกเป็นสาขาชัดเจน
-Chilli Jam Thai restaurant Concord
-Chilli Jam Thai express <---- อันนี้เป็นร้านในฟู้ดคอร์ด
-Chilli Jam Thai restaurant Gladesville
-Chilli Jam Thai restaurant Parramatta
หลักๆก็เพื่อจดทะเบียนการค้าคนละตัวเพื่อการนั้นแล :47:
อ้างคำพูดจาก: daylight เมื่อ 27 ก.ค. 2010, 23:56 น.
ด้านหลัง ก็รับพนัน ค้าของเถื่อน เปิดร้านทามิย่าบังหน้าร้าน แบบ ร้านก๋วยเตี๋ยวแถวนี้เลย :07: :07:
ร้านอาหารไทยในออสเตรเลียมันต้องค้าผู้หญิง เอาสัตว์ป่ามาทำเปิบพิศดาร แล้วก็เอาช้างมาทำโครงกระดูกเสริมฮวงจุ้ย :07:
อ้างคำพูดจาก: daylight เมื่อ 27 ก.ค. 2010, 23:56 น.
ด้านหลัง ก็รับพนัน ค้าของเถื่อน เปิดร้านทามิย่าบังหน้าร้าน แบบ ร้านก๋วยเตี๋ยวแถวนี้เลย :07: :07:
อ้างคำพูดจาก: Rubberduck เมื่อ 28 ก.ค. 2010, 00:24 น.
ร้านอาหารไทยในออสเตรเลียมันต้องค้าผู้หญิง เอาสัตว์ป่ามาทำเปิบพิศดาร แล้วก็เอาช้างมาทำโครงกระดูกเสริมฮวงจุ้ย :07:
:30: :30: :30:
ซักพัก จา พนม จะออกมาตามหา
ช้างกูอยู่ไหน!!
ปล.ที่ร้านมีพ่อครัวคนนึงชื่อจา..หน้าเหมือน จา พนม ด้วยเออ
แถวนี้ก็เอาจ่าเจฟ หรือจักรีไปก่อนละกัน :47:
เลิกปั่นกันเถอะนะ สาระกำลังข้น :47:
ปาล์มมีอะไรจะบอกเล่าอีกมั้ยจ๊ะ
โหยปาล์มเอ๊ย เจ๋งๆ :12:
กระจู๋นี้สร้างพลังใจไม่มีวันหมดจริงๆ เลยโว้ย
สาระหมดแล้วค่ะ
หมดไปพร้อมพลังงาน :01:
หลังกลับจากประชุมบอร์ดบริหารประชุมผู้ถือหุ้น...(เรียกซะดูดี)
นี่ก็จะตีสี่แล้ว ยังเรียบเรียงงาน กับความคิดไม่เสร็จเลย
ยังไม่อยากนอน กลัวตื่นมาแล้วจะลืมสิ่งที่คิดไว้ซะหมด
ปาล์มเป็นประเภทความคิดพรั่งพรูต้องรีบเขียน เดี๋ยวลืม เพราะความจำสั้นสุด :47:
ไว้กลั่นความคิดเรื่องทางออกของร้านซ้อนร้านของร้านใหม่...กลั่นจนตกผลึกได้เมื่อไรจะนำมาเล่าสู่กันฟัง
ตอนนี้ความคิดยังตีๆกันอยู่เลยค่ะ
ดื่มวีต้าแล้วไปนอนกันดีกว่า :22:
ขอบคุณทุกคำชมและกำลังใจมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ :46:
เก่งมากอะปาล์ม :12:
รอฟังเรื่องดีๆ จากปากปาล์มนะจ๊ะ :27:
โอ้ว ไม่รู้ละอ่านตัวหนังสือปาล์มครั้งนี้ ทำให้ผมมีแรงขึ้นอีกเยอะเลย หลังจากท้อแท้มากมาย ได้แต่ ซี๊ดปากด้วยใจอันหึกเหิม.....
เก่งจัง :12:
ตกใจปาล์ม เพราะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าทำไรเจ๋งยังงี้
ยังนึกอยู่เลยว่ากำลังเรียนชงกาแฟ :31:
ที่สำคัญที่ว่ามาทั้งหมด คือทำในต่างประเทศ
จินตนาการความยากเพิ่มขึ้นอีก 10 เท่าเลย
แค่เท่าที่เคยล้างจานหั่นผักกับทำหน้าที่ผัดก็ยังรู้สึกว่ามันเรื่องเยอะมากสุดๆไปเลย
เคยมีครั้งนึง ต้องไปช่วยเขาทำร้านเพื่อให้ถูกกฏหมาย เป็นร้านไทยที่โดนปิดไปเดือนนึง
เพราะความสะอาด มาตรฐานต่างๆไม่ถึงกับที่เขาตั้งไว้ เช่น เครื่องปรุงทุกอย่างห้ามอยู่ในขวดแก้ว
ของทุกอย่างต้องอยู่ในกล่องและแปะชื่อไว้ทุกอัน หลังจากคลีนแบบนรกแตกทุกซอกทุกมุม
จนเสะอาดพอๆกับห้องผ่าตัด ก็ต้องมานั่งเขียนแปะชื่อวัตถุดิบ จำได้ว่าผมไม่รู้ว่าไอ้เส้นอะไรพวกนั้น
หรือผักพวกนั้นมันชื่อว่าอะไรในภาษาอังกฤษ (เพราะมันไม่เคยมีในโลกภาษาฝรั่ง)
ถามเจ้าของร้านก็บอกว่า งั้นแปะว่าเส้นอะไรไปก็ได้ ให้เค้ามาอ่านแล้วรู้ว่าเราเขียนก็พอ
ผมเลยเขียนแปะไปว่า Poh Mung Tai Noodle แล้วก็ผัก Ahn Ha Poh เวจชะเบิ้ล
และอีกหลายชื่อที่พยายามครีเอทมาเพื่อผู้ตรวจร้านโดยเฉพาะ :37:
พี่ปาล์มสุดยอดมาก รู้สึกได้ว่าพี่เป็นผู้หญิงที่เท่มาก :12:
แต่ละชื่อ :30:
ถ้าคนตรวจดันเคยอยู่เมืองไทยมาสิบปี :30: :30:
โป๊ะเมืองใต้ :25:
:30: :30: :30: :30:
ฮาพี่เก้อ
เกิดเขามากิน แล้วสั่ง
"ผ๋อ เมิง ต๋าย นู้ด เดิล" ใส่ "อ๋าน ห่า ผ่อ เวชะเบิล"
ได้มีโดนเสียบจากเด็กเสิร์ฟ
ปาล์มเก่งโคตรๆ
ที่สำคัญกล้าคิดกล้าทำกล้าเสี่ยงด้วย :25:
เพราะแฟนตูหุ้นกับเพื่อนเปิดร้านอาหารที่ลอนดอน
แค่ร้านเดียว ก็วุ่นวายหัวโตแล้ว
ที่เล่าๆมา ปาล์มเป็นแค่ส่วนนึงในธุรกิจ
หัวเรือใหญ่ต้องยกให้พี่เขยกับพี่สาว (พี่โบว์ พี่แอนเคยเจอกันที่ไทย)
เขาเริ่มต้นปูทางมาดี ทำให้น้องๆที่คอยดูงานต่อไปถูกทาง และต่อยอดได้ง่าย
ความสำเร็จของธุรกิจ(แบบปาล์ม) ไม่สามารถทำคนเดียวได้
ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งเจ้าของและลูกน้อง
หลักการปกครองลูกน้อง ปาล์มใช้ใจแลกใจ
พอเขาให้ใจเรา อะไรๆมันก็ง่ายขึ้น
พูดกันง่ายขึ้น ฟังกันมากขึ้น...บางทีไม่ต้องพูดอะไร มองตาก็รู้ใจ
พนักงานที่ร้าน ปาล์มถือว่าไม่ใช่ลูกน้อง ปาล์มนับเป็นเพื่อน พี่ น้อง ทั้งหมดเลย
ใครแก่หน่อยก็นับเป็นแม่
บางทีการใช้ใจแลกใจก็ไม่ได้ผล มันต้องมีพระเดชพระคุณเข้ามาปนด้วย
อยากบอกว่าไอ้การจัดการคนในองค์กรเนี่ยมันปวดหัวกว่าสิ่งอื่นใด
มีหลายครั้งที่ท้อเพราะคนในองค์กรเลย :05:
ถึงอย่างไร พี่ปาล์มก็เจ๋งอยู่ดี :12:
สู้ๆ ต่อไปครับ
ปล. จินตนาการพี่ปาล์มไว้ว่าอายุยังน้อยแน่ๆ เลย
แต่ประสบการณ์ไม่น้อยแล้ว :12: :12:
ปีนี้ 27 ปี
น้อยมั้ย?.....ก็ไม่น้อยและก็ไม่เยอะ
ยังไม่แก่ ฮ่าๆ :30:
พยายามเบรคอายุในตัวให้เหลือ17
ชอบตัวเองตอนอายุ17 เพราะเป็นช่วงอายุที่มีพลังงานเหลือ มีไฟคิดทำนั่นนี่มากมาย
ถ้าไม่ติดระบบการศึกษาแบบไทยๆ ป่านนี้ตูคงไปถึงฝั่งฝันนานแล้ว
จะโทษระบบอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องโทษที่ตนเองไม่กล้าพอด้วย
ตอนนั้นรู้ความต้องการตัวเองนะว่าอยากเรียนอะไร ปาล์มสนใจแนวๆนิเทศฯ ชอบแนวบันเทิง
ไม่ชอบธุรกิจ ไม่ชอบวิทยาศาสตร์ ชอบเชิงศิลปะ แต่ไม่เก่งศิลปะ
ม.6 วัยหัวเลี้ยวหัวต่อของเด็กวัยรุ่นเมืองไทย คนรอบข้างจะให้ความสนใจเราเป็นพิเศษพร้อมคำแนะนำกึ่งกดดันกึ่งบังคับมากมาย
ตอนนั้นถูกปรามาศไว้ว่า โง่ๆอย่างเอ็งสอบไม่ติดหรอก (เล็งนิเทศจุฬา ไม่ก็วารสารธรรมศาสตร์ไว้)
ทั้งครูแนะแนว พี่สาว พ่อแม่ เชียร์ให้เรียนทางบริหารธุรกิจ พี่สาวที่สนิทกันแนะนำให้สมัครโควต้าการตลาด
พอติดการตลาด ก็โดนรอบข้างอีกนั่นแหละ เอาเลยๆ เรียนเลย อย่านั่นนู่นนี่
ตัดสินใจเอาโควต้า...แล้วมารู้ทีหลังตอนคะแนนเอนท์รอบสองออก ถ้าตูลงนิเทศน์จุฬาก็ติดนะ ...เฟลมาก
ไหนๆก็ไหนๆ ปาล์มเป็นคนที่คิดว่าชีวิตเราต้องเดินหน้า เริ่มออกเดินทางมาแล้วเราก็ต้องลุยอย่างเดียว
ประกอบกับที่บ้านไม่มีแรงเงินซัพพอร์ตลูกให้เรียนเอกชน และไม่มีเวลามากพอที่จะส่งเสียเราได้นานๆ
ตอนนั้นเพิ่งรู้ว่าพ่อป่วยเป็นโรคหัวใจ ต้องใช้เงินรักษาเยอะมาก แม่ก็เครียด ยิ่งกดดันให้เราเรียนจบไวๆ
เข้าเรียนไปได้ปีนึงก็รู้ว่านี่ไม่ใช่เรา...ปาล์มไม่ชอบศาสตร์ที่ว่าด้วยการสร้างความต้องการ จุดต่อมบริโภคนิยม
ไม่ชอบกระตุ้นให้คนโลภ และไม่รู้จักพอ (อีกด้านนึงปาล์มเป็นคนพอเพียง และชอบแนววิถีพุทธ)
พอปาล์มอยู่ในร่างนักการตลาด จะรู้สึกเหมือนต้องสวมวิญญาณเดวิล รู้สึกเหมือนเราเอาเปรียบคนอื่น...ไม่ชอบเลย
เรียนจบตรีแล้วก็ต่อโทเลย ด้วยความต้องการของทางบ้านล้วนๆ ม๊าบอกคำเดียว เรียนอะไรก็ได้ให้จบไวๆ ม๊าจะได้พัก
ช่วงนั้นทะเลาะกันบ่อยมาก ปาล์มยังไม่พร้อมที่จะเรียน อยากลองทำงานที่ตนเองสนใจก่อน ม๊าก็บอกว่าไม่มีเวลามากพอที่จะรอเรา
ปณิธานของเขาคือ ส่งลูกทั้งสี่คนให้จบโทด้วยแรงของเขา....คนแก่เปลี่ยนใจยาก แล้วปาล์มก็เปลี่ยนใจเขาไม่ได้ด้วย
ก็ได้แต่คิดว่าเรียนไปไม่เสียหลาย ความรู้เราก็ได้ แถมได้ทำให้เขาชื่นใจอีก ไว้ต่อไปเรามีโอกาสเราค่อยหาทางเรียนอะไรที่เราต้องการ
ปาล์มเชื่อว่าไม่มีใครแก่เกินเรียน
...จบโทอย่างรวดเร็ว อัดจบในปีครึ่ง เพราะอยากกระพือปีกตนเองเต็มที
แล้วก็ได้เวลาโบยบิน ปาล์มวางแผนไว้ตั้งแต่ตอนเรียนตรีแล้วว่าจะมาซิดนีย์
มาถึงซิดนีย์ก็ต้องผิดหวังกับสิ่งที่วาดไว้ มันไม่สามารถทำอะไรก็ได้อย่างใจคิด
ทางเลือกของนักเรียนไทยในต่างประเทศในการประกอบอาชีพมีไม่กี่ทาง
1. ทำงานร้านอาหาร
2. รับจ้างทำความสะอาด
3. ทำงานนวด
4. รับจ้างทั่วไป
ถึงจะต้องเริ่มต้นด้วยสิ่งเหล่านี้ อย่างไรซะปาล์มก็ต้องได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียน ด้วยมือของตนเอง
ปาล์มเริ่มต้นด้วยการเรียนภาษา ลงคอร์สสั้นๆ 2-3เดือน แล้วต่อดิพโพลม่า
ระหว่างเรียนก็ทำงานเสิร์ฟไปเรื่อยๆ รับจ้างแจกใบปลิวบ้าง อะไรบ้าง
เก็บเงินเรียนอะไรง่ายๆ ที่ไม่ต้องเสียเวลาเรียนมากเพื่อจะได้เก็บเงินอย่างเต็มที่
เพราะปาล์มเริ่มต้นจากติดลบ วันแรกที่มาซิดนีย์ปาล์มมีเงินติดตัวแค่ร้อยกว่าเหรียญ ค่าเรียน ค่าที่พัก ยืมพี่สาวหมดเลย
หลายคนบอกปาล์มว่าเงินพี่สาว ไม่เห็นเป็นไร ไม่เห็นต้องเครียดเลย.....แต่ปาล์มไม่คิดอย่างนั้นนะ
พี่น้องแตกกันเพราะเงินมีมาเยอะ ดังนั้น ยืมคือยืม ให้คือให้
เมื่อยืมมาเราจึงควรหาใช้คืนให้เร็วที่สุด...แล้วปาล์มก็เคลียร์หนี้ก้อนแรกหมด ประมาณ 3-4พันเหรียญ ในเวลาไม่ถึงสามเดือน
จากนั้นก็เริ่มวางแผนชีวิต...เราจะอยู่ที่นี่ได้นานแค่ไหน และต้องการอยู่เพื่ออะไร
สิ่งนึงที่ตั้งใจมาตลอดคือ ต้องการให้พ่อแม่สบาย
หากเราได้สิทธิ์เป็นพลเมืองออสเตรเลีย สวัสดิการต่างๆมันดีจังเลย
ง่ายๆแค่รักษาสุขภาพ ก็ไม่ต้องเสียตังค์มากมาย
ดังนั้นปาล์มตั้งใจจะสมัครเป็นพลเมืองประเทศนี้ โดยเริ่มจากเปลี่ยนประเภทวีซ่าจากนักเรียนเป็น permanent resident
ตามหลักกฏหมายมีระบุวิธีการสมัครนั่นนู่นนีมากมาย ปาล์มโชคดีที่พี่สาวได้PRไปแล้ว จึงได้สิทธิพิเศษในการสมัครหน่อยนึง
หลักการคือ ปาล์มเรียนจบดิพโพลม่าอะไรก็ได้ แล้วสอบ IELTS ให้ได้ 6 ทุกแบนด์ ปาล์มจะมีคุณสมบัติตามที่เขาระบุไว้พอดี
ปาล์มลงเรียน hospitality management เพื่อให้รู้กฏต่างๆที่เกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหาร การบริการ โรงแรม ของประเทศนี้มันว่าอย่างไร
(ตามที่เก้อเล่ามาต้องทำครัวให้สะอาดยังกะห้องผ่าตัด ต้องมีรายละเอียดบ้าง อะไรบ้าง)
จนแล้วจนรอด...ปาล์มก็เรียนไม่จบ :30:
โชคดีมีแฟนซะก่อน...แฟนได้PRแล้ว ทีนี้ก็ตัดตอนได้เลยทำติดตามแฟนง่ายดี ตอนนี้ปาล์มก็ถือTemporary permanant resident visa
ประมาณสิงหาคมปีหน้าก็ยื่นขอPRได้ แล้วถือPRอีกปีก็มีสิทธิสอบเป็นพลเมือง(citizen) พอได้ปาล์มกับพี่สาวก็จะมีสิทธิในการยื่นให้พ่อแม่เป็นบ้าง
เป้าหมายที่หนึ่งที่วางไว้ ปาล์มใกล้ไปถึงแล้ว มีอุปสรรคบ้าง ท้อบ้าง อะไรบ้าง
อีกสิ่งที่ปาล์มยังไม่ทิ้งคือ เรื่องเรียน ...ตามที่หลายหน้าก่อนได้กล่าวขอบคุณอู๋ ที่มาจุดไฟและเตือนสติปาล์มอีกครั้ง
ปาล์มดูคอร์สเรียนถ่ายรูปกับออกแบบสิ่งพิมพ์ไว้ มีเปิดเดือนตุลาคมนี้...คาดว่าจะลงไม่ทัน เพราะตั้งใจจะกลับไปฟื้นฟูภาษาใหม่
พูดได้ ฟังได้ แต่เขียนไม่ได้ ไปเรียนทั้งสภาพงี้ลำบากแน่ :30:
ยังไงก็ติดตามกันต่อไป....ชีวิตมันเป็นหนังยาวเน่อ
อีกเป้าหมายที่กำลังพยายาม....เป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิต
เคยพูดไว้ในบอร์ดนี้แหละ น่าจะจู๋แนะนำตัว หรืออะไรซักอย่าง
คือ อยากเกษียณตัวก่อนอายุ40ปี
ไม่อยากทำงานหนักนานๆ ไม่อยากเครียดตอนแก่
อยากมีเวลาไปไหนมาไหนกับครอบครัวเยอะๆ(ถ้ามีครอบครัวนะ)
อยากท่องเที่ยวทั้งที่ยังมีแรง
อยากพร้อมช่วยเหลือคนอื่นบ้าง (ตอนนี้ยังไม่พร้อม ช่วยไปจะกลายเป็นเตี้ยอุ้มค่อม)
อ่านแล้ว สุโค่ยมาก :12:
พี่ปาล์มเก่งอ่ะ :12:
เป็นพลเมืองประเทศเขานี่ รองรับแค่เรื่องสวัสดิการในการรักษาพยาบาลเหรอครับ
หรือมี สวัสดิการในด้านอื่นอีก :25:
อ่านของปาล์มแล้ว รู้สึกว่าต้องเอาจริงกับชีวิตขึ้นอีกเยอะเลย :05:
:25:
:30: เอาน่า เรามันมนุษย์ชิวพี่
แต่ชอบตรงที่ปาล์มเรียนสายการตลาด แล้วดันมานึกได้ว่ากูไม่ชอบแบบนี้นี่หว่า
เพราะเจอนักการตลาดกี่คนก็มีแต่พวกขายฝัน ภาษามาร์เก็ตติ้งยังงู้นยังงี้ กูจะอ้วก :07:
ทำให้ได้เท่าที่พรีเซนต์สวยหรูมั่งไหมวะ :07: บ่นๆๆๆๆ
(นี่ไม่นับเรื่องที่ชอบเพราะมองว่ามันไปปลูกกิเลสคนนะ :12:)
ยังไม่ถึงกับเป็นพลเมืองเขา เราก็ได้สิทธิพิเศษนะ
อย่างพี่ถือ TR ตามแฟนก็สามารถได้สิทธิ์ประหนึ่งคนที่นี่
ง่ายๆ จ่ายค่าเรียนเท่าคนประเทศนี้
อย่างเช่น photoimaging diploama ที่เล็งไว้ สำหรับนร.ต่างชาติ ต้องจ่ายเทอมละ 5พันเหรียญ ถ้าพี่เรียนจะจ่ายแค่6-700เหรียญต่อเทอม เหมือนกับพลเมืองประเทศนี้จ่ายเลย
แถมยังได้บัตรmedicareรับการรักษาสุขภาพฟรี
ประเทศนี้แปลก ตัดแว่นใช้medicareได้ แต่หาหมอฟันใช้ไม่ได้
การทำฟัน ไม่จัดเป็นการรักษา ดันจัดไปอยู่ความสวยงาม :08:
ใครปวดฟันที แนะนำบินกลับไทยคุ้มกว่า เพราะค่ารักษาสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินกลับไทยได้เลย
มาว่าต่อเรื่องสิทธิ์...สำหรับผู้ที่ถือPRจะได้เปรียบนักเรียนในเรื่องการทำงาน
หลายๆบริษัทจะระบุคุณสมบัติของผู้สมัครว่าต้องถือวีซ่าPR ...ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงของบริษัท
วีซ่านักเรียนส่วนมากจะไม่มีความแน่นอน และมักจะเป็นระยะสั้น แถมยังมีข้อกำหนดในการทำงานอีก คือ ทำได้ไม่เกิน20ชม.ต่อสัปดาห์
การซื้อรถ เช่าบ้าน นี่ก็เหมือนกัน ถ้าถือcitizen ot PR เขาจะให้เครดิตมากกว่า
ภาพรวมง่ายๆ PRได้สิทธิ์เหมือนcitizenทุกอย่าง ต่างกันที่เลือกตั้งไม่ได้
พลเมืองที่นี่ดียังไง....ตกงานก็มีรัฐอุ้ม มีกองทุนเลี้ยงดูจริงจัง จ่ายเบี้ยเลี้ยงสัปดาห์ละสามร้อยเหรียญ(ทั้งนี้เขาจะพิจารณารายได้ตามความจำเป็น)
ลูกมีสิทธิ์เรียนฟรีตั้งแต่อนุบาลจนจบไฮสคูล
เรื่องสุขอนามัยที่นี่เป็นเลิศ เฉพาะการแพทย์พื้นฐานนะ
แพทย์เฉพาะทางเก่งสู้บ้านเราไม่ได้ เพราะคนเก่งๆของเขาไหลไปทำงานอเมริกากันหมด
ก่อนเข้าหน้าหนาวจะมีจดหมายส่งไปแต่ละบ้าน แจ้งให้ไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัด
รวมถึงวัคซีนไข้หวัด2009 2010 เขาก็ฉีดให้ฟรีนะ
ช่วงนี้เรียกว่าเบบี้บูมของออสซี่ ใครคลอดลูกในช่วงปีนี้รัฐบาลแจกตังค์ด้วย $5000
ซื้อบ้านก็มีเงินช่วยจากรัฐ หลายหมื่นเหรียญเลยล่ะ
คร่าวๆ ประมาณนี้
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 28 ก.ค. 2010, 10:13 น.
อ่านของปาล์มแล้ว รู้สึกว่าต้องเอาจริงกับชีวิตขึ้นอีกเยอะเลย :05:
เอาเราพอใจเถอะ ก็ไม่เดือดร้อนอะไรนี่หว่า ลูกก็ยังไม่มี :47:
แค่เห็นคนดีเราก็ชื่นชม :12:
+ น้องปาล์ม น้องตั้ง :25:
น้องตั้งไม่ต้องเสียใจไปนะคะ เลิกไปเพื่อตั้งต้นใหม่ที่มั่นคงและเจ๋งกว่า
บ้านพี่เพิ่งเลิกทำธุรกิจไปเอง ได้เห็นแม่น้ำตาไหล
เค้าสร้างมาของเค้าเอง เป็นบาร์โฮสต์แรกๆในพัทยาเลย
ตั้งแต่ยุครุ่งเรือง ยันยุคตกต่ำถึงขีดสุด
พี่เองก็ดีใจที่แม่เลิกได้ แต่ก็เข้าใจว่า มันเป็นธุรกิจที่เค้าสร้างมากับมือ
ค่อยๆขนย้ายของออกเทขาย คงทรมาณใจไม่น้อย
ค่อยๆส่งเด็กแต่ละคนกลับต่างจังหวัด พร้อมให้เงินทุนไปก่อสร้างตัว
ส่วนร้านก็เซ้งไม่ได้ ปล่อยปิดสัญญาไปทั้ง อย่างนั้น
ได้แต่บอกแม่ว่า ชีวิตมันมีอะไรอีกตั้งเยอะแยะ
ถึงแม้ว่า สิ่งที่รออยู่ มันจะทำให้แทบอ๊วก
ตังค์บ้านหมด แม่ป่วยรอผ่าตัดใหญ่ (รอเงิน) ไม่มีกิจการ (โชคดีที่ไม่มีหนี้)
ถ้าไม่มีปัญหาอะไรพวกนี้ กูไม่มีทางเข้าราชการเด็ดขาด
ตอนนี้ มีอะไรให้ทำ ก็ทำทั้งหมด ใครจะว่า ว่าทำงานจับฉ่ายหลายอย่าง ไม่ถนัด อะไรยังไงกูไม่สน
นาทีนี้ ตูต้องการเงิน !!! :30: :30: :30:
ว่าจะขายรถ กับคอนโด แล้วนะเอ้อ เผื่อใครสน
จะแจ้งรายละเอียดอีกครั้ง :40:
พี่ส้ม...คอนโดแถวไหน ขอรายละเอียดค่ะ :25:
ปาล์มอยากใช้ชีวิตชิวๆ ไม่ชอบชีวิตที่ต้องเร่งรีบ บีบคั้นตัวเองตลอดเวลา
ได้แต่บอกตัวเอง ถ้าผ่านตรงนี้ได้ เราจะชิว :30:
ที่พัทยา นาจอมเทียนค่ะ
ลมดีมาก ที่ห้องเห็นทะเลนิดๆ ติดถนน เดินทางสะดวก :25:
ขอบคุณพี่ปาล์ม + :25:
ไทยเราก็มีสวัสดิการพื้นฐานก็แบบนี้เหมือนกัน
แต่ระดับในการรักษาพื้นฐานยังคงแตกต่างอยู่มัง :16:
แก้ไข //
พี่ส้มๆ สู้ๆ พี่ :12:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 28 ก.ค. 2010, 10:13 น.
อ่านของปาล์มแล้ว รู้สึกว่าต้องเอาจริงกับชีวิตขึ้นอีกเยอะเลย :05:
:3005:
กรี๊ดดดดดดดดดดดดด บ.ฝรั่งที่เล่าให้ให้ฟังว่าโทร.มาบอกว่า พุท ยู อิน เดอะ เซ้คเคิ่ล เนม นะ บลาๆๆ
เขาโทรมา บอกว่ารายแรกมีปัญหา เข้ามาพบเราเพื่อบรีฟงานได้เมื่อไหร่? แล้วจะเมลรายละเอียดที่เหลือ รวมถึงแผนที่ออฟฟิศมาให้ :25:
ว้าวๆ พี่บวบจะได้โกอินเตอร์แล้ว :25:
บวบจะมีผัวฝรั่ง :25: :25:
ส้มเอ้ยฟังเรื่องเอ็งแล้ว...ไม่ค่อยห่วงเอ็งเท่าไหร่ :47:
เพราะเอ็งเก่งอยู่แล้ว :37:
ยังไม่รู้เลย จะเจออะไรบ้าง :30:
ปล. เขาจะรู้มั้ยนะ.. ว่าในโทร. ตูฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง :37:
นิโกรอันเท่าแขน :47:
ออสซี่หรอก :47:
โอ้ว สามสี่หน้าที่ผ่านมา เนื้อหาเข้มข้นมาก ชอบๆ :25:
พี่บวบได้เรื่องอย่างไร มาบอกเล่าเก้าสิบให้ฟังด้วยนะ :25:
:30: :3005:
ไม่เรียนมันละ ปาล์ม รับเด็กล้างจานมั้ยยย :30:
เก่งจริงๆนะอายุเท่านี้ :12: แค่ดูร้านเดียวว่ายากแล้วนี้หลายร้านยิ่งยากเข้าไปใหญ่
ปาล์มเจ๋งมากๆ ชอบๆ
เจ๊งก็บอกว่าเจ๊ง ไม่ต้องอ้อมค้อม ไม่ต้องสร้างภาพ
เอาล่ะ ต่อไปนี้เราจะสถาปนากระทู้นี้เป็นกระทู้โชว์ความเจ๊ง จะได้เป็นข้อคิดให้คนอื่นๆด้วย
ให้บักตั้งเป็นประธานแล้วกัน :30:
:30: :30: :30:
ยินดีกับอีบวบด้วยนะ :53:
อ้างคำพูดจาก: Palm4u เมื่อ 28 ก.ค. 2010, 09:30 น.
ตอนนั้นรู้ความต้องการตัวเองนะว่าอยากเรียนอะไร ปาล์มสนใจแนวๆนิเทศฯ ชอบแนวบันเทิง
ไม่ชอบธุรกิจ ไม่ชอบวิทยาศาสตร์ ชอบเชิงศิลปะ แต่ไม่เก่งศิลปะ
เข้าเรียนไปได้ปีนึงก็รู้ว่านี่ไม่ใช่เรา...ปาล์มไม่ชอบศาสตร์ที่ว่าด้วยการสร้างความต้องการ จุดต่อมบริโภคนิยม
ไม่ชอบกระตุ้นให้คนโลภ และไม่รู้จักพอ (อีกด้านนึงปาล์มเป็นคนพอเพียง และชอบแนววิถีพุทธ)
พอปาล์มอยู่ในร่างนักการตลาด จะรู้สึกเหมือนต้องสวมวิญญาณเดวิล รู้สึกเหมือนเราเอาเปรียบคนอื่น...ไม่ชอบเลย
สะดุดตรงนี้ แนวคิดคล้ายกัน (น้านน ทำเนียนว่าตัวเองคิดเหมือนสาวเก่งด้วยเว้ย :30:)
แต่นิเทศศาสตร์เป็นเครื่องมือของการตลาดเลยล่ะ จริงมั้ยพี่ร่ม
ยิ่งสายโฆษณาด้วยแล้วยิ่งสร้างนิสัยบริโภคนิยม
ไม่รู้จักพอ ต้องขาว ต้องผอม ไรงี้
เคยเห็นคนในวงการเถียงกันคอเป็นเอ็นว่าไม่จริ๊ง
ไม่ได้โฆษณาเกินจริง ไม่ได้บิดเบือน บลา บลา
แล้วก็ผลักภาระไปที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง
และโรงเรียนว่าต้องเอ็ดดูเคทเยาวชน (ถุยยยยยย)
จริงๆ แล้วปาล์มอาจจะอยู่ถูกที่ถูกเวลาแล้วก็ได้นะ
ยิ่งลงลึก ยิ่งเข้าใกล้ความจริง ก็อาจจะพบว่ามันคือสิ่งที่เราเกลียดมากกว่า :12:
:30: :30: :30: :05:
อยากจะมาโพสอะไรมั่ง
แต่ไม่เอาดีกว่า ไม่อยากโชว์เจ๊ง :30:
เฮ้ย
เรื่องของกิ๊กนี่เหวอใหญ่เลย
เอาไว้กระตุกต่อมอยากรวยของคนได้ดีนักแล
เล่าสิเล่าๆๆ
เล่าเลยๆ :27:
เข้ามาอ่านโพสพี่ปาล์มกับตั้ง ก็เหวอไปเยอะเหมือนกันนะ
ว่้ากว่าจะทำธุรกิจอะไรสำเร็จซักอย่างมันจะต้องผ่านอะไรมาเยอะ
หลายคนคงรู้ว่ากิ๊กมีร้านยาเป็นของตัวเองที่สมุย
เริ่มแรก ก็ไม่ตั้งใจเปิดอะไรหรอกนะ :30: มันเป็นเหมือนสถานการณ์บังคับ
ถูกบีบเค้นจากที่ทำงานที่เราเคยอยู่ เงินเดือนแยะก็จริง แต่พอยอดขายมันไม่เข้าเป้า
ก็มาจู้จี้จุกจิกกันมากเกินไป การขายยา มันไม่ใช่ธุรกิจที่เห็นแก่ได้ซะอย่างเดียว
เพราะงั้น ให้เป็นเด็กเชียร์ยาไม่คำนึงถึงวิชาชีพนี่ไม่ได้ใหญ่เลย
สิ่งที่สำคัญมากๆ ของการทำธุรกิจ ก็คือทำเล อันดับรองลงมาก็คือบริการ อย่างที่พี่ปาล์มบอก
ร้านส่วนใหญ่จะตกอับเพราะทำเลมากกว่า พอขายไม่ได้ก็มักจะโทษพนักงานขาย
ทั้งๆที่น่าจะรู้ว่า เหตุผลเพราะอะไร
โดนจากร้านแรก เริ่มแหม่งๆ แล้วว่า จะโดนอีกมั้ย ... ก็เป็นอีกแล้ว โดนให้ออกแถมค้างเงินเราอีก :17:
ทำเลอีกแล้ว ก่อนเราไปทำ เราก็บอกเจ้าของร้านไปแล้วว่า พี่... ทำเลตรงนี้ คนไม่ค่อยเห็นร้านเรานะ พี่เค้าบอกแค่ว่า
เออๆ ลองไปก่อน :39:
สองร้านแล้วว ความอดทนที่จะต้องไปเป็นลูกจ้าง และเป็นเภสัชกรรับจ้างลองทำเลเนี่ย ไม่เอาแล้วเว้ยย
ก็เลย เอาหละเว้ยย ตรูเปิดร้านยาของตัวเองก็ได้ !!!
ออกจากงานประจำที่ทำอยู่ ขับรถชิวทั้งวันที่เกาะสมุย
ชีวิตลั่นล้ามีความสุขมาก :30: แต่จริงๆ ในใจคือ เอาไงดีวะ ไม่อยากกลับบ้าน หาทำเลเปิดร้านที่สมุยนี่หละ
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลองมันซักครั้ง ....
เดี๋ยวมาต่อนะ :56:
โอ้ววว :25:
มาอ่านเรื่องราวของคนเจ๋งๆ :25a:
(ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไร้สาระแฮะ..) :39:
ร้านยานี้ ปัจจัยเยอะมาก เพราะคู่ต่อสู้คือ คลีนิคและโรงบาล และถ้าเป็นในอำเภอยิ่งมีคู่ต่อสู้ประหลาดๆ คือ เภสัชที่ทำงานที่โรงบาลแล้วมาเปิดร้านยา
คนจะเชื่อมาก ทั้งๆที่บ้านผมพี่สาวก็เป็นเภสัชนะ ขนาดใส่ชุดขายทั้งวัน คนก็ยังไม่ค่อยเชื่อ :30: เพราะเขาไม่รู้ว่านี้คือชุดเภสัช ป้ายติดไปเหอะ เขาไม่ดู
ขายยาให้ชาวบ้านนี้ต้องอาศัยการปลูกฝั่งความเชื่อมาก
เมื่อก่อน บ้านผมขายดีมากๆ ทั้งวันขายจนไม่ได้นั่งกันเลย พอเริ่มมีการโฆษณาเรื่องยาชุด หมอมาเปิดคลีนิค ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคขึ้นเรื่อยๆ
รอฟังกิ้กเล่าต่อ :25:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 28 ก.ค. 2010, 14:57 น.
มาอ่านเรื่องราวของคนเจ๋งๆ :25a:
(ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไร้สาระแฮะ..) :39:
ไม่หรอกพี่แอ้ เรามันก็ต้องมีมุมเจ๋งๆ ของเราเหมือนกัน
แค่เรายังไม่เจอ หรือเรายังคิดว่ามันไม่เจ๋งพอเท่านั้นเอง :12:
รอฟังเรื่องร้านขายยาพี่กิ๊กต่อ :25:
มาแล้วๆ ที่เกาะสมุยมันมีอะไร :25:
เกาะสมุย มันมีอะไร ที่ทำให้คุณนั้นอยากไป.....
กิ๊กเริ่มขับหาทำเลร้าน ในโซนที่คิดว่าอยากจะเปิด และมีงบประมาณพอกับทั้งค่าเช่า ค่าแต่งร้าน ค่าสินค้า
ทำมาตั้งหลายร้าน ก็เลยจำได้ขึ้นใจว่า ทำเลดีมีชัยเว้ยย ย
จุดแรกคือ หาทำเลเป็นโซนแหล่งท่องเที่ยว เอาแบบติดหาดนี่หละ เจ๋งสุดแ้ล้ว
จุดที่สองคือ สามารถที่จะขายคนไทย เช่นพนักงานโรงแรม หรือคนเกาะได้ด้วย
จุดที่สามคือ ต้องไม่อยู่ในโซนที่มีคู่แข่งมากเกินไป
ซึ่งทำเลที่ว่าเนี๊ยะ หายากมากเลย ไอ้ร้านว่างๆ ที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยว เช่าเดือนหละแสน เซ้งอีกเป็นล้าน :31:
ถอยดีกว่า :30:
จากความพยายามที่จะเลือกเปิดในหาด ก็ถอยออกไปปลายหาด
ขับรถมอเตอร์ไซต์หาเป็นอาทิตย์ทั้งๆที่ เกาะสมุยมันก็เล็กนิดเดียว
จนกระทั่งเจอทำเลที่คิดว่า ไม่ถูก ไม่แพงจนเกินไป และรับภาระค่าเช่าได้ อยู่ 2 ที่ ไม่ไกลกันนัก
ไอ้ที่แรก เกือบเซนต์สัญญาเช่าและจ่ายมัดจำไปแล้วด้วย พอมาเจอที่ที่สอง ก็ชิ่งที่แรกเลย :30:
สรุปว่าก็ได้อีกที่ ทำเลดี ติดแฟมิลี่ เซเว่น โรงแรมห้าดาว สามดาว และบังกะโลนักท่องเที่ยว แต่ติดอยู่ที่ว่า...
โรงพยาบาลอยู่ถัดร้า่นไปหน่อยเดียว !!!!
เอานี่แหละวะ !!!! ต่อไปก็สู่ขั้นตอนการเปิดร้าน ...
ร้านนี้ โชคดีมาก ที่เจ้าของเดิมทิ้งแอร์ไว้ให้ ป้ายไฟ แต่ต้องมาแต่งร้านภายในทั้งหมดเอง ประหยัดงบไปได้หลายหมื่นอยู่
ตกแต่งภายใน กิ๊กสั่งทำเองทั้งหมด สั่งช่างให้ทำโน่นทำนี่ สั่งชั้นวางของ ดูเรื่องราคา วางผังร้าน ออกแบบป้าย
(โชคดีอีกต่อ ที่พี่ที่รู้จัก หาช่างให้ เพราะุถ้าหาเอง คงไม่ได้ราคาถูกเท่าไหร่)
แล้วจากนั้นทำรายการสั่งสินค้า เอาของมาลง ลิสต์เองทั้งหมดเลยนะ แต่ด้วยจากประสบการณ์ทั้งสองร้านที่ผ่านมา เรื่องแบบนี้ก็เลยสบายๆ
ทุกอย่างร้าน และสินค้าพร้อม เสร็จภายในสองอาทิตย์
แต่เปิดร้านยาไม่ใช่ร้านขายของชำ ทุกอย่างต้องทำเรื่องยุ่งยากผ่านสาธารณสุข ยื่นเอกสารโน่นนี่นั่น...
เยอะดีเหมือนกัน ตอนนั้นรู้สึกสนุกมาก เพราะต้องนั่งเฟอรี่ข้ามเกาะไปบนฝั่ง ติดต่อเอกสาร..เสร็จนั่งเฟอรี่กลับบ้าน
แหม่ ชีวิตมันมีอะไรเยอะแยะดีจัง :30:
กิ๊กออกแนวจะฮานะ เจ็บๆ คันๆ แต่ก็ยังฮาได้อีก :30:
เรื่องประสบการณ์ตรงแบบนี้แหละ ที่อยากฟัง :25: :25:
เอาอีกพี่กิ๊ก อยากอ่านๆ :25:
ไอ้เปิดร้านนี่ กิ๊กไม่ได้เครียดอะไรเลยนะ
รู้สึกสนุกดีด้วยเวลาเจออะไรใหม่ๆ
โชคดีมาก ที่ที่บ้านสนับสนุนทุกอย่าง ปกติพ่อจะเป็นคนห่วงลูกสาว
แต่ออกมาทำร้านไกลบ้าน ไกลพ่อ ไำกลครอบครัว เค้าก็ยอมปล่อยเรามา
เคยคุยกัน บอกด้วยว่า ถ้ากิ๊กทำัมันไม่รอด จะกลับบ้านนะ่ เค้าก็เข้าใจและบอกว่า ถ้ามันเจ๊งไม่เป็นท่า
ก็กลับมาบ้านเรา ส่วนร้านก็เพื่อประสบการณ์ของเรา ดีกว่าเป็นลูกจ้างให้เค้าโขกสับ ยังไงก็มาเปิดที่บ้านเราได้
เรื่องครอบครัวกิ๊กคงโชคดีกว่าคนอื่นๆ นะ บ้านเราไม่รวย ฐานะมีเงินพอใช้ แต่พ่อและแม่ ให้ลูกได้ทุกอย่าง
เปิดโปรโมชั่น ซื้อยาพาราสามกระปุก แถม ยาลดกรดหนึ่งขวด
ซื้อครบ หนึ่งพัน แถม กิฟโวเชอร์ร้องคาราโอเกะ หนึ่งใบ
จ้างพริตตีเต้นหน้าร้านนนน :07: :07:
อ้างคำพูดจาก: daylight เมื่อ 28 ก.ค. 2010, 15:44 น.
เปิดโปรโมชั่น ซื้อยาพาราสามกระปุก แถม ยาลดกรดหนึ่งขวด
ซื้อครบ หนึ่งพัน แถม กิฟโวเชอร์ร้องคาราโอเกะ หนึ่งใบ
จ้างพริตตีเต้นหน้าร้านนนน :07: :07:
ทำแบบนั้นได้ที่ไหนเล่า !!! :07:
ต่อๆ :27:
ซื้อพาราแถมมิกซ์ ซิ :07: :07:
นั่นไม่ใช่ร้านยาแล้ว บักตั้ง :07:
คิดเหมือนกันว่า อายุเยอะขึ้นกว่านี้ มีงานประจำที่แน่นอนแล้ว อาจเป็นพวกราชการ หรือ พวกรัฐวิสาหกิจต่างๆ
อยากเปิดร้านหนังสือ กับ เปิดร้านพวก ขายนมสด นมปั่น บลาๆ
แต่อยากเปิดร้านหนังสือมากกว่า เพราะร้านนมเคยทำแล้วเจ๊งมาแล้ว :30:
ร้านหนังสือนี่ คงเป็นพวกการ์ตูนและนิยาย
แต่กะจะหนักที่นิยายมากกว่า
แบบเราเป็นคนชอบอ่านนิยายอยู่แล้ว
เราน่าจะบอกหรือเชียร์ได้ หรือบอกคล่าวๆ เกี่ยวกับเล่มนี้ได้ว่า
เรื่องนี้มันประมาณไหน แนวไหน คุณชอบแนวไหน เราจะได้จัดให้ได้
ฝันๆ ไว้ :42:
ร้านยาที่พี่แถวบ้านเปิด
มีที่เป็นของตัวเองไม่ต้องเสียค่าเช่า
กลางวันให้พ่อแม่เฝ้า แล้วก็ไปโรงบาล
ตกเย็นเลิกงาน กลับบ้านไปนอนดูทีวีในร้าน
หน้าร้านมีขนม ชั้นบนเปิดร้านเน็ท
ชิวมากกกก
เปิดร้านขายยาที่อื่นอาจจะต้องใช้ความอดทนนะกว่าที่ลูกค้าจะเข้าใจ และติดใจบริการเรา
แต่เกาะสมุยนี่ ทำเลล้วนๆ เลย เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ
คราวนี้ ก็ได้เวลาสปีคอิงลิชชุแล้วค่ะ ถ้าอยากเรียนต่อภาษาไม่ต้องไปไกล คุณได้ลองใช้มันสื่อสารทันทีที่เกาะสมุย
อยากจะฝึกภาษาฝรั่งเศส ก็ข้างบ้านอิชั้นเอง เยอรมันก็เพียบ เกาหลี ญี่ปุ่น จีน รัสเซีย อินเดีย พม่า โอ้ย อีกมากมาย
นี่มันเมืองนักท่องเที่ยวจริงๆ ลูกค้าร้านยาก็เลยไม่ได้พูดภาษาไทย
wallstreet ที่เสียค่าแพงหลายหมื่นก็ไม่ต้องไป มันประหยัดค่าเรียนภาษาของเราได้ทันที
เพราะถ้าพูดไม่ได้ ฟังไม่ออก ก็แย่หละทีนี้ :30:
สรุปว่า กิ๊กเปิดร้านมาปีกว่าๆ แล้ว
พฤติกรรมบริโภคยาของลูกค้าก็พอรู้แล้ว แต่หละชาติก็ไม่เหมือนกัน
ภาษา สำเนียง ก็ต่างกัน ลูกค้าบางคนตั้งใจเข้ามาร้านยาเพื่อซื้อยาเป็นของฝาก
ร้านเราก็เลยมีออฟชั่นเสริม เป็นร้านขายของฝาก ( ที่ไม่ใช่ยา ) ไปในตัว
ไปๆ มาๆ ขายของฝากดีกว่ายา :31:
คุยกับเพื่อนที่เปิดร้านยาด้วยกัน ในแถบกรุงเทพนะ
ถึงร้านเรามีลูกค้า ยี่สิบกว่าคนในแต่หละวัน เราก็กำไรมากๆ แล้ว
เทียบกับบางร้านต่างจังหวัดลูกค้าได้เกือบร้อย... แต่กำไรหน่อยเดียว
เนี่ยยย มันสบายกว่าเยอะ
ดีใจ ที่ตัดสินใจถูก เปิดร้านมาปีกว่าๆ ต้องขยายร้านไปด้านหลังเพราะของเริ่มจะเยอะ
แค่อยากจะทำให้ มีทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการ หามาหมดจริงๆ นะ แ้ม้กระทั่งผงฟู ....
ถ้าจะถามว่างานไหนมันสบาย เล่นเน็ตชิวๆ อยู่ในห้องแอร์เย็นๆ ทั้งวัน ก็เรานี่หละ :30:
แต่เรายังไม่อยากจะทำสาขาเพิ่มตอนนี้ เพราะช่วงนี้การท่องเที่ยวซบเซา เปิดไปก็กลัวจะขาดทุนเปล่าๆ
:25: กิ๊กเก่งอะ
เป็นเภสัช ที่ทำกราฟิก ถ่ายรูป วาดสีน้ำ บริหารร้านเอง มีอะไรอีกหว่า
อ้าว ไม่เจ็งหนิ :31:
ร้านยาในกรุงเทพ แพงเว่อร์มาก :08: ทั้งๆที่ใกล้แหล่งแท้ๆ
นี่ม่าช่าย ไทละนอล หนิ
ยังไม่เจ๊งค่ะ พี่อู๋
ถ้าจะเจ๊งก็ืคือเภสัชกิ๊กไ่ม่ยอมอยู่ร้าน เอาแต่ถือกล้องไปถ่ายรูปนั่นแหละ :58:
ถ้าเอาให้มีทุกอย่าง เดี๋ยวฝรั่งหัวเดรดร๊อค เดินเข้ามา ถามหา วี้ด หนึ่งถุงหรอกครับ
ไม่เจ็งก็เจ๋งซิครับ :25:
รู้จักอแดปเพื่อเพิ่มรายได้ด้วย
ยังไม่ได้จ้างลูกจ้างใช่มั้ยครับ :47:
ลูกจ้างต้องระวังน๊า หน้าตาซื่อๆ ใสๆ นี่ละตัวดีเลย :05:
เอ้า แม่ค้ามาอีกราย :30: เล่าเลยๆ
จะมาเล่าว่ามีเพื่อนชวนมาทำร้านซักรีดด้วยกันกับเ้าแถบสุขุมวิท ซอย 22 จริงๆมันก็เป็นร้านเรียบร้อยไปแล้วละแถมได้ยินมาว่ารายได้ก็พอสมควร แต่ก็งงนิดหน่อยว่ามันจะชวนเราไปทำไม่ หรือว่าจะทำไม่ทันแต่มันก็ไม่ให้เราออกจากงานแต่ไปช่วยตอนวันเสาร์ อาทิตย์กับตอนเย็นหลังเลิกงาน หรือมันอยากมีเพื่อนร่วมลงทุนอะไรยังงี้ก็ไม่เห็นบอกว่าจะขยายร้านอะไรเลย แอบวิตกจริตนิดหน่อย แถมเราไปช่วยแค่นั้นมันบอกว่าตังค์หักรายจ่ายแล้วแบ่งครึ่งเลยด้วยนะ :47:
กะร่วมชีวิตกันไง :37:
เอา :30:
อ้างคำพูดจาก: พันเอก เมื่อ 28 ก.ค. 2010, 17:15 น.
จะมาเล่าว่ามีเพื่อนชวนมาทำร้านซักรีดด้วยกันกับเ้าแถบสุขุมวิท ซอย 22 จริงๆมันก็เป็นร้านเรียบร้อยไปแล้วละแถมได้ยินมาว่ารายได้ก็พอสมควร แต่ก็งงนิดหน่อยว่ามันจะชวนเราไปทำไม่ หรือว่าจะทำไม่ทันแต่มันก็ไม่ให้เราออกจากงานแต่ไปช่วยตอนวันเสาร์ อาทิตย์กับตอนเย็นหลังเลิกงาน หรือมันอยากมีเพื่อนร่วมลงทุนอะไรยังงี้ก็ไม่เห็นบอกว่าจะขยายร้านอะไรเลย แอบวิตกจริตนิดหน่อย แถมเราไปช่วยแค่นั้นมันบอกว่าตังค์หักรายจ่ายแล้วแบ่งครึ่งเลยด้วยนะ :47:
มุกเดียวกะพี่ที่ชวนผมร่วมหุ้นเลย
มุขเดียวกันกับที่ญาติกิ๊กเจอเลย :30:
มุขเดียวกับจักรีเลย :30:
อ้าวไม่ใช่ :31:
ลองคุยรายละเอียดดีดี พี่พันเอก :44:
โห ทั้งตั้ง ปาล์ม และกิ๊ก
ช่างเป็นเรื่องเล่าที่เข้มข้นน่าติดตามและให้อะไรคนอ่านทุกบรรทัดเลย
ทำให้ใครหลายคนเห็นว่า อายุยังไม่ถึง 30 เราก็สามารถทำอะไรให้ขึ้นมาด้วยตัวเราเองได้ :12:
นับเฉพาะผมนี่ก็งงเลย ว่าอายุเท่านี้ทำธุรกิจเองได้ด้วยเหรอ โดยที่ไม่ได้บ้านรวย
ไม่ได้หมายถึงคิดว่าอายุน้อยจะไม่สามารถนะ แต่แบบว่าอายุเท่านี้ยังเด็กๆเที่ยวเล่นอะ
เช่นผมเป็นตัน ถ้าให้บริหารร้านกล้วยแขกก็รับรองว่าเจ๊ง
อย่างกิ๊กนี่ตัวจริงกระทิงแดงครับ :12:
ตอนนี้กะไว้ว่าถ้าไปสมุยเมื่อไหร่จะไปนอนร้านยาให้ได้ :07:
ชอบอะชอบๆ
อยากอ่านอีกๆ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 28 ก.ค. 2010, 18:05 น.
อย่างกิ๊กนี่ตัวจริงกระทิงแดงครับ :12:
ตอนนี้กะไว้ว่าถ้าไปสมุยเมื่อไหร่จะไปนอนร้านยาให้ได้ :07:
ถ้าไปแม่สายก็ไปนอน หลุมขยะเจี้ยม :07:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 28 ก.ค. 2010, 18:05 น.
อย่างกิ๊กนี่ตัวจริงกระทิงแดงครับ :12:
ตอนนี้กะไว้ว่าถ้าไปสมุยเมื่อไหร่จะไปนอนร้านยาให้ได้ :07:
เฮ้ย มาดิ เดี๋ยวพาไปขับมอเตอร์ไซต์เที่ยว
รึจะไปเล่นทะเล ก็เดินข้ามถนนหน้าบ้านไปซัก 100 เมตร ก็ทะเลแล้ว
แต่นอนในร้านยา กิ๊กจองพื้นที่หน้าทีวีไว้แล้วนะ :07:
อ่อ ตอนนี้มีโครงการที่คิดๆ ไว้ในใจ และกำลังศึกษาข้อมูลอยู่
แต่ใจนึงก็อยากเรียนต่อพวกออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือไม่ก็ด้านการตลาดควบไปเลย
ว่าไปกิ๊กไม่ได้ทำอะไรเลยนะ รู้สึกว่ามันก็ไม่ได้ยุ่งยาก ไม่ได้สู้ชีวิต
ถ้าจะเีรียกว่าสู้ชีวิตคงเทียบไม่ได้กับคนที่ทำงานในกรุงเทพค่ะพี่ๆ
อีกส่วนอาจเป็นเพราะเงินลงทุนเป็นส่วนที่พ่อกับแม่ให้มา ค่อยถยอยคืน ไม่เสียดอกเบี้ยอีกตะหาก
โชคช่วยด้วยทั้งนั้นแหละ ตอนนี้ ก็ดูๆ อยู่ว่า จะมีใครมาเปิดแข่งมั้ยเนี่ย :58:
กิ้กเรียนโทยัง :09: ตอนนี้พี่สาวไปเรียนโทอยู่ด้านความงาม กะว่าจะออกมาทำยาเป้นของร้านเอง เกี่ยวกับพวกยาทาสิว ยาลดความอ้วน
ไม่รู้มีแนวไหนที่เหมาะกับตลาดที่นั้นบ้าง
ปล. ดีล่ะ เดี๋ยวเผื่ออยากไปเที่ยวดสมุยจะติดต่อไปนะ :51:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 28 ก.ค. 2010, 18:27 น.
กิ้กเรียนโทยัง :09: ตอนนี้พี่สาวไปเรียนโทอยู่ด้านความงาม กะว่าจะออกมาทำยาเป้นของร้านเอง เกี่ยวกับพวกยาทาสิว ยาลดความอ้วน
ไม่รู้มีแนวไหนที่เหมาะกับตลาดที่นั้นบ้าง
ปล. ดีล่ะ เดี๋ยวเผื่ออยากไปเที่ยวสมุยจะติดต่อไปนะ :51:
ยังเลยพี่อู๋ เอาเข้าจริงๆ ไม่มีเวลาไปเรียนโทหรอกค่ะ เพราะไปก็ไม่มีคนเฝ้าร้าน ทำบัญชี
ถ้าจะส่งให้คนอื่นทำจริงๆ ก็ต้องวางระบบร้านให้ดีๆ ไหนๆ ก็จบ informatics มาด้วย ใช้คอมให้เป็นประโยชน์ซะหน่อย
และก็กะว่าเก็บเงินก่อนซักพัก
จริงๆ ที่สมุยก็มีราชภัฏนะ ไม่รู้ว่าน่าเรียนรึเปล่า
ส่วน..พี่สาวพี่อู๋ เป็นเภสัชอยู่แล้วใช่มั้ยเอ่ย
ขายสินค้าความงาม ที่เกาะสมุยเหรอ ขายพวกผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สปา พวกนี้จะขายดีค่ะ
และพวกสินค้าที่ทำให้เค้าตัวดำๆ เป็นนิโกรเนี่ย ชอบกันนัก :31:
ว่าแต่วันนี้ ลูกค้าเค้าหายอ่าาาา ไปอยู่พะงันกันหมด
ฟูลมูนไม่มีซักเดือนจะได้มั้ยเนี่ยยยยยยย
พี่สาวพี่จบเภสัชมาจ้ะ กำลังต่อโทอีกที :27:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 28 ก.ค. 2010, 18:27 น.
ปล. ดีล่ะ เดี๋ยวเผื่ออยากไปเที่ยวดสมุยจะติดต่อไปนะ :51:
อาโออิ :51:
ริมหาด :51:
ทูพีชสีส้ม :51:
แล้วก็ตื่นจากฝัน :48:
ยัยกิ๊ก เดี๋ยวพี่ออกจากงานแล้วไปแน่ :27:
ช่วงนี้กระทู้ฮ็อตมาก อ่านแล้วอยากทำได้มั่งเลย :30a:
ปล. มาอวดว่าที่ไปสัมภาษณ์งานมาสามที่ ได้สองที่ล่ะ
1. บ. ฝรั่งที่เคยโทรมาบอกว่ายูไม่ได้นะ ไอรับคนที่ปสก.มากกว่าไปแล้ว แต่ยังเก็บชื่อยูไว้นะ
รายละเอียดงานส่วนใหญ่น่าจะเป็นประสานฝ่ายผลิต (ไทย) กับทีมออกแบบ (ฝรั่ง) เพื่อผลิตบ้านไปสร้าง แถวๆ ออสเตรเลีย, ปาปัวฯ, ฯ ในตอนแรก
เมื่อขยายฐานลูกค้าในไทย ก็จะได้ดูเรื่องการออกแบบที่เหมาะกับบ้านเราด้วย เพราะยังไม่มีสถาปนิกที่นี่เลย (เอาจริงๆ ยังไม่มีพนง. สักคน :30:)
และที่เหลือ คือคอยประสานงานให้เจ้านาย ซึ่งต้องคอยบินไปๆ กลับๆ เมืองไทย กะออสเตรเลีย
ค่าตอบแทน สูงกว่าที่เดิม 42%+ ส่วนสวัสดิการ และความก้าวหน้ายังไม่ได้คุยรายละเอียด
สรุปจะเข้าไปบรีฟงาน + เรียนรู้ (ประมาณปฐมนิเทศ) วันจันทร์หน้า ยังไม่รู้จะเจออะไรบ้าง
2. บ. ออกแบบใหญ่โต ที่รับทำเฉพาะลูกค้าองค์กร และมีการให้คำปรึกษาตั้งแต่เรื่องแบรนดิ้ง / อาร์คิเทคเจอร์ / ตกแต่ง / กราฟฟิก
เป็นบ. ที่เป็นคนออกแบบ TYPICAL และวางข้อกำหนดให้หลายๆ สถานที่ที่เราคุ้นตา เช่น บรรดาอเวนิวทั้งหลาย, โตโยต้าชัวร์, ปตท., ฯ
ถ้าทำที่นี่ก็จะได้เป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบเสกลใหญ่ๆ และมีชื่อเสียง ที่สำคัญได้เรียนรู้งานออกแบบมากขึ้นด้วย
บ. มีสวัสดิการเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ด้วยนะ อาจจะมีไปดูงานเมืองน่งเมืองนอกบ้าง (ตามประสาออฟฟิศใหญ่ๆ)
ส่วนค่าตอบแทน มากกว่าเดิมแค่ 14.2%+ ด้วยเหตุผลเหมือนกับที่ไปสัมภาษณ์ที่แรก คือปสก.ไม่ตรงฟีลด์ :3005:
บอกเขาว่าจะเข้าไปวันจันทร์ที่ 9 ถ้ามีอะไรผิดพลาดจะโทรไปบอก
สรุป วันจันทร์หน้า มีโอกาสลองงาน บ.ฝรั่งหนึ่งอาทิตย์ ถ้าโอก็ต้องโทรไปปฏิเสธ บ.ออกแบบรายนั้น (หวังว่าจะโอฯ)
ถ้าไม่โอฯ ยังไงก็มีแสปร์ :30:
ปล. (อีกที) สรุปว่าเดือนหน้าไม่ตกงานแล้วนะครับ :30:
:25: เย้ พี่บวบโกอินเตอร์แล้วววว
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 29 ก.ค. 2010, 00:01 น.
ยัยกิ๊ก เดี๋ยวพี่ออกจากงานแล้วไปแน่ :27:
มาๆ อีกสี่เดือนใช่มะ :27:
อ้างคำพูดจาก: Longtime เมื่อ 29 ก.ค. 2010, 14:14 น.
:25: เย้ พี่บวบโกอินเตอร์แล้วววว
รู้สึกกระจอกมากพออ่านของทุกคนที่ผ่านมา :30a:
เงินเดือนเพิ่ม รวยแล้วดิ มาเลี้ยงเบียร์ตูเลย :47:
ต่อไปแกอาจจะไม่กระจอกแล้วก็ได้นะบวบ :30:
ลุงร่มออกจากงานแล้วนิมีเวลาว่างแล้ว เอาเงินมาเลี้ยงเบียร์หลานๆ เลย :47:
เดือนหน้าจะมีรายได้กี่บาทยังไม่รู้เลย เงินเก็บนี่ไม่ต้องพูดถึง มีแต่หนี้ :30:
เร็วๆ นี้คงได้มาอัพเดทตัวเองบ้าง
รอผลอยู่เหมือนกัน
ได้ หรือผ่าน ก็ดีไป
ไม่ได้ก็ยังชิลกับที่เก่าเรื่อยไป
รอขยับขยายและหาโอกาสต่อไป :42:
วางแผนว่าอีก2ปีจะกลับไทยแบบถาวร
ยังไงช่วยหางานให้เค้าด้วยนะ
อ้างคำพูดจาก: Rubberduck เมื่อ 29 ก.ค. 2010, 14:15 น.
เงินเดือนเพิ่ม รวยแล้วดิ มาเลี้ยงเบียร์ตูเลย :47:
ทำงานแถวดอนหวาย.. มาดิ เดี๋ยวเลี้ยงเลย :49:
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 29 ก.ค. 2010, 14:25 น.
ต่อไปแกอาจจะไม่กระจอกแล้วก็ได้นะบวบ :30:
เป็นโคตรกระจอกแทน :30a:
อ้างคำพูดจาก: Palm4u เมื่อ 29 ก.ค. 2010, 14:31 น.
วางแผนว่าอีก2ปีจะกลับไทยแบบถาวร
ยังไงช่วยหางานให้เค้าด้วยนะ
กลับมาแต่งงานชิมิ :25:
มีแต่คนเจ๋งๆ :25:
ตั้ง พี่โบว์พี่แอน พี่ปาล์ม พี่กิ๊ก :12:
แล้วก็มามองดูตัวเอง ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยตู :16:
ตัวเดียวอันเดียวก็ไม่มีเหรอ :16:
อันนั้นใช้ ลักษณะนาม ว่ าชิ้น กับ อัน ไม่ได้อะครับพี่ :58:
ถ้าปาล์มกลับมาไทยจะมาทำอะไรต่อ (อยากรู้ๆ)
เปิดร้านอาหารออสเตรเลียในไทย :37:
เคยคุยกับเก้อเรื่องอาหาร เก้อบอกว่าสงสัยมั้ยทำไมไม่มีร้านอาหารอังกฤษ แพร่หลายในเมืองไทยหรือทั่วโลก
เก้อบอก เพราะมันไม่อร่อยน่ะซิ :31:
ตอนนี้เป็นมนุษย์เงินปักษ์ธรรมดาๆ :47:
อ่านของแล้วฮึกเหิมดี
รู้ึสึกตัวเองกระจอกเหมือนกัน :30:
เริ่มอ่านมาตั้งแต่ของบักตั้ง
เฮ้ย เจ๋งว่ะ แม้ว่ามันจะเหลวก็เหอะ อย่างน้อยก็กล้าคิดกล้าตัดสินใจ ได้ประสบการณ์จริงเพียบ :12:
ส่วนปาล์ม
อ้างคำพูดจาก: Palm4u เมื่อ 27 ก.ค. 2010, 23:26 น.
ว่าแล้วก็ต้องขอบคุณพี่โอ้เอ้มา ณ ที่นี้.......เมื่อสามสี่ปีที่แล้ว ช่วงกำลังไฟแรง อยากทำธุรกิจของตัวเองมากๆ
ตอนนั้นยังเรียนอยู่เลย คุยmsnกะพี่โอ้เอ้ เกี่ยวกับอาชีพการงาน ความฝัน
พี่โอ้เอ้ เตือนให้สติมาว่า "จะทำอะไรก็ดี พี่อยากให้เราเข้าไปเรียนรู้ ให้มีประสบการณ์ก่อน"
มันจริงนะ ประสบการณ์มันช่วยให้เราเจ็บตัวน้อยลง
นี่ขนาดมีประสบการณ์มาแล้วนะ ร้านที่2ยังเจ๊งเลย :30:
เพิ่งปิดกิจการไปวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี่เอง
จำได้ด้วย :05:
จำได้ว่าตอนนั้นแนวคิดเราขัดแย้งกันอยู่เล็กน้อยนะ
แต่พี่โคตรชอบปาล์มเลยว่ะ ไฟแรงมากกกกกกกก :12:
อย่างน้อยที่สุดก็เดินตามฝันตัวเองได้เร็ว เร็วมากๆๆๆ
ติดตามการเดินและชื่นชมอยู่ห่างๆ :22:
กิ๊กก็แจ๋วววว แล้วมีโอกาสจะไปเยี่ยมอีกนะ :27:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 29 ก.ค. 2010, 16:28 น.
ถ้าปาล์มกลับมาไทยจะมาทำอะไรต่อ (อยากรู้ๆ)
เอาจริงนะ...อยากเป็นแม่บ้านล่ะ :37:
ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้แต่งงานกับเขารึป่าว และยังคบกันรึป่าว อนาคตไม่มีไรแน่นอน
เราก็คิดแผนสำรองไว้คร่าวๆ 2ทาง
1 กลับไปเป็นอาจารย์ที่บ้านนอก สอนราชภัฎ หรือ มหาวิทยาลัย ก็ว่ากันไป
2 ลองไปเป็นพนักงานออฟฟิศ ใช้ชีวิตในกรุงเทพจริงจังซักครั้ง...เพราะในชีวิตเคยทำออฟฟิศแค่ตอนฝึกงาน2-3เดือน
จากนั้นก็ค่อยหาทางทำธุรกิจต่อน่ะ...เพราะธุรกิจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราเกษียรอายุก่อน40ปี ตามที่เราหวังไว้
:55: ไม่คิดจะทำงานที่นั้นให้ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ หรือขยายสาขาไปนู่นนี้เลยเหรอ
เจ๋งอะ ที่บอกว่าจะกลับมาเป็นครูบ้านนอก นี่ ผมขนลุกเลย
แบบว่านี่ก็เป็นเป้าหมาสุดท้ายของผมละ แต่คืออย่างปาล์มนี่ คือถึงจุดที่ว่าได้ทำอะไรที่มัน สุดยอดมาแล้วแล้วกลับมานะ
ซึ่งนั่นเป็นเป้าหมายที่ผมยังทำไม่ได้ :30: เหมือนกับคำว่า ถ้ายังไม่ถึงสูงสุดของความฝันก็จะไม่ยอมกลับสู่สามัญ อะไรประมาณนั้น :37:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 29 ก.ค. 2010, 18:51 น.
:55: ไม่คิดจะทำงานที่นั้นให้ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ หรือขยายสาขาไปนู่นนี้เลยเหรอ
ทุกวันนี้ก็ขยายสาขาเร็วพรึ่บพรับ ดูไม่ทัน
ยังมีปัญหาเรื่องคนทำงาน ฝึกพนักงานไม่ทัน
ปวดหัวมากตอนนี้ :01:
เราไม่คิดจะเอาบั้นปลายชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่น่ะ อยากอยู่ไทยมากกว่า
ขอโทนะครับ ถ้า จะพูดแบบจริงจังว่า อยากสมัครไปทำงานด้วยได้มั้ยครับ
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 29 ก.ค. 2010, 19:09 น.
ขอโทนะครับ ถ้า จะพูดแบบจริงจังว่า อยากสมัครไปทำงานด้วยได้มั้ยครับ
ตอบแบบจริงจังว่า ไม่รับปากค่ะว่าจะได้หรือไม่
การรับสมัครพนักงานที่ร้าน ก็เหมือนร้านหรือบริษัททั่วไป
ถ้าร้านยังมีพนักงานเต็มอัตรา ก็ไม่รับค่ะ
ถ้าจะมาจริงๆ ช่วยดูให้ได้ ถ้าร้านมีตำแหน่งว่าง เราสามารถพาไปลองงานได้ สอนงานเบื้องต้นได้ แต่ไม่รับประกันว่าจะผ่านไม่ผ่าน
:40: ขอให้สัมพาษณ์เป็นภาษาไทยก็พอแล้ว :30:
อังกฤษชัวร์ๆ :58:
:30a:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 28 ก.ค. 2010, 10:13 น.
อ่านของปาล์มแล้ว รู้สึกว่าต้องเอาจริงกับชีวิตขึ้นอีกเยอะเลย :05:
:3005: :3005: :3005:
ปาล์มเจ๋งมาก :12:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 29 ก.ค. 2010, 19:17 น.
:40: ขอให้สัมพาษณ์เป็นภาษาไทยก็พอแล้ว :30:
จักรีสนใจทำงานเสิร์ฟหรืองานในครัวคะ?
ถ้างานเสิร์ฟคงต้องพอได้ภาษาหน่อยล่ะ
ส่วนงานในครัว...สัมภาษณ์เป็นภาษาไทยและภาษาท้องถิ่นค่ะ :37:
อยากทำงานครัวครับ จะมีคนสอนเราทำอาหารด้วยใช่มั้ย :25:
จักรีจะโกอินเตอร์แล้ว :25:
:30: เปล่าๆ ยังๆ หาทางไว้ก่อนเผื่อตกงาน
อยากเรียนต่ออะ จริงๆ เพิ่งคิดได้เมื่อกี้แหละว่าอยากไป :30:
อยากทำงานด้วย
เสริฟก็ได้..
เคยลาออกจากงานเพราะเจ้าของร้านพูดหยาบคาย.. :30:
หยาบมากเลยนะ ไม่คิดว่าเราจากบ้านมาไกล มาฟังอะไรแบบนี้
2 วันลาออกเลย
ตอนนี้มาคิด 'โครตโง่เลยว่ะ'
:3005:
อ่านกระทู้นี่ช่วงนี้หลังๆ แล้วดีจัง ทั้งปาล์ม กิ๊ก บวบ ตั้ง
รู้สึกชื่นชมนะ คนเราถ้าตั้งใจและทำทุกอย่างแบบมีสติ
มันต้องสำเร็จซิเนอะ :33:
จักรีจะไปตามรอยจาพนมจริงๆ ด้วย :30:
ส่วนปาล์ม อยากเจอตัวจริงจังเลย :25:
แต่พี่สะใภ้ก็พูดนะว่ายังไง็ยังไง บ้านเราก็น่าอยู่กว่าเมืองนอกเป็นไหนๆ
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 29 ก.ค. 2010, 22:04 น.
แต่พี่สะใภ้ก็พูดนะว่ายังไง็ยังไง บ้านเราก็น่าอยู่กว่าเมืองนอกเป็นไหนๆ
แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนมากกว่า
ออสเตรเลียน่าอยู่นะ คนออสซี่จริงๆเป็นมิตรมาก มารยาทดี จิตใจดี ส่วนมากคนทรามๆมักจะเป็นชาติอื่นน่ะ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 29 ก.ค. 2010, 21:45 น.
จักรีจะไปตามรอยจาพนมจริงๆ ด้วย :30:
ส่วนปาล์ม อยากเจอตัวจริงจังเลย :25:
อยากเจอพี่โบว์ พี่แอนเหมือนกัน ไว้กลับไปจะกริ๊งกร๊างไปนัดกินข้าวนะคะ....หรือพี่แอนจะมาเที่ยวซิดนีย์ซักครั้ง จะต้อนรับเป็นอย่างดี
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 29 ก.ค. 2010, 21:33 น.
อยากทำงานด้วย
เสริฟก็ได้..
เคยลาออกจากงานเพราะเจ้าของร้านพูดหยาบคาย.. :30:
หยาบมากเลยนะ ไม่คิดว่าเราจากบ้านมาไกล มาฟังอะไรแบบนี้
2 วันลาออกเลย
ตอนนี้มาคิด 'โครตโง่เลยว่ะ'
:3005:
มีคาถาอยากให้หมีเล็กท่องไว้......อดทน! พี่ผ่านทุกอย่างมาได้ด้วยคำว่า อดทน และก็ สู้
อยากไปเที่ยวเมลเบิร์นจัง.....เป็นเมืองที่น่าอยู่มาก ยังคิดเลยว่าถ้าไม่ได้กลับไทย จะย้ายไปอยู่เมลเบิร์น คงไปเปิดร้านที่นั่นด้วย
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 29 ก.ค. 2010, 20:41 น.
:30: เปล่าๆ ยังๆ หาทางไว้ก่อนเผื่อตกงาน
อยากเรียนต่ออะ จริงๆ เพิ่งคิดได้เมื่อกี้แหละว่าอยากไป :30:
มาเมื่อไรอย่าลืมบอกกันนะจ๊ะ
เอาเว้ยตกงานไปซิดนี่ย์ :27: :27: :27:
จริงๆมีพี่ชายเรียนเป็นกุ๊กอยู่นู่น
ตอนนี้เหมือนแอบไปเป็นโรบินฮู้ดอะ :01:
อ่านของคนอื่นๆแล้วเรามันมนุษย์เงินเดือนธรรมดานี่เอง :33:
แต่อยากอวดว่าทุกวันนี้เดินทางไปทำงาน 4-5 ต่อล่ะ
ขาไป
ลงเรือ ด่วนเจ้าพระยา
ต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
ต่อใต้ดิน MRT
ต่อ รถเมล์
ต่อ มอเตอร์ไซค์อีกที
อันนี้ขากลับ
เริ่มด้วยมอเตอร์ไซค์
ต่อรถเมล์
ต่อ BTS
ต่อรถเมล์อีกที
:52: :05a:
เคยลองแบบต่อน้อยกว่านี้ละ แต่ใช้เวลานานมากกกกกกประมาณออกต่างจังหวัดได้
เอาแล้วเว้ย เดี่ยวพี่แอนได้เดินสายเยี่ยมคนในฟอนต์ ไปหากิ๊ก แล้วก็ไปหาปาล์ม
โอ้วว :05:
แต่ก่อนก็ทำงานในกรุงเทพนะ
ที่แรกที่ทำ อยู่สุขุมวิท 62 เริ่มงานแปดโมง
- ตื่นหกโมง
-อาบน้ำแต่งตัว
-นั่งมอเตอร์ไซต์วินไปป้ายรถเมล์
-รถเมล์ อีกเกือบชั่วโมง
-ถึงป้ายก็ลงเดิน ...เดิน เดิน เดิน
-เย้ ถึงที่ทำงานอย่างสบายใจ แปดโมงพอดี
ขาไปไม่เท่าไหร่ ขากลับแถบสุขุมวิท มันรถติดประมาณ 2-3 ชั่วโมง :07:
โดนนั่งรถควันกลับบ้านอีก
แต่อันนี้เป็นฟรีแลนซ์แค่สิบวัน ค่อยยังชั่ว
มาทำอีกที่ ก็นึกว่าจะสบายแล้วเพราะดูระยะทางใกล้บ้าน
แต่ต้องโหนรถเมล์ทุกวัน ดมควันรถ ไป-กลับ เป็นชั่วโมง ...
ก็เลยตัดสินใจว่า ไม่ทนมันแล้วโว้ยยย แล้วมาอยู่สมุยจนถึงตอนนี้แหละ :30:
นานๆ เข้ากรุงเทพที ก็แบบว่า แค่มาเที่ยว ครึกครี้น สนุกสนาน ให้ไปอยู่ก็ไม่ไหวแล้ว
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 29 ก.ค. 2010, 22:46 น.
เอาแล้วเว้ย เดี่ยวพี่แอนได้เดินสายเยี่ยมคนในฟอนต์ ไปหากิ๊ก แล้วก็ไปหาปาล์ม
พี่แอนมีกิ๊ก! :07:
:07: แว้กกก ร้อนตัว !!!!
พอกิ๊กโทรมา ตูก็บอกโบว์ว่ากิ๊กโทรมา :30:
แต่พอกิ๊กโทรมา ตูก็บอกโบว์ว่ากิ๊กโทรมา :30:
ตกลงคนไหนกิ๊กคนไหนกิ๊ก ครับเนี่ย :30:
คนนั้นกิ๊กไง ส่วนคนเนี๊ยกิ๊ก :33:
อ้างคำพูดจาก: ☼ แอนค่ะ ☼ เมื่อ 29 ก.ค. 2010, 22:40 น.
อ่านของคนอื่นๆแล้วเรามันมนุษย์เงินเดือนธรรมดานี่เอง :33:
แต่อยากอวดว่าทุกวันนี้เดินทางไปทำงาน 4-5 ต่อล่ะ
ขาไป
ลงเรือ ด่วนเจ้าพระยา
ต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
ต่อใต้ดิน MRT
ต่อ รถเมล์
ต่อ มอเตอร์ไซค์อีกที
อันนี้ขากลับ
เริ่มด้วยมอเตอร์ไซค์
ต่อรถเมล์
ต่อ BTS
ต่อรถเมล์อีกที
:52: :05a:
เคยลองแบบต่อน้อยกว่านี้ละ แต่ใช้เวลานานมากกกกกกประมาณออกต่างจังหวัดได้
อวดมั่ง :25:
ขาไป
1. รถสองแถว ไปถนนศรีนครินทร์
2. รถเมล์ไปฟอร์จูน
3. รถไฟใต้ดินพระราม ๙ ไปโผล่ลาดพร้าว
4. รถมอ'ไซต์เข้าบริษัท
ขากลับ
1. มอ'ไซต์ไปปากซอย
2. ใต้ดินลาดพร้าวไปโผล่สุขุมวิท
3. bts อโศกไป bts อ่อนนุช
4. รถเมล์จากอ่อนนุชไปลงอุดมสุข
5. รถบัสแดงจากอุดมสุขไปเฉลิมพระเกียรติ
ขากลับนี่อาจจะไกลกว่า หลายต่อมากกว่า แต่เร็วกว่าร่วม 1 ชั่วโมง :30:
ตื่นมา ข้ามถนน ปั่นจักรยาน ถึงห้องเรียน :47:
อวดด้วยๆ
ตื่นมา
ลุกขึ้น
ยื่นมือออกมา
เปิดคอม
เข้างาน
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 00:07 น.
อวดด้วยๆ
ตื่นมา
ลุกขึ้น
ยื่นมือออกมา
เปิดคอม
เข้างาน
0-0/
อยากทำแบบนั้นมั่ง :07:
จะเปลี่ยนไปเป็น
ตื่นแปดโมง อาบน้ำแต่งตัว
นั่งรถเมล์แปดครึ่ง ไปถึง บ. เก้าโมง แล้วครับ :25:
อวดมั่ง
ขาไป
- ตื่น 7.30 (โทรปลุกตาแว่น) แล้วนอนต่อ
- ตื่น 7.50 อาบน้ำแต่งตัว
- เดินออกจากบ้าน 8.40 น. (ระหว่างทางมีซื้อของกินมื้อเช้า)
- นั่งวินไปออฟฟิศ ถึงออฟฟิศ 8.50 น. (เข้างาน 9 โมงเช้า)
ขากลับ
- เดินออกมาจากออฟฟิศขึ้นรถสองแถวลงหน้าหมู่บ้าน (กรณีไม่รีบ)
- นั่งวินจากหน้าหมู่บ้านเข้าบ้าน
หรือ
- เดินออกจากออฟฟิศนั่งวินมอไซค์ถึงบ้าน (กรณีรีบ)
อยากอวดบ้าง :56:
ขาไป
- ญาติไปส่งป้ายรถเมล์
- รอรถเมล์ร่วมครึ่งชั่วโมง ถ้าโชคดีก็ 15 นาที
- นั่งรถ ประมาณ ครึ่งชั่วโมง
- นั่งมอ'ไซ ประมาณ 4 นาที
- เดินขึ้นชั้น 4 ประมาณ 3 นาที
- ถึงห้องเรียน
ขากลับ
- เดินลงจากชั้น 4 ประมาณ 2 นาที
- เดินไปป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้าม ประมาณ 15 นาที
- รอรถเมล์ประมาณ 10 นาที
- นั่งรถประมาณ ครึ่งชั่วโมง
- นั่งมอ'ไซเข้าบ้านประมาณ 10 นาที
- ถึงบ้านแล้ว เย้! \:07:/
ขออยู่หอก็ไม่ได้ :05a:
อยากทำแบบต๊อป
อวดมั่ง
ตั้งนาฬิกาปลุกตีห้า ปิดแล้วนอนต่อ
หกโมงแม่ปลุก แล้วนอนต่อ
ตื่นมาเจ็ดโมงเปิดคอมเก็บผัก
เจ็ดโมงสิบอาบน้ำแต่งตัวกินข้าวดูทีวี
เจ็ดโมงห้าสิบได้ยินเสียงวงดุริยางค์โรงเรียนข้างๆ ขยับออกไปแต่งหน้า
ได้ยินเสียงเพลงชาติปัดแก้มเสร็จพอดี
เก็บของล๊อคบ้านปิดรั้วแปดโมงสิบ
แวนซ์มอไซค์ผ่านทางหลวงชนบท
เจอแยกแรก ไฟเขียวพอดี เย้ๆ
แยกที่สอง กำลังนับถอยหลัง สิบ เก้า แปด เจ็ด หก ห้า อาาาาา บิดผ่านไปได้พอดี
อะไรจะโชคดีปานนี้
เสร็จแล้วแมวตัดหน้า
รถล้ม
ไปโรงพยาบาล :30: แผลเต็มตัว
(วันที่ต้องไป ม.(สำหรับช่วงนี้))
ตื่นเที่ยงๆ
กรณีไม่ขี้เกียจ
ทำกับข้าว กินข้าว อาบน้ำ ออกจากบ้านประมาณเกือบบ่าย2
กรณีขี้เกียจ
อาบน้ำออกจากบ้านบ่ายกว่าๆ แวะกินข้าวหลัง ม.
จากบ้านไป ม. ถ้าไม่ติดไฟแดงเลย ขับ มอ'ไซด์ไม่เกิน 10นาที
ขากลับไม่ค่อยจะตรงเข้าบ้านเท่าไหร่
ย้อนไปเมื่อ 3-4 ปีก่อน ที่ต้องมีเรียนเช้า
ตื่นราว 7โมง ออกจากบ้านเกือบๆ 8โมง
ขับมอ'ไซด์ไป ม.ไม่เกิน 10นาทีเหมือนเดิม
ข้าวเช้าเรียนวิชาแรกเสร็จก่อนค่อยกิน
ขากลับเหมือนเดิม ไม่ค่อยจะตรงเข้าบ้านเลยสักเท่าไหร่
อ้างคำพูดจาก: MintJi เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 00:45 น.
อยากอวดบ้าง :56:
ขาไป
- ญาติไปส่งป้ายรถเมล์
- รอรถเมล์ร่วมครึ่งชั่วโมง ถ้าโชคดีก็ 15 นาที
- นั่งรถ ประมาณ ครึ่งชั่วโมง
- นั่งมอ'ไซ ประมาณ 4 นาที
- เดินขึ้นชั้น 4 ประมาณ 3 นาที
- ถึงห้องเรียน
ขากลับ
- เดินลงจากชั้น 4 ประมาณ 2 นาที
- เดินไปป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้าม ประมาณ 15 นาที
- รอรถเมล์ประมาณ 10 นาที
- นั่งรถประมาณ ครึ่งชั่วโมง
- นั่งมอ'ไซเข้าบ้านประมาณ 10 นาที
- ถึงบ้านแล้ว เย้! \:07:/
ขออยู่หอก็ไม่ได้ :05a:
อยากทำแบบต๊อป
อ่าว นึกว่าพี่มินท์ก็อยู่หอแถวนี้มาตลอดเลยนะ :47:
อ่านของคนอื่นแล้ว มาลองดูตัวเอง รู้สึกว่า มีพลังในการทำงานเพิ่มขึ้นต่อไปอีก
จบมาตอนแรก ๆ อยากทำงานวิศวะมากมาย แต่สมัครไปกี่ที่ก็ไม่มีที่ไหนรับ
ท้อใจนะ แต่ไม่ถอย สุดท้ายแล้วก็ต้องขุดความสามารถในการเขียนโปรแกรมมาใช้
นั่งอ่านหนังสือ เปิดเน็ตหาความรู้เรื่อง CSS นั่งหัด นั่งทำ แล้วก็ไปของานจากเพื่อน ๆ ที่ทำด้านนี้อยู่แล้ว
ทำไปได้ซักพัก ก็โอกาส และโชคดีก็มาถึง ที่พอดีแอนอยากได้คนมาทำตำแหน่งนี้พอดี
ซึ่งพอมาได้ทำงานแบบจริงจัง ก็ยังติดนิสัยตอนยังไม่ได้งานอยู่
คือ นั่งอ่านหนังสือ เปิดเน็ตหาความรู้เพิ่ม ไป ๆ มา ๆ อ่านหนังสือมากกว่าตอนเรียนซะอีก :30:
แต่เราก็รู้ ว่าตำแหน่งที่ทำอยู่ มันก็ยังไม่เหมาะกับเราเท่าไหร่
ซึ่งในแผนก ตำแหน่งที่เราคิดว่าเหมาะและเราอยากเป็นก็คือ โปรแกรมเมอร์
ก็เลยพยายามไปดูดความรู้มาเรื่อย ๆ จนวันนึงพี่เค้ามาถาม ว่าบิ๊กอยากมาทำตำแหน่งนี้มั้ย
ก็บอกเลยว่า อยากทำ เพราะเราคิดว่า ถ้าจะให้มีความรู้แค่ CSS อย่างเดียวไม่ได้แน่ ๆ
ขอหาความรู้เพิ่มดีกว่า และสิ่งที่ดีกว่าการอ่านอย่างเดียว คือการได้ลงมือทำไปด้วย
ทุกวันนี้ก็นั่งอ่าน นั่งทำมันทุกอย่างเท่าที่ทำได้
CSS Jquery PHP Ajax MySQL XML อะไรที่เค้าให้ทำ เราทำหมด
ไม่รู้ก็อ่าน ไม่รู้ก็ search ถึงที่สุดแล้วถึงจะถาม
พอมองตัวเองตอนนี้ ทำไมกูไม่ทำแบบนี้ตั้งแต่ 9 ปีที่แล้ววะ :30:
อ้างคำพูดจาก: ต๊อปซ่าป่วนโลก เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 01:00 น.
อ่าว นึกว่าพี่มินท์ก็อยู่หอแถวนี้มาตลอดเลยนะ :47:
แม่ไม่ให้ค่ะ :05:
แต่ก็แอบไปนอนหอเพื่อนแถวนั้นอยู่บ่อยๆนะ :47:
อ้างคำพูดจาก: blackRabbit เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 01:06 น.
นั่งอ่านหนังสือ เปิดเน็ตหาความรู้เพิ่ม ไป ๆ มา ๆ อ่านหนังสือมากกว่าตอนเรียนซะอีก :30:
เหมือนกันเลย :12:
ตอนอยู่บ้าน (ไม่ใช่ตอนนี้นะ) โคตรชอบเลยเวลานั่งอ่านๆ หัดๆ
แล้วได้พลังงานพลุ่งพล่านเนี่ย คือมันต้องดิ้นรนไง ไม่งั้นตายห่า
คงเพราะก่อนหน้านี้เป็นทหาร เสียไปเลยนะ กะอีชีวิตว่าที่คนทำเว็บได้หลายๆ วิธีน่ะ
(ตอนนั้นแฟลชดังก็ว่าหัดได้เยอะ แต่พอเป็นทหารนี่คืนลงหม้อไปหมดเลย ลืมกระทั่งทักษะพื้นๆ)
เลยรู้สึกว่าไม่ได้ละ กูต้องรีบละ กูแพ้คนอื่นมานานเกินไปละ
พอรีบหัดรีบอะไร ก็ได้งาน เริ่มจาก 0 ใหม่อีกครั้งจนเริ่มพอไปได้ละ
ก็ดันมาทำงานบริษัทที่วันๆ ได้แค่ชี้นิ้ว
ตำแหน่งหน้าที่มันบังคับให้โชว์ว่ากูรู้นะ แต่กูไม่ทำ ขอสั่งอย่างเดียว :3005:
ตอนนี้ก็ผ่านไปปีนึง (จริงๆ แล้วอีก 4 วันถึงจะครบปี)
สมองฝ่อมาก ตอนนี้เริ่มรู้สึกเหมือนตอนท้ายๆ ที่เป็นทหารละ
คือรู้สึกว่านี่กูแพ้ชาวบ้านเขาไปไกลแล้ว ..คงต้องเริ่มใหม่อีกครั้ง
เอาวะ!!
ผมนี่ยังไม่รู้สึกชนะใครเป็นเรื่องเป้นราวเลยนะ :22:
แต่ชนะใจตัวเองเป็นบางหน
ตั้งใจ ขำนะนี่ :22:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 01:23 น.
เหมือนกันเลย :12:
ตอนอยู่บ้าน (ไม่ใช่ตอนนี้นะ) โคตรชอบเลยเวลานั่งอ่านๆ หัดๆ
แล้วได้พลังงานพลุ่งพล่านเนี่ย คือมันต้องดิ้นรนไง ไม่งั้นตายห่า
คงเพราะก่อนหน้านี้เป็นทหาร เสียไปเลยนะ กะอีชีวิตว่าที่คนทำเว็บได้หลายๆ วิธีน่ะ
(ตอนนั้นแฟลชดังก็ว่าหัดได้เยอะ แต่พอเป็นทหารนี่คืนลงหม้อไปหมดเลย ลืมกระทั่งทักษะพื้นๆ)
เลยรู้สึกว่าไม่ได้ละ กูต้องรีบละ กูแพ้คนอื่นมานานเกินไปละ
พอรีบหัดรีบอะไร ก็ได้งาน เริ่มจาก 0 ใหม่อีกครั้งจนเริ่มพอไปได้ละ
ก็ดันมาทำงานบริษัทที่วันๆ ได้แค่ชี้นิ้ว
ตำแหน่งหน้าที่มันบังคับให้โชว์ว่ากูรู้นะ แต่กูไม่ทำ ขอสั่งอย่างเดียว :3005:
ตอนนี้ก็ผ่านไปปีนึง (จริงๆ แล้วอีก 4 วันถึงจะครบปี)
สมองฝ่อมาก ตอนนี้เริ่มรู้สึกเหมือนตอนท้ายๆ ที่เป็นทหารละ
คือรู้สึกว่านี่กูแพ้ชาวบ้านเขาไปไกลแล้ว ..คงต้องเริ่มใหม่อีกครั้ง
เอาวะ!!
ยิ่งงานสาย IT นะ
ไปเจอเด็กเปร.... เอ้ย เด็กเว... เด็กเก่งเวอร์ๆ แบบ @dtinth เข้าซักคนนี่
ถึงกับท้อกันเลยทีเดียว
แหม คุณพี่ @icez ขา :34:
ตัวเองนี่นะ ธรรมด๊าธรรมดานะ
อีพวกทั้งหลายนี่ละ ที่ทำให้เด็กโข่งแบบตูต้องดิ้นรนหลายเท่า :39:
เล่าของตัวเองบ้างเล็กน้อย
โดยปกติแล้ว ไม่ชอบพูดเรื่องงาน หรือมีความคิดความอ่านอะไรเรื่องงาน
เช่น ใครเป็นยังไง คนโน้นการเมือง คนนี้เป็นนั่นนี่ คืออะไรอย่างนี้ นึกไม่ออก
และไม่มีอารมณ์ความรู้สึกอะไรกับความงี่เง่าของใครในเรื่องการทำงาน
เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่มีค่าพอที่จะใช้จ่ายความรู้สึก ความรู้สึกเก็บไว้ซาบซึ้งกับศิลปะก็พอ
ช่วงนี้มีอะไรให้ทำหลายอย่าง ทั่วๆไปอย่างเขียนบท กำกับสารคดี การถ่ายทำนี่นั่นนู่นก็เป็นปกติ
การถ่ายทำอะไรต่างๆทำให้ออกเดินทางไปโน่นนี่บ่อยๆ ซึ่งป็นเรื่องสนุก
มีออฟฟิศแห่งหนึ่งจ้างไว้ประจำ หมายถึงมีงาน-เงิน-สวัสดิการให้ประจำเหมือนพนักงาน แต่จะไปไม่ไปก็แล้วแต่เรา
และก็มีงานอื่นๆอีกหลายอย่าง อย่างพวกออกแบบทั่วไป โลโก้ โปสเตอร์ จัดงานคอนเสิร์ต
(ช่วงสงกรานต์ก็มีคอนเสิร์ต 3 วันที่เชียงใหม่ ปลายปีนี้มีจัดงานใหญ่งานนึงที่เชียงใหม่)
ช่วงนี้ที่แปลกๆก็คือ อัดเสียงบรรยาย ทำเสียงหล่อๆประมาณทุ่งแสงตะวัน (ก็บทที่ตัวเองเขียนนั่นแหละ)
มีคนให้กำกับเขียนบทถ่ายทำ สารคดีของ ททท. ซึ่งต้องทำเป็นสองภาษาด้วย
(และถ่ายทำเป็นภาษาอังกฤษหลายส่วน ก็ฟันตังค์ซะหนักๆ :37:) ต้องไปหลายจังหวัดตามเคย
แล้วก็พึ่งมีให้ทำหนังสือ 1 เล่มเกี่ยวกับท่องเที่ยวจังหวัดภาคใต้จังหวัดหนึ่ง
คือออกตังค์ให้ผมไปกิน-เที่ยวตรัง 1 สัปดาห์กับผู้ช่วยแล้วให้ได้ภาพและข้อเขียนท่องเที่ยวในตรัง
ก็ทำทุกอย่างให้กลายเป็นหนังสือนั่นแหละ หนังสือทำแจกโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยว
อะไรอีกนะ อืม โปรเจ็คยาวนานเกี่ยวกับภาพยนต์ฟอร์มใหญ่กับพี่ผู้กำกับท่านหนึ่ง
พยายามขอทุนอยู่ ก็พัฒนาบทและทำหน้าหนังไปขอเงินตามที่ต่างๆ(อันนี้โปรเจ็คนานมากละ เคยไปเสนอเสี่ยเจียงด้วย)
และมีคนมาให้ช่วยปั้นรายการทีวีเสนอตามช่องต่างๆ ได้บ้างไม่ได้บ้าง
เท่าที่นึกออกตอนนี้ก็เท่านี้ล่ะครับ ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็อยู่เฉยๆอยู่บ้านนี่ล่ะ
ไม่เคยสมัครถามงานอะไรเลย ฟังดูอีรุงตุงนังจนบอกไม่ถูกเลยว่าทำอาชีพอะไร
แต่ก็ไม่ได้ยุ่งนะครับ โดยปกติผมมีเวลาว่างพอสมควร มีเวลานอนอ่านหนังสืออยู่บ้าน
และยังสังสรรค์บ่อยๆไปมหาลัยทุกแมตช์ ถ้าหากงานตรงกับปาร์ตี้ของมหาลัยผมจะยกเลิกงาน
ก็ไม่น่าเชื่อว่าใช้ชีวิตแบบนี้ก็ยังมีคนจ้างอยู่ :30:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 02:29 น.
เท่าที่นึกออกตอนนี้ก็เท่านี้ล่ะครับ ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็อยู่เฉยๆอยู่บ้านนี่ล่ะ
ไม่เคยสมัครถามงานอะไรเลย ฟังดูอีรุงตุงนังจนบอกไม่ถูกเลยว่าทำอาชีพอะไร
แต่ก็ไม่ได้ยุ่งนะครับ โดยปกติผมมีเวลาว่างพอสมควร มีเวลานอนอ่านหนังสืออยู่บ้าน
และยังสังสรรค์บ่อยๆไปมหาลัยทุกแมตช์ ถ้าหากงานตรงกับปาร์ตี้ของมหาลัยผมจะยกเลิกงาน
ก็ไม่น่าเชื่อว่าใช้ชีวิตแบบนี้ก็ยังมีคนจ้างอยู่ :30:
:30b:
งานแบบเก้อสนุกดี ทำไรใหม่ๆตลอดเวลา
และคนแบบเก้อนี่แหละที่เหมาะ
ผมมองว่าพี่เก้อไม่ได้ง่ายแบบที่พูดมาสำหรับทุกคน
เพราะที่เล่ามามันดูเป็นแบบว่าสบายๆ แต่เชื่อว่า ความรับผิดชอบหนักหน่วง
แต่อาจจะเป็นเพราะเป็นพี่เก้อ ก็เลยดูสบายๆ
อาจจะเป็นด้วยนิสัยการทำงานส่วนบุคคลหรือการจัดสรรเวลาที่ดีเยี่ยม
ดีจนมันเนียนมากเกินกว่าพี่เก้อจะรู้สึกได้ว่านั่นเป็นการจัดสรรเวลาของคนทั่วไปที่ทุกคนแม้แต่ผมพยายามทำ ก็ทำได้ยาก
ขนาดเราเองที่อ่านข้อเขียนจากพี่เก้อหลายครั้ง ก็ยังรู้สึกได้ว่า
พี่เก้อพลั่งพร้อมไปด้วยวิสัยทัศน์ที่เราไม่อาจจะสงสัยได้ว่าทำได้อย่างไง
และผมคิดว่าพี่เก้อเป็นหนึ่งในไม่กี่คนนักที่ทำได้
ใช่
ถ้าเป็นเราหยุดตั้งแต่อย่างแรกแล้ว :47:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 02:29 น.
เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่มีค่าพอที่จะใช้จ่ายความรู้สึก ความรู้สึกเก็บไว้ซาบซึ้งกับศิลปะก็พอ
โคตรเจ๋งอ่ะ :12:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 02:29 น.
และยังสังสรรค์บ่อยๆไปมหาลัยทุกแมตช์ ถ้าหากงานตรงกับปาร์ตี้ของมหาลัยผมจะยกเลิกงาน
อันนี้ยิ่งเจ๋งเลย :30:
ตูมีปัญหาเรื่องเวลา
มีมานานแล้ว เป็นพวกอยากจะ - ว่าจะ - เร็วๆ นี้กูจะ
แต่ก็ยังไม่ได้ทำซะที คือเป็นพวกฝันไกลแต่เสือกยังไม่ได้ไปไหนซะที
ลาดพร้าวรถติดจังโว้ย :07:
จักรีพูดเสียเท่ ใช่ครับ ผมไม่ใช่ผู้ชายง่ายๆ :37:
จะว่าไปมันก็อาจจะประมาณนั้น ที่ว่าไม่มีงานไหนง่าย
แต่ก็ไม่เคยรู้สึกว่างานไหนมันยากนะ ก็มันยากเท่าที่มันเป็น
เหมือนจะยิ่งอธิบายยิ่งงง เอาเป็นว่า เท่าที่ผ่านมา ยังไม่เคยรู้สึกว่าอะไรยาก
มีแต่ไม่ถนัดหรือทำไม่เป็น ก็ไม่รับก็เท่านั้น ที่ทำเป็นก็ทำได้โดยไม่ได้ใช้พลังงานอะไรมากมาย
อย่างออกแบบอะไรสักอย่าง ผมว่าผมทำแล้วไม่ต่างกับกินข้าวร้องเพลงหรืออะไรแบบนั้น ไม่ค่อยรู้สึกว่าทำงาน
มันกลมกลืนไปกับชีวิตประจำวันเป็นอย่างดี
ส่วนที่ทำให้การทำงานเหนื่อยมีไม่กี่อย่าง แทบทุกงานจะไม่คุยกับลูกค้า ต้องมีคนคุยมาแล้วค่อยมาถึงผม
เพราะเป็นหลักการที่ค้นพบเองว่าความเหนื่อยทั้งหลายในการทำงาน มักจะมาจากการคุยกับลูกค้า
ก็เลยไม่คุยซะเลย คุยอะไรจบกันแล้วค่อยมาบอก (แต่เราก็ต้องมองข้ามช็อตปัญหาต่างๆเผื่อไว้ด้วยน่ะนะ)
และอาจะเป็นเรื่องโชคดีมากที่ผู้ร่วมงานทุกคนก็นิสัยเหมือนกันหมด คือคัดจากนิสัย ฝีมือมาทีหลัง
จริงๆส่วนมากก็รุ่นน้อง ฝีมือมันดีพอทุกคนนั่นแหละ แล้วนิสัยก็เห็นกันมาหมดแล้ว ก็ทำงานด้วยเหมือนอยู่กับเพื่อน
แล้วการที่มันเก่งกันหมด ก็ทำให้ผมไม่ต้องใช้เวลาเยอะนัก(เช่นวันนี้ไปทำงานห้าโมงเย็น ค่ำๆก็กลับ)
นี่ไง ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ ก็ทำให้ปัจจัยที่จะเหนื่อยหมดไปแล้ว :30:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 00:07 น.
อวดด้วยๆ
ตื่นมา
ลุกขึ้น
ยื่นมือออกมา
เปิดคอม
เข้างาน
:53:/ สัปดาห์นี้ชีวิตเป็นงี้ทุกวันเลย เข้างานทั้งที่ยังไม่อาบน้ำแปรงฟันด้วยนะ
สายๆ บ่ายๆ ก็จะมีโทรศัพท์เข้ามามากมาย....หรือที่เรียกว่างานเข้า
ช่วงนี้ก็คล้ายๆ อยู่ นอนตอนเช้าๆ
พอบ่ายๆ ต้องตื่นมารับโทรศัพท์ พร้อมกับพูดว่า
"ยังไม่เสร็จเลยครับพี่" :3005:
มาอัพเดทชีวิตตูบ้างดีกว่า :30:
หลายๆ คน คงไม่รู้ว่าตูทำงานอะไร
อาจจะรู้แค่ว่าอยู่ที่อังกฤษ
งานสุดท้ายตอนตูอยู่เมืองไทย
ก็เป็นวิศวกรระบบเครือข่าย ที่มีคำนำหน้าว่าแก่
มีหน้าที่ให้คำปรึกษากับลูกค้า ออกแบบระบบ
ทำข้อเสนอโครงการ นำเสนอให้ลูกค้าฟัง
นอกจากนี้ก็ให้คำปรึกษากับเซลล์ในบริษัทด้วย
ว่าจะวางกลยุทธราคาเวลาเจอกับบริษัทคู่แข่งยังไง
ตอนแรกๆ ก็สนุกดีอยู่
เพราะได้ออกแบบระบบหลากหลายแบบ
ได้เรียนรู้ และจับได้ต้องเทคโนโลยีใหม่ๆ
แต่งานค่อนข้างหนักและกดดัน
เพราะการออกแบบระบบให้ชนะคู่แข่ง
นอกจากต้องคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าแล้ว
ก็ยังมีเรื่องราคาเป็นหลัก และยังมีเรื่องอื่นๆ ที่เป็นปัจจัยเกี่ยวข้องอีกเยอะ
ซึ่งนั่นมันก็จะดึงตู ออกห่างจากความรู้ทางด้านเทคนิคมากขึ้นทุกทีๆ
อาทิตย์นึงต้องไปหาลูกค้าไม่ต่ำกว่า 5 ราย
ซึ่งแต่ละราย เราก็ต้องกลับมาออกแบบ และทำข้อเสนอโครงการ
เพื่อกลับไปนำเสนอลูกค้าอีกทีในอาทิตย์ถัดไป
มีอยู่อาทิตย์นึงมีนัดไปเจอลูกค้า 12 ราย
ผลพวงของมันคือ อาทิตย์ถัดมาก็ไม่ได้นอนเกือบทั้งอาทิตย์
ซึ่งมันก็เป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ
จนวันนึงตูโดนหามเข้าห้องไอซียู
การนอนอยู่ในห้องไอซียูอาทิตย์นึง
มันก็ทำให้คิดอะไรได้เยอะล่ะ :37:
ก็ตัดสินใจลาออกจากงาน
แล้วก็มาเรียนต่อที่อังกฤษนี่แหละ
ตอนมาอังกฤษก็ใช้เงินไทย
แค่ค่าเทอมเรียนภาษาถูกๆ ในปีแรก กับค่าตัวเครื่องบิน
ที่เหลือก็มาหาเอาแถวนี้
จนพอเป็นค่าเทอมเรียนมหาลัยได้
ก็เรียนไปด้วย และทำงานส่งตัวเองไปด้วย
จนเพิ่งได้จดหมายจากมหาลัยเมื่อสองอาทิตย์ก่อน
ว่าต่อไปนี้ไม่ต้องมาเรียนอีกแล้วนะยะ
เพราะเรียนจบแล้ว :53:
ก็รู้สึกใจหายเหมือนกัน เพราะใช้ชีวิตนักเรียนมานาน
มันลั้ลลามากๆ เมื่อเทียบกับชีวิตการทำงานที่เมืองไทย
ถึงตอนนี้ ยังไม่ได้คิดตัดสินใจอะไรแน่ชัด
ก็ยังสองจิตสองใจอยู่ ว่าจะหางานทำที่นี่ดี
หรือจะกลับไปทำงานเมืองไทยดี
ก็หวังลึกๆ ว่า จะได้งานที่นี่
แต่ได้ถูกส่งไปทำงานที่เมืองไทย :46:
ส่วนอีกใจนึงก็คิดจะทำ Set Top Box
สำหรับคนไทยในต่างแดน
แต่ตอนนี้ขอหยุดพักตั้งสติก่อนแป๊บนึง
นี่เป็นกระจู๋แนะนำตัวรอบสองสินะ :37:
:30: :30: :30:
ตอนนี้เพิ่งรู้สึกว่ารู้จักป๋าณต (หลังจากเพิ่งเห็นหน้า)
หลังจากรู้เลาๆ ว่าเรียนอยู่อังกฤษ ทำงานเกี่ยวกับเครือข่ายนี่แหละ
รู้จักใครบางคนที่เป็นข่าววงใน :30:
มีความรู้เรื่องศิลปะ อาหาร เครื่องดื่ม...ที่เราชอบกัน :47:
ชอบทำอะไรกินเอง :23:
อ้าวก็รู้นี่หว่า :30: :30:
แต่เพิ่งรู้ว่าเรียนจบแล้ว และ เคว้งคว้างนิดๆ :30: :30:
ยินดีด้วยนะป๋า :12:
ถ้ากลับมาไทย ตูคงเป็นอิสระพองามแล้ว
ถึงจะไม่ใช่คนดื่มไวน์เป็นสรณะ ก็ยังพอจะรับรู้ความอร่อยมันได้อยู่ :27:
ป๋าณตจะทำดรีมบ็อกซ์สำหรับคนไทยในต่างแดน :07b:
มาอัพเดท ชีวิตตัวเอง มั่งดีกว่า
หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีความคิดจะไปเป็นโรบินฮู้ด ที่ ซานฟราน เพราะมีน้องอยู่ที่นู่น
สุดท้ายก็ต้องพับโครงการไป เพราะหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะที่บ้านไม่ให้ไป หรือว่าบี ที่ไม่อยากพาไปลำบากด้วย
ก็เลยต้องผันตัวเองมาทำงานออฟฟิศ เหมือนเดิม แต่แค่ย้ายที่ทำงาน จากการเป็นฟรีแลนซ์ให้เค้ามาก่อน
ซึ่งจะเรียกว่าที่ทำงานก็คงไม่ได้เพราะไม่ค่อยมีระเบียบอะไรซักเท่าไหร่ เหมือนมาทำงานบ้านเพื่อนมากกว่า
จากตอนแรกที่คุยกันว่าอาจจะมาเป็นหุ้นส่วนกัน คือให้มาทำงานกันก่อน ช่วยกันดู พอถึงเวลาก็ลงทุน ร่วมหุ้นกันไป
แต่ไปๆ มาๆ ก็ไม่ถึงกับเป็นหุ้นส่วนแฮะ แต่เป็นประมาณระดับหัวหน้าเฉยๆ มีลูกน้องที่ต้องดูแล 1 คน
งานที่ทำก็ ออกแบบงานเกือบทุกอย่าง ถ้าแบบนิ่งแล้วมีปรับอะไรเพิ่มก็จะให้น้องอีกคนจัดการต่อ
คอยดูเรื่องสี เรื่องงานผลิตบ้าง แล้วแต่งาน แต่สุดท้ายอำนาจการตัดสินใจก็เป็นของเพื่อนที่เป็นเจ้าของ
งานเหมือนจะไม่มีอะไร น่าจะมีเวลาว่างมากขึ้น แต่ก็ไม่แฮะ เพราะเนื่องจากงานแบบทั้งหมดต้องมาเริ่มที่เราก่อน
จากที่คิดว่าน่าจะมีเวลาทำนู่นนี่ เรียนนู่นนี่เพิ่ม ก็ต้องพักไว้ก่อน (นี่จะทำเว็บบริษัท ยังไม่มีเวลาทำต่อเลย)
แฟลช ถ้าไม่ให้จารย์เกศมาสอนถึงออฟฟิศ ป่านนี้ก็คงไม่มีเวลาลองทำ ลองเรียน เหมือนเดิม
เรื่องงานที่รับๆ มาก็จะส่งต่อให้บี ซึ่งบีเป็นเซลล์ที่ออฟฟิศ ก็จะได้ค่าคอมฯ กันไป
ทุกวันนี้ก็ยังแฮปปี้ดีกับงานที่ทำ แต่พอได้อ่านเรื่องของคนอื่นไฟมันก็ครุ
ก็มาย้อนดูตัวเองว่าเราควรจะมีอะไรเป็นของตัวเราเองมั่งได้แล้วมัง
จะมัวมาเป็นมนุษย์เงินเดือนตลอดไปก็คงไม่ได้ ตอนนี้ก็มองหาลู่ทางกับบีอยู่ ว่าจะทำอะไรซักอย่างนึง
จะเปิดร้านขายอะไรซักอย่าง บีหาพวกแฟรนไชส์หลายๆ เจ้ามาให้ดู แต่ก็ยังคิดว่าไม่เวิร์ค และยังหาทำเลไม่ได้
เงินที่มีๆ อยู่ก็เอาไปซื้อคอนโดใช้จ่ายนู่นนี่นั่น และอีกซักพัก เดี๋ยวก็ต้องแต่งงานใช้ตังอีก
มันก็เลยกลายเป็นว่า ไฟที่ครุ ก็ได้แค่ครุ เพราะมันยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ ต้องใช้ตัง
สุดท้ายแล้ว ชีวิตตอนนี้คงยังไม่ได้ขยับขยาย ไปทำอะไรแน่ๆ
แต่่ก็มาคิดอีกว่า ถ้าเราไม่เริ่มตอนนี้ แล้วเราจะเริ่มเมื่อไหร่ (ความคิดมันขัดแย้งกันในหัวตัวเอง)
ทำให้มีความคิดว่า ไม่แต่งงานดีมั้ยนะ เปลืองจัง คุยกับพ่อแม่บี เค้าก็ว่าไม่ต้อง
แต่พ่อแม่เราล่ะ ก็ไม่ได้อีก ช่วงนี้เจอญาติพี่น้อง คำถามแรกที่เจอก็จะถามว่าเมื่อไหร่แต่งๆ
เราก็ได้แต่บอกไปว่า โอ้ยอีกนานครับ ไม่ก็บอกติดตลกไปว่า ไม่แต่งหรอก กะฉุดลูกสาวเค้ามาพอ
เฮ้อ...ชีวิต
สุดท้ายถ้าเราไม่ลงมือทำ ความฝันมันก็ยังเป็นแค่ความฝัน อยู่อย่างนั้นตลอดไป
ก็คงต้องค่อยๆ เริ่ม ค่อยๆ ทำกันไป :42:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 10:00 น.
มาอัพเดท ชีวิตตัวเอง มั่งดีกว่า
หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีความคิดจะไปเป็นโรบินฮู้ด ที่ ซานฟราน เพราะมีน้องอยู่ที่นู่น
สุดท้ายก็ต้องพับโครงการไป เพราะหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะที่บ้านไม่ให้ไป หรือว่าบี ที่ไม่อยากพาไปลำบากด้วย
ก็เลยต้องผันตัวเองมาทำงานออฟฟิศ เหมือนเดิม แต่แค่ย้ายที่ทำงาน จากการเป็นฟรีแลนซ์ให้เค้ามาก่อน
ซึ่งจะเรียกว่าที่ทำงานก็คงไม่ได้เพราะไม่ค่อยมีระเบียบอะไรซักเท่าไหร่ เหมือนมาทำงานบ้านเพื่อนมากกว่า
จากตอนแรกที่คุยกันว่าอาจจะมาเป็นหุ้นส่วนกัน คือให้มาทำงานกันก่อน ช่วยกันดู พอถึงเวลาก็ลงทุน ร่วมหุ้นกันไป
แต่ไปๆ มาๆ ก็ไม่ถึงกับเป็นหุ้นส่วนแฮะ แต่เป็นประมาณระดับหัวหน้าเฉยๆ มีลูกน้องที่ต้องดูแล 1 คน
งานที่ทำก็ ออกแบบงานเกือบทุกอย่าง ถ้าแบบนิ่งแล้วมีปรับอะไรเพิ่มก็จะให้น้องอีกคนจัดการต่อ
คอยดูเรื่องสี เรื่องงานผลิตบ้าง แล้วแต่งาน แต่สุดท้ายอำนาจการตัดสินใจก็เป็นของเพื่อนที่เป็นเจ้าของ
งานเหมือนจะไม่มีอะไร น่าจะมีเวลาว่างมากขึ้น แต่ก็ไม่แฮะ เพราะเนื่องจากงานแบบทั้งหมดต้องมาเริ่มที่เราก่อน
จากที่คิดว่าน่าจะมีเวลาทำนู่นนี่ เรียนนู่นนี่เพิ่ม ก็ต้องพักไว้ก่อน (นี่จะทำเว็บบริษัท ยังไม่มีเวลาทำต่อเลย)
แฟลช ถ้าไม่ให้จารย์เกศมาสอนถึงออฟฟิศ ป่านนี้ก็คงไม่มีเวลาลองทำ ลองเรียน เหมือนเดิม
เรื่องงานที่รับๆ มาก็จะส่งต่อให้บี ซึ่งบีเป็นเซลล์ที่ออฟฟิศ ก็จะได้ค่าคอมฯ กันไป
ทุกวันนี้ก็ยังแฮปปี้ดีกับงานที่ทำ แต่พอได้อ่านเรื่องของคนอื่นไฟมันก็ครุ
ก็มาย้อนดูตัวเองว่าเราควรจะมีอะไรเป็นของตัวเราเองมั่งได้แล้วมัง
จะมัวมาเป็นมนุษย์เงินเดือนตลอดไปก็คงไม่ได้ ตอนนี้ก็มองหาลู่ทางกับบีอยู่ ว่าจะทำอะไรซักอย่างนึง
จะเปิดร้านขายอะไรซักอย่าง บีหาพวกแฟรนไชส์หลายๆ เจ้ามาให้ดู แต่ก็ยังคิดว่าไม่เวิร์ค และยังหาทำเลไม่ได้
เงินที่มีๆ อยู่ก็เอาไปซื้อคอนโดใช้จ่ายนู่นนี่นั่น และอีกซักพัก เดี๋ยวก็ต้องแต่งงานใช้ตังอีก
มันก็เลยกลายเป็นว่า ไฟที่ครุ ก็ได้แค่ครุ เพราะมันยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ ต้องใช้ตัง
สุดท้ายแล้ว ชีวิตตอนนี้คงยังไม่ได้ขยับขยาย ไปทำอะไรแน่ๆ
แต่่ก็มาคิดอีกว่า ถ้าเราไม่เริ่มตอนนี้ แล้วเราจะเริ่มเมื่อไหร่ (ความคิดมันขัดแย้งกันในหัวตัวเอง)
ทำให้มีความคิดว่า ไม่แต่งงานดีมั้ยนะ เปลืองจัง คุยกับพ่อแม่บี เค้าก็ว่าไม่ต้อง
แต่พ่อแม่เราล่ะ ก็ไม่ได้อีก ช่วงนี้เจอญาติพี่น้อง คำถามแรกที่เจอก็จะถามว่าเมื่อไหร่แต่งๆ
เราก็ได้แต่บอกไปว่า โอ้ยอีกนานครับ ไม่ก็บอกติดตลกไปว่า ไม่แต่งหรอก กะฉุดลูกสาวเค้ามาพอ
เฮ้อ...ชีวิต
สุดท้ายถ้าเราไม่ลงมือทำ ความฝันมันก็ยังเป็นแค่ความฝัน อยู่อย่างนั้นตลอดไป
ก็คงต้องค่อยๆ เริ่ม ค่อยๆ ทำกันไป :42:
:53:
อ่านย่อหน้าสุดแล้วแล้วก็ถอนหายใจยาวๆ :05:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 10:05 น.
:53:
คนมันแก่แล้วอะ 30 แล้ว
บีก็จะ 28 แล้ว คิดเอาไว้ว่าถ้าจะแต่ง
จะพยายามให้บี อายุไม่เกิน 30 ซึ่งก็อีก 2 ปี :44:
ใจอยากแต่งนะ เพราะการแต่งงานมันน่าจะเป็นความฝันของผู้หญิงทุกคนอยู่และ
อยากทำให้ อยากขึ้นไปร้องเพลงงานแต่งมาก :30:
แต่ดูเพื่อนดูคนอื่นที่แต่งไป ใช้ตังเยอะโคตร
ไหนจะสินสอด ค่าจัดงาน นู่นนี่นนั่น (แบบว่าเสียดายตังอะ) :05:
เดี๋ยว 15 นี้ไปงานเพื่อนเห็นว่าจัดเช้าอย่างเดียว แบบนอกสถานที่ด้วย
เลยว่าจะไปเซอเวย์ ซะหน่อย :02:
อัพเดทงานเพิ่ม
เดือนหน้าได้ลูกน้องเพิ่มอีก 1 คน
หวังว่าตูคงจะสบายขึ้น และคงได้ทำอะไร ให้ตัวเองมากขึ้น
กำลังคุยกับบีเล่นๆ ว่า เช้าๆ+เย็นๆ จะไปขายข้าวไข่เจียวที่ตลาดแถวออฟฟิศอยู่ :30: :30: :30:
แต่งงาน ใช้เงินเยอะก็จริง
แต่ถ้าบริหารดีๆ พอจบงาน บวกลบคูณหารแล้ว แหม๋... มันน่าจะแต่งซักเดือนละครั้งเว้ย :47:
:25: :25: :25:
งั้นแต่งเดือนหน้าเล้ย
มันอยู่ที่เชิญแขกด้วยนะครับ :47:
พี่สะใภ้ผมได้ซอง 1 แสน :07: ยัดกล่องไม่ลงเลย
:07: :07:
ในที่สุดพี่ณตก็จบ :07:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 10:43 น.
มันอยู่ที่เชิญแขกด้วยนะครับ :47:
พี่สะใภ้ผมได้ซอง 1 แสน :07: ยัดกล่องไม่ลงเลย
เย้ย :07: :07: :07:
งานตู(ที่ไชยา)หักค่าใช้จ่ายแล้ว รู้สึกจะเหลือ 2 แสนมั้ง ไม่แน่ใจ
แต่งานที่กรุงเทพเข้าเนื้อนิดหน่อย เพราะเน้นจัดเอามัน :30:
การแต่งงานมันเหมือนเล่นแชร์ครับ
ใครแต่งก่อนก็เอาเงินมาหมุนเบาๆ ซะ
แล้วก็เตรียมใช้หนี้ภาษีสังคมต่อไปตลอดชีวิต
:31: เอ่อ นึกว่าพี่ณตมีบ้านอยู่อังกฤษ อยู่ที่นั่นอยู่แล้ว
ไม่คิดว่ากำลังเรียนอยู่เลยนะเนี่ย :07:
ดีใจด้วยที่จบแล้วนะคะ
เท่าที่ฟังดูก็น่าแต่งนะเผื่อมีเงินมาหมุนซักก่อนธุรกิจล้วนๆเลยนะเนี่ย :47:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 10:58 น.
แล้วก็เตรียมใช้หนี้ภาษีสังคมต่อไปตลอดชีวิต
ใช่เลย แถมภาษีแพงขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี :3005:
ยังไงครับ :31:
แต่งงานมันลดภาษีได้หนิครับ
หมายถึงออกงานนู่นนี้เหรอครับ?
นั่นแหละ ภาษีสังคม
อยู่กรุงเทพยังไม่เท่าไหร่ เมืองใหญ่ แต่สังคมแคบ
ถ้าต่างจังหวัดนะ บางเดือนที่บ้านโดนไปเป็นหมื่น :3005:
ยังไม่เคยจ่ายภาษีเลย รายได้ไม่ถึง :30a:
พ่อแม่ตู (สมัยยังอยู่ด้วยกัน) ต้องมีปฏิทินอันเบ้อเร่อไว้เขียนรายการช่วยงาน เต็มทั้งปฏิทินแทบทุกวัน
ยิ่งแก่ขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งมีงานศพมีเพิ่มในลิสต์อีกเพียบ :55:
งานบวชลูกลุงมี งานแต่งหลานน้ายอด งานศพแม่เจ้จู น้องหมูขึ้นบ้านใหม่ ฯลฯ
ยิ่งช่วงฤดูแต่งงานตอนปลายปีด้วยนะ เดินสายกินโต๊ะจีนกันเลยทีเดียว
อัพเดทกันคึกครื้นแฮะ :12:
งั้นผมมานั่งพิจารณาชีวิตตัวเองบ้าง
งาน
ผมไม่ได้ทำงานประจำ ที่เคยทำมาสิบหกปีได้ปีกว่าแล้ว
รายได้ประจำหลักหลายหมื่นหายวาบ
ออกมาทำโรงเรียนของตัวเอง เป็นผู้ประกอบการเอง
ทิ้งหน้าตักที่มีทั้งหมด แต่ไม่เคยคิดว่าตัวเองเสี่ยง :22:
มีความก้าวหน้าไปตามภาวะที่คาดหวังได้
ต้องเผชิญ หวัด2009 เป็นสิ่งที่กระทบหนักที่สุด
หนักจนแบบไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นแบบไหน
แก้ปัญหาเป็นรายอาทิตย์ก็ผ่านมาได้
จบหวัด มาเจอม็อบเผาอีก คราวนี้ได้แต่ภาวนา
ว่าอย่าให้ที่ทำงานโดนเผา ถ้าโดนก็จบข่าว
เปิด สาขาสอง เปิดได้ห้าหกเดือน ผู้ร่วมทุนท่าทางไม่ดี
ต้องยกเลิกด้วยความช้ำใจพอสมควร
แต่ทุกสิ่งไม่มีเสียเปล่า ได้บทเรียนในการทำงานอีกบทนึง
ได้มาร่วมทุนในสาขาสาม ถือเป็นการก้าวกระโดด
มีวี่แวว สาขาอื่นจะทยอยตามมาอย่างต่อเนื่อง
สรุป วาระการงานถือเป็นการทำงานที่ดีมากและมีความสุขที่สุด
เงิน
มีภาวะการเงินที่ดีขึ้นมาก
มากกว่าตอนทำงานประจำเยอะเลย
สบายและคล่องตัว
ลูกอยากเรียนอะไรก็ได้เรียน
(ค่อยมาต่อ)
ไอ้นี่แหละที่เรียกว่า "ทอ"
ทอศิลป์ :12:
เงิน
มีภาวะการเงินที่ดีขึ้นมาก
มากกว่าตอนทำงานประจำเยอะเลย
สบายและคล่องตัว
ลูกอยากเรียนอะไรก็ได้เรียน
อยากกินอะไรที่ราคาแพงก็ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
เที่ยวได้ จับจ่ายคล่องมือ
สรุป การเงินดีขึ้นเยอะๆ
แต่ผมใช้วันละร้อยเหมือนเดิม
ความหวังและอนาคต
เมื่อการเงินไม่ตึงมือ
ก็มีหวังในการซื้อบ้านเดี่ยวได้มากขึ้น
เพื่ออนาคตและสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นของครอบครัว
โอกาสในการขยายกิจการก็เป็นได้ได้ในทางที่ดี
อยากทำอย่างอื่น เช่นการเปิดร้านพวกไหมพรม
พวกงานฝีมือ (เพื่อไปแชร์ตลาดกับร้านพิน)
สรุปความหวังและอนาคต ไปได้ยาวๆเลยครับ
จริงๆ ทั้งหมดนี้มาจากที่ผมตัดสินใจลาออก
จากงานประจำ ผ่านภาวะตัดสินใจช่วงนั้นที่ยากมาก
ทีเดียวเลยแหละ
ตอนนี้เวลานี้ ของผมคงเท่านี้ครับ
ออกจากงานประจำกัน :07:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 13:02 น.
ออกจากงานประจำกัน :07:
การจะออกจากงานประจำ
มันต้องคิดหลายกระบวนท่าทีเดียว
เมื่อถึงเวลา คงต้องไปเหมือนกัน :16:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 13:02 น.
ออกจากงานประจำกัน :07:
อย่าดีแต่พูดไอ้น้องเอ้ย :27:
วันนี้วันสุดท้ายของการทำงานประจำแล้วครับ
ต้องลาลูกพี่ที่เจอหน้ากันมาทุกวัน 6 ปี
วันจันทร์ ถึงเวลาวัดความสามารถของตัวเองแล้ว
ว่าที่ผ่านได้อะไรจากการทำงานมาบ้าง
ที่จริงที่สมัครงานประจำเมื่อ 6 ปีที่แล้วเพราะกำลังจะมีลูก
ไม่ได้อยากเองแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ถึงกับฝืนใจทำ
ชีวิตลดความลั้ลลาลงไปเยอะมาก นับเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง
แต่พลังในการคิดจะทำอะไรน้อยลง พลังงานน้อยลง
ตอนนี้เริ่มเห็นแนวทางของชีวิตเยอะขึ้น ไม่ได้ออกมาเป็นฟรีแลนซ์อย่างเดียว
กำลังเรียนรู้ที่จะทำอะไรเป็นของตัวเอง แบบที่เมียอยากทำ เผลอเมื่อไหร่ ตูจะทำแบบตูมั่ง :47b:
ในพื้นฐานของคำว่า "ไม่เกินกำลัง" และ "สร้างสรรค์สังคม" :22:
อยากให้คนทั้งโลกลาออกจากงานประจำ :07:
จะได้หมดสิ้นวัฒนธรรมอันรุงรังนี้ซะที :07:
แต่ก็ไม่เหมาะกะทุกคนนี่นา :16:
//ตัดหน้าเข้าไป :07: :07:
ยินดีด้วยค่ะกับความสำเร็จในระดับนี้ของพี่โอ๋
ตอนพี่โอ๋มาเปิดใหม่ๆ ก็แอบลุ้นระทึก
เพราะตอนที่ไปเยี่ยมพี่โอ๋ที่โรงเรียนครั้งแรก วังเวงมาก
เป็นช่วงที่หวัดระบาด ค่าเช่าก็แพงมาก ธุรกิจใกล้เคียงกันก็มีไม่น้อย
ภาวนาขอให้ไปรอด คิดไว้ว่าถ้ามีลูกจะพามาเรียนด้วย(ตอนนั้นเข้าใจว่าการมีลูกมันง่าย :58:)
ตอนที่จะเอาหลานไปเรียน
มีคนถามว่า
คนถาม "รู้จักเจ้าของ ได้ส่วนลดเท่าไหร่เนี่ย"
คนตอบ "ไม่ได้ค่ะ"
คนถาม "ลองขอดูรึยัง"
คนตอบ "ไม่ได้ขอค่ะ สงสารพี่เค้า เค้าลำบาก ลูกเค้ายังต้องมาช่วยแจกใบปลิวเลย"
คนถาม "เออ แล้วไม่สงสารตัวเองรึไง ทำไมไม่ลองถามเค้าดูละว่าลดได้มั้ย"
คนตอบ "ถ้าพี่เค้าลดได้ ลดแล้วไม่ลำบาก พี่เค้าก็ลดให้เองแหละค่ะ เชื่ออย่างนั้น"
คนถาม "คนอย่างนี้ก็มีด้วย ไม่รู้จักรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง" บ่นๆๆ
คนตอบ (ขี้เกียจจะตอบโต้แล้วเฮ้ย แล้วตูผิดอะไรนักเนี่ย) :08:
สิ่งที่คิดว่าไม่ควรทำเวลาที่เพื่อน เพื่อนสนิท
หรือคนรู้จักเปิดกิจการใหม่ๆ คือการขอส่วนลด
เว้นแต่ว่าเป็นเพื่อนซี้ที่มีทุนหมุนเวียนในมือ 10 ล้าน ถึงเจ๊งก็ยังไม่พัง
พวกอยู่บนกองเงินกองทอง มีเงินเย็นในมือ ให้เราราคาทุนเขาก็ไม่ลำบาก ค่อยขอลด
จากนี้ไปถ้าพาหลานไปเรียน
จะลองขอส่วนลดจากพี่โอ๋แล้วนะคะ :30: :46:
มาทำงานประจำแบบผมกันมั้ยครับ วันนี้ มันก็ไม่มีใครมาทำงาน น้องที่ทำประจำคนหนึ่ง ไม่ได้เจอหน้ามันมา 6 เดือนแล้วด้วย :05:
แบบผมวันนี้ไง ผมมาประชุมตอนเช้า
คุยแป็บเดียวเสร็จ ผมก็มานั่งเล่นเน็ต จนป่านนี้แล้ว ยังไม่มีใครมาทำงานเลย :07:
(มีทีมงาน 5 คน) แต่อย่างว่า ระบบผมคืออยากมาก็มา รับผิดชอบส่วนของตัวเองให้ได้ก็พอ
ถ้ามีปัญหาชีวิตอกหักรักคุดหรืออะไรจำเป็น ก็เอาชีวิตตัวเองก่อน ก็มันชีวิตเราอะ
ผมก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน ไม่รู้สิ ผมไม่เชื่อว่างานต้องมาก่อนหรืออะไรพรรค์นั้น
ชีวิตเรานี่แหละต้องมาก่อน ถ้าเราดำรงชีวิตไม่มีความสุข แล้วงานจะสำคัญอะไร
ดังนั้นบรรยากาศในการทำงานนี่ หาความกดดันอะไรไม่เจอเลย :37:
ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือเปล่านะครับ บางทีมันทำให้งานไม่สะดวกบ้าง หรือเสียอะไรไปบ้าง
แต่เชื่อจริงๆว่าที่ทำอยู่มันถูกในฐานะมนุษย์
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 13:50 น.
อยากให้คนทั้งโลกลาออกจากงานประจำ :07:
จะได้หมดสิ้นวัฒนธรรมอันรุงรังนี้ซะที :07:
แต่ก็ไม่เหมาะกะทุกคนนี่นา :16:
//ตัดหน้าเข้าไป :07: :07:
นั่นนะสิ
ใช่เลยไม่มีของอะไรเหมาะกับ คนทุกคน
งานไม่ประจำก็เหมือนกัน
(เหมือนที่ผมและแฟนคิดว่า แอนและโบว์
ไม่เหมาะเลยกับงานประจำ :22:
คนมีของแบบทั้งสองคน ต้องมีที่ปล่อยพลัง)
ภาวะของผม
ทำงานประจำมาเกือบ 20 ปี
มาจากครอบครัวข้าราชการ
ไม่มีทิศทาง และวี่แววผู้ประกอบการเลย
แต่คิดว่า ต้องลองทำตามความฝันนั่นแหละ
สำเร็จไม่สำเร็จก็ว่ากันไปอีก
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 13:52 น.
จากนี้ไปถ้าพาหลานไปเรียน
จะลองขอส่วนลดจากพี่โอ๋แล้วนะคะ :30: :46:
เอ้า ผมไม่เคยบอกเหรอ
ว่าผมมีสิทธิลดราคาได้นะ :22:
เพื่อนพี่โอ๋ ลดได้สิ
(ต้องยอมรับผมเป็นเพื่อนก่อน :30:)
มาจากเว็บฟอนต์ เบื้องต้นลด 10%
:12:
เคยมีเพื่อนเปิดลานเบียร์ ไม่ลดสักบาท แต่เรื่องของแถมนี่เยอะมาก
คือพอเรากินแบบสบายใจ ไปอุดหนุนกัน มันก็แถมแบบสบายใจเหมือนกัน :30a:
ปล.พี่ร่มเปิดร้านเหล้าแบบสร้างสรรค์สังคมดิ :47:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 14:02 น.
แบบผมวันนี้ไง ผมมาประชุมตอนเช้า
คุยแป็บเดียวเสร็จ ผมก็มานั่งเล่นเน็ต จนป่านนี้แล้ว ยังไม่มีใครมาทำงานเลย :07:
(มีทีมงาน 5 คน) แต่อย่างว่า ระบบผมคืออยากมาก็มา รับผิดชอบส่วนของตัวเองให้ได้ก็พอ
ถ้ามีปัญหาชีวิตอกหักรักคุดหรืออะไรจำเป็น ก็เอาชีวิตตัวเองก่อน ก็มันชีวิตเราอะ
ผมก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน ไม่รู้สิ ผมไม่เชื่อว่างานต้องมาก่อนหรืออะไรพรรค์นั้น
ชีวิตเรานี่แหละต้องมาก่อน ถ้าเราดำรงชีวิตไม่มีความสุข แล้วงานจะสำคัญอะไร
ดังนั้นบรรยากาศในการทำงานนี่ หาความกดดันอะไรไม่เจอเลย :37:
ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือเปล่านะครับ บางทีมันทำให้งานไม่สะดวกบ้าง หรือเสียอะไรไปบ้าง
แต่เชื่อจริงๆว่าที่ทำอยู่มันถูกในฐานะมนุษย์
เหมือนตอนผมทำที่ซีเอ็ด
ตอกบัตร รอเตะบอลตอนเที่ยง
เลิกบ่ายสาม นั่งรอเดินรอนอนรอกลับบ้าน
เป็นแบบนี้เกือบสิบปีเลยนะ
สบายเกินไป :22:
แบบมีถังอ๊วกเอาไปทำปุ๋ยหมัก ทำแก๊ซหุงต้มงี้
พวกขวดเหลือๆ เอาไปหลอมทำแก้วใหม่งี้
คนเมาก็มีเตียงพักบำบัดโรคติดเหล้างี้
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 14:04 น.
เคยมีเพื่อนเปิดลานเบียร์ ไม่ลดสักบาท แต่เรื่องของแถมนี่เยอะมาก
คือพอเรากินแบบสบายใจ ไปอุดหนุนกัน มันก็แถมแบบสบายใจเหมือนกัน :30a:
ปล.พี่ร่มเปิดร้านเหล้าแบบสร้างสรรค์สังคมดิ :47:
งั้น พี่ร่มทำโร้ดแม็ปเลยสิ
จะทำร้านเหล้าที่สร้างสรรค์สังคม(แบบที่ร้านเหล้าทำได้นี่แหละ)
ต้องทำอะไรบ้าง :22:
น่าสนนะ
ครั้งนึงผมเคยอยากเปิดบาร์ลูกทุ่ง และ บาร์แจ๊สเหมือนกัน
ตอบโจทย์สร้างสรรค์สังคมมากๆ
มีโปรโมชั่นดื่มหนึ่งขวด สมทบทุนวัดถ้ำกระบอก ยิ่งดื่มเยอะยิ่งได้บุญ :30:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 14:09 น.
ตอบโจทย์สร้างสรรค์สังคมมากๆ
มีโปรโมชั่นดื่มหนึ่งขวด สมทบทุนวัดถ้ำกระบอก ยิ่งดื่มเยอะยิ่งได้บุญ :30:
:12:
เอาจริงเลยพี่ร่ม
เป็นจุดขายที่ดีมาก
แล้วไปออก SME ตีแตกกัน :30:
บันทึกประวัติการทำงานของตัวเองบ้าง
ไม่มีอะไรหวือหวา แค่เอาไว้เตือนตัวเอง :37:
เรียนจบ เริ่มต้นทำงานที่บริษัทฝรั่งแห่งหนึ่ง ถือว่าโชคดีมาก ที่เค้าดูแค่ความสามารถ ไม่ได้ดูเกรดอะไรเลย(จบมาด้วยเกรด 2.0x)
ทำอยู่ที่นั่นนานเหมือนกัน 3-4 ปีได้มั้ง งานสบายมาก เงินก็ดีมากเช่นกัน(เงินเดือนสุดท้ายดีกว่างานปัจจุบันอีก)
เสียแต่ว่ามันเป็นงานที่ไม่ถูกต้องเท่าไหร่ คือเป็นบริษัทถูกต้อง เนื้องานที่ทำก็ถูกต้อง ไม่มีปัญหา
แต่งานเหล่านั้นดันเอาไปป้อนให้บริษัทที่ไม่ถูกต้อง และหากินบนความล่มจมของคนอื่น :37:
ก็ทำไปๆ หาลู่ทางย้ายงานไปเรื่อยๆ จนมีที่นึงตอบรับ ก็แจ้งลาออกกับที่เดิม
เจ้านายเรียกไปคุย ก็บอกว่าได้งานใหม่เงินเดือนเท่านี้(โม้ไปว่าได้ 2 เท่าของที่ทำอยู่ที่นี่)
มันก็ดันทะลึ่งสู้ราคา ขึ้นเงินเดือนให้ 2 เท่ารวดเดียว
เอาไงละพี่น้อง อยู่ต่อซิครับ :30:
ทำอยู่ได้อีกซักพัก เริ่มหารายได้เสริมออนไลน์ เพราะถนัดทางนี้ที่สุด
สุดท้าย มาลงที่ ebay ทำไปได้ไม่กี่เดือน รายได้เริ่มดีกว่างานประจำ
ประกอบกับงานประจำ มีเพื่อนร่วมงานใหม่ที่ไม่ได้เรื่องและเจ้านายงี่เง่า
(เพื่อนร่วมงานใหม่เป็นฝรั่ง คุยภาษาเดียวกันเจ้านายเลยฟังมันเยอะ เชื่อมันหมด ทั้งๆ ที่ลับหลังมันด่าเจ้านายตลอด)
ก็เลยลาออกมาทำ ebay อย่างเดียวซะเลย
ช่วงที่ทำ ebay ตอนนั้นชีวิตสุขโขสโมสรมาก
มีเวลาเหลือเฟือ ทำงานวันละไม่กี่ชั่วโมง แต่รายได้ดีมาก
ดีขนาดที่ว่าใช้เงินกันอย่างเละเทะ มีเงินติดกระเป๋าอยู่เกือบๆ หมื่นตลอด
อยากได้อะไรก็ซื้อ ซื้อของใช้ของเล่นบ้าบอเต็มบ้านไปหมด ก็ยังมีเงินเหลือเก็บ
ช่วงนั้นจะเรียกว่าเหลิงหรือประมาทหรือโง่ก็ได้
ได้เงินเยอะ ก็ใช้เยอะ เก็บไม่เท่าไหร่
จนสุดท้ายมีโดนโกงล๊อตใหญ่ บวกกับคู่แข่งเยอะ ค่าเงินบาทแข็ง ทำไปก็ไม่ค่อยคุ้ม
และคิดจะซื้อคอนโดด้วย ก็เลยหางานประจำทำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจว่าจะมีเงินจ่ายค่างวด
สูงสุดสู่สามัญ
กลับมาทำงานประจำอีกครั้ง เป็น network eng แถวๆ บ้าน เพราะขี้เกียจเดินทางเข้าเมือง
ถึงจะได้เงินเดือนกระจิดริ๊ดก็ยังดี น้อยชนิดที่ว่าน้อยกว่าตอนเพิ่งเข้าของที่ทำงานที่แรกอีก
ทำไปเรื่อยๆ พออยู่พอกินไม่เดือดร้อน แต่ไม่มีเงินเก็บ
จนสุดท้าย ย้ายงานมาทำในเมืองอีกครั้ง เงินเดือนดีขึ้น แต่รายจ่ายก็เยอะขึ้น และยังไม่มีมีเงินเก็บอยู่ดี
ตอนนี้กำลังหาทางลงทุนทำอะไรซักอย่าง พอจะเห็นลางๆ บางแล้ว แต่ไม่ชัดเท่าไหร่
ทั้งๆ ที่ตอนทำ ebay ตอนนั้นเห็นลู่ทางทำโน่นนี่นั่นเยอะมาก
ยังคิดอยู่เลยว่า จะไปโง่ทำงานประจำทำไมว่ะ มีลู่ทางทำมาหากินที่ดีกว่างานประจำเยอะแยะเลย
แต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้มันตื้อตัน คิดอะไรไม่ออกเหมือนตอนนั้นเลย
หรือว่าการทำงานประจำมันจะดูดพลังชีวิตจริงๆ :01:
// ตัดหน้ากันมโหฬาร :07:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 13:53 น.
มาทำงานประจำแบบผมกันมั้ยครับ วันนี้ มันก็ไม่มีใครมาทำงาน น้องที่ทำประจำคนหนึ่ง ไม่ได้เจอหน้ามันมา 6 เดือนแล้วด้วย :05:
อันนี้ประจำเดือนหรือประจำปีครับ :30:
ของผมนะพี่โอ๋
มองว่าไอ้การทำงานประจำนี่ก็เป็นการรับจ้างอย่างนึง
คือเราโตมากับการรับงานมา 1 งาน ทำให้จบ ปิดงาน แล้วหางานใหม่ต่อไป
ชินกับระบบแบบนี้ เลยไม่เคยคิดว่าจะอดตาย จะมีความเสี่ยงเหมือนที่ใครๆ กลัวกัน
มองกลับกัน มันคือวิธีที่จะทำให้เราไม่อยู่นิ่ง ไม่ฝ่อ ไม่หมดไฟ (หมดไฟเมื่อไหร่ก็ตาย)
เหมาะกับพวกไฮเปอร์แบบนี้จริงๆ นะครับ
..แต่ความไฮเปอร์ก็ไม่ได้เกิดกับทุกคนซะหน่อย
เวลาพิมพ์เล่าเรื่องตัวเองแบบขี้อวดๆ นี่ก็จะย้ำบรรทัดข้างบนนี้ไว้เสมอๆ
ไม่งั้นเดี๋ยวเห็นว่าดีแล้วอยากทำตามกันโดยไม่ดูตัวเอง แล้วก็ได้เจ๊งกันหมด
ส่วนงานประจำอันนี้ที่ทำอยู่
ก็มองว่ามันคืองานรับจ้างผลิตของ 1 อย่าง แบบเดียวกะที่เคยทำมาตลอด
เผอิญว่ามันเป็นของชิ้นใหญ่ที่ต้องใช้พลังเยอะ และเขามีอุปกรณ์ให้เราคือคน
แทนที่จะให้เราจับเมาส์แล้วนั่งทำเอง ก็เปลี่ยนมาเป็นให้เราบริหารด้วยการชี้นิ้ว
ซึ่งโอเค มันก็ทำให้งานจบได้ด้วยการวางระบบ การกำกับ การเป็นบรรณาธิการของเราเอง
แต่สุดท้ายแล้วตอนนี้งานมันเริ่มอยู่ตัว ถือว่าหน้าที่ในส่วนที่ตั้งใจจะมารับผิดชอบมันหมดลงแล้ว
ก็ขอปิดงานด้วยตัวเอง และช่วงนี้ก็ค่อยๆ วางแผนทยอยส่งมอบงานให้คนใหม่ที่จะมารับช่วงต่อไป
เพื่อจะได้กลับไปทำเสื้อทำเว็บต่อซะที :37:
//ตัดหน้าหก :05: :05:
นั่นสินะแอน
วิธีคิดแบบแอน มันจ๊อดทุกเรื่องเลย
ผมปรับเอาไปใช้ได้เยอะมาก :12:
โดนโกง 2 รอบนะตัวเธอ :47:
อะไรที่มันเทาๆ มันไม่ยั่งยืน เดี๋ยวก็ต้องคืนเขาไป :58:
//พี่โอ๋เคยบอกค่ะว่าได้ส่วนลด
แต่ว่าตอนโน้นอ่านเรื่องแล่าของพี่แล้วไม่สะดวกใจจะขอลด
คราวนี้แหละขอส่วนลดอย่างสบายใจแล้ว :30:
เห็นพี่โอ๋ขยายสาขาได้ขนาดนี้แล้วก็....... ขอเรียนฟรีเลยแล้วกัน :30: :30:
อืม ที่พี่แอนว่ามาก็มีเหตุผล :37:
หมายถึง อ่านแล้วก็คิดว่าตัวเองเป็นแบบนั้นเหมือนกัน
ให้ไปอยู่ประจำที่ไหนนี่ น่าจะไม่ไหว ไม่ชอบทำงานอะไรซ้ำๆ ขี้เกียจตื่น
ขี้เกียจเข้าประชุม ขี้เกียจคุยติดต่องาน ขี้เกียจรับโทรศัพท์ ขี้เกียจสวัสดีผู้ใหญ่
(เป็นคนปีนเกลียว ไม่นับถือผู้ใหญ่) เอาเป็นว่าขี้เกียจทุกอย่างเลยแล้วกัน :37:
เรื่องขี้เกียจๆ ที่เก้อว่ามา คิดว่าเป็นกันทุกคนแหละ :30:
แต่ว่าแต่ละคนมีความสามารถในการสร้างทางเลือกให้ตัวเองได้ไม่เท่ากัน
อย่างที่แอนว่าอีกนั่นแหละ :58:
เล่าข้ามไปเรื่องนึง
การที่ผมออกจากงานประจำได้
ไม่ใช่ไม่มีการสำรองรายได้นะครับ
ผมออก ก็ส่งเมียไปทำ :21:
เพื่อรับประกันรายได้ว่า
ถ้าสิ่งที่เราทำมันไม่เป็นอย่างที่คิด
อย่างน้อยๆ ลูกก็มีค่าเทอม
เปรียบเป็นฟุตบอล
ทีมผมเล่นแบบรับเหนียว
และค่อยๆ ตีโต้เมื่อมีโอกาส
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 14:17 น.
//พี่โอ๋เคยบอกค่ะว่าได้ส่วนลด
แต่ว่าตอนโน้นอ่านเรื่องแล่าของพี่แล้วไม่สะดวกใจจะขอลด
คราวนี้แหละขอส่วนลดอย่างสบายใจแล้ว :30:
สบายใจได้
จริงๆ สบายใจได้ทุกขณะนั่นแหละ
ผมไม่กลุ้มเลยนะในการทำงาน
เพื่อนโกงไปสองรอบ เหมือนกัน
ก็ช่างมันเหมือนกัน
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 14:20 น.
เห็นพี่โอ๋ขยายสาขาได้ขนาดนี้แล้วก็....... ขอเรียนฟรีเลยแล้วกัน :30: :30:
ลูกผมยังเสียค่าเรียนเล้ย :26:
เพราะมันมีสองหุ้น (ถึงผมจะเยอะกว่าเขามากก็เถอะ แต่เกรงใจเขาไง)
ชอบวิธีคิดแบบเก้อ แต่ชีวิตจริงจะหาคนคิดแบบนี้น้อย :48:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 14:33 น.
ชอบวิธีคิดแบบเก้อ แต่ชีวิตจริงจะหาคนคิดแบบนี้น้อย :48:
เชื่อว่าหลายคนคิดได้นะ
แต่เท่าที่เคยประสบมามีเก้อคนเดียวที่ทำได้ :30:
อยากหาอะไรขายในอีเบย์แบบพี่เจนเหมือนกัน
พี่ที่ลูกจักกันขายได้เป็นล้านแล้ว :16:
ตอนนี้ผมอยากเล่นหุ้นจังแฮะ
งั้นจัดฟอนต์แคมป์บ้านพี่เจน สอนวิชาอีเบย์กันครับ
:25: ด้วยๆ
อ้างคำพูดจาก: ภาณุพันธุ์ เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 14:47 น.
ตอนนี้ผมอยากเล่นหุ้นจังแฮะ
สไตล์พี่โอ๋ ผมว่าน่าจะเล่นแบบ VI (Value Investing) ดูครับ
ถ้าเล่นระยะสั้น-กลางนี่ เครียดหัวล้านแน่ๆ :46:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 14:53 น.
สไตล์พี่โอ๋ ผมว่าน่าจะเล่นแบบ VI (Value Investing) ดูครับ
ถ้าเล่นระยะสั้น-กลางนี่ เครียดหัวล้านแน่ๆ :46:
งั้นหัวล้านแล้วสบาย
:25:
จริงๆจะว่าเล่นก็ไม่ถูก
อยากซื้อเก็บแบบยาวๆนะครับ
เจนมีแนะนำไหม
ขึ้นค่อยขาย
ลงช่างมันเพราะไม่ได้กู้เงินใครมา
อะไรแบบนี้
ขายอะไรทางเน็ตครับ :18: อยากรู้ด้วยๆ
ของเล่นผู้ใหญ่ :51:
นั่นแหละครับ VI ซื้อเก็บแบบลืมยาวๆ ไปเลย
ลองไล่อ่านในนี้ดูก่อนก็ได้ครับ www.thaivi.com (http://www.thaivi.com)
อ่านแล้วเล่าให้ฟังด้วยนะครับ ผมยังไม่ได้อ่านเลย :30:
สนใจอีเบย์เหมือนกันค่ะ :25:
เดี๋ยวนี้อีเบลดังนะครับ ทำงานกับพี่แอนที่อาร์เอสแว๊ปเดียว.... มีแต่คนสนใจ :37:
กำลังจะเล่นเลยว่ามีใครสนใจอีเบลล์มั้ยครับ :05:
อ้างคำพูดจาก: ปิยะ เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 15:19 น.
กำลังจะเล่นเลยว่ามีใครสนใจอีเบลล์มั้ยครับ :05:
เล่นแบบนั้นไม่ได้นะ นี่คิดหลายตลบถึงคุณสมบัติเฉพาะ ว่าทำงานกับพี่แอนที่อาร์เอสด้วยนะ เล่นแบบนั้น น้องเบลลี่สะดุ้งได้ง่ายๆ :30:
อีเบย์ทำไม่ยาก และต้นทุนต่ำ(ตอนที่ทำเรียกได้ว่าจับเสือมือเปล่าเลยแหละ)
แต่มันยากตรงที่หาของมาขายนี่แหละ :37:
โจทย์
1. ของที่ฝรั่งซื้อ
2. เบา และใส่ package ส่งได้ง่าย
3. เราหาซื้อไปขายได้ง่าย
4. สัดส่วนกำไรสูง (เพราะต้องจ่ายให้ ebay และ paypal เยอะมากกกกก)
4. เป็นของแบบซ้ำๆ กัน เช่นนาฬิกา,รองเท้า,โทรศัพท์ ไม่ใช่ของแบบที่มีชิ้นเดียว เช่นพระเครื่อง, รูปวาด (ไม่คุ้มเหนื่อยทำหน้ารายละเอียดสินค้า แล้วขายทีเดียวจบ)
ประมาณนี้ :37:
:25: อ๋อออ
สมัคร paypal ไว้แล้ว (เอาไว้ใช้กับ shutter stock)
เดี๋ยวหาของขายในอีเบย์ดีกว่า :46:
ช่วงนี้ฮ็อต ตัวละครลับหลายคนเริ่มเผยหน้าที่การงานกัน
แต่เป็นเรื่องที่น่าอ่านนะครับ คือมันอารมณ์ประมาณว่า
คนที่เราอ่านความคิดเห็นดีๆอยู่ทุกวัน พี่ณต พี่โอ๋ และใครอีกหลายๆคน
ที่ไม่ค่อยได้อ่าน นานๆโพส แต่งานที่ทำนั้นเจ๋ง คือมันอยากรู้ว่า
คนที่มีความคิดแบบนี้ ในชีวิตประจำวันวันๆนึง เค้าทำอะไรจริงๆกัน
แล้วเอาบรรดาความคิดในแบบที่เรารู้จักอ่านอยู่ทุกวันนั้น ไปใช้ในการทำงานจริงๆยังไง
อันนี้มีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันของคนวัยทำงานทุกคน
ที่สำคัญ ต่อมเสือกจะได้หายคัน :37:
ช่วงปิดเทอมที่ผ่านมามิ้นดูพวก SET50 Index Future ไว้
แม่สั่งให้อ่านแล้วไปสรุปให้เค้าฟัง
อ่านไปแรกๆก็งง ซักพักเริ่มอยากเล่น
แต่ก็คิดว่ามันใช้เงินเยอะ + ไม่เหมาะกับสถานภาพตอนนี้ที่ยังเรียนอยู่ ไม่อยากคิดเรื่องอื่นมาก
คิดจะเริ่มลงทุนอะไรซักอย่างเหมือนกันค่ะ หรือไม่ก็จะหาพาร์ทไทม์ทำ
รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้เงินมีค่าน้อยลงทุกที
จากที่เมื่อก่อน ก๋วยเตี๋ยวชามละ 25 ก็กินอิ่ม
เดี๋ยวนี้ 40 ยังไม่อิ่มเลย :30:
รู้สึกสงสารป๊าม๊า เวลาขอเงิน เลยจะพยายามไม่ขอ นอกจากว่าในบัญชีไม่เหลือเงินแล้ว
ซื้อมือก็ใช้ให้คุ้มก็คราวนี้แหละ :27:
เพราะถ้าเล่นจริงๆต้องตามข่าวเรื่อยๆ
ส่วนผมขอบายเรื่องหุ้น ไม่ค่อยถูกกับแนวนี้ ชอบแนวลงแรงแล้วได้เงินมาเลย :3005:
งั้นง่ายเลยอู๋ ช่วงนี้คอนโดกำลังขึ้นเยอะ เค้ารับกะดึกด้วย
อยากจะเล่าเรื่องตัวเองเหมือนกัน แต่ไม่รู้จะลำดับอย่างไงดี ฮ่าๆ แต่ก็เกริ่นๆ ไว้เยอะแล้ว
เชื่อว่าหลายคนก็คงรู้แระเพราะผมใช้บริการคนในบอรืดบ่อยมากจนจะเป็นขาประจำกันไปแล้ว
และอีกอย่างหนึ่ง ผม ไว้ใจคนในนี้มาก รับสมัครจากที่อื่นดูแล้วดูอีก คนจากที่นี่ ผมไม่ซีเรียสอะไรเลย
เป็นฝ่ายตามซะด้วยซ้ำ แต่เดี๋ยวไว้เล่าให้ฟังเป็นกิจลักษณะอีกที อึดอัดอยากเล่าเหมือนกัน ขอลำดับก่อน ฮ่าๆ
เออ นั่นสิอีจักรีเอนเตอร์ไพรซ์นี่ทำอะไรแน่ :30: :30:
ขนาดถามอีกัมส์มันยังบอกไม่รู้เลยพี่ :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 14:12 น.
ของผมนะพี่โอ๋
มองว่าไอ้การทำงานประจำนี่ก็เป็นการรับจ้างอย่างนึง
คือเราโตมากับการรับงานมา 1 งาน ทำให้จบ ปิดงาน แล้วหางานใหม่ต่อไป
ชินกับระบบแบบนี้ เลยไม่เคยคิดว่าจะอดตาย จะมีความเสี่ยงเหมือนที่ใครๆ กลัวกัน
มองกลับกัน มันคือวิธีที่จะทำให้เราไม่อยู่นิ่ง ไม่ฝ่อ ไม่หมดไฟ (หมดไฟเมื่อไหร่ก็ตาย)
เหมาะกับพวกไฮเปอร์แบบนี้จริงๆ นะครับ
อันนี้จริงครับ
ผมต้องคิดเทคนิค สูตรลัด ปรับเข้ากับเด็ก
คิดมุก แต่งเรื่อง เปิดกว้าง ก๊อบวิธีชาวบ้าน โอ้ยสารพัด
เพราะสอนเด็กยัดแต่ความรู้ไม่ได้ ต้อง สนุกด้วย
สิ่งที่กลัวตอนเข้าวงการสอนใหม่ๆคือกลัวเด็กเก่งกว่า
ถามในสิ่งที่เราไม่รู้
แต่.....
เด็กที่มาเรียน เป็นเด็ก อ๊อนนน อ่อน มาจากห้่องท้ายๆ แต่พ่อแม่มีกะตัง
ในห้องเรียนพาราโบลา แต่ ย้ายข้างแก้สมการไม่เป็น คูณหารทศนิยมไม่เป็น
ไอ้บ้าาาาาาาาาา
ต้องใช้พลังขับดันสูงโคตรเลย เพราะ พ่อแม่เค้าหวังให้ลูกเค้าให้ ท้อป ได้ เกรดดีๆ
(แต่ขอโทษอยากบอกเหลือเกินว่าลูกเอ็งแก้สมการไม่เป็น)
กลางภาคที่ผ่านมา ลุ้นขี้แตกเลย เพราะมันหมายถึง ความโรจน์รุ่งของเราด้วย
เจ้าเด็กน้อยคนนี้ได้รองท้อป จาก เกือบๆโหล่ (รอดตายแล้วตู)
แต่มีคอร์สสองคอร์ส ที่สอนมันมาก
คอร์สเด็กเข้าเตรียม กะ เคมี เข้ามหาลัย
อันนี้ยัดเท่าไร รับได้หมด แบบนี้สิ ถึงจะมันทั้งครูและเด็ก
-------
จำเป็นไหมสำหรับกวดวิชา ผมว่า ไม่จำเป็น ถ้าเด็ก ขยันและมีวินัย ด้วยตัวเอง
แต่การเรียนในการสอนที่โรงเรียน มันก็นะ...ด่าเด็กซะครึ่งคาบ สั่งรายงาน เอาใบงานให้จด ฯลฯ
ส่วนเด็ก กลับบ้านก็เล่นเกมดูทีวี มาเรียน ยังพอผ่านหู ทบทวน บ้าง
ผมว่าการศึกษาบ้านเรา
การสอนเสริม และกวดวิชายังจำเป็นจ้ะ :22:
เข้ามาอ่าน เจ๋งมากๆเลยทุกคน
นานายังคิดภาพนานาทำงานจริงๆจังๆไม่ออกเลยอะ (อันนี้ลุงโอ๋น่าจะเข้าใจ :05: :05: :05:)
ยังไม่รู้เลยว่าอยากทำงานไรด้วย ถ้ามีคนถามก็จะบอกว่าอยากเป็นแบบพี่เก้อ 5555+
เหมือนจะอีกนานสำหรับนานาเนอะ แต่ไมรู้ว่าชีวิตจะเจอช่วงหักมุมเมื่อไหร่ :42:
ตอนขายของอีเบย์ทำให้เข้าใจเลยว่า
เวลาที่ค่าเงินบาทแข็งแล้วธุรกิจส่งออกตายได้ยังไง
ช่วงดิ่งนี่เข้าขั้นเคราะห์กระหน่ำซัมเมอร์เซลล์
ทุนสูงขึ้น (ค่าส่งขึ้นราคา ราคาน้ำมันถีบตัว)
ต้องยืนราคาเดิม เพราะเริ่มมีคู่แข่งต่างชาติ
แต่แลกเงินบาทได้น้อยลง กำไรลดฮวบ
ที่โดนโกงเกิดเพราะความสะเพร่าที่ไม่เช็คประวัติลูกค้าให้ดี
ลูกค้าสั่งซื้อของหลายยูนิต มูลค่าราวๆ 100,000 บาท
แต่ลูกค้ารายนี้ไม่เคยมีประวัติซื้อขายกับใครมาก่อนเป็น Newbie
โดยปกติเราจะไม่ปล่อยของให้ลูกค้าแบบนี้เด็ดขาด แต่พี่เจนลืมเช็ค
ส่งของให้เรียบร้อย ก็โดนโกง พอเราเข้าไปดูว่ามันเป็นใคร
น้ำตาคลอด้วยความโมโหสุดขีด ปรี้ดแตก ด่าออกไปทันทีว่า
"ปล่อยของให้ไอ้เวรนี่ คิดได้ยังไง ประวัติการซื้อก็ไม่มี
มันจ้องจะโกงอยู่แล้ว สะเพร่าอย่างนี้ก็สมควรแล้ว ติ๊กผิดหวังในตัวพี่จริงๆ
Report ไปก็ไม่มีทางได้คืนหรอก ดี!!!! สมน้ำหน้าจะได้จำ!!!!!!!"
(เคยบอกแล้วว่าเมื่อก่อนร้ายมาก เวลาโมโห ตายเป็นตาย)
แต่ด้วยความที่พี่เจนเงียบ(เป็นต้นไม้) ไม่โต้ตอบ แล้วพูดว่า "พี่ขอโทษ"
น้ำตามันเอ่อ แต่ไม่ยอมให้มันไหลออกมา เพราะยังโกรธมากอยู่
ทั้งๆ ที่ก็รู้ตัวว่าตัวเองพูดแรงเกินไป แต่ด้วยความที่ทิฐิแรงมาก
เปลี่ยนจากอาละวาด เป็นเย็นชาใส่ ไม่พูดด้วย มองหน้าแต่ไม่มีคำพูด
แต่พอโกรธจนหมดแรงสักพัก ความคิดแบบคนเริ่มตั้งสติได้มันก็พร่างพรูเข้ามา
เกิดอยู่ๆ พี่เจนเป็นไรตายจะเสียใจมั้ย ประโยคสุดท้ายก่อนตายของเราโคตรถ่อยเลย(อีบ้าเอ้ย)
ไม่ต้องด่า เค้าก็รู้แล้วว่าโกรธมากขนาดไหน แทนที่จะให้กำลังใจ เสือกไปด่าให้หดหู่เข้าไปอีก
ก็เลยเข้าไปกอด แล้วบอกว่า "ขอโทษที่ว่าแรงมาก โกรธเค้ามั้ย"
พี่เจนก็บอกว่า "ไม่โกรธ พี่ขอโทษ เสียใจที่ทำให้ติ๊กผิดหวัง"
ทีนี้ร้องไห้โฮเลยสิ่ตู (ทำให้ตูรู้สึกเลวได้อีก โอ้ยยย) :3005:
แล้วก็เกิดเหตุการณ์ซ้ำสองอีก ครั้งนี้ประมาณ 70,000 บาท
ครั้งนี้ไม่ด่า แต่มองค้อนแล้วพูดว่า "อีกและ แต่ไม่เป็นไรมีเงินเก็บสำรองไว้แล้ว ช่างแม่ม" :58:
บางคนอาจจะไม่เข้าใจว่ากับอีแค่เงินเท่านี้ทำไมต้องโกรธเป็นฝืนเป็นไฟ
ที่โกรธมากๆ ไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน แต่เป็นความผิดพลาดแบบที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ประเภทรู้ทั้งรู้
เมื่อก่อนเป็นพวกเพอเฟคชั่นนิสต์ เสพติดความสมบูรณ์แบบ ผิดพลาดไม่ได้ ทุกอย่างต้องเป๊ะ
ถ้าทำไม่ได้ มาเลยตูทำเอง ไสหัวไปให้พ้น (บ้าเกิ๊น..เป็นคนฮาๆ ที่เครียดมาก และจริงจังกับทุกเรื่อง)
วิกฤติต่างๆ มันทำให้เห็นชัดว่าจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้รึเปล่า
โชคดีที่ได้ธาตุแท้ของกันและกันทั้งตอนขาขึ้นและขาลง
ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เรียนรู้ว่า ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามใจต้องนิ่ง(มีสติ)
อย่าเสียเวลาฟูมฟายกับความผิดพลาดล้มเหลว
ยอมรับความผิดพลาดของคนอื่นและตัวเราให้เป็น
ให้โอกาสตัวเองและคนอื่นได้แก้ตัว(อย่างสมเหตุสมผล)
ผู้คลั่งไคล้ความสมบูรณ์แบบ :25:
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 19:17 น.
ก็เลยเข้าไปกอด แล้วบอกว่า "ขอโทษที่ว่าแรงมาก โกรธเค้ามั้ย"
พี่เจนก็บอกว่า "ไม่โกรธ พี่ขอโทษ เสียใจที่ทำให้ติ๊กผิดหวัง"
ทีนี้ร้องไห้โฮเลยสิ่ตู (ทำให้ตูรู้สึกเลวได้อีก โอ้ยยย) :3005:
อยากได้ ผช แบบเนี้ย :25: หาได้ที่ไหนอะพี่ติ๊ก T_T
มาที่เมืองทองม๊ะ :27:
เผื่อใครไม่เข้าใจเรื่อง "เป็นต้นไม้"
คือตอนที่เราสี่ผัวเมียไปทริปกินนอน สันหลังยาว (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,17899.new#new)กันเนี่ย ก็เล่นกันเองซะหลายมุกครับ
หนึ่งในนั้นคือ พี่เจนเป็นต้นไม้ บักตี๋(พี่เดือน)เป็นต้นไม้ ตูก็เป็นต้นไม้
ต้นไม้นี่คือแบบ.. มึงด่าไปเถอะ บ่นไปเถอะ ถามความเห็นไปเถอะ
รับรองมันไม่ตอบไม่หือไม่อืออะไรหรอก เหมาะมากกับการเอาไว้รับมือกระทิง :30:
กระทิงขวิดนี่ต้นไม้ก็หักนะ :07:
โอ้ยๆ อ่านไม่ทัน ชอบกระทู้นี้จัง ดีใจจังที่ปลุกฟื้นเป็นระยะๆ
10 หน้าหลังๆ ตั้งแต่ปาล์ม ตั้ง นี่สุดยอด เดี๋ยวตามไล่อ่านเสาร์อาทิตย์
เอาละ รางวัลใครเล่าเรื่องโดนใจ เดี๋ยวมอบเสื้อฟรีให้ 1 ตัว :30: :30: :30:
หาเรื่องทำไรเจ๊งซักแสนแล้วมาเล่า
ได้เสื้อด้วยนะเออ :30:
เอาเลยๆ ลงทุนแสนเดียวเอง
งั้นเอาเงินแสนมาให้กิ๊กดีกว่า
แล้วจะซื้อเสื้อโมนามาเฟียให้สิบตัวเลย :33:
ตอนนี้ อ่อนไหวกับคำว่าเจ๊งมาก เห็นแล้วอยากจะกวาดตาให้พ้นๆ ไป ฮ่าๆ :30:
ไม่เจ๊งเว้ย แค่ผิดพลาดบ้างอะไรบ้าง
ตราบใดที่ยังมีหน่อ(ลมหายใจ) เดี๋ยวก็งอกใหม่ได้ เรามันชิลลลล :52a:
จักรีเจ๊งหรือพลาดเป็นเรื่องธรรมชาติ ลองซิแล้วจะสนุก :30: :30:
ใช่ๆ โดนโกงไปแสนสองแสน สนุ๊กสนุก :3005:
ถ้านับยอดรวมการโกง
ผมโดนไปสองครั้งหนักๆ
ครั้งแรกเกือบสี่แสน
ครั้งล่าสุดอีกเกือบแสน
รวมแล้วน่าจะได้ห้าแสนเชียว
รถคันนึงได้เลยนะนั่น
เย้มากกว่าเรา :30b:
เพื่อนพี่เจนเก็งกำไรราคาทองคำ
โดนเบนซ์ s class ไปกันคนละคันกับแม่ (แต่บ้านเค้ารวยเลยไม่เดือดร้อนแต่ก็วูบอยู่)
มันเคยมาชวน ดีที่ตอนนั้นไม่มีเงิน ไม่งั้นโดนอีกแสนสองแสน
ป่านนี้คงได้นอนเอาเท้าก่ายหน้าผาก ไม่อยากพบเจอผู้คน :3005:
ตอนนี้จะตั้งอกตั้งใจประหยัดจริงจังแล้ว
โดนโบว์ด่าตอนไปทริปกินนอน สันหลังยาว จนคิดได้ :30:
1. เราต้องประหยัด
2. เราต้องทำบัญชีรายรับรายจ่าย
อยากมีเงินซื้อที่สวนให้ได้ซัก 20-50 ไร่
อยากไปอยู่ ตจว เหมือนพี่อ๋าห์
แต่เราจะเลือกทำเลที่มีเน็ตแรงๆ เข้าถึงนะ :53:
1. เราต้องประหยัด (ชื่อแม่ตู)
2. เราต้องมีวินัย (ชื่อพ่อตู)
3.เราต้องรวย (นี่ก็แม่ผม)
4.เราต้องมีทอง (นี่ก็พ่อ)
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 31 ก.ค. 2010, 00:31 น.
1. เราต้องประหยัด (ชื่อแม่ตู)
2. เราต้องมีวินัย (ชื่อพ่อตู)
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 31 ก.ค. 2010, 00:33 น.
3.เราต้องรวย (นี่ก็แม่ผม)
4.เราต้องมีทอง (นี่ก็พ่อ)
ประหยัด วินัย รวย ทอง :30:
คือ พ่อแม่ พี่แอนกับพ่อแม่ผม นี่ ไม่เป็นไปตามวัฎจักรเลยนะ
พ่อแม่พี่แอนเป็น เหตุ พ่อแม่ผมเป็นผล
ดังคำพระที่ว่า ไม่มีเหตุแล้วจะเกิดผลได้อย่างไร
และถ้าเกิดผลโดยไม่มีเหตุจะเป็นไปได้อย่างไร
เอ้อ เอาดิ พูดเหมือนมีสาระเลย
ตอนพี่เจนขายของในอีเบย์ พี่เจนขายอะไรอะครับ
ของพี่ผม เค้าขาย DVD การเลี้ยงลูก แล้วก็การ์ดสตาบักซ์
ขาย CD/DVD เกม :53:
ออ เหมือนพี่ผม แต่ต่างกันในรายละเอียดแฮะ
ตอนนั้นเป็นลูกค้าวีไอพีของร้าน zest พันทิพย์เลยละ :30:
พูดเรื่องขายของ ก็อย่างรู้ๆ กันว่าโบว์มีร้านนลินฟ้าด้วย
คือชุดแฟชั่นที่แม่ตัดนั่นแหละ
เบื้องต้น เริ่มๆ จากตอนแต่งงานที่แม่ตัดชุดเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาวให้
คนถามกันเยอะ เลยลองเปิดๆ ดู
แรกๆ มันขายได้บ้างไม่ได้บ้างนะ แต่ตอนนี้กำไรเดือนนึงหลักหมื่น
โบว์ไม่ได้เอาไว้เอง ให้แม่หมดเลย
คืออยากให้แม่เค้าไม่ต้องลำบากไปขายของที่ตลาด
อยากให้เค้าอยู่บ้่านตัดผ้าและมีรายได้
โบว์โชคดีมาก มีคนบอกว่าดวงบริวารดี :30:
คือมีเพื่อน มีพี่ มีน้องให้ความช่วยเหลือดีมากๆ
อย่างการขายของแต่ล่ะครั้ง เดือดร้อนชาวบ้านไปหมด
ตั้งแต่พี่ติ๊ก พี่เจน พี่หน่อย ที่ต้องหาของกินมาให้ทุกครั้ง
พลัมมิกาที่หาเค้กมาฝาก ชาร์ปที่มาช่วยถ่ายรูป
นางแบบทุกคนที่มาช่วย เงินโบว์ก็ไม่มีให้
ไม่ว่าจะเป็นหนูอร เกศ ตาล พี่พลอย น้องอัจ
ถ่ายแบบเสร็จ ยัยเกศก็มาจัดรูปทำราคาให้
อัยย์ก็มาช่วยขาย ช่วยตอบ ช่วยทวงเงินในเว็บนู้นให้
ขอบคุณทุกคนนะ
โบว์และแม่โชคดีจัง ขอบคุณมากๆ นะคะ
ไว้มีตังมากกว่านี้คงได้ตอบแทนอะไรบ้าง :53:
เขาไม่ได้มาเพราะอยากช่วยอะไรหรอก
โดนบังคับกันทั้งนั้นแหละ
:30: :30:
ใครบังคับ :07:
โบว์กับแอนเค้าเป็นผัวเมียกันจริงๆ ใช่มั้ย :30:
(คำถามนี้ใช้ตลอดทริป "กินนอน สันหลังยาว" :30:)
อะไรๆ
ไม่มีชื่อเค้าได้ไง :05:
ของเค้าก็เคยเจ๊งหุ้นนะ
ถ้าเอามาเล่า สงสัยคงได้เสื้อหลายตัว :30:
รอ motion plus ที่เสียบกับ wii นะครับ :30:
อ้างคำพูดจาก: ChubbyPook เมื่อ 31 ก.ค. 2010, 11:01 น.
อะไรๆ
ไม่มีชื่อเค้าได้ไง :05:
ของเค้าก็เคยเจ๊งหุ้นนะ
ถ้าเอามาเล่า สงสัยคงได้เสื้อหลายตัว :30:
เอ็งอยู่ญี่ปุ่น เคยมาตอนเค้าถ่ายแบบที่ไหนยะ :07:
เออ ปุก เล่าเรื่องแม่ดิ กิจการของแม่ตั้งแต่ต้นน่ะ
ยาวนะนั่น มันส์ด้วย
ไม่รู้จะตัดตรงไหนดี :30:
ขอรวบรวมก่อน
เอาเนื้อๆ ละกัน
เอาตอนเสื้อแดงน่ะ :30:
เอาแล้วเว้ย เริ่มมันส์แล้วเว้ย :07:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 20:03 น.
ต้นไม้นี่คือแบบ.. มึงด่าไปเถอะ บ่นไปเถอะ ถามความเห็นไปเถอะ
รับรองมันไม่ตอบไม่หือไม่อืออะไรหรอก เหมาะมากกับการเอาไว้รับมือกระทิง :30:
ทำไมผมอ่านแล้วนึกถึงพี่ส้ม :47b:
หมายถึงต้นไม้หรือกระทิง :37:
ไปว่าพี่ส้มเป็นต้นไม้ได้ไงเล่า :07:
ต้องกระทิงสิ :47:
รอไอ้ปุกมาเล่าเรื่องแม่ เพราะเท่าที่มันเล่าคร่าวๆ
คือแม่เล่นพนัน ติดหนี้ มีตังไม่ถึง 10 บาท
แต่อยู่ๆ ผันตัวมาเป็นเจ้าของร้านอาหารไทยในญี่ปุ่นได้อย่างไร :07:
ถ้ามาบอกว่า จากสิบบาทนั่น
เอาไปเล่นพนันจนซื้อร้านอาหารได้นี่ฮาเลยนะ :58:
อย่าสปอยล์ซี่
มันเจ๋งตรงนี้แหละ
:30b:
อ้าว :47b:
พรุ่งนี้เริ่มงานที่ใหม่
ตื่นเต้นยังก๊ะย้ายโรงเรียน :25:
:25:
อัพเดทหน้าที่การงานของผมซักหน่อย ตัดหน้าป้าปุกเลยละกัน
การเปลี่ยนแปลงสำหรับผมมันเริ่มมาตั้งแต่ปลายปี สองพันแปด
จริงๆ แล้ว มันมีมาตั้งแต่ต้นปีสองพันแปดแล้วละ
เพราะช่วงต้นปีสองพันแปดทางบริษัทประสบปัญหาอย่างหนัก
หนักมากขนาดที่ต้องปล่อยน้องๆ ที่เป็นพนักงาน
ออกไปทำงานกันที่อื่น ตอนนั้น เหลือผมกับเจ้าของบริษัทสองคน
ที่เป็นพนักงานประจำ และเป็นช่วงเวลาที่ลำบากมาก
ถ้าใครจำได้ ผม เคยเอาโครงการจะเปิดร้านข้าวต้มมาโพสต์
ก็คุยกันกับพี่ที่เป็นเจ้าของว่า จะช่วยกันพยุงบริษัทไปให้รอด
ด้วยกะว่าจะเปิดร้านข้าวต้มตอนกลางคืน เพื่อเอาเงินมาหมุน
(คิดดูละกันว่าปัญหาหนักหน่วงแค่ไหน)
ส่วนตอนกลางวันก็ พยายามบริหารจัดการฟรีแลนซ์กับงานที่คลั่งค้าง
และพยายามทำงานที่สองคนสามารถทำได้
ช่วงนั้นผม แย่มากเหมือนกันเพราะน้องสาวขึ้นมาเรียน กทม.
ต้องใช้เงินอย่างน้อยเดือนละหมื่นกว่าบาท
ส่วนตอนเข้าเรียนใหม่ๆ ก็หมดไปหลายหมื่น กลุ้มใจมาก
ต่อสู้กันมาเรื่อยด้วยผมไม่มีทุนรอนพ่อแม่ก็ไม่มีตังค์คอยแบล๊กอัพเรา
ก็ทำให้ผมแย่กว่าที่คิดเข้าไปอีก
ประมาณมิถุนา มีเพื่อนที่จบจากสเปนโทรมาชวนผม
ให้ไปทำงานที่มาเลเซียด้วยกัน เงินเดือนประมาณ 4 หมื่น
พร้อมตั๋วเครื่องบินไปกลับทุกเดือน งานก็ อย่างที่เคยทำ
พวกแฟลชพรีเซนต์ต่างๆ ผมก็เก็บมาคิดหนักอยู่หลายคืน
คิดหนักมากหลายคนคงจินตนาการออก ผมคิดไปเรื่อยถึงอนาคต
จริงๆ อยากไปมากแต่ถ้าเราไป พี่เราเขาก็จะไม่เหลือใครคอยช่วย
ซึ่งต้องแย่แน่นอน แล้วไหนจะความหวัง ความฝัน อะไรต่ออะไรอีก
อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง หรือแห้งหายไป
ในที่สุดผมก็ตัดสินใจไม่ไป ไม่รู้ว่าผมคิดถูกหรือคิดผิด
แต่ก็ไม่ได้บอกพี่เขาในตอนนั้น เพราะรู้ว่า เขาคงส่งเสริมให้เราไปแน่ๆ
เพราะเขาถามเราแล้วว่าถ้าได้ที่ดีกว่าก็ไปได้
แต่ผมถือว่า ผมมาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะเขา ทั้งวิชาความรู้หน้าที่การงาน
ประสบการชีวิต หลายๆ อย่าง ก็ได้จากเขาทั้งนั้น
ผมไม่เคยคิดว่าชีวิตผมจะได้เข้าไปคุยกับลุกค้าระดับต่างหลากหลายสาขาอาชีพ
ผมนึกไม่ถึงว่า คนอย่างผมจะได้ทำอะไรต่อมิอะไรที่คนอยุ่บ้านนอกคอกนา
จินตนาการไม่ถูกอย่างนี้แน่ ผมได้ฝึกเข้าสังคม ฝึกการทำงาน
ฝึกทุกอย่างจากสมรภูมิจริงๆ ก็ด้วยคอนเน็คชั่นพี่เขาทั้งนั้น
อีกไม่กี่วันถัดมามีโปรเจ็คใหญ่เข้ามา จากวิกฤษใหญ่เปลี่ยน
เป็นโอกาศครั้งสำคัญชั่วข้ามคืนทำให้ฟื้นคืนชีกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
เพราะในช่วงหลายปีมานี่ บริษัทผมนอกจากจะทำงานลูกค้าแล้ว
ยังเจียดเวลาไปทำสื่อธรรม ทำการกุศลบ้าง และด้วยคุณภาพงานที่
แตกต่างจากคนอื่นเคยทำก็เลยเป็นที่ชื่นชอบจากคนทั่วไปมาก
มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อย่างปกติเขาจะจัดทำแจกหนังสือที่อัดแน่น
ไปด้วยเนื้อหา เราก็เอามาแปลงเป็นสื่อที่เข้าใจง่ายๆ
หรือไม่ก็มีบางที ก็ ไปวัดเอาเทปไปอัดเสียงเทศน์มา ทำเป็นแผนดีวีดีแจก
อะไรประมาณนั้น แต่ด้วยว่า เวลาทำพี่เขาไม่ใส่เครดิตก็เลยไม่มีใครรู้
ว่าทางพวกผมทำ ตลอดเวลา 5ปีก็ทำแบบนี้มาตลอด ทั้งเว็บ ทั้งสื่อต่างๆ นานา
มีไม่กี่คนที่รู้ว่าเป็นพวกเรา และเป็นเหตุ ให้ได้รู้จักกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง
และผู้ใหญ่ท่านนี้เองที่ได้มอบโปรเจคสำคัญนี้ให้ทำ โดยแลกกับ
การที่พี่ผมต้องเข้าไปนั่งบริหารบริษัทให้เขา ความซวยบังเกิดกับผมทันที
เพราะผมต้องเป็นคนดูแลงานบริษัททั้งหมดเพียงคนเดียว
แต่ก็ไม่เลวร้ายนัก นับจากนั้นมา ผมก็ค่อยๆ ขยับขยาย
จ้างพนักงานกลับมา อีกครั้ง แต่ที่หนักหนาขึ้นก็เพราะผมต้องควบทั้งงานของออฟฟิศ
และโปรเจ็คใหม่นี้ไปด้วย จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้บริษัทได้เรียนรู้
หลายอย่างและเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการใหม่ ด้วยการ จัดให้มีการ
สร้างโปรดักของบริษัทขึ้นควบคู่ไปกับงานรับจ้าง เพราะสิ่งที่ได้เรียนรู้มานั่นคือ
การรับงานลูกค้าอย่างเดียวไม่ทำให้เราโตแต่การทำโปรดักของตัวเองอย่างเดียว
ก็กินระยะเวลายาวนานเกินไปทำให้อาจจะเกิดสภาพวะการขาดสภาพคล่องได้
ดังนั้น เมื่อผ่านวิกฤติมาได้ และด้วยประสิทธิภาพการบริหารของพี่ผม
ก็ทำให้ผม ได้แต่ดำเนินตามแนวทางเท่านั้น ไม่ต้องเหนื่อยอะไรมาก
ถึงแม้ว่าเขาจะนั่งบริหารอยู่ที่อื่น พอสิ้นปี ตอนนั้นมีพนักงานประจำเกือบสิบคน
และก็ฟรีแลนซ์ประจำอีกหลายคน ตอนแรกก็ดีใจเพราะว่าเดี๋ยวพี่เขาก็จะกลับมา
นั่งออฟฟิศแล้ว แต่ที่ไหนได้ พอสิ้นปี ก็มีแผนจะไปทำงานที่อื่นซะนี่
คงเห็นว่า แม้ไม่ต้องมานั่งออฟฟิศ ก็สามารถบริหารจัดการได้ละมั้ง
หรือคงคิดว่าผมเอาอยู่ ซึ่ง จะบอกว่าผมเอาไม่อยุ่หรอก
เพราะผมก็มีแผนจะเปิดส่วนงานของผมเหมือนกันซึ่งก็เป็นหนึ่งในนโยบาย
ของพี่เขานั่นแหละ ที่อยากจะให้น้องๆ ทุกคนที่เขารับมา มีอะไรเป็นของตัวเอง
แต่เขาให้ผมฝึกงานบริหารแทนเขาเกือบ 1ปี และก็ได้เริ่ม แยกแผนกออกมา
รับงานเฉพาะ โดยแผนกนี้ผมบริหารจัดการเองทั้งหมด ช่วงปลายปีสองพันเก้า
ผมก็เริ่มรับพนักงานเข้าแผนกเป็นคนแรก ก็เป็นน้องๆ ที่เคยช่วยเหลือกันมานั่นแหละ
พอต้นปี สองพันสิบ ก็เริ่มแยกบัญชีออกมาอย่างจริงจัง เหมือนแยกเป็นเอกเทศออกจากบริษัทเดิม
แต่ส่วนตัวผมยังต้องดูงานในส่วนของบริษัทอยู่บ้างแต่จะไม่ทำงานในส่วนของเว็บ
หรือคิดราคาโปรแกรมอะไรอีก แต่ก็ได้น้องๆ เข้ามาช่วยในส่วนนี้ทำให้ผม
ได้มีเวลามาบริหารจัดการทีมงานของผมอย่างเต็มที่ จริงๆ แผนกงานนี้
ตั้งใจให้มันเป็น แผนกมัลติมีเดียและงานการ์ตูนเป็นหลัก ด้วยตั้งใจมาหลายปี
มากที่อยากจะทำงานประเภทนี้ ตอนทำใหม่ๆ ก็จ้างที่ปรึกษาระดับเจ้าของดีเอ็ม มาช่วย
เอาคนเขียนบทสั่งตรงจากยูโก (คนไทยนี่ละจบจากยูโก)ส่งพนักงานไปเรียนเขียนบทกับเขา
(มีหลายครั้งที่ผมไปด้วย) ประมาณนั้น แต่สิ่งสำคัญไปกว่านั้น
ถ้าใครเคยอ่านสิ่งที่ผมเคยพิมพ์ไว้ในกระจู๋คุณถามจักรีตอบ เมื่อหลายปีก่อน
ผมมีสิ่งหนึ่งที่ผมตั้งใจอย่างมากที่จะทำมันให้ได้และมันจะมีความสุขมากถ้าได้ทำมัน
นั่นคือการที่ได้มีทีมที่ออกตามฝันด้วยกันเป็นทีมที่มีอุดมการณ์เหมือนกัน
ถึงแม้จะไม่ใช่อุดมการณ์เดียวกัน แม้ตอนนี้ผมจะเพิ่งเริ่ม แต่ผมคิดว่าไม่นานนัก
แต่การสร้างทีมในฝันของทุกคนในทีมนั้นเป็นเรื่องยาก ผมได้เข้าใจมันมากพอควร
เพราะในทีม จะต้องประกอบไปด้วยคนในหลายหน้าที่ ตอนนี้ผมมี ประจำกันแค่ 3 คน
ไม่รวมฟรีแลนซ์ที่ถูกใจกันอีก 2-3 คน ผมจะแบ่งอารมณ์ของคนทำงานกับคนบริหาร
เอาไว้ต่างหาก เพราะโตมาจากฝากโปรดั๊กชั่นจึงเข้าใจพอสมควร
แต่พอมาเป็นฝ่ายต้องบริหารจัดการเองบ้าง ก็ได้เข้าใจผู้บริหารเขาเหมือนกัน
ด้วยส่วนงานของเรามันเป็นเรื่องของศิลปะด้วยแล้วมันก็ถือว่าเป็นเรื่องท้าทายอยู่ไม่น้อย
เพราะคนทำงาน ที่มีความเป็นศิลปินสูงจะทำให้เราบริหารจัดการลำบาก
แต่การบริหารจัดการโดยให้เขาทิ้งความเป็นศิลปินไปเลย นั่นก็ไม่ใช่แนวทางของผม
เพราะถ้าทำอย่างนั้น ความฝันที่จะมีทีมในฝันก็จะไม่เหลือ ผมพยายามสอนให้ทุกคนในทีมคิด
และให้มีส่วนร่วมในงานมากที่สุด พร่ำบอกอยุ่เสมอว่า งานไหนเป็นงานของเรา
มันต้องออกมาจากพวกเราทุกคน และหาจุดกึ่งกลางของมัน ให้ได้
พยายามจ่ายงานให้เขาทำเฉพาะงานที่เขาทำแล้วมีความสุข
ผมพยายามทำความเข้าใจทีมเพียงเพราะหวังว่าเขาจะทำความเข้าใจผม
ซึ่งเป็นคนที่ต้องคิดมากกว่าพวกเขาอยู่อย่างน้อย 1 สเต๊ปเสมอ
คร่าวๆ เรื่องงานด้านบริหารของผม
ส่วนงาน เรื่องโปรดั๊กชั่น แน่นอนว่า ด้วยจำนวนคน ทีมีอยุ่จำเป็นต้องทำเองด้วยแน่นอน
ตอนนี้ผมก็เป็นคนทำพวกงาน ออกแบบ แฟลช งานพรีเซ็นต์ รวมทั้งทำแอนิเมชั่นเองบ้าง
แต่เท่าที่รู้ว่าสกิลด้านเทคนิคหายไปเยอะ อันไหนที่มีอยุ๋น้อยก็ไม่ได้พัฒนาเพิ่มเติมอะไรแล้ว
ซึ่งหลายคนคงเข้าใจว่าการที่พอมานั่งบริหารจัดการเวลาในการเรียนรู้
เพื่อพัฒนาฝีมือด้านอื่นเลยมีน้อยและยิ่งทำงานกันคนละโหมดคนละฟิวส์แล้วพยายามจะต่อกัน
ก็ต้องจูนกันพอสมควร รวมกับงานออฟฟิศแผนกอื่นๆ ที่ผมยังต้องดูอยู่ด้วย
ก็เลยเป็นเรื่องลำบากมากที่จะไปคลุกอยุ่แต่กับฝั่งโปรดั๊กชั่นทั้งวันทั้งคืนเหมือนเมื่อก่อน
ลำพัง มีฟรีแลนซ์ 10 กว่า คน/ทีม ต้องคอยบรีฟงาน อย่างน้อยก็ วันวันหนึ่งก็ต้องเขียนเมล
กว่า 10 ฉบับแล้ว ไหนจะเมลลูกค้า คนทำงาน นี่ดีนะ ยังไม่พร้อมรับงานลุกค้ามากเท่าไร
ถ้าถึงเวลาที่ต้องรับ วันวันหนึงคงหมดไปกับการไปพบลูกค้าเหมือนเมื่อก่อนแน่นอน
อนาคต
ตอนนี้ ถือว่าก็ลำบากพอสมควรสำหรับการเริ่มต้น โปรดักที่เป็นงานแอนิเมชั่นยังไม่ออกเป็นชิ้นเป็นอัน
ส่วนที่เป็นหนังสือก็ อย่างที่บอก ในจู๋ชวนไปทำบุญ แต่อีกไม่นานคงมีออกมาคิดจะ เอามาแปะให้ดูได้วย
คนทำงานที่ผมรับมาช่วยทำส่วนใหญ่ ผมก็หาจากที่นี่ก่อนเป็นอันดับแรก อย่างพี่กัมส์นี่ก็ให้แกมาช่วยทำทวีนให้
มาช่วยเทรนน้องๆ ให้ อย่างงานตัดต่อ ก็ยังใช้ เจ้าสามอยู่ งานเพลงประกอบ ยังดึงเจ้าฟิวส์มาช่วย
ซึ่งหลังจากงานนี้ออกมา อนาคตผมจะได้ทำการ์ตูน ลงช่อง บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องเดิมกับที่เคยเอามาโพสต์ไว้เมื่อนานมาแล้ว
ตอนนั้นที่เป็น 3D ทาง DM เขาทำ พอผมมีแผนกนี้ ผมก็ไปเสนองานสู้กับเขามา ซึ่งแน่นอนว่า
อย่างไงซะผมก็ต้องได้ทำ แต่ปัญหามันอยุ่ที่ว่า ผมต้องมีกำลังคนมากพอ
ซึ่งแพลนงานไว้ว่า อีกไม่นานคงรับสมัคร ซึ่ง ก่อนจะรับที่อื่นผมคงจะมาประกาศที่นี่ก่อนเป็นอันดับแรก
เพราะอย่างไง ผมก็ไว้ใจคนที่นี่มากที่สุด ถ้าน้องพี่คนไหนอยากทำงาน แนวนี้ ก็มาคุยกัน
ตอนนี้ก็คุยกับป๋าเลย์ไว้บ้างแล้ว อยากให้แกมาวางระบบให้ จริงๆ อยากจะมาชวนอีกหลายคนเลย
แค่มันยังไม่ถึงเวลาเท่านั้นเอง ก็ถือว่า เป็นน้องใหม่อ่อนหัดในวงการละนะ
แต่อยากทำจริงๆ ผิดพลาดอย่างไงก็ชี้แนะกันด้วยนะครับ ^^
_ww.youtube.com/watch?v=TveCbwzwfsw
:25: :25:
ถึงกับจะต้องไปเปิดร้านข้าวต้มกลางคืนนี่ :05:
ต้องอย่างนี้สิ ถึงจะได้เสื้อฟรีจากโมนามาเฟีย :12:
นับถือเลย :12:
สู้โว้ยจักรี :12:
จักรี :12:
เจ๋งว่ะ :1205:
คือเอาจริงๆ ยังไม่ถึงเวลาที่จะได้ดีใจหรือยังไม่ถึงเวลาออกมาพูดถึงอดีตอย่างภาคภูมิใจซักเท่าไรอะนะครับ
เพราะมันยังหัวเลี้ยวหัวต่ออยู่เหมือนกันสำหรับผมเพราะเหมือนต้องสร้างใหม่
ตอนนี้ บอกตามตรงเลยว่า กังวลมากและก็กลัวมาก เพราะถ้าแย่ผมไม่มีปัญญาใช้หนี้แน่นอน :30:
ไม่แน่หรอกถ้าผมไม่รอดจริงๆ กลับมาอ่านอีกที่นี่คงอายม้วนเหมือนกัน :30:
เจ๋งมากๆ .. :12:
เจ๋ง เหมือน จาพนม :22:
ไอ้เรื่องที่เคยจับงานอยู่ดีๆ
แล้วต้องผันตัวเองขยับ "ขึ้น" มาเนี่ย
มันลำบากใจ๊ลำบากใจนะครับ
เหมือนคนเป็นนักดนตรี ชอบเล่นดนตรีมาก ไปทำงานค่ายเพลง
ทาง "ข้างบน" ก็คงคิดว่าไอ้นี่แววดี มันน่าจะก้าวหน้า
ก็เลยจับเซ็นสัญญาเป็นโปรดิวเซอร์แล้วโยนเงินให้เยอะๆ
วันนึงก็เปลี่ยนมาเป็นผู้บริหาร ฯลฯ ซะงั้น
เราเลยเสียนักดนตรีดีๆ ไปหนึ่งคน
แล้วได้คนที่จะคอยดึงคนอื่นมาให้ "ก้าวหน้า" สำหรับองค์กรมาแทน
ธรรมชาติกำลังคัดกรองจ่าฝูงไง
แอนกำลังจะบอกว่า หนึ่งปีที่ผ่านมา โลกเสียคนทำเว็บเจ๋งๆ ไปคนนึงใช่มั้ย :47:
this topic is really related with 'The last Reassignment' - New book from A BOOK
(http://ontheverge.exteen.com/images/2010/08/baipad.jpg)
หน้าปกสวย
:22:
โห อ่านไม่ทันเลย กดข้ามมา update ไว้ก่อนว่า
วันนี้ประกาศผลของ กฟน. แล้ว ไม่ติดจ๊ะ
รู้สึกเสียใจเล็ก ๆ แต่ไม่มากมาย เพราะไม่ได้คาดหวังเอาไว้มาก
สู้ ๆ ต่อไป
จริงๆเคยฟังเรื่องนี้จากจักรีทีนึง แต่อันนี้มาแนวละเอียด
เห็นการใต่ระดับของมนุษย์หนึ่งคนกับตาตัวเอง กับคนที่เรารู้จักเอง
และทุกปัจจัย โอกาส ความพร้อม ความสามารถ บวกันเข้า
เป็นละครชีวิตที่น่าติดตามตอนต่อไปด้วยอาการลุ้นเอาใจช่วย และมีความสุขไปด้วยที่ได้อ่าน:12:
มีไรให้ช่วยก็บอกได้นะ เราว่าง :30:
เอ้อ แต่ที่พี่แอนว่านี่นึกออกเลยแฮะ
ที่มีคนพยายามจะให้เราขึ้นไปทำอะไรสักอย่าง
แต่ถ้าเป็นแนวโปรดักชั่น ไม่ว่าจะอายุเท่าไร ก็สามารถเติบโตไปได้บนสายการทำงาน
โดยไม่ต้องโตด้วยการไปบริหาร (อันนี้คือข้อดีสำหรับผม เพราะบริหารอะไรไม่เป็นแน่ๆ)
อย่างคนเขียนบท อาร์ตไดซีเนียร์ๆอายุ 40 ก็เยอะแยะมากมาย รุ่นใหญ่ในวงการ และทุกคนยังอยากอยู่ตรงนั้น
แต่ออกแบบเว็บอายุ 40 นี่ นึกภาพไม่ออกแฮะ
พี่แอนไง ปีหน้าก็ 40 แล้ว
สมเป็นคนบ้านนอกสู้ชีวิตมากเลยจักรี
มีทั้งความกตัญญู หนักเอาเบาสู้ ทั้งความฝัน ทั้งบุญกุศล
เจ๋งว่ะ :12:
ผมนี่ไง อีกสองปี 40 แล้ว
ยังรู้สึกเหมือนตอน 18
อ้างคำพูดจาก: ภาณุพันธุ์ เมื่อ 02 ส.ค. 2010, 18:14 น.
ผมนี่ไง อีกสองปี 40 แล้ว
ยังรู้สึกเหมือนตอน 18
อ่านเสร็จให้เหลือบมองอวตารน้า
:46: :30: :30: :46:
:30:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 02 ส.ค. 2010, 05:26 น.
:25: :25:
ถึงกับจะต้องไปเปิดร้านข้าวต้มกลางคืนนี่ :05:
ต้องอย่างนี้สิ ถึงจะได้เสื้อฟรีจากโมนามาเฟีย :12:
นับถือเลย :12:
เพิ่งอ่าน มิน่าล่ะ วันนี้จักรีโทรมาเรื่องเสื้อ
กะว่าต้องได้ฟรีแน่ๆ ใช่ไหม :30:
อ่านจู๋นี้แล้วรู้สึกว่าตูสบายเกินไปรึเปล่า :08:
คิดเหมือนพี่พลัม :37:
ก็ดีแล้วนี่ครับ :30:
สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะกลับไปหน้าแรกแล้วอ่านให้จบครับ เก็บดาวมาราธอนอยู่ :40:
ผมถามตัวเองบ่อยเลยนะช่วงนี้ ว่าจบไปกูจะทำงานอะไรวะ?
หวังว่าแนวทางคำตอบอาจจะมาจากร้อยเก้าสิบเก้าหน้าที่ปั่นกันไป :42:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 03 ส.ค. 2010, 00:29 น.
เพิ่งอ่าน มิน่าล่ะ วันนี้จักรีโทรมาเรื่องเสื้อ
กะว่าต้องได้ฟรีแน่ๆ ใช่ไหม :30:
ไม่ช้ายยยยยยยย อันนี้ตั้งใจจะทำนานนแล้วงายยยยย แต่รอตังค์อยู่ :30:
อ้างคำพูดจาก: กิ๊ง เมื่อ 03 ส.ค. 2010, 00:49 น.
สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะกลับไปหน้าแรกแล้วอ่านให้จบครับ เก็บดาวมาราธอนอยู่ :40:
ผมถามตัวเองบ่อยเลยนะช่วงนี้ ว่าจบไปกูจะทำงานอะไรวะ?
หวังว่าแนวทางคำตอบอาจจะมาจากร้อยเก้าสิบเก้าหน้าที่ปั่นกันไป :42:
อ่านตั้งแต่ http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,12659.2595.html (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,12659.2595.html) ก็ได้
เนื้อหาเข้มข้นมาก :12:
คือนอกจากว่าจะทำอะไรแล้ว ยังต้องมองเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ลูกค้า ตลาด สภาพเศรษฐกิจ
มันเป็นเรื่องที่เราจะได้เจอแน่ แค่อาจจะช้าหรือเร็ว
นี่อะนะ..
อ้างคำพูดจาก: Rubberduck เมื่อ 27 ก.ค. 2010, 15:55 น.
ของเล่นที่ว่า....เด็กหนุ่มๆ สินะ กินหมดแล้วก็กลับ :47:
มาเล่าต่อเรื่อง จะทำยังไงกับร้านใหม่ที่ลงทุนเช่าไป2ที่
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,12659.msg1456757.html#msg1456757 (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,12659.msg1456757.html#msg1456757)
หลังจากคิดใคร่ครวญ ประชุมบอร์ดกันอยู่นาน
ปาล์มตัดสินใจเก็บมันไว้ทั้งสองร้าน โดยที่ในช่วงแรกจะเปิดขายเป็นร้านชิลีแจมจนกว่าจะตกแต่งทำเลทองเสร็จ
แล้วค่อยประกาศให้ลูกค้ารู้ว่าเราย้ายร้านนะ ส่วนร้านเดิมก็จะเปลี่ยนคอนเซปท์จากร้านไทยธรรมดา
เป็นร้านไทยขายโรตี (น่าจะชื่อร้าน Roti Thai by Chilli Jam)
เน้นขายโรตีเป็นหลัก ตัวเสริมจะเป็นอาหารดังทางใต้ที่ฝรั่งกินได้
เช่น ข้าวมันไก่, ข้าวหมกไก่, ซุปหางวัว, ไก่ทอดหาดใหญ่, ติ่มซำ
เชื่อว่าหลายคนที่เคยไปเที่ยวไทยมักจะไปภูเก็ต หรือไปเที่ยวทะเลใต้
เขาน่าจะมีโอกาสได้ลองอาหารทางใต้ และจดจำมันได้
ทั้งนี้ในช่วงก่อสร้างตกแต่งทำเลทอง ก็จะทำการสำรวจตลาดไปในตัวว่าทำเลเดิมจะรุ่งหรือร่วง
ถ้า2เดือนแรกเปิดมาไม่รุ่ง ก็จะทำการขายธุรกิจ...ดีกว่าอุ้มไว้ให้เป็นภาระเราเนอะ
ปล. ตอนนี้มาคอนเซปท์เดียวกับพี่โบว์ จะทำอะไรทีเดือดร้อนชาวบ้านไปหมด....นี่ปาล์มก็ไปสร้างความเดือดร้อนให้อู๋
พอดีอยากได้รูปคนขายโรตี อยากได้ช็อตกำลังฟาดแป้ง คิดว่าเอารูปมาแต่งร้านกับลงเมนู น่าจะเจ๋งโพดๆ
ไปกินซุปหางวัวร้านชิลลี่แจมกันนนนนน :54:
รายงานสถานภาพล่าสุดครับ หลังจากออกจากงานเมื่อสิ้นเดือนที่แล้ว
ตอนนี้เป็นฟรีแลนซ์แบบประจำ คือเป็นฟรีแลนซ์ เข้า ไม่เข้าวันไหนก็ได้ แต่คุยกับพี่เขาว่า เข้าสัปดาห์ละ 2-3 วัน
รับงานเหมา ไม่ได้เป็นชิ้น กินเงินเดือนเอา
เงินเดือนน้อยลง 5 พัน วันหยุดเพิ่มขึ้น 2-3 วันต่อสัปดาห์
(นี่ก็นอนเล่นอยู่บ้าน พรุ่งนี้ประชุม)
ระหว่างนี้ เทรนงานโปรดักชั่นเพิ่ม ส่วนภรรยาไปเทรนเรื่องการเงิน (ก็จากท่านพี่ที่จ้างตูนี่แหละ :30:)
เตรียมตัวเปิดหัวบริษัทตัวเอง (คาดว่าต้นปีหน้า) แต่เป็นเครือเดียวกันกับพี่เค้า
รับจัดค่าย อีเว้นท์ ทำสื่อเด็ก จนถึงรายการโทรทัศน์เด็ก เท่านี้แหละจ้า
อ้อ เนื่องจากรายได้ลดลง ตอนนี้ประกาศรับจ๊อบนะจ๊ะ :47:
มาช่วยผมด้วยนะครับ :27:
:27:
:25:
:27: โอ้ว หยุดเพิ่มตั้งหลายวัน
คุ้มจริงๆ เลยลุงเป็ด !!!
โอเค อั๊พเดทบ้าง :47:
วันนี้เป็นวันที่สามของการทำงาน บ. ใหม่ ยังงงๆ อยู่บ้าง
เพิ่งรู้ตัวจริงๆ ก็ตอนวันแรก (เมื่อวานซืน) ว่าเป็น พนง. คนเดียวใน บ. :30:
คือที่มาของ บ. นี้ มาจากมีฝรั่งคนนึง (ชื่อมาร์ก คนที่เจอตอนสัมภาษณ์นั่นแหละ) เป็นเจ้าของ บ. เทิร์นคีย์ ออกแบบ + สร้างงานสถาปัตยกรรมที่ออสเตรเลีย
ซึ่งออกแบบ และ ผลิตบ้านกึ่งสำเร็จรูปขาย (prefabricated) และตอนนี้มีตลาดอยู่ทางออสเตรเลีย ปาปัวนิวกินี และยุโรป
ทีนี้ เขามาจ้างโรงงานในไทยเป็นคนผลิต เลยมีตัวละครเพิ่มคนนึง (ชื่อ ดร. นก) เป็นเจ้าของโรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์ใหญ่โต
คุยไปคุยมาท่าไหนไม่รู้ (น่าจะเกี่ยวกะเรื่องกม. เรื่องจดทะเบียนหลายอย่าง รวมทั้งเรื่องภาษีด้วย) สอง บ. นี้เลยรวมกัน เกิดเป็นอีก บ. นึง
ผมก็เลยได้เข้ามาอยู่เป็น พนง. คนแรกของ บ. นี้ :30:
หน้าที่หลักๆ ของผมก็คือ ต้องรู้ทุกอย่างของโปรเจ็ค รู้เท่าๆ กับโปรเจ็คเมเนเขอร์เลย เพราะต้องคอยรายงานให้มาร์กรู้
ทั้งทรัพยากรที่ใช้ไป ปัญหาหน้างาน ความคืบหน้า รวมถึงข้อส่งสัยต่างๆ ของฝ่ายผลิต ซึ่งฝ่ายผลิตเป็นคน ดร. นก ที่โรงงานนี้
อีกทางนึง คือเป็นตัวกลางการสื่อสาร ระหว่าง คนสองกลุ่มนี้
ทุกวันนี้ (เพิ่งสองวันครึ่ง) มีความสุขดี โรงงานอยู่ห่างจากบ้านแค่ 15 นาที (ชานเมือง) ตื่นสายได้ ไม่ฟิกซ์เวลางาน
มีผลตอบแทนที่สูงขึ้น ดูมีโอกาสเรื่องความก้าวหน้ามากขึ้น ค่าใช้จ่ายลดลง เพราะกลับมาอยู่บ้าน
ก็ประมาณนี้ :27:
เจ๋งเลย ทำงานแบบนี้แหละ รุ่งแน่ๆ :25:
ถ้าบริษัทไม่เจ๊งซะก่อน :47:
ไม่น่าเจ๊งนะ เสร็จหลังนี้ มีอีกหลายหลังรออยู่ :47b:
แต่บังเอิญว่าหลังนี้หลังแรก คงมีขลุกขลักนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ต้องเข้าไปรับผิดชอบปัญหาโดยตรง :30a:
น่าสนุกดี :25:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 02 ส.ค. 2010, 12:53 น.
ไอ้เรื่องที่เคยจับงานอยู่ดีๆ
แล้วต้องผันตัวเองขยับ "ขึ้น" มาเนี่ย
มันลำบากใจ๊ลำบากใจนะครับ
เหมือนคนเป็นนักดนตรี ชอบเล่นดนตรีมาก ไปทำงานค่ายเพลง
ทาง "ข้างบน" ก็คงคิดว่าไอ้นี่แววดี มันน่าจะก้าวหน้า
ก็เลยจับเซ็นสัญญาเป็นโปรดิวเซอร์แล้วโยนเงินให้เยอะๆ
วันนึงก็เปลี่ยนมาเป็นผู้บริหาร ฯลฯ ซะงั้น
เราเลยเสียนักดนตรีดีๆ ไปหนึ่งคน
แล้วได้คนที่จะคอยดึงคนอื่นมาให้ "ก้าวหน้า" สำหรับองค์กรมาแทน
อ่านแล้วนึกถึงหนังเรื่อง The Guardian เลย
แนะนำให้หามามาดู
(http://www.andyfilm.com/guardian06.jpg)
มาเจิมหน้า 200 หน่อย :43:
งานแบบพี่บร๊วบนี่แหละน่าหนุก :25:
เออ ได้รู้เยอะดี ชอบๆ :25:
ส่วนหนังพี่โอ้เอ้ยังไม่เคยดู เดี๋ยวหามาดูครับ :12:
ใช่ๆ ตอนนี้น่าสนุกดี ตราบใดที่ยังไม่ถึงเวลากำหนดส่งงาน :30:
ซึ่งทีมผลิตเขาก็มืออาชีพนะ คงไม่มีอะไรพลาด ถ้าผ่านหลังแรกไปได้ อะไรๆ ก็คงง่ายขึ้น :44:
พรุ่งนี้จะไปสัมภาษณ์งานแหละ
ทำที่เดิมมาห้าปีละ ทำมาตั่งแต่ตอนเรียนปีสี่ยังไม่จบ
ตื่นเต้นวุ้ย ไม่เคยไปสัมภาษณ์งาน
แถมภาษาอังกฤษอีก ซึ่งตู ไม่ได้เรื่องเลย ฟังก็ฟังไม่รุ้เรื่อง แล้วจะให้พูด โอย ตายๆๆๆ
:05:
ท่องไปเลย Welcomeๆ Show Free No Charge!!
ํYes No Ok Thank you
This is a book
This is a bookkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkk :07:
พักนี้ห่อเหี่ยวกับการทำงานมาก
วันนึงเริ่มกรึ่มๆ
บอกกับลูกพี่ว่า "พี่ ผมจะเก็บกระเป๋ากลับนะ"
ลูกพี่บอก "ได้สิ เดี๊ยวพี่หาคนมาแทน"
ฟังจบก็ยกหมดแก้ว :58:
:58: :58:
ของเจี้ยมนี่ ถ้าแว้บแรกอาจจะรู้สึกว่า เฮ้ยพี่เขาแรงวุ้ย
แต่ถ้ามองหลายๆ มุม .. บางทีเขาอาจจะรู้สึกว่าพาน้องมันมาลำบากอยู่แล้วก็ได้เน้อ..
เป็นลูกพี่คนนี่มันลำบากนะ.. ต้องคิดหลายตลบ
ว่าแต่เจี้ยมเบื่อแล้วจริงๆ เหรอ..
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 04 ส.ค. 2010, 17:24 น.
พักนี้ห่อเหี่ยวกับการทำงานมาก
วันนึงเริ่มกรึ่มๆ
บอกกับลูกพี่ว่า "พี่ ผมจะเก็บกระเป๋ากลับนะ"
ลูกพี่บอก "ได้สิ เดี๊ยวพี่หาคนมาแทน"
ฟังจบก็ยกหมดแก้ว :58:
อ้าว :08:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 04 ส.ค. 2010, 18:13 น.
ของเจี้ยมนี่ ถ้าแว้บแรกอาจจะรู้สึกว่า เฮ้ยพี่เขาแรงวุ้ย
แต่ถ้ามองหลายๆ มุม .. บางทีเขาอาจจะรู้สึกว่าพาน้องมันมาลำบากอยู่แล้วก็ได้เน้อ..
เป็นลูกพี่คนนี่มันลำบากนะ.. ต้องคิดหลายตลบ
ว่าแต่เจี้ยมเบื่อแล้วจริงๆ เหรอ..
ก็เป็นได้นะ :37:
อยากตอบ
แต่แก้แบบก่อน :46:
//
ผมรู้จักลูกพี่มาก็นาน
รู้จักแบบว่านี่คือรุ่นพี่
ช่วยเหลือกันกระปริดกระปรอยตามโอกาส
จนได้มาทำงานเป็นลูกน้องแก
ถ้าถามคำพูดพี่แกแรงมั้ย
สำหรับผม
ไม่แรงเลย
พี่แกพูดไงก็หมายความตามนั้น
ผมก็เข้าใจตามนั้น
แต่ผมกลับไม่ได้หรอกครับ
ห่อเหี่ยวใจบ้างก็ระบาย
ไฟหดก็ให้หดไปเดี๊ยวก็ลุกใหม่
คงเป็นจังหวะของชีวิตก็เท่านั้น
แต่มันทำให้งานหย่อนลง
หัวสมองมัวแต่คิดท้อจนใจเหี่ยว
งานผมไปไหนไม่ค่อยได้ด้วย
รึไปได้ก็ไม่รู้
ผมก็ไม่กล้าไปไหนนานถ้าลูกพี่ไม่อยู่
ถ้าไม่อยู่กันทั้งสองคนงานในภาพรวมจะเป็นไงไม่รู้
งานมันเป็นงานคุมคนครับ
ผมเองก้าวกระโดดมาแบบไม่มีประสบการณ์
ผมยอมรับว่าตัวเองทำได้ไม่ดีเลย
จนคิดว่าน่าจะมีคนอื่นที่ทำได้ดีกว่า
ตอนนี้ผมก็พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่คนที่ละอ่อนที่สุดในที่ทำงานจะทำได้
ขอบคุณพี่แอ้นะครับ กำลังใจและชวนไปเที่ยว
ขอบคุณทุกคนก่อนๆ ไปหลายๆ หน้า
ทำให้ผมจุดไฟในตัวแชะๆ แต่ไม่ติดแบบไฟแชคหมดแก๊ส
แต่มันก็ยังได้รู้่ว่ามีเชื้ออยู่
:22:
เจี้ยมสู้ๆ :12:
มาบ่นแกมเหล้าเล่า
ตอนนี้ที่ทำงานกำลังมีการเปลี่ยนแปลง ที่แผนกมีการเปลี่ยนทั้ง Very big Manager และ Big Manager
(ตอนแรกเขียนชื่อตำแหน่งเต็มๆ ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยววันดีคืนดีใครในบริษัทมาเจอ)
คนที่ขึ้นมาแทนเดิมก็สนิทชิดเชื้อกันดี (ในฐานะลูกน้องกับเจ้านาย) แต่ทแว่.. เอ๊ย ทว่า..
อำนาจคือภาระ นั่นมันมีแต่ในสไปเดอร์แมน ในชีวิตจริง อำนาจนั้นทำให้คนพองโต
อาจลืมได้แม้กระทั่งเพื่อนฝูงพี่น้อง
ตอนนี้เหล่าพนักงานตัวเล็กๆ (อย่างเค้าเนี่ยไง.. :56:)
ก็ได้แต่รอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป คือเรามีงานทำแน่ ยังไงเขาก็ต้องใช้เรา
แต่วิถีชีวิตจะเปลี่ยนแปลงไปยังไงกันนะ เมื่อ Big Manager คนใหม่ เริ่มต้น Kick off meeting ครั้งแรกในแผนก
ด้วยการให้ร้าย Big Manager คนเดิมลับหลัง และจะเปลี่ยนแปลงการทำงานในระดับนโยบาย
แบบที่ว่าจะพลิกอาชีพของพวกแอ้กันไปคนละสไตล์เลย โดยไม่ฟังเสียงของคนทำงานเลย
ในมุมมองของแอ้ แอ้ว่าเขากำลังวัดพลังใหม่ที่เพิ่งได้มั้ง..
ขออนุญาตเล่านิทานประกอบ..
เจ้านายเก่าครั้งกระนู้น..นามแฝง ช่างเอก เคยสอนสั่งเอาไว้ว่า..
[18+]
"มึงรู้ไหม ทำไมคนบางคนถึงถูกด่าว่าคนหัวกล้วย" <-- เวลาแกเล่าแกไม่ได้เซ็นเซอร์
เพราะกล้วยนั้น มึงสังเกตไหม (เราพยายามจินตนาการตามแกบอก)
เวลามัน "ขึ้น" มันจะใหญ่โตมากๆ ยิ่งใหญ่เหลือเกิน
แต่เวลามัน "ลง" มันจะเป็นไง.. เหลือเล็กๆ เหี่ยวๆ เท่านั้นเอง
จงอย่าเป็นคนหัวกล้วย มึงจงเป็นเครื่องบิน
ที่ยิ่งสูง ยิ่งเล็ก แต่ลงมาถึงพื้นดินเมื่อไหร่.. จะใหญ่เบ้อเริ่ม..
จำเอาไว้ อำนาจ คือ ภาระ
บอกตัวเองและเพื่อนๆ : โปรดติดตามตอนต่อไป.. :53:
ชอบคำเปรียบเทียบ :30b: :30b: :30b:
เปรียบเทียบได้เท่มาก :25:
เห็นภาพเลย :30:
ช่างเปรียบเปรย :30b:
:12: จำไว้พูดแบบไม่เซ็นเซอร์
จงเป็นดั่งเครื่องบิน :25:
เจี้ยมกลับมากทม. มาหากูมา :56:
ไม่ไปอะ
ชอบโทรมาตอนเมาละ :50:
:58: ก็เคยคิดจะชวนตูก่อนมั้ย
ถามในนี้ละกันครับ
พวกเรทราคา รูปเอาไปทำปฏิทินตั้งโต๊ะ มันคิดยังไงครับ :44: (บอกไปแล้วแหละ รูปละ 3000 )
http://www.creatimage.com/ (http://www.creatimage.com/) << บริษัทเนี่ย
แล้วพวกถ่ายรูปในสตูเรทมันสูงมั้ยครับ (อันนี้โดนหักคอมา :3005: 3500 )
ติดตามมาอย่างยาวนาน กระจู๋นี้เข้มข้นจริงๆ :27:
ขอบพระคุณทุกท่านที่เป็นแรงบันดาลใจ (แม้จะเป็นทางอ้อมก็ตาม) :12:
(ทำงานประจำเมื่อวานวันสุดท้าย) คราวนี้หล่ะ ฮึ่ม.......
ตอนที่แรงบันดาลใจเรายังเต็มเปี่ยม ยังหนุ่ม เราต้องลุกขึ้นมาทำ ต้องลุกขึ้นมาใช้มันให้เต็มที่ก็เท่านั้นเอง
ู
สู้เว้ย
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 05 ส.ค. 2010, 14:21 น.
ถามในนี้ละกันครับ
พวกเรทราคา รูปเอาไปทำปฏิทินตั้งโต๊ะ มันคิดยังไงครับ :44: (บอกไปแล้วแหละ รูปละ 3000 )
http://www.creatimage.com/ (http://www.creatimage.com/) << บริษัทเนี่ย
แล้วพวกถ่ายรูปในสตูเรทมันสูงมั้ยครับ (อันนี้โดนหักคอมา :3005: 3500 )
แหม น่าเอาไปถามในจู๋ห้องกล้องนะ
ครับ :46:
เมื่อวานไปสัมภาษณ์งานมา เลวร้ายมาก ฟังไม่รุ้เรื่องเลย (สัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ) :05:
วันจันทร์ ไปสัมภาษณ์อีกสองที่ วันอังคารอีกหนึ่งที่
มันต้องมีซักที่ ที่ตูฟังออกมั่งละน่า :05: :05: :05:
วันอังคารนี้ผมไปสอบข้อเขียนเหมือนกัน :3005:
สู้ๆ
โทรไปปฏิเสธงานออฟฟิศใหญ่มาแล้ว ไม่เจอตัวหัวหน้า ฝากแอดมินไว้ กลัวเรื่องไม่ถึงจังเลย เดี๋ยวเขาเกลียดเอา :30:
พี่ถลอกไปโหลดซับมารอเลยครับ
เตรียมเข้าบรรจุงานอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ
เจอกันที่กรุงเทพฯ เร็วๆนี้ :22:
ดีนะ.. ย้ายมาทำงานนอกเมืองแล้ว :47b:
ส้มจะบุกกรุงเหรอ :07:
ที่ไหนเนี่ย พรก.ยังอยู่ไหม
ทำงานที่ศูนย์ราชการ :30: :30: :30:
เหมือนๆจะต้องเปลี่ยนชีวิตการทำงานครั้งใหญ่อีกแล้วแฮะ
วันทำงานน้อยลง วันว่างเพิ่มขึ้น แต่เวลาทำงานก็เพิ่มขึ้น ในสิ่งแวดล้อมโคตรใหม่*
มันจะเป็นยังไงน้อ :47:
ตอนนี้เริ่มเซ็งระบบวงจรอุบาทว์บางอย่างที่เจออยู่ครับ
จากเดิมที่เฉยๆ และหาทางป้องกันหลบเลี่ยงได้
คราวนี้กระทบตรงๆ และคงเริ่มแสดงอาการแข็งขืนละ
เตรียมตัวรับน้องไทยคู่ฟ้า พี่แอนจะแข็งขึ้นละ :51:
อุบาทว์ยังไง อยากรู้ๆ :25:
ก็แบบ อวยนายทุน เสนอซิกแซกหาผลประโยชน์ให้เพื่อแลกผลประโยชน์มา อะไรแบบนี้น่ะครับ
อนาคตอยากซื้อ HD มีทะเบียนซักคัน :58:
คงเปลี่ยนระบบน่าขยะแขยงนั่นยาก แต่เราสามารถอาศัยวงจรเหี้ยๆนั่น
มาเป็นเครื่องมือ ในการสร้างสิ่งที่ดีงามได้นะแอน แถมได้วงกว้างอย่างไม่น่าเชื่อ
แล้วการอาศัยวงจรนั้น มันทำให้วงจรมันใหญ่และมั่นคงขึ้นด้วยรึเปล่า
รวมทั้งสร้างความเคยชิน จนเรามองเป็นเรื่องปกติ ?
เร็วๆ นี้คงจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต ถึงจะไม่ได้ชอบมากนัก แต่เพื่อบางสิ่ง บางอย่างที่ดีกว่า
ไม่หรอกค่ะพี่ มันจะไม่ปกติ มันจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมั่นคงแน่นอน
เค้าเรียกว่าเกมส์มันพลิกค่ะ :26:
ใจคนมันก็เนื้อ อยู่ที่เราจะเลือกทางไหน
วงจรอุบาทว์ๆแบบนี้ ทำองค์กรล่มสลายมานักต่อนัก
ใครพลิกตัวทันก็ยังอยู่ ใครพลิกไม่ทันก็เตรียมตัวตาย
ไม่เคยเห็นองค์กรไหน เหี้ยอย่างยั่งยืนซักที่ :37:
สิ้นปีจะโหวตจู๋นี้ รู้สึกช่วงนี้เจ้มจ้นมาก :25:
เพิ่งไป สอบ ตำแหน่งประชาสัมพันธ์ ที่ สถานบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) มาเมื่อวานครับ
สอบข้อเขียน ไอ้เราก็นึกว่า จะมีกากะบาทมั่ง เขียนมั่ง คละเคล้ากันไป :3005:
ข้อสอบให้เขียน แนวๆ PR องค์กรแหละครับ 3 ข้อ
ก็เขียนไปเท่าที่นึกได้ กับที่เตรียมตัวมา
รอลุ้นประกาศผล ราวๆ อาทิตย์หน้า
ถ้าผ่านก็มีสอบทำแนว สื่อPR อาจเป็นโปสเตอร์ใบปลิว
อันนี้ไม่ค่อยน่าห่วงเท่าไหร่
ห่วงอีกทีน่าจะสัมภาษณ์มากกว่า
ถ้าPRจ๋านี่ก็ไม่รู้จะตอบสัมภาษณ์ได้หรือเปล่านะ :42:
เค้าไม่อยากให้น้องออย ทำที่นี่เลย จากใจเลยจริงๆนะ
ถ้าติดขึ้นมา ก็หาทางสอบเลื่อนขั้น ไม่ก็ย้ายไปสังกัดอื่นเถ๊อะ :05:
เมื่อวานสอบเสร็จ รีบโทรหาพี่ส้มก่อนเพื่อนเลย
ตามที่เกร็งเดี๊ยะ :30:
แต่ผมว่า การสอบข้อสอบเขียน
มันขึ้นอยู่กับคนตรวจ
เพราะผมไม่ได้เขียนทฤษฏีจ๋าอะไรงี้ มั่วๆ ซั่วๆ แพล่มๆ โม้ๆไป :42:
อ้าวทำไมหล่ะครับ :05:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 11 ส.ค. 2010, 16:22 น.
แล้วการอาศัยวงจรนั้น มันทำให้วงจรมันใหญ่และมั่นคงขึ้นด้วยรึเปล่า
รวมทั้งสร้างความเคยชิน จนเรามองเป็นเรื่องปกติ ?
วิธีของส้มคนละวิธีกับตู
งานนี้ตูขอเป็นพวกยอมหัก แต่คงไม่ยอมงอ
ทักษิณจะเหี้ยยังไง คนล้มมันต้องประชาชน
ล้มตามเกม ให้รู้ว่าการปราบเหี้ยไม่ใช้ต้องเหี้ยกว่า
เห็นไหมว่าอยู่ดีๆ เอาทหารมาล้ม มันเลยได้ใจโขกมวลชนมาจนปัจจุบันนี้
อีกนิดเดียวแท้ๆ เชียว
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 11 ส.ค. 2010, 16:27 น.
ไม่เคยเห็นองค์กรไหน เหี้ยอย่างยั่งยืนซักที่ :37:
ที่ไม่เคยเห็นก็เพราะเค้าเหี้ยกันอย่างแนบเนียนและเป็นระบบ
ดีมากค่ะที่รัก อย่าไปเหี้ยตามเค้าค่ะ :27:
ปล.รังเกียจแบบจริงๆ จังๆ กับพวกแสวงหาผลประโยชน์จากความเหี้ยเนี่ย
ปล2.เดี๋ยวออกจากงานเมื่อไหร่จะมาเล่าให้ฟังนะ :37:
ว่าจะทำฟาร์มเหี้ยส่งออกซะหน่อย :05:
ทำเลยๆ เหี้ยหาได้ทั่วไป เยอะด้วย :27:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 11 ส.ค. 2010, 16:44 น.
ว่าจะทำฟาร์มเหี้ยส่งออกซะหน่อย :05:
เอาพ่อพันธุ์มั้ยฮะ.. ตอนนี้ออกจากงานประจำแล้วด้วย :37:
ตูแค่ไม่อยากให้แอนลาออก
เสียดายคนดีๆ อยากให้อยู่ปรับองค์กรไปสู่ทิศทางที่ดีก่อน
ไม่อยากให้คนดีท้อถอย ไม่ใช่ทุกคนที่มีโอกาสที่จะสร้างโอกาสให้คนอื่นมากมาย
และแก ก็ดันเป็นคน คนนั้น ที่สามารถสร้างจุดเริ่มต้นให้ใครต่อใครได้
สร้างสิ่งต่างๆให้กับสังคมมากมาย ไม่ใช่ว่าไม่ทำที่นี่แล้วจะสร้างสิ่งดีๆจากที่อื่นไม่ได้
แต่ตูก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงน่ะ เอาเป็นว่า ....
อยากให้คนดีๆ ที่ต้องทนในระบบเหี้ยๆ เข้มแข็ง และล้มระบบนั่นในองค์กรของตัวเอง
จะลาออกวันนั้น ก็ยังไม่สายเลย
// ไรว๊าาา ออกความคิดเห็นในนี้ทีไร โดนลบทู๊กกก ที
ต้องกราบขออภัยงามๆเลยนะคะ ที่โพสอะไรไม่ถูกใจ ทำร้ายความรู้สึกใครเข้า
เอาเป็นว่า นี่จะเป็นโพสต์สุดท้ายที่จะแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องคนอื่น ก็แล้วกันนะคะ
กราบขออภัยอีกครั้งค่ะ :46:
ถ้าตามทฤษฎีนี่โอเคแหละส้ม
แต่ในทางปฏิบัติเรารู้ๆ กันอยู่
ดูอย่างพี่มาร์คสิ :08:
ระบบอุบาทว์ๆนี่ ต้องดูทิศทางให้ดี
รอบแรกที่เรายอมหักไม่ยอมงอ โอกาสหักก็มีสูง
แต่ถ้ายอมงอยอมโอนอ่อนตามน้ำเขาไป มันก็ต้องมีวันนึงที่วงจรนี้ต้องล่มลง
ตัวใหญ่ๆมักจะโยนให้ตัวเล็กๆที่ยอมโอนอ่อนตามน้ำรับเละ :3005:
ใช่เลย โอกาสหักมีสูง
คนดีๆ ไม่น่าจะอยู่กับอะไรเหี้ยๆ ได้ตลอดรอดฝั่ง
นอกจากกลายร่างไปเป็นเหี้ยกับเค้าด้วย
ไม่งั้นก็คงต้องมีแนวร่วมแข็งขืน ที่แข็งแกร่ง
ถ้าอยู่ในสภาวะเลือกได้ เลือกแล้วชีวิตไม่ลำบากเกินทน
ก็ขอสนับสนุนให้เลือกที่จะไม่เป็นรากฐานของวงจรเหี้ยๆ :46:
อาทิตย์นี้ มีเรื่องให้คิดเยอะแยะ
มีทำเลที่ดี อยู่ 1 ร้าน อยากจะเปิดแต่..ก็มีอีกหลายคนที่อยากจะเปิดด้วย
ซึ่งในหลายๆ คนนั้น คือ รุ่นพี่ที่อยู่ที่เกาะมานานมาก แต่เจ้าของห้องเช่า จะไม่ให้พี่คนนี้
แต่พี่คนนี้... เค้าอยากจะได้ และพูดดักไว้หมด ว่า ..ร้านนี้ชั้นจอง :39:
แต่นั่นแหละ เจ้าของยืนยันว่า ไม่ให้พี่คนนี้เช่าร้านเค้าแน่่ ไม่ถูกชะตา :37:
เหมือนโดนกั๊กยังไงไม่รุ๊ จะเอาก็ไม่ได้ ถ้าเอานี่ โดนผู้มีอิทธิพลเล่นงาน ชัวร์..
ถ้าทำร้านนี้จริง ปวดหัวแน่เลยกิ๊ก
จะสู้หรือจะถอยดีวะ ไม่อยากโดนระเบิดปาหน้าบ้าน :05:
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 11 ส.ค. 2010, 17:30 น.
คนดีๆ ไม่น่าจะอยู่กับอะไรเหี้ยๆ ได้ตลอดรอดฝั่ง
นอกจากกลายร่างไปเป็นเหี้ยกับเค้าด้วย
ไม่งั้นก็คงต้องมีแนวร่วมแข็งขืน ที่แข็งแกร่ง
ถ้าอยู่ในสภาวะเลือกได้ เลือกแล้วชีวิตไม่ลำบากเกินทน
ก็ขอสนับสนุนให้เลือกที่จะไม่เป็นรากฐานของวงจรเหี้ยๆ :46:
แบบนี้แหละที่จะทำ อยากให้ทุกคนคิดได้แบบพี่ติ๊ก :12:
ปล.โบว์ว่าโบว์เป็นคนที่ไม่ได้ตรงฉินอะไรขนาดแอน
แต่ยังทนไม่ได้เลย ไว้มาเล่านะ
ปล.2 ส้ม เราลบแกเองแหละ ทัศนคติเรื่องงานเรื่องระบบไม่ตรงกัน
ระบบที่ต้องเหี้ยตามน้ำ นี่รับไม่ได้ว่ะ
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 11 ส.ค. 2010, 17:30 น.
ถ้าอยู่ในสภาวะเลือกได้ เลือกแล้วชีวิตไม่ลำบากเกินทน
ก็ขอสนับสนุนให้เลือกที่จะไม่เป็นรากฐานของวงจรเหี้ยๆ :46:
นี่แหละๆ ที่จะบอก :46:
ตอนนี้อยู่ในสภาวะเลือกได้ครับ เลยเลือกที่จะประกาศให้รู้สักหน่อย
ว่าเฮ้ย คุณน่ะ (ชี้หน้าไปที่ตัวใหญ่ๆ แถวนี้) เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความเหี้ยมันยังคงแข็งแรงและฝังรากนะ
ถึงจะบอกว่าทำเพื่อองค์กรหรือเพื่ออะไรก็เถอะ
แต่ไปอาศัยความเหี้ยของเขาเอามาใช้ประโยชน์เนี่ย
มันอาจจะสมหวังในบางอย่าง แต่มันก็ต้องเสียในบางอย่างเหมือนกัน
อธิบายได้ไม่ตรงใจเลย ช่างเถอะนะ วันนี้ตูไม่สนุกเท่าไหร่
โดยสรุปก็คือถ้าหันไปมองส้มก็จะแสดงอาการเป็นห่วงว่า เออ
ไม่รู้ว่าเอ็งกำลังทำสิ่งคล้ายๆ กันนี้อยู่รึเปล่า (ยังไม่ได้คุยรายละเอียดกันเลย ว่าจะคุยๆ เหล้าหมดก็ชิ่งกลับฉิบ)
มันมีคนที่อยู่บนหลังเสือแล้วลงไม่ได้จริงๆ ให้เห็นกับตามานักต่อนักละนะ อย่าทำเป็นเล่นไป
แต่ก็นะ ปัจจัยแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราไปตัดสินแทนกันไม่ได้หรอก
//ตัดหน้าแต่ไม่กล้าโวย :37:
อ้างคำพูดจาก: Longtime เมื่อ 11 ส.ค. 2010, 17:39 น.
อาทิตย์นี้ มีเรื่องให้คิดเยอะแยะ
มีทำเลที่ดี อยู่ 1 ร้าน อยากจะเปิดแต่..ก็มีอีกหลายคนที่อยากจะเปิดด้วย
ซึ่งในหลายๆ คนนั้น คือ รุ่นพี่ที่อยู่ที่เกาะมานานมาก แต่เจ้าของห้องเช่า จะไม่ให้พี่คนนี้
แต่พี่คนนี้... เค้าอยากจะได้ และพูดดักไว้หมด ว่า ..ร้านนี้ชั้นจอง :39:
แต่นั่นแหละ เจ้าของยืนยันว่า ไม่ให้พี่คนนี้เช่าร้านเค้าแน่่ ไม่ถูกชะตา :37:
เหมือนโดนกั๊กยังไงไม่รุ๊ จะเอาก็ไม่ได้ ถ้าเอานี่ โดนผู้มีอิทธิพลเล่นงาน ชัวร์..
ถ้าทำร้านนี้จริง ปวดหัวแน่เลยกิ๊ก
จะสู้หรือจะถอยดีวะ ไม่อยากโดนระเบิดปาหน้าบ้าน :05:
เอาสบายใจ ดีสุดว่ะ
ฃถ้าร้านที่ทำอยู่รายได้โอเคก็พอแล้ว
ขึ้นอยู่กับว่ากิ๊กอยากได้อะไร
เวลาเราประกาศให้โลกรู้ว่าเราไม่เห็นด้วยกับระบบนั้น ช่วงแรกก็คงจะลำบากสักหน่อย ถ้างานมีคนทำแทนได้ก็อาจจะเสี่ยงต่อตำแหน่งงาน
แต่ถ้าเจ้านายใหญ่หรือคนที่เป็นแกนของระบบบางคนเห็นด้วยและช่วย ก็อาจจะเอาตัวรอดไหว
และเมื่อถึงเวลาที่ระบบล้ม เราก็สามารถยืนดูกลุ่มเหี้ยตามน้ำไหลตกลงน้ำตกไปได้อย่างไม่ต้องกลัวอะไร
ที่จริงเรื่องแบบนี้พูดยาก เพราะในบางอารมณ์คนรอบๆตัวไม่เห็นด้วยมันอึดอัดกว่าการคัดง้างกับเจ้านายเสียอีก
อ้างคำพูดจาก: Longtime เมื่อ 11 ส.ค. 2010, 17:39 น.
อาทิตย์นี้ มีเรื่องให้คิดเยอะแยะ
มีทำเลที่ดี อยู่ 1 ร้าน อยากจะเปิดแต่..ก็มีอีกหลายคนที่อยากจะเปิดด้วย
ซึ่งในหลายๆ คนนั้น คือ รุ่นพี่ที่อยู่ที่เกาะมานานมาก แต่เจ้าของห้องเช่า จะไม่ให้พี่คนนี้
แต่พี่คนนี้... เค้าอยากจะได้ และพูดดักไว้หมด ว่า ..ร้านนี้ชั้นจอง :39:
แต่นั่นแหละ เจ้าของยืนยันว่า ไม่ให้พี่คนนี้เช่าร้านเค้าแน่่ ไม่ถูกชะตา :37:
เหมือนโดนกั๊กยังไงไม่รุ๊ จะเอาก็ไม่ได้ ถ้าเอานี่ โดนผู้มีอิทธิพลเล่นงาน ชัวร์..
ถ้าทำร้านนี้จริง ปวดหัวแน่เลยกิ๊ก
จะสู้หรือจะถอยดีวะ ไม่อยากโดนระเบิดปาหน้าบ้าน :05:
เอาความสบายใจเข้าว่าดีกว่าพี่กิ๊ก
เกิดเปิดไปแล้วแบบ ต้องมาปวดหัว พะวง กังวล กับเรื่องนั้น เรื่องนี้
จะไม่คุ้มหรือเปล่าครับ (มองในมุมมองของคนไม่เคยมีร้านนะ) :46:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 11 ส.ค. 2010, 16:52 น.
เอาพ่อพันธุ์มั้ยฮะ.. ตอนนี้ออกจากงานประจำแล้วด้วย :37:
รู้สึกแปลกๆ :58:
เรื่องร้านกิ๊ก ไม่สบายใจก็อย่าทำ พี่ไม่รู้จักพี่ผู้มีอิทธิพลอะไรของกิ๊กนั่น
กิ๊กน่าจะรู้ดีกว่า ถ้าจะเปิดร้านใหม่ แล้วมีปัญหา โดยเฉพาะจากคน ก็ค่อยหาทางใหม่เถอะ
ถ้าพี่เป็นกิ๊ก พี่ถอย
แต่ถ้าพี่มีกิ๊ก พี่ ...
:30:
พี่โอ๋เขา Family Man จะตาย :12:
อ้างคำพูดจาก: Rubberduck เมื่อ 11 ส.ค. 2010, 18:58 น.
รู้สึกแปลกๆ :58:
ตอนแรกนึกถึงอีบวบก่อนใครเพื่อนเลย :30:
:46: ขอบคุณทุกคนค่ะ
ก็รู้สึกแหละว่าไม่พร้อมจะเปิด
มีร้านเดียวก็สุขพอแล้ว
มีเพิ่มอีกร้าน ไปไหนไม่ได้แน่เล้ยย
+ ทุกคนนะคะ
อ้างคำพูดจาก: ภาณุพันธุ์ เมื่อ 11 ส.ค. 2010, 19:09 น.
ถ้าพี่มีกิ๊ก พี่ถอย
:30:
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 11 ส.ค. 2010, 20:15 น.
ตอนแรกนึกถึงอีบวบก่อนใครเพื่อนเลย :30:
ตูเขียนเองนะพี่ติ๊ก :3005:
:30:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 11 ส.ค. 2010, 20:20 น.
ตูเขียนเองนะพี่ติ๊ก :3005:
ตอนแรกผมก็คิดแบบพี่ติ๊กครับ แต่พอเห็นชื่อคนโพสปุ๊ปเลยเปลี่ยนเป้าหมายไปในทันใด
ตูยังทำงานประจำอยู่นะ แค่เปลี่ยนที่เอง :05:
ตอนแรกคิดว่าเป็นบวบ
พอนึกได้ว่าเออ มันแค่ย้ายที่นี่หว่า
ก็นึกไม่ออกแล้วว่าจะมีใครอีก
Boub is the (only) one! :47:
:1105:
ตูก็ฟรีแลนซ์ประจำนะ ต้องเข้าออฟฟิศด้วย :58:
แต่แค่สัปดาห์ละ 3 วัน :33a:
เรื่องงานแต่ละคนมีมุมมอง ความเห็น เป้าหมาย และขั้นตอนการประสปความสำเร็จต่างกัน..
หลายคนคิดว่าถ้าจะยิ่งใหญ่ ต้องต่อสู้ ต้องเหยียบย่ำบันไดมนุษย์ขึ้นสู่ยอดเขา
บางคนก็เลือกที่จะอยู่เนิบๆ ใบไม้ สายลม แสงแดด.. มีความสุขก็พอแล้ว
ถามว่าผิดไหม? ในความเป็นจริงมันไม่ผิดหรอก...
เราทำงานเพื่อตัวเอง แล้วก็เพื่อคนที่เรารักเป็นหลัก
ส่วนว่าเราจะแคร์ไหมว่า สังคม / บุคคลภายนอก
จะมีส่วนได้ส่วนเสียจากการทำงานของเรา
อันนั้นก็ขึ้นอยู่กับแง่คิดมุมมองของตัวเราเอง
ตอนยังเรียนนิติศาสตร์... เคยถกกับรุ่นพี่ที่เรียนนิติศาสตร์ด้วยกัน.....
ตอนนั้น(จนตอนนี้) รับไม่ได้กับภาพคนโดนกดขี่ เอาเปรียบ หรือหนีความผิด
โดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย หรือความไม่รู้เท่าทันในเรื่องกฎหมาย
แบบนี้มันเป็นการหากินกับความทุกข์คนอื่นรึเปล่า? ช่วยคนผิดให้รอด?
เราจะเจริญก้าวหน้าได้ดีด้วยการเอาเปรียบคนอื่นแบบนี้จริงๆเหรอ?
พี่เค้าถามว่าอรคิดมากไปไหม? โลกมันไม่สวยแบบนั้นหรอกนะ
อยากเป็นทนายเพื่อสังคมเหรอ (อร: เปล่า) งั้นจะรับไม่ได้ทำไม?
คนเราต้องทำมาหากิน.. ต้องเลี้ยงปากท้อง.. ต้องเอาตัวรอด...
มันเป็นงาน พี่ไม่ตะขิดตะขวงใจ และไม่เข้าใจว่าทำไมอรรับไม่ได้
ก็บอกพี่เค้าว่า งั้นขอกลับไปคิดคำสวยๆให้เห็นภาพก่อนนะ
แล้วก็กลับไปตอบไปว่า...
" ดอกไม้ที่ปลูกในดิน กับที่ปลูกบนซากสัตว์.. ดอกมันก็งอกก็งามไม่เหมือนกัน
ซึ่งดอกบนซากสัตว์มันอุดมสมบูรณ์กว่าอยู่แล้วล่ะ เพราะมันเป็นปุ๋ยธรรมชาติ
จะขอเทียบ เอาซากสัตว์เป็นงานที่มันโกงกินเอาเปรียบ เอาดินเป็นงานทั่วไป
ถ้าเรามองแค่ผลตอบแทน.. หรือความสวยงามของดอกไม้...
เราก็จะไม่สนใจกลิ่นซากสัตว์ ความสกปรก ที่มันเป็นต้นตอความสวยนั้น
แต่ถ้าเรามองที่มา.. ถ้าเราต้องสะอึกทุกครั้งที่จะดมกลิ่นดอกไม้ที่โตจากซากศพ
เราก็จะเลือกดอกไม้ที่เกิดบนดินสะอาด ..เลือกความสบายใจในตอนได้ดม
สุดท้ายมันก็เป็นเรื่องของจิตใจ..... อรกระแดะเว่อร์เอง ที่รับไม่ได้ :30:"
..สุดท้ายในองกรณ์มันต้องมีอะไรสกปรก มีอะไรเบื้องลึกเบื้องหลังล่ะ
บางทีเราก็เลือกไม่ได้ บางทีเราก็เลี่ยงไม่ได้ บางทีเราก็ต้องการตรงนั้น
มาผลักดันให้เราไปสูงขึ้น เพื่อจะมีอำนาจจัดการบางอย่าง
ณ ตอนที่เราอยู่ตรงจุดนั้นแล้ว.. เราจะกลับมาแก้ไขเรื่องแย่ๆนั้นไหม
มันก็อยู่ที่ตัวเราเองล่ะ... ทั้งหมดนี้ความเห็นส่วนตัวค่ะ :46:
พี่ส้ม
// เรื่องจิตพิสัยเรื่องอะไรอย่าเอามาให้ตัวเองรู้สึกแย่เลยค่ะ
เรื่องความคิดเห็น อรว่ามันก็ไม่ได้ทำร้ายอะไรใครมั้ง
เรื่องที่เราแสดงออกไป ทุกคนก็ใช่จะเห็นด้วยหมดอยู่แล้ว
อย่างอรมาเขียนเนี่ย ก็ต้องเตรียมใจโดนลบนะ เพราะทุกคนคงไม่เออออตามหมด :30:
พี่ส้มมาเขียนมันก็ดีค่ะ.. อย่างน้อยก็สำหรับอรคนนึงนะ
มันทำให้เห็นว่าระบบงาน และคนในนั้นมันมีหลายรูปแบบ
:46:
// อ้าว เลิกคุยกันไปแล้วเหรอ :3005:
มาแอบๆมอง เค้าคุยกัน
เพราะตอนนี้เราอยู่ในช่วงที่ว่างเปล่ามากๆ ล้างกระดานเกลี้ยง
แต่ที่แอบมองมันก็ซึมซับอะไรมาบ้าง
แนวทางการทำงานการประกอบอาชีพ
ก็เหมือนกินเต้าทึง มันมีอะไรในนั้นเยอะแยะไปหมด
บางคนชอบแป้งก็กินแป้งเยอะ
บางคนชอบลูกเดือยเพราะมันมีประโยชน์
บางคนชอบน้ำลำไยเย็นสดชื่นดี
บางคนชอบทุกอย่างกินทั้งหมด
บางคนไม่ชอบสักอย่างแต่ก็กินเพราะเสียดาย
บางคนยืนมองอยู่ว่าเราจะสั่งอะไรดี
:01:
กรณีของอรคุยกับรุ่นพี่ ผมว่าการทำงานโดยเอาเปรียบหรือหาช่องว่างทางกฎหมายหรือกฎสังคม มันเลวร้ายกว่าการปลูกต้นไม้บนอะไร
มันไม่ใช่การปลูกดอกไม้บนซากศพแต่มันคือการฆ่าเพื่อเอาศพมาปลูกดอกไม้
และผมรู้สึกว่า ทนายที่รู้ว่าลูกความผิด แต่ช่วยให้ลูกความรอดโดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย ... ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับอาชญากรที่ลงมือเอง
...
และคนที่รู้ว่างานของตน คือการมีส่วนในการเอารัดเอาเปรียบสังคม
แม้ว่าจะไม่ได้ลงมือเอง ก็เหมือนกับคนที่เตรียมอุปกรณ์ให้อาชญากรเหล่านั้น
หนูอรเขียนดี :12:
ส่วนส้ม ถ้าอยู่ในฟอนต์มานานขนาดนี้แล้วยังมานอยด์เรื่องจิตพิสัยโดนลบ
เพราะทัศนคติเรื่องงานไม่ตรงกัน
ก็ลองทบทวนอะไรๆ ใหม่นะ :37:
ตรรกะหมอแมว ใช้อธิบายตัวอย่างที่ยกมาหมดจด
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 11 ส.ค. 2010, 17:30 น.
คนดีๆ ไม่น่าจะอยู่กับอะไรเหี้ยๆ ได้ตลอดรอดฝั่ง
นอกจากกลายร่างไปเป็นเหี้ยกับเค้าด้วย
ไม่งั้นก็คงต้องมีแนวร่วมแข็งขืน ที่แข็งแกร่ง
ถ้าอยู่ในสภาวะเลือกได้ เลือกแล้วชีวิตไม่ลำบากเกินทน
ก็ขอสนับสนุนให้เลือกที่จะไม่เป็นรากฐานของวงจรเหี้ยๆ :46:
ย้อนกลับมาอ่านอีกรอบ รักพี่ติ๊กมามาย
สถานะตอนนี้ของโบว์แอนตรงกับอันนี้เลย
แต่คนส่วนใหญ่ที่เจอดันเลือกที่จะตามน้ำ :37:
:37: กระทู้เปิดใจอยู่ไหนนะ
หมอแมวจะเปิดว่าแอบชอบแอนเหรอ :37:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 12 ส.ค. 2010, 00:00 น.
หมอแมวจะเปิดว่าแอบชอบแอนเหรอ :37:
แล้วโบว์จะยอมไหม :22:
..................................
ผมคนนึงแหละที่ไม่ตามน้ำ
แต่เวลาพูดกันขำๆ ก็จะติดคำว่าหยวนๆ
ครั้นเมื่อถึงจุดตัดสินในผมก็ไม่ตามน้ำ
(ผมจะข้ามสะพานลอยไม่ข้ามถนน)
เราไม่จำเป็นต้องรวย ถ้ามันแลกมา
ด้วยการ(อะไรก็แล้วแต่) ที่เรารู้ว่าสิ่งนั้นมันผิด
โบว์เป็นคนที่ไม่ได้มีคุณธรรมอะไรมากมายนะพี่โอ๋
ส่วนแอนก็ตามที่รู้กัน โคตรดีและตรงฉิน :37:
แต่ขนาดโบว์ผู้ซึ่งทำอะไรเน้นผลประโยชน์เป็นหลัก
ห่วงแต่เรื่องเงิน
แต่โบว์รับไม่ได้เลยแฮะ เรื่องที่ต้องอยู่และทำอะไรที่มันทุเรศๆ และตามน้ำน่ะ
หันไปถามแอนว่าทำไมวะ แอนบอกว่าเพราะเรายังมีศักดิศรีไง
เลยรับไม่ค่อยได้กับแนวความคิดที่ต้องตามน้ำในขณะที่เรามีทางเลือกน่ะ
หรือต้องอาศัยในวงจรอุบาศก์เพื่ออาศัยหากิน ถ้าเป็นแบบนั้นไปเรื่อยๆ
ก็อย่างที่พี่เจนถามไว้ในหน้าก่อนว่าเราจะเห็นเป็นความเคยชินและคิดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องไปรึเปล่า
โบว์ต้องการเงินมานะ ตอนนี้หนี้สินเต็มไปหมด
แต่เราควรมีศักด์ศรี ถูกแล้วใช่ไหม
แต่เอาศักด์ศรีไปจ่ายค่างวดบ้านไม่ได้นะ :30:
อย่างที่ว่ามา แล้วแต่คนจะคิด
ผมเองก็ต้องการเงินนะ ... เงินเก็บในบัญชีเมื่อไม่กี่วันก่อน เหลือแค่ 8000 ยังกลัวอยู่เลยว่าจะเอาเงินที่ไหนผ่อนรถผ่อนคอนโด
ก่อนนี้(นานแล้ว)มีคนชวนให้ออกไปทำคลินิกความงาม เดือนละเป็นแสน งานไม่ยุ่งยาก แม่ก็เชียร์... แต่ ณ เวลานั้นมันขัดกับความรู้สึก
ผมก็ไม่ไป เพราะว่าผมมีทางเลือก และคิดว่าถ้าไปทำพวกนั้น ต่อไปคงมีเรื่องให้ค้างคาใจ
ถ้าวันนี้เรามีทางเลือก แต่เราเลือกที่จะทำตามน้ำทั้งที่รู้ว่าไม่ถูก แล้ววันนึงมันมีอะไรเกิดขึ้น
ต่อให้เหตุการณ์นั้นเราไม่ได้เป็นคนรับผิดชอบ แต่เราก็จะรู้กับตัวเองว่าเราเป็นส่วนหนึ่ง
และก็คงเฝ้าถามตนเองว่า "ถ้าตอนนั้นเราออกมา จะเป็นแบบนี้ไหม"
อ่านเรื่องประกอบได้ ... http://mor-maew.exteen.com/20090719/entry (http://mor-maew.exteen.com/20090719/entry) :37:/
ตอบโบว์ ถูก
เราควรมีศักดิศรีนั่นแหละ
กินไม่ได้ และไม่เท่ (ในความรู้สึกผมนะ)
แต่เวลาทำอะไรที่รู้สึกว่า เออเว้ยมันถูกต้อง
ผมก็จะรู้สึกว่า นี่แหละค่าความเป็นคนของคน
ผมรู้สึกรุนแรงต่อเรื่องแบบนี้
แม้กระทั่งกล่องแห่งความฝันที่
อาศัยบารมีพี่เจน ผมยังเปิดเฉพาะตอนที่ลูกดูการ์ตูนเลย
แต่ก็มีขยิบตาบ้างเหมือนกัน
แต่ของแอนกับโบว์ ไม่น่าพาตัวเอง
ไปในถิ่นแบบนั้นได้เลยแฮะ
เดาไม่ออก ว่ามันเกิดอะไรกัน
บ้าน รถ ผมก็ผ่อน แถมยังอยากได้บ้านใหม่อีก
ลูกก็โตขึ้นเงินใช้เยอะเหมือนกัน
แต่ถ้าให้ทำอะไรแบบไม่งาม ก็เป็นแบบที่เป็นนี่แหละ
ก็ดีมากอยู่แล้ว :22:
โบว์ ถ้าสติบอกแล้วว่าอย่า ก็อย่า!
อย่าให้กิเลสมีอิทธิพลเหนือสติ
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 11 ส.ค. 2010, 23:35 น.
กรณีของอรคุยกับรุ่นพี่ ผมว่าการทำงานโดยเอาเปรียบหรือหาช่องว่างทางกฎหมายหรือกฎสังคม มันเลวร้ายกว่าการปลูกต้นไม้บนอะไร
มันไม่ใช่การปลูกดอกไม้บนซากศพแต่มันคือการฆ่าเพื่อเอาศพมาปลูกดอกไม้
และผมรู้สึกว่า ทนายที่รู้ว่าลูกความผิด แต่ช่วยให้ลูกความรอดโดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย ... ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับอาชญากรที่ลงมือเอง
...
และคนที่รู้ว่างานของตน คือการมีส่วนในการเอารัดเอาเปรียบสังคม
แม้ว่าจะไม่ได้ลงมือเอง ก็เหมือนกับคนที่เตรียมอุปกรณ์ให้อาชญากรเหล่านั้น
อ้างคำพูดจาก: ภาณุพันธุ์ เมื่อ 12 ส.ค. 2010, 00:03 น.
ผมคนนึงแหละที่ไม่ตามน้ำ
แต่เวลาพูดกันขำๆ ก็จะติดคำว่าหยวนๆ
ครั้นเมื่อถึงจุดตัดสินในผมก็ไม่ตามน้ำ
(ผมจะข้ามสะพานลอยไม่ข้ามถนน)
เราไม่จำเป็นต้องรวย ถ้ามันแลกมา
ด้วยการ(อะไรก็แล้วแต่) ที่เรารู้ว่าสิ่งนั้นมันผิด
หมอกับพี่โอ๋
แปะที่ fb ด้วยสิ่คะ เป็นข้อคิดที่ดีมากๆ อยากกดแชร์ :12:
เปียร์ไม่เป็น :22:
ยังจะมามุกอีกคุณพี่ :30: :30:
ตอนนั้นที่พูดถึงเรื่องฝึกงาน ว่าอยากฝึกงานเอง
แต่ปัญหาคือต้องฝึกตอนซัมเมอร์ ซึ่งซัมเมอร์จะเอาไว้ลงตัวที่ดรอปไว้ กับอีกหลายๆตัว
ตอนนี้ ต้องตัดสินใจแล้วละ ว่าควรเรียนซัมเมอร์หรือฝึกงานดี?
เพราะว่า หากเรียนซัมเมอร์ก็จะเรียนจบพร้อมเพื่อน อย่างมากก็แค่ช้ากว่าเพื่อนแค่ซัมเมอร์เดียว
หรือว่าไปฝึกงานดี แล้วจบช้าไปอีกซักหนึ่งซัมเมอร์กับหนึ่งเทอม
คิดหนักมากๆเลย ถ้าไปปรึกษาแม่ แม่ก็ต้องบอกให้เรียนให้เสร็จก่อนอยู่แล้ว
แต่กลัวว่าจบไปจะไม่มีประสบการณ์นี่สิครับ :05:
ฝึกงานคนละจังหวัดกันรึเปล่าคะ? (เหมือนคุ้นๆว่าปลั๊กอยู่เชียงใหม่)
แล้วที่มหาวิทยาลัยกำหนดชั่วโมงฝึกงานกี่ชั่วโมง?
ฝึกงานซัมเมอร์สุดท้ายก่อนจบได้ไหม?
ตอนอรเรียน.. ฝึกงานพร้อมเรียนซัมเมอร์นะ ขอทางบริษัทเอา
ลงทั้งหมดสองตัว (เต็มวัน อาทิตย์ละสองวัน) แล้ววันที่เหลือก็ไปฝึกงาน
...ยังไงลองดูหลายๆทางดูนะ ..หรือถ้าไม่ห่วงเรื่องจบช้าก็คุยกับที่บ้านดีๆดูจ๊ะ :22:
ถ้าตัวแปรมีเพียงเรื่องประสบการณ์ละก็
ลงเรียนเถอะครับ
แล้วตอนฝึกงานนี่ฝึกเมื่อไหร่ยังไงก็ได้ อยู่ที่ตัวเราเอง.. หรือทำงานระหว่างเรียนก็ทำได้นี่
ไอ้เดือนเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เรียนฟิสิกส์อยู่ดีๆ ก็มาขอฝึกงานที่อาร์เอส ทำคอนเทนต์เว็บ :37:
แล้วก็มีวันนี้แหละ โดนยกให้เป็นเจ้าแม่เฟซบุ๊กประจำบริษัทไปแล้ว
คือจะบอกว่าทั้งหมดมันอยู่ที่ความใฝ่รู้ของเราเองเท่านั้นเลยจ้ะ ที่มันสร้างโอกาสให้ตัวเองน่ะ ลองดูๆ
ส่วนเรื่องส้ม เห็นบรรยากาศตุ่ยๆ ลอยมา
จริงๆ ก็มีพี่ๆ น้องๆ หลายคนช่วยตอบกันแล้ว
ตรงแบบเอามีดแทงกันเลยก็มี อ้อมแบบหวานเจี๊ยบก็มี
ทั้งหมดนี้ก็แค่จะบอกว่าทุกคนพูดเรื่องทางเลือกกันหมดเลย
เรายังมีทางเลือก มีไอ้ยาเม็ดสีฟ้าสีแดงให้เลือกเต็มไปหมด
อยู่ที่เราแล้วแหละว่าจะเลือกเดินไปทางไหน
โตๆ กันแล้ว จะมาโอ๋มาสอนแบบเด็กๆ ก็คงไม่ได้
เอาแค่บอกแค่นี้ยังรู้สึกว่ามากเกินไปเลย :37:
ขอบคุณทุกคนครับ ช่วงหลายๆ หน้าที่ผ่านมามันทำให้ศรัทธาใครหลายๆ คนมากขึ้นอีก
ชอบว่ะ ชอบการถกเถียงกันแบบนี้จริงๆ :12:
ขอซักหน่อยนึง
รอบตัวผมมีแต่คอรัปชัน
เอือมมาก
แต่ก็นั่นแหละ
ได้แต่มอง
แต่ผมไม่ได้เป็นฐานให้เขานะ
:52:
อ่านจู๋นี้แล้วทำให้รู้ว่ายังมีคนคิดแบบเราอีกเยอะในสังคม :12:
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 12 ส.ค. 2010, 10:20 น.
ขอซักหน่อยนึง
รอบตัวผมมีแต่คอรัปชัน
เอือมมาก
แต่ก็นั่นแหละ
ได้แต่มอง
แต่ผมไม่ได้เป็นฐานให้เขานะ
:52:
เป็นยอดพิระมิดเลยสินะ :30:
รู้เห็นหลายๆ อย่างครับหมอ :52:
:30: :30:
โบว์มีหน้าที่คอยค้าน 1 ใน 8 มังกรขอเฮียน่ะ
แถมลุงชอบมาสอนให้โบว์เป็นแบบแกเรื่องซิกแซกน่ะ
เพราะโบว์ถือเงิน สคบ จริงๆ ทุกวันนี้ท่าจะโกงนี่ทำได้เดือนละหลายหมื่นเลยแหละ
แต่ลุงแกใหญ่ เถียงชนะบ้าง แพ้บ้าง(ส่วนใหญ่แพ้) แต่อย่างน้อยก็ได้เถียงและทำหน้าตารังเกียจใส่ล่ะว๊า :30:
เก็บภาพตอนทำหน้าตารังเกียจมาให้ดูด้วยดิ่ :25:
เอาไว้เป็นแนวทางในการต่อสู้กับคนพวกนี้
พอเจอปุ๊บ ทำหน้าแบบนี้ใส่เลย :30:
ได้ๆ ถนัดมาก :30:
ศักดิ์ศรีจ่ายค่าบ้านไม่ได้ กินไม่ได้
ทำให้หลายๆ คนยอมทิ้งศักดิ์ศรี เพื่อปากท้อง
เพื่อบ้านที่กำลังจะถูกยึด
เพื่อบุพการีที่กำลังเดือดร้อน
ถ้ามีเหตุจำเป็นอะไรหลายๆ อย่าง ก็ไม่อยากจะไปโจมตีอะไรใครมากน่ะนะ
เชื่อว่าหลายๆ คนที่ทิ้งศักดิ์ศรี แต่ไม่ได้ทิ้งมโนธรรมทั้งหมดไปหรอก
แต่ส่วนใหญ่ไม่ใช่ เขาทิ้งเพื่อเปลี่ยนแจ๊สเป็นแคมรี่ ทาวเฮ้าส์เป็นบ้านเดี่ยว
เป็นบีบี ไอโฟน หรือ แค่ตอบสนองความขี้เกียจทำ หรือแม้แต่ขี้เกียจจะคิด
ไอ้พวกเหี้ยนี่ ถ้าสั่งสอนได้ก็ดี ช่วยหยุดเขาได้ก็ดี ไม่ได้ก็หลีก
แต่บางคนก็ไม่เคยคิดว่ามันเสียศักดิ์ศรีซะด้วยซ้ำ
สำหรับหลายๆคน ถ้ามีช่องทางให้ทำ การกระทำนั้นไม่ผิด
ถ้ามีช่องโหว่ แล้วทำลงไปจนคนอื่นเดือดร้อน คนที่ผิดไม่ใช่เค้า แต่เป็นคนที่สร้างกฎหรือปล่อยให้มีช่องโหว่ผิด
สัมผัสคนแบบนี้มาหลายคน เค้ามองเหมือนว่าเราผิดด้วยซ้ำที่ไม่ตามเค้าเข้าร่วมปฏิบัติด้วย นัยว่าการที่เราไม่เข้าทำตามจะทำให้เขาถูกมองว่าเป็นคนไม่ดี :47:
ผิดก็คือผิด
ถูกก็คือถูก
ที่คิดว่าไม่เป็นไร นิดเดียว ใครก็ทำกัน ไม่มีใครตาย ว่ากันตามกฎหมายก็ไม่ผิด
มีข้ออ้างเหตุผลอะไรต่างๆ นานา นั่นเป็นมิจฉาทิฐิ
"ความเลวไม่ใช่มาตรฐาน" คำนี้ลูกพี่บริษัทเก่าเคยพูดไว้
เหมือนถ้านัด 9 โมง แล้วเรามา 8 โมง 45 แต่ทุกคนมาหลัง 9 โมง 30
คราวหน้าเราควรมาสายมั่งใหม
ถ้าคิดว่านัด 9 โมง มันเช้าไป ก็ปรับให้เป็น 9 โมงครึ่งสิ
ถ้าคิดว่าจำเป็นต้อง 9 โมง ก็ต้อง 9 โมง
สายกว่านั้นจะรถติด จะทำงานไม่ทัน
ใครมาสาย ย่อมทำให้กิจกรรมที่นัดนั้นเสีย
ถ้าสายทั้งหมด ยกเว้นตู ตูก็จะพูดแบบนี้ ทุกครั้ง
เพราะตูมาก่อนเวลา แม้จะต้องมารอก็ตาม
(อ้อ เรื่องมาสาย เคยทำงานกับฝรั่ง พี่คนนึงสอนไว้ว่า "late สุด คือ on time")
มีอาเป็นผู้ว่าระนอง เป็นผู้ว่าที่ฉีกแนวเรื่องการประชุมราชการ
ฉีกแนวกันจนกระทั่งมีบางคนที่โน่นเล่าแล้วกระเซ็นกระสายมาให้ได้ยิน
เพราะมาประชุมไม่เคยสายสักครั้ง ประชุมกันแบบเนื้อๆ เลิกตรงเวลา บอกเวลาไหนก็ต้องตามนั้น :58:
ทำตัวไม่เหมือนข้าราชการไทย :58: :58:
อยากให้มีทุกจังหวัด ทุกระดับชั้น :37:
ข้าราชการยังเลิกไม่ดึก
แต่อีพวกเอกชนทำงานไม่เป็นเวลานี่แหละ
เกลียดวัฒนธรรมเข้าสาย
แล้วก็เลิกกันดึกๆ แล้วมาบอกว่าทุ่มเท
เพื่อนผมออกจาก บ.เอกชน ไปสอบบรรจุรัฐวิสาหกิจ
ทุกวันนี้ถึงที่ทำงาน 9.30 ออกไปกินข้าวกลับมา 14.00 กลับบ้านตรงเวลา
สบายจะได้ ได้โอทีจากการเซ็นชื่อ :30:
นี่แหละ ระบบอย่างนี้มันยังมีให้เห็น
ต่างจังหวัดยิ่งเห็นแบบนี้เยอะเลย (จากการไปทำงานการไฟฟ้ากับพ่อมา :44:)
และหลายคนยังมองว่า การกระทำอย่างที่พี่บวบว่า มันดี น่าทำ อยากทำ และส่งเสริมให้ลูกหลานเข้ามารับช่วงต่อ :16:
งานเทศบาลนี่สบ๊ายยสบาย
บ่ายสองกว่าๆ ไปส่งหนังสือไม่มีคนอยู่สำนักงานละ
:52:
ถ้าทำงานอยู่แล้วมีเทศบาลมาตรวจจะรู้กันผ่าน ว. ว่า อำมาตย์มา
ใช้คำนี้ได้เต็มปากเต็มคำมากๆ :30:
ใครว่างานราชการสบาย :07:
ดาเข้างานแปดโมงเลิกงานสามทุ่มครึ่ง(บ้าง) ส่วนใหญ่กลับบ้านหกโมงเย็น
คณบดีไม่กลับใครจะกล้ากลับ :05:
ตั้งแต่ทำงานมา มีไม่กี่ครั้งเองที่ได้หยุดเสาร์อาทิตย์
ซึ่งอาทิตย์นี้หยุดยาวสี่วัน ปริณดาก็ต้องไปทำงานเสาร์อาทิตย์
ไม่ได้โอทีด้วย :0705:
ลาออกไปขายเต้าฮวยดีกว่า :37:
ดี :37:
ใส่เม็ดแมงลักถุงนึงนะ
เค้าเอาลูกเดือย + ฟักเชื่อม :25:
ใส่งาดำบด หวานน้อย :25:
แล้วใครจะเอาถั่วดำบ้างครับ
ผมไม่เลือกที่จะเปลี่ยนระบบ
ผมเลือกที่จะสร้างคนใหม่ๆ ไปทำระบบแบบใหม่ๆ
ในความหวังอย่างรุนแรงว่า เขาต้องทำได้
อ้างคำพูดจาก: ภาณุพันธุ์ เมื่อ 13 ส.ค. 2010, 20:23 น.
ผมไม่เลือกที่จะเปลี่ยนระบบ
ผมเลือกที่จะสร้างคนใหม่ๆ ไปทำระบบแบบใหม่ๆ
ในความหวังอย่างรุนแรงว่า เขาต้องทำได้
คิดเหมือนกันเลยค่ะ :12:
และก็กำลังทำ เริ่มจากงานที่เราทำ ธุรกิจที่เราทำ สายงานที่เราดูแล
เชื่อว่าการปลูกฝัง บ่มเพาะความคิดให้กับน้องๆในสายงาน จะช่วยให้เขามีสปิริต จิตวิญญาณในการทำงานที่ดี
และใครที่จิตวิญญาณไม่ตรงกับเราหรือปรับไม่ได้...ไม่นานเขาก็อยู่ไม่ได้เอง
บวกพี่โอ๋กับปาล์ม :12:
รับทำเว็บมาเว็บหนึง
ลูกค้าเปิดเว็บ A ให้ดู แล้วบอกว่าเนี๊ยะ อยากได้โทนน้ำเงินแดง แบบเว็บนี้
โอเค จัดให้
ทำไปส่งรอบแรก
ลูกค้าเปิดเว็บเดิมให้ดู แล้วบอกว่า เนี๊ยะ แบ่งเป็นสามบล็อกแบบนี้ได้ไหม
โอเค กลับมาแก้
เอาไปส่งรอบสอง
ลูกค้าเปิดเว็บเดิมให้ดู บอกว่า เนี๊ยะๆ พื้นลายโลโก้ด้านบน เอาแบบเว็บนี้เลยได้ไหม ก็เลยถามย้ำไป เอาเหมือนแบบนี้เด๊ะเลยเหรอครับ เค้าก็บอกว่า อือ แบบนี้แหละ เอาแบบนี้เลย
เอาไปส่งรอบสาม
ลูกค้าเปิดเว็บเดิมขึ้นมาอีกรอบ แล้วบอกว่า สีน้ำเงินแดงของเรา มันอืมครึมไปหน่อย อยากได้เท่าเว็บนี้เลย เอาสีเดียวกันเลย
ชักโมโห แต่เอาวะ แก้แค่สี
เอาไปส่งรอบสี่
ลูกค้าเปิดเว็บเดิมอีกครั้ง บอกว่า สลับเนื้อหาให้เหมือนเว็บนี้ที เอา slide รูปมาไว้ตรงกลางแบบนี้ ทุกอย่างจัดวางให้เหมือนเว็บนี้
ลายตรงหัวเทเบิ้ล อยากได้แบบเว็บนี้เลย
ตรงแฟรชโลโล้ ก็เอาแบบนี้เว็บนี้เลย ลายพื้นหลัง ตัวหนังสือ ขาวตรงกลางแดง
เอาไปส่งรอบห้า
เปิดเว็บเดิมขึ้นมาอีกครั้ง แล้วขอแก้อะไรไม่รู้ บอกว่าให้เหมือนเว็บเนี๊ยะ ลมเริ่มออกหูละ ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว
ตอนนี้ กำลังลบทั้งหมดที่ทำมาทิ้ง แล้ว ลอกเว็บที่ลูกค้าเปิดให้ดู ลอกแบบเหมือนเป๊ะ เอาไปส่งดู ดูดิ๊ ว่ามันจะเอาหรือเปล่า...
คลิ๊กขวา view page source แล้วก๊อบส่งให้เลย :58:
เฮ่อ ลูกค้าพรรค์นี้ :58:
อ้างคำพูดจาก: ปิยะ เมื่อ 16 ส.ค. 2010, 00:33 น.
คลิ๊กขวา view page source แล้วก๊อบส่งให้เลย :58:
ตอนแรกทำแบบนั้นจริงๆนะ :30: แต่เว็บมัน encrypt ไว้
ตอนนี้นั่งลอกแบบเหมือนเป๊ะๆไป
อยากรู้จริงๆ ว่าจะเอาไหม
เค้าจะรู้ตัวไหมเนี๊ยะ ว่าประชดอยู่ :58:
ถ้าเค้าเอาก็ดีนะ จบเรื่อง
แต่ถ้าเค้าไม่เอา และ รู้ว่าเราประชด มันจะได้อะไรขึ้นมา :58:
แต่มันก็จริงๆ นะ ไอ้ลูกค้าไร้สมองแบบนี้ คือ คิดเองไม่ได้ แทนที่จะฟังคนทำงานบ้าง :58:
ถ้ามันยังไม่เอา ก็อย่าไปเอาตังเค้าเล้ย เสียสุขภาพจิต :30a:
ปล. ปรากฏว่าลูกค้าไปบ่นในจู๋เซอร์วิสไมด์ :47b:
:30: ประชดไปนี่ ไม่กะเอาตังแล้วหล่ะครับ
แต่ใจหนึงก็เดาว่า คงผ่านนะ เพราะหลังๆมา พี่แกบอกว่า อยากได้แบบพื้นหลังเหมือนเป๊ะ โลโก้เหมือนเป๊ะ :41:
เจอแบบนี้บ่อยจนต้องทำระบบง่ายๆ ขึ้นมา
ก็คือ ส่งเมล ในนั้นมีข้อความ แก้ครั้งที่ ___ มีรายละเอียดดังนี้
ถ้าเจอแก้คืนก็บอกว่าแก้คืน มีลอกก็บอกว่าลอก :39:
(ในข้อตกลงเวลาตูทำนี่คือบอกว่าแก้ได้ครั้งเดียวหรือสองครั้งก็ว่ากันไป)
ของผมนี่บอกไว้แต่แรกว่า แก้ได้ 3 ครั้ง
เกินกว่านั้นคิดตังค์เพิ่ม เค้าต้องชัดเจนในความต้องการมากพอ
และเป็นเราเอง ที่เราต้องช่วยทำให้เค้าเข้าใจความต้องการของตัวเองมากพอ
ผมว่าปกติก็ไม่ควรเกิน 3 ครั้งแหละ ไม่งั้นก็แปลว่าคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว
แต่อันนี้หมายถึงเรื่องทิศทางนะครับ บางงานใหญ่ๆมันเป็นเรื่องของรายละเอียด
ก็ใช้เวลาแก้ไขดูกันนาน ก็ว่ากันไป ยังไงงานใหญ่ๆเราก็คิดตังค์ไว้หลวมๆเผื่อเรื่องจุกจิกพวกนี้อยู่แล้ว
คราวนี้ผมพลาดเองแหละครับ ทุกทีจะเมลตกลงกันก่อนว่าทำอะไร แก้อะไรเหมือนกัน
แต่สองสามงานหลังมันไม่มีปัญหา ก็เลยชิวๆ ขี้เกียจพิมพ์เมลส่ง ไม่นึกว่าจะเป็นแบบนี้ :05:
ที่เจออยู่ก็ประมาณนี้ ขอแก้ (น่าจะเกินรอบที่ 5 แล้ว) ขอเพิ่ม เลยปิดงานไม่ได้ซะที :05a:
แต่ก็ได้เรียนรู้ว่าต่อไปต้องทำเอกสารการแก้ไขละ จะมาหยวนๆไม่ได้แล้ว
(เดิมก็เคยทำ แต่งานนี้มารับช่วงต่อ เลยจัดการยากหน่อย)
ที่เ้คยทำคือ คุย requirement ให้เรียบร้อย ร่างแบบให้ลูกค้าดูเป้นไฟล์ JPEG ทั้งหน้าเลย แก้ได้ครั้งเดียว แล้วค่อยเอามาตัดทำเป็น html เอาตอนหลัง
ทำแบบพี่แอน พี่อู๋ และพี่เก้อรวมกัน...
- กำหนด scope งาน.. ทำเพิ่มจากเดิมคิดตังค์
- ตกลงกันว่าแก้งานได้กี่รอบ.. แก้เพิ่มจากเดิมคิดตังค์
- เสก็ตเป็น .jpeg ให้ดูไปก่อน (แต่เลี่ยงไม่ให้ไฟล์ก็ดีนะ งกแบบ :30:)
- มีอะไรก็ส่งเมลล์เป็นหลักฐาน
ตอนทำงานโอเค แต่มีปัญหาตอนจ่ายตังค์
ได้ตังค์แค่ส่วนเดียว แล้วเขาก็จากไป งานจบเงินไม่จบ :3005:
ผมไม่รับทำงาน ประเภทออกแบบ
หรืออะไรที่เกี่ยวข้องนานแล้ว
เพราะ เบื่อเวลาเจอลูกค้า แก้สี
และยกตัวอย่างกึ่งสั่งว่า ขอพื้นเหลือง ตัวเจาะขาว
แบบนี้ อยากจะด่าไปว่า โคตรควายเลยครับ
:30:
แต่ก็อธิบายและทำไปให้ดู ว่ามันไม่ได้
เพราะอะไรแบบไหน อย่างไร
สุดท้ายลูกค้า ก็บอกว่าถ้าแบบนั้น
ทำมาหลายๆ สีเลยจะได้เลือก
ผมเลยบอกว่า เครื่องผมเสียแล้วครับ
ไปจ้างคนอื่นเถอะ (กูไม่ไหวกับเธอแล้วแหละ :22:)
เวลาไปจ้างอะไรใครทำอะไร
มักจะให้ผู้รับทำตัดสินใจเองเลยแฮะ เราแค่บอกแนวๆความต้องการไป
แม้กระทั่งตัดผม สั่งส้มตำ
เวลาสั่งส้มตำเนี่ยแม่ค้าจะชอบถามว่าเอารสยังไง ก็จะตอบไปว่าเอารสแบบแม่ค้ากินแหละครับ
งานออกแบบก็เหมือนกัน ก็จะบอกความต้องการไปว่าแค่จะทำอะไร ส่วนเรื่องสี ดีไซน์ทำเต็มที่เลยพี่ ผมเชื่อใจ ผมเชื่อในความสามารถของพี่ พี่มีมุมมองที่ดีกว่าผมอยู่แล้ว
ซึ่งผลออกมา...
เหมือนมันเก็บกดมาจากไหนเอาทุกอย่างใส่ลงไปในงาน
มันก็สวยแบบแปลกๆไปอีกแบบอะนะ
:3005:
เคยเจอลูกค้าแบบโคตรควายเลยด้วยแหละ
เพียงแต่ว่าเขาอ้างว่าเป็นท็อป 10 ดีไซเนอร์ไทยเลยนะ (ภูมิใจมาก)
โบว์เล่าไว้นานแล้วที่จู๋ Service Mind :58:
เอาอะไรมาจัดอันดับ :30:
เหมือนขนมหม้อแกงเมืองเพชรไง ทุกเจ้าเป็นที่ 1 หมด
ร้านขายหินอ่อนก็ทุกร้าน "ถูกที่สุดในโลก" :30:
เฟอร์นิเจอร์บางร้านบอก ถูกที่สุดในจักรวาลเลย :47:
มันไปสำรวจมาทั้งจักรวาลตั้งกะเมื่อไหร่ :47:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 16 ส.ค. 2010, 11:23 น.
เคยเจอลูกค้าแบบโคตรควายเลยด้วยแหละ
เพียงแต่ว่าเขาอ้างว่าเป็นท็อป 10 ดีไซเนอร์ไทยเลยนะ (ภูมิใจมาก)
โบว์เล่าไว้นานแล้วที่จู๋ Service Mind :58:
คุณว่าจริงไหม คุณว่าจริงไหม
เพิ่งได้อ่าน :30: :30:
ไหนๆ :25:
กดเจอหน้านี้พอดีเลย :30:
เริ่มจากหน้านี้ล่ะ.. http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,13591.90.html (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,13591.90.html)
เริ่มตั้งแต่ตรงนี้
วันนี้ไปทะเลาะกับลูกค้ามาครับ :12: เจ๋งมาก (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,13591.msg1001964.html#msg1001964)
// ไม่ทันหนูอร :05:
เฉือนกันด้วยเสี้ยววินาที
คือพี่เจนมัวแต่ใส่ url อยู่อะดี๊ ของหนูอรก๊อปลิ้งแปะเลย :27:
ส่งเว็บมาละ ผ่านตามคาด ยิ้มแย้ม จ่ายตังกันเป็นที่เรียบร้อย
อยากได้เหมือนเป๊ะ ทำไมไม่บอกตั้งแต่ทีแรกฟ่ะ ยึกยักให้แก้อยู่ได้ :58:
:08:
อยากดูเว็บที่ลูกค้าเปิดให้ดูครับพี่ถลอก
แล้วเอาเว็บที่เอ็งลอกทำมาดูด้วย :30:
อยากดูเหมือนกันอะ :30:
ต้นฉบับ
อันนี้ ทำปาดๆ ครึ่งชั่วโมงเสร็จ :30: (แต่ยังไม่เสร็จนะ ต้องดึงกระทู้อัพเดทมาโชว์ก่อน)
ไว้จะอัพอันที่ทำเองสัปดาห์หนึงให้ดู แล้วเปรียบเทียบหน่อย ว่ามันสวยน้อยกว่าอันนี้ตรงไหน :05:
ปล. เปิดมาเช็คอีกที ทำมั่วซั่วจริงๆ title ยังเป็น untitled Document อยุ่เลย :30:
:08:
:08: :08:
:08: :08a:
ก็ไม่เหมือนนี่หว่า ของเรามีผีเสื้อด้วย :25:
ของต้นฉบับสวยกว่า :30:
ปล. ยังกะกดเปลี่ยนภาษา :30a:
รู้สึกทุเรศตัวเองยังไงไม่รู้ แต่เอาวะ ได้ตังมาละ :30:
ทำเว็บนี่คิดตัง ซักกี่บาทเหรอครับ
ถ้าจ้างให้ลอกๆปาดๆแบบนี้ สามร้อยผมก็ทำแล้ว :30:
งั้นจ้างเลย
หาตัวอย่างเวบก่อนนะ :25:
เน้น ว่า ปาดๆด้วยนะ :58:
:30:
:30:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 18 ส.ค. 2010, 15:20 น.
ก็ไม่เหมือนนี่หว่า ของเรามีผีเสื้อด้วย :25:
:30: :30:
รสนิยมคนเรา ยากแท้ หยั่งถึง
:08:
งานดีไซน์ ลอกไม่ลอก :30:
ปล. เวลามีคนมาขอให้ทำรัยนี่
เกลียดคำว่า "ยังไงก็ได้" มากๆ
เพราะเวลาทำแบบยังไงก็ได้ไป มักจะโดนขอแก้นู่นนี่ :05:
อ้างคำพูดจาก: นานาาา เมื่อ 18 ส.ค. 2010, 18:36 น.
งานดีไซน์ ลอกไม่ลอก :30:
ปล. เวลามีคนมาขอให้ทำรัยนี่
เกลียดคำว่า "ยังไงก็ได้" มากๆ
เพราะเวลาทำแบบยังไงก็ได้ไป มักจะโดนขอแก้นู่นนี่ :05:
เพิ่งโดนกับตัวเลย วันนี้เอง :05:
อีพวก "ยังไงก็ได้"
ส่วนมากสื่อสารความต้องการให้ชัดเจนย้าก ยาก :3005:
แล้วชอบมาขอถูกๆ ด้วยนะ
ถ้าเจออีก จะส่งไปให้ถลอกปาดๆ ให้ :58:
ยังไงก็ได้ยังพอทน
แต่ถ้าพวก ยังไงก็ไม่ได้
นี่จนใจ :05:
บางครั้ง ทำงานตามที่สั่ง ก็สบายใจ
บางครั้ง ทำงานที่สั่งว่าอะไรก็ได้ เราก็สบายใจ
และบางครั้ง ทั้งที่ทำงานตามที่สั่งและทำอะไรก็ได้ แต่งานดันไม่ผ่าน เราก็เข้าใจ :05:
เวลาเจอคนแบบอะไรก็ได้ แล้วเป็นอย่างนั้นจริงๆ เนี่ย น้ำตาแทบร่วงเลยนะ แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นงานไม่ได้ตังอะดิ :05:
บางที งานฟรีแลนซ์เนี่ย นอกจากโจทย์งานที่ทำมันจะไม่ค่อยชัดเจน (เช่น "ผมขอสวยๆ นะ" "ทำให้ผมคิดว่ามันดูดีหน่อย") ผมมักจะถูกนายจ้างตะล่อมเอาบ่อยมาก
เช่นบางทีทำงานอะไรก็ได้ที่เขาสั่งไป เขากลับไม่ชอบใจ บอกให้ปรับแก้ไปมา เราก็รับมาแก้ รอบแรกๆ ก็คิดหัวแทบแตก (เพราะงานครั้งแรกเราคิดว่ามันลงตัวที่สุดแล้วนะ) กำหนดส่งครั้งที่สองก็กองให้เขาไป เขาก็ให้กลับมาแก้อีก :41:
วนวงจรอย่างนี้ซักสี่ห้ารอบ จนใกล้กำหนดที่หัวหน้าเขาพูดไว้เต็มที เขาโทรมาหาผม พูดกับผมด้วยเสียงประมาณว่า "จนปัญญา" ให้ผมทำอะไรที่มันดีกว่านี้มาให้เขา ด้วยเหตุผลเรื่องโน่นบ้างละ นี่บ้างละ
แล้วเขาก็เลือกแบบอันแรกที่ผมไปเสนอให้เขาไปให้หัวหน้าเขาดู แล้วผ่าน
เขาบอกผมว่าเขาจะจ่ายผมงวดเดียว เพราะงานที่เขารับมีแค่งานแรกงานเดียว งานหลังจากนั้นไม่นับ
ผมก็โวยวายว่าแล้วค่าเสียเวลาล่ะ ค่าแบบที่ผมนั่งคิดล่ะ ผมเรียนหนังสือไปด้วยนะไม่ใช่ลูกเศรษฐีเงินล้าน
เขาเลยถามผมว่า "งั้นเอาค่าเสียเวลาเท่าไหร่"
ผมบอกในจำนวนที่ผมคิดว่าพอดีกับการไม่ได้นอน การลดเวลาทำงานอื่นลง ฯลฯ
เขาถามผมว่าผมไม่มีจรรยาบรรณในวิชาชีพหรือถึงได้มาเรียกเก็บเงินเขาแพงๆ
แล้วเขาก็ยกตัวอย่างลูกจ้างคนเก่าๆ ที่ทำงานแนวๆ เดียวกันกับผม และเขาจ่ายน้อยมากถ้าเทียบกับผม ซึ่งผมไม่รู้ว่าเขาพูดจริงหรือเปล่าเพราะผมไม่รู้จักคนที่เขาเอ่ยขึ้นมาเหล่านั้น
เขาขู่ผมว่าเขาไม่ชอบคนไร้จรรยาบรรณ แล้วบอกให้ผมไปประเมินค่างานของผมใหม่ แล้ววางหู
สามวันต่อมาผมโทรไปแจ้งราคาเขาใหม่ ลดราคาลงจากเดิม แทบไม่ได้อะไรเลย
เขาสั่งผมว่า "แก้งานก่อนแล้วค่อยจ่าย"
ผมทนไม่ไหว บอกเขาว่า "หลังจากนี้ไปหาคนแก้เอง"
เขาโวยวาย แล้วบอกผมว่า "ผมจะไม่จ่ายคุณก็ได้ด้วยฐานว่าคุณทำงานไม่เสร็จตามเป้าหมายของผม แต่ในฐานะที่ผมเป็นคนจ้างวานคุณ นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะให้คุณทำงานกับผมอีก ทีหน้าทีหลังอย่าเกี่ยงงานกับนายจ้าง รู้ไว้นะครับ"
เขาโอนเงินมาให้ผมห้าร้อยบาท เอาแบบที่ผมทำไปให้คนในบริษัทแปลงนิดแปลงหน่อยแล้วเอาไปใช้
นี่คือผมโง่รึเปล่าที่เชื่อเขาว่าลูกจ้างคนเก่าๆ เขาเรียกเงินน้อยกว่าผม
หรือผมเรียกมากเกินไป ถ้านับว่าผมอายุแค่สิบแปด?
เป็นประสบการณ์ไง ลองตอนนี้คงสวนไปแล้วว่ากรวยเหอะครับพี่ :47:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 18 ส.ค. 2010, 19:50 น.
เป็นประสบการณ์ไง ลองตอนนี้คงสวนไปแล้วว่ากรวยเหอะครับพี่ :47:
:13:
เอ้ย
:46:
ลบ :39b:
อัพเดทตัวเองหน่อยครับ
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ เพิ่งประกาศว่า :25:
ผ่านการสอบข้อเขียนแล้วครับ ตำแหน่ง นักประชาสัมพันธ์ :53:
(จำได้ว่าตอนเขียนนี่ พล่ามและโม้ไปเยอะมาก น้ำล้วนๆ :30:)
แต่ยังเหลืออีก 2 ด่าน คือ
อาทิตย์หน้า ไปสอบ ทำแนว โปสเตอร์PR องค์กร
ไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ตรงจุดนี้ น่าจะพอเอาตัวรอดได้
ส่วนอีกด่านคือ การสัมภาษณ์
อันนี้ท่าจะยาก ให้คุยกับแนวๆ PRองค์กรนี่ :16:
ยิ่งถ้าเขาชวนคุยหรือถามแนว PR จ๋านี่ ไม่ต้องห่วง
คุยไม่รู้เรื่องแหงม :05:
สอบปฏิบัติเช้า บ่าย สอบสัมภาษณ์ต่อเลย :46:
อ้างคำพูดจาก: กิ๊ง เมื่อ 18 ส.ค. 2010, 19:40 น.
เขาโวยวาย แล้วบอกผมว่า "ผมจะไม่จ่ายคุณก็ได้ด้วยฐานว่าคุณทำงานไม่เสร็จตามเป้าหมายของผม แต่ในฐานะที่ผมเป็นคนจ้างวานคุณ นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะให้คุณทำงานกับผมอีก ทีหน้าทีหลังอย่าเกี่ยงงานกับนายจ้าง รู้ไว้นะครับ"
คนแบบนี้เจอแล้วชีวิตลำบากมาก :48:
...แต่อย่างที่คุยผ่านๆกันมา สิ่งนึงที่เพิ่งคุยกับแม่เมื่อคืน
คือเราก็มีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ตัวเองด้วยล่ะ
ผิดแล้วก็ให้มันเป็นครูเรา... อย่าไปพลาดซ้ำ
แล้วก็เตรียมใจ และเตรียมแผนการไว้ด้วย
ว่าในภายภาคหน้าต้องเจอคนแบบนี้อีก จะจัดการยังไง :30:
ถ้าเจอแบบนี้ก็จะบอกมันว่า กูไม่ทำ :58: มีไรมั้ย
เวลาติดต่องาน ติดต่อผ่าน e-mail ป่าว คือทุกอย่างต้องเป้นลายลักษณ์อักษร ไม่ว่ามันจะด่าอะไรก็ช่าง ผมจะบอกลูกค้าว่าให้ส่งเมลล์มาเสมอ แม้ว่าจะแค่ทวงงานนิดหน่อยก็ตาม
เพราะทุกอย่างสามารถเอาไปเป็นหลักฐานได้ และถ้ามันเหี้ย ก็เอาไว้แฉ :58:
มองมุมคนทำงานมานาน ได้มีโอกาสมองมุมนายจ้างบ้าง มันก็พูดยากนะ คนเรามันก็ติสกันหลายรูปแบบไป
เหมือนเราซื้อของเราก็อยากได้ของดีที่สุด เป็นธรรมดา
เข้าใจเขาเห็นใจเรา ถ้าทำได้จะดีมากครับ ลูกค้าบางรายก็ใช่ว่าจะรู้เรื่อง
เราก็ต้องเป็นคนแนะนำเขาว่าอย่างที่คุณอยากได้อะ มันดี มันไม่ดี มันถูก มันไม่ถูก อย่างไร
มันยากหน่อยแต่เราจะได้ลุกค้าที่เข้าใจเรามากขึ้น ดังนั้นก่อนจะถึงจุดนี้เราต้องเข้าใจเขาก่อน
ซึ่งเมื่อผมเป็นลูกค้า ผมก็เปิดฉากเป็นฝ่ายเข้าใจคนทำก่อน แม้คนทำจะงี่เง่าแค่ไหน
ผมก็จะพยายามเป็นฝ่าย เข้าใจ แม้จะเป็นตังค์เราก็ตาม
จนงานมัน ซักเซ้ส ไป เราต่างก็แฮปปี้ ด้วยกัน
จะเห็นได้ว่า เราอยุ่ตำแหน่งหน้าที่ตรงไหน อคติมันจะโหมเข้ามาฝั่งเราเสมอ
แต่ขอแค่มองข้ามมัน มองออกไปให้เห็นใจฝ่ายตรงข้ามเยอะๆ เข้าไว้หน่อย
แม้เราจะคิดว่ามันเป็นเรื่องงี้เง้าแค่ไหน ยอมเสียเปรียบซักหน่อยหนึ่ง แล้วเราจะได้คอนเน็คชั่นที่ดีกลับคืน
ที่ผมเล่ามาทั้งหมด ผมก็ไม่ใช่คนที่ทำได้ มาโดยตลอดเหมือนกัน ยังเคยคิดเสียใจในท่าทีแข็งกระด้างกับลูกค้าที่งี่เง่าอยู่เหมือนกัน
บวกจักรี :12:
เราก็มีกันหลายมิติเหมือนจักรีบอก
แต่
ผมจะงี่เง่าเมื่อผมเป็นลูกจ้าง
และเมื่อเป็นนายจ้างเจอคนที่เราจ้างงี่เง่า
เราก็ต้องทำใจ :30:
เติมอีกนิด
ตอนนี้ถ้าวันใดผมผันตัวเอง
กลับไปเป็นลูกจ้างอีก ผมก็จะงี่เง่าอีก(ในสายตานายจ้าง)
:43:
มันมีเหตุปัจจัยนั่นแหละ
ทุกๆ ประสบการณ์ ที่ผ่านมา บางครั้งใช้มาเป็นคำตอบ
กับสถาณการณ์ที่กำลังเจอไม่ได้
ใช้วิธีการคล้ายๆ ที่จักกรีบอก
ทำอะไรก็แล้วแต่ "พยายามเอาใจเขามาใส่ใจเรา"
คิดว่าถ้าเป็นเราล่ะ จะรู้สึกยังไง
บางทีก็มีสติแตก ติสแตกบ้าง คล้ายๆ ที่พี่โอ้เล่า
เลยต้องบวกเรื่อง "ความมีสติ" มาให้ตัวเองอีกเยอะๆ (ขี้หงุดหงิดมากๆ) :30:
เราเองต้องพิจารณาให้ดีก่อนรับและจ้างงานด้วย
พอจบงานมานั่งคำนวนแล้วขาดทุน แถมยังเสียสุขภาพจิตอีกก็ไม่ไหว
บางงานขาดทุน แต่ได้ประสบการณ์หรืออะไรที่ไม่ใช่เงิน
แต่ถ้าเรายังคงตกอยู่ในวังวนเดิมๆ หงุดหงิดใจกับเรื่องเดิมๆ
คงต้องมาทบทวนให้ดีว่าได้อะไรจริงๆ หรือแค่พูดปลอบใจตัวเอง
เราอาจจะไม่เคยเรียนรู้อะไรจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเลยก็ได้
อ้างคำพูดจาก: ภาณุพันธุ์ เมื่อ 19 ส.ค. 2010, 12:44 น.
มันมีเหตุปัจจัยนั่นแหละ
ทุกๆ ประสบการณ์ ที่ผ่านมา บางครั้งใช้มาเป็นคำตอบ
กับสถาณการณ์ที่กำลังเจอไม่ได้
อันนี้ก็จริง
มันไม่เหมือนกันเป๊ะไปซะทุกเรื่องราว
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 19 ส.ค. 2010, 12:09 น.
เวลาติดต่องาน ติดต่อผ่าน e-mail ป่าว คือทุกอย่างต้องเป้นลายลักษณ์อักษร ไม่ว่ามันจะด่าอะไรก็ช่าง ผมจะบอกลูกค้าว่าให้ส่งเมลล์มาเสมอ แม้ว่าจะแค่ทวงงานนิดหน่อยก็ตาม
เพราะทุกอย่างสามารถเอาไปเป็นหลักฐานได้ และถ้ามันเหี้ย ก็เอาไว้แฉ :58:
พี่ก็ทำแบบนี้เหมือนกัน แต่เอาไว้แฉให้ลูกค้าดูเอง เค้าก็เงียบๆ
แล้วค่อยๆ คุยกัน ส่วนมากจบแล้วก็จบเลย
เริ่มโปรเจคใหม่ก็ไว้ค่อยตีกันใหม่ ส่วนมากก็กลับมาจ้างอีก :30:
ตอนนี้การงานผิดๆแปลกๆ ไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านเค้า
จะฟรีแลนซ์ก็ไม่ใช่ เพราะได้เงินเดือนเต็ม บางวันก็ต้องไปทำทั้งวัน
เขียนโปรแกรมให้ทั้งบริษัทใช้ ซ่อมได้บ้าง ไม่ได้ก็ส่งเคลม
ตอนโปรแกรมหรือเครื่องไม่มีปัญหาอะไร ก็ว๊างว่าง
ทั้งอาทิตย์ไม่ได้ทำอะไรเลยก็มี
เริ่มงานตอนเย็น เลิกงานเช้าๆสายๆ
เพราะช่วงนั้นไม่มีคนใช้คอมฯ
จะรีโมทไป หรือไปนั่งทำคนเดียวทั้งคืนก็ได้ (น่ากลัวมาก)
ไม่ค่อยได้เจอผู้เจอคนเลย :05:
เมื่อไหร่จะสิ้นปีนะ
อยากเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัวอีกที ตอนนี้อ้วนมาก :05:
เป็นฟรีแลนซ์แล้วจะไม่อ้วน :09:
สงสัยเหมือนน้องแอน
จะก้าวข้ามอ้วนมาก ไปสู่ อ้วนอย่างไม่หยุดยั้ง :47:
เพราะไม่ต้องขยับตัวออกจากบ้านละ :58:
แล้วก็กลับมานอนหน้าคอมอีกครั้ง :58:
http://cmpuck.exteen.com/20100822/entry (http://cmpuck.exteen.com/20100822/entry)
http://wazin.exteen.com/20100822/entry (http://wazin.exteen.com/20100822/entry)
กูก็แดกข้าว โดยพี่ภัคและ wasin
เจ็บปวด
เคยโดนเหรอ :30:
:25: a day เหรอ
ที่จริงตูวาดการ์ตูนให้ a book เหมือนกันนะ
แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเรื่องเงินดีเลย์ มันต้องดีเลย์อยู่แล้วด้วยระบบบัญชี
อีกอย่างที่ไม่เดือดร้อนเนี่ย.. คงเพราะทำอาชีพอื่นควบไปด้วย
เราวาดเป็นแค่งานอดิเรกหนุกๆ ในขณะที่ศิลปินเขาเอาชีวิตมาตั้งความหวังตรงนี้
ในทางกลับกัน ตูทำงานอยู่บริษัทแห่งนึงมาได้ปีนึงแล้ว
แต่ก่อนที่จะมาทำที่นี่ ตูรับงาน outsource ไว้ และ "รอจ่ายเงิน" มาปีกว่าๆ!!!!!
นี่จนตูมาทำงานแล้ว และก็จนจะลาออกอีกทีแล้ว!!!!!
ล่าสุดโบว์ติดต่อไปเป็นครั้งที่ร้อย ได้คำตอบมาว่า "เซ็นให้แล้วนะคะ"
กว่าลายเซ็นจะไปถึงคุณพี่นี่นะ ไปอ้อมที่ไหนมาวะ
จริงๆหนังสือที่ขายทุกเดือน เงินได้เข้ามาทุกเดือน ควรจะจ่ายได้ทุกเดือนด้วยนะ ไม่งั้นมันไม่ยุติธรรมยังไงไม่รู้
ถ้าเราเข้าใจเรื่องระบบบัญชีของบริษัท ก็จะไม่บ่นนะ
การรับงานปุ๊บจ่ายปั๊บได้เนี่ยแสดงว่าต้องมีอะไรผิดปกติแล้วแหละ
หรือไม่ก็คนจ้างเป็นฟรีแลนซ์ด้วยกัน
ฮาจะเกร็งจ่ายไว นะครับ
ถึงแม้จะน้อย :21:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 23 ส.ค. 2010, 13:22 น.
ถ้าเราเข้าใจเรื่องระบบบัญชีของบริษัท ก็จะไม่บ่นนะ
การรับงานปุ๊บจ่ายปั๊บได้เนี่ยแสดงว่าต้องมีอะไรผิดปกติแล้วแหละ
หรือไม่ก็คนจ้างเป็นฟรีแลนซ์ด้วยกัน
อืม จริง งานที่ออฟฟิศ
ที่ทำตอนนี้ยังมีที่เก็บตังของปีที่แล้วไม่ได้ก็มี
มันเป็นเรื่องของเครดิต อะนะ
บางทีบอก เครดิต 60 วัน แต่ด้วยปัญหานู่นนี่
ก็ทำให้เค้าลากยาวไปเป็น 90 วัน 120 วัน ก็มี :05:
ถ้าไอ้ลากยาวตามกำหนดของบริษัทนี่ควรด่าครับ
มันจะลากยาวช่วงสิ้นปีกันครับพวกบริษัทใหญ่นี่
บริษัทผม เงินก็ออกตามรอบบิลเหมือนกัน จ่ายก่อนได้ถ้าคุยกันเป็นพิเศษ
ก็มีฟรีแลนซ์หลายคนที่ ขอก่อนเถอะพี่ เราก็ต้องควักจ่ายก่อนก็มี ถ้าเรามี (แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่มี :30:)
ส่วนในบทบาทของการเป็นเอาท์ซอส ก็เคบ ลากยาวเกือบๆ 2 ปีเหมือนกันกว่าจะได้ตังค์
เอาง่ายๆ เป็นเอาท์ซอสให้ทรูมา จะ4 ปี ไม่เคยได้ตังค์ ก่อน 3 เดือนซํกที :30:
นานาไม่เคยโดนหรอก แต่อ่านแล้วเจ็บปวดแทน (อิน) :30:
นึกถึงอนาคตในสายงานนี้ละเสียววาบๆน่ะ นึกถึงน้องนึกถึงยายนึกถึงแม่ :37:
อ้างคำพูดจาก: ภาณุพันธุ์ เมื่อ 23 ส.ค. 2010, 13:31 น.
ฮาจะเกร็งจ่ายไว นะครับ
ถึงแม้จะน้อย :21:
จ่ายเร็วจนตกใจ ว้าย เงินมาจากไหน :30:
ผมโชคดีทำงานกับ บริษัทที่จ่ายไวและตรงเวลาเสมอ
แต่โชคเรื่องการโดนโกงจากเพื่อน นี่ก็เยอะเหมือกัน
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 23 ส.ค. 2010, 14:17 น.
ถ้าไอ้ลากยาวตามกำหนดของบริษัทนี่ควรด่าครับ
ด่าไม่ได้นี่ซิ
โทรทวงอาทิตย์ละ ครั้ง 2 ครั้ง
จนเค้าหงุดหงิด อารมณเสียใส่ ว่าจะโทรทำไมนักหนา
เลยมานั่งนึกว่า เอนี่ตูผิดใช่มั้ยเนี่ยที่โทรไปทวง
ไม่ทวงก็เงียบ ไม่มีอะไรคืบหน้า
เอาแบบโบว์สิ "เราไม่ได้มาขอตังค์นะคะ"
ปกติไม่กำหนดวันรับเงินกันเหรอครับ ว่าจ่ายกันวันที่เท่าไหร่
:55:
ผมโชคดีแฮะ งานตัวเองเฉพาะทางมาก
ต่อให้ทำก่อนรับเงินทีหลังก็ยังไม่ค่อยมีปัญหากัน
ลองมีปัญหาดูสิ พ่อขึ้นหน้าเว็บตัวโตๆ เลยว่าเจ้าของเครื่องค้างค่าจ้าง :30:
อยากทำงานอยู่บ้านแล้วได้เงินดีแบบไอซ์บ้าง :05:
น่าจะมีสมาคมนักวาดการ์ตูนแห่งประเทศไทยเนอะ จะได้รวมพลังสู้กับคนที่เอาเปรียบได้
(หรือว่ามีแล้วหว่า :09:)
...
ส่วนเรื่อง เครดิตผมก็ไม่ชอบเลย เวลาทำงานกับหน่วยงานรัฐ ก็เหมือนกัน วางบิล เครดิต ตลอดเลย :16:
อ้างคำพูดจาก: photokeng เมื่อ 23 ส.ค. 2010, 15:37 น.
น่าจะมีสมาคมนักวาดการ์ตูนแห่งประเทศไทยเนอะ จะได้รวมพลังสู้กับคนที่เอาเปรียบได้
(หรือว่ามีแล้วหว่า :09:)
...
ส่วนเรื่อง เครดิตผมก็ไม่ชอบเลย เวลาทำงานกับหน่วยงานรัฐ ก็เหมือนกัน วางบิล เครดิต ตลอดเลย :16:
มีสมาคมการ์ตูน
พี่เซีย ไทยรัฐ เป็นนายสมาคม
ส่วน สมาคมนักวาดการ์ตูน ยังไม่มีครับ
อ้างคำพูดจาก: ถล๊อกกก เมื่อ 23 ส.ค. 2010, 15:21 น.
ปกติไม่กำหนดวันรับเงินกันเหรอครับ ว่าจ่ายกันวันที่เท่าไหร่
:55:
เค้าจะมีวันนัดวางบิล รับเช็คอะครับ
แล้วก็พวกเครดิตเนี่ยมันจะเริ่มนับหลังจากวางบิลแล้ว
เช่น งานเสร็จ กลางเดือนกรกฎา ต้องวางบิลปลายเดือน(แล้วแต่เค้ากำหนด ศุกร์สุดท้ายของเดือน)หรือศุกร์แรกของเดือน
เอกสารดันไม่ครบนู่นนี่นั่น ลูกค้าเซ็นต์ PO มาช้าไม่ได้วาง หรืออะไรก็แล้วแต่ มันก็จะวางไม่ทัน
เอกสารครบกลางเดือนสิงหา ก็ต้องรอไปวางปลายเดือน พอวางปั๊บ ก็ต้องรอตามเครดิตเค้าอีก 60 วันเงี้ย สรุปงานนี้กว่าจะได้ตัง ก็เลยไปนู่น พฤศจิกา
อะไรประมาณนี้ :08:
สำนักพิมพ์ อ ด หรอกเหรอ :18: (ว่าจะเซิร์ชกูเกิ้ลว่า Someday พอดีเลย โง่จริงตู :05:)
อ้างคำพูดจาก: ภาณุพันธุ์ เมื่อ 23 ส.ค. 2010, 15:39 น.
มีสมาคมการ์ตูน
พี่เซีย ไทยรัฐ เป็นนายสมาคม
ส่วน สมาคมนักวาดการ์ตูน ยังไม่มีครับ
น่าจะมีคนริ่เริ่มก่อตั้งนะครับพี่ แต่ก็อย่างที่ผมรู้ในสายอาชีพผมมีสมาคมธุรกิจถ่ายภาพ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ มีไว้นั่งกินโต๊ะแชร์ กันขำๆไปในแต่ละเดือน :05:
ขึ้นอยู่กับประธานสมาคมด้วยแหละเนอะ ว่าแล้วก็จัดตั้งเองซะเองเลยดีมั้ยเนี่ย .... สมาคมถ่ายรูปแบบไม่เป็นธุรกิจ ถ่ายขำๆ ถ่ายอย่างพอเพียง :30:
สนพ.วันหนึ่ง นี่จำได้เลยว่าประมาณปีนึง 5555 :05:
อ้างคำพูดจาก: photokeng เมื่อ 23 ส.ค. 2010, 15:37 น.
น่าจะมีสมาคมนักวาดการ์ตูนแห่งประเทศไทยเนอะ จะได้รวมพลังสู้กับคนที่เอาเปรียบได้
(หรือว่ามีแล้วหว่า :09:)
...
ส่วนเรื่อง เครดิตผมก็ไม่ชอบเลย เวลาทำงานกับหน่วยงานรัฐ ก็เหมือนกัน วางบิล เครดิต ตลอดเลย :16:
งั้นโเครงการ rookieนี่ก็ไม่ควรซินะ
จำได้ว่าเคยนั่งคิดเล่นๆ ในห้องน้ำ
ว่าถ้าล้มเลิกโปรเจ็กท์เรื่องสั้นที่เขียนอยู่ แล้วหันไปจับแนวตลาดวัยรุ่น (อย่างพวกเด็กดี) เขียนแม่งรอบละเจ็ดแปดเล่ม ออกสามเดือนเล่ม ได้ค่าลิขสิทธิ์เล่มละเกือบหมื่น บวกอีกนิดหน่อยจากส่วนแบ่งต่อเล่ม มันจะดีกว่านั่งเขียนไอ้ที่ไม่มีคนอ่านอยู่อย่างนี้มั้ย
แล้วก็ไม่ทำ เพราะคิดว่า "ศักดิ์ศรีมันอร่อยกว่าเงิน"
มาถึงทุกวันนี้ถึงหิวเงินขนาดไหนก็ทำไม่ได้แล้ว
เพราะเขาเขียนเรื่องเกย์กันหมดแล้ว ไม่สามารถ :05:
อ้างคำพูดจาก: ครูย้งงง เมื่อ 23 ส.ค. 2010, 16:47 น.
งั้นโเครงการ rookieนี่ก็ไม่ควรซินะ
โครงการ rookie คืออะไรหรอครับ ครูย้ง
แล้วถ้ามีโครงการนี้ขึ้นมา มันขัดกับ การจัดตั้งสมาคมนักวาดการ์ตูนยังไงหรอครับ
...
แฮะๆ แต่พอมานึกๆดูแล้วสมาคมอะไรพวกนี้ มันก็ไม่ใช่คำตอบแหละ
อย่างที่ผมบ่น สมาคมดีก็โอเค แต่ถ้าสมาคมทำมาแล้วกัดกร่อนกินกันเอง ก็ยิ่งแย่ไปใหญ่เลย
อ้างคำพูดจาก: กิ๊ง เมื่อ 23 ส.ค. 2010, 16:52 น.
จำได้ว่าเคยนั่งคิดเล่นๆ ในห้องน้ำ
ว่าถ้าล้มเลิกโปรเจ็กท์เรื่องสั้นที่เขียนอยู่ แล้วหันไปจับแนวตลาดวัยรุ่น (อย่างพวกเด็กดี) เขียนแม่งรอบละเจ็ดแปดเล่ม ออกสามเดือนเล่ม ได้ค่าลิขสิทธิ์เล่มละเกือบหมื่น บวกอีกนิดหน่อยจากส่วนแบ่งต่อเล่ม มันจะดีกว่านั่งเขียนไอ้ที่ไม่มีคนอ่านอยู่อย่างนี้มั้ย
แล้วก็ไม่ทำ เพราะคิดว่า "ศักดิ์ศรีมันอร่อยกว่าเงิน"
มาถึงทุกวันนี้ถึงหิวเงินขนาดไหนก็ทำไม่ได้แล้ว
เพราะเขาเขียนเรื่องเกย์กันหมดแล้ว ไม่สามารถ :05:
ที่ปรึกษาแถวนี้เยอะนะ :30:
ผมทวิต ถามพี่โหน่งให้เอาไหม :22:
ไม่อยู่ที่วิธีเขียนหรอกครับ
อยู่ที่ระดับความคลื่นเหียน :42:
:30:
อ้างคำพูดจาก: กิ๊ง เมื่อ 23 ส.ค. 2010, 19:02 น.
ไม่อยู่ที่วิธีเขียนหรอกครับ
อยู่ที่ระดับความคลื่นเหียน :42:
แต่ก่อนชอบอ่านการ์ตูนเกย์มาก :47:
ถามข้อมูลได้นะตัว
ระวังนะจ๊ะ :51:
โอ้ เจ๋งมาก :12:
อ่านจบทีแรกคันๆอยากรู้ ว่าจะโทรไปถามไอ้หมู(PUCK)ว่าคืออะไร
พอสายตาปราดไปเห็นวันหนึ่งขีดเส้นใต้ ถึงได้อ๋อ :30:
ประเด็นนี้น่าปั่นให้เป็นดราม่าจริงๆ :37:
ผมงานสองบล๊อก เรื่อง วัน หนึ่ง มาเกี่ยวข้อง
ก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย อ่านจบแล้วก็ไม่รู้อยู่ดี
ว่าโดนกระทำอย่างไรแบบไหน
จริงๆ อยากรู้ ว่าโดนอะไรแบบไหน
มันน่าจะมีการพูดคุยกันได้
หรือเขาพูดกันแล้ว ไม่รู้เรื่อง
ต้องหาคนกลางสักคนมาช่วย
หรือเป็นการเข้าใจคนละเรื่องอัน
อ่านแล้วเจ็บปวดแทน
มองย้อนตัวเองแล้วก็ภูมิใจที่ตนเองเป็นนายจ้างที่ดี :52:
ระบบการเงินไม่เคยมีปัญหา(ถ้ามีก็น้อยมาก เกิดจากสะเพร่า)
ค่าแรงเด็กที่ร้านปาล์มจ่ายล่วงหน้าตลอด สมมติสัปดาห์นึงทำหกวัน
ปาล์มจ่ายค่าตัวให้ตั้งแต่วันจันทร์ที่เริ่มงาน...เข้าใจว่าเขาต้องกินต้องใช้ ยิ่งที่นี่ค่าครองชีพสูงมาก เราเห็นใจเขา เราเคยเป็นมาก่อน
ก็เคยมีที่ได้เงินไปแล้วเบี้ยวไม่ยอมทำงาน....โชคดีของปาล์มที่มีเพื่อนช่วยเหลือตามเงินกลับมาได้
(จริงๆถ้าตามไม่ได้ จะให้ตำรวจตามล่ะ...ไม่ได้หวังจะเอาเงินคืน อยากดัดนิสัยเขามากกว่า)
ปล. จักรี...เราคิดเหมือนกันเลย :25:
อ้างคำพูดจาก: นานาาา เมื่อ 23 ส.ค. 2010, 14:28 น.
นานาไม่เคยโดนหรอก แต่อ่านแล้วเจ็บปวดแทน (อิน) :30:
นึกถึงอนาคตในสายงานนี้ละเสียววาบๆน่ะ นึกถึงน้องนึกถึงยายนึกถึงแม่ :37:
นิดนึง
ถ้านานา รู้จักและมีเพื่อนเขียนการ์ตูนในเอ๊กทีน(หรือที่อื่น)
แล้วมีคนชวนไปเขียน ที่ สนพ การ์ตูนชื่อดัง
ให้ดูข้อตกลงดีดีนะจ้ะ ว่าเหมาจ่ายครั้งเดียว หรือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน(ตามแต่ระยะเวลากำหนด)
ไม่อย่างนั้น ในอนาคตอาจจะช้ำชอกใจ :22:
ถ้าอย่างเหมาจ่ายครั้งเดียวกับเป็นลิขสิทธิ์นี่ มันต่างกันตรงไหนบ้างหรอครับ?
อ้างคำพูดจาก: กิ๊ง เมื่อ 25 ส.ค. 2010, 20:04 น.
ถ้าอย่างเหมาจ่ายครั้งเดียวกับเป็นลิขสิทธิ์นี่ มันต่างกันตรงไหนบ้างหรอครับ?
เหมาจ่ายครั้งเดียว คือ จ้างทำของหนเดียวแล้วไม่ได้เป็นของเราอีกเลย
ถ้าข้อตกลงเป็นแบบ ลิขสิทธิ์อยู่ที่เขา 5 ปี 10 ปี พอหมดสัญญาก็กลับมาอยู่ที่เราครับ
แต่นักเขียนการ์ตูนของไทย เกิน 70% โดนเหมาจ่ายครั้งเดียว
ไอ้เหมาจ่ายนี่คือที่คนเขาชอบเรียกกันว่าเป็นฟรีแลนซ์รึเปล่าครับ รึคนละอย่างกะที่ผมเข้าใจ :06:
อ้างคำพูดจาก: กิ๊ง เมื่อ 25 ส.ค. 2010, 22:16 น.
ไอ้เหมาจ่ายนี่คือที่คนเขาชอบเรียกกันว่าเป็นฟรีแลนซ์รึเปล่าครับ รึคนละอย่างกะที่ผมเข้าใจ :06:
อาชีพก็มีเหมาจ่ายครับ
ไม่จำเป็นต้องอิสระ
อ้างคำพูดจาก: chate.photokeng เมื่อ 23 ส.ค. 2010, 16:52 น.
โครงการ rookie คืออะไรหรอครับ ครูย้ง
แล้วถ้ามีโครงการนี้ขึ้นมา มันขัดกับ การจัดตั้งสมาคมนักวาดการ์ตูนยังไงหรอครับ
...
แฮะๆ แต่พอมานึกๆดูแล้วสมาคมอะไรพวกนี้ มันก็ไม่ใช่คำตอบแหละ
อย่างที่ผมบ่น สมาคมดีก็โอเค แต่ถ้าสมาคมทำมาแล้วกัดกร่อนกินกันเอง ก็ยิ่งแย่ไปใหญ่เลย
อันนี้คือโครงการ
http://www.abookonline.com/read.php?e=8 (http://www.abookonline.com/read.php?e=8)
ผมอยากเอา life is ชิด ไปต่อยอดอ่ะ
ของภูภู่อ่ะ มาจากโครงการนี้เลยครับเล่มสองน่ะ
:12: มีหนังสือหน้าอ่านเพียบเลย
มาอั๊พเดทชีวิตทำงาน หลังผ่านไป 1 เดือน
วงจรชีววิตจะประมาณนี้
3 สัปดาห์ แรก
- อีเมลๆๆๆๆๆ (ทั้งไทยทั้งอังกฤษ)
- โรงงานๆๆๆๆๆๆ
- ประชุมสไกป์ สัปดาห์ละสองหน
2 สัปดาห์ถัดมา
- ประชุมๆๆๆๆๆๆ ทั้งกะเจ้านาย / ผู้รับเหมา / ซัพพลายเออร์
- อีเมลๆๆๆๆๆๆ
ซึ่งสามสัปดาห์แรก จะไทยเสียส่วนใหญ่ สองสัดาห์หลัง อังกฤษเสียส่วนใหญ่ เพราะเป็นช่วงที่เจ้านายอยู่ไทย
และคาดว่าต่อไปนี้วงจรชีวิตจะเป็นอย่างนี้ไปอีกพักใหญ่ 3 สัปดาห์ ภาษาไทย 2 สัปดาห์ ภาษาอังกฤษ :30:
ทุกวันนี้เหมือนได้เป็นทั้งล่าม ทั้งสถาปนิกคุมงาน ทั้งแอดมินในตัวเสร็จสรรพ :37:
ปล. ไปประชุมก่อนล่ะ :27:
น่าจะได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะเลย.. :12:
เสียแต่ซักพักจะเริ่มเบื่อเท่านั้น ถ้าไม่มีอะไรตื่นเต้นๆ เข้ามาบ้าง..
เช่นบริษัทโดนฟ้อง หรือขาดสภาพคล่อง :25:
หรือเป็นแหล่งฟอกเงินจากมาเฟียต่างชาติเหมือนที่เพื่อนพี่เคยโดน :33:
ขาดสภาพคล่อง เจ้าของบริษัทอยู่ระหว่างโดนฟ้องล้มละลายนี่เคยโดนนะ
อยู่ในสภาพนั้นราวๆ ปีนึงได้ จะเทปูนทีเจ้านายก็ถอดสร้อยออกจากคอ ไปตึ๊งแล้วก็เอาตังค์มาซื้อทราย (ปูนยังได้เครดิตอยู่)
โดนทวงเงินไม่เว้นแต่ละวัน ปัญหาทุกอย่างต้องแก้แบบยาจกสุดๆ.. เงินเดือนตัวเองก็ต้องลุ้นแล้วลุ้นอีก..
ไม่มีวันไหนเบื่อเลยซักวัน.. :12:
(มีแต่อยากตาย)
อัพเดทนิดนึง ตื่นเต้น ปนตกใจ กับ หวั่นๆ เสียวๆ นิดหน่อย
สรุปว่า ผมได้งานที่ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ
ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ :40:
เพิ่งประกาศผ่านทางเว็บตะกี้
ยินดีด้วยครับ
แบบนี้ได้เป็นข้าราชการมั้ยอะ :09:
ไม่ได้ครับ มันเหมือนจะกึ่งๆ รัฐมาช่วย แต่ก็เป็นเอกชน :3005:
ออย สทศ :25:
น้องผมบอกว่า ถ้าพี่ออยได้เข้า เอาข้อสอบ O-NET A-NET อะไรเืทือกๆ นี้มากระซิบบ้าง
(องค์กรนี้เป็นองค์กรออกข้อสอบพวก Admission หน่ะ) :30:
ฟิวส์จะขาดรอบเย็น.. :05:
ตั้งแต่ทำงานมานะ แผนกที่สื่อสารด้วยยากที่สุด คือบัญชี
ขนาดว่ามีเพื่อนสนิททำการเงินทำบัญชีตั้งหลายคน
แต่ก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่าเขาอยู่ในโลกของเขา มีภาษาและตรรกะแบบของเขา
ซึ่งเราอาจจะแค่รับรู้ได้ลางๆ แต่จะให้เข้าใจถ่องแท้คงไม่ได้เลย
.. นอกจากจะไปลงเรียนบัญชีซะอีกตัว ..
ตอนนี้เงิน ๕๘ สตางค์กำลังทำเราหัวหมุน..
เงินมัน ดิฟ เหรอครับพี่แอ้
คือถ้าเงินมันไม่ลง มันก็ปิดงบไม่ได้อ่ะครับ
ขาดนิดหน่อยนี่ก็ถือว่าไม่ได้แล้วอ่ะครับ
ทุกอย่างมันต้องเป๊ะ เนี๊ยบ :42:
ตอบในมุมมองของ คนเรียนบัญชี :05:
วันนี้เป็นวันเงินเดือนออก รู้สึกดีใจที่ัตั้งแต่ทำร้านมา เพิ่งมีเงินเดือนเป็นของตัวเอง
รายได้ที่ผ่านมา เอาไปลงกับของในร้านซะหมด
เริ่มเห็นปัญหาก็เลยจัดการทำบัญชีให้เป็นสัดส่วนซะเลย
วันนี้ทำหน้าที่เป็นแผนกบัญชี แจกเงินใหญ่เลย
:30: กองเงินไว้ แล้วเอ้าาา ส่วนนี้ให้น้า
ส่วนนี้ของกิ๊ก อีกส่วนของร้าน
สนุกดี :30:
ทำบัญชีที่ชัดเจนไว้ ดีต่อองค์กรครับ
เราจะได้รู้สภาพคล่อง รู้ว่าเกินงบไหม เบิกเกินไปเท่าไหร่
ลงทุนไปกับอะไรบ้าง บลาๆ :12:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 01 ก.ย. 2010, 17:46 น.
ฟิวส์จะขาดรอบเย็น.. :05:
ตั้งแต่ทำงานมานะ แผนกที่สื่อสารด้วยยากที่สุด คือบัญชี
ขนาดว่ามีเพื่อนสนิททำการเงินทำบัญชีตั้งหลายคน
แต่ก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่าเขาอยู่ในโลกของเขา มีภาษาและตรรกะแบบของเขา
ซึ่งเราอาจจะแค่รับรู้ได้ลางๆ แต่จะให้เข้าใจถ่องแท้คงไม่ได้เลย
.. นอกจากจะไปลงเรียนบัญชีซะอีกตัว ..
ตอนนี้เงิน ๕๘ สตางค์กำลังทำเราหัวหมุน..
like
:3005: พี่แอ้
ฮ่าๆ ประมาณที่ออยบอก
แต่มันมีไอ้เจ้าสิ่งไม่มีชีวิตทีเรียกว่า Oracle เข้ามาเกี่ยวด้วย
เลยยิ่งยุ่งไปกันใหญ่ แต่ได้ระบายก็สบายใจละ กลับบ้านแล้ว เล่นเน็ตให้เพลินใจดีกว่า
พรุ่งนี้ค่อยว่ากันต่อ.. :30:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 01 ก.ย. 2010, 17:46 น.
ฟิวส์จะขาดรอบเย็น.. :05:
ตั้งแต่ทำงานมานะ แผนกที่สื่อสารด้วยยากที่สุด คือบัญชี
ขนาดว่ามีเพื่อนสนิททำการเงินทำบัญชีตั้งหลายคน
แต่ก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่าเขาอยู่ในโลกของเขา มีภาษาและตรรกะแบบของเขา
ซึ่งเราอาจจะแค่รับรู้ได้ลางๆ แต่จะให้เข้าใจถ่องแท้คงไม่ได้เลย
.. นอกจากจะไปลงเรียนบัญชีซะอีกตัว ..
ตอนนี้เงิน ๕๘ สตางค์กำลังทำเราหัวหมุน..
ที่ออฟฟิศไม่เป็น
แต่เวลาทำงานโฆษณาตอนเคลียร์บิลกับบัญชีนี่แทบจะตบกัน :30:
ระบบที่แอนทำก็ต้องตรวจข้อมูล
ตรวจข้อมูลการเงินนี่ใช้เวลามากกว่าตรวจข้อมูลอื่น 30 เท่า
เงินหายไป 10 บาท นี่อยากควักเงินตัวเองจ่ายให้ก็ทำไม่ได้
อยู่ดีๆเมื่อวานก็เกิดดราม่าเล็กน้อยกับชีวิตการทำงาน
หลังจากสงบสุขไม่มีใครรบกวนมาตลอด พอดีว่ามีตำแหน่งพนักงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่งเหมือนกัน
และมีทีมงานในสังกัด 6 คน ซึ่งผลิตงานที่ดี ก็พอรู้อยู่ว่า ก็ต้องมีคนควบคุมดูแลส่วนที่ตัวเองทำ
หมายถึงว่า มีหัวหน้า คนที่ตำแหน่งสูงขึ้นไปอีก แต่เค้าก็ไม่เคยมาเกี่ยวอะไร ประมาณว่าให้อิสระ
ทีนี้ เค้าปรับเปลี่ยนโครงสร้างอะไรไม่รู้ เลยมีหัวหน้าคนใหม่ ซึ่งอยู่ดีๆก็เดินมาบอกว่า
"หลังจากนี้ ไม่ต้องรายงานปัญหาให้พี่XXX แล้วนะ ให้รายงานพี่แทน พี่จะมาเป็นหัวหน้าพวกเรา"
โอ้ว ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ อยู่ดีๆมาบอกว่าจะมาเป็นหัวหน้า พูดเอาดื้อๆเลย
แล้วหลังจากนั้นเขาก็พูดคำที่ไม่สมเหตุสมผลหลายอย่าง เข้าข่ายใช้อำนาจ และไม่เข้าใจงานที่พวกผมทำ
ซึ่งผมและทีมงานและพี่โปรดิวเซอร์ประเมินแล้วว่า ไม่มีความสามารถพอจะมาคุม วันนี้ก็เลยบอกไปว่า
ถ้าทำกับคนนี้ พวกผมคิดว่าไม่มีความสามารถและความเข้าใจพอจะมาเป็นหัวหน้าพวกผม
(เค้าค่อนข้างผู้ใหญ่มีหน้ามีตาทีเดียว) และพวกผมเลือกเจ้านาย ดังนั้นไม่ขอทำกับคนนี้
และจะออกทั้งทีม (มีติดโปรเจ็คนึง ต้องทำถึงปลายปีก็น่าจะออกกันสิ้นปี)
คือไม่ใช่ว่าขู่หรือยื่นคำขาดกดดันอะไรแนวนั้นนะครับ เพราะหมายความตามนั้นจริงๆ
เป็นการพิจารณาจากเหตุและผล และการออกหมด ก็เป็นผลลัพธ์ที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับทีมผม
ไม่ได้หวังผลจะกดดันเล่มเกมหรือการเมืองใดๆทั้งสิ้น
เค้าก็คงงงล่ะครับ ว่ายังงี้ก็มี บอกตรงๆเลยด้วยนะว่าพวกผมเลือกเจ้านาย
อยู่ดีๆจะมาเป็นไม่ได้ ถ้าไม่เข้าใจที่ผมทำ ก็ไม่ยอมรับให้เป็น :30:
(บริษัทเค้าพนักงานเกือบสองร้อย ส่วนนี้ที่เค้าจะมาดูน่าจะหลายสิบอยู่)
คิดว่าคงโดนเรียกเข้าไปคุยเร็วๆนี้ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรครับ
ก็จะพูดอย่างที่ว่านี่แหละ ต่อหน้าด้วย ต่อที่ประชุมมีคนอื่นๆด้วย พูดแบบปราศจากอารมณ์ด้วยเหตุด้วยผลด้วยนะ
ก็ไม่รู้ว่าคนที่อาวุโสๆแบบนั้น ถูกเด็กพูดแบบนี้ด้วยจะทำอะไร ก็รอดูวุฒิภาวะอยู่ (คิดว่าเค้าน่าจะเปลี่ยนไปใช้วิธีตะล่อม)
ก็น่าสนุกเหมือนกันนะครับ ว่าจะเป็นไง :30:
อยากฟังตอนประชุม :25:
แอบอัดเสียงมาให้ฟังหน่อยสิ :30:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 01 ก.ย. 2010, 17:26 น.
น้องผมบอกว่า ถ้าพี่ออยได้เข้า เอาข้อสอบ O-NET A-NET อะไรเืทือกๆ นี้มากระซิบบ้าง
(องค์กรนี้เป็นองค์กรออกข้อสอบพวก Admission หน่ะ) :30:
ลาออกเมื่อไหร่ :54:
เลี้ยงๆๆๆๆๆๆๆๆ
สิ้นปี 54 จะมีเซ็นทรัล มาเปิดมุมถนนพระราม9
(แยกเยาฮัน อิอิ รู้จักกันไหม เยาฮัน)
และ ผมจะมาเปิดโรงเรียนที่นี่แน่นอน :12:
เสี่ยโอ๋ :25:
ทีมเก้อเจ๋งอะ.. :25:
ช่วงนี้ก็มีอะไรคล้ายๆ อย่างนั้น แต่ไม่กล้ามีปากเสียง
ได้แต่มองๆ ว่าจะทนได้รึเปล่า ถ้าทนไม่ได้
สิ้นปีก็คงลาออกไปเองเงียบๆ แบบไร้การจดจำ :30:
พี่เก้อก็มีอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ ฮ่าๆ
เชียร์ทั้งเสี่ยเก้อและบักโอ๋เลยครับ
บักเก้อ :07:
ก็ไม่ได้เจอมานานแล้วล่ะครับ แต่วิธีรับมือกับปัญหาพวกนี้ของผมก็คือยังงี้
เจอปุ๊บ แก้ปัญหาปั๊บ ไม่รอ ไม่บ่น ไม่หงุดหงิดอะไร ไม่มีสัญญานอะไรล่วงหน้าด้วยนะ ปุบปับบอกเลย
จริงๆจะทำงี้ได้ก็ด้วยปัจจัยอะไรที่มันพร้อมล่ะนะครับ จริงๆคนที่พร้อมก็แค่ผมกับพี่โปรดิวเซอร์นะ
แต่บังเอิญคนอื่นๆในทีมมันก็เพี้ยนๆหน่อย เพราะเป็นรุ่นน้อง มันก็เลยไม่ได้มีระบบความคิดแบบว่า
เอ้ย จะเอาไรกิน จะยังไงต่อ เหมือนๆกันกับผมนี่แหละ คือเป็นพวกคิดสั้นอยู่ไปวันๆเหมือนกันหมด :30:
แต่พื้นฐานคือ พวกมันเก่งกันทุกคน จะไปทำอะไรก็ได้ และเลือกงานนั่นเองแหละ
อ้างคำพูดจาก: ภาณุพันธุ์ เมื่อ 01 ก.ย. 2010, 23:40 น.
สิ้นปี 54 จะมีเซ็นทรัล มาเปิดมุมถนนพระราม9
(แยกเยาฮัน อิอิ รู้จักกันไหม เยาฮัน)
และ ผมจะมาเปิดโรงเรียนที่นี่แน่นอน :12:
:25: ใกล้ๆ
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 01 ก.ย. 2010, 23:31 น.
อยากฟังตอนประชุม :25:
แอบอัดเสียงมาให้ฟังหน่อยสิ :30:
:25:
เมื่อวันอังคาร ดุกสัมภาษณ์น้องคนนึง (เป็นรุ่นน้องที่มหาลัย)
ผลปรากฏว่าผ่านสัมภาษณ์ และก็รอให้ลาออกจากที่เก่าให้เรียบร้อยก่อนจะมาทำงานที่นี่
ในใจดุกคิดนะ ดีจังดุกจะได้ลูกน้องละ ได้เป็นหัวหน้ากะเค้ามั่งแล้ว
แต่อีกใจ ก็กลัวจะเป็นเหมือนคนก่อนจัง ที่ว่าเราพาเพื่อนมาทำงาน
แล้วสุดท้ายก็เข้ากับหัวหน้าไม่ได้ และก็โดนบีบให้ออก
โอย ถ้าเป็นเหมือนคนก่อนอีกดุกท้อใจตายเลย :01: ท้อใจที่มีหัวหน้าแบบนี้ (หัวหน้าที่อื่นเค้าไม่เป็นเหมือนคุณนะ)
เป็นหัวหน้านี่ไม่สนุกเล้ย :48:
อ้างคำพูดจาก: ภาณุพันธุ์ เมื่อ 01 ก.ย. 2010, 23:39 น.
ลาออกเมื่อไหร่ :54:
เลี้ยงๆๆๆๆๆๆๆๆ
สิ้นเดือนกันยายนครับ *0*
ขออภัยที่ทำให้ท่านผู้นิยมเสพดราม่าทุกท่านผิดหวัง
วันนี้เรื่องราวจบลงแบบไม่มีปัญหาอะไร :37:
จริงๆจะว่าไม่มีปัญหาก็ไม่ถูก คือคิดไว้อยู่ว่ามันต้องออกมาแนวนี้
วันนี้ประธานบริษัทเรียกไปคุย ซึ่งแกเคยบริหารเอเจนซี่ขนาดใหญ่ยักษ์ของประเทศ
โดยไต่มาจากอาร์ตได จึงเข้าใจพวกผมมาก แต่การจะไปว่าหรือให้ปะทะกันโดยตรงในการประชุมอะไรทำนองนั้น
ก็คงจะทำให้เสียการปกครอง เสียความเป็นผู้นำ ไม่ว่าอะไรจะผิดถูก เห็นด้วยไม่เห็นด้วยกับใคร
ก็คงต้องหาวิธีที่ไม่ทำให้การปกครองภาพรวมเป๋ เลยเรียกไปคุย เพื่อบอกพวกผมว่า ให้พวกผมทำตามเดิมที่ทำมา
จะไม่มีใครไปยุ่งเกี่ยวอีก อยากหายไปถ่ายเป็นเดือนอะไรก็ตามแต่ ขอแค่งานดีอย่างที่เป็นมา(และแน่นอน อยู่ในงบ)
นอกนั้นไม่ต้องสนใจใครหรืออะไร ซึ่งบริษัทคนเกือบ 200 มีแค่ 6 คนพวกผมนี่ล่ะ ที่ทำตัวงี้ :37:
ครับ ก็เท่านี้ ก็ไม่รู้ว่าเค้าจะไปคุยกับคนอื่นว่าไง แต่คำของผู้บริหารคือจบ
และเป็นอาญาสิทธิ์ให้ทำตามใจตามเดิมต่อไป
โอเค ชีวิตกลับมาสงบสุข จริงๆก็สงบสุขอยู่แล้วนะ ที่ทำงั้นก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย
แล้วนานๆมีเล่ากับที จบง่ายๆยังงี้ ไม่มันเลย :37:
ชนะง่ายไป ไม่หนุกเลย :37:
เป็นมาม่ารสซุปข้าวโพดไปเลย
นึกว่าจะต้มยำกุ้ง
drama fail :58:
อัปเดตบ้าง
ที่จะลาออกสิ้นปีนี้ บอสใหญ่ขอให้อยู่ต่อแหละ :37:
ขอเงินเดือนเพิ่มเลยครับ :58:
2 เท่า พร้อมโบนัส 10 เดือน และสวัสดิการทำฟัน :58:
เข้า office อาทิตย์ละ 2 วัน :58:
รถกับคนขับรถประจำตำแหน่ง งบเอนเตอร์เทนแผนก เนต 12 เม็ก ทรูวิชั่นแพลตตินั่มแพกเกจ :58:
สวัสดิการอาหารแมว ซ่อมบ้าน ค่าบำรุงเครื่องวีออส :58:
งั้นจะไปไหนก็ไปเหอะ :58:
อวตารเฮียยังเป็นฟอนต์สุดนี่ตกเทรนด์นะครับ :47:
:30: เฮียมาถูกจังหวะมาก
เล่าของตัวเองหน่อย นานๆ ที
ไม่ได้ซีเรียสอะไรนะ เพราะตูไม่มีอะไรซีเรียสกะใครเขาอยู่แล้ว
คือเมื่อวานเพิ่งไปคุยกะคุณคนข้างบนนั่นน่ะครับ (ไม่ได้หมายถึงพี่เจนนะ แต่หมายถึง ฮ.ฮ.)
ปกติเรามีประชุมบอร์ดยักษ์กันทุกอาทิตย์ แล้วตูซะอีกที่ชอบหาเรื่องโดด เพราะไม่ชอบการประชุมซะเลย
แต่ก็หาเรื่องอู้ด้วยการนัดประชุมนอกบ้าง นัดงานไอ้นู่นไอ้นี่ให้ชนกันบ้าง แล้วก็ชิ่งออกมา
เพราะส่วนใหญ่การประชุมกะเฮียจะเป็นคุยเรื่องตัวเลข การตลาด มาร์เก็ตติ้ง รายได้ ผลประกอบการ เงินๆๆๆๆ ..
นึกออกไหมว่าตูจะไปฟังอะไรกะเขารู้เรื่องได้ยังไง :58:
ทีนี้พอโดดหลายๆ ทีก็น่าเกลียดไง (อายเป็นนะ) เมื่อวานก็เลยเข้าซะหน่อย
ปกติจะเตรียมพรีเซนต์แล้วก็ไปนั่งชี้ๆ แบบน่าเบื่อๆ
แต่ทีนี้พอรู้สึกว่าเราไม่ต้องง้อที่นี่ละ ไม่เกรงใจใครละ ก็เลยเริ่มทำอะไรหนุกๆ
ด้วยการทำพรีเซนต์แบบเดียวกะที่ตูไปบรรยายน่ะ :58:
เรียกว่าไม่มีตัวอักษรอะไรกะเขา ใช้โม้เอาล้วนๆ
ซึ่งบอร์ดชอบว่ะ :30: ฮากัน
เออดี ไม่เคยเจอ ฮ.ฮ.แสดงอาการฮาแบบนี้
คราวหน้าเอาอีก เดี๋ยวจะวาดการ์ตูนด้วย
พี่แอนจะไม่ออกแล้วถ้าเป็นแบบนี้ :25:
ผมโคตรชอบวิธี present แบบของพี่เลยอะ :25: เจ๋งมาก >,,<
:25: งั้นก็ไม่ลาออกแล้วซิ
ถ้าจะทำต่อ ก็ ขออนุญาตลาหยุดมาเที่ยวสมุย พร้อมแพคเกจนอนโรงแรม 4 วัน 3 คืน
ตั๋วเครื่องบินไปกลับด้วยนะ
ผมอยากได้ประชุมกับคนแบบ ฮฮ นี่แหละ
อยากรู้วิธคิดของเขา
เหมือนผมโชคดีได้ประชุมกับเจ้าของMK บ่อยๆ
และเจ้าของ ซีเอ็ดบ่อยๆ
เวลามาทำงานเอง เลยสนุกสนาน
เก่งครับ
มองอะไรก็ขาดในเวลาอันรวดเร็วแบบเดียวกะคนระดับนี้ทั่วไป :12:
โดยไม่ต้องไปสนใจด้วยซ้ำว่าเชิงเทคนิคเป็นไง แกเอามามองเป็นเงินได้หมดเลย
อ้างคำพูดจาก: Longtime เมื่อ 03 ก.ย. 2010, 18:13 น.
:25: งั้นก็ไม่ลาออกแล้วซิ
ถ้าจะทำต่อ ก็ ขออนุญาตลาหยุดมาเที่ยวสมุย พร้อมแพคเกจนอนโรงแรม 4 วัน 3 คืน
ตั๋วเครื่องบินไปกลับด้วยนะ
ยังไม่แน่ เดี๋ยว พ.ย. ค่อยตัดสินใจอีกทีน่ะ แต่สมุยนี่ไปแน่ :27:
ไปด้วย :25:
ป่ะ ไปกัน :27:
ถ้ามาก็บอกก่อนนะ เหมือนมีแผนคร่าวๆ ว่าจะไปเที่ยวพม่าช่วงพศจิกา :33:
ที่เกาะสมุยมันมีอะไร :53:
ไปย่วย :05:
ไม่ค่อยมีอะไรหรอก
ฝรั่งก็บีกี่นี่ โชว์ก้นย้วยๆ ขาวๆ ( บางวันก็โนบรา )
หนุ่มฝรั่งก็ ถอดเสื้อ ตัวล่ำบึ๊ก กล้ามเป็นมัดๆ
สถานที่ท่องเที่ยวในเกาะ ไม่ค่อยมีไรหรอก
นอกจากชิวริมทะเล และเล่นน้ำทะเล...ทะเล ทะเล
(http://img3.f0nt.com/04/4791e51c285fdbe8b14fc698f9926ff7.gif)
เนี่ย คร่าวๆ 555+
งั้นๆ หนีไปเที่ยวภูเขาดีกว่า :30
เกาะสมุย deep o sea (http://www.youtube.com/watch?v=SPIy35q9RoQ#)
ไปกันเถอะ :07c:
พูดเรื่องเที่ยว :53:
ลืมไปว่า ทดลองงาน ห้ามสาย ห้ามขาด ห้ามลา 3 เดือน :05:
มาอัพเดทชีวิต
ต่อจากที่ว่าจะเปิดร้านใหม่
ตอนนี้เปิดมาได้3สัปดาห์แล้วค่ะ ขายไม่ดีเลย :05:
แล้วเรื่องที่จะย้ายไปทำเลทองผ่องอำไพก็ต้องพับโครงการ เพราะเอเจนท์เรียกค่ามัดจำถึง6เดือน ไม่รวมค่าแบงค์การันตี ค่าทำเรื่องต่างๆ
สรุปคร่าวๆ ถ้าจะเช่าทำเลใหม่นี่ต้องเสียเงินไปนอนเฉยๆถึง$80,000 (ลองคูณสามสิบดูนะ)
นอกจากเงินทุนที่สูงกว่าที่คาดไว้ ยังเป็นเรื่องคู่แข่งด้วยล่ะ โผล่มาจากไหนไม่รู้ งอกไวกว่าหญ้า เลยตัดสินใจทำร้านเดิมให้ดีกว่าดีกว่า
วกเข้ามาร้านที่เปิดได้สามสัปดาห์(วนไปวนมาชอบกล)
เปิดช่วงแรกถือว่าเฟลกว่าที่คิดไว้เยอะมาก
ขายไม่ดีถึงขั้นว่า ปาล์มยอมไม่คิดค่าแรงตัวเองลดค่าแรงแฟนเพื่อจะได้มีจ่ายค่าแรงให้พนง.คนอื่นๆ
เฟลขนาดนี้ยอมรับว่ามีท้อ เหนื่อยมาก เครียดมาก แต่ไม่ถอยอยู่แล้ว ต้องสู้ถึงที่สุดสิ จะยอมแพ้ง่ายๆได้ไง จริงม้ะ
คิดในแง่ดี ขายไม่มีก็ทำให้เราขยันขึ้น ระวังตัวมากขึ้น ไม่ประมาทคู่ต่อสู้ และคิดอะไรรอบคอบมากขึ้น
สู้ๆครับ :12:
ประสบการณ์ที่เข้ามาเป็นคุณ ทำให้เราได้บทเรียน
และถ้าเราเรียนรู้ สักวันมันต้องดีกว่าที่ผ่านมา
ขอให้ผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่นค่ะ :12:
สู้ๆ จ้ะ
สู้ๆ พี่ปาล์ม
พี่ปาล์ม ทำได้อยู่แล้ว :12:
:12:
คิดบวกอย่างนี้ ต้องบวก
อ่านแล้วมีกำลังใจขึ้นมาเลย
ทำมาได้ขนาดนี้แล้ว เรื่องแบบนี้จิ๊บๆ :12:
สู้ๆครับ ตอนผมเป็นเด็กในร้านอาหารไทยใหม่ๆ บางวันแทบไม่มีลูกค้าเลย แต่บางวันคนก็มากกกกกก
ผมขอแนะนำอาหารว่างยอดฮิต ปอเปี้ย ไม่รู้มันเป็นไร เข้ามาสั่งกินกันทุกคน ขายดีมากกกก
satay chicken stick กับ deep fried spring roll เป็นอาหารทานเล่นขายดีสุด
คงเป็นเพราะมันกินง่าย รสชาติกลางๆ คนรู้จักกันเยอะ
สู้ต่อไป ฮึ้บ!
เฮ่!
อ้างคำพูดจาก: Palm4u เมื่อ 15 ก.ย. 2010, 12:59 น.
satay chicken stick กับ deep fried spring roll เป็นอาหารทานเล่นขายดีสุด
คงเป็นเพราะมันกินง่าย รสชาติกลางๆ คนรู้จักกันเยอะ
สู้ต่อไป ฮึ้บ!
ซึ่งทั้งคู่ไม่ใช่อาหารไทย :30:
สู้เว้ยเฮ้ย :12:
ป.ล. วันนี้เพิ่งไปจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนสามัญรับงาน เดี๋ยวเก็บตังค์ต้นปีหน้าจะเปิดบริษัทแล้ว :37:
จะเป็นเสี่ยร่ม :25:
เดี๋ยวว่าจะหาสถาปนิกรีอินโนเวทบ้านทำออฟฟิศ :49:
ที่จริงคือจะซ่อมบ้าน หลังคารั่ว ปลวกแทะพื้นปาเก้ หลังบ้านทรุด :58:
ฉลองงงงงงง :51:
อ้างคำพูดจาก: Rubberduck เมื่อ 15 ก.ย. 2010, 14:26 น.
เดี๋ยวว่าจะหาสถาปนิกรีอินโนเวทบ้านทำออฟฟิศ :49:
ที่จริงคือจะซ่อมบ้าน หลังคารั่ว ปลวกแทะพื้นปาเก้ หลังบ้านทรุด :58:
อันนี้ออกแนวจะหาลูกมือมากกว่ามั้ง :30:
พี่ร่มจะทำ บริษัทอะไรครับ
รับจัดอีเว้นท์ (ทักษะผัวเมีย) ทำวิจัย (เมีย) และ ทำสื่อ (ผัว) ประมาณนี้ครับ :30:
โดยมีนโยบายคือสร้างสรรค์สังคม โดยเน้นเพื่อเด็กและเยาวชน... แต่ไม่รู้จะทำได้ตามนี้แค่ไหน :30:
ตอนนี้ก็ทำกันสองคนผัวเมียเป็นหลัก งานที่จะไปเซ็นสัญญาพรุ่งนี้คือ
รับจ้าง สสย. จัดเสวนา และประชาสัมพันธ์ เรื่อง(ร่าง) พรบ.สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เพื่อเยาวชน ครับ
ก็บอกแล้วว่าพักนี้กำลังอินการทำอะไรเพื่อสังคมอยู่ :30: :30:
ส่วนตู ตอนนี้อย่างยุ่งเลย :08:
เป็นพนักงานบริษัทนี่มันอะไรกันนักกันหนา :3005:
ผมว่าพี่เป้ดทำอะไรดีดี แบบนี้ดีแล้วแหละครับ
คนทำอะไรดีดีมีไม่มาก ต่างกับคนทำอะไรคาบลูกคาบดอก
และทำไม่ดี ไปจนถึงทำเลวไปเลย
ยืดอายุสังคมให้ดีต่อไป
ให้ถึงรุ่นลูกก็ยังดี :22:
ชื่นชมด้วยอีกคนค่ะ
ทำอะไรดีๆ บางทีดูเหมือนจะยาก (จริงรึเปล่าไม่รู้ ต้องลอง)
แต่มันก็เป็นความยากที่มีความสุขนะ
:25:
นานๆ จะรู้สึกว่าพี่ร่มเท่อ้ะ :25:
กะลังจะออกจากบ้านไปทำงานตอน 11 โมง ปรากฏว่ารถยางแบน :08:
ส่งสมส.ไปในคนในทีมว่าเข้าช้าหน่อย (11โมงยังไม่ช้าอีกเหรอวะ? :30:) เพราะรถยางแบน แต่มีไรโทรมาได้เลย
แล้วก็สมส.ไปบอกมาร์ก (อยู่ออสฯ) ว่ารถยางแบนนะ แต่ยังสไกป์ได้ตามเวลาเดิมนะ (มีนัดทุก ศ. บ่ายโมง)
มาร์คตอบมาว่า มีไรรีบรึป่าว? ก็บอกไม่มี มาร์คเลยบอกว่าไม่เป็นไร งั้นมีไรก็เมลมานะ ขอให้มีความสุขกับวันหยุด
อ้าว :55:
งั้นวันนี้นอนอยู่บ้านดิ :30: :30:
โอ้ววว :25:
มีเวลาเอายางรถไปปะเลย
เดี๋ยวรอพ่อมา ค่อยถอดใส่รถไป จริงๆ มีรถจอดนิ่งๆ อยู่อีกสองคัน แต่กุญแจอยู่ในห้องแม่ ซึ่งล็อคเพราะกลัวลูกขโมย :3005:
:30: :30:
เจ้านายเจ๋ง :25:
แม่ตูเจ๋งกว่าอีก :3005:
กำลังจะบุกตลาดอีเว้นท์
พวกเปิดตัวหมู่บ้าน
งานเปิดตัวอื่นๆ ที่เน้นภาพพจน์
และต้องการครูจาก ทอศิลป์
ไปสอนศิลปะ
(ความจริงทำมาสักพักละ แต่นี่จะบุกจริงๆ)
ใครหาอีเว้นท์เก่งๆ
โยนมาแล้วหัก% ไปได้นะครับ :22:
แบบกิจกรรมสำหรับลูกๆ ที่ตามพ่อแม่ไปดูบ้าน อะไรแบบนั้นใช่มั้ยครับ
จะได้เก็บไว้ในใจ :25:
อ้างคำพูดจาก: Rubberduck เมื่อ 17 ก.ย. 2010, 13:01 น.
แบบกิจกรรมสำหรับลูกๆ ที่ตามพ่อแม่ไปดูบ้าน อะไรแบบนั้นใช่มั้ยครับ
จะได้เก็บไว้ในใจ :25:
ใช้เลยครับ
พวกบ้านแพงๆ เขาชอบทำกันตอนงานเปิดตัว
พวกรถยนต์ที่เน้นครอบครัวก็ด้วย
ธนาคารก็ด้วย
มีตลาดพอควร แต่ราคาไม่สูงนัก
ผมเน้นการรับรู้ตัวตนของโรงเรียนมากกว่า
งั้นเวลารับอีเว้นท์ ซึ่งของผมตั้งใจว่าจะเน้นทางเด็ก จะได้เสนอลูกค้าด้วยครับ :27:
เดี๋ยวค่อยคุยกันอย่างเป็นทางการ เริ่มด้วยปิดเทอมนี้ฝากเลี้ยงลูกด้วยครับ :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: Rubberduck เมื่อ 17 ก.ย. 2010, 13:11 น.
งั้นเวลารับอีเว้นท์ ซึ่งของผมตั้งใจว่าจะเน้นทางเด็ก จะได้เสนอลูกค้าด้วยครับ :27:
เดี๋ยวค่อยคุยกันอย่างเป็นทางการ เริ่มด้วยปิดเทอมนี้ฝากเลี้ยงลูกด้วยครับ :30: :30:
ผมยังให้แม่ยายเลี้ยงเล้ย :40:
ส่วนเรื่องงาน เอาครับ :54:
เหมือนฟังเจ้าของธุรกิจคุยกัน :25:
เจ๊ส้ม เป็นไงมั่งนะ หายไปเลย
จาก
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 23 ก.ย. 2010, 09:43 น.
บ่ายนี้มีนัดสัมภาษณ์งานอีกที่นึงเป็นภาษาอังกฤษ
ความรู้ภาษาอังกฤษตอนนี้ กับตอนที่แล้ว เท่าเดิมเปี๊ยบ :3005:
รอบที่แล้ว สัมภาษณ์ภาษาอังกฤษแบบ 1-1 ยังแทบแย่
รอบนี้สัมภาษณ์ 3-1 โอ้ว อังกฤษล้วนและน่าจะละเอียดกว่าเดิม
แต่ยังไงก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่ดี
ได้ก็คือได้
ไม่ได้ก็มีอีกที่รอรับเราอยู่แล้ว
สู้ต่อไป
ลองดูนายแว่นแดง
เอ่อ อ่า อังกฤษคำนึง เว้นช่วงนึง อังกฤษอีกคำนึง
สื่อสารเท่าที่ทำได้
ตอนนี้ประหม่า กับ กระสับกระส่ายเล็กน้อย
สืบเนื่องจากเมื่อคืนนอนยังไงก็ไม่หลับ
คาดว่า เกิดจาก การสัมภาษณ์บ่ายนี้นั่นแล :07:
สู้ๆ :53:
และ
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 23 ก.ย. 2010, 17:08 น.
บวกทุกคนที่ให้กำลังใจ :22:
กลับมาจากสัมภาษณ์แล้ว
คุยกันสบายๆ มาก
ไทยคำอังกฤษประโยค
ไม่กดดันเลย
เมื่อคืนทำเอานอนไม่หลับ พลิกตัวไปมา ก็ไม่หลับ :07:
ผ่านมาสักสามชั่วโมง
เขาเพิ่งโทรมาแจ้งครับ
ว่า วันจันทร์เข้ามาเซ็นต์สัญญา
สรุปว่า ได้งานที่ P&G แล้วครับ
ตำแหน่ง Office Planning :07:
สรุปว่าตอนนี้ ผมได้ที่ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ เป็น PR
PR ก็คือ ประชาสัมพันธ์
ถ้าทำอันนี้ก็นอนบ้านอาม่า ไปกับ สำโรง-อ่อนนุช ต่อ BTSอ่อนนุช ลง BTSพญาไท
และอีกที P&G (Procter & Gamble) เป็น Officer Planning
ดูสายงานการผลิต ส่งสินค้า รับOrder ต่างชาติ อะไรประมาณนี้
อันนี้ นอนอยู่บ้านที่ชลบุรี ต่อรถออกมาลงแยกเฉลิมไทย แล้วนั่งรถบริษัท เข้าโรงงาน WellGrow (แถวบางพลี)
คงเลือกเป็นอันหลัง เพราะเงินเดือนดีกว่ามาก (มากอีกแล้วตู) :3005:
แล้วก็ ทำงาน คุยงานกับต่างชาติเยอะ ดีลงานกับฝรั่งนั่นแหละ
ไม่รู้ว่าตัวเองจะรอดไหม เพราะภาษาอังกฤษตัวเองนี่ อ่านออก ฟังได้ แต่ตอบไม่ได้
แต่ต้องอยู่ให้รอดแหละ อย่างน้อยก็ต้องได้ภาษากลับไปมั่งแหละว้า :30:
เลือกโดยใช้ว่า อันไหนมันดูภาษีดีกว่ากัน ได้อะไรติดตัวกลับไปมากกว่ากัน
สุดท้ายเลยเลิก P&G และคงกลับไปอยู่บ้านที่ชลบุรี
เลยมาอัพเดทชีวิตสักหน่อยครับ ฮ่าๆ
ยินดีด้วยครับ
แต่ชีวิตที่ตื่นแต่เช้ารอรถบริษัทมารับนี่มันทรมานชีวิตรึเกินอะ :30:
ใช่ เข้างาน 07.30 เลิกงาน 16.00น. :08:
เท่ากับต้องตื่นแต่ตีห้าเหมือนเดิม มารอรถบริษัทตอน 06.00น.
เหมือน ตื่นเช้าเหมือนสมัยอยู่บ้านอาม่าเลยมัง :3005:
มีแต่เดินทางเยอะๆ ทั้งนั้นเลย.. :56:
ยังไงก็ขอให้รุ่งขอให้รุ่งในทางที่เลือกเน้อออยเน้อ..
แต่ก่อนก็ตื่นตีห้าขึ้นรถบริษัทหกโมง
ชีวิตเหี่ยวเฉามากๆ
ครับ
เมื่อก่อนก็ใช้ชีวิตบนรถเมล์ :3005:
เข้าเช้าเลิกเร็วก็ดีนะ เหมือนมีเวลาเที่ยวเล่น :30:
สู้ตูไม่ได้ เข้าสาย เลิกห้าโมง :30:
ปล. หลักจากทำงานกะฝรั่งมา 7 สัปดาห์กว่าๆ รู้สึกว่าสบายใจกว่าออฟฟิศเก่า
ตรงไปตรงมามาก ไม่ดีก็บอกไม่ดี ชอบก็ชม คือชัดเจน ไม่ค่อย "แสดง" แบบเจ้านายคนไทย
ที่สำคัญคือเถียงได้แบบสบายใจมาก ไม่มีทีท่าว่าจะไม่พอใจ จะชอบด้วยซ้ำเหอะ
เจ๋งสุดคือเงินเยอะกว่า ได้ฝึกภาษาด้วย :12:
ถ้าเอาเวลางานมาสู้กัน ใครมาสู้กะผมไหม :21:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 23 ก.ย. 2010, 18:38 น.
สู้ตูไม่ได้ เข้าสาย เลิกห้าโมง :30:
ปล. หลักจากทำงานกะฝรั่งมา 7 สัปดาห์กว่าๆ รู้สึกว่าสบายใจกว่าออฟฟิศเก่า
ตรงไปตรงมามาก ไม่ดีก็บอกไม่ดี ชอบก็ชม คือชัดเจน ไม่ค่อย "แสดง" แบบเจ้านายคนไทย
ที่สำคัญคือเถียงได้แบบสบายใจมาก ไม่มีทีท่าว่าจะไม่พอใจ จะชอบด้วยซ้ำเหอะ
เจ๋งสุดคือเงินเยอะกว่า ได้ฝึกภาษาด้วย :12:
ไปทำด้วย ใกล้บ้านที่นนท์นะเนี่ย
แถมรถไม่ติดด้วย เพราะตอนเช้าก็วิ่งขาออก ตอนเย็นก็วิ่งขาเข้า :30:
ประมาณปีนึง เขาอยากจะจากเต็กเพิ่มนะ ถ้าไงเดี๋ยวบอก :30:
แต่ถึงตอนนั้นอาจจะต้องไปอยู่ออฟฟิศที่บางพลีแทน :47b:
ได้มีเจ้านายฝรั่งอยู่ ๒ ปี ชีวิตมีความสุขมาก
ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นคนไทยล่ะ กลับไปเป็นอย่างเดิมๆ อีกแล้ว.. เบื่อ :42:
เดี๋ยวได้เจอเหมือนกัน เจ้านายฝรั่งเนี่ย :05:
แอบเพิ่งเห็น
จารย์เกศก็โกอินเตอร์ :25: :25: :25:
ดีใจด้วยครับ มีพวกแล้ว :3005:
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 23 ก.ย. 2010, 19:39 น.
ประมาณปีนึง เขาอยากจะจากเต็กเพิ่มนะ ถ้าไงเดี๋ยวบอก :30:
แต่ถึงตอนนั้นอาจจะต้องไปอยู่ออฟฟิศที่บางพลีแทน :47b:
ไม่อยากบอกว่าปีหน้าออฟฟิศอาจจะย้ายไป สมุทรปราการ ตรงแถวศรีนครินทร์ทางปากน้ำ :30:
อ้างคำพูดจาก: พลัม เมื่อ 23 ก.ย. 2010, 20:38 น.
ไม่อยากบอกว่าปีหน้าออฟฟิศอาจจะย้ายไป สมุทรปราการ ตรงแถวศรีนครินทร์ทางปากน้ำ :30:
อ้าวจริงพี่พลัมมมมม
แถวบ้านผม
บ้านอาม่าหน่ะ
แล้วพี่พลัมจะรู้ว่า ที่เขาบอกศรีนครินทร์รถติด มันเป็นอย่างไร :30:
อ้างคำพูดจาก: พลัม เมื่อ 23 ก.ย. 2010, 20:38 น.
ไม่อยากบอกว่าปีหน้าออฟฟิศอาจจะย้ายไป สมุทรปราการ ตรงแถวศรีนครินทร์ทางปากน้ำ :30:
พรหมณ์ลิขิต :30:
ทำงานของตัวเอง จัดการเวลาเองได้ :52:
เหรอ ตูว่าตอนนี้งานยุ่งกว่าเดิมอีกนะ :05: :05:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 23 ก.ย. 2010, 18:00 น.
ครับ
เมื่อก่อนก็ใช้ชีวิตบนรถเมล์ :3005:
กำลังจะเป็นแบบนั้นเลยซื้อ iphone ไว้ล่วงหน้าเลยใช่มั้ย :47:
มือถือสมัยนี้แก้เบื่อรถติดได้จริงนะ :30:
แต่แบตหมดเร็วอ้ะ :16:
ใช่ๆ เดือนก่อนอยู่บนรถติดชั่วโมงครึ่ง
แต่ยังใช้มือถือจอเล็กอยู่
อ่าน twitter พอถูไถ
แต่เล่นเว็บไม่ได้
อ่านจบก็นอน :30:
ประมาณนั้นเลยนะพี่แอนสาว
เลยอยากได้พวกมือถือที่เล่นเน็ตได้ดีดีหน่อย
ส่วนที่เป็นไอโฟนนี่ มันสนองNeed ตัวเองด้วยหน่ะ :3005:
วันนี้ได้เดินทางท่วกรุงเลยครับ เช้าประชุมส่งมอบงาน
เที่ยงไปสั่งทำโล่รางวัลงานประกาศผลการประกวด
บ่ายไปนั่งบ้านคุณแชมป์ Exteen ตัดสินงาน
เย็นกินโพนยาง
ไม่ได้เข้าออฟฟิศ มีความสุข :30:
:11:
ไว้มาเที่ยวออฟฟิศผมบ้างนะครับ
จัดมิตติ้งออฟฟิศผมก็ได้นะครับ
โย้ววว ไอ้เกศจะได้มาทำงานใกล้บ้านตูแล้ว :53:
ที่น่ายินดีกว่านั้นคือ บริษัทท่าทางจะโคตรดี มาแนวเดียวกับอีบวบ เลิศมากๆ :30b:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 24 ก.ย. 2010, 02:55 น.
ไว้มาเที่ยวออฟฟิศผมบ้างนะครับ
จัดมิตติ้งออฟฟิศผมก็ได้นะครับ
แล้วตอนกลางคืนก็ทัวร์วงเวียน 22 :55:
:07:
เซ็นสัญญามาแล้ว ลั้นล้ามากมาย
เดือนหน้าเริ่มต้นชีวิต พนักงานเงินเดือน หลังจากเรียนมา ประมาณ 24 ปี :38:
ดีใจด้วยพี่เบียร์
ผมเซ็นสัญญาวันจันทร์นี้เหมือนกันครับ :27:
ต้องส่งโปรเจคจบวันจันทร์นี้เหมือนกัน :27:
ยังไม่เสร็จเลย :3005:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 25 ก.ย. 2010, 08:28 น.
ดีใจด้วยพี่เบียร์
ผมเซ็นสัญญาวันจันทร์นี้เหมือนกันครับ :27:
มีเพื่อนทำงานที่ P&G ด้วยแระ แต่ไม่รู้มันทำอยู่ที่ไหน
อ้าวเหรอๆ :53:
ไว้รอเข้าไปซักพักค่อยมาคุยกันพี่เบียร์
ตอนนี้ไม่รู้อะไรเลย :30:
ปริณดาเชื่อว่า
ถ้ายังไม่โดนนักศึกษาด่า ก็ยังไม่ใช่อาจารย์ที่แท้จริง :30:
(http://img3.f0nt.com/25/acab1e1803f9bec7c2f48207abdf45e7.jpg)
สู้ๆ ครับ
ตอนเราเรียน เราก็เคยบ่นอาจารย์เหมือนกันทุกคนหล่ะมัง :42:
ใช่เลย
ไม่ได้ซีเรียส แต่ฮา
เพราะว่าเปิดเข้าไปใน wall ของเด็กที่บอกว่าไม่ว่างนี่
มีแต่โพสเกม :30: โพสได้ทุกชั่วโมง
แสดงว่ามันไม่ว่างจริงๆ :30:
งี้แหละ
งานเยอะๆ ยังมีเวลาไปเล่นเกมส์ หรือไปเตะบอลเล้ย :30:
ไม่ลองไปเม้นมั่งล่ะ ตูกว่าลดช่องว่างระหว่างเรากะเด็กได้เยอะนะ
คณะบดีตูยังเม้นรูปเด็กเล้ย :30:
ปกติก็เม้นนะ
แต่ปล่อยไปก่อน
อยากเห็นว่าจะด่าอะไรกันต่อ เข้าไปทักเดี๋ยววงแตก :30:
ใช่ๆ งานเยอะ แต่ยังมีเวลาเล่นเกมอีก :30:
ฉึก! :05a:
ไปเม้นว่า "หนูว่าเพิ่งเคยเรียนจะให้ดีเลิศออะไร แล้วหนูเรียนภาษาไทยมากี่ปีแล้วลูก" :58:
อย่าลืมอีโมด้วยนะ
เดี๋ยวเค้าหาว่าไม่เข้าใจวัยรุ่น(เกรียน)อีกอะ
มีนศ.คนนึง หน้าโหดมาก แต่มันมา คั๊ฟ งับ คราบ อะไรของมันไม่รู้โคตรจะงุงิ
แล้วนึกหน้านศ. :58:
งั้นก็เม้นท์ว่า "จ้ะ 'จารย์มันไม่ดี งั้นเอาเอฟไปแดก แล้วลงวิชานี้ใหม่กับ 'จารย์คนอื่นนะคะ" :22:
เขียนไว้แล้วค่า :30:
เป็นอาจารย์ที่ติดเฟซบุ๊คมาก มีอะไรประกาศลงเฟซบุ๊คก่อนเลย :37::
เราอ่านของจารย์ดาบ่อยๆ เวลาคุยกะนักศึกษา :30:
วันนี้โดนนักศึกษาทวงงานทางเฟซบุ๊ค T-T
แล้วหัวหน้าก็แอดเฟซบุ๊คมาแล้ว เวลาจะโพสอะไรเวิ่นเว้อต้องตั้ง privacy ตลอด
สร้างภาพ :30:
เมื่อวานเจอเพื่อน นั่งคุยกันเรื่องงาน เริ่มรู้สึกว่างานนี้มันยังไม่มั่นคง
จะลาไปไหนก็ลำบ๊ากลำบาก T-T ขนาดปิดเทอมยังต้องเขียนใบลาเลย หักตังค์ด้วย
ทำเรื่องลาไปสามรอบละ ถ้าไม่ผ่านอีกจะโดดงานไป :07:
มีงานทำล่ะค่า \:3005:/
มีคนจ้างสอนภาษาไทย สอนที่ ม.
เนื่องจากมือใหม่ เลยขอแค่ 15 เหรียญ ต่อชั่วโมง
(เพื่อนบอกว่า ถูกไปป่ะ ถูกโครตๆ :07:)
สอนอาทิตย์ละ 4 ชั่วโมง อย่างต่ำ
เริ่มอาทิตย์หน้า :33: :33: :33:
ไม่ โครต นะ
ต้อง โคตร สิ :22:
มีจ๊อบให้ทำดีแล้ว จะได้มีเงินเยอะๆ :12:
อ้างคำพูดจาก: คาโปเอ็มร่า เมื่อ 30 ก.ย. 2010, 10:05 น.
ไม่ โครต นะ
ต้อง โคตร สิ :22:
แล้วจะสอนภาษาไทยเค้าได้ไม๊เนี่ย :3005:
จำง่ายๆ โค-ตะ-ระ อย่าไปจำ โคร-ต :40:
วันนี้ย้ายห้องมาทำงานห้องส่วนดู
อารมณ์อำมาตย์มันเป็นงี้นี่เอง :30:
หมายถึงห้องส่วนตัวรึเปล่า :47:
ห้องในโรงงานเอาไว้สอดส่งคนงาน
เค้าเรียกว่าห้องส่วนดู :29:
เป็นคำเรียกที่เท่มาก :30:
ไม่รู้นี่ไม่เคยได้ยิน :49:
เตรียมหางานใหม่แล้วครับ
ย้ายรกรากกลับถิ่นเดิม :05:
อ้าว :55:
ตอนนี้ยื่นใบลาออกไปแล้วครับ ทำงานต่ออีกสามสิบวันแล้วก็จะเป็นคนตกงานละ
กำลังหางานใหม่อยู่
มีหลายคนถามว่า ทำไมใจกล้าจัง เศรษฐกิจแบบนี้ ไม่สมัครงานใหม่ให้ได้ก่อนแล้วค่อยลาออก
คำตอบก็คือมันจะยิ่งช้าไปกันใหญ่ แถมบริษัทที่เราอยากได้งาน และมีคนต้องการเราไปทำน่ะ
HR ของเค้าไม่สามารถรับเราเข้าทำงานได้ทันทีเพราะเรามาจากบริษัทที่เป็นลูกค้าของเค้า
หรือเป็นบริษัทในลักษณะเดียวกัน จะมีปัญหากับการฉกคน ดึงคนของกันและกัน
(ทีตอนตัวเองดึงคนจากบริษัทอื่นมาไม่เห็นจะพูดยังงี้เลย)
อาจจะต้องกระโดดไปทำงานที่บริษัทอื่นก่อนซักพัก ถ้าดีก็ทำยาว
ถ้าไม่ดีก็กลับมาสมัครทำที่เดิม แต่ต้องเป็นตำแหน่งที่สูงขึ้นเท่านั้น
เพราะตอนนี้ทำงานในวุฒิ ปวส. อยู่เอง ที่เลือกทำเพราะอยู่ใกล้บ้านแฟน
ตอนนี้แต่งงานแล้ว จะหางานที่มั่นคงจริงๆ ทำละ :37:
ก็เลยตัดสินใจลาออกดีกว่าครับ อยู่ต่อไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น
ถ้ารอสิ้นปีก็ได้โบนัสแค่เดือนเดียว เงินเดือนขึ้นก็เดือนกุมภาพันธ์โน่น
แถมอยู่สองปีได้เงินเดือนขึ้นแค่สามสี่ร้อยเอง
(ปีก่อนโน้นเงินไม่ขึ้นเพราะเศรษฐกิจแย่ ปีที่แล้วสามร้อยกว่าบาท) :41:
ให้ได้งานใหม่ก็กระโดดไปเริ่มงานได้ทันทีดีกว่า
ช่วงนี้ก็เลยเป็นช่วงที่อยากลาป่วยก็ลา อยู่ทำงานไปวันๆ หางานใน internet ไปในตัวด้วย
ไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่ แต่ก็อยากได้งานใหม่ให้เร็วที่สุดเหมือนกัน
ใครมีงานให้ทำบ้างครับ จบพระจอมเกล้า สาขาอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวัดและควบคุม
:46: :46:
หมีน้อยรับเยอะนะครับ
แต่ส่วนมากรับจบใหม่กะอายุงานไม่เยอะ
หมีน้อย?? อายุงานน้อย ถ้ายิ่งประสบการณ์ในโรงงานแล้วแค่สองปีเอ๊ง :56:
http://www.minebea.co.th/ (http://www.minebea.co.th/)
ไม่รู้คุณสฟิ๊งพักอยู่แถวไหน ลอง nidec ดู มีหลายพื้นที่
กลุ่มอุตสาหกรรมคล้ายๆหมีเล็ก :22:
พี่ฟิ๊งอายุเท่าไหร่อะครับ
พวกนี้มันลิมิตอายุด้วย :46:
30 ขวบ :47:
วันนี้มีช็อตเด็ดของมาร์คมาเล่าอีก
คือเค้าบอกว่าอยากไปดูโรงงานผลิตของซับฯ ที่ผลิตชุดประตู-หน้าต่าง อลูมิเนียมให้
ตูก็เลยให้ทางโปรเจ็กฯ โทรไปนัด (โปรเจ็กฯ มันหลีเซลล์อยู่ :47:) ว่าวันพฤ. หน้าจะเข้าไปดูโรงงานได้มั้ย
แต่พอทางนู้นติดต่อกลับมา เขาเสนอว่าเป็นวันเสาร์หน้ามั้ย เพราะผู้บริหารเขาบินมาจากออสฯ พอดี จะได้เจอกัน
ตูก็รีบ sms ไปถามมาร์คว่า โอเคมั้ย? มาร์กก็ตอบกลับมาแทบจะทันทีว่า
"We'll talk today about it na. ..... I not like working Saturday...:)"
ตอบได้ถูกใจลูกจ้างอย่างตูมาก :30:
ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้นรีบตอบกลับไปว่า "Me neither lol" :52:
เจ้านายอะไรกันเนี่ย.. น่ารักน่าหยิกเป็นที่สุด :56:
หล่อล่ำด้วยนะ แต่มีเมียแล้ว พร้อมลูกติดอีกสองคน :56:
ชอบตรงลูกติดนี่แหละ :56:
ได้-ไม่ได้ก็งานนี้ล่ะวะ
กูสู้ตายงานนี้ !! :07:
อ้างคำพูดจาก: VeryHappy เมื่อ 02 ต.ค. 2010, 00:22 น.
ได้-ไม่ได้ก็งานนี้ล่ะวะ
กูสู้ตายงานนี้ !! :07:
ได้กะเจ้านายอะนะ :07:
ไม่ใช่แล้วเฮียบวบ !! :07:
คือจะแสดงงานโซโล่เดี่ยว มีคนเค้าออกตังให้ทำ มีสถานที่อะไรให้เรียบร้อย
แต่ยังไม่เสร็จดี เวลาก็กระชั้นเข้ามา งานประจำก็ทำอยู่ งานฝิ่นนี่ไม่ต้องพูดถึงงดยาวเลย :05:
เจ๋งว่ะ เชียร์ๆ :25: :27:
ดีอะชื่น
ถามหน่อยว่ามีเบียร์ให้มั้ย ถ้ามีจะไปช่วยแบกของ
ส่วนตูยังไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรเลี้ยงชีพเลย :30:
อพยพมาเป็นชาวกรุงเทพเรียบร้อยแล้วครับ อย่างน้อยๆ ก็ 1 ปีล่ะนะ :25:
ตอนนี้ได้ที่อยู่เรียบร้อย งานเดิม แต่ย้ายเข้ามาทำประจำ (จากเดิมเป็น part time)
เริ่มงานจริง 11 ตุลานี้
มาอยู่กรุงเต้บ :27:
ยินดีด้วยครับไอซ์
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 01 ต.ค. 2010, 23:35 น.
หล่อล่ำด้วยนะ แต่มีเมียแล้ว พร้อมลูกติดอีกสองคน :56:
กรี๊ดดดดดดด :25: :25: :25:
ไอซืมาอยู่กรุงเทพแล้ว :25: :25: :25:
ได้งานที่ใหม่แล้ว ขอลาออกจากบริบัทเมื่อตะกี้เลย แต่ก็เกริ่นๆไว้ก่อนอยู่แล้วละนะ
เร็วๆ นี้อนาคตตูจะชัดเจนขึ้นมากๆ
หลังจากอึมครึมมานานครับ
วางแผนเที่ยวดีกว่า
วางแผนเที่ยว :07: :55:
ช่วงนี้อานันท์ งด ขาด ลา มาสาย :05:
ปลายเดือนจะกลับไปงานกฐินที่บ้านก่อน แล้วมาลุยหางานยาว โอ้สส :07: :07:
ไปสอนฝรั่งมาแล้ววันแรก :22: :22:
ฝรั่งหล่อใช้ได้ :56:
โชคดีที่เค้ามีความรุ้มาบ้าง แบบเรียนเอง แต่สำเนียงไม่ได้ อยากให้มาฝึกสำเนียง กับเขียนนิดหน่อย
เราก็เตรียมการสอนไปซะดิบดี เอาเข้าจริง เค้าจะถามเรามากกว่า เราก็บอกๆ อธิบายๆ
แล้วเค้าก็ถามเกี่ยวกีับวัฒนธรรมไทยแบบที่เค้าเจอมาว่าแบบนี้ๆแปลว่าอะำไร
ก็สนุกดี ไอ่ที่เตรียมๆมาแทบไม่ได้ใช้ :30: :30:
ตอนแรกบอกสอนแค่ สองชั่วโมงนะ ไปๆมาๆ เม้าท์มอยไปเรื่อยๆ
สามชั่วโมง :30: :30: :30: :30: :30: :30:
ได้ค่าตอบแทนมา $50 :25: :25: :25:
ตอนเย็นฝรั่งส่งข้อความว่าบอกว่า เอนจอยมาก :30: อยากเรียนอีก อาทิตย์หน้าจัดหนัก!!!
:30: :30: :30:
ดีวุ๊บ
:25: ขอ ss หล่อจริงมั้ย
มีแต่รูปใน ฟบ.
เป็นนักมวยด้วย :30:
สอนผิดแล้วเค้าจะต่อยอิ่มไม๊ :3005:
(http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash1/hs341.ash1/29214_399512993677_800183677_4088993_6201923_n.jpg)
เป็นคนที่ฮามาก
บอกว่าเมื่อปีที่แล้วไป "สักยันต์" (ใช้คำนี้เลย) ที่วัดบางพร้า
ก็สักๆไป บอกว่าไม่เจ็บเท่าที่คิด แต่ก็เจ็บอยู่
พอสักเสร็จ หารอยสักไม่เจอ
ปรากฎว่า เึค้าสักน้ำมันให้ :30:
ฝรั่งเคือง....
จะกลับไปสักอีกรอบ :30:
:58: (ฝรั่ง) :แล้วก็สักน้ำมันที่หมัดซ้ายด้วย จะได้ต่อยหนักๆ
:37: : แล้วหนักขึ้นจริงไม๊?
:58: : กลับไปชกที่ป่าตองชนะเลย
:37: : ว๊าววว อะเมซิ่ง!!!!
:58: : แต่ตูแพ้นัดต่อมา
:37: : :30: :30: :30:
ปิดซิกแพคไว้ทำไม :07:
กล้ามโคตรโหด :07: :07:
โดนต่อยแน่ :07:
เป็นฝรั่งที่ชอบความเป็นไทยดีจัง.. :25:
แอบสอนมุขจีบสาวให้ด้วย
ท่าทางจะชอบ :30:
ชอบอิ่มอะนะ :26:
ชอบวิล :26:
ของเค้า :07:
อุ๊ย :56:
กล้ามน่าคลุกวงใน :53:
ตาแดงด้วย :07:
ขำสักน้ำมัน :30: :30:
room magazine นิตยสารที่อย่างทำงานด้วยมาตั้งกะขึ้นปีสอง (ครั้งแรก)
โทรมาขอนัดสัมภาษณ์...
ทำไมโทรมาตอนนี้ฟะ ตูสมัครไปตั้งสามเดือนฝ่าแล้ว :0705:
แล้วเสือกมาเรียกตอนที่ตูกำลังแฮปปี้กับงานใหม่เลย :05:
อ่าน Room เยอะมากๆ
เป็น Magazine ที่ชอบเลย :25a:
ลองไปสัมพลาดดูดิ เผื่อมีอะไรดีๆ หรือถ้าไม่มีอะไรดีๆ จะได้รู้ :56:
ตอบรับสัมภาษณ์ไปแล้ว :30:
อยากไปรู้ไปเห็นเหมือนกัน จับพลัดจับพลูได้ขึ้นมาล่ะลำบากอีก
แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ไม่คิดว่าจะดีกว่างานที่ทำแน่นอน
ปล. ทำไมไม่เรียกเร็วๆ ฟะ :05:
ชีวิตก็เป็นอย่างนี้เสมอล่ะจ้ะ :52:
ทำหนังสือสนุกสุดแล้วบวบเอ๊ย
ได้กิน ได้เที่ยว ได้เห็นงานดีๆเยอะแยะ
ยุแหลก :30:
จริงด้วย ได้พักที่ดีๆด้วยหนิ :27: :27: :27:
เนี่ย แล้วก็มาเชียร์กันแบบนี้ :3005:
เดี๋ยวนะ เขาแค่เรียกไปสัมภาษณ์เอง ยังไม่ได้รับซะหน่อย ไว้ได้แล้วค่อยมาเครียดมั้ย :3005:
ปล. พอคิดถึงความก้าวหน้า + ผลตอบแทน ยังไงก็ไม่คิดว่าจะดีสู้ที่นี่ได้ :30:
ทำนิตยสาร ได้นางแบบด้วยนะ :27:
แต่ถ้ามองอนาคตก็ทำที่ปัจจุบันไปเถอะบวบ
นั่นดิ :37:
เคยคิดจะไปสมัครเหมือนกันเพราะมันใกล้บ้าน :30:
ในชั้นปีมีทำอยู่ตั้งสองคน :32:
ปุยอ่ะทำอยู่รูมกับเต้
พี่ปุยพี่รหัสผม :25:
อ้างคำพูดจาก: อนินทรีย์แดง เมื่อ 11 ต.ค. 2010, 10:47 น.
room magazine นิตยสารที่อย่างทำงานด้วยมาตั้งกะขึ้นปีสอง (ครั้งแรก)
โทรมาขอนัดสัมภาษณ์...
ทำไมโทรมาตอนนี้ฟะ ตูสมัครไปตั้งสามเดือนฝ่าแล้ว :0705:
แล้วเสือกมาเรียกตอนที่ตูกำลังแฮปปี้กับงานใหม่เลย :05:
ไปสัมภาษณ์มาแล้วครับ :33:
เขานัดบ่ายโมง ไปถึงเที่ยงครึ่ง ฝ่ายบุคคลเงียบกริบ ปิดไฟด้วย ก็เลยไปหาที่นั่งริมน้ำ กินน้ำชา สูบบุหรี่สบายใจ
ระหว่างนั้นก็โทรหาพี่รหัสที่ทำงานที่นั่น ปรากฎว่าแกไม่อยู่ ก็ไม่เป็นไร ก็เล่าให้ฟังว่าอะไรยังไง แกบอกว่าเป็นในฟบ. แล้วล่ะ นึกว่าจะไม่มาแล้วซะอีก :30:
พอใกล้บ่ายโมงกลับไปที่ฝ่ายบุคคล อ้าว คนเต็มเลย แบบนี้เขาไม่คิดว่าตูมาสายเรอะ :07:
ไม่เป็นไร กรอกเอกสารเสร็จคนแรก เลยได้สัมภาษณ์คนแรกอยู่ดี :30:
เอกสารเยอะมาก กรอกไปร่วมห้าสิบนาทีแน่ะ มีทั้งประวัติ ใบประเมิณตัวเอง กับอะไรไม่รู้เยอะแยะ :37:
พอทุกคนกรอกเสร็จ ฝ่ายบุคคลก็พาเดินไปที่ออฟฟิศของนิตยสารรูมครับ ขึ้นไปถึงนี่ใจเต้นตึกตักเลย
เพราะเดินขึ้นบันไดหลายชั้นน่ะครับ :30:
นั่งรอสักพัก เพื่อนที่ทำงานอยู่รูมก็เดินออกมา มันก็อ้าว นึกว่าไม่มาแล้ว (ถามเหมือนพี่รหัสเลย) :30:
ก็คุยกันนิดหน่อยตามประสา แล้วมันก็เดินออกไป แต่ดันเดินกลับเข้ามาพร้อมบรรณาธิการบริหาร พี่แกเลยบอกว่าโอเค เดี๋ยวเอาให้หนัก :47b:
ขอโทษ กลัวที่ไหน :30:
เริ่มถึงเวลาสัมภาษณ์ ก็เข้าไปคนแรก (ชอบมากเวลาพรีเซนต์ จะขอเป็นคนแรก จะได้เป็นบรรทัดฐานให้คนอื่น ไม่ต้องถูกเปรียบเทียบมาก) :52:
ไปถึงก็นั่งปุ๊ก เขาก็ให้แนะนำตัวคร่าวๆ เลย
ก็บอกไปว่าจบที่ไหน ก่อนหน้านี้เคยทำอะไร ทำไมถึงออก ตอนนี้ทำอะไรอยู่
พอบอกว่าทำบ้านน็อคดาวน์เท่านั้นแหละ เขาก็ขอดูเลย ระหว่างเปิดคอมเขาก็ถามทั่วไปจากในเอกสารที่เรากรอก
อย่างมีอยู่ข้อนึงในเอกสารถามว่าอะไรที่เคยเสียใจที่สุด บอกไปว่าเกเรจนรีไทร์ พี่บก.บริหารก็ถามว่า เกเรยังไง
ก็เล่าไปว่าเพลินกับกิจกรรมจนไม่เรียนหนังสือ อะไรแบบนั้น เขาก็ขำ แต่ก็รีบบอกนะว่าเดี๋ยวนี้ไม่เหลวไหลแบบนั้นแล้วนะ ตั้งกะโดนไทร์
พี่บก.อำนวยการก็หัวเราะขึ้นมามั่ง แล้วพูดว่า เหมือนได้บวชเลยใช่มะ แล้วก็ขำกัน :30:
จบจุกจิกนู่นนี่ก็เปิดงานที่ทำอยู่ให้เขาดู
เล่าคอนเซ็ปต์คร่าวๆ แล้วก็หน้าที่รับผิดชอบ กับภาพรวมองค์กรให้เขาฟัง เขาก็สนใจมาก
ในที่สุดก็เฉลยว่า อมรินทร์กำลังเวิร์คโปรเจ็คแบบนี้อยู่เลย ผมก็ถามว่าเพื่ออะไร? จัดแสดงเหรอ เขาบอกว่าเปล่า ทำขายนี่แหละ (อ้าวคู่แข่งบริษัท แถมเติร์ดปาร์ตี้เขาเป็นบริษัทใหญ่ๆ หมดเลย :07:)
จบปุ๊บ เขาก็บอกว่า ดูเราแฮปปี้กับงานที่ทำนี่ แล้วจะเปลี่ยนงานเหรอ
ก็ตอบไปชัดถ้อยชัดคำเลยว่า "ไม่เปลี่ยนแน่นอนครับ :47:"
เขาก็อึ้งไปพักนึง ก็รีบบอกว่า "ถ้าพี่จะให้โอกาสผมทำฟรีแลนซ์ ก็จะดีใจมากเลยครับ :47:"
เขาก็บอกว่าโอเค พี่ก็ว่างั้น เพราะเป็นพี่ พี่ก็คงไม่ออกเหมือนกัน
ทีนี้ เขาก็เลยถามว่า อยากเขียนคอลลั่มแบบไหน แล้วทำไมอยากทำกับเขา
ก็บอกไปว่า ไม่รู้ครับ นึกไม่ออก แต่อยากมีส่วนร่วมกับหนังสือที่ปลื้มมาตั้งกะเรียน ตั้งกะปีแรกๆ ที่เรียนสถาปัตย์แล้ว
เขาก็เลยถามว่า ถ้าให้เขียนคอลลั่มประมาณว่า มีที่อยู่บนเนิน แล้วอยากจะปลูกบ้าน มีอะไรต้องรู้มั่ง จะทำได้มั้ย
ตอบไปชัดเจนมาก "ได้ครับ ผมค่อนข้างมั่นใจว่าผมสามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ดีนะครับ :47:"
ผลคือเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ ได้อีกครั้ง พี่บก.บริหาร บอกว่า "โอเคพี่เชื่อ" พี่ บก.อำนวยการ บอกว่า "ถ้ามึงเขียนได้อย่างที่มึงคุยกับพี่มาพี่ก็ว่าโอเคแล้วล่ะ"
เสร็จแล้วเขาก็บอกว่าโอเค เราสนใจนะ เดี๋ยวจะให้ assignment ไปลองเขียนดู แล้วมาคุยกันว่าโอเคมั้ย
เดี๋ยวออกไปให้ไปคุยกับเพื่อนเรานะ แล้วถามว่ามันทำอะไรอยู่ (โปรเจ็คพิเศษที่บอก) ไม่แน่ประสบการณืของคุณอาจเป็นประโยชน์กับเรา :27:
สรุปว่า ไม่ซีเรียส และเป็นตัวของตัวเองมากครั้งนึงเลยครับ :30:
สนุกดี ไปแบบไม่คาดหวังอะไร แล้วก็บอกไปตรงๆ เลย ว่าอยากทำงานด้วยครับ แต่ขอผมไม่ออกจากงานประจำได้มั้ย :47:
ฟัดแบ็กก็คิดว่าดีนะครับ มีโอกาส :30:
อ้อ เขาถามว่ารู้รึเปล่าว่าจริงๆ เขาประกาศรับวุฒิอินทีเรียนะ
ตอบไปเลยว่า จำไม่ได้ครับ ถึงตอนนั้นจะรู้ ผมก็ไม่สนฮะ :47:
ก่อนออกก็ขออีกดอกนึงว่า "พี่ไม่ดูพอร์ตผมหน่อยเหรอครับ :47:" แกก็เลยต้องบอกว่า เออดูก็ได้ :30:
นานมากแล้วที่ไม่ได้เข้าเวบฟ้อนต์
มาแซวบวบอย่างเดียวเลยว่า
อยากทำเพราะกะเคลม นางบงนางแบบป่าวเนี่ย
นิตยสารบ้าน จะเอานางแบบที่ไหนฟะ :30:
อ้างอิงพี่ก็ว่างั้น เพราะเป็นพี่ พี่ก็คงไม่ออกเหมือนกัน
:30: :30: :30:
เมียเจ้าของบ้านก็ไม่เว้นนะพี่บวบ :58:
อ้างคำพูดจาก: ปิยะ เมื่อ 13 ต.ค. 2010, 17:45 น.
เมียเจ้าของบ้านก็ไม่เว้นนะพี่บวบ :58:
หมายความว่าไงฟะ :3005:
สัมภาษณ์ชิวจนน่าอิจฉา :53:
กรี๊ดดดดดดด รูมๆๆ
รีบมาอัพเดทนะบวบ
ผมฝากให้เอาไหมบวบ :22:
แต่ไม่รู้จักใครในนั้นเลย :30:
เอ๊าห์ :30:
:25: เอร๊ยย พี่บวบ หนังสือ room ด้วยเหรอ
เล่มนี้ก็ชอบ
สัมภาษณ์งานเหมือนตอนเราสัมภาษณ์ที่ บริษัท health today เลยแฮะ
ชิวเกิ๊น ไม่ได้อยากไปเขียนคอลัมภ์อะไร เอารูปวาดไปให้ดู เผื่อจะฟลุ๊คได้เขียนภาพประกอบ :30:
แล้วได้มะ :25:
เป็นตูไม่รับเด็ดขาด
หมั่นไส้มากไอ้พวกมั่นใจจัดเนี่ย
:30:
เวลาพูดไม่ได้ำทำหน้าแบบ :11: :26: :52: นะพี่อ๋าห์
ทำหน้าประมาณนี้ :53: :51: :56:
:53: :51: :56:
พวกร่าเริงเกินเหตุ หื่นเป็นนิจ ตอแหลเป็นกิจวัตรก็ไม่เอาเหมือนกัน :47:
ว่าตามอุ้ย :58:
:1105:
อ้างคำพูดจาก: 0U! เมื่อ 13 ต.ค. 2010, 22:12 น.
:53: :51: :56:
พวกร่าเริงเกินเหตุ หื่นเป็นนิจ ตอแหลเป็นกิจวัตรก็ไม่เอาเหมือนกัน :47:
อันนี้เค้าคงยังไม่เห็น สินะ
โอ้ว รูมนี่อยู่ตรงตลิ่งชันเปล่าบวบ
เมียตูเคยทำอยู่ออฟฟิศเดียวกันนั้น เป็น AE ได้เดือนนึง
แต่ไม่สนุก เงินน้อย งานเยอะ เลยออกมาเป็นแม่ค้า :30:
แต่ออฟฟิศโคตรสวยเลย สถานที่น่าอวดชาวบ้านชาวช่องมากๆ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 14 ต.ค. 2010, 22:09 น.
โอ้ว รูมนี่อยู่ตรงตลิ่งชันเปล่าบวบ
เมียตูเคยทำอยู่ออฟฟิศเดียวกันนั้น เป็น AE ได้เดือนนึง
แต่ไม่สนุก เงินน้อย งานเยอะ เลยออกมาเป็นแม่ค้า :30:
แต่ออฟฟิศโคตรสวยเลย สถานที่น่าอวดชาวบ้านชาวช่องมากๆ
เลขา นายน้อย ที่นั่นสวยมากนะ :25:
ในซอยนั่นแหละ บ.ใหญ่มาก
อยากเป็นฟรีแลนซ์ เหมือนกัน
แต่ไม่อยากเขียนคอลั่มอ่ะ อยากเขียนอธิบายพวกบ้านในเล่ม
ที่ลงรูปมากกว่า :56:
โทรหาพี่ปุยดิพี่ :30:
เกิดมาไม่เคยเห็นออฟฟิศไหนสวยเท่าอมรินทร์เลย :25:
ไม่เข้าใจว่าทำไมงานที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "พริตตี๊" ถึงถูกมองว่ามีแต่ผู้หญิงไม่ค่อยดีทำกัน
ไม่เข้าใจ :07:
เคยมีเพื่อนยื่นงานแบบนี้มาให้ทำ ชุดก็ไม่โป๊ เน้นว่า ไม่โป๊เลยดูดีมาก
แต่พอคนมองก็บอกว่าเป็นงานพริตตี๊ แต่ไม่ใช่แบบพริตตี๊มอเตอร์โชว์
พ่อแม่ก็บอกไม่ให้ทำงานแบบนี้เด็ดขาด :39:
ไอ้เราก็งง สงสารพวกพริตตี๊ โดนมองว่าเป็นผู้หญิงไม่ค่อยดีไปหมด
เป็นพริตตี๊แล้วมันผิดตรงไหนไม่ทราบเนี่ยยยยย :58:
แต่สุดท้ายก็ไม่เคยทำ
คนมันคิดไปเองกันทั้งนั้น :58:
พริตตี้ ไม่ใช่ โคโยตี้ และ โคโยตี้ ก็ไม่ได้ไม่ดีไปซะทุกคน :37:
ก็เหมือนคนเจอตำรวจเรียกก็คิดว่าเค้าจะไถตังค์
เจอเด็กช่างกลมาเป็นกลุ่มแล้วไม่กล้าสบตา
เจอหมอเด็กแล้วคิดว่าจะใจดี
และอีกมากมาย
เจอสถาปนิกแล้วคิดว่าต้องรวยก็มีนะ :05:
คิดว่าทำรายการทีวีแล้วรู้จักดาราเยอะก็มี :58:
คิดว่าเรียนอินเตอร์ต้องรวย
มันไม่เสมอไป :58:
อ้างคำพูดจาก: Puiipuii เมื่อ 17 ต.ค. 2010, 17:21 น.
ไม่เข้าใจว่าทำไมงานที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "พริตตี๊" ถึงถูกมองว่ามีแต่ผู้หญิงไม่ค่อยดีทำกัน
ไม่เข้าใจ :07:
เคยมีเพื่อนยื่นงานแบบนี้มาให้ทำ ชุดก็ไม่โป๊ เน้นว่า ไม่โป๊เลยดูดีมาก
แต่พอคนมองก็บอกว่าเป็นงานพริตตี๊ แต่ไม่ใช่แบบพริตตี๊มอเตอร์โชว์
พ่อแม่ก็บอกไม่ให้ทำงานแบบนี้เด็ดขาด :39:
ไอ้เราก็งง สงสารพวกพริตตี๊ โดนมองว่าเป็นผู้หญิงไม่ค่อยดีไปหมด
เป็นพริตตี๊แล้วมันผิดตรงไหนไม่ทราบเนี่ยยยยย :58:
แต่สุดท้ายก็ไม่เคยทำ
พ่อแม่ไม่ให้ทำบางทีเค้ามองว่าเรามีโอกาสไปเจอคนไม่ดีน่ะ ก็คงห่วงล่ะ
ส่วนเรื่องคนอื่นมองยังไง.. อรว่ามันก็งานสุจริตงานนึงล่ะ ดีไม่ดีอยู่ที่ตัวเอง
ถ้าจะทำ.. ก็อย่าไปแคร์อะไรกับคอมเม้นคนอื่น ถ้าไม่ได้ทำ.. ก็อย่าเก็บมากังวล
คราวหน้าถ้าได้งานแบบนี้แล้วพ่อแม่ถาม
ก็บอกไปทำ PR ก็ได้นะ ไม่ต้องบอกว่าเป็นพริตตี้
งานก็เครือเดียวกันล่ะ แค่เรียกคนละอย่าง :30:
น่าจะเป็นทางออกที่ดี :30:~
คิดว่าทำรายการทีวีแล้วต้องทันข่าวสารแต่ยังละโว้ก็มี :47:
:30:
ก็ขนาดละโว้ก็ยังมีคนมาปรึกษาเรื่องโปรเจคจบเรื่องแฟลชอะนิเมชั่นละวะ :58:
คือหลายคนคงมองว่าอาชีพพริทตี้มันจะเป็นสะพานไปเชื่อมต่อกับอาชีพอื่นรึเปล่า เช่น เด็กเสี่ย นางแบบวาบหวิว อะไรทำนองนั้น
กลัวลูกตัวเองโดนถ่ายมาแบบเสียๆหายๆรึเปล่า แบบที่เคยออกทีวีโดนถ่ายมุมเสยน่าเกลียดๆ กลัวการแต่งตัวโป๊ๆด้วยมั้ง
คือพอฟังว่า พริทตี้ มันดูเป็นงานแย่ๆขึ้นมาเลย ทั้งๆที่จริงอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ บางคนก็แค่ยิ้มหวานๆ บรรยายสินค้าให้ลูกค้าฟังแค่นั้น ไม่มีอะไรต่อก็มี
น้อยปุ้ย ถอดเหล็กดัดฟันแล้วเข้าโมเดลลิ่งโล้ด :07: :07:
พี่อู๋จะเป็นให้ :07:
ลุงร่มจี้จุดตลอดเลย :05:
ใช่ มองว่าเป็นสะพานไปสู่ฯ เหมือนกันเลย
ให้นึกว่าปุย (หรือปุ้ยนะ :05:) ไปเป็นนักการเมือง
ต้นทุนของอาชีพนี้สังคมมองติดลบอยู่แล้ว หน้าที่เราก็คือกอบกู้คืนมาอีกเท่านึงแน่ะ
ที่แน่ๆ ปากซอยบริษัทตูมีติดป้ายเบ้อเร่อเลยว่า รับนวดโดยพริตตี้
แอนไปนวดมาแล้วเป็นไงบ้าง :25:
ก็ดีนะคร..
เฮ้ย :07:
ชม.เท่าไหร่ครับ :37:
:30:
เสาร์ที่ผ่านมาไปงาน world camera มา คนไปพูดบนเวทีเขาบอกตัวเองว่าเป็น MC ถ้ามองผิวเผินก็จะเหมือนพริทตี้แหละ
แต่น้องเขาพูดเก่งดี คือฟังดูเป็นคนคิดก่อนพูด พูดแล้วรู้สึกว่าน่าฟัง สนุก
แต่ก็จะมีพริทตี้หลายเกรด เกรดถูกๆก็จะแค่ยืนยิ้มให้ถ่ายรูป พอถามรายละเอียดในงานก็ไม่รู้เรื่อง :08:
ฝรั่งเขาเรียกว่า shallow ใช่มะ :01:
เพื่อนเคยอยู่ในวงการพริตตี้
ตอนแรกก็เป็นคนธรรมด๊าธรรมดา ไม่ค่อยแต่งตัว เก็บตังค์เก่ง
พอเป็นพริตตี้ งานเยอะ รายได้เยอะ แต่งตัวมากขึ้น แบรนด์เนมมากขึ้น ตังค์เก็บน้อยลง :08:
แล้วก็จะบอกว่า ก็ถ้าไม่แต่งตัวไม่ทำสวย ไม่ใช้ของดีๆ คนเขาก็ไม่มาจ้างอะดิ ก็ไม่มีตัง พอไม่มีตังก็เอาไปทำสวยไม่ได้ แล้วก็ไม่ได้งาน พอไม่ได้งานก็ไม่มีตัง ก็เลยไม่สวย ก็เลยไม่มีงาน
พอทำงานเสร็จก็เลยต้องเอาเงินไปช๊อบๆ จะได้สวยๆ จะได้มีงานเข้ามา จะได้มีตัง จะได้เอาไปช๊อบ
:01:
วนลูปมาก :01:
แฟนเพื่อนเป็นพริตตี้ ใช้โทรศัพท์เก่าแก่มาก(ไม่แน่ใจ รู้สึกจะเป็นของจีนด้วยมั้ง) :37:
เห็นตอนแรกยังแปลกใจเลย เพราะจินตนาการไว้ว่า พริตตี้ต้องใช้ของหรูหราไฮโซ
เพื่อนเพิ่งจะซื้อ iphone 2g มือสองให้ เมื่อไม่นานมานี้
เจอทีไร เล่นเกมเพชรตลอด :30:
ครับ พริตตี้มันมีหลายเกรด พริตตี้โตโยต้านี่เค้าดูเกรดการศึกษาด้วยนะ (มั้ง จำยี่ห้อแน่ไม่ได้ แต่รถนี่แหละ)
เพราะสินค้าบางอย่างเค้าต้องวางโพสิชั่นไว้ให้ดูดี พริตตี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง
ถ้าเจองานดีๆ ก็อย่างทีอรบอก คือบอกพ่อแม่ว่าไม่ใช่พริตตี้นะ
แค่ พีอาร์ไม่พอ ต้องบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ แล้วเอาชุดให้ดูว่าไม่โป๊
นั่งท่องสคริปต์ รายละเอียดงานให้ดูด้วย จะได้เห็นว่างานที่ทำมีสาระ
พรุ่งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ไปสัมภาษณ์งานครับ
สมัครงานครั้งแรก ในรอบ 6 ปี ครับ
สมัครไว้ เพราะอยากลองโดนสัมภาษณ์ ส่ง เรซูเม่ไป เอสี่เดียว 2 บริษัท เรียกสัมภาษณ์ ซะแล้ว
พรุ่งนี้น่าสนุกจัง อยากลองดู
กลับมาเล่าให้ฟังด้วยนะ :25:
ทุกออฟฟิศมีเรื่องนินทา มีเรื่องด่ากัน ลับหลังหรืออะไรก็แล้วแต่
แต่วันนี้ "พวกเรา" ได้เคลียร์เรื่องที่หลายคนคาใจในออฟฟิศ
มากบ้างน้อยบ้าง แต่ก็เป็นสัญญาณส่งท้ายที่ดีครับ สำหรับการส่งไใ้ต่อให้น้องๆ ดูงานการกันต่อไป
#อ๊อดๆ
20/10/53
ดุกมีลูกน้องได้ 1 เดือนแล้ว ชีวิตเริ่มนิ่งขึ้น
เหมือนงานจะน้อยลงแต่ก็มีระเบิดมาเป็นระลอก ๆ ให้แก้งานกัน สนุกดี
แต่มาถึงวันนี้แล้ว
ก็ยังต้องคอยสอนอะไรอีกนิดหน่อย
แต่คงไม่ยากเกินความสามารถ
สรุปว่ามีลูกน้องที่เป็นรุ่นน้องตัวเองนี่ก็ดีเหมือนกัน
ยังไงน้องเราก็ยังเกรงใจเรา ให้ความเคารพ และเชื่อฟังเรา
มากกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันที่ไม่รู้จักเกรงใจอะไรเลย
พี่ขอภาวนาให้น้องอยู่กับที่นี่ไปนาน ๆ
อยู่ให้สบาย ๆ เหมือนการทำงานไปด้วยพักผ่อนไปด้วย
อย่างที่พี่เคยอยู่ที่นี่มาหลายปีเช่นกันนะ :52:
อ้างคำพูดจาก: อนินทรีย์แดง เมื่อ 20 ต.ค. 2010, 00:14 น.
กลับมาเล่าให้ฟังด้วยนะ :25:
เล่าให้ฟังว่าไม่ได้ไปแล้วครับ เขาเพิ่งส่งแผนที่มา บริษัทอยู่ฝั่งบางกระปิ แต่ผมอยู่หัวลำโพง แถมตอนเที่ยงมีประชุมกับลูกค้าที่แจ้งวัฒนะ
โทรบอกเขาว่าคงไม่ได้ไป (เพราะไปก็ไม่เอาอยู่ดี ตูเล่นอะไรของตูเนี่ย :05: ถ้ามันเป็นโอกาสที่ดีคงเสียดายน่าดู :30:)
ผ่านงานมาทั้งหมด 14 วัน
อบรมไปซะ 6 วัน (Training)
นั่งว่างไปซะ 2 วัน (รอ Com กับ รอ IDและรหัสผ่านต่างๆ)
จับงานแบบจริงๆ จังๆ ซะ 4 วัน
นั่งปั่นบอร์ด โพสเฟสบุ้ค ทวีตทวิตเตอร์บ้าง ซะ 2 วัน(ว่างจัดจนนับรวมได้ราวๆ 2วันเลยทีเดียว)
เงินเดือนจะออกวันศุกร์นี้แล้ว
ณ ตอนนี้
ยังทำอะไรไม่ค่อยเป็นเลย :3005:
ไปทำงานเมื่อคืนที่ผ่านมามีอัพเดทนิดหน่อย
ขอบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ของแผนกที่ทำงาน
1.พนักงานเจ้าปัญหาซึ่งเป็นที่เอือมของเพื่อนร่วมงาน ถูกเบื้องบนสั่งย้ายด่วนภายใน 24 ชม. ไปอยู่ไลน์หน้า
หลังจากสร้างความไม่พอใจ ความไม่เป็นธรรม เรื่องชวนหงุดหงิด เรื่องชู้สาว ฯลฯ มานาน โดยที่เจ้านายโดยตรง
(ที่ปกติจะออกโรงปกป้องหมอนี่อยู่ตลอดทุกเรื่องให้รอด) ไม่สามารถช่วยได้ (สะใจลึกๆ :22:)
2.ที่แผนกจะเริ่มให้ technician และ MH (พนักงานขนของ) ใช้รองเท้า safety ซึ่งสีครีมขาว สวย ยังกะรองเท้าวิ่งแน่ะ :23:
ไม่เหมือนรองเท้า safety ทั่วไปที่จะเป็นสีดำ น้ำตาล แถมหุ้มข้อ ใส่ลำบาก ทำงานลำบาก
แต่คู่นี้สามารถใส่เดินได้ทั่วทุกตึก เพราะเป็น ESD (Electro Static Discharged)
ถือเป็นก้าวเริ่มของความปลอดภัยของผู้ทำงานที่ต้องเสี่ยงปลายเท้าอยู่ตลอดเวลา :25:
3.สองเรื่องข้างบน จริงๆ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงอะไร ปกติหัวหน้าจะต้องเรียก meeting
หรือแจ้งในสมุดต่อกะ แต่กลับทำเงียบ ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกับลูกน้อง
เพราะปกติหัวหน้าคนนี้ไม่ชอบเรียก meeting ทั้งๆ ที่ในงานด้าน maintenance ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก
ที่ต้องมีการสื่อสารกันตลอดเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันทั้งสามกะ เพราะทำงานกันตลอด 24 ชม.
(สงสัยกำลังเฮิร์ทที่ลูกรักถูกพรากจากอก :30:)
ซึ่งสิ่งที่อัพเดทสองข้อแรกนั้น
เอ็งทำไมไม่ทำซะตั้งแต่ตูยังไม่เขียนใบลาออกฟระ :07: ตูจะได้ทำงานสบายขึ้นตั้งนานแล้ว โวะ :07:
แต่ก็ยินดีกับเพื่อนที่ทำงานด้วยที่จะได้ทำงานให้สบายหูสบายตาขึ้นอีกหน่อย
ตัวปัญหาตัวใหญ่ไป เหลือแต่ตัวเล็กๆ เดี๋ยวมันก็ฝ่อไปเอง :58:
ส่วนตูก็จะกลับบ้าน ไปทำบุญงานกฐิน แล้วค่อยกลับมาหางานต่อ :12:
สรุปว่าที่พูดมาทั้งหมด ไม่ได้ใช้ :30:
ทันได้ใช้อยู่ :11:
จิ๊กรองเท้ากลับมาคู่นึง เพราะรปภ.ที่โรงงานยังไม่รู้ว่ารองเท้าที่ใช้เป็นแบบใหม่
นี่ถ้าเค้าสั่งมาเร็วกว่านี้นะ ตูใส่ไปเป็นรองเท้างานแต่งงานตูได้เลยแหละ สี แบบ ใช้ได้เลย :47:
คล้ายๆ กันกะฟิงซ์เลยฮะ
วันนี้เจ้านายพูดในที่ประชุมว่า นายฝรั่งมีความพยายามจะย้ายแผนกเราทั้งแผนกไปขึ้นกะแก
จะทำอะไรก็รีบทำเลย ก่อนที่ตูจะลาออก เพราะเอือมกับวัฒนธรรมเจ้านายไทยบ้าอำนาจ
:27: 1-2 วันนี้ ได้เข้ามาปั่นบอร์ดบ้าง เปิด web อ่านนั่นนี่นู่นที่อยากทำบ้าง
:30a: ผิดไหมนี่ รู้สึกดีมาก ๆ เลยวันนี้ ที่ได้อู้บ้าง อะไรบ้าง ในรอบ 1 ปี
ตายล่ะ.. ตูอู้ทุกวันเลย :47b:
1-2 วันต่อปีเองเหรอที่ทำแบบนั้น :08:
ของแอ้ ปีนึงจะไม่อู้ได้ซักวันไหม ยังไม่แน่ใจเลย :47a:
นั่นดิ :30:
ด้วย
อู้ทุกวันเลย :30:
อนาคตของชาติ รอครูเก็บผักเสร็จก่อนนะ
เก็บผัก เก็บเพชร ขุดหลุม เสิร์ฟอาหาร :30:
เพิ่งกลับมาถึงกรุงเทพครับ
อนาคตยังไม่รู้
ยังไม่ได้คุยรายละเอียดกะลูกพี่
อยากให้ลูกพี่ขอให้ออก
ไม่ลาออกเอง :30:
กลับมากรุงเทพแบบไม่ชินรถติด
หงุดหงิดพอประมาณ
นึกถึงอากาศเย็นๆ ที่แม่สาย
ไม่อยากกลับมาเล้ย
ไม่ชิว
ไม่ได้ความรู้เพิ่มมาก
แต่ตอนกลับขอ ว. มาคู่นึง
ไว้มาคุยบนรถตอนไปเที่ยวกะเพื่อน
ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
สรุปว่าที่นั่นเจ๊งหรือว่าไรนะครับ ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก
หรือเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ที่ไหนแล้วหว่า
ทำงานมาสัปดาห์นึงกะอีกสามวัน
สนุกเป็นบ้า :3005: เหนื่อยชิบเป๋ง T_T
วันๆ ทำงานเสร็จแทบไม่อยากไปไหนต่อ กลับบ้านกลับช่องกลับห้องหออย่างเดียว
เจ๊งครับ :30:
อันที่จริงโปรเจคหลักคือไปทำโรงไฟฟ้า
แต่ปัญหาถาโถมไปต่อไม่ได้ :30:
ยังอาลัยอาวรณ์แม่สายอยู่เลย :05:
เจี้ยมไม่น่าไปทำเจ๊งเลย :05:
มีแต่คนพูดยังงี้แหละ :30:
เข้าแก๊งไหนหัวหน้าตายเรียบสินะ :52:
ช่วยมาทำงานบริษัทตูหน่อยสิ
เดี๊ยวส่งเรซูเม่ไปนะครับ
:30:
:48:
เฮียมาถูกจังหวะอีกแล้ว :30: :30:
มีอิเบลอยู่แล้วนี่ ไปบริษัทไหนก็เจ๊ง :30:
:30: จริง ๆ ไม่ใช่ว่าตั้งใจทำงาน ไม่อู้ เป็นคนดีอะไรมากมายขนาดนั้นนะ
แต่งานช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ มันเข้าขั้นวิกฤต
เคยเล่าประปรายบ้าง ที่ผลิตงานไม่ทัน มีปัญหา Short Line Toyota อะไรทำนองนี้
+ กับงานใหม่ ๆ ที่เข้ามาเยอะมาก ๆ จากที่ไม่เคยมาทำงานวันเสาร์ ก็ต้องมาบ้างบางเสาร์
จากที่เคยปั่นบอร์ดบ้าง เล่น facebook (เกมส์) บ้าง เปิดเว็บ shopping บลา ๆ ๆ
เหลือแค่อย่างเดียวเลยคือ twitter (บ่น ๆ + อ่านข่าว) เพราะว่า พิมเล่น ๆ จากโทรศัพท์ได้ระหว่างนั่งอยู่ในห้องประชุม :05a:
ตอนนี้ตกงานแล้วแฮะ :30:
รับฟรีแลนซ์ทั่วราชอาณาจักรนะแจ๊ะ :56:
โอ้ว... ยินดีด้วย :25:
ปีหน้าก็จะจบแล้ว
ยังไม่รู้ว่าจะทำงานแนวไหนเลย :3005:
จะจบเป็นรอบที่3 แล้ว ยังไม่รู้จะจบรึเปล่าเลย :3005:
เรื่องงานยิ่งไม่รู้เลยอนาคตเลย :05:
อยากทำงานเกี่ยวกับหนังสือ ..
ทั้งๆ ที่ตัวเองเรียนเศรษฐศาสตร์ :3005:
ไม่แปลกนะ :30:
ตัวเองอยากทำอะไรยังไม่รู้เลย :3005:
อ้างคำพูดจาก: คาโปเอ็มร่า เมื่อ 23 ต.ค. 2010, 21:35 น.
ตัวเองอยากทำอะไรยังไม่รู้เลย :3005:
เรียนไปอีกเรื่อย ๆ จนกว่าจะรู้ว่าอยากทำอะไร :58:
โอว ท่านเทพแนะนำเองเลยนะ .. มาชาบูเร็วๆ
6ปีแล้ว ไปหาสิ่งที่อยากทำข้างนอกมั่งเหอะ :58:
อัพเดตๆ
วันอังคารหน้าเริ่มงานกับเครือ บ. เดิม
เขาทำเนตเวิร์ก ผมทำไม่เป็นหรอก
ไปนั่งเล่นแล้วแต่โดนสั่งงาน
แต่ก่อนต้องอยู่ในฐานทัพอากาศ
ตอนนี้ไม่รู้โดนย้ายไปไหนแล้ว
เดี๊ยวเพื่อนพาไปเอง
มองเห็นความชิวรำไร :30:
คราวนี้อยู่กทม.ป่าว?
ดอนเมืองจ้ะ
ขึ้นๆ ลงๆ ตามกองบิน
ไม่ห่างไกลกันเท่าไหร่นะจ๊ะ :56:
ใช่ๆ ไม่ห่างๆ จากกองขยะมาเป็นกองบิน
มานึกดู
ตูก็เคยทำงานอยู่ในฐานทัพอากาศมาปีครึ่งเหมือนกันนะ
นานกว่าอาร์เอสอีก :58:
พ.ย. แล้ว
รู้แล้วสินะ
อาชีพอะไร :58:
เวลาที่เราทำงานแล้วไม่สนุกกับงานนี่มันทรมานเนอะ
เบื่อการมาสาย...เบื่อคนมาทำงานสาย
พูดบ่อยๆก็กลายเป็นบ่น
บ่นไปก็เท่านั้น
ทำไงถึงจะแก้ปัญหาพนักงานมาสายได้.......คนๆนั้นดันเป็นแฟนเราด้วยสิ
:01:
ไล่ออกครับ :47:
ไล่ออกจากการเป็นพนง.อะเหรอ :47:
ก็... นั่นแหล่ะครับ :47b:
อยากไล่ออกนะ....แต่เขาเป็นเมเนเจอร์
ทุกวันนี้ก็ได้แต่บ่น "เป็นหัวหน้าแทนที่จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกน้อง ทำงี้เดี๋ยวลูกน้องได้ย้อนให้"
:01:
เรื่องส่วนตัว เวลานัดก็ชอบสาย...ไม่เป็นไรชินแล้ว
เรื่องงานนี่ไม่ชอบใจอย่างแรง
หรือจะไล่ออกจากการเป็นแฟนดี :58:
ของแบบนี้วันนึงเขาก็จะรู้ตัวเองน่ะครับ
เราบ่นไปก็เท่านั้น ผู้ชายไม่ชอบให้ผู้หญิง(แฟน)
มาบอกให้ทำอย่างงั้นอย่างงี้อยู่แล้ว
ยิ่งบ่น เผลอๆ ยิ่งไม่ทำ
อีกอย่างอาจจะไม่ใช่ร้านของเขาเองด้วย
หรือเขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกเป็นเจ้าของ
แ่ต่ถ้าอยากพูด ก็ต้องให้เพื่อนเขาพูดเตือน ประมาณว่า
มึงทำแบบนี้ นี่คือการทำร้าย คนดีๆ ที่เขาตั้งใจทำงานนะ
พี่ณตน่ามาเป็นตัวแทนเรียกร้องสิทธิให้ผู้ชาย ให้ผู้หญิงเลิกกดขี่ :05:
:30:
อ้างคำพูดจาก: คาโปเอ็มร่า เมื่อ 24 ต.ค. 2010, 16:50 น.
6ปีแล้ว ไปหาสิ่งที่อยากทำข้างนอกมั่งเหอะ :58:
แบบนี้ก็รู้แล้วดิ ว่าอยากทำอะไร
เห็นตอนแรกบอก ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร :49:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 26 ต.ค. 2010, 09:54 น.
ของแบบนี้วันนึงเขาก็จะรู้ตัวเองน่ะครับ
เราบ่นไปก็เท่านั้น ผู้ชายไม่ชอบให้ผู้หญิง(แฟน)
มาบอกให้ทำอย่างงั้นอย่างงี้อยู่แล้ว
ยิ่งบ่น เผลอๆ ยิ่งไม่ทำ
อีกอย่างอาจจะไม่ใช่ร้านของเขาเองด้วย
หรือเขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกเป็นเจ้าของ
แ่ต่ถ้าอยากพูด ก็ต้องให้เพื่อนเขาพูดเตือน ประมาณว่า
มึงทำแบบนี้ นี่คือการทำร้าย คนดีๆ ที่เขาตั้งใจทำงานนะ
ไม่ยุติธรรมอ้ะ
ผู้ชายบอกไรผู้หญิง ผู้หญิงต้องฟัง
ทีเราบอกมั่งกลับไม่ฟังกันงั้น
หมดช่วงโปรโมชั่นแล้วก็งี้
ไอ้ช่วงจีบใหม่ๆ อะไรๆก็ดีไปโม้ด
บอกไรก็จ้าๆ รับฟังทุกอย่าง
เวลานัดไม่เคยให้รอ เป็นฝ่ายรอเราเสมอ
พอหมดโปรล้ะมาทำกันงี้ :07:
พอๆ เป๋ล้ะ
กลับเข้าเรื่องงาน เงิน ความหวัง อนาคต
พรุ่งนี้จะไปสอบวัดระดับภาษาก่อนเข้าเรียน สรุปว่าลงเรียนมัลติมีเดียล่ะ หลังจากลังเลใจอยู่นานว่าจะเรียนโฟโต้หรือมัลติฯดี
ณ ตอนนี้เชื่อว่ามัลติฯน่าจะตอบโจทย์การทำงานของตนเองได้ดีกว่า ส่วนโฟโต้ที่เป็นความชอบล้วนๆ เอาไว้มีเวลาค่อยไปหาเรียนเสริมดีกว่า
ผิดจู๋ :30:
กลายเป็นช้ำเลือดช้ำหนองซะงั้น :30:
เคยบ่นเรื่องจะโดนตามล้างแค้นในที่ทำงานไว้ ตรงนี้ (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,6683.msg1472900.html#msg1472900)
ตอนนี้เขาล้างจริงอะไรจริง เท่าที่รู้ก็ประมาณนึง ไอ้ที่ไม่รู้อีก..
วันนี้มาถึงจุดที่เริ่มโกรธตอบแล้วนะ (ที่ผ่านมายังไม่โกรธตอบอย่างจริงจังเลย)
จากประสบการณ์กว่าสิบปีในบริษัทเอกชน.. เรื่องอย่างนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาจริงๆ
ถึงเจอก็ไม่ใช่ว่าจะแปลกอะไร..
แต่หนักๆ เข้า คนไม่ใช่พระอิฐพระปูน อารมณ์มันก็ต้องขึ้นบ้างเป็นธรรมดา..
ปล. อยากไปทำนา.. :22:
ถ้าพี่แอ้ไปทำนาเดี๋ยวจะไปเที่ยวค่ะ :53:
ช่วงนี้เบื่อๆ ทีไร คิดถึงบ้านไร่พี่แอ้ทุกที
รอบที่แล้วไม่มีเวลาให้ทำตัวขี้เกียจเลย :30:
ตอนนี้ก็เที่ยวได้แล้วนะคะ :56:
แต่รอหมดฝนก่อนเน้อ หน้าหนาวน่าจะเหมาะกับการไปทำตัวยืดยาดแถวนั้น
คราวที่เอ็มไป อยากให้เพื่อนๆ ไปนั่งเงียบๆ กันคนละมุมเหมือนกัน ไปๆ มาๆ กลายเป็นสามัคคีกันตากฝน :3005:
เอาใหม่ เดี๋ยวแก้มือใหม่ :56:
ทำนาๆๆ :25:
ไปบ้านพี่แอ้ได้ทำนาจริงๆ นะ
มีภาพมาด้วย :30:
แต่อยู่ในภาค3 ของจู๋สีคิ้ว :56:
กะจะทำเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์ ๗ ภาคเลยรึเปล่าเนี่ย :39:
อ้างคำพูดจาก: คุณภูกระดึง เมื่อ 27 ต.ค. 2010, 09:10 น.
ทำนาๆๆ :25:
เอาไว้จะขอไปดูงานบ้านลุงอ๋าบ้างได้ไหมคะ
อยากออกจากเมืองกรุงไปทำนาทำไร่บ้าง แต่ติดที่ว่าอยากได้ตังค์เท่ากับอยู่ที่นี่
ก็เลยยังรีรอ หาลู่ทางอยู่ :56:
มาดิๆ ยินดีต้อนรับครับ
อ้างคำพูดจาก: บิ๊กเล็ก เมื่อ 23 ต.ค. 2010, 21:30 น.
อยากทำงานเกี่ยวกับหนังสือ ..
ทั้งๆ ที่ตัวเองเรียนเศรษฐศาสตร์ :3005:
ทำเลยๆ :27:
พี่จบวารสาร ยังทำเกี่ยวกับหนังสืออยู่ที่ซีเอ็ดเลย
อยากทำอะไรลองบอกรายละเอียดอีกนิด
พี่โอ๋แกก็ช่วยตอบได้นะ ฮ่าๆ
ไปทำฐานเศรษฐกิจสิ :30: :30:
ผมไม่มีไรเล่าเลย สบายมาก :22:
ตกงานใช่มั้ยครับ :47:
ตกงานอย่างเป็นทางการแล้วครับ :47:
หางานอยู่
อ้างคำพูดจาก: sphinx™ เมื่อ 27 ต.ค. 2010, 13:10 น.
ตกงานอย่างเป็นทางการแล้วครับ :47:
หางานอยู่
เป็นช่วงเวลาที่โปรดปรานมาก
ขอให้ได้ขอให้ดี เจอที่เจ๋งๆ รับโยธาบอกกันมั่งเน้อ :56:
วันนี้โบว์กะแอนแจ้งลาออกแล้วนะคะ
มีผลคือทำงานถึงสิ้นเดือนธันวาคม
แต่คงไปไม่เกินวันที่ 20 ที่เหลือก็ลาพักร้อนน่ะ
ปล.ที่ออฟิส มีดราม่าด้วยแหละ
ไว้มาเล่าให้ฟังนะ เรื่องมันยาว หรือถ้าอีเบล(ก้าวร้าว) ว่างๆ มาเล่าก่อนก็ได้นะ :30:
ทีนี้ก็นับถอยหลังอย่างสบายใจละ :12:
รอฟังดราม่า :25:
รีบไปสัมพลาดอีเบลอย่างเร็ว :52:
ดราม่า เรื่องเดียวกับฉันหรือเปล่าโบว์ :30:
หรือว่ามีเรื่องอื่นนอกจากที่โทรบอกวันนั้น
เบลมาเล่าไปติ่งนึงแล้วก็จากไป
ต่อเลยๆ
อยากรู้ :25:
บอกให้ติ๋มลาออกแล้วเหมือนกันครับ
น่าจะมีผลปีหน้านะ
พอพูดถึงเรื่องดาราม่าก็ดันอยากรู้กัน ทั้งที่ไม่ได้รู้จักอะไรกะใครก็ยังจะอยากเสพ
คนเรานี่เสือกจริงๆ :30:
คนทักเอ็มมาเต็มเลย ถึงว่าสิ :30:
อยากรู้ด้วยคน
อยากเสือกเรื่องชาวบ้าน :02:/
หึหึ :05:
:30: :30:
มาแล้วๆ
เกาะขอบจอ :25b:
เรื่องธรรมดากับการเจอคนกากๆ ในที่ทำงาน :30:
คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ พอพี่แอนส่งใบลาออก ด้วยการที่คิดถึงและอยากจะสั่งลา
พี่แอนก็เลยไปขี้ไว้หน้าลิฟต์ หลังจากนั้น คนที่อาร์เอสก็ตามหาเจ้าของกันวุ่นวาย เกิดการโบ้ยกันไปมาในแผนก
ส่วนเรื่องดราม่าที่บอก ก็คือเรื่องนี้แหละครับ
:08: จักรี
ตกลงแอนทำจริงๆ เหรอเนี่ย :41:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 22 มี.ค. 2010, 19:31 น.
:58: แหม ถ้าเป็นเรามีเรื่องกะเจ้านายงี่เง่าก็อยากทิ้งขี้ไว้สักก้อนเหมือนกัน
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 22 มี.ค. 2010, 19:37 น.
แอนจะขี้ในลิฟต์ แล้วกดไปชั้นบนสุดอะนะ :25: :25: :25:
:25: เท่สุดๆ
:30b: นี่ไปเอาหลักฐานมายืนยันเลยเรอะ
เวลาเราอยากรู้เรื่องคนอื่น นี่ เสือกกันทุกคน
กับเรื่อง ดารา เราก็เสือก
เรื่อง อะไรก็เสือก
เพราะ เสือกแล้วน่าจะสนุก
ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรกับตัวเองเลย
ขอให้ได้เสือก
รอเสือกด้วยครับ :22:
อ้างคำพูดจาก: นักศิลปะ เมื่อ 03 พ.ย. 2010, 11:23 น.
เวลาเราอยากรู้เรื่องคนอื่น นี่ เสือกกันทุกคน
กับเรื่อง ดารา เราก็เสือก
เรื่อง อะไรก็เสือก
เพราะ เสือกแล้วน่าจะสนุก
ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรกับตัวเองเลย
ขอให้ได้เสือก
รอเสือกด้วยครับ :22:
:30b:
\:30:/
:30:
:30:
ด้วยๆ :27:
เรื่องยาวมากๆ สนุกด้วย ดราม่าสุดๆ
เสาร์นี้จะมาเล่านะ ้เริ่มว่างล่ะ :37:
ดราม่ามหากาพไตรภาค ไม่จบไม่สิ้น :30:
แกจะเล่าภาคไหนนังเบล มาช่วยกันด้วยนะ
วันเสาร์แล้ว เล่าเลยๆ :25:
เล่ายากมาก ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนเลยเนี่ย :30:
แนะนำตัวละครก่อนสิ :37:
หรือว่ามีตัวละครลับด้วย :55:
รอฟังค่ะ :25:
อรเป็นนางเอก
อืมๆ จบละ
แยกย้ายกลับบ้านได้ครับ
ย้อเย่น :3005:
อย่างที่รู้กันคือโบว์แอนเข้าไปทำงานที่อาร์เอสได้ปีกว่าแล้ว
ทำเว็บการศึกษา (สคบ) เข้าไปทำหน่วยงานเดียวกะเว็บแมวเหมียว
ดึงน้องนุ่งในเว็บฟอนต์ไปทำกันหลายคน
ตอนแรกแมวเหมียวทำของแมวเหมียว เราก้อยู่ของเรา ทำของเรา
แต่อยู่ๆเค้ามารวมกัน มีเว็บเพลงด้วย เท่ากับมี 3 เว็บในหน่วยเดียวกัน
หลักๆ ทำงานเหมือนเดิม แต่มีบางส่วนที่ทำงานร่วมกัน เช่นส่วนโปรแกรมมิ่ง
ขั้วอำนาจเลยแบ่งเป็นหลายฝักหลายฝ่าย คุณปรัชญาเป็นผู้จัดการ
ซึ่งฝ่ายเราเน้นฮา มีกลุ่มอำนาจใหญ่ที่สุด
ไอ้หมีตอนแรกอยู่ สคบ แต่เนือ่งจากมีประเด็นกันนิดนึง
ตอนแรกที่วางตำแหน่งไว้ สคบจะมีคอนเท้น 2 คน
แต่หมีและอีกคนที่ทำ ไม่มีใครสามารถเป็นหัวหน้าได้ เรามีความจำเป็นต้องรับ senior เข้ามา
ถ้าเอาหมีไว้ จะต้องให้คนนึงออก จึงเห็นสมควรจะถีบหมีไปทำแมวเหมียว และรับ senior เข้ามาสคบ
จบภาค 1 :37:
โห เล่าเป็นสามก๊กเลยเหรอ :30:
ได้ๆ งั้นสรุปภาคแรกว่า เราไล่หมีออกไป..
หมีมีความในใจอะไรช่วงก่อนโดนไล่ออกบ้าง :37:
นี่มันแค่ prologue พอ ไม่นับเป็นภาค 1
สั้นเกินอ้ะ ไม่มันเลย :07:
ขยายความค่ะ คือทางเว็บแมวเหมียวต้องการคอนเท้นที่มีประสิทธิภาพสูง
และต้องสวย sexy ด้วย ซึ่งอรก็ตรงกับความต้องการ
เค้าก็เลยขอร้องให้อรไปอยู่กับเค้าน่ะค่ะ ตอนแรกพี่โบ พี่แอนก็รั้งไว้
:30: :30: :30: :30: :30:
ความจริงเป็นแบบนี้นิเอง
แม๋ แล้วบอกแม่ว่าเลื่อนตำแหน่ง
ได้นั่งเก้าอี้ซีเนียร์ตั้งนาน :52:
รออ่าน จดจ่อ :30:
ขอเรียลไทม์แบบทวีต
นี่ดราฟต์แคดไปพลาง แล้วก็กดเข้ามารีเฟรชนะเนี่ย :30:
ตอนนี้ที่ออฟฟิศ เพื่อนผมได้เลื่อนเป็น senior
แล้วก่อนหน้านี้มีพี่ senior คนนึง น้องๆเกลียดมาก ว่าเขาไม่ค่อยทำงาน ว่าเขาไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ (ประมาณว่าหายใจก็ผิดละ)
ตั้งแง่ ใส่อคติกันมาก :08:
ซึ่งเมื่อก่อนผมก็ไม่ค่อยชอบแกนะ แต่หลังๆมา แกทำงานเยอะมาก เยอะจนผมว่าเออแกทำงานหนักนะ ทำหลายอย่าง
แกพัฒนาตัวเองขึ้นเยอะ
แต่น้องๆ สองสามคน คิดว่าตัวเองเจ๋งกว่าก็คอยกัด คอยหาเรื่องประจาน(ส่งเมลล์ cc หัวหน้า)ว่าแกทำผิด ทำงานมั่วตลอด
เพราะหวังจะเป็น senior ให้ได้
ผมเฉยๆกับการเลื่อนตำแหน่ง (แต่อัพเงินเดือนนี้ซีเรียส :30:)
เลยมานั่งคิดดูคนอยากเป็นใหญ่เป็นโตเขาต้องทำกันแบบนี้เหรอ ต้องโยนขี้ใส่กันเพื่อความเป็นใหญ่
นี้เขาเรียกว่าทะเยอทะยาน? ผมเห็นแล้วอยากเป็นจูเนียร์ไปเรื่อยๆยังดีกว่าอีก :08:
เห็นด้วยกับอู๋นะคะ
พี่ไม่สนตำแหน่ง พี่สนแต่เงิน
ถ้าเป็นงานที่ทำแล้วชอบ ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ขัดศีลธรรม ได้กะตังค์ดี มีวันหยุด พอแล้วสำหรับชีวิตพี่ :22:
(เพราะอีกไม่นานพี่จะเลิกทำแล้ว.. งานออฟฟิศเนี่ย)
ไปไถ่นาใช่มั้ยครับ :46:
นึกถึงหนังสือเ่ล่มนี้เลย
(http://www.naiin.com/(A(hhMRCkfxygEkAAAANmE2MjNlNjItNTliYS00OGNkLThiOTMtYWVhMmM1ODViN2YwTM-dha6fno8rotD-upC6WnXZeAQ1)S(hvwut2ff3i52jg450uobky45))/Contents/ProductImages/201003/4752741_250.jpg)
http://www.netnapa.net/index.php/blog/56-rins-blog/693-2010-03-06-14-56-26
(http://www.netnapa.net/index.php/blog/56-rins-blog/693-2010-03-06-14-56-26)
---------
ช่วงนี้ไปที่ทำงานมั่งไม่ไปมั่ง
นอนอยู่หอซะมากกว่า
ไปก็ไม่มีอะไรทำ :30:
เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกว่าเฮ้ย กูต้อง "เจริญเติบโตในหน้าที่การงานบริษัทนี้"
เมื่อนั้นแหละครับ คุณได้กลายเป็นมนุษย์เงินเดือนในระบบฟันเฟืองแล้ว :3005:
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 08 พ.ย. 2010, 11:48 น.
นึกถึงหนังสือเ่ล่มนี้เลย
(http://www.naiin.com/(A(hhMRCkfxygEkAAAANmE2MjNlNjItNTliYS00OGNkLThiOTMtYWVhMmM1ODViN2YwTM-dha6fno8rotD-upC6WnXZeAQ1)S(hvwut2ff3i52jg450uobky45))/Contents/ProductImages/201003/4752741_250.jpg)
เมื่อสาวเกษตรอยากไปทำนา :52:
เดี๋ยวมาเล่าต่อนะ :33:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 08 พ.ย. 2010, 11:27 น.
ตอนนี้ที่ออฟฟิศ เพื่อนผมได้เลื่อนเป็น senior
แล้วก่อนหน้านี้มีพี่ senior คนนึง น้องๆเกลียดมาก ว่าเขาไม่ค่อยทำงาน ว่าเขาไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ (ประมาณว่าหายใจก็ผิดละ)
ตั้งแง่ ใส่อคติกันมาก :08:
ซึ่งเมื่อก่อนผมก็ไม่ค่อยชอบแกนะ แต่หลังๆมา แกทำงานเยอะมาก เยอะจนผมว่าเออแกทำงานหนักนะ ทำหลายอย่าง
แกพัฒนาตัวเองขึ้นเยอะ
แต่น้องๆ สองสามคน คิดว่าตัวเองเจ๋งกว่าก็คอยกัด คอยหาเรื่องประจาน(ส่งเมลล์ cc หัวหน้า)ว่าแกทำผิด ทำงานมั่วตลอด
เพราะหวังจะเป็น senior ให้ได้
ผมเฉยๆกับการเลื่อนตำแหน่ง (แต่อัพเงินเดือนนี้ซีเรียส :30:)
เลยมานั่งคิดดูคนอยากเป็นใหญ่เป็นโตเขาต้องทำกันแบบนี้เหรอ ต้องโยนขี้ใส่กันเพื่อความเป็นใหญ่
นี้เขาเรียกว่าทะเยอทะยาน? ผมเห็นแล้วอยากเป็นจูเนียร์ไปเรื่อยๆยังดีกว่าอีก :08:
ประโยคสีแดงนี่ตูเห็นด้วยมากๆ :30:
ก่อนผมลาออุกผมเอาดำแหน่ง โก้ดี เงิน่เคือน่เยอะพอนานไปไี์ม่โก้
อยากงานน้อยลง แต่เงินมากขึ้นอ่ะ :30:
ผมไม่มีงาน
แต่เงินเท่าเดิม
แรกๆ ผมก็ไม่เอาตำแหน่ง
เอาแต่ตังค์ เอาอยู่แบบนั้น
หลังๆ เด็กๆ รุ่นหลังเข้ามาทำงานเยอะมาก
มากจนไล่แนะนำกันไม่หมด
ก็เอาตำแหน่งนี่แหละ โก้ :54:
อาจจะมีดราม่าในที่ทำงาน
ทุกเช้า ก่อน 8.30 จะต้องมาเซ็นชื่อเข้าทำงาน
วันนี้ก็มาได้ตรงเวลาเป๊ะ ยังชื่นชมความแม่นยำของตัวเอง
เปิดสมุดเซ็นชื่อของอาจารย์ประจำตามสัญญาจ้าง
พลิกไปหน้าสามอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เฮ้ยยยย ทำไมชื่อชั้นถูกขีดเส้นยาวเลย :07:
ลักษณะเส้นเป็นปากกาน้ำเงิน ขีดโดยไม่ใช้ไม้บรรทัด
ถามเจ้าหน้าที่ในห้องนั้นเค้าก็บอกว่าไม่รู้ ให้ไปถามเจ้าหน้าที่กจ.ห้องข้างบน
ก็ขึ้นไปถาม เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าไม่ได้ขีดใครเลยนะ แล้วเดินลงมาดูให้
ก็บ่นงุ้งงิ้งว่าคงมีใครมือบอนมาขีด อาจารย์ไปมีเรื่องกับใครมาหรือเปล่าคะ
เจ้าหน้าที่ในห้องนั้นก็ช่วยเป็นลูกคู่ อาจารย์ไปทำให้ใครเค้าโกรธหรือเปล่า
เสร็จแล้วก็เอาลิขวิดลบเส้นนั้นออกให้
ปริณดาก็เซ็นชื่อไปด้วยความงงงวย
ฮ่วย จากซีรีย์สโตรกเกอร์หวานแหวว :53:
จะเปลี่ยนเป็นละครน้ำเน่านางเอกโดนรังแกซะละ :08:
หมายเหตุ สมุดเซ็นชื่อเค้าจะแยกเล่มกัน มีข้าราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย ข้าราชการบำนาญ แล้วก็อาจารย์ประจำตามสัญญาจ้าง
ส่วนเจ้าหน้าที่เค้าใช้แสกนลายนิ้วมือ
เพราะงั้น คนบ้าคนนั้นก็น่าจะเป็นอาจารย์ประจำตามสัญญาจ้างด้วยกันเนี่ยแหละ
ว่าแต่ ชั้นไปทำอะไรให้ใครโกรธตอนหน๊ายยยยย :05:
ดาก็แอบไปขีดของคนอื่นบ้าง วันละคน เว้นวันบ้าง
คนที่มันทำกะชื่อดาคนแรกเท่านั้นแหละที่มันจะรู้ คนอื่นก็คงบ่นเหมือนกัน
เอ แต่ที่เค้าขีดคนแรก ก็คงมาเนียนบ่นเหมือนกันล่ะมั๊ง :47:
ระวังไอ้คนที่ยิ้มให้เรา คุยกะเราดีๆ นั่นแหละ บางทีมันก็คือตัวโกง :37:
ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ ผิดวิสัยนางเอก :56:
อีกอย่าง ไปทำงานคาบเส้นทุกวัน (หวังจะเจอน้องเจ้าหน้าที่ตึกเอวีในซีรีย์สโตรกเกอร์หวานแหวว)
คนอื่นเค้าเซ็นชื่อกันเกือบหมดแล้ว ไม่มีที่ว่างให้ขีดแล้ว :30:
ปกติ ถ้าสายเค้าก็ไม่ได้ขีดเส้นคาดกลางชื่ออย่างงี้นะคะ
เค้าจะเก็บแฟ้มไปเลย อยากเซ็นให้ไปเซ็นที่ห้องเจ้าหน้าที่
เพิ่งโดนครั้งเดียวรึเปล่าน้องดา..
ถ้าครั้งเดียวอาจจะเป็นอุบัติเหตุก็ได้ เช่น ลูกใครมาเล่น
แต่ถ้ามีอีก คงต้องซุ่มดู เพราะถ้าสายแล้วเขาเก็บสมุด
ก็แสดงว่าคนที่ขีดไปขีดในห้องเจ้าหน้าที่ หรือไม่ก็รออีกวันค่อยขีด
ถ้าเป็นเพราะมาแกล้งกันอย่างนี้ ยอมไม่ได้ ต้องหาตัวมันให้เจอ :37:
ดูจากเส้นแล้วไม่น่าใช่เด็กขีดเล่นอ่ะค่ะพี่แอ้ เพราะว่าแม่นมาก ขีดทับชื่อแล้วลากยาวไปช่องเซ็นชื่อเลย
เสียดายมัวแต่ตกใจและงงไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้
อย่าให้รู้ว่าใครทำเชียว :07: ถ้ารู้นะ จะโกรธ :11:
เค้าขีดคั่นวันที่รึเปล่า
เคยเจอเหมือนกัน พอดีไปเซ็นเป็นคนสุดท้าย
เค้าเลยขีดคั่นไว้ ตอนแรกก็คิดแบบดาว่า เฮ้ย ใครมาเน้น ขีดเส้นใต้ชื่อตูวะ
อันนี้ขีดทับนะพี่ :37:
ทำงานมา 3 ที่ ไม่เคยทำงานออฟฟิศที่ต้องเซ็นต์ชื่อ ตอกบัตรเลยอ่ะ :30:
แต่ก็ไม่เคยสายนะ นอกจากเจอเหตุสุดวิสัย :56:
มีแต่ไม่ไปเลยใช่มะ :30:
ถูก :30:
ไม่มีอ่ะลาครึ่งวัน หรือขอเข้าสายหน่อยไปทำธุระ
ธุระ 1 ชม. ก็ลามันทั้งวันอ่ะ :30:
ชอบ่นเรื่องงานมหาวิทยาลัยนิดนึงค่ะ...
ที่ผ่านมามีคลาสที่อรเข้าเรียนตลอด และวิชานี้ก็ต้องส่งงานในคลาส
ทุกคาบอาจารย์จะเปิดงานวิจารณ์ในคาบตลอด ซึ่งอรก็ส่งครบ
ปรากฎว่ามาตอนนี้อาจาย์ส่งเมลล์มาว่างานอรขาดสามชิ้น และจะให้ 0
แต่คอมอรเพิ่งเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์มา งานที่ส่งไปสี่ห้าเดือนก่อนก็ไม่อยู่แล้ว
ซึ่งแบบ... รู้สึกแย่อ่ะ..... โดนวิจารย์แย่ๆในห้องแล้วโดนว่าไม่ส่งอีก เจ็บใจ :05:
ธุระ.. ก็อย่างเช่น ลาไปสัมภาษณ์งานที่อื่น :30:
เถียงดิอร :37:
// เผลอเบิ้ล :47b:
ส่งเมลล์ไปบอกแล้ว เพราะโทรหาไม่ติด
อ้างอิงงานที่อาจารย์แจ้งว่าตกค้างหนูเองเคยส่งในคาบ ซึ่งไฟล์ก็อยู่ที่คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยแล้วค่ะ
และงานทั้งหมด อาจารย์เองก็เคยเปิดในคาบเรียนเพื่อวิจารณ์ในคาบ ตามปกติที่อาจารย์เคยทำทุกปี
ตัวหนูเองไม่ทราบว่าปัญหาการตกหล่นงานเกิดขึ้นได้ยังไง ในเมื่อหนูเองลงไฟล์ในคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยแล้ว
หนูเข้าใจว่าตัวหนูเองเข้าใจว่ามีนักศึกษาคนอื่นที่มีปัญหาเดียวกันกับหนูในเรื่องการตกค้างงาน
และที่ไม่ได้มีปัญหาเดียวกัน ไม่ว่าจะด้วยได้ส่งงานด้วยแผ่นดีวีดีหรือด้วยวิธีอย่างอื่น
แต่อาจารย์เองคงเข้าใจว่าหนูเองเหลืออีกสองวิชาก็จะจบการศึกษาแล้ว
และหนูเองคงไม่อยากมีปัญหาติดค้าง หรือเรียนซ้ำวิชาอีกเป็นรอบที่สอง
หนูมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ตกค้างงานใดๆเพื่อให้ตัวเองมีปัญหาให้จบช้าลง
เป็นไปได้ไหมคะว่าอาจารย์จะคิดเกรดโดยอ้างอิงจากงานที่ส่งไปแล้ว
เพราะตัวหนูเองอย่างน้อยต้องการแค่่ C เพื่อที่จะผ่านวิชานี้และเรียนให้จบค่ะ
ถ้าอาจารย์ไม่ให้ จะไปติดต่อฝ่ายนักศึกษาแล้วให้รีเกรด :37:
เอเข้าใจว่าอาจารย์คงจะเริ่มไม่เข้าใจในประโยคนี้ "หนูเข้าใจว่าตัวหนูเองเข้าใจว่า" :47: :30:
อ้างคำพูดจาก: อนินทรีย์แดง เมื่อ 10 พ.ย. 2010, 14:15 น.
อันนี้ขีดทับนะพี่ :37:
เอ้ารึ อ่านไม่ละเอียด ขออภัย :16:
ย่อหน้าสุดท้ายแปลกๆ แต่ทักตอนนี้คงไม่ทันละ :30:
ตะกี้ก๊อบทับบรรทัดแล้วลบไม่หมดน่ะค่ะ ไม่ได้เขียนไปแบบนั้นนะ :30:
อาจารย์แต๊ปอะป่าว :30:
อาจารย์แต๊ป เก็บงานนักศึกษาไม่เคยตกหล่น :56:
บอกไปตรงๆ เลย หนูมั่นใจว่าหนูส่งงานครบค่ะ
ถ้าพูดอย่างงี้ ถึงส่งไม่ครบ อาจารย์ก็ต้องมีไขว้เขวแหละ :30:
กะว่าถ้าเจอหน้าจะคุยยืนยันอีกทีน่ะค่ะ เพราะอาจารย์ก็วิจารณ์ในห้องแล้ว ทำไมจำไม่ได้
อุตส่าห์นั่งฟังวิจารณ์... ปั๊ด โถ่ะ! :37:
อ้างคำพูดจาก: ดาดี๊ด๊า เมื่อ 10 พ.ย. 2010, 22:33 น.
บอกไปตรงๆ เลย หนูมั่นใจว่าหนูส่งงานครบค่ะ
ถ้าพูดอย่างงี้ ถึงส่งไม่ครบ อาจารย์ก็ต้องมีไขว้เขวแหละ :30:
เหมือนเคยทำ ประมาณนี้เลย แล้วส่งตามไปทีหลังบอกว่าเนี่ยเคยส่งแล้วอาจารย์จำได้ป่าว ทั้งๆ ที่เพิ่งทำ :30:
ทวนสิ่งที่ อ. วิจารณ์ให้ฟัง เผื่อแกจะนึกออก :37:
ตอนแม่ตูเป็นครู
ไปถึงโรงเรียน 7 โมงกว่า ก็เซ็นว่า 6 โมง
ครูคนอื่นก็ทำกันแบบนี้นะ 6.15 บ้าง 6.17 บ้าง
ราชการไทย :30:
แล้วก็จะมีครูเกรียนคนนึงเป็นครูพละที่ไม่มีใครคบ
บ้านแกเป็นบ้านพักครูในโรงเรียนนั่นแหละ แต่มาถึงเขียนลงเวลาไว้เลย
7.59
ดวกส์ :30:
คนเขียนต่อทำไงอ้ะ :30:
เริ่มแผ่นใหม่ :56: ปล่อยตาเกรียนนี่ให้อยู่คนเดียวไปเลย :37:
สมุดเซ็นลงเวลามันมีเล่มเดียว นึกภาพออกมะ ปกแข็งๆ สีน้ำเงินๆ ตราช้างน่ะ :30:
ที่ทำงานเก่าเคยเจออะ พวกชอบบวกเวลาเพิ่ม เรามาถึง เจ็ดโมงกว่าๆ มันเขียนปัดขึ้น 8.00 ไปแล้ว :58:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 11 พ.ย. 2010, 00:03 น.
ตอนแม่ตูเป็นครู
ไปถึงโรงเรียน 7 โมงกว่า ก็เซ็นว่า 6 โมง
ครูคนอื่นก็ทำกันแบบนี้นะ 6.15 บ้าง 6.17 บ้าง
ราชการไทย :30:
แล้วก็จะมีครูเกรียนคนนึงเป็นครูพละที่ไม่มีใครคบ
บ้านแกเป็นบ้านพักครูในโรงเรียนนั่นแหละ แต่มาถึงเขียนลงเวลาไว้เลย
7.59
ดวกส์ :30:
เกรียนมาก :30:
คือถ้าถึงขั้นส่ง-วิจารณ์กันในห้องแล้วอาจารย์ไม่มีทางลืมหรอก ต่อให้สอนหลายวิชาก็เถอะ :37:
ยกเว้นวันนั้นอาจารย์เมาค้าง :47:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 11 พ.ย. 2010, 00:23 น.
สมุดเซ็นลงเวลามันมีเล่มเดียว นึกภาพออกมะ ปกแข็งๆ สีน้ำเงินๆ ตราช้างน่ะ :30:
ที่โรงเรียนแม่ดาเป็นกระดาษเอสี่ตีตารางใช้แผ่นรองตราช้างหนีบไว้อ้ะ
วันใหม่ก็ขึ้นแผ่นใหม่
ถ้ามีคนเกรียนแบบนี้ก็ขึ้นใหม่โลด
ปล. วันนี้ไม่มีคนขีดชื่อเค้าแหละ อดดราม่าเลย
อ. ดา ผู้เสพดราม่า :58:
ดาม่า :58:
อาจารย์เค้าต้องการให้หนูอรขอเกรดจากเค้ารึเปล่า :58:
อ.ดาม่า :30: :56:
- กำลังคิดจะย้ายออฟฟิศไปไว้ที่คอนโด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายลง
เอ๊ะ กำลังคิดว่าจะย้ายออฟฟิศไปอยู่ออฟฟิศจักรี :42:
พี่หนุ่มชวนเหรอครับ ดีๆ ถ้ามีคนมาเช่าร่วม ผมก็จะอยู่ต่อแหละ
พี่หนุ่มไม่ได้ชวนหรอก แต่พี่หนุ่มว่าจะคุยกับพี่หนุ่มอยู่เหมือนกัน
เห็นจักรีบอกว่ามีที่นอนเหลือเยอะ :40:
เยอะ ครับเยอะ เยอะจนเด็กจากไหนไม่รู้มาวิ่งเล่นทุกคืน :30:
อ้างคำพูดจาก: หนูอร เมื่อ 10 พ.ย. 2010, 15:21 น.
ชอบ่นเรื่องงานมหาวิทยาลัยนิดนึงค่ะ...
ที่ผ่านมามีคลาสที่อรเข้าเรียนตลอด และวิชานี้ก็ต้องส่งงานในคลาส
ทุกคาบอาจารย์จะเปิดงานวิจารณ์ในคาบตลอด ซึ่งอรก็ส่งครบ
ปรากฎว่ามาตอนนี้อาจาย์ส่งเมลล์มาว่างานอรขาดสามชิ้น และจะให้ 0
แต่คอมอรเพิ่งเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์มา งานที่ส่งไปสี่ห้าเดือนก่อนก็ไม่อยู่แล้ว
ซึ่งแบบ... รู้สึกแย่อ่ะ..... โดนวิจารย์แย่ๆในห้องแล้วโดนว่าไม่ส่งอีก เจ็บใจ :05:
เคยเจอแบบพี่อรเหมือนกัน ตอนม.ปลาย
งานคู่ ส่ง พรีเซนต์ เพื่อนทั้งห้องรับรู้
เพื่อนได้คะแนน แต่ไม่ได้ เพราะบอกว่าไม่ได้ส่ง
พอบอกว่างานคู่ทำไมคู่ได้แล้วอิ่มไม่ได้ล่ะ
ชีก็นิ่งๆไป แล้วบอกว่า เธอไม่ช่วยเพื่อนทำไง
โอ๊วววววววววววววววววววววว
บ้าไปแล้ว ก็ชั้นออกไปพรีเซนปาวๆ
แถมงานเป็นงานการ์ตูนซึ่งอิ่มวาดอยู่คนเดียว เพื่อนๆรับรู้
พออิ่มขอดูงาน ชีแกก็งึกงักๆ
ปรากฏว่างานอิ่มหาย :07: :07: :07:
ชีเลยมีข้ออ้างว่า นี่ไง ไม่มีงาน ไม่ได้ส่ง
แล้วทำไมคู่ชั้นมีคะแนนล๊า :05:
วันนั้นไฟท์กับเจ้แกเกือบทั้งคาบ
เพื่อนบอกไม่เคยเห็นเถียงอาจารย์แบบนี้มาก่อนเลย
จนสุดท้ายเจองาน มีคนเอาไปหมกไว้หลังตู้
ซึ่งตอนแรกเพื่อนทั้งห้องช่วยหาก็ไม่เจอ เหมือนเพิ่งมาทีหลัง
เจ้เค้าก็อิดๆออดๆ งุบงิบๆๆ ว่าเนี่ยทำใหม่รึเปล่าก็ไม่่รู้ :08:
วาดเองก็เปล่าก็ไม่รู้ ให้พี่สาววาดให้มั้งเนี่ย (หมีเคยเรียนกับเจ้แกมาก่อน)
แต่สุดท้ายก็ให้คะแนน สงสัยจะกลัวมาก :30:
เพราะอิ่มยืนเถียงไม่นั่งเลย แถมเพื่อนทั้งห้องเป็นพยาน :30:
สรุปว่า พี่อร อย่าไปยอมนะคะ
ปล. อาจารย์คนนั้นโครตเกลียดอิ่มเลยอ่ะ แต่รักหมี :30:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 13 พ.ย. 2010, 23:02 น.
เยอะ ครับเยอะ เยอะจนเด็กจากไหนไม่รู้มาวิ่งเล่นทุกคืน :30:
:55:
:14:
พูดเล่นน้า มาอยู่เป็นเพื่อนกันหน่อยนะๆๆๆ :25:
ออฟฟิศอยู่แถวไหนน่ะ :58:
หัวลำโพงครับพี่
ก็กำลังหาอยู่เหมือนกัน แต่ของเอ็งนี่ไกลบ้าน ไกลเมืองที่สุด :58:
หัวลำโพงมันไกลเมืองยังไงฟะ พ่อคนลำลูกกา :3005:
ไกลประเทศรังสิต :30:
แต่ขึ้นทางด่วนนี่ทีเดียวถึงเลยนะ :07:
สนใจมารวมออฟฟิศกันทำงานมั้ยครับ มีอยู่หลายห้องนะ ฮ่าๆ อยู่กันหลายๆ คณะ จะได้หารถูกๆ :30:
อ้างคำพูดจาก: พลัม เมื่อ 14 พ.ย. 2010, 00:28 น.
ไกลประเทศรังสิต :30:
แต่ขึ้นทางด่วนนี่ทีเดียวถึงเลยนะ :07:
เคยจากออฟฟิศที่บางพลี ไปบ้านเพื่อนที่หัวลำโพง ซัดไป 125 บาทแหนะ :05:
จักรีย้ายมาอยู่คอนโดเลย
ตูอยากไปเที่ยวออฟฟิศ แต่ขี้เกัยจไป หลพ :25:
ออฟฟิศจักรีนี่ติดวงเวียน 22 เลยนะ :51: :28:
ตรงข้ามคลีโอพัทรา เลยครับ ออกไปยืนที่ระเบียง นี่ มองไปตรงข้ามยืนเรียงแถวเป็นหน้ากระดานให้เลือกเลยครับ
วันดีคืนดี ออกไปยืนรับลม ตกใจคิดว่าผี รถวิ่งสวนมาไฟสาดส่องหน้า เห็นน้ำสีแดงท่วมปาก คิดว่าเลือด ที่ไหนได้ กินหมาก
จะเอาฮาไปไหน :30:
เดี๋ยวนี้เลยไม่ค่อยอยากออกไปยืนที่ระเบียงแล้วครับ ออกไปทีไร หล่อนๆ ทั้งหลายกรี๊ดผมทุกที :52:
กรี๊ดเพราะหล่อใช่ไหมครับ
ผมเปลือยท่อนล่าง แล้วไปยืนร่อน ให้เขาดูครับ
ผ่านนน :30:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf
:30: เล่นมุกแล้วก็นึกภาพตัวเองตาม อดขำไม่ได้ :30:
คืนนี้ลองเลย ถ่ายรูปมาอวด้วยนะ :30:
:30: :30:
ชักอยากไปอยู่ด้วย :30:
เอ้อ ใครพอมีมุกลาออกดีๆบ้างไหมครับ
กะจะลาออกละ จริงๆอยากออกมันปีใหม่เนี่ย แต่ดูฉุกละหุกไป
(แล้วนี่ครั้งแรกในชีวิตที่ทำงานที่ไหนครบปี ก็เลยจะต้องเอาโบนัสสักหน่อย)
จริงๆก็มาบ้างไม่มาบ้าง แต่ยังไงก็มีหน้าที่รับผิดชอบอยู่ดี
จนในที่สุด งานอื่นๆมันเยอะจนทำงานให้ที่นี่ไม่ได้แล้ว โดยเฉพาะตั้งแต่ต้นปีหน้า
กะจะบอกว่าเงินเดือนน้อย ก็ดูเหมือนดูถูกเค้ายังไงไม่รู้ (แต่ก็จริง งานที่ทำมันได้เยอะกว่าเงินเดือนมาก)
หาเหตุเนียนๆออกยังไงดีครับ แล้วเรื่องของเรื่องคือ ทีมงานทั้งทีมก็จะออกด้วยกันกับผมหมดมาทำด้วยกัน แต่คงตามมาเรื่อยๆ
อันนี้ล่ะ นำพาดราม่ามาเห็นๆเลย :08:
เฮ้ย บอกไปเลยว่าเงินเดืิอนน้อยครับ
อย่างตูนี่ถ้าช่วงหลังๆ ไม่ดีก็คงเขียนแสบๆ เหมือนกัน
บอกว่าอยากเป็นเจ้าของบริษัทบ้าง
เอ้อ จะว่าไปก็น่าจะใช้ได้ทั้ง 2 เหตุผลเลย
จริงๆตอนแรกที่เข้ามาทำ เค้าก็ต่อเงินเดือนผมนะ
ตอนที่เค้าถามว่า ลดลงมาหน่อยได้ไหม ก็แปลว่าต้องลดนั่นแหละ
ผมก็ตอบไปว่า ไม่รู้สิครับ เกิดมาไม่เคยโดนต่อเงินเดือนซะด้วย :30:
ผมกำลังจะออกสิ้นปีนี้เหมือนกันเลยพี่เก้อ :30:
ทีแรกว่าจะลาออกวันนี้ แต่มีเพื่อนร่วมงานอีกคนบอกว่ารอก่อน (วันนี้เขาไม่มา) เลยรอ :30:
เอิ๊ว ลาออกกันให้หมด :30:
ผมก็จะลาออกแล้วเหมือนกันครับ :37:
มามาลาออกกันเถอะ \:37:/
อยากลาออกบ้าง อะไรบ้าง
เหนื่อยมากมาย :01:
รายการที่เสนอทีวีไทยไม่ผ่าน
ต้องหางานอื่นทำแล้ว จนกว่าเค้าจะเปิดให้ยื่นเสนอใหม่เดือนหน้า
ใครมีอีเว้นท์อะไรให้ทำมั่ง :07:
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 26 พ.ย. 2010, 10:02 น.
รายการที่เสนอทีวีไทยไม่ผ่าน
ต้องหางานอื่นทำแล้ว จนกว่าเค้าจะเปิดให้ยื่นเสนอใหม่เดือนหน้า
ใครมีอีเว้นท์อะไรให้ทำมั่ง :07:
จัด "งานนี้" (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,13005.msg1496382/topicseen.html#new) ใหญ่ๆ สักทีมั้ยลุง :47:
ตูจะตายอยู่เนี่ย :58:
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 26 พ.ย. 2010, 10:02 น.
รายการที่เสนอทีวีไทยไม่ผ่าน
ต้องหางานอื่นทำแล้ว จนกว่าเค้าจะเปิดให้ยื่นเสนอใหม่เดือนหน้า
ใครมีอีเว้นท์อะไรให้ทำมั่ง :07:
พี่ก็เสนอ งานศิลปะเด็กสิ ^_^
แบบ อาร์ตเอ็ดแทก
โรงเรียนผมหาครูให้ได้นะ
ผ่านแหง ^_^
รู้สึกว่ารายการแนวนี้ไม่ค่อยมีเลยค่ะ :25:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 26 พ.ย. 2010, 12:23 น.
รู้สึกว่ารายการแนวนี้ไม่ค่อยมีเลยค่ะ :25:
มีแต่ของฝรั่งมั้ง ไทยทีวีเอามาออก
เมื่อก่อนโรงเรียนผมเคยทำออกทาง ไอทีวี ช่วงเช้าเสาร์ อาทิตย์
แต่คนทำคนติดต่อไม่รู้หายไปไหนหมด สานต่อไม่ได้
นี่ทำกับอมรินทร์ ออกทางช่องเจ็ด
แต่ทำแค่ยี่สิบเทป
ยังคิดจะไปเสนอ ที่ไทยทีวี เหมือนกัน
แต่ทำอยู่คนเดียวทำไม่ไหว
สมัยเด็กๆ จำได้ว่าแอ้ชอบดูมาก
พวกรายการที่สอนวาดการ์ตูนง่ายๆ กับพวกงานศิลปะ-ประดิษฐ์ ง่ายๆ
เจ๋งดีนะคะ พี่โอ๋ชวนลุงร่มทำเลย :25:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 26 พ.ย. 2010, 12:30 น.
สมัยเด็กๆ จำได้ว่าแอ้ชอบดูมาก
พวกรายการที่สอนวาดการ์ตูนง่ายๆ กับพวกงานศิลปะ-ประดิษฐ์ ง่ายๆ
เจ๋งดีนะคะ พี่โอ๋ชวนลุงร่มทำเลย :25:
ไว้ลุงแกชวนทำ
ผมไม่มีปัญญา :35:
งั้นคงต้องรอให้หม่ำมาชวนพี่โอ๋แล้วล่ะครับ
จักรี :07:
:30:
ตึกโป๊ะ
อยากลาออกไปทำงานกับพี่แอนอ่า
พูดถึงรายการเด็ก
เคยไปคลุกคลีกับวิทยุคลื่นหนึ่งที่ผลักดันเรื่องนี้อยู่
มีการให้เด็กเล็กตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมแล้วแต่จะสนใจไปจัดรายการ
มีการเล่านิทาน มีกิจกรรมต่างๆ ไปร่วมกับกิจกรรมของจังหวัด
การที่มีคนกลุ่มนี้วิ่งเต้นอยู่ฝ่ายเดียวมาหลายปี เห็นแล้วเหนื่อยแทนจริงๆ
ต้องต่อสู้กับเรื่องเงินๆ ทองๆ เรื่องการเมืองท้องถิ่น และอะไรต่อมิอะไร
แถมคนที่ลุยตรงนี้อย่างเต็มตัว เป็นวัยรุ่นอายุยี่สิบต้นๆ (เด็กกว่าผมอีก)
ออกจากมหาลัย ออกจากบ้าน เปลี่ยนจากชีวิตคนเมืองหลวง
ผันตัวเองมาอยู่จังหวัดบ้านไกลแบบนี้ ส่วนหนึ่งจากความบ้าๆ artist ในตัวมันเอง
และอื่นๆ ในตัวมัน ซึ่งผมก็ยังไม่รู้ว่ายังมีอะไรอยู่อีก
แต่บางครั้งคนแบบนี้มันก็อุดมการณ์มากเกินไปจนเรียกว่าคบยาก
โอ้ ชีวิตมีอะไรตั้งเยอะแยะ
อยากทำแบรนด์จิวเวอร์รี่ขายจริงจังแล้ว :58:
จพเอาให้ดังกว่าแบรนด์ไทยที่ดังอยู่ตอนนี้ให้ได้
ที่เค้าทำจับปิ้งเพชร กระจับเพชร ปลัดขิกเพชรน่ะนะ :58:
มีด้วยเหรอคะลุง :3005:
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 27 พ.ย. 2010, 21:02 น.
ที่เค้าทำจับปิ้งเพชร กระจับเพชร ปลัดขิกเพชรน่ะนะ :58:
ต้องการนายแบบ :56:
เจมส์ พีซ บาย ชูชัย
http://www.whoweeklymagazine.com/hobbies_content_detail.php?t=diy&t1=hobbies&id=59 (http://www.whoweeklymagazine.com/hobbies_content_detail.php?t=diy&t1=hobbies&id=59)
หรือจะดูนี่ :47:
http://www.globalfashionreport.com/a33393-%E0%B8%AD-%E0%B8%87-%E0%B8%97-%E0%B8%87-%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%9E-%E0%B9%80%E0%B8%8B-%E0%B8%81%E0%B8%8B-%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%A7-%E0%B9%80%E0%B8%AA-%E0%B8%A2%E0%B8%A7-%E0%B8%9A-%E0%B9%80%E0%B8%9B-%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A-%E0%B8%99-%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88-%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3 (http://www.globalfashionreport.com/a33393-%E0%B8%AD-%E0%B8%87-%E0%B8%97-%E0%B8%87-%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%9E-%E0%B9%80%E0%B8%8B-%E0%B8%81%E0%B8%8B-%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%A7-%E0%B9%80%E0%B8%AA-%E0%B8%A2%E0%B8%A7-%E0%B8%9A-%E0%B9%80%E0%B8%9B-%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A-%E0%B8%99-%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88-%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3)
บ้านเหรอนั่น :31:
อึดอัดตายชัก :08:
กระจับเพรช :25:
ไอเดียกับงานโอเคนะคะ แต่เวลาเห็นคนใส่ละมันขัดตาอ่ะ :3005:
มาตามอ่าน ดราม่า ของพี่โบว์ พี่แอนต่อ :27:
ออยเล่าบ้างสิ หายไปนานเลย :25:
ตอนนี้ย้ายกลับมาอยู่บ้านที่ชลบุรี
ทำงานอยู่ที่ P&G(Procter&Gamble) ในนิคม Wellgrow แถวๆ บางพลี
ทำงานเป็น PackMaterial Planning ครับ ทำได้ตอนนี้ก็ราวๆ สองเดือน
เริ่มจับงานจริงจังก็สักเดือนนึงได้
ลักษณะงานก็เกี่ยวกับ การวางแผนการผลิต การสั่ง Pack Material พวก Sachet(ซอง) Pouch(ขวดRefill) Sticker Label barcod(ฉลาก)
ของพวก Hair Care(แพนทีน,Head&Shoulder,Rejoice,Vidor Sassoon) เอามาผลิตที่ Plant หน่ะครับ
สรุปง่ายๆ ด้านบนคือดูพวก Logistic
Supplier ส่งของตาม Order ที่เราเปิดไป
เราส่งของให้ Production ผลิตได้ตามกำหนดการ
ก็เป็นอันว่า จบ ลูป ครับ
ทีนี้งานมันไม่ได้ง่ายและราบรื่นขนาดนั้น
บางทีพวก Supplier ที่เราดูแลเขาส่งของไม่ตรงเวลา
ช้าบ้าง ขาดบ้าง คุณภาพไม่ได้บ้าง Lay Out Art Workผิดบ้าง
Line การผลิตก็จะ Down
Machine ที่วางแผนที่จะผลิตในวันนั้นๆ ก็จะไม่มีของให้บรรจุ
ที่ำสำคัญ ผมมาช่วงที่ Supplier กำลังมีปัญหาพอดี
คือ Machine ที่ใช้ในการผลิตPack Mat เขามีปัญหา
กำลังการผลิตของเขาเลยลดลง
แพลนที่เราเคยวางไว้ เลยต้องขยับ
เลื่อน ให้เหมาะสมกับกำลังการผลิตที่เขาทำได้
มีปัญหาทุกวัน ในแต่ละวันยุ่งวุ่นวายไปหมด กับการโทร โทร และโทรศัพท์
ตารางในแต่ละวัน จะคล้ายๆ เหมือนๆ กัน
อาจมีแตกต่างบ้าง เช่นบางวัน ประชุมมันทั้งวัน
บางวันอบรมมันครึ่งบ่าย ครึ่งเช้าลุยแต่งาน
4.45 ตื่น
5.30 ขึ้นรถเมล์ ออกจากบ้าน
6.00 ถึงแยกชลบุรี
6.05-6.10 รอรถบริษัทมารับ
7.10-7.30 ถึงโรงงาน กินข้าว แปลงร่างเป็นชุด หนุ่มโรงงาน
7.30-08.15 รีบแจ้นไปทำ Reviewว่า ตั้งแต่ 4โมงเย็นของเมื่อวานจนถึงตลอดวันนี้ มีอะไรมาส่งบ้าง
มีอันไหนมาส่งขาดไหม เท่าไหร่ ทำไม ยังไงถึงขาด ไม่มา แล้วมีผลกระทบต่อเราไหม
8.15-9.30 มี Morning Meeting แชร์ Impact ที่เกิดขึ้นในส่วนของที่เราดูแลทั้งหมด
9.30-11.30 ตามงาน โทรเช็ค โทรตาม เมลล์คุยกับลูกค้า เมลล์เช็คสถานะของทั้งหมด
12.30-16.00 ไล่ปิด Gab ที่มีในแต่ละ Product ที่ Line Production จะใช้ผลิต แล้วส่ง Data ทั้งหมดในวันนั้นๆ ให้ Supplier Firm กลับมาว่า
เขาจะส่งของให้เราได้หรือไม่ ได้-ได้กี่โมง ส่งเข้ากะไหน ยอดเท่าไหร่ กี่คอนเทนเนอร์
ไม่ได้-แล้วจะได้วันไหน ส่งเข้ากะไหน ยอดเท่าไหร่ กี่คอนเทนเนอร์
16.10 เลิกงาน
17.15 ถึงบ้าน
20.30 (เวลาไม่เคยเกินนี้) เวลานอน :30:
ณ ตอนนี้ คุยไทยคำนึง อังกฤษคำนึง
เพราะที่นั่นเขาเป็นแบบนั้นกันทั้ง Plant พูดคำไทยไป บางคนไม่เข้าใจ :08:
ภาษาอังกฤษได้กระเตื้องขึ้นนิดนึง
เมลล์คุย โทรคุย กับSupplier ที่เป็นต่างชาติ ซึ่งยังไม่สันทัดนัก แต่ต้องคุย :3005:
ส่วนคุยกับ Supplier ที่เป็น Local คุยภาษาไทย คุยง่ายหน่อย คุยจนจะร้องเพลงรอสายของเขาได้จะครบทุกเจ้าแล้ว :05:
ปัญหาใหญ่สำหรับผมตอนนี้คือ
เวลาเลิกงานเย็นเกิน 16.10 น. จะตกรถบริษัทและต้องกลับเอง ซึ่ง บ้านผมมันเดินทางกลับลำบาก
ช่วงนี้เริ่มรู้แล้วว่า ทุกๆวันพุธ และวันศุกร์ ผมจะตกรถตลอด จึงต้องเอารถที่บ้านมา ซึ่งรถที่บ้าน เติมน้ำมัน เติมทีจนแกรบมาก :3005:
แล้วความรู้สึกล่ะเป็นไง สนุกมั้ย เพื่อนร่วมงานดีรึเปล่า เจ้านายด้วย :25:
ตื่นตี 4 :07: :07: :07:
ตูตื่น 9 โมง :52:
งี้ก็มาแรดบ่อยๆ ไม่ได้แล้วสิ :07:
ตื่นตีสี่ เข้างานเจ็ดโมง ตูลาออกตั้งแต่อาทิตย์แรกแล้ว :05:
เพื่อนร่วมงาน ดีเยี่ยม
เวลาทำงานคือทำงาน ฮาเฮคือฮาเฮ จริงจังก็โคตรจริงจัง
และที่นี่ทุกคนจะมี Back Up ของแต่ละคน
เวลาเราขาดงาน Back Upก็จะทำงานแทนคนที่ขาดงานไป
พูดง่ายๆ เราทำแทนเขาได้ แต่เราทำแทนเขาได้แค่พอผ่าน แต่ไม่เนียนเท่าเจ้าตัว
ความรู้สึกก็ งานแม่งเครียด โคตรกดดัน ทุกคนที่เกี่ยวข้องเราก็จะมากดดันเรา และเราก็ต้องไปกดดันใส่ Supplier ต่ออีกที
ว่าคุณต้อง Material ให้ตรงเวลานะ ให้จำนวนครบนะ ให้คุณภาพได้นะ บอกรายละเอียดการส่งพร้อมใบ Invoice ให้ตรงกับ PO ด้วยนะ
เวลาเราคลี่ปมให้ผ่านไปได้ มันก็สนุกนะ ค่อยๆ แก้ในแต่ละตัว ผ่านไปได้ก็โล่งไป
จะมีอะไรให้ลุ้นทุกเช้าว่างั้น เพราะไอ้ตัวที่ผมถือนี่ ดันเป็นตัวสำคัญ เป็นรายได้ 2ใน3 จากทั้ง Plant เลยทีเดียว :3005:
เจ้านาย เป็นชาวอะไรซักอย่าง สิงค์โปรหรืออินโดนี่แหละ ทักกันทุกเช้า ทักแค่คำว่า Hello!! :52:
เขาก็คุยดีนะ เวลาเรามีปัญหาอะไร ก็ไปคุยกับเขา เขาก็ช่วยตามเรื่องให้
speak แบบสื่อสารเอาพอเข้าใจหน่ะ
เจอกันวันแรก เขาบอกว่า "เขาพูดไทยให้เราเข้าใจได้พอพอกับผมพูดภาษาอังกฤษให้เขาเข้าใจ " เอ๊ะ ยังไง :30:
อย่าว่าแต่เข้าปั่นบอร์ดเลยพี่แอน เวลาจะกระดิกตัวยังไม่มีเล้ย :05:
จริงๆ หนึ่งในหน้าที่ของตูก็ประมาณออยเลยนะ แต่โปรดักขั่นเล็กกว่าเยอะมาก และทำจากที่บ้านได้ :30:
อิจฉาพี่บวบ :11:
ถ้าเอา Notebook มาทำที่บ้าน จะใส่ OT ให้เต็มเหนี่ยวเลย
ประเด็นคือ มันดันใช้ระบะ SAP หน่ะ ในการทำงานแต่ละวัน
ต้องใช้ Notebook บริษัทเท่านั้น ถึงจะเข้าระบบ SAP ได้
อะไรคือ SAP อะ :47:
เจ๋งอ่ะ :25:
เรียนจบแล้วอยากทำอะไรในบริษัทแบบนี้บ้าง
ที่เจ๋งคือ ตรงที่แต่ละคนทำแทนกันได้นี่แหละ
ต้องรู้งานของทุกคนเลย
ตอนเรียนจบ พี่ออยจบอะไรคะ
คนอื่นในทีมเขา วิศวะนู่น นี่ นั่น
พี่จบ วารสาร ครับ ก่อนเข้าที่นี่ ทำซีเอ็ด กราฟิกดีไซน์
แหวกแปลกแนวมาก :30:
ที่นี่ บางตำแหน่งเขาไม่ได้ต้องการวุฒิการศึกษาหน่ะครับ แต่เขาต้องการวุฒิภาวะ
เอาสถานการณ์อยู่ คุมสถานะการณ์ได้มากกว่า :12:
ตอบพี่บวบ ระบบแซ้บ(สะกดแบบนี้เปล่านะ) เป็นระบบที่เอาไว้จัดการบริหาร และจัดการทรัพยากรของธุรกิจ หน่ะครับ
SAP คำตอบพื้นฐานของระบบ ERP
http://www.cpaccount.net/accounting-article-section/47-accounting-software-erp/197-sap-erp (http://www.cpaccount.net/accounting-article-section/47-accounting-software-erp/197-sap-erp)
มีแบบสรุปสั้นๆ มั้ย :05:
คลัายๆ สก๊อยน่ะ
โอเค :47:
เป็น Application ที่ใช้ในระบบการจัดการของบริษัทรึเปล่าคะ
เอาคร่าวๆ เท่าที่จำได้จากความรู้ตกค้างตอนเรียนจุฬาฯ
มันเอาไว้จัดการ ERP ก็คือ Enterprise Resource Planning
เกี่ยวกับการจัดการข้อมูลทั้งหมดหลายๆ ด้านในองค์กร
เหมือน Database ค่ะ
เข้าใจถูกรึเปล่าไม่รู้ :4605:
ประมาณนั้นเลยมิ้น :27:
ใน SAP
เราจะเห็น Plan Production ว่า
ในแต่ละตัวนั้น มีPlan ที่จะผลิตวันไหน
ยอดเหลือเท่าไหร่ ต้องสั่งซื้อเพิ่มมั้ย ถ้าสั่งซื้อสั่งซื้อเท่าไหร่ จะใช้ Option ในการซื้อแบบไหนดี เครื่องบิน เรือ รถลาก รถไฟ บลาๆ
คำนวณ Inventory ว่าพอรับไหวไหม วันวันนั้น คลังเรารับของไปเท่าไหร่แล้ว เกิน Limit ไหม
Capacity ของ Supplier ในแต่ละวันที่ผลิตมีเท่าไหร่แล้ว เขายังผลิตได้มากกว่านี้ไหม
เขาผลิตเกินหรือยัง เกินมากไหม ถ้าเกินต้องเลื่อนส่งได้หรือเปล่า เลื่อนส่งแล้วเรามีปัญหาอะไรไหม บลาๆๆ
ทุกอย่างที่ว่ามาข้างต้นใช้ระบบ SAP เป็นตัวจัดการหน่ะครับ :42:
โอเค ค่อยยังชั่วหน่อย :47b:
จับใจความได้ว่าออยตื่นตีสี่ไปทำงานเครียดๆ โดยใช้แซ้บไปสั่งซื้อขวดแชมพู :47:
อ้างคำพูดจาก: ☼ แอนค่ะ ☼ เมื่อ 02 ส.ค. 2008, 00:40 น.
มาขยายความ ERP ค่ะ
คือที่มาของมันนั้นเกิดมาจาก สมมติมีบริษัทนึงเกิดจากบริษัทเล็กๆ ตอนแรกก็มีแค่ 2-3 แผนก ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดการ พอต่อมาบริษัทขยายมีแผนกมากขึ้น ความซับซ้อนของบริษัทก็เริ่มมาก
แต่บริษัทยังไม่ใหญ่มาก(เงินน้อยอยู่) การพัฒนาระบบคอมจึงต้องเริ่มไปทีละแผนก
แผนกขายก็มีระบบของตัวเอง พัฒนาด้วยภาษานึง
แผนกลูกค้าก็มีระบบของตัวเอง ซึ่งพัฒนาด้วยอีกภาษานึง
ปัญหาเมื่อมีแผนกมากๆเข้า
-การสื่อสารข้ามแผนกผ่านระบบที่มีอยู่เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะพัฒนากันมาต่างกัน
-อีกทั้งแต่ละแผนกก็เก็บข้อมูลของใครของมัน อาจทำให้เก็บข้อมูลซ้ำซ้อน
เช่น ฝ่ายขายมีข้อมูลลูกค้า ฝ่ายจัดการลูกค้าก็มีข้อมูลลูกค้าแต่เก็บกันคนละแบบ เวลาลูกค้าคนนึงเปลี่ยนที่อยู่ทีก็วุ่นวายไปหมด
ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เกิด ERP ขึ้นมา คือเอาโปรแกรมครอบจักรวาลนี้มาใช้กับทั้งบริษัทเลย คือข้อมูลจะโยงกันหมดทุกแผนก แต่จะมีโปรแกรมย่อยสำหรับงานแต่ละแผนกที่ต่างกันไป ทำให้การสื่อสารข้ามแผนกทำได้ราบรื่นขึ้น เหมือนคุยภาษาเดียวกันทั้งหมด
สำหรับ SAP เป็นยี่ห้อนึงในประเภท ERP ที่กำลังได้รับความนิยม
และมีโปรแกรมย่อย (เค้าจะเรียกกันว่า module) ให้เลือกใช้มากมายตามขนาดและความเหมาะสมของแต่ละบริษัท ตอนเริ่มต้นติดตั้งเราไม่จำเป็นต้องติดตั้งให้ครบทุก module ที่มี เอาเฉพาะเท่าที่ใช้ก็พอ แต่ด้วยความสามารถขนาดนี้ ราคาก็ไม่ใช่ย่อยๆแหละ เป็นหลักสิบล้านกันเลยทีเดียว
:12:
ของออยเข้าใจว่าใช้ SAP module MM (Material Management)
ซึ่งแอนก็อธิบายรายละเอียดได้ไม่เท่าออย
เพราะพอดีเป็นคน imprement SAP-BW :56:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 28 พ.ย. 2010, 01:46 น.
อิจฉาพี่บวบ :11:
ถ้าเอา Notebook มาทำที่บ้าน จะใส่ OT ให้เต็มเหนี่ยวเลย
ประเด็นคือ มันดันใช้ระบะ SAP หน่ะ ในการทำงานแต่ละวัน
ต้องใช้ Notebook บริษัทเท่านั้น ถึงจะเข้าระบบ SAP ได้
จริงๆแล้วถ้าเค้าเปิดให้ remote ก็ทำจากบ้านได้นะ
แต่บางที่ก็จะไม่เปิดให้ กลัวมีช่องโหว่แล้วคนมาเจาะระบบน่ะ :12:
บวกพี่แอนสาว :27:
เพิ่งเห็นว่าออยทำงานเกี่ยวกับแพคเกจจิ้งของแพนทีน....
ผมกำลังทำงานตัวที่แจก sampling ของแพนทีนอยู่เลย...
ทำรีพอตตรงๆหาออยเลยได้มั๊ย แอบอยากบ่น
:30:
ลงชื่อว่าเข้ามาอ่าน
ปล. บ้านคุณชูชัยสวยจัง :25:
เหรอ ชั้นว่ารุงรัง :30: :30:
แอนว่าออกแนวหรูอ้ะ ทุกชิ้นหรูหมด
แต่พอดีไม่ชอบบ้านแนวนี้ :56:
ผมว่าบ้านก็ไม่เท่าไหร่หรอก น่ากลัวตรงเจ้าของนั่นแหละ :30:
รังสีแรงมาก :30: :30:
ชอบผนัง กำแพง กระเบื้องเฟอนิเจ้อนะ แต่ต้องโละที่วางๆออกไปหน่อยนึง
แต่รังสีแรงมาก จริงๆ :30:
เคยดูตีท้ายครัวตอนไปบ้านนี้ ยืนยันว่ารุงรังมวากกกก :30:
ไม่เคยดูเทปนั้นอะ แต่ในรูปก็ไม่รุงรังมากเท่าไหร่
ดูแล้วรู้สึกว่าเหมือนแกไปตีวังพระเจ้าหลุยส์ได้ แต่มันก็ดูไปคอนเสปเดียวกันดี
เคยดูละครเรื่องอะไรไม่รู้ บ้านเป็นอาณาจักรโรมันมาเลย แต่เฟอนิเจ้อเป็นไม้สักมังกรจีน :05:
ตีวังพระเจ้าหลุยส์ได้ :30:
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 26 พ.ย. 2010, 10:02 น.
รายการที่เสนอทีวีไทยไม่ผ่าน
ต้องหางานอื่นทำแล้ว จนกว่าเค้าจะเปิดให้ยื่นเสนอใหม่เดือนหน้า
ใครมีอีเว้นท์อะไรให้ทำมั่ง :07:
ผมผ่านช่อง 5 รายการนึง
มาทำด้วยกันไหมครับ :37:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 28 พ.ย. 2010, 01:20 น.
ทำงานเป็น PackMaterial Planning ครับ ทำได้ตอนนี้ก็ราวๆ สองเดือน
เริ่มจับงานจริงจังก็สักเดือนนึงได้
ผมเคยเป็นวิศวกรที่ต้องบู๊กับแผนกนี้บ่อย :30:
มีอะไรถามได้ :22:
เกาะแม่กินอย่างเป็นทางการมาระยะนึงละ
เรียนทำขนมวันละไม่กี่ชั่วโมงทำไมมันโคตรเหนื่อยเลย
หลังจากคริสมาสต์ ก็จะเรียนจบละ ทำอะไรกับชีวิตต่อดี
ใครมีอะไรให้ทำบ้างไหม
เริ่มมีความหวังกับการจะได้งานใหม่นิดนึง
สายๆ วันนี้มี hr บริษัทที่ตูเคยไปทิ้งประวัติไว้ตั้งแต่หลายเดือนก่อน
ผ่านไปนานมากจนคิดว่าเค้าไม่เอาตูแล้ว
เค้าโทรมาเรียกสัมภาษณ์พรุ่งนี้ เป็นบริษัทที่ทำงานในสายเดิม
แต่ได้ตำแหน่งใหม่ที่สูงกว่า และน่าจะตรงกับที่ตูจบมา
ถ้าได้งานนี้ ก็ทำงานไม่ไกลบ้านมากไปกว่าเดิมซักเท่าไหร่
อยากเปลี่ยนงานปีหน้า ต้องเริ่มหางานวันนี้
เค้าลางเริ่มไม่ดี
หางานเหมือนกันครับ :30:
ถูกค่ะ ต้องร่อนใบสมัครไว้เลย
เดี๋ยวหลังเทศกาลแจกโบนัส คนจะเข้าจะออก ก็คงจะคึกคักเอาช่วงหลัง ม.ค. - ก.พ. นี้แหละ..
เตรียมตัวไว้ก่อนเลย.. :25:
ตูออกก่อนโบนัสเดือนนึงล่ะ :30:
(เมื่อวานยื่นใบเรียบร้อยครับ)
[
quote author=iannnnn link=topic=12659.msg1498000#msg1498000 date=1291097598]
ตูออกก่อนโบนัสเดือนนึงล่ะ :30:
(เมื่อวานยื่นใบเรียบร้อยครับ)
[/quote]ต้องรวยถึงทำได้นะ
DoubleClick
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 25 พ.ย. 2010, 22:43 น.
เอ้อ จะว่าไปก็น่าจะใช้ได้ทั้ง 2 เหตุผลเลย
จริงๆตอนแรกที่เข้ามาทำ เค้าก็ต่อเงินเดือนผมนะ
ตอนที่เค้าถามว่า ลดลงมาหน่อยได้ไหม ก็แปลว่าต้องลดนั่นแหละ
ผมก็ตอบไปว่า ไม่รู้สิครับ เกิดมาไม่เคยโดนต่อเงินเดือนซะด้วย :30:
ผมอยากโตครับพี่ อยุ่ที่นี่มันคงไปไม่ได้มากกว่านี้
แต่..ลาออกไปยัง
น่าจะหมดหวังกับบริษัทที่เรียกมาสัมภาษณ์วันนี้แล้วครับ :16:
ไปคุยๆ กับเค้าแล้วมันไม่ใช่พื้นที่ตรงที่ตูอยากทำ
และคุณสมบัติก็ไม่ตรงกับที่เค้าต้องการด้วย
เค้าต้องการคนที่ไปดูแล front end
แต่ประสบการณ์ตูไปตรงกับ back end ซึ่งเค้ายังไม่ได้เปิดรับ
แต่ไม่ซีเรียสครับ
เพราะว่าวันนี้ ตอนเช้าก่อนหน้าที่จะไปสัมภาษณ์
ก็มีอีกบริษัทที่เคยไปสมัครทิ้งไว้ก่อนแต่งงาน
hr เค้าโทรเรียกให้ไปกรอกใบสมัครและทำข้อสอบใหม่อีกรอบ
เตรียมตัวลุยอีกรอบ ซู่วๆ :07:
สู้ๆพี่ฟิ้ง^^
อ้างคำพูดจาก: ครูย้งงง เมื่อ 01 ธ.ค. 2010, 18:03 น.
ผมอยากโตครับพี่ อยุ่ที่นี่มันคงไปไม่ได้มากกว่านี้
แต่..ลาออกไปยัง
ยังครับ ต้นปีหน้านี่แหละ
แต่จริงๆคงไม่ใช้เหตุผลอะไรหรอกครับ คงจะบอกว่า อยากออกเฉยๆ
จริงๆลาออกไม่ต้องมีเหตุผลอะไร ใครจะมาห้ามได้ แต่ที่ต้องมี
เพราะว่ามันต้องบอกเค้าว่าจะลาออก แล้วในฐานะคนรู้จักกันเค้าก็ต้องถามสาเหตุนั่นแหละครับ ก็เลยคิดหาคำตอบไว้ :30:
ตอนลาออกจากออฟฟิศเก่า เขียนในใยลาออกว่า "เหตุผลส่วนตัว" :37:
อ้างคำพูดจาก: นักศิลปะ เมื่อ 30 พ.ย. 2010, 19:01 น.
ต้องรวยถึงทำได้นะ
ผิด :30:
ต้องอยู่ในบริษัทที่ไม่มีโบนัสถึงจะทำได้ครับ
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 01 ธ.ค. 2010, 22:04 น.
ตอนลาออกจากออฟฟิศเก่า เขียนในใยลาออกว่า "เหตุผลส่วนตัว" :37:
:12: :12: :12:
พูดอีกก็ถูกอีก
ผมจะลาออกเพรราะไม่อยากมีใบรับรองงานที่เีขียนว่าโดนไล่ออก :30:
ผมกำลังจะเอาคนออกคนนึง ตัดสินใจยากมาก
คือตัดสินใจมาปีนึงละ ยังคาราคาซัง :22:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 01 ธ.ค. 2010, 22:05 น.
ผิด :30:
ต้องอยู่ในบริษัทที่ไม่มีโบนัสถึงจะทำได้ครับ
อันนี้จริง :30: :30:
ได้งานใหม่ละ หลังจากโดนเรียกไปสัมภาษณ์ที่นี่มาสองรอบ :53:
แต่ตอนที่คุยกัน ดูไม่ออกเลยว่าเค้าสนใจเรา ติงตรงนั้นตรงนี้ ทำให้เรารู้สึกว่า ตายๆๆ ตรูไม่ได้แน่ ถามมาไอ้นู่นไอ้นี่ ตรูทำไม่เป็นซักอย่าง :44:
เริ่มต้นปีด้วยงานใหม่ เอาวะ ลองแล้วล้มดีกว่าไม่ลอง :12:
อ้างคำพูดจาก: ฟิ้งซ์ เมื่อ 01 ธ.ค. 2010, 18:22 น.
น่าจะหมดหวังกับบริษัทที่เรียกมาสัมภาษณ์วันนี้แล้วครับ :16:
ไปคุยๆ กับเค้าแล้วมันไม่ใช่พื้นที่ตรงที่ตูอยากทำ
และคุณสมบัติก็ไม่ตรงกับที่เค้าต้องการด้วย
เค้าต้องการคนที่ไปดูแล front end
แต่ประสบการณ์ตูไปตรงกับ back end ซึ่งเค้ายังไม่ได้เปิดรับ
แต่ไม่ซีเรียสครับ
เพราะว่าวันนี้ ตอนเช้าก่อนหน้าที่จะไปสัมภาษณ์
ก็มีอีกบริษัทที่เคยไปสมัครทิ้งไว้ก่อนแต่งงาน
hr เค้าโทรเรียกให้ไปกรอกใบสมัครและทำข้อสอบใหม่อีกรอบ
เตรียมตัวลุยอีกรอบ ซู่วๆ :07:
หลังจากศุกร์ที่แล้วไปกรอกใบสมัครและทำข้อสอบไปแล้ว
เค้าโทรมานัดให้ไปสัมภาษณ์งานวันนี้ช่วงบ่ายโมงที่โรงงานแห่งที่ 2 อยู่ตรงนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์
(ถ้าได้งานก็ทำอยู่ไม่ไกลจากบักออยเท่าไหร่ เพราะ P&G อยู่บนถนนเส้นเดียวกันกับโรงงานนี้)
วันนี้ตอบคำถามแบบไม่เกร็งเท่าไหร่ จะเกร็งก็ตอนที่เค้าถามคำถามไปเยอะพอควร
แล้วจู่ๆ ก็บอกให้แนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ ตกใจเล็กน้อย
ไม่ได้เตรียมอะไรมาก่อน คือปกติจะเตรียมไว้ และกะว่าต้องแนะนำตัวตั้งแต่แรกๆ มากกว่า
แต่วันนี้มัวแต่คุยกับผู้มาสัมภาษณ์คนอื่นอยู่
ก็เลยโพล่งออกไปตามมีตามเกิด
"Good afternoon, sirs (คิดในใจว่าอันนี้ถูกหรือเปล่าวะ แต่พูดออกไปแล้ว เลยต้องยาวไป) "
"My name is ... My surname is ... "
"I am graduated from ... "
"I was a ... from ... " (แล้วก็ไม่รู้จะต่อด้วยประโยคอะไร กลัวว่าจะเสียเวลาเค้า เลยถามเค้ากลับไปเลยว่า)
"What do you want to know from me?" :08:
พูดจบคิดแล้วก็ทั้งฮาทั้งเซ็งตัวเองมาก :3005: แต่ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออกจริงๆ
แต่พวกพี่เค้าทั้งสามคนก็ไม่ได้กดดันอะไรต่อ (ค่อยยังชั่ว)
เค้าก็ถามถึงการทำงานที่บ.เก่า พวกประสบการณ์ การแก้ไขปัญหา
ถามว่ารู้จักบ.นี้ดีแค่ไหน เราก็ตอบว่ารู้แค่นิดหน่อย
เค้าก็เล่าประวัติให้ฟังคร่าวๆ ว่าบ.นี้คือบ.แรกของวงการ semiconductor ของไทยเลยนะ
แล้วก็ตอบคำถามปกติทั่วๆ ไป บ้านอยู่ไหน ถ้าจะมาทำงานจะมายังไง มีรถขับใช่ไหม ฯลฯ
ก็เป็นสัญญาณที่ดีของการยอมรับตัวเราแล้ว เลยไม่เกร็ง :53:
ออกห้องสัมภาษณ์มานั่งรอเค้าแป๊บเดียว
(ที่นี่คงบอกผลการสัมภาษณ์เลยมั๊ง ให้ออกมานั่งรอข้างนอกห้องสัมภาษณ์สองนาทีแล้วเข้าไปฟังผลได้เลย)
พวกพี่เค้าก็ออกมาแล้วนัดหมายให้มาสัมภาษณ์กับหัวหน้าเค้าอีกทีวันจันทร์หน้าตอนช่วงบ่าย
มีแววจะได้งานแล้วครับ รอดูท่าทีหัวหน้างานเค้าอีกคน
ปล. คนที่สัมภาษณ์คนนึงตูเห็นหน้าแวบแรกนึกว่าบักอุ้ย :31: ตกใจเพราะตัวขาวๆ หน้าตาดี มีขนๆ :30:
สู้ๆ ฮะ :25:
:25:
สู้ๆ พี่ฟิ้งส์ :25:
มีขนๆ :30:
อ้างอิงHi Buob,
Its been a while that we have not communicated. Hope you are enjoying your new job and all is well with you.
I am writing this note mainly to let you know some detail about my business situation and prospects here in Thailand that I had briefly mentioned to you during our Skype conversation a few weeks back.
You may be aware that I had started my business here little over a year back during when I had even given some renovation job of my restaurant Indi Indi at ABAC Bangna to Tyro the company you were previously working. Since then I have also started a trading (export-import) company by the name Eastwin Asia Co., Ltd. Let me give you a brief outlook of the business that I have set-up here. Firstly I will explain something about Indi Indi the restaurant in ABAC Bangna.
ABAC Bangna currently has 12,500. students studying there, almost half of them (6000) staying in the campus and apartments around Bangna. There are two shopping and food outlet blocks in the campus, totaling about 22 restaurants and food-outlets which are open from breakfast till dinner, the rest few are just day-time eateries. Our restaurant Indi Indi is located in the prime location of AU Mall occupying well designed and furnished 100 sq mt area. It opens at 10 am till 9 pm and currently doing business averaging 12,500.per day. Within one year period Indi has already become a very popular restaurant in ABAC. But I can see there is a lot of improvement that we can make to do better business in Indi like addison of Thai menu, proper Thai service staffs, management, proper person to look after purchase and marketing . Since the majority of the students are Thais, they are demanding Thai food from our restaurant also. During lunch time almost all the restaurants become 100% full for almost two hours because all the students need to eat and we have realized that if we can add some good Thai menu we can make a business increment to double during lunch hour. Indi is already very popular among international students, and if we can change the theme of the restaurant to more Thai and Inter, the business there can easily double. Indi is already making average profit of about 300,000. per month. In Abac all other restaurants are making almost the same profit except for a few which have better theme and choice of variety menu for local students. Some of the restaurants there are making in average monthly profit of over 500,000. per month easily. Like Cheap-chick, Prince, Steak 3 Cha, Bangkok Grill etc and I feel 500,000 per month is easily achievable if we can have some good Thai menu and partner to look after management like purchase, staffs, service and planning.
Secondly I have also started trading business (export-import) under my company Eastwin Asia Co., Ltd. I have, market contact, experience and expertise to develop export market for Thai products in Nepal, Bhutan, Bangladesh and Singapore.
I am working on developing market in these countries for essential commodities, mainly Thai Argo products like Thai Rice, Sugar, Chicken, Ducks, Processed meat, and also Thai furniture and paper. And I have been successful in getting orders for exporting Thai, Ducks, Chicken, Sausages, Ham, Bacon and also Paper. Currently we are also negotiating some sugar and rice deal with some of the buyers from my country. I am very optimistic that Eastwin Asia will start to lift its business volume to a good profit making company soon. Both the companies are already in a good position as far as business income is concerned, thank god both have already become profit making companies within one year of its operation, and I feel we can do a lot better if I have a good reliable and trustworthy Thai partner cum Manager.
I have realized that to do business in Thailand I need a good reliable, sincere and trust worthy Thai partner. I can create market, I can develop market but to deliver to my market I need a partner who can help our company source better products, negotiate better deal and deal with staffs better, communicate with the local business associates and customers better. So far that was what lacking for me, though I have local Thai partner, he is not very out going, not interested in promoting business, not capable to handle or negotiate with local business associate and most importantly he is not sincere and trust worthy. So I am looking for some-one as my business partner who can take the responsibility of local partner, who can handle negotiation with Thai suppliers, who can manage Thai staffs in restaurant, who can look fater the purchage in a sincere way, who can implement plans to develop both restaurant as well as export import business in local Thai terms.
I have briefly mentioned my business and my expectation from the local partner that I am looking for, I will highly appreciate if you can put it across to anyone you think suitable and reliable. Please let me know to fix-up an appointment for a meeting, we can have a meeting to discuss and make a realistic presentation of business. I beleive Its just matter of making a good team that I am worried about at this stage, not business, as business already is there and it will grow bigger and bigger with a right team-work.
Thank you for your kind understanding and favor.
Best regards
Bijen
ไม่ใช่แสปมนะครับ :37:
ขอท้าวความหน่อย.. อีตาคนนี้เป็นแขกเนปาลครับ เข้าใจภาษาไทย และพูดได้นิดหน่อย นิดหน่อยจริงๆ
แกเข้ามาทำธุรกิจนู่นนี่ในไทยสัก 6-7 ปีได้แล้วมั้ง บังเอิญว่าลูกชายแกเขาเรียนที่เอแบค เลยคิดว่าเป็นช่องทางเหมาะกับการทำธุรกิจ
ในที่สุดแกเลยเปิดร้านอาหารแขกที่เอแบคเลย ชื่อ Indi Indi โดยจ้างออฟฟิศเก่าผมทำ.. แน่นอนว่าผมเป็นคนดีล
และตอนร่วมงาน ผมถือว่าเขาเป็นลูกค้าเกรดดีคนนึงเลย (ฟังที่แนะนำ / จ่ายตรงเวลา / ไม่เอาแต่ใจไร้เหตุผล / ทำการบ้านมาดี)
จนผมเปลี่ยนงาน ไม่รู้เขารู้ได้ไง อาจจะโทรไปที่ออฟฟิศเก่ามั้ง.. เขาทักมาในสไกป์ บอกว่าร้านไปได้สวยเลยนะ ตอนนี้เขากำลังมองธุรกิจใหม่
เขาก็เคยบรีฟให้ผมฟังคร่าวๆ ว่าธุรกิจนำเข้า/ส่งออก ประมาณนี้ ที่เขาต้องการคือหุ้นส่วนคนไทย เพราะปัญหาเรื่องการสื่อสาร (และคงเพื่อความสะดวกอื่นๆ ในการทำธุรกิจในประเทศ)
ทีนี้ เขาอยากให้ผมช่วยหาคนให้เขา มีใครสนใจอยากทำธุรกิจมั้ยครับ :37:
มีคนรีวิวไว้หน่อยนึงในบล็อกด้วยครับ http://dsin.blogspot.com/2010/02/indi-indi-indean-food-at-abac-bangna.html (http://dsin.blogspot.com/2010/02/indi-indi-indean-food-at-abac-bangna.html)
เท่าที่ตูอ่านจดหมายมา เหมือนเขากำลังหาเงินลงทุนเพิ่มหรือเปล่า
แต่ไม่ชอบที่เขาพูดถึงหุ้นส่วนคนไทยคนปัจจุบันเท่าไหร่นะ
ตูว่าไม่ค่อยเหมาะนัก ที่จะเอาเรื่องแบบนี้ไปพูดต่อกับคนอื่น
และที่สำคัญคือ หาหุ้นส่วนใหม่เข้ามา แล้วหุ้นส่วนเก่าจะทำยังไง
ซึ่งถ้าเราไปเป็นหุ้นส่วนเขา วันนึงเราก็อาจจะโดนแบบนี้บ้างหรือเปล่า
อืมม์ แขกเนปาลีที่ตูรู้จักส่วนใหญ่จะเป็นคนดีถึงดีมาก
แต่มันก็แล้วแต่คนน่ะนะ
แล้วอีกอย่างนึง ถึงเพื่อนแขกตูจะเป็นคนดี
แต่ถ้าจะให้ทำธุรกิจด้วย ตูก็ขอบาย :58:
:30:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 12 ธ.ค. 2010, 03:15 น.
เท่าที่ตูอ่านจดหมายมา เหมือนเขากำลังหาเงินลงทุนเพิ่มหรือเปล่า
แต่ไม่ชอบที่เขาพูดถึงหุ้นส่วนคนไทยคนปัจจุบันเท่าไหร่นะ
ตูว่าไม่ค่อยเหมาะนัก ที่จะเอาเรื่องแบบนี้ไปพูดต่อกับคนอื่น
และที่สำคัญคือ หาหุ้นส่วนใหม่เข้ามา แล้วหุ้นส่วนเก่าจะทำยังไง
ซึ่งถ้าเราไปเป็นหุ้นส่วนเขา วันนึงเราก็อาจจะโดนแบบนี้บ้างหรือเปล่า
อืมม์ แขกเนปาลีที่ตูรู้จักส่วนใหญ่จะเป็นคนดีถึงดีมาก
แต่มันก็แล้วแต่คนน่ะนะ
แล้วอีกอย่างนึง ถึงเพื่อนแขกตูจะเป็นคนดี
แต่ถ้าจะให้ทำธุรกิจด้วย ตูก็ขอบาย :58:
หมายถึงมิสเตอร์ราจหรือเปล่าครับ :30:
มีตัวเลขเงินรายวันด้วย :25:
พอมาหางานจริงๆ จังๆ นี่มันก็ลำบากเนอะ
ประสบการณ์ไม่ตรงเนี่ย :32:
อ้างคำพูดจาก: ฟิ้งซ์ เมื่อ 10 ธ.ค. 2010, 23:45 น.
ปล. คนที่สัมภาษณ์คนนึงตูเห็นหน้าแวบแรกนึกว่าบักอุ้ย :31: ตกใจเพราะตัวขาวๆ หน้าตาดี มีขนๆ :30:
:25: :58:
//อัปเดต
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ปีหน้าจะได้ย้ายที่ทำงานครับ
ไปทำที่ไหนอ่ะครับ :56:
ยังไม่รู้ว์เลยอ้ะครับ :56:
มาเป็นเด็กพับเสื้อไหม
สตาร์ท 30k
เอาครับ :37:
อ้ะ อนุญาตให้โหลดบิตได้ 30k
ขอบคุณครับ:25:
ก่อนหน้านี้ ลองส่ง เรซูเม่ ที่ดีไซน์ เป็นกราฟิกแนวๆ แล้วเซฟเป็น jpeg ส่งไป ตามบริษัท 4-5 บริษัท
ทุกบริษัท ติดต่อมาให้ไปสัมภาษณ์หมดเลย แล้วก็ไม่ไปหมดเลย ด้วยความขี้เกียจ
แต่ก็รู้สึกเสียดายอยู่นิดหน่อยนะ
วันนี้ผมเข้าประชุมกับผู้ร่วมทุนรายใหญ่
ปีหน้าโรงเรียนผมจะมีแผนออก ตจว
(ในกรณีที่ผู้ร่วมทุนทำโมเดลของตัวเองสำเร็จ
ผมก็ได้พ่วงไปด้วย)
ถือเป็นการก้าวกระโดดอีกหนึ่งครั้ง ถ้าโปรเจคนี้สำเร็จ
ส่วนของตัวเองเพียวๆ
จะมาเปิดสาขาเพิ่มที่เซ็นทรัลพระรามเก้า
การเติบโตปีหน้าคงเป็นแบบนี้
ยินดีด้วยค่ะพี่โอ๋ :25:
ยินดีกับเจี้ยมด้วยนะ
โหลดได้ตั้ง 30K ยินดีด้วยจ๊ะ :30:
เสี่ยโอ๋ :25:
ดีใจค่ะพี่โอ๋ ขอกู้บ้างนะ
เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ทำงานวันสุดท้ายไปแล้วค่ะ
เดี๋ยวไว้จะมาประมวลเหตุการณ์ให้ฟังนะคะ :37:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 19 ธ.ค. 2010, 14:32 น.
ดีใจค่ะพี่โอ๋ ขอกู้บ้างนะ
เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ทำงานวันสุดท้ายไปแล้วค่ะ
เดี๋ยวไว้จะมาประมวลเหตุการณ์ให้ฟังนะคะ :37:
พี่แหละจะกู้โบว์ :22:
พี่ลงทุน ยังอีกนานกว่าจะคืนทุน
มีความสุขกับงาน ก็เหมือนคืนทุนแล้วครับ :25:
พรุ่งนี้จะสะดุ้งตื่นไหมนะ
ยังไม่ชินกับโลกนอกกรงครับ
:58:
ทำอย่างกับเป็นเด็กออฟฟิศมาสักสิบปี :58:
การต้องตื่นเช้า (จริงๆ ก็ตื่นสิบโมง) พยายามแต่งตัวให้ไม่ซ้ำกะเมื่อวาน
แล้วเดินทางไปทำงานในตึกอับๆ สิบเดือน ก็เหมือนสิบปีแหละ :58:
:25: อิจฉาคนมีอาชีพอิสระวุ้ยยย
พรุ่งนี้ตื่นกี่โมง พี่แอนคิดรึยัง
ตื่นแล้วทำไรดีวะ กินไรดี ไปไหนดี
ขอให้สนุกนะคะ :27:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 20 ธ.ค. 2010, 00:25 น.
การต้องตื่นเช้า (จริงๆ ก็ตื่นสิบโมง) พยายามแต่งตัวให้ไม่ซ้ำกะเมื่อวาน
แล้วเดินทางไปทำงานในตึกอับๆ สิบเดือน ก็เหมือนสิบปีแหละ :58:
เจอแค่นี้แล้วรู้สึกขนาดนี้ งั้นก็ดีแล้วล่ะที่ลาออก :58:
ช่วงนี้ตื่นบ่าย 2 บ่าย 3 ทุกวันเลย
ดูเหมือนจะต้องทำงานอีก 3 - 4 วันก็หมดโควต้าการทำงานของปีนี้แล้ว :37:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 20 ธ.ค. 2010, 00:25 น.
การต้องตื่นเช้า (จริงๆ ก็ตื่นสิบโมง) พยายามแต่งตัวให้ไม่ซ้ำกะเมื่อวาน
แล้วเดินทางไปทำงานในตึกอับๆ สิบเดือน ก็เหมือนสิบปีแหละ :58:
แล้วก็พาคนมาทำงานตึกอับๆซะเยอะเลย แล้วชิ่งหนีก่อน :1105:
:02: :02: :02: :02: :02:
สงสัยมานานว่า ทำไมอาร์เอสไม่ทำตึกให้มันดีกว่านี้
เอาเงินไปทำอะไรกันหมด ไม่ได้จะเปรียบเทียบนะครับ
แต่มันต่างกันจนเกินไปอะ กับแกรมมี่ :08:
อ้างคำพูดจาก: สหายเบลห์ เมื่อ 20 ธ.ค. 2010, 19:37 น.
แล้วก็พาคนมาทำงานตึกอับๆซะเยอะเลย แล้วชิ่งหนีก่อน :1105:
ใครเหรอ :37:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 20 ธ.ค. 2010, 21:24 น.
สงสัยมานานว่า ทำไมอาร์เอสไม่ทำตึกให้มันดีกว่านี้
เอาเงินไปทำอะไรกันหมด ไม่ได้จะเปรียบเทียบนะครับ
แต่มันต่างกันจนเกินไปอะ กับแกรมมี่ :08:
ลองคิดคำตอบดูเล่นๆ ก็ได้ครับ
คำตอบไหนน่ารังเกียจที่สุดนั่นแหละถูก :37:
งก
คือขนาดลิฟ ไม่ใช่แค่พนักงานใช้นะ เฮียแกก็ใช้ทุกเช้า ยังงึกๆงักๆเลย :08:
ช่วงนี้เป็นอะไรเนี่ย..
งานมีแต่ปัญหา ปัญหาหนักๆ ทั้งนั้นเลยด้วย.. :05:
สงสัยต้องเที่ยวให้หนักกว่าเดิมแล้วพี่แอ้ :30:
ปัญหาไม่หนักกว่าพี่หรอก :22:
รักนะพี่แอ้ :56:
อุตส่าห์ไม่เล่นประเด็นนั้นละ :30:
จะเล่นตั้งแต่เย็นแล้ว
แต่รอให้คนอื่นเล่น ไม่เห็นมีใคร เลยต้องเล่นเอง :30:
ขาประจำเลยสองคนเนี้ย.. :56:
เฮ้อ.. เรื่องงานเนี่ยนะ..
แปลกนะ เมื่อก่อนเคยดูแต่ในหนังในทีวี พวกกลเม็ดทางธุรกิจนี่นั่นนู่น
เดี๋ยวนี้มาตกอยู่ท่ามกลางสิ่งเหล่านี้อย่างไม่รู้ตัว..
ต้องเล่นเกมไปกับเขาด้วย.. ซึ่งเป็นเกมที่มีแต่แพ้กับเสมอ
ต้องระวังตัวแทบตาย เพื่อให้เป็นได้แค่เสมอ..
เหนื่อยเหมือนกันเนอะ..
การผจญภัย บางทีก็ไม่ต้องแบกเป้ขึ้นบ่า
นั่งอ้วนๆ อยู่หน้าคอมพ์ ก็ตื่นเต้นได้..
เมื่อมีเงินของคนอื่นเป็นล้านมาเดิมพัน
:05:
แบบนั้นไม่ค่อยจะน่าเข้าไปผจญภัยเท่าไหร่ :05:
ผมว่าอย่างพี่แอ้นี่เหมาะจะรีไทร์ แล้วทำธุรกิจส่วนตัวมากเลยครับ :37:
สาธุ.. พี่จะพยายามให้ถึงวันนั้นเร็วๆ
อยากเอาเงินล้านของตัวเองไปเดิมพันบ้าง..
ตอนนี้มีอยู่ห้าร้อยยี่สิบ :50:
ทำรีสอร์ตเล็กๆ เลยเชียร์ ต้องเป็นแบบไม่ยอมให้แขกนอนอยู่เฉยๆ ในห้องด้วยนะ :30:
ทำทัวร์ดีกว่า
กายพร้อม ใจพร้อม แอ้ทราเวล :30:
ทัวร์ฮาร์ดคอร์แห่งแรกในประเทศไทย
ที่คุณจะได้ดื่มด่ำไปกับธรรมชาติอย่างสุดกึ๋น
ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับเราสิคะ :30:
ทัวร์แบบว่าลูกทัวร์กับไกด์เพิ่งเคยไปเหมือนกัน รู้เท่ากัน พจญภัยไปด้วยกัน :30: :30:
เที่ยวกับเรา1 วัน เท่ากับทำงาน 1 ปี หมายถึงเหนื่อยเท่ากัน
แต่สนุกต่างกันนะ ^^
ขอเบิ้ล :37:
ออฟฟิศเพื่อนแจกโบนัสเป็น
- ไอโฟน
- ไอโฟน+เงิน
- ไอโฟน+แมคบุ๊ก+เงิน
:07: :07: :07: :07: :07:
อิจฉา :1105:
:07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07:
จอกมาก ที่อาร์เอส งานปีใหม่หยิบโค้กเหลือๆกลับบ้านได้คนละขวด :37:
:30:
:30: :30: :30:
เฉยๆ :37:
ขอให้ผัวได้โบนัส 12 เดือนขึ้นไป สาธุ :46:
ไม่เลี้ยง ไม่แบ่งใครทั้งนั้น ตูจะเอาไปใช้หนี้ค่าที่ดิน :0705:
ต้องเลี้ยงน้องก่อนเซ่ะ :07:
ถูก !!!! :07:
เก็บไว้ เผื่อวันหน้าได้เอาไปใช้ :30:
สโลแกนอย่างนี้ ใครมันจะไปด้วย อย่าว่าแต่จ่ายตังค์เลย
ให้ไปฟรียังลังเลเลยมั้ง
อ้างคำพูดจาก: คาโปเอ็มร่า เมื่อ 21 ธ.ค. 2010, 23:04 น.
ทำทัวร์ดีกว่า
กายพร้อม ใจพร้อม แอ้ทราเวล :30:
อ้างคำพูดจาก: B o o k เมื่อ 21 ธ.ค. 2010, 23:24 น.
ทัวร์ฮาร์ดคอร์แห่งแรกในประเทศไทย
ที่คุณจะได้ดื่มด่ำไปกับธรรมชาติอย่างสุดกึ๋น
ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับเราสิคะ :30:
ฟังดูน่านอนอยู่บ้านมาก
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 21 ธ.ค. 2010, 23:28 น.
ทัวร์แบบว่าลูกทัวร์กับไกด์เพิ่งเคยไปเหมือนกัน รู้เท่ากัน พจญภัยไปด้วยกัน :30: :30:
^
^
ชอบอันนี้ :30:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 21 ธ.ค. 2010, 23:35 น.
เที่ยวกับเรา1 วัน เท่ากับทำงาน 1 ปี หมายถึงเหนื่อยเท่ากัน
เค้าไม่ได้พาไปแบกหามนะตัว..
เราก็ว่าแอ้น่าจะออกมาทำงานรับใช้ตัวเองเหมือนกันนะ :25:
ทำสนอง need ตัวเองไปเลย :30:
สมัครเป็นเด็กถือกระเป๋าครับ :52:
ตอนนี้ดุกงานเข้าอะ
เทศกาลปีใหม่ ลูกค้า 2 เจ้า บ้าระห่ำสั่งเค้กคนละไม่ต่ำกว่า 10 ก้อน
ดีไม่ส่งวันเดียวกันไปเลย :58:
ตอนนี้งานหนักๆ เคลียร์ไปได้เยอะ
เหลือเป้งๆ อีกตัวสองตัว งานของปีนี้ก็จะเคลียร์แล้ว
รู้สึกมีกำลังใจขึ้น :22:
ไปช้ำเลือดช้ำหนองต่อ :16:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 22 ธ.ค. 2010, 02:41 น.
ขอเบิ้ล :37:
ออฟฟิศเพื่อนแจกโบนัสเป็น
- ไอโฟน
- ไอโฟน+เงิน
- ไอโฟน+แมคบุ๊ก+เงิน
:07: :07: :07: :07: :07:
อิจฉา :1105:
เพื่อนทำงานอะไรอ้ะ :25:
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 22 ธ.ค. 2010, 09:10 น.
ขอให้ผัวได้โบนัส 12 เดือนขึ้นไป สาธุ :46:
พี่เจนทำงานที่ไหนค้า :53:
เพื่อนเป็นสถาปนิกนี่แหละ โบนัสน่าทึ่งมากสำหรับออฟฟิศสถาปนิก :3005:
ออฟฟิศไหน :07: :07: :07:
http://www.stembangkok.com/ (http://www.stembangkok.com/) นี่ครับ :37:
ยังไม่พ้นโปรฯ :05: โบน้งโบนัสอะไร อดหมด
ทำออฟฟิศเอง ใครจะให้โบนัสตู :58:
แถมต่อไปถ้ามีพนักงานนี่ต้องให้โบนัสเค้าอีก :3005:
พี่ร่มจดทะเบียนบ.แล้วเหรอครับ :25:
ไปทำงานกับลุงร่มกันดีกว่า :25:
จะเป็นหมอไม่ใช่เราะ :07:
จะผ่านปีหนึ่งรึเปล่ายังไม่รู้เล้ยยยยย :3005:
เอ้อ... เดี๋ยวโบนัสออกเป็นเบียร์สามลัง ไอโฟนตัวนึง
ควายสองตัว กะเตาอบเล็กๆสักตัวดีกั่ว :56:
แล้วบอกเมียว่าไงครับ :37:
บอกว่าจะเอาควายมาอบด้วยเตาอบเล็กๆกินแกล้มเบียร์ :30:
(แล้วเอาไอโฟนถ่ายรูปมาโพสอวดในกระจู๋ของกิน)
:30:
:30:
:30:
:30: :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 22 ธ.ค. 2010, 20:58 น.
พี่ร่มจดทะเบียนบ.แล้วเหรอครับ :25:
ใช่ :3005:
เจ้าของกิจการ :25:
ต้องการเด็กเดินสายไฟมั้ยฮะ :25:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 22 ธ.ค. 2010, 22:24 น.
บอกว่าจะเอาควายมาอบด้วยเตาอบเล็กๆกินแกล้มเบียร์ :30:
(แล้วเอาไอโฟนถ่ายรูปมาโพสอวดในกระจู๋ของกิน)
แหม...
:30: :30: :30: :30:
ร่มจดทะเบียนเปิดบริษัทแล้ว
ผมเพิ่งจะจดปิดกิจการ :30:
:05:
อ้าว :30:
เกษียณละ
ยังเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ ยังอยากได้โบนัสซัก สองสามเดือน :47:
เดือนนึงก็ดีใจจะแย่ละ :47:
ปีนี้งานหนักมาก.. รอลุ้นโบนัสว่าคุ้มเหนื่อยไหม :56:
งานสนุกกว่าเดิม มีอิสระกว่าเดิม รายได้ดีกว่าเดิม เจ้านายดีกว่าเดิม และเพิ่งทำงานได้ห้าเดือน ไม่ได้โบนัสก็ไม่เป็นไรวะ ปลอบใจตัวเองไว้ก่อน :30:
บวบน่าจะได้นะ :25:
ได้ยินพูดกันหลายคนแล้ว ว่าปีนี้โบนัสน่าจะดีกว่าปีที่แล้ว
รอลุ้นๆๆ :25b:
เอาไป 20 เดือน :07:
จะเอาไปทำกิฟท์!! :07:
ไม่พอ :0705:
:30: :30: :30:
ภาษีบาน :05:
โบนัสแจ่มกันไหม ของผมเพิ่มจากปีที่แล้วเท่าตัวอ่ะ แต่ไม่ถึงที่คาดไว้
เซ็ง :58:
โดนหักค่ามาสายไปอีกหมื่นกว่าบาท เซ็งหนักเลย :58: :58:
ถ้าตูโดนหักค่ามาสายนี่ คงโดนไปเป็นแสน :3005:
หักโหดมาก :07:
ของพี่สิ้นเดือนนี้ได้โบนัสก่อน ๑ เดือน
ที่เหลือไว้ลุ้นปลาย ม.ค. อีกที :54:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 23 ธ.ค. 2010, 17:58 น.
ถ้าตูโดนหักค่ามาสายนี่ คงโดนไปเป็นแสน :3005:
เหมือนกันเยยยยย.. :56:
ผมเข้างานแปดโมง
สายมาก หัวหน้าเลยเลื่อนให้เป็นเข้างานสิบโมง คนเดียวในบริษัท....
แต่ก็ยังสายอยู่ดี เข้าบ่ายสอง บ่ายสาม...
สัปดาห์หนึง มางานสอง สามวัน :05:
แต่งานเสร็จหมดนะ ไม่มีผิดพลาด เค้าเลยยังไม่ไล่ออก :16:
สมควร :30: :30:
พี่เจนโดนหักเป็นแสน ผมก็คงโดนหลักล้านหล่ะครับ :16:
ปีนี้คงโดนหักเยอะเหมือนกัน พวกที่เคยมาสายกว่า ลาออกไปหมดแล้ว :30:
เข้างาน 8โมง มาบ่ายนี่รู้สึกโดนหักน้อยจัง :30:
เข้าทำงานได้ 3 เดือน พอดิบพอดีสำหรับปีนี้
ได้โบนัสแบบ หารเฉลี่ยตามจำนวนที่มาทำงาน
ก็ยังดี ปลอบใจตัวเอง ที่ย้ายจากที่เก่า ก็ยังมาได้โบนัสจากที่ใหม่
แม้จะไม่มาก ยังพอจุนเจือเรื่องค่ารถได้บ้าง
ตอนนี้ขับรถไปทำงานแล้วครับ
เอาเงินทั้งหมดที่มีไปซื้อรถเก๋งมาใช้
ที่ต้องซื้อเพราะ บ้านไกล๊ ไกล รถเมล์เข้าถึงลำบาก (ให้นึกถึงรถเมล์ต่างจังหวัด นานน๊าน จะผ่านคันนึง) :05:
งานยังหนัก เครียด หิน และกดดันสูงเช่นเคย
แต่เหมือนจะเริ่มปรับตัวได้ เริ่มเห็นเค้าว่าจะทำได้
ถ้าต้องพยายามและถึกเพื่อเรียนรู้ต่อไป
สู้ต่อไป P&G :07:
ปล. เห็นแล้วอิจฉาคนตื่นสาย ผมตื่นตี 4 ทุกวันเลย :05:
พอมีรถตื่นตีห้าครึ่งถึงหกโมง เย้! :53:
ตูตื่นไม่เคยเร็วกว่า 9 โมง วันเสาร์อาทิตย์ยังตื่นเช้ากว่าอีก :30:
แต่ก็ยังไม่รู้จะมีโบนัสมั้ย (ยังหวังอยู่ :37:) เป็นพนง.คนเดียวนี่บางทีก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน :30:
เอ้อ อยู่ดีๆปีหน้าก็มีความคิดว่าจะซื้อรถ
เพราะพึ่งรู้ว่ามันผ่อนไม่เยอะเลยนี่นะ ไม่เคยรู้มาก่อนเลย
รายได้ปีหน้าก็คงดาวน์และผ่อนได้แน่ๆ แต่ปัญหาคือยังนึกตัวเองมีไลฟ์สไตล์แบบมีรถไม่ออก
และที่สำคัญ ขับไม่เป็น :37:
เก้อซื้อมอไซค์แทนดิ น่าจะเหมาะกะเก้อมากกว่า.. ซีเรียส :37:>
อันนี้ก็ดูๆอยู่ครับ แต่ก็อีกแหละ
ความสามารถในการขับขี่บนท้องถนนต่ำมาก (เป็นจุดบอดในชีวิตสุดๆเลย :05:)
และดูเหมือนขี่มอไซค์ในกรุงน่าจะยิ่งใช้ทักษะมากกว่า :08:
งั้นนั่งแท็กซี่แหละ ไม่ต้องซ่อมเอง ไม่ต้องหาที่จอด :30:
ผมสอนให้มั้ย เดี๋ยวพาข้ามไปหลักสูตรสตั๊นเลย :30:
มอ'ไซด์นะ รถยนต์ขับไม่เก่งเพราะไม่ค่อยจะมีขับ :39:
พี่เก้อจัดมอเตอร์ไซค์4สูบไปเลย อย่างหล่อ :53:
เก้อขี่คันเล็กๆ น่าจะเหมาะกว่านะ คงไม่ใช่พวกชอบใช้ความเร็วอยู่แล้วป้ะ 555
PCX ก็ขี่สบายนะ (ไม่เห็นเล็กตรงไหน) ผ่อนเสร็จแสนกว่าๆ พอดี :30:
แนะนำเค้าด้วยดิ :25:
เค้าอยากได้รถ แต่ขี่ไม่เป็น
เอามาจอดเล่นริมทะเล ชิวๆ :05:
ก็ซื้อมาเข็นดิ.. แล้วว่างๆ ก็เข็นไปจอดเล่นริมทะเลชิวๆ :52:
กำลังมีความคิดว่าจะซื้อรถพับมาขี่ไปทำงานแหละ :56:
วันหยุดก็ขี่เที่ยวกะแฟน (ตาแว่นก็ปั่นไปทำงานทุกวันเหมือนกัน)
ตอนแรกก็อยากได้มอไซค์ แต่ตัวเองเป็นคนขี้เกียจเติมน้ำมัน ขับมอไซค์ไม่แข็งก็เลยลงเอยที่จักรยาน :58:
รถพับนี่จักรยานป่าว กวาง :09:
รถยนต์สิ
ระดับกวางแล้ว พับรถยนต์ได้
:30:
งั้นถ้าเป็นพี่แอ้ต้องเชียร์ให้ซื้อรถบัส :52:
ระดับพี่แอ้... :56:
ไม่ใช่แล้วลุงอ๋าห์~ :07:
:30: อ้ากก ชอบๆๆ รถยนต์พับ อยากได้ๆ
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 23 ธ.ค. 2010, 20:42 น.
:30:
งั้นถ้าเป็นพี่แอ้ต้องเชียร์ให้ซื้อรถบัส :52:
ระดับพี่แอ้... :56:
:30: :30: :30:
แอ้จะซื้อรถถังส่วนตัว... :56:
พับได้ :56:
ระดับพี่แอ้... :56:
สิบล้อเท่านั้น
พี่แอ้เห็นรึยังเนี่ย :30: :30: :30:
ลบทันมะ :30:
หมายถึง ไปเที่ยวในที่สมบุกสมบันได้ดีอ่ะ คิดอะไรไปถึงไหนกัน :52: :44:
ตูว่าพวกเอ็งตายหมู่ :30: :30:
บวบยุ ผมเปล่า :44: :44:
:47b:
ก็ตามๆ เค้าไปอ่ะ :47b:
เอาแบบจริงจังเลยนะ :37:
ผมกลัวพี่แอ้โกรธจริงๆ ทุกทีที่เล่นเลย แต่ก็ยังทำ :30:
คิดว่าพี่แอ้น่ารักนิสัยดี คงโกรธน้องคนนี้จริงๆ ไม่ลง :56:
คิดเหมือนกันเลย :25: :25: :25:
พี่แอ้น่ารักนิสัยดี คงโกรธน้องคนนี้จริงๆ ไม่ลง :56: :56: :56:
รักหรอก จึงหยอกเล่นนะคะพี่แอ้ :56:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 23 ธ.ค. 2010, 20:27 น.
เก้อขี่คันเล็กๆ น่าจะเหมาะกว่านะ คงไม่ใช่พวกชอบใช้ความเร็วอยู่แล้วป้ะ 555
PCX ก็ขี่สบายนะ (ไม่เห็นเล็กตรงไหน) ผ่อนเสร็จแสนกว่าๆ พอดี :30:
PCX 125 cc เอง รุ่นนี้ฮอนด้าทำไว้ส่งออกค่ะ ฐานผลิตอยู่ในไทย
ไม่เน้นเจาะตลาดไทย เพราะมันไม่เหมาะกับถนนต่างจังหวัด
มันหรูดีนะ มิ้นชอบ :43: เน้นเรื่องประหยัดพลังงานด้วย
อ้างคำพูดจาก: Longtime เมื่อ 23 ธ.ค. 2010, 20:28 น.
แนะนำเค้าด้วยดิ :25:
เค้าอยากได้รถ แต่ขี่ไม่เป็น
เอามาจอดเล่นริมทะเล ชิวๆ :05:
Scoopy-i ลายใหม่ไหมพี่กิ๊ก
น่ารักดีนะ :56:
เครื่อง 110 ประหยัดน้ำมัน PGM-FI หัวฉีด
เชียร์เต็มที่ :30:
มิ้นท์จะให้แอ้จะพับสกูปี้ไอเหรอ :07:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 23 ธ.ค. 2010, 22:28 น.
เอาแบบจริงจังเลยนะ :37:
ผมกลัวพี่แอ้โกรธจริงๆ ทุกทีที่เล่นเลย แต่ก็ยังทำ :30:
คิดว่าพี่แอ้น่ารักนิสัยดี คงโกรธน้องคนนี้จริงๆ ไม่ลง :56:
:56:
บวบกะถลอกสองคนนี้ครองรางวัลคู่กันแน่ปีนี้ :34:
เผลอทำงานไม่อู้ปั่นบอร์ดแป๊บเดียว
หน้าที่แล้วทั้งหน้าเลย :22:
เอาจริงๆ ก็ไม่โกรธล่ะจ้า..
โลกนี้มีคนโกรธกันมากพอแล้ว ^__^
บ้านมิ้นขายฮอนด้าใช่มั้ย :30:
ปล. อยากกินเบียร์กะพี่แอ้ :25:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 23 ธ.ค. 2010, 22:32 น.
เผลอทำงานไม่อู้ปั่นบอร์ดแป๊บเดียว
หน้าที่แล้วทั้งหน้าเลย :22:
เหมือนพักเที่ยวมาทำงานสินะ :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 23 ธ.ค. 2010, 22:32 น.
บ้านมิ้นขายฮอนด้าใช่มั้ย :30:
พี่บวบรู้ได้ไง อุตส่าไม่พูดอะไรแล้วนะ :56:
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 23 ธ.ค. 2010, 22:33 น.
เหมือนพักเที่ยวมาทำงานสินะ :30:
วันก่อนเครียดเรื่องงาน เครียดจริงๆ กลับบ้านก็ไม่หาย
บ่นใน ฟบ. นิดหน่อย เพื่อนๆ ก็เริ่มโทร.เข้ามา
เจ้าปู (คู่หูเที่ยวโหด) บอกว่า คิดอะไรนักหนาพี่แอ้ นั่นมันงานอดิเรก !! :58:
ปูก็พูดถูกแล้วนี่แอ้ :58:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 23 ธ.ค. 2010, 20:27 น.
เก้อขี่คันเล็กๆ น่าจะเหมาะกว่านะ คงไม่ใช่พวกชอบใช้ความเร็วอยู่แล้วป้ะ 555
PCX ก็ขี่สบายนะ (ไม่เห็นเล็กตรงไหน) ผ่อนเสร็จแสนกว่าๆ พอดี :30:
คิดเหมือนกัน :30:
แต่เจ๊นึกถึงรถมิสเตอร์บีนน่าจะเข้ากับหนุ่มเก้อ :53:
เร็วๆ นี้ว่าจะจ้างทนายฟ้องบริษัทเล่นๆ ครับ
..ทิ้งไว้แค่นี้แล้วก็จากไป
พิมพ์หลายทีแล้วว่าจะหางานใหม่
ป่านนี้ก็ยังไม่ได้ตั้งหลักหาเลย
โดนไล่ออกแน่ๆ :30:
yamaha เจ๋งกว่าเยอะ :11:
ฮอนด้าดีกว่า :11:
ประหยัดน้ำมัน ประหยัดพลังงาน
เดินเอา สบายใจ :11:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 23 ธ.ค. 2010, 22:44 น.
เร็วๆ นี้ว่าจะจ้างทนายฟ้องบริษัทเล่นๆ ครับ
..ทิ้งไว้แค่นี้แล้วก็จากไป
ไม่ต้องมาเกริ่นเลย ไม่เห็นจะดราม่าซะที :11:
ผมทำเอแบคมา 12 ปี
ปีหน้าเข้า 13 ละ เหมือนว่าเคยตั้งใจ
จะไปทำออฟฟิศข้างนอก ที่ไม่ต้องใส่ชุดทำงาน
ไม่ต้องเจออาจารย์ ไม่ต้องเจอฝรั่ง
แต่พอหลังจาก 7 ปีให้หลัง
ย้ายมาบางนา เริ่มออฟฟิศใหม่
คุมเครื่องพิมพ์สองเครื่อง
กับงานมหาลัยเกือบจะทั้งหมด ในส่วนของเอกสารการสอนและจัดสอบ
ความคิดที่จะตื่นสิบโมง เลิกตีสอง
รับงานที่สุขุมวิท ไปดิวงานลูกค้าห้าโมง
หายไปแหล่ว
จุดไม่ติดแหล่ว
แต่ 5 ปีที่เข้ามาทำที่บางนา เหมือนเริ่มต้นใหม่หมด
ทุกอย่างเหมือนปี 41 ที่เพิ่งเริ่มเข้ามาทำ
ต่างกันตรงที่ ผมมีอำนาจการต่อรอง เต็มตัวมากกว่าเมื่อก่อน
คือตัดสินใจได้ ว่าอันนี้ผ่าน อันนี้ไม่ผ่านเพราะอะไร ต้องแบบนี้ๆๆ
ซึ่งมันทำให้กระชุ่มกระชวยเหมือนสมัยแรกๆ ที่เข้าทำงาน
แปลกใจเหมือนกันว่าทำไม ทุกวันนี้เลยทำงานมันส์มาก
แม้จะเป็นงานเล็กๆ ในมหาลัยใหญ่ๆ ก็เถอะ
ปีหน้า ถ้าฟ้าผ่ามากลางออฟฟิศ อยากให้ห้องถัดไปจากห้องผม
เป็นสายพานต่อๆ กัน เหมือนโรงงานผลิตหนังสือ ออกแบบเสร็จก็ส่งเครื่องพิมพ์
กดไปทางซ้ายก็เลื่อนไปห้องเข้าเล่ม ต่อไปก็เข้าห้องเจียน แพ็คเล่ม
แล้วก็โทรเรียก bookstore มารับงานไป เป็นอันจบ
แต่ติดอย่างเดียวคือ อธิการบดีท่านยังไม่เห็นสมควร
ตอนนี้เลยยกๆ แบกๆ จากตึกนึงไปตึกนึง กินเวลาชิบ แทนที่จะเร็วกลับช้า
:48:
โอว ปั่นกันกระจุย มีคนตัดหน้าคุณตั้ง 4 คนแน่ะ :07: :07:
มันส์เพราะ พี่โก้มีอำนาจ อยู่ในมือไง
อำนาจนี่เสพติด ได้นะ :22:
ช่วงสิ้นปี จู๋นี้วิ่งไวมาก :07:
ช่วงนี้ก็กำลังเสพติดอำนาจเหมือนกัน เกรียนใส่ผู้บริหารด้วย :30:
จะรู้ตัวก็ตอนโดนหัวหน้าแซวบ่อยๆ แหละ
หัวหน้าผมใจดี ไม่ด่า แต่แซวหนัก :25:
อยากอัพเดทอะไรยาวๆ
เป็นเรื่องเป็นราว จริงๆ จังๆ
มั่ง แต่ไม่มีไรเลย
คือยังคิดที่จะเขียนไม่ออก
ตอนนี้มิ้นทำงานที่บ้าน
เหมือนเป็นเจ๊คุมร้าน :30:
จริงๆ มีหน้าที่แค่คุมลิ้นชักเงินแหละ
รู้สึกว่าเมื่อก่อนมีความรู้เรื่องรถเยอะกว่านี้
คงเพราะไปประชุมเองด้วยมั้ง
ตอนนี้ให้ขายรถเองคงยาก
ลูกค้ามาแต่ละคน ไม่ทันเล่ห์เค้า
เราให้ได้แต่ข้อมูล
ปกติอาจะเป็นคนคุมร้าน แต่พอมิ้นอยู่
เค้าก็หาเรื่องออกไปข้างนอกเรื่อย
กินข้าวบ้าง ไดรฟ์กอล์ฟบ้าง
ปล่อยให้เฝ้าร้านคนเดียว (ถ้าป๊าไม่ว่าง) :37:
อยากกลับไปมีเวลาทำงานแบบนั้นอีกซักรอบจัง
แต่ถ้าต้องแลกกับเรียน ก็คงไม่เอา
งั้นเดี๋ยวพี่ไปสมัคร คุมลิ้มชักโต๊ะให้ดีมั้ย
ให้แม่มาขอนะ งุงิ
ไม่ชอบคุยกับหัวหน้าเลยให้ตาย
รู้สึกเหมือนคุยกับอาจารย์ฝ่ายปกครองที่คุยกันคนละภาษา :58:
อาจารย์ฝ่ายปกครองโรงเรียนเอเป็นชาวต่างชาติ :25:
จะว่าไปตั้งแต่เรียนเอแบคไม่เคยเจอพี่โก้เลยนะเนี่ย
แกอยู่เอแบคแดด
หนักมั้ย :25:
ต้องร้อนด้วยแน่ๆเลย :25:
แต่ที่บางนามีที่จอดรถที่เรียกว่าทะเลทราย1 กับ ทะเลทราย2 ล่ะค่ะ
เป็นที่จอดรถกลางแจ้ง ไร้ร่มเงา.. ทะเลทราย1 ตอนนี้ลาดยางแล้ว (เย่!)
แต่ทะเลทราย2 พื้นยังคงเป็นทรายเวลารถผ่านก็ฝุ่นฟุ้ง :47b:
(เหลือข้อดีคือเหมาะไปถ่ายรูปล่ะค่ะ)
อยู่ตะวันออกกลางกันรึไง :30: :30:
ทำหน้าเป็นอาจารย์ แล้วลงไปจอดใต้ CL ดิ 555
ปล. โคตรชอบชื่อตึกนี้เลย :25:
ร้อนขนาดนั้น มิน่าล่ะ สาวๆ เลยนุ่งกันซะ :51:
ผรู้มั้ยครับ ว่าเอแบค อะไร
เฉลยครับ เอแบคโพ
ตอนนี้ชีวิตขาด งาน เงิน ความหวัง และอนาคต
จำไม่ได้ว่า 2 ปี ผ่านมา เสียหายอะไรไปเท่าไหร่บ้าง
เงินทุน ความมุ่งมั่น อนาคต เพื่อน ความหวัง ความรัก
สิ้นปีนี้ชีวิตต้องมาเจอจุดเปลี่ยนอีกครั้ง
หลังจากลงทุนกับเพื่อนแล้วต้องถอยเพราะเรื่องสีเทาๆ ดำๆ
หลังจากวางแผนชีวิตครั้งใหญ่แล้วล่มไม่เป็นท่า
หลังจากหักเหชีวิตไปหาความรู้เรื่องอาหาร ขนม เบเกอรี่
ตอนนี้ต้องมาตอบคำถามตัวเอง และคนรอบข้างแล้ว
ว่าจะทำอะไรต่อไปกับชีวิต
จะกลับไปเป็นพนักงานออฟฟิศ (แล้วเสียเวลา 2 ปี เพื่ออะไร)
จะกลับไปคว้าวิชาชีพมาหากิน (ใบวิชาชีพครูจะหมดอายุปีหน้าแล้ว)
จะเอาความรู้เรื่องของกินมาเปิดร้าน (อันนี้ยังช่างใจกับเรื่องเงินทุน เพราะลงไปตอนทำออฟฟิสหมดไม่ได้กลับมาสักแดง)
คงไม่มีใครช่วยเราตอบคำถามนี้ได้ดีเท่าตัวเราเองหรอกเนอะ
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้คำตอบ
ตีลังกาคิด 48 ตลบ ปีหน้า เดือนหน้า ต้องได้คำตอบ
อาจจะมีแผนใหม่ๆ
อาจจะมีการเดินทางใหม่ๆ
แต่ต้องมีชีวิตใหม่ให้ได้ ชีวิตตกหลุมมานานต้องขึ้นจากหลุมซะที
หาอนาคตให้เจอ ... ทำไรดีอ่ะ
:48:
ขอให้เจอไวๆ นะ :12:
ปิ๊กสู้ๆ :22:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 23 ธ.ค. 2010, 20:00 น.
เอ้อ อยู่ดีๆปีหน้าก็มีความคิดว่าจะซื้อรถ
เพราะพึ่งรู้ว่ามันผ่อนไม่เยอะเลยนี่นะ ไม่เคยรู้มาก่อนเลย
รายได้ปีหน้าก็คงดาวน์และผ่อนได้แน่ๆ แต่ปัญหาคือยังนึกตัวเองมีไลฟ์สไตล์แบบมีรถไม่ออก
และที่สำคัญ ขับไม่เป็น :37:
เรื่องหารถ ขับรถเนี่ยไม่ยากหรอก
แต่ลองนึกถึงไลฟ์สไตล์ดูดีๆ
เพราะเวลามีรถ เกิดรถติด
แล้วต้องรีบๆ จู่ๆ จะจอดรถทิ้งมันก็ไม่ได้
ไหนจะต้องเสียเวลาหาที่จอด อะไรต่อมิอะไรอีก
ข้อต่อมาคือ เวลาที่ต้องออกไปกินเหล้าหรือสังสรรกับเพื่อนฝูง
เราจะกินเหล้าก็ไม่ได้แล้ว
แต่ถ้าจะกินตูก็จะนั่งแท็กซี่แทน
เว้นแต่เป็นพวกมักง่าย ไม่รับผิดชอบต่อสังคม
นั่นก็ึคือพวกกินเหล้าและขับรถ
ซึ่งเราเห็นกันเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง
และอุบัติเหตุตามท้องถนนเกินครึ่ง
สาเหตุมาจากดื่มเหล้าแล้วขับกันทั้งนั้น
แต่มีรถเวลาเราไปต่างจังหวัดมันก็สะดวกดี
ก็ลองชั่งน้ำหนักดูแล้วกัน
ส่วนเรื่องมอไซด์ไม่แนะนำ
ปิ๊กสู้สู้นะ :12:
อะไรเนี่ย!! เผลอแป๊บเดียววิ่งมา 3 หน้ากว่า
ขอตอบว่ารถพับ = จักรยานพับ ไม่ใช่รถยนต์พับนะ :3005:
สู้ ๆ นะปิ๊ก อยากทำอะไรแนะนำว่าต้องกล้าหน่อยอ่ะ
(หมายถึงกล้าได้กล้าเสีย กล้าล้มแล้วต้องลุกใหม่ ถึงจะอีกหลายที)
มีอำนาจต่อรองมากขึ้น แรกๆ ผมคิดว่ามันเจ๋งนะพี่โอ๋
แต่พอ 5 ปีผ่านไป เหมือนผมเดินเข้าไปในบ่อไอ้เข้ยังไงยังงั้น
ติดตรงที่ว่า ตอนนี้ผมอยู่แค่ขอบๆ บ่อแค่นั้นเอง
วันไหนโดดลงไป สงสัยโดนฟัดไม่เลี้ยงเหมือนกัน
อำนาจต่อรองผมมีอยู่แค่บนฝั่ง เท่าที่ขายืนได้
แต่โดดลงน้ำเมื่อไหร่ มีหวังพัง
ตอนนี้ทำบางนามา 5-6 ปี ละ
เริ่มรู้อย่าง ไม่รู้หลายอย่าง มากยิ่งขึ้น
หมายถึงอะไรรู้ ก็ทำไม่รู้ซะ จะได้ไม่วุ่นวาย
อะไรไม่รู้ ก็ถามเขา สบายใจ เหมือนเป็นเด็กหัดงานเหมือนเมื่อก่อนดี
ตอนนี้มีอำนาจต่อรองก็จริง แต่บางที (หลายที) ก็ไม่ได้ใช้
ผมทำเต็มที่ก็แค่เอ่ยคำว่า .... ได้ครับ .... .ใบเบิกทางชั้นเยี่ยม
:43:
อ้างคำพูดจาก: หนูอร เมื่อ 24 ธ.ค. 2010, 01:19 น.
จะว่าไปตั้งแต่เรียนเอแบคไม่เคยเจอพี่โก้เลยนะเนี่ย
หน้าหมวยๆ แบบอร เดินผ่านหน้าห้องเยอะมากนะ
เดินกันตาปิดๆ ตัวใสๆ เป็นปลาหมึกกล้วยเต็มเลย
ยืนมองหน้าห้องพี่ก็จำไม่ได้ มันเหมือนกันไปหมด
:08:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 24 ธ.ค. 2010, 01:25 น.
แกอยู่เอแบคแดด
ทะเลทรายที่นี่ น่าอยู่ทุกปีนะเฟ้ยยย
เซเว่นเดย์ แอดแวนติ๊ด งี้
เซนต์เทเรซ่างี้
พระหฤทัยงี้...
สาธิตยังงี้...
:35:
อ้างคำพูดจาก: โก้ เมื่อ 24 ธ.ค. 2010, 10:03 น.
เดินกันตาปิดๆ ตัวใสๆ เป็นปลาหมึกกล้วยเต็มเลย
:3005:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 24 ธ.ค. 2010, 02:59 น.
ผรู้มั้ยครับ ว่าเอแบค อะไร
เฉลยครับ เอแบคโพ
ใครก็ได้อธิบายที :46:
abac poll :09:
อ้างคำพูดจาก: โก้ เมื่อ 24 ธ.ค. 2010, 10:03 น.
หน้าหมวยๆ แบบอร เดินผ่านหน้าห้องเยอะมากนะ
เดินกันตาปิดๆ ตัวใสๆ เป็นปลาหมึกกล้วยเต็มเลย
พี่โก้เปรียบเทียบสาวสวยกะปลาหมึกกล้วย :3005:
:30: :30: พี่โก้ก็ช่างเปรียบ
มอร์ไซฯ ถ้าใครจะซื้อ pcx ลองดู เวสป้า ใหม่ดูบ้างมั้ย
ตอนนี้กำลังสนใจอยู่เหมือนกัน กะว่าจะขายน้องส้มเช้งไปถอย
บอดี้ เหล็กทั้งคัน กุญแจเป็น อิมโม ด้วย
เครื่อง 150
แต่ราคา 9 หมื่นกว่านะ :42:
เวสป้ารุ่นใหม่ราคาเป็นแสนเลยนี่พั่ศักดิ์ :3005:
ต่อไปจะเรียกหนูอรว่าหมึกกล้วย :30: :30:
ตัวล่างสุดประมาณ 8-9 หมื่น เห็นแล้วอยากได้โฮกกกกกก :07: :07: :07:
แต่ถ้าจอดทิ้งไว้ต้องหายแน่ๆ :30: :30:
ไม่ถึงแสนนะ
แต่ 99K
ไม่ไงเสนอว่าถ้าจะซื้อ pcx น่ะซื้อเวสป้าดีกว่า
pcx มันไม่คล่องตัวในเมือง เพราะคันมันใหญ่รถติดก็ ซ็อกแซ็ก ตามช่องตามรูไม่ได้
วันก่อนรถติดไฟแดง แต่มอไซค์เ้ข้าคิวยาวกันพอกันกะรถ แปลกใจเพราะปกติรถถ้าติดไฟแดงเนี่ย มอไซจะไปออกันที่ตรงด้านหน้า
เลยชะโงกไปดู ก็เห็นว่ามี pcx ขวางอยู่ไปไม่ได้ มอไซค์ ติดกันเป็นแถวยาวเชียว :30:
อยากขี่จักรยานเป็นอะ :16:
มอไซจอดเต็มบ้านเลย แต่ขี่ไม่เป็น
รถยนต์ก็ขับไม่ได้ :16:
ก็หัดสิคร้าบบบ :30:
อร หมึกกล้วย :30:
เพิ่งจะออกจากห้องประชุม คุยกับนายใหม่ตัว-ตัว ยาวเกือบชั่วโมง
ก็คงเหมือนสัมภาษณ์อีกรอบ เขามาเป็นนายใหม่ ก็คงอยากรู้จักลูกน้องในสังกัดตัวเอง
เขาบอกว่า แอ้น่ะ passive มากไป ก็นั่งอือๆ แล้วออกมาเปิดดิค
อ๋อ มันแปลว่าเรื่อยๆ นี่เอง..
ความพอดีนี่ไม่มีเลยอะ เมื่อก่อนเป็นคนโหดมาก โผงผางบ้าระห่ำ ก็ว่าไม่ดี
พอกลายเป็นคนดี คนเรียบร้อย กลายเป็นเรียบร้อยเกินอีก ให้ทำยังไง :58:
(นายใหม่ทักว่าชอบใส่กระโปรงเหรอ เห็นใส่ทุกวัน อ้าว.. ก็ตอนกูใส่กางเกงมีคนมาทักว่าผิดระเบียบ)
เขาบอก ทำอะไรให้โชว์ซะบ้าง คนอื่นจะได้รู้ว่าเราทำอะไร..
แล้วไหนภาษิตที่เขาว่า จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ฯ ..
โอ๊ย.. งงกะชีวิต ทำตัวไม่ถูก
ไปเที่ยวดีกว่า.. :47:~
ผมว่าฝรั่งเขาไม่คิดงั้นมั้งพี่ ประมาณว่าถ้าคุณไม่กล้านำเสนอตัวเองก็แสดงว่าไม่มั่นใจ แล้วถ้าตัวเองไม่มั่นใจแล้ว ใครจะกล้ามามั่นใจอีก :30:
กับเจ้านายฝรั่ง ไม่ต้องคิดหลายตลบ
คิดยังไงพูดออกไปได้เลย :37:
จริง ไม่ชอบก็บอกไม่ชอบเลย สบายใจมาก
แน่นอนว่าเราทำไรไม่ถูกก็โดนด่ากันซื่อเลยเหมือนกัน :3005:
ซึ่งโดยรวมแล้วชอบมาก ไม่ต้องมาเดาใจกันอยู่แบบเจ้านายคนไทย :37:
เขาเป็นคนไทยหัวนอก พูดไทยคำอังกฤษสาม แล้วนึกศัพท์ภาษาไทยไม่ออกบ่อยๆ
จริงๆ ถ้าเราไม่ได้อยากโดดเด่นหรืออะไรในองค์กรแล้วนี่.. แค่อยากทำหน้าที่ตัวเองให้ดี
แล้วก็จะไปทำนาทำไร่แล้ว มันจะผิดมากไหมนะ
แต่วันนี้ได้คุยก็กะว่า อะ จะลองไฟ้โตะๆ ซักตั้งนะ แต่ก็ไม่อยากอินมาก
กลัวจะลืมความฝันที่จะกลับบ้านไปทำนา
โอ๊ย.. สับสนตอนแก่ :48:
ไปทำนาให้สบายใจดีกว่าครับ ลูกเต้าก็ไม่มีให้ห่วง ทำตามที่มีความสุขเหอะ :30:
เค้าอยากเห็นความแนวของแอ้รึเปล่า
อาจจะพอดูออกว่าแอ้มีของ เลยให้ปล่อยให้เค้าดู
ถ้าหัวนอกก็อาจจะชอบการแสดงออกที่ชัดเจน
เป็นตัวของตัวเอง แต่ก็รู้จักกาลเทศะ
เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม
เป็นตัวของตัวเอง แต่ก็ต้องปรับตัวตามสถานการณ์ด้วยน่ะ :25:
กด Like พี่ติ๊ก :12:
ผ่านไปหลายชั่วโมง กินอิ่ม คิดอะไรเพลินๆ
ตอนนี้กะว่าจะยึดแนวนี้ล่ะนะ..
คือยังไงในสิ่งที่อยากทำ ก็จะทำแหละ
ยังไงซะก็ต้องลาออกจากที่นี่ ก่อนเวลาที่ (คนอื่นเห็นว่า) ควรอยู่แล้ว
แต่ก็ขอให้สู้ให้เต็มที่ก่อน เขาอยากให้โชว์ โชว์ก็ได้วะ
เอาให้เสียดายตอนเราลาออกไปเลยละกัน
(จะทำได้ไหมเนี่ย ที่นี่คนเก่งๆ เพียบ) :56:
ใครขวางก็จับมันพับครึ่งเลยฮะ :56:
เริ่มจากจับอีบวบพับก่อนเป็นอันดับแรก :58:
//นายเค้าคงไม่ชอบคนที่รับฟังแล้ว เออ ออ อย่างเดียวมั้งแอ้
อาจจะชอบดิสคัส เพื่อให้ได้มาซึ่งไอเดีย และแนวทางใหม่ๆ
ชอบโต้แย้ง ชอบความท้าทาย จัดชุดใหญ่เลยแอ้ :47:
ไอเดียเข้าท่า :58:
พี่แอ้สบาย.. ใหญ่อยู่แล้นน :52:
เห็นด้วยกะติ๊กนะ ไอ้เราก็ดันเป็นคนดื้อเงียบ
คือไม่ชอบแบบที่เขาบอก ก็จัดการแก้เองเลย ถามว่าเถียงไหม
ถ้าไม่ต้องการลายเซ็นเขานะ ไม่เถียง อยากทำอะไรทำเลย ไม่บอกด้วย
มีกรณีเดียวคือต้องการให้เขาเห็นชอบทันที อันนั้นจะมีเถียงมั่ง แต่นานๆ ที
สรุปว่านิสัยไม่เหมาะจะเป็นลูกจ้างเลย :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 24 ธ.ค. 2010, 21:03 น.
พี่แอ้สบาย.. ใหญ่อยู่แล้นน :52:
ไม่ให้พลาดซักช็อตเลยนะครับผม :22:
:52:
:56:
อยากให้พี่แอ้เปิดบริษัททัวร์จริงๆนะ
อยากเที่ยวแบบพี่แอ้
ว่างๆ ล่ะ เล่าต่อเรื่อยๆล่ะกัน
ตอนนี้โบว์แอนลาออกจากงานแล้วแหละ
16 เดือนกับการทำงานที่อาร์เอส ทำเว็บการศึกษา
ออกมาปุ๊บ รู้สึกว่ากูไปทำอะไรที่นั้นตั้งนานวะ
เริ่มแรกโบว์เองเนี่ยแหละ และไป้ปิง บิ้ว+บังคับให้แอนไปทำ
หน้าอย่างแอนเนี่ยไปเป็น manager ก็ใหญ่โตนะ
คือต้องประชุมกับเฮียทุกอาทิตย์เลย ไม่น่าเชื่อใช่ไหม :30:
แอนไม่อยากไปทำตั้งแต่แรก แต่โบว์บิ้วเพราะเงินเดือนสูง
แต่ที่ลาออกมาก็เพราะสงสารแอนแหละ แอนไม่อยากทำ
เพราะไปนี่คือไปเป็นผู้บริหาร มีลูกน้องเป็น 10 ชี้นิ้วอย่างเดียว
แอนบอกว่าไม่ได้ใช้สมองในการสร้างสรร สมองตายไปเยอะ
องค์กรที่ไปทำมีคนรวมๆ กับ 60 คนเลยแหละ มี 3 เว็บ เว็บแมวเหมียวด้วย
อีเว็บแมวเหมียวเนี่ย โบว์แอนปิงรับทำมาตั้งแต่แรกที่เป็นฟรีแลนซ์
แต่ก่อนรุ่งเรื่องมาก รุ่งเรื่องสุดๆ แต่ตอนนี้เจ๋งแล้ว
เพราะปีนี้ที่ผ่านมา เค้าวางแผนงานผิดพลาด คือดันรื้อเว็บใหม่และตัดสินใจทิ้งฐานข้อมูลเดิม
เด็กหาย เว็บห่วย เจ๊ง :37:
ลองนึกภาพหน้าอย่างตูแล้วต้องเป็นผู้บริหารดูสิครับ
แค่ให้ใส่รองเท้าแบบที่ต้องมีถุงเท้า
ก็คันตีนจะแย่อยู่แล้ว :05:
หกสิบคนที่ถ้าเป็นออฟฟิศสถาปนิกนี่ใหญ่โตเบ้อเร่อเลยนะ :12:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 28 ธ.ค. 2010, 13:10 น.
ลองนึกภาพหน้าอย่างตูแล้วต้องเป็นผู้บริหารดูสิครับ
แค่ให้ใส่รองเท้าแบบที่ต้องมีถุงเท้า
ก็คันตีนจะแย่อยู่แล้ว :05:
:30:
แต่ก็ดีแล้วนะ พี่ๆ จะได้กลับมาเป็นตัวเองซะที
ยังจำได้ ตอนเช้า แต่ก่อนเคยไปค้างบ้านพี่โบว์กะพี่แอน รู้สึกชอบที่เวลาเช้าๆ ทุกคนยังนอนหลับสนิท
ถ้าเอาเท้าเขี่ยๆ ก็ไม่มีใครตื่น ส่วนกลางคืนนี่คึกคักกันมาก
:25: กลับมาเป็นแบบเดิมซะทีเนอะ จะไ้ด้ไปเยี่ยมที่บ้านอีก
เย้วๆๆ มาเที่ยวสมุยด้วยหละ รออยู่
ได้ๆ อยากไปมาก :54:
ที่สมุยมีมะพร้าวให้แอนกินเยอะเลยแหละ :30:
ปีหน้าแหละกิ๊ก ได้ไปแน่ :12:
อย่างที่รู้กัน ว่าชวนคนเข้าไปทำงานเยอะมาก ในฟอนต์นี่ก็เพียบ
หรือถ้าไม่ใช่ในฟอนต์ส่วนใหญ๋ก็เป็นคนที่เรา 3 คน โบว์ปิงแอน
เป็นคนสัมภาษณ์รับเข้าทำงาน ดังนั้น เราจึงเป็นฐานอำนาจอันดับ 1 ในนั้น (ไงดูยิ่งใหญ่ไหม :30:)
ส่วนใหญ๋จริงๆ นะ ที่เราเลือกเข้ามาน่ะ ก่อนอื่นดูนิสัยก่อน
ถ้าไม่ฮาเราไม่เอา พวกจริงจังเราไม่รับ
ดังนั้นหน่วยงาน สคบ ที่แอนปกครองอยู่เราจึงทำงานกันไปเล่นกันไป
อยู่กันแบบพี่น้อง เน้นให้เด็กๆ แสดงความคิดเห็น แบบว่าสามารถลูกมาด่า มาวิพากษ์วิจารย์หัวหน้างานกันได้
โดยไม่ต้องมานั่งเกรงใจ คนรับได้ก็อยู่กันไป
มีพวกรับไม่ได้เหมือนกันนะ รับไม่ได้ก็ลาออกกันไป แถมด่าโบว์แอนลับหลังเละ
บอกว่าผัวมัวแต่วิเคราห์ปีโป้ เมียมัวแต่เนาผ้า
มาทำงานอาร์เอสเพื่อหาเงินใช้หนี้ หนี้ไม่หมดมันก็เกาะเป็นปลิง ฉิบหาย ด่าถูกเสียด้วย :30:
โอ้ว ดราม่า :25:
เรื่องดราม่านี่มาเร็วนะจารย์ดา :37:
เมียมัวแต่เนาผ้า :30:
ว่าแต่เนาเป็นด้วยเหรอ :30: :30: :30:
มาติดตาม.. ในฐานะคนที่ยังไม่กล้าวิ่งตามความฝันเพราะห่วงเงิน
เผื่อจะลาออกกับเขาบ้าง.. :25:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 28 ธ.ค. 2010, 13:32 น.
ปีหน้าแหละกิ๊ก ได้ไปแน่ :12:
อย่างที่รู้กัน ว่าชวนคนเข้าไปทำงานเยอะมาก ในฟอนต์นี่ก็เพียบ
หรือถ้าไม่ใช่ในฟอนต์ส่วนใหญ๋ก็เป็นคนที่เรา 3 คน โบว์ปิงแอน
เป็นคนสัมภาษณ์รับเข้าทำงาน ดังนั้น เราจึงเป็นฐานอำนาจอันดับ 1 ในนั้น (ไงดูยิ่งใหญ่ไหม :30:)
ส่วนใหญ๋จริงๆ นะ ที่เราเลือกเข้ามาน่ะ ก่อนอื่นดูนิสัยก่อน
ถ้าไม่ฮาเราไม่เอา พวกจริงจังเราไม่รับ
ดังนั้นหน่วยงาน สคบ ที่แอนปกครองอยู่เราจึงทำงานกันไปเล่นกันไป
อยู่กันแบบพี่น้อง เน้นให้เด็กๆ แสดงความคิดเห็น แบบว่าสามารถลูกมาด่า มาวิพากษ์วิจารย์หัวหน้างานกันได้
โดยไม่ต้องมานั่งเกรงใจ คนรับได้ก็อยู่กันไป
มีพวกรับไม่ได้เหมือนกันนะ รับไม่ได้ก็ลาออกกันไป แถมด่าโบว์แอนลับหลังเละ
บอกว่าผัวมัวแต่วิเคราห์ปีโป้ เมียมัวแต่เนาผ้า
มาทำงานอาร์เอสเพื่อหาเงินใช้หนี้ หนี้ไม่หมดมันก็เกาะเป็นปลิง ฉิบหาย ด่าถูกเสียด้วย :30:
อ้อที่บอกว่าเพิ่งไปโปะบ้านมา คือดูดมาจากอาร์เอสใช่ปะ :30:
ใช่ซิวะ ก็ดูดจากอาร์เอสเนี่ยแหละ :50:
แต่ละอย่างที่เค้าด่าเนี่ยฮานะเว้ย คือให้นึกว่าเจ๊คนนี้เนี่ยโบว์แอนรับเข้ามาเป็นซีเนียร์
เค้าเป็นเกย์แหละ ถือเรื่องระบบอาวุโสมาก ต้องเคารรพชั้นนะ
ชั้นเป็นซีเนียร์ ห้ามปีนเกลียว (แต่เสือกไม่เคารพ Manager) เด็กห้ามไปวิจารย์เค้าเด็ดขาด
ซึ่งเค้าจะสวนทางกับระบอบการปกครองของเรา
เป็นคนที่ทำให้ไอ้เดือนเครียดป่วย ร้องไห้อ้วกมาแล้ว
คือต่อหน้าดีหมด พูดดีทำดีทุกอย่าง ลับหลังด่าเละเทะฉิบหาย
อย่างโบว์แอนภูมิต้านททานดีเฉยๆ ไอ้เดือนยังไร้ภูมิต้านทาน ป่วยไปเลย :30:
แล้วตอนนี้เค้ายังอยู่ปะ
ออกไปหลายเดือนแล้วจ้ะ :07:
แต่หลังจากออกก็ยังไปก่อดราม่าข้างนอก แต่ไม่มีใครสนใจนอกจากอีเบล :41:
กลัวจะไม่เชื่อ
(http://img3.f0nt.com/28/c7fec1b2b1ef440dd351b6c7b324a8f3.png)
นี่ตูชอบมากๆ เลยนะ :30:
ไม่อยากฟังเรื่องงานละ อยากฟังเรื่องเจ๊นั่นมากกว่า :30:
อย่าเซ็นฯ ดิ อยากตามไปดู :37:
:58: ก็นี่ไง
งานของตูคือบริหาร เรื่องคนก็ต้องด้วย
ส่วนโฐว์นี่อาชีพ co-ordinator ก็ยิ่งเป๊ะใหญ่เลย
ดังนั้นนี่กำลังเล่าเรื่องงานนะครับ
ทำไมกัมส์เป็นคนอย่างนี้ :05:
จะบอกว่าเจ๊คนนี้คล้ายคนนึงมากเลยนะ สมัยช่วงฟอนต์ยุคมืดน่ะ
สไตล์การด่าแบบเดียวกันเลย :37:
อีพี่กัมส์เนี่ยซวยอันดับ 1 เพราะชีซ่าเจ๊งเนี่ยแหละ
เงินหายไปเยอะ :37:
จริงๆ มันน่าจะมีดราม่าเรื่องมือที่ 3 ในกรณีคลิปหลุดปีโป้แห่งปีนะ :30: :30:
:25: เข้ามาฟังดราม่าด้วยคน สนุกวุ้ย ฮ่าๆๆ
อีเบลไม่อยู่ อีเนี่ยเสพและรู้เรื่องดราม่าอันดับ 1 เลย :58:
:30: :30: ด่าโคตรฮาเลย
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 28 ธ.ค. 2010, 14:01 น.
อีเบลไม่อยู่ อีเนี่ยเสพและรู้เรื่องดราม่าอันดับ 1 เลย :58:
ใช่คนที่ว่าตัดงานไปทำเอง แล้วงานออกมากากป้ะ :37:
ไม่แน่ใจ เหมือนจะคุ้นๆ ต้องรออีเบล :30:
:05: น้ำตาปริ่ม
มาแล้วมาแล้ว :25:
อยากเล่าแต่จับต้นชนปลายไม่ถูก :30:
รอฟังๆ :25:
ต่อมเสือกสะดุ้ง :37:
เลือดเสือกพลุ่งพล่านกันถ้วนหน้า :30:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 28 ธ.ค. 2010, 17:36 น.
ต่อมเสือกสะดุ้ง :37:
(http://img3.f0nt.com/28/2bca625cb7ad77d4418a67771c4190bb.png)
อ้างคำพูดจาก: สหายเบลห์ เมื่อ 28 ธ.ค. 2010, 17:28 น.
อยากเล่าแต่จับต้นชนปลายไม่ถูก :30:
เล่าไปก่อน เดี๋ยวค่อยเอามาเรียงลำดับกัน
อีอุ้ยยยย :30:
พี่โบว์พี่แอนขรา
อย่ามาทำให้ต่อมเสือกสะดุ้งแล้วจากไปสิคะ :50:
โทษอีเบลอีกคน :30:
อ้างคำพูดจาก: ดา ดา ดา เมื่อ 28 ธ.ค. 2010, 21:00 น.
พี่โบว์พี่แอนขรา
อย่ามาทำให้ต่อมเสือกสะดุ้งแล้วจากไปสิคะ :50:
ต่อมเสือกสะดุ้งแล้วจากไป ดูเป็นความผิดร้ายแรง :30:
:30: :30: :30:
ถ้าเล่าเรื่องของคนนี้ สมมุตว่าชื่อ กิ้ง จริงๆเพิ่งมาเป็นประเด็นตอนหลังนะ เพราะตอนทำงานก็ทำกันปกติเพิ่งเป็นประเด็นตอนเค้าออกไปแล้ว
ก็จะมีเรื่องบ้างหยุมหยิมอะ ส่วนมากที่เคยได้ยินเมื่อก่อนที่เค้าเล่าให้ฟังก็จะมีพี่คนนึง
สมมุตว่าชื่อแซนละกัน พี่เค้ามาทำหน้าที่ editor แล้วพี่เค้าก็ถ่ายวีดีโอได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
พอดีผมแอบได้ยินมา น่าจะเพราะว่าเค้าบอกว่าวีดีโอที่ถ่ายอุปกรไม่ดี ถ่ายแล้วเป็นเส้นๆ ซึ่งเดือนกับหมีก็เอากล้องมาถ่ายๆำัพับไปพับมา
แล้วก็บอกว่า ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ถ่ายได้ปกติ เป็นเหตุให้เค้าแค้นหมีกับเดือนมากๆตอนนั้น แถมพี่สมมุตว่าชื่อโบว์กับแอน ยังปกป้องจัง
เค้าเลยเริ่มสะสมความแค้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา :52:
เพราะเค้ามองว่าการที่ให้เด็กพวกนี้มาติมาว่าผู้ใหญ่มันเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง แล้วอีกอย่าง คุณโบว์กับคุณแอนก็ไม่มีสิทมาว่าลูกน้องของเค้า
เค้าก็รู้อยู่แล้วว่างานลูกน้องเค้าห่วย แต่ว่าในที่ประชุมเค้าต้องปกป้องลูกน้องตัวเองไว้ก่อน ผิดถูกเดี๋ยวเค้าจะจัดการเองข้างนอก
ไม่ใช่เอาเด็กๆมารุมด่ากันแบบนี้ :37:
อีกประเด็นนึงก็คือไม่แน่ใจว่าหมีไปชอบผู้ชายคนเดียวกับเพื่อนสนิท(ที่ตอนนี้ไม่สนิทแล้ว)ในที่ออฟฟิสรึเปล่า เค้าเลยเบื่อมาก รำคาญมากที่สอง
คนนี้มีปัญหา จิกกัดกันตลอด
อันนี้แค่อินโทร จุดเล็กๆ (พี่ กิ้งเค้าเล่าให้ฟัง เพราะผมกับพี่เค้ายังคุยกันปกติดีไม่ได้มีเรื่องอะไรกัน :30:)
:08: ทำไมตูอ่านไม่รู้เรื่องวะ
แต่ถ้าเธอเก็ตฉันก็โอเค
ชื่อสมมติทั้งนั้นใช่มะ :30:
เล่าต่อเลย อย่าให้ขาดตอน กำลังติดตามอย่างกระชั้นชิดติดจอ :07:
ต่อสิ ต่อ :07: :07:
:16: เค้าเล่าไม่รู้เรื่องเหรอ แย่งคอมน้องมาพิมพ์อะ รีบไปนิด :05:
อย่ามัวอ้อยอิ่งดิ แฟนๆ เกาะจอรออยู่ :30:
ใช่ :07:
อีเบลนี่ไม่ค่อยช่วยทำมาหากินเลย พูดจาไม่รู้เรื่องอีก:30:
สรุปว่าจริงๆ กิ๊งเนี่ย (ชื่อกิ๊งถูกแล้วใช่ป่ะ)
จริงๆเค้าเป็นแค่ซีเนียร์ซึ่งนับกันตามจริง ก็เป็นลูกน้องแอนนั่นแหละ
กิ๊งเป็นเกย์ ผีเข้าผีออกมาก ตอนผีออกนิสัยดีสุดๆ ถือเป็นเพื่อนที่น่าคบคนนึงเลยแหละ
แต่พอผีเข้า โคตรร้าย ของขึ้น เป็นคนที่ทำให้หมีอรและไอ้เดือนอ้วกแตกมาแล้ว
(เรื่องเดือนกะหมีอรเดี๋ยวให้มันมาเล่าเอง)
ตอนเค้าจะลาออกไป จริงๆเหมือนจะลาออกกันด้วยดียังจับมือกอดกันอยู่เลย
แต่พอออกไป เค้าจะไปด่ากราดโบว์แอน (นามสมมติ) ทั้งในทวีตและตามวงเหล้า (ที่อีเซเล็บเบลสืบมาให้)
ที่เจ๋งคือเค้าไปยุคนโน้นคนนี้ให้เกลียดโบว์กับแอนน่ะ
หาว่าแอนมัวแต่วิจัยปีโป้ โบว์เนาผ้าบ้าง :30:
หรือว่าโบว์โกงเงินบ้างไรเงี๊ย
แต่คนส่วนใหญ่เค้ามีวิจารณญาน ตอนนี้เจ๊แกเลยหายไปแล้ว
:like: ScoutMF like this!
ดราม่าสุดๆ :30:
แล้วเจ๊จะมาทำสำเนาตัวเองทำไมเล่า ไอ้ประโยคพวกนี้พูดไปรอบนึงแล่ว :37:
แล้วก็ไปว่าอีเบลมัน :47:
(http://img3.f0nt.com/28/b6ecae58fe9762b4a701c8e548cdcddc.gif) JanΣ like drama!
ก็อีเบลมันพูดไม่รู้เรือ่ง เลยเล่าซ้ำแบบขยายไง :30:
เออ มีเรื่องเด็ดอีกนิดนึง
คือก่อนที่เจ๊แกจะมาทวิตด่าโบว์แอนใหญ่โตเนี่ย วันนั้นมีประชุมใหญ่ สคบ กัน
(คือก่อนหน้านี้โบว์รู้มาว่า เจ๊กิ๊งแกจะแบบว่า แกเข้าใจว่า
ตั้งแต่แกออกไปเนี่ย คนที่สคบ นินทาและด่าลับหลังเค้าตลอด
ทั้งที่จริงๆ แล้ว เจ๊แกออกไป พวกเราทุกคนไม่เคยพูดถึงเ๗แกสักประโยคเดียว)
แล้วโบว์นิสัยเสียใช่ป่ะ เป็นพวกชอบยั่วน่ะ
วันนั้นประชุมกัน โบว์เลยทวิตว่า "วันนี้ประชุมใหญ่ ดราม่าสุดๆ"
และให้ทุกคนช่วยกันรีทวีต
เท่านั้นแหละ โอ้ย เจ๊แกของขึ้น หาว่าทุกคนประชุมกันด่าเค้า
พวกมึงนินทากูลับหลัง ถึงกับปิดห้องประชุมกันด่ากูอะไรประมาณนั้น
ทั้งที่สาระการประชุมวันนั้นคุยกันเรือ่งงานล้วนๆ
(จริงๆก็ไม่เรื่องงานเท่าไหร่หรอก มีเรือ่งทอมกับการใช้นิ้วด้วย เจ๋งปะล่ะ เรื่องนี้อยู่ในวาระการประชุมด้วย) :37:
ไม่คิดบ้างเหรอว่าที่เค้าคิดงั้นเพราะอีเบล :37: :30:
ปล. ขอสำเนาบันทึกการประชุม เฉพาะส่วนวาระทอมกับการใช้นิ้วไปศึกษาหน่อยจิ :51:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 28 ธ.ค. 2010, 22:57 น.
ไม่คิดบ้างเหรอว่าที่เค้าคิดงั้นเพราะอีเบล :37: :30:
:37:/
จริงๆ แล้ว เรื่องอาจจะเกิดจากทีมงานดราม่าก็ได้นะ
พี่เขาอาจจะไม่ได้รู้เรื่องอะไร หรือคิดอะไรตอนแรก
ก็ออกไปด้วยดี
แต่ดันมีทีมงานดราม่าไปพูดสุมไฟว่าพวกที่สคบ เขานินทาพี่งั้นงี้โง้น
แกก็เลยของขึ้น ด่ากลับ
ทีมงานดราม่าก็คาบข่าวมาบอกคนที่ สคบ
ก็เลยเป็นดราม่าสมบูรณ์แบบ :30:
บริหารงานโดย: กากคลับ :30:
ก็คิดนั่นแหละ ว่าจริงๆ อีเบลเนี่ยแหละเป็นตัวก่อดราม่า :50:
แผนกภาพประกอบ
(http://img3.f0nt.com/28/09b240b7d6ed919266b4dce96b6a23d3.png)
//////
(http://img3.f0nt.com/28/4310fc01353c2038e36d95de901ff556.png)
เจ็บที่สุดก็โดนด่าว่าตุ๊ดนี่แหละครับ
:likea: :30: :likeb:
(โอ๊ะ ได้เซ็ตอีโมใหม่)
ไอ้ตุ๊ด :30:
:likea: :30:
เดี๋ยวพรุ่งนี้มาต่อด้วยเรื่องอ๊อดๆ
จากคนที่มีสามีเป็นตุ๊ด :30:
เอาเซ็นเซอร์ออกเลย :30:
ที่น่าแปลกใจคือ มีการเก็บภาพเอาไว้ด้วย :37:
หาเจอแล้ว :30: นี่แหละข้อดีของการเก็บทวีตของคนไทยทั้งประเทศไว้
ใครอ้ะ อยากเสือก :30: :37:
อ้างคำพูดจาก: 0U! เมื่อ 28 ธ.ค. 2010, 23:08 น.
ที่น่าแปลกใจคือ มีการเก็บภาพเอาไว้ด้วย :37:
ไม่ได้เก็บ ตูก็กดย้อนดูสดๆ นี่แหละ :30:
:30: คือทีมงานดราม่า ทำแค่เก็บข้อมูลนะ ไม่ได้เป็นพวกเล่าไปเล่ามา
อย่างที่พี่แอนว่า คือพี่เค้าเป็นคนประเภทรักแรงเกลียดแรง เท่าที่สัมผัสได้นะ
ส่วนเรื่องที่ด่าออกสื่อวันนั้นมันมีหักมุมฮะ คือมารู้ทีหลังว่าคนที่ยังทำงานอยู่ยังคอยส่งเรื่องนินทาเจื้อยแจ้วไม่หยุดหย่อน
อันนี้ไม่เกี่ยวกับผมเท่าไหร่ เลยไม่ได้ตามเรื่องเพราะมัวแต่ไปตามดราม่าอันอื่นอยู่ :30:
แล้วทวิตเตอร์ตอนนี้พี่แกเลิกเล่นไปแล้วครับ แกบอกว่าไม่อยากดราม่าต่อ :37:
เจอแล้ว
หาด้วยคำว่า "เนาผ้า" :30: :30:
:56: เข้ามามุง
:30: คุณบิ๊ก
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 28 ธ.ค. 2010, 23:37 น.
เจอแล้ว
หาด้วยคำว่า "เนาผ้า" :30: :30:
เลยไปลองเสิร์ชมาดูเลย :30:
มาละ
ใจจริงอยากมาโพสต์ที่นี่ (หมายถึงในจู๋นี้) นานมากแล้วนะ
แต่มาถึงเจอโพสต์หลายๆ คนแล้วก็แบบ เหวอ ไม่รู้จะพิมพ์อะไร :37:
ยิ่งช่วงปีสี่ (ที่เรียนวิดยาฟิสิกส์ แถมดันเคว้งว่าจะทำอะไรระหว่างต่อโท (สอบติดสองที่) กับทำงาน (ที่ไม่ใช่งานสายตัวเองเลย))
ยิ่งเคว้งหนักเข้าไปใหญ่ งานก็ไม่รู้จะทำอะไร เงินก็ไม่มี ความหวังก็ไม่มี อนาคตก็ย่ำแย่ :05:
ตอนนี้มีเรื่องมาเล่าละ ตั้งใจจะเล่าแต่ต้นเลย ยาวหน่อยนะฮิ :27:
ปีสี่ - ทางเลือก?
ก็อย่างที่เล่า (จริงๆ เคยตั้งกระจู๋ถาม (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,15324.0.html)ด้วยนะ) คร่าวๆ คือสอบติด ป โท สองที่ คือมหิดลกับเชียงใหม่ แล้วก็ลังเลๆ ไม่รู้จะเอาไงกะชีวิตดี
ซึ่งตอนนั้นมันมีอีกทางเลือกที่หลายๆ คนเสนอคือ ให้ออกมาทำงานก่อน (ตอนนั้นพี่แอนพูดแบบอ้อมๆ ว่าจะดึงมาทำทีม Skoolbuz ส่วนพี่โบว์นี่เจ๊แกเล่นด่าตรงตามสไตล์ จำได้ว่าตอนนั้นโคตรนอยด์เลย :3005:)
มันก็จะมีเฟสลังเลว่าแบบ ระหว่างมหิดลกับ มช เอาไงดี เอาไงดี เอาไงดี :37:
จะนั่งรถไฟไปรายงานตัวที่มหิดลเอาไว้ก่อนดีมั้ย อะไรงี้
แล้วสุดท้ายก็ไม่ไปรายงานตัว ก็เหลือสองตัวเลือกคือ มช กะทำงาน
คือมันมีปัจจัยหลายๆ อย่างด้วยที่จำเป็นถ้าจะเรียนโท คือต้องมีทุนเรียน (เดือนเรียนจบ ป ตรี ด้วยทุนรัฐบาล :46:)
แต่ทุนที่จะได้เนี่ยมันจั๊กกะแหล่นมาก คือต้องรอสัมภาษณ์
(แล้วช่วงนั้นดันมีเรื่องเสื้อแดงที่ราชการต้องหยุดไปเป็นวันๆ กำหนดสัมภาษณ์ก็เลยล่าช้าไปอีก)
สรุปคือทุนอ่ะยังไงก็ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มีอะไรมาคอนเฟิร์มว่าเป็นเด็กทุน ก็ต้องจ่ายค่าเทอมให้เค้าก่อน ซึ่งเดือนไม่มีตังค์ :3005:
เอาจริงๆ ทางคณะ ภาควิชา อาจารย์ แกก็ดีมากๆ เลยนะ
ขนาดไม่ไปรายงานตัวหลังจากนั้น แกก็ยื่นโอกาสให้ คือต่อให้ไม่มีเงินเรียนแกก็จะหางบมาให้เราจ่ายค่าเทอมก่อน
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไปเรียนนั่นแหละ ซึ่งช่วงที่อยู่ในการตัดสินใจนี่ยากมากเลยนะ
ยากมากกกกกกกกกกกกกกก เพราะลึกๆ เดือนก็รู้ว่า มันไม่ได้เป็นการตัดสินใจที่แบบ
พลาดอันนี้แล้วจะมาอีกทางได้น่ะ ถึงจะบอกว่าทำงานก่อนปีนึงเอาประสบการณ์แล้วไปเรียนก็ยังไม่สาย
แต่เรื่องของเรื่องคือเรามาทำงานในสิ่งที่มันไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องเรียนเลยไง
แต่ก็ปลอบใจตัวเองนะว่าถ้าทำงานไม่เวิร์กยังไง ก็ค่อยไปต่อโทเอาไรเงี้ย :30:
เหตุผลนอกจากเรื่องเงินที่ตัดสินใจไม่ต่อโทก็คือ
ลึกๆ เดือนรู้สึกว่าตัวเองโอเคกับฟิสิกส์ก็จริง
แต่ก็ไม่ได้ทำมันอย่างมีความสุข อยู่กับมันอย่างมีความสุขได้ตลอดชีวิตน่ะ
(แอบโพสต์สปอยล์นะเนี่ย :37:)
สุดท้ายก็เลยเลือกทำงานค่ะ :37:
แต่กว่าจะได้ทำงานก็เดือนสิงหาคม ซึ่งก่อนหน้านั้นนี่ก็ไม่มีตังค์ :3005:
ลำเค็ญมาก เกาะพี่โบว์พี่แอนกินบ้าง เกาะพี่ชายกินบ้าง
แล้วก่อนหน้าจะทำงานที่อาร์เอส พี่แกบอกให้ลองไปสมัครงานที่อื่นดู ไปลองสัมภาษณ์จะได้เอาประสบการณ์
ซึ่งเฟสการสมัครงานนี่เป็นอะไรที่ทุกข์ทรมานดีจริงๆ :05:
เพราะเราจบไม่ตรงสายอะไรเลยหนึ่ง (จบวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ ป ตรี ไปหางานทำเลยเนี่ย เป็นอะไรที่ยากมากๆๆๆๆๆๆ ไม่รู้จะทำอะไรเลย)
แล้วระหว่างนั้นก็โดนหลอกไปฟังเรื่องขายตรง :37: (มันโทรศัพท์มาหาบอกว่าสนใจงานคีย์ข้อมูลวันละ 500 บาทมั้ย แล้วก็หลงกลมัน)
ดีนะตอนไปฟังมันใจแข็งไม่ยอมจ่ายอะไรเลย มันก็เลยปล่อยออกมาด้วยท่าทีเซ็งสุดๆ :01:
นอกจากโดนขายตรงหลอก ก็โดนบริษัทประกันหลอกไปฟังอะไรไม่รู้
ที่จะรับทำงานทันทีหลังจากขายประกันให้มันก่อน :30:
แล้วก็มีสัมภาษณ์กับบริษัทประกันที่นึง อันนี้คือทำงานในออฟฟิศเค้าเลย มีสัมภาษณ์แบบทำแบบทดสอบ
แล้วก็สัมภาษณ์จริงจังกับผู้ทรงคุณวุฒิห้าหกคนในห้องนึง :37:
ได้งานด้วยนะแต่ว่าไม่ได้ไปเอา :05: ยังแอบรู้สึกผิดนิดหน่อยเพราะ hr โทรตามตลอดทั้งวันเลย ขอโทษนะคะ :05:
หลังจากนั้นสองเดือนก็ได้สัมภาษณ์แล้วก็ทำงานที่อาร์เอสค่ะ :37:
จบเฟสแรกเดี๋ยวมาต่อ ยาวและก็คงไม่ค่อยรู้เรื่องนะ ช่วงนี้เดือนพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง :05:
รอดูเฟสสอง
รออ่านต่อ :12:
ทำงาน - เฟสเริ่มต้น
เฟสเริ่มต้นนี่คือมีทีมที่จะเริ่มต้นทำเว็บ Skoolbuz.com
เป็นเฟสการเริ่มต้นจริงๆ แม้กระทั่งโต๊ะเก้าอี้ ก็ต้องขนมาวางในออฟฟิศเอง :37:
ลักษณะการทำงานก็ดีค่ะ คือแบบอาจจะเป็นเพราะรู้จักกันมาด้วยแล้วด้วยแหละ
มันก็เลยไม่ได้เป็นออฟฟิศจ๋า เป็นการทำงานระบบกงสี (นิยามโดยพี่ตั๊ก) ซะมากกว่า
ชิลๆ ดูหมี อะไรไปตามเรื่องราว :37:
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีทางโปรยด้วยกลีบกุหลาบซะตลอด เพราะที่ใดมีคน ที่นั่นก็มีมาม่าค่ะ :37:
ทำงาน - มาม่าบังเกิดลึกล้ำเหลือกำหนด
พอมาถึงหัวข้อนี้ก็นิ่งไปสามวิเพราะเยอะจัด :37:
ปัญหามันก็ต้องมีกันทุกออฟฟิศแหละเนอะ
แต่ของเดือนที่โดนจัดๆ ก็คือ ด้วยความที่ว่าพี่ (หมายถึงพี่โบว์พี่แอน) สอนเรา
และเราก็เข้าใจกันมาตลอดว่าทำงานกันแบบพี่น้องไง ซึ่งบางทีมันก็มีเล่นหัวกันบ้างอะไรบ้าง
(เช่นพี่ตั๊กสั่งเจ้านายใหญ่สุดให้หุบปากเพราะตั๊กยังพูดไม่จบไรงี้ -- ขออ้างถึงหน่อยนะเจ๊)
แต่ทีนี้มันดันมีคนที่ไม่โอเคกับระบบกงสี ซึ่งก็คือเจ๊กิ๊งนี่แหละค่ะ :37:
เป็นตัวผูกดราม่าได้ประหลาดพิลึกกึกกือเป็นที่สุด คือเดือนแสดงความเห็นเรื่องงานในที่ประชุม แล้วมันเป็นงานในความดูแลของเค้า
และความเห็นที่เดือนเสนอไปมันก็ขัดกับเจตนารมณ์เค้า เท่านั้นแหละ
เค้าว่าในที่ประชุมมาประโยคนึงว่า "เค้าทำเรื่องนี้มานานแล้ว เค้า รู้ ดี ว่า มัน เป็น อย่าง ไร"
เท่านั้นแหละ เดือนโดนเค้าเกลียดไปเลย :37:
ที่มารู้ทีหลังว่าเค้าไม่พอใจเพราะอะไรรู้ไหม? เพราะหลังจากเกิดเหตุสองสัปดาห์ เค้าเอาเรื่องนี้ไปฟ้องงุบงิบกับพี่แอน
ว่าเค้าไม่พอใจที่เราปีนเกลียวเค้า (ไม่ได้พูดแบบนี้ตรงๆ หรอก แต่ใช้คำพูดว่า "ถ้าเป็นคนอื่นจะหาว่าเดือนปีนเกลียวเอาได้ แต่พี่น่ะไม่คิดอารายร้อกกก")
แล้วตามประสาบ้านสิงห์โตที่มีอะไรก็ชอบให้คู่กรณีมาชกกันตรงๆ เดือนก็โดนลากเข้าไปในวงดราม่าตุ๊ดวงนี้นี่แหละค่ะ
:37: ขอคั่นไปโพสต์ต่อไปนะคะ
โอว เพิ่งรู้ว่าเดือนก็เป็นหนึ่งในขบวนการแท็กภาพเฟซบุ๊ก :37:
//เอ้า ตัดหน้ายาวด้วย :05:
ที่ทำงานปัจจุบันของพี่ก็เจอเหมือนกันนะ พวกที่ทำอะไรไม่ถูกตาทีเดียว เกลียดไปเลยเนี่ย
ไม่รู้จะแก้ยังไง :42:
ต่อๆ :12:
:25: ตามอ่านด้วย
:like:
ทำงาน - อยู่ดีๆ ก็โดนเหม็นขี้หน้าเท่าที่จำได้คือรู้สึกเหมือนโดนทุบหัวลากเข้าห้องเย็นเลยค่ะ
เพราะห้องประชุมมันเย็นมาก และตอนโดนเรียกเข้าไปเคลียร์นี่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อย่างรุนแรง
นึกว่าเค้าเรียกไปประชุมด้วยซ้ำไป
อยู่ๆ ก็เรียกไปว่าซะงั้น ว่าด้วยเรื่อง....
....เค้าไม่พอใจ
....จาก
....เหตุการณ์ในห้องประชุม
เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว :06: โหเฮะ
รู้สึกเหมือนปลาถูกทุบหัวแรงๆ ด้วยคำพูดบลาๆๆ ที่ผ่านมาในสมอง
....เค้าไม่พอใจที่เราแสดงความเห็น
....เค้าไม่ชอบที่เราสอดปากไปในงานของเค้า
....เค้าบอกว่าคนอื่นจะคิดว่าเราปีนเกลียวเอาได้
....แต่มันเป็นเหตุการณ์
เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว อ้ะ!!!
ซึ่งแบบ ถ้าเราทำงานกันแบบพี่น้องจริงๆ ช่วงเวลาสองสัปดาห์นั้น (ที่เดือนก็ทักทายแอ๊ะๆ กะเค้าตามปกติ
แต่ก็รู้สึกแหละว่าเค้าพูดตอบกลับมาแบบแปลกๆ กะเรี่ยกะราดแปลกๆ เพิ่งมาเข้าใจว่า
งานเข้ากูแล้วก็ตอนห้องประชุมนี่แหละ)
คือถ้าทำงานกันแบบพี่น้องจริงๆ ไม่พอใจกันมันก็ต้องบอกกันใช่มะ
คือเดือนนึกไม่ออกว่าแบบ สองสัปดาห์ที่ผ่านมา เค้าก็พูดดีกะเดือน แต่ซ่อนความไม่พอใจในตัวเราเอาไว้อะไรเงี้ยะ
แล้วยังเอาไปบอกพี่แอน :42:
โห โคตรจะแบบบอกไม่ถูก รู้แต่ว่าเสียใจ เสียใจที่มีอะไรทำไมไม่มาพูดกะเราวะ
แต่ก็ทำให้ได้รู้ว่า เออนะ คนถือยศถือศักดิ์มันก็มีจริง คนถือคำว่า Seniority มันก็มี
(ในออฟฟิศอื่นคงเป็นเรื่องปกติ เดือนก็เข้าใจนะ
แต่ไม่เข้าใจเคสหน้าไหว้หลังหลอกนี่แหละ)
เอาจริงๆ ชีวิตการทำงานก็สนุกและราบรื่นดี พี่ดี นายดี (ถึงจะมีทะเลาะกะนายบ้าง แล้วก็ยังมีโดนเกลียดไม่เลิกไม่รา โดนสงสัยว่าวันๆ ทำอะไรบ้าง เพราะดูเหมือนว่างตลอด แต่จริงๆ ตูทำงานนะเฟ่ย แต่เป็นคนทำงานเร็วอ่ะ มีงานให้เห็นเป็นชิ้นอันนะชิส์ :39:)
ถ้าไม่นับตุ๊ดสับปลับคนนี้ (ขอไม่นับถือเค้าแล้วนะ ถ้าเค้าเผลอได้มาอ่านก็....ต่างคนต่างอยู่เถอะนะ ไว้จะจุดธูปให้ละกัน :46:)
ก็มีความสุขดีค่ะ ได้เรียนรู้อะไรหลายเรื่อง ทั้งเรื่องงานและสันดานชำรุด มะนุดมะนา
ปีหน้าเฟสใหม่กับเจ้านายคนใหม่ ก็คงเฮี้ยบขึ้นกว่าเดิมอ่ะค่ะ จะเป็นไงก็ต้องลุ้นกันต่อไป :46:
ตัดจบเลยละกัน นึกอะไรได้จะมาพิมพ์ใหม่นะ :37:
ป.ล.
เผื่อใครอยากอ่านนะ
1 (http://twitter.com/buumoon/status/3153092392521728)
2 (http://twitter.com/buumoon/status/3154077999439872)
3 (http://twitter.com/buumoon/status/3154864188170240)
ป.ล. สอง
ความหวังและอนาคตของเดือน
ก็ฝากไว้กะเฟซบุ๊กอยู่อ่ะฮะ
ถ้าสนใจจะอ่านก็อยู่ในนี้นะคะ :56:
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,12008.msg1501537.html#msg1501537 (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,12008.msg1501537.html#msg1501537)
เฟซบุ๊กนี่เป็นเรื่องที่เดือนเรียกได้เต็มปากว่าสนุกที่จะอยู่กับมันนะ
สนุกที่เป็นคนแรกๆ ที่ได้รู้เรื่องนั่นนี่แล้วมาเขียนเล่าในบล็อก
สนุกกับการเห็นการเปลี่ยนแปลงของมัน สนุกที่ได้คิดว่าจะเอามันมาทำอะไรได้บ้าง
จะพัฒนาเป็นโปรแกรมอะไรได้บ้าง (เขียนไม่เป็นหรอก ใช้พี่ชายเขียน)
ความหวังก็ฝากไว้กะ ฟบ นี่แหละค่ะ สู้ๆ เค้านะคุณซัค
ส่วนอนาคต ก็อยากมีความสุขกับมีตังค์ค่ะ ถ้าใครจะจ้างทำแฟนเพจก็ยินดีนะคะ :53: (ไม่ลืมหยอดฮาร์ดเซวตบท้าย แฮ่)
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 30 ธ.ค. 2010, 00:38 น.
โอว เพิ่งรู้ว่าเดือนก็เป็นหนึ่งในขบวนการแท็กภาพเฟซบุ๊ก :37:
//เอ้า ตัดหน้ายาวด้วย :05:
ไม่เคยย่ะ :11:
มนุษย์เงินเดือนนี่มันต้องมีส่วนนึงเลยนะที่เป็นแนวเนี้ย
เห็นแก่ตัว สับปรับ รับแต่ชอบ ไม่รับผิด บ้าอำนาจ ฯลฯ
เป็นกำลังใจให้ครับ ไม่ใช่แค่เดือนนะ ให้ทุกคนเลยที่ต้องเผชิญกับคนเหล่านี้ :12:
รวมถึงตัวเองด้วย :3005:
เพิ่งเห็นทวีตที่เดือนด่าตู อะไรตุ๊ดๆ นั่นน่ะ :05:
อ้างคำพูดจาก: ฟิ้งซ์ เมื่อ 30 ธ.ค. 2010, 01:12 น.
มนุษย์เงินเดือนนี่มันต้องมีส่วนนึงเลยนะที่เป็นแนวเนี้ย
เห็นแก่ตัว สับปรับ รับแต่ชอบ ไม่รับผิด บ้าอำนาจ ฯลฯ
เป็นกำลังใจให้ครับ ไม่ใช่แค่เดือนนะ ให้ทุกคนเลยที่ต้องเผชิญกับคนเหล่านี้ :12:
รวมถึงตัวเองด้วย :3005:
เจอเหมือนกันอะ อย่างเซ็ง :41:
แถมที่ร้ายคือรู้สึกว่ามีใส่ไฟเราด้วย แถมมีคนเชื่อด้วย
แต่บอกตัวเองว่า คนที่เชื่อคนอื่น มากกว่าเชื่อเรา ที่เขารู้จักด้วยตัวเขาเอง
ไม่ควรค่าแก่การไปตามง้อตามอธิบายแล้วล่ะ.. ลาเถอะ :46:
โกรธตรงมีคำว่าตุ๊ดนี่แหละ ขอเบอร์หน่อยจะไปตบที่ทำให้คำว่า ตุ๊ด แปดเปื้อน :07: :07: :07:
:56: มาให้กำลังใจน้องเดือน
อย่างพี่พลัมมีแต่คนรัก :27:
เดือน อารายก๊าน ตัดจบซะงั้น เดี๋ยวให้หมีมาเล่าเรือ่งของเจ๊กิ๊.ต่อ
แล้วพี่ค่อยเล่าเรื่องอ๊อดนะ :37:
จัดมา :07: :07: :07:
กรณ๊เจ๊กิ๊งทำให้เดือนแย่ไปเลย ตอนนี้ก็ยังแย่อยู่
เค้าจะรู้ไหมว่าทำให้คนๆ นึงมีปมในใจยังไม่หายเลย
ปกติไอ้เดือนเป็นพวกเสียเซ้วอยู่แล้ว ที่ผ่านมาพยายามพูดให้เดือนมั่นใจในตัวเองมาตลอด
คือโบว์กับแอนเจอเดือนมาตั้งแต่ตอนเรียน
ถ้าจะให้เผาคือ เดือนเป็นเด็กที่มีความคิด แต่การเข้าสังคมไม่โอเลย
พูดไม่รู้เรือ่ง (อันนี้ตั้งแต่ตอนอยู่ปี 3-4 นะ)
ตอนมาฝึกงานโคตรเนิร์ด ทุปคนลงความเห็นว่าเด็กนี่มันพูดไม่รู้เรื่องจริงๆ :30:
แต่ถ้าให้พิมพ์เป็นตัวหนังสือ และทำงานกับคอมจะพระเจ้าจอร์ชมาก
หลายปีที่รู้จักกัน เดือนมีวิวัฒนาการที่ดีมาก :12:
เอาเป็นว่าอย่าต้องมาเสียเซ้วเพราะตุ๊ดเฒ่าเจ้าปัญหาเลยเดือน
พี่เชื่อว่าสิ่งที่พี่ พี่แอน ปลูกฝังเดือนมาตอลด (ทำยังกะเป็นแม่มัน) :30:
มันดีแล้ว เดือนเดินสายนั้นแหละ การที่เราจะทำงานและใช้ชีวิตด้วยความมั่นใจ
กล้าแสดงความคิดเห็นไม่ได้แปลว่าเราจะก้าวร้าวนี่
เอาเป็นว่าถึงพี่กับพี่แอนจะไม่ได้อยู่ทำงานด้วย ก็ยังอยู่กับเดือนนะ มีอะไรก็มาหาเน้อ
ยังดีที่เดือนรู้จักกับโบว์มาก็นานพอสมควร เลยพอมีภูมิอยู่บ้าง :47:
มีปัญหากับอีเจ๊นั่นเมื่อไหร่ โทรเรียกเลยนะ จนไปตบเช็ดเม็ด :07: :07: :07:
เสพย์สื่อเกินลิมิต :30:
ต้องไปตั้งกลุ่ม "มั่นใจว่าคนไทยเกินล้านคนเกลียดตุ๊ดเฒ่าเจ้าปัญหา" :07: :07: :07:
พลัมต้องไปตั้งกลุ่ม "มั่นใจว่าตุ๊ดไทยเกินล้านคนเกลียดตุ๊ดเฒ่าเจ้าปัญหา" :07: :07: :07:
ตุ๊ดไทยมีเป็นล้านเลยเหรอ :3005: เหลือผู้ชายแมนๆ ให้ผมมั่งสิ :05:
หมีมาแล้ว ให้ไว :07: :07:
:56: เกาะติดขอบจอ
มาแล้วค่า ขอกล่าวถึงนังเบลหลายหน้าก่อน "ตกลงพี่แซนเกลียดชั้นเราะ!!!" ไม่รู้ตัวเลย T___T
ส่วนดราม่าของอร อยากบอกว่า เรื่องนี้อรคือนางเอกค่ะ เรื่องเศร้าเคล้าน้ำตาแน่นอน
ยังไม่เล่าค่ะ พิมพ์ทางมือถือไม่ถนัด ติดไว้ก่อนนะ
ปล พอเล่าเรื่องนี้ไป สงสัยแฟนคลับต้องเพิ่มมากขึ้นแน่นอน
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 30 ธ.ค. 2010, 11:26 น.
หลายปีที่รู้จักกัน เดือนมีวิวัฒนาการที่ดีมาก :12:
เดี๋ยวนะ
มันต้องใช้คำว่าพัฒนาการสิ
วิวัฒนาการนั่นมันเปลี่ยนจากเขียดเป็นมนุษย์แล้ว
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 30 ธ.ค. 2010, 12:49 น.
เดี๋ยวนะ
มันต้องใช้คำว่าพัฒนาการสิ
วิวัฒนาการนั่นมันเปลี่ยนจากเขียดเป็นมนุษย์แล้ว
งั้นก็ถูกแล้ว วิวัฒนาการ :37:
อ้างคำพูดจาก: หมีโหด* เมื่อ 30 ธ.ค. 2010, 12:48 น.
มาแล้วค่า ขอกล่าวถึงนังเบลหลายหน้าก่อน "ตกลงพี่แซนเกลียดชั้นเราะ!!!" ไม่รู้ตัวเลย T___T
ส่วนดราม่าของอร อยากบอกว่า เรื่องนี้อรคือนางเอกค่ะ เรื่องเศร้าเคล้าน้ำตาแน่นอน
ยังไม่เล่าค่ะ พิมพ์ทางมือถือไม่ถนัด ติดไว้ก่อนนะ
ปล พอเล่าเรื่องนี้ไป สงสัยแฟนคลับต้องเพิ่มมากขึ้นแน่นอน
ย่ะแม่นางเอก เห็นอ้วกไปตั้งหลายรอบนี่ :58:
นึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ ว่าเครียดจนอ๊วกนี่มันต้องเครียดขนาดไหน :37:
เป็นคนเครียดไม่ค่อยเป็น เดี๋ยวว่างๆ ต้องลองหัดดูมั่ง :58:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 30 ธ.ค. 2010, 11:26 น.
กรณ๊เจ๊กิ๊งทำให้เดือนแย่ไปเลย ตอนนี้ก็ยังแย่อยู่
เค้าจะรู้ไหมว่าทำให้คนๆ นึงมีปมในใจยังไม่หายเลย
ปกติไอ้เดือนเป็นพวกเสียเซ้วอยู่แล้ว ที่ผ่านมาพยายามพูดให้เดือนมั่นใจในตัวเองมาตลอด
คือโบว์กับแอนเจอเดือนมาตั้งแต่ตอนเรียน
ถ้าจะให้เผาคือ เดือนเป็นเด็กที่มีความคิด แต่การเข้าสังคมไม่โอเลย
พูดไม่รู้เรือ่ง (อันนี้ตั้งแต่ตอนอยู่ปี 3-4 นะ)
ตอนมาฝึกงานโคตรเนิร์ด ทุปคนลงความเห็นว่าเด็กนี่มันพูดไม่รู้เรื่องจริงๆ :30:
แต่ถ้าให้พิมพ์เป็นตัวหนังสือ และทำงานกับคอมจะพระเจ้าจอร์ชมาก
หลายปีที่รู้จักกัน เดือนมีวิวัฒนาการที่ดีมาก :12:
เอาเป็นว่าอย่าต้องมาเสียเซ้วเพราะตุ๊ดเฒ่าเจ้าปัญหาเลยเดือน
พี่เชื่อว่าสิ่งที่พี่ พี่แอน ปลูกฝังเดือนมาตอลด (ทำยังกะเป็นแม่มัน) :30:
มันดีแล้ว เดือนเดินสายนั้นแหละ การที่เราจะทำงานและใช้ชีวิตด้วยความมั่นใจ
กล้าแสดงความคิดเห็นไม่ได้แปลว่าเราจะก้าวร้าวนี่
เอาเป็นว่าถึงพี่กับพี่แอนจะไม่ได้อยู่ทำงานด้วย ก็ยังอยู่กับเดือนนะ มีอะไรก็มาหาเน้อ
จุ๊บๆ :19:
เดือนก็เหมือนคุณซักกะเบิกไง พูดไม่รู้เรื่องเหมือนกัน :33: (แต่เดือนจน :05:)
ตฒจปห คนนั้นทำให้เสียเซลฟ์จริงๆ
ไม่กล้าพูดอะไรในที่ประชุมไปพักนึงเลยนะ คือทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าพูดยังไงถึงจะดี
ตอนนี้มันมีปมเล็กๆ (ก็ไม่เล็กหรอก) ในใจอยู่อย่าง
คือเดือนรู้สึกว่า ตัวเดือนมันไม่ได้ flow ไปตามอายุอ่ะ คืออายุก็เยอะแล้ว
แต่ความคิด (ก็ไม่เชิงความคิด ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร) มันยังอ่อนอยู่มากๆๆๆ
เดือนอยู่ในภาวะเก็บอารมณ์ไม่เป็น สมมติถ้าเจอสถานการณ์อึดอัดขัดใจ หน้าเดือนจะออกอาการละ :30:
เดือนไม่มั่นใจในตัวเอง หมายถึงว่าแบบ โฆษณาตัวเองไม่เป็น (พูดแล้วรู้สึกกระแดะเล็กๆ แต่จริงๆ นะ)
อะไรประมาณนี้ แล้วก็อะไรที่ถ้าเดือนรู้สึกว่ามันน่ายี้ เช่นคนแบบอ๊อด :37: เดือนก็จะเกลียดแล้วไม่มาสนใจไปเลย
ยังต้องปรับตัวอีกเยอะเลย บางครั้งก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตจากดาวอื่น ต้องใช้คำว่าวิวัฒนาการจริงๆ แหละ
ตอนนี้ถูกทับถมอีกอย่างว่าไม่ปั่นบอร์ด แล้วก็เออ :3005: แล้วก่อนหน้านี้ทำอะไรวะ
ทุกวันนี้เฟซบุ๊ก อ่านฟีด ทำงาน ทวิตเตอร์ เล่นเกม อ่านนิยาย จิตตก เดี๋ยวจะเพิ่มเรื่องปั่นบอร์ดมาอีกนะ
ช่วงนี้ป่วยๆ เอ๋อๆ บางทีก็พูดไม่รู้เรื่อง ต้องกินไอโอดีนแก้เอ๋อแล้วสินะ :05:
คือปีนี้มันมีหลายเรื่องเข้ามาแล้วเสียศูนย์ไปเยอะมากอ่ะค่ะ :05: ไว้พร้อมเมื่อไหร่จะมาเล่านะ
ไว้นึกอะไรได้จะมาเขียนต่อ
ป.ล. 1 รักพี่โบว์พี่แอนนะ :19: ไม่อยากบอกเลยว่าตอนก่อนหน้าพี่ออกสองสามวัน เดือนร้องไห้ง่ายชิบหายเลย :30: (บอกแล้วว่าช่วงนี้อ่อนแอ :05:) รักป้าหน่อย พี่ติ๊ก พี่พลัม และหลายๆ คนที่ให้ตลกด้วย :19: :21:
ป.ล. 2 รอพี่โบว์มาเล่าเรื่องอ๊อดจะได้ช่วยเสริมต่อ :37:
ป.ล. 3 หมีเกริ่นเรื่องได้น่าหมั่นไส้มาก :30:
เครียดจนอ้วกนี่ เดาไม่ออกเลยว่าจะขนาดไหน
คือถ้ามาจากลูกค้าจิก ทำหน้าที่เออีในงานที่มันต้องรับหน้า รองรับอารมณ์ลูกค้า
อะไรทำนองนี้พอจะนึกออก เคยเห็นด้วยแหละ ถ้าจากผู้ร่วมงานด้วยกันนี่ นึกไม่่ออก
(เพราะโดยปกติมันน่าจะกันชนเยอะ)
เรื่องถืออาวุโส แล้วเป็นเด็กไม่ควรแสดงความคิดเห็นอะไรมากมาย
อันนี้ฟังแล้วยิ่งไม่สบอารมณ์อย่างแรง ผมไม่รู้ว่าความเชื่อมั่นในตัวเองอะไรแบบนี้
มันต้องสร้างจากอะไรนะ แต่ทุกครั้งที่ทำงาน ผมว่าเราอาจต้องแยกแยะให้ออก
ว่าถ้าอะไรที่เราพูดเพื่อให้งานมันออกมาดี มันจะขัดอะไรใครยังไงมันก็ธรรมดา
งานมันต้องเอามุมมองที่แตกต่างของทุกคนมาตีกันแล้วหาอะไรที่ดีที่สุดอยู่แล้ว
ส่วนใครจะนอกเกมเอาเป็นอารมณ์ ผมว่ามันไร้สาระ ชีวิตเรามีค่ากว่านั้น
สมองและความรู้สึกเรามีค่าเกินกว่าจะเอาไปเครียด ซีเรียส เสียเวลา เสียพื้นที่สมอง
ให้อะไรที่งี่เง่าไร้สาระ และไม่ได้ทำให้งานมันดีขึ้นตรงไหน
ถ้าตัดได้ ผมว่าก็ลองตัดมันไปซะ ยังไม่ได้ก็พยายาม เดี๋ยวก็ได้เอง
มันมีไม่กี่คนในโลกหรอกครับ ที่เราควรแคร์ เอามาใส่ใจ นอกนั้นตัดทิ้งไปเลย
ผมว่า ที่พี่เก้อว่ามานี่น่าคิด
เพราะบางทีเราอาจต้องเข้าใจบริษัททั่วไปทุกวันนี้ในเรื่องคนกินเงินเดือน
ไม่รู้ทำไมมันต้องรักษาเครดิตสร้างภาพในตำแหน่งนั้นๆ ไม่ให้มีความผิดพลาด หรือน้อยที่สุด
เพื่ออนาคต เพื่อเงินเดือน เพื่อตำแหน่งที่สุงกว่า หรือเพื่อโบนัส ก็แล้วแต่
ดังนั้นไอ้การรักษาตำแหน่ง หรือการปกป้องความผิดของตัวเองให้เกิดน้อยที่สุด
ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตามนี่ เป็นเหมือนวัฒนธรรมเน่าๆ ที่ติดเป็นนิสัยของคนทำงานบริษัทหลายต่อหลายคน
ที่ผมกล้าพูดแบบนี้เพราะ ผมเคยรับ พวกพนักงานบริษัทที่ทำงานแบบ วันบายวัน แล้วรู้สึกว่ามันไม่ค่อยเข้ากับสเปก
บริษัทเราเลย เพราะ เขาทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอดตลอด ทั้งที่เราบอกว่าผิดเราก็ไม่ว่าเพราะเราทำงานแบบพี่ๆ น้องๆ
แต่เหมือนเขาจะเข้าใจ พอเวลาปฏิบัติจริงมันกลายเป็นนิสัยเขาไปเลย ในการโบ้ยคนนู้น โบ้ยคนนี้
โบ้ยเอาต์ซอส โบ้ยฟรีแลนซ์ ก็เลยเอาออกไปเลย ซึ่งเข้าใจเขาเลยนะ เพราะบริษัทเก่าเขาเป็นงั้นจริงๆ
และจากที่สังเกตเห็นมาหลายต่อหลายลูกค้าที่เราเป็นเอาต์ซอสให้ เราเคยเป็นแพะอยู่หลายต่อหลายครั้งเหมือนกัน
ก็จากผู้ประสานงานของเขาเองที่ช้าบ้าง ส่งข้อมูลมาผิดบ้าง ไม่คอนเฟิร์มแบบบ้างละ แต่พอเจ้านายเขาถามความคืบหน้ามา
เอาแหละโบ้ยให้เราตลอด มันเป็นแบบนี้เรื่อยมาเลย ส่วนใหญ่เราจะเป็นฝ่ายยอม เพราะเรารู้ว่า ถ้าเราทนไม่ไหวเราก็แค่ไม่ทำงานคุณ
แต่ถ้าเจ้านายมันรุ้ว่าพนักงานมันผิด พนักงานมันอาจจะต้อง ลดเงินเดือน ลดตำแหน่ง ไม่ได้โบนัส หรือโดนไล่ออกไปเลย
ซึ่งมันคงร้ายแรงในความรู้สึกของคนที่เป็นพนักงานเงินเดือน
โยงมาซักนิดหนึ่ง ผมว่าวัฒนธรรมหรือนิสัยในการเอาตัวรอดแบบนี้ มันอาจจะยากหน่อยที่จะทำใจรับได้ความคิดเห็นที่แตกต่างขัดแย้ง
โดยเฉพาะความคิดเห็นนั้นจะมีผลต่อเครดิตที่ขาวสะอาดของเขาได้
น้องเดือนไม่คิดถึงพี่บิ๊กแล้ว :05:
ไม่คิดจะวาดรูปให้ทำไมฮะ :34:
รอหมีมาเล่าแล้วจะช่วย(สุมไฟดราม่า) :37:
อ่ะมาเล่าแล้ว :19:
บอกไว้ก่อนเลยว่าอรเป็นคนเล่าอะไรไม่รู้เรื่อง :37:
คือพี่นิ้ง เอ้ย พี่กิ๊งเนี่ย ตอนเขาเข้ามาใหม่ๆ อรงี้เคารพเค้ามากเลยนะ พอๆกะพี่แก้วเลย
(พี่แก้วเป็นซีเนียร์คอนเท้นท์ zheza ที่อยู่ๆก็ทิ้งอรไป :05:)
เพราะเขาเป็นเพื่อนกันด้วย เพราะพี่กิ๊งลุคเขาน่าเคารพ ดูเป็นพี่ชายที่ดี ดูเป็นคนดี ดูเก่ง ดูรวย
จนมีมาวันนึง อรทำคอลัมน์ คิ้วบางคางเบี้ยว คอลัมน์นี้จะใช้ 2 เว็บเลย คือ เว็บแมว กะ สคบ เพราะฉะนั้นอรกะพี่กิ๊งจะช่วยกันทำ
หน้าที่คือช่วยกันคิดก่อนว่าจะทำอะไร แล้วพี่กิ๊ง หรืออร จะหาอุปกรณ์ เตรียมของ
อรคิดมุก กะเนื้อเรื่อง แล้วถ่ายรูป พี่กิ๊งก็เอารูปไปใส่ช่องๆ ในโปรแกรมคอมมิคไลฟ์
แล้้วส่งให้อรใส่มุก ใส่คำพูด ตกแต่งภาพในฟตสค อีกที แล้วก็เสร็จ
แล้วก็มีอยู่ฉากนึง เป็นฉากคิ้วบางนั่งเพ้อคิดถึงสาวสวย
อรก็ให้เบลไปนั่งที่โซฟาตัวนึง แต่ปัญหามีนิดเดียวที่ว่า ตรงกำแพงข้างหลังโซฟานั้นมีสติกเกอร์แมวติดอยู่ 2-3 อัน
ไอ้ครั้นอรจะยกเก้าอี้ไปไว้ตรงอื่นก็ไม่ดี เพราะตรงนั้นก็โอแล้ว แสงไฟก็ดีด้วย สว่าง
ก็ถ่ายมันตรงนั้นแหละ ไว้ลบแมวออกทีหลัง (ถูยางลบปื้ดๆ ใน ฟตช นิดเดียวก็หมดละ)
ซึ่งตอนนั้น ตั๊กก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ตั๊กรู้เจตนาอรดี
อ่ะมีภาพตัวอย่าง
(http://img3.f0nt.com/30/0e8c9774f9d66e39c06c907d527d11f5.jpg)
จาก http://www.skoolbuz.com/skoolmag/content/11 (http://www.skoolbuz.com/skoolmag/content/11)
อรก็ถ่ายๆ แล้วก็ส่งให้พี่กิ๊งจัดภาพ โดยที่ลืมบอกเรื่องสติกเกอร์แมวไปซะสนิท
เช้าวันต่อมา...
พี่กิ๊งก็เดินมาหาอรที่โต๊ะ เดินมาคุยปกติ "อร ในรูปน่ะ พี่ลบแมวออกไปแล้วนะ"
อรซึ่งตอนนั้น กำลังยุ่งมากกก ปั่นงาน เครียดมากด้วย เพราะทำคนเดียว
ซีเนียร์คนใหม่ที่จะมาแทนพี่แก้วยังไม่มี แล้วเว็บเพิ่งเปลี่ยนรูปแบบใหม่ด้วย คอนเท้นท์ต้องใหม่หมดเลย ตอนนั้นเครียดมาก
อรก็มือปั่นงานอยู่ คิดในใจว่า เออว่ะ ลืมบอกพี่เค้าไปเลย แต่เขาลบไปแล้ว แสดงว่าเขาเข้าใจ อรเลยตอบไปคำเดียวว่า "ค่ะ"
แล้วเช้าวันนั้น เป็นวันที่ เว็บ pleng.com แถลงข่าวเปิดตัวพอดี อรยังชวนพี่นิ้งเดินไปดูงานแถลงข่าวกันอยู่เลย
เขาก็ไปนะ ระหว่างทางยังคุยกันดีอยู่เลย
โดยที่อรไม่รู้เลยว่า ความซวยกำลังจะมาเยือน....
บ่ายแก่ๆวันเดียวกัน อรก็เดินไปเจ๊ะแจ๊ะพี่กิ๊งตามปกติ แล้วพอดีเห้นในโน๊ตบุคเขา เปิดโปรแกรม ฟตช มีรูปคิ้วบางคางเบี้ยวอยู่
เลยถามไปว่า อ้าว พี่กิ๊งจะเอาไปทำอะไรเหรอคะ (ที่ถามเพราะเค้าส่งรูปให้อรแล้ว เค้าจะมาแก้รูปทำไม
นึกว่าจะเอาไปทำเป็น อวตารใน twitter ตอนนั้นคิดยังงั้นอ่ะนะ)
เค้าก็ลุกขั้นเลย ทำหน้าตาน่ากลัว แล้วพูดเสียงดัง น้ำเสียงเครียดๆ
"เออ ถามก็ดีแล้ว เพราะพี่มีเรื่องไม่พอใจอรมาก"
"อะไรเหรอคะ" (นึกไม่ออกจริงๆ)
"เรื่องสติกเกอร์แมวไง ทำไมถึงถ่ายติดสติกเกอร์มา ก็รู้นี่ ว่าต้องใช้ 2 เว็บ"
"อรขอโทษค่ะ อรเห็นว่ามุมตรงนั้นมันโอเคแล้ว ก็เลยกะว่าจะลบแมวออกทีหลัง"
"ที่พี่ถามอรเมื่อเช้า พี่หวังจะได้คำตอบแบบนี้ แต่อรตอบว่าค่ะคำเดียว พี่เลยมั่นใจว่าอร พยายามจะยัดเยียดโลโก้แมว ในเว็บสคบ" (เสียงดัง และดุมาก)
(อรตัวหดเล็กเท่ามด ยอมรัยว่ากลัวเขามาก เขาตัวใหญ่ด้วยนะ "ไม่จริงค่ะ พี่นิ้ง อรขอโทษ อรแค่ลืมบอกจริงๆ อรยอมรับว่าผิดที่ลืมบอก เมื่อเช้าอรก็วุ่นๆ เลยตอบไปแค่นั้น อรไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ" (ยกมือไหว้ด้วยนะเออ)
"พี่ลองถามคนในห้องนี้ (เขานั่งแยกเป็นห้องเล็ก อยู่กันประมาณ 6 คน) ทุกคนลงความเห็นว่า อรน่ะ ตั้งใจ (อรมองหน้าคนในห้อง ทุกคนไม่มีใครกล้ามาช่วยเลย) พี่โทรไปคุยกับแก้ว เพราะพี่ไม่เข้าใจอรเลยจริงๆ อรก็เคยบอกว่าแก้วขี้เกียจแกะเทปสัมภาษณ์ เลยให้ตัดแค่คลิป (อ้าว งานเข้า ตูเคยพูดด้วยเราะ พี่แก้วอรเปล่านะ)"
อรกลัวมาก เสียใจด้วย เพราะพูดอธิบายยังไงเขาก็ไม่ฟังเลย ขอโทษเขาก็ไม่รับฟัง เขาเสียงดัง ทำหน้าน่ากลัวมาก ตอนนั้นจะร้องไห้แล้ว ไม่คิดว่าเรื่องเล็กๆ มันจะใหญ่โตขนาดนี้ ทำไมคนอื่นต้องคิดว่าอรตั้งใจทำแบบนั้นด้วย
เดี๋ยวมาต่อ :37:
ดราม่ามาก :30:
ปาด รออ่านต่อ :25:
มารอเสพมาม่า :25:
ไม่เคยมีมาม่าอย่างนี้เลยให้ตายสิ :30:
อยู่ที่ทำงานผมเถียงหัวหน้าแผนกอื่นตลอด :30:
อ่านแล้วรู้สึกว่า ถ้าออฟฟิศผมเป็นแบบนี้บ้าง คงได้ ด่ากันทุกวันวันละหลาย 20 รอบ :30:
ที่หมีเล่านี่คือท่าทางเค้าน่ากลัวมากนี่น่ากลัวจริงๆ อารณ์ผีเข้าแล้วโมโหสุดฤิทธ์น่ะ
จะอธิยายยังไงดีวะ
เบลมาสาธยายซิ :37:
อีเบลจะพึ่งอะไรด๊าย
:30: :30:
อยากเจอซักตั้ง :22:
อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเชื้อราค่ะพี่พลัมส์ :37:
โอํย ขำหมี :30:
จุดหนึ่งที่ติดใจสงสัย
อ้างคำพูดจาก: หมีโหด* เมื่อ 30 ธ.ค. 2010, 21:32 น.
"พี่ลองถามคนในห้องนี้ (เขานั่งแยกเป็นห้องเล็ก อยู่กันประมาณ 6 คน) ทุกคนลงความเห็นว่า อรน่ะ ตั้งใจ
ทำไม :37:?
ก็เค้าอยู่ห้องเดียวกัน บิ๊วกันไปบิ๊วกันมาว่าหมีอ่ะ ตั้งใจลืมโลโก้แมวเหมียวชีซ่าไว้ในรูปที่จะเอาไปลงใน skoolbuz ไง :37:
(ออฟฟิศแยกเป็นห้องใหญ่กะห้องเล็ก เรานิยามว่าห้องพักครู ซึ่งเวลาเค้ามีอะไรก็จะปิดห้องแล้วสุมหัวดราม่ากัน)
แปลว่าคนที่ดราม่าไม่ได้มีคนเดียว แต่เป็นทีมงานด้วย :37:
พี่พลัมจะตบจริงป้ะ เรียกด้วยดิ คนแบบนี้ใช้ตีนดีกว่า :37:
อ้างคำพูดจาก: 0U! เมื่อ 31 ธ.ค. 2010, 23:19 น.
แปลว่าคนที่ดราม่าไม่ได้มีคนเดียว แต่เป็นทีมงานด้วย :37:
เหมือนบ่อเพาะเชื้อน่ะ เจ้มจ้นเลย
บิ๊วกันเองซะเยอะ ไม่งั้นเดือนไม่โดนเกลียดหรอก :11:
เช่น พี่แอนเป็นตุ๊ดวิจัยปีโป้ เอาเวลางานมาปั่น FAIL
พี่โบว์เมียพี่แอนเอาแต่ขายเสื้อ บิ๊วน้องให้เกลียดอ๊อดผู้น่าสงสารล์ (อ๊อดคือใครให้พี่โบว์มาเล่าอีกที :47:)
แล้วก็เดือนเป็นเด็กเส้น วันๆ ไม่ทำอะไร เพราะเป็นเด็กเส้น :47:
(เค้าอยากจะด่ากว่านี้แหละแต่คงหาอะไรมาด่าไม่ออกแล้ว ก็บอกแล้วว่าทำงานดี :47:
แล้วปกติก็พยายามดีกะเค้าแล้วนะ ฝืนใจมากๆๆๆๆ
แต่เพราะพี่เราสอนเราว่าไหนๆ เค้าก็อายุมากกว่าแก่ประสบการณ์กว่า อ่อนน้อมใส่ก็ได้
ทำดีขนาดไหนสุดท้ายเค้าก็ยังมองเราว่าเป็นเด็กโบว์แอน เอ้า ก็ใช่ แล้วไงวะ หาเรื่องเกลียดเงี้ย วัยรุ่นเซ็ง :37:)
นอกจากนี้ก็ยังมีแบบ อ๊อดเป็นแฟนกับแอน (อุ๊บส์) คนนั้นหึงคนนี้ คนนี้เกลียดคนนั้น คนนั้นไม่ชอบคนนี้
ตอแหลขั้นเทพอ่ะ
แล้วก่อนจะลาออกเค้าก็วางยากับ skoolbuz ไว้ เช่นแอบมายั่วยุฝ่ายพี่โบว์พี่แอนว่า Content ที่จะมาแทนเค้านิสัยไม่ดี ไม่ทำงาน จับจด
แล้วก็ไปบิ๊วอีกฝ่ายว่าพี่โบว์พี่แอนน่ะเกลียดเค้า ไม่อยากรับเค้ามาทำงาน บลาๆๆ
แล้วก็เวลาไปติดต่องานกับที่อื่น พอเค้าอยากจะขอเป็นพาร์ตเนอร์กับเรา พี่เค้าก็บอกว่าไม่เอา :37: เดี๋ยวพี่แอนมันได้ดี อะไรเงี้ย
พี่พลัมคะ ตบมันเลยค่ะ :37:
เพิ่งมานึกได้ว่าตูมีกฎอยู่ข้อนึงคือจะไม่นั่งทำเว็บส่วนตัวในที่ทำงาน
ดังนั้นเกิดมาไม่เคยอัปเฟลในเวลาทำงานเลยครับ :30:
ขอบคุณเจ๊กิ๊งที่อยู่ดีๆ มาชี้ช่องให้ เออ ไหนๆ ก็ไหนๆ ตูมานั่งเล่นเฟลก็สนุกดี :30:
เลยนั่งเล่นตั้งกะนั้นเป็นต้นมา :37:
มาก๊งมากิ๊งอะไร ป่านนี้แล้ว :11:
ดราม่าเรื่องเจ๊คนนี้เยอะมาก :30: มันจะมาทีละช็อตๆ
อย่างแบบเวลาเราได้ยินว่าเค้ามีดราม่า
ซึ่งสไตล์พี่โบว์แอนก็จะแบบ ชอบลากเข้าห้องเคลียร์ให้มันรู้ๆ กันไปใช่มะ
พอเวลาเอาเจ๊แกเข้าห้องแต่ละที ก็จะบอก บรรยากาศอิ๊งอั๊งเต็มไปด้วยฟามเข้าอกเข้าใจกัน :33:
เคลียร์กันนะ รักนะจุ๊บๆ :33:
ผ่านไปสามวัน ดราม่าแดกเหมือนเดิม :37: แล้วก็มีปมว่าเราลากเค้าเข้าห้องไปตีหัวเค้า
เค้าว่าทุกคนก็ขี้นินทาเหมือนกะเค้าแหละ แต่เค้าอ่ะนินทาแบบเปิดเผย :37:
เดือนเก็บกด ส่วนนังหมีหายหัวไปไหนเนี่ย :07:
ดูท่าบรรยากาศแย่ทั้งหน่วยงาน ลาออกเลย มาทำเฟวบ๊อกเป็นอาชีพหลัก ว่างๆ ก็ไปพับเสื้อเป็นอาชีพเสริม
เฟซบ๊อก :34:
อยากให้มันเป็นงานหลักเหมือนกันนะ ตอนนี้กำลังคลานกระเตาะกระแตะอยู่เลย :05:
ส่วนพับเสื้อ เจ๊เค้าจ้างด้วยเสื้อฟรี :37: (จริงๆ ต้องพับกล่องตะหาก พับเสื้อเค้าพับไม่สวย :05:)
ทำไมดราม่าเยอะแบบนี้เนี่ย
มึงนั่นแหละตัวบิ๊ว :30:
:48: ไม่เคย
ฮาดี :30: ยังดีหมอนี่ไม่ได้ทำงานด้วยกัน ไม่งั้นโดนเอาคืนลาออกไปตั้งแต่สัปดาห์ที่2
อยากให้น้องๆ ที่ทำงานมาอ่านกันจริงๆ :07:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 30 ธ.ค. 2010, 23:29 น.
โอํย ขำหมี :30:
ขำไร!!! :07:
อ่ะต่อ
ตอนนั้นอรก็พยายามพูดความจริงว่าไม่ได้ตั้งใจ พูดว่าขอโทษที่ลืมบอก พูดว่าที่ตอบว่าค่ะคำเดียวเพราะว่ายุ่งอยู่
พูดวนไปวนมาแค่นี้อ่ะ ในใจก็คิดว่าไม่ไหวแล้ว
แล้วพี่นิ้ง (ไม่ก๊งไปกิ๊งแล้ว ชื่อนิ้งเนี่ยแหละ เค้าชื่อนิ้งงงง) ก็พูดวนไปวนมาเหมือนกันว่าอรตั้งใจ เถียงไปซักพัก เขาก็บอกว่า
"เหอะ เถียงกันเดี๋ยวก็ร้องไห้เปล่าๆ"
ใช่จริงๆเพราะอรจะร้องไห้ตั้งนานแล้ว พอจบคำพูดเขาอรน้ำตาไหลออกมาเลยอ่ะ
วิ่งร้องไห้ออกไปจากห้องนั้นเลย
*ซีนนี้นางเอกมากค่ะ เพราะอรเกิดมาเพื่อเป็นนางเอกอยู่แล้ว
ไปแอบนั่งร้องไห้อยู่ที่บันได ร้องแบบที่ไม่ได้ร้องยังงี้มานาน ร้องหนักมาก สะอื้นเหมือนเด็กๆเลยอ่ะ
มันกดมานานแล้วเพราะตอนนั้นเครียดมาก ร้องจะลาออกอย่างเดียว แล้วมาเจออีกระเทยบ้านี่อีก
แล้วผิดหวังด้วยที่ทุกคนไม่เชื่อใจขนาดนี้เลยเหรอ
อรเป็นคนที่ถ้าคบใครเป็นเพื่อน อรจะเชื่อใจมาก แบบว่าให้ไปเต็มๆเลย อย่างพี่นิ้งเนี่ยอรเชื่อใจเขามากเลยนะ
เจองี้ก็ช็อคดิ
พอร้องจนสงบสติซักพัก (ไม่รู้นานเท่าไหร่ แต่เป็นชั่วโมงเลยล่ะมั้งนานอยู่) เลยเดินไปหาตั๊ก ว่าจะเล่าให้ตั๊กฟัง
เพราะตั๊กอยู่ในเหตุการณ์ตอนถ่ายรูปด้วย สรุปร้องไห้ไปพูดไป ตั๊กฟังก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง :30:
(อ๊อดผ่านมาเห็น ตอนนั้นอ๊อดดีมาก เข้ามาปลอบด้วยนะ :25:)
คืนนั้นนางเอกที่น่าสงสารเลยต้องมีเดือนมานอนค้างเป็นเพื่อน :25:
วันต่อมา พี่โบแอนก็รู้ข่าว (วันเกิดเหตุ 2 คนนี้ไม่อยู่)
ก็เลยเรียกคุยกันเลย
พี่นิ้งยังโมโหอยู่เลย ฉอดๆๆๆๆๆๆๆๆ
พี่แอนก็ถามเรื่องราว จนตั๊กบอกว่า ตั๊กอยู่ตรงนั้นด้วย อรบอกแล้วว่า อรจะลบแมวออก อรไม่ได้ตั้งใจ
พี่แอนก็บอกว่าเขาก็อยู่ตอนนั้นเหมือนัน
พี่นิ้งก็
"อ้าว ถ้าเมื่อวานตั๊กบอกพี่ยังงี้ เรื่องก็จบ" (แกกลับไปแล้วหรอกแสรดดด แล้วตัวเองเคยคิดถามใครไหม นอกจากถามคนในห้องนั้นน่ะ!!)
เรื่องจบ เค้าขอโทษอรในห้องประชุม เค้าอารมณ์เย็นอย่างกะผีออก
แต่หลังจากนั้นอรก็ไม่คุยกะเค้าอีก มีบ่นนิดๆใน twitter ด้วย
พี่โบก็มาบอกว่า เนี่ยพี่นิ้งเค้าเสียใจมากเลยนะ เครียดมากเลย อยากคืนดีไรทำนองนี้
เดี๋ยวเค้าจะซื้อเค้กมาขอโทษนะ คืนนี้กันซะ ยังไงเราก็ต้องทำงานด้วยกัน
แล้วเค้าก็ซื้อเค้กมาง้อจริงๆนะ อรก็คุยกับเค้าแต่มันไม่เหมือนเดิม
คือคุยเพราะงาน ไม่จำเป็นก็ไม่่คุย แล้วอรก็ไม่เคารพเค้าแล้วด้วย
แล้วก็ขอเล่าย้อนก่อนวันเกิดเหตุ ซักอาทิตย์นึง พี่โอ้เอ้เคยมานั่งคุยด้วย
ถามว่าอรตอนนี้ไปมีเรื่องกับใครรึเปล่า ตอนนั้นอรก็ตอบเปล่า เพราะไม่มีเรื่องกะใครจริงๆ
พอเกิดเรื่องเลยถามพี่โอ้เอ้ว่า พี่โอ้เอ้ พี่รู้เรื่องล่วงหน้าเราะ!!
พี่เขาเล่าว่า เขาเลยไปกินข้าวเที่ยงกับกลุ่มพี่นิ้ง
แล้วมีกลุ่มพี่โบ มีอร มีตั๊กไรงี้ เดินผ่านร้านที่เขานั่งกินกัน
พี่โบก็ยกมือทักทาย แต่อรไม่ได้ทัก (ทำไมต้องทักอ่ะ เจอกันตลอด บางทีอารมณ์ดีๆ็ทักนะ"
พี่นิ้งก็ดราม่าบนโต๊ะอาการเลย
"ดู๊ ดูสิ นังอรมันผยอง มันเดินเชิดหน้าชูคอหยิ่งเป็นนางพญา ไม่ทักทาย" (ประมาณนี้มั้งพี่โอ้เอ้ ให้พี่มาเล่าอีกที)
หูยยยยยยยยยยย ทำไมชั้นต้องทักทุกคนด้วยฟระ แฟนคลับชั้นก็มีเยอะแยะทักไม่หวาดไม่ไหว!!
ซึ่งตอนนั้นอ่ะพี่นิ้งยังคุยกะอรดีๆอยู่เลยนะ ดูสิ หน้าอย่าง ใจอย่าง คบได้ไม๊ๆๆๆๆๆ :07:
เดี๋ยวนึกไรออกแล้วจะมาเล่าต่อค่า :52:
หมีนางเอกมากๆ :30: :30:
โอ๊ย ไม่เคยรู้มาก่อนเลย แต่ทำไมเล่าผ่านตัวอักษรของหมีแล้วตูฮา :3005:
ทำไมอ่ะพี่แอน :05:
ดราม่าแบบหมีๆก็ฮาเป็นเรื่ิองธรรมดา
ใครแกล้งหมีเรานะ อย่าให้เจอเชียว :37:
(วิ่งหลบไปร้องไห้)
ตูไม่เห็นจะสงสารอรอย่างสงสารเดือนเลย :30:
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
อยากตบคน ฉลองปีใหม่ :07: :07: :07:
:30:
โถ ๆ น้องอรผู้น่าสงสาร
อ่านของหมีแล้วฮาเหมือนกันอะ
หมีคงเป็นนางเอกแนวรักคอมมาดี้น่ะ :12:
หมีดาวพระศุกร์ :30:
:30: :30: :30:
ไม่ได้ตามอ่านซะหลายวัน เจ้มจ้นมากๆ :25:
:07: โอ้ว ดราม่า ดีแท้
รู้สึกโชคดีกะออฟฟิศตัวเองชะมัด
ไม่มีงานว่างๆ ก็นั่งเล่นเกม
เบื่อๆ ก็ลงไปเล่นวินนิ่ง กะเด็กตัดงาน
แต่อย่างว่าบริษัทใหญ่ มากคนมากความ นินทากันนี่ก็เรื่องปกติเลย
สมัยทำงานที่เก่าก็เป็น จับกลุ่มคุยกันนินทานาย นินทาคนนู้นคนนี้ :08:
มาม่าอร่อย...
รู้สึกโชคดีแฮะทำงานมาไม่เคยเจอปัญหาเรื่องคนจริงๆจังๆแบบนี้
หรือเป็นเพราะผมเป็นคนไม่ใส่ใจอะไรนะ ใครบ้าก็บ้าตามเค้าไปหมด :30:
แต่ตอนนี้ทำงานที่ใหม่กำลังจะบ้าซะเอง
รู้สึกกดดัน ว่างานตูต้องดีต้องทำเร็ว พาเอาเครียดคิดงานไม่ออก
ไปเที่ยวกลับมานี่กลายเป็นว่าไม่มีอารมณ์อยากทำงานเลยรู้สึกไม่สนุกเหมือนก่อน
ต้องมานั่งบิ้วให้มีไฟซะหน่อย เอ้าสู้เว้ยยยยย :41: :41: :41:
ไฟมีอ่ะดีแต่มีมากระวังจะเผาตัวเองนะพี่่ :37:
นึกอะไรไม่ออกให้ไปขี้ ไอเดียดีๆ บางทีมันก็มาเวลาอยู่ในส้วมนะ สู้ๆ :12:
อ้างคำพูดจาก: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 03 ม.ค. 2011, 22:35 น.
ไฟมีอ่ะดีแต่มีมากระวังจะเผาตัวเองนะพี่่ :37:
นึกอะไรไม่ออกให้ไปขี้ ไอเดียดีๆ บางทีมันก็มาเวลาอยู่ในส้วมนะ สู้ๆ :12:
ไม่ชอบขี้ที่บริษัทนี้อ่ะห้องน้ำมันใหญ่เกิน :05:
ลาออก หาที่ขึ้ใหม่ :12:
ลาออกอีกแล้วเหรอ :30:
อยากลาออก
จริงจังนะ :01:
ออกเลย จริงจังนะ :58:
ปัญหาคือติดหนี้บัตรเครดิตอยู่ กลัวช็อต :05:
อู๋จะเป็นอุทธาหรณ์แก่ผู้มีบัตรเครดิตต่อไป :58:
:30: :30: :30:
อ้ะ ลืมไปตูก็มีหนี้เหมือนกัน :16:
ตูมีหนี้ตูยังกล้าลาออกเลยอู๋ :47:
นอกจากตูจะมีหนี้แล้ว ตูยังมีเมียอีกด้วย
ว้ายๆๆๆ :53: :53:
ขึ้นปีใหม่ เริ่มงานที่ใหม่วันแรก
อูวว งานเยอะน่าดูแฮะ แถมยังเปลี่ยนฟิลด์การทำงานไปคนละแนวกับที่เก่าเลย :07:
เอาน่ะ เพื่อลูก เพื่อเมีย :53:
ไม่ดีหรอพี่อุ๋
นัดอยากทำนะที่นั่น
มันเป็นงานรูทีนน่ะ คือไม่มีอะไรแปลกใหม่ อย่างดีก็แค่หาวิธีใหม่ๆแก้ให้เขา
มันดีตรงที่ว่าเป็นบริษัทใหญ่ มั่นคง เงินดี สวัสดิการณ์ดี
แต่นั้นหมายถึง คุณต้องเป็นลูกจ้างเขาไปจนแก่ เพราะงานมันเป็นอะไรที่เอาออกมาทำเองไม่ได้เลย(มันใหญ่เกินไป)
ทำไปเรื่อยๆจะเริ่มสมองฝ่อ ความรู้ที่เรียนมาไม่ได้ใช้เลย :01:
จนสุดท้ายก็ไปไหนไม่ได้ ต้องตกเป็นทาสเขาต่อไป :55: :55: :55: :55:
งั้นอู๋ก็กลับไปเขียนเว็บบอร์ดประชาไทเซ่ :12:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 04 ม.ค. 2011, 22:01 น.
มันเป็นงานรูทีนน่ะ คือไม่มีอะไรแปลกใหม่ อย่างดีก็แค่หาวิธีใหม่ๆแก้ให้เขา
มันดีตรงที่ว่าเป็นบริษัทใหญ่ มั่นคง เงินดี สวัสดิการณ์ดี
แต่นั้นหมายถึง คุณต้องเป็นลูกจ้างเขาไปจนแก่ เพราะงานมันเป็นอะไรที่เอาออกมาทำเองไม่ได้เลย(มันใหญ่เกินไป)
ทำไปเรื่อยๆจะเริ่มสมองฝ่อ ความรู้ที่เรียนมาไม่ได้ใช้เลย :01:
จนสุดท้ายก็ไปไหนไม่ได้ ต้องตกเป็นทาสเขาต่อไป :55: :55: :55: :55:
ตามนั้นเลย ข้อเสียของบ.ใหญ่มั่นคงสวัสดิการดี
ที่ตูอยู่ปัจจุบันก็เป็นเหมือนกัน เมื่ออยู่ไปช่วงปีที่ 2-3 ความชันของเส้นการเรียนรู้ตามสายงานมันเริ่มเป็นศูนย์ เราจะเริ่มรู้สึกสมองฝ่อและพาลจะหมดไฟ
ยังดีที่เพื่อนร่วมงานดีมาก ไม่มีดราม่านิ้งๆ อ๊อดๆ อะไรให้ขัดหูขัดตา กับหัวหน้าสนับสนุนให้หาอะไรใหม่ๆ ทำตลอด ก็เลยยังอยู่สบายดีมีสุขมา 4-5 ปี
แต่เดี๋ยวปลายกุมภาก็จะย้ายไปที่ใหม่แล้ว ไปดูแลระบบการจัดการ Supply Chain ของบ.ผลิตรถ งานดูท้าทายกว่าเดิมมาก มีโอกาสได้ตีกับคนต่างด้าวมากขึ้น เหนื่อยกว่าเดิมแน่นอน
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 04 ม.ค. 2011, 22:20 น.
งั้นอู๋ก็กลับไปเขียนเว็บบอร์ดประชาไทเซ่ :12:
ปัญหาคือผมลืม web programming ไปหมดแล้วครับ :3005:
โอว มนุษย์มีหลายแบบ
ถ้าแบบที่ทนการเป็นฟันเฟืองเครื่องจักรได้ก็ไม่มีปัญหา
แต่อีพวกมนุษย์ชิวทั้งหลาย ใจมันอยากเป็นมนุษย์กว่านั้น :30:
ดีครับ เลือกเลย
ที่ตูอยู่ก็ไม่ได้ถูกริดรอดความเป็นมนุษย์นะ :50:
ของผม ตำแหน่งสุดท้ายก่อนลาออกเป็นหัวหน้าแผนก R&D
เข้าทางมาก และรู้ว่ายังมีอะไรให้ทำให้พัฒนาอีกเยอะ
อย่างน้อยๆอยู่ได้อีก 3 - 5 ปี ตำแหน่งอาจขึ้นไปถึงผู้จัดการแผนก หรือรองผู้จัดการฝ่าย
งานมีให้ทำให้สนุกอีกมากมาย
แต่ติดพวกคุณๆท่านๆทั้งหลายไม่อนุมัติอะไรซักอย่าง
ให้อ้อมไปทางนู้น มุดดินไปทางนี้ ยักย้ายถ่ายเทตามวัฒนธรรมองค์กรแบบเก่าๆผิดๆ
อึดอัด ทำอะไรก็ไม่ได้ แล้วจะมีแผนกเราไว้ทำไม
สุดท้ายประเมินผลปลายปี โดนด่าว่าไม่ค่อยมีผลงานอะไรเลย
ซึ่งเป็นผลต่อไปยังเงินเดือน งบแผนก ฯลฯ
เลยลาออกซะเลยด้วยเหตุผลที่ว่า หมดสนุก :22:
อ่านบ๊อกคุณ mk ที่เค้าวิชามเรื่องหนังซักกะเบิก (ที่เดือนหลับ..นั่นแหละ)
เค้าบอกว่าถ้าจะทำโปรเจ็กต์อะไรที่ยุ่งยาก ไม่ได้ตังค์ แต่มีแววไปได้นาน (เช่นฟร้อนๆ ของใครนะ)
เค้าบอกว่าช่วงก่อนเรียนจบไปถึงทำงานปีแรกๆ จะดีเพราะความรับผิดชอบมันยังไม่เยอะ
เดือนเลยรู้สึกว่าตัวเองโชคดีนิดหน่อยที่ตัวเองอยู่ๆ ก็หาทางไปเจอ (ทางซักกะเบิกๆๆๆ พูดรัวๆ สนุกดี :30:)
ก็ยังย้ำนะว่าไม่รู้หรอกว่ามันจะไปได้ดีแค่ไหน แต่จะสู้กะมัน (ซักกะเบิกกกกกกกก)
ตอนนี้ไฟลุกคุกรุ่นเลย กลัวมันจะเผาตัวเองวอดเหมือนกัน กลัวไฟดับเหมือนกัน อารมณ์เหวี่ยงๆ ไม่แน่ไม่นอน :30: :05:
ไอ้อารมณ์เหวี่ยงขึ้นลงนี่แหละ บางทีก็เป็นตัวขัดขวางทำนองคลองชีวิตแบบแปลกๆ
คือใจนึงก็รู้สึกว่ามีมันก็ไม่ดีนะ ไม่เหมือนคนปกติ แต่ถ้าไม่มีมันก็คงสร้างสรรค์อะไรจ๊าบๆ ซักกะเบิกไม่ได้
(ใครที่อ่านแล้วไม่เข้าใจว่าไอ้อารมณ์ที่ว่าคืออะไร เดือนก็ไม่รู้จะบอกไงแฮะ พวกสเลดเป็ดทั้งหลายน่าจะเข้าใจนะ ใช่มั้ยๆๆ :05:)
ทั้งนี้ถ้าใครอยู่ในช่วงแบบเดือน (ใกล้เรียนจบ -- ทำงานปีแรกๆ) ถ้าเจองานอดิเรกรุ่งๆ ก็ขอให้สู้ๆ เน้อ
ส่วนคนที่อยู่ในช่วงแบบพี่อุ้ย ก็ยังจินตนาการไม่ออกเหมือนกัน ถ้ายังอยู่ไว้จะมาเล่ามั่งนะ :25:
ปูลู วันนี้ได้พูดคำว่า JSON คิวรี่ๆๆ div div css ในห้องประชุม ดีใจมาก :25: แต่พี่คนที่เขียนเว็บฟังเราไม่รู้เรื่องนะ :3005:
(ปกติไม่ค่อยพูดในที่ประชุม เนื่องจากโดนคนแบบพี่กิ๊งตีแตกจนเสียเซลฟ์ กลัวพูดแล้วไปขวางคลองซีเนียร์ไหนอีก)
ปอลอ จริงๆ มีโครงการเนิร์ดแคมป์ด้วยนะ (ช่วงนี้คิดอะไรอินโนๆ ได้เยอะเลย แล้วก็เอาไปให้พี่แอนตีแตกอีกที :30: ไว้หลังไปแพแล้วเรามาถกกันนะฮิ :19:)
อ้างคำพูดจาก: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 05 ม.ค. 2011, 00:07 น.
ส่วนคนที่อยู่ในช่วงแบบพี่อุ้ย ก็ยังจินตนาการไม่ออกเหมือนกัน ถ้ายังอยู่ไว้จะมาเล่ามั่งนะ :25:
อะไร :58:
วัยหน้าขน :37:
อะไรเดือน ไปพูดอะไรมา ถึงมีคนฟังไม่รู้เรื่อง :30:
อีอ๊อดนี่ใครยังไง เล่าต่อซะที รอเสพนานแล้ว :58:
ป้าคนนี้ก็ไม่ได้สนใจอ่านสาระเลย :30:
เรื่องของกินก็ไม่มี :58:
รึ่มเลยชิมิ :04:
พี่อุ้ยจะย้ายไปดูพวก Supply Chain :25:
ผมก็ทำเกี่ยวกับพวกนี้อยู่ครับ
:30: :30:
ตอนี้คงสามารถบ่นได้แล้วซินะ :34:
ตอนนี้ลาออกจากการเป้นครูมาสามเดือนแล้วครับ :40:
ลาออกมาอยู่ที่คุรุสภา ตำแหน่งนักวิชาการ สำนักมาตรฐานวิชาชีพ กลุ่มรับรองความชำชาญในการประกบอวิชาชีพ
เงินดีขึ้น เป้นลุกจ้าง --10 000 (หมื่นนึงของย้งนี่คือดีแล้วนะ มีเหลือด้วย!!!) :17:
แต่
งานนี่ทรมานสุดฤทธิ์ :05:
คือ
ต้องบอกว่าสาเหตุที่ออกคือน้อยใจ
(แร่ดมะ ตัวใหญ่ยังกะหมีควาย น้อยใจได้ด้วย) :07:
น้อยใจโรงเรียน
1.เหนือยอยู่ระยะหนึ่งหัวหน้างานที่เป้นราชการลาออกไปปลูกผัก
ต้องเขียนงานกันเอง อัตราจ้างทั้งคุ่ งานสามคนทำสองคน
2.มีอยู่วันหนึ่ง ต้องเขียนขออัตรากำลังในปีการศึกษาต่อไป
เราก็ถามกกบะน้องอีกคนที่ทำงานด้วยกันว่้า
"เฮ้ยใครจะเซ็นเอกสาร"
"พี่แหละเซ็น พี่มาก่อนตั้ง 2ปี"
"เออๆก็ด่ะ"
เอกสารไปท่างฝ่ายวิชาการตีลกับ บอกว่าใช้ไม่ได้
"ทำไมครับอาจารย์สิรินทร์"
"ทำไมไม่ให้ป้อมเซ็นมา ป้อมอาวุโสกว่าไม่ใช่เหรอ"
...........................ยืนอึ้งอยู่ 3 วิ
"ผมมาก่อนครับสองปีด้วยอาจารย์"
...............ท่านอาจารย์หน้าแตก เงียบแล้วไมใ่กล้ากลับคำเลยบอกว่า"นั่นละ ไปเซ็นมาใหม่"
3..หลายๆท่านคงเคยเห้นวีดิโอปัจฉิมในงาน
ปีที่ผ่านมาก้จะทำ
พอคุยกับฝ่ายสวิชาการ งานนั้นงานนี้เสร็จ ก้มีอาจารย์ท่านหนึ่ง(ที่เป้นผู้ใหญ่้ มีสิทธิตัดสินดีชอบ)เดินมาถามว่า วีดีโอเนี่ย ไปคุยกับอาจารย์บุญนิกรรึยัง( บุญนิกรคือ อาจารย์ที่สอนสังคม ม 6 ท่านหนึ่ง)
เราก็ถามว่า ทำไมละครับ
"อ่าว ก็เขาทำทุกปีไม่ใช่เหรอ"
โอ้ว มายก๊อด การที่ชั้นทำงานไม่ใส่ชื่อลงไปชัดเจนในงานราชการน่ะเข้าใจ แต่งานปัจฉิมมันก้ของแนะแนวโดยตรง
ต่อไปนี่ชั้นต้องนาบชื่อตัวเท่าฝาบ้านลงในวีดีโอให้มันไม่สวยด้วยใช่มั้ย หา!!
สุดท้ายพองานโทรมราเรียก ไ้ห้รายงานตัวภายใน 1 สัปดาห์ ก็ไปลเย แถมตอนลาออก ก็ไม่มีประกาศบอกเด็กเลยนะ
ที่ครูอาสาสาสมมัครมา 1 เทอมยังมีประกาศบอกเด็กเลย
แต่ก็
ไม่เป้นไร
มางานใหม่
นักวิชาการคุรุสภา
งานมันโอเคนะครับสำหรับคนชอบงานเอกสาร แต่ผมเนี่ยดันไทม่ชอบ เพราะงานนั่งแค่หน้าคอมกะงานเอกสารเป้นตั้งๆเลย
ผมนึกว่านักวิชาการมันต้องมาคอย judge เนื้อหา ทีไ่หนได้ มานั่งพิพม์เวิด แถม ได้หัวหน้ามือใหม่ อายุ 58
ที่ 1..ห้ามเราเดินไปไหน เรพาะจะเอาเราไปบอกว่าเราชอบเดินไปเดินมา
2..ห้ามเราช่วยงานคนอื่น แม้ว้่าเราจะว่าง เพราะเราจะเดินไปเดินมา
3..ดูเราทุกอย่างเข้าเว็บอะไรทำอะไรอยู่ แม้กระทั่งว่างไม่ว่าง
คนทั้งสำนะีักเล่นเฟซบุคหมด แต่ตูเล่นนี่ ถึงกับเอาไปฟ้องเพื่อนที่อยู่อีกตึกนึง เพื่อนทำงานมาก่อน
ตอนนี้เปน พนงจ้างไม่บรรจุ ก็เอาเรื่องประเมินมาขู่
ณ จุดนี้ก็ลเยแบบว่ามานั่งทบทวนตัวเองก้ลเยคิดว่าโอ่เค งานแบบนี้ งานนักวิชาการคงไม่เวิคเท่ไาร
ไปสมัคตรงานใหม่อีก 3 งาน ในเดือนนี้
งานแรกดูดีมีภาษีพอฟัดพอเหวี่ยงเลย
อดทนกันต่อไป
ปล..พอเข้าไปในวงการการศึกษาเข้าใจแล้วว่าทำไมการศึกษาไ่ทยล่มจม
ไม่เดินหน้าเพราะเดินงานช้าสุดริด
จะทำเรื่องนั่นี่ ต้องผ่านหัวหน้าหน่วย --สำนัก--กองกลาง--เลขา
---อนุกรรมการ--กรรมการ
พอเข้ากรรมการ ถ้าเปลี่ยนชุดกรรมการก็ดึงเรื่องเขาไปใหม่อีก
แถมกรรมการคุรุสภามีทั้งหมด 39 คน เยอะมาก!!!!!!!
ปล 2 ตอนนี้ทำเรื่องอบรมครุต่างประเทศอยู่ แล้วพอเขาส่งงานมาให้ที่สำนักใหม่ ก็ทำไม่ได้หัวหน้าไม่อยากทำ
ก็ทำจดหมายถึงเลขา ส่งเรีื่องคืน ส่งไปส่งมา
อีฝรั่งที่จะได้วุฒิบัตรก้ไม่ด้ โทรมาหาเรา ว่า มันมีผลต่้อวีซ่า
พอเอาไปบอกผอ ก็บอกรออย่้างเดียว
อีฝรั่งก้โทรมาหาเรา
ทุกข์ชาวบ้านมาลงที่ตูโม้ดดดดดดดดดดดดด เพลีย
และที่เคยเห้นที่เร่ิดืี่สุดที่นี่คือ
การเอาสายโทรศัพท์ออก เมื่อมีประชาชนโทรเข้ามาสอบถาม แล้วตัวเองไม่ว่าง อ้างว่าไม่อยากรับ
:09: :09: :09: :09: :09: :09:
เหลืออีก 3 ที่ อดทนสู้ๆ
ครูย้งสู้ๆ :27:
สอบนักประชาสัมพันธ์ที่จุฬาอ่ะ อยากได้มากจะได่้เรียนโทเสียที อยากได้งานนิ่งๆ
สงสารครูไทย สงสารเด็กไทย :08:
ให้ครูย้งฟ้องศาลปกครองเลย :37:
นี่ก็กำลัง สู้กับที่บ้านอยู่เหมือนกัน อยากให้เป็นครูจริงจัง
ปล. ย้ง พี่มีคำถาม
ถ้าพี่ไม่ใช้ประกอบวิชาชีพ (ไม่เคยเป็นครูเลย) แล้วเมื่อมันถึงกำหนดหมดอายุ จะต่ออายุได้ไหม
อ้างคำพูดจาก: Pix เมื่อ 16 ม.ค. 2011, 01:02 น.
นี่ก็กำลัง สู้กับที่บ้านอยู่เหมือนกัน อยากให้เป็นครูจริงจัง
ปล. ย้ง พี่มีคำถาม
ถ้าพี่ไม่ใช้ประกอบวิชาชีพ (ไม่เคยเป็นครูเลย) แล้วเมื่อมันถึงกำหนดหมดอายุ จะต่ออายุได้ไหม
ต่อได้ แต่จะเป้นผู้ปนรระสงค์ขอต่อนะคะ
ถ้า่จำไม่้ผิด
แต่าถ้าเป้นอีกกรณีนึงก้จะต้องมาเทียบโอนนะคะ
มีอะไรปรึกษาได้นะคะสำหรับการเทียบโอน
ย้งก็กำลังจะหมดเมหือนกัน
แต่ไม่อยากลงไปที่สำนักใบอนุญาตเลย
เพราะเคยมีเคสว่ามีคนมาขอต่อ แต่ทรานสคริปเป้นภาษษอังกฤษ เขาอ่านไม่ออกเลยไล่มาที่ย้ง เรพาะว่าอ่านไม่ออกเลยโยนขึ้นมาที่สำนักมาตรฐานเพราะคิดว่ามันไม่ตรงมาตรฐาน
ขอบอกลเยนะคะว่า ที่สนงคุรุสภา คนขาดเซอร์วิสไมด์อย่างหนักนะคะ
ตกลงยังไง อ่านแล้วงง
มีนิตรสาร guitarist ไม่แน่ใจว่าสะกดอย่างนี้มั้ย
โทรมาให้ไปเป็นช่างภาพประจำคลอลั่ม แบบดาราศิลปินใช้กีต้าร์นู้นนี่นั้น แล้วก็ถ่ายรูป
แบบนี้คิดเรทราคายังไงครับ ผมบอกเค้าไปว่าราคาเป็นแบบเหมาทั้งวัน 3000 บาท
ได้แพงกว่านั้นนะ
แต่ก็แจ่มเลย ฉลองงง :25: :25: :25:
เค้าบอกงานมันคล้ายๆถ่าย interview อ่ะครับ 2-3 ชั่วโมง
ตอนแรกก็จะต่อๆด้วย (ผมเองก็ไม่รู้ว่าปกติเรทแบบนี้มันเรียกเท่าไร)
ตอนนี้รอๆเค้าคุยกับผู้ใหญ่อีกทีครับ สาธุเข้าให้ๆๆๆๆๆ :46:
กำลังนอนๆอยู่ตื่นเลย :30:
เค้าบอกว่ากำลังเลือกๆช่างภาพใน multiply
แล้วไปเจองาน upsyndome http://rpashpix.multiply.com/photos/album/72/_Upsyndome_ (http://rpashpix.multiply.com/photos/album/72/_Upsyndome_)
เลยโทรมาเลย ปลาบปลื้ม :05a:
ดีจังเลย ขอให้ได้งานนะ :25:
:25: :25: :25:
ขอให้ได้งานนะ
ทั้งงาน ทั้งความรัก ดวงกำลังพุ่งเลยนะชาร์ป :56:
ตอนไปค้างบ้าน เอาให้พุ่งกระฉูดเลยนะ :56: :56:
เจ๋ง :25:
อ้างคำพูดจาก: สหายถลอก เมื่อ 17 ม.ค. 2011, 17:35 น.
ทั้งงาน ทั้งความรัก ดวงกำลังพุ่งเลยนะชาร์ป :56:
ตอนไปค้างบ้าน เอาให้พุ่งกระฉูดเลยนะ :56: :56:
พี่อ่ะ :50:
กระฉูด :07: :07: :07:
อะปริ้ดดดสส์ :07: :07: :07:
อ้างคำพูดจาก: สหายถลอก เมื่อ 17 ม.ค. 2011, 17:35 น.
ทั้งงาน ทั้งความรัก ดวงกำลังพุ่งเลยนะชาร์ป :56:
ตอนไปค้างบ้าน เอาให้พุ่งกระฉูดเลยนะ :56: :56:
แทบสำลัก
อ้างคำพูดจาก: พลัม เมื่อ 17 ม.ค. 2011, 17:47 น.
กระฉูด :07: :07: :07:
นึกถึงร้านโคโยตี้มากกว่า.. เพื่อนเล่าให้ฟังน่ะ :47b:
มาอัพเดทบ้าง
เรื่องสัมภาษณ์งาน
หลายวันก่อนมีคนโทรมานัดสัมภาษณ์งาน ที่โรงแรมแห่งนึงแถวหาดจอมเทียน
คนโทรมานัดเป็นเสียงลุงแก่ๆ (นึกว่ายามเพราะพูดไม่รู้เรื่อง ไม่เหมือนฝ่ายบุคคลเลย)
อยากให้เราไปสัมภาษณ์ เห็นว่าทำเว็บได้จะให้ไปดูแลเรื่องรับจองห้องผ่านเว็บ หรือไม่ก็อาจจะไปเป็น front
เราฟังก็แปลกๆ คือไม่ชัดเจนว่าตกลงให้สัมภาษณ์ตำแหน่งไรกันแน่
แต่สุดท้ายก็ตกลงนัดกันนอีก 3 วันถัดไป ตอนบ่าย 2
เนื่องจากไม่ได้สัมภาษณ์งานมากว่า 5 ปีแล้ว ตื่นเต้นโคตรๆ เตรียมโน่น-นี่-นั่น ยกใหญ่
ถึงขนาดหาทรานสคริปต์ไม่เจอ ซ้อมบทอธิบายเรื่อง web-app ภาษาอังกฤษด้วย
พอวันนัดไปถึงโรงแรมก่อนเวลาประมาณ 15 นาที
นั่งสิดส่ายสายตาดูบรรยากาศของโรงแรมและพนักงานต้อนรับทีด่าฝรั่งอยู่ตลอดเวลา
โรงแรมระดับนี้ (ไม่รู้กี่ดาว แต่ค่าห้องที่ถูกที่สุด 4500) พนักงานทั้งโรงแรมไม่มีใครใส่ยูนิฟอร์มเลย
ดูไม่รู้เลยว่าเป็นพนักงาน ช่างน่าแปลกใจ ทำไมเค้าสบายกันจัง หรือว่าจะเป็นวันพิเศษอะไรกันแน่
ก่อนถึงเวลานัด 5 นาที มีคนโทรไปตามเจ้านายบอกว่ามีคนมาสัมภาษณ์งาน ที่นัดไว้
แล้วเค้าก็หันมาแจ้งและยิ้มเจื่อนๆว่า รอก่อนนะคะ นายไปทานข้าว ตั้งแต่เที่ยงแล้วเดี๋ยวคงมา
เราก็นั่งรอต่อไป บ่ายสองครึ่งเราเอามือถือมาเล่น fb
และมีคนเอาน้ำมาให้แก้วนึง (คนที่เอาน้ำมาให้คือยาม ที่เพิ่งมาตอกบัตรเค้างานกะบ่าย)
อีกไม่กี่นาทีจะบ่าย 3 เราเดินกลับไปที่หน้าฟร้อนท์ ถามว่าตกลงเค้ายังไม่มาใช่ไหม งั้นเรากลับละนะ
ออกมาจากโรงแรมก็โมโหพออยู่แล้ว ไปแวะส่งของที่ไปรษณีย์อีกพักใหญ่
ระหว่างขึ้นรถกลับบ้านด้วยความเซ็ง มีคนโทรมาเสียงลุงแก่ๆคนเดิมที่โทรมานัดนั่นเอง
:47: "นี่เธอ มาสัมภาษณ์งานตามนัดรึเปล่า แล้วทำไมรีบกลับไม่รอชั้น กลับมาที่โรงแรมด้วย"
โห อีลุงนี่เป็นเจ้าของโรงแรมเองเหรอ
:23: "ขอโทษนะคะ คุณไปถามพนักงานของคุณดูดีกว่าว่าเราไปตามนัดรึเปล่า แล้วรออยู่นานแค่ไหน
คุณเป็นผู้บริหารประสาอะไร นัดใครไม่มาตามนัด ให้รอนานขนาดนี้ยังมีน่าโทรมาโวยวายอีก
ไม่ต้องเรียกให้กลับไปหรอก คนไม่รักษาเวลา ไม่ให้เกียรติคนอื่นแบบนี้ เราคงร่วมงานด้วยไม่ได้" (จริงๆยาวกว่านี้)
:47: "เอาน่าอย่าคิดมาก มาๆรออยู่ นี่ก็รีบสุดๆแล้วนะ จะให้ทำเว็บซะหน่อย มานะ"
:23: "ก็บอกว่าไม่ไปไง ลุง"
หลังจากนั้นก็ยังโทรมาอีก 2-3 ครั้ง แต่เราไม่รับสายแล้ว
เกิดอาการเซ็งมาก ที่จริงถ้าบรรยากาศรอบๆดีกว่านี้ หรืออ้างว่าติดประชุม ติดลูกค้าอยู่
เราก็อาจจะรอ แต่นี่เหมือนทุกอย่างมันงี่เง่าไปหมด ที่เจ้านาย ทั้งลูกน้อง และระบบงาน
อ้างคำพูดจาก: Pix เมื่อ 19 ม.ค. 2011, 04:00 น.
:23: "ก็บอกว่าไม่ไปไง ลุง"
แล้วนึกเสียงมันตามนะ :30: :30: :30:
ไม่เอาดีแล้วล่ะ เจ้านายไม่รักษาเวลาเนี่ย :37:
เมื่อวานเพื่อนไปสัมภาษณ์ บ. ทำลิฟท์ยักษ์ใหญ่ที่นึง
เบื่อๆ งานเลยติดรถไปด้วย
ไปถึงเพื่อนสัมภาษณ์
ผมก็เลยเขียนใบสมัครส่งไปด้วย
แบบไม่มีหลักฐานอะไรเลย
พอเพื่อนสัมภาษณ์เสร็จเขาก็เรียกผมสัมภาษณ์ต่อด้วย
อ่าวห่า :30:
เค้าก็เปิดๆ ดูใบสมัครผมแล้วก็บอก
"นี่หลักฐานไม่เอาไรมาเลยหรอ ไม่ผ่านตั้งแต่ครั้งแรกเลยนะเนี่ย"
ผมเลยบอก
"ชัวร์ครับ :30:"
สรุปได้การบ้านมาทำส่ง HR วันจันทร์
ถ้าทำส่งไปแล้วไม่ได้ตูจะไม่ขึ้นลิฟท์มันอีกเลย :11:
เดี๋ยวเกิดไปได้งานที่ บ.อื่น อยู่ชั้นสูงๆ แล้วติดลิฟต์ยี่ห้อนี้
เจี้ยมจะเดินขึ้นเดินลงทุกครั้งเลยใช่ปะ :56:
:30: :30:
:30: :30:
ปิ๊กเด็ดมาก :30:
ส่วนอีเจี้ยมนี่ชิวมาก ถ้ามันได้แล้วเพื่อนไม่ได้ล่ะฮา :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 19 ม.ค. 2011, 18:31 น.
ปิ๊กเด็ดมาก :30:
ส่วนอีเจี้ยมนี่ชิวมาก ถ้ามันได้แล้วเพื่อนไม่ได้ล่ะฮา :30:
อันนี้แหละ ฮา ของจริง :30:
ได้งานของนิตรสาร guitarist แล้วครับ
ประเดิมงานแรกพรุ่งนี้ครับ :25: :25: :25: :25: :25:
ดีใจด้วยนะจ๊า :25:
ขอให้สมหวัง (ในรัก) :56:
พี่บวบ :05a:
:27:
ยินดีด้วยๆ
อย่าลืมเอางานมาอวดเรื่อยๆ ล่ะ
ขอแสดงความยินดีด้วยครับ ทำให้เต็มที่นะครับ
ขอบคุณครับ :56:
พลัมมิการับสมอ้างอย่างไว :30b:
เริ่มมีความหวัง
ตอนนี้ขอตั้งเป้าปลดหนี้ที่ดินและคอนโดให้หมดภายใน 3-4 ปีข้างหน้า :37: :37: :37:
และที่สำคัญ
ถ้า set ไม่ต่ำว่า 500 ตูไม่ลาออกเด็ดขาด :30:
อยากผ่อนบ้านให้หมดภายใน 5 ปีเหมือนกัน :05:
วันก่อนมีคนมาเสนอให้แอนไปทำงาน แกรมมี่
เงินโคตรดีเลย ดีฉิบหายเลย แอบเสียดายเหมือนกัน :07:
ออกจากอาร์เอสปุ๊บ แกรมมี่ทาบทามทันที
เซเลบมาก :30:
จริงๆ ทาบมาก่อนอออกจากอาร์เอสอีกนะ เงินสูงด้วย :50:
นี่ถือเป็นเทียบเชิญครั้งที่ 2 เลย
แต่พอดีหยิ่งประหนึ่งลูกเศรษฐีน่ะ (ไอ้ปุกบอก) :30:
แบบว่าถึงจะจนแต่ก็เลือกนะเว้ย :07:
ไปสูบเงินแกรมมี่อีกสักปีแล้วก็ออก :47:
สร้างดราม่าให้ครบทุกค่าย :30:
งั้นเดี๋ยวเอาอีเบลไปด้วย :30:
ไปเลยๆ
:30: :30: :30:
น่าสน ดีออก
แกรมมี่ เชียวนะ :25:
แว่วๆ วันที่ไปแพ ได้ยินใครบอกแบงค์ทำอยู่ gmmtv รึเปล่านะ
พอดีมีเพื่อนทำอยู่เผื่อจะรู้จักกัน
ลุยเลยพี่โบว์ :25:
ปัญหาคือเค้าไม่ได้ทาบทามโบว์นะสิ :30:
ตำแหน่งช่างภาพ เงินดีมั้ยครับ แอบสนใจ :25: :25:
งานถ่ายรูปของ สคบ รอนังเบลไปติดต่อให้อยู่ :05:
ทำไมพี่แอนไม่ทำอ่ะ
อยากรู้เหตุผล
ไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตพนง.ออฟฟิศอะดิ :30:
ถูก :07:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 24 ม.ค. 2011, 15:05 น.
ตำแหน่งช่างภาพ เงินดีมั้ยครับ แอบสนใจ :25: :25:
ถ้าอู๋ทำงานประจำ ทำไม่ได้หรอก ส่วนใหญ่นัดวันธรรมดาน่ะ
โบว์ รวยแล้วสินี่ :25:
-----------------------
ส่วนของผมปีนี้ น่าจะเป็นจังหวะเปลี่ยนอีกจุดนึง
ของโรงเรียนครับ ถ้าทำสำเร็จจะได้ใช้ชีวิตแบบคนมีเงินกะเขามั่งก็คราวนี้แหละ
(ก็ต้องมให้สำเร็จแหละ)
โครงการยังเปิดเผยมากไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำคนเดียว
ส่วนของ ที่ทำเองเพียวๆ
คงรอ สาขาเซ็นทรัลพระราม9 ประมาณปลายปี ไม่ก็ต้นปีหน้า
และเซ็นทัลบางนากำลัง ตกลงเรื่องพื้นที่อยู่
กำลังจะมีร้านคอมฯเป็นของตัวเอง :3005: <-- อีโมผิดหวังสุดๆ
อ้างคำพูดจาก: นักศิลปะ เมื่อ 24 ม.ค. 2011, 19:39 น.
โบว์ รวยแล้วสินี่ :25:
-----------------------
ส่วนของผมปีนี้ น่าจะเป็นจังหวะเปลี่ยนอีกจุดนึง
ของโรงเรียนครับ ถ้าทำสำเร็จจะได้ใช้ชีวิตแบบคนมีเงินกะเขามั่งก็คราวนี้แหละ
(ก็ต้องมให้สำเร็จแหละ)
โครงการยังเปิดเผยมากไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำคนเดียว
ส่วนของ ที่ทำเองเพียวๆ
คงรอ สาขาเซ็นทรัลพระราม9 ประมาณปลายปี ไม่ก็ต้นปีหน้า
และเซ็นทัลบางนากำลัง ตกลงเรื่องพื้นที่อยู่
ว้าวๆๆๆ สาขาใหม่อีกแล้ว
พี่โอ๋เก่งจัง
ภายในสองปีนี้แหละครับ มีเฮ
:22:
ไม่ได้เก่งอะไรเลย
โอกาส มันมาพอดี
แอ้ว่าเพราะพี่โอ๋ทำด้วยใจด้วยแหละ :12:
ของตัวเองมั่ง วันนี้ตัวเลขโบนัสออก ก็นั่งมองแล้วอมยิ้ม
ที่ยอมทำในสิ่งที่ไม่ชอบมาทั้งปี ก็เพราะตัวเลขอย่างนี้แหละ
อุดมการณ์ของแอ้ก็ยังน้อยกว่ากิเลสอยู่นิดนึง
แต่สักวันมันจะมากกว่า :22:
ตอบหลายคนเรื่องงานของตู
เรื่องรวยแล้วคงไม่ใช่ครับ
ทุกวันนี้ก็รัดเข็มขัดผ่อนบ้านอยู่ มีสุขตามอัตภาพ
แต่รู้สึกได้ตลอดมาว่าทำงานบริษัทแล้ว
มันค่อยๆ ฆ่าความเป็นมนุษย์ของเราอย่างช้าๆ จริงๆ
ซึ่งคงไม่ชอบอย่างแน่นอน และถ้าไม่มี "อะไรที่มันสนุกจริงๆ" คงไม่ไปอยู่ในคอกไหนอีก
ผมไม่มีโบนัส :16:
โบนัสมันเป็นกระดูกผูกโบว์ชิ้นสวยๆ หอมๆ ที่ใส่ชามมาให้หมาในกรง :16:
ตอนนี้เปิดบริษัทเอง เป้าหมายคือทำงานเด็กและเยาวชน
เน้นเพื่อสังคม งานที่ได้ทำไปคือเรื่องกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
เป็นอีเว้นท์ สัมมนา ผลิตสื่อ ประมาณนั้น ซึ่งกำลังเตรียมโครงการระยะ 2 อยู่
ตอนแรกกะว่าจะทำรายการโทรทัศน์ด้วย ซึ่งพี่ๆ ในวงการก็สนับสนุนและพยายามเรียกไปคุยอยู่เป็นระยะๆ
แต่ทีนี้ที่เซ้นส์(บริษัทเก่า) และ ทโมนไทย(ที่ไปช่วยเค้ามา)มาเรียกตัวไปช่วย
คือรายการเกมเนรมิตร และ เดอะ จ๊อบ ที่เคยเกริ่นๆ ไว้ในจู๋เอาเนื้อคู่คืนมา
คุยๆ ไปเหมือนจะดึงไปเป็นฟรีแลนซ์ประจำ ถ้ารับสองตัวนี้ก็จบกัน ไม่ว่าง ไม่มีพลังไปทำอย่างอื่นแล้ว
ซึ่งเราก็บอกพี่ไปเรื่องต้องเน้นที่บริษัทของเราก่อน
ก็เลยโดนสวดซะ ว่าเรามีสมองมากกว่าที่จะทำแค่งานสัมมนาแค่นั้น มันจะได้ซักกี่ตังค์กันวะ
ต้องมาฝึกให้ทำรายการได้เอง คุมได้ทุกอย่าง ถ้าจะให้บริษัทโต ดูอย่างพวกพี่ซิ
มึงมันชิลเกินไปละ พวกพี่บางครั้งก็รู้สึกว่ามึงเอาแน่เอานอนไม่ค่อยจะได้
บลา บลา บลา บลา
ผมเข้าใจว่าพี่เป็นห่วงอยากให้ได้ดี ผมเข้าใจจริงๆ
วันนั้นขึ้นสเตตัส เฟสบุ๊กไว้ว่า "อย่าดูถูกความฝันของใคร"
การเดินของพี่กับผมไม่เหมือนกัน พี่ว่าพี่ก้าวช้าๆ สบายๆ แต่ผมรู้สึกว่าพี่ก้าวเร็วขึ้นเรื่อยๆ และเดินสู่ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
จังหวะการเดินผมมันช้ากว่านั้น พี่อาจจะว่ามันช้าเกินไป แต่นี่จังหวะผม
เป้าหมายของผมกับพี่มันคนละอย่างกัน พี่ฝันจะสร้างบริษัทเล็กๆ ทำงานสนุกๆ มีตังค์พาน้องๆ ไปเที่ยว มีโบนัส
แต่เล็กๆ ของพี่คือซัก 20 คน...ซึ่งผมว่ามันใหญ่แล้วสำหรับผม ใหญ่เกินไปด้วยซ้ำ
ผมอยากนั่งสบายๆ ไม่ต้องอดหลับอดนอนเป็นสรณะ ไม่ต้องทำงานวันหยุด
ไม่ต้องหมุนเงินเป็น 5 ล้าน 10 ล้าน ต้องแบกคนทั้งออฟฟิศ
ต้องเติบโตก้าวหน้า เป็นที่รู้จักในวงการโทรทัศน์
พี่ครับสิ่งหนึ่งที่ผมมีต่างจากพวกพี่คือผมมีลูก
ผมทิ้งวงการโทรทัศน์มาเลยก็ได้นะครับ ไม่ห่วงเลย
เพราะสิ่งที่ผมได้ทุกวันนี้นอกจากเงินที่เทียบกับพวกพี่ไม่ได้
แต่ผมไปรับไปส่งลูกได้ทุกวัน ไปงานกีฬาสี คริสมาสต์ ได้ทุกงาน
ตั้งตารางชีวิตอย่างที่ตัวเองอยากจะเป็น ใครอยากให้ผมเข้าไปหาก็ได้ แต่ต้องรอครับ
ผมไม่ได้เล่นตัว พี่ให้คนอื่นทำงานไปได้เลย ถ้ารอผมไม่ได้ คนทำงานมีอยู่อีกมากมาย
แต่เผอิญว่าลูกผมมันมีพ่อแค่คนเดียว
แล้วงานที่ผมทำทุกวันนี้ ผมบอกลูกได้อย่างเต็มปากเต็มคำอย่างภาคภูมิใจนะครับว่าทำอะไรอยู่
ถึงมันจะยังไม่ชัด ถึงจะเป็นแค่ฟันเฟืองตัวเล็กๆ อยู่ก็ตาม ผมกำลังทำเพื่อสังคม
ซึ่งสมัยที่ผมทำรายการโทรทัศน์อยู่ บางรายการผมก็ไม่อยากให้ลูกดูนะครับพี่
และไม่ว่าจะทำรายการที่ดัง ดี เป็นกระแสแค่ไหน มันก็หายไปเท่านั้น
ผมไม่ได้ยกตัวเองหรือข่มอะไร แต่มันก็แค่รายการโทรทัศน์ครับ อาจมีคนล้านคนได้ดูและชื่นชมมัน
อาจมีคนหลายร้อยคนได้แรงบันดาลใจ อาจมีหลายคนได้อะไรดีๆ กับชีวิต
แต่ที่ผมทำอยู่ ถ้ามันทำได้จริงๆ ผมก็แค่ช่วยผลักดันให้ประเทศมันพัฒนาขึ้น แค่นั้นเองพี่
พวกพี่สร้างสรรค์รายการดีๆ ต่อไปดีแล้วครับ ผมยังเชื่อในความสามารถและอุดมการณ์ที่ดีของพวกพี่ๆ อยู่
ผมก็เชื่อในศักยภาพที่จะเผยแพร่เนื้อหาดีๆ ในวงกว้างของโทรทัศน์อยู่
แต่ที่ผมจะทำต่อไป ถ้ามันเกี่ยวกับโทรทัศน์บ้างละก็
ผมจะหาเงินทุนมาให้คนที่อยากผลิตรายการดีๆ อย่างพวกพี่ๆ ครับ
ผมจะช่วยให้วงการโทรทัศน์ไทยมันสามารถที่จะผลิตรายการดีๆ แล้วอยู่ได้ครับ
ผมจะทำให้มีรายการโทรทัศน์ดีๆ จากหลายๆ ด้านของสังคม สิ่งที่พวกพี่คิดว่าทำไม่ได้หรอกเพราะมันไม่ขาย
ผมจะช่วยทำให้สังคมต้องการการรายการดีๆ ที่มันจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตจริงๆ เพิ่มขึ้นครับ
อาจต้องรอเป็น 10 ปี แต่พวกพี่คอยดูพวกผมนะครับ
ไอ้วงการสื่อเฮงซวยที่เราด่าๆ กัน ผมจะทำมันให้ดีขึ้น
ช่วยทำรายการดีๆ ต่อไปจนถึงวันนั้นนะครับ
เราจะได้ยังยืนอย่างข้างเดียวกัน ผมยังอยากให้พี่ชื่นชมสิ่งที่ผมทำ
:45:
อ่านแล้วอยากยกนิ้วให้นะครับ :12:
:25: ลุงร่ม หล่อมากค่ะ
:like:
อ่านมาถึง ลูกผมมีพ่อแค่คนเดียวแล้วจี๊ดด
หล่อมากฮะพี่ร่ม :12:
:12:
อ้างคำพูดจาก: B o o k เมื่อ 24 ม.ค. 2011, 22:58 น.
อ่านมาถึง ลูกผมมีพ่อแค่คนเดียวแล้วจี๊ดด
หล่อมากฮะพี่ร่ม :12:
ชอบคำนี้เหมือนกัน
และเป็นคนนึงที่ไม่ทุ่มทั้งชีวิตเพื่องาน จะทำงานที่ได้เรียนรู้และความสุข
เลิกแล้วทำงานภายใต้แรงกดดันแล้วได้แค่เงินยาไส้ ไร้คุณภาพชีวิต
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 24 ม.ค. 2011, 15:05 น.
ตำแหน่งช่างภาพ เงินดีมั้ยครับ แอบสนใจ :25: :25:
เพิ่งเห็น..
เป็นช่างภาพวิดีโอนะครับ
แต่ผมว่าเงินไม่น่าจะดี (มั้ง) แต่ก็ขึ้นอยู่กับการต่อรองล่ะครับ
แต่บอกก่อนเลยว่าที่ผมทำอยู่มันเป็นช่องเปิดใหม่ของ GTH ทำร่วมกับ GMM
ซึ่งงานมันจะหนักมาก (ถึงมากที่สุด) ในช่วงแรก :05:
แล้วยังไม่รู้ว่าจะไปได้ซักแค่ไหนเลยด้วย :3005: ถ้าใครอยากมาทำด้วยกันก็เชิญเลยครับ
ตอนนี้รับ ช่างภาพ ตัดต่อ motion graphic
อ้างคำพูดจาก: คุณชาย เมื่อ 24 ม.ค. 2011, 22:47 น.
อ่านแล้วอยากยกนิ้วให้นะครับ :12:
นิ้วไหนครับ :25:
:30: เวลานี้ควรยกนิ้วไหนหละครับ
อันนี้ตูให้เอ็งจ้ะอีลิงพิเชด :25::13:
เค้ายกนิ้วโป้งให้ลุงร่มนะ :12: :25: :25:
อ่านถึง ลูกผมมีพ่อแค่คนเดียว แล้วต้องเลื่อนๆ กลับขึ้นไปดูให้แน่ใจอีกรอบว่าพี่ร่มเป็นคนโพส :25:
:like:
พี่ร่มเขียนหนังสือดีทีเดียวนะนี่
ส่วนระบบความคิดก็ดีด้วยนะครับ
จนไม่อยากเชื่อเวลาพี่เกรียนในฟอนต์ :30: ไม่น่าเกรียนได้ด้วยซ้ำไปนะนี่ เขียนแบบนี้ :30: :30:
อ่านของลุงร่มแล้วย้อนมามองตัวเอง
ทุกวันนี้ทำงานหนักมากเหลือเกินจนอยากจะพักบ้าง
แต่ช่วงเวลานี้พลังงานยังมีอยู่ ทำได้ก็เลยทำๆไปก่อน เก็บเงินให้ได้ซักก้อนแล้วค่อยว่ากัน
ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆนำมาเล่าให้ผมได้ย้อนมองตัวเอง
ได้ดูถึงอนาคตว่ามันไม่ได้มีแต่เงินที่ทำให้เรามีความสุข :12:
(แต่ตอนนี้ก็ต้องโกยไว้ก่อนล่ะ) :30:
อ้างคำพูดจาก: นักศิลปะ เมื่อ 25 ม.ค. 2011, 11:27 น.
จนไม่อยากเชื่อเวลาพี่เกรียนในฟอนต์ :30: ไม่น่าเกรียนได้ด้วยซ้ำไปนะนี่ เขียนแบบนี้ :30: :30:
อันนั้นผมสร้างภาพเอาครับ กลัวหล่อเกิน :30:
นึกว่าอันนี้สร้างภาพซะอีก :15:
นึกว่าเป็นตาลุงคงแก่เกรียนจุดเดือดต่ำมาตลอดๆ :16:
อ้างคำพูดจาก: 0U! เมื่อ 25 ม.ค. 2011, 11:41 น.
นึกว่าเป็นตาลุงคงแก่เกรียนจุดเดือดต่ำมาตลอดๆ :16:
มันจะเดือดก็เพราะพวกมึงนี่แหละ :07:
อ้างคำพูดจาก: 0U! เมื่อ 25 ม.ค. 2011, 11:41 น.
นั่นไง เป็นตาลุงคงแก่เกรียนจุดเดือดต่ำจริงๆด้วย :16:
:30: :30:
:30: :30: :30:
จังหวะเหี้ยมากๆ โอ :30: :30:
เลิกปั่นกันเถอะ นี่มันหิ้ง :47:
:30: :30: :30:
ขอสักที :30:
แวะมาบวกโอ :25:
ตูก็ยังคิดว่าพี่ร่มจุดเดือดต่ำ เซนซิทีฟ :58:
แต่เป็นคนที่น่านับถือเพราะว่าแกจิตใจดี ไม่มีจริต :12:
สรุปว่าเป็นคนแก่ที่เดาไม่ยาก :47:
(http://www.dailynews.co.th/content/images/1101/10/newspaper/p33gameurl.jpg)
ตอนนี้มีโทรศัพท์จากพี่เอเจ้าของบริษัทเก่า(เซ้นส์) มาขอให้กลับไป (คนข้างบนเนี้ย)
เราก็พูดตรงๆ ว่าเราไม่กลับ ไม่ได้อยากเอาดีด้านนี้แล้ว จะไปทำอย่างอื่นแล้ว
แต่ตอนนี้บริษัทมีปัญหา อยากให้มาช่วย (ที่จริงไอ้เป๋า เพื่อนซี้ที่ออก WP มาด้วยกันก็โทรมาสองรอบแล้ว)
คุยกันอย่างเปิดอก ถึงหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างตั้งแต่ว่าทำไมเราออกมา แล้วทำไมตอนนี้เราอยากไปทำอย่างอื่น
แต่พี่เค้าก็อยากให้มาช่วยจริงๆ เค้าอยากได้คนที่คุยกันรู้เรื่อง ไว้ใจได้
เพราะสถานการณ์ตอนนี้มันถึงขีดสุดแล้วจริงๆ ตั้งแต่หัวยันหาง มีปัญหาทุกจุด
พี่เค้าอยากได้เรากลับไปจริงๆ พร้อมยื่นข้อเสนออะไรต่างๆ มาให้ทั้งเรื่องผลประโยชน์ น้ำใจ
เปิดให้ขนาดว่าอยากทำรายการสร้างสรรค์สังคมหรือออะไรยังไงก็บอก อยากทำอะไรว่ามา
คุยถึงตรงนี้ ทำให้เราแน่ใจแล้วว่า เออเว้ย ไม่ได้ทำกูดีใจอะไรเลยนี่หว่า
เราไม่ได้อยากเป็นคนในวงการโทรทัศน์จริงๆ ด้วย ไอ้ที่ตกผลึกความคิดตอนนั้นนี่ตกจริงๆ แหละ
แต่ก็จะกลับไป
ไปช่วยคิด ประชุม วางแผนงานทุกรายการ แต่ไม่ถ่าย ไม่ตัด ไม่ขอวุ่นวาย อดหลับอดนอน
แล้วก็ขอเข้าไปสัปดาห์ละ 2 วัน
อยากไปช่วยพี่ ช่วยเพื่อน เพราะเท่าที่รับรู้มันมีหลายเรื่องที่เค้าเป็นทุกข์กันมาก
แต่ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งคือคนที่ทำให้เราออกมา ไม่มีแล้ว
นั่นทำให้ตัดสินใจกลับไป เป็นเรื่องของน้ำใจ
พี่เอน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่เพื่อนนี่สิ มันแบกอะไรไว้เยอะมากกับคำว่าหน้าที่
ถ้ามันออกก็จะเป็นการหนี ซึ่งจุดของมันก็ใกล้เต็มที
เราเข้าใจจุดนั้นมาก เราชิงโอกาสออกมาก่อนที่จะเป็นการหนี
เรารู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้มานานแล้ว เพราะปัญหามันเกิดมาจากคนที่เป็นผู้บริหาร
งอกปีก ติดหาง เปลี่ยนขา ยังไง ถ้าหัวมันเป็นหัวเดิม มันก็ยังเป็นแบบเดิม
แต่อย่างที่บอก ตอนนี้คนที่ทำให้เราลาออกไม่อยู่แล้ว
มีคนน่ารำคาญอยู่อีกประปราย และ คนใหม่ที่ได้ยินคำร่ำลือมาพอควร
ก็มาเถอะ ตูจะทำหน้าที่ตูให้ดี ถ้ามางี่เง่าใส่ ทำอะไรเหี้ยๆให้เห็น หรือเล่นอะไรลับหลัง
จุดเดือดตูก็ไม่ได้สูงนัก และเครดิตตูก็มากพอที่จะเล่นกลับได้
ยิ่งตูอยู่ในสถานะที่ไม่ต้องแคร์โครงสร้างเพราะจะมีการรื้อกันอีกแน่นอน
ก็ลองดูกันว่าจะทำอะไรให้เพื่อน ให้พี่ได้บ้าง
นึกถึงตอนที่เรียนวิชามนุษยสัมพันธ์ อาจารย์ท่านสอนไว้ว่า
"นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อน บินขึ้นสูงไม่ได้"
ป.ล. พี่ที่ไซโคจนขึ้นสเตตัสนั่นอีกเคสนึงนะ อันนั้นไม่ทำด้วยแน่ๆ
ไปช่วยเค้าทำฟรีเหรอลุง หรือยังไงอ่ะ
เป็ดไม่มีขน ลุงร่มโกนหมดแล้ว
ไม่ฟรีหรอก แต่ไม่ได้คิดเรื่องเงินหรือผลประโยชน์อะไรหรอก
เออว่ะ พี่เค้าให้เรียกเงินเดือนด้วย จะเรียกไงดีวะเนี่ย :47b:
อ้อ เป็ดไม่มีขนนี่ยิ่งร้าย ปกติก็บินไม่ค่อยได้อยู่แล้ว นี่จะว่ายน้ำไม่ได้อีก :05:
วันนี้เอาเงินเก็บไปซื้อกระเป๋าตังค์ ripcurl sale 50% เหลือ 800 กว่าบาท
ดีใจ :05:
ปกติจะให้แม่ซื้อให้ แต่ตอนนี้งานถ่ายรูปเข้ามาเรื่อยๆเริ่มมีเงินเก็บระดับหนึ่ง
ซื้อเลนส์ใหม่ ซื้อของที่อยากได้ ด้วยเงินตัวเองได้สักที
ดีใจ(อีกที) :05:
เกลี้ยงเกลา ยังกะเป็ดเอ๊าะๆ :25:
เรียกไปเต็มที่เลยลุง เรามันเซเลป :27:
ตอนยังไม่ออกเดือนละสามหื่นม่าอ่ะ นี่ทำ 2 วันต่อสัปดาห์ ไม่ออกกองด้วย
ไม่รู้จะเรียกยังไงดี :05:
อ้างคำพูดจาก: iSharp เมื่อ 25 ม.ค. 2011, 23:53 น.
วันนี้เอาเงินเก็บไปซื้อกระเป๋าตังค์ ripcurl sale 50% เหลือ 800 กว่าบาท
ดีใจ :05:
ปกติจะให้แม่ซื้อให้ แต่ตอนนี้งานถ่ายรูปเข้ามาเรื่อยๆเริ่มมีเงินเก็บระดับหนึ่ง
ซื้อเลนส์ใหม่ ซื้อของที่อยากได้ ด้วยเงินตัวเองได้สักที
ดีใจ(อีกที) :05:
อยากได้บ้าง โชว์หน่อยซิ สวยมะ :25:
(http://img3.f0nt.com/26/9f7744367372d168e43a6fec964e75f9.jpg)
อีเบลบอกเหมือน ผนังลำไส้วัว :05:
:58:/
:05:
ยิ่งอ่านของลุงร่ม ยิ่งได้คิดอะไรตามเยอะเลยเหมือนกันครับ และเข้าใจว่าทำไมข้อเสนอดี
แต่ไม่สามารถกลับเข้าไปได้เต็มตัว ค่าของคนเนี่ยอยู่ที่ผลของงานจริงๆนะ ขนาดออกมา
แล้วเขายังมาตามมาตะล่อมอีก แต่ก็อย่ากระนั้นเลย วงการนี้มันมีมายาซ่อนอยู่ในความจริง
ถ้ามองไม่ทันจริงๆ เราอาจหลงอยู่ในเขาวงกตอีกก็ได้นะครับ เอ้า... ยกนิ้วให้ :12:
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 26 ม.ค. 2011, 00:10 น.
ตอนยังไม่ออกเดือนละสามหื่นม่าอ่ะ นี่ทำ 2 วันต่อสัปดาห์ ไม่ออกกองด้วย
ไม่รู้จะเรียกยังไงดี :05:
เรียกไปเลยสามหมื่น :47:
:30:
เดือนละสามหื่น :51:
วงการมายา มี 2 นัยยะ
คืออย่างแรกสิ่งที่เห็น ที่ได้รับรู้จากวงการนี้ มันอาจไม่จริง มันถูกปรุงแต่งขึ้น
เวลาเข้ารายการ ก็มิกซ์เสียงปรบมือเพิ่ม ดาราดำก็อัดไฟให้ขาว เสียงร้องห่วยก็ใช้โปรแกรมช่วย
ข่าวก็ตัดเอาที่อยากให้รับรู้มา โฆษณาทุกคำพูดเป็นสคริปต์ อันดับเพลงฮิตตามวิทยุก็เป็นตามใบสั่ง
ผลโหวตการแข่งขันก็ไม่เคยตรวจสอบได้ แม้กระทั่งรายการทุ่งแสงตะวัน ยังเอาเด็กไปวิ่งที่หมู่บ้านอื่นที่วิวสวยกว่า
อย่างที่สองคือ ทำอะไรไปก็แล้วแต่ ดีเลวอย่างไร ตั้งใจ ทุ่มเทขนาดไหน
ได้รับคำชม ได้รับรางวัล ได้รับการกล่าวขวัญ เป็นตำนานอีกหน้าหนึ่งของวงการ
แล้วมันก็จะหายไปอย่างรวดเร็ว...เหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น
เอาชีวิตไปทำอะไรที่ดีกว่านั้นดีกว่าเถอะนะ
ลุงเป็ดเจ๋ง :12:
แต่ช้อคตรงทุ่งแสงตะวัน :05:
"Breaking The Romance" is my private title!
เท่าที่รู้มา ไม่มีรายการโทรทัศน์อะไรที่เป็นจริงทั้งหมดหรอก แม้แต่รายการข่าว
:likea:
ขนาดหนังเอวียังแกล้งร้องเล้ยยยย
:12: นี่ซิ ตกผลึกของจริง เมื่อสักครู่ได้ดูรายการช่องห้า ที่ลุงร่มเคยชวนให้ดู เอ่อ...ที่มี
สปอนเซอร์ยักษ์ใหญ่มาช่วยขอแต่งงาน เข้าใจครับว่าสองคนเขารักกัน แต่ว่าอารมณ์มัน
เหมือนทุกอย่างมีสคริปจริงๆ เลยไม่ค่อยอินแต่ก็แอบยินดีกับคนทั้งคู่นะ
ปล. แต่ก็มีอีกหลายคู่ก็ทำดีนะ บังเอิญคู่นี้เหมือนฝ่ายชายโดนทีมงานแกล้งน่ะ
ต้องมาคัดเลือกตั้งหลายหน
บางทีก็ใส่เจี๊ยวปลอม
หนังเอวีก็หลายเทกละวะ ถึงได้อึดขนาดนั้น
แถมบางทียังใช้ฉากเดิมแล้วเปลี่ยนมุมกล้องเอา นึกว่าจำไม่ได้รึไง :58:
อ้อ เค้ามีเจลที่เอาไว้ทาตรงนั้นของดาราหญิงให้มันดูชุ่มชื้นด้วยนะ :47:
เชิญลุงร่มเล่ารายละเอียดเรื่อยๆเลยฮะ :04:
ชาร์ปจะเอาไปทาอะไร :26:
อ้างคำพูดจาก: คุณชาย เมื่อ 26 ม.ค. 2011, 01:03 น.
:12: นี่ซิ ตกผลึกของจริง เมื่อสักครู่ได้ดูรายการช่องห้า ที่ลุงร่มเคยชวนให้ดู เอ่อ...ที่มี
สปอนเซอร์ยักษ์ใหญ่มาช่วยขอแต่งงาน เข้าใจครับว่าสองคนเขารักกัน แต่ว่าอารมณ์มัน
เหมือนทุกอย่างมีสคริปจริงๆ เลยไม่ค่อยอินแต่ก็แอบยินดีกับคนทั้งคู่นะ
ปล. แต่ก็มีอีกหลายคู่ก็ทำดีนะ บังเอิญคู่นี้เหมือนฝ่ายชายโดนทีมงานแกล้งน่ะ
ต้องมาคัดเลือกตั้งหลายหน
รายการนั้นไม่ชอบเลยครับ ดูปลอมมาก
ไม่รู้พูดตรงนี้จะถูกกาลเทศะหรือเปล่า :46:
เดี๋ยวไปตั้งห้องใหม่ที่นั่นก็่ได้ จะได้เล่าแบบเต็มๆ หน่อย
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 26 ม.ค. 2011, 00:58 น.
"Breaking The Romance" is my private title!
เท่าที่รู้มา ไม่มีรายการโทรทัศน์อะไรที่เป็นจริงทั้งหมดหรอก แม้แต่รายการข่าว
\:37:/
โฆษณานี่สุดๆอ่ะ
ลุงเขียนดี :12:
อ่านแล้วรู้สึกว่าจุดสุดท้ายของลุงเป็นจุดที่ดี เป็นจุดที่ตระหนักรู้แล้วว่าที่สุดแล้วตัวเองต้องการอะไร
และต้องการทำเพื่อใคร
อาจจะไม่ได้ผ่านร้อนหนาวฝนจนเข้าใจสิ่งที่ลุงเคยรู้สึกได้
แต่คิดว่าพอจะเข้าใจบางส่วน และเศร้าใจที่แม้กระทั่งทุกวันนี้
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่ถ้าความจริงไม่ได้สวยงาม ก็ไม่มีใครอยากยอมรับความจริง
เพราะกระแสคนส่วนใหญ่นิยมใช้ใจตัดสินรูปลักษณ์ที่ตาเห็นภายนอก
โฆษณาชวนเชื่อก็เลยยังได้ผลดีมาจนถึงปัจจุบัน
สู้ๆ เป็นกำลังใจให้ลุงได้ทำสื่อดีๆ เพื่อเด็กนะ :12:
ขอให้ได้ทำไทยมีเดียฟันด์ต่อไปด้วย :12: เย้ (อันนี้หักมุมเฉย :02:)
อ่านของลุงร่มแล้วอยากให้ฝันของพี่เป็นจริงว่ะ
ชอบๆๆ เป็นกำลังใจให้ :12:
อยากให้คนทำแบบแอน แบบพี่ร่มเยอะๆ จะได้มีอะไรเล็กๆ แต่ยั่งยืน
มีความสุขตามอัตภาพ แต่อยู่ในสังคมได้จริงๆ
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 25 ม.ค. 2011, 23:45 น.
ไม่ฟรีหรอก แต่ไม่ได้คิดเรื่องเงินหรือผลประโยชน์อะไรหรอก
เออว่ะ พี่เค้าให้เรียกเงินเดือนด้วย จะเรียกไงดีวะเนี่ย :47b:
อ้อ เป็ดไม่มีขนนี่ยิ่งร้าย ปกติก็บินไม่ค่อยได้อยู่แล้ว นี่จะว่ายน้ำไม่ได้อีก :05:
พี่ร่ม ทำรายการศิลปะเด็กสิ ผมมีครูสอนสิลปะเด็กเพียบเลย
ลุงเป็ดพี่ระจัน มีอะไรให้จักรี ช่วย บอกได้ นะครับ
ผมรอพี่เป็น นำ นี่แหละ :25:
:44:
ของผม เดี๋ยวมีเรื่องรบกวนพี่ระจันแน่ครับ แต่คงนานหน่อย มันใหญ่จัด
ขอเวลาฝ่าวิกฤตเอาตัวรอดในหนทางธุรกิจก่อน :05:
หางานใหม่ เย้ๆ :33:
ชีวิตพี่เป็ดดูเครียดแท้
แกถึงได้เกรียนไง :47:
ลุงร่ม ใจหล่อมาก^^
วันนี้ไปเสวนา ไทยทันสื่ิอ เป็นเรื่องของการวางแผนยุทธศาสตร์สร้างให้คนไทยรู้เท่าทันสื่อ
รู้สึกสนุกดีที่เราได้เริ่มเป็นใครซักคนที่ได้มาเสนอความคิดกับองค์กรที่มีกำลังจะทำอะไรใหญ่ๆ ได้
ในวงเสวนาย่อย เลือกไปนั่งห้องการเคลื่อนไหวเครือข่ายเท่าทันสื่อ
ประธานห้องได้ออกปากมาก่อนเลยว่าวันนี้เราจะไม่มาบ่น ไม่มาพูดว่าสื่อไม่ดียังไง ส่งผลเสียยังไงแล้ว
คือมาพูดว่าเราจะทำไงกันดีวะ ในห้องมีทั้ง เครือข่ายพ่อแม่เฝ้าระวังสื่อ นักวิชาการ เครือข่ายสื่อเพื่อเด็กจากภูมิภาค
มากมาย เราก็เสนอความคิดจากมุมมองของคนทำสื่อ คนที่อยู่กับระบบทุนนิยมมา
ได้เพิ่มมุมมองตัวเอง ได้เพิ่มมุมมองคนอื่น สนุกดี
ต่อไปอาจได้ทำอะไรเป็นรูปธรรมเพิ่มขึ้น เพราะทำงานกับสสย. จนเค้าเริ่มไว้ใจเราละ
(สสย. คือ แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน เป็นแผนงานลูกของ สสส.)
เอาละ ได้ทำอะไรเพื่อสังคมไปหนึ่งอย่าง
ตอนบ่าย ไปเซ้นส์ เพื่อคุยเรื่องจะกลับไปช่วยพี่และเพื่อน เนื่องจากบริษัทมีปัญหา
คุยกันเรื่องสถานการณ์ เราจะไปช่วยอะไรได้บ้าง ปรากฎว่าเราต้องกลับไปช่วยวางระบบใหม่เลย
กับ 3 รายการ พนักงาน 15 คน และรายการที่จะเพิ่มใหม่อีก 1 รายการ เยี่ยมมาก
เราก็บอกไปตรงๆ ว่าเราอยากทำอะไร และต้องทำอะไร แต่เราก็จะช่วยเค้าเต็มที่
สรุปว่าจะเข้าไปทำงานสัปดาห์ละ 3 วัน พอถึงเรื่องเงินเดือน
เราก็บอกไปว่า แล้วแต่พี่ ผมไม่ได้มาเอาเงิน ผมมาช่วยพี่จริงๆ แล้วก็ได้มาเท่าเดิมตอนก่อนออก
ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าจะทำให้มันเป็นบริษัทรายการโทรทัศน์ที่ดี โอกาสเข้ามาช่วยทำบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ไม่ได้มีกันทุกคน
แต่เรื่องโฆษณากับรายการเดิมอย่างศึกน้ำผึ้งพระจันทร์ก็ต้องเข้าใจมัน อืมม ว่างๆ หารูปแบบรายการใหม่แทนดีกว่า
สรุปว่าตอนนี้ทำงานสื่อกระแสหลัก 3 วัน
ทำของตัวเองซึ่งจะคาบเกี่ยวงานภาคสังคม 3 วัน (ซึ่งว่างๆ ก็จะนอนเล่นอยู่บ้าน)
เหลือ 1 วันที่จะไม่รับงานอะไรเลย
เจ๋ง :25:
สังเกตละกันว่าวันนั้นพี่ร่มจะขยันปั่นบอร์ดมากๆ
ที่เหลือหนึ่งวัน เป็นพ่อของเหม่งแบบเต็มวันไงครับ :40:
เย่ ดีใจพี่ร่มมีวันว่างบ้างแล้ว :53:
แต่ก็คงขอวีซ่ายากเหมือนเดิม
คนอื่นต้องขอวีซ่าเข้าเมือง แต่พี่ร่มพิเศษกว่าใคร
ต้องขอวีซ่าออกจากอาณาจักรละโว้ :30:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 28 ม.ค. 2011, 22:58 น.
สังเกตละกันว่าวันนั้นพี่ร่มจะขยันปั่นบอร์ดมากๆ
ตอนอยู่วพ. ก็ปั่นมันตอนอัดเลยนะ :37:
ที่เหลืออีกหนึ่งวัน น่าจะเป็นวันแห่งการซักผ้านะ :42:
ขอสาปแช่งอีหนุ่ม :39b:
ทำใจไว้ตั้งแต่อ่านจู๋พ่อบ้านแล้วครับ :3005:
ลุงร่ม หล่อขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่อ่านเลย :25:
วันนี้มีเพื่อนมาเตือนว่า ให้ระวังตัวด้วย
เพราะว่ามีคนไปบอกนายใหญ่ ว่าแอ้เมาท์นายใหญ่ มีคำที่เมาท์ด้วยนะ "คนนึงก็เอาแต่ยิ้ม อีกคนก็เอาแต่ตามงาน"
ขอบอกว่างงมากๆ เพราะไม่เคยเมาท์ สิ่งเดียวที่เคยพูดถึงนายใหญ่คือ
"แกต้องการให้เราเก่งกว่านี้มากๆ แต่รู้สึกว่าเราจะทำไม่ได้แน่เลย เพราะเรายังขาดอีกหลายอย่างที่แกต้องการ"
พอรู้เรื่องก็ช็อค และรู้สึกว่า แถวนี้ทำไมมันอันตรายอย่างนี้วะ
ไอ้ที่คิดว่าใช้ชีวิตเรียบๆ เรื่อยๆ แล้วปลอดภัยดีนี่ไม่จริงใช่ไหม..
ระหว่างนี้ยังหาตัวผู้ปองร้ายไม่เจอ (จริงๆ โดนมาหลายทีละ แต่ครั้งนี้มันหนักจังเลย)
และก็รู้สึกว่านายใหญ่จะเชื่อเขาไปแล้ว เพราะทำท่ากระด้างกระเดื่องกับเรามากๆ
:01:
เคลียร์เลย :37:
ถ้าพูดไม่รู้เรื่องก็กระโดทับเลยแอ้ :56:
ว่าจะหาโอกาสเคลียร์อยู่นะติ๊ก..
รู้สึกโดนแทงข้างหลังเยอะมากๆ ทั้งๆ ที่เราแบบ ไม่มีอะไรโดดเด่นสะดุดตา แต่ทำไมมันสะดุดตีนคนบ่อยจังวะ
สงสัยจริงๆ ว่ามันมาเกลียดอะไรคนที่ปลงโลกแล้วอย่างตู๊.. :3005:
อยากรู้ว่ามันเป็นใครจริงๆ จะแผ่เมตตาให้ชุดใหญ่ๆ :46:
ถ้าหาสาเหตุไม่ได้แบบนี้
ตั้งสมมติฐานไว้ก่อนได้เลยค่ะ ว่าเค้าอิจฉาที่เราสวยกว่า มีความสุขกว่า แล้วเชิดใส่ :37:
แอ้อาจจะอยู่ในลิสต์ที่จะได้รับการโปรโมท
หรือเป็นคนโปรดของนายโดยไม่รู้ตัว
เลยต้องถูกกำจัดโดยมือมืด :39b:
ไม่จริงหมดทุกข้อเลย แอ้ไม่สวย (แต่มีความสุข อันนี้ใช่ แต่สุขแบบอินดี้ๆ ไม่มีใครเข้าใจอยู่แล้ว)
เจ้านายไม่โปรดด้วย ไม่โปรดจริงๆ และจะไม่ได้โปรโมทด้วยในชาตินี้
วิถีชีวิตก็.. เป็นอย่างที่เห็นๆ คือเนิบๆ ชิวๆ งานเยอะ ก็ทำไปยิ้มๆ ไม่บ่น ไม่ใส่อารมณ์กับใคร
ถือศีลอีก โกรธก็ไม่นาน ไม่นินทาคนอีกด้วย ทั้งหมดนี้เลยงงไง ว่ามาเกลียดอะไรกรู๊.. กรูจะเข้าป่าอยู่รอมร่อแล้ว :05:
ใครไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มเสวนานินทาด้วยกัน ถือว่าเป็นคนนอก
ต้องกำจัด :07:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 01 ก.พ. 2011, 14:43 น.
ใครไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มเสวนานินทาด้วยกัน ถือว่าเป็นคนนอก
ต้องกำจัด :07:
:30b:
แบบนี้มีทุกที่เลย :30:
อาจจะเป็นคนที่ได้ผลประโยชน์อะไรสักอย่าง
ถ้าพี่แอ้ต้องกระเด็นออกจากทางเค้าไป
หรือบางทีเค้าก็แค่โรคจิต คิดว่าสร้างเรื่องเยอะๆ พยายามเอาเรื่องนั่น นี่ โน่น ไปฟ้อง
เพื่อแสดงว่าตัวเองรักองค์กร เป็นหูเป็นตาให้
และอาจจะไม่ใช่พี่แอ้คนเดียวที่โดนแบบนี้
ชักจะคล้อยตามปิ๊ก น่าจะประมาณนั้นรึเปล่า แบบว่าซวยเองอะไรอย่างนี้..
เฮ้อ.. ตอนนี้ก็คิดๆ อยู่นะ ว่าตราบใดที่เรายังลาออกไปทำนาไม่ได้..
มันก็คงต้องเจอแบบนี้แหละ ทุกที่ก็มีเหมือนกัน ยิ่งอะไรๆ ดี (เงิน สวัสดิการ วันหยุด) คนก็คงจะยิ่งโหดร้าย
นางเอกก็คงต้องยอมรับ และโดนกลั่นแกล้งกันต่อไป.. :4705:
ได้ข่าวว่าตอนจบจะต้องมีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยใช่ป่าว.. :51:
แต่ขากลับเจ้าชายให้เดินกลับเองนะฮะ :47:
ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่โบกแอร์พอร์ตลิงค์เอาก็ได้ :47:
แล้วเจ้าชายก็ชิ่งหนี :47: หักมุมตอนจบ
ได้สลิปเงินเดือนเดือนแรกของปี 2554
เงินเดือนขึ้นเท่าปีที่แล้วเลยแฮะ :56:
แต่ยังไม่ถึง 20k เด้อ :58:
:25: อ๊ะ วันนี้เงินเดือนออกนี่นา เช็คมั่งดีกว่า
ดราม่าของพี่แอ้
มันน่าเซ็งตรงที่นายดันให้น้ำหนักปากหอยปากปูนี่แหละ :58:
น่านล่ะ อยากบอกว่าเสียใจตรงนี้ที่สุด
ตูก็นั่งอ้วนอยู่ที่โต๊ะ มีอะไรก็ถามซิ ถ้าใครพูดอะไรแล้วเชื่อทันที
เกิดถ้าใครไปก๊อซซิบว่าพี่อยู่กินกะโดม ปกรณ์งี้ ไม่เอากระดาษมาฝากขอลายเซ็นเลยเหรอ :49:
แหม.. พี่ :30:
ถ้าเป็นเรื่องขัดต่อความเชื่อ
เค้ามักจะถามแหละแอ้ :47:
แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ตรงกับอคติของตัวเอง ก็หลงเชื่อได้ง่าย
เจ้านายส่วนใหญ่มักชอบคนเจ้าบทบาท ทำงานกี่ที่ก็เจอแบบนี้ :30:
ก็เลยเลิกบ่น ลาออกแม่งเลย
ลาออกตอนพ้นโปรพอดี นายถามว่าทำไมออก
บอกไปว่าหนูก็เลือกที่ทำงานนะคะ
ไม่ใช่ว่าที่ทำงานเลือกหนูแค่ฝ่ายเดียว
ติสนัก กลับบ้านมานอนกินแกลบเลย :3005:
ติสต์อะ สะใจว่ะติ๊ก อยากทำงั้นมั่ง :54:
แต่ก็นะ ชีวิตนี้ตบโต๊ะลาออก เคยทำมาแล้ว สะใจชะมัด
สำหรับที่ทำงานปัจจุบัน คาแรกเตอร์ในที่ทำงาน จะเงียบๆ ติ๋มๆ (ชื่อแม่ โปรดอย่าล้อ) :30:
บางทีมันอาจจะดราม่าดี ถ้าคนเงียบๆ ซักคนถูกยัดข้อหาว่าปากมากลับหลัง.. :22:
พยายามคิดในแง่ของคนในเงามืดอะนะ แต่สุดท้ายแล้วก็ช่างมันเต๊อะ
สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ
อัพพะยาปัชฌา โหนตุ
อะนีฆา โหนตุ
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
แต่ใครจะเมาท์เรื่องโดม เมาท์ได้นะเค้าไม่ว่า.. เค้าไม่ทื้ออออ.. :53:
แม่ใช้ชื่อเดียวกันเลย :56:/
ชื่อฮิตของคนยุคแม่ๆ :56:
งั้นเมียลุงอ๋าห์ก็.. :56:
:46:
อัพเดทชีวิตนิดนึง
ตอนนี้กลับไปเรียนตามที่ตั้งใจแล้ว แต่ยังไม่ได้เรียนออกแบบหรือถ่ายรูปนะ เพราะรู้ตัวดีว่าถ้าเราไปเรียนกับเด็กlocalต้องตามไม่ทันแน่ เนื่องจากภาษาเรามันก็กลางๆ ก็เลยตัดสินใจไปเรียนภาษาใหม่เลย ลงคอร์สเรียน "English language for furture study"
นิสัยเสียของปาล์มอย่างนึงคือ ฮึดเป็นพักๆ แล้วก็ขี้เกียจเสียมาก ตอนนี้ก็พยายามกระตุ้นตัวเองให้อยากเรียน เพราะหลังจากเข้าเรียนคาบแรกเมื่อเช้านี้รู้สึกว่า "เบื่อมากกกกกก" มีลางสังหรณ์ว่าจะเรียนไปได้ไม่กี่น้ำ :30:
ปีนี้มานั่งมองตัวเอง เช็คตัวเองว่าความฝัน ความต้องการเรายังเหมือนเดิมมั้ย
แน่นอนว่าความฝันคนเราสามารถเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ หรืออาจจะมีเพิ่มขึ้น น้อยลง ตามกาลเวลา
ซึ่ง ณ เวลานี้ ความต้องการบางอย่างมันลดลง ความฝันบางอย่างมันชัดเจนขึ้น
ความฝันที่อยากทำงานถ่ายภาพ ทำงานออกแบบสิ่งพิมพ์มันจางลง
แต่ความต้องการเป็นคุณนายในเร็ววันมันชัดเจนขึ้น :30:
(เคยมีเพื่อนถามว่า "คุณคิดว่าต่อไปคุณจะเป็นอะไร" ตอนนั้นตอบชัดเจนมาก "อยากเป็นคุณนาย สบายๆ ชิวๆ")
คือความเป็นคุณนายมันมาจาก เป้าหมายที่จะเกษียณอายุก่อน 40 ปี
คิดว่าถ้าเราทำให้เรามีกินมีใช้ได้ในอนาคต โดยที่ไม่ต้องดิ้นรนในการหาเงินมากนัก
มันก็จะทำให้เราเป็นคุณนาย ใช้ชีวิตสบายๆ ชิวๆ อยากไปไหนก็ได้ไป อยากไปเที่ยวแบบพี่แอ้ก็ไป
และถ้าเรามีพอเราก็สามารถแบ่งปันให้คนอื่นได้โดยที่เราไม่เดือดร้อน
ไม่เหมือนตอนนี้ที่อยากช่วยใคร พอช่วยไปเราก็ยังเดือดร้อน (เตี้ยอุ้มค่อม)
ทีนี้จะทำไงให้อนาคตได้เป็นคุณนาย?
ถ้าได้แต่งงานกับคนดีๆ รวยๆ ก็โชคดีไป......(เชื่อว่าเป็นความฝันของผู้หญิงหลายๆคน) แต่อนาคตเราบอกไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ บางทีเราอาจไม่ได้แต่งงาน แล้วเราจะทำไงให้เราสามารถอยู่คนเดียวได้ หาเลี้ยงปากท้องเราได้และดูแลพ่อแม่ได้?
จากสายเลือดพ่อค้าแม่ค้าที่ส่งต่อมายังลูกมันสูบฉีดให้ปาล์มทำธุรกิจนั่นนู่นนี่ไปเรื่อย ก็เกิดจากโอกาสที่วิ่งเข้ามาแล้วเรารีบจับมันให้ทัน ตักตวงไว้ล้มบ้างลุกบ้างว่ากันไป เริ่มจากเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหาร ---> เริ่มหุ้นกับเขา ---> ออกมาเปิดร้านอาหารเองทำเป็นธุรกิจครอบครัว ---> ขายเฟอร์นิเจอร์ในร้านด้วย ---> เปิดร้านโอนตังค์ (เกิดจากเด็กที่ร้านอยากโอนตังค์ เราก็ช่วยเด็กๆจะได้ไม่เสียค่าธรรมเนียม)
ต่อไปอยากลองทำธุรกิจขนส่งshipping แต่ยังไม่มีความรู้อะไรเลย :58:
ตั้งแต่โตมาเพิ่งรู้สึกภูมิใจในตัวเองจริงๆก็คราวนี้ที่สามารถเดินตามทางตัวเองได้ทีละก้าวๆ อนาคตเมื่อปาล์มกลับไทยอาจจะได้เห็นปาล์มนั่งทำงานอยู่บ้าน ว่างก็รับออกแบบ ว่างก็ไปเที่ยว
รู้สึกเล่าวนไปวนมา...งงเนอะ
อะไรมันก็ยังไม่แน่นอนหรอก นี่แหละชีวิตมันถึงได้สนุก
(ความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน :05:)
มีพาดพิงด้วย :30:
พี่ก็ยังไม่เป็นคุณนายเลย เที่ยวก่อนซะงั้น :56:
อยากเป็นอย่างน้องปาล์มนะ เก่งมากเลยอะ ให้คิดทำอะไรอย่างนั้นพี่ก็คิดไม่ออกเหมือนกัน
ดีแต่เที่ยวไปวันๆ อะพี่อะ
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 10 ก.พ. 2011, 21:30 น.
อะไรมันก็ยังไม่แน่นอนหรอก นี่แหละชีวิตมันถึงได้สนุก
:like: ชอบมั่กๆ
ฉันควรทำงานฟรีหรือไม่ [อินโฟกราฟิกส์] | itshee
http://itshee.exteen.com/20110210/entry (http://itshee.exteen.com/20110210/entry)
ชอบครับ :30:
ลองนึกเคสขึ้นมาสักชิ้นสิ แล้วเอามาวางในไดอะแกรมนี้ :30:
เสียเวลาทำควิซ ไปปั่นงานป่านนี้เสร็จแล้ว :30:
ส่วนใหญ่มันฟรีเพราะโดนชักดาบไม่ได้รู้แต่แรก :05:
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 10 ก.พ. 2011, 22:46 น.
(ความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน :56:)
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 11 ก.พ. 2011, 00:23 น.
ฉันควรทำงานฟรีหรือไม่ [อินโฟกราฟิกส์] | itshee
http://itshee.exteen.com/20110210/entry (http://itshee.exteen.com/20110210/entry)
ชอบครับ :30:
ลองนึกเคสขึ้นมาสักชิ้นสิ แล้วเอามาวางในไดอะแกรมนี้ :30:
เจ๋ง :30:
put the right hand in the right hole ซินะ
มาอัพเดทไว้หน่อย
ได้งานแล้วครับ :02: เค้าโทรเรียกสัมภาษณ์วันนี้ ตอน 11 โมงกว่าๆ นี่แหละ
เสร็จปุ๊บก็เริ่มงานพรุ่งนี้ได้เลย :25:
ได้งานเป็น service engineer ของบริษัทที่ทำพวก automation ทำเครื่องจักรสำหรับผลิต IC ขาย
เรื่องเงินก็ไปเริ่มเหมือนเด็กจบใหม่ เพราะเราไม่ได้ทำงานใน level ที่สูงมาก่อน
ได้ค่าประสบการณ์เพิ่มนิดนึง
ตรงเรื่องเงินนี่ไม่ได้ซีเรียสเท่าไหร่ เพราะได้เยอะกว่าที่เดิมแน่ๆ เกือบสองเท่า :25: แต่อย่างอื่นน่าสนใจมากกว่า
คือเราจะได้ประสบการณ์จากการที่ต้องไปต่างประเทศเพื่อเรียนรู้ เทรนนิ่ง
และจัดการเครื่องจักรให้ลูกค้า อันนี้แหละที่ตูสน เพราะจะได้ไปเที่ยวต่างประเทศกะเค้าบ้าง :53:
ตอนสัมภาษณ์นี่แทบไม่ได้คุยอะไรมาก คนสัมภาษณ์เป็นคนฮ่องกง
เค้าก็เล่าโน่นนี่นั่นให้ฟัง เป็นลักษณะการทำงาน ต้องการคนแบบไหน
ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง สุดท้ายเค้าก็ถามว่า "คุณ nice พอที่จะเข้ามาทำงานตรงนี้ไหม"
แล้วก็ตกลงรับเข้าทำงานเลย พรุ่งนี้ก็เข้าไปที่บริษัทได้เลย
แต่วันนี้เค้าแนะนำให้ไปทำพาสปอร์ตก่อน เผื่อเดินทางจะได้ไม่ต้องรออะไรอีก
ดีใจมาก ตื่นเต้นสุดๆ :40:
เมื่อวานเพิ่งไปสัมภาษณ์ บ. แนวนี้มา
รอสัมภาษณ์อีกรอบกับยุ่น
ไม่รู้จะคุยกันรู้เรื่องไหม
ลบหนังยุ่นออกหมดละด้วย
บ. พี่ฟิ้งเค้ารับเพิ่มอีกไหมครับ
ผมไปด้วยสิ
ที่ผมไปสัมภาษณ์
มันเป็นตำแหน่งออกแบบแล้วก็ทำเครื่องจักรส่วนแมคคานิก
อยากทำคอนโทรลมากฝ่า
ดีใจกะฟิงส์ด้วยเน้อ (อยากได้อย่างนี้มั่งจัง) :25:
ส่วน..
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 15 ก.พ. 2011, 18:48 น.
ลบหนังยุ่นออกหมดละด้วย
อันนี้มันเกี่ยวอะไร้ :07:
ขอบคุณครับพี่แอ้ :46:
ขอบันทึกไว้ก่อนว่าคงได้ไปดูแลเรื่อง mould เป็นหลักก่อน อาจจะได้ลามไปทำ trim & form ที่เคยทำมาด้วย
ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์อีกที แต่ที่แน่ๆ คือทำ back end ของ semiconductor process
คนขาดอยู่นะเจี้ยม สนใจเหรอ ฟิตภาษาอังกฤษมาก่อนนะ
เพราะข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษหมดสามสิบข้อ ข้อสอบเลขสี่ข้อ
ถ้าคิดว่าภาษาพร้อมแล้ว ตรงมาที่โรงพยาบาลวิภาวดี ข้างๆ เกษตรศาสตร์
ไปที่ตึก B (ที่นั่นเค้าเรียกตึกทาวเวอร์มั้ง อยู่ติดกับตึกของโรง'บาลอีกที) ขึ้นลิฟต์ไปชั้น 18
ถ้าขับรถไปเองก็เอาไปจอดในอาคารจอดรถนั่นแหละ วนๆ ไปจอดชั้นไหนก็ได้
แต่เวลาขึ้นลิฟต์จากที่จอดรถต้องขึ้นไปชั้น 10 แล้วไปออกไปต่อลิฟต์อีกทีนึงนะ
บนชั้น 18 มีบริษัทเดียวคือ ASM Automation
เข้าไปกรอกข้อมูลแล้วทำข้อสอบได้เลยครับ
(ข่าวดีคือข้อสอบอังกฤษ ถ้าได้สิบคะแนนเค้าก็เรียกคุยแล้วครับ :12:)
สัมภาษณ์อังกฤษด้วย TT
ยุคนี้ชาวฟอนต์เขาโกอินเตอร์กัน :25:
ดีใจด้วยนะครับ เขามีเซ็นสัญญาไหมครับคุณฟิ้งซ์ ถ้ามีอย่าลืมอ่านดีๆนะครับ
เฮ้ย ตาแอนดี้เค้าพูดไทยได้ ชัดเจนไม่ต่างจากคนไทยเลย :30:
อ้างคำพูดจาก: คุณชาย เมื่อ 16 ก.พ. 2011, 00:16 น.
ดีใจด้วยนะครับ เขามีเซ็นสัญญาไหมครับคุณฟิ้งซ์ ถ้ามีอย่าลืมอ่านดีๆนะครับ
ครับผม จะอ่านให้ดีก่อนเซ็นครับ :46:
หน้าตาไม่ดี ไม่มีรถขับ โทรศัพท์พิมพ์ไทยไม่ได้
อยากได้ แต่สมัครไปก็ไม่ได้ :05:
ไม่ลองก็ไม่รู้นะเจี้ยม
บางที่เขาอาจจะต้องการมีความแปลกใหม่ในที่ทำงานบ้างก็ได้ :56:
วันแรกของการทำงานชิลล์มาก นั่งเฉยๆ เล่นเน็ต อ่าน manual เครื่องที่เคยดูแลมาแล้ว
อยู่กับ section manager เป็นพี่เลี้ยง ทั้งออฟฟิศมีคนแค่สามคน
บ่ายๆ ก็ออกไปกินก๋วยเตี๋ยวฟรี ข้างๆ บริษัท แล้วก็หิ้วกาแฟมานั่งเล่นในออฟฟิศ
แต่ manager เค้าเพิ่งออกไปดูลูกค้าที่ Toshiba ตอนบ่ายสองนี่เอง
ปล่อยตูไว้กับพนักงานสาวอีกคนนึง คนนี้ตูว่าหน้าตาเหมือนเจ้ามิ้นท์อ่ะ สาวแว่น ดัดฟัน :56:
เห็นเค้านั่งพิมพ์งานไป รับโทรศัพท์ไป สบายๆ ไม่ซีเรียส ก็รู้สึกดีนะ :22:
ที่นี่เค้าไม่ค่อยฟิกเรื่องเวลากันหรือไงนะ ทำงานเรื่อยๆ เบรคกินข้าวก็เรื่อยๆ นานก็ไม่มีใครว่า :53:
พี่เค้าบอกว่าสรุปว่างานหลักตอนนี้ถูกโยกให้กลับมาดูแล Laser Marking และ Trim and Form
ซึ่งเป็นงานที่เราเคยทำมาก่อน ดีแฮะ จะได้ทำงานกับห้องแอร์เย็นๆ
ไม่ต้องขลุกกับเครื่อง mold ที่ร้อน ได้งานที่ทำแล้วสนุกด้วย :52:
ส่วนงาน mold จะให้พี่อีกคนซึ่งไม่มีประสบการณ์เหมือนกัน(แต่ทำด้านอื่นมาก่อน) ไปดูแล
เพราะเค้าจะได้เดินทางไปทำงานได้สะดวก เวลาไป service ลูกค้าก็ไปทางทิศเดียวกันไปเลย
เจี้ยมมาสิ รีบๆ ฟิตภาษาแล้วมาทำงานที่นี่กัน :12:
พรุ่งนี้เอาหมอนมาด้วยนะครับ
ไปนอนกับพนักงานสาวอีกคน :56:
พรุ่งนี้เข้าบริษัทลูกค้าแล้วครับ on site training เลย คงชิลล์ได้แค่วันเดียว :42:
สู้ๆพี่ฟิ้ง และเจี้ยมด้วย :27:
เรียกว่าขอบ่นแล้วกัน
งานตอนนี้มีปัญหาทุกวันเลย
ปัญหาจากการ Supply Demand ไม่ได้เพราะ Over capacity supplier ตลอด
โดนฝรั่งที่เป็น Supplier บ่นใส่ทุกวัน แต่ก็ชิล เพราะอ่านแบบใจความเอา เอาแต่เนื้อที่เราให้เขาทำหรือเขาให้เราทำอะไร :42:
งานนับวันยิ่งเครียดเข้าไปทุกที ความกดดันมากมาย
เป็น Planning นี่มันนรกดีดีนี่เอง :05:
ปล. ทั้งนี้ทั้งนั้น All can do but not can manage on time :3005:
ใช้ toyota way ดูเลย
รถขับยังไม่มี เขาจะรับผมหรอพี่ :30:
อยากเล่ามั่ง ช่วงนี้เหนื่อยนรก
เขาให้ไปช่วยก่อร่างสร้างช่องใหม่ที่แกรมมี่
ตอนนี้เป็น motion graphic เพียงคนเดียว (ห้ามป่วยห้ามตายเลยก็ว่าได้)
ไม่ใช่แค่นั้น งานอะไรที่ต้องออกแบบทั้งหมดมันมากองรวมที่ผม :05:
แต่ก็ดีนะเจองานหนักๆ ประสบการณ์แน่นๆ ออกจากที่นี่ไปน่าจะสบาย
หรือจะอยู่ยาวๆก็ท่าทางจะรุ่ง มีคุยกันไว้ เรื่องงานเรื่องเงินว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร
มันก็เป็นแรงใจที่ทำให้มีแรงทำงานต่อไป
แต่ตอนนี้อยากพักร่างกายมาก ถึงใจจะสู้แต่ร่างกายมันไม่ยอมฟัง
ทั้งปวดหลัง ปวดคอ แถมตาแห้งอีก แต่ก็ยังมีความสุขดีกับงานในตอนนี้
แต่เมื่อไรที่มันหมดสนุก ก็ค่อยมาคิดกันอีกที เฮ้อเหนื่อย
ไอ้เราก็เขียนอะไรแบบนี้ให้คนอ่านไม่ค่อยเป็นซะด้วยสิ...
สู้ๆ ขอให้มีคนมาแบ่งเบาเร็ววัน
ใช้ร่างกายหนกไป ดูแลมันบ้าง
ระวังเส้นเลือดในสมองแตก โป้ง! ง่อยเป็นผักเลยนะ :12:
ทำสองงานติด เพลงประกอบเต้นเด็กศิลกำที่จุฬา
สนุกดี แต่เหนื่อยจัง มาช่วงสอบ
อย่างแบงค์กุนี่ บ่นได้ทุกอย่างที่ขวางหน้าอยู่แล้ว :56:
จ้างคุณเบลล์ Ghost writer สิคะ :25:
4 weeks นี้ชั่วโมงทำงานทั้งหมด 428 ชั่วโมง เฮ้อ ร่างกายแทบพัง :05:
แต่จะได้เวลาพักผ่อนยาวแล้วซิ :53:
พูดเหมือนจะตาย :37:
เออเนอะ แต่พอดีลางานไว้เดือนนึง :27:
ไปไหนกันมั๊ยฮร๊ะ จุ๊บุ๊ๆ :51:
งานอะไรเนี่ย ลางานได้เป็นเดือนๆ :07:
เดี๋ยวจัดหนักให้โตน :51:
ซร่วบ!! :51:
ช่วงนี้มีการเปลี่ยนแปลงแผนการทำงานกระทันหมุนครับ เนื่องจากว่าจะต้องกลับมาเฝ้าพ่อกับแม่ที่ป่วย
ก็เลยคิดว่า จะมานั่งทำงานที่บ้านแล้วจะกลับเข้ากรุงเทพไปอาทิตย์ละ 2วันหรือสองอาทิตย์ ครั้ง
เพราะช่วงนี้ เป็นฤดูทำนาปรัง ผมต้องแบ่งเวลาไปหว่านข้าว กับรอเวลาใส่ปุ๋ย และสูบน้ำเข้านาไปด้วย
ถ้าผมไม่ทำ พ่อผมเขาจะหนีออกจากโรงบาลมาทำแน่ ซึ่งก็เลยตัดสินใจว่า ผมจะทำเองทั้งหมด
แต่ก็ยังคิดว่า งานและโปรเจคที่ออฟฟิศก็จะยังคงทำอยู่แต่อาจจะช้าหน่อย
และก็อาจจะนัดคุยงานที่กรุงเทพได้เฉพาะวันที่กลับไป ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะฟิกเวลาได้แค่ไหน
ปัญหาคือไม่เคยใช้เน็ตทำงานนอกออฟฟิศเลย แต่ตอนนี้อยากใช้เน็ตทำงานที่บ้านมาก ไม่รู้ว่ามีวิธีไหนบ้างครับ
บอกไว้ก่อนว่าบ้านผม โทรศัพท์บ้านยังไม่เข้านะ
ใช้เนตผ่านมือถือน่าจะพอกล้อมแกล้มไปได้นะคะ
mobile broadband ลองเลือกดูว่าแถวบ้านสัญญาณไหนดีสุด
สู้ๆค่ะเป็นกำลังใจให้จักรี :12: และขอให้คุณพ่อหายไวๆนะคะ :46:
หาซื้อซิมพ่วงโปรเน็ตครับ
แล้วก็อุปกรณ์สักอย่างเช่นแอร์การ์ด ส่วนมากจะต่อ GPRS ได้
หรือถ้าที่บ้านมี EDGE ก็ยิ่งดี หรือสามจีก็ยิ่งเมพ แต่ไม่มีแน่
แอร์การ์ดหาไม่ยาก ซื้อในโลตัสบิ๊กซีใหญ่ๆ ตามร้านมือถือก็น่ามี
แอร์การ์ดน่าสนครับ แค่ซื้อซิมที่ต่อเน็ตได้กับมีแอร์การ์ดก็ต่อได้แล้วใช่มั้ยครับ :25:
ก่อนซื้อแอร์การ์ด เช็คสัญญาณก่อนด้วยนะคะ ว่ามีเน็ทป่าว เป็น edge หรือ gprs
บ้านเพื่อนดาซื้ออุปกรณ์พร้อม แต่ไม่มีสัญญาณ :30:
ต้องใช้เน็ทของ cat ตั้งเสาเหมือนเสาทีวี :37:
มีความพยายาซื้อตัวผมไปทำงานที่ใหม่ เป็น network eng เว็บข่าวชั้นนำเว็บนึง
บอกมาว่า ให้เงินเดือนสองเท่าของที่ทำอยู่เลย :07:
กรี๊ดดดดดดดดดดดด
โอ้วววว :07:
ไม่ไปหรอกครับ สภาพงานกดดันกว่าที่ทำอยู่เยอะ ไม่ชอบ
งั้นตูทำเอง :07: สอนหน่อย :07:
งั้นขอสักแปดเท่าที่ได้อยู่เลย :07:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 18 ก.พ. 2011, 12:37 น.
งานอะไรเนี่ย ลางานได้เป็นเดือนๆ :07:
ตอนนี้ทำงานเป็น พนักงานเจาะนมครับพี่ศัก หรือใครอยากให้เจาะตรงไหนก็เจาะ :51:
อ้างคำพูดจาก: โตน เมื่อ 19 ก.พ. 2011, 16:27 น.
ตอนนี้ทำงานเป็น พนักงานเจาะนมครับพี่ศัก หรือใครอยากให้เจาะตรงไหนก็เจาะ :51:
เจ๋งอะ :51:
เจาะนม :51:
เจาะด้วยสิ (http://www.f0nt.com/forum/Smileys/iannnnn/51.png)
แอร้ย คงเจ็บ+เสียวน่าดูเลย :25:
ปิดเทอมแล้ว
ไปเจอว่ามีสถานทูตฝรั่งเศสเค้ามีเปิดคอร์สเรียนด้านศิลปะแล้วก็มี photo ด้วย
http://th.alliance-francaise.or.th/index.php?option=com_content&task=view&id=130&Itemid (http://th.alliance-francaise.or.th/index.php?option=com_content&task=view&id=130&Itemid)
อ้างอิงBasic Photography
Advanced Photography
Portrait Photography
Fashion Photography
Pre-Foundation Photogr. Portofolio Development
Mix Media&Hand Color Photography
เรียนวิชาละ 3 เดือน อาทิตย์ละ 1 ครั้ง
เรียนครบตามหลักสูตรเค้า สามารถขอทำศิลปนิพนธ์เพื่อเอาวุฒิบัตรจากฝรั่งเศสได้
แต่ถ้าเรียนคอร์สอะไรคอร์สนึงก็ขอประกาศนียบัตรคอร์สนั้นได้อยู่แล้ว
คอร์สละ 5000+ บาท
ดูหลักสูตรแล้วเจาะลึกมาก น่าสนใจดี แต่กลัวๆเรื่องคนเรียน ถ้าต่ำกว่า 8 คนจะไม่เปิดคอร์ส :05:
ว่าจะลง Fashion Photography แล้วที่เหลือถ้ามีเงินก็จะค่อยๆเก็บไปเรื่อยๆ
iphoneกับรองเท้าโอนิสึกะคงไม่ได้ซื้อแล้ว เอามาลงกับการถ่ายรูปหมด :05: :05: :05:
อาลิอ๊องส์ เปิดเรื่อยๆนะเปิดเทอมก็มี เคยไปเรียนตัดเสื้อด้วย
ไป 2 ครั้งแล้วก็ขี้เกียจไม่ได้ไปอีกเลย :05:
สอนดีนะขอบอก แต่แรกๆอาจจะเบื่อนิดนึงเพราะเป็นปูพื้นฐานก่อน
:25: กริ๊ดๆ
แต่ดูจากวัน เขาเรียนไปแล้วรึเปล่า :01:
อันนั้นตารางเก่าครับ ยังไม่ได้อัพเดตตารางใหม่
อู๋ดิสกำลังคอยดูกำหนดการให้อยู่ครับ
ตามที่พี่พลัมบอกเลยค่ะ หมดรอบนี้เดี๋ยวก็เปิดรอบหน้าอีกค่ะพี่อู๋
ส่วนชาร์ป.. ถ้ามีเงินอยู่ จะซื้อก็ไปซื้อไอพวกของเพื่อการศึกษาก่อนสิ
พวกปรินเตอร์อะไรนั่นน่ะ คอร์สเรียนพวกนี้รอเรียนเมื่อไหร่ก็ได้นะ :37:
อ๋อ โอเค
งั้นน่าสนใจ
อ้างคำพูดจาก: หนูอร เมื่อ 23 ก.พ. 2011, 16:30 น.
ตามที่พี่พลัมบอกเลยค่ะ หมดรอบนี้เดี๋ยวก็เปิดรอบหน้าอีกค่ะพี่อู๋
ส่วนชาร์ป.. ถ้ามีเงินอยู่ จะซื้อก็ไปซื้อไอพวกของเพื่อการศึกษาก่อนสิ
พวกปรินเตอร์อะไรนั่นน่ะ คอร์สเรียนพวกนี้รอเรียนเมื่อไหร่ก็ได้นะ :37:
ปริ๊นเตอร์ได้มาแล้ว pixma อะไรไม่รู้
เหลือต้องซ่อมนิดๆ ถึงใช้งานได้ 100%
มีใครเคยเรียนภาษาฝรั่งเศสที่ Alliance Francaise มั๊ยคะ
ย่ำแย่ถึงขีดสุดแล้ว ตอนนี้ว่าจะ Withdraw ที่เรียนอยู่ แล้วไปหาเรียนข้างนอกเอา :05:
เคยเรียนแต่เมื่อนานมาแล้ว (จะ 10 ปีแล้ว) อาจารย์หน้าอย่างกับ Alain Delon :56:
ยังไงไปขอสอบวัดระดับก่อน แล้วก็เลือกคอร์สที่เหมาะกับตัวเองน่ะ
ระหว่างนี้ก็คุยกับนานา ฟังเพลง ดู TV5 รอไปก่อน :27:
อแลง เดอล็อง โบราณไปไหนครับเนี่ย
นึกถึงตอนเด็กๆเลย :30:
ขอบคุณฮับ :27:
ออกจากงาน(สคบ) มา 2 เดือนแล้ว ตอนนี้ว่างงานมากเลย
เฉลี่ยแล้วทำเสื้อวันละ 3 ชั่วโมง เอง
(ยกเว้นตอนเทศกาลวาเลนไทน์ ที่ทำเสื้อตลอด ยกเว้นตอนนอน)
ว่าจะหาอะไรทำเสริมๆบ้างแล้ว
หรือไม่ก็จะขยันออกไปหาลุกค้าเพิ่มบ้างล่ะ :07:
เลิกเปิด Ensogo ก่อนเถอะ :30:
จริง :30: :30:
เงินคงเหลือ = รายได้ - รายจ่าย
อยากมีเงินเยอะขึ้น ไม่ใช่ว่าต้องหารายได้เพิ่มเท่านั้น
ก็นิดนึงน่า กลัวแก่กลัวเหี่ยว ก็ต้องมีกันบ้าง :11:
แต่เค้าซื้ออย่างชาญฉลาดนะ :58:
จ๊ะ :30:
นั่งคิดกับวิลว่าเรียนจบแล้วจะทำยังไงกันต่อ
อิ่มอยากอยู่ฝึกงานที่นี่ต่อซักครึ่งปี เพราะยังไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการทำงานมาก่อน
จบป.โทไปก็ไม่มีความหมาย ดูอย่างหมีสิ เรียนป.โท แต่เอาวุฒิป.ตรีสมัคร
วิลเสนอว่า งั้นก็ลงเรียนต่อมันอีกซัก 4 ตัว แล้วยื่น PR ไปเลย
ยื่นผ่านเราก็จะได้เป็นคน 2สัญชาติทันที :25:
ไอ่สองสัญชาติน่ะไม่เท่าไหร่ แต่อิ่มคิดว่า อิ่มอยากทำงานเมืองนอกมากกว่า
อิ่มว่าอิ่มถูกจริตกับการออกมาอยู่คนเดียว โดยที่ไม่มีพ่อแม่น่ะ
(ซึ่งตรงข้ามกับคุณนายหมีโดยสิ้นเชิง และพ่อแม่ก็หวังจะให้อิ่มเป็นเหมือนหมี คือ อยู่บ้าน)
แต่การที่จะขออยู่ต่อนั้นมันก็แลกมาด้วย
1. ค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เทอมละ สามแสน เรียนอย่างเดียว ไม่รวมค่าหอค่ากิน ค่ารถ หมดไปแล้วเกือบล้านแล้วอ่ะ :08:
2. พ่อเพิ่งสร้างบ้านใหม่ และอยากจะให้อิ่มกลับไปอยู่มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
หลายคนก็ถามว่าทำไมไม่ทำงานล่ะ..จะได้แบ่งเบาภาระ
อิ่มเรียนเป็น full time student ค่ะ งานเยอะ รายงานแยะ เรียนหนักมาก
อิ่มอยากทำงานนะ แต่ทำไม่ได้เลย โดยเฉพาะเวลาใกล้ส่งงานเนี่ย นอนยังไม่ได้นอน
อิ่มไม่ใช่คนฉลาดที่จะปั่นรายงาน1วันเสร็จ อิ่มทำเป็นอาทิตย์ :05:
ดังนั้นเรีื่องทำงาน ลืมไปไำด้เลย (แต่ถ้าว่างจะจะไปขายของที่ตลาดนะ)
เคยลองแย๊บๆบอกแม่ไปว่าจะขอเรียนเพิ่มอีก 4ตัวนะ แม่ก็เริ่มโวยวายว่าจะเรียนทำไม
กลับบ้านเถอะ พ่อสร้างบ้านให้อยู่นะ บลาๆๆๆ
ส่วนวิลก็ได้แต่บอกว่า ถ้าอยากฝึกงาน เค้าก็ช่วยได้ แต่ที่อเมริกานะ (ครอบครัวทำบ.อยู่ที่อเมริกา)
ไปตั้งอมเริกา อยากไปนะ แต่ใครจะให้ไป :05: :05:
ถ้าไม่ติดครอบครัวนี่อิ่มไปเลยนะ
แต่ไม่ได้หมายความว่าครอบรัวรั้งอิ่มเอาไว้ไม่ให้ไป แต่เค้ากลัวอิ่มไปไม่กลับ
กลับอ่ะกลับแน่ แต่อยากประสบความสำเร็จก่อน จะกลับมารับพาไปเที่ยวรอบโลก :05:
พ่อบอกกลับมาจะฝากงานที่ปตท. (ไม่เอาไม่อยากให้ใครมาฝากแล้ว ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร)
แม่บอกจะทำอะไรก็ได้ถ้ากลับมา
แต่ทั้งนี้คือ ป.โทมันค้ำคอ
จบนอกนะ ป.โทนะ กลับมาทำงานต๊อกต๊อย คนเค้าก็จะหาว่าแล้วจะไปเรียนทำไม
สับสนๆๆๆๆ
ไม่รู้จะเลือกอะไรดี
:05: :05: :05:
พี่แนะนำว่าเรียนต่อแล้วยื่นขอพีอาร์
เดี๋ยวนี้ขอพีอาร์ยากมากเลยนะ ถ้ามีโอกาสแนะนำให้ฉวยเอาไว้
ส่วนปัญหาเรื่องเงิน ค่อยๆแก้กันไป อิ่มสามารถหารายได้เสริมได้หากจัดสรรเวลาดีๆ
พี่ไม่แน่ใจว่าอิ่มเรียนหนักขนาดไหน เดาเอาจากเพื่อนๆพี่ที่เรียนโท เรียนตรีที่นี่ เขาก็ทำงานทั้งนั้น
ช่วงไหนต้องเตรียมตัวสอบ หรือต้องการเวลาทำรายงานก็ขอลาหยุดงานเป็นครั้งคราวไป
หรือก็หาอาชีพเสริมที่เราสามารถจัดสรรเวลาได้เอง ทั้งนี้ก็อยู่ที่ความสามารถพิเศษของแต่ละคน
เช่น รับจ้างสอนพิเศษเด็กๆ ตามบ้าน, สอนภาษาไทยให้เด็กไทย, สอนดนตรี, รับจ้างทำรายงาน, หรือแม้กระทั่งแจกหนังสือพิมพ์
แน่นอนว่าชีวิตเมืองนอกมันไม่สบายหรอก....หากจะยืนด้วยตัวเอง บอกได้เลยว่าหนักมาก
แต่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ คนอื่นเขาก็ทำกันเยอะแยะ
ยกตัวอย่างอีกที เผื่อจะเห็นลู่ทาง
1. เพื่อน(เป็นรุ่นน้อง) ที่สนิทกัน ตอนนี้เรียนตรีU SYD เป็นอาชีพหลัก ส่วนอาชีพเสริม คือ นำเข้าข้าวสารอาหารแห้ง และจัดส่งไปตามร้านรวงต่างๆ
2. เจ้าของร้านโอนเงินกลับไทยเจ้าใหญ่อันดับต้นๆของออสเตรเลีย มีหน้าร้านที่ซิดนีย์3 สาขา, มีตัวแทนที่เมลเบิร์น1ราย, บริสเบน1ราย, แคนเบอร่าอีกราย.....ตอนนี้ยังเป็นนักเรียนนะ ถือวีซ่านักเรียนFull time
3. พี่หุ้นส่วนที่ร้านที่สนิทกันมาก ตอนนี้เรียนโทวิศวะไฟฟ้าแบบ Full time แต่ก็ยังทำงานเป็นHead Chef + Manager ดูแลร้านให้พี่2สาขา
สามคนข้างบนที่ยกมา ไม่ใช่ว่าเขาเรียนเก่งหัวดี แต่เขามีการแบ่งเวลาที่ดีเท่านั้นเอง
ปล. สิ่งสำคัญสุดคือ ต้องอดทน และเข้มแข็งนะจ๊ะ
เท่าที่อ่านมาจับประเ็ด็นได้ดังนี้
- อยากออกมาใช้ชีวิตเป็นส่วนตัว
- ถ้าอยู่เมืองนอกได้ก็ดี เพราะจะใช้ชีวิตเป็นส่วนตัวได้มากกว่า
- รู้สึกว่า วุฒิป.โท มันค้ำคอ เลยต้องหางานให้สมศักดิ์ศรี
เอาเรื่องวุฒิ ป.โท ก่อน
ความจริงปริญญาแทบไม่มีความหมายอะไร ถ้าทำงานเมืองนอก
เพราะเขาต้องการคนที่มีประสบการณ์มากกว่า
ก็ต้องถามตัวเองดูว่า แล้วมาเรียนโท ทำไม
มาเพราะอยากเปิดหูเปิดตา มาเพราะหางานทำไม่ได้เลยมาเรียน
หรือมาเรียนเพราะอยากรู้ให้มันลึกขึ้น หรือมาเรียนเอาวุฒิเพื่อให้จบๆ ไปแค่นั้น
พี่ว่าเราอย่าไปคิดว่า อูยตูจบด็อกเตอร์นะ จะให้ตูมาทำอะไรต๊อกต๋อยได้ยังไง
แต่เราควรคิดว่า เราอยากทำงานอะไรมากกว่า แล้วก็พุ่งเป้าไปที่ตรงนั้น
หางานที่เราอยากทำ จะใช้วุฒิปริญญาตรี ป.โท ด็อกเตอร์ หรือ ป.6
ขอให้ได้งานทำเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อนมันก็จะดีกว่า
อย่าไปแคร์ว่าไอ้คนที่มันพูดว่า อู๊ยจบตั้ง ป.โท
มาทำงานต็อกต๋อย อย่างนี้จะไปเรียนทำไม
แต่เราควรจะแคร์เวลาคนพูดว่า จบ ป.โทนอกมา
แต่ทำงานไม่ได้เรื่อง เฮงซวย สู้คนเรียนไม่จบ ป.ตรียังไม่ได้
พี่ว่าเราควรจะแคร์ตรงนี้มากกว่านะ
ทีนี้กลับไปข้อแรกกับข้อสอง
ถ้าจะเรียนต่อจริงๆ พี่แนะนำให้หางานส่งตัวเองเรียนครับ
เพราะนี่จะเป็นตัวที่บอกกับพ่อแม่เราว่า เราเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว
สามารถรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้ เขาก็วางใจเรามากขึ้นน่ะครับ
ทีนี้จะขยับขยายอะไร มันก็ค่อยเป็นค่อยไปได้
แต่ถ้ายังต้องแบมือขอเงิน(จำนวนมาก) จากเขาอยู่
จะให้เขาปล่อยเลย มันก็ยังไงๆ อยู่
อย่างน้อยถ้าสามารถทำงานเสริม
แบ่งเบาภาระได้ส่วนนึง
มันก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
เรื่องที่บอกว่า เราไม่เก่ง ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยไม่ได้นั้น
มันก็คงเหมือนกับที่ปาล์มยกตัวอย่างมา
ว่าแล้วทำไมใครๆ เขาถึงทำกันได้
เพราะถ้าจะพิสูจน์ตัวเองกับพ่อแม่ว่าเราเป็นผู้ใหญ่แล้ว
คงต้องเริ่มจากตรงนี้ก่อน
แต่ถ้าอิ่มคิดแล้วว่าคงทำไม่ได้
พี่ก็แนะนำให้แต่งงานฮะ :37:
:37:/
เห็นด้วยว่าควรทำงานที่ตัวเองชอบ+อยากทำ
และส่งตัวเองเรียน
แต่ของผมเนี่ย อย่าลืมว่าการได้กลับมาอยู่ที่บ้าน อยู่ใกล้พ่อแม่ก็เป็นเรื่องสำคัญนะ
เวลาที่เราจะอยู่ด้วยกัน จริงๆแล้วมันก็น้อยลงทุกวันๆ
ในความเห็นปาล์มถ้าน้องอิ่มคิดว่าการอยู่เมืองนอกนี่แหละใช่เลยชีวิตตู
พี่แนะนำให้ดั้นด้นเอาซิตีเซ่นนะ เบื้องต้นก็ทำพีอาร์ก่อนนั่นแหละ แล้วค่อยสอบเอาซิตีเซ่นทีหลัง
ทั้งนี้เพื่อโอกาสอาชีพการงานในอนาคต
คิดในแง่ดี ถ้าอิ่มได้พีอาร์หรือซิตีเซ่นมันจะเป็นประโยชน์สำหรับครอบครัว
คือพอเราได้แล้วต่อไปก็ทำให้พ่อแม่และทำให้หมีอรได้ด้วย
ทีนี้หมีอรก็จะได้เป็นสาวสองสัญชาติ ออส-ไทย (อินเตอร์มากๆ) :37:
ประเด็นคือ อนาคตเมืองไทยต่อไปจะเป็นไงก็ไม่รู้ ดูมันอึมครึมชอบกล ถ้าเรามีโอกาสก็น่าจะคว้าไว้นะ เผื่อๆไว้น่ะ
ปล. ถ้าคิดไม่ออกว่าจะทำงานไรปรึกษาพี่ได้นะ จมล.มาพี่มีงานให้ ....(ว่าไปตูน่าเปิดเอเจนท์หางานนะเนี่ย)
เคยสัมผัสครอบครัวหมี แล้วพูดยากแหละ
เพราะบ้านนี้เลี้ยงลูกประคบประหงมมาก เหมือนลูกเป็นเด็กตลอดเวลา
ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะ ดีสำหรับบางคนน่ะ เช่นหมี
(ถ้าโบว์เลือกได้ ก้อยากมีชีวิตชิวๆแบบหมีบ้างแฮะ
คือครอบครัวนี้ค่อนข้างอบอุ่นน่ะ ไปแล้วยิ้มตลอด แต่ก็นั่นแหละเหมาะกับบางคน
จริงๆแต่ก่อน ครอบครัวโบว์แบบหมีนะ เลี้ยงประคบประหงมแบบนั้นแหละ อยากให้อยู่บ้าน
แต่ต่างกันคือ มีจุดหักเหและครอบครัวโบว์จน :30:)
แต่สำหรับอิ่ม ถ้าคิดว่าใจไปทางนั้นก็ลุยเลย :12:
กลางปีนี้ จะลงไปลุยตลาดแบบตึกแถวหน้าหมู่บ้าน ดูสักตั้ง
ว่าจะไปเปิด สอนศิลปะแถว ถนนราชพฤษ สักหน่อย
ลองต่อความฝันตัวเองไปเรื่อยๆ เย่
:46: :46: :46:
+ ค่า ขอบคุณจริงๆ
อิ่มเคยลองทำงานนะ แต่มันไม่ไหว
ในที่นี้คือ เดินทางลำบาก ต้องลำบากให้วิลขับรถมารับดึกๆดื่นๆ ก็เกรงใจอ่ะค่ะ
รถก็หมดสองทุ่ม ร้านปิดสี่ทุ่ม..กลับบ้านไม่ได้อีก
แล้วที่ซันชายโคส พระอาทิตย์ตกปุ๊ป มืด... ไม่มีไฟเลย จะให้เดินกลับก็เกรงกลัวอยู่มิใช่น้อย
แต่อิ่มก็พยายามหางานนะ เอาที่เราทำได้ แล้วไม่ต้องกลับดึก
(นินทา คนไทยที่เมืองอิ่มส่วนใหญ่อีโก้สูงจังเลย ไม่เฟรนลี่เลย :39:)
ตอนนี้ก็อาจจะยังทำอะไรไม่ได้
รอดูเทอมหน้าอิ่มจะมีแค่โปรเจกตัวเดียว ทั้งเทอม
ถึงตอนนั้นคงทำงานอะไรได้บ้าง :42:
แล้วเรียนหนักขนาดไหน
อิ่มเรียน 4 ตัว เรียน 4 วัน
ทั้งเทอมไม่รวมวิชาโปรเจคดีซาย มีรายงานทั้งหมด 12 ชิ้น+1สอบปลายภาค :05:
เหมือนไม่หนักนะ ถ้ามันไม่ส่งที่เดียวอาทิตย์ละ3ชิ้น :05: :05: :05:
ส่วนเรื่องหางานแล้วป.โทมันค้ำคอ
ลืมเกริ่นไปนิดนึงว่าครอบครัวหมีเป้นครอบครัวใหญ่
แล้วดันมีหลานอายุพอๆกับอิ่มเยอะ แถมเพื่อนพ่อหมีก็ดันมีลูกรุ่นเดียวกับอิ่มเยอะอีกตะหาก
ซึ่งในบรรดาคนรุ่นเดียวกับอิ่มทั้งหมดที่รู้จักมา มีอิ่มคนเดียวเรียนโท แถมโทเมืองนอกอีกตะหาก
คนเค้าก็จับตามอง
ตระกูลหมีจะมีการแข่งขันกันเงียบๆอ่ะค่ะ เรื่องลูกใครได้ดีกว่าใคร ซึ่งอิ่มคิดว่าหลายๆครอบครัวก็เป็น
แต่พ่อแม่อิ่มไม่สน
อิ่มดันสน :37:
ไม่อยากให้ใครมาว่าครอบครัวว่า อุส่าห์ส่งไปเรียนนอก กลับมาได้แค่เนี๊ยะ
ลูกชั้นจบป.ตรีได้งานดีกว่า เงินดีกว่า โฮ๊ะๆๆๆ :29:
(คืออิ่มโดนมาบ่อยอ่ะค่ะ แต่พ่อแม่ไม่รุ้หรอก เรื่องแอบถากถางกันเนี่ย)
เลยเป็นเด็กมีปมว่า "คอยดูนะ จะประสบความสำเร็จให้ระเบิดเทิดเทิงแล้วจะกลับมา"
เลยเป็นที่มาของการถีบตัวเองมาเรียนนอก(อีกเหตุผลนึง) :42:
แล้วก็จริงอย่างที่พี่โบว์ว่า ครอบครัวนี้เลี้ยงลูกแบบประคบประหงมมาก :30:
แรกๆอิ่มก็เหมือนหมีอ่ะแหล่ะ
แต่จุดเปลี่ยนมันคือตอนที่เอนท์ติดโบราณฯ แล้วต้องไปค่ายบ่อย
ติดใจว่าการอยู่คนเดียว ช่วยเหลือตัวเองมันก็สนุกดี
แถมเวลากลับมาแม่บอกเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนะ ภูมิใจง่ะ :25:
อิ่มว่าตั้งแต่อิ่มมาอยุ่ที่นี่ใจเย็นลงเยอะนะ ถ้าไม่ปรี๊ดแตกจริงๆ :30:
ย้อนกลับมาที่ออส
ตอนแรกก็นึกว่ามันจะไม่หนัก เรียนไปทำงานไป ส่งตัวเองกลับบ้านได้
ที่ไหนได้ บ้าเอ๋ย :05: :05: :05:
อยากให้พี่ปาล์มช่วยนะ แต่คนละรัฐกันเลย :3005:
แต่ก็ขอบคุณค่า :46:
สู้ๆ จ้ะ พี่คิดว่าถ้าอิ่มรักทางนั้น ก็ต้องสู้แหละ
ต้องลองแบ่งเวลาและหางานทำดู
เพราะถ้าอิ่มหาตังเองได้ มันก็จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเราอยู่เองได้ไม่ตอ้งขอตังแม่
ตอนนั้องพี่ไปแคนนาดาก็เรียนหนักนะแต่มันก็พยายามแบ่งเวลา
สู้ๆจ้ะ :12:
ขอบคุณค่า +
:46:
ที่จะช่วยคือ จะให้เป็นนายหน้ารับโอนเงินที่บริสเบนน่ะ
อิ่มสามารถจัดสรรเวลาเองได้ และก็ไม่ได้เป็นงานหนักอะไร แทบไม่ใช้แรงงาน
เพียงแต่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบมากๆ
อุปกรณ์ที่มีก็คือ โทรศัพท์ แสกนเนอร์ คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เนต
สนมั้ย?
ถ้าสนใจก็โทรมา เบอร์อยู่ในจมล.นะ
เล่าเรื่องของตูให้ฟังบ้าง ตอนตูเรียน
บ้านตูอยู่ห่างจากมหาลัย ต้องใช้เวลาเดินทางชั่วโมงครึ่ง
แบบว่าเดิน นั่งรถบนดิน ไปต่อรถใต้ดิน แล้วก็ต่อรถลอยฟ้า
เรียนสี่วัน บางวันออกจากบ้านตั้งแต่แปดโมงเช้า
เพื่อไปเรียนสิบโมง กว่าจะเลิก ก็โน่น สามทุ่ม
กว่าจะกลับถึงบ้านก็อีกเกือบสองชั่วโมง นั่นคือห้าทุ่ม
ตูก็เรียนเทอมนึงสี่วิชานะ ทุกวิชาประกอบไปด้วยเลคเชอร์
แล็บ แล้วก็ Tutorial ซึ่งผลแล็บก็ต้องส่งทุกสัปดาห์
สี่วิชาก็สี่รายงาน บวก Tutorial อีกสี่(เหมือนควิซ)ต่อสัปดาห์
ทุกวิชาก็จะมี coursework ขนาดหัวฟูหนึ่งหรือสองตัว และมีสอบปลายภาค
เวลาที่เหลือก็ยังต้องไปทำงานตอนเย็นเลิกเที่ยงคืน
อีกอย่างน้อยสี่วันต่อสัปดาห์ด้วยนะ เพื่อหาเงินส่งตัวเอง
จ่ายค่าบ้านและค่าเดินทาง
ตอนกลับไปเมืองไทยล่าสุด นั่งคุยกับบักเก้อ
ก็เห็นตรงกันว่า หลังจากเราผ่านงานแบบนี้มา
พอมาทำงานที่เมืองไทย
ก็ไม่มีงานอะไรที่จะทำให้เราเหนื่อยหรือเบื่อได้อีกต่อไปแล้ว
ตรงนี้ต้องให้บักเก้อมาเล่าให้ฟัง
เพราะบักเก้อทำงานหนักมาก :12:
ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะครับ
สู้ๆ นะ :12:
:46: :46:
ขอบคุณค่ะ
คิดได้เยอะเลยว่าอยู่นี่ดูสบายมาก :30: :30:
ชอบตรงนี้มากๆ
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 27 ก.พ. 2011, 02:33 น.
อย่าไปแคร์ว่าไอ้คนที่มันพูดว่า อู๊ยจบตั้ง ป.โท
มาทำงานต็อกต๋อย อย่างนี้จะไปเรียนทำไม
แต่เราควรจะแคร์เวลาคนพูดว่า จบ ป.โทนอกมา
แต่ทำงานไม่ได้เรื่อง เฮงซวย สู้คนเรียนไม่จบ ป.ตรียังไม่ได้
พี่ว่าเราควรจะแคร์ตรงนี้มากกว่านะ
ประสบการณ์อวดบารมีกับญาติจะกลายเป็นเรื่องจิ๊บจ้อยและไร้ผลต่อชีวิตทันที
เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน และดันมาเจอประสบการณ์กับเพื่อนร่วมงาน ที่ต้องจ้องหน้ากันทุกวัน
สังเกตว่าวัยทำงานแต่ละคนพอเข้าสู่ยุคที่ต้องเลี้ยงตัวเอง มันจะมีต่อมอะไรสักอย่างงอกขึ้นมาเอง
และตรงนี้แหละที่เอาไว้ปกป้องเรื่องญาติได้ :12:
ญาติๆ ตูนี่แหละตัวดีเลย บลัฟเรื่องลูกเธอลูกฉันมาตั้งแต่ตูจำความได้
ตอนนั้นตูบวกเลขได้ตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียนก็โดนอวยว่าเป็นอัจฉริยะแล้ว
เป็นไงล่ะมึง เข้ามหาลัยได้ 3F ซ้อนในวิชาเลข (แต่แก้เป็น D หมดนะ) มาครอบครอง
ไหนจะเรื่องอื่นๆ อีก ทุกๆ จุดเลี้ยวของชีวิตที่ตูเลือก ล้วนแล้วแต่ไม่เน้นขายและขัดใจพ่อแม่
เหมือนจะกวนตีนและบอกพ่อแม่ว่าอย่าไปแคร์ญาติเลย เลยเรียนอะไรแบบนี้ และจบมาทำอะไรแบบนี้
นี่ยังเสียดายอยู่เลยที่ตัวเองจบถึงปริญญาตรีในมหาลัยที่มีเครดิตในตัวมันเองเรียบร้อยแล้ว
ใจจริงอยากจบแค่ ม.3 แล้วทำอะไรแบบนี้แล้วทำตัวเองให้มันดีๆ มากกว่า (เอาจริงก็ทำไม่ได้หรอก)
เพราะเวลาไปคุยกับคนเก่งๆ ที่ไหน เจอแต่แบบ ป้าจบ ป.4 ลุงจบ ป.6 ทุกที อิจฉา ..เท่
บ้านพี่คงคล้ายๆบ้านหมีหล่ะ เรื่องแข่งลูกหลานในวงญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน
เป็นมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ ก็แข่งกันว่าลูกใครเรียนดี เรียนเก่ง สอบได้ที่ดีกว่ากัน ได้เรียนโรงเรียนดี เอนท์ที่ไหน คณะอะไร เกรดเท่าไร จบอะไร ทำงานอะไร มันคือความภูมิใจของพ่อแม่พี่น้องน่ะ
พอเราพ้นจากจุดนั้นแล้วเราจะรู้ว่ามันไม่สำคัญเลย เราสามารถทำอย่างอื่น เก่งในแบบฉบับของเราได้
ตรงนี้ต้องย้อนถามก่อนว่า อิ่มอยากประกอบอาชีพอะไร เผื่อจะช่วยได้ถูกทางขึ้น
โชคดีที่ที่บ้านเลี้ยงแบบไล่ทุ่ง :52:
โถ เอะอะก็จะให้ไปขี้ :05:
ถ้าเราทำงานแล้วไม่มีความสุข ญาติพี่น้องมันมาทุกข์กับเราไหมนั่น :37:
:like:
ต้องลองดูซักตั้งแล้วจะรู้ว่า เฮ้ย! เราก็ทำได้นี่หว่า เจ๋งเว้ยเฮ้ย
อิ่มสู้ๆ
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 27 ก.พ. 2011, 17:46 น.
ถ้าเราทำงานแล้วไม่มีความสุข ญาติพี่น้องมันมาทุกข์กับเราไหมนั่น :37:
:like: :37:
อ้างคำพูดจาก: Palm4u เมื่อ 27 ก.พ. 2011, 12:47 น.
ตรงนี้ต้องย้อนถามก่อนว่า อิ่มอยากประกอบอาชีพอะไร เผื่อจะช่วยได้ถูกทางขึ้น
ยังไม่รู้เลยค่า เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
:30:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 27 ก.พ. 2011, 17:46 น.
ถ้าเราทำงานแล้วไม่มีความสุข ญาติพี่น้องมันมาทุกข์กับเราไหมนั่น :37:
:like:
มันไม่ทุกช์ แต่จะมีความสุขในการถากถางน่ะสิ :58:
ขอบคุณทุกกำลังใจค่า :46:
นึกถึงคำน้าเน็ค ที่มีสาวๆมาถามเค้าประมาณว่า
มีแฟนอายุมากกว่า(หรือน้อยกว่านี่แหละ) แล้วสังคมมองไม่ดี
ควรจะทำยังไงดี สายตาของสังคมมองเค้าแบบนั้น
น้าเน็คตอบว่า แล้วตอนที่หร่อนเหงา สังคมมันมานั่งกินข้าว ดูหนัง กับหร่อนไหม
ฉันใดก็ฉันนั้น :37:
คิดดีๆ คิดเยอะๆ คิดว่าโลกนี้มีแต่ตัวเอง
ลองเริ่มเฉพาะเรื่องงานเลย....
ให้ลองนึกถึงแต่ตัวเองอยู่ที่โน่นแบบไม่มีคนอืนช่วยเหลือ
ไม่มีพ่อแม่ส่งเงินมา support
ไม่มีวิลมาช่วยหางาน หรือช่วยหางานให้ไม่ได้
คิดว่าตัวเองต้องจัดการทุกอย่างเอง
ถ้าพิจารณาตรงนั้นได้หมด แล้วคิดว่าตัวเองสู้ไหว
ถ้าคิดว่าวางแผนไว้ได้รัดกุม และเผื่อใจในทุกทาง
ลุยเลย :12:
มาบอกว่าชอบแนวคิดพี่ณต :37:
รู้สึกว่าอิ่มน่าจะยังไม่พร้อมจะบินเดี่ยว แต่อยากอิสระจากที่บ้าน
จริงๆ อยู่ไกลก็อิสระมากพอแล้ว แถมยังไม่ต้องลำบากมากเพราะพ่อแม่ซัพพอร์ตอยู่
แถวยังเหมือนกับคนไม่มีเป้าที่ "ชัดเจน" ด้วยว่าจะเอายังไงกับชีวิต???
คงต้องตัดสินใจให้แน่นอนก่อนเป็นลำดำดับไป ว่า อยากได้อะไร จะได้ไปต่อถูกว่า จะทำยังไง แล้วค่อยมาดูกันว่า ผลจะออกมายังไง
ถ้าถามว่าตอนนี้อยากทำอะไร เอา ณ ปัจจุบันนะ
อยากทำงาน ไม่ต้องเอาแบบงานฟูลทาม
เอาแบบเรียนไป ทำงานไปด้วยอ่ะค่ะ
อย่างน้อยก็ช่วยเรื่องเงินพ่อแม่ได้บ้าง
อิ่มว่าเรื่องเงินนี่เป้นปัญหาหลักอิ่มเลยนะ
ถึงพ่อแม่จะคอยซับพอร์ตอยู่ แต่ลึกๆอิ่มก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่อ่ะ
ไม่ใช่ฟีลเดียวกับตอนเราไปเวิร์กแอนทราเวล
ฟีลนั้นน่ะใช่เลย อยากทำแบบนั้นอีก
ทำงาน เก็บตังค์ ใช้เงิน พ่อแม่อยากได้อะไรจัดไป มีตังค์เหลือคืนอีกตะหาก
นั้นแหล่ะ สิ่งที่เค้าต้องการ :05:
(อ่าวแล้วตูจะมาเรียนทำไมเนี่ย :08:)
แล้วจะทำงานอะไรละ?
เอาแบบกลั่นจากใจเลยนะคะ :05:
อยากไปเวิ๊กอีก :05:
เรียนอะไรเนี่ย ไม่ได้อยากเรียนเท่าไหร่หรอกนะ แบบว่าเอามาคนละครึ่งทางกับที่บ้าน
อิ่มอยากไปนอก พ่อแม่อยากให้เรียนป.โท ก็ครึ่งๆ ไปเรียนโทเมืองนอก
ตอนไปเวิ๊กนี่ลั๊ลลามากเลยนะ
งานหนักไม๊ ก็พอสมควร ทำงานห้าวันบ้าน หกวันบ้าง
เช้ายันเย็น เย็นยันเช้า หรือเช้ายันเช้าวันถัดไปก็มี
เหนื่อยแต่สนุก
ภาษาก็ได้ ประสบการณ์ก็ได้ เงินก็ได้
คืออิ่มกะไม่ขออะไรจากพ่อแม่อยู่แล้ว (นี่ขนาดไม่ขอ)
จริงๆอยากลงทุนทำอะไรซักอย่าง เอาให้เวิร์กไปเลย
ลู่ทางเมืองนอกก็มีเยอะไป แต่เราไม่ได้เข้าไปแตะตรงนั้นไง เพราะยังแบ่งเวลาไม่ถูก
อารมณ์อยากจะทำ โดยเริ่มจากหนึ่งที่เราเอง ไม่ใช่พ่อแม่
จริงๆพ่อเค้าบอกว่าเจอลู่ทางอะไรที่โน่นก็บอกมา จะเป้นนายทุนให้
แต่มันไม่ใช่อ่ะค่ะ :05: มันต้องลงมือเอง เจ๊งเอง ถึงจะสะใจ
เหมือนตอนไปเวิร์ก ตอนหาเงินได้จากงานต๊อกต๋อยแบบนั้นได้นี่ดีใจมากเลยนะ
ฝรั่งเค้าไม่ทำกัน แต่เราทำ เราได้ เงินดี เราภูมิใจ ดูสิๆๆ เป็นแรงงานได้ตังค์เยอะกว่านั่งในออฟฟิศอีก
คืออยากเริ่มแบบนั้นอ่ะค่ะ ตอนจะมาก็อยากจะเริ่มแบบนั้น
ทำงาน ก็ไม่ได้ค่าจ้าง เรียนหนัก เหงา บ้าบอ
จนตอนนี้เรียนอย่างเดียว ก็เริ่มรู้สึกว่า เฮ้ยมันผิดไปจากที่เราตั้งใจนะ
เราตั้งใจมาหาประสบการณ์ เรียนเรื่องรอง
ตอนนี้ต้องมานั่งทำรีเสริช มันไม่ใช่อ่ะ :05:
จะไม่เรียนป.โท เอาแค่อนุป.โท ก็ไม่ได้
มาแล้วต้องถึงที่สุด แต่มันผิดจากที่เราคิดเอาไว้
พอมีวิลมาบอกเรื่องเรียนต่ออีก4ตัวยื่นพีอาร์ได้ นี่หูผึ่งเลย
คิดว่ามันจะกลับมาในแผนที่เราตั้งใจจะทำตอนแรกได้
แต่พ่อแม่ก็พูดใส่หูทุกวันว่า รีบเรียนรีบกลับน๊าๆๆ :05:
เลยสับสน ไม่รู้จะเอายังไง จะฝากพ่อแม่กับหมี หมีก็ไม่ร่วมมือ
หมีไม่สนับสนุนให้อยู่ต่อ 3เสียงต่อ1 เสียง แพ้ย่อยยับ.. :05:
งงไม๊อ่ะคะ :56:
แต่ก่อนตอนอยู่แคนาดาก็คิดเหมือนหมีเล็กแป๊ะเลย
ตอนนั้นแค่ยื่นก็ได้พีอาร์แล้ว ไม่ต้องทำไร มีทุกอย่างซับพอร์ตหมด งานก็มี เอกสารก็พร้อม
แต่.. แต่
คิดไปๆมาๆ อยากกลับมาดูแล อยู่กับพ่อแม่ด้วย ออกจากบ้านไปเรียน ตรียันเอก ก็ 10 ปีได้
อยากกลับมาอยู่กับพ่อแม่บ้าง ไม่รู้ว่าเค้า (หรือเรา) จะอยู่กันไปได้อีกนานแค่ไหน ชีวิตไม่แน่ไม่นอน เลยไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้
ก็เลยช่างมัน กลับมาไทยหางาน อยู่กับครอบครัว มาตั้งหลักชีวิต
จริงๆอยู่เมืองนอกก็ไม่ได้มีความสุขมากไปกว่าอยู่เมืองไทย (หลายคนที่ไปอยู่นานๆ เกิน 2 ปี ก็น่าจะสัมผัสได้)
หลังจากคิดได้ก็เลยมาตั้งหน้า ตั้งตาหางานที่ไทย
ปล. ลองดูครับ ไม่มีถูก ไม่มีผิด เพราะพี่ทำอะไร ก็จะคิดว่าตัดสินใจถูกแล้วก็เดินให้มันสุดทาง
ไม่ได้เข้ามาน่าจะเกินครึ่งปีแล้วนะเนีย :07:
น้องอิ่ม ถือว่าโชคดีนะครับ แต่พี่หิว ถือว่าโชคร้าย :37:
:30: :30: :30:
พี่จักรีตบทุกเม็ด
:30: หมดกันสาระที่เคยมีมา
นานๆทีจะมีมุกเข้าท่า :30:
หมดกัน :3005:
อ้างคำพูดจาก: เบียร์ซาบซ่า ! เมื่อ 28 ก.พ. 2011, 22:34 น.
แต่ก่อนตอนอยู่แคนาดาก็คิดเหมือนหมีเล็กแป๊ะเลย
ตอนนั้นแค่ยื่นก็ได้พีอาร์แล้ว ไม่ต้องทำไร มีทุกอย่างซับพอร์ตหมด งานก็มี เอกสารก็พร้อม
แต่.. แต่
คิดไปๆมาๆ อยากกลับมาดูแล อยู่กับพ่อแม่ด้วย ออกจากบ้านไปเรียน ตรียันเอก ก็ 10 ปีได้
อยากกลับมาอยู่กับพ่อแม่บ้าง ไม่รู้ว่าเค้า (หรือเรา) จะอยู่กันไปได้อีกนานแค่ไหน ชีวิตไม่แน่ไม่นอน เลยไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้
ก็เลยช่างมัน กลับมาไทยหางาน อยู่กับครอบครัว มาตั้งหลักชีวิต
จริงๆอยู่เมืองนอกก็ไม่ได้มีความสุขมากไปกว่าอยู่เมืองไทย (หลายคนที่ไปอยู่นานๆ เกิน 2 ปี ก็น่าจะสัมผัสได้)
หลังจากคิดได้ก็เลยมาตั้งหน้า ตั้งตาหางานที่ไทย
ปล. ลองดูครับ ไม่มีถูก ไม่มีผิด เพราะพี่ทำอะไร ก็จะคิดว่าตัดสินใจถูกแล้วก็เดินให้มันสุดทาง
ไม่ได้เข้ามาน่าจะเกินครึ่งปีแล้วนะเนีย :07:
ดูแลพี่ด้วยนะเฮ้ย :37:
ประเด็นคือยังไม่รู้ว่าเราอยากทำอะไรกันแน่ใช่ป่ะ
เป็นเหมือนพี่เลย...ทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าอยากทำอาชีพอะไร :30:
พี่เป็นคนที่มีความอยากหลายๆอย่างนะ อยากถ่ายรูป อยากออกแบบ อยากทำอสังหาฯ อยากเป็นนักลงทุน อยากเป็นคุณนาย อยากเยอะอย่างมาก
อายุเราตอนนี้ยังพอมีเวลาให้ลองผิดลองถูกนะ ลุยมันไปทุกอย่างเลยตามแต่โอกาสจะอำนวย
สุดท้ายเราจะเป็นผู้คัดสรรเองว่าอะไรเหมาะสมกับตัวเรา
แฟนพี่มักถามเสมอๆว่าอยากเป็นอะไร วางแผนชีวิตว่าไง
อยากให้ทำตามฝัน ทำในสิ่งที่ตนเองรัก เรียนในสิ่งที่ตนเองต้อง อย่าเอาชีิวิตไปขึ้นอยู่กับครอบครัวมากนัก
แน่นอนว่าอาชีพเด็กเสิร์ฟ หรือ ผู้จัดการร้านอาหาร ไม่ใช่สิ่งที่พี่อยากทำ แต่มันเป็นสิ่งที่ใช้เลี้ยงปากท้องในตอนนั้น
ใช่ว่าเราต้องสลัดอาชีพหลักเพื่อออกมาทำตามใจ เราสามารถทำควบคู่กันไปได้นะ
เช่นเดียวกับอิ่มที่สามารถเรียนเป็นหลัก ทำงานเป็นรอง และหาโอกาสในการลองผิดลองถูกกับสิ่งที่อยากทำ
ถ้าเห็นลู่ทางว่าจะทำอะไรที่บริสเบน อย่าเพิ่งกระโจนเข้าไปทำจนกว่าเราจะได้ลองมีประสบการณ์!! เดี๋ยวเจ็บมาจะไม่คุ้ม
เจ๊ง ไม่ใช่เรื่องสนุก ไม่ใช่ว่าคนเราเจ๊งแล้วจะลุกขึ้นยืนใหม่ได้ง่ายๆนะ ....จากใจ คนเคยเจ๊ง! :30:
ปล. ที่ออสฯ ยังมีโอกาสในการลงทุนอีกมาก เช่น ออกแบบสิ่งพิมพ์, ทำเวบไซต์, เขียนโปรแกรม, โรงพิมพ์, ขนส่งshipping, อุปกรณ์ครัวสำหรับครัวไทย-จีน, ซ่อมไฟ, ซ่อมรถ, ซ่อมทั่วไป, ก่อสร้าง-ตกแต่งอาคาร, ร้านค้าสำหรับคนไทย-เอเชีย, ฯลฯ เรียกได้ว่าแทบทุกอย่าง เพราะที่เจอมาคนออสฯ คิดแพงมาก แถมฝีมือห่วยสุดๆ :37:
ปฮ. เพิ่งเห็น
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 28 ก.พ. 2011, 20:37 น.
ทำงาน ก็ไม่ได้ค่าจ้าง เรียนหนัก เหงา บ้าบอ
ทำที่ไหนเนี่ย ใจร้ายมาก จับมันมาประจานเลย :07:
โอ้ว ปาล์มมเป็นนายหน้าจัดหางานเลย :07: :07:
จะไปออส !!
เห็นพี่ปาล์มพูดถึงรับทำเว็บที่ออสนี่ เคยได้ยินเพื่อนเล่าให้ฟังเหมือนกัน
คุณเพื่อนดุกคนนี้ เรียนมหาลัยมาด้วยกัน
รู้จักเพื่อนอีกคนที่เรียน afs ที่ประเทศไทยตั้งแต่สมัยมัธยม
พอจบมัธยมแล้วก็ยังคุยกันผ่านเมลอยู่ เป็นคนออสซี่เนี่ยแหละ อยู่รัฐแอดเลท
แล้วมีโอกาสได้รับจ๊อบพิเศษหลายงานอยู่ ก็เป็นงานเกี่ยวกับวางระบบ network เทือก ๆ นี้
รับทำเว็บที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองแล้วได้ค่าตอบแทนค่อนข้างเยอะ (ในไทยทำแทบตาย ยังได้ไม่เท่านี้)
ซึ่งคุณเพื่อนตอนนั้นยังเรียนปี 2 - ปี 3 อยู่กับเราอยู่เลย
ก็ใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอม summer บินไปดิวงาน และก็ทำงานผ่าน net บ้างตามโอกาสอำนวย
เวลาไปโน่น เพื่อนที่อยู่แอดเลทก็คอยดูแลเรื่องที่พัก + เดินทางให้ (เพื่อตอบแทนที่พาเที่่ยวที่ประเทศไทย)
เพื่อนเล่าให้ฟังว่าเงินดีมาก แต่เงินที่ได้มาก็ต้องเอาไปให้พ่อแม่ ไม่ค่อยได้ใช้เอง
(พ่อกับแม่ของเพื่อนป่วยหนักด้วยกันทั้งคู่คุ่ะ)
เพื่อนก็ชวนแต่เราติดเรื่องเดียวค่ะ ภาษา :3005: (ภาษาสำคัญมากในการดิวงานค่ะ)
เพื่อนพูด eng เก่งมาก แล้วสำเนียงคนออสซี่ฟังยากโคตร แต่เพื่อนตรูก็คุยรู้เรื่องแฮะ
แถมตอนนั้นที่บ้านหวงเกิ๊น ไม่ให้ตะลอน ๆ ไปไหน
เคยฟังเพื่อนเล่าเรื่องงานที่รับ ๆ อยู่ให้ฟัง คือมันเป็นงานที่อยู่ในสายที่เรียนมาอยู่แล้ว
เราสามารถทำได้นะ บางงาน เพื่อนเราทำตั้งนาน เราทำครึ่งวันก็เสร็จแล้ว
(เพื่อนถนัดวางระบบ network มากกว่านั่งเขียนเว็บแบบดุก)
(ทำเว็บง่อย ๆ ง่าย ๆ ประมาณ static web แต่เพื่อนคิดตังค์ ตอนนั้นเพจละ 5 ร้อยบาทไทย ไรงี้
สมมติถ้าคิดเป็นฟังก์ชั่นก็ฟังก์ชั่นละ 5 พันบาทไทย
ส่วนใหญ่ที่รับก็งานพวก เว็บขายของเนี่ยบ่อย เพราะมี source code ตั้งแต่สมัยเรียนสามารถปรับได้ตามสั่ง และปรับไม่นานด้วย)
เพื่อนเล่าให้ฟังว่า เวลาทำงาน คนเอเชีย กับฝรั่ง ต่างกันนะ
คนฝรั่ง เค้าตรงเวลา คุยงานเคลียร์ งานเสร็จตามที่กำหนด ก็จ่ายเงินตรงเวลา
แต่คนเอเชียชอบงานราคาถูก ๆ แต่งานต้องดีเว่อร์ แถมคุยครั้งเดียวไม่จบด้วยนะชอบต่อยอด และก็มักจะจ่ายเงินช้าด้วย :08:
ไม่รู้ตอนนี้เพื่อนยังทำอยู่รึป่าวนะ แถมรายได้ก็ไม่รู้ว่าจะคงที่มั้ย
เพราะตั้งแต่เพื่อนแต่งงาน กลายร่างเป็นคนมุสลิมไปเมื่อปีที่แล้ว ก็ไม่ค่อยได้ข่าวเท่าไหร่เลย
เพื่อนที่ออสเอาเวบมาให้ทำ
โอนมาให้ 200$ ก่อน
แล้วก็ไม่ส่งข้อมูลส่งงานมาให้เลย
แล้วก็หายไป
เงินดีจริงๆ ด้วย :30:
:30: :30:
oี้แหละงานที่ต้องการ :30:
ดีจริงๆ ด้วย :30:
อ้างคำพูดจาก: Palm4u เมื่อ 01 มี.ค. 2011, 14:01 น.
ปฮ. เพิ่งเห็นทำที่ไหนเนี่ย ใจร้ายมาก จับมันมาประจานเลย :07:
เป็นคนที่อิ่มไปอยู่ด้วย ตอนที่ไปใหม่ๆอ่ะค่ะ
ทำงานทั้งอาทิตย์ ถึงจะแค่ทำอองเทร
แต่กลางวันอิ่มก็มาช่วยเปิดร้าน หั่นผักเล็กๆน้อยๆ (เพิ่งไปใหม่ๆ)
พอเย็นคนงานมา อิ่มก็หนีไปทำอองเทรคนเดียว
อิ่มอยู่กับเค้าก็จริง แต่จ่ายค่าบ้านทุกอาทิตย์
งานหนักไม๊ มันก็ไม่ได้หนักมากมาย แค่นั่งห่อขนมถุงทอง (แต่ก็ใช้เวลาพอสมควรในการห่อแต่ละอัน เพราะยากนะ)
ปลายอาทิตย์เค้ายื่นให้อิ่ม 13เหรียญ บอกว่าแบ่งมาจากทิป :55:
แล้วไหนค่าจ้างอิ่มล่ะ?
ไปถามคนงานที่ทำด้วยกัน (มันแทบจะไม่ต้องทำอะไรมากนอกจากล้างจานเพราะผักอิ่มก็หั่นให้ตอนกลางวัน แถมตอนเย็นนิดหน่อย)
ก็ได้ตั้งเยอะ (มากกว่า13เหรียญแน่นอน แต่จำตัวเลขไม่ได้)
ข้าวก็ได้ฟรีมื้อนึงเหมือนกัน กลับบ้านก็ขับรถไปส่งให้เหมือนกัน
สรุปทำฟรีๆอยู่เดือนนึง ถึงถีบตัวเองออกมา :05:
สู้ๆนะพี่อิ่ม ไม่รู้จะพูดอะไร
แต่เข้าใจว่า "ไปอยู่เมืองนอก" กับ "ไปเรียนต่อเมืองนอก" มันคนละความหมายกัน :16:
ปล.
กลับไทยว่างๆ นานาว่าจะไปเรียนพิเศษอังกฤษเพิ่มล่ะ
ส่วนฝรั่งเศส ตอนแรกว่าจะทิ้ง(เพราะเข้ามหาลัยก็ไม่ได้ใช้)
แต่เริ่มเปลี่ยนใจละ :47:
:22: ขอบใจจ้า นานา
แต่ให้ไปแบบนานาเอานะ :30:
เรียนเหมือนกันน่ะ แต่ไม่ต้องทำรีเสริช (ประเด็นเลย :30:)
คุยกับเพื่อนออสที่นี่ พอบอกต้องทำรีเสริช มันส่ายหัว แถมถามกลับว่า อยากเป็นโปรเฟสเซอร์หรอ?
พอบอกว่า เปล่า จะเอาไปสมัครงาน มันขำใหญ่
ที่นี่จะสมัครงาน เค้าเอาใบประกาศก็พอ :3005:
ปล. เรียนภาษาอังกฤษ แนะนำสมศรี ดีที่สุดที่เคยพบเจอ :42:
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 01 มี.ค. 2011, 14:43 น.
เพื่อนที่ออสเอาเวบมาให้ทำ
โอนมาให้ 200$ ก่อน
แล้วก็ไม่ส่งข้อมูลส่งงานมาให้เลย
แล้วก็หายไป
เงินดีจริงๆ ด้วย :30:
:30: ลูกค้าคือพระเจ้า แต่พระเจ้าตายแล้ว
ลูกค้าเป็นได้แค่คนสำคัญ เงินเท่านั้นคือพระเจ้า :52:
คนที่อิ่มไปอยู่ด้วยเป็นเจ้าของร้านหรือพนักงาน?
ถ้าเขาเป็นแค่พนักงานตรงนี้ก็ว่าไม่ได้เพราะเขาไม่ได้เป็นคนจ่ายเงิน และถือว่าเขามีน้ำใจที่พยายามจะสร้างโอกาสในการทำงานให้เรา
แต่ถ้าเขาเป็นคนในตำแหน่งที่สามารถตัดสินใจจ้างงานได้ ถือว่าเขาแล้งน้ำใจมาก
มีเพื่อนใครอยู่ซิดนีย์แล้วทำงานออกแบบเวบกับสิ่งพิมพ์เป็นป่าวคะ ตอนนี้พี่ที่รู้จักเขาต้องการพนักงานด่วนๆเลย
วันนี้ถูกเจ้านายขอให้มาทำงานเช้าขึ้นล่ะ :05:
สาเหตุมาจากว่า ทุกวันนี้ทำงานอยู่ในโรงงานของพาร์ทเนอร์คนไทย และใช้ทีมของเขาซัพพอร์ตอยู่ (ใช้โรงงานนี้เป็นซับคอนแทร็กด้วย)
แล้วเหมือนกับว่าใครๆ ก็คิดว่าทำไมผมสบายกว่าคนอื่น.. มีการเปรียบเทียบกันซะงั้น :58:
ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้รับเงินเดือนจาก บ. เขานะ และถ้าพูดกันจริงๆ ก็คือ บ. ผมเนี่ย จ้าง บ. เขาด้วยซ้ำ
คือเจ้านายทั้งไทยทั้งเทศ เขาก็โอเคกับการทำงานของผมทุกอย่าง ไม่ว่าจะวิธีการ หรือผลของงานที่ได้รับ
แต่กลายเป็นว่าเหมือนจะโดนนินทา จากคนอื่น แล้วเจ้านายก็ประมาณว่าไม่อยากให้เราทำงานกับคนพวกนี้ยาก
แหม.. กลายเป็นคนเขาคิดว่าผมงานสบาย รายได้ดีซะงั้น
เพราะที่โรงงานนี่เขาทำงานกัน 08:00-17:00 ส่วนผมนี่ก็มา 10 โมงมั่ง 11 โมงมั่ง (บ่ายโมงก็มีนะ :30:)
แต่ไม่มีใครรู้ไง.. ว่าผมตื่นมาก็เริ่มงานเลย แถมจริงๆ แล้วแสตนด์บายตลอด 24/7 เวลาเจ้านายต้องการอะไรก็จัดการให้ได้เลยทันที
ไม่ใช่ประเภทหมดเวลางานปั๊บ.. ลุกจากเก้าอี้ สะบัดตูดกลับเลย (บางคนปิดคอมฯ รอเลยด้วยซ้ำ)
แถมถ้าว่ากันจริงๆ เรื่องสิ่งที่ต้องรับผิดชอบนี่ยิ่งเทียบกันไม่ได้เลย เพราะงาน "เกือบทุกอย่าง" ใน บ. วิ่งผ่านผมทั้งหมด
ยังไม่รวมไปถึงเวลาที่ทางโรงงาน ชักช้า ทำอะไรไม่ทันใจ หรือแม้กระทั้งตามงานกับผรม. หรือซับพลายเออร์ไม่ได้ ผมยังต้องไปตามให้ ทั้งๆ ไม่ใช่น่าที่อีกนะ...
ก็บอกเจ้านายไปนะว่าอะไรยังไง แล้วก็บอกว่าจะพยายามมาเช้ากว่านี้ละกัน
เจ้านายก็บอกว่าเอาน่า.. คิดว่าผมขอร้องละกัน
สรุปว่าเซ็งพอสมควร แต่คงยังดื้อแน่นอน ไม่มาเช้าอย่างคนอื่นเขาหรอก :30:
เอาเหอะ เดี๋ยวพอมูฟไปที่ซับฯ รายใหญ่ๆ อะไรก็น่าจะโฟลวขึ้น แต่ก็คงมีปัญหาอื่นๆ ตามมาอยู่ดี
มาบ่นนิดหน่อย พอหอมปากหอมคอ อยากให้รู้ว่าแบบนี้ก็มีด้วย เล่นนินทากันข้าม บ. เลยทีเดียว :58:
คนเรามองแค่ว่า เงินเดือนคนนั้นทำไมเยอะกว่า เค้าไม่มองหรอกว่าความรับผิดชอบแค่ไหน
ปรับตัว ปรับใจ ดีที่สุด
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 03 มี.ค. 2011, 17:15 น.
แถมถ้าว่ากันจริงๆ เรื่องสิ่งที่ต้องรับผิดชอบนี่ยิ่งเทียบกันไม่ได้เลย เพราะงาน "เกือบทุกอย่าง" ใน บ. วิ่งผ่านผมทั้งหมด
ยังไม่รวมไปถึงเวลาที่ทางโรงงาน ชักช้า ทำอะไรไม่ทันใจ หรือแม้กระทั้งตามงานกับผรม. หรือซับพลายเออร์ไม่ได้
ผมยังต้องไปตามให้ ทั้งๆ ไม่ใช่น่าที่อีกนะ...
ไปคัดคำว่าหน้าที่มาสิบหน้ากระดาษ :47:
สนใจคำคอมเม้นท์คนอื่นเป็นเรื่องดีนะ แต่หมาเห่าไม่ต้องไปสนใจ :58:
พี่ร่มอ้้ะ :3005:
ผมเริ่มทำงานมาได้ปีนึงแล้ว พูดตรงๆ ตอนแรกที่มาทำที่นี่... ไม่ได้คิดอะไรเลย
ตอนนั้นผมจำได้ว่าผมฟุ้งซ่านมากๆ เลยอยากหาอะไรทำให้มันวุ่นๆ จะได้เลิกคิด
พอมาทำก็ได้เลิกคิดจริงๆ เพราะมีงานมาไม่ได้ขาด
ผมคิดอยู่ตลอดเวลาว่า นี่ใช่งานที่ผมชอบจริงๆ เหรอ?
...
แต่อย่างน้อยผมก็ไม่ได้รังเกียจ และผมก็ได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะจากที่นี่
และตอนนี้ผมเลิกคิดเรื่องชอบไม่ชอบไปแล้ว
บางทีมันอาจจะยังไม่ใช่เวลาที่ผมจะได้ทำสิ่งที่ชอบจริงๆ ก็ได้
มันเป็นเวลาที่ผมต้องเรียนรู้ ว่าในโลกใบนี้เราอาจไม่ได้ทำสิ่งที่ชอบตลอดเวลา
หาความชอบในสิ่งที่เราทำให้ได้แม้เพียงเล็กน้อย... ผมว่านั่นก็คือความสุขแล้ว
ทุกวันนี้ตูมีความสุขดี
อ้างคำพูดจาก: Palm4u เมื่อ 01 มี.ค. 2011, 19:57 น.
คนที่อิ่มไปอยู่ด้วยเป็นเจ้าของร้านหรือพนักงาน?
ถ้าเขาเป็นแค่พนักงานตรงนี้ก็ว่าไม่ได้เพราะเขาไม่ได้เป็นคนจ่ายเงิน และถือว่าเขามีน้ำใจที่พยายามจะสร้างโอกาสในการทำงานให้เรา
แต่ถ้าเขาเป็นคนในตำแหน่งที่สามารถตัดสินใจจ้างงานได้ ถือว่าเขาแล้งน้ำใจมาก
ลืมตอบ :30:
เป็นเจ้าของร้านค่า เป็นลูกเพื่อนพ่อแหล่ะ ซึ่งไปเป้นกล่อมให้พ่อส่งอิ่มไปออส
จริงๆอิ่มจะไปอยู่อเมริกา :05:
ค่าเช่าบ้านก็แพงนะ $100 ต่ออาทิตย์ รวมเนต
แต่อยู่บนเกาะ เดินทางลำบาก เกาะก็ไม่มีอะไรเลย รถหมดเร็ว
คือตอนนั้นไม่คิดอะไรไง ตอนนี้มานั่งคิดๆ โหย แพงหว่ะ ในบริสเบนค่าเช่าแค่ $70/week เอง :08:
ตอนนี้มีคนเอาข่าวดีมาบอกว่า รา้านอาหารไทยที่เค้าทำอยู่อยากได้พนักงาน และตัวเค้าก็กำลังจะลาออก
เลยกะว่า พรุ่งนี้จะวิ่งโร่ ไปส่งเรซูเม่ที่ร้าน :02:
ร้านไกลนิดหน่อย แต่มีรถกลับก็โอเค
แล้วมาดูกัน :22:
แต่ก็ขอบคุณพี่ปาล์มด้วยนะคะ ตอนนี้อิ่มอาศัยบอกแบบปากต่อปาก (เม้าท์ทูเม้าท์ :27:)
อาศัยเพื่อนๆ บอกต่อๆไป :22:
- $100 นี่โคตรถูกเลยนะ (เทียบกับซิดนีย์)
- เรียกว่าword of mouth ดีกว่านะ mouth to mouth ฟังดูEroticนิดนึง
- งานของพี่ก็ถือว่าทำเสริมละกันเนอะ ระหว่างนี้ก็อยากให้อิ่มหาสิ่งที่ตัวเองถนัดและสนใจไปด้วย แล้วก็พี่กำลังแก้ฟอร์มสำหรับลูกค้าต่างรัฐ คือระบบที่ร้านพี่ทำมันเป็น ให้ลูกค้ากรอกใบโอนเงิน เสร็จแล้วพี่ก็คีย์เข้าคอม ออกมาเป็นใบเสร็จอีกฟอร์มนึง ทีนี้มันค่อนข้างจะซับซ้อนยุ่งยากเกินไป คือ อยากให้มันจบในแผ่นเดียวน่ะ น่าจะสะดวกสำหรับน้องอิ่ม
ถ้าพอมีแนวคิดอยากทำอะไรก็โทรมาปรึกษาพี่ได้ ไม่ก็มาโพสต์ๆในนี้ให้เพื่อนๆช่วยคอมเมนต์กัน สู้ๆ :12:
ปล. ย้ายมาเรียนต่อที่ซิดนีย์มั้ย งานบานเลยหาคนทำงานยากขึ้นทุกวัน
$100 นึงต่อห้องนี่แพงนะคะสำหรับละแวกที่ รถเมล์มาวันละสามรอบ
มีห้างอยู่ห้างเดียว
ที่บริสเบนยังแค่ $70/week เลบ
วันนี้จะไปส่งเรซูเม่ ฝนตกแบบไม่ต้องเดินออกจากห้องเลยอ่ะ :05:
ซิดนีย์ค่าครองชีพแพง
ถ้าช่วงปิดเทอมไม่ได้ไปอินเดียกับวิล อาจจะลองไปอยู่ ไปท่องเที่ยวดูค่า :25:
มีสถานการณ์จริงมาเล่าให้ฟังเล็กๆ น้อยๆ ฮะ :37:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 09 มี.ค. 2011, 22:06 น.
มีเรื่องอยากปรึกษาฮะพี่แอ้ :37:
คือตอนนี้งานที่ทำอยู่ พี่แอ้น่าจะพอทราบบ้างแล้วว่าบริษัทผมผลิตบ้านน็อกดาวน์ส่งออก
ทีนี้ ช่วงที่ผ่านมาก็มีการพูดคุยกับ บ. ใหญ่ๆ หลายเจ้า เพื่อทาบทามให้เป็นผู้ผลิต เพราะมีล็อตใหญ่รออยู่ และไม่สามารถผลิตเองได้แน่นอน (รวมถึงใช้ซับฯ เจ้าเดียวก็ไม่มีทางพอ)
ตอนนี้ก็ได้มาประมาณ 3 บริษัทแล้วที่มีการเซ็น NDA เรียบร้อย
แต่มีอยู่บริษัทนึง (ซูเปอร์ไวซ์ของอีก บ. เป็นพรรคพวกกันเลยแนะนำให้เขามาเสนอตัว / นี่ขนาดเซ็น NDA กันแล้วนะ -"-)
จะว่าไปเขาก็ดีนะพี่ คือดูเขาแอ็คทีฟ กว่า บ. อื่นทั้งหมด กระตือรือร้นดี และมนุษยสัมพันธ์ดีกว่า บ. อื่น
แต่มันต้องมีอะไรสักอย่างแหละ.. ไม่งั้นจะมาปรึกษาเรอะใช่มั้ยพี่
คือ ผจก. โรงงาน (เป็นวิศวกร) แกพยายามจะนัดผมกินข้าวหลายทีแล้ว พูดประมาณว่า เจ้านายเขา (เจ้าของ) ชอบผม เห็นเป็นคนหนุ่มคล่องแคล่วอะไรงี้ แล้วพูดแบบประมาณว่าเผื่อได้ร่วมงานอื่นกันในอนาคต
ประเด็นคือผมไม่ค่อยรู้สึกดีกับเรื่องอะไรแบบนี้อะครับ ถ้าเขาเชิญเจ้านายผมไป แล้วผมไปด้วยอะไรงี้ก็คงจะไม่รู้สึกอะไร แต่นี่เขาชวนเพราะรู้ว่าผมเป็น key person รึเปล่าก็ไม่รู้ ที่ผ่านมาก็พยายามปฏิเสธไปหลายครั้งแล้ว (ยังดีทีเขาชอบชวนแบบค่อนข้างกระทันหัน ผมเลยอ้างนู่นอ้างนี้ไปได้เรื่อย)
ที่อยากจะปรึกษาคือ
- มันต้องมีความคาดหวังด้านผลประโยชน์อะไรสักอย่างจากตัวผมแน่ๆ เลยใช่มั้ยครับ? หรือผมมองในแง่ร้ายเกินไป?
- ถ้าเกิดถึงคราวจวนตัว ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ผมควรทำยังไงครับ? มีอะไรต้องระวังเป็นพิเศษรึเปล่า
- เป็นไปได้มั้ย ที่จะมีวิธีปฏิเสธแบบ "ถาวร" โดยที่ไม่ต้องผิดใจกัน หรือทำให้เขารู้สึกเสียหน้าอะครับ
ขอบคุณล่วงหน้าฮะ :46:
ผู้มีประสบการณ์ท่านหนึ่งได้ให้ทัศนะไว้ว่า
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 09 มี.ค. 2011, 22:25 น.
ชั้นยังจำภาพปลาวาฬได้นะยะ :50:
อ่าน ๒ รอบ ตอบได้ดังนี้
- มีแน่นอนครับ เพราะถึงแม้ว่าจะมีการเซ็น NDA (มันคืออะไรรึ เดาว่าเหมือน Agreement / Purchase Order อะไรอย่างนี้ใช่มะ) แต่เขาก็คาดหวังว่าการตรวจผ่านงานมันจะต้องอาศัยคนในช่วยดัน พี่เดาว่าเจ้านี้คงจะสไตล์ไทยๆ ส่วนมากบริษัทที่สากลหน่อยไม่ชอบทำอะไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ใช่ทั้ง ๑๐๐% หรอกนะ) เขากำลังเปิดโอกาสให้บวบเรียกร้อง ถ้าเป็นคนที่คอรัปชั่นเขาจะรู้เลย ไปกินข้าวกัน คุยได้เลยว่า ช่วยดูแล payment ของคุณได้ที่เดือนละเท่าไหร่ อะไรยังไง เขาทำกันทั่วไปนะ เป็นเรื่องธรรมดาของคนไทย Vender ก็แค่ทำตามปกติเท่านั้นเอง (บางที่ถ้าไม่จ่ายค่าต๋ง ก็อย่าหวังว่างานจะราบรื่น)
- ถ้าคิดจะเป็นคนดี ทำงานอย่างมีศีลธรรมก็ต้องปฏิเสธจ้ะ เพราะว่าโลกนี้ไม่มีความลับ ถึงไม่มีใครรู้ ก็เรานี่ไงที่รู้ อันนี้แล้วแต่มาตรฐานแต่ละคน เพื่อนสนิทพี่ก็มีคนนึงที่รับเงินพวกนี้ แต่เดี๋ยวนี้เลิกแล้ว เพราะเงินร้อนน่ะ ได้ไปก็ไม่เจริญ (บางที่ก็เป็นเลี้ยงเหล้า เลี้ยงเด็กๆ แทน) อีกอย่าง วันหนึ่งเรากับ Vender เกิดขัดใจกันขึ้นมา เขาก็จะเอาเรื่องเราไปฟ้องได้ ซึ่งเราเสียกว่าเขาอยู่แล้ว เต็มๆ (เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆ กับพี่ที่ทำงานปัจจุบันคนนึงด้วยแหละ ออกจากงานเลย)
- ถ้าเป็นพี่ พี่ก็ยิ้มๆ บอกตรงๆ ตามเหตุผลของเขา เช่นถ้าเขาชวนว่า กินข้าวกัน จะได้คุยรายละเอียดงาน ก็อาจจะตอบว่า ไม่เป็นไร รายละเอียดงานก็ตามที่คุยในเวลางานนี่แหละ ผมว่าโอเคแล้ว พยายามแสดงให้เขารู้อย่างสุภาพว่า เราจะปฏิบัติต่อเขาและงานของเขาอย่างดีที่สุด เน้นความถูกต้องเป็นหลัก เป็นไปตามจรรยาบรรณของงานและของธุรกิจ ไม่ว่าเขาจะเลี้ยงข้าวเราหรือไม่ เมื่อเขายอมรับแล้วเขาจะนับถือและสรรเสริญเราตลอดไป (ส่วนเราก็จนต่อไป จนแต่เท่ห์)
พี่เคยโดนถามว่า
ผมเสนอราคาตามนี้ ต้องลดอีกเท่าไหร่
พี่ก็งง ก็คุณลดได้เท่าไหร่ก็ลดมาสิ
เขาบอกว่า ลดให้คุณสองหมื่น
อะทีนี้งงอีก.. หมายถึงอะไรคะ
เขาบอก ผมลดสองหมื่น แต่ไม่เขียนลงไปไง
ทีนี้ก็เข้าใจละ เลยบอกว่า เขียนลงไปให้หมด จะลดกี่บาทก็เขียนลงไปเลยค่ะ (ทำหน้า :37:)
อีกครั้ง
ช่างผมให้ (ยื่นเงินให้ห้าร้อยมั้ง ช่างเจ้าเล็กๆ)
ให้ทำไม
อยากให้ช่าง ช่างดูแลพวกผมดี
เก็บไปลุง แล้วไม่ต้องใช้นะ เก็บไว้เวลาบริษัทจ่ายช้า แล้วเอามาซื้อข้าวให้ลูกน้อง (ทำหน้า :58:)
ผมอยากให้อะไรช่างบ้างอะ
เอาโค้กเย็นๆ มาขวดละกันงั้น (แล้วรุ่งขึ้นก็ซื้อเงาะสองโลคืนลูกน้องแกไป)
ก็เลยขออนุญาตเอามาลงไว้ ณ ที่นี้
เข้าใจว่าอนุญาตแล้ว.. เพราะตอบมาประมาณนี้
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 09 มี.ค. 2011, 22:33 น.
ถ้าคิดว่าเป็นประโยชน์พี่ก็ยินดีจ้ะ :22:
แต่ยังไม่ลืมเรื่องปลาวาฬนะ :58:
ใจดีจริงๆ :3005:
ปล. NDA คือ Non-Disclosure Agreement งัฟ :37:
เท่ห์แต่กินไม่ได้ทั้งสองคนเลย :25:
ตอนนี้เลยกะลังคิดหาวิธีเล่าให้เจ้านายฟังแบบเนียนๆ แต่ไม่ให้ดูว่าโชว์แมนอยู่ล่ะ :52:
ประเด็นคือ ไม่ใช่ไม่อยากรวยนะ แต่อยากรวยแบบสบายใจ อยากรวยแบบยาวๆ มากกว่า ไม่ได้อยากหล่อทำกระเจี๊ยวแมวอะไรร้อก :3005:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 09 มี.ค. 2011, 22:42 น.
เท่ห์แต่กินไม่ได้ทั้งสองคนเลย :25:
โอ้ย ตอนนี้ถ้าใครซื้อเว็บฟอนต์สัก 3 ล้านก็ให้แอนขายแล้ว
(ไม่เกี่ยวกัน แต่เกี่ยวแหละ :37:)
ถ้าเขาซื้อเขาก็คงไม่เอาส่วนฟอรั่มมั้ง :30:
แถมๆ เค้าไปล่ะกัน แล้วเดี๋ยวตั้ง f1nt ใหม่ :37:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 09 มี.ค. 2011, 22:45 น.
ตอนนี้เลยกะลังคิดหาวิธีเล่าให้เจ้านายฟังแบบเนียนๆ แต่ไม่ให้ดูว่าโชว์แมนอยู่ล่ะ :52:
ประเด็นคือ ไม่ใช่ไม่อยากรวยนะ แต่อยากรวยแบบสบายใจ อยากรวยแบบยาวๆ มากกว่า ไม่ได้อยากหล่อทำกระเจี๊ยวแมวอะไรร้อก :3005:
มีทีนึงที่เจออะไรอย่างนี้แหละ (เจอบ่อยๆ)
เดินไปบอกเจ้านายดื้อๆ เลย พี่.. มันจะให้ตังค์หนูอะ เอาออกเลยเหอะเจ้านี้
เจ้านายหัวเราะหึหึหึ ถามว่า แล้วงานกับราคามันดีไหม กลางๆ พี่ แกบอกเออ งั้นเอาออกไปเลย :33:
เท่ห์กันทุกคน จนกันถ้วนหน้า :30:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 09 มี.ค. 2011, 23:10 น.
เท่ห์กันทุกคน จนกันถ้วนหน้า :30:
:30:
แต่เจ้านายผมรวยอะดิพี่ :37:
งี้รอเขาเสนอมาก่อนมะ ถ้าน้อยไปค่อยไปฟ้องเจ้านาย :52:
เริ่ม Apply แล้วสินะ :52:
อาจารย์ดี :52:
ตอนแรกที่อ่านไม่เข้าใจ
นึกว่าฝฝ่ายโน้นเค้ามาชอบพี่บวบแบบ :51: :51: :51:
เข้าใจผิด(ไปเยอะ)เลย :42:
ตอนแรกว่าจะแนะนำบวบให้
ยืดอก พกถุง อ่านไปอ่านมาไม่ใช่นี่หว่า :47:
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 10 มี.ค. 2011, 11:51 น.
ตอนแรกที่อ่านไม่เข้าใจ
นึกว่าฝฝ่ายโน้นเค้ามาชอบพี่บวบแบบ :51: :51: :51:
เข้าใจผิด(ไปเยอะ)เลย :42:
เหมือนกันเลย :30: :51:
หรือจริงๆก็งั้นแหละ บวบมันเข้าใจผิดไปเอง :30:
หรือพี่เข้าใจผิดไปเอง.. งั้นแนะนำใหม่
ถ้าบวบแน่ใจว่าเขาคิดกับเราอย่างนั้นจริงๆ แล้วลองถามใจตัวเองว่า มันใช่แนวเราไหม
ถ้าคำตอบยังเป็นคำว่าใช่อยู่ พี่ว่าแค่กินข้าวเท่านี้.. คงไม่เป็นไรล่ะ
เผลอๆ จะน้อยไปด้วย .. ซ่ำไปเลยลูก :51:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 10 มี.ค. 2011, 13:09 น.
เผลอๆ จะน้อยไปด้วย .. ซ่ำไปเลยลูก :51:
:30:
ซ่ำกันทุกกระจู๋เลย
โอเคงัฟ ตามนั้่น :51:
:05:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 09 มี.ค. 2011, 22:51 น.
โอ้ย ตอนนี้ถ้าใครซื้อเว็บฟอนต์สัก 3 ล้านก็ให้แอนขายแล้ว
(ไม่เกี่ยวกัน แต่เกี่ยวแหละ :37:)
ถ้า ทอศิลป์ได้สามล้านก็ว่าจะขาย :21:
มีมาขอแค่ ล้านกว่า
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 10 มี.ค. 2011, 13:09 น.
หรือพี่เข้าใจผิดไปเอง.. งั้นแนะนำใหม่
ถ้าบวบแน่ใจว่าเขาคิดกับเราอย่างนั้นจริงๆ แล้วลองถามใจตัวเองว่า มันใช่แนวเราไหม
ถ้าคำตอบยังเป็นคำว่าใช่อยู่ พี่ว่าแค่กินข้าวเท่านี้.. คงไม่เป็นไรล่ะ
เผลอๆ จะน้อยไปด้วย .. ซ่ำไปเลยลูก :51:
เหมือนเป็นพี่แอ้ในร่างพี่ร่มยังไงไม่รู้ :30:
เล่าของตัวเองบ้าง ปลายปีก่อนเจ้าของบริษัทเรียกทีม BI
(ซึ่งก็คือทีมแอนนั่นแหละ ย่อมาจาก business intelligence) ไปคุย
บอกว่าต่อไปจะเน้นอีกทางแล้วนะ
จากงานที่เคยทำคือทำระบบที่ค่อนข้างไปทางหน้าบ้านจนถึงระบบหน้าบ้าน
เอาข้อมูลจากแหล่งต่างๆมาเข้าระบบ (ศัพท์เทคนิคคือ data warehouse)
แล้วก็เลือกข้อมูลสำคัญๆขึ้นเว็บสำหรับให้ผู้บริหาร (ของลูกค้า) ใช้
ช่วงต่อจากนี้ไปจะไปเน้นระบบหลังบ้านแทน
คือเป็นการติดตั้งและ config โปรแกรมสำหรับดูการทำงานของระบบ
เพื่อให้ฝ่าย IT ของลูกค้าได้ใช้งานดูว่าตอนนี้ server ยังทำงานดีอยู่มั้ย
หรือถ้า web ช้านี่ช้าที่อะไร ช้าที่ SQL บรรทัดไหน และควรแก้อย่างไร
หรือช้าที่เครือข่ายเป็นต้น งานก็คือการทำกราฟเหมือนงานก่อนๆ แต่เนื้องานจะเปลี่ยนไป
ลองทำมาระยะนึงแล้วแอนชอบแบบที่ทำก่อนหน้ามากกว่า
เลยตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนบริษัทเพื่อหางานแนวเดิมทำต่อไป
แอนไม่แน่ใจว่าแนวที่เลือกมันจะอยู่อีกยาวแค่ไหน
อย่างที่พี่ณตบอกคือ เทคโนโลยีมันเปลี่ยนตลอด
การที่เราเชี่ยวชาญอะไรอย่างนึงมันก็ไม่ใช่ว่าจะเชี่ยวชาญตลอดไป
พอเทคโนโลยีเปลี่ยนก็ต้องเรียนรู้ใหม่แหละ
แต่ก็จะทำให้ดีที่สุด
เดือนหน้ากำลังจะย้ายไปทำที่ accenture ค่ะ
ย้ายงานจากบริษัทเล็กไปบริษัทใหญ่อาจจะต้องปรับตัวพอสมควรเลย
ได้ยินมาว่างานหนักมาก อยากลองดูเหมือนกันว่าตัวเองจะไหวแค่ไหน
//ข้อกังวลแรกคือ notebook ที่กำลังจะได้ไม่รู้จะหนักเปล่า :30:
คืองานแอนจะไม่ได้ทำอยู่ที่บริษัท แต่จะไปนั่งทำงานที่ไซส์ลูกค้าเลย
บางที่เค้าให้ห้องทำงานก็อาจเอาของไว้ได้
แต่บางที่ก็ไว้ไม่ได้ต้องหิ้วเครื่องไปกลับทุกวัน
คนที่ทำงานแนวนี้ก็จะได้ notebook จากบริษัทเอาไว้ทำงาน
บริษัทที่ทำอยู่ แอนทำมาซักพักแล้ว พี่เค้าก็เลยซื้อเครื่องเล็กๆให้ใช้
จะได้ไม่หนักมาก เดี๋ยวตอนออกก็คืนเครื่องไป
ขอให้เครื่องที่บริษัทใหม่เบาๆด้วยเท๊อะ ซ๊าธุ
เกิดเขาใจดีซื้อ 15" ให้ล่ะตาย :30:
อย่าเลย เกรงใจ :30:
กะลังคิดไม่ตก
*** ตอนนี้ทำงานที่วิศวจุฬา
เท่าทีทำมา สิ่งแวดล้อมค่อนข้างดี( สน ยุกต์ ตนันท์ +บิ๊ก แฟนเก่าเป้ย :04: :04:)
งานชิวดี มีห้อง อยุ่กันเองไม่มีใครมายุ่มย่าม
แต่ทำไปทำมา
1. รู้สึกสอนหนังสือเป้นงานหลักที่ดีที่สุด
ทำแล้วมีความสุข
****แต่อันนี้คงต้องคิดให้ดี เพระว่าอัตราแนะแนวทั่งวประเทศตอนนี้ มีเพียง 2 ตำแหน่ง!!!(แต่เขาก็เรียกเรรื่อยๆนะ แต่ว่าถ้าดวงไปตก จังหวัดไกลๆก็ซวย ไม่เอา)
เดลยคิดว่า
1.ไปเรียน อิ้ง ใบสองแล้วสอบครูอิ้งดีไหม อิ้งพอได้ เคยสอนพิเศษเด็ก มีความสุขดี
2..ตอนนี้งานที่นี่ก็แฮปปี้ดีนะครับ ได้จับอิลลัส มีห้องแอร์เย็น เลยถามว่าจะทำงานเสริมอะไรดี
ตอนนี้ที่ไม่ประจำก็ ทำ สตอรี่บอรด์
- รึฝึกอิลลิสมากๆ ทำ ขายในโฟโต้สตอคเลยดี
--มีน้องจะเอาบุหรี่หนีภาษีมาขาย ดีไหม น้องเส้นใหญ่ๆอยุ่
*-*
ดูเยอะๆนะชั้นเนี่ย
อาจจะต้องเลือกว่า เป้าหมายในการทำงานคืออะไร ( ที่จริงพี่ก็ยังไม่รู้อะไรกับชีวิตตัวเองเลย)
ถ้าเลือกงานที่สนุก
ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ไม่กดดัน งานนี้ก็น่าจะถูกใจอยู่ แต่อนาคตของงานคืออะไร
ถ้าเลือกงานที่ลำบากหน่อย แต่มั่นคง
งานอาจจะน่าเบื่อ ต้องตะเกียกตะกาย กดดัน แต่มองเห็นอนาคตที่มั่นคง
ถามตัวเองดูเยอะๆ แล้วเลือกดูสิ น่าจะเป็นทางออกที่ดี (มั้ง)
ตอนนี้พี่ก็กำลังเลือกที่จะไปหาอนาคตที่ครอบครัวพอใจ (เงินเดือนไม่เกี่ยงนะ)
และหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆ
ไม่เคยดูแลผลผลิตจากสวนเลย
ปีนี้ต้องมาดูแลเอง เรียกดูแลก็ไม่ได้หรอก มีผู้ช่วยดูแลอยู่แล้ว เป็นบ้านข้างๆนี่แหละ
ปกติแล้วพ่อผมจะเป็นคนจัดการเรื่องผลผลิต เรื่องในสวน
เพิ่งรู้ว่ามะปรางที่ปลูกไว้ตามมีตามเกิด ไม่เคยพ่นยา ปุ๋ยก็ไม่ได้ใส่ น้ำก็ไม่ได้รด
ให้ผลผลิตเจ็ดร้อยกิโลแน่ะ
เงินที่ได้จะเอามาฝังดินให้หมด :07:
(เอามาลงระบบน้ำ ปั้มน้ำ ท่ออะไรอย่างนี้น่ะ)
ปีหน้าจะขายแพงๆ เนื่องจากว่าเป็นของดี :30:
รวยละๆ 5555
แล้วก็เอาวัวเนื้อมาเลี้ยง :54:
ช่วงนี้งานยุ่งมากเลย
เข้าทุกเสาร์อาทิตย์เลย มาสองเดือนกว่าๆแล้ว เหนื่อยมาก :05:
อ้างคำพูดจาก: Pix เมื่อ 11 มี.ค. 2011, 19:33 น.
ตอนนี้พี่ก็กำลังเลือกที่จะไปหาอนาคตที่ครอบครัวพอใจ (เงินเดือนไม่เกี่ยงนะ)
และหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆ
นอกเรื่องนะ จะถามปิ๊กหลายทีแล้ว ว่ารู้ป่ะว่ามันเป็นตัวเหลืองแสบตานะ ไม่ใช่ตัวนวล :37:
จันทร์ที่ 7/3
เย็นนั้นเลิกงานแล้วจะไปหาของกินที่ตลาด ปั่นจักรยานไปตลาดมันจะผ่านร้านการ์ตูน
ก็เจอรุ่นพี่ที่มหาลัยกำลังคุยกะเจ้าของร้านการ์ตูน ก็เลยแวะไปทักทาย
ถามสารทุกข์สุกดิบทั่วไป จนกระทั่งคุยเรื่องงาน
ตอนนี้กวางยังทำงานที่เดิมอยู่ เงินเดือนตอนนี้ 19k และก็ยังคงทำงานวันเสาร์ถึก ๆ เหมือนเดิมมา 3 ปีกว่าแล้ว
เอาเป็นว่า นับตั้งแต่วันที่ทำงานที่นี่จนถึงปัจจุบันนี้ เงินเดือนดุกขึ้นแค่ 8 พัน
ฟังจากที่รุ่นพี่ที่ ชอบอ่านการ์ตูน ดูซีรี่ส์เกาหลี ทำงานออฟฟิศเขาชิล ๆ มา 2 ปีจาก 11k ตอนนี้กำลังจะเป็น 29k แล้ว :07:
เชร็ดดดด!! อย่านับเลยว่าอยู่น้อยปีกว่าดุก แล้วเงินเดือนขึ้นมาเท่าไหร่ อิจฉาเปล่า ๆ น่ะ
รุ่นพี่ได้ยินก็เลยสงสาร บอกว่า
:17: "เอ้อเพื่อนพี่มันจะออกสิ้นเดือนนี้ละ จะมาทำที่พี่มั้ย?"
:56: "เอาดิ่พี่ ว่าแต่เขาจะรับเหรอ"
:17: "เอ็งทำอะไรได้บ้าง ทำอะไรอยู่ ถนัดอะไร เขียนเมลส่งมาให้พี่หน่อยละกัน เดี๋ยวพี่ไปคุยเกริ่นกะหัวหน้าให้"
:56: "ตอนนี้ขอแค่ได้เงินเดือนเกิน 20k++ และก็หยุดเสาร์อาทิตย์ก็พอแล้ว ยอมไปทำด้วยเลย"
:17: "พี่ว่าได้นะ"
อังคารที่ 8/3 บ่าย ๆ
ส่งเมลไปให้
ศุกร์ที่ 11/3 บ่าย ๆ
รุ่นพี่โทรมานัดสัมภาษณ์วันอาทิตย์ตอน 11 โมงที่บริษัทตรงซอยกลาง central plaza rama 2
อาทิตย์ 13/3
ก่อนออกจากบ้าน เปิดไพ่ซิปซีรายวันใน FB สักหน่อย ได้ไพ่ Death ความหมายของไพ่ก็ประมาณว่า จะสิ้นสุดและเริ่มต้นใหม่
คิดในใจ อืม.. ขอให้จริงละกัน!!
11 โมงครึ่ง
เจ้าของออฟฟิศสัมภาษณ์ + ทดสอบการเขียนโปรแกรมบนเครื่อง mac (ไม่คุ้นเล้ยยย)
ปกติดุกคุ้นเคยกับคีย์ลัดบนเล็กนิ่มแต่พอมาเจอแมค (เขียนโปรแกรมบน coda) เลยเริ่มเขียนไม่คล่อง
ให้เวลาเขียนครึ่งชั่วโมง แต่ดันเลยไปชั่วโมงครึ่ง ตอน run โปรแกรมก็ติ๊งต๊องอีก
จากที่ควรแสดงผลก็ไม่แสดงผล พี่เค้าเลยมาดูให้ เทสต์โปรแกรมก็ผ่านหมดทุกอย่าง ไม่ติดบักใด ๆ
พี่เค้าเลยคุยเรื่องเงินเดือน (ให้ 22k) และระบบระเบียบการทำงานที่นี่ รวมไปถึงพี่ ๆ ในออฟฟิศให้ฟัง
:32: "แล้วน้องเริ่มงานกับพี่ได้เมื่อไหร่ครับ?"
ดุกเปิดปฏิทินเพราะมันต้องเดินเรื่องลาออก และก็ติดเที่ยวเชียงใหม่ด้วยตอนสิ้นเดือน เลยจิ้มไปว่า
:56: "วันอังคารที่ 5 เมษายน ละกันค่ะ"
เย้~ ได้งานใหม่แล้วจ้า แต่ต้องไปเรียนภาษาใหม่
ก็คล้าย ๆ php แต่มันคือ coldfusion อะแหละ (ของ adobe จ้ะ)
และก็กำลังจะเดินเรื่องลาออก
ทำที่ออฟฟิศนี้วันสุดท้ายวันศุกร์ที่ 25 มีนาคมนี้
เที่ยวเชียงใหม่เสร็จกลับมาทำงานออฟฟิศใหม่เลยจ้ะ
ตอนนี้อยากได้ macbook มือสองจัง :25:
เยี่ยมมากดุก :12:
แต่เค้าว่า lucky in game มักจะ..... :47b:
ทำงานจันทร์-เสาร์นี่มันนรกชัดๆ
หลุดออกมาได้แล้ว ยินดีด้วย :25:
การ์ตูนมีแต่เรื่องดีๆเท่านั้นแหละ :52:
ใครว่ามีผลเสีย :50:
สู้ๆครับ :56:
ของพี่ดุกอ่านมันมาก :30:
สู้ ๆ ครับ :12:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 14 มี.ค. 2011, 15:17 น.
ทำงานจันทร์-เสาร์นี่มันนรกชัดๆ
หลุดออกมาได้แล้ว ยินดีด้วย :25:
เห็นควรพีี่เจนด้้วย :12:
หลุดออกมาสองปีกว่าแล้ว
ยังไงก็ไม่ยอมกลับไปทำงานอาทิตย์ละหกวันอีกเด็ดขาด :23:
ขอบคุณค่าา :27: ไล่บวก
จันทร์-เสาร์ 9.00-18.00 ด้วยนะพี่เจน นึกอยู่ว่าทนทำมาตั้ง 3 ปีกว่าได้ยังง๊ายย :3005:
วันนี้เดินเรื่องลาออกค่ะ
1. ต้องโทรไปหาที่ปรึกษาแผนกไอที ซึ่งเป็นคนฝากงานให้กวางทำที่ soken ด้วยอะแหละ
คือพี่แกติดค้างกับดุกไว้ก็มี
- ระบบ authen ที่ถ้าเกิดเพิ่ม function ขึ้นมาอันนึง แล้วมันต้องแก้ใหม่หมดตั้งแต่แรก (แล้วแกเพิ่งมาบอกทีหลัง)
แกก็ hold ไว้ก่อน เพราะแกยุ่งงานใน office ตัวเอง (แกเปิดออฟฟิศตัวเองแล้วก็กินเงินค่าดูแล server ที่ออฟฟิศดุกจ้ะ)
จนลืมไปว่าดุกรองานแกอยู่
อันนี้แกถามว่าถ้าไม่ได้เพิ่ม function ที่บอก เราจะทำให้เสร็จได้ก่อนวันที่ 25 มั้ย
ดุกรับปาก (เพราะมันเหลือแค่ 20% เอง)
- เงินค่าโปรแกรมที่จ้างดุกเขียนให้ office อื่น ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว 2 พันบาท แกรับปากว่าจะโอนให้
ตอนคุยโทรศัพท์ก็ถามนะ ว่าไปทำที่ไหน (แถว ๆ นี้แหละค่ะ) ทำไมถึงออก (รุ่นพี่ให้ไปช่วยงานค่ะ)
บอกได้มั้ยว่าทำบริษัทอะไร (ขอไม่บอกละกันค่ะ)
คุณ พ. จะยอมเหรอ อย่างน้อยพี่ว่าต้องเดือนนึงแหละ นี่แค่ 10 วันไม่ทันหรอก
(ยังไม่ได้บอกคุณ พ. เลยค่ะมาบอกพี่ก่อน เดี๋ยววางหูแล้วจะเดินไปบอกค่ะ)
นึกในใจตูไม่เชื่อแกหรอก ยังไม่ทันได้คุยเลยจะรู้ได้ไง
แกจะรู้ตัวมั้ยเนี่ย ว่าเป็นสาเหตุหนึ่งให้ตัวดุกลาออกจากที่นี่ได้แบบไม่แคร์อะไรเลย
2. ไปคุยกับคุณ พ. ซึ่งเป็นผู้อนุมัติเงินเดือนให้เรา (โดยตำแหน่งเป็นรอง MD ค่ะ ดุกต้องเกรงใจคนนี้มากกว่าที่ปรึกษาด้วยซ้ำไป)
คุณ พ. อารมณ์ดี ๆ อยู่ ก็แซวว่าวันนี้ซื้ออะไรอีกล่ะ (ปกติดุกถ้าเอาอะไรไปให้แกเซ็น ก็จะเป็นใบขอซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ค่ะ แต่งวดนี้ไม่ใช่)
พอคุณ พ. เห็นใบลาออกปั๊บ ก็ถามอ้าว จะออกแล้วเหรอ (ค่ะ) ทำไมถึงออกล่ะ (รุ่นพี่ให้ไปช่วยงานค่ะ)
แล้วจะไปที่ไหน (อยู่ตรงเซ็นทรัลนี่ล่ะค่ะ) อยู่ตรงนี้รึเปล่า ที่กวดวิชาเยอะ ๆ (ใช่ค่ะ)
ทำเกี่ยวกับอะไร (เป็นออฟฟิศ software house และก็สอนใช้เครื่อง mac อะค่ะ) เพิ่งรู้นะเนี่ยว่ามี software house อยู่ตรงนั้นด้วย
อื้มก็ดีนะจะได้หัดเขียนภาษาใหม่ ๆ แล้วเงินค่าประกันทางบุคคลว่ายังไงบ้าง (อ๋อ คืนให้ตั้งแต่ปีที่แล้วละค่ะ ทางพี่เค้าไม่มีปัญหาอะไร)
แล้วน้องที่ทำอยู่ด้วยสอนงานถึงไหนแล้ว (สอนให้เยอะแล้วค่ะเหลือตรงที่ต้องแก้โค้ดจุกจิกที่ต้องทำบ่อย ๆ แค่นั้นค่ะ)
อื้ม ดีละล่ะ ขอให้โชคดีนะ (ขอบคุณค่ะ)
ไงล่ะ ที่ปรึกษาตัวแสบ ไซโคเราไม่ได้ร้อก :02:
หัวหน้าบุคคล เลขาฯ พอรู้ว่าคุณ พ. ยอมเซ็นใบลาออกให้ดุก ก็เดินมายินดีด้วยกันใหญ่
บอกว่าเสียดายจังไปซะแล้ว แต่ยินดีด้วยนะที่ออกไปได้สักที
อย่างน้อยที่สุดเราก็รู้แล้วล่ะ ว่าเราออกจากที่นี่ก็ยังมีคนคิดถึงเรานะ :56:
Happy Ending na :)
Not like me :30:
อยากบอกว่าทำงานที่เมืองไทยแสนสบายหนักหนา
ต่างด้าวที่นี่ทำงานตั้งแต่ สิบโมงถึงห้าทุ่มทุ้กวัน (บางวันถึงเที่ยงคืน) ไม่ได้หยุดเลย
ทำงานเยอะก็รู้สึกเฉยๆนะ เหมือนชินและเป็นธรรมดาของที่นี่ไปเสียแล้ว
จริงๆก็เป็นธรรมดาแหละ เพราะรูมเมทเค้าทำงานวันนึง3กะ เรียกได้ว่าตั้งแต่ตีสี่ถึงดึกดื่นกันเลยทีเดียว
เหมือนแรงงานต่างด้าวบ้านเราเลยเนอะ :47:
เข้ามายินดีกับกวางด้วยเกี่ยวกับงานใหม่ :25:
หมีอิ่มสู้ๆ เน้อ
และ
ทำงานจันทร์-ศุกร์ สบายที่สุดแล้ว :40:
เอ๊ะ คนข้างบนนี่ใครกัน :47:
อัพเดทงานผมมั่ง
กลางปีนี้ไม่เกินกรกฎาฯ
จะไปเปิด โรงเรียนแถวๆ ถนนราชพฤษ
เป็นตึกแถว
ลองลุยตลาดที่ไม่ใช่ห้างดูสักที
ว่ามันจะแบบไหน มีงานสนุกๆ ให้ทำเยอะเลย
รวยเละ :33:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 16 มี.ค. 2011, 11:39 น.
รวยเละ :33:
ไม่เละสิ :22:
พยายามรวยตามๆ โบว์และแอนนะ
:16: อยากมีธุรกิจของตัวเองมั่งแต่ไม่รู้จะเริ่ม และทำอะไรดีแฮะ
ผลจากการอกหัก วางแผนชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลย :30:
เสร็จ project ใหญ่ที่นี่เมื่อไหร่จะลาออก แต่คงอยู่ทำโน่นนิดนี่หน่อยต่อจนถึงสิ้นปี
หาคอนโดใกล้ๆ bts/mrt/arl ไว้ แล้วก็คงแว๊บไปแว๊บมาเป็นพักๆ
อาจจะสมัครเรียนครุศาสตร์ กะเรียนดนตรีที่อยากเล่นให้เป็นจริงๆ จังๆ
แต่งนิยายที่ดองไว้ให้จบ เที่ยวโน่นเที่ยวนี่ที่อยากไปแต่ยังไม่ได้ไปให้ได้
หัดขับรถเองด้วย :07: จะผลาญตังเก็บให้หมดซักที เซ็งแล้ว
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 16 มี.ค. 2011, 15:10 น.
:16: อยากมีธุรกิจของตัวเองมั่งแต่ไม่รู้จะเริ่ม และทำอะไรดีแฮะ
ทำที่เราถนัดแหละ
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 16 มี.ค. 2011, 15:18 น.
จะผลาญตังเก็บให้หมดซักที เซ็งแล้ว
มีเงินเก็บเยอะจนเซ็งเลยเหรอ :3005:
:30: :30: :30:
ตอนนี้กำลังมองว่าจะทำร้านก๋วยเตี๋ยว แต่สูตรกำลังคิดเอง ไม่รู้จะเวิร์คมั้ย สำหรับคนชอบเนื้อย่าง :54:
เพื่อนชวนซื้อเฟรนชายไปลงที่ มข กำลังดูความเป็นไปได้อยู่ครับ
สนุกดีนะ หวาดเสียวๆด้วย :27:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 16 มี.ค. 2011, 15:23 น.
มีเงินเก็บเยอะจนเซ็งเลยเหรอ :3005:
ซื้อคอนโดก็หมดแล้วครับ :3005:
แหม๊ มีเงินพอซื้อคอนโดด้วย ตูจะดาวน์ยังลำบากเลย :30:
คอนโดแบบ เพ้นเฮ้าท์เลยปะ :3005:
ของอู๋ นี่อู๋ชอบทานก๋วยเตี๋ยวปะ
ถ้าชอบก็ลุยเลย ถ้าไม่ชอบก็อย่าทำเลย
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 16 มี.ค. 2011, 15:10 น.
:16: อยากมีธุรกิจของตัวเองมั่งแต่ไม่รู้จะเริ่ม และทำอะไรดีแฮะ
อ้างคำพูดจาก: นักศิลปะ เมื่อ 16 มี.ค. 2011, 15:21 น.
ทำที่เราถนัดแหละ
ตอนนี้มาติดแหง่กตรงนี้เหมือนกัน..
แอ้ไม่เก่งอะไรสักอย่างเลย เก่งแต่เที่ยวเล่น เรื่องหาความสุขเนี่ยถนัด..
เอามาทำงานอะไรดี นึกไม่ออก แต่อยากหลุดจากพันธนาการของมนุษย์เงินเดือนชะมัด :16:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 16 มี.ค. 2011, 15:41 น.
ตอนนี้มาติดแหง่กตรงนี้เหมือนกัน..
แอ้ไม่เก่งอะไรสักอย่างเลย เก่งแต่เที่ยวเล่น เรื่องหาความสุขเนี่ยถนัด..
เอามาทำงานอะไรดี นึกไม่ออก แต่อยากหลุดจากพันธนาการของมนุษย์เงินเดือนชะมัด :16:
ก็ทำทัวร์ไง ไหนๆก็ชอบเที่ยว
เคยเจอแยะแยะนะ ที่อยากมีธุรกิจ
ใครๆก็อยากมี แต่อยากจะบอกอย่างนึงแหละ
ว่าไม่ใช่ทุกคนจะมีได้ บางคนเหมาะที่จะเป็นแม่ค้า เป็นเจ้าของธุรกิจ
แต่บางคนก็อาจจะเหมาะกับการเป็นฟรีแลนซ์ หรือทำงานประจำมากกว่า
โบว์คิดว่าทุกคนมีที่มีทางของตัวเองแหละ
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 16 มี.ค. 2011, 15:25 น.
:30: :30: :30:
ตอนนี้กำลังมองว่าจะทำร้านก๋วยเตี๋ยว แต่สูตรกำลังคิดเอง ไม่รู้จะเวิร์คมั้ย สำหรับคนชอบเนื้อย่าง :54:
เพื่อนชวนซื้อเฟรนชายไปลงที่ มข กำลังดูความเป็นไปได้อยู่ครับ
สนุกดีนะ หวาดเสียวๆด้วย :27:
ไม่มั่นใจในสูตร ก็ลองเอามาให้ชิมก่อนได้นะครับ :54: :54:
อ้างคำพูดจาก: นักศิลปะ เมื่อ 16 มี.ค. 2011, 15:43 น.
ก็ทำทัวร์ไง ไหนๆก็ชอบเที่ยว
ไม่ชอบคนเยอะค่ะพี่โอ๋
แล้วก็ขี้เกรงใจคน คือถ้าอยู่ใกล้คนอื่นจะเซอร์วิสเขาแหลกเลย แต่ตัวเองจะไม่มีความสุข
ใครๆ ก็เชียร์ให้ทำทัวร์ ถ้าเป็นคนคิดเส้นทางให้ทัวร์น่ะพอได้ แต่ไปเองไม่ได้แน่ๆ
ปล. จริงๆ ตอนนี้คิดกันเล่นๆ กับเพื่อน ว่าอยากทำแหละ
ประมาณว่าแอ้จะเป็นคนออกแบบทัวร์ แล้วก็ติดต่อพวก Supplier (งานถนัด) กับงานเบื้องหลังทุกอย่าง
เพื่อนออกหน้าที่เหลือทั้งหมด .. แต่ไม่รู้มันเอาไง กล้ารึเปล่าก็ไม่รู้ (ไอ้เราน่ะกล้า) :30:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 16 มี.ค. 2011, 15:47 น.
โบว์คิดว่าทุกคนมีที่มีทางของตัวเองแหละ
ก็จริง
แต่ก็นั่นแหละ จะรู้ได้ไงว่าอะไรเหมาะกับเราถ้ายังไม่ได้ลองทำอย่างอื่นดูบ้าง
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 16 มี.ค. 2011, 15:47 น.
เคยเจอแยะแยะนะ ที่อยากมีธุรกิจ
ใครๆก็อยากมี แต่อยากจะบอกอย่างนึงแหละ
ว่าไม่ใช่ทุกคนจะมีได้ บางคนเหมาะที่จะเป็นแม่ค้า เป็นเจ้าของธุรกิจ
แต่บางคนก็อาจจะเหมาะกับการเป็นฟรีแลนซ์ หรือทำงานประจำมากกว่า
โบว์คิดว่าทุกคนมีที่มีทางของตัวเองแหละ
ผมคนนึงล่ะ ที่อยากมีธุรกิจของตัวเอง แต่ลักษณะชีวิต ทำธุรกิจไม่เหมาะ
เลยทำเป็นฟรีแลนซ์นี่แหละ เปิดเป็นเจ้าของกิจการไม่ได้ ไม่สามารถ
ลองมาปีนึงแล้ว :30:
อ้างคำพูดจาก: นักศิลปะ เมื่อ 16 มี.ค. 2011, 15:35 น.
ของอู๋ นี่อู๋ชอบทานก๋วยเตี๋ยวปะ
ถ้าชอบก็ลุยเลย ถ้าไม่ชอบก็อย่าทำเลย
คือไม่ได้ชอบก๋วยเตี๋ยวมากครับ แต่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวกับเนื้อย่างครับ
ส่วนตัวเอง ถ้าทำอะไรที่ถนัดมันก็ต้องกราฟฟิก
แต่ตอนนี้เบื่อๆ จริงๆ คืออยากหาอะไรทำเสริมอะครับพี่โอ๋
อยากหาอะไรให้บีทำ บีอยากทำอะไรของตัวเอง
แต่พอถามๆ เจ้าตัว คำตอบที่ได้มาก็เยอะแยะ ดูไม่ค่อยจะจริงจัง
สุดท้ายก็เลยได้แต่นั่งทำออฟฟิศกันต่อไป
ถามใจครับ ทำเองนี่เหนื่อยแน่นอน จะมาก จะน้อย จะสั้น จะยาว เตรียมตัวเหนื่อยได้แน่ๆ
จะต้องทำอะไรที่จำเป็นต้องทำ ที่ไม่เคยคิดว่าจะต้องทำแน่ๆ
กล้าก้าวข้ามขอบเขต"จุดปลอดภัย"ของตัวเองออกมารึเปล่า
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 16 มี.ค. 2011, 16:07 น.
ถามใจครับ ทำเองนี่เหนื่อยแน่นอน จะมาก จะน้อย จะสั้น จะยาว เตรียมตัวเหนื่อยได้แน่ๆ
จะต้องทำอะไรที่จำเป็นต้องทำ ที่ไม่เคยคิดว่าจะต้องทำแน่ๆ
กล้าก้าวข้ามขอบเขต"จุดปลอดภัย"ของตัวเองออกมารึเปล่า
ใช่เลยครับ คิดไปคิดมา วางแผนอยู่เหมือนกันครับ :46:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 16 มี.ค. 2011, 16:05 น.
อยากหาอะไรให้บีทำ บีอยากทำอะไรของตัวเอง
แต่พอถามๆ เจ้าตัว คำตอบที่ได้มาก็เยอะแยะ ดูไม่ค่อยจะจริงจัง
สุดท้ายก็เลยได้แต่นั่งทำออฟฟิศกันต่อไป
ปาล์มก็เริ่มจากอะไรเยอะแยะนะคะ ลองมันไปทีละอย่างสองอย่าง เดี๋ยวก็รู้ว่าอันไหนควรจับอันไหนควรปล่อย
สู้ๆ
ส่วนบักอู๋...เค้าไม่แนะนำให้ซื้อแฟรนไชส์นะ อยากแนะนำให้เอาตัวไปขลุกกับธุรกิจที่คิดจะทำก่อนซักปีนึง(อย่างน้อย)
แล้วค่อยจับมาปั้นเองจะดีกว่า อีกอย่างศึกษาตลาดมข.ดีๆนะ
ถ้าสังเกตจะเห็นได้ว่าไม่มีธุรกิจไหนอยู่แถวนั้นได้นาน (นานในที่นี้คือเกิน5-10ปี)
ตอนนี้ที่มข.ต่างจากสมัยที่เราจบมาเยอะ แปลว่าตลาดมันเปลี่ยนเร็วมากต้องศึกษาและระวังตัวนี้ให้ดีๆ
ถ้าจะเอาแฟรนไชส์จริงๆ ลองคำนวนดูว่าจุดคุ้มทุนอยู่ที่เท่าไร ใช้เวลานานแค่ไหนในการคืนทุน ถ้าเกิน1ปี เค้าแนะนำไม่ให้ลงทุน
ซำนี่หล่ะ
จุดปลอดภัยในการออกมาทำงานกิจการแบบนี้
ของผมคือ เสาร์-อาทิตย์ แค่นั้นนะ อยากทำ
หาที่ทางไว้แล้วล่ะ คิดไว้คร่าวๆ แล้ว
ขายของจุ๊กจิ๊กๆ ของผู้หญิง
ที่ยูเนียนมอลล์ ฯลฯ
เดี๋ยวเงินลงทุนมาค่อยว่ากัน
แทงกิ้วปาล์ม
พอดีเพื่อนของเพื่อนเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวแถวนั้น ยังอยู่ได้ เลยมองว่าตลาดน่าสนใจ
แต่ที่ปาล์มเตือนก็ใช่ ตลาดมันมาไวไปไว ต้องคิดกันหน่อยละ
อ้างคำพูดจาก: Palm4u เมื่อ 16 มี.ค. 2011, 16:25 น.
ปาล์มก็เริ่มจากอะไรเยอะแยะนะคะ ลองมันไปทีละอย่างสองอย่าง เดี๋ยวก็รู้ว่าอันไหนควรจับอันไหนควรปล่อย
สู้ๆ
คือ บี เป็นประเภทอยากทำนู่นนี่ เยอะแยะ
แต่ข้อมูล ที่ทางก็ยังไม่มีมากมาย พี่เลยได้แต่เบรคๆ ไว้
แล้วให้ไปหาข้อมูล มาให้ดีก่อน คือ แบบถ้าจริงจังมากกว่านี้ก็จะสนับสนุนอะนะ
ตอนนี้ก็เลยได้แต่มองๆ ว่าจะทำไรดี ก่อนหน้านี้จะทำร้านสเต็ก แต่จนทุกวันนี้ก็ยังหาที่เหมาะๆ ไม่ได้
คือตอนนี้ พี่คิดเหมือนพี่โก้ตรงเสาร์-ทิตย์นี่ล่ะ หาไรทำไปก่อน ขายนู่นนี่
จริงๆ ก็มีเพื่อนทำเสื้อผ้าอยู่ ว่าจะรับมาขายเหมือนกัน หรือไม่ก็หาคนเย็บทำของเราเอง
เพราะตอนนี้คิดว่า มันไม่เหมาะที่จะออกมาจากงานประจำมาทำอะไรไปเลยอย่างเดียว
เกิดมันไม่เวิร์คอย่างน้อยก็ยังมีอะไรให้ทำอยู่ ยอมเหนื่อยหย่อยถ้ามันเวิร์คค่อยออกมาทำอย่างเดียวไปเลย ก็ยังไม่สาย
จากที่เล่าให้ฟังเรื่องซับฯ คาดว่าใกล้ถึงไคลแมกซ์ละ
วันนี้โทรมามุกเดิม ประมาณว่ามาแถวๆ นี้ อยากนัดกินข้าวหลักเลิกงานพรุ่งนี้
ก็ตอบไปตามพี่แอ้สอน ว่า "หลังเวลางาน ไม่สะดวกครับ" :56:
งั้นเสาร์ล่ะ? / ไม่สะดวกใหญ่เลยครับ :37:
ทีนี้พี่แก ก็เริ่มกระชับพื้นที่มากขึ้น ว่าประมาณราคาเนี่ยทำเสร็จแล้วแหละ อยากให้บวบดูก่อน
ก็บอกไปว่า ไม่เป็นไรครับพี่ ส่งเมลมาเลย :47:
ก็ได้คำตอบมาประมาณว่า
"คืองี้นะ พี่ยังมีที่ติดใจสงสัยนิดหน่อย อยากจะคุยกับบวบ เดี๋ยวพี่ส่งเมลให้ละกัน แต่เอาเป็นว่าอย่าเพิ่งส่งต่อให้เจ้านายดูแล้วกันนะ" :17:
นั่นไง ผมว่าเป๊ะแล้ว ไม่ผิดจากที่พี่แอ้ว่าเลย :30:
อย่างนี้เรียกเท่าไหร่ดีครับ :51:
ไม่ใช่ละ.. :30:
เมื่อกี้เพิ่งส่งสมส.ไปว่า "ถ้ามีอะไรที่พี่สงสัย อีเมลมาพร้อม BOQ ได้เลยครับ" :56:
ดูซิ จะพูดกันตรงๆ เมื่อไหร่.. คือถ้าไม่พูดมาก่อนตรงๆ ก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไงเหมือนกันแฮะ เดี๋ยวหาว่าเราคิดไม่ดี :52:
เอาจริงๆ ตอนคุยไม่ขำนะฮะ :37:
ขำๆไว้เถอะบวบ เรื่องแบบนี้มาเรื่อยๆน่ะครับ
ถ้าบวบมีจุดยืนอยู่แล้ว ก็พูดเสียบตรงๆไปเลยก็ได้นะครับว่า
พี่อยากคุยเรื่องอะไรนอกเหนือจากงานปรกติรึเปล่า
แล้วก็ยืนยันเจตนาเราไปเลยครับ ว่าเราไม่เอาไม่ยุ่ง
ไม่น่าเกลียดหรอกนะครับ ถ้าเราออกตัวไปก่อน :37:
เฮ้อ.. มันก็มักจะเป็นซะแบบนี้แหละ วงจรอุบาทว์มันถึงยังอยู่อยู่เมืองไทย
คือคนไม่ได้ตั้งใจจะโกง แต่ดันต้องไปเจอสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยแบบสุดๆ
ใครที่ใจแข็งไม่คิดจะเอา และสภาวะทางเศรษฐกิจดี ก็พอผ่านพ้นไปได้
แต่จะมาวัดใจก็ตอนเงินในกระเป๋าง่อนแง่นนี่แหละ :37:
ส่วนพวกที่ตั้งใจเข้ามาในตำแหน่งหน้าที่เพื่อการแดกอยู่แล้ว อันนั้นก็... :08:
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 17 มี.ค. 2011, 15:42 น.
ขำๆไว้เถอะบวบ เรื่องแบบนี้มาเรื่อยๆน่ะครับ
ถ้าบวบมีจุดยืนอยู่แล้ว ก็พูดเสียบตรงๆไปเลยก็ได้นะครับว่า
พี่อยากคุยเรื่องอะไรนอกเหนือจากงานปรกติรึเปล่า
แล้วก็ยืนยันเจตนาเราไปเลยครับ ว่าเราไม่เอาไม่ยุ่ง
ไม่น่าเกลียดหรอกนะครับ ถ้าเราออกตัวไปก่อน :37:
โอเคฮะ ขอจดประโยคนี้ไว้เลย :37:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 17 มี.ค. 2011, 15:48 น.
เฮ้อ.. มันก็มักจะเป็นซะแบบนี้แหละ วงจรอุบาทว์มันถึงยังอยู่อยู่เมืองไทย
คือคนไม่ได้ตั้งใจจะโกง แต่ดันต้องไปเจอสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยแบบสุดๆ
ใครที่ใจแข็งไม่คิดจะเอา และสภาวะทางเศรษฐกิจดี ก็พอผ่านพ้นไปได้
แต่จะมาวัดใจก็ตอนเงินในกระเป๋าง่อนแง่นนี่แหละ :37:
ส่วนพวกที่ตั้งใจเข้ามาในตำแหน่งหน้าที่เพื่อการแดกอยู่แล้ว อันนั้นก็... :08:
ว่ากันตรงๆ ละอยากได้ชิบหายเลยแหละ แต่ได้ไม่คุ้มเสียแน่นอน :47:
บอกไปเลยถ้าไม่ได้ล้านนึงผมไม่รับ
แล้วลาออกเลยนะ :30:
แต่ถ้าเค้าอยากคุยเรื่องระหว่างเรา
แล้วจะเอาตัวเอ็งไปทำอย่างอื่น
อันนี้ก็แล้วแต่เลยนะ :56:
อยากจะ connect people อะนะ :56:
:56:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 16 มี.ค. 2011, 15:51 น.
ก็จริง
แต่ก็นั่นแหละ จะรู้ได้ไงว่าอะไรเหมาะกับเราถ้ายังไม่ได้ลองทำอย่างอื่นดูบ้าง
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 16 มี.ค. 2011, 15:52 น.
ผมคนนึงล่ะ ที่อยากมีธุรกิจของตัวเอง แต่ลักษณะชีวิต ทำธุรกิจไม่เหมาะ
เลยทำเป็นฟรีแลนซ์นี่แหละ เปิดเป็นเจ้าของกิจการไม่ได้ ไม่สามารถ
ลองมาปีนึงแล้ว :30:
คุณเจนภพ ไม่ได้บอกว่าไม่ให้ลองนิ ต้องลองน่ะถูกต้องแล้ว
เช่น ลองหาซีดงซีดีมาขาย แล้วจะรู้ว่ากำไรเยอะไรงี๊ (มุกภายในสุดๆ)
ขยายความ ที่บอกว่าทุกคนมีที่มีทางของตนเอง
หมายควายว่า หลายๆคน เห็นคนนั้นคนนี้ประสบความสำเร็จแล้วก็อยากทำตาม
แต่ไม่ได้ดูกำลังและความสามารถของตนไง ดังนั้นจะเห็นความฝันร้านขายเสื้อผ้า
ร้านกาแฟร้านไอติมของใครหลายๆคนเปิดเยอะแยะเต็มไปหมด
และสุดท้าย
ก็เจ๊ง ซึ่งเห็นมาเยอะมาก
ล่าสุดเลย ร้่านตำมั่ว ส้มตำน่ะ เป็นร้านดังที่ปทุม พี่เจนพี่ติ๊กก็เคยไปกินขายดีมาก
และตอนนี้เค้าเปิดเฟรนไชน์ เลยมีคนอยากทำตามไปซื้อเฟรนไชน์มา
อยู่แถววังหินเจ้านึง เมื่อวานโบว์ไปกินมา สรุปฟันธงได้เลย ว่าไม่เกิน 3 เดือนเจ๊ง
เพราะไม่มีคนเลย
อีกตัวอย่างอันนี้ตัวเองเลย คือเห็นชาวบ้านเค้าเอากางเกงมาขายแล้วขายดีมาก เค้าขายกันได้หลายหมื่น
เลยไปซื้อมาขายบ้าง ลงทุนไปเกือบหมื่นเลย สรุปว่าเจ๊ง ขายไม่ออกซักตัว
ใส่คนเดียวยังใส่ไหมหมดเลย :30:
เลยบอกว่าทุกคนมีที่มีทางของตนเอง บางคนไม่ได้เหมาะที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจเสมอไป
บางคนอาจจะเหมาะกับเป็นฟรีแลนซ์หรือทำงานประจำมากกว่า
แต่ถ้าใครคิดว่าอยากลองและมีเงิน ไม่เจ๊งก็เจ๊าหรืออาจจะรุ่งก็ได้ใครจะรู้ :12:
มีกางเกงกี่ตัวเนี่ย :30: :30:
โอ้ย ราคาส่งตัวละ 280 ชาวบ้านขายกัน 450
ซื้อมาเกือบหมื่น กะรวยเต็มที่ ใส่เองไม่ไหวเลย :30: :05:
มันอยู่ที่ดวง และโอกาสด้วย
เหมือนอย่่างรุ่นพี่คณะปลั๊ก ทำตุ๊กตาทำมือแบบกราฟิกหน่อยๆ ทำขายถนนคนเดินเชียงใหม่นี่แหละ
ก็ขายไม่ค่อยดีเท่าไร แต่วันดีคืนดี ฝรั่งมาซื้อมาชอบ ติดต่อเอาไปขายเมืองนอกเมืองนา
สุดท้ายตอนนี้ ตุ๊กตาแกวางขายตาม Loft , be trend ,b2s เรียบร้อยแล้ว :12:
เอามาลงขายในนี้ด้วยเลยสิคะพี่โบว์ เผื่อมีคนสน อรว่ามันสวยนะคะ :25:
อยากลองซื้อมาแก้ทรงเหมือนกันล่ะค่ะ มาทำเป็นทรงเอวสูง
อรใส่แล้วตลกน่าเกลียดมาก (พลาดที่ตัวอรเองนะคะไม่ใช่กางเกง) :30:
ทำพี่เสียเซ้ว มาก :30:
เรื่องกางเกงนั่นตูไม่รู้เลย :0705:
คืองี้ เพิ่งมานึกดูว่าในที่สุดแล้วเราแต่ละคนจะมีอะไรบางอย่างที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เกิด
หรืออย่างน้อยก็ตั้งแต่เด็กๆ คือจะต่อต้านยังไงในที่สุดก็หนีสิ่งที่ถูกลิขิตไปได้ยากแฮะ
(อ่านถึงบรรทัดข้างบนแล้วอาจจะอยากเถียง แต่ขอให้อ่านต่อไปและนึกซะว่าตูขยันอธิบายพอ)
คืออย่างตูนี่พ่อแม่เป็นครู ดูสิทำไปทำมาทุกวันนี้ก็เป็นครูในหลายโอกาส
คือปีนี้ได้เป็นครูสอนชาวบ้านมากกว่าได้ทำเว็บอีก :3005:
แล้ววิชาถาปัดที่ไม่ได้ร่ำเรียนส่วนที่เป็นสาระมาเลย
อย่างน้อยก็ได้หยิบจุดแข็งของมันมาใช้ ..ใช้เยอะด้วย แต่ไม่แสดงออก
เวลาใครถามว่าเสียดายเวลา 5 ปีที่เรียนคณะนี้แล้วเรียนได้ในระดับเฮงซวยไหม ตูจะตอบว่าไม่
ส่วนโบว์อันนี้ชัดเจน เกิดมาด้วยสายเลือดแม่ค้าเข้มข้นมากๆ
เคยไปทำงานเออีอยู่อมรินทร์ได้เดือนครึ่งก็ลาออก
มาขายของ แล้วก็พบว่าเออ นี่แหละชีวิต
ไอ้นั่นยังไม่พอ
เพิ่งกลับมาจากขอนแจ่น เจอคุณพ่อลูกอ่อนคนนึงมาต้อนรับ (http://stu45.com/forum/index.php?topic=2908.msg76654#new)
พอได้คุยไปคุยมา ก็เออว่ะ ชีวิตดั่งละครจริงๆ
คือจะอินดี้แค่ไหนก็ตาม แต่เชื่อเถอะว่าในชีวิตมันจะมีเหง้าบางอย่างอยู่ ที่วันหนึ่งเราก็ต้องไปทางนั้นจนได้
แล้วก็ไปได้โอเคด้วยนะ ถ้าไม่โดนคู่แข่งมาดักยิงซะก่อน
ทั้งหมดนี่มาแนวงมงายล้วนๆ นะครับโพสต์นี้ อ่านข้ามๆ ไปเถอะ
คุณพ่อลูกอ่อน ที่ผันชีวิตจากช่างภาพสถาปัตยกรรม ถ่ายภาพอาคารเท่ๆ ลงหนังสือที่เด็กแนวชอบอ่านแล้วทำเป็นเข้าใจกัน ไปเป็นผู้รับเหมางานราชการอยู่ต่างจังหวัดอะนะครับ :30:
เรื่องมันยาว :30:
งานหลุด เห็นมีมาบ่นในเฟซบุ๊กว่าเสียดายค่านมลูกด้วยล่ะ :30:
เดี๋ยวรอจบไปอีกสองสามโปรเจ็กต์แล้ว จะมาคุยในนี้ด้วยค่ะ
กำลังดูและพยายามที่จะเน้นย้ำแนวทางตัวเองอยู่
ถ้าดูตามลิขิตของทางบ้านคงยาก เพราะที่บ้านแต่ละคนก็หลายหลากสาขามาก
อย่างป๊าอรก็เป็นสัตวิศวะคอมช่างเครื่อง.. มีอะไรทำหมด :3005:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 17 มี.ค. 2011, 23:19 น.
เรื่องกางเกงนั่นตูไม่รู้เลย :0705:
ไม่รู้ได้ไงคะพี่แอน วันนั้นยังแซวว่าอรใส่กางเกงลูกเสือ / กางเกงนักเรียนอยู่เลยค่ะ :0705:
อ๋อ ไอ้นั่นเองเรอะ ตูก็คิดว่ากางเกงยีนส์อะไรงี้ :0705:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 17 มี.ค. 2011, 23:19 น.
เรื่องกางเกงนั่นตูไม่รู้เลย :0705:
คืองี้ เพิ่งมานึกดูว่าในที่สุดแล้วเราแต่ละคนจะมีอะไรบางอย่างที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เกิด
หรืออย่างน้อยก็ตั้งแต่เด็กๆ คือจะต่อต้านยังไงในที่สุดก็หนีสิ่งที่ถูกลิขิตไปได้ยากแฮะ
(อ่านถึงบรรทัดข้างบนแล้วอาจจะอยากเถียง แต่ขอให้อ่านต่อไปและนึกซะว่าตูขยันอธิบายพอ)
คืออย่างตูนี่พ่อแม่เป็นครู ดูสิทำไปทำมาทุกวันนี้ก็เป็นครูในหลายโอกาส
คือปีนี้ได้เป็นครูสอนชาวบ้านมากกว่าได้ทำเว็บอีก :3005:
แล้ววิชาถาปัดที่ไม่ได้ร่ำเรียนส่วนที่เป็นสาระมาเลย
อย่างน้อยก็ได้หยิบจุดแข็งของมันมาใช้ ..ใช้เยอะด้วย แต่ไม่แสดงออก
เวลาใครถามว่าเสียดายเวลา 5 ปีที่เรียนคณะนี้แล้วเรียนได้ในระดับเฮงซวยไหม ตูจะตอบว่าไม่
ส่วนโบว์อันนี้ชัดเจน เกิดมาด้วยสายเลือดแม่ค้าเข้มข้นมากๆ
เคยไปทำงานเออีอยู่อมรินทร์ได้เดือนครึ่งก็ลาออก
มาขายของ แล้วก็พบว่าเออ นี่แหละชีวิต
ไอ้นั่นยังไม่พอ
เพิ่งกลับมาจากขอนแจ่น เจอคุณพ่อลูกอ่อนคนนึงมาต้อนรับ (http://stu45.com/forum/index.php?topic=2908.msg76654#new)
พอได้คุยไปคุยมา ก็เออว่ะ ชีวิตดั่งละครจริงๆ
คือจะอินดี้แค่ไหนก็ตาม แต่เชื่อเถอะว่าในชีวิตมันจะมีเหง้าบางอย่างอยู่ ที่วันหนึ่งเราก็ต้องไปทางนั้นจนได้
แล้วก็ไปได้โอเคด้วยนะ ถ้าไม่โดนคู่แข่งมาดักยิงซะก่อน
ทั้งหมดนี่มาแนวงมงายล้วนๆ นะครับโพสต์นี้ อ่านข้ามๆ ไปเถอะ
เห็นด้วยครับ ทุกวันนี้ผมยังต้องกลับไปไถนาอยุ่เลย กลับมาแผลเต็มตีน
ทำให้รู้ว่าการมานั่งทำงานตั้งโต๊ะ ทำให้ตีนบอบบางขึ้นเยอะเลย :05:
วันนี้ไปพรีเซนท์งานที่จะทำฟรีแลนซ์มาค่ะมา.. ถ้าเกริ่นเป็นหัวข้อย่อยๆ ก็
Pros:
- ลูกค้าไม่อ๊อด รับฟัง เปิดใจ
- คุยง่าย กล่อมง่าย เป็นประเภทถูกเอาเปรียบง่ายมาก
(แต่อรคงไม่ไปเอาเปรัยบอะไรเค้าหรอกค่ะ :30:)
- ค่อนข้างลงทุนกับการทำงาน
- แม่บ้านที่โรงงาน
Cons:
- ลูกค้าไม่รู้ว่าทำเว็บต้องมีอะไรบ้าง
- อยากได้เว็บถูก
- งานใหม่สำหรับอร อาจจะต้องงมๆบ้าง แอบลุ้น
ก่อนอื่นเลยคือนัดลูกค้าวันนี้ เวลาประมาณ 9 โมง (จะได้สร้างภาพดูขยัน มีไฟ และกระตือรือร้น)
ออกปากขอค่าเดินทางน้ำมันเค้าด้วย เพราะโรงงานไกล :30:
ตื่นตั้งแต่ 6 โมงมาเช็คพรีเซ็นเทชั่นงานที่จะทำมาเสนอก่อนออกจากบ้าน
แล้วก็มาถึง มานั่งรอที่โรงงานตอนประมาณ 8 โมงครึ่ง (สร้างภาพว่าเป็นคนตรงต่อเวลา)
มีแม่บ้านเดินมามองหน้าแล้วก็หายไปเงียบ ก่อนกลับมาพร้อมโอวัลตินอุ่น :25:
เข้าห้องประชุม เอาไฟล์ลงเครื่องเตรียมเปิด slideshow (แน่ะ! เหมือนจะโปร!!)
ก่อนหัวข้อคุยงานก็อธิบายเป็นไปประมาณว่า... แนะนำตัวกันเล็กน้อย
ชื่ออรนะคะ เป็นนักศึกษาจบใหม่ค่ะ เรียนมาทางด้านการออกแบบกราฟฟิก
เมเจอร์ทาง interactive media และเว็บ ดีไซน์ ค่ะ (เปิดงานให้ดูนิดนึง)
"ก่อนอื่นก็ขอคุยรายละเอียด และให้ช่วยเรื่องพื้นฐานของบริษัทก่อนนะคะ
เพื่อจะได้ช่วยในการนำเสนอ และตัดสินใจในแง่การวางโครงสร้างเว็บได้ค่ะ"
:52: *คุยแป๊ปนึง*
อ่ะ.... บริษัทเราก็มีสามส่วนนะ ก็มีหน้ารายละเอียด แล้วก็อยากมีหน้าเว็บที่ขายของด้วย
อยากมีอัพเดทข่าวสารหน้าเว็บว่าทำกิจกรรมอะไรไปแล้วบ้าง มีติดต่อ customer service
แล้วก็อยากให้เวลา serch google แล้วขึ้นมาด้วย น่าจะประมาณนี้
อ่ะ.... เอาแล้วไง...... ที่พูดมา "ยัง" ทำไม่เป็นทั้งนั้นเลย
เอาวะ จะบอกทำไม่เป็นแล้วขอกลับบ้านก็ไม่เอาด้วยหรอก
ของอย่างนี้มันเรียนรู้กันด๊ายยยยยยย :3005:
ต่อค่ะ....
พอเค้าพูดเสร็จ อรก็เขียนขึ้นบอร์ดว่า เค้าจะมีหัวข้อตามนี้ๆๆๆ
:53:
"จากที่พี่พูดนะคะ ตรงนี้ถ้าได้งานอรจะคิดค่าวางผังเว็บนิดหน่อยนะคะ (ออกตัวก่อนเลย)
แสดงว่าจะแบ่งหน้าเว็บประมาณนี้ใช่ไหมคะ"
แล้วก็เขียนหัวข้อง่อยๆบนบอร์ด คิดไปด้วยว่าน่าจะออกมาแบบไหนยังไง
:53:
"ก็ขออนุญาตถามก่อนนะคะว่าอยากให้แจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายไปในตัวด้วยไหมคะ
ถ้าชี้แจงด้วยเลยพี่จะได้ตัดสินใจได้ค่ะ ว่าเว็บของพี่สมควรมีออพชั่นอะไรที่จำเป็นบ้างค่ะ
ถ้าอรได้มาทำตรงนี้ อรก็จะใส่ออพชั่นให้ตามที่เว็บควรมี.. จะได้ตรงตามความต้องการพี่ค่ะ"
:52:
"แล้วน้องอรว่าพวกพี่ควรฟังไหม?"
:53:
"ก็อยากให้เว็บออกมาสมบูรณ์ใช้งานได้จริงน่ะค่ะ จะได้ประหยัดเวลาพี่ด้วยค่ะ
ถ้าอรได้งาน พวกเราก็จะได้ทำงานได้กระชับขึ้นน่ะค่ะ" :56:
แล้วก็เขียนร่าง flowchart ง่อยๆ
:53:
"เว็บของพี่ก็จะมีหน้า home นะคะ.. จากที่พี่บอกหน้าหลักมีประมาณ 4 หน้าใช่ไหมคะ..."
แล้วก็คุยว่าหน้าย่อยแตกจากหัวข้อหลักมีประมาณกี่หน้า น่าจะแบ่งหัวข้อละกี่หน้าๆ
"หน้าแกลอรี่เอาแบบไหนยังไงคะ ถ้าทำเป็น slideshow ก็จะคิดเพิ่มนะคะ
ตรงไหนเป็นส่วนอัพเดท ตรงไหนเป็นหน้าที่ไม่มีการอัพเดท อรคิดราคาแต่ละหน้าไม่เหมือนกันนะคะ
เพราะต้องวางโครงสร้างเพื่อให้เหมาะต่อการอัพเดทค่ะ"
:52:
"ต้องอัพเดทแบนี้ อย่างนี้พี่ต้องหาคนดูแลเว็บที่อัพเดทเว็บได้ด้วยใช่ไหม? ใช้ joomla ได้ไหม?"
"อ๋อ จากที่พี่บอกว่ามีการอัพเดทน่ะค่ะ อรก็เสนอตัวเลือกเป็น wordpress ให้นะคะ
ไม่ทราบว่าพี่ๆเคยใช้งาน wordpress กันมาก่อนไหมคะ?"
:52:
"ไม่เคยได้ยินน่ะ น้องคนก่อนนี้บอกใช้ joomla ง่ายที่สุด"
:53:
"อันนี้แล้วแต่ความสะดวก แล้วก็ความถนัดนะคะ ยังไงอรลองให้พี่ดู wordpress เป็นตัวเลือกแล้วกันค่ะ"
แล้วก็เปิดหน้าเว็บที่ทำทีสิส :30:
เข้า wordpress จากตรงนั้น อธิบายนิดๆหน่อยๆว่าอัพเดทตรงไหนยังไง แก้ sidebar ได้นะงั้นงี้
อัพเดทให้ดูว่ามันง่ายและว่องไวมาก "คือพี่เข้าถึง back-end ได้ง่ายมากๆค่ะ ใช้งานได้ง่ายด้วย"
:52:
"โปรแกรมฟรีไหม?"
:53:
"ฟรีค่ะ แต่ถ้าพี่จะใช้อรคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มค่ะ....."
:52: *หัวเราะ*
"อ้าว งั้นพวกพี่หัดทำกันเองไม่ดีกว่าเหรอ ฟรีด้วยง่ายด้วยเนี่ย"
:53: *หัวเราะตาม*
"แหม... ก็มีหนูมาช่วยออกแบบมาช่วยทำให้ไงคะ เวลาของพี่ๆมีค่าค่ะ แบ่งเล็กน้อยมาจ้างหนูทำให้ดีกว่าค่ะ
การทำเว็บหนูเองไม่ได้เอาที่เค้ามีอยู่แล้วมาแปะๆรูปแล้วให้พี่ค่ะ หนูออกแบบโดยคำนึงหลายอย่างค่ะ
ว่าทำยังไงให้เข้ากับบริษัทพี่ ควรใช้รูปแบบไหน อะไรที่ควรมี.... พี่จะได้นำไปใช้ทำงานต่อได้สะดวกๆค่ะ"
:52:
"ขอบคุณมากครับ น้องอรไปพักทานน้ำก่อนได้นะครับ ขอพวกพี่คุยกันแป๊ปนึงก่อนแล้วกันนะครับ"
หลังคุยตรงนี้ประมาณ 20 นาที ก็ออกมารอแบบไม่ลุ้น.. ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
ถือว่าประสปการณ์พรีเซ้นท์ก่อนรับทำเว็บครั้งแรก คิดว่าพูดไม่ค่อยดี แต่ก็พยายามแล้วน่ะ!
:12:
เจ๋งๆๆ หนุกดี นึกถึงสมัยไปรับงานแรกเลย :25:
ขอบคุณลุงอ๋าค่า :53:+
อันนี้ตอนจบแล้ว..
หลังรอลุ้น กลับเข้าไปปุ๊ป
:52:
"พี่บอกไว้ก่อนเลยนะครับ...
..ตอนแรกพี่จะเอาน้องที่ทำ joomla แล้วล่ะ เพราะของน้องพี่ไม่ค่อยเห็นงานเท่าไหร่
แต่พี่ว่าน้องดูรับผิดชอบ ดูมีความรู้ ปรับตัวได้ กับน้องน่าจะคุยง่ายกว่า (แน่ะ.. คาดหวังมาแล้วไง)
ตกลงพี่เลือกน้องมาทำเว็บให้ทางเรานะครับ ที่พรีเซ้นท์วันนี้ขอบคุณมากครับ เคลียร์ดี"
// คิดในใจ เคลียร์จริงเหรอ รู้สึกตัวเองพูดงงมาก แล้วนี่ยังไม่บอกด้วยว่าจะคิดเท่าไหร่ :3005:
:52:
"ยังไงน้องอรทำราคาแล้วก็ส่งมาให้พี่เลยนะคะ (พอคุยงานเสร็จพูดคะขาด้วยเลย :30:)
ตอนแรกพี่คิดว่าจะลงทุนกับเว็บนี้ซักประมาณสองหมื่นบาทน่ะค่ะ
ก็... จากที่น้องพูดก็เห็นว่า เอ้อ ถ้าอรทำเว็บนี่.. รายละเอียดมันต้องใส่ใจเยอะเนอะ
น้องอรก็บวกลบดูนะคะ คิดค่าเหนื่อยอะไรยังไงให้มาเต็มๆก่อน ส่วนลดว่ากันอีกที ขอแค่อย่าเกินสี่หมื่นห้าค่ะ"
:53:
"ขอบคุณพี่ๆมากนะคะ เดี๋ยวถ้ายังไงสงสัยข้องใจก็เมลล์หาอรได้เลยค่ะ"
ก็.... เป็นประสปการณ์ที่ดีค่ะ จบเก๋ๆ
พรีเซ้นท์เสร็จแล้วก็คุยเล่นต่อเรื่องว่าจะทำ Gantt chart ใน excel พร้อมใบราคาประเมินคร่าวๆให้
พร้อมกับปฎิทินตารางงาน ว่างานไหนใช้เวลากี่วัน deadline ส่งเมื่อไหร่ยังไง
คุยเล่นด้วยว่าทำ page ใน facebook ดีไหม (อาจจะแนะนำเดือนแล้วแบ่งค่าขนมนิดหน่อย)
แล้วก็แชร์ไอเดียการตลาดเค้านิดหน่อย.. อาจจะได้ค่าจ้างตรงการตลาดเพิ่มด้วย
เหมือนเค้ารู้สึกว่าเราเก่งมาก... แต่จริงๆง่อยนะ...... :3005:
แต่โดยรวมดีค่ะ ถือว่าปูทางสู่การมำงานเว็บอย่างไม่สมบูรณ์
เปิดโอกาสเรียนรู้เพิ่มเติมนอกระบบการศึกษาอย่างมาก
ใครมีอะไรแนะนำก็บอกได้นะคะ อรยังไม่ค่อยรู้เรื่อง ต้องเรียนอีกเยอะค่ะ :27:
ไอ search แล้วติดหน้าเว็บนะ อร
ง่อยๆ เค้าจ้างเป็นหมื่นแล้วนะ :47:
จ้างเป็นหมื่นก็ไม่รู้จะติดรึเปล่าด้วยนะ :47:
รู้สึกว่าสองหื่นมันน้อยนะ จากคนทำเว็บไม่เป็น :47:
แต่เว็บบ.ตู จ้างเพื่อนแก้เทมเพลตเอาสามพันเท่านั้นแหละ สามเว็บรวมกันแบบ แทบไม่มีไรต่างเลยรวมแก้งาน หมื่นนิดๆ ไม่รวมค่าเทมเพลต :47:
ฟรีแลนซ์ก็ประมาณนี้แหละ (นอกจากฟรีแลนซ์เมพๆ ที่มีชื่อเสียงพอสมควร)
ออกแบบบ้านยังโดนตัดราคาเล้ย
:11:
เค้ามาจ้างทำเว็บ บอกไปแปดพันเค้ายังบอกแพงเลย :05:
ปลั๊กต้องเอาตารางการทำงานกราฟิกที่ให้เลือก 2 อย่าง
ให้เค้าดูเลย
ยังไงครับ :09:
อ่านของพี่ศักดิ์ไม่เข้าใจเหมือนกัน :05:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 23 ก.พ. 2011, 15:52 น.
ขุดจ้ะ มีแปลไทยแล้ว :25:
(http://farm6.static.flickr.com/5132/5470752770_0e7960f016_o.jpg) (http://www.flickr.com/photos/iannnnn/5470752770/)
เรียนท่านลูกค้าผู้มีอุปการคุณทุกท่านโปรดทราบ (http://www.flickr.com/photos/iannnnn/5470752770/#)
แปลโดย @adamy (http://twitpic.com/42u0jm) จ้ะ
อ้อ :30:
น่าเอาไปแปะในหน้าสุดท้ายเวลาไปเสนองานนะ :30:
ตูก็นึกว่าเคยเห็นกันหมดแล้ว
ขอบคุณพี่เจนมากครับ :46:
อ่อ เคยเห็นแต่แบบภาษาอังกฤษ อ่านตอนนั้นยังงงๆเลย :30:
แต่แบบนี้เคลียร์ดี :12:
เคยเห็นแหละพี่สัก แต่ไม่เข้าใจว่าพี่หมายถึงอะไร :30:
ไอ้ควาย :30:
พี่อนล อย่าไปว่าคุณบวบสิครับ :30:
อ้าว :05:
เค้าป่าวน๊า :05:
บันทึกไว้หน่อย
ครบหนึ่งเดือนสำหรับการทำงานที่ใหม่ผ่านไปแล้ว
สนุกสนานกับการทำงานที่แทบไม่ได้อยู่ office มากๆ
ถึงแม้จะเลิกงานไม่เป็นเวลา หรือว่าจะยังไม่ได้ทำอะไรมากนัก ช่วยเค้าทำโน่นนี่นั่นไปเรื่อย
เพราะยังไม่ได้ต้องไป handle เครื่องจักรที่ส่งต่อไปยังลูกค้าซักเครื่อง
เพราะช่วงนี้ยังไม่มีเครื่องที่เค้าสั่งเพิ่ม ถ้ามีเค้าก็อาจจะโยนมาให้เราจัดการ
แต่ก็ช่วยดู ช่วยซ่อมเครื่อง ช่วยอัพเกรดพวก tool แบบรวมๆ
ติดต่อกับ software ฝั่งฮ่องกงนิดหน่อย
ชักอยากติดแก๊สให้รถแล้่ว ขับรถเดินทางบ่อยขึ้น รู้สึกว่าเปลืองค่าน้ำมันไปหน่อย
ถึงบริษัทจะมีค่าน้ำมัน+ค่าชดเชยให้ก็ตาม รู้สึกว่ามันจะไม่ค่อยพอ
ถ้าติดแก๊สจะได้คุ้มกับที่ตั้งใจทำงานขึ้่นอีกหน่อย
:12: สู้ๆครับ
อ้างคำพูดจาก: ฟิ้งซ์ เมื่อ 21 มี.ค. 2011, 21:44 น.
บันทึกไว้หน่อย
ครบหนึ่งเดือนสำหรับการทำงานที่ใหม่ผ่านไปแล้ว
สนุกสนานกับการทำงานที่แทบไม่ได้อยู่ office มากๆ
ถึงแม้จะเลิกงานไม่เป็นเวลา หรือว่าจะยังไม่ได้ทำอะไรมากนัก ช่วยเค้าทำโน่นนี่นั่นไปเรื่อย
เพราะยังไม่ได้ต้องไป handle เครื่องจักรที่ส่งต่อไปยังลูกค้าซักเครื่อง
เพราะช่วงนี้ยังไม่มีเครื่องที่เค้าสั่งเพิ่ม ถ้ามีเค้าก็อาจจะโยนมาให้เราจัดการ
แต่ก็ช่วยดู ช่วยซ่อมเครื่อง ช่วยอัพเกรดพวก tool แบบรวมๆ
ติดต่อกับ software ฝั่งฮ่องกงนิดหน่อย
ชักอยากติดแก๊สให้รถแล้่ว ขับรถเดินทางบ่อยขึ้น รู้สึกว่าเปลืองค่าน้ำมันไปหน่อย
ถึงบริษัทจะมีค่าน้ำมัน+ค่าชดเชยให้ก็ตาม รู้สึกว่ามันจะไม่ค่อยพอ
ถ้าติดแก๊สจะได้คุ้มกับที่ตั้งใจทำงานขึ้่นอีกหน่อย
ชัวร์นะครับว่าบริษัทยอมจ่ายให้รถติดแก๊ส บางบริษัทไม่ยอมนะเอ้อ :30:
ถ้าผ่านข้อนี้ติดเลยพี่ (ยุ) แก๊สลิตรละ 11 บาทกว่า น้ำมันลิตรละ 40 ตอนนี้บ้านผมเหลือแต่รถตู้แล้วที่ไม่ได้ติด :30a:
มาอัพเดตชีวิตหลังจากตกอับจากอ้อมอกสาวเหนือซะหน่อยครับ
เวิ่นเว้อนะครับ ไม่รู้ยาวไหม ถ้ายาวมากก็ผ่านๆ ไปเถอะนะครับ
จากนั้นก็มาทำงานกิ๊กๆ ก๊อก ได้สองเดือน
พร้อมกับหางานใหม่แบบชิวๆ ถ้าถูกอกถูกใจก็ไปว่างั้น
ขณะแฮปปี้นิวเยียร์ 2554 อยู่นั่นลูกพี่ก็โทรเข้ามา
บอกว่าให้มาทำงานแทนคนเก่าที่ออกไปตามสัญญาสักหนึ่งเดือน
ระหว่างนั้นผมก็ยังชิวจนเมื่อมีข่าวร้านสิ้นเดือนนั้น
ว่ายังหาคนมาแทนผมไม่ได้
จากคนเคยทำงานทุกวันมานั่งในคอกเล็กๆ
มองไปทางไหนก็เห็นแต่จอมอนิเตอร์
แถมกับนั่งว่างไปวันๆ นานๆ มีงานจอกหรอกแจกแหรกมาให้ทำที
โอวววว มนุษย์เงินเดือนอะไรจะสบายปานนี้
ด้วยความอัดอั้นตันใจจึงแย๊บเบาๆ ให้หัวหน้าโครงการว่าจะออก
"ผมไม่ไหวแล้วครับ สมองผมฝ่อหมดแล้ว"
ไม่นานจากนั้นลูกพี่ก็โทรมาว่าจะออกหรอ
ได้แต่ตอบไปว่าผมก็อยู่ทำไปก่อนแหละครับพี่
จนกว่าพี่จะมีคนมาแทน แต่ผมไม่มีอะไรทำเลยครับพี่ครับ
และไม่นาน
ลูกพี่บอกว่ามีคนมาแทนแล้ว
อ้าวซวยแล้วกู แล้วที่บอกเค้าว่าจะออกนี่กูต้องออกใช่มั้ยเนี่ย
กระวนกระวายหางานแบบเร่งด่วน งานถูกอกถูกใจกูไม่สนแล้ว
ตระเวนสัมภาษณ์งานทุกอาทิตย์
ติดนิสียกวนๆ ผู้สัมภาษณ์ทุกรอบ
ดอกเตอร์ตูก็ยังไม่เว้นอีก
หางานลำบากเพราะประสบการณ์สะเปะสะปะ
พร้อมต่อสู้กับพลังนักศึกษาจบใหม่จากเตาหอมกรุ่น
ถลอกปอกเปิกมาพอตัว จนได้งานใหม่เป็น QA
เขาให้ไปหาข้อบกพร่องของไลน์การผลิต
ทั้งเครื่องจักรและคน คุยกับเครื่องง่ายจัง
แต่คุยกับคนนี่ปัญหาหนักหนานัก
แถมต้องนำปัญหาเหล่ามามาทำสถิติและปรับแก้
เพื่อลดของเสียให้มากที่สุด
ปัญหาคือต้องไปอยู่ในกรงขังแห่งโรงงาน
กลายเป็นนกปีกหักมองไม่เห็นท้องฟ้าและก้อนเมฆ
งานท้าทายแต่อยากทำในเชิงเทคนิคมากกว่า
สุดท้าย เงินเดือนลดลงฮวบ
และตอนนี้กระแสความคิดสับสนหาทางไปไม่ถูก :48: :41: :16:
ตูแค่เห็นเจี้ยมโพสต์ยาวตูก็อยากอ่านแล้ว :12:
โพสต์นี้โพสต์เดียวยาวกว่าที่มันโพสต์มาตลอดปีนี้อีกมั้ง :30:
เจี๊ยมอ่าน The rule of work กับ The toyota way น่าจะช่วยได้นะ
รู้สึกเจี้ยมยังงงๆ อยู่เลยเนอะ
แต่ไม่เป็นไรนะน้อง อายุแค่นี้เอง ยังงงได้อีกเยอะ
ค่อยๆ หาไป เดี๋ยวก็เจอเองว่าอะไรที่เหมาะกับเรา :12:
(พี่อายุปูนนี้แล้ว ยังหาไม่เจอเลย)
ขอบคุณครับ :46:
ยังอึดอัดใจพอสมควร
แต่ก็คงต้องทำที่นี่
ไม่ได้ขอตังค์แม่มานานจะกลับไปขอมันเขิน :30:
ไม่ต้องเขินหรอก ขอมาเผื่อตูด้วย
ทำงานกับจักรีครับ บริษัทใหญ่โต เครือข่ายกว้างขวาง :47:
แต่เงินทองไม่มีจ่ายนะครับ มาทำได้เลย ยินดีๆ
เจ๋ง :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 22 มี.ค. 2011, 00:27 น.
ชัวร์นะครับว่าบริษัทยอมจ่ายให้รถติดแก๊ส บางบริษัทไม่ยอมนะเอ้อ :30:
ถ้าผ่านข้อนี้ติดเลยพี่ (ยุ) แก๊สลิตรละ 11 บาทกว่า น้ำมันลิตรละ 40 ตอนนี้บ้านผมเหลือแต่รถตู้แล้วที่ไม่ได้ติด :30a:
จ่ายหมดครับ ไม่สนใจว่าจะใช้น้ำมันหรือแก๊ส ค่าทางด่วน แท็กซี่ ค่าโรงแรม เบิกจ่ายได้หมดทั่วโลก
ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีนะ
ค่าโรงแรมด้วยเหรอ :51:
เอ้ เมื่อวานมีน้องในทีมคนนึงบอกจะลาออก จริงๆมันก็บ่นมาสักพักละ
ว่าช่วงนี้เบื่อชีวิต เบื่ออะไรไปหมด แล้วก็พอดีมีงานง่ายๆใกล้ๆบ้านให้ทำ
ก็เลยว่าจะไปทำ(ติวศิลปะ) ผมก็เออ ไปสิ แล้วพอวันนี้มันไปยื่นใบลาออกกับฝ่ายบุคคล
เค้าก็ถามว่า อ้าว แล้วทำไมถึงออกล่ะ จะออกไปทำอะไร
มันตอบว่า "ไปเป็นร็อคสตาร์ครับ" เค้าก็เอ้ย คงงง :30:
มันก็สำทับไปอีกว่า จะไปตั้งวงร็อค เค้าไม่รู้จะถามว่ายังไงต่อ
ก็เลยเป็นปล่อยมุกอวยพรแทนว่า ดังแล้วบอกกันด้วยนะ
มันก็ตอบหน้าตาเฉยอีกว่า "ผมไม่ดังหรอกพี่ ผมอินดี้ ไม่เน้นขาย"
เป็นเหตุผลที่ตอแหลสุดๆไปเลย :37:
ตอแหลจริง :30:
พูดถึงร็อกสตาร์ เพื่อนตูออกเทปยังต้องปั่นงานนอกยิกๆ เลยนะ เพราะค่าตัวไม่พอกิน
จะดีก็อย่างเดียวก็ตรงเหล้า/เบียร์ฟรี ประหยัดไปได้เยอะ :30:
เหตุผลสนุกดี
อยากเป็นร๊อคสตาร์บ้าง
ช่วงนี้อยากปิดเทอม :01: :01: :01:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 23 มี.ค. 2011, 22:07 น.
เอ้ เมื่อวานมีน้องในทีมคนนึงบอกจะลาออก จริงๆมันก็บ่นมาสักพักละ
ว่าช่วงนี้เบื่อชีวิต เบื่ออะไรไปหมด แล้วก็พอดีมีงานง่ายๆใกล้ๆบ้านให้ทำ
ก็เลยว่าจะไปทำ(ติวศิลปะ) ผมก็เออ ไปสิ แล้วพอวันนี้มันไปยื่นใบลาออกกับฝ่ายบุคคล
เค้าก็ถามว่า อ้าว แล้วทำไมถึงออกล่ะ จะออกไปทำอะไร
มันตอบว่า "ไปเป็นร็อคสตาร์ครับ" เค้าก็เอ้ย คงงง :30:
มันก็สำทับไปอีกว่า จะไปตั้งวงร็อค เค้าไม่รู้จะถามว่ายังไงต่อ
ก็เลยเป็นปล่อยมุกอวยพรแทนว่า ดังแล้วบอกกันด้วยนะ
มันก็ตอบหน้าตาเฉยอีกว่า "ผมไม่ดังหรอกพี่ ผมอินดี้ ไม่เน้นขาย"
เป็นเหตุผลที่ตอแหลสุดๆไปเลย :37:
ปวดใจกับ
งานง่ายๆ (ติวศิลปะ) :22:
จริงๆมันคืองานติวสอบเข้าคณะผมนี่ล่ะครับ ธุรกิจที่ทำกันเป็นล่ำเป็นสันในหมู่เด็กท่าช้าง
อันนี้เป็นตึกติวที่มีชื่อเสียงย่านวังหลัง (ติวเยอะจนเค้าเรียกว่าเตรียมเดค)
ซึ่งทุกคนที่เรียนในคณะก็จะมีความถนัดนี้ และเริ่มทำกันได้ตั้งแต่ปี 2 ได้เลย
เทียบกับทักษะงานอื่นๆที่จะต้องใช้เวลานาน หรือเรียนนานกว่านั้นถึงจะมาทำได้(อย่างงานที่ทำอยู่ตอนนี้) ผมก็ถือว่าง่ายนะครับ
อย่างไอ้คนนี้มันทำงานนี้มาตั้งแต่ปี 2 ทำมาตลอดด้วย จะว่าไปเด็กคณะผมทุกคนก็ต้องเคยเป็นพี่ติวแบบนี้แทบทั้งนั้น ใครๆก็ทำได้
ผมก็เคยติว ก็คิดว่ามันง่ายกว่างานที่ทำตอนนี้มาก ส่วนเป็นเจ้าของกิจการเป็นยังไง อันนี้ไม่รู้ฮะ :30:
อันนี้ต้องบอกเผื่อไว้อีกว่า เข้าใจในมิติที่ว่า การถ่ายทอด สอนคน หรือรับผิดชอบอนาคต
หรือรสนิยม ความสนุกสนาน สุขภาพจิต ฯลฯ อะไรทั้งหลายเหล่านี้ เข้าใจหมดเลยครับว่ามันยากแบบนั้น
แต่ไม่ว่าจะยังไง ถ้าให้ผมตัดสินความยากง่าย กับงานที่ต้องใช้ความรู้เชิงเทคนิคซับซ้อน
และต้องเผชิญกับเอเจนซี่ตอแหลๆ ดีลกับคน ต่อรองกับผู้มีอำนาจ อะไรงี้ ผมว่าคุยกับเด็กวัยรุ่นน้องติว
ยังไงก็สุขภาพจิตดีกว่า :30:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 23 มี.ค. 2011, 22:07 น.
เอ้ เมื่อวานมีน้องในทีมคนนึงบอกจะลาออก จริงๆมันก็บ่นมาสักพักละ
ว่าช่วงนี้เบื่อชีวิต เบื่ออะไรไปหมด แล้วก็พอดีมีงานง่ายๆใกล้ๆบ้านให้ทำ
ก็เลยว่าจะไปทำ(ติวศิลปะ) ผมก็เออ ไปสิ แล้วพอวันนี้มันไปยื่นใบลาออกกับฝ่ายบุคคล
เค้าก็ถามว่า อ้าว แล้วทำไมถึงออกล่ะ จะออกไปทำอะไร
มันตอบว่า "ไปเป็นร็อคสตาร์ครับ" เค้าก็เอ้ย คงงง :30:
มันก็สำทับไปอีกว่า จะไปตั้งวงร็อค เค้าไม่รู้จะถามว่ายังไงต่อ
ก็เลยเป็นปล่อยมุกอวยพรแทนว่า ดังแล้วบอกกันด้วยนะ
มันก็ตอบหน้าตาเฉยอีกว่า "ผมไม่ดังหรอกพี่ ผมอินดี้ ไม่เน้นขาย"
เป็นเหตุผลที่ตอแหลสุดๆไปเลย :37:
ร็อคสตาร์ :30: :30: :30:
บอกตามตรง ปลั๊กเป็นคนที่ซีเรียสเรื่องอนาคตตัวเองมาก
ที่หวังไว้มันสูงมาก และต้องทำให้ได้
แต่ปัญหาหลักของการทำงานของปลั๊กคือ แบบหาสไตล์ตัวเองไม่ได้
ทั้งๆที่หลายๆคนก็บอกว่า นี่แหละงานปลั๊ก ซึ่งเราก็ว่ามันยังไม่ใช่อยู่ดี
เทอมหน้าต้องส่งหัวข้อทีสิสแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าชอบทำอะไรกันแน่ คือตอนนี้คำว่ากราฟิกสำหรับเรา
มันดูกว้างไปแล้ว อยากเจาะลึกให้มากกว่านี้ ซึ่งอันที่จริง ในใจตอนนี้ มีความสุขกับ Illustrations ที่สุดนะ
ชอบและชอบมานานแล้ว แต่ปัญหาใหญ่คือ มันยังหาสไตล์ให้ตัวเองไม่เจอ
แบบช่วงสองสามวันมานี้ ตั้งใจจะวาดมันมาก แต่วาดไม่ออกเลย นั่งอยู่กับสมุดสเก็ตเปล่าๆมาสามวันแล้ว
ตัน เพราะจะคิดอะไรทำอะไร ก็มีแต่คนทำแล้วหมด มีงานนึงลองวาดแล้วแบบ ชอบมาก แต่พอเอาจริงแล้วก็
มีคนทำคล้ายๆกันแล้ว รู้สึกว่ายุึคสมัยนี้ การทำอะไรให้ใหม่และสด มันเป็นปัญหาจริงๆ
แล้วกลัวว่าถ้าเรายังเป็นแบบนี้อยู่เรื่อยๆ มันส่งผลต่ออนาตคแน่นอน
โดนไล่ออกแล้วค้าบบบ :30: ได้ชดเชยมา 7 เดือน
มีใครมีงานถ่ายรูปโยนมาได้เลยครับ ว่างงงงง :46: :05:
ชดเชย ๗ เดือน !!!
ความฝันเลยนะนั่น ใครก็ได้ ไล่เค้าออกมั่ง.. :3005:
ปล. โหมดจริงจัง พี่ว่าคุ้มนะอู๋ เพราะถ้าอยากทำงานประจำเหมือนเดิม
อู๋หาได้ก่อน ๗ เดือนอยู่แล้ว เอาชิวๆ ก็ซัก ๒-๓ เดือน
ที่เหลือนี่กำไรเหนาะๆ เลยนะ เพียงแต่เวลาสัมภาษณ์ก็หาเหตุผลไปตอบหน่อยแล้วกัน
ขนาดเพื่อนพี่โดนให้ออกเพราะอยู่ที่เก่าเอารถบริษัทไปขับเที่ยว (ตอนทำงานอยู่ประเทศลาว)
เวลามาสัมภาษณ์งานใหม่ ยังทำเนียนไม่พูดถึงเรื่องนี้ได้เลย เขาก็ไม่ได้ถามอะไรนะ
ดูที่วุฒิกับประสบการณ์ซะเยอะ :56:
ผมหละอยากโดนมั่ง
:30:
คือเขาไม่ได้เขียนในใบรับรองด้วยว่าโดนไล่ออก เพราะฉะนั้นสามารถไปสมัครบริษัทอื่นได้เลย แต่อยากถ่ายรูปแล้วเบื่องานออฟฟิศอะ
สมมติเป็นพี่ ถ้าอยากทำอาชีพอิสระแล้ว
ก็คงตั้งเป้าว่าเราจะลองทำซักเท่าไหร่ แบบว่า ๔-๕ เดือน ต้องหาลู่ทาง ทำให้มันอยู่ได้
ถ้าอยู่ได้ก็ยาวไปเลย แต่ถ้าไม่ได้ ไม่มั่นคง ต้องตั้งเป้าว่าจะยอมชิวกี่เดือน
ถึงจุดหนึ่งถ้าต้องกลับไปหางาน ก็ต้องยอม
พี่ว่าอู๋ร่อนใบสมัครไปบ้างก็ดีนะ เผื่อมีงานที่เจ๋งๆ
ไม่ได้เสียหายอะไรเน้อ ไม่กดดันดีด้วย
ทำไปพร้อมๆ กัน มีเวลาคิด มีเวลาพิจารณายาวๆ รับรองได้เจออะไรดีๆ แน่นอน :12:
มาเรียนต่อไหม :25: :25:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 30 มี.ค. 2011, 08:50 น.
คือเขาไม่ได้เขียนในใบรับรองด้วยว่าโดนไล่ออก เพราะฉะนั้นสามารถไปสมัครบริษัทอื่นได้เลย แต่อยากถ่ายรูปแล้วเบื่องานออฟฟิศอะ
ไปรายงานตัวประกันสังคมด้วยนะ ได้อีกเด้งนึง :27:
สิ้นเดือนนี้ก็จะออกจากการทำงานเนตเวิร์กต๊อกต๋อยแล้วครับ
กลายเป็นคนต๊อกต๋อยธรรมดา
แต่ยังลูกพี่ใจดียังให้ทำ บ เดิมอยู่
มีโปรเจค R&D เล็กๆ ให้ทำถนัดถนี่หน่อย
ระหว่างนี้สมัคร ป โท ตามใจแม่อีกครั้ง
ย้ายสาขาน่าจะโอนคอร์สเวิร์กได้กระมัง
ถ้าไม่ได้ก็เก็บใหม่ตามอารมณ์ชิวๆ
และงานการมั่นคงก็เลื่อนออกไปตามใจปราถนา
และช่วงว่างนี้จะกลับไปเยือนแม่สายสักหน่อย
เพื่อนที่ทำงานเดิมจะเปิดร้านเหล้า
จะไปดูที่ดูทางช่วยและเมาฟรี
ครับผ้ม :52:
เรื่องเรียนต่อคิดเหมือนกันครับ แต่ยังไม่แม่นเรื่องภาษาเลย โง่จริงๆนะครับ อีกทางคือเอาเงินเรียนต่อมาทำธุรกิจไปเลย
ฝีมืออย่างอู๋ทำได้อยู่แล้ว :12:
โอ้ววววว :07: :07: :07:
ขอซักเดือนสองเดือนซิพี่อู๋ :27:
ถ้าโดนไล่ออกแล้วได้ชดเชย 7 เดือนบ้าง :25:
ไล่ผมออกเลยคร้าบบบบบ
ไล่ผมด้วยคร๊าบบบ :25:
อู๋อย่าไปทำออฟฟิศเลย ลุยๆๆๆ :07:
ต่อไปนี้จ้างอู๋วันธรรมดาได้แล้วดิ :27:
ปล. 7 เดือนแหนะ :25a:
ช่วงนี้เป็นครั้งแรกที่มีคนทักว่าเราโตขึ้นเยอะมากๆ เริ่มแก่แล้วสินะ :22:
ตอนนี้เลยผลักดันตัวเองให้ได้รับวุฒิ ป.ตรี โดยเร็วที่สุด
และเรียน ป.โท ต่อ ตามความตั้งใจของที่บ้าน
มองไปมองมา อนาคตคงอยู่ไม่ได้ไป
(ถ้า)เรียนจบ ก็คงได้กลับมาทำงานเป็นอาจารย์ในจังหวัด
แพลนชีวิตเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แอบเหนื่อยล่วงหน้า :30:
สู้ๆ นะคะพี่เอ็ม
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 30 มี.ค. 2011, 10:13 น.
เรื่องเรียนต่อคิดเหมือนกันครับ แต่ยังไม่แม่นเรื่องภาษาเลย โง่จริงๆนะครับ อีกทางคือเอาเงินเรียนต่อมาทำธุรกิจไปเลย
เรื่องภาษามิ้นว่ามันขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมกับการฝึกตัวเองเป็นปัจจัยต้นๆ นะ
อย่าไปกลัวเลยพี่อู๋ ตอนมิ้นไป exchange แรกๆ ภาษาอังกฤษง่อยมาก แต่อาศัยเข้าคลับ ทำกิจกรรม คุยกับโฮสบ่อยๆ
เรียนมหาลัยก็เหมือนกัน ตอนอยู่จุฬา ถึงจะชื่อว่าเป็น international program แต่สิ่งแวดล้อมก็มีแต่อะไรที่เป็นภาษาไทย
เพื่อนคุยภาษาไทย อาจารย์ก็คนไทย ภาษาอังกฤษตอนนั้นแทบไม่ขยับขึ้นเลย
พอย้ายมาที่มหิดล เป็น international college สภาพแวดล้อมเป็นภาษาอังกฤษเยอะขึ้น ภาษาก็พัฒนาขึ้นตาม ถึงจะไม่เยอะเท่าตอนไปแลกเปลี่ยนก็เหอะ
มิ้นว่าถ้าพี่อู๋อยากไปเรียนต่อก็เอาเลยพี่ ลุยไปเลย สู้ๆค่ะ
พร้อมเป็น แอดสิส นะพี่อู๋
ผมว่าพี่อู๋ทำแบบ พี่แอ่ว เหมาะกับพี่อู๋มากๆเหลือแต่ว่าจะทำยังไงให้ได้ยังงั้น :30:
เดี๋ยวผมเรียนจบก่อนแล้วจะตามไปฮะ :30:
อยากได้ 7 เดือนม่าง :25:
เบื่องานประจำโคตรๆแล้วว :05:
นั่งคุยกับพี่แอ่วจนเริ่มซืมซับละ :30:
ส่วนผมก็ปรึกษากับพี่มิกมิก ต้องรอคำตอบอีกทีหลังไปฝึกงานที่สตู
กำลังว่าจะไปทำ ขอรับ หรือ ชำนิ๊ ดี
กลับมาฟิตเรียนอีกครั้ง วันละสองวิชา สองวันต่อสัปดาห์ สองเดือนจบ
ทิ้งเรียนมาทำงานนานแล้ว ครั้งนี้ถ้างานชนกับเรียน จะเลือกเรียนก่อนงาน :37:
สู้เว้ย~!! \:07:/
ตั้งใจเข้า เรียนมันไม่ยากไปกว่าทำงานหรอก :25:
จริงอย่างที่สุดครับ :37:
ทุกครั้งที่มองย้อนกลับไป ก็เสียที่ไม่ตั้งใจทุกที
แต่พอกลับไปได้(หลายครั้งแล้ว) ก็ไม่ตั้งใจเหมือนเดิม
อย่างเก่งก็เดือนนึง แล้วตบะแตก เกเรจนได้ :05:
รอบนี้ต้องรอด ถือเป็นปณิธานปีนี้เลยเอ้า :37:
เรียนนี่ ฮึดๆ หน่อย ก็จบแล้ว
ทำงานเนี่ยดิ เมื่อไหร่จะจบ อายุ ๕๕ เหรอ.. เหอะๆๆๆ :05:
ช่วงนี้ใคร มีงานอะไรบอกด้วยนะครับ ต้องใช้เงินในแนวดราม่า :25:
เดี๋ยวๆ อู๋ โดนไล่ออกหรือบีบให้ลาออก
เพราะเห็นบอกว่าไม่มีใบอะไรสักอย่างที่บอกว่าไล่ออก ยังงี้หมายควายว่าไง :09:
แต่เจ็ดเดือนแน่ะ :05:
อย่าลืมไปรายงานตัวที่ประกันสังคมด้วยนะ ตูว่าได้หลายเลยแหละ
ไม่เชื่อถามสถาปนิกแถวๆ อุดรที่เคยโดนไล่ออกจากบริษัทเก่าที่เมืองกรุงสิ :54:
(เบิ้ล ไม่รู้จะมีคนตัดหน้าไหม เพราะท่าทางพิมพ์ยาวแน่)
จริงๆ ไม่ได้เข้าจู๋นี้มาครึ่งเดือนพอดี คืออยู่ดีๆ ชีวิตก็เจอเจี๊ยวหลุด (จุดเลี้ยว!) อีกครั้ง
เพราะหลังจากตูลาออกจากบริษัททุนนิยมแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าวเมื่อปลายธันวาปีที่แล้ว
ตูก็กลายเป็นมนุษย์ชิวเต็มตัว ตื่นกี่โมงก็ได้ นอนกี่โมงก็ได้ แต่ถ้าดึกก็เมียด่าเท่านั้นแหละ
ชีวิตช่วงสามเดือนที่ผ่านมานี้เลยไม่สามารถระบุได้เลยว่าตูเป็นใครทำอะไร
งานเว็บ (พอมีแต่ไม่ได้หาเพิ่มเลย) ดูแลเว็บ (ก็มีรายได้ก้อนนึงเหมือนกันจากเว็บเป็ดเหลือง)
วาดภาพประกอบหนังสือ (ได้ค่าขนมนิดหน่อย) เป็นอาจารย์พิเศษที่มหาลัยแห่งนึง (ก็เออออไปตามเรื่อง)
และเป็นวิทยากรให้กับบริษัทเอกชนที่เคยทำงานด้วย (อันนี้หลายวันหน่อย)
เท่านี้คือชีวิตของตูในโหมดทำงาน ที่ไม่รู้จะเรียกว่าประกอบอาชีพอะไรดี เพราะตูประกอบอะไรไม่เป็นรูปเป็นร่างเลย
จะว่าไปนี่คือการเกษียณตัวเองเลยด้วยซ้ำ :30:
จะว่าไปชีวิตหลังตูเรียนจบมาเนี่ย ได้ทำงาน "นอกระบบ" (คือเป็นมนุษย์ชิวอยู่บ้าน)
น้อยกว่าทำในบริษัท (รวมถึงในกรมกองตอนเป็นทหาร) อีกนะ
แต่การเป็นมนุษย์ชิวมันเป็นได้ไม่นานน่ะครับ
เพราะอยู่ดีๆ ก็มีคนติดต่อมา (http://www.imenn.com/2011/03/partner-with-samyarn-digital-agency/)ให้ไปทำงานด้วย :37:
อาชีพต่อไปของตูจะถูกเรียกว่า "สะแตรทิจิกแพลนเนอร์"
ซึ่งเป็นอาชีพอะไรก็ไม่รู้ที่ตูเขียนสะกดภาษาอังกฤษเองก็ยังไม่เป็น
ส่วนเนื้องานนั้นจะอะไรยังไงก็ไม่รู้
ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปทำอะไร แต่เขาจ้างเราเพราะเป็นเรา แม่งน่าสนุกชะมัด :30:
วันนี้ไปคุยกะพี่เขาแล้วครับ และก็ตกลงกันเรียบร้อยว่าต่อไปมาทำงานได้เลยหลังสงกรานต์
เท่านี้อยู่ดีๆ ตูก็กำลังจะกลายเป็นมนุษย์เงินเดือนไปอีกที :08: เออ เอ้าๆ สนุกดี
แต่คราวนี้ตูยื่นข้อเสนอไปก็คือ พี่ครับ ผมขอไม่ใส่ถุงเท่้า-รองเท้าผ้าใบนะครับ
พี่แกโอเค เลยโอเคกับแกครับ
strategic planner รึเปล่าครับ?
เออ อะไรแบบนั้นแหละ :3005:
คืองานอะไร ทำหน้าที่ไรมั่ง
เป็นกุนซือวางแผน :25:
วางกลยุทธของปีโป้ :58:
อยากไปทำ web/UI designer แหะ :25:
แต่ไม่มีพิร์ทพวกเว็บอะไรแนวนี้เลย :30:
เป็นอารมณ์แบบกุนซือวางแผนนั่นแหละครับ :30:
แต่ไม่รู้จะวางแผนอะไรนะ ก่อนอื่นขอวางแผนตัวเองก่อน
บ. นี้อยากไปทำด้วยอ้ะ เพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน :30:
ถ้าไม่ติดโบนัสของที่ปัจจุบันนะ ยื่นใบสมัคร Web/Facebook Developer ไปแล้ว :37:
เห็นมะ เหมือนผมเลย เพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน :30:
ดูจากสมาชิกในทีมแล้วงานน่าสนุกอ้ะ
(จริงๆไม่ได้รู้จักใครเลย) :30:
เออนะ ดีแฮะ
บริษัทนี้ ดูเค้า ชิิ้ล ชิล มากมาย
อาชีพวางแผน เจ๋งดีนะครับ ทำหน้าที่วาง
ลูกค้าทุกท่านกรุณานำแผนมาเอง :30:
พี่แอนเข้าโหดมมนุษย์เงินเดือนอีกครั้ง
แต่ดูครั้งนี้ มนุษย์เงินเดือนแบบชิลๆ ไงไม่รู้ สู้ๆ พี่ :25:
ส่วนอู๋ส์ อู๋ส์ 7 เดือน :07: :07: :07:
ปล1.ชอบที่เค้าบอกว่าค้นหาแต่ยอดฝีมือนี่แหละ ดูมีชาติตระกูลมากๆ
ปล2.คุณเดือนแห่ง faceblog ก็โดนทาบทามนะคะ
ปล.3 เสียดายคุณเจนภพแห่งดันเว็บมากค่ะ :30:
น่าตื่นเต้น เหมือนกำลังฟอร์มทีมอินเซ็ปชั่น :25:
inception :25:
งั้นตูไปนอนก่อนนะ :30:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 02 เม.ย. 2011, 21:51 น.
ปล1.ชอบที่เค้าบอกว่าค้นหาแต่ยอดฝีมือนี่แหละ ดูมีชาติตระกูลมากๆ
ปล2.คุณเดือนแห่ง faceblog ก็โดนทาบทามนะคะ
ปล.3 เสียดายคุณเจนภพแห่งดันเว็บมากค่ะ :30:
ต่อให้เจนภพว่างาน
บ. นั้นเค้าจะชายตาแลรึเปล่าก็ไม่รู้ :30:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 02 เม.ย. 2011, 21:51 น.
ปล1.ชอบที่เค้าบอกว่าค้นหาแต่ยอดฝีมือนี่แหละ ดูมีชาติตระกูลมากๆ
ปล2.คุณเดือนแห่ง faceblog ก็โดนทาบทามนะคะ
ปล.3 เสียดายคุณเจนภพแห่งดันเว็บมากค่ะ :30:
โอ๊ะ :37:
ป.ล.
ไม่นับเรื่องปัจจัยประกอบ (โสหุ้ย เงิน หรืออื่นๆ)
นี่เป็นบริษัทในฝันของเดือนเลยนะ
เดือนพูดกับตี๋ (คือปกติไม่ค่อยเพ้อฟุ้งๆ กะใคร ต้องไปพ่นให้ต้นไม้พี่ชายฟัง) ว่าอยากทำงานกับคนเก่งๆๆๆๆๆ
เดือนรู้สึกว่าตัวเองมีความคิดอยากจะทำอะไรเยอะแยะๆ แต่บางอันมันดีมั่งไม่ดีมั่ง บางอันมันดีได้แต่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมอะไรพวกนี้
ปกติจะไปถามพี่แอนเอาว่าทำแล้วเวิร์กหรือเปล่า แต่บางอย่างที่พี่แอนไม่ถนัดๆ (เช่นเรื่องเฟซบุ๊กเราเป็นสาวกๆๆ :11:) ก็ไม่รู้จะไปคุยไอเดียอะไรกับใคร
ก็เลยอยากเจอคนเก่งเยอะๆๆ อยู่ใกล้คนเก่งเราจะได้เก่งด้วย :56:
งานนี้แค่รวมคนเก่งเจ๋งๆ เยอะๆๆๆ ก็สนุกแล้วฮะ ตอนไปทำงานจริงๆ อาจจะเหนื่อย หนัก มีปัญหา ก็ค่อยมาว่ากันอีกที
แต่ตอนนี้สนุกมากๆ (แค่คิดก็สนุกแล้ว) :53:
ไม่เคยทำ web ui อะ แต่จะส่งพอร์ทไป :30:
แกจะตามไปดราม่าใช่ม๊ายยย :50:
:16: ป่าวน๊าว์
สมัยนี้เป็นฟรีแลนซ์ลำบากจัง งานหาย้ากยากก
ต้องดังก่อนใช่มั้ย งานถึงจะมา :05:
ใครมีงาน ส่งมาให้ผมบ้างก็ได้นะครับ :46:
ตามไปด้วยคนได้ไหม :25:
ที่นั่นเขาน่าจะต้องการคนสวยๆนะ
Web Editor คนสร้างเนื้อหาบนเว็บ เข้าใจ HTML พอควร (2 คน)
Online Brand Moderator คนที่มีวุฒิภาวะด้านการตอบกระทู้ในอินเตอร์เน็ท (2 คน)
2 อันนี้ง่ะ :37:
อ้างคำพูดจาก: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 03 เม.ย. 2011, 04:20 น.
ปกติจะไปถามพี่แอนเอาว่าทำแล้วเวิร์กหรือเปล่า แต่บางอย่างที่พี่แอนไม่ถนัดๆ (เช่นเรื่องเฟซบุ๊กเราเป็นสาวกๆๆ :11:) ก็ไม่รู้จะไปคุยไอเดียอะไรกับใคร
:3005: นี่ตูเล่นมุกจริงจังจนเดือนคิดว่าตูไม่ถนัดสินะ
ก็ถามอะไรก็ไม่ค่อยตอบ เพ้ออะไรก็ไม่ค่อยสนใจเค้านี่ห์ :05:
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 03 เม.ย. 2011, 22:53 น.
สมัยนี้เป็นฟรีแลนซ์ลำบากจัง งานหาย้ากยากก
ต้องดังก่อนใช่มั้ย งานถึงจะมา :05:
ใครมีงาน ส่งมาให้ผมบ้างก็ได้นะครับ :46:
พรีเซนต์ตัวเองซิหนูเอ๋ย ว่าตัวเองมีดียังไง
คนจะได้จ้างไง เรื่องวิธีพรีเซนต์ตัวเองก็ต้องศึกษาวิธีนะ :56:
อ่านตอนแรกตกใจ นึกว่าแอนไปทำงานกะ ที่นั่น (ขหร)
ที่นั่นถ้าเค้าให้เงินดีก็เอานะคะ :30:
เออ จริงด้วย
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 03 เม.ย. 2011, 22:53 น.
สมัยนี้เป็นฟรีแลนซ์ลำบากจัง งานหาย้ากยากก
ต้องดังก่อนใช่มั้ย งานถึงจะมา :05:
ใครมีงาน ส่งมาให้ผมบ้างก็ได้นะครับ :46:
สู้ๆ :25:
นาทีนี้ต้องประมูลค่ะ ใครเงินดีสุด ผจก ส่วนตัวคุณแอนก็อนุมัติหมดแหละค่ะ :30:
อ้างคำพูดจาก: หมีโหด* เมื่อ 03 เม.ย. 2011, 23:59 น.
ตามไปด้วยคนได้ไหม :25:
ที่นั่นเขาน่าจะต้องการคนสวยๆนะ
Web Editor คนสร้างเนื้อหาบนเว็บ เข้าใจ HTML พอควร (2 คน)
Online Brand Moderator คนที่มีวุฒิภาวะด้านการตอบกระทู้ในอินเตอร์เน็ท (2 คน)
2 อันนี้ง่ะ :37:
ไม่มีใครสนใจหมีโพสต์เลย :30:
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 03 เม.ย. 2011, 22:53 น.
สมัยนี้เป็นฟรีแลนซ์ลำบากจัง งานหาย้ากยากก
ต้องดังก่อนใช่มั้ย งานถึงจะมา :05:
ใครมีงาน ส่งมาให้ผมบ้างก็ได้นะครับ :46:อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 00:55 น.
พรีเซนต์ตัวเองซิหนูเอ๋ย ว่าตัวเองมีดียังไง
คนจะได้จ้างไง เรื่องวิธีพรีเซนต์ตัวเองก็ต้องศึกษาวิธีนะ :56:
โคตรยาก :05: ไม่ได้กระแดะนะ แต่พรีเซนต์ตัวเองเป็นอะไรที่ลำบากมากกกกกกกกก (สำหรับเดือนน่ะนะ)
มันพูดยาก จะบอกว่าตัวเองเก่งก็ดูมีอีโก้ไงไม่รู้ บวกกะคิดเอาเองว่าถ้าบอกว่าเก่งแล้วเวลาทำไม่ได้มันอายอ่ะ :05:
จะบอกว่าโง่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเห่ยเฟยขนาดนั้น แต่อยากเก่งในระดับที่ตัวเองรู้สึกว่า เออ กูเก่งเรื่องนี้
เค้าเรียกว่าการเคารพตัวเองใช่มะ self-esteem ไรงี้ เดือนมีน้อยมากๆๆ ไม่ดีนะ รู้สึกแย่ๆ เป็นอีกจุดที่ต้องปรับในชีวิต :05:
โชคดีมากที่ทำ Faceblog แล้วมีคนเห็นคุณค่าของเราจากงานของเรา (ที่ได้งานสามย่านส่วนนึงก็เป็นเพราะเอา Faceblog ไปเป็น Portfolio นี่แหละ ดีใจ :05:)
ไว้จะไปฝึกวิชามั่นใจตัวเองกะพี่โบว์ สอนหนูหน่อยนะฮิ :05:
นั่นสิ จะพรีเซ้นท์แบบไหนอะ น่าชี้แนะๆ
ตอนนี้ผมมีแผนจะไปสมัครงานที่ วิธิตา แหละ
ต้องหัดแยกให้ออกครับ เรื่องการพรีเซนต์ตัว กับการอวดตัว
มันมีเส้นคั่นบางๆ อยู่
บางทีเส้นคั่นนั้นอาจจะไม่มีก็ได้ ไอ้ที่มันคั่นจริงๆ ก็คือบุคลิกเรามากกว่า
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 01:06 น.
ต้องหัดแยกให้ออกครับ เรื่องการพรีเซนต์ตัว กับการอวดตัว
มันมีเส้นคั่นบางๆ อยู่
บางทีเส้นคั่นนั้นอาจจะไม่มีก็ได้ ไอ้ที่มันคั่นจริงๆ ก็คือบุคลิกเรามากกว่า
มันต้องเกิดมาเพื่อบุคลิกแบบนั้นหรือเปล่า
หรือฝึกกันได้
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 01:05 น.
ตอนนี้ผมมีแผนจะไปสมัครงานที่ วิธิตา แหละ
ดีนะ
ผมชวน พนง วิธิตา บางคน มาเขียนที่ฮาจะเกร็งด้วยแหละ
และชวนมาสอนที่ โรงเรียนด้วย :22:
นั่นสิครับ self promotion งี้ป่ะ
ถ้าแบบนี้ ตอนนี้ก็กำลังทำอยู่ พยายามอัพ blog บ่อยขึ้น
ทำโปรเจคส่วนตัวทุกวัน อะไรที่ไม่ต้องใช้เงิน ใช้แต่ความสามารถ ก็พยายามทำ
ตอนนี้ก็มีนิตยสารติดต่อวาดภาพประกอบเข้ามา แต่ก็ยังไม่ให้งานซะที :08:
แต่สิ่งที่น่าจะทำให้การพรีเซนต์ตัวเองได้ผล คือน่าจะมีเว็บ มีโดเมน มีนามบัตร เป็นของตัวเองงี้ป่ะ
ซึ่งกำลังหาเงินทุนเอามาทำอยู่เหมือนกัน แต่ใช้เิงินเยอะเนอะ กว่าจะดังเนี่ย :05:
ผมว่ามุ่งหน้าดัง นี่อาจจะผิดทิศนะ
ตอนแอน ทำแอนคงไม่ได้คิดว่าจะดัง
(หรือคิด :40:)
ผมว่าแอนเอาเรื่องฮาก่อนครับ :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 01:10 น.
นั่นสิครับ self promotion งี้ป่ะ
ถ้าแบบนี้ ตอนนี้ก็กำลังทำอยู่ พยายามอัพ blog บ่อยขึ้น
ทำโปรเจคส่วนตัวทุกวัน อะไรที่ไม่ต้องใช้เงิน ใช้แต่ความสามารถ ก็พยายามทำ
ตอนนี้ก็มีนิตยสารติดต่อวาดภาพประกอบเข้ามา แต่ก็ยังไม่ให้งานซะที :08:
แต่สิ่งที่น่าจะทำให้การพรีเซนต์ตัวเองได้ผล คือน่าจะมีเว็บ มีโดเมน มีนามบัตร เป็นของตัวเองงี้ป่ะ
ซึ่งกำลังหาเงินทุนเอามาทำอยู่เหมือนกัน แต่ใช้เิงินเยอะเนอะ กว่าจะดังเนี่ย :05:
อันนี้ตอบให้ว่าสองประโยคหลังจริงๆ มันช่วยได้ แต่ถามว่าจำเป็นมั้ยถ้ายังไม่มีเงิน ก็ไม่ต้องก็ได้นะ :37:
ถามพี่ พี่ว่าอยากได้อะไร ก็ต้องเข้าหามัน
ปลั๊กอยากอยู่แวดวงดีไซน์ ออกแบบ วาดภาพประกอบ แต่ถ้าไปโพสต์อยู่ในที่ๆ ไม่มีคนรู้ มันก็เท่านั้นไง
เอาง่ายๆ เอ็งกลับมาปั่นบอร์ดฟอนต์ โชว์งานในปลั๊กแสดงงานบ่อยๆ แล้วในฟ้อนสุดฯ ก็รับจัดหน้า ออกแบบอะไรงี้ซะ :37:
ตั้งใจทำงานดีแล้วชีวีจะมีผล ตอนนี้ทำดีแล้วผลดีมันยังไม่ตอบแทนเราทันทีก็ต้องอดทนหน่อย ซู่ๆๆ :37:
คนไม่ดังก็หางานทำเงินได้เยอะนะครับ
น่าจะเป็นส่วนใหญ่ด้วยแหละ
เพื่อนผมหลายคนไม่ดัง แต่มีฝีมือเป็นที่ยอมรับ
ก็รับงานภาพประกอบจนวาดไม่ทัน (แบบนี้มีเยอะเลยแหละ)
หรือครูที่ โรงเรียนผม มาสอนกับผมเสาร์ อาทิตย์
พอจันทร์ถึงศุกร์ ก็ไปสอนตามบ้าน มีงานจนทำไม่ไหวเหมือนกัน
คือถ้าเราชัดเจน และจัดเจน ผมว่าน่าไปได้นะ
แต่อดทนรอโอกาสให้นานๆ ระหว่างรอก็หาช่องทางอื่นอีก
และผมเองก็ไม่ดัง
งานที่ผมทำก็ไม่ได้อาศัยความดังนะครับ
สามารถทำมาหาเลี้ยงลูก ได้ตามอัตภาพเลยแหละครับ
จะเริ่มจากตรงไหนดีก่อนฟระ :37:
ลุงโอ๋ดังนะคะ :37: เดือนรู้จักงานลุงโอ๋จากฟอร์เวิร์ดเมลสมัยปู๊นนนนน
อ้างคำพูดจาก: นักศิลปะ เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 01:09 น.
ดีนะ
ผมชวน พนง วิธิตา บางคน มาเขียนที่ฮาจะเกร็งด้วยแหละ
และชวนมาสอนที่ โรงเรียนด้วย :22:
:25: ตอนนี้ กำลังรวมผลงาน เขียน เรซูเม่อยู่ครับ อยากไปสมัครตำแหน่ง creative copy writer ดู
พอดีผมมาจากสายเว็บ พอเริ่มตัดสินใจว่าจะลองหางานบริษัทการ์ตูนดู ไปนั่งคุยมาที่หนึ่ง
คุยไปคุยมากลายเป็นจะให้เรามาดูเว็บอีกจนได้ :08:
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 01:10 น.
นั่นสิครับ self promotion งี้ป่ะ
ถ้าแบบนี้ ตอนนี้ก็กำลังทำอยู่ พยายามอัพ blog บ่อยขึ้น
ทำโปรเจคส่วนตัวทุกวัน อะไรที่ไม่ต้องใช้เงิน ใช้แต่ความสามารถ ก็พยายามทำ
ตอนนี้ก็มีนิตยสารติดต่อวาดภาพประกอบเข้ามา แต่ก็ยังไม่ให้งานซะที :08:
แต่สิ่งที่น่าจะทำให้การพรีเซนต์ตัวเองได้ผล คือน่าจะมีเว็บ มีโดเมน มีนามบัตร เป็นของตัวเองงี้ป่ะ
ซึ่งกำลังหาเงินทุนเอามาทำอยู่เหมือนกัน แต่ใช้เิงินเยอะเนอะ กว่าจะดังเนี่ย :05:
คืออย่าเพิ่งไปคิดว่า ดังไม่ดังครับ เอาแค่คิดว่าพยายามพัฒนางานให้ดี คิดให้ต่าง ทำให้มีคุณภาพและที่สำคัญทำในสิ่งที่ตัวเองรักให้ดี
ส่วนดังไม่ดัง มันเป็นผลพลอยได้
ตกลงแอนดังเหรอ โบว์เพิ่งรู้ว่าแอนดังแหละ
เรื่องความมั่นใจในตัวเองนี่ฝึกยากนะคะ เพราะโบว์นี่มีมาแต่เกิดน่ะ :30:
ยกเว้นเรื่องมั่นใจว่าสวยแบบหมีนะ
ถ้าอยากฝึกก็มาคุยกันบ่อยๆ มาโดนด่าบ่อยๆ แบบไอ้เดือนน่ะ
น่าจะช่วยได้
ก่อนที่เราจะทำอะไร
มันต้องเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายของตัวเองก่อนป่ะ
สำเร็จไม่สำเร็จก็อีกเรื่อง ไม่สำเร็จก็เริ่มใหม่
คือถามว่า มุ่งจะให้ดังมั้ย ก็ยอมรับนะครับ ว่ามุ่งแหละ
ปลั๊กเชื่ออย่างนึงว่า ถ้าทำงานเยอะๆ นอกจากจะได้งานได้พอร์ทแล้ว ยังได้ค้นหาตัวเองด้วย
ปลั๊กลองทำงานไปเรื่อยๆ จนมาถึงจุดนึง จะพบว่าจริงๆแล้วชอบอะไรในกราฟิก ซึ่งมันแตกสาขาออกไปเยอะเหมือนกัน
อ้างคำพูดจาก: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 01:16 น.
อันนี้ตอบให้ว่าสองประโยคหลังจริงๆ มันช่วยได้ แต่ถามว่าจำเป็นมั้ยถ้ายังไม่มีเงิน ก็ไม่ต้องก็ได้นะ :37:
ถามพี่ พี่ว่าอยากได้อะไร ก็ต้องเข้าหามัน
ปลั๊กอยากอยู่แวดวงดีไซน์ ออกแบบ วาดภาพประกอบ แต่ถ้าไปโพสต์อยู่ในที่ๆ ไม่มีคนรู้ มันก็เท่านั้นไง
เอาง่ายๆ เอ็งกลับมาปั่นบอร์ดฟอนต์ โชว์งานในปลั๊กแสดงงานบ่อยๆ แล้วในฟ้อนสุดฯ ก็รับจัดหน้า ออกแบบอะไรงี้ซะ :37:
ตั้งใจทำงานดีแล้วชีวีจะมีผล ตอนนี้ทำดีแล้วผลดีมันยังไม่ตอบแทนเราทันทีก็ต้องอดทนหน่อย ซู่ๆๆ :37:
เรื่องงานนี่ ตอนนี้ปลั๊กก็ทำงานฟรีอยู่หลายงานเหมือนกันนะ แบบทำหนังสือของมูลนิธิเพื่อทะเล
ตอนนี้ก็คิดจะทำ magazine online กับพี่กลุ่มนึงอยู่ ซึ่ง ความคาดหวังของปลั๊กก็คือประสบการณ์และพอร์ท
สองอย่างนี้แค่นั้น ส่วนสิ่งที่จะตามมานั้น ก็คิดว่าเป็นผลพลอยได้
อย่างเรื่องอัพงานนี่ ตอนนี้ปลั๊กก็พยายามอัพลงในหลายๆที่นะ
ไม่ว่าจะเป็น behance, wordpress, tumblr แต่็ก็นั่นแหละ คงต้องทำไปเรื่อยๆ
รอจังหวะดีๆเข้ามา ซึ่งมันก็มีสัญญาณว่าจะเข้ามาเรื่อยๆแล้ว แต่ต้องรออย่างเดียว
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 01:18 น.
:25: ตอนนี้ กำลังรวมผลงาน เขียน เรซูเม่อยู่ครับ อยากไปสมัครตำแหน่ง creative copy writer ดู
พอดีผมมาจากสายเว็บ พอเริ่มตัดสินใจว่าจะลองหางานบริษัทการ์ตูนดู ไปนั่งคุยมาที่หนึ่ง
คุยไปคุยมากลายเป็นจะให้เรามาดูเว็บอีกจนได้ :08:
ลองเข้าไปคุยดูนะครับ เป็นบริษัทที่น่าสนใจเลยแหละ
แต่เปลี่ยนพนักงานบ่อยมาก คงเรื่องภายในเขานะครับ
ผมไม่รู้มาก
อ้างคำพูดจาก: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 01:17 น.
ลุงโอ๋ดังนะคะ :37: เดือนรู้จักงานลุงโอ๋จากฟอร์เวิร์ดเมลสมัยปู๊นนนนน
ช่วงนั้นผมอยากดังนะครับ(แต่ไม่ดัง ฮาๆๆ)
อาจจะคิด สับสนปนเป เหมือนปลั๊กตอนนี้แหละ
อยากลองดัง แบบมีคนรู้จัก ไม่ต้องรู้จักตัวก็ได้
รู้จักงานก็พอ แบบแค่นี้ กูก็เท่แล้ว
อิ่มอกอิ่มใจเป็นนานสองนานนะครับ
แต่ความดังอะไรนั่น ก็ไม่ได้เป็นรายได้
เลี้ยงชีพเลย อาจจะมีผลพลอยได้ตามมาบ้าง
แต่เลี้ยงตัวเองและครอบครัวไม่ได้อะ
ผมอยากเป็นนักเขียนมาก
แต่จู่ผมก็เลิกอยาก
ตอนอยาก ผมอาจจะแค่อยากดังมั้ง
(ถึงตอนนี้ก็ตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไม)
ของปลั๊ก ผมว่า ชัดเจน(ตัวเอง) จัดเจน(เชี่ยวชาญ)
สองสิ่งนี่ต้องมีก่อนะครับ
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 01:22 น.
ตกลงแอนดังเหรอ โบว์เพิ่งรู้ว่าแอนดังแหละ
เรื่องความมั่นใจในตัวเองนี่ฝึกยากนะคะ เพราะโบว์นี่มีมาแต่เกิดน่ะ :30:
ยกเว้นเรื่องมั่นใจว่าสวยแบบหมีนะ
ถ้าอยากฝึกก็มาคุยกันบ่อยๆ มาโดนด่าบ่อยๆ แบบไอ้เดือนน่ะ
น่าจะช่วยได้
ก่อนที่เราจะทำอะไร
มันต้องเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายของตัวเองก่อนป่ะ
สำเร็จไม่สำเร็จก็อีกเรื่อง ไม่สำเร็จก็เริ่มใหม่
เซเหลบมักจะไม่รู้ตัวเองหรอกว่าตัวเองเป็นเซเหลบ :11:
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 01:23 น.
คือถามว่า มุ่งจะให้ดังมั้ย ก็ยอมรับนะครับ ว่ามุ่งแหละ
ปลั๊กเชื่ออย่างนึงว่า ถ้าทำงานเยอะๆ นอกจากจะได้งานได้พอร์ทแล้ว ยังได้ค้นหาตัวเองด้วย
ปลั๊กลองทำงานไปเรื่อยๆ จนมาถึงจุดนึง จะพบว่าจริงๆแล้วชอบอะไรในกราฟิก ซึ่งมันแตกสาขาออกไปเยอะเหมือนกัน
เรื่องงานนี่ ตอนนี้ปลั๊กก็ทำงานฟรีอยู่หลายงานเหมือนกันนะ แบบทำหนังสือของมูลนิธิเพื่อทะเล
ตอนนี้ก็คิดจะทำ magazine online กับพี่กลุ่มนึงอยู่ ซึ่ง ความคาดหวังของปลั๊กก็คือประสบการณ์และพอร์ท
สองอย่างนี้แค่นั้น ส่วนสิ่งที่จะตามมานั้น ก็คิดว่าเป็นผลพลอยได้
อย่างเรื่องอัพงานนี่ ตอนนี้ปลั๊กก็พยายามอัพลงในหลายๆที่นะ
ไม่ว่าจะเป็น behance, wordpress, tumblr แต่็ก็นั่นแหละ คงต้องทำไปเรื่อยๆ
รอจังหวะดีๆเข้ามา ซึ่งมันก็มีสัญญาณว่าจะเข้ามาเรื่อยๆแล้ว แต่ต้องรออย่างเดียว
ก็อย่าใจร้อน อดทนๆ หน่อย
จริงๆ อยากอัปงานพวกดีไซน์ เอาลงฟอนต์หรือเขียนบล็อก exteen น่าจะมีคนมาดูเยอะเปล่า อันนี้ไม่รู้นะ
ไม่งั้นก็ทำไงก็ได้ให้คนบอกต่อเว็บเราหรืองานของเราได้ (เช่นที่พี่แอนออกแบบ สู้ต่อไป เจแปน ออกมาโดดเด้งไรงี้)
อย่าว่างั้นงี้เลย ทำเฟซบ๊อกทุกวันนี้ก็มีท้อใจเป็นพักๆ :05: เดี๋ยวความขี้นอยด์ส่วนตัว
แต่ก็มีแพลนทำนั่นนี่อยู่เยอะแยะแหละ กำลังใจถ้ามันหมดก็ปลุกมันขึ้นมาใหม่ ท้อได้แต่อย่าถอย ท้อมีไว้ให้ลิงถือ (อันหลังเอามาจากบล็อก พี่เนย (http://nuunoei.com) เท่ดี :37:)
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 01:23 น.
คือถามว่า มุ่งจะให้ดังมั้ย ก็ยอมรับนะครับ ว่ามุ่งแหละ
ปลั๊กเชื่ออย่างนึงว่า ถ้าทำงานเยอะๆ นอกจากจะได้งานได้พอร์ทแล้ว ยังได้ค้นหาตัวเองด้วย
ปลั๊กลองทำงานไปเรื่อยๆ จนมาถึงจุดนึง จะพบว่าจริงๆแล้วชอบอะไรในกราฟิก ซึ่งมันแตกสาขาออกไปเยอะเหมือนกัน
เรื่องงานนี่ ตอนนี้ปลั๊กก็ทำงานฟรีอยู่หลายงานเหมือนกันนะ แบบทำหนังสือของมูลนิธิเพื่อทะเล
ตอนนี้ก็คิดจะทำ magazine online กับพี่กลุ่มนึงอยู่ ซึ่ง ความคาดหวังของปลั๊กก็คือประสบการณ์และพอร์ท
สองอย่างนี้แค่นั้น ส่วนสิ่งที่จะตามมานั้น ก็คิดว่าเป็นผลพลอยได้
อย่างเรื่องอัพงานนี่ ตอนนี้ปลั๊กก็พยายามอัพลงในหลายๆที่นะ
ไม่ว่าจะเป็น behance, wordpress, tumblr แต่็ก็นั่นแหละ คงต้องทำไปเรื่อยๆ
รอจังหวะดีๆเข้ามา ซึ่งมันก็มีสัญญาณว่าจะเข้ามาเรื่อยๆแล้ว แต่ต้องรออย่างเดียว
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 01:22 น.
ตกลงแอนดังเหรอ โบว์เพิ่งรู้ว่าแอนดังแหละ
เรื่องความมั่นใจในตัวเองนี่ฝึกยากนะคะ เพราะโบว์นี่มีมาแต่เกิดน่ะ :30:
ยกเว้นเรื่องมั่นใจว่าสวยแบบหมีนะ
ถ้าอยากฝึกก็มาคุยกันบ่อยๆ มาโดนด่าบ่อยๆ แบบไอ้เดือนน่ะ
น่าจะช่วยได้
ก่อนที่เราจะทำอะไร
มันต้องเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายของตัวเองก่อนป่ะ
สำเร็จไม่สำเร็จก็อีกเรื่อง ไม่สำเร็จก็เริ่มใหม่
แอน ดังครับ
ผมว่าความดังของแอน
ไม่ใช่แบบ โดมนะ
แบบแอนนี่แหละ
คือตัวแอน มีราคา นะครับ
สิ่งที่แอนทำหลายอย่าง
หลายคนอยากเอาไปอ้างอิง
เพื่ออัพราคาได้ด้วยนะ
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 01:23 น.
คือถามว่า มุ่งจะให้ดังมั้ย ก็ยอมรับนะครับ ว่ามุ่งแหละ
ปลั๊กเชื่ออย่างนึงว่า ถ้าทำงานเยอะๆ นอกจากจะได้งานได้พอร์ทแล้ว ยังได้ค้นหาตัวเองด้วย
ปลั๊กลองทำงานไปเรื่อยๆ จนมาถึงจุดนึง จะพบว่าจริงๆแล้วชอบอะไรในกราฟิก ซึ่งมันแตกสาขาออกไปเยอะเหมือนกัน
เรื่องงานนี่ ตอนนี้ปลั๊กก็ทำงานฟรีอยู่หลายงานเหมือนกันนะ แบบทำหนังสือของมูลนิธิเพื่อทะเล
ตอนนี้ก็คิดจะทำ magazine online กับพี่กลุ่มนึงอยู่ ซึ่ง ความคาดหวังของปลั๊กก็คือประสบการณ์และพอร์ท
สองอย่างนี้แค่นั้น ส่วนสิ่งที่จะตามมานั้น ก็คิดว่าเป็นผลพลอยได้
อย่างเรื่องอัพงานนี่ ตอนนี้ปลั๊กก็พยายามอัพลงในหลายๆที่นะ
ไม่ว่าจะเป็น behance, wordpress, tumblr แต่็ก็นั่นแหละ คงต้องทำไปเรื่อยๆ
รอจังหวะดีๆเข้ามา ซึ่งมันก็มีสัญญาณว่าจะเข้ามาเรื่อยๆแล้ว แต่ต้องรออย่างเดียว
มุ่งให้ดัง นี่พาลจะเครียดเอานะครับ
(ดู ระจันสิ หัวล้านหมดแล้ว :22:)
ถ้าปลั๊กเป็นสินค้า
ถาม?
ว่าทำไมลูกค้า ถึงต้องใช้บริการจากปลั๊ก
ถามเหมือน sme ตีแตกไหม
ถ้าตอบได้นี่งานอาจจะเยอะเลยนะ
อันนี้เขียนให้ปลั๊กและหลายคนที่กำลังหาที่ยืนนะ
ใครโตๆ (แก่ๆ) แล้วมาอ่านคงขำว่าไอ้บ้านี่ถือดียังไง..
ผมอยากดังครับพี่โอ๋
อยากเท่าๆ กับที่คนอื่นอยากนั่นแหละ ไม่ได้มากหรือน้อยไปกว่ากัน
แล้ววันหนึ่งผมก็ดังครับ
ไม่ได้ดังในทีวีแบบวงการบันเทิงอะไรนะ แต่เป็นอีกวงการนึงที่ยากจะนิยามตัวเอง
เอาจริงๆ คือเพิ่งมาเห็นว่าตัวเองดังไม่นานนี้เอง เพราะมีคนนู้นคนนี้มาคุยด้วย
แล้วก็บอกว่ารู้จักผมในฐานะนั้นนี้ (ส่วนมากจะบอกเรื่องมาจากเว็บฟอนต์นี่แหละ)
แต่ขืนไปโร่บอกใครว่ากูคือไอ้แอนนนนนนะ คงมีคนถามกลับว่าอะไรนะ?
เพราะไอ้ความดังนี่มันก็แค่ในกะลาครับ ออกไปข้างนอกกะลาก็ไม่มีใครสนใจแล้ว
ขนาดพ่อแม่พี่น้องผมยังไม่รู้เลยว่าผมทำอะไร :30:
แบบเดียวกะที่ผมเองเดินสวนกะดารานักร้องแล้วไม่รู้จักเลย ***สักนิด***
ทีนี้ผมไม่ได้อยากดังเพราะจะได้เด่นครับ
ผมเพียงวางแผนไว้แล้วว่าวันนึงถ้าเราทำอะไรบางอย่างลงไปแล้วเราจะถูกรู้จักในฐานะ____เท่านั้นเอง
ดังนั้นการมีชื่อเสียง มันเป็นประโยชน์ในการหากินเลี้ยงปากท้อง เป็นบัตรผ่านสู่อะไรได้เยอะแยะ
อย่างน้อยมันก็ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ก็เท่านั้นเอง
จบ นอกนั้นคงเป็นเรื่องที่เรารู้ๆ กันอยู่แล้ว ขี้เกียจพูดซ้ำ
(เช่น ถ้าอยากทำอะไรต้องมุ่งมั่น หาตัวเองให้เจอ อะไรนั่นน่ะ)
//ตัดหน้าหลายคน กลัวจะเข้าใจผิดเลยบอกไว้เหมือนกันว่าเออ ตูรู้ว่าตัวเองดังแล้ว พอใจไหม ไอ้พวกบ้า :58:
เซเหลบเด็กแนว :49:
ระหว่างไอ้แอนในฐานะเฟลลาธิการ
หรือไอ้แอนนักสร้างฟอนต์
อันไหนมีคนรู้จักมากกว่ากันเหรอครับ
แต่จริงๆ มันก็เอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้เนาะ
เพราะกลุ่มเป้าหมายมันคนละกลุ่มแฮะ
พอพูดถึงความดัง ผมไม่รุ้นะ เคยคิดว่าคนดัง คือคนที่เราเอาแบบอย่างได้
อย่างพี่แอน นี่ต้องบอกตามตรงว่าผมก็เอาอย่างอยู่หลายแบบเหมือนกัน
แต่ สำหรับผมเลย คือไม่รู้ว่าดังมันเป็นแบบไหน แต่รู้อยุ๋อย่างหนึ่งว่า
เวลาเราทำอะไรอยากให้คนหันมองเราและคิดตามที่เรานำเสนอให้มากที่สุด
เพราะทุกครั้งที่ออกมาพูดโปรเจคหรือความคาดหวังที่เราจะทำ เราภูมิใจในมัน
อยากโชว์ให้ใครต่อใครให้เห็น ถึงแนวคิดนั้นๆ ของเรามากกว่า ถ้านี่เป็นความอยากดัง ก็คงอยากดังละมั้ง :30:
เอ้อ อย่างมีอยุ่วันหนึ่ง มีเจ้ารายการวิทยุ มาขอสัมภาษณ์ที่เว็บเด็กคิดดี
(ที่ไปสัมภาษณ์ก็ไม่ใช่ว่าดังนะ เพราะมีคนรู้จักเขาแนะนำมาอีกทีเขาไม่ได้รุ้จักเราจากที่ไหนมาก่อน)
แล้ว โม้เพลินไปหน่อย เจือกพูดถึงโปรเจคเกมที่กำลังจะทำ พูดสะหมดเปลือกเลย
พอจบสัมภาษณ์ ก็เพิ่งนึกได้ว่า เกมตูยังไม่เริ่มทำไรเลยนี่หว่า :30:
แล้วก็หลังจากออกอากาศมีพี่ในทีมโทรมาบอกว่าทำไมรีบบอกเขาจัง :05:
ปลั๊กก็ว่าปลั๊กใจร้อนไป อย่างช่วงนี้บ้าทำงานทุกวันเลย :30: :05:
exteen นี่เคยสมัครไว้ด้วยนะ อัพไว้แค่หน้าเดียว แล้วก็ไม่ได้เข้าไปอัพอีกเลย
มันก็จริงนะ เห็นหลายๆคนดังมาจาก exteen เนี่ยแหละ
แต่ปลั๊กไม่ชอบอย่า่งนึงคือ ต้องมี social ต้องไปอ่านบล๊อกเพื่อน ต้องไปเม้น
เพื่อที่เค้าจะได้คลิกเข้ามาดูบล๊อกเรา แต่เอาจริงเว็บไหนก็เป็นแบบนี้ อย่า่งใน behance ก็เป็นเหมือนกัน
แต่อยากจะลองดูซะที เร็วๆนี้ละกัน :44:
อ้างคำพูดจาก: นักศิลปะ เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 01:31 น.
ถ้าปลั๊กเป็นสินค้า
ถาม?
ว่าทำไมลูกค้า ถึงต้องใช้บริการจากปลั๊ก
ถามเหมือน sme ตีแตกไหม
ถ้าตอบได้นี่งานอาจจะเยอะเลยนะ
ลูกค้าต้องเชื่อมั่นในฝีมือเรา ว่าเรามีคุณภาพ น่าใช้บริการ อันนี้เจอมาบ่อย
แบบบางคน เพื่อนแนะนำมาให้จ้างปลั๊ก ก็ชอบถามว่า ทำได้หรอ สวยมั้ย
อย่าคิดแพงนะ ถามทั้งๆที่ไม่ขอดูตัวอย่างงานที่เราทำเลย เพราะเราไม่ดังใช่มั้ย :05:
ตอบพี่แอน ปลั๊กเห็นด้วยกับพี่แอนนะ ปลั๊กก็ไม่ได้อยากดังเพราะเด่น
แต่อยากดังเพราะอยากได้งานนี่แหละ ซึ่งปลั๊กก็มั่นใจแล้ว ว่าจบไปมีงานทำแน่ๆ
แต่ก็อยากให้ความดังมันมาเสริมนิดนึง ฮ่าๆ ไร้สาระเนอะ
พอใจครับแอน
:22:
ผมหาตัวเองตัวเองด้วยการเป็นพนักงานบริษัทมาสิบแปดปี
หาคือหาจริงๆนะครับ เจ็ดปีหลังถามตัวเองทุกวันว่าตกลงกูจะทำอะไร
แล้วไอ้ระหว่างหานั่น มีอาการอยากดังรวมไปด้วย
อย่างสิ่งที่ทำตอนนี้ คือสิ่งแรกที่อยากทำนะครับ(เรียบจบผมฝันอยากเป็นครูตลอดเวลาเลย)
แต่เหมือน โอกาสที่รอ บอกว่า เธอจงไปฝึกตัวมาสักสิบแปดปี
คิดว่า สักแป๊บปลั๊กเองคงหาที่หาทางเจอแหละ
:22:
อ้อ กะลงมือทำงานที่ทำอยู่ทุกวันนี้ อย่างบากบั่น
ลองให้เวลาตัวเองเล่นๆ ทำแบบจริงจังสักสิบปี
ดูสิ
กูจะเป็นคนรวยไหม ตอนนี้ไม่อยากดังแล้วครับ
ผมอยากองรวยสักที :30:
อ้างอิงลูกค้าต้องเชื่อมั่นในฝีมือเรา ว่าเรามีคุณภาพ น่าใช้บริการ อันนี้เจอมาบ่อย
แบบบางคน เพื่อนแนะนำมาให้จ้างปลั๊ก ก็ชอบถามว่า ทำได้หรอ สวยมั้ย
อย่าคิดแพงนะ ถามทั้งๆที่ไม่ขอดูตัวอย่างงานที่เราทำเลย เพราะเราไม่ดังใช่มั้ย
ลองทำฟรีเลย ถ้าต่อนัก :22:
ผมทำฟรีบ่อยเลยนะ
ไม่ไร้สาระครับปลั๊ก อยากทำอะไรทำเถอะ
ทำบ่อยๆ เดี๋ยวมีคนเห็นเอง
แต่ถ้าจะให้ดี อย่าไปรอให้คนเห็นครับ
เราต้องเข้าไปในวงที่เขาเห็นกันง่ายๆ
แล้วบอกว่าเฮ้ย นี่กูทำอยู่นะ
เท่านี้แหละครับ แล้วก็ทำต่อไปเรื่อยๆ
แม่งพูดเหมือนง่าย แต่ก็ใช้เวลานะ
กรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จแล้วก็คือเดือน และ Faceblog ของเดือนนั่นแหละ นำพาชีวิตมาให้แล้ว
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 01:39 น.
ระหว่างไอ้แอนในฐานะเฟลลาธิการ
หรือไอ้แอนนักสร้างฟอนต์
อันไหนมีคนรู้จักมากกว่ากันเหรอครับ
แต่จริงๆ มันก็เอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้เนาะ
เพราะกลุ่มเป้าหมายมันคนละกลุ่มแฮะ
ตอนนี้ในฐานะคนทำฟอนต์ยังมีคนรู้จักอยู่ครับ
ส่วนเฟลาธิการจะเป็นอีกกลุ่มนึงเลย
ถ้าคนที่ชื่นชมจะในฐานะคนทำฟอนต์มากกว่า
แต่คนทั่วไปที่ไม่ได้ชื่นชมอะไร แต่เห็นว่า "อ๋อ ไอ้คนนี้นี่เองที่____" อันนั้นจะเป็นอย่างหลัง
ปลั๊กเอ๊ยของแบบนี้ไม่ได้ทำได้กันในวันสองวันนะ :58:
ทำเรากำลังพูดอยู่เนี่ยมันไม่ได้อยู่ในขอบเขตของการออกแบบแล้วนะ มันคาบเกี่ยวกับความเป็นธุรกิจด้วยนะ
ความดังนี่เรื่องรองๆไปเลย เพราะเวลาดังมันมักจะมีแต่งานการกุศล :47: (สังเกตุจากคนใกล้ตัวหลายคน)
มันมีปัจจัยหลายๆอย่างที่ต้องสร้าง ถึงจะสามารถมีเงินหล่อเลี้ยงชีวิตได้ถ้าจะเป็นฟรีแลนนะ
อีกอย่างคือมันต้องมีความ "ครบเครื่อง" ด้วยล่ะ
ถามว่าถ้าจะเป็นฟรีแลนวาดภาพประกอบอย่างเดียวได้มั้ย
ยากส์ว่ะ :37:
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้นะ
คำถามที่ควรตั้งตอนนี้คือ "ทำอะไรเพื่อที่จะให้อยู่ได้" มากกว่า"อยากจะทำอะไร"
ปล.ตอนนี้กูยังไม่มีเวปพอทเลย :41:
ปล2.จริงๆเรื่องนี้คุยกันได้ถึงเช้า แต่กูขี้เกียจพิมพ์
เหมือนปลั๊กตอนนี้แทบไม่มีใครรู้เลยนะ ว่าปลั๊กทำฟอนต์ด้วย
รู้แต่ว่าปลั๊กทำกราฟิก
แต่กลุ่มที่รู้ว่าปลั๊กทำฟอนต์ก็มี ติดต่อเข้ามาให้ทำบ้างประปราย
เด่วอีกสักพักคงกลับมาทำฟอนต์แจกอีก :52:
ขอบคุณทุกคนมากครับ มั่นใจขึ้นเยอะเลย
ทำต่อไปๆ มีรุ่นพี่เคยสอนว่า จงเชื่อในการทำงานหนัก แล้วโชคจะมาหาเอง :46:
เรียนเอแบคมาสี่ปี อาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่า การจะโด่งดังไม่ใช่เรื่องของโชคลาง อย่าเชื่อดวง
จงเชื่อในพลังของมาร์เก็ตติ้ง.. เป็นไงล่ะ มหาวิทยาลัยธุรกิจสุดๆ :30:
ก็จริงนะพี่ชื่น ไองานที่ทำให้ดังนี่งานฟรีทั้งนั้น :30:
แต่มันก็สนุก และไม่รู้สึกเหนื่อยที่จะทำนะ
ส่วนทำภาำพประกอบอย่างเดียวนั้น คงไม่ใช่ความคิดปลั๊กเลย
แค่อยากทำเป็นงานอดิเรก แต่สร้างชื่อให้ตัวเองมากกว่า :53:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 01:47 น.
ไม่ไร้สาระครับปลั๊ก อยากทำอะไรทำเถอะ
ทำบ่อยๆ เดี๋ยวมีคนเห็นเอง
แต่ถ้าจะให้ดี อย่าไปรอให้คนเห็นครับ
เราต้องเข้าไปในวงที่เขาเห็นกันง่ายๆ
แล้วบอกว่าเฮ้ย นี่กูทำอยู่นะ
เท่านี้แหละครับ แล้วก็ทำต่อไปเรื่อยๆ
แม่งพูดเหมือนง่าย แต่ก็ใช้เวลานะ
กรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จแล้วก็คือเดือน และ Faceblog ของเดือนนั่นแหละ นำพาชีวิตมาให้แล้ว
นี่ไง เดือนก็ดังไปแล้วอีกหนึ่งนาง
:22:
ส่วนปลั๊ก
ลองตั้งโจทน์ให้ ชีวิตเล่นๆ สิครับ
แล้วแก้โจทน์ไปเรื่อยๆ สนุก
ผมตั้งโจทน์ว่า อยากมีโรงเรียนสอนศิลปะเป็นของตัวเองผมทำผ่านไปข้อนึงละ
ข้อต่อไปอยากมีสาขาอีกอ๊ะ ผ่านไปได้อีก
ข้อต่อไปคือ
อยากมีให้ครบสิบสาขาข้อนี้กำลังหาทางแก้โจทน์
ส่วนงานสนุกๆ
ผมตั้งโจทน์ว่า ถ้าเราจะทำฟอนต์แจกสักสิบตัว จะทำได้ไหมตอนนี้ผมทำไปสองฟอนต์ละ เหลืออีกแปดฟอนต์
มีโอกาสแก้โจทน์ได้
สนุกดีนะครับ
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 01:41 น.
ปลั๊กก็ว่าปลั๊กใจร้อนไป อย่างช่วงนี้บ้าทำงานทุกวันเลย :30: :05:
exteen นี่เคยสมัครไว้ด้วยนะ อัพไว้แค่หน้าเดียว แล้วก็ไม่ได้เข้าไปอัพอีกเลย
มันก็จริงนะ เห็นหลายๆคนดังมาจาก exteen เนี่ยแหละ
แต่ปลั๊กไม่ชอบอย่า่งนึงคือ ต้องมี social ต้องไปอ่านบล๊อกเพื่อน ต้องไปเม้น
เพื่อที่เค้าจะได้คลิกเข้ามาดูบล๊อกเรา แต่เอาจริงเว็บไหนก็เป็นแบบนี้ อย่า่งใน behance ก็เป็นเหมือนกัน
แต่อยากจะลองดูซะที เร็วๆนี้ละกัน :44:
เอ้า แหงสิ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม
คนที่ออกการ์ตูนได้ ออกหนังสือได้ สมัยนี้ ก็ได้เพื่อนๆ ที่เราต้องไปเม้นเค้า ไปอ่านเค้านี่แหละ ช่วยโปรโมตหนังสือ ช่วยซื้อหนังสือ
ของแบบนี้อย่าคิดว่าเป็นการลงทุนหรืออดทน ถ้าเราให้ใจไปกับสิ่งที่เราทำ เราจะได้ใจกลับมาแหละเชื่อดิ :37:
เอาจริงๆ พี่ก็ยังไม่ค่อยเป็นคนเข้าสังคมและเป็นพวกปิดตัวเอง (ดีกว่าแต่ก่อนแล้วนะ แต่ก็ยังมีบ้าง)
แต่ก็กำลังฝึกนะ เปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ รู้จักคนเรื่อยๆ และพยายามรักษาความเป็นตัวเองเอาไว้ (ไม่ต้องเอาใจใครแต่ก็ไม่ทำร้ายใครไรงี้)
พี่ไม่อยากดังนะ แต่อยากมีตังค์ อยากมีเพื่อน อยากเก่ง อยากรู้จักคนเก่งๆ ดีๆ เยอะๆ :37:
ถ้าจะรอให้งานมันพูดแทนตัวเราก็ทำได้ แต่งานเรามันเจ๋งพอที่จะพูดแทนตัวเราแล้วหรือยังล่ะ
//ตัดหน้า 5 คน แถมพี่แอนพูดดีกว่าอีก :05:
//อีก 2
อ้างคำพูดจาก: นักศิลปะ เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 01:55 น.
นี่ไง เดือนก็ดังไปแล้วอีกหนึ่งนาง
:22:
เดือนไม่ได้อยากดังนะ จากใจจริง
อย่างที่บอกคืออยากเก่ง อยากรู้จักคนเก่งๆ อยากมีเพื่อนดีๆ พี่ดีๆ แบบที่เจอมาแล้วหลายคน
อยากมีเงิน อยากมีความสุข (เยอะเนอะ แต่ไม่อยากดัง :05: แค่มีคนที่ดังๆ ในทวิตเตอร์มาฟอลโล่แต่ละทีก็เกร็งโคตรละ กลัวทวีตอะไรออกไปแล้วดูไม่ดี เริ่มมีอีโก้แล้ว 5555 :05:)
อ๊ะ พูดถึงทวิตเตอร์
ถ้าด่าคนดัง เราอาจจะดังได้เหมือนกันนะ ฮาๆๆ :22:
ผมก็ไม่อยากดังครับ แต่คนมันดังอะนะ ไม่เชื่อรอดูวันที่ 6 เมษา ซิ มีคนจัดงานให้ใหญ่โต :30:
เดือนเป็นน้องคนนึงที่อรชอบมากในแง่ความพยายามนะ
คือไม่รู้หรอกว่าโปรเซสในหัวหรือความต้องการแท้จริงจะเป็นยังไง
(อรมองว่าอยู่ในจุดที่ต้องการ self actualization แล้ว แต่ไม่รู้ว่าใช่ไหม)
แต่ภาพที่เห็นคือเดือนตั้งเป้าหมาย แล้วก็พยายามทำจนสำเร็จ
อาจจะมีบ่น มีสบถบ้างอะไรบ้างให้เห็นในทวิตเตอร์ แต่ก็แบบ... ก็ทำน่ะ :30:
(พูดสั้นๆ กลัวโดนตัดหน้า)
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 02:05 น.
ผมก็ไม่อยากดังครับ แต่คนมันดังอะนะ ไม่เชื่อรอดูวันที่ 6 เมษา ซิ มีคนจัดงานให้ใหญ่โต :30:
วันแป้กอ่ะนะ
วันจักรี :05:
:30:
คือวันนี้ไปบ้านพี่ติ๊กพี่เจนมา แล้วจะมีนัดกันวันพุธ
อยู่ๆพี่เจนก็บอกว่าเดี๋ยวเราเจอกันวันแป้กนะ
(โบวือึ้งไปหลายวินาทีเลย กว่าจะเก็ตน่ะ) :30:
พูดถึง Faceblog
เอาจริงๆ ที่มันมีคนรู้จักในระดับนึง เพราะ Faceblog มีคอนเทนต์ที่เว็บอื่นไม่มีนะ
เป็นคอนเทนต์ที่เราสร้างเอง (ถึงจะมีอ้างอิงจากข่าวฝรั่งมาบ้างก็เถอะ)
ถ้าเป็นเรื่อง Facebook เดือนว่าตัวเองก็พอจะรู้เรื่องราวมันบ้างในระดับนึงนะ
เป็นเฟซบุ๊กแมน คือไหนๆ ตั้งใจจะขลุกกะมันแล้วก็รู้ไปให้สุดเลยละกัน
(ไม่ถึงขั้นกูรูนะ เรื่องที่ไม่รู้ก็มีเยอะ)
คือพอเขียนอะไรลงเฟซบ๊อกแล้วมีคนมาอ่าน มากด like ไปบอกต่อ มันก็รู้สึกดี
รู้สึกสนุกด้วยที่เป็นคนแรกๆ ที่ได้แชร์องค์ความรู้พวกนี้ให้กะคนอื่น อะไรเงี้ยะ
ทำๆ ไปก็มีดีใจบ้างท้อบ้างเป็นธรรมดา (เช่นวันที่ uip ตก หรือวันที่อยู่ๆ ก็นอยด์ว่าทำไมกูช่างไม่เก่งเอาซะเลย บ้าบอเนอะ T_T)
แต่นะ ลึกๆ ยังเชื่อมั่นว่ามันจะเป็นผลงานที่ดีที่สุดของเรา ก็ตั้งใจจะทำไปเรื่อยๆ นี่แหละ (ในอนาคตถ้าได้ตังค์ด้วยก็จะดีฮิ :53:)
ความพิเศษของ Faceblog ที่ประทับใจส่วนตัวก็คือ
- เป็นเว็บที่มีคนเข้ามาจาก Facebook มากกว่า Google (เว็บเดือนไม่ได้ทำ SEO เลย สักวันถ้ามีโอกาสจะบอกคนอื่นว่า ไม่ต้อง SEO เว็บก็มีคนเข้าได้นะเฟ่ย Content is King นี่มันจริงตลอดกาล)
- ประทับใจพลังการบอกต่อ บอกต่อ บอกต่อ มากๆๆ (บางคอนเทนต์ใน Faceblog นี่คนกดไลค์เป็นพัน สูงสุดกดไลค์เกือบหมื่นเก้า (http://faceblog.in.th/2011/03/help-japan-earthquake-by-facebook-pages/))
แค่นี้แหละ นึกไม่ออกแล้ว :53:
สู้ๆ เด้อปลั๊ก เวลาท้อฟังเพลงความเชื่อของบอดี้แสลมช่วยได้นะ
ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝันนน หกล้มคลุกคลานเท่าไหร่ มันจะไปจบที่ตรงไหน แต่จะยังไงก็ต้องไปปปป ให้ถึงงงง
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม แต่ก็ยังดีที่อย่างน้อยได้จดจำ ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป
แค่คนที่เชื่อในความฝัน จะเหน็ดจะเหนื่อยก็ยังต้องเดินนน ต่อปายยยยยยยห์ :37:
อ้างคำพูดจาก: หนูอร เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 02:07 น.
เดือนเป็นน้องคนนึงที่อรชอบมากในแง่ความพยายามนะ
คือไม่รู้หรอกว่าโปรเซสในหัวหรือความต้องการแท้จริงจะเป็นยังไง
(อรมองว่าอยู่ในจุดที่ต้องการ self actualization แล้ว แต่ไม่รู้ว่าใช่ไหม)
แต่ภาพที่เห็นคือเดือนตั้งเป้าหมาย แล้วก็พยายามทำจนสำเร็จ
อาจจะมีบ่น มีสบถบ้างอะไรบ้างให้เห็นในทวิตเตอร์ แต่ก็แบบ... ก็ทำน่ะ :30:
(พูดสั้นๆ กลัวโดนตัดหน้า)
เดือนโคตรขี้บ่นเลย รู้ตัว แก้ยาก บอกไว้ใน bio แล้วนะ
เลยเกรงใจคนดังที่เค้ามาตามอ่ะ ป๋มไร้สาระนะฮ้าบ ขี้บ่นก่นด่านะฮ้าบ แง้ :05:
คืนนี้จู๋นี้สนุก :25:
ไล่บวกแหก
faceblog พี่เดือนก็ทำให้คนเข้ามาทักปลั๊กเยอะนะ ที่เอารูปสึนามิไปลง
เห็นคนมากดไลค์แฟนเพจเยอะขึ้น ดีใจๆ ไม่ต้อง suggest เหมือนแต่ก่อนแล้ว :30:
นี่ปลั๊กเรียนจบยังเนี่ย
อ้างคำพูดจาก: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 02:11 น.
เดือนโคตรขี้บ่นเลย รู้ตัว แก้ยาก บอกไว้ใน bio แล้วนะ
เลยเกรงใจคนดังที่เค้ามาตามอ่ะ ป๋มไร้สาระนะฮ้าบ ขี้บ่นก่นด่านะฮ้าบ แง้ :05:
เรื่องบ่นไม่ได้มองว่าเป็นข้อเสียอะไร มองว่าเป็นคาแรคเตอร์นึง (อันนี้แยกกับเรื่องชี้หน้าด่าคนนะ)
ถ้าการบ่นมันไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อการทำงานก็บ่นไปเถอะเดือน จริงๆ เก็บไว้เครียดเปล่าๆ :30:
โห เจ๋งอะเดือน :12:
หมื่นเก้าาาาาาาาาาาาาา
เยอะมาก
โรงเรียนผมกดคนไลฟ์ สามร้อยกว่าเอง :30:
ในรูปแบบการทำงานของผม
เฟสบุ๊ค ยังไม่ใช่คำตอบ (แต่เชื่อมสัมพันธ์ได้ดี)
ทวิตเตอร์ยิ่งห่างไกล
ฉะนั้น ในรูปแบบของโรงเรียน กูเกิ้ลจึงยังเป็น กูเกิ้ล is King
(ผมนั่งวิเคราะห์เรื่องพวกนี้อย่างสนุกทุกวัน)
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 02:15 น.
นี่ปลั๊กเรียนจบยังเนี่ย
ยังเลยครับ ปีนี้ขึ้นปีสี่แล้ว อีกปีเดียวเท่านั้น :02:
อ่านสนุกมากครับ เดี๋ยวหาประสบการณ์ตนเองมาช่วยเสริม
แต่ไม่ค่อยจะมีเลย :08:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 02:17 น.
อ่านสนุกมากครับ เดี๋ยวหาประสบการณ์ตนเองมาช่วยเสริม
แต่ไม่ค่อยจะมีเลย :08:
รอๆๆ ผมชอบอ่านของ จารย์เก้อ
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 02:16 น.
ยังเลยครับ ปีนี้ขึ้นปีสี่แล้ว อีกปีเดียวเท่านั้น :02:
ตอนผมอายุเท่าปลั๊ก ยังไม่คิดอะไรเล้ย
ตั้งใจจีบหญิงอย่างเดียว :30:
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 02:14 น.
faceblog พี่เดือนก็ทำให้คนเข้ามาทักปลั๊กเยอะนะ ที่เอารูปสึนามิไปลง
เห็นคนมากดไลค์แฟนเพจเยอะขึ้น ดีใจๆ ไม่ต้อง suggest เหมือนแต่ก่อนแล้ว :30:
เอาค่าโฆษณามา :37:
แล้วก็อีกอย่างที่คือถ้าตั้งเป้าว่าจะดังกับตั้งเป้าว่าจะมีงานทำนี่ บางทีผลที่ได้มันก็ไม่ได้สอดคล้องกันนะ
เหมือนอย่างที่พี่แอนบอกว่าทำงานให้มันดีๆ แล้วหาจังหวะที่เราจะพูดถึงงานเราได้
บางทีถ้าคิดแต่จะอยากดัง มันอาจจะทำให้เราโหมในส่วนการโปรโมต การตลาด จนลืมคุณภาพงานที่แท้จริงไปน่ะ
ของแบบนี้มันได้มาก็จริงแต่มันไม่ยั่งยืนจริงแมะห์ :37:
อ้างคำพูดจาก: นักศิลปะ เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 02:16 น.
โห เจ๋งอะเดือน :12:
หมื่นเก้าาาาาาาาาาาาาา
เยอะมาก
โรงเรียนผมกดคนไลฟ์ สามร้อยกว่าเอง :30:
ในรูปแบบการทำงานของผม
เฟสบุ๊ค ยังไม่ใช่คำตอบ (แต่เชื่อมสัมพันธ์ได้ดี)
ทวิตเตอร์ยิ่งห่างไกล
ฉะนั้น ในรูปแบบของโรงเรียน กูเกิ้ลจึงยังเป็น กูเกิ้ล is King
(ผมนั่งวิเคราะห์เรื่องพวกนี้อย่างสนุกทุกวัน)
คนกด like เอนทรี่ใน Faceblog รวมๆ แล้ว 2-3 หมื่นน่าจะถึงอ่ะค่ะ แต่ facebook.com/fbinth (http://facebook.com/fbinth) นี่คนกดไลค์อยู่พันนึงมั้ง :05: (นี่เดือนมาเป๋กระจู๋มั้ยเนี่ย :44:)
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 02:16 น.
ยังเลยครับ ปีนี้ขึ้นปีสี่แล้ว อีกปีเดียวเท่านั้น :02:
โอ้ย มีเวลาอีกเยอะ เดี๋ยวก็มีลู่ทางเองแหละ
ตอนไอ้เดือนอายุเท่าปลั๊กยังเล่นกระโดดทับอู๋อยู่เลย :30:
จะบอกว่า ถ้าผมจะดังก็คงดังเพราะที่นี่แหละ เพราะไม่เคยจะเปิดเผยอะไรที่ไหนเท่าที่นี่
และก็ช่วยๆ กันปั้นกันไปเดี๋ยวดังเป็นหมู่คณะเองจนได้ :30:
อ่านสนุกมาก :25:
เจริงๆเรื่องเอ็กซ์ทีน มันค่อนข้างเป็นอย่างที่พี่ปลั๊กเขียนแหละ ต้องเม้น ต้องตามอ่านของคนอื่น เราถึงจะเป็นที่รู้จัก
แต่นานาเห็นหลายคนเหมือนกันที่เค้ามาไม่นาน เป็นที่รู้จักไวเพราะคุยกับคนเยอะ แล้วก็ทำโปรเจกต์ร่วมกับคนอื่นเยอะ
รออ่านของพี่เก้อด้วย :53:
เดือนเก่งออก แล้ว faceblog ก็เจ๋งด้วย :12:
เสียดายที่ ที่ทำงานตูบล็อคเฟซบุ๊ก
เวลาอ่านอะไรแล้วมีลิงก์ไปเฟซบุ๊คเลยไม่ได้อ่าน
เสียอารมณ์มากๆ ต้องมาอ่านที่บ้านแทน
รออ่านของเก้อ :25: :25:
เพิ่งมาอ่านเจอหลายหน้าเลย พูดถึงปลั้กนะ ถ้าจะดังใน exteen ไม่ยากนะ
(จากคนที่เคยเป็นที่รู้จักจากที่นั่นระดับนึงเมื่อหลายปีก่อน) พื้นฐานจริงๆเลยคือความขยันอะ
ส่วนเรื่องเม้นให้ใครไม่เม้นให้ใครไม่เกี่ยวเลย(เพราะไม่เคยไปเม้นใคร เซเล็บมั้ยล่ะ)
ถึงสังคมช่วงหลังๆติ่งจะเยอะแต่โพสที่ขึ้นหน้าแรกคือเว็บมาสเตอร์เลือก แต่ถ้าเล่นบอร์ด เม้นบล็อกคนอื่นบ่อยจะเกิดเร็วขึ้น :30:
ถ้ามีงานสม่ำเสมอ มีขาประจำ ซักพักเดี๋ยวโอกาศมาเอง เอาจริงๆเลยอย่างหัวไข่ถ้ายังอัพต่อเนื่องก็คงมีสำนักพิมพ์มาติดต่อ(อีก) :37:
ตอนแรกตั้งใจเขียนบ้าๆบอๆ พอคนอ่านเยอะ ติดฮอทเยอะก็เริ่มอยากดัง เหมือนทำเว็บกากคลับ มาทำกันแบบขำๆ
จนตอนนี้โตมีเซเล็บมาเม้น คนอ่านเยอะ ก็คิดไปไกล กลัวจะเหมือนหัวไข่จริงๆ :30:
exteen นี่เคยสมัครไว้ ไม่ได้อัพ แล้วไม่ได้ไปอะไรกับใคร ยังมีคนมาเม้นเลย
หรือว่าเราจะเป็นเซเลบแล้ว :30:
อ้างคำพูดจาก: นานาาา เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 02:29 น.
รออ่านของพี่เก้อด้วย :53:
รออ่านของพี่เก้อด้วย :25:
จะว่าไป.. เห็นพี่เก้อแล้วนึกได้ว่า ตอนไปบ้านพี่เก้อแล้วไปดูเพื่อนๆพี่เก้อทำงาน 3D
เลยนึกได้ว่าในสายงานที่เรียนมาก็รู้ได้แตกแขนงในระดับนึงนะ แต่รู้ไม่ลึกเอาซะเลย
ระดับความรู้เหมือนรากฝอยน่ะค่ะ ไม่ลึก เล็กๆ แต่แพร่กระจายไร้ทิศทาง :30:
คือพวก Maya / After Effect / Dream weaver / Flash / PS / Illustrator นี่ก็ทำมาหมดแล้ว
แต่ก็ล้วนแต่เป็นระดับพื้นฐานง่อยๆ เปลี้ยๆ ทั้งนั้น (คือรู้วิธีบ้าง แต่ไม่มีหน้าเอางานสวยๆ ไปอวดใคร)
วาดรูปก็ไม่สวย ..ทำเว็ปก็ไม่สวย ..ตัดต่อก็เฉยๆ ..อิลลัสก็เฉยๆ ...3D animation นี่เกลียดหนัก
เวลาคนบอกว่าเฮ้ย ดีแล้ว สวยแล้ว มันก็ไม่พอใจนะ เป็นคนมาตรฐานสูง
ประกอบกับการเป็นคนที่มีความสามารถ วุฒิภาวะทางอารมณ์ และทางสังคมต่ำน่ะ
เลยไม่ค่อยพอใจกับชีวิตตัวเองเท่าไหร่.... ยังจะเรียนๆๆๆ ต่อไปอีกเยอะเลย
ทั้งหมดทั้งปวงเพื่อที่จะออกไปทำงานแบบปีกกล้าขาแข็งด้วยตนเอง :30:
ตอนนี้ก็เลยมาตั้งต้นใหม่กับอะไรที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน รู้ว่ามีอะไรต้องเรียนอีกเยอะเลย
เดือนเป็นอีกคนที่พี่เห็นน่ะว่า เออ ในวัยนี้เราสร้าง และเรียนรู้ได้เองจริงๆน่ะล่ะ
อันนี้รวมถึงพี่โบว์พี่แอนด้วยนะคะ ที่สร้างเนื้อสร้างตัวเองอะไรเอง จนมีกิจการส่วนตัว
ยังเอาไว้ด่าเพื่อนบางคนกับแฟนเก่าอยู่เลย ว่าน้องเค้าไม่เห็นต้องเกาะพ่อแม่ทำงานทำการเลย
ใช่ว่าบ้านรวยถึงจะหาการหาการทำ แล้วเป็นที่รู้จักในสายงานได้ซักหน่อย :37:
(อันนี้พิมพ์ไร้สาระนะคะ ไม่ได้ลำดับ :30:)
คนเข้ามาอ่านเยอะจริงๆ คืนนี้ เห็นแล้วอยากจะแอบอ้างจากจู๋เผยผิวมาไว้ที่นี่สะจริงๆ
บอกแล้วว่าไม่มีอะไรจะเล่าครับ :07:
จริงๆผมก็คงเหมือนคนทำงานทั่วๆไป ก็มีงานมาตลอด
ดีหน่อย งานที่ทำช่วงนี้มันใช้เวลาในการทำไม่นานมาก
คือควบคุม(หมายถึงนั่งรอดู นานๆทีก็ไปจิ้มๆ บางทีก็ไปประชุม)
และเขียนบทอะไรต่างๆ ซึ่งผมมักทำเป็นว่ามันยากและใช้เวลาหาข้อมูลนี่นั่นนู่นนาน
ผมบอกว่าผมทำได้เร็วเท่าๆคนอื่นตามมาตรฐานงานประเภทนี้
แต่ในความเป็นจริง ผมทำแป็บเดียว :30: อันนี้เลยมีเวลาเพิ่มขึ้นอีก(อย่าไปบอกใครนะครับ)
และพวกกราฟิกอะไรต่างๆเหมือนกัน ผมใช้เวลาทำไม่นานมากมันก็จะโอเคลงตัวขายผ่านเสมอ
ทั้งเขียนบท กำกับ หรืออกแบบอะไร ผมคิดแก้ปัญหาไว้ล่วงหน้าแล้วเสมอ
เลยทำแล้วไม่มีปัญหาหรือแก้เยอะจุกจิกอะไรเลย แถมทั้งหมด ผมก็แทบจะทำมันโดยไม่คุยงานกับใครโดยตรง
มีคนคุยแทน มีแต่ประชุมที่จำเป็นเท่านั้นถึงจะไป
ถึงผมจะชอบพูดว่าไม่ได้คิดวางแผนอะไร อันนี้ตอบแบบกระแดะ แต่ในการทำงานจริงๆ
ก็ต้องคิดหมดล่ะครับ เหมือนเวลาที่อ่านตามโพสต่างๆ ก็มองปัญหาสามสิบแปดด้านล่วงหน้า
แล้วลงมือแก้มันตั้งแต่ตอนทำทีแรก ปัญหาจุกจิกหรือเรื่องเหนื่อยใจในการทำงานเลยไม่ค่อยมี
ที่ชอบบอกว่าไม่ได้คิดอะไร เป็นเพราะไม่จำเป็นต้องตั้งใจคิด มันคล้ายๆกับเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว
ประกอบกับที่เคยคุยกับพี่ณตที่ว่า ผ่านการล้างจานวันละ 12 ชั่วโมงสุดยอดของความเหนื่อยและเบื่อมาได้
อะไรก็ไม่เหนื่อยหรือน่าบื่ออีกต่อไป ยกเว้นออกกองถ่ายอะไรร้อนๆ อันนี้เหนื่อย :37:
โดยรวมแล้วก็ถือว่าดูแลตนเองได้ดีตามสมควร เหลือไปดูแลคนอื่นได้
(ตอนนี้น้องที่เชียงใหม่มาอยู่ด้วย ต้องเลี้ยงมันด้วย) ซื้อนู่นนี่มาทำกับข้าวเยอะๆทุกวัน
ส่วนเป้าหมายในชีวิต ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับงานนะครับ
คือมีเป้าหมายอยู่ 2 ด้านที่คาดหวังเอากับตัวเองก็คือ ในปีนี้
จะลงมือทำอะไรเกี่ยวกับสังคม-การเมือง อันนี้ก็คงลงมือทำในบางด้านจริงๆละ
ถือเป็นเป้าหมายและความฝันในช่วงสัก 5 ปีจากนี้ไปด้วย
อีกด้านหนึ่งคือ ใช้เวลากับการอ่านหนังสือและฟังเพลงให้มากกว่านี้
จริงๆก็มากแล้วล่ะ แต่ก็อยากจะเข้าใจอีกหลายเรื่องที่ไม่เข้าใจ อยากรู้อีกหลายเรื่องที่ไม่รู้
อยากฟังเสียงอีกหลายเสียงค้นหามันเข้าไปอีก จมกับมันเข้าไปอีก
อันนี้รู้ว่าไม่เกี่ยวกับงาน แต่เป็นเป้าหมายชีวิตน่ะครับ
เร็วๆนี้หม่อมน้อยบอกว่าต้องการผู้ช่วยเขียนบท ให้ผมไปคุย แต่ยังคิดไม่ตกอยู่นะครับ
ว่าถ้าเขียนบทภาพยนต์ไปเลยเนี่ย มันจะดูจริงจังกับการเขียนบทเกินไปไหม
จริงๆแล้วก็ชอบ แต่ถ้าเขียนบทหนังนี่ ต้องแปลแล้วว่าเราจริงจังกับมัน
บังเอิญว่าไม่จริิงจังขนาดนั้น :37:
เขียนเลยครับ อย่าลืมดันผมเป็นพระเอก :37:
ข้ามศพตูไปก่อนเถอะ
จริงๆแล้วเป้าหมายทางสังคม-การเมืองอะไรนี่
น่าจะชัดสุด ว่าจะลงสมัคร ส.ส.ปลายปีนี้ :07:
จริงดิ๊ :07:
เอ้อแต่ถ้าจะเอารูป ไว้เพื่อแคชตง แคชติ้ง เนี่ย แวะไปจู๋เผยผิวนะครับ ผมเตรียมไว้แล้ว
โอ้ว จริงจังเหรอครับเนี่ย
สู้ๆนะพี่เก้อ เด่วย้ายทะเบียนบ้านไปเลือกให้ :30:
:12:
เชื่อด้วยเหรอ :05:
จริงๆคือแค่ไอ้ความคิดทางการเมือง-สังคม-วัฒนธรรม-ศิลปะ
อะไรต่อมิอะไรทางนี้ที่สะสมมา มันคงนำพาผมไปทิศทางนี้ได้ทางเดียวแล้วล่ะ
อธิบายไม่ถูก มันเยอะมาก เข้าขั้นคลุ้มคลั่งดังทำนองเพลงร็อค(สลิดมาก)
ก็คงปล่อยให้มันนำพาไปล่ะครับ :30:
ชอบกระทู้นี้ที่สุดในฟอนต์แล้ว
แปะไว้ก่อน ของเก้อยังไม่ได้อ่านง่วง เดี๋ยวพรุ่งนี้มาอ่าน
แต่แค่อยากมาเล่า(หรือเผา) เรื่องวิวัฒนาการของคุณเดือน faceblog น่ะ :30:
ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา และมาเป็นเด็กฝึกงาน มาทำงานด้วยกัน จนถึงวันนี้น่ะ
พรุ่งนี้นะคะ :56:
:05: อะไรกัน เสียวสันหลัง
ปูเสื่อรอ :45:
ม่ายยยยยยยยน้าาาาาาาาาาาาาา :05:
น้องเดือนไม่เห็นเปลี่ยนไปเลย น่ารักเหมือนเดิม :27:
รออ่านเบื้องหลัง วิวัฒนาการผู้ทำเว็บเฟสบล็อก :25: :25: :25:
น้องเดือนอย่าลืมมาเลี้ยงพี่บิ๊กด้วยนะ :56:
ตอนนี้เค้าอยากเปลี่ยนงานแล้วล่ะ หว้าเหว่ถึงขีดสุด :05:
จู่ๆก็มีคนแอ็ด ฟบ มาแล้วก็
"สวัสดีครับ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ถ้าข้อความนี้เป็นการรบกวน ไม่ได้มีเจตนารบกวน หรือต้องการเอาเปรียบอะไรนะครับ
คือผมทำงานในส่วนบรรณาธิการหนังสือแบรนด์ Digi Art ของสำนักพิมพ์ IDC นี่เป็นเว็บไซต์ของบริษัทเราครับ www.infopress.co.th (http://www.infopress.co.th)
ผม บังเอิญเห็นภาพที่คุณถ่ายแล้ว มันสวยมากๆ เลยอยากจะสอบถามว่ามีความสนใจที่จะจัดทำหนังสือเกี่ยวกับการถ่ายภาพกับเรา ไหมครับ ถ้าสนใจ หรือไม่สะดวกอย่างไร รบกวนแจ้งกลับด้วยครับ ขอบคุณครับ
เกียรติพงษ์ บุญจิตร"
:07: :07: :07: :07: :07: ตื่นเต้นนะค้าบ
ทำเลยสิคร๊าบบบบ :07:
ตอนนี้มีอะไรให้ทำก็ทำหมดเลยค้าบบ :07: :07:
อู๋ลุยเลย :07:
รออ่านเบื้องหลังเฟซบล็อก :25:
ต้องลองเลยอู๋ :07:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 03:03 น.
จริงๆแล้วเป้าหมายทางสังคม-การเมืองอะไรนี่
น่าจะชัดสุด ว่าจะลงสมัคร ส.ส.ปลายปีนี้ :07:
http://www.facebook.com/ftleaders (http://www.facebook.com/ftleaders)
เก้อสมัครเลย :07:
ส่วนอู๋ บอกแล้วให้ลาออก :07:
จู๋นี้อ่านแล้วได้รู้ประสบการณ์มากๆ :53:
พี่อู๋ลุยเลย!
:30: เหมือนตอนนี้สำนักพิมพ์นี้หาคนในเน็ตเลยนะเนี่ย
หนังสือแฟลชของอีก่อนั่นตูให้เบอร์เขาเองแหละ :30:
ส่วนตู สงสัยจะไม่ได้มีเวลาว่างเขียนแล้ว
ปฏิเสธยังไงดี ผลัดเขามาปีนึงแล้ว มรสุมเข้าตลอด :3005:
อู๋เอาเลยๆ ได้ 9% จากราคาปก*ยอดพิมพ์แน่ะ
สมมติเล่มละ 299 ขายได้ 5000 เล่ม ก็ได้หลายตังค์แล้ว :25:
จะเริ่มร่างสารบันแล้วครับ :56:
อยากอัพเดทชีวิตตัวเองบ้าง ชีวิตพลิกโผ เกรียนๆ ทำงานไม่ตรงสายที่เรียนเลย
ตอนนี้ทำงานเดือนนึงไม่ใช้ตังเลย ไม่เจอผู้คน ทำเสร็จได้เงินมาก้อนนึง
หยุดพักได้เดือนนึง นอนก่อนสองวัน เป็นเด็กแว้น เที่ยว ซื้อหุ้น อยากไปนู่นนี่หาของมาขาย
พอเกือบครบเดือนก็เริ่มนอยด์ๆ เพราะจะโดนลากไปทำงานอีกรอบ ชีวิตวนลูป :58:
โตนทำไรอยู่อ้ะ :37:
เจาะน้ำมันงับ :47:
อยู่แท่นเหรอ :25:
ขายกล้วยทอด :47:
ทอดเองกินเองยังไม่ได้เลยพี่ :30:
เคยทำแต่หอยทอด พูดแล้วก็หิว :52:
กรี๊ดดดดด ความฝันเลยอยากมีแฟนอยู่แท่นเจาะ :56:
อ้างคำพูดจาก: พลัม เมื่อ 04 เม.ย. 2011, 14:39 น.
กรี๊ดดดดด ความฝันเลยอยากมีแฟนอยู่แท่นเจาะ :56:
มีใครคิดอย่างผมมั้ย :30:
อยากให้แฟนเป็นแท่นเจาะ หรือยากให้แฟนทำงานอยู่แทนเจาะ
เล่ามั่ง..
ตอนนี้ทำงานบริษัทใหม่มา 8 เดือนนิดๆ แล้ว
พักหลังๆ นี่วุ่นวายมาก เพราะนอกจากต้องดูในส่วนของการผลิต (มีวิศวกรทางนี้ช่วย) แล้ว ก็เริ่มมีการดีลกับซัพพลายเออร์ และซับคอนแทร็ก เจ้าใหญ่ๆ อีกหลายเจ้า
ที่ว่าวุ่นวาย เพราะงานทุกอย่างผ่านผมเกือบหมด เหมือนผมเป็นฮับของบริษัท ทุกคนส่งงานมาที่ผม เพื่อตอบกลับ เพื่อรับรอง หรือเพื่อส่งต่อไปให้คนที่รับผิดชอบ หรือตัดสินใจได้อีกที
ล่าสุด ต้องจัดการเรื่องขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมฯ ประเภทนิติบุคคล หรือแม้กระทั้งหาคนมาทำงาน :30:
โดยรวมก็สนุกดี แต่แอบเหนื่อยเพราะวุ่นวายมาก จนบางทีก็หงุดหงิด อยากได้คนมาซัพพอร์ต (จริงๆ อยากได้คนมาให้ชี้นิ้วสั่งอีกที :30:)
ตอนนี้ได้คนดูแลด้านการเงินการบัญชี ของบริษัทแล้ว คาดว่าทุกอย่างคงจะราบรื่นในเร็ววัน เพราะไม่ต้องไปฝากคนของที่โรงงานทำอีกแล้ว (หวังว่าจะมาอยู่นานๆ นะ กลัวว่าจะมาแป๊บๆ แล้วหายมากๆ เลย)
คือจริงๆ ตอนรับตำแหน่งนี้นี่แอบคิดเองคนเดียวนะ ว่าอยากได้คนอายุไล่ๆ กัน และเงินเดือนสูงกว่าเรา
เหตุผลเหรอ.. ถ้าแก่กว่ามาก กลัวจะลำบากเวลาทำงานเท่านั้นแหละ ส่วนที่อยากได้เงินเดือนสูงอะ ไม่ใช่อะไร เอาไว้เปรียบเทียบขอขึ้นเงินเดือนทีหลัง :30:
สมใจเลย เงินเดือนมากกว่าตั้งครึ่งนึง :3005:
ทีนี้ เหมือนมาร์คได้ยินที่คิด อยู่ดีๆ ก็มาบอกว่า
"ตอนนี้คุณแอคเหมือนเป็นผู้จัดการทั่วไปนะ ตำแหน่งคุณคัฟเวอร์เขาอีกทีนะ ทีนี้เรื่องเงินเดือนที่เขาสูงกว่าคุณ แต่เราจะไม่ได้ซัพพอร์ตเขาเท่าคุณนะ" (ผมมีซัพพอร์ตค่าโทร. 1 เบอร์ / ค่าเดินทางซึ่งบางเดือนมากกว่า 30% เงินเดือนอีก :30:)
"ส่วนเรื่องเงินเดือนของคุณ ทันทีที่ทุกอย่างโฟลวกว่านี้เราจะกลับมาคุยกันเรื่องนี้นะ" (คือโปรเจ็คแรกเป็นเหมือนตัวแจ้งเกิด ไม่กำไรเท่าไหร่ เมื่อปลายปีเลยมีการปลอบใจด้วยการโอนหุ้นให้ 1% หวังว่าปีนี้จะกำไรพอให้ 1% นี้กลายเป็นปันผลมากพอให้ดีใจ :56:)
สรุปว่าทุกอย่างก็ยังเป็นไปด้วยดี ยังหวังว่าจะมีความสุขกับที่นี่ไปอีกนานๆ
จริงๆ แล้วที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยมีอะไรผิดหวังนะ เพิ่งจะมีช่วงเดือนที่ผ่านมานี่แหละ ที่เริ่มจะรู้สึกว่า เหนื่อยจัง :05:
หุ้น 1% :25:
เสี่ยบวบ :25a:
โอ้ย ทุนจดทะเบียนเท่าไหร่เอ๊ง :30:
เอาน่า ต่อไป บ. ขาดทุนเป็นหนี้ ก็รวยแล้ว :25:
ระบุไว้ในเอกสารอะไรสักอย่างของกระทรวงพาณิชย์แล้วนะ ว่าเป็นหุ้นส่วนที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรนะ :37:
บริษัทจำกัดไง จำกัดขาดทุน แต่ไม่จำกัดกำไร :30:
อย่าลืมเอาหุ้นไปยื่นภาษีนะครับ
เก้อด้วยนะ
ถ้ามี
เป็นนักการเมือง จะซวยเอา
ยังไงครับครับพี่ :25:
รู้สึกว่าเงินปันผลจากหุ้นจะเสียภาษีสิบเปอร์เซนต์น่ะครับ
อ้อ.. งั้นจะเหลือสักกี่ตังกันเชียว :30:
ไม่อยากเสียภาษีก็ขายทิ้ง :21:
เจ้านายดี๊ดี.. เจ้านายในฝันอะ หาไม่เคยเจองี้เลยแฮะ.. :50:
แต่เจ้านายปัจจุบันดีตรงที่ อนุมัติวันพักร้อนตัลหลอด กดเป็นปุ่มเีดียวคือ Approve :30:
เำพราะโพรไฟล์ตูนั้น มั่นใจว่าหางานที่เงินดีกว่าที่นี่ได้ไม่ยาก
(และไม่ช้าด้วย ไม่ได้เก่งมากมายอะไรนะ แค่ทำงานในสาขาที่เมืองไทยมีน้อย)
แต่อยู่ที่นี่เพราะได้เที่ยว ได้ให้เวลากับครอบครัวและเพื่อนฝูงมากพอ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากของชีวิต
ส่วนในวันทำงาน ให้เต็ม ๑๐๐ ตลอดเวลา ส่วนวันเที่ยวปล่อยตูไป ตูมันอิสระแมน โปรดอย่ากักขังหมูน้อย :37:
ของบวบนี่ บ บริษัทไรอ้ะ เผื่อไปซื้อหุ้นบ้าง
มีเพื่อนถือหุ้น ไม่เหงา ฮ่าๆ :30:
ไม่ใช่บมจ. นะจะไปซื้อได้ไง :30:
ได้คอมแล้ว หนัก T_T
คือเทียบกับเครื่องเดิมที่เล็กแล้วมันหนักขึ้นเยอะเหมือนกันล่ะ
ต่อไปแชร์ประสบการณ์ทำงานนะ
เมื่อก่อนทำงานแล้วเคยภูมิใจล่ะ ว่าได้รู้ข้อมูลลูกค้าที่คนอื่นไม่รู้
เหมือนมีอำนาจ :30:
เดี๋ยวนี้คิดแบบ รู้แล้วไงหว่า
เลยเอาเวลามาพัฒนาตัวเอง พัฒนาเวลาสอนลูกค้าดีกว่า
คืองานที่แอนเคยทำมา นอกจากจะทำระบบให้ลูกค้าแล้ว
ยังต้องมีการสอนการใช้งานด้วย
ซึ่งทำระบบเนี่ย ถ้ามีปัญหายังมีพี่ช่วย
แต่ตอนสอนอยู่หน้าห้องคนเดียว
ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเอง
ตอนสอนครั้งแรกนี่เกือบร้องไห้
คือ คนเรียนเยอะมาก เป็นหลักร้อย และอายุมากกว่าเราทั้งหมด
แล้วแอนมีเวลาเตรียมตัวสอนหนึ่งคืน
บวกกับห้ามแก้ slide และเอกสารการเรียนที่มีคนช่วยทำเล่มส่งลูกค้าไปล่วงหน้าแล้ว
พอไม่ได้เป็นคนทำเองแล้วมันสอนไม่ถูกอ้ะ
แถมมีอุปกรณ์ไฮเทคส่งจอจากเครื่องเราไปเครื่องผู้เรียนได้ด้วย
ถ้าเป็นแบบนี้ เครื่องคนเรียนจะคลิ๊กอะไรไม่ได้
ถ้าไม่ส่งจอก็เอาขึ้นโปรเจ๊คเตอร์ แอนก็ใช้แต่ละอย่างไม่ถูกจังหวะ
แถมโดนบังคับให้สอนเนื้อหาในเวลาจำกัดมาก
พอตอนหลังสอนไม่ทันก็ต้องเร่ง
สอนจบเจอลูกค้ามายืนรุมว่า
ว่าสอนเร็ว ตามไม่ทัน ใช้อุปกรณ์ไม่ถูกจังหวะ บลา บลา
เศร้ามาก
แต่หลังๆก็ปรับปรุง
เตรียมเอกสารเองเตรียม slide เองหมดละ เลยผ่านมาด้วยดี ^^
ทุกครั้งที่การสอนผ่านไปด้วยดีจะดีใจที่ซู๊ด
ปล. ถึงเดือน พี่ชอบอ่านที่เดือนบ่นล่ะ
บางอย่างที่เดือนบ่นมันก็ตรงกับที่พี่คิดนะ
แต่พี่จะเขียนออกมาไม่ได้น่ารักแบบเดือน ^^
รู้แล้วไงเหรอ รู้แล้วก็เอาไปขายเลย :02:
อ้างคำพูดจาก: ☼ แอนค่ะ ☼ เมื่อ 05 เม.ย. 2011, 23:30 น.
ได้คอมแล้ว หนัก T_T
คือเทียบกับเครื่องเดิมที่เล็กแล้วมันหนักขึ้นเยอะเหมือนกันล่ะ
ต่อไปแชร์ประสบการณ์ทำงานนะ
เมื่อก่อนทำงานแล้วเคยภูมิใจล่ะ ว่าได้รู้ข้อมูลลูกค้าที่คนอื่นไม่รู้
เหมือนมีอำนาจ :30:
เดี๋ยวนี้คิดแบบ รู้แล้วไงหว่า
เลยเอาเวลามาพัฒนาตัวเอง พัฒนาเวลาสอนลูกค้าดีกว่า
คืองานที่แอนเคยทำมา นอกจากจะทำระบบให้ลูกค้าแล้ว
ยังต้องมีการสอนการใช้งานด้วย
ซึ่งทำระบบเนี่ย ถ้ามีปัญหายังมีพี่ช่วย
แต่ตอนสอนอยู่หน้าห้องคนเดียว
ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเอง
ตอนสอนครั้งแรกนี่เกือบร้องไห้
คือ คนเรียนเยอะมาก เป็นหลักร้อย และอายุมากกว่าเราทั้งหมด
แล้วแอนมีเวลาเตรียมตัวสอนหนึ่งคืน
บวกกับห้ามแก้ slide และเอกสารการเรียนที่มีคนช่วยทำเล่มส่งลูกค้าไปล่วงหน้าแล้ว
พอไม่ได้เป็นคนทำเองแล้วมันสอนไม่ถูกอ้ะ
แถมมีอุปกรณ์ไฮเทคส่งจอจากเครื่องเราไปเครื่องผู้เรียนได้ด้วย
ถ้าเป็นแบบนี้ เครื่องคนเรียนจะคลิ๊กอะไรไม่ได้
ถ้าไม่ส่งจอก็เอาขึ้นโปรเจ๊คเตอร์ แอนก็ใช้แต่ละอย่างไม่ถูกจังหวะ
แถมโดนบังคับให้สอนเนื้อหาในเวลาจำกัดมาก
พอตอนหลังสอนไม่ทันก็ต้องเร่ง
สอนจบเจอลูกค้ามายืนรุมว่า
ว่าสอนเร็ว ตามไม่ทัน ใช้อุปกรณ์ไม่ถูกจังหวะ บลา บลา
เศร้ามาก
แต่หลังๆก็ปรับปรุง
เตรียมเอกสารเองเตรียม slide เองหมดละ เลยผ่านมาด้วยดี ^^
ทุกครั้งที่การสอนผ่านไปด้วยดีจะดีใจที่ซู๊ด
ปล. ถึงเดือน พี่ชอบอ่านที่เดือนบ่นล่ะ
บางอย่างที่เดือนบ่นมันก็ตรงกับที่พี่คิดนะ
แต่พี่จะเขียนออกมาไม่ได้น่ารักแบบเดือน ^^
แอร๋ยยย รักพี่น้องแอนนะ :53:
:53:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 05 เม.ย. 2011, 23:43 น.
รู้แล้วไงเหรอ รู้แล้วก็เอาไปขายเลย :02:
งั้นเอาข้อมูลพี่แอนมาขายดีกว่า :33:
มีใครจะซื้อข้อมูลเซเล็บเฟลาธิการยักษ์มั้ยค้า
เดือน เอารูปพี่แอนตูดขาวมาขายกัน :33:
:anna:
ไม่ต้องขายหรอกค่ะ แจกฟรีเล้ยยย :35:
ตูดพี่แอนอะนะ :37:
จริงๆ ยังไม่ได้อัปเดตชีวิตอย่างเป็นทางการ ขอมาอัปเดตซะหน่อย
วันนี้ลาออกจากอาร์เอสแล้วค่ะ :46: สิ้นสุดการเป็นพนักงานที่นั่นเดือนหน้า
แต่ไปทำงานอีกไม่กี่วันแล้วล่ะ ที่เหลือก็ดูแลเว็บนอกที่ทำงานเอา
ย้อนไปวันพฤหัสฯ ที่แล้ว
พี่แอนมาคุยงานที่อาร์เอสพอดี แล้วแวะเข้ามาที่ออฟฟิศ
เดินมาหาที่โต๊ะแล้วถามว่า "ตกลงตลาดรับยัง"
(เดือนไปสัมภาษณ์ที่ตลาดดอทคอมมาด้วย
พอดีได้นามบัตรจากพี่ป้อมตอนไปงาน blognone ว่าเค้ากำลังรับ content writer อยู่พอดี
จริงๆ เค้าก็รับแล้วนะ แต่อยู่ในช่วงคุยเรื่องรายได้กันอยู่ ^^')
แล้วบล็อก "สามย่าน" (http://www.imenn.com/2011/03/partner-with-samyarn-digital-agency/) ก็ผ่านสู่สายตา
เห็นบล็อกรับสมัครงานเย็นวันพฤหัส :37:
คอมเมนต์ไปว่าอยากทำตำแหน่งสุดท้าย (Online Brand Moderator) ตอนวันนั้นแหละ :37:
ค่ำๆ วันพฤหัสพี่เม่นโทรมาคุยด้วย :37:
วันเสาร์ไปคุยกับพี่เม่น (พร้อมกับพี่แอน) แล้วได้งานเลย! :07:
โอเค! ลาออก! ทำที่ใหม่! :07:
ชีวิตเปลี่ยนไปในไม่ถึงสัปดาห์ :30:
ตอนนี้ตื่นเต้นที่จะได้ไปทำที่ใหม่มากๆๆๆ
ยังไม่รู้ว่าไปแล้วจะเป็นไงนะ อาจจะติดขัดปัญหาอะไรก็ไม่รู้แหละ
แต่เท่าที่คุยมา ที่นี่เป็นที่ในฝันของเดือน
อยากอยู่กะคนเก่งๆ อยากซึมซับความเก่งซักเสี้ยวนึงของเค้ามา เราจะได้เก่งขึ้นๆ :53:
โชคดีประจวบเหมาะและกะทันหันมากๆ อะไรๆ ก็ไม่ทันได้ตั้งตัวเลย :05:
- ไปอยู่ในดงคนเทพๆ จนเกร็ง กลัวตัวเองเป็นตัวถ่วง แต่จะตั้งใจนะ (เป็นลูกกะจ๊อกพี่แก้วก็อุ่นใจไปเปลาะนึง)
- จริงๆ ก็ไม่ได้อยากจากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่คุ้นเคยในอาร์เอสนะ แต่เข้าใจกันชะม้าา :05:
- งานนี้ต้องขอบคุณพี่แก้ว พี่แอน พี่โบว์ ด้วย ไม่งั้นก็คงไม่มีโอกาสจับพลัดจับผลูเข้าไปอยู่ในดงคนเก่งแบบนี้
- ขอบคุณพี่เม่นที่ให้โอกาส ส่วนนึงที่ได้งานที่นี่ทำ (และเงินเดือนสูงกว่าที่เก่าพอสมควร)
เพราะพี่เค้าบอกว่านอกจากจะให้ไปทำ Online Brand Moderator
(จริงๆ ทำอะไรก็ไม่รู้ แต่เป็นลูกกะจ๊อกพี่แก้วค่อยมาว่ากันอีกที :30:)
พี่เค้าบอกว่าเห็นงานที่เราทำ (Faceblog) แล้วชอบ เห็นว่าเป็น R&D ด้าน Facebook (รวมไปถึง Social Network อื่นๆ ได้)
ก็ดีใจนะ อย่างน้อยตอนนี้สิ่งที่เราทำก็มีคนเห็นคุณค่าแล้ว :05:
จะบอกว่าทำ Faceblog มานี่ ดีใจสลับท้อใจสลับดีใจเป็นพักๆ
คือโอเค ผลกำไรขั้นแรกคือเราได้ฝึกเขียน content ฝึกเล่าเรื่อง แล้วก็เอาไว้มาอ่านเองเวลาเราจะมาใช้ความรู้พวกนี้
แต่ใจจริงก็หวังไว้เยอะกว่านั้น แหะๆ :56: มันเป็นเรื่องธรรมดาอ่ะโนะที่คนเราจะทำอะไรแบบเก็งกำไร แล้วใจร้อนอยากได้ดอกผลเร็วๆ :30:
ซึ่งจริงๆ มันต้องอดใจรอหน่อยถูกแล้ว
และตอนนี้ Faceblog ก็เริ่มออกดอกออกผลสวยงาม ดีใจๆ :05:
อาทิตย์นี้ชีวิตเปลี่ยนไปพอสมควร และพอเริ่มงานก็คงจะเปลี่ยนไปเยอะกว่านี้อีก
ที่แน่ๆ สองสามวันมานี่อัปสกิลในการพูดจาขึ้นนิดนึง (ปกติจะพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง 555)
เกร็งๆ เหมือนกันนะ ไปที่ใหม่ คือเดือนเป็นคนเข้าสังคมไม่ค่อยเก่งนะ
แล้วเวลารู้สึกอึดอัดหรือเกร็งๆ แล้วชอบทำอะไรแปลกๆ เสียบุคลิกฉุดๆ :05:
ก็ต้องพยายามไปเรื่อยๆ แหละ แฮะๆ (อุ่นใจตรงที่ไม่ได้ไปคนเดียว เกาะพุงพี่แอนกะพี่แก้วไปด้วยงิ)
จะตั้งใจพยายามอัปสกิลตัวเองขึ้น และนอยด์ให้น้อยลงนะฮับ :05: ซึ้ง
และนั่นส่งผลให้ตูกำลังอยากไปจากอาร์เอส เค้าเหงา :05:
ไม่อยากอยู่ฉลอง 40 ปีอาร์เอส :30:
อยู่สิ เผื่อได้เป็นใหญ่เป็นโตนะ :37:
เฮียเบลล์
:39:
บริษัทนี้มันอะไร๊ มีแต่คนจะออกกัน :30:
ถ้ามีคนอยากออก ก็มีคนอยากเข้า
และถ้ามีคนออกแสดงว่า ที่นั่นว่างหนึ่งที่
โอกาส มีมากมาย ่
ตอนแรกเมื่อกลางเดือนที่แล้วกะจะเข้าไปอาร์เอสเหมือนกัน
แต่มาคิดดูอีกที คือถึงตอนนี้สถานการณ์ผมจะแย่แค่ไหน
ก็อยากจะไปที่ที่คิดไว้มากกว่า เพราะอยากจะเปลี่ยนแปลงสายงานจากเดิมนิดหน่อย
คือตอนนี้ส่วนใหญ่จะไม่ได้ลงมาทำ production อะไรเลย มีบ้างแค่จัดเลย์สิ่งพิมพ์ทำแฟลชทำเว็บ
ส่วนใหญ่จะไปแนวงานการ์ตูนสะมากเลยทั้งคอมิคทั้งแอนิเมท ก็เลยคิดว่าจะเอาดีมันทางนี้สะเลย
ตอนนี้กำลังหัดเขียนพ๊อพพาแซ่ลขอทุนอยู่ ลุ้นดีเหมือนกัน ตอนนี้อยากมุ่งไปสองส่วนงาน
หนึ่ง คืองานบริหารจัดการโปรเจ็ค ก็เดี๋ยวว่าจะพยายามไปเรียนไปอบรมเรื่องนี้ให้มากๆ หน่อย
รู้สึกตัวเองยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยเวลาไปเสนองานนี่โคตรลูกทุ่ง ศัพท์แสงทางการตลาดก็ไม่ค่อยมีกับเขา
ตอนแรกก็ไม่รุ้สึกว่ามันสำคัญนะแต่พอมาถึงจุดนี้ต้องยอมรับว่าเราลูกทุ่งเกิน กลัวจะมีปัญหาเวลานำเสนองานในองค์กรใหญ่ๆ
ตอนนี้ยังไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเพราะตอนนี้คุยแต่กับลุกค้าเก่า อย่างทรูนี่ถึงจะองค์กรใหญ่แต่เราก็ทำงานให้มาหลายปีดีดักพอรู้สไตล์กัน
ก็ไม่ค่อยกังวลจะไปกังวลอีกทีตอนที่จะเข้าหาหรือเปิดตลาดลุกค้าใหม่ๆ นี่ละ ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้มากแล้วที่จะทำอะไรด้วยคอนเน็คชั่นตัวเอง
ส่วนอีกงานหนึ่งที่อยากทำก็คืองานที่ลงมาเป็นโปรดักชั่นในส่วนงาน content งาน creative ที่มันเป็นเรื่องของงานการ์ตูนไปเลย อันนี้ก็ยังใหม่และคิดว่าตัวเองยังเป็นกบอยู่ในกะลามากๆ เหมือนกัน ตอนนี้มีแผนจะลองเขียนลองทำแล้วก็เข้าไปคุยกับสำนักพิมพ์เพื่อเปิดโลกทัศน์
และจะลองทำงานประกวดเพื่อพิสูจน์ตัวเองดู ตอนนี้ก็พยายามหาที่อบรมที่เวิร์คช๊อปอะไรเทือกนี้อยู่
แต่สิ่งที่ต้องขนานกันไปคือเรื่องรายได้ตอนนี้ ถ้านิยามตัวเองแบบพี่แอนผมก็คงเป้นมนุษย์ชิลเหมือนกัน
มีสอนที่มหาลัยเก่า ปะปราย แต่จะหนักที่เดือนนี้เพราะที่บ้านเกิดเหตุพ่อแม่สามัคคีกันป่วยเลยต้องใช้เงิน
จึงไปรับงานสอนซะ 10 วันรวดเลยเดือนนี้ :05:
สู้ๆค่ะ พี่จักรี :12:
จักรี พ่อแม่มีประกันป่ะ ทำประกันดิ ค่ารักษาพยาบาลจะได้สบาย
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 06 เม.ย. 2011, 09:56 น.
จักรี พ่อแม่มีประกันป่ะ ทำประกันดิ ค่ารักษาพยาบาลจะได้สบาย
ใช่ๆ ทางที่ดีทำประกันไว้ให้ท่านเลย พอเจอพวกค่ารักษาพยาบาล จะได้สบายใจไปได้หน่อย
ตอนนี้พ่อกับแม่ก็เริ่มมีท่าทีทางสุขภาพให้เห็นบ้างแล้ว
เริ่มรู้สึกตัวว่า เรามองอนาคตตัวเองอย่างเดียวไม่ได้แล้ว
ต้องมองถึงอนาคตน้องชายที่ห่างเกือบสิบปี และพ่อแม่อีก
การเรียนตอนนี้เริ่มชัวร์ว่าคงจบซัมเมอร์นี้แน่นอน
แต่ต่อไปจะทำอะไร...?
เมษาฯหน้า เกณฑ์ทหารครึ่งปี, ที่บ้านอยากให้ต่อโท
แล้วไหนจะเงินเรียน ไหนจะหางานทำ คิดเรื่องนี้แล้วเศร้า
จากที่เคยวางแผนชีวิตตัวเองไว้ ตอนนี้มันไม่ชัดเจนแล้ว
ไม่รู้จะไปทางไหน ตอนนี้ได้แต่พยายามทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
"ร้านไทยจ่ายค่าจ้างน้อย เอาเปรียบคนทำงาน จ่ายค่าแรงต่ำกว่ากฏหมายกำหนด"
เราจะแก้ปัญหานี้ยังไงดี?
วันนี้นั่งคำนวนตัวเลขอย่างจริงจังล่ะ ถ้าเราจ่ายค่าแรง จ่ายภาษี ทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฏหมายจะเป็นยังไง
ผลคือ...ค่าแรงจะคิดเป็น50%ต่อยอดขาย นี่แปลว่าเรามีต้นทุนเกือบครึ่งโดยยังไม่รวมค่าวัตถุดิบ
และเมื่อคิดต้นทุนวัตถุดิบเข้าไป รวมกับค่าใช้จ่ายต่างๆ (ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่าเช่าร้าน ค่าภาษี ฯลฯ)
เอ้อเว้ย.....ร้านเจ๊ง ขาดทุนยับ!
แปลว่ากำไรทุกวันนี้มาจากค่าแรงที่ต่ำกว่าเกณฑ์
นี่...เราหากินบนความทุกข์ร้อนคนอื่นรึป่าว? เรากำลังเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์อยู่ใช่มั้ย?
เออ....แล้วทำไมร้านฝรั่งถึงทำได้ล่ะ? ทำไมเขาถึงจ้างแรงงานให้ชม.แพงๆได้?
คำตอบคือ...ราคาอาหารของเขากับของเราต่างกัน รวมถึงจำนวนพนักงานที่ใช้ก็ต่างกัน
แล้วถ้าเราปรับราคาอาหารขึ้นล่ะ? จากปกติขายกันจานละ $9-$10 แพงสุดก็ $30
ถ้าเปลี่ยนเป็นอารหารจานหลัก ถูกๆเริ่มต้นที่ $30 เราจะได้มีเงินพอcover ต้นทุน
ก็จะกลายเป็นว่า แพงจัง เอาเปรียบผู้บริโภคนี่หว่า! ขายแพงงี้ใครเขาจะมีปัญญาซื้อกิน!
คิดวนไปวนมา อยากให้ค่าแรงพนักงานที่ร้านเยอะๆ อยากจ่ายภาษีถูกต้องตามกฏหมาย อยากทำอะไรให้ถูกต้องตามครรลอง
นั่งนอยด์ตัวเองเป็นพักใหญ่ เฮ้อ.... :16:
นอยด์จริงๆ นะ ถึงขั้นว่าขายร้านทิ้งดีกว่า :16:
ร้านฝรั่งส่วนใหญ่โกงภาษีนะครับ
ง่ายๆ ก็หักเงินสดมาจากยอดขายปกติ
กี่เปอร์เซนต์ต่อวัน ก็ว่ากันไป
ถ้าใช้คอมพิวเตอร์ ก็ต้องลบรายได้บางส่วนออกไปได้แบบเนียนๆ
ส่วนค่าแรงเขาเอามาเป็นค่าใช้จ่ายซึ่งหักภาษีได้อยู่แล้ว
ส่วนร้านที่ทำถูกต้องตามกฎหมายจริงๆ ก็มีแหละ แต่ก็อยู่ได้ยาก
ขนาดร้านดังๆ อย่าง El Bulli ในสเปน
ที่เป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก
ปีนึงมีคนเป็นล้านพยายามจองไปกิน
แต่รับได้แค่ 8,000 ที่เท่านั้น
ค่าอาหารเฉลี่ยต่อคนคือ 250 ยูโร
คือปีนึงมีรายรับขั้นต่ำแน่ๆ นั่นคือ 2 ล้านยูโร
ตอนนี้ El Bulli ก็ประกาศปิดตัวแล้วเพราะเจ๊ง
(จะเปิดบริการถึง กรกฎาปีนี้เท่านั้น)
เนื่องจากขาดทุนมาตลอดในปีหลังๆ
ทำร้านอาหารมันเหนื่อยจริงๆ นะครับ :12:
เบลอย่าเพิ่งหนีเค้าไปนะ :05: :05: :05: :05: :05:
อยากซื้อที่ อยากทำไร่ ทำสวน เฮ้อออ :58:
หมีไปรายงานตัวแล้ว :30:
แวะมาอัพเดท ตอนนี้เพิ่งทำงานที่ใหม่ได้ 3 วัน
1. ตอนนี้ทำตัวเป็นนักเรียน
นั่งเรียน ColdFusion9 ของ adobe ให้เราสามารถทำงานให้ออฟฟิศได้ภายใน 4 วัน (นี่ก็เรียนจะหมดแล้วนะเหลือไม่กี่อย่าง)
2. เพิ่งรู้ว่าเขียนง่ายกว่า php มากมาย :07:
รองรับการทำงานเกือบจะทุกอย่าง php นี่ยังต้องเขียนหลายบรรทัด ไอ้นี่มา tag เดียวจัดการเรียบร้อย บ้าไปแล้ว
3. เริ่มจำแป้นลัดเครื่อง mac ที่ออฟฟิศ แล้วพอมาใช้เครื่อง pc ที่บ้าน แล้วเผลอใช้แป้นลัดของ mac :3005:
4. ต้องมานั่งนึกเมนูอาหารตามสั่งทุกเที่ยง กินอะไรดี ๆ ๆ
5. ตอนนี้ดุกทำงานถึงวันศุกร์
และก็หยุดตั้งแต่วันเสาร์ที่ 9/4 ถึงวันอาทิตย์ที่ 17/4
เพราะวันหยุดของวันจักรีที่ผ่านมาก็มาทำงาน ไปหยุดวันที่ 11/4 แทน
และก็วันหยุดวันฉัตรมงคลเดือนหน้า ก็มาทำงาน เพราะไปวันหยุดวันที่ 12/4 เมษาแทนแล้ว
เลื่อนวันหยุดไปหยุดวันอื่นได้โคตรเจ๋งเลย (แต่ต้องทำพร้อมกันหมดทั้งออฟฟิศนะ)
6. ใส่ชุดอะไรมาทำงานก็ได้ แต่อย่าน่าเกลียดเกินไป
ไปทำงานวันแรก เสื้อยืดถนนคนเดินเชียงใหม่สีม่วง + กางเกงยืนส์
วันที่ 2 เสื้อเชียร์บอลฟอนต์เน่า ๆ (ที่สกรีนว่าขออภัยตีนใหม่หัดเตะไว้ตรงบ่าอะ :30:) และก็กางเกงที่ซื้อมาจากเชียงใหม่ขาบาน ๆ หน่อย
วันนี้ก็เสื้อยืดกางเกงขาสั้น (ไม่มาก) ลากแตะมาทำงาน ชิลสุด ๆ :25:
นึกอยู่ว่าพรุ่งนี้จะใส่อะไรดี
7. ออฟฟิศนี้มีพนักงานทั้งหมดตอนนี้ 8 คน และก็เดี๋ยวจะมาเพิ่มอีก 2 คน
(ตอนนี้หาคนอยากเขียน app มือถืออยู่ใครสนใจติดต่อมาได้นะ แต่ขอมี notebook ด้วยจ้า)
:56:
นี่ถ้าส่งผลงานไปเค้าจะรับอรไหมอ่ะพี่แอน :25: :25: :25: :25:
(ส่งจริงนะ)
ปล ถึงเบลล่า ปัจจุบันเค้ายังไม่ทิ้งตะเองน๊าาา
ส่งไปเลยหมี ได้ดีไม่มีใครรั้ง :30:
ถึงสุดท้ายเราจะนั่งดูอำลาตาสว่างคนเดียวเงียบๆ :05:
ลองส่งไปที่สามย่านแล้วแหละ :47:
เอาเลยครับ เป้าหมามีไว้พุ่งชน
ขอเป็นเป้าคนอื่นแทนได้มะ ไม่เอาเป้าพี่แอน :05:
ยิ่งเห็นที่พี่เม่นตอบคอมเมนต์แล้วรู้สึกว่าตัวเองโชคดี :05: (อุ้มเฟซบ๊อก กอดขาพี่แก้ว เขี่ยพุงพี่แอน)
:28:
สู้ๆน้องเดือน ทำงานแล้วอย่าลืมมาเล่าน๊า :25:
คุณรุ่งโรจน์ :25:
ตอนนี้พ่อให้เล่นหุ้นแล้วค่ะ ความจริงไม่เคยเล่น แต่พอเข้าใจอยู่บ้าง
เอาล่ะ เผื่อจะรวย :25:
แล้วก็คิดๆว่าจะเรียนราม เรียน ป.ตรีคณะเดิม (นิเทศ วิทยุ โทรทัศน์)
ที่อยากเรียนเพราะจะได้เคาะสนิมวิชา แต่พ่อแม่ให้เรียนโทอีกใบ
อรไม่อยากทำ thesis. ความขี้เกียจเริ่มครอบครองตัวเองอีกครั้ง 555 :05:
ตอนนี้อยากเข้าวงการเย็บผ้า งานอดิกเรกใหม่ :30:
:37:
ยังไม่ได้มาแฉเดือนเลย :02:
สามย่าน มีงานอิงค์เจ็ท ออฟเซ็ท อย่าลืมเค้าน้าาาา :25:
สามย่านมีวิจัยเพศหญิงไหม ถ้ามีอย่าลืมเค้าน๊า :25:
:30: ไอ้พวกบ้า
:30: :30: :30:
แย่ละ
หลังจากใช้ชีวิตเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏต่างจังหวัด เวิ่นเว้อไปวันๆ
ห่างหายจาก THESIS ไปนาน
ตอนนี้ถึงเส้นตายสุดท้าย ถ้าไม่จบเทอมนี้ ก็ไม่จบ
ทำเรื่องขอต่อเวลาก็ไม่ทันแล้ว
ยังไงก็ต้องทำทุกอย่างให้เสร็จแล้วสอบภายในวันที่ 13 พฤษภาคม 2554
:44: :44: :44:
โปรดติดตามตอนต่อไป :3005:
จานน้องดาสู้ๆ นะ เอาใจช่วยจ้า :25:
จานดา :25:
THESIS ผมเกลียดคำนี้ :05:
ยังไงจานดาก็สู้ๆนะฮะ :56:
ขอบคุณนะคะ :46:
ไปอ่านเรื่องที่สพฐ.จะจ้างครูฝรั่งมาสอนภาษาอังกฤษเดือนละ 83,000 บาท (http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K10416294/K10416294.html)
เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัยจบป.ตรีแค่ 8700 บาทเองนะโว้ยคะ :07:
จบโทก็แค่หมื่นนิดๆ จบเอกก็ยังไม่ถึงสองหมื่น :05:
เงินเดือนคณบดีรวมนั่นโน่นนี่แล้วยังแค่หกหมื่นเองนะ
แมร่ง :39:
คนไทยเก่งกว่าฝรั่งเยอะแยะ ให้สักสามหมื่นเค้าก็มากันแล้ว :37:
เรื่องจ้างฝรั่งด้วยเงินมากขนาดนี้ตูว่ามันงี่เง่าบรมเลยนะ
เป็นความคิดของพวกเต่าล้านปีที่บูชาลัทธิกินขี้ฝรั่ง
น้องของเพื่อนแฟนตูคนนึง เป็นคนไทย
แต่มาโตที่อังกฤษ พูดภาษาอังกฤษเป็น native speaker
และยังพูดภาษาไทยได้ชัดเป๊ะ
เพราะพ่อแม่พูดภาษาไทยกับลูกอย่างเดียว
ทำให้เป็น Bilingual โดยอัตโนมัติ
กลับไปเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่เมืองไทย
ปรากฎว่า ให้เงินน้อยกว่าพวกฟิลิปินส์และฝรั่งขี้นกที่ไหนก็ไม่รู้
ข้อหาคือ ดันเป็นคนไทย เข้าใจภาษาไทย และพูดภาษาไทยชัดด้วย
นี่แหละ ประเทศไทย ที่มีผู้บริหารเฮงซวย :08:
มากๆ อะ
ถ้าเป็นฝรั่งผิวขาวได้เรตนึง ผิวดำไม่ได้จ้าง และพวกเอเชีย ฟิลิปปินส์ อินโดอีกเรต
แต่ยังไงก็ได้มากกว่าคนไทยอยู่ดี
ได้ค่าเช่าบ้านด้วย ฝรั่งผิวขาวได้ 5000 ฟิลิปปินส์ 3000
อาจารย์ไทยไม่มีให้ :07: ทั้งๆ ที่ไม่ใช่คนในท้องถิ่น ต้องเช่าบ้านอยู่กันทั้งงั้น :39:
ที่เคยเจอฝรั่งพูดไว้แสบๆ ก็คือ
ประเทศไทยน่ะ เป็นแลนด์ออฟสไมล์
แต่เฉพาะสำหรับคนขาวนะ
นี่คือเรื่องที่ไปเจอที่โรงแรมที่นอนฟรีป่ะคะ :3005:
อ้า ใช่ :30:
ฟิลิปินเค้าพูดไม่ชัดจริงๆ นะ โรงเรียนมีอาจารย์ฟิลิปปินสองคน ต้องฟังดีๆ ไม่งั้นไม่เข้าใจ :3005:
เรียกกันว่าอาจารย์โปะ
นั่งไล่อ่านย้อนหลังหลายหน้ามาก แต่สนุกจัง :25:
- จารย์ดา สู้ๆ น้า :12:
- ปลั๊กก็ต้องสู้และค้นหาทางของตัวเองต่อไป :12:
- น้องเดือน แห่ง Faceblog ดังใหญ่แล้ว ฮ่าๆ :12:
- เพิ่งรู้ว่าโตนทำงานเกี่ยวกับขุดเจาะน้ำมัน :53:
อัพเดทชีวิตตัวเองบ้าง
ยังคงทำงานหนุ่มโรงงานย่านบางสมัคร(ในนิคมเวลโกรล์)
ทำมาได้ 6 เดือนละ งานชวนปวดหัวเหมือนเดิมเลย :3005:
ออกจาก Plant แต่ละวัน มึดตลอด คนอื่นเขากลับกัน 4โมงเย็น (อยากกลับเหมือนเพื่อนๆ พี่ๆ คนอื่นบ้าง :05:)
ทำ วางแผนการผลิตในส่วนของMaterial เหมือนเดิม (Material Planner)
ถ้าภาษาไทยแบบเข้าใจง่ายก็ "จัดซื้อ"
แต่ดันเป็นจัดซื้อที่เรื่องเยอะ ต้อง support volume เมืองนอก ซึ่งความต้องการดันเยอะขึ้นเรื่อยๆและต้องทำให้ได้
และ Supplier ที่เราเป็น Owner ดูแล ดั๊นนน มีปัญหาบ่อย และเป็นตัว Hero ซะอีกแหน่ะ
ต้องคอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มีเรื่องให้แก้แทบทุกวัน แก้เรื่องนี้จบ อ้าวไอ้นี้เสียอีก อ้าวเครื่องจักรมีปัญหา ของส่งให้ไม่ได้อีก บลาๆ
วันไหนที่ประชุมตอนเช้า แล้วบอกว่า Suppler ของเรา Support Order ได้หมด ทุกผลิตภัณฑ์
(มีประชุมตอนเช้า ทุกๆ 8โมง ฝรั่งบ้าง ไทยบ้าง ฟังไม่รู้เรื่องบ้าง ฮา~) วันนั้นโคตรหล่อ โคตรภูมิใจเลย :30:
แต่วันไหนที่ Supplier เรามีปัญหาหรือมีความเป็นไปได้ว่าจะส่งของให้เราไม่ได้ วันนั้นจะจิตตกนิดๆ บางทีเอาไปฝัน(เป็นเอามาก)
เพราะพรุ่งนี้ตอนเช้า เราต้องเข้าไปแชร์ใน มีตติ้งตอนเช้าว่า Supplier ของเราเขาจะ Support ของไม่ได้ มีผลกระทบยังไงบ้าง
เสียหาย อะไรยังไงเท่าไหร่ Market รับได้ไหม ถ้ารับได้ก็รอดไป ถ้าไม่ได้ ถึงกับงานเข้ากันเลยทีเดียว :16:
ตอนนี้ แผนกรับน้องใหม่เพิ่มทีมผม 1 คน มาแบ่งงานจากผมไปบางส่วน
อนาคต เราจะทำงานสบายและเบาขึ้น ฮูเล่ห์ :07:
ทุกวันนี้ไปเดินห้าง เห็นคนหยิบซื้อพวก Pantene Head&Shoulder Rejoice Herbal Essence อยากจะบอกว่า
นั่นมันหยาดเหงื่อแรงกายตูทั้งน้าน :07: :07: :07: :30:
รู้สึกจะเคยขายของให้บริษัทที่ชายออยทำงานอยู่ครั้งนึงนะครับ ฮ่าๆๆขายของให้ยากพอสมควร
แถมต้องเอาของไปลองหน้างาน พอลองสำเร็จเห็นผลว่าใช้ได้ กลายเป็นว่าเรื่องเงียบไม่มีการ
สั่งซื้อ :11: ไม่เสียก็แล้วไปเนอะ สงสัยจะสั่งจากนอกมาสต๊อกทิ้งเอาไว้แล้วจริงๆ
ปล. สมัยนั้นชายออยยังไม่ได้เข้าไปทำงานนะ
เคยฟังเรื่องที่คุณคริสเล่า ที่เค้าไปสมัครเป็นอาจารย์สอนในสถาบันภาษา
แล้วสถาบันนั้นไม่รับ เพราะว่าเค้าดูหน้าตาเป็นคนไทยมากเกินไป
เป็นเรื่องความเชื่อถือของผู้ปกครองอะไรแบบนั้น แบบว่าถ้าเค้าไม่ได้มาเรียนด้วย
ไม่รู้ว่าสอนดีไม่ดียังไง เค้าก็ดูจากหน้าตาคนสอนก่อน อะไรงั้นมั้ง :37:
เงินเดือนฝรั่งนี่ ผมว่ามีทั้งส่วนที่เข้าใจได้ และส่วนที่งี่เง่า
ถ้าส่วนที่เข้าใจได้คงเป็นว่า ถ้าเค้าได้เงินเดือนน้อยกว่าที่เค้าอยู่ประเทศตัวเอง
ถ้าไม่มีปัจจัยอื่นดึงให้เค้าอยู่ เค้าก็คงจะไม่มาทำงานที่ไทยอะนะ
อย่างโค้ชฟุตบอลที่เป็นฝรั่งทั้งหลายแหล่ ได้เยอะกว่าโค้ชไทยมาก
เพราะการจะดึงเค้าให้อยู่ที่ไทย ก็ต้องเป็นเรื่องเงินนี่แหละ ที่จะต้องไม่น้อยกว่าที่เค้าได้ที่ประเทศตัวเอง
ไม่งั้นก็ต้องมีเหตุผลอื่น เช่น มีเมียไทยหรือกะหาเมียคนไทยเป็นต้น :30:
งั้นจะจ้างฝรั่ง จ้างไม่แพง บวกจ้างเมียให้คนนึง อาจจะถูกกว่า :37:
แล้วฝรั่งก็จะถูกเมียจ้างเสี้ยมให้โกง :58:
ตั้งแต่เปิดร้านยาที่สมุย นี่เป็นครั้งแรกที่จะเริ่มมีอะไรให้ต้องแก้ไข และเป็นปัญหานิดหน่อยแล้วหละค่ะ
ป้ายของร้านถูกร้านที่มาเช่าใหม่ ทำป้ายบัง ป้ายเรา
เพื่อไม่เป็นปัญหา ใช้การเจรจา อย่างประนีประนอมดีที่สุด
ได้ความมาว่า " บังตรงไหนเหรอ ครับ เดินไปชี้ให้ดุหน่อย"
เราก็เลยบอกว่า บังฝั่งนู้นค่ะ โรงแรมฝั่งโน้น จากหน้ารพ. เค้ามองไม่เห็นป้ายร้านเลยค่ะ
" เดี๋ยวผม จะจัดการแก้ไขให้ครับ ไหนๆ ก็เป็นเพื่อนบ้านกัน "
ก็เลยช่วยแนะวิธีแก้ไข ถ้าเค้าจะแก้จริงๆ คือ ต่อเสาขึ้นไปสูงอีก แล้วเอาป้ายขึ้นสูงด้านบน
ถ้าเอาขึ้นสุดเสา ณ ตอนนี้ มันจะบังมาก และไม่ได้แก้อะไร
ถ้าคุณไม่ทำแบบนี้นะคะ เดี๋ยวเราจะแก้ป้ายส่วนของเราเอง ก็ได้ค่ะ
" ไม่เป็นไรครับ ผมจะช่วยดูและแก้ไขให้ "
การเจรจาเหมือนจะผ่านไปด้วยดี ด้วยอารมณ์ ตะหงิดๆ นิดๆ ว่า ... เ้ค้าคงไม่ทำอะไรที่จริงจังเท่าไหร่
เพราะว่าแค่ถามว่า " บังตรงไหน เดินไปชี้หน่อย " ก็เริ่มจะคิดว่า... ไม่มีตาดูรึยังไงนะ
ณ ตอนนี้ กิ๊กก็ขับรถตระเวนหาร้านมาช่วยแก้ไขป้ายตัวเอง แล้วหละ
จนถึงวัน เรียกช่างมาแก้งาน ช่างป้ายเดินมาไขน็อตเอาป้ายขึ้นจนสุด :58:
นอกจากไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังเลวร้ายกว่าเดิม ก็เลยรอถามเจ้าของป้ายที่บังว่า
" พี่คะ ถ้าเอาขึ้นแค่นี้ เดี๋ยวรบกวน เอาป้ายลงเถอะค่ะ ไม่งั้นจะแก้ไขป้ายหนูลำบาก "
ได้ความมาว่า " แล้วจะให้ทำยังไงหละครับน้อง "
" ถ้าพี่จะไม่ต่อเสา้ป้ายขึ้นไปอีก ให้ป้ายพอที่จะเห็นกันเนี่ย รบกวนคุณพี่บอกช่างว่า เอาป้ายลงมาไว้ที่เดิมเถอะค่ะ "
" ได้คืบจะเอาศอก นี่ก็แก้ให้แล้ว จะเอาอะไรอีกครับ "
เริ่มพูดจากันไม่รู้เรื่อง ทั้งๆที่เราจะบอกแค่ว่า
"พี่คะ บ้านเรามันติดกันนะคะ ป้ายร้านมันติดกันระยะนี้ ถ้าติดระดับเดียวกัน บังมากๆ เลยนะคะ"
" แล้วจะให้ช้าน ย้ายไปอยู่ปฐพีไหนหละยะ ถึงไม่บังร้านเธอร์หนะ " แล้วมือก็เริ่มเ้ท้าสะเอว สะโพกเริ่มบิด... ห้วยยย แต๋วออก ! :30:
แล้วก็ชี้นิ้วไปที่น้าบอกว่า " วันนั้น ชั้นไม่คุยอะไรกะเธอร์ ชั้นคุยกับผู้หญิงคนนั้น "
ตาเจ้าของป้ายเริ่มพูดมาก แบบไม่ฟังอะไรเลย ทั้งๆที่กิ๊กพยายามบอกเค้าว่า ฟังหน่อยได้มั้ยคะ ฟัง !!
" เอาป้ายลงที่เดิม เดี๋ยวเราจ้างช่างมาแก้เอง !! "
แล้วน้าก็เรียกให้เข้าบ้าน บอกว่า อย่าไปคุย ช่างมัน...
กิ๊กเดินโกรธควันออกหู ตัวสั่น เดินเข้ามาปุ๊บ ร้องไห้ด้วยความโกรธ :05:
น้าก็เดินบอกว่า " เอาป้ายลง ช้านเรียกช่างมาทำเอง จบมั้ย ? "
------------------------------
ตามกฎหมายกิ๊กว่า ไม่มีใครถูกหรือผิดหรอกค่ะ เค้ามีสิทธิขึ้นป้ายขนาดใหญ่ได้
แต่ในแง่ของความมีน้ำใจและมารยาท ... ถ้าใครโดนมั่งก็คงจะเข้าใจเนอะ
นี่เป็นครั้งแรกของการได้เจอคนนิสัยแย่ๆ ถือซะว่าเป็นประสบการณ์การทำงาน ก็แล้วกัน
กระเทยใช่มั้ยกิ๊ก ทีหลังตบแม่งสักฉาดเลยนะ อย่าให้ใครเห็น ยกเว้นพวกเรา :56:
พอตำรวจมา ก็บอกมันเลยว่าอีกระเทยควายนี่ทำร้ายหนู แล้วอย่าหงุดหงิดนะ พอมันหงุดหงิดใครๆ ก็จะคิดว่ามันตัวโกง เราก็ใสๆ แบ๊วๆ ต่อ :25:
ปรากฏว่าเจ๊กระเทยติดกล้องวงจรปิดไว้หน้าร้าน :37:
ป.ล. ที่กำแพงก็มีเหมือนกัน ทำป้ายบังกันแบบน่าเกลียด
เป็นโรงแรมเล็กๆ เปิดใหม่ กับคลินิคโรคกระดูกที่เพิ่งสร้างใหม่เหมือนกัน ดูดีมาก
แต่โดนอิป้ายโรงแรมนี่บังมิดเลย :39:
ญาติศรีพี่น้องเพื่อนฝูงมากำแพง ไม่แนะนำให้ไปพักที่นี่
โทษฐานที่ทำป้ายมาบังคลินิคน่ารักๆ เป็นหน้าเป็นตาของจังหวัดกำแพง :37:
ตามกฎหมายนี่ผิดนะครับ แต่จำไม่ได้และไม่มีอะไรมาอ้างอิงจริงๆ (ต้องลองไปหาดูเอา :46:)
จำได้แค่ว่ากิจการที่เปิดติดกันแล้วดันมีป้ายมาบังกันเนี่ย ผิดแน่ๆ
ต้องถามสถาปนิกบวบดูครับ
ไม่ทราบครับ :47:
:46: ขอบคุณค่ะพี่แอน พี่บวบ และดา
ตอนนี้ไม่อยากคุยกับอีตาข้างบ้านแล้วค่ะ
เดินผ่านกันไปมา ก็ปล่อยเค้าเป็นอากาศธาตุไป
กิ๊กว่า กิ๊กก็ไม่ใช่คนโวยวายเกินกว่าเหตุนะคะ เล็กๆ น้อยๆ บางทีเราก็ให้กันได้
แต่นี่... มันบังจริงๆ
อ้างคำพูดจาก: Longtime เมื่อ 14 เม.ย. 2011, 17:18 น.
:46: ขอบคุณค่ะพี่แอน พี่บวบ และดา
ตอนนี้ไม่อยากคุยกับอีตาข้างบ้านแล้วค่ะ
เดินผ่านกันไปมา ก็ปล่อยเค้าเป็นอากาศธาตุไป
กิ๊กว่า กิ๊กก็ไม่ใช่คนโวยวายเกินกว่าเหตุนะคะ เล็กๆ น้อยๆ บางทีเราก็ให้กันได้
แต่นี่... มันบังจริงๆ
ย้อนไปอ่าน มีประโยชน์อะไรมั้ยเนี่ย :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 14 เม.ย. 2011, 12:07 น.
กระเทยใช่มั้ยกิ๊ก ทีหลังตบแม่งสักฉาดเลยนะ อย่าให้ใครเห็น ยกเว้นพวกเรา :56:
พอตำรวจมา ก็บอกมันเลยว่าอีกระเทยควายนี่ทำร้ายหนู แล้วอย่าหงุดหงิดนะ พอมันหงุดหงิดใครๆ ก็จะคิดว่ามันตัวโกง เราก็ใสๆ แบ๊วๆ ต่อ :25:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 14 เม.ย. 2011, 17:16 น.
ไม่ทราบครับ :47:
จริงใจไง๊ :30:
ชอบ บวบตอบดี :12:
โอย พูดยาก จะทะเลาะมากก็ไม่ได้ อยู่ติดกันนี้ลำบากเนอะ
ดักตบมันเลยค่ะ :37:
วันนั้นก็เกือบตบกันนะคะ
แต่พอดีว่า น้าเรียกเข้าบ้านซะก่อน
กลัวจะไปเป็นจีจ้าด้วย เพราะงั้น เค้าไม่ตบก็ดีแล้วค่ะ :56:
เรื่องป้าย เดี๋ยวจะถ่ายรูปมาให้พี่ๆ ช่วยดูนะคะ
ไปเล็งมุมที่จะเลื่อนป้ายอยู่ ลำบากใจมากๆ เลย เพราะว่า ถ้าเราเลื่อนขึ้นไปอีกก็จะบังคนอื่นอีกต่อนึง
และบังหน้าห้องพักโรงแรมที่เช่าอยู่ด้วย พูดลำบากเหมือนกัน เราก็รู้ว่าพอโดนบังแบบนี้ เสียความรู้สึกแค่ไหน
ตอนนี้ ข้างบ้าน... ก็ช่างเค้าเถอะค่ะ ถือซะว่าเล่นเกมส์ แก้ปัญหาเชาว์ อะไรซักอย่างก็แล้วกัน
น้ำท่วมหนหน้า จะไม่ไปเตือนเค้าอีกละ ปล่อยให้ท่วมคอมพิวเตอร์ ซะให้หมด ชิชะ
:52:
:25: มาแล้วๆ วันนี้ออกไปถ่ายรูปร้านมา หลังจากหยุดยาวจะให้ช่างมาดู
(http://img3.f0nt.com/15/ef51ef630eeb8e06a760471d55f55c41.jpg)
นี่เป็นมุมที่เข้ามาบังค่ะ
พยายามไปเก็บมาทุกมุมเหมือนกัน ว่าต้องแก้ตรงไหนบ้าง และคิดคร่าวๆ ว่าต้องทำยังไงกับมันบ้าง
ส่วนที่แก้คงเป็นยกป้ายขึ้นสูงอีกราวๆ เมตรกว่าๆ ไม่รู้ว่าจะเป็นปัญหากับสภาพลมฟ้าอากาศที่สมุยรึเปล่า
สถาปนิค วิศวกร ช่วยบอกทีนะคะ ขนาดระดับเท่านี้ ลมพัดแรงๆ สังเกตว่าเสาเหล็กโยก ป้ายโยกเหมือนกัน
แล้วถ้าต่อเสาขึ้นไปอีกจะมีปัญหาอะไรตามมารึเปล่า
:46: ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ พี่บวบ
จริงๆ ถ้ายกขึ้น ไม่น่ามีปัญหากับแรงลมมากกว่าเดิมสักเท่าไหร่นะ (ขึ้นอยู่กะว่าเสาที่ติดป้ายเป็นแบบไหน)
มีรูปเสาที่ใช้ กะรูปด้านหน้าร้านมั้ย? ถ้ามีมุมเฉียงๆ ด้วยก็ดี เห็นด้านเดียวแบบนี้นึกไม่ออกจริงๆ ฮะ :37:
ทำป้ายกว้างๆ แล้วครอบทับของมันเลย อย่าไปกลัว
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 15 เม.ย. 2011, 21:17 น.
จริงๆ ถ้ายกขึ้น ไม่น่ามีปัญหากับแรงลมมากกว่าเดิมสักเท่าไหร่นะ (ขึ้นอยู่กะว่าเสาที่ติดป้ายเป็นแบบไหน)
มีรูปเสาที่ใช้ กะรูปด้านหน้าร้านมั้ย? ถ้ามีมุมเฉียงๆ ด้วยก็ดี เห็นด้านเดียวแบบนี้นึกไม่ออกจริงๆ ฮะ :37:
เดี๋ยวพรุ่งนี้เอารูปมาให้ดูค่ะพี่บวบ
อ้างคำพูดจาก: Submit เมื่อ 15 เม.ย. 2011, 21:54 น.
ทำป้ายกว้างๆ แล้วครอบทับของมันเลย อย่าไปกลัว
หนูกลัว กระเทยตบค่ะ :56:
ให้เอไปทำป้ายให้ พร้อมตบให้ด้วยเลยค่ะ :25:
หาผู้ชายมาเจรจา น่าจะคุยง่ายขึ้น
ยังงี้เค้าก็อดซิ :56:
http://www.ipattt.com/2011/virtual-differenc/ (http://www.ipattt.com/2011/virtual-differenc/)
ระบบ Virtual Office คือของเด็ดของ บ.ที่คุณกระต่ายทำทำอยู่ครับ :12:
ตกงานละครับ :53:
ยังไงครับ :07:
เวอร์ชวลออฟฟิศ :12:
เจี้ยม :55: :30:
แปะบ้างตอนนี้ชีวิตสบายสุดๆเลย ทุกอย่างลงตัวมาก
เงิน ทอง งานการ ครอบครัว
เงิน-อยากได้อะไรก็ซื้อได้แหละ คือมีรายได้เข้ามาเรื่อยๆ ถึงผ่อนบ้านแล้วก็ยังเหลือเงิน
ตอนนี้ระดมผ่อนบ้านมากกว่าปกติ กะว่าปีหน้าจะยื่นกู้ใหม่ ลดต้นให้มันน้อยๆ ลดปีที่ส่งด้วย
ทอง ไม่มีว่ะ มีทองตอนแต่งงาน 6 บาท ให้แม่ไปแล้ว
การงาน
ร้านเสื้อโมนามาเฟีย
ล้มลุกมาหลายปี ระบบงานลงตัวเป็นที่สุด ออเดอร์วิ่งมาเอง
ถ้าออเดอร์เยอะก็จ้างร้านสกรีนสกรีน โรงที่สกรีนก็ทำกันเป็นประจำ ไม่ต้องถ่อไปเช็คงาน
เพราะพอเค้าทำตัวอย่างให้ ก็จะให้แมสเซนเตอร์วิ่งเอามาให้ดู ถ้าแก้สีก็แค่คอมเม้นแล้วส่งกลับไป
โรงผ้าก็เหมือนกัน สั่งกันเป็นประจำไม่ต้องถ่อไป ส่งเมลไปบอกเฉยๆ ว่าจะเอาแคตตาล็อกสีอะไร จิ้มได้เลย
เสื้อเสร็จก็ไม่ต้องไปส่งเอง โบว์มีแมสเซนเจอร์ไปส่ง ส่งเมลไปวางบิล
ลูกค้าโอนเงินมา สุขีที่สุด
DIY ถ้าทำน้อยๆ ก็ทำด้วยเครื่องสกรีนรุ่นวีออสที่ซื้อมา โบว์ใช้หนี้ครบแล้วนะ
อีก 2 เดือนจะคุ้มทุนที่ลงไปแหละ จุดคุ้มทุน 9- 10 เดือน ซึ่งเร็วกว่าที่วางไว้
ตอนแรกแอนวางไว้ 2 ปี พอคุ้มทุนปุ๊บ ที่เหลือเป็นกำไร เย่ :07:
ตอนนี้ลำบากนิดนึง คือพอแอนไปทำงานประจำ ต้องทำเองคนเดียว ต้องพับเสื้อเอง
และพับออกมาได้ห่วยแตกมาก เดี๋ยวจะหาเด็กฝึกงานมาช่วยแหละ (คณะอะไรสอนพับเสื้อบ้าง)
ร้านเสื้อนลินฟ้า
ร้านนี้ของแม่ โบว์ไม่ได้ตัง แถมติดลบด้วย เพราะช่วยแม่ใช้หนี้ (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,12659.msg868167/topicseen.html#msg868167)ยังเหลืออีกแยะ (เพิ่งซื้อจักรใหม่ แพงด้วย :05:)
แต่โบว์จัดการให้ เซ็ตระบบไว้ให้แม่ เค้าจะได้มีรายได้
ไม่อยากให้แม่ไปขายของให้เหนื่อยที่ตลาดแล้วเหนื่อยมาก
ขอบคุณหนูอรที่สุดนะ เกศด้วย พี่ติ๊กพี่หน่อยพี่พลัม ช่วยตลอดเลย
ครอบครัว มีสามีดีเลิศในจักรวาล แถมยังจะซื้อ iPad2 ใหอีก
และยิ่งสามีไปทำงานได้เงินเพิ่มกะจะเอาไปผ่อนบ้านให้หมด
ไม่อยากเป็นหนี้แล้ว อยากรีบใช้หนี้ให้หมดเร็วๆ เป็นหนี้แล้วเหนื่อยชะมัด
เตือนตัวเอง พยายามจะไม่ใช้ชีวิตอย่างประมาทนะ จำได้ว่าตอนลำบากเนี่ยร้องไห้ทุกวันเลย
จำได้ว่าตอนนั้นเกลียดตอนลืมตาตื่นมาเผชิญปัญหาที่สุด :22:
ด.. เดี๋ยวนะ คือแบบ :08:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 23 เม.ย. 2011, 11:13 น.
ครอบครัว มีสามีดีเลิศในจักรวาล แถมยังจะซื้อ iPad2 ให้อีก
iPad2 iPad2 iPad2 iPad2 iPad2 iPad2
iPad2 iPad2 iPad2 iPad2 iPad2 iPad2
iPad2 iPad2 iPad2 iPad2 iPad2 iPad2
:40: :40: :40:
เอา Galaxy Tab ด้วยนะ :27a:
ที่ร่ายยาวมาทั้งหมดนี่ สำคัญที่ย่อหน้าสุดท้ายซินะ :30:
พูดอีกก็ถูกอีก :43:
แอนนนนน นี่ยังดีกว่าเดินเข้าบ้านแล้วเจอมันวางอยู่ในบ้านแล้วนะ :05:
โอย พ่อบ้าน :30:
แล้วนี่พอข่าวว่าไอแพดสองจะขายในไทย 15900 บาทวันที่ 6 พ.ค.นี้
ข่าวตามมาก็คือ ไอแพด 1 ก็จะราคาตกเหลือ 9900 อีก :39:
เอาล่ะสิทีนี้
เอ๊ะ ทำไมจู๋ไอแพดเราคุยกันเรื่องพ่อบ้าน แล้วจู๋งานเงินมาคุยเรื่องไอแพดเนี้ย :0705:
:30: :30: :30:
ดีอ่า อยากมีกะตุ้งกะตังค์กะเค้ามั่ง :05:
อัปเดตบ้าง
งาน
เปลี่ยนงานมาได้สัปดาห์นึงแล้ว
หน้าที่ยังไม่มีอะไรยากเกินมือนะ แต่สนุกดี เพื่อนร่วมงานโอเคดี มีเจ้านายดี
มีรุ่นพี่เก่งๆ ไว้ลักวิชา :53:
ย้ายที่ทำงานจากแถวๆ ลาดพร้าวมาอารีย์
เวลาเข้างานก็สุขี เข้า 10 เลิก 5 หาเวลาทำงานเองอีก 2 ที่บ้าน
(แต่เอาจริงๆ ก็อยู่ครบเวลา 8 ชม. มาหลายวันละ :05: บางทีทำงานติดพันก็อยากให้มันเสร็จๆ ไปเลยงี้)
ที่ทำงานไกลจากเดิมนิดๆ สภาพแวดล้อมออฟฟิศมากกกกกก เพราะเป็นแหล่งคนทำงาน
ตอนเที่ยงคนก็จะเต็มข้างล่างมืดฟ้ามัวดิน :18:
ยังไม่ชินเรื่องแบกโน้ตบุ๊กไปทำงาน (ถึงปกติจะแบกเป้หนักๆ เป็นวิสัยอยู่แล้วก็เหอะนะ)
ทั้งหมดนี้เป็นความจุกจิกที่ยังไม่ชิน เวลาผ่านไปก็คงจะดี
สรุปว่าสนุกนะ
เดือนว่าตัวเองทำไปเรื่อยๆ น่าจะเก่งขึ้นล่ะ :37: (ตอนนี้เริ่มมีสกิลออกแบบละ ดีใจมาก)
เงิน
ยังไม่มี จนมาก :05: ช็อตหนักไปถึงสิ้นเดือน
ไม่มีงานนอกด้วย กรอบก๊อบแก๊บ :05:
ความหวัง
มีนะ มีแผน drive Faceblog ในใจอยู่แล้ว แต่ทำทันมั้ยและเสร็จมั้ยนั่นค่อยมาว่ากัน
ตอนนี้ไม่ได้ทำเฟซบ๊อกคนเดียวแล้ว เพราะดึงพี่มาดูแลเรื่องโค้ดด้วย
จะให้เดือนหัดเขียนโปรแกรมเองพร้อมทำ content ไปพร้อมๆ กัน มันไม่ไหว :05: เดี๋ยวตายก่อน
ประจวบว่าเดือนชอบออกแบบมากกว่าเขียนโปรแกรมอยู่นิดหน่อยตอนนี้ ฮ่าๆ ก็เลยให้ตี๋มันรับผิดชอบเขียนโค้ดไป
แต่ยังตั้งใจจะเขียนแอปเฟซบุ๊กให้ได้อยู่นะ (ซึ่งมันต้องใช้สกิลเขียนโปรแกรม ค่อยให้ตี๋สอน)
ป.ล. ตี๋มันสายจาวา หักคอมันมาทำเว็บนี่ก็ลำบากเหมือนกัน
แต่ตั้งใจไว้แล้วว่าช่วงยุคฟองสบู่โซเชี่ยวเน็ตเวิร์กนี้ ก็หันมาทำอะไรๆ ให้ได้ตังค์กันดูซะหน่อย แต่ไม่รู้จะได้มั้ยฮิ
หลายคนอ่านถึงตรงนี้แล้วอาจจะสงสัย แล้วจะทำอะไรกะเฟซบ๊อกใช่ม้า
ที่แน่ๆ อีกไม่นานนี้จะเปลี่ยนหน้าเว็บใหม่ไฉไลกว่าเดิมค่า กุ๊งกิ๊งงงง :53:
อนาคต
ตอนนี้ก็ก้าวเข้าสู่อนาคตที่เป็นปัจจุบันอยู่อ่ะเนอะ (ย้ายที่ทำงานใหม่)
คงยังไม่หาอนาคตในเวลานี้ฮะ :30:
ถ้าจะมีก็ตั้งใจว่าในอนาคตเราจะเก่งกว่านี้และจะหาจุดสมดุลในตัวเองให้ได้ซักที
ประมาณนี้แหละจ้ะ :27:
:12: สู้ๆ
รวยเมื่อไร หางานให้น้องด้วย :33:
มาๆ ลาออกเลย
สู้ๆค่ะทุกคน
เจ๋งๆกันทัั้งนั้น :25:
อยากเล่ามั่ง แต่ตั้งแต่แรกเริ่มทำงานมันยาววววมากขี้เกียจพิมพ์ :05:
:26:
เอาล่ะรู้สึกอยากพิมพ์มั่งแล้วขอเล่าบ้างละกัน
เริ่มงานที่แรก
ตอนนั้นจบมาใหม่ๆเลย อาจารย์ก็แนะนำให้ไปสมัครที่ rose ดูสิพอดีว่ามีรุ่นพี่ทำงานอยู่ในนั้น
ไอ้เราก็ลองไปสมัครตำแหน่ง editor สัมภาษณ์เสร็จก็กลับไปอยู่บ้าน ช่วงสงกรานต์ก็มีโทรศัพท์มาบอกให้เริ่มงานได้วันที่ 17
กรี๊ดดด :07: ตูเรียนจบเพิ่งได้พักนิดเดียวเองก็ต้องมาทำงานแล้ว
พื้นฐานที่นั่นใช้ mac หมดเลยเราไม่เคยใช้พี่เขาก็ดีนะสอนหมดทุกอย่างทั้งรวมถึง final cut ด้วย
ได้ทำงานที่นี่ดีถือว่าโชคดีมาก เพราะพี่ที่เป็น senior เก่งมาก(มาจาก imagimax 2 คน)
อยู่ที่นี่มีอะไรเขาสอนหมด ฝีมือก็พัฒนาไวมากจริงๆ เมื่อก่อนจากที่ after effect งูๆปลาๆ ก็มาครูพักลักจำพี่ที่เขาเป็นกราฟิกที่นี่ล่ะ
(ทุกวันนี้ยังมีคนถามอยู่เลยว่าไปเรียนที่ไหนมา....ฝึกเองทั้งหมดล่ะย่ะ) ถือว่าได้อะไรมากมายจริงๆ
ทั้งระบบออกอากาศ เรื่องโปรแกรมตัดต่อ หรือไม่ว่าจะกราฟิก ด้วยความที่ว่าตัวเองเป็นคนหัวไวมากๆเลยได้อะไรติดตัวมาเยอะ
ยังคิดอยู่จนทุกวันนี้เลยว่าถ้าเราไม่ได้ทำงานที่แรกที่นี่ เราจะได้ขนาดนี้ไหม? :09: :09: :09:
เงินเดือนที่นี่ก็ไมไ่ด้เยอะมากตามประสาเด็กจบใหม่ทั่วๆไป เข้ามาก็สตาร์ทที่ 11k พอผ่านโปรพี่เขาก็ปรับให้เป็น 13k แต่ถือว่าคุ้มนะ
เพราะค่าครองชีพที่นี่ถูกมากๆ ทั้งค่าหอ ค่ากิน เดือนนึงเก็บ 5-6 พันสบายๆ ไหนจะฝิ่นอีก
แล้วทำไมถึงลาออกล่ะ?....การลาออกจากที่นี่ไมไ่ด้เบื่อเลยนะทำงานสนุกมากๆ ได้ช่วยเริ่มกันเปิดช่องใหม่จากศูนย์ (Gang cartoon)
ได้เจอนักพากย์การ์ตูนเยอะแยะ ได้ร่วมงานกับน้องแพตตี้ :22:
ได้รู้จักการใช้กล้องวิดีโอแบบโปร ได้ไปถ่ายงานต่างๆ ได้เข้าถึงการ์ตูนญี่ปุ่นโดยแท้จริง สวรรค์ของโอตาคุโดยแท้เลยล่ะ!!
แต่ที่เบื่อ เบื่อเรื่องเจ้านายใหญ่ คือที่นี่เขาเลี้ยงคนไม่เป็นเลยมั้ง คือเราทำงานครบปีพอดีที่นี่เขาก็จะมีการปรับเงินเดือน
และแจกโบนัสทุกสงกรานต์ เราก็หวังไว้เยอะว่าจะได้เงินก้อนบ้าง ประเมินได้ A ด้วย ปรากฏว่าเอาเรื่องเศรษกิจไม่ดีมาอ้าง
งดทุกอย่างกระทั่งขึ้นเงินเดือน บวกกับช่วงนี้สวัสดิการหลายๆอย่างเขามาลด มาตัดออก ตามประสาคนจีนขี้งก
เซ็งสิครับ ฉุนขาดแบบติสแตกไม่แคร์ว่าจะไม่มีแดก ผ่านไป 1 อาทิตย์ลาออกเลยครับ - -"
พี่เขาก็เข้าใจเรานะ จากนั้นก็กินแกลบไปสองเดือนก่อนมาทำงานที่ RS......
จบภาคแรก...
:13: :07: :13a: ลาก่อน
:30:
ภาค 2 ค่ายเพลงดังย่านลาดพร้าว
หลังจากตกงานมาสองเดือน ก็สมัครงานไปหลายที่เหมือนกัน แล้วก็สรุปมาได้ editor ที่ RS นี่ล่ะ
ตอนแรกก็นั่งรองานไปเรื่อยๆ ไปๆมาๆกลายมาเป็นกราฟิกแทนซะงั้น
แต่ก็ดีแล้วล่ะเพราะถนัดกว่า และสนุกกว่า อย่างที่รู้ๆกันคือผมทำเว็บไซต์ Skoolbuz กับพี่แอน
พอเว็บอยู่ตัวก็ไม่มีอะไรมาก ก็ทำงานตามลูปเดิมของมันไป ซ้ำๆซากๆ เรื่อยๆ เปื่อยๆ
เงินเดือนไม่พูดถึงละกันมันได้มากกว่าที่เก่านิดเดียวเอง
แต่ก็มีสกิลเพิ่มขึ้นในการวางองค์ประกอบต่างๆมากขึ้น การเลือกใช้สีไม่ให้มันแปร๋ดด คุมโทนเป็น
ฝิ่นเยอะมากมายมหาศาลจาก Kamikaze (สิ่งนี้แหละที่เหนี่ยวรั้งไว้)
สิ่งที่ได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นก็ต้องขอบคุณพี่แอน กับพี่บุบ (อาร์ตไดฯ) ก็นับว่าฝีมือได้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นนึง ทำให้งานออกมาดูดีและไม่เสี่ยว :30:
ทำงานที่นี่สนุกสนาน เป็นกันเองมาก เป็นออฟฟิศที่ชิลสุดๆเลยล่ะ แต่ในเมื่อมันสบายจนเกินไป
มันก็เกิดอาการอิ่มตัวจนเบื่อ ในเมื่องานมันไม่ท้าทาย ไม่สนุกแล้ว และเราได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นเยอะแยะจากที่นี่แล้ว
มันก็จบลงด้วยการออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆที่ตื่นเต้น ท้าทาย และมีผู้คนเก่งๆมากมายให้เราได้เรียนรู้มากขึ้น
ก็เริ่มออกหาสมัครงานที่อยากทำ ก็ได้ไปหลายที่นะ แต่เลือกงาน พอได้เข้าไปดูเข้าไปเห็นแล้วไม่ชอบไม่อยากทำ
ดูแล้วมันไม่มีอะไรที่น่าทำและท้าทายสำหรับเรา จนมาได้ที่ๆนึงแถวพระรามสาม
ทำพวก ทีวี display บนห้างนี่ล่ะ ก็เห็นว่าน่าสนใจดีให้เงินก็โอเค เลยลาออกมาได้เวลาว่างพักสองอาทิตย์
จบภาคสอง..
ปล. ภาคนี้สั้นหน่อยเพราะไม่ค่อยมีอะไรให้เล่าซักเท่าไร
ภาค 3 ค่ายเพลงดังย่านอโศก :30:
ความเดิมต่อจากภาคที่แล้วที่ได้กลับมาพักผ่อนที่บ้านสองอาทิตย์นั้นแต่ระหว่างที่พักก็เกิดเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น!!
ที่ GTH โทรมาตามให้ไปสัมภาษณ์งาน(เคยส่ง resume กับพอร์ตไปสมัครตำแหน่ง Motion Graphic)
นึกในใจ "งานเข้าแล้วไงล่ะตู" ก็เลยลองไปดูเพราะว่ายังไม่เริ่มงานที่ใหม่
พอถึงวันสัมภาษณ์คนมาสัมภาษณ์เยอะมาก เฉพาะวันที่ผมไปสัมภาษณ์ก็ 6 คนเข้าไปแล้ว
แล้วได้ยินมากว่าสัมภาษณ์อีกสองวัน รวมเป็นสามวัน ก็ไม่หวังแล้วล่ะว่าจะได้ที่นี่
ถึงวันเริ่มงานที่ใหม่ก็ไปทำงานเป็นปกติ แต่พอได้เข้าไปทำจริงๆแล้วกลับรู้สึกไม่ชอบบรรยากาศและเนื้องานเอาเสียเลยแฮะ
แต่ก็ลองทำๆไปก่อนเพราะเห็นเขาจะมีโปรเจคใหม่ขึ้นมา เมื่อถึงวันที่ 3 ของการมาทำงานที่นี่
กริ๊งงงงง!! (จริงๆริงโทนไม่ใช่เสียงงี้นะ) หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเห็นชื่อที่เมมไว้ว่าเป็นคนที่นัดเราสัมภาษณ์ที่ GTH นี่หว่า
ทำตัวไม่ถูก รีบวิ่งออกไปนอกห้องเพื่อรับโทรศัพท์สายนี้
สรุปว่าเขารับผมเข้าทำงาน มืองี้สั่นเลย รู้สึกดีใจมากๆ ทั้งๆที่ไม่ได้หวังแล้ว
วันสัมภาษณ์คนเยอะซะขนาดนั้น หลังจากวางโทรศัพท์ไปก็มีเรื่องให้คิดอีกว่า แล้วกูจะบอกที่นี่ยังไงดีล่ะเนี่ย :05:
หลังจากนั่งคิดอยู่สองวัน (จริงๆนะ) วันศุกร์ผมก็ตัดสินใจไปคุยกับหัวหน้าแบบตรงๆเลย
ว่าจะขอลาออก พร้อมกับบอกเหตุผลไปตรงๆเลยว่าได้งานที่ GTH เขาก็เข้าใจนะก็เลยออกมาด้วยดี :52:
เริ่มงานที่ GTH ตื่นเต้นมากๆ ได้เข้ามาเห็นสถานที่ทำงานของคนภายใน
ไปนั่งในห้องที่เขาตัดต่อเนื้อคู่ฯ เห็นเขาซิงค์เสียงฟุตหนังซักซี้ด
รู้สึกได้ใกล้ชิดกับสิ่งที่เราได้เห็นบ่อยๆบนสื่อนะ ความกระตือรือร้นอยากทำงานมันกลับมาอีกครั้ง
แต่ทำงานวันแรกก็งานเข้าเลย กว่าจะได้กลับก็ปาไปซะสองทุ่ม ทำงานหนักมันเป็นอย่างนี้นี่เอง :05:
ลืมเล่าไปคือ GTH เนี่ยมีกฎอยู่ว่าห้ามรับฝิ่นเด็ดขาด
ทำงานไปได้สักพักพี่เขาเริ่มเห็นว่าเราทำงานดี ทำงานเร็ว วันนึงก็เรียกเข้าไปคุย
ตกใจมากเรียกเข้าไปคุยคนเดียว หรือเราทำอะไรพลาดไปหรือเปล่า??
สรุปคือพี่เขาจะให้ผมไปอยู่ที่ Play Channel (เป็นช่องทีวีดาวเทียมที่ GTH จะทำขึ้นมาเพื่อหารายได้อีกทางนึง)
พี่เขาก็ถามว่าจะไปไหม? ก็ต้องไปสิโปรก็ยังไม่ผ่านมีสิทธิ์ไปเรียกร้องอะไร :05:
ในใจก็เฟลพอสมควรเลย ต้องกลับไปเจองานทีวีอีกแล้วเหรอเนี่ย
แถมบรรยากาศภายในออฟฟิศช่างต่างกันเหลือเกิน ตึกแกรมมี่กับบ้านที่ GTH :05: :05: :05:
แต่ก็มีสิ่งดีๆเกิดขึ้นนะคือเรื่องเงินเดือนพอเรายอมย้ายไป กลับกลายว่าเขาขึ้นเงินเดือนให้เราเฉยเลย
โดยที่เราไม่ได้เรียกร้องหรือตกลงอะไรกันไว้ คืออยู่ๆก็ขึ้นให้เลยอีกสองพัน ตอนนี้กลายเป็นเงินเดือนอยู่ที่ 2 หมื่นละ
นึกในใจที่นี่เขาเลี้ยงคนดีเนอะ มันทำให้เรามีกำลังใจที่จะทำงานมากขึ้น
ผ่านไปสองเดือนก็เข้าไปประจำที่ตึกแกรมมี่เรียบร้อยแล้วลุยงานนรกมากๆ
ทั้งหัวชื่อรายการทุกรายการ กราฟิกต่างๆ ไตเติลรายการ spotต่างๆ VTR โปรโมท ช่วงแรกทำคนเดียวหมดเลย :05:
จนผ่านไปเดือนกว่าๆถึงหา motion graphic อีกคนมาช่วยได้ ทำให้งานเบาลงไปพอสมควรจากที่ตอนแรกๆกลับสี่ห้าทุ่มเกือบทุกวัน
ก็ลุยงานมากันเรื่อยๆจนทุกวันนี้ สนุกดีที่ได้เป็นคนสร้างอะไรขึ้นมากับมือของเราเอง
มีอุปกรณ์พร้อมทั้งสตูดิโอ ฉาก green screen อยากทำอยากถ่ายอะไรมาใช้ก็จัดการได้เลย
และพอเห็นช่องเริ่มออกอากาศตอนนี้ก็รู้สึกภูมิใจกับมันว่าเราทำได้
ที่พยายามเหนื่อยมาหลายเดือนมันได้ผล แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังเหนื่อยอยู่เนื่องจากงานมันเยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่คนยังเท่าเดิม
แต่เรายังไหวอยู่นะยังไม่อยากงอแงว่าคนเท่านี้กราฟิกทำไม่ไหวอยากลองดูอีกซักเดือนสองเดือนไปก่อน
เพราะอยู่ที่นี่ก็สนุกกับงานดี สวัสดิการดี เจ้านายดี เงินเดือนก็ดี (ผ่านโปรก็ปรับขึ้นมาอีกสองพัน :02:)
แล้วสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น (เมื่อวานนี้เอง) พี่แอนชวนไปทำที่สามย่าน จบข่าว....เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต้องติดตามดูกันต่อไป
แต่รู้อย่างนึงล่ะว่าถ้าเราลาออกไปตอนนี้คนที่อยู่ข้างหลังลำบากแน่ๆ เพราะกราฟิกทุกอย่างเราเป็นคนดูแลหมด
แต่อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดล่ะนะ เราก็ควรทำอะไรเพื่อตัวเราเองบ้าง
อยู่ที่นี่ทำงานหนักมาก เวลาให้ตัวเองมันน้อยลง แต่ผมก็ไม่ได้เบื่อที่นี่หรอกนะ
แต่ถ้ามันมีอะไรที่มันดีกว่าเราก็ควรคว้าไว้ (ผมคิดถูกใช่ไหม?)
จบ....
ฝิ่นคืออะไร :09:
อ่านสนุกมาก :25:
ปล. ฝิ่นคืองานนอกอะครับ :37:
อ้างคำพูดจาก: หนุ่ม เมื่อ 24 เม.ย. 2011, 22:51 น.
ฝิ่นคืออะไร :09:
ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 2 ครับ :53:
ล้อเล่นๆ เป็นศัพท์ในวงการน่ะครับ จริงๆมันก็แปลว่างานนอกนั่นล่ะ
ขอบคุณครับ :27:
คิดถูกแล้วล่ะแบงค์
เย่ แบงก์ไปได้ไกลกว่านี้อีกเยอะเลยแหละ ที่ผ่านมาพี่ว่าตัดสินใจถูกทุกเรื่องนะ
เรื่องอนาคตก็ต้องดูกันต่อไปแหละ
อาจจะได้ไปที่ใหม่
หรืออาจจะอยู่ที่เดิม
พี่ว่ามันก็ดีกับแบงก์ทุกที่แหละ :53:
อ่านสนุกมาก รู้สึกว่าแบงค์กล้าตัดสินใจดีอะ
อายุยังน้อย ยังต้องได้ทำอะไรเจ๋งๆ อีกมากมายแน่เลย :25:
:46: ขอบคุณครับ
แต่มาคิดๆดู มาทบทวนดู ทุกอย่างมันคือดวงของเราล้วนๆเลยนะ :30:
คนเก่ง งานวิ่งมาหาอยู่แล้ว :12:
จะเรียกว่าดวง หรือโอกาสดีล่ะ แต่สุดท้ายแล้วมันก็อยู่ที่เราแหละ
จะกล้าคว้ามันรึเปล่า..
ที่พูดนี่ตัวพี่เองเป็นคนไม่ค่อยกล้าน่ะ เห็นเด็กรุ่นใหม่ๆ ที่กล้าคิดกล้าตัดสินใจแล้วก็อดชื่นชมไม่ได้ :25:
เล่าแบบนี้แสดงว่าใจมาครึ่งนึงแล้วสินะ
ยินดีต้อนรับสู่แสมแย่น :27a:
ดีแล้ว ที่นั่นใช้งานอย่างหนักเลยนี่จะได้มีเวลาไปแพไปเพออะไรกับเค้าบ้าง :25:
แต่เดี๋ยวมันก็ลาออกอีก :30:
จากก่อนหน้านี้รับงานเว็ปเป็นฟรีแลนซ์ได้ไม่กี่งาน ตอนนี้ผันตัวเป็นกึ่งสาวออฟฟิศแล้วค่ะ :25:
เรื่องมีอยู่ว่า..........
..เมื่อวันศุกร์ที่แล้วไปเจอพี่คนนึง (เพื่อนของเพื่อน) ซึ่งกำลังปลุกปั้นทำเว็ป 121easy.com (http://121easy.com) อยู่
คุยไปคุยมาอิท่าไหนไม่รู้ พี่ก็ถามมาว่าจบแล้วรึยัง (หน้าตาอรมันมีรัศมีของคนไร้ปริญญา :3005:)
อ้าว เพิ่งจบเหรอ! แล้วตอนนี้ทำงานที่ไหนยังไงรึยัง? กำลังจะจบนิเทศน์ศิลป์ เอแบค เหรอ? ทำฟรีแลนซ์อยู่เหรอ?
เลยเอางานเว็ปมาดูกันเล่นๆ ..ดูอิท่าไหนไม่รู้ พี่เค้าก็ถาม "เช้าวันจันทร์ว่างไหม พี่อยากสัมภาษณ์ให้มาทำงาน"
ระหว่างนั้นมีเวลาสองวัน งานเงินอะไรก็ไม่ค่อยมีให้ดู ก็เซฟๆ รูปใส่โน๊ตบุ๊ค
เบ็ดเสร็จมีประมาณ 14 รูป :05:
แล้ววันจันทร์ก็ขึ้นรถไฟฟ้าหอบหิ้วโน๊ตบุ๊คไปหาที่ทองหล่อ เปิดๆ งานให้ดู (ซึ่งส่วนมากก็งานวาดๆ ไม่ค่อยมีกราฟฟิก :05:)
ดูงานแป๊ปนึง (มี 14 รูปจะดูอะไรเยอะแยะ! มองปราดเดียวก็ไม่มีให้ดูแล้ว!!) พี่ก็ทำหน้าจริงจังแล้วก็บอก....
"เอาตรงๆ นะ"
"พี่อยากรับอรมาทำ full-time ได้ไหม?"
รับง่ายมากกกกกกกกกกกกกกก ตกใจ แกล้งป่าวเนี่ย :3005:
ก็คุยคร่าวๆ ได้ใจความว่า งานที่เค้าเห็นเค้าชอบ ถึงงานไม่เยอะ แต่เค้าเห็นแนวโน้มที่ดี
บริษัทเค้าเองก็ยังไม่ได้เป็นบริษัทใหญ่อะไรมากมาย อยากหาคนที่ทำงานถูกคอพอๆ กับคนที่งานดี
สำหรับเค้า เค้าก็รู้สึกว่า ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มาร่วมงานด้วยแบบเต็มตัว แสดงฝีมือให้เต็มที่ (ประมาณนี้)
แต่ด้วยความที่ตอบรับกันเร็วไปนิดนึง ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรยังไงบ้างเท่าไหร่ และเราเองก็ตกลงเงินเดือนกันไม่ค่อยถูก
(คือในอนาคตก็ไม่แน่ไม่นอน คืออาจจะได้ใช้ครบทั้ง PS Illus Flash และ After Effects อีก :30:)
ก็เลยคุยกันแล้วสรุปได้ว่า เรามาทดลองทำงานด้วยกันก่อนเถอะ! ถ้าเข้ากันได้ และรู้สโคปแน่นอน แล้วเราค่อยตกลงงานประจำกันอีกที
ในวันเดียวกันนั้นเอง ก็เขียนใบสมัคร เซ็นสัญญา นั่งดูเค้าจัดโต๊ะ ต่อคอม ต่อเก้าอี้ให้เราเข้าไปแทรกตัวทำงาน
ฉะนั้น.... ระหว่างนี้อรก็กำลังอยู่ในช่วงทดลองงาน ได้ค่าขนมงุงิ (เงินเดือน) ระหว่างทดลองงานหมื่นสองถ้วน :25:
งานที่ทำคือกำลังเข้าไปช่วยปรับแก้ในส่วนกราฟฟิก เลยเอ้าท์ และหลายๆอย่างของเว็บ 121easy.com (http://121easy.com)
ตอนนี้ก็ค่อยๆ กล่อมและยัดเยียด โปรแกรมเมอร์ให้ค่อยๆ กำจัด table ออกไปจากเว็ปทีละส่วนๆ
ทั้งออฟฟิศคุยเรื่องทำเว็ปกันรู้เรื่องสองคน แต่อรจะง่อยๆ คือรู้ก็รู้ไม่สุดน่ะ บางทีต้องเปิดมานั่งลองพิมพ์ด้วย :30:
อารมณ์ที่ทำงานคล้ายๆ กับมานั่งทำงานคอนโดบ้านเพื่อน (ก็มันคอนโดคอนโดจริงๆ ล่ะ :30:) ชิวๆ เรื่อยๆ ค่อยๆ ทำ
ในห้องเรามีคนทำ Content อยู่ประมาณ 5 คน.. โปรแกรมเมอร์หนึ่ง... และกราฟฟิกอีกหนึ่ง (อรเอง)
อรเป็นเจ๊เล็กในห้อง อายุมากกว่าพวกหนุ่มๆ แต่อายุน้อยสุดในบรรดาสามสาวมที่เหลือในห้อง
(ทั้งนี้ไม่รวมห้อง Sale ที่เจ้าของและภรรยาอยู่คุมงาน โดยมีน้องฝึกงานสามคน และเซลล์สาวสวยอีก 5 ชีวิต)
แต่วันนี้ (วันที่สอง) ก็เริ่มมีการเนียนมาลูบหัว และเตะตัดขากันบ้างแล้ว ตีสนิทกันไวมากค่ะพี่น้อง :30:
โดยรวมผ่านมาสองวันเป็นสองวันที่ดี (ถ้าทำงานหนักๆ เซ็งๆ จะนึกถึงสองวันนี้)
จะได้เข้าทำประจำเต็มตัวไหมก็เป็นอีกเรื่องนึง เอาว่าตอนนี้ทำหน้าที่ให้ดีและเต็มที่มากๆๆ ก่อน
พยายามคิดว่าทำงานให้ตัวเอง ไม่ไปคิดว่า "ได้เงินเดือนเท่านี้เหรอ.. งั้นฉันทำแค่นี้พอละกัน" อะไรแบบนั้น
ถ้ามีอะไรน่าสนใจจะมาอัพอีกที.. :27:
นั่นเล็กแล้วเหรอ ฟังดูคนเยอะแยะอะ :30:
table จะเอาออกไปทำไมกัน
ตูมีเว็บนึงที่ดูแลอยู่ มีหน้า static page เป็นพันๆ หน้า
ที่ข้างในมี table ยุบยับยั้วเยี้ยทุกหน้าเลย :3005:
หนูอร เย่ ดีใจด้วยนะ :56:
วันนี้มี บ. โทรมานัดสัมภาษณ์งาน
นัดซะพรุ่งนี้แต่เช้า ยังไม่ได้เตรียมตัวเลย
นี่เป็น บ. แรกที่คาดหวัง
หลังจากโดนปฏิเสธไปหลายที่
ปฏิเสธไปเองก็สองที่
แย่หน่อยก็ตรงภาษาอังกฤษ
กลัวไปเป็นใบ้ในห้องสัมภาษณ์
เหนื่อยใจพอควร ตกงานมาเดือนนึงแล้ว :05:
ทำอีเว้นท์ได้มั้ยเจี้ยม :30:
ตอนเย็นดูหนังอยู่ (ลัดดาแลนด์) เพื่อนโทรมาไม่ได้รับสาย
หนังจบโทรกลับไป มันบอกว่าเฮ้ย มีหนังสือออกพิเศษของเครือบ้านและสวน มีหลังนึงยังไม่มีคนเขียนสนใจมั้ย?
เอาแล้วๆๆๆๆ :07: แต่แม่งบอกส่งวันอังคาร :4705:
ภาษาอังกฤษ บางที่เขาเอาแค่เราสื่อสารรู้เรื่องครับเจี้ยม
ลองดู ถูถูไถไถ สื่อสารให้เข้าใจว่าเขาพูดอะไร ตอบกลับแบบภาษาที่เรารู้ให้เขาพอรู้เรื่องก็โอเคแล้ว
บักเจี้ยม สู้ๆ :12:
เห็นด้วยกับออยนะเจี้ยม
ตอนแรกพี่อาจหาญมาสมัครบริษัทฝรั่ง ก็คิดอยู่นะว่าจะรอดไหมตู
สุดท้ายก็หน้าด้านเข้าว่าแหละว้า แกรมม่งแกรมม่าไม่มีใครเช็คหรอก
พูดๆ ไป มันต้องเข้าใจเราสักคำ :56:
ผมโม้อังกฤษงูปลาจนได้งานมาสองที่แล้วครับ
แต่ที่นี่กดดัน มีเขียนภาษาอังกฤษนี่แหละทำมไ่ได้ :44:
เบิ้ล
ไปมาแล้ว สงสันจะควาน้ำเหลว :30:
เขียนจนถึงตอนนี้
พี่ก็ยังมั่วๆ ถูๆ ไถๆ อยู่เหมือนกันนะ :3005:
ลองดูเจี้ยม :12:
เจี้ยมสู้ๆ :12:
เคยมาบ่นแล้ว (ล่ะมั้ง) เรื่องโดนแทงข้างหลังในที่ทำงาน
วันนี้มีแหล่งข่าวบอกว่าคนนั้นเป็นใคร ช็อคมากมายเพราะว่าเพื่อนกันนี่เอง
เรื่องบางเรื่องในใจคนบางคน เราก็ไม่อาจเข้าใจเลยเนอะ..
ตอนแรกน้อยใจ ตอนนี้เหนื่อยใจ.. :16:
เพิ่งเรียนจบครับ
พอเรียนจบทุกคนที่บ้านก็ถามว่า ไปหางานหรือยัง
แต่ปัญหาคือว่า เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราอยากทำงานอะไรกันแน่
ดังนั้นเราก็ยังไม่รู้จะไปสมัครงานอะไร
ตอนนี้อยู่บ้านกับแม่
ที่บ้านทำกิจการค้าขายครับ
เราสามารถช่วยที่บ้านได้เลยละ
แต่ต้องเข้าใจครับว่า การที่ทำงานอยู่ที่บ้าน ใครๆก็เหมือนมากดดันเรา ลูกค้าก็ถาม ญาติก็มาถาม ว่าไปหางานหรือยัง
แต่ปัญหาคือ ผมก็ยังไม่รู้จะหางานอะไร เฮ้อ !
ทำงานแล้วได้เงินเดือนน้อย
ก็ยังดีกว่า
ทำงานแล้วเหนื่อยใจ เนอะ
ช่วงนี้เข้าใจอารมณ์นี้มากเลย :16:
อ้างคำพูดจาก: freeclub เมื่อ 29 เม.ย. 2011, 21:46 น.
เพิ่งเรียนจบครับ
พอเรียนจบทุกคนที่บ้านก็ถามว่า ไปหางานหรือยัง
แต่ปัญหาคือว่า เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราอยากทำงานอะไรกันแน่
ดังนั้นเราก็ยังไม่รู้จะไปสมัครงานอะไร
ตอนนี้อยู่บ้านกับแม่
ที่บ้านทำกิจการค้าขายครับ
เราสามารถช่วยที่บ้านได้เลยละ
แต่ต้องเข้าใจครับว่า การที่ทำงานอยู่ที่บ้าน ใครๆก็เหมือนมากดดันเรา ลูกค้าก็ถาม ญาติก็มาถาม ว่าไปหางานหรือยัง
แต่ปัญหาคือ ผมก็ยังไม่รู้จะหางานอะไร เฮ้อ !
อย่าไปสนใจคนอื่นจนเป็นเงื่อนไขให้เราต้องใช้ชีวิตมากนักครับ
เราจะดีจะเลว จะเจ๋งจะเจ๊ง ไอ้คนที่มันมายุ่งนี่ก็ไม่ได้เกี่ยวไรด้วยเลย
ถ้าคุณแม่ยังโอเคที่ช่วยงานที่บ้านไประหว่างนึกว่าอยากทำอะไร ก็น่าจะพอแล้วนะครับ
ขอบคุณคร้าบบ :46:
คิดไปคิดมาหละเสียดายเงินเดือน :30: :05:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 26 เม.ย. 2011, 22:41 น.
table จะเอาออกไปทำไมกัน
ตูมีเว็บนึงที่ดูแลอยู่ มีหน้า static page เป็นพันๆ หน้า
ที่ข้างในมี table ยุบยับยั้วเยี้ยทุกหน้าเลย :3005:
ไอ้นี่แหละที่ทำให้อาทิตย์นี้ที่ผ่านมาตูไม่ว่างเอาซะเลย
เกลียดจนต้องด่าออกมาในทวิตเตอร์ (https://twitter.com/iannnnn/status/61345818074034176) (ปกติตูไม่เคยบ่นเรื่องงานเลยสักนิด แม้แต่นิดเดียว)
:3005: เกลียดที่สุด โค้ดสกปรกเนี่ย เห็นแล้วคัน
ว่าแต่เพิ่งได้ว่างอ่านตั้งแต่ของแบงค์เป็นต้นมา
ยินดีด้วยนะครับทุกคนที่ชีวิตได้เรียนอะไรกันเพิ่มคนละนิดละหน่อย :12:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 29 เม.ย. 2011, 22:45 น.
ว่าแต่เพิ่งได้ว่างอ่านตั้งแต่ของแบงค์เป็นต้นมา
ยินดีด้วยนะครับทุกคนที่ชีวิตได้เรียนอะไรกันเพิ่มคนละนิดละหน่อย :12:
ถ้ามองแบบแอนกับทุกเรื่อง โลกนี้ก็สวยงามดี :22:
มาเล่าเรื่องทำงานอาทิตย์ที่สาม
เป็นการเปลี่ยนงานที่สะวิงกิงกิ๊งสุดๆ ไปเลย
แต่ละอาทิตย์ก็จะทำงานไม่เหมือนกัน
อาทิตย์แรกไปทำเอกสาร อาทิตย์ต่อมาก็ทำเอกสาร (อ้าว) แต่คนละงานกันนะ
อาทิตย์นี้ก็ยังทำงานเอกสาร :30:
เล่าเรื่องจุกจิกก่อนก็คือยังไม่ชินกะการเปลี่ยนงาน แล้วก็สภาพออฟฟิศที่นั่งมันไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่
เพราะเข้าไปนั่งออฟฟิศลูกค้า จะสรวลเสเฮฮาก็ไม่ถนัด จะเอาของมาวางบนโต๊ะก็ยังไม่กล้าเอามาวาง :05:
ที่เหลือก็คือสนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ถ้าใครจำที่เดือนเล่าได้
เดือนจะบอกว่าเดือนชอบทำงานกะคนเก่งและนี่คือที่ในฝันของเดือน
และทุกวันนี้ก็ยังคิดไม่ผิด ทุกคนเก่ง มีน้ำใจ ไม่หวงวิชา แล้วก็ดีอ้ะะะ
เอาจริงๆ คือเดือนอ่ะ บ๊วยสุดในแก๊งแล้วนะ แต่ก็ไม่ได้น้อยอกน้อยใจอะไรเพราะเราอายุน้อยสุด
ชั่วโมงบินมันเทียบพี่ๆ ไม่ได้อยู่แล้ว
แล้วความสามารถเดือนมันยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่ (นี่เอาตามที่เดือนมองตัวเองอ่ะนะ)
แต่สนุกและมีความสุขดี ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ
เช่นอยากรู้เรื่องเว็บดีไซน์ เรื่องการออกแบบ อยู่ๆ พี่เค้าก็หันมาสอนไรงี้
แล้ววันนี้นั่งฟังเทพวิจารณ์งานเทพแบบโชะๆๆ สนุกสุดยอดไปเลย :07: กรีดร้อง
พี่ๆ ใส่ใจกะความรู้สึกน้องๆ ดี (เช่นพอร่ำร้องว่าอึดอัด พี่เค้าก็เตรียมการหาออฟฟิศให้พวกเราไปเฮฮากัน ดีใจอ้าาาา :53:)
สวัสดิการดี น้องๆ ทำงานดึกมีซื้อขนมมาให้ มีแจกแฟลชไดรฟ์คนละอัน :30:
เอาจริงๆ อยู่นี่งานเยอะและหนักกว่าทำที่เดิมเยอะเลยนะ บวกกับย้ายมาทำงานแถวๆ ดงคนทำงาน
เวลาจะกลับห้องรถติดก็เหนื่อยอีก เวลากลับมาห้องก็ต้องแบ่งร่างทำ Faceblog อีก :30:
แต่ตอนนี้เดือนโอเคนะ เดือนคิดว่าเป็นปลาญี่ปุ่นที่ว่ายน้ำในดงปิรันย่า มันจะซู่ซ่ากว่าเป็นปลาหางนกยูงอยู่ในตู้อ่ะ :53:
ผ่านจากนี้ไปได้ เดือนว่าตัวเองจะเก่งขึ้นกว่านี้อีกเยอะเลยแหละ
การได้อยู่กะคนเก่งมันทำให้เราเก่งขึ้นจริงๆ นะ :53:
:12: การที่จะได้ทำงานกับคนเก่งๆนี่ล่ะ เป็นอีกเหตุผลที่ให้ตูตัดสินใจออกจากงาน
แบบว่าอยู่ที่ Play Channel แล้วตูเก่งสุดไม่รู้จะไปถามใคร ขนาด Editor ยังต้องมาถามเรื่องระบบโน่นนี่กะตูเล้ยยย :30:
(ไมไ่ด้จะโม้ว่าตัวเองเก่งนะ แต่พอไปอยู่ที่นั่นแล้วตูเก่งว่ะ = =")
อยู่ไปเรื่อยๆฝึกตัวเองคงไปได้ไม่ไกล ออกโบยบินไปหาประสบการณ์เพื่อตัวเองดีกว่า
โชคดีแบงค์ ลาก่อน
:05: เรายังไม่ทันได้เจอกันเลยนะพี่แอน
กำลังพี้นาว่าจะขายเฟรนไชด์ ให้ บ. ยักษ์ดีไหม
ได้งานแล้วครับหลังจากไปสัมภาษณ์มา
คราวนี้ได้เป็น Maintenance Engineer Supervisor
โรงงานไอติมวอลของ Unilever
หายเครียดไปเปราะหนึ่ง
แต่พอไปทำงานคงมีเครียดทีหลังแน่ๆ
:25: เค้าอยากมาเล่าความคืบหน้าแบบคนอื่นบ้างจัง
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 07 พ.ค. 2011, 15:29 น.
ได้งานแล้วครับหลังจากไปสัมภาษณ์มา
คราวนี้ได้เป็น Maintenance Engineer Supervisor
โรงงานไอติมวอลของ Unilever
หายเครียดไปเปราะหนึ่ง
แต่พอไปทำงานคงมีเครียดทีหลังแน่ๆ
ลองทำงานดูก่อน
อย่าเพิ่งไปเครียดกับอะไรที่ยังมาไม่ถึงบักเจี้ยม สู้ๆ :12:
อ้างคำพูดจาก: เบล เมื่อ 07 พ.ค. 2011, 18:46 น.
:25: เค้าอยากมาเล่าความคืบหน้าแบบคนอื่นบ้างจัง
แบบว่า ทำบริษัทโน้นนี้เจ๊งยังไงอ่ะเหรอ
แรงอะ :05:
เออ มีที่ไหนไม่เจ๊งมั่งไหมอะ
ที่โดนไล่ออกมาไง ที่นึง :30:
แล้วที่กำลังจะโดนไล่ล่ะ
ไม่ออก กำลังเก็บตัง :11:
มันยังไม่ทันมาทำงานเลย พี่คนนึงลาออกไปละ :05:
ถามคนที่ทำงานบริษัทอยู่ครับ ว่าวางแผนชีวิตข้างหน้าเป็นอย่างไรกันบ้าง ธุรกิจจะทำอะไรกันบ้าง :01: :01:
เออ อันนี้น่าสน
สำหรับตูไม่เคยคิดเรื่องความมั่นคงในบริษัทเลยนะ
คืออยู่ในบริษัทก็เท่ากับการอยู่เพื่อทำงานรับจ้างฟรีแลนซ์แบบประจำนั่นแหละ
(ฉะนั้นตอนสัมภาษณ์เข้าทำงานเลยขอพี่เขาไปว่า ขอใส่รองเท้าแตะ และทำตัวชิวนะครับ - เขาโอเค)
วันหนึ่งเมื่อทุกอย่างลงตัว หรือจะไม่ลงตัวก็แล้วแต่ เราก็จะกลับมาเกษียณตัวเองและทำเสื้อ รับจ้างทั่วไปเหมือนเดิม
ส่วนงานที่ทำอยู่ตอนนี้ก็สนุกไง มันประหลาดดี ไม่เหมือนบริษัททั่วไปเท่าไหร่ ก็เลยยินดีที่จะอยู่ไปอีกพักใหญ่เลย
แต่ก็อยู่บนพื้นฐานที่ว่า ไม่มีอะไรมั่นคงหรอก ไม่เชื่อถามพี่ก้องสหรัฐดูได้ :30:
ไม่ ตูไม่ออกก :07: :07: :07: :07:
แต่ หกเดือนก็โอเคนะคับ :05:
ถามว่าต่อไป มองอนาคตตัวเองในการทำงานบริษัทยังไงเหรอ
ตอบยากแฮะ
ตอนนี้ทำอยู่ในโรงงานที่คิดว่าสักวันหนึ่ง จะมีโอกาสได้ไปดูงานเมืองนอกกับเขามั่ง
เห็นในแผนกได้ไปกันบ่อย แต่ยังไม่ถึงคิวเราสักที
ที่ยังไม่ถึงเพราะตำแหน่งหน้าที่ของเรายังไม่จำเป็นต้องถึงขนาดบินไปคุยงาน
คิดว่าสักวัน อยากมีอารมณ์นั้น เหมือนในหนังอ่ะ
บินไปเพื่อคุยธุรกิจ เกิดปัญหาอะไร เราไปช่วยเขาแก้ไข เอาข้อมูลไปแชร์
บินกลับมาเพื่อวางกลยุทธ์หรือแก้ไขปัญหาต่อหลังจากประชุมเสร็จไรงี้
ฝันไว้อ่านะ
แต่เท่าที่ฟังหลายคนบ่นๆ กัน
มันคือการไปทำงานจริงๆ ไม่ได้แว๊บไปไหนเล้ย
ยกตัวอย่างพี่ที่นั่งข้างๆกัน บินไปญี่ปุ่นเพื่อคุยงานสองชั่วโมงแล้วก็ไปดูโรงงานที่นั่น :30:
หิ้วกระเป๋าเอกสาร แต่งหล่อ ผูกสูท หนีบLaptop
ประชุมๆ อย่างเดียวแล้วก็บินกลับ
ไปวันนี้ พรุ่งนี้กลับไรงี้ :3005:
ออยดูเป็นคนทำงานจริงจังมาก อยากไปดูงาน อยากเป็นฟันเฟืองที่หมุนอยู่ในระบบ
ซึ่งต่างกับเรามาก งานที่ทำนี่ ทำไปงั้นแหละ ไม่ได้อยากขับเคลื่อนอะไรเท่าไหร่
ออกแนวแอบสืบดูด้วยว่าองค์กรนี้โกงอะไรบ้าง ไม่อยากมีส่วรร่วมในการโกง หรือหลอกลวงไปด้วย
มองอนาคตการทำงานว่าหมดสนุกเมื่อไหร่ก็จะไป ทำงานที่มีเวลาพักผ่อนและวันหยุดที่แน่นอน
เพราะจะเอาเวลาตรงนั้นไปทำอะไรของตัวเอง และให้เวลากับครอบครัวด้วย
มาทำงานเพื่อเป็นส่วนนึงของชีวิต ไม่ให้ชีวิตทั้งหมดไปกับการทำงาน
จะสรุปว่าขี้เกียจ ก็ได้นะ
มันก็แค่อารมณ์ตอนนี้ที่ยังไม่เคยได้สัมผัสหน่ะปิ๊ก
พอได้จับ หรือได้เข้าถึงอารมณ์นั้น ความคิดอาจจะเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบก็ได้ ใครจะไปรู้ :3005:
ความฝันของผมจริงๆ แล้วอยากกลับไปทำสวนที่บ้าน
พอถึงเวลาอิ่มตัวของชีวิตแล้วคงไปแน่ๆ
แต่ไม่รู้อายุอานามจะซักเท่าไหร่
เคยเกริ่นกับแม่ไปแล้วแม่ก็บอกอย่ามาทำเลยลูกมันลำบาก
เวลามาอยู่ในเมืองกรุงชีวิตวุ่นวายมากๆ
อยากกลับไปดมกลิ่นดินกลิ่นหญ้า
เสียดายที่ด้วย ตอนนี้ปลูกทิ้งไว้ก็ไม่มีคนไปดูแล
ตามเวรตามกรรมเหลือเกิน
แต่ตอนนี้หาเงินก่อนละกัน
ทำงาน บ. ไปนานๆ ก็คงไม่ไหว
"จบ"
จบชีวิตมหาลัยสี่ปีแล้วครับ
ตอนแรกๆเข้ามหาลัยจะได้ยินว่า "สี่ปีมันสั้นนะน้อง อยากทำอะไรก็ทำ"
สี่ปีผ่านมา
ได้ทำอะไรหลายๆอย่างมากมาย
ทำให้รู้ว่าชอบ ไม่ชอบอะไร รู้จักผู้คนเยอะเยอะ รู้จักตัวเอง
ตอนนี้ก็คงต้องเริ่มช่วงใหม่ของชีวิตต่อไปครับ :22:
ปล. อ่านของทุกคนแล้ว รู้สึกว่าโลกมันกว้างเหลือเกิน
มาอัพเดทบ้างครับ
ตอนนี้ ได้ออกมาทำงานเพื่อเมคมันนี่ให้กับส่วนงานของตัวเองแล้วครับ
แต่เพิ่งทำได้อาทิตย์เดียวแล้วอาทิตย์เดียวนี้ มีวันหยุดตั้ง สองวัน ฮ่าๆ
ก็เหนื่อยขึ้นครับเพราะต้องกลับมาทำงานที่บริษัทเดิมตอนเย็น
ตอนกลางวันให้น้องๆ รับโทรศัพท์แล้วจดงานเอาไว้
แต่มีเรื่องที่ต้องตัดสินใจซะชิป!~~
ก็คือว่าตอนที่ผมตัดสินใจไปทำกับบริษัทนี้ ที่ไปเพราะอยากรู้เรื่องเกมซะหน่อย
ก็เข้าไปด้วยเงินเดือนที่ไม่มากเท่าไร แต่เข้าไปแล้วบรรยากาสดีมาก สนุก มีทีมงานน้อยไม่วุ่นวาย
มีคนทำงานรวม 9 คน ลามก็ปาไปแล้ว 2 คน เกมเมอร์ 1 ซิสเต้ม 1 บัญชี 1 โปรแกรมเมอร์ 1
เจ้านายเกาหลีอีก 2 คน และผมเข้าไปดูเรื่องกราฟิก สรุปว่าคือมันชิวดีอะ
คือได้ทำตำแหน่งที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเยอะๆ แล้วมันรู้สึกโล่งมาก
แต่ทำไปซักพักก็มีบริษัท ที่เคยคุยกันไว้นานมาแล้ว
มาติดต่อให้ผมเข้าไปบริหารทีมงานให้เขา ด้วยเงินเดือนเกือบสองเท่าของที่นี่
ซึ่งก็แน่อยู่แล้วว่างานต้องหนักอยู่แล้ว
ยังคงหนักใจอยู่ เพราะสองที่นี้ก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน
ถ้าพูดถึงเรื่องคอนเน็คชั่น แล้ว บริษัทเกาหลีที่เคยคิดว่าเข้าไปแล้วจะได้คอนเน็คชั่นต่างชาติ
กลายเป็นว่าลางเลือนเพราะคุยกับเขาไม่รู้เรื่องเลย เวลาจะคุยทีต้องลากล่ามเข้าไป :05:
สำหรับงานอีกที่จากที่คุยกันล่าสุดเขาให้เราเลือกคนเข้ามาร่วมในทีมได้
ซึ่ง แจ่มเลย แต่งานที่ใหม่นี่รับลองไม่ชิว
ทำงานที่ต้องจัดการกับคนและโปรเจคนี่ ถึงเงินจะมากเกือบครึ่งแสนต่อเดือน
แต่นั่นก็แปลว่าความรับผิดชอบและความเสี่ยงก็มีสูงตามไปด้วย
จะเลือก ไปหรืออยู่ พรุ่งนี้อาจต้องตัดสินใจอีกรอบ :41: !!~
ไม่คิดจะเป็นพนักงานออฟฟิศจนแก่เหมือนกันนะ
แต่เดือนว่าตัวเองตอนนี้อายุงานไม่ได้เยอะมาก ประสบการณ์และความสามารถก็ไม่ได้เยอะมาก
ถ้าได้ทำงานในแวดวงคนเก่งฝึกไปเรื่อยๆ ก็น่าจะดีอ่ะ
คิดระยะสั้นแค่นี้ :30: ระยะยาวก็ต้องมาดูกันว่าจะลับเขี้ยวตัวเองได้แค่ไหน
ตอนนี้นอกจากงานในสามย่าน ก็มีกะการณ์วางแผนอื่นๆ อีกนิดๆ เอาไว้ถ้าสำเร็จแล้วจะมาเล่าให้อ่านอีกทีฮิ :40:
วางเดิมพันกะพวก Social Network ไว้เยอะ หวังว่าคงไม่มาไวไปไวแบบ hi5 นะ :05:
วงการไอที ไม่มีอะไำรอยู่ได้นานครับ :42:
:27: เอาน่าสู้ๆ เนื้องานไม่ใช่อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่ตัวเราว่าตามทันรึเปล่านะ สายนี้
ต่อไปจะได้หัดเรียกท่านจักรีเอาไว้ก่อน
ต้องตีกอล์ฟด้วยไหมเนี่ย
อ้างคำพูดจาก: เบล เมื่อ 09 พ.ค. 2011, 04:51 น.
:27: เอาน่าสู้ๆ เนื้องานไม่ใช่อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่ตัวเราว่าตามทันรึเปล่านะ สายนี้
เด่นเบลเข้าใจตุ้ม :05:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 09 พ.ค. 2011, 10:15 น.
ต่อไปจะได้หัดเรียกท่านจักรีเอาไว้ก่อน
ต้องตีกอล์ฟด้วยไหมเนี่ย
ตอนนี้กำลังหัดอยุ่เลยครับ ตีกอล์ฟเหมือน ตีไก่ คงไม่ยาก
:07: จะบ้าเหรอ งานไซต์เล็กๆ ไม่ได้เป็นเอเจนซี่อะไรด้วย
ที่สำคัญ ตอนนี้ยังไม่ตัดสินใจว่าจะไปมั้ย กลัวเลือกผิด :30:
อัพมั่ง
ของตูตอนนี้ก็ทำงานบริษัทเพื่อนเหมือนเดิม
ไม่มีไรมากเป็นหัวหน้าดูแลกราฟิก มีลูกน้อง 2 คน
ช่วงเวลามีงานก็จะแบบว่าโคตรเยอะ ไม่ได้ทำไรเลย วันๆ นั่งอยู่แต่หน้าคอม
แต่พอช่วงไม่มีก็ไม่มีเลยนั่งชิลไปวันๆ เล่น FB ดูเว็บ อ่านเว็บไปเรื่อยเปื่อย
เป็นมนุษย์เงินเดือน ทำงานไปเรื่อยๆ ก็ยังไม่รู้ว่าต่อไปจะเป็นไง
ส่วนบี จากที่ตอนแรกเคยเป็นเซลล์ของออฟฟิศที่ทำอยู่
ตอนนี้มีโปรเจคว่าจะออกไปเปิดร้านแล้ว
ซึ่งตอนนี้ก็กำลังมุ่งมั่นหาทำเลร้านให้ได้ (ซึ่งหายากจริงๆ)
ถ้าหาได้ ตกแต่งร้านเสร็จก็คงออกจากงานปัจจุบันไปดูร้านอย่างเดียว
แยกกันทำ เผื่อมีเหตุ ปุบปับไม่คาดฝันมา อย่างน้อยก็ยังเหลือรายได้หลักอยู่อีก 1 คน
บีอยากเปิดร้านอะไรเหรอ ถ้าเป็นร้านเสื้อผ้านี่เสี่ยงมากเลย :44:
ทุกคนรอบตัวที่เปิดมาเจ๊งหมด
เปล่าๆ จะซื้อเฟรนไชน์น่ะ
เป็นร้านน้ำแข็งใส คล้ายๆ ice monster แต่อร่อยกว่า
เพราะตัวน้ำแข็งมันมีรสชาต อยู่เลย เพื่อนเปิดอยู่โอมาก
ไปชิมมาแล้วก็อร่อย ราคาไม่แพงมากด้วย ก็เลยว่าจะเปิดอันนี้ล่ะ
อ๋อๆ โอเช อันนี้สนับสนุน ไม่ลองไม่รู้ แต่ต้องหาทำเลดีๆเน้อ
มีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลย :54:
ปล.ที่มันมีน้ำแข็งรสโน้นรสนี้ รสสตอเบอรรี่ รสนมป่ะ เพิ่งไปกินที่ cdc ,k
ค่าเช่าที่เดือนละแสน :07:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 09 พ.ค. 2011, 16:03 น.
เปล่าๆ จะซื้อเฟรนไชน์น่ะ
เป็นร้านน้ำแข็งใส คล้ายๆ ice monster แต่อร่อยกว่า
เพราะตัวน้ำแข็งมันมีรสชาต อยู่เลย เพื่อนเปิดอยู่โอมาก
ไปชิมมาแล้วก็อร่อย ราคาไม่แพงมากด้วย ก็เลยว่าจะเปิดอันนี้ล่ะ
ใช่ของไต้หวันหรือเปล่า
ใช่จ้ะ
เมื่อวานซืนก็เพิ่งไปกินไอ้แบบที่ว่ามา
แพงมาก ถ้วยนึง 79 บาทแน่ะ แต่อร่อย :5405:
อึ๋ย แพงแฮะ กินในห้างอะดิ
:25: ว่าจะลองเหมือนกันแหละ หาทำเลดีๆยากมาก
ตอนนี้ตระเวนไปกินตามร้านต่างๆ ดูทำเลกับราคาขายอยู่ :22:
ใช้ยี่ห้อตรงศาลาแดงไหมอะ ตะก่อนกินบ่อย ชอบที่มันโรยโมจิ หลังๆไม่มีโมจิเลยเลิกกินเลย
อ้างคำพูดจาก: หนุ่ม เมื่อ 09 พ.ค. 2011, 16:19 น.
:25: ว่าจะลองเหมือนกันแหละ หาทำเลดีๆยากมาก
ตอนนี้ตระเวนไปกินตามร้านต่างๆ ดูทำเลกับราคาขายอยู่ :22:
ของผมไปคุยมาหมดแล้วอะครับ รายละเอียดเงื่อนไข + ชิม
ตกลงจะเอาเจ้านี้และ แต่ก็ติดทำเล วันนี้ได้มาอีกที่ เดี่ยวเย็นๆ ว่าจะออกไปคุย
กะว่าน่าจะเปิดนอกห้าง ในห้างไม่ไหว
ต้องทำแผนนู่นนี่เสนอ ไหนจะโดนส่วนแบ่งอีก
แต่ก็ยังไม่แน่อะครับ อาจจะลองเสนอดูเหมือนกัน เปรียบเทียบกันไป
ตอนนี้ก็คุยกับเจ้าของแฟรนไชน์อยู่เหมือนกัน เรื่องเสนอห้างเนี่ย
ขอให้ดี ขอให้ได้ :53:
สาธุ :46:
เพื่อนผมเปิดแถวบ้านสวนธน (ไม่รู้บวบมันเคยกินมั้ย)
ขายดีมาก
ทีแรกว่าเล็งตรงนั้นเลยล่ะ แต่โดนตัดหน้า :3005:
:25: จะได้ไปอุดหนุน อ่ะเย้ๆๆ
แถวไหนบอกด้วยนะคะ
อ้างคำพูดจาก: หนุ่ม เมื่อ 09 พ.ค. 2011, 16:29 น.
ทีแรกว่าเล็งตรงนั้นเลยล่ะ แต่โดนตัดหน้า :3005:
ซะงั้น :30:
อ้างคำพูดจาก: Longtime เมื่อ 09 พ.ค. 2011, 16:37 น.
:25: จะได้ไปอุดหนุน อ่ะเย้ๆๆ
แถวไหนบอกด้วยนะคะ
เปิดเมื่อไหร่ มาป่าวประกาศ แน่นอน :25:
แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่นะ ทำเลหายากเกิ๊น
CDC ขายดีมาก รอต่อคิวเลย แต่ค่าที่อย่างที่บอกแสนนึง :41:
ถ้าจะเข้าห้างลองถามพี่โอ๋ดิ มันมีเซ็นทรัลพระราม 9 จะเปิดแหละ
กะเปิดแถวๆ บ้านนี่ล่ะ
ซีคอนฯ ไม่ก็เซ็นทรัล บางนา
เซ็นทรัลบางนา ค่าที่แพงป่ะ
รับสมัครพนักงานขายหน้าตาดีมั้ยฮับ :56:
จ้างอีเบลรับรองว่า....... :48:
มาตอบพี่ศักดิ์ว่าเคยเห็นแต่ไม่เคยกินฮะ ถ้าร้านเหล้าก็ว่าไปอย่าง :30:
อ้อ จริงๆ นั่งร้านกาแฟบ่อยกว่าครับ เพราะนัดอาจารย์ตรวจงานได้ :37:
มาเปิดลาดกระบังเล้ยยย :22:
คนขายสวยๆ ขายดีแหง :10:
กำลังมองหาเฟรนชายแบบนี้เหมือนกันเลยครับ :25:
แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ซักที :05:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 09 พ.ค. 2011, 18:32 น.
CDC ขายดีมาก รอต่อคิวเลย แต่ค่าที่อย่างที่บอกแสนนึง :41:
ถ้าจะเข้าห้างลองถามพี่โอ๋ดิ มันมีเซ็นทรัลพระราม 9 จะเปิดแหละ
พระราม9 เปิดปลายปีครับ
ค่าที่แพงจริงๆ นั่นแหละ
แต่ก็แลกมาซึ่งจำนวนลูกค้าด้วยนะ
แต่ในธุรกิจน้ำแข็งใส
ผมไม่รู้ว่า ขายนอกห้างหรือในห้างอย่างไหนโอกว่า
ส่วนที่น่าทำ
(นอกเหนือจากร้านน้ำแข็งใสนะ)
เป็นคีออส ที่ห้างนะ(ใครนึกไม่ออกให้นึกถึงแผงลอยๆ ตามทางเดินในห้าง)
ที่เซ็นทรัลแจ้ง ค่าเช่าเดือนละหมื่นห้า
ผมเคยสนๆ แต่ต้องเอาเงินไปลงทุนทำโรงเรียน
เลยยังไม่เอา
คีออสจะขายอะไรได้บ้างครับ :44:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 11:56 น.
คีออสจะขายอะไรได้บ้างครับ :44:
พวกที่ใครๆก็ขายได้ คือ
แว่นตา นาฬิกา ครีมนำเข้า น้ำหอมฯลฯ
ถ้าเราบริหารต้นทุนดีดี ผมว่าอยู่ได้สบาย
จ้างเด็กนั่งขาย รายวัน หรือรายเดือน ราคาพอสู้ได้
เราจะได้ไม่ต้องทำเอง
พวกที่มีของเราขายเจ้าเดียว
เช่น เสื้อยืด งานฝีมือ หรือของที่เราทำเอง ออกแบบเอง
อันนี้เราตั้งราคาได้เอง แต่ทำไปทำมาระวังโดนลอก(ซึ่งโดนแน่ๆ)
ฉะนั้นเราขยันคิดอะไรใหม่ๆ เรื่อยๆ แบบนี้สบายนะ
พวกงานโคเชต์ งานไหมพรมก็ไปได้นะ
อ้อ มีบางคนขายต้นไม้เล็กๆ ก็เคยเห็น
เคยถามร้านที่ขายของจุกจิกที่ฟิวเจอร์รังสิต อันละ 10 บาท 20 บาท
เค้าบอกได้วันละเกือบพัน ถ้าพวกวันหยุดได้เกือบ 3 พัน
น้ำแข็งใสผมว่าควรขายในห้างครับ
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 09 พ.ค. 2011, 19:34 น.
เซ็นทรัลบางนา ค่าที่แพงป่ะ
ยังไม่รู้เลยอะ
ถามเค้า เค้าก็บอกให้ไปทำแผนมาเสนอ
เหมือนไม่ค่อยอยากจะคุยกะเราเท่าไหร่ :08:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 13:01 น.
ยังไม่รู้เลยอะ
ถามเค้า เค้าก็บอกให้ไปทำแผนมาเสนอ
เหมือนไม่ค่อยอยากจะคุยกะเราเท่าไหร่ :08:
ทุกเซ้นทรัลก็แบบนี้นะครับ
ต่างกับซีคอนฯ ลิบลับ เลยอะพี่
พูดดี คุยดี อย่างว่า เซ็นทรัลมันคงไม่จำเป็นต้องมาง้อเรา
แล้วโรงเรียนพี่โอ๋ นี่เค้าคิดค่าอะไรยังไงมั่งครับ พวกพื้นที่ ตรม. ละเท่าไหร่
ต้องมีส่วนแบ่งรายได้มั้ย อะไรแบบนั้นอะครับ
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 13:10 น.
ต่างกับซีคอนฯ ลิบลับ เลยอะพี่
พูดดี คุยดี อย่างว่า เซ็นทรัลมันคงไม่จำเป็นต้องมาง้อเรา
แล้วโรงเรียนพี่โอ๋ นี่เค้าคิดค่าอะไรยังไงมั่งครับ พวกพื้นที่ ตรม. ละเท่าไหร่
ต้องมีส่วนแบ่งรายได้มั้ย อะไรแบบนั้นอะครับ
เรื่องค่าเช่าต้องถามเมียผม :22:
แต่ผมอยู่ในโซนทาวเวอร์ มันจะไม่แพงเท่าพลาซ่า
ส่วนแบ่งรายได้ไม่มีครับ จ่ายค่าเช่าเพียวๆ ทุกเดือน
ประกันสามเดือนครับ
พวกโรงหนังละ ศักดิ์ ถามหรือยัง ผมว่า คนนั่งกินรอดูหนังน่าจะเยอะนะ แบบเมเจอร์สุขุมวิทอะไรแบบนี้
ไปดูมาแล้วเหมือนกัน
มีเปิดไปร้านนึงและ ชั้นบน :05:
แล้วที่รัชโยธินล่ะครับ
ทางเข้า ice monster
ตรงอะเวนิว เป็นร้าน น่าจะร้านเดียวกับที่พี่ศักดิ์จะซื้อแฟรนไชส์เลยนะ
อ้างคำพูดจาก: แฮ่กๆๆๆๆๆ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 13:27 น.
แล้วที่รัชโยธินล่ะครับ
เอาจริงๆ รัชโยฯ คงไม่ไปล่ะ
ถ้าหาคงหาโซนสุขุมวิท นี่ล่ะ
ไกลกว่านั้น เดินทางอีก ท่าจะแย่
ปกติแล้วถ้าห้างไหนมีอยู่แล้ว เค้าไม่น่าจะให้เข้าไปขายซ้ำแหละ
สู้ๆ :33:
เมเจอร์รามฮะ ยังไม่มีน้ำแข็งใส
ชั้นบนมีเชสเตอร์กิล ชั้นล่างเป็นแมค :25:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 11 พ.ค. 2011, 08:32 น.
ปกติแล้วถ้าห้างไหนมีอยู่แล้ว เค้าไม่น่าจะให้เข้าไปขายซ้ำแหละ
สู้ๆ :33:
ถ้ายี่ห้อเดียวกันไม่ให้แน่ๆ
ศักดิ์และบี ลองหาธุรกิจอื่นไปด้วยนะ
อย่าไปติดที่การซื้อเฟรนไชด์อย่างเดียว
ผมว่าศักดิ์เป็นคนทำงานศิลปะ น่าจะมีลู่ทางเยอะ
ก็นั่งนึกเหมือนกันฮะพี่ แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะทำไรดี
อีกอย่างร้านนี้ก็จะเปิดให้บีทำอะครับ ผมคงไม่ได้ไปอะไรมาก เพราะมีงานประจำอยู่แล้ว
จะช่วยได้ก็เสาร์-ทิตย์ ไม่ก็เลิกงาน ถ้าร้านไม่ไกลออฟฟิศ
เมื่อไรเมเจอร์มันจะขายแฟรนไชส์ถูกๆ ซะทีนะ
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 11 พ.ค. 2011, 23:12 น.
เมื่อไรเมเจอร์มันจะขายแฟรนไชส์ถูกๆ ซะทีนะ
จะทำโรงหนังเหรอ
พวกคีออสนี้คือห้ามเป็นของกินรึเปล่าครับ หรือว่าเป็นได้แต่ห้ามมีส่วนที่เป็นครัวทำอาหาร
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 12 พ.ค. 2011, 13:38 น.
พวกคีออสนี้คือห้ามเป็นของกินรึเปล่าครับ หรือว่าเป็นได้แต่ห้ามมีส่วนที่เป็นครัวทำอาหาร
แล้วแต่ห้างนะครับ
แต่ถ้าเซ็นทรัล ก็ต้องนำเสนอไปก่อนว่าจะขายอะไร
อ้างคำพูดจาก: นักศิลปะ เมื่อ 12 พ.ค. 2011, 10:58 น.
จะทำโรงหนังเหรอ
อยากทำโรงหนังเล็กๆ ไปเปิดแถวบ้านนอกอะครับ
เล่ามั่ง :25:
จำไม่ได้ว่าเคยเล่าอะไรในจู๋นี้รึเปล่า
แต่อรคิดว่าภูมิหลังเดิมของอรแฟนคลับอรน่าจะรู้แล้ว
ตอนนี้หนูลาออกจาก RS แล้วค่า :25: :25: :25: :25:
หลังจากส่ง resume ไปสมัครกับ บ.สามย่านกับพี่แอน
พี่แอนก็ไม่ต้อนรับ :05: (ไม่รู้จะเขินอะไรมากมาย)
พี่แก้วคนงามก็โทรมาว่า "สนใจไปทำงานที่ sony music ไหม"
ทำหน้าที่แทนพี่แก้วน่ะแหละ พี่แก้วจะออก หน้าที่ก็ไม่ค่อยต่างจากเดิมเท่าไหร่
อรเลยสนใจรับคำ เดินทางไปสมัครที่ Sony Music เลย (ไกลมาก อาคารมาลีนนท์พระราม 4 นู้นนน)
เล่าย้อนก่อน อรเคยฝึกงานที่โซนี่ด้วยแหละ 3 เดือน เจอคนคุ้นหน้านิดหน่อย
ไปคุยกับเขา เขาก็ตอบตกลงภายในวันนั้นเลย ด้วยเงินเดือนที่เพิ่มมากกว่าเดิมเกือบ 2 เท่า :25: :25: :25:
ขอเล่าย้อนไปอีกรอบสมัยเป็น ด.ญ. พชรอร
อรชอบฟังเพลงค่าย Bakery มากๆๆๆๆ
จนตั้งความฝันว่า เอาล่ะ ชั้นจะต้องเข้ามาทำงานที่นี่ให้ได้!!!!
เลือกเข้าคณะนิเทศ พอใกล้จะจบก็รู้ข่าวว่า ค่ายนี้ไม่มีแล้ว :05:
แต่มาวันนี้ อรได้มาทำในค่ายเบเกอรี่ (ในคราบค่ายโซนี่) ดีใจมากๆเลยเอร๊ยยยยย
เมื่อก่อนฟังเพลงอินดี้ค่ายเบล็คชีพ ชอบมากๆ ร้องได้เกือบหมด พอมา RS ก็กลายเป็นฟังกามิกาเซ่
ทีนี้จะกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง สู้ๆ :25:
อ้อ ทำงานที่นี่ดีอ่ะ ใต้ตึกมีร้านขายหนังสือการ์ตูนด้วย เลิฟมาก :30:
คอยติดตามชีวิตสาวงามคนนี้ต่อไป....
(เล่าไม่รู้เรื่องเลย :37: )
เดินทางไม่เหนื่อยแย่เหรอ :37:
เอามั่งดิ ตอนนี้เป็นพนักงานประจำ ตำแหน่ง project manager ของ บ.เซ้นส์ เอนเตอร์เทนเม้น
หน้าที่คือปั้นโปรเจครายการใหม่ตามที่ทั่นประธานวางนโยบายมา
ทำเป็นpresent ให้ไปขายลูกค้า ถ้าได้ทำก็เซ็ททีม เริ่มทำ พอมันเริ่มอยู่ตัวก็เด้งออกมาทำรายการใหม่
รวมทั้งคิดรายการตอบโจทย์ลูกค้าที่จะว่าจ้าง สกู๊ป อ้อ รายการเก่าที่กำลังปรับแนวด้วย
คืออะไรที่จะเกิดใหม่ นี่ตูต้องเข้าไปรับรู้ ร่วมจมหัวกับมันด้วย
(ตอนนี้มีโปรเจครายการใหม่ 2 ตัว ปรับรายการเดิม 2 รายการ รายการฝันๆ รออยู่อีก 1 รายการ)
(รายการที่คิดๆ แต่ไม่ได้ทำไปแล้วอีก 2-3 รายการ)
ฟังดูน่าสนุกดีนะงานนี้ แต่เปลืองสมองและเหนื้อยย เหนื่อยยย คิดๆๆๆๆๆๆๆๆ :3005:
แถมยังต้องช่วยเมียทำบริษัทตัวเองที่รับทำอีเว้นท์กับผลิตสื่ออีก :05:
ไม่ชิวอย่างแรงเลยชีวิต :3005:
อยากไปทำด้วยอะลุงร่ม ไปทำฟรีให้ไหม แบบเด็กฝึกงาน ทุกเสาร์อะไรแบบนี้ :25:
เบื่องานตัวเอง อยากหาอะไรแปลกๆทำ :05:
ปกติก็ทำตัวแปลกๆ อยู่แล้วนี่ครับ :37:
อีบล๊วบซี่ :58:
อ้างคำพูดจาก: หมีโหด* เมื่อ 13 พ.ค. 2011, 13:54 น.
เล่ามั่ง :25:
จำไม่ได้ว่าเคยเล่าอะไรในจู๋นี้รึเปล่า
แต่อรคิดว่าภูมิหลังเดิมของอรแฟนคลับอรน่าจะรู้แล้ว
ตอนนี้หนูลาออกจาก RS แล้วค่า :25: :25: :25: :25:
หลังจากส่ง resume ไปสมัครกับ บ.สามย่านกับพี่แอน
พี่แอนก็ไม่ต้อนรับ :05: (ไม่รู้จะเขินอะไรมากมาย)
พี่แก้วคนงามก็โทรมาว่า "สนใจไปทำงานที่ sony music ไหม"
ทำหน้าที่แทนพี่แก้วน่ะแหละ พี่แก้วจะออก หน้าที่ก็ไม่ค่อยต่างจากเดิมเท่าไหร่
อรเลยสนใจรับคำ เดินทางไปสมัครที่ Sony Music เลย (ไกลมาก อาคารมาลีนนท์พระราม 4 นู้นนน)
เล่าย้อนก่อน อรเคยฝึกงานที่โซนี่ด้วยแหละ 3 เดือน เจอคนคุ้นหน้านิดหน่อย
ไปคุยกับเขา เขาก็ตอบตกลงภายในวันนั้นเลย ด้วยเงินเดือนที่เพิ่มมากกว่าเดิมเกือบ 2 เท่า :25: :25: :25:
ขอเล่าย้อนไปอีกรอบสมัยเป็น ด.ญ. พชรอร
อรชอบฟังเพลงค่าย Bakery มากๆๆๆๆ
จนตั้งความฝันว่า เอาล่ะ ชั้นจะต้องเข้ามาทำงานที่นี่ให้ได้!!!!
เลือกเข้าคณะนิเทศ พอใกล้จะจบก็รู้ข่าวว่า ค่ายนี้ไม่มีแล้ว :05:
แต่มาวันนี้ อรได้มาทำในค่ายเบเกอรี่ (ในคราบค่ายโซนี่) ดีใจมากๆเลยเอร๊ยยยยย
เมื่อก่อนฟังเพลงอินดี้ค่ายเบล็คชีพ ชอบมากๆ ร้องได้เกือบหมด พอมา RS ก็กลายเป็นฟังกามิกาเซ่
ทีนี้จะกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง สู้ๆ :25:
อ้อ ทำงานที่นี่ดีอ่ะ ใต้ตึกมีร้านขายหนังสือการ์ตูนด้วย เลิฟมาก :30:
คอยติดตามชีวิตสาวงามคนนี้ต่อไป....
(เล่าไม่รู้เรื่องเลย :37: )
ดิชั้น ในนามแฟนคลับ
ขอเข้ามาชูป้ายไฟให้ค่ะคุณพชรอร :25: :25: :25: :25: :25: :25: :25: :25: :25: :25:
:25: กรี๊ดๆๆ
กลับมาอัพเดทอีกครั้ง ช่วงนี้ อัพบ่อย
งานที่ออกมาทำตอนนี้ ก็ยังไม่ตัดสินใจไปไหนยังอยุ่ที่เดิม
หลังจากทำงานมาแล้ว 8 วันถ้วน
ก็ได้ทำเว็บ วางสเก็ตโด้ว ทำไซต์แหมบ ดีไซน์ ทำแฟลช (แม่ม 90% ตูทำอยู่คนเดียว)เสร็จเกือบทั้งไซต์แล้ว
ไม่รู้ว่าจะโดนเขม่นหรือเปล่า เพราะเห็นการทำงานของแต่ละคนโปรเสสน้อยๆ
กันทั้งนั้น วันๆ หนึ่งไม่รู้ทำอะไรกัน...
พอเราทำได้เยอะจะโดนเกลียดหรือเปล่าก็ไม่รู้ ตอนนี้งานที่ทำอยุ่ใกล้เสร็จแล้ว
ตอนแรกตั้งใจว่า เดี๋ยวทำให้เสร็จแล้วจะออกเลยไม่อยากอยู่นาน
เพราะมองในแง่พัฒนาการแล้ว ไม่ได้พัฒนาอะไรเลย แถมไม่รู้ว่าเขารู้หรือเปล่าว่าเราทำเร็ว
ไม่รู้ว่าเขาคิดว่าง่ายไปเลยหรือเปล่าก็ไม่รู้
แล้วเมื่อวาน ก็ได้ตัดสินใจไปแล้วด้วยว่าจะไปอีกบริษัทหนึ่ง เพื่อไปฝึกวิชา PM ให้สมใจ
แต่อยู่ดีๆ บอสเกาหลี ก็เดินมาคุยด้วยว่าจะให้เป็นคนคุมคอนเซปต์อาร์ตของเกมเวอร์ชั่นไทยทั้งหมดที่จะเปิดตัวเร็วๆ นี้
จะหาทีมเข้ามาให้เราดูและพัฒนาเพิ่มเติมในเวอร์ชั่นไทย
โอ้ว ไม่เคยทำซะด้วยไอ้ตำแหน่งงานประเภทนี้ เอาละ ทำให้ต้องชะลอความคิดลงอีกสเต๊ปหนึ่ง
จริงๆ แล้วก็อยากจะลองทำดูเหมือนกันแฮะ....
เกลียดจักรีที่สุด :25:
ไม่ค่อยได้อ่านที่นี่
แต่วันก่อนพึ่งกินไอ้นี่มา
พิซซ่าทอด
http://www.thaifc.net/พิซซ่าทอด/franchise (http://www.thaifc.net/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%8B%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%94/franchise)
อร่อยดี แถมยังไม่ค่อยเห็นใครทำ น่าจะดังได้ วันนั้นถามร้านเค้าบอกก็มีคนซื้อไปทำอยู่สามสี่เจ้า
ราคาขายเท่าไหร่อะ :27:
นังบักอู๋ ไม่อ่านเลยใช่ไหมยะ ในนั้นเค้าก็เขียนไว้ : :07:
ป่าวครับ อยากรู้ว่าที่ซื้อมาเขาขายแพงกว่าหรือปล่าวฮะ
เขาก็เขียนไว้นะ :37:
หลังจากได้มีการเปิดตัวครั้งแรกที่งานแสดงสินค้าแฟรนไชส์ ที่เมืองทองธานี ในช่วงที่ผ่านมา คนให้ความสนใจกันมาก และต้องการนำไปทำขายบ้าง จึงมาติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์ ในช่วงแรกยังไม่ยากขาย เพราะไม่รู้ว่าจะบริหารแฟรนไชส์อย่างไร แต่เห็นว่ามีความตั้งใจอยากจะขายจริง จึงได้ตัดสินใจขายแฟรนไชส์ โดยลูกค้าต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์จำนวน 4,000 บาท โดยจะได้ชุดผ้ากันเปื้อน และอุปกรณ์เล็กๆ น้อย ส่วนอุปกรณ์หลักผู้ซื้อแฟรนไชส์ ต้องซื้อเอง และเราจะส่งพิซซ่าพร้อมนำไปทอดในรูปแบบของอาหารแช่แข็ง
หมายถึงพิซซ่าต่อชิ้นครับ
ใครพูดไม่รู้กันแน่เนี่ย :37:
ในนั้นเขียนว่า ชิ้นละ 20 แต่จะขึ้นราคาเป็น 25 ค่ะ :54:
ช่วงนี้ อับจน งานไม่มี เงินติดลบ
ชีวิตเข้าขั้นไปไหนไม่ได้แล้ว
ใครมีงานก็โยนๆมาให้ปลั๊กบ้างนะครับ :46: :05:
ขาย account เรยาโลด
ขายได้ด้วยเหรอ :25:
:30: เออว่ะ
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 16 พ.ค. 2011, 17:17 น.
ช่วงนี้ อับจน งานไม่มี เงินติดลบ
ชีวิตเข้าขั้นไปไหนไม่ได้แล้ว
ใครมีงานก็โยนๆมาให้ปลั๊กบ้างนะครับ :46: :05:
บอกให้มาเขียนในเฟซบ๊อกก็ไม่มาเขียน ฮึ :23:
:14: ลืมสนิทเลย!!
หร่อนมัวแต่ด่าแฟนๆ หร่อนอยู่น่ะสิ :07:
เออใช่ เสียดายมาก จากใจจริง
ช่วงที่ขาขึ้นสุดๆ นั่น ถ้าเขียนเป็น exclusive สักที่ (ในกรณีนี้คือ ฟบ)
รับรองไม่รู้จะเปรี้ยงปร้างยังไง แต่นี่ขาลงแล้ว เสียดายๆ
ฤดูหมดมุก :02:
พอละครจบ จะทำไรต่อ โปรโมทกากคลับเร๊อะ :58:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 16 พ.ค. 2011, 22:34 น.
เออใช่ เสียดายมาก จากใจจริง
ช่วงที่ขาขึ้นสุดๆ นั่น ถ้าเขียนเป็น exclusive สักที่ (ในกรณีนี้คือ ฟบ)
รับรองไม่รู้จะเปรี้ยงปร้างยังไง แต่นี่ขาลงแล้ว เสียดายๆ
จิกจนจะตามไปจิกถึงบ้านแล้ว ไม่มีใครเขียนให้อ่ะ เขียนเองก็ไม่ฮาเท่า :05:
ไม่เป็นไร ช่วงนี้กะลังดังกะเอนทรี่การตัลหลาด จนคุณแชมป์ของพี่แอนเข้าใจว่าเฟซบ๊อกเป็นเว็บการตลาดซะงั้น :3005:
:35: แบบนี้ต้องรีบเข้าแก๊ง mkttwit นะ
จะได้งานทำอยู่แล้ว
สอบภาษาอังกฤษไม่ผ่าน
ต้องสอบใหม่ :05: :30:
เมื่อต้นเดือนเมษา ไปสมัครงานที่เดียวกับอีก่อมาที่เชียงใหม่ ก็รอผลไปเค้าบอกว่าจะโทรมาบอก
ก็รอ อีก่อถามให้เค้าก็บอกรอ .. รอ .. รอ .. จนล่าสุดเพื่อนอีก่ออีกคนไปสัมพาทได้เข้าไปทำงานละ :01:
อีก่อมันเลยถามว่าเบลล่ะ เค้าก็บอกรอ .. รอ .. รอ .. สรุปตอนนี้คือตัดใจเอาเองแล้วล่ะว่าเค้าไม่รับ
แต่ก็กั้กให้รอไว้ก่อน อะไรทำนองนี้ ไม่รู้มีเหตุผลอะไรเหมือนกัน เพราะตอนนี้ก็รอมันมาเดือนนึงละ
สมัครงานไว้ทำชาตินี้ไม่ใช่จะทำภพหน้า :01:
เป้าหมายต่อไปกะว่าจะไปสมัครงานโคราช แต่ไม่อยากไปเท่าไหร่มีบ้านตัวเองแต่อยู่ไม่ได้
ทั้งๆที่เป็นตัวเลือกแรกที่จะย้ายเลยนะ ถ้าเปลี่ยนงานแต่เพราะต้องเช่าบ้านเหมือนกทม เนี่ยแหละ
(พอดีพ่อแม่ย้ายกลับไปอยู่เชียงรายเลยเอาบ้านโคราชให้เช่า) สุดท้ายก็ต้องไปเช่าหออยู่ดีมันเจ็บใจ :01:
คือวางแผนไว้ว่าย้ายงานคราวนี้ต้องมีบ้านเช่าเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวได้ มีพื้นที่ทำกับข้าวสบายๆ :30:
โอ๋ๆๆๆ ถ้าไม่อยากอยู่ สคบ ก็สมัครที่อื่นดิ
เดี๋ยวก็ได้สักที่แหละน่า สู้ๆ :56:
มีใครอยากทำลายคู่แข่งทางธุรกิจ ลองจ้างเบลไปสมัครก็ได้ :30:
คือไม่อยากทำ กทม ตรงที่ขี้เกียจเดินทาง ขี้เกียจย้ายหออีกที ต่างจังหวัดมอไซคันเดียวก็ไปได้ละ :47:
ตี๋ก็ขี่แมงกะไซนะ
:48: ขับมอไซในกรุงเทพสยอง
(แต่เอาเข้าจริงถ้าได้บัตรเครดิตมา อยู่ไหนก็ได้ละ :30:)
เกี่ยวอะไรกะบัตรเครดิตวะ
งงเหมือนกัน :30:
ไม่รู้สิ แค่คิดว่าถ้ามีของที่อยากได้ครบ อยู่ไหนก็สุขใจ :30: :30:
สรุปว่าอยากได้บัตรเครดิต :31:
กากจริงๆ :49:
:05: ไม่นะ แบบหมายถึงแบบ คือ ไงอะ แง
สรุปว่าจะเอาบัตรเครดิตไปสร้างหนี้อะนะ :08:
อย่าเลย อย่าเลยโบว์
เค้าแค่ยกตัวอย่างเฉยๆ :05:
ตั้งใจพิมพ์ชื่อผิดใช่ไหม :30:
งงแทนอีเบลแล้ว แต่ไม่สนใจ ใช้ต่อไป :11:
เพิ่งไปเซ็นสัญญามา
จะไม่ตกงานอย่างเป็นทางการแล้ว :05:
ดีใจด้วยเจี้ยม :25:
เหมือนพี่แอนจะเนียน :30:
วันก่อนยังบ่นไม่มีงานไม่มีเงินอยู่เลย สองสามวันมานี้งานเข้าเลยแฮะ
อยู่ๆก็มีคนมานิยมชมชอบเยอะขึ้นด้วย :53:
:43: ไงล่ะ
กรี๊ดดด จีบปลั๊กดีกว่า รวบหัวรวบหางเลย :56:
:56:
ตอนนี้ที่สามย่านเค้าโอเคแล้วล่ะหลังจากส่งพอร์ทไป เพิ่งไปสัมมาวันนี้ :40:
คงต้องลงหลักปักฐานที่กทม ความฝันที่จะเลี้ยงหมาสองสามตัวพังทะลาย :30:
:46: ขอให้สามย่านรอดปลอดภัย
บอกพี่เขาไปแล้วเหมือนกันว่านังเบลลาออกจากที่ไหนที่นั่นเจ๊งหมด
ชัวร์ :30:
แล้วถ้าไม่ออก บริษัทเค้าจะเจ๊งไหมครับ :30:
ไม่เกี่ยวกับออกไม่ออก จริงๆ คือเจ๊งเพราะรับเข้านี่แหล่ะ :58:
(http://img3.f0nt.com/24/0ff055f1d49cdb1eda621c31ad5c65de.jpg)
ปลายมิถุนา เปิดได้แล้ว
ทอศิลป์ สาขาราชพฤกษ์
ขอให้รวยๆๆๆๆ เพี้ยงๆๆ จะได้ขอกู้บ้าง :56: :56:
:55: คนรวยก็รวยเอา รวยเอา :53:
เพิ่งรู้ว่าพี่นิดรับเป็นนางแบบด้วย :53:
วันนี้ไปแต่เมีย ลูกไม่ได้ไป
อ้างคำพูดจาก: เบล เมื่อ 24 พ.ค. 2011, 02:00 น.
:55: คนรวยก็รวยเอา รวยเอา :53:
ซ้อมหัวล้านก่อนสิ :30:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 24 พ.ค. 2011, 01:48 น.
ขอให้รวยๆๆๆๆ เพี้ยงๆๆ จะได้ขอกู้บ้าง :56: :56:
โถ แม่คุณ เมียข้าพเจ้าไม่เคยเหลือเงินไปสปา แล้วเธอเลยนะ :11: :22:
อ้างคำพูดจาก: นักศิลปะ เมื่อ 24 พ.ค. 2011, 02:07 น.
โถ แม่คุณ เมียข้าพเจ้าไม่เคยเหลือเงินไปสปา เหมือนเธอเลยนะ :11: :22:
อู้ย ๆ
นี่ไม่ได้นับเอนโซตู๊ดด้วยนะ :30: :30:
ยื่นหอกมาให้แทงแท้ๆ :30: :30:
ฉึก! ทะลุหลัง :30:
:30b:
นี่ถ้าโบว์ไปสปาอีกอย่างล่ะครบเลย เป็นไอ้ปุกเลย :08:
อ้วน ?
อาจจะหมายถึงมีผัวรวยอะไรงี้ก็ได้น่า :27:
:30: :30:
อ้างคำพูดจาก: นักศิลปะ เมื่อ 24 พ.ค. 2011, 02:07 น.
วันนี้ไปแต่เมีย ลูกไม่ได้ไป
ซ้อมหัวล้านก่อนสิ :30:
โถ แม่คุณ เมียข้าพเจ้าไม่เคยเหลือเงินไปสปา แล้วเธอเลยนะ :11: :22:
พาดพิง :58:
ไถ(ด้วยรถไถ)ปรับที่ดิน และเตรียมนาหว่านแล้ว (ซ้ายมือ)
เหลือรอพันธุ์ข้าวจากพัฒนากร ข้าวหอมภูพาน :54:
(http://img3.f0nt.com/25/a1734938f4ee143c722a76982c8b8edb.jpg)
ส่วนอันนี้เพื่อนมาเยี่ยมตรงกะวันที่รถไถทำงานพอดี จะให้พันธุ์มันเทศญี่ปุ่นมาปลูก
ก็เลยบอกให้รถไถยกร่องไว้ให้ด้วย
(http://img3.f0nt.com/25/4ffb5f01756e013d5efbefc93a66d38c.jpg)
:25: :25: :25:
อิจฉาลุงอ๋าห์ที่สุด :25:
ที่ได้แช่น้ำใช่ไหม :25:
:55:
:11: ที่กล้าทำตามความฝันตะหาก
:25: :25:
ต่อไปอาจจะมีรูปพี่แอ้ไปโผล่ที่ผืนดินของลุงอ๋าห์ :30: :30:
(ชี้โพรงให้กระรอก)
:0705:
(http://img3.f0nt.com/25/d800edb5337cc04461af3260ec0ac7b4.jpg)
:47:
กระรอกมาแล้ว :30:
:30:
มองหาตั้งนาน :30:
ว่างกันนักใช่ไหม :41:
ต้องปั่นรายงานตั้ง 2 วิชาแน่ะ
แถมต้องสรุปเนื้อหาเตรียมสอบด้วยอ่ะ :16:
ตั้งใจทำรายงานเซ่ ค่าเทอมไม่ใช่จะมีคนเปย์ให้นะ :07:
ลามมาถึงจู๋นี้เลย :30:
ศุกร์หน้ามีนัดสัมภษณ์งานของ Thaitrading ล่ะ
ที่ผ่านมาเป็นแต่คนสัมภาษณ์คนอื่น นี่ต้องเป็นคนถูกสัมภาษณ์
ตื่นเต้นๆ ยิ่งงานลักษณะเป็นทางการอย่างนี้ยิ่งตื่นเต้นมากๆ
กะว่าจะไม่เตรียมตัว อยากไปลุยเอาสดๆเลย คงสนุกดี
ประเด็นที่สมัครเพราะอยากลองทำงานที่แตกต่าง อยากได้ประสบการณ์ด้านอื่นบ้าง
ตั้งใจว่าปีนี้จะทำงานออฟฟิศไปด้วย ตกเย็นก็ไปช่วยร้านอาหาร
ธุรกิจโอนเงินตอนนี้เข้าที่เข้าทางแล้ว สามารถทำงานผ่านโทรศัพท์ได้
งานออกแบบก็คงรับบ้างล่ะมั้ง(แล้วแต่อารมณ์)
อ่านๆดูแล้วนี่ตูบ้างานมากๆเลย ตอนนี้ไฟแรงมาก :30:
ดีใจได้งานที่ใหม่ หวั่นใจว่าจะไปบอกลาออกที่เก่าด้วยเหตุผลอะไรดี(ที่ไม่ทำให้เค้าดีใจจนเกินไป) :47:
ไม่ไปกาญก่อนเหรอพี่เช่ :47:
จริงๆมันก็อยู่ใกล้กันนะออฟฟิศที่จะไปทำกับที่เก่านะ
อ้างคำพูดจาก: พันเอก เมื่อ 01 มิ.ย. 2011, 06:13 น.
ดีใจได้งานที่ใหม่ หวั่นใจว่าจะไปบอกลาออกที่เก่าด้วยเหตุผลอะไรดี(ที่ไม่ทำให้เค้าดีใจจนเกินไป) :47:
แก๊งแสมแย่นคนใหม่ซินะ :56:
:16: เค้าเขียนเหตุผลตอนลาออกว่า ได้งานใหม่ มีแต่คนบอกว่าน่าเกลียด น่าเกลียดตรงไหนอะ :30:
ไม่เห็นน่าเกลียดเลย :37:
น่าเกลียดตรงที่ ไม่ใส่ว่า ได้งานใหม่ ที่ดีกว่าที่เดิมมาก :30:
ไม่เห็นบอกว่าโกรธยามเลย
บอกว่าได้เงินเดือนเพิ่มด้วยดิ่
บอกว่าพี่แอนชวนดิ พี่แอนที่เป็นผู้จัดการคนก่อนน่ะ
ก็เห็นบอกเขาไปทั่วตามปกตินะ :30:
อื้อ ได้วิธีบอกที่บริบัทแล้ว "บอกว่าไปทำงานกะแอน..."
อ้าว!
:30:
ผมบอกว่าไปทำกับเดือน :30: เพราะเดือนน่าจะบอกว่าไปทำกับพี่แอน ฝ่ายบุคคลจะได้ไม่เคืองมาก :30:
ของกวางตอบว่าได้งานใหม่ล่ะ ไปทำกะรุ่นพี่ ก็ไม่เห็นเป็นไรนะ
ผมตั้งใจจะบอกว่า ได้งานใหม่เขาให้ไปเป็นเจ้าของบริษัทให้
ลาออกเพราะที่ใหม่ให้เงินมากกว่า
จริงๆจะเขียนอะไรก็ไม่เห็นเป็นไรนะครับ ชีวิตของเรา เหตุลของเรา
ปกติไม่เคยเขียนใบลาออก แค่เก็บของ บอกเค้าจากปากนี่แหละว่าไม่ทำแล้ว แล้วเดินออกไปเฉยๆ
ทำแบบนี้กับ 2 บริษัท ก็ใช้ชีวิตได้ตามปกตินะ (หลังจากนั้นอาจต้องไม่รับโทรศัพท์ซักสามสี่วัน)
หรืออย่างที่หลายๆคนมักจะเขียน เพื่อให้ดูกลางๆไม่น่าเกลียด
ในกรณีที่เราจำเป็นต้องคำนึงถึงอะไรหลายๆอย่าง ผมว่าเขียนว่า
- เหตุผลส่วนตัว - ก็กลางๆสุภาพดีนะครับ มันหมายถึงอะไรก็ได้
แถมไม่ต้องถามต่อ(ถ้าไม่สนิทกันอะนะ) คือ อาจจะเป็นว่าไปบวช
พ่อตาตาย แม่ยายล้ม ไปตั้งวงร็อคตามหาความฝัน อกหัก อะไรก็ได้
เหตุผลส่วนตัวทั้งนั้น :30:
คนที่ต้องเขียนให้ไม่น่าเกลียดนี่คือกันเหนียว เผื่อวันหนึ่งต้องกลับมาบริษัทเดิมอีกครั้ง :30:
ผมบอกเจ้านายว่าผมขอลองตามความฝันครับ กำลังจะยาวเลยแต่โดนเบรคซะก่อนว่า แกจะไปเข้าบ้าน AF หรือ :08:
ถ้าอยากทิ้งระเบิดไว้สักลูกนึง
ก็ให้เขียนไปว่า ไม่สามารถทนต่อการทุจริตคอรัปชั่น
และการขัดผลประโยชน์ในหน่วยงานได้ :37:
มันเป็นระเบิดพลีชีพด้วยรึเปล่าคะ :3005:
หูย ตูอยากเขียนแบบนั้นมากๆ :07:
แต่ตอนได้ใบมา มันมีที่ให้เขียนนิดเดียวเอง
จำได้ๆ เคยลาออกจากงานหนึ่งครั้ง
ให้เหตุผลว่า
ระบบการทำงานของที่นี่มันแย่ เอาเปรียบลูกจ้าง
ออกไปทำอาชีพอิสระ ไม่ต้องทนใครมาด่า ดีกว่า ค่ะ :56:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 01 มิ.ย. 2011, 22:02 น.
หูย ตูอยากเขียนแบบนั้นมากๆ :07:
แต่ตอนได้ใบมา มันมีที่ให้เขียนนิดเดียวเอง
งั้นเอาไว้เขียนกับที่ทำงานใหม่ก็ได้ฮะ
แต่ระวังเบลมันชิงลาออกเขียนก่อนนะ :30: :30: :30:
ถ้าเบลมันลาออกเดี๋ยวก็ปิดกิจการครับ :30:
ปล. เจ้านายพี่เช่เป็นคนตลกนะ :30:
ปล.2 ผมเขียนใบลาออกว่า "เหตุผลส่วนตัวล่ะ" แต่ของผมมันหมายความว่า มึงอย่ามาถาม เดี๋ยวกูวิบบ :30:
ยังไม่โอกาศได้เขียนใบลาออกเลย :05: :30:
พี่เคย ครั้งนึง เขียนเหตุผลว่า "ไม่ต้องการทำงานที่นี่แล้ว" หรือว่า "ต้องการไปทำงานที่อื่น"
อะไรประมาณนี้ ตอนนั้นโกรธเจ้านายมาก (และออกจริงด้วย)
หลังจากนั้นนานๆ ไป หายโกรธกัน ก็มีแวะไปปาร์ตี้บริษัทบ้าง.. ฮาดี ทำไปได้ :30:
ผมว่าเราในฐานะผู้กระทำ อาจจะลืมได้สนิทใจ แต่ไอ้คนโดนตอกหน้าแบบนั้น มันไม่ลืมหรอกพี่ :37:
แค่มันไม่กล้ากะพี่แอ้น่ะ :56:
มันรู้ว่าใครเป็นใครก็ดีแล้วนี่.. :37:
// จริงจัง : รู้อยู่ว่าไม่ควร เพราะวงการมันแคบ แต่ถึงวันนี้พี่ก็ไม่แคร์นะ
ตอนนั้นทำเต็มที่เท่าที่เด็กอายุยี่สิบต้นๆ จะทำได้แล้วกับบริษัทนั้น
จริงใจไป ไม่จริงใจกลับ ก็ลากันเลยดีกว่า :52:
จริงๆ เพราะวงการแคบนี่แหละ.. ถ้าแม่งเหี้ยจริง เราบอกต่อๆๆ ก็ไม่มีใครไปทำงานกะมันเหมือนกันนั่นแหละ :30:
ตูเขียนว่าหาเงินผ่อนบ้าน
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 02 มิ.ย. 2011, 01:22 น.
ยังไม่โอกาศได้เขียนใบลาออกเลย :05: :30:
อิเจี้ยม :30:
พี่ก็เขียนว่าได้งานที่ใหม่อ่ะ :37:
แถมไปบอกพี่อูว่าได้งานใหม่ เงินเดือนมากขึ้นกว่าเดิม :30: :30: :30: :30:
:30: ยกขโยงตามพี่แอนไป เกรงใจเค้าอะ ที่อื่นจะมีงี้มั้ยล่ะ
ออฟฟิศเพื่อนทำงานเกี่ยวกับ 3d ลาออกไปพร้อมกับหัวหน้าแผนกพร้อมกัน15คน :47:
ตอนออกจากเวิร์คพ้อยท์พร้อมกันกับลูกพี่ 5 คนนี่ตูก็ว่าเยอะแล้วนะ :30: :30:
พังๆๆๆ :30:
มีใครให้เยอะกว่านี้มั้ย :25:
ก็ย้ายไปทำออฟฟิศเปิดใหม่เงินเดือนเดือนมากกว่าที่เดิมเยอะแถมตั้งอยู่ในจังหวัดท่องเที่ยวซะด้วย เลยหนีตามกันไปทั้งพ่วง แต่ปัจจุบันพี่เค้าก็เล่าว่ากลับมาหางานทำในกรุงกันเกือบหมดเหมือนเดิม :47:
ออฟฟิศเก่าผม ออกทั้งแผนกแล้วไปเปิดบริษํทใหม่ด้วยบุคลากรเดิม :52:
ปกติก็เจอแบบนี้เยอะแยะนะ :30:
:41:
แต่แบบนี้ก็ถือว่าไม่น่าเกลียดนะ
ไม่เหมือนไปเปิดอีกบริษัท ทำธุรกิจเดียวกันแล้วขนคนเก่าเอาไปด้วยหมด
สุดท้ายแย่งลูกค้าจากบริษัทเก่าไป
อันนี้แย่
แต่ใกล้เคียงนี่นา :30:
เอ๊ะแล้วมันต่างกันยังไง :25:
เป็นเรื่องธรรมดานะ เพราะงั้นบริษัทดีๆ ถึงควรเลี้ยงดูลูกน้องดีๆ
เขามีความสุข เขารักองค์กร เรื่องแบบนั้นก็จะไม่เกิดขึ้น
แต่ถ้าไม่เห็นคุณค่าของลูกน้องตอนที่เขาอยู่ ก็จะได้เห็นความสามารถของเขา ตอนที่เขาไปแล้ว :52:
ที่แสบกว่านั้นคือทิ้งเซลล์เอาไว้ดูดงานไป บ. ใหม่ :47:
นั้นมันขั้นสูงสุดแล้วนะ :47: เรียกว่าทุจริตได้เลย
โพสต์อะไรไร้สาระ ช่างมันเถอะ :16:
ว่าแต่ตอนนี้กำลังมีปัญหาหนักใจ
คือเกลียดเจ้านายซะแล้วว่ะ..
เคยบ่นๆ ไว้บ้างว่าเขาไม่ยุติธรรม และรักคนประจบ เกลียดคนเฉยๆ อย่างเรา
ตอนแรกๆ ชอบเขานะ อยากให้เขาชอบเราที่เราเป็นเรา โดยไม่ต้องไปเลียหน้าแข้งน่ะ
แต่เขาก็ไม่ชอบ เขาก็เกลียด เราก็เปลี่ยนจากชอบเขา เป็นเฉยๆ กับเขา
ก็ยังอยากให้เขาเฉยๆ และเลิกเกลียดเราบ้าง
แต่ตอนนี้ตบะบารมีข้าพเจ้าเริ่มบางลง
รู้สึกว่ากำลังเกลียดเจ้านายมาก.. คนเรามันจะอยู่ด้วยกันได้ไง ถ้าเกลียดกัน..
ปล. ไม่ได้ contact กันตรงๆ ทุกวันนะ มีอีก ๓ คนคั่นระหว่างแอ้กับท่าน
ปล.๒ เป็นได้ว่าจริงๆ แล้วเป็นแค่ Effect หลังไปเที่ยวกลับมา หลายๆ ครั้งจะรู้สึกเกลียดทุกคนที่ทำงานอยู่สองสามวัน.. :56:
จับฉีกตามยาวเลยครับ :37:
ทำทัวร์ลำบากเมื่อไหร่บอก จะพาไปออกเอสเอ็มอี ตีแตก :30:
บางทีเราหลีกเรื่องกด ไปนานๆ พอกลับมา
แรงต้านเราเลยน้อยกว่าปกติน่ะแอ้
ตอนนี้ก็เป็นทุกวันจันทร์ แค่หลบไปสบายใจ 2 วัน
กลับมาจะเหนื่อยหน่ายกับสถานการณ์ง่ายกว่าปกติ
พอ 2-วันก็ชิน :58:
แล้วก็ลูป
จริง เบื่อมาก อยากออกจาก Cycle นี้..
งั้นต้อง
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 06 มิ.ย. 2011, 12:16 น.
จับฉีกตามยาวเลยครับ :37:
ชิมิ :56:
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 06 มิ.ย. 2011, 12:19 น.
ทำทัวร์ลำบากเมื่อไหร่บอก จะพาไปออกเอสเอ็มอี ตีแตก :30:
เค้าไม่ commercial อะพี่ร่ม คิดอะไรแบบนี้ไม่เป็นเอาซะเลย :05:
ปล. กำลังจินตนาการว่าถ้าไป SME ตีแตก เขาจะสับเป็นชิ้นๆ ยังไงมั่ง :30:
กำลังตะเกียกตะกายจะออกอยู่
แต่ต้องรออีกสักปีก่าๆ :05:
นโยบายคือ เราไม่สนว่ากำไรจะเพิ่มมั้ย แต่เราจะเหลือวันที่อยู่กทม.น้อยลงแน่นอน :37:
:likea:
ผมก็เคยเจอเรื่องที่ ขนกันออกไปเปิดบริษัทใหม่ เอานโยบาย
รูปแบบ ขั้นตอน โปรเจค ทุกอย่างของเราไปทำ เหมือนเด๊ะ!!
แถมเวลาเรามีอีเว้นอะไร ก็จัดเหมือนเราเป๊ะ !!~
โพสต์ปะ 1 วัน อีกวัน ก็โพสต์ ตามมา ใช้คำเหมือนกันจนน่าตกใจ
แค่นี้ไม่พอก่อนออกไปไปว่าร้ายเราให้กับลูกค้าเราไว้อีก
ไปบิ้วทุกคนเอาไว้ จนมานั่งคุยกันถึงรู้ว่า มันบิ้วทุกคนเลยนี่หว่า...
ทุกวันนี้ เอาเอาต์ซอสเรา เอาลุกค้าเรา เอาทุกขั้นตอนที่เราทำ ไอเดีย ต่างๆ นานา
ไปทำ เหมือนกันเด๊ะๆ จนน่าตกใจ ทำอะไรไม่ได้ ยิ้มให้แล้วก็ขอให้ไปดี :50:
โอ้ว...เคสของจักรีนี่เล่นกันแรงมาก
ส่งพี่แอ้ไปเยี่ยมบ.มันเลย
เอารูปหน้าตรง ด้านข้างให้ดูด้วยสิ เดี๋ยวจับฉีกผิดตัว
หมายถึงคนออกไอเดียนี่อะนะ :40:
ดราม่าบังเกิด กับบริษัทคนรู้จักกัน
http://www.itemstudio.org/forum/viewthread.php?tid=11727&extra=&page=2 (http://www.itemstudio.org/forum/viewthread.php?tid=11727&extra=&page=2)
บริษัททำเกมส์ออนไลน์ของไทย
ที่พนักงานไปทำงานตามปรกติแล้วพบว่า
ฉิบหาย ของหายไปหมดออฟฟิศเลย ตกงานโดยไม่รู้ตัว
ที่สำคัญ ของส่วนตัวของพนักงานก็ไม่เหลือ
งานนี้มีการโยนเรื่องใส่พนักงานชุดเก่าว่า เป็นผู้ไม่ประสงค์ดีปล่อยข่าวเรื่องปิดออฟฟิศหนี
คาดว่า เว็บดราม่าจะเอามากระพือเร็วๆนี้
แย่ครับ อ่านแล้วเซ็งชิบเป๋ง คนเรายังเอาเปรียบกันอยู่เสมอๆ จริงๆ :37:
:08: :55: น่ากลัวจัง ดีที่อาร์เอสต้องยกโต๊ะขนเอง :41:
โอ้ว คงช๊อค :07:
แต่เรื่องราวยังไม่รู้เลย อยากรู้มากๆ
อ้างคำพูดจาก: เอจันทน์ เมื่อ 08 มิ.ย. 2011, 13:01 น.
โอ้ว คงช๊อค :07:
แต่เรื่องราวยังไม่รู้เลย อยากรู้มากๆ
อ้างคำพูดจาก: เบล เมื่อ 08 มิ.ย. 2011, 12:53 น.
:08: :55: น่ากลัวจัง ดีที่อาร์เอสต้องยกโต๊ะขนเอง :41:
ดีกว่าอาร์เอสอีกนะ มีคนยกโต๊ะให้เนี่ย :30:
อ้างคำพูดจาก: psyfer เมื่อ 06 มิ.ย. 2011, 12:23 น.
บางทีเราหลีกเรื่องกด ไปนานๆ พอกลับมา
แรงต้านเราเลยน้อยกว่าปกติน่ะแอ้
ตอนนี้ก็เป็นทุกวันจันทร์ แค่หลบไปสบายใจ 2 วัน
กลับมาจะเหนื่อยหน่ายกับสถานการณ์ง่ายกว่าปกติ
พอ 2-วันก็ชิน :58:
แล้วก็ลูป
อ้างคำพูดจาก: psyfer เมื่อ 06 มิ.ย. 2011, 13:04 น.
กำลังตะเกียกตะกายจะออกอยู่
แต่ต้องรออีกสักปีก่าๆ :05:
ผมเป็นอย่างที่พี่จอยว่าเลย :3005:
แล้วการเปลี่ยนแปลงระบบหรือโครงสร้าง นี่มันน่าเบื่อเนอะ
และเราซึ่งเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ทำดีก็เสมอตัว ทำแย่หน่อย โดนรุมซะพรุนเลยเดี๋ยวนี้ :16:
ถ้าจำไม่ผิด นี่มันบริษัทที่คุณเก่ง (เก่งกว่ากัมส์) ทำอยู่นี่ :08:
เฮ้ย จริงดิ ไปเรียกมาดิ๊
เรียกไปแสมแย่นหรือ
20110606_Virus_FurnituresChanging.flv (http://www.youtube.com/watch?v=d73gCW30ErE#ws)
ช่วงที่ 1.17รูปหมู่ เห็นคุณเก่งด้วย คนขวามือยืนหันข้างอ่ะ :03:
โลกยุคนี้ เขายังคิดว่าย้ายหนีพนักงานได้อีกเหรอ :58:
นี่มันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกยุคปัจจุบันเหรอเนี่ย :07:
แม่งโคตรเจ๋ง มีถ่ายรูปหมู่ด้วย :30:
นึกถึงในลัดดาแลนด์อะ :30:
ที่เหี้ยคือเอาของส่วนตัวพนง.ไปด้วยเนี่ย เป็นตู้ถ้ารู้ว่าบ้านท่านๆ อยู่ไหน จะตามเอาขี้ไปปาหน้าเลย :37:
นี่มัน เรื่องเศร้าใช่ไหม :25:
พนักงานเจ๋งอ่ะ :25: :25:
เฮ่ย บริษัทที่พี่เก่งทำเหรอ (ในรูปไม่เห็นมี) :55:
เจอละๆๆ :55: หูยๆๆ
พยายามโทรไป check ข่าวอยู่ แต่ไม่มีคนรับสาย :05:
(contact อ้อมๆ ของเกมนี้)
เดี่ยวได้ความยังไงจะมาบอกอีกทีนะครับ
:08: เพิ่งเห็นโฆษณาเกมนี้ ติดอยู่บนรถหกล้อที่วิ่งระหว่างลาดปลาเค้ากับตลาดเลย
เดี๋ยวเรียกเจ้าตัวมาเล่าดีกว่า พี่เก่งกว่ากัมส์น่ะ :55:
ไปปูเสื่อรอที่จู๋ดราม่า :25:
พี่เต้ยที่รุ้จักในไอเท่มก็ทำงานอยุ่ที่นี่ เจอคลิปยืนพิงเสาก็ว่าคุ้นๆ
มาแล้วก้าบๆๆๆ
ผมคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ครับ :05: :05:
ในวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน ผมได้ไปทำงานตอนเช้าตามปกติ เหมือนกับทุกๆๆวัน
แต่ก็ต้องตกตลึงในสิ่งที่ได้เห็นเมื่อเข้าไปในออฟฟิศ ของหายไปหมด!!!!!เกิดอะไรขึ้นๆๆๆ
ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะคอม เครื่องคอม เก้าอี้ โคมไฟ บานประตูกระจกพร้อมกรอบ ฯลฯ
หายเรียบ เหลือแต่ขยะกับสมบัติพนักงานกองที่พื้นบางส่วนใส่ในกล่องไว้ให้ แต่ก็ปนกันมั่ว
ตอนนั้นเพื่อนก็เลยลองโทรติดต่อผู้มีอำนาจหลายคนๆดูแต่ไม่สามารถติดต่อใครได้เลย
ตอนนี้เรื่องราวก็ผ่านมา3วันแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถติดต่อใครได้
ได้แต่ดำเนินเรื่องทางกฎหมายเท่านั้น
ตอนนี้ไม่มีงานแล้วนะครับ :05: (ปล.อยากไปทำงานแถวสามย่านอะ555)
พอจะรู้ต้นสายปลายเหตุมั่งป่าวครับ?
พึ่งทราบว่า มีรุ่นน้องอยู่คน เห็นอยู่ในคลิป(น่าจะหน้าตาดีที่สุดในบริษัท)
ชื่อคุณก้อง คุ้นๆว่าเคยถามว่าทำเกมอยู่บริษัทนี้
เดี๋ยวจะลองสอบถามดู เอายังไงกับชีวิตวะ :08:
ในเฟซบุ๊คมัน
(http://a1.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/252500_1852248461145_1088762177_31819458_3410903_n.jpg)
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=1852248461145&set=t.100000336864576&type=1&ref=nf (http://www.facebook.com/photo.php?fbid=1852248461145&set=t.100000336864576&type=1&ref=nf)
จากรูปแบบของรองเท้า.. บริษัทนี้มีคนหลากหลายดีนะ :37:
ในบอร์ดต้นฉบับก็มีอีกหลายรูปครับ ฮาๆ ทั้งนั้น :30:
ยังกะหนังลัดดาแลนด์ ตอนบริษัทขายตรงเจ๊ง :16:
ถ้าเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีก็ให้หมีรับไปเลี้ยงไงคะ :27:
ฝ่าด่านสอบสัมภาษณ์จาก HR
สอบข้อเขียนอีกครึ่งวัน
พร้อมข้อสอบทางอินเตอร์เนตอีกสี่ชุด
ของรอยเตอร์แล้วครับ
ตอนนี้เหลือ สอบสัมภาษณ์จากคนในทีมที่จะเข้าไปทำ
ประวัติเอส่วนใหญ่ตกสัมภาษณ์ครับ ขอคำแนะนำหน่อย :05:
อ้าว ไปร้อยเต้อเหรอ :07: ตูอุตส่าห์ตามมาใกล้ๆ
แหมพี่แอน เอขอไปกินข้าวด้วยยังไม่ให้ไปเลย :34: :11:
ไม่รู้บอกไม่รู้ แต่ถ้ารู้หน่อยๆพยามแถแต่อย่า ถึงขนาดดริฟยางไหม้
ยิ้ม ยิ้มไว้ สร้างบรรยากาศว่าตูอยากมาทำงานที่นี่จริงๆนะ
คำถามมักพบบ่อย
1. ทำไมอยากมาทำที่นี่ ที่เก่าไม่ดีเหรอ ถึงอยากออก
2.ถ้าเงินที่ได้น้อยกว่าหรือเท่ากับที่เดิมล่ะ จะมาทำมั้ย
3.ทนรับแรงกดดันได้หรือเปล่า
โอ๊ะ เรื่องบริษัทของเก่งมีลงดราม่าแล้วแฮะ
เห็นจ่าทวีตมา http://networkedblogs.com/iTkrP (http://networkedblogs.com/iTkrP)
แถมบริษัทบอกว่านี่เป็นการกุข่าวอีก :25:
ถ้าจะตอบพล๊อตคงประมาณนี้
need new passion and want to learn about new technology
with old company constrain cannot do somethings new
and i want to code quality code so i design to work here
เงินเดือนนี้ตกลงกับ HR ไปแล้วรอบนึงอะ ไม่รู้รอบนี้จะมาถามเงินเดือนมั้ย
i think pressure can make us do somethings better, faster
and i though that pressure is a bit adventure for me
สัมภาษณ์ภาษาอังกฤษเหรอ :3005:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 09 มิ.ย. 2011, 00:21 น.
โอ๊ะ เรื่องบริษัทของเก่งมีลงดราม่าแล้วแฮะ
เห็นจ่าทวีตมา http://networkedblogs.com/iTkrP (http://networkedblogs.com/iTkrP)
แถมบริษัทบอกว่านี่เป็นการกุข่าวอีก :25:
คนกลัวโดนดักแบบคลิปครูเขวี้ยง BB หนะ
เห็นแบบนี้แล้วพี่เอดูไม่ใช่ติ่งไปวันๆอย่างที่คิด :30:
แหมแบงก์กุ :47:
ขอคำแนะนำซิ :07: สัมพลาดยังไงให้พี่แอน พี่เม่นรับไรงี้
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,17991.0.html (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,17991.0.html)
ไปช่วยกันถามพี่เอกันดีกว่าาาาาา
มีข่าววงในบอกมาว่า ไวรัสไม่ได้ปิด แล้วพนักงานคนอื่นๆก็ทำงานตามปกติ มีแต่ไอ้เก่งที่ไม่ได้ทำงานตอนนี้ :34:
:55:
:55:
:30:
:30: :30: :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: เอจันทน์ เมื่อ 09 มิ.ย. 2011, 00:22 น.
ถ้าจะตอบพล๊อตคงประมาณนี้
I need new passion and want to learn about new technologies
with old company constrain cannot do somethings newfully use my skills
and i want to code quality code so i design decideto work here in more professional environment
เงินเดือนนี้ตกลงกับ HR ไปแล้วรอบนึงอะ ไม่รู้รอบนี้จะมาถามเงินเดือนมั้ย
i think pressure can make us do somethings better, faster
and i though that pressure is a bit adventurechallenging for me
ขอเกลาเบาๆ :46:
เจ๋งตรงมีติวแกรมม่าให้ด้วยนี่แหละ
ปล. อย่าถามตูนะ ทั้งเรียน/สัมภาษณ์/ทำงาน ก็มั่วไปเรื่อย จำๆ เขาพูดเอาบ้าง :30:
โอ้ว decide :0705:
เอจะ suicide :07:
เรื่องบริษัท ViruS จริงๆแล้วพี่เก่งอยู่เบื้องหลัง ดังที่ปราฏไว้ในบล๊อกของเขานั่นแล
http://kukeng.exteen.com/20110205/the-record-life (http://kukeng.exteen.com/20110205/the-record-life)
:46: ไม่อยากให้เครียดดดดดดด
อย่างนี้นี่เอง :25:
เมื่อคืนได้คุยกับผู้ใหญ่ท่านนึงในวงการครับ
พี่เค้าบอกให้รอดูแถลงการณ์ของ virus studio
..
อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น แง้มมาได้แค่นี้จริงๆ
กลัวจะเป็นแถ ลง แบบรอบก่อน :30:
รอฟังข่าว :25:
แล้วป่านนี้คนที่ถูกลอยพเป็นไงมั่งแล้วอะ :37:
0จะลาออก แต่ ไม่กล้าบอกเขา เพราะถ้าเราออกน่าจะเดือดร้อนเยอะเพราะไม่มีใครทำกราฟิก ทำไงดี อยากออกแล้ว ฮ่าๆ
บอกดิ่ เค้าจะได้หาคนใหม่ :37:
จากกันด้วยดีดีกว่าจากแบบทิ้งปัญหาไว้หนา
เราจะรู้สึกไม่ดีเองด้วย :44:
ที่สำคัญ อดเลี้ยงส่งนี่แย่เลย :56:
เดี่ยวจะขอคุยว่า ขอเป็นฟรีแลนซ์ละกัน :41:
ไม่มีบริษัทไหนจะเจ๋งเพราะพนักงานออกไปหนึ่งคนหรอก ถ้าเค้ายังอยากเปิดบริษัทอยู่เค้าก็ต้องหาทางออกของเค้าได้ :47:
ก็บอกไปว่า เออจะอยู่ให้ เท่านั้นเท่านี้เดือนนะ
หาคนใหม่เตรียมไว้นะ แต่ถ้าหาคนไม่ได้จริงๆ
ทำเป็นฟรีแลนซ์ให้ก็ได้นะ บลาๆๆๆๆๆๆๆๆ
เก่งไปทำงานที่ บ.จักรีแทนเล้ย
ทำงานที่ใหม่มาอาทิตย์นึงละ
กดดันที่สุด อยากมีเวลามาเล่าให้ฟังจังเลย
เกิดมาทำงานไม่เคยเครียดขนาดนี้เลยขิงๆ :37:
เก่งบอกว่าตอนนี้ยื่นฟ้องเรื่องฟ้องกับศาลแรงงานแล้ว :58:
ตื่นเต้น :25:
เรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลนี่ปรึกษาได้นะ......
แต่ไม่มีประสบการณ์ฟ้องคนอื่นมีแต่โดนฟ้อง :30:
http://www.noob.in.th/blog/2011/06/10/virus-e/ (http://www.noob.in.th/blog/2011/06/10/virus-e/)
ไวรัสสทิวมีแถลงข่าวแล้วนะ ไปอ่านต่อได้ที่นี่(แอบโปรโมท) :35:
อ่านแล้วพูดได้คำเดียวครับ..
ถ้าเป็นหวยนะ ขายบ้านขายรถแทงไปแล้ว
ข้อกล่าวอ้างงี่เง่ามาก
ถ้าสัญญาว่าจ้างไม่ใช่พาร์ทไทม์
ผิดกฏหมายแรงแน่นอน
ให้เอกสารไล่ออกล่วงหน้าหนึ่งวัน แถมไม่ได้ถึงมือด้วย บ้าชิบเป๋ง เพ้อเจ้อมาก :30:
แทนที่จะเอาเงินมาตั้งบริษัททำเกม เอาเงินซื้อความรู้เรื่องกฏหมายแรงงานใส่หัวดีกว่ามั้งเนี่ย :30:
ชอบเพลงประกอบข่าว :30: :30:
ดริฟ ดริฟ ดริฟ :27:
:30: :30: :30:
ฟังเพลงประกอบแล้วได้อารมณ์มาก
ภาวนา ให้กลุ่มผู้ใช้แรงงานชนะครับ
ถ้าผมเป็นพนักงาน ที่ถูกจ้างต่อ ผมคงปฏิเสธ เพราะไม่รู้ว่าวันดีคืนร้าย มันจะหนีตูไปเมื่อไร คงหาวิธีเอาเงินค่าจ้างที่สมควรได้มาก่อน แล้วชิงออก
ทางเราๆ จะช่วยเหลือได้อย่างไรบ้างครับ มันเป็นการต่อสู้กับระบบอบอำนาจใหญ่เลยนะเนี่ย
- ออกข่าวสรยุทธ์ ?
โคตรเหี้ยเลย :58:
อัปเดต เดี่ยวคุณเก่งและผองเพื่อนอาจจะได้ไปออกแบไต๋ไฮเทคแหละ
หลังจากเมื่อวานรายการนี้เข้าข้างบริษัทไปเต็มๆ
ถ้าตอนเข้าทำงาน เค้าไม่เซ็นสัญญา เราก็ไม่มีสิทธิอะไรเลยใช่ไหม
(งานที่ทำก็ไม่เซ็น พอเราถาม เ้ค้าถามกลับมาว่ากลัวจะโกงรึไง)
ก็ถามกลับดิ.. แล้วถ้าพี่ะไม่โกงจะกลัวอะไร?
ใช่ๆ อยู่ดีๆย้ายหนีมาทำไง :30:
ถ้าเจอคนแบบนั้น เลือกได้ ก็ลาเสียตั้งแต่แรกเหอะ :37:
อยู่ได้เดือนนึง กลับมาทำงานอยู่บ้านเหมือนเดิมละ
นึกว่าจะได้จากกันด้วยดี ดันมีปัญหาซะได้ เฮ้อ ไม่น่าเลย :39:
ยังไง :25:
ไปเล่าในจู๋ 1500 ก็ได้นะ
จู๋ 1500 คือ จู๋ ไหนหรือ :09:
ในห้อง คมช จ้ะ
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ :09:
ใครไม่ใช่พวกเราเราไม่ให้ดู :56:
ทำงานกับพี่แอน(อีกครั้ง) ทำมาได้สองวันละ งานมาเรื่อยๆ แล้วพบว่า 6 โมงเร็วมาก
ไม่รู้จักมนุษย์หน้าไหนเลยเพราะมัวแต่ปั่นงานให้ทัน :30:
โอ๊ย อย่ามา อย่ามา
อยู่สคบ 6 โมงเย็นก็เร็ว เพราะหล่อนไปเที่ยง :58:
:16: อันนั้นเดินคุยไปทั่ว มันเลยเหมือนผ่านไปช้า :30:
ชิวไหมล่ะ :27a:
(http://img3.f0nt.com/16/f3fe5445b737e5479253d3bf523aebc1.gif)
มันฮาก็ตรงที่แม่บ้านบอกว่ามันมีด้วยรึ บริษัท สามย่านเนี่ย :47:
ไม่มีใครศึกษาองค์กรก่อนเลย :30:
สิงหาจะตามไป :27:
จริงดิ :56:
เย่ห์ :27:
บอกเจ้านายไปว่า อาฟเตอร์จูลาย ไอควิทนะจ้ะ จุ๊บๆ
ฉับพลันนั้นพายุก็เข้า :30:
ตอนนี้ที่ออฟฟิศกำลังดึงเกมยื้อตัวอยู่อย่างเมามันมาก เรียกเข้าไปต่อรองทุกวัน สนุกดี :30:
ทีนี้ก็ไม่ได้เจอเกศที่สาวรีย์แล้วสิ :16:
นึกภาพเกศยืนบนอนุสาวรีย์ :37:
นั่นแหละๆ เกศวัดกู้นั่นแหละ :16:
นั่นมันเปรต :07:
ไปว่าเกศทำไม :07:
เค้าออกไม่เห็นมีใครรั้งเลย ได้ข่าวว่าจัดงานเลี้ยงด้วย :16:
อย่าไปแคร์ เดี๋ยวเขาก็เจ๊ง :30:
เค้าก็อยากออกมั่ง :05:
อ้างคำพูดจาก: เบล เมื่อ 16 มิ.ย. 2011, 23:14 น.
(http://img3.f0nt.com/16/f3fe5445b737e5479253d3bf523aebc1.gif)
อีโมนี้มัน :30:
อ่าว.. โพสต์ตะกี้ไม่ติด :30:
ตะกี้บอกประมาณว่า
อ้างอิง
ใจจริงอยากลองสมัครไปทำงานที่สามย่านอยู่เหมือนกันนะคะ
ติดที่ยังเรียนไม่จบดี.. มีวิชาเลือกเป็นชนักปักหลังอยู่ :3005:
แต่อาจารย์เกศไปเค้าคงไม่ต้องการใครอื่นอีกแล้ว :30:
อะไร๊ พี่ไปตำแหน่งเล่นตลกหรอก :30:
ยังแอบคิดอยู่เลยว่าหนูอรน่าจะมาอยู่ด้วย ฝีมือล้ำเลิศมาก แอบชื่นชอบ
มา มา มากันให้หมด :30:
แล้วเว็บฟอนต์ก็กลายเป็นเว็บพนักงานสามย่าน :30:
หลังจากเป้นเว็บพนักงาน RS อยู่พักนึง :30:
:30: :30:
:30: :30: :30:
:58: อะไรกันยะพวกดาวน์ไลน์
จริงๆแล้วที่นี้เป็น MLM ใช่ไหม :31:
สวัสดีสามย่าน :05:
:16: สามย่านไม่รับแฟลชโปรแกรมเม่อ
:34: มา กทม ก็โทรคุยกับแม่แล้วก็กอดหมอนร้องให้ทุกวัน
รับมาแล้วคนนึง :52:
:1105: พี่พันเอกชิม้าร์ เชอะ
:1152:
:05:
อ้างคำพูดจาก: กากก่อเกรียนนู้บ เมื่อ 21 มิ.ย. 2011, 03:08 น.
:1105: พี่พันเอกชิม้าร์ เชอะ
โอ้ย อย่าเรียกพี่ว่าแฟลชโปรแกรมเมอร์ซิ เทียบกะก่อแล้วพี่ก็เด็กน้อยเลยละ :05:
อ้างคำพูดจาก: เบล เมื่อ 21 มิ.ย. 2011, 03:03 น.
:34: มา กทม ก็โทรคุยกับแม่แล้วก็กอดหมอนร้องให้ทุกวัน
ต๊ายตาย :58:
ป.ล. ร้องไห้
ล้องหั้ย :11:
แต่อีเบลกลัวผีนะ :37:
:34: แค่อินกับข่าวลือ
ไม่ใช่ข่าวลือนะ :52:
ตอนที่วิ่งตามอีแบงค์ไป แต่พบว่ามันไม่อยู่ในห้องน้ำนี่ก็เฟลนะ โชคดีคนเยอะ :30:
โอ้วแย่ เงินเดือนขึ้น 5% :02:
จากการที่ปรับเงินเดือนรัฐวิสหากิจ
ขอส่วนแบ่งบ้างดิ :37:
ถ้าแย่ก็ขอรับเงินเดือนเท่าเดิมก็ได้มั้ง :30:
ด้วยความอยากลองของ
ไปสมัครงานThai trade ตำแหน่ง Marketing ก็หวังว่าจะได้อยู่ส่วนออกงานแฟร์
สัมภาษณ์เสร็จพี่เขาก็นัดไปลองงานก่อน2วัน
ลองงาน2วันผ่านพ้นไปด้วยดี
วันพฤหัสที่แล้วก็ได้เมลมาฉบับนึงใจความว่า "น้องปาล์มจ๊ะ พี่มีงานอีกชิ้นนึงอยากให้ลองทำ ให้น้องลองวิเคราะห์เศรษฐกิจออสเตรเลีย พร้อมกับแนะนำว่าควรจะนำสินค้าอะไรจากไทยมาโปรโมทที่นี่ดี ให้เขียนเป็นภาษาไทยและอังกฤษอย่างละฉบับนะจ๊ะ กำหนดส่งวันจันทร์"
กว่าจะได้เปิดเมลอ่านก็ปาไปตอนเย็นวันพฤหัส แถมมีงานเข้าตูยาวซะด้วย เลยเมลไปต่อรองขอส่งวันพุธ
วันนี้เข้าไปเอาข้อมูลสถิติการค้ามานั่งดูๆแล้วก็วิเคราะห์ หาข้อมูลในเนตเพิ่ม แล้วก็มาเขียนๆ พึ่งส่งไปตะกี้
ส่งรายงานพร้อมเนื้อหาเมลว่า "พี่คะ ปาล์มรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับงานนี้ค่ะ รู้สึกว่ากว่าจะคิดคำกว่าจะเขียนได้มันลำบากมาก ขอโทษที่ทำให้พี่ๆเสียเวลานะคะ"
:37:
ทำงานออฟฟิศกึ่งราชการมันอึดอัดน่ะ แถมต้องบังคับตัวเองให้เขียนภาษาทางการตลอดเวลาอกอีแป้นจะแตกง่าาาา :05:
จบล้ะ แล้วก็ทำให้รู้ว่าชีวิตตูไม่เหมาะกับงานออฟฟิศจริงๆ :30:
เราไปเป็นครูมา 6 สัปดาห์
ถอยทัพเช่นกัน
ก็มันไม่ใช่อ่ะ
อ้างคำพูดจาก: Pix เมื่อ 28 มิ.ย. 2011, 01:03 น.
เราไปเป็นครูมา 6 สัปดาห์
ถอยทัพเช่นกัน
ก็มันไม่ใช่อ่ะ
ไปเป้นทีไ่หนมาพี่
อ้างคำพูดจาก: Pix เมื่อ 28 มิ.ย. 2011, 01:03 น.
เราไปเป็นครูมา 6 สัปดาห์
ถอยทัพเช่นกัน
ก็มันไม่ใช่อ่ะ
ต่างกับพี่แฮะ พอไปเป็นจริงๆ รู้สึกว่ามันสนุกกว่าที่คิดอ่ะ
พูดถึงงาน ก็อยากย้ายเหมือนกันหางานใหม่นี่ รอการเมืองจบก่อนดีกว่านะ :05: :05: :05: :05: :05:
โรงเรียนอาชีวะเอกชนแถวพัทยานี่แหละ
ความเหนื่อยมันอยู่ที่ โรงเรียนเค้ายังไม่ผ่านมาตรฐาน และเร่งทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา
และเปิดหลักสูตรใหม่ตลอดเวลา โดยไม่มีความพร้อมอะไรเลย
อยากได้ อยากมี อยากเป็น ไปซะทุกอย่าง
ไปคุยกับรุ่นพี่มา เกี่ยวกับว่าจะเรียกเงินเดือนเท่าไหร่ดี
แล้วเค้าก็ให้ pdf นี้มา มีประโยชน์ดีเลยเอามาแชร์ :25:
http://www.adecco.co.th/Uploads/Adecco-Thailand-Salary-Guide-2011.pdf (http://www.adecco.co.th/Uploads/Adecco-Thailand-Salary-Guide-2011.pdf)
เป็นสถิติเงินเดือนของแต่ละสาขาอาชีพในประเทศไทยครับ
อาชีพไหน ถ้าใช้ภาษาญี่ปุ่น เงินกระฉูดเลย :07:
สถาปนิกเริ่มที่ 20,000 เหรอ.. มันไปสำรวจที่ไหนมาวะ :05:
Adecco มันเป็น Head hunter น่ะ เคยไปนั่งคุยมาบ้าง
เขาต้องพยายามขายเราให้ได้แพงๆ อยู่แล้ว เพราะเขาได้เปอร์เซนต์ด้วย
ถ้าเอาแบบมนุษย์ธรรมดาหางานเอง ก็น่าจะน้อยกว่านี้หน่อยนึงมั้ง
ไม่หน่อยอะดิครับ :05:
คนเราบางทีเิงินมันไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด
ความสุข ความฝัน ความภาคภูมิใจ.. อุดมกาม เอ๊ย อุดมการณ์ พี่ว่ามันก็สำคัญนะ :12:
ว่าแต่ใครก็ได้ช่วยขึ้นเงินเดือนให้ตูหน่อยได้ม้ายยย จนจะตายอยู่แล้ว :3005:
บริษัทนี้เขาออกมาให้มนุษย์เงินเดือนตาเหลือกกันทุกปีครับ :30:
ตอนนี้เฝ้ารอเงินเดือนใจจดจ่อเลยนะพี่แอ้..
ค่าประกันรถเอย ต้อเปลี่ยนยางใหม่แบบไม่เต็มใจเอย :05:
เดือนหน้าจะเอาอะไรกินวะ :3005:
สายคอมตรงนะเอ้อ ประมาณนั้นแหละ 18000 - 24000
หมื่นแปดนี่สถาปนิกมีใบอนุญาตฯ บางคนยังได้ไม่ถึงเลยนะเอ้อ :3005:
แหม.. ถ้าเห็นไทม์ไลน์การทำงานกับเงินเดือนพี่แล้วจะรู้เลยว่า
ความอดทนของคนยุคก่อนๆ มันเยอะจริงๆ :42:
เป็นอย่างนึงที่คิดเหมือนกันนะพี่แอ้ คือบางทีเห็นรุ่นพี่ทำงานมาตั้งนาน ได้เงินเดือนเท่านี้
ก็แอบมาคิดว่า เฮ้ย ถ้ากูทำงานนานขนาดนั้นแล้วเงินเดือนเท่านั้นกูจะอยู่ไงวะ :30:
จริงๆ ได้เท่าไหร่ก็ไม่พออะ :30:
อ้างคำพูดจาก: I'm Nut เมื่อ 29 มิ.ย. 2011, 02:30 น.
สายคอมตรงนะเอ้อ ประมาณนั้นแหละ 18000 - 24000
นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ตูเหมารวมไปหมดเลย ว่าอาชีพอื่นก็ตรงเหมือนกัน :3005:
สรุปว่ามันเก็บข้อมูลเฉพาะของคนที่สมัครงานกะมันสินะ :30:
ในเชียงใหม่ Software Engineer ส่วนใหญ่จะไม่เกิน 20k แต่ถ้าเข้ากทม. เห็นว่าได้ 21-25k :25:
มีพี่คนนึงเป็น abapper ได้ 40k :07:
เขาบอกว่าเป็นค่าเฉลี่ยที่ได้จากการสำรวจ แปลว่า ถ้าได้น้อยกว่าก็ไม่แปลก :37:
คนที่ตูรู้จัก 85% ต่ำกว่านั้นหมดเลยนะ :37:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 29 มิ.ย. 2011, 02:40 น.
เป็นอย่างนึงที่คิดเหมือนกันนะพี่แอ้ คือบางทีเห็นรุ่นพี่ทำงานมาตั้งนาน ได้เงินเดือนเท่านี้
ก็แอบมาคิดว่า เฮ้ย ถ้ากูทำงานนานขนาดนั้นแล้วเงินเดือนเท่านั้นกูจะอยู่ไงวะ :30:
เขาอดทนไง.. ตูด้วย :4705:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 29 มิ.ย. 2011, 03:40 น.
คนที่ตูรู้จัก 85% ต่ำกว่านั้นหมดเลยนะ :37:
เพราะเค้าไม่สำรวจพวกมึง 555
ไปหามาให้ชมสักคนเซะ จบถาปัดสตาร์ทสองหมื่นอะ :58:
สองหมื่นนี่ บริษัทข้ามชาติทำได้นะ :56:
บริษัทในไทยนี่ ถ้ากรุงเทพ ต้องขึ้นเกือบๆซีเนียร์เลยนะ
ถ้าต่างจังหวัด ต้นๆซีเนียร์เลยนะเนี่ย :30:
อ้างคำพูดจาก: ǝıɥɔɥʇɹɐ∃ เมื่อ 29 มิ.ย. 2011, 01:42 น.
ไปคุยกับรุ่นพี่มา เกี่ยวกับว่าจะเรียกเงินเดือนเท่าไหร่ดี
แล้วเค้าก็ให้ pdf นี้มา มีประโยชน์ดีเลยเอามาแชร์ :25:
http://www.adecco.co.th/Uploads/Adecco-Thailand-Salary-Guide-2011.pdf (http://www.adecco.co.th/Uploads/Adecco-Thailand-Salary-Guide-2011.pdf)
เป็นสถิติเงินเดือนของแต่ละสาขาอาชีพในประเทศไทยครับ
อาชีพไหน ถ้าใช้ภาษาญี่ปุ่น เงินกระฉูดเลย :07:
จะเรียนแล้ว เดี่ยวสอบโทอิคให้สุงๆก่อนเชอะั
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 29 มิ.ย. 2011, 08:43 น.
ไปหามาให้ชมสักคนเซะ จบถาปัดสตาร์ทสองหมื่นอะ :58:
คงเป็นคนจบถาปัต แต่ไม่ได้ทำงานถาปัตน่ะ :37:
น่าจะอย่างเบลว่าแหละ :30:
ปลูกฝิ่นดีกว่า :05:
ไฟล์ pdf โกหกที่สุด :05:
ถ้าในทาง engineering แล้วตูคิดว่าตรงแฮะ
process engineer ที่รู้จักกันรับต่ำสุดก็ 20k up มีค่าตำแหน่งอีกประมาณ 3k (เท่าที่รู้)
service engineer ที่ทำอยู่ ถ้าเด็กจบใหม่ก็เริ่มต้นที่ 18k up ละ
มีบวกค่าน้ำมันค่าโทรศัพท์ให้อีกเฉลี่ยเดือนละหมื่นกว่า ขึ้นอยู่กับที่ๆ ไปหาลูกค้าด้วย
แต่เหนื่อยโคตร จะลาออกละ
ตรงจนตูอิจฉาเลยหละ ไม่ได้เท่า
ตอนที่ทำอยู่ เงินเดือนน้อยกว่าในนั้น ประมาณ 5000 ทุกตำแหน่งใน section engineer :39:
ถ้าตูเอาไปให้เพื่อนดูคงกรี๊ดกันหมด :30:
ขั้นต่ำอะตรง แต่ขั้นสูงนี้ไม่ตรงเอาซะเลย :37:
ขั้นต่ำเขาตรงกะขั้นสูงเราอ่ะ :05:
ไอ้ขั้นต่ำเขาอะ เพื่อนผมครึ่งนึงเพิ่งได้ มีอีกสักสิบเปอร์เซ็นต์ที่เกิน ที่เหลือ... :30:
ทำเว็บขาย บ้างก็ไปขายมะพร้าว
:30:
:52:
แสดงว่าวันนี้ขายดี :45:
โอ้ย.. เดี๋ยวนี้เขาขายก๋วยเตี๋ยวเสริมด้วย :45:
เออ จะว่าไปต่อหลังคาข้างหลังรับลูกค้่าเป็นอาชีพเสริมได้อีกนะอย่างนะ
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 29 มิ.ย. 2011, 08:43 น.
ไปหามาให้ชมสักคนเซะ จบถาปัดสตาร์ทสองหมื่นอะ :58:
เดี๋ยว พท. ได้เป็น รัฐบาลก็สตาร์ท สามหมื่น :52:
แต่ก๋วยเดี๋ยวชามละร้อยห้าสิบ :30:
หา graphic designer ไม่เจอ :05:
แต่ทำไมพวก sales เงินเดือนเยอะจัง ขึ้นอยู่กับยอดขายสินะ :37:
สายงาน Supply Chain/Logistics ใกล้เคียงนะ :40:
อัพเดทหน่อยหลังจากถูกเนรเทศออกจากบริษัท
ตอนนี้เป็นช่างภาพมาแล้ว 3 เดือน ยังปกติสุขดี ได้เยอะกว่าตอนทำงานประจำประมาณสองเท่า แต่ยุ่งตลอดเวลา
สนุกดี แต่อีกหลายเดือนข้างหน้าไม่รู้จะเป็นไง :44:
เมื่อวานเจอคนซ้อมรับปริญญาที่ MUIC หน้าเหมือนพี่อู๋มากจนน่าตกใจ
อู๋เท่มากกก
อยากทำอะไรเองแบบไม่ต้องพึ่งงานประจำอีกแล้วบ้างง :47:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 02 ก.ค. 2011, 09:17 น.
สนุกดี แต่อีกหลายเดือนข้างหน้าไม่รู้จะเป็นไง :44:
ก็จะเป็นแบบนี้แหละอู๋ แค่ไม่กลัวคำถามที่เหงื่อแตกนี้ :12:
โลกของมนุษย์นอกกรอบเงินเดือนนี่สนุกสุดๆ แล้ว จริงๆ นะ
กลัวอะไร
ได้เยอะกว่าเดิม 2 เท่า เท่ากับสามารถอยู่ได้ 3 เดือนชิวๆ โดยไม่มีงานเข้าเลย(นานกว่าด้วยศ้ำเพราะไม่มีค่าเดินทางไปทำงาน)
แถมแฟนก็ไม่มี สามเดือนชิวๆ นั่นก็นอนเหี่ยวอยู่ห้อง :47:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 02 ก.ค. 2011, 14:39 น.
โลกของมนุษย์นอกกรอบเงินเดือนนี่สนุกสุดๆ แล้ว จริงๆ นะ
:12:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 02 ก.ค. 2011, 14:39 น.
ก็จะเป็นแบบนี้แหละอู๋ แค่ไม่กลัวคำถามที่เหงื่อแตกนี้ :12:
โลกของมนุษย์นอกกรอบเงินเดือนนี่สนุกสุดๆ แล้ว จริงๆ นะ
เพราะไม่รู้ว่าจะยังไงต่อนี่ล่ะครับสนุก
สองสามเดือนหน้าอาจจะได้หนักกว่านี้อีกก็ได้นะครับ
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 02 ก.ค. 2011, 20:05 น.
แถมแฟนก็ไม่มี สามเดือนชิวๆ นั่นก็นอนเหี่ยวอยู่ห้อง :47:
มีแล้วแหละ ค่าเดินทางไปหาก็ใช่ย่อย :44: :44:
อ้าว มีแฟนแล้วเหรอ :25:
:25:
ก็ว่าไม่ค่อยมาปั่น :11:
ก็มีคนช่วยปั่นแล้วไง๊ :25:
โชว์แฟนด่วน (อยากรุ้เรื่องชาวบ้าน)
:25:
ผู้หญิงผู้ชายอ้ะ :25:
:30: ถามอะไรยังงั้น ผู้ชายสิ
ไม่รู้ สมัยนี้ผมว่าต้องถามให้แน่ใจ :30:
อัพมั่ง สาขาใหม่ใกล้เปิดละ
คราวนี้ไปแบบตึกแถว
ลองดูสักตั้ง ไม่รู้หมู่หรือจ่า
(http://img3.f0nt.com/03/3dcb891a7dc030758b31776d078540c0.jpg)
ชอบคำว่า ศูนย์การเรียนรู้เพื่อทักษะของชีวิต :25:
น่าเพิ่มคำว่า
โปสเตอร์เราก็สวย โรงเรียนอื่นชอบก๊อปเอาไปใช้
หรืออะไรทำนองนี้แปะในป้ายด้วยนะครับ :30:
อ้างคำพูดจาก: Ah! เมื่อ 04 ก.ค. 2011, 12:39 น.
น่าเพิ่มคำว่า
โปสเตอร์เราก็สวย โรงเรียนอื่นชอบก๊อปเอาไปใช้
หรืออะไรทำนองนี้แปะในป้ายด้วยนะครับ :30:
:12:
เดี๋ยวมีคนก๊อปไปใช้ลืมแก้คำอีกหรอกลุงอ๋าห์ :3005:
ฮา รอกรณีป๋าฟ้องก่อน ผมจะรอลอก ฮาๆๆ
:25: :25:
ไปลอกป๋า เดี๋ยวแกก็ฟ้องพี่โอ๋อีกรอบหรอก :30:
:26:
ขออนุญาตขุดครับ
ได้โอกาสจากพี่เดือนและพี่ตั๊กถั่วแนะนำงานครับ เป็นงานด้านตัดต่อ จะได้สัมภาษณ์งานพรุ่งนี้
ตื่นเต้นครับ เพราะเป็นครั้งแรกที่สัมภาษณ์งาน แค่สัมภาษณ์ครั้งบ่าสุดตอนสอบเข้าโควต้ามหาลัย
แอบกังวลใจเหมือนกันที่มีคู่แข่ง 1 คน ไม่กังวลมากมายเพราะมีโอกาสห้าสิบ-ห้าสิบ แต่กังวลว่าจะได้งานนี้ไหมถ้าคู่แข่งตรงสายมาก็คงมีโอกาสกว่าผมที่ไม่ตรงสาย ที่ตัดต่อมามีแต่งานทำเอาฮาทั้งนั้น แต่ก็ต้องไปวัดดูว่าตัวเองพอจะมีอะไรอย่างอื่นไปงัดได้ไหม
งานนี้เป็นงานที่ได้มาเพราะโอกาส ถามว่าอยากทำไมคงบอกว่า อยากทำ เพราะเบื่อแล้วที่จะอยู่บ้าน ถึงที่บ้านมีร้านให้ช่วยขายของ แต่มีความรู้สึกว่า เราอยากหาเงินอีกทางมากกว่า
แต่สุดท้ายก็คงต้องรอดูผลพรุ่งนี้ครับ ว่าได้หรือไม่ได้ ถ้าได้ก็ดีครับ แต่ถ้าไม่ได้ผมถือว่ามันเป็นกำๆรแล้วนะครับ เพราะงานนี้ผมแทบไม่ได้ลงทุนอะไรเลย มาถึงขนาดนี้ได้ก็ดีใจแล้วครับ ต้องรอดูว่าการสัมภาษณ์จะเป็นอย่างไรครับ
เอ้า ขอเอาใจช่วยนะครับ :12:
สู้ๆ :12:
เอาใจช่วยด้วยคน :12:
สู้ๆครับ :12:
ขอบคุณครับ นอนไม่หลับ กำลังคิดว่าจะงัดเอาวิธีไหนไปสู้ครับ คงไม่พ้นเอาความไร้สาระไปสู้
ก่อนอื่นไปนอนก่อนครับ เดี๋ญวตื่นมาไม่ทันไปสัมพลาดจะฮาให้ดู
ถูกของพี่แอนนะครับ :30:
ไม่ทันเจอกันสินะ ย้ายหอจากย่านอาร์เอสพอดี :52:
ถ้าไม่รู้จะงัดอะไรมาโชว์จริงๆ ก็งัดไอ้ที่อยู่ในกางเกงอะครับ เผื่อจะเข้าตากรรมการ
แบบนั้นเขาเรียกทิ่มตากรรมการครับ :30:
อ้างคำพูดจาก: แฮ่กๆๆๆๆๆ เมื่อ 20 ก.ค. 2011, 11:00 น.
ถ้าไม่รู้จะงัดอะไรมาโชว์จริงๆ ก็งัดไอ้ที่อยู่ในกางเกงอะครับ เผื่อจะเข้าตากรรมการ
เข้าตากรรมการ :51: ราดหน้าเลยสินะ
ราดหน้าแล้วเข้าตานี่โคตรเฟลเลยนะ :30:
บูกาเกะ :51:
เหมือนเคย :30:
:30:
ถ้าไม่ส่งงานอาจจะได้ราดหน้านะครับ
อ้างคำพูดจาก: แฮ่กๆๆๆๆๆ เมื่อ 20 ก.ค. 2011, 12:55 น.
ราดหน้าแล้วเข้าตานี่โคตรเฟลเลยนะ :30:
อ้างคำพูดจาก: I'm Nut เมื่อ 20 ก.ค. 2011, 16:08 น.
เหมือนเคย :30:
ผมอะไม่เท่าไหร่ (เคยโดน) แต่พี่ถลอก เคยด้วยเหรอ :51:
ไอซ์แร๊งงงง :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: freeclub เมื่อ 20 ก.ค. 2011, 21:57 น.
ถ้าไม่ส่งงานอาจจะได้ราดหน้านะครับ
ยังไม่ได้ส่งอีกเร้ออออออออออออออออ :30: :30:
ไอซ์ :30:
แรงมาก เด็กๆมาอ่านนี่ งงกันไปเจ็ดแปดปีแน่ๆ :30: :30:
ว้ากกก ไอซ์ :30:
ฉบับหน้าพบกับ คุณถาม ไอซ์ตอบ :30:
ถามเฉพาะเรื่องชายและชายเท่านั้น :30:
:30: :30:
เห้ย เมื่อคืนพิมพ์อะไรลงไป :05:
หมดกัน ภาพพจน์เรา
:30b:
เมื่อวานนี้ ไอซ์ดื่มอะไรผิดไปคะ :30:
แรงอะ :30:
อะไรของเธอ :30: :30:
กึ่งๆจะระบายใจ :
ที่บ้านเลี้ยงเรามาชิวมาก แต่แอบรู้สึกได้ถึงแรงกดดันในอนาคตอยู่เบาๆ
ปีหน้าเราเข้ามหาลัยแล้ว ยายจะอดได้เงินเดือน(ค่าเลี้ยงดู) จากแม่เลี้ยงละ
ก็คงเป็นเรานี่แหละที่ต้องทำงานเลี้ยงยาย สู้ๆนะ \:37:/
(จริงๆไม่ได้อยู่ในฟีลลิ่งกตัญญูเท่าไหร่
รำคาญเวลายายมาไซโคเฉยๆ
ไม่ต้องกลัวเราไม่เลี้ยงหรอกนะ :37:)
คนแ่ก่ก็มีความกังวลอยู่แค่นี้แหละเน้อน้องนานา
แต่จริงๆ แล้วความต้องการของคนแก่ (ส่วนมาก) ไม่เยอะนะ
แค่เห็นลูกหลานมีความสุขดี ไม่ทิ้งแก มีตังค์เล่นหวย ไม่ป่วยไม่ไข้ แค่นี้ก็โอแล้ว (อันนี้เอามาจากย่าตัวเอง) :30:
เดี๋ยวหางานให้ :37:
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 23 ก.ค. 2011, 13:21 น.
เดี๋ยวหางานให้ :37:
งานที่ต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าอ่ะนะ :3005:
คือแบบ ยังไงเราก็เลี้ยงแกอยู่แล้ว ไม่รู้แกจะคิดมาทำไม :3005:
คิดเองคนเดียวไม่ได้ด้วยนะ ชอบคอยไซโค ๕๕๕
เขาก็ถามเราเรื่อยแหละ
คนมีอายุ เขาก็เริ่มเหงา เขากลัวด้วยแหละ
วันนี้เห็นว่าเป็นอาทิตย์สิ้นเดือน เลยโทรไปหาหัวหน้า บอกว่าเราจะทำงานถึงสิ้นเดือนนี้แล้วนะ
ตามที่เคยตกลงกันไว้ว่าบริษัทจะให้เราทำงานต่อได้อีกสองถึงสามเดือนหลังจากครบกำหนดทดลองงาน
แล้วช่วงหลังนี่เราก็เหมือนไม่ได้ทำงานอะไร ว่างๆ คอย support production เฉยๆ
เพราะจริงๆ แล้ว service engineer ต้องคอยขับรถไป support ลูกค้าในหลายๆ โรงงาน
ไม่ได้ประจำอยู่ที่ไหนนานๆ
แต่เค้าก็ให้เราคอยประจำอยู่ที่บ.ลูกค้าที่นิคมฯ ลาดกระบังนี่นานสามสี่เดือนละ (ได้ค่าเดินทางเกือบเท่าเงินเดือนเลย :07:)
งานที่ให้เราคอยดูแลบริษัทลูกค้าก็ลงตัวดีแล้ว งานไม่ได้มีปัญหาอะไร
รู้สึกเหมือนคนไม่ค่อยได้ทำงานแล้วกินเงินเดือนฟรีๆ เลยตัดสินใจว่าจะออกก่อนครบกำหนดหกเดือน
หัวหน้าก็ถามไถ่และเป็นห่วงที่เรายังไม่ได้งานใหม่ เพราะช่วงนี้งานในกลุ่มอุตสาหกรรม semiconductor
ที่ผลิตพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังอยู่ในช่วงขาลง งานดรอป บริษัทที่เคยไปสมัครไว้ก็อยู่ในช่วง freeze
คือไม่รับคนเพิ่ม หยุดการสูญเสียรายจ่ายที่ไม่จำเป็นทั้งหมด เผลอๆ จะมีการ shut down plant เป็นช่วงด้วย
หัวหน้าก็ใจดีมาก :46: ให้เราทำงานถึงสิ้นเดือนนี้ (ครบห้าเดือนครึ่ง) และให้เวลาไปหางานใหม่อีกครึ่งเดือน
โดยที่ยังได้รับทั้งเงินเดือนและสวัสดิการทุกอย่างครบเหมือนเคย สรุปเวลาที่อยู่กับบริษัทก็จะเป็นหกเดือนพอดีๆ
โอย ซึ้งมาก รักหัวหน้าอ่ะ :05:
อันนี้ คือ ฟิ้งซ์ ลาออกเอง หรือว่าไงอะครับ :09:
ค่าเดินทางเท่าเงินเดือน :18:
อยากได้ค่าเดินทางเท่าเงินเดินบ้าง :05:
ลาออก ไปขอสปอนเซอร์ เดินทางรอบโลกเลยเจี้ยม :12:
อยากลาออกไปขับซีทั่วไทยแลนด์อยู่
อยากเป็นคนชิวเหมือนเดิม :16:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 25 ก.ค. 2011, 16:46 น.
อันนี้ คือ ฟิ้งซ์ ลาออกเอง หรือว่าไงอะครับ :09:
มันเหมือนโดนไล่ออกน่ะครับ คือต้องทำความเข้าใจก่อนว่า บริษัทผมมัน world wide มีหลายสาขาทั่วโลก
หัวหน้าผมเป็นคนไทย สูงขึ้นไปเป็นฮ่องกง และสิงคโปร์ และมีที่สูงกว่านั้นอีกหลายขั้นมากๆ
หัวหน้าคนไทยดีครับ ดีมากๆ ด้วย เพราะเค้าเป็นคนชวนเราไปลองทำงานที่นั่น
แต่เราก็ต้องผ่านกระบวนการสอบซึ่งยากเข้าไปให้ได้เองด้วยเค้าถึงจะรับ
ทำงานได้เดือนกว่าๆ สองเดือนได้ คนฮ่องกงก็เรียกผมกับหัวหน้าไทยไปคุย
ออกตัวเลยว่า "จริงๆ แล้วฟิ้งซ์ไม่ได้ทำอะไรให้บริษัทเสียหายเลยนะ ไม่ใช่ความผิดอะไรของฟิ้งซ์ด้วย"
แล้วก็บอกทำนองว่าเราไม่เข้ากับระบบ culture ของบริษัทนะ เป็นคำสั่งจากเบื้องบนลงมาอีกที
เค้าก็ทำอะไรไม่ได้
คือเหมือนไล่ออก แต่หัวหน้าคนไทยเค้าช่วยคุยไว้ก่อนแล้วว่าห้ามไล่เราออกด้วยเหตุผลแบบนี้
ต้องให้เราผ่านทดลองงาน เพราะเราก็ทำงานได้เหมือน service engineer คนอื่น
ความสามารถทางภาษาเราก็ได้ ซ่อมเครื่องเราก็ซ่อมได้
แต่ถ้าจะไม่ผ่านเพราะคนข้างบนสั่งมานี่ต้องให้เราได้มีโอกาสไปหางานทำให้ได้ก่อน
แต่ในช่วงที่เราไปหางาน ก็ให้เรายังทำงานเต็มที่ช่วยบริษัท ได้เงินเดือนและสวัสดิการตามปกติ
คุยกับซีเนียร์แต่ละคนแล้วเค้าไม่ได้มีปัญหาอะไรกับผมเลยนะ เพราะทุกคนต่างบอกว่าเสียดาย
บางคนก็บอกว่า "เอ็งมาช้าไปหน่อย" แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเรื่องอายุนะ แต่เท่าที่คุยกับพี่อีกคน
เค้าคิดว่าน่าจะเป็นเพราะหัวหน้าคนที่เป็นคนสิงคโปร์อาจจะมี conflict อะไรซักอย่างกับคนไทย
แล้วเราก็เป็นคนรับเคราะห์ (เค้าบอกมาว่างั้นนะ จนป่านนี้ยังไม่รู้เลยว่าทำไม)
หัวหน้าคนไทยนี่สุดยอดครับ ช่วยเหลือทุกอย่าง เพราะเค้าเป็นคนดึงเราไปทำงานกับเค้า
คือเค้ากับซีเนียร์เคยเห็นผมแล้ว เคยทำงานด้วยกันแล้ว ผ่านการกลั่นกรองและเคยเห็นความสามารถของเรา
คือตอนเค้าเรียกไปนั่งฟังก็อึ้งๆ นะ วันนั้นทำอะไรไม่ถูกเลย สมองตัน มึนตึ๊บ :05:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 25 ก.ค. 2011, 16:53 น.
ค่าเดินทางเท่าเงินเดือน :18:
ไม่เท่า แค่เกือบๆ :07:
ออ แหม่เป็นผมนี่ออกเลย แล้วเอาค่าชดเชยแทนไปและ
แต่อย่างว่าค่าชดเชย คงไม่มีบริษัทไหนให้ง่ายๆ หรอกมัง
ส่วนมากไม่ยอมให้ง่ายๆ ไง แต่กรมแรงงานเค้าก็ช่วยนะ ถ้ามีปัญหาพวกนี้โทร.ไปปรึกษาได้
ของฟิงซ์ เจ้านายคนไทยก็ช่วยได้ดีแล้วแหละเน้อ.. ตอนนี้ได้งานใหม่แล้วใช่มะ
แอบอยากรู้เหตุผลของการ conflict มันคืออะไร แต่เท่าที่เคยๆ สัมผัสเบื้องลึกๆ มาบ้าง
บางเหตุผลมันก็ ปญอ. ซะจน ไม่รู้จะดีกว่า..
ขอให้ที่ใหม่ดีกว่าที่เก่าเยอะๆ เลยเน้อ.. :25:
ตอนนี้ยังไม่ได้งานใหม่ครับ กำลังจะหาอยู่
ลูกค้าที่ลาดกระบังเค้ารู้เค้าเห็นความสามารถตอนเราไปดูแลเครื่องให้เค้า
เค้าก็มีแพลนว่าจะรับคนเพิ่ม แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ คุยกันแล้วว่าเค้าต้องการตัวเรานะ แต่ต้องรอไปก่อน
อีกที่ก็บริษัทเดิมที่เคยทำ ลองไปสมัครดู ทำข้อสอบผ่านแล้ว
ตอนสัมภาษณ์เค้าก็ชอบใจเราเพราะมีประสบการณ์ตรงด้วย เคยทำงานที่นี่แล้วด้วย
แต่สมัครเป็นตำแหน่งที่สูงขึ้น และคนละแผนก ตอนนี้ก็รอเรียกเหมือนกัน
แต่อย่างว่าตอนนี้เศรษฐกิจของ semiconductor อยู่ในขาลง
บริษัทไหนก็กำลังรัดเข็มขัดหมด ถ้าอยากทำงานด้านเดิมก็ต้องรอ
สู้ๆ นะครัับ :25
เล่ามั่ง อีงานที่เชียงใหม่ที่ไปสัมพาษเมื่อสองสามเดือนก่อน เพิ่งมาถามจะให้ไปทำ
โถ อีดวก มึงไม่รอจนสมโภชแปดร้อยปีเชียงใหม่ก่อนล่ะ แล้วค่อยบอกกู :07:
จบ :37:
สู้ๆ ฟิ้ง :25:
ขอให้ได้งานตรงกับความถนัด
แล้วก็ได้ค่าตอบแทนคุ้มค่าเหนื่อยนะ สาธุ สาธุ :46:
การเมืองภายในเยอะจริงๆครับต้องยอมรับ สู้ครับยุคดิจิตอลเซมิคอนดักเตอร์อุตสาหกรรม
ยังไปได้ครับ :22:
จะเข้ามาให้กำลังใจพี่ฟิงซ์
แต่ขอแอบขำเบลก่อนได้มั้ย :30:
ที่ลาดกระบังที่ไหนอะพี่ ลอง KCE สิ
ลาดกระบังชื่อบริษัท Vigilant น่ะ โซนสาม
ขำเบล :30:
เออเว้ยฟิ๊งซ์ นับว่ายังมีความโชคดีในความโชคร้าย
ส่วนอิเบล นับเป็นบุญของบริษัทเขา :58:
ไม่ได้อ่านของอีเบล นึกว่ามันอวยพรฟิ้ง :30:
ด่าได้ฮามากเบลล่า :30b:
ถ้าไม่เคยรู้จักมันมาก่อน จะนึกภาพว่ามันเป็นกระเทยปากจัด
ก็ถูกแล้วนี่ :09:
เจอมันทีไร มันเรียบร้อย พูดจานิ่มๆ ตลอด :30:
อย่างเบลนี่ เขียนหนังสือจิกๆ กัดๆ ดังไม่รู้เรื่อง :30:
:16: เป็นคนเรียบร้อยพูดน้อย ขี้อายนะจริงๆ
:48:
เบลล่า ทำไมเธอไม่ไปทำงานอยู่กะสามีที่เชียงใหม่ล่ะ คิดถึงกันมากมิใช่หรา : :58:
:11: เสียโอกาศทางสังคมเยอะ
แรด :30:
อ้างคำพูดจาก: เบล เมื่อ 27 ก.ค. 2011, 16:25 น.
:11: เสียโอกาศทางสังคมเยอะ
ไปคัดคำว่า "โอกาส" กับ "อากาศ" มา 300 จบ :58:
โอวกาช โอห์กราด อวกาษ เอวการ์ด ไม่แคร์สื่อ :11:
อีกาก :58:
กระเทยวัยรุ่น กระเทยวัยทำงาน กระเทยแก่ ตีฝีปากกัน :30:
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 27 ก.ค. 2011, 16:46 น.
กระเทยวัยรุ่น กระเทยวัยทำงาน กระเทยแก่ ตีฝีปากกัน :30:
:30:
:30: :30: :30:
ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มาเป็นสมาชิกของกระจู๋นี้เลยนะเนี่ย :30: :30:
ก่อนหน้านี้สัก 3-4 วันผมได้ไปสัมภาษณ์งานที่ บ. แห่งนึง แถว ๆ อโศก สัมภาษณ์ตอนเช้าตกลงเงินเดือนกันที่ 12K
(จริง ๆ คือผมใส่ไป 15K และขั้นต่ำสุดที่รับได้คือ 13K แต่ดูสวัสดิการแล้วก็ OK กะว่าถ้าได้เบี้ยขยัน + ทำ OT ก็จะได้ประมาณ 13K กว่า ๆ - 14K ก็น่าจะพออยู่ได้)
บ่ายเขาก็โทรมาให้ไปตรวจร่างกาย (ออกค่าใช้จ่ายเอง) ตรวจประวัติอาชญากรรม ในวันถัดไป พร้อมนัดให้มาดูงานเพื่อสอนงานให้ในวันนี้ซึ่งผมก็มาให้รุ่นพี่เขาสอนงานปกติ ตำแหน่ง IT งานก็ดูแลทุกอย่างที่ใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ server กล้องวงจรปิด หลอดไฟ ยันประตูสำนักงาน
พอช่วงก่อนเที่ยง Adecco โทรมาให้ยืนยันว่าจะทำงานกับ IBM ไหม (เป็น Helpdesk ภาษาอังกฤษ) พร้อมทั้งบรรยายสวัสดิการต่าง ๆ (ทำงานสัปดาห์ละ 22 ชั่วโมง เงินเดือน 14.5K ยังไม่รวมค่ากะและ OT) วางหูปั๊ปไมเกรนขึ้นเลย
ถึงจะยังไม่ได้เซ็นสัญญากับ บ. แรก แต่จะออกมาตอนนี้ก็รู้สึกเสียเซลฟ์ยังไงก็ไม่รู้ :05:
เด็กจบใหม่คนนี้จะเอาไงดีครับพี่น้อง :05: :05:
ออกมาเลยค่ะ เพราะเค้ายังไม่เซ็นสัญญาก็ถือว่ายังไม่มีชื่อเท่าไหร่ (อย่าทำบ่อย ๆ ละกัน)
เอาเข้าจริงเขาอาจจะเจอที่เลวร้ายกว่านี้ก็ได้ เรื่องของเราถือว่าเล็กน้อย
(ก็ยังมีสิทธิ์เลือกอะ เงินเดือนดีกว่าแถมบริษัทก็โอเคกว่า)
แต่ใครสมัครงานถัดจากเรา ที่จบที่เดียวกับเรา จะโดนเพ่งเล็งแทนนะ :42:
อุ๊ย.. ดีออกมีอะไรให้คิด
เสนอว่าให้เอามาเทียบกัน ตอนที่พี่จะเปลี่ยนงานก็ทำตารางเทียบเอามาแปะจู๋นี้แหละจำได้ :30:
ปัจจัยต่างๆ ที่เราสนใจ
- ตัวงาน ชอบไหม
- โตได้ในงานนี้ไหม หรือแป้ก
- ตัวบริษัท มั่นคงไหม ลองหาข่าวดู
- สวัสดิการเทียบกันดู
- การเดินทาง ค่าใช้จ่าย/เวลาในการเดินทางไปทำงาน
- ซึ่งจะสอดคล้องกับเวลาเข้าออกงานด้วย อันไหนเหมาะกับวิถีของเรา
- วัฒนธรรมองค์กร อันนี้หายากนิดนึง แต่ถ้า บ.ใหญ่ อาจจะค้นดูตามเน็ตได้
- ที่กินข้าวเที่ยงอะไรอย่างนี้ (ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ ถ้าราคามื้อเที่ยงเฉลี่ยต่างกัน ๕๐ บาทต่อวัน ชีวิตเปลี่ยนเหมือนกัน)
- ที่สำคัญลองวัดที่ความรู้สึกของเรา ตอนเข้าไปที่ บ.นั้นๆ น่ะ ชอบไหม เ้ซ้นส์ก็เชื่อได้นะ
สู้ๆ :12:
ฟิงซ์ด้วย สู้ๆ นะ ได้งานไวๆ :12:
ปีหน้าว่าจะมาใช้บริการจู๋นี้มั่ง แต่ตอนนี้ยังก่อน.. :56:
:05: อยากทำพาร์ทไทม์
งานประจำที่ร้านไม่มีอะไรทำแล้ว
ว่างจัด ง่าา
อ้างคำพูดจาก: ดุกศรี เมื่อ 27 ก.ค. 2011, 21:57 น.
ออกมาเลยค่ะ เพราะเค้ายังไม่เซ็นสัญญาก็ถือว่ายังไม่มีชื่อเท่าไหร่ (อย่าทำบ่อย ๆ ละกัน)
เอาเข้าจริงเขาอาจจะเจอที่เลวร้ายกว่านี้ก็ได้ เรื่องของเราถือว่าเล็กน้อย
(ก็ยังมีสิทธิ์เลือกอะ เงินเดือนดีกว่าแถมบริษัทก็โอเคกว่า)
แต่ใครสมัครงานถัดจากเรา ที่จบที่เดียวกับเรา จะโดนเพ่งเล็งแทนนะ :42:
IT คนปัจจุบันที่สอนงานผมก็จบ บริหาร สารสนเทศมาจาก RMUTK ฮะ ที่เขาลาออกเพราะได้งานกับ adecco เหมือนกัน :30: :30:
ตอนกลับบ้านก็ถามพี่เขาว่า พี่ไม่โกรธผมเหรอ สอนงานให้ผมแล้วผมดันไม่เข้าทำงาน เขาก็ว่าไม่โกรธหรอกถ้าน้องคิดว่ามันดีสำหรับน้องก็ลองตัดสินใจดู
ขอแนะนำให้ดูเรื่องวันหยุด อีกประเด็นนึง
ช่วงนี้ adecco กำลังหาคนเหรอ วันนี้ก็โทรมาเหมือนกัน
โทรมาหาตูเหมือนกัน
ทวงตังค์
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 27 ก.ค. 2011, 23:25 น.
โทรมาหาตูเหมือนกัน
ทวงตังค์
อีบ้า คนละบริษัทแล้ว
adecco มันเป็นบริษัทจัดหางานไม่ใช่เร่งรัดหนี้สิ้น
ดูดีๆ ว่าจริงๆ แล้วที่โทรมาทวงน่ะเป็นเบอร์เมียรึเปล่า :58:
ช่วงนี้สมัครงานมันส์มาก :47:
ยิ่งสัมภาษณ์บ่อยๆ ยิ่งเป็นงาน
ทำอาชีพนักสัมภาษณ์ดีกว่า :30: :30:
สมัครสามย่านเลย ของเค้าดีจริงๆ :51:
อ้างคำพูดจาก: REROYD เมื่อ 27 ก.ค. 2011, 22:27 น.
IT คนปัจจุบันที่สอนงานผมก็จบ บริหาร สารสนเทศมาจาก RMUTK ฮะ ที่เขาลาออกเพราะได้งานกับ adecco เหมือนกัน :30: :30:
ตอนกลับบ้านก็ถามพี่เขาว่า พี่ไม่โกรธผมเหรอ สอนงานให้ผมแล้วผมดันไม่เข้าทำงาน เขาก็ว่าไม่โกรธหรอกถ้าน้องคิดว่ามันดีสำหรับน้องก็ลองตัดสินใจดู
อ้าวเรอะ ชื่ออะไรน่ะ :30:
สนใจมาทำสามย่านกัน :37:
อ้างคำพูดจาก: ดุกศรี เมื่อ 28 ก.ค. 2011, 07:55 น.
อ้าวเรอะ ชื่ออะไรน่ะ :30:
ชื่อพี่ตั้ม ชื่อจริงชื่อยุรนัน เวลาคุยกับเขาแล้วรู้สึกแปลก ๆ ผมเรียกเขาว่าพี่ แต่เขาแทนตัวเองว่า "ตั้ม" :30: :30:
อย่างเช่นเมื่อตอนเที่ยง
:47: : เที่ยงแล้วพาผมไปกินข้าวด้วยนะพี่ หาร้านอร่อย ๆ
:56: : ได้ ๆ แต่วันนี้มีตลาดนัดที่ มศว. นะ ตั้มว่าตั้มจะไปซื้อขึ้นมากินข้างบนน่ะ
:47: : โอเคพี่
:56: : ป่ะ..เก็บของ เดี๋ยวตั้มพาไปตลาดนัด
เวลาคุยกับคนแก่กว่าแล้วเขาแทนตัวเองด้วยชื่อเล่น มันรู้สึกเดียม ๆ ยังไงก็ไม่รู้ :3005: :3005:
อ้างคำพูดจาก: เบล เมื่อ 28 ก.ค. 2011, 19:28 น.
สนใจมาทำสามย่านกัน :37:
จะไปเซ็นสัญญาวันที่ 2 นี้แล้วหง่ะ :3005:
ชื่อไม่คุ้นเลยสงสัยจะรุ่นน้อง บอกได้ป่าวว่าเขาจบปีไหนอะคะ :56:
อ้างคำพูดจาก: ดุกศรี เมื่อ 28 ก.ค. 2011, 23:29 น.
ชื่อไม่คุ้นเลยสงสัยจะรุ่นน้อง บอกได้ป่าวว่าเขาจบปีไหนอะคะ :56:
เขาบอกว่ารุ่น 4 อะครับ :40:
is4 เหรอ? หรือว่า bc รุ่นอะไรป่าว?
พี่จบปี 49 bc13 น่ะ
น่าจะเป็น is4 นะครับ เห็นเขาบอกว่าสาขาเขารับ cs1 (ผม cs3) :47:
กำลังงงว่ามี cs ด้วยเหรอ เอ้อ พี่จบฝั่งเทคนิคมา
RMUTK มันมี 3 วิทยาเขตรวมกัน เราจบฝั่งบพิตรมารึป่าวอะ?
(ระบบการตั้งรุ่นของบพิตรกับเทคนิคฯ มันไม่เหมือนกัน)
ถ้าจบฝั่งเทคนิคมามันจะมีรุ่น BC ด้วย (ขึ้นอยู่กับว่ารับมามั้ย)
และก็ได้รุ่น IS มา แต่ CS พี่ไม่เคยได้ยินอะก็เลยถามนี่ล่ะ
แต่ถ้าจบฝั่งบพิตรมา โอเคพี่เคลียร์ละเพราะพี่ไม่รู้จักเลย (รู้จักแค่บางคนเอง)
อ้า cs กำเนิดที่บพิตรครับ อยู่บพิตรมา 3 ปีครึ่งก็ย้ายมาอยู่ตึก 9 ฝั่งเทคนิค ส่วนผมเองก็อยู่ฝังบพิตรมาปีครึ่ง :40:
ไม่รู้ที่จะถามนี่ตรงจู๋ป่าวนะ
จะถามเรื่องกองทุนน่ะ ของธนาคารไทยพานิชย์ชื่อ
กองทุน SCBDV เค้าบอกปันผลต่อเนื่องมาทุกปี
ได้สิบกว่าเปอร์เซ็นต์แหนะ แถมภาษีสิบเปอร์ก็เอาไป
หักลดหย่อยภาษีได้ด้วย ก็เลยอยากถามว่า
กองทุนของธนาคารต่างๆที่ปันผลดีๆ มีใครรู้จักบ้าง
มีเงินเย็นอยากฝากอะ อุ้ยนี่น่าจะรู้สุดปะนะ
เค้ายังต้องขายแรงงานแลกเศษเงินมาเลี้ยงธนาคารอยู่เลยเจ๊ :05:
พี่เจนดิตัวเซียน
เดี๋ยวไปตอบในกระจู๋ลงทุ้นลงทุน (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,15242.0.html)นะ
เซียนอะไรเล่า ตูยังเจ๊งอยู่เลย :05:
พี่ปุกลองดูเทียบๆในนี้เป็นข้อมูลดูนะ http://siamchart.com/fund-compare/EQ_THAI (http://siamchart.com/fund-compare/EQ_THAI) :27:
ดูเปรียบเทียบ ให้เรียงอัตราผมตอบแทนแต่ละช่วงได้ ดูเจาะรายตัวได้ แต่ยังไงปีนี้ผลตอบแทนคงยากที่จะเท่าปีกับสองปีที่แล้ว
มาอัพเดท ชีวิตหน่อยครับ
พอดีวันนี้ตั้งใจจะลาออกและก็ส่งใบลาออกไปแล้ว
แต่เจ้านาย ขอไม่ให้ออก และขอโทษที่ต่อเงินเดือนเราตอนเรามาสมัครงาน
และก็เพิ่มเงินเดือนให้พร้อมกับให้เงินมาอีกหมื่นหนึ่ง บอกว่า อย่าออกเลย ทำงานด้วยกันนะ พูดด้วย ตา วิ้งๆๆ
ผมก็เลยบอกว่า ขอคิดดูก่อนได้มั้ยครับ
ซวยเลย...คิดหนักเลยตอนนี้ :08:
รับหมื่นนึงมาแล้วก็ออก :58:
คำถามง่ายๆ ชีวิตเอ็งมีค่ากี่บาทล่ะ :37:
ใจจริงเลยคือก็ยังอยากทำงานที่นี่ต่อนะ
ยังเรียนรู้ธุรกิจเกมได้ไม่เท่าไร แต่ที่รู้ก็อึ้งอยู่เหมือนกัน เช่น เรื่อง รายได้ของเกมออนไลน์นี่ มหาศาลมาก
ที่สนุกคือ ได้ทำงานกับคนเกาหลี :37:
แต่ที่จะออกก็คือเงินมันน้อยนี่แหละ ฮ่าๆ :30:
ขอขึ้นอีกแปดหมื่นฮะ :37:
ไปเจรจาใหม่ และบอกเงินเดือนที่เราต้องการ
ไม่ได้เล่นตัว แต่มันต้องคุ้มค่ากับทุกๆอย่าง
ใช่ ยิ่งถ้าเค้ามีปัญญาจ่ายน่ะนะ :37:
ทำที่เวิร์คพ้อยไง ปัญญาจ่าย
กดปุ่มแดงด้วย :47:
:30:
เห็นควรด้วย :30:
:30: :30:
อ้าว ถ้าเขารายได้ดี แต่ทำให้เรารู้สึกว่าได้น้อยไป ก็เรียกเพิ่มเล้ย ไอ้เงินก้อนหมื่นนึงอย่าไปเอา
ขอขึ้นเงินเดือนสักหมื่นดีกว่า :30:
เขาก็ขึ้นให้ด้วยเกือบหมื่นครับ กับให้ด้วยหมื่นหนึ่งครับ เหมือนเป็นค่าชดเชย ที่เราทำเกินเงินเดือน อะไรงั้น :30:
งั้นก็อยู่ไปเห้อ
ทำอยู่เกมส์ไหนอะ ขอเส้นเลเวล 99 ตัวหนึง :25:
แสดงว่า ในสายตาเขา จักรีก็สำคัญมากเลยนะ คือถ้าจะอยู่ต่อก็อยู่ได้นะพี่ว่า
แต่อย่าได้ลืมเป็นอันขาดว่า เขาเคยเอาเปรียบเรามาก่อน
คือรู้อยู่แก่ใจว่าให้เงินเดือนเราน้อยเกิน แต่ก็ไม่คิดที่จะปรับให้ จนรอให้เราต้องบอกลาออก ถึงได้สำเหนียก
ถ้าอยู่แล้วไม่แฮปปี้ต่อไป อย่างน้อยๆ ฐานเงินเดือนก็สูงขึ้นละ
หางานที่ใหม่ รีเฟอร์ได้สบายๆ
จากแปดพันเป็นเ้ก้าพันกว่า แล้วซินะจักรี :25: :25: :25:
ขึ้นเงินเดือนให้แบบนี้เป็นตูๆ อยู่ต่อนะ :25:
อีกสักแป๊บนึง แล้วค่อยหางานใหม่
เอาฐานเงินเดือนใหม่อ้างอิงด้วย :30:
อ้างคำพูดจาก: "เอ" เมื่อ 02 ส.ค. 2011, 18:25 น.
จากแปดพันเป็นเ้ก้าพันกว่า แล้วซินะจักรี :25: :25: :25:
ใช่ :25: :39:
อ้างคำพูดจาก: แฮ่กๆๆๆๆๆ เมื่อ 02 ส.ค. 2011, 18:22 น.
งั้นก็อยู่ไปเห้อ
ทำอยู่เกมส์ไหนอะ ขอเส้นเลเวล 99 ตัวหนึง :25:
ตอนนี้มันมีสูงสุดแค่ 40 อะครับ อยู่ Divine soul
ตอนนี้อาร์ตทั้งหมดของเกมนี้ (ของบริษัทนี้)
ผมเป็นคนออกทั้งหมดนะครับ ไปเจอที่ไหนแถวไหน สื่อไหน ถ้ามันไม่สวยก็โทษโปรแกรมเมอร์แล้วกันนะครับ
แต่ถ้าสวย ก็นั่นแหละครับ ผมทำ
คิดเหมือนพี่แอ้เลย :37:
คือเรื่องเอาเปรียบอะไรนี่ ตูไม่ค่อยอยากเก็บมาคิดนะ
เพราะในทางกลับกัน ตูเชื่อว่าลูกจ้างทุกคน ก็ต้องมีแอบอู้บ้างอะไรบ้าง
มันคงไม่มีใครที่ทำงานอยู่ตลอดเวลาทุกวันทำงานได้
ก็ถือว่าหายกันไป :30:
ถลอกก็ว่าไม่ถือว่าเป็นการเอาเปรียบนะ เพราะมันเป็นการยอมรับข้อตกลงกันทั้งคู่
ถ้ามันไม่จ่ายค่าจ้าง หรือจ่ายน้อยกว่าที่ตกลงกันไว้ซิ ถึงจะเรียกว่าเอาเปรียบ
แอ้มองในมุมที่ว่า
พอบอกจะออกปั๊บ สามารถขึ้นให้อย่างเยอะได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดก่อนเลยเนี่ย
แสดงว่า ฐานเงินเดือนมันได้เยอะกว่าที่ให้ตั้งแต่แรกแล้ว และรู้อยู่แก่ใจด้วย ถึงจะตกลงกันไว้
แต่อะไรๆ มันก็เปลี่ยนไ้ด้ ยิ่งได้เห็นฝีมือ เห็นความรับผิดชอบกันแล้ว อะไรประมาณนี้ค่ะ
ที่บอกจักรีว่า ถ้าจะอยู่ต่อ ก็ได้ แต่อย่าลืมเรื่องนี้
คืออย่าไปคิดว่าเขารักเอ็นดูเราที่สุด ถึงได้รั้งเราให้อยู่ต่อ แ้ล้วไว้ใจเขาไปสุดๆ
ต้องเผื่อใจ ระวังไว้บ้าง
ทำงานกับพวกนี้เยอะค่ะ เสือสิงห์กระทิงแรด
คนเข้ามาใหม่ให้ไปเยอะๆ เดี๋ยวเขาไม่อยู่ อ้าวแล้วคนเก่าล่ะ ไม่ขึ้นให้เขาเหรอ ทำเยอะกว่านะ
เอ้า ก็เขาอยู่ได้นี่ จะขึ้นทำไม เปลือง (เจ้านายแอ้คุยกันแบบนี้ พอดีได้ยินบ่อยๆ)
อีกคนก็จะเถียงแทนว่า มันไม่แฟร์นะครับ แต่สุดท้ายก็แพ้ ความแฟร์ไม่มีในโลก :52:
เอาจริงๆ เลย คือผม ยอมรับนะครับ ว่าทั้งหมดก็เป็นเพราะผมใจอ่อนเอง ก็ต้องยอมรับสภาพไปถ้ารับไม่ได้ก็แค่ออก
ตอนไปสังสรรค์กันได้มีโอกาสคุยกับล่ามที่เขาแปล เขาบอกว่าตอนสัมภาษณ์ผมเขาสารภาพว่า เจ้านายต่อมาเล่นๆ ไม่คิดว่าจะเอา
พอผมบอกว่าได้ เลยรีบรับเลย อะไรงี้
ผมเลยบอกว่า ผมขี้เกรงใจ กล้าต่อ ตูก็กล้าให้ อะไรงี้ :30:
แต่ลืมคิดไปว่าที่มันต่อ น่ะ ลดลงหนึ่งหมื่นบาทพอดิบพอดี :58:
งั้นขอขึ้นอีกสองหมื่น ชดเชยกะตอนแรก แล้วระหว่างนี้ก็หางานที่ใหม่ โดยเอาเงินเดือนที่ขึ้นแล้วเป็นฐาน :58:
ขอเยอะกว่าที่ขอตอนเข้ามาด้วยนะ
เค้าจะคิดเหมือนจักรีไหม กล้าขอ กล้าให้
เอ๊.. เอางี้ๆ
- เงินเดือนใหม่พอใจหรือยัง
- งานยังสนุกอยู่หรือเปล่า
ถ้าคำตอบเป็นบวกทั้งสองข้อ อยู่ต่อเถอะครับ
แล้วก็ทำแบบที่ว่า คืออยู่ให้ฐานเงินเดือนขึ้น
วันไหนอากาศดีๆ เจอที่ไหนน่าย้ายไปทำ ก็ลาออกแล้วพกฐานนี้ไปสมัครงานใหม่
-โป๊ะเช๊ะ ครับ
ข้อแรก ฐานเงินเดือนนี้ ยังไม่พอใจนะครับถ้าเที่ยบเรื่องเงินอย่างเดียวเลยนะ เพราะผมเคยได้เยอะกว่านี้ เกือบสองเท่า
แต่ถ้าเทียบกับงาน ที่ไม่ดูดพลังมากและได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ฐานเงินเดือนกับงานที่ทำ ก็ถือว่าโอเคเลยครับ
เพราะ เหตุผลคืออยากหางานที่มีเวลาทำงานของตัวเองให้มากๆ ที่นี่ตอบโจทย์เลยครับ งานที่เขาว่าเยอะนั่นเราทำแล้วไม่รู้สึกเหนื่อยเลย
กลับบ้านไปยังทำนู้นทำนี่ได้จนถึงตีสองตีสามสบายๆ
ข้อสอง ถามว่าสนุกกับงานหรือเปล่า คือจะอย่างไงดีละ มันสนุกตรงที่ ตื่นตาตื่นใจกับวงการนี้ ดีกว่า
แต่นี่ทำมาสามเดือนแล้ว เริ่ม รู้สึกงั้นๆ :30: ก็เลยจะออกนี่แหละ บวกกับคิดว่าเงินมันน้อยด้วย
แต่ก็ยังตอบตัวเองไม่ค่อยได้ว่าออกไปแล้วจะไปเจอที่ที่เงินเดือนเยอะแต่ก็จะดูดพลังชีวิตเยอะด้วยหรือเปล่า
พอมีปัจจัยว่า เขาเพิ่มเงินเดือนให้ ก็เลย โอเค คิดอย่างพี่แอนแนะนำคือ เดี๋ยววันไหนอากาศดีๆ ค่อยไปก็ได้
อากาศดีๆ ของผมนี่ก็คือ วันไหนที่ขายโปรเจคได้ นั่นแหละ คืออากาศดีที่สุด :30:
จะได้ออกไปทำอย่างที่ตัวเองอยากทำจริงๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีก :52:
ช่วงนี้ฝนตกทุกวัน ซวยหน่อยนะ
ยังไม่ทันจะได้เริ่มงาน Adecco โทรมาแจ้งย้ายที่ทำงานให้ไปทำที่ IBMSD ที่ราษฎร์บูรณะแทน
มันใกล้บ้านเกินไปอ่ะ :05:
ใกล้บ้านไม่ชอบอีก มีแต่คนเค้าชอบกัน :37:
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,19092.0.html (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,19092.0.html)
แตกหน่อฟอนต์แคมป์ไปแล้วนะครับ
เอามาโพสต์ที่นี่ดีกว่า
บริษัทยุคใหม่ใช้ Virtual office ลดต้นทุน ลดเดินทาง สร้างความสุข
http://www.it24hrs.com/2011/virtual-office-sucess/ (http://www.it24hrs.com/2011/virtual-office-sucess/)
ไหนๆ ก็ไหนๆ
บทความนี้เพิ่งมาเมื่อเช้ามืดนี้พอดี และคงช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับหลายๆ คนครับ
ขอแนะนำให้อ่านไล่ไปเรื่อยๆ และดูภาพไปเรื่อยๆ :3005:
:45: แรบบิดอินแบ็ก
อยากทำงานงี้มั่งจัง :25:
มีใครรู้ว่า Amadeus Asia ทำอะไรบ้างอะครับ
งานเป็นประเภทไหน ไปสมัคร e-commerse implement specialist เอาไว้ เขานัดสัมภาษณ์อาทิตย์หน้า แต่อ่าน job description แล้วเจอตัวย่ออะไรไม่รู้เต็มไปหมด :08:
ลองดูเว็บแล้วเหมือนกะทำเกี่ยวกับท่องเที่ยวปะ
แบบจองตั๋วเครื่องบิน แลกเงิน เว็บดูโล่งๆ ยังไงไม่รู้แฮะ :56:
เป็น agency จองตั๋วตัวบิ๊กๆ อะครับ มีโปรแรมของตัวเองด้วย
แต่ไม่รู้เบื้องหลัง ข้างในอะไรเลย :08: :08:
เช็คกะเว็บกระทรวงพาณิชย์นะ
บริษัทเปิดมานานแล้ว ยังทำงานอยู่
ส่วนทุนจดทะเบียนไม่ได้ชำระเต็ม เป็นแค่บั๊ดเจ้ตที่เขาตั้งไว้เฉยๆ
พอช่วยอะไรได้มั่งไหม
ทะเบียนเลขที่ : 0105540085662 (เลขทะเบียนเดิมคือ (2)1864/2540)
ประเภท : บริษัทจำกัด วันที่จดทะเบียน : 01/10/2540
สถานะ : คงอยู่
1 ชื่อบริษัท ไทย-อะมาดิอุส เซาท์อีสต์เอเชีย จำกัด
2 กรรมการบริษัทมี 7 คน ตามรายชื่อดังต่อไปนี้
1. นาย คณิศ แสงสุพรรณ
2. นาย ดุลยพงศ์ สุขานุศาสน์
3. นาย นิรุจน์ มณีพันธ์
4. นาง วัชรี ทัพเจริญ
5. นาย วิโรจน์ โตเจริญวาณิช
6. นางสาว ชุณหจิต สังข์ใหม่
7. นาย คาร์ล โจฮัน เธอร์ นอร์ดวิส/
3 กรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทได้คือ
นายคณิศ แสงสุพรรณ ลงลายมือชื่อ
ร่วมกับกรรมการอื่นอีกหนึ่งคน และประทับตราสำคัญของบริษัท
หรือนายดุลยพงศ์ สุขานุศาสน์, นายนิรุจน์ มณีพันธ์, นางวัชรี ทัพเจริญ,
นายวิโรจน์ โตเจริญวาณิช,นางสาวชุณหจิต สังข์ใหม่,
นายคาร์ล โจฮัน เธอร์ นอร์ดวิส กรรมการสามในหกคนนี้ลงลายมือชื่อ
ร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท/
4 ทุนจดทะเบียน 15,000,000.00 บาท
5 ที่ตั้ง 999/9 อาคารดิออฟฟิศเศสแอทเซ็นทรัลเวิลด์ ยูนิตที่ 3406-3412 ชั้นที่ 34 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
6 นิติบุคคลนี้ได้ส่งงบการเงินปี 2542 2543 2544 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2550 2551 2552 2553
7 วัตถุประสงค์ (63040) บริการงานด้านตัวแทนจำหน่าย บริการคอมพิวเตอร์ และ
ทำโปรแกรมขายตั๋วเครื่องบิน (โรงแรมด้วยรึเปล่าไม่รู้) ให้ agency รายย่อยใช้อีกที
นอนกินเปอร์เซ็น รวยเละ :54:
พ.. พี่แอ้น่ากลัว :55:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 09 ส.ค. 2011, 12:27 น.
ทำโปรแกรมขายตั๋วเครื่องบิน (โรงแรมด้วยรึเปล่าไม่รู้) ให้ agency รายย่อยใช้อีกที
นอนกินเปอร์เซ็น รวยเละ :54:
ทำโปรแกรมจองโรงแรมด้วยครับ เคยไปลงโปรแกรมให้สาขาการโรงแรมของที่ ม. ทำ License เสียไป 5 อัน
ลงยากฉิบ :05: :05:
ใช้ได้เฉพาะ IE ด้วย ก๊ากกาก :59:
โอ้ว ขอบคุณครับ :25:
ใช้เฉพาะ ie ได้ด้วย :25: :25: :25: :25: :59: :59: :59: :59: :59:
ได้เรียกไปเทรนงานแล้ว :05: :05:
เมื่ออาทิตย์ก่อนไปเจอใบประกาศ เค้ารับสมัครพนักงานในร้านอาหารไทย
ไกลจากม. ไม่เท่าไหร่ แต่ มีปัญหาเรื่องรถเมล์ เลยไม่คิดจะสมัคร (แต่จดเบอร์มา)
วันนี้มานั่งๆคิดว่า อยากมีเงินซักก้อนนึง เงินเราเองนะ จะได้เอาไปใช้นู่นนี่ได้บ้าง
ลิสของที่อยากได้ก็เยอะ ลิสเที่ยวก็แยะ แต่เงินไม่มี
จะแบมือขอพ่อแม่ ตลอดก็เกรงใจ เพราะพ่อแม่ก็สร้างบ้านอยู่
หมีบอกค่าบ้านตอนนี้ทะลุลิมิตไปแล้ว
แถมแม่ชอบไซโคว่า "รู้ไม๊ค่าเรียน ค่าบ้านที่จ่ายๆให้มาอ่ะเท่าไหร่แล้ว ซื้อมินิขับได้แล้วนะ :3005:"
(หมีรู้โดนด่าตายแน่เลย :05:)
เคยคุยเรื่องนี้กับวิล วิลก็เห็นชอบ บอกว่าถ้าวันธรรมดา เดี๋ยวไปรับให้ได้ (แต่เสาร์ อาทิตย์วิลทำงาน)
วันนี้นั่งจับโทรศัพท์ตั้งนาน ตื่นเต้น จะโทรไปดีไม๊ว๊าาาาาาาาาา :44:
เอาวะ ไม่มีอะไรจะเสีย ชื่อคนก็คนไทย (ถ้าไม่ใช่เราก็เตรียมภาษาอังกฤษไว้แล้ว)
ว่าก็แล้วโทรไป..คุยๆๆ
(คนไทยที่นี่ เวลาเจอคนไทยด้วยกัน แม๋ พูดมากจริงๆ ถาม1 ตอบซะ 100 :30:)
เค้าก็บอกว่า
"งั้นวันจันทร์ (พรุ่งนี้) เข้ามาร้านเลย จะเทรนให้ เอาเรซูเม่มาด้วยนะ"
พระเจ้าจอช..ตื้นเต้นยิ่งกว่าจะไปสอบอีก :05:
อวยพรให้ด้วยค่า :3005:
ขอให้ไม่มีดราม่านะ :12:
สู้ ๆ ครับ :12:
ตอนไปสัมภาษณ์งานครั้งแรกในชีวิตก็ตื่นเต้นเหมือนกัน ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าเขาคงไม่กินเราเข้าไปหรอกน่า :30:
ขอบคุณค่า
คราวนี้ถ้าเจอแบบร้านที่แล้ว (ที่เอะอะๆ ก็ด่าๆๆๆๆ อย่างเดียว) จะพยายามทำหูทวนลมแล้ว
ว่าแต่ เรซูเม่ที่ไม่มีคนรับรอง (เค้าเรียกอะไรอะ ที่แบบคนค้ำ อะไรพวกนั้นอ้ะค่ะ)
จะได้ไม๊อ่ะคะ อยู่ที่นี่ไม่มีใครเลย :42:
นึกขึ้นได้ว่า อยู่ไทยเปลี่ยนงานก็หลายที
แต่ว่าไม่เคยสมัครงาน ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้เลย
แต่นึกได้ว่า จะเอาไปคุยว่าไม่เคยสมัครงานไม่ได้นี่หว่า
เพราะก็มีตอนที่ต้องเดินไปเคาะตามร้านไทย ร้านจีนต่างๆ
เพื่อสมัครงานตั้งเป็นเดือน เดินทุกวัน ไปมันทุกร้านที่หาเจอในเน็ต
ไอ้ช่วงชีวิตที่ต้องเดินสมัครงานนั้น งานที่ต้องหาคือตำแหน่งคนล้างจาน :30:
ขอให้ได้เจอร้านดีๆนะครับ ผมว่าผมโชคดีมาก เจอร้านดีตลอด
จริงๆดีหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ มันอาจด่า บ่น อะไรเราตลอดก็ได้
แต่ฟังกวงตุ้ง มาเลย์ จีนกลางไม่ออก :37:
ขอบคุณค่า
แต่ด่าแล้วฟังไม่ออกนี่ประเสริฐเลิศแท้
คราวที่แล้ว ฟังออกแถมต้องแปลให้ฟังอีก :3005:
สบายใจนะครับ วันๆไม่ต้องรับรู้อะไรกะเค้า :30:
หมีเล็ก...หลักๆเรซูเม่เขาขอไปงั้นแหละ เหมือนขอพอเป็นพิธี
เน้นว่าแสดงความตั้งใจที่จะทำงานเยอะๆ กระตือรือร้นมากๆ (โชว์ความขยันว่างั้น)
แล้วก็อย่าอายที่จะถาม ถ้าเขาด่าเขาเหน็บมาก็ยิ้มไว้ก่อน..แต่ส่วนมากถ้าเราออกตัวว่าไม่เคยทำงานมาก่อนแล้วเราแสดงความตั้งใจเรียนรู้ มักจะได้คะแนนดีกว่าพวกที่อวดรู้ แล้วเขาก็จะไม่ด่าหรอก เขายังให้อภัยเพราะเรามาใหม่น่ะ (อันนี้เอาที่ร้านเป็นบรรทัดฐาน)
หมายเหตุ : บางทีเขาไม่ได้จะด่าจะเหน็บอะไรหรอก พี่เข้าใจพวกพนักงานประจำ(หรือเด็กเก่า) เขาจะมีหน้าที่ที่ต้องทำในแต่ละวัน มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากมาย ไหนจะเจอลูกค้ามากเรื่อง แล้วพอมาเจอเด็กใหม่ทำผิด หรือทำอะไรติดขัด มันกลายเป็นการเพิ่มงานเด็กเก่า คุณๆเด็กเก่าเลยออกอาการเหวี่ยงกะเด็กใหม่ซะ แบบว่าของขึ้นไรงี้....ตัวพี่เองยังต้องคอยบอกตัวเองแล้วก็น้องๆเด็กเก่าว่าใจเย็นๆ ให้นึกถึงตอนที่เราทำงานแรกๆ ..ขนาดบอกตัวเองเสมอๆ ยังมีหลุดเลย แต่ใครเจอพี่เหวี่่ยงนี่นับว่าโชคร้ายที่สุดแล้วล่ะ :30:
ปล. ถ้ามาอยู่ซิดนีย์มีงานทำไปนานแล้ว ฮี่ๆ :02:
เรียบจบเดี๋ยวไปชุบตัวอยู่ด้วย วีซา่เหลือ :30:
ร้านที่เคยทำ เจ้าของ ช เค้าด่าเลยด่า ด่าแรงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
แรงแบบ คนที่ไม่ใช่คนพุดเพราะแบบอิ่มอายอาะ
เลยรับไม่ได้ :05:
เบิ้ลงิ
วันนี้ไปมาแล้ว
ไหนบอกจะให้เทรน :05:
ไปส่งเรซูเม่ ไปเจอหน้าเจอตาเฉยๆ
เค้าบอกนัดเทรนอาทิตย์หน้า
(หัวหน้าเทรนเป็นเพื่อนเราด้วย :33:)
ตื่นเต้นต่อปาย
ที่บริษัทตู วันนี้โคตรดีเลย อยู่ดีๆ แจกโบนัสให้พนักงานทุกคน คนละเดือน เนื่องในโอกาสอะไรไม่รู้ อยู่ดีๆก็แจก :30:
พรุ่งนี้แจกใบเลิกจ้าง
นั่นดิ :30:
แต่ใบเลิกจ้างแจกถลอกคนเดียว
ที่ร้านโทรมาบอกให้ไปเทรนงานวันศุกร์กับเสาร์ได้ไม๊ :05:
เราไม่ว่างอ๊ะ :05: :05: :05:
อัตเดท :37:
ตะกี้คุยกับคนเทรนแล้ว สรุปว่าไปเทรนงานอาทิตย์หน้า
แถมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
เค้าขอให้ไปช่วยเลี้ยงลูกเจ้าของร้าน 11ขวบ กับ 4 ขวบ :42:
ช่วงระหว่างที่เค้าไปทำงานตอนวันศุกร์-เสาร์ตั้งแต่ 4โมงเย็น ถึง 4ทุ่ม (ได้ตังค์)
กรี๊ดดด เกิดมาไม่เคยเลี้ยงใคร เลี้ยงวิลก็เลี้ยงตามมีตามเกิด :3005:
ตื่นเต้นขิงๆ
ดีๆ แหม เธอต้องได้เลือดแม่มาบ้างน่า :27:
สู้ๆ หมีอิ่ม
โอกาสอะไรตอนนี้เข้ามาคว้าไว้ก่อน :40:
เป็นแนนนี่เหมือนในฝันป่าว?
ระวังเด็กร้องอยากกินMcนะ :30:
วันนี้เพื่อนโทร.มา เสนองานน่าสนใจงานหนึ่งให้
แต่มันเร็วไปครึ่งปี ไม่ใช่ตอนนี้นะ :05:
ถึงแม้จะตอบไปแล้วแบบมั่นใจสุดๆ
แต่เรื่องนี้ก็ยังวนเวียนอยู่ในใจตลอดเลย.. ไอ้เพื่อนบ้านี่.. แกล้งกรู ฮือ
ตอนนี้ตกงานอย่างเป็นทางการแล้ว
พรุ่งนี้จะไปสำนักงานหางานประจำจังหวัด ฝากประวัติเอาไว้หางาน
กรอกเอกสารขอเงินใช้ 30% ของเงินเดือนเก่าซักหน่อย ดีกว่าไม่มีเงินใช้เลยซักบาท
ตั้งแต่ไปฟอนต์แคมป์มาเสาร์ก่อน ได้แนวคิดในการทำงาน+ลงทุนมาด้วย
กำลังดูๆ อยู่ว่าจะทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันในฐานะเจ้าของกิจการดี
หรือจะไปเก็บเงินกับบริษัทไหนซักที่ก่อนดี
กำลังว่างๆ โล่งๆ เลยตอนนี้จะไม่ใจร้อนอีกแล้ว ค่อยๆ คิดค่อยๆ ไปทีละสเต็ป
คืนนั้นถ้าอยู่ถึงรอบอีเอหรืออีเบล จะมีเรื่องของการสมัครงานยังไงให้ไม่ได้งานด้วยนะครับ :30:
:30:
:59: :59: :59:
อันนี้ผมก็ถนัด ไม่ต้องสอน ฮ่าๆ :30:
กลับจากทำงานวันแรกแบ้วแจ้
เหนื่อยสมองขั้นสุด :05:
มาอัพเดทความคืบหน้า เรื่องงานเล็กๆ น้อยๆ
ตอนที่พูดในฟอนต์แคมป์ พี่แอนนึงจะให้พูดก็ให้พูด เค้าไม่ได้เตรียมเลย
:39: นึกว่าให้ทางบ้านนั่งฟังอย่างเดียว
ตอนนี้ กิจการเิริ่มไปได้ดีแล้วค่ะ ไม่เหนื่อยเหมือนเปิดร้านช่วงแรกๆ
แล้วก็พอมีเงินเหลือเก็บบ้าง ได้ออกไปไหนมาไหนบ้างเพราะมีน้าคอยอยู่ช่วย...
ดราม่าก็จะเกิดอยู่ตรงที่ "ลูกจ้าง" ซึ่งเป็นคุณน้านี่แหละค่ะ
เปิดร้านแรกๆ ไม่ได้ให้เงินคุณน้าเลย เริ่มเข้าปีที่สองถึงเริ่มแบ่งให้ได้ เก็บเข้าไว้ให้
ตัวกิ๊กก็ไม่มีเงินเก็บเลย เอาไว้แค่พอใช้ แล้วก็ไว้หมุนเวียนในร้าน
แล้วมันก็เริ่มจะมีปัญหาตรงที่ เวลากิ๊กจะออกไปไหน
ก็จะโดนบ่น บางทีแว้บๆ ไปทำธุระ สองชั่วโมง แวะไปหาเพื่อนบ้าง หรือไปทำธุระที่กทม.
เอาไปบอกที่บ้านบ้าง ว่าขี้เกียจ ไม่ทำงาน ปล่อยให้น้าทำคนเดียว - -"
บางทีก็น้อยใจนะคะ เปิดร้านมานั่งเฝ้า ตั้งแต่เก้าโมงเช้า ถึงเที่ยงคืน
แล้วโดนเค้าเอาไปเล่าให้คนอื่นฟัง ว่าเป็นคุณนาย ข้าวปลา หากินเองไม่ได้ ต้องคอยเค้าตื่น
( จะไปไหนได้ยังไง ถ้าไม่มีคนมาเฝ้าร้านต่อให้ )
สถานการณ์ตอนนี้ ก็เลยอยู่ในภาวะอึดอัด ระหว่างคำว่า คุณน้ามาช่วยเฝ้าร้าน กับคำว่า ลูกจ้าง ที่มาช่วยงานกิ๊กบ้าง
บางทีจะบอกให้เค้ามาช่วยเฝ้าเป็นเวลา ก็ไม่ได้ กลายเป็นว่า ออกไปไหนต้องรีบกลับ ก็เลยไม่รู้จะทำยังไง
งานไม่หนักหรอกนะคะ แต่อยู่ในร้านทั้งวัน มันเบื่อ... :01:
ตอนนี้ ก็เลยวางแผนเก็บเงิน อาจจะเปิดร้านอีกร้านนึง ตอนนี้ร้านที่สมุย โอเคแล้ว
เลยคิดจะไปเปิดที่แถบกรุงเทพ ซึ่งร้านนั้น ก็รอเก็บเงิน เตรียมหาทำเลไปก่อน
ก็แค่คิดเตรียมๆ ไว้ก่อน ถ้าทางบ้านอนุมัติ ก็โอเค ไปได้ เรื่องนี้ไม่รู้ว่าใจร้อนไปรึเปล่า แต่ก็อีกเป็นปี
ส่วนนึง อาจจะเป็นเพราะ ถ้าเขยิบเข้าไปอยู่ในกทม. ก็ใกล้แฟน พ่อกับแม่มาหาได้สะดวก
หรือว่ากิ๊กก็สะดวกไปเยี่ยมพ่อกับแม่ได้ รวมถึง อาจจะมีโปรแกรมเรียนต่อ ด้วย
ที่อัพเดทตอนนี้ ก็มีเท่านี้ เป็นแค่โครงการในหัวค่ะ :40:
ไล่ออกแล้วให้ถลอกไปอยู่ด้วย :51:
ขอไปช่วยเฝ้าร้านสาขาสมุย
เอาเฉพาะ "ช่วงเช้าๆ" ในตำนานนะ :51:
:51: ช่วงเช้าจ๋า
:30: อ้าก แต่หละคน
ไหนล่ะ SS ที่ทวงกันมาตั้งนาน :51:
มุกภายใน :05:
อัพเดทเรื่องฝึกงานที่ร้านอาหารค่ะ
อิ่มเพิ่งไปฝึกมา เม่อวานเป็นครั้งที่สาม
จริงๆต้องเป็นครั้งที่สี่แล้ว แต่อาทิตย์ที่แล้วเป็นไข้หวัดใหญ่ เลยหยุดไป
พอกลับมาทำงานโดนด่ากระจาย
เพราะว่าหยุดงานไม่บอกล่วงหน้า
อิ่มแบบเฮ้ย..กุเป็นหวัดจนมาทำงานไม่ได้เนี่ย กุจะรู้ล่วงหน้าไม๊วะ์?
คือเค้าหาคนทำแทนไม่ได้อ่ะค่ะ
แล้วคนบ่นนี่ไม่ใช่ใคร เป็นคนเทรนอิ่มเอง เป็นเด็กเสริฟเหมือนกันแหล่ะ เค้าทำงานนานแล้ว
อีกอย่าง เคยเรียนด้วยกันด้วย
(แต่คนไทยที่เสริฟด้วยกันเค้าบอกว่า วันนั้นคนแทบไม่มีเพราะฝนตก)
อิ่มไปฝึกเมื่อวานก็ไปจัดโต๊ะ
โต๊ะเนี่ยชช่วยๆกันจัีด แบบคนนึงวางจาน อิ่มวางช้อน คนนึงวางแก้วไรงี้
ทีนี้มันผิด มันไม่ใช่ผิดที่อิ่มนะ
อิเจ้คนฝึกเอาเชียว เรียกอิ่มไปด่า บอกว่ามันผิดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เราก็บอก เราไม่ได้จัดแก้วอ่ะ เราวางช้อน เจ้ก็อึ้งๆซักพัก แล้วก็บอกว่า ยังไงก็หน้าที่เราที่ต้องมาเช็ก :08:
ก็เข้าใจล่ะนะ แต่ว่าจัดกโต๊ะเสร็จ กุก็ไม่ได้ว่างนิหว่า..
พอรับออเดอร์ อิ่มก็จดๆไป มีผิดบ้างนิดหน่อย เพราะยังไม่ชิน
เจ้แกหวังว่าอิ่มต้องจำราคา จำเมนูได้ทั้งหมด
อิ่มก็ เฮ้ย เจ้.. ช๊อตแฮนยังมึน ระบบเจ้ชั้นก็ยังงงๆอยุ่ นะ ใจเย็นเด่ะ สามวันเองนะโว้ย (คิดในใจ)
แล้วพอดีมีัคนมาจ่ายตังค์ อิ่มอยุ่แถวๆเคาร์เตอร์พอดี อิ่มก็เลยทำให้
เพราะเพื่อนคนไทยสอนเอาไว้ให้แล้ว
เจ้มองหน้าเลย บอกว่ายังไม่ได้บอกให้จับเงิน จับได้ไง
อิ่มก็ อ่อพอดีเห็นยุ่งๆกันอยู่เลยทำให้ อีกอย่างมีคนสอนให้แล้ว และก็ทำได้แล้วไง
เจ้ก็นิ่งๆ แล้วก็บ่นๆว่า เอาเวลาคิดเงินไปจำราคาดีกว่าไม๊?
อิ่มก็..อะไรวะ ทีกุไม่ทำก็ด่า ทีกุทำก็ด่า
หลังจากนั้นเจ้แบบมีคนจะคิดเงิน จิกตลอด ประมาณว่ามาทำเซ่ๆๆๆ
ทำไมบิลนี้ไม่คิดราคาเตรียมไว้ บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ :59: :59: :59: :59:
อิเจ้ มันเป็นไรมากป่ะคะ?
เจ้บอกให้อิ่มมาฝึกวันนี้ตอนเย็นอีกรอบ
อิ่มบอกว่าอิ่มอาจจะมาช้าหน่อยนะ ประมาณ 10นาที เพราะอาจารย์นัดคุย
เจ้โวยวายบอก มาไม่ได้ก็ไม่ต้องมา ห้านาที สิบนาทีก็ไม่ได้ ไปทำวันศุกร์เลยไป :07: :07: :07:
อิ่มก็ไรวะ ปกติกุมาก่อน 15 นาทีทุกครั้งเถอะ :08:
พอใกล้ๆเลิก อิ่มเพิ่งได้ยินหลังครัวเค้าบอกว่า เจ้าของร้าน(คนไทย)กลับไปฮอลลิเดย์ที่ไทยแล้ว
เค้าเลยฝากร้านไว้กับเจ้
เจ้เลยทำตัว LIKE A BOSS
หงุดหงิดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก :07: :07:
เมื่อวานเล่าให้แม่ฟัง
แม่บอก ไม่ต้องไปทงไปทำมันแล้ว!!!!!!!!!!!!!! เงินก็ไม่ได้ แถมโดนด่าอีก :07:
วิลก็บอก ไม่ต้องไปทำแล้ว หงุดหงิดแทน :07:
:30:
ดูวันศุกร์อีกวัน ชี้ชะตา.. :37:
แถมเบิ้ล
เจ้ยืนบ่นว่า ดูสิเด็กเสริฟอีกคนมาทำงานไม่ได้เดือน พฤศจิกา
เค้าลาล่วงหน้าเดือนนั้น 3วัน ไม่ติดกันนะคะ
อิเจ้บ่นนๆๆๆๆๆๆๆๆ
บอกว่ามาทำงานไม่ได้ขนาดนี้ ลาออกไปเลยดีไม๊ :08:
อิ่มแบบข่มใจตัวเองนานมาก
อยากด่าสวนกลับไปหลาบรอบมากๆๆๆๆๆ
ดีที่เพื่อนคนไทยคนอื่นแบบรั้งไว้
เค้าบอกว่าเค้าฝึกเองก็เป็นเดือน ไม่ใช่ปุ๊บปั๊บได้นะ
อิคนเนี่ยมันเยอะ ถือว่าเป็นคนโปรดเจ้านาย คนโปรดลุกค้า
(เป็นเซเลปประจำร้าน ว่างั้นเถอะ)
อิ่มแบบคิดถึงคำพูดพี่ปาล์มตลอดเลยนะว่า
อ้างคำพูดจาก: Palm4u เมื่อ 14 ส.ค. 2011, 22:28 น.
หมายเหตุ : บางทีเขาไม่ได้จะด่าจะเหน็บอะไรหรอก พี่เข้าใจพวกพนักงานประจำ(หรือเด็กเก่า) เขาจะมีหน้าที่ที่ต้องทำในแต่ละวัน มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากมาย ไหนจะเจอลูกค้ามากเรื่อง แล้วพอมาเจอเด็กใหม่ทำผิด หรือทำอะไรติดขัด มันกลายเป็นการเพิ่มงานเด็กเก่า คุณๆเด็กเก่าเลยออกอาการเหวี่ยงกะเด็กใหม่ซะ แบบว่าของขึ้นไรงี้....ตัวพี่เองยังต้องคอยบอกตัวเองแล้วก็น้องๆเด็กเก่าว่าใจเย็นๆ ให้นึกถึงตอนที่เราทำงานแรกๆ ..ขนาดบอกตัวเองเสมอๆ ยังมีหลุดเลย แต่ใครเจอพี่เหวี่่ยงนี่นับว่าโชคร้ายที่สุดแล้วล่ะ :30:
ข่มใจไว้ๆๆๆ เพื่อเงินน๊าหมีเล็กน๊าาาาาาาาาา :37:
ไอ้พวกยามเป่านกหวีด :59:
เธอป่วยก็ไม่ได้บอกเค้าเหรอว่าไม่มา :59:
จริงๆ เรื่องโวยวายน่าย้ายไปจู๋บ่นงาน (ทำงานได้ 1500 นะครับ) :30:
อ้างคำพูดจาก: เบล เมื่อ 30 ส.ค. 2011, 10:29 น.
เธอป่วยก็ไม่ได้บอกเค้าเหรอว่าไม่มา :59:
นั่นสิ จู่ๆ หายไปแบบนี้ ไม่โทรบอกเขาก่อนถึงเวลาเข้างาน
ถ้าเป็นร้านแถวนี้โดนไล่ออกไปแล้ว :59:
พี่น้องหมีมีสไตล์ไม่เหมือนใคร :59:
:59: :59: :59:
:52: อดทนไว้อิ่ม เงินทองไม่ได้หาง่าย
และคนเป็นนายจ้าง ก็ไม่ได้ใช่จะให้เงินง่ายๆ เหมือนกัน
ตอนเราเป็นลูกจ้าง เราก็จะบ่นอีกแบบนึง
แต่ถ้าวันนึงเราเป็นนายจ้างเค้าบ้าง ก็จะคิดอีกทางนึงเหมือนกัน
เอาใจเค้าใส่ใจเรา
เดี๋ยวก็ค่อยดีขึ้น :22:
ถ้าป่วยไม่สบาย ก็ต้องบอกล่วงหน้า ถึงเค้าจะบ่น ก็ช่างเค้าปะไร
เอาเป็นว่าเราทำงาน ยังไงก็ได้ ที่ทำให้เค้าไม่บ่น ก็พอ
พรุ่งนี้นัดประชุมกับเซ็นทรัลฯ
จะถามดู ทำไม ถึงเปลี่ยนเป็น โรบินสัน พระราม9
คงได้คำตอบแหละ เพราะ ทอศิลป์ จะมาเปิดที่นี่
ต้นปีหน้า คงเป็นสี่สาขา ค่อยๆ เติบโตไปทีละน้อยๆ :12:
(ยุ)เปิดที่เซ็นทรัลพระราม 9 เลยยยยยยย
อ้างคำพูดจาก: เบล เมื่อ 30 ส.ค. 2011, 10:29 น.
เธอป่วยก็ไม่ได้บอกเค้าเหรอว่าไม่มา :59:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 30 ส.ค. 2011, 10:52 น.
นั่นสิ จู่ๆ หายไปแบบนี้ ไม่โทรบอกเขาก่อนถึงเวลาเข้างาน
ถ้าเป็นร้านแถวนี้โดนไล่ออกไปแล้ว :59:
บอกสิ :05:
บอกก่อนเวลาตั้งนาน ทำงาน5โมมงเย็น โทรไปบอกตั้งกะก่อนเที่ยงอีก :05:
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 30 ส.ค. 2011, 15:41 น.
(ยุ)เปิดที่เซ็นทรัลพระราม 9 เลยยยยยยย
ไม่มีเซ็นทรัลนี้แล้วครับ
เปลี่ยนเป็น โรบินสัน
อ้าว เห็นขึ้นป้ายเซนทรัล ไม่ใช่เหรอครับ?
เดี๋ยวนะ นี่ตรงข้ามฟอจูนนะ
หมายถึง รร ลุงโอ๋ไม่มีที่เซ็นทรัลนี้แล้วรึเปล่า :56:
หมายถึงตรงข้ามฟอร์จูนนั่นแหละ มันจะเป็นโรบินสันจ้ะ
ถามแล้วมาเล่าให้อ่านด้วยนะครับ โคตรงงเลย อยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนได้ไง :08:
คห. 11 ฮะ
http://www.pantip.com/cafe/woman/topic/Q10799015/Q10799015.html (http://www.pantip.com/cafe/woman/topic/Q10799015/Q10799015.html)
ถ้าแบบนี้ก็เหมือนกับ tops ที่อยู่ใน central ลาดพร้าวนั้นแหละครับ
แค่ย้ายจากโรบินสันรัชดา ที่หมดสัญญาเช่าที่ ไปรวมกับที่ตึกเซนทรัลพระรามเก้า
โดยตัวห้างข้างนอกก็คือเซนทรัลพระรามเก้านี่แหละครับ แต่มีโรบินสันเกาะอยู่ข้างในอีกที
อ้างคำพูดจาก: ปรัชญา นิรันดร์กุล เมื่อ 30 ส.ค. 2011, 23:12 น.
ถามแล้วมาเล่าให้อ่านด้วยนะครับ โคตรงงเลย อยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนได้ไง :08:
หัวจดหมายยังส่งมาเป็น เซ็นทรัลอยู่เลย :01:
ตอนนี้แค่ลุ้นว่า มันจะเอาเซ็นทรัลมาแปะที่ตึกไหม
ถ้าไม่แปะเลยนี่ งานหนักหน่อย
คือตัวห้างจะลดเกรดลงทันที ถึงเขาจะบอกว่าหรูก็เถอะ
7 ชั้น บวกชั้นใต้ดิน มีทางเชื่อมเข้า mrt โดยตรง
น้องอิ่ม....เรื่องป่วยนี่ลองมองอย่างนี้
1. ก็คนมันป่วยใครจะไปรู้ล่วงหน้า ไม่ได้ตั้งใจจะป่วยนี่
2. ชิบหายล่ะ โทรมาบอกกระทันหันอย่างนี้ ตูจะหาใครมาทำแทน คือในแต่ละวันคนจัดชิฟเขาจะต้องจัดสรรคนให้พอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป
เพราะถ้ามากไปหมายถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะกระทบมากหากร้านนั้นมียอดขายไม่ดี
ถ้าจัดคนน้อยไปกว่าหน้าที่งานทั้งหมดที่มี งานจะมากกว่าคน กลายเป็นภาระให้คนที่ไปทำงาน นั่นแปลว่าคนทำงานจะเหนื่อยมากกว่าปกติ ส่งผลให้งานที่ทำอาจทำออกมาไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นส่วนของการบริการลูกค้า การจัดการภายในร้าน หรือการเตรียมของ
ทีนี้เราควรทำยังไงล่ะ?
1. รีบบอกพี่เขาเมื่อเรารู้ว่าต้องลา
2. หาคนสำรองไว้ให้เขาเลย
ถ้าทำอย่างนี้มันเหมือนแสดงความรับผิดชอบของเราออกมาส่วนหนึ่งด้วยนะ
เวลาพูดก็บอกพี่เขาประมาณว่า "พี่คะ อิ่มไม่สบาย วันนี้ไปทำงานไม่ไหวจริงๆ พี่พอมีคนทำแทนรึป่าว...ถ้าไม่มีอิ่มให้เพื่อนคนนี้ไปแทนดีมั้ยคะ"
ถ้าพี่เขามีคนในสต๊อกก็จะบอกออกมาเองว่า "ไม่เป็นไรพี่พอมีคนสำรอง"
แนวๆนี้นะ
หมายเหตุ
เจ้าของร้านไม่มีคำว่าลา ไม่มีคำว่าป่วย ไม่มีคำว่าหยุดนะ
สิ่งที่พี่เป็นอยู่ทุกวันนี้คือ
:33: ตัวเอง วีคหน้า น่าจะว่างวันไหนป่าว จะได้หยุดตรงกัน
:31: วันพุธน่าจะได้ ไม่มีเรียนด้วย
:33: โอเคงั้นวันพุธหยุดไปเดินเล่นกันเนอะ
พอถึงวันพุธก็จะกลายเป็นว่า
:33: ตัวเอง....เค้าไม่ว่างแล้วอ้ะ เด็กลากระทันหัน :05: วีคนี้ทำ7วันอีกแล้ว เช้าเย็นด้วย แงๆ :05:
มันจะวนลูปอย่างนี้เรื่อยไป จริงๆนะ :59:
ตารางทำงานวีคนี้ก็
จันทร์ : เช้าทำโอนเงิน ตกเย็นต่อร้านอาหาร (11โมงถึง 5ทุ่ม)
อังคาร : เช้าทำโอนเงิน ตกเย็นต่อร้านอาหาร (11โมงถึง 5ทุ่ม)
พุธ : ----ว่าง(ถ้าไม่มีงานเข้ากระทันหัน)---- ในวันว่างก็ต้องเคลียร์บัญชี จ่ายค่าของต่างๆ รวมถึงทำธุระจุกจิกอย่างอื่นด้วย
เช่นว่า พรุ่งนี้จะมีช่างมาซ่อมห้องน้ำ, ทำTake Menuตัวใหม่, ทำartworkโฆษณาตัวใหม่, ทำความสะอาดบ้าน
[หมายเหตุว่า : ถ้าร้านโอนเงินยุ่งก็ต้องเหาะไปช่วยในทันที]
พฤหัส : เช้าทำโอนเงิน ตกเย็นต่อร้านอาหาร (11โมงถึง 5ทุ่ม)
ศุกร์ : เช้าทำโอนเงิน ตกเย็นต่อร้านอาหาร (11โมงถึง 5ทุ่ม)
เสาร์ : ทำร้านอาหารเช้า-เย็น
อาทิตย์ : ทำร้านอาหารเช้า-เย็น
ชีวิตกรรมกรมาก :59:
ไปบ่นต่อที่จู๋1500 5000ดีกว่า
ของผมจะอยู่ตรงเอ็ดดูเคชั่นโซน
เลยพวกเจ็ดชั้นนั้นไปอีก
แต่ค่าเช่าโคตรพ่อโคตรแม่แพงเลยครับ :05:
ผมว่ามันแปะตราเซ็นทรัลชัวร์ครับ แต่ส่วนดีพาร์ทเม้นสโตร์เป็นโรบินสันเท่านั้นเอง
ยากที่เซ็นทรัลจะเสี่ยงเอาโรบินสันมาเป็นธง อะครับ ดูจากที่ทุ่มลงทุนไปหลายหมื่นล้านในช่วงไม่กี่ปีนี่ ยังไงก็ชูตราเซ็นทรัลนะ
ข่าวตอนนี้มันบอกว่าจะไม่แปะเลยนะ
แต่ผมอยากให้เป็นแบบที่บวบบอกแหละ
แปะๆ ไปเห๊อะ เนอะๆ ภาพพจน์ดีกว่าเยอะเลย
ขอให้เป็นCentralเหอะ เค้าอยากเดินCentral
ซื้อLPNตรงนั้นเพราะหวังว่าจะมีCentralนี่แหละ
คอนโดผุดเพียบเลยนะเส้นพระราม9
พรุ่งนี้คุยได้ผลยังไงจะมาเล่าสู่กันฟัง
ถ้าเขาจะบอกเหตุผลนะ หลักๆ ไปคุยค่าเช่ามากกว่า
กรณีนี้เหมือนกับที่เชียงใหม่นี่แหละครับ
ชื่อ เซนทรัลแอร์พอร์ท แต่ข้างในเป็นโรบินสัน เซนทรัลตัวจริงอยู่ที่กาดสวนแก้ว :37:
เหมือนจะเคยถามใครสักคนแล้วได้ความมาว่า การทำแบบนี้ เป็นนโยบายการขยายอาณาจักรไปก่อน
สักพักอาจจะอัพเกรดเป็นเซนทรัล หรือไม่ก็แล้วแต่ทิศทางการตลาดต่อไป
ที่เค้ายังไม่ทำเป็นเซนทรัลเลย เพราะอาจจะแย่งลูกค้า กับเซนทรัลลาดพร้าว
เพราะเซนทรัลลาดพร้าวเค้าลงทุนจะให้เป็นจุดแลนด์มาร์คของฝั่งนี้เลย ถ้าทำที่รัชดาทับอีก
มันจะไม่ส่งเสริมกันนะครับ อาจจะให้เลือกว่า ถ้าไม่เยอะก็ไปโรบินสันซะ ถ้าเยอะ ก็ไปลาดพร้าว ประมาณนี้
อีกอย่าง แบรนด์ที่ลงในห้างเซนทรัลเลย กับโรบินสันเลย มันก็ต่างกันนะครับ อาจจะเป็นการกระจายสินค้าอีกทางด้วย
ฟังชื่อว่าเป็นเซนทรัล มันก็น่าไปเดินกว่าชื่อตึกโรบินสัน ใช่มั๊ยครับ :56:
สรุป ลูกสาวป่วยผมเลยต้องอยู่กะเขา
ให้เมียไปประชุมแทน แต่ได้ความยังไง
จะมาเล่าให้ฟัง ไอ้โรบินสัน กะเซ็นทรัล
ไม่คิดเล้ยว่าจะมีผลกะการทำงานของเรา :26:
ตัวผมเองไม่มีผลเท่าไหร่ โรงเรียนผมเปิดที่ไหนก็ได้
แต่พันธมิตรธุรกิจ เขารู้สึกกันว่า ถ้าเป็นโรบินสัน
ก็ไม่น่ามาโขกค่าเช่ามากมายนัก
คนข้างมรเขาบอก ว่ามันมีสัญญาบางอย่าง
ตอนที่กลุ่มเซ็นทรัลซื้อ โรบินสัน มาด้วยนะครับ
ว่าต้องขยายเติบโตกี่สาขา อาจจะมีผลในการวางแผนการเติบโตก็ได้
ก็ดูกันไป
พูดถึง งาน เงิน ความหวัง อนาคต สักหน่อย
งาน ตอนนี้โรงเรียนผมค่อยๆ เติบโต เป็นไปในทิศทางบวก
มีคนเยอะไปหมดเลย บอกว่าผมดวงดี โชคดี
ก็คงเป็นแบบที่เขาบอกแหละ ครับ แต่โชคและดวง
ก็คงต้องมีอย่างอื่นประกอบด้วย
ปลายปีนี้ ไม่เกินต้นปีหน้า ก็จะเปิดสาขาที่พระราม9
ไม่รู้ว่ามันเป็นโรบินสันหรือเซ็นทรัล แต่ยังไงก็เปิด
แล้วมีการเจรจากับ บ หนังสือยักษใหญ่ไปด้วย แต่ไม่รู้จะออกมาในรูปแบบไหน
อาจจะคอยฝึกอบรมครู หรือเปิดสอนศิลปะไปกับเขา โดยใช้แบรนด์เขา
หรือเราจะเปิดในชื่อเราควบคู่กับเขาเลย วันพฤหัสว่าจะนัดคุยครั้งแรก
พอมีงานเยอะขึ้น เริ่มประชุมมากขึ้น ชักเข้าใจละ
ว่าทำไมผู้บริหารถึงขยันประชุมกันนัก
หนังสือ ฮาจะเกร็ง อยู่ได้สบาย ยอดขายสวยงาม
ไม่น่ากังวลอะไรแล้ว ยังอยากได้คนเขียนการ์ตูนเยอะๆ อยู่นะครับ
แต่หนังสือเล่มนี้มีข้อจำกัด เพราะมีคาแรคเตอร์บังคับ
ใครอยากมีชื่อเสียงน่าจะลองเขียนนะ ผ่านไปยี่สิบปี
อาจจะเป็นเหมือนพี่ ต่าย ขายหัวเราะ ก็ได้ :22:
เงิน มีใช้สบายมือมากกว่าเดิม ซื้อบ้านหลังโตไว้ให้ลูกได้
ตอนทำงานเป็นพนักงานบริษัท ไม่เคยคิดว่าจะทำได้
ความหวัง ชีวิตผมไม่ค่อยตั้งความหวังอะไรมากมาย
คงเพราะกลัวผิดหวังนั่นแหละ ก็เป็นค่อยๆ เติบโตไปตามวิธีวิถีของตัวเอง
หวังคร่าวๆ ว่าอยากเปิดโรงเรียนที่สอนด้วย วิถีศิลปะ (เขามีวิถีพุทธ มีโรงเรียนสร้างเด็กเก่งแล้ว)
เราคิดว่าถ้าโณงเรียนทั้งโรงเรียน ใช้ศิลปะนำวิชาอื่นมันน่าจะได้และได้ดี
ความฝันส่วนนี้ขยายออกมาเอง จากที่คิดว่าจะเปิดโรงเรียนแบบออกวุฒิได้ เช่น ปวช ปวส ปตรี
ทำมูลนิธิ โรงเรียนผมออกสอนและแนะแนวเด็กๆ ต่างจังหวัดกันตลอด
เลยคิดว่า ถ้าทำเป็นมูลนิธิได้คงดี แต่คงเป็นอนาคตอีกไกลๆ แต่คุยฝันนี้
ไว้กับคนที่พอมีกำลังมีเงินและมีความหวังในการทำอะไรแบบนี้ด้วยกันไว้แล้ว
อนาคต ก็ขยายโรงเรียนต่อไป มีครอบครัวดี มีรายได้ตามสมควร
ผมพอใจแล้ว จริงๆ พอใจชีวิตแต่ละช่วงมาตลอดนั่นแหละ
ผมว่าไม่ใช่แค่โชคกับดวงเท่านั้นหรอกครับ
น่าจะตัวของพี่โอ๋เองบวกกับครอบครัวด้วย :12:
ถามพี่โอ๋หน่อยครับ เปิดโรงเรียนแบบนี้เขาจะต้องมีสอบวิชาชีพอะไรมั้ยครับ
กำลังคิดจะเปิดโรงเรียนสอนถ่ายรูปอยู่ครับ :46:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 31 ส.ค. 2011, 10:32 น.
ถามพี่โอ๋หน่อยครับ เปิดโรงเรียนแบบนี้เขาจะต้องมีสอบวิชาชีพอะไรมั้ยครับ
กำลังคิดจะเปิดโรงเรียนสอนถ่ายรูปอยู่ครับ :46:
ถ้าใช้คำว่าโรงเรียน หรือ สถาบัน ผู้รับใบอนุญาติต้องมีใบประกอบวิชาชีพครูครับ
สมมติ ถ้าอู๋ จะเปิดก็เปิดได้เลยครับ แล้วระหว่างนั้นก็ยื่นจดหลักสูตรไปที่กระทรวง
โดยหาเพื่อนหรือคนรู้จักที่มีใบครู มาเป็นผู้จดก็ได้ครับ
การทำหลักสูตร เขาจะมีฟอร์มคร่าวๆ ให้ที่กระทรวงนั่นแหละ (รายละเอียดตรงนี้เมียผมทำ ผมเลยไม่รู้)
ครูผู้สอน ตามกฏเขาต้องใช้ครูที่มีใบประกอบวิชาชีพอยู่ในโรงเรียนกี่คน ก็ตามขนาดโรงเรียน
ส่วนผู้เชี่ยวชาญที่ไม่มีใบครู ก็ใช้เป็นวิทยากร ครับ
แต่ถ้าเปิดสอนแล้วไม่จด ก็เปิดได้เลยมั้ง เหมือนตามตึกแถว
เบิ้ล โรงเรียนไม่เสียภาษีนะครับ :22:
ขอบคุณครับ :46:
กำลังจะเปิดคล้ายๆ net design แปลว่าอาจจะต้องมีคนที่จบครู จบครูนี้สายไหนก็ได้เหรอครับ
ทำโรงเรียนสอนกินเหล้าดีกว่า ภาษีไม่เสีย :47:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 31 ส.ค. 2011, 11:06 น.
ขอบคุณครับ :46:
กำลังจะเปิดคล้ายๆ net design แปลว่าอาจจะต้องมีคนที่จบครู จบครูนี้สายไหนก็ได้เหรอครับ
ถ้าจะจดให้ถูกต้องจริงๆ ต้องมีครูที่มีใบครู และอยู่ในอาชีพครูมากี่ปี อะไรแบบนี้ด้วยนะ
แต่ net design ลองถาม อ.เกศดู เรื่องสายงานนี่ผมไม่ทราบเหมือนกัน ของผมจบครูศิลปะกัน
แทบทุกคนเลย
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 31 ส.ค. 2011, 11:07 น.
ทำโรงเรียนสอนกินเหล้าดีกว่า ภาษีไม่เสีย :47:
ของแบบนี้ต้องลองจ้ะ
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 31 ส.ค. 2011, 11:07 น.
ทำโรงเรียนสอนกินเหล้าดีกว่า ภาษีไม่เสีย :47:
มีวิทยากรรึยัง :47:
มันจะมีนะ อาชีพชิมเกล้า สามารถสอนได้
เข้าใจว่าพี่ร่มนี่ไม่ได้สอนชิมสิพี่.. สอนกิน สอนโกหกเมีย สอนหลบด่าน อะไรงี้แหงมเลย 47:
ผมก็ว่างั้น ฮาๆๆ
ดูท่าอนาคตจะสอใสนะนี่ :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 31 ส.ค. 2011, 11:18 น.
เข้าใจว่าพี่ร่มนี่ไม่ได้สอนชิมสิพี่.. สอนกิน สอนโกหกเมีย สอนหลบด่าน อะไรงี้แหงมเลย 47:
ใครทำสำเร็จมาสอนตูหน่อยสิ :05:
อ้างคำพูดจาก: นักศิลปะ เมื่อ 31 ส.ค. 2011, 09:07 น.
พูดถึง งาน เงิน ความหวัง อนาคต สักหน่อย
หนังสือ ฮาจะเกร็ง อยู่ได้สบาย ยอดขายสวยงาม
ไม่น่ากังวลอะไรแล้ว ยังอยากได้คนเขียนการ์ตูนเยอะๆ อยู่นะครับ
แต่หนังสือเล่มนี้มีข้อจำกัด เพราะมีคาแรคเตอร์บังคับ
ใครอยากมีชื่อเสียงน่าจะลองเขียนนะ ผ่านไปยี่สิบปี
อาจจะเป็นเหมือนพี่ ต่าย ขายหัวเราะ ก็ได้ :22:
ฮาจะเกร็งสมัครไงอ่ะอยกาเขียนบ้าง
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 31 ส.ค. 2011, 11:06 น.
ขอบคุณครับ :46:
กำลังจะเปิดคล้ายๆ net design แปลว่าอาจจะต้องมีคนที่จบครู จบครูนี้สายไหนก็ได้เหรอครับ
ครับ เหมือนว่าที่นีเ่ปนสถานศึกษาจะต้องการคนมีใบประกอบถือไว้ ครับ ไม่สนเอกครับเอกไรก็ได้
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 31 ส.ค. 2011, 11:28 น.
ใครทำสำเร็จมาสอนตูหน่อยสิ :05:
พี่แถวบ้านใช้วิธีหย่ากับเมียพี่ :12: ตอนนี้แกเลยได้นั่งกินเหล้าทุกวัน
ชะงัด :12:
อ้างคำพูดจาก: ครูย้งงง เมื่อ 31 ส.ค. 2011, 12:04 น.
ฮาจะเกร็งสมัครไงอ่ะอยกาเขียนบ้าง
ส่งผลงานมานี่ จมล ผม นี่แหละ
วาด วิลลี่ เปิ้ล หอย เป็นการ์ตูนมาก่อนนะครับ
เบิ้ลอีก
ผลการประชุมกลับมาถึงบ้าน
แล้วครับ สรุปแล้วมีโลโกเซ็นทรัลพระราม9 แปะหน้าห้างครับ
ด้านในบริหารงานโดยโรบินสัน
โรงเรียนอยู่ชั้น 11 ครับ
ชั้น 11 :03:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 31 ส.ค. 2011, 13:43 น.
ชั้น 11 :03:
ตัวห้างมีเจ็ดชั้นครับ
ผมอยู่โซนการศึกษา มันต้องขึ้นไปอีก
แสดงว่าตึกเดียวกะสนง.เหรอครับ?
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 31 ส.ค. 2011, 14:25 น.
แสดงว่าตึกเดียวกะสนง.เหรอครับ?
ตึกเดียวกะ สนง หรือ บางแห้งก้เป็นตึกเช่าให้ บ อื่นๆ เช่านะครับ
แต่ที่นี่ทางเซ็นทรัลจะไม่ทำตึกสูงมาก เหมือนที่ แจ้งฯ หรือ ที่อื่นๆ
คงเกี่ยวกะสัญญาเช่าที่นะครับ
จะชั้นไหนก็ไปง่ายนะครับ ขึ้นลิฟต์ทีเดียวถึงละ :30:
ลิฟต์กดยากด้วยนะ
ปุ่มมันฝืดเหรอครับ :47:
:22:
:30: แอนหาเรื่องให้ผมโดยต่อยนะ ดีนะที่ลบออกแล้ว ไม่มีหลักฐาน :30:
:30: :30:
อู๋ เปิดสอนแบบยังไม่จดไปก่อนดีกว่า
ถ้าจดจะเสียเวลามานั่งทำเอกสาร
สอนไปทำไปพร้อมกันได้เลยครับ
สมมติเวลาเขามาขอตรวจ ก็บอกได้ว่ากำลังยื่นขอจด
ผมว่าพี่โอ๋น่าจะชินแล้วนะ :30:
ชักงง ชินอะไรเหรอ
ระหว่างรอจดแปลว่าต้องเสียภาษีใช่มั้ยครับ
พอดีมีคนรู้จักก็เปิดเป็นสถาบัน คือเขาไม่มีวุฒิครูเลยเปิดเป็นแบบนั้นแทน
หมายถึงชินที่ผมกวนตีน :37:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 31 ส.ค. 2011, 21:27 น.
ระหว่างรอจดแปลว่าต้องเสียภาษีใช่มั้ยครับ
พอดีมีคนรู้จักก็เปิดเป็นสถาบัน คือเขาไม่มีวุฒิครูเลยเปิดเป็นแบบนั้นแทน
ทำงานเกี่ยวกับการศึกษารัฐบาลยกเว้นภาษีนะครับ
แต่ภาษีรายได้เราต้องเสียนะครับ
เมื่อซักครู่นี้ มีรุ่นพี่เสนองานให้ไปทำงานแนวๆ เป็นฝ่ายประสานงาน ติดต่อต่างประเทศ
จัดซื้อ ลูกค้าสัมพันธ์ เท่าที่ฟัง งานอาจจะดูหลากหลาย... แต่หลักๆ คือติดต่อน่ะล่ะค่ะ
สุดจะตรงสายที่เคยสนใจอยากทำเลย ประเภทสบายๆ เจอคนเยอะๆ คุย ใช้ภาษา
ถ้าเข้าไปทำนะแม่คุณเอ้ยยยยยย ต้องทบทวน ไทย อังกฤษ ดัชท์ ฝรั่งเศส เยอรมัน ได้ใช้ครบชัวร์ :30:
แต่ไม่รู้ที่บ้านจะว่างยังไงมั่ง (เพราะเค้าก็อยากให้ช่วยงานที่บ้านด้วย)
แต่คิดว่าม๊าคงแบบ.. อยากทำอะไรก็ไปทำไป สุดท้ายหล่อนก็มาตายรังอะไรงี้ :30:
// ไปๆ มาๆ นี่ยังไม่จบดี ทำไมงานมันมาเยอะจัง... (แต่ก็ไม่อยากทำเพราะกลัวเสียการเรียน)
กลัวๆ อยู่ว่าถึงเวลาเรียนจบจะยังมีงานมาหาอย่างนี้อีกไหมเนี่ย เรียนจบไม่มีงานนี่แย่เลย :05:
หมั่นไส้ :11:
อยากทำอะไร ทำไปเถอะ เดี๋ยวแก่มาจะเปลี่ยนงานยาก เว้นแต่เปิดกิจการตัวเอง :30: :30:
สุดท้ายหร่อนก็จะมาตายรัง!
มาอัพเดตบ้าง
ช่วงหลังมานี้ ได้วาดภาพบ่อยขึ้น เยอะขึ้นเรื่อยๆ จนจับทางตัวเอง และหาสไตล์ให้ตัวเองได้
จนเริ่มไปเข้าตานิตยสารหัวนึงอยู่ และได้ส่งงานไปลงคอลัมน์เล็กๆก่อน แต่ยังไม่ทันได้ตีพิมพ์
เขาก็ติดต่อกลับมาอีกรอบ เชิญไปลงอีกคอลัมน์นึง
ซึ่งใหญ่กว่าเดิม คล้ายๆว่าจะเป็นฉบับภาพประกอบ
ทีนี้ จะมีคนเห็นงานเรามากขึ้นแล้ว ดีใจจัง :53:
ลุ้นอนาคตในเส้นทางสายนี้ต่อไป
เป็นกำลังใจให้ปลั๊กเสมอนะจ๊ะ :56:
เลิศอะ :40:
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 06 ก.ย. 2011, 20:29 น.
มาอัพเดตบ้าง
ช่วงหลังมานี้ ได้วาดภาพบ่อยขึ้น เยอะขึ้นเรื่อยๆ จนจับทางตัวเอง และหาสไตล์ให้ตัวเองได้
จนเริ่มไปเข้าตานิตยสารหัวนึงอยู่ และได้ส่งงานไปลงคอลัมน์เล็กๆก่อน แต่ยังไม่ทันได้ตีพิมพ์
เขาก็ติดต่อกลับมาอีกรอบ เชิญไปลงอีกคอลัมน์นึง
ซึ่งใหญ่กว่าเดิม คล้ายๆว่าจะเป็นฉบับภาพประกอบ
ทีนี้ จะมีคนเห็นงานเรามากขึ้นแล้ว ดีใจจัง :53:
ลุ้นอนาคตในเส้นทางสายนี้ต่อไป
ออกแล้วบอกด้วยเน้อ :25:
ปล.แฟนพี่ก็อยากเป็นนักวาดภาพประกอบเหมือนกัน
เย่ สอบผ่าน กพ ภาค ก แล้วจ้ะห์
สอบปีแรก ผ่านแบบงงๆ (เหมือนนังแบงกุเลย :59:)
รู้แต่ว่ามันต้องมีสอบภาค ข ภาค ค ต่อไปอีก แต่ต้องรอว่าเค้าจะเปิดรับสมัครเมื่อไหร่
ตอนนี้ก็มีทางให้เดินอีกทางนึงเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังต้องหาอาชีพรองรับตัวเองไปก่อนว่าจะทำอะไรใช้หนี้เก่า
หวังไว้ว่าถ้ารัฐบาลขึ้นเงินเดือนให้ ป.ตรีเป็นหมื่นห้า คนคงแย่งกันเข้าราชการมากขึ้นล่ะ
อ้างคำพูดจาก: ฟิ้งซ์ เมื่อ 07 ก.ย. 2011, 09:35 น.
เย่ สอบผ่าน กพ ภาค ก แล้วจ้ะห์
สอบปีแรก ผ่านแบบงงๆ (เหมือนนังแบงกุเลย :59:)
รู้แต่ว่ามันต้องมีสอบภาค ข ภาค ค ต่อไปอีก แต่ต้องรอว่าเค้าจะเปิดรับสมัครเมื่อไหร่
ตอนนี้ก็มีทางให้เดินอีกทางนึงเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังต้องหาอาชีพรองรับตัวเองไปก่อนว่าจะทำอะไรใช้หนี้เก่า
หวังไว้ว่าถ้ารัฐบาลขึ้นเงินเดือนให้ ป.ตรีเป็นหมื่นห้า คนคงแย่งกันเข้าราชการมากขึ้นล่ะ
ผ่านด้วยคน :30:
ผ่านมาแบบงง ๆ ไม่ได้ติว ไม่ได้อ่านอะไรไปก่อนสอบเลย กะสมัครไว้เล่น ๆ เพราะเพื่อนชวน :47:
(แต่ไอ้คนชวนดันไม่ไปสอบ) :08:
วันสอบนี่หัวทองเข้าไปสอบเลย :30:
เห็นคนอื่นๆที่มาสอบแล้วย้อนมองตัวเองแบบว่า
นี่ตูกะจะเป็นราชการจริงๆเหรอวะ :59:
ครบสามเดือนจะเปลี่ยนงานแล้วเรอะ :59:
ได้เงินแล้ว :05:
ก้อนแรก หลังจากที่มาทั้งหมด
ได้มา $80 (ชั่วโมงละ 10)
จากนั้นก็ดีใจ ลั๊ลลา ซื้อกับข้าวมากินบ้าน (ไม่ทำแล้วโว้ย :07:)
ไปจ่ายตลาด
กลับมา ไอ่ 80 นั่น หมดเกลี้ยงเลย :05:
ชีวิตก็จะเริ่มวนลูปล่ะอิ่ม
เรียน ทำงาน ได้เงิน ช้อป เอ้า...เงินหมดก็ ทำงานๆ แล้วก็ช้อป :30:
เงินที่ได้มันพอดีกับรายจ่ายเกินไป
วันนี้ดีใจมีเงินเลยถอยกล้วยมากิน มีความสุขมาก
คิดในทางที่ดีดีกว่าติดลบนะ :3005:
ช่วงแรกก็อดทนหน่อย
พี่ใช้เวลาประมาณ3เดือนถึงจะเข้าที่เข้าทางพอมีเงินเหลือเก็บน่ะ
เพราะช่วงแรกๆเรายังทำงานไม่เก่ง ก็ได้ชิฟน้อย ค่าแรงน้อย
พอเราทำงานคล่อง ค่าตัวเพิ่ม เรียนน้อยลงทำงานเยอะขึ้น ก็มีเงินเก็บเยอะขึ้น
2ปีมานี้ไม่ได้จ่ายค่าเรียนแพงๆ แถมไปเรียนแบบชิวๆ เรียนๆโดดๆ :30:
เลยมีเงินเก็บเป็นกอบเป็นกำขึ้นมา
อิ่มเน้นเรียนเป็นหลักพี่ว่าทำงานพอได้ค่าขนมแบ่งเบาภาระทางบ้านก็พอเนอะ
ทำงานเยอะเดี๋ยวจะเสียการเรียนซะก่อน เหมือนพี่ไง :30:
พูดถึงเรื่องเรียนแล้วรู้สึกเหมือนกลืนน้ำลายตัวเอง ตั้งใจจะเรียนอย่างจริงจังทีไร ไปไม่รอดทุกที :30:
ที่ไปลงเรียนภาษา(เรียนฟรี) เรียนไปได้เดือนเศษก็เลิกเรียน เหตุเพราะมีงานเข้าตลอด
ปีนี้เป็นปีทองของการทำงานหาเงินจริงๆ รู้สึกว่าตัวเองปั๊มเงินได้เร็วมากเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้
สิ้นปีที่แล้วบอกแฟนว่า 1ปีจะเก็บให้ได้ซักหมื่นเหรียญ จะเอาไปซื้อรถมินิ
ตอนนี้พอมีเงินกลับเสียดายเงิน เอาไปฝากแบงค์กินดอกดีกว่า ดอกสวย 6.15% แหนะ
(งกขึ้นมาทันที :30: )
แพลนว่าจะอยู่ออสต่ออีกซักปีเศษๆ พอได้ซิตีเซ่นก็จะหอบเงินกลับไปทำธุรกิจที่ไทยล่ะ
มีแต่คนด่าว่าได้ซิตีเซ่นแล้วจะกลับไทยทำไม...ของอย่างนี้มันนานาจิตตังน่ะ
ตอนนี้ว่างอยู่ เพิ่งสอบ กพ เสร็จ รอใบรับรองก็อีกตั้งเดือนกว่าๆ
ทางครอบครัวอยากให้ศึกษาเพิ่มเติมเรื่องคอมพิวเตอร์หรือเรื่องที่เกี่ยวข้อง
เผื่อเอาไปต่อยอดในงาน หรืออย่างน้อยก็จะได้มีความรู้เอาไว้ใช้ทำโน่นนี่นั่นเอง
ซึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับพวกเน็ตเวิร์ค หรือไม่ก็เรื่องที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต
สอบถามครับ
ถ้าเราอยากเรียนเกี่ยวกับพวกเว็บโปรแกรมมิ่งอะไรพวกนี้เราต้องศึกษาเรื่องอะไรบ้างครับ
ไม่รู้จะหาที่เรียนที่ไหนที่ใกล้ๆ แปดริ้วได้บ้าง ถ้าห้างที่ใกล้สุดนี่ก็ไม่พ้นแฟชั่น ไอส์แลนด์
แต่ก็ไม่มีสถาบัน netdesign ที่จานเกศเคยไปทำงาน ไม่รู้มีสถาบันอื่นหรือเปล่า
ใครพอจะแนะนำได้ว่าควรไปเรียนที่ไหน และเรียนเรื่องอะไรบ้างครับ :46:
เพื่อนที่ร้านบอกอิ่มโคดซวย
มาทำปุ๊ป เจ้าของร้านบินกลับไทย :30:
เลยต้องเป็นเทรนนิ่งไปอีกซํกเดือน
แต่เป็นเทรนนิ่งก็ดีนะ แบบว่าพอทำผิด คนก็ไม่ด่า :30:
ลูกค้าแบบเห็นอกเห็นใจ :30: :30:
ว่าแล้วก็เตรียมตัวไปทำงาน :05:
ฉลองด้วยการซื้อกล้วยกิน :51:
อ้างคำพูดจาก: ฟิ้งซ์ เมื่อ 09 ก.ย. 2011, 12:38 น.
ตอนนี้ว่างอยู่ เพิ่งสอบ กพ เสร็จ รอใบรับรองก็อีกตั้งเดือนกว่าๆ
ทางครอบครัวอยากให้ศึกษาเพิ่มเติมเรื่องคอมพิวเตอร์หรือเรื่องที่เกี่ยวข้อง
เผื่อเอาไปต่อยอดในงาน หรืออย่างน้อยก็จะได้มีความรู้เอาไว้ใช้ทำโน่นนี่นั่นเอง
ซึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับพวกเน็ตเวิร์ค หรือไม่ก็เรื่องที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต
สอบถามครับ
ถ้าเราอยากเรียนเกี่ยวกับพวกเว็บโปรแกรมมิ่งอะไรพวกนี้เราต้องศึกษาเรื่องอะไรบ้างครับ
ไม่รู้จะหาที่เรียนที่ไหนที่ใกล้ๆ แปดริ้วได้บ้าง ถ้าห้างที่ใกล้สุดนี่ก็ไม่พ้นแฟชั่น ไอส์แลนด์
แต่ก็ไม่มีสถาบัน netdesign ที่จานเกศเคยไปทำงาน ไม่รู้มีสถาบันอื่นหรือเปล่า
ใครพอจะแนะนำได้ว่าควรไปเรียนที่ไหน และเรียนเรื่องอะไรบ้างครับ :46:
สาขาพาราไดซ์ไม่ใกล้หรอคะ :25:
ไม่รู้ว่าอยากเรียนเกี่ยวกับอะไร แต่ถ้าสนใจพวก asp c# c++ และสารพัดตระกูลไมโครซอฟท์
เกศมีเพื่อนอาจารย์ที่รับสอนแบบตัวต่อตัวนะคะ ถ้าสนใจจะถามให้ แต่เค้าสอนแถวสยามแหละ ใช้นัดวันที่สะดวกแล้วคิดเป็นชั่วโมงเอา
หรือถ้าสนใจ php ก็มีเพื่อนอีกเหมือนกันแหละ 555
ลองดูค่ะ ถ้าสนใจยังไงก็บอกเน่อ จะลองติดต่อให้ค่ะ
ถ้าสนใจเอ เอก็มีเพื่อนนะครับ :47:
พาราไดซ์อยู่ไหนอ่ะ เคยไปแต่แฟชั่นไอส์แลนด์กับเดอะมอลล์บางกะปิ
โลตัสบางกะปิ (ตรงข้ามมอบางกะปิ) ก็มีเน็ตดีไซน์นะ :33:
อ๋อ ตรงนั้นเอง เดี๋ยวว่างจะขับไปดูจ้ะ
ยังไม่แน่ใจว่าจะเรียนอะไรเลย เคยเรียนภาษาซี แต่จำไม่ได้แล้วว่าเรียนซีอะไรมาจากมหา'ลัย
ถ้าที่เค้าใช้กันทั่วไปนี่เค้าเรียนอะไรกันล่ะครับ แบบว่าไม่รู้เรื่องวงการเขียนโปรแกรมเลย
อยากเรียนอะ เพื่อนจารย์เกศ ชาย หรือหญิงอะครับ
มันก็แล้วแต่ว่าอยากเอาแนวไหนอะค่ะ
เอาแบบพื้นฐาน ปูตั้งแต่รากให้แน่นๆ หรือเอาแบบเรียนลัดเป็นเร็วใช้งานได้เร็ว ไรงี้
ส่วนเพื่อนเกศมีแต่ผู้ชายจ้ะ :27:
อ้างคำพูดจาก: ☼ เกศซิล่า ☼ เมื่อ 09 ก.ย. 2011, 17:17 น.
ส่วนเพื่อนเกศมีแต่ผู้ชายจ้ะ :27:
(http://www.f0nt.com/forum/index.php?action=dlattach;attach=27356;type=avatar)
อัพเดทชีวิตตัวเองนิดนึง
เมื่อเย็นที่ผ่านมา เพิ่งประกาศผลผ่านทางหน้าเว็บการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ว่า...สอบติดแล้วครับ :40:
สรุปว่า สอบการไฟฟ้าไป 3 ครั้ง
ครั้งแรก ผ่านข้อเขียน ตกสัมภาษณ์
ครั้งที่สอง ตกตั้งแต่รอบข้อเขียน
ครั้งที่สาม สอบกากะบาทความรู้รอบตัว ภาษาอังกฤษ คณิต ภาษาไทย - สอบข้อเขียนบัญชี - สอบความถนัดคอมพิวเตอร์ - จนถึงผ่านรอบสัมภาษณ์ แล้วก็ได้ในที่สุด
จังหวะที่ประกาศผลผ่านทางหน้าเว็บ คือปรกติเข้าไปดูทุกวันแหละว่า เมื่อไหร่จะประกาศ
เย็นที่ผ่านมา นึกครึ้มไรไม่รู้ โฉบเข้าไปดู
อ้าว หน้าเว็บมันมี Pop up ประกาศเปลี่ยนไป
มันขึ้นเป็นประกาศผล
ใจก็ตุ้มๆ ต่อมๆ หัวใจเต้นรัวมาก
พอคลิกเปิดไฟล์ ดันเป็น acrobat ที่ทำงานเน็ตดันช้าอีก
กว่าจะโหลดเสร็จ ก็ดันไม่กล้าเปิดไฟล์ดูอีก กลัวไม่มีชื่อตัวเอง :30:
พอตัดใจเปิดไฟล์มา เลื่อนลงมาตรงประกาศผล
ดันไม่มีชื่อตัวเองจริงๆ :07: :07: :07:
ป่าวครับ จริงๆ คือ ดูของจังหวัดอื่น ไม่ได้ดูจังหวัดชลบุรี :08:
ทำเอาตกใจหมด
พอเลื่อนลงมาเห็นหัวข้อ พนักงานบัญชี จังหวัดชลบุรี
ใจลั่นเป็นกลองรบอีกครั้ง
14 เอา 7 ตายเป็นตาย :30:
แล้วก็มีชื่อติดเป็นอันดับที่ 5 :27:
เอวัง ชีวิตพนักงานบริษัท พนังานโรงงานฝรั่ง จบที่ พนักงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้า :40:
ยินดีด้วยครับ :12:
:12: ยินดีด้วยจ้าา
ทำงานการไฟฟ้า สวัสดิการนี่ ได้ใช้ไฟฟ้าฟรีป่ะ
ได้ไฟฟรีนี่โคตรเจ๋งเลย
ยินดีด้วยฮะ :12:
ลุ้นแทบตาย ยินดีด้วยจ้า :25:
ไฟไม่ได้ใช้ฟรีครับ
จ่ายเหมือนคนทั่วไป
แต่มีเงินเหมือนช่วยค่าไฟให้
มันก็คล้ายๆ มีเงินให้เรามาจ่ายค่าไฟ เพิ่มเติมจากเงินเดือนนั่นแหละ :30:
ขอบคุณครับทุกคน :40:
ทีนี้การไฟฟ้าไม่ต้องใช้รถเครนแล้ว :25:
จะใช้การเอื้อมมือไปซ่อมไฟฟ้าแทน :53:
ไม่ใช่แล้ว :07: :07:
ยินดีด้วยจ้า :25:
ออย ได้เป็นเสาไฟฟ้าแล้ว
เย้ ดีใจด้วย
ยินดีด้วยครับพี่ออย :25:
ไว้โอกาสดี ๆ จะมาอัพเดทชีวิตตัวเองบ้าง ... ช่วงนี้รู้สึกว่าชีวิตตัวเองกากจริง ๆ :05:
ทีนี้ได้นั่งรถไฟฟ้าทุกวันแน่ แฮ่ :02:
กลับเข้าเมืองเหรอทีนี้ :30:
ยินดีด้วยนะบักออย :40:
ป่าวพี่บวบ นั่งรถไฟฟ้า คันสีส้มๆ แทน :30:
อ้อออ :30:
ดีใจด้วยครับ ไฟฟ้า ประปา ถ้าเข้าไปได้ล่ะก็ สบายมากๆ เลย
เย้ พี่คนโตของตูก็เป็น Hotline ที่เพชรบุรีเหมือนกัน :27:
รอวันพุธหน้าไปรายงานตัว
แล้วถึงจะรู้ว่าไปประจำอยู่ตรงไหนของภาคตะวันออก
ขอให้ได้ลงชลบุรี อย่างน้อยก็ใกล้บ้านที่สุด
ถ้าไปตก ระยอง จันทบุรี ตราด โอ้ว มีเฮ :3005:
ขอให้พี่ออยโชคดีค่ะ :40:
ขอบใจจ๊ะ :40:
ออยทำให้นึกถึงเรื่องนี้ :30: :30:
trailer การไฟฟ้ามาหานะเธอ (http://www.youtube.com/watch?v=YhvnvyQn3E0#)
ยินดีด้วย :30: :30:
:25: :25: เย้ๆ
พี่ออยยินดีด้วยจ้า :25:
ในที่สุดก็สำเร็จ น่าชื่นใจเนอะ :22:
อีกหน่อยคงได้แต่งชุดเหมือนในหนังเหมือนที่ลุงร่มมาแปะแหงม :30:
ดีใจด้วยนะออย .. รอมานานเลยนี่เนาะ ต่อไปก็สู้ๆ ล่ะ :12:
BIG CHANGE ครับ
เรื่องของเรื่องก็คือผมกำลังจะย้ายงานสิ้นเดือนนี้ :42:
งานที่ทำอยู่คือคิดสูตรอาหารให้บริษัทผลิตอาหารส่งออกต่างประเทศ
งานปีที่ 1-3 เป็นอะไรที่สุดยอด ความรู้สึกคือสนุกมาก งานหนักแต่ท้าทาย
งานปีที่ 4-5 ปรับตำแหน่งเป็น ผจก. แผนก เป็นเรื่องของการบริหารทีมงาน ช่วยกันคิด ออกแบบ
ปีที่เบื่อ 6-8 ปรับตำแหน่งเป็นผู้บริหาร เป็นเรื่องของการตรวจเอกสาร ประชุม อบรม ...... :39:
ที่ตัดสินใจย้ายจากที่ทำงานเก่าเนื่องจากปีที่ 6-8 นี่แหละ เนื้องานมันไม่สนุก ไม่บู๊และไม่มัน (จริงๆ นะ)
โอกาสหนึ่งก็เดินเข้ามามี head hunter โทรมาทาบทามให้ไปทำงานที่บริษัทหนึ่ง คือ XXXXX
ตำแหน่งคือเป็นคนคิดสูตรอาหารแมว XXXXX ส่งออกต่างประเทศ การสัมภาษณ์งานยากมาก มีสองรอบ
รอบแรกสัมภาษณ์ปกติ รอบสองเป็นการทำ WORKSHOP ให้โจทย์มาให้เวลา 2 ชั่วโมงคิด ทำ Presentation
ช่วงบ่ายนำเสนอผู้บริหาร กรรมการที่คัดเลือกเป็นฝรั่ง 3 ท่าน คนไทย 5 ท่าน ภาษาอังกฤษล้วน
ผ่านไปได้ด้วยดี ที่ใหม่เงินมากขึ้นจากที่เดิม 20K ทำงาน 5 วัน สวัสดิการดีมากเท่าๆกับบริษัทฝรั่งทั่วไป
ผมเพิ่งจะไปตัดชุดฟอร์มและเซ็นต์สัญญากะที่ใหม่ และยื่นใบลาออกเรียบร้อย รออนุมัติ
กำหนดการย้ายงานคือ 23 กันยายน 11 ปลายเดือนนี้แหละ
ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ไปดูหอ จองหอ โอเคทุกอย่าง
สามปีก่อนถ้าใครจำได้ผมไปฝึกงานที่อังกฤษมา ที่บริษัทสาขาประเทศอังกฤษ
บริษัทที่เคยไปฝึกงานนี้ มี DIRECTOR เป็นคนอังกฤษ 5 คน ถือหุ้นคนละ 8.5 % ส่วนที่เหลือเป็นของไทย
เค้ามีแผนการเปิดบริษัทลูกที่สาขาไทย ในช่วงก่อนสิ้นปี 2011 และในแผนของเค้ามีผมนั่งอยู่ในทีมที่เค้า SET ขึ้นด้วย
เรื่องของเรื่องคือ เค้าส่งรายละเอียดมาที่หัวหน้าของผมแล้วเมื่อ 5 เดือนก่อน... แต่ที่แย่คือ หัวหน้าผมลืมบอกผม
พอผมลาออกปุ๊บ เค้าทราบเรื่อง เค้าก็งง สรุปคือเค้าต้องการนัดผมคุย อยากดึงตัวกลับมาทำงานให้เค้าอย่างที่วางแผนเอาไว้
เสนอ PACKAGE มาก้อนหนึ่ง มากโข หร้อมค่าน้ำมัน และรถประจำตำแหน่ง และตำแหน่งที่เสนอมาให้คือ GM
ลักษณะงานน่าสนุก คือต้องบินไป UK ชิมอาหารที่ขายในตลาด ทำข้อมูลทางการตลาด
ดิวกับทีมในไทย เพื่อให้ทำสินค้าได้ตรงกับใจลูกค้ามากขึ้น
ความรับผิดชอบไนไทยนอกจากจะทำสินค้า อาหารแช่แข็งจากเนื้อไก่แล้ว จะต้องดูคลุมไปถึงกุ้ง ติมซำ และปลาด้วย
ตอนนี้ผมไม่คิดอะไรนะ คิดแค่ว่าน่าสนใจ เพราะวันวันนึงคงจะได้กินอะไรอร่อยหลายอย่าง
ทำงาน 5 วัน อยู่ กทม. บินไปกลับอังกฤษบ้างประปรายแล้วแต่โอกาส
เรื่องทั้งหมดตั้งแต่ที่ผมเริ่มไปสัมภาษณ์กับที่ทำงานใหม่จนถึงวันนี้ นับรวมกันแล้วก็ 25 วันพอดี
บางครั้งโอกาสดีๆ มันก็เข้ามาในชีวิตพร้อมกันแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเหมือนกันนะ
มีคำตอบหนึ่งจาก Director .....ผมถามเค้าไปว่า ทำไมจึงต้องเป็นผม ทำไมไม่เป็นคนอื่น เค้าบอกผมว่า
"มีคนบอกผมให้ประกาศหา Candidate ใน website เพื่อจะได้มีตัวเลือกมาขึ้นเหมือนกัน ซึ่งอันที่จริง ผมมีคนที่ใช่ในใจแล้วซึ่งก็คือคุณ นี่คือเหตุผลหนึ่ง อีกเหตุผลหลักเกิดขึ้นหลังจากที่เค้าไปคุยกับทีมงานในประเทศอังกฤษ คนอังกฤษทุกคนไม่เห็นด้วยที่จะรับพนักงานซึ่งเป็นคนไทย โดยให้เหตุผลว่ารับมาก็ไม่ได้ช่วยอะไร เค้าเลยพูดกับทีมงานว่า แล้วถ้าคนที่จะรับมาเป็นตั้มล่ะ เห็นว่าอย่างไร ....ผลก็คือ ทุกคนจากที่คัดค้าน เปลี่ยนมาเห็นด้วย และสนับสนุน"
ขอบคุณแม่ เตี่ย ที่สอนมาให้เป็นคนมี attitude ที่ดีไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์แย่แค่ไหนก็ตาม :46:
***
เดือนหน้าต้องหาหอพักใน กทม. แล้ว ทำงานที่ OFFICE แถวๆโรบินสันรัชดา
ท่านใดมีที่พักสะอาดดีแนะนำ ช่วยหน่อยนะ งบ 3500-5000 บาท
โอ้ว เจ๋งมาก :12: :12: :12:
ยินดีด้วยนะครับ
ขอบคุณครับพี่อ๋าห์
ผมจะไปเป็น FOOD DESIGNER ระดับประเทศละนะครับ :46:
อ้างคำพูดจาก: Ah! เมื่อ 18 ก.ย. 2011, 17:38 น.
โอ้ว เจ๋งมาก :12: :12: :12:
ยินดีด้วยนะครับ
:25:
:12: สุดยอดเลย
ว่างๆ แวะไปกินด้วยนะครับ ผมผ่านรัชดาทุกวันทำงาน :25:
เจ๋งไปเลยครับ :25:
มีงานถ่ายอาหารส่งมาให้น้องบ้างมั้ยคับ :3005:
โอ้ววววว โอกาสในชีวิตจะมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เราต้องพร้อมรับเสมอเนอะ :12:
ปล. ผมอยากไปทำที่ mars มากเลย เหตุผลเพราะอยู่ปากช่องชิวๆ และได้ทำงานที่ตัวเองชอบ
อ้างคำพูดจาก: Ah! เมื่อ 18 ก.ย. 2011, 17:38 น.
โอ้ว เจ๋งมาก :12: :12: :12:
ยินดีด้วยนะครับ
ยินดีด้วยมากๆ ครับ :25:
อ้างคำพูดจาก: สมเจี้ยม เมื่อ 18 ก.ย. 2011, 19:26 น.
โอ้ววววว โอกาสในชีวิตจะมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เราต้องพร้อมรับเสมอเนอะ :12:
ปล. ผมอยากไปทำที่ mars มากเลย เหตุผลเพราะอยู่ปากช่องชิวๆ และได้ทำงานที่ตัวเองชอบ
เสียดายเหมือนกันครับ ผ่านฉลุยทุกอย่างแล้วด้วย แต่ต้อง cancel ไปเพื่อสิ่งที่เป็นตัวเองมากกว่า
ยินดีด้วยครับ :25:
มา UK เมื่อไหร่ ถ้าพอจะมีเวลาว่าง
อย่าลืมบอก เผื่อจะไปกินข้าวด้วยกันนะครับ
งานเลิศอ่ะ :25:
ได้ทำในสิ่งที่ชอบ ไปได้เมืองนอก :25:
ขอให้โชคดี มีความสุขนะคะ :22:
โห อ่านแล้วโคตรฮึกเหิมเลยครับ :07:
โอ้วววว :07: :07: :07:
พี่ตั้มเจ๋งอ้ะ :25:
เจ๋งมาก ยินดีด้วยค่ะ
โรบินสันรัชดา ใกล้บ้านเลย :25:
ถ้ามีโอกาสอยากเจอตัวเป็นๆซักที
เรารู้สึกว่าคุณเป็นคนที่เจ๋งมาก :12:
เจ๋งตรงมีคนยอมรับในคุณค่านี่แหละ :12:
จริงๆ ตูก็ชอบงานเรื่องอาหารนะ ดังนั้นช่วยมีชีวิตส่วนนี้ด้วย มีอะไรให้ช่วยคิด ช่วยชิมก็บอกน้า :30:
ดึงเมียตูไปร่วมงานด้วยนะ มีพอร์ตเยอะ
ในครัวทั้งจนทั้งกากน่ะนะ :30:
:25: ยินดีด้วยค่ะ เจ๋งไปเลย
ยินดีด้วยครับ :25: :25: :25:
ฟังแล้วเท่จัง :25:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 18 ก.ย. 2011, 20:51 น.
ดึงเมียตูไปร่วมงานด้วยนะ มีพอร์ตเยอะ
ในกระจู๋นั้นจริงๆคืออาหารแมวเหรอ :30:
เท่โพดอะพี่ตั้ม :25:
แล้วอีกบ.นึงที่ไปเซ็นสัญญาไว้แล้วเขาว่าไงมั่งอะครับพี่?
ปล.ป้าแป้งก็อยู่แถวนั้นนะฮะ อาจจะแนะนำเรื่องหอได้ :27:
ดีใจด้วย เป็นอาชีพที่เจ๋งเนอะ
ปล.ตกลงให้ไปร่วมงานด้วยจริงเหรอ :30:
:12: เจ๋งมาก
รู้สึกดีที่รอบๆ ตัวมีแต่คนเจ๋งๆ :25:
ครม.อนุมัติบ้านหลังแรก 5 ล้านลดภาษีได้ 5 แสน
http://news.sanook.com/1056794-%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A1.%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81-5-%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-5-%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%99.html (http://news.sanook.com/1056794-%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A1.%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81-5-%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-5-%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%99.html)
อ่านไม่เข้าใจอะ หมายถึงยังไง
ขอแปะที่จู๋นี้ละกันนะ
:58:
สมมุตินะครับ สมมุติ
ซื้อบ้าน 3 ล้าน
ลดภาษีได้ 3 แสน ซอยย่อยออกเป็น 5 ปี เหลือปีละ 60,000
ถ้ามีรายได้รวมทั้งปี 1 ล้านบาท หักโน่นนี่นั่นตามที่หักกันทั่วไปหมดแล้ว เหลือรายได้สุทธิ 800,000
หักลดหย่อน (http://www.rd.go.th/publish/557.0.html)อันนี้ได้อีก 60,000 เหลือรายได้สุทธิ 740,000
แล้วค่อยเอายอดนี้ไปคำนวนภาษี :58:
สรุป
- จ่ายภาษีปีนั้นลดลง 450 บาท (อันนี้เลขสมมุติมั่วๆ นะครับ)
- SC Asset ขายได้เยอะขึ้น 120%
- นโยบาย พท. เจ๋ง (เพราะเห็นแต่ตัวเลข 5 แสน)
นโยบายยังกะโปรโมชั่นมือถือจริงๆ
ของรถก็คิดแบบนี้เหมือนกันใช่ไหมพี่
:01: :01: :01:
ซวยแล้วดิ เกิดมาก็มีบ้านแล้วอะ คงหมดสิทธิ์ :58:
พี่เจน ผมโง่
ขออีกทีแบบเด็กอนุบาลอ่าน
:37:
อ้างคำพูดจาก: โก้ เมื่อ 20 ก.ย. 2011, 16:25 น.
พี่เจน ผมโง่
ขออีกทีแบบเด็กอนุบาลอ่าน
:37:
(http://img3.f0nt.com/20/d54e6af9c2155762d74ca261f7616f49.jpg)
ประมาณนี้รึเปล่าอะพี่เจน
(http://img3.f0nt.com/20/8790098b375dbca3034749c0741c790a.jpg)
:25: :25:
น่าจะประมาณนั้นแหละ(มั้ง) :30:
:30: พี่เจนแม่ง
ลบพี่เจ๊นนนน
:30: :30:
ดูตารางพี่แอ้แล้วยังไม่เข้าใจอยู่ดี :05:
เอิ่ม.. ตารางนั่นก็จำลองมาจากการคิดภาษีปกติของมนุษย์เงินเดือน
จากนี้อะจ้ะ
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,5046.msg1514483.html#msg1514483 (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,5046.msg1514483.html#msg1514483)
คืองี้ นโยบายมันฟังเหมือนกับว่า ถ้าซื้อบ้าน สามล้านบาท ฉันจะได้เงินคืน สามแสน เป็นส่วนลดกันอย่างนี้เลย
แต่พี่เจนย่อยให้ฟังว่า สามแสนน่ะเอามาลดหย่ีอนภาษี ซึ่งถ้าเงินเดือนไม่เฉียดห้าหมื่นบาทต่อเดือน ก็จะเข้าเกณฑ์ภาษี ๑๐%
ลดหย่อนเฉลี่ยออกไป ๕ ปี = ปีละ ๖๐,๐๐๐ บาท ก็ยังไม่ใช่ได้เงินหกหมื่นเข้ากระเป๋าอีก
แต่เอาหกหมื่นเนี้ย ไปหักออกจากรายได้ สุดท้ายเหลือรายได้สุทธิ (รายรับหักรายจ่ายทั้งปี) เอามาคิด ๑๐% เป็นค่าภาษี
สรุปว่าจะได้ลดหย่อนส่วนที่เป็นค่าบ้าน จากปกติ คิดเป็นเงินจริงๆ ๖,๐๐๐ บาท/ปี ตามทันปะ
(ทั้งนี้ทั้ืงนั้น นโยบายเนี้ย พี่ยังไม่ได้อ่านของจริงนะ คิดตัวเลขจากพี่เจนจ้า)
นโยบายก็ตามนี้ :37:
ผิดพลาดยังไงก็โทษพี่โก้ :30:
อ้างคำพูดจาก: โก้ เมื่อ 20 ก.ย. 2011, 15:49 น.
ครม.อนุมัติบ้านหลังแรก 5 ล้านลดภาษีได้ 5 แสน
http://news.sanook.com/1056794-%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A1.%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81-5-%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-5-%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%99.html (http://news.sanook.com/1056794-%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A1.%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81-5-%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-5-%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%99.html)
อ่านไม่เข้าใจอะ หมายถึงยังไง
ขอแปะที่จู๋นี้ละกันนะ
:58:
ตอนแรกขี้เกียจอ่าน :30:
อ่านละ โอเคตามพี่เจนว่านั่นแหละ :17:
น้อยกว่าที่โฆษณาตั้งสิบเท่า การตลาดเป็นเลิศ :30:
ถามค่ะ :56:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 20 ก.ย. 2011, 17:03 น.
ประมาณนี้รึเปล่าอะพี่เจน
(http://img3.f0nt.com/20/8790098b375dbca3034749c0741c790a.jpg)
คิดภาษี 10 % นี่มันต้องเป็นขั้นบรรไดเปล่าคะ
คือเงินได้ 231000 ต่อปี
ถ้า 0-150,000 บาทแรกไม่เสียภาษี (สมมตินะ จำไม่ได้อ้ะ)
150,001-200,000 เสีย 10 % (สมมตินะ )
ฉะนั้นภาษีที่ต้องเสีย คือ 10 % ของ (231,000-150,000) เท่ากับเสียภาษี 8100
ประมาณนั้นแหละครับ
เท่ากะว่ายิ่งรายได้น้อยยิ่งลดได้น้อย แถมยิ่งรายได้เยอะก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่
ส่วนต่างจะเกิดกะคนที่รายได้คร่อมอยู่พอดี
ทำไมต้องรายได้มากกว่า 20,000
ทำไมต้องเป็นบ้านใหม่เท่านั้น
เง็งๆ :59:
http://www.scasset.com (http://www.scasset.com) :37:
อ้างคำพูดจาก: ☼ แอนมินิ ☼ เมื่อ 21 ก.ย. 2011, 22:55 น.
ถามค่ะ :56:คิดภาษี 10 % นี่มันต้องเป็นขั้นบรรไดเปล่าคะ
คือเงินได้ 231000 ต่อปี
ถ้า 0-150,000 บาทแรกไม่เสียภาษี (สมมตินะ จำไม่ได้อ้ะ)
150,001-200,000 เสีย 10 % (สมมตินะ )
ฉะนั้นภาษีที่ต้องเสีย คือ 10 % ของ (231,000-150,000) เท่ากับเสียภาษี 8100
จริงๆ ด้วย ของพี่ผิดเองแหละ
http://www.rd.go.th/publish/1780.0.html (http://www.rd.go.th/publish/1780.0.html)
สรุปคือ 500000(max) นี่หาร 5 ปี
แล้วเอาไปหักจากเงินได้ของปีนั้น แล้วค่อยคิดภาษี ถูกป่ะ
เป็นนโยบายสำหรับคนรวยใช่มั้ยครับ :52:
จริง เพราะถ้าไม่ได้กำลังจะโดดฐานภาษี เงินที่ได้ก็ไม่ได้เยอะอะไร
ถ้าสมมติเงินได้สุทธิเป็น ๕๑๐,๐๐๐ (เงินเดือนราวๆ ห้าหมื่น) แล้วจะโดนภาษี ๒๐% = ๑๐๒,๐๐๐
สมมติว่าซื้อบ้านสามล้าน ได้ลดหย่อนมาอีก ๖๐,๐๐๐ ตกเกณฑ์ ภาษีเหลือแค่ ๑๐% = ๔๕,๐๐๐ ถ้ากรณีนี้ก็ลดได้เยอะทีเดียว
ส่วนคนที่เกณฑ์ ไม่เกินแสนห้า น่าจะใช้นโยบายนี้ไม่ได้เยอะนักหรอกมั้ง
เงินเดือนจะอยู่ราวๆ ไม่เกินหมื่นแปด น่าจะกู้บ้านได้วงเงินไม่เยอะ (เผลอๆ จะไม่ได้เลยด้วยซ้ำ)
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 18 ก.ย. 2011, 19:49 น.
ยินดีด้วยครับ :25:
มา UK เมื่อไหร่ ถ้าพอจะมีเวลาว่าง
อย่าลืมบอก เผื่อจะไปกินข้าวด้วยกันนะครับ
ลุง..เท่าที่ผมคุยกับบอสน่าจะบินไปช่วงปลาย NOV ถึงต้นปีหน้า ประมาณนี้นะ
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 19 ก.ย. 2011, 09:30 น.
เท่โพดอะพี่ตั้ม :25:
แล้วอีกบ.นึงที่ไปเซ็นสัญญาไว้แล้วเขาว่าไงมั่งอะครับพี่?
ปล.ป้าแป้งก็อยู่แถวนั้นนะฮะ อาจจะแนะนำเรื่องหอได้ :27:
เท่าที่พี่อ่านสัญญาก่อนเซ็นต์ ไม่มีรายละเอียดอะไรระบุนะ ถ้าเราไม่ไปเริ่มงานกับเค้าจะเป็นอะไร แต่ถ้าเริ่มงานกับเค้าแล้ว ในกรณีต้องการลาออก ต้องแจ้งก่อนล่วงหน้า 1 เดือน เรียกได้ว่า ถ้าไปวันแรกก็ยื่นเอกสารลาออกเลย.....แล้วจะไปเพื่อออออ !!!
แล้วโทรไปบอกเขาป่าว เดี๋ยวรอแย่เลย :30:
ไม่รู้โพสตรงนี้ถูกที่มั้ย
คือเดือนมีนานี้นัดก็จะเรียนจบคอมไซน์
ที่ทำงานส่วนใหญ่ก็จะรับเด็กจบใหม่เป็นล็อตๆ คือทุกเมษา
ปัญหคือนัดอยากไป work & t ซักครั้ง
แบบมันโอกาสครั้งนึงในชีวิตเลยอ้ะ ไปเป็นแรงงานราคาถูกที่ต่างประเทศ อยากไป :16a:
แต่ถ้ามันจะหางานไม่ได้จริงๆ ก็คงเลือกงานก่อนอยู่ดี
ถ้างานนอกฤดูมันหายากรึเปล่าครับ :44: แบบเริ่มกรกกฎา หรือกลางมิถุ
ไม่คิดว่ามันจะเป็นฤดูชัดเจนไรขนาดนั้นนะ :30:
สมัคร sysadmin สิครับ งานมีแต่ไม่มีคนสมัคร :3005:
เรียนจบแล้วสมัคร w&t ไม่ได้นะ รู้สึก :37:
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 25 ก.ย. 2011, 22:44 น.
สมัคร sysadmin สิครับ งานมีแต่ไม่มีคนสมัคร :3005:
sysadmin ทำอะไรมั่งอ่ะพี่ไอซ์ :25:
ตอนนี้เป็น Helpdesk ควบพัฒนา Tool มีความรู้สึกเหมือนมานั่งง่อยไปวัน ๆ วันละ 9 ชั่วโมงครึ่ง อึดอัดมาก :05a: :05a: :05a:
- linux server (LAMP)
- web server (apache / lighttpd / nginx / ...) config
- database server (mysql)
- php configuration & troubleshooting (ไม่ได้เขียนนะ แต่ต้องอ่าน error log เป็น)
- network devices configuration (เจอหลายรุ่นมาก มีตั้งแต่ dlink 3com cisco foundry brocade draytek)
- มี coding นิดๆ หน่อยๆ ขำๆ ไว้ช่วยงาน
- อ่าน paper ไปวันๆ
:30:
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 26 ก.ย. 2011, 01:04 น.
- linux server (LAMP)
- web server (apache / lighttpd / nginx / ...) config
- database server (mysql)
- php configuration & troubleshooting (ไม่ได้เขียนนะ แต่ต้องอ่าน error log เป็น)
- network devices configuration (เจอหลายรุ่นมาก มีตั้งแต่ dlink 3com cisco foundry brocade draytek)
- มี coding นิดๆ หน่อยๆ ขำๆ ไว้ช่วยงาน
- อ่าน paper ไปวันๆ
ด้านที่ผมอ่อน ๆ ทั้งนั้นเลย :3005:
แต่อ่าน paper ไปวัน ๆ แล้วไปเข้าห้องน้ำกับไปกินข้าวเองได้ก็โอเคน้า :05a: :05a:
นัดจะจบแล้วหรอ T-T ไม่รอกันเลย
เรามาจบพร้อมกันนะ :51:
:59:
ตลอด :30:
อึ๊ซซซซซ อั้นอยู่ จะจบยางงงงงงงงง :25:
แว้กกกก :30:
โคตรเหี้ย :30:
พี่อู๋ก็ออกรอยเตอร์แล้วแฮะ ยังเหลือใครอยู่ในนั้นเปล่าอะ?
สงสัยเรื่องที่ว่าไล่ QA ออกยกแผง 60 คนนี่ยังไงกันหว่า
โดนรังสีบลูมสเบิร์กแผ่ใส่น่ะ
แฟนอยู่รอยเตอร์เล่าให้ฟังจ้ะ
เค้าเพิ่งประกาศมา effective ภายในวันศุกร์ บางทีมภายในก็วันนี้
รู้สึกว่าดราม่ากันชุดใหญ่ ร้องไห้ฟูมฟายทีเดียว
มีรุ่นพี่ตกงานกับล็อตนี้เหมือนกัน :16:
แล้วคือ เพื่อนเพิ่งไปสมัคร intern เป็น software tester
สัมภาษณ์ไปอาทิตย์ที่แล้ว ตอนนี้มันเลยเสียวหลังวาบ เพราะกะจะเอาที่นี่เลย ไม่สมัครที่อื่นแล้ว :30:
ทำงานสายคอมก็แบบนี้แหละครับ
ทำได้สักสามสี่ปี เขาก็เตรียมให้ออกแล้ว
เพราะเงินเดือนเริ่มแพง
รอรับเด็กจบใหม่ๆ มาดีกว่า เพดานเงินเดือนน้อยกว่า
แถมไฟแรงกว่าด้วย
ซึ่งเด็กพวกนี้อีกสามสี่ปีข้างหน้า
เขาก็เตรียมให้ออกเหมือนกันเป็นวัฎจักร
บางคนมัวแต่ทำงานให้บริษัทหามรุ่งหามค่ำ
แต่ลืมศึกษาเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงตลอด
หรือไม่ได้ศึกษาวิชาการด้านคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ จากโลกภายนอก
พอโดนให้ออก ไปสมัครงานที่ใหม่
เจอ job description นี่ถึงกับมึนเลยนะ
หรือไปเด็กรุ่นใหม่ๆ ไฟแรงๆ ก็สู้ไม่ได้แล้ว
อย่างเพื่อนตูทำงานเมนเฟรมมาตลอดชีวิตการทำงาน
พอบริษัทดาวน์ไซด์ซิ่ง เลิกใช้เมนเฟรม
ต้องภาวนาอยู่ทุกคืน อย่าให้บริษัทปลดออก
เพราะถ้าปลดออก แทบจะไปสมัครงานใหม่ที่ไหนไม่ได้เลย
อย่างที่เคยเล่าให้ฟัง ทำงานสายคอมพิวเตอร์ประสบการณ์มากสุด
ก็คือไม่เกินสี่ปี เพราะประสบการณ์ที่เก่ากว่านั้นมันก็ล้าสมัยไปแล้ว :37:
ใครที่กำลังจะจบสาขาคอมพิวเตอร์
ก็ยินดีต้อนรับเข้าสู่วงการหมาล่าเนื้อนะครับ
หยุดวิ่งเมื่อไหร่ หยุดหิวกระหายความรู้เมื่อไหร่
ก็โดนคลื่นลูกหลังกลืนแน่ๆ :37:
กรี๊ดดดดดด เพิ่งเปลี่ยนเมเจอร์มาเรียนคอมไซน์ จากไฟแนนซ์ :3005:
ทำสายไฟแนนซ์ ประสบการณ์สิบปี
คือสิบปีจริงๆ บวกความอาวุโสนะครับ :37:
ถ้าเป็น Financial Controller บริษัทมหาชน
เงินเดือนไม่ต่ำกว่าแสนอยู่แล้ว
แล้วถ้าบริษัทขาดทุน หรือเจ๊ง
จะเป็นแผนกสุดท้ายที่จะโดนเลย์ออฟ
เพราะต้องทำงบ ทำรายงาน
ก่อนปิดบริษัท :30:
รายงานสดจากรอยเตอร์
แฟนบอกว่า บรรยากาศมาคุมากกกกกกกกกกก
:25: ย้ายมา สย เลย
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 05 ต.ค. 2011, 08:06 น.
ทำสายไฟแนนซ์ ประสบการณ์สิบปี
คือสิบปีจริงๆ บวกความอาวุโสนะครับ :37:
ถ้าเป็น Financial Controller บริษัทมหาชน
เงินเดือนไม่ต่ำกว่าแสนอยู่แล้ว
แล้วถ้าบริษัทขาดทุน หรือเจ๊ง
จะเป็นแผนกสุดท้ายที่จะโดนเลย์ออฟ
เพราะต้องทำงบ ทำรายงาน
ก่อนปิดบริษัท :30:
งานพวก Finance Accounting Market บางที่ก็ชิลเลยนะ :27:
:3005:
ที่จริง.. อยากเรียนคอมตั้งแต่แรกแล้ว
แต่เนื่องด้วยความกลัวฟิสิกส์เข้าเส้น + เรียนตามใจมาม๊า
เลยเรียนไฟแนนซ์ แล้วไมเนอร์คอมไซน์เอา :37:
มันมาพลิกก็ตอนที่ไมเนอร์ แล้วต้องสอนโปรแกรมมิ่งเด็กเมเจอร์เนี่ยแหละ
เพื่อนเลยบอกว่า ย้ายมาคอมไซน์มา :59:
+ อาจารย์บอกว่ากลัวอะไร ฟิสิกส์สองตัวเอง อย่าให้มันมีผลต่ออนาคตเราสิ
:37:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 05 ต.ค. 2011, 08:06 น.
ทำสายไฟแนนซ์ ประสบการณ์สิบปี
คือสิบปีจริงๆ บวกความอาวุโสนะครับ :37:
ถ้าเป็น Financial Controller บริษัทมหาชน
เงินเดือนไม่ต่ำกว่าแสนอยู่แล้ว
แล้วถ้าบริษัทขาดทุน หรือเจ๊ง
จะเป็นแผนกสุดท้ายที่จะโดนเลย์ออฟ
เพราะต้องทำงบ ทำรายงาน
ก่อนปิดบริษัท :30:
เห็นด้วยเลย.. ตอนรับสมัครตำแหน่งนี้ผ่านเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่
วันแรกเงินเดือนต่ำสุดที่เรียกมาคือ 98k :59:
อ้างคำพูดจาก: MintJi เมื่อ 05 ต.ค. 2011, 18:35 น.
:3005:
ที่จริง.. อยากเรียนคอมตั้งแต่แรกแล้ว
แต่เนื่องด้วยความกลัวฟิสิกส์เข้าเส้น + เรียนตามใจมาม๊า
เลยเรียนไฟแนนซ์ แล้วไมเนอร์คอมไซน์เอา :37:
มันมาพลิกก็ตอนที่ไมเนอร์ แล้วต้องสอนโปรแกรมมิ่งเด็กเมเจอร์เนี่ยแหละ
เพื่อนเลยบอกว่า ย้ายมาคอมไซน์มา :59:
+ อาจารย์บอกว่ากลัวอะไร ฟิสิกส์สองตัวเอง อย่าให้มันมีผลต่ออนาคตเราสิ
:37:
ของงี้แล้วแต่ดวงด้วย เราอยู่ในวงการแล้วนี่ ก็ต้องสู้ต่อไป :05:
//
แต่รอยเตอร์ที่ปลดนี่ น่าจะไม่ใช่ปลดคนเก่า รับเด็กใหม่นะ เห็นว่าจะเปลี่ยน development life cycle เป็น agile ตัวไหนซักตัวที่จิกหัว developer มาทำ test แทนได้
ก็ให้ออกง่ายๆ เลยเนี่ยนะ เสียดายคนง่ะ -*-
น่าจะให้ย้ายตำแหน่งได้ไรงี้
นั่นสิ จริงๆ ต่อให้เป็น TDD ยังไง tester ก็จำเป็นนะ
เค้าคงอยากลดงบประมาณละมั้ง แต่ dev ตาเหลือกกันแน่ ทำเทสเอง :05:
คือ เค้าบอกว่า ถ้าเทียบปริมาณ QA กับบลูมสเบิร์ก (ซึ่งเป็นคู่แข่งตัวบักเอ้) แล้วเนี่ย รอยเตอร์ใช้จำนวน QA:Dev เยอะมาก
มากกว่าบลูมส์เบิร์ก 30 -50%
เค้าก็เลยตัด QA ออก แล้วก็เป็นการบังคับให้ Dev ทำงานและ test งานตัวเองด้วย
.. เผอิญว่าเพิ่งมีคนจากบลูมส์เบิร์กเข้าไปทำงานที่รอยเตอร์อ่ะ หงุหงิ
แสดงว่าเข้าไปในตน.สำคัญระดับนโยบายเลยดิ?
จำตำแหน่งไม่ได้ แต่รู้สึกว่าใหญ่เหมือนกันนะ
ตำแหน่งเมีย VP แหงๆ :59:
อะไรใหญ่ :09:
เกศพูดก็ต้องหมายถึงกะเจี๊ยวสิ :37:
อ๊ะ หิ้ง :59:
ทำงานมา 2 ปี อ่านกระจู๋นี้และคิดตามได้อย่างลึกซึ้งมาก :3005:
ย้ายมาอยู่สามย่านแล้วนะครับ \ :37:/ เฮฮาปาร์ตี้
อยากไปม่าง :25:
สามย่านสิ้นแล้ว :05:
เหยดดดดด :05:
รอเรียนจบสามคอร์สก่อน แล้วค่อยเข้ามาถามหางาน :53:
อ้างคำพูดจาก: ฟิ้งซ์ เมื่อ 06 ต.ค. 2011, 12:45 น.
รอเรียนจบสามคอร์สก่อน แล้วค่อยเข้ามาถามหางาน :53:
:25:
แล้วเดี๋ยวก็ออกกันยกแก๊งอีกป้ะ? :30:
แอนนนนนต้องตั้งบริษัทเองแล้วล่ะ :30:
ไม่ได้ๆ ตั้งเองจะลาออกยังไง :30:
ตั้งเองนี่แหละ แอนนนนนเลิกปั๊บ ไอ้ที่เหลือต่อให้ไม่อยากออก ก็ต้องออกยกทีม :30:
อ๊ะ หิ้ง :59:
เป่านกหวีด ปี๊ดดดดดด
ได้เวลาเปลี่ยนงานอีกรอบ ครับ ตอนนี้ มี สองที่ทำงาน ให้เลือก
ระหว่าง ครีเอทีฟรายการภัตตาคารบ้านทุ่ง กับ อาร์ตได บริษัท ยานสีลม
อย่างแรกอยากทำแต่เงินน้อย อย่างที่สองเทสงานผ่านสบายทำได้แบบไม่ลำบากมาก เงินเยอะ
ลังเลพอสมควร แต่ต้องเลือก ภายในวันที่ 16 นี้แล้ว :59:
เชื่อตู เอาตัวให้รอดก่อน :58:
โอเค ตามนั้นเลยครับ พรุ่งนี้ โทรนัดวันเซนสัญญาเลย :52:
อ้างคำพูดจาก: "เอ" เมื่อ 06 ต.ค. 2011, 11:46 น.
ย้ายมาอยู่สามย่านแล้วนะครับ \ :37:/ เฮฮาปาร์ตี้
อย่าให้ตูเผาเชียว :39b:
เอาเล้ย กษิรา :30:
ก่อนไปถึงขึ้นเผา
มันเอาเวลาตอนไหนมาปั่นบอร์ดวะ :39b:
ก่อนเที่ยงงั้นเรอะ :39b: :39b: :39b: :39b:
สงสัยจะยาว :30:
แว่บมาตอนจารเกศไปขี้
จัดการมันเลยเกศ เดี๋ยวสันดานมันจะเสียไปกว่านี้ :59:
มัลติทาส์กกิ้ง :59:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 06 ต.ค. 2011, 21:08 น.
ได้เวลาเปลี่ยนงานอีกรอบ ครับ ตอนนี้ มี สองที่ทำงาน ให้เลือก
ระหว่าง ครีเอทีฟรายการภัตตาคารบ้านทุ่ง กับ อาร์ตได บริษัท ยานสีลม
อย่างแรกอยากทำแต่เงินน้อย อย่างที่สองเทสงานผ่านสบายทำได้แบบไม่ลำบากมาก เงินเยอะ
ลังเลพอสมควร แต่ต้องเลือก ภายในวันที่ 16 นี้แล้ว :59:
ชอบบทบรรยายของรายการ ภัตตาคารบ้านทุ่ง แหละ เขียนคำสละสลวยดี
รู้สึกดีกว่า รายการอาหารของดารา ที่เรียกอาหารว่า "เค้า" โคตรจะขัดหู
เอ๊ะ ไม่เกี่ยวกับเรื่องงานนิเนอะ
มาอัพเดทบ้างดีกว่า
ตอนนี้กำลังเฝ้าสังเกตทำเลที่จะขายกระเป๋า มีช่วงเวลาทำการตั้งแต่ 15.00-06.00 น.
อยู่เมืองกลางคืน แค่กระเป๋ายังต้องขายตอนกลางคืน
:49:
ทอศิลป์ สาขา ท่าอิฐ ของผม
น้ำท่วมปิดยาววววววววววว
กะลังตั้งไข่แล้วเชียว :05:
น้ำท่วม เข้าไปในโรงเรียนเหรอพี่โอ๋
:52:
อ้างคำพูดจาก: Pix เมื่อ 14 ต.ค. 2011, 17:19 น.
น้ำท่วม เข้าไปในโรงเรียนเหรอพี่โอ๋
ครับ ปิดยาว
แถมที่เซ็นทรัลแจ้ง
คนเอารถมาจอดหนีน้ำเต็ม
ผู้ปกครองเข้าข้างไม่ได้
เด็กมาเรียนไมได้ สาหัสครับงานนี้
ได้แต่บ่นแหละครับ
ไม่รู้ทำไงดีเหมือนกัน
ถ้าปิดยาวงี้ต้องเลื่อนสอนไม๊คะ?
หรือปล่อยเลยไปเลย :09:
ขอให้ผ่านพ้นวิกฤตมาได้นะคะ :46:
อัพเดตตัวเองหน่อย
หลังจากทำงานที่ร้านอาหารไทยจนแทบจะสิ้นสุดความอดทนกับอิป้ามหาภัยนั่นเต็มที
ก็ร่ำๆว่าอยากลาออก (แต่ไม่รู้จะไปหางานที่ไหน)
เพราะอิ่มจะกลับไทยในอีกเดือนกว่าๆนี้แล้ว และจะต้องลายาวไปเดือนนึงเต็มๆเลย
ก็ยากที่เค้าจะเก็บไว้พิจารณา
แม่ วิล ก็บอกให้ทนๆไป อีกเดือนครึ่งเองนะ กลับมาหางานใหม่
แต่ตัวอิ่มแบบไม่อยากทำงาน ไม่อยากเจอหน้าอิป้าเลย ทำงานก็ไม่คุ้ม อาทิตย์ละ $60
ล่าสุด วิลบอกให้เอาเรซูเม่ให้เค้า เค้าจะไปส่งให้ที่โรงพยาบาลที่วิลทำงานอยู่ในบริสเบน
บอกว่า แผนกครัวเค้าคงอยากได้คนไปช่วย (เพราะกลางวันคนเยอะมากกก) :18:
ถ้าทำงาน วิลบอกทำฟูลทามได้ $1800/4 วัน :18:
คือทำงานอาทิตย์นึงนี่จ่ายค่าหอ ค่ากิน เหลือเก็บอีกตะหาก :18: :18: :18:
แต่อิ่มต้องย้ายมาอยู่บริสเบน จะได้สะดวกเวลาทำงาน
เรื่องย้ายอิ่มไ่ม่กลัวอยู่ปล้ว ปกติมีเรียนซะที่ไหน :30:
ย้ายมาบริสเบนด้วย ดีเลย ย้ายเข้าเมือง
มาเรียนอย่างเก่งก็อาทิตย์ละ 2 วัน (เทอมหน้านะ)
ปัญหาอยู่ที่เค้าจะรับรึเปล่าแค่นั้นเอง :30:
อิ่มส่งเรซูเม่ให้วิลไปแล้ว ไม่รู้วิลส่งให้ยัง
อวยพรให้ด้วยค่ะ :46:
วีซ่านักเรียนทำงานฟูลไทม์ได้ด้วยเหรอ :37:
สมัครในงานของ casual แบบวิลอ่ะค่ะ
แต่ถ้าปิดเทอมทำฟูลทามได้นะ :37:
จะได้ฝากซื้อไอโฟน :59:
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 16 ต.ค. 2011, 10:16 น.
ถ้าปิดยาวงี้ต้องเลื่อนสอนไม๊คะ?
หรือปล่อยเลยไปเลย :09:
ขอให้ผ่านพ้นวิกฤตมาได้นะคะ :46:
ชดเชยให้ครับ
แต่เซ็นทรัลเขาคิดค่าเช่าเท่าเดิม
เดือนละเป็นแสนเลย :05:
เซ็งทั่น :59:
ไม่ช่วยกันเลยอ่ะ :05:
ทำงาน วันแรก ได้ทำงานแบรนด์ใหญ่ๆ นี่กดดัน ท้าทาย สนุกดี เมื่อก่อนนานๆ ครั้ง มาที่นี่ ทั้งน้านนน เพิ่งเคยเห็นแต่ละแผนก เป็นสิบๆ คน
รู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก
มีแบรนด์แบบลิตรแล้วเหรอ :25:
มีเป็นแกลลอน ด้วยละ
จริงผมอยากด่ามาก แต่ไม่รู้จะพูดมุมไหน
เลยชมแม่มเลยครับ :05:
อ้างอิงเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ น่าจะเป็นเอกชนแห่งเดียว
ที่สละพื้นที่ตัวเองแทบทั้งหมดให้คนเอารถมาจอดหนีน้ำ
โดยไม่ห่วงผลกระทบตัวเอง #ปรบมือๆ
ทีนี้มีมองต่างมุม :22:
อ้างอิง
Nathaphon Phiromprames เคยมีคนบอกว่า เราจะรู้ว่าใครมีน้ำใจแค่ไหน ก็ตอนเราลำบากนี่แหล่ะ
เมื่อวานนี้ เวลา 11:09 น. · ถูกใจ · 1 คน
Latkwan Ant Tangsunawan เค้ายินดีหรือว่าจำใจอ่ะ พลัง(เห็นแก่ตัว)ของมวลชน บางครั้งก็เรียกร้องน้ำใจจากผู้อื่นมากเกินไปจนกลายเป็นสร้างความเดือดร้อน
เมื่อวานนี้ เวลา 12:12 น. · เฉยๆ · 1 คน
Nathaphon Phiromprames วินาทีนี้อย่าคำนึงถึง "เจตนา" เลยครับ ถือเสียว่าสำหรับคนที่กำลังทุกข์ ได้รับการหยิบยื่นอะไรมาช่วยบรรเทาทุกข์ได้ก็จำเป็นต้องรับไว้ก่่อน (ส่วนเรื่องเจตนา..ว่ากันที่หลัง) ดีกว่าคนบางจำพวกที่นอกจากไม่เคยช่วยอะไรใครแล้ว ยังสร้างความปั่นป่วนเพิ่มขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นคิดค่าจอดรถแพงๆ เก็บค่าโดยสารเรือเกินเหตุ หรือไม่เคยบริจาคอะไรเลยสักบาทเดียว.....
เมื่อวานนี้ เวลา 12:39 น. · ถูกใจ
Latkwan Ant Tangsunawan การขอรับอะไรจากผู้ให้โดยที่เขาไม่เต็มใจ ก็ไม่ต่างอะไรจากการเบียดเบียนผู้อื่นให้ได้สิ่งที่ต้องการ ความเดือดร้อนของตนสามารถเป็นข้ออ้างให้เราเบียดเบียนผู้อื่นได้? บางครั้งข่าวออกไปว่าสามารถมาจอดรถได้ฟรีโดยที่เจ้าของสถานที่ไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำไป พอคนแห่มาแล้วจอดไม่ได้ก็โดยด่า คนที่จำเป็นต้องใช้สถานที่จริงๆกลับไม่มีที่จอด สบายใจได้ที่จอดไปคนเดียวแต่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเพิ่มอีกกี่คน? เห็นแก่ตัวหรือน้ำใจ มองที่มุมใคร?
เมื่อวานนี้ เวลา 13:05 น. · เฉยๆ · 1 คน
Nathaphon Phiromprames เรื่องใดๆ ในโลกก้อเหมือน "จุด" จุดนึง ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีมุมมองหลายๆ ด้าน การเลือกที่จะมองจากมุมไหนก็คงแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน แล้วก้อปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่า จะมองเห็นไม่เหมือนกันทั้งๆ ที่มองสิ่งเดียวกันอยู่ และไม่อาจจะชี้ชัดฟันธงด้วยว่า มุมมองของใครถูก หรือผิด ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงแค่ไหน แต่นั่นก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะสำหรับตัวเราเองอาจจะไปเจอมุมที่ผิดแตกต่างกันกับคนอื่น และก้อเป็นเรื่องดีที่จะรองฟังความเห็นของคนอื่น แล้วเอามา "ตรอง" คิดดูใหม่ว่า ยังเชื่อสิ่งที่รู้สึก หรือว่าจะปรับเปลี่ยนความคิดของตัวเองไปอย่างไร........ชอบครับ ชอบฟังความคิดที่หลากหลายแบบนี้
เมื่อวานนี้ เวลา 13:10 น. · ถูกใจ
ตกงานล่ะฮ๊าฟฟฟฟฟฟ :35:
อิป้าคนเทรนส่ง sms มาบอกว่า เจ้าของบอกไม่ต้องมาทำงานละนะ
เพราะอิ่มยังทำงานตอนวันยุ่งๆไม่คล่อง :58: แล้วก็ยังมีปัญหากับที่ทำงาน (อิ่มมีปัญหาแต่กับเจ้นั่นแหล่ะ)
เค้าเลยบอกว่า อิ่มเลยไม่สามารถทำงานแบบลงตารางได้ทุกอาทิตย์ แต่ก็ได้เป็นแบ๊กอัพเวลาคนขาดนะ :56:
อิ่มเลยบอกไม่ว่า ไม่ต้องเก็บตูไว้หรอก กูลาออก!!! :07:
พรุ่งนี้โทรฟ้องบอสด้วย บอกว่าชั้นมีปัญหาก็กะอิเจ้เนี่ยแหล่ะ :07:
เล่าให้เพื่อนที่ทำงานด้วยยัง เพื่อนกรี๊ดเลย บอกว่าแล้วใครจะทำแทน? :07:
ตอนนี้สมัครงานใหม่ไปเรียบร้อย
แต่ไม่รุ้ว่าจะได้รึเปล่า :30:
:30: อย่าไปแคร์
ทุนค้าขายชั้นขายน่ะสิ :05:
อัพเดท
ตะกี้โทรไปคุยกับเจ้าของร้านมาละ
สาเหตุที่ออกก็คือ อาทิตย์ที่แล้วเพื่อนๆนัดกันไปกินข้าวที่ร้านตอนวันจันทร์
อิ่มก็เออ เลิกงานแล้วเดี๋ยวจะไปนั่งด้วย
วันอาทิตย์อิ่มจองโต๊ะให้ บอกอิป้าว่า วันจันทร์ขอเลิกทุ่มนึงนะ (จริงๆก็เลิกทุ่มน่ะแหล่ะ บอกดักไว้ก่อน)
ป้าก็เออๆ
วันจันทร์ บอกอีกรอบ ป้าก็บอกว่า โอเค เลิกทุ่มนึงได้
อิ่มก็ทำงานจนเพื่อนมา จดออเดอร์ให้ ทำทุกอย่างให้
แล้วก็มานั่งกิน (เลิกงานแล้วด้วย)
อิป้าไปฟ้องเจ้าของร้านว่า ยังไม่บอกให้เลิกทำ ก็เลิกทำซะละ :07:
บอกว่าชั้นต้องการคนช่วยนะ ทำ2คนไม่ไหวหรอก :07:
แล้วเจ้าของร้านเค้าเลยให้ป้าตัดสินใจ ป้าเลยบอกไม่เอาไว้ละ อิ่มไม่ช่วยงาน :58:
ทีตูทำเกินเวลา มาก่อน ชั้นยังไม่เคยจะทวงเวลาที่เสียไปเลย
แล้วป้าก็ไม่เคยพูดถึงด้วยนะ
อิ่มเลยบอกเจ้าของร้านไปว่า อิป้าบอกให้ออกได้ ย้ำแล้วนะ บลาบลาบลา
แต่ก็เข้าใจเจ้าของร้านว่า เค้าจะเชื่ออิป้า เพราะเค้าไม่อยู่ในเหตุการณ์
แล้วเค้าต้องฝึกให้ป้าเป็นคนตัดสินใจ
อิ่มไม่อยากเล่าอะไรมากกว่านี้ให้เจ้าของร้านฟัง เพราะเจ้าของร้านกำลังป่วย :08:
เลยพอแค่นี้ ก็หวังว่าเจอหน้าอิป้าที่ม.จะไม่เผลอตบคว่ำหน้าจูบพื้นไปซะก่อน :37:
ใครทำอะไร รุ้อยุ่แก่ใจ ปิดอะไร มีตัวเองเท่านั้นที่รู้ ก็ขอให้มันคาใจอยู่อย่างงั้นละกัน
ถ้าคิดว่าตัวเองถูก ก็คิดไป แต่ถูกจริงไม๊ ถ้ามีปัญญาก็ขอให้คิดเอง :58:
แต่ยังไงก็ไม่กลับไปทำละ สมัครงานที่อื่นละ
ฉุนมากเลย อยากตบคนเป็นครั้งแรก :58:
ไม่เล่าให้เจ้าของร้านฟังเพราะกะลังป่วย.. เกี่ยวไรวะ :58:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 19 ต.ค. 2011, 09:58 น.
ไม่เล่าให้เจ้าของร้านฟังเพราะกะลังป่วย.. เกี่ยวไรวะ :58:
เรยาไม่แคร์หรอก ถ้าเธอจะเรียกร้องอิสรภาพแต่ไม่กล้าเพราะกลัวผู้นำป่วยได้ยังไง :59: :59:
ขอพูดแรงๆ ตรงๆ ซักครั้งในชีวิตแล้วกันนะ :59:
เจ้าของร้านดักไว้ก่อนเลยว่า
"อย่าทำให้เครียดนะ ชั้นกำลังวัยทอง เดี๋ยวเหวี่ยงใส่ไม่รู้นะ!"
กลัวคนวัยทองอ่ะ :3005:
เหวี่ยงใส่ก็เหวี่ยงกลับดิไม่ได้เป็นเจ้านายตูแล้ว :47:
อ้างคำพูดจาก: "เอ" เมื่อ 19 ต.ค. 2011, 10:52 น.
เหวี่ยงใส่ก็เหวี่ยงกลับดิไม่ได้เป็นเจ้านายตูแล้ว :47:
:like:
อ้างคำพูดจาก: "เอ" เมื่อ 19 ต.ค. 2011, 10:52 น.
เหวี่ยงใส่ก็เหวี่ยงกลับดิไม่ได้เป็นเจ้านายตูแล้ว :47:
หมีกากว่ะ นึกว่าจะแน่ :49:
หมีได้แต่พิมพ์บ่นนี่หว่า :59:
ถ้าบอกเจ้าของร้านไม่หมด เอาเวลาไปเดินช๊อปปิ้งคุ้มกว่าเยอะ :59:
อ้างคำพูดจาก: "เอ" เมื่อ 19 ต.ค. 2011, 10:52 น.
เหวี่ยงใส่ก็เหวี่ยงกลับดิไม่ได้เป็นเจ้านายตูแล้ว :47:
เด็กดีไม่ทำอย่างงั้น
เจ้านายกะอิป้านั่นคนละคนนะ ถ้าจะเหวี่ยงกลับอยากจะเหวี่ยงให้ถูกคน :37:
ก็แก้ตัวที่อิป้านั่นใส่ไคร้ไปแล้ว ก็ฟินไประดับหนึ่ง
อัพเดท ตะกี้โทรไปสมัครงานอีกร้าน
เค้าบอกมาลองฝึกงานได้นะ แต่ไม่จ่ายนะ :08:
ไปดีไม๊เนี่ย?
เอาที่พิมพ์บ่นในนี้ ไป print ส่งให้เค้าอ่านไปเลย :59:
ทำไมมีแต่คนยุให้ดราม่า :3005:
ไม่ได้ดราม่า แค่รักษาสิทธิ์ :59:
เฮ
ได้ไปอยู่ในประเทศที่สามารถเถียงหัวหน้าได้สบายๆ ไม่ติดจารีตแล้ว
ใช้ให้คุ้มซิ
ใช่ จะได้รู้ไปเลย ว่าเค้ารู้พฤติกรรมอีป้าหรือเปล่า
ถ้ารู้แล้วยังเป็นแบบนี้ :59:
เจ้าของเป็นคนไทย เค้าอุส่าห์ให้ฝึกงานก็ดีแล้ว
แถมเคสอิ่มมันคือ อิป่าเป็นคนตัดสินใจคนเดียว
(เพราะเจ้าของร้านจะกลับไปอยู่ไทย แต่ไม่ขายร้าน เลยจะให้อิป้าเป็นเหมือนตัวแทนไรงี้ไง)
เจ้าของร้านยกสิทธิ์ให้อิป้า บอก ยูตัดสินใจเองเลย
แต่อิ่มโทรไปบอกเจ้าของร้านแล้วนะ เรื่องที่เกิดขึ้น บอกไปแล้วว่าอิป้ากลับคำ :37:
แต่ถ้าอิป้านั่นอิ่มเถียงไปแล้วนะ มันถึงไล่อิ่มออกไง :37:
เจอคนกลับคำ ต้องคลำกลับ
พี่ถลอกคลำลงหรอ
เหี่ยวๆอ่ะนะ :37:
ยอมๆ เขาไปเถอะครับ :04:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 19 ต.ค. 2011, 09:58 น.
ไม่เล่าให้เจ้าของร้านฟังเพราะกะลังป่วย.. เกี่ยวไรวะ :58:
เห็นควรคุณบวบด้วย
แบบนี้เอาเข้าจริงมันคือการไม่ช่วยเหลือเจ้าของร้าน เราเห็นว่าอะไรเป็นมะเร็งก็ชี้ให้เขารู้
หลังจากนั้นเขาจะทำอย่างไรก็มะเร็งมันก็อีกเรื่องหนึ่ง
ผมมีมุมมองสำเร็จรูปเป็นของตัวเองสำหรับเรื่องพวกนี้
คืออย่างปกติตอนเรียนมหาลัย จบมาทำงาน สิ่งที่วันๆนึงเราคุยกับเพื่อน
ก็เป็นแนวๆเรื่องอาจารย์ ศิลปะ งานออกแบบ โปรเจ็คใหม่ที่ต้องทำ
แล้วพอมาอยู่ที่เมืองนอก อย่างอยู่ที่บ้านกัน 3 - 4 คนยังงี้
แต่ละวันพอกลับมาเจอกัน ทุกคนก็จะบ่นเรื่องคนครัวบ่น ผู้จัดการด่า คิดเงินพลาด
เสิร์ฟอาหารผิด ทำช้อนหล่น ล้างจานแตก เก็บโต๊ะช้า เอาขยะไปเทผิดที่
แย่งงานกันที่ร้านนั้นร้านนี้ โดนพวกเด็กเสิร์ฟใส่ไฟให้ออก ชวนคนนั้นมาทำงานแล้วตัวเองโดนเด้ง ฯลฯ
มีครั้งนึงตอนเรียนมหาลัยที่ผมไปอาศัย(หรือเรียกว่าไปสิง)อยู่บ้านเพื่อนที่เยาวราช ในตลาดเก่าเยาวราชเลย
บ้านมันทำเป็ดพะโล้ ข้างล่างบ้านเป็นที่ทำเป็นพะโล้ มีคนงานอยู่เกือบ 10 คน
เป็นแรงงานอีสานราคาถูกทั้งหมด ปกติเค้ามาทำเป็ดกันตั้งแต่เที่ยงคืนยันสว่าง
แล้วผมทำงานกันดึกๆ ก็จะได้ยินบทสนทนาของบรรดาแรงงานเหล่านั้น
บังเอิญผมฟังออก ก็เลยเล่าให้เพื่อนฟัง เนื้อหาที่เค้าคุยกันก็ทำนองนี้แหละ
ก็มานั่งบิ๊วกันเรื่องคนนู้นผิดหัวกันกับคนนี้ ป้านี่ใส่ไฟคนนั้น ที่บ้านคนนี้มีปัญหาเรื่องแบ่งมรดก
ผมกับเพื่อนก็เอามาอำกันเป็นที่สนุกสนาน ว่ามรดกเค้าเป็นวัว 2 ตัวอะไรแบบนี้ เถียงกันใหญ่โต
มันดูเป็นสังคมเล็กๆ ค่าแรงถูกๆ เรื่องเล็กน้อย แต่มันคือเรื่องใหญ่มากสำหรับชีวิตเค้า
ทุกอย่างที่เราเจอในตอนทำงานแรงงานราคาถูกที่เมืองนอกก็ไม่ค่อยต่าง
เชฟต่อยกันจนคนนึงต้องออกเพราะไปแซวกันเรื่องกุ้งตัวเล็ก(คนแก่ต่อยชนะคนหนุ่ม)
พนักงานเสิร์ฟออกเพราะทนผู้จัดการ(ที่เป็นเกย์จิกกัด)ไม่ไหว
โดนเจ้าของร้านมาตรวจงานแล้วดุเรื่องแก้วไม่สะอาดจนร้องไห้
จริงๆแล้วเราแค่คนผ่านมาทางนี้เฉยๆ เราเป็นแค่แรงงานราคาถูกไร้ตัวตน
เหมือนแรงงานอีสาน แรงงานพม่าที่ไม่ต้องมีใครมาสนว่าเราทำอะไรมามั่ง มีความภูมิใจอะไรในชีวิตบ้าง
มันจะเป็นอะไรยังไงก็ตาม "เรื่องพวกนั้น"มันก็ไม่ใช่ชีวิตจริงๆของเรา เราไม่ได้จะเอาดีด้านการล้างจาน
ผมรู้สึกทุกครั้งว่า ไปเอาอารมณ์อะไรกับเรื่องเล็กๆในสังคมเล็กๆของแรงงานนอกระบบแบบนี้
ไม่ค่อยต่างจากที่ผมเคยเอาบรรดาคนงานที่บ้านเพื่อนมาล้อเลียน ก็รู้สึกแบบนั้นเสมอ :37:
รักพี่เก้อ :25:
คิดเหมือนกับเก้อนั่นแหละ
ไม่เคยเก็บเรื่องพวกนี้เอามาเป็นอารมณ์
ทำงานเสร็จวันนั้นก็กองทุกอย่างไว้ในร้าน
ไม่ได้เอากลับบ้านมานอนคิดต่อ
เราทำงานแบบนี้เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายของเรา
บางคนทำเพื่อเก็บเงินไปเที่ยว
บางคนทำเพื่อเก็บเงินเรียนช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้าน
และอย่างที่เคยบอกหมีเล็กไปในหลล
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 09 ต.ค. 2011, 09:36 น.
มาอยู่เมืองนอก ก็ทำงานเข้าไปสิวะ :30: :30:
ล้างจาน ขัดส้วม หั่นผักทำในครัว หรือ เสิร์ฟอาหาร ก็ทำเข้าไปเถอะ
อย่าไปคิดอะไรมาก เรามาทำแค่ชั่วคราว
บางคนทำงานเช้าเย็นแค่ปีเดียวก็มีเงินเก็บไว้เรียนโทแล้ว
อีกอย่างงานใช้แรงงานแบบนี้มันฝึกตัวเองดีนะ
ทำให้เรามีความอดทน อดกลั้น ลดทิฐฐิมานะ อีโก้ห่าเหวอะไรได้เยอะแยะ
ที่สำคัญทำให้เรามองโลกต่างไปจากเดิม มองผู้คนต่างไปจากเดิม
เวลากลับไปเมืองไทยทำงานเบื่อๆ หันมามองงานตรงนี้
แล้วจะทำให้เรามีแรงฮึดขึ้นอีกเยอะ
ไม่เชื่ือลองถามบักเก้อดูก็ได้ ล้างจานแปดชั่วโมงติดกัน :59:
ปัจจุบันนี้คงไม่มีงานอะไรที่ทำให้บักเก้อเบื่อหรือท้อได้อีกแล้ว
ตูคงทำงานบริการไม่ได้สินะ :30:
ใช่ๆ บวบขายมะพร้าวเผาไปแหละดีแล้ว :30:
ชอบที่เก้ออธิบาย
ส่วนพี่ก็มีไอเดียแบบของพี่ อาจจะแปลกๆ หน่อยแต่ก็คิดตามนี้แหละ
แบบคิดว่า ในเวลาที่เหมาะสม เรามีหน้าที่ต้องทำอะไรก็ทำไปให้มันสุด
แต่ละอย่างที่เราทำลงไป เราหวังผลเสมอ ทำงานเพื่อเงิน บางงานเพื่อเงิน+ประสบการณ์ บางงานก็เงิน+อัพเกรด บางงานก็หลายๆ อย่างรวมกัน
ขนาดทำการกุศลเรายังหวังผลเลย หวังให้คนได้รับสุขใจ หวังได้บุญบ้าง เป็นต้น
คือถ้ามีอะไรขัดข้องใจก็จะดูว่า เรายังได้ผลอย่างที่อยากได้โดยไม่ได้เบียดเบียนตัวเองและคนอื่นเกินรึเปล่า
ปัจจัยอะไรอื่นนอกจากนั้น ไม่แคร์เท่าไหร่ ผู้คน ไม่แคร์เท่าไหร่
สำหรับที่ทำงาน คิดว่ามาทำงานหาเงิน กับลับฝีมือ (สำหรับพี่นะ พี่ไม่สนเรื่องตำแหน่ง)
ถ้าได้เพื่อนก็ถือว่ากำไร ถ้าไม่ได้ก็เจ๊า ไม่มีเจ๊ง เพราะตังค์อะได้อยู่แล้ว
ถ้าเริ่มไม่เป็นสุขกับการหาตังค์ด้วยอาชีพนั้น ก็หางานใหม่ เพราะถ้าทุกข์ใจมันจะขาดทุน
ผมคิดเหมือนพี่แอ้ครับ :25:
ทำหน้าที่เราให้ดีที่สุด เพื่อเป้าหมายของเรา
เรื่องคนอื่นเค้าจะพูดอะไรจะทำอะไรก็เรื่องของเค้า มันไม่ได้มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของเราซะหน่อย
แต่ถ้ามีผลก็ต้องเข้าไปสะสางให้มันไม่เป็นปัญหา
คิดเหมือนพี่หนุ่มครับ :25:
บอกแม่
แม่บอกว่า
"ชั้นบอกแล้วให้เธอลาออกตั้งกะอาทิตย์แรก :07:"
:30: :30:
แต่จริงๆมันมีผลทางอามรมณ์อิ่มล่ะ ไม่รู้จะปล่อยวางยังไง
ไม่ชอบให้คนเกลียด ไม่ชอบแพ้ รังเกียจความไม่ยุติธรรม และคิดมาก
ใครทำเรา เราเอาคืน เป้นคนประเภทนั้น :37:
แต่ถ้าเค้ามีบุญคุณ เราจะลดหลั่นการแก้แค้นกันไป
แล้วก็เป็นคนจำเก่งด้วย เจ้าคิดเจ้าแค้นว่างั้นเถอะ
ช่วงแรกๆอาจจะพีคหน่อย แบบ อย่าให้เจอกำลังข้ามถนนนะ ตูจะผลักเลย
หลังๆก็จะเฉยๆ แต่ไม่ลืม มองข้ามหัวกันไป :37:
ต้องฝึกปล่อยวางมั่งละล่ะ :05:
ถ้าได้เริ่มงานที่ใหม่จะไม่สนใจอะไรละ เก็บตังค์อย่างเดียว :42:
ขอบคุณทุกคนค่ะ :46:
คิดเหมือนทุกคนครับ
เอาดิ !
เอาอะไรคะ? :37:
เอาอยู่ น้ำไม่แตกง่ายๆ #thaiflood
(http://img3.f0nt.com/20/b65023b90259797a3f73919935d33a8d.jpg)
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 20 ต.ค. 2011, 10:15 น.
บอกแม่
แม่บอกว่า
"ชั้นบอกแล้วให้เธอลาออกตั้งกะอาทิตย์แรก :07:"
:30: :30:
แต่จริงๆมันมีผลทางอามรมณ์อิ่มล่ะ ไม่รู้จะปล่อยวางยังไง
ไม่ชอบให้คนเกลียด ไม่ชอบแพ้ รังเกียจความไม่ยุติธรรม และคิดมาก
ใครทำเรา เราเอาคืน เป้นคนประเภทนั้น :37:
แต่ถ้าเค้ามีบุญคุณ เราจะลดหลั่นการแก้แค้นกันไป
แล้วก็เป็นคนจำเก่งด้วย เจ้าคิดเจ้าแค้นว่างั้นเถอะ
ช่วงแรกๆอาจจะพีคหน่อย แบบ อย่าให้เจอกำลังข้ามถนนนะ ตูจะผลักเลย
หลังๆก็จะเฉยๆ แต่ไม่ลืม มองข้ามหัวกันไป :37:
ต้องฝึกปล่อยวางมั่งละล่ะ :05:
ถ้าได้เริ่มงานที่ใหม่จะไม่สนใจอะไรละ เก็บตังค์อย่างเดียว :42:
ขอบคุณทุกคนค่ะ :46:
เอาตามตรงนะ คุณสมบัติที่อิ่มเป็น หรือที่แม่อิ่มแนะนำ
เป็นลูกคนมีฐานะ อยู่ในสถานภาพที่เลือกได้
เลยสามารถที่จะไม่สน ไม่แคร์ และถือหลักการทางความคิดเราเหนือสิ่งอื่นได้
(คือจะออก จะอะไรก็ไม่ได้มีปัญหา) แต่ปกติคนที่เป็นแรงงานจริงๆ
หรือต้องทำงานแลกค่าแรงเพื่อดำรงชีวิตอยู่จริงๆ จะทำแบบนั้นไม่ได้ ก็ต้องอดทนอยู่ไป
ผมว่าจริงๆแล้ว นี่แหละแบบฝึกหัดจริงๆของการไปเรียนเมืองนอก
ความอดทนและอีโก้ที่หลอมเรามาทั้งชีวิต มันจะแสดงออกเมื่อเราไปปะทะกับเรื่องพวกนี้จริงๆ
เป็นเรื่องที่แบบว่า อยู่บ้านเราเราจะไม่ได้เจอ เพราะไม่มีความจำเป็นอะไร
แถมมีปัจจัยในชีวิตอื่นๆเยอะแยะโอบอุ้มเราเอาไว้
แต่ถ้าเราต้องอยู่ในภาวะที่ต้องอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง และเจอปัญหาทั้งหลายในชีวิต
เมื่อนั้นเราจะได้เห็นจริงๆว่าเราเป็นคนยังไง
คือถ้าเราเป็นคนไม่มีตังค์ ต้องต่อสู้เอาเองและไม่มีทางเลือก
ก็คงทำได้อย่างเดียวคืออดทน เพราะชีวิตมันก็เป็นแบบนี้
มันไม่มีอะไรถูกต้องทุกอย่างอย่างที่เราคิดหรืออยากให้เป็น
ส่วนมิติที่ว่า ไม่ชอบความไม่ยุติธรรม หรืออะไรแบบนี้ผมก็นึกออกนะ
(เช่นแบบว่าร้านที่มันกดขี่คนมากๆงี้ ก็อาจจะเป็นเรื่องดีที่มีคนไม่ยอมเค้าซะบ้างเพื่อให้เค้ารู้ตัว)
แต่อันนี้ผมก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ว่า มันจะทำให้สังคมมันดีขึ้นหรืออะไรมากมายตรงไหน
ผมว่ามันไม่ได้มีไว้พิสูจน์เรื่องนี้อะ คนทำงานแรงงานทั้งหลายในโลก
หรือลองมองที่บ้านเราก็ได้ บรรดาพี่น้องอีสานแรงงานราคาถูกที่ไม่มีทางเลือกในชีวิต
เค้าต้องทนอยู่กับอะไรแบบนี้มากี่รุ่น เราเคยมองเห็นหรือสนใจไหม
ความอดทนของเราแพ้คนพวกนั้นหรือเปล่า เราเจอประมาณนี้เราทนไม่ไหว
แล้วโครงสร้างทางสังคมที่ทำให้เค้าต้องทนอยู่แบบนั้นตลอดชีวิต
ไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเค้าล่ะ
ผมเคยถามตัวเองแบบนี้ ช่วงที่ต้องหาเงินให้ได้เยอะๆ
ล้างจานวันละ 12 ชั่วโมง (ทำ 6 พัก 1 ชั่วโมง นอนบนฝ้าเพดานที่เค้าเอาไว้เดินท่อแอร์
มืดๆรกๆสายไฟและอับๆ เอาทิชชู่ของร้านมาทบๆกันเป็นหมอน)
หรือช่วงแบบพีคๆมีวิมเบิลดั้น ก็ทำงานมัน 2 ที่ ที่ละกะ เป็น 14 - 15 ชั่วโมง
ค่าแรงมันน้อยมากๆอยู่แล้วก็ต้องทำเยอะๆไป
ผมก็นึกอยู่เสมอว่า ทำไมคนแถวบ้านที่มาทำงานในกรุง
ค่าแรงน้อยกว่านี้ โดนดูถูกกดขี่ด่าทอไร้ตัวตนยิ่งกว่านี้ อยู่ลำบากกินลำบากกว่านี้ เค้าก็ยังอยู่กันได้
ความเบื่อ ความเหนื่อย ปัญหาชีวิต แฟนทิ้ง(อยู่ไกลก็โดนทิ้งตามธรรมเนียม)
โดนด่า กดขี่ อะไรทั้งหลาย คุณภาพชีวิตแย่ อุดอู้ เป็นแรงงานราคาถูกไร้ตัวตน
ของพวกนี้มันทำอะไรเราไม่ได้ เรารู้ว่าตัวเองเหนือกว่านั้น คนแบกข้าวสารเค้ายังทำได้
เรามีอะไรตั้งเยอะกว่านั้น ทำไมแค่นี้เราจะยอม
ผมนึกได้แบบนั้น ระหว่างที่ล้างจานอยู่ ในร้านๆนึงที่ไปทำแถบโสโห
(ชื่อร้านเชียงใหม่ด้วยนะ ค่าแรงถูกสุดๆ) เชฟเป็นคนอุบลพอดี
เรียนมาน้อย-ทำงานหนัก ตามสไตล์นักสู้ข้างถนนสู้ชีวิตทุกประการ
แกเรียกตัวเองและผมว่าลาวลอนดอน แล้วแกเปิดเพลงนี้บ่อยๆ เพลงรอยยิ้มนักสู้ของโลโซ
มันดูเป็นเพลงโง่ๆง่ายๆ แต่ตอนนั้นผมว่ามันเจ๋งดีนะ
Sek Loso - Roy Yim Nuk Soo - รอยยิ้มนักสู้ (http://www.youtube.com/watch?v=NdIc0vlCjvc#)
ตลอดเวลาในชีวิตที่เราใช้ชีวิตมาตั้งแต่เล็กจนโต
เวลาที่เราบอกว่าเหนื่อย ส่วนมากมันไม่ได้เรียกว่าเหนื่อยจริงๆ
เวลาเราบอกว่าลำบาก มันก็ไม่เคยมีอะไรที่ลำบากจริงๆ
มันเทียบไม่ได้เลยกับคนที่เค้าใช้แรงงานกันเหนื่อยๆ ลำบากไม่มีอะไรจะกิน
ผมว่าผมฟังเพลงนี้แล้วตาสว่างอะ จริงๆตอนนั้นเหนื่อยกายนี่ผมทนได้หมด
แต่มันเสริมด้วยเรื่องโดนทิ้งนี่แหละ(แล้วอยู่ไกล ทำอะไรไม่ได้เลย โง่จริงๆ)
ปกติรสนิยมทางดนตรีของผมจะพิศดารพันลึกเสมอ
แต่นี่มันเป็นเพลงง่ายๆความหมายตรงๆไม่ต้องตีความ ที่ดันมีความหมายกับชีวิตมาก
ผมร้องท่อนนี้ ล้างจานไป แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาเลยล่ะ
" แต่ทุกๆทีฉันก็ทำ ให้เป็นเหมือนดังว่า แข็งแรงกว่า ไม่ยอมพ่ายแพ้มัน "
อย่างที่พี่ณตว่า และคุยกันเรื่องนี้บ่อยๆ คือมันไม่มีอะไรมาทำให้เราเหนื่อยหรือแพ้ได้อีก
ปกติไม่ค่อยต้องมีอะไรมาปลุกใจอะไรตัวเองแบบนี้หรอกน่ะนะครับ
เพราะเข้าใจอะไรง่ายและปรับตัวได้กับทุกอย่าง ระบบความคิดหาความดราม่าไม่ค่อยจะเจอ
อันนี้เลยเป็นครั้งนึงในไม่กี่ครั้งในชีวิตที่ดราม่า(เล็กๆ)และเจอประสบการณ์อะไรที่มันปลุกใจแบบนี้
เล่าสู่กันฟัง :37:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 20 ต.ค. 2011, 15:10 น.
เอาตามตรงนะ คุณสมบัติที่อิ่มเป็น หรือที่แม่อิ่มแนะนำ
เป็นลูกคนมีฐานะ อยู่ในสถานภาพที่เลือกได้
เลยสามารถที่จะไม่สน ไม่แคร์ และถือหลักการทางความคิดเราเหนือสิ่งอื่นได้
(คือจะออก จะอะไรก็ไม่ได้มีปัญหา) แต่ปกติคนที่เป็นแรงงานจริงๆ
หรือต้องทำงานแลกค่าแรงเพื่อดำรงชีวิตอยู่จริงๆ จะทำแบบนั้นไม่ได้ ก็ต้องอดทนอยู่ไป
จริงอย่างที่พี่เก้อว่า แม่บอกว่าถ้าเงินไม่พอใช้ก็ให้บอก ทำไมต้องไปทำงานให้มันเสียสึขภาพจิต
ในขณะที่อิ่มยอมรับว่าเป็นคนใช้เงินเปลือง
ติดเที่ยว ชอปปิ้ง กินข้าวนอกบ้าน
ซึ่งเงินที่แม่ให้มา พอแค่บ้าน มือถือ เนต แล้วก็เหลือนิดหน่อยเป้นค่ากิน (ซึ่งไม่ค่อยจะพอ)
เลยคิดจะหางานทำ
อิ่มมองว่ามันง่ายด้วยแหล่ะ
ไปเวิร์ก แอน ทราเวลมาแล้ว ตอนนั้นแบบ โอย อะไรก็ง่ายไปหมด
ตูทำงาน เงินท่วมตัว รวยสบายใจ อยากกินไรได้กิน อยากไปไหนได้ไป
เลยคิดว่าโลกมันง่าย อเมริกาตูผ่านมาแล้ว ออส จิ๊บๆ เบๆ
เลยมองข้ามสังคมจริงๆไป แล้วก็ไม่ได้เตรียมใจมาด้วย
สังคมที่ออสมันมิกซ์มากกก ดิ้นรนต่อสู้กันจะตาย
อย่าได้พลาด พลาดแล้วโดนทับถมทันที
มาเป็นเด็กเสริฟก็คิดว่ามันจะง่ายนะ
จดออเดอร์ เสริฟ ใครจะนึกว่ามันจะมีอะไรมากกว่านั้น
สรุปว่าผิดเองที่มองโลกง่ายไป
คุยกับวิล วิลก็บอกว่า อยู่ที่นี่เราไว้ใจใครแทบไม่ได้
เอาตัวเองไว้ก่อน ที่นี่ไม่ใช่เมืองไทย คนนิสัยไม่เหมือนกัน
เอเชียดูถูกเอเชีย คนไทยด่าคนไทยด้วยกัน
แต่หงอกับฝรั่งหัวทอง
เป็นรูปแบบนี้ ก็ทำใจซะ เราต้องเก่งจริงถึงจะยืนอยู่ในสังคมแบบนี้ได้
ถ้าได้งานใหม่อิ่มคงจะปรับตัวอะไรได้มากกว่านี้แหล่ะ (หวังว่านะคะ :37:)
///////
อัพเดท ชีวิต การทำงาน
วันที่สี่กับการต่อสู้กับ mac ในที่สุด ตูก็สามารถกดปรินต์สกรีนได้ หลังจากเมื่อวันแรก กดเปลี่ยนภาษาได้
และเริ่มคล่องกับ ปุ่ม คอนโทล และอาเทเนต ที่เปลี่ยนไป
แต่ที่ยัง งง ไม่หายกับ ระบบโฟรเดอร์ และเวลาเรียกใช้ โฟรเดอร์หรืองานที่เปิดไว้
บางทีอยุ่ดีๆ มันก็วูปไป ไม่รุ้หายไปไหน หาก็ไม่เจอเลยต้องเปิดใหม่ :05:
จำได้ว่ามาวันแรก คลำหาปุ่มเปิดอยุ๋ตั้งนาน :30: :05:
เหมือนกัน :05:
ไปจู๋แมคมือใหม่เลยไป๊ :30:
ที่นี้ ไปบ้านพี่แอน ผมจะเปิดแมคโชว์ :52:
ฝากซื้อสองชิ้นนะ :40:
อย่าไปดักมันสิ
อดเล่นเลยดิ :30:
เอดักทางจักรี๊ มาก :30:
ประเมินผมสูงไปแล้ว
ไม่ได้คิดเล้ย :30:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 20 ต.ค. 2011, 15:10 น.
เอาตามตรงนะ คุณสมบัติที่อิ่มเป็น หรือที่แม่อิ่มแนะนำ
เป็นลูกคนมีฐานะ อยู่ในสถานภาพที่เลือกได้
เลยสามารถที่จะไม่สน ไม่แคร์ และถือหลักการทางความคิดเราเหนือสิ่งอื่นได้
(คือจะออก จะอะไรก็ไม่ได้มีปัญหา) แต่ปกติคนที่เป็นแรงงานจริงๆ
หรือต้องทำงานแลกค่าแรงเพื่อดำรงชีวิตอยู่จริงๆ จะทำแบบนั้นไม่ได้ ก็ต้องอดทนอยู่ไป
ผมว่าจริงๆแล้ว นี่แหละแบบฝึกหัดจริงๆของการไปเรียนเมืองนอก
ความอดทนและอีโก้ที่หลอมเรามาทั้งชีวิต มันจะแสดงออกเมื่อเราไปปะทะกับเรื่องพวกนี้จริงๆ
เป็นเรื่องที่แบบว่า อยู่บ้านเราเราจะไม่ได้เจอ เพราะไม่มีความจำเป็นอะไร
แถมมีปัจจัยในชีวิตอื่นๆเยอะแยะโอบอุ้มเราเอาไว้
แต่ถ้าเราต้องอยู่ในภาวะที่ต้องอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง และเจอปัญหาทั้งหลายในชีวิต
เมื่อนั้นเราจะได้เห็นจริงๆว่าเราเป็นคนยังไง
คือถ้าเราเป็นคนไม่มีตังค์ ต้องต่อสู้เอาเองและไม่มีทางเลือก
ก็คงทำได้อย่างเดียวคืออดทน เพราะชีวิตมันก็เป็นแบบนี้
มันไม่มีอะไรถูกต้องทุกอย่างอย่างที่เราคิดหรืออยากให้เป็น
ส่วนมิติที่ว่า ไม่ชอบความไม่ยุติธรรม หรืออะไรแบบนี้ผมก็นึกออกนะ
(เช่นแบบว่าร้านที่มันกดขี่คนมากๆงี้ ก็อาจจะเป็นเรื่องดีที่มีคนไม่ยอมเค้าซะบ้างเพื่อให้เค้ารู้ตัว)
แต่อันนี้ผมก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ว่า มันจะทำให้สังคมมันดีขึ้นหรืออะไรมากมายตรงไหน
ผมว่ามันไม่ได้มีไว้พิสูจน์เรื่องนี้อะ คนทำงานแรงงานทั้งหลายในโลก
หรือลองมองที่บ้านเราก็ได้ บรรดาพี่น้องอีสานแรงงานราคาถูกที่ไม่มีทางเลือกในชีวิต
เค้าต้องทนอยู่กับอะไรแบบนี้มากี่รุ่น เราเคยมองเห็นหรือสนใจไหม
ความอดทนของเราแพ้คนพวกนั้นหรือเปล่า เราเจอประมาณนี้เราทนไม่ไหว
แล้วโครงสร้างทางสังคมที่ทำให้เค้าต้องทนอยู่แบบนั้นตลอดชีวิต
ไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเค้าล่ะ
ผมเคยถามตัวเองแบบนี้ ช่วงที่ต้องหาเงินให้ได้เยอะๆ
ล้างจานวันละ 12 ชั่วโมง (ทำ 6 พัก 1 ชั่วโมง นอนบนฝ้าเพดานที่เค้าเอาไว้เดินท่อแอร์
มืดๆรกๆสายไฟและอับๆ เอาทิชชู่ของร้านมาทบๆกันเป็นหมอน)
หรือช่วงแบบพีคๆมีวิมเบิลดั้น ก็ทำงานมัน 2 ที่ ที่ละกะ เป็น 14 - 15 ชั่วโมง
ค่าแรงมันน้อยมากๆอยู่แล้วก็ต้องทำเยอะๆไป
ผมก็นึกอยู่เสมอว่า ทำไมคนแถวบ้านที่มาทำงานในกรุง
ค่าแรงน้อยกว่านี้ โดนดูถูกกดขี่ด่าทอไร้ตัวตนยิ่งกว่านี้ อยู่ลำบากกินลำบากกว่านี้ เค้าก็ยังอยู่กันได้
ความเบื่อ ความเหนื่อย ปัญหาชีวิต แฟนทิ้ง(อยู่ไกลก็โดนทิ้งตามธรรมเนียม)
โดนด่า กดขี่ อะไรทั้งหลาย คุณภาพชีวิตแย่ อุดอู้ เป็นแรงงานราคาถูกไร้ตัวตน
ของพวกนี้มันทำอะไรเราไม่ได้ เรารู้ว่าตัวเองเหนือกว่านั้น คนแบกข้าวสารเค้ายังทำได้
เรามีอะไรตั้งเยอะกว่านั้น ทำไมแค่นี้เราจะยอม
ผมนึกได้แบบนั้น ระหว่างที่ล้างจานอยู่ ในร้านๆนึงที่ไปทำแถบโสโห
(ชื่อร้านเชียงใหม่ด้วยนะ ค่าแรงถูกสุดๆ) เชฟเป็นคนอุบลพอดี
เรียนมาน้อย-ทำงานหนัก ตามสไตล์นักสู้ข้างถนนสู้ชีวิตทุกประการ
แกเรียกตัวเองและผมว่าลาวลอนดอน แล้วแกเปิดเพลงนี้บ่อยๆ เพลงรอยยิ้มนักสู้ของโลโซ
มันดูเป็นเพลงโง่ๆง่ายๆ แต่ตอนนั้นผมว่ามันเจ๋งดีนะ
Sek Loso - Roy Yim Nuk Soo - รอยยิ้มนักสู้ (http://www.youtube.com/watch?v=NdIc0vlCjvc#)
ตลอดเวลาในชีวิตที่เราใช้ชีวิตมาตั้งแต่เล็กจนโต
เวลาที่เราบอกว่าเหนื่อย ส่วนมากมันไม่ได้เรียกว่าเหนื่อยจริงๆ
เวลาเราบอกว่าลำบาก มันก็ไม่เคยมีอะไรที่ลำบากจริงๆ
มันเทียบไม่ได้เลยกับคนที่เค้าใช้แรงงานกันเหนื่อยๆ ลำบากไม่มีอะไรจะกิน
ผมว่าผมฟังเพลงนี้แล้วตาสว่างอะ จริงๆตอนนั้นเหนื่อยกายนี่ผมทนได้หมด
แต่มันเสริมด้วยเรื่องโดนทิ้งนี่แหละ(แล้วอยู่ไกล ทำอะไรไม่ได้เลย โง่จริงๆ)
ปกติรสนิยมทางดนตรีของผมจะพิศดารพันลึกเสมอ
แต่นี่มันเป็นเพลงง่ายๆความหมายตรงๆไม่ต้องตีความ ที่ดันมีความหมายกับชีวิตมาก
ผมร้องท่อนนี้ ล้างจานไป แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาเลยล่ะ
" แต่ทุกๆทีฉันก็ทำ ให้เป็นเหมือนดังว่า แข็งแรงกว่า ไม่ยอมพ่ายแพ้มัน "
อย่างที่พี่ณตว่า และคุยกันเรื่องนี้บ่อยๆ คือมันไม่มีอะไรมาทำให้เราเหนื่อยหรือแพ้ได้อีก
ปกติไม่ค่อยต้องมีอะไรมาปลุกใจอะไรตัวเองแบบนี้หรอกน่ะนะครับ
เพราะเข้าใจอะไรง่ายและปรับตัวได้กับทุกอย่าง ระบบความคิดหาความดราม่าไม่ค่อยจะเจอ
อันนี้เลยเป็นครั้งนึงในไม่กี่ครั้งในชีวิตที่ดราม่า(เล็กๆ)และเจอประสบการณ์อะไรที่มันปลุกใจแบบนี้
เล่าสู่กันฟัง :37:
บอกตามตรงว่าปกติเดือนไม่ค่อยอ่านโพสต์พี่เก้อแบบละเอียดและตั้งใจ คือมันยาวแล้วก็ตีความยากอ่ะ :05:
ยกเว้นโพสต์นี้ สะดุดใจ ชะงักกึก กดยูทูบฟัง แล้วนั่งพิมพ์ตอบตอนนี้เลย
ชอบแฮะ :46:
ขออัพเดทเรื่องอิป้า อีกนิดนะคะ
วันนี้เจอเพื่อนคนไทยที่ม. ทำงานด้วยกัน
เค้าก็มาถามว่าสรุปเรื่องราวมันเป้นยังไง ทำไมถึงออก
อิ่มก็เล่าไป
เค้าก็ฉุนเลย บอกว่า งี้ไม่แฟร์เลยๆๆๆๆๆๆๆๆ
แล้วก็มารู้ทีหลังด้วยว่า อิป้าเปลี่ยนวันล่ะ เรื่องมันกิดวันจันทร์ ที่ไม่ค่อยยุ่งมาก
อิป้าเล่ามาเรื่องเกิดวันอาทิตย์ ที่ยุ่งโครตๆ
ตอนแรกเพื่อนเค้าก็มองว่าอิ่มผิด
พออิ่มบอกว่าเรื่องเกิดวันจันทร์นะ ไปดูบุ๊กกิ้งได้เลย
เพื่อนก็บอก ไม่แฟร์มากๆ เรื่องแค่นี้ก็ไม่ถึงกับต้องไล่ออกหรือพักงาน
เค้าก็เสียดาย อุส่าห์ได้งาน อุส่าห์คุ้นงานแล้ว
เค้าจะไปบอกเจ้าของร้านให้ว่า ข้อมูลที่อิป้าให้มันผิด
อิ่มบอกไม่ต้องบอกหรอก (นางเอกม๊ะ) เพราะถ้าจะให้กลับไปทำ ก็ไม่อยากกลับแล้ว ไม่อยากเจอหน้า
เค้าก็บอกว่า ยังไงก็ต้องบอก มันไม่แฟร์เลย ข้อมูลผิดขนาดนั้น โทษอิ่มแบบหนักเวอร์
วันอาทิตย์คนเยอะมากกกกกก อิ่มวิ่งขาขวิดเลย คนครัวก็ทำไม่ได้หยุด อันนี้ทุกคนรับรู้
แต่วันจันนทร์ไม่ได้ยุ่งซํกหน่อย เป็นปกติอยุ่แล้ว
แล้วพออิป้าบอกว่าเรื่องเกิดวันอาทิตย์ ทุกคนเลย โหอิ่มแม่งง เห็นแก่ตัว
ตอนนี้อย่างน้อยก้มีคนที่เเข้าใจเพิ่มขึ้น
:40:
:52:
ถ้าคิดงี้ก็ถือว่าซ้อมไว้ละกัน
จบออกมาทำงานจริง จะมีบทนางเอกให้เล่นอีกเยอะ :58:
555+
บทพระเอกใจงามด้วยนะ :30: :30:
ส่วนตูโจรป่าใจโฉด :52:
rape rape rape rape rape :07:
ตูเล่นเป็นตัวโกงมาตลอดสินะ :30:
พี่บวบออกจะเป็นถึงพระเอกแท้ๆ
(http://img3.f0nt.com/16/ad4c12ce6a8f6da3fc250d90a2bb004b.jpg)
อุบาทว์ :3005:
:30: :30: :30: :30: :30:
วันก่อนตอนกลับจากเครื่องบิน นั่งอ่านหนังสือเท่ี่ยวเชียงใหม่เกี่ยวกับโรงแรมรีสอร์ทอะไรงี้ไป
ตอนนั่งรถกลับบ้านเลยนึกขึ้นได้ว่า พ่อเรากำลังทำไร่อยู่นี่หว่า :31:
ก่อนหน้านี้พ่อมีไร่ที่ลพบุรีค่ะ ตอนแรกก็เป็นไร่ดีๆ แล้วฝากญาติพี่น้องพ่อทำให้
แต่ไปๆ มาๆ โดนพี่น้องแท้ๆโกงซะงั้นแหละ หมูแม่พันธุ์ก็เอาไปขาย
บ้านก็ไม่เหลือ ท่อน้ำสายไฟยังเอาไป :59:
ตอนนี้พ่อกลับมารื้อไร่อีกรอบละ ลงทุนลงแรงอีกรอบ
เรื่องของเรื่องคือเค้าอยากมีที่มีทางหลังเกษียณ มีีที่ทำกิน มีงานให้ญาติพี่น้องทำ
พอไร่ลงตัว ก็อาจขยับขยายเป็นที่ท่องเที่ยวได้ทีหลัง
แต่คนที่มาอยู่ก็คนหน้าเดิมๆ กิตติศัพท์ความเหี้ยของพี่น้องทุกคนในบ้านรู้กันดี (ยกเว้นพ่อที่ให้อภัยเค้าง่ายๆ :05: :05:)
ไม่รู้เหมือนกันว่าเอามาพิมพ์ทำไมแฮะ แต่รู้สึกว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับตัวเราในอนาคต
อย่างแรกคือไม่อยากเห็นพ่อต้องมาผิดหวังกับญาติพี่น้องตัวเองอีกรอบ
อย่่างที่สองเราก็อยากช่วยพ่อให้ประสบความสำเร็จ
ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเองตรงๆแฮะ แต่อีกไม่กี่ปีก็คงเกี่ยวละ
เอามาแปะเตือนใจ \:37:/
ตูเป็นคนนึงที่ไม่สามารถเข้าใจได้จริงๆ กับคนที่มันเอาเปรียบพี่น้องตัวเอง หรือแม้แต่คนที่ยังไงก็ให้อภัยเพราะเป็นพี่น้องกัน
คือญาติพ่อตูก็เงี้ย เอาแต่ประโยชน์ โกง หน้าด้าน ซึน.. ไม่รู้จะคบกันไปทำไม เป็นตู้ล่ะไม่ได้ :37:
จะชวนไปขายมะพร้าว :09:
ถุ๊ยสส์ :07:
เสี่ยได้ดีแล้วลืมกำพืดสินะ :16:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 21 ต.ค. 2011, 17:55 น.
ตูเป็นคนนึงที่ไม่สามารถเข้าใจได้จริงๆ กับคนที่มันเอาเปรียบพี่น้องตัวเอง หรือแม้แต่คนที่ยังไงก็ให้อภัยเพราะเป็นพี่น้องกัน
คือญาติพ่อตูก็เงี้ย เอาแต่ประโยชน์ โกง หน้าด้าน ซึน.. ไม่รู้จะคบกันไปทำไม เป็นตู้ล่ะไม่ได้ :37:
รายนั้นยิงทิ้ง :37:
นั่นซูโม่ตู้ :37:
มหากาพย์ญาติพ่อนี่เยอะจริงๆนะ :05:
โกงเค้าสามสี่รอบ พอเค้าให้อภัยก็กลับมาเกาะใหม่
ตอนนี้เค้าทำแผน ให้ที่ทำกิน มีงานให้ทำให้เลี้ยงตัวเอง ก็ไม่รู้ว่าจะทำกันมั้ย
มีครั้งโดนโกงเรือหาปลากับบ้าน คือเอาให้ลูกน้องอยู่ กับใช้ทำมาหากิน (ให้ยืมฟรีๆเลยนะเพราะสงสาร)
แต่ไปๆมาๆ เค้าเอาไปโอนเป็นของตัวเองเลย ไอ้เหี้ยเอ้ยยยย :59: :59: :59: :59:
ขุดหน่อย
ตอนนี้ มีแววว่่าจะตกงานชั่วคราวๆ ประมาณ 1 เดือน
เพราะว่าสำนักงานใหญ่การไฟฟ้าสั่งหยุดงานเพราะปัญหาน้ำท่วม
เอกสารที่ผมส่งไปเลยยังไม่ได้รับการอนุมัติให้เริ่มงาน ทำให้ต้องเลื่อนการเริ่มงานจาก 1 พ.ย. ไปเป็น 1 ธันวาคมแทน :16:
เฮ้อ ณ ตอนนี้ลาออกจากงานที่เก่า(P&G)มานอนเกาพุงอยู่ที่บ้านมาอาทิตย์นึงแล้ว เดิมคิดว่าจะได้เริ่มงาน 1พ.ย. :05:
ใครมีงานอะไรให้ช่วยทำหรือต้องการแรงงาน บอกได้นะครับ :46:
โดนกันหมดครับ ช่างภาพงานก็เลื่อนไปปีหน้าเยอะเลย
ถือว่าพักผ่อนละกันช่วงนี้ :37:
สู้กันต่อไป กินบุญเก่าไปก่อน สู้เว้ย :07:
ตูพักมาเดือนสองเดือนละ ช่วงนี้เป็นช่วงพักผ่อน เรียนรู้ครับ เรียนทำเว็บเบื้องต้นจบไปคอร์สนึงละ
ตอนนี้ก็พยายามศึกษา html CSS ด้วยตัวเอง เพราะน้ำท่วมนี่แหละ
ยังโชคดีที่มีคนให้คำปรึกษามากมายในเว็บนี้ :12:
ของผมมัน บัญชี นี่สิพี่ฟิ้งส์ ปรึกษาใครดี :3005:
เคยเรียนบัญชีนะ :56:
อัพเดท
:37:
ไปฝึกงานร้านใหม่มาวันนี้จะเริ่มวันที่3แล้วค่ะ
ร้านนี้คนไทยเยอะมาก การสื่อสารเลยง่ายกว่ามาก
อีกอย่างเรามีพื้นฐานมาจากร้านเก่า ก็เลยยิ่งเป็นเร็ว :40:
ร้านนี้ก็บริหารกันง่ายๆ
หน้าที่ใครหน้าที่มันแบ่งเป๊ะๆ
คือเด็กเสริฟจะไม่ไปยุ่งกับเงินเลย (ถึงยุ่งก็น้อยมาก เพราะจะมีคนดูแลเฉพาะ)
บาร์เหล้า เครื่องดื่ม มีคนดูแลอีกคน
เสริฟก็จดช๊อตแฮน จดมาเถอะ ขอให้รุ้เรื่องก็พอ
จดเสร็จแป่ะไว้ คนครัวจะมาเอาไปแล้วก็แบ่งหน้าที่เอง เราไม่ต้องไปวุ่นวายในครัว
(ร้านเ่าอิ่มต้องเดินไปบอกว่า คนนี้เอาของว่างนะ คนนี้ขึ้นเมนเมนูนะ)
เก็บจาน เก็บไปวางไว้เฉยๆ (ถ้าร้านเก่าเราต้องโกยเศษอาหารแช่น้ำด้วย)
แถมเจ้าของร้านเป็นผู้ชายปากจัด แต่จัดแบบฮาๆนะ ชอบชวนเม้าท์
จนอิ่มต้องบอกว่า พี่คะ หนูต้องทำงานแล้วค่ะ :30:
ส่วนคนอื่นๆในร้านก็ดีค่ะ (เท่าที่เจอ) แบบให้กำลังใจตลอด :40:
ถึงจะฝึก3วัน ไม่จ่ายตังค์
แต่แฮปปี้มาก เรียกว่าทำงานไม่อยากกลับบ้านกลับช่องเลยทีเดียว :30:
วันเสาร์อิ่มได้เริ่มงานจริง ได้เงินแล้ว ทำวันเดียว ได้มากกว่าทำร้านเก่าทั้งอาทิตย์อีก :30:
(มีเรื่องบ่นๆลูกค้า ไปเล่าใน ทำงาน1500 เดินไปเดินมาไ้ด้ 5000 ดีกว่าเนอะ :56:)
อย่าเอาแต่เรื่องที่เราเรียนจบสิครับออย ลองหาอะไรทำเพื่อเพิ่มความรู้สายอื่นของเราดู
คิดว่าเหมือนเล่นเกมเดอะซิมส์แหละ แรกๆ เราก็ทำงานตรงสายที่ถนัดหรือจบมา
แต่เวลากลับถึงบ้านก็ต้องพัฒนาตัวเองทุกด้านเพื่อให้เลื่อนตำแหน่งอะไรเทือกนั้น
สุดท้ายแล้วคนที่อยู่ตำแหน่งบนๆ มันคือพวกที่มีสกิลหลายๆ ด้านนั่นแหละ นี่มันชีวิตจริงๆ เลยนะ
ผมก็ไม่ได้เรียนเขียนโปรแกรมโดยตรงมาเหมือนกันนะ แต่ได้เรียนผ่านมาแค่พวกภาษา assembly ซึ่งลืมไปหมดแล้ว
ผมเนี่ยตั้งแต่เกิดมา รู้อะไรไม่ค่อยลึกหรอก แต่รู้ออกไปทางข้างๆ กว้างๆ แต่ไม่ไกล
บัญชี เคยเรียนตอนมอปลาย เพราะเราถือว่าเรื่องคอมเราพอจะรู้แล้ว เค้าจะสอนแค่พวก word processing
ก็เลยไปเลือกเรียนพวกพาณิชย์แทน ซึ่งก็ได้เรียนบัญชีคอร์สนึง พิมพ์ดีดไทยคอร์สนึง
ส่วนพิมพ์ดีดอังกฤษไม่ได้เรียนเพราะสอบติดที่อื่นตอนมอห้า
แล้วที่ๆ เรียนมาคือเค้าเน้นว่าเรียนเพื่อไปสอบซะส่วนมาก เลยไม่ได้เน้นว่าต้องเอาไปปฏิบัติได้จริง
เวลาจบมามันก็เหมือนเคว้งๆ คว้างๆ หางานก็อาจจะไม่ค่อยตรงกับความรู้ เงินน่ะดีแต่ทำไปไม่มีความสุข
ตอนนี้จะศึกษาพวก HTML CSS PHP พวกนี้เอาไว้เป็นประโยชน์กับตัวเองนี่แหละครับ
เพราะอย่างน้อยงานทางนี้ก็ยังเปิดกว้างกว่างานเดิมอยู่เยอะมาก :12:
และเผื่อมีใครแนะนำอะไรในเว็บนี้ได้ ก็ยินดีครับ :46:
อ้อ ยินดีกับอิ่มด้วยที่ได้งานที่ฮาเฮและผลตอบแทนที่ดีกว่าเดิม
ขอบคุณค่ะพี่ฟิงค์
โอ๊ส พี่ฟิ้งซ์ :46:
หมีอิ่มคิดถูกละที่ย้าย ทำงานที่สบายใจ น่าจะสนุกสุด :12:
ตอนนี้วงการทำเว็บ ผมว่าขาดคนตัด css นี่แหละครับ
มีงานตั้งแต่ landing page หน้าเดียว
เว็บทั่วไป 5-10 หน้า
ตัดตีมเวิร์ดเพลส
ตัดระบบหลังบ้าน
ฯลฯ
เรื่องของเรื่องคือบางทีตูตัดไม่ทัน :4705:
จ้างตูซิ ๆ :56:
เสียอย่าง ตรงที่คนไทยที่นี่ชอบด่ากันเอง
อย่างร้านใหม่พอเค้ารู้ว่าอิ่มเคยทำอีกร้านมาก่อน
เค้าก็แบบ
"ชั้นคิดไว้แล้วว่าเธอต้องมาจากร้านนั้น เพราะไม่มีใครทนอี...(เจ้าของร้าน).. ได้หรอก
อิ่มไม่สังเกตหรอว่า มีคนไทยซักกี่คนที่ทนทำกับเค้าเชียว แล้วดูร้านชั้นนี่สิ นึกว่าอยู่ในประเทศไทย"
ส่วนร้านเก่า
เพื่อนอิ่มที่เคยทำงานด้วยกันบอกว่าเค้าพยายามจะปิดไม่บอกใครว่าอิ่มไปทำงานอีกร้านนึง
อิ่มก็ถามว่าทำไม
เค้าก็บอกว่า ้าเค้ารู้ เค้าจะกล่าวหาว่าอิ่มต้องไปบอกว่าร้านเก่าแย่อย่างงั้นอย่างงี้แน่ๆ เพราะมีคนเคยโดนมาแล้ว
เค้ากลัวอิ่มไปเป็นสปายให้ร้านใหม่อะไรทำนองนั้น
ขนาดเพื่อนอิ่ม เวลาไปกินข้าวที่ร้านไทยร้านอื่น ยังไม่ยอมบอกเลยว่า ชั้นทำงานร้านอาหารไทยนะ :37:
เฮ่อ....
สอนตูซิ ถ้าตูเป็นเดี๋ยวช่วยฟรีระยะนึงเลยเอ้า :53:
ทำอะไรที่ชอบ ที่สบายใจ ยิ่งถ้าได้เงินด้วยก็ยิ่งดี
ทำอะไรที่มีความสุข ผมว่าดีสุด
ออยจบบัญชีมา ถ้าชอบทำบัญชีก็ทำบัญชี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปทำอย่างอื่นไม่ได้นิ
หมีเล็กออกจากร้านเก่า มาทำอีกร้านที่ได้เงินเยอะกว่า สบายกว่าก็ดี แต่จริงๆเวลาที่เราทำงานหรือต้องดิ้นรนในสถานะแวดล้อมแย่ๆนี่ มันทำให้เราแกร่งขึ้น แบบเยอะมากๆเลยนะ เชื่อเหอะ การที่เราลงมือทำอะไรซักอย่าง อย่างน้อยมันต้องมีประโยชน์เวลาไหนซักวัน ดีกว่าอยู่เฉยๆแน่ๆ เหมือนหลายๆคนบอกว่าความฉลาดรู้ไม่รู้ มันอ่าน มันเรียนรู้ทันกันได้ แต่ความเก๋า มันมาจากประสบการณ์ล้วนๆ เราต้องผ่านอะไรมาหลายๆอย่าง ถึงจะหล่อหลอมมาเป็นตัวเอา มีการตัดสินใจ วิธีคิดในแบบของเรา..
บ่นเรื่องตัวเองบ้างดีกว่า.. ผมเป็นคนจบคอมมาแบบค่อนข้างลึก ตอนแรกชอบเขียนโปรแกรม ก็มาทำงานสายคอมอยู่พักนึง แบบมนุษย์ออฟฟิตทั่วไป เป็นโปรแกรมเมอร์มั่งเป็นเน็ตเวิร์คบ้าง แต่ตอนนี้ใช้คอมแค่ excel กะ ส่งเมลล์ ทำงานแค่นั้น
ที่เปลี่ยนสายทำงาน คือเป็นคนที่ชอบเขียนโปรแกรม แต่อยากเขียนเฉพาะที่ตัวเองอยากเขียนแบบถ้ามีอะไรใหม่ๆ หรือคิดอะไรใหม่ๆได้ ก็จะตื่นเต้นเขียนนู่นเขียนนี่จนเสร็จ แต่พอเสร็จแล้วก็จะไม่ค่อยชอบทำซ้ำแระ อยากไปหาอะไรใหม่ๆอีก พูดง่ายๆว่าเอาแต่ใจ ไม่ชอบเอาใจลูกค้า ไม่ชอบนั่งทำงานออฟฟิต อยากมีเวลาว่างเยอะๆ แต่ต้องมีกินด้วยนะ เอาแต่ใจมาก จะทำอะไรดีว่ะกู?
ตอนนี้เลยได้มาทำงาน หนึ่งเดือน พักหนึ่งเดือน งานก็แนวๆ inventory, logistic, drilling, co-ordinator, cost controler, เป็นงานมั่วๆแนวๆ "อะไรก็กู" หาทุกสิ่งอย่างมาป้อนให้ทัน operation
เวลาได้หยุดเดือนนึงมันก็ดีนะ แต่เวลาทำงานเดือนนึงนี่มันก็แบบ เครียด+นาน ชิบหายเลยว่ะ ถามว่าชอบมั้ย ก็โอเคในระดับนึง เป็นงานบู้ๆ ไม่ต้องนั่งออฟฟิต ไม่มีใครมาวุ่นวายแบบมนุษย์ออฟฟิตปกติว่า ห้ามดูหนังเวลางาน ห้ามนอนเวลางาน ห้ามคุยโทรศัพท์เวลางาน ห้ามนู่นห้ามนี่ เพราะที่พูดมานี่ผมทำหมดเลยครับฮ่าๆ ขอเพียงรับผิดชอบงานตัวเองให้ดี แต่ไม่ใช่ว่าที่ห้ามจะไม่มีเลยนะ มันก็มี โดยเฉพาะจะเคร่งเป็นพิเศษเรื่อง safety แต่ก็ไม่ต้องอิจฉานะ งานผมไม่ได้สบายซ่ะหมดหรอก นอนๆอยู่ถูกปลุกห้าทุ่ม เที่ยงคืน ตีสาม ตีสี่ ออกบ่อย พูดง่ายๆว่า stanby 24x7 เป็นเวลา 28 วัน ใครจะทำอะไร ต้องการอะไรด่วน จากที่นู่นที่นี่ก็มาบอกผมนี่แหละ เรือเข้าเรือออก บอกกูได้หมด มันเลยเป็น 28 วันที่ใช้ร่างกายใช้หัวหนักชิบหายเลยครับพี่น้องครับ ไม่เหมาะกับคนมีครอบครัวอย่างแรง เพราะฉะนั้นคงไม่ทำนานมากหรอก แต่ขอเก็บตังก่อน
แต่ที่เรียนคอมมาถามว่ามันได้ใช้มั้ย มันได้ใช้ไม่เยอะนะ แต่ถามว่ามันมีประโยชน์มั้ย ผมว่ามันมีประโยชน์นะ ไอที่เรียนมามันเหมือนๆเรียนมารวมๆ นู่นนิดนี่หน่อย แต่มันเป็นเหมือนวัตถุดิบให้เราเอามาตกผลึกในการทำอะไรต่างๆมากกว่า
ผมเป็นคนค่อนข้างขี้เกียจ ไม่ชอบทำอะไรเยอะ เลยพยายาม export ทุกสิ่งในหัว ออกมาเป็นก้อนไว้ข้างนอกให้ได้ เพราะคอมพ์ก็ทำให้ทำเรื่องพวกนี้ได้ง่ายขึ้น
ตอนนี้ก็สนใจเรื่องการลงทุน เพราะคิดว่ามันเหมาะกับวิถีชีวิตตัวเองในตอนนี้และให้ผลตอบแทนที่คุ้มที่สุดจากทรัพยากรณ์ที่ผมมี ก็จะหาข้อมูลไปเรื่อย คิดว่าเฉพาะหนังสือ ก็น่าจะ 20เล่มแล้ว เน็ต วิธีคิดของคนโน้นคนนี้ เรื่องหุ้นทุกแนว เรื่อง Fundamentalบริษัท , ทฤษฏีทางtecnical, จิตวิทยามวลชล, หนังสือเรียนบัญชีก็เอา งบดุลก็อ่าน มี port ทดลอง 2 port ไว้จัดการคนละแนวกัน
อ่านเพราะสนใจ เพราะทั้งหมดเป็นเรื่องที่ไม่เคยเรียน ไม่เคยรู้ เลยรู้สึกว่ามันมีอะไรให้เรารู้ให้เราทำได้ นอกจากสายที่เราเรียนมาได้เยอะแยะ ตอนนี้พยายามตกผลึกเรื่องพวกนี้ในหัว แล้วก็export มันมาจากหัวให้เป็นอะไรก็ได้ซักก้อนนึง ให้มันตัดสินใจแทนเราได้ในระดับนึง แล้วตัวเองจะได้ชิวต่อ
แก่ๆแล้วทำไรทำสวน มีบ้านอยู่ในไร่ หนาวๆ อากาศเย็นๆ ก็ไม่รู้จะทำได้มั้ย เริ่มจากศูนย์ ไม่ได้รวย ไม่ได้มีที่มีทาง แถมอีกไม่กี่ปีโลกก็จะแตกอีก
ปล.ตอนนี้รู้สึกอิจฉาอู๋ ทำอะไรที่ตัวเองชอบ ทำได้ดีและได้เงิน มันเจ๋งอ้ะ :59:
อ้างคำพูดจาก: ฟิ้งซ์ เมื่อ 27 ต.ค. 2011, 14:53 น.
สอนตูซิ ถ้าตูเป็นเดี๋ยวช่วยฟรีระยะนึงเลยเอ้า :53:
เย้ย พี่อย่ามาตัดรายได้ผมแบบนี้ :05:
บิ๊กก็เอารายได้ดิ ตูเอาวิชา เอ็งรับงาน เอ็งสอน ตูทำ โอเค๊ :02:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 27 ต.ค. 2011, 12:15 น.
ของผมมัน บัญชี นี่สิพี่ฟิ้งส์ ปรึกษาใครดี :3005:
อนลไง (ชื่อสะกดไงหว่า) :37:
อ้างคำพูดจาก: โตน เมื่อ 27 ต.ค. 2011, 14:58 น.
ทำอะไรที่ชอบ ที่สบายใจ ยิ่งถ้าได้เงินด้วยก็ยิ่งดี
ทำอะไรที่มีความสุข ผมว่าดีสุด
ออยจบบัญชีมา ถ้าชอบทำบัญชีก็ทำบัญชี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปทำอย่างอื่นไม่ได้นิ
หมีเล็กออกจากร้านเก่า มาทำอีกร้านที่ได้เงินเยอะกว่า สบายกว่าก็ดี แต่จริงๆเวลาที่เราทำงานหรือต้องดิ้นรนในสถานะแวดล้อมแย่ๆนี่ มันทำให้เราแกร่งขึ้น แบบเยอะมากๆเลยนะ เชื่อเหอะ การที่เราลงมือทำอะไรซักอย่าง อย่างน้อยมันต้องมีประโยชน์เวลาไหนซักวัน ดีกว่าอยู่เฉยๆแน่ๆ เหมือนหลายๆคนบอกว่าความฉลาดรู้ไม่รู้ มันอ่าน มันเรียนรู้ทันกันได้ แต่ความเก๋า มันมาจากประสบการณ์ล้วนๆ เราต้องผ่านอะไรมาหลายๆอย่าง ถึงจะหล่อหลอมมาเป็นตัวเอา มีการตัดสินใจ วิธีคิดในแบบของเรา..
บ่นเรื่องตัวเองบ้างดีกว่า.. ผมเป็นคนจบคอมมาแบบค่อนข้างลึก ตอนแรกชอบเขียนโปรแกรม ก็มาทำงานสายคอมอยู่พักนึง แบบมนุษย์ออฟฟิตทั่วไป เป็นโปรแกรมเมอร์มั่งเป็นเน็ตเวิร์คบ้าง แต่ตอนนี้ใช้คอมแค่ excel กะ ส่งเมลล์ ทำงานแค่นั้น
ที่เปลี่ยนสายทำงาน คือเป็นคนที่ชอบเขียนโปรแกรม แต่อยากเขียนเฉพาะที่ตัวเองอยากเขียนแบบถ้ามีอะไรใหม่ๆ หรือคิดอะไรใหม่ๆได้ ก็จะตื่นเต้นเขียนนู่นเขียนนี่จนเสร็จ แต่พอเสร็จแล้วก็จะไม่ค่อยชอบทำซ้ำแระ อยากไปหาอะไรใหม่ๆอีก พูดง่ายๆว่าเอาแต่ใจ ไม่ชอบเอาใจลูกค้า ไม่ชอบนั่งทำงานออฟฟิต อยากมีเวลาว่างเยอะๆ แต่ต้องมีกินด้วยนะ เอาแต่ใจมาก จะทำอะไรดีว่ะกู?
ตอนนี้เลยได้มาทำงาน หนึ่งเดือน พักหนึ่งเดือน งานก็แนวๆ inventory, logistic, drilling, co-ordinator, cost controler, เป็นงานมั่วๆแนวๆ "อะไรก็กู" หาทุกสิ่งอย่างมาป้อนให้ทัน operation
เวลาได้หยุดเดือนนึงมันก็ดีนะ แต่เวลาทำงานเดือนนึงนี่มันก็แบบ เครียด+นาน ชิบหายเลยว่ะ ถามว่าชอบมั้ย ก็โอเคในระดับนึง เป็นงานบู้ๆ ไม่ต้องนั่งออฟฟิต ไม่มีใครมาวุ่นวายแบบมนุษย์ออฟฟิตปกติว่า ห้ามดูหนังเวลางาน ห้ามนอนเวลางาน ห้ามคุยโทรศัพท์เวลางาน ห้ามนู่นห้ามนี่ เพราะที่พูดมานี่ผมทำหมดเลยครับฮ่าๆ ขอเพียงรับผิดชอบงานตัวเองให้ดี แต่ไม่ใช่ว่าที่ห้ามจะไม่มีเลยนะ มันก็มี โดยเฉพาะจะเคร่งเป็นพิเศษเรื่อง safety แต่ก็ไม่ต้องอิจฉานะ งานผมไม่ได้สบายซ่ะหมดหรอก นอนๆอยู่ถูกปลุกห้าทุ่ม เที่ยงคืน ตีสาม ตีสี่ ออกบ่อย พูดง่ายๆว่า stanby 24x7 เป็นเวลา 28 วัน ใครจะทำอะไร ต้องการอะไรด่วน จากที่นู่นที่นี่ก็มาบอกผมนี่แหละ เรือเข้าเรือออก บอกกูได้หมด มันเลยเป็น 28 วันที่ใช้ร่างกายใช้หัวหนักชิบหายเลยครับพี่น้องครับ ไม่เหมาะกับคนมีครอบครัวอย่างแรง เพราะฉะนั้นคงไม่ทำนานมากหรอก แต่ขอเก็บตังก่อน
แต่ที่เรียนคอมมาถามว่ามันได้ใช้มั้ย มันได้ใช้ไม่เยอะนะ แต่ถามว่ามันมีประโยชน์มั้ย ผมว่ามันมีประโยชน์นะ ไอที่เรียนมามันเหมือนๆเรียนมารวมๆ นู่นนิดนี่หน่อย แต่มันเป็นเหมือนวัตถุดิบให้เราเอามาตกผลึกในการทำอะไรต่างๆมากกว่า
ผมเป็นคนค่อนข้างขี้เกียจ ไม่ชอบทำอะไรเยอะ เลยพยายาม export ทุกสิ่งในหัว ออกมาเป็นก้อนไว้ข้างนอกให้ได้ เพราะคอมพ์ก็ทำให้ทำเรื่องพวกนี้ได้ง่ายขึ้น
ตอนนี้ก็สนใจเรื่องการลงทุน เพราะคิดว่ามันเหมาะกับวิถีชีวิตตัวเองในตอนนี้และให้ผลตอบแทนที่คุ้มที่สุดจากทรัพยากรณ์ที่ผมมี ก็จะหาข้อมูลไปเรื่อย คิดว่าเฉพาะหนังสือ ก็น่าจะ 20เล่มแล้ว เน็ต วิธีคิดของคนโน้นคนนี้ เรื่องหุ้นทุกแนว เรื่อง Fundamentalบริษัท , ทฤษฏีทางtecnical, จิตวิทยามวลชล, หนังสือเรียนบัญชีก็เอา งบดุลก็อ่าน มี port ทดลอง 2 port ไว้จัดการคนละแนวกัน
อ่านเพราะสนใจ เพราะทั้งหมดเป็นเรื่องที่ไม่เคยเรียน ไม่เคยรู้ เลยรู้สึกว่ามันมีอะไรให้เรารู้ให้เราทำได้ นอกจากสายที่เราเรียนมาได้เยอะแยะ ตอนนี้พยายามตกผลึกเรื่องพวกนี้ในหัว แล้วก็export มันมาจากหัวให้เป็นอะไรก็ได้ซักก้อนนึง ให้มันตัดสินใจแทนเราได้ในระดับนึง แล้วตัวเองจะได้ชิวต่อ
แก่ๆแล้วทำไรทำสวน มีบ้านอยู่ในไร่ หนาวๆ อากาศเย็นๆ ก็ไม่รู้จะทำได้มั้ย เริ่มจากศูนย์ ไม่ได้รวย ไม่ได้มีที่มีทาง แถมอีกไม่กี่ปีโลกก็จะแตกอีก
ปล.ตอนนี้รู้สึกอิจฉาอู๋ ทำอะไรที่ตัวเองชอบ ทำได้ดีและได้เงิน มันเจ๋งอ้ะ :59:
คล้ายๆโตนนิดนึง
เรียนจบวารสาร ทำงานหนังสือที่ซีเอ็ด อยู่3 ปีครึ่ง
ระหว่างนั้น ตอนเย็นวันธรรมดา แล้วก็วันเสาร์อาทิตย์ ไปเรียนตรีบัญชีราม
เรียนบัญชีไปได้สองปีกว่า ไม่ไหว
ที่ไม่ไหวเพราะ มันต้องไปนั่งเรียน เข้าไปเลคเชอร์ ก็เลยดรอปไป
เลยคิดว่าพื้นเราคงยังไม่แน่น เลยไปเริ่มลงเรียน ปวส.บัญชี ทั้งที่ตอนนั้นยังทำกราฟิคดีไซน์อยู่
พอออกจากซีเอ็ด ก็จบปวส.บัญชีพอดี
ย้ายมาทำงาน Supply Chain ดูงาน Logistic ของ P&G ทำเกี่ยวกับพวก Material ต่างๆ
ไม่เคยแตะ Excel ก็มาเริ่มหัดใช้ที่นี่แหละ เพราะเขาใช้แค่ SAP กับ EXCEL เพื่อ manage demand&supply และป้อน Operation ไม่ให้ down เหมือนกัน สนุกและเครียดดี :42:
ทำได้ปีกะหนึ่งเดือน ไปสอบการไฟฟ้า บัญชีติด เลยย้ายกลับมาทำแถวชลบุรีถิ่นเรา
ตอนนี้อนาคตยังไม่รู้ว่าเป็นยังไง ชอบเปล่าก็ไม่รู้ แต่คงทำไปก่อน :30:
ขอบคุณทุกคนครับ
เดี๋ยวไปนั่งหาหนังสือบัญชีมาอ่านระหว่างรองาน :46:
อ้างคำพูดจาก: หนุ่ม เมื่อ 27 ต.ค. 2011, 13:25 น.
มีแน่ๆ :56:
ส่งมาให้น้องบ้างก็ได้นะคะพี่หนุ่ม :56:
ได้จ้า :56:
:07: โดนแย่งงานตลอด
อัพเดตชีวิตครับ
ทำงานอยู่โรงไอติม
แต่สองอาทิตย์ที่ผ่านมามีแต่งานแบกกระสอบทราย :05:
ชอบชีวิตเจี้ยมว่ะ ดูมีอะไรที่ต้งสู้ตลอด :30:
บางครั้งตูก็เริ่มสงสัยละ ว่ามันจบมาจากคณะเดียวกัน มหาลัยเดียวกันกับตูเปล่าวะเนี่ย :07:
ผมกำลังคิดว่าผมทำให้ชีวิตผมแย่เองปะวะเนี่ย :30:
ที่โรงงานมีกำแพงเมืองจีนย่อมๆ สูงสามเมตร
อยากให้น้ำมาเพื่อทดสอบความแข็งแรง :25:
มาจริงก็เอาไม่อยู่หรอก :16:
:37:/ เค้าเรียนฟิสิกส์ ทำเว็บไม่เป็นเลย
ทุกวันนี้ก็ยังทำเว็บไม่เป็น แต่มีเว็บเป็นของตัวเอง :30:
คำที่เค้าบอกว่า ฝึกๆ ทำๆ ไปเหอะ เดี๋ยวดีเอง เดี๋ยวเก่งเอง นี่จริงนะ
ถ้าไม่ท้อ ขยันๆ ฝึกๆ ไปเรื่อยๆ เราจะเก่งขึ้นจริงๆ อ่ะ
ถ้ามัวแต่บอกว่าตัวเองไม่เคยทำ ทำไม่ได้ เราก็จะทำไม่ได้จริงๆ นะ :12:
ช่วงเวลาตอนนี้ของเดือน ก็อยู่ในเฟสเรียนรู้ไปเรื่อยๆ เหมือนกัน
ยังไม่ก้าวกระโดดไปสเตปที่เก่งขึ้น เจริญรุ่งเรืองขึ้น
แต่เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ทำแบบที่ทำทุกวันนี้ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เก่งขึ้นเองมั้ง :30:
ลองเดินไปข้างหน้าหรือยัง ถ้ายังไม่ได้ลองเดินก็ไม่รู้หรอกว่ามันไปได้ไม่ได้ :17:
บิ๊กลองไปเดินที่ผาหล่มสักหน่อย :53:
ถ้าไม่ก้าวเดี๋ยวตูถีบเอง :53:
คิดได้ละ ไม่ช่วยอะไรอีพี่เจนละ :59:
เหวิ่งแม่งขี้ใจน้อยว่ะ :49:
ตกลงชื่อนี้แล้วนะ :30:
:07: อะไรเนี่ย
ใครว่าเหวิ่ง :07:
(จากเสียงอักษรนำแล้ว เราน่าจะเป็นญาติกัน ก็เลยมาช่วยไว้ก่อน)
:56:
ลุงแหวง :30b:
ลุงแหวิ่ง :07:
ลุงแหว่ง :30:
Thailand Salary Guide 2012 (http://www.adecco.co.th/ThailandSalaryGuide2012/)
ภาษาอังกฤษ :59: :59: :59:
Accounting/Officer 10,000 :05:
มันมีวิธีเซฟ ebook Salary Guide2012 นี้ออกมาไหมอ่ะครับ
อยากเซฟเก็บไว้ :42:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 29 พ.ย. 2011, 20:25 น.
Accounting/Officer 10,000 :05:
มันมีวิธีเซฟ ebook Salary Guide2012 นี้ออกมาไหมอ่ะครับ
อยากเซฟเก็บไว้ :42:
_http://www.mediafire.com/?n19xrdqciwei9ag
:47:
สรุปสถานการณ์ในรอบปีหน่อยครับ
ก็... ทำงานกรุงเทพมาครบปี กับอีก 1 เดือน
เดือนที่แล้วก็เลยยื่นใบลาออกเรียบร้อยแล้ว
ด้วยเหตุผล indy มากคือแพ้อากาศกรุงเทพ
ขอกลับมาพักสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ต่างจังหวัด :30:
สถานะปัจจุบันตอนนี้ก็เลยเป็น outsource + self-employed
กลับมานั่งทำบัญชีก็เลยพบว่าอยู่กรุงทำงานทั้งปี
เงินเก็บแทบไม่กระเตื้องเลย :3005: ไม่ได้เพิ่มจากปีก่อนๆ เลยซักติ๊ด
ทั้งๆ ที่รายรับเพิ่มขึ้น รายจ่ายปกติก็เท่าเดิม
แต่รายจ่ายที่เป็นเงินลงทุนขยายงานในอนาคตเพิ่มขึ้นเพียบ
แถมต้องดูแลอีกหนึ่งชีวิตด้วย (การดูแลชีวิตหนึ่งชีวิตมันยากจริงๆ)
สรุปตอนนี้ก็กลับสู่สถานะเร่ร่อนเหมือนเดิม
รายรับจิปาถะ
ทางบ้านอนุมัติการซื้อบ้าน/คอนโดมาเรียบร้อยแล้ว
แต่ตอนนี้ยังคงเจอปัญหาเดิม ... คือ ไม่รู้จะซื้ออะไร+ที่ไหนดี
ตัดสินใจมาปีกว่าแล้ว เรื่องมาก เพราะซื้อทีเดียวก็คงอยู่ยาว
ไม่ว่าจะบ้านหรือคอนโด ... ทางเลือกตอนนี้ก็
- ไกลๆ ออกไปรอบนอกนิดหน่อย (คงเป็นบ้าน) แล้วก็ซื้อรถ
- ใกล้ๆ mrt/bts (แบบนี้คงได้คอนโด)
แต่สุดท้ายก็เชื่อว่าอีกไม่เกิน 1-2 ปีคงต้องซื้อรถเองอยู่ดี :3005: แล้วมันจะต่างอะไร
ตูแพ้เหมือนกันหน้าเป็นผื่นตลอดทั้งปี แต่ไม่มีเงินเก็บเงินก้อนแบบเอ็ง :59: :59:
ไม่รู้จะใช้ทำไรก็แบ่งมาให้ช่วยใช้ได้นะ :59:
เลี้ยงต้อยเหรอไอซ์ :25:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 30 พ.ย. 2011, 18:50 น.
เลี้ยงต้อยเหรอไอซ์ :25:
คิดเหมือนกันเลย แต่ไม่ถาม เพราะคิดว่าใช่ :30:
แลกกับความสุขทั้งทางกายทั้งทางใจ มันก็คุ้มนะ
ถ้าคิดว่าไม่คุ้มก็สุขทางกายให้มันบ่อยขึ้นเรื่อยๆ เดี๊ยวก็คุ้ม :56:
น้องชาย :05: คิดไปถึงไหนกันเนี่ย :07:
น้องชายใคร :51:
ไม่มีน้องผู้ชาย :50:
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 01 ธ.ค. 2011, 00:38 น.
น้องชาย :05: คิดไปถึงไหนกันเนี่ย :07:
พี่ชายค่ะ /ทำเสียงสูงแบบหนังเกาหลี :25:
เลี้ยงเฉพาะตรงน้องชายเลยชิมะ :51:
อย่ารู้ทันสิ :51:
:30: :30:
ถ้าเป็นไอซ์ พี่ว่า หาที่พักที่เป็นบ้านไปเลยดีกว่า
มีบ้าน ก็เท่ากับ ได้ที่ดินไปด้วย
อีกอย่าง ยิ่งไม่ชอบอยู่กรุงเทพด้วย ชลบุรีไปเล้ย (ยุ ยุ หาพวก :30:)
ส่วนเรื่องรถ ยังไง๊ ยังไง เดี๋ยวก็มี :27:
มาอัพเดทตัวเองบ้างครับ
วันนี้ ทดลองงานวันแรก ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประจำตัวเขต ก.2 ชลบุรี
แต่งต้วไปทำงานได้ อ๊อฟฟิศมาก
กางเกงสแล็ค เชิ้ตเหน็บชายเสื้อในกางเกง รองเท้าหนังเงาแว๊บ ผมหยิกไม่ต้องหวีเหมือนเคย (นายชอบให้แต่งเรียบร้อย)
ถึงออฟฟิศแต่ไก่โห่ เพราะนึกว่าจะรถติด ขับรถจากบ้าน 5o นาที :59:
จนเริ่มงาน 8.30 น. ก็ยังไม่ค่อยมีคนมาทำงานอยู่ดี :08:
เริ่มงานที่แผนก ประมวลบัญชี
มาถึงเขาให้ลุยเลย ใช้ SAP เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปของทางกองการบัญชี
อยากจะบอกว่า บัญชีจ๋ามาก
Knockบัญชี ทำหัก ณ ที่จ่าย เดบิท เครดิต ปรับบัญชีลูกหนี้ เจ้าหนี้ การไฟฟ้าเจ้าหนี้โคตรเยอะเลย
เขตที่ผมอยู่ ต้องดูแล ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา
ตาย ตาย :07:
ที่สำคัญ ความรู้ลงไหไปหมดแล้ว สอบติดได้นี่ก็ฟลุคสุดยอดละ :3005:
แต่ไงก็สู้ๆ ต้องอยู่รอด และทำให้ได้ บัญชีก็บัญชีเหอะ :12:
สังคมและเพื่อนร่วมงาน
อันนี้ยังไม่เจอหัวหน้าแผนก ไปราชการ ตจว. ปลายเดือนถึงจะกลับ
ถ้าไม่นับหัวหน้าแผนก คนอื่นๆ ดูเป็นมิตรมาก พี่ๆในแผนกดูใจดี ให้ความรู้สึกอยู่กันแบบพี่น้อง
(เขาบอกว่า อย่านับช่วง สตง. กับ สตพ. ลงตรวจ ทุกคนจะแปลงร่างกันเป็นคนละคน) :30:
พรุ่งนี้ทำงานวันที่สอง
วันทำความสะอาดใหญ่(Big Cleaning day)
อย่างมากทำงานครึ่งวัน วันจันทร์หยุดวันพ่อ
จันทร์หน้าหยุดชดเชย รัฐธรรมนูญ
ทดลองงานเดือนธันวานี่ ดีงี้นี่เอง ไงก็นับ 30 วัน :53:
:12: สู้ๆฮะ ชายออย
ขอให้มีความสุขกับงาน และเพื่อนร่วมงาน :27:
อยากสุขแบบไหน~ :69:
ขอบคุณมากพี่บวบ พี่ชาย พี่เจน :46:
พักกินข้าวที่ผ่านมา
เจอเพื่อนที่จพิ่งเข้าใหม่เหมื่นกัน เราก็ถามเขาไปว่า
เริ่มทำงานหรือยัง ได้ทำอะไรบ้าง
มองทีแรกนึกว่าเขาเป็นพนักงานช่างไฟฟ้า
ปรากฎเขาตอบว่า ได้ทำแล้ว จัดซุ้มดอกไม้ ยกโต๊ะยกของ ซ้อมร้องเพลง ฝึกอ่านประกาศ
เขาจบช่างไฟแต่ได้ไปทำประชาสัมพันธ์ ออกแบบโปสเตอร์ไรงี้ ไม่เข้าอย่างแรง เขาบอกแบบนั้น
เลยมองตัวเองว่า เอาวะ อย่างน้อยบัญชีเราพอรู้ ^^
เขียนจม.ขอขึ้นเงินเดือน + ลาพักร้อนสั้นๆ ไป ฟีดแบ็กดีดังคาด :53:
โอ้ว ขอขึ้นเงินเดือนได้ด้วย :59:
:52a:
ไรแว้... จุดนี้เค้าแคนนอทดูอะ :05:
อ้างคำพูดจาก: เจนสิก้า เมื่อ 02 ธ.ค. 2011, 09:56 น.
อยากสุขแบบไหน~ :69:
นึกว่าแทหลอก :34:
:69:
วันนี้ Big Cleaning Day
ช่วยกันจัดสวนดอกไม้กันทั้งแผนกบัญชี (เฉพาะกองผมอ่านะ)
ตกเย็นใกล้เลิกงาน เหลืออีก 20 นาทีจะเลิก
เลยถามพี่เขาเล่นๆ ว่า พี่ครับ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันละ เลิกก่อนเวลาได้มั้ย
พี่เขาก็ลุกขึ้นยืนพร้อมเก็บกระเป๋า
พี่ว่าจะไปอยู่พอดี ไปไป เลิกงาน
พอแกพูดจบเท่านั้น ทั้งแผนกทุกคนเก็บของเรี๊ยบบบบ กลับกันหมด :30:
วันอันคารกลับมาค่อยมาเซ็นต์ชื่อเลิกงานของวันศุกร์ :3005:
เอาอีเมล ขอขึ้นเงินดือนมาแปะดีกว่า :30:
อ้างอิงSubject: MY PERSONAL REQUEST :)
Dear Mark
Since I've been working here, Blast Innovation, for 16 months and I'm very happy to work with you guys. Do I make you satisfied with my responsibilities? If yes, please continue reading this mail. On the other hand, I still need your comment no matter what the answer is.
I have 2 things to discuss with you, as my own personal request.
1. I would like to ask for a vacation holiday on 20th-24th January 2012. There are 3 weekdays (Fri, Mon, and Tue).
I have plan for vacation with my girlfriend for celebrating our 8th year anniversary
,and she's already got the permission to leave on those days. Therefore, I'd like to ask request from you as soon as possible. Hope you will allow for this.
2. My salary
I have no idea what you do in your Australian company, like what is your criteria for determining salary increases. In my opinion, it's probably good for all, if you (directors) evaluate us in every work year or maybe at the end of calendar year. Then I think you will get the idea about increasing someone's salary or not.
I do know that we haven't got the real profit from what we are doing yet. But I'm very sure about what I need to take the responsibility with is much more than when I started to work here, and the load is still gaining up. Isn't it? Especially when comparing to others' salary, I got the least of them. I can understand if you reply me and say no with the reason about why it's not proper time to talk about it. But I'll be very pleased if your kindness concern about it.
Best Regards
Buob
PS. I'll re-send the only the 1st point to Dr. & also Steve. For the 2nd point I feel not comfort to talk to Dr., but you.
ว่าแล้วก็ตัดแปะ อีกอัน ส่งหาพาร์ทเนอร์อีกสองคน เฉพาะท่อนแรก เปลี่ยนหัวข้อเมลนิดหน่อย
อ้างอิงSubject: I WOULD LIKE TO REQUEST FOR VACATION ON NEXT YEAR
Dear All
Since I've been working here, Blast Innovation, for 16 months and I'm very happy to work with you guys. Do I make you satisfied with my responsibilities? If yes, please continue reading this mail. On the other hand, I still need your comment no matter what the answer is.
I have something to discuss with you, as my own personal request.
I would like to ask for a vacation holiday on 20th-24th January 2012. There are 3 weekdays (Fri, Mon, and Tue).
I have plan for vacation with my girlfriend for celebrating our 8th year anniversary
,and she's already got the permission to leave on those days. Therefore, I'd like to ask request from you as soon as possible. Hope you will allow for this.
Best Regards
Buob
ปรากฎว่าเจ้านายดันเห็นอันสั้นนี้ก่อนแล้วตอบเมลกลับมาว่า..
อ้างอิงBuob
For my part i am mostly happy with your work, I think everyone can continue to improve in areas, as I am sure you will as time goes on. Taking suggestions raised by Doctor, Steve and I as to things to try to work on better is an important way to learn how to improve for yourself and us.
Holiday no problem, thanks for the notice. Hope to see you to continue to grow with us and be rewarded appropriately for the level of responsibility you raise to carry and your productivity, we can discuss next year your wages once we start to bring money in from customers on jobs.
สักพักถึงได้ตอบไอ้อันแรกกลับมาอีกว่า..
อ้างอิงBuob
I see this email after the first one I reply to already, so u see my thinking even not seeing is email.
Between me and you, Arm is getting more then he is worth at the moment, I want to review salaries next year after holiday, I think you should get more, I'd like to tie the timing in to when we start to get paid for first hotel project.
My plan in the future is you are our highest paid person, but i want you as a partner on profit share and base salary. Doctor thinks you are a bit lazy, but I understand you /how you think and where you are at in your growth, you have a lot of potential and still young, if you keep progressing as you have for the last 16 months with me, you will not need to worry about money or any other job in the future you can work with me to grow our business group here and make a lot of money.
Let me know if you are ok with what I have said? Like I say before any problems you can tell me no worry.
สรุปว่าแฮปปี้ ทำให้วันนี้งานเดินเร็วกว่าปกติ :33:
แปลด้วย :07:
อ้าว :30:
I like the way P' Buob write this e-mail to his boss na.
Like friend mails to friend, not really formal but still respect.
Everytimes i wrote e-mails to my professor. I hv to read it twice to make sure that nothing wrong and dont make him/her misunderstand.
If I write the e-mail about my study, they will think that I will make some problem.
I do hate to write e-mail to my professor a lot.
But in your case, I feel good la. Seems like you guys really know each other.
:12:
ตูว่าอีเมลเป็นการสื่อสารที่เวิร์กมากนะ
๑. กลั่นกรองก่อนได้
๒. เร็ว
๓. มีหลักฐาน
:30:
ตรงไปตรงมาทั้งคู่เลยอะ เจ๋ง :12:
เจ้านายพี่จะแบบ มีอะไรคุยได้นะ อยากให้พูด พูดสิพูด
แต่พอบอกไปแล้วก็จะสวนกลับมาว่า ไม่ได้หรอก รับฟังเหตุผลไหม รับฟัง แต่ไม่อาจเปลี่ยนอะไรที่เขาคิดได้
เพราะงั้นเลยขี้เกียจพูด ไม่ใช่ไม่กล้า แต่เปลืองเวลาไปเปล่าๆ ปากบอกว่าหัวนอก แต่ขอโทษ
แนวคิดยุคตะวันออกโบราณมากกกก :58:
แปลก่อนซิโว้ยยยยยยยยยย อย่าพึ่งคุยกัน :05: :05: :05:
อันนี้ที่บวบส่งไป
อ้างอิง
มาร์คที่รัก
ผมแอบรักคุณมาตลอด 16 เดือนที่ผ่านมา
1. 20-24 มกรา 2012 ว่างมั้ย ไปเที่ยวกันมั้ย
2. ถ้าได้เจอหน้ามาร์คทุกวัน เงินเดือนไม่เอาก็ได้
อันนี้มาร์คตอบกลับมา
อ้างอิง
โอเค
กลับเมืองไทยเมื่อไหร่ ไปซ่ำกัน
ตามนั้น
ตูดบาน :54:
Great!! :12: :3005:
:30: จะแปลให้อยู่ เจอแบบนี้เข้าไป แปลแบบนี้แหละเข้าใจง่ายสุดแล้วครับ
:59:
อ่อ อันสุดท้ายที่มาร์กตอบกลับมายังบอกด้วยว่า
อ้างอิง
ถึงแม้ดอกเตอร์จะบอกว่าบวบเป็นคนขี้เกียจ ไม่ขยันทำงาน
แต่ฉันก็ไม่สนใจ เพราะฉันจะเอาบวบเป็นหุ้นส่วนชีวิต
จะได้ควงกันออกหน้าออกตาได้ในอนาคต
มิน่าถึงผ่านฉลุย :25:
:30b:
แต่ละคน :3005:
:30b:
ฮาอีตอนแต่ละคนแปลเมลล์พี่บวบเนี่ยแหละ :30:
พี่บวบเขียนดีอ่ะ เขียนเมลล์แล้วหัวหน้าตอบกลับมาได้แบบตรงๆ เลย
ของที่เก่าผม ถึงเราจะเมลล์ไป นัด one on one ไป เขาก็รับรู้นะ
แต่ก็ปล่อยไป ได้แค่รับรู้ เขาไม่ได้ชงเรื่องให้ต่อ :16:
เหมือนของพี่อะออย รับฟังทุกอย่าง ใส่ใจกับทุกๆ ปัญหา
อยากให้พูด มีอะไรบอกมา เขาแฟร์มาก โอเพ่นมาก..
ฟังแล้วก็โคลสไปเงียบๆ ไม่มีอะไรต่อ งั้นแล้วตูจะพูดทำไม :58:
เจ๋งดี
นายเก่าผมก็เหมือนพี่แอ้ มีอะไรพูดได้
แต่ผมก็ไม่กล้า ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน
หวังว่าเค้าจะขึ้นเงินเดือนให้อย่างเดียว :16:
คือผมเชื่ออย่างนี้อะครับ :37:
1. ผมมั่นใจว่าผมทำงานได้ตามเป้าหมาย ตรงไปตรงมา (ตลอดเวลาที่ผ่านมาแฮปปี้กับการที่สามารถตรงไปตรงมากับเข้านายได้มากๆ)
2. ตอนนี้ไม่มีใครแทนผมได้แน่นอน ต่อให้หาได้ ก็ต้องเสียเวลาสอนงานอีกนาน รายละเอียดเยอะมาก และต้องจ่ายแพงขึ้นแน่นอน
3. ผมเป็นคนกลางในเกือบทุกเรื่อง เรียกว่าเป็นแสตนด์อินให้เจ้านายเลยล่ะ
4. ถ้าไม่พูดเขาอาจจะคิด แต่ยุ่งจนลืม คือพูดไปไม่มีไรเสีย มีแต่ได้กับเสมอตัว เพราะงั้นลุยเลย รอจังหวะเหมาะๆ เท่านั้นแหละ
อย่างสุดท้ายคือ ผมว่าผมมีวิธีพูดให้เขาต้องตอบนะ คือถ้าไม่ขึ้นก็ไม่เป็นไร แต่ขอเหตุผลที่เข้าใจได้ด้วยนะไรงี้
ปล. บอกตรงๆ ว่ายังไม่ขึ้นผมก็คงไม่ไปไหนหรอก ชอบเจ้านายแบบนี้ เถียงได้ แล้วก็สนใจเรื่องราวของลูกน้อง
ทุกครั้งที่กลับมาก็จะถามถึงแฟน ถามเรื่องบ้านน้ำท่วม ถามเรื่องคุณตาไม่สบาย.. ซึ่งไม่เคยเจอเจ้านายคนไทยคนไหนสนใจจะจำหรือแม้แต่อยากรู้เรื่องพวกนี้เลย
ไม่รักกันจริงไม่ใส่ใจขนาดนี้หรอก :69:
เจ้านาย เจ๋งมากอะ
:69: อยากโดนเจ้านายแบบนี้บ้าง
ยังไม่โดนนะ :69:
แล้วก็หันไปมองอวตารพี่บวบ
กำลังร้องไห้ :30:
ตอนนี้ได้งานจ้อบมาจากเพื่อนแล้ว เรื่องของเรื่องคือที่บ้านเพื่อนกำลังทำอเวนิวใหม่ที่ตาก
อารมณ์คือจุดพักรถประจำจังหวัด เป้าหมายระยะยาวคือการเป็น landmark ที่คนจะแวะถ่ายรูปได้
นึกถึงคอฟฟี่อินเลิฟปาย หรือไอเบอรี่เชียงใหม่น่ะ แต่สภาพตอนนี้มันต้องการการตกแต่งอีกมาก :59:
ปัญหาของเค้าคือ มีช่างแต่ขาดทีมออกแบบ มีลูกเค้าทำคนเดียวไรงี้
ตอนแรกที่ติดต่อมาเค้าจะจ้างให้ออกแบบลายรอบรถสองแถวเฉยๆ แต่ไปๆมาๆมันดูมีอะไรให้ทำเยอะมาก
ตอนนี้เลยพยายามกล่อมให้เค้าซื้อตัวไปตกแต่งทั้งโครงการอยู่ \ :02:/
งานคนรู้จักนี่ก็กลัวโดนกดค่าแรงนะ แต่ดูเพื่อนนานาเค้าเรื่องมากกะความสวยงามอยู่
อย่างน้อยก็รู้ว่าอะไรสวยไม่สวย แต่ไม่สามารถครีเอทออกมาได้เองเฉยๆ
ตอนนี้ยังไม่รู้เหมือนกันว่าต้องเรียกเท่าไหร่เพราะประสบการณ์ยังไม่ค่อยมี แต่ก็หวังเป็นงานเก็บเลเวลแหละ
โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ
เอาน่านานา ถือว่าเป็นงานเปิดตัว :25:
อารมณ์ตอนนี้มันตื่นเต้นด้วยแหละ เพราะถ้าได้ไปทำตัวโครงการจริงๆคงน่าสนุกมาก :40:
แล้วก็ตอนนี้มีแค่ลูกเจ้าของโครงการ(ก็เพื่อนนานาอะแหละ) ที่คุมการออกแบบอะไรงี้อยู่
สรุปว่าประสบการณ์ไม่ค่อยมีเลยทั้งคู่ งานเก็บ exp นั่นเอง :37:
ว่าแต่เรียกตังเท่าไหร่ดีเนี่ย
เรียกแค่ค่าครองชีพ + ค่าเสียเวลาพอ ถ้างานสวยก็จะได้งานมาจากทางนี้เรื่อยๆ แถมมีช่องทางติดต่อคนได้อีก :37:
ตูทำแต่แบบนี้ งานแรกคิดถูกมาก งานต่อไปคิดเรทปกติ แดกแกลบตอนงานแรก พองานหลังๆ ก็ยังแดกแกลบอยู่ดี แต่เป็นแกลบเกรดเอ :37:
ขอบคุณมากค่า :27:+
รอขอคำแนะนำผู้ใหญ่ที่เขาแดกแกลบกันมาทั้งชีวิตก่อนสิ :42:
ไม่รู้อะบวกไปก่อน :47:
จริงๆ ไม่อยากให้คิดอย่างนั้นนะ แบบรับให้ถูกไว้ก่อน คือรับที่เราสามารถทำได้ไม่ให้ขาดทุนค่าน้ำค่าไฟ
แล้วก็พอได้ค่าเหนื่อยมาไม่ต้องเยอะก็โอเคนะครับ ซึ่งปกติแล้ว ค่าทำของเรา ซึ่งต้นทุน
ในการทำของเรามันไม่ได้เยอะอยู่แล้วสำหรับคนที่ไม่ใช่วัยทำงาน ดังนั้นอย่าคิดให้มันน้อยเกินไปจนลำบาก
เอาง่ายๆ ลองคำนวนเล่นๆ สนุกๆ เอาต้นทุนเวลามาลองคำนวนดูนะครับ
สมมติว่า นานา อยากทำงานแนวนานา 1 ชั่วโมง ได้กำไร 50 บาท
ไม่รุ้ละได้โปรเสส เท่าไรอย่างไง ก็ลองเฉลี่ยดูนะ
แล้วลอง คิดต้นทุน ในเวลา 1 ชั่วโมง คร่าวๆ ดูว่าเราลงทุนอะไรไปบ้าง
เช่น ใช้ไฟ หรือเปล่า คิดเฉลี่ยต่อชั่วโมงกี่บาท ใช้น้ำหรือเปล่า เฉลี่ยต่อชั่วมงกี่บาท
ใช้พลังงานจากการกินข้าวมื้อไหน แล้วข้าวมื้อนั้นใช้ตังค์ไปเท่าไร
แล้ว อยุ๋ กี่ชั่วโมงถึงจะกินมื้อต่อไปก็หาค่าข้าวเฉลี่ยต่อชั่วโมงได้
มีต้นทุนอื่นๆ อีกมั้ย ลอง คิดดูนะ สนุกดี แล้วจะได้ต้นทุนคร่าวๆ แบบสนุกออกมา
ให้เราคำนวน การทำงานของเราต่อชั่วโมงได้
คิดราคาตลาดมาตั้งแต่เรียน ปวช แล้วอะ กะเอาตามงานในตลาดเลยถ้ามั่นใจ
ถูกกว่านิดหน่อยก็ได้ไม่น่าเกลียดอะไร ขายฝีมือขายความคิด :56:
ผมลำบากมากทั้งก่อนแหละหลังน้ำท่วม
แต่เอาละ ไม่ฟูมฟายมากละ
อ้างคำพูดจาก: ณิชหูด เมื่อ 14 ธ.ค. 2011, 22:28 น.
คิดราคาตลาดมาตั้งแต่เรียน ปวช แล้วอะ กะเอาตามงานในตลาดเลยถ้ามั่นใจ
ถูกกว่านิดหน่อยก็ได้ไม่น่าเกลียดอะไร ขายฝีมือขายความคิด :56:
อ้าว แก้ไขเหรอ จริงๆ เรื่องนี้ก็ถูก ต้องพยายามไม่ไปรับงานแล้วทำราคากลางเขาดรอปลงเยอะนะครับ
ทางที่ดีลองไปสืบดูก่อนว่างานประเภทที่เราจะทำ เขาคิดกันเท่าไร แล้วก็ลดมาไม่ต้องเยอะ
เวลาเสนอราคา ก็บอกไปด้วยว่า มันเป็นราคาเพื่อนฝูง เพื่อไม่ให้ลูกค้าคิดว่าตลาดกลางราคาต่ำ
แต่เรื่องคำนวนต้นทุนนั่น ก็ช่วยได้ครับเวลาคิดงาน อันนั้นไม่ใช่การคำนวนต้นทุนแค่แรงงาน
เราก็สามารถบวกต้นทุนความคิดไอเดียเข้าไปได้ ก็ลองคำนวนดู สนุกดีออก
โอ้ส จะพยายามค่ะ \ :37: /
อีกคำถาม
โลโก้เนี่ย คิดเท่าไหร่ดี :59: เจอคนมาขอให้ทำบ่อยมาก
วันนี้เพื่อนโทรมาถามว่าว่างป่าว มีพี่ที่รู้จักกะเปิดร้านกาแฟขายเค้กด้วย
หรือร้านอะไรทรัวๆสักอย่าง(จำไม่ได้ละ) มึงจะเอาเท่าไหร่
เรียกไปห้าร้อยเพราะถือว่าเพื่อนขอ แก้จนกว่าจะพอใจ ไม่เอาไปใช้ไม่ต้องจ่าย
แต่เหมือนเค้ามีฟีลลิ่งว่าค่าโลโก้ห้าร้อยนี่แพงมาก แล้วก็
เอาวันพรุ่งนี้ ก็เลยบอกปัดไป :59:
ประเดนคือลูกค้าดูเป็นเกย์แรงๆน้ำเสียงเหวี่ยงๆ ก็เลยไม่อยากรับด้วย มีแววจะเสียสุขภาพจิต :37:
อ้างคำพูดจาก: นักศิลปะ เมื่อ 14 ธ.ค. 2011, 22:37 น.
ผมลำบากมากทั้งก่อนแหละหลังน้ำท่วม
แต่เอาละ ไม่ฟูมฟายมากละ
สู้ๆนะคะ
เหมือนเรื่องคิดค่าแรงเท่าไหร่ดีนี่เคยแชทกับพี่บิ๊กกระต่ายดำบนกรุ๊ปฟอนต์บนเฟซบุ๊กไปแล้ว
หลักๆ เลย นานาก็ต้องดูว่า งานที่รับมานั่นต้องใช้เวลาทำเท่าไหร่
แล้วก็คิดราคาจากชั่วโมงที่เราต้องใช้ทำงาน
คือบางทีเราคิดเงินเป็นก้อนดูเหมือนเยอะ
แต่พอมาหารด้วยชั่วโมงทำงานแล้ว
ปรากฎว่าไปขี่มอไซด์วินได้เงินเยอะกว่านะ :30:
บางคนคิดเงินพอดูจากชั่วโมงที่ใช้ทำงานแล้ว
ปรากฎว่าได้น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำก็มี :37:
ตูคิดง่ายๆ แค่ว่า ถ้าเป็นราคาที่ทำไป โอดโอยไป ว่าเมื่อไหร่จะเสร็จ แบบนี้จะไม่ทำ :59:
ต้องเป็นราคาที่ทำไป อยากให้เสร็จไป ประมาณว่า เดี๋ยวกูจะได้เงินอีกงวดละว้อยย ถึงจะทำ :07:
ปล. งานเพื่อนกันที่เหี้ยสุดไม่ใช่ราคาหรอก แต่คือการแก้แบบแบบนอนสต็อป
จากประสบการคือ ให้ระบุในสัญญา (ต้องทำ ยังไงก็ต้องทำ) เรื่องจำนวนครั้งของการส่งแบบให้ชัดเจน (จะแบ่งงวดเงินตามนั้นด้วยก็ง่ายดี)
แล้วระบุตัวโตๆ ไปด้วยว่า ถ้ามีการแก้แบบหลังจากครั้งที่เป็นไฟนอลแล้ว คิดครั้งละเท่าไหร่ ค่าเดินทางด้วย บวกไปเลย เพราะถือว่าเป็นงานเพิ่มแล้ว
ที่ไม่ทำโลโก้ก็เพราะงี้แหละเพื่อนขอให้ทำให้รุ่นพี่อีกทีอีกที แล้วห้าร้อยนี่คือไม่พอใจไม่จ่ายแล้วเอาพรุ่งนี้ด้วยนะ :59:
ตอนคุยกับป๋าเนี่ย ได้วิธีคิดเงินไปหลายเหมือนกัน
แต่หลัก ๆ คือ ทำแล้วเราไม่ลำบาก
เมตตาธรรมมันใช้กับการรับงานไม่ค่อยได้ :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 14 ธ.ค. 2011, 23:23 น.
ตูคิดง่ายๆ แค่ว่า ถ้าเป็นราคาที่ทำไป โอดโอยไป ว่าเมื่อไหร่จะเสร็จ แบบนี้จะไม่ทำ :59:
ต้องเป็นราคาที่ทำไป อยากให้เสร็จไป ประมาณว่า เดี๋ยวกูจะได้เงินอีกงวดละว้อยย ถึงจะทำ :07:
ปล. งานเพื่อนกันที่เหี้ยสุดไม่ใช่ราคาหรอก แต่คือการแก้แบบแบบนอนสต็อป
จากประสบการคือ ให้ระบุในสัญญา (ต้องทำ ยังไงก็ต้องทำ) เรื่องจำนวนครั้งของการส่งแบบให้ชัดเจน (จะแบ่งงวดเงินตามนั้นด้วยก็ง่ายดี)
แล้วระบุตัวโตๆ ไปด้วยว่า ถ้ามีการแก้แบบหลังจากครั้งที่เป็นไฟนอลแล้ว คิดครั้งละเท่าไหร่ ค่าเดินทางด้วย บวกไปเลย เพราะถือว่าเป็นงานเพิ่มแล้ว
คนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนก็แก้เยอะ ใช่ๆ :56:
ห้าร้อยนี่ยังแพงไปอีกเหรอ จ้างรถแดงขึ้นดอยยังไม่ได้เลยนะ :05:
ถ้าเป็นเพื่อนตู ตูจะบอกว่า มึงเก็บตังไว้พาเมียไปแดกข้าวเหอะแสรดดด :13: :59:
นี่ก็กำลังทำงานให้น้องอยู่ น้องกำลังลำบากน้ำท่วม ทักมาหาผมในเฟส ก็ถามๆ ไปๆ มาๆ อยากช่วยแต่ไม่รู้จะทำยังไง เห็นมันทำธุรกิจอะไรอยู่ก็เลยว่าจะทำนามบัตรไปให้มันฟรีๆ แล้วก็มานั่งงึด งานไม่เดินซักที :30:
เมื่อกี้ใช้วาจาได้ดราม่าไปหน่อย เลยลบออก :30:
อ้างคำพูดจาก: มังกิ๊ง เมื่อ 14 ธ.ค. 2011, 23:33 น.
นี่ก็กำลังทำงานให้น้องอยู่ น้องกำลังลำบากน้ำท่วม ทักมาหาผมในเฟส ก็ถามๆ ไปๆ มาๆ อยากช่วยแต่ไม่รู้จะทำยังไง เห็นมันทำธุรกิจอะไรอยู่ก็เลยว่าจะทำนามบัตรไปให้มันฟรีๆ แล้วก็มานั่งงึด งานไม่เดินซักที :30:
งี้แหละ มันไม่มีแพชชั่น :30:
อ้างคำพูดจาก: ณิชหูด เมื่อ 14 ธ.ค. 2011, 23:33 น.
เมื่อกี้ใช้วาจาได้ดราม่าไปหน่อย เลยลบออก :30:
อะไรๆๆๆ :25:
ตูก็เห็นสัจธรรมจากที่เอ็งโพสต์นั่นแหละ เพราะรู้สึกได้ว่า โดนตัดราคาจากเด็กจบใหม่ที่คิดราคาไม่เป็น จนอยากจะไปขายข้าวแกง :30:
อ้อ พอจะเข้าใจละว่าเรื่องอะไร
เรื่องเด็กจบใหม่เรียกถูกผมว่ามันไม่แปลกนะ อีเพื่อนๆ กันที่ฝีมือพอกัน หรือดีกว่า ใครเรียกถูกกว่าผม ผมด่าหมด จะบ้าเรอะ เียกแบบนี้ได้ไง ตายห่ากันหมดพอดี :30:
ต่อจากนี้จะพยายามเข้าสู่โลกของการทำงานเด้อ
ฝากตัวด้วยค่า \ :37: /
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 14 ธ.ค. 2011, 23:36 น.
ตูก็เห็นสัจธรรมจากที่เอ็งโพสต์นั่นแหละ เพราะรู้สึกได้ว่า โดนตัดราคาจากเด็กจบใหม่ที่คิดราคาไม่เป็น จนอยากจะไปขายข้าวแกง :30:
เมื่อก่อนก็เคยคิดนะว่า เรายังไม่ใช่มืออาชีพก็ไม่่น่าคิดราคาแพง โดยเฉพาะกะเพื่อนหรือคนรู้จัก
แต่พอไปเจอเว็บที่ออกแบบโลโก้ราคาเป็นหมื่นแล้วงานออกมาไมโครซอฟคลิปอาร์ตเนี่ย เปลี่ยนความคิดไปเลย :59:
เปลี่ยนไปยังไง จะเปลี่ยนแนวไปลองออกแบบแบบนั้นใช่มะ :30:
ที่เคยเจอก็คือ บอกว่าของเราแพง เลยไปจ้างคนอื่น
ผ่านไปเดือนนึง ก็มาบอกเราว่า ให้ลดราคาให้หน่อยเถอะ ไปจ้างคนอื่นที่ถูกกว่ามา
แล้วงานไม่ได้แบบที่ต้องการ แถมสั่งแก้ก็ไม่ค่อยทำให้
คือ จ้างตูตั้งแต่แรกก็จบแล้ว :39:
จะได้โพสมั้ยวันนี้ :13:
:01: คือถ้ายังงั้นก็ตั้งสหกรณ์เลย จะได้มีราคากลาง พอตั้งสูงเห็นเป็นเด็กก็หาว่าไม่เจียม ตั้งต่ำก็โดนอีกคนบ่น สรุปยังไงดีล่ะ :08:
อ้างคำพูดจาก: blackYuri เมื่อ 14 ธ.ค. 2011, 23:41 น.
ที่เคยเจอก็คือ บอกว่าของเราแพง เลยไปจ้างคนอื่น
ผ่านไปเดือนนึง ก็มาบอกเราว่า ให้ลดราคาให้หน่อยเถอะ ไปจ้างคนอื่นที่ถูกกว่ามา
แล้วงานไม่ได้แบบที่ต้องการ แถมสั่งแก้ก็ไม่ค่อยทำให้
คือ จ้างตูตั้งแต่แรกก็จบแล้ว :39:
แล้วลดให้มะ? เป็นผมไม่ลดนะ จะสมน้ำหน้าด้วย :30:
อ้างคำพูดจาก: นานาาา เมื่อ 14 ธ.ค. 2011, 23:39 น.
ต่อจากนี้จะพยายามเข้าสู่โลกของการทำงานเด้อ
ฝากตัวด้วยค่า \ :37: /
เมื่อก่อนก็เคยคิดนะว่า เรายังไม่ใช่มืออาชีพก็ไม่่น่าคิดราคาแพง โดยเฉพาะกะเพื่อนหรือคนรู้จัก
แต่พอไปเจอเว็บที่ออกแบบโลโก้ราคาเป็นหมื่นแล้วงานออกมาไมโครซอฟคลิปอาร์ตเนี่ย เปลี่ยนความคิดไปเลย :59:
เมื่อไหร่ที่เอ็งคิดตังค์เขา นั่นก็ถือว่าเป็นมืออาชีพแล้ว
แต่เป็นมืออาชีพที่ดี กับที่เลว อันนั้นก็ต้องมาว่ากันอีกที
กับคนรู้จักเนี่ย ส่วนใหญ่ทำงานยากและจะเสียเวลาเยอะ :37:
แทนที่จะเอาเวลาไปรับงานอื่น แต่ต้องมาแก้งานพวกนี้ รายได้หดอีก :37:
แต่ถ้าเป็นเพื่อนก็ต้องเอาแบบบวบอ่ะ มึงห้ามเร่ง เสร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น กูทำให้ฟรีก็ยังได้ :30:
อ้างคำพูดจาก: blackYuri เมื่อ 14 ธ.ค. 2011, 23:41 น.
ที่เคยเจอก็คือ บอกว่าของเราแพง เลยไปจ้างคนอื่น
ผ่านไปเดือนนึง ก็มาบอกเราว่า ให้ลดราคาให้หน่อยเถอะ ไปจ้างคนอื่นที่ถูกกว่ามา
แล้วงานไม่ได้แบบที่ต้องการ แถมสั่งแก้ก็ไม่ค่อยทำให้
คือ จ้างตูตั้งแต่แรกก็จบแล้ว :39:
เคสนี้เจออย่างบ่อย เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย :52:
อ้างคำพูดจาก: นานาาา เมื่อ 14 ธ.ค. 2011, 23:39 น.
แต่พอไปเจอเว็บที่ออกแบบโลโก้ราคาเป็นหมื่นแล้วงานออกมาไมโครซอฟคลิปอาร์ตเนี่ย เปลี่ยนความคิดไปเลย :59:
เมืองนอกกะเมืองเรากูว่ามันไม่เหมือนกันว่ะนา กูคิดนะว่าความแอ๊พพริชิเอทอาร์ทเมืองเราไม่ค่อยเท่ากับเมืองอื่นเขาละมั้ง อย่างตัวกูเองบางทีดูหนังสืออาร์ทที่เขาว่าศิลปินดังจะตายห่า แต่ใช้สีเทียนแท่งละยิ่บห้าบาทปาดไปมาเป็นรูปหูดอะไรไม่รู้ ถ้าอยู่เมืองเราคงโดนจับไปเรียนพละแล้วละมั้ง
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 14 ธ.ค. 2011, 23:45 น.
แล้วลดให้มะ? เป็นผมไม่ลดนะ จะสมน้ำหน้าด้วย :30:
แน่นอนว่า ไม่ลด เพราะว่าที่คิดให้นั่น ตอนแรกก็ต่อ แล้วเราก็ให้เต็มที่แล้วแค่นั้น
แล้วยิ่งซมซานมาแบบนี้ ต้องให้รู้ว่า โลกมันโหดร้าย เพราะตูเคยโดนมาแล้วเหมือนกัน :30:
อ้างคำพูดจาก: หนุ่ม เมื่อ 14 ธ.ค. 2011, 23:46 น.
เคสนี้เจออย่างบ่อย เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย :52:
แล้วชอบจริง ๆ จ้างถูก ๆ งานช้าไม่เป็นไรเนี่ย พอเอาเข้าจริง ๆ :59:
เร่งสุดตัว บอกว่าเสียเวลาไปเยอะแล้ว
ครั้นเราบอกว่าเงื่อนไขเรื่องเวลามันเปลี่ยนไปแล้วนะ ต้องคิดเงินเพิ่ม
ร้องโอดโอยกันเป็นแถว :30:
คุยงานวันแรก จะกะเพื่อนหรือกะใคร เอาไดอะแกรมนี้ให้ดูสิ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 23 ก.พ. 2011, 15:52 น.
ขุดจ้ะ มีแปลไทยแล้ว :25:
(http://farm6.static.flickr.com/5132/5470752770_0e7960f016_o.jpg) (http://www.flickr.com/photos/iannnnn/5470752770/)
เรียนท่านลูกค้าผู้มีอุปการคุณทุกท่านโปรดทราบ (http://www.flickr.com/photos/iannnnn/5470752770/#)
แปลโดย @adamy (http://twitpic.com/42u0jm) จ้ะ
กิ้งต้องเข้าใจครับ ว่า การคิดถูก เพราะเราประเมิณฝีมือ (เหมือนเราคัดเกรดสินค้า) กับ คิดถูกเพราะไม่รุ้ว่ามันถูกนี่มันต่างกัน นะครับ คนที่คิดถูกเพราะยังไม่เป็นมืออาชีพ หรือ คิดตามราคาฝีมือนี่ มันสมเหตุสมผล ลูกค้าเข้าใจได้ และรู้พร้อมทั้งรับได้ อันนี้ไม่มีปัญหา
เพราะเขาจะรุ้ตัวเองเสมอว่า ถ้าจะอัพราคา ต้องขึ้นอยุ๋กับปัจจัยอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นฝีมือ ขั้นตอน การบริหาร การคุยกับลูกค้า ลำดับ
ถ้าเรารู้แบบนี้ โอกาสที่เราจะพัฒนาสายอาชีพของเรา ให้ไปพร้อมกับค่าจ้าง มันก็เป็นไปได้เยอะและเร็วกว่าครับ
แต่สำหรับ คนที่ คิด โดยไม่รู้ว่ามันถูก แต่แค่เดาเอา ไม่มีข้อมูล หรือมีข้อมูลแต่ก็ กูจะคิดถูกอะ จะทำไมละ อาจเกิดจากกลัว
ไม่มั่นใจ หรืออะไรก็แล้วแต่ แบบนี้มันยากนะครับ กว่าจะเข้าลูป ถึงตอนนั้น ก็ไม่รุ้ว่า ทำให้อีกกี่คนในสายอาชีพเราตกงานไปแล้ว
แล้ว ตอนที่เรายืนอยุ่จุดสูงสุดของอาชีพนั้น อาจจะทำให้เราได้ค่าจ้างถูกกว่าเมื่อก่อนเยอะ...เลยก็เป็นได้
มีสาระ :25:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 14 ธ.ค. 2011, 23:45 น.
เมื่อไหร่ที่เอ็งคิดตังค์เขา นั่นก็ถือว่าเป็นมืออาชีพแล้ว
แต่เป็นมืออาชีพที่ดี กับที่เลว อันนั้นก็ต้องมาว่ากันอีกที
อันนี้ผมว่ามันต่างนะป๋า เพราะถ้ายังไม่จบ แต่ทำงานนอกเวลาเรียน ผมเคยเจอแต่คนที่พยายามกดราคาผมมากๆ ด้วยเหตุผลเยอะแยะมากมาย (หลักๆ ก็ไอ้เรื่องการตลาดมัดใจลูกค้าลดราคาโน่นนี่) เพราะด้วยความที่เขาคิดว่าเราไม่ได้ dedicated ตัวเองให้กับงานเหมือนพวกจบแล้วหลายๆ คน คือผมว่าบางคนก็คงคิดว่าเฮ้ยสายอาชีพแบบนี้มันคงเหมือนเรียนวิชาการทั่วๆ ไปที่ต้องคิดราคาตามวุฒิแหละ เรียกเด็กยังไม่จบก็ต้องถูกกว่าปริญญาสิ ไม่งั้นเรียกพวกปริญญามาทำคงดีกว่า เนื้องานผมว่าเขาดูไม่ค่อยจะออกกันหรอก เห็นแค่คนนี้ทำถูกใจกูนะ คนนี้สีสวยดีนะ คนนี้ตามงานไวดีนะ คือผมอาจจะไม่ได้มาทางอาร์ตเพียวๆ ยอมรับเลยว่าฝีมือสู้ชาวบ้านเขาไม่ค่อยได้ ก็ต้องพยายามหาวิธีดิ้นรนในงานตรงนี้ให้มากที่สุด
ที่คุณหูดเบลพูดก็ถูกนะ แต่ไฟท์เขาหลายรอบ นอกจากไม่ชนะ ยังกลายเป็นเด็กปีนเกลียวอยู่บ่อยๆ :08:
ตัดหน้ากันตลอดเลย จะเรียนรู้ไปเรื่อยๆนะคะขอบคุณมากๆ \:3005:/
หาผัวรวยดีก่า :59:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 14 ธ.ค. 2011, 23:56 น.
กิ้งต้องเข้าใจครับ ว่า การคิดถูก เพราะเราประเมิณฝีมือ (เหมือนเราคัดเกรดสินค้า) กับ คิดถูกเพราะไม่รุ้ว่ามันถูกนี่มันต่างกัน นะครับ คนที่คิดถูกเพราะยังไม่เป็นมืออาชีพ หรือ คิดตามราคาฝีมือนี่ มันสมเหตุสมผล ลูกค้าเข้าใจได้ และรู้พร้อมทั้งรับได้ อันนี้ไม่มีปัญหา
เพราะเขาจะรุ้ตัวเองเสมอว่า ถ้าจะอัพราคา ต้องขึ้นอยุ๋กับปัจจัยอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นฝีมือ ขั้นตอน การบริหาร การคุยกับลูกค้า ลำดับ
ถ้าเรารู้แบบนี้ โอกาสที่เราจะพัฒนาสายอาชีพของเรา ให้ไปพร้อมกับค่าจ้าง มันก็เป็นไปได้เยอะและเร็วกว่าครับ
แต่สำหรับ คนที่ คิด โดยไม่รู้ว่ามันถูก แต่แค่เดาเอา ไม่มีข้อมูล หรือมีข้อมูลแต่ก็ กูจะคิดถูกอะ จะทำไมละ อาจเกิดจากกลัว
ไม่มั่นใจ หรืออะไรก็แล้วแต่ แบบนี้มันยากนะครับ กว่าจะเข้าลูป ถึงตอนนั้น ก็ไม่รุ้ว่า ทำให้อีกกี่คนในสายอาชีพเราตกงานไปแล้ว
แล้ว ตอนที่เรายืนอยุ่จุดสูงสุดของอาชีพนั้น อาจจะทำให้เราได้ค่าจ้างถูกกว่าเมื่อก่อนเยอะ...เลยก็เป็นได้
ผมก็ลืมว่าถ้าไอ้นานามันคิดถูก ก็ตกงานกันครึ่งประเทศได้ละ :59: :46:
คือผมพยายามจะสื่อว่ามันมีเรตปกติอยู่ นานาลดซักนิดนึงก็ได้ เพื่อความสัมพันธ์ยาวนานกับลูกค้า แต่สงสัยพูดจาไม่ค่อยเคลียร์เลยกลายเป็นงานสามอาทิตย์ห้าสิบบาท :08:
อ้างคำพูดจาก: หนุ่ม เมื่อ 14 ธ.ค. 2011, 23:53 น.
เร่งสุดตัว บอกว่าเสียเวลาไปเยอะแล้ว
ครั้นเราบอกว่าเงื่อนไขเรื่องเวลามันเปลี่ยนไปแล้วนะ ต้องคิดเงินเพิ่ม
ร้องโอดโอยกันเป็นแถว :30:
แต่ตูไม่ได้คิดเพิ่มนะ แต่ตูจะขอเวลาเท่าเดิม :30:
แล้วพวกเราด่วน ๆ ทั้งหลายเนี่ย พอเอาเข้าจริง ๆ ส่งงานไปเป็นชาติ ยังไม่เช็คงงานเราก็มี
บอกว่า คนนั้นคนนี้ไม่อยู่ ยังไม่ได้ตรวจ :59:
จะเก็บเงินก็ไม่ได้ เพราะยังไม่ตรวจ แล้วก็รอไปเถ๊อะ :3005:
แต่ตอนอยากได้เนี่ย งานด่วนนะครับ ช่วยหน่อย ๆ :59:
บันทึกระบายใจกันมากๆ :30:
:56: ลืมตัว กลับเข้าโลกเดิมดีกว่า
อีกอย่างหนึ่ง ผม คือ ถ้าแบบจะเอาใจลูกค้า เนื่องด้วยว่าจะมีผลประโยชน์ต่อกันอีกยาวนานนี่
แล้วรับงาน ราคา ถูกกว่าลงแรง นี่ อย่าใช้คำว่า รับงาน ถูกนะครับ ให้ใช้คำว่า ทำงานให้เกินราคา
เพราะรักและห่วงใยหรือเสน่หาอะไรก็แล้วแต่ ให้บอกไปแบบนี้นะครับ
ลูกค้าก็จะได้ดีใจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่ให้งานเรา และเขาก็จะไม่คิดไปจ้างถูกกับคนที่ไม่เสน่หาเขา :35:
ราคาตลาดก็จะได้ไม่เสียด้วย :58:
:12:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 15 ธ.ค. 2011, 00:15 น.
อีกอย่างหนึ่ง ผม คือ ถ้าแบบจะเอาใจลูกค้า เนื่องด้วยว่าจะมีผลประโยชน์ต่อกันอีกยาวนานนี่
แล้วรับงาน ราคา ถูกกว่าลงแรง นี่ อย่าใช้คำว่า รับงาน ถูกนะครับ ให้ใช้คำว่า ทำงานให้เกินราคา
เพราะรักและห่วงใยหรือเสน่หาอะไรก็แล้วแต่ ให้บอกไปแบบนี้นะครับ
ลูกค้าก็จะได้ดีใจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่ให้งานเรา และเขาก็จะไม่คิดไปจ้างถูกกับคนที่ไม่เสน่หาเขา :35:
ราคาตลาดก็จะได้ไม่เสียด้วย :58:
ผมก็เพิ่งคิดถึงเรื่องราคาตลาดก็ตอนมีคนแอบมาแขวะเนี่ยแหละครับ :30: คือปกติตอนเรียนสายนี้คืองานทำคนเดียว แล้วต้องแข่งขันสูงตลอด และก็มักจะแพ้ตลอดในแง่ของงาน ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจก็เลยลดค่าแรงตัวเองลง อาจจะเป็นที่มาของแนวคิดยังงี้ก็ได้ครับ :42: คือเอาง่ายๆ ก็ขี้เกียจขยันให้เก่งกว่าเพื่อนน่ะแหละ เลยอาศัยความที่ยังไม่ต้องหาเงินเองมาเอาเปรียบคนอื่น :16:
คือไม่ใช่ว่า การคิดถูกเป็นการเอาเปรียบคนอื่นนะครับ การประเมิณฝีมือก็เหมือนการคัดเกรดสินค้า
ให้ลูกค้าเลือก แหละครับ ก็ถ้าเราประเมิณแล้วว่าร้าน เรา มีสินค้า สุดๆ ได้แค่เกรด ซี แต่ก็ยังจะขาย
การคิดราคาถูก มันก็เป็นเรื่องยุติธรรมครับ ส่วนยุติธรรมกับตัวเองหรือเปล่าอันนี้ ก็ต้องคิดเอาเองละ
แต่ที่บอกไปก่อนๆ หน้านี้ แค่อยากให้ เราได้รู้ปัจจัยเล็กๆ น้อยๆ ของการคิดราคา เพื่อจะได้เรียนรุ้ปัจจัยในการอัพราคา
ไม่เป็นคนนอนกิน โดยยืนราคาเดิม ไม่สนใจว่าจะไปตัดราคาใคร อย่างไง ชิลๆ ไปๆ อะไรงี้
บางที่เราอาจจะรู้ว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เราอัพราคาได้ มันไม่ได้มีแค่ผลงาน
หรือคุณภาพผลงานนะครับ มันมีเรื่องการให้ค่าประสบการณ์ ของตัวเอง ด้วย
มีเรื่องการติดต่อสื่อสารบริการอื่นๆ กับลุกค้าด้วย ซึ่งแน่นอน ทำบ่อยก็คล่องขึ้น คล่องขึ้นก็ควรได้รับค่าฝีมือมากขึ้น
เป็นธรรมดา แต่นั่นแหละครับ ตราบใดที่เราเห็นว่าเรามีปัจจัยพวกนี้ และกำลังพัฒนามันอยุ๋ในการรับงานแต่ละครั้ง
ผมว่า ถึงคุณภาพงาน จะอ่อนด้อยกว่าคนอื่น ก็ยังใช้ปัจจัยเหล่านี้ในการอัพราคา ขึ้นได้ อย่าแช่ราคาเพราะประเมิณแต่คุณภาพ
พยายามให้ค่ากับสัมมาอาชีพของตัวเองเยอะๆ ครับ
อย่าคิดมากครับ กระทู้นี้ ยังรอคุณอยู่ http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,19551.msg1604737.html#msg1604737 (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,19551.msg1604737.html#msg1604737)
:37:
:46: :28: :28: :28:
พอพูดถึง เรื่องปัจจัย ในการอัพราคา มันก็เหมือนปัจจัยในการเจริญเติบโต
ของคนทำงาน หรือของบริษัท นะ เพราะที่ที่ผมทำงานอยู่ตอนนี้
บริษัทเพิ่งเซนสัญญาร่วมหุ้นกับบริษัททุนที่ลงทุนกับสื่อดิจิตอล
ที่เขาบอกว่าใหญ่ที่สุดในออสเตรเลียคือเขาจะหอบเงินมาลงทุน
ในเอเชียอาคเน โดยเขาเลือกไทย และก็เลือก ไอ้ บ. นี้ เพื่อร่วมทุนด้วย
หลักสำคัญในการพิจารณาร่วมทุนของเขา คือ ระบบการทำงาน
ประสบการณ์ connection ส่วนคุณภาพงาน ก็ด้วย
แต่คือในบรรดาเอเจนซี่สื่อดิจิตอล คุณภาพมันทิ้งกันไม่ห่างเท่าไรอยู่แล้ว
ตอนแรกกะว่ารอผ่านโปรก่อนถึงจะมาอัพเดท ไหน ไหนก็ไหนๆ แล้ว
อัพเดทไปเลยละกัน ผมเพิ่งกลับมาทำบริษัททำเว็บไซต์อีกครั้ง :08:
ด้วยตำแหน่ง อาร์ต ไดเรกเตอร์ เป็นบริษัทออนไลน์มาเกตติ้งที่มีสาขาใหญ่อยู่เวียดนาม
และมีสาขาหนึ่งอยู่สิงคโปร์ ถ้าจำไม่ผิด เขาได้มาซื้อบริษัท Agency Production ในไทย
ตั้งอยู่อาคารพานิชโรงแรมดังตรงข้ามสวนลุม เพิ่มรวมกันได้เพียงแค่ 1 ปี
ลูกค้าเขา หลักๆ ก็คือ Diageo เป็นบริษัทขายเหล้า ดังๆ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เขาว่างั้น
อย่าง เบนเมอร์ จอนนี่วอคเกอร์ ฮันเดรต โซมินอฟ... แบรนด์อื่น ก็อย่างเช่น ซิตี้แบ้งค์
ธนชาติ แอนมัม HP .... อะไรประมาณนี้.....
ทำงานที่นี่ รุ้สึกว่าได้สัมผัสบรรยากาศแปลกใหม่มาก ระบบงาน อะไรก็ดูดีมาก
แผนก ตำแหน่ง ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการทำเว็บไซต์ มันผุดขึ้นมา กลายเป็นความรู้ใหม่ๆ เต็มไปหมด
เพิ่งได้เข้าสังคมที่มันดูไฮโซขนาดนี้ ก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจ นัดแนะนำตัวผู้บริหารแต่ละที
แค่ชั่วโมงสองชั่วโมง ต้องไปที่ห้องประชุมโรงแรม มีเบียร์ในสังกัดขวดเล็กๆ เรียงกันเป็นตับให้หยิบกิน
ฟังฝรั่งพูด อะไรไม่รู้ บลาๆๆๆๆๆ พอพูดจบ ก็บอกว่า อย่าเพิ่งเอาข่าวไปบอกใครนะ (ทำอย่างก๊ะกูจะรุ้ว่ามึงพูดเรื่องอะไร :30:)
ก็สนุกดี
แต่...
ผมเข้ามาที่นี่เพื่อจุดประสงค์เพียงอย่างเดียวคือ เอาตังค์ :37: ถึงไม่ได้เลือกที่จะไปทำงานที่ รายการภัตตาคารบ้านทุ่ง :37:
คือถ้าน้องสาว เรียนจบ จะอยู่เก็บเงิน อีกสักสองสามเดือนก็จะออกมาทำอย่างที่ตั้งใจ ไว้แน่ ....
ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอให้ผ่านโปรก่อนนะ :30:
จักรีเหนือมาก :59:
ยินดีด้วย :25:
ผมทำฟรีแลนซ์มาตลอดตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ
รับงานแบบไม่คิดมาก็เยอะ จนพอสรุปหลักการคิดตังค์ในการทำงานตอนนี้ได้ว่า
อยากได้เท่าไหร่เรียกเท่านั้น ถ้ากลัวว่ายังใหม่อยู่แล้วกลัวจะแพงไป
ก็พยายามพัฒนาตัวเพื่อทำให้สมกับราคาเท่ากับที่เราตั้งราคาไว้สิครับ
นอกจากจะได้ตังค์อย่างที่ต้องการ ได้ประสบการณ์จากการขวนขวายตัวเองเพิ่มขึ้น
แล้วก็ยังได้รับเครดิตให้ตัวอีกมากเลยนะครับ
แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็จงโดนด่าหรือเหน็บแนมซะดีๆ :30:
เห็นควรพี่โอดำด้วย :25:
เพิ่มเติมๆ
คนที่ไม่รู้มูลค่าวิชาชีพตัวเองในสายกราฟฟิกนี้ก็มีเยอะเหมือนกันนะ จากที่เจอเพื่อนๆ มา
มันทำงานมาจะ 5 ปีแล้วเหมือนกัน เงินเดือนซัก 20000 ได้มั้ง เข้าขึ้นเงินเดือนให้ สามปีครั้ง ได้มา พันกว่าๆ สองพัน นี้น้ำตาแทบเล็ด
งานนี้ไม่ได้ว่าง มีมาไม่ขาด มันบอกพอร์ทมันนี้ เอามาปรินท์เป็น a4 ใส่ลังได้สามสี่ลัง :37:
งานที่ทำก็ประมาณ ลูกค้าเอารูปก้อนเนื้อกากๆ มาให้ก่อนนึง แล้วบอกว่าเอาไปหั่นให้หน่อย ให้เป้นชิ้นพอดีคำ เนื้อชุ่มๆ มีควันโชยมา
มันก็ดั๊นทำได้ -*-
มันก็ทำงานไป โดยที่ไม่ได้ติดตามวงการอะไรเลย คิดแค่ว่า เออเขาให้เราทำก็บุญแล้ว
มีความไว้ใจ ซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียรไป ซักวันเขาคงจะเห็น
จนน้ำท่วมกลับบ้านไปเจอกัน ก็ไปไซโคให้มันฟัง จนตอนนี้มันจะออกจากงานละ :30:
ไม่ค่อยได้เห็นจักรีโพสยาวๆ หล่อมาก :12:
อ้างคำพูดจาก: ยูนเอ เมื่อ 15 ธ.ค. 2011, 10:27 น.
จนน้ำท่วมกลับบ้านไปเจอกัน ก็ไปไซโคให้มันฟัง จนตอนนี้มันจะออกจากงานละ :30:
วิดน้ำอยู่บ้าน :47:
ปกติถ้าเห็นดาวหลายๆ หน้าจะกดข้าม
แต่เจอจักรีสอนน้องแบบนี้เวิร์กมากครับ
อยากจะบอกว่านี่แหละของจริง วิธีคิดจริงๆ คนที่จะรู้ได้ต้องเคยผ่านงานมาเท่านั้นครับ
น้องๆ ก็ดูเอาไว้เป็นแนวๆ เหอะ ไอ้การคิดราคาต่ำๆ กากๆ น่ะตูก็เคยมาแล้วทั้งนั้น
แต่เชื่อสิว่าลูกค้าที่จ้างเรา 1000 กับ 5000 น่ะเรื่องมากเท่ากัน เหนื่อยเท่ากัน
:like:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 16 ธ.ค. 2011, 17:16 น.
แต่เชื่อสิว่าลูกค้าที่จ้างเรา 1000 กับ 5000 น่ะเรื่องมากเท่ากัน เหนื่อยเท่ากัน
:12: :12: :12:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 16 ธ.ค. 2011, 17:16 น.
แต่เชื่อสิว่าลูกค้าที่จ้างเรา 1000 กับ 5000 น่ะเรื่องมากเท่ากัน เหนื่อยเท่ากัน
เผลอๆคนที่กล้าจ่ายแพงไม่เรื่องมากเท่าคนจ่ายถูกด้วยนะ
ไปยื่นใบสมัครงานที่ใหม่มาฮะ :3005: เริ่มเก็บเงินใหม่
ย้ายไปสายงาน HPC แทน เป็น tech support tier 1 ด้าน system implement (ติดตั้งระบบ)
ทำงานตาม timezone ฝั่ง EU (ประมาณ 18.00 - 24.00) ไม่มีเวลาเข้างาน-ออกงานตายตัว
ที่ทำงานอยู่เกษตร :05: แต่กำลังจะย้ายมาแถวๆ สาย MRT ประมาณกุมภา :25:
สภาพงานแบบนี้ไม่รู้จะเรียกเป็นพนักงานประจำได้รึเปล่า :30:
แวะมาบ้านตูได้นะ ใกล้ๆ :25:
มาอัพเดทว่าพอต้องทำงานจริงๆ ไม่สนุกเลยง่ะ :3005:
อยากทำอะไรตามใจลูกค้าได้โดยที่ไม่ต้องคิดมากจัง :16:
welcome to real world :30:
ลูกค้าคือซาตาน จงขายวิญญาณให้ซาตาน
นี่แหละๆ :30:
ของตูสรุปเรื่องของตัวเองไว้ยาวเลยเอาไปลงในบล็อก :46:
http://iannnnn.com/2011/622 (http://iannnnn.com/2011/622)
จริงๆเพราะไม่เก่งเองด้วยแหละ นานายังขาดทักษะเรื่องทำตามโจทย์ง่ะ
แต่บางที สวยของลูกค้ากับสวยของเราก็ไม่เหมือนกันง่ะ :3005:
(ต้องทำแบบลองเชิงแรนด้อมๆไปก่อนกว่ารู้ว่าเค้าชอบประมาณไหน ตอนนี้งานเป็นสี ม่วง เขียว ส้ม ตามสีโลโก้กับสีจังหวัด :30:)
นั่นแหละๆ หัดไว้ตอนนี้เลย แต่อย่าลืมกำพืดของตัวเองที่ทำงานอิสระๆ โชว์ของเปรี้ยวๆ ได้ไม่อั้นนะ :12:
ถ้าที่บ้านปลูกแตงกวา ก็อย่าลืมกำแตงกวาไว้ให้แน่นๆ
ไม่มีก็ไปซื้อมะเขือยาว ใช้แทนได้เหมือนกัน
:05:
มะระมั้ย ผิวไม่เรียบ
เดาไม่ผิดจริงๆ ด้วย :30b:
แง :05: :05:
โบนัสออก รักบริษัทจริงๆ :02:
:25:
มันอิจฉาตรงนี้แหละ :07: :07: :59:
:13: :07: :13a:
อีก 2 อาทิตย์ออกเหมือนกัน :25:
โบนัสออก ?
ออกจากงาน :30:
เอ้อ.... :30:
อิจฉาคนได้โบนัส :3005:
อัปเดตเรื่องงานหน่อย
ยังทำสามย่านที่เดิมแหละ แต่ตอนแรกเค้าจ้างมาทำอะไรไม่รู้ ดูแลโซเชี่ยวอะไรพวกนี้มั้ง
แต่ไปๆ มาๆ เดือนมีสกิลทำเว็บเฉยเลยอ่ะ :05: แต่เป็นเว็บแบบ WordPress นะ
เรื่องของเรื่องก็คือตอนน้ำท่วมเดือนไปอยู่ปาย (บ้านพี่เม่น)
แล้วพี่เม่นก็ถามแบบแอ๊ะๆ ยิ้มๆ ใจดีๆ ว่า น้องเดือนอยากเรียนทำตีม WP มั้ย :33:
เดือนก็แบบ เออถ้ามีคนสอนเดือนก็อยากเรียนไง ก็เลยหัดกะแก
พี่เม่นสอนเก่งนะ ตั้งแต่ฟัง css มาหลายหนแล้ว มาฟังจากพี่เม่นนี่โคตรเข้าใจเลย :12:
เดือนเรียนตัด psd กะแกไม่ถึงครึ่งวัน เรียนทำตีม WordPress อีก 3 ชั่วโมง
ช่างเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตได้ :30: :3005:
ตอนนี้ตรู...ทำเว็บได้แล้ว โคตรเป็นสกิลที่ไม่คิดว่าจะได้เลย :05: :05: :05: แต่ก็ดีใจนะ
(เรื่องของเรื่องคือตอนนี้โมเว็บ แก้เว็บได้เป็นฉากๆ เข้าไปแก้ถึงไฟล์ php ของ WP บ้าบอคอแตกมาก :3005: เพิ่งเข้าใจอารมณ์เรียนรู้ด้วยตัวเองตอนนี้อ่ะ)
ถ้าไม่ใช่ jquery ยากๆ ที่ต้องแงะถึง javascript อะไรนั่น เดือนว่าเดือนพอทำได้ในระดับนึงเลยแหละ ฮ่าๆๆ
:05: ก็ถือว่าเป็นโชคดีที่รอบตัวเดือนมีแต่กุนซือ พี่เม่นงี้ พี่แอนงี้ พี่บิ๊กงี้ เก่งกันหมด
แต่สกิลที่เดือนอยากทำเป็นมากๆๆๆๆๆๆๆ คืออยากหัดดีไซน์ ทำ UI อะไรงี้ ปีนี้จะฝึก :07: มุ่งมั่นมาก
เย่ ชีวิตเดือนเป็นรูปเป็นร่างแล้ว :25: :25:
เลยไม่ค่อยเข้ามาเล่นบอร์ดสินะ :16b:
:16b: ได้ดีแล้วก็กางปีกโบยบิน
อ้างคำพูดจาก: RomSaiKyu เมื่อ 10 ม.ค. 2012, 18:19 น.
เย่ ชีวิตเดือนเป็นรูปเป็นร่างแล้ว :25: :25:
เลยไม่ค่อยเข้ามาเล่นบอร์ดสินะ :16b:
เป็นเรื่องนึงที่รู้สึกผิด :05: มาอ่านเนืองๆ นะ แต่ไม่รู้จะโพสต์อะไร
ปีนี้จะตั้งใจคัมแบ็กละ สู้ :07:
เบิ้ล
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 10 ม.ค. 2012, 18:21 น.
:16b: ได้ดีแล้วก็กางปีกโบยบิน
อย่าลาออกไปเลี้ยงน้องจ๊ะก่อนละกัน :11:
:25: สุดยอดเลยอะ บูบู้
เดือน :25:
อ้างคำพูดจาก: ณิชหูด เมื่อ 10 ม.ค. 2012, 18:26 น.
:25: สุดยอดเลยอะ บูบู้
ชมได้ตะแหลมากหูดตูดบี้ :05:
อ้างคำพูดจาก: แทหลอก เมื่อ 10 ม.ค. 2012, 18:27 น.
เดือน :25:
พี่ถลอกกก ผู้คิดชื่อโดเมน Faceblog :25:
:25: ดีจัง
หวังว่าปีนี้จะมีอะไรดีๆมาอัพเดทแบบพี่เดือนมั่ง :40:
แต่คิดว่าโดนชีวิตมหาลัยสูบก่อนแน่เลย ๕๕๕
:16b: ปีกจะใหญ่โตขนาดไหนนะ
เป็นเด็กฟิสิกส์ที่จบมาแล้วทำเว็บ :30:
:30: ได้ข่าวว่าคล้ายๆ กันนะพี่หนุ่ม
กลับบ้านไปเจอเพื่อน ม.ปลาย พบว่าเดือนเป็นคนเดียวในรุ่นที่จบมาแล้วทำงานแหกคอกสุดละ
เลยไม่ได้บอกเพื่อนว่าทำไมทำงานไม่ตรงสาย ไม่ได้บอกว่าทำงานอะไรด้วย ก็บอกไปว่ารับทำเว็บนี่แหละ
อ้างคำพูดจาก: นานาาา เมื่อ 10 ม.ค. 2012, 19:37 น.
:25: ดีจัง
หวังว่าปีนี้จะมีอะไรดีๆมาอัพเดทแบบพี่เดือนมั่ง :40:
แต่คิดว่าโดนชีวิตมหาลัยสูบก่อนแน่เลย ๕๕๕
ไม่หรอก ชีวิตเฟรชชี่มันหอมหวนนะ ทำกิจกรรมเยอะๆ เชื่อว่าศิลปากรถูกจริตนานาอยู่แล้วล่ะ :12: สู้ๆ
อ้างคำพูดจาก: เจนภพ เมื่อ 10 ม.ค. 2012, 19:39 น.
:16b: ปีกจะใหญ่โตขนาดไหนนะ
แง่ง :07:
อัพเดทตัวเองบ้าง
1.ตอนนี้ เตรียมตัวลาออกจากที่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาแล้ว
-เพราะอะไร? เพราะเดินทางไกลมาก :16: :16: ไกลที่สุดตอนที่คิดจะไปนี่
บอกตรงๆว่าไม่เคยทำงานในเมืองมาก่อน :37: :37:
ยอมรับว่าาคนเมืองอดทนกับรถติดมาก แต่ก่อนไม่เคยต้องมานั่งคิดว่าจะกลัีบยังไง จะมายังไง ให้ทัน
แม้ว่าที่ทำงาจะไม่เคยติงเรื่องมาสายเลย แต่เราก็ Fail ตัวเองเสมอ :08: :08:
ตื่นตี 5 ครึ่งก็แล้วอะไรก็แล้ว ถามว่าตื่น ตี 5 ครึ่งจะทันไหม ทันสิ!!!
แต่บอกตรงๆ ถ้าตรูจะตื่นตี 5 ครึ่งแล้ว ถึงบ้านสองทุ่มครึ่ง เงินเดือน 10800 บาท บอกตรงๆว่าทำไม่ลง
แถมทำงานตอนแรกจ้างเป็นแบบเหมาจ่าย ให้เงินเดือนเลทแบบสองเดือนติด ต้องเอาเมาส์ปากกาไปขายทิ้ง บอกตรงๆว่าสะเทือนใจมาก ทำงานแล้วจนลงๆๆๆๆๆ
งานการที่่ทำ(ประชาสมัพันธ์) (ออกแบบโปสเตอร์) แรกๆคิดว่าสบายดีแต่ทำไปทำมา มันหวานเย็นมาก ไม่ได้คิดอะไรเลย ทำนานๆก้ไม่มีสกิล ทำโปสเตรอ์ที่ออกแบบมากๆก็โดนติงว่าหวือหวา สุดท้ยนงานที่โดนบ่อยคืองาน ด่วน เช่นสั่ง 4โมงเย็น เอา 5 โมงเย็น (แถมต้องตรวจก่อนด้วย) ล่าสุดคือต้องลากสังขารเท้าบวม มาทำงานที่คณะ จนถึง 5 ทุ่ม โดยเป็นงานส่วนตัวในการหาเสืองเลือกตั้ง อธิการบดีของคณะบดี
2.ที่ใหม่คือ
โรงเรียนเพลินพัฒนา----ทำครูอีกแล้ว ใช่ แต่ใกล้บ้านกว่าเยอะมาก บ้านอยุ่บางใหญ่ ทำงานสายสอง รถแอร์ ราวๆ 12 บาท รถกระป๋องน่าจะ 8-10 บาท ข้าวกลางวันฟรี เงินเดือน 13000 หลายๆคนอาจจะับอกว่าน่้อย ก็ยอมรับว่าน้อย แต่ก็ยังชอบงานสอนหนังสืออยู่ดี มันทำแล้วมันมีความสุขนะ ( ปล ที่นี่เอกชนนะ)
3.อย่างอื่นละ ก็ เรียนรามให้จบไวๆ ที่สุด
- สอบครู สพฐ ให้ติด อยากทำครูเป็นงานหลักไปแล้ว รักการสอนเด็กที่สุดแล้วละ
- ขยายพลังการสอนพิเศษออกไปเรื่อยๆ
- เรียนอาฟเตอร์เอฟเฟ็คต่อ เพราะทำงานที่นี่ เวลาน่าจะเยอะขึ้น :12: :12:
- เรียนทำเว็บต่อไป :12: :12:
- เรียนร้องคอรัสแล้ว ดีใจมาก :40: :40:
- ผ่าตัดให้ได้ สักส่วนหนึ่ง :52: :52:
-เก็บตังต์ลงทุน ***หมดละ :58: :58:
ปล. หายจากการเล่นบอรดืที่นี่มานาน เขียนตรงนี้ ไม่ผิดใช่ไหมเนี่ย :55: :55:
อ้างคำพูดจาก: นานาาา เมื่อ 10 ม.ค. 2012, 19:37 น.
:25: ดีจัง
หวังว่าปีนี้จะมีอะไรดีๆมาอัพเดทแบบพี่เดือนมั่ง :40:
แต่คิดว่าโดนชีวิตมหาลัยสูบก่อนแน่เลย ๕๕๕
ทำกิจกรรมเยอะๆ เวลาจะผ่านไปไว จนแทบไม่ต้องนรับวันจบ
โห เป็นครูโรงเรีนอนุบาลได้ตั้ง 13k
ถ้าไม่ต้องสอนพิเศษวันเสาร์ ถือว่าเยอะเลยนะ
(พี่เคยได้แค่ 11 ให้สอนวันเสาร์ด้วย)
อ้างคำพูดจาก: Pix เมื่อ 10 ม.ค. 2012, 22:04 น.
โห เป็นครูโรงเรีนอนุบาลได้ตั้ง 13k
ถ้าไม่ต้องสอนพิเศษวันเสาร์ ถือว่าเยอะเลยนะ
(พี่เคยได้แค่ 11 ให้สอนวันเสาร์ด้วย)
ไม่อนุบาลครับ มัธยมครับ มีสองฝั่ง ผมฝั่งมัธยมครับ ที่ นี่ รร 5 วัน สอบถามจากน้องวๆที่ทำงานที่นี่แล้วครับ ผมไม่เคยทำงาน 6 วันเลยน่ะ
สอนพิเศษผมมีของผมเองนิดหน่อยอ่ะพี่
ปล. พัี่ปิก เด้วจะลองออกแบบลายไปขายกะพี่ี 55+
เพลินพัฒนา นี่ใช่ที่ประสานเกี่ยวดองกับซีเอ็ดป่าวหว่า :25:
รักและชอบการสอนหนังสือ เป็นครู ไปเลยครับครูย้ง :12:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 11 ม.ค. 2012, 09:29 น.
เพลินพัฒนา นี่ใช่ที่ประสานเกี่ยวดองกับซีเอ็ดป่าวหว่า :25:
รักและชอบการสอนหนังสือ เป็นครู ไปเลยครับครูย้ง :12:
ใช่ แต่ก้นยังรุ้สึกไม่ใช้่ทีุ่สุดอยู่ดีอ่ะ ชอบ รรรัฐบาลสุดแล้ว ด่าเด็กได้ แต่นี่ไม่ได้ด่าเพราะความสะใจนะ เราเป้นคนบ้านอนกอ่ะ สอนแบบพี่ๆน้องๆ
พูดถึงเรื่องครู
ผมยังชอบ ที่สอนเด็กให้โตมาด้วยระบบไม้เรียว อยู่เลย
อาจจะความคิดสมัยเก่าไปหน่อยนะ แต่ผมว่าคนโตมาด้วยระบบนี้ บางทีก็ดีเหมือนกัน :12:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 11 ม.ค. 2012, 10:13 น.
พูดถึงเรื่องครู
ผมยังชอบ ที่สอนเด็กให้โตมาด้วยระบบไม้เรียว อยู่เลย
อาจจะความคิดสมัยเก่าไปหน่อยนะ แต่ผมว่าคนโตมาด้วยระบบนี้ บางทีก็ดีเหมือนกัน :12:
ไม่ถึงกับไม้เรียวอ่ะ แต่เราสอนแบบ สอนให้เด็กสัมยใหม่เข้าใจอ่ะ เด็กดีเราก็คะขาไปนะ เด็กเห้ เราก็เห้สู้มัน
ปล. รร นั้นเป็นยังไงมั่งงะ เล่ามั่งสิ
ไม่ได้ให้คุณครูเอะอะตีดะนะ
แต่อย่างของหลานผมนี่ ตีไม่ได้เลย ว่าได้อย่างเดียว หลานผมซนยังกับลิง อยากให้คุณครูตีบ้าง :3005:
ไม่เห็นเล่าเลยอ่า ออย ว่าเป็นไง
ไม่รู้รายละเอียดเหมือนกันครูย้ง
ผมเคยทำแต่ที่ซีเอ็ด ไม่เคยทำที่เพลินพัฒหน่ะ :3005:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 11 ม.ค. 2012, 10:36 น.
ไม่รู้รายละเอียดเหมือนกันครูย้ง
ผมเคยทำแต่ที่ซีเอ็ด ไม่เคยทำที่เพลินพัฒหน่ะ :3005:
:55: :55: :55: :55: :55: :55: :55: :55: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05:
:25: เดือนเก่งจังเลย
ส่วนเพลินพัฒน์ จ่ายค่าตัวได้แพงแน่นอน
เพราะค่าเทอมโคตรแพงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ :26:
และขึ้น 10% ทุกเทอมเชียวนะ
:35: กว่าจะจบหกคงหลักล้าน
อ่านของเดือนแล้วนึกถึงตัวเองเมื่อก่อน
เดือนสู้ ๆ นะ
เมื่อเช้าพิมพ์ตั้งยาว แต่พอพลาดไปกดโดนคีย์ลัด ซวยเลยหายหมด :05:
พิมพ์ใหม่ก็ได้
แนะนำว่าอะไรที่เดือนขยาด เช่น พวก code ที่เดือนบอกว่าไม่ถนัด
ให้ค่อย ๆ ลองเรียนรู้ เหมือนยาขมอะ ต้องกิน (เพราะจำเป็นถ้าอยากทำ UI สวย ๆ)
หาพวกเว็บที่สอนเรื่องพวกนี้ ลองอ่านดูเฉพาะบทแรกของแต่ละที่ก่อนก็ได้
ที่ไหนเราอ่านแล้วเราเข้าใจที่สุดก็ค่อยเรียนรู้จากที่นั่น ทำตัวให้เหมือนคนหิวความรู้ตลอดเวลา :54:
สงสัยอะไรตรงไหน แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วย google ก่อน
หรือถามคนรอบข้างเดือนก็ได้ พี่ว่าพวกเขาพร้อมช่วยเหลือตลอดนะ พี่เชื่ออย่างนั้น :56:
JavaScript หรือ jQuery ไรเทือกนั้นอะ เมื่อก่อนพี่ก็ไม่คิดอยากจะรู้
เพราะพี่ทำแต่ Programming ไม่เคยจับเรื่อง UI แบบจริง ๆ จัง ๆ
skill CSS ของพี่ก็งู ๆ ปลา ๆ เท่าที่เคยเรียนกะฟอนต์แคมป์แค่นั้น
พอเห็นไอ้เมนูวืบ ๆ หรือว่าสไลด์สวย ๆ
แต่ต้องการแก้แค่ขนาดหรือว่าต้องการแก้ไขอะไรบางอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับมันอะ
แล้วเราต้องรอคนที่เค้าสามารถแก้ได้มาแก้ให้เรา มันจะเสียเวลาไง
ถ้าเรารู้เองว่าควรแก้ตรงไหน อันนั้นจะประหยัดเวลาทำงานไปได้เยอะมาก
สุดท้ายพี่ก็ต้องเรียนเอาเองเหมือนกัน
[ตอนนั้นพี่เรียนกับเว็บ w3school นะ มันมีส่วนที่ให้ลองโค้ดแล้ว run ให้ดูผ่านหน้าเว็บได้เลย
แล้วค่อยไปลองดูสิ่งที่เราอยากได้ในเว็บอื่น ๆ อีกที]
CSS มีพี่ที่ออฟฟิศช่วยติวให้และก็ให้ลองแก้กับงานจริง ๆ ก็เลยโอเคขึ้นมาก
ถ้าเราเรียนรู้สิ่งที่เราคิดว่ายากได้อะ ต่อไปก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว
งานโหดๆ หินๆ กว่านี้ยังรอเดือนอยู่อีกเยอะ
ความจริงนึงที่พี่เจอก็คือ
งาน developer เนี่ย ภาษาไหนที่ว่าเขียนยาก ๆ จะมีค่าแรงการจ้างงานสูงกว่าภาษาอื่น ๆ นะ
เพราะน้อยคนที่จะสามารถทำได้
ไม่แน่นะ ถ้าเดือนเก่ง javascript กะ jquery แล้วอะ
เงินเดือนอาจจะขึ้นมากกว่านี้อีก งานจะเยอะขึ้น
พี่รู้ว่าน้องเดือนทำได้ อย่าเพิ่งท้อซะก่อนล่ะ :12:
จะทำตัวนวลทำม้าย ออกจะได้ความรู้ ทีแรกคิดว่ามีอะไรฉาวๆ :3005:
อู้วหัด AE ด้วย :25:
ติดตรงไหนถามได้นะฮะ มาทำงานที่แสมแย่นนี่แทบไมไ่ด้ใช้เลย จนจะลืมหมดละ
อยากใช้หราาา :25:
ไม่มีงานที่ต้องใช้ว่ะ
รอทำพรีเซนต์งานแต่งตูละกันนะ
เดือนขอขึ้นเงินเดือนเลย
อ้างคำพูดจาก: バンク...แบงค์กุ เมื่อ 11 ม.ค. 2012, 18:08 น.
อู้วหัด AE ด้วย :25:
ติดตรงไหนถามได้นะฮะ มาทำงานที่แสมแย่นนี่แทบไมไ่ด้ใช้เลย จนจะลืมหมดละ
เมื่อก่อน aetut กะ creative cow นี่เข้าบ่อยมาก
พี่กวางเก่งอ่ะ :25:
เออ อยู่ดงคนเก่งมันจะรู้สึกอยากพัฒนาตัวเองนะ เหมือนมีแรงบันดาลใจอะไรซักอย่าง
ปีนี้จริงๆ นอกจากเรื่องทำเว็บ เดือนว่าเดือนก็พอจะมีสกิลเรื่องเขียน content อยู่นะ
(แต่ต้องเป็นภาษาเดือนนะ เคยลองไปเขียน blognone ทีนึง เกร็งฉี่ราด แถมไม่ผ่านด้วย :05:)
ปี 2010 ตั้งเป้าไว้ว่าจะเขียนโปรแกรมให้เป็นให้ได้ (ไปเรียนทำแอปเฟซบุ๊กมาเสร็จสรรพเลยมีแรงบันดาลใจ)
สรุป เขียนไม่รอด :30: แล้วก่อนหน้านั้นก็โดนพี่แอนประณามหยามเหยียดด้วยว่าไม่รอด แล้วก็ไม่รอดจริง :3005:
แต่ดันทำเว็บได้ซะงั้น ก็ค่อยเรียนรู้กันไป
คิดว่าถ้าอดทนตั้งใจฝึกน่าจะมีสกิลได้มากกว่านี้อีก สู้ๆๆ :07:
ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอพล่ามอีกนิด
ความหวังอยากเป็นคนมีสมดุลในตัวเองมากกว่านี้
ทุกวันนี้รู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองมี หรือเป็น ถ้ามันไม่น้อยไป มันก็มากเกินไป
อย่างตอนนี้เดือนก็ถามตัวเองว่า เรามีความสามารถแค่ไหน เราพอจะเรียกตัวเองว่าเราเก่งได้ยังวะ
คือใจก็อยากคิดว่าเราก็พอมีความสามารถ จริงๆ นะ แต่ก็รู้สึกว่าถ้าคิดว่าตัวเองเก่งมากไปมันจะไม่ดี
มันจะมีอัตตาในตัวเองเกินเหตุ มั่นใจในตัวเองเกินเหตุ (คือปีที่แล้วโดนตบเกรียนจนฝ่อบ่อยมาก วนลูปได้เลยอ่ะ)
ผลก็คือ เดือนไม่รู้ว่าพอใจในตัวเองแค่ไหนถึงจะดี (ฟังดูเหมือนกระแดะนะ แต่เป็นปัญหาจริงๆ)
เพราะบางทีไอ้สิ่งที่เราคิดว่าทำได้แบบง่ายๆ ชิลๆ เนี่ย มันมีมูลค่า
แต่พอเราไม่รู้มูลค่า เราก็ไม่สามารถเรียกความมั่นใจในการเรียกร้องอะไรอ่ะ :05:
สรุปว่าคืออยากมั่นใจในตัวเองตามสภาพที่มีอะไรงี้นะ ต้องปรับทัศนคติอีกเยอะเลย
อ้างคำพูดจาก: แทหลอก เมื่อ 11 ม.ค. 2012, 18:11 น.
เดือนขอขึ้นเงินเดือนเลย
อยากอยู่ แต่กลัวขอไปแล้วเค้าลดเงินเดือนเนี่ย แซ้ดเลยนะ :59:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 11 ม.ค. 2012, 16:30 น.
จะทำตัวนวลทำม้าย ออกจะได้ความรู้ ทีแรกคิดว่ามีอะไรฉาวๆ :3005:
อย่าเข้าใจฉันผิด โปรดอย่าเข้าใจฉันผิด :47a:
ของเดือนแนะนำอีกทีเรื่องปรับมุมมอง
ลองไปดูเว็บนอกที่เค้าทำคล้าย ๆ เรา
แล้วเอา features มาเทียบกันดี ๆ เทียบสเปคกันไปเลย
ของเขาดีกว่าหรือแย่กว่าของที่เราทำไว้แล้วยังไงบ้าง
แล้วเขาทำออกมาแล้วขายเท่าไหร่
เหมือนเอาของคนอื่นมาแลกหมัดกะของเราไรงี้
ลองเล่น demo ดูก็ได้ ว่าของเขาลองเล่นแล้วรู้สึกอยากใช้มันมั้ย
อะไรที่แย่กว่า อะไรที่ดีกว่า อะไรที่ควรแก้ อะไรที่ควรเอาไปใช้ ในความคิดของเรา
(เอาพื้นฐานคนที่ไม่เป็นอะไรเลยนะเป็นที่ตั้ง
ถอดความรู้เรื่องเว็บที่เรารู้อยู่แล้วออกไปก่อน แล้วลองเล่นดู
แกล้งจิ้มนั่นจิ้มนี่เล่น ๆ ดูดิ๊ว่ามัน error มีความรู้สึกขัดหูขัดตา หรือมี bug ให้เราเห็นรึป่าว)
นั่นล่ะอาจจะบอกเราได้อย่างหนึ่งว่า ขนาดเขาทำแค่นี้ยังกล้าเอามาขายได้ราคาขนาดนี้เลย?
บ่อยครั้งที่เวลาดุกนั่งเขียนโปรแกรมอะไรต่าง ๆ ที่ออฟฟิศ
แล้วลองไปดูว่าของนอกเค้าทำกันแบบนี้ โปรแกรมมิ่งของเขาแย่กว่าเราอีก
แถม UI ก็มีแค่บางอย่างเท่านั้นที่ดึงดูด (และเขาก็ชอบเอาไอ้อันนี้แหละมาโฆษณาล่อตาล่อใจลูกค้าให้ชวนซื้อไปใช้)
นอกนั้นก็ใช้งานยาก แถมเขาตั้งราคาขายมากกว่าเราตั้งเยอะ :30:
แปลว่าที่เขาตั้งราคานั้นเนี่ย เขาขายได้ในราคานั้นด้วยนะ และก็ไม่แปลกที่มีคนยอมซื้อด้วย :07:
ที่ทำงานของดุกตอนนี้ก็สภาพประมาณนี้ล่ะ พยายามดูเว็บต่างประเทศ
อย่างถ้าอยากทำเรื่องอะไร ก็ไปดูของชาวบ้านเค้าก่อน
แล้วของเราค่อยคิดว่าเราจะทำยังไงให้สามารถขายได้ ในตลาดเมืองไทย และตลาดเมืองนอก
และก็ อย่ากลัวเรื่องขอขึ้นเงินเดือนนะ
ถ้าเรารู้สึกว่า ผลงานที่เราทำ ๆ มา ในระยะเวลาเท่านี้ เรารู้สึกว่าเราควรได้มากกว่านี้นะ!
ประมาณว่า สมองก็เหนื่อยเป็นเหมือนกัน :30:
ที่ออฟฟิศพี่ถ้าใครอยากขอขึ้นเงินเดือนต้องตั้งเป้าหมายว่า
เราจะทำอะไรให้ได้บ้าง (ขอให้เป็นเรื่องที่เรายังไม่ได้ทำ หรือทำยังไม่สำเร็จแต่ก็มุ่งมั่น)
ในระยะเวลาที่เรากำหนด และถ้าได้ตามนั้นก็ได้เลยนะ
แต่ที่สามย่านพี่ไม่รู้ว่าเป็นยังไง แต่แนะนำว่าอย่าเพิ่งคิดอะไรล่วงหน้า
ลองก่อนก็ได้ถ้าพร้อมรับความเสี่ยง :49:
มาเล่าเรื่องของตัวเองบ้าง
หลังจากที่ทำงานที่นี่ตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 54 จนถึงวันนี้ มกราคม ปี 55 ก็ 9 เดือนแล้วนะ จะเข้าสู่เดือนที่ 10
มีเรื่องอะไรบ้างที่ได้จากที่นี่
- การผ่านทดลองงานของที่คือ
การพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษให้เกิน 40 คำต่อนาทีค่ะ ฟังไม่ผิดหรอก ทำได้ให้ผ่านจริง ๆ
เจ้านายให้เหตุผลที่ทำแบบนี้เพราะมันจะมีผลตอนที่เราเขียนโปรแกรมโดยตรง
(งานส่วนใหญ่ที่นี่ถ้าต้อง coding มันหนีไม่พ้นเรื่องพวกนี้) มันจะไวกว่าเรามานั่งจิ้มดีด
แล้วทำให้เวลาในการทำงานของเราสูญเปล่า
ดุกเองได้ที่ 50 คำต่อนาที ในเดือนแรกของการทำงาน
นั่นหมายความว่าดุกผ่านทดลองงานตั้งแต่เดือนแรกที่ทำที่นี่แล้วนั่นล่ะ
- ของที่ได้จากการผ่านทดลองงานของดุก (และเพื่อนร่วมงานคนเก่า ๆ ที่อยู่ที่นี่ด้วยอีก 3 คน)
คือ Macbook Pro 13 นิ้ว 1 เครื่อง
เจ้านายให้เหตุผลที่ควรให้พวกเราใช้ว่า พวกเราควรมีความรู้สึกเป็นเจ้าของมันซะก่อน
ใช้มันบ่อย ๆ ให้มากกว่าทำงาน เรียกว่าควรใช้มันในชีวิตประจำวันของเราด้วยเลยแหละ
จะได้มีความชำนาญในการใช้งานบนเครื่อง Mac มากกว่านี้
โดยให้ข้อแม้ว่า ต้องดูแลมันจนครบ 3 ปีก่อน (ห้ามหาย บุบสลาย หรือพัง ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ต้องรับผิดชอบด้วย)
ถึงจะยกให้เป็นของเราถาวร (มี apple care ทุกเครื่องนะ)
ทุกวันนี้ดุกก็ต้องแบกมันกลับบ้าน และมาออฟฟิศทุกวันทำงาน ไม่ค่อยได้แตะ PC เลย
ทำให้เวลามีคนมาถามเรื่องปัญหาคอม ก็ต้องออกตัวก่อนนะว่า แอบลืมวิธีแก้ไปมั่งแล้วเหมือนกัน :30:
บางทีเวลานั่งลงวินโดว์ให้คนอื่น ยังต้องนึกอยู่นานว่าต้อง set อะไรยังไงบ้าง
ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เห็นต้องคิดอะไรนานขนาดนั้นเลย
- ทำงานที่นี่ดุกขยันมากขึ้น แรก ๆ ก็อยากรู้แต่เรื่องที่เรารู้สึกว่าอยากเรียน
เรื่องไหนที่ถูกบังคับให้ต้องรู้และทำงานกับมันได้ด้วย ก็จะรู้สึกว่ามันยาก อ่านก็ไม่เข้าใจ ถามใครก็ไม่ได้
เพราะเขาก็ไม่ได้อ่านเรื่องนี้เหมือนดุก เรียกว่ามีงานอื่นที่ต้องดูแลก่อน เล่นเอาดุกท้อไปหลายตลบ
(เรื่อง Test Driven Development ของ Ruby on Rails อะล่ะ คือ เรื่องที่หินที่สุดที่ดุกเคยเจอมา
เพราะไม่เข้าใจการเขียน บางทีเราต้องการโปรแกรมที่มีเงื่อนไขซับซ้อน
ก็จะเริ่มรู้สึกว่าเราต้องเขียน Test ยังไงก่อนดี มันถึงจะเข้าใจสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ
ปัญหาที่เจอคือ เราเขียน Test แล้วเวลาเรา Coding แล้วลองให้ run test มันก็ยัง Error อยู่ แต่ compile ผ่าน :59:)
แต่มันก็ผ่านไปเมื่อเราเปิดใจคุยกับเจ้านายแล้วเขาก็โอเค เพราะเขาเห็นความพยายามของเราแล้ว
ประมาณว่าเห็นชิ้นงานล่ะ แต่ส่วนที่เราไม่ได้จริง ๆ ก็ไม่ต้องทำ
และก็ให้ไปเรียนเรื่อง Ruby Sinatra แทน
ถึงตอนนี้เพื่อน ๆ ที่ออฟฟิศเขาก็เรียนนำเราไปก่อนแล้ว 1 วัน เราก็แค่ไล่ตามให้ทันเฉย ๆ
ตอนที่ดุกเรียนอันนี้นี่เหมือนเห็นแสงเลยนะ
เขียน project เดียวกันกับที่ให้เขียนบน Ruby on Rails เสร็จในวันเดียวเลย ถ้าให้เขียนกะอันนั้นน่ะเหรอ 5 วันจะเสร็จรึป่าว
ตอนนี้ดุกก็ไม่ค่อยอู้งานเหมือนตอนอยู่ที่เก่า รู้สึกตัวเอง active อยากทำงานให้เสร็จไว ๆ
- skill ที่เรียนรู้ได้จากที่นี่
นอกจากเรื่อง ColdFusion ของ Adobe ที่บอกไปแล้ว ก็มีเรื่องอื่น ๆ อีก เช่น
ให้ลองทำ WireFrame
(แปลง่าย ๆ คือการวาด Work Flow ประมาณว่า คลิกไอ้นี่แล้วไปโผล่ที่ไหน แสดงอะไร แล้วต้องทำอะไรต่อ
และออกแบบหน้าจอของโปรแกรมคร่าว ๆ ให้เห็นภาพ จนเป็นรูปหน้าจอที่จะเป็นหนาจอจริง ๆ
สำหรับเอาไปใช้ออกแบบ CSS และลง Coding ในขั้นตอนต่อไป)
เรียน CSS / XHTML / JavaScript / AJAX / jQuery / CoffeeScript / JSON / XML / Lawnchair / SproutCore / node.js / dust.js
เรียน Ruby / Redis (Memories Cache) / Regular Expression / Linux Command Line เบื้องต้น
มีให้ไปแงะ WordPress ด้วยนะ
แต่ก็ไม่ได้หยิบมาใช้เป็นหลัก :30:
เพราะอะไรหลาย ๆ อย่างไม่ถูกใจเจ้านายค่ะ ไว้มีงานที่เหมาะสมคงไล่ให้กลับไปดูใหม่อีกที
ได้เขียนภาษาตระกูล MVC (Models Views Controllers)
Play Framework / Ruby on Rails / Ruby with Sinatra / ต่อไปจะมี jRuby ด้วย :59:
รู้จัก database แบบอื่น ๆ เช่น MongoDB / CouchDB / SQLite
พร้อมกับลองให้ติดต่อกับภาษาอื่น ๆ ที่เคยเขียนมาด้วย
รู้จักการเขียน Web Services (งานหลักที่มันเหมือนจะกลายเป็นของดุกไปซะแล้ว)
เอ้อ เคยลองได้เขียน Titanium ทำ app android ด้วยนะ แต่ก็ได้แค่แสดงรูปอะ :30:
แล้วก็ถูกจับให้ไปทำอย่างอื่นต่อ
ข้อดีและข้อเสียของภาษาแต่ละแบบ database แต่ละชนิด และควรนำไปใช้เมื่อไหร่
(เป็นสิ่งที่เรียกว่าต้องรู้ ก่อนที่จะศึกษาเรื่องใด ๆ ก็ตาม คือถ้าเจ้านายถามมาต้องตอบได้นะ)
การออกแบบ Database ให้มี Performance สูง ๆ Query ยังไงให้เครื่องมีผลกระทบน้อยที่สุด เร็วที่สุด
เขียนโปรแกรมยังไงให้ได้ Performance สูง ๆ กิน CPU น้อยที่สุด เปิดเพจเร็วที่สุด เท่าที่เป็นไปได้
ออกแบบ Database ยังไงให้เวลา server เต็มแล้วสามารถเพิ่มเครื่องอีกได้โดยที่ไม่ต้องทำอะไรมากนัก
การสร้าง Logs การทำ Stats หน้าตา UI ที่ดีควรเป็นแบบไหน
เขียนโปรแกรมอย่างไรให้รัดกุมแล้วไม่โดน hack ง่าย ๆ
ฯลฯ
นอกนั้น จำไม่ได้แล้วว่าอะไรบ้าง ตอนที่นึกนี่ก็นึกได้แค่อย่างสองอย่าง
แต่พอลอง list ออกมาแล้วทำไมออกมาเยอะงี้ :07:
ถามว่า ทำไมถึงให้เรียนรู้อะไรเยอะแยะมากมายขนาดนี้ เราหยุดที่ภาษาที่เราถนัดไปเลยภาษาเดียวไม่ได้เหรอ
คำตอบหนึ่งที่ได้จากเจ้านายคือ
"ไม่มีภาษาใด หรือโปรแกรมไหนในโลกที่ดีที่สุดในจักรวาล"
ก็มีข้อเสียทุกอัน และก็ต้องคิดต่อว่า แก้ด้วยอะไรเพื่อให้สามารถใช้งานให้ได้ตามที่เราต้องการ
แต่ก็นั่นแหละ ความต้องการของคนเราไม่มีที่สิ้นสุดก็ต้องหากันต่อไป
อะไรที่คิดว่าดีแล้ว ถ้าในอนาคตเราไปเจอปัญหา
หรือไปเจอปัญหาที่คนอื่นเค้าหยิบมาเล่าให้ฟังแล้วคิดว่าถ้าเราเจอบ้างเราต้องทำยังไง
ของที่เรามีอยู่รับมือกับปัญหานั้นได้มั้ย ถ้าไม่ได้ก็ต้องแก้สิ่งนั้นให้ดีกว่านี้
และก็ต้องหาต่อไปอีกเรื่อย ๆ เพื่อให้มันดียิ่งขึ้น ๆ ไป
ดุกรู้สึกดีที่ได้เรียนรู้อะไร ๆ ได้เยอะมากจริง ๆ
เพราะถ้ายังอยู่ที่เก่าก็คงไม่ได้อะไรเยอะขนาดนี้ในเวลาไม่ถึงปี :56:
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าดุกเก่งนะ ในตอนนี้ บางทีก็ยังรู้สึกว่าโง่อยู่
ยังมีอะไรต้องถาม ต้องค้น ต้องหาคำตอบไปเรื่อย ๆ อีกเยอะเลย
ปล. แอบรู้สึกผิดที่ ตั้งกระทู้จะไปสอน Ruby แต่ก็ไม่ได้ไปเขียนต่อเลยเพราะทำแต่กะ mac เคย install แต่กับตรงนั้น
แล้วคนอื่นเค้า windows กันเยอะ เราจะสอนยังไงดีล่ะเนี่ย? เขียนต่อไม่ถูก บวกกับติดงานจุก ๆ จิก ๆ ก็เลยไม่ได้ไปเขียนต่อ
ถ้าว่างแล้วจะมุดไปอัพเดทให้นะคะ
เอาล่ะไปทำงานต่อละ :56:
พี่กวางจัดเต็ม :25:
ดูพี่กวางก็อัปสกิลขึ้นเยอะเหมือนกันเน้อ เก่งๆๆ เน้ :12:
กวางเก่งอ่ะ :12:
ขอบคุณค่า :27:
ยังไม่เก่งหรอกจ้า เวลาทำอะไรบางอย่างก็มีพลาดบ้าง มีไปค้นโค้ดเดิมมาดูเหมือนกันนะ
ยังต้องสูบความรู้จากพี่ ๆ ที่ออฟฟิศอีกตั้งเยอะเน้ :56:
โฮ้ย ทีแรกโพสต์นั้นเห็นบรรทัดเดียว กลับมาอีกทีจัดเต็มจริงๆ ด้วย :07:
น่าจัดฟอนต์แคมป์งานเงินอัปเดตชีวิตกันอีกโชะเนอะ :25:
ใช่ อันนี้แหละที่อยากทำ :25:
ตูคงไปอัพเดทว่ายังหาผัวฝรั่งไม่ได้ :59:
:30:
ถ้าไปอัพเดตคงไปบอว่าเลิกเรียนคอมแล้ว :30:
ปีนี้ลงแต่วิชาโปรเจคที่เหลือวิชานอกคณะทั้งนั้น เบื่อคณิตแล้ว :05:
เหมือนช่วงนี้ไม่มีอะไรก้าวหน้ากับเขามั่งเลย :39:
แป้กมาสามปีกว่าละเหมือนกัน :30:
อยากกลับไปเม้าท์มอยสังสรรค์ฟอนต์แคมป์มั่ง :05:
ใหญ่ :59:
:59: :59: :59:
รับรอง จุก!! :59:
:30: :30: :30:
ของเอ็งมันหลวมแล้วหรอก :59:
:30:
:0705: :0705: เค้าเป็นรุกนะ!
อ๊ะ พอดีเลย :51:
:30: ไม่เชื่อปลั้ก
โอย :05:
อ๊ะ จริงๆ เราต้องบอกว่าไม่เชื่อ แล้วขอพิสูจน์สินะ :51:
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 13 ม.ค. 2012, 21:10 น.
อ๊ะ จริงๆ เราต้องบอกว่าไม่เชื่อ แล้วขอพิสูจน์สินะ :51:
คว้าเสื่อมารอดู
เรามีอาชีพใหม่ เป็นแม่ค้าขายเสื้อ
อ่านของน้องๆ แล้วเก่งกันมาก
ผมในวัยนั้นยังไม่ได้คิดอ่านอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย
งานของตัวเองที่ผ่านมา
จนถึงวันนี้ยังเหลือผลกระทบจากน้ำท่วมมากมาย
รายได้ขายไปเดือนละ สี่สิบหมื่นน่าจะได้
คิดว่าคงกลับมาปกติเมื่อเมษายนไปแล้ว
ต้นเดือนมีนาจะเปิดสาขาเพิ่มที่เซ็นทรัลพระราม9
และปลายๆ เมษา น่าจะมีการเจรจาเรื่องการขยายอีก
ปลายปีหรือต้นปีหน้าคงมีการคิดเรื่องเฟรนไชน์
ตอนนี้ครูในโรงเรียนสีสิบคนแล้ว
เลี้ยงปีใหม่ทีนึงสาหัสเลย
อาเสี่ยแล้วครับ :12:
เสี่ยโอ๋ :25:
:25: :25:
:25:
มีเรื่องทำมาหาเงินผุดเข้ามาในหัวอีกแล้ว
อยากลองขายของออนไลน์กับเขาบ้าง
กะหารายได้เสริมให้ตัวเองกับพี่สาว(ข้าราชการจนๆร่ำร้องว่าเงินเดือนไม่พอเลี้ยงปากท้อง)
ไอเดียคือ ขายของแบรนด์เนมของแท้100% ทั้งมือ1มือ2
และรับหาของตามออเดอร์ ส่วนจะหาได้ไม่ได้ว่ากันอีกทีนะ
คิดชื่อร้านไว้ว่า "บ้าแบรนด์" กับ "i love shopping"
เริ่มต้นคงขายผ่านFBก่อน ถ้าแนวโน้มดีค่อยสร้างเพจทำเวบ(แล้วจะมารบกวนเพื่อนๆนะเค้าทำไม่เป็น)
เริ่มงานที่ใหม่ได้สามวันแล้วครับ
อยู่ลาดพร้าว ไปทำงานเกษตร ...
แต่ไม่ strict เวลาเท่าไหร่ ไปถึงก่อนเที่ยงก็พอ
พบว่าความสบายจนเคยตัวที่ผ่านมามันทำให้ไม่อยากทำงานประจำเลยจริงๆ
ถ้าไม่ติดว่าอยากไปเล่นของเล่นอะไรหลายๆ อย่างที่เค้ามีอะนะ
ของเล่น :51:
หนุ่มๆโต๊ะข้างๆ
น.ศ. ที่เกษตร :51:
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 19 ม.ค. 2012, 11:14 น.
น.ศ. ที่เกษตร :51:
:07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: ขอใส่ถุงมาฝากผมด้วยคับ
ได้แต่มอง :05:
เซฟกลับบ้านแบบถลอกสิ :56:
อ้างคำพูดจาก: ดาม่า เมื่อ 19 ม.ค. 2012, 22:58 น.
เซฟกลับบ้านแบบถลอกสิ :56:
ที่บ้านมีหนุ่มญี่ปุ่นเต็ม HD ไปหมดแล้ว :56: :56: :56: :56: :56:
ปกติตุก้อเอาแต่มอง ไม่เคยแตะต้องต้นฉบับ :30:
:30b:
read only :30: :30: :30:
(http://img3.f0nt.com/20/90a3fa1730d6cf1ff1be0c9e33765e9c.jpg)
ระวังแฟนคลับโทรหานะ :30:
:25: นามบัตรสวยอ้ะ พี่ร่มเป็นใหญ่เป็นโตแล้ววว
ลุง :25:
:25: :25:
เล่าสั้นๆ :
ตอนนี้รอสัมภาษณ์งานรอบที่สองวันที่ 27 นี้.. ถ้าได้งานก็จะกลับเข้าสู่โลกแห่งงานประจำอีกครั้ง :53:
// กลับบันทึกว่างานที่เค้าเรียกสัมภาษณ์วันที่ 27 โดนเลื่อนสัมภาษณ์ล่ะค่ะ :3005:
ตัวบริษัทเองกำลังย้ายออฟฟิศอยู่ แจ้งแค่ว่าจะเลื่อนสัมภาณ์ แต่ไม่รู้จะเลื่อนไปวันไหน
แต่โดนเรียกสัมภาษณ์งานที่เคยไปสมัครเป็น Assistant PR Officer ของสถานทูตบรูไนแทน
สมัครเอาไว้นานจนลืมไปแล้ว ถ้าได้สัมภาษณ์ตามนัดวันที่ 9 นี้ จะมาบันทึกต่อค่ะ
ถ้าได้งานจริงจังทีนี้ก็จะได้มีเรื่องมาเล่าในนี้บ้างละ :25:
อัตเดทหลังจากกลับมาออสรอบล่าสุดจ้่า
กลับมาออสรอบนี้ก็ย้ายหอ เพื่อลดค่าใช้จ่าย
ทำงานก็ยังทำที่เดิมคือร้านอาหารไทย เป็นเด็กเสริฟตาดำๆ ได้อาทิตย์ละ 3-4วัน วันละ 3-4ชั่วโมง
เดินจากบ้านไปทำงาน เดินกลับด้วยบางวันเพื่อลดค่าใช้จ่าย
อ่อ บางทีก็ต้องไปทำร้าน take away ชอปในเครือเดียวกัน มีหน้าที่รับออเดอร์ คิดตังค์ นอกนั้นก็ช่วยเค้านิดๆหน่อยๆ
รายได้โดยเฉลี่ยอาทิตย์ละ $200 ค่ะ
แต่อิ่มเก็บตังค์กลับไทยช่วงปลายมีนานี้ อาทิตย์ละ $160 เลยเหลืออ่ทิตย์ละ $40 เป็นค่าข้าว
ไอ่เงินที่เหลือๆนี่ เวลาไปซื้อของใช้ทีก็ต้องคำนวนไว้ไม่ให้เกิน $25-$30 ต่ออาทิตย์
เรียกว่าช่วงนี้ประหยัดสุดๆไปเลย ต้องอยู่ด้วยตัวเองให้ได้
แล้วอิ่มก็ส่งเรซูเม่ไปสมัครงานที่อื่นด้วย เช่น สวนสัตว์ ห้าง ร้านอาหาร โรงพยาบาล เซ็กชอป
เรียกว่างานไหนทำแลิวได้ตังค์ มีรถเมล์ไปถึง ทำทั้งนั้น
แต่ยังไม่ใีใครตอบกลับซักคน
ตอนนี้กำลังคิดจะไปหางานทำในเมือง
อิ่มไม่มีปัญหาถ้าต้องนั่งรถไฟเข้ามืองเกือบสามชั่วโมงแต่เช้า
แล้วนั่งกลับอีกทีตอนเย็น
ถ้ามันยังมีรถอยู่ อิ่มทำได้หมดค่ะ (ดูเดือดร้อนเรื่องเงินยังไงไม่รู้ :30:)
เรื่องเรียนตอนนี้อิ่มเรียกปฺโทเต็มตัว เหลือทำทีสิส
ก็ค่อยๆทำไป เพราะต้องทำให้เสร็จก่อน แล้วต้องส่งไปตรวจภาษาอีก
(หลังจากลับไทยครั้งหน้าก็จะทำงานเก็บตังค์ค่าตรวจภาษา ไม่รบกวนพ่อแม่)
ตอนนี้เสร็จดราฟไปบทนึงแล้ว กำลังจะเริ่มอีกบท :40:
เทอมหน้าไม่มีเรียน เลยอยู่บ้านได้เต็มที่
อ่อ อิ่มโวยอ.ที่ปรึกษาทีสิสไปด้วยนะ :30:
เค้าเปลี่ยนคนใหม่ให้เลย ก็หวังว่าจะดีขึ้น
ตอนนี้ก็ยังมีแค่นี้ค่่ะ
เงินค่าตั๋วกลับไทยยังเหลืออีกครึ่งทางก็จะเก็บครบ :40:
เป้าหมายหลักๆเทอมนี้คือ จะไม่ขอตังค์พ่อแม่ และเสร็จทีสิสให้ได้ก่อนปิดเทอมค่ะ
เอาใจช่วยด้วยค่ะ :46:
สู้ๆ นะอิ่ม ทีสิสมีอะไรปรึกษาได้นะ :27:
THESIS สู้ๆ นะอิ่มนะ ค่อยๆทำไป วันละนิดละหน่อยก็ได้ แต่ห้ามหยุด เดี๋ยวไฟมอด
ตอนนี้ก็ทำบทง่ายๆไปก่อนอ่ะค่ะ
จริงๆมันก็ไม่ง่ายซักบทเลยนะ
เดี๋ยวจะไปคุยกับอฺที่ปรึกษาคนใหม่ เค้าเป็นคนมาเลย์ เคยมีนร.ไทยเรียนกับเค้ามาก่อน
เคยจะจ้างเค้่าทำด้วยนะ ตั้ง 80,000-110,000 บาท :07:
จำได้เลยว่าคืนนั้นเครียด ช๊อก จิตตก นั่งตาค้างยันเช้า :05:
ถึง
พี่หนูอร ขอบคุณค่ะ :27:
พี่จานดา มันมอดไปแล้วอ่ะสิ ฮ่าๆๆๆ
Fighting Fighting Meelex :27:
Thank you
Thank you ka
P' Oil :27:
น้องอิ่มสู้ๆ เชื่อดิว่า้ต้องทำได้
แล้วถึงตอนนั้นจะภูมิใจในตัวเอง :25:
อัพเดตตัวเองนิดนึง
ตอนนี้พวกเจ้านายกำลังอยากพัฒนาแอ้ (อาจจะมี "โครงการพัฒนาแอ้" ลับๆ ก็เป็นได้)
โดนจับตามองมาก หลังจากที่เขาไม่เคยแลมานานแสนนาน
เพราะเราเป็นคนเงียบๆ วันๆ คิดแต่เรื่องเที่ยว ไม่เคยมักใหญ่ใฝ่สูง (ก็ไม่ชอบอะ)
จริงๆ มีปัญหาเดียวคือเรื่องไปทำงานสาย และไม่คิดจะเปลี่ยนตัวเองด้วย บอกตรงๆ ไม่คิดจะเปลี่ยน
เพราะเราเป็นคนตั้งใจทำงาน ไม่ทะเลาะกับใคร ใฝ่รู้ มีจรรยาบรรณ อะไรพวกนี้เป็นอยู่แล้ว เหมือนจะดี แต่..
แต่เป็นคนขบถ อยากมีมุมของตัวเองที่ไม่เป็นไปตามแผนใคร ก็เลยละเลยเรื่องวินัยซะ
เหมือนเป็นมุมเล็กๆ ของเราที่ไม่มีใครมาเปลี่ยนได้
ปีใหม่ ตอนประเมิน เจ้านายส์ (หลายคน) พูดเหมือนเดิมว่าอะไรก็ดี เสียที่มาสายอย่างเดียว
ก็ไม่สะทกสะท้าน จนได้คุยกับ supervisor ตัวเองแบบนอกรอบ
พี่เขาไม่ได้จะคุยนะ แต่เห็นเขาเครียดๆ เลยถามว่าเป็นไร เขาบอกเครียดที่เราไม่เป็นไปตามที่ผู้ใหญ่คาดหวัง
โห.. ไอ้การที่เราไปสาย กลายเป็นความทุกข์ของคนอื่นฟ่ะ ทั้งๆ ที่โบนัสตูหดก็เงินตู งานตูก็เสร็จนะ
ก็เลย อ้ะ.. ไปเช้าก็ได้วะ ไม่อยากทำให้คนอื่นเป็นทุกข์ (เป็นแผนรึเปล่า ไม่น่านะ ไม่น่าจะล้ำลึกขนาดนั้น)
พอเขาเห็นว่าปรับปรุง ก็ปลื้มกันใหญ่ ตอนนี้ทำอะไรก็เชิงจะเป็นลูกรัก
เอ้า รักก็รัก เกลียดก็ช่าง ยังไงก็ได้ ตูเป็นคนง่ายๆ อะไรที่เคยทำ ก็ทำเหมือนเิดิม
ทำงานเยอะกว่าเดิมอีกเพราะไปเช้าขึ้น กลับค่ำเหมือนเดิม
ถามว่ารู้สึกดีไหม ก็รู้สึกดีแหละมีคนมาชื่นชมนะ กึ่งหนึ่ง
อีกกึ่งเหมือน พื้นที่ส่วนตัวมันหายไป ไม่ใช่เวลาครึ่งชั่วโมงตอนเช้านะ แต่มันเป็นอะไรดีล่ะ
ความขบถมันหายไปอีกวูบล่ะมั้ง (เคยปรับปรุงตัวมาครั้งนึงแล้ว เรื่องการแต่งตัว แต่ก่อนแต่งตัวไม่ค่อยเรียบร้อย)
รู้สึกว่าจะต้องทวงตัวตนของตัวเองคืน เอาจากไหนดี เอาจากตอนไปเที่ยวดีไหม
พอกันทีทริปเบาๆ นุ่มๆ ต่อไปนี้คงต้องจัดแบบมาโซคิสม์ เพื่อชดเชยความก้าวร้าวที่เสียไป
ช่างเป็นมนุษย์ที่สับสนอะไรเช่นนี้ :30:
ปล. ถ้าใครพอจะจำได้ แผนลาออกไปอยู่บ้านนอกยังอยู่นะ แต่อาจจะเลื่อนออกไปอีกหน่อย
เพราะน้ำท่วมทำเอาการหางานเปลี่ยนไปเลย คือคงหางานบ้านนอกได้ แต่จะโก่งเงินเดือนคงยาก
แล้วมีแผนซื้อรถใ้ห้แม่ + เนปาลให้ตัวเอง (จากนั้นมีสวิสฯ เข้าคิวรออยู่) เงินทั้งนั้น
พยายามกันต่อไป เจ้ามนุษย์เงินเดือนน้อยๆ เอ๋ย
ปล. ๒ เริ่มเก็บตังค์ที่ไม่ได้เก็บเพื่อเป็นบั๊ดเจ็ตเที่ยวตั้งแต่ปีที่แล้ว (เริ่มช้ามาก แต่เริ่มแล้ว)
ก็คงจะทำต่อไป :22:
ลองเปลี่ยนเป็นกลับตรงเวลาดูด้วยสิครับ :12:
ถ้าไม่กลัวรถติดอะนะ :59:
ชอบนั่งทำงานเรื่อยเปื่อยอะ
ยิ่งตอนคนอื่นกลับ เงียบๆ นี่คิดอะไรออกเยอะแยะเลย
ส่วนมากถ้าไม่มีนัดอะไร ก็ทำจนเกือบทุ่มทุกวันอะ
กำลังค่อยๆ ปรับเวลาตื่น ถ้าไปก่อนเวลางานซักชั่วโมงได้คงดี ตอนเช้าคงเงียบมาก เอาไว้คิดงานยากๆ
แล้วเย็นค่อยกลับตรงเวลา
ขออัพบ้าง
วันนี้มีน้องจากแผนก product improve มาให้สอนงาน
เป็นเด็กพึ่งจบจาก วิศวะจุฬา ขาวโคตรๆ สวยด้วย
ไม่เป็นอันสอนเลยตู :51: :51: :51:
สาธุ ขอให้ทั้งปีตูมีแต่งานแบบนี้ :46: :46: :46:
งาน เงิน ความหวัง อนาคต :05:
สมถลอกจริงๆ :30:
ส่วนเด็กนั่น.. หมดอนาคต :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 07 ก.พ. 2012, 22:22 น.
ส่วนเด็กนั่น.. หมดอนาคต :30:
:3005:
อาลัยให้อดีตเพื่อนร่วมรุ่น
ชื่อ นุ้ย ชนานาท รู้จักเปล่า :25:
ไม่รู้จักค่ะ :30:
:25: แต่ผมอยากรู้จัก
บิ๊กรีบมาเลย เดี๋ยวอีกแปปเอ มันก็ตามมาแหงม :30:
ขอดูหน้าก่อน เราไม่จองอะไรมั่วซั่ว ถ้าไม่ได้เห็นของหรอก
เหรออออออออ
แน่นอน ~
ขอถามครับ
จะรับงานตัดต่อ presentation ปน video งานบายเนียร์ คณะวิศกรรมรึอะไรซักอย่าง
มีภาพ resource ให้ คือทำเป็น SlideShow เรียงๆ กันประกอบงาน
10-15 นาที
คือจะใส่โปรแกรมง่ายๆ เรียงๆ กันก็ได้ แต่เขาบอกอยากได้ให้มันไฮโซกว่านั้นนิดนึง
งานด่วนเสร็จภายในอาทิตย์สองอาทิตย์ แต่ส่วนตัวคิดว่าห้าหกวันถ้าโต้รุ่งลุยไปก็เสร็จ
เขาเสนอสามพัน แต่ผมกะไม่ถูกว่ามันคุ้มกะเวลาทำงานอื่นๆ เช่นทำพอร์ตหรืองานมหาลัยมั้ย
ผมควรจะ
- ทำแบบง่ายๆ เน้นเร็วเข้าว่า เรียกสามพันเท่าเดิมหรือน้อยกว่า
- เก็บมากขึ้นนิดนึง (ผ่อนโน๊ตบุ๊ค) แต่ทำเอฟเฟกทำอะไรให้ตระการตา ใช้ effort มากขึ้นนิดหนึ่ง
แล้วเรตคิดงานแบบนี้ คิดเป็นนาที หรือบอกเขาว่าทำกี่วันวันละกี่บาทแล้วเหมารวมเป็นวันทำงานเอา?
คุ้มไม่คุ้มอยู่ที่การตีความคำว่าไฮโซของคนจ้างแหละ
ทำไปรอบแรกผ่านเลยหรือแก้นิดหน่อยก็น่าจะโอเค
แต่ถ้าเยอะกว่านั้นก็ไม่น่าจะคุ้มแล้ว :48:
ให้มันเอางานตัวอย่างมาให้ดูก่อนกิ๊ง แล้วก็ยึกตามนั้น (เออ.. ลอกนั่นแหละ :59:)
ตูล่ะกลัวแทน ว่า "ไฮโซ" ของคุณลูกค้า กะนักออกแบบเนี่ยมันอาจจะคนละอย่างกันสิ้นเชิง
เคยเจอมาแล้ว ลูกค้าอยากได้ "โมเดิร์น" แก้อยู่นาน จนให้เอารูปมาให้ดู แม่งกูเรียกแบบนั้นว่า "คอนเทมโพลารี่ไทย" เฟ้ย
ปล. อย่าลืมเรียกเงินเพิ่ม และกำหนดให้ชักเจนว่าแก้ได้กี่ที :37:
จะชักตูกี่ทีก็แก้แค่นั้นแหละ :59:
ก็เห็นว่าไม่ค่อยได้ใช้ :47:
อยากรู้ราคางานพวกนี้เหมือนกันครับ เพราะเคยทำงานวิดีโอให้คณะ อาจารย์ให้มา 500 แต่แก้แล้วแก้อีก
อาจารย์เอาเปรียบครับ
ตอนผมแก้ได้ 3 ทีอ่ะครับ เกินกว่านี้คิดเงินหมดครับ ถึงจะอาจารย์ก็เหอะ :3005:
แก้สามที ก็หมดตัวพอดี :51:
ทำงานให้คณะส่วนใหญ่งานฟรี :3005:
video present แบบที่รับกันปกติ ขั้นต่ำก็ 15000 ครับ ไม่แก้ด้วย แก้คิดเพิ่มอีกครั้งละ 1500 :59: :59:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 08 ก.พ. 2012, 15:16 น.
ให้มันเอางานตัวอย่างมาให้ดูก่อนกิ๊ง แล้วก็ยึกตามนั้น (เออ.. ลอกนั่นแหละ :59:)
ตูล่ะกลัวแทน ว่า "ไฮโซ" ของคุณลูกค้า กะนักออกแบบเนี่ยมันอาจจะคนละอย่างกันสิ้นเชิง
เคยเจอมาแล้ว ลูกค้าอยากได้ "โมเดิร์น" แก้อยู่นาน จนให้เอารูปมาให้ดู แม่งกูเรียกแบบนั้นว่า "คอนเทมโพลารี่ไทย" เฟ้ย
เคยมีลูกค้าในตำนานเจ้านึง จะเอาโมเเดิร์น เรียบหรูดูดี มีคลาส และดูถูกคนไทยมาก
แต่ตัวอย่างที่ท่านหยิบมาให้ดูมีแต่สวะ :08: จริงๆ ไม่ได้ดูถูกเลยนะ สวะมากๆ
และงานนี้ไม่จบเพราะทะเลาะกันก่อน (แน่นอน โมนามาเฟียเราเป็นทัพหน้า)
ผลคือพอเว็บนี้ออนไลน์จริงๆ เห็นแบบไฟนอลของคนที่มาทำต่อให้ เราก็ต่างโล่งใจที่ไม่ได้ฝืนทำจนจบ :30:
เพราะอีตัวออนไลน์เป็นเว็บที่ฉกมาจาก templatemonster ที่ decode มาเพี้ยน มีเสียงวี้ดๆด้วย :12:
ปล. จากคนที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่เกาะติดสถานการ :47:
อย่าว่างู้นงี้เลย พวกไม่เข้าใจความงามแล้วมั่นใจว่าตัวเองรสนิยมดีนี่ ไม่รู้จะน่าสงสาร หรือน่ารำคาญดีนะ :30:
เมื่อวานวันเดียว มีคนมาชวนไปทำงานด้วยตั้งสามคนแหนะ :37:
๑. พี่อาร์ตไดฯ ที่รูมฯ ชวนไปลองเขียนคอลลั่ม "Room Rescued" ซึ่งปกติแกเป็นคนเขียนเอง
แน่นอนว่ารีบตอบตกลง ขอโอกาสลองทันที ทั้งๆ ที่ยังหวั่นใจ เพราะเป็นคอลลั่มใหญ่ และลึกพอควรเลย :47b:
๒. เพื่อนสนิทสมัยม.ปลาย กลับมาจากเรียนโทเมืองนอก (เคยทำอยู่ปูน) ตอนนี้กลับมาเพื่อช่วยกิจการบ้านแฟน
ทำบ้านโมดูล่านี่แหละ ต้องการคนร่วมฟอร์มทีมใหม่ เพื่อขยายกิจการ แต่ปฏิเสธไปด้วยเหตุผลที่ยังแฮปปี้กับที่ทำงาน และเจ้านายอยู่
คุยกันกว่าชั่วโมง เราก็พูดไปตรงๆ ว่าให้คำปรึกษา หรือแชร์ได้นะถ้าไม่ใช่พวกข้อมูลความลับ ก็เลยนัดกินข้าวกัน :33:
๓. เพื่อนสนิทที่บางมด มันไม่ยอมเรียนจนจบ ออกไปเรียนที่อื่นได้แป๊บนึง ก็ลาออกอีก สุดท้ายไปช่วยพ่อดูแลกิจการรับเหมาภายใน
ไม่ได้เจอกันนานแล้ว คุยกันด้วยบีบีบ้าง ฟบ.บ้าง (ไม่ได้บอกมันว่าไม่มีเบอร์มันแล้ว) วันเกิดมัน (๒๒) ก็บีบีไปมันก็ชวยคุยเลยได้ถามสารทุกข์สุขดิบ
จบที่มันบอกว่าอยากได้คนไม่ช่วย เพราะกำลังมีแผนจะแยกตัวออกมาจากพ่อ (พ่อสนับสนุน) และต้องการทีม
ปฏิเสธไปแล้ว เนื่องจากไม่ค่อยจะรู้สึกอยากไปเป็นผรม.อีกแล้ว (บ.แรกที่ทำงานเป็นเทิร์นคีย์) แต่ก็บอกมันว่า ถ้าเคลียร์คิวได้จะไปงานเลี้ยงวันเกิดมัน :27:
จริงๆ มันก็ไม่ได้มีอะไรมาก
แค่อยากมาแชร์ว่า บางที่ อยู่เฉยๆ โอกาสมันก็เข้ามาวิ่งชนเราเสียอย่างนั้นก็มีด้วยแฮะ.. เจ๋งดีเหมือนกัน :37:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 19 ก.พ. 2012, 22:12 น.
อย่าว่างู้นงี้เลย พวกไม่เข้าใจความงามแล้วมั่นใจว่าตัวเองรสนิยมดีนี่ ไม่รู้จะน่าสงสาร หรือน่ารำคาญดีนะ :30:
บางคนเขาคิดว่ามีเงิน ใช้ของแพงๆ ก็คือมีรสนิยมแล้วฮะ
มีโอกาสอะไรคว้าไว้ครับบวบ ทำได้ไม่ได้อีกเรื่อง เอาให้เราได้ลองทำ
ดีนะที่บวบมีความชัดเจนในตัวเองดี สู้ๆ ถ้าให้ช่วยตรงไหนก็บอกนะครับ :37:
เลี้ยงผมทีดิพี่โอ ขี้เกียจทำงาน :25:
ม่ะ ตูเลี้ยงเอง
(http://img3.f0nt.com/23/a2b8e5ceb85b5f0709a7e64cbff2966b.jpg)
ว่างก็ไปซิตอั๊พเหอะพี่ :59:
พี่เจนนี่ก็ เอามะพร้าวมาเลี้ยงเจ้าของมะพร้าวได้ไง :59:
จะเผาสวนมะพร้าวไปให้มันเปลืองไง :59:
งั้นก็ต้องเป็นมะพร้าวเผาเซ่ :59: :59:
:30: :30:
ของดุกมั่ง
เมื่อวานนั่งทำงานมือเป็นระวิง อยู่ดี ๆ ก็มีพี่คนนึงใน msn รู้จักกันมาปีกว่า ๆ ได้
พี่คนนี้เป็น programmer เหมือนกันแต่ บ. อยู่เมกา
แต่เรื่องส่วนใหญ่ที่คุยกัน ก็พวกสารทุกข์สุกดิบทั่วไป สั่งขนมบ้าง รวมไปถึง การ config บางอย่างไรทำนองนี้
อยู่ดี ๆ แกก็ถาม ทำไรอยู่ งานอันโน้นเสร็จยัง ไรทำนองนี้
ดุกก็ ตอบไปประมาณว่า ทำงานหัวฟู พร้อมกับส่งงานที่แกถามถึงไป
แกบอกว่า งานดีว่ะ อยากฝากดุกทำงานกะเพื่อนเขา อยู่กะเพื่อนเขาไปอาจจะได้ไปเทรนงานที่ญี่ปุ่นด้วยนะ
เพราะเห็นศักยภาพ กะเนื้องานแล้วแกบอกว่าดุกน่าจะทำได้ และทำได้ดีด้วย
แกก็เอ่ยปากขอ resume กับดุก
ดุกเริ่มลังเล ใจนึงก็อยากลอง ใจนึงก็ยังไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไรตอนนี้
แต่อีกใจก็คือ เดี๋ยวก็ต้องย้ายตัวเองไปอยู่อีกที่นึงอยู่ดี (อาจจะแต่งงานแล้วไปอยู่กะแฟนแถวราม)
ในอนาคตก็อาจจะต้องลาออกจากที่ทำอยู่ตอนนี้ก็เป็นได้
"แล้วออฟฟิศอยู่ที่ไหนอะพี่รู้มะ"
"ไม่ได้ถามเหมือนกันว่ะ ไว้เจอเขาจะถามให้นะ"
"แล้วเขาให้เท่าไหร่อะ บอกนิดนึงพอยั่วน้ำลายก็ได้"
"แล้วตอนนี้เอ็งได้เท่าไหร่อยู่?"
"22k"
"ที่นี่ให้ประมาณครึ่ง 5 หลักอะ ไม่งั้นก็ เกือบครึ่ง"
"ก็แปลว่า 40-50k ใช่ป่ะ?"
"ประมาณนั้น"
"โห ถ้าได้เยอะขนาดนั้น แล้ว งานเยอะเท่าที่ทำอยู่นี่มั้ยอ่าเนี่ย?"
"ได้เยอะก็ต้องงานเยอะดิ่แหม ถามแปลกๆ :30: programmer ก็งี้แหละหนู"
ตอนนี้ดุกยังไม่ได้ส่ง resume ให้นะคะ แต่แอบคิดว่า
อยู่ดี ๆ ก็มีคนจะฝากงานให้ แถมงานที่บอกก็.. เงินเดือนสูงทีเดียว
ถ้าได้ที่นี่ถือว่าก้าวกระโดดเลยนะ ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี
แต่อีกใจก็ อืม ถ้าเราต้องทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ
แลกกับเงินเดือนที่จะได้มาเยอะ ๆ แบบนี้
มันทรมานตัวเองไปรึป่าว?
เอาไงดี..
ส่ง resume ไปเล่น ๆ ดีมั้ยนะ?
แล้วค่อยถามว่า ทำงานที่ไหนอะไรยังไง สวัสดิการ เงินเดือน เนื้องาน ฯลฯ
ถ้ามันโอเคในระยะยาว ค่อยไป
ถ้าไม่โอเคเราก็ยังทำอยู่ที่เดิม
แล้วค่อยลาออก จากนั้นรอหางานใหม่หลังจากที่ย้ายที่อยู่แล้ว
น่าจะดีที่สุดมั้ง
:56:
ส่งไปก่อนดีกว่ากวาง
แล้วลองคุยรายละเอียดลึกลึกดูก่อน
ถ้าเวิค ถ้าโอ ค่อยมาตัดสินใจอีกทียังไม่สาย
มีช่องทางแล้ว เก็บรายละเอียดก่อนโล้ด :27:
โอกาสมันไม่ได้ผ่านมาแล้วรอเราอยู่นะครับ
ถ้ามันวิ่งจากเราไปแล้ว มันอาจจะไม่กลับมาหาเราเป็นครั้งที่สองก็ได้
คือ ถ้าออกตอนนี้ macbook pro ที่ใช้อยู่ตอนนี้ก็ต้องคืนออฟฟิศไป
ก็ กว่าจะได้คอมตัวนี้ก็คือต้องใช้มันครบ 3 ปีอะค่ะถึงจะได้มาเป็นของตัวเองถาวร
(ก็ต้อง กค ปี 57 แล้วดุกจะทำงานอยู่ถึงตอนนั้นรึป่าวก็ไม่รู้)
แล้วตอนนี้ดุกก็ไม่มีคอมใช้อะค่ะ เพราะคอมตัวเก่า ที่เป็น pc ก็ให้พี่ชายคนกลางใช้ไปแล้วด้วย
ยังไงดี ถ้าต่อรองว่า มีคอมให้ใช้ระหว่างนี้มั้ยคะ มันจะไหวมั้ยเนี่ย :3005:
เอาเป็นว่าลองส่ง resume ไปก่อนตามคำแนะนำของออยกะพี่ฟิ้งซ์ละกัน
ขอบคุณค่า :27:
ถ้าสวัสดิการบริษัทเค้าให้เงินเดือนมากกว่าขนาดนั้น
แล้วถ้าเค้าโอเคกับงาน / resume ดุกจริงๆอะ
แค่ขอคอมสำหรับใช้ในการทำงาน ทำไมเค้าจะให้ไม่ได้คะดุกขา
เชียร์ให้ลองนะ
เพราะดุกเป็นคนที่เราเห็นแล้วรู้สึกว่าทำงานเกินค่าตัวมากๆ (รู้สึกมานานแล้ว)
งานที่ไหนมันก็หนักทั้งนั้น ดังนั้นมันก็ควรได้ผลตอบแทนให้คุ้มกับที่เราลงแรงนะจ้ะ
แบบนี้ภาษาจารย์เกศเรียกว่ามีทอนใช่มั้ยครับ
แน่ะ พี่เจนได้บ่อยล่ะสิ :26:
จะฟ้องมะม๊า :07:
ง่ะ เค้าทำงานเกินเงินเดือนขนาดนั้นเลยเหรอพี่เกศ :07:
แต่ช่วงนี้รู้สึกตัวเองใช้ร่างกายเปลืองจริง ๆ :16:
ขนาดไมเกรนขึ้นยังไม่ยอมลาป่วยเต็มวันเลยอะ ลาครึ่งวันเช้า ครึ่งวันบ่ายก็ไปทำงานต่อ :58:
พี่เจ๊นนนนน :30: :30: :30: :30:
เค้าทำงานให้ออฟฟิศไหนเค้าก็ไม่ทำให้เจ้านายหล่นขาหักนะ :47:
อุ๊ย หลุด :49:
เรื่องอย่างนี้ ต่างกรรม ต่างวาระครับ
นี่ก็อีกคน :07:
จารย์เกศเชียร์ คนไหนอีกรึเปล่าครับ จะได้เข้าไปดู
ขอลายแทงพร้อมภาพปลากรอบด้วยนะครับ
ส่งการบ้านด้วยนะคะ :56:
งาน เงิน ความหวัง อนาคต............ ดับวูบ
:30:
แหม พ่อพระเอก...
พอเหอะ :30:
ส่งไปดิกวาง ลองเลยไม่เห็นเสียหายอะไรเลย
ถ้าได้ก็ถือว่าเยี่ยมไปเลย
ปล.ข้งอใจ ทำไมต้องแทนตัวเองว่าดุกวะ ไม่เห็นมีใครเรียกเอ็งว่าดุกสักกะคน :37:
:26:
ติดปากแค่ในฟอนต์อ่าพี่โบว์
(ที่จริง ก็ยังมีบางคนเรียกดุกอยู่นะ แต่ไม่ค่อยบ่อยแล้ว)
ตอนนี้ร่าง resume เสร็จแล้วจ้า :56:
เหลือไอ้พวกข้อมูลส่วนตัวนิดหน่อย แอบคิดว่าคงไม่ต้องใส่เยอะ (เล่นตัว :30:)
ตูนี่แหละเรียก :30:
ตอนนี้กำลังคิดเรื่องขยายงานด้านถ่ายภาพ
เนื่องจากเจอหลายคนมากที่ถ่ายรูปธรรมดามาก แต่งานเยอะ และงานแพงด้วย :3005:
สืบๆมาแล้วเป็นเพราะเรื่องการตลาด เขามีทีมการตลาดวางแผนกันเลยทีเดียว :59: :59: :59: :59:
เลยต้องหันมามองเรื่องนี้แล้วแหละ
อีกส่วนก็อยากกลับไปเปิดร้านที่ขอนแก่น มีสองอย่าง
อย่างแรกเปิดร้านเค้ก แต่งสไตล์เก๋ๆไว้เป็น landmark เลย แล้วชั้นสองเปิดสตู
หรืออย่างสองเปิดสตูไปเลย
ลังเลอีกแล้ว :59: :59:
เปิดสองอย่างเลย ต้นทุนสูงกว่าหรือเปล่าอะ
ขอนแก่นร้านเค้กเยอะมากกกกครับ สวยๆทั้งนั้นเลย
ร้านหรือคน :25:
กิ๊กว่าพี่อู๋ลองจับทางทีหละอย่างดีกว่ามั้ยคะ
ดูระยะยาวด้วยว่า ธุรกิจตัวนี้มันจะไปต่อนานแค่ไหน
ที่สำคัญ เลือกทำอย่างที่ถนัด ดีกว่า
แต่ถ้าอยากทำสองอย่าง และมีเงินทุน + แรงงานมาช่วย
เปิดสตู เป็นงานหลัก
ร้านเค้กเป็นงานรองเหอะ
-------------
นึกภาพสาวน่ารักๆ ที่ขอนแก่นมากันเต็มร้าน :25:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 03 มี.ค. 2012, 13:33 น.
ตอนนี้กำลังคิดเรื่องขยายงานด้านถ่ายภาพ
เนื่องจากเจอหลายคนมากที่ถ่ายรูปธรรมดามาก แต่งานเยอะ และงานแพงด้วย :3005:
สืบๆมาแล้วเป็นเพราะเรื่องการตลาด เขามีทีมการตลาดวางแผนกันเลยทีเดียว :59: :59: :59: :59:
เลยต้องหันมามองเรื่องนี้แล้วแหละ
อีกส่วนก็อยากกลับไปเปิดร้านที่ขอนแก่น มีสองอย่าง
อย่างแรกเปิดร้านเค้ก แต่งสไตล์เก๋ๆไว้เป็น landmark เลย แล้วชั้นสองเปิดสตู
หรืออย่างสองเปิดสตูไปเลย
ลังเลอีกแล้ว :59: :59:
ต้องดูทำเลถ้าเปิดร้านขนมทำเลต้องดีอาจแพงหน่อย ถ้าทำสตูทำเลอาจด้อยลงมาหน่อยราคาก็จะถูกลงมา เราอาศัยคุณภาพงานฝีมือเราล้วนๆต่อให้ทำเลด้อยกว้าคู่แข็งแต่ลูกค้ามาและติดชัวร์ ถ้าให้เราเชียร์อยากเชียร์ให้เปิดสตูดีๆไปเลย ตลาดขอนแก่นยังขาดช่างมีฝีมืออย่างอู๋นะ
ทำงานตากล้องต่อไป อย่างเลวๆ ก็งานน้อย เงินไม่พอใช้
ซึ่งฝีมืออู๋ไม่น่าอับจนขนาดนั้น
แต่จะเปิดร้านน่ะ มีความรู้ด้านธุรกิจแค่ไหน
มีทำเลรึยัง รู้รึเปล่าว่าลูกค้าเป็นใคร มีสไตล์ที่เหมาะกับทำเลและลูกค้ารึยัง
ถ้าคิดรูปแบบร้านไว้แล้ว ต้องหาทำเลที่มีลูกค้าอย่างที่เราอยากได้ให้ได้
ขอโทษนะ พี่ขอยกตัวอย่างอาจารย์สอนธุรกิจจากซีพี
เค้าบอกว่า ถ้าคิดจะทำร้านกาแฟเล็กๆ เก๋ๆ แล้วหาที่ที่พอต่อกำลังทรัพย์ ที่มีคนผ่านเยอะพอสมควร
ยังไงก็ต้องมีคนเห็นแล้วแวะมาเป็นลูกค้าแน่ๆ ....ถ้าคิดได้แค่นี้ เจ๊ง 100%
ถูกของลุง
ปาล์มเชื่อว่าอย่างอู๋คงไม่คิดอะไรง่ายๆอย่างนั้นหรอก
ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ สู้ๆนะ :12:
คือตอนนี้มีบ้านเปล่าๆอยู่ที่ขอนแก่นครับ
ทำเลไม่ดี บอกได้เลยว่าไม่ดี ใกล้เซนทรัลขอนแก่น แต่ไม่ใช่โซนคนเดิน
ส่วนร้านเค้กสวยๆในขอนแก่นผมดูแล้วก็ยังงั้นๆ (มีร้านเพื่อนชื่อ de forest ก็ธรรมดาฮะเท่าที่ดู)
แต่เหมือนลุงร่มบอก เรื่องทำเลก็ยังกลัวๆเหมือนกัน
แต่ที่ผมเชื่อคือถ้าผมทำ ในอีสานนี้ไม่ใครทำแบบนี้แน่นอน
แต่ก็ยังมั่นใจไม่ได้ 100% อยู่ดี
ก็ยังคิดๆอยู่ครับ
ตอนนี้มีเพื่อนจะเปิดสตูที่ทองหล่ออีกเลยรอดูอยู่
ทำเลสำคัญอันดับต้นๆ ก็จริง แต่ถ้ามั่นใจว่าจะดึงคนได้ตั้งแต่แรกๆ สมัยนี้โลกแคบ แรงของโซเชี่ยลจะส่งต่อได้เยอะเลยที่เดียว
เปิดสตูเลยพี่อู๋ ปลั๊กมองว่าตอนนี้ขอนแก่นกำลังโตมาก ไล่ตามเชียงใหม่มาติดๆ ได้เปรียบกว่าตรง
ใกล้ชายแดนด้วยป่ะ? อีกอย่างขอนแก่นยังดูทำอะไรได้เยอะกว่าเชียงใหม่ :12:
เชียงใหม่จับธุรกิจยากมาก พวกถูกทางก็รวยไปเลย พวกเจ๊งก็เยอะ
ของตัวเองมั่ง อีกไม่กี่วันก็จะจบแล้ว ความจริงคือยังไม่จบหรอก ติดอยู่อีกสองสามตัว ซึ่งไม่ต้องเข้าเรียน แค่ส่งงาน
อันที่จริงต้องเรียนห้าปีด้วยซ้ำ เพราะโอนหน่วยกิตย้ายคณะมา แต่ด้วยความที่โยกย้ายเมเจอร์คณะเก่า
กับคณะใหม่สลับกัน เลยทำให้จบเร็วกว่าที่ควรจะเป็นหน่อยนึง
ปัญหาตอนนี้คือ ถ้ายังไม่จบ ไปสมัครงานเค้าจะรับมั้ย
ซึ่งแน่นอนว่าต้องทำเชียงใหม่ แล้วพวก graphic house น้อยมากก มีก็แต่พวกโรงพิมพ์
ร้านทำพวกไวนิล ซึ่งแน่นอนว่าเงินเดือนน้อยมาก ไม่เกินหมื่น :05:
คิดว่าหลังจากทีสิสเสร็จจะเร่งทำพอร์ทแล้ว เพราะได้ข่าวมาว่า k kevin studio จะมาเปิดสาขาที่เชียงใหม่
น่าสนใจเลยทีเดียว กับดูไว้อีกที่เป็น digital agency ชื่อ digital zoo
แต่ปัญหามันติดอยู่อย่างเดียวคือยังไม่จบเนี่ยแหละ แต่มีเวลา 100% นะ
กังวลอยู่เหมือนกันว่าจะไปรอดมั้ย เพราะลำพังงาน freelance มันไม่แน่นอน บางเดือนงานมาเยอะ
แต่บางเดือนแทบไม่มีเลย ซึ่งแน่นอนว่าอยู่ไม่ได้
เราสนับสนุนให้สมัครกะจานเคล เจ๋งสุดยอดจริงๆคนนี้ :37:
ส่วนเรื่องเงินเดือนก็ตกลงกะแกละกัน
สู้ๆเน่อพี่ปลั๊ก
ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองมีอนาคตนะ แต่ตอนนี้เริ่มคิดถึงที่บ้านเชียงใหม่ละ
เลยเปลี่ยนแผนมาคิดว่าต้องทำอะไรให้ที่บ้านตั้งตัว พึ่งตัวเองได้บ้าง (อย่างน้อยก็ค่าน้ำค่าไฟค่าโทรศัพท์)
(ต้องอธิบายก่อนว่าที่มีรถขับ มีแมคใช้ ไปกรุงเทพบ่อยๆเนี่ยคือเป็นลูกเมียน้อยนะ)
ก็คิดๆถึงพวกขายของในเฟซบุคนี่แหละ แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี
คือแม่ชอบทำงานฝีมือนะ พวกถักๆ ร้อยๆ อะไรงั้น
เสียที่อะไรๆที่แกทำมันเป็นแบบแนวๆแม่บ้านสมัย 15 ปีที่แล้วซึ่งไม่น่าจะขายได้
เอาเป็นว่าจะพยายามนะคะ อาจจะออกแบบแล้วให้แม่เป็นคนทำอะไรงั้น
พวกสร้อย อะไรงี้มีแบบสวยๆว่อนเน็ตเลย ลองทำตามแล้วไม่ยากเลยด้วย
แต่ติดที่ไม่อยากก็อบแบบชาวบ้านมาทำเลย
แนะนำหน่อยจิ อย่างน้อยก็เรื่องแบบนี่แหละ :59:
(แม่ทำตามแบบได้ แต่สร้างสรรค์แบบเองไม่ได้น่ะ)
นานาวาดภาพใส่ผ้าบาติกสิ หรือใช้ของถักถักร้อยๆ ของแม่มาปรับประยุกต์กับงานของเราก็ได้
แม่ได้ทำ นานาได้ฝึกฝีมือตัวเอง น่าจะเวิร์คอยู่ :25:
ส่วนปลั๊ก ผมมองว่า เดี๋ยวนี้ ถ้ายังไม่จบ แต่ใกล้จะจบแล้ว
เราสามารถเข้าไปคุยได้นะ เข้าไปคุยก่อนว่า "ผมเรียนจบแน่นอนครับ ตอนนี้ติดแค่อีกเท่านี้ิวิชา บลาๆ อธิบายไป" ลองดูผลงานผมก่อนก็ได้
หรือจะให้ทดลองงานไปก่อนระหว่างที่ยังไม่จบจริง อันนี้ก็แล้วแต่จะคุย ลองดูๆ :12:
พี่อู๋:
จริงๆถ้าเปิดสตูดิโอที่ขอนแก่น ทำพอร์ทเก๋ๆ เขียนโปรโมทตัวเองหรูๆ แล้วหา connection ดีๆ
ให้ติดต่อรับงานถ่ายของที่ลาวมาทำด้วยก็ได้นะคะ :25:
นานา:
ขายของในเน็ตนานาลองดูเทรนด์ก่อนแล้วค่อยเอาแบบไปให้แม่ดูก็น่าจะไหวนะ
ส่วนเรื่องเลียนแบบไม่เลียนแบบยังไง ต้องบอกก่อนว่าทำอะไรจะแนะนำไอเดียได้บ้าง
แล้วถ้ามีโอกาสของทำมือบางอย่าง (หรือแค่ซื้อแพลตตินั่ม) เอาขายเมืองนอกได้นะ
คือซื้อเป็นล๊อตหลายโหล แล้วขายโหลในเฟซบุ๊ค หรือเว็บให้ฝรั่งอะไรงั้นได้น่ะ
ของวินเทจที่เมืองนอก (แหวน ต่างหู กระเป๋า) ช่วงนี้ก็ยังกำลังอินเทรนอยู่ เลือกเก๋ๆ แล้วส่งได้เลย
ปลั๊ก:
พี่ก็ไปทำงานทั้งที่ยังไม่จบนะ เอา transcript ไปให้เค้าดูว่าเหลือตัวไหนยังไง
แล้วก็เข้าไปทำงานเลย แถมขอลาไปเรียนอาทิตย์ละ 2 วัน เขาก็ให้ด้วย
อันนี้คือขึ้นอยู่กับตกลงล่ะ
แต่มองว่าเค้าไม่น่าซีเรียสกับปริญญาขนาดนั้นหรอก
ใบปริญญาก็เรื่องนึง งานทำได้ดีไม่ดีก็เรื่องนึง เค้าน่าจะดูงานมากกว่า
เป็นกำลังใจให้ทุกคน :27:
จากคนที่กำลังหางานอยู่เหมือนกัน :30:
อยากทำงานธนาคารไหมน้องอร ที่แผนกมีน้องพึ่งออกไปคนหนึง :54:
โดนถลอกลวนลามจนออกแหงๆ
ฝีมือขนาดอู๋นี่ไปได้อีกไกลมากในทางสายนี้เลยนะ :12:
อ้างคำพูดจาก: ซือเน... เมื่อ 04 มี.ค. 2012, 21:55 น.
โดนถลอกลวนลามจนออกแหงๆ
อย่าทักก่อนน้องอรสมัครเซะ :07:
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 04 มี.ค. 2012, 02:42 น.
ของตัวเองมั่ง อีกไม่กี่วันก็จะจบแล้ว ความจริงคือยังไม่จบหรอก ติดอยู่อีกสองสามตัว ซึ่งไม่ต้องเข้าเรียน แค่ส่งงาน
อันที่จริงต้องเรียนห้าปีด้วยซ้ำ เพราะโอนหน่วยกิตย้ายคณะมา แต่ด้วยความที่โยกย้ายเมเจอร์คณะเก่า
กับคณะใหม่สลับกัน เลยทำให้จบเร็วกว่าที่ควรจะเป็นหน่อยนึง
ปัญหาตอนนี้คือ ถ้ายังไม่จบ ไปสมัครงานเค้าจะรับมั้ย
พี่เนี่ยคนนึง ติดอยู่สองสามวิชาที่ไม่เข้าเรียนแล้ว รอไปสอบอย่างเดียว
ก็เอาทรานสคริปต์สามปีครึ่งไปสมัครงานเลย ได้งานด้วย ปีแรกได้เงินเดือนหมื่นนึง
ลาไปสอบบ้าง ลาไปซ้อมรับปริญญาบ้าง วุ่นวายดีแต่ได้เริ่มต้นชีวิตละ ไม่ต้องรอ :12:
เป็นครั้งแรกครับ ที่.......
จะ walk out ออกมาจากที่ทำงานเลย ทำงานไป 15 วัน เข้า 16/2 ออกมาเลย (ยังไม่ออก แต่คือ ตูจะไม่ไปตั้งแต่วันพรุ่งนี้)
คือจริงๆ ยอมรับว่าเฮงซวยมาก เกิดมาไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลย ปกติจะไปจะมาลาไหว้ตลอด แล้วไปที่โอเคกว่าทั้งนั้น ทำที่นี่ ( รร เอกชนแห่งหนึ่งแถวบ้าน )
สาเหตุ
1. เข้าไปแล้วโดนจับจ้องมาก ใส่เสื้อเบอร์เล็กเกินไป กินข้าวท่าไม่สวย หนวดต้องโกน
2 ครูใหญ่ คอยถามตลอด จำเด็กได้รึยัง ทั้ง ร.ร. มี 120 คน เราเข้ามา 15 วันก็ถามว่าจำคนนี้ได้ไหม นั่งตรงไหน หน้าตาไง นิสัยยังไง บลาๆๆๆ
3.เขาจะคอยเช็คตลอดว่าเราทำอะไร (ทั้งๆที่ รร. คอมก็ไม่มีให้ต้องาหมาใช้เอง) "ย้ง หน้าจอเปิดอะไรอยุ่น่ะ"
4.ครูที่นี่ ญ ล้วน (ช มีแค่สามคน กะเทยหมด)
5. รร เล็กมาก ครูอยู่ห้องเดียวกันหมดเกือยบสิบคน มีแยกแค่ครูสังคมและวิทย์ นั่งอัดกันอยุ่ในตรอกเล็กๆนี่ละ
โดนติงเรื่องไส่เสื้อเล็กมั่ง ดนติงท่าเดิน โกนหนวด เสื้อ รองเท้า จนกระทั่งวันหลังๆ เริ่มแบบตื่นเช้ามาด้วยความปวดหัว เพราะไม่อยากไป ( ใกล้บ้านจริงแต่ทรมานสุดติ่ง )
ทันใดนัน้ศุกร์ที่ผ่านมา โดนครูคนนึ่งเอาข่าวมาฟ้องว่าเราไปพูดว่า "รร นี้ไม่ดี และอยากออก "
ทั้งๆที่ความจริง เราพูดกะ นร ว่า
"เราเหนื่อย รรนี้ ก็กดดันนะ แต่ก็ให้เราเก่ง แต่ไม่พูดต่อละ มันไม่ดีๆ"
ไอ้ตรง ไม่ดีๆ นี่ละ ที่โดนตีความเป็นเยี่ยงอื่น
เริ่ดมากที่คาบมาฟ้องต่อหน้าเราและ ครูใหญ่เลยนะ (แถมครูใหญ่ยังพูดต่อีกว่า ครูคนนี้ พี่เชื่อนะ ว่าเขาพูดจริงไม่ตกแต่ง)
ชิบฟอยและ :08:
แต่วันัน้ครูใหญ่ยุ่งมาก เลยไม่ได้คุยอะไรกัน
ปวดหัวมากเพราะมันอยู่อัดกันตรงนั้นเรามาใน งาน ที่ไม่มีทีม นั่งคนเดียวก็เลย
เก็บของ ให้เรียบร้อย เคลียงาน
แล้วก็ออกมาเลย กะว่าพรุ่งนี้ก็แค่เอาการด์ กะ หนังสือไปคืน เพราะยังไม่ได้เซ็นอะไรีไว้เลย
เพราะว่าเกิดเหตุการณ์นี้แล้ว เด้วจะลาไปสอบรามอีก 8 วัน วั วสันหลังหวะขนาดนี้ลาอีก 8วันก็ซองขาวแหงๆ ไปลเยดีกว่า จะได้อ่านหนังสือด้วย
คีย์ตอนเมาหรือเปล่าเนี๊ยะ :30:
จากที่ปากดีบอกไว้ตอนปีหนึ่งว่า ถ้าเรียนผ่านฟิสิกส์ก็คือเรียนจบแล้ว
คือคิดแบบนั้นจริงๆ เพราะฟิสิกส์ยากมาก ปีนึงเรียน 600 ผ่าน 200 ที่เหลือไม่ถอนก็เอฟ
ปีสี่เทอมสอง เทอมนี้ เรียนเป็นรอบที่สี่
ตั้งใจว่ายังไงก็จะสู้ เอฟก็เอฟ ไม่งั้นไม่จบแน่ๆ
คะแนนออกมา 27/50
ก็หวังว่าจะผ่านจริงๆ ซักที ไฟนอลทำอีกสิบคะแนนคงพอไหว
ทีนี้จะจบแล้ว
หางานยังไม่ได้เลย ถึงจะรู้ว่าสายนี้มันไม่ตกงาน แต่ก็อดหวั่นไม่ได้จริงๆ
เพื่อนครึ่งภาคได้งานกันไปแล้ว ตัวเองยัง..เคว้งๆ อยู่เลย
พอร์ตก็ไม่มี เกรดก็ไม่สวย ที่เคยไปประกวด ไปแข่งก็ตกรอบแรกรอบสอง เอาอะไรไปสู้เค้า
บอกว่าทำกิจกรรมเยอะ เป็นประธานนู่นนี่จะช่วยไหม..ไม่น่า..
จะอาศัยคำว่าโอลิมปิกจากมอปลายคงเก่าไปแล้วล่ะ
ตอนแรกเล็ง web dev กับ C# programmer
แต่เท่าที่โปรยไปเรียกกลับมาที่เดียว
วันสัมภาษณ์ดันไม่ว่าง บอกเค้าไป เค้าบอกว่าเปลี่ยนให้ได้ ให้บอกวันว่างไป ก็บอกไป แล้วเค้าก็เงียบ..
หรือจะไม่เลือกงานทำอะไรก็ได้ไปก่อนดี..แล้วจะได้ย้ายกลับมาสายที่ชอบไหม
ช่วงนี้มีหลายบริษัทเวียนเข้ามาทำเทสรับสมัครงานที่ภาค
แต่ดันมาวันเดียวกันคือวันศุกร์..ซึ่งติดเรียน..ทำไมไม่เตือนกันก่อนลงทะเบียนเนี่ย..
ถ้ายังไม่ได้งานก็ว่างอีกเดือนนึง
แต่ไม่อยากเป็นภาระแม่แล้วอ้ะ :05:
ทำอะไรได้มั่งอะ ขอ resume หน่อย เผื่อเอาไปส่งต่อให้ บ.โน่นนี่นั่น
ไม่ก็เอาไปเลี้ยงเอง :51:
ทำได้จริงๆ คือ C# .NET MVC อะครับ
ที่อยากลองคือสายเว็บที่ไม่ใช่ .NET อะ แต่ต้องเรียนเพิ่ม
เลยเลือกสองสายนี้ไว้ก่อน
ที่เหลือก็ตาม resume แบบเคยแตะบ้าง Objective-C, Qt ฯลฯ
http://dl.dropbox.com/u/32064434/Mr.Nut%20Theanhom%20-%20Resume.docx (http://dl.dropbox.com/u/32064434/Mr.Nut%20Theanhom%20-%20Resume.docx)
:46:
เลี้ยงเองชัวร์ :51:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ เมื่อ 03 มี.ค. 2012, 13:33 น.
ตอนนี้กำลังคิดเรื่องขยายงานด้านถ่ายภาพ
เนื่องจากเจอหลายคนมากที่ถ่ายรูปธรรมดามาก แต่งานเยอะ และงานแพงด้วย :3005:
สืบๆมาแล้วเป็นเพราะเรื่องการตลาด เขามีทีมการตลาดวางแผนกันเลยทีเดียว :59: :59: :59: :59:
เลยต้องหันมามองเรื่องนี้แล้วแหละ
อีกส่วนก็อยากกลับไปเปิดร้านที่ขอนแก่น มีสองอย่าง
อย่างแรกเปิดร้านเค้ก แต่งสไตล์เก๋ๆไว้เป็น landmark เลย แล้วชั้นสองเปิดสตู
หรืออย่างสองเปิดสตูไปเลย
ลังเลอีกแล้ว :59: :59:
อย่าพึ่งไปถ่าย Prewedding ให้พี่ก่อน :59:
อ้างคำพูดจาก: I'm Nut เมื่อ 05 มี.ค. 2012, 01:30 น.
ทำได้จริงๆ คือ C# .NET MVC อะครับ
ที่อยากลองคือสายเว็บที่ไม่ใช่ .NET อะ แต่ต้องเรียนเพิ่ม
เลยเลือกสองสายนี้ไว้ก่อน
ที่เหลือก็ตาม resume แบบเคยแตะบ้าง Objective-C, Qt ฯลฯ
http://dl.dropbox.com/u/32064434/Mr.Nut%20Theanhom%20-%20Resume.docx (http://dl.dropbox.com/u/32064434/Mr.Nut%20Theanhom%20-%20Resume.docx)
:46:
มีคำแนะนำนิดนึงใน resume ...
Abilities ลองจำแนกแจกแจงมาว่าตัวไหนเป็นตัวถนัด + ตัวไหนอยู่ระดับแค่พอจะทำได้ (ขี้โม้เกินจริงซักนิดก็ดี)
• Participated in Imagine Cup (2009, 2010)
=> อันนี้เข้าใจว่าส่งโครงการไปด้วยใช่มั้ย? ลองใส่ชื่อ + คำอธิบายย่อๆ ของโครงงานที่เราส่งไปดู บอกว่าเข้าได้ถึงรอบไหนอะไรยังไง
แล้วก็ถ้ามีเคยทำเว็บทำอะไรพวกนี้ ใส่เว็บลงไปเลย แล้วระบุว่าทำส่วนไหนของเว็บ
เดี๋ยวหาก่อนว่า แถวๆ นี้มีใครอยากได้คนทำ .net มั่ง - -' (มีแต่สาย linux / php / mysql)
ไอซ์ ผู้กว้างขวาง :25:
ไอซ์ไม่ได้ยาวหรอกหรอ :25:
กว้างขวางในแนวตะแคง :53:
- resume เคยทำเวอร์ชั่นติดดาวด้วย ว่าสกิลไหนกี่ดาว แต่มันดูเล่นไปเลยไม่ได้ใช้ :30:
- สาย php mysql คือสายที่อยากลองทำเลยนะ แต่ไม่เคยเขียนจริงจังรู้จักแค่ echo :3005: เขียนเว็บส่งวิชา db
ใจจริง ไม่ค่อยอยากให้อู๋ไปเปิดร้านเปิดสตูเท่าไหร่นะครับ
คืออยากให้อู๋โฟกัสกับคุณภาพของงานให้ถึงที่สุดมากกว่า
โดยไม่ต้องไปเผื่อสมองคิดเรื่องธุรกิจ การตลาด และอื่นๆ
ก็อยากให้ไปเรียนต่อเรื่องถ่ายรูปโดยตรงด้วยซ้ำ
คือก็เชื่อนะ ว่าถ้าอู๋เปิดสตู เปิดร้านเค้กร้านกาแฟ
ก็คงประสบความสำเร็จ
แต่ก็เชื่ออยู่ว่าถ้าอู๋เป็นช่างภาพอิสระอย่างเดียว
รับงานเพื่อให้อยู่รอดและแบ่งส่วนนึงเอามาทำทุน
เพื่อใช้ในโครงการถ่ายภาพแฟชั่นแล้วเอามาทำ พอร์ต
เมื่อได้พอร์ตดีๆ จำนวนนึง จะเอาไปสมัครเรียนต่อ
หรือจะเอาไว้ส่งไปสมัครงานต่างประเทศก็แล้วแต่
คิดว่าอีกสักสองสามปี อู๋อาจจะมีชื่อเสียงติดหนึ่งในห้า
ของช่างภาพแฟชั่นเมืองไทยก็ได้
การวิ่งตามความฝันนี่ มันเป็นเรื่องยากเหมือนกันนะครับ
เพราะการไล่ล่าความฝันมันอาจจะไม่ทำให้ท้องเราอิ่มเท่าไหร่
แต่ความฝันมันก็เติมเต็มหัวใจให้อิ่มเอมได้เช่นกัน
ก็ขอให้พลังจงสถิตย์กับอู๋นะครับ :12:
ป๋าคมมาก :25:
คมจริงอะไรจริง :25:
คมโดนอวย :25: :25:
:04:
คมจนขนลุก ขอแชร์นะครับป๋า :25:
อ้างคำพูดจาก: VeryHappy เมื่อ 04 มี.ค. 2012, 03:14 น.
เราสนับสนุนให้สมัครกะจานเคล เจ๋งสุดยอดจริงๆคนนี้ :37:
ส่วนเรื่องเงินเดือนก็ตกลงกะแกละกัน
โห อย่าพูดเรื่องเงินเดือนเลย แต่สตูนี้น่าทำจริงๆขอทำพอร์ทกับ CV ให้เสร็จก่อนละกัน ขอบคุณฮะ :46:
อ้างอิงส่วนปลั๊ก ผมมองว่า เดี๋ยวนี้ ถ้ายังไม่จบ แต่ใกล้จะจบแล้ว
เราสามารถเข้าไปคุยได้นะ เข้าไปคุยก่อนว่า "ผมเรียนจบแน่นอนครับ ตอนนี้ติดแค่อีกเท่านี้ิวิชา บลาๆ อธิบายไป" ลองดูผลงานผมก่อนก็ได้
หรือจะให้ทดลองงานไปก่อนระหว่างที่ยังไม่จบจริง อันนี้ก็แล้วแต่จะคุย ลองดูๆ :12:
อ้างอิงปลั๊ก:
พี่ก็ไปทำงานทั้งที่ยังไม่จบนะ เอา transcript ไปให้เค้าดูว่าเหลือตัวไหนยังไง
แล้วก็เข้าไปทำงานเลย แถมขอลาไปเรียนอาทิตย์ละ 2 วัน เขาก็ให้ด้วย
อันนี้คือขึ้นอยู่กับตกลงล่ะ
แต่มองว่าเค้าไม่น่าซีเรียสกับปริญญาขนาดนั้นหรอก
ใบปริญญาก็เรื่องนึง งานทำได้ดีไม่ดีก็เรื่องนึง เค้าน่าจะดูงานมากกว่า
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 04 มี.ค. 2012, 23:45 น.
พี่เนี่ยคนนึง ติดอยู่สองสามวิชาที่ไม่เข้าเรียนแล้ว รอไปสอบอย่างเดียว
ก็เอาทรานสคริปต์สามปีครึ่งไปสมัครงานเลย ได้งานด้วย ปีแรกได้เงินเดือนหมื่นนึง
ลาไปสอบบ้าง ลาไปซ้อมรับปริญญาบ้าง วุ่นวายดีแต่ได้เริ่มต้นชีวิตละ ไม่ต้องรอ :12:
พี่แอนก็เคยบอกไว้ว่างานสายนี้ ใบปริญญาไม่สำคัญเท่ากับผลงาน
มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย ขอบคุณมากนะครับ :46:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 05 มี.ค. 2012, 13:43 น.
ใจจริง ไม่ค่อยอยากให้อู๋ไปเปิดร้านเปิดสตูเท่าไหร่นะครับ
คืออยากให้อู๋โฟกัสกับคุณภาพของงานให้ถึงที่สุดมากกว่า
โดยไม่ต้องไปเผื่อสมองคิดเรื่องธุรกิจ การตลาด และอื่นๆ
ก็อยากให้ไปเรียนต่อเรื่องถ่ายรูปโดยตรงด้วยซ้ำ
คือก็เชื่อนะ ว่าถ้าอู๋เปิดสตู เปิดร้านเค้กร้านกาแฟ
ก็คงประสบความสำเร็จ
แต่ก็เชื่ออยู่ว่าถ้าอู๋เป็นช่างภาพอิสระอย่างเดียว
รับงานเพื่อให้อยู่รอดและแบ่งส่วนนึงเอามาทำทุน
เพื่อใช้ในโครงการถ่ายภาพแฟชั่นแล้วเอามาทำ พอร์ต
เมื่อได้พอร์ตดีๆ จำนวนนึง จะเอาไปสมัครเรียนต่อ
หรือจะเอาไว้ส่งไปสมัครงานต่างประเทศก็แล้วแต่
คิดว่าอีกสักสองสามปี อู๋อาจจะมีชื่อเสียงติดหนึ่งในห้า
ของช่างภาพแฟชั่นเมืองไทยก็ได้
การวิ่งตามความฝันนี่ มันเป็นเรื่องยากเหมือนกันนะครับ
เพราะการไล่ล่าความฝันมันอาจจะไม่ทำให้ท้องเราอิ่มเท่าไหร่
แต่ความฝันมันก็เติมเต็มหัวใจให้อิ่มเอมได้เช่นกัน
ก็ขอให้พลังจงสถิตย์กับอู๋นะครับ :12:
ขอบคุณมากครับ :46: ทั้งป๋าณต ทั้งพี่แอน ทั้งน้องอร
บอกตรงๆว่าความฝันที่จะเป็นช่างภาพแฟชั่นผมเริ่มหดลงไปเรื่อยๆๆทุกวัน
เริ่มจาก
- หาสไตลลิสต์ไม่ได้ ไม่รู้ทำไม อาจจะไม่ค่อยดึงดูดเท่าไหร่ ที่ป๋าณตเคยแนะนำให้เขาก็เฉยๆ
- หนทางหาเงินมันน้อยลง ผมมองว่าทุกวันนี้สัดส่วนงานแฟชั่นในบ้านเราเทียบกับสัดส่วนงานอย่างอื่นเช่น wedding มันน้อยมาก และคู่แข่งเยอะ และเส้นสายเยอะ สังเกตว่าเขามักจะใช้พวกเดียวกัน และเห็นช่างภาพแฟชั่นบ้านเราหลายคนก็เริ่มหันมาถ่าย wedding กันหมด :3005:
- ต่อจากอันที่แล้ว ก็เรื่องเงิน ถ้ายังเป็น freelance ต่อไปผมก็แอบคิดว่าเราจะแบกกล้องได้นานแค่ไหน นี้ก็จะสามสิบแล้ว :44: ถ่ายนิดหน่อยก็เหนื่อยละ ห่วงสุขภาพและอนาคตนิดหน่อย
แต่ยอมรับนะ ว่างานแฟชั่น(ถึงจะไม่ค่อยแฟชั่นก็เหอะ) เป็นอะไรที่เราชอบจริงๆ
ตอนนี้เลยได้แค่รับงานทั่วไป พอมีเงินก็มาเซ็ตถ่ายเอง :3005:
แล้วบ้านแฟนเขาก็ถามว่าอายุขนาดนี้ยังไม่มีหลักแหล่งอีกเหรอ กดดันหน่อยๆ :05:
พี่อู๋ลองไปจีบพวกเด็กแฟชั่นสิ พวกนี้มีชุดให้ยืม เป็นสไตล์ลิสก็ได้ แต่งหน้าก็เป็น
เพื่อนปลั๊กมีเยอะแยะเลย เก่งๆเยอะมากด้วย
ฝีมือพี่อู๋ระดับนี้ ใครก็อยากร่วมงานด้วยทั้งนั้นแหละ สู้ๆนะครับ เอาใจช่วย :12:
คนที่เจอที่ยูเนี่ยนมอลล์รึเปล่าคะพี่อู๋?
คนนั้นเค้าก็โอเคกับงานพี่อู๋แต่เหมือนติดเรื่องนางแบบอะไรด้วยมั้งคะ
เพราะมาตรฐานนางแบบของเค้าที่ฟังตอนนั้น ถ้าจำไม่ผิดเค้าเน้นเป๊ะมาก
ซึ่งก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรค่อนข้างสูง
แต่มุมนึงมองว่าพี่อู๋น่าจะเปิดโรงเรียนและเปิดคอร์สสอนได้นะคะ..
คือทำเป็นทางด้าน digital imaging / photography ไปเลยอะไรแบบนั้น
มีรายได้ งานมั่นคงระดับนึง สร้างชื่อสะสมผลงานได้เรื่อยๆ
เปิดสตูคู่ไปด้วยเลยก็ได้..... มีงานสอนก็สอน มีงานถ่ายก็ถ่าย
มีรายได้สองทาง และดูมั่นคงในฐานะเจ้าของกิจการ
พี่อู๋ อิ่มมีเพื่อนเป็นสไตลิส นะคะ เป็นฟรีแลนส์เหมือนกัน
แต่งหน้าได้ ชุดมี(เยอะด้วย) พร๊อบเยอะ เป็นนางแบบเองยังได้เลย
นิสัยดีมากๆ ด้วยนะ
คือเพื่อนคนนี้ไม่มีงานประจำอ่ะึค่ะ เคยทำงานกับ เวิร์กพ๊อย ด้วยนะ แต่ก็ไม่นาน
ถ้าพี่อู่สนใจ อิ่มมีเฟสบุคเค้า เข้าไปดูก่อนก็ได้ค่ะ
(จะได้เห็นว่า ขนาดแต่งเองเฉยๆ มันจัดเต็มจนเพื่อนดรอป)
แล้วถ้าสนใจจจริงจัง เดี๋ยวอิ่มช่วยคุยให้ค่ะ :22:
เอาจากใจเลยนะ
ถ้ามีโอกาสได้แต่งงานอยากจ้างพี่อู๋มาถ่ายมาก :30:
อย่าเพิ่งเลิกอาชีพนี้นะพี่
อีกอันคือถ้ารวยแบบเหลือแหล่มากๆๆๆ อยากจะออกค่าตั๋วให้มาถ่ายรับปริญญาที่ออสด้วยซ้ำ :37:
อันนี้คือคิดจริงๆนะ ไม่ได้ล้อเล่น
ขึ้นอยู่กับอิ่มจะมีตังค์รึเปล่านั่นแหล่ะ :05:
ไหนขอดูเพื่อนอิ่มซิ :54:
หาเพื่อนตุ๊ดเยอะๆ ดิอู๋ :27:
ในนี้ก็ได้หลายแล้วนะ :27: :27:
เมื่อบ่ายไปคุยกะเกาหลีที่เขาติดต่อขอซื้อfranchise
คุยไปคุยมากลายเป็นว่าเขาอยากได้เราไปเป็นjoint venture
และทางเขาก็รีบอยากเปิดร้านให้ไวที่สุด ถ้าเปิดทันเดือนเมษาได้จะดีมาก
เวลากระชั้นชิดมากๆ เพราะกำหนดการที่จะบินไปสำรวจตลาดประมาณวีนที่20มีนา
ปัญหาอีกอย่างคือคงต้องสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมาให้ตอบโจทย์ความเป็นร้านอาหารไทยกว่านี้
ชื่อ Chillijam มันยังไม่สื่อพอให้คนรับรู้ว่าเป็นอาหารไทย
ตอนนี้ก็คิดๆๆหัวจะระเบิด เรื่องแบรนด์นี่คิดยากจริงๆ แล้วก็ต้องเริ่มร่างข้อตกลงการเป็นjoint ventureแล้ว
เท่าที่คุยคอนเซปท์กันก็อยากดันกันให้โด่งดังระดับโลกกันเลยทีเดียว
ตื่นเต้น..อะดรีนาลีนใยร่างกายพลุ่งพล่านมาก สนุกกับงานนี้มาก ท้าทายความสามารถตัวเองสุดๆ
แต่ก็แอบกังวลนิดนึงกลัวเขาแอบตุกติกเราทีหลัง 555
ปาล์มเก่งทำได้อยุ๋แล้วครับ ยิ่งเห็นสนุกกับงานด้วยแล้ว ก็สำเร็จไปกว่าครึ่ง :12:
เอาโจทย์มาโยนเลยปาล์ม เดี๋ยวจะแจมกันให้สนุก
หรือจะไปตั้งจู๋ออกแบบโลโก้ร้านให้หน่อยก็ได้นะ :30:
เรื่องข้อสัญญา ต้องหานักกฎหมายมาช่วยดูด้วยเน้อ
ร่างบนกฎหมายประเทศไหนอีก แ่ต่ละประเทศก็ต่างกันไป
ปาล์มเก่งจังเลยอะ ขอใ้ห้ราบรื่น มีปัญหาน้อยที่สุดนะจ๊ะ :25:
พี่ปาล์มรอน้องด้วยยย :25:
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 05 มี.ค. 2012, 18:22 น.
พี่อู๋ อิ่มมีเพื่อนเป็นสไตลิส นะคะ เป็นฟรีแลนส์เหมือนกัน
แต่งหน้าได้ ชุดมี(เยอะด้วย) พร๊อบเยอะ เป็นนางแบบเองยังได้เลย
นิสัยดีมากๆ ด้วยนะ
คือเพื่อนคนนี้ไม่มีงานประจำอ่ะึค่ะ เคยทำงานกับ เวิร์กพ๊อย ด้วยนะ แต่ก็ไม่นาน
ถ้าพี่อู่สนใจ อิ่มมีเฟสบุคเค้า เข้าไปดูก่อนก็ได้ค่ะ
(จะได้เห็นว่า ขนาดแต่งเองเฉยๆ มันจัดเต็มจนเพื่อนดรอป)
แล้วถ้าสนใจจจริงจัง เดี๋ยวอิ่มช่วยคุยให้ค่ะ :22:
เอาจากใจเลยนะ
ถ้ามีโอกาสได้แต่งงานอยากจ้างพี่อู๋มาถ่ายมาก :30:
อย่าเพิ่งเลิกอาชีพนี้นะพี่
อีกอันคือถ้ารวยแบบเหลือแหล่มากๆๆๆ อยากจะออกค่าตั๋วให้มาถ่ายรับปริญญาที่ออสด้วยซ้ำ :37:
อันนี้คือคิดจริงๆนะ ไม่ได้ล้อเล่น
ขึ้นอยู่กับอิ่มจะมีตังค์รึเปล่านั่นแหล่ะ :05:
เอาครับ :25: :25:
อ้างคำพูดจาก: I'm Nut เมื่อ 05 มี.ค. 2012, 01:30 น.
ทำได้จริงๆ คือ C# .NET MVC อะครับ
ที่อยากลองคือสายเว็บที่ไม่ใช่ .NET อะ แต่ต้องเรียนเพิ่ม
เลยเลือกสองสายนี้ไว้ก่อน
ที่เหลือก็ตาม resume แบบเคยแตะบ้าง Objective-C, Qt ฯลฯ
http://dl.dropbox.com/u/32064434/Mr.Nut%20Theanhom%20-%20Resume.docx (http://dl.dropbox.com/u/32064434/Mr.Nut%20Theanhom%20-%20Resume.docx)
:46:
สนใจทำที่ออฟฟิศพี่ป่าวอะ เพราะจะให้มาทำแนวๆ mvc เนี่ยแหละ รับรองว่าไม่ได้เขียน .net แน่นอน
ถ้าสนใจก็บอกละกันนะ รายละเอียดงานเคยโพสไว้ในกระทู้มีงานมาเสิร์ฟอะ แถวหน้าท้ายๆ
ส่วนไอซ์ ออฟฟิศแฟนพี่อยากได้คนเขียน asp.net กับดูแล server จ้า บ เกมออนไลน์อ่ะแหละ
อู๋ มาสายภาพเคลื่อนไหวซะที มีอะไรให้ศึกษาอีกบานตะเกียง
ไม่มีกล้องก็เช่าเอา ไม่ต้องแบกภาระค่ากล้องค่าเสื่อม
ถ่ายจบก็ปิดงานรับตังค์ไม่ต้องนั่งแก้สีรีทัช หน้าที่ฝ่ายโพสเขาทำกัน
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 05 มี.ค. 2012, 21:39 น.
เรื่องข้อสัญญา ต้องหานักกฎหมายมาช่วยดูด้วยเน้อ
ร่างบนกฎหมายประเทศไหนอีก แ่ต่ละประเทศก็ต่างกันไป
ปาล์มเก่งจังเลยอะ ขอใ้ห้ราบรื่น มีปัญหาน้อยที่สุดนะจ๊ะ :25:
อันนี้คิดว่าหลังจากเจรจาปากเปล่ากันลงตัวก็จะให้นักกฏหมายช่วยทำเอกสารสัญญา เป็นการค้าระหว่างประเทศ มีผลบังคับใช้ทั้งออสเตรเลีย ไทย. เกาหลี
สาธุ....ขอให้สมพรปาก ขอให้มีปัญหาน้อยที่สุด เพี๊ยง!
ต้องออกตัวก่อนว่าปาล์มไม่ได้เก่ง ต้องยกความดีความชอบให้แฟนที่คอยสนับสนุนและแนะนำในหลายๆอย่าง
รวมถึงพี่สาวและพี่เขยที่เขาปล่อยให้เราลองของลองวิชาอย่างเต็มที่ ไม่กลัวเราทำเจ๊งด้วย
ขอบคุณที่เขาให้โอกาสหลายๆอย่าง ถ้าไม่มีพี่ๆเราคงมาไม่ถึงจุดนี้
มองย้อนกลับไป5ปี...ชีวิตที่เริ่มต้นด้วยหนี้ $3,000 จนกลายมาเป็นปาล์มในทุกวันนี้
รู้สึกดีใจที่ตัวเองทำได้ จริงๆแทบไม่เชื่อว่าตัวเองจะทำได้ทนได้ขนาดนี้
เป้าหมายต่อไปปาล์มจะพิสูจน์ตัวเองว่า "มีสมอง+2มือ ตูก็จะรวยและประสบความสำเร็จได้". เป้าหมายเกษียรอายุที่35ปีเริ่มใกล้เข้ามาทุกที ตื่นเต้นอ่ะ
(ปล.คำว่ารวยของปาล์มตัวเลขไม่ได้มากมาย เน้นว่าเรามีกินมีใช้เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ได้มีเหลือเก็บพอสำหรับอนาคต เพื่อที่ไม่ต้องตะบี้ตะบันทำงานก็อยู่ได้สบายๆมีความสุข)
ลุงร่ม...เดี๋ยวปาล์มจะตั้งจู๋ช่วยออกแบบโลโก้....ไม่ใช่แล้ว!
ตั้งใจว่าถก(ประเด็น)กับแฟน กะพี่ๆเสร็จ พอได้ทิศทางก็จะมาให้เพื่อนพี่น้องในนี้ช่วยยำกันอีกทีค่ะ
ถึงเวลานั้นคงได้รบกวนทุกคนช่วยเป็นคอมเมนเตเตอร์ค่ะ
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 06 มี.ค. 2012, 01:31 น.
อู๋ มาสายภาพเคลื่อนไหวซะที มีอะไรให้ศึกษาอีกบานตะเกียง
ไม่มีกล้องก็เช่าเอา ไม่ต้องแบกภาระค่ากล้องค่าเสื่อม
ถ่ายจบก็ปิดงานรับตังค์ไม่ต้องนั่งแก้สีรีทัช หน้าที่ฝ่ายโพสเขาทำกัน
โอ้ว อันนี้จริงเลย!!!!!! (ใส่เครื่องหมายตกกะใจเยอะๆ)
นึกอยู่นานว่าอู๋มันมีางพัฒนางานตัวเองไปทางไหนอีกวะ เออ ทางนี้ไง
มีงานมีเงินรออยู่เพียบเลย ใช้เวลาและต้นทุนปรับฐานนิดเดียวเองด้วย
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 06 มี.ค. 2012, 01:31 น.
อู๋ มาสายภาพเคลื่อนไหวซะที มีอะไรให้ศึกษาอีกบานตะเกียง
ไม่มีกล้องก็เช่าเอา ไม่ต้องแบกภาระค่ากล้องค่าเสื่อม
ถ่ายจบก็ปิดงานรับตังค์ไม่ต้องนั่งแก้สีรีทัช หน้าที่ฝ่ายโพสเขาทำกัน
จะเริ่มยังไงครับพี่ เห็นเขาพูดกัน ถ่าย insert footage ต้องไปหาอะไรอ่านดีครับ :44: :44:
เมษา พ.ค. งานน้อยคงจะเขียนหนังสือให้เสร็จแล้วอาจจะลองมาจับวีดีโอดูครับ :46:
ไปฝึกงานกะพี่เลย์เลย อันนี้สุดยอดเวิร์กช็อปละ เรียนลัด เป็นเร็ว อาแปะอยากได้ลูกมือด้วย :30:
ตูเริ่มที่ถ่ายfootage stock ส่ง shutterstock แหละ :42:
แล้วค่อยมาถ่าย wedding คือไอ้การเขียนการ์ตูนดองของฉันมัน
ให้อะไรฉันเยอะจริงๆนะ มันเล่าเรื่องได้มีภาพในหัวแบบเรียงลำดับ
ไว้แล้ว (คือตอนเขียนนี่ตูศึกษาจริงจังนะเห็นอย่างนี้เถอะ :11:)
ประกอบกับเรื่อง พื้นฐานของงาน video ฉันมีตั้งแต่ตอนเรียนบ้างแล้ว
อันนี้คือพวกเรื่องตัวเลข ค่าคำสั่งนู่นนี่นั่นนะ ซึ่งเดี๋ยวนี้หาอ่านง่ายแล้ว
เช่นพวกเว็บ thaidfilm อะไรงี้ไม่ก็กดกูเกิ้ล เชื่อว่าอู๋อ่านนิดเดียวก็ได้แล้ว
ฐานเดิมมี
งานภาพเคลื่อนไหวมันต่างจากภาพนิ่งคือภาพนิ่งจะจบที่เฟรมเดียว
คอมโพส ความงาม แสง จะจบในภาพๆเดียว แต่งานDfilmมันไม่จำเป็นต้องสวยกริ๊บในภาพเดียว
แต่ต้องร้อยหลายๆเฟรมให้สวยไปด้วยกัน การส่งคอมโพสของเฟรมหนึ่ง
ไปให้เฟรมถัดไปต้องลื่น ไม่สะดุด ตอนนี้สำหรับตูยังเป็นเรื่องยากอยู่เลย
อันนี้พูดเผื่อเอ็งจะทำโพสไปด้วยอ่ะนะ เพราะถ้าจบทุกอย่างได้เองทั้ง คิด ถ่าย ตัด
ก็จะเป็นการพัฒนาที่สูงสุด
ลองดูถ้ารักทางโหดก็ลองเริ่มที่ ฝึกที่ ผช กล้องก็ได้
สุดท้ายนี้ขอบอกอู๋ว่า
เห็นมั้ยนิคแม่งกากสาดดดดด ย้ายค่ายเลย :30:
:30: ประเด็น
เห็นด้วยกับป๋าเลย์และแอนเรื่องให้อู๋ไปถ่ายภาพเคลื่อนไหว :12:
เพราะขนาดโปสเตอร์ติดตามผนังบันไดเลื่อนรถใต้ดินแถวนี้
ก็เปลี่ยนมาเป็น LCD เป็นภาพเคลื่อนไหวแล้วด้วย
(เป็นบันไดเลื่อนยาวๆ ข้างๆ เป็น LCD ขนาดเท่าโปสเตอร์จำนวนมากเรียงๆ กันไป
ตั้งแต่หัวบันไดเลื่อน จนบันไดขั้นสุดท้าย)
แต่ไปสายภาพเคลื่อนไหวกก็คงต้องย้ายค่ายสินะ :59:
พี่อู๋โชว์ดิบ ถ่ายเป็นช๊อทแล้วมานั่ง merge ทำเป็นวิดีโอเอง
อ้างคำพูดจาก: ยูนเอ เมื่อ 06 มี.ค. 2012, 11:06 น.
พี่อู๋โชว์ดิบ ถ่ายเป็นช๊อทแล้วมานั่ง merge ทำเป็นวิดีโอเอง
เออ เคยไปดูงานอาร์ทของนักศึกษาแถวนี้ เขาถ่ายเป็นช็อตๆ แล้วทำเป็นภาพเคลื่อนไหวนี่แหละ
แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือ มันทำหลายจอด้วย เรื่องราวในแต่ละจอก็จะมีจุดเชื่อมโยงต่อเนื่องกันไป :59:
อยากบอกว่าเส้นทางงาน video ของตูเริ่มแบบฟลุคๆนะ
คือชอบแต่ไม่ได้อยากถ่ายเองเท่าไหร่ จริงๆที่ทำอยู่จะมีเพื่อนคนนึงที่เขาจบเอกฟิล์มมา
แต่ทีนี้พอเขาออกไปทำเองฉันก็ต้องลงมาดูส่วน video แล้วพอดีตอนนั้นซื้อกล้องพอดี แน่นอนต้องหนอน..นิคแม่งกาก :30:
แต่ด้วยความที่ฉันเรียนมาทางโฆษณา ซึ่งไม่มีการสอนเรื่องออกกองเลยหรือการเล่าเรื่องด้วยภาพแบบยาว
กลัวเหมือนกันนะ แต่ก็มีบางอย่างที่คิดว่าเราน่าจะทำได้นะ ถ่ายภาพพอเป็น วางฉอตพอได้ก็ลองดู
บวกกับที่นั่งหาวิชาเพิ่มเติมในเน็ตบ้าง ในหนังสือ ดูหนังบ้าง ทฤษฎีการ์ตูนบ้างแล้วเอามาประกอบๆกัน
แต่ตอนอ่านตำราพวกนี้ตูอ่านอย่างบ้าคลั่งเป็นเดือนเลยนะ :30:
(ดูทามไลน์หลังๆของเดชคัมภีร์ได้นั่นตัวทดลองอย่างดีของตูเลย :30: :30: )
พบว่าที่ทำไปก็ไปเข้าตาคนในวงการพอสมควร
ไม่รู้อาจจะเพราะเรื่องสีเรื่ององค์ประกอบที่เคยทำงานด้านกราฟฟิกมาหรือเปล่าก็ไม่รู้
ถ้าถ่ายได้มีหัวทางอาร์ตประกอบไปไกลแน่ เชื่อเถอะ
สายนี้มีอะไรให้ไต่เยอะ
ทั้งด้านเรื่อง ด้านถ่าย ด้านpost ขึ้นอยู่กับว่าเราจะอยากเดินทางไหน
ลองงานพี่เจ๋งขนาดได้ลงเฟลนี่ก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้วครับ :12:
:39: ขนที่แสนดี :39:
งานดีๆอันอื่นก็มีนะยะ :11:
Filmmaking Techniques (http://www.youtube.com/watch?v=d1japIhKU9I#ws)
อ่ะคลิปแรกๆ พวกศัพท์ในวงการ
จริงๆ บักเก้อเก่งเรื่องโมชั่นพิกเจอร์นะ
ไปสตอเบอรี่ฟิลด์บ่อยๆ ก็คุยกับบักเก้อได้เลย
ขอบคุณป๋าเลย์ครับ :25: :25:
เรื่องย้ายค่าย แบบว่าไม่มีเงินครับ :59:
ผมพูดเรื่องอาชีพการงานตัวเองน้อย จนคนไม่รู้ละว่าทำอาชีพอะไร
คือไม่ได้มีอาชีพเคลื่อนไหวทางการเมืองนะ :05:
อ้าว นึกว่าทำสายนั้นมาตลอด เลยพยายามไม่ถามถึงนะครับเนี่ย :30:
ก็ว่าจะเรียกร้องตำแหน่งรัฐมนตรีอยู่เหมือนกันนะ :37:
ผมจะไปทำได้ไงครับ เรียนวาดรูปมา :07:
ลืมไปเลย :30:
เล่าเรื่องของตัวเองสักหน่อย
คือเริ่มมาจากตอนที่เสียภาษีเลยได้เห็นเงินเดือนของตัวเอง จากที่ผ่านๆมาไม่เคยสนใจเท่าไหร่ ทำได้เท่าไหร่ก็กดจากATMมาใช้
สงสัยนิดๆว่าช่วงหลังเงินมันน้อยลง ก็นึกว่าตกเบิก
พอมาดูเงินที่เสียภาษี รู้สึกว่าได้น้อยลงมาก เลยลองเช็คดู
สรุปว่าเงินเดือน9000+ เงินค่าเวร เดือนละ120ชม.อีก3000+
รวมจุกจิกก็ได้ราว13000
ก็เลยเอาไปคุยกับเพื่อนๆ ก็งงกัน
เพราะที่จำได้ เงินเดือนพวกผมแต่เดิมรวมเบ็ดเสร็จทุกอย่างอยู่ที่15000พอดี ทำไมหายไปไหน2000-3000
มีคนไปถามก็ได้ความว่าก่อนนี้พวกผมอยู่ในตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราว
แต่4-5เดือนที่ผ่านมา รพ.ปรับไปอยู่ในตำแหน่งพนักงานประกันสังคม และตัดเงินค่าครองชีพออก ...
มีคนไปเช็คมา พยาบาล และ เจ้าหน้าที่อื่นๆที่ทำงานในตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราวก็ได้เงินตรงนี้ให้มีรายได้15000กันหมด
มีแต่หมอในตำแหน่งแพทย์ประจำบ้านที่โดนแบบนี้
สรุปแล้ว ตอนนี้ผมมีเงินเดือนรายได้น้อยกว่าคนเข็นเปลหรือคนเดินเอกสารในรพ.เดียวกันบางคน ทั้งที่เทียบชม.การทำงานมากกว่า :05:
ก่อนนี้มีมาถามๆเรื่องให้เป็นอาจารย์(จะตั้งภาควิชาใหม่แต่หาคนไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเก่งหรอก)แต่ให้อยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไป รับเงินเดือนประมาณ11000ตามอัตราแพทย์เฉพาะทาง
:48: ผ่านมาหลายเดือน ยังได้ข่าวว่ายังหาคนมาทำไม่ได้ แถมอาจารย์จบใหม่ก็ลาออกอีก :47:
เค้าอาจจะเห็นว่าหมอแมวงานยุ่ง ไม่ค่อยมีเวลาใช้เงิน :56:
ซะที่ไหนล่า :07: แอบตกใจเงินเดือนหมอ
อีกอย่างเดี๋ยวนี้คนเข็นเตียงได้ 15000 แล้วเหรอ
เยอะกว่าอาจารย์มหาลัยต๊อกต๋อยอีก :05:
เยอะกว่าพนักงานบัญชีการไฟฟ้าอีก :05:
เริ่มรู้สึกผิดที่ยังไม่พอใจเงินเดือนตัวเอง และยังอยากได้เยอะๆ
แถมยังไม่ค่อยมีเงินเก็บอีกต่างหาก ทุกวันนี้เรียกได้ว่าหาได้เยอะและใช้เยอะมาก :05:
นึกว่าหมอเป็นอาชีพที่กดสูตรเงินเต็มซะอีก :07:
งี้ก็ไม่น่าแปลกใจเลย ถ้าหมอจะอยากไปอยู่รพ. เอกชนกันเสียหมด...
นึกว่าหมอได้เยอะกว่านี้จริงๆ นะ :16:
รวมตัวหมอหมอด้วยกัน เรียกร้องเรื่องเงินเดือนไปเลยหมอแมว :07:
หมอมาสายภาพเคลื่อนไหวเหอะ :11:
หมอเป็นอาชีพรับจ้างอยู่เวร
ต้องขยันทำ OT
แต่ก่อนเคยคิดว่าเป็นหมอสบายเหมือนกัน
เวลาไปแอ่วหาเพื่อน ก็ไปนอนตามเกสต์เฮาส์ตลอด ไม่ได้ค้างกับมัน
แต่เพิ่งมีครั้งนึง ไปพักกับมันสองคนผัวเมียหมอทั้งคู่ ใช้เวลา ๔ วันเต็มๆ
เห็นชีวิตแต๊ๆ ของหมอ รพ. รัฐแล้ว .. โอ้ว.. เหนื่อยมากมาย
มันต้องใช้อุดมการณ์แรงๆ เลยแหละ ถึงจะอยู่แบบนั้นได้จริงๆ
ของผมนี่ เอาแมวไปฉีดยากะหมอที่คลินิกในซอยลาดปลาเค้า
โดนทีก็ห้าร้อยเหมือนกันครับ
นึกดูว่าหมอฉีดยาแมววันละเข็มก็ได้รายได้มากกว่าหมอแมวแล้ว :3005:
แล้วที่เค้าเก็บค่าหอ ค่าวิชาชีพ นี่ไม่ได้เข้ากระเป๋าหมอหรอคะ?
อิ่มไปทำฟัน (เอกชน) ค่าหมอและวิชาชีพ 1200 :07:
เค้าบอก ให้โรงพบาบาลครึ่งนึง ในหมอครึ่งนึง
แพงมากเลย :05:
เขาพูดถึงหมอโรงพยาบาลรัฐอยู่น่ะ :59:
โรงพยาบาลรัฐก็เสีย (รึเปล่า)
เคยแจ่ไปตรวจตอนที่เป็นคลินิกพิเศษแล้วเห้นแม่บอกต้องเสียค่าหมอ
เพื่อนผ่าตัดไส้ติ่งที่ รพ.รัฐ ได้รายละ ๙๐๐ บาท
เวลาไปเข้าเวรที่ รพ. เอกชน ทำทุกอย่างเหมือนกัน ผ่าตัดไส้ติ่งได้หลายพัน (เท่าไหร่พันไม่รู้จำไม่ได้)
แต่ถามมันนะ ว่า เคยเชียร์คนไข้ให้ไป รพ.เอกชนมั้ย มันก็บอกว่าไม่หรอก
หูยอยู่ใกล้ๆ มันแล้วอยากทำสกู๊ปชีวิตหมอเลย
เพียงแต่เรื่องการเมืองในที่ทำงานมันเยอะชะมัด ไม่อาจเอามาเผยแพร่ได้เลย แรงๆ ทั้งนั้น
คลินิกพิเศษคือนอกเวลาราชการหมอก็ได้นั่นแหละ
เงินหมอที่ดูว่าเยอะก็เพราะรับ OT ล่ะ :30:
อัพเดทบ้าง
เอาเรื่องโรงงานของเมียก่อนนะ
เมียตูเนี่ยเป็นพนักงานออฟฟิศต๊อกต๋อยของบริษัทเวิร์คชอปทำพวกงานเหล็ก
จำพวกเหล็กกระทุ้งขวดพลาสติกอะไรทำนองนั้น เป็นบริษัทของคนญี่ปุ่น
อยู่แผนก export ซึ่งไม่มีหัวหน้าแผนก ปกติครบปีจะได้เพิ่มเงินเดือนประมาณ 300 - 500 บาท ไม่เคยเกินกว่านี้
ถ้าไม่ใช่บริษัทที่อยู่ใกล้บ้านเมีย ก็ไม่คิดว่าจะให้เมียทำอยู่บริษัทนี้นานหรอก
เพราะวันหยุดน้อยมาก และหยุดไม่ค่อยเหมือนชาวบ้าน
(วันมาฆบูชานี่ก็ไม่ได้หยุดกะเค้า ไปหยุดวันแปลกๆ แทน)
ปีนี้บอสเค้าไม่รู้คิดอะไรยังไง เพิ่มเงินเดือนให้พันกว่าบาท (อาจจะเพราะมีพี่คนที่ทำแผนกเดียวกันไปขอให้ด้วยมั้ง)
และล่าสุด เค้ามีประกาศว่าจะเพิ่มเงินให้พนักงานทุกคนอีกวันละ 80 บาท ตอนแรกก็นึกว่าขึ้นให้เฉพาะพนักงานรายวัน
แต่เค้าประกาศว่าขึ้นให้พนักงานทุกคน คิดเฉลี่ยก็สองพันกว่าบาท เวลาที่ขึ้นเงินเดือนก็ตอนปลายเดือนเมษายนนี้
เหมือนกับกลัวว่าพนักงานจะหนีไปทำงานที่อื่น เพราะคนตจว.ที่มาทำงานบริษัทแถวนี้
เวลากลับไปบ้านตอนสงกรานต์ บางทีก็ไม่กลับมาทำงานก็มี
ถ้าจะว่าบริษัทจะตอบสนองมาตรการของรัฐก็คงเป็นไปได้ยาก
เพราะโรงงานเพิ่งซื้อที่ตรงกันข้ามโรงงานไป และเพิ่งปรับที่ถมที่
คงจะขยายโรงงานเพิ่มนั่นแหละ นั่นมันก็ใช้เงินไปเยอะเลยนะ
บริษัทไม่น่าจะมีเงินเยอะมากที่จะมาจ่ายให้พนักงานทุกคน
เพราะปีก่อนๆ นั้นหุ้นส่วนแต่ละคนแทบจะกดเงินเดือนพนักงานไว้กับที่ด้วยซ้ำ
และเอาเงินไปซื้อเครื่องจักรใหม่ หรือไม่ก็ทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่การเพิ่มเงินเดือน
ตอนนี้บริษัทเมียก็เลยกลายเป็นบริษัทเล็กๆ ที่น่าสมัครไปร่วมงานมาก
จริงๆ ที่คุยกับเมียไว้ก็คือใครซักคนต้องพยายามจะหางานราชการไว้
เพราะอย่างน้อยมีคนนึงอยู่สายราชการมันก็มั่นคงต่อครอบครัวได้
ตอนแรกจะให้เมียไปอยู่พวกหน่วยงาน อบต. อะไรพวกนี้ แต่เค้าสอบ กพ. ภาค ก ยังไม่ติด
ก็เลยต้องส่งตัวเองไปเข้าหน่วยงานรัฐแทน แต่ตูก็อยากมาอยู่ทางเหนือๆ เพราะอยากอยู่ใกล้ๆ บ้าน
และไม่อยากทำงานบริษัทเดียวกันทั้งผัวทั้งเมีย เพราะเผื่อมีเหตุฉุกเฉินอะไร
ก็จะได้มีคนที่ทำงานอื่นประคองไว้ได้อยู่ แถมโรงงานเก่าที่เคยทำ
พวกที่ทำงานด้วยกันทั้งผัวเมียนี่มีปัญหากับระบบงานแทบทั้งนั้น ก็เลยพยายามเลี่ยงๆ ไว้อยู่
ตอนนี้ตูก็สอบภาค ข ของหน่วยงานนึงไว้ คนเข้าสอบเยอะ ไม่คิดว่าจะสอบติดอันดับต้นๆ หรอก
เพราะเช็คคำตอบของข้อสอบที่ทำแล้ว ผิดเยอะเชียว
ถ้าผลออกมาคือสอบไม่ได้อันดับดีจริงๆ ก็คงต้องลองไปทำงานที่โรงงานเมียซักพักก่อนล่ะ
เผื่อมีทางที่จะขยับขยายอะไรได้อีกทีนึง
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 08 มี.ค. 2012, 09:42 น.
เริ่มรู้สึกผิดที่ยังไม่พอใจเงินเดือนตัวเอง และยังอยากได้เยอะๆ
แถมยังไม่ค่อยมีเงินเก็บอีกต่างหาก ทุกวันนี้เรียกได้ว่าหาได้เยอะและใช้เยอะมาก :05:
รู้สึกเหมือนพี่แอ้เลย
สู้ๆ พี่ฟิงซ์ ยังมีโอกาสสอบอยู่ ลองสมัครไปเรื่อยๆ ครับ อย่าเพิ่งท้อ :12:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนาจ้ะ เมื่อ 08 มี.ค. 2012, 13:47 น.
รู้สึกเหมือนพี่แอ้เลย
พี่ก็รู้ตัวนะ ว่าเพื่อนบางคนหาได้น้อยกว่าเรา แต่เลี้ยงพ่อแม่ ส่งน้องเรียน ฯลฯ
บางคนผ่อนรถหมดไปคันนึงแล้ว บางคนลงทุนแล้วเจ๊ง แล้วทำใหม่อีกสองสามรอบ
บางทีก็สงสัย เค้าทำได้ไงกัน ทำไมเราดูเป็นเด็กน้อยไร้สาระตลอดกาลล่ะเนี่ย :16:
นั่นน่ะสิ ต้องทำงานให้ได้เงินเดือนเดือนละกี่หมื่นกี่แสนวะ :3005:
ทั้งที่แต่ก่อนตอนเราได้เงินน้อย เราก็ใช้กันพอ
ทุกวันนี้ผมว่าผมก็ใช้น้อยนะ เดือนละ 3000 แต่ทำไมมันไม่พอนะ :16:
ต้องลองแจกแบบละเอียดจะเห็นว่า โห เราใช้นั้นขนาดนี้เลยเหรอ โหเดือนๆ นึงเราซื้อนี้ไปขนาดนี้เลย :44:
ตอนที่ได้งานใหม่ที่เงินเดือนเยอะกว่าเดิมเกือบเท่าตัว ยังนึกสบายละตู เมื่อก่อนได้น้อยกว่านี้ยังพอเหลือเก็บ
ไปๆ มาๆ ได้เยอะก็ใช้เยอะตามไปด้วย ช่วงแรกๆ แทบจะเดือนชนเดือน
หลังๆ เลยเอาไปฝากประจำมั่ง ซื้อคอนโด ผ่อนไปมั่ง เก็บไว้อีกก้อนให้ลูก ลองทำบัญชีแต่ละอาทิตย์ว่าใช้ไรไปมั่ง
ตอนนี้ค่ากิน ค่าน้ำมันรถตกเดือนละ 5พัน ก็พอใช้้แฮะ คิดๆ แล้วตกใจ ที่ผ่านๆ มาเราใช้อะไรไปเยอะแยะหวาาา
ภาษีสังคมเยอะขึ้น :05:
อัปเดตบ้างค่ะ กลางเดือนนี้จะมีลูกเป็นของตัวเองแล้ว
คิดว่าด้วยอาชีพทำเสื้อของโบว์และงานของแอนจะทำให้ชีวิตครอบครัวมั่นคงทั้งในปัจจุบันและอนาคตแหละ
2-3 ปีมานี้เมคมันนี่ได้เยอะ (รายจ่ายก็เยอะด้วย) :05:
ตอนแรกแอนจะลาออกจากสามย่านตอนมีลูก แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่าง งานยังสนุกอยู่ เลยทำไปเรื่อยๆก่อน
อีกอย่างเค้าก็ยื่นข้อเสนอเพิ่มมา เช่นทำงานที่บ้านเพิ่มอีกวันนึงงี้ ก็เลยทำต่อ
(ปกติแอนให้โบว์ตัดสินใจน่ะ เวลาจะไปทำงานที่ไหน อย่างที่สามย่านที่ทำอยู่ตอนนี้
ก็บอกโบว์เสมอว่าถ้าเหงามาก อยู่คนเดียวไม่ไหว จะให้ออกเมื่อไหร่บอกได้
แต่โบว์งกน่ะ ยึดเงินเป็นที่ตั้ง ตอนนี้กอดเงินก็ดีกว่ากอดแอนน่ะ :30:)
งานเสื้อของโบว์โคตรสบายเลยอ่ะ เหมือนลำบากมานาน ตอนนี้พบสูตรลัด ที่แบบว่าสบ๊ายๆ ทำงานอยู่ที่บ้านวันละ 3-5 ชั่วโมงก็มีรายได้
คุยกับแอนวันก่อนว่า เตงว่าเราทำงานสบายไปเปล่าวะ เรารู้สึกว่าเราสบายมากเกินไป
วันๆแทบไม่ได้ใช้สมองเลยอ่ะ เวลาทำเสื้อน่ะ รับโทรศัพท์ ตอบเมล เจ๊าะแจ๊ะลูกค้าทางเฟชบุ๊คบ้าง
ออกไปส่งไปรษณีย์ นั่งปริ้นเสื้ออยู่บ้าน ถ้าออเดอร์เป็นร้อยก็ส่งให้คนอื่นสกรีน ไม่ทำเอง
คุมงานอย่างเดียว แอนบอกว่ากว่าจะพบสูตรนี้มันก็ผ่านอะไรมาเยอะนะ เออจริง
เรื่องหนี้สินมีให้กลุ้มใจอยู่ดังนี้ ของลงไว้เป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเองหน่อย
เดี๋ยวมาดูว่าจะทำได้อย่างตั้งใจเปล่า
1.เรื่องหนี้สินบ้านอารียาเหลือ 2 ล้าน (จาก 3.4 ล้าน) เพิ่งทำเรื่องรีไฟแนนซ์ไปกับ พี่ดู๋ไป (Tmb)
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อีก 3-4 ปีน่าจะผ่อนหมด
2.สร้างหนี้เพิ่ม 1 อย่างด้วยการซื้อรถใหม่ กลางปีนี้
แต่ทำเรื่องผ่อนไว้ 3 ปี ผ่อนเดือนละหมื่น
3.ถ้าใครเคยรู้ จะรู้ว่าบ้านปทุมโบว์มีหนี้เยอะมาก หมดตัว ดราม่าสุดๆ
แต่ว่าช่วยแม่ใช้หนี้ไปได้เยอะมาก กิจการร้านนลินฟ้าดีด้วย
ดีมากเลยแหละ คิดว่าตัวเองและแม่มาถูกทางสุดๆ ปีสองปีนี้หนี้สินยุบไปเยอะ เหลือแค่ 6 7 แสนเอง จากหลายล้านน่ะ
คิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ 2-3 ปีก็ใช้หนี้บ้านแม่หมดเหมือนกัน
4.อันนี้ไม่เกี่ยวแต่อยากเล่า มีคนติดต่อขอซื้อเว็บเฟลมาเรื่อยๆแหละ
แต่กากจริง เสนอมา 5 แสน ถ้า 3 ล้านเมื่้อไหร่จะขายแหละ :30:
ชีวิตกว่าจะลงตัวทั้งงานทั้งเงินแบบนี้ก็ยากนะ
โบว์พยายามเมคมันนี่และใช้หนี้ให้หมดก่อน
เพราะชีวิตคนเรามันก็ไม่แน่นอนเนอะ วันนี้มี แต่พรุ่งนี้ไม่รู้จะเป็นไง
แต่ก็มั่นใจนะ เพราะยังไงก็รู้ว่าตัวเองมีทางดิ้นไปได้ไม่อดตายอยู่แล้ว
ขอแค่หนี้หมดเท่านั้นแหละ :07:
ปล.แต่ตอนนี้โบว์ว่างงานนะ ไม่มีรายได้แหละ
งดทำเสื้อเพราะหมอด่า (http://bow.iannnnn.com/drama-nitan-34-weeks) เลยหยุดงาน
สักเดือน 2 เดือน ให้แอนเลี้ยง สบ๊ายสบาย แต่แปลกๆไงไม่รู้อ่ะ วันๆไม่ได้ทำอะไรเลย
นั่งกินนอนกินอย่างเดียวเลย พบว่าให้หยุดสักเดือน 2 เดือนเนี่ยโอเคนะ
แต่ถ้าเป็นแบบนี้นานๆ ไม่ไหวแฮะ สบายจริงๆ แต่มันว่างเกิ๊น :41:
ผมไม่คิดเหมือนพี่แอ้นะ คือไม่รู้สึกผิดที่คิดว่าควรได้เงินเยอะกว่านี้ แต่มักจะทึ่งว่าเขาอยู่กันได้ยังไงมากกว่า :37:
เอาง่ายๆ แค่เปรียบเทียบกับเพื่อนที่ทำงานอยู่กทม. แต่ไม่มีบ้านอยู่กทม. ค่าหอ ค่าเดินทางเดือนนึงไม่น้อย.. แค่นั้นก็คิดว่าคนอย่างผมทำไม่ได้แล้วล่ะ :30:
ส่วนโรงงานเมียพี่ฟิงซ์.. ผมกลับคิดว่า เขากั๊กกำไรไว้กะบ.มากตั้งแต่แรกแล้วรึเปล่า เพิ่มเงินเดือนก็แค่ลดกำไรนิดหน่อย สร้างลอแยลตี้ได้เยอะกว่านั้น
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 08 มี.ค. 2012, 15:03 น.
พี่ก็รู้ตัวนะ ว่าเพื่อนบางคนหาได้น้อยกว่าเรา แต่เลี้ยงพ่อแม่ ส่งน้องเรียน ฯลฯ
บางคนผ่อนรถหมดไปคันนึงแล้ว บางคนลงทุนแล้วเจ๊ง แล้วทำใหม่อีกสองสามรอบ
บางทีก็สงสัย เค้าทำได้ไงกัน ทำไมเราดูเป็นเด็กน้อยไร้สาระตลอดกาลล่ะเนี่ย :16:
มันต้องลองพี่แอ้ คือถ้าลองมีภาระแล้วมันก็จะทำได้เองแหละ
สมัยที่ต้องส่งน้องเรียน ต้องส่งพ่อแม่ ต้องใช้หนี้
ไม่รู้เอาแรงจากไหนมาทำเหมือนกัน มันทำไปได้เองโดยอัตโนมัติแหละ :37:
ปล.ไม่มีภาระก็ดีแล้ว อย่าไปอยากมีเล้ย เครียดฉิบเลยนะคะ :05:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 08 มี.ค. 2012, 15:33 น.
ต้องลองแจกแบบละเอียดจะเห็นว่า โห เราใช้นั้นขนาดนี้เลยเหรอ โหเดือนๆ นึงเราซื้อนี้ไปขนาดนี้เลย :44:
เบิ้ลๆ ตามประสาคนว่างๆ
อันนี้จะให้ดูบัญชีรายรับรายจ่ายบ้านแบน (โบว์แอน)
แอนเป็นคนทำ ทำละเอียดแบบนี้เลยแหละ :37:
(http://img3.f0nt.com/08/0c183630b32df67f69a81ef44ba9d2ca.jpg)
กินชานมทุกวัน ราคาไม่เท่ากันซักวัน :30:
จดละเอียดดีจัง ถ้าจดแบบนี้แล้วมันจะใช้เงินไม่ค่อยลง
แบบว่าใช้เยอะแล้วรู้สึกไม่ดีตอนจดเยอะ (สูตรเดียวกับลดน้ำหนักแบบนับแคลอรี่เลย)
ปัญหาคือ ขี้เกียจทำ ทำได้สองวันแล้วเลิก เป็นแบบนี้มาสิบกว่ารอบแล้วสำหรับพี่ :05:
มีทำแบบนี้ไว้ในมือถือเหมือนกัน
แต่ช่องเติมแก๊สจะมีให้กรอกด้วยว่าถังนี้วิ่งไปกี่ลิตร เติมที่เข็มไมล์เท่าไหร่ เติมลิตรละเท่าไหร่ ออกมาเป็นผลว่าได้กี่กิโลลิตร และกี่บาทต่อลิตร
ประมาณนั้น :37:
เข้าปั๊มทีจะวุ่นวายมาก ไหนจะเช็คองเช็คอินอีก :47:
ปล.พอพี่แอ้ทัก คิดว่าโบว์โดนคอรัปชั่นค่าชานมแหละ :07:
นี่ยังไม่ละเอียดนะ เคยเจอละเอียดแบบ ไอ้โลตัสเย็นนั่นซื้อของกิน หรือ ของใช้อะไร
เพื่อหาค่าใช้จ่ายค่าอุปโภค บริโภคต่อเดือน
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 08 มี.ค. 2012, 17:13 น.
ปล.พอพี่แอ้ทัก คิดว่าโบว์โดนคอรัปชั่นค่าชานมแหละ :07:
เค้าเรียกว่า overhead :53:
กิมจู นะ :59: :59: :59: :59:
ไม่ใช่คินจู
:3005: ไม่ได้คอร์รัปชันนะ ร้านชานมมีเยอะมาก กินไม่ซ้ำกันสักวัน (วันนี้ 15 บาท)
ส่วนที่จดไม่ละเอียดนั่น เพราะช่วงนี้ถือคติ "กลับบ้าน ไม่เปิดคอม" ครับ
เลยบางทีลืมไปว่าเมื่อวานซื้ออะไรบ้าง ก็อาศัยเหมาๆ ไป มาจดตอนเช้าวันรุ่งขึ้นงี้
อ้อ ส่วนค่าแก๊สมีเวอร์ชันละเอียดจดไว้อยู่ในรถ อันนี้มันบัญชีรายจ่ายเฉยๆ น่ะ :12:
เคยบันทึกอย่างละเอียดอยู่พักนึง
แยกหมดว่าค่ากินเนี่ย กินจริงๆ หรือกินเล่นๆ
จริงจังอยู่สองเดือน
เห็นยอดเงินแล้วตกใจ เลิกดีกว่า :30:
ตูน่ะรู้รายจ่าย ไม่รู้รายได้ เลยไม่ค่อยชอบใช้เงินอะไร
แต่เมียตูไม่รู้ รู้แต่รายได้ :05:
ตั้งแต่ท้องนี่ใช้น้อยนะแหม ไม่มีค่ากระเป๋าค่ารองเท้าไรงี้นะ :37:
เคยทำแบบนี้เหมือนกัน
แต่ไม่คุมตัวเอง รายจ่ายเป็นพรืดเลย ไม่ได้ช่วยให้เก็บออมขึ้นมาเลยซักนิด :3005:
ตอนมาอยู่ออสใหม่ๆก็จด เก็บบิลเป็นปึกๆเลย
ตอนนี้โยนทิ้งหมดแล้ว หมึกมันจาง :30:
สรุปวิธีนี้ไม่ช่วยให้อดออมซักนิดเดียว
อ่อ จดตอนลดความอ้วนด้วยนะ ว่ากินอะไรไปบ้าง อันนั้นโอเคอยู่
ผมก็จดละเอียดแบบนี้นะ อย่างโลตัสถ้าซื่้อยเอะก็เก็บบิลไว้แทน
ช่วยได้เยอะนะ หลังๆไม่อยากใช้ตังค์มาก เพราะขี้เกียจจด :30:
โลตัสรอดูยอดแต้มสะสมทุกสามเดือนเอา(ซื้อแต่ขนมอยู่แล้ว)
ขอนอกเรื่องรายรับรายจ่าย กลับมาเรื่องงานนะคะ :27:
ในที่สุดก็จะได้กลับไปเป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างเต็มตัวแล้วค่ะ :25:
หลังจากส่งใบสมัครไปหลายบริษัท พร้อมกับมีบริษัทในใจสองบริษัทที่คิดว่าถ้าเค้ารับเรา
เราจะไม่เอางานอันอื่น และไปทำแน่นอน...
วันก่อนหนึ่งในบริษัทนั้นก็เมลล์มาเรียกไปสัมภาษณ์ ตำแหน่ง Client Producion Manager
วันนี้ (สัมภาษณ์) ก็ขับรถจากบ้านไปสะพานควาย ถึงออฟฟิศก่อนเวลานัด (บ่าย 2 โมง) นิดหน่อย
ไปถึงก็คุย(ภาษาอังกฤษ)กับเจ้าของบริษัท ที่เป็นคนอเมริกันที่เคยทำงาน Microsoft มาสิบกว่าปี
เค้าก็อธิบายลักษณะระบบงานโดยคร่าวๆ แล้วก็ให้หัวหน้าหลักๆ 5 คนสัมภาษณ์งาน (คนไทย 4คน ฝรั่ง 1คน)
แต่ละคนก็ให้แนะนำตัว ถามคำถามที่เกี่ยวข้องกับสายงาน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การทำงานเป็นทีม ฯลฯ
คุยกับ 5 คนนี้เสร็จแล้วก็วนกลับไปคุยกับลูกชายหัวหน้า แล้วก็คุยกับหัวหน้าปิดท้ายอีกทีนึง
ก่อนร่ำลากลับบ้านตอนสามโมงครึ่ง คุณเจ้าของก็เดินออกมาส่งแล้วแจ้งว่าจะตอบกลับให้เร็วที่สุด
...แล้วระหว่างขับรถกลับบ้านก็ได้เมลล์รับเข้าทำงานอย่างไม่เป็นทางการ :25:
เดี๋ยววันที่ 19 ก็จะเริ่มทำงานวันแรกแล้ว บริษัทอาจจะไกลบ้านไปนิดนึง
แต่ตื่นเต้นและพร้อมทำงานมาก สู้ๆ (ให้กำลังใจตัวเอง) :22:
เงินดีแน่ :25:
ปล. อิจฉาพวกพูดได้หลายภาษา :11:
ยินดีด้วยครับ :25:
บ.นี้ทำอะไร แล้วเขารับเราให้เข้าไปทำอะไรบ้างนิ
ป.ล. สะพานควาย จตุจักร เซ็นลาด อารีย์ ของกินเยอะเลย :54:
บริษัททำ full-service ทางด้าน web presence กับ online marketing น่ะค่ะพี่อุ้ย
เข้าไปตำแหน่งนี้คือทำหน้าที่ประสานงานภายในบริษัท จ่ายงาน แก้งานตามใบสั่งงานที่ลูกค้าแจ้งมา
แล้วก็ช่วยฝ่าย Online Marketing ดู+อัพเดทพวก SEO กับ Social Media อะไรประมาณนั้นค่ะ
พวกใบสั่งงาน และการติดต่อลูกค้า หัวหน้า supervisor เป็นภาษาอังกฤษหมดเลย (ยกเว้นกับแผนกที่เป็นคนไทย)
แล้วเค้าก็คาดหวังเรื่องภาษาสูงมาก เพราะเห็นจบ ABAC และได้ TOEIC 925 หวั่นมาก
กลัวถึงเวลาแล้วภาษาหรือความสามารถเราไม่ได้แข็งแรงอย่างที่คิด แต่ก็น่าจะปรับกันได้น่ะค่ะ :30:
// เรื่องของกินขับรถผ่านก็แอบเล็งไว้หลายร้านเหมือนกัน
กะว่าไม่ได้งานก็จะมากิน... นี่ได้งานคงตระเวนกินเพลินๆ เลยล่ะค่ะ :54:
TOEIC 925 :07:
เรื่องภาษาอังกฤษ หนูอรชิลล์อยู่แล้ว :54:
อีกสักพักจะบ่นว่า ยิ่งทำงานไปภาษายิ่งถดถอยลง :37:
925 นี่ลืมทำไปบางข้อใช่มะ :11:
ก็ไม่ได้ติวอ้ะพี่บวบ พลาด listening ไปบางข้อ แล้วก็ทำแกรมม่าบางข้อไม่ได้ :1105:
แต่มีแก๊งค์เพื่อนที่เรียนศิลปศาสตร์ไปติวสอบรอบหลังอร มีคนนึงได้ 990 เต็มด้วย โหดมาก :07:
อีกคน Art Eng เหมือนกัน ได้ 965 โทรมาร้องไห้บอกที่บ้านโกรธว่าติวแล้วไม่ได้คะแนนเต็ม โหดกว่า :0705:
ไม่กล้าสอบ กลัวต่ำกว่า 200 :05: :05: (เด็กวัดก็เงี๊ยะ)
ออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง เรียกใช้ EXA ถ้าต้องการหนังสั้นได้นะจ๊ะ ทีมงานระดับหนังใหญ่แล้ว :27:
น้องอรเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ production house ก็พูดจองจะหาจ๊อบ คล้ายๆ พี่เลย์เลยอ่ะ :30:
แต่จะว่าไป ถ้าใครมีงานอะไรจะส่งให้นะคะ หรือพี่เลย์จะหาเด็กฝึกงานเอแบคบอกได้นะคะ
สาย CGI ถ้าไม่ทำ animation ก็ชอบหางานด้าน post-production vfx อะไรอยู่แล้วด้วย
เดี๋ยวจะได้ให้เพื่อนคัดคนทำงงานแจ่มๆ ไปให้อะไรงี้อ่ะค่ะ :25:
ขี้อวดว่ะ :1105:
กำลังอยากได้พวกโพสพอดีเลย
ขอแบบตัดต่อดีๆคุมสีแม่นๆ ประมาณนี้สักคนสองคนสิ
อย่าลืมไปดู รักเอาอยู่ นะจ๊ะ :27: มีทีม exa ในนั้นด้วย
โทอิก 900 อัพ :07: :07: :07:
ตูอ่านแทบตายได้แค่ 700 นิดๆ :59:
ผมได้ 350 ยังใจชื้นอยู่เลย :3005:
ไม่เคยสอบ เสียดายตัง :30:
ไม่เคยสอบแฮะ แต่เคยสอบของ Chevron
ช่วงภาษาอังกฤษช่วงนึงจะมีภาพฉายบนโปรเจคเตอร์ให้ดู มีเสียงให้ฟังแล้วให้เรากาข้อที่ตรงกัน
โทอิกนี่สอบประมาณนี้หรือเปล่า
โทอิกมีหลายส่วนค่ะ ฟังก็มี grammar ก็มี จำไม่ค่อยได้ สอบมานานแล้ว ก่อนเรียนโทอีก :30:
ได้ 710 ไปสมัครงานที่นึงเค้าบอกว่าได้คาบเส้นเลยนะหนู
:05: :05: 900 เลยเหรอฟะ
ตูไม่ต้องไปอิกเอิกอะไรหรอก แค่ฟังเพลงเกิร์ลกรุ๊ปพม่าที่ร้องเป็นภาษาอังกฤษพอเข้าใจก็น้ำตาไหลแล้ว :3005:
โทอิกคืออะไร :30:
หมายถึงโทรไม่ติดแต่ก็ยังโทรไปหรือเปล่า :37:
ใช่
ขอบคุณครับ :41:
:30:
มาอัพเดตทีสิสนรก
เมื่อวานไปฟังฟีตแบ๊กบทที่1มาค่ะ กลัวมา เกรงมาก
กลัวโดนด่าแล้วจะหมดไฟ ไปต่อไม่ถูกเหมือนครั้งก่อนๆ
บทที่1 มันควรจะเป็นอะไรที่ง่ายที่สุดใช่ไม๊คะ เพราะเราทำ proposal มาแล้ว ก็แค่ก๊อบๆมา
แต่ proposal อิ่มมันกาก จนที่ปรึกษาคนใหม่เค้าต้องมาดูแลใหม่หมดเลย
กากเพราะ เราเริ่มต้นไม่ดีเนี่ยแหล่ะ แถมไม่มีใครที่จะปรึกษาแบบเป็นชิ้นเป็นอันได้อีก :05:
ประมานว่าทำมา ส่ง แล้วเค้าเอาไปดูแล้วก็ด่าๆ จบ ไม่บอกอะไรตูเลยยยยย
ฉะนั้นบทที่1 อิ่มก็ต้องกึ่งๆทำ proposal ใหม่ คิดใหม่เกือบทั้งหมด
ส่งไป2รอบ เค้าว่ายังไม่ดีพอ
จนเมื่อวาน ไปหาที่ปีึกษา ไม่แต่งหน้่ไปเลย กลัวร้องไห้เดี๋ยวหน้่าเลอะ :30:
ที่ปรึกษาบอกดีแล้ว :25:
มีแก้นิดหน่อยนะ ปล้วก็ไปเกลาเรื่องภาษา แต่ภาษาไว้ทีหลัง ทำให้เสร็จก่อน
เริ่มทำบทที่2 ได้เลย :40:
เดินร้องไห้ออกมาจากห้องเลย ดีใจจัด :30:
สรุปตอนนี้เริ่มบทที่2 แล้วนะคะ เป้าหมายบทนี้อยู่ที่ 5000 คำ
บทที่1 ทำไปแล้วเกือบ 2000 คำ
เกือบครึ่งทางแล้ว :05:
:12: สู้ ๆ นะอิ่ม
ขอบคุณค่ะ :05:
วิลบอกให้ทำบทที่2ใช้เสร็จภายในวันอาทิตย์
เพราะยังเหลืออีกเยอะ
กลัวไม่จบ แงง
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 13 มี.ค. 2012, 10:55 น.
ขอบคุณค่ะ :05:
วิลบอกให้ทำบทที่2ใช้เสร็จภายในวันอาทิตย์
เพราะยังเหลืออีกเยอะ
กลัวไม่จบ แงง
มีทั้งหมดกี่บทอ่ะ :09:
เอาประสบการณ์ตัวเองมาเล่าให้ฟังแล้วกัน
เผื่อว่าอิ่มจะเอา(ส่วนที่ดี)ไปปรับใช้
ออกตัวก่อนว่า ยาวและคะแนน Dissertation ของพี่แค่ผ่านนะ :37:
Dissertation ของพี่ เริ่มต้นจาก Proposal
จริงๆ เริ่มจาก Supervisor นั่นแหละ
เพราะเราจะเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญในด้านที่เราจะทำ
และที่สำคัญก็ต้องเป็นอาจารย์ที่เราคุยด้วยรู้เรื่อง
(สำคัญมากๆ นะ ถ้าคุยกับ อ ที่ปรึกษาแล้วขัดคอขัดใจขัดความรู้สึกกัน
มันจะจบยาก เผลอๆ ก็ไม่จบเอา)
ทีนี้ อ ที่พี่จะเลือกนั้น แกประกาศเลยว่า
ถ้าใครเขียน Proposal มาห่วย แกจะไม่รับน่ะ
เพราะแกบอกว่าแกรับเป็นที่ปรึกษาจำนวนจำกัดมากๆ
ดังนั้นการเขียน Proposal ก็เหมือนกับการสอบคัดเลือกเลย
เครียดยิ่งกว่าสอบปกติอีก เพราะนี่ต้องแข่งกับคนอื่นด้วย
สิ่งที่พี่ทำในการเขียน Proposal ก็คือ
พี่เอางานวิชาการที่ตีพิมพ์ของ อ คนนั้นมาอ่าน
(อ่าน abstract ของแกทุกชิ้น)
แล้วก็เลือก Paper ที่เราสนใจมารวบรวม
หลังจากนั้นก็ตะลุยอ่าน Paper เหล่านั้น
มองหากลุ่มของปัญหาที่เราสนใจ(Problem Domain)
ที่ยังแก้ไม่ได้สมบูรณ์จาก Solution ที่มีอยู่ใน Paper
หลังจากนั้นก็เอามาเขียน Proposal
ว่าเราจะทำอะไร Problem Domain ที่เราจะทำการศึกษาคืออะไร
การแก้ไขปัญหาจะดำเนินการยังไง ใช้เครื่องมืออะไรบ้าง
แล้วก็ประมาณการว่า เราจะเขียนกี่บท มีอะไรบ้าง
รวมถึงระยะเวลาที่ใช้ในการทำ แยกเป็นงานย่อยๆ (Project Timeline)
เวลาที่พี่ประมาณไว้คือ 4 เดือน
ผลออกมาว่า อ รับเป็นที่ปรึกษาให้เรา (ดีใจมาก)
หลังจาก Proposal ผ่าน พี่ก็วาง dissertation ทิ้งไว้ก่อน
เพราะเขาให้หา supervisor และเขียน Proposal ตั้งแต่ต้นเทอมสอง
ก็เวลามาตะลุยเรียน ทำ assignment และสอบในเทอมที่สองนั่นแหละ
(มีสามเทอม เรียนสองเทอม ทำ dissertation เทอมที่สาม)
พอเข้าปลายเทอมสอง ความซวยก็เริ่มมาเยือนพี่
เริ่มจาก วิชานึงที่ลงทะเบียนไป
มีความผิดพลาดของมหาลัยในระบบลงทะเบียนในวิชาเลือกตัวนึง
เขาบอกว่าพี่ไม่สามารถเรียนวิชาเลือกตัวนี้ได้
ให้ไปลงเรียนวิชาเลือกตัวอื่นแทน
(แต่ตูเรียนไปจะจบเทอมแล้วนะ แสรดดดด :59:
ถ้าตูไปลงวิชาเลือกตัวอื่น ตูก็พลาดเลคเชอร์ไปเกือบทั้งเทอม
แล้วไหนจะ assignment ที่จะต้องส่งอีก)
พี่ก็ไม่ยอมนะครับ โวยวายไปจนเรื่องถึง คณบดี
ในที่สุดผลก็ออกมาคือ ให้พี่ไปลงเรียนวิชาเลือกตัวอื่นในเทอมหน้า
หรือเทอมที่สามที่ปกติต้องทำ Dissertation อย่างเดียว
พี่ก็ก้มหน้ารับชะตากรรมนี้ครับ คิดในแง่ดีคือ ได้เรียนฟรีเพิ่มอีกหนึ่งวิชา :3005:
ความซวยที่สองมาเยือนนั่นคือ มีการเปลี่ยนวันส่ง Dissertation
เลื่อนเข้ามาเร็วขึ้นหนึ่งเดือน สาเหตุจากการปรับเปลี่ยนเวลาเปิดเทอม
ตามกฎใหม่บ้าบออะไรก็ไม่รู้ ของ Home Office
แปลว่า ที่วางแผนไว้สี่เดือน ก็จะเหลือแค่สามเดือน
(นักเรียนด่ากันให้ขรม แต่ก็ทำอะไรกันไม่ได้ :05: )
เดี๋ยวมาเขียนต่อตอนที่สอง
หลังจากผ่านการสอบเทอมที่สองไปได้ด้วยดี
(คณะที่พี่เรียน มี assignment และ สอบ Final ทุกวิชา
สอบสองหรือสามชั่วโมงแล้วแต่วิชา เขียนไม่ได้หยุดจนมือหงิก :05:
แล้วแม่มสอบติดกันทุกวันเลย :59: )
ก็มาเริ่มทำ Dissertation กันจำนวนคำขั้นต่ำคือ 12000 และไม่เกิน 15000
อย่างที่บอกคือใน proposal พี่คิดไว้อยู่แล้วว่าจะมีกี่บท
แต่ละบทจะเขียนอะไรบ้าง ทีนี้เราก็มาคิดว่าแต่ละบทจะเขียนกี่คำ
ของพี่จะมีทั้งหมด 6 บท
1 Introduction เขียนว่าจะทำอะไร ทำไปทำไม เพื่ออะไร เอาไปใช้ได้ยังไง (Aim and Objectives)
แล้วก็เขียนความรู้เบื้องต้นคร่าวๆ ในเรื่องที่เราจะทำ
อธิบายว่าแต่ละบทเราจะเขียนอะไร (Organization of the dissertation)
2 Literature Review
บทนี้สำคัญมาก ถ้าไม่มี โอกาสตกสูงมาก
หลักๆ คือการ สรุปย่อบทความและงานวิจัยที่เราเอามาใช้อ้างอิง
ก็ต้องเปรียบเทียบให้เห็น(compare & contrast)
ว่างานวิจัยแต่ละชิ้นมีข้อดีข้อเสียต่างกันยังไง
3 General Knowledge ในด้านที่เราจะทำ
อย่างพี่จะทำเรื่อง "ประสิทธิภาพของ routing protocol ของเครือข่ายไร้สายแบบไร้โครงสร้างพื้นฐาน
เวลาเชื่อมต่อข้ามอินเทอร์เน็ต" บทนี้พี่ก็จะเขียนถึง Routing protocol ที่มีอยู่และเป็นที่นิยม
ก็เขียนอธิบายถึงการทำงานของ Routing protocol แต่ละชนิดโดยละเอียด
และท้ายบทก็ไม่ลืมที่จะสรุปและเปรียบเทียบ Routing Protocol แต่ละชนิด
4 บทนี้ลงลึกถึงเรื่องที่เราจะทำ ว่ามีแนวทาง(Solution) ที่จะทำยังไงบ้าง
5 บทนี้ก็จะเป็นการจำลองแนวทางที่เราทำ และผลการทดลอง
รวมถึงการวิเคราะห์(สำคัญมากๆ)
6 สรุป ก็เขียนผลสรุป รวมถึงสิ่งที่สามารถทำต่อได้ในอนาคต
ในแต่ละบท ก็คิดหัวข้อย่อยไว้ว่าจะเขียนอะไร
อย่าลืมว่าจะกินช้าง ก็ต้องกินทีละคำ
แยกเป็นหัวข้อย่อยๆ เล็กๆ แล้วเอามารวมบททีหลัง จะไม่ทำให้เราตกใจ
(อย่างบทนึง 3000 คำ ถ้ามี 6 หัวข้อย่อย ก็แปลว่าเขียนแค่หัวข้อละ 500 คำ แค่นั้นเอง :12: )
รูป ตาราง กราฟ ต่างๆ ต้องทำสารบัญเอาไว้ตั้งแต่แรกๆ
มาทำทีหลังตอนเสร็จแล้วจะมั่วได้
(แบบตู ตารางหายไปหนึ่งตาราง
เสือกเป็นตารางในบทที่ 5 ด้วย โดนตัดคะแนนอ้วก :05:)
Bibliographies รวมถึงการอ้างอิงในบทต่างๆ (Referencing)
สำคัญมากๆ อะไรที่เราไม่ได้คิดเองจงอ้างอิง :37:
การอ้างอิง ถ้าไม่จำเป็นอย่าใช้วิธีการ Quote
ให้ใช้วิธีการ Paraphrase จะดีกว่า
ปกติก็ใช้ Harvard Referencing เป็นหลักเวลาทำ
คล้ายๆ ที่มิ้นเรียนที่คณะเลย วิชาบังคับ เป็นแค่วิชา Gen Ed
แต่ไม่ลึกขนาดนั้น ต้องทำ Research ต้องอ่านหา general knowledge
ของมิ้นเขียนแค่ 1000-2000 คำต่อเปเปอร์ เทอมนึงมี 4 เปเปอร์
แล้วก็ของมิ้นใช้ APA format
เข้าใจแล้ว ทำไมต้องมานั่งเรียนไอ้พวกนี้ :59:
อยู่ดีๆ ก็โดนเด้ง :3005:
ไม่ได้เด้งออกนะครับ เปลี่ยน scope งานเฉยๆ
เล่าคร่าวๆ ก่อนคือ ตอนนี้ผมทำงานที่บริษัท I โดยเป็นงานที่บริษัทนี้รับมาจากบริษัท P
แต่เมื่อต้นปี บริษัท P ถูกบริษัท M take over ไป แล้ววันนี้มีความ(ค่อนข้าง)ชัดเจนแล้วว่าบริษัท P จะไม่ต่อสัญญากับบริษัท I ที่ผมทำงานให้
ก็เลยโดนเด้งไปทำงาน dev แทน :05:
อ้าว อะไร :3005:
แค่ชื่อบริษัท ก็แปลกแล้ว อะ :44:
อัพเดทงานมั่ง
ตอนนี้อรมาทำที่ sony music เป็น social network pr แปลเป็นไทยว่า พนักงานเล่น facebook twitter และอัพ youtube :30:
แรกๆปรับตัวไม่ทัน ไม่มีใครคบ เครียด :05: เกรียนไม่ได้
ช่วงนี้โอเคขึ้นเยอะ อู้งานได้เนียนขึ้น :10:
และได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้ามากขึ้น :10: ได้รับมอบหมายงานใหญ่มากขึ้น (ล่าสุดเป็นผู้ช่วยดูแลเรื่องคอนเสิร์ตใหญ่อะไรซักอย่าง)
(ซึ่งไม่ต้องไว้ใจมากก็ได้ อรอยากทำงานอย่างพอเพียง เบาๆ)
และที่สำคัญอรโสดเหมือนเดิม :19:
:37:
.....
....................
:37:
อรทำงานดีนะเนี้ย
..........
:52: ขอบคุณค่ะ
รับตำแหน่งผู้ช่วยมะ :37:
+ ป๋าณต ขอบคุณมากค่ะ
ของอิ่มนี่รู้สึกจะซวยตั้งแต่เรื่อง supervisor แล้วอ่ะค่ะ
เพราะอิ่มไม่ได้เลือกเอง เค้าเลือกให้ (คนที่สนิทด้วยเค้าก็อยู่คนละสาขา มาเป็นให้ไม่ได้)
คนที่เป็น supervisor คนแรก เพิ่งจบป.โท ไม่มีประสบการณ์ใดๆทั้งสิ้น
แต่ตอนป.โทเค้าทำเรื่อง social network ซึ่งคล้ายๆกับที่อ.เคยทำก็เท่าันั้น
เค้าเลยแนะนำอะไรไม่ได้มาก
แต่ก็ยังมีsupervisor อีกคน ซึ่งคนนี้เนี่ย ชียุ่งมาก
บอกแค่ว่า proposal เสร็จแล้วค่อยเอามาให้ดู
ซึ่งพอเราทำเสร็จแ้ล้ว ตามที่ ที่ปรึกษาคนแรกแนะ
คนแรกเค้าก็ ดีแล้ว กรี๊ดกร๊าด โอเค เก๋กุ๊ด
คนที่สองมาดู โดนอัดเต็มๆ :05:
โดนด่าจนกลับมานั่งร้องไห้เลยอ่ะค่ะ
ส่วนคนแรกนั้น พอเห็นเราโดนด่า นางก็ไม่ช่วยอะไรเลย ได้แต่นั่งพยักหน้างึกๆ
จนอิ่มทำเรื่องขอเปลี่ยน supervisor เลย
แล้วก็ได้คนนี้มา
เค้าเอางานมาดูแล้วก็บอกคำแรกเลยว่า
"เธอนี่ โชคร้ายนะ ไม่มีใครแนะนำให้ถูกแนวตั้งแต่ต้น ไม่เป็นไร เอาใหม่นะค่อยๆ ทำไปด้วยกัน"
งานจึงออกมาเป็นเช่นนี้..
คนใหม่นี่ดีนะคะ ดีมากด้วย
เค้าพาอิ่มไปเช็กว่า เราต้องจบแน่ๆนะ
เช็กเรื่องระบบทีสิสทั้งหมด
เอาทีสิสเก่าๆมาให้ดูเป็นแนวทาง
(ม.อิ่มไม่มีทีสิสเก่าให้ นศ ยืมนะคะ ไม่มีตัวอย่างเลย)
เค้าบอก เค้าสงสาร เราเป็น นศ.คนแรกที่เค้าเป็นที่ปรึกษาให้คนแรกในยูนี้ด้วย
เห็นมาแต่ละที หน้าป่วยมาก
เหมือนระบบการทำงานอิ่้มจะต่างจากป๋าณตด้วย
กลายเป็นว่า proposal เก่า ช่สงแม่ง โดนทิ้งไป เริ่มบทที่1 ทั้งๆที่ไม่มี proposal นั่นแหล่ะ
(ส่วนที่โดนปล่อยผ่านมาทำ เพราะเราไปยืนยันเองว่า ชั้นจะจบ master นะ graddip ไม่เอา)
ตอนนี้บทที่1 เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นแล้ว
บทที่2 literature review ที่ปรึกษาถาม 5,000 คำไหวไม๊?
เค้าบอกมาเลยว่าอิ่มต้องหาอะไร เรื่องไหน เอาทฤษฎีคนนี้ๆๆมา โอเคนะ
เรียกว่า เค้าให้โจทย์มา แล้วเราก็หาข้อมูล (เวลาไม่มีให้คิดมาก)
ตอนนี้ก็แค่กำหนดบทที่ 3 method methodology 3,000 - 4,000 คำ
แต่เรื่องเนื้อหา อ.บอกอย่าเพิ่งไปคิด ทำไปทีละบท
บทที่4 research result เอาซัก 2,000-3,000
บทที่ 5 discussion ซัก 2,000 คำ
บทที่ 6 conclusion ซัก 2,000 คำ
สรุป 16,000 คำโดยประมาน ซึ่งมันก็เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำของทีสิสพอดี๊
นี่คือที่อ. เค้าแบ่งมาให้คร่าวๆ
แต่อิ่มต้องรีบทำ เผื่อแบ่งเวลาเอาไป edit อีก :05:
เลยอยากให้เสร็จทั้งหมดให้เร็วที่สุดน่ะค่ะ อย่างน้อยก็ร่างคร่าวๆก็ยังดี
กลัวเรียนไม่จบอะ
สู้ๆ นะอิ่ม เหลือเวลาอีกแค่ไหนเนี่ย :44:
แบ่งเวลาดีๆ นะ พยายามเขียนให้ได้อย่างน้อยวันละ 800-1000 คำ
ซึ่งเขียนด้วยอัตรานี้ ก็ใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งค่อนเดือนแล้วนะ
แต่ถ้าเขียนได้วันละ 500 คำ ก็ต้องใช้เวลา 32 วันแล้วเน้อ
แล้วบางบทกว่าจะเขียนได้ 1000 คำ
บางทีต้องเสียเวลาอ่าน paper หรือหนังสือไปสามวัน
ระวังตรงนี้ด้วยล่ะ วางแผนให้ดีๆ นะ
ท่องไว้เลยว่า Failure to plan is planning to fail.
ตอนที่พี่ทำ เวลาจำกัดมากๆ อย่างที่บอกไปแต่ต้นคือ
โดนลดเวลาทำเหลือแค่สามเดือน
ต้องเรียนวิชาเลือกอีกวิชานึงด้วย
แล้วก็ต้องทำโปรเจ็คสำหรับ Dissertation ด้วย
ไหนจะต้องออกแบบ ทำแบบจำลอง ทำการทดลอง
เก็บข้อมูลผลลัพธ์ที่ได้มาวิเคราะห์ ซึ่งตอนทำโมเดลนี่เสียเวลามาก
มีช่วงนึงสติแตก หยุดทำไปอาทิตย์นึง
เล่นเกมทั้งวันทั้งคืนติดกันไม่หลับไม่นอน :37:
อ่อ ช่วงใกล้ส่งนั่นเป็นช่วงเสื้อแดงเผาเมืองด้วย
พอเช้ามืดก็คุยกับพี่ข่าววงในที่นับถือ
ติดตามข่าวเมืองไทย เสียเวล่ำเวลามากๆ :30:
ของพี่ตอนเขียนฉบับร่างเสร็จ ก็อยู่ที่ 18000 คำ
ก็เลยต้องมาตัดปรับแก้ ให้เหลือไม่เกิน 15000
(ตรงนี้ก็ยากเลยแหละ เรียกว่าให้เหลือแต่เนื้อๆ)
ก็อย่างที่บอกแหละ จะกินช้างก็ต้องกินทีละคำ
แบ่งหัวข้อย่อยๆ แล้วตะลุยเขียนไปทีละหัวข้อ
แล้วค่อยมาเรียบเรียงทีหลัง
อ่านเรื่องของอิ่มแล้วลืมเรื่องของอร :37:
เขียนให้ได้ 15000 คำ
เป็นผมตายตั้งแต่ 2 พันคำแล้วมัง :3005:
อิ่มสู้ๆ :27:
ขอบคุณทุกคนค่ะ :46:
อิ่มเหลือเวลาน้อยมาก คือแค่้ทอมนี้เท่านั้น ก็ประมานเดือนกว่าๆเองนะ :05:
ไอ่ยูนี้ก็แปลก เด็กต่างชาติให้ทีสิสเทอมเดียว (อีกเทอมไว้ทำ proposal)
ยูอื่นเค้าให้ทำตั้ง2เทอม ไม่รวม proposal
วิธีทำงานของอิ่มคือ ลุยไปเลย ถูกผิดช่างมัน
เอาให้ถึงจำนวนคำที่ตั้งไว้หรือมากกว่า
เนื้อหาใส่ๆไป แล้วส่งอ.
ให้เค้าดูว่าโอเคไม๊ ขาดอะไรรึเปล่า
แล้วเรามาแก้ทีหลัง
อย่างที่บอกอิ่มไม่มีตัวอย่างทีสิสมานั่งดู
ไปหามาจากในเนตมันก็ใช้ไม่ได้
เลยต้องทำวิธีนี้อ่ะค่ะ
เคยวางแผนไว้ว่าถ้าไม่จบเทอมนี้
จะเปลี่ยนยู ไปเรียนยูที่ไม่มีทีสิส
(อิ่มเรียน cousework แต่ต้องทำทีสิสเป็นเล่ม้ลย ที่อื่นเค้าไม่ทำกันนะ เค้าเรียนเป็นวิชามากกว่า)
จะโอนหน่วยกิตไป แล้วดูว่าเราเหลืออีกเท่าไหร่ถึงจะจบ
แต่ก็อยากให้เป็นทาง้ลือกสุดท้ายจริงๆค่ะ
อิ่มไม่เหนื่ิยที่จะเรียน ยอมรับตรงๆว่สยังมีความสุขกับชีวิตที่นี่อยู่
แต่เกรงใจพ่อแม่แล้วก็หมีอร
เรียนเมืองนอกมันแพงมากเลยนะ :05:
ใจจริงถ้าเรียนจบอยากอยู่ทำงานเอาทุนคืนก่อนด้วยซ้ำ
ทำงานซัก 2ปี ก็เอาทุนคืนพ่อแม้ได้แล้ว :05:
ถ้าเหลือแค่เดือนกว่าๆ ก็ต้องเขียนให้ได้อย่างต่ำวันละ 1000 คำล่ะครับ
ไม่งั้นก็ไม่จบแน่ๆ ติดป้ายไว้ที่โต๊ะเลย ถ้าไม่ได้ถึงพัน ห้ามลุกจากโต๊ะ :37:
บท2 นี่ยังไม่ได้เริ่มซักคำ :56:
อ่านอยู่ค่ะ พร้อมตามติดชีวิตคนใกล้คลอดด้วย :37:
พี่อิ่มสู้ๆ
พี่อิ่มสู้ๆ :37:
อิ่มสู้ๆ นะ
อ่านของป๋าณตแล้วรู้สึกได้ว่าตอนเรียน ปริณดาจะชิลล์ไปไหน
ไม่กำหนดอะไรเลย :30:
อ้างคำพูดจาก: หมีโหด* เมื่อ 16 มี.ค. 2012, 21:39 น.
พี่อิ่มสู้ๆ :37:
:34:
ทำตามที่ป๋าณตบอกไม่ได้แหล่ะ วันละ 1000 เนี่ย :3005:
เลยทำได้สูงสุด 800 คำ
วันต่อมา น๊อกแบบกู่ไม่กลับเลย :30:
เลยเอาเป็น ทำเท่าที่ได้ ไปเรื่อยๆอ่ะค่ะ
กลัวจะป่วยไปซะก่อน
หลังจากรอมาพอสมควร สิ้นเดือนนี้เงินเดือนขึ้นแล้ว กรี๊ดดด :53:
เพิ่ม 35% กับมี extra ให้สำหรับบ.ใหม่ที่เพิ่งตั้งอีก นิดหน่อย กรี๊ดๆๆๆๆ :33:
เสี่ยบวบ :25: :25:
จนเหมือนเดิม เพราะจะเอาส่วนต่างทั้งหมด ไปเก็บ หรือไม่ก็ทำให้งอกเงย ห้ามใช้เด็ดขาด :25:
อะไรกัน ได้เงินเพิ่มมา มันต้องเอาไปใช้สิ
เดี๋ยวพอมีเมียก็ไม่มีโอกาสใช้แล้วนะ :05:
:05:
:05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05:
อ้างคำพูดจาก: RomSaiKyu เมื่อ 20 มี.ค. 2012, 20:14 น.
:05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05:
แก๊งคุณพ่อบ้าน :30:
:30:
ขึ้นเยอะได้ใจอะ เจ๊ขึ้นปีละ ๕% ไม่ทันเงินเฟ้อ
รู้สึกตัวเองโดนลดเงินเดือนทุกวั้นทุกวัน :16:
ผมขอขึ้นไปด้วยเหตุผลว่างานเยอะขึ้นจากตอนแรก.. ปละได้เงินเดือนน้อยที่สุดอะพี่
ขึ้นคราวนี้แล้วไม่รู้จะขึ้นอีกทีเมื่อไหร่แล้วนะ :30:
งานเยอะขึ้นเหมือนกัน ไม่เห็นมีใครแคร์ :1105:
ไอ้ที่ไม่คิดจะออกไปไหน เพราะอยู่นี่เหมาะแก่การเที่ยวสุดๆ + เจ้านายโอเค
ไม่งั้นนะ เปิดไปไกลละ
:59: ลาออกทำทัวร์
ถ้าพี่แอ้ทำทัวร์ขอสมัครเป็นพนักงานนะ :25:
เงินเดือนขึ้น แต่ก็ว่างขึ้นยังไงไม่รู้
แถมได้ผู้ช่วยเพิ่มอีกคน ไอ้กันย์ เริ่มงานเดือนหน้า :30:
ว้าว.. เจ๋งอะ :25:
เจ้ากันย์จบแล้วเหรอ
อ้างคำพูดจาก: バンク...แบงค์กุ เมื่อ 20 มี.ค. 2012, 23:03 น.
ถ้าพี่แอ้ทำทัวร์ขอสมัครเป็นพนักงานนะ :25:
รายได้คงพอจ้างลูกน้องหรอกนะ
ต้นทุนค่าทัวร์คงไปหนัก insurances ซะมาก :30:
อ้าว เก้อยังทำงานกินเงินเดือนอยู่อีกเรอะ :30:
ก็มีอยู่อันนึง ไม่ต้องเข้าตลอด
ถ้าขี้เกียจทำจ็อบ อยากว่างๆก็แค่เงินเดือนก็อยู่ได้ไง
ประกันความเสี่ยงดีนะ :30:
จู๋นี้อัพเดตมันดี
เอามั่ง
หลังจากมาอยู่โรงงานไอติมได้สิบเดือนดั่งได้แจ้งกับชาวสวนสะตอไว้
ภาระความรับผิดชอบที่แบกไว้คือระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์วัดคุมถ้วนทั่วโรงงาน
ด้วยความรู้และประสบการณ์อันน้อยนิด
ความกดดันจึงบังเกิดขึ้นมหาศาลในช่วงแรกและยาวนานหลายเดือน
ค่อยๆ ปรับตัวทีละน้อย เสพความรู้และประสบการณ์จากพี่ๆ เทคและช่าง
ซึ่งประสบการณ์ทั้งชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นคืออาชีพทำไอติม
ด้วยทีมงานอันเล็กกระทัดรัดเพียงหกเจ็ดคนในการดูแลระบบไฟฟ้าทั้งหมด
รวมถึงเครื่องจักรมากมายที่ต้องการไฟฟ้าและการควบคุมในการทำงาน
งานปริมาณมหาศาลจึงตกมาที่เราและทีมเครื่องกล ซึ่งก็ช่วยกันทำงานนั่นแล
ความรู้สมัยเรียนมหาวิทยาลัยจึงเป็นเพียงกระดาษสองสามแผ่นในบทแรกของการทำงานเท่านั้น
ยังมีศิลปะการทำไอติมอีกหลายบกให้ได้เรียนรู้และเข้าใจ
ต้องใช้เวลาอีกนานโขเพื่อศึกษาอย่างสนุกสนานเบิกบาน
จนคำว่ามนุษย์เงินเดือนไม่มีความหมาย เพราะเงินเดือนออกไม่นานก็หมดแล้ว
ความโชคดีคือโรงงานนี้อยู่กันฉันครอบครัว
ทำให้ปรับตัวได้ไวเมื่อตั้งตัวด้วย
จนตอนนี้ได้ทำงานแบบเป็นตัวเองของตัวเอง
ความกวนของผมอาจจะเยอะเกินไปหลายครั้ง
ยับยั้งตัวเองไม่ได้ แลมีอีกหลายอย่างที่ต้องปรับปรุง
สำหรับผลตอบแทนก็ไม่มากไม่น้อย เงินเดือนขึ้นเยอะหน่อย
โบนัสน้ำท่วม แต่ก็กินไอติมทุกวันก็โบนัสแล้ว
ประชุมง่วงหนาวหาวนอนก็กินไอติมแก้ง่วงไป
บางครั้งก็ทำงานแก้เหงา เพราะกลับห้องไม่มีเพื่อน
ทำงานรอทีมงานออกกะไปจิบเบียร์ก็มี
มีความสุขในการทำงานถือเป็นโชคดีอย่างหนึ่งของชีวิต
ขอบันทึกไว้เป็นหน้าหนึ่งของชีวิตผู้ชายเกรียนๆ ที่รอวันเติบโต
:46:
ตูว่าเจี้ยมนี่หนึ่งในนักผจญภัยเลยนะ :12:
โรงงานในฝัน กินไอติมได้ไม่อั้น :54:
อัปเดตสั้นๆ ของตูนะ
เอาจริงๆ จากใจเลยนะ
แม่งอยากลาออกจากงานเลี้ยงลูกว่ะ สุขใจฉิบหาย :30:
ได้ลาคลอดสามสี่วัน กับทำงานที่บ้านอีกห้าวัน
แต่ระหว่างที่ทำงานที่บ้านนี่ เดี๋ยวก็ลุกไปชงนม (นมเมียไม่พอในช่วงแรก)
เดี๋ยวลูกฉี่ก็วิ่งไปดู ร้องก็ดู อะไรงี้
เพลินอะ :30: เลยรู้สึกว่างานเป็นสิ่งรบกวนจิตใจไปเลย
ชักอยากอยู่บ้านซะแล้ว แต่ก็ยังห่วงงาน
(ตั้งแต่มีเครื่องสกรีนเสื้อนี่ ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเงินเป็นปัจจัยในการดำรงชีพอยู่แล้ว)
ลาออกไปแล้ว เดี๋ยวมาเล่า :54:
:41: เอ็งทำตามฝันได้สำเร็จง่ะ โคตรเจ๋งเลย
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 21 มี.ค. 2012, 00:10 น.
โรงงานในฝัน กินไอติมได้ไม่อั้น :54:
อัปเดตสั้นๆ ของตูนะ
เอาจริงๆ จากใจเลยนะ
แม่งอยากลาออกจากงานเลี้ยงลูกว่ะ สุขใจฉิบหาย :30:
ได้ลาคลอดสามสี่วัน กับทำงานที่บ้านอีกห้าวัน
แต่ระหว่างที่ทำงานที่บ้านนี่ เดี๋ยวก็ลุกไปชงนม (นมเมียไม่พอในช่วงแรก)
เดี๋ยวลูกฉี่ก็วิ่งไปดู ร้องก็ดู อะไรงี้
เพลินอะ :30: เลยรู้สึกว่างานเป็นสิ่งรบกวนจิตใจไปเลย
ชักอยากอยู่บ้านซะแล้ว แต่ก็ยังห่วงงาน
(ตั้งแต่มีเครื่องสกรีนเสื้อนี่ ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเงินเป็นปัจจัยในการดำรงชีพอยู่แล้ว)
ถ้าไม่มีเรื่องให้เทตังลงส้วมบ่อยๆ :47:
อ้างคำพูดจาก: ณิชหูด เมื่อ 21 มี.ค. 2012, 00:38 น.
ลาออกไปแล้ว เดี๋ยวมาเล่า :54:
เตรียมฟังข่าวบ.เจ๊ง :47b:
เออว่ะ เวรละ
ไปมาเป็นยวงๆ เนอะ :30:
เรียกว่าเป็นคณะผีตองเหลือง ตระเวนไปสูบทรัพยากรตามบริษัทต่างๆ :30:
เจี้ยมเจ๋งอะ สนุกอีกแล้ว แต่อย่ากินไอติมทุกวันนะ เดี๋ยวแก่ไปเป็นเบาหวาน
:25: ลาออกไปไหนยังไงกัน
บางอารมณ์ก็อยากลาออกบ้าง
แต่จะหางานที่ไหนสบายเท่าที่นี่ :30:
คือที่ลาออกเพราะว่ามีเสี่ยมาให้ทุนไปทำกากคลับแค่นั้นเอง
เจ๊ ม ที่สามย่านก็พยามยื่นข้อเสนอให้ แต่พี่เม่นแกก็เข้าใจแหละว่าข้อเสนอแบบที่ได้มามันหาอะไรมางัดยาก :30:
อยากลาออกมั่งอะ ใครก็ได้จ้างเค้าทำเฟซบ๊อกอย่างเดียวที :05:
ใครจะออกจากสามย่านอีกมั้ย :30: :30:
ยังกะฝูงตั๊กแตน แก๊งนี้ไปที่ไหน หัวหน้าตายหมด :30:
อยากออกเหมือนกัน :05: :05: :05:
เจ็ดวันแล้วอะ จะเน่าในแล้วเนี๊ยะ :05: :05: :05: :05:
มันอยู่ได้สามสิบวัน ไม่เน่าง่ายๆ หรอก :04:
ออกทุกวันละซิ :56:
บักเจี้ยมเจ๋งดี :25:
โรงงานไอติมนี่ แม่พี่ก็เคยทำนะ แม่ทำไอติมเนสเล
แม่บอกช็อคโกแลตโรงงานนี้อร่อยที่สู้ดดด วอลล์ก็งั้นๆ :30:
อ้างคำพูดจาก: ดาม่า เมื่อ 21 มี.ค. 2012, 11:37 น.
:25: ลาออกไปไหนยังไงกัน
บางอารมณ์ก็อยากลาออกบ้าง
แต่จะหางานที่ไหนสบายเท่าที่นี่ :30:
จารย์ดา ถ้าลาออก ก็หางานพวกราชการ หรือ รัฐวิสาหกิจนั่นแหละ แจ่มพอกัน :42:
คนออกเยอะ ไปสมัครสามย่านได้มั้ย ตกงาน :30:
วอลล์อร่อยกว่า :29:
เดี๋ยวนะ.. อย่างจานดานี่งานสบายแล้วเหรอ เห็นบ่นออกจะบ่อย :30:
งานหนักเป็นช่วงๆ อะ
ช่วงนี้ว่างจนมื้อเที่ยงออกไปกินส้มตำกันที่ต่างอำเภอ ห่างไปเจ็ดสิบกว่าโล :30:
ว่างจนรู้สึกว่า กรุจะอยู่ไปทำไม ออกไปหาอะไรกินดีกว่า
แต่ตอนนี้ว่างเกินไป อีกสักพักงานมาเป็นซึนามิแน่ๆ :56: แล้วจะมาบ่นใหม่นะ
จากที่จั่วไว้ใต้ดิน.. :37:
ตอนนี้มีประเด็นเรื่องลาออกกันเยอะ เป็นเรื่องนึงที่ผมไม่เคยพูดถึงในวงกว้างเลย เพราะเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดใจพอดู
สมาชิกสตรอเบอรี่ฟีลด์อาจจะเคยฟังบ้างแล้ว.. ไม่เป็นไร เรื่องผ่านมาเดือบสองปีละ เล่าไว้กลับมาอ่านให้กลายเป็นเรื่องตลกดีกว่า
ย้อนกลับไปถึงตอนแรกผมเคยมาเล่าว่าสนุกอย่างนั้นอย่างนี้ตอนทำงานใหม่ๆ ก็มีลุงคนนึงมาขัดจังหวะไว้ว่า แหมอะไรๆ มันก็อาจจะไม่ได้ดีอย่างที่คิดหรอกนะ..
คือช่วงเกือบๆ ปีแรกก็แฮปปี้ดีอยู่หรอกนะ จนมันเริ่มมีนู่นมีนี่สะสมมาเรื่อยๆ ทำให้เรารู้สึกถูกเอาเปรียบ จนทำให้ทุกวันนี้ยังยุเพื่อนๆ ทุกคนอยู่ว่า ถ้ามึงไม่มีความสุข แถมยังต้องเจอกับค่าตอบแทนที่ไม่น่าพอใจ ทั้งๆ ที่เราก็ยังเห็นว่าเจ้านายแม่งรวยเอาๆ ก็ออกเห๊อะ ไปเจอที่ใหม่ที่เหี้ยอย่างเดิม อย่างน้อยก็น่าจะได้เงินมากขึ้นล่ะวะ..
กลับมาเรื่องที่เริ่มมีอะไรขัดข้องใจทีละเรื่องแล้วกัน (แสดงว่ามีมากกว่า 1 ฮ่าๆๆๆ)
เรื่องแรก
อยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนวิธีการเบิกจ่ายค่าเดินทาง โดยไม่บอกล่วงหน้า จากสัปดาห์ละครั้ง เป็นเดือนละสองครั้ง
เนื่องจากสงสัยว่าซีเนียร์คนนึงใช้ค่าเดินทางเกินจำเป็น เช่นไปไซต์วันละสองรอบ และไปบ่อยเกินเหตุ
ผลกระทบโดยตรงเลย คือ มึงให้เงินเดือนกูแค่ไหนวะคร้าบ ถึงให้กูแอดว๊านซ์ให้บริษัททีละครึ่งเดือน ลองคิดว่าต้องขับรถไปราชบุรี หรือสุพรรณไรงี้ดิ???
ผลกระทบทางอ้อมคือตาซีเนียร์นี่นิสัยเสีย ก่อนจะชิ่งไปไซต์ ซึ่งไปจริงมั้ยไม่รู้ (เท่าที่รู้คือมีงานนอกกะผรม.เจ้านี้หลายงานอยู่) ก็โบ้ยงานไว้ให้ผมต่อ.. สันดาน
เรื่องต่อมา
เมื่อเดือน มิ.ย. สองปีก่อน ผมไปเที่ยวภูเก็ตฉลองวันเกิดกับลูกตาลสองคน (หลังจากทำงานไป 14 เดือน)
แน่นอนเรื่องนี้ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า ทั้งซื้อตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก และที่สำคัญลูกตาลต้องขอลาล่วงหน้าอย่างน้อยสองเดือน
ทันทีที่จัดการทุกเรื่องเสร็จผมก็ส่งใบลา..
ช่วงก่อนผมลาก็พยายามเคลียร์ทุกอย่างให้จบ ไม่ว่างานนั้นจะทำให้ผมต้องกลับจากไซต์งานตอนตีหนึ่งก็ตาม
ก่อนถึงกำหนดวันลา หนึ่งในเจ้าของ บ. ให้ซีเนียร์มาบอกว่าจะไม่ให้ลา เพราะช่วงนี้งานเยอะ
ผมก็ไม่ว่าอะไร นอกจาก "ยังไงก็ครับ แต่วันนั้นผมไม่มา".. โถ่.. ไอ้หอก กูบอกมึงล่วงหน้าสามสี่เดือน อยู่ๆ ดีๆ มึงมาบอกกูว่างานเยอะ ไม่ให้กูลาเหรออ เกินไป๊
อีกเรื่อง
ช่วงที่รายการ "ระเบิดเถิดเทิง" เปลี่ยนฉากใหม่.. หนึ่งในเจ้าของซึ่งเป็นคนใน ก็พยายามตัดส่วนนึง (เล็กๆ) ของงานฉากนั้นมาเป็นงาน บ. นัยว่าถ้าเวิร์กก็จะตอดมาเรื่อยๆ เพราะได้เงินเร็ว (สองอาทิตย์ รับเงินหลักแสน)
โจทย์งานนี้คือ รื้อฉากเก่าออกมา แล้วใช้วัสดุจากฉากที่รื้อมานั้นให้ได้มากที่สุดเพื่อความประหยัด แน่นอน.. อะไรที่จำเป็นก็ต้องซื้อใหม่
ไม่นับว่าตอนทำงาน ใช้ช่างที่ไม่มีความรู้ห่าอะไรเรื่องฉากเลย จำนวณสามคนถ้วน (ทีมอื่นแค่คนรื้อ/ประกอบก็เป็นสิบแล้ว) ที่เจ็บใจที่สุดคือซัพพลายเออร์ที่ บ. เราซื้อของ
แน่นอน วิธีที่ดีที่สุดคือ คำนวณแล้วสั่งทีเดียว.. จบ แต่จากโจทย์ที่บอกแต่แรก คือต้องพยายามใช้ของเก่า แถมของพวกนั้นถูกรื้อไปกองสุมไว้ที่โกดัง บางอย่างก็ตากฝน เรียกว่าไม่มีทางรู้ว่าจะมีอะไรใช้ได้บาง จะให้รื้อก็ไม่มีเวลา
ผลคือ หลังจากผมสั่งของรอบที่สาม ผมโดน หนึ่งในเจ้าของ บ. โทรมาด่าว่า "ทำไมคุณสั่งของบ่อยจังเนี่ย รู้มั้ยว่าซัพพลายเออร์เข้าบ่นเนี่ย"
เฮ้ยยย!! อะไรนะ.. มันไม่ใช่กูทำงานหาเงินมาให้มึงไปจ่ายให้มันเหรอวะ? อ้อ.. แม่งเป็นเพื่อนกัน
คือถ้าโดนด่าด้วยเรื่องวางแผนไม่ดีมันก็เมกเซ้นส์อยู่หรอก แต่นี่อะไรวะ?!?
เรื่องสุดท้าย (เท่าที่จำได้หรอกนะ)
คือมันมีงานนึง ไอ้เจ้าของคนเดิมนี่แหละ (คนนี้เป็นโปรเจ็กเมเนเจอร์ด้วย เลยเจอบ่อย จริงๆ หลักๆ ที่มีเรื่องก็กะแม่งนี่แหละ // เสริมเพื่ออรรถรส ให้นึกถึงเบญ ชลาทิศไว้ แต่พูดเสียงดัง และตุ๊ดกว่า)
จะวงเล็บอะไรยาวเหยียดวะ.. ลืมประเด็นละ
คือมันส่ง BOQ มาให้ผม บอกผมว่า "ช่วยดูให้ผมหน่อย ผมจัดการบางส่วนมาแล้ว รีบเลยนะ"
ผมกับพี่นี่เป็นซีเนียร์อีกคน (ค่อนข้างสนิทกัน เพราะแกเป็นเหมือนพี่เลี้ยงให้ผมในโปรเจ็คแรกๆ) ก็ช่วยกันถอดส่วนที่เหลือให้หมดแล้วส่งกลับไป
สิ่งที่ได้กลับมา คืออีเมลด่าและเรียกประชุมตอนเช้า
อีเบญฯ นี่ก็โวยมาเลยว่าพวกคุณมั่วกันมาได้ไงเนี่ย? ทำไมไม่ดูเลย บางรายการมันไม่มีด้วยซ้ำ ทำราคามาแบบนี้ได้ไง?
ผมก็ขอมาดู เขาก็โวยๆๆๆ ผมก็เถียงไปว่า "อ้าว พี่บอกว่าให้ช่วยกันไม่ใช่เหรอ แล้วพี่เองก็บอกว่าพี่ทำมาส่วนนึงแล้ว อีกอย่างก็เห็นว่ารีบ แบบนี้ผมคิดได้มั้ยว่า มันไม่ใช่ความผิดผมฝ่ายเดียว???"
แม่งก็ยังโวยต่อว่าบางอย่างผมก็ใส่มามั่วๆ ทำไมคุณไม่ดุ??? (ควยเหอะคร้าบ)
ทันใดนั้นสิ่งที่ผมไม่คิดไม่ฝันที่สุดคือ พี่ซีเนียร์คนเหนือตัวเล็กๆ เงียบๆ (เขารู้จักพี่ร่มด้วย // ไม่รู้เรียนสาธิตด้วยกันมั้ง) ก็เถียงขึ้นมา เป็นแบ็กอั๊พ ทั้งๆ ที่ธรรมชาติแก ไม่เคยโวยอะไรเลย
แกบอกว่า "พี่ก็คิดเหมือนบวบนะ พี่ถามหน่อยเถอะ ที่เบญ (นามสมมติ) ทำแบบนี้ ต้องการจะทดสอบอะไรพี่ด้วยรึเปล่า?"
สรุปว่าวันนั้นใน บ. อึมครึมสุดๆ สงสารที่สุดคือพี่ซีเนียร์อีกคนที่โดนลากเข้าประชุมด้วย แล้วแกเป็นเพื่อนสนิทกะอีตุ๊ดนั่น แกพยายามไกล่เกลี่ย แต่หลังจากวันนั้นแทบไม่มีใครมองหน้ากัน
ถ้าเรื่องเหี้ยๆ มันจบแค่นั้นก็ดีสิครับ
มันมีเหี้ยกว่านั้นคือ มันดีเลย์เงินเดือนผม กับพี่อีกคน 1 สัปดาห์ โดยไม่บอกเหตุผล
อีแอดมินหน้าโง่ (ใช้คอมก็ไม่เป็น ส่งใบราคาให้ลูกค้าด้วยไฟล์เอ็กเซล พูดจาบ้าผู้ชายตลอดเวลา น่ารำคาญ ขี้เหร่แล้วยังไร้สมอง) มาโกหกพวกผมว่ายังไม่มีตังจ่าย
ไอ้เราก็โอเค ไม่เป็นไร เงินมันอาจจะไม่โฟลว เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย จนน้องแอดมินที่สนิทกันบอกความจริงว่าจงใจดีเลย์แค่สองคน เพราะงานที่เล่ามาก่อนหน้านี้หลุด
ถามว่าทำเพื่อเหี้ยอะไร? ผมยอมรับได้นะ ถ้าจะมีการลงโทษกันตรงไปตรงมา บอกเหตุผลกันดีๆ ไม่ใช่มาแอบๆ แบบนี้
ตั้งแต่รู้เรื่องนี้ก็ให้เวลาตัวเองหนึ่งเดือน หางานใหม่ (น่าจะเคยเล่าแล้วช่วงร่อนใบสมัคร) คือตัดสินใจแล้วว่าหาไม่ได้กูก็ออก
อยู่กะคนแบบนี้ไม่เจริญ.. เจ็บใจนิดนึงคือ พี่คนที่ร่วมชะตากับ แกรู้เรื่องปุ๊บแกออกเลย ทิ้งกันซะงั้น 555
โอ้ยย ยาวเนอะ
ถ้าเล่ากะปากนี่มันกว่าเยอะเลย
ปล. อีเจ้านายคนนี้ชอบพูดกรอกหูว่า "ยูต้องมีแบรนด์ลอแยลตี้นะ" (แม่งมีนิสัยพูดไทยคำอังกฤษคำ แต่ไม่เห็นจะคุยกะฝรั่งรู้เรื่อง) แต่แม่งไม่เคยทำอะไรให้เราอินเลยสักนิด
เจ้านายปัจจุบันใส่ใจเรื่องส่วนตัวมาก แล้วจำได้ทุกอย่างที่เคยถาม แล้วก็แฟร์มากตรงไปตรงมา ไม่พอใจก็ด่า ชอบก็ชม
สบายใจกะการทำงานกับคนแบบนี้มากกว่า.. ที่สำคัญได้เงินมากกว่าเดิมเกือบเท่าตัวแหนะ 555
ดราม่าก็นึกออกแค่เท่านี้ :53:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 21 มี.ค. 2012, 21:55 น.
ถามว่าทำเพื่อเหี้ยอะไร? ผมยอมรับได้นะ ถ้าจะมีการลงโทษกันตรงไปตรงมา บอกเหตุผลกันดีๆ ไม่ใช่มาแอบๆ แบบนี้
:like: ชอบตรงนี้แหละ
นอกนั้น ไม่รู้เป็นเพราะเล่าผ่านตัวอักษรหรือเปล่า เลยไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่เท่าไหร่
หรือตูเคยเจอมาเยอะกว่านี้ก็ไม่รู้ :3005:
พี่แก่จนปูนนี้ยังไม่ค่อยกล้าต่อสู้อะไรเพื่อตัวเองเท่าไหร่เลยนะ
เจ๋งดีอะ ที่ตัดสินใจกันไปตรงๆ ไม่ต้องไปทนไปฝืน
จากประสบการณ์การใช้ชีิวิตเป็นลูกจ้าง บ. เอกชนมา เชื่อว่า อย่าไปคิดมากเลย
อยากอยู่ก็อยู่ ไม่อยู่ก็ไป ไอ้ที่ฝืนๆ แล้วกะว่าจะดีอะ ไม่เห็นดีซักราย เหนื่อยเปล่าๆ
ปล. เมื่อก่อนพี่ก็เป็นคนหนึ่ง ที่แพลนวันหยุด นัดเพื่อนกลุ่มใหญ่ ได้รับการอนุมัติเมื่อลาล่วงหน้าหนึ่งเดือน
แล้วก่อนเดินทางวันนึงก็พบว่า เจ้านายไม่ให้ลา สิ่งที่พี่ำทำคือ แคนเซิลเพื่อน จ้ะ :42:
ก่อนหน้าที่จะมาเป็น Appopo tough tour นะ :30:
ผมลืมเล่าวิธีการลาออกนี่หว่า.. :30:
หลังจากโดนดีเลย์เงินเดือนก็คือจบละ หมดสิ้นความสัมพันธ์ทุกประการ
วันศุกร์สุดท้ายของเดือน ก็ทิ้งของทุกอย่างไว้ที่โต๊ะ ทั้งกุญแจ โทรศัพท์ และทุกย่างที่เป็นสมบัติ บ.
ลบทุกอย่างที่เป็นส่วนตัวในเครื่องออกเกลี้ยง.. แน่นอนว่าเซฟทุกงานกลับมาด้วย :47:
วันอาทิตย์ที่ 1 ส.ค. 2554 มี สมส.มาว่ามีเงินเข้าปั๊บ.. ก็ส่งอีกเมลที่พิมไว้แล้ว หาเจ้าของทั้งสามคนทันที
เขียนสั้นๆ มีใจความว่าขอลาออก "ด้วยเหตุผลส่วนตัว" ในใจละอยากให้มันโทรมาถามจริงจริ๊ง ว่าเหตุผลคืออะไรวะ
แต่แม่งไม่โทรมาสักคน :56:
ปล. แล้วก็เริ่มงานปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค. ปีเดียวกันนั้นแล :33:
ไม่เห็นแซ่บเลยอะ นึกว่ามีบู๊ล้างผลาญบ้างไรบ้าง :56:
(แต่เป็นตัวเองก็ไม่กล้าทำนะ นางเอกตลอด)
ตอนนั้นแม่งโคตรอึดอัดเลยนะ
จริงๆ ต้องขอบคุณ ที่ทำให้เราเปิดรับโอกาสดีๆ ให้ตัวเอง ไม่งั้นเหรอ ของเงินเดือนขึ้นปีละพัน โบนัสครึ่งเดือนอยู่อย่างนั้น
เติมแก๊สไปเที่ยวกะแฟนก็หมดละ ไม่ต้องทำอะไรกิน :30:
อ้อ อีกอย่าง หลังจากผมออกแบบหายหัวไปเลย แค่สองอาทิตย์ออฟฟิศโดนยกเค้าล่ะ สมน้ำหน้า :30:
ผมว่าโดนสงสัยเป็นคนแรกแน่ :47:
แล้วเอาอะไรไปบ้างล่ะ
ถ้าเป็นตูมีน้องมีนุ่ง หรือแม้แต่ตัวเองก็เหอะ
ถ้าเจอระบบเหี้ยๆ ที่บริษัทเดิม จะบอกกันว่า ไอ้คนที่ออกน่ะ ฝากทิ้งระเบิดไว้หน่อย
คนที่อยู่ข้างหลังจะได้สบาย
- จากแกนนำคณะผีตองเหลือง -
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 21 มี.ค. 2012, 22:44 น.
แล้วเอาอะไรไปบ้างล่ะ
ก็มีจอแอลซีดี 20" สองอัน
เครื่องวัดระยะด้วยเลเซอร์
กับปริ๊นเตอร์ A1 ของ HP
ว่าจะเอาเครื่องซีร็อกซ์ แต่ขี้เกียจหาซื้อหมึกกะดาวน์โหลดไดรเวอร์ :47:
ออกไปตั้งบริษัทเหี้ยๆได้เลยบวบ :30:
ไอ้เราก็อุตส่าลุ้น นึกว่าจะมีขี้เข้อทิ้งไว้บนเก้าอี้มันบ้าง :48:
อ่านของพี่บวบมันส์มาก :27:
เมื่อก่อนก็เคยหงุดหงิดบริษัท ตัดสินใจลาออกมาตกงานด้วยเวลาอันรวดเร็ว
ทำให้รู้เลยว่า ทีหลังหางานให้ได้ก่อนนะ :30: :30:
พี่ไม่เคยออกแบบมีงานรองรับเลยอะ :30:
มันไม่มีสมาธิหางาน เวลาที่ยังวุ่นวายกับงานเก่าอยู่
ออกแล้วค่อยหาทุกที พอดีเป็นคนได้งานง่าย ไม่ใช่อะไรหรอก ต่อเงินเดือนไม่เป็น :56:
สองสัปดาห์สุดท้ายนี่เคลียร์งานให้พ้นตัวอย่างเดียว แล้วคอยลุ้นว่าที่ไปสัมภาษณ์มาจะได้งานมั่งมั้ย :30:
ขอโพสไว้เป็นเป้าหมายบ้างนิดนึงนะครับ :58:
เนื่องจากปีที่แล้ว ทำนาเสร็จพอได้ข้าวเปลือก เอาไปขายโรงสีได้โลละสิบสามบาท :05:
แถมที่เห็นๆข้างบ้านที่เป็นคุณครูมาช่วยสอนช่วยทำนา หลังจากเกี่ยวข้าวก็หมดงานว่างมาก
เมาเป็นประจำให้เห็นให้เป็นที่อิจฉามากกกกก
ก็เลยคิดว่าปีนี้ หลังจากเกี่ยวแล้ว จะทำข้าวขายเอง
ขายเป็นแพ็คละโล สองโลนี่แหละ โลละแปดสิบแน่ะ :07:
ทำเป็นข้าวฮางขาย ทำเองด้วย :30:
ยังไม่รู้ว่าทำยังไง(ในรายละเอียด) เลย แต่ไปลงชื่อลงเรียนไว้กะศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานไว้แล้ว
เห็นว่าถ้ามีอบรมเมื่อไหร่ เค้าก็จะเรียกเราไปอบรม
จริงๆแล้วไม่มีอะไรหรอก
มาบ่นว่า(ในบ้านนอก)งานออกแบบไม่สามารถเลี้ยงตัวได้
หลังจากทดลองทำมาสิบปี ไม่เวิร์คเลย
เพราะถ้าทำงานออกแบบ(บ้าน)เพื่อเลี้ยงตัวอย่างเดียว ก็จะมีคนทำในราคาถูกกว่าเสมอ
พวกที่รับจ๊อบแต่มีเงินเดือนประจำนั่นแหละ :3005:
ลูกค้าจะทำบ้านนี่ เขาไม่ค่อยคิดหรอก(หรือไม่สามารถอยู่ในสถานะที่คิดได้ก็เป็นได้)ว่า บ้านจะออกมาเป็นไง
ต้องงานค้าขาย ขายของนี่แหละเวิร์คมาก (งานออกแบบต้องทำเป็นงานรอง ไม่คาดหวังว่าจะมาเลี้ยงตัว แต่ต้องทำให้ได้ดี)
ต้องงานขายของสิ ให้มันจบในวันนั้นๆเลย ไม่ต้องคิด ไม่ต้องวิตกต่อเนื่องอย่างงานออกแบบ วิตกจนกว่าบ้านจะเสร็จ
แต่ก็คิดว่าน่าจะสนุกขึ้น เพราะถ้ามีรายได้ตอนฤดูเก็บเกี่ยวเพิ่มมาอีกสักสามสี่หมื่น ก็น่าจะมีความสุข
รับงานออกแบบได้น้อยลง ซึ่งอันนี้น่าจะช่วยให้ลดความกังวลเกี่ยวกับรายได้
และทำงานออกแบบได้มีความสุขมากขึ้น ได้งานที่ดีมากขึ้นเยอะเลยล่ะครับ
จบการบ่นแต่เพียงเท่านี้ 555 :52:
เมื่อไหร่จะกล้าไปทำแบบลุงอ๋าห์มั่งเนี่ย ทั้งๆ ที่เป็นความฝันเลยนะคะ
แต่กลับไปอยู่ต่างจังหวัด คงเที่ยวเยอะไม่ได้แ้ล้วมั้งเนอะ :05:
ตั้งแต่แต่งงานมาสองปีนี่ ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยครับ :3005:
อ๊ะ ได้ไปเที่ยวกะติ๋มที่เชียงคานคืนนึง แบบว่าไปส่งหลานเรียนประจำที่นั่น
แล้วก็คิดว่าหลังสงกรานต์นี้จะพากันไปเที่ยวเมืองกรุง และชายทะเลแถวๆนั้นครับ :3005:
ตั้งแต่มาทำงานอยู่ไทเกอร์ ไม่เคยคิดว่าจะลาออกเลย :56:
โหลุงอ๋าห์ :25:
ผมมีโมเดลในฝันก็คือ ทำงาน ตจว แต่ทำออนไลน์ครับ (อาชีพทุกวันนี้แหละ)
คือถ้าพรุ่งนี้ระเบิดลงกรุงเทพฯ แล้วหนีทันน่ะนะ จะไปอยู่เพชร หรือจันทบุรีก็ได้
เมียสกรีนเสื้อ แม่ยายตัดชุด ตูทำเว็บ เผลอๆ หัดทำฟอนต์ขายบ้าง
นี่มันลงตัวที่สุดในชีวิตแล้ว
แต่เพิ่งมานึกได้ก็ตอนซื้อบ้านไปปีนึงแล้วนี่แหละ มันยกหนีได้ไหมอะ
ผมว่าถ้าลุงอ๋าได้บักเจี้ยมเป็นลูกมือ น่าจะเข้ากันดีนะครับ :37:
เผลอๆ ได้โรงงานสุราอีกกิจการนึง :30:
พี่บวบเล่าเจ๋งดีอะ :25:
ลุงอ๋าาาห์ ไว้เดือนจะขอสัมภาษณ์ลงเว็บมั่งนะคะ ชอบมุมมองถ่ายรูปของลุงอ๋าห์ในอินสตาแกรมอ่า :53: ดูเป็นวิถีไทยๆ ที่มีความสุขๆ
อ้างคำพูดจาก: blackYuri เมื่อ 22 มี.ค. 2012, 00:03 น.
ตั้งแต่มาทำงานอยู่ไทเกอร์ ไม่เคยคิดว่าจะลาออกเลย :56:
จริงๆ ไทเกอร์ดูเป็นองค์กรที่มีฟามสุขนะ :30: หอบกันไปเที่ยว แบ่งปันฟามต่อนไปมา
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 21 มี.ค. 2012, 22:45 น.
ถ้าเป็นตูมีน้องมีนุ่ง หรือแม้แต่ตัวเองก็เหอะ
ถ้าเจอระบบเหี้ยๆ ที่บริษัทเดิม จะบอกกันว่า ไอ้คนที่ออกน่ะ ฝากทิ้งระเบิดไว้หน่อย
คนที่อยู่ข้างหลังจะได้สบาย
- จากแกนนำคณะผีตองเหลือง -
อีเบลอะนะ :30:
คณะผีตองเหลืองกินจนตัวบวม แล้วก็ออก รอที่ใหม่ :59: :59:
อันตรายจริงๆ อีกหน่อยอาจจะมี บ. มาจ้างยกแก๊ง ให้ไปทำลายคู่แข่ง :30:
แผนพี่แอนนี่แผนในฝันเลยนะ ทำงานออนไลน์
นั่งอยู่บ้าน ดูแลพ่อแม่ที่ต่างจังหวัด ค่าครองชีพถูกกว่าเยอะ
ไม่มีสิ่งล่อตาล่อใจด้วย จังหวัดเล็ก
ก่อนนั้นต้องรีบเก่ง ให้เข้า บ.ที่ทำงานออนไลน์เค้ารับ
ไม่ต้องเก่งหรอก เท่านี้บริษัทก็แย่งหาคนกันจะตายอยู่แล้ว
อีพวกทำงานง่ายๆ ที่บ้านวันละสามถึงห้าชั่วโมงไง
ผมก็ไม่เคยเชื่อนะว่ามีจริง จนได้มาลองทำ :56:
อิสระภาพทางการเงิน :56:
วันก่อนพี่อ๋าห์มาอุดร ได้เจอพี่อ๋าห์ไม่ถึงชั่วโมง ว่าจะคุยต่อยาวๆ แต่เวลาไม่เอื้ออำนวยเล้ย
เดี๋ยวต้องหาเวลาไปคาราวะศิษย์พี่ที่สำนักโนนสวรรค์อีกสักครา
รายงานสดจากกรุงโซล เมื่อหัวค่ำเจรจาการค้าไป
คุยไปคุยมาไม่ลงตัวคือทางเกาแม่มหัวหมอจะทำธุรกิจแบบจับเสือมือเปล่่ประเมินตัวเลขเกินจริง
ตีราคาต้นทุนฝั่งตัวเองมาแพงเว่อร์ ทางปาล์มเลยตัดจบเป็นว่าจะไม่ร่วมหุ้นทำธุรกิจ
ทางออกสุดท้ายที่จะให้ได้คือ ถ้าทางเกายังสนใจก็จะขายสูตรอาหาร+know-howแล้วก็จัดเทรนนิ่งเชฟให้ตามสมควร
ถ้านอกเหนือจากนั้นก็จ่ายเงินเพิ่มเป็นครั้งๆไป
เซ็งมากๆก็ไอ้นิสัยสันดานเกาที่ชอบพูดโอ้อวดยกหางตัวเองทำหน้าใหญ่สุดท้ายก็บ่มีไก๊
เขาอาจจะคิดว่่าฝั่งเราเป็นเด็กๆ หลอกง่าย...ขอโทษเถอะ ถึงตูจะอ่อนประสบการณ์ไม่เชี่ยวในโลกธุรกิจแต่ตูก็ไม่โง่ขนาดให้ใครหลอกได้ง่ายๆ
หมั่นไส้อิเกามาก.....มากถึงขั้นว่า เดี๋ยวทำเองตัดหน้าแม่มเลย ไม่เคยกลัวการทำธุรกิจต่างถิ่นต่างแดนอยู่แล้ว
เพราะทุกวันนี้ก็เป็นต่่งด้าวในต่างแดน :30:
ตัดจบกลับมาโหมดวางแผนอนาคต...กำลังลองขานของออนไลน์ ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ :27:
http://www.facebook.com/pages/ILoveshopping/233420403422621 (http://www.facebook.com/pages/ILoveshopping/233420403422621)
(https://lh4.googleusercontent.com/-lP4PIvCtu7k/T3SwP8jzgbI/AAAAAAAAOrk/t_EC_0oLswI/s795/aviary_1332994480082.jpeg)
วันนี้ได้หนังสือพิมพ์แจกฟรีมา ห่อปกด้วยโฆษณานี้ ชอบ :30:
อ้างคำพูดจาก: PalmySyd เมื่อ 30 มี.ค. 2012, 00:32 น.
รายงานสดจากกรุงโซล เมื่อหัวค่ำเจรจาการค้าไป
คุยไปคุยมาไม่ลงตัวคือทางเกาแม่มหัวหมอจะทำธุรกิจแบบจับเสือมือเปล่่ประเมินตัวเลขเกินจริง
ตีราคาต้นทุนฝั่งตัวเองมาแพงเว่อร์ ทางปาล์มเลยตัดจบเป็นว่าจะไม่ร่วมหุ้นทำธุรกิจ
ทางออกสุดท้ายที่จะให้ได้คือ ถ้าทางเกายังสนใจก็จะขายสูตรอาหาร+know-howแล้วก็จัดเทรนนิ่งเชฟให้ตามสมควร
ถ้านอกเหนือจากนั้นก็จ่ายเงินเพิ่มเป็นครั้งๆไป
เซ็งมากๆก็ไอ้นิสัยสันดานเกาที่ชอบพูดโอ้อวดยกหางตัวเองทำหน้าใหญ่สุดท้ายก็บ่มีไก๊
เขาอาจจะคิดว่่าฝั่งเราเป็นเด็กๆ หลอกง่าย...ขอโทษเถอะ ถึงตูจะอ่อนประสบการณ์ไม่เชี่ยวในโลกธุรกิจแต่ตูก็ไม่โง่ขนาดให้ใครหลอกได้ง่ายๆ
หมั่นไส้อิเกามาก.....มากถึงขั้นว่า เดี๋ยวทำเองตัดหน้าแม่มเลย ไม่เคยกลัวการทำธุรกิจต่างถิ่นต่างแดนอยู่แล้ว
เพราะทุกวันนี้ก็เป็นต่่งด้าวในต่างแดน :30:
ตัดจบกลับมาโหมดวางแผนอนาคต...กำลังลองขานของออนไลน์ ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ :27:
http://www.facebook.com/pages/ILoveshopping/233420403422621 (http://www.facebook.com/pages/ILoveshopping/233420403422621)
ทำเองเลยพี่ปาล์ม
เดี๋ยวไปคุมเด็กเสริฟหนุ่มๆให้ที่เกาหลี :56:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 30 มี.ค. 2012, 01:56 น.
(https://lh4.googleusercontent.com/-lP4PIvCtu7k/T3SwP8jzgbI/AAAAAAAAOrk/t_EC_0oLswI/s795/aviary_1332994480082.jpeg)
วันนี้ได้หนังสือพิมพ์แจกฟรีมา ห่อปกด้วยโฆษณานี้ ชอบ :30:
:12: :12:
:like:
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 30 มี.ค. 2012, 07:03 น.
ทำเองเลยพี่ปาล์ม
เดี๋ยวไปคุมเด็กเสริฟหนุ่มๆให้ที่เกาหลี :56:
ก็มีความคิดแว้บมาว่าจะทำเองนะ ขอเวลาทำรีเสิร์ชก่ินยังไม่อยากธุรำิจเจ๊งรอบ2 :30:
หายจากบอร์ดนี้ไปนานมาก (ซึ่งก็หายไปทำงานเนี่่ยล่ะ) เลยไม่รู้จะมาอัพเดทอะไรในชีวิตนอกจากเรื่องงาน :30:
ประเมินออฟฟิศคร่าวๆ
- ขนาด.. พนักงาน 30 กว่าคนและกำลังหาเพิ่มรับเพิ่มเรื่อยๆ
- พนักงาน.. ผู้หญิงเยอะมากกกกกกกกกกก (ราว 3:1) แผนกนึงจะมี 4-6 คน เป็นผู้หญิงเกือบหมดยกทีม
ยกเว้นแผนกที่อรทำมีผู้หญิงสองคน อีกสี่คนเป็นผู้ชาย ผู้ชายส่วนมากในออฟฟิศก็เป็นต่างชาติ
อ่อ.. มีสาวต่างชาติอังกฤษหนึ่งคน (ก็เป็นแฟนกับหนุ่มอังกฤษในออฟฟฟิศนั่นล่ะ)
- งาน.. นั่งหน้าคอมตลอดเวลา ติดต่อประสานงานลูกค้าต่างประเทศ ไม่ได้ใช้ภาษาไทยยกเว้นเวลาคุยกับเพื่อนคนไทย
วันนึงเข้างานเก้าโมงกว่า นั่งทำงานถึงประมาณสาม-สี่ทุ่ม งานครอบคลุมได้ใช้ทั้งภาษาอังกฤษ CSS HTML Wordpress
- อาหารการกิน.. ร้านข้าวย่านประดิพัธน์มีมากมาย อาหารอร่อยอุดมสมบูรณ์ราคาไม่แพง ชอบมาก :25:
เทียบกับช่วงทำงานที่ทองหล่อแล้วนับว่าเก็บเงินจากการประหยัดค่าอาหารได้ในระดับนึงเลย
จริงๆ ข้างออฟฟิศมีโรงอาหารสำหรับพนักงานในตึกเดียวกัน แต่ไม่ค่อยไปเพราะคนเยอะมาก
- แหล่งความเจริญ.. แถวนั้นก็มีบิ๊กซีสะพานควาย, ลา วิลล่า อารีย์, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เมเจอร์รัชโยธิน
แน่นอนว่าสู้ตอนทำงานทองหล่อไม่ได้ แต่ว่าเลิกงานไม่ได้ไปไหนอยู่แล้วเลยไม่เดือดร้อนกับที่เที่ยว :30:
- เดินทาง.. ขับรถเยอะ ตอนเช้าออกจากบ้านเจ็ดโมงครึ่ง ถึงออฟฟิศเก้าโมงกว่า รถติดมาก
เดินทางด้วย BTS ก็ไม่ค่อยสะดวกเพราะออฟฟิศไม่ได้ใกล้ BTS ต้องเดินประมาณ 10-20นาที
- หัวหน้า.. หัวหน้าแผนกอายุไล่ๆ กัน ทำงานที่บริษัทนี้มา 2 ปีเต็ม นิสัยดี ช่วยแนะนำงานตลอด
ส่วนเจ้าของบริษัทเป็นคนอเมริกัน เคยทำงานไมโครซอฟท์สิบกว่าปี แต่ตลก คุยง่าย
- กิจกรรม.. ทุกเดือนจะมี "สบาย-สบาย เดย์" คือประชุมประจำเดือย แล้วเลี้ยงข้าว เลี้ยงเหล้าเบียร์ที่ออฟฟิศ
ในออฟฟิศมี Kinect เอาไว้เล่นเกมเต้นกับ Halo 3 อะไรด้วยล่ะ เลิกงานอยากเล่นก็มาเปิดเล่นได้ตามสะดวก :25:
- วันหยุด... มีวันลาหยุดได้ปีละ 10 วัน และสะสมวันหยุดไว้ใช้ได้อีก 5 วัน (ด้วยการทำงานในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดราชการ)
เหมาะสำหรับคนที่ไม่รู้จะหยุดอยู่บ้านทำอะไรแบบเรามาก วันแรงงานไปทำงานก็ไว้ลาหยุดวันอื่นได้อะไรแบบนั้น
โดยรวมๆ สองเดือนที่ทำงานมายังโอเคกับงานอยู่
แต่โดนคนที่ออฟฟิศพูดแซะกับรุ่นน้องอีกคนนิดหน่อย
ไม่ได้สนใจหรือคิดอะไรหรอก แต่จำนะ :30:
เล่าสั้นๆ คือ อรจะชอบอยู่ออฟฟิศดึก เพราะรู้สึกทำงานได้ดีกว่าเอากลับมาทำที่บ้าน
จริงๆ มีเพื่อนอีกคนอยู่ดึกด้วยกันอยู่แล้ว แต่น้องคนที่ทำแผนกเดียวกันพอเห็นว่ามีคนอยู่ดึกด้วย
เค้าก็เลยมาร่วมแก๊งทำงานถึงสามสี่ทุ่มด้วยกัน... ซึ่งก็ไม่น่าจะเป็นประเด็นอะไร
แต่มีคนในออฟฟิศอีกคนห่วงน้อง ก็เลยไปบอกว่า ไม่ต้องพยายามเป็นฮีโร่เหมือน *เพื่อนอีกคน* กับหนูอรเลย
คนที่เค้าทำงานดีเค้าควรทำงานเสร็จใน 8 ชั่วโมง ไม่ใช่มาอยู่ออฟฟิศจนดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้อะไรประมาณนั้น
เราก็บอกน้องเค้าแค่ว่า เออ ก็อย่าไปคิดอะไร วิธีการทำงานคนมันไม่เหมือนกัน ทำที่เราอยากทำ ไม่ขัดกฎพอ
เอ้อ เจอพี่เม่นมาคุยที่บริษัทด้วย โลกกลมมากอ้ะ :25:
ประชุมประจำเดือยนี่อะไรคับ :07:
:30: :30: :30:
Happy กับงานก็ โอเคแล้วหนูอร :25:
อยากได้อาหารราคาไม่แพงแถวที่ทำงานบ้าง แถวการไฟฟ้า ชลบุรี 40-50 ตลอดเลย :05:
:30: :30: :30:
เลิกสี่ทุ่ม
กลับถึงบ้านกี่โมงอ่ะคะ :55:
อ้างคำพูดจาก: เอาญาติเข้มข้น เมื่อ 12 พ.ค. 2012, 21:19 น.
ประชุมประจำเดือยนี่อะไรคับ :07:
:30: :30: :30:
สบายๆ เดย์ + ประชุมประจำเดือย.. เลี้ยงเหล้าเบียร์ด้วย.. อืมๆๆ :47:
เค้าพิมพ์ผิดดดดดดดดดดดดดดดด.... เดือนสิคะ เดือน :05:
:30: :30:
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 12 พ.ค. 2012, 22:27 น.
เลิกสี่ทุ่ม
กลับถึงบ้านกี่โมงอ่ะคะ :55:
:30: :30: :30:
ถ้าออกสามทุ่มสี่ทุ่มขับรถชิวๆไม่เกิน 45 นาทีก็ถึงบ้านแล้วล่ะ
แต่ถ้าออกห้าโมงถึงทุ่มกว่า ก็ขับซักชั่วโมงกว่าสองชั่วโมงอะไรงั้น
เลยคิดว่าเอาเวลานั่งทำงานแล้วเข้าออฟฟิศตอนเช้าไม่ตรู่ แล้วทำงานชิวๆ หน่อยดีกว่า :30:
ชื่อบริษัทอะไรน่ะ พี่เม่นไปคุยด้วย :25:
ที่จริงเราทำงานใกล้กันมากเลยนะ แก๊งสามย่านก็อยู่แถวนั้นแหละ
ข้อดีของโซนนั้นคืออาหารเยอะฉิบหาย :30:
ไม่นับเรื่องร้านการ์ตูนมือสอง กับโรงหนังโป๊นะ
โรงหนังโป๊ที่ไม่มีใครไปเพื่อดูหนังกันแล้วน่ะนะ :30:
เดี๋ยวนี้ยังมีโรงหนังโป๊กันอยู่อีกเหรอ :06:
ไปดูกัน :56:
ดูหนังสดดีกว่า :56:
ป่ะ วันไหนดี จะได้ถือโอกาสไปทัศนศึกษา :51:
ด้วยๆ :51:
ก็บอกว่าไม่มีใครเขาเข้าไปเพื่อดูหนังกันแล้ว :30:
http://www.manager.co.th/daily/viewnews.aspx?NewsID=9550000056359 (http://www.manager.co.th/daily/viewnews.aspx?NewsID=9550000056359)
อะเจอละ
อ้างอิง"พี่ชอบแบบน้องนี่แหละ"
:56:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 13 พ.ค. 2012, 01:14 น.
ชื่อบริษัทอะไรน่ะ พี่เม่นไปคุยด้วย :25:
ที่จริงเราทำงานใกล้กันมากเลยนะ แก๊งสามย่านก็อยู่แถวนั้นแหละ
ข้อดีของโซนนั้นคืออาหารเยอะฉิบหาย :30:
Pronto Marketing ค่ะพี่แอน
บัดนี้เราร่วมแก๊งค์ฟู้ดกันได้แล้วนะ :30:
SpokeDark.TV ประกาศรับสมัครงาน นะฮ้าว์ฟ! VDO Editor 2 ตำแหน่ง Graphic Designer 2 ตำแหน่ง Web Developer 2 ตำแหน่ง Web Content Editor 2 ตำแหน่ง Producer 2 ตำแหน่ง ส่ง email สมัครงาน + resume+รูปถ่าย+ผลงาน+พร้อมระบุเงินเดือนที่ต้องการ มาที่ http://spokedarktv.jobs/ (http://spokedarktv.jobs/) @gmail.com
อัพเดทชีวิต :37:
หลังจากที่คราวก่อนๆนู๊น บ่นไว้มากเรื่อง โดนลดวันทำงานมั่งล่ะ คนอื่นทำมากกว่าเรามั่งล่ะ รายได้ไม่พอรายจ่ายมั่งล่ะ
คราวนี้งานเข้าค่ะ :3005:
2 อาทิตย์ติดแล้วที่อิ่มทำงานแบบแทบไม่ได้หยุด
ปกติอิ่มทำงาน 3 วันโดยเฉลี่ย ต่อ อาทิตย์
คราวนี้กลายเป็นอิ่มโดนทำ 5 วัน:3005:
คือหยุดเฉพาะวันพฤหัส กับ กับอาทิตย์
แถมเข้างานเร็วอีกตะหาก
และยังมีวี่แววว่าจะโดนหนักแบบนี้ไปอีกซักพัก เพราะ พี่ที่ทำฟูลทามเค้าลาไปเที่ยวเดือนนึง
เพื่อนที่ทำด้วยกันไปแลกเปลี่ยนที่อินโดนีเซียสามอาทิตย์
เพื่อนออสซี่อีกคนลาออก
แล้วคนที่ทำพอได้ ถึง คล่อง ก็มีอยู่แค่ 2-3 คน รวมอิ่มด้วยนะ
(หมายถึงภาษาได้ ฟังรู้เรื่อง รู้ระบบ)
แล้วนี่ก็ช่วงเกือบสุดท้ายแล้วกับทีสิสที่ต้องปั่นให้เสร็จ
กลายเป็นต้องตื่นมาปั่นงาน ไปทำงาน กลับมาปั่นต่อ
วันหยุดเอาไว้ซักผ้า เก็บห้อง ซื้อของเข้าบ้าน (ซึ่งก็เหนื่อยพอกัน)
แล้ววันศุกร์หน้าเพื่อนอิ่มเค้าจะบินมาหาที่บริสเบน
อิ่มก็ทำท่าจะขอลางานวันศุกร์
แต่บอสรีบบอกก่อนเลยว่า "อิ่ม ช่วงนี้คนขาด แล้วก็มีบุคกิ้งเยอะมาก เป็นไปได้ขอให้อยู่ช่วยจนถึงทีสุดได้ไม๊?"
:3005:
พูดไม่ออกเลย
เอาวะ ถือว่าเก็บตังค์ๆล่ะกัน :05:
ตอนนี้อิ่มทำงานได้กี่ชั่วโมงตามกฎหมายนะ :09:
ถ้าโดนโฮมออฟฟิศบุกเข้ามาตรวจ จะไม่เป็นไรใช่ไหม
โดนจับส่งกลับตอนนี้นี่งานเข้าของจริงเลยนะ
ไหนจะเรียนไม่จบ ไหนจะโดนแบล็คลิสต์ :59:
ลาออก ปั่นทีสิสให้เสร็จ จบ กลับบ้าน
ถ้าคิดว่าชัวร์อ่ะนะ
อิ่มทำงานได้ 40 ชั่วโมงค่ะ :40:
วันนึงทำ 3ชั่วโมงครึ่ง โดยเฉลี่ย (บางทีก็ 3 บางทีก็ 4 ส่วนใหญ่ 3.30 )
ต่อให้ทำทุกวันก็ไม่ถึงชั่วโมงที่กำหนด
ถ้าจะโดนจับก็คงมีอยู่เรื่องเดียวคือ ไม่มีใบ RSL (ใบเสริฟเหล้า)
ไม่โดนจับหรอก แต่โดนปรับอ่ะ
ว่าจะสอบเหมือนกันนะ แต่ช่วงนี้ยุ่งมากเลย :05:
ดีจัง ให้นักเรียนทำงานตั้ง 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
แถวนี้ให้แค่ 20 ชั่วโมง ถ้าเป็นนักเรียนมหาลัย
ถ้าเป็นแค่คอลเลจก็ได้แค่ 10 ชั่วโมง
แต่ถ้าต่ำกว่านั้นก็ทำงานไม่ได้
แต่พี่ได้ยินเพื่อนที่ออสพูดว่าทำได้แค่ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เองนะ :09:
เค้าเพิ่งเปลี่ยนกฎเมื่อไม่กี่เดือนก่อนเองค่ะ
ม. เมลมาบอก
(ดีเนอะ เค้ารู้ว่าอิ่มทำงานเลยเมลหาเฉพาะคนที่ทำงานพิเศษ)
ถึงจะได้แค่20 ทั้งอาทิตย์อิ่มก็ไม่ถึง 20 อยู่ดีอ่ะค่ะ
ทำแทบตายได้แค่ 18 ชั่วโมงครึ่งเอง :40:
ถามเพื่อนมาแล้ว เขาบอกว่า 40 ชั่วโมง นั่นคือต่อ Fortnight น่ะครับ
Fortnight คือ สองอาทิตย์ ก็เฉลี่ย 20 ชั่วโมงต่ออาทิตย์นั่นแล
:30: อิ่มเอ้ย
อ่าว แงงงง :05:
แต่ยังไงก็ไม่ถึงอยู่ดี :30:
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 26 พ.ค. 2012, 21:35 น.
อิ่มทำงานได้ 40 ชั่วโมงค่ะ :40:
วันนึงทำ 3ชั่วโมงครึ่ง โดยเฉลี่ย (บางทีก็ 3 บางทีก็ 4 ส่วนใหญ่ 3.30 )
ต่อให้ทำทุกวันก็ไม่ถึงชั่วโมงที่กำหนด
ถ้าจะโดนจับก็คงมีอยู่เรื่องเดียวคือ ไม่มีใบ RSL (ใบเสริฟเหล้า)
ไม่โดนจับหรอก แต่โดนปรับอ่ะ
ว่าจะสอบเหมือนกันนะ แต่ช่วงนี้ยุ่งมากเลย :05:
ใบ RSA :37:
ทำงานวันละ3-4ชม.นี่น้อยมากเลยนะ
มาร้านพี่สิ ชิฟนึงล่อไป6-7ชม. เข้ากะเช้า-เย็นก็ซัดไป12-14ชม. :30:
ชิวๆ :59:
:25: ล่อ6-7 ชั่วโมงเลยเหรอ เค้าลาออกแบ็งค์ ขอวิซ่าออสพรุ่งนี้เลยนะ
อ้างคำพูดจาก: เอาญาติเข้มข้น เมื่อ 27 พ.ค. 2012, 19:32 น.
:25: ล่อ6-7 ชั่วโมงเลยเหรอ เค้าลาออกแบ็งค์ ขอวิซ่าออสพรุ่งนี้เลยนะ
ผู้ชายหล่อๆ ล่ำๆ ทั้งนั้นเลยนะ ที่เขาไปขุดทองกัน :47:
คิดตามพี่ณตว่าถลอกโดนล่อ :30:
:01a:
เจอปีเตอร์แน่ :30: คิดว่าดีก็ทำไป
เออใช่ RSA
RSL มันผับแถวนี้ :30:
ไว้หลังทีสิสก่อนเถอะ จะเก็บตังค์คืนแม่ให้ได้เลย :07:
ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาได้เงินเข้าบัญชีหมื่นนิดๆ
เงินจาก 2 งานแรกในเส้นทางชีวิตของการเรียน com sci :30:
ภูมิใจอะ หมื่นแรกที่หาเองได้
แต่มันคงไม่ได้อยู่กับมิ้นนานหรอก ต้องเอาไปจ่ายมาม๊าค่า macbook pro :30:
โลกของการหาเงินมันเป็นแบบนี้แหละ :3005:
เก็บความภูมิใจไว้ แล้วก็หาใหม่งานต่อไป :12:
โดยการขอหม่าม๊าซื้อ new ipad
ทำงานอยู่ฮับ :05a:
ยังเป็นหนี้ค่าแมคอยู่ ขออะไรใหม่คงยาก :05a:
อ้าวแล้วนานาไม่ว่าเหรอ
:59:
:30b:
จังหวะนี่นะ :30:
:30:
เช่าหรือซื้อขาดอ้ะ :30:
ใช้ชีวิตอิสระมานาน รับถ่ายรูปเล็กๆ น้อยๆ มีเงินพอกินไปวันๆ มานาน
จันทร์นี้มีนัดสัมภาษณ์งานที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง รู้สึกยังปรับตัวปรับใจไม่ค่อยได้ :16:
โรงเรียนอยู่ต่างอำเภอ ต้องขับรถไปกลับ ๓๐กิโลฯ ต้องไปทำงานแต่เช้า เลิกงานเย็น หยุดเสาร์-อาทิตย์
นี่มันขัดกับชีิวิตปัจจุบันโดยสิ้นเชิง :3005:
จริงๆ ทำงานเช้า เลิกเย็นนี่ไม่เท่าไหร่ แต่วันหยุดสัปดาห์ละ ๒วัน เวลาส่วนตัวหายไป ๓๐๐% :0705:
ชีวิตทำงานมันเป็นอย่างนี้เองสินะ สินะ :05a:
แพลนเที่ยวเมืองคอน ๑๕วัน เดือนหน้านี้ ก็ต้องแห้วไปสินะ สินะ :05a:
:12: ลองดูก่อนครับ บางอย่างอาจจะไม่เลวร้ายอย่างมี่เราสร้างมโนภาพขึ้นมา ก็เป็นได้
ไปเป็นคุณครูหรือครับ ??
ตูไปกลับวันละ 60 กิโล(กรุงเทพด้วยนะ)
เข้างานไม่ว่า เลิกงาน 6 โมงเย็น บางอาทิตย์ไม่ได้หยุด
เจ้าหน้าที่อะไรสักอย่าง เค้าว่าเป็นโครงการ Education Hub
ไป Search ใน Google ดูก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเลยว่ามันต้องทำอะไร :58:
ไป ๓๐กิโลฯ กลับอีก ๓๐กิโลฯ อย่างน้อยก็ต้องเผื่อเวลาเดินทาง ๔๕นาที โอย :05:
ตูไปส่งและไปรับเมียทุกเช้าและทุกเย็น หกสิบโล :25:
:05:
ที่สำคัญคือ พ่อไม่ยอมติดแก๊ซครับ :05:
สัมภาษณ์ให้ได้ก่อน ชีวิตการทำงานประจำมันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นนะ
เพียงแต่มันอาจจะเหมาะหรือไม่เหมาะกับใครเท่านั้นเอง
สำหรับพี่พี่ชอบนะ ชีวิตมันแพลนได้ระดับหนึ่งเลยอะ แล้วไม่ต้องเครียดเรื่องการหางานเหมือนฟรีแลนซ์
คืองานมันวิ่งมาหาเราทุกวัน วันละเยอะๆ เพียงแต่เราได้เงินเท่าเดิมทุกเดือนแค่นั้นเอง
ชอบเหมือนกัน รู้ได้เลยว่าไงเสาร์อาทิตย์ ข้าราชการที่ไหนเขาก็ไม่ทำงานกัน :30:
ไปกลับร้อยกิโล เติมน้ำมันเอา สบ๊าย :05:
เดี๋ยวนะ หยุดแค่เสาร์อาทิตย์ แล้วมันแปลกยังไงฟะ :30:
ยังไงอาทิตย์หน้าพาเที่ยวสปีดด้วย :37:
คิดในแง่ดี อาจจะไปเจอคุณครูสาวในอุดมคติ หรือ รักแท้ ที่นั่นก็ได้นะ :53:
อาจเจอเด็กเอ๊าะๆ ขบเผลอะๆ :56:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 08 มิ.ย. 2012, 13:24 น.
เดี๋ยวนะ หยุดแค่เสาร์อาทิตย์ แล้วมันแปลกยังไงฟะ :30:
ยังไงอาทิตย์หน้าพาเที่ยวสปีดด้วย :37:
ฟรีแลนซ์ทุกวันเป็นวันทำงาน และทุกวันก็เป็นวันหยุดด้วย
คืนศุกร์ หรือคืนเสาร์ได้ คืนวันอาทิตย์เดี๋ยวตื่นไปทำงานไม่ไหว :59:
อย่าไปรังแกเด็กล่ะ :58:
อัพบ้าง
ตอนนี้ทีสิสอิ่มเสร็จไปแล้ว 4บท เหลือบทสุดท้าย แล้วก็เสร็จ
แต่ตอนนี้งานงอก เพราะอ. ไม่รู้เห็นอะไรในตัว
หรือเป็นความสามารถซ่อนเร้นที่เจ้าตัวยังไม่รู้เลย
ในวันที่ 18 นี่อิ่มต้องเอาทีสิสไปแข่งกับพวก Phd เค้าน่ะค่ะ
แข่งพรีเซนเป็นเรื่องเป็นราวเลย
วันนี้ไปนั่งคุยกับอ. มา เค้าแบบมั่นใจในตัวอิ่มมากเลยนะ
ในขณะที่เจ้าตัวสติแตกไปแล้ว
ถึงจะเป็นพรีเซนคู่ (คู่อ.น่ะแหล่ะ) แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
อ.พูดมาว่า อยากให้พิสูจน์ตัวเองว่าเรามีความสามารถมากพอ
แค่ภาษาไม่แข่งแรง ไม่ใช่ว่าเราจะไร้ประโยชน์
เพราะเค้าเห็นว่า ทีสิสอิ่มน่าสนใจมาก ผลที่ได้ก็แบบเกินคาด
แค่ภาษาที่ต้องแก้เท่านั้น
อ. บอกว่าเรื่องอิ่มเรียนป.โทนี่เป็นวาระใหญ่เลยนะ
ถ้าเราประสบความสำเร็จครั้งนี้ม.ต้องทบทวนตัวเองแล้วล่ะว่าบุคลากรออสซี่ใจแคบแค่ไหน
อ.แบบพูดให้ฮึดมาก
ยังไม่พอเอานร.คนอื่นมายุต่ออีก
ปกติอิ่มยุง่ายนะ แต่คราวนี้ไม่ค่อยไหวอ่ะ
ห่อเหี่ยวเลย กลัว เกลียดการพรีเซนมาก
แล้วยิ่งต้องพรีเซนต่อหน้าคนที่แอนตี้เรา แถมเป็นตัวแทนเด็กกระเหรี่ยงงี้
พลาดไม่ได้เลย
ทั้งเครียด ทั้งเพลีย :05:
ถามเผื่อไว้ก่อนนะ
ถ้าเกิดผิดพลาดอะไรนี่ เราเสียหายหรือได้ผลกระทบอะไรไม่ดีป่าวอิ่ม
มองในมุมกลับ
เกิดเราทำได้ เราแจ้งเกิดเลยนะ อาจารย์ก็แจ้งเกิดไปด้วย :25:
หมีเล็กซู่ๆ :07:
ร้องเพลงฉ่อยโชว์เลย
ใครว่าเป็นครูแล้วให้หยุดเสาร์อาทิตย์ หึ :58:
หยุดยาวสามวันที่ผ่านมายังต้องไปอบรมเลย :59: ไม่รวมงานเอกสารบ้าบอคอแตกที่มาทุกเทศกาลอีก
แต่ถ้าช่วงไหนว่าง มันก็ว๊างว่างจริงๆ นะ :56:
ไม่ได้เป็นครูครับ
เห็นว่างานเกี่ยวกับ Education Hub อะไรนี่แหล่ะ
Search ดูแล้วก็ไม่รู้ว่ามันต้องทำเกี่ยวกับอะไร :58:
เอ็มอยู่ไหนนะ สุรินทร์ป่ะ
ทำโรงเรียนนำร่องเอ็ดดูเคชั่นฮับเหรอ
อ้างคำพูดจาก: เอ็มิ้ม เมื่อ 08 มิ.ย. 2012, 13:53 น.
ฟรีแลนซ์ทุกวันเป็นวันทำงาน และทุกวันก็เป็นวันหยุดด้วย
คืนศุกร์ หรือคืนเสาร์ได้ คืนวันอาทิตย์เดี๋ยวตื่นไปทำงานไม่ไหว :59:
คืนจันทร์ล่ะ จันทร์หน้าเนี้ยแหละ
สะเรน สปีดนี่ไปหมดละ สปีดนี่เข้าไปปเดินเซอร์เวย์แป็บเดียว
ร้านสกาตรงข้ามสะเรนไม่กล้าเข้า หรืออื่นๆแล้วแต่จะจัด :37:
ได้แค่คืนศุกร์ กับคืนเสาร์ :05:
ร้าน Jahbar Reggae House หน้าสะเร็นนี่ถิ่นผมเลย เป็นร้านที่สิงสถิตอยู่ถึงเช้าประจำ :52:
อ้างคำพูดจาก: psyfer เมื่อ 08 มิ.ย. 2012, 18:40 น.
เอ็มอยู่ไหนนะ สุรินทร์ป่ะ
ทำโรงเรียนนำร่องเอ็ดดูเคชั่นฮับเหรอ
สุรินทร์ครับ ผมยังสงสัยกับ Education Hub อยู่เลย
ในรายชื่อโรงเรียนนำร่องก็ไม่เห็นมีสุรินทร์นะ ถ้ามีก็น่าจะเป็นโรงเรียนในเมืองมากกว่ามั้ย?
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 08 มิ.ย. 2012, 14:49 น.
ถามเผื่อไว้ก่อนนะ
ถ้าเกิดผิดพลาดอะไรนี่ เราเสียหายหรือได้ผลกระทบอะไรไม่ดีป่าวอิ่ม
มองในมุมกลับ
เกิดเราทำได้ เราแจ้งเกิดเลยนะ อาจารย์ก็แจ้งเกิดไปด้วย :25:
ไม่มีค่ะ
ทำไม่ได้ก็เสมอตัว เพราะไม่เกี่ยวกับว่าทีสิสจะผ่านไม่ผ่าน
อาจจะโดนแซะเฉยๆว่า "บอกแล้วว่า ยัยนี่มันทำไมได้" อะไรแบบนี้อ่ะค่ะ
ไปเจอใน 9GAG in Thai
(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc6/7946_265333880237839_1258538267_n.jpg)
ตอนนี้ผมคงอยู่ตรงกลาง ยังงงอยู่ว่าจะต้องทำยังไง แต่ก็จะลองทำดู
อ้างคำพูดจาก: เอ็มิ้ม เมื่อ 08 มิ.ย. 2012, 17:58 น.
ไม่ได้เป็นครูครับ
เห็นว่างานเกี่ยวกับ Education Hub อะไรนี่แหล่ะ
Search ดูแล้วก็ไม่รู้ว่ามันต้องทำเกี่ยวกับอะไร :58:
รับโทรศัพท์ เดินหนังสือ ส่งแฟกซ์ ถ่ายเอกสาร
:56: เค้าพูดเล่น ไม่รู้เหมือนกัน :37:
อย่างกับเด็กฝึกงาน :30:
ช่วงนี้สับสนมาก ระบายไปทั่ว เพื่อนๆ โดนกันถ้วนหน้า :30a:
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 08 มิ.ย. 2012, 14:45 น.
แล้วยิ่งต้องพรีเซนต่อหน้าคนที่แอนตี้เรา แถมเป็นตัวแทนเด็กกระเหรี่ยงงี้
พลาดไม่ได้เลย
ทั้งเครียด ทั้งเพลีย :05:
อารมณ์นี้เดจาวูมาก :05:
สู้ๆ นะพี่อิ่ม เอาให้พวกนั้นหน้าหงายไปเลย
อ้างคำพูดจาก: psyfer เมื่อ 08 มิ.ย. 2012, 18:40 น.
เอ็มอยู่ไหนนะ สุรินทร์ป่ะ
ทำโรงเรียนนำร่องเอ็ดดูเคชั่นฮับเหรอ
มีงัฟ :27:
เปิืด 14 โรงเรียนมีสุรินทร์ด่วย
โรงเรียนปราสาท หรือประสาท อะไรสักอย่าง เนี่ยแหละ
ปราสาทวิทยาคาร (ปวค) งั้นใช่แหล่ะ จันทร์นี้เดี๋ยวคงรู้
ว่าแต่มันทำเกี่ยวกับอะไรอ่ะ :09: จะได้เตรียมตัวไว้ก่อน
นำร่องก็น่าจะอาเซียนปะ
วันนี้ได้รับสายด่วนแต่เช้าว่ามีปัญหาภายใน (ระดับ ผอ)
ให้เลื่อนการรายงานตัวไปก่อน แล้วจะติดต่อกลับมาอีกที
พี่เก้อ วันจันทร์พร้อมครับ :37:
วันนี้คุยกะเมียเรื่องโครงการเปิดหน้าร้าน (แบบออฟไลน์บ้าง)
รู้สึกอยากทำละ มีไฟละ ขอวางแผน-เก็บตังค์อีกหน่อย
อีกไม่นาน จะได้ทำในสิ่งที่อยากทำมานานซะที :53:
ตอนนี้ย้ายที่ทำงานมาที่ชิคคาโก้เรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้เรียนและทำงานไปด้วย รู้สึกความสนุกในการทำงานลดลงเยอะมาก :05:
อ้อที่นี่เสียภาษีประมาณ30เปอร์เซ็นของเงินเดือน :12:
ยังคงถ่ายรูปอยู่ :59: ชีวิตฮาร์ดคอร์ขึ้นเรื่อยๆ :59:
ถ่ายรูป ทำรูป โปรโมท ด่ากับลูกค้า ดราม่ารายวัน เขียนหนังสือ(ดองข้ามปี :3005:) คิดเรื่องธุรกิจ
ตอนนี้ไปทำให้ www.symbolsofstyle.com (http://www.symbolsofstyle.com) โฆษณาเลยละกัน :59:
ตอนแรกเขาจ้างรายเดือนไปถ่ายร้านอาหาร เซเล็บ(ที่ไม่รู้จักเลยซักคนใครวะ :30:) ก็โอเคเขาให้ ชม.ละ 1000 ต่อมาเว็บจะขยายส่วนขายของ(จริงๆมันทำมาเพื่อเป็น shop ขายของนิแหละ)
เลยโดนเรียกมาถ่าย product แบบโรงงานนรก :59: :59: ตอนนี้ถ่ายสินค้าไปเกือบสองพันชิ้นแล้ว :30:
ตอนแรกมีฝรั่งมาคุม เรื่องเยอะ ละเอียดมาก จนหลังๆฝรั่งแม่งก็ไม่ไหว ไม่มาคุมเลย :30: :30: :30:
ช่วงนี้ก็หนักหน่วงดีครับ ใครว่าเป็นช่างภาพมันสบายฟระ :59: :59:
พูดถึงเรื่องถ่ายรูปนี่แม่ก็เพิ่งบ่นไปว่าช่วงนี้ไม่เห็นออกไปถ่ายรูป
จริงๆ แม่คงทักเพราะเป็นห่วงกลัวไม่มีเงินใช้มากกว่า (ฮา)
ก็เลยบอกแม่ไปว่าตอนนี้คงถ่ายเล่นอย่างเดียวแล้ว เป็นงานอดิเรกอย่างเดียวแล้ว
คือ เริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าเราไม่ได้ชอบอาชีพช่างภาพ เราแค่ชอบถ่ายรูป
อีกอย่างอันนี้ส่วนตัวสุดๆ คือถ่ายเล่นมีอะไรก็ถ่ายได้
แต่ถ่ายงาน เวลาอุปกรณ์มันไม่ถึง มันถ่ายไม่สนุกจริง
ถ้าวันนึงมีเงินพอจะซื้ออุปกรณ์ในระดับที่พอใจได้ก็อาจจะกลับมาถ่ายงานอีกครั้ง
และวันเดียวกันนั้นเพื่อนที่จะแต่งงานก็เพิ่งบอกว่าจะจ้างถ่ายงานแต่ง
ก็บอกไปว่าไม่ได้ถ่ายแล้ว ไม่อุปกรณ์ ไม่ชุดไฟอะไรแล้ว
ยิ่งงานเพื่อนทั้งที ขอใส่ซองแล้วไปนั่งกินนั่งเมาท์กับเพื่อนๆ ดีกว่า
แต่ก็จะหิ้วกล้องไปช่วยเก็บบรรยากาศนิดหน่อยให้
อ้างคำพูดจาก: เอ็มิ้ม เมื่อ 09 มิ.ย. 2012, 19:10 น.
วันนี้ได้รับสายด่วนแต่เช้าว่ามีปัญหาภายใน (ระดับ ผอ)
ให้เลื่อนการรายงานตัวไปก่อน แล้วจะติดต่อกลับมาอีกที
พี่เก้อ วันจันทร์พร้อมครับ :37:
อาจเลื่อนเหมือนกัน เป็นอังคาร เดี๋ยวให้เลขาติดต่อไป
น้อยอย่างมากที่พอทำเป็นงานแล้วจะมีความสุข
(เพราะมันมีปัจจัยภายนอกเยอะจนทำให้งานไม่สนุก)
เพราะฉะนั้น ตูเลยเลือกทำอาชีพสถาปนิก
ส่วนของที่ชอบจริงๆ เช่นวาดรูป ถ่ายรูป ทำเสื้อผ้า ก็จึงเป็นงานอดิเรกไป :30:
นั่นแหล่ะ ตอนนี้คิดงั้นเลย
แต่ก็ยังไม่เจองานที่ใช่ คงต้องลองทำไปเรื่อยๆ
ลองดูตาคนนี้ครับ
www.pantip.com/cafe/silom/topic/B12211171/B12211171.html (http://www.pantip.com/cafe/silom/topic/B12211171/B12211171.html)
เคยได้ยินคำว่า Job Hopper ก็เพิ่งรู้ว่าเป็นแบบนี้นี่เอง
อาจจะเป็นแบบอ๊อดหรือเปล่า :30:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 11 มิ.ย. 2012, 01:20 น.
ลองดูตาคนนี้ครับ
www.pantip.com/cafe/silom/topic/B12211171/B12211171.html (http://www.pantip.com/cafe/silom/topic/B12211171/B12211171.html)
เคยได้ยินคำว่า Job Hopper ก็เพิ่งรู้ว่าเป็นแบบนี้นี่เอง
กรณีของ จขกท.เนี่ย ต้องคนเก่งมากๆเลยนะ ถึงจะทำได้ ลองคนทั่วไปสิ
ที่ไหนจะรับคนเปลี่ยนงานบ่อยๆ :30:
มาที่เรื่องตัวเองบ้าง
อย่างที่เคยบอกไปครั้งนึงแล้วว่า เรื่องเรียนนี่ยังไม่จบ ยังมีค้างอยู่สองสามตัว
แต่โปรเจคทีสิสอะไรเนี่ยจบแล้ว เลยอยากทำงานประจำไปด้วย
ประมาณว่าขอเค้าแว้บมาเรียน มาสอบบ้าง แค่นั้น แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด
เพราะงานกราฟิกเชียงใหม่หายากมากกกก :05:
ไอที่รับก็พวกโรงพิมพ์ งานหนัก เงินน้อยมาก ถ้าทำพวกนี้ สู้กลับมาทำฟรีแลนซ์อย่างเดิมดีกว่า
ล่าสุด เห็นบริษัทที่สนใจเปิดรับสมัคร เลยลองส่งพอร์ทไปดู บริษัทนี้อยู่กรุงเทพฯ
สรุปว่าเขาเรียกสัมภาษณ์ ตอนนี้คือลังเลว่าควรลงไปสัมภาษณ์มั้ย เผื่อเขาจะให้โอกาส
แต่จากการที่ถามคนรอบข้าง มีแต่คนบอกว่า ไม่ต้องไปหรอก ทำฟรีแลนซ์ไป + เรียนให้จบเสียก่อน
แม่ก็บอกให้เรียนจบก่อน แต่ส่วนตัวอยากเก็บเกี่ยวประสบการณ์เยอะๆ เพราะไม่อยากให้เวลาเสียเปล่า
มันตั้งปีนึงแน่ะ ไม่อยากตามหลังเพื่อน เพียงเพราะจบช้า
กลายเป็นว่าตอนนี้เลยคิดหนักเลย
:05:
เรียนให้จบก่อน :30:
แต่ถ้าคิดว่าไปกลับ มาสอบ มาทำงานได้ ไม่ขาดไม่เกิน ก็น่าทำงานคู่กันไปด้วยนะงิ
(แต่ที่เห็น ไม่มีใครรอดซักราย ดึงยาวไป 2-3 ปีทุกคน :47:)
ของพี่ทำงั้นนะ ตอนที่เป้อไปเทอมนึงอะ
ก็หางานประจำทำเลย แล้ววิ่งรอกไปสอบเอา หน้าอาจารย์บางวิชาเป็นไงยังไม่รู้เลย :30:
ก็ได้ตังค์นะ เรียนจบด้วย แต่ทำได้ไม่ดีทั้งสองอย่างทั้งงานและเรียน ดีว่ารอดตัวมาได้ ไม่ลากยาวไปอีก
(ทั้งที่ทำงานและที่เรียนก็อยู่ในกรุงเทพฯ ในระยะไม่ห่างกันมาก คือยังพักหน้าม.เกษตรอยู่ แต่ไปทำงานที่ยศเส)
ความเห็นพี่ว่าถ้าต้องมากรุงเทพฯ จะลำบากอีตอนเดินทางไหมอะปลั๊ก ไกลอะ เงินทั้งนั้น
ค่ารถทัวร์ไปกลับ กทม.-เชียงใหม่ ตีซะพันนึง/ครั้ง
แล้วถ้าเกิดมีงานต้องส่ง มีรายงานหรือการบ้านที่ต้องไปคุยกับอาจารย์ เงินทั้งนั้นกับค่าเดินทาง กับค่าเกี่ยวกับการสื่อสาร
มองแล้ว ทำฟรีแลนซ์+เรียนให้จบก่อน
ทีนี้ออกมาทำงานเต็มตัว น่าจะดีกว่า :27:
ตอนตูเรียนก็ไปช่วยทำทำงานกราฟิกโรงพิมพ์นะ แต่ทำไปเรียนไป ไม่ได้ออก
ตอนนั้นแฮปปี้เลยแหละ คืองานเยอะ (แต่เราชินกับงานเรียนที่เยอะอยู่แล้วไง) แต่เงินก็โอเค
สมัยนั้นได้วันละพันนี่โคตรกรี๊ดเลย เพราะตังค์ที่แบมือขอแม่คือเดือนละสี่พันถ้วน
เรียน+ฟรีแลนซ์ไปก่อนน่าจะดีกว่านะ :27:
ความเห็นส่วนตัว
ต้องถามปลั๊กก่อนว่า ที่ว่าเหลือสองสามตัวเนี่ย
ต้องกินเวลาในแต่ละอาทิตย์มากน้อยแค่ไหน
เพราะถ้าเวลาเหลือในแต่ละอาทิตย์มาก ก็อยากให้ลองทำควบคู่ไป
ถ้าเป็นผม ผมจะลองลงไปสัมภาษณ์ก่อน
โดยที่ผมจะมีเงื่อนไขว่า ผมยังเรียนไม่จบนะ และไม่สามารถให้เวลาทำงานแบบประจำได้
แต่ผมสนใจในบริษัทของพวกพี่ พี่จะมีทางออกให้กับปัญหาตรงนี้ยังไงได้บ้าง
เค้าอาจจะส่งงานชิ้นเล็กๆมาให้เรารับเป็นจ๊อบได้ โดยส่งแก้กันทางอีเมล (สมัยนี้สะดวกจะตาย)
เพื่อทดลองงานเราไปในตัวด้วยก็ได้ เราก็ได้ทั้งงานทำด้วย ได้ศึกษาอิบริษัทนี้ไปด้วย เป็นต้น
อันนี้ผมว่ามันได้เรื่องของคอนเนคชั่นไว้ก่อนด้วยนะ ถ้างานเราเจ๋งจริงใครๆก็ต้องอยากได้ตัวทั้งนั้นแหละ
เรื่องพวกนี้มันเจรจากันได้
แต่อย่าทิ้งเรื่องเรียนเด็ดขาด ยังไงมันก็สำคัญที่สุด
ใช่ๆ :47:
จะยากเย็นยังไง นานแค่ไหน ก็เรียนให้จบเหอะ จะได้ไม่ติดค้างอะไร
ตามที่สองลุงข้างบนบอกเลยฮะ
ไม่กลัวหรอกว่าปลั๊กจะไม่ได้งาน แต่กลัวว่าพอได้งานได้เงิน จะไม่กลับมาเรียนให้จบทั้งๆ ที่เหลือนิดเดียว
คนแบบนี้เห็นมาเยอะแล้ว :37:
แม้เหลือเพียงตัวเดียวก็เรียนให้จบก่อนเถอะครับ :30:
เรียนให้จบดีกว่า เผื่ออนาคตจะต่อยอดด้วยละ
เอ๊ะ.. หลังๆ นี่ออกแนวประเภท "กว่าจะจบ" ทั้งนั้นนะ คนที่มาแนะนำ :30:
ประสบการณ์ตรงกันทั้งนั้น
๕ปี ๖ปี ๗ปี ๘ปี :30:
เรื่องเรียนนานสำหรับคนแถวนี้เป็นเรื่องธรรมดามากๆ :30:
:30:
อ่านของหลายๆคนแล้ว คิดได้ขึ้นเยอะเลยครับ สรุปว่าเรียนให้จบก่อนดีกว่า
แต่งานนี่อยากไปสัมภาษณ์อยู่ จะได้คอนเนคชั่นไว้อย่างที่พี่โอบอก
แต่เทอมนี้มันเรียนตัวเดียว(เรียนวันเดียว วันอังคาร) เทอมหน้าสองตัว(นี่ก็เรียนแค่วันอังคารกับศุกร์)
มันว่างจริงๆนะ แต่ดีหน่อยที่ช่วงนี้มีงานเข้ามาเรื่อยๆ พอดีพี่ที่สนิท ทำ production house
เลยส่งงานมาให้ทำเรื่อยๆ ก็ดีไปอย่าง แต่ไม่พอกิน :05:
ยังไงก็ขอบคุณทุกคนนะครับ ที่ช่วยชี้ทางสว่าง :46:
พี่แอนทำโรงพิมพ์ไหนหน่ะ วันละพันเชียวเหรอ กรี้ด
อยากได้บ้าง หนักแค่ไหนก็ยอมนะ :3005:
โรงพิมพ์ตึกแถวธรรมดาๆ นี่แหละ
เพราะเขาไม่ค่อยมีเทคโนโลยีอะไรด้วยน่ะ สมัยนั้นยังหาอะไรในเน็ตไม่ค่อยได้
ไปถึงก็เอาวิชาที่เรารู้ไปสอนเขาด้วย แล้วก็รับงานจัดหน้าอะไรด้วย
คือถ้าว่างจริงๆขนาดนี้อ่ะ ก็อยากสนับสนุนให้ไปทำ
เพราะสมัยผมเรียน ปี5 มีวิชาลงอาทิตย์นึงแค่สองตัว ผมก็หนีไปทำงานซะฉิบ
แต่ดีตรงที่มันเป็นงานฟรีแลนซ์ ไปไม่ไปก็ได้ อีกอย่างคือมันใกล้เพราะกรุงเทพเหมือนกัน
ใช่ๆๆ กำไรชีวิตจะตาย :12:
ของตูนี่ตอนปี 4 โคตรว่างเลย รับงานเพลิน :30:
ไม่ได้บอกให้ไม่ทำงานนะ
แต่อย่าให้เรื่องงานเป็นหลัก เอาเรียนก่อน ถ้าเกิดต้องเลือก ชม.นี้ขอให้หลีกงานให้เรียนก่อนเท่านั้นเอง :37:
หรือถ้าแบบตูคือมึงไม่เอาเรียนแน่แล้ว ก็เน้นงานมากกว่า :30:
เอาให้จบเหอะ เสียดายค่าเทอม :37:
อย่างน้อย ก็มีใบเกรดตอนจบไว้สมัครงานได้ ก็โอเคแล้ว
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 11 มิ.ย. 2012, 15:27 น.
ไม่ได้บอกให้ไม่ทำงานนะ
แต่อย่าให้เรื่องงานเป็นหลัก เอาเรียนก่อน ถ้าเกิดต้องเลือก ชม.นี้ขอให้หลีกงานให้เรียนก่อนเท่านั้นเอง :37:
ใช่ คิดแบบนี้คือ ไม่ได้ว่าไม่ให้ทำงาน
ลองไปสัมภาษณ์ดูก็ดี แต่ยังไงก็ให้เรื่องเรียนเป็นหลัก ถ้ามันกระทบก็อย่าเพิ่งทำดีกว่า
ยอม ๆ อาจารย์หน่อยเอาให้จบ :47:
เอาให้จบ :47:
ไม่งั้นจะค้างคา
เอาๆ แล้ว อ. ให้จบ?
หรือให้ อ. เอา แล้วจบ?
ก็ทั้งสองอย่าง...
อะไรก๊าน :3005:
แต่ชอบให้อาจารย์เอา แล้วจบมากกว่า :51:
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 11 มิ.ย. 2012, 22:06 น.
อะไรก๊าน :3005:
แต่ชอบให้อาจารย์เอา แล้วจบมากกว่า :51:
:51:
อาจารย์ผู้หญิงนะ
ผู้ชายเสะ :53:
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 11 มิ.ย. 2012, 22:06 น.
อะไรก๊าน :3005:
แต่ชอบให้อาจารย์เอา แล้วจบมากกว่า :51:
:51:
สรุปว่าเอาแบบนี้แหละ :30:
อีพวกนักศึกษาแลกเกรด :27:
อาจจะกลับไปทำงานประจำอีกครั้ง
:58:
ตอนนี้รอเงินเดือนขึ้นของที่นี่ครั้งแรกในรอบปีค่ะ เจ้านายบอกว่าจะให้ครึ่งนึงก่อน
ส่วนอีกครึ่งนึงจะให้ตอนปลายปีพร้อมกับเพื่อน ๆ (ที่จริงก็เลยครบปีมาแล้วนะเดือนกว่าๆ)
ช่วงเดือนที่ผ่านมาก็ทำงานชิลบ้าง รีบบ้าง แต่ก็โอเคดีค่ะ มีผลงานให้เจ้านายชมบ้างเรื่อย ๆ
งานไม่ค่อยยุ่งและกดดันเหมือนตอนครึ่งปีแรก ๆ ละ แค่นี้ก็พอใจ
:40:
ทำข้าราชการเงินมันน้อย แต่ประหยัดมันก็อยู่ได้
ภายใต้เงื่อนไข ห้ามซ่อมรถ ห้ามป่วย
เลยพยายามหาจ๊อบพิเศษ จะได้มีเงินกินเงินใช้ให้สบายบ้าง
อยากมีเงินเก็บจากการทำงาน ทุกวันนี้ตูต้องเอาเงินเก็บมาหาหมอ มาซ่อมรถ :59:
จะไปช่วยที่สปา ตูก็งัดข้อกับศีลธรรมในตัวเอง จนขอไม่ยุ่งดีกว่า
ขืนรองานฟรีแลนซ์ ตูคงได้อดตายจริงๆแน่
เลยคิดงานโปรเจคไปขายซะเลย รอไม่ไหว ก็ต้องเอาไปเสนอล่ะวะ
ปล.ตูกำลังได้ขั้นพิเศษจากผลงาน .. แต่มันจะพอยาไส้อะไรวะ
ราชการเบี้ยน้อย หอยน้อย จริง :16:
โอ้ว ส้มไม่นวดกระปู่แล้วเหรอ เออดีๆ
อยากอ่านการปะทะกันทางความคิดจัง :25:
นี่นังแอน ตูก็ไม่เคยนวดกะปู๋นะ พิมพ์ให้มันดีๆเซ่ คนอื่นเข้าใจผิดกันหมด :07:
ส่วนเรื่องปะทะความคิดอะไรนั่น มันก็ไม่มีอะไรตูคิดง่ายๆ
ถึงแม้มันเป็นธุรกิจที่เงินมันมากมายก็จริง
แต่ถ้าขึ้นชื่อได้ว่าชั่วแล้ว ก็อย่าทำมันซะจะดีกว่า
ก็ปล่อยให้เป็นธุรกิจของแฟนไป ตูก็ไม่ยุ่ง
แต่ก็ไม่ขัดให้ใครลำบากใจ
ปล.กูอยากมีงานพิเศษ กูจะอดตายแล้ว :59:
ทีก่อนหน้านี้บอกว่าไปทำงานขายนมยังไม่เห็นว่าอะไรเลย :30:
ก็มันไม่เหมือนกันนี่หว่า :50:
ทำไมคิดว่าเปิดร้านนวดปู๋เป็นเรื่องชั่วช้าด้วยอะ ไม่คิดว่าได้บุญ ช่วยคนถึงสวรรค์ล่ะ :30:
ตูว่าถ้าไม่ได้ไปขืนใจมาทำ หรือปล่อยให้เด็กมาทำ (น่าจะขายดีเนอะ :51:) มันก็วินๆ อะ :47:
//ขอเบิ้ลละกัน :47:
สัปดาห์ หรือสองสัปดาห์ก่อน ได้รับการทาบทามจากพี่เจ (ผ่านมาทาง โบซ ซึ)
พี่เจเป็น บก.บห. ของอัมรินทร์ ดูแลนิตยสารเกี่ยวกับบ้านทั้งหมด (เคยพูดถึงตอนไปสัมภาษณ์งานที่บ้านและสวน)
ว่าสนใจอยากทำรายการทีวีมั้ย เหมือนจะมีโอกาสที่จะได้เวลาหรือได้ช่อง (ไม่แน่ใจ) ในเคเบิ้ลของ GMM และกำลังมองหาทีมทำงาน
ก็ตอบเขาไปเหมือนเดิม เหมือนที่เขาเคยชวนไปเป็นกองบก.นั่นแหละ ว่าผมอยากทำจริงๆ แต่ผมไม่ออกจากงานได้มั้ย?
ทุกทีก็เหมือนเขาก็จะถอยกลับไปนะ แต่คราวนี้เขาบอกว่ามาคุยดูก่อนมั้ย (แน่นอนว่าผมยินดีอย่างมาก)
ถ้าทุกอย่างลงตัว และเขารับได้เรื่องเงื่อนไขเวลาของผม คือขอว่างานประจำเป็นหลัก และถ้าเกิดมีนัดก็ขอว่าต้องแจ้งล่วงหน้าประมาณนึง เพื่อผมจะได้จัดเวลาได้
จริงๆ แล้วยังไม่รู้ว่าเขาจะชวนไปทำอะไร ในตำแหน่งแบบไหนเลยด้วยซ้ำ แต่อยากทำ :30:
วันนี้นัดเข้าไปคุยแล้ว ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะมาเล่าให้ฟัง :27:
ปล. เกริ่นๆ ไว้กับทางมาร์คแล้ว เขาก็โอเค เยี่ยมไปเลยเจ้านายคนนี้ :53:
จะพูดเรื่องชั่วช้าล่ะก็ กิจการเก่าของครอบครัวตูมันจะเรียกว่าอะไรวะ
แค่ไม่ไปร่วมบริหารเท่านั้นเอง
แต่ตูมีบัตรลดแจกนะ :47:
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 29 มิ.ย. 2012, 14:07 น.
จะพูดเรื่องชั่วช้าล่ะก็ กิจการเก่าของครอบครัวตูมันจะเรียกว่าอะไรวะ
แค่ไม่ไปร่วมบริหารเท่านั้นเอง
แต่ตูมีบัตรลดแจกนะ :47:
อันนี้แหละ อันนี้แหละ :47a:
เมื่อวานเงินเดือนออก หลังจากทำงานมาครึ่งเดือน
ที่ทำงานใหม่ถือว่าดีและโอเคเลย
งานเบากว่าที่ทำงานเก่าแบบเห็นได้ชัด สัปดาห์นึงทำงานตามตารางแค่56ชั่วโมง(แต่ลองนับแล้วต้องมาทำงานประมาณ60ชั่วโมง) มีวันหยุดให้สองวัน เทียบกับที่เก่าแล้วทำงานตามตารางราวสัปดาห์ละ80ชั่วโมง (ส่วนจริงๆอาจมากกว่านั้น แล้วแต่)
ตอนเปิดบัญชีผมให้เงินเค้าไป500บาทไปเปิดบัญชี
พอกดดู เงินที่ได้เป็นเงินครึ่งเดือน
จำนวน
จำนวนมากกว่าเงินที่ผมมีในบัญชีในตลอดสามปีที่ผ่านมา :55:
ตรูรู้แล้วทำไมหมอสมองไหล
:07: :07:
:59:
:55:
:46: อย่าว่างั้นงี้เลยนะ ผมเชียร์หมอแมวให้มาทางนี้แหละครับ
ผมว่าจริงๆหมอควรได้ประมาณนี้เป็นพื้นฐานนะ
สภาพจิตจะได้ดีๆ เคียดมากเดี๋ยวผ่าผิดผ่าถูกอีก :59:
:25: หมอแมวจะได้มีเวลาปั่นบอร์ดแว้ว
หมอแมวจะมีลูกแล้ว :25:
:25: หมอแมวอยู่โรงบาลไหนคะ
ยันฮีครับ :25:
:25:
:25:
ได้ทำรูหรือยังครับ :25:
เพื่อผมที่ทำรูมาแล้วเคยเล่า โห อัศจรรย์มาก
รับทำยันฮี :25:
ปล. ค่าตอบแทนต่างกัน 72 เท่าเนี่ยนะ :59:
:25: :25:
โอ้ว ฟอนต์กลับมา ยังอยู่ที่ รูยันฮี อยู่เลย :30:
เหยด :59: :59:
โรงบาลนี้ ผู้หญิงจุกนะ
ทำไมครับ
โรงบาล ยันฮี ครับ :37:
สวย ยันฮี ต่างหากครับ
ยันฮี เขาก็เจ็บสิ
:01a:
เห็นว่าเดือนหน้าไฟฟ้าจะเปิดสอบ
ใช่พี่ออยทำอยู่ไฟฟ้ารึเปล่า?
ทำอยู่การไฟฟ้าครับ แต่เป็นภูมิภาคนะ ถ้าอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล เป็นนครหลวง
เงินดีสุด ต้อง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตจ้า :27:
ส่วนเรื่องเปิดสอบ อันนี้ไม่รู้เลย :44:
ของภูมิภาคครับ
ที่พี่ทำการไฟฟ้าบอกปีนี้เออลี่กันเยอะ เลยเปิดสอบรับหลายตำแหน่งกระจ่ายไปตามจังหวัดต่างๆ ที่มีการเออลี่ออก
กลับมาทำงานประจำแล้ว
อาชีพทำเว็บและกราฟิกทั่วไป
ระบบงานดี (แบบฝรั่ง คนแค่ 5 คนยังอุตส่าห์ซื้อระบบมาใช้), เงินดี, เข้างานสาย, ใกล้บ้าน, งานสนุก, เจ้านายหล่อ
ยังหาเรื่องลาออกไม่ได้ ก็จะทำไปก่อน จนกว่าจะมีใครมาหลอกไปทำอะไรที่ดีกว่า
เสียอย่างเดียว เจ้านายพูดไทยไม่ได้ แต่ฟังออก ห้ามนินทา :49:
อ้างคำพูดจาก: Pix เมื่อ 05 ก.ค. 2012, 21:15 น.
กลับมาทำงานประจำแล้ว
อาชีพทำเว็บและกราฟิกทั่วไป
ระบบงานดี (แบบฝรั่ง คนแค่ 5 คนยังอุตส่าห์ซื้อระบบมาใช้), เงินดี, เข้างานสาย, ใกล้บ้าน, งานสนุก, เจ้านายหล่อ
ยังหาเรื่องลาออกไม่ได้ ก็จะทำไปก่อน จนกว่าจะมีใครมาหลอกไปทำอะไรที่ดีกว่า
เสียอย่างเดียว เจ้านายพูดไทยไม่ได้ แต่ฟังออก ห้ามนินทา :49:
:04:
//โดนแซง T-T
อ้างคำพูดจาก: IM เมื่อ 05 ก.ค. 2012, 12:16 น.
ของภูมิภาคครับ
ที่พี่ทำการไฟฟ้าบอกปีนี้เออลี่กันเยอะ เลยเปิดสอบรับหลายตำแหน่งกระจ่ายไปตามจังหวัดต่างๆ ที่มีการเออลี่ออก
เรื่อง early นี่จริง ขนาดที่เขตยังมี early กันมากมาย
แหงหล่ะ เป็นตูก็ early นะ ถ้าเงินเดือนตันกันมานานหลายปีแล้ว
พวกนัก... หรือ ผชน. (ผู้ชำนาญการ) ระดับ9-10 ถ้าไม่มีเส้นสาย
ไงก็ขึ้นเป็นระดับฝ่ายหรืออำนวยการยาก ป่านนั้นเงินเดือนตันก็แตะแสนหรือแสนนิดๆแล้ว
มาทำงานแบบชิลๆ เพราะทำดียังไงก็ไม่ได้ปรับเงินเดือน ทำแย่ยังไงก็เงินเดือนเท่าเดิม ทำไงได้ก็เงินเดือนตันแล้ว
มันก็แล้วแต่บางคน บางคนเงินเดือนตันแล้ว แต่ก็ยังอยู่กะจะให้60 ถ้าสุขภาพดี ไม่มีไรทำ ก็ทนอยู่ไป ชิล ชิล
แต่ถ้าบางคนเพิ่งอายุ 55 มีที่ทางว่าจะทำธุรกิจที่อยากทำ หรือต่อยอดได้
มันก็คุ้มกับการ early เพราะได้เงินเดือน early 60 เท่า ใครไม่เอาฟะ :07: :07: :07:
เดือนละแสน 60 เท่า
:18:
ไฟฟ้าเห็นว่าบรรจุแล้ว ไต่จากระดับล่างไปกลางง่ายและเร็วมาก
ตอนนี้รอลุ้นพ่ออยู่ว่าจะได้กี่เท่า :22:
แต่ขอบอกก่อนว่า ตอนเริ่มก้าวนี่ เงินน้อยมากนะ :05:
กว่าจะพอตั้งตัวได้ เพื่อนเพิ่นแซงเราไปไกลโข
เราจะเริ่มยืนได้แบบบนขาของตัวเอง อายุหลัก3-4
กว่าจะเริ่มพอมีฐานะ ป่านนั้นก็หนี้ท่วมตัวแล้วครับ :30:
ปล. ทั้งนี้ทั้งนั้น รอดูนโยบายนายก ที่จะปรับเงินเดือน หมื่นห้า อะไรนี่แหละ
การไฟฟ้า จะเริ่มปรับปี 2557 :27:
พอปรับเป็นหมื่นห้า ข้าวของก็แพงขึ้น เป็นหนี้เหมือนเดิม :3005:
ตามนั้น :16:
ปีนี้ผมเงินเดือนขึ้น เหมือนทุกปี 1 ขั้น 1200 บาท ดีใจจะแย่ :37:
ของผม 4 ปี ปรับระดับขั้นขึ้นครั้งนึง แต่เงินเดือนขึ้นทุกปี
ปีนี้ ขึ้น7-8% ก็ได้ราวๆ 700 บาท :52:
:05:
เจ็ดร้อยดีนะครับ โรงงานแรกที่ตูไปทำ ปีแรกดันเจอเศรษฐกิจทรุด ไม่มีรีวิว
ปีถัดมามีรีวิว สี่ร้อยกว่าบาท แสรดดดดดด ลาออกแม่ง
แต่ถ้าไม่ได้งานภายในอาทิตย์หน้านี้ว่าจะกลับไปสมัครทำใหม่อีกรอบละ
ได้ยินว่ามีการปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้น และที่สำคัญคือมันใกล้บ้าน เดินทางสบายๆ
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 06 ก.ค. 2012, 10:39 น.
ของผม 4 ปี ปรับระดับขั้นขึ้นครั้งนึง แต่เงินเดือนขึ้นทุกปี
ปีนี้ ขึ้น7-8% ก็ได้ราวๆ 700 บาท :52:
:05:
ปีนี้ตูขึ้น 200 เองนะ :37:
:05:
ได้ขึ้นก็ยังดีนะครับ ของผมปีก่อน โบนัสไม่มี เงินเดือนไม่ได้ปรับขึ้น เนื่องจากบริษัทขาดทุน
คนออกไปทำที่อื่นกันบาน ปีนี้ต้องมานั่งหาคนมาใส่กันให้ควั่ก :30: :30: :30:
ข้าราชการไทย จนเกินร้อย :59:
ส้ม หล่อนสามารถทำอะไรที่มันโคกะฉันได้บ่ พวกเสื้อผ้า ประสานงาน โลเกชั่น อะไรงี้
ทำได้หมดเลยค่ะท่านพี่ขาาาา คุยกันก่อนได้ค่ะ :56:
EXA-Juizy Studio :59:
แก้ไขเรื่องที่เล่าไว้วันก่อนเล็กน้อยครับ
หลังจากเงินเดือนออกตอนนั้นกำลังดีใจกับเงินที่เข้าบัญชีมาแบบไม่เคยมีมาหลายปี ก็เอะใจอะไรบางอย่าง คุณภรรยาเลยบอกให้ไปเช็คกะการเงิน อย่าเพิ่งเบิกออกมา (แต่ผมเบิกออกมาแล้วนี่สิ เอามาจ่ายค่าคอนโด)
พอลองไปถามเจ้าหน้าที่การเงิน เค้าก็ส่งเรื่องไปที่หัวหน้าแผนกการเงิน ก็เลยเช็คบัญชีกันครับ
ตกลงสรุปว่าฝ่ายการเงินให้ผิดครับ :59: :59: :59:
ก็เลยจัดการรีบแก้ไขกัน
เลยกลับบ้านพร้อมกับเงินอีกครึ่งนึงที่การเงินยังไม่ได้จ่าย
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 07 ก.ค. 2012, 12:59 น.
EXA-Juizy Studio :59:
แก้ไขเรื่องที่เล่าไว้วันก่อนเล็กน้อยครับ
หลังจากเงินเดือนออกตอนนั้นกำลังดีใจกับเงินที่เข้าบัญชีมาแบบไม่เคยมีมาหลายปี ก็เอะใจอะไรบางอย่าง คุณภรรยาเลยบอกให้ไปเช็คกะการเงิน อย่าเพิ่งเบิกออกมา (แต่ผมเบิกออกมาแล้วนี่สิ เอามาจ่ายค่าคอนโด)
พอลองไปถามเจ้าหน้าที่การเงิน เค้าก็ส่งเรื่องไปที่หัวหน้าแผนกการเงิน ก็เลยเช็คบัญชีกันครับ
ตกลงสรุปว่าฝ่ายการเงินให้ผิดครับ :59: :59: :59:
ก็เลยจัดการรีบแก้ไขกัน
เลยกลับบ้านพร้อมกับเงินอีกครึ่งนึงที่การเงินยังไม่ได้จ่าย
เดี๋ยวนะครับ
อย่าบอกนะว่า เงินเดือนที่เข้าวันก่อนยังได้ไม่ครบด้วย :59:
จาก 72 เป็น 144 เท่า :59: :59: :59:
:59:
สรุปที่ได้วันแรกคือ 1 ใน 4 ของเงินเดือน :59:
OMG :07: :07: :07:
เอาและ ความคิดรับราชการตู :59:
มาเข้าก๊วนราชการด้วยกันก่อน บุ๊ค :30:
หมอแมวสร้างบ้านไหมครับ :07:
ปรึกษาเรื่องเดินไฟฟ้าภายในไหมครับ :07:
ทำรายการทีวีไหมครับ :07:
หมอแมวรับคนอาบน้ำหมา พาหมาไปเดินเล่นมั้ยคะ :07:
ร้อยกว่าเท่า :59:
ปล. แม่ผมอยากไปทำพวก กระ/ฝ้า/ติ่ง ที่บริเวณหน้า แกถามว่าหมอแมวมีส่วนลดมั้ย :56:
อยากมีเมียน้อยมั้ยครับ :59:
เดี๋ยวนะ 72 เท่ามันมาจากไหน :59:
ก็หมอบอกว่าครึ่งเดือนมากกว่าสามปีอะ :37:
หมายถึงเงินเก็บสามปี ถ้าเงินเดือนไม่รวมโอที มันต่างกัน16เท่า
ตอนนี้ก้กลายเป็น 64 เท่า O_o
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 07 ก.ค. 2012, 19:26 น.
หมายถึงเงินเก็บสามปี ถ้าเงินเดือนไม่รวมโอที มันต่างกัน16เท่า
16 เท่าก็เยอะมากแล้วครับ :07:
แล้ว 16 เท่านี่ก่อนไปถาม หรือหลังไปถามอ้ะ :37:
ปล. กำลังจินตนาการว่าเปลี่ยนที่ทำงาน แล้วงานสบายกว่าเดิม แถมได้เงินเดือน 16 เท่า..
ซื้อรถเก๋งคันเล็กๆ ด้วยเงินสดได้เลย :4705:
หมอกดสูตรแล้ว :07:
เข้าใจหัวอกพวกพ่อแม่ที่อยากให้ลูกเป็นหมอแล้ว :05:
ดี 16 เท่า :59:
อยากเป็นหมอ !!
อยากเป็นเมียหมอ :59:
แย่งเลย :59:
กู เ ป็ น โ ร ค แ พ้ พ ย า บ า ล :59:
เป็นเมียหมอไปเถอะ อย่ามาเป็นเล้ยหมอเหมอ :59:
นี่ไงส้ม รออีกหน่อยเป็นเมียบุ๊คก็ได้ :59:
เดี๋ยวนี้หมอน่ารักๆเยอะนะ ไปถ่ายสัมภาษณ์ที่รามามาสองทีแล้ว น่าร้ากกก สาวแว่นสุดโยด :27:
เอาจริง ต่อไปอาจต้องเหล่ผู้หญิงบ้างแล้ว
ในคณะผู้ชายแม่งก็ได้กันไปหมดละ :59:
:30:
เป็นเครื่องพิสูจน์สำหรับผู้ชายว่าการศึกษาดีขึ้น ตัวเลือกก็มากขึ้นคู่แข่งน้อยลง
หมอแมวรับคนกวาดขี้หมาที่บ้านมั๊ยครับ :37: จิงจัง
อยากเห็นตอนทำศัลยกรรม แบบใบหน้าอะไรงี้
เขายัดและเก็บงานกันยังไงให้ดูไม่เห็นเป็นรอยแผลเป็นหรือรอยไหมอะไรงี้ :25:
เอ๊ะ หมอแมวไปนี่ ไปทำเป็นแผนกอะไรอ่ะครับ หรือ หมอทั่วไป หรือหมอศัลย
แผนกอายุรกรรมครับ เป็นการรักษาด้วยยาเป็นหลัก
ที่โฆษณาว่าฉีดยาด้วยนายแบบหล่อๆ ตัวยาสดๆ นั้นเหรอครับ :04: :04: :04:
ต้องฉีดใส่หน้าด้วยนะ เหอๆ :04:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 09 ก.ค. 2012, 11:36 น.
แผนกอายุรกรรมครับ เป็นการรักษาด้วยยาเป็นหลัก
แผนกอายุรกรรม คือรักษาคนแก่หรือผู้สูงวัยไรงี้เหรอครับ :25:
อายุรกรรมไม่ใช่รักษาทั่วไปหรอคะ
เหมือนว่า หมอศัลยแพทย์คือหมอทั่วไปหรือเปล่านะ เริ่มมั่ว :3005:
อายุรกรรม คือหมอรักษาแบบทั่วไป เน้นจ่ายยา ใช้ยารักษาครับ
ศัลยแพทย์ คือหมอที่ใช้วิธีรักษาแบบผ่าตัด
เดาเอา จำไม่ค่อยได้ละ
ตามนั้นเลยค่ะ อายุรกรรมรับตั้งแต่อายุสิบห้าขึ้นไป
เน้นรักษาด้วยยาเป็นหลัก
ส่วนศัลย์ก็เน้นผ่า
งั้น ครั้งล่าสุด เจ็บคอ พยาบาลสาวไหงให้ผมพบหมอศัลยหว่า โรงพยาบาลประจำอำเภอพนัสนิคม :08:
สงสัยจะได้ผ่าคอ :59:
เป็นเมียหมอด้วยสิ :59:
จริงๆ หมอก็ดูโรคทั่วไปได้ทุกโรคนะคะ เพียงแต่เชี่ยวชาญด้านไหนเป็นพิเศษเท่านั้นเอง
ปรึกษาหมอศัลย์ อาจจะเป็นเคสศัลยกรรม หรือไม่ก็หมออยู่เวรพอดี หรือไม่ก็โรงบาลนั้นมีหมออยู่คนเดียว..
น่าจะหมออยู่เวรพอดีงั้น ตจว.หมอน๊อย น้อย :16:
เข้าใจหมอแมวแล้วใช่มะ :05:
อัตเดทงานค่ะ
จะไม่เชิงเรียกงาน รึเปล่า เพราะไม่รู้ว่าจะได้ค่าจ้างไม๊นะ :30:
คือ เพื่อนอิ่มเค้าให้อิ่มเป็นคนประสานงานอีเว้นๆ หนึ่งอ่ะค่ะ
ซึ่งนนั่นก็คือ.... "เดินสายเปิดกรรมกับอ.เจน ญาณทิพย์ ณ กรุงบริสเบน" :30:
พอดีเพื่อนอิ่มเค้าเป็นทีมงานกับอ.อยู่
แล้วดันมามีโครงการที่บริสเบน ก็เลยอยากให้อิ่มช่วยหน่อย
อาจจะได้ค่าเหนื่อยหมื่นนึง (บาทนะ)
อิ่มซึ่งตอนนั้นก็ว่างๆ เลยบอกไปว่าจะช่วย (แต่พอบอกปุ๊บ งานเข้าไม่เลิกเลย)
หน้าที่ก็มี ประกาศโฆษณา (ทำโปสเตอร์กากๆด้วย โปรแกรมเวิด :30:)
หาลูกค้า ขอแค่ 40 คน (จริงๆแค่ 33 คนก็พอ)
สถานที่
ตั๋ว
แค่นั้นล่ะมั๊ง
อิ่มก็ไปโฆษณาตามเว็บ แล้วก็ได้ลูกค้ามาตอนนี้ 7 คนถ้วน :30:
คือยังไม่ได้ติดประกาศน่ะ เอาแต่ในเว็บก่อน ยังไม่ได้เข้าเมืองเลย
ตอนนี้ก็มีตอบเมลลูกค้าบ้างอะไรบ้างนิดๆหน่อยๆ
ลูกค้าบางคนน่ารัก เข้าใจง่าย
บางคนนี่รู้เลยว่าคนไทยแน่ๆ เพราะไม่อ่านอะไรเลย
ส่งเมลมา เมลละคำถามงี้ พอเราตอบ อิ่มก็ตอบกลับรวดเดียว เมลเดียว มั๊นก็ไม่อ่าน ถามซ้ำๆ :05:
ไม่น่าเลยตู
เฮ้ย ถ่ายคลิปมาด้วย อยากจับผิด :30:
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 30 ก.ค. 2012, 11:21 น.
บางคนนี่รู้เลยว่าคนไทยแน่ๆ เพราะไม่อ่านอะไรเลย
ส่งเมลมา เมลละคำถามงี้ พอเราตอบ อิ่มก็ตอบกลับรวดเดียว เมลเดียว มั๊นก็ไม่อ่าน ถามซ้ำๆ :05:
ไม่น่าเลยตู
ตรงจุดนี้ตูเข้าใจ :30:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 18 ก.ย. 2011, 19:49 น.
ยินดีด้วยครับ :25:
มา UK เมื่อไหร่ ถ้าพอจะมีเวลาว่าง
อย่าลืมบอก เผื่อจะไปกินข้าวด้วยกันนะครับ
กำหนดการบิน 25 Nov-27Decครับลุง โดย 23-27 Dec เป็นวันว่าง รอ Boxing day
อ้างคำพูดจาก: สันในตั้ม เมื่อ 16 ต.ค. 2012, 14:22 น.
กำหนดการบิน 25 Nov-27Decครับลุง โดย 23-27 Dec เป็นวันว่าง รอ Boxing day
:25: เดี๋ยวใกล้ๆ นัดกันอีกทีนะครับ
ว่าแต่ว่ามาอยู่ในลอนดอนหรือเปล่า
ตอนนี้มีร้านอาหารจีนสไตล์เสฉวนมาแนะนำ :30:
ไม่คาดคิดว่าจะได้มาเล่าเรื่องตัวเองในจู๋นี้
ตอนนี้ทำงานเป็นบรรณารักษ์ที่โรงเรียนอาชีวะใกล้บ้านครับ เพิ่งทำได้ประมาณ 3 อาทิตย์
งานก็ต้องเริ่มทำใหม่หมดครับเพราะห้องสมุดที่นี่มันแย่มาก ยังเป็นบัตรยืมคืนอยู่เลย ผมเลยต้องเริ่มตั้งแต่หาโปรแกรมห้องสมุดมาติดตั้ง
จคัดหมวดหมู่ จัดชั้น ซึ่งหนังสือมีหลายพันเล่ม แต่มีคนทำคนเดียว ก็คงต้องใช้เวลาหน่อยกว่าจะเสร็จ
งานมีแถมคือเราให้สอนนักเรียนวิชาสารสนเทศ ซึ่งไม่เคยสอนใครเลย ต้องมาสอน มาออกแบบแผนการสอน
แอบน่าสงสารนักเรียนมาก เพราะครูมันคิดว่าตัวเองเป็นโอนิซึกะครับ สอนไปด่าเหี้ยใส่นักเรียนที่เสียงดัง
งานนี้ เป็นงานเช้าชามเย็นชามตามแบบราชการนะครับ แต่ตัวผมต้องทำระบบห้องสมุดให้เสร็จ เพราะถ้าไม่เสร็จ ก็ไม่สามารถที่จะให้บริการได้
เลยต้องนั่งจัดหมวดแบบดิวอี้ไปเรื่อยๆ วันนึงทำได้ประมาณ 30-40 เล่มครับ เพราะหนังสือเก่าจัดหมวดยาก แต่ทางโรงเรียนก็เข้าใจปัญหา
สามอาทิตย์ที่ผ่านมาเลยไม่มีปัญหาอะไร
งานนี้อยู่ได้ทำได้ไม่มีปัญหาครับ แต่รู้สึกว่างานไม่สนุกเท่าไหร่ ทำได้ แต่ถ้าให้เบือกก็ไม่ทำก็ได้ (งงไหม)
พอสัปดาห์ที่ผ่านมา มีสนพ.แซลมอน ที่ทำหนังสือพี่แอนเปิดรับกอง บ.ก. ผมก็สนใจนะครับ และเคยได้คุยกับ บ.ก. บ.ห. ของแซลมอนเรื่องหนังสือในทวิตเตอร์บ่อยๆ
ถือว่าคุยถูกคอเรื่องหนังสือ
ช่วงที่คิดว่าจะส่งหรือไม่ส่งใบสมัคร ผมก็คิดนะครับ ว่าจะเอายังไง งานที่เพิ่งเริ่มทำล่ะ จะทำยังไง คนอื่นจะมองยังไงว่าเราทำเดือนนึงก็ออก แม่จะว่ายังไง ญาติจะว่ายังไง
คำถามนี้รบกวนผมตลอดจนตัดสินใจไม่ได้ว่่จะสมัคร หรือว่าจะทำงานที่นี่เหมือนเดิม แต่แล้วผมก็เลยสมัครไป วันต่อมา เขาเรียกสัมภาษณ์งาน
แต่เป็นสัมภาษณ์งานในแชทของเฟชบุ๊คครับ (ซึ่งดีมากเลย เพราะผมอยู่ต่างจังหวัด)
พอวันนี้ ทางแซลมอนก็รับผมเข้าทำงาน ผมก็เลยขอเวลา 1 เดือนเคลียร์งานเก่า และไปแจ้งขอลาออกล่วงหน้า 1 เดือน
แต่ทางแซลมอนขอให้เริ่มงานวันที่ 25 เดือนหน้า
ตอนนี้ผมไม่รู้จะทำยังไง พรุ่งนี้ก็ไม่กล้าที่จะไปบอกว่าเราจะลาออก คิดแง่ลบเสมอว่าเขาคงว่าเราที่เราทำงานไม่ถึงเดือนแน่ๆ จนพาลที่มาคิดว่า
ตกลงเราควรไปทำงานใหม่ที่เราอยากท้าทาย หรือว่าควรทำงานเก่าที่นี่ดี
คิดไปคิดมาก็ปวดหัวจนนอนไม่หลับเลยครับ
คำกล่าวของผู้เฒ่าข้างบ้านกล่าวว่า
ถ้าเรารักผู้หญิงสองคน ให้เลือกคนที่มาทีหลัง เพราะถ้าเรารักคนแรกจริง มันก็ไม่มีคนที่สองเข้ามาได้หรอก
เรื่องห้องสมุดนี่ คือถ้าฟีขับออกไป เขาก็หาคนมาทำต่อได้นะครับ
ไม่ใช่ว่า ฟีขับ จัดหนังสือระบบดิวอี้ได้คนเดียวในโลกสักหน่อย
การได้งานที่ใหม่ แล้วลาออกจากที่เก่าไม่ใช่เรื่องผิดบาปอะไร
แต่คนเราโอกาสมันไม่ได้มาบ่อยๆ ครับ
แค่ก้าวออกไปครับ แล้วคุณจะคิดว่าตอนนั้นทำไม่ไม่ก้าวให้เร็วกว่านี้
ถ้าทำงานได้เขาไม่ไล่ออกหรอกครับ นอกเสียจากว่าเราจะเดืนออกมาเอง
อ้าวมาก็ทันเจอกันพอดี พอดีฟรีแลนซ์อยู่นี่ (อาจจะยาวกว่านั้นเพราะงานยังไม่เสร็จ :3005: )
ขอบคุณโซวอนเอ ป๋าณตและป๋าเลย์ครับ วันนี้ตอนสายๆจะไปแจ้งว่าจะลาออก ไม่รู้อาจารย์จะเข้าใจไหม
ต้องรอดูต่อไป เดี๋ยวจะมีรายงานครับ
อ้างคำพูดจาก: ณิชหูด เมื่อ 31 ต.ค. 2012, 04:37 น.
อ้าวมาก็ทันเจอกันพอดี พอดีฟรีแลนซ์อยู่นี่ (อาจจะยาวกว่านั้นเพราะงานยังไม่เสร็จ :3005: )
มามะ มาเจอกัล เจอกัล
เชียร์ให้ไปงานที่ชอบครับ
อย่าอยู่กับงานที่ "ก็ทำได้"
:46:
ถามผม ถ้าบรรณารักษ์ที่ทำอยู่เป็นราชการ โดยตำแหน่งเราสอบบรรจุเข้ามาได้
ผมยังเชียร์ให้อยู่ที่เดิมเพราะ ระบบราชการ ออกง่าย เข้ายาก :12:
แต่ถ้าเป็นครูอัตราจ้าง หรือ ลูกจ้างรายปี รายสัญญา ก็ออกไปทำงานที่เราชอบดีกว่าครับ :27:
คือผมก็เข้าใจนะ ผมก็อยู่ต่างจังหวัด คนต่างจังหวัดจะมองว่า การที่ลูกทำงานราชการ มันดูมีเกียรติ
พอพ่อแม่เอาไปพูดหรือมีใครถามพ่อแม่ ความหล่อหรือดูดีราศีจับจะเข้ามาทันที เขาจะพูดด้วยความภาคภูมิใจ ว่าลูกเราเป็นครู เป็นราชการ
ไอ้ที่ทั้งหมดที่พูดมานี่ พ่อแม่ผมก็เป็น เขาพูดเต็มปากว่า ลูกชายสอบได้ สอบติด อะไรแบบนี้ พูดไปก็ดูภูมิใจ๊ภูมิใจกับลูกตัวเอง :3005:
เป็นข้าราชการเงินเดือนขั้นต่ำ ~
เอาง่ายๆ มันชีวิตใครล่ะ
ชอบอะไรก็เลือกอันนั้น ง่ายดีออก คิดมากปวดหัวน่ะ
อย่าแคร์คนอื่นนักเล้ย
แม้แต่พ่อแม่เราเค้าก็ไม่รู้หรอกว่างานที่เราทำมันเป็นยังไง
ลำบากยังไง ดียังไง แย่ยังไง และเราชอบมันมากน้อยแค่ไหน
เพราะพวกเขาไม่ได้เป็นคนที่ทำงานนี้เหมือนเรา
คนหาเงินเลี้ยงชีพคือเรา ดังนั้นเลือกสิ่งที่ตัวเองชอบ แล้วเราจะอยู่กับมันได้นานกว่า
และจะไม่มานั่งถามอะไรแบบนี้กับตัวเองอีกเลย
จริงอย่างลุงร่มกับคุณกวางว่านะ
ครั้งนึงเคยรู้สึกมาตลอด ว่าตื่นมาทำงานแล้วมันไม่สนุกเลย ก็เลยออก ทั้ง ๆ ที่งานที่เนี่ย พ่อปูทางไว้กับนาย (เค้ารู้จักกัน) กะจะหาแผนกใหม่และหน้าที่ใหม่ให้ได้แสดงศักยภาพ (แต่ ณ วันนั้นไม่ได้บอกเรา)
ทุกวันนี้เจอหน้าพ่อ คุยกันเรื่องงาน จะโดนถากถางตลอดว่า ถ้ายังอยู่ก็ได้เงินเดือนเยอะแยะแล้ว
เราก็ได้แต่ยิ้ม บอกพ่อไปว่า มันเรียกคืนมาไม่ได้หรอก เราไม่ได้เกิดมาทำสิ่งนี้ ทุกวันนี้เงินน้อยหน่อย แต่ยิ้มได้แทบทุกวัน ไม่มีความสุขกว่าเหรอ
เงินน่ะ มีมาก แต่ต้องรักษาตัวมาก ก็ไม่ได้คุ้มอะไรเลย
:46:
ทำงานที่เดิมไปก่อนสักปีนึงครับ แล้วค่อยหาทางสมัครงานใหม่ :12:
เป็นไงล่ะ ตัดสินใจง่ายขึ้นหรือยัง
:30:
เมื่อเช้านี้ แจ้งลาออกแล้วครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ยื่นหนังสือไว้ครับ
อ้างคำพูดจาก: ยูนเอ เมื่อ 31 ต.ค. 2012, 09:09 น.
เป็นข้าราชการเงินเดือนขั้นต่ำ ~
อ้ายเป็นครู่น่อย อ้ายเป็นครูน่อย บรรจุ๊ใหม่ ขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่า เขาไม่แล~ :33a:
ตอนจะลาออกมันก็จะลำบากใจ มีลังเลยังงี้ล่ะครับ
พอออกไปทำที่ใหม่ก็จะคิดได้ ทำไมไม่รีบๆ ออกมาตั้งนานละวะ หรือ ทำไมตูไม่ทำแบบนี้มาตั้งแต่ทีแรกวะ :30:
อ้างคำพูดจาก: papos เมื่อ 31 ต.ค. 2012, 10:10 น.
ตอนจะลาออกมันก็จะลำบากใจ มีลังเลยังงี้ล่ะครับ
พอออกไปทำที่ใหม่ก็จะคิดได้ ทำไมไม่รีบๆ ออกมาตั้งนานละวะ หรือ ทำไมตูไม่ทำแบบนี้มาตั้งแต่ทีแรกวะ :30:
อารมณ์นี้เลย :30:
อ้างคำพูดจาก: papos เมื่อ 31 ต.ค. 2012, 10:10 น.
ตอนจะลาออกมันก็จะลำบากใจ มีลังเลยังงี้ล่ะครับ
พอออกไปทำที่ใหม่ก็จะคิดได้ ทำไมไม่รีบๆ ออกมาตั้งนานละวะ หรือ ทำไมตูไม่ทำแบบนี้มาตั้งแต่ทีแรกวะ :30:
+ คุณ papos ทันทีครับ
:46:
เห็นฟรีคลับ ชอบทำเกี่ยวกับหนังสือ การได้เข้าสู่ระบบที่ทำหนังสือน่าจะคือความก้าวหน้า นะครับ
ผมเป็นมนุษย์อย่างนึงที่ว่า ไม่ค่อยได้มองอนาคตตัวเองเลยครับ เรื่องงานใหม่ ก็ไม่ได้มองไปไกลถึงอนาคตเลย
(เป็นไปได้ว่ายังไม่ทำงาน เลยไม่รู้จะวาดอนาคตยังไง)
ผมทำงานเพราะรู้สึกว่า นี่อยากทำนะ อยากลองทำนะ น่าจะสนุกนะ พอสนองความต้องการของเราน่ะครับ
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาแนะนำครับ เมื่อเช้ามาอ่านข้อความแล้วช่วยในการตัดสินใจขึ้นเยอะเลยครับ
งานนิ้วกลมที่ยี้ เมื่อเช้าเข้าห้องน้ำสุ่มเปิดอ่านผ่านๆ มาเจอเรื่องของการก้าวผ่านไปยังสิ่งใหม่ๆ ที่ตรงกับที่ตัวเองเป็นอยู่เลย
บอกลาหัวหน้า ท่านก็ใจดีครับ บอกว่าไปทำเถอะ ใจจริงอยากให้อยู่ต่อนะ ใบลาอย่าเพิ่งเขียน เดี๋ยวครูไปบนเจ้าพ่อให้อยู่ต่อก่อน :30:
นับว่าราบลื่น ทีนี้เหลือแต่ญาติมิตรที่จะต้องอธิบายให้เขาเข้าใจแล้วล่ะครับ ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหา
--
ต้องบอกก่อนว่าที่บ้านจะเป็นบ้านที่ญาติๆตั้งติดๆกัน เพื่อไปมาหาสู่ได้ง่าย ส่วนมากมีอะไรก็จะไปบ้านกลาง ซึ่งเป็นบ้านของยายครับ ก็จะมาคุย
เรื่องปัญหาต่างๆ วันนี้ก็คงเป็นวันที่ผมต้องไปอธิบายให้เขาฟัง เพราะญาติอยากให้พยายามที่จะสอบบรรจุเป็นข้าราชการให้ได้
แต่ยังดีที่แม่ผมไม่ใช่คนที่บังคับลูกเท่าไหร่ ผมเลยโชคดีไปครับ
เวลาสอบสัมภาษณ์เข้าสำนักพิมพ์
เอ็งได้บอกไหมว่าตัวเองเคยเป็น บ.ก.ฟ้อนสุดฯ น่ะ
นี่มันคือสุดยอดพอร์ตเลยนะ เดือนยังเคยใช้หากินมาแล้วเลย :58:
ใช่ครับ ตอนผมไปขายงานนิตยสารผม ก็บอกว่าผมเคยเขียนคอลัมน์ลงนิตยสารออนไลน์ :58:
แต่ไม่ต้องไปบอกนะ ว่าฟ้อนสุดฯ เล่มนั้นไม่ได้คลอด :30:
หัวหน้าเจ๋งมาก มีบนให้อยู่ต่อด้วย :30:
สนพ.นี่ไม่มีสัมภาษณ์ มีแต่แชทคุยกันในเฟชบุ๊ค ถามเหมือนสัมภาษณ์แต่ก็พอเป็นแชทก็ไม่เหมือนเล้ย
เมื่อคืนอยู่ดีดีก็มาทักแล้วบอกว่า เออ รับเข้าทำงานแล้วนะ ยินดีด้วย
ห๊ะ!! :08:
ไม่ได้บอกเขานะว่าทำนิตยสารออนไลน์ บอกเขาไปว่าไม่มีประสบการณ์เลย
ขอเวลาไปบ่มตัวเองก่อน ฟอนต์สุดเล่มนั้นขอแก้มือแน่ๆครับ :50:
น่าสนุกดีนะครับ
ยินดีกับน้องฟรีคลับด้วยครับ
:46:
งานบางอย่างบางที่ ที่ดูน่าทำโคตร ๆ บางทีพีธีรีตองมันก็ไม่สำคัญ เอกสาร การสัมภาษณ์ก็จะดูประหลาดๆ
(ทำให้ตกใจได้เหมือนกัน) เรซูมงเรซูเม่ยังไม่เอาเลย :30:
ที่ทำอยู่ตอนนี้ก็ไม่ขอเอกสารเพื่อทำประวัติสักอย่างเลย :3005:
ยินดีด้วยค่ะ :56:
จะว่าไป ยังไม่ได้ส่งทรานสคริปต์เลยนี่หว่าตู (ทั้งที่เก่า และที่ใหม่เลย) :30:
ป๋าแอนดันนี่เอง ! :55:
มาช้าไปเยอะเลย :42:
ยินดีด้วยครับ :12:
อ่านทีแรกเป็นผมคงสนุกอ่ะ อยู่กับห้องสมุด :30:
พออ่านต่อมา เออ เจองานที่สนุกกว่า เป็นผมคงไม่ลังเลอะไรเลย
และไม่แคร์ที่เก่าด้วย ออกดีๆได้ก็ดีไป ออกไม่ดีเราก็ไม่ได้เจอกันอีกหรอก เดี๋ยวก็ลืม :30:
อ้างคำพูดจาก: freeclub เมื่อ 31 ต.ค. 2012, 12:12 น.
ป๋าแอนดันนี่เอง ! :55:
ไม่ๆ จะว่าแบบนั้นก็ไม่ได้ดันอะไรทั้งหมดนะ อยู่ที่เอ็งตะหาก
โดยเฉพาะตู กลับย้ำให้อี บ.ก.พิจารณาด้วย เพราะสาวแว่นในคอลเลกชั่นของแซลมอนมีหวังโดนแทะโลมแน่ ให้ระวัง
อ๊ะ
ห้องสมุดจริงๆ มันก็เป็นอนาคตของลูกหลานนะครับ ไม่ห่วงใยอนาคตของชาติกันเลยเหรอครับ สังคมสมัยนี้
อ้างคำพูดจาก: freeclub เมื่อ 31 ต.ค. 2012, 12:12 น.
ป๋าแอนดันนี่เอง ! :55:
ต่อไปได้มาทวงต้นฉบับนิทานแน่ๆเลย :30:
เย่ๆ ดีๆ เชียร์ๆ แซลม่อนดี แบงก์ดี พี่นกบันลือเจ้าของน่ารัก นิสัยดีมากๆ
สุดท้ายก็ได้เป็นเนื้อคู่กับนิทานแน่ๆเลย
สาวแส่นด้วย โฮกกกกกกกกกก
// นี่ตอนนี้ป้ากับลุงเริ่มไม่เข้าใจว่าทำไมต้องออกจากงาน เดี๋ยววันนี้มีชี้แจง
ก็บอกว่าหลงแสงสีราตรีเมืองกรุง มีแหล่งนวดกระปู๋มากมาย เท่านี้เอง ง่ายๆ
แซลมอนมีสาวแว่น
ผมมีน้องโซ
ลูกชายแกหล่อขาวมาก :45:
ไปทำงานที่ไหนก็เอาชื่อพี่แอนนำไปก่อนเลย ตูทำเป็นประจำ :45:
เป็นลูกชายคนโต :47:
เพิ่งมาเห็น ดีใจด้วยนะจ๊า ขอให้ได้เติบโตสมวัย ร่างกายแข็งแรงนะ
ครูเจ้านายเก่าน่ารักมากอะ มีการจะไปบนด้วย :30:
ว่าแต่ว่า สอนระบบบรรณารักษ์แบบง่ายๆ ให้พี่ไปจัดการกรุหนังสือตัวเองหน่อยได้ปะ
อยากจัดอะ มันเละเทะ หาอะไรไม่เจอแล้วตอนนี้ :39:
หนังสือตัวเองผมก็ไม่จัดครับพี่ :30:
ชั้นหนังสือตัวเองจัดครั้งสุดท้ายเกือบสิบปีแล้ว
ตอนนั้นเพิ่งจบใหม่ๆ ตกงานวันๆ ว่างจัด รื้อหนังสือมาหมดทุกตู้แล้วนั่งเรียงแบบแยกเลยหนังสืออะไรบ้าง เรียงตั้งแต่เล่ม 1ไปเรื่อยๆ พวกการ์ตูนเอามาเรียงแยกสนพ.กันด้วย บ้ามาก ทำอยู่อาทิตย์นึงกว่าจะเสร็จ :30:
วันต่อมาน้องชายพาเพื่อนมาบ้าน ทุกอย่างกลับสู่สภาพเดิม และไม่เคยจัดอีกเลยจนบัดนี้ :30:
ส่วนใหญ่นวนิยายผมจะเยอะครับ ผมเลยจะชอบแยกเป็นชื่อนักเขียนมากกว่าหมวดหมู่
ถ้าเป็นหมวดสาระ อย่างหนังสือคอมก็จะแยกไปอีกชั้นหนังสือ ถ้าเกิดพี่แอ้อยากจัดหนังสือแบบที่ทำเป็นฐานข้อมูลเลย
เดี๋ยวผมจะแนะนำโปรแกรมโอเพ่นซอร์สให้ครับ ใช่งานง่าย ดึงฐานข้อมูลจากห้องสมุดชาวบ้านได้เลย
เอาด้วยๆ :25:
ถ้าเป็นตัวโปรแกรมที่ใช้ มันเป็นตัวโปรแกรมที่ใช้ PHP ครับมีสองตัวที่ทำง่ายๆคือ openbiblio กับ phpMyadmin สองตัวนี้จะฟรีทั้งคู่ครับ
ลองดูในเว็บนี้ก่อนครับ http://stks.or.th/wiki/doku.php?id=openbiblio:start (http://stks.or.th/wiki/doku.php?id=openbiblio:start)
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 31 ต.ค. 2012, 10:42 น.
เวลาสอบสัมภาษณ์เข้าสำนักพิมพ์
เอ็งได้บอกไหมว่าตัวเองเคยเป็น บ.ก.ฟ้อนสุดฯ น่ะ
นี่มันคือสุดยอดพอร์ตเลยนะ เดือนยังเคยใช้หากินมาแล้วเลย :58:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 31 ต.ค. 2012, 10:45 น.
ใช่ครับ ตอนผมไปขายงานนิตยสารผม ก็บอกว่าผมเคยเขียนคอลัมน์ลงนิตยสารออนไลน์ :58:
จะบอกว่า Resume ที่ใช้สมัครงานแพทย์ ผมก็บอกว่าทำ ฟอนท์สุดเหมือนกัน :30:
พี่อยากจัดแบบดีๆ เลยอะ อยากเก็บข้อมูลแบบห้องสมุดเก็บ แล้วอาจจะเพิ่มอะไรของตัวเองนิดหน่อย
เช่นซื้อจากไหน เท่าไหร่ ซื้อวันไหน อะไรทำนองนี้ เป็นสถิติของตัวเองด้วย
คือหนังสือมันเยอะ แล้วเราชอบให้คนยืมด้วยไง มันชักจะหายเยอะแล้ว ไอ้ที่หาซื้อได้ใหม่น่ะไม่เป็นไร
แต่ที่ไม่มีขายแล้วเนี่ย มันเสียดายอะ :05:
ปล. กำลังโหลดโปรแกรมมาลองนะ ใช้ยากป่าวหว่า
วิธีตามเว็บที่บอกเลยครับพี่แอ้ ลง appserv ก่อนนะครับ เพื่อให้เครื่องเราเป็นเครื่องจำลองเซิฟเวอร์
เรื่องรายละเอียดก็สามารถใส่ได้ครับ
ส่วนการจัดหนังสือแบบห้องสมุด ขอแนะนำคือ..
ขั้นแรกที่พี่แอ้ต้องทำคือพี่แอ้ต้องมาวางก่อนว่าจะจัดยังไง จัดแบบมาตรฐานหรือ แบ่งเป็นชั้นๆ หรือทำเลขหนังสือเราเอง
ตัวระบบมันจะสามารถที่แยกได้ว่าชั้นไหนเป็นหนังสืออะไร หรือสมัยที่ผมเคยทำก็แบ่งกลุ่มหนังสือตามใจชอบเราก่อน
จากนั้นก็ลงรายการตามลำดับเลย 001 002 003 004 005 ไปเรื่อยๆ
ส่วนช่วงเลขไหนเป็นหมวดอะไรก็ตามใจเรา เรากำหนดในใจได้
ถ้าพี่จะทำแบบเป็นห้องสมุดที่เก็บจริงๆเลย หนังสือมีเยอะไหมครับ? ระบบมาตรฐานคือผมไม่ค่อยเห็นใครมาจัดที่บ้านนะ
แต่ถ้าจำทำก็แนะนำดิวอี้ ตรงนี้มันจะเป็นเลขหมวดหลักๆดังนี้ ให้ภาพแบบห้องสมุดเลย
อ้างอิง000 เบ็ตเตล็ด (Generalities)
100 ปรัชญา (Philosophy)
200 ศาสนา (Religion)
300 สังคมศาสตร์ (Social sciences)
400 ภาษาศาสตร์ (Language)
500 วิทยาศาสตร์ (Science)
600 วิทยาศาสตร์ประยุกต์หรือเทคโนโลยี (Technology)
700 ศิลปกรรมและการบันเทิง (Arts and recreation)
800 วรรณคดี (Literature)
900 ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ (History and geography)
แต่ปัญหาคือ ระบบนี้มันต้องใช้คู่มือในการแบ่ง มันจะดูเสียเวลา และยุ่งยากสำหรับคนที่ไม่ใช่สายห้องสมุด และไม่มีเวลาทำครับ
ซึ่งถ้าจะแบ่งแบบนั้นจริงๆ ผมก็แนะนำใช้การก๊อบเลขหมวดจากห้องสมุดมหาลัยเลย
ส่วนหน้าจอการลงรายการหนังสือจะเป็นแบบนี้ครับพี่
(http://img3.f0nt.com/01/2bedc409afbc2204dfad5b87ad7880cc.jpg)
พอลงเสร็จก็ประมาณนี้ครับ
(http://img3.f0nt.com/02/b41b3356b33a619807e26cab10393dc2.jpg)
พอทำเสร็จแล้ว ก็พิมพ์บาร์โค้ดออกมาติดได้เลย หรือเราตั้งเลขบาร์โค้ดจากบาร์โค้ดในหนังสือก็ได้ครับ
(http://img3.f0nt.com/02/7a0667b0146ca632e63e7c0e54508763.jpg)
เอ๊ะ ! จู๋งานเงิน เหมือนผมจะตอบผิดที่หรือเปล่า :09:
พี่ถามผิดที่เองแหละ :05:
ขอทำความเข้าใจก่อนนะ พี่ว่าหนังสือพี่ไม่เยอะทุกหมวดขนาดนั้นหรอก
ส่วนมากก็เป็นแนว Novel แหละ แต่พี่งงตรงที่พี่มีหนังสือภาษาอังกฤษ
หนังสือแปล แล้วจะจัดยังไง บางเรื่องมีมันทั้งอังกฤษทั้งแปล อะไรอย่างนี้อะจ้า
แล้วบันทึกชื่อต่างๆ เป็นภาษาอะไร จะค้นยังไง อะไรประมาณนี้
เอาไว้ขอใช้เวลาอ่านดีๆ แล้วจะถามใหม่อีกทีละกันเนอะ ตอนนี้บวกไปก่อนเลย :12:
เป็นผม ผมจะจัดเรียงตามชื่อคนแต่งนะครับ
เคยคิดจะจัดหมวดหมู่หนังสือเหมือนกัน
แต่ก็ได้แต่แบ่งเป็นอ่านแล้ว ยังไม่ได้อ่าน แล้วก็กำลังอ่านอยู่ :30:
ส่วนตัวชอบเวลาตอนที่ไปหาหนังสืออะไรสักเล่มในชั้นหนังสือ
แล้วดันไปเจอหนังสือที่เคยอ่านแล้วลืมไปแล้ว
แบบว่า เฮ้ย เล่มนี้เราเคยอ่านแล้วชอบนี่นา
พอหยิบขึ้นมาเปิด ความทรงจำก็พรั่งพรู
จัดหมวดนี่ไม่คิดอ่ะ เพราะไม่ได้มีหนังสือเยอะขนาดนั้น
แต่อยากสะสมให้ได้เป็นห้องสมุดเล็กๆ สักห้อง :53:
ขนาดฟุตคูณฟุต :47:
เล็กกว่าถังขยะอีก :47b:
เคยจัดสามวัน ไม่เสร็จ ขี้เกียจมากครับ เลยไม่ค่อยได้จัดเลย ช่องไหนในชั้นว่าง ก็ยัดๆใส่ไว้เลย
ไม่ได้จัด ไม่มีตู้ด้วย ลงใต้เตียงอย่างเดียวเลย :08:
แตกหน่อดีมั้ย :30:
ไม่น่าอยากมีดราม่าเลย
วันนี้หัวหน้าใหม่มา ดราม่ามาเต็มสำนักงานเลย :05:
หนังสือจัดเรียงแต่สูงต่ำแฮะ
(เป๋กลับละกันนะ)
เล่าเรื่องตัวเองบ้าง นานๆ ทีเนอะ
วันนี้ตอนขับรถกลับบ้าน (หมายถึงกลับกรุงเทพฯ นะ เดี๋ยวนี้เรียกที่นี่ว่าบ้านได้อย่างเคยชินละ)
ตูได้คุยกะเมียเรื่องความฝัน ..
เป็นภาคต่อที่เขียนไว้ในบล็อก (ขยายๆ ที่นี่ http://iannnnn.com/2012/940 (http://iannnnn.com/2012/940))
ว่าอยากทำนั่นโน่นนี่ตลอดมา แต่ข้ออ้างมันเยอะจนกลบความตั้งใจนั้นเสียหมด
บัดนี้เลยเริ่มโครงการเอาจริงเอาจังกับการตามฝัน
การประกวดต่างๆ ที่แม้จะดูเล่นๆ แต่ก็ตั้งใจทำจริงๆ ที่ได้รางวัลมา (อ่านในจู๋แอนดู)
ฃนั่นก็เหมือนเป็นหมัดแย็บๆ ก่อนที่จะลงมือจริง
ตูมีฝันหลายอย่างนะ
อยากจะบอกว่า ฝันสุดท้ายที่เป็นความฟินที่สุดของชีวิต คือกลับมาทำฟอนต์
และตายจากโลกนี้ไปด้วยการให้มีชื่อเราแปะอยู่ในฟอนต์ที่คนเอาไปใช้
ซึ่งตอนนี้ที่จริงก็มี แตมันคือบุญเก่า ที่แซะกินมานาน นานจนตัวเองอาย
เราจะทำใหม่ แต่นั่นคือต้องลาออกจากงานประจำก่อน
โอเค ข้ออ้างนี้ฟังดูเข้าที ขอละเรื่องทำฟอนต์ไว้ก่อน
อีกฝันนึงก็คืออยากเขียนหนังสือ
ตอนนี้พร้อมแล้ว พื้นฐานการคุยกับสำนักพิมพ์ก็พอมีแล้ว จากการทำรวมเล่มเฟลคราวก่อน
คราวนี้แหละ งานหนังสือปีหน้าจะต้องมีหนังสือของเรา
เป็นฝันปัจจุบันที่ตูกำลังเริ่มทำอย่างจริงจัง อีกครั้ง หลังจากชีวิตย่ำๆ ซ้ำๆ ซากๆ มานาน
:25b:
หูยๆๆๆ
ขอลายเซ็นแต่เนิ่นๆเลย :25:
แข่งกันมะ ระหว่างเอ็งคลอดหนังสือ กะตูคลอดสื่อที่เป็นฝีมือตัวเองจริงๆ ใครจะสำเร็จก่อน :12:
เล่นด้วยๆๆ
จะเอาอะไรมาคลอดดีละ
ลูกคนที่สองไง :25:
อ้างคำพูดจาก: RomSaiKyu เมื่อ 03 พ.ย. 2012, 00:31 น.
แข่งกันมะ ระหว่างเอ็งคลอดหนังสือ กะตูคลอดสื่อที่เป็นฝีมือตัวเองจริงๆ ใครจะสำเร็จก่อน :12:
ก็ตูนัดไว้งานหนังสือไง ถ้าพี่ปล่อยก่อนงานผมก็แพ้สิ :59:
แข่งกะตูด้วย ว่าระหว่างงแอนคลอดหนังสือ กะตาร่มคลอดสื่อที่เป็นฝีมือตัวเอง กะตูที่ตัดจบการ์ตูนเขียนฟรีที่ค้างๆคาๆอยู่ ใครจะสำเร็จก่อน
:01a: ถ้าตามพล็อต ตูต้องพยายามทำให้ดีจนพี่ไม่กล้าตัดจบใช่ไหมเนี่ย
แต่ก็ดองต่อไปเนี่ยนะ :07:
อู้ทั้งขึ้นทั้งล่อง :59:
ตูยังอยากเขียนให้จบจริงนะ ช่วงนี้เริ่มมีจังหวะว่างจากงานที่อัดแน่นจนเบลอ
น่าจะมีเวลาสักอาทิตย์ก่อนงานใหม่จะทะลักมา
เราต้องจุดไฟกันมั่ง
เพลงประกอบม่ะ !!
เท้าไฟ (http://www.youtube.com/watch?v=BT6B-sc9ITs#)
นึกออกละ
เคยคิดโปรเจ็คต์อันนึงไว้ตอนกลับมาอุดรใหม่ๆ
อยากทำโมเดลเมืองอุดรในอนาคต ในอีกซัก 50 ปี
พยายามจะรวมหัวนักออกแบบในอุดรมาร่วมกันทำ
ในนาม UDMVD (มาจาก "อยู่ดีไม่ว่าดี")
บักแอนตั้งเป้าไว้วันงานหนังสือ...มันช่วงเดือนไหนนะ...ก็เอาเดทไลน์อันนั้นละกัน
มะ.. เริ่ม
มีนาปีหน้าๆ
เออ เจ๋งดี พลังมันถ่ายทอดถึงกันได้จริงด้วย
มาๆๆ จับมือแล้วร้อง เฮ้! พร้อมกันนะ
เอ้า นึง ส่อง ซั่ม
เอี้ยยยยยยยยยยยยยย !!
:58:
อ.นีซึมะ เลย์จิ :25:
อ้างคำพูดจาก: บักเต้ย เมื่อ 03 พ.ย. 2012, 00:40 น.
นึกออกละ
เคยคิดโปรเจ็คต์อันนึงไว้ตอนกลับมาอุดรใหม่ๆ
อยากทำโมเดลเมืองอุดรในอนาคต ในอีกซัก 50 ปี
พยายามจะรวมหัวนักออกแบบในอุดรมาร่วมกันทำ
ในนาม UDMVD (มาจาก "อยู่ดีไม่ว่าดี")
บักแอนตั้งเป้าไว้วันงานหนังสือ...มันช่วงเดือนไหนนะ...ก็เอาเดทไลน์อันนั้นละกัน
มะ.. เริ่ม
อ่านอันนี้แล้วนึกขึ้นได้ นี่มันเป็นสิ่งที่แฟนอยากทำเหมือนกัน
เขาอยากสร้างผังเมืองอุดรใหม่(คือพัฒนาปรับปรุงจากของเก่า)
อยากขยายเมืองแล้วก็จัดโซนต่างๆอยากให้มีความสมดุลระหว่างตึกกับต้นไม้ ทุ่งหญ้าท้องนา
ได้ยินเขาบ่นๆแล้วก็เงียบไป โปรเจคนี้น่าเอาไปจุดประกายเขานัก
ขอบคุณค่า
ฉันมีความฝัน และฉันต้องทำให้ได้ จะขอเป็นดาวที่ยิ่งใหญ่ จะเปล่งประกายงดงาม :25:
[MV] เพื่อดาวดวงนั้น : The Star 6 (http://www.youtube.com/watch?v=iiqF7m_bKl0#)
อยากค้นพบตัวเองมั่งจัง
เวลาเปลี่ยนอะไรทีนึง ก็จะจมอยู่กับสิ่งใหม่นั้นนานเลยจนมันเก่า
ตอนนี้ที่ทำงาน ก็แบบว่า.. มีโครงการจะผลักดันเรา ซึ่งมันหมายความว่าเราจะอยู่ต่อไปอีกนานแสนนาน (จริงเหรอ)
เค้าจัดโปรแกรมให้ ก็เข้าโปรแกรมเค้าอย่างตั้งใจนะ ระหว่างที่ยังคิดไม่ออกว่าอยากทำอะไรกันแน่
นี่มันควรเป็นอาการสับสนของคนอายุสามสิบสามจริงเหรอ :05:
หูยยยย อยากเห็นหนังสือเล่มใหม่พี่แอน คงได้แอบๆ เห็นตอนฟูมฟักกันอยู่แน่ๆ
งานสื่อพี่ร่มก็อยากเห็น
งานป๋าเลย์ด้วย
งานหนังสือครั้งหน้ามันจัดต้นเดือนเมษา อยากข้ามเวลาไปเร็วๆ จัง
ต้องเพลงองค์กรสมัยนี้ ร้องกันทุกออฟฟิศ :30: :30:
ศรัทธา - หิน เหล็ก ไฟ (Television MV version) (http://www.youtube.com/watch?v=1P6mhwb4OtU#)
อ้างคำพูดจาก: freeclub เมื่อ 03 พ.ย. 2012, 09:29 น.
หูยยยย อยากเห็นหนังสือเล่มใหม่พี่แอน คงได้แอบๆ เห็นตอนฟูมฟักกันอยู่แน่ๆ
เดี๋ยวรอคำสั่งเจ้านายใหม่เอ็งละกัน ได้ลงมาเห็นเต็มที่แน่ๆ :30:
แต่คนละเล่มกันนะ!
(แสดงว่างานปีหน้าตูออกสองเล่มเลย แม่งโคตรนิซึมะ :30:)
อ้างคำพูดจาก: PalmySyd เมื่อ 03 พ.ย. 2012, 08:14 น.
อ่านอันนี้แล้วนึกขึ้นได้ นี่มันเป็นสิ่งที่แฟนอยากทำเหมือนกัน
เขาอยากสร้างผังเมืองอุดรใหม่(คือพัฒนาปรับปรุงจากของเก่า)
อยากขยายเมืองแล้วก็จัดโซนต่างๆอยากให้มีความสมดุลระหว่างตึกกับต้นไม้ ทุ่งหญ้าท้องนา
ได้ยินเขาบ่นๆแล้วก็เงียบไป โปรเจคนี้น่าเอาไปจุดประกายเขานัก
ขอบคุณค่า
เอามะๆ
เห็นคนมีไฟแล้วชอบใจ (แต่ตัวเองไม่มีไฟอะไร)
คิดถึงเพลงนี้ทันที
ชีวิตสัมพันธ์ (http://www.youtube.com/watch?v=VwzX0l0SrqU#)
สู้ๆ ครับทุกคน
เห็นทุกคนกำลังตั้งใจทำอะไรอยู่แล้วก็รู้สึกดีนะ
ตอนนี้ชีวิตก็อยู่ในระดับคงตัว ไม่ขึ้นไม่ลง ไปตามกระแสเรื่อยๆ
ปัจจุบันกลับมารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายสถาปนิกของบริัํษัทคอยทำเกือบทุกส่วนในนั้น
งานส่วนใหญ่ต้องชนกับงานราชการซะหมด เปลืองพลังชีวิตและความเชื่ออะไรบางอย่างในตัวอย่างมาก
พูดตามตรงเลยว่า ผมหมดความศรัทธากับงานราชการมานานแล้วและปัจจุบันยิ่งตอกย้ำหนักลงไปอีก
เหนื่อยใจโคตรๆครับตอนนี้ รู้สึกสนุกกับงานนะแต่ไม่สนุกกับคนที่ต้องร่วมงานด้วยเลย
ส่วนฝันอื่นๆที่อยากทำทั้งเขียนหนังสือ วาดรูปและออกเดินทางทั้งหมดพับเก็บไว้เงียบๆในหีบรอเวลาทั้งหมด
ผมเป็นคนขี้เกรงใจคน อะไรหลายอย่างในนั้นถ้าทำจริงจังคิดว่าน่าจะกระทบแฟนผมแน่ๆอย่างน้อยก็เรื่องเวลา
ผมไม่อยากทำให้คนข้างๆลำบากใจ เลยเลือกเก็บไว้ทำเวลาที่มันถึงมันพร้อมจริงๆดีกว่า
ขอดูคนอื่นทำต่อไปเงียบๆแบบนี้ เติมกำลังใจตัวเองไปพลางก่อนก็มีความสุขดี
เอาให้สุดกันนะครับ ไว้ผมจะรับไม้ต่อทีหลังเอา :22:
เข้าใจเลยพี่โอดำ
และดีใจอย่างมากที่ผมว่าผมต่อสู้มาจนถึงจุดที่จะเอาไอ้ที่พับเก็บไว้มาเล่นได้แล้ว
ไว้พี่พร้อมเมื่อไหร่มาด้วยกันนะครับ อย่ารอให้เกษียณซะก่อนล่ะ
ถ้าถึงเวลา ตอนนั้น 60 ผมก็ทำ :30:
อายุตอนนั้น ความฝันที่ผมตั้งไว้นานแล้วคืออ่านเพชรพระอุมา :30:
โหพี่..งานราชการผมทำปีเดียวก็รู้แล้วว่าต้องเลิก
ปีนี้กลับมาอินดี้เหมือนเดิม ชีวิตกระชุ่มกระชวยโคตรๆ
เดี๋ยวๆๆ
ไอ้บรรทัดที่บอกว่าจะลาออกนั่นคืออะไร :05:
จะว่าไปยังไม่เคยแชร์ประสบการณ์เลยนี่หว่า เอ๊ะหรือเคยหว่าจำไม่ได้
เอาเป็นว่าขออนุญาตไล่ timeline กับความรู้สึกของตัวเองในช่วงเวลานั้น เพื่อใครจะได้อะไรไปใช้บ้างนะครับ
คือผมจบสายโฆษณามา
พื้นฐานที่คณะบ่มเพาะคือการตลาดที่มองความต้องการของคนอื่นมากกว่าของตัวเอง
ซึ่งต่างจากสายภาพยนตร์ที่เป็นการเอาความคิดของตัวเองนำเสนอให้คนอื่น
สองสาขานี้ผมชอบทั้งคู่แต่เลือกเรียนโฆษณาเพราะอยากเป็นครีเอทีฟซึ่งในตอนนั้นแม่งโคตรเท่
พอจบมาก็ว่างอยู่ปีนึงระหว่างหางาน
และก็ได้ทำงานในเอเจนซี่โฆษณาเล็กๆของไทย ที่เคยดังมากๆในอดีตก่อนที่จะมีบริษัทข้ามชาติเข้ามา
บริษัทนี้เหมือนดับแล้วเกิดใหม่ในขนาดที่เล็กลง ตอนสัมภาษณ์นี่ยังไม่มีโต๊ะเลย
นั่งริมหน้าต่างคุยแล้วเสนอ port จบรับทำเลย :30:
เหมือนผมได้ทำงานตั้งแต่บริษัทนี้เริ่มสร้างเลยก็ว่าได้
ตอนนั้นมีคนทำงานคือ เจ้าของ เพื่อนเจ้าของ และผม รวม 3 คน :42:
แล้วเขาก็จ้างคนเพิ่มตามมาเป็นลำดับ
ผมทำงานในตำแหน่งกราฟฟิกดีไซน์ ซึ่งไม่ค่อยตรงทางที่เรียนมาเท่าไหร่แต่พอทำได้
แรกๆผมทำงานโรบ๊อตมาก คือส่งงานมา ทำๆๆ จบงานกลับบ้านห้าโมงเย็น
ซึ่งผมคิดว่ามันคือมาตรฐานของบริษัทที่ควรจะเป็น (คิดเอง) :52:
ก่อนหน้าที่จะมาทำงานประจำนั้นผมก็ทำฟรีแลนซ์ตั้งแต่ยังเรียนอยู่
ผมรู้สึกว่าควบคุมทุกอย่างได้ว่าจะทำตอนไหน นอนตอนไหนขอให้ส่งงานทันตามฝีมือที่มีอยู่ในตอนนั้น
... แต่พอมางานวันแรก ภาพที่ผมจำได้ถึงตอนนี้คือ เวลาพักเที่ยงที่พนักงานออฟฟิศหลั่งไหลกันออกจากประตูตึก
เบียดเสียดยัดเข้าร้านอาหารตามสั่งที่อยู่ใกล้ๆระแวกนั้น ทุกอย่างวุ่นวายคนแย่งกันสั่งแย่งกันนั่ง
ผมยืนนิ่งๆอยู่ข้างๆทาง มองซ้ายมองขวาแล้วคิดว่าทำไมมันต้องเป็นอย่างนี้วะ !
เลยกลับขึ้นไปทำงานต่อจนถึงบ่ายโมงครึ่งแล้วค่อยลงมาใหม่
ทุกอย่างเปลี่ยนไป คนหายไปหมด ในร้านมีผมคนเดียว แล้วก็สั่งข้าวกินอย่างสบายใจ
ผมพบวิธีแก้ปัญหาเล็กๆ ด้วยวิธีเล็กๆนี้ได้
แรกๆเขาก็ถามว่าทำไมไม่ไปตอนเที่ยง
ผมก็บอกไปอย่างร่าเริงว่า เปลี่ยนเวลานิดหน่อยครับ สบายขึ้นเยอะเลย
แต่มันคงสร้างความไม่พอใจเล็กๆล่ะมั้ง เหมือนเขาตามตัวเราไม่เจอตอนที่เขาอยากตาม
โอเค... ไม่เป็นไร..ผมไม่ฝืน
แต่ผมยังกลับบ้านเร็วเสมอ จนเจ้านายขึ้นเงินเดือนให้ เลื่อนขั้นเราเป็น art director
มีลูกน้องในมือด้วย อาจจะเพราะงานที่ทำมันคงไปโดนใจเขา หรือไม่ก็ที่เราเรียนมามันใช้กับงานได้ด้วย
สำหรับเด็กจบใหม่ผมว่าเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูงในสมัยนั้น
แต่หลังจากนั้นผมกรอบเกลียวเลยทีเดียว
เงินกับงานมันไปด้วยกัน เงินเยอะงานเยอะเหี้ยๆ แต่ร่างกายมันโหลด
รู้สึกว่าเราได้วิชาทำอาร์ตเวิร์คมาเยอะเลย แต่พอเข้าเดือนที่ 6 ก็เริ่มตันแล้ว
งานเดิมๆซ้ำๆซากๆ ซึ่งขัดกับนิสัยผมโคตรๆเลยครับ
ผมชอบทำงานยากๆ รู้สึกว่ายิ่งงานยากยิ่งท้าทาย
เหมือนเวลาเราเล่นเกม ถ้าเราฆ่ามอนสเตอร์ตัวใหญ่ๆได้
มันจะได้ประสบการณ์เยอะมาก เสียง level ดังกรุ๊งกริ๊ง
ความรู้สึกมันฟินอย่างบอกไม่ถูก
แต่ในโลกความจริงมันหางานแบบนี้ยากนะ ผมรู้สึกว่ายิ่งทำงานไปยิ่งบั่นทอนความคิด
ตอนนั้นพลังในการสร้างสรรค์มีต่ำมาก รู้สึกเราไม่ได้พัฒนาตัวเองเลย
ผมบอกเจ้านายว่าจะลาออกล่วงหน้าสี่เดือนจะได้ไม่เสียน้ำใจ
ทั้งๆที่บริษัทไปได้ดี ไม่มีปัญหากับใครเพื่อนร่วมงานเหมือนเพื่อนคณะเลย เจ้านายก็ชอบทัศนคดิผม
แต่พอครบปีผมก็ลาออกตามที่ได้บอกไว้จริงๆ
หลังจากนั้นสองปี.....
--โดนป๋าเลย์ตัดหน้า--
วันนี้โดนญาติเทศน์ เป็นน้ากับลุง ทั้งสองเป็นข้าราชการทั้งคู่ ทั้งครู ทั้งตำรวจ
ที่บ้านผมสายทางปู่ผมเป็นตำรวจครับ มีพ่อผมที่แหวกคอกออกมา ส่วนทางยายก็มีน้าเป็นตำรวจ ลุงที่เป็นผัวป้าเป็นครู
พีชายเป็นตำรวจ
โดนน้ากับลุงบอกว่าทำไมต้องออก งานตรงนั้นมันมีโอกาสมากที่จะได้รับการบรรจุ ทำไมถึงออก งานนี้ทำเกี่ยวกับอะไร
เป็นกองบรรณาธิการครับ
มันมีโอกาสเติบโตไหม
...(ผมเงียบ ในใจแบบว่ากูจะรู้ได้ไงว่ามันจะมีอนาคตไหม งานยังไม่ได้ไปทำเลย)
ผมเลยตอบไปว่า ผมอยากลองดู
ลองก็รีบลอง เดี๋ยวมันจะสายเกินการณ์ ลองไปด้วยแล้วก็รีบไปหางานราชการด้วย
เฮ้ออออออ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
:05: :05:
ฟรีคลับต้องพิสูจน์ตัวเองละครับ บางทีึความคิดฝังหัวของผู้ใหญ่กับระบบราชการมันลึกกว่าที่คิด
ทำเลี้ยงตัวได้ ชีวิตมีึความสุข เดี๋ยวเค้าก็เชื่อตามเราครับ
อาจจะลำบากใจหน่อย (หรืออาจจะมาก) กับการต่อสู้กับความคิดและความเชื่อของผู้ใหญ่เรื่องการรับราชการ
วิธีที่สำเร็จคือ ทำท่าว่าจะสอบ สมัคร+จ่ายเงินไปเรียบร้อย หาหนังสือมากองไว้(เปลี่ยนหน้าที่คั่นหนังสือด้วย)
พอถึงวันสอบ ก็ออกจากบ้านไป แต่ไม่ไปสอบ พอผลออกมาก็แค่บอกว่า สอบไม่ติด
เป็นทางออกของเราที่คิดว่าโอเคกับทุกฝ่าย เราสบายใจ พ่อแม่สบายใจ :52:
หูย จู๋นี้กลับมาสนุกและน่าอ่านทุกพยางค์เหมือนเดิมแล้ว
ชอบมาก ขอบคุณทุกคนนะครับ :25:
รออ่านของพี่เลย์ต่อ (เพิ่งมานึกได้ว่าตูไม่เคยถามพี่เรื่องอะไรแบบี้เลยนี่หว่า เจอกันก็ตลกจบๆ กันไป ปัดโธ่)
รออ่านชีวิตของฟรีขลับด้วย กำแพงที่ต้องปีนอันนี้แหละสุดยอด ข้ามมาให้ได้ มาๆๆ
อ้างคำพูดจาก: KateZiffanY เมื่อ 03 พ.ย. 2012, 23:37 น.
เดี๋ยวๆๆ
ไอ้บรรทัดที่บอกว่าจะลาออกนั่นคืออะไร :05:
หมายถึงตูรึเปล่า ยังๆ :30:
หลังจากนั้นสองปี...
ผมก็ทำงานเล็กๆน้อยๆทำเว็บบ้างตัดต่อวีดีโอบ้าง
หาเงินด้วยคอมพิวเตอร์เล็กๆเครื่องนึง ที่ควักเงินเก็บที่มีในตอนนั้นมาทำงาน
ตอนนั้นใช้ชีวิตประหยัด คิดบัญชีเป็นหน่วยบาทเลย
ไปหาแฟนทีต้องต่อเรือต่อรถเหนื่อยเลย แต่ก็เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรกๆแล้ว
มีใช้ไม่ขัดสนแต่ไม่พอให้ฟุ่มเฟือย ไม่เป็นหนี้ ไม่มีเครดิตการ์ด มีบ้านอยู่มีข้าวกิน
งานไม่เยอะแต่หลากหลาย สนุก เวลาเหลือเยอะเลย
ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะเริ่มอ่านหนังสือ com art. เล่มนึง แล้วมันมีเรื่องฟอนต์ ตอนนั้นอยากทำฟอนต์มาก
ถึงไปซื้อหนังสือฝรั่งมาอ่าน หาโปรแกรมทำ แล้วเล่นเน็ตเจอพ่อหนุ่มคนนึงชื่อไอ้แอนนน เขาทำฟอนต์ออกมาเพียบเลยว่ะ
ไอ้เรายังโง่ๆคลำๆโปรแกรมอยู่เลย เลยไปถามหาความรู้ แล้วก็จากเว็บ iannnnn ก็กลายเป็น เว็บฟอนต์
ผมก็เข้ามาเป็นสมาชิกตอนนั้นแหละ
ตูก็แฟนพันธ์แท้ iannnnn นะเว้ยย :30: :30: เหมือนจะทำอะไรหลายๆอย่างในจังหวะเดียวกันหลายทีแล้ว
แต่งงานก็ดันวันเดียวกันอีก แต่ฉลองกันคนละวัน
คือเว็บนี้เป็นการเปิดโลกครีเอทีฟไอเดียของผมถึงขีดสุด ด้วยสังคมที่ผมไม่แน่ใจว่าส่วนใหญ่มาจากศิลปากรหรือเปล่า
ด้วยวิธีการคิดในเรื่องงานหรือการพูดคุยเป็นตัวอักษรบางทีมันกระแทกติ่งไอเดียบางจุดให้เราสามารถทำงานได้ดีขึ้น
เพราะตอนเรียนที่ธรรมศาสตร์สิ่งที่ประจักษ์คือ พวกผมคิดสร้างสรรค์ไม่ได้อย่างเด็กศิลปากร คือแม่งไม่สุดจริงๆ
แต่ส่วนดีคือมีระบบของการตลาดเพิ่มเข้ามาอาจจะคิดงานได้ตอบโจทย์ แต่ไม่ได้โดดเด้งมาก
เว็บนี้ทำให้ผมเติมในจุดที่ยังขาดได้เต็มพอดีเป๊ะ !!
ผมเริ่มทำฟอนต์ ด้วยความสนุกอย่างเดียวจริงๆ
ไม่ได้คิดอะไรเลยนอกจากผมอยากให้ฟอนต์แบบนี้ พอทำเสร็จใครอยากใช้ก็เอาไป
จบ แค่เนี๋ยะ แต่ไม่รู้เลยว่าไอ้สิ่งที่เราได้ให้ไปในตอนนั้นจะส่งผลบุญถึงเราจนบัดนี้
โลกที่หลุดจากระบบ matrix (ของงานประจำ) ของผมเริ่มมีสีสันบ้างแล้ว
ตอนนั้นอาจจะดูไม่มีอะไรแต่ผมมักพูดกะแฟนเสมอว่า ผมได้ขโมยอาวุธของเด็กศิลปากรมาเก็บไว้ในมือหนึ่งชิ้นแล้ว ฮุโฮะ!
ระหว่างนี้ผมก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากทำเพื่อความสนุกส่วนตัว งานที่รับก็มีทั้งงานเว็บ
งานจัดอาร์ตเวิร์คที่เป็นงานเดิมๆแต่ปริมาณลดลง งานตัดต่อ งานถ่ายทำพรีเซ็นต์ และเริ่มทำ animation
สำหรับงาน animation เป็นงานที่ผมทั้งชอบและไม่ชอบ คือผมชอบมันตรงที่
จากกระดาษเปล่าๆหรือหน้าจอขาวๆ พอวาดรูปไปหลายๆภาพ แล้วกด play
ภาพที่เห็นมันทำให้ผมตะลึงพรึงเพลิดทุกครั้ง ว่านี่เรากำลังสร้างชีวิตจากกระดาษเปล่าๆหรือนี่ !!
ผมโคตรชอบเวลานี้เลย แต่ก็เหนื่อยแทบขาดใจทุกครั้งที่ทำงาน animation
เคยบ่นหลายๆครั้งว่า เพื่อนที่รับงานพรีเซนต์เขาได้เงินเยอะกว่าเราแต่เราโคตรเหนื่อยเขาจะรู้ไหม
แต่เราก็ยังทำ เพราะคิดว่าไอ้ของยากชิ้นนี้แหละจะทำให้เราต่างและโดดเด้งกว่าใครเขา
วิธีคิดตรงนี้มาจากที่เรียนโฆษณาเต็มๆ สมัยนั้นเขาซีเรียสเรื่องนี้มากว่า ถ้าไม่ต่างมึงอย่าสะเออะทำ มันไม่เกิด
แต่ในทางกลับกันที่เรียน เขาก็ดับอีโก้เด็กได้มอดสนิทจริงๆ
ตอนเคยมีคำนึงที่ครีเอทีฟเขามาวิจารณ์งานประกวดโฆษณา คำนึงที่ผมจำได้แม่นเลย
" อืม งานน้องใช้ได้นะ .....แต่รออีกสัก 10 ปี ให้คนเขาลืมๆที่มีอยู่ไปก่อนแล้วค่อยใช้แล้วกัน"
หรือ เวลาเห็นงานประกวดที่ได้รางวัลในรุ่นเดียวกัน มันไม่มีข้อโต้แย้งเลยว่ามันต้องได้ที่ 1 จริงๆ
(ไม่เหมือนงานประกวดอื่นๆที่มีค้านสายตาคนดูบ้าง) ผมขอบคุณคณะที่ให้ผมได้เรียนสาขานี้ทุกครั้งที่นึกถึง
เวลาผ่านไปผมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ไม่มีวันหาได้ถ้าไม่หลุดจากระบบงานประจำ
จนรู้สึกว่าอยากรับงานจริงจังแล้ว เริ่มหาเพื่อนที่หลุดจากงานประจำด้วยกันมารับกันเองเป็นทีมดีกว่า
จนในที่สุดผมก็ได้เปิดบริษัทด้วยเงินที่น้อยนิดมาก ....
:3005: อ่านแล้วมีรัศมีสีม่วงบลิ๊งๆ ออกมาเป็นระยะๆ
ว่าแต่ เด็กศิลปากรมันไม่ใช่แบบผมนะครับ จริงๆ :3005:
...ผมนี่ออกแนวมหิดล ศิริราชนู่น
เชี่ยนี่กูขโมยอาวุธผิดสำนักเหรอวะเนี่ย !! :30: :30:
ต่อเลยกำลังมัน :56:
กรี๊ดดดดดดดดดดดด :25: :25: :25:
แอร้ยยย :25: :25: :25:
รออ่านๆๆ :25:
ปล.ของโบว์นี่ตอนนี้นิ่งสนิท เลี้ยงลูก ไม่ค่อยว่างทำงานเลย เกาะผัวกินอยู่ :30:
รออ่านด้วย ไฟลุกพรึ่บๆ :25:
ตอนเปิดบริษัทนี่ผมไม่มีความรู้เลย
ตอนนั้นคิดหนักอยู่เป็นอาทิตย์ เพราะเมื่อเริ่มเปิดต้องมีค่าบัญชีรายเดือนแล้ว แถมยังต้องมีค่าผู้ตรวจรายปีอีก
ตูจะรอดมั้ยเนี่ย งานแบบต่อเนื่องก็ยังเป็น 0
ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ผมหาคนทำบัญชีจากเน็ต ถึงตอนนี้ก็ยังทำกับเขาอยู่ อาจจะโชคดีที่ไม่มีปัญหา
เขาก็นัดมาทำเอกสาร คุยโน่นนี่เรื่องการเปิดบริษัท
ผมถามเขาว่า ปิดบริษัทต้องเสียกี่บาทครับ :30:
คือตูไม่มั่นใจสุดๆ คิดว่าปีนึงไม่รอดก็ปิดซะดีกว่า
บริษัทผมเป็นแค่ในนาม คือใช้บ้านอาที่เป็นออฟฟิศเก่ามาจด แต่ก็ไม่ได้เข้าไปทำอะไร
ไม่มีพนักงาน คนทำงานมีด้วยกัน 2 คน
เพื่อนผมจัดการส่วน production (ขอเรียกว่า นาย N ) กับผมที่ทำด้านเบื้องหลังกับกราฟฟิก รวมถึงหางาน แล้วแบ่งกันเท่าๆ
จบงานแยกย้ายไป
ในปีแรก เพื่อนคนนี้ดันไปเรียนต่อเมืองนอก เหลือผมที่หางานคนเดียวแต่ตอนนั้นงานก็มีแค่ประปราย
แรกๆผมอาศัยให้รุ่นน้องถ่ายให้ เพราะผมไม่ได้เรียนมาทาง production พอเราคุยงานส่งงานก็ปิดจ๊อบได้
รุ่นน้องอีกคนก็มาร่วมด้วยหมอนี่ทำงานเก่ง (เรียกว่านาย P) แล้วนาย N ก็กลับมาพอดี
EXA STUDIO ก็เริ่มขึ้น.....แบบเบาๆ
แต่เรื่องมันไม่ง่ายอย่างงั้น มีหลายงานโดนหลอก
บางทีหลอกไปพิชชิ่งงาน แต่ก็เอาไอเดียเราไปเฉยๆ
แต่ก็ต้องยอม แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเราไม่ควรยอมตั้งแต่สมัยนู้น
บางงานคุยไอเดียไปเป็นเดือน แต่สุดท้ายไม่ทำ
ดูเหมือนจะเป็นพวกมีโปรเจ็คร้อยแปดแล้วหาคนมาคิดให้ทำให้ แล้วเอาไปเสนอ
พอเสนอไม่ผ่านก็ชิ่งหนีเรา ค่าคิดค่าทำนิดๆหน่อยก็ไม่มี
ทีแรกโม้ว่ามีเส้นสายได้ทำแน่ๆ มีนายทุนแล้วอะไรงี้
แต่ทั้งหมดนี้ยังถือว่าผมโชคดีสุดแล้วที่ไม่เข้าเนื้อ แค่เหนื่อยเฉยๆ
ทุกวันนี้นโยบายผมคือไม่รับพิชชิ่ง เอาเวลาไปทำ port จะคุ้มกว่า
งานที่ดีก็มี ด้วยคำว่า "บริษัท" มันสามารถรับงานได้ใหญ่ขึ้น แต่ก็ไม่ได้ใหญ่มาก
ส่วนมากจะเป็นงานพรีเซ็นต์ของราชการ หรือ บริษัทเล็กๆ
ส่วนตัวผมถือว่าคุ้มค่ากว่าทำงานประจำ เพราะเราได้เวลาของชีวิตเราคืน !!
ผมมีเวลาฝึกฝนฝีมือตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวาดรูป วาดการ์ตูน(ที่อยากจะตัดจบหลายเรื่องในนี้)
ทักษะค่อยๆเพิ่มพูน ผมไม่รู้หรอกว่าได้อะไรจากการทำบ้าๆบอๆในแต่ละครั้งไปบ้าง
แต่ตอนนี้รู้สึกว่ามันเหมือนจิ๊กซอที่เราค่อยเก็บมาทีละชิ้นๆ
จนทักษะแต่ละชิ้นมันผสานกันจนเริ่มเห็นภาพบ้างแล้ว
ผมเลยยิ่งมั่นใจขึ้นไปอีกว่า ผมจะทำในงานที่เราสนุกกับมัน
ถ้างานนั้นเริ่มไม่ทำให้เราตื่นเต้นอีกต่อไป
ผมจะรีบมองหาสิ่งที่ผมไม่เคยทำ และทำ list ไว้รอเพื่อแก้อาการเบื่องาน
กลับมาเรื่องบริษัทอีกครั้ง
รูปแบบของบริษัทจำเป็น มันดูไม่มั่นคง ซึ่งผมก็บอกกับเพื่อนแล้วว่าบริษัทเราทุกคนต้องหางาน
แล้วแบ่งกันตามปริมาณงานที่ได้ทำ แฟร์ๆ
มันก็คงเป็นแบบนี้ จนกระทั่ง...
เพื่อนที่รู้จักอีกคนเปิดบริษัทตัดหนัง ซึ่งเป็นงานเกี่ยวกับสายภาพยนตร์โดยตรงซึ่งก็ตรงใจกับนาย N มาก
ในความเป็นจริงคือเขาจะอยู่ทั้งสองบริษัท แต่เวลามีงานของผม เขามักไม่ว่างมาทำให้
ใจเขาอยากทำหนัง เราก็ตามใจเขา แต่งานผมมันจะเสียไม่ได้
สุดท้ายเราก็ทนสภาพที่เราไม่รู้เรื่อง production ไม่ไหว เลยไปดูอุปกรณ์ทำ ตอนนั้น DSLR VDO เพิ่งเข้าไม่นาน
ผมตัดสินใจอยู่นาน จนทุ่มหมดหน้าตักซื้อกล้องและอุปกรณ์มา โดยที่ยังไม่รู้ว่ามีงานหรือเปล่าด้วยซ้ำ
ตอนนั้นคิดว่าจะขาย footage ใน istock หรือถ้าไม่ได้ก็ขายเป็นกล้องมือสองยังพอได้นี่ เป็นการเสี่ยงที่ไม่เจ็บมาก
แต่โชคดี .... ด้วยความที่ผมวาง storyboard ตอนเขียนการ์ตูนช่องมาก่อน ตอนที่ผมเขียนเดชฯนี่ผมไม่ได้ทำเล่นๆนะครับ
มันเริ่มจริงจังตอนหน้าที่ 60 กว่าๆมั้ง จริงๆเรื่องนี้ก็เริ่มทำเพื่อฆ่าเวลาสนุกๆเขียนขำๆนี่แหละ
ผมเปิดการ์ตูนหลายๆเรื่อง นั่งดูการวางคอมโพส การไหลของเรื่องอย่างจริงจัง (โดยเฉพาะ hunter :30:)
พอได้จับกล้อง ถ่ายงานภาพในหัวมันก็แล่นเรียงเป็นเรื่องอย่างง่าย ขนาดภาพ จังหวะการเล่า มันมาตั้งแต่ก่อนถ่ายแล้ว
มันอาจจะไม่ดีเด่มากนักนะครับ แต่มันได้ทักษะประหลาดติดตัวโดยเราไม่รู้ตัวมาช่วยให้งานเราง่ายขึ้น
ผมเพิ่งรู้ตัวตอนนี้เองว่า ของที่ผมทำเล่นๆเหมือนหว่านเมล็ดทิ้งๆไปอย่างงั้น มันได้ผลิดอกออกผลตอนนี้แล้ว
งานแรกๆของผมคืองานแต่งงานของนาย P เนี่ยแหละ เป็นงานฟรีๆ ที่ผมจับกล้องครั้งแรกๆ
ทักษะการใช้สีจากที่ได้ลงสีเล่นๆ การตัดต่อที่เคยมั่วๆทำตั้งแต่สมัยเรียน และพอเสร็จงานจะตบตัวเองด้วยคำว่า
"มึงยังกระจอกอยู่เสมอ" เพื่อจะได้เพิ่มชิ้นจิ๊กซอชิ้นต่อๆไป
ตื่นเต้นกับคำว่าจิ๊กซอแบบผมมรึยังครับ !!
จิ๊กซอมันต่อกันเป็นภาพอื่นที่คนเริ่มมองเห็นบ้างแล้ว
งานนี้เป็นงานที่ไปเข้าตารุ่นใหญ่ในวงการหลายคนอยู่เหมือนกัน
จนต่อเนื่องมาเป็นงานของ Singular
และก็ต่อไปในอีกหลายๆค่าย
ไทน์อินที่ www.exa-studio.com (http://www.exa-studio.com) :30: :30:
แม้ตอนนี้ผมอาจจะเป็นคนตัวเล็กๆของวงการไหนสักวงการ
แต่ผมภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองได้ทำไปทั้งเรื่องมีสาระและไร้สาระเสมอ
เพราะมันคือสิ่งที่ผมทำเพราะมันสนุก ไม่ติดกับกรอบ (โดยเฉพาะกรอบของตัวเงิน)
ทุกวันนี้เวลาผมไปคุยงาน MV เขายังทักว่า Layiji ที่ทำฟอนต์ อยู่เลย :30:
ผลบุญก้อนนี้แม่งหนักเอาเรื่อง (คนเรามันต้องรู้จักให้จริงๆนะ)
เวลาที่คนทักอย่างนี้เขาชอบในงานของเราจริงๆ
รู้สึกว่าถ้ามีไทม์แมชชีน อยากกลับขอบคุณตัวเองในอดีตว่า เอ็งบ้าได้ดีว่ะ!!
เพราะรู้สึกหลังๆนี้พอมีภาระรับผิดชอบมากขึ้น ไอ้ที่ความคิดที่ว่าจะทำเอามันส์มันก็ถูกเบียดด้วยงานหาเงินก่อน
ซึ่งผมพยายามจะเบรคมันเสมอ
จะไม่รับงานจนหนักเกินไป แม้ว่าจะรวยเร็วก็เหอะ
เพื่อนผมบางคนตอนนี้เริ่มต้องหางานที่เป็นงานจริงๆของตัวเองมากขึ้น
ครั้นจะใช้ความกล้าแบบเด็กๆ แต่มีภาระความรับผิดขอบที่เป็นผู้ใหญ่วัยกลางคน
ความกล้ามันเลยหดหายไปหมด ไม่กล้าออกมาจากโลก matrix
กว่าจะกล้าก็ชราภาพซะแล้ว .....
ยืนยันครับ
อย่ากลัวที่จะก้าว แต่ต้องก้าวอย่างมีสติ
Layiji
กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ชูป้ายไฟ :25: :25:
อ่านแล้วคึกคักมากๆ
:25: :25: :25:
อ่านเรื่องราวของป๋าแล้วมันสนุกชะมัด
เรื่องของตัวเองนี่ยังมองไม่ออกว่าจะออกมาในรูปแบบไหน
ที่ผ่านมาถือว่าชีวิตโอเคเลย ได้ทำหลายๆอย่างที่อยากทำ
เรื่องงาน...มีทั้งช่วงลงงานหนักๆ แต่ก็มีช่วงว่างมากๆด้วยบางสัปดาห์ทำงานแค่3วัน เวลาว่างก็ได้อยู่กับพ่อกับแม่ บ้างก็ไปเรียนร้องเพลง เล่นอู๊ค...เรียนเอาสนุกได้เพื่อนเป็นคนสนุกๆ มันทำให้ชีวิตเราสนุกขึ้นเยอะเลย
เรื่องการเงิน...หายห่วงเรื่องการดูแลพ่อแม่ จากข้อตกลงธุรกิจครอบครัว เราแบ่งสรรปันส่วนหุ้นไว้สำหรับแต่ละคนและกันส่วนนึงไว้สำหรับพ่อแม่ พ่อแม่จะได้ไม่อึดอัดใจว่าทำให้ลูกลำบากหรือเป็นภาระเกาะลูกกิน
สิ่งที่เราตั้งใจไว้ พอเราทำให้หลุดได้ทีละเปาะๆมันรู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก และในขณะเดียวกันก็เกิดอาการเคว้งๆ งงๆอีกแล้ว ต่อไปเอาไงดีวะ?
เหมือนมันถึงคราวตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตอีกครั้ง จะอยู่ออสหรือกลับมาอยู่ไทยถาวร? หลายคนก็ว่าอยู่ออสไปดิวะไหนๆก็มีโอกาสทำงานทำเงินดีกว่าอยู่ไทย
อืม...ถ้าต้องอยู่จริงๆ ก็ไม่อยากเช่าอยู่ตลอดชีวิตค่าเช่าแพงนรกมาก ถ้าจะซื้อบ้านราคาก็แพงนรกเช่นกัน จะเอาเงินจากไหนมาซื้อบ้านเป็นล้านเหรียญไม่อยากเป็นหนี้นาน30-40ปีด้วย จะอยู่บ้านพี่สาวไปตลอดชีวิตก็ไม่ควรเพราะครอบครัวเขาก็ต้องขยายขึ้นลูกเขาก็โตขึ้น และเราเองถ้ามีครอบครัวก็ไม่ควรเกาะอยู่กับพี่ๆไปตลอด
ช่วงนี้อยู่ไทย พอสมองโล่งๆว่างๆได้อยู่กับตัวเองได้ทบทวนตัวเองก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ขุดเจอว่าเราเคยอยากทำอะไรแล้วยังไม่ได้ทำ มีอะไรอีกมากมายรอให้เราเรียนรู้
อ่านของพี่เลย์แล้วรู้สึกว่า..
นี่คือสแปม กรุณากดฟ้องยักษ์ นี่คือสแปม กรุณากดฟ้องยักษ์ นี่คือสแปม กรุณากดฟ้องยักษ์ นี่คือสแปม กรุณากดฟ้องยักษ์
เอาล่ะ ตอนนี้ผมก็มีเรื่องดีๆมานำเสนอ :30:
พี่เลย์เจ๋งโคตรๆ ไม่เสียแรงที่เป็น fc มานาน :25:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 04 พ.ย. 2012, 10:23 น.
เอาล่ะ ตอนนี้ผมก็มีเรื่องดีๆมานำเสนอ :30:
อย่าลืมเรียกใช้งานบริษัทผมนะครับ แผล๊บ ๆ :49:
ป๋าเจ๋งมาก :12:
:25: :25: :25:
รู้สึกว่าบุญเก่าแบบนี้มีผลกับการทำงานเยอะเหมือนกันแฮะ ประสบการณ์ส่วนตัวก็ใกล้เคียงกัน แต่ผมเริ่มแบบเส้นขนานตั้งแต่ตอนเรียนไปแล้ว พอเรียนจบก็เลยสบายเลย
ป๋าสนใจทำอะไรใหม่ๆ อย่างสื่อสำหรับเด็กมั้ย :30:
อ้างคำพูดจาก: blackYuri เมื่อ 04 พ.ย. 2012, 10:50 น.
อย่าลืมเรียกใช้งานบริษัทผมนะครับ แผล๊บ ๆ :49:
ส่งราคาไปแล้วจ้า รอลูกค้าคอนเฟิร์มอยู่นะ :49:
อ้างคำพูดจาก: RomSaiKyu เมื่อ 04 พ.ย. 2012, 12:33 น.
ป๋าสนใจทำอะไรใหม่ๆ อย่างสื่อสำหรับเด็กมั้ย :30:
อยากเขียนนิทานสอนเด็ก :40:
เอาให้จบเป็นเรื่องๆ สิ :34:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 04 พ.ย. 2012, 13:42 น.
อยากเขียนนิทานสอนเด็ก :40:
ทำไปได้ครึ่งเรื่อง แล้วก็ตัดจบ ให้เด็ก ๆ ไปคิดเองต่อ เสริมสร้างจิตนาการ :12:
ลองมาเล่าเรื่องของตัวเองบ้าง หลังจากที่ได้อ่านของหลาย ๆ คนแล้ว จำไม่ได้เหมือนกันว่าล่าสุดที่เคยเล่าไว้ ถึงตรงไหน
แต่คิดว่าคงรู้กันแล้วละ หลังจากที่ออกจาก RS ก็มาทำงานอยู่ไทเกอร์ไอเดีย ทำพวกเว็บ WordPress ไป
ตอนฟ้อนต์แคมป์ที่ผ่านมา ก็เคยบอก 1 ในความฝันของตัวเองไว้แล้วว่า อยากจะให้ตัวเองเป็นที่รู้จักในเรื่อง CSS เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย
พยายามเขียน Blog แล้วก็หาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยความที่เราทำเว็บด้วย WordPress ไปด้วย
ทำให้ WordPress กลายเป็น 1 ในความฝันคู่ไปกับ CSS ด้วย
ระหว่างที่ทำงานกับไทเกอร์ เราก็ไม่ได้หยุดอยู่กับที่ พยายามจะเรียนรู้ CSS และ WordPress ไปเรื่อย ๆ การเขียน Blog อาจจะมีหยุดบ้าง
เพราะด้วยงานประจำ และงานนอกที่รับมาเอง ทำให้บางช่วงยุ่งจนทำงานเสร็จ ก็ไม่อยากจะมานั่งเขียน Blog ซักเท่าไหร่
และด้วยความที่เราอ่านนู่น อ่านนี่ไปเรื่อย ๆ คอยดูคนอื่นที่ใช้ CSS และ WordPress ในการทำงานหลาย ๆ คน ทำให้รู้สึกว่า
เรายังไม่พอ เรายังไม่เก่งตลอดเวลา มันก็ยิ่งทำให้หาความรู้เพิ่มตลอด มันรู้สึกเหมือนว่า ถ้าเราหยุดอยู่กับที่
มันต้องมีคนมาแซงเราขึ้นไปอีก ถ้าเราอยากไปอยู่แถวหน้า เป็นที่รู้จัก ต้องแซงคนอื่นดิ ไม่ใช่ให้คนอื่นมาแซง
...
หลังจากที่ทำกับไทเกอร์ไอเดียมาได้ปีกว่า เราก็มีได้รู้จักคนนั้น คนนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งวันนึง
กวางเพื่อนที่ได้รู้จักกันที่ปาย ตอนที่ไปเรียน WordPress กับพี่เม่น ก็มาชวนให้ไปเป็นหุ้นส่วนในการทำบริษัท
ซึ่งจริง ๆ แล้วเค้าเปิดกับบริษัทนี้กับพี่อีกคน ชื่อพี่โบ ซึ่งเค้าก็เปิดมาตั้งแต่เดือน ก.พ. แล้วละ
แต่หลังจากที่เค้าเปิดมาได้ซักพัก ก็รู้สึกว่างานมันหนักไป สำหรับคนสองคนจะทำ เลยมาชวนให้ไปหุ้นด้วย
แล้วช่วยทำงานในส่วนของ Developer ซึ่งแน่นอนว่า เหตุการณ์ปัจจุบันตอนนี้มันก็สปอยเรื่องตอนนั้นไปแล้ว
ว่าผมตอบตกลงในทันที แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก โอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้ว จะไปคิดมากทำไม
ลองทำดูก่อน แล้วค่อยมาพิจารณาว่า ตัวเองทำได้ไม่ได้ ไหวไม่ไหว
ตอนนี้ผมก็เลยทำงานควบสองที่ ทั้งการเป็นลูกจ้างกับไทเกอร์ไอเดีย และเป็นหุ้นส่วนของบริษัทที่หุ้นกับกวางและพี่โบ
โดยใช้ชื่อบริษัทว่า บริษัท สิบแปดมงกุฎ จำกัด ซึ่งวางตัวบริษัทไว้ว่า เราเป็น Digital Media Agency นะ
พี่โบเป็น AE นะ กวางเป็น Planner นะ บิ๊กเป็น PM + Dev นะ แล้วก็ใช้หลักการเดียวกับที่เราทำงานกับไทเกอร์
ก็คือพวกเราไม่มีออฟฟิตนะ อยากทำงานที่ไหนก็ทำ ถึงเวลาก็มาประชุมกัน จบ แฮปปี้
มันควรจะเป็นเช่นนั้น แต่ว่า ...
จานบิ๊ก :25:
หลังจากที่ทำงานด้วยกันไปซักพัก กวางเองก็มาปรึกษาเรื่องที่พี่โบ ไม่ค่อยพร้อมในการที่จะเรียนรู้งานของ AE เท่าไหร่
ซึ่งอาจจะเพราะด้วยที่ทั้งคู่สนิทกันแล้ว ทำให้การสั่งงานในบางครั้งมันก็ติดเรื่องความอาวุโสด้วย มันก็ไม่ค่อยเข้าท่านะ
แต่ก็ไม่เป็นไร ผมก็เลยเข้าไปเป็นตัวกลางให้ และผมจะได้เห็นด้วย ว่าพี่โบเองทำงานเป็นยังไงบ้าง
ซึ่งในมุมมองของผม ที่ผมเจอก็คือ พี่เค้าไม่ค่อยกระตือรือร้นเท่าไหร่ ออกแนวเป็นพวกที่ต้องมีคนมาคอยป้อนคำสั่งให้ทำอะไร
อาจจะเพราะมันไม่ใช่งานที่เค้าถนัดก็ได้ แต่ผมก็ยังหวังว่าเค้าจะพยายามพัฒนาตัวเอง ก็เลยดู ๆ การทำงานของพี่เค้าต่อไป
ระหว่างนั้น ก็ต้องใช้วิธีว่า พี่โบก็เป็น AE ไป ส่วนกวางก็เป็น AE ด้วยเหมือนกัน
ที่เป็นแบบนี้เพราะงานที่มาจากการหาลูกค้าของพี่โบนั่นน้อยเกินไปสำหรับจะให้บริษัทอยู่รอดได้ ก็เลยต้องใช้วิธีว่ามี AE สองคน
แล้วช่วยกันหาลูกค้าดีกว่า โดยระหว่างนั้น กวางเองก็ยังเป็น Planner ให้บริษัทไปด้วย
แต่ปัญหามันก็ยังไม่จบแค่นั้น มันยังมีอีก ...
คั่นๆ :56:
ปัญหาหลังจากนั้นคือ ลูกค้าแม่งอยากมาเจอที่ออฟฟิตหลายเจ้ามาก
จนในที่สุด เอาวะมีออฟฟิตก็ได้ ก็ดีเหมือนกัน เพราะหลัง ๆ เวลานัดเจอ นัดประชุมกัน จะได้มีที่ไว้ทำงาน
เน็ตแรง ๆ ดี ๆ ไว้ตอนทำงานและประชุมด้วย
ระหว่างนั้นที่หาออฟฟิตไป ก็หาคนมาทำ Planner ไปด้วย เพราะกวางเองแค่เป็น AE ก็วุ่นพออยู่แล้ว
จะให้มาคิดแผนไปเสนอลูกค้า มันก็จะไม่มีเวลาไปหาลูกค้า
ซึ่งตอนนั้นก็เคยทาบทาม เดือน ของพวกเราไว้เหมือนกัน แต่เดือนเองก็ตัดสินใจทำงานที่สามย่านต่อไป
ซึ่งเราก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะมันเป็นทางที่เค้าเลือก ก็ต้องเคารพการตัดสินใจ
แล้วเราก็ได้สถานที่ ที่เหมาะเป็นออฟฟิตของเรา เป็นตึกแถวตรงปากซอยลาดพร้าว 24 ติดสถานีใต้ดินลาดพร้าวเลย
ซึ่งเป็นตึกที่ SIU เช่าไว้ แล้วมีพื้นที่ชั้น 4 ว่าง เราจึงตกลงกันว่าจะเอาที่นี่ละ
แล้วก็เริ่มดำเนินการเดินเรื่องต่าง ๆ ทั้งทาสีใหม่ ทำฉากกั้น ติดแอร์ ซื้อเฟอร์นิเจอร์ ติดเน็ต
รวมถึงตอนนั้นก็ได้รุ่นน้องที่ลาดกระบังซึ่งต่อโทสายการตลาด แล้วก็สนใจจะทำงานด้านนี้อยู่แล้ว มารับตำแหน่ง Planner
งานที่เข้ามาก็มีเข้ามาเรื่อย ๆ มันก็กำลังไปในทางที่ดีนะ แต่มันก็มีเรื่องเกิดขึ้นอีกจนได้ ...
คั่นๆ รออ่าน :25:
:25:
นั่นก็คือ ขโมยขึ้นครับ T-T
ของโดนเอาไปหลายอย่างอยู่เหมือนกัน แต่ของบริษัทเราโชคดีหน่อยมั้ง ที่ยังขนเข้าไปไม่เยอะ
ดังนั้นก็เลยเอาไปไม่ได้เยอะ แต่ทาง SIU เองนั้น ก็โดนไปหลายอยู่เหมือนกัน
ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม จากการที่เราต้องติดเหล็กดัดเพิ่ม แต่ไม่เป็นไร เพื่อความสบายใจ ไม่ต้องมากังวลเรื่องขโมยกันอีก
หลังจากนั้น พี่โบเองก็มีไปทำงานกับอีกบริษัทนึง เพื่อหาความรู้เพิ่ม และเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพิ่ม
และผมเองก็เริ่มที่คิดว่า เราต้องทำระบบการทำงานของบริษัทขึ้นมาหน่อย เพราะถึงตอนนี้การทำงานของพวกเรา
ก็ยังไม่เข้าที่เข้าทาง อาจจะเพราะไม่ได้คุย และทำงานด้วยกันบ่อยนัก
1 ในวิธีการของผม ก็คืองั้นเรามาประชุมกันที่ออฟฟิตทุกวันจันทร์แล้วกัน
เพราะวันจันทร์ก็เป็นวันที่ลูกค้าส่วนใหญ่ ก็จะประชุมกันในบริษัทเหมือนกัน น่าจะเป็นวันที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
อีกอย่างคือ ทุกวันศุกร์มารายงานผลกันเถอะ ว่าแต่ละคนทำงานอะไรกันบ้างในสัปดาห์นั้น
เพื่อที่ทุกคนในบริษัทจะได้รับรู้ว่า แต่ละคนทำงานอะไรเป็นกันบ้าง
แล้วปัญหามันก็ดันเกิดเพิ่มขึ้นมาอีก สาเหตุมันก็มาจาก ...
พี่บิ๊กเป็นคนตัดต่อ the voice ใช่มั้ยครับ :07:
พอมีการประชุม และรายงานทุกสัปดาห์ มันทำให้ผมรับรู้ว่า งานส่วนใหญ่ 90%
มันมาจากการที่กวางออกไปหาลูกค้า และมีบางส่วนติดต่อมาผ่านผม จากเมล็ดที่ผมหว่านนั่นคือ
การเขียน Blog ทำให้มีคนมาจ้างทำเว็บ และตัดเว็บอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกว่า เย้ย ไม่ได้แล้วนะ
ถ้าพี่โบหาลูกค้ามาได้น้อยแบบนี้ มันก็เหมือนพวกเราทำงานกันเยอะอยู่สองคน
ผมเลยคิดว่า เอาแบบนี้ เรามากำหนดเป้าหมายเพื่อเป็นกระตุ้นกันเถอะ
ว่าอีกสองเดือนเราจะหาเงินมาเข้าบริษัทได้เท่าไหร่ จะได้มีแรงผลักดันให้มีจุดหมายในการทำงานด้วย
ว่าเออต้องหาให้ได้เท่านี้นะ วิธีนี้มันอาจจะไม่ได้ดีหรอก เพราะเราเองก็ไม่เคยเรียนหรอก ไอ้การบริหารอะไรนั่น
( เอ๊ะ จะว่าไปก็เคยเรียนนี่หว่า แต่ช่างเถอะ เอาเป็นว่าไม่ได้จบบริหารแล้วกัน )
จากวิธีการนี้ ไม่รู้ว่าเป็นการกดดันจนเกินไปมั้ย เพราะหลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้น จากที่พี่โบ ...
กำลังสนุกเลย :25:
เชอะ เล่าสไตล์ตัดๆตอนสำมะคัญเลียนแบบตู :50:
:30: :30:
แอร๊ย ติดตามต่อๆๆ
ส่งเมล์มาในแนวที่ตัดพ้อว่า ตัวเองนั่นเป็นตัวถ่วงของบริษัท
ซึ่งผมรับไม่ได้อะ มาทำงานด้วยกัน อย่ามาตัดพ้อกันดิ มีปัญหาก็มาประชุมกัน มาถกมาคุยกัน
แต่อย่ามาตัดพ้อมาประชดกันแบบนี้ ผมก็เลยส่งเมล์กลับไป ซึ่งก็อธิบายไปตามที่ผมรู้สึกว่า
นี่มาทำบริษัทด้วยกันนะ ไม่ใช่เด็กมาเล่นขายของ มีปัญหาอะไร มันต้องมาพูดคุยกัน
มาตกลงกันให้มันเสร็จแล้วกลับไปทำงานกันต่อ เพราะถ้าประชดกันไป
มันก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร มาคุยกัน แล้วปรับตัว ปรับการทำงานกันดีกว่า
การที่ส่งเมล์ไป หลังจากผ่านไปไม่กี่วัน พี่โบก็มาขอลาออกจากการเป็นหุ้นส่วน
ซึ่งตอนนั้นผมรู้สึกว่า เย้ย หรือว่าผมพูดแรงไปวะ แต่มานั่งอ่าน มันก็ไม่แรงอะไรนิ
แต่อีกประเด็นคือ ผมรู้สึกว่า เค้าคงไม่อยากทำงานแนวนี้แล้วละ เค้าถึงตัดสินใจแบบนี้
แต่การตัดสินใจว่า จะเอายังไง ผมยกให้กวางซึ่งเป็นเค้าสองคนเป็นคนสร้างมันมาด้วยกัน
ให้เค้าไปคุยแล้วตัดสินใจเอาเอง
หลังจากที่เค้าไปคุยอะไรกันเรียบร้อย ก็จบด้วยการที่พี่โบขอลาออกจากการเป็นหุ้นส่วน
ซึ่งหลังจากพี่โบตัดสินใจแบบนั้น มันทำให้เราต้องมาควานหา AE กัน
เพราะไอ้ครั้นจะให้อีบิ๊กไปหาลูกค้า ก็คงไม่ไหว
เพราะอีบิ๊กเคยไล่ให้ลูกค้าไปเช็คงานก่อนจะมาสั่งให้เราทำอะไร แถมด้วยมีไปด่าลูกค้าถึงบริษัทเค้ามาแล้ว 555
( รู้ว่าไม่ดี แต่มันทำไปแล้ว T-T )
ระหว่างนั้นเราได้คุยกันว่า เออ ไหน ๆ ก็ประชุมกันทุกวันจันทร์แล้ว เรามาแบ่งปันความรู้ของแต่ละคน ให้ทุกคนในบริษัทกัน
ซึ่งก็เลยตั้งวันจันทร์ว่าเป็นวัน Innovation ซึ่งที่ผ่านมาก็มีกวางมาแบ่งเรื่องการไปขายงานในฐานะ AE
หรือน้องต่อที่เป็น Planner เอาหนังสือที่ตัวเองอ่านมาย่อยข้อมูลแล้วเล่าให้ฟัง
หรือผมที่สอนทุกคนเกี่ยวกับ HTML CSS และ WordPress
พี่ร่มเองก็เคยมาแบ่งปันความรู้ให้เราแล้วเหมือนกัน 555
( อนาคตจะมาชวนคนอื่น ๆ มาบ้าง หุหุ )
รวมถึงพวกเราก็เริ่มไปงานเสวนา สัมมนา หาความรู้เพิ่มเติมจากงาน Event ต่าง ๆ ที่จัดขึ้น
และในที่สุดก็ได้ AE จากการคนที่สมัครกันมาหลายคน ตอนนี้ทุกอย่างกำลังเข้าที่เข้าทาง ก็หวังว่ามันจะเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
อนาคตไม่รู้จะเป็นยังไง แต่ก็จะพยายามปั้นมันไปในทางที่ดีให้ถึงที่สุด
ระหว่างทางที่ผ่านมา คนในฟอนต์เองก็มีส่วนในการช่วยผลักดันผมให้มาถึงจุดนี้
ไม่ว่าจะเป็นแนวคิด กำลังใจ คำปรึกษา
รับงานจากที่เราส่งต่อ
หรือส่งงานต่อมาให้เรา
ช่วยลุ้นไปกับบริษัทผมด้วยแล้วกันนะครับ >_<
ชอบทำงานแบบนี้ มีอะไรก็คุยกันให้จบ ไม่ต้องมางอแงง๊องแง๊ง
อยากไปทำงานด้วยจัง :30:
สู้ๆวันนึงบิ๊กจะดังมากๆแน่ๆ
ติดต่อบิ๊กผ่าน www.exa-studio.com (http://www.exa-studio.com) ได้เลยนะครับ :30:
อ้างคำพูดจาก: หนุ่ม เมื่อ 04 พ.ย. 2012, 17:11 น.
คั่นๆ :56:
อ้างคำพูดจาก: ดาม่า เมื่อ 04 พ.ย. 2012, 17:22 น.
คั่นๆ รออ่าน :25:
อ้างคำพูดจาก: กวางจ้ะ เมื่อ 04 พ.ย. 2012, 17:26 น.
:25:
ขอบคุณเหล่าคนที่มาคั่น :56:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 04 พ.ย. 2012, 17:54 น.
เชอะ เล่าสไตล์ตัดๆตอนสำมะคัญเลียนแบบตู :50:
:30: :30:
ขอนิดนึงนะพี่ :30:
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 04 พ.ย. 2012, 17:34 น.
พี่บิ๊กเป็นคนตัดต่อ the voice ใช่มั้ยครับ :07:
สงสัยจะด่ามันมากไป เลยติดการตัดต่อแบบมันมา :05:
อ้างคำพูดจาก: หนุ่ม เมื่อ 04 พ.ย. 2012, 18:15 น.
ชอบทำงานแบบนี้ มีอะไรก็คุยกันให้จบ ไม่ต้องมางอแงง๊องแง๊ง
อยากไปทำงานด้วยจัง :30:
ตอนนี้คนยังน้อยอยู่ เลยต้องพยายามให้ทำแบบนี้ละ มีปัญหาอะไร เคลียร์ ๆ กันไปเถอะ
อย่างตูกับกวางเนี่ย น้องต่อเห็นตูสองคนคุยงานกัน แม่งเหมือนทะเลาะกันอะ
แต่สุดท้ายก็จบ แยกย้ายทำงาน เพราะคุยกันแบบจบ
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 04 พ.ย. 2012, 18:15 น.
สู้ๆวันนึงบิ๊กจะดังมากๆแน่ๆ
ติดต่อบิ๊กผ่าน www.exa-studio.com (http://www.exa-studio.com) ได้เลยนะครับ :30:
:07: ไม่ใช่แล้ว
ป๋าเลย์นี่ ไทอิน ตลอด :30:
เหมือนอ่านหนังสือชีวิตต้องสู้ แบบรวมอัตชีวประวัติ ของคนเก่งๆ :25:
รวมเล่มกันเถอะ
ในฟอนต์นี่มีแต่คนเจ๋งๆ จริงๆ :12:
ป๋าไทอินตลอดเลยอ่ะ พี่แอนเก็บค่าโฆษณาเร็ว :30:
พี่บิ๊ก :25:
ติดภาพพี่บิ๊กโซวอน จนลืมเรื่อง CSS ไปแล้ว
เรียนจบแล้วอาจมาขอเกาะพี่บิ๊กนะ :25:
อ้างคำพูดจาก: MintJi เมื่อ 04 พ.ย. 2012, 21:55 น.
พี่บิ๊ก :25:
ติดภาพพี่บิ๊กโซวอน จนลืมเรื่อง CSS ไปแล้ว
เรียนจบแล้วอาจมาขอเกาะพี่บิ๊กนะ :25:
:07: เคยชวนแล้ว แล้วแกนั่นละที่บอกว่า จะไปเมืองนอก
ก็อยากไปเมืองนอก แต่ไม่มีอะไรไปสู้เค้าเลยอะ :05:
ตอนนี้มี True Innovation Awards ที่ได้แน่ๆ แล้ว แต่รางวัลอะไรไม่รู้
กับ NSC กำลังทำประกวดอยู่
ละก็ Drupal อีกเว็บ
เอาจริงๆ นะ กลัวมากเลยว่าจบมาจะไม่มีงาน(ที่อยาก)ทำ :05:
อ่านเรื่องลุงๆ แล้วนึกขึ้นได้ว่ามีเว็บนึงที่อยากทำเอง
ใช้ WP จะได้ฝึกใช้ให้เป็นมันทุกอย่างเลย
Google เก็บ resume ฝึกงาน หนูเข้ากรุไปแล้วค่ะ :30:
อาจารย์ถามว่าอยากฝึกงาน Cisco มั้ย ก็ไม่ค่อยชอบเรื่อง network อีก
อยากอยู่กับ programming มากกว่า
มีรุ่นพี่ชวนไปฝึกที่ ecart ถ้าไม่ไปเมืองนอก
WP กะพี่บิ๊กก็อยากทำ
มาม้าอยากให้ทำงานสิงคโปร์ แต่ด้าน IT ที่สิงคโปร์หางานยากอยู่ ถ้าไม่เป็น citizen
ใจตัวเองไม่อยากอยู่ไทย จบ 555
หาที่ฝึกงานล่วงหน้าไป 8 เดือนโดยประมาณ
ชีวิตตอนนี้สับสนในตัวเองมาก :3005:
มาฝึกงานบริษัทพี่มั้ย :27: ฝั่ง dev งานเพียบเลย (แต่ไม่ใช่ PHP ธรรมดาๆ นะ)
ขอบคุณค่ะ :46:
ใกล้ๆ เดี๋ยวค่อยถามพี่บิ๊ก พี่ไอซ์อีกที
อยากฝึกทุกที่เลยอะ :05:
เมืองนอกฝึกงานหลายรอบได้ ทำไมมหาลัยไทยฝึกได้รอบเดียว
ก็ฝึกเองสิ ปิดเทอมก็ขอเข้าไปฝึกเลย
ปิดเทอมอาทิตย์เดียว T-T
เรียนไม่เหมือนคนอื่น
นี่ยังคิดว่าช่วง intern จะดรอปเรียนไป 1 เทอมเพื่อฝึกงาน
ก็ว่างั้น อยากฝีกก็ฝึก เวลาว่างเยอะแยะ แฟนก็เลิกไป เสียเวลาฝึกงาน :49:
เนอะๆ แฟนก็เลิกไปเนอะ :27:
ว่างเยอะแยะก็ดีสิคะคุณพี่
พี่ไอซ์รอรับช่วงต่อสินะ :59:
อัพเดทล่าสุด สดๆ ร้อนๆ ครับ :47:
จู่ๆ ก็มีพวก18มงกุฏจะมาเอา profile บริษัทตูไปรับงานอีเว้นท์หากินครับ :47:
บิ๊กเล่ามันมาก :25:
ทำให้อยากเล่าบ้าง
ปีนี้แล้งมาก ข้าวจะตายไหมเนี่ย :05:
จบละ
:31:
// เอ๊า โดนตัดหน้า :23:
บริษัท 18มงกุฎเลยหรือเปล่าครับ !!
เริ่มบ่อนทำลายแล้ว :30: :30:
ป.ล.บิ๊กราคาผ่านแล้วนะตัวเอง จะเริ่มลงมือทำล่ะนะ
อ้างคำพูดจาก: RomSaiKyu เมื่อ 04 พ.ย. 2012, 22:46 น.
อัพเดทล่าสุด สดๆ ร้อนๆ ครับ :47:
จู่ๆ ก็มีพวก18มงกุฏจะมาเอา profile บริษัทตูไปรับงานอีเว้นท์หากินครับ :47:
:56:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 04 พ.ย. 2012, 22:48 น.
บริษัท 18มงกุฎเลยหรือเปล่าครับ !!
เริ่มบ่อนทำลายแล้ว :30: :30:
ป.ล.บิ๊กราคาผ่านแล้วนะตัวเอง จะเริ่มลงมือทำล่ะนะ
:27: ครับผม
มิ้นออฟฟิศพี่ก็รับนะ หนักไปทาง linux น่ะ มีทั้งทำ web และ app เลย
ถ้าสนใจก็บอกละกันนะ ออฟฟิศอยู่เซ็นทรัลพระรามสองจ้ะ
ออฟฟิสพี่ก็รับนะน้องมิ้น :25:
ขาดสาวๆน่ารัก ให้กระชุ่มกระชวย
บางเย็นจักรีจะมาเล่นมุกให้ดูด้วยนะ :08:
แล้วเดี๋ยวจะไปบ่อยขึ้นแล้วด้วยรับเด็กฝึกงานมาทำการ์ตูน 2 คน :30:
:05: แต่ละคน ความฝันพุ่งพรวดเลย
แต่แผนของเอตอนนี้ วางแผนจะไปฝังตัวในบริษัทที่เพื่อนเป็น Consultant อยู่ รอประมาณปีหน้ามันมี man power เหลือ
เบิกโอทีเงินเดือนสองเท่า :47:
ค่าเดินทางหมื่นนึง
แล้วพอมีตังก็ค่อยไล่ตามความฝัน :59:
เล่าบ้างนะ :40:
เริ่มแรกผมออกจากงานโรงงานมาเป็นฟรีแลนซ์ทำเว็บไซต์ html ธรรมดาๆครับ
ตอนนั้นทำงานคนเดียวได้สบายๆ งานยังเป็นพวก table ซะส่วนมาก
การเป็นฟรีแลนซ์ทำให้ได้ฝึกสกิลหลายอย่าง ตั้งแต่หางานยันเก็บเงิน
และลูกค้าส่วนมากจะเป็นคนรู้จัก และปากต่อปาก
ทำไปได้ปีสองปี เริ่มไม่สนุก งานก็เริ่มน้อยลง หางานก็ยากขึ้น หรือบางทีก็ได้งานระดับที่ใหญ่ขึ้น
ทำคนเดียวเริ่มเอาไม่อยู่แล้ว ประจวบกับเริ่มเข้ายุค web 2.0 มี css, jquery มีเทคโนโลยีใหม่ๆให้ศึกษาอีกเพียบ
ถ้าไม่เรียนรู้เพิ่มเติม ก็อดตาย ไม่มีอาวุธอะไรไปสู้กับชาวบ้านเค้า มีแต่หอกไม่ไผ่ที่เริ่มจะทื่อๆ
พอดีเจอรุ่นน้องที่มหาลัยเป็นฟรีแลนซ์ทำเว็บเหมือนกัน คุยกันก็เห็นถึงปัญหา เลยตกลงกันว่าจะเปิดบริษัท
โดยมีโปรแกรมเมอร์และ AE รวมเป็น 4 หน่อร่วมหัวจมท้ายด้วย กระบวนการทำงานก็ AE หางาน รุ่นน้องออกแบบ
ผมตัดเว็บ โปรแกรมเมอร์ทำระบบ เป๊ะเลย
พอดีอีกว่าแถวบ้านรุ่นน้องมีตึกแถวให้เช่าติดถนนมีทางม้าลายหน้าร้าน มีป้ายรถเมล์ข้างๆ ทำเลทองสุดๆ
ก็เลยเช่าเปิดเป็นออฟฟิสซะเลย เป๊ะได้อีก
ทีนี้งานก็เข้ามาอย่างต่อเนื่องตามที่คาดไว้ เพราะฟรีแลนซ์ 2 คนมีฐานลูกค้าเก่า มี AE คอยหางานเพิ่ม
มีโปรแกรมเมอร์สำหรับรองรับระดับงานที่ใหญ่ขึ้น ผมมีเวลาอัพเกรดหอกไม้ไผ่เป็นขวานหิน
อีกทั้งยังได้รู้จักเพื่อนๆในวงการอีกหลายคน บางคนถูกใจถูกคอก็จับมือเป็นพันธมิตรกัน ช่วงนี้ทำงานสนุกสุดๆ
คุยกันในทีมว่าถ้ายังไม่จวนตัวจริงๆก็จะยังไม่จดบริษัท เพราะประเมินงานที่เข้ามา 10 เจ้ามีแค่ 1 เจ้าเท่านั้น
ที่ต้องการรูปแบบบริษัท นอกนั้นจ่ายสด อย่างมากก็โดนหักภาษี 3% ถ้าจดบริษัทแล้วมันต้องมีค่าเปิด, ค่าดูแลบัญชี ฯลฯ
ซึ่งมันไม่คุ้มกับค่าจ้างของลูกค้าเจ้านั้นๆ หากมีลูกค้าที่ต้องการรูปแบบบริษัทก็ยกให้พันธมิตรไป
เราหักค่าหัวคิวเอา ง่ายดี
ทำงานเพลินๆสนุกๆมาประมาณปีนึง ตัวร้ายก็เริ่มออกโรง :47:
มีตัวร้ายด้วย :07:
อ้างคำพูดจาก: ยูนเอ เมื่อ 05 พ.ย. 2012, 01:08 น.
:05: แต่ละคน ความฝันพุ่งพรวดเลย
แต่แผนของเอตอนนี้ วางแผนจะไปฝังตัวในบริษัทที่เพื่อนเป็น Consultant อยู่ รอประมาณปีหน้ามันมี man power เหลือ
เบิกโอทีเงินเดือนสองเท่า :47:
ค่าเดินทางหมื่นนึง
แล้วพอมีตังก็ค่อยไล่ตามความฝัน :59:
ที่ว่าเป็นคนเทสเด็กนวดปู๋น่ะนะ :59:
:30:
รออ่านของหนุ่มต่อ
ตามหลักสากลโลก ช่วงมีงานก็งานบานทำแทบไม่ทัน ช่วงไม่มีงานก็เหงาหงอย
และเริ่มเจอลูกค้าน่ารักน่าหยิก อาจจะเพราะสเกลงานที่ใหญ่ขึ้น ใช้เวลาทำงานนานขึ้น เก็บเงินยากขึ้น
บัญชีลาคลอด เลขาลาออก เจ้านายไปต่างประเทศ เปลี่ยนเบอร์ ไม่ตรวจงาน ไม่จ่ายเงิน
ซึ่งมันกระทบกับรายได้เต็มๆ บางเดือนได้เงินเข้าทีมไม่ถึง 5000 จนโปรแกรมเมอร์ถอนหุ้นออกเพราะสายป่านไม่ยาวพอ
ทนแรงเสียดทานไม่ไหว จากที่เคยฉลองปิดงานด้วยพิซซ่าแกล้มเบียร์เปลี่ยนเป็นข้าวผัดแกล้มน้ำเต้าหู้
ถึงผมและรุ่นน้องจะได้สกิลโปรแกรมเมอร์ติดตัวมาด้วย แต่ปัญหาหลักมาจากลูกค้าอยู่ดี
มีลูกค้าใหม่มาก็ปฏิเสธไม่ได้ เดี๋ยวอดตาย พอทำงานได้สักพักลูกค้าก็เข้าลูปเดิม
ทีมประเมินสถานการณ์กันใหม่ ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก หลักๆคือปิดออฟฟิส ลดค่าเช่าค่าน้ำค่าไฟค่าเนตไปหลักหมื่น
เพราะมีลูกค้า walk-in แค่ 2 เจ้า ถ้านัดคุยงานกับลูกค้าส่วนมากก็ไปที่ออฟฟิสลูกค้าเลย ถ้าไม่สะดวกก็ร้านกาแฟที่ลูกค้าสะดวก
ด้าน AE ก็ไม่ต้องหางานแล้ว ลดค่าเดินทางค่าน้ำมัน ให้เป็น Help Desk ดูแลลูกค้าเก่าๆไป คอยอัพเดต ต่ออายุโดเมน ทำ SEO ไป
ส่วนงานก็แยกย้ายตั้งหลักทำงานที่บ้านกันใหม่ คุยงานผ่านสไกค์แทน ประชุมงานกันอาทิตย์ละครั้งที่บ้านใครสักคนในทีม
ผลลัพธ์ออกมาดีเกินคาด เริ่มมีรายได้เข้าทีมมากขึ้น ลูกค้าน่ารักขึ้น อาจเพราะเราไม่ได้หาลูกค้าเจ้าใหม่ๆ
แต่เราได้ลูกค้าจากคนรู้จักหรือบอกต่อ ซึ่งน่าจะโดนคัดกรองมาแล้วส่วนนึงจากคนแนะนำ
ได้ทำงานของหน่วยงานรัฐ ราชการ, เป็น outsource ให้ดิจิตอลเอเจนซี่ ประจวบกับมีฝิ่นจากลูกค้าเก่าๆที่ผมดูแลให้ส่วนตัว
ช่วงนี้เริ่มตกตะกอนในสายงาน ทิ้งขวานหินแล้วถือดาบเหล็กแล้ว
ถึงตอนนี้มีแผนให้ทีมระยะสั้นคือ Service ทำตามออเดอร์ลูกค้า อยากได้แบบไหนบอกมา แล้วเราเข้าไปวิเคราะห์งานให้ก่อน
วิเคราะห์ปัญหา, วิเคราะห์คู่แข่ง, โอกาสทางการตลาด และแผนการตลาดคร่าวๆให้ด้วย
พบว่าบางครั้งการแนะนำลูกค้าไปตรงๆ พูดตรงๆไปเลย กลับกลายเป็นสิ่งที่ดี แบบนี้ไม่มีใครเค้าทำกันแล้วพี่ ทำไปก็ไม่มีใครใช้
ถ้าพี่ต้องการแบบนี้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มนะ เอาแบบนี้ดีกว่าครับ ถูกด้วยง่ายด้วย ลูกค้าบางที่ชอบและพร้อมที่จะจ่ายมากขึ้น
ทำให้เราปิดงานง่ายขึ้น คัดกรองลูกค้างี่เง่าไม่เข้าใจตัวเองได้อีกขั้น
แต่ถ้าทำแค่นี้ก็โตช้า เพราะต้องทำไปเรื่อยๆ ทำจนตายก็ไม่รวย มีพอกินพอใช้เหลือเก็บไปตามสภาพ
จึงเกิดแผนระยะกลางคือ Media ตามยุคโซเชี่ยล ปั้นเว็บหาค่าโฆษณา บางอันทำขึ้นบางอันทำไม่ขึ้น
ปัญหาคือคนไม่พอที่จะดูแลเว็บ เพราะงาน Service ยังมีเข้ามาเรื่อยๆ
และยังมีแผนระยะยาวคือ Product ทำตีมขาย เขียนโค้ดเขียนระบบขาย เขียนแล้วกินยาวๆ
แต่ปัญหาคือทำไม่ประติดประต่อ เวลาทำน้อยเกินไป มัวแต่ทำงาน Service
ปัญหาทั้งหลายเกิดจากเจ้าตัว Service อย่างเดียวเลย จะหยุดก็หยุดไม่ได้ ติดแหงกจมอยู่ในบ่ออยู่ตรงนี้เกือบสองปี
ทว่าชีวิตเหมือนดั่งละคร มีชายขี่ม้าขาวยื่นมือมาช่วยให้ออกจากบ่อโคลน นามผู้นั้นคือ คือ คือ คือ
จักรี จ่ายกระโทก :31:
นึกภาพพี่จักรีขี่ม้าขาวมาช่วย :25:
โอยย เขียนดีกันทุกคนเลยอ่าา พี่หนุ่มนี่มีการใช้ภาพพจน์เปรียบเปรยอีก อ่านมันมากๆครับ
รออ่านต่อ
ฟุคุดะ เฝ้ามองการมาของ มาชิโระ อยู่นะครับ :56:
อ่านของลุงหนุ่มแล้วเพลินแฮะ :12:
เอาเลข 414 สวยๆ ไปละกันนะ :27:
จักรีชวนไปคุยกับเจ้าของบริษัทที่จักรีทำอยู่ ซึ่งผมก็รู้จักอยู่ประมาณนึง เพราะผมเป็น outsource ให้อยู่
เจอกันก็คุยไปเรื่อยตามประสาจนถึงเรื่องแผนงานของทีม ดันตรงกับที่พี่เค้าวางแผนไว้เหมือนกัน แต่พี่เค้าคนไม่พอ
เค้าเลยชวนให้ไปทำงานที่บริษัท ให้ไปขับเคลื่อนแผนงาน พร้อมทั้งแก้ปัญหาที่ผมติดอยู่ในบ่อได้
โดยงาน Service ก็มีให้ทำเหมือนเดิม แต่มูลค่ามากขึ้น เพราะงานแบบเดียวกันผมขายได้ 10000 บริษัทขายได้ 30000
ดังนั้นรายได้ก็เท่าเดิมเพราะเป็นเงินเดือน มั่นคงขึ้น แต่ทำงานน้อยลง
มีเวลาทำ Media กับ Product มากขึ้น โอ้วเย่ ความสนุกกำลังจะมา
กลับมาทำงานบริษัท อัพเลเวลเป็นตำแหน่งอะไรก็ไม่รู้ แล้วแต่จะเขียน (ตอนนี้ชอบ Web Developer Ninja อยู่)
งานหลักก็ยังเขียนโค้ดอยู่ และมีน้องๆที่ต้องคอยดูแลคอยแบ่งงาน คุมงานให้ส่งลูกค้าตามกำหนด รวมถึงดีลงาน, คิดโปรเจค,
แก้ปัญหาให้ลูกค้าและบริษัท ได้เอาสกิลหัวหน้างานจากงานโรงงานมาใช้ รื้อชุดเกราะหัวหน้าในกรุมาใส่
แต่งานของทีมก็ยังทิ้งไม่ได้ เพราะเป็นลูกค้าชั้นดีที่อยู่กันมานาน เพียงแต่ต้องลดจำนวนลงบ้าง
ยังไงซะก็ต้องซื่อสัตย์กับบริษัทที่เค้าจ้างเรา ทำงานบริษัทจันทร์ถึงศุกร์ งานทีมไว้ทำวันหยุด
ส่วนงานส่วนตัวก็มีเข้ามาบ้างเป็นสีสันให้นอนดึกเล่นๆ
นี่แหละครับ สถานะปัจจุบันของผม ยังสนุกกับการเขียนโค้ดการคิดงานอยู่
ส่วนอนาคต อาจจะไปปลูกผักปลูกหญ้าทำนากินก็ได้ ไม่อาจรู้ล่วงหน้า แต่ผมเชื่อว่าคนเราต้องทำงานเพื่อแลกเงิน ชีวิตถึงจะมีคุณค่า
และรู้คุณค่าของเงิน คนอื่นอาจจะชอบนั่งๆนอนๆแล้วได้เงินก็ได้ อันนี้แล้วแต่ตัวบุคคล ในหัวตอนนี้คืออาจจะเปิดบริษัท
มีน้องๆทำงาน ผมก็คุยงานลูกค้าไป อาจจะมีแก้งานเขียนโค้ดบ้างฝึกสมองไม่ให้ฝ่อ
จบแล้วครับ :33:
หล่อเลย :25:
ขอบคุณทุกท่านที่ตามอ่านนะครับ :25:
:25: ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เราเจอๆ กัน เล่นมุกจบไปวันๆ จะมีอะไรแบบนี้ด้วย ตื่นเต้น สนุก
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 04 พ.ย. 2012, 17:34 น.
พี่บิ๊กเป็นคนตัดต่อ the voice ใช่มั้ยครับ :07:
เทคนิคนี้ร้ายมากเลยอีบิ๊ก :59:
หูยยๆๆ
จริงๆไม่เคยเข้าจู๋นี้เลยนะ
เข้ามาครั้งแรกก็ประมาณหน้า 448 นี่แหละ :30:
เราเข้ามาถูกจังหวะใช่มั้ย หูยๆๆๆ
ได้พลังชีวิตไปหลายขีดเลยครับ
แม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจศัพท์คนทำเว็บเท่าไหร่
เดี๋ยวมาเล่าชีวิตเด็กถาปัดบ้าง
สุดยอดทุกคนเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย :25: :25: :25: :25: :25:
รออ่านอยู่ :22:
เป็นอีกครั้งที่ตามอ่านเพลินมาก ป๋าเลย์เอย จารย์บิ๊กเอย ลุงหนุ่มกีต้าร์ขาร็อคเอย :25:
รออ่านต่อๆ
ขอแบ่งเป็นไตรภาคนะครับ
ชีวิตสถาปนิกภูธร ภาค 1 (ช่วงชีวิตตั้งแต่เรียนจบ - ก่อนกลับอุดร)
ช่วงเรียนจบ ตอนหางานทำ ตั้งใจไว้เลยว่าจะทดลองทำงานที่ละไม่เกิน 6 เดือน เพื่อพิสูจน์ว่า จริงๆแล้วเราชอบทำงานอะไร แบบไหน
บริษัทแรก
บริษัทสถาปนิกเล็กๆ ทำงานในครัวเรือน เจ้าของเป็นพี่ถาปัดจุฬา เพิ่งกลับมาเมืองไทย หลังจากไปเรียนที่ AA และทำงานกะ Zaha Hadid มาระยะนึง งานสนุกมากกก ซาฮ่าสอนมายังไงพี่เค้าก็จัดเต็ม...ไม่ค่อยได้สร้างจริงหรอกครับ แต่ชอบกระบวนการทดลองก่อนจะเป็นงานออกแบบ สร้างสเปซด้วย diagram จากเพลง Madonna อะไรยังงี้ ทดลองการสะท้อนของฟิล์มติดกระจกรถยนต์แต่ละยี่ห้อ ทดลองสร้างภาพที่เกิดจากเลนส์แว่นตาจำนวนมหาศาล สนุกดีครับ แต่ตั้งใจแล้วว่าแค่ 6 เดือน...ก็บอกพี่เค้าไปว่าขอลาออก...ตอนนี้พี่แกก็ใหญ่โต เปิดออฟฟิศจริงจังแล้วครับ ขอใช้พื้นที่นี้ขอบคุณพี่เค้าเลยครับ พี่ป้อ..ศิริยศ ชัยอำนวย
บริษัทที่ 2
เป็นโปรดักต์ชั่นเฮาส์เล็กๆ แถวลาดพร้าว 18 ตอนที่เข้าไปเค้าบอกว่าให้เป็น creative ทำรายการเกี่ยวกะงานออกแบบลงช่อง chic channal วันละ 5 นาที หน้าที่ของเราคือ เขียนบท ออกกอง กำกับภาพ เอาเทปมาตัดเอง จนออกทีวีได้...(จริงๆครีเอทีฟมันต้องทำทุกอย่างแบบนี้รึเปล่านะ) ที่เลือกทำที่นี่เพราะอยากพิสูจน์ว่า จริงๆแล้วเราชอบงานวิดีโอจริงๆรึเปล่า ..สรุปแล้ว ชอบมากกก ความชอบมันมากขึ้นเรื่อยๆ ชอบที่สุดคือตอนหาข้อมูล ต้องอ่านเยอะมาก อ่านนิตยสารเกี่ยวกะดีไซน์ทุกเล่ม อ่านทฤษฎีการออกแบบเยอะมาก เวลาไปสัมภาษณ์สถาปนิกหรือเจ้าของบ้านมันเลยสนุก แต่ที่ไม่ชอบที่สุดคือ ถ่ายมาประมาณ 3 ชม. ต้องตัดให้เหลือ 5นาที ไม่รู้จะเอาอะไรออกเลยครับ พี่ที่กองก็เร่ง ประมาณว่า เอาให้ชาวบ้านดูแล้วเข้าใจ ไม่ต้องลงดีเทลมาก...โอยย ข้อมูลมันเยอะมากครับ เราก็เสียดาย ทำไปเรื่อยๆปรากฏว่า เรารู้สึกว่างานที่เค้าต้องการมันหยาบมาก มันต้องด่วน ต้องแมส เลยรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่เลยขอออกมาเรียนต่อ แต่พี่เค้าก็เข้าใจเรานะ ตอนนี้ยังทำงานด้วยกันอยู่เลย งาน art หรือ design event พี่เค้าก็เรียกให้เข้าไปช่วย ...
บริษัทที่ 3 คือ art4d
มันต่อเนื่องมาจากการหาข้อมูล..เราอ่านเยอะ ไปเจอคนเยอะ แล้วอยากเล่าเรื่องทั้งหมดให้อีกคนฟัง อีกคนนี่คือเหล่านักออกแบบด้วยกันนี่แหละ ไม่ใช่ชาวบ้าน...ประกอบกับไปเรียนโทต่อด้านแนวคิดในการออกแบบ คือไปศึกษาทฤษฎีอย่างจริงจัง เหมือนเรียนประวัติศาตร์ แต่เอาสถาปัตยกรรมเป็นเครื่องมือในการศึกษา....ซึ่งบางทีเราก็เห็นแย้งกับทฤษฎี มันเลยอยาปล่อยของ ระบายความในใจ และ art4d คือสิ่งที่มาถูกจังหวะพอดีเลย แล้วตอนนั้นโชคดีที่ได้เจอกับรุ่นพี่ช่างภาพ (พี่เด๋ย) เลยได้วิชาถ่ายภาพสถาปัตย์แถมมาด้วย (ตอนหลังใช้เป็นอาชีพหลักในการหาเงินเลยนะ) ......งานนี้ไม่ 6 เดือนละ มันใช่เลย ลงตัวมาก งานที่ชอบ รายได้ก็โอเค เลยทำยาวมา 5 ปี
จนในที่สุดก็ต้องกลับอุดร ด้วยเหตุผลที่ว่า.....
:12: ตามอ่านอยู่ครับ มาช่วยคั่น
เหมือนไปเก็บเลเวลมาหลายด่าน :25:
มีหุ้นบิ๊กซีเป็นลำดับที่ 14 เลยนะ :25:
อีพวกเดอะวอยซ์เอ๊ย :59:
อ่านย้อนซิฮะ
วิธีการเล่าชักจะล้ำเข้าไปทุกที :30: :30:
เริ่มมีมาเป็นไตรภาคแล้ว :25:
นี่ทำงานเดอะโว๊ยกันหมดเลยหรอครับ ฮ่วย
ได้แต่บ่น แต่ก็รออ่านครับ :25:
ขอตูใช้เทคนิคการเล่าแบบใหม่แทรกมั่ง
ผมชื่อเลย์ครับ ประสบการณ์ที่ผมประทับใจไม่รู้ลืมคือสมัยม.ปลาย
ผมเจอผู้หญิงคนนึง .. เธอหุ่นเอ็กซ์มากเลยครับนมนี่อย่างใหญ่เลยครับเพื่อนๆ
เรื่องมันเกิดที่ห้องน้ำโรงเรียน ....
เอ๊ะเทคนิคนี้คุ้นๆ :30:
ขอแท็กแป๊บ
(http://img3.f0nt.com/05/59c21ed3a14749a41972768d002781a3.png)
ปรากฎว่าเป็นผู้ชายครับ จบ
:30:
ตัดจบได้ทันท่วงทีมาก :30:
:30:
ลองเล่าบ้างๆ ....
วันหนึ่ง ผมเข้าไปในห้องนอน อยู่ดีๆ ที่ลิ้นชักมีมือขาวๆ ซีดๆ ไม่มีนิ้ว โผล่ขึ้นมา
ทันใดนั้นมันก็พุ่งออกมา!! พร้อมกับพูดด้วยความอาฆาตว่า
....โดบิตะ นายล๊อกลิ้มชักฉันทำไม!!
ตึ่งโป๊ะ!!
เต้ยเล่าต่อเลยครับ :01a:
ตลกคั่นรายการหรอครับ :34:
ครับ กลับมาแล้วครับ
...ความเดิมจากตอนที่แล้ว
บักเต้ยได้ทดลองทำงานที่อยากทำ 3 อย่าง แล้วก็ค้นพบว่า
จริงๆแล้วสิ่งที่ตัวเองทำแล้วมีความสุขคือ การได้ถ่ายทอดความคิดต่างๆให้กับคนอื่น
ชอบสายวิชาการมากกว่าสายวิชาชีพ ชอบสอน ชอบทำงานศิลปะ อยากสร้างเมืองและสังคมในอุดมคติ
บักเต้ย ภูมิใจเสนออออ.....
ชีวิตสถาปนิกภูธร ภาค2
ชีวิตช่วงอยู่ art4d นี่สุดยอดเลยครับ รักที่นี่มาก
สังคมมันดีมากๆ และมีความสุข
แต่โลกไม่ได้สวยงามขนาดนั้นครับ
ปี 53 พ่อผมป่วยหนัก เป็นมะเร็งที่ตับอ่อน
พ่อทำงานรับเหมาก่อสร้างที่อุดร ทำแต่งานราชการมาตลอด
และระบบการทำงานของเค้าคือ ทำคนเดียว ขนาดแม่ยังไม่รู้เลยว่าพ่อทำอะไรบ้าง
แน่นอนครับ ผมต้องกลับมาสานต่อกิจการทั้งหมด
...นั่นคือต้องมาเป็นผู้รับเหมา ที่จังหวัดอุดรธานี มาแบบไม่ได้ตั้งตัวเลย
ช่วงที่พ่อรักษาตัว ต้องทำคีโม ไปไหนไม่ได้ ห้ามเครียด เป็นช่วงเวลาถ่ายทอดพลังยุทธทั้งหมดให้ผม
พ่อสอนวิธีการสั่งงานลูกน้อง สอนวิธีไปเอางาน (ไปฮั้ว) สอนเท่าที่จะทำได้ วันนึงได้แค่ไม่กี่ชม. เพราะสอนมากก็เริ่มเหนื่อย
พ่อมีเวลาสอนอยู่ 9 เดือนครับ...แล้วก็จากไปอย่างสงบ
มันเป็นเวลาเดียวกับเจ้าตุลครบ 9 เดือนในท้องพอดี.....พ่อไป...ลูกมา ...ปี 53 จึงเป็นปีที่เข้มข้นที่สุดในชีวิตผมละ
ปี 54 ผมตั้งใจเลยว่าจะทำงานราชการตลอด
อยากลองพิสูจน์อีกครั้งว่า ถ้าเราจะกลับมาอยู่บ้านจริงๆ แล้วทำอย่างที่พ่อทำมาตลอด 20 กว่าปี เราจะทำได้หรือไม่
ตัดสินใจไม่รับงานอื่นเลย ไม่รับงานออกแบบ ไม่รับงานถ่ายรูป ไม่ไปสอน ไม่เขียนหนังสือ ทำแต่รับเหมาก่อสร้างงานราชการอย่างเดียวเลย
ไม่มีงานก็ไปกินฮั้ว ไปเถียงเอาเงินไม่กี่พัน
งานก่อสร้างเราก็ตั้งใจว่าจะทำตามมาตรฐานทุกอย่าง ไม่อยากมีช่องโหว่ให้คนตรวจงานมาเอาตังค์
ถ้ามาเอาตังค์เราก็จะไม่จ่าย เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิดไปจากแบบ
แน่นอนครับว่า งานไม่ผ่านเลย อ้างโน่นนี่ (รู้ๆกันอยู่เน๊อะ)...จนแม่ต้องเอาเงินไปจ่าย ถึงผ่าน
โคตรเบื่อเลยครับ แต่รออย่างเดียวเลยว่ารายได้ที่เข้ามามันคุ้มมั้ย
กลั้นใจทำไปถึงสิ้นปีครับ สรุปรายได้.........ก็ไม่น้อย...แต่ก็ไม่มากพอที่จะดึงเราไว้
และที่สำคัญ ผมเกลียดระบบใต้โต๊ะมาก
ปลายปีนั้นเลยตัดสินใจบอกกับที่บ้านว่า
ผมไม่ทำงานรับเหมาแล้ว จะออกไปทำงานออกแบบอย่างเดียว
คำถามที่แม่ถามคือ รายได้จะดีขนาดเลี้ยงลูกเมียได้เหรอ อย่าอินดี้มาก อุดรมันไม่มีใครจ้างสถาปนิกหรอก
แล้วลูกน้องที่อยู่กันมาเป็น 10 ปีละ จะทิ้งเค้าเหรอ...
แม่เลยฝากเงื่อนไขสำหรับปี 55 ว่า ถ้าหาเงินเลี้ยงลูกเมียได้จริงแม่ก็ไม่ขวางทางละ
และหางานให้ลูกน้องทำด้วย ...ที่เหลือ ก็ไปทำในสิ่งที่ชอบเถอะ
...อูยยย ผมรักแม่มากครับ
ตั้งแต่ต้นปี 55 ที่ผ่านมาผมก็เลยกลายเป็นสถาปนิกภูธรเต็มตัว
เป็นการเริ่มต้นงานที่คิดว่าน่าจะลงตัวสุดในชีวิตละ
แสงสว่างที่ปลายอุโมงเริ่มส่องลงมาอีกครั้ง ภาคต่อไปจะมีลุงอ๋าห์ด้วย โปรดติดตาม
...
:07: ช็อตนี้สร้างหนังได้จริงๆ ยังกะเถ้าแก่น้อย
โดยเฉพาะช็อตที่คุณปองพล (เอ๊ะนั่นชื่อมึง ไม่ใช่ชื่อพ่อนี่หว่า) ถ่ายทอดลมปราณสุดท้ายให้นี่ เท่มากๆ
บริษัทผมชื่อ PCON แล้วนะครับ ไม่ใช่ปองพลก่อสร้าง แอร๊ยยยยห์..
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 05 พ.ย. 2012, 09:18 น.
:25: ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เราเจอๆ กัน เล่นมุกจบไปวันๆ จะมีอะไรแบบนี้ด้วย ตื่นเต้น สนุก
เทคนิคนี้ร้ายมากเลยอีบิ๊ก :59:
พยายามหัดเป็นคนเล่าเรื่องอยู่ :56:
พูดคนเดียวได้แล้วใช่มะ :56: โชคดีคร้าบ
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 05 พ.ย. 2012, 15:17 น.
:30:
ลองเล่าบ้างๆ ....
วันหนึ่ง ผมเข้าไปในห้องนอน อยู่ดีๆ ที่ลิ้มชักมีมือขาวๆ ซีดๆ ไม่มีนิ้ว โผล่ขึ้นมา
ทันใดนั้นมันก็พุ่งออกมา!! พร้อมกับพูดด้วยความอาฆาตว่า
....โดบิตะ นายล๊อกลิ้มชักฉันทำไม!!
ตึ่งโป๊ะ!!
FAIL
:30: :30: :30:
:46:
:25: อ่านแล้วสนุกมาก และในฟอนต์มีหลายวงการจริงๆ แฮะ
รู้สึกได้รู้อะไรนอกเหนือจากวงการเภสัชมาเยอะเลยค่ะ
ใกล้สิ้นปี เริ่มมีการจุดไฟกันแล้วสินะ
พลังมันพุ่งพล่านดีจัง เจ๋งๆ กันทุกคนเลย :25:
งั้นฟอนต์ทริป มีจัดงานเงินแบบฟอนต์แคมป์ไปด้วยเลยแล้วกัน :30:
ต้องทำเสื้อทีม มั้ยครับ แล้วแบ่งกรุ๊ปกัน ว่าใครเป้นอัพไลน์ใคร
อ้างคำพูดจาก: blackYuri เมื่อ 05 พ.ย. 2012, 23:02 น.
งั้นฟอนต์ทริป มีจัดงานเงินแบบฟอนต์แคมป์ไปด้วยเลยแล้วกัน :30:
โห โคตรสาระเลยอ้ะ
นี่คือบทสนทนาในวงเหล้ากลางคืนใช่มะ :30:
เรามีสิ่งดีๆ จะมาแนะนำให้คุณรู้จักกัน
แล้วจะเป็นแบบตอนนั้นที่ไปเที่ยวกัน สามารถคุยสี่เรื่องสลับไปมาได้ในเวลาเดียวกัน :30:
ซึ่งเหี้ยมาก และไม่รู้เรื่องเลย :59:
เอาปรบมือออออ ใครเป้นผู้แนะนำให้รู้จักเว็บฟอนต์ครัฟ
พี่เต้ยเพิ่งเข้าไตล์แมกซ์นี่หว่า รีบมาเล่าต่อสิ :59:
โอ้ว มีลุงอ๋าห์ด้วย :25:
อย่าให้ขาดตอน :37:
เดี๋ยวจะมีตลก :01a:คั่นรายการ
อยากทำหนังสือการตลาดแบบที่ไม่มีขายในประเทศ
ไอเดียประมาณ หนังสือคล้าย ๆ M2F แต่คุยกันแต่เรื่องการตลาด ในภาษาที่เด็ก ๆ อ่านแล้วเข้าใจ
หรือทำเป็นสกู๊ปการ์ตูน เขียนให้มันน่าติดตาม
ใช้ภาษาที่ค่อนข้างหยาบคาย แต่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
แล้วทำ Version แบบคนทำงาน ทำขายใส่ CD แม่งเลย หรือทำเป็นบทสัมภาษณ์ขายบนเว็บ อยากดูก็ไปซื้อรหัสจากร้านสะดวกซื้อมาขูดแล้วกรอก เหมือนตอนเติมเงินเล่นเกม online
ภาษาที่ใช้ คำถามที่ถามจะไม่เหมือนคนอื่น ๆ พยายามเจาะเข้าประเด็นที่คนอยากรู้ด้วย (ในเรื่องของการตลาด)
อยากทำให้นักศึกษาหันมาสนใจการตลาดเยอะ ๆ เพราะอาจารย์บ่นว่าเด็กเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยสนใจเรียนกัน
เราก็คิดต่อว่า ที่มันไม่สนใจเรียนเพราะอะไร เนื้อหาของหลักสูตรหรือไม่ ที่เป็นตัวทำให้เด็กมันไม่อยากเรียน ไม่อยากเปิดหนังสือ โดยใช้ตัวเราเป็นตัวทดสอบ
ตั้งแต่คิดไว้ จนถึงบัดนี้ ยังไม่ได้ทำ เพราะมุ่งหน้าทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้
หารูออกก็ยังไม่เจอ
แต่ก็ยังมีฝัน ที่ยังจะฝัน และรอวันมีโอกาสทำ
:46:
โอว ปั่นกันกระจุย มีคนตัดหน้าคุณตั้ง 2 คนแน่ะ
นี่มันอาร๊ายยยยยย :59: :59: :59:
เอาละ การเดินทางมาถึงภาคสุดท้าย
..ความเดิมตอนที่แล้ว
บักเต้ยทดลองทำงานรับเหมางานราชการ 1 ปีกว่าๆ รู้ระบบมันทั้งหมดแล้วรู้สึกปลงกับวงจรอุบาท
เลยตัดสินใจออกมาทำงานเอกชน ทำงานที่ได้ใช้ความสามารถของเราจริงๆ
โดยมีเงื่อนไขจากแม่คือ ต้องเลี้ยงลูกเมียให้ได้ด้วยเงินที่ตัวเองหามา สองคือหางานก่อสร้างให้ลูกน้องทำด้วย บักเต้ย ภูมิใจเสนออออ.....
ชีวิตสถาปนิกภูธร ภาค3 ตั้งแต่มกราปีนี้ รับแต่งานเอกชนครับ ผ่านไปเดือนนึง...ไม่มีลูกค้า :30:
มาได้เอาเดือนกุมภา เป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันตั้งแต่อนุบาล แล้วไปเรียนต่อเมืองนอก แต่กำลังจะกลับมาอยู่บ้านนอก
มันโทรมาหาบอกว่า เฮ้ย กินเหล้ากัน มันก็ไม่รู้ว่าเราเป็นสถาปนิก เพราะไม่ได้เจอกันนานมาก
คุยไปคุยมา มันเลยบอกให้ออกแบบเรือนหอให้หน่อย อีก 3 ปีจะแต่งงาน เราก็เลย โอเค๊
แต่ทำบ้านเล็กๆในสวนให้กูก่อนนะ กูไม่มีบ้านนอน...(จริงๆมันมี แต่มันไม่ชอบ)
เราใช้เวลาคุยกันประมาณ 2 อาทิตย์ แล้วบ้านตู้คอนเทนเนอร์ก็เกิดขึ้นที่สวนหลังบ้านมัน....นั่นคืองานแรกของปีนี้
อ้างคำพูดจาก: บักเต้ย เมื่อ 02 ส.ค. 2012, 18:21 น.
(http://img3.f0nt.com/02/59e63ae3e7d93f322ac4b3bf834f3feb.jpg)
ซึ่งกลายเป็นจุดสนใจของชาวบ้านร้านตลาด และงานก็ไหลมาเรื่อยๆเลย
ส่วนใหญ่จะเป็นญาติๆของเพื่อนผมคนนี้แหละ ขอเอ่ยชื่อมันหน่อย
มันคือ ไอ้ฟาง...(โบ แอน รู้จักมันแน่ๆ :30:)
ญาติฟางอีก 3 คนมาติดต่อให้ทำงานออกแบบ ทำอินทีเรียบ้านจัดสรร อพาร์ทเมนต์ บ้านเดี่ยว
แล้วก็มีงานจากเพื่อนๆพี่ๆที่เราไปเข้าสมาคมหอการค้า สรุปว่าเยอะครับ
ที่เราคิดไว้ว่าคนอุดรไม่เข้าใจสถาปนิก ...เข้าใจผิดหมดเลย
กลายเป็นว่า คนอยากจ้างสถาปนิกครับ แต่หาสถาปนิกไม่เจอ...ด้วยกฎจรรยาบรรณอะไรนั่น ทำให้โฆษณาตัวเองไม่ได้
พอเค้ารู้ว่าเราทำ ปากต่อปาก ผมมีงานในมือตอนนี้ประมาณ 14 งาน....ซึ่งทำไม่ทันครับ
ทำไงดี..ผมเลยนึกถึงรุ่นพี่คนนึง ผมจึงเดินทางไป บ้านโนนสวรรค์...ไปหาลุงอ๋าห์ครับ
ไปปรึกษาว่า ผมจะทำยังไงดี ลุงอ๋าห์บอก อย่ารับเยอะครับ ทำน้อยๆ และทำในสิ่งที่มันเป็นจริงๆ
ผมยังจำคำลุงอ๋าห์อธิบายถึงถุงพลาสติกใสๆที่ห่อช้อนส้อมได้ว่า
...มันแค่ทำให้รู้สึกว่าสะอาด...แต่มันไม่ได้สะอาดจริงๆ แบบนี้อย่าไปทำ ทำก็เปลืองเงินเปล่าๆ
(เป็นแนวคิดของสถาปนิกยุคโมเดิร์นขั้นเทพจริงๆ)
ผมกลับมาด้วยความรู้สึกดีมากๆ รู้สึกเหมือนพระธุดงค์ไปแสวงหาคำตอบให้กับชีวิต
งานทุกงานที่ทำตอนนี้ก็แนวนั้นเลยครับ ไม่มีอะไรฟุ้มเฟือย ของตกแต่งไม่มีเลย คิดแต่เรื่องฟังก์ชั่นการใช้งานจริงๆ
เข้าสู่ปลายปีแล้ว
งานออกแบบก็เริ่มลงตัว แผนของปีหน้าคือ จะหาน้องๆมาทำงานช่วย ผมจะลอยขึ้นมาเป็นผอ.
ผอ.จะคุมแขนสองข้าง ...ข้างนึงเป็นสถาปนิก ข้างนึงเป็นผู้รับเหมา
เราออกแนวคิด สเก็ตช์คร่าวๆ ส่งงานต่อให้น้องๆ ...งานรับเหมาก็จะมีโฟร์แมนประจำ (ซึ่งมีอยู่แล้ว)
ที่ผมต่างจากลุงอ๋าห์คือ ผมมีลูกน้องที่ทำงานก่อสร้างได้ แต่ลุงอ๋าห์มีผรม.คู่ใจ
เวลารับงาน ผมสามารถใส่หมวกสถาปนิกสลับกับผู้รับเหมาได้
เวลารับงานก็จะรับเป็นแพ็คเกจเลย ตั้งแต่ออกแบบ สร้าง จนไปถึงเอางานลงหนังสือ ทุกคนก็แฮปปี้
จบบริบูรณ์
.
.
.
ทุกคนก็แฮปปี้
จนกระทั่งบักตุลย์มาขอเงินไปยันฮี
จบบริบูรณ์
ทำตั้งแต่หัว ...ยันฮี
:25: ลุงอ๋าห์ หล่อมากกก
อ้าว ไอ้ฟาง :30:
เล่าตัดสลับมาภาคพิเศษนิดนึง
ตอนตู โบว์ ปิง รวมหัวกันที่บ้านดวงแก้ว (วังหิน) เพื่อเปิดสตูดิโอรับจ้างทำเว็บ
ไม่ได้ใหญ่เท่าสิบแปดมงกุฎนะ เพราะจดทะเบียนเป็นแค่คณะบุคคลนะ
ตั้งชื่อว่า "คณะบุคคลเชิญยิ้ม" และมีชื่อยี่ห้อทางการค้าเป็น u6isap.studio (อ่านกลับหัวได้ว่า design)
แต่ตอนหลัง พอจดเป็นคณะบุคคลเชิญยิ้มแล้วก็เปลี่ยนเป็น Letsmi Studio มาจนทุกวันนี้
ซึ่งสตูดิโอเชิญยิ้มเนี่ย ทุกวันนี้หยุดรับงานแล้ว เพราะแต่ละคนก็โดดไปทำตามฝัน
แอนไปทำเว็บในระบบ เป็นพนักงานบริษัทสามย่าน www.samyarn.com (http://www.samyarn.com)
โบว์รับสกรีนเสื้อ www.monamafia.com (http://www.monamafia.com) และช่วยแม่ยายขายเดรสตัดเอง www.nalinfa.com (http://www.nalinfa.com) อยู่ที่บ้าน
ส่วนปิงเป็นเจ้าของร้านรองเท้า ที่เมื่อก่อนขายของก็อป แล้วโดนจับ ก็เลยทำขายเองซะเลย www.facebook.com/hanaga47 (http://www.facebook.com/hanaga47)
ดังนั้นรายได้ที่มีนิดหน่อย (มีงานที่คงไว้นิดหน่อย น้อยมากๆ) คือเอาไว้กินฟุ่มเฟือย และไว้ช่วยงานบวชงานแต่งเพื่อน :30:
ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกะไอ้ฟางที่เป็นเพื่อนบักเต้ย ก็คือ มันเคยเป็นเว็บ(และแฟลช)ดีไซเนอร์ระดับเทพ
ที่เรียกได้ว่าหาตัวจับได้โคตรยากในยุคที่แฟลชครองโลกครับ :30:
หลายๆ ครั้งก็ส่งงานที่ล้นมือไปให้มันทำ ซึ่งก็ไม่เคยผิดหวังเลย จนกระทั่งหมดยุค Web 1.0 มันก็เลิกทำไป (เราก็เลิก)
คือมันเป็นแฟนเก่าของน้องของเพื่อน (แฟนน้องโอ๋ น้องของกอล์ฟหญิงน่ะ)
แล้วจำไม่ได้ละว่าไปเจอกันได้ไง แต่ไม่ได้เกี่ยวกะเต้ยและกอล์ฟหญิงเลย
นั่นแสดงว่าโลกแม่งกลมสัดๆ อะ
ผมนึกว่าเต้ยจะเล่าอีกเรื่องที่ผมบอกอันนี้
รู้สึกตัวเองเป็นขี้หมาก้อนนึง (ตอนไปดูงานจานอ๊อด)
:30:
ทุกวันนี้ยังรู้สึกอย่างนี้เสมอนะ :05:
พี่เต้ยเท่ค่อด :25:
อ้าว ไอ้ฟางเคยเป็นแฟนกะน้องไอ้กอล์ฟเหรอ นึกว่าโลกจะกลมแค่รู้จักกะโบ แอน :30:
ลุงอ๋าห์ครับ ถ้าลุงรู้สึกว่าเป็นขี้หมาก้อนนึง
ผมเป็นแค่ตดเลยละ :05:
ปีหน้าเต้ยจะไปเป็นผอ.แล้ว....
มีมุตตารึยังล่ะ :49:
รับสมัครอยู่ค้าบ :30:
มุตาฟา่ แน่้ๆ :37:
เฮ้ย อันนี้ฮาๆ :30:
:05: ไม่เก็ต ตายละ ฮากันเหรอ
อ่านของอาจารย์เต้ยแล้วฟิน :25:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 08 พ.ย. 2012, 00:08 น.
:05: ไม่เก็ต ตายละ ฮากันเหรอ
ไม่ฮาเหรอ มุตาฟา เลยนะ :07:
มีคนจะมาทำงานแทนในห้องสมุดแล้วครับ ช่วงที่ผมอยู่เลยมาเรียนรู้งานก่อน
ก็เลยสอนเรื่องการจัดเลขแบบดิวอี้ไป น้องถอดสีหน้าเลย เหมือนท้อ ว่ากูจะทำงานได้หรือเปล่า
ฮ่วยยยยยยยยย เพิ่งเรียนรู้ไปสองวันเองนะ
เปลี่ยนจากแบบดิวอี้ เป็นดิวการุณสิครับ..
:01a:
:01a:
แหม ดิวแทนคุณ
ได้ปฏิทินเดธไลน์แล้วใช่ไหมครับพี่แอน
:0705: เปลี่ยนเรื่องๆ
เก็ทแล้วฮะ
:30: :30:
เก่งแทนคุณ :07:
อ้าว.. เปลี่ยนเรื่องแล้วเหรอ :47:
อ่านๆไปแล้วชักอยากเห็นกระทู้นี้กลายเป็นหนังสือจริงๆ :30:
อ่านมานาน ขอเล่าบ้าง :3005:
----------------------------------
ผมออกจากงานประจำมาได้สัก 5-6 เดือนแล้ว ออกมาลองทำตามฝันของตัวเอง นั่นก็คือ การเปิด foundry ฟอนต์ของตัวเอง
ซึ่งออฟฟิศที่ผมเคยทำอยู่เนี่ย แรกสุดเลยผมคิดในใจว่าคงทำแค่ปีเดียว แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง
เช่น ที่ออฟฟิศขาดคน, เป็นช่วงเปลี่ยน gen ของพนักงานพอดี ฯลฯ ผมก็เลยทำต่อไปอีกเป็นปีที่ 2
งานก็เป็นสิ่งพิมพ์แทบจะทั้งหมด แล้วก็มีพวกออกแบบอักลักษณ์บ้าง อะไรบ้าง ซึ่งจริงๆ ก็สารภาพว่า ณ ตอนที่ผมเลือกมาทำงานที่นี่
ผมไม่ได้คิดอะไรเยอะ แค่รู้สึกว่าอยากเริ่มอะไรสักอย่าง เพราะผมช้าไป 1 ปี (หลังจากเรียนจบผมพัก 1 ปี นั่งๆ นอนๆ เขี่ยฟอนต์เล่นๆ)
ก็เลยรู้สึกว่า มีอะไรให้ทำก็ทำ เพราะผมรู้สึกว่าตัวเองช้ากว่าเพื่อนในกลุ่มมาก คนอื่นไปไหนต่อไหนกันละ
แล้วผมก็ตั้งปณิธานไว้เลยครับว่า ผมทำงานที่แรกผมจะไม่คิดเรื่องเงินเลย ขอประสบการณ์อย่างเดียว เงินน้อยก็ช่างมัน !
แล้วก็ไม่ผิดหวังครับ เพราะที่ทำงานได้สอนอะไรให้ผมเยอะมาก ก็เรียกได้ว่าคอร์สเร่งรัดประมาณหนึ่ง :05:
พอก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ผมก็เริ่มวางแผนในหัวว่า เออ คงต้องเลือกแล้วล่ะ ว่าจะเก็บเงิน หรือจะเริ่มงานที่เราอยากทำจริงๆ
เพราะช่วงนี้ผมว่ามันก็เป็นยุคทองของฟอนต์ไทยประมาณนึงนะ (คิดเอาเอง :30:) เพราะอะไรหลายอย่างมันก็บ่งบอกว่า
หลายๆ คนเริ่มตื่นตัว และเริ่มให้ความสำคัญกับฟอนต์มากขึ้น
ผมนับเงินที่ผมเก็บได้ ว่าจะสามารถอยู่ได้นานขนาดไหนในกรณีที่ไม่มีรายได้ พอนับเสร็จคิดว่าเอาวะ น่าจะรอด
แล้วผมก็ออกมา... ทำ Typomancer แบบกระท่อนกระแท่น
หลังจากผ่านไป 4-5 เดือน ผมมีฟอนต์ออกมา 5 ตัวโดยประมาณ ก็ลองวิเคราะห์ยอดขายและตลาดในไทยเล่นๆ ว่า มันจะไหวไหม
ก็พบว่า ไม่ไหวแน่ครับ :3005: (Rhyme นั่นก็เป็นการเทส freemium ของผมเหมือนกันนะ)
เมื่อตาชั่งของความชอบกับความจริงมันเริ่มไม่สมดุลกันแล้ว ผมก็ต้องหาทางออก (ประกอบกับตอนไป TFace อ.เอกลักษณ์ก็มาบิ๊วท์ซะเล่นเอาตัวสั่นเลย :30:) Typomancer @Myfonts ก็เลยเกิดขึ้นมาพร้อมกับ Rhyme ที่เป็นฟอนต์เปิดตัว ตัวแรก
แล้วก็เกินความคาดหมายครับ เมื่อ Rhyme ได้ hot new fonts ซึ่งผมดีใจมากแบบว่า นั่งน้ำตารื้นๆ เลย :25: รู้สึกว่างานตูไม่ไก่กานะว้อย
ซึ่งทุกครั้งที่ผมเห็นว่าฟอนต์ขายออกไป มีคนซื้อทั้งจาก อเมริกา แคนาดา บราซิล รวมถึงประเทศแปลกๆ ฯลฯ
ความมั่นใจในตลาดฟอนต์ในไทยก็ลดลงแบบสวนทางกันแทบจะในทันที
"ขายฟอนต์แล้วได้เงินมันก็ต้องดีใจแน่นอนอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ดีใจมากกว่าเงินที่ได้รับคือ การที่ได้รู้ว่าบนโลกใบนี้มีคนชอบงานของผม"
ถามว่าตอนนี้เหนื่อยไหม ก็หายเหนื่อยไปพอสมควร รู้สึกว่าอนาคตที่เคยมืดมันก็พอมีแสงอะไรบ้าง
ข้างหน้าจะเป็นยังไงก็คงต้องรอดูกันต่อไปครับ :22:
ขอบคุณที่อ่านคร้าบ จบแล่ว
รออ่านตอนต่อ :25:
อ้าว จบแล้วเหรอครับ
บอกคร่าวๆ ได้ไหมครับว่ารายได้เยอะขนาดไหน เป็นวิทยาทาน :25:
(ใครไม่ได้อ่านกระจู๋ TFace 2 ตูเคยโน้ตไว้ว่า อ.เอกแกทำเงินแต่ละฟอนต์ แต่ละปีได้เป็นล้าน :59:)
:25: จานโม่เป็นคนจุดประกายให้ผมอยากทำฟอนต์ขายครับ
ชาบูโม่วยิก
ขอบคุณครับทั้งไอซ์และพี่แอนเลย :22:
ปัจจัยมันอยู่กับหลายอย่างมากครับพี่แอน แต่สิ่งที่ผมมองว่าสำคัญที่สุดคือ "จังหวะ" ครับ
ของผมโดนจังหวะโชคดีพอดีคือตอนที่ปล่อย Rhyme มันไม่มีฟอนต์คล้ายๆ กัน มันเลยโดนดันขึ้น hot แล้วก็อยู่ในชาร์ตนานพอสมควร (50 วัน)
มันเลยการันตีพอสมควรว่ามันจะขายได้ทุกวันอย่างน้อยวันละ copy ค่อนข้างแน่นอน ก็เป็นจำนวน copy x 50 วัน ก็จะได้เงินราวๆ นั้นครับ
ส่วนตัวที่ 2. charm มันคาแรกเตอร์ไม่เด่น มันก็ขายได้น้อยหน่อย
ส่วนตัว 3. arch พอดีมันเป็นฟอนต์ sans ที่ใช้ง่ายหน่อย ตอนนี้ก็เลยติดชาร์ตอยู่เช่นกันครับ
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 08 พ.ย. 2012, 17:40 น.
:25: จานโม่เป็นคนจุดประกายให้ผมอยากทำฟอนต์ขายครับ
โอ๋ย เชียร์เลยครับ ป๋าเลย์เป็นยอดฝีมือ :25:
ที่พูดมาก่อนหน้านี้เรื่องแจกฟอนต์ฟรี ลืมๆไปนะครับ :30:
ใช่ๆ ถ้าทำกันจริงๆ จังๆ เมื่อไหร่จะได้ผลักให้ตูเอาด้วย
อยากขอสมัครเข้าวงการบ้าง :3005:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 08 พ.ย. 2012, 17:45 น.
ที่พูดมาก่อนหน้านี้เรื่องแจกฟอนต์ฟรี ลืมๆไปนะครับ :30:
:30:
:25: :25:
เปิดกระจู๋สอนขายฟอนต์เลยครับ
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 08 พ.ย. 2012, 17:54 น.
เปิดกระจู๋สอนขายฟอนต์เลยครับ
ต้องลองเองจริงๆ ครับ ถึงจะตื่นเต้น :12:
ขอคั่นนะครับ เรื่องผมยังไม่จบ และไม่รู้จะลงเอยยังไง
วันนี้คุยกับแม่เรื่องงาน อยู่ๆ แม่ถามผมว่า
"มิราจสวยไหม" แม่หมายถึง รถยนต์มิซซูมิราจ
ผมเลยตอบไปว่าก็เป็นอีโค่คาร์ที่น่าสนใจดีนะ คือคิดว่าแม่คงถามเฉยๆ เพราะช่วงนี้แถวบ้านคนออกรถเยอะ
"จะเอาไหมล่ะ ถ้าทำงานอยู่บ้านเรา เดี๋ยวออกให้"
:59: :59:
เจอข้อเสนอของแม่ทำเอาผมอึ้งไปเลยครับ แต่ตอบแม่ไปด้วยความรู้สึกจริงๆว่า เราอยากไปทำงานที่ใหม่มากกว่า
อยากลงไปลองทางนั้นมากกว่า แม่ก็บอกว่า ช่วงที่เหลือมีเวลาคิดก็คิดดีดีละกัน
นึกว่าเรื่องจะจบ แต่ยังไม่จบซะงั้น
เอาลิงก์ในจู๋เรื่องจริงนี้อาจเป็นคุณไปให้แม่ดูสิ รับรองขยาดเลย
บ้านอีก่อซื้อคอนโดให้มันยังไม่อยู่เลย มันบอกว่ามากทม. มาหาเมียซักคน ไม่อยากได้คอนโด
ปล อันนี้ตูแต่งเอง อย่าไปเชื่อ
ง่ายครับ ก็ขับมิราจไปทำงานที่ใหม่ :30:
อ้างคำพูดจาก: ณิชหูด เมื่อ 08 พ.ย. 2012, 22:08 น.
บ้านอีก่อซื้อคอนโดให้มันยังไม่อยู่เลย มันบอกว่ามากทม. มาหาเมียซักคน ไม่อยากได้คอนโด
ปล อันนี้ตูแต่งเอง อย่าไปเชื่อ
สุดท้ายได้ผัวกลับไปอวดแม่ :51:
โหมดจริงจัง (http://img3.f0nt.com/08/8276868d9727862325cd6006dc32142a.gif)
จริงๆนะครับ ตอนนั้นผมจะทำงานเกี่ยวกับการ์ตูนหรือตอนเลือกเรียนคณะที่บ้านไม่ชอบ
เขาก็อย่างนี้แหละครับเพราะมันเป็นทางที่เขาไม่รู้ และคงเป็นห่วงตามประสา
แต่พอเราทำจนมันไปได้ดี เขาก็เลิกพูดเอง
ส่งเงินสักครึ่งนึงในเดือนแรกๆ ให้พ่อแม่ ก็พอจะทำให้เขารู้สึกสบายใจไปบ้างครับ (แต่เหนื่อยหน่อย)
อ่านสนุกจริงๆ :25:
บทสรุปจากทุกคนคือ ได้ทำงานที่ชอบและได้ตังค์ คือยอดชาย :12:
เป็นจู๋สร้างแรงบันดาลใจจริงๆ :25:
ไม่อยากจะเปรียบเทียบกับตัวเอง :3005:
ปีหน้าจะไปเป็นชาวสวนเต็มตัวแล้วครับ :jane:
เพิ่งเห็น สเตตัสของส้มบนเฟส รออ่าน :25:
กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่(อีกครั้ง) กับชีวิตโบว์แอน
อีกไม่เกินอาทิตย์รู้เรื่อง ไว้มาเล่าให้ฟัง ^^
มีลูกคนที่สอง :30:
เออ อันนี้ฮา :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: ณิชหูด เมื่อ 17 พ.ย. 2012, 22:38 น.
มีลูกคนที่สอง :30:
มิน่าเห็นในไทม์ไลน์ อีถลอกพูดเรื่องแตกในอะไรสักอย่างนี่แหละ :07:
:07: อย่าเพิ่งมีคนที่สอง รอผมก่อน
โอเค คืนนี้ของหมอแมวเลยครับ :07:
ไปชุมพรกันๆ :07:
อ้างคำพูดจาก: เจนภพ เมื่อ 17 พ.ย. 2012, 23:37 น.
ไปชุมพรกันๆ :07:
เฮ้ยกะว่าเพชรบุรีก็พอพอ จะยึดสมบัติแม่ผัว แต่โคตรใกล้ชุมพรเลยอ่ะ เดี๋ยวไปหานะ :07: :07:
ห๊ะๆ นิทานจะมีน้องแล้ว :07:
นิทานจะมีน้องแล้ว หมีโหดยังไม่ได้แต่งงานเลย :07:
หมีเล็กพูดงี้กระทบชิ่งหลายคนเลยนะ :07:
:30:
ไม่ได้ตั้งใจน๊าา :56:
ตื่นเต้นนน ทำงานวันแรก
อย่าตื่นเต้นไปเลย มะรืนก็วันสุดท้าย
ผมนึกว่าออกพรุ่งนี้เลย
ไม่ๆ พรุ่งนี้ต้องโดนเรียกไปด่าก่อนไง
ต่อยเลย ไม่ให้ด่าฝ่ายเดียวหรอก :59:
พรุ่งนี้คงได้อ่านกันทั่ว :59:
:30:
จะอ่านให้เขาฟังทามม้ายยย
ขออัพเดตชีวิตนิดนึง
ตอนนี้เรียนจบแล้ว ถึงเวลาหางานหาการทำซะที
ตอนแรกที่จะไปทำงานที่ออสฯ ตอนนี้ก็พับไปเลย เพราะปัจจัยและปัญหาหลายอย่าง
เลยคิดว่าทำงานที่ไทยแล้วเก็บตังค์ไปเที่ยวที่ออสฯ หรือที่อื่นๆดีกว่า
ตอนนี้ก็ทำเรซูเม่ เตรียมสมัครงานหลังปีใหม่ โดยที่ตัวเองยังไม่รุ้ว่าอยากจะทำงานอะไร
ใจจริงอยากจะทำงานกับหมี เพราะคิดแค่ว่า ได้ทำงานด้วยกัน ไปทำงานด้วยกัน อย่างน้อยก็มีเพื่อน
แต่โดนพ่อแม่และเพื่อนสนิทแย้งว่า งานมันก้าวหน้าช้า มันเหมือนทำฆ่าเวลา พอเราแก่ไปมันก็ไม่มีแรงจะทำแบบนี้อีกแล้ว
ไหนๆเรียนจบมาซะดี ทำงานให้มันสมกับที่เรียนมาหน่อย (ทั้งๆที่อิ่มก็ไม่มีประสบการณ์ทำงาน)
พ่ออยากให้เข้า ปตท.
แต่อิ่มไม่อยากเข้า ด้วยเหตุผลที่ว่า พ่อจะฝากคนรู้จักให้เข้าให้
เพราะพ่อเคยทำงานปตท.มาก่อน คนรู้จักเยอะแยะ แต่อิ่มไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร
แต่ก็โดนเพื่อนสนิทท้วงมาอีกว่า ปตท.เนี่ยเงินดี สวัสดิการดีมาก สบายไปถึงพ่อแม่
ถ้าแต่งงานก็สบายไปยันลูกยันแฟน การงานมั่นคง มีหน้ามีตา
สรุปคือทุกอย่างดีหมด แต่แค่อิ่มมีทิฐิเรื่องการฝากคนเข้าทำงาน (มีปมนิดหน่อย) เลยไม่อยากเข้า
แต่ตอนนี้อิ่มคิดถึงพ่อแม่มากกว่า อยากให้ท่านสบายหายห่วง ตอนนี้ใจก็โอนเอน
แต่จะเข้าไปทำอะไรในปตท.ยังไม่รู้เลย (พ่อก็ไม่รู้)
อีกอาชีพนึงที่พ่อแม่สนบสนุนคือเป็นโบรกเกอร์
ที่บ้านเล่นหุ้นอยุ่พอสมควร และพ่อก็จ้างโบรกเกอร์คนนึงไว้ดูแลหุ้น
แม่บอกว่าบางเดือนค่าจ้างดูแล เยอะว่ากำไรที่ได้จากหุ้นซะอีก
เลยมีความคิดว่า มาเป็นโบรกเกอร์เองแม่งเลย
ดูแลหุ้นพ่อ พ่อก็ไม่ต้องจ่ายค่าโบรกเกอร์ เราก็เอาหุ้นพ่อมาฝึกฝีมือ
แล้วพอเก่งมาหน่อยค่อยหาหุ้นคนอื่นมาดูแลต่อ
วันนี้ก็ไปเจอโบรกเกอร์พ่อมา เขาก็ชวนมาทำด้วยกัน
เพราะตอนนี้คนขาดอย่างรุนแรง เลยอยากได้คนมาช่วย
ซึ่งอิ่มก็โอเคนะ เสียอย่างเดียว อิ่มอ่อนเลขมากมากึงมากที่สุดเลยด้วย (เรียก โง่ ดีกว่า ชัดดี)
กลัวจะไปงง ตัวเลขเยอะๆกลัว เครียด :05:
ใจจริงๆอิ่มอยากไปฝึกงานต่อที่ออสฯหรือ อเมริกา
ที่อเมริกามีรับนศ.ต่างชาติฝึกงาน ในสาขาที่อิ่มเรียนเป๊ะๆ
แถมฝึกเจาะจงในอาชีพที่อิ่มโครตอยากจะลองทำเลย (อาชีพ พีอาร์ดารา)
ถ้าถามว่าอยากทำอะไร ก็อยากทำไอ่นี่แหล่ะ ถ้ามีคนให้โอกาสอีกรอบอ่ะนะ
แต่บอกที่บ้านที่ไรโดนโห่ทุกทีเลย :05:
เลยได้แต่ฝันงุงิๆ ไป
ดีที่ตอนนี้อิ่มไม่รุ้ตัวเองว่าอยากทำอะไรที่ไทย
คือให้ทำอะไรก็ได้ อาชีพอะไรก็เอา
แต่พ่อแม่เขาก็หวังว่า อยากให้อิ่มทำงานดีๆ มั่นคง (แบบกะว่าไม่ต้องลาออกเลย)
แต่ติดที่ว่าอิ่มไม่มีประสบการณ์ แต่กระแดะเรียนจบโท
เวลาสมัครงานก็ยากที่เขาจะรับแหล่ะ เรื่องเงินเดือนก็คงได้เท่าเด็กจบใหม่
ซึ่งแน่นอนว่าพ่อแม่รับไม่ได้ :16:
พอบอกจะไปฝึกงาน ก็ไม่ยอมบอกว่าแก่แล้ว เดี๋ยวเขาไม่รับ :16:
ตอนนี้ก็สับสนชีวิตอยู่นิดๆเหมือนกัน
ก็ได้แต่เตรียมเรซูเม่ไว้แหล่ะ
แล้วพ่อจะฝากใครที่ไหนก็ตามสบาย
ถ้าเขาคิดว่าดีต่อเราในอนาคต แล้วทำให้ครอบครัวเรามั่นคงอิ่มก็ยอมทำนะ
จะลดทิฐิลง กลืนน้ำลายตัวเอง แล้วยอมโดนให้เขาชี้หน้าว่าเป็นเด็กฝาก เด็กเส้น อะไรก็ได้
เผื่อว่าซักวันอาจจะมีโอกาสได้รู้ว่าเราอยากทำอะไร แล้วเราจะอยู่ในฐานะที่จะทำได้ไหม
แล้วถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน
ลงชื่อ หมีเล็ก :37:
เมื่อก่อนก็เป็นเหมือนกัน ไม่อยากเป็นเด็กฝาก
แต่พอได้ลองทำงานจริงๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไรเลยกับเพื่อนร่วมงาน
(มีนิดหน่อยก็ตรงหัวหน้าฝ่ายจะเกรงใจเราเกินกว่าที่ควรจะเป็น)
แต่เพื่อนๆ พี่ๆ ในที่ทำงานก็ปฏิบัติกับเราปกติ ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กฝากเลย
คงเป็นเพราะทำงานราชการด้วยมั้ง เรื่องฝากนี่ก็เป็นปกติไปแล้ว
มันก็คงเหมือนพวกนักเรียนพ่อรวยยัดเงินเข้าเรียนกลางเทอมไม่ต้องสอบเข้า
ก็เรียนได้เหมือนเดิม มีการบ้าน โดนอาจารย์ด่าเหมือนเดิม มีเพื่อนเหมือนกัน
มันอยู่ที่ตัวเราว่าจะทำตัวเป็นลูกแหง่อาศัยบารมีคนฝากหรือเปล่าเท่านั้นแหล่ะ
ถ้าทำงานดี มีผลงาน เจ้านายเค้าไม่สนหรอกว่าเราจะเข้ามายังไง
ส่วนคนเกลียด อิจฉีริษยีอะไรพวกนั้น ยังไงมันก็ต้องมี ต้องเจอ ไม่ว่าจะเข้าไปด้วยวิธีใดก็ตาม
สู้ๆ :12:
ชีวิตพี่ไม่เคยเป็นเด็กฝากเลย แค่รู้จักกับคนในก็ไม่สมัครงานแล้ว
พี่ว่าเป็นเด็กฝากมันไม่ได้อยู่ยาก น่าเกลียดอะไรแบบนั้นหรอก ก็คงเหมือนคนทำงานธรรมดา
(แต่แมงเมาท์มันเมาท์นะ อันนี้ก็ธรรมดาเหมือนกัน ไม่ใช่เด็กฝากมันก็เมาท์)
พี่ปฏิเสธการเป็นเด็กฝากเพราะว่า มันต้องแบกหน้าตาของคนรับฝากเรา กับหน้าตาของคนฝากเรา (พ่อแม่)
ไปอีกนานเท่านานเลย แล้วเรามันขึ้นๆ ลงๆ ไง วันนี้อยากอยู่ก็ทำงานสู้ตาย
วันนึงไม่อยากอยู่มันซะเฉยๆ จะแบกกระเป๋าขึ้นบ่าแล้วเดินออกไป มันก็ต้องเกรงใจคนอื่นอีกหลายคน
ก็เลยเลือกที่จะเดินดุ่มๆ ไปหางานเอง มีำลำบาก มีแป้ก แต่ก็สบายใจดี
ตรงที่ไม่อยากทำเมื่อไหร่ก็เดินออกไปได้เลย ไม่ได้แบกหน้าตาของใครไว้
พี่ว่าต่างกันก็แค่ตรงนี้อะจ้ะ ถ้าจิตใจมั่นคงดี ทำงานที่ไหนก็ทำได้
ทุกวันนี้ได้ยินเรื่อง ปตท. ทีไรก็อิจฉีิริษยีเค้าตลอดเวลา แต่ไม่มีปัญญาเข้า :30:
ถ้าเข้าได้ ยังเชียร์ให้เข้า ปตท.นะ Benefitทุกอย่าง หล่อมาก
ส่วนเรื่องฝาก อย่างที่บักเอ็มว่า ในวงการราชการหรือรัฐวิสาหกิจ เกือบ90เปอร์เซ็น ต้องเคยมีญาติพี่น้องที่ยังทำงานอยู่ที่นั่นหรือเคยทำงานที่นั่นทั้งนั้น ทุกคนเลยไม่เคยมองตรงจุดที่ว่า อ๋อ คนนั้นสายคนนี้ คนนี้เส้นจากคนนั้น ถึงได้เข้ามาได้ เพราะรวมๆ เกือบทุกคนก็มีความเกี่ยวโยงอยู่ดี
หากเขาฝากเราจริง เรานั่นแหละ จะต้องทำงานให้ดี ให้สมกับที่เขาฝากฝังหรือแนะนำเรามา อย่าให้ใครมาว่าเราได้ว่าเราไม่เอางาน
แค่นี้ พวกนินทา พวกขี้อิจฉา เดี๋ยวมันก็เบื่อและเลิกไปเองแหละ เพราะเราทำดีจริง
สู้ๆ หมีอิ่ม เพราะพี่ก็เคยอารมณ์นี้ เพราะครั้งแรกพ่อฝากเหมือนกัน แล้วก็ได้เข้า แต่รอบสัมภาษณ์พี่ตอบคณะกรรมการไปว่า พ่อผมให้มา ผมชอบงานเดิมมากกว่า เขาก็เลยไม่รับ :30:
แต่สุดท้ายก็ต้องอ่านหนังสือจนสอบได้ เหนื่อยและลุ้นโฮก รู้งี้เข้าไปตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้าได้สบายๆดีกว่า ไม่น่าไปตอบกวนโอ้ยใส่กรรมการ :3005:
ตูไม่เชียร์ให้เข้า ปตท. แฮะ
ถ้าคิดถึงความก้าวหน้า และการเรียนรู้นะ
คือโดยส่วนตัว(ย้ำ คหสต)เรียนจบจากมหาวิทยาลัยไม่ได้ดัง เกรดไม่ได้ดีเด่อะไร เวลาไปสมัครงานจะเจอประจำ ที่ต้องการ well known university with GPA higher than 2.75, 3.00 ......
ซึ่งคิดมาตลอดเลยว่า เอา GPA ไปหาพ่องเหรอ มันช่วยอะไรกับการทำงานได้ ... เรื่องมหาลัยที่จบอีก มันจะใช้อะไรได้ พอตอนนี้ก็เริ่มคิดได้ประมาณนึง แต่ก็ยังรับไม่ได้อยู่ดี กับพวกที่ตีกันคนที่เก่งทำงาน บ้างาน ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ มัธยัสถ์ มีวินัย (คำขวัญรึเปล่าวะ) ด้วยคำว่า "จบที่ไหน" "เกรดเท่าไหร่" :13:
บางที (ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีอยู่ ขออนุญาติพาดพิงถึงบริษัทยักษ์ใหญ่แถวบางซื่อนะครับ) เค้าไม่ได้ถามว่า "คุณจบจากที่ไหน" นะครับ เค้าถามกันว่า "จบรุ่นอะไร" และอีกคำถาม ที่ยังแทงใจเพื่อนผมมาจนถึงวันนี้คือ "คุณรู้ไม๊ว่าที่นี่หลังคาสีอะไร" (สีหัวพ่อมันไง)
สำหรับ ปตท. มันเข้ายากจริง ๆ นั่นแหละ ถ้าคิดในจุดที่ว่าเงินดี สวัสดิการดี มันก็ใช่
แต่ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานล่ะ เนื่องจากบริษัทใหญ่ยักษ์ คนรอขึ้น รอโตมันก็เยอะ อัตราการแข่งขันมันสูงเกินไปสำหรับเราหรือเปล่า หรือว่ามั่นใจว่ายังไงก็จะผ่านไปได้ (ถ้ามั่นใจก็ลุยเลย ถ้าไม่ก็คิดดี ๆ)
เรื่องเด็กฝาก เคยเป็น แต่จากประสบการณ์ การเป็นเด็กฝาก จะถูกกาหัวไว้ก่อนเลย (ทั้ง ๆ ที่องค์กรที่เคยไปทำ มีเด็กฝากไม่น้อย) เลือกได้ จะไม่เป็นเด็กฝากใครอีกต่อไป เรามีมือมีตีนเหมือนคนอื่น เรียนจบมาก็ไม่ได้ทุเรศขนาดหนัก คิดว่าหางานได้มั้ง งานที่เราจะทำแล้วก็มีความสุขไปกับมันได้ ไม่น่าจะหาไม่เจอหรอก
โชคดีครับ ขอให้ค้นหาตัวเองให้เจอ
:46:
เดี๋ยวนี้นะเด็กฝากยิ่งต้องทำผลงานให้ดีกว่าคนที่ไม่ใช่เด็กฝากด้วยซ้ำไป
แต่ก็แล้วแต่ธรรมเนียมออฟฟิศอีกล่ะว่าแต่ละที่มองเด็กฝากกันยังไง
เท่าที่ทำงานมาสามที่ เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นหลักนะ
ประเด็นหลักเลยคือ มาทำงานแล้วได้งานรึป่าวน่ะล่ะ
ถ้าไม่อยากเข้าปตท. ยังไงขอฝากน้องสาวผมไว้คนนึงหน่อยนะครับ
จบปิโตร ลาดกระบัง ตอนจะเอนท์เข้าหลายคนก็บอก เข้าเลยคณะนี้ จบมามีแต่คนแย่งตัว ปตท. scg TPI โน่นนั่นนี่
ตอนนี้เป็นไงละ...ขายกาแฟ ที่อเมซอน (ที่บ้านแซวว่า เอ้ยก็ได้ทำในปตท.แล้วนิ :30:)
ถ้าไม่อยากอึดอัดตอนอยากออก จงอย่าเป็นเด็กฝาก :37:
เป็นเด็กฝากเหมือนกัน
ลูกพี่เก่าที่แม่สายหลังจากเจ๊ง
พี่เค้าก็ฝากกะเพื่อนให้ทำงานจนทุกวันนี้
และกำลังจะลาอออก :30:
อ้อ แต่ถ้าหน้าหนาก็เป็นข้อยกเว้น :30:
อ้างคำพูดจาก: เจนภพ เมื่อ 27 ธ.ค. 2012, 09:17 น.
ถ้าไม่อยากอึดอัดตอนอยากออก จงอย่าเป็นเด็กฝาก :37:
จริงค่ะ :37:
จากประสบการณ์ส่วนตัว
อ้างคำพูดจาก: เจนภพ เมื่อ 27 ธ.ค. 2012, 09:17 น.
ถ้าไม่อยากอึดอัดตอนอยากออก จงอย่าเป็นเด็กฝาก :37:
ไม่เคยอึดอัด เพราะตอนจะออก ไม่สนอะไรทั้งสิ้น
:30:
ทำในสิ่งที่ชอบ แล้วจะสุขไปทั้งชีวิต
ทุกอาชีพถ้าทำงานได้ดี เงินมันก็สูงทั้งนั้นแหละ
พอคนอายุมากขึ้นวิธีคิดจะต่างกัน พ่อแม่ทุกคนมันจะให้ลูกอยู่สบายๆในที่ง่ายๆงานชิวๆ (ซึ่งเอาจริงๆมันไม่มีแบบนั้นหร๊อก)
ศักยภาพที่เรามีมากกว่าพ่อแม่คือความหนุ่มสาว แรงยังมีไฟยังเยอะ ไม่ต้องรีบเพลย์เซฟกับชีวิตก็ได้
ลองลุยในสิ่งที่ชอบให้รู้ว่าชอบมันจริงมั้ยซะก่อน แล้วค่อยไปแบบเซฟๆทีหลังยังได้
ส่วนเรื่องเด็กฝาก
ผมเคยเฉียดประสบการณ์การเป็นเด็กฝากทีนึง สมัยเพิ่งจบเลย ก็ที่ GMM นี่แหละ
พอดีน้าผมรู้จักกับแม่ของคนใหญ่ๆในนั้น และเราก็ไม่อยากไป จนทะเลาะกับน้า ก็อยากให้จบแค่ไปสัมภาษณ์ก็ได้
... แต่พอไปแล้วจนถึงทุกวันนี้ ผมยังรู้สึกอัปยศอดสูที่สุดในชีวิตของผมเลยทีเดียว
เขาบอกว่า "เนี่ยแม่ผมให้มาสัมภาษณ์คุณ แต่บอกตรงๆนะ ถ้าคุณทำงานไม่ได้เราก็รับเข้าทำงานไม่ได้ .."
ประมาณว่า กูมาคุยกับมึงเพราะมึงเป็นเด็กฝากแต่ถ้ามึงกากเชิญที่อื่น อะไรทำนองเนี่ยแหละ
ตอนเดินออกมานี่ผมแบบหน้าชาเลยทีเดียว รู้สึกว่าความสามารถเราไม่มีเลยหรือไงต้องเริ่มต้นด้วยอะไรแบบนี้
นอกจากจะไม่มีการติดต่อกลับ แถมยังต้องอายฟรีอีก
จนทุกวันนี้ที่ผมเข้า GMM ในฐานะบริษัทที่ทำ MV ด้วยผลงานล้วนๆ
ยังรู้สึกว่าวันนั้นไม่น่าดูถูกตัวเองแบบนั้นเลย
แต่ก็รู้สึกดีที่ยังไม่ได้ถูกฝากเข้าไปจริงๆ
ตอนนี้เป็นเด็กฝาก แต่ก็ยังลางานไปสอบนู่นนี่นั่นอยู่บ่อยๆ
ประหนึ่งว่ากูพร้อมออกจากที่นี่ทุกเวลา :30:
ตูเป็นเด็กฝากอะ ถ้าเก่งก็อย่ากลัว ตอนนี้ทุกคืนลืมว่าตูเป็นเด็กฝากไปแล้ว
กลายเป็นตัวถ่วงความเจริญของแผนกแทน :30:
สมเป็นถลอกจริงๆ :12:
ขอบคุณทุกคนค่ะ ไว้ว่าวๆจะไล่บวกนะ
จริงๆอิ่มไม่อะไรกับการเป็นเด็กฝากนะ เพราะรู้ลึกๆว่าสังคมเราก็งี้
ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็มาด้วยกล
อิ่มเป็นเด็กฝากตอนป.4 เพื่อนพ่อฝากเข้ากลางเทอม
อิ่มไปเจอเพื่อนพ่ออีกทีตอนปีที่แล้วที่กลับมาไทย
เขาบอกกับคนอื่นว่า "ถ้าอิ่มไม่ได้เขาฝากตอนป.4 ป่านนี้อิ่มไม่มีถึงตรงนี้หรอก"
อิ่มแบยเฮ้ย โอเคป.4 อาศัยบารมีคุณ แต่ม.1-ป.โท นี่ฉันไปของฉันเอง
ตอนอยู่ออสฯ ฉันหวังจะพึ่งคุณ แต่สุดท้ายคุณกดดันไล่ฉันออกมาอยู่คนเดียว
บารมีคุณมันจบไปตั้งแต่ฉันเข้าม.1แล้ว
ตั้งแต่นั้นมาเลยสัญญากับตัวเองว่าไม่เอาเด็กฝาก!!
ตอนนี้ไปทางไหนก็มีแต่คนถาม ทำงานที่ไกน เข้าปตท.สิ
ในข๊ะที่อิ่ทก็รู้ว่าปตท. การแข่งขันสูงแล้วก็กดดันมากๆ
รุ่นพี่ลาออกไป2คนแล้ว เพราะรับความกดดันไม่ไหว
คือตอนนี้อิ่มคิดว่าเป็นตาของอิ่มแล้วที่ตะทำอะไรให้ครอบครัว
เพราะอิ่มขอไปเรียนต่อตั้งหลายปี ไม่ได้ดูแลพ่อแม่
หมีก็มีความสุขกับงานดี
คืออิ่มอยากจะกลับมาช่วยตรงนี้ แบบรับหน้าที่ดูแลพ่อแม่มา
แล้วปล่อยหมีไปเฮฮาบ้าง อะไรประมานนั่น
ให้พ่อแม่สบายใจว่าอย่างน้อย ก็มีลูกคนนึงการงานมันมั่นคงนะไรงี้
บางทีอิ่มเศร้านะเวลาเห็นพ่อแม่ไม่สบาย แล้วท่านไม่นิมไปหาหมอ
หรือไม่ก็ต้องไปรอรพ.รัฐนานๆ กว่าจะได้ตรวจ เพื่อลดค่าใช้จ่าย
แต่ใรขณะที่ลูกไม่สบาย ขับไปตรวจเมโยงี้ แพงจะตาย
อยากให้มันกลับกันอ่ะ
อยากให้พ่อแม่สบายๆ
:16:
หาผัวฝรั่งรวยๆแบบปุ่ก ทีเดียวจบ เชื่อตู
อ้างคำพูดจาก: บวมเป่ง เมื่อ 27 ธ.ค. 2012, 11:49 น.
หาผัวฝรั่งรวยๆแบบปุ่ก ทีเดียวจบ เชื่อตู
:30:
แต่ผัวฝรั่งดี ๆ มันไม่ได้มีเยอะนะพี่
:46:
อ้าว อิ่มกลับเมืองไทยแล้วเหรอ :56:
อ้าว งานจารย์เกศหมอแมวไม่ได้เจอ 2 หมีเหรอ :30:
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 27 ธ.ค. 2012, 11:44 น.
บางทีอิ่มเศร้านะเวลาเห็นพ่อแม่ไม่สบาย แล้วท่านไม่นิมไปหาหมอ
หรือไม่ก็ต้องไปรอรพ.รัฐนานๆ กว่าจะได้ตรวจ เพื่อลดค่าใช้จ่าย
แต่ใรขณะที่ลูกไม่สบาย ขับไปตรวจเมโยงี้ แพงจะตาย
อยากให้มันกลับกันอ่ะ
อยากให้พ่อแม่สบายๆ
:16:
คล้ายกันเลยพี่อิ่ม :16:
ที่บ้านป๊าม้าไม่ยอมไปตรวจสุขภาพอะ บอกให้ไปตรวจประจำปีก็ไม่ไป
ต้องป่วยหนักๆ ถึงจะยอมไป
อ้างคำพูดจาก: vikz เมื่อ 27 ธ.ค. 2012, 08:25 น.
คือโดยส่วนตัว(ย้ำ คหสต)เรียนจบจากมหาวิทยาลัยไม่ได้ดัง เกรดไม่ได้ดีเด่อะไร เวลาไปสมัครงานจะเจอประจำ ที่ต้องการ well known university with GPA higher than 2.75, 3.00 ......
ซึ่งคิดมาตลอดเลยว่า เอา GPA ไปหาพ่องเหรอ มันช่วยอะไรกับการทำงานได้ ... เรื่องมหาลัยที่จบอีก มันจะใช้อะไรได้ พอตอนนี้ก็เริ่มคิดได้ประมาณนึง แต่ก็ยังรับไม่ได้อยู่ดี กับพวกที่ตีกันคนที่เก่งทำงาน บ้างาน ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ มัธยัสถ์ มีวินัย (คำขวัญรึเปล่าวะ) ด้วยคำว่า "จบที่ไหน" "เกรดเท่าไหร่" :13:
มิ้นก็เคยคุยกับรุ่นพี่เรื่องนี้นะ ว่าทำไมต้องดูเกรด มันไม่เห็นจะเกี่ยวกับผลงาน
ได้คำตอบมาว่า มันเป็นจุดแรกที่จะสามารถกรองคนเข้ามาได้
สมมติ ถ้าคนสมัครมา 1000 คน รับ 5 ตำแหน่ง จะรับเข้ามาสัมภาษณ์ 1000 คนเลยหรอ
อย่างน้อยเกรดมันเป็นตัวบอกว่า คนที่มาสัมภาษณ์จัดการบริหารตัวเองได้ดีแค่ไหน
ประมาณนี้ค่ะ :46:
แต่เกรดมิ้นก็ไม่ได้ดีอะไรนะ ตอนนี้ 2.90 เอง :30:
ต่อไปนี้จะทำ Resume แบบที่เป็น VDO Presentation แล้ว
กูอัดวิดีโอให้พวกมึงเลย เอาคำถามที่พวกมึงอยากรู้อ่ะ
เช่น ชื่อ นามสกุล เรียนจบอะไร ทำงานอะไรมามั่ง
ง่ายดี ดูหน้าตาท่าทาง บุคลิกภาพกูไปในตัวทีเดียว จบ
:30:
ส่งผิด ส่งแผ่นเอวีไป
อ้างคำพูดจาก: บวมเป่ง เมื่อ 27 ธ.ค. 2012, 13:31 น.
ส่งผิด ส่งแผ่นเอวีไป
ก็จะได้งานทำอย่างทันทีทันใด
:30:
ป่ะ เราไปเล่นตลกกัน
:52:
ตอบในฝั่ง HR
เรื่องเกรดกับมหาลัย เป็นการคัดกรองในเบื้องต้นน่ะครับ คนมาสมัคร100คน เรียกมาหมดไม่ไหวหรอก
ให้เรียกมาสัมภาษณ์วันละ 2คน เดือนนึงยังไม่หมดเลย ตำแหน่งงานบางอันมันรอไม่ได้
อย่างของบ.ผม ดูใบสมัคร เรซูเม่ ถ้าไม่ได้จบจาก ม.รัฐดังๆ +กลางๆ หรือ เอกชนดังๆ คัดทิ้งเลย
ถ้ายังเยอะก็ตัดเกรดกันอีกที
อ้างคำพูดจาก: vikz เมื่อ 27 ธ.ค. 2012, 13:29 น.
ต่อไปนี้จะทำ Resume แบบที่เป็น VDO Presentation แล้ว
กูอัดวิดีโอให้พวกมึงเลย เอาคำถามที่พวกมึงอยากรู้อ่ะ
เช่น ชื่อ นามสกุล เรียนจบอะไร ทำงานอะไรมามั่ง
ง่ายดี ดูหน้าตาท่าทาง บุคลิกภาพกูไปในตัวทีเดียว จบ
:30:
ส่งมาแบบนี้ คำตอบคือ ไม่ดูครับ :30:
เว้นแต่มีเวลาว่างพอ แต่เอาจริงๆ งานส่วนรีครูทไม่ว่างขนาดนั้นหรอก แค่หาคนก็แทบจะไม่ว่างแล้ว
ถามในส่วนของคนมีความคิดน้อย
มันช่วยได้จริงหรือครับ เด็กจบมหาลัยดี ๆ เกรดดี ๆ กับเด็กจบมหาลัยธรรมดา เกรดธรรมดา วัดกันได้จริง ๆ หรือครับ ว่าพอเอามาทำงานแล้วไม่ปวดกระโหลก
VDO File ที่คิดจะทำนั่น เป็นเพียงความคิดครับ คิดไว้ว่าคงไม่มีบริษัทไหนว่างพอจะดูหรอก
การหาคนนี่ใช้เวลาทั้งวันเลยเหรอครับ อันนี้ไม่เคยทราบมาก่อน รบกวนแนะนำหน่อยได้ไหมครับ ว่าเขาต้องทำอย่างไร
เห็นที่บริษัท (ทั้งเก่าและใหม่) โยนตูมไปที่เว็บสมัครงาน จบ
:46:
ไม่เชิงว่าวัดได้หรือไม่นะ อะ จะเล่าให้ฟังถึงบรรยากาศเวลาคัดคนเข้าแผนก
อยู่ที่นี่มานาน มีคนเข้าคนออก เห็นเจ้านายคัดคนเข้าแผนก พอจะเห็นบรรยากาศเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
ประเด็นคือคนที่ต้องไปนั่งสัมภาษณ์เนี่ย ก็คือคนที่มีงานรุมหัวกบาลอยู่เช่นกัน
ยิ่งขาดคน ยิ่งต้องรีครูทคน ก็ยิ่งทั้งเสียเวลาสัมภาษณ์ทั้งงานก็ค้าง
ลูกน้องที่งานโหลดอยู่ก็หาที่พึ่งไม่เจอ เพราะเจ้านายมีนัดสัมภาษณ์ต่อเนื่อง ตามด้วยประชุมร้อยแปด
พี่ว่าเขาก็คงอยากสัมภาษณ์ให้น้อยๆ คัดคนด้วยเอกสารให้ได้มากที่สุดแหละจ้ะ
ซึ่งเอกสารจะมีอะไรบอกได้บ้างล่ะ มันก็มหาลัย เกรด ผลงานที่ผ่านมา กิจกรรมที่ทำ และที่มาที่ไปที่เป็นตัวเรานั่นแหละ
ส่วนการสัมภาษณ์ก็คือมาดูไหวพริบ ดูบุคลิกภาพ กับเงื่อนไขอื่นๆ ที่เหมาะกับงานอีก ที่กระดาษมันบอกไม่ได้
เพราะงั้น เรซูเมที่น่าสนใจถึงได้สำคัญมากไง ก็เหมือนป้ายโฆษณาหาเสียงแหละมั้ง
ถ้าคิดว่ามหาลัยกับเกรดยังไม่น่าสนใจ ก็ต้องหมั่นหาประสบการณ์ ผลงานที่ดีๆ ก็ทำให้เรามีคุณค่ามากขึ้นเช่นกัน
คนเรามีทางเลือกเสมอแหละ
ปล. พี่จบวิศวะมหาลัยรัฐด้วยเกรดต่ำเตี้ยมาก ดูแป๊บเดียวก็รู้ว่าไอ้นี่ทำงานได้ หัวดีแต่ขาดวินัยไร้กรอบ
ใครรับมาทำงาน ก็ถือว่าคุณรู้อยู่แล้วนะ อย่าคาดหวังกับฉันมากไปกว่าที่ฉันเป็น แล้วคุณจะได้มากกว่าที่คุณเห็น ขอบคุณ.
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 27 ธ.ค. 2012, 13:50 น.
เพราะงั้น เรซูเมที่น่าสนใจถึงได้สำคัญมากไง ก็เหมือนป้ายโฆษณาหาเสียงแหละมั้ง
ถ้าคิดว่ามหาลัยกับเกรดยังไม่น่าสนใจ ก็ต้องหมั่นหาประสบการณ์ ผลงานที่ดีๆ ก็ทำให้เรามีคุณค่ามากขึ้นเช่นกัน
คนเรามีทางเลือกเสมอแหละ
อย่าคาดหวังกับฉันมากไปกว่าที่ฉันเป็น แล้วคุณจะได้มากกว่าที่คุณเห็น ขอบคุณ.
:like: :like: :like: :like: :like:
ตอนนี้มีประสบการณ์แล้วครับ ก็เลยไม่เดือดร้อนอะไร แต่คิด ๆ ไว้ ว่าอนาคตอาจจะเปลี่ยนสายงานที่ทำอยู่
แต่ถ้ายังทำสายเดิม สถานีต่อไป คือ "โรงงานผลิต" :45:
:46:
มีแต่บริษัทเชิญไปทำงาน :3005: ไม่เคยต้องไปสมัครงานที่ไหนเลยอะ
น่าอิจฉา :23:
อิจฉีริษยี
:59:
ตามที่พี่แอ้บอกเลยครับ :12:
เห็นพูดถึงงานสายโรงงาน ที่ทำงานเก่าเป็นโรงงานมีคนมาสมัครเยอะมาก แต่เกณฑ์คัดคนก็ยังเหมือนกัน คือ ม.รัฐอันดับต้นๆ + เอกชนดังๆ
ไม่ใช่ว่าวัดความเก่งไม่เก่งนะครับ สมัยนี้ความรู้มันเรียนทันกันได้ แต่ที่ต้องการคือการที่เพื่อนร่วมงานสามารถพูดจากันด้วยภาษาเดียวกันได้ สื่อสารกันได้
และประสบการณ์ระหว่างเรียน ที่จะแตกต่างกันระหว่างม.ใหญ่ๆ กับ ม.เล็กๆ ที่วัดกันได้ชัดคือทักษะการใช้เครื่องไม้เครื่องมือในห้องแล็ป การรู้จักสารเคมี
ตอนแรกผมก็อยากรู้ว่ามันจะต่างกันยังไง เลยลองเรียกผู้สมัครมาสัมภาษณ์เปรียบเทียบกันจาก ม.รัฐกลางๆ กับ ม.ราชภัฎ
จบ วทบ.เคมีเหมือนกัน ม.รัฐเกรดกลางๆ ไม่ถึง 3 กับราชภัฎ 3กว่าๆ ให้ทดลองใช้เครื่องมือเลยครับ บอกสเตปคร่าวๆ ว่าต้องการผลออกมาเป็นอะไร มีอะไรให้ใช้ได้บ้าง ตอนสัมภาษณ์ดูตอบได้คล่องดี
พอให้ทดลองจริงๆ เด็กจากม.รัฐ ก็ทำๆ ไปเสร็จได้ผลมา ดูการหยิบจับเครื่องมือคล่องแคล่ว แต่เด็กจาก ม.ราชภัฎเก้ๆ กังๆ แค่การใช้ปิเปตต์เพื่อวัดสารยังทำไม่ถูก เรียกชื่อสารก็ไม่ได้ ไม่รู้ว่าสารตัวไหนคืออะไร
เด็กราชภัฎก่งๆ นั้นมีแน่ครับ แต่เราจะเสียเวลามาสุ่มหามันไม่ใช่อะ
อ่านข้ามๆเม้นไอซ์ไปนะ :47:
:30:
อยากลองมีประสบการณ์สมัครงานกับเค้าบ้างง่า :05:
ขอบคุณทุกคนค่า :46:
ดีที่โปรไฟล์หรูหรา ไฮโซ :52:
ขนาดติ่งมาค้นประวัติยังหาเรื่ิองกัดไม่ถูกเลย :30:
อ้างคำพูดจาก: เจนภพ เมื่อ 27 ธ.ค. 2012, 13:17 น.
อ้าว งานจารย์เกศหมอแมวไม่ได้เจอ 2 หมีเหรอ :30:
อิ่มเข้าไปหวัดดีด้วยนะ :05:
อ่ะๆ มาต่อเรื่องงาน
หมีเอาเรซูเม่มาให้ดูตอนนางสมัครโซนี่ มีทั้งหมด4แผ่น
แต่เน้นรูป ตกแต่งซะฮา เนื้อหาแผ่นละนิด ตอนปริ้นก็อัดมาเป็นรูปอย่างดีส่งไป
ด้วยเหตุผลที่ว่า ถ้าเด่น จะได้โดนเลือก (แล้วก็โดนจริงๆ)
มันทีทฤษฎีนี้ด้วยหรอคะ?
กระดาษขาวๆนี่ hr อ่านจะเบื่อไหมอ่ะ? หรือต้องสีสันแบบหมีๆ
ตอนนี่เรซูเม่เสร็จแล้ว เหลือแต่ตกแต่งให้มันสวยๆเอง
อ่อส่วนประสบการณ์อิ่มเคยเป็นเด็กเสริฟนี่เขียรลงไปได้รึเปล่าคะ?
แลดูำม่ค่อยเกี่ยวอ่ะ แต่แค่อยากจะบอกเฉยๆว่าฉันไม่ได้งอมือฃอเท้าไปวันๆนะจ๊ะไรงี้
ขึ้นอยุ่กับสถานที่และก็ตำแหน่งที่สมัครอะ
ถ้าผมจะรับคนเข้าทำงานในตำแหน่งประเภท คนทำงานด้านเอกสาร HR marketting ผมจะดูเกรดและมหาลัยแหละ
เพราะเกรดมันวัดความเสมอต้นเสมอปลายได้หน่อยนึง
และสำหรับมหาลัยผมจะรับพวกที่ผ่านการแข่งขันมาแล้ว
มันคือการวัดความตั้งใจของคนล่ะนะ
แต่สุดท้ายผมก็จะคัดอีกทีด้วยการทำงานช่วงโปร ให้ติดโปรสัก 4-5 เดือน
ความเป็นตัวตนมันจะโผล่ออกมาว่าทำงานเข้ากับบริษัทได้ไหม
แต่ถ้าเป็นตำแหน่งที่ใช้เครื่องวัดด้วยเกรดไม่ได้ เช่น ครีเอทีฟ คนทำCG คนทำโปรแกรม ผมดูที่งานอย่างเดียว
เกรดหรือมหาลัยไม่สนเลย ไม่จบอะไรมายังได้ ขอให้ทำงานให้มันถึงแล้วกัน
แต่สุดท้ายก็ดูที่ความเป็นคนแหละ สมมุติว่าเก่ง แต่เอาของออฟฟิตไปใช้แบบมั่วๆ ไม่มีจิตสำนึกของความเป็นคน
เก่งยังไงก็ไปเถอะ
เรื่องเด็กฝาก
รังเกียจการโดนฝาก พอๆ กับที่ตัวเองไปเจอเด็กฝากเข้ามาสัมภาษณ์งานเลย
ก็คงเหมือนกันทุกคนแหละเนอะ
ส่วนเรื่องสัมภาษณ์งาน
เคยแต่โดนเชิญ โดนเรียกตัวให้ไปช่วยทำงานเหมือนกัน
เนี่ยตอนนี้ล่าสุดเมียก็เชิญมาพับเสื้อที่บ้านอย่างถาวรละ :3005:
วันนี้กรอกใบสมัครการบินไทย
กรอกตั้งน๊านนนนนน
พอคลิกส่งปุป ลิงค์พัง
ไอ่ที่พิมพ์ๆไว้หายวับไปกับตา
:05:
ฟ้ากำลังลองใจเรา กรอกใหม่ๆ สู้ๆ :25:
ลองหลายรอบแล้วค่ะ
ขอทำใจซักพักกรอกใหม่คืนนี้ :05:
คิดไว้นานแล้วว่าพฤษภานี้จะลาออกไปเรียนต่อ (เรียนอะไรก็ได้ ขอแค่ไปจากที่นี่)
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนตุลาคม 2555
ที่ทำงานเปิดสอบบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย (เงินเดือนข้าราชการ แต่สวัสดิการประกันสังคม)
มีผู้สมัครสามคน ดา พี่ดราม่า และน้องใหม่
สอบรอบแรกภาค ก. น้องใหม่ตกรอบ คะแนนปริณดาสูงปรี๊ด เจ้านายพอใจมาก
สอบภาค ข. พี่ดราม่าออกเร็วมาก ส่วนปริณดาเขียนไม่ทันแต่มั่นใจว่าทำได้
สอบสอนตอนบ่าย ทำได้ไม่ค่อยดีเท่าที่หวัง เพราะไม่ได้ซ้อม มัวแต่ติ่ง af9
ปลายเดือนตุลาคม มีทริปไปเที่ยวญี่ปุ่นกะครอบครัว
แล้ววันสอบสัมภาษณ์ ดันตรงกับวันสุดท้ายของทริป ซึ่งจะไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ฟูจิซังพอดี
เจ้านายมากดดันให้กลับไปสอบ บอกว่าคะแนนภาค ก. หนูดีม๊ากมาก คะแนนภาคข.ก็น่าจะโอเค
เสียค่าเลื่อนตั๋วห้าพันกว่าบาท แล้วยังไม่ได้ดูใบไม้เปลี่ยนสีอีกต่างหาก
กลับมาสอบสัมภาษณ์ภาค ค.
เค้าเอาแค่คะแนนภาค ข. ภาค ก. ตัดทิ้ง
สรุปว่าปริณดาสอบไม่ติด เซ็งมาก ม้ากมาก ทุกวันนี้เห็นรูปใบไม้เปลี่ยนสีแล้วยังปวดใจลึกๆ
ก็ไม่ได้อยากสอบได้เท่าไหร่หรอกนะ แต่มันช้ำใจ กระซิกๆ แทนที่จะได้อยู่เที่ยวญี่ปุ่นอีกวัน :05: :05: :05:
แม่ยื่นข้อเสนอว่า ไปเรียนต่อมั้ยลูก แม่อยากให้ไปเรียนต่อนอก แล้วแม่จะได้ไปเที่ยวหา
ช่วยทำความฝันแม่ให้เป็นจริงหน่อย
ก็ดีใจ ลั้นลา ชั้นจะได้ไปจากที่นี่แล้ววววววว
หาโอกาสบอกเจ้านายอยู่
เมื่อวาน เจ้านายเรียกไปคุย
บอกว่าเดี๋ยวเคมีจะเปิดรับพนักงานมหาวิทยาลัยอีก 5 ตำแหน่ง เปิดรับปีละคน ห้าปี
ลุงอยากให้หนูไปเรียนต่อ
ได้ทีเลยรีบบอก
พอดีเลยค่ะ แม่หนูก็อยากให้หนูไปเรียนต่อ หนูไปพฤษภานี้เลยนะคะ บลาๆๆ
งั้นหนูรีบไปเรียนต่อเลยนะ กลับมาจะได้มาทำงานที่นี่ต่อ
อยากได้ป.เอกพอดี จะเปิดสอนป.โท
สรุปว่า อาจจะได้กลับมาทำงานที่นี่ต่อ
กลับมามันจะดราม่าขนาดหน๊ายยย :07:
ช้าไปมั้ย ถ้าจะพูดเรื่องเกรด
เพราะตูเป็นคนเกรดห่วย สองจุดหนึ่ง แต่อาศัยประสบการณ์เพียบ ทำมาหลายอย่าง
แต่ก็เพราะเรียนไป ทำงานไปแปดปีเต็มละนะ :30:
แต่ถ้าจบใหม่มาเกรดห่วยๆ มันสะท้อนอะไรหลายอย่าง
โง่หรือเปล่า ไม่เอา
หรือมันไม่ค่อยเข้าเรียน จะทำงานได้มั้ย
หรือมันขบถระบบ เอามาก็ปวดหัวแน่ๆ
อืมม ยังไงก็หาข้อดีของการเกรดห่วยไม่ออกเลย
จริงๆ เรื่องเกรดมันไม่ได้วัดอะไรมากอะนะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายงานด้วยอะครับ
มันจะใช้วัดจริงๆ ก็ตอนที่โปรไฟล์อย่างอื่นมันพอๆ กัน แล้วต้องเลือกระหว่างคนนึง สองกว่าๆ กับอีกคนจบมาสองนิดๆ คาบเส้น
เราก็ต้องเลือกคนที่เกรดสูงกว่าเข้ามาล่ะนะ
ตูจบมา 2.0x มหาลัยบ้านนอก ตอนนี้ยังได้เป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายเลย :52a:
เคล็ดลับสำหรับคนเกรดกากคือ ที่ทำงานแรกๆ ที่ไหนรับก็ทำๆ ไปก่อนอย่าเรื่องมาก
พอมีประสบการณ์ทำงานซักหน่อยก็ค่อยหาที่ใหม่ที่มันดีๆ ทีนี้เค้าไม่สนใจเกรดแล้ว วัดกันที่ความสามารถอย่างเดียวล่ะ
ตอนสมัครอะ ใส่เสื้อคอลึกๆ โปรงเต่อๆหน่อย ตูจะฟาดให้เรียบเลย :51:
:30:
เรื่องมหาลัยกับเกรดนี่เข้าใจได้นะ
อย่างมหาลัยดังๆ มันก็คัดเกรดเด็กมาในตัวแล้ว
คนอยากเข้าเยอะการแข่งขันสูงระหว่างเรียนไม่รู้หรอกว่าเด็กรู้อะไรมามั่ง
แต่ก่อนเริ่มเรียน ตอนมัธยม มันเป็นเด็กเก่ง
แต่ถ้าหลุดไปอยู่มหาลัยไม่ดัง ก็ควรจะมีเกรดสูงๆ ละ
เพราะอย่างน้อยก็แปลว่าเราเหนือกว่าคนอื่นในมหาลัยเดียวกัน
ตูว่าปัญหาของอิ่มคือฟังคนอื่นมากไป อยากทำไรก็ทำเหอะ โตแล้ว
ตัดสินใจเอง แล้วก็รับผิดรับชอบกับผลที่จะตามมาเองก็เท่านี้
ตูว่าแบบนี้ไปทำงานที่ไหนก็น่าห่วงหมดแหละ จริงๆ แล้ว ไม่คิดว่าลักษณะนี้จะอยู่ในโลกได้แบบสบายๆ ด้วยซ้ำ :37:
ปล. เกิดมายังแทบไม่เคยเจอใครที่เข้าปูน เข้าปตท.ด้วยฝีมือตัวเองเลยนะ ถ้าจะเข้าก็อย่าคิดมาก มีคนรออิจฉาอีกเยอะ :30:
ปูน ปตท การบินไทย
เค้ากินก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่กันทั้งนั้น :30:
เมื่อไหร่อิวิลจะรวย จะได้ใช่ชีวิตคุณนายบ้าง :59:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 28 ธ.ค. 2012, 03:11 น.
ปล. เกิดมายังแทบไม่เคยเจอใครที่เข้าปูน เข้าปตท.ด้วยฝีมือตัวเองเลยนะ ถ้าจะเข้าก็อย่าคิดมาก มีคนรออิจฉาอีกเยอะ :30:
น้องเมียตูไง :59:
แล้วก็โดนอิจฉาด้วย ตามสูตร
ใครสมัครเข้าเองได้กลายเป็นตัวประหลาด :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 28 ธ.ค. 2012, 03:11 น.
ตูว่าปัญหาของอิ่มคือฟังคนอื่นมากไป อยากทำไรก็ทำเหอะ โตแล้ว
ตัดสินใจเอง แล้วก็รับผิดรับชอบกับผลที่จะตามมาเองก็เท่านี้
ตูว่าแบบนี้ไปทำงานที่ไหนก็น่าห่วงหมดแหละ จริงๆ แล้ว ไม่คิดว่าลักษณะนี้จะอยู่ในโลกได้แบบสบายๆ ด้วยซ้ำ :37:
ปล. เกิดมายังแทบไม่เคยเจอใครที่เข้าปูน เข้าปตท.ด้วยฝีมือตัวเองเลยนะ ถ้าจะเข้าก็อย่าคิดมาก มีคนรออิจฉาอีกเยอะ :30:
กด like
ป่ะ เข้าปตท. เลย ใกล้บ้านดี :37:
ชีวิตเรา ทำอะไร อย่าให้ตัวเองมานึกเสียดาย หรือ มาโทษคนอื่นตอนหลัง ก็แค่นั้นแหละ
ความฝันจริงๆคือ อยากพาพ่อแม่ไปเที่ยวยุโรปแล้วอยู่อย่างราชาในตอนที่ท่านยังมีแรง
เอาแบบถอยหลุยส์ให้แม่ ถอยกล้องเจ๋งๆให้พ่อ นั่งเฟริสคลาสไปได้ยิ่งดี
ซึ่งการที่จะทำตามฝันนี้ได้ เงิน มาก่อนจริงๆ
เงิน ก็จะได้มาจากการที่มีงานทำดีๆ
ถ้างานมันเงินดี แต่ไม่ได้ไม่ตรงกับสิ่งที่อยากทำ อิ่มว่าก็โอเคนะ
ไว้รวยๆค่อยมาคิดว่าอยากทำอะไรจริงๆ
ถึงตอนนั้นไม่แน่ว่า อิ่มอาจจะแต่งงานมีลูก เลี้ยงลูกอยู่บ้านเฉยๆก็ได้
แต่อย่างน้อย ต้องพาพ่อแม่เที่ยวให้ได้ ตอนนั้นคงฟินสุดในชีวิตละ :40:
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 30 ธ.ค. 2012, 18:23 น.
ความฝันจริงๆคือ อยากพาพ่อแม่ไปเที่ยวยุโรปแล้วอยู่อย่างราชาในตอนที่ท่านยังมีแรง
เอาแบบถอยหลุยส์ให้แม่ ถอยกล้องเจ๋งๆให้พ่อ นั่งเฟริสคลาสไปได้ยิ่งดี
ซึ่งการที่จะทำตามฝันนี้ได้ เงิน มาก่อนจริงๆ
เงิน ก็จะได้มาจากการที่มีงานทำดีๆ
ถ้างานมันเงินดี แต่ไม่ได้ไม่ตรงกับสิ่งที่อยากทำ อิ่มว่าก็โอเคนะ
ไว้รวยๆค่อยมาคิดว่าอยากทำอะไรจริงๆ
ถึงตอนนั้นไม่แน่ว่า อิ่มอาจจะแต่งงานมีลูก เลี้ยงลูกอยู่บ้านเฉยๆก็ได้
แต่อย่างน้อย ต้องพาพ่อแม่เที่ยวให้ได้ ตอนนั้นคงฟินสุดในชีวิตละ :40:
ปตท.โล้ด :12:
คุณมีความฝันรึเปล่า..
อ่านแล้วคิดแบบนั้นเลย :30:
แฟนอยู่คนละประเทศ ช่วงนี้ฝันเปียก ฟันธง
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 30 ธ.ค. 2012, 18:23 น.
ความฝันจริงๆคือ อยากพาพ่อแม่ไปเที่ยวยุโรปแล้วอยู่อย่างราชาในตอนที่ท่านยังมีแรง
เอาแบบถอยหลุยส์ให้แม่ ถอยกล้องเจ๋งๆให้พ่อ นั่งเฟริสคลาสไปได้ยิ่งดี
ซึ่งการที่จะทำตามฝันนี้ได้ เงิน มาก่อนจริงๆ
เงิน ก็จะได้มาจากการที่มีงานทำดีๆ
ถ้างานมันเงินดี แต่ไม่ได้ไม่ตรงกับสิ่งที่อยากทำ อิ่มว่าก็โอเคนะ
ไว้รวยๆค่อยมาคิดว่าอยากทำอะไรจริงๆ
ถึงตอนนั้นไม่แน่ว่า อิ่มอาจจะแต่งงานมีลูก เลี้ยงลูกอยู่บ้านเฉยๆก็ได้
แต่อย่างน้อย ต้องพาพ่อแม่เที่ยวให้ได้ ตอนนั้นคงฟินสุดในชีวิตละ :40:
ถามพ่อแม่หรือยัง ว่าเขาอยากได้แบบนั้นหรือเปล่า :37:
เพราะที่พูดมา มันเป็นความฝันของอิ่มต่างหาก
แต่เป็นความฝันของพ่อแม่หรือเปล่านั่นเราไม่รู้
บางทีเขาอาจไม่ได้อยากได้อะไรไปมากกว่า
เห็นเรามีความสุข มีชีวิตมั่นคง ไม่เครียด
แล้วได้นั่งกินข้าวพร้อมหน้ากันทุกเย็นก็ได้ :47:
พ่อแม่บอกเอง บอกตั้วนานแล้วค่ะ แต่เขาเปรยๆนะ
พูดเสร็จก็ตบท้ายว่า แพง ไม่มีปัญญาไปหรอก
แม่บอกอยากไปสวิซฯ พ่อแค่อยากตามไปถ่ายรูป :30:
ส่วนเรื่อวกระเป๋า อิ่มจำได้ว่าเคยพาแม่ไปดูกระเป๋า แม่ชอบใบนึง
แต่พอเห็นราคาแม่ก็วาง บอก แพงจัง น่าเสียดาย
ตอนนั้นอิ่มคิดเลยว่า "ทำไมแค่นี้เราถึงให้แม่ไม่ได้นะ"
จากนั้นอิ่มแบบตั้งใจเลยว่า ต่อไปถ้าแม่พ่ออยากได้จะซื้อให้
คำว่าแพง จะไม่หลุดออกมาอีก อะไรแบบนั้น
(อันนี้ไม่เรีนกว้าความฝันใช่ป่ะ เรียกความตั้งใจดีกว่า)
เส้นทางแห่งทุนนิยม :30:
ปตท โลดเลยจ้า แล้วก็แลกกับความเบื่อหน่ายแบบวนลูป
เรามองว่าวิถีแบบนี้ไม่ใช่เรื่องผิดนะ แต่มันก็ไม่ง่ายเท่าไหร่
เพราะมันไม่ได้สบายจริงอย่างที่คิด และเมื่อคิดดีๆแล้วเงินมันก็ไม่ได้คุ้มกับสิ่งที่จะแลกไปเท่าไหร่ (สำหรับเรานะ)
มาย้อนอ่านหลายหน้าเลย เพลินมากๆ :25:
ทั้งทุนนิยม ทั้งวัตถุนิยมเลยแหล่ะ
:05:
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 01 ม.ค. 2013, 01:00 น.
ทั้งทุนนิยม ทั้งวัตถุนิยมเลยแหล่ะ
:05:
งั้นอันดับแรกเลยต้องเลิกกับวิล
แล้วก็ทำอย่างที่ถลอกแนะนำ :47:
อ้างคำพูดจาก: บวมเป่ง เมื่อ 27 ธ.ค. 2012, 11:49 น.
หาผัวฝรั่งรวยๆแบบปุ่ก ทีเดียวจบ เชื่อตู
แต่ถ้าชอบแขก ก็ต้องหาแขกรวยๆ แบบต้นตระกูลเป็นมหาราชามาก่อน :47:
ถึง..อิ่ม
พี่เคยเป็นแบบอิื่มนะ มันเป็นภาวะนึงของวัยรุ่นที่จะต้องเริ่มรับผิดชอบชีวิตตัวเองอย่างจริงจัง
อยากให้อิ่มอยู่กับตัวเองซักพัก คิดและเขียนสิ่งที่เราต้องการ งานที่ชอบ เงินที่ใช่ และเป้าหมายชีวิต
เป้าหมายนี่ต้องระบุระยเวลาด้วยนะ แล้วก็เขียนทางเลือกต่างๆแล้วก็จะตัดสินใจได้ว่าเราควรเลือกอะไรทำอะไรเพื่ออะไร
การตั้งเป้าหมายมันจะทำให้ชีวิตไม่เสียเวลา มันทำให้เรามุ่งมั่นกับความต้องการของเราอย่างจริงจังน่ะ
พี่มีความฝันเหมือนอิ่ม อยากดูแลพ่อแม่ อยากพาท่านไปเที่ยว อยากหาเงินได้เยอะๆและบ้าวัตถุตกในวังวนทุนนิยมอย่างแท้จริง
ก็เลยตัดสินใจขายแรงงานที่นี่แหละและวางชีวิตว่าเราต้องทำอะไรบ้าง1 2 3
ทีนี้ทำได้ครบแล้วก็มานั่งงงตัวเองอีกรอบ..เออต่อไปตูจะเอาๆงกะชีวิตดีวะ :30:
คนเรามีความต้องการมากมาย มีฝันมีสิ่งที่อยากทำมากมาย ขอแค่อย่าทิ้งมัน เมื่อถึงเวลาเราจะได้ทำมันเอง
:12:
ขอบคุณค่ะพี่ปาล์ม
ถ้าให้เขียนตอนนี้ว่าอยากทำอะไร ก็อยากเที่ยวแหล่ะ :30:
แต่ครอบครัวกึ่งๆบังคับให้ทำงานแล้วอ่ะ
เรื่องเที่ยว เรื่องฝึกงานนี่ตัดทิ้งไปเลย
แต่ถ้าถามว่าอยากทำอะไร ก็ตอบชัดๆเลยว่าไม่รู้ค่ะ
ลึกๆอิ่มก็กลัวที่จะทำงานนะ
แบบมันไม่เหมือนเราไปเรียนหรือไปเสริฟแล้วอ่ะ
เราต้องมาทำงานกับคนที่อายุมากกว่า แก่ประสบการณ์
อิ่มไม่ใช่คนเฟรนลี่อ่ะ กลัวเขากะใครเขาไม่ได้
ชีวิตนี่มันยากขิง เรียนต่อด๊อกเตอร์เลยดีไม๊เนี่ย
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 28 ธ.ค. 2012, 22:13 น.
น้องเมียตูไง :59:
แล้วก็โดนอิจฉาด้วย ตามสูตร
อันนั้นจำได้.. ถึงบอกว่า "แทบ" ไม่เคยเจอไง๊ :30:
ปล. เรียนจบมาขนาดนี้แล้ว ถ้ายังตอบตัวเองไม่ได้ว่าอยากทำงานอะไร อย่าไปเสียเวลาเรียนต่อเลย เปลืองเวลา เปลืองทรัพยากร
ออกไปเที่ยวอย่างที่คิดเหอะ อาจจะเจออะไรที่อยากทำขึ้นมาสักวัน.. หรืออย่างน้อยอาจจะเจอผัวฝรั่งรวยๆ สักคน :37:
ไม่มีตังค์เที่ยว :05:
คิดอย่างพี่บวบ อิ่มอย่าเพิ่งเรียนต่อ เพราะไม่รู้จะไปทางไหน มันดูเคว้งๆ
น่าจะลองหางานทำอะไรซักอย่าง อาจจะค้นพบก็ได้ว่า นี่ทางของเรา หึ้ยเราชอบงานแบบนี้ ไม่ชอบงานแบบนั้น :27:
พี่บวบโหดจัง
:50:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 02 ม.ค. 2013, 00:33 น.
อันนั้นจำได้.. ถึงบอกว่า "แทบ" ไม่เคยเจอไง๊ :30:
ปล. เรียนจบมาขนาดนี้แล้ว ถ้ายังตอบตัวเองไม่ได้ว่าอยากทำงานอะไร อย่าไปเสียเวลาเรียนต่อเลย เปลืองเวลา เปลืองทรัพยากร
ออกไปเที่ยวอย่างที่คิดเหอะ อาจจะเจออะไรที่อยากทำขึ้นมาสักวัน.. หรืออย่างน้อยอาจจะเจอผัวฝรั่งรวยๆ สักคน :37:
บวบต้องเข้าใจสิ ว่าอิ่มไม่เคยทำงานมาก่อน จบตรีแล้วเรียนโทต่อ
จะไปรู้ได้อย่างไรว่าอยากทำงานอะไร :37:
แล้วยิ่งอิ่มไม่ได้เรียนสายวิชาชีพด้วย ยิ่งตอบตัวเองยาก
ถ้าอยากเรียนต่อตูก็สนับสนุนนะ แก่ๆ มาเรียนแล้วมันหมดไฟ
ส่วนเรื่องหาผัวรวยๆ อันนี้ก็แล้วแต่นะ :47:
อิ่มโคตรเฟลอะ ป่ะๆแก้โหวตกัน
อิ่มจบนอก บริษัทนี้เค้าชอบ
ลองดูตำแหน่งข่างล่างนะ สนใจตำแหน่งไหนส่งเรซูเมผ่านเราได้ ...
สงสัยถามได้นะ ...
(http://image.free.in.th/z/io/coverboard16declink.jpg)
อยากทำ
แต่จบในประเทศ
คงเป็นได้แค่ฝัน
:50:
อ้างคำพูดจาก: vikz เมื่อ 02 ม.ค. 2013, 09:44 น.
อยากทำ
แต่จบในประเทศ
คงเป็นได้แค่ฝัน
:50:
จบในประเทศก็ทำได้ :12:
สมัยทำ P&G ยูนิลิเวอร์นี่ คู่แข่งพอๆกับ Johnson&Johnson เลยนะ :30:
จริง ๆ อยากทำบริษัทไหนก็ได้
แต่อยากได้ตำแหน่งในสาย Brand Management น่ะครับ
เผอิญที่รู้มา มีแค่ FMCG และบางบริษัทเท่านั้น (ที่เป็นยักษ์ใหญ่) จะเปิดสายงานนี้
:46:
เมื่อคืนประกาศเรื่องปล่อยมือจากเว็บเฟลแล้ว
รู้สึกโล่งใจ ระคนใจหาย
แต่สิ่งที่ได้มาคือเวลาในแต่ละวันประมาณ 1 ชั่วโมง ก็คุ้มนะ
แต่ก็ถือว่าเราเริ่มเข้าเกียร์เดินหน้าทำตามฝันที่ปีนี้อยากทำนั่นนี่หลายอย่างไว้แล้ว
ค่อยๆ เคลียร์เสี้ยนหนามทีละอย่าง เพื่อมุ่งสู่ความเป็นมนุษย์ชิว :12:
มาเป็นมนุษย์ชิวกันเถอะ :12:
วลีเย็ดเป็ด เปิดเว็บเป็ดไปแล้ว ทีนี้ก็เหลือเว็บเย็ดละครับ
รอชมผลงานนะครับ
ปูเสื่อรอเลยครับ
:51:
http://www.fap.in.th/ (http://www.fap.in.th/)
คุ้นๆ :25:
มันยังไม่มีน่ะสิคุณแอน
เผลอกดไปจริง ๆ
เจอแต่ fap.or.th
:30:
1 ชั่วโมงก็เขียนงานได้นะ :21:
อีฟีนี่น่ากลัวชิบหาย :30:
:59:
อ้างคำพูดจาก: vikz เมื่อ 02 ม.ค. 2013, 10:57 น.
มันยังไม่มีน่ะสิคุณแอน
เผลอกดไปจริง ๆ
เจอแต่ fap.or.th
:30:
ลองคุ้ยกระจู๋อ่านย้อนดูครับ มีคนจดไปแล้ว แถวๆ นี้ อะไรเป่งๆ นี่แหละ :30:
:30: :30: :30:
มาหาโปรเจ็คอะไรซักอย่างมาทำด้วยกันเถอะแอน
ตูว่าเราฟีเจอริ่งกันคงจะได้อะไรแปลกๆในโลกไซเบอร์นี้
แต่ขอแบบตัดจบง่ายๆนะ อย่าผูกพัน :30: :30:
เออจริง :30:
อีพี่เลย์ เป็นมนุษย์ตัดจบ :59:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 02 ม.ค. 2013, 09:08 น.
บวบต้องเข้าใจสิ ว่าอิ่มไม่เคยทำงานมาก่อน จบตรีแล้วเรียนโทต่อ
จะไปรู้ได้อย่างไรว่าอยากทำงานอะไร :37:
แล้วยิ่งอิ่มไม่ได้เรียนสายวิชาชีพด้วย ยิ่งตอบตัวเองยาก
ถ้าอยากเรียนต่อตูก็สนับสนุนนะ แก่ๆ มาเรียนแล้วมันหมดไฟ
ส่วนเรื่องหาผัวรวยๆ อันนี้ก็แล้วแต่นะ :47:
ถ้าเป็นลูกผม ผมจะบอกมันว่า ถ้ามึงยังไม่รู้ว่าอยากทำงานอะไร ไม่ต้องรีบเรียนมหาลัยก็ได้ :30:
ผมว่าการเลือกเรียน ป.ตรี มันเหมือนเลือกช่องทางอาชีพ ซึ่งสายวิชา หรือสายการทำงานมันอาจจะยังไม่ตรงทีเดียว
แต่มหาลัย มันเหมือนเป็นที่ปลูกฝังวิธีการคิด ไม่ว่าจะด้วยการเรียน หรือการใช้ชีวิต
ส่วน ป.ตรี ใบที่สอง หรือ ป.โท ป.เอก อาจจะเอาไว้ต่อยอดจากสิ่งที่เรียนมา หรือส่งเสริมในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ
ถ้ายังไม่รู้ว่าอยากทำอะไร แต่รู้ว่าอยากเรียนอะไร สำหรับผมมันโอเค กับคนที่สอบทุนได้ หรือพ่อแม่มีเงินเหลือ ให้เรียนๆ ไปเหอะ :30:
ขอบคุณทุกคนค่า โดยเฉพาะเจี้ยม :25:
เดี๋ยวจะลองศึกษาดูน๊า :56:
๋job description ดูในนี้
http://th.jobsdb.com/TH/EN/Search/FindJobs?SearchFields=Positions,Companies&KeyOpt=COMPLEX&JSRV=1&RLRSF=1&JobCat=0&Key=unilever&Locations=0&oCountries=0 (http://th.jobsdb.com/TH/EN/Search/FindJobs?SearchFields=Positions,Companies&KeyOpt=COMPLEX&JSRV=1&RLRSF=1&JobCat=0&Key=unilever&Locations=0&oCountries=0)
ถ้าสนใจ ตน ไหนสมัครผ่านเรานะ :30: :30:
บักเจี้ยมเป็น Hunter หาคนเหรอเนี่ย :25:
นายหน้าได้ตังน่ะ :47:
ละได้ตังค์เยอะไม๊อ่ะ
:47:
อ้างคำพูดจาก: vikz เมื่อ 02 ม.ค. 2013, 14:19 น.
ละได้ตังค์เยอะไม๊อ่ะ
:47:
สมัครมั้ย ได้นะ
ได้เท่าไหร่เค้าก็บอกในใบประกาศนั่นแหละ
ยูนิลีเวอร์น่าทำงานฝึกปรือฝีมือซักปีสองปี แล้วค่อยย้ายหนี
// จะโดนยักษ์แบนมั้ย :30:
สนใจ WL2 น่ะครับ
Trade Marketing Manager ครับ
แต่ทำอยู่สาย Automotive มาตลอด จะเข้าได้หรือครับ
:30:
ไม่มีประสบการณ์ แต่อยากเป็นบอส :25:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 02 ม.ค. 2013, 11:23 น.
:30: :30: :30:
มาหาโปรเจ็คอะไรซักอย่างมาทำด้วยกันเถอะแอน
ตูว่าเราฟีเจอริ่งกันคงจะได้อะไรแปลกๆในโลกไซเบอร์นี้
แต่ขอแบบตัดจบง่ายๆนะ อย่าผูกพัน :30: :30:
เฮ้ย เล่นด้วย เอาจริงนะ :37:
แซนวิชซะแล้ว
งั้นเราจะไม่เรียกตัดจบ เราจะเรียกน้ำแตกแล้วแยกทาง :47:
ใครโดนอัดตูด สารภาพ
ผลัดกัน ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ
อาห์ ประสบการณ์สินะ ที่ทำให้พวกท่านเหนือสิงหนุ่ม
จึงกลายเป็น สิงโต อาห์
ท่วมทุ่งข้าวสาลี
สีน้ำตาลด้วย เชี่ยมาก
ล้างซิครับ
ความฝันในปีนี้ผมกะว่าจะไปญี่ปุ่นสักที ถ้าสามารถเคลียคิวได้
แต่ไหนๆจะไปทั้งทีระหว่างรอสัก 5-6 เดือนกะว่าจะเขียนการ์ตูนสั้นสักเรื่องนึง
แล้วจะลองส่งสำนักพิมพ์ดู แต่จะลองที่ชูเฮฉะเลย 555
โดยตั้งไว้ว่าคงไม่ผ่านแต่อยากลองประสบการณ์แบบบาคุแมนมั่ง
แค่คิดก็ตื่นเต้นชิบหายแล้วครับ
ถ้างานได้ขึ้นอันดับหนึ่ง จะขอตัดจบการ์ตูนเรื่องไหนก็ได้หนึ่งเรื่องสินะ :59:
ขอตัดจบเดชคัมภีร์ก่อนเลย
มันกลายเป็นจู๋แถมทองไปซะแระ
:30:
:30: หนอย ตัดจบเดชฯ
แล้วอีถอกหน้ากากกกน. ล่ะ :59:
(นึกอยู่นาน ตูลืมไปแล้วจริงๆ :3005:)
งั้นอีป๋าไม่ต้องห่วงละ โปรเจคร่วมคราวนี้มีแต่ตัวตัดจบจริงๆ :3005:
ตอนนี้ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วจบไปอยากทำงานอะไร
ปัญหาใหญ่เลย อีกปีกว่าก็จะจบแล้ว ถ้าไม่ติดอะไร
ที่ทำงานอยู่ตอนนี้ ทั้งแอป และเว็บ ก็เริ่มไม่รู้สึกสนุกกับมันแล้ว
อยากเรียนอย่างเดียว เหนื่อย ปิดเทอมไม่เคยได้ไปไหนเลย
สอบเสร็จปิดเทอม 2 อาทิตย์ ได้อยู่บ้านจริงๆ 2-3 วัน ก็ต้องกลับมาประชุมงานที่ ม อีกแล้ว
รู้สึกไม่มีความสุข
รู้สึกไม่อยากเป็นตัวเองเลย ไม่ชอบแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้
ถ้าเทียบกับชีวิตลูกจ้าง พนง.กินเงินเดือน
เรื่องที่บ่นนั่นจิ๊บๆ ว่ะ :30:
กด Like พี่บวบ
:like:
ทำงานมา ๑๑ ปี แต่ละสิ่งแต่ละอย่างที่เจอนี่มัน Action-Thriller-Drama ทั้งนั้น
(ขาดแต่ Romantic ในที่ทำงานเนี่ย :56:)
จนปลงไปหมดสิ้นแล้ว :30:
ขนาดว่าขู่ผรม.ว่าจะผลักลงปล่องลิฟท์ กับขึ้นรถผู้ต้องขังไปโรงพักพร้อมคนงานต่างด้าวเนี่ย
ถ้าเป็นหนัง ก็คงต้องเป็นฉลองกำกับ :30:
ฉลองเค้าเผากระท่อม
ผลักลงปล่องลิฟท์ มันต้อง ออกไซด์ แปงดิ
:29:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 05 ม.ค. 2013, 23:42 น.
ถ้าเทียบกับชีวิตลูกจ้าง พนง.กินเงินเดือน
เรื่องที่บ่นนั่นจิ๊บๆ ว่ะ :30:
อันนั้นเข้าใจนะพี่บวบ แล้วก็ทำใจไว้แล้ว
แต่มันเกิดอาการเบื่อเวลาเห็นคนอื่นได้พัก ได้เที่ยวอะ
แค่คิดว่าทำงานมันจะไม่ได้เที่ยวแล้ว ตอนนี้ก็ขอเที่ยวก่อนแล้วกันวะ แต่ก็ไม่ได้เที่ยว
คิดว่ามันกระทบไปถึงอาการเบื่องานด้วยอะ
ปิดเทอม 3 อาทิตย์ ไม่ได้ไปไหนเลย ได้อยู่บ้าน 3 วันเอง :05:
มีวิธีกระตุ้นตัวเองยังไงคะ เวลาเบื่องาน ทำอะไรซ้ำๆ เดิมๆ ตลอด
อ้างคำพูดจาก: vikz เมื่อ 05 ม.ค. 2013, 23:50 น.
ฉลองเค้าเผากระท่อม
ผลักลงปล่องลิฟท์ มันต้อง ออกไซด์ แปงดิ
:29:
ประเมิณพี่แอ้ต่ำไปนะครับ :47:
อ้างคำพูดจาก: MintJi เมื่อ 05 ม.ค. 2013, 23:52 น.
อันนั้นเข้าใจนะพี่บวบ แล้วก็ทำใจไว้แล้ว
แต่มันเกิดอาการเบื่อเวลาเห็นคนอื่นได้พัก ได้เที่ยวอะ
แค่คิดว่าทำงานมันจะไม่ได้เที่ยวแล้ว ตอนนี้ก็ขอเที่ยวก่อนแล้วกันวะ แต่ก็ไม่ได้เที่ยว
คิดว่ามันกระทบไปถึงอาการเบื่องานด้วยอะ
ปิดเทอม 3 อาทิตย์ ไม่ได้ไปไหนเลย ได้อยู่บ้าน 3 วันเอง :05:
มีวิธีกระตุ้นตัวเองยังไงคะ เวลาเบื่องาน ทำอะไรซ้ำๆ เดิมๆ ตลอด
เปลี่ยนงานครับ หรือไม่ก็คิดซะว่าเราทำแลกเงินครับ นอกเวลางานเอาสมองไปคิดเรื่องที่ทำให้เรามีความสุขดีกว่า
พี่จะคิดว่า เราทำงานหาตังค์ ถ้าสนุกก็เป็นโบนัส ถ้าได้เพื่อนก็เป็นโบนัส
แต่ถ้าไม่สนุก ไม่ได้เพื่อน ก็ไม่แปลก ได้ผลตอบแทนที่พอใจถือว่าเจ๊า เราได้ในสิ่งที่ควรได้แล้ว
แต่ถ้าเกิดเป็นทุกข์ สร้างศัตรู ต้องทำบาป ผลตอบแทนไม่คุ้ม ก็เปลี่ยนงาน
หาเวลาเที่ยวบ้างเล็กน้อย :56:
เท่านี้อะจ้ะ ก็พออยู่กับชีวิตมนุษย์ทำงานไปได้เรื่อยๆ
ไม่มีใครมารับไปเลี้ยงนี่เนอะ :27:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 05 ม.ค. 2013, 23:49 น.
ขนาดว่าขู่ผรม.ว่าจะผลักลงปล่องลิฟท์ กับขึ้นรถผู้ต้องขังไปโรงพักพร้อมคนงานต่างด้าวเนี่ย
ถ้าเป็นหนัง ก็คงต้องเป็นฉลองกำกับ :30:
ถ้าเป็นยุคก่อนนี้ซักสิบปี ได้มียิงกันแน่
แล้วเผลอๆ พี่เนี่ยจะเป็นคนยิงเขาด้วย :39:
ถามบวบ แต่สแลนตอบ
:30:
เวลาเบื่อ จะหากิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำในที่ทำงาน เช่น ไปเดินเล่น กินเหล้า
หรือหาอะไรร่วมกับเพื่อนร่วมงานทำ
แต่มันก็ขึ้นอยู่กับ Lifestyle ของแต่ละคนนะ
แต่ถ้าทำอะไรมากไม่ได้ ก็จะใช้วิธีคิดที่ว่า "เอาวะ มีงานทำ ยังดีกว่าอดตาย กูเลือกไม่ได้ ก็ทำมันให้ดีที่สุดก็แล้วกัน"
แล้วก็นึกถึงหน้าลูก (หมา) กับแฟน
:69:
จริงแหละ สุขในที่ทำงาน หรือสุขในงานนี่โคตรกำไรเลย
ยากที่จะไม่มีดราม่า
ลองถามโบซซึดูดิ เงินเดือนไม่เยอะหรอก แต่ใช้ชีวิตน่าหมั่นไส้ชิหายเลย
เอะอะเที่ยว เที่ยววันธรรมดา แบบไม่ต้องลาด้วยนะ หรือเจ๋งกว่านั้นคือ คิดงานเพื่อเที่ยวเลย แม่มเอ๊ยยย :30:
จะมีซักกี่คนที่ได้สุขในที่ทำงาน
ที่ได้สุขเพราะงานที่รัก
ที่ได้สุขเพราะเพื่อนร่วมงาน
ความคิดเป็นสุขอยู่ที่ใจ
:52:
ขอรวยด้วยเหอะ :30:
แค่ไหนล่ะ ที่เรียกว่ารวย
ของผมนี่ ไม่มีหนี้สิน ก็รวยแล้วนะ
:52:
สำหรับผมนี่อีกไกลเลยครับ
ขอสักมีสิทธิ์เลือกทำเฉพาะงานที่อยากทำได้ โดยไม่ต้องเดือดร้อนอะไร ก็โอเคแล้ว
เอาใจช่วยนะครับ
ขอให้พบเจอกับความสุขในที่ทำงาน ที่ซึ่งเราต้องใช้ชีวิตอยู่เยอะกว่าบ้าน
:46:
ของพี่ของานที่ไม่ต้องมีัองค์ประกอบไหนเลิศเลย แต่มีสิ่งที่ต้องมีครบ
และลาไปเที่ยวได้ตามกฏหมาย ไม่เคืองกัน เท่าเนี้ยก่อนสำหรับตอนนี้
งานที่ทำตอนนี้ เวลาลาไปเที่ยว เจ้านายจะมากดไลค์รูปด้วยซ้ำ :22:
ความฝัน ณ ปัจจุบันคือ อยากเที่ยวให้ได้แบบพี่กิ๊ก พี่แอ้
จริงๆ นะ
อย่าลืมกลับมาดูความจริงด้วย
:05:
ในความเป็นจริง เหลือปิดเทอมอีก 4 ปิดเทอม กับอีก 1 เทอม exchange และอาจจะ 1-2 เทอม research
อันนี้เอาแค่ที่อยากไปนะ exchange ที่ไหนสักที่ US UK HK (EU)
research เพิ่งเห็นทุนไปญี่ปุ่น แต่ไม่รู้เหมือนกัน ประเทศในเอเชียทั้งหมด 10 คน/เทอม
ญี่ปุ่นคงยากละ :30:
แต่ exchange เนี่ยแหละ ต้องเที่ยวให้ได้อย่างน้อย 4 ทริป :59:
พี่จะบอกว่า ถ้าเราอยากทำมันจริงๆ เราก็ต้องหาทางทำจนได้แหละ
พี่เพิ่งเที่ยวเื่มื่อ ๔-๕ ปีที่ผ่านมานี่เอง ก่อนหน้านี้ทำงานอย่างกะเต่าอยู่ในบ่อ
คือวันๆ ไม่ได้เงยหน้าดูฟ้าดินเลย จำได้ว่าซักสามเดือนจะลงแดงที จะอยากเห็นน้ำ
ก็จะไปริมแม่้ำน้ำเจ้าพระยา อย่างเก่งก็ไปได้แค่เกาะเกร็ด ดูน้ำซักพักนึงก็กลับไปทำงานต่อ
ที่เที่ยวแบบ.. แบบว่าดีใจภาคภูิมิใจที่ได้ไปสุดๆ ก็คือเกาะเสม็ด
แล้วพอถึงวันหนึ่ง ในเวลาที่เหมาะสมเราก็เจอหนทางของเรา แค่นั้นเองจ้ะ
คนเราจะมีเวลาใหกับสิ่งที่เราคิดว่าสำคัญเสมอครับ :12:
พ่อบ้านข้าราชการเสาร์อาทิตย์อยู่บ้านกะลูกเมียยังมีเมียน้อยได้เลย :12:
:05: เริ่มเบื่อชีวิตที่ชิคคาโก้แล้วอยากกลับไทย แต่ติดงานที่นี่ยังกลับไม่ได้คงอีกหลายปีเลยกว่าจะได้กลับ อยากเริ่มโปรเจคที่คิดไว้ตอนก่อนจบมหาลัยแต่ตอนนี้ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเลย อีก10ปีจะได้เกษียรตัวเองไหมเนี่ย
:52:นานๆบ่นทีนานๆได้พิมพ์ไทยทีรู้สึกดี
อ้างคำพูดจาก: RomSaiKyu เมื่อ 06 ม.ค. 2013, 11:29 น.
พ่อบ้านข้าราชการเสาร์อาทิตย์อยู่บ้านกะลูกเมียยังมีเมียน้อยได้เลย :12
ชีวิตตัวเองหร๋าาาาาาา
:26:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 06 ม.ค. 2013, 00:36 น.
พี่จะบอกว่า ถ้าเราอยากทำมันจริงๆ เราก็ต้องหาทางทำจนได้แหละ
พี่เพิ่งเที่ยวเื่มื่อ ๔-๕ ปีที่ผ่านมานี่เอง ก่อนหน้านี้ทำงานอย่างกะเต่าอยู่ในบ่อ
คือวันๆ ไม่ได้เงยหน้าดูฟ้าดินเลย จำได้ว่าซักสามเดือนจะลงแดงที จะอยากเห็นน้ำ
ก็จะไปริมแม่้ำน้ำเจ้าพระยา อย่างเก่งก็ไปได้แค่เกาะเกร็ด ดูน้ำซักพักนึงก็กลับไปทำงานต่อ
ที่เที่ยวแบบ.. แบบว่าดีใจภาคภูิมิใจที่ได้ไปสุดๆ ก็คือเกาะเสม็ด
แล้วพอถึงวันหนึ่ง ในเวลาที่เหมาะสมเราก็เจอหนทางของเรา แค่นั้นเองจ้ะ
ปีนี้ไปไหนดีฮะ :54:
ตอนนี้แผนพี่จบที่มิถุนา เพราะตอนแรกกะจะเปลี่ยนงาน
ตอนนี้ชักอยากอยู่นี่ต่อ (แต่ก็นะ เดี๋ยวโบนัสออกก็จะอยากเปลี่ยนงานอีกรึเปล่าฮึ)
ขอเป็นสิ้นเดือนหน้า วางแผนชีวิตมนุษย์เงินเดือนเสร็จมาว่ากัน :12:
ปล. สงกรานต์ยังไม่มีทริปเลย แต่นัดกะปูไว้หลวมๆ
อยากไปไหนมั้ยอะ ต้องการจินตนาการสดใหม่ :25:
พ่อจะมาลากไปทำงานด้วย
ให้ทำตำแหน่งที่อยากทำ เนื้องานที่ชอบ
ติดตรงที่เงื่อนไขมันจะเยอะนี่สิ
:47:
ได้ทำงานที่ตัวเองชอบ เป็นเจ้านายตัวเอง มีบ้านมีครอบครัวแล้ว
อย่าเลี้ยงหมา เลี้ยงปลา เลี้ยงควาย เลี้ยงจิงโจ้บินนะครับ
ไปเที่ยวไหนไม่ได้เหมือนกัน :30:
ไม่ได้นอนบ้านแล้วโคตรจะเป็นห่วงเลยครับ :3005:
เอามันไปด้วยตลอดครับ
:46:
ไม่งั้นคิดถึงแย่
นึกภาพขึ้นดอยแล้วจูงควายไปด้วย :3005:
หมาเซ่
:59:
ควายนั่นแหละ ถูกแล้ว :30:
เมื่อก่อนที่บ้านเลี้ยงหมู เวลาพ่อกับแม่เดินทางมา กรุงเทพฯ ที ก็จะเอามันมาด้วย
sliceเป็นแผ่นบางๆ ใส่กล่องมา...
อร่อยเลย... :54:
.
.
.
:59:
อ้างคำพูดจาก: Ah! เมื่อ 08 ม.ค. 2013, 15:37 น.
ได้ทำงานที่ตัวเองชอบ เป็นเจ้านายตัวเอง มีบ้านมีครอบครัวแล้ว
อย่าเลี้ยงหมา เลี้ยงปลา เลี้ยงควาย เลี้ยงจิงโจ้บินนะครับ
ไปเที่ยวไหนไม่ได้เหมือนกัน :30:
ไม่ได้นอนบ้านแล้วโคตรจะเป็นห่วงเลยครับ :3005:
แอ้ไม่เลี้ยงตัวอะไรเลย ตะก่อนมีจิ้งจกแปะฝาห้องอยู่ตัวนึง
เกลียดก็เกลียด แต่พอมันไม่กลับมานอนที่เดิมก็เป็นห่วง :30:
ตื่นมาอีกที ทับแบนแต๊ดแต๋
จะจับฉีกก็แหลกแล้ว
วันนี้จักรีฮาอ้ะ ทำไมทุกคนมองข้าม :30:
ฮาเหมือนกัน แต่ไม่แสดงออก :30:
ขอย้อนกลับไปดูก่อน จักรีเล่นตอนไหน :30:
เออว่ะ ลืมดู
จักรีฮานี่หว่า
Slice หนอน เอ้ย หมูเป็นแผ่น ๆ ใส่กล่อง
:52:
ตอนนี้ลุ้นงานที่ใหม่อยู่ค่ะ :3005:
เข้ามาอัพเดตบ้าง ชีวิตช่วงนี้ก็เรียนใกล้จบแล้ว (จริงๆแล้วนะ) กับเป็นฟรีแลนซ์ที่เริ่มได้งานสม่ำเสมอ
แต่ก็รู้สึกว่าชีวิตแบบนี้มันยังไม่โอเค เลยคิดว่าจบไปจะลงกรุงเทพฯทันที จะเข้าเอเจนซี่โฆษณา
แต่ตอนนี้ความคิดเปลี่ยนไปแล้ว เพราะมีแฟน อยู่ไกล
ตอนนี้เลยคิดใหม่วางแผนใหม่ ว่าอยากจะไปฝึกงาน production house ทำกราฟิกที่แอลเอ
ขอวีซ่าแบบ J-1 ไป อยู่ฝึกงานสักสามเดือน ถ้าหมดแล้วก็จะหาที่ฝึกงานใหม่เองที่นั่น
หรือทำร้านอาหารไทย *วีซ่าได้ 18 เดือน อยากลองใช้ชีวิตดู แม่ก็เห็นด้วย และอนุมัติแล้ว
มานั่งไตร่ตรอง ไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิด ที่จะไปเริ่มชีวิตที่เมกาก่อน แล้วค่อยกลับมาไทย
คือกลัวตัวเองไม่กลับมาไทยเพราะติดแฟนเนี่ยแหละ ไม่ก็มีคนใหม่ :3005:
ตอนนี้มีแต่ความกลัว ยังนึกไม่ออกเลยว่าถ้าไปอยู่โน่นแล้วชีวิตจะเป็นยังไง
:16:
ไปอัพสกิลซินะ :27:
หาสามีอยู่โน่น :27:
อ้างคำพูดจาก: ยูนเอ เมื่อ 10 ม.ค. 2013, 15:44 น.
ไปอัพสกิลซินะ :27:
ใช่แล้ว ท่ายากๆยังฝึกไม่ได้สักที เค้าบอกว่าต้องไปเรียนถึงเมกา
ไม่ใช่และ!! :07: :07:
แล้วแม่รู้จักแฟนรึยัง :18:
แฮ่นขน๊าดดดด!!!
ไปเป็นพนักงานร้าน hooster นะ :56:
นี่ก็เชียร์ hooster อยู่นั่นแหละ :07:
อ้างคำพูดจาก: ณิชหูด เมื่อ 10 ม.ค. 2013, 16:55 น.
แล้วแม่รู้จักแฟนรึยัง :18:
ถ้ารู้แม่จะให้ไปเหรอ :05:
หนีตามแฟนไปแอลเอ โคตรเท่เลย :25:
แรดมาก :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 11 ม.ค. 2013, 10:21 น.
แรดมาก :30:
อันนี้อ่ะเหรอ
(http://img3.f0nt.com/11/e29284e713051b5921815d0473501428.jpg)
:30:
เยอะไปละ :30:
:30: :30: :30:
ย้ายงานแล้วจ้ะ จากที่เดิมชิลล์ๆ ที่คนในฟอนต์หลายๆ คนเคยไปมา... อรคุยแล้วลาออกเมื่อสิ้นปีล่ะค่ะ
กำลังย้ายมาทำงานเป็น Project Manager ของ Ad Agency แทน เดาว่างานหนัก แต่มั่นใจว่าสนุกกว่า
คนที่สัมภาษณ์งานไม่รู้ปลื้มอะไรในตัวเรา ขอให้มาทำงานพรุ่งนี้เลย (ดีใจมาก ว่างงานมานานละ)
ถึงเงินเดือนเพิ่มขึ้นไม่มากแต่ก็ดีนะ ปรับสภาวะแวดล้อมใหม่ๆ ถึงจะอาจต้องเจอปัญหาใหม่ๆ ก็จะผ่านไปได้น่ะ :)
อ้าว อยู่แถวไหนยังไงเนี่ย :25:
ไปอยู่แถวสุขุมวิทแทนน่ะค่ะ ตรงข้ามเยื้องๆ Emporium เลย :53:
น้องอรนี่เอง ที่เข้ามาโพสกระจู๋ ถามเรื่องอรอินวัน ที่ห้องคอม :25:
อ้างคำพูดจาก: vikz เมื่อ 11 ม.ค. 2013, 10:23 น.
อันนี้อ่ะเหรอ
(http://img3.f0nt.com/11/e29284e713051b5921815d0473501428.jpg)
:30:
กรี๊ด ชอบอ่ะ :30: :30:
ช่วงนี้คิดเรื่องงานบ่อย เพราะคนถามบ่อยมากกกกก
แต่สุดท้ายก็มาตกที่อยากทำงานทีาการบินไทย
เพราะคิดง่ายๆว่า จะได้ซื้อตั๋วเครื่องบินลดราคา :30:
แต่ตอนนี้ลูกพี่ลูกน้องชวนไปอยูาอาบูดาบี้ ไปเลี้ยงหลานซักเดือน
แล้วลองหาช่องทางทำงานที่อาบูฯดู (พวกงานสายการบินไรเงี๊ยะ)
เพิ่งรู้สึกตัวว่าชอบงานด้านสายการบิน
รู้สึกอิจฉาคนที่ทำงานด้านนี้ทุกคน อยากทำบ้าง
ชอบบรรยากาศการเห็นคนเข้า-ออกเกจ เครื่องบินขึ้น-ลง
รวมไปถึงชอบงานภายใน พวกจัดระบบการเดินทาง การติดต่อสื่อสาร บริหารไฟล์
ชอบที่จะได้ยินชื่อประเทศอืนๆ พวกนัน (โรคจิต)
ปัญหาคือ การบินไทยระบบสมัครงานกากเดนเหลื๊อเกินนน
อยากได้จริงๆต้องเส้นเท่านั้น (ก็ไม่ชอบระบบนี้อีก)
เวลาใครบอกให้ไปทำงานปตท. ยังไม่ตื่นต้นเท่าบอกให้ทำการบินไทยเลย
สรุป ไปเลี้ยงหลานที่อาบูฯ ดีกว่า :30:
เมื่ออาทิตย์ก่อน เพื่อนร่วมงานเสนอให้ไป Present งานกับ ปตท.
เพราะที่นั่นกำลังจะเปิด business unit ใหม่ ๆ ขึ้นมา ซึ่งตรงกับสายงานที่เราทำอยู่
เค้าเองก็สนใจในตัวของเรา
บอกอยู่ว่าเดี๋ยวขอคุยกับนายก่อน จะเอาเราไปเปิดตลาด
ใจนึงก็อยากทำนะ อยู่นั่น ดีแน่ เรื่องเงิน กับ สวัสดิการ อยากซื้อบ้าน ถ้าได้ทำที่นั่นมันก็คงจะดีไม่น้อย ซื้อบ้านได้แน่ ๆ
แต่ความคาดหวัง แรงกดดัน + คนในที่เป็นคนเก่าล่ะ มุมมองที่เค้ามีต่อเราจะเป็นยังไง
แอบหวัง + แอบกดดัน
:46:
เคยมีรุ่นพี่ทำงานปตท. ทนแรงกดดันไม่ไหว ลาออกมาอย่างหน้าเสียดาย
คือระหว่างทีาพี่ทำอยู่ เขาก็ด่าองค์กรเยอะเลยนะ ด่าลอยๆน่ะ แต่รู้กัน
แล้วตอนนี้ก็มีเพื่อนอีกคนทำงานอยู่ปตท. เหมือนกัน ทำมาปีกว่าแล้ว
ก็เคยถามว่า ไม่กดดันหรอ มันก็บอกกดดันสิ แต่กูหน้าด้าน :30:
ต้องฝึกหน้าด้านก่อนสินะ
ต้องไปให้ถึงจุดที่เรียกว่า "ใครจะเป็นไงกูไม่สน" ละมั้ง
ตอนนี้ก็กำลังฝึกอยู่
:30:
ปตท เป้าเค้าตุงแล้วนะเทอว
(http://img3.f0nt.com/22/55d49a23133755abda142e2886e77ccd.png)
นี่โลโก้นะครับ
อ้างคำพูดจาก: บวมเป่ง เมื่อ 22 ม.ค. 2013, 14:29 น.
ปตท เป้าเค้าตุงแล้วนะเทอว
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 22 ม.ค. 2013, 14:34 น.
(http://img3.f0nt.com/22/55d49a23133755abda142e2886e77ccd.png)
นี่โลโก้นะครับ
:30b: :30b: :30b:
(http://1.bp.blogspot.com/_AcBUSVxs82w/SvQcw17X-sI/AAAAAAAAWH4/Pe-bgBAYlo8/s400/Royal_Dutch_Shell.jpg)(http://img3.f0nt.com/22/55d49a23133755abda142e2886e77ccd.png)
:30: :30: :30:
รอดูการประชันระหว่างพ่อบ้านดีกว่า
:30: :30: :30:
เหยดดดดดดดดดดดด :30:
หลังจากเป็นลูกจ้างราชการมาพักนึง
สิ้นเดือนนี้ตัดสินใจจะลาออกแล้ว
ทั้งๆ ที่งานก็ค่อนข้างสบายนะ เพื่อนร่วมงานก็ดี
หลายๆ อย่างดีหมด ... แต่เพราะมันดีนี่แหล่ะถึงออก
รู้สึกเลยว่าช่วงแรกที่เข้าไปทำ กับตอนนี้ต่างกันมาก
เราสบายเกินไป อยากกิน อยากเล่นเกม อยากหลับได้หมด
เพราะไม่ได้อยู่ด้านหน้า อยู่ห้องสารบบ เปิดแอร์ทำงาน สบายใจเฉิบ
เลยรู้สึกเสียวินัยในตัวเองไป เงินเดือนที่ได้ก็ไม่พอจะเหลือเก็บ
และเหตุผลอื่นๆอีก บลาๆๆ (เรื่องเส้นสายด้วย (เรานี่แหล่ะตัวเส้น))
เลยตัดสินใจลาออกดีกว่า
ตอนนี้กำลังคิดจะไปเป็นครูดู และตอนนี้มีเปิดสอบ ๙มาตรฐาน
ก็เลยว่าจะออกมาติวหนังสือจริงๆ จังๆ (ในชีวิตไม่เคยจริงจังกับการสอบเลย)
กะว่าจะสอบรายการนี้แค่สองครั้ง ถ้าไม่ได้ก็หางานอื่นต่อไป
อาจขอเงินก้อนพ่อแม่สักก้อนมาทำธุรกิจส่วนตัวอะไรสักอย่างก็เป็นได้
สอบยังไงอ๊ะ อยากรู้ :25: อยากเป็นครูเหมือนกัน
ตอนนี้กำลังเปิดรับสมัคร เสิร์ชเลย ๙มาตรฐาน
สอบ ๙วิชา ถ้าผ่านหมด ก็ได้ใบประกอบวิชาชีพครู
(ที่คนอื่นเค้าต้องเรียนกันหลายๆ ปีนั่นแหล่ะ)
ค่าสมัครสอบวิชาละ ๓๐๐บาท จะสมัครสอบทีละกี่วิชาก็ได้
วิชาไหนผ่านก็เก็บไว้ได้ไม่ต้องสอบใหม่
ครั้งหน้าก็ลงสอบเฉพาะวิชาที่ยังไม่ผ่าน
http://www.ksp.or.th/ksp2009/th/news/detail.php?NewsID=2980&Key=informationnews (http://www.ksp.or.th/ksp2009/th/news/detail.php?NewsID=2980&Key=informationnews)
http://upload.ksp.or.th/ksptest/download/ksptest11-01.pdf (http://upload.ksp.or.th/ksptest/download/ksptest11-01.pdf)
ถ้าอยากเป็นครูลองไปเป็นครูเอกชนก่อนได้นะ
เค้าให้เป็นได้โดยยังไม่ต้องมีประกอบ 2 ปี (ช่วงผ่อนผัน)
ถ้า 2 ปี ผ่านไปแล้วยังสนุกสนาน รักอาชีพอยู่ ค่อยไปสอบก็ได้
ปล. สอบ 9 มาตรฐานนั่น ดราม่ากันอยู่ยกใหญ่
อนาคตอาจจะเหมือน ป.บัญฑิต ที่ยกเลิกไปแล้ว
น่าไปสอบ อยากเป็นครูแล้วอะ :25:
วันนี้ไปซื้อหนังสือมาสองสามเล่ม อาทิตย์หน้าจะเริ่มติวละ
ใครสอบศูนย์ขอนแก่น เจอกันนะครับ :40:
เป็นครูสอนศิลปะเด็กก็น่าสนุกนะ :53:
ครูเอ็ม ครูเจี้ยม ครูไอซ์ ครูอิ่ม :25:
ให้สอบได้ก่อนเถอะครับ
ไหนจะหาที่สอนอีก สอบบรรจุอีก :3005:
เบนเข็มไปเป็นแม่พิมพ์ของชาติกันหมดเลย :22:
น่าสนใจนะ :53:
อ้างคำพูดจาก: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 23 ม.ค. 2013, 09:28 น.
เบนเข็มไปเป็นแม่พิมพ์ของชาติกันหมดเลย :22:
เป็นครู เงินมันดีครับ :47:
เป็นครูก็ต้องมีรวย
เป็นครู ไม่มีถ้วย
:30:
ตูอยากเป็นครูนะ ถ้าตัดเรื่องกามๆออกหมด ตูอยากให้เด็กฉลาดๆอะ
ตอนนี้ก็เป็นครูในบริษัทอยู่ สอนไปสามคลาสละ พบว่าเป็นครูแม่งยากจริงๆ ขนาดสอนในเรื่องที่เชี่ยวชาญแล้วนะ
อย่างน้อยๆก่อนเข้าไปสอน ต้องเรียงหัวข้อไปก่อนไม่งั้นแม่งมั่ว
สอนๆไปมีคนหาวก็เสียกำลังใจละ ดีนะสอนคนโต เค้าตั้งใจเรียนกัน เจอสอนแบบสนอเด็กที่มันคุยกันทั้งคาบตูก็ไม่รู้จะทำไงเหมือนกัน
อยากสอนให้มันสนุกนะ แต่เนื้อหามันยาก ไม่รู้จะสนุกยังไง
ถ้าไม่ตัดเรื่องกามก็อยากสอนคอนแวนแล้วได้ปี้นักเรียน
อ้างคำพูดจาก: บวมเป่ง เมื่อ 23 ม.ค. 2013, 11:31 น.
ถ้าไม่ตัดเรื่องกามก็อยากสอนคอนแวนแล้วได้ปี้นักเรียน
สอนมหาลัยสิ สอยเด็กแลกเกรด
:30:
เดินผ่านเซนโยทุกวันแบบผมซิฮะ แล้วจะลืมเด็กมหาลัยไปเลย คุณภาพคับโรงเรียน
สาขาไหนฮะ
:53:
:30: นี่มัน GTO แล้ว
นังถลอกภาคเทพกะภาคมาร :59:
เป็นครูนี่ท้าทายจริงๆ นะ สนุกด้วย :25:
เป็นยากมากนะครูน่ะ ถ้าใครได้เป็นขอให้ตั้งใจมากๆ
คำว่าเด็กเป็นอนาคตของชาติ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
สำหรับตูน่ะ สำคัญพอๆ กับเป็นพ่อแม่เลยล่ะ
หมอพลาดคนตาย ครูพลาดเด็กอาจทำฉิบหายได้เยอะมากกว่านั้น
การเป็นครูนี่ ต้องสั่งสอนกันไปทั้งชีวิตนะ ตามความเห็นผม
เผอิญแฟนเป็นครูด้วย พอจะเห็นอยู่ว่าสอนเด็กตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก จนมันโตใกล้แต่งงานแล้ว ก็ยังต้องสอน ทั้งเรื่องเรียน และเรื่องใช้ชีวิต มารยาท ฯลฯ
:46:
เรื่องบนเตียง :51:
พี่ถลอกอย่ามาขโมย user ผมไปโพสสิ
อายครู บ่รู้วิชา
อายภรรยา บ่มีบุตร
เอาครูมาเป้นภรรยา ได้ทั้งวิชาทั้งบุตร
ครูคนนึงสอนเด็กหนึ่งคนได้ไม่ดีพอ เด็กมันไปทำอะไรได้ฉิบหายต่อคนอื่นได้มากกว่าที่คิด
แล้วตอนนี้อัตราส่วนของครูต่อนักเรียนมันประมาณหนึ่งต่อเท่าไหร่
นี่แหละที่น่ากังวล
ครูน้อยลงทุกวัน เมื่อเทียบกับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้น :16:
มาเป็นครูกันเถอะ 555+
อาจารย์บอกว่าใจบรรดาข้าราชการกพ.
ครูก้าวหน้าง่ายสุดแล้วหละ :25:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 23 ม.ค. 2013, 11:29 น.
จริงเหรอ :16:
ทั้งระบบขึ้นเงินเดือน การอัพเงินเดือน ระบบครูจะดีกว่าหน่วยงานราชการส่วนใหญ่อยู่มาก
ไม่ต้องมาคิดหารเปอร์เซ็นอะไรให้ปวดหัวเหมือนหน่วยงานอื่น
เงินเดือนขึ้นตามปี อัพเงินเดือนตามผลงาน เงินประจำตำแหน่ง บลาๆๆๆ
ส่วนเรื่องความเป็นครูนี่เคยคิดมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว
อยากเป็นครูที่ดีให้เหมือนครูบางคน และจะดีให้ยิ่งกว่าครูแย่ๆ หลายๆ คน
จะต้องเป็นครูที่สอนอะไรเด็กได้มากกว่าวิชาที่เรียน
เป็นคนที่เด็กยินดีที่เจอ ภูมิใจที่ไหว้และได้เป็นศิษย์ และจะไม่ลืมเราเมื่อจบไป
จะไม่สอนให้เด็กบ้าเรียน แต่จะสอนให้เด็กเรียนเป็น และรักเรียน
ซึ่งทั้งหมด คงจะไม่สามารถทำได้เร็วนัก ต้องใช้ทั้งความรู้และประสบการณ์
ที่จะต้องสะสมไปตลอดชีวิตความเป็นครู (ถ้าสามารถได้เป็นครูจริงๆ น่ะนะ)
คิดถึงหนัง Dead Poets Society ขึ้นมาเลย
ยังไงก็จะพยายามแหล่ะครับ
ก่อนอื่นตอนนี้ก็ต้องพยายามให้ตัวเองมีอาชีพครูให้ได้ก่อน ตั้งเป้าไว้ ๒ปี
ว่าแต่ไม่จบครูเป็นครูได้เหรอ เหมือนเห็นดราม่าที่ราชพัฒยกมือโหวต ห้ามคนไม่เรียนครูห้ามเป็นครูมานานมาละ
ก็อย่างที่บอกก่อนหน้านี้ไง
จะสอบ ๙มาตรฐาน เพื่อเอาใบประกอบวิชาชีพครู
ซึ่งข้อสอบหินมาก เพื่อไม่ให้เป็นการเอาเปรียบคนที่เรียน ป.บัณฑิต มา
เป็นครู ไม่ยากเท่าได้บรรจุเป็นครูประจำ
บรรจุยากจริง
เพื่อนรุ่นเดียวกันได้บรรจุนี่น้อยมาก
ว่าจะสมัครทุนรัฐบาลสิงคโปร์ ป ตรี (เรียน Viscom นี่แหละ )
ฉุกละหุกมาก เพราะหมดเขตเมื่อวาน วันนี้หน้าด้านไปขอแล้วปรากฏว่าส่งพรุ่งนี้ทัน
แต่พอมีเวลาคิดเยอะๆก็มีเรื่องที่ว่า ที่ที่จะไปดีกว่าที่เดิมรึเปล่า
เค้าจะเอาเกรดแบบยอดมนุษย์มั้ย ถ้าหลุดทุนจะทำไง เรียนช้าจะทำไง บลาๆๆๆ
เหมือนแบบ ไปแล้วได้ภาษา เจอโลกกว้าง อะไรงี้
แต่พี่เก้อบอกว่าสิงคโปร์ไม่เด่นด้านศิลปะเลย
เขวละเนี่ย :30:
ไปเหอะ
อ้างคำพูดจาก: นานาาา เมื่อ 25 ม.ค. 2013, 19:21 น.
ว่าจะสมัครทุนรัฐบาลสิงคโปร์ ป ตรี (เรียน Viscom นี่แหละ )
ฉุกละหุกมาก เพราะหมดเขตเมื่อวาน วันนี้หน้าด้านไปขอแล้วปรากฏว่าส่งพรุ่งนี้ทัน
แต่พอมีเวลาคิดเยอะๆก็มีเรื่องที่ว่า ที่ที่จะไปดีกว่าที่เดิมรึเปล่า
เค้าจะเอาเกรดแบบยอดมนุษย์มั้ย ถ้าหลุดทุนจะทำไง เรียนช้าจะทำไง บลาๆๆๆ
เหมือนแบบ ไปแล้วได้ภาษา เจอโลกกว้าง อะไรงี้
แต่พี่เก้อบอกว่าสิงคโปร์ไม่เด่นด้านศิลปะเลย
เขวละเนี่ย :30:
ตูนึกชื่อศิลปินชาวสิงคโปเรี่ยนไม่ออกเลยสักคน :30: :30:
ส่วนเมืองก็เล็กๆ แลนด์มาร์กอะไรก็ไม่ค่อยจะมี :41:
เรื่องภาษาสิงค์ลิช ก็เป็นภาษาอังกฤษที่พูดอังกฤษคำปนจีนอีกสองคำ
จะมาทั้งที มาอังกฤษ อิตาลี ฝรั่งเศส สเปน เนเธอร์แลนด์ อะไรแบบนี้เซ่ :07:
เนเธอร์แลนด์เถอะ :25:
เมืองงาม เจริญ จักรยานโคตรเยอะ อากาศดี ปุ๊นเพียบ เสียแค่อาจจะเงียบเหงาไปหน่อย :25:
ถ้ามีโอกาสอยากจะไปต่อโทสักใบที่นี่ แต่ขี้เกียจเรียนภาษาเพิ่มละ :47:
ไปบุกเบิกที่สิงคโปร์เลย ยิ่งไม่มีใครดังยิ่งดี รวยๆๆๆๆ
สิงค์โปร์เจอแขกกับคนกินทุเรียนเยอะ :41:
อ้าวฉิบล้ะ พิมพ์ไปตั้งยาวเด้งดับซะนี่ ต้องพิมพ์ใหม่ (เล่นบนไอแพด3...เอ๋อบ่อย เดี๋ยวจับหน้าจอไปรายงานยักษ์)
ว่าด้วยอยากกลับไทยก็เลยลองหางาน ไม่ทันจะได้หาจริงจังก็มีเพืีอนสมัยม.ปลายมาชวนไปทำงานด้วย ให้หุ้นด้วย
ส่วนตัวไม่ค่อยมีความรู้ด้านมีเดีย+ไม่ได้อยู่ไทยก็6ปีแล้ว ตลาดบ้านเราเป็นไงมั่งไม่รู้ เลยเอามาถามเพื่อนๆดีกว่า
เผื่อโลกกลมมีคนเคยทำงานที่นี่ https://www.facebook.com/80Root?ref=ts&fref=ts (https://www.facebook.com/80Root?ref=ts&fref=ts)
https://www.facebook.com/Qiccworld?ref=ts&fref=ts (https://www.facebook.com/Qiccworld?ref=ts&fref=ts)
ประเด็นที่ดึงดูดใจ
1.อยากกลับไทยเป็นทุนเดิมและยังไม่รู้จะไปทำอะไร
2.เงินเดือนน้อยแต่ให้หุ้นอันนี้น่าสน
3.นิสัยการทำงานของเพื่อนเป็นพวกบ้างานเหมือนกัน...อันนี้ดาบ2คมนิดนึงตรงที่เป็นพวกเพอร์เฟคขั่นนิสเหมือนกัน
ปล. ชวนจ้าชวนโหลดapp Qicc free magazine เพื่อนมันเรียกว่าRMC (คืออะไร?) ลองโหลดไปดูกันะพลินนะคะ
เรามีประสบการณ์ไม่ดีกับการทำงานกับเพื่อน
ตอนนี้ถือคติไม่อยากเสียเพื่อน อย่าร่วมธุรกิจ
ทำงานมาหมดละ ทั้งกับเพื่อน และกับญาติ
เสียทั้งเพื่อนทั้งญาติ 555
ทำกับเมียเล้ย :47:
:47b:
สองดอกเน้นๆ
ทำแบบไม่มีเสีย มีแต่ได้...ได้มาแล้วสองหน่อ :47:
อ้างคำพูดจาก: RomSaiKyu เมื่อ 28 ม.ค. 2013, 10:14 น.
ทำแบบไม่มีเสีย มีแต่ได้...ได้มาแล้วสองหน่อ :47:
เอาอีกไม๊ :47:
เอาอะไรล่ะ :47:
ล่าสุดผมเจอกับองค์กรที่หล่อหลอมให้คนมีทัศนคติกับ supplier ที่มารับงาน
ให้รู้สึกเหมือนทาสผู้รับใช้ ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะได้พบเท่าไหร่
องค์การที่มีเม็ดเงินไหลเวียนหลายองค์กร ก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว
เขาจะมีคนที่คอยคุยประณีประนอม แต่ก็เร่งงานได้ดี กดราคาได้น่ากลัว แต่ก็เปิดโอกาศให้เรารับหรือไม่รับชัดเจน
แต่บางองค์กรก็ยังระบบเก่าๆอยู่ คล้ายราชการ หรืออาจารย์โบราณๆ
ที่เข้าไปคุยงาน เพราะเป็นเพื่อนที่เคยทำงานมาก่อน
แต่พอเวลาผ่านไป องค์กรได้หล่อหลอมให้เขาเป็นคนที่เราไม่รู้จักไปแล้ว
นิสัยจิกงาน ให้ส่งงานก่อน และคิดว่างานที่เราทำมันแค่ปาดๆ ฟรีๆเป็นตัวอย่างมาก่อนได้
แต่ไม่คุยราคานะ ให้งานตัวอย่างโอเคก่อนแล้วค่อยจะพูดเรื่องเงิน
ซึ่งผิดนโยบายบริษัทผมมาก ผมจะไม่รับพิชชิ่งซึ่งบอกแล้ว แต่การทำเดโม่ก็ไม่ใช่เหมือนกัน
ทัศนคติแบบโบราณๆ ที่มองงานดีไซน์ว่าไม่มีต้นทุน นั้นโคตรจะเชยแล้ว แต่มันก็ยังอยู่
วันนี้เสียความรู้สึกมาก ว่าเป็นวันที่ผมได้พลาดไปอีกแล้ว
แล้วก็จัดการบอกเพื่อนไปว่า ถ้าจะทำต้นแบบขอวางโควเทชั่นก่อนนะ
แล้วก็จบการสนทนาลงด้วยคำว่า "แล้วมึงทำไมไม่บอกกูก่อน"
(ซึ่งกูบอกมึงตั้งแต่คำแรกแล้วว่างานดีไซน์มันมีค่าใช้จ่ายนะ)
แล้วก็พิจราณาตัวเองว่า ตอนนี้ถึงจุดที่เลือกงานได้แล้ว
และจะเลือกทำงานกับคนที่มีทัศนคดิที่ดีเท่านั้นด้วย
ส่วนงานจะเป็นอะไรนั้นไม่เกี่ยว
แล้วสร้างผลงานที่เป็นของตัวเองจริงๆซะที
ทัศนคติห่วย ๆ แบบนั้น ยังมีอยู่ครับพี่เลย์ แถมบางที่ เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ซะด้วย
ขอให้พี่เลย์เจอลูกค้าทีดี ๆ ครับ
:46:
ไม่ได้เจอแบบนี้มานานมากแล้ว ที่เจอนั่นตอนจบใหม่ๆ
พอกลับมาเจอแบบนี้อีกเลยต้องทบทวนอีกที
เจอพวกโหดจริง แต่ก็แมนพอที่มีทางให้เราจะปฎิเสธได้
อันนี้เหมือนแกล้งไม่รู้ ทำว่าองค์กรตูคือศุนย์กลางของโลก
ทบทวนแล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ
:46:
ทบทวนว่า ต้องมีวิธีหลุดจากระบบพวกนี้อีกรอบ
เปลี่ยนตัวเองเป็นศูนย์กลางของงาน คือจ้างตูต้องทำงานตามใจตู :30: :30:
แต่ในวิธีที่นุ่มนวลกว่าประโยคนี้นะ :30: :30: :30:
และก็เริ่มมีความเป็นไปได้ซะด้วยสิ
ยินดีด้วยครับพี่
:12:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 28 ม.ค. 2013, 11:08 น.
คือจ้างตูต้องทำงานตามใจตู :30: :30:
:12: :12: :12:
และองค์กรที่ว่านั้นก็คือ.....
คือ ...
W...P.... ?
อ ซ จ :30: :30:
ที่เดียวกับที่คิดไว้เบย
:56:
อซุจิ :56:
อัส สัม จัน :07:
แปลไม่ออก :3005:
อย่ายิมคร้บพี่เลย์ ลาออกเลย :07:
ยอมแพ้
เป็นกำลังใจให้พี่เลย์ จะได้มีแรงมาวาดการ์ตูนฟรีให้อ่านอีก :27:
เอส ซีว จีน
อ๋อ :59:
เจ้านี้เคยโดนมาแล้ว :30: :30:
ฝ่ายขายบอกว่าโหดกว่านี้ก็มีแค่ยูนิลิเวอรืเท่านั้นแหละ :30: :30:
โห ติดท๊อปทรี เลยเหรอเนี่ย :30:
เกือบลืม
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 28 ม.ค. 2013, 11:32 น.
อย่ายิมคร้บพี่เลย์ ลาออกเลย :07:
ออกไปไน่ ออกไปไน่ :07:
เขาไปกรีดยาง :33:
นึกถึงเพลง "อาเด้า ซิสส์เลอร์" วุ้ย
:30:
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 28 ม.ค. 2013, 12:02 น.
แว๊บแรกได้คำนี้เหมือนกัน :3005:
เห็นช่วงนี้เรื่องนี้กำลังดังหน่ะ :30:
หลายครั้งที่ผมรู้สึกว่าทำไม graphic designer ในบ้านเรา (หรืองานในสาขาเทือกๆ นี้)
ถูกมองว่าเป็นเหมือนกรรมกรใช้แรงงานเหมือนกัน เป็นคำที่ผมใช้คุยกับเพื่อนหลายๆ ครั้งเลย 'กรรมกรกราฟิก'
เคยร่วมงานกับองค์กรใหญ่มาก แต่ทัศนคติไม่ไหวเอาเสียเลย treat เราเหมือนคนใช้
แต่ขณะเดียวกันก็คงมีนักออกแบบหลายคนที่ปลงกับระบบ และพร้อมจะทำตามสั่งเพื่อเงินเท่านั้น
ซึ่งนี่มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้ระบบมันเสียเหมือนกันนะ คือก็ไม่ได้ให้ความรู้ลูกค้ากันไป
(แต่ก็นั่นแหละ พูดหยั่งกะลูกค้ามันจะยอมฟังกันซะทุกคน ตั้งอยู่บนกูจะเอาซะอย่าง)
คือไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองผิดที่เป็น graphic designer อะ อยากทำงานแบบมีความสุขเหมือนกันนะ :30:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 28 ม.ค. 2013, 10:57 น.
ล่าสุดผมเจอกับองค์กรที่หล่อหลอมให้คนมีทัศนคติกับ supplier ที่มารับงาน
ให้รู้สึกเหมือนทาสผู้รับใช้ ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะได้พบเท่าไหร่
องค์การที่มีเม็ดเงินไหลเวียนหลายองค์กร ก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว
เขาจะมีคนที่คอยคุยประณีประนอม แต่ก็เร่งงานได้ดี กดราคาได้น่ากลัว แต่ก็เปิดโอกาศให้เรารับหรือไม่รับชัดเจน
แต่บางองค์กรก็ยังระบบเก่าๆอยู่ คล้ายราชการ หรืออาจารย์โบราณๆ
ที่เข้าไปคุยงาน เพราะเป็นเพื่อนที่เคยทำงานมาก่อน
แต่พอเวลาผ่านไป องค์กรได้หล่อหลอมให้เขาเป็นคนที่เราไม่รู้จักไปแล้ว
นิสัยจิกงาน ให้ส่งงานก่อน และคิดว่างานที่เราทำมันแค่ปาดๆ ฟรีๆเป็นตัวอย่างมาก่อนได้
แต่ไม่คุยราคานะ ให้งานตัวอย่างโอเคก่อนแล้วค่อยจะพูดเรื่องเงิน
ซึ่งผิดนโยบายบริษัทผมมาก ผมจะไม่รับพิชชิ่งซึ่งบอกแล้ว แต่การทำเดโม่ก็ไม่ใช่เหมือนกัน
ทัศนคติแบบโบราณๆ ที่มองงานดีไซน์ว่าไม่มีต้นทุน นั้นโคตรจะเชยแล้ว แต่มันก็ยังอยู่
วันนี้เสียความรู้สึกมาก ว่าเป็นวันที่ผมได้พลาดไปอีกแล้ว
แล้วก็จัดการบอกเพื่อนไปว่า ถ้าจะทำต้นแบบขอวางโควเทชั่นก่อนนะ
แล้วก็จบการสนทนาลงด้วยคำว่า "แล้วมึงทำไมไม่บอกกูก่อน"
(ซึ่งกูบอกมึงตั้งแต่คำแรกแล้วว่างานดีไซน์มันมีค่าใช้จ่ายนะ)
แล้วก็พิจราณาตัวเองว่า ตอนนี้ถึงจุดที่เลือกงานได้แล้ว
และจะเลือกทำงานกับคนที่มีทัศนคดิที่ดีเท่านั้นด้วย
ส่วนงานจะเป็นอะไรนั้นไม่เกี่ยว
แล้วสร้างผลงานที่เป็นของตัวเองจริงๆซะที
สะดุดตรง แต่พอเวลาผ่านไป องค์กรได้หล่อหลอมให้เขาเป็นคนที่เราไม่รู้จักไปแล้ว
กลัวไปทำที่ใหม่ละเป็นแบบนี้ :3005: คงต้องเตือนสติตัวเองบ่อยๆ (แต่ก็ยังไม่รู้ว่าไปแล้วจะเป็นไงแฮะ)
วันนี้ลาออกเรียบร้อย
ทำงานต่อถึงวันศุกร์ เคลียร์งานค้างให้หมด รับเงินเดือน เดือนสุดท้าย
วันนี้ปตท.เรียกให้เข้าไปกรอกใบสมัครที่สำนักงาน
:53:
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้งานนะ :3005:
ได้ก็ดี :27:
ได้ก็แล่มเลย :54:
รับรอง อย่างอิ่มมีดราม่ามาบ่นเพียบชัวร์ ไหนจะเรื่องคิดอทนพ่อแม่อีก :30:
ถ้าได้จะขอเปิดจู๋บ่นเจ้านายเลย
:37:
ไปไปทำโซน่าล่ะ :30:
อยากอยู่นะ :56:
แต่ไกลโพ้น แถมต้องนั่งมอไซด์อีก (นั่งไม่เป็น)
ไว้กลับไทยเป็นเรื่องเป็นราวค่อยคิด
จู๋บ่น ปตท. :35:
มีแหง๋ม ๆ
:12:
ต้องจัดเข้าระบายใจลับๆแล้วหล่ะ :30:
ลับแล้วจะขอใช้ตัวย่อด้วยนะ :30:
ติดตามชมด้วยหทัยระทึกพลัน :37:
สรุปเข้าไม่ได้ จบเบยยย :3005:
อย่าเพิ่งไปตัดบทแบบนั้นสิหมีอิ่ม ใจสู้เข้าไว้ ^^
ขอบคุณค่ะพี่ออย
ได้เรื่องยังไงจะมาอัพนะ :40:
เข้าไปแล้วเจอคนเรื่องมาก
ตบมันแล้วเดินออก
จบเบย
:53:
ไม่นิยมความรุนแรงค่ะ
นิยมดราม่า :37:
แหม ตอนนั้นร้อง ฮาร์ดเด้อ พรีส ฮาร์ดเด้อ :41:
ตอนไหนฟระ :3005:
นั่นๆๆๆๆแน่ :56:
ขอเล่าเรื่องการทำงานแบบจริงจังครังแรกในชีวิตครับ
เพราะพรุ่งนี่จะถึงคราวเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครั้งแรกในรอบเกือบสิบปีนับตั้งแต่ตูเริ่มทำงานครับ
จากชีวิตพนักงานที่โคตรจะสุขสบาย จะกลายเป็นวนลูปเข้าโหมดพนักงานเงินเดือนทั่วไปแล้วครับ
เล่าตั้งแต่ตอนเรียนเลยละกัน ตูเป็นคนแบบเรียนๆเล่นๆ แต่เวลาสอบแม่งจะได้คะแนนดี แต่พวกคะแนนเก็บจะแย่เพราะขี่เกียจทำงานส่ง
อ่อ เรียน hr ครับ
พอมันเป็นอย่างที่บอก พวกเพื่อนมันเลยชอบคิดว่าเราเรียนเก่งแต่ซุ่ม เอาจริงๆ คือเป็นคนจำระยะสั้นแม่นมาก เลยอ่านหนังสือก่อนสอบค่อนข้างได้ผล ตอนเรียนนี่ นั่งเล่นมั่ง โดดมั่ง
เพื่อนแม่งตราหน้าว่าไอ้ถลอกแม่งซุ่ม
ตอนประมาณปีสอง พึ่งรู้จักคอมครับ และบ้าเล่นเกมส์ เนื่องจากบ้านจน ตังซื้อเกมส์ ซื้อคอม อย่าไปหวัง พอมีศูนย์คอมให้ใช้ฟรี เลยหมกตัวอยู่ในนั้นทั้งวัน
เค้าห้ามเล่นเกมส์ก็หาทางเล่นมันจนได่ ทำให้ความรู้เรื่องคอมดีกว่าเพื่อนในคณะมาก
ปีสาม อาจารย์สอนบัญชี หาพนักงานคอมให้แฟน เค้าถามพวกบัญชีว่ามีใครเก่งๆคอมไหมในคณะ ด้วยภาพลักษณ์ว่าตูมันซุ่ม เพื่อนเลยนึกว่าฉลาด แล้วก็เล่นคอมทั้งวัน
ถามเอกไหน เค้าก็บอกถลอกๆ (อ่อ คนรู้จักเยอะ เพราะค่อนข้างเป็นจุดเสื่อมเสียสุดในคณะ 555) จนในที่สุดอาจารย์แกก็โทรมาหาตูถามว่าอยากทำงานไหม
ตูก็แบบ โห แม่ง โคตรเท่อะ เพื่อนแม่งขยันเรียนแทบตาย เอาเกรดไปสมัครงาน ตูยังไม่จบแม่งได้งานแล้วโว้ย เลยตอบตกลงไปแบบไม่คิด
ตอนนั้นโคตรลำบากฮะ ตื่นตีสี่ครึ่ง นั่งรถเมล์จากบางแสนเข้ามาทำงานที่สีลมทุกวัน แบบว่าขยันมาก 555
ตอนแรกเข้าไปทำพาร์ทไทม์ คีย์ข้อมูลกับทำรีพอตนิดๆหน่อยๆ แต่พอทำๆไป หัวหน้าเค้าคงเห็นว่าเราทำได้ทุกอย่าง เลยเป็นช่วงที่ก้าวหน้าเร็วมาก
ช่วงยังเรียนไม่จบ เป็นพาร์ทไทม์แต่เงินเดือนขึ้นเอาๆ จนเท่าพนักงานคอนแทค
พอเรียนจบ ได้เป็นคอนแทคทันที เป็นคนเดียวที่ได้ แซงชาวบ้านที่เข้ามาทำก่อนหน้าเราหลายปีด้วย
เป็นคอนแทคได้สามเดือน ได้เลื่อนเป็นประจำ ชีวิตโคตรก้าวหน้า เพราะหัวหน้าดีด้วย ให้โอกาศคน
พอได้เป็นประจำ ก็บอกหัวหน้าว่าอยากซื้อคอนโด เพราะค่าเช่าที่จ่ายอยู่มันแพง เค้าก็ช่วยหา เงินดาวน์ไม่มี พี่เค้าก็ให้ยืมก่อน
โบนัสปีแรก ทำงานเป็นประจำได้ประมาณหกเดือน ปีแรกได้โบนัสแสนสองครับ ดีใจโคตรๆ อ่อ ช่วงพาร์ทไทม์ พ จะไม่มีโบนัส พี่เค้าใส่ซองมาให้สองหมื่นครับ ตอนเอามาให้ จำได้เลยว่าพี่เค้าพูดว่า พี่ว่าน้องเชดควรได้ โคตรดีใจอะ
แล้วก็ทำงานกะหัวหน้าคนนี้มาประมาณสี่ปีได้ เงินเดือนขึ้นทุกครึ่งปี ครั้งหลักพันตลอด จำได้ว่ามากสุดคือขึ้นหกพัน ตอนปรับจากคอนแทคเป็นประจำ
จนวันหนึ่ง พี่เค้ามาบอกว่า พี่เค้าจะไปลองงานอย่างอื่นดูบ้าง คือ พี่เค้าได้ตำแหน่งใหญ่ขึ้น แต่ต้องไปคุมส่วนอื่น
ส่วนแผนกตู จะมีหัวหน้าคนใหม่มาคุมแทน...
กราฟชีวิตที่พุ่งสุดๆของตู ดิ่งลงเหวทันที
กรี๊ด ใครเอาไอดีถลอกมาเล่น :25:
โดนขโมยล็อกอินแน่ๆ :07:
ก็บอกว่าจริงจังไงเล่า :30:
นอนละ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าครั้งแรกในรอบหกเจ็ดปี :05: :05:
นี่จบแล้วเหรอ :09:
กราฟชีวิตดิ่งลงเหว :30: :30:
รออ่านอย่างตั้งใจเลย :25:
สาระ :25:
พรุ่งนี้จะแต่งงานเหรอ
นึกถึงที่บักเก้อเคยพูด (น่าจะในวงเหล้า) ว่า ในฟอนต์นี่เต็มไปด้วยคนเจ๋งๆ :30:
ปล. โบนัส 6 เดือนคืออะไร :05:
มุงด้วยๆ :25:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 01 ก.พ. 2013, 00:50 น.
นึกถึงที่บักเก้อเคยพูด (น่าจะในวงเหล้า) ว่า ในฟอนต์นี่เต็มไปด้วยคนเจ๋งๆ :30:
ปล. โบนัส 6 เดือนคืออะไร :05:
คนมีความสามารถไงครับ :12:
บอกแล้วการกู้เงินหัวหน้า
จะสร้างความมั่นคงในชีวิตให้เราได้มาก :12:
ทั้งโบนัสทั้งเงินเดือนขึ้น
เพราะหัวหน้าจะเล็งเห็นแล้วว่าจะได้ใช้หนี้หมดไวๆ :30:
ใช่ แสนหนึงที่ได้ต้องคืนหัวหน้าหมดเลยค่าดาวน์ตอนโด :30:
เคล็ดลับมันคืออย่างนี้นี่เอง :30:
วิธีนี้เข้าท่าแฮะ ขึ้นไวกว่าเชลียร์อีก :12:
อ่านของถลอกแล้ว ....ตูลุ้นเป็นระยะๆเลยว่า......
ถลอกจะอึ๊บเจ้านายเมื่อไหร่ :30:
เอ้า มาต่อเร็ว ๆ พี่ กำลังติดตาม
:52:
อ้างคำพูดจาก: บวมเป่ง เมื่อ 31 ม.ค. 2013, 23:37 น.
ขอเล่าเรื่องการทำงานแบบจริงจังครังแรกในชีวิตครับ
เพราะพรุ่งนี่จะถึงคราวเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครั้งแรกในรอบเกือบสิบปีนับตั้งแต่ตูเริ่มทำงานครับ
จากชีวิตพนักงานที่โคตรจะสุขสบาย จะกลายเป็นวนลูปเข้าโหมดพนักงานเงินเดือนทั่วไปแล้วครับ
เล่าตั้งแต่ตอนเรียนเลยละกัน ตูเป็นคนแบบเรียนๆเล่นๆ แต่เวลาสอบแม่งจะได้คะแนนดี แต่พวกคะแนนเก็บจะแย่เพราะขี่เกียจทำงานส่ง
อ่อ เรียน hr ครับ
พอมันเป็นอย่างที่บอก พวกเพื่อนมันเลยชอบคิดว่าเราเรียนเก่งแต่ซุ่ม เอาจริงๆ คือเป็นคนจำระยะสั้นแม่นมาก เลยอ่านหนังสือก่อนสอบค่อนข้างได้ผล ตอนเรียนนี่ นั่งเล่นมั่ง โดดมั่ง
เพื่อนแม่งตราหน้าว่าไอ้ถลอกแม่งซุ่ม
ตอนประมาณปีสอง พึ่งรู้จักคอมครับ และบ้าเล่นเกมส์ เนื่องจากบ้านจน ตังซื้อเกมส์ ซื้อคอม อย่าไปหวัง พอมีศูนย์คอมให้ใช้ฟรี เลยหมกตัวอยู่ในนั้นทั้งวัน
เค้าห้ามเล่นเกมส์ก็หาทางเล่นมันจนได่ ทำให้ความรู้เรื่องคอมดีกว่าเพื่อนในคณะมาก
ปีสาม อาจารย์สอนบัญชี หาพนักงานคอมให้แฟน เค้าถามพวกบัญชีว่ามีใครเก่งๆคอมไหมในคณะ ด้วยภาพลักษณ์ว่าตูมันซุ่ม เพื่อนเลยนึกว่าฉลาด แล้วก็เล่นคอมทั้งวัน
ถามเอกไหน เค้าก็บอกถลอกๆ (อ่อ คนรู้จักเยอะ เพราะค่อนข้างเป็นจุดเสื่อมเสียสุดในคณะ 555) จนในที่สุดอาจารย์แกก็โทรมาหาตูถามว่าอยากทำงานไหม
ตูก็แบบ โห แม่ง โคตรเท่อะ เพื่อนแม่งขยันเรียนแทบตาย เอาเกรดไปสมัครงาน ตูยังไม่จบแม่งได้งานแล้วโว้ย เลยตอบตกลงไปแบบไม่คิด
ตอนนั้นโคตรลำบากฮะ ตื่นตีสี่ครึ่ง นั่งรถเมล์จากบางแสนเข้ามาทำงานที่สีลมทุกวัน แบบว่าขยันมาก 555
ตอนแรกเข้าไปทำพาร์ทไทม์ คีย์ข้อมูลกับทำรีพอตนิดๆหน่อยๆ แต่พอทำๆไป หัวหน้าเค้าคงเห็นว่าเราทำได้ทุกอย่าง เลยเป็นช่วงที่ก้าวหน้าเร็วมาก
ช่วงยังเรียนไม่จบ เป็นพาร์ทไทม์แต่เงินเดือนขึ้นเอาๆ จนเท่าพนักงานคอนแทค
พอเรียนจบ ได้เป็นคอนแทคทันที เป็นคนเดียวที่ได้ แซงชาวบ้านที่เข้ามาทำก่อนหน้าเราหลายปีด้วย
เป็นคอนแทคได้สามเดือน ได้เลื่อนเป็นประจำ ชีวิตโคตรก้าวหน้า เพราะหัวหน้าดีด้วย ให้โอกาศคน
พอได้เป็นประจำ ก็บอกหัวหน้าว่าอยากซื้อคอนโด เพราะค่าเช่าที่จ่ายอยู่มันแพง เค้าก็ช่วยหา เงินดาวน์ไม่มี พี่เค้าก็ให้ยืมก่อน
โบนัสปีแรก ทำงานเป็นประจำได้ประมาณหกเดือน ปีแรกได้โบนัสแสนสองครับ ดีใจโคตรๆ อ่อ ช่วงพาร์ทไทม์ พ จะไม่มีโบนัส พี่เค้าใส่ซองมาให้สองหมื่นครับ ตอนเอามาให้ จำได้เลยว่าพี่เค้าพูดว่า พี่ว่าน้องเชดควรได้ โคตรดีใจอะ
แล้วก็ทำงานกะหัวหน้าคนนี้มาประมาณสี่ปีได้ เงินเดือนขึ้นทุกครึ่งปี ครั้งหลักพันตลอด จำได้ว่ามากสุดคือขึ้นหกพัน ตอนปรับจากคอนแทคเป็นประจำ
จนวันหนึ่ง พี่เค้ามาบอกว่า พี่เค้าจะไปลองงานอย่างอื่นดูบ้าง คือ พี่เค้าได้ตำแหน่งใหญ่ขึ้น แต่ต้องไปคุมส่วนอื่น
ส่วนแผนกตู จะมีหัวหน้าคนใหม่มาคุมแทน...
กราฟชีวิตที่พุ่งสุดๆของตู ดิ่งลงเหวทันที
อ้าวเรียน ม.บูรพา เหรอ อยู่บางแสนเนี่ย :25:
ถ้าใช่นี่ เป็นศิษย์พี่ผมเลย :3005:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 01 ก.พ. 2013, 07:38 น.
อ่านของถลอกแล้ว ....ตูลุ้นเป็นระยะๆเลยว่า......
ถลอกจะอึ๊บเจ้านายเมื่อไหร่ :30:
คิดเหมือนกันเลย :30:
ภาพแบมบิโน่มันลอยมาในหัว
หัวหน้าผู้ชาย :05:
ชีวิตจริงไม่อิงภาพพจน์ :12:
โดนหัวหน้าอึ๊บสินะ :47b:
กี่ที
บนโต๊ะทำงานสาม
ในห้องน้ำออฟฟิศอีกสอง
ในป้อมยามอีกนับไม่ถ้วน
ตกลงเป็นนิยายอีโรติกใช่ไหม
:30:
ไหนภาคต่ออ้ะ :37:
ต่อๆ พอหัวหน้าเก่าออกไป แผนกก็ไม่มีหัวหน้า กลายเป็นว่าขึ้นตรงกับหัวหน้าหน่วยเลย
ซึ่งหัวหน้าหน่วยเค้าก็ต้องดูงานหลายแผนก และเค้าก็ไม่ค่อยรู้เรื่องงานไอที แต่เรารับผิดชอบตัวเราได้
คือไปรับงานจากแผนกอื่นมาทำโปรแกรมเองได้เลย เค้าก็เลยค่อนข้างไว้ใจ แล้วก็ตีค่าตูสูงนิดหน่อย
แต่เป็นตัวตูเองนี่แหละ ทำตัวแย่เอง คือแบบรักหัวหน้าเก่ามาก พอมีอะไรเปลี่ยนแปลง แม่งก็ทำตัวเหมือนเด็กๆคือรับอะไรใหม่ๆไม่ค่อยได้
เริ่มไปสาย เริ่มขี้เกียจ และเบื่องาน แต่เหมือนมีบุญนั่นแหละ หัวหน้าใหม่แกโอ๋ว่ะ งงเหมือนกัน
ไปสายแบบ เข้าแปดโมง ไป บ่ายสามแบบนี้เลยนะ วันไหนขี้เกียจก็หยุดงานแม่ง เค้าก็ไม่ว่า
มีไปขอพิเศษ ให้เข้างานเลตได้สิบโมงครึ่งด้วย แต่ก็เลื่อนเวลาเลิกงานก็ไปอีกชั่วโมงครึ่งเหมือนกัน
ก็สบายขึ้นแหละ นอนเต็มที่เลย ฮ่าๆๆ แต่แม่งก็ยังสายอยู่ดี
แล้วมันกลายเป็นเรื่องเดียวที่ถ่วงความเจริญของตัวเอง คือ ได้เป็นแค่ supervisor , avp ไม่ได้เลื่อนซะที เพราะหัวหน้าเสนอชื่อไป จะตกเพราะเค้าเอาพวกเรื่องวินัยมาดูต่อด้วย
แต่ตูก็เฉยๆนะ เงินเดือนจากขึ้นทุกครึ่งปี กลายมาเป็นขึ้นทุกปี แต่ก็ขึ้นเยอะเหมือนเดิม หลักสองพันอัพตลอด โบนัสก็ได้เยอะทุกปี
เพราะ ถึงไปสาย แต่งานไม่มีปัญหา แล้วงานมันค่อนข้างจำเป็นกันหน่วยอะ เค้าเลยเห็นค่า
แล้วก็หาลูกน้องให้เราสามสี่คนงานมันก็เบาขึ้น
ทำมาเรื่อยๆ จนปีที่ของปีที่แล้วอะ อยู่ดีๆตูก็แบบ เอ้ย แม่งไม่อยากเขียนโปรแกรมแล้ว ไม่อยากให้ทุกแผนกมาสั่งงานแล้ว คือแบบแม่งโคตรเบื่องานเลย
เริ่มไปสมัครงานที่อื่น ก็มีได้อยู่ที่สองที่่ แต่เค้าให้ไปทำต่างจังหวัดก็เลยปฏิเสธไป เพราะมีคอนโดอยู่ที่นี่สองที่ ละแฟนก็อยู่นี่ แล้วก็ชอบอยู่กรุงเทพมากกว่า การ์ตูนมันออกเร็วดี
แล้วอยู่ดีๆ หัวหน้าเก่า ก็เรียกไปคุยบอกว่า เราจะย้ายงานเหรอ คือตอนนี้เค้าไปทำอยู่ฝ่ายๆหนึง แล้วหัวหน้าเค้าจะเกษียรปีหน้า ให้เราทนไปจนถึงปีหน้า (คือปีที่แล้ว) เค้าจะขอทำเรื่องเอาตูไปอยู่ด้วย ตูก็แบบ โอเคเลย เลิกสมัครงานทุกอย่างละ รักหัวหน้าคนนี้มาก
ปีที่แล้วก็เลยแบบ พยายามเคลียร์งานทุกงานให้เสร็จในสิ้นปีให้ได้ จะได้ย้ายแบบสบายใจ ผลก็คือ ได้โบนัสแบบมหาศาลมาก (ทั้งๆที่ไปทำงานแม่ง บ่ายสาม บ่ายสี่ หยุดงานเป็นว่าเล่น ฮ่าๆๆๆ)
แต่อยู่ดีๆ หัวหน้าที่จะเกษียรเค้าต่ออายุสัญญาไปอีกสองปี ก็เลยอดย้าย
แต่แบบ ตูแม่งหมดใจสุดๆกับแผนกนี้แล้ว ก็เลย บ่นๆกับพี่อีกแผนกหนึง ที่สนิทกัน ว่าแบบ ยังไงก็ออกแน่ ไม่ทนแล้ว
แล้วพี่แกก็เอาไปเล่าให้หัวหน้าแกฟัง สุดท้าย เค้าก็ชวนไปอยู่ด้วย ซื้อตัวกันกลายๆอะ
แต่หัวหน้าปัจจุบันไม่ให้ย้าย หัวหน้าใหม่เลยเอาเรื่องไปถึงผุ้บริหารอะไรแบบนี้ เดือนมกราแม่ง โคตรดราม่าชีวิตเลย ผู้ใหญ่เรียกคุยถี่ยิบ
สุดท้าย ก็ใช้กำลังภายในเปลี่ยนแผนกจนได้ แต่ก็จากกับหัวหน้าเก่าด้วยดีนะ เพราะงานก็เคลียร์หมดแล้ว แล้วก็รับปากว่าจะไปช่วยงานเค้า ถ้าเค้าต้องการ
จนเมื่อวาน ได้เริ่มงานที่ใหม่วันแรก
เชี่ย แม่งเหมือนทิ้งชีวิตสบายๆ มาเข้าวงล้อของพนักงานกินเงินเดือนทั่วไปเลย
อย่างแรกคือ ไปสายไม่ได้ :30: แม่งทรมานมาก ง่วงเชี่ยๆ :30: (จริงๆ ตั้งใจหาจุดเปลี่ยนตัวเองแหละ ว่าจะไม่สาย จะได้มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าคนซะที)
อีกอย่างคือ ตอนแผนกเก่าแม่ง นั่้งคุยนั่งเล่นทั้งวัน มาแผนกใหม่แม่ง ทำงานทั้งวันเลย
แต่ก็สนุกดีนะ
ตอนนี้ก็หาเด็กจบใหม่ มาเป็นลูกน้องคนหนึง เป็นผุ้ช่วย เป็นเลขาไรงี้ อยากได้จั๊วะมาก :56:
(http://img3.f0nt.com/02/61f88786df0230c7e6905a527d563daf.jpg)
อ่านๆ นึกว่าจะไม่ใช่พี่ถลอกเขียนเอง
จนมาเจอซิกเนเจอร์ตอนท้าย :59:
ไม่ทิ้งลาย :30:
รูปประกอบ :30:
ทำงานกับพี่ถลอกสงสัยต้องฝึกมวยไปด้วย :30:
ถ้าอย่างในรูปประกอบนั่น
แทงเข่าเข้าที่ไข่มันเลยครับ :59:
จะโดนแทงอย่างอื่นกลับมาในระดับเดียวกันแทนน่ะสิ :59:
:30:
ยกเข่าแล้วกุหลาบเปิดนะ เด๋วปั๊ด
กุหลาบ :30:
ยินดีด้วย :30: :30:
:30:
ขอเงินเดินดี เดี๋ยวไปทำค่ะ เอาที่ช็อตไฟฟ้าไปด้วย :53: :53:
เรียกเท่าไหร่ละ มาๆ
ช๊อตตูไม่ทันหรอก :54:
จั้ว ในกทม.ยังมีที่ดีๆอย่าง EXA STUDIO อยู่นะ :30:
แต่ละคนดึงตัวจั๊วะน่าดู :30:
ชีวิตนังถลอกนี่มันปูด้วยกลีบกุหลาบจริง :59:
ลำบากออก ตื่นตีสี่ครึ่งนั่งรถจากบางแสนมาสีลมเป็นปีเลยนะ :07:
ใช่ :11:
ลองมาเป็นชีวิตต้องสู้อย่างแอ้มั่ง
คือบอกได้เลยว่าถ้าเพิ่มสวย+นิสัยดีนะ วิถีชีวิตแบบแอ้เนี่ยนางเอกละครชัดๆ
(แต่มันดันขาดไอ้สองอย่างนั่น เลยเป็นได้แค่คนธรรมดา ที่ลำบากๆ :30:)
เลียเจ้านายให้ได้แบบถลอกสิ สบาย เอาลิ้นเขี่ยๆสองทีก็แตกแล้ว :12:
อ้างคำพูดจาก: จั่วจั๊ว :) เมื่อ 02 ก.พ. 2013, 20:16 น.
ขอเงินเดินดี เดี๋ยวไปทำค่ะ เอาที่ช็อตไฟฟ้าไปด้วย :53: :53:
ที่ช็อตไฟฟ้าต้องรุ่นนี้นะ ถึงจะเอาอยู่ :47:
bull gets tazed (http://www.youtube.com/watch?v=Px_N2WLE1yo#)
:27: เยี่ยมมาก
เดี๋ยวทำตัวเปียกๆแล้วกระโดดเข้าไปกอดก่อนเลย ช๊อตก็ตายด้วยกันละวะ
เปียกอะไรครับ
แซลมอนก็รับนะครับพี่จั๊ว
แบนอีฟีขับ :59:
อ่านของพี่ถลอกแล้วเริ่มอยากกลับไปเป็นพนักงานเงินเดือน
อิจฉาอยากได้โบนัสมั่ง :05:
ตอนลำบากก็มีเยอะนะ แต่ตูจำไม่ค่อยได้ :30:
แบนผมทำไมพี่!!!!!
อยากสัมผัสความรู้สึกไอ้ที่เรียกว่าโบนัสมั่งอะพี่ถลอก :05:
แต่นึกอีกทีมันก็คงเหมือนตอนเงินของงานใหญ่ๆออกละมั้ง :58:
โอ๊ยถลอก :30b: เพิ่งมาเปิดคอมอ่าน สวดยวด
จะว่าไป ตูซึ่งไม่ชอบทำงานออฟฟิศ แต่ก็นับดูแล้วทำงานมาหลายที่เหมือนกันแฮะ
แต่ที่ที่ได้โบนัสเป็นเปอร์เซ็นต์มากที่สุดคือตอนเป็นทหารเกณฑ์แหละ :39: (เพราะเงินเดือนแค่ 2500)
มาทำงานเช้าเป็นวันที่สองละ ทรมานแสสๆ ถ้าได้เลขาจั๊วะ สะกิดปลุกจากเตียงตอนเช้าๆนะ ฟิน
อ้างคำพูดจาก: บวมเป่ง เมื่อ 04 ก.พ. 2013, 09:21 น.
มาทำงานเช้าเป็นวันที่สองละ ทรมานแสสๆ ถ้าได้เลขาจั๊วะ สะกิดปลุกจากเตียงตอนเช้าๆนะ ฟิน
:30:
อ้างคำพูดจาก: VeryHappy เมื่อ 04 ก.พ. 2013, 00:50 น.
อ่านของพี่ถลอกแล้วเริ่มอยากกลับไปเป็นพนักงานเงินเดือน
อิจฉาอยากได้โบนัสมั่ง :05:
โบนัสคืออะไร :05:
โบนัสคือเงินก้อน 1 เพื่อสำหรับให้เมียไว้ช็อปกระเป๋าและเครื่องสำอางค์ได้อย่างสบายใจอะครับ :59:
:30: :30: :30:
:3005:
อย่างนี้นี่เองง :25:
อัพเดทชีวิตการทำงานหลังจากย้ายงานครับ
ง่วงชิบหาย การตื่นเช้าแม่งทรมาน ฮือๆๆๆๆ แต่การงานมีอนาคตขึ้น เป็นการกลับมาทำงานด้วยความสนุกอีกครั้งหลังจากห้าหกปีแห่งความเบื่อหน่าย
มีงาน มีปัญหาที่ท้าทายให้แก้ไขเยอะแยะไปหมด
สัปดาห์นี้ทำานทั้งวันจริงๆ ไม่ได้แว้บมาเล่นเน็ทเลย เหนื่อยแต่หนุก
ชีวิตพนักงานกินเงินเดือนก็ไม่ได้่าเบื่ออย่างที่คิดหรอกนะ
รับพนักงานใหม่มาละ รอจั๊วะไม่ไหว แน่นอนว่าผู้หญิง ขาวจั๊วะ เด็กจุฬา สอนงานกันเพลินมาก เวลต่อไปก็พวกท่ายากละ
SS ด้วยพี่ถลอก
:51:
ปลากรอบๆ
กำไรมันอยู่ที่ท่ายากซินะครับ :30:
ขอ ss :51:
อย่างน้อยลิงก์เฟซบุ๊กก็ยังดีนะครับ
เด๋วรอสนิทก่อน อยู่ดีๆขอถ่ายรูปแม่งเหมือนคนโรคจิตเลย :30:
แค่เหมือนเองเหรอ :49a:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 07 ก.พ. 2013, 14:00 น.
อย่างน้อยลึงค์เฟซบุ๊กก็ยังดีนะครับ
ปรากฎว่าเป็นสาวดุ้น :59:
อ้างคำพูดจาก: บวมเป่ง เมื่อ 07 ก.พ. 2013, 14:24 น.
เด๋วรอสนิทก่อน อยู่ดีๆขอถ่ายรูปแม่งเหมือนคนโรคจิตเลย :30:
บอกเขาเอาไปทำบัตรพนักงานก็ได้ :59:
อ้างคำพูดจาก: บวมเป่ง เมื่อ 07 ก.พ. 2013, 14:24 น.
เด๋วรอสนิทก่อน อยู่ดีๆขอถ่ายรูปแม่งเหมือนคนโรคจิตเลย :30:
กลัว "เหมือน" คนโรคจิตด้วยเหรอเราน่ะ :34:
อยากถ่ายเก็บไว้เหมือนกัน แอบถ่ายไงดีอะ ช่วยคิดหน่อย ใช้กล้อง NOTE 10.1 :05:
ยกมาถ่ายแม่งจับได่แน่ๆ :05:
ถ่ายวิดีโอไงครับ
โหลดแอพถ่ายรูปงามๆมาแล้วบอกว่า ลองแอพสิครับ....
ขโมยมือถือเขามาสิ :30:
ขอเบอร์น้อง เมมเบอร์ แล้วขอถ่ายรูปเอามาเป็นdisplayสายเรียกเข้า :49:
สำหรับพี่ถลอก ขอถ่ายรูปมันยากกว่า ขอ Fab ต่อหน้า
ตอนนี้อยู่ดีๆ ก็รู้สึกอยากลาออกถาวรอย่างรุนแรงมาก
ไม่ได้เกิดจากดราม่าใดๆ ที่ออฟฟิศนะครับ (ไอ้มีน่ะมีแต่ไม่เกี่ยวกะตู)
แต่เกิดจากความอยากนอนอยู่บ้าน เขียนหนังสือให้เสร็จๆ แล้วเริ่มทำตามฝันตัวเองซะที
เวลาที่ตั้งไว้ยังคงเป็นสิ้นเมษาเหมือนเดิม
จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างที่ส่งผลสะเทือนต่อเวลาที่ว่านั่น
เช่นพี่แอนเป็นตุ๊ด
อัดตูดอีเอ
เซไปเสียบพี่ร่ม
ก้มไปโม๊กพลัม
อ้ามมมม ตะโปดพี่เจน
หันไปเคล้นหมอแมว
ดิ้นกระแด่วๆ กับพี่โก้
ถลอกเลยโจ้กะจั๊วะ จารย์เกศ และหนูอร และมิ้น :12:
พอ จบ!
:39: :39: ไม่พ้น
ไม่มีทางพ้นหรอก :30:
ถลอกเคยดื่มอะไรที่มันคาวๆมั้ยครับ
:30: ฮาจั๊ว
ฉันเกี่ยวอัลลัย ;_________;
อ้างคำพูดจาก: KateZiffanY เมื่อ 08 ก.พ. 2013, 00:07 น.
ฉันเกี่ยวอัลลัย ;_________;
อุตส่าไปตามมาให้เธออัพเดทงานน ไม่ใช่มาร้องให้เฉยๆ :30: :30: :30:
พรุ่งนี้ก่อนเสะ
มาไม่ทันอีซีรียส์ข้างบน :30b:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 07 ก.พ. 2013, 23:44 น.
ถลอกเคยดื่มอะไรที่มันคาวๆมั้ยครับ
ป๋าเลย์ถาม พี่ถลอกช่วยตอบ
:45:
เซ็ทตะกี้นี่มันอะไรกัน :30:
มิ้นด้วยเหรอ :59:
มันเริ่มจากพี่แอนเป็นตุ๊ดครับ
แล้วไปอัดตูดอีเอครับ
ต่อด้วยเซไปเสียบพี่ร่ม
ขอเบอร์มือถือน้องเขาสิครับพี่ถลอก
เดี๋ยวก็เด้งเข้ามาในไลน์เอง แล้วค่อยเอาชื่อไปค้นต่อ แฮ่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆ :51:
/////
แซลมอนกำลังหากราฟฟิกดีไซน์ประจำอยู่ครับ
หามาร่วมปิดเล่มด้วยกันครับ :05: :05:
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=400283080008171&set=a.179952645374550.15821.179770578726090&type=1&theater (https://www.facebook.com/photo.php?fbid=400283080008171&set=a.179952645374550.15821.179770578726090&type=1&theater)
อ้าวบักฟลีคลับ ขัดจังหวะ :07: :07: :07:
อ้างคำพูดจาก: เจนภพ เมื่อ 07 ก.พ. 2013, 22:01 น.
ก้มไปโม๊กพลัม
นี่มันอาร๊ายยยย :30: :30: :30:
ขออนุญาติอัพเดตชีวิตหมีเร่ร่อน กะเหรี่ยงร่อนเร่ในเมืองใหญ่บ้างนะคะ :37:
อย่างที่รู้ๆคือ อิ่มกลับมาออสฯแล้ว และย้ายมาอยู่ที่เมลเบิร์นแทน
ถามว่าย้ายมาทำไม ก็คิดๆแล้วก็หลายเหตุผล
1. วิลย้ายมาทำงานที่นี่ (เหตุผลหลัก ไม่อายที่จะบอก)
2. ได้งานเป็น tele-marketing ทำงานกับวิล
3. ไม่มีที่จะกลับไป เพราะบ้านเก่าก็ยังติดปัญหาเรื้อรังอย่างที่รู้
4. เมลเบิร์นสำหรับอิ่มมันคือ เมืองที่สวยและน่าอยู่มากๆเมืองนึง มาเปลี่ยนบรรยากาศ
อยู่มาได้อาทิตย์นึงละ รู้เลยว่าคุณภาพชีวิตเราตกต่ำลงไปมาด
โดยเฉพาะเรื่องที่อยู่อาศัย
แต่จะไปพล่ามเรื่องนี้ที่จู๋อื่นละกัน
อิ่มเริ่มทำงานแล้วค่ะ เป็น tele-marketing อยู่บ.ไฟฟ้าชื่อ Lumo energy
งานไม่มีอะไรมาก หน้าที่คือโทรไปบ้านคนอื่น
พยายามให้เขามาเซ็นสัญญากับบ.เรา โดยยื่นข้อเสนอต่างๆให้
แต่มันไม่ง่ายเลย...
ไม่มีใครฟัง
กระแทกหูใส่
ด่า
ตีมึน
ฯลฯ
สารพัดที่เราได้ฟังในแต่ละวัน ทำอิ่มจิตตกไปเลย
เวลาทำงาน อิ่มก็ได้แต่ท่องเรื่องเงินไว้ในใจเงียบๆ
"อาทิตย์ละ $4xx" ท่องแค่นี้แหล่ะ วนๆในใจ
เรื่องค่าคอมฯ ไม่หวังเลย
ยังดีที่วิลอยู่ด้วย เลยโยนยอดขายมาให้คน สองคน
แต่มันเป็นงานที่ไม่ง่ายจริงๆนะ ต่อให้อิ่มมีสคริปในมือก็เถอะ
แล้วงานแบบนี้ต้องมีโกหกบ้าง
ซึ่งอิ่มเป็นคนพูดโกหกแล้วจะลนลาน ไปต่อไม่ถูกอีก
วันนี้ก็โดนฝรั่งตอบกลับมาแบบไล่ต้อนสุดๆ เรากลายเป็นหมาโง่ๆไปเลย
แถมกดดันมาก เวลาคนข้างๆทำยอดได้
คนที่รับเราเข้ามา เขาก็จับตามองเรา เพราะเราเส้นเข้ามา
เพิ่งเริ่มลุยขายจริงไปแค่2วัน แต่เหนื่อยมากเลย เหนื่อยใจ
คำพูดที่โดนด่า โดนต้อนมันอยู่ในหัวตลอด
จนบางทีมันกลบคำว่า $4xx ด้วยซ้ำ
จะทนแค่เดือนครึ่งนะ
ต่อจากนั้นเค้าจะไม่ทนแล้วนะ แงงงง
(เอ๊ะ เมื่อมาระบายอารมณ์เลย :30:)
อยากบอกว่าโคตรเกลียดTele-Marketingเลย
ชอบโกหกว่าโทรมาจากtelstraมั่งล่ะ energy australiaมั่งล่ะ
ด่ากลับไปเยอะมาก รู้สึกเกลียดมากที่มาโกหกกัน
เคยสั่งเด็กที่ร้านถ้ามีคนโทรมาถามหาowner/manager ให้บอกว่าไม่อยู่
ให้ฝากข้อความไว้หรือให้ส่งรายละเอียดเข้าemail
พักหลังไม่รู้ไปหาข้อมูลมาจากไหน โทรมาขอสายแบบระบุชื่อเราหรือแฟนหรือพี่เขยกันเลย
เราก็หลวมตัวรับไปบ้าง แล้วก็ต้องมาหงุดหงิดภาษาอังกฤษสำเนียงแขกที่พูดไม่เคยฟังฝ่ายตรงข้ามเลย
สักจะพูดก็พูดตามสคริปไม่มีจังหวะหายใจ เบื่อๆก็จะปล่อยหูไว้งั้นล่ะ
ปล. อิ่มลองสมัครงานอื่นด้วยดิ เพื่อนพี่เคยทำadminจัดเอกสารบริษัทshipping ได้เฉลี่ย5-6ร้อยต่อวีคนะ เพื่อรอีกคนเคยทำcustomer care telstra ก็ได้เยอะกว่านี้ พี่มองว่าประเทศนี้ตลาดงายยังว่างอีกเยอะขยันสมัคร ขยันลองงานเก็บประสบการณืแล้วเราจะไปได้ไกลมาก
ปล.2 เมลเบิร์นน่าอยู่ นี่แพลนไว้ว่าถ้าแฟนสมัครสายการบินไม่ติดก็จะย้ายไปอยู่เมลเบิร์นล่ะ เราอาจได้เจอกัน
เข้าใจนะว่ามันโครตน่ารำคานเลย :30:
แต่อิ่มโทรไม่โกหกนะพี่ :37:
ถึงขายไม่ได้เลยไง :3005:
ปล. อิ่มมาอยู่แค่เดือนกว่าเองจ้า
เออ..จะว่าไปคนที่ปิดการขาได้ส่วนมากจะอาศัยพูดจนลูกค้างงๆเบลอๆแล้วsay yesป่ะ
พี่สาวพี่เคยเป็น1ในนั้น :30:
คุณเธอเบลออีท่าไหนไม่รู้ตอบตกลงเปลี่ยนโทรศัพท์ร้านจากtelstraเป็นบ.ที่โทรมาขาย
พอเอกสารมา เอ้าชิบล่ะ! โดนหลอกให้ซื้อของแพงในราคาถูก
ราคาแพคเกจน่ะถูกจริง แต่มีค่าใช้จ่ายยิบย่อยแฝงมาสรุปแล้วแพงกว่าtelstra20%
จากนั้นมาทั้งบ้านก็ร่วมกันสาบแช่งบ.เหล่านี้ :30:
เอ้อ...นึกได้อีกอย่าง ตอนไปเที่ยวเมลเบิร์นเอจเด็กไทยส่วนนึงเขาทำงานโรงแรมเป็นฝ่ายต้อนรับ รีเซปชั่นไรเงี้ย งานไม่หนักเงินดีมากน่าลองนะอิ่ม
ติดเรื่องวีซ่าอ่ะค่ะ
อีกเดี๋ยวก็เปลี่ยนเป็นท่องเที่ยวแล้วนะ :05:
เป็นตูจบปริญญาโท ไม่ไปทำงานแบบนั้นนะ..
เป็นตู้ถ้าจะเข้าไปให้คนชี้หน้าว่าเส้นเข้ามา ก็ขอให้เป็นองค์กรที่ดีกว่านี้นะ
ถามจริง กลับไปเพราะหางาน หรือกลับไปเพราะผู้ชาย?
มันกลับสองเดือนเองนิ :09:
เมื่อวานไปบ้านอิ่มมา พ่อก็บอกว่าอิ่มแอบอยู่บนบ้านนะ :30:
จริงๆ นะ.. ชวนวิลมาทำงานเมืองไทยดิ :47:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 26 ก.พ. 2013, 16:15 น.
เมื่อวานไปบ้านอิ่มมา พ่อก็บอกว่าอิ่มแอบอยู่บนบ้านนะ :30:
:30: :30: :30:
อยากมีโบนัสบ้าง เป็นสถาปนิกแล้วไม่เห็นเหมือนณเดชเลย :07: :07: :07:
อ้างคำพูดจาก: HyoPlum เมื่อ 26 ก.พ. 2013, 17:10 น.
:30: :30: :30:
อยากมีโบนัสบ้าง เป็นสถาปนิกแล้วไม่เห็นเหมือนณเดชเลย :07: :07: :07:
หน้าตาดีแบบณเดชหรือเปล่าล่ะ :47:
ผมว่าพี่พลัมหล่อกว่านะ :47:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 26 ก.พ. 2013, 15:03 น.
เป็นตูจบปริญญาโท ไม่ไปทำงานแบบนั้นนะ..
เป็นตู้ถ้าจะเข้าไปให้คนชี้หน้าว่าเส้นเข้ามา ก็ขอให้เป็นองค์กรที่ดีกว่านี้นะ
ถามจริง กลับไปเพราะหางาน หรือกลับไปเพราะผู้ชาย?
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 26 ก.พ. 2013, 15:03 น.
เป็นตูจบปริญญาโท ไม่ไปทำงานแบบนั้นนะ..
เป็นตู้ถ้าจะเข้าไปให้คนชี้หน้าว่าเส้นเข้ามา ก็ขอให้เป็นองค์กรที่ดีกว่านี้นะ
ถามจริง กลับไปเพราะหางาน หรือกลับไปเพราะผู้ชาย?
กลับไปแค่2เดือนค่ะ
รอรับปริญญาค่ะ ไม่รู้จะอยู่ว่างๆที่ไทยทำไม
กลับไปเพราะผู้ชายนี่อีกเรื่องค่ะ ยอมรับว่ามีเกี่ยวด้วยหน่อยๆ
เพราะอิ่มก็ต้องหาคนพึ่งพาที่นู่นด้วย
แต่กลับไปจริงๆคือ ไปทำงาน หาเงินเที่ยวค่ะ
งานนี้จะทำแค่เดือนครึ่งก็ลาออกแล้วค่ะ ก็เงินมันดีกว่าทำตามร้านอาหารเยอะแยะ
อย่างน้อย กลับไป เรซูเม่จะได้สวยๆขึ้นมาอีกนิดนึง
ว่า เคยทำงานในบ.ฝรั่ง ถึงจะแค่เดือนเดียวก็เถอะ
อ่านจบแล้วเจอลายเซ็น.. ดูรันทดขึ้นมาเลย :30:
หลังจากตกงานมานาน ทิ้งใบสมัครไว้ก็นาน หลายบริษัทเหมือนกัน
สัปดาห์ก่อนถูก CPF ใกล้ๆ บ้านเมียเรียกตัวไปสัมภาษณ์
วันเสาร์ต้นสังกัดเค้าโทรมาบอกว่าสอบสัมภาษณ์ผ่านแล้ว :53:
บอกว่าวันเริ่มงานคือ 1 เมษายน (อ้าว April Fool's day นี่หว่า :59:)
แต่ต้องรอให้ส่วนกลางโทรติดต่อมาหลังวันที่ 10 มีนาที่จะถึงนี้ก่อน :58:
ก็ต้องทำตัวและโทรศัพท์ให้ว่างไว้สินะ (ปกติก็ไม่ค่อยมีใครโทรเข้ามาหาอยู่แล้ว :15:)
ช่วงนี้เหมือนเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการลดน้ำหนักยังไงไม่รู้ :47:
ตูประเมินผลงานประจำปีเดือนนี้แหละ
มั่นใจว่าคะแนนสูงลิ่วแน่ๆ :52:
เหลือพรุ่งนี้ก็ตัดสินแล้ว
ว่าจะผ่านโปรไหม :05:
ทวงบักแอนจนงานเสร็จขนาดนี้ตูว่าไม่ต้องกังวลแล้วห่ะ
:59: Freeclub ห้ามหลุดโปรนะ ... ถ้าเอาคนอื่นมาแล้วผมเริ่มต้นงานใหม่หมดนี่ จะไปเค้นคอฟรีคลับนะ :59:
:30: ทวงแอนจนหนีกลางไทม์ไลน์ได้ ผ่านอยู่แล้วล่ะ
แต่ทวงอีถลอกไม่ได้นี่สิ :47:
ระดับความรับผิดชอบของเค้าเป็นศูนย์ :52:
นี่ตูคือตัวผ่านโปรของอีฟรีเหรอเนี่ย
งั้นไม่ส่งเนมละนะ :30:
ยังไงก็ผ่านโปรครับ เป็นหนี้หัวหน้าอยู่ไม่ใช่เหรอ :30:
เรื่องผ่านโปร เวลาทำงานก็รู้สึกเฉยๆ นะ เพราะไม่ได้คิดเอามากังวลเท่าไหร่ว่าจะผ่านโปรไหม
แต่ที่เซ็งก็คือ มันจะตกเป็นเป้านิ่งให้ที่ทำงานแกล้งได้ ประมาณว่าเป็นจุดอ่อนเดียวที่เขาสามารถแกล้งเราได้
ซึ่งตรงนี้เซ็งมาก ได้แต่จดไว้รอวันแก้แค้น
แต่คนหนึ่งที่รอแช่งให้ไม่ผ่านโปร เรียกว่าประกาศตัวแช่งเลยคือ แม่ ครับ
เวลามีปัญหาที่ทำงาน อย่างเงินไม่พอใช้ เคยเล่าให้เขาฟัง ปรากฏว่าเขายุให้ออกเลย :30:
ล่าสุดพูดเรื่องผ่านโปร แม่บอกว่า ไม่ผ่านก็กลับบ้านสิ
ผมก็บอก อ่าว ไม่หางานใหม่ที่นี่ต่อหรอ เขาก็บอกว่า มาทำงานที่บ้านดีกว่า
อ่าว แล้วค่าประกันหอที่เพิ่งจ่ายไปล่ะ เป็นหมื่นเลยนะ
เขาก็บอก ถ้าไำม่ผ่านโปร ก็กลับมาได้เลย
เอิ่ม...
จากนั้นแม่้ก็มีโทรบอกว่า ที่บ้านจะเปิดสอบสรรพากรอะไรไม่รู้ ญาติเขาแนะนำมา (ไม่แน่ใจว่าเขาแนะนำ หรือแม่ไปคุยกับญาติก็ไม่รู้)
เขาบอกถ้าเปิดสอบ ก็ให้กลับบ้านไปสอบด้วย ตามที่สัญญาตั้งแต่มาทำงานว่า ถ้ามีที่ไหนเปิดสอบ ต้องไปสอบ
เบื่อจัง ...
แม่ก็ห่วงนั่นแหละ ไม่แปลกหรอก :42:
อ้างคำพูดจาก: RomSaiKyu เมื่อ 27 ก.พ. 2013, 22:28 น.
แต่ทวงอีถลอกไม่ได้นี่สิ :47:
ทำเล่มใหม่ ผมทวงเอง ฝึกฝีมือมาแล้ว
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 27 ก.พ. 2013, 23:08 น.
ยังไงก็ผ่านโปรครับ เป็นหนี้หัวหน้าอยู่ไม่ใช่เหรอ :30:
มีตัวประกันเดียวที่ต่อรองได้ครับ ไม่ผ่านก็ไม่คืนหนี้ โย่วว :33:
แม่อยากให้มีลูกอยู่เป็นเพื่อนน่ะ เห็นบ่อย แกเหงา :30: :30:
ที่บ้านก็ให้ไปสอบเหมือนกัน ก็สมัครไปน่ะแหละ เข้าไปก็นั่งเล่น กาเล่น พอครบเวลาก็ส่งกระดาษ :30:
สอบภาค ก. ตูเข้าไปกามั่วๆ ลากช้อยส์โยงแนวทะแยงสลับฟันปลา ทิ้งดิ่งบ้างอะไรบ้าง
แม่งผลออกมาตูเสือกสอบผ่านซะงั้น :30:
ตั้งกะนั้นก็ไม่เชื่อใจผลสอบพวกนี้แล้วว่ามันวัดได้จริงๆ หรือเปล่า
สวัสดีค่ะ อัพเดทงานและชีวิตค่ะ
หลังจากที่ตอนโน้น คุณณิชหูดลากให้เข้ามาอัพเดททีนึงแล้ว แต่ยังไม่พร้อมจะเล่าอะไร
ตอนนี้น่าจะกลายเป็นข่าวเก่าแล้วล่ะ ก็เลยน่าจะได้เล่าสู่กันฟังสักที
เกศลาออกจากสามย่านแล้วค่ะ จะทำงานวันสุดท้ายในวันที่ 15 มีนาคม ที่จะถึงนี้
ย้ายงานไปทำตำแหน่งเดิม ที่บริษัทอแดปเตอร์ดิจิตอล (ที่เดียวกับน้องเดือน) ด้วยเงินเดือนเพิ่มขึ้นนิดหน่อยในระดับที่พอรับได้
และข้อดีที่สถานที่ทำงานใกล้บ้านมาก (ลาดพร้าว 5 > 5 แยกลาดพร้าว)
จะไปเริ่มงานวันที่ 18 มีนาคม ที่จะถึงนี้ค่ะ
คนแรกที่เกศบอกข่าวเรื่องการลาออก เว้นจากน้องเดือนและคนในครอบครัวแล้ว ก็คือพี่อาท เจ้าของบริษัทสามย่านน่ะแหละ
บอกพี่อาทก่อนทุกๆ คนในบริษัท เพราะคิดว่าเราควรให้เกียรติบอกเขาเอง มากกว่าให้เขารู้จากปากคนอื่น
แต่เผอิญ พี่อาทดันแอบไปได้ยินข่าวจากไหนมาก็ไม่รู้ ว่าเกศไปสมัครที่ใหม่ (ซึ่งเป็นที่ที่เกศไม่รู้จัก = =")
พอมาถามเอาจากเกศ ก็เลยได้แต่บอกไปว่า ไอ้ที่พี่ได้ยินเรื่องนั้นมาน่ะผิด แต่ที่ถูกก็คือ เกศจะลาออกจริงๆ นะคะ สวัสดีค่ะ :46:
เกือบ 2 ปีที่ทำงานกับสามย่านมา เป็นชีวิตการทำงานที่ได้อะไรมาเยอะมาก และเสียอะไรไปเยอะมากเช่นกัน
ได้ทั้งประสบการณ์ เพื่อน ชีวิต สังคม ชาวสามย่านน่ารักมาก ทำงานด้วยแล้วมีความสุข ไม่ค่อยดราม่าเท่าไหร่
ได้ทำอะไรต่อมิอะไรที่ไม่เคยทำ ได้ทำสิ่งที่ไม่เคยคิดอยากจะทำแต่ก็ต้องทำ ได้ทำสิ่งที่รู้สึกว่าฝืนใจทำ..แต่ก็ต้องทำ
ได้ทำหน้าที่ที่ถูกเกลียดจากทุกฝ่าย ทั้งเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า ผู้บริหาร ได้ฝึกการกลั่นคำด่าออกมาเป็นรอยยิ้มและภาษาดอกไม้
และ
ได้เรียนรู้ว่าการทุ่มเททำงานจนตัวตาย ไม่เคยมีใครเห็นคุณค่าอะไร ไม่เคยมีอะไรตอบแทน
แถมท้ายด้วยการได้โรคเครียดจนหูอื้อติดตัวมาอีกต่างหาก
ปีแรกที่ทำงาน ยอมรับว่าคิดถึงงานมดปลวกมาก
อยากกลับไปเป็นปลวกงานเหมือนเดิม ไม่อยากเป็นแล้วพญาปลวก
เคยสมัครงานใหม่ และมีบ.ญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง เสนองานให้ด้วยเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นเยอะมาก
แต่สุดท้ายก็ไม่กล้า เพราะรู้ว่าสกิลปลวกงานตอนนี้มันอ่อนด้อยมาก และไม่สามารถกลับไปทำได้อีกแล้ว
ถ้ารับงานไป ก็คงทำไม่ได้อย่างที่เขาคาดหวัง พาลจะไม่ผ่านโปรแล้วจะเฟลชีวิตเอาเปล่าๆ
ก็เลยปฏิเสธไป (โดนด่าชิบหายจากคนรอบข้างมาจนทุกวันนี้)
แล้วสุดท้าย ก็กลับมาทุ่มเทกับการเป็นพญาปลวกเหมือนเดิม
ชีวิตไม่ได้รู้สึกดีขึ้น แต่ทำใจกับงานได้มากขึ้นนิดหน่อย
เว้นแต่ว่า
เกศไม่ชอบระบบอะไรหลายอย่างของที่นี่ มันสดเกินไป เหนื่อยเกินไป
เกศถูกคาดหวังให้ทำอะไรหลายอย่างที่ท่านผู้นำอยากได้ อยากมี อยากเป็น แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
ไม่มีคนสอน ไม่มีแนวทาง ทุกอย่างจงไปมั่วเอาเอง
ก็โอเคนะ ดิ้นรนทำให้ได้
แต่ที่รับไม่ได้ คือสุดท้ายเราก็ถูกวางตัวเป็นแค่หมากตัวหนึ่งในเกมการเมืองระหว่างนายจ้างกับลูกค้า
พูดกับเราอย่างนึง พูดกันเองอย่างนึง บังคับให้เราพูดกับลูกค้าอย่างนึง แล้วไปตกลังกันเองอีกอย่างนึง
อืม ชักไม่สนุกละ
ในที่สุดก็หมดใจ
ช่วงเวลาในการหางานใหม่กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ได้กลับไปหางานมดปลวกแล้ว
ถ้าไม่สามารถกลับไปเป็นมดปลวกเหมือนเดิมได้ ก็ต้องเป็นพญาปลวกที่เก่งกว่านี้ให้ได้
ซึ่งที่นี่ไม่มีอะไรที่เกศสามารถทำได้ หรือเรียนรู้ได้อีก
หรืออาจจะมี แต่เกศไม่มีใจแล้ว
คนแรกที่คุยด้วยคือเดือน
เดือนบอกว่า ถามตั๊กถั่วสิ ตั๊กถั่วเพิ่งไปสัมภาษณ์มา (อ้าว อินี่ไวกว่า)
ก็เลยไปคุยกับตั๊ก
สรุปสั้นๆ ได้ว่า เราก็เบื่องานพอๆ กัน แล้วตั๊กก็แนะนำให้ไปสัมฯ ที่เดียวกัน
เป็นที่ที่เบลกำลังจะเริ่มงาน และเขาต้องการรับคนอีกหลายคน
ก็ โอเค ไปก็ไป
บ.ที่เบลไปทำ ออฟฟิศน่ารัก บรรยากาศน่ารัก พี่ MD ก็น่ารัก
เสียแค่ว่าโคตรไกลมากกกกกกกกกกกกก โหดร้ายกับชีวิตสุดๆ
แต่ตอนนั้นใครให้ไปไหนก็ไปนะ กูไปหมด เรียกมาเถอะ
กลับมาจากสัมฯ คุณณิชหูดก็เด้งมาบอกข่าวตลอดว่าเขาจะเอาแล้วนะ แต่ยังไม่ได้เรียก
รีรออยู่เพราะอยากให้มาเริ่มงานเมษา เรียกมาเร็วกลัวไม่มีงานจะให้ทำ
เราก็ไม่ได้ว่าอะไร ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ
จนวันนึงน้องเดือนมาถามว่า ไปอแดปเตอร์กับเดือนไหมพี่เกศ :27:
แล้วเดือนก็เด้งไปแนะนำเกศให้ MD ของอแดปเตอร์รู้จัก ให้เกศส่ง resume ไปทางเมล์
5 นาทีถัดมา อแดปเตอร์โทรกลับมาสัมภาษณ์ แล้วนัดเราเข้าไปคุยเลยในเย็นวันเดียวกัน
พอวางสายปั๊บ บ.แรกที่ไปสัมฯ ก็โทรมาจองตัวไว้ก่อน บอกว่าจะเอาเราแน่ๆนะ เดี๋ยวเรื่องราคาว่ากันอีกที
(มารู้ทีหลังว่าคุณณิชหูดไปกดดันให้เขารีบโทรมาล๊อบบี้ กลัวหลุด บ้าบอมาก :30:)
ตกเย็นก็ไปอแดปเตอร์จนได้ คุยเรื่อยเปื่อยไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
วันรุ่งขึ้นพี่เขาก็โทรมา ตอบตกลงทั้งเงินเดือนที่ขอไป และวันเวลาเริ่มงาน
แล้วก็นัดให้เข้าไปเซ็นสัญญาเลย
ตกใจนะ เป็น process ที่เร็วมาก
เร็วจน HR ของอแดปเตอร์เองก็ตกใจว่าอีนี่โผล่มาจากไหน คนอื่นเขาส่งใบสมัครกันมากองไว้เป็นเดือนๆ
แต่ก็โอเคแหละ แฮปปี้ทั้งสองฝ่าย
เกศเองก็เดินไปแจ้งพี่อาทเรื่องลาออกจากงาน และโทรไปแจ้งบ.ของคุณหูด ว่าเราคงไม่ได้รับตำแหน่งที่เขาเสนอให้แล้ว
กำหนดการของเกศคือ จะทำงานที่สามย่านวันสุดท้ายในวันที่ 15 เพราะอยากช่วยเคลียร์งานที่อยู่ในมือให้หมดก่อน
ทั้งๆ ที่จริงๆ เกศจะไปตั้งแต่สิ้นเดือนกุมภาฯนี่เลยก็ยังได้ ระยะเวลามันได้พอดีนั่นแหละ
แต่งานที่อยู่ในมือเกศมันเยอะจริงๆ จนตอนนี้ก็รู้สึกแล้วล่ะว่าคงเคลียร์และส่งมอบงานให้คนอื่นไม่ทันวันที่ 15 หรอก
แต่ยิ่งอยู่ต่อไป ระยะเวลาที่เหลือยิ่งทำให้รู้สึกว่า ทุ่มเทเสียแรงเปล่าจนนาทีสุดท้ายจริงๆ
ลาก่อนนะสามย่าน
15 วันที่เหลือ ฉันก็จะทำดีกับเธอเหมือนที่เคยทำเสมอมา
ไม่ว่าเธอจะตอบแทนฉันอย่างไร
หรือไม่ตอบแทนอะไรฉันเลยก็ตาม
ขอบคุณพี่แอนที่พาเกศเข้ามา
ขอบคุณน้องเดือนที่พาเกศออกไป
ขอบคุณคุณเบลด้วยที่พยายามแย่งตัว :30:
ถึงกวาง ..ถ้ามาอ่านนะ
ขอโทษทีที่ไม่ได้บอกก่อนจะเรียกกวางมาสัมภาษณ์ที่สามย่าน
พยายามจะบอกแล้ว แต่พิมพ์ไปบอกทีไร ข้อความจะส่งไม่ไปทุกที ยังกะอาถรรพ์
อย่าเพิ่งตกใจกับอะไรที่พี่เขียนเยอะแยะ
สามย่านเป็นที่ที่ดี เพื่อนร่วมงานน่ารัก และมีบรรยากาศที่สุดยอดมาก
ไอ้เรื่องแย่ๆ ที่พี่เจอ มันมีแค่พี่และ PM อีกไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้ประสบ
คนอื่นๆ ในออฟฟิศไม่ได้รับรู้อะไรแบบนี้ด้วยหรอก ไม่เชื่อถามพี่แอนหรืออิแบงค์ก็ได้
พวกนั้นน่าจะไม่เก็ทเลยว่าที่ตูพูดมาทั้งหมดมันหมายถึงอะไร :30:
ถ้ากวางตัดสินใจมาทำที่สามย่าน ก็ยินดีต้อนรับนะ
เราอยากให้กวางได้งานดีๆ ได้เงินดีๆ สมกับการทำงานที่กวางทำแบบหนักหนาสาหัส
เห็นที่อื่นกดเงินเดือนกวางขนาดนั้นแล้วมันรับไม่ได้ เลยอยากเรียกมาที่นี่
แต่เราคงไม่มีโอกาสได้ร่วมงานกันจริงๆหล่ะ เพราะกว่ากวางจะมา ฉันก็ไปแล้วจ้าา
รักทุกคน พิมพ์ยาวชิบเป๋งเลย
เออ ไม่เก็ตเลยจริงๆ :3005:
ไม่รู้และไม่มีกลิ่นอะไรสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้นยังไงบ้าง
เพราะปกติอยู่ที่ทำงานก็คุยแบบไม่มีใครมีความลับสักคน
เลยยังแปลกใจในหลายๆ บรรทัด ว่าทำไมถึงคุยกัน ปรึกษากันด้วยการพิมพ์วะ :3005:
หอหญิงช่างน่ากลัวจริงๆ :3005:
(กวางไม่ต้องกลัวหรอก ถ้าได้มาสามย่านน่ะ บรรยากาศของหอชายเป็นโคตรจะคนละบริษัทกันเลย)
:27: :27: :27:
ขาดสาวตึงหมดละ สามย่าน
นี้เกศตึงสุดแล้วนะ
รองลงมาก็น้องธันย์แล้วล่ะ
จะบอกว่าหอชายตอนนี้พุ่งเป้า (หมายถึงพุ่งเป้าจริงๆ) ไปที่ห้องหัวมุมล่ะ
สาวบิกินี่ในตำนาน :07c:
โอย ขอบคุณค่ะพี่เกศ
เชื่อมั้ยยัง 50/50 อยู่เลยกะสัมภาษณ์รอบเย็นนี้เนี่ย ตูจะรอดมั้ยนะ? :3005:
ส่วนเรื่องสภาพแวดล้อม คนอยู่ในตำแหน่งนั้นหน้าที่ความรับผิดชอบก็สูงกว่าปกติ อันนี้เข้าใจได้จ้า
เห็นพี่เกศได้ไปอยู่ที่สบายกว่านี้ก็ไปนะเค้าไม่ว่าไร
(ถ้าอยู่ที่เดิมแล้วมาป่วยบ่อย ๆ แบบนี้นี่ก็ไม่ไหวนะ) ตอนที่อ่านเมนต์พี่เกศเสร็จปั๊บก็อึ้งไปนิดหน่อยแต่ก็นะ มันก็เป็นไปตามวัฏจักร
เคยคิดอยากอ่านดราม่าของที่สามย่านเหมือนกัน ว่าเราจะรับสถานการณ์ประมาณนี้ได้มั้ย
แต่หาอ่านยาก หรือไม่มีให้เห็นก็ไม่ทราบ และไม่ค่อยมีเวลาด้วย (ต้องปั่นงานและอื่นๆ)
แต่ก็นะ.. ถ้าผ่านงานโรงงานที่คนงานเยอะๆแล้วมีแต่คนอิจฉาริษยา ให้ร้ายต่าง ๆ นานามาได้
ทำงานดึกดึ่นยันรุ่งสาง แต่ผลตอบแทนไม่ค่อยโอเคแล้วยังไหว
เรื่องหนักหนากว่านี้ก็ต้องผ่านไปได้น่ะแหละ
ส่วนที่พี่แอนว่ามา หมายความว่าไงอ่ะ? หอชาย!? :55:
บิกินี่ไหนวะ เห็นแต่ฝรั่งอ้วนๆ โหดๆ :08:
กวางจะโดนกล่อมเกลาด้วยเพลง คาราบาวระหว่างทำงาน พร้อมด้วยตลกคาเฟ่
อยากกลับไปเปิดเพลงพุดเดช ใส่หอชายอีก :30: :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: KateZiffanY เมื่อ 28 ก.พ. 2013, 12:49 น.
บิกินี่ไหนวะ เห็นแต่ฝรั่งอ้วนๆ โหดๆ :08:
เดินไปถามหอชายเดี๋ยวนี้เลย อะไรกัน ออกจะเป็นตำนาน :0705:
อ้อ ถ้ากวางได้เจอหอชายอะนะ
มันเป็นสถานที่ที่แบบว่า :08: เคยบ่นกันดังๆ เลยว่าแม่งไร้ดราม่าสิ้นดี ทำไมเป็นสังคมแบบนี้วะ
คือแปลกใจที่ไม่มีเลยอะ ไม่มีเลยยยยย สักนิด คงเพราะไม่มีตัวเชื้อไฟอยู่เลยล่ะมั้ง
เดี๋ยวเปิด the shock แล้วใส่หูฟังไปละกันนะ :56:
ทุกวันนี้ตูก็ฟังเดอะช็อกเวลาทำงานทุกวันเลยนะ
แต่แบบ แป๊บๆ ก็ต้องถอดมาฟังคนอื่นแม่งคุยกันละ เลยฟังไม่จบสักเรื่อง
ก็คงพอนึกออกแหละ สถานที่ทำงานที่แม่งปล่อยมุกกวนตีนแข่งกันรัวๆ
เดี๋ยววันนี้กวางมา ว่าจะจับไปนั่งในหอชายระหว่างรอสัมฯกับพี่อาทน่ะแหละ
เออ เลยลืมขอโทษเกศเลย อ่านดูแล้วรู้สึกตูมีส่วนร่วมในวิกฤตการณ์ครั้งนี้
แถมยังเข้ามาโพสต์ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอีก :46: :3005:
แต่ก็คิด(ไปเอง)ว่าเกศน่าจะเข้าใจว่าอะไรที่มันดี มันก็จะดี อะไรที่มันเลวร้าย ก็อย่าไปทน
เลยสนับสนุนทุกครั้งเวลาใครจะลาออกจากงานเพราะวิถีชีวิตไม่เหมาะกับที่ทำงานแล้ว
(เอ๊ะตูเล่าไปยังวะว่าตูก็จะออกเหมือนกัน (แต่ไม่ออกแล้ว))
เห็นในทวิตเตอร์มีแคมเปญรณรงค์ #freekate กันตะกี้ :30:
ดูรายชื่อแต่ละคนแล้ว น่าจะบิ๊วอะไรแบบนี้กันมาสักพักแล้วใช่ปะ
แต่บอกตามตรงเห็นแล้วรู้สึกผิดจังเลยที่เอาเกศมาทรมาน
เห็นแท็กนั้นเลยดูเหมือนโดนด่าไปด้วย ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกะบริษัทนะ :3005:
ขอให้โชคดีมีผัวครับ
แต่งไปแล้ว :07:
เอาวะ!! หอชายก็หอชาย
ตอนสัมภาษณ์นี่ยอมรับว่าถามหนักเอาเรื่อง สิ่งที่ถามมานี่คือเรื่องในอดีตที่เคยทำแทบทั้งสิ้น
มีบางอย่างที่จำได้ และจำไม่ได้ จำได้เลา ๆ ก็มี ก็เลยลังเลว่ามันจะผ่านรึป่าว (ไมเกรนแดกเลย :58:)
บางอย่างที่พูดไปเรายังลังเลเลยด้วยว่ามันใช่มั้ย
ก็ ถ้าผ่านเย็นนี้แล้วรับเข้าทำงานได้ก็ดี เพราะมีแผนชีวิตที่ต้องทำต่ออีก
แต่ถ้าไม่เอา อันนี้ก็ไม่ซีเรียสอะไรนะ เพราะก็ค่อย ๆ หาใหม่ต่อไปเรื่อย ๆ น่ะล่ะ
อยากเปลี่ยนงานมั่ง
มีงานมดปลวกให้ทำมั่งไม๊
:05:
พี่แอนขอโทษเกศทำไม :07:
เกศแค่ไม่โอเคกับวิธีตัดสินใจ วิธีดำเนินการ และวิสัยทัศน์ของท่านผู้นำ
ซึ่งมันทำให้อะไรหลายๆ อย่างแย่ ทั้งๆที่โดยรวมมันควรจะดี - ดีมากด้วยซ้ำ
ไม่แปลกใจเหรอว่าทำไมในองค์กรเดียวกัน ห้องนึงร่าเริงกันเป็นบ้า แต่อีกห้องนึงเหมือนพายุลงตลอดเวลา
ขอไปหาคำตอบที่อื่นก่อนนะ ว่ามันเป็นแบบนี้กันทุกที่หรือเปล่า
ถ้าใช่ เกศก็คงไม่เหมาะกับตำแหน่งหน้าที่นี้จริงๆ
แต่ถ้าไม่ใช่ ตัวปัญหามันก็อยู่ตรงที่เกศสงสัยอยู่นี่แหละ
ขอให้เกศโชคดี
มีผัวแล้วจ้ะ :27:
หอหญิงไม่ได้พิมพ์คุยนะ มีอะไรก็ดราม่ากันผ่านคำพูดนี่แหละ แต่หอชายไม่ได้เข้ามาฟังเอง :47:
คือเอาตรงๆ เท่าที่รู้เท่าที่เห็นคือ PM ที่นี่ทำงานเกินสโคป PM ไปเยอะมาก เป็นหน้าด่านไปตบตีกะลูกค้า
(ซึ่งจริงๆ มันต้องมี AE อะไรงี้ไม่ใช่เหรอ แต่มันก็แล้วแต่แต่ละที่อีกมั้ง)
แต่อย่างที่เห็นคือแต่ละคนก็จะโดนเจ้านายสั่งมาว่าต้องทำนั่นนี่นี่นั่น
(ที่บางอย่างเกินความสามารถตัวเองไปมาก และไม่สามารถอุทธรณ์ได้ว่าฉันไม่อยากทำ ไม่ทำก็คือ ออกไปเลยดีกว่า)
เอาง่ายๆ ว่าอย่าง จพ ที่ตอนนี้เป็นเฮดของโปรเจ็กต์พิชชิ่งเพื่อทำแคมเปญ, จ้างเซเล็บทวีต หรือทำเฟซบุ๊กแอป เครียดไมเกรนแดกทุกวัน
คือไม่รู้สิ เดือนคิดว่ามันก็ไม่ใช่ทุกคนที่พูดเจรจาต่อรองเพื่อความสุขของตัวเองได้สำเร็จอะ
มันมีปัญหาเรื้อรังหลายๆ อย่าง หลายๆ ส่วน (รวมถึงแก๊งมดปลวดที่นังถั่วเป็นพญาปลวกด้วย)
ปัญหาพวกนี้ไม่ใช่ไม่เคยพูด เคยพูดไปแล้ว ก็ได้รับคำสัญญาว่ามันจะดี จะปรับนี่นั่น
และกาลเวลามันก็พิสูจน์ว่าเวลาผ่านมาระดับนึงแล้วเรื่องมันเป็นยังไง
ยืนยันว่าหอชายเป็นห้องที่บรรยากาศดีมีความสุข แต่ห้องพีเอ็ม (คอนเทนต์ไม่ค่อยโดนอะไร) พีเอ็มแต่ละคนทุกข์เกินรับจริงๆ
ป.ล. ไม่ค่อยอยากพูดเลยเพราะที่พูดๆ มา ก็ไม่ใช่เรื่องของเดือน (เสือกทั้งนั้น 555) แต่ก็นะ เจ๊เกศจัดเต็ม เลยเขียนเอาซะหน่อย
เราพิมพ์กลางๆนะ ไม่ได้จัดเต็ม ไม่ได้ดราม่า ไม่ชอบการดราม่าเลยโดยการส่วนตัว เว็บจ่ายังไม่อ่านเลย :30:
เรื่องที่มันหนักกับชีวิตก็ทำเป็นลืมๆ ไปหมดแล้ว
จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร แค่จำได้ว่าเจ็บ และมันทำให้หมดใจลงทุกวัน ทุกวัน
ไม่อยากเล่า เพราะรู้ว่าเราคงโดนอยู่คนเดียว
หอชายมีความสุขก็ดีแล้ว หอหญิงจริงๆก็มีความสุข มีแค่ PM เท่านั้นแหละที่ทุกข์ระทม
จะเอาให้แคบลง ก็มีแค่เกศกับจพ.แหละที่อ้วกเป็นเลือดทุกวัน
ตอนคุยก็ตะโกนคุยอย่างเดือนว่า ไม่ได้พิมพ์คุยกันหรอก จะมีเรื่องที่พิมพ์คุยกันก็แค่เรื่องนี้กับน้องเดือน
คือเปลี่ยนงานใหม่ จู่ๆจะตะโกนคุยกันในห้องก็ไม่ไหวใช่ไหม กลัวจพ.ช็อคตายน่ะเรื่องของเรื่อง
(แล้ววันที่บอก จพ.ก็ช็อคตายจริงๆไง จำได้เปล่า)
แล้วไอ้ #freekate นี่มันอะไร๊ ห๊าาา อีเบ๊ลล :30: :30:
อ้าวเหรอ ทุกวันนี้หอชายตะโกนคุยเรื่องลาออก เรื่องฝิ่น เรื่องงานใหม่ งานนอกงานใน
แบบทุกเรื่องที่แม่งไม่ควรคุยกันรึเปล่าวะในออฟฟิศจนเป็นธรรมชาติมากๆ
เลยเริ่มเบลอๆ ละ คิดว่าที่อื่นเขาก็คงคุยกันแบบนี้ไง :59:
พี่แอนจำปฏิกริยาจพ.วันนั้นได้ไหมล่ะ เกศจำท่าผงะติดตาเลย
ไหนจะช็อตกวาดของหมดโต๊ะแล้วกลับบ้านตั้งแต่เที่ยงอีกนะ
คงจะกล้าตะโกนคุยเรื่องนี้หรอก :30:
อ้อ วันศุกร์หน้ามีไปพรีเซนต์งาน พี่อาทให้พี่แอนไปขายของด้วยนะจ้ะ :27:
อ้าวเหี้ยละ ออกๆๆ
งั้นตูหางานใหม่ต่อเลยละกัน :3005:
หอหญิงอะไรกัน :51:
ตูไม่อยากทำงานไอทีละ โลกที่คิดว่าบันเทิงกลายเป็นงี้ได้ไง :0705:
เฮ้ยๆๆ ย้อนขึ้นไปอ่านอีกทีสิ :30:
งานโปรดักชันกับงานจัดการมันคนละสายกันนะ
ก็อ่านหมดแล้วนะ แต่แบบ ทำไมคนไอทีในทวิตแม่มบ่นกับเรื่องงานกันทั้งนั้นฟะ ทำงานเหมือนจานเกศกันหมดเรอะ :30:
เบื่อตอนโดนจุกจิกแค่นั้นแหละครับ แก้บ้าง เร่งบ้าง ขอเว่อร์บ้าง ยูสเซอร์โง่บ้าง
:30: อ่านไม่รู้เรื่อง แต่เป็นดราม่าที่ดูฮาทั้งน้ำตาดี
ยูสเซอร์โง่นี่ปัญหาหลักเลยนะ :12:
อาจารย์ที่สอน Software Project Management บอกว่า users are supposed to be เซ่อ and งก
เข้าใจเลย
จริงๆ มีไปสัมฯ มาสองบ.ด้วยนะ :30: แต่พอไปสัมฯเสร็จ กลับมามีเรียกคุยทีมกราฟิก เห็นมีงาน เออฟังดูดี น่าสนใจ
และก็ ตูได้ปรับเงินเดือนขึ้นมาเล็กน้อย ก็เลยคงอยู่ต่อไปอีกซักระยะ ยังไม่รีบหางานอื่นต่อ
ส่วนที่ๆ ไปสัมฯนั่น เงียบไปละเป็นโปรดักชั่นงานทีวี แบบที่เคยทำเมื่อก่อน
จริงๆก็ชอบที่สามย่านนะ เราใช้ชีวิตของเราได้ จัดสรรเวลาให้ตัวเองได้สบายมาก ไม่เหมือนตอนทำทีวีเลย
ลาพักร้อนเต็มพิกัด เวลารับฝิ่นก็มี อย่างตอนทำที่แกรมมี่นะเลิกงานเร็วสุดคือสามทุ่ม :59:
ส่วนที่อยากออกไม่ใช่อะไร คือช่วงนี้ทำงานขยะมากไปหน่อย จนไฟในตัวมันหายไปหมดแล้ว #yxxx
เลยอยากออกไปทำงานที่มันทำให้ไฟลุกโชนอีกครั้ง แต่ก็ไม่รู้ว่าคิดดีแล้วหรือเปล่าที่จะกลับไปทำงานทีวีน่ะ
จบละ เห็นเค้าเล่า เลยอยากเล่าบ้าง
รับฝิ่นที่เติมไฟได้ทั้งชีวิตไหมแบงค์ :17:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 28 ก.พ. 2013, 20:25 น.
รับฝิ่นที่เติมไฟได้ทั้งชีวิตไหมแบงค์ :17:
หืมมมม ฟืน น้ำมัน เอาหมดเลยฮะ (ถ้าทำได้นะ) (http://www.f0nt.com/forum/Smileys/iannnnn/39b.gif)
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 28 ก.พ. 2013, 13:03 น.
เออ เลยลืมขอโทษเกศเลย อ่านดูแล้วรู้สึกตูมีส่วนร่วมในวิกฤตการณ์ครั้งนี้
แถมยังเข้ามาโพสต์ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอีก :46: :3005:
แต่ก็คิด(ไปเอง)ว่าเกศน่าจะเข้าใจว่าอะไรที่มันดี มันก็จะดี อะไรที่มันเลวร้าย ก็อย่าไปทน
เลยสนับสนุนทุกครั้งเวลาใครจะลาออกจากงานเพราะวิถีชีวิตไม่เหมาะกับที่ทำงานแล้ว
(เอ๊ะตูเล่าไปยังวะว่าตูก็จะออกเหมือนกัน (แต่ไม่ออกแล้ว))
เห็นในทวิตเตอร์มีแคมเปญรณรงค์ #freekate กันตะกี้ :30:
ดูรายชื่อแต่ละคนแล้ว น่าจะบิ๊วอะไรแบบนี้กันมาสักพักแล้วใช่ปะ
แต่บอกตามตรงเห็นแล้วรู้สึกผิดจังเลยที่เอาเกศมาทรมาน
เห็นแท็กนั้นเลยดูเหมือนโดนด่าไปด้วย ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกะบริษัทนะ :3005:
ขอให้โชคดีมีผัวครับ
tag นี้ไม่มีอะไรเล้ย เล่นตามเดือน ตอนนี้เลยเปลี่ยน event ไปตามคนที่จะออก มี #freekate #freetua อาจจะมี #freebanku ด้วย ใครจะไปรู้ :30: :30:
ปล ตอนนี้เลยได้ทำงานกับตั้กถั่วทั้งสามที่การทำงานเลย คบ คบ รียูเนี่ยนครั้งแรกในรอบสองปี :30:
ลาออกจากราชการมาพร้อมกับอาการป่วยที่เรียกว่าโรคซึมเศร้า
ครอบครัวและเพื่อนๆ ช่วยกันฉุด ดึง พยุง ให้ยืนได้ ... เอ๋อ ไปเป็นเดือน ไม่สามารถทำอะไรได้
ประกอบกับเปิดบริษัทนำเข้า ... แม้กระทั่งแค่การส่งอีเมลล์ติดต่อกับต่างชาติตูก็ไม่กล้า เพราะความไม่มั่นใจ รู้สึกว่ากูทำไม่ได้แน่ๆ
ชีวิตตูไม่เคยทำอาชีพห่าอะไรแล้วประสบความสำเร็จเลย ... แต่รับประกันความมันส์ระยำ
ที่คนๆนึงจะเปลี่ยนอาชีพ เปลี่ยนวิถีชีวิตได้หลากหลายและสามารถเลี้ยงตัวเองได้
ตูอยู่ในห้วงเคว้งคว้างมากๆ แม้ว่าในปัจจุบันจะได้ใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการมาตลอด
ตระหนักเรื่อง เวลา ... ว่ามันโคตรมีค่ามากจริงๆ ถึงจะสบายไปหน่อย ก็ยังไม่ค่อยชินอยู่ดี
จากแต่ก่อนตูเห็นเม็ดเงินจากโอกาสทุกทาง เห็นความสำเร็จ ... แต่ตอนนี้ตูมองไม่เห็นอะไรเลย
ตูเลยต้องปรับชีวิตให้ช้าลง ปรับอารมณ์ให้แจ่มใสขึ้น ... ทบทวนว่าตัวเองชอบทำอะไร อะไรทำให้มีความสุข
ไม่ต้องพิสูจน์ตัวเองกับใคร ถอดหัวโขนทั้งหมดที่มี ....... วันนึง ตูก็คงจะรู้ และได้ก้าวเดินอีกครั้ง
แต่ของจริงมันรอได้ที่ไหนล่ะ :59: สรุปคือทำไป ค่อยๆคิดไป
จะล้มก็ล้มบนฟูกล่ะวะ แล้วไอ้ห่า...ใครจะปล่อยให้ล้มวะทั้งงานราษฎร์ งานหลวง
งานที่ตูถนัดน่าจะเป็นงานล็อบบี้ งานคอนเนคชั่นมหาเทพ ประสานกระชากวิญญาน วิน-วิน เพื่อผลลัพธ์แก่มหาชน :47:
อนาคตตูแม่งเข้าโหมดเดิม เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ ... เหมือนเดิม
ถ้าใครอ่านของส้มแล้วดูเหมือนไม่เข้าใจ ให้ปาดนวลหรือกด Ctrl+A นะครับ :30:
แล้วจะรู้ว่าไม่มีอะไรซ่อนไว้เลย
:59:
หมอแม่ง :59:
ปาดจนจอถลอกแล้ว :59:
ปล่อยตัวอย่างหนังชีวิตตัวเองบ้าง
เวลาเปิดออฟฟิศเป็นเรื่องเป็นราว มีลูกน้อง
รับงานเป็นล้านๆ วางโปรเจคระยะยาว
สร้างงานระดับชาติ เคลื่อนไหววงการ เคลื่อนไหวสังคม
ไม่เกินปีนี้ งานเริ่มซักอย่างแน่
ไม่เกินปีหน้า ชีวิตเปลี่ยนแน่
แต่ตัวเองเหมือนว่างเปล่ายังไงไม่รู้ จริงๆ นะ
เอาแล้วไง :25:
เอาใคร :25:
อัปเดตบ้าง (หลังจากไปอัปเดตใต้ดินซะนาน)
งาน
วันนี้ทำงานที่ใหม่ที่แรก
เดือนเปลี่ยนงานครั้งที่สามแล้ว
สองที่แรกไม่เท่าไหร่ เพราะเป็นที่ๆ มีคนรู้จักอยู่ และไปเป็นรุ่นบุกเบิกทั้งสองที่เลย :30:
เลยแบบ มันไม่ค่อยอะไรกะสภาพแวดล้อมเท่าไหร่ (จริงๆ สิ่งที่ใจหายตอนลาจากสามย่านคือเพื่อนร่วมงานนะ)
ที่ใหม่เป็นที่แรกที่แบบ เดือนเลือกด้วยตัวเอง ดุ่มๆ เข้าไปเอง จนตอนนี้ ณ วันนี้ก็มีคนถามว่า มึงเข้ามาได้ไง :30:
เหมือนแบบวงการมันแคบไปไหนก็ต้องรู้จักกัน แต่เดือนไม่รู้จักใคร ผลงานเก่าก็ไม่มี...เออ แล้วเค้ารับตูทำไม :31:
(ผลงานที่ว่าคือ ผลงานดูแลแฟนเพจที่เป็นแบรนด์นะ ไม่ใช่เว็บ ไม่มีเลยอะ)
พอเข้าทำงานที่ใหม่ ตอนเช้าไปนี่กะจ๋องมากคือ ไปเช้า รอเค้าปฐมนิเทศ แล้วก็ไปเจี๋ยมเจี้ยม ไม่รู้จักใคร
ไม่รู้จะคุยกะใคร :30: (คือแบบ สานสัมพันธ์ไม่เก่ง แต่เต็มใจจะคุยนะ ไม่ใช่ใครมาคุยแล้วเขียวใส่ เค้าเปลี่ยนไปแบ้ว)
แต่ตอนเช้าแบบ งานก็ไม่มี (คิดว่าเราน่าจะอยู่ใต้การควบคุมของพี่ MD แล้วเค้ามาบรีฟว่าจะต้องทำงานอะไรตอนบ่าย)
ตอนเช้าเลยแบบ เหงานิดหน่อย คิดถึงสามย่านด้วย :3005:
พอตอนบ่ายงานเริ่มมา เริ่มรู้แล้วว่าตัวเองต้องทำอะไร
หน้าที่ตามตำแหน่งคือ Social Media Planner แต่เอาเข้าจริงก็คือ เฟซบุ๊กแมน (แบบที่พี่แอนว่า)
คือดูแลแฟนเพจ คิดว่าจะลงคอนเทนต์อะไรให้เข้ากะแบรนด์ โดนไปบรีฟเรื่องคอนเซ็ปต์ของแบรนด์แล้วก็ ไปคิดมา จะทำอะไร จะลงคอนเทนต์ยังไง
แล้วตอนเย็นก็มีเพื่อน มีคนที่แบบ อายุเท่าเรา เฟรนด์ลี่มั่กๆ (น่ารักด้วย :27:) มาลากให้ไปรู้จักกะคนนั้นคนนี้
ซึ่งแบบ..บรรยากาศมันคล้ายๆ Skoolbuz (ที่แรกที่เราทำงาน) เลยอะ :30: คือฮา แล้วแต่ละคนก็โอเคดี บรรยากาศดี
วันนี้มีวันเกิดคนในนั้น ก็ไปเฮโลแฮปปี้เบิร์ดเดย์ กินเค้กสานสัมพันธ์ ตอนเย็นเกาะไปตลกแดก (เจ้านายเลี้ยง) เนื่องในโอกาสฉลองวันเกิดให้ลูกน้อง โอกาสเลี้ยงส่งลูกน้องอีกคนนึง บลาๆๆ
ตอนเช้าเดือนรู้สึกตัวเองอยู่คนละดาวกะคนกลุ่มนี้
ตอนเย็นเดือนรู้สึกตัวเองก็พอจะอยู่ในดาวนี้ได้บ้าง..นิดนึง
โอเคนะ มีความสุขกว่าที่คิด (ในวันแรก) วันต่อไปไม่รู้ แต่ก้าวแรกเราโอเคมันก็ดีกว่าไม่โอเคชิมะล่า
ยังไม่จบเรื่องงาน
งานที่นี่คืองานที่เดือนคาดว่าจะได้ทำ (ที่สามย่าน) แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ทำ
ซึ่งเอาจริงๆ ค่อนข้างกดดันนะ เพราะเราไม่มีพื้นเลย แต่เอาเหอะ ไม่มีพื้นมาตั้งหลายอย่างก็ผ่านมาได้ มันก็ต้องผ่านไปได้สิวะ :07:
เงิน
โอเคย์ :27: อย่างน้อยครึ่งปีแรกนี่รายได้โอเคแน่นอน
จริงๆ มีเงินค่าขนมเพิ่มจากเงินเดือนตั้งแต่ปีที่แล้วๆ มาแล้วนะ แต่ครึ่งปีแรกของปีนี้นี่โอเคย์
(แลกกะการเหนื่อยชิบหายวายป่วง คือวันๆ นึงเดือนทำงาน
มีบางวันไปออกกำลังกายที่หนักเห้ๆ แล้วต้องกลับมาปั่นงานอะ เหนื่อย แต่มันก็ต้องแลกไง)
ความหวัง
หวังว่าจะเก่งกว่านี้ หวังว่าจะเรียนรู้อะไรจากที่นี่ได้ หวังว่าจะผ่านโปร
จริงๆ แอบอยากคิดแคมเปญ คิดอะไรที่มันครีเอทีฟกว่านี้ แต่รู้ว่ามือยังไม่ถึงมากๆ แล้วก็คิดว่าตัวเองยังรับผิดชอบ KPI ไม่ได้ด้วย
ก็เลยหวังไว้ว่างานเท่าที่มีก็ขอให้เราสามารถทำมันได้ดี และสามารถเรียนรู้เพื่อที่จะต่อยอดได้อะไรเงี้ย
อนาคต
ผอม สวย รวยมาก :37: จบนะ
หวังเยอะนะ :37:
เอาไว้เจอกันอีกที ชั้นอยากจะพบนิวบู :12: :27: :27: :27: :27:
เดือนใส่แว่นสิ ถลอกกรี๊ดแน่นอน
วันก่อนเจอนิวเบลแล้ว ช็อคมาก :30:
เปลี่ยนจากเสื้อลูกหมู เป็นเชิ้ตแสลคอ้ะ
ขนลุกซู่ :30:
มีรูปไหม :47:
อัพเดทชีวิต หมีคอลเซนเตอร์
เริ่มงานมาอาทิตย์นึงแล้วค่ะ
เริ่มมียอดเป็นของตัวเองแล้ว
เริ่มปรับระดับความหน้าด้านมาอยู่ในจุดที่ เวลาโดนด่ามาก็จะปล่อยวาง
การปรับตัวเองครั้งนี้ ผจก. ยังตกใจเลย
จากคนที่พูดติดๆขัดๆ จะกดเบอร์ก็ยังไม่กล้ากด
มาเป็นคนที่กดโทร ให้ด่า วาง ใครดีก็หลอกขายเขา
จากใจเลยคือ รู้สึกผิดมากๆ เพราะคนที่ขายได้แต่ละคนนี่แก่ๆ ทั้งน๊านน
บ่นทุกวัน ว่าอยากกลับไทยไปไหว้พระจัง อยากรู้สึกดี
เมื่อวานมีคนมาเทรนใหม่
เขาก็จะได้แอบฟังคนเก่าๆที่กำลังทำงานอยู่คุยโทรศัพท์
บังเอิญหวยมาออกที่อิ่ม
แล้วตอนนั้นกำลังโดนลูกค้าจัดหนัก ด่ารัวเลย
แต่ผีสิงหรือยังไงไม่รู้ ก็ได้ตอบลูกค้าไปอย่างใจเย็น (มาคิดอีกทียังสงสัยว่าทำไมไม่ว๊ากใส่ไปหว่า?)
ถึงจะขายไม่ได้ แต่ก็ได้ใจเจ้านายไป :30:
วางเสร็จ เจ้านายเดินมาตบไหล่ บอก good job
ส่วนเรานั่งกุมกบาล ปวดหัว เลยขอลากลับเลย :30:
ไม่อยากคุ้นชินกับงานแบบนี้เลย ไม่ชอบโกหก หลอกใคร
แถมบางทีโดนด่าอีกตะหาก :05:
วิธีที่ดีกว่าโกหกคือบอกตามจริง แต่ไม่ครบครับ แต่ต้องเนียนจริงๆ นะ
แต่ก็จะรู้สึกเหมือนกำลังหลอกเค้าอยู่ดี :05:
รู้สึกผิดก็เลิกทำเถ้อออออ
นั่นดิ จะทนทำไมอะ :09:
เงินทั้งน๊านนน :05:
มันต้องกินต้องใช้อ่ะค่ะ
งานนี้ เงินดีกว่าร้านอาหาร 2 เท่าเลยนะ
ทำงานร้านอาหาร เฉลี่ยวีคละ $180-200 (ที่เคยทำนะ) เต็มที่ก็ $320
ทำงานนี่ วีคละ $470
กะทนแค่อีกเดือนเดียวก็พอแล้วค่ะ
อยู่นี่ตัวเลือกไม่เยอะอ่ะ เขารับวีซ่านักเรียนก็บุญแล้ว
เมลเบิร์นไม่โหดร้ายอย่างโกลโค้ทนะ
ราคาค่าแรงโอเคเลย
ร้านอาหาร ร้านนวด งานโรงแรม งานคลีน เลี้ยงเด็ก เลี้ยงหมา จูงหมา ดูแลคนแก่ งานคาเฟ่ งานสลัด งานขายของร้านขายยา ร้านเสื้อผ้า ฯลฯ
งานเยอะมากกก และโดยรวมตลาดแรงงานยังขาดคน
สิ่งที่อิ่มติองทำคือ "ต้องขยันหางาน"
ดูในwebboradไทย หรือboard gumtreeก็โอเคนะ
วีซ่านร.ไม่ใช่ปัญหา ภาษาอิ่มก็โอเคจะไปกลัวอะไร
ทำงานได้$470ต่อวีค ไม่เยอะเลยยยยย
ถ้าคิดจะอยู่ที่นี่จรืงๆ ควรหางานที่ได้ขั้นต่ำ $600-$700ต่อสัปดาห์
ไม่งั้นเรียกได้ว่าอยู่อย่างลำบาก กลับไปอยู่ไทยสบายกว่าเยอะ
ทางเลือกมีเสมอจริงๆนะ :12:
ผ่านโปรแล้วครับ
หมอแมวครับ
เสร็จพี่แอนเรามาลุยอย่างจริงจังกันเถอะ
และอังคารนี้ส่งงานด้วยนะครับพี่แอนและหมอแมว
:21:
พี่แอนเสร็จแล้วเหรอ :27:
อ้างคำพูดจาก: PalmySyd เมื่อ 03 มี.ค. 2013, 19:16 น.
เมลเบิร์นไม่โหดร้ายอย่างโกลโค้ทนะ
ราคาค่าแรงโอเคเลย
ร้านอาหาร ร้านนวด งานโรงแรม งานคลีน เลี้ยงเด็ก เลี้ยงหมา จูงหมา ดูแลคนแก่ งานคาเฟ่ งานสลัด งานขายของร้านขายยา ร้านเสื้อผ้า ฯลฯ
งานเยอะมากกก และโดยรวมตลาดแรงงานยังขาดคน
สิ่งที่อิ่มติองทำคือ "ต้องขยันหางาน"
ดูในwebboradไทย หรือboard gumtreeก็โอเคนะ
วีซ่านร.ไม่ใช่ปัญหา ภาษาอิ่มก็โอเคจะไปกลัวอะไร
ทำงานได้$470ต่อวีค ไม่เยอะเลยยยยย
ถ้าคิดจะอยู่ที่นี่จรืงๆ ควรหางานที่ได้ขั้นต่ำ $600-$700ต่อสัปดาห์
ไม่งั้นเรียกได้ว่าอยู่อย่างลำบาก กลับไปอยู่ไทยสบายกว่าเยอะ
เคยลองหาแล้วค่ะ
พวกงานโรงแรมนี่เขาไม่เอา นร. นะ่หรือว่าอิ่มหาแบบงานรับ นร. ไม่เจอก็ไม่รู้
เหมือนถ้าจะเอาต้องรู้จักคนในหรือเปล่า แบบ ดุ่ยๆเข้าไปไม่ได้
ร้านอาหาร คลีน นี่ค่าแรงต่ำค่ะ ถึงจะตัวเลือกเยอะ แต่ก็ต่ำมาก
งานอื่นๆยังไม่เห็นลู่ทาง แต่งานจูงหมานี่น่าสนมาก :30:
วีซ่านร. เป็นปัญหาล่ะ โดนเฉพาะวีซ่าใก้หมดแบบอิ่ม :05:
อ้างคำพูดจาก: freeclub เมื่อ 04 มี.ค. 2013, 23:12 น.
ผ่านโปรแล้วครับ
หมอแมวครับ
เสร็จพี่แอนเรามาลุยอย่างจริงจังกันเถอะ
และอังคารนี้ส่งงานด้วยนะครับพี่แอนและหมอแมว
:21:
หมอแมวถึงกับตั้งกระจู๋เผางานไว้อันนึงแน่ะ :3005:
อัปเดตบ้างค่ะ ทำกิจการ monamafia มาหลายปี ตอนนี้กำลังขาลงสุดขีด
ซบเซาสุดๆ เพราะตั้งแต่มีลูก ไม่มีเวลาทำเลยค่ะ ปล่อยเว็บให้เฉาลงเรื่อยๆ
ลูกค้ามาทำก็ไม่มีเวลาทำ ส่งผลให้ตอนนี้ขาลงดิ่งมากค่ะ :05:
ตอนนี้อยู่ีในช่วงฟื้นฟูกิจการค่ะ เดี๋ยวหลังเมษา แอนว่างงาน จะให้แอนมาทำกิจการนี้แทนค่ะ
เพราะโบว์ไม่อยากทำแล้ว จริงๆไม่อยากทำมาพักนึงตั้งแต่ทำร้านนลินฟ้าแล้ว (แต่เสียดาย)
พอทำร้านนลินฟ้าแล้วสนุกกว่า เลยทิ้งขว้างร้านโมนา ส่งผลให้ ใกล้เจ๊งแล้วค่ะ :30:
อ้าว กำลังคิดจะทำเสื้อให้พี่รหัสงานรับปริญญา :3005:
เฮ้ยๆ โบว์บอกไม่ครบ
จะบอกว่าตอนนี้จะกลับมาฟื้นฟู ไม่ได้หมายความว่าจะเลิกกิจการ :3005:
ถ้าจะสั่งสั่งได้นะ แล้วต้องบอกด้วยว่ามาจากในฟอนต์ จะได้ลด (เคยมีคนสั่งแล้วไม่ยอมบอก โดนราคาเต็มเบย)
อ้างคำพูดจาก: PalmySyd เมื่อ 03 มี.ค. 2013, 19:16 น.
เมลเบิร์นไม่โหดร้ายอย่างโกลโค้ทนะ
ราคาค่าแรงโอเคเลย
ร้านอาหาร ร้านนวด งานโรงแรม งานคลีน เลี้ยงเด็ก เลี้ยงหมา จูงหมา ดูแลคนแก่ งานคาเฟ่ งานสลัด งานขายของร้านขายยา ร้านเสื้อผ้า ฯลฯ
งานเยอะมากกก และโดยรวมตลาดแรงงานยังขาดคน
สิ่งที่อิ่มติองทำคือ "ต้องขยันหางาน"
ดูในwebboradไทย หรือboard gumtreeก็โอเคนะ
วีซ่านร.ไม่ใช่ปัญหา ภาษาอิ่มก็โอเคจะไปกลัวอะไร
ทำงานได้$470ต่อวีค ไม่เยอะเลยยยยย
ถ้าคิดจะอยู่ที่นี่จรืงๆ ควรหางานที่ได้ขั้นต่ำ $600-$700ต่อสัปดาห์
ไม่งั้นเรียกได้ว่าอยู่อย่างลำบาก กลับไปอยู่ไทยสบายกว่าเยอะ
อยากได้งานจูงหมา เล่นเป็นเพื่อนหมา ยังงี้บ้าง :25: :25: :25:
แนะนำให้ขายกิจการให้แอน :30:
เนี่ยกำลังจะขายให้แอนค่ะ พี่เลย์รู้ใจมาก :58:
อร๊าย ตอนเค้าสั่งลืมบอกว่ามาจากฟอนต์ :25:
เมื่อวานไปคุยกับครูชีวัน วิสาสะ (ใครไม่รู้จัก เค้าเป็นนักแต่งและวาดหนังสือเด็ก)
เพื่อวันพฤหัสจะไปคุยกับไทยพีบีเอสเรื่องเอางานใหม่ของครูมาทำการ์ตูน
ครูให้ตูเป็นไดเรกเตอร์
...
วันนี้ไปคุยกับ สสย. 2 โปรเจค ศูนย์เพื่อการพัฒนาสื่อเด็กและเยาวชน (ของอี๋)
กับ เครือข่ายผู้บริโภคสื่อภาคประชาชน (ของตู)
...
ไม่ง่ายซักอัน แต่ต้องทำให้เกิดมาให้ได้ทุกอัน
เฮียสู้ๆ มีแต่เจ๋งๆ ทั้งนั้นเลย :12:
เลี้ยงชีพด้วยการทำฟอนต์อย่างเดียวมาจะ 6 เดือนแล้ว
เป็นชีวิตที่ไม่ต้องเดินทางและเป็นอย่างที่เคยฝันไว้เลย คือ นั่งก๊อกๆ แก๊กๆ แล้วได้เงิน
จริงอยู่มันอาจจะไม่ได้มากมายอะไร (แต่ก็ได้เยอะกว่าสมัยทำประจำนะ นั่นอาจเป็นเพราะที่เก่าผมได้น้อยก็เป็นได้ :30:)
แต่ก็รู้สึกช่วงนี้มีแต่ทรงกับทรุดมากเลย คือรู้สึกว่าทำเท่าไหร่มันไม่ค่อยขยับไปข้างหน้าเลย :16:
อยากขยับขยายแต่ก็ไม่รู้จะทำอะไร ยังไงดี
เศร้าชะมัด :3005:
เฮ้ย เล่าให้ฟังหน่อยสิว่าวันๆ ทำอะไรยังไงครับ
แล้วหารายได้จากทางไหนมั่งง่ะ
สนใจคนแบบนี้มากเลยนะ อยากไปสัมภาษณ์เปลือยชีวิตด้วยเลยแหละ
อธิบายลำบากแฮะ
ผมขายหลักๆ อยู่ 2 ที่ตอนนี้ (ไม่รวมฟอนต์ไทยนะ อันนั้นขายแยก)
ยกตัวอย่าง MyFonts ละกัน
คือผมจะเข็นตัวเองว่าอยากน้อย 2-3 เดือนต้องได้ฟอนต์ 1 ตัว อันนี้หมายถึงฟอนต์ที่เป็นฟอนต์ใหญ่นะครับ
อาจจะหลาย weight หน่อย แล้วก็จะค่อนข้างพิถีพิถัน คือต้องให้มันติดอันดับให้ได้ (ถ้าไม่ติดก็เตรียมหาแผนสำรองทันที)
แล้วระหว่างนั้นเราก็อาจจะเอาฟอนต์เก่าเรามาจัดโปรโมฯ บ้าง อะไรบ้าง กระตุ้นยอดขายกันไป
แล้วก็ช่วงคิดไม่ออกก็คิดฟอนต์แบบขัดตาทัพไปพลางๆ ครับ (เช่น Quark เป็นต้น)
แวะมาบันทึก
ปัญหาที่บ้านตอนนี้ ยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแบบชัดๆ
ฟังๆดูแล้วยังไงก็คือแย่ แต่ไม่ถึงขั้นเหี้ย หรือยังไม่ถึงเวลาเหี้ยก็ไม่รู้แฮะ
( เนื่องจากทุกคนดูชิวกันมาก เลยไม่รู้ว่าตกลงมันแย่ขนาดไหนกันแน่ :31: )
ตอนนี้อันที่รบกวนจิตใจจริงๆ เลยเป็นเรื่องของตัวเองมากกว่า
คือว่า
ช่วงปีที่ผ่านมา เป็นช่วงตะบันทำประกวดทำจ๊อบทำกิจกรรมแหลกราญ
(ไม่พูดถึงเรื่องเรียนนะ แทบจะไม่ให้ความสำคัญเลย :31:)
ตอนที่ทำรู้สึกว่าเหนื่อยก็สนุก คุ้มค่าที่ได้ทำ แต่ตอนนี้มาถึงช่วงที่ชะลอๆ งานแล้ว
รู้สึกว่าตอนนี้เหนื่อยชิบหาย :3005: อยากจะพักยาวๆแล้ว มีแต่พักกะปริบกระปรอย
ประกอบกับช่วงนี้ชีวิตต้องปรับตัวหลายครั้ง เกิดจุดเปลี่ยนของชีวิตบ่อยเหลือเกินนนนนน
รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไป นับใหญ่ๆ ก็สี่ครั้ง เหมือนพอปรับตัวกับตรงนี้ได้
ปัญหาใหม่ๆก็วิ่งเข้ามาให้ความคิดเปลี่ยนไป
จนตอนนี้ตามไม่ทันเหมือนกันว่าตกลงแล้วเราคือใคร ตัวเราเป็นยังไงกันแน่ :16:
ตอนนี้วางแผนไว้ว่าประกวดทุกอย่างจบเดือนมีนา จะต้องกลับบ้านเชียงใหม่จริงๆจังๆ
อยากกลับไปพัก ใช้เวลาหยุดทบทวนตัวเองหน่อยแล้วค่อยเริ่มใหม่แบบมีเข็มทิศบ้าง
คือตอนนี้มีไฟแล้วนะ อยากทำ "อะไรสักอย่าง" แต่ไม่รู้ว่าอะไรสักอย่างที่ว่านี่คืออะไร
คือศักยภาพ มีแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไรดีอะ :16:
ปล. ที่พูดมาทั้งหมดนานาว่ามันก็เป็นปัญหาวัยรุ่นธรรมดาๆอะนะ
แต่ติดที่ว่าตอนนี้ชีวิตอยู่ในจังหวะที่ไม่ธรรมดาอะดิ ปล่อยตัวเองชิวนานๆยังรู้สึกผิดเลย :3005:
แนะแนวหน่อยเน่อ :46:
@อิ่ม
แปลกจัง...เพื่อนๆที่อยู่เมลเบิร์นก็วีซ่านร.
คนทำงานคลีนก็ได้ชั่วโมง$17-$22
คนทำงานโรงแรมไดสัปดาห์ละ$800-$1000
อันนี้โรงแรมเล็กๆทั่วไปตามซอกซอยในเมืองเขารับวีซ่านร.นะ
เพื่อนที่เป็นเวียดนามทำร้านซักแห้งได้วีคละ$500-$600
น้องที่ทำคาเฟ่ทำกาแฟ+สลัด ได้ชม.$20
งานเสิร์ฟร้านอาหารไทย ร้านจีน เฉลี่ยได้ชิฟละ$60-$80
แน่นอนว่าตอนเทรนด์งานมันไม่ได้ราคานี้ ล้วนโดนโขกสับกันทั้งนั้น
งานพวกนี้มักรับเด็กนร. เพราะคนที่ได้พีอาร์ ซิตี้เซ่นเขาก็ไปืำอย่างอื่น
โจแอนด์เพื่อนที่เป็นพีอาร์แล้วเขาก็เปลี่ยนจากทำร้านนวดไปทำงานเสิร์ฟในcrown ทำงาน4วันได้$800-$2,000
ถ้าได้ทำในห้องมะฮอกกานีบางทีได้ทิปมือเป็นพัน
เอ้า...เป็นกำลังใจให้หมีอิ่มสู้ต่อไป
ปล.Crownคือคาสิโนถูกกฎหมายของเมลเบิร์น ใหญ่โตและสวยเว่อร์
อิ่มอยากจะทำงานที่เดียวกับแฟนนั่นแหละครับไม่มีอะไรหรอก :30:
update ตอนนี้จากคนทำ mv กลายมาเป็น art director ของศิลปินคนนึง
ด้วยความที่เขาคงติดใจกับงานเรามั้งนะ โดยเฉพาะงานที่ไม่ได้ทำเอาตังค์ พวกวาดนู่นนี่เล่น
งานคือเป็นคนสร้างภาพให้ว่าจะให้เขาออกมาลุคเป็นไง
ดูเสื้อผ้าให้นิดหน่อย (ซึ่งไม่รู้เรื่องเลย T T) แต่ดันถ่ายภาพได้ด้วยเลยถ่ายเอง
ทำเอ็มวีเอง คุยกะศิลปินที่เคยเป็นคนดูแลศิลปินคนอื่นมาก่อน เลยง่ายหน่อย
สนุกดีเหมือนกันได้เอาวิชาที่เรียนมาใช้เต็มที่โดยมีสินค้าคือ ศิลปิน
แต่ขอเขาแค่ปั้นภาพต้นแบบให้เท่านั้น เพราะยังอยากมีเวลาทำอย่างอื่นบ้าง
ปลายเดือนนี้วางแผงแล้วจ้า
(http://img3.f0nt.com/06/e8e2c96b40ac53209bcd87a28ef31c71.jpg)
ฟังทั้งอัลบั้มแล้ว เพราะมากๆ และเพราะทุกเพลงเลย ควรค่าแก่การซื้อจริงๆนะ
ปล.นี่ก็ทำฟอนต์โลโก้ให้ด้วยอีก น่าทำเป็นฟอนต์จุงเบย
กรี๊ด ชอบดีเจอุ๋ย :25: ซื้อแน่ครับ ขอลายเซ็นด้วย
โฮ่ย เจ๋งอะป๋า :25:
ปิดเทอมรับนานาไปฝึกงานหน่อยดิ พูดจริงๆนะ :25:
ขอลายเซ็นอาร์ตไดด้วย พูดจริงเหมือนกันนะ :25:
ซื้อ CD แถมหนังสือประหนึ่งเป็น layiji illustrate collection เลยล่ะ :30: :30:
อันนี้เขาอยากได้เองนะ แต่ไม่รู้เขาคิดผิดหรือเปล่าที่ให้ตูคุม :30:
นานามาฝึกงานเร้อ เอาเลยๆ ลองมาดูกองก่อนยกนี่ยกนู่นไปก่อน
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 06 มี.ค. 2013, 11:02 น.
กรี๊ด ชอบดีเจอุ๋ย :25: ซื้อแน่ครับ ขอลายเซ็นด้วย
ใช่ๆชอบเหมือนกัน อัลบั้มของแกก็ซื้อเก็บไว้พร้อมลายเซ็น :25: :25: :25:
อ้างคำพูดจาก: าาา๐ เมื่อ 06 มี.ค. 2013, 00:47 น.
เลี้ยงชีพด้วยการทำฟอนต์อย่างเดียวมาจะ 6 เดือนแล้ว
เป็นชีวิตที่ไม่ต้องเดินทางและเป็นอย่างที่เคยฝันไว้เลย คือ นั่งก๊อกๆ แก๊กๆ แล้วได้เงิน
จริงอยู่มันอาจจะไม่ได้มากมายอะไร (แต่ก็ได้เยอะกว่าสมัยทำประจำนะ นั่นอาจเป็นเพราะที่เก่าผมได้น้อยก็เป็นได้ :30:)
แต่ก็รู้สึกช่วงนี้มีแต่ทรงกับทรุดมากเลย คือรู้สึกว่าทำเท่าไหร่มันไม่ค่อยขยับไปข้างหน้าเลย :16:
อยากขยับขยายแต่ก็ไม่รู้จะทำอะไร ยังไงดี
เศร้าชะมัด :3005:
เนี่ยๆ เด๊๋ยวพอพี่แอนลาออก ไม่ใช่ซิก็ไม่เชิงลาออก แต่ว่าทำงานแค่อสทิตย์ล่ะ 2 วัน
หลังเมษาน่ะ เห็นว่าจะทำฟอนต์ขาย มารวมตัวกะพี่แอนจิ :56:
แบบว่าประกาศหน้าเว็บฟอนต์เลย
ขายด้วยยยย :25: :25:
สนใจครับ รอติดตามเลย :56:
เป็นโครงการในฝันของปีนี้เลยครับ :59:
แอนอยากเป็นมนุษย์ฟอนต์น่ะ
เคยคุยกับแอนไว้ว่าถ้าจะทำให้เว็บฟอนต์กลับมายิ่งใหญ่(อีกครั้ง)
น่าจะเปิดตัวแบบอลังๆ เช่นรวมยอดฝีมือ เช่นพี่เลย์ โม่ มารวมตัวกันทำฟอนต์เนี๊ยบๆแจก
แบบว่า 10 สุดยอดฟอนต์แห่ง10ปีไรงี้
ทำแจกก่อน แล้วก็ทำขายแม่งเลย :07:
ไม่รู้มีวิธีอะไรอีก เดี๋ยวคงได้ปรึกษาพี่เลย์และชาวสมาพันธ์อีกที :56:
:59: เดี๋ยวๆๆๆ ถามตูรึยัง
โบว์นี่เป็นเหมือนมาเก็ตติ้งส่วนตัวของแอนเลยนะครับ
แอนก็คิดงานไป โบว์ก็หาทางขายงานออก :30:
เป็นมนุษย์ฟอนต์ผู้ยิ่งใหญ่ :25:
สุดท้ายก็แพ้มนุษย์เมีย :30:
กลายเป็นโปรเจค สิบสุดยอดฟอนต์มนุษย์เมีย
ข้างบนนั่น
:12:
ต้องถามด้วยเหรอ
:42:
พี่โบว์ฮาอะ :30:
จะมีคนมาให้เงินเดือนอีกแล้ว แถมเงื่อนไขไม่ต้องเข้าทุกวัน
งานน่าสนใจด้วย...ไปช่วยโมช่องเคเบิ้ลที่ต้องดูผ่านกล่อง ช่องไม่ไก่กาด้วย
งานในฝันเลย ออกไอเดียแล้วไม่ต้องทำเอง คอมเม้นท์อยา่งเดียว :30:
อ้างคำพูดจาก: RomSaiKyu เมื่อ 09 มี.ค. 2013, 00:43 น.
จะมีคนมาให้เงินเดือนอีกแล้ว แถมเงื่อนไขไม่ต้องเข้าทุกวัน
งานน่าสนใจด้วย...ไปช่วยโมช่องเคเบิ้ลที่ต้องดูผ่านกล่อง ช่องไม่ไก่กาด้วย
งานในฝันเลย ออกไอเดียแล้วไม่ต้องทำเอง คอมเม้นท์อยา่งเดียว :30:
hottv ใช่ไหมครับ :25:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 07 มี.ค. 2013, 11:02 น.
อ้าว ต้องถามด้วยเหรอ ลืมๆ
ผมเข้าใจครับ ผมเข้าใจ :05:
อ้างคำพูดจาก: RomSaiKyu เมื่อ 09 มี.ค. 2013, 00:43 น.
จะมีคนมาให้เงินเดือนอีกแล้ว แถมเงื่อนไขไม่ต้องเข้าทุกวัน
งานน่าสนใจด้วย...ไปช่วยโมช่องเคเบิ้ลที่ต้องดูผ่านกล่อง ช่องไม่ไก่กาด้วย
งานในฝันเลย ออกไอเดียแล้วไม่ต้องทำเอง คอมเม้นท์อยา่งเดียว :30:
อยากได้เด็กยกไฟไหมลุง
:26:
ช่องป้าลีน่า จังหรอครับ
อ่อ คนนี้เอง ที่ลีน่าจะจ้างเดือนละสามหมื่น :30:
ป้าลีน่าแกเพิ่งโดนระเบิดปลาร้ามานะครับ :44:
แยกเป็นหัวข้อย่อย ตามชื่อจู๋
งาน - หมดพลังใจ และแรงบันดาลใจในการทำงานเป็นที่เรียบร้อย หลังจากโดนเรียกเข้าไปต่อว่า ทั้ง ๆ ที่ไม่ผิดซักนิดมาเมื่อครู่
พอกันทีแล้วละครับ ผมคงไม่เหมาะกับบริษัทข้ามชาติสัญชาตินี้อีกต่อไป ขอออกไปตายดาบหน้าก็แล้วกัน (ตอนนี้มีเพื่อนอยู่บริษัทแบบนี้ อีกสัญชาตินึง ลากตัวกลับไปให้ทำด้วยกัน แต่ต้องรอจัดผังองค์กรใหม่ เสร็จเดือนนี้ คาดว่าเดือนหน้าถึงจะเริ่มสัมภาษณ์ พร้อมกับส่ง resume ไปบริษัทลูกค้าแม่มเลย เค้าเองก็ส่งเรื่องต่อไปให้ line manager พิจารณาแล้ว)
เงิน - จริง ๆ ก็มาพร้อมกับงาน ถ้าไม่มีงานก็ไม่มีเงิน แต่ก็คงต้องหาอย่างอื่นทำแล้วละ ระหว่างรองานใหม่
ความหวัง - ขอที่ ๆ ทำงานแล้วเป็นสุข หัวหน้า support หน่อย ไม่ต้องทุกเรื่อง แต่ช่วยฟังความคิดกูจริง ๆ หน่อย ว่ากูค้องการให้ช่วยอะไร ไม่ใช่สักแต่เป็นพระเอกขี่ม้าขาว แล้วมาเอาหน้าแบบนี้
อนาคต - คงไม่มีอีกแล้วสำหรับที่นี่ ไว้ไปหาเอาข้างหน้า บริษัทใหม่อาจจะไม่สามารถเล่นเว็บได้ อีกหน่อยก็คงต้องเข้าฟ้อนท์เสาร์ - อาทิตย์ แทน (ปั่นได้ไม่มากแล้ว)
:46: :46: :46: :46: :46: :46:
เอาสั้นๆ นะ
งาน - กำลังเผาอยู่ ไม่ได้เผาสิ กำลังบรรจงทำอยู่ในเวลาอันจำกัด :30:
เงิน - ไม่มีปัญหา ไม่ได้รวย แต่วางแผนการชีวิตมาจนถึงจุดที่เงินไม่ใช่ปัญหาได้ ถือว่าผ่านด่านนี้ไปได้ พอละ
ความหวัง - ตอนนี้อยากเห็นหนังสือของตัวเอง ปณิธานหลักอันนึงของปีนี้
อนาคต - พ้นเมษาจะลาออกจากงานไปซะ 80% (เหลือห้อยตำแหน่ง พนง.บริษัทอยู่อีกนิดเดียว) อยากรู้เหมือนกันว่าเป็นไง
มาเขยื้อนวงการฟอนต์ไทยกันครับ :12: (อาจจะเขยื้อนไปข้างหลัง :3005:)
มีผมอยู่อย่าห่วงครับ ....
ตัดจบแน่นอน
:59:
พึ่งคุยงานกับเพื่อนเสร็จ
โปรเจคที่ต้องทำผุดมามากมาย
รู้สึกอะดรีนาลีนหลั่ง ไฟในการทำงานพุ่งอีกครั้งหลังจากดับไปนาน
ไม่คิดไม่ฝันว่าเราจะได้ทำสิ่งที่คิดที่ฝันในวัยเด็กให้เป็นจริง
เรากำลังจะเปิดพื้นที่ให้คนทำหนัง ให้เด็กนักเรียน นักศึกษาได้มีพื้นที่ปล่อยงานฟรีๆ
เราจะมีชั้นหนังสือดีๆ ให้คนโหลดอ่านฟรี
เราจะรวมของฟรีและดีมาไว้ข้างกายทุกคน
ตื่นเต้น...อยากกลับไทยไปลุยงานแล้ว
ตอนนี้ งานแยกเป็นสองเรื่อง
งานในฐานะหมอ ไปได้สวย เสียอย่างเดียวคืองานน้อยไปหน่อย :37: มาอยู่เอกชนว่างเกิน
งานเรื่องหนังสือ ไปได้ช้ามาก แต่คาดว่าถ้าแอนทำเสร็จ ฟรีคลับจะตามมาจ่อหลังให้เสียวสันหลังวูบแน่ๆ
เงิน ไม่มีปัญหา ตอนนี้เงินที่ได้มา ใช้จ่ายเพียงพอ ที่เหลือเก็บไว้เพื่ออนาคตทั้งหมด
ความหวัง อยากมีลูก
อนาคต ... รู้สึกหลักลอยมาก แต่คิดว่าถ้าทำหนังสือเสร็๗เมื่อไรก็ว่ากันอีกที
ขอหมอแมว อยากจะบอกเลยว่า จะไม่ดูแบบเต็มที่เลยครับ แว้บมาดูคร่าวๆ
คอมเมนต์นิดนึง งานอื่นก็เข้ามาก่อน แล้วก็ลืมไปต่อ
เสร็จของพี่แอนจะพยายามคอมเมนท์กลับไปครับ :46:
:59:
เอาสั้นๆนะ
จึ้กๆ ซี้ดดดด :53:
อ้างคำพูดจาก: บวมเป่ง เมื่อ 13 มี.ค. 2013, 22:41 น.
เอาสั้นๆนะ
จึ้กๆ ซี้ดดดด :53:
ถลอกนี่นอกจากสั้นแล้วยังไวอีกด้วยนะ จิ๊กๆ 2 ที เสร็จซะละ โถ :47:
งาน :-
• ตอนนี้อย่างที่รู้กัน(มั้ง) จะลาออกจากที่นี่ไปทำที่นี่ (http://www.samyarn.com)
ก็แอบตื่นเต้นบ้างแต่ตอนนี้เหมือนว่างงานเพราะเริ่มเคลียร์งานส่วนของตัวเองจะหมดแล้ว
และเขายังหาคนมาแทนไม่ได้ ได้แต่รอเวลาอีก 2 อาทิตย์ ถ้าเขาหาไม่ทันก็ช่วยไม่ได้ละ
(เป็นคนต่อรองเวลาเอง ที่จริงเราออกก่อนก็ได้เพราะทางนี้ไม่ได้เซ็นสัญญาจ้างใด ๆ เลย แต่ก็นะ วงการนี้มันแคบ ออกแบบดี ๆ ดีกว่า)
• ส่วนเหตุผลก็คงเป็นที่ทาง MD ให้ความหวังกับพนักงานมากเกินไป
(เรียกมาคุยรายคนเลยนะ ว่าถ้าอยากซื้อบ้านซื้อรถหรืออะไร ก็บอกมาได้จะช่วยเรื่องเงินเดือนเพิ่มให้)
ทั้งที่จริงเป็นไปไม่ได้เลย เอาแค่ขนาดขึ้นเงินเดือนประจำปี คนคุมเงิน (ก็ภรรยาของ MD แถมทำงานคนละบริษัทกัน)
เค้ายังไม่อยากจะให้ (คนที่เห็นผลงานจริง ๆ คือ MD แต่ด้วยความเป็นสามีของผู้คุมบัญชี ยังไงก็เถียงแพ้อยู่ดี)
ยังดีที่กวางเคยทำงานกะภรรยาของแกบางชิ้น เขาเลยพอจะจำได้ก็เลยให้ขึ้นเงินเดือนประจำปีมาประมาณหนึ่ง
แล้วสิ่งที่พูดมาเพื่อให้เราทำงานแบบทุ่มเทหามรุ่งหามค่ำไปมันเพื่ออะไร?
และก็ไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียวนะ
คือเรื่องจอแยกนี่ก็พูดมาตั้งแต่กลางปีที่แล้วว่าจะเอาจอมาให้สำหรับคนที่ใช้ macbook pro ของบริษัททำงานอยู่
จนตอนนี้จะครบปีที่เขาพูดละ ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
พนักงานในนี้พ่อเสียชีวิต (ตำแหน่งเป็น Graphic design คนเดียวในออฟฟิศ ตอนเขาหยุดงาน งานอื่นก็แทบไม่เดินเลย)
ก็ไม่เคยส่งเงินช่วยเหลืองานศพ และก็บอกว่าจะช่วย ไม่ไปงานด้วย
พนักงานในนี้แต่งงาน ก็ไม่เคยใส่ซอง และก็บอกว่าจะช่วย ไม่ไปงานด้วย
เหมือนมันเคว้งๆ ยังไงไม่รู้ ไม่รู้ว่าตั้งใจลืม หรือว่าทำงานยุ่งจนลืม (ขนาดพนักงานเรา ๆ ยังใส่ซองช่วยเลย แล้วเขาเป็น MD นะ)
เจ็บกับความคาดหวังแบบนี้มาหลายครั้ง เสียความรู้สึกมาหลายหน จนรู้สึกว่าเราเสียแรงเปล่า ทุ่มเทไปก็เท่านั้น
ถ้าเขาไม่พูดให้เราคาดหวังอะไรเลยมันจะยังดีซะว่านะ
ก็เลยคิดว่า ถ้าเราทำงานเท่านี้แหละ แต่ไปอยู่ที่อื่นที่เค้าให้เยอะกว่า ไม่ดีกว่าเหรอ จะได้เอาเงินมารักษาตัวด้วย
(มีไมเกรนเป็นโรคประจำตัวไปเรียบร้อย แต่ถึงจะป่วยยังไงก็ไม่ให้กระทบกับงานนะคะ)
หางานไปหลายที่เลยในช่วงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
จนมาเจอจารย์เกศ (คุยเรื่องไรก็ไม่รู้กลายเป็นบ่นเรื่องงานให้ฟังและก็กำลังหางานใหม่อยู่) ก็เลยเป็นไปตามนี้ค่ะ
• สั่ง macbook air (13'' รุ่นรองท๊อปเพิ่มแรมไปอีก 4 GB เป็น 8 GB ในราคานักศึกษา) ไปแล้วทาง apple.com
รอเขาเอามาส่งสักช่วงวันที่ 18-19 นี้ และก็คงได้เริ่มเคาะสนิมสิ่งที่ทางโน้นอยากให้เป็นและคล่องๆ ก่อนจะเริ่มงานจริงในเดือนเมษายนนี้
(เตรียม download พวก tutorial และ textbook มาแล้วเรียบร้อย)
เงิน :-
• เนื่องจากปีนี้เกือบได้เสียภาษีประจำปีแบบฉิวเฉียด เลยวางแผนไว้ดังนี้
- จะทำประกันชีวิต
หรือ
- ซื้อกองทุน LTF/RMF
เพื่อลดหย่อนภาษีในปี 2556 (รายได้น่าจะเกินจนได้จ่ายภาษีแน่ๆ) แต่ตอนนี้ยังตัดสินใจไม่ได้ค่ะ
• สิ่งที่จะทำแน่ ๆ
- ทำประกัน Bupa ไว้ด้วยสำหรับค่ายารักษาโรคประจำตัวที่ตอนนี้ทำประกันสังคมเอาไว้
(มีประกันสังคมแต่ก็ไม่อยากใช้เพราะการรักษาที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว)
- ย้ายที่อยู่ คงอยู่บ้านตาแว่นหลังสู่ขอแล้ว หรืออยู่หอไปก่อนตอนที่ยังไม่ได้สู่ขอ
คงปั่นจักรยานมาทำงานทุกวันจะได้ออกกำลังกายและประหยัดค่ารถไปด้วย
- เก็บเงินสำหรับแต่งงานและมีลูก หรือจะช่วยโปะค่าบ้านให้หมดก่อนแล้วค่อยมีลูกดีล่ะ?
(ส่วนของตาแว่นคงหมดไปกับงานบวช งานแต่ง และผ่อนบ้าน ตามที่วางแผนไว้)
อันนี้ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ค่ะ
ความหวัง :-
• ถนัดวางแผนระยะสั้นมากกว่า คงทำงานที่นี่ (http://www.samyarn.com)สัก 5 ปี (หรือนานกว่านั้นไม่แน่ใจ)
อยากช่วยโปะค่าบ้านที่ตาแว่นกู้มาให้หมดก่อนด้วย แล้วค่อยวางแผนชีวิตใหม่อีกทีว่าจะทำยังไงต่อ (อาจจะมีลูกก่อนหรือเปล่าไม่แน่ใจ)
อนาคต :-
• อาจจะเปิดร้านขายขนมโฮมเมดควบร้านกาแฟอย่างที่ฝันไว้ดีมั้ย ตาแว่นก็อยากเปิดอู่ซ่อมจักรยานเหมือนกัน ก็คงเป็นร้านเดียวกัน
คนรอซ่อมก็นั่งกินขนมหรือกาแฟร้านเราไป วันไหนอยากปั่นไปต่างจังหวัดก็หยุด ชิวดี :30: (แต่ถ้ามีลูกก่อนก็จบข่าว :3005:)
อนาคตอยากเปิดร้านขนมเหมือนกันเลยพี่กวาง คนทำงานสายนี้เห็นอยากเปิดกันหลายคนละ :30:
ขอให้โชคดีมีความสุขกับงานใหม่ค่ะ :46:
ผัวทำเพลงขายเล่นเพลงกล่อมลูกค้า เมียทำเบเกอรี่ขายในร้านเดียวกัน :47:
เรื่องของกวางนี่เข้าใจเลย ทั้งๆ ที่ปกติไม่เคยคิดจะสนิทกับใครในที่ทำงานนะ
แต่ก็ไม่ได้ถึงกับแยกกันขาด อย่ามายุ่งโลกของฉันอะไรงี้นะ
บริษัทเก่า โดบเฉพาะเจ้านาย แม่งไม่สนใจเรื่องส่วนตัวเลย พูดว่าไม่แคร์จะถูกกว่า
คือถ้าแค่ไม่สนใจ มันอาจจะต่างคนต่างอยู่ แต่ไม่แคร์นี่คือ หลายๆ ทีขอแกมบังคับ ทำให้เวลาส่วนตัวเราชิบหาย
แล้วเจอเรื่องไม่ยุติธรรมอีก โอ๊ย พอที เจ้านายเกย์แอบ :30:
แต่ของตูจบไม่สวยนะ
ต้องขอบคุณอีกที ที่ทำให้อยากลาออก ตอนนี้มีความสุขดี แต่งานเยอะจังเลย :05:
ชีวิตตูโนแพลนมากๆ :47:
มองแค่บริษัทต่อไปอย่างเดียว
ชีวิตตูโนแพลนมากๆ
แอบมองแค่สาวเสื้อคอลึกในบริษัทต่อไปอย่างเดียว
แพลนต่อไปคือทำไงจะได้มาซึ่งคลิปแอบถ่ายครับ
ได้งานใหม่แล้วครับ
ยื่นใบลาออกวันจันทร์นี้
พอที "เกาหลีหัวควย"
:46:
หลังจากผ่านสัมภาษณ์และต้องรอโทรศัพท์จาก CPF ตั้งแต่หลังวันที่ 10
วันนี้ไปยกเวทตอนเย็น ฝากโทรศัพท์ไว้ที่เมีย เมียไปปั่นจักรยาน CPF โทรมาตอนหกโมงกว่า :59:
นัดทำสัญญาและตรวจร่างกายวันจันทร์นี้แล้ว ก่อนจะทำงานวันแรก 1 เมษา :25:
โรงงานไหนฮะ
นี่มันฤดูแต่งตั้งโยกย้ายรึไง :30:
โรงงานหมู โรงเดียวของ CPF แถวบ้านเมียที่แปดริ้วนี่แหละ :53:
เออ มีแต่คนย้ายงาน :30:
หลังจากรับโบนัส จ่ายภาษี ก็ได้เวลาออกหารังใหม่อยู่ไงจ๊ะห์
:42:
ของเค้าไปเริ่มงาน 25เมษา หรือ 1 พฤษภา
เงินเดือนดีกว่าเดิม เพราะแถมตำแหน่ง chief ให้ด้วย
:12:
ทำอาหารเหรอครัฟ :47:
ขายรถต่างหาก
ตอนนี้ได้ทดลองงานที่ men health ละครับ
เป็นผู้ช่วยช่างภาพครับ
แต่จ๊อบอื่นๆก็ยังรับนะครับ :46:
ช่วงนี้ทำงานส่งนิตยสาร ก็โหลด Men's Health ภาษาอังกฤษมาหาแรงบันดาลใจครับ :46:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 19 มี.ค. 2013, 13:15 น.
ช่วงนี้ทำงานส่งนิตยสาร ก็โหลด Men's Health ภาษาอังกฤษมาหาแรงบันดาลใจครับ :46:
ดู six pack เป็นเพื่อนจ่าพิชิต เหรอครับ :30:
อยู่ๆ ก็อยากเขียนเอาไว้เตือนตัวเองเสียหน่อย
ตามหัวกระทู้เลยละกัน เริ่มจากงาน
เรื่องงานช่วงนี้ไม่มีอะไรหนักใจ (งานประจำนะ) ก็เรื่อยๆ สบายๆเฮฮาปาตี้ดี เขาให้ทำอะไรก็ทำ
แต่ว่างานนอกตอนนี้เข้ามาไม่ขาดสายซึ่งก็ดีนะ เพราะมีงานย่อมมีเงิน แต่เหนื่อยมาก
วันๆ ทำแต่งาน ตอนนี้เกิดอาการปวดหลัง ไม่รู้ว่าที่งาน(นอก)เยอะเพราะไปขอเทพทันใจที่พม่าไว้รึเปล่า :30:
เพราะหลังจากกลับมางานเจ้ามาไม่หยุดเลย และปีนี้ก็สัญญากับตัวเองไว้ ว่าถ้ามีงานเข้ามา จะพยายามรับเอาไว้ให้หมด
หลังจากที่ปีที่แล้วอิ้นดี้ โยนงานทิ้งเป็นว่าเล่น เพราะเหตุผลว่ามันรบกวนเวลาเที่ยว
เรื่องเงินไม่มีอะไร ตอนนี้พยายามเก็บเงินเรื่อยๆ ละ ตอนนี้มีงาน ก็มีเงินมา แต่เดี๋ยวคงจะต้องเอาไปลงทุนอุปกรณ์อะไรนิดหน่อย
ความหวัง ก็หวังแค่ว่าปีนี้จะปลดปล่อยตัวเองออกจากวิถีมนุษย์เงินเดือนได้เสียที แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่อยากจะกดดันตัวเอง
อนาคต นี่ล่ะที่กำลังจะปูทาง เพื่อนๆมาคุย จะรวมทีมกับทำโปรดักชั่นเล็กๆ รับพวกวิดีโองานแต่งอะไรพวกนี้
ก็ดูเข้าที จริงๆเรื่องนี้เราคิดมานานแล้วว่าจะรวมกลุ่มเืพ่อน แต่ดูท่าทางมันไม่จริงจังกันเสียทีเลยปล่อยไป
พอมันมาชวนงี้ก็เลยมีไฟ ตอนนี้กำลังเก็บเงินจะลงทุนกับกล้องกัน ซึ่งตอนนี้ก็อาจจะขาย Fuji XE-1 ที่เพิ่งซื้อมาไม่นาน
จะเอาไปแปลงเป็น 6D มาเล่นงานวิดีโอซะ ซึ่งคงหมดอีกหลายหมื่น :44:
ก็หวังว่าเพ่ือนมันจะเอาจริงเอาจังกันนะ เรื่องนี้จริงๆหวั่นมากๆ ด้วยนิสัยของเพื่อนแต่ละคน ใช้ชีวิตเอ้อระเหยกันสุดๆ
ถ้าดูคนที่ทำงานสายมดงานก็มีผมนี่ล่ะในรุ่นที่จบมารู้สึกจะเป็นสายแข็งอยู่คนเดียว ก็ต้องมาคอยเข็นกันไป
ถ้าฟอร์มทีมสำเร็จก็ดีไป งานเข้าเยอะเมื่อไรคงได้ลาจากชีวิตมนุษย์เงินเดือนเสียที สู้เว้ย :07:
ไม่ใช่แค่หมื่น แต่หลายแสนเลยแบงค์เอ๊ย ค่อยๆเป็นค่อยๆไปล่ะกันนะ :30:
วงการ Video ของแพ้งแพง
สู้ๆ
ในบรรดางานที่ผ่านๆมาตูว่างานที่คุ้มสุดคืองานที่ทำบนคอมและจบคนเดียวได้เนี่ยแหละ :30: :30:
ก็คงจะแสนล่ะ แต่ไม่ได้ออกคนเดียวไง รวมๆกับเพื่อน
เลยปลอบใจตัวเองว่าหลักหมื่นละกันนะพี่เลย์ :30:
ซื้อง่ายขายคล่องเป็นพี่โก้ไปได้ :59:
เมื่อวานไปเซ็นสัญญาละ เริ่มงานใหม่ 1 เมษานี้แล้ว
เงินเดือนก็เท่ากับที่รัฐบาลกำหนดขั้นต่ำป.ตรีนี่แหละ ได้เบี้ยกันดารเพิ่มอีกนิดนึง
ถ้าเทียบกับทุกคน เงินน้อยงานหนักแน่ แต่ตูอยู่ตจว ค่าครองชีพก็ต่ำกว่าอีกหน่อย พอได้อะ ดีกว่าไม่มีกินมีใช้ :47:
ความหวังเรื่องงานก็คือ ขอให้งานมันไม่หนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน และขอให้ร่างกายผอมกว่านี้อีกนิดก็พอใจละ
ตอนนี้ก็เลิกบันทึกอาหารที่กินแล้ว แต่จะชั่งน้ำหนักทุกวัน เผื่อมันเด้งจะได้รีบลดได้ทัน
อนาคต อยากใช้หนี้และมีเงินเก็บ ตอนนี้ไม่มีเงินเก็บเลย มีแต่หนี้ ถ้าเป็นอะไรฉุกเฉินมานี่ตายหยั่งเขียดแน่ๆ :59:
ตอนนี้งานประจำคือเป็นพี่ติวดรออิ้ง :30: ทำสองวันเสาอาทิตย์ได้วันละห้าร้อย
แต่วันที่สองนี้จะไปฟังผลที่ประกวดโมชั่น(รอบแรก)ละ เค้าบอกว่ามีเปอร์เซนต์ติดรอบสองสูง
ถ้าติดก็ต้องทำส่งสองชิ้น ของสยามเซนอันนึง ของ SIPA อันนึง(สรุปว่าเดือนนี้ทำสามเวทีพร้อมกัน กรี๊ด :59: :59:)
รู้สึกว่่าไฟมันกลับมาเดือดอีกครั้งละ หลังจากริบหรี่มานาน :53: :53: :53: :53:
แต่เป้าหมายสูงสุดตอนนี้คือการกลับเชียงใหม่ :05: :05: กะว่าจะกลับต้นเมษา แล้วมา กทม ยาวๆอีกทีหลังสงกรานต์
ลุยงานทุกอย่างให้เสร็จ (หมดเมษา) แล้วต้นพฤษภาจะศึกษาสายงานวีดีโอกะโมชั่นอย่างจริงจัง
อยากไปศึกษากับที่เค้าเป็นงานโปรดักชั่นจริงๆอะ คือทุกวันนี้ทำแบบสดๆ เถื่อนๆ งูๆปลาๆมาก
อยากรู้ว่ากระบวนการที่ถูกต้องเป็นยังไง :53:
แล้วก็พี่ชายจะทำเสื้อขาย คิดว่าคงได้ช่วยพี่ทำ (เค้าจะให้ออกแบบเสื้อแล้วก็ทำแบรนดิ้ง)
หวังว่าทั้งหมดทั้งมวลนี้จะมีแรงทำนะ อยากให้ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันก่อนเปิดเทอมเพราะมีเวลาเต็มที่ :53:
ตื่นเต้นๆๆๆๆๆๆ
(เงิน ตอนนี้เก็บตังใหม่ ซื้อคอมตัดต่อหมดตูดละ .... ถ้าประกวดแล้วได้ตังก็คงเอาไปทำเสื้อมั้ง เก็บตังซื้อกล้องต่อ :37:)
เมื่อวานย้อนกลับไปอ่านจู๋นานาหน้าแรกๆ แล้วก็ทึ่ง
ชีวิตคือการเดินทางจริงๆ
เป็นคนเริ่มกระทู้ แต่รู้สึกว่าผ่านมาหลายปีก้ยังไม่เคยได้อัปเดทอะไรให้ฟัง
แบบมันผ่านพายุมาหลายลูกอยู่ แต่เรือลำใหญ่หน่อยเลยผ่านๆ มาได้จนปัจจุบัน
เอาไว้เจอจุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ๆ จะมาเล่า
สถานะตอนนี้ ทำงาน rs เปลี่ยนมาหลายตำแหน่ง
ปัจจุบัน ทำงานมีความสุขดี สภาพแวดล้อมดี
เป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่มีดราม่าเลย (หรือมีก็ไม่รู้ แค่เราไม่เก็บมาใส่ใจ)
และที่สำคัญที่สุดในฐานนะลูกจ้างคือ หัวหน้างานเป็นคนที่ดีมากๆ
เป็นหัวหน้าในอุดมคติที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน ไม่เคยตำหนิต่อว่า
มีปัญหาเข้ามา แกจะพุ่งเข้ารับแทน แล้วผลักเราให้พ้นจากปัญหา
แล้วแกค่อยกลั่นกรองให้เบาลง ก่อนจะมาพูดคุยกับเรา
และสำคัญที่สุด แกมองเห็นความสามารถในความเงียบๆ ของเรา
ให้รับผิดชอบในงานที่เราสนใจ ถนัด ให้ความไว้วางในในการคิด การทำงาน
ล่าสุดก็เสนอให้เลื่อนตำแหน่ง ได้ปรับเงินเดือน 20% สูงสุดตั้งแต่เคยทำงานมา
ชีวิตการทำงานตอนนี้ชิลมากๆ :42:
ดีใจด้วยค่ะ แต่ก่อนสคบ ดราม่าเยอะ55 แผนกไหนอะไรยังไงอ่ะพี่โอ้เอ้
นานาสู้ๆ โอ้เอ้สู้ๆ
ตอนนี้พี่ทำอะไรอะครับ
เที่ยงๆน่าจะกินข้าวอยู่นะ
นี่บ่ายแล้ว คงขึ้นมาละมั้ง
ทุ้ยส์
:30: :30:
กำลังหายใจอยู่ :37:
ทำงานในส่วน infrastructure วางโครงสร้างและก็ดูแลมันด้วย
งานส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับมือถือ ทั้ง app และพวกกดดอกจัน download เพลง
งาน streaming เพลง mv บน app รายการสด 2ช่อง laliga กับสบายดีทีวี
แล้วก็อื่นๆ นิดๆ หน่อย ประมาณนี้
ลาออกจากงานเซลล์แล้ว ทำงานพรุ่งนี้วันสุดท้าย
เสร็จแล้วก็จะติดปีกบินกลับไทย
ก่อนออก มีดราม่าที่ทำงานเล็กๆ ซึ่งอิ่มไม่เข้าใจ
(คือ อยู่ดีๆ คนที่เป็นเทรนเนอร์ก็ไปเห็นคำสั่งของบอส ที่ให้ไปเตือนคนในรายชื่อ
ว่าถ้าไม่ทำยอด ก็อาจจะต้องโดนไล่ออกนะ ซึ่งปกติจะเตือน่2 รอบแล้วปลด
แต่ยังไงไม่รู้ อิเทรนเนอร์คนนั้น อยู่ดีๆก็ไล่คนที่อยู่ในรายชื่อออกเฉยเลย
คำถามคือ เขามีสิทธิไล่คนออกด้วยหรอ? แล้วที่ตนทำยอดไม่ได้นี่เป็นผลมาจากเทรนเนอร์ห่วยรึเปล่า?
แล้วเทรนเนอร์ถ้าทำเกินหน้าที่แบบนี้จะโดนไล่ออกด้วยไหม?)
ตอนนี้ก็มองหางานที่ไทยอยู่ มองไว้หลายๆที่
คุยกับวิลแล้วว่าไม่อยากทำงานที่ออสฯ ก็เป็นอันเข้าใจกัน
กลับไทยไปจะเป็นยังไงก็ไม่รู้ รอดูไปเรื่อยๆละกัน
แต่พอลาออกจากงานเซลล์แล้วนี่ใจหายนะ
คือตอนนี้อิ่มอยู่ในจุดที่ขายได้บ้าง ไม่ได้บ้าง
เริ่มมียอดเป็นของตัวเองไรงี้ คิดว่าถ้าทำอีกหน่อยคงเข้าที่เข้าทาง
แต่ก็ลาออกซะก่อน ไปเริ่มต้นใหม่
ตอนนี้ไฟสมัครงานลุกโชติช่วงมากกกกกกกกกก!!!!
สู้ๆ หมีอิ่ม :12:
อ่านของอิ่มแล้วนึกถึงเพลงนี้.. จริงๆ ก็ไม่ค่อยเกี่ยวหรอกนะ :30:
อีไซกูนิ (http://www.youtube.com/watch?v=rg4z3FpFImQ#ws)
:3005:
:37: :37: เพิ่งรู้ว่าจู๋นี้กูเกิ้ลได้
ซู่ๆ :25:
เอาทุน พ.ก. แทนดิ
อ้างคำพูดจาก: ดาม่า เมื่อ 13 เม.ย. 2013, 23:29 น.
ตัดเรื่องสอบกพ.ทิ้งไป แล้วตั้งใจไปเสิร์ฟเลยดีมั้ยฮระ
อยากเป็นน้องดา เป็นจานดาแล้วมันแบนเกินไป :25:
ตูทุนเด็กเสิร์ฟ อิจฉาพวกเด็กทุนรัฐบาลจะตายนะ :07:
ตั้งใจหาสามีรวยๆ เลยดีกว่าฮะ :12:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 14 เม.ย. 2013, 01:30 น.
ตั้งใจหาสามีรวยๆ เลยดีกว่าฮะ :12:
:05: หาได้ที่ไหนมั่งง่ะ
ปรึกษาเจ๊ปุก :30:
เรียนไปด้วยเสิร์ฟไปด้วยจะทำให้เราแกร่งขึ้นอีก100%
ต้องบริหารเวลาให้ดีกันทุกนาทีเลยล่ะ
ทำงานน้อยไปก็ไม่พอกิน ทำเยอะไปก็ไม่มีเวลาทำรายงาน
ลองดู :12:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 14 เม.ย. 2013, 00:53 น.
ตูทุนเด็กเสิร์ฟ อิจฉาพวกเด็กทุนรัฐบาลจะตายนะ :07:
ทุนรัฐบาลติดหนี้หัวโตเลยนะคะ :44:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 14 เม.ย. 2013, 01:30 น.
ตั้งใจหาสามีรวยๆ เลยดีกว่าฮะ :12:
สามีธรรมดายังหาไม่ได้เลยฮร่ะ :37:
อ้างคำพูดจาก: PalmySyd เมื่อ 14 เม.ย. 2013, 06:02 น.
เรียนไปด้วยเสิร์ฟไปด้วยจะทำให้เราแกร่งขึ้นอีก100%
ต้องบริหารเวลาให้ดีกันทุกนาทีเลยล่ะ
ทำงานน้อยไปก็ไม่พอกิน ทำเยอะไปก็ไม่มีเวลาทำรายงาน
ลองดู :12:
อยากลองให้แกร่งเนี่ยแหละปาล์ม ชีวิตดาอ่อนด๋อยมากๆ
ไว้สอบสัมภาษณ์ให้ผ่านก่อนละกันเนอะ 555
ถ้าได้จะเลือกไปญี่ปุ่น ไปติ่งให้ถึงที่ วะฮ่าๆๆ
พยายามขอทุน พก ไปญี่ปุ่นแล้ว แต่ไม่ผ่าน
ทุนรัฐบาล ก็ทำงานใช้หนี้แค่นั้นเอง (ได้เงินเดือนด้วย)
แถมไม่ต้องกลัวใครจะมาไล่ออกเหมือนเอกชน :07:
ข้าราชการเค้าไม่ไล่ออกค่ะ แต่จะหาเรื่องโน่นนี่มาฟ้องจนต้องออกจากราชการไปเอง :25:
ญี่ปุ่นๆๆ :25:
ปรึกษาเจ้ปุกเลยเผื่อได้อย่างเจ้ อิอิ
ผัวปุกเป็นฝรั่งเศสนะ :30:
อ้าว...เข้าใจว่าพบรักกันที่ญี่ปุ่น :09:
ก็พบที่ญี่ปุ่นนั่นแหละ :30:
อ้างคำพูดจาก: ดาม่า เมื่อ 14 เม.ย. 2013, 09:34 น.
ข้าราชการเค้าไม่ไล่ออกค่ะ แต่จะหาเรื่องโน่นนี่มาฟ้องจนต้องออกจากราชการไปเอง :25:
ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ เข้าว่ายากแล้ว ตอนออกยังหลายขั้นตอนยิ่งกว่า
ช่วงนี้คงมาเขียนบ่อยหน่อยนะคะ งงๆชีวิตอยู่
จริงๆอันนี้ก็เขียนคล้ายหน้านู้น แต่พอได้กลับบ้านมาพักยาวๆ อยู่เฉยๆ ยาวๆ
ก็เลยมีเวลาคิดทบทวนอะไรเยอะขึ้น
- จะเลิกไปติวเด็กแล้ว เพราะที่ติวเก่าไกล เหนื่อย แล้วก็ไม่ชอบหลักสูตรตึกติว
คิดว่าการใช้ชีวิตนานาไม่เหมาะกับตารางเวลางานแบบนี้เลย สอนได้แปปๆก็ติดภารกิจต้องไปทำนั่นทำนี่
เลิกดีกว่าเนอะ
- คิดว่าตัวเองในตอนนี้ไปได้ไกลกว่านี้.....
อย่างเรื่องงาน เมื่อก่อนตะลุยทำทุกอย่าง สนุก แรงเยอะ เรื่องเงินเรื่องรอง
ได้ประสบการณ์กับสกิลเราก็พอใจ เป็น process แบบงูๆปลาๆ ทำตามเซนส์ ทำตามพลังว่า
ออกมาไม่แย่ก็ใช่ แต่กลายเป็นว่าพอใจที่จะอยู่กับงานระดับ "เงินค่าขนม" มาตลอด
อาจจะเพราะเมื่อก่อนไม่ได้คิดว่าต้องใช้เงินอะไรขนาดนั้นด้วยเลยฟรีสไตล์มาเรื่อยๆ แต่ตอนนี้ไ่ม่ได้ละ
คิดว่าถึงเวลาพัฒนาตัวเองไปขั้น "ทำมาหากิน" ได้ละอะ (ป๋าเลย์ขา วิ้งๆๆ :56: :56:)
ที่คิดได้อย่างนี้เพราะไปเจอพี่อู๋มา
เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าตัดต่อพรีเซ้นแต่งงานเฉยๆ ได้ตั้ง 5k น้ำตาจะไหล ฉันไปอยู่ไหนมาเนี่ย :59:
- อยากเขียน 10 mois en france มานานแล้ว วันก่อนพี่เบลมายุให้เขียน ยุติดด้วย :30: จะพยายามนะ
- ยังมีอีกเรื่องที่กังวลใจก็คือเรื่องบ้านที่เชียงใหม่
คือเหมือนยิ่งนานาหาตังได้เยอะขึ้น เค้าก็มีความหวัง มีความมั่นใจที่จะให้เราเลี้ยงเยอะขึ้นยังไงไม่รู้
คือบ้านนี้ ชินกับการเป็นฝ่ายขอเงินใช้มากว่ายี่สิบปี
บ้านนี้หาเงินใช้เองไม่เก่งเลย แล้วนานาไม่ค่อยอยากสปอยที่บ้านยังไงไม่รู้
นานาควรจะทำไงดีเนี่ย เพราะแม่เก็บเงินไม่เก่งเลย
ตอนนี้ก็มีเปรยๆมาว่าค่าเทอมน้องเก้าพันนะ แม่ไม่มีเงินก้อน :3005:
ฉันแทบตกเก้าอี้ตั้งแต่ตอนที่เธอบอกว่าทำโลโก้อันละ 500 :59: :59:
จ้างทำสี่อัน :59:
ถึงได้อยากมาอยู่เลเวลทำมาหากินแล้วอ่า
ไม่งั้นก็ติดอยู่ที่เลเวลเงินค่าขนมไปเรื่อยๆ
ตังก็ไม่ได้ ประสบการณ์ที่ควรจะได้มากกว่านี้ก็ไม่ได้
รู้ตัวช๊า ชา :05:
ดีแล้วนานา เมื่อก่อน สมัยเรียน ตูเคยรับทำเว็บรีสอร์ต 2000 บาท :59:
อีกอย่างนานาไม่รู้ว่าที่คิดกันแพงกว่านี้เค้าทำกันยังไงด้วยอะ
จะอยู่ดีๆมาคิดตังแพงเอาเองมันก็ยังไงไม่รู้อะ เหมือนคิดไปเองว่าโปรแล้ว
อยากลองเกาะไปฝึกงานดูก่อน :30:
ใจเย็นๆเน้อ ช่วงนี้เป็นช่วงบ่มประสบการณ์ ณ วันนี้ตูยังรับงานที่ไม่คุ้มเงินอยู่เลย
ลองทำไปก่อนแล้วจะเห็นโลกที่ใหญ่ขึ้น งานที่เงินเยอะไม่ได้มีบ่อย แต่งานโหดต่อเนื่องเน้อ
ค่อยๆเก็บเลเวลไปก่อน
:46:
ส่วนตัวตูชอบงานที่ได้เงินไม่ต้องเยอะมากก็ได้ แต่กินยาวๆ :37:
พูดถึงอู๋ คุ้นๆ ว่าเมื่อก่อนอู๋รับถ่ายรูปทั้งวันแค่พันเดียวเองนะ :30:
ของตูหลังๆทำพรีเซ้นต์ฟรียังมีเลย :05:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 17 เม.ย. 2013, 00:10 น.
ของตูหลังๆทำพรีเซ้นต์ฟรียังมีเลย :05:
คืนกำไรลูกค้าเหรอครับ
:46:
หัวอกเบื้องหลังคนทำงาน :05:
พฤษภานี้ไปทำที่ใหม่แล้วนะ สายชิลเหมือนเดิม อาจจะชิลกว่าเดิมหรืออาจจะไม่ก็ไม่รู้ :40:
ห๊ะ ไปซะแล้ว
บันทึก :
งาน : พรุ่งนี้จะเซ็นคอนแทคแล้วกับมูลนิธิ Soi Dog ประเทศไทย หน้าที่ตูงานพวกใต้ดิน
คอนแทคของตูจบที่ พ.ร.บ. ประกาศออกมา ช่วงนี้เรื่องการค้าสุนัขข้ามชาติ Stop dog meat trade โหดมาก :59:
งานอดิเรก : ประสานงานโปรเจคพิเศษให้กับทำเนียบองคมนตรี แล้วก็ดูแผนการใช้งบประมาณของหน่วยงานรัฐบาลเล็กๆ 2-3 ที่
... ช่วงนี้กำลังยื่นเรื่องบูรณะโบราณสถานแห่งนึง ไม่ได้ใช้เงินทุนใหญ่โตอะไร มีศิลปินแห่งชาติช่วยซับพอร์ตแบบ ช่างฝีมือโบราณพร้อม
ถ้าเรื่องนี้สำเร็จ คงเป็นงานอดิเรกที่ทำได้เรื่อยๆ
เงิน : สบาย ไม่เดือดร้อน ... ทำงานที่บ้าน ประชุมนอกสถานที่นิดหน่อย ... ไม่ได้อยากรวยมากเหมือนแต่ก่อน
ตอนนี้ขอให้ได้มีโอกาสทำอะไรที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวมให้มาก ก็โอเคละ
ความหวัง : อยากทำงานราชการ ...ตูรักงานราชการนะ และก็ยังรับช่วยงานราชการที่ขาดแคลนบ้างตามโอกาส....
แต่ไม่อยากสังกัดพวกข้าราชการชั้นต่ำ /// ทุกวันนี้ก็เหมือนรับราชการ แค่ไม่ไปตอกบัตร สังกัดกรมอะไรกับเค้าเท่านั้นแหละ
อนาคต : ปั้นแบรนด์ให้สำเร็จ แล้วเป็นเสือนอนกิน มีเวลามากๆ .... ถ้าบ้าๆหน่อย อาจได้มีการเซทโปรเจคเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมขึ้นมา
คนทำมี นายทุนพร้อม เครือข่ายแน่น ฝ่ายรัฐ เหนือรัฐ ซับพอร์ต ....เหลือแต่กูนี่แหละยังไม่เริ่มซักที !!! แค่ไกด์ไอเดียแล้วจูงเค้ามาแมชกัน แค่นั้นแหละ :05:
ทำไมงานน้องส้มมันถึงได้เจ๋งขนาดนี้เนี่ย :25:
:12:
มีแต่พี่แอ้นี่แหละค่ะที่ชม ... :56:
นอกนั้นพูดด้วยความห่วงใย ว่าอีโง่ววววววววววววววว ... ทำอะไร๊ เสียเวลา ทำแล้วมันได้เงินไม๊
เท่ออก :25:
ทำต่อไปสมหวัง แล้วจะมีเรื่องดีๆตามมา สู้ๆ
ไม่เคยด่าเรื่องไม่ได้เงิน พูดแต่เอ็งนี่ก็ช่างขยันไปหาเรื่องมาทำเนอะ :30:
สู้ต่อไปนะทาเคชิไจโกะ :12:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 22 เม.ย. 2013, 20:25 น.
ทำต่อไปสมหวัง แล้วจะมีเรื่องดีๆตามมา สู้ๆ
อ้างคำพูดจาก: RomSaiKyu เมื่อ 22 เม.ย. 2013, 21:35 น.
ไม่เคยด่าเรื่องไม่ได้เงิน พูดแต่เอ็งนี่ก็ช่างขยันไปหาเรื่องมาทำเนอะ :30:
เรื่องดีๆ ที่ตามมา ... คือ เรื่องต่างๆทั้งหลายแหล่ที่ได้มาทำนี่แหละฮร่ะ :56:
ไม่เห็น ไม่เห็น ... มองข้ามคอมเม้นท์พี่หมอ :39:
เฮ้ย มีไม่กี่คนนะที่ทำแบบนี้ได้
ทำได้ก็ภูมิใจเหอะ
Port Folio ของชีวิตคนหลาย ๆ คน (รวมตูด้วย) คงไม่มีโอกาสได้ทำอะไรแบบนี้หรอก
:12:
:30:
มาอัพเดทชีวิตมั่ง
ตอนนี้ตื่นเต้นสุดๆพรุ่งนี้จะได้กลับไทยแล้ววววว
ถึงไทยเย็นวันศุกร์ วันเสาร์ก็มีมีตติ้งเปิดบ้าน(บริษัท)เลย
เรื่องงาน..แน่นอนว่าได้เงินน้อยกว่าที่เคยได้เกือบ10เท่า แต่เราหาได้แคร์ไม่ :30:
เราทำเพราะเราคิดว่ามันสนุก เราอยากลอง เราอยากลุย
และเราเชื่อมั่นในตัวเราและเพื่อนร่วมทีมว่าเราจะเข็นมันไปได้ไกลและไกลมากกกก
งานนี้ได้ทำแทบทุกอย่างอย่างที่ป๋าณตได้เม้นท์ไว้ในจู๋บันทึกฯ จริงๆค่ะ
เอาจริงๆก็ชอบนะ อาจเป็นเพราะเราเองรู้สึกว่าการที่เราได้ทำอะไรเองเกือบทั้งหมดแต่ต้น มันคือเราจริงๆ
สโคปงานที่ทำก็คืองานในส่วนบริหารรเกือบทั้งหมด
1.ช่วยวางโครงสร้างและระบบบริษัท
2.ดูแลเงิน
3.วางแผนงานบริษัท
4.marketing + PR
5. sale
กลับไทยก็จะได้เวลาขุดงานที่ดองไว้มาทำต่อด้วย http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,21151.0.html (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,21151.0.html)
จะเขียนๆหลายทีแล้วก็เจอภาวะงานเข้าทุกที
อ้าว่าแล้วก็เนียนโปรโมทซะเลย https://www.facebook.com/cineplusthailand?ref=hl (https://www.facebook.com/cineplusthailand?ref=hl)
FB fanpageเปิดมายังไม่มีอะไรเป็นทางการมาก ชื่อสวยๆก็ยังไม่มีเลย :30
เรียกด้วยนะๆๆๆ
เนียนกดแชร์ไปแล้ว :30:
ไปด้วยๆๆๆ :25:
เอาด้วยๆๆๆ
เดี๋ยวนะ
ตับๆๆๆ
อาร๊ายยยย :30:
อันนี้ตัวจริง :30:
อัพเดทชีวิต
เข้าสู่สถานะมนุษย์เงินเดือนมา 2 อาทิตย์แล้ว
เป็นชาว 18มงกุฎ ทำงานกับพี่บิ๊ก
งานสนุกนะ ดราม่าดี :30:
บรรยากาศการทำงานก็ชิวดี รู้สึกเหมือนไปนั่งทำรายงานบ้านเพื่อน
คือยังไงดี มันไม่มีกฎอะไรตายตัว ถึงมีเราก็ทำมั่งไม่ทำมั่ง
แต่โดยรวม 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาสนุกนะ พี่ๆที่บ.ก็ใจดี ช่วยๆกันทำ เหมือนไม่มีใครทิ้งใคร
ทุกคนมีหน้าที่แต่ถ้าใครมีปัญหา ต้องการความช่วยเหลือก็เข้ามาช่วยทุกคน
อันนี้รู้สึกดีมากกกกกกกกกกก :40:
ส่วนเรื่องตัวงาน อิ่มก็ยอมรับว่าขี้ลืม :30:
ชอบลืมนิดๆหน่อยๆ ก็ลืมก็คือลืมแหล่ะ ต่อไปจะพยายามไม่ให้ลืมนะคะ :46:
อีกอย่างคืออิ่มขี้บ่น หวังว่าพี่บิ๊กและชาวคณะจะไม่ถือสา :30:
แต่จริงๆไม่มีไรนะ บ่นไปงั้นแหล่ะ ปกติออกจะเป็นเด็กสงบเสงี่ยม
เรื่องงานจะพยายามให้มากขึ้นนะคะ :46:
เอาเป็นว่าตอนเช้าอิ่มตื่นมา ไม่งอแงที่จะไปทำงาน ยินดีที่จะกลับเย็นหน่อย
อิ่มว่าแค่นี้อิ่มก็พอใจแล้วนะ ถือว่าเจอที่ทำงานที่เข้ากันได้
อ่อ อีกอย่างเห็นพี่ๆทำงานจนดึก อยากช่วยจริงๆนะ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็โทรมาได้เลย
ตอนนี้กำลังโดนเพลงเกาหลีล้างสมอง :3005:
แถมน้ำหนักที่พุ่งขึ้นก้าวกระโดดมากๆ ก็ว่าไม่ได้กินอะไรแล้วนะ :3005:
สุดท้าย ขอโทษด้วยที่ไปเช้าเวอร์ตลอด เข้าไปทีไรเหมือนไปปลุกทุกที
ไม่ต้องตื่นก็ได้นะ นอนต่อไปเถอะ :30:
พ้นช่วงชีวิตที่ต้องกินอาหารหมดอายุเสียที :30:
ตัวจะแตกอยู่แล้ว :30:
อ่อ อีกนิดนึงคือ งานที่ทำมีความสุขมากกกก บางทีต้องนั่งหารูปผู้ชายหล่อๆ (เพิ่งทำมา2อาทิตย์ ต้องหา 3 รอบแล้ว ในเครื่องนี่ ผช.เป็นกรุเลย) :04:
ทำงานไปยิ้มไป มีความสุขที่ซู๊ดดดดดดดด :56:
ขออัพเดทชีวิตนิดหนึง
ตอนนี้ลาออกจากบริษัทพี่บิ๊กแล้ว :46:
ไม่ได้มีดราม่าใดๆกับพี่ที่บริษัทนะ อิ่มรักทุกคน
แต่จริงๆก็มีนิดๆแหละ พี่บิ๊กเอง วันๆก็สั่งแต่งาน ตัวเองนั่งฟังแต่เพลงเกาหลี :08:
เปิดเว็บเซฟรูปวงสาวๆเกาหลี อิ่มพยายามทำเป็นไม่สนใจ
วันไหนงานน้อยก็ไม่เป็นไร แตวันไหนงานเยอะๆ แทนที่จะมาช่วยกัน :41:
อยากจะกรี๊ด วิ่งไปตบซักสามฉาด :13:
ตอนนี้เลยว่าจะไปหางานทำที่ออสอีกรอบ สาบานว่าไม่ได้ไปเพราะวิล (จริงๆก็มีส่วนนิดๆ) :27:
หนุ่มไทยมันไม่ได้จริงๆค่ะ ชอบเข้มๆ ล่ำๆโกโก้ครั้นแบบหนุ่มอินเดีย :46:
งั้นหมีเล็กๆ มีอยู่กับตูไหม :47: :47:
ลาออกเร็วไปแล้ว :30:
:30: ทำไมอิ่มตัดใจเร็วมาก
ceo เฮงซวย ติ่งเกาหลีค่ะ ลาออกแม่มเลย :12:
มาทำรายการกะตูไหม :56:
ตอนนี้มีโปรเจ็ครายการที่ยังไม่เคยมีที่ไหนทำมาก่อน
คล้ายๆประกวดร้องเพลงแหละนะ แต่กรรมการจะไม่เห็นหน้านักร้อง ชอบก็กดปุ่มหันมาดู
เลื่อกเอาแต่เสียงล้วนๆ เน้นเฉพาะเด็ก ฉันเชื่อว่าเด็กไทยร้องเก่งๆมีเยอะ
คร่าวแค่นี้ก่อน
สนเป่าจ๊ะ :56: :56:
จะให้มาช่วยหันเก้าอี้กรรมการน่ะ :47:
ถ้าเด็กผู้ชายดำๆล่ำๆ อิ่มขอนะ :51:
เอ๊ะ ทำไมพักนี้อิ่มดูหื่นๆนะ :30:
ห่างวิลนานอะ กระหายนิดหน่อย :16:
มาพับเสื้อสิหมีเล็ก พี่ให้เดือนละสี่หมื่น :12:
ขอไปพับที่บ้านพี่โบว์นี้ได้เปล่า http://www.f0nt.com/forum/index.php?action=profile;u=2241 (http://www.f0nt.com/forum/index.php?action=profile;u=2241) :25:
ลองเล้ย น่าจะเป็นคนเดียวที่รับมือหมีเล็กได้ละ :30:
:51: ให้นั่งดูเฉยๆที่ระเบียงก็ยอม
สาระสักนิด
วันอังคารนี้จะเข้าไปคุยกับ HR ของอมรินทร์แล้ว ต้องเขียนresumeไปให้ด้วย :30:
สรุปว่านอกจากไปคิดprojectแล้ว ต้องไปสร้างแผนกเลย คือ หาrecruit คนด้วย
เชี่ย เป็นหัวหน้าเต็มตัวแล้วไง เกร็ง :59:
ตอนนี้มีปัญหาคือจะเรียกเงินเดือนเท่าไหร่ดี :47:
สุดท้ายก็ลาออกมาพับเสื้อกับเมีย :30:
อ่านแล้วงง ถีงขั้นต้องกดชื่อดูโพรไฟล์ :48:
อิ่มอยากทำหนังสือหนังออนไลน์ค่ะ พี่ปาล์ม มีเบอร์โทรไหมคะ อยากโทรคุยรายละเอียดนิดหนึง :46:
หมีเล็กอันน่าสะพรึงกลัว :59:
อีนังเกศแม่งสมจริงมากอ่ะ :30:
เล่าบ้าง
งาน
ย้ายงานมา 2 เดือน มาที่ใหม่ที่ไม่รู้จักใครเลย (ยกเว้นพี่เกศ) แต่ก็พบว่าเราโอเค (ซึ่งถ้าไปถามพี่เกศอาจจะได้คำตอบอีกแบบ 55)
ได้สัมผัสงานสไตล์ที่อยากทำ (Digital Agency) ได้ความรู้ เพื่อนร่วมงานโอเค มีคนรุ่นเดียวกัน คุยกันได้โอเคอยู่
ถามว่างานเยอะขึ้นมั้ย ก็เยอะขึ้นกว่าเดิมเยอะ แต่ก็แลกกะได้ความรู้
เจ้านายเก่งและโอเคกะชีวิต ทำให้รู้สึกว่ามีที่พึ่ง มีอะไรก็ไปคุยกะพี่แกได้
ถ้าจะมีข้อเสียอะไรจากการทำงานที่นี่ก็คือ ของกินอร่อยเกินไป และเดินทางไปออกกำลังกายยากกว่าเดิม
ตอนนี้คิดว่าได้ความรู้มากกว่าเดิมพอสมควรเลยนะ แถมเอามาปรับใช้หลังเลิกงานได้ด้วย :30:
แบบว่าเลิกงานก็รวมหัวกันกับเดอะแก๊งทำงานดูแล Facebook ให้แบรนด์เหมือนกัน (แต่ก็จะเป็นแบรนด์ SMEs หน่อย)
ใครสนใจก็มาติดต่อได้นะฮะ :27: (โฆษณากันโต้งๆ)
เงิน
โอเค โอเคมากๆ คือมีเรื่องต้องใช้เงินหลายอย่างนะ แต่ก็มีงานเข้ามาในระดับที่โอเคเลย :27:
ตอนแรกนึกว่าจะไม่มีงาน (นอก) แต่ก็มีมาเรื่อยๆ แบบราย 6 เดือน 3 เดือน (แล้วก็ต่อสัญญา) ก็ว่ากันไป
ตอนแรกมีงานนึงที่มีชื่ออยู่ในทีมของอีกองค์กรนึง (คือเดือนเป็นซัพให้เค้า)
แล้วเค้าก็เอาชื่อเราไปเป็นส่วนนึงในทีมทำงานเตรียมพิชชิ่ง (แล้วบอกว่าจะให้เราเป็นแอดมินเพจ มอนิเตอร์ ทำคอนเทนต์ส่งบลาๆ)
ตอนนั้นหวังใจไว้ว่าถ้าได้ก็คงได้รายได้เพิ่มทั้งปี เพราะเค้าบอกว่าถ้าพิชชิ่งได้ก็เซ็นกันเป็นปี
สรุปว่าไปๆ มาๆ ก็พิชชิ่งสำเร็จ แต่เราก็ได้ทำงานให้เค้าประมาณ 2 เดือน
(เดือนแรกทำครบทั้งมอนิเตอร์และคอนเทนต์
เดือนที่สองไม่ได้มอนิเตอร์เพราะทำงานที่ใหม่ไม่มีเวลา เลยเหลือทำคอนเทนต์ส่ง
เดือนที่สามเค้าไม่ส่งอะไรมาให้ทำ)
แล้วก็ชวดงาน :30:
เพราะเค้าบอกว่าวางโครงสร้างคอนเทนต์ไม่เสร็จนั่นนี่ ก็เลยทำเองไปก่อน สรุปก็คือไม่ให้เราทำงานแล้วนั่นเอง
ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะรู้สึกยังไง เพราะตอนแรกนึกว่าอะ มีชื่อเราในทีม ก็คงจะให้งานเราทำทั้งปี
แต่พอเริ่มไม่ส่งงานมาให้ทำแล้วต้องทวงมากๆ ก็แบบ ไปถามตรงๆ ว่าตกลงยังมีเราในทีมมั้ย
แล้วก็ได้คำตอบว่าไม่ (แต่ก็มีบอกทีหลังว่าไม่ได้ตั้งใจนะ อยากให้อยู่ในทีมแหละ แต่ด้วยความไม่พร้อมหลายๆ อย่างก็เลยพักงานเราไปก่อน)
ก็...สตั๊นดี :30: เลยได้บทเรียนสำคัญว่าวันหลังตกลงใจจะทำงานอะไรกันก็ทำเอกสารสัญญาให้เป็นเรื่องเป็นราวไปซะ
(อันนี้คือไม่เคยทำเพราะเชื่อใจไง)
ก็ไม่เป็นไร แค่แบบ เซ็งนิดหน่อย แต่เราก็โง่เอง
ไม่มีรายได้ทางนี้ ก็มีทางอื่น ก็สู้กันไป :37:
ความหวัง
อยากโตไปอยู่ในสกิลที่คุยกะลูกค้าได้เหมือนกันนะ อยากเป็นคนเบื้องหน้า คอยคิดคอยคุมโปรเจ็กต์อะไรงี้
ตอนนี้จะค่อนข้างทำงานเชิงโปรดักชั่น แต่ก็ยังแอบรู้สึกว่าแบบ ตัวเองก็ยังเก่งไม่พอ คือก่อนจะเข้ามาทำงานที่ใหม่นี่
ก็มีความรู้เรื่องการทำการตลาดบน Social Network "บ้าง" แต่พอได้มาทำงานจริงๆ หลายๆ แคมเปญ หลายๆ กลยุทธ์
มันต้องใช้ความคิดและความรู้เรื่องการตลาดพอสมควรเลยแฮะ ก็เลยเข้าใจได้ว่าตัวเองยังสกิลไม่ถึง ก็เรียนรู้ไปก่อน
อีกอย่างถ้าจะโตไปเป็นคนที่ทำงานได้ระดับนั้น ในที่ที่ทำงานนี่ คนแบบนั้นทำงานหนักชิบหายเลย :05:
ยังไม่พร้อมขนาดนั้น ไม่พร้อมที่จะทำงานแบบ เลิกงานดึกๆ อะไรงี้ เรายังต้องแบ่งเวลาไปทำสิ่งอื่นอยู่
เป้าหมายปีนี้คือยังไงก็ต้องหาทางไปออกกำลังกายให้ได้จนกว่าจะผอม
ซึ่งพอต้องแบ่งเวลาไปทำตรงนั้น เวลาในการมาทุ่มเทพลังเพื่อให้เก่งขึ้น (ในหลายๆ ด้าน) ก็แอบลำบากอยู่เหมือนกัน
ก็เลยต้อง พักๆ ไปก่อนเนอะ โตขึ้นเก่งขึ้น แต่ช้ากว่าคนอื่นหน่อย ยอม ซักปีนึง
อนาคต
ผอม สวย และรวยมาก ปณิธานเดิม :37: (สวยนี่อาจจะยากถึงยากมาก)
:45: :45: :45: :45: นิวบู เราใช้เว็บเธอเพื่อขายตี๋เข้าบริษัทเราเบยนะ
โตไปเป็นเซเบ็บไอทีคนใหม่เลย รออยู่ :35:
อ้างคำพูดจาก: ณิชหูด เมื่อ 05 พ.ค. 2013, 01:08 น.
:45: :45: :45: :45: นิวบู เราใช้เว็บเธอเพื่อขายตี๋เข้าบริษัทเราเบยนะ
โตไปเป็นเซเบ็บไอทีคนใหม่เลย รออยู่ :35:
แกมันเลว แกมันเชี่ย :07: (แต่โอเค หารค่าหัวกัน ยอม)
สำหรับดิฉันนะคะ
งาน :44:
เงิน :52:
ความหวัง :55:
อนาคต :44:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 04 พ.ค. 2013, 21:15 น.
สาระสักนิด
วันอังคารนี้จะเข้าไปคุยกับ HR ของอมรินทร์แล้ว ต้องเขียนresumeไปให้ด้วย :30:
สรุปว่านอกจากไปคิดprojectแล้ว ต้องไปสร้างแผนกเลย คือ หาrecruit คนด้วย
เชี่ย เป็นหัวหน้าเต็มตัวแล้วไง เกร็ง :59:
ตอนนี้มีปัญหาคือจะเรียกเงินเดือนเท่าไหร่ดี :47:
อย่าเกร็ง เดี๋ยวเสร็จไว :30:
ก็เรียกเงินเดือนตามที่ใจคิดว่าพอสมควรแหละพี่ร่ม เอาแบบเผื่อต่อนิดหน่อย ถ้าไม่ต่อก็ดีไปสำหรับเรา ถ้าต่อก็เอาลงมาจำนวนที่เราพอใจ
ได้งานแล้วพาลูกไปเที่ยวไม๊ เดี๋ยวแอ้จัดทริปให้
:52:
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็กๆ เมื่อ 04 พ.ค. 2013, 22:23 น.
อิ่มอยากทำหนังสือหนังออนไลน์ค่ะ พี่ปาล์ม มีเบอร์โทรไหมคะ อยากโทรคุยรายละเอียดนิดหนึง :46:
หมีอิ่มเวอร์ชั่นนี้น่ากลัว :48:
เดือนสู้ พี่ว่าถ้าเดือนลดน้ำหนักได้ต้องสวยแน่ๆ ลดน้ำหนักให้ได้นะ เพื่อสุขภาพด้วย :27:
ก็งงว่าตัวเองไปโพสไว้ตอนไหนฟระ :3005:
ก็งงว่าตัวเองไปโพสไว้ตอนไหนฟระ :3005:
Doppelganger เรอะ :59:
แว๊บนึงนึกว่าตัวเองเผลอกดโพสซ้ำกัน 2 รอบ
วิลข๋าาาาาาาาาาาาาาาาา ช่วยด๊วยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
:3005:
:30: :30:
ปล. นิวบู เราคงได้ร่วมงานกันในอีกซักแป๊บ(เดือน-2เดือน)
ตั้งแต่กลับมาประชุมมันทุกวัน ไม่มีเวลาลงงานภาคสนามเลย
ยังไงจะถามไถ่ไปอีกทีนะจ๊ะ :25:
อ้างคำพูดจาก: PalmySyd เมื่อ 05 พ.ค. 2013, 20:18 น.
:30: :30:
ปล. นิวบู เราคงได้ร่วมงานกันในอีกซักแป๊บ(เดือน-2เดือน)
ตั้งแต่กลับมาประชุมมันทุกวัน ไม่มีเวลาลงงานภาคสนามเลย
ยังไงจะถามไถ่ไปอีกทีนะจ๊ะ :25:
เลิฟค่า :25:
:25: ชาวฟ้อนนี่ ย้ายไปทำงานด้วยกัน ทีนึงก็ครืนๆ :30:
เจริญครืนๆ
กรอกใบสมัครงานอยู่ ลืมไปนานละ :30:
เป็น บ.ฟร้อน ไม่จำกัด(ความเกรียน)
ไม่แน่นะ อนาคต อาจจะมีการก่อตั้ง บริษัท ฟร้อน(ไม่จำกัด) มหาชน ก็ได้นะ
บริษัทเรามีบุคลากรที่มีประสบการณ์มากมาย
ทั้งหมอ
ทั้งเภสัช
ทั้งช่างภาพ
ช่างกราฟิก
ทั้งMultimedia Agency
อดีตครู
ดีไซเนอสาว :30:
HR
ผู้เชี่ยวชาญสัตว์เลี้ยง Sugar Rider :25:
เหลือแค่ทนาย..
อีเยี่ยมไงครับพี่น้อง :30:
ยังไม่มีตำหนวด :47:
คุณลุงมังกรดำไงครับ :47:
เลิกเล่นแล้วใช่มะวันนี้
...
วันนี้ไปสัมภาษณ์งานมาครับ ไม่เชิงว่าสมัคร เพราะอย่างที่บอกเค้าตามตัวไปทำ
ก็ตกลงเรื่องเงินเดือน การเซ็ททีมอะไรแบบนั้น เป็นสัญญาลองงาน 6 เดือน สิ้นปีถ้าทำโปรเจคยอดเงินไม่ถึงเป้าก็ต้องว่ากัน ถ้าเกินก็เงินเดือนเพิ่ม :53:
(ได้เงินเดือนเพิ่มจากที่เก่า 50% ค่าเดินทาง โทรศัพท์ต่างหาก อันนี้ต้องขอบคุณอีถลอกที่ยุให้กล้าขอไปเลย ไม่น่าเชื่อว่าจะได้สาระจากอีนี่ :30:)
ตอนนี้ยังไม่มีชื่อตำแหน่ง ตำแหน่งใหม่มาก :30:
เตรียมเข้าไปคุ้ยรายละเอียดการทำงานของแต่ละฝ่าย รวมถึงการขาย
เพราะงานตูต้องทำเป้าด้วย (เพื่อความเซฟ) แต่จริงๆ เค้าต้องการกระตุ้นความครีเอทีฟขององค์กร
เพื่อต่อยอดอมรินทร์ยุคใหม่ ที่ไม่ได้เป็นแค่ สนพ.
ไฟพุ่งพรวดมาก เพราะงานมันมากกว่าที่เคยทำมากกกกกก ไม่ได้ทำคนเดียวไปเรื่อยๆ ละ ต้องโตขึ้นอีกเยอะ
เอ้อ เดี๋ยวจะมีลูกน้องเป็นของตัวเอง 2 unit แว้วว อันนี้แหละที่เกร็ง :3005:
ทางเราอุตส่าเตรียมไว้ให้ 80% ทำไมคุณร่มไทรเรียกแค่ 50% ก็ไม่รู้ คริๆ
บอกว่าอย่าเกร็ง
เอ๊
:58:
เดี๋ยวเยี่ยวเหนียวนะคะ
อุ้ย คืนร่างแล้ว
อยากรู้อยากเห็น อัมรินทร์เค้าจะพัฒนาจากสนพ.ไปอะไรยังไงต่อ
งานลุงฟังดูน่าสนุก
อยากได้ช่างภาพบอกผมนะครับ ช่วงนี้ตกงาน :05:
อยากได้กับนายกครับ จะสัมภาษณ์หรือถ่ายปกไรงี้ เรียกด้วยนะครับ
อ้างคำพูดจาก: หัวเมืองใหญ่ต่างๆ เมื่อ 07 พ.ค. 2013, 16:50 น.
อยากได้กับนายกครับ จะสัมภาษณ์หรือถ่ายปกไรงี้ เรียกด้วยนะครับ
ตัวจริงแล้วใช่มั้ยครับ :30:
อ้างคำพูดจาก: PalmySyd เมื่อ 07 พ.ค. 2013, 16:39 น.
อยากรู้อยากเห็น อัมรินทร์เค้าจะพัฒนาจากสนพ.ไปอะไรยังไงต่อ
งานลุงฟังดูน่าสนุก
คือตอนนี้เค้ามีทั้ง event รายการโทรทัศน์ training ทัวร์ new media มีร้านชีวจิตด้วย
แต่ที่ดัง(และทำตังค์เป็นกอบเป็นกำ) ก็มีแต่หนังสือ (อีเว้นท์ ก็พองาม)
แล้วเค้ามี content มหาศาล รอแปรรูปอยู่
คิดแล้วก็มันพะย่ะค่ะ :59:
อ้างคำพูดจาก: iSharp เมื่อ 07 พ.ค. 2013, 16:48 น.
อยากได้ช่างภาพบอกผมนะครับ ช่วงนี้ตกงาน :05:
ถ้ามีตำแหน่งจะรีบบอกนะ...แต่อย่างแรกไปปรับ port ก่อน :30:
อ้างคำพูดจาก: หัวเมืองใหญ่ต่างๆ เมื่อ 07 พ.ค. 2013, 16:50 น.
อยากได้กับนายกครับ จะสัมภาษณ์หรือถ่ายปกไรงี้ เรียกด้วยนะครับ
แอ้ยังไม่เลิกอีก :07:
เฮีย เค้าอยู่นี่ :07:
ถลอกปลอมเป็นพี่แอ้ทำไม
เผื่อจั๊วะหลงกล :56:
ผั่บๆๆๆๆๆๆ
ลุงร่มไปทำที่อัมรินทร์ ทำหนังสือเครืออัมรินทร์
ให้เป็นอีบุ๊ค ซื้อและโหลดได้ใน itunes หรือ play store สักทีนะลุง :25:
มันมีแล้วนี่ครับ :37:
หาไม่เห็นเจอ :05:
https://itunes.apple.com/th/app/amarin-magazines/id404003523?mt=8
นี่ครับ :37:
มีใน play store ไหม :25:
คนเล่นไอโฟนมันเป็นประชากรส่วนน้อยของโลกนะ
มีของร้านนายอินทร์แน่ะ หาคำว่า naiin pann นะ :27:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 07 พ.ค. 2013, 21:27 น.
มีใน play store ไหม :25:
คนเล่นไอโฟนมันเป็นประชากรส่วนน้อยของโลกนะ
ก่อนอื่นต้องรอให้มีระบบอีบุ๊กที่ดีกว่าอุ๊กบีที่ผูกขาดอยู่เจ้าเดียวในบ้านเราตอนนี้ครับ
เบื่อมันมาก ขนาด MONDAY อาร์ตเวิร์กสวยๆ ยังไม่อยากซื้อเลย :05:
อ้างคำพูดจาก: Romzaikyu เมื่อ 07 พ.ค. 2013, 17:46 น.
คือตอนนี้เค้ามีทั้ง event รายการโทรทัศน์ training ทัวร์ new media มีร้านชีวจิตด้วย
แต่ที่ดัง(และทำตังค์เป็นกอบเป็นกำ) ก็มีแต่หนังสือ (อีเว้นท์ ก็พองาม)
แล้วเค้ามี content มหาศาล รอแปรรูปอยู่
คิดแล้วก็มันพะย่ะค่ะ :59:
ถ้ามีตำแหน่งจะรีบบอกนะ...แต่อย่างแรกไปปรับ port ก่อน :30:
แอ้ยังไม่เลิกอีก :07:
ถ้าคุณพี่มีโปรเจคสิ่งแวดล้อมทั่วไทย (ในเครือแก๊งค์รางวัลลูกโลกสีเขียว) การบูรณะโบราณสถาน
การช่วยเหลือสัตว์ หรืออยากมีโปรเจคสนับสนุนโครงการเยาวชนของในหลวง ... บอกคุณน้องนะฮ๊าา :25:
ป.ล.ลูกน้อง 2 unit นั่น มีลูกน้องฟ้าประทานมานั่งทำงานด้วยป่าวคะ อิ อิ
ฟ้าประทานนั่นถ้ามาจะเก็บไว้ที่บริษัท :47:
อยากทำด้วย จ้างผมด้วย :25:
รับเด็กฝึกงานไหม อยากทำด้วยอะลุงร่ม :25:
ส่งเรซูเม่มาสิ ถ้ามั่นใจว่าทำได้ :59:
ตอนเปิดซอง แนะนำให้ใส่ถุงมือ :59:
และหน้ากาก :30:
ส่งมาเป็นดิจิตอลเท่านั้น :59:
กลัวอาร๊ายยยย :30:
เรซูเม่ คงโคตรโล่งอะ ตั้งแต่จบ ทำงานอยู่ที่บริษัทเดียว :30:
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 09 พ.ค. 2013, 14:09 น.
ถ้าคุณพี่มีโปรเจคสิ่งแวดล้อมทั่วไทย (ในเครือแก๊งค์รางวัลลูกโลกสีเขียว) การบูรณะโบราณสถาน
การช่วยเหลือสัตว์ หรืออยากมีโปรเจคสนับสนุนโครงการเยาวชนของในหลวง ... บอกคุณน้องนะฮ๊าา :25:
ป.ล.ลูกน้อง 2 unit นั่น มีลูกน้องฟ้าประทานมานั่งทำงานด้วยป่าวคะ อิ อิ
ปาล์มมีโปรเจคปีหน้าล่ะ (จริงๆควรทำปีนี้ ติดที่ไม่พร้อมเรื่องคนทำงาน)
จะทำนิทรรศการให้เด็กตาบอดด้วยการใช้เทคโลยีต่างๆทำให้เด็กสัมผัสได้ถึงภาพที่มองไม่เห็นค่ะ
เผื่อเราได้ทำด้วยกัน :25:
ดวงจะได้เป็นนายตัวเอง :30:
สรุปว่าไม่ได้ไปทำอมรินทร์แล้วนะครับ จบข่าว :30:
อ้าววววววววว แล้วเซนต์ัญญาไปแล้วอะนะ
เดี๋ยววว ทำไมมันเป็นงั้นล่ะลุง เดาว่าโปรเจคโดนยุบอ๊ะปะ
แล้วเรื่องกินเบียร์ล่ะ :05:
ยังไม่ได้เซ็นต์ แต่ว่าจะนัดไปเซ็นอีกที
ตอนแรกคือบอกว่ารับได้กับเงินเดือน แล้วจะร่างสัญญาว่าต้องทำยอดให้เค้าได้เท่าไหร่
คือระมาณว่ามึงกล้าเรียก มึงก็ต้องทำเงินให้คุ้ม :30:
ซึ่งอันนั้นไม่กลัวนะ มั่นใจเลยว่าจะเอากี่เท่าเงินเดือนก็ว่ามา :37:
ไปๆมาๆ ก็โทรมาบอกว่าเงินเดือนมันสูงไป เค้าเบสเงินเดือนแบบสำนักพิมพ์
HR หาคนใหม่ละ ไม่กล้าลงทุนก็ตามสะดวกจ้ะ :27:
โห่ งานระดับมันสมอง
ก็ไม่รู้สิงานสมอง ก็คงหาตัวชี้วัดยากมั้งว่ายังไง :30:
แต่ตอนแรกที่บอกว่าจะวัดกันเป็นตัวเงินไปเลย ว่าตูจะทำรายได้เข้าบริษัทเท่าไหร่นี่ก็ไม่กลัวนะ
คือถ้ามีเนื้อหาขนาดนั้น กำลังการผลิตอยู่ขนาดนั้น ช่องทางการขาย ชื่อเสียง ฐานลูกค้าขนาดนั้น
ระยะเวลา 6 เดือน พี่จะเอากี่ล้าน ว่ามาเถอะครับ
ว่าแล้วก็เสียดายหน่อยๆ ด้วยความที่เป็นคนอ่านหนังสือ ก็ชอบอมรินทร์อยู่แล้วด้วย
แล้วเค้าเจรจาไหมอะครับ แบบตอนนี้เท่านี้ก่อน แล้วถ้าได้ตามเป้าจริงจะปรับให้ ตามที่ขอบวกโบนัสอะไรแบบนี้
ไม่ชินเวลาอีถลอกโพสอะไรแบบนี้เลย :48:
คนสัมภาษณ์นมใหญ่เปล่าครับ
ต้องงี้สิวะ :30:
อ้างคำพูดจาก: หัวเมืองใหญ่ต่างๆ เมื่อ 10 พ.ค. 2013, 17:36 น.
แล้วเค้าเจรจาไหมอะครับ แบบตอนนี้เท่านี้ก่อน แล้วถ้าได้ตามเป้าจริงจะปรับให้ ตามที่ขอบวกโบนัสอะไรแบบนี้
HR บอกรอง CEO ให้หาคนใหม่เลย :30:
การเมืองแหงมๆ :59:
เอาจริงๆ ตูสงสาร HR นะ :30:
จะไปหาคุณสมบัติประมาณนี้ด้วยราคาที่เค้าวางเรตไว้แบบสื่อสิ่งพิมพ์ยังไง
เพราะ งานที่ต้องทำนี่มันครอสทั้งทีวี อีเว้นท์ นิวมีเดีย ด้วย
แถมต้องหาคนมาทำทีมด้วย งานไม่ใช่เล่นๆ
ไม่รู้ละ พี่ร่มไปไหนไปด้วย :25:
มาทำที่บ้านตูเลยอีจักรี :25:
ไปทำอะไรกันฮึ :59:
ซูเปอร์ตีนไก่ซิ :25: :25: :25:
มคนรู้จักคนหนึงทำงานสายข่าว ประชาสัมพันธ์ แกลาออกมา แล้วไปสมัครงานใหม่ ได้ตำแหน่งแบบเป็นเฮดๆ ในบริษัทใหญ่ๆมาหลายที่ ทำได้พักเดียวก็ลาออกมา คือแกเป็นแบบนี้มาหลายที่มาก ผมเดาเองว่า คงทำงานไม่ได้อะ เลยต้องย้ายไปเรื่อยๆในเวลาสั้นๆ
เพราะถ้าทำงานได้ ถึงมีปัญหาอะไรมันก็น่าจะทำงานนานกว่านี้ถึงจะลาออก
คนนี้โพไฟล์แกจะดีมากเลย ทั้งตำแหน่งแล้วก็ชื่อที่ทำงาน
คือถ้าอยากได้คนระดับเฮดมาทำงานแล้วกั๊กเงินเดือนผมว่าคงได้แต่คนแบบนี้อะ
ปัญหาคือ พอให้เงินเดือนเยอะ งานก็จะเกินจากที่ตกลงไว้สองสามเท่าเสมอ
พอแขนขาลาออกก็ไม่ยอมจ้างใหม่ให้ ส่วนใหญ่มักเป็นงี้นะ
ใครเอา user ถลอกมาเล่นอ่พ
แต่ถ้าระดับนั้น มันต้องการันตี รายได้ด้วยไง
ผมเห็นชุดบริหารหลายที่ที่ออกกันยกชุดมาเยอะระดับหนึ่งเพราะยอดไม่ถึงเป้าที่การันตีด้วยแหละ
บางที่ฝีมือดีนะ แต่บางทีมันมีปัจจัยหลายอย่าง คนระดับนี้ต้องคิดเยอะแหละว่าจะการันตีออปเจ็คทีฟของตัวเองแค่ไหน
แล้วมันวัดผลกันง่ายด้วย เหมือนกับเราสมัครงานแหละว่าเราจะทำอะไรให้เขาบ้าง ระดับทั่วไป มันก็วัดผลจากสายตา
ความรู้สึก หรืองานที่ออกมาการการันตีมันก็ไม่ได้ชัดเจนมากมายนัก ครบ 3 เดือนก็ผ่านหรือไม่ผ่านโปรไป
แต่ระดับบริหารใหญ่ๆ แล้วอาจจะประเมิณฦกันเป็นเดือน เป็น ปี เป็นไตรมาส สิ่งที่เอามาประเมิณก็ค่อนข้างชัดเจน
เช่น รายได้ของแผนก ผลงานตามตกลง หรืออะไรก็ว่าไป ผมว่าคนระดับนี้ก็เหมาะสมจะได้เงินเดือนเยอะๆ นะ
เพราะเหมือนต้องทนรับความเสี่ยงต่อการประเมิณตลอดเวลา
สำหรับตูนะ เงินเดือนที่เรียกไปนี่ไม่ได้เรียกแบบเอาเผื่อเลยด้วยซ้ำ
เพราะอยากลองใช้กำลังสมองแบบเต็มที่กับองค์กรที่มันมีของแบบนี้
โอกาสแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆ
แต่สิ่งที่เราแลกไปคือโอกาสทำเงินของเราในฐานะนายตัวเอง
แล้วก็เวลาในฐานะพ่อ และมนุษย์ขี้เกียจ
ซึ่งด้วยความมั่นใจในตัวเอง เราคิดว่าเขาก็คุ้ม
คิดสกู๊ปขายลูกค้าซักตัวก็ได้คืนแล้ว แล้วตุมั่นใจด้วยว่า ทำได้มากกว่านั้นด้วย
ให้เวลาตั้งหกเดือนแน่ะ
แต่เมื่อเขาไม่เอา เดี๋ยวตูจะเอาความอยากนี่ไปทำของตูเองดีกว่า
ถึงทุน กำลัง อะไรๆ จะไม่เท่า แต่ตอนนี้โหมดเลิกขี้เกียจทำงานละ ลองดูเว้ย :30:
อ้างคำพูดจาก: PalmySyd เมื่อ 10 พ.ค. 2013, 12:02 น.
ปาล์มมีโปรเจคปีหน้าล่ะ (จริงๆควรทำปีนี้ ติดที่ไม่พร้อมเรื่องคนทำงาน)
จะทำนิทรรศการให้เด็กตาบอดด้วยการใช้เทคโลยีต่างๆทำให้เด็กสัมผัสได้ถึงภาพที่มองไม่เห็นค่ะ
เผื่อเราได้ทำด้วยกัน :25:
มาเบยๆ .. ถ้าจังหวะนั้น พี่ไม่หาเรื่องอะไรมาทำซะก่อนนะ
แต้จะแนะนำคอนเนคชั่นสนับสนุนให้นะจ๊ะ :27:
นมใหญ่ไหม :27:
อ้างคำพูดจาก: Romzaikyu เมื่อ 10 พ.ค. 2013, 22:41 น.
แต่เมื่อเขาไม่เอา เดี๋ยวตูจะเอาความอยากนี่ไปทำของตูเองดีกว่า
ถึงทุน กำลัง อะไรๆ จะไม่เท่า แต่ตอนนี้โหมดเลิกขี้เกียจทำงานละ ลองดูเว้ย :30:
ดีแล้วค่ะลุง...เผื่ออนาคตมีโปรเจคมันส์ได้ทำร่วมกัน :27:
เดี๋ยวจะย้ายออฟฟิศไปวงเวียนใหญ่ล้ะ
ก็ยังไกลอยู่ดี...ยังดีที่ติดBTS
มีเพื่อนอยู่อัมรินทร์หลายคน เค้าทำเป็นแต่หนังสือนะผมว่า
โปรเจ็คบ้านโมดูลาร์ก็เจ๊งตั้งกะเริ่ม คือแม่งแพงและไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น คนไม่เข้าใจ ทำอย่างกับว่าเป็นงานเชิงทดลองของนศ.
บุคลากรส่วนอื่นก็ไม่เข้าวิธีการทำงานก่อสร้าง
อย่างเช่นจะสั่งซื้อของมาทำไอ้บ้านตัวอย่างเนี่ย ฝ่ายการเงินแม่งก็ต่อราคาอยู่นั่น สุดท้ายลดไม่กี่ตัง แต่งานเดินไม่ได้ เพราะช่างเข้างานแล้วไม่มีของ
ทำงานยากชิบหายเลยนะ :30:
ขอบใจมากบวบ รู้สึกดีขึ้นเยอะ :30:
แต่ก็อย่างที่บอก เสียดายศักยภาพเค้า น่าจะทำอะไรดีๆ ได้อีกเยอะ
โอ้ย มีเรื่องให้เมาท์เยอะนะ ไว้หลังไมค์ดีกว่า
ปล. ไอ้ โบซซึ แม่งโชคดีเหี้ยๆ เจ้านายดีสนับสนุน และมีเพาเวอร์ ไม่งั้นแม่งไปปั้นโอ่งอยู่ราชบุรี ไม่เข้าออฟฟิศเป็นเดือนๆ แบบนี้ไม่ได้หรอก :30:
พอถลอกเป็นตัวของตัวเองก็ไม่มีใครสนใจ :30:
:0105:
ป่ะ กินเบียร์ปรับทุกข์กันพี่ร่ม :46:
เมียตูก็เคยอยู่อมรินทร์ เป็นเออีแหละ
คุยแข่งกันตลอดว่าระหว่างอมรินทร์กับออฟฟิศเก่าตู ที่ไหนจะงกกว่ากัน :30:
ถ้างกก็จบ :30:
คือความคิดตู ถ้าอยากได้แต่เงิน การงกก็อาจเป็นทางออกหนึ่ง
แต่ถ้าอยากโต อยากดัง อยากสร้างอะไรใหม่ๆ แบบที่เค้าบอก ก็ไม่ใช่แล้วล่ะ :30:
ลงทุนมันต้องได้กำไรอยู่แล้ว ว่าแต่จะเอากำไรเยอะ หรือ ได้อย่างอื่นด้วยโดยไม่ขาดทุน
ซึ่งสิ่งที่ได้มาก็คือกำไรอยู่แล้ว ไม่ว่าจะชื่อเสียง หรือ ภาพลักษณ์ก็เถอะ
อย่างตอนทำงานเวิร์คพ้อยท์ มันต้องมีรายการทั้งแบบทำตังค์ (เช่น ชิงร้อยฯ) โดนด่าบ้างช่างมัน :30:
และรายการทำกล่อง (เช่น คุณพระช่วย) ซึ่งรายได้ไม่มากนัก แต่ก็ไม่ขาดทุนนะ :30:
แล้วมันจะมีกี่คนที่มองออกและกล้าเสี่ยงอ่ะพี่
ผู้บริหารบ้านเรา หลายเจ้า Play Safe ในกะลาเดิมๆ นี่แหละ
แต่พอเห็นใครออกจากกะลาไปประสบความสำเร็จก็อยากทำมั่ง แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ไหว กลัว
:46:
เสี่ยเจียงแห่งสหมงคลไง ใครจะว่าแกดูต๊องๆ แต่ฉันว่าแกโคตรติสแดกคนนึงเลยแหละ
แต่ก็สงสารแก โดน ผกก แย่ๆหลอกตังค์ไปทำหนังซะเยอะ
ว่าแต่ตูไปเสนอบทกะเสี่ยเจียงบ้างดีกว่า :30:
ก็เสี่ยงแบบเพลย์เซฟนี่แหละ :30:
ไม่ต้องเปรี้ยงพลิกวงการขนาดนั้น เริ่มมาเอาแค่แตกไลน์ก่อนก็ได้ อะไรแบบนั้น
คือเป็นเจ้าใหญ่นี่น่าเสี่ยงนะ เพราะถ้าพลาดก็เจ็บไม่เยอะ
ถ้าโดนก็สามารถต่อได้ไกลเลย
หนังอะไรคับพี่เลย์ :56:
หนังรัก อีโรติก ดราม่า เขย่าขวัญสั่นประสาท มีตลก และผีนิดหน่อย
เป็นไงโคตรขายเลยมะ
อ้างคำพูดจาก: Romzaikyu เมื่อ 11 พ.ค. 2013, 14:03 น.
ก็เสี่ยงแบบเพลย์เซฟนี่แหละ :30:
ไม่ต้องเปรี้ยงพลิกวงการขนาดนั้น เริ่มมาเอาแค่แตกไลน์ก่อนก็ได้ อะไรแบบนั้น
คือเป็นเจ้าใหญ่นี่น่าเสี่ยงนะ เพราะถ้าพลาดก็เจ็บไม่เยอะ
ถ้าโดนก็สามารถต่อได้ไกลเลย
rep บนของผมก็น่าจะตอบได้นะพี่ ว่าคนกลัว ยังไงก็คือคนกลัว
:46:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 11 พ.ค. 2013, 14:04 น.
หนังรัก อีโรติก ดราม่า เขย่าขวัญสั่นประสาท มีตลก และผีนิดหน่อย
เป็นไงโคตรขายเลยมะ
ชื่อเรื่องคือ "สองเราเอากันทั้งน้ำตา วิ่งฝ่าผีหนีระเบิด" สิครับ
:30: :30:
อ้างคำพูดจาก: Vikz เมื่อ 11 พ.ค. 2013, 14:06 น.
ชื่อเรื่องคือ "สองเราเอากันทั้งน้ำตา วิ่งฝ่าผีหนีระเบิด" สิครับ
:30: :30:
Hard saleสุดๆ
นึกออกเลยว่าหนังจะออกมาแบบไหน :30:
ประมาณนั้นแหละ เฮ้ยไปๆมาๆน่าทำจริงๆด้วยแฮะ :30:
อ้างคำพูดจาก: PalmySyd เมื่อ 11 พ.ค. 2013, 17:19 น.
Hard saleสุดๆ
ง่ายดีนะ ไม่ซับซ้อน
คนเดี๋ยวนี้เข้าใจยาก เกิดตีความผิดหนังเสียหาย :30:
เฮ้ยทำเลย น่าดู :30:
แล้วต้องโผล่มาภาคสามเลยนะ ให้คนสงสัยว่าภาคหนึ่งกับสองฉายไปเมื่อไหร่วะ :30:
อย่างไง ผมขอแสดงเป็นตัวเอกนะครับป๋า
...
:01a:
คงได้เป็นตัวเอกตัวแรกที่ตายตั้งแต่ห้านาทีแรกของเรื่อง....
อ้าว ไม่ใช่พี่เอเหรอ
อ้างคำพูดจาก: Vikz เมื่อ 11 พ.ค. 2013, 14:06 น.
ชื่อเรื่องคือ "สองเราเอากันทั้งน้ำตา วิ่งฝ่าผีหนีระเบิด" สิครับ
:30: :30:
:30:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ตัวจริงที่สุด เมื่อ 10 พ.ค. 2013, 22:16 น.
มคนรู้จักคนหนึงทำงานสายข่าว ประชาสัมพันธ์ แกลาออกมา แล้วไปสมัครงานใหม่ ได้ตำแหน่งแบบเป็นเฮดๆ ในบริษัทใหญ่ๆมาหลายที่ ทำได้พักเดียวก็ลาออกมา คือแกเป็นแบบนี้มาหลายที่มาก ผมเดาเองว่า คงทำงานไม่ได้อะ เลยต้องย้ายไปเรื่อยๆในเวลาสั้นๆ
เพราะถ้าทำงานได้ ถึงมีปัญหาอะไรมันก็น่าจะทำงานนานกว่านี้ถึงจะลาออก
คนนี้โพไฟล์แกจะดีมากเลย ทั้งตำแหน่งแล้วก็ชื่อที่ทำงาน
คือถ้าอยากได้คนระดับเฮดมาทำงานแล้วกั๊กเงินเดือนผมว่าคงได้แต่คนแบบนี้อะ
ล่าสุดคนนี้ออกจากสิงห์แล้วฮะ ไม่ผ่านโปร
ถ้าอยากได้คนมีฝีมือต้องกล้าๆทุ่มหน่อยครับ จะได้คนเก่งๆแบบตูไปทำงานด้วย :33:
กลับไทยมาไม่ทันถึงเดือนรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปไวมากกกก
กับความตั้งใจหลายๆอย่างที่เคยฝันที่เคยอยากทำ มันเริ่มเข้ามาทักทายเรา
โอกาสต่างๆวิ่งมาหาจนกลัวว่าจะตั้งรับไม่ทัน
ความฝันที่อยากเกษียณในวัย35เหมือนเห็นชัดขึ้น
ความฝันที่อยากทำอะไรเพื่อสังคมมันมาไวกว่าที่คาดไว้
คงไม่ต้องรอจน35 ไม่ต้องรอจนเกษียณเราก็ทำความดีได้เนอะ
ขอแค่ตั้งใจเป็นพอ
บริษัทที่เพื่อนชวนไปทำ ชวนไปหุ้นกันฟรีๆ แบบไม่คิดกะตังค์
เกิดจากพี่ใหญ่ที่มีใจเมตตาและเหล่าหุ้นส่วนทั้งหมดก็มีเป้าหมายเดียวกัน
ปลายทางคือความกตัญญูตอบแทนพ่อแม่และสังคม
เกิดมาก็พึ่งเคยเจอบริษัทแบบนี้
ระบบการเงินและตลาด เพื่อนบอกว่า "แล้วแต่มึงเลย กูเชื่อมึง"
เราเลยกล้าเคาะกล้าตัดสินใจแบบเต็มที่
วางระบบออกมาว่า ผู้ถือหุ้นจะไม่ได้ปันผลเต็มตามจำนวน
เพราะเราจะหักส่วนนึงไปช่วยเหลือสังคม
จะเป็นบริษัทแนว CSR
ใจจริงอยากทำอะไรให้มากกว่าเพียงแบ่งกำไรส่วนหนึ่ง
แต่ไม่รู้จะไปอะไรทางไหนอย่างไร
จนวันนึงมีพี่ๆใจดีมาโปรด เดินเข้ามาหาที่บริษัทและชวนให้ไปเป็นพาร์ทเนอร์กัน
พี่เชอร์ฯและคุณครองศักดิ์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งแปลน
บอกตามตรงว่าไม่รู้หรอกว่า PLAN เป็นใคร ทำอะไรบ้าง
มารู้จากเพื่อนทีหลังว่านอกจากจะทำ Plantoyของเล่นไม้แล้วยังมี สานส์แสงอรุณ และมีอะไรอย่างอื่นอีกมากมาย
ถ้าย้อนไปเมื่อ20-30ปี ก่อน เรียกได้ว่าเป็นรุ่นใหญ่ของวงการสถาปนิกอย่างไรอย่างนั้น
พี่เชอร์ชวนให้พวกเราไปทำโปรเจคดีๆเพื่อสังคมกัน คุยไปคุยมาเลยน่าจะเกิดบริษัทใหม่ขึ้นมาอีก1บริษัท
เป็น SE (Social Enterprise) โดยเฉพาะ เพื่อทำโปรเจค Mother museum ตอบแทนทุกๆสิ่งที่เป็นจุดกำเนิด
รายละเอียดโปรเจคยังคุยกันไม่จบดี ที่แน่ๆวันที่20ธันวาคมจะมีงานเปิดตัวที่ ศูนย์ศิลป์สิริธร
เออ...ยังงงๆกับชีวิต แต่คิดว่าเราน่าจะมาถูกทางแล้วล่ะ
เป้าหมายปีนี้ซื้อรถให้ตัวเองซักคัน แล้วก็อยากซื้อบ้านให้พ่อแม่ซักหลัง ทำได้มั้ยไม่รู้แต่ก็สู้เต็มที่เฮ่!
:12:
ถ้าเป็น Plan ก็เชื่อได้เลยเรื่องความตั้งใจ :12:
เย่ :12:
อ้าว....กดผิด จะแอบอ้างดันกดโดนแก้ไข
:59:
พี่ปาล์ม :25:
เล่ามั่งครับ
จากที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี ผมรับงานหนักมาก คือหนักจะหลอนเลยครับ
แต่ก็เก็บเงินมาได้ก้อนหนึ่งเลย เยอะพอที่จะหยุดยาวๆได้สองสามเดือนด้วยซ้ำ
เหมือนงานที่อั้นๆอยู่ผมได้ทำไปครบหมดแล้ว และรอเวลาที่เปิดงานใหม่ เริ่มคุยใหม่ ฯลฯ
ซึ่ง...
ตอนนี้ขี้เกียจไปวิ่งขายของชิบหายเลยครับ :30:
ช่วงนี้เลยมีเวลาพัก ชาร์จพลังให้ตัวเอง และเริ่มโปรเจ็คของตัวเองซะที
คือมันมีไอเดียหลายๆอย่างที่อยากทำเองโดยไม่พึ่งใคร เป็นงานเพื่อตัวเองไม่ใช้เงินคนอื่นมาทำ
พูดง่ายๆคือสร้างพอร์ตใหม่ เป็นของตัวเอง ในชื่อ Layiji ไม่ใช่ EXA แล้วครับ
ซึ่งต้องอาศัยเวลาที่ และพลังสมาธิโคตรๆ
เขียนไว้ก่อน เวลามาอ่านจะได้เตือนตัวเองว่าเรายังมีเรื่องที่อยากทำนอกจากการหากินอีกเยอะเลย
:12: :12: เราจะได้อ่านเดชคัมภีร์กันเต็มๆ ก็คราวนี้แหละ
หรือไม่ก็ตัดจบไปเลย :12:
ที่ผ่านมานี่ยังไม่เรียกตัดจบใช่ไหม :12:
เอาแบบสร้างชื่อสิฟะ อ่านฟรีขำๆจะเอาอะไรเยอะแยะ ฮึ :50:
ซ่องสุมกำลังเหมือนกัน
อยากโตและเก่งไวไว ตอนนี้ยังมือใหม่ในโลกดิจิตอลมากๆ :37:
ตรงข้ามกับตูเลย
อยากจะเฟดตัวออกจากโลกดิจิตอล(ฝั่งผลิต)มากๆ
อยากเป็น user ง่อยๆ คอยใช้งานและด่าอย่างเดียว :30:
เหมือนพี่เจน แต่ไม่เหมือนซะทีเดียว
ยังสนุกกับดิจิทัลอยู่ แต่ไม่สนุกกับระบบธุรกิจ และระบบอะไรที่เกี่ยวข้องกับเอเจนซี
อยากหลบเข้าถ้ำมาเป็นนักผลิตอย่างเดียวละ ไม่ต้องเสนอหน้าให้ลูกค้า หรือใครๆ เห็น
ถ้าเห็นก็เห็นแต่ชื่อก็พอ แล้วมโนเอาว่าหล่อ
ไม่ทันแล้วล่ะ หน้าหล่อนนี่หราไปทั่วไซเบอร์สเปซแล้ว :30:
อันนั้นไม่ได้ธุรกิจไง ห้ามไม่ได้ก็ช่างแม่งแล้ว :3005:
แต่แบบ ไม่อยากดีลกะลูกค้า หรือพรีเซนต์ขี้โม้ฟุ้งฝอยอะไรแบบนี้น่ะครับ
(ที่จริงตอนนี้ก็กำลังทำอยู่ด้วยการเถียงกะปาล์มอีกจู๋นึง :46:)
อยากแบบ ทำงานออกมาแล้วมีคนพูดชื่องานก่อนชื่อเรา เท่านั้นเอง
เรื่องขี้โม้ให้ลูกค้าฟ้งนี่ตูเกลียดม้ากกกกกกมาก
คือทำไม่ค่อยจะเป็นเวลาโม้ๆว่าเราเจ๋งอย่างงั้นอย่างงี้ ทำนู่นนี่นั่นมาก ไม่ไหว
เคยไปพรีเซ้นต์กับเพื่อนอีกบริษัท (ประมาณว่าไปสองบริษัทคู่กัน)
ตูบอกแค่ว่าของตูทำงานโปรดักชั่นช่วยดู showreel สักสามนาทีนะครับ นี่คือที่เราทำมา
แล้วก็เปิดไป จบ
อยากโม้ได้แบบอีสตีฟจ๊อบจริงๆ :05:
จริง เนี่ยถ้ามีคนโม้ให้ปั๊บ ตูเอาเลย ทำงานได้ถึงไหนถึงกัน แต่ขอไม่คุยได้ไหม ไม่เป็นสายนี้จริงๆ :05:
รับจ้างโม้ให้เอาไหม ทำอย่างที่ท่านๆทำเป็นกันอยู่ไม่เป็นเลย
มีแต่สกิลตอแหล :42:
คิดอยู่ตลอดเวลาเวลาไปเจอลูกค้า จะไม่โม้ ทำได้แค่ไหน พูดแค่นั้น
กูเป็นแบบนี้ เอาไม่เอาเรื่องของพี่เถอะครับ
ไม่เคยโม้กกับลูกค้าอะโม้กให้เจ้านายอย่างเดียว เงินเดือนขึ้นพรวดๆ
มีเพื่อนคนนึง โม้เก่งมาก(หมายถึงการนำเสนอน่ะ ไม่ได้แบบโม้เกินจริง)
แต่ก่อนเวลามีงานที่ต้องไปเสนอก่อน จะดึงตัวมันมาช่วยไปโม้ให้
บรี๊พงานให้นิดหน่อย ไปคุยได้เป็นคุ้งเป็นแคว ต่อรองอะไรให้เสร็จสรรพ
ตูไปนั่งเป็นต้นไม้ เวลามันไม่แน่ใจตรงไหนจริงๆ ถึงจะหันมาถามสักทีนึง โคตรชอบเลย :30:
ไอ้ที่พูดๆมานั่นหน้าที่ตูทั้งนั้น ไม่ได้อยากโม้เหมือนกันนะ เบื่อลูกค้า ฮือ :05: :05:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 27 พ.ค. 2013, 17:13 น.
ยังสนุกกับดิจิทัลอยู่ แต่ไม่สนุกกับระบบธุรกิจ และระบบอะไรที่เกี่ยวข้องกับเอเจนซี
อยากหลบเข้าถ้ำมาเป็นนักผลิตอย่างเดียวละ ไม่ต้องเสนอหน้าให้ลูกค้า หรือใครๆ เห็น
ถ้าเห็นก็เห็นแต่ชื่อก็พอ แล้วมโนเอาว่าหล่อ
:12: :12: ผมก็คิดแบบนี้ เป๊ะๆ เลย อยากให้งานของเราคุยกับลูกค้าเอง ไม่ต้องมาผ่านเรา
เราข้ามความเห็นไปคนนึงรึเปล่าฮะ :30:
เปล่านี่ :18:
อ้างคำพูดจาก: ขอซักดอกเถอะครับ เมื่อ 27 พ.ค. 2013, 20:41 น.
ไม่เคยโม้กกับลูกค้าอะโม้กให้เจ้านายอย่างเดียว เงินเดือนขึ้นพรวดๆ
(http://img3.f0nt.com/27/c24f984a99992b448b4a2d0010fe76d2.png)
อีเหี้ยยยย :30: :30:
คุณชายถลอกโคตรเหี้ยมมม :30:
เมื่อก่อนตอนอยู่เมืองไทยตูก็เป็นตัวหลักในการไปขายโครงการให้ลูกค้าล่ะ
(เป็นงานระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม)
หน้าที่หลักก็คือ ไปรับข้อมูลความต้องการของลูกค้า
กลับมาออกแบบระบบ หาราคาตั้งต้น ทำข้อเสนอโครงการ
เสร็จแล้วก็ไปเสนอโครงการให้ลูกค้าฟัง
และชักจูงให้ลูกค้าซื้อโครงการของเรา
แต่ไม่ใช่โม้กับลูกค้า น้ำท่วมทุ่งอะไรแบบน้ันนะ
เพราะตัวเองก็เกลียดที่จะฟังอะไรแบบนั้น ลูกค้าก็เช่นกัน
จริงๆ ก็แค่หาให้เจอว่า ลูกค้าต้องการอะไร แล้วก็นำเสนอไปตามนั้น
ปรัชญาง่ายๆ ในการนำเสนอของตู
ก็เหมือนกับชวนเพื่อนไปกินอาหารอร่อยๆ นั่นแหละ
จะพูดยังไงให้เชื่อว่า ร้านที่เราจะพาไป มันอร่อยจริงๆ
มาถึงตรงนี้บางคนอาจจะเข้าใจผิดว่า เคล็ดลับคือการนำเสนอให้เห็นภาพ
แต่จริงๆ ไม่ใช่ เคล็ดลับจริงๆ ก็คือ ความเชื่อใจและไว้วางใจของลูกค้าต่างหาก
เหมือนกับเพื่อนบางคนแค่ชวนไปกินข้าว ไม่ต้องบอกชื่อร้านหรืออะไร
เราก็พร้อมจะไปกับมันแล้ว เพราะเรามั่นใจว่า มันพาเราไปกินของอร่อยแน่ๆ
(แบบไปกับบักปิง มั่นใจได้ว่าต้องอิ่ม)
ตูก็จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า เราเป็นเพื่อนกับเขาได้
ดังนั้นความจริงใจต้องมาก่อนเลย
ป.ล. แต่ลูกค้าที่เราไม่อยากคบก็มีเยอะนะ พวกนั้นก็จะใช้วิธีอีกแบบนึง :30:
ป.ส. แต่ปัจจุบันก็อยากทำแบบพี่เจนนะ
คือหมกตัวสร้างเวทมนต์อยู่ในถ้ำอย่างเดียว
(หลังๆ ทำงานกับแขกเยอะ :05:)
บ้านเสร็จแล้วครับ :25: เป็นหนี้โดยสมบูรณ์ :3005:
ไม่รู้จะชวนในไหน ชวนในนี้ละกัน ใครว่าง ก็เชิญมาทำบุญบ้าน วันพฤหัสหน้า (วันที่ 6) นะครับ :27:
https://www.facebook.com/events/414581648649474/ (https://www.facebook.com/events/414581648649474/)
บ้านไม่มีเฟอฯ สักชิ้นเลย จะติดไม้ติดมือมาก็ไม่ว่ากันนะครับ :37:
ไปวันธรรมดาไม่ได้
อนุโมทนาบุญสำหรับคนไปร่วมทำบุญล่วงหน้านะครับ
บวบ
ขอให้อยู่ดีมีสุขเน้อ
:12:
อ่านหน้าที่แล้ว แล้วผมนึกถึงชายคนนึงที่เว็บฟอนต์พูดถึงบ่อยๆขึ้นมา :30:
อ้างคำพูดจาก: Vikz เมื่อ 28 พ.ค. 2013, 10:29 น.
ไปวันธรรมดาไม่ได้
อนุโมทนาบุญสำหรับคนไปร่วมทำบุญล่วงหน้านะครับ
บวบ
ขอให้อยู่ดีมีสุขเน้อ
:12:
ขอบคุณครับ :46:
ร่วมสมทบทุนเป็นเงินสด บริจาคเข้าโครงการเฟอร์นิเจอร์ในฝัน สถาปนิกอนาถาได้นะครับ :56:
เสียดายไปไม่ได้ ไม่งั้นว่าจะดูเฟอร์ไม้ไปฝากสักชิ้น (เขียง)
มันจะได้ใช้เรอะ :30:
(ตะเกียบก็พอ)
อย่างบวบน่าจะเหมาะใช้อะไรเล็กๆนะ
ไม้จิ้มฟันไปเลย
:30:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 29 พ.ค. 2013, 06:27 น.
เสียดายไปไม่ได้ ไม่งั้นว่าจะดูเฟอร์ไม้ไปฝากสักชิ้น (เขียง)
อ้างคำพูดจาก: Romzaikyu เมื่อ 29 พ.ค. 2013, 07:00 น.
มันจะได้ใช้เรอะ :30:
(ตะเกียบก็พอ)
อ้างคำพูดจาก: Vikz เมื่อ 29 พ.ค. 2013, 07:19 น.
อย่างบวบน่าจะเหมาะใช้อะไรเล็กๆนะ
ไม้จิ้มฟันไปเลย
:30:
เอาหมด :25:
หม้อกระทะ จานชามก็รับนะครับ ยังไม่มีเลย เตาวางแหมะอยู่ รอช่างมาทำเคาน์เตอร์ (เดี๋ยวเข้าวันนี้แล้ว.. คงได้เริ่มงานพรุ่งนี้ :25:)
กระต่ายขูดมะพร้าวละกันงั้น คลาสสิกดี :30:
เห้ย เดี๋ยวส่งครกไม้จิ๋วไปช่วย
เอาไว้ตำพริกกระเทียมทำกับแกล้ม
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 29 พ.ค. 2013, 20:25 น.
กระต่ายขูดมะพร้าวละกันงั้น คลาสสิกดี :30:
สมัยนี้ใครเค้าจะคั้นกะทิเองกันบ้างล่ะพี่ :05:
อ้างคำพูดจาก: Piix เมื่อ 29 พ.ค. 2013, 20:48 น.
เห้ย เดี๋ยวส่งครกไม้จิ๋วไปช่วย
เอาไว้ตำพริกกระเทียมทำกับแกล้ม
ส่วนครกนี่ส่งครกหินมาเล้ย :27:
อยู่พัทยาไม่ใช่เรอะ ว่างก็มาสิ อยู่บางพลีเอง :11:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 29 พ.ค. 2013, 23:16 น.
สมัยนี้ใครเค้าจะคั้นกะทิเองกันบ้างล่ะพี่ :05:
อีถลอกไง :47:
ทุกคืน :12a:
กะทิอ่ะนะ
บางคืนคั้นเป็นกะละมัง :30:
โคตรเหี้ย :30:
ทีละกะละมัง ผมว่าไม่ใช่กะทิแล้ว เลือดจากการโดนจับฉีกมากกว่า :30:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 31 พ.ค. 2013, 20:20 น.
ทีละกะละมัง ผมว่าไม่ใช่กะทิแล้ว เลือดจากการโดนจับฉีกมากกว่า :30:
:30:
อัพเดตบ้าง หลังจากสับสนในชีวิตมาพักใหญ่
ด้วยความที่อยู่เชียงใหม่ เมืองนี้มันมีอะไรนะ ถึงทำให้คนอย่างปลั๊กติดได้
จากความตั้งใจเดิมที่จะลงกรุงเทพฯทันทีเมื่อจบ กลับมาไขว้เขวอยู่พักนึง
คือเริ่มทำงานกับบริษัทจริงๆก็ตั้งแต่มกราคมที่ผ่านมา ก็เป็นมัลติมีเดียเอเจนซี่ของเชียงใหม่นี่แหละครับ
ทำไปสามเดือน ก็ไปขอเค้าลาออก ทั้งๆที่เงินเดือนดี เมื่อเทียบกับที่อื่นในเชียงใหม่ เพราะอยากลงกรุงเทพฯ
ทีนี้ก็เลยโดนเรียกสัมภาษณ์ที่วายแอนด์อาร์ ตรงตึกสยามดิสฯ คือยื่นพอร์ทไปโดยไม่รู้ว่าเค้ารับสมัคร senior
ก็เลยรู้ตอนสัมภาษณ์เนี่ยแหละ สรุปคือเค้าชอบงานเรามาก แต่ไม่ตรงกับตำแหน่ง เลยอยากจ้างเป็น freelance ประจำ
คือพนักงานไม่บรรจุนั่นเอง เลยทำให้ตอนแรกที่อยากทำมาก เพราะงานดูน่าสนุกและตรงสาย กลับเลือกที่จะปฏิเสธไป
เลยกลับมาเชียงใหม่ ลองชีวิตฟรีแลนซ์ดู พบว่าฟรีจริงๆครับ แทบตาย งานที่เข้ามาไม่พอกับรายง่าย บางทีก็มาเยอะ
เป็นคนเก็บเงินไม่อยู่เลย ก็มีฝากประจำบ้าง เดือนละนิดหน่อย พบว่าชีวิตเปลี่ยนไปจากตอนทำงานประจำมาก
อย่างน้อยตอนทำประจำมันก็ไม่เบื่อ มันมีงานที่คอยบังคับเราเรื่องเวลา เวลาที่เหลือก็ว่าง แต่พอมาเป็นฟรีแลนซ์แล้ว
เวลามันสับสนปะปนกันไปหมด คิดว่าแบบนี้ไม่เวิร์คแน่
จนได้ลองยื่นพอร์ทไปที่ Leo Burnett ตอนนั้นยื่นส่งไปทาง recruit เฉยๆ สมัครตำแหน่งกราฟิกด้วยซ้ำ
เผอิญมีพี่ที่เพิ่งออก แนะนำให้ลองสมัครอาร์ตไดอยู่ เพราะเปิดรับ เลยโทรไป สรุปว่าได้เรียกสัมภาษณ์
เพิ่งไปสัมภาษณ์เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมา คุยกันถูกคอ ทางพี่เค้าก็ชอบงาน และน่าจะต่อยอดมาลองทำโฆษณาดูได้
สรุปว่าได้งานละครับ ตำแหน่ง Art director ณ เอเจนซี่ชื่อดัง อาชีพในฝันเลย กรี้ด :56:
ไม่คิดว่าจะได้มาลองทำงานสายโฆษณา เริ่มงานวันจันทร์นี้ละครับ ตื่นเต้น
ไว้ยังไงจะมาอัพเดตเรื่องงานต่อนะครับ จริงๆแอบหวั่นเพราะไม่เคยทำมาก่อนเลย งาน B.A.D เอยอะไรเอยก็ไม่เคยส่งประกวด
บวกกับโดนพี่ที่สัมภาษณ์ขู่มาว่าตายแน่ :3005:
เอร้ยยยยย เท่ :25:
:25: :25:
:12: เจ๋งเลย
:25:
ขี่หลังสิงห์ละครับ ควบเลยอีหนู
Welcome to Bang-Cock :56:
เท่มาก เอาใจช่วยนะ :12:
ช่วงนี้ภรรยาบ่นเรื่องที่ทำงานเป็นระยะๆ
เริ่มตั้งแต่ตอนที่ได้เลื่อนให้เป็นหัวหน้าแผนก แต่เงินเดือนน้อยกว่าลูกน้องที่เข้างานมาทีหลังและหน้าที่รับผิดชอบน้อยกว่า
ที่ทำงานก็สัญญาว่าจะทำตำแหน่งและเลื่อนเงินเดือนให้ ก็หลายเดือนแล้วก็ไม่เลื่อนให้
มาอีกระยะนึง ก็มีเรื่องของตอนที่ได้เป็นหัวหน้าแล้ว มีการจะรับคนมาทำเพิ่ม ก็มีการคุยกัน หัวหน้าแผนกหนึ่งรู้ตัวว่าจะได้รับคนใหม่เข้ามาเป็นคนที่ประวัติงานไม่ค่อยดี ตอนแรกก็บ่นๆอยู่ว่าโชคไม่ดีที่ได้คนนี้
พอสักพักคงคิดได้ ก็เลยทำเรื่องสลับตัวให้ส่งคนที่มีปัญหามาแผนกที่ภรรยาผมอยู่ (คนที่ส่งมาให้นอกจากเป็นคนที่มีปัญหา ตำแหน่งที่ส่งมายังไม่ใช่ตำแหน่งที่ขาด) ... ก็มีการโทรไปต่อว่าเล็กน้อยว่าในเมื่อพี่เค้ารู้อยู่แล้วว่าต้องรับคนๆนี้แต่ไม่รับไว้ ทำไมส่งมาแผนกนี้
(คือเอาตำแหน่งที่ไม่ขาดมาให้ ตำแหน่งที่ขาดและกำลังจะได้คนดันมาดึงไป แถมคนที่ส่งมาให้ก็เป็นคนมีปัญหา)
ปรากฎว่าการคุยกันแบบเปิดใจ กลับกลายเป็นโดนพี่คนนี้เอาไปฟ้องหัวหน้าใหญ่และน่าจะใส่ไฟอะไรลงไปบางอย่าง
ภรรยาเอามาบ่นที่บ้าน ก็เข้าใจว่าสังคมพยาบาลในระดับที่เริ่มสูงขึ้นไป มันจะเริ่มมีเรื่องแบบนี้ และภรรยาผมยังไม่ชิน
ก็ทำได้แต่แนะนำไปว่าเลิกได้แล้ว การที่อีกฝ่ายเค้าทำไม่ดีมาแล้วไปเปิดใจกับเค้า ... คนแบบนี้เราต้องแทงหลัง ต้องนินทาเปรยบ่นให้คนอื่นฟังให้ดูเหมือนไม่ตั้งใจ และให้เหมือนว่าเราไม่ได้คิดอะไรกับพฤติกรรมที่เห็นแก่ตัวของเขา
กับคนเลว เราต้องเลวกว่าครับ ไม่งั้นเสียเปรียบแย่
:46:
ปลั๊กเจ๋งอ้ะ :25:
ส่วนของภรรยาหมอแมวนี่แบบ เซ็งแทน.. นึกภาพไม่ออกว่าถ้าเป็นตัวเองทำงานในองค์กรแบบนี้จะเป็นยังไง :59:
แล้วโยกหนีง่ายๆ ไม่ได้ด้วยนะ :08:
อีปลั้กเจ๋งอะ ไม่ต้องไต่เลย พรวดมาเป็นอาร์ทได ดอก เกลียดแก
บักปลั๊กสู้ๆ
ส่วนภรรยาหมอแมวนี่ วงการหมอพยาบาลเป็นแบบนี้กันเยอะครับ ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจ (เพื่อนพ่อเป็นพยาบาลเหมือนกัน แนวนี้เลย :30:)
มาอีกแล้วเทศกาลสมัครงานจากทางพ่อแม่
เริ่มเข้ามาแย็บๆว่าไม่ลองสมัครที่อื่นหรอ นู่นนี่...
เอาจริงๆตอนนี้ก็ยังมีความสุขกับงานที่ทำอยู่ พอบอกไปก็จะเริ่มมีประโยคประมาณ...
"แต่ลูกคนโน๊น จบนอกได้เงิน xx,xxx บาทเลยน๊า"
"ลูกป้าคนนั้นทำงานบ. Xxx ได้ไปนอกเลยน๊า"
"ลูกลุงคนโน๊น จบนอกตอนนี้ผ่อนคอนโดได้ล่ะน๊า"
บลา บลา บลา
เอ่อ... เพิ่งจบมา ไฟยังลุกพรึ่่บๆ ยังอยากทำอะไรที่ได้แต่ดูในตำราอยู่
ตอนนี้พี่ๆเขาก็ให้โอกาสคิดโปรเจคโน่นนี่ ซึ่งอิ่มแบบได้แต่ร้องเหยดดด ไอ่ที่เรียนๆได้ใช้แล้วโว้ยย
เรื่องอะไรจะไปนั่งจิ้มคอมต๊อกแต๊ก ตอกบัตรเข้า-ออก ไร้วิญญาณแบบนั้น
พ่อแม่อิ่มคิดแต่เสียดายเวลา แก่ไปเขาจะไม่รับเข้าทำงาน
แต่อิ่มดันเสียดายความรู้ที่เรียนมา ซึ่งคิดว่าบ.ใหญ่เขาไม่มีอะไรแบบนี้ให้อิ่มทำแน่ๆ
เอาเป็นว่าถ้าพี่บิ๊กผ่านมาเห็น
สบายใจได้ อิ่มไม่มีแผนจะลาออก (และต่อต้านแม่ได้สุดลิ่มทิ่มประตูมาก)
จะอยู่จนกว่าจะได้ดราม่าล้างแค้นคุณลูกค้ากันไปข้างนึงนั่นแหล่ะค่ะ
ดีใจล่ะสิ อะฮิอะฮิ
ก็แค่พิสูจน์ตัวเอง พอเขามั่นใจแล้วก็เลิกตอแยเอง :12:
อาจจะเปลี่ยนไปหาคู่ให้แทน :47:
หาให้หมีก่อนดีกว่า :56:
...ให้หมา :56:
ไม่ได้คิดถึงขนาดนั้นเลยนะ :3005:
ปัจจุบันทำงานเป็นอาจารย์จำตามสัญญาจ้าง ม.ราชภัฏต่างจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคเหนือตอนล่าง
เงินเดือนหมื่นสี่ ไม่มีภาระใดๆ ค่าบ้านน้ำไฟเน็ต ไม่เคยจ่าย รถยนต์ของแม่ น้ำมันแม่เติมให้
เงินเดือนไม่เคยชนเดือนเพราะหมดก่อนตลอด :37:
เคยหวังว่าจะได้เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย แต่ก็พลาดไปเมื่อตุลาที่แล้ว
กะว่าจะชิลล์ๆ แบบนี้อีกสักพัก แล้วจะลาออกไปเรียนภาษาควบล้างจานหาเงินเรียน เพิ่มความทรหดอดทนให้ตัวเอง
แต่ตอนนี้สอบผ่านทุน ก.พ. แล้ว เหลือรายงานตัว สอบภาษาอังกฤษ และหาที่เรียน
จบมาจะต้องทำงานในหน่วยงานในกำกับของรัฐ
เรื่องเงินไม่รู้ รู้แต่ว่าใช้เงินไร้สาระเหมือนเดิมไม่ได้แล้วนะ :05: :05:
และต้องตั้งใจเรียน ไฟลุก ฮึกเหิม
อนาคตจะเที่ยวให้เปรมก่อนกลับมาทำงานใช้ทุนนะฮร้าฟ
อยู่ต่างจังหวัด ใช้เฉพาะค่ากิน หมดหมื่นสี่ โคตรเก่งเลยอ่ะ :30:
ชลบุรี หมื่นสี่นี่ไม่ค่อยพอนะพี่เจน
ผมโดนค่าผ่อนรถ ก็ครึ่งนึงแล้วนะ
โดนค่าน้ำมัน ก็หายไปอีกส่วนหนึ่ง
กินอยู่ในแต่ละวันอีก
โดนค่าจิปาถะ โทรศัพท์ เนต ของใช้ส่วนตัวประจำเดือน
มันยังเหลืออีกเหรอครับ หัวอกรัฐวิสาหกิจตัวน้อยๆ :05:
อ้างคำพูดจาก: ดาม่า เมื่อ 18 มิ.ย. 2013, 11:44 น.
เงินเดือนหมื่นสี่ ไม่มีภาระใดๆ ค่าบ้านน้ำไฟเน็ต ไม่เคยจ่าย รถยนต์ของแม่ น้ำมันแม่เติมให้
:58:
ซื้อบ้านแล้ว ใจนึงก็ดีใจนะ อีกใจนึงก็คิดว่าหาเรื่อง อยู่บ้านแม่แทบไม่มีรายจ่ายเลยก็ยังจะดิ้นรนมาลำบาก :3005:
ตอนนี้อยากบ่นเรื่องงานมั่ง คือเนื้องานตอนนี้มีแต่งานเร่งงานเยอะ เปลืองพลังชีวิตสุดๆ แถมไม่ค่อยจะมีงานสนุกๆ เลย เฮ่อ~ :16:
อ้างคำพูดจาก: ดาม่า เมื่อ 18 มิ.ย. 2013, 11:44 น.
เงินเดือนหมื่นสี่ ไม่มีภาระใดๆ ค่าบ้านน้ำไฟเน็ต ไม่เคยจ่าย รถยนต์ของแม่ น้ำมันแม่เติมให้
อ้างคำพูดจาก: JΛNΣ เมื่อ 18 มิ.ย. 2013, 12:20 น.
:58:
ผมอ่านข้ามไปได้ยังไงน้า :3005:
ภูมิใจ :52:
ซะที่ไหนเล่า :30: ต้องจริงจังแระ
อยู่กรุงเทพผมใช้ไม่เกินหมื่นพออะ อยู่หอ ไม่ได้ผ่อนรถผ่อนบ้าน
กิน+น้ำมันมอไซ+ค่าหอ
ที่รู้เพราะเงินเดือนเก็บฝากหมด ตังที่ใช้คือหาเพิ่มเอา โอทีมั่งสอนพิเศษมั่งขายของมั่งรวมๆ ประมาณหมื่น
ตอนเป็นทหารตูห้าพันยังพอเลย เพราะรายได้มีเท่านั้นจริงๆ
ผ่อนบ้านอย่างเดียวก็เดือนละสองหมื่นห้าแล้ว :05:
รวยขิง :05:
ถ้านับเฉพาะผ่อนบ้าน ไม่ถึงครึ่งเงินเดือนนะ แต่ทำไมไม่เหลือสักบาทก็ไม่รู้ :05:
ยิ่งมียิ่งใช้เยอะ ตั้งแต่ขึ้นเงินเดือนมาก็ยังเก็บตังไม่ได้เหมือนกัน :30:
กำลังจะย้ายงานค่ะ :37:
ที่ปัจจุบันที่อยู่กะแก๊งฟอนต์ย่อมๆ มีความสุขกับสังคมเพื่อนที่นี่มาก (เฉพาะกลุ่มฟอนต์นะ)
ตื่นสายได้ เข้างานสิบเอ็ดโมงได้ ใกล้บ้าน เงินดี ใกล้ของกิน
แต่เพราะเนื้องานมันไม่ใช่ ประจวบเหมาะกับเจ้านายเก่าที่เคยไปฝึกงานด้วยเรียกไปทำด้วยพอดี
ไปทำที่ใหม่ ไกลบ้านขึ้น เข้างานเก้าโมงครึ่ง ค่าทางด่วนไปกลับและที่จอดรถ เงินเดือนน้อยลง
แต่อยากไปลองทำในสิ่งที่อยากจะทำมาตั้งนานแล้วดู และอยากจะได้ใช้ภาษาอังกฤษด้วย
เซ็นสัญญาไปแล้ว เจ้านายอะน่ารัก แต่สังคมภายในเป็นไงยังไม่รู้
ช่วงนี้เกิดอาการสองจิตสองใจ ที่เดิมก็สบายดีอยู่แล้ว
แต่ก็ยังอยากออกไปเป็นมีเดียแพลนเนอร์อีก สับสนเป็นระยะค่ะ :3005:
ยังไงก็คงไปที่ใหม่ค่ะ แค่อาจจะเป็นอารมณ์ไม่เคยย้ายงาน ก็เลยหงอยๆนิดนึง
ลองดูสักตั้งละเนาะ ไปทำงานตรงเพลินจิตนะคะ ไว้เจอกันถ้าใครทำงานแถวๆนั้นค่ะ :53:
ว้าย เค้าอยู่สาทร ใกล้แบบได้กลิ่นเลย :51:
เพลินจิตนี่อย่าว่าแต่กลิ่นเลย เอื้อมมือไปก็ถึงแล้ว :51:
ไอ้ "ที่เดิมก็สบายดีอยู่แล้ว" เนี่ย จริงเรอะ :30:
:16: อดได้ค่าหัวเลย
อยากออกไปทำตามฝัน รีบไปเลยครับ
ไม่งั้นเราจะไม่รู้ซักทีว่าสิ่งที่ฝันในความเป็นจริงมันเป็นอย่างไร
สู้ ๆ
:12:
ลองดูจั๊วะ การงานย้าย ไม่ได้แปลว่ามันจะไม่ดี บางทีมันก็ได้เปิดโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น :27:
อยากจะบอก แต่สองจิตสองใจเช่นกัน
กลัวบอสขาจะว่าเอา
คือว่าวันนี้...หลังจากที่เบี้ยวงานครึ่งวัน
ได้รับโทรศัพท์เบอร์ประหลาด
รับไปคุย เบลอๆ จับใจความได้ว่า...
"ปตท. เรียกตัวไปสอบ"
:07: :07: :07:
ความรู้สึกสับสนมากเลย ทำกับพี่บิ๊กก็สนุกดี เดี๋ยวอีกนิดก็จะมีงานใหญ่
งานอีเว้นที่อิ่มใฝ่ฝันว่าจะทำมาตั้งสมัยเริ่มเรียนป.โท
แถมได้ลาขาดเสี้ยนหนามการทำงาน ที่ทำให้จิตหดหู่อยู่ทุกวัน
ก่อนหน้านั้นยังคิดเลยว่า ถ้าเราร่วมทำงานกะบ.นี้ๆ คงจะดีเนอะ
แต่พอหันไปบอกพ่อแม่ว่า ปตท. เรียกไปสอบแหน่ะ
พ่อแม่แบบดีใจมากกกกกกกก ตาเป็นประกาย ออร่าความสุขฟุ้งมาก
พ่อรีบโทรหาพรรคพวก แม่ก็ได้แต่บอกว่าดีใจ อิ่มจะได้แต่งตัวเป็นสาวออฟฟิศเก๋ๆให้แม่ชื่นใจแล้ว
พ่อบอกเอาให้ได้นะลูก พ่อกับแม่จะได้ป่วยอย่างสบายใจ (ห๊ะ)
บลา บลา บลา
แต่วันนี้ดูพ่อแม่แบบมีความสุขมาก ฟินมาก ฟินกว่าตอนอิ่มจบป.โทอีกมั้ง
คือไม่เห็นฟิน อารมณ์ดี เข้าขาเป็นปี่เป็นขลุ่ยกันแบบนี้มาตั้งนานแล้ว
เลยบอกไปว่าเขายังไม่ได้รับซะหน่อย.. แต่ก็หยุดมโนพ่อแม่ไม่ทันแล้ว
เสร็จกลับมาทำงานต่อ เจอหน้าพี่บิ๊กและพี่ๆคนอื่น อิ่มโครตรู้สึกผิดเลย
ไม่รู้สิ สับสนสุดๆ
เอาจริงๆ อิ่มอยากไปกับทางพี่บิ๊กนะ แต่พอเห็นพ่อแม่ดีใจขนาดนั้นแล้ว เฮ้ย..
จะบอกว่าไม่เอา มันพูดไม่ได้จริงๆ (แต่อีกใจก็ตื่รเต้นนะ บ.ใหญ่ขนาดนั้นเรียกตัวนี่ สุดยอดเลย)
ถ้าพี่บิ๊กมาเห็นก็....อืมมม นะ อิ่มไม่รู้จะพูดไงดีล่ะ รู้สึกผิดจัง :16:
พี่บิ๊กไม่ว่าอะไรหรอก เพราะถ้าครบกำหนดโปร
ยังแยกแยะ Girl Gen ไม่ได้ว่าใครเป็นใคร ก็ไม่ผ่านโปรอยู่ดี :30:
แต่งตัวเป็นสาวออฟฟิศเก๋ตรงไหน :05:
เป็นตูนะ จะดีใจมาก ถ้าลูกหาอาชีพเลี้ยงตัวได้โดยไม่ต้องไปเป็นลูกจ้างใคร :37:
พ่อแม่ใคร พ่อแม่มันแหละนะ จะทำอะไรก็คิดดีๆ ละกัน
ที่จริงไม่น่าหันไปบอกแม่เลย :30:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 21 มิ.ย. 2013, 23:14 น.
พี่บิ๊กไม่ว่าอะไรหรอก เพราะถ้าครบกำหนดโปร
ยังแยกแยะ Girl Gen ไม่ได้ว่าใครเป็นใคร ก็ไม่ผ่านโปรอยู่ดี :30:
วันนี้แยกออกคนนึงนะ พัฒนาสุดๆ :52:
เป็นตูตอนนี้นะ อยากได้เงือนเดือน และสวัสดิการ ปตท. อย่าบอกใคร :30:
ลูกๆมีโอกาสได้งานที่ก้าวหน้าและมั่นคง พ่อแม่ย่อมยินดีเป็นธรรมดา :52:
แต่ระวังสอบตกนะ
:05:
ได้ข่าวว่ายากด้วยล่ะ
ปตท.โทรมาเรียกไปเหมือนกัน
แต่ไม่ได้ไปล่ะ :11:
เพราะไกลบ้าน
ที่บ้านไม่ให้แยกไปอยู่คนเดียว :3005:
ถ้ามีโอกาสงี้เราว่าอิ่มลองดูๆเลย :25:
คิดว่าอันไหนทำแล้วสบายใจ ก็ทำเถอะครับพี่
(สบายใจตัวเรา สบายใจที่เห็นพ่อแม่เรามีความสุข สบายใจบลาๆ นับรวมกันหมด)
ลองไปสอบดูครับ
ตะกี้คุยกับรุ่นพี่ที่ทำ ปตท.
เขาบอกว่า เงินดีแบบอยู่ได้สบาย ไม่เดือดร้อน ไม่ชนเดือนต่อเดือน
สวัสดิการแจ่ม ที่ทำงานดี ทันสมัย ได้ไปนอก มั่นคงไปตลอดชีวิตเลย
แต่
เป็นงานเช้าชามเย็นชาม งานน่าเบื่อไม่สนุก ไม่ท้าทาย
แถม ตะกี้พ่อแม่เพิ่งกลับมาจากคอนเสิร์ตผู้ถือหุ้นกู้ปตท. ฟินกันใหญ่
ดีอย่างนู๊น อย่างนี้ ถ้าอิ่มได้เข้าก็จะได้ดูอะไรแบบนี้อีกเรื่อยๆ
ตัดสินใจสอบก็สอบ!!
เอาวะ....
ถ้าเป็นตูตอนนี้ไปเลย ชอบอยู่แล้วช้าวชามเย็นชาม เงินเยอะๆ สวัสดิการดีๆ เงินเหลือๆ เดี๋ยวตูเอาไปทำอย่างอื่นชดเชยได้เอง :30:
เป็นผมก็คงลองนะ ถ้างานมันน่าเบื่อ เราเอางานอดิเรกอื่นมาทดได้สบาย
ดีออกครับ เครียดเรื่องงานเป็นอะไรที่บัดซบที่สุดละ :30:
ในความเห็นส่วนตัว คิดว่าอิ่มทำอะไรได้ดีกว่าการเป็น พนง บริษัท ปตท นะ
ลองสอบดูก็ดี แต่เข้าไปแล้วการเมืองมันเข้มข้น + เช้าชามเย็นชาม
นานๆ เข้าจะไม่เบื่อเหรอ
:46:
:46:
การเมืองนี่ตัดไปเลย เพราะอิ่มไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย
ส่วนเช้าชามเย็นชามนี่อิ่มคิดไม่ออกจริงๆว่าเป็นแบบไหน
อาจจะเช้าชามฯของพี่คนนั้นคนเดียวก็ได้
เอาจริงๆ ถ้าได้ปตท.ก็ไม่อยากออกจาก 18มงกุฎนะ
อยากทำควบ 2 บ. เลยล่ะ :56:
บอสขาาาาา :27:
คิดเหมือนพี่บวบนะ ถ้างานประจำสูบวิญญาณแต่เงินดี สวัสดิการดี ทำให้ชีวิตสะดวกสบายได้ขนาดนั้น
เอาเวลาที่เหลือไปทำอย่างอื่นทดก็ไม่น่าเสียดาย
ลองดูเลยพี่อิ่ม ไม่ชอบลาออก กลับมาซบอกพี่บิ๊ก :30:
ไม่จริงอ่ะ เจองานสูบพลังมาแล้ว มันจะไม่มีแรงไปทำอะไรต่อนี่สิ :30:
เรื่องลาออกไปลองแล้วไม่ชอบกลับมาซบอกที่เดิมนี่ ฟังดูเหมือนคุณจูดี้ ลาราชการไปลงเลือกตั้งผู้ว่า :30: :30:
จะบอกอิ่มว่า การเมือง ถึงเราไม่ไปยุ่งกะมัน มันก็มายุ่งกะเราอยู่ดี
เผลอๆมาในแบบที่คิดไม่ถึงด้วย ให้คิดเรื่องนี้หนักๆนะ
องค์กรใหญ่ๆนี่ตัวดีเลยนะ
:46:
:3005:
เราคุยเรื่องนี้ไม่รู้เรื่องล่ะ
กลัวเหมือนกันสมมุติฟลุคได้ไปสัมภาษณเขาถามขึ้นมา
ตอบไม่ถูกเลยนะ เรื่องการเมืองความรู้เท่าหางอึ่งเลยแหล่ะ
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 22 มิ.ย. 2013, 16:48 น.
:3005:
เราคุยเรื่องนี้ไม่รู้เรื่องล่ะ
กลัวเหมือนกันสมมุติฟลุคได้ไปสัมภาษณเขาถามขึ้นมา
ตอบไม่ถูกเลยนะ เรื่องการเมืองความรู้เท่าหางอึ่งเลยแหล่ะ
คนละความหมายละอิ่ม
การเมืองที่เราว่าคือ แบ่งพรรคแบ่งพวก ชิงดีชิงเด่นตะหาก
:30:
:3005:
อ่าวหรอ
เราซื่อออออออ~
:30:
โธ่ คุยมาตั้งนาน
:30:
อ้างคำพูดจาก: Romzaikyu เมื่อ 22 มิ.ย. 2013, 13:40 น.
ไม่จริงอ่ะ เจองานสูบพลังมาแล้ว มันจะไม่มีแรงไปทำอะไรต่อนี่สิ :30:
เรื่องลาออกไปลองแล้วไม่ชอบกลับมาซบอกที่เดิมนี่ ฟังดูเหมือนคุณจูดี้ ลาราชการไปลงเลือกตั้งผู้ว่า :30: :30:
งานครีเอทีฟ และเป็นลูกจ้าง ไม่ใช่แค่สูบวิญญาณนี่หว่า สูบสุขภาพด้วย ต้องถามว่าตำแหน่งที่อิ่มสมัครอะทำอะไร
เป็นผมไงก็ไปว่ะ (แหม.. พูดยังกะจะสอบผ่าน)
ดีไม่ดียังไง อยู่สักสองปี แค่โบนัสก็หาจากบริษัทอื่นไม่ได้ละ หลังจากนั้นถ้ามันเหี้ยจริง ออกมาก็โปรไฟล์เก๋ แหมๆๆๆ
ถ้าไม่ได้คิดจะอยู่จริงจัง เอาแค่โบนัสกะโพรไฟล์มันก็ดีอยู่หรอก
แต่ถ้าเข้าไปแล้วอยากออก พอบอกพ่อกะแม่ จะเกิดดราม่าครอบครัวไหม
:46:
โอย เกิดอยู่แล้วไม่ต้องถาม :30:
บ้านตูเลี้ยงแบบเป็ดไล่ทุ่ง สบาย ไม่เคยมีดราม่าไรงี้ :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 22 มิ.ย. 2013, 20:32 น.
บ้านตูเลี้ยงแบบเป็ดไล่ทุ่ง สบาย ไม่เคยมีดราม่าไรงี้ :30:
ยังไงวะ เป็ดไล่ทุ่ง :30:
งั้นคิดดีๆ เลยนะหมีเล็ก เพราะถ้าเข้าได้ อย่าหวังจะได้ออก แม้จะไม่ชอบแค่ไหนก็เถอะ
อ้างคำพูดจาก: Romzaikyu เมื่อ 22 มิ.ย. 2013, 21:11 น.
งั้นคิดดีๆ เลยนะหมีเล็ก เพราะถ้าเข้าได้ อย่าหวังจะได้ออก แม้จะไม่ชอบแค่ไหนก็เถอะ
ใช่ ๆ คิดแบบพี่ร่มนี่ละนะ
คิดดี ๆ อย่างที่บอกไปก่อนหน้าเด้อ
:46:
แต่มา ณ จุดนี้แล้ว
ไม่ไปสอบก็ดราม่า สอบได้แล้วไม่เอาก็ดราม่า เข้าได้แล้วลาออกก็ดราม่า
โอย... ชีวิต :3005:
คงต้องเลือกดราม่าเรื่องที่เจ็บน้อยสุดละครับ
:42:
รวยเมื่อไหร่ก็ไม่ดราม่าแล้ว :52:
ตอนนี้สถานะทางการเงินไม่มั่นคงจนพ่อแม่ห่วง
ทำไมไม่มีใครคิดว่างานอาจจะดีก็ได้มั่งนะ :05:
แผนกไหน อะไร ยังไง ล่ะอิ่ม
อาจจะดีก็ได้แหละ (ในส่วนตัวงานเพียว ๆ )
แต่ คน ที่อยู่รอบ ๆ น่ะสิ ที่น่าเป็นห่วง มันจะไม่สนุกเลยนะ ถ้าเกิดต้องเจอคนแทงข้างหลัง เลื่อยขาเก้าอี้ คอยนินทา หาเรื่องจับผิด อยู่ทุก ๆ วัน
งานดีแค่ไหนก็คงไม่สนุกมั้ง
:46:
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 22 มิ.ย. 2013, 21:20 น.
รวยเมื่อไหร่ก็ไม่ดราม่าแล้ว :52:
ตอนนี้สถานะทางการเงินไม่มั่นคงจนพ่อแม่ห่วง
ทำไมไม่มีใครคิดว่างานอาจจะดีก็ได้มั่งนะ :05:
เป็นความผิดอีบิ๊กสินะ :30:
อ้างคำพูดจาก: Romzaikyu เมื่อ 22 มิ.ย. 2013, 21:27 น.
เป็นความผิดอีบิ๊กสินะ :30:
ไม่ช๊ายยยยยยยยยยยยยยยย :3005:
อ่อ ตอนเขาโทรมา อิ่มบอกไปว่าตำแหน่งอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับ PR ค่ะ
ได้ติดต่อกับสื่ออีก
โอว์
ดราม่าในที่ทำงานโดยไม่ต้องสืบ
:30:
เวลาสมัครงานนี่มันไม่ต้องระบุตำแหน่งเหรอวะองค์กรนี้ :42:
ผมคิดแบบเอาพื้นฐาน และปสก.ตัวเองตัดสินนะ
ปัญหาของบ้านอิ่ม ไม่ใช่เพราะพ่อแม่เห็นว่าลูกเป็นเด็กน้อยอยู่ตลอดเวลาแค่ฝ่ายเดีวหรอก
อิ่มเองก็ไม่แสดงจุดยืน ที่มั่นคงพอให้เค้าถอยไปดูเราตั้งใจทำในสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ ด้วยรึเปล่า (ถ้าถามตูตูว่าใช่)
คืออายุเท่าอิ่มเนี่ย อยู่บ้านนอกลูกสองลูกสามแล้ว :30:
อยากทำไรลุยไปเหอะ ถ้าจะทำจริงๆ ไม่มีทางที่พ่อแม่จะห้ามได้หรอก แล้วก็เตรียมพร้อมยอมรับการตัดสินใจของตัวเองให้ดี
แต่ถึงจะเจ็บกับที่เลือกเอง ก็อาจจะดีกว่าอึดอัดเพราะคนอื่นเลือกให้นะ
เอ้อ แนะนำไรอิ่มไม่ได้เลย
ที่บ้านตอนนี้ก็มองแค่ว่า ไม่ให้ไปอยู่คนเดียว แต่จะไปทำงานที่ไหนก็ไป
คือ ตอนนี้เจอปัญหาแหละ ตื่น 6 โมงเช้า เพื่อให้ไปทันก่อน 9 โมงครึ่ง
แต่กว่าจะถึงบ้านสิ ล่อไปสามทุ่มสี่ทุ่ม
ทำให้ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นแม้แต่จะซักผ้าหรือเก็บห้อง
บางวันออกจากออฟฟิศดึก ๆ ก็กว่าจะถึงบ้านเที่ยงคืนแหละ
แต่ก็นะ "รับผิดชอบ" รู้สึกว่าที่ทำๆ ไปนี่มันคุ้มกันรึป่าวหว่า
แต่ก็นั่นแหละ "เลือกแล้ว" ก็เลยทำใจ
ที่บ้านก็เป็นห่วงนะ หาว่านายเราไม่โอเค ว่าสารพัด ใช้งานหนัก
แต่ใครจะรู้ว่าเป็นที่เราเองที่โหมงานหนัก ไม่อยากจะเจอใครในบ้าน โดยเฉพาะพ่อตัวเองที่ตอนนี้น่าจะเป็นวัยทองเต็มขั้นแล้ว
เพราะเจอยังไงเค้าก็บ่น (บางทีเราก็ไม่อยากฟังไรแบบนี้ทุกวันนะ)
ก็เลยเลือกที่จะเลี่ยงด้วยวิธีนี้ (แต่ก็เหนื่อยน่ะแหละ)
..
วันก่อน น้องที่เราฝากให้เจ๊เกศหางานให้
(ที่ 3ds น่ะล่ะ น้องจั๊วน่าจะรู้จักเพื่อนพี่มั้งนะ ชื่อซิ่งกะกุ๊กไก่)
เค้าโทรมาชวนไปทำงานด้วย มารวมทีมกันอีกครั้งหนึ่ง ให้เราทำหน้าที่เดิมเหมือนที่ออฟฟิศเก่าโน้นที่เคยร่วมงานกัน
แต่ก็ลังเลเพราะเรายังไม่ครบทดลองงาน
และก็ไม่รู้ว่าจะผ่านทดลองงานมั้ย
(มีบางอย่างที่เราทำไม่ได้ งานที่เค้ามอบหมายมาให้ไม่จบที่เราคนเดียว เลยทำให้กังวล)
อีกอย่างหนึ่งคือ ไม่รู้จะเรียกเงินเดือนเรตไหนดี
คือ ใจนึงก็อยากไป แต่อีกใจนึงคือ ก็ไม่รู้ว่าที่ตรงนี้จะอยู่ได้อีกกี่ปี
(เท่าที่คุยๆกันตอนนี้ก็เดาได้ว่าออฟฟิศนี้น่าจะไม่เกินสองปีนี้มั้ง แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้)
ถ้าไม่ผ่าน คงได้พึ่งพาน้อง แต่ถ้าผ่าน คงมาคิดอีกทีว่าจะอยู่ตรงนี้ได้อีกนานแค่ไหน
เข้าไปแล้วรีบหาแฟนในนั้นแล้วแต่งงาน แล้วลาออกแม่งเลย พ่อแม่ว่าไม่ได้ละทีนี้ อยากให้ลูกทำงานเหรอ สามีหนูไง แต่หนูขอทำงานที่หนูรักก่อนนะเคอะ
ถ้าได้ที่ดีกว่า ก็ไปเถอะ ไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้ว ทุกคนมีชีวิตเป็นของตัวเอง
แค่อยากให้ตัดสินใจชีวิตของตัวเอง ด้วยความคิดของตัวเองก็พอ
เพราะถ้ามันตัดสินใจพลาดอะไรขึ้น จะได้ไม่ต้องไปโทษใคร โทษตัวเราเองที่ตัดสินใจผิดเอง
แล้วก็จะไปไหนบอกได้หมดละ ทำงานกันมาก็รู้อยู่แล้ว ว่าคุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่ต้องไปคิดมาก
นี่ถ้ามีใครมาจ้างให้ไปทำ เงินเดือนเยอะ ๆ ก็ไปเหมือนกัน 555
ยังไม่ได้ อย่าเพิ่งไล่น๊า
:05: :05:
ตอนนี้วางแผนว่า ไม่ให้ผ่านโปร แล้วให้ไปสู้ศึก ปตท แบบจริงจังเลยดีกว่า :47:
ก็ให้ออกเสียวันจันทร์นี้เลยดิพี่ น้องมันจะได้มีสมาธิอ่านหนังสือสอบ :47:
เออ ก็ดีนะ :47:
พอสอบไม่ผ่านกลับมาใช่ว่าอีบิ๊กจะรับซะเมื่อไหร่ :39b:
:30: :30:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 23 มิ.ย. 2013, 00:45 น.
พอสอบไม่ผ่านกลับมาใช่ว่าอีบิ๊กจะรับซะเมื่อไหร่ :39b:
พี่เลย์ก็จุ๊ ๆ ไว้ก่อนซิ :07:
เดี๋ยวเซ่!!!!
:07: :07: :07:
วันจันทร์ไม่ต้องไปทำงานแล้วนะ :37:
วันจันทรืเจอให้จำเอพิ้งค์กับทีอาร่าเพิ่มอีกสองวง :30:
ปตท มันก็ กับดักแมงทับดีๆ นี้ล่ะ
ถ้าเข้าไปแล้วไม่ได้อะไรออกมาเลย ก็จะต้องอยู่ในกับดักแมงทับจนตายย
เป็นพนักงานที่ซื่อสัตย์กับองค์กร ต่อปายยย
พี่ก็อยู่ในกับดักแมงทับเล็กๆ อันนึงเหมือนกันล่ะ
แทงใจดำมาก :16:
พอแมงทับปุ๊บ แมงก็จะกระแทก กระแทก กระแทก
:55: :55:
เป็นพี่ พี่จะไปลองดูนะน้องอิ่ม
ณ จุดนี้ ได้หรือไม่ได้ เรายังไม่รู้ ถ้าได้ ค่อยมาคิดต่อ
ส่วนเรื่องจะทำที่ไหนดี อยากให้มองยาวๆ
อนาคตเรากำลังเบนเข็ม ก็ขอให้เลือกดีดี :12:
อ้างคำพูดจาก: ยุนเอ เมื่อ 23 มิ.ย. 2013, 11:56 น.
ปตท มันก็ กับดักแมงทับดีๆ นี้ล่ะ
ถ้าเข้าไปแล้วไม่ได้อะไรออกมาเลย ก็จะต้องอยู่ในกับดักแมงทับจนตายย
เป็นพนักงานที่ซื่อสัตย์กับองค์กร ต่อปายยย
เอ อธิบายความหมายของ "กับดักแมงทับ" หน่อยดิครับ งงอ่ะ
อยากรู้ :46:
เอารายได้สูงๆเข้าล่อครับ พอเข้าไปแล้วก็จะติดกับหลงระเริง ความรู้ที่จะพัฒนาตัวเองก็ไม่มี พอเงินเดือนสูงๆเค้าก็จะเขี่ยทิ้งเพราะเปลือง
พอออกมาแล้วก็ทำอะไรไม่เป็น ค่อยๆแห้งตายอย่างช้าๆ
แต่เค้าก็อยากเป็นแมงทับนะ :25:
อยากเอารายได้สูงๆมาเข้าล่อบ้าง :51:
อ้างคำพูดจาก: ขอซักดอกเถอะครับ เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 11:44 น.
อยากเอารายได้สูงๆมาเข้าล่อบ้าง :51:
ได้ แต่เอ็งต้องเป็นฝ่ายถูกทับนะ :59:
อ้างคำพูดจาก: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 11:43 น.
เอารายได้สูงๆเข้าล่อครับ พอเข้าไปแล้วก็จะติดกับหลงระเริง ความรู้ที่จะพัฒนาตัวเองก็ไม่มี พอเงินเดือนสูงๆเค้าก็จะเขี่ยทิ้งเพราะเปลือง
พอออกมาแล้วก็ทำอะไรไม่เป็น ค่อยๆแห้งตายอย่างช้าๆ
ขอบคุณครับ :46:
อ้างคำพูดจาก: ขอซักดอกเถอะครับ เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 11:44 น.
อยากล่อสูงๆบ้าง :51:
:30:
อ้างคำพูดจาก: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 11:45 น.
ได้ แต่เอ็งต้องเป็นฝ่ายถูกทับนะ :59:
:30:
ปล. เข้าใจเรื่องกับดักแมงทับนะ แต่ตูมองว่า เก็บตังแล้วออกมาทำกิจการที่อยากทำ (คือจริงๆ ก็เริ่มเสียตั้งแต่ยังกินเงินเดือนอยู่) ก็ได้นะ
แต่ต้องรู้ก่อนนะว่าอยากทำอะไร และมีปัญญาทำอะไรมั่ง :47:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 12:08 น.
ปล. เข้าใจเรื่องกับดักแมงทับนะ แต่ตูมองว่า เก็บตังแล้วออกมาทำกิจการที่อยากทำ (คือจริงๆ ก็เริ่มเสียตั้งแต่ยังกินเงินเดือนอยู่) ก็ได้นะ
แต่ต้องรู้ก่อนนะว่าอยากทำอะไร และมีปัญญาทำอะไรมั่ง :47:
ตามพี่บวบเลย พอเริ่มเห็นว่าไม่ใช่ เก็บเงินเข้าไว้ รอจนพร้อม เผลอๆเราชิงออกก่อนที่เขาจะไล่อีกมั้ง :12:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 12:08 น.
:30:
ปล. เข้าใจเรื่องกับดักแมงทับนะ แต่ตูมองว่า เก็บตังแล้วออกมาทำกิจการที่อยากทำ (คือจริงๆ ก็เริ่มเสียตั้งแต่ยังกินเงินเดือนอยู่) ก็ได้นะ
แต่ต้องรู้ก่อนนะว่าอยากทำอะไร และมีปัญญาทำอะไรมั่ง :47:
คิดจะทำแบบที่ว่าเนี่ยแหละ แต่ปัญหาใหญ่ๆ คือ อยากทำอะไร และมีปัญญาทำอะไร ?
ยังหาไม่เจอเลย แบบที่จริงๆ จังๆ ไม่ใช่ฝันไปวันๆ นะ ยังนึกไม่ออกเลย :16:
จริงๆไม่ต้องคิดมากหรอกครับ หลับหูหลับตา ทำๆไปถ้าใจมันชอบที่นี่อ่ะนะ
พอถึงเวลาค่อยว่ากันอีกที
เพื่อนตูบางคนแค่มีเงินเดือนตามที่อยากได้ก็ฟินแล้วนะ อนาคตเป็นไงช่างมัน
แต่นี่เพิ่งวัยสามสิบต้นๆ วัดกันอีกทีตอนสี่สิบกว่าๆนู่น
ถ้ายังเล่นบอร์ดกันอยู่นะ
:30:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 13:08 น.
คิดจะทำแบบที่ว่าเนี่ยแหละ แต่ปัญหาใหญ่ๆ คือ อยากทำอะไร และมีปัญญาทำอะไร ?
ยังหาไม่เจอเลย แบบที่จริงๆ จังๆ ไม่ใช่ฝันไปวันๆ นะ ยังนึกไม่ออกเลย :16:
กลับไปใช้ชีวิตชาวนาชาวไร่ไงพี่ เงินมีแล้ว ไม่ต้องทำขาย ทำเอาสนุก กับกินเอง
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 14:11 น.
กลับไปใช้ชีวิตชาวนาชาวไร่ไงพี่ เงินมีแล้ว ไม่ต้องทำขาย ทำเอาสนุก กับกินเอง
มันเหมือนเป็นความฝันอ่ะพี่บวบ
แบบไม่ต้องเดือดร้อนเรื่องเงินทอง
เช้าตื่นมาทำนา ทำสวน ทำไร่ที่เราปลูกเอง
มีความสุขสุดๆ
เคยคิดแบบนั้นนะ
ทำงานในเวลาออกจะสบาย
ค่อยไปเรียนรู้จากงานนอกเอา
พอย้ายมาที่ใหม่ละแม่งงงง สิ่งที่คิดมันผิดจริงๆ
ไอ้ที่บอกว่าจะได้รู้จากงานนอก จริงๆ แล้วเราไม่รู้อะไรเลย
โคตรเสียดายเวลาที่หลอกตัวเองว่าชิวๆ ทำงานในงานนอกไป อะไรงี้
เสียดายมากๆ ไม่ได้พัฒนาอะไรเลย
ความรู้ที่มีเท่ากะหางอึ่ง ยิ่งกว่ากบในกะลา
ตอนนี้ก็ยังอยู่ในกะลานะ แต่กะลาใหญ่กว่าของเดิมแค่นั้นเอง
กะลาเซ็ปชั่น :59:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 14:11 น.
กลับไปใช้ชีวิตชาวนาชาวไร่ไงพี่ เงินมีแล้ว ไม่ต้องทำขาย ทำเอาสนุก กับกินเอง
เดิมทีก็ฝันๆ ถึงยูโธเปียแห่งทุ่งหญ้า ขุนเขาแบบนั้นเหมือนกันนะ
แต่ถามว่า มีเงินเท่าไหร่ ถึงจะไปใช้ชีวิตแบบนั้นได้จริงๆ มันต้องเยอะมากอะ
แล้วยังมีอีกคำถามว่า เราต้องการแค่นั้นเอง จริงเหรอ ? (สำหรับพี่คงเห็นรางๆ แล้วว่าไม่ใช่)
บางทีก็รู้สึกเหมือนกะว่ากำลังหลงทาง.. แต่แบบ.. แล้วไงอะ ทางตรงนี้มันก็สวยดีนี่หว่า
วิกฤติวัยทองว่ะเนอะ :05:
(http://img3.f0nt.com/24/d20fe0db7b973d36e6d9d71625234dfc.jpg)
ผมหมายถึงโกยเก็บไว้ ตอนที่ทำงานเงินดีๆ อย่างปตท.ไงพี่
พอเกษียณตัวเอง ก็ใช้เท่าที่จำเป็น ที่หาไว้ก่อนหน้าไว้เป็นเงินสำรอง :27:
ตบะเอ็งต้องแก่กล้าน่าดูเหมือนกันนะ ไอ้ที่ว่าใช้เท่าที่จำเป็นน่ะ
เพราะสุดท้ายทุกอย่างที่เกินจำเป็นมันมักจะจำเป็นเสมอเมื่อเงินเดือนมันสูงขึ้นน่ะ :30:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 21:32 น.
(http://img3.f0nt.com/24/d20fe0db7b973d36e6d9d71625234dfc.jpg)
แหม่.. เก็บทุกเม็ดจริงๆ :39:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 21:52 น.
ผมหมายถึงโกยเก็บไว้ ตอนที่ทำงานเงินดีๆ อย่างปตท.ไงพี่
พอเกษียณตัวเอง ก็ใช้เท่าที่จำเป็น ที่หาไว้ก่อนหน้าไว้เป็นเงินสำรอง :27:
ไม่อยากเก็บตอนที่ดีสุดไว้ตอนแก่ เผื่อไม่แก่อะ
อยากเจอความฝันตั้งแต่อายุสามห้า แล้วก็ไปใช้ชีวิตอยู่ตรงนั้นตั้งแต่สี่สิบเป็นต้นไป
ถึงได้บางทีก็ผิดหวังตัวเองเหมือนกัน ที่ดันหาสิ่งที่สำคัญสุดไม่เจอ หรือเจอแล้วแต่ไม่ยอมรับวะ :30:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 22:03 น.
แหม่.. เก็บทุกเม็ดจริงๆ :39:
ไม่อยากเก็บตอนที่ดีสุดไว้ตอนแก่ เผื่อไม่แก่อะ
อยากเจอความฝันตั้งแต่อายุสามห้า แล้วก็ไปใช้ชีวิตอยู่ตรงนั้นตั้งแต่สี่สิบเป็นต้นไป
ถึงได้บางทีก็ผิดหวังตัวเองเหมือนกัน ที่ดันหาสิ่งที่สำคัญสุดไม่เจอ หรือเจอแล้วแต่ไม่ยอมรับวะ :30:
หาลู่ทางทำทัวร์สิ รับรองรุ่ง
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 21:52 น.
ผมหมายถึงโกยเก็บไว้ ตอนที่ทำงานเงินดีๆ อย่างปตท.ไงพี่
พอเกษียณตัวเอง ก็ใช้เท่าที่จำเป็น ที่หาไว้ก่อนหน้าไว้เป็นเงินสำรอง :27:
ผมไม่คิดอย่างพี่นะ ชีวิตเรา อยู่กับความสุขปัจจุบันไว้ อนาคตไม่ต้องมองมาก :30: คิดมากแก่เร็ว
เคยคอมเม้นเล่นๆ ในโพสพี่บวบบน facebook
ชีวิตแบบพอเพียงใช้เงินจำนวนประมาณ 15 ล้านบาท :47:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 21:56 น.
ตบะเอ็งต้องแก่กล้าน่าดูเหมือนกันนะ ไอ้ที่ว่าใช้เท่าที่จำเป็นน่ะ
เพราะสุดท้ายทุกอย่างที่เกินจำเป็นมันมักจะจำเป็นเสมอเมื่อเงินเดือนมันสูงขึ้นน่ะ :30:
อันนี้เสนอพี่แอ้ไง ส่วนผมอะไปสายนั้นไม่ได้แน่ๆ เพราะเป็นคนขี้เกียจ + กิเสสหนา :30:
เคยคิดว่าถ้าเงินเดือนประมาณนี้นะ ชีวิตคงสบาย คล่องตัวขึ้นเยอะ.. ตอนนี้แม่งมากว่าที่คิดไว้ตอนนั้นตั้งกว่าครึ่ง ยังใช้ไม่พอเล้ย :30:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 22:05 น.
หาลู่ทางทำทัวร์สิ รับรองรุ่ง
ตอนแรกก็คิดจะเสนอพี่แอ้ แต่พอดูนิสัยแล้ว ถ้าไม่เลือกลูกทัวร์ที่ตรงแนวจริงๆ จะกลายเป็นเฟล เหมือนเวลาแกโดนเพื่อนเบี้ยวอีกชัวร์
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 22:15 น.
ผมไม่คิดอย่างพี่นะ ชีวิตเรา อยู่กับความสุขปัจจุบันไว้ อนาคตไม่ต้องมองมาก :30: คิดมากแก่เร็ว
ถ้าตูหาได้เท่าเอ็ง ตูก็ไม่คิดหรอก :07:
อ้างคำพูดจาก: ยุนเอ เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 22:23 น.
เคยคอมเม้นเล่นๆ ในโพสพี่บวบบน facebook
ชีวิตแบบพอเพียงใช้เงินจำนวนประมาณ 15 ล้านบาท :47:
แค่รถที่อยากได้ + ค่าดูแล.. ยังไม่รู้จะพอรึเปล่าเลย :47:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 22:29 น.
ตอนแรกก็คิดจะเสนอพี่แอ้ แต่พอดูนิสัยแล้ว ถ้าไม่เลือกลูกทัวร์ที่ตรงแนวจริงๆ จะกลายเป็นเฟล เหมือนเวลาแกโดนเพื่อนเบี้ยวอีกชัวร์
เป็นไกด์ไม่ได้ ไม่ชอบตามใจคน ไ่ม่ชอบคนแปลกหน้าด้วยซ้ำไป :30:
แต่ถ้าเป็นเจ้าของทัวร์ ดีไซน์ ติดต่อ แล้วให้ลูกน้องพาเที่ยว อันนี้ทำได้นะ ต้องเริ่มยังไงเหรอ ทุนเยอะไหมน้อ :25:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 22:29 น.
ถ้าตูหาได้เท่าเอ็ง ตูก็ไม่คิดหรอก :07:
ผมคิดแบบนี้ตั้งกะได้เดือนละไม่ถึงหมื่นนะครับ :30: คือหลักการหางานของผมมีแค่ ขออิสระให้ผมเท่าที่ขอบเขตงานจะให้ได้ เงินเดือนไม่สน (ไม่งั้นเรียกเงินเดือน "จริงๆ" เป็นแสนไปแล้ว)
เมื่อวานโทรคุยกับแม่ แม่ลาออกจากงานแล้ว
บำนาญ...เท่าเงินเดือนนัดเลย
ได้เยอะมันก็ดีล่ะ แต่มาคิดดู..เราต้องมีเยอะแค่ไหนถึงจะเลี้ยงแม่ได้
ที่จริงไม่ได้อยากเลี้ยงแม่ด้วยระบบให้เงินหรอก อยากดูแลกับตัวมากกว่า
แต่ก็ต้องสร้างฐานะให้ตัวเองด้วย ยังกลับไปไม่ได้
งงๆ แต่ก็ดีใจเห็นแม่สบาย
เหลือพ่อยังเหนื่อยอีกคน ที่จริงงานพ่อนี่เหนื่อยกว่างานแม่อีก
เป้าหมายต่อไปเชียร์พ่อลาออกละกัน
โอ้ว จู๋นี้สนุก :25:
กลับมาบ้านกดอ่านรวดเดียวห้าหน้าเลย
ของตู เพิ่งกลับมาจากเชียงคานสดๆ ตะกี้นี้เอง
เชียงคานในคืนวันอาทิตย์ช่างต่างจากวันเสาร์มากๆ
ตรงที่คนเงียบ เพราะคนกรุงเขากลับกันไปหมดแล้ว ไม่งั้นวันนี้ (วันจันทร์) จะทำงานไม่ทัน
ซึ่งคืนวันอาทิตย์เงียบๆ นี่แหละ ทำให้เชียงคานน่าอยู่ฉิบหาย
ไม่ได้จะตอกย้ำความเป็นมนุษย์ชิวอะไรหรอกนะ
แต่คุยกะเมียทีไรก็รู้สึกว่าการเลือกเส้นทางนี้มันโอเค
ไม่ใช่ว่าจะไม่เอางานเลยเพราะมีเงินแล้ว เปล่าเลย
แต่พยายามจะสลัดลูปที่เรารังเกียจ (ว่าด้วยวิถึชีวิตคนกรุงที่แก่งแย่งเบียดเสียด)
มาเป็นแบบที่เราชอบ คือทำงานไป มีคนมาเห็นงานเรา แล้วจ้าง ทำงานไป มีคนมาเห็น แล้วจ้าง ....
แล้วอยากเที่ยววันธรรมดาเมื่อไหร่ก็ไป ไม่ต้องแคร์การจราจรและกองทัพสลิ่ม
ชิวิตสลิ่มเหนือสลิ่ม :25:
อย่างไอซ์ อย่างแอนนี่พี่ว่า หาตัวเองเจอแล้วไง วันนึงอาจมีไอเดียอื่นที่ดีกว่านี้ แต่วันนี้มันก็ใช่สำหรับเราแล้วอะไรอย่างนี้
ไอ้ที่พี่ว่าพี่หาไม่เจอนี่คือตรงนี้แหละ แบบถามว่าวันนี้อยู่ในกับดักแมงทับ งานโอเค สิ่งแวดล้อมโอเค
เงินเดือนผลตอบแทนอะไรโอเค ก็มีความสุขรายวันนะ แต่มองไปข้างหน้าแล้วมันมืดตึ๊บ :47:
ให้ไต่เต้าไปเป็นเมเนเจ้อ อีกสิบปีข้างหน้า นั่งอ้วนแก่หน้าเหี่ยวแอร์อยู่ในออฟฟิศ อันนี้มันไม่ใช่สำหรับเราอะ
สารภาพว่าไม่ทำ providence fund ด้วยซ้ำ เพราะมันรู้สึกว่าถูกผูกมัด แค่สัญญาจ้างทำงานก็ผูกมัดแล้ว
แต่ทำอะไรอื่นไม่เป็นว่ะ โมโหตัวเองอยู่เนืองๆ ก็อีตรงนี้ ไอ้สิ่งที่เราชอบจริงๆ ดันเอามาทำเงินไม่ได้
หรือทำได้แต่เราไม่กล้า?
เอ็กครูซีฟสลิ่มเหนือระดับแยกรัชดาภิเษก
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 22:47 น.
อย่างไอซ์ อย่างแอนนี่พี่ว่า หาตัวเองเจอแล้วไง วันนึงอาจมีไอเดียอื่นที่ดีกว่านี้ แต่วันนี้มันก็ใช่สำหรับเราแล้วอะไรอย่างนี้
ไอ้ที่พี่ว่าพี่หาไม่เจอนี่คือตรงนี้แหละ แบบถามว่าวันนี้อยู่ในกับดักแมงทับ งานโอเค สิ่งแวดล้อมโอเค
เงินเดือนผลตอบแทนอะไรโอเค ก็มีความสุขรายวันนะ แต่มองไปข้างหน้าแล้วมันมืดตึ๊บ :47:
ให้ไต่เต้าไปเป็นเมเนเจ้อ อีกสิบปีข้างหน้า นั่งอ้วนแก่หน้าเหี่ยวแอร์อยู่ในออฟฟิศ อันนี้มันไม่ใช่สำหรับเราอะ
สารภาพว่าไม่ทำ providence fund ด้วยซ้ำ เพราะมันรู้สึกว่าถูกผูกมัด แค่สัญญาจ้างทำงานก็ผูกมัดแล้ว
แต่ทำอะไรอื่นไม่เป็นว่ะ โมโหตัวเองอยู่เนืองๆ ก็อีตรงนี้ ไอ้สิ่งที่เราชอบจริงๆ ดันเอามาทำเงินไม่ได้
หรือทำได้แต่เราไม่กล้า?
พี่แอ้มีของครับ เพียงแต่พี่แอ้กลัวจะควบคุมพลังไม่ได้ อาจทำให้เผลอไปทำร้ายคนอื่น
พี่แอ้จึงทนเก็บตัวเงียบๆ อยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย ใช่ครับ พี่แอ้คือ THE HULK
:46:
เผื่อใครไม่เข้าใจ ว่ากับดักแมงทับ (http://img3.f0nt.com/24/02f79284dbdbd69cec17cf7eefc4daa7.jpg)คืออะไร
อยู่บอร์ดนี้ได้ฝึกอะไรหลายอย่าง เช่น
- ฝึกการคิดวิเคราะห์แยกแยะ ระหว่างเรื่องจริงจังกับ "อื่นๆ นอกจากนั้น"
- ฝึกความอดทน จะไม่ฉีกเพื่อน พี่ หรือน้องตามยาว
- ช่างสังเกต สังเกตว่าไปหารูปฮิปโปมาจากไหนเยอะแยะ นี่ไปโหลดบิตกันมาเรอะไง :07:
ข้อสองข้อสาม :30:
:30: ขำจนไอค้างเลยเนี่ย
ตูไปเชียงคานวันธรรมดา ตั้งแต่เขายังไม่ค่อยฮิต :52:
ถีบจักรยานเก่าๆได้ยินเสียงล้อหมุนแกร่กๆๆ ได้อารมณ์ อาดาจิ สุดๆ (ตั้งแต่ทำบริษัทตัวเองก็ไม่เคยเที่ยวเสาร์ทิตย์หรือวันที่คนเขาหยุดกันเลย)
ตูไปเพราะเพื่อนมันอยากไป คือนึกออกแหละว่ามันคืออะไร และต้องไปเจออะไร :30:
ตอนนี้ถือว่าได้ไปโดนมาแล้ว จะได้สิ้นสงสัย แต่ก็ยังรักเพชรบุรี จันทบุรี สุพรรณบุรี และชานเมืองกระบี่อยู่เหมือนเดิม
แต่สเป็กสูงสุดคือยะลา
ของตูต้องแถวๆใต้ พวกพังงา อะไรอย่างนี้สุดยอดแห่งความชิวแบบเซ็นๆ
เพราะพื้นที่สะอาดมาก เป็นเขตไร้ฝุ่น ต้นม้งต้นไม้นี่โดนฝนล้างตลอด เหยืยบพื้นตีนเปล่าๆยังสะอาดกริ๊บเลย
แต่เขตรอบๆนอกเมืองนะ เข้าเมืองก็ฝุ่นเหมือนเดิม
อยากทำงานที่มีอาชีพแบบทำงานที่นู่นแล้วส่งงานผ่านเน็ตเสร็จจบเลย ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ
ชีวิตจะสุขมากๆ เหมือนเป็นนักเขียนอยู่ป่าอย่าง น้าชาติ กอบฯ
จะเข้าเมืองก็ขับรถแป๊บเดียวถึงตัวเมือง หรือเลยไปภูเก็ตเลยยังได้
อยู่บ้านแบบนี้ชิลมาก ทุกวันนี้ลาหยุดเดือนละสัปดาห์กลับมาพักชาร์จแบตที่บ้าน :25:
(http://upic.me/ts/i/r5/2013-06-2417.50.55.jpg) (http://upic.me/show/45569023)
โห่ว วิวบ้านไอซ์ :25:
บรรยากาศน่านอนอ่านนิยาย ใต้ร่มไม้ใหญ่ ลมพัดเย็นๆ สบายๆ เคี้ยวหนมหนุบหนับ เพลินๆ :40:
ข้อสองกับข้อสามของพี่แอ้นี่ :55:
กับดักแมงทับ (หลังจากที่เริ่มเข้าใจ) ตอนนี้ก็อยู่นะ
อยากออกไปเหมือนกัน แต่มันยังออกไม่ได้ (หรืออาจจะไม่มีวันออกก็ได้)
อยากมีบ้าน อยากเลี้ยงหมา อยากทำกับข้าวเย็นกินในบ้าน ชวนเพื่อนมาเมาไวน์กันที่บ้าน
ก็อาจจะได้แค่เปลี่ยนจากกับดักใน กทม ไป กับดักใน ตจว ละมั้ง ชีวิตนี้
:42:
จากที่ยื่นลาออกไว้ อีกสองอาทิตย์จะไม่มีงานทำแล้วค่ะ :37:
ระหว่างนี้ก็หางานใหม่พลางๆ แต่ช่วงที่ยังทำงานอยู่คงพักฟื้นร่างกายไม่ได้
(วันอาทิตย์ที่ผ่านมาออกจากออฟฟิศหกโมงเช้าแล้วกลับไปทำงานตอน 11 โมงอยู่เลย)
ดูไปเรื่อยๆว่างานใหม่จะได้ที่ไหนยังไง มีคนแนะนำเพิ่มเติมมาอีก
รอลุ้นต่อไปวาตจไปในเส้นทางไหน แต่เดาว่าเงินเดือนน้อยลงแน่นอน
ซึ่งก็โอเคนะ ถ้าไม่ต้องมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลกินยาเกือบทุกวัน..
เงินเดือนมาก เหนื่อยกาย เหนื่อยใจ :05:
เงินเดือนน้อยลง แต่สบายใจ สบายกาย :40:
เงินเดือนมาก และสบายกาย สบายใจ ถือว่าโชคดี :12:
ของผมจะแปลกตรงที่เริ่มทำงานจากการเป็นนักวิจัยฟรีแลนซ์ตั้งกะเรียนปีสุดท้าย พอจบมาแล้วก็จับพลัดจับผลูหลงไปทำอยู่กับ NGO ชื่อดังเจ้านึง ทำนุ่นนี่ไปทั่วประเทศ แล้วค่อยผันตัวมาทำงานประจำ
จากที่ไม่มีออฟฟิศ จนมาทำงานที่ต้องเข้าออฟฟิศบ้างอาทิตย์ละวัน นอกนั้นไปอยู่ป่าอยู่ดอย
พอย้ายไปทำอีกที่นึง คราวนี้งานประจำเลย
งานเยอะมากบางครั้งเข้าออฟฟิศทุกวันไม่มี ส-อา บางวันทำจนเช้ากลับไปเปลี่ยนชุดแล้วมาเข้างานต่อแถมต้องออก ตจว ทุกเดือน ไปทีนึงก็ครึ่งเดือน
แล้วก็เบื่อ คิดว่าบ้าเกินไำป เลยลาออก ว่างๆ อยู่ 2เดือน ไม่มีไรทำเล่นเน็ตหางานไปเรื่อย เลยเริ่มมารุ้จักเว็บฟ้อนต์ :30:
ตอนนี้กลายมาเป็นมนุษย์เงินเดือนเต็มตัว ทำ จ-ศ
ทำงานประจำก็สบายดีนะ เสร็จวันก็ปิดจ๊อบ ไม่มีเอาไปทำต่อที่บ้าน สิ้นเดือนเงินเข้า บช. ส-อา ได้กลับไปหาลูกที่ ตจว. :53:
แต่มันชิวไม่ได้มากเหมือนเดิมแค่นั้นเอง :56:
คนเราบางทีมีนิสัยชอบความซาดิสอยู่ลึกๆนะ :30:
บางทีงานทีงานที่มันเงินเดิอนพอได้ และมีอิสระมากๆ พอทำๆไปอยากไปที่ใหญ่ๆดัง เพื่อความเท่ความก้าวหน้า บลาๆๆ
แล้วก็ไปเจองานโหดนรกแตก ที่เขาอัดเราแบบนิ่มๆ โดยเฉพาะเอเจนซี่ น่ากลัวมาก ออฟฟิซสวัสดิการดีมาก มีน้ำขนมหยิบได้ตลอด
แต่คนทำงานทุกคนอยู่ดึกโดยไม่ต้องบอกให้อยู่ (สร้างความละอายให้คนกลับบ้านเร็ว) :30:
พอทำไปสักพักก็อยากมีอิสระเหมือนที่เดิม ...วนลูป
สลิ่มเหนือสลิ่ม ..ฮ่าๆ ชอบๆ
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 25 มิ.ย. 2013, 10:15 น.
แต่คนทำงานทุกคนอยู่ดึกโดยไม่ต้องบอกให้อยู่ (สร้างความละอายให้คนกลับบ้านเร็ว) :30:
เป็นอยู่ :30:/ เป็นมะนุดกลับเร็ว (วันที่มีธุระ) แต่ไม่แคร์ :47:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 24 มิ.ย. 2013, 22:34 น.
เป็นไกด์ไม่ได้ ไม่ชอบตามใจคน ไ่ม่ชอบคนแปลกหน้าด้วยซ้ำไป :30:
แต่ถ้าเป็นเจ้าของทัวร์ ดีไซน์ ติดต่อ แล้วให้ลูกน้องพาเที่ยว อันนี้ทำได้นะ ต้องเริ่มยังไงเหรอ ทุนเยอะไหมน้อ :25:
ทำทัวร์ต้องทุนหนาพอควรเลยพี่
เพื่อนผมเปิดอยู่เลยรู้
เพราะมันต้องออกให้ลูกค้าก่อนแทบทุกกรุ๊ป
แล้วก็วางบิลเก็บเงินทีหลัง
อีกอย่างต้องเป็นที่รู้จักพอควร เหมือนแบบต้องมีฐานลูกค้าไรงี้
เพราะแต่ละบริษัทมันจะมีเจ้าเก่าอยู่แล้ว เราก็ต้องหาทางเข้าไปแทนให้ได้
แต่พี่แอ้เที่ยวเยอะ เพื่อนเยอะอาจจะโอ แบบแนะนำกันไป
สรุปเรื่องทุนนี่สำคัญสุดและ
ถ้ามีทุนก็สบาย เหมือนออกตังก่อนรอกำไร
เพราะเป็นทัวร์เนี่ยจองที่พักก็ได้ส่วนลด
จองนู่นนี่บวกกับลูกค้าได้หมดแค่นั้นเอง
มันน่าจะคนละกลุ่มเป้าหมายกับพวกทัวร์ดาดๆ นะ
ทัวร์ลำบากของแอ้นี่ ใครพร้อมที่จะมาลุยมาลำบากด้วยกันแล้ว
แค่เรื่องต้องจ่ายเงินก่อนออกทัวร์ไม่น่าจะมีปัญหา :30:
จริงนะ พี่แอ้น่าจะทำทัวร์
ทัวร์ลำบากกับแอ๊ปโปโป้วววว!! :07:
สโลแกน ถึงไหนถึงกิน แล้วค่อยถึงกัน ไปจริง ทัวร์จริง พร้อมนอนกลางดิน กินกลางทราย ไปกับเรา
ทัวร์ลำบากกับแอ๊ปโปโป้วววว!! :07: :07:
ขายได้ แน่นอน คนอยากหาแนวนี้เยอะ เบื่อเที่ยวแบบสบายๆแล้ว อยากเน้นลุยๆบ้าง
เห็นแล้วก็นึกถึงพี่กิ๊ก กับ แบงค์กุ เอาสองคนนี้ไปเป็นทีมงานร่วมด้วย น่าจะเวิค
ทั้งตากล้องแบกหาม กับ เภสัชสาวพร้อมอำนวย :10:
ทัวร์เราลำบาก แต่ภาพเราสวย เพราะเราเอาตากล้องไปด้วย :30: :30:
ของแอ้มันต้องปากต่อปากนะ อาศัยคนที่เคยไปด้วยกันมาช่วยเล่า
อาศัยความจริงใจเป็นที่ตั้ง เพราะเจาะตลาดนิชมาเก็ตมาก :30:
เรื่องจ่ายก่อน หรือ ครึ่งหนึ่งไม่น่าใช่ปัญหานะ
แต่แอ้ต้องลองสรุปเนื้อหาทัวร์มาก่อนแหละ ว่ามันมีอะไรยังไงบ้าง
เพราะถ้าเป็นทัวร์ที่ไม่รู้อะไรล่วงหน้าเลยนี่ ตัดสินใจซื้อลำบาก
คือ จะมีอะไรเอาดาบหน้าบ้างก็เป็นเสน่ห์นะ แต่ไม่ใช่จุดขายหลัก :30:
ถ้าจะทำจริงๆ ก็นั่นแหละ ต้องแน่ใจก่อนว่าเราขายอะไร :27:
เรื่องเอาตากล้องไปด้วยนี่เอาจริงๆ นะ เอามาโฆษณาต่อได้ด้วย
ที่จริง ทัวร์ห่าอะไรก็ได้ แค่มีตากล้องที่รับประกันได้ว่าภาพออกมาสวย คนก็อยากไปแล้ว :30: :30:
ตูแก่แล้วลำบากมากไม่ไป :11: เริ่มจากทัวร์วัยเกรียนก่อนเลยเวิร์ค
จริงๆ นอกจากถ่ายภาพนิ่งแล้ว หากิจกรรมถ่ายคลิปด้วยก็น่าสนนะ
ทัวร์เน้นแชร์ออกโซเชี่ยวมีเดีย รับรองดัง :30:
ถ้าเน้นแนววัยรุ่นจัดๆ จัดทัวร์ที่ๆเขาไม่ไปกัน
อย่างถ้าไปญี่ปุ่นก็ไปกินแบบอีปิง ไปแบบดาร์คๆให้ตื่นเต้นแต่ไม่อันตรายแบบตอนอีแอนแอบลูกเมียไปกลางดึก :30:
ขอมันส์แต่อย่าลำบาก รับรองจ้าบ เก็บแพงเลยคัดเกรดลูกค้าไปในตัว
ทำทัวร์เกรียนคงไม่อยากเจอลูกค้ากากมั้ง :30:
สวนเรื่องตากล้องไม่แน่ใจถ้ามองระยะยาวไม่น่าเวิร์ค เพราะจะสร้างความลำบากด้านงานภาพอีก เกิดลูกคาคนนึงได้ภาพน้อยกว่าอีกคนซวยเลย คุมตากล้องไม่ได้ด้วย ถ้าสอนถ่ายนี่น่าจะดีกว่าเป็นเกร็ดเล็กๆพอ
ทำทัวร์เน้นที่ทริปดีกว่าเด้อ
แบบอีปิงนี่ตูไปเลยนะพร้อมจ่าย :54:
เคยคิดจัดทัวร์ดูสถาปัตยกรรมเหมือนกันนะครับ
เรามีคอนเน็คชั่นกับสถาปนิกเยอะ
สมมติพาไปดูงานแถวเชียงใหม่ โดยมีสถาปนิกมาเล็คเชอร์ให้ฟังด้วย ผมว่าพวกสถาปนิกสนใจแน่นอน
หรือไปไกลหน่อย มาเล สิงคโปร์ ก็พอมีรู้จัก
จริงๆเคยถามลูกค้าว่าจะทำแนวนี้ พาไปดูงานเป็น case study ก่อนว่า งานที่กำลังออกแบบ พอเสร็จแล้วจะเป็นยังงี้นะ เอามั้ย
ลูกค้าก็เอาด้วยนะ
บีก็ทำบริษัททัวร์มาก่อน ไม่ยากเลย
ตอนนี้ติดอย่างเดียวคือ บักตุล
มีทัวร์เจ้านึงที่เน้นกลับมาแล้วได้รูปสวยนะคะ ส่วนนึงเป็นส่วนที่พาเที่ยว กิน สบาย
มีตากล้องประจำทัวร์ กลับมาได้ภาพสวย
อีกส่วนจัดเป็นทริปถ่ายภาพอะไรแบบนั้น ไม่ได้เน้นสอนถ่าย แต่จะพาไปมุมสวยๆ :25:
หรือถ้าอยากมีคนสอน ในนี้เยอะแยะ จริงๆ นะ
ป่ะพี่แอ้ จัดกันอีกซักทริป
ญี่ปุ่นยกเลิกวีซ่าแล้ว เอาเลยไหม ไปกันเองเนี่ยแหละ :30: :30: แล้วทำตัวเหมือนลูกค้ามาเม้นชม (รอดราม่า ดัง) :30:
:30: :30: :30: พร้อมโปรโมท
ไปไม่เกิน 15 วัน สถานฑูตญี่ปุ่นแจ้งว่า ไม่ต้องวีซ่า :07: :07: :07:
ถ้าเกิน ยังต้องทำเหมือนเดิม :42:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 25 มิ.ย. 2013, 11:49 น.
ตูแก่แล้วลำบากมากไม่ไป :11: เริ่มจากทัวร์วัยเกรียนก่อนเลยเวิร์ค
นึกถึงสวนสนุก สวนสยาม ดรีมเวิร์ล อันนี้ดูจะทัวร์กระชากวัยเด็ก :30:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 25 มิ.ย. 2013, 12:51 น.
นึกถึงสวนสนุก สวนสยาม ดรีมเวิร์ล อันนี้ดูจะทัวร์กระชากวัยเด็ก :30:
เออ ไปที่ไม่ต้องพิสดาร เน้นไปถ่ายรูป ไหนๆ คนก็นิยมถ่ายอวดกันอยู่แล้ว :30:
เปลี่ยนจากทัวร์น้าๆ ตากล้องหลายคน มีนางแบบให้
มาเป็นทัวร์ ป้าๆ นางแบบหลายคน มีตากล้องให้ แบ่งเวลาเป็นรอบๆ :30:
ใส่ชุดโมนามาเฟีย เอามาโฆษณาได้อีก
อ้างคำพูดจาก: Romzaikyu เมื่อ 25 มิ.ย. 2013, 13:44 น.
เออ ไปที่ไม่ต้องพิสดาร เน้นไปถ่ายรูป ไหนๆ คนก็นิยมถ่ายอวดกันอยู่แล้ว :30:
เปลี่ยนจากทัวร์น้าๆ ตากล้องหลายคน มีนางแบบให้
มาเป็นทัวร์ ป้าๆ นางแบบหลายคน มีตากล้องให้ แบ่งเวลาเป็นรอบๆ :30:
ตั้งแต่สวนสยามมีเครื่องเล่นใหม่ๆ ยังไม่เคยมีโอกาสไปเบย
วีดีโอโดย exa studio :25:
หนังสือโดย แซลมอน :25:
เป็นลม ปวดหัว ไม่สบาย : สบายดี ฟาร์มาซี
(เอามั่ง :30:)
อยากใช้ คสอ. มิสทิน ต้อง Real Bears Shop ของแท้ต้องมี S
อัพๆ
วันนี้ปตท. โทรมา
ว่า...
ไม่เก็ตเรซูเม่ที่เขียนไป :3005:
เวรกรรม ขำขิง
พออธิบายไปก็ อ่อค่ะๆ โอเคค่ะ กริ๊ก!
:05:
เริ่มมาก็เป๋แล้ว
สมัครตำแหน่งอะไรน่ะอิ่ม :25:
แล้วก็โดนจับ เพราะไม่มีใบอนุญาตนำเที่ยว :30:
จับไม่ได้หรอก เพราะแอ้ไม่ได้นำ คือไปหลงไปมั่วด้วยกันหมด :30:
ที่ว่าเขาไม่เก็ตกับเรซูเม่เรานี่ยังไงเหรอหมีอิ่ม
Get นี่คงไม่ได้แปลว่า "ได้รับ" ใช่ไหม :30:
เดี๋ยวๆ ที่ว่าตูหนีเมียไปเที่ยวกลางคืนนี่ :0705:
เออก็ดีนะ
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 25 มิ.ย. 2013, 21:41 น.
ที่ว่าเขาไม่เก็ตกับเรซูเม่เรานี่ยังไงเหรอหมีอิ่ม
เค้าแค่งงกับระบบคะแนนที่ออส กับสาขาที่เรียนน่ะค่ะ นิดหน่อย อิ่มอธิบายไปแล้ว
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 25 มิ.ย. 2013, 21:43 น.
Get นี่คงไม่ได้แปลว่า "ได้รับ" ใช่ไหม :30:
:07:
วันนี้ยิ่งใจคอไม่ดีอยู่ ทำไมลึกๆมีลางสังหรณ์ว่าเค้าจะไม่โทรมาอีกแล้ว
:05:
บิ๊กจ้างตูได้นะ :40:
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 26 มิ.ย. 2013, 23:40 น.
เค้าแค่งงกับระบบคะแนนที่ออส กับสาขาที่เรียนน่ะค่ะ นิดหน่อย อิ่มอธิบายไปแล้ว
:07:
วันนี้ยิ่งใจคอไม่ดีอยู่ ทำไมลึกๆมีลางสังหรณ์ว่าเค้าจะไม่โทรมาอีกแล้ว
:05:
เอาน่า อย่าเพิ่งหมดหวัง
คนเรามีความหวังเพื่อต่อลมหายใจ :52:
หน้าพี่ตูนลอยมาเลย
คนเราจะมีพรุ่งนี้ได้อีกกี่วัน :07:
ชีวิตจะเป็นแบบไหน คงต้องเลือกเอา ก็ตัวของเราก็ใจของใครของมัน :07: :07:
(http://img3.f0nt.com/27/3ddb33a08ed85a112d9dc19abe2e2d8e.jpg)
:30: ทำเพจได้เลย
:30:
:30:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 25 มิ.ย. 2013, 10:15 น.
คนเราบางทีมีนิสัยชอบความซาดิสอยู่ลึกๆนะ :30:
บางทีงานทีงานที่มันเงินเดิอนพอได้ และมีอิสระมากๆ พอทำๆไปอยากไปที่ใหญ่ๆดัง เพื่อความเท่ความก้าวหน้า บลาๆๆ
แล้วก็ไปเจองานโหดนรกแตก ที่เขาอัดเราแบบนิ่มๆ โดยเฉพาะเอเจนซี่ น่ากลัวมาก ออฟฟิซสวัสดิการดีมาก มีน้ำขนมหยิบได้ตลอด
แต่คนทำงานทุกคนอยู่ดึกโดยไม่ต้องบอกให้อยู่ (สร้างความละอายให้คนกลับบ้านเร็ว) :30:
พอทำไปสักพักก็อยากมีอิสระเหมือนที่เดิม ...วนลูป
กำลังเจอสถานการณ์นี้อยู่เลยครับ ฮือว์ๆ :05:
ถ้ารวยๆมีเงินกองให้ใช้คงไม่ทน คงลาออกไปแล้ว
นี่ต้องทน ไม่งั้นอดตาย แง ทุกคนที่นี่บ้างานมาก บ้าจนน่ากลัว
ทุกวันนี้กลับบ้านหลังเที่ยงคืนทุกวัน วันไหนดึกหน่อยก็ตีสี่ ไม่ก็นอนออฟฟิศ
ทำงานเหมือนกับสัปดาห์นึงมี 8 วัน ไปเที่ยวคืนวันเสาร์วันอาทิตย์แฮงค์ก็ยังคงต้องเข้าออฟฟิศมาทำงาน
fuck yeah life :05:
เชื่อเถอะ....... งานเอเจนซี่บริษัทใหญ่ๆส่วนมากก็เงี้ยล่ะปลั๊ก เงินดีนะ แต่สูบพลังสุดๆ ใช้เกินคุ้มเลยล่ะ
(ถ้าไม่นับเดือนที่ยื่นลาออกแล้ว) พี่ทำงาน PM หกเดือนเฉลี่ยกลับช่วงตีสอง
อย่างพี่เองนานสุดเก้าโมงเช้าถึงเจ็ดโมงครึ่งวันอาทิตย์ แล้วกลับบ้านอาบน้ำก่อนมาเข้าออฟฟิศก่อนเก้าครึ่งแล้วทำถึงตีสามต่อ
หนักสุดคือทำแล้วออกกองถ่ายทำ webfilm สองอาทิตย์ถ่ายสิบวัน ภาพนิงสองวัน วิดิโอแปดวัน
ต้องไปถึงตั้งแต่ตอนเซทกอง คือถึงช่วงหกเจ็ดโมง เตรียม breakdown ให้ทีมดู หลังเลิกกองทำสรุป
ว่าตัดต่ออีกทีช่วงไหน ส่งงานเข้าเมื่อไหร่ แล้วเขียนรายงานส่งหัวหน้าว่าถ่ายทำมาเป็นยังไงบ้าง ได้นอนทีเกือบตีหนึ่งทุกวัน
วันหยุดเข้าไปดู final mix ดูตัดต่อ แล้วไปตามเรื่องเพลง จังหวะไหนว่างนั่งทำสรุปการเงินส่งทีม ทำ Cost expenses คำนวณ Manhour
ทั้งหมดทั้งปวงนี้... ทำงานแทบไม่ทันนะจ๊ะ โดนด่ามากมายด้วย เค้าบอกงานพี่ไม่เยอะ
อาทิตย์นั้นพี่ต้องทำงานเอกสาร เขียน timeline งานติดต่อ Supplier 6 เจ้าพร้อมกัน ทำ quotation ทำอัพเดท Cost expenses คำนวณ Manhour สั่งตัดผ้ากันเปื้อน 46 ชุด ติดต่อนักแสดงดาราพร้อมเขียนสัญญาและตกลงค่าตัว คุยเรื่องสถานที่ถ่ายทำ ดูคิวและไปดูซ้อมเต้นนักแสดงกับคนเต้นอีก 40 คน สั่ง Gift Voucher ห้าง 4 เจ้า ติดต่อบริษัทขอลิขสิทธิ์ผลิตตุ๊กตา... :52:
เวลคั่มทูเอเจนซี่ไลฟ์...
โลกหลังเรียนจบ... :59:
อ้างคำพูดจาก: p1ug เมื่อ 09 ก.ค. 2013, 01:48 น.
กำลังเจอสถานการณ์นี้อยู่เลยครับ ฮือว์ๆ :05:
ถ้ารวยๆมีเงินกองให้ใช้คงไม่ทน คงลาออกไปแล้ว
นี่ต้องทน ไม่งั้นอดตาย แง ทุกคนที่นี่บ้างานมาก บ้าจนน่ากลัว
ทุกวันนี้กลับบ้านหลังเที่ยงคืนทุกวัน วันไหนดึกหน่อยก็ตีสี่ ไม่ก็นอนออฟฟิศ
ทำงานเหมือนกับสัปดาห์นึงมี 8 วัน ไปเที่ยวคืนวันเสาร์วันอาทิตย์แฮงค์ก็ยังคงต้องเข้าออฟฟิศมาทำงาน
fuck yeah life :05:
เอ็งทำที่เบอร์เน็ตใช่ไหม :30: :30:
ซึ่งเป็นที่ๆตูไปสังเกตการ์ณน่ะแหละ เพื่อนตูลากไปตัดฝิ่นให้วันนึง น่ากลัวสาดดด :59:
เงินดีแต่ชีวิตพัง
ตาชั่งที่มีด้านนึงเป็นเงิน ด้านนึงเป็นชีวิต :59:
ทำงานเอเจนซี่แต่กลับบ้านเร็ว :37:/ ก็แอบอายนะที่คนอื่นเค้าอยู่ดึกกัน
แต่งานเราเสร็จนะ (คือไม่ได้อยู่ในหน่วยที่ไปผูกกะงานใครมาก) เลยไม่แคร์ :37:
อยู่ในช่วงชีวิตที่รอการเติบโต คือเจ้านายบอกแล้วว่าปูเราไปสู่งานอะไร
ถ้าได้โปรโมตก็คือเป็น Manager เลย คุมงาน คุมคน ดูภาพรวมงาน ติดต่อประสานงาน
ซึ่งจะทำได้ไม่ได้ขึ้นกะตัวเองล้วนๆ เลย ตอนนั้นคงหนักกว่านี้เพราะต้องคุมทิศทางอะไรงี้มั้ง
ตอนนี้เป็นเบ๊ๆ เป็นไส้ติ่งองค์กร :30: คือไปทำงานตำแหน่งที่ มีฉานคนเดียว เป็นเบ๊ :05: แต่เค้ายกย่องให้เป็นกูรูนะ
คือเหมือนว่ามีสกิลอะไรที่แตกต่างไปจากคนอื่นแล้วเค้ายังเลี้ยงไว้อะ (อ๊อดมากอะแต่ยอมรับแล้วว่าอ๊อดก็ต้องอ๊อดต่อไป)
ถ้าเวลานั้นมาถึงก็อาจจะต้องกลับบ้านช้าทุ่มเทกะงาน มั้ง ไม่รู้
แต่ตอนนี้มีความสุขกะการกลับบ้านเร็ว ชิ่งไปออกกำลังกาย กลับมาปั่นงานอื่นๆ (อุ๊บ) ไปก่อน :47:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 09 ก.ค. 2013, 08:19 น.
เงินดีแต่ชีวิตพัง
จะไม่ยอมให้ตัวเองเป็นแบบนี้อีกแล้ว
(ตอนพิมพ์นี่ก็พิมพ์ที่ออฟฟิศนะ เข้าอาทิตย์ละวัน :30:)
กลายเป็นเงินวิกฤตชีวิตพัง :30:
ดีกว่าเดิมตรงไหน :30:
มาอัปเดตคร่าวๆว่า ตอนนี้กิจการนลินฟ้าขาขึ้นสุดๆ
ทำแบบไหนออกมาก็โดน ยอดขายถล่มทลาย ตัดไม่ทัน
ทุกชุดโบว์ออกแบบเอง เปิดเว็บโน้นนี้ (พยายามไม่ลอก)อาอันนั้นมาผสมอันนี้
คือไม่ได้เรียนดีไซน์มาเลย วาดรูปคนก็ไม่เป็น วาดชุดก็ไม่ได้
เวลาสั่งงานบอกภาพในหัวให้แม่ฟัง ทำได้ขนาดนี้ปลื้มตัวเองมากอ่ะ
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 11 ก.ค. 2013, 15:44 น.
มาอัปเดตคร่าวๆว่า ตอนนี้กิจการนลินฟ้าขาขึ้นสุดๆ
ทำแบบไหนออกมาก็โดน ยอดขายถล่มทลาย ตัดไม่ทัน
ทุกชุดโบว์ออกแบบเอง เปิดเว็บโน้นนี้ (พยายามไม่ลอก)อาอันนั้นมาผสมอันนี้
คือไม่ได้เรียนดีไซน์มาเลย วาดรูปคนก็ไม่เป็น วาดชุดก็ไม่ได้
เวลาสั่งงานบอกภาพในหัวให้แม่ฟัง ทำได้ขนาดนี้ปลื้มตัวเองมากอ่ะ
พรสวรรค์ครับ
ยินดีด้วยครับ
:12:
เลือดแม่ค้าในตัวคงแรง55
ขอเสื้อผ้าผู้ชายบ้าง
:25: :25: :25: พี่โบว์เก่งที่สุด
อ้างคำพูดจาก: จั๊วจ่ะ :) เมื่อ 11 ก.ค. 2013, 21:45 น.
:25: :25: :25: พี่โบว์เก่งที่สุด
ชมแบบนี้เอาไป 20 เลย (ที่ติดหนี้อยู่น่ะ)
อ้างคำพูดจาก: Rabbitinblack เมื่อ 11 ก.ค. 2013, 21:44 น.
ขอเสื้อผ้าผู้ชายบ้าง
รอพลัมมิกาว่างก่อนนะ จะทำแบรนด์เกย์ 55
:05: :05: :05: :05: :05:
มาอัพเดทบ้าง หลังจากทำงาน เอเจนซี่ออนไลน์ อ๊อดๆ มา 1 ปี 9 เดือน
ก็ถึงเวลา อิ่มตัวกับความชิลของที่นี่สักที บอกตามตรงอยู่ที่นี่ด้วยตำแหน่งหน้าที่ ที่ชิลมาก
กับมุ่งหวังปรับโครงสร้างหน้ส่วนตัว ตอนนี้สำเร็จแล้ว และผมชิลจนเริ่มรับตัวเองไม่ได้ด้วย
มันเป็นความชิลที่ดูดพลังมากๆ :30: งานโปรจงโปรเจคที่คิดไว้แทบไม่ได้ทำ :59:
กลัวว่าถ้าอยู่ที่นี่นานกว่านี้ คงง่อยแดก หลังจากมีบริษัท
สองสามที่ที่รุ้จักกันติดต่อมาตั้งแต่ต้นปีให้ไปทำด้วย
แต่ปฏิเสธมาตลอด เพราะงานไลน์เดียวกันกับที่นี่ เบื่อชิปโป๋ง!!!
จนมาเมื่อวันก่อน ได้มีอีกที่ติดต่อมา งานอาจจะไม่ต่างมากซะทีเดียวแต่มีอะไรให้ทำมากขึ้น
ให้ทำงาน Manage กับทำ Creative ด้วย แถมเขามีแนวโน้มสนใจจะส่งเสริมงานโปรเจคที่เราคิดจะทำซะด้วย
ไปดูบริษัท อยู่ใกล้บ้านมาก ยิ่งชอบใจใหญ่
เลยว่าจะตัดสินใจลาจรจากที่เดิมแล้ว เย้!!
เสียดายแทนอ๊อด :0705:
ของเอนี้ ยิ่งหาที่ทำงานใหม่ ยิ่งชิลไปเรื่อยๆ 555
อีกหน่อยก็จะเป็นแบบพี่ถลอกสินะ :30:
ชุดนลินฟ้าสวยยยย ถ้ามีแฟนเป็นสาวหวานยังอยากซื้อให้เลย
มาอัพเดต
มาทำที่นี่ได้ 8 เดือนละ รู้สึกว่าคงกลับไปทำงานประจำแบบเดิมไม่ได้แล้วล่ะ :30:
งานสนุก ที่ทำงานรุ่นเดียวกันก็เลยสนุกไปใหญ่ แถมเจอหัวหน้าที่ต่อมุกได้
โคตรสนุกเลย กต่ลางทีไปทำงานชิลไป ตื่นสายไปทำงานตลอดเลย แย่ๆ
อันนี้ต้องปรับตัวเองใหม่
ส่วนงานก็คงต้องปรับปรุงไปเรื่อยๆ เก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เจอนักเขียนหลายๆ แนว
อย่าหาว่าอวยกันเองนะครับ งานพี่แอนเป็นงานในช่วงปิดเล่มล่าสุดที่ปัญหาน้อยที่สุดเลย
โคตรอยากให้พี่แอนมาเขียนอีกเลยครับ ทำงานง่ายมาก ทวงงานในทวิตเตอร์ก็ได้ด้วย
(บางคนห้ามทวงออกสื่อเลย ไม่สนุกเลย)
ส่วนเรื่องที่บ้าน ทุกคนเลิกถามและเลิกยัดงานราชการให้แล้วครับ คงเพราะเขาเห็นว่าเราอยู่ได้
หรือไม่ก็ตัดเราออกจากกองมรดก(หนี้)ละ :30:
ผมว่าเค้าเลิกบ่นเพราะเค้าเห้นว่าเราไปรอดน่ะแหละครบ
ส่วนใหญ่ ผู้ใหญ่จะกลัวกับงานที่เค้าไม่เคยชินในยุคของเค้า เค้าจะกลัวเราไปไส้แห้งน่ะครับ
ได้งานที่ชอบผมว่าโชคดีที่สุดแล้วนะ :56:
อย่างเอ็งเนี่ย ไม่ก่อคดี เค้าก็ดีใจแล้วล่ะ :47:
ยื่นใบลาออกแล้ว โล่ง!!
ต้องอธิบายเหตุผล กับคนสามคน คนละทีนี่สนุกดีนะ :59:
อีกไม่กี่วันก็จะไปฝึกงานที่เยอรมันแล้ว ตื่นเต้น
กลัวทำได้ไม่ดี กังวลนู่นนี่ไปหมด
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 14 ก.ค. 2013, 19:44 น.
อีกหน่อยก็จะเป็นแบบพี่ถลอกสินะ :30:
ชักว่าวในวัดอะนะ :30:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 15 ก.ค. 2013, 17:13 น.
ยื่นใบลาออกแล้ว โล่ง!!
ต้องอธิบายเหตุผล กับคนสามคน คนละทีนี่สนุกดีนะ :59:
ว้า ไม่มีคนสืบเรื่องอ๊อดต่อเลยอะพี่จักรี :56:
อ้างคำพูดจาก: MintJi เมื่อ 15 ก.ค. 2013, 17:15 น.
อีกไม่กี่วันก็จะไปฝึกงานที่เยอรมันแล้ว ตื่นเต้น
กลัวทำได้ไม่ดี กังวลนู่นนี่ไปหมด
เยอรมัน ดังเรื่องเบียร์ กับ ไส้กรอก :12a:
ไส้กรอกเยอรมัน ที่ไทยก็มีให้กิน :59:
โอ้ย ของจริงเต็มอิ่มกว่าเยอะ
มิ้นเอ้ย... :05:
กินไส้กรอกเยอรมันในไทยได้ไง :05:
ไส้กรอกเยอรมันนำเข้าไงครับ
มินเรียนอินเตอร์มหิดลนะครับ ต้องมีไส้กรอกเยอรมันให้กินมั่งแหละ
ถึงจะไส้กรอกแขก กะจีนมีมากกว่าก็เถอะ :37:
แปปนะ นี่พูดถึงไส้กรอกไหนคะ :3005:
ไส้กรอกเย้อรมันไง
ขอหลุดประเด็นเรื่องอาหารการกินมาเล่าเเรื่องงาน :56:
ออกจากงานมาชิลล์ได้พักนึง ก็เตรียมตัวกลับเข้าชีวิตคนออฟฟิศต่อ
ตอนนี้มีคนชวนไปทำงานสองที่
..ที่แรกเป็นเอเจนซี่อีกที่ ชวนไปทำงานออกแบบเว็บไซต์ และคิดครีเอทีฟ จั่วหัวงานน่าสนใจแต่ยังไม่ได้ไปคุย
เลยยังไม่ได้มีอะไรเล่า รู้แค่ออฟฟิศทำด้าน Digital อยู่ตรงนราธิวาส
..ที่สองชวนไปเป็น UI/UX Designer ออกแบบ Application เมื่อวานลองไปคุยดู ออฟฟิศแลดูชิลล์จัด
ตรงข้ามทุกสิ่งอันกับงานเอเจนซี่ที่เก่าที่ผ่านมา คือเป็นบริษัทเล็กๆ โฮมออฟฟิศไทยมีคนอยู่ 8-9 คน
ออฟฟิศส่วนมากมีแต่ผู้ชาย ที่เป็นผู้หญิงก็ภรรยาเจ้าของ พี่ PM ที่ออฟฟิศ และหมาเฟนช์บูลด๊อกชื่อมิซซี่
ไปคุยแบบไม่ได้เตรียมตัว และไม่รู้จะเอาอะไรให้ดู ก็เอาพอร์ตเก่าในเว็บตัวเองให้เค้าดูไป www.afternooon.com/works/ (http://www.afternooon.com/works/)
ปรากฎว่าเค้าชอบพวกที่เราวาดๆ ตื่นเต้นว่าทำกราฟฟิกได้ ..แล้วก็ถามว่าคิดยังไงทำไมออกไปทำ PM ไม่เสียดายฝีมือเหรอ
ก็ได้แต่หัวเราะแหะๆ คิดในใจว่าเรารู้สึกว่างานเรากากนะ (ไม่ได้สวยเด่น สู้คนอื่นไม่ได้ ไม่อยากให้ดูพอร์ตเพราะรู้สึกพอร์ตไม่ดีด้วยซ้ำ)
- เข้างาน 10.30 ออกทุ่มนึง
- อยากได้คนมาดูแลเรื่องการออกแบบกราฟฟิกและ UI
- ทำงานโดยเช้าใจเรื่องการออกแบบ Application (ไม่เคยทำโดยตรงเลยไม่รู้ตัวเองทำได้ดีแค่ไหน)
- ทำงานอาทิตย์ละ 4 วัน (วันศุกร์เป็นวันกิจกรรมและคุยหาไอเดียใหม่ๆ)
ติดนิดนึงตรงที่..
- ออฟฟิศ (อยู่ตรงเสนานิคม๑) กับคอนโดที่อยู่ตอนนี้ (BTS พญาไท) ต้องขับรถไปไกลนิดนึง
- พอออฟฟิศไกล BTS แล้วต้องขับรถ คอนโดที่เช่ากับเพื่อนแทนที่จะช่วยให้ชีวิตสบายก็กลายเป็นภาระไปแทน
ติดสัญญาอีกหกเดือนถึงจะออกได้ ก็จะถือซะว่าซื้อความเป็นคนเมือง (พูดมานี่เศร้านะเสียดายเงินค่าเช่ามาก)
- แถวนั้นไม่ค่อยมีร้านข้าวกินเพราะโฮมออฟฟิศอยู่ในหมู่บ้าน แต่ไม่น่าหากินยากอะไร
เงินเดือนยังไม่คุย แต่ถ้าให้เดาก็คงหายไปเยอะ เพราะชีวิตเอเจนซี่สุขภาพเสื่อมให้เงินดี และงานนี้เราไม่ได้ย้ายมาทำในตำแหน่งเดิม
คือถ้าย้ายเป็น PM เรียกเงินเพิ่มได้ไง แต่นี่ย้ายมาทำกราฟฟิก สกิลเซทคนละเรื่องกันเลย อ้างเรียกเงินเดือนไม่ได้
มองในแง่ดี ถือเป็นการซื้อเวลาชีวิตที่เพิ่มขึ้น ไม่ต้องทำงานเสาร์อาทิตย์ ได้เล่นโยคะฟรีอาทิตย์ละหนก็นับว่าโอเค...
.....มั้ง
คนอย่างหนูอร ถึงบริษัทชิลๆ แต่ตูว่าก็อยู่ทำงานสี่ห้าทุ่มเหมือนเดิมนั่นแหละ เชื่อตูสิ พวกรักความเพอเฟ็ค :30:
ที่แรกไกลจังครับ อยู่ตั้งภาคใต้
เข้างาน 10 ครึ่งเหมือนจะดี แต่เลิกงานทุ่มนึง หาข้าวกิน ขับรถกลับบ้าน
กว่าจะได้นอนก็ไม่ต่ำว่าเที่ยงคืนอยู่ดี :30:
เข้างานบ่ายโมง บ่ายสอง บ่ายสาม สี่โมง ออกไปกินข้าว ไม่ก็เอาของสดมาทำกินที่ออฟฟิส
ที่ห้องไม่มีเนทอยู่เล่นเนทจนสามสี่ทุ่มกลับบ้าน กินเบียร์นอน :49:
อ้างคำพูดจาก: ป้าเช็ง เมื่อ 16 ก.ค. 2013, 13:21 น.
ที่แรกไกลจังครับ อยู่ตั้งภาคใต้
คนละนราธิวาสแล้วครับ :07:
:30: :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: เทอร์โบบูสเตอร์ เมื่อ 16 ก.ค. 2013, 12:39 น.
คนอย่างหนูอร ถึงบริษัทชิลๆ แต่ตูว่าก็อยู่ทำงานสี่ห้าทุ่มเหมือนเดิมนั่นแหละ เชื่อตูสิ พวกรักความเพอเฟ็ค :30:
อ้างคำพูดจาก: JΛNΣ เมื่อ 16 ก.ค. 2013, 13:27 น.
เข้างาน 10 ครึ่งเหมือนจะดี แต่เลิกงานทุ่มนึง หาข้าวกิน ขับรถกลับบ้าน
กว่าจะได้นอนก็ไม่ต่ำว่าเที่ยงคืนอยู่ดี :30:
พี่เจนพูดมางี้ก็กลัวเลยนะเนี่ย ประกอบกับที่พี่ถลอกบอกว่าสุดท้ายก็จะอยู่ดึกอยู่ดีนี่ยิ่งแล้วใหญ่ :3005:
ก็คิดนะว่าเวลาเยอะแบบนี้อาจจะทำอาหารเอาไปอุ่นกินที่ออฟฟิศ
หรือไม่งั้นก็ขอทำข้าวง่ายๆกินที่ออฟฟิศเลย (มีครัว)
แต่เอาเข้าจริงสุดท้ายไม่ช้าก็เร็วก็จะขี้เกียจทำไป มั่นใจ :30:
อ้างคำพูดจาก: ป้าเช็ง เมื่อ 16 ก.ค. 2013, 13:21 น.
ที่แรกไกลจังครับ อยู่ตั้งภาคใต้
ถนนนราธิวาสจ้ะ แหม :30:
อ้างคำพูดจาก: ยุนเอ เมื่อ 16 ก.ค. 2013, 13:33 น.
เข้างานบ่ายโมง บ่ายสอง บ่ายสาม สี่โมง ออกไปกินข้าว ไม่ก็เอาของสดมาทำกินที่ออฟฟิส
ที่ห้องไม่มีเนทอยู่เล่นเนทจนสามสี่ทุ่มกลับบ้าน กินเบียร์นอน :49:
:11:
คิดแบบพี่ถลอก :47:
แวะมาเล่าของตัวเองบ้าง
ผ่านทดลองงานแล้วค่ะ
ตอนผ่านก็ ได้คะแนนประเมินแค่ 60% จาก 100% ก็แปลว่า
เงินเดือนที่ขอไว้หลังทดลองงานผ่านจะต้องถูกลดทอนลงเหลือ 60%
คือ เราเจอแบบนี้เป็นที่แรก ที่แอบหักเงินด้วยวิธีนี้ แอบรู้สึกแย่เล็กๆ
แต่ก็ต้องยอมรับตัวเองว่าตัวเองความสามารถไม่เท่าคนอื่นๆ ที่อยู่ที่นั่น
(เหมือนเป็นน้องเล็กที่ไม่กล้าเถียงอะไรคนอื่นๆ)
ก็ช่างมัน เงินหายไปพันกว่าบาทก็ช่างเถอะ
กลายเป็นไม่มีกะใจจะอยู่ที่นี่นานเท่าที่คิดไว้
(ไม่น่าจะเกินสองปี)
และก็ต่อรองเรื่องเวลาเข้างาน เพราะด้วยความที่ตัวเองอยู่ไกล
(แต่อันนี้ช่วยไม่ได้นะเพราะตัวเองเลือกเองก็ต้องยอมรับ)
การมาทำงานตอนเช้าก็ต้องตื่นแต่ 6 โมง (ถ้าตื่นสายกว่านั้นคือสายเลย)
ถึงออฟฟิศ 7 โมงเกือบ 8 โมง แล้วก็นอนต่อจนเข้างาน
แล้วกลับทุ่มนึง
กว่าจะถึงบ้านก็สี่ทุ่ม มันเหนื่อยมาก อาบน้ำนอนเลย
เสาร์อาทิตย์ก็มีกิจกรรมประจำที่ต้องทำเรียกว่าไม่มีเวลาทำงานบ้านเลย
เจอแฟนอาทิตย์ละครั้ง อาทิตย์ไหนงานยุ่ง ก็ไม่เจอเลย
เป็นช่วงเวลาที่คุยกับที่บ้านได้รวม ๆ อาทิตย์ละ 5 นาที
คือบางอาทิตย์ก็ไม่ได้เจอหน้าแม่หรือหน้าพ่อตัวเองเลย ทั้งที่อยู่บ้านเดียวกันนะ
ฝากบอกพี่หนูอรว่าถ้าที่อยู่ไกลออฟฟิศแบบนั้น
เข้างานสายแต่เลิกดึกๆ อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเท่าไหร่เด้อ
ก็เลยขอต่อรอง เข้า 8 ครึ่ง เลิก 6 โมงละกัน เขาก็โอเค เพราะนายชอบให้มาเช้าอยู่แล้ว
แต่ก็นะซื้อเวลาได้ 1 ชั่วโมงจากเดิมก็โอเค
ตอนนี้ไมเกรนหายแล้ว หายไปจากชีวิตเลย
สาเหตุก็เนื่องมาจากยาคุมที่กินแก้สิว
ตอนนี้พองดยาคุมแล้ว หน้าก็กลับมาเป็นสิวอีกครั้ง แต่ไม่ปวดหัวใดๆ ไม่มีผลกระทบกับงาน
แฟนรับได้ก็โอเค
แต่ตอนนี้ต้องมาผจญอีก 1 โรคที่เกิดจากภาวะ office syndrome ก็คือ
ช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมามีอาการปวดสะบักหลังข้างซ้าย แล้วปวดลามมาถึงบ่า
ก็พยายามทายาไปเรื่อยๆ ไม่ชอบกินยา
ทาไปก็ทุเลาแต่ก็กลับมาปวดอีกตอนที่ฤทธิ์ยามันหมด
ถัดจากนั้นสองวันก็มีอาการปวดจากไหล่มาศอก (แขนท่อนบนนี่ปวดตามเส้น)
จนเมื่อวานนี้มีอาการนิ้วชา ปกติสะบัดๆมือก็จะหาย แต่นี่ไม่หายจนวันถัดมา
ก็เลยไปหาหมอ
ตรวจๆไปหมอบอกว่าน่าจะมีหินปูนเกาะกระดูกคอ
ทำให้ไปเบียดเส้นประสาทแขนซ้าย ทำให้มีอาการพวกนี้
เกิดจากนั่งทำงานนาน ๆ ไม่ค่อยเปลี่ยนอิริยาบถ เป็นปีๆ ก็จะมีอาการ
ช่วงนี้ก็ทำกายภาพบำบัดไป 1 อาทิตย์ (ดึงคอ)
จันทร์หน้าก็ตรวจต่อไปว่าโอเคขึ้นหรือเปล่า
ลืมถามว่าทำไงถึงหายขาด
O__________O เพิ่งรู้ว่ามีระบบทดลองงานแบบนี้ด้วย
(แต่ก็นะ ที่ผ่านมาอยู่นู่นเดือนผ่านโปรก็ได้เงินเดือนเท่าเดิม 555)
พี่กวางเข้าออกงานกี่โมงอะคะ?
สู้ๆ นะพี่
เด็ดว่ะ มีประเมินก่อนแล้วหักทีหลัง ไม่บอกด้วยนะว่าทำไมถึงเหลิอ 60%
เดี๋ยวจำไปใช้มั่ง :30:
เออ แปลกดีอ่ะ ปกติเห็นมีแต่ผ่านกับไม่ผ่าน
เดิม เข้า 9 ครึ่ง เลิก 1 ทุ่ม
ตอนนี้ เข้า 8 ครึ่ง เลิก 6 โมงเย็น
ปล เคยถามนะว่าทำไมเกินมาครึ่งชั่วโมง
เค้าบอกว่าเมื่อก่อนที่ หลพ นี่ทำงาน จันทร์ ถึง เสาร์
แต่โดนต่อรองเหลือทำจันทร์ถึงศุกร์แต่อยู่นานกว่าเดิมหน่อยดีกว่ามาทำเสาร์อีกวัน ก็เลยตามนั้น
แล้ว สย เค้าก็ใช้กฎเดียวกะ หลพ อะ
ก็เลยอืมมม พอมาถามกันในห้อง บางคนก็ไม่รู้ บางคนก็งง ทำไมคิดแบบนี้ฟร้าาา
ของเดือนนี่ได้ข่าวมาแบบนี้มะ?
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 16 ก.ค. 2013, 14:52 น.
เด็ดว่ะ มีประเมินก่อนแล้วหักทีหลัง ไม่บอกด้วยนะว่าทำไมถึงเหลิอ 60%
เดี๋ยวจำไปใช้มั่ง :30:
เขาคาดหวังว่าเราจะเข้าไปทำงานให้เขาแล้วจะได้เท่าคนที่ทำงานอยู่ก่อนแล้วอะ
ซึ่งเป็นไปได้ยากนะ.. เพราะต้องเรียนรู้ว่าเขาทำงานยังไงมาก่อนด้วย
ปล วิธีคำนวณนะ
สมมติ ระหว่างทดลองงาน ได้ 30k ถ้าผ่าน ก็จะให้ 35k
ทีนี้ผ่าน แต่แค่ 60% ก็เท่ากับ ได้ไม่ถึง 35k ละ (5,000x60%)+30,000 = 33,000
ผ่านแค่ 60 ยังรับนี่แย่นะ บั่นทอนจิตใจในการทำงาน หักเงิน แถมดูกดดันยังไงไม่รู้ สู้ไม่รับเลยดีกว่า
บริษัทดูขาดคน หรือไม่ก็กดคนไว้ก่อน แปลกๆ
ทำให้ได้เท่าคนก่อนนี่โคตรยากเลยนะ เลวกว่าก็ไม่ได้ ดีกว่าก็ไม่ได้ :30:
developer ตอนนี้มี 3 คนเองค่ะ รวมกวางแล้วนะ
แปลว่าน้อยน่ะแหละ
เคยได้ยินมาประมาณนั้น แต่ก่อนเดือนออกไม่เฮี้ยบขนาดนั้นอะพี่ คือมีสแกนนิ้วนะ เช็กล็อกเข้าออกนะ
แต่เดือนก็มาสิบกลับหกครึ่งประจำ :47: (เลวนั่นเอง)
ส่วนเรื่อง หลพ ก็ตามนั้นค่ะ ตอนแรก หลพ ต้องทำงานเสาร์ด้วย แต่ออฟฟิซให้เช่ามันเช่าได้แค่ จ-ศ ก็เลยต้องเพิ่มชั่วโมงการทำงานค่ะ
แต่เรื่องผ่านโปรแล้วได้เงินเดือนตามคะแนนี่ติดใจอะ เค้าบอกตั้งแต่แรกปะคะ?
ไม่ได้บอกนะเดือน :37:
อย่างนี้ต้องไฝว้นะ มันเรื่องใหญ่อะพี่ คือแบบนี้มันก็รบกวนจิตใจใช่ม้า น่าจะคุยและเคลียร์เพื่อไม่ให้เสียความรู้สึกนะ
เพราะตั้งต้นไม่ได้ตกลงแบบนี้นี่นา ช่ายมะ
อื้ม แต่ก็คือตัวเราเองรู้ตัวว่าอ่อนกว่าคนอื่นอะเลยยอมรับไปก่อนละกัน
(ปล ยังต้องผ่อนแมคบุคแอร์อยู่ ตอนนี้ขอผ่อนให้ครบก่อนแล้วจะไป)
ตอนนี้ถ้าทำอะไรไม่ได้ ผมก็แนะนำว่าให้คิดซะว่ามันก็มีข้อดีเหมือนกัน
คือในเมื่อเขารู้ฝีมือเราแล้ว ให้คะแนนมาแล้ว เราก็ทำงานง่ายขึ้นและรู้ว่าเขาคาดหวังเราระดับไหน
ก็อาจจะทำให้สบายใจขึ้น
เห เอาเปรียบจัง (แต่ตอนทำสามย่านก็ไม่โหดร้ายอะไรขนาดนั้นนะ :30: )
อ้างคำพูดจาก: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 16 ก.ค. 2013, 15:02 น.
อย่างนี้ต้องไฝว้นะ มันเรื่องใหญ่อะพี่ คือแบบนี้มันก็รบกวนจิตใจใช่ม้า น่าจะคุยและเคลียร์เพื่อไม่ให้เสียความรู้สึกนะ
เพราะตั้งต้นไม่ได้ตกลงแบบนี้นี่นา ช่ายมะ
เออ กติกาไม่เคลียร์นี่ไม่แฟร์นะ :37:
ซึ่งก็คนละเรื่องกับที่เราไม่เก่งเท่าคนอื่น.. เขาอาจจะได้เยอะกว่าเราเท่าตัวก็ได้นะ :30:
เออ จะว่าไปต้องประเมินน้องในแผนกคนหนึงนี่หว่า สิ้นเดือนนี้
คือไม่อยากได้คนนี้อะ แต่งานที่เค้าทำก็ไม่ได้ผิดพลาดอะไร
แต่อยากได้คนเก่งกว่านี้อะ :30: :30:
คนนี้ไม่ค่อยสวยด้วย ไม่ค่อยสนุกด้วย
แม่ม อคติล้วนๆเลย :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 16 ก.ค. 2013, 22:45 น.
เออ กติกาไม่เคลียร์นี่ไม่แฟร์นะ :37:
ซึ่งก็คนละเรื่องกับที่เราไม่เก่งเท่าคนอื่น.. เขาอาจจะได้เยอะกว่าเราเท่าตัวก็ได้นะ :30:
อือ ไม่เกี่ยวกะเรื่องเก่งไม่เก่ง แต่เกี่ยวกะเรื่องที่ว่าตอนแรกไม่ได้ตกลงกันแบบนี้
ใช่ สามย่านไม่มีกติกาแบบนี้ นี่บอกเลย :08:
ส่วนเวลาทำงาน รณรงค์กันอย่างมากว่าอย่าให้บริษัทเอาเปรียบเรา
ไม่มีใครสั่งให้เลิกงานดึก แน่นอนว่าทุกคนไม่เอางานกลับไปรบกวนเวลาชีวิต
นี่คือวัฒนธรรมองค์กรสมัยแรกๆ ที่ไม่รู้ตอนนี้จะเหลืออยู้ไหม :30:
(คือถ้าจะอ้างเรื่อง หลพ นี่ไม่ใช่แล้วนะ สย เกิดขึ้นมาเพราะต้องการแก้วัฒนธรรมบ้างานของ หลพ นี่แหละ)
@หนูอร
เฮ้ย มาทำงานแถวเสนาเลยเหรอ ชื่อบริษัทอะไรอะ :07:
@ฟรีคลับ
เพิ่งเห็น ที่จริงจะตอบอันนี้ก่อนแต่อ่านของคนอื่นจนลืมไปแล้ว :3005:
ตูยังติดเลี้ยงเอ็งอยู่มื้อนึงนะ ชวนทีไรไม่ว่างซะที หยิ่งเกิ๊น
ไม่น่าจะเกี่ยวกับหยิ่งนะ รังเกียจอะไรแบบนี้มากกว่า
/ความเห็นส่วนตัว :46:
ลองตามมันออกสื่อดูมั่งสิครับ :30:
ถ้าสะดวกใจก็ลองคุยดูนะว่ามันไม่ได้มีการตกลงกันแต่แรกแล้วรู้สึกว่ามันไม่แฟร์
ตัวเราเองรู้สึกว่าช่วงการทดลองงานสิ่งที่เค้าควรดูไม่ใช่แค่ว่าเราทำได้แค่ไหนแต่ดูว่าเรียนรู้เร็วมากน้อยแค่ไหน
เพราะการทำงานแต่ละที่วัฒนธรรมและระบบงานบริษัทมันต่างกัน มันต้องมีเวลาเรียนรู้ก่อนถึงจะทำงานได้เต็มๆ
แต่ที่แน่ๆจะบริษัทไหนก็ไม่ควรมีวัฒนธรรมในการเอาเปรียบเพื่อนร่วมงานนะ...
แต่ถ้าเกรงใจว่าคุยละจะมองหน้าไม่ติดหรือทำทีรับสภาพไปแล้ว ก็ควรไปคุยเรื่องปรับเพิ่มน่ะ
ถ้าจะบอกว่าให้น้อยเพราะไม่เก่งพอ ตอนที่เก่งขึ้นก็ควรรีบเพิ่มให้เหมือนกัน
อ้างคำพูดจาก: กวางจ้ะ เมื่อ 16 ก.ค. 2013, 14:28 น.
ฝากบอกพี่หนูอรว่าถ้าที่อยู่ไกลออฟฟิศแบบนั้น
เข้างานสายแต่เลิกดึกๆ อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเท่าไหร่เด้อ
ก็เป็นออพชั่นของออฟฟิศมากกว่าล่ะ ว่าอยากทำงานตอนไหนยังไง แต่เข้าสายสำหรับเราโอเคกว่า
เพราะฝ่ารถติดน้อยกว่าช่วงที่คนอื่นไปทำงานพร้อมๆกันอะไรแบบนั้น คงตัองลองหลายๆเวลาดู
ใจจริงคิดว่าช่วงเช้าไปถึงสิบโมงกำลังสวย แต่ออกงานหกโมงเย็นคงค้างเติ่งในสภาวะรถติดวินาสสันตะโร
ยังไงก็ดีกว่าเข้าสิบโมงออกตีสองตีสามน่ะ... :30:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 17 ก.ค. 2013, 00:35 น.
@หนูอร
เฮ้ย มาทำงานแถวเสนาเลยเหรอ ชื่อบริษัทอะไรอะ :07:
Codegent ค่ะพี่ ทำพวกเว็บ แอพพลิเคชั่นอะไรแบบนั้น ใกล้บ้านพี่โบว์พี่แอนมาก
ถ้าได้ไปทำจริงเดี๋ยวจะแวะไปรับจ๊อบเป็นนางแบบรุ่นสูงวัยนะคะ :30:
ถ้าจม.ยังอยู่ คิดเหรอว่าจม.จะยอมให้เกิดกฏแบบนี้ ไม่มีท๊าง :30:
แต่ก็นั่นแหละ ไม่มีจม.คุ้มหัวแล้ว
พี่เม่นก็คุ้มครองน้องๆได้ที่ไหนหละ
ทนไม่ไหวก็ไม่ต้องทนนะกวาง โวยเลย
จริงๆแอบงงว่า 60% มาจากไหนด้วย :31:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 17 ก.ค. 2013, 00:35 น.
@ฟรีคลับ
เพิ่งเห็น ที่จริงจะตอบอันนี้ก่อนแต่อ่านของคนอื่นจนลืมไปแล้ว :3005:
ตูยังติดเลี้ยงเอ็งอยู่มื้อนึงนะ ชวนทีไรไม่ว่างซะที หยิ่งเกิ๊น
ไม่ได้หยิ่งคร้าบบบ ตอนที่พี่ชวนดันกลับบ้านนอกพอดีครับ :30:
เอาไว้โอกาสหน้าครับพี่
ออกเลย :56:
ตอบพี่หนูอร งั้นก็ตามนั้นเลยจ้ะ
อ้างคำพูดจาก: เกศซิป้า เอ้ย ล่า เมื่อ 17 ก.ค. 2013, 01:44 น.
ถ้าจม.ยังอยู่ คิดเหรอว่าจม.จะยอมให้เกิดกฏแบบนี้ ไม่มีท๊าง :30:
แต่ก็นั่นแหละ ไม่มีจม.คุ้มหัวแล้ว
พี่เม่นก็คุ้มครองน้องๆได้ที่ไหนหละ
ทนไม่ไหวก็ไม่ต้องทนนะกวาง โวยเลย
พี่เม่นยื่นใบลาออกไปเมื่อวานล่ะ
ตอบเบล
เออคิดถึงเพื่อนที่ชวนไปอยู่ด้วยเลย เพิ่งชวนไปอยู่ด้วยเมื่อเดือนก่อน
ออฟฟิศเดียวกะเบลกะถั่วด้วยนี่ใช่มะ
เพิ่งเคยเห็นประเมินผ่านงานแบบของกวางอะ :08:
ตามอ่านของคนอื่นเงียบๆมาตลอด ขออัพเดทตัวเองนิดนึง :49:
ตอนนี้ทำงานมาปีนึงละ บริษัทข้าวที่เป็นข่าวอยู่บ้างตอนนี้ ออฟฟิสห้วยขวาง เดินทางสะดวก
ออฟฟิสไอทีที่นี่ ชิลๆเรื่อยๆ ทำกับข้าวมากินได้ตอนเที่ยง มาสายออกก่อนได้เจ้านายไม่ว่า แต่งานที่ดูแลต้องเรียบร้อยเท่านั้นแหละ
หัวหน้าคุยเลยตั้งแต่เริ่มงานวันแรก "เราจะดูกันที่งานนะ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าบางทีก็มีคนน้อยก็ไม่ต้องแปลกใจ"(เคยเจอมีคนอยู่โต๊ะ8คนจาก30)
วันไหนไม่เข้าออฟฟิศก็ vpn จากบ้านเขามาทำงานได้ ประชุมสีลมบ่าย ตอนเช้าไม่ต้องมาห้วยขวางก็ได้ ประชุมเสร็จกลับบ้านเลยได้ไรงี้
แต่การเป็นคนตรงกลางระหว่าง user กับ vendor นี่ต้องฝึกตัวเองเยอะเหมือนกัน ต้องแปลภาษาคนใช้งานไปเป็นภาษามนุษย์โปรแกรมเมอร์
ต้องทำความเข้าใจเอกสารต่างๆ ได้สกิลคุยงาน,ตามงาน ได้ฝึกต่อรองเยอะดี ได้รู้อะไรๆในบริษัทใหญ่แบบนี้เยอะมาก
บางอย่างก็เอามาใช้ได้บ้างใช้ไม่ได้บ้าง แต่ก็จดๆจำๆมาไว้ปีกกล้าขาแข็งจะเอาไปใช้ได้
ตอนนี้ยังโอเคกับที่นี่ ด้วยสามารถทำโปรเจคป.โทที่ค้างคาอยู่ได้ :30:
แต่กะว่าปีหน้าจบโทแล้วจะลองยื่นๆสมัครที่อื่นดู :52:
ปรึกษาคนอื่น ๆ พบว่า เออเคสกวางเพิ่งมี คนอื่น ๆ เค้าไม่เจอกัน
นี่โชคดีรึโชคร้ายเนี่ย คิดอยู่ว่าจะออกดีมั้ย ออกไปทำที่ไหนอะไรยังไง (คิดมาครึ่งเดือนละ)
ลองหาที่อื่นคู่ไปด้วยละกัน เชียร์ว่าถ้าไม่สบายใจ อย่าอยู่
แต่ถ้าปรับตัวได้ ก็อยู่ต่อ
thank you พี่แอนเด้อ
ถามเพื่อนอยู่ล่ะว่ายังรับอยู่มั้ย
เอาเข้าจริงคนในนี้เค้าก็แล้วแต่เราแต่ก็อยากให้เราแสดงฝีมือก่อน
ดู ๆ ไปก็ไม่คุ้มอะ :58: เอาแค่ว่าอยากให้เท่ากะคนเก่าแต่เงินเดือนเหมือนเพิ่งเข้ามาก็ไม่คุ้มละ
อ้างคำพูดจาก: กวางจ้ะ เมื่อ 17 ก.ค. 2013, 06:58 น.
ตอบพี่หนูอร งั้นก็ตามนั้นเลยจ้ะ
พี่เม่นยื่นใบลาออกไปเมื่อวานล่ะ
ตอบเบล
เออคิดถึงเพื่อนที่ชวนไปอยู่ด้วยเลย เพิ่งชวนไปอยู่ด้วยเมื่อเดือนก่อน
ออฟฟิศเดียวกะเบลกะถั่วด้วยนี่ใช่มะ
ออฟฟิสเดียวกัน มี เบล ถั่ว ก่อ ตี๋ จั้วเพิ่งลาออกไป
ลองมาสัมดูสิ แต่งานหนักระดับโลก อีเบลก่อดราม่าทุกวัน :30:
แล้วนี่ไม่ใช่พี่เบลเหรอครับ :30:
อ่าว หนูอรมา Codegent หรอกเรอะ
ทำงานกับพี่เอ เทพแฟลชด้วยป่ะ
อ่านแล้วน่าสงสารน้องๆจังเลย :05: เงินเดือนเยอะแต่ชีวิตบัดซบ
แต่ถ้าพูดเรื่องการเอาเปรียบ ศีลธรรมจริยธรรมการทำงานของนายจ้างแล้ว
ระบบธุรกิจแทบไม่บัญญัติคำอะไรพวกนี้เอาไว้ในเรื่องเงินๆทองๆเลยนะ
ถ้าเอาเปรียบลูกน้อง ลูกค้า ซัพพลายเออร์ ได้มาก .. ก็แปลว่ามีกำไรมาก
ส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนคนดี สนคนทำงานสร้างผลประโยชน์ให้ได้
คนเก่งก็ไม่ค่อยสนเท่าไหร่ .. ระบบธุรกิจ ถือว่าจะจ้างใครมาแทนใครก็ได้
เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ก็อย่าเก็บมาเป็นอารมณ์อะไรเลย ขอให้ได้ทำงานที่รักและมีความสุขกันนะจ๊ะ :46:
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 17 ก.ค. 2013, 16:37 น.
ส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนคนดี สนคนทำงานสร้างผลประโยชน์ให้ได้
คนเก่งก็ไม่ค่อยสนเท่าไหร่ .. ระบบธุรกิจ ถือว่าจะจ้างใครมาแทนใครก็ได้
เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ก็อย่าเก็บมาเป็นอารมณ์อะไรเลย ขอให้ได้ทำงานที่รักและมีความสุขกันนะจ๊ะ :46:
เมื่อรู้อย่างนั้นแล้วนั่นแหละเจ๊ :33: :33: เลยชิล
อ้างคำพูดจาก: ยุนเอ เมื่อ 17 ก.ค. 2013, 16:02 น.
อ่าว หนูอรมา Codegent หรอกเรอะ
ทำงานกับพี่เอ เทพแฟลชด้วยป่ะ
ใช่แล้วววว เผอิญ Luke เห็นทวีตว่ากำลังจะออกจากงานก็เรียกไปสัมภาษณ์ Codegent เลย :30:
ส่วนพี่เอเดี๋ยวไปเจอวันศุกร์ (วันที่ไปสัมภาษณ์พี่เค้าไม่ได้เข้าออฟฟิศ)
ตกลงเงินเดือนกับเรียบร้อย (น้อยลงเกือบหมื่นจริงๆ) แต่ก็รับได้เพราะถือว่าขึ้นจากงานอาร์ตไดเก่า
ก็เดี๋ยวรอปรับเงินเดือนอีกทีนึง เพราะเท่าที่ดูทางนั้นเค้าเหมือนเน้นโบนัสอะไรมากกว่า
(ลืมถามเรื่องสวัสดิการ แต่เดี๋ยววันศุกร์ไปเจอจะถามอีกทีนึงว่าได้อะไรยังไงบ้าง)
โดยศุกร์นี้ที่จะเข้าไปก็ไปเจอคนอื่นๆในทีมที่ไม่มาตอนวันสัมภาษณ์ (รวมถึงพี่เอแฟลช)
ว่าจะลองออกจากบ้านตามเวลาจริง จะได้กะเวลาเดินทางไปทำงานเลย
อารมณ์ตอนนี้ดีใจนะ กลับมาทำงานกราฟฟิกอีกที
ก่อนหน้านี้คุยกับอาจารย์เกศบ่อยมากว่าเราควรจะย้ายกลับมาทำกราฟฟิกไหม หรือทำ PM ต่อไปดี
ถ้าทำ PM ต่อแน่นอนว่าเงินเยอะขึ้น เงินดีมากด้วย career path ชัดเจน เป็น PD เป็นอะไรต่อไปได้ในอีกไม่นาน
แต่ก็จะถูกสูบวิญญาณไปทีละนิดๆแบบน่าเศร้า เพราะเห็นละว่าหลายเอเจนซี่ PM จะแอบโดนเยอะนิดๆ
อาจจะเพราะด้วยความอยู่ตรงกลางระหว่างหลายๆทีมด้วยมั้ง แต่เราเองไปจี้ตามงานคนอื่นไม่เก่ง
แถมเป็นพวกจุบจิบชอบลงมือไปทำเองด้วย ..ซึ่งคงไม่เหมาะทำตำแหน่งนี้ล่ะมั้ง :3005:
สรุปก็กลับมาเป็นคนทำกราฟฟิก แล้วเดี๋ยวจะพยายามผันตัวเองให้แข็งแรงในสายนี้ต่ออีกที
จะพยายามไม่ทำงานกากๆนะ!
สู้ๆ ฮะ ทำได้อยู่แล้น :12:
สู้ๆ ครับพี่ :12:
แตกหน่อเรื่องเงินเดือนแล้วนะจ๊ะ (ทำไมใครๆ ก็ชอบเงินเดือน เดือนเลยจนเลยเนี่ย :37:)
อ้างคำพูดจาก: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 18 ก.ค. 2013, 15:16 น.
แตกหน่อเรื่องเงินเดือนแล้วนะจ๊ะ (ทำไมใครๆ ก็ชอบเงินเดือน เดือนเลยจนเลยเนี่ย :37:)
พี่จักรีอย่าล็อกอิน user พี่เดือนสิ
:69:
กรกฏาคม เดือนนี้งานทะลัก วิกฤติมากๆ :30:
ลองเป็นแม่ค้าดู เพราะมีคนบอกว่าทำมาค้าขายนี่แหละรวยสุด
ลงตังกะเพื่อนคนละเจ็ดพันทำจี้ทองเหลืองขายงานรับปริญญา
รีบทำมากกกกกกกกก รีส่งรีเสิชตอนไปขายไม่มี
ผลคือเจ๊ง :30: :30: :30: :30: ขายแพงไปมั้ง คนไม่ซื้อ
แต่อย่างว่า ปกติงานรับปริญญาก็ไม่ไป ซื้อของให้ใครไม่เคยซื้อ
แต่มีแผนถอนทุนคืนในระยะยาวๆ ด้วยการรับ pre-order ออกแบบกับทำของที่ระลึกแนวๆนี่อยู่
(https://www.facebook.com/ajax/messaging/attachment.php?attach_id=2c7027f183e14dd8357fa66d9d05ff04&mid=mid.1373552295575%3A4e9a4a9e4d908c7170&hash=AQDmDvF9QgrmxiSW)
ขนาด นิ้วครึ่ง เป็นสร้อย ล่ะ
เดี๋ยววันพุธจะลองเอาไปขายที่ศิลปากร แต่แพกเกจต้องเปลี่ยนใหม่หมด เพราะอันเก่าทำเป็น ฬ
มีคำแนะนำเรื่องขายของบอกหน่อยนะคะ อันนี้อยากได้ทุนคืนจัง :05:
หลังจากสร้อยคือทำเสื้อขายงานแฟต ที่มาคือเพื่อนชวน เออทำก็ทำ หมดเป็นหมื่นเหมือนกัน :30:
เสื้อนี่ก็งานด่วน งานรีบ และผิดแผนเยอะมาก แบบจากที่คิดไว้แรกสุดกับแบบไฟนอลห่างกันลิบลับ
ทำเองหมดเลยตั้งแต่ ไปเลือกผ้า ออกแบบ เอาผ้าไปตัด เอาไปร้านสกรีน สกรีนไม่ได้ เลยเปลี่ยนลายมาทำลายปัก
วิ่งไปวิ่งมาระหว่างร้านเสื้อ หอ ร้านปัก ขับรถกันกระหน่ำ เหนื่อยสาส :05:
กลัวว่าจะขายไม่ได้มากๆ เพราะงานแฟตมีแต่ขายเสื้อ
แต่ขายดีแบบฟลุกๆเหมือนกัน :30: :30: :30: งงสั้ส
เอาเป็นว่าตอนนี้ได้ทุนคืนทั้งสร้อยทั้งเสื้อ เหลือกำไรนิดๆหน่อยๆ (แต่ตอนนี้กำไรหมดแล้ว :30:)
(https://fbcdn-sphotos-b-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/994556_386531028125160_740396977_n.png)
https://www.facebook.com/thehappypinata (https://www.facebook.com/thehappypinata)
IG : thehappypinata
ฟีดแบคจากลูกค้าก็ดี มีมาถามว่าปกติขายที่ไหน ขอนามบัตร นั่นนู่นนี่ มีขอถ่ายรูปกับแม่ค้าด้วย รู้สึกเซเลบมากๆ
สรุปว่าฟินสุดคือทำอะไรเอง ขายเอง แล้วมีคนชอบนี่มันฟินชะมัด :30:
แต่อยากได้คำแนะนำเพิ่มนะ เพราะพอมาขายออนไลน์แล้วแม่ง ย้ากยาก
จะหาลูกค้ามาจากไหน อะไรยังไง เออเป็นแม่ค้านี่โคตรยากเลย TT
------------------------
ปล.
กะว่าจะดึงภาวะศิลปินกลับมาละ ไปเป็นมือรับจ้างมานานจนไม่ได้ทำไรของตัวเองเลย
ล่าสุด (เมื่อวาน) เพิ่งมีโอกาสทำงานภาพประกอบงานนึง แต่เป็นงานที่กำลังจะเอาไปเสนอ สนพ
เลยปฏิเสธไปเพราะอ่านเรื่องแล้วมันหลุดไปจากแนวที่เราจะทำได้
แล้วก็รู้สึกว่าถ้าต้องอยู่ตั้งแต่ขั้นเสนอ สนพ ... เขียนเองเหอะ ทำอันที่สบายใจเหอะ
เออ งั้นเดือนหน้าว่าง เขียนเลย :30: จะเขียนจริงๆละจ้า :30:
ปลล. ทั้งหมดทั้งมวลที่เล่ามา เริ่มคิดเริ่มผลิตตอนต้นเดือน กค. สรุปว่ามี 20 วัน
โดยที่ระหว่างนั้นเรียน จันทร์พุธพฤหัสศุกร์ สอนพิเศษวันเสาร์ มีการบ้านที่มหาลัย และมีจ๊อบจากป๋าเลย์อีก
วัยรุ่นนี่ก็ดี มีพลัง แต่ตอนนี้ใช้พลังหมดแม็กแล้ว
มีตังแล้ว... แต่ตอนนี้ร่างพังมาก เข้าโรงบาลหมดเป็นพัน เข็ดแล้วค้าบ :3005:
:45: :45: :45: นานาร่างสาม
อ้างคำพูดจาก: นานาาา เมื่อ 22 ก.ค. 2013, 15:06 น.
กรกฏาคม เดือนนี้งานทะลัก วิกฤติมากๆ :30:
ลองเป็นแม่ค้าดู เพราะมีคนบอกว่าทำมาค้าขายนี่แหละรวยสุด
ลงตังกะเพื่อนคนละเจ็ดพันทำจี้ทองเหลืองขายงานรับปริญญา
รีบทำมากกกกกกกกก รีส่งรีเสิชตอนไปขายไม่มี
ผลคือเจ๊ง :30: :30: :30: :30: ขายแพงไปมั้ง คนไม่ซื้อ
แต่อย่างว่า ปกติงานรับปริญญาก็ไม่ไป ซื้อของให้ใครไม่เคยซื้อ
แต่มีแผนถอนทุนคืนในระยะยาวๆ ด้วยการรับ pre-order ออกแบบกับทำของที่ระลึกแนวๆนี่อยู่
(https://www.facebook.com/ajax/messaging/attachment.php?attach_id=2c7027f183e14dd8357fa66d9d05ff04&mid=mid.1373552295575%3A4e9a4a9e4d908c7170&hash=AQDmDvF9QgrmxiSW)
อันนี้เก๊าอยากได้ไปให้เพื่อนมีของไหมนานา :25: :25:
:12: เชียร์คนอย่างนานานี่แหละ
มีพลังอะไรก็ใส่ซะในช่วงมหาลัยเนี่ย พีกสุดละ
ถ้าไม่รุ่งก็เจ๊ง แต่อย่างน้อยก็มีเวลาให้เจ๊งอีกเยอะ
นานาเจ๋ง
กรี๊ดๆ เป็นแฟนคลับ ติ่งนานา :25:
เป็นวัยรุ่นก็ดีมีพลัง เหมือนโดนคำนี้ทำร้ายจิตใจยังไงไม่รู้ :05:
อีกนิดนึง อันนี้กึ่งระบายใจ เรื่องเดิมๆซ้ำซาก
คือตอนนี้มีคนเลี้ยงใช่มะ ถึงเค้าจะลำบากกว่าปกติ แต่นานาสบายได้ยันปีสี่
นานาเองก็พยายามจะออกจากภาวะที่ต้องพึ่งคนอื่น เริ่มหันมาพึ่งตัวเองบ้าง
แต่จนบัดนี้ บ้านที่เชียงใหม่ก็ไม่มีแววจะพึ่งตัวเองได้ซะที
พึ่งคนอื่น (พ่อ) มาตลอดยี่สิบปี จนตอนนี้ไม่มีพ่อให้พึ่งละ
ดันกลายเป็นว่า
ตอนนี้ยิ่งนานาประสบความสำเร็จเท่าไหร่
บ้านที่เชียงใหม่ก็เร่ิมหันมาพึ่งเรามากขึ้น
จากปกติที่แบ่งเงินเดือนให้ที่บ้านบ้างเวลาที่เค้าไม่มี
ล่าสุดตอนนี้คือต้องจ่ายค่าเทอมให้น้องละเพราะแม่ไม่มีเงินเก็บ :30:
เฮ้ย กลัวนะเนี่ย ตอนนี้ปีสองเองนะ :30:
เรื่องของเรื่องคือกลัวอะ ดีใจได้แปปเดียว ก็ต้องมาคิดว่าสิบปีต่อจากนี้จะไม่ได้มีแค่ตัวเองแล้วนะ
ต่อจากนี้ต้องเลี้ยงน้องนะ (เนี่ย มันเริ่มตั้งแต่ตอนนี้แล้วนะ)
ต้องช่วยแม่นะ ต้องเลี้ยงยายนะ
มันต้องเป็นอย่างนี้แน่ๆอะ แล้วไม่ได้มั่นใจในตัวเองขนาดนั้น ไม่ได้พร้อมจะรับขนาดนั้น
แล้วบังเอิญว่า ไม่ได้มีทัศนคติลูกกตัญญูจ๋าๆขนาดนั้นอยู่ในหัวด้วย เลยไม่ได้รู้สึกแฮปปี้ :30:
คือนานาเห็นวงจรชีวิตพ่อ ที่ทำงานหนักเพื่อเป็นเสาให้คนทั้งโคตร
จนสุดท้ายตัวเองพัง แล้วทุกคนที่มาพึ่งพิงเค้าก็เลยพังกันหมด
ไม่อยากให้เกิดโมเดลนั้นซ้ำอีกรอบ ทางออกที่นานาต้องการที่สุดสำหรับอนาคต
คือการหมดห่วงเรื่องแม่กับน้อง ... อยากให้เค้าพึ่งตัวเองได้อะ
(แม่เพิ่งจะสี่สิบเอ็ด แม่ไม่ได้แก่ขนาดนั้นนะ ไม่ดีเหรอถ้าต้องใช้เงินแล้วมีใช้ไม่ต้องขอใครอะ :16:)
จนบัดนี้คือรู้สึกกลัวๆ ไม่มั่นคง สงสัยตลอดเวลา คิดอยู่เสมอนะว่ากำลังทำเรื่องที่เกินตัวไปไหม
กำลังกังวล กำลังคิดถึงเรื่องที่ยังมาไม่ถึงรึเปล่า (แต่เอาจริงๆคือมันก็ต้องมาถึงสักวันไม่ใช่เหรอ)
ตอนนี้ยิ่งทำอะไรให้ตัวเองมั่นคงเท่าไหร่ แข็งแรงขึ้นเท่าไหร่
ภาระที่ต้องรับมันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น
มีความสุขได้แปปเดียว เรื่องน่ากลุ้มก็เข้ามาใหม่
วนไปวนมายังเงี้ย แต่ก็ช่วยไม่ได้เนอะ :16:
เรื่องพวกนี้ทำให้รู้สึกว่าโคตรจะเด็กเลย
ปัญหาใหญ่กว่าตัวเยอะ 555
ปล.แต่รู้สึกว่าต้องทำให้ได้นะ และจะทำได้ด้วย แต่ระหว่างนี้เหนื่อยง่ะ
ปะ ไปสตอเบอรี่ฟิลด์ :30:
ทำไมพอรู้อายุแม่นานา
แล้วตูรู้สึกสะเทือนใจบอกไม่ถูก :59:
ลุงณต ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ :53: :53: :53:
กลับเมืองไทยไปหนนี้แวะสตอเบอรี่ฟิลด์หนเดียวเอง
เลยไม่ได้เจอนานาเลย
:30: คราวหลาน
อยากเห้นนานาลุคเด็กมัธยมอีกซักครั้ง จากลุงแก่ๆ
ความรู้สึกเหมือน นานา เป็น สาวน้อยกู้โลก
โหดฝัด :59:
พี่ถลอกแม่ง :30:
ลุคมัธยมอ่อ สมัยนานาอยู่กรุงเทพคริสเตียนอะนะ :47:
อยากเห็นนานาวัยใสๆ กุ๊กกิ๊ก กุ๊กกิ๊ก :3005:
ตอนนี้ลุคทอมกร้านโลคมาก ไตตูห่อเหี่ยวสุดๆ :05:
เอาสาวแว่นผมหยักศกคนนั้นคืนม๊าาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ :05: :05: :05:
คิดซะว่าทำบุญให้ลุงคนนี้ก่อนตายนะ นานานะ :46: :05: :46:
:30: ไตห่อเหี่ยว
ต่อมหมวกไต :25:
ยังจำได้ถึงวันที่บอร์ดฟอนต์ยังใหม่ๆ และแอนเป็นวัยรุ่น นานาเป็นเด็กๆ
:3005: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง
มีเรื่องอัพเดท+ระบายใจ+ขอคำปรึกษา
คือเรื่องมันมีอยู่ว่า...
บังเอิญอิ่มไปได้งานใหม่ ที่บ. นึง
แบบส่งเรซูเม่นานจนลืมไปแล้ว จู่ๆเขาก็เรียกเราไปคุย
แล้วเจ้านายก็แบบ เอ้ยผมชอบคุณว่ะ เอาเลยผมรับเลย!!
แถมเงินดีซะอีก
แต่งานก็ท่าทางจะหนักเอาเรื่อง ผกผันไปตามค่าจ้าง
แต่ทีนี้ ก็อย่างที่รู้กันว่าอิ่มทำงานกับพี่บิ๊ก
ถึงจะแค่ 3 เดือนแต่เป็น 3 เดือนที่อิ่มว่าหนัก
ไม่ใช่งานหนักนะ แต่หนักประสบการณ์
แล้วโครตมีความสุขมากๆ แบบไม่รู้จะไปหาออฟฟิศแบบนี้ที่ไหน
อย่างที่อิ่มเคยบอก(ป่าววะ) ว่า "การที่เราเจองานที่ทำให้เราตื่นมาตอนเช้าแล้วอยากไปทำงานทุกวัน มันยากนะ"
แล้วอิ่มดันเจอไง ที่แรกเจอเลย
พอบอกพี่ๆที่ทำงานไปว่าเราจะขอย้ายงานนะ
ไม่ลาออกนะ คิดว่าไปทัศนศึกษาเอาประสบการณ์
พอมานั่งคิดๆ อีกที "แม่ง ไม่อยากออกอ๊ะ!!!"
พอปรึกษาพ่อแม่ เขาก็บอกว่า เขาเข้าใจมันเป็นเหมือนเราผูกพันธ์ แต่ก็ต้องคิดถึงตัวเองด้วย
ตอนนี้เราอยู่ในวัยที่ยังมีแรงจะทำงาน มีแรงจะเรียนรู้ เราก็ควรที่จะตักตวงมัน
ซึ่งอิ่มก็ไม่เถียงนะ ก็จริงอ่ะ
แต่อีกใจก็ไม่อยากไป กลัว กลัวทุกอย่างเลย
คือตอนนี้ยังกลับตัวทันนะ คือก็เบี้ยวเลย ไม่ไปทำ เพราะสัญญาก็ยังไม่ได้เซ็น
แต่ถ้าเบี้ยว...พ่อแม่คงด่าตาย แล้วความคิดที่จะกลับไปออสฯ จะทำโน่นนี่ก็คงต้องพักไปอีก
ตอนนี้ตัดสินใจไม่ถูกเลยจริงๆค่ะ
ทำไงดีๆๆๆๆๆ :05:
อีบิ๊กมันของตาย ออกไปดูวักเดือนสองเดือน ถ้าไม่ชอบก็กลับมาซบอกใหม่ :30:
บอสข๋าาาาาาาา... :25:
เคยเป็นเหมือนกัน เมื่อสักเดือนที่ผ่านมาเอง :25:
ตอนที่ตัดสินใจจะลาออกจากบริษัทที่เบล ตั๊กถั่ว ตี๋ ก่อ ทำงานอยู่
แต่ของเรา เราไม่ชอบเนื้องานอะ แต่ชอบเพื่อนมาก
บอกเลยว่าผูกพันและรักเลยล่ะ (ถึงจะโดนอีเบล รับน้องทุกวัน)
ตอนนี้คิดถึงพวกแก๊งกากคลับตลอด
เจ้านายเก่าก็บอกนะ ว่ากลับมาได้เสมอ :47:
แต่ก็นะเราคิดว่า
ถ้าเราอยากลองทำอะไรใหม่ๆ ก็ต้องรีบลอง จะได้หาตัวเองเจอไวๆ (ยังหาอยู่) :47:
แต่ก่อนเข้าที่ทำงานใหม่ มีเงื่อนไขว่า จะขอลาแบบไม่รับเงินเดือนเดือนกันยาทั้งเดือน
วางแผนจะกลับไปเที่ยวอังกฤษให้เต็มที่เลย :53:
พี่บิ๊กไล่เช้า ไล่เย็นเลย :3005:
เรื่องตัวงานอิ่มโอเคนะ ไม่รู้ว่าทำได้ดีแค่ไหน แต่ก็ทำไปแล้ว
ซึ่งที่สนุกคือ วันๆเอาแต่ดราม่ากับลูกค้าซึ่งมันสนุกมากกกกก
แต่คิดว่าทำได้ดีกว่างานอีก :30:
อีบิ๊กมันแอบด่าไรตูเปล่าวะ ตูเป็นลูกค้ามันอยู่ :44:
ไม่ค่ะ :40:
อิ่มจะดราม่าเฉพาะในส่วนที่อิ่มดูแลอ่ะ
นอกนั้นอิ่มไม่ค่อยรู้หรอก :42:
คือช่วงที่เซ็นสัญญาไปแล้ว แต่ยังทำงานอยู่
นี่สองจิตสองใจมากอะ มีหลายช่วงมากที่อยาก
จะยกโทรศัพท์ไปบอกที่ทำงานใหม่ว่า "ไม่ทำแล้วนะ"
ค่อยๆคิดเน้อ เรารู้แค่ว่าตัดสินใจอะไรไป แล้วหันหลังกลับไม่ได้ละ
ลองกันสักตั้ง ถ้าไม่ใช่จริงๆ ค่อยไปหางานใหม่ก็ไม่สายเนาะ :25:
กลัวพี่บิ๊กจะไม่รับกลับ เพราะจนป่านนี้ยังแยกเกิวเจนไม่ออก
แถมตอนนี้มี เอ พิ๊ง มาอีกวง :3005:
เหตุผลน่าเศร้า :30a:
แต่ให้เอาผู้หญิงเกาหลีมาชี้ว่าคนนี้วงไหนผมก็แยกไม่ออก
คุยกับมันมากจนตูเริ่มแยกออกหน่อยๆแล้วล่ะ :30:
แยกซันนี่ออกคนเดียว :27:
(http://img3.f0nt.com/26/ed149dada090f49806f6a60bb18eeb0e.jpg)
ก็น่าจะแยกออกอยู่ :47:
สาปโอะที :59:
มีบล๊อคที่ไหนอีบิ๊กจะตามไปถล่มที่นั่นแน่ๆ :30:
:56:
(ถ้าเรียกซันบัน ก็ว่าจะไม่เล่นแล้วนะเนี่ย)
กยูววว :56:
อ้างคำพูดจาก: ซือเน... เมื่อ 26 ก.ค. 2013, 21:39 น.
(http://img3.f0nt.com/26/ed149dada090f49806f6a60bb18eeb0e.jpg)
ก็น่าจะแยกออกอยู่ :47:
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด
:30: :30: :30:
โคตรเหี้ย :30:
พี่บิ๊กนี่ก็เหลือเกินจริงๆ ไล่อกไปซะเลยก็หมดเรื่อง เอาแบบมีความผิดด้วยนะ ไม่ต้องไปเสียเงินชดเชยให้ :30:
เอาความลับบริษัทมาเปิดเผยไรงี้ :30:
นั่นแหละๆ :12:
:12: :12: :12: :12: :12:
:30: :30:
เฮ้ย เดี๋ยวๆ :55:
เต้น Nonono ได้ ไม่ต้องออก :56:
:30:
อ้างคำพูดจาก: Rabbitinblack เมื่อ 27 ก.ค. 2013, 09:58 น.
เต้น Nonono ได้ ไม่ต้องออก :56:
ขอเปลี่ยนเป็นเพลง แบบสเมอ แทนนะ :56:
ถึงสะดือเลยก็ได้
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 27 ก.ค. 2013, 12:00 น.
ขอเปลี่ยนเป็นเพลง แบบสเมอ แทนนะ :56:
เพลงนี้โคตรชอบ :30:
ก่อนเราจะย้ายมาที่ใหม่เราก็กลัว
สามย่านเป็นที่ที่สิ่งแวดล้อมดีมาก ดีมากๆ งานก็ชิว
แต่ก็ฟังจากพี่บิ๊กนี่แหละ เพื่อนไปหาใหม่เอาได้ ประสบการณ์ใหม่ก็ไปหาเอาได้
เพื่อนเก่าใช่ว่าเค้าจะทิ้งเรา (จริงๆ คือก็โดนทิ้งไปแล้ว ฮา)
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป เย้ๆ
อ้างคำพูดจาก: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 28 ก.ค. 2013, 00:49 น.
ก่อนเราจะย้ายมาที่ใหม่เราก็กลัว
สามย่านเป็นที่ที่สิ่งแวดล้อมดีมาก ดีมากๆ งานก็ชิว
แต่ก็ฟังจากพี่บิ๊กนี่แหละ เพื่อนไปหาใหม่เอาได้ ประสบการณ์ใหม่ก็ไปหาเอาได้
เพื่อนเก่าใช่ว่าเค้าจะทิ้งเรา (จริงๆ คือก็โดนทิ้งไปแล้ว ฮา)
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป เย้ๆ
ถั่วๆก็สอนเราแบบนี้เลย จุ๊บ รักเจ๊ :27:
เดือนทิ้งเพื่อนเก่าตั้งกะยังทำงานอยู่เหอะ :30:
:25: :25: :25:
เดี๋ยววันจันทร์ไปเปิดเพลงนี้กรอกหูคนทั้งบ. เลย
จะโดนไล่ออกก็เพราะแบบนี้แหละ :30:
ชิงออกเองก่อนเลย :35:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 28 ก.ค. 2013, 10:00 น.
เดือนทิ้งเพื่อนเก่าตั้งกะยังทำงานอยู่เหอะ :30:
อัลไล :11: เราออกจะกลมเกลียวกะแนน เจ๊นัน และพี่เล็ก
ช่วงนี้หยุดทุกเรื่องที่เกี่ยวกับงาน พยายามเตรียมความพร้อมก่อนไปทำงานที่ใหม่ในอีกไม่กี่วัน
ชีวิตพอมีเวลามากขึ้นก็ให้เวลาตัวเองกับคนรอบข้างได้มากขึ้นด้วย
ใช้ชีวิตเนือยมาก ตื่นมาชงกาแฟกิน วาดรูปเล่น ทำกับข้าว คิดโปรเจคต์พิเศษ
แล้วก็วางแผนทำร้านเล็กๆที่จะเปิดพี่คนสนิทที่เอกมัย (อาจจะเปิดช่วงกันยายนนี้)
รอดูอีกทีว่างานใหม่จะเป็นยังไงบ้าง เพราะอยากมีเวลารับงานเสริมอื่นๆ
และแน่นอนว่าอยากมีเวลาให้คนรอบตัวด้วย
ร้านก็ค่อยเป็นค่อยไปผลัดกันดูแลกับพี่เค้า ถึงเวลาจะชวนมาชิมกันอีกที :40:
หนูอรจะเปิดร้านเกี่ยวกับอะไรเหรอ :25:
มาสอนเด็กเบย :30:
อนาคตของตัวเองวันนี้ชัดเจนขึ้นอีกขั้น
หลังจากมาเพชรบุรีและตกลงว่าจะซื้อที่ดินที่กลางทุ่งนาที่นี่
มีน้ำ มีนา มีเป็ดไล่ทุ่ง มีชุมชนใดล้วัด และมีภูเขา
แม่งชิวสัสเลยครับ
ดูมาหลายๆ ที่ก็เลยมาโอเคกับที่นี่
เตรียมแผนลาออกจากกรุงเทพฯ ไว้เลย
จบ
เลี้ยงควายเชื่องๆ อีกซักตัวสองตัว :25:
เอาท์ดอร์กับเมียสร้างนิยายขึ้นมาอีกซักคน
ผมก็อยากลาออกจากกรุงเทพฯ เหมือน (ซึ่งจริงๆ ก็ทำได้แหละ เพราะบ้านอยู่สระบุรี)
แต่ทุกครั้งที่ผมกลับสระบุรี ผมจะรู้สึกเหมือนความเฉื่อยมันจะครอบงำตัวเอง ขี้เกียจ เวลาไหลช้า
ผมเลยกลัวว่าถ้ากลับไปอยู่จริงๆ สงสัยการงานจะบรรลัยหมด :30:
อ้าว จะไปบ้านนอกซะแล้ว
ไหนโบว์บอกว่ายังแฮปปี้กับชีวิตสลิ่มในกรุงเทพอะ :30:
ขายบ้านงี้ :25:
ซื้อต่อบ้านแอน สองแสนห้าฮะ จอง... :56:
ให้ 250,001 บาทฮะ
:42:
ยังครับยัง รอให้ชีวิตนิ่งก่อน ตอนนี้ยังสวิงอยู่ :30:
เพราะยังไงเมียก็ยังหลงแสงสีเมืองกรุงอยู่ครับ
แต่ที่ที่เพิ่งซื้อนี่แบบ ที่สุดแห่งความชิวแล้ว (ตรงใกล้ๆ ที่เคยถ่ายเว็ดดิ้งกะน้าอู๋)
ถ้าเสกได้จะเอาบ้านมาลงแล้วขี่จักรยานต่อกันแถวนั้นสามวันสามคืนเลย
พอจะย้ายกลับไป ก็มีโลตัสมาเปิดข้างๆ :47:
ซักพักก็นิคมอุตสาหกรรม
สวิงอยู่
hang out ให้ดูหน่อย
(http://img3.f0nt.com/03/7f5ab046e128c2124b9c8d278f81c4ea.jpg)(http://img3.f0nt.com/03/7f5ab046e128c2124b9c8d278f81c4ea.jpg)(http://img3.f0nt.com/03/7f5ab046e128c2124b9c8d278f81c4ea.jpg)
(http://img3.f0nt.com/03/ab6bc1bf4c9c3a96269262078677dbe6.jpg)
:30:
วันนี้ออยชนะ :30:
รอเช่าบ้านนะ :37:
จริงเปล่า เดี๋ยวย้ายเลย :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 03 ส.ค. 2013, 17:20 น.
พอจะย้ายกลับไป ก็มีโลตัสมาเปิดข้างๆ :47:
มีอยู่แล้วตอนนี้ :30: ใหญ่โคตรๆ ด้วย
เออเนี่ย ที่ถ่ายมาจากในไร่ที่กำลังจะซื้อ
(https://lh5.googleusercontent.com/-xckhg__tUTc/Uf0HTRp_kgI/AAAAAAAAh4M/l9yVuVh-TQE/w2238-h252-no/IMG_20130803_161038.jpg)
ภาพขนาดเต็ม https://plus.google.com/u/0/photos/102665457201814613689/albums/5907886316330361681
แชร์บนกูเกิลพลัสแล้วต้องเอามาแปะที่นี่อีกทีเพราะในนั้นไม่มีคนเล่น :30:
400. That's an error.
ไม่พบ URL ที่ขอในเซิร์ฟเวอร์นี้ That's all we know.
:05:
แก้ละๆ :05:
ว่าที่เศรษฐีเมืองเพชร :25:
:34: ไร่เดียวเนี่ยนะ
หมดตูดแล้วทั้งสองผัวเมียเถอะ
ตูอยากหาซื้อที่แบบไร่เดียวแล้วถูกใจแบบนี้บ้าง
แต่ที่ชอบๆ เขาขายทีเป็นสิบไร่ :05:
พวกแบ่งขาย พอเช็คไปเช็คมาแม่มมีปัญหาทั้งนั้นเลย :59:
ที่แอนซื้อน่ะเช็คหรือยัง :30:
เป็นที่ของโลตัส :30:
ตอนสร้างบ้านขุดเจอโครงกระดูก :47:
:47c:
อาจจะมีคนเอาพวกทอง ของเก่าโบราณฝังไว้ใต้ดินก็ได้นะ :56:
ใช่ๆ มีแน่ๆ :52:
:0705: อย่าดิ๊
เออใช่ มีอีกที่นึง หลังวัด ราคาไม่แพง ถมแล้วสวยงามครับ
พอดีเพื่อนที่เป็นหมออยู่ท่ายางไปดูมา อยากได้มาก เลยไปถามชาวบ้านแถวนั้น
ปรากฏว่ามันคือป่าช้าเก่า :3005:
อย่าไปกลัว ทุกที่มีคนตายทั้งนั้นแหละ :52:
แค่จะเจอหรือไม่เจอเท่านั้นแหละ :30:
ตอนนี้เป็นป่าเร็วแล้ว
ดูจากทำเลแล้ว สักพัก น่าจะมีเสารถไฟฟ้าความเร็วสูงมาปักไว้ให้แหงนดู
ความฝันตูคืออยากมีที่ + บ้าน ริมน้ำ
จะเป็นคลอง แม่น้ำ หรือทะเลสาบก็ได้ :53:
ของที่บ้านมีอยู่แปลงนึงล่ะ น้ำผ่านเป็นตัว L สองด้านเลย
แต่ไม่มีตังค์ไปทำอะไรมัน ตอนนี้รกครึ้ม :05:
ส่วนผมมีที่อยู่แล้ว 3 ไร่ (ที่เพิ่งไปไถ่มา) รอหาตังค์กลับไป ทำไร่นาสวนผสม
วางแผนไว้ ทำงานใช้หนี้ 2-3 ปี อยากไปใช้ชีวิตอยุ่ต่างประเทศก่อนสัก 6 เดือน ถึง 1 ปี
แล้วกลับมาเก็บเงินอีกสักปีสองปี
อายุสัก 35 จะกลับบ้านนอก แบบจริงจัง เหมือนกัน
เอ๊ะ!!
ตื่นๆๆ
บ้านแม่กำลังจะได้อยู่ริมคลองล่ะ คลองส่งน้ำ :47b:
คือถูกเวณคืนไปทำคลองส่ง ดียังไม่กินเข้ามาในตัวรั้ว(คงเขียงผังเลี่ยงๆ ล่ะมั้ง)
หลังที่ผืนนั้นก็ติดคลองของจริงนะ แต่เป็นนาล้วนเลย ถมเข้าไปถึงไม่ไหว เลยถมตรงที่ติดถนนสร้างบ้านไป
โดนเวนคืน :47:
ตอนพี่ผมเป็นยาม ก็โดนบ่อย เวรคืน นี่ ไม่ค่อยได้เวรกลางวันเท่าไร
ที่แอนสวยดี บรรยากาศได้เลย
เริ่มจากสร้างกระต๊อบริมนาก่อน...
จะได้สัมผัสกับร้อนตับแตกของจริง :30:
เล็งๆ ที่นาของบ้านแฟนไว้ กะว่าถ้าน้องแฟนไม่เอาจะยุให้เมียขอที่ตรงนั้นมา มีคลองชลผ่าน ถนนผ่าน ทำสวนกล้วยไม้สบายเลย
ป่าช้าเก่านี่ปุ๋ยทั้งนั้นเลยนะแอน :25:
:3005: พอแล้วววว
คุยกะเมีย กะว่าอีกสัก 10 ปีนิดๆ คงจะลงเพชรครับ
รอให้ลูกเริ่มโตก่อน สัก ม.ปลายถึงมหาลัย ก็คงจะให้อยู่กับผัวที่บ้านลาดปลาเค้านี่แหละ
ยุคนั้นคงมีรถไฟฟ้าวิ่งกันรอบเมืองเป็นปกติอยู่แล้ว
(ทดสอบแปะ panorama iframe หน่อย)
พี่แอนต้องเริ่มลงไปปลูกต้นไม้ได้แล้วนะ ถ้าจะขุดร่องน้ำ ก็ต้องรีบขุด 10 ปี นี่ทำอะไรได้เยอะเลย :25:
คงปล่อยที่ให้เจ้าของเดิมเขาเช่าทำไร่ต่อแหละ
เพราะยังไงถ้าจะไปอยู่มันต้องถมดินสูงขึ้นมาจากตรงนั้นสัก 2 เมตรได้
ทีแรกก็คิดจะปลูกต้นไม้เหมือนกัน แต่เสียดายถ้าต้องถมดินแข็งๆ
แถมการถมดินยังต้องโค่นมะม่วงน้ำดอกไม้ลูกดกสองสามต้นนั้นทิ้ง :30:
ค่าถมดินสูง 2 เมตร เนื้อที่ไร่นึง
น่าจะเกือบล้าน :30:
สองแสนเอง :59:
ทำบ้านยกใต้ถุน :25:
วางผัง คำนวณดีๆ ขุดบ่อปลาเอาดินมาถมส่วนบ้าน
เสียค่าจ้างแค่แบ็คโฮเอง ไม่ต้องซื้อดิน :25:
เดี๋ยวๆ ที่ไร่เดี่ยวจะขุดสักครึ่งไร่มาถม
เหลือที่บ้านประมาณร้อยกว่าวา
รอบๆเป็นบ่อ เกษตรพอเพียง
:30:
กระโดดลงบ่อปลาจากระเบียงหลังบ้านเลยไง :30:
แถมบ่อลึกสัดด้วยนะ :30:
ชิวโคตรๆ :30: ขอควายลุงอ๋าห์มาด้วย
แถวเพชรถมที่ 2 เมตร ไร่นึงสองแสน ถูกเวอร์ :07: :07: :07:
ขนาดเอาดินป่าช้ามาถมยังไม่ถูกขนาดนี้เลย :56:
โดนเวนคืนพอดี :56:
อยากจะเล่ามั่ง ช่วงนี้เป็นช่วงแกว่งๆ กับการตัดสินใจ และดำเนินอะไรหลายอย่าง
งาน
งานประจำก็เรื่อยๆเปื่อยๆ งานน่าเบื่อซะ 80 % ในตอนนี้ หรือมันอาจจะสนุกก็ได้นะ แต่ทำไมเราไม่รู้สึกสนุกกับมันเลย
งานนอก เข้ามาเยอะแบบคิดว่าเลี้ยงตัวเองได้โดยไม่ต้อพึ่งงานประจำ
สองสิ่งนี้มันตีกันอยู่ ใจเราอยากออกไปรับงานนอกเต็มตัว แต่ก็กลัวค่ากินอยู่ในแต่ละเดือน เพราะงานนอกมันก็ไม่นิ่งซะทีเดียว
บางเดือนเงินออกหมื่นกว่าบาท บางเดือน3-4 หมื่น เอาแน่เอานอนไม่ได้ ตอนนี้เลยทำงานประจำไปพลางๆ รอดูลู่ทางที่ชัดเจนอีกที
เงิน
หาเอาไว้เยอะๆ ยังไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ถ้าไม่ได้ซื้อกล้อง ก็เก็บไปเท่าที่เก็บได้
ความหวัง
ก็หวังจะไม่ต้องทำงานประจำ กับใช้ชีวิตในเมืองกรุงนี่ล่ะ
อนาคต
อยากจะเปิดร้านเล็กๆ ทำอะไรสักอย่าง อาจจะขายของไป รับงานนอกไป อยู่ในตัวเมือง ตจว. ที่เงียบๆหน่อย แต่พอมีนักท่องเที่ยวมาให้หายเหงาบ้าง
ไม่มีหนี้ ขอแค่มีเงินพอใช้จ่ายในแต่ละเดือน และเหลือเก็บอีกนิดหน่อย ไม่หวังรวย
คิดแล้วมันก็ต้องมีเงินทุนมาก่อนล่ะ เผื่อโอกาสมันจะมาตอนไหนเราก็ไม่อาจรู้ได้
:41: เหมือนกับเข้ามาบ่นเลยวุ้ย
อยากหนีไปบ้านนอกเหมือนกัน แต่หนี้ท่วมหัว :59:
ของตูไม่มีต่างมีชีวิตต่างจังหวัดได้เลยว่ะ :30:
แต่ใจน่ะอยากมาก บรรยากาศต่างจังหวัด ตื่นมาจิบกาแฟ นั่งทำงานส่งงานทางเน็ตไม่ต้องผูกพันธ์กับความเป็นกรุงเทพ
ต้องเปลี่ยนอาชีพไปเขียนหนังสือ ถ้าจะทำโปรดักชั่นนี่ยังไงก็ต้องกรุงเทพ
มาอยู่ปากเกร็ดไง ต่างจังหวัดแล้ว
ชลบุรีไหมครับป๋าเลย์ :27:
จากที่ไปเที่ยว ชอบบรรยากาศแบบเมืองน่าน กับ แม่ฮ่องสอนมากสุดละ :05:
แวะมากอัพเดทมั้ง :46:
งาน
ตอนนี้เป็นช่างภาพอิสระเต็มตัว พอออกจากบริษัทมาก็วุ่นกับการวิ่งหางาน เลยไม่ได้เข้าฟ้อนต์เลย :05: แล้วออกมาเดือนเมษา ซึ่งทุกปีงานถ่ายภาพจะว่างโบ๋เลย เหวอเลย แต่ยังมีเงินก้อน เลยอยู่ๆไปไม่เดือดร้อนมาก แต่ก็พยายามเตรียม port หางานตามบอร์ด เพราะออกมาตอนนั้นคือไม่มี connection เลย สู้แบบหัวชนฝามาก พยายามคุยกับคนนั้นคนนี้ พอดีพี่แอ่ว rbj แกก็มาชวนทำ course photoshop ก็ลองทำดู ปรากฏว่าได้ผลที่ดี ก็เริ่มมีเงินมีคนรู้จักเพิ่ม
แต่คนที่รู้จักเพิ่มส่วนมากดันเป็นช่างภาพด้วยกัน มันก็เลยไม่มีงานมา :3005: คราวนี้ก็เลยอาศัยถามคนนั้นคนนี้ว่าควรทำยังไง เขาก็ว่าเราต้องโปรโมทมากกว่านี้ ก็เลยโฆษณาแหลก เพจ facebook ก็ทำโฆษณาแทบทุกเดือน wedding square ก็ไปลงปรากฏเจ็ง :30: ลูกค้าไม่มีเลย มาหลังๆก็พยายามพัฒนางานตัวเองเรื่อยๆ จากที่เงียบๆก็พยายามโปรโมทไปเรื่อยๆ ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากว่าแต่ก่อนเยอะ
นอกจากงานถ่ายรูปก็แอบไปเล่นทองนิดหน่อย ตอนนี้ติดดอยอยู่ :30: แล้วก็หุ้นกับเพื่อนชิปพวกอุปกรณ์ถ่ายรูปมาขาย และตอนนี้ก็เขียนหนังสือถ่ายภาพอยู่ งานสัปดาห์หนังสือปลายปีนี้น่าจะได้เห็นแล้ว :05:
เงิน
ไม่ค่อยได้จดรายจ่าย จดแต่รายรับ แต่ก็พยายามบริหาร คือแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกใช้ ส่วนสองสำรอง ส่วนที่สามเอาไปลงทุน
ความหวัง และ อนาคต
อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แล้วรับงานถ่ายรูปไปด้วย อยากจะบริหารเงินให้ดีกว่านี้ งานถ่ายรูปตั้งเป้าไว้ว่าปีหน้าต้องรับงานแต่งให้ได้เยอะจนไม่ต้องรับงานรับปริญญาอีก และถ้าเป็นไปได้อยากไปรับงานของต่างชาติดูบ้าง ยังอยากถ่ายรูปอยู่ แต่ก็ดูเรื่องความมั่นคงไว้เหมือนกัน
สู้ต่อไป ตากล้องไต้หวัน :07:
:07: :07: yeah
อ่านไปดูอวตารไปด้วยนี่มัน... :30:
เชียร์อู๋ อยากเห็นคนที่เป็นอย่างเอ็งประสบความสำเร็จ :12:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 08 ส.ค. 2013, 21:41 น.
เชียร์อู๋ อยากเห็นคนที่เป็นอย่างเอ็งประสบความสำเร็จ :12:
อีแบงค์หาตังค์ได้เยอะยังไม่รู้ทำอะไรก็เอามาฝากๆ พี่ไว้ก็ได้นะ
ส่วนอู๋ พี่ว่ารุ่งแน่นอน ขอลายเซ็นไว้ตั้งแต่วันนี้เลยได้ปะ
ส่วนหนังสือ รออุดหนุนนะ :25:
สู้ๆ ครับอู๋ :12:
ขอบคุณครับ :22:
พี่แอ้จะเอาลายเซ็นต์ไปทำอะไรครับ :30: โคตรเขินเลยเวลามีคนมาขอถ่ายรูปด้วย
สู้ๆนะอู๋
จากใจลูกค้าเวดดิ้งรายแรก แถวๆม็อบ :30:
เผื่อดังเข้าวงการไรเงี้ย ขอไว้แต่เนิ่นๆ พี่เป็นพวกไม่ชอบเข้าคิว :30:
สู้ๆเว้ยอู๋ ติดตามผลงานเอ็งมานานตั้งแต่ถ่ายมิตติ้งถึงตอนนี้
แต่ว่าหาอย่างอื่นทำบ้างก็ดีนะในสายใกล้ๆกันก็ดีนะ
ตลาดตากล้องแข่งขันกันสูงเกิน
ตัดราคาจนบางทีอยากจ้างมาถ่ายแล้วหักหัวคิวซะเลย :39:
น้องชายแฟนจะแต่งงาน ตอนแรกนึกว่าใช้ตากล้องจากร้านนวด
ไปๆมาๆเอ๊าแม่งจ้างแบบฟูลออฟชั่นเลย ... ขอโทษนะตะเอง :05:
............
ช่วงรอปิดโปรเจค หาอะไรที่น่าสนใจไปเรื่อย แต่ตูตั้งธงไว้แล้วว่าชอบทำงานเพื่อสังคมว่ะ
ขุดงานเก่าๆไปเจอเฟสบุคที่ทำเอาไว้ให้ท้องถิ่นที่นึง มีเพื่อนอยู่พันกว่าคน
คนค่อนข้างคุณภาพ เพราะตูเป็นคนรับแอดเอง ไม่รับมั่ว .. ตูเลยนั่งเผยแพร่ข่าวสารในท้องถิ่น
เหตุการณ์บ้านเมืองต่างๆ และตูมักสอดไส้แชร์ความรู้ของหมอแมว แก้ไขความเข้าใจผิดต่างๆ
ตอนนี้ตูเลยกลายสภาพเป็นคุณลุงแอดมิน ที่สุดแสนจะวัยรุ่นโคตรอินดี้ รู้แม่มทุกเรื่อง
คนวัยกลางคนที่เป็นเฟรนด์ลิสต์ก็คล้อยตามดี เพราะมโนกันไปเองว่าตูเป็นลุง ที่คล้ายๆจะมีตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่น
คนก็เลยฟัง :47:
เดี๋ยวนะ ฟูลออปชันนี่คือ เอาเด็กนวดไปด้วยเรอะะะะะ
จะบ้าเรอะ เค้าหมายถึงเหมาสถานที่จัดงานที่ร้านนวดเซ่ ปัทโธ่
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 13 ส.ค. 2013, 21:26 น.
เดี๋ยวนะ ฟูลออปชันนี่คือ เอาเด็กนวดไปด้วยเรอะะะะะ
ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว พรีเซนเทชั่น ช่างหน้าผม อะไรแบบนี้สิเฟร้ยย
ช่างภาพที่ร้านนวด ถ่ายผู้หญิงออกมาดีนะ รู้มุม รู้ท่า
น้าๆมืออาชีพควรมาเรียนรู้นะยะ ถ่ายภาพยังไงให้น่ากิน :04:
มีคนไหนเป็นนางแบบนลินฟ้าได้มั่งไหม เดี๋ยวตูจ้าง :51:
สวยทั้งนั้นแหละ นางแบบนิตยสารผู้ชายก็มี หน้าตา หุ่น ผิว เป๊ะมาก
ประการณ์ถ่ายแบบแน่น :37:
ถ้าคุ้มกับโดนเมียตบก็เอาเซ่ 5555
แน่น !!
แน่น!!!!! :53:
พี่ส้ม อยากไปช่วยงานจังเลย :51:
:54:
งานพาหมาข้ามชายแดน
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 13 ส.ค. 2013, 21:30 น.
ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว พรีเซนเทชั่น ช่างหน้าผม อะไรแบบนี้สิเฟร้ยย
ช่างภาพที่ร้านนวด ถ่ายผู้หญิงออกมาดีนะ รู้มุม รู้ท่า
น้าๆมืออาชีพควรมาเรียนรู้นะยะ ถ่ายภาพยังไงให้น่ากิน :04:
ช่วงนี้อยากถ่ายแนวเซ็กซี่พอดีเลยเจ็ :04: :04: :04: :04:
เดินเข้าไปในร้าน
เลือกรูปน้องๆ
พูดคุย ตกลงราคากันเองนะอู๋นะ :37:
ถ่ายแล้วเสียตังค์ :30: :30:
ถือซะว่าเป็นการลงทุนในอาชีพ :30: :30:
แต่ได้ความสุขกลับมา ก็คุ้มนะ :51:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 16 ส.ค. 2013, 02:07 น.
เสียน้ำด้วย :51:
เสียน้ำนี่คือ เลือดหัวใช่ไหมครับ
โดนแฟนจับได้ ตีหัวแตก :47:
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 15 ส.ค. 2013, 20:01 น.
เดินเข้าไปในร้าน
เลือกรูปน้องๆ
พูดคุย ตกลงราคากันเองนะอู๋นะ :37:
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 15 ส.ค. 2013, 20:01 น.
เดินเข้าไปในร้าน
เลือกรูปน้องๆ
พูดคุย ตกลงราคากันเองนะอู๋นะ :37:
นี้จริงจังนะพี่ ร้านอยู่ตรงไหน :30:
ถ้าเซ็กซี่เฉยๆคุยกับแฟนได้ครับ แต่ถ้านู้ด ตาย :30: :30:
เป็นศิลปะผมให้ผ่านนะ
หานางแบบถ่ายนู้ดอยู่เหมือนกัน :25: :25: :25:
เป็นปนิธานก่อนเรียนจบ :30:
พี่พลัมไง๊ :51:
ลาออกแล้วครับ
เท่านั้นยังไม่พอ มีโครงการจะลาออกจากกรุงเทพฯ ด้วยครับ
http://iannnnn.com/2013/1180 (http://iannnnn.com/2013/1180)
(ยังไม่ถึงกับเลี้ยงควายเหมือนท่านศาสดาอ๋าห์นะ)
จัดทริปย้อนรอยแฟนฉันกัน :25:
เย้ มาเป็นแก็งค์ดีไซเนอร์ภูธรอีกคนแล้ว
โอ้ว เจ๋งอะ :25:
บ้านนอกไฟดับบ่อยนะแอน :30: :05:
เริ่ดมากครับ :12: :12:
ว่าแต่แอนจะกินอุด้งที่ไหนอ่ะครับ แถวหนองFap มีไหม :30:
อ่านชื่อแล้ว หน้าถลอกลอยมาเลย :30:
ถลอกไปสมัครเป็น อบต. เลย
ขอเชิญนายก อบต. หนองแฟบ นายถลอก ปอกเปิด กล่าวเปิดงานขึ้นบ้านใหม่ บ้านสิงโตครับ
:30:
:30: :30:
เอ้อ บ้านหนองแฟบนี่ชื่อโหลนะ ตะกี้ตาแว่นลองเอาไป search ใน google map ล่ะ
(http://img3.f0nt.com/thumb/1da73b5cc636e85b497fb46ebb881954.jpg) (http://img3.f0nt.com/22/1da73b5cc636e85b497fb46ebb881954.png)
อ้างคำพูดจาก: Ah! เมื่อ 22 ส.ค. 2013, 14:27 น.
โอ้ว เจ๋งอะ :25:
บ้านนอกไฟดับบ่อยนะแอน :30: :05:
ที่จริงมีลุงอ๋าห์เป็นไอดอลเลยครับ :30: แต่ผมเลี้ยงควายไม่เป็นนะ
เจ๋งดีอ่ะ :25:
อย่างตำ่ 10 ปีแหละ เก็บตังสร้างบ้านก่อนนนนน
พรุ่งนี้ไปทำงานที่ใหม่วันแรก
อยู่ตึกเดียวกะ new media
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เจอเซเลป อ๊อดๆ
:56:
อย่าให้อ๊อดด่าจนน้ำตาตกเหมือนพี่สาวละกัน :59:
จะเดินไปบอกเลย
"รู้ไม๊ ว่าเราน้องใคร :59:"
เขาก็ตอบกลับมาว่า
"น้องใครผมไม่รู้ แต่ตอนนี้คุณเป็นลูกน้องผมแล้ว" :59:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 26 ส.ค. 2013, 08:49 น.
เขาก็ตอบกลับมาว่า
"น้องใครผมไม่รู้ แต่ตอนนี้คุณเป็นลูกน้องผมแล้ว" :59:
:30:
:30: :30:
อิ่มทำบริษัทอะไรอะ อยู่ตึกเลอกาดองเบลออะ
ไม่ได้เป็นลูกน้องอ๊อดนะ
แต่ที่ใหม่มีกลุ่มอ๊อดด้วย อ๊ออินเตอร์เว้าภาษาปะกิด
อ้างคำพูดจาก: ยุนเอ เมื่อ 26 ส.ค. 2013, 13:30 น.
อิ่มทำบริษัทอะไรอะ อยู่ตึกเลอกาดองเบลออะ
อิ่มอยู่ Zuellig House อ่ะค่ะ
ที่ชั้นอิ่มเขียนว่ามี นิว มีเดีย ด้วย แต่พอไปดูข้างล่างบอกไม่มี งง เหมือนกัน
อ่อ ตอนนี้เป็นไส้ศึกอยู่ Komli จ้า
คุณจะเป็นน้องใครผมไม่รู้ แต่ถ้าคุณถามผมว่าเราจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร มีสิ่งที่ควรรู้ไว้ 3 ประการ .... :47:
ประการที่หนึ่ง คื้ออออ!
เดี๋ยวๆๆๆ :07: ขอทำเป็นหนังสือปกขาวก่อน
มาเช็คอินประจำเดือนนี้ ชีวิตเปลี่ยนทุกเดือน :30:
1
จากเมื่อก่อนที่เคยทำจ๊อบกะหล่งป๊ง ทำอะไรก็ได้ซุยๆตามใจฉัน ระบบไม่มีด้นสดกันไป คิดตังแล้วแต่ศรัทธาจะให้
ตอนนี้จ้อบที่รับ เริ่มมีมูลค่าหลักหมื่นแล้ว :31: งงๆ เหมือนกันว่ามาสเตปนี้ได้ยังไง
ที่แน่ๆคือสเตปนี้จะมาไม่ได้ ถ้าที่บ้านไม่เกิดปัญหา แล้วรู้ว่าทำงานได้ตังต่างจากทำงานเป็นงานอดิเรกยังไง
สเตปนี้จะมาไม่ได้เหมือนกันถ้าไม่บวกงานจนป่วยหลายๆรอบ ถึงได้ซึ้งว่าสุขภาพสำคัญกว่างานขนาดไหน
2
กำลังจะทำรายการกับลุงร่ม นั่นคือมีงานประจำ แล้วตอบโจทย์ความต้องการของชีวิตมากเพราะอยากมีเงินเก็บเป็นก้อน
ตั้งใจไว้ว่าพอทำงานตัวนี้ก็จะได้หมดห่วงเรื่องหาตัง แล้วก็จะได้กลับไปตั้งใจเรียนซะที
ขอบคุณลุงเป็ดมากค้าบบบ :40: :40: :40:
3
ก่อนหน้านี้ใช้ชีวิตเรียนแบบเอาผ่านงานเผา เพราะเซ็ทให้งานจ๊อบมาก่อนตลอด (รู้สึกว่ารับตังเค้ามาต้องรับผิดชอบ)
แต่จะกลับมาตั้งใจเรียนจริงๆละ คือรู้สึกว่าจ้อบที่นานาทำแม่งงานมวยวัด ใช้เซนส์ ด้นสด
ตอนนี้รู้สึกว่าต้องเข้าระบบบ้างละ อยากทำให้ความรู้ที่มีในหัวมันถูกต้อง อยากทำงานที่ถูกต้อง
อีกอย่างรู้สึกว่าความสามารถเราตัน มันอยู่ในจุดที่รู้ว่าต้องทำอะไร แต่ทำไม่ได้
โดยเฉพาะสายงานออกแบบนี่เหี้ยมาก การบ้านโลโก้เงี้ย ทำไมทำไม่ได้วะ เครียด :05:
อยากฝึกฝนตัวเองให้เก่งกว่านี้ \ :37: / คือแค่นี้ทำมาหากินได้ก็จริง แต่มันไม่พอง่ะ
อยากเลิกอ้างซะทีว่าไม่มีเวลา ตอนนี้เรียกว่าไม่มีปัญญาทำมากกว่า แง
ไม่แน่จริงลุงร่มก็ไม่ให้งานหร๊อกก
เอาภาพจากที่ไปเยี่ยมชมกองหนังใหญ่มาให้ดูครับ
พอดีเพื่อนเป็น ผกก เรื่องนี้เลยได้สิทธิพิเศษเข้าไปดูได้เลย
(http://img3.f0nt.com/27/924ac79f3af9407a1966734c49792709.jpg)
อันนี้เป็นกล้อง arri alexa ที่ผมไฝ่ฝันมานานว่าจะได้ชมการทำงานของมัน และแล้วก็เป็นจริงครับ
กล้องตัวนี้ค่าเช่าแพงกว่า RED เฉพาะตัวกล้องตกคิวละ 40000 ซึ่งผมเคยมีความคิดว่าจะซื้อมาปล่อยเช่า กะรวยเลย
แต่พอเห็นการทำงานของมัน โอโห้ใช้คนเพียบเลย เฉพาะเรื่องทำให้กล้องมันทำงานได้จนจบคิว ใช้คนยกของยกนู่นนี่นั่นปาเช้าไปสี่คนแล้ว
ยังไม่รวมตากล้อง และคนทำจัดการเรื่องเสียง เบ็ดเสร็จ น่าจะสิบคนเฉพาะเรื่องกล้องและเสียง
(http://img3.f0nt.com/27/064f135df2799727886f55e5359e829e.jpg)
นางเอกของเรื่อง น้องใบเฟิร์น น่ารักฝุดๆ เล่นดีชิบหายเลยครับ
ตูได้เล่นเป็นตัวประกอบเบลอๆเป็น background ประกบเลย 5555
โอโห วงการนี้โหดร้ายมาก จาก ผกก MV จะขึ้นไปทำหนังต้องไต่เต้าตั้งแต่เป็น extra เลย
(http://img3.f0nt.com/27/a2f6ff7317bece735e883500391abb26.jpg)
ไฟดวงเดียวสว่างไสวไปทั้งต้นลำพู ที่ผมอยากมาดูคืองานแสงและภาพของ พี่จิ๊บ ทิวา เมทไทสง พี่แกเป็นตากล้องและ ผกก หนังหลายๆเรื่อง
กวาดรางวัลงานภาพยอดเยี่ยมทั่งไทยและอินเตอร์มาเพียบเลย พบว่า พี่แกแม่งโคตรเทพ เห็นงานแล้วอยากกราบตีนเลยทีเดียว
ตูว่าที่ผ่านๆมาตูถ่ายพอได้แล้วนะ แต่พอเจอพี่แกนี่ตูเป็นขี้ไปเลย
ที่ผมถ่ายนี่ภาพอย่างกากนะครับ แต่พอพี่แกถ่ายมุมภาพแสงเสิงนี่สุดตีนมาก ไอ้น้ำเจิ่งๆนี่เซ็ตมาเพื่อความงามของภาพ
(http://img3.f0nt.com/27/0795b303a1fa910f08fd0c3bd924c20a.jpg)
อันนี้เป็นฉากที่จอดรถ แกเล่นสาดน้ำกระจายเพื่อเอารีเฟล็กแสง พร้อมกับยิงไฟสองชั้นไม่เหมือนกัน วิธีวางไฟนี่ซับซ้อนมาก
แต่ตูจดมาแล้ว (จด ๆ ๆ ๆ ฮุฮุ) ฉากนี้พี่แกเล่นเคลื่อนกล้อง แบบ track จากขวาไปซ้าย เห็นชั้นบน แล้วลงไปชั้นล้าง โอโห้ชัดเปรี๊ยะ แสงโคตรสวย
ตี smoke อย่างเนียน สมหนังผีจริงๆ
แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ มันต่างจากงาน MV ของผมโดยสิ้นเชิง เพราะงานหนังมีเวลาประดิษฐ์เยอะ กว่าจะผ่านแต่ละคัทนี่กินเวลาประมาณ ห้าเท่าของงาน MV
ทั้งเรื่องไฟเรื่องกล้องเรื่องคน แต่สำหรับผมนี่ คุ้มค่ามาก เพราะได้เห็นงานคนเก่งๆที่เป็นตำนานหลายๆคน ทั้งตากล้อง ผู้ช่วย producer เทพหมด
เลยนำมาแบ่งปันครับ
:25: :25: :25: :25: :25:
อ้างคำพูดจาก: เทอร์โบบูสเตอร์ เมื่อ 27 ส.ค. 2013, 02:21 น.
ไม่แน่จริงลุงร่มก็ไม่ให้งานหร๊อกก
ช่ายถ้าไม่แน่ไม่มีได้งานจากตูด้วย :30:
มั่นใจตัวเองเว้ย :30: :30:
หวังว่านานาจะพอเจียดเวลาทำโลโก้ร้านน้ำชาเมียตูได้นะ :05:
เดี๋ยวบอกให้เมียตูโอนตังค์ให้ก่อนดีกว่า
จองไว้ตั้งแต่คอนเซปท์กับชื่อร้านยังคิดไม่เสร็จนี่แหละ :3005:
:12:
ด้วยพลังของนานา ยังขึ้นไปได้อีกสูงมาก มากๆๆๆๆๆ
มากกว่าความสูงของเอ็งต่อตัวกันสามร้อยคน
เมื่อต่อตัวกันสามร้อยคน ก็เพิ่งจะสูงเทียบเท่าไอซ์ และ ออย :52:
ไททันขนาดห้าร้อยเมตร
นานาเป็นคนแคระเรอะ !!! ต้องต่อขนาดนั้น :30:
แต่อยากเห็นลุคมัธยมอีกครั้ง สมัยนั้นเซฟไปใช้ได้แบบไม่ต้องคิดเลย
ตอนนี้จะเซฟที จะหยิบมาใช้นี่ลำบ๊ากลำบาก
นานาเวอร์ชั่น สดใส :25:
ลืมไปเลยว่าเคยไปเที่ยวเชียงใหม่กะนานาตอนอยู่มอปลายแหละ พอเข้ากรุงกลับไม่ได้เจอกันซะงั้น :05:
มีตติ้งกันๆๆๆ :25: :25: :25: :25:
หมายถึงชวนกินเหล้าป้ะ :37:
มีตติ้งมันมีหลายแบบนะ :30: แต่เออว่ะ บ้านแบนไม่ได้เปิดวงมาปีกว่าแล้ว
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 28 ส.ค. 2013, 22:41 น.
มีตติ้งมันมีหลายแบบนะ :30: แต่เออว่ะ บ้านแบนไม่ได้เปิดวงมาปีกว่าแล้ว
:10:
มีตติ่ง :27:
ป่ะ
อ้างคำพูดจาก: นานาาา เมื่อ 28 ส.ค. 2013, 20:27 น.
มีตติ้งกันๆๆๆ :25: :25: :25: :25:
เอาจริงป่ะ งั้นเดี๋ยวเปิดบ้านแบนเลย
เนื้อบอยโพนยาง :54:
งาน
ตอนนี้ฝึกงานอยู่ที่บริษัททำ mobile application เล็กๆ ในเยอรมันค่ะ
รับผิดชอบ task ง่ายๆ ตามเค้าสั่งมา implement นู่นนี่ไปเรื่อยๆ
แรกๆ มา เครียดมาก เพื่อนก็ไม่มี คุยกับใครก็ไม่รู้เรื่อง อยู่ที่ทำงานวันละ 9-10 ชั่วโมง
เหมือนมาทรมานตัวเอง ดูเพื่อนคนไทยคนอื่นที่ไปฝึกงานตามมหาลัย ทำแค่วันละ 5-6 ชั่วโมง
ได้แต่กรีดร้องว่าทีแรกเลือกมาทำบริษัททำไม T-T
แต่กลับไทยไปน่าจะได้อะไรกลับไปเยอะ level up!
เงิน
ได้เงิน 650 ยูโรต่อเดือน โดนหัก TAX เหลือไม่ถึง 600 T-T
ค่าหอก็ 270 ละ ไม่พอกิน 555 มันน้อยมาเมื่อเทียบกับเงินเดือนที่เค้าได้กัน
แต่ก็เอาเหอะ ได้ประสบการณ์ (ทรมานๆ)
(http://img3.f0nt.com/01/6e62fb8e35ef2ed05fa0d98016112b20.png)
(ถึงจะน้อยแต่ก็แอบภูมิใจกับมันนะ :22:)
ความหวัง
ตอนนี้ความหวังคือ อยากทำ blog เรื่องที่เจอที่เยอรมันแหละ
ถ้าขยันทำนะ 555 ความหวังเล็กๆ อีกอย่างคือ อยากออกจากที่ทำงานก่อน 6 โมงครึ่ง T-T
อีกอย่างคือ อยากเที่ยวให้ได้อย่างน้อย 5 ประเทศ เยอรมัน สวิส ฝรั่งเศส อิตาลี เนเธอแลนด์
เก็บเมืองใหญ่ในเยอรมันเกือบครบละ ไฟท์โต :07:
อนาคต
กลับไทย เรียนต่อให้จบตรีซะทีค่ะ 555 หลังเรียนจบคงหางานทำ ไม่ก็ทำงานรอเรียนต่อ
น่าจะต่ออเมริกา แต่จะเรียนอะไรยังไม่รู้เลย อาจเรียนคอมซายน์ต่อ อยากเรียน forensic แต่จบมาจะทำอะไรก็ไม่รู้
มาที่นี่ แม่บอกว่าบัตรเครดิตรูดได้นะ เอาไว้เที่ยวให้เต็มที่เลย พูดงี้สงสัยจะไม่ได้กลับมายุโรปอีกนานนนนน :30:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 27 ส.ค. 2013, 02:52 น.
ช่ายถ้าไม่แน่ไม่มีได้งานจากตูด้วย :30:
มั่นใจตัวเองเว้ย :30: :30:
แย่งตัวกันหน่อยเว้ย :30:
ทำดิๆ บล็อกน่ะ รออ่าน
ครบ 1 อาทิตย์ ที่ย้ายงานใหม่มาที่komli
ร่างแทบแหลก...
จากวันแรกที่เข้าไปไม่รู้งานเลย ขอให้เขาสอนๆๆ
จนเมื่อวันพุธ-พฤ เริ่มเป็นงาน งานก็เข้าแบบไม่ได้หายใจเลยยย
กลับดึกสุดๆ เวลาจะไปกิน ไปฉี่ยังน้อย
ความชิวที่มีหดหาย
นั่งน้ำตาไหลบนรถตู้ว่า กูพลาดแล้ว...
เริ่มงานมา1 อาทิตย์แทบไม่มีความผูกพันใดๆกะเพื่อนร่วมงาน แถมมีดราม่าอีก...
กระดกกาแฟเป็นว่าเล่นเลย เหนื่อยมากเหนื่อยสุดๆ
เวลาที่มีก็หมด...ตอนนี้ว่างคือ นอนๆๆๆๆ
อยู่ที่ทำงานนี่แทบไม่ได้หัวเราะเลย...
คิดถึงพี่บิ๊ก แงงงงงงงงงงงง
:05: :05: :05:
อะไรวะ อาทิตเดียวมีดราม่าแล้ว :30:
:30: นี่แหละโลกแห่งความจริงที่ต้องต่อสู้
ด้วยความที่เป็นเด็กใหม่ เราก็อยากรู้จักทุกคน..
ในขณะเดียวกันก็มีบางคนทำตัวเป็นมาเฟียสูงส่ง
เราก็พยายามคุยกะคนอื่น ลูกกระจ๊อกในกลุ่มมาเฟียก็พยายามจะคุยกะเรา
ทำให้อิหัวหน้าแก๊งค์ไม่พอใจ คิดว่าเราไปแย่งเพื่อนเขา
ก็เลยมาเขม่นสุดๆ
แค่เดินไปชงกาแฟยังมองหัวจรดเท้าเลย :05:
ปล. เราเข้าใจแล้วล่ะว่าอ๊อดเป็นยังไง ที่นี่มีอ๊อดตั้ง2คน
คนนึงเป็นชาย พูดภาษาอังกฤษตลอด อินเตอร์...
อีกคนนึงเป็นหญิง อ๊อดบ้านๆ น่ารำค๊าน น่ารำคาน :58:
ดึกๆเข้าไปขี้บนโต๊ะทำงานมันเลย
komli มีพี่คนนึงชื่อพี่เจี๊ยบ น่ารักมากอะ
งาน digital ชิมิ สายนี้หาความชิวให้ชีวิตไม่ได้เลย :3005:
ลองทำดูก่อนๆๆ เราย้ายมางานหนักกว่าที่เดิมมาก เงินเท่าเดิม
เสาร์ก็ต้องเข้าบ้าง กลับบ้านสามทุ่มทุกวัน เที่ยงกินบ้างแล้วแต่ความเร่งของงาน
กินข้าวเย็นคือซื้อข้าวปั้นที่วิลล่าตลอด เช้าซื้อโจ้กแม็คใต้ตึก
ถึงบ้านปั๊บก็นอนเลยเหมือนกัน เช้าขับรถชม.ครึ่งทุกวัน
แต่ได้เรียนรู้งานใหม่ๆก็สนุกดีนะ ตอนนี้เวลาเจอใคร ก็ยิ้มลูกเดียว
เจอพี่รปภ โอเปอเรเตอร์ แม่บ้าน ก็ทักทายเค้าทุกเช้า
อยู่ๆไปถ้าเราเฮฮา ตลก คนอื่นๆก็จะเข้าหาเราเองล่ะ
สู้ๆนะ แต่ถ้าลองสักสามเดือนแล้วงานยังไม่ใช่จริงๆก็ออกโลด :12:
พี่เจี๊ยบน่ารัก นางนิสัยตลกดี ชะนีเต็มรูปแบบ ตลกไม่สมน่าตา :30:
มานี่อิ่มไหว้ทุกคนนะ รปภ. แม่บ้าน พี่ๆ นายๆ
ยกเว้นอ๊อดหญิงนั่นแหล่ะ :42:
พี่ที่สอนงานเขาก็บอกได้แต่ว่า เดี๋ยวเราก็จะรอดตายนะคะน้องอิ่ม
อันนี้เสร็จแล้วเราก็จะสบายยย... เหมือนโดนหลอกทุกวันเลย ฮ่าๆ
อันนี้ถามเฉยๆนะคะว่า Komli นี่ในสายตาคนอื่นเป็นยังไง ดีไหม มีดราม่าไหม
คืออิ่มหาข้อมูลไม่ได้เลยอ่ะ
ตอนหมีย้ายไปโซนี่ก็ดราม่าเหงาหงอยเหมือนกันนะ :30:
:18:
เหงาหงอย ไม่ใช่เหงาหอย :07:
นี่คือยัดยาบ้าให้ถลอกสินะ :30:
:47: ตกลงเหงาอะไร
ลาออกมาแล้วเข้าสิบแปดมงกุฎ อัพเงินเดือนสบายเลย :30:
เขาไม่รับคืนแล้วมั้ง :30:
พี่บิ๊กบอกว่า กลับมาได้แต่ให้เท่าเดิม :3005:
Komli อยู่ได้ต้องเป็นซัมบอดี้ ไปแบบโนบอดี้ นี้คือไปสั่งสมบารมี สั่งสมคอนเน็คชั่น มันพอๆ กะบหนังเรื่อง the great gasby อะ
เก่งจริงมั้ยไม่รู้ แต่เค้าดีลงานกะตูอะ เคป่ะ ไรงิ
จากที่เจอๆ มา ส่วนงานหนักมั้ย ไม่รู้ ยังไม่รู้เลยว่าทำอะไรกันแน่
ถ้าตุเป้นอีบิ๊กนะ กลับมาจะกดเงินเดือน อย่าทำให้เห้นว่าเป้นของตาย อยากไปก้ไป อยากมาก็มา :47:
เดือนนี้เซ็นสัญญาสองงาน ทีวีหนึ่ง(รายการสองนาที) อบรมหนึ่ง(ห้าจังหวัด)
แค่นี้ก้ไม่มีเวลาชิลล์ละเหมือนกัน ต้องซ่อมบ้าน เตรียมออฟฟิศกันเลย
ซึ่งก็หมายความว่าต่อไปนี้ต้องเดินหน้าเต็มตัวละ
สนุกแน่ เหนื่อยแน่
ลุงร่มยังรับสมัครงานอยุ่มั้ยครับ :25:
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 01 ก.ย. 2013, 23:58 น.
พี่บิ๊กบอกว่า กลับมาได้แต่ให้เท่าเดิม :3005:
หวังจะมากขึ้นจริงๆเร้ออ :30:
งั้นถ้าได้ ออกมันห้าที เอาให้ถึงห้าหมื่นบิ๊กไม่ว่าหรอก ถือว่าเป็นบัคของผู้บริหาร :30: :30:
ลาออกทุกสิ้นเดือน :30:
ได้เพิ่มเงินเดือนแบบเนียนๆ :53:
มันต้องแจ้งล่วงหน้าสามสิบวันนี่ กว่าจะได้ก็นานนะ :30:
พอเข้าใหม่ก็แจ้งลาออกวันนั้นเลยไง :30:
ยื่นสองใบเลย ได้สองเด้ง :30:
ป่ะเราไปทำงาน บริษัทบิ๊กกัน
แล้วพอใบลาออกมีผลก็วนลูปสมัครใหม่เลยใช่มะ :30:
สมัครงานโดยการยื่นใบลาออก :30: :30:
คนสัมภาษณ์คงมองหน้าคนที่วนลูปมาสมัครงานใหม่แบบนี้แน่ๆเลย
:34:
หรือมองแบบนี้ :38:
หรืออย่างงี้ :59:
อีเอไง นักโดดมืออาชีพ :30:
ไม่นะ :59: :59:
ทำงานแค่สี่ที่ในเวลา 7 ปีเอง :59: :59: :59:
แต่เงินเดือน 300% จากที่แรกแล้วใช่มะ :37:
ดีนะ เรา3 ที่ ในเวลา 6 ปี :52:
ทำที่เดียวตั้งแต่ยังไม่จบ จะแปดปีละ :47:
อ้างคำพูดจาก: เทอร์โบบูสเตอร์ เมื่อ 03 ก.ย. 2013, 16:28 น.
ทำที่เดียวตั้งแต่ยังไม่จบ จะแปดปีละ :47:
จะลองมีที่ ๆ สองมั่งไม๊ล่ะคร้าบ :30:
ถามครับ!! มีใครเคยถูกเรียกสัมภาษณ์ หรือเป็นลูกค้าของพวก Recruitment Agency มั้ยครับ?
อยากทราบข้อดีข้อเสียจากผู้มี ปสก. ตรง และข้อควรระวังครับ :37:
เคย เมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว :30:
เค้าสัมภาษณ์แค่กว้างๆ ไม่ได้เจาะลึกอะไรเท่าไหร่ เหมือนจะแค่ดูบุคลิค ก่อนจะส่งไปสัมภาษณ์ที่ บ. จริงอีกที
ตามนั้นเลย เรียกมาให้รู้ว่ามึงได้งานเพราะกูนะ
เคยถูกเชิญไปคุยกับ Adecco เจ้าเดียว
แต่ก็ได้งานเพราะตัวเองนะ ไม่ได้ได้เพราะเขา เขายังโทร.มาถามเลยว่าเข้าไปได้ไง เขาส่งคนไม่เคยจะได้ :30:
คือพวกนี้ดีอย่างตรงที่มันจะส่งเราไปบริษัทที่มีตังค์อย่างแน่นอน เพราะมันชาร์จค่าหัวคิวไม่น้อย
มีสองแบบคือชาร์จครั้งเดียว คือจัดส่งเราเข้าแล้วเขาได้ตังค์ เราก็เป็นของบริษัทไป
กับอีกแบบคือชาร์จรวมจากเงินเดือนเราตลอดไป อีแบบนี้ไม่ดีแน่ เพราะเหมือนมีนายสองนายตลอดเวลา
รายได้เราก็โดนหักหัวคิวตลอด บ.รู้สึกว่าจ่ายห้าหมื่นต้องได้งานห้าหมื่น แต่เรารับจริงๆ แค่สี่หมื่นห้าไรเงี้ย
เพิ่งไปมาเองครับ อยู่ลาดกระบังให้ไปคุย CTW ไกลฉิบหาย
ข้อควรระวังไม่แน่ใจ ก็ไม่เห็นมีอะไรต้องระวัง ลองได้งานก่อนละค่อยคิด
แต่ได้เท่าที่เราขอนะฮะ เขาจะไปเก็บตังค์ยังไงเรื่องของเขา
(ถามลูกพี่เก่ามา เค้าโดนฮั้นไปโรงงานข้างๆ กัน)
ควรจะให้เค้าเป็น head hunter ให้เราดีกว่าะพี่บวบ
อย่าไปตาม flow มันไม่มีประโยชน์เลย
คือเขาโทรมาชวนไปสัมภาษณ์นะ ไม่ได้สมัครไป (น่าจะเห็นเรซูเม่ใน JobsDB ซึ่งเพิ่งอั๊พเดทไปไม่นาน)
ตามพี่แอ้ว่า แบบนี้ก็ควรถามเลยสินะ ว่าถ้าสมมติเราได้งาน เราจะถูกจ้างในฐานะ พนง. ประจำ และได้สวัสดิการของบริษัทนั้นๆ เลย หรือว่าเป็นเอาท์ซอร์สที่ขึ้นกะทางคุณอีกที?
ประเด็นคืออยากลองไปสัมภาษณ์บริษัทอื่นเหมือนกัน อยากรู้ว่าจะได้ค่าตัวสักเท่าไหร่ เผื่อเอาไปขอขึ้นเงินเดือนได้ด้วย
คือขึ้นให้สักครึ่งของส่วนต่างที่ บ. อื่นจะให้ตูก็ไม่ไปไหนแล้วล่ะ ไม่อยากตื่นเช้า เข้าเมือง และแต่งตัวเรียบร้อยไปทำงานอะ :30:
ถ้าไม่ลำบากก็ลองไปคุยดูนะ เค้าก็ถามแหละว่าเราสไตล์ไหน ชอบทำงานแบบไหน
ข้อดีข้อเสียยังไง อันนี้คุยไปตรงๆ ได้เลย เพราะเค้าไม่ใช่เจ้านายเราอะ
เค้าจะมองเห็นว่าในตัวเรามันมีอะไรดีให้เอาไปขายได้บ้าง บางทีฟังๆ ไปก็แบบได้ไอเดียเหมือนกันนะ
แบบว่าเฮ้ย กูก็มีดี (เหรอเนี่ย) :30:
ลองคำนวณเล่นๆ ว่าถ้าต้นทุนเรื่องเดินทางเข้าเมืองที่ต้องเพิ่มขึ้น กับขอ + สัก 20% นี่แม่ง.. ราคานี้ใครจะจ้างวะ แต่ก็ใส่ในเรซูเม่ไปต่ำกว่านั้นนะ :30:
เป็นพี่บวบนี่ดีจริงๆ :12:
เป็นพี่บวบนี่ดีจริงๆ :56:
กับข้าวจานคนอื่นมันก็ดูน่ากินกว่าจานเราเองทั้งนั้นแหละครับ :30:
ช่วงนี้ได้รับงานนอก ประมาณ QS Engineer แหละ หนุกดีนะ
ถ้าใครสนใจ บอกได้ ทำเชิงพาณิชย์ได้นะจ๊า สโคปงานทำได้หลายอย่างอะ
ทำราคายันทำสัญญา ดูเบิกดูจ่ายได้หมด ขอแค่อย่านัดเจอบ่อย แบบดูหน้างานเงี้ยไม่ว่างไปประจำ
นี่ประกาศผิดที่ไหมฮึ :56:
จดๆๆๆ :30:
น่าจะเคยบอกแล้วมั้งว่าเดือนก็ทำงานแวดวงดิจิตอล
แต่ถามว่างานหนักมั้ย มีงานทำทุกวัน มีเรื่องต้องทำทุกวัน
แต่ก็ไม่ได้หนัก ไม่ได้กินเวลาชีวิตจนถึงขนาดหลายๆ คน
อาจเพราะสกิลยังไม่ได้ (ไม่มีปัญญาออกไปคุยงานกะใคร)
ขายงานไม่เป็น เรื่อง strategy เรื่อง marketing นี่ไม่รู้เรื่องเลย
ไม่สิ รู้แต่ก็ไม่ได้รู้ในกรอบที่จะไปคุยกะลูกค้าได้
คือไปก็คงโดนลูปเดิมๆ คือ พอไม่แน่นปึ้กในทฤษฎี
บางทีไปเจอพวก (ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าหรือใครก็ตาม) ซัดในเรื่องที่เราไม่รู้มา
ด้วยความที่เรารู้ หรือรู้ง่อยๆ เราก็จะไม่ตอบโต้ละ
ซึ่งในสมรภูมิการสู้แบบนี้ ใครอ๊อดกว่าถือว่าชนะ ต่อให้เรื่องที่อ๊อดนี่จะจริงไม่จริง ตอนนั้นใครจะไปรู้ล่ะ
บางขณะก็น้อยใจว่าขึ้นชื่อว่าแพลนเนอร์แท้ๆ แต่ก็เป็นแพลนเนอร์ครึ่งๆ กลางๆ
เป็นมนุษย์ที่เค้าเลี้ยงไว้เพราะความสามารถไม่เหมือนคนอื่น คือแข็งด้าน Social Network
(แต่แล้วไง คือแข็งแล้วทำไรต่อได้ ไม่รู้จริงๆ นี่ก็ไม่รู้ทำไมชอบไม่มั่นใจตัวเอง)
รู้ว่าอยู่ในช่วงที่เค้ากำลังหัดจะให้ทำนั่นนี่ เช่น ต่อไปต้องวิเคราะห์เทรนด์ วิเคราะห์กระแสเป็นแล้วนะ ซึ่งพี่เจ้านายจะคอยสอนและให้การบ้านมาทำ
แต่กระนั้น งานก็ไม่ได้หนักหนาสาหัสปางตายเท่าที่คนอื่นเจอ
(แพลนเนอร์ที่นี่งานหนัก เดือนคิดว่างานที่ต้องไปเจอกะลูกค้าคือพระเจ้านี่คงฟาดฟันกันกลับมายับเยินทุกราย)
แต่ แต่
ในภาวะที่เดือนรู้สึกว่า ฉันช่างดูงานน้อยถ้าเทียบกะคนอื่น
ถามว่าอยากงานเยอะกว่านี้มั้ย อยากต้องกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ มั้ย ไม่อะ :30:
ถ้าการต้องเจริญในหน้าที่การงาน หมายความว่าฉันต้องทุ่มเทจนเวลางานเกินไปอักโข
จนฉันไม่มีเวลาออกกำลังกาย ฉันไม่มีเวลามาทำงานที่ฉันปลุกปั้น ฉันไม่มีเวลามานอนอ่านนิยาย เล่นเกม
ฉันก็ยังขอไม่เจริญไปก่อนละกัน ฉันอยากผอมอยากสวยอ้ะ :37:
แต่อยู่ที่ทำงานปัจจุบันมีความสุขดีนะ อาจจะไม่ได้สนิทกะใครแบบปึ้กๆ แต่ก็มีประเด็นให้คุย เม้ามอย ไม่มีดราม่ากะใคร
เจ้านายเอ็นดู (แต่บางทีก็ชอบโยนงานยากๆ มา) อารายงี้
หลายๆ เรื่องก็แบบ ต้องใช้สกิลเสือกมากๆ ถึงจะรู้ว่าเออ วงการเอเจนซี่นี่มันมีระบบเป็นยังไง ฮ่าๆ
ตอนนี้อยู่ในช่วงสูบความรู้เต็มที่
เริ่มมีแคมเปญมาอยู่ในความรับผิดชอบของเราแล้ว 2 อัน (จากร้อยกว่าอัน)
ส่วนดราม่าในบ. ก็ยังอยู่ดี :30:
ตอนนี้อยู่ที่การไฟฟ้ามา 1ปีกับหน่อยๆเดือนละ
ชีวิตมนุษย์รัฐวิสาหกิจช่างอิสระภาพและว่างเกิน :3005:
ทุกวันนี้โฟกัสไปที่เรื่องเรียนซะมากกว่า เรียนบัญชี ถึงจะปอตรี แต่หนักมากเลย
เรียนเมเจอร์บัญชี แต่ท้อปหลายวิชาเลยตอนสอบมิดเทอม แต่ท้อปที่ว่าไม่ใช่บัญชีเลย :52:
วิชาแกนหรือคือวิชาหลักอย่างบัญชี ดันได้ 8 จาก 35 คะแนน โอ้ละหนอ เด็กเอกบัญชี :30:
สู้ต่อไปครับ กะจะเอาพวกวิชาเลือกทั้งหลายนี่แหละ มาช่วยฉุดคะแนนวิชาเอกให้ได้
เรียนสองวันแค่เสาร์อาทิตย์ เรียนแค่วันละ 3 วิชา 2วันก็ 6 วิชา แต่เหนื่อยมากๆ :05:
เรียนแปดโมง เลิก 1 ทุ่ม แค่วิชาบัญชีวิชาเดียว 4 ชั่วโมง
วันเสาร์เรียนบัญชี1 วันอาทิตย์เรียนบัญชีภาษีอากร นี่แค่ปีแรก บัญชีแค่วันละตัว เทอมต่อไปอาจต้อง เทอมละ 3 ตัว
เพราะชีวิตคือชีวิต.wmv (http://www.youtube.com/watch?v=rBVSKBwVTdk#)
ฝากเพลงประจำใจไว้หน่อย :12:
ไอ้เราก็นึกว่าเพลงนี้
https://www.youtube.com/watch?v=0lpticavXqQ&feature=youtube_gdata_player (https://www.youtube.com/watch?v=0lpticavXqQ&feature=youtube_gdata_player)
มันจะบัญชีเยอะเกินไปแล้วครับป๋าเลย์ :30:
ตอนนี้อยุ่ในช่วงหาพนักงานเข้าบริษัทครับ
ตอนนี้ก้ได้มาคนนึงละชื่อนานา :47:
จริงๆ ชื่อเพลิน เป้นครีเอทีฟที่ประสานงานได้ดี ตรงไปตรงมา อ่านหนังสือ เป้นพวกเด้กกิจกรรม
แต่น้องไม่ใช่พวกถ่ายเอง ตัดเอง ก็ยังคิดว่าจะหาแบบถ่ายได้ ตัดได้ไว้อีกคน
หายากเหมือนกัน :30:
คือ ไม่ห่วงเรื่องฝีมือมากนะ เรื่องคิดเก่งมั้ยก้ไม่ได้สำคัญที่สุด
มันอยู่ที่ทัศนคติ ที่ต้องการคือ ไฝ่รู้ ไม่เกี่ยงงาน กระตือรือล้น มีจิตสำนึกทางสังคม
ที่สำคัญคืออยากทำงาน ไม่ใช่อยากหาเงินหรืออยากมีชื่อเป็นหลัก
ไม่ผิดนะที่อยากได้เงินดีๆ ทำงานดังๆ แต่ถ้ายึดติดที่ตรงนั้นเกินไป มันจะไม่โฟกัสที่เนื้องาน
ทำงานดี มันจะนำไปสู่สิ่งที่เหลือเอง มันอยุ่ที่เราเองว่าทำได้ดีแค่ไหน
เจอหลายคนที่เข้าเวิรืคพ้อยท์ ด้วยสาเหตุดังกล่าว ได้ทำรายการดีๆ ดังๆ
แต่ไม่พัฒนาตัวเอง มันก้กลายเป็นเฟืองตัวนึง เพราะที่นั่นเป้นองกรณ์ใหญ่ที่เพียบพร้อม
หรือไม่ก้ออกมาพร้อมดีกรีที่คนคาดหวังว่ามาจากที่ใหญ่ แต่ก็ตกม้าตาย เพราะทำอะไรได้ไม่มาก
ถ้าเทียบกับที่เล็กๆ อย่างตู มีอะไรให้ริเริ่มสร้างสรรค์เยอะเลย
อยากทำอะไร บอกมาเหอะ ถ้ามันดี มันเจ๋ง ตูสนับสนุนแน่
แต่ก้ต้อวทำที่มีอยุ่ให้ดีก่อนละนะ
คนที่ทำงานในหน้าที่ดี แล้วริเริ่มอะไรดีๆ ต่อได้ ยังไงก็เจริญขึ้น
ต่อให้ไม่ใช่ที่นี่ ออกไปก็เจริญขึ้นกว่านี้อยุ่ดี
ดังนั้นมันอยู่ที่ตัวเองว่าทำอะไรได้แค่ไหน พัฒนาตัวเองไปได้แค่ไหน
ถ้าเจอองกรณ์เองซวยก็ลาออกไปหาที่ที่ดีกว่า มัศักยภาพอยุ่ ไม่ต้องกลัว
ถ้าไม่มีความสามารถ อยุ่ไหนไปก้เท่านั้น
อยากบอกน้องๆ ทุกคนไว้ ช่วงนี้เจอเด็กกลวงๆ มา ฟอร์มเยอะ แต่ฟังชั่นไม่ไหว
กลวง ๆ ๆ ๆ ๆ
อ้างอิง
อยากบอกน้องๆ ทุกคนไว้ ช่วงนี้เจอเด็กกลวงๆ มา ฟอร์มเยอะ แต่ฟังชั่นไม่ไหว
เจอแบบนี้เยอะมากๆ ในวงการก่อสร้าง ส่วนมากจะได้ดีด้วยเพราะมันพรีเซ้นต์กันเก่ง :3005:
จริงฮะ
ผมว่าองค์กรใหญ่มันเซ็ตระบบไว้หมดแล้ว คนเข้าไปถีบจักรอย่างเดียวให้งานมันไปได้ โดยเนื้องานไม่ได้พัฒนาตัวเองมากขึ้นเลย
เคยบอกน้องๆไว้เหมือนกัน ทำงานความเก่งเป็นแค่ส่วนประกอบ แต่แก่นของมันอยู่ที่ความเป็นคนที่ทำงานดี
ทำงานดี อาจจะไม่เก่ง แต่รับผิดชอบ ตรงต่อเวลา ไม่โบ้ย ไม่มักง่าย ไม่ขี้ขโมยเล็กขโมยน้อย (ในทุกๆเรื่อง)
แค่เนี้ยจริงๆง่ายมากๆเลย ไปที่ไหนคนก็รัก แถมผลักดันให้ไปสูงๆอีกแน่ะ
ส่วนเรื่องงาน ถ้ายังประสบการณ์ทำงานน้อย ก็ให้คนโขกนิดโขกหน่อย เพราะเรายังมีแรงให้เหนื่อย แต่ที่ได้คือประสบการณ์ในงาน
ยิ่งทำเยอะ ยิ่งได้เยอะ โดยเฉพาะงานที่มีคนสั่งให้ทำเนี่ยแหละ นอกจากเรื่องงานยังจะได้ประสบการณ์เรื่องคนด้วย
หนุ่มสาวเอย มาให้พวกข้าใช้งานซะดีๆ :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: Romzaikyu เมื่อ 04 ก.ย. 2013, 22:10 น.
อยากบอกน้องๆ ทุกคนไว้ ช่วงนี้เจอเด็กกลวงๆ มา ฟอร์มเยอะ แต่ฟังชั่นไม่ไหว
อันนี้โดนมาก :12:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 04 ก.ย. 2013, 23:32 น.
หนุ่มสาวเอย มาให้พวกข้าใช้งานซะดีๆ :30: :30:
อ่านแล้วพากษ์เสียงไปด้วย ป๋าเลย์ยังกับตัวร้าย :07:
แหม่ ใครก็ต้องทำตัวฟอร์มดีกันทั้งนั้นแหล่ะค่ะ
ฟอร์มไม่ดีใครจะให้ทำงานด้วย
จบใหม่มาประสบการณ์ก็ไม่มี ก็ต้องวางฟอร์มไว้ก่อนแหล่ะ
คนที่เทรนอิ่มเขาก็บอกว่า ภายในเดือน2เดือน หรือ3เดือน ถ้ารายังไม่เข้าใจงานทั้งหมดก็ไม่เป็นไร
นึกถึงตอนวันแรกเข้าไว้ที่เรามาแบบมือเปล่า ไม่รู้อะไรเลย
เปรียบเทียบวันแรก กับปัจจุบัน จะเห็นเลยว่าเรามีการพัฒนา ถึงมันจะไม่เท่าพวกอยู่มาเป็นปีๆ
ในขณะที่นายจ้างอยากจะให้เราเป็นงานภายในสองวัน
ฉะนั้นการคิดแบบลุงร่มอิว่ามันไม่ค่อยแฟร์อ่ะค่ะ
เข้าใจทั้งลุงร่มและอิ่มนะ
ในกรณีนี้ คิดว่าลุงร่มน่าจะบอกว่าฟอร์มก็มีได้ แต่ไม่ใช่ทำเหมือนกูรู้ กูเก่ง อย่ามาสอนกูซะให้ยาก มากกว่า :42:
นายจ้างส่วนใหญ่ไม่ค่อยคิดว่าเราจะต้องเป็นงานภายในวันสองวันหรอกครับ เพราะตอนสัมภาษณ์เค้าต้องรู้อยู่แล้วว่าประสบการณ์มีมากน้อยแค่ไหน
ถึงแม้เขาจะแอบหวังก็เหอะ :30:
ฟอร์ม ในที่นี้คืออะไร ยกตัวอย่างได้ไหม :09:
แบบอ๊อดรึเปล่า :30:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 05 ก.ย. 2013, 11:07 น.
ฟอร์ม ในที่นี้คืออะไร ยกตัวอย่างได้ไหม :09:
ถามแบบนี้ อยากฟังคำตอบจากถลอกเลยครับ :25:
ฟอร์มมีได้นะ แต่ฟังก์ชั่นต้องตามมาให้ทันฟอร์ม
ที่ลุงร่มยกมา คงเป็นประมาณนี้
ตัวอย่างเช่น ผมเคยตัดงานนี้ๆ มาครับ (จริงแค่อยู่ในทีมหรืออะไรก็ตาม)
อะลองตัดงานนี้ให้หน่อย แล้วน้องก็ง่อยแดกประมาณนี้มากกว่า
อยากโขกเด็กฝึกงาน :51:
ผมว่าผมพรีเซนต์ตัวเองดีนะ แต่ไม่เคยบอกว่าทำได้ในสิ่งที่ทำไม่ได้ และก็หน้าด้านพอที่จะบอกว่ายังทำไม่เป็น พี่สอนผมสิ
ไม่ว่าจะตอนเพิ่งจบ หรือจบมาสักพักแล้ว
ตอนนี้ห่างจากการสัมภาษณ์งานมาเกือบสามปีละ พรุ่งนี้จะลองไปตามคำเชิญของพวกเอเจนซี่ดูเสียหน่อย
แต่ในช่วงสามปีที่ผ่านมา มีโอกาสได้มีส่วนร่วมในการเลือกคนหลายครั้งนะ คงต้องบอกว่า ความมั่นใจในตัวเองในระดับที่พอดี เป็นสิ่งที่น่าประทับใจ
คนที่ขาดความมั่นใจเลย บางคนทำงานเก่ง (มีสกิล) แต่จะมีปัญหาในการสื่อสารกับคนอื่น ซึ่งนั่นก็ทำให้งานมันยุ่งยากอยู่ดี
ทั้งนี้อาจจะอยู่ที่วัฒนธรรมองค์กร กับตำแหน่งที่เขาอยากได้ด้วยมั้ง คนแบบอ๊อดก็เลยเชิดหน้าชูคออยู่ได้ทั่วไป
คนแบบพี่แอ้ ถ้าเจ้านายไม่เห็นค่า คนที่ทำไรไม่เป็นแต่นำเสนอเก่ง ก็อาจจะโดนโปรโมทข้ามไปไม่ยาก (ยิ่งองค์กรใหญ่ๆ ที่ลูกพี่ กะลูกน้องไม่ได้รู้จักกันลึกพอด้วยนะ)
จริงๆ จะมาโพสต์แค่ว่า ตูว่านำเสนอมาดและบุคลิกที่น่าสนใจ และเป็นตัวของตัวเอง ดีกว่าวางฟอร์มนะจ๊ะ :27:
ตูไม่เคยนำเสนอเลย :05:
อ่างบริษัทที่ทำมาสองปีครึ่งและเพิ่งลาออกเนี่ย
ตอนไปสัมภาษณ์ (คือเรียกไปคุยมากกว่า)
ก็เล่าแต่ข้อจำกัดของตัวเอง เช่นเรื่องขอใส่รองเท้าแตะ หรืออะไรงี้ แต่ไม่คุยเรื่องงาน ไม่บอกเลยว่าทำอะไรได้ :30:
คำว่าฟอร์มของพี่ ในบริบทที่เจอมา ก็ประมาณว่า อืม.. ดูดี แต่งตัวเนี้ยบ มั่นใจโคตรๆ มารับตำแหน่งดีๆ
ไม่ว่าจะตอนคุยงาน รับงานหรืออะไรก็ดูน่าเชื่อถือไปหมด แต่พอลงมือทำจริงๆ แบบทำด้วยตัวเองคนเดียว
กลับทำไม่ได้เลย วิ่งหาคนอื่นช่วยยังอธิบายไม่ถูกว่าตัวเองจะให้ช่วยอะไร ..เจอแบบนี้แล้วมันเศร้า
เคยต้องร่วมงานและต้องสอนคนแบบนี้ ขอบอกว่าเหนื่อยมาก ทุกอย่างที่บอก เขาบอกเขารู้แล้ว และรู้ดีกว่านะ มันต้องอย่างนี้ใช่ไหม
สามวันผ่านไป งานส่งกลับมา ผิดหลุดลุ่ยเหมือนเดิม อีตรงที่บอกว่ามั่นใจสุดๆ นั่นก็ไม่ได้ปรากฏอยู่ในงาน
มีขั้นกว่ากว่านั้น เจอกับตัวคือใช้คนอื่นทำ ตอนโปรโมทพูดไปเลยว่าฝีมือตัวเอง
อธิบายซะเป็นคุ้งเป็นแคว แบบที่คนทำเองกะมือยังอึ้งว่าตูไม่ได้คิดถึงขนาดน้าน..
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 05 ก.ย. 2013, 12:57 น.
คนแบบพี่แอ้ ถ้าเจ้านายไม่เห็นค่า คนที่ทำไรไม่เป็นแต่นำเสนอเก่ง ก็อาจจะโดนโปรโมทข้ามไปไม่ยาก (ยิ่งองค์กรใหญ่ๆ ที่ลูกพี่ กะลูกน้องไม่ได้รู้จักกันลึกพอด้วยนะ)
จริงๆ จะมาโพสต์แค่ว่า ตูว่านำเสนอมาดและบุคลิกที่น่าสนใจ และเป็นตัวของตัวเอง ดีกว่าวางฟอร์มนะจ๊ะ :27:
บางทีมันน่าเคืองตรงที่เจ้านายรู้จักเราดีนะ และก็ให้งานยากๆ กับเรา ซึ่งมันแสดงว่าไว้ใจใช่ไหม แต่ถึงเวลาก็โปรโมทคนอื่น
ถ้าจะให้เข้าเรื่องที่กำลังคุยอยู่ก็เรียกได้ว่า เราไม่มีฟอร์มเลยนั่นแหละ ..
เมื่อวานเพิ่งมาแทร็คงานดูเล่นๆ คนในแผนกมีสิบคน คิดเป็นมูลค่านะ งานเราเยอะสุด
คนที่งานเยอะเป็นที่สอง น้อยกว่าเราสามเท่า :40:
อ่านของพี่แอ้แล้วใช่เลย อ๊อดชัดๆ :30:
อ๊อดมีอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ :30:
อ๊อดที่เคยเจอนี่หลายๆ คนมันหล่อด้วยนะ ตอนแรกยังจะเคลิ้มๆ ไปบ้าง :56:
พอเห็นผลงานแล้ว เอ้อ.. ดีนะที่มึงเกิดมาหล่อ ม่ายงั้นจะไม่มีดีไรเหลือ :30:
เวลาตูคุยหรือบริฟงานกะลูกค้า จะบอกเลยว่าอะไรยาก อะไรทำไม่ได้ทำไม่เป็น อันนี้ไม่ถนัด ซึ่งใช้มาตั้งแต่สมัยเป็นลูกจ้างแหละ
อย่าคาดหวังกะงานมาก โดยเฉพาะ ref งานของลูกค้าที่มาจากโฆษณาฝรั่ง
บางทีลูกค้าหรือคนนอกมักจะคิดว่าทุกอย่างง่ายเสมอ (แต่ไม่รู้เนื้องาน)
การบอกตรงๆ ตูว่าน่าจะดีกว่านะ
ตูทำได้เท่าที่พอร์ตตูมีแหละ ถ้าสนใจร่วมงานก็โอเค แต่ถ้าเราไปสัญญงสัญญาว่าเราทำได้เกินตัว แต่กลับทำไม่ได้ ผลเสียเยอะกว่าแยะ
ฟอร์มดี ฟังชั่นไม่ได้ ก็ง่ายๆ พรีเซนต์ตัวเองว่าดี แต่ทำงานไม่ได้นั่นแหละ
ทั้งเรื่องเนื้องานและทัศนคติในการทำงานเลยนะ
แบบบอกว่าตัดงานได้ แต่งานห้านาทีตัดสามวัน
บอกว่าชอบเรียนรู้แต่ให้ลองทำอะไรก็บอกทำไม่ได้ ไม่เอา
ทำได้แค่ไหนก็บอกมา เป็นยังไงก็ว่ามาตามจริง
ถ้าไม่ใช่ที่ต้องการก็ไม่เอา แต่ถ้าโม้เพื่อให้รับเข้าทำงาน สุดท้ายก็ต้องออกไปอยู่ดี แถมแบล๊กลิสต์ให้ด้วยจ้ะ
วงการสถาปัตย์นี่เพียบเลยฮะ :30:
ฟอร์มดี พอร์ทเริด พูดจาฉะฉานฉัวะๆ แต่พอลองงานนี่อ้างนู่นนี่ตลอด ....
งานเป็นไม่เป็นนี่ไม่ได้คาดหวังระดับโปรเลย แต่อย่างน้อยก็บอกมาว่าทำอะไรได้
ส่วนใหญ่นี่โชว์พลังแต่คาดหวังระดับนั้นไม่ได้เลย
แต่ที่ไม่ชอบที่สุดคือ ไม่เป็นแล้วชอบแถชอบเถียง ไม่อดทนเรียนรู้ แล้วก็โทษแต่คนอื่นที่สุดด้วยฮะ
แต่งานห้านาทีผมตัดสองอาทิตย์เลยนะ แก้สีใส่กราฟฟิกนู่นนี่นั่นบานเลย :30: :30:
ทีวีเฟร้ย เอ็มวีไม่นับเด้ :30:
เออ วันนี้ไปคุยงานกะ สสส เรื่องรายการสองนาที (ไปดูได้ในลุงเป็ดแสดงงาน ที่ให้นานาวาด)
สิ่งที่อยากรู็คือ งานที่เค้าเอาอีกรายการหนึ่งนอกจากเรานี่เป็นงานของใคร
....
ปรากฎว่าเป็นของซุปเปอร์จิ๋ว เช้ดดด :30:
แถมคิดคล้ายกันคือทำอินโฟสไตล์การ์ตูน แต่เค้ามีสัมภาษณ์คนจริงด้วย แต่ของเค้าจะแนว ขาวๆ คิดบวก
ที่รู้สึกเช้ดดด มากๆ ก็คือของเราใช้นานา มือใหม่ แต่เราเชื่อว่าของเราเจ๋ง
ของเค้าใช้ตัวดังๆ แบบ ผู้ใหญ่มากับบักจ่อย ปังค์ปอนด์พ่อต่าย เจ้เดอะแรบบิท เดอะดวง อะไรแบบนี้เลย :30:
เขร้ แล้วตอนเดโมเรื่องบุหรี่นี่ เค้าใช้หนูมะม่วงของพี่วิสุทธิเว้ยเฮ้ย :30:
โคตรจะมืออาชีพ
นานาเอาไปคุยได้เลยว่างานเอ็งสู้กับพวกนี้ได้เลยเว้ย :30:
เจอมะม่วงเข้าไป ใครก็หงาย เหมือนเจอยูกิเปิดไพ่ :30:
ฟอนต์นี่มีแต่คนเจ๋งๆ :12:
:07: :07: :07: โอ้ววววววว
// เพิ่งอ่านย้อนไปสามสี่หน้า
เป็นบทพูดคุยที่มีประโยชน์มากเลย กำลังตามหาอยู่พอดี :25: :25:
>> ทำงานดี มันจะนำไปสู่สิ่งที่เหลือเอง มันอยุ่ที่เราเองว่าทำได้ดีแค่ไหน
อันนี้จริง จริงมาก :53:
นานา กำลัง Go On เรื่อยๆแล้ว :07:
:12:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 05 ก.ย. 2013, 19:30 น.
ฟอนต์นี่มีแต่คนเจ๋งๆ :12:
เหมือนย้อนยุคได้ไปนั่งอยู่ในร้านกาแฟที่พวก impressionist ไปรวมตัวกันสมัยนู้น :25:
หูย ปีนี้ปีทองมาก ปีที่แล้วว่ามันส์แล้วนะ ปีนี้มันส์กว่า
ชีวิตทั้งดีทั้งเหี้ยรวมกันในปีเดียวเลย :30: ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าจะเอาตัวเองมาได้ถึงจุดนี้
ขอบคุณทุกโอกาสจริงๆ ขอบคุณตัวเองที่ขยันหาเรื่องเหนื่อยใส่ตัว
ขอบคุณชาวฟอนต์ โดยเฉพาะลุงร่ม พี่เลย์ ที่พานานาไปเจอโอกาสดีๆ ไปเจอสิ่งดีๆ :46:
ก็นั่นแหละ ต่อจากนี้ต้องนิยามความรับผิดชอบตัวเองใหม่
ไม่ใช่นักศึกษาทำจ้อบอีกต่อไปแล้ว แต่คือคนทำงานที่เรียนปริญญาตรีอยู่นะ
ไม่ต้องถามตัวเองแล้วว่าเรียนอยู่เนี่ย เรียนไปทำไม
ที่เรียนอยู่ เอามาพัฒนาวิชาชีพนะ พัฒนาตัวเองนะ
เคลียร์ทุกความสับสนทิ้งเลย ตื่นเต้น
รู้สึกเหมือนผ่านบอสมาด่านใหม่ :25:
ในฐานะผู้ว่าจ้าง เอาจริงๆ นะ งานนานาไม่ใช่ว่าหาฝีมือระดับนี้ที่อื่นไม่ได้
แต่มันเห็นว่าเด็กคนนี้มันค้นหาหนทาง มันลองอะไรใหม่ๆ มันไม่อยู่นิ่ง ที่สำคัญมันพัฒนาตัวเองได้เว้ย
ด้วยปัจจัยอะไรหลายๆ อย่างที่ผลักมันน่ะนะ ถือเป็นโชคดีในโชคร้าย :30:
(ตัวเองก็ด้วยแหละที่เอาเข้าจริงๆ ก็เป็นพวกมีปัญหาทางบ้าน เลยอินเป็นพิเศษ)
ก็อย่างที่ว่าไว้ มันอยู่ที่ทัศนคติในการทำงานมากกว่า ที่ตูจะเลือกใครซักคนมาเป็นพนักงาน
สรุปว่านานาเป็นพนักงานบริษัทตูแล้วนะอีป๋า :47:
เรียกว่าดึงตัวกันจบในโพสต์เดียวเลย :47:
ฮุ้ย ฝิ่นเฟิ่นช่วงนี้น่ะรับๆไปเฮอะ :30:
ทำงานบริษัทลุงร่ม แล้วก็รับฝิ่นป๋าเลย์ :30:
เอ้อ ที่บ้านตูเคยสอนๆมาน่ะ มีคำสอนบางคำที่ตูจำมาตอนเด็กๆ แล้วก็เพิ่งประจักษ์เมื่อไม่กี่ปีนี้เอง
เค้าบอกว่า ให้ความสำคัญกับงานก่อนเงิน เพราะ เงินมันมาทีหลังจากที่เราทำงานเสมอ เงินมากเงินน้อยขึ้นอยู่กับงานของเราว่าดีหรือไม่ดี
แล้วสิ่งที่ทำให้คนหลงระเริงคือ เอาเงินมานำงาน คือพวกคิดก่อนว่าทำไอ้นี่ได้กี่บาท ทำไอ้นั่นได้กี่บาท
ทั้งๆที่ศักยภาพตัวเองไม่ได้มากพอที่จะสามารถเลือกงาน แต่ประสบการณ์ในการทำงานมันละเอียดอ่อนกว่านั้น บางงานเราได้เรียนรู้จากคนที่สูงกว่า
แต่บางงานเราได้เรียนรู้จากลูกน้องของเรา และเทคนิคในการทำงานมันจะเป็นของเฉพาะตัวไม่มีใครเลียนแบบได้
ซึ่งตอนนั้นแหละ กระดิกอะไรก็เป็นเงินแล้ว
ดังนั้น ให้อดทนๆ ๆ ๆ กับงานที่ดูแล้วไม่คุ้ม (ถ้าสมัยนี้คือการทำพอร์ท) สั่งสมประสบการณ์เข้าไว้ให้มากๆ
อะไรทำนองเนี้ยแหละ ที่บ้านตูสอนมา
หลังๆเวลาเจอญาติๆ พอตูบอกว่าช่วงนี้มีงานไอ้นี่ไอ้นั่น ฯลฯ เค้าก็จะถามตูว่า
ที่ทำน่ะได้กี่บาทวะ อ้าว.... :30:
โธ่... :30:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 05 ก.ย. 2013, 21:48 น.
เอ้อ ที่บ้านตูเคยสอนๆมาน่ะ มีคำสอนบางคำที่ตูจำมาตอนเด็กๆ แล้วก็เพิ่งประจักษ์เมื่อไม่กี่ปีนี้เอง
เค้าบอกว่า ให้ความสำคัญกับงานก่อนเงิน เพราะ เงินมันมาทีหลังจากที่เราทำงานเสมอ เงินมากเงินน้อยขึ้นอยู่กับงานของเราว่าดีหรือไม่ดี
แล้วสิ่งที่ทำให้คนหลงระเริงคือ เอาเงินมานำงาน คือพวกคิดก่อนว่าทำไอ้นี่ได้กี่บาท ทำไอ้นั่นได้กี่บาท
ทั้งๆที่ศักยภาพตัวเองไม่ได้มากพอที่จะสามารถเลือกงาน แต่ประสบการณ์ในการทำงานมันละเอียดอ่อนกว่านั้น บางงานเราได้เรียนรู้จากคนที่สูงกว่า
แต่บางงานเราได้เรียนรู้จากลูกน้องของเรา และเทคนิคในการทำงานมันจะเป็นของเฉพาะตัวไม่มีใครเลียนแบบได้
ซึ่งตอนนั้นแหละ กระดิกอะไรก็เป็นเงินแล้ว
ดังนั้น ให้อดทนๆ ๆ ๆ กับงานที่ดูแล้วไม่คุ้ม (ถ้าสมัยนี้คือการทำพอร์ท) สั่งสมประสบการณ์เข้าไว้ให้มากๆ
อะไรทำนองเนี้ยแหละ ที่บ้านตูสอนมา
หลังๆเวลาเจอญาติๆ พอตูบอกว่าช่วงนี้มีงานไอ้นี่ไอ้นั่น ฯลฯ เค้าก็จะถามตูว่า
ที่ทำน่ะได้กี่บาทวะ อ้าว.... :30:
:46: จะจดจำไว้เน่อ คือเอาจริงๆ เมื่อไม่นานมานี้ นานามีช่วงนึงอยู่ในหลุมนั้นเหมือนกัน
แต่ดีนะออกมาแล้ว :3005: (ก็โดนคนในนี้แหละช่วยกันตบๆให้เข้าที่)
เอ้อ ไหนๆก็ไหนๆ อยากบ่นเรื่องของคอนเนคชั่นนิดนึง ต่อจากโพสลุงเป็ด
หลังๆชอบมีคนมาถามเรื่องงาน ว่าเอางานมาจากไหนเยอะแยะ เห็นทำจ้อบตลอดงั้น
เออ เอาจริงๆก็คือมาจากคนรู้จักนะ ในนี้ซะเกือบ 80 เปอร์เซนต์
แล้วบางทีก็รู้สึกแย่เวลาได้รีแอคชั่นแบบ เออ มึงโชคดีว่ะ :37: (แปลว่าใช่ซี้คอนเนคชั่นมึงเยอะนี่)
เลยรู้สึกเหมือนโดนดูถูกนิดนึง เวลาคนบอกว่าโชคดี
ถึงจะโชคดีจริงๆที่มีโอกาส ในขณะที่คนอื่นที่เก่งๆไม่มีโอกาส
(ยิ่งเรียนคณะที่ทุกคนแม่งเก่งจริงๆ แถมข้างนอกคนเก่งกว่าเป็นล้าน)
แต่คือ
คอนเนคชั่นก็เป็นความพยายามอย่างนึงปะ :47:
ต้องเอาความสามารถไปแลกปะเขาถึงจะจำเราได้แบบดีๆ :47:
ถึงจะไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด เพื่อนคนอื่นอาจจะเก่งกว่าก็ใช่
แต่เราคิดว่ามันก็ไม่ใช่แค่เพราะรู้จักกันเค้าถึงเลือกเรานะ
คนเก่งกว่ากูมีเป็นล้าน แต่เค้าเลือกกูอ้ะ :47:
(เอ้อ อันนี้เอาไว้เตือนตัวเองเหมือนกันว่าคนเก่งกว่ามีอีกเยอะ)
อีกอย่างเราไม่ใช่ new face ด้วย คือไม่ใช่ว่าไม่เคยมีงานแล้วอยู่ดีๆ เค้ามาหยิบไปทำซะหน่อย
เรียน ปี 2 ก็จริง ยังไม่ได้เรียนเป็นชิ้นเป็นอัน งานเรียนค่อนข้างจะเหี้ยๆด้วยซ้ำ
แต่เคยเห็นพอร์ทกูมั้ย :37: เคยลงงานประกวดที่หัดทุกอย่างเริ่มจากศูนย์มั้ย?
กล้ารับงานที่ไม่เคยทำแต่จะต้องทำให้ได้รึเปล่า?
ก็มีคอนเนคชั่น แต่คอนเนคชั่นที่ดีก็ไม่ได้มาจากอะไรง่ายๆ หรืออยู่ดีๆจะโชคดีก็ได้มารึเปล่า
คือไม่ได้รู้สึก guilty ที่มีคอนเนคชั่นนะ ออกแนวกดดันด้วยซ้ำเพราะมีแล้วต้องรักษา ต้องพัฒนาตัวเองให้ดี
(อย่างที่บอกไปว่าคนเก่งกว่ามีเป็นล้าน แต่เค้าเลือกเรา)
ก็อดเซ็งไม่ได้นะเวลาที่มีคนรู้สึกว่ามันง่ายๆ โชคดีได้มาง่ายๆ
แต่เค้าก็ไม่ใช่เรานี่เนอะ :37:
ปล. แต่ที่เค้าเลือกเราก็เพราะเค้ารู้จักเราด้วยจริงๆอะแหละ อันนี้รู้ตัวนะว่าเด็กเส้น :30:
งั้นเอ็งก้แนะนำเพื่อนเก่งๆ มาเล่นฟ้อนเด่ะ :30:
บริษัทเอ็กซ่า สตูดิโอ
ภายใต้การบริหารงานของเลย์อิจิ เปิดรับ แต่ไม่ประจำเด้อ :30:
นานาสั่งสมคอนเน็คชั่นตั้งแต่ ม.4 นะเว้ยยยย :30:
แถวนี้มีบุคลากรด้านอาร์ทเยอะมากอะ สายการ์ตูน อนิเม งี้เพียบ
อยากได้ทรงไหนไปปั้นแนะนำให้ได้ :27:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 05 ก.ย. 2013, 21:48 น.
เอ้อ ที่บ้านตูเคยสอนๆมาน่ะ มีคำสอนบางคำที่ตูจำมาตอนเด็กๆ แล้วก็เพิ่งประจักษ์เมื่อไม่กี่ปีนี้เอง
เค้าบอกว่า ให้ความสำคัญกับงานก่อนเงิน เพราะ เงินมันมาทีหลังจากที่เราทำงานเสมอ เงินมากเงินน้อยขึ้นอยู่กับงานของเราว่าดีหรือไม่ดี
แล้วสิ่งที่ทำให้คนหลงระเริงคือ เอาเงินมานำงาน คือพวกคิดก่อนว่าทำไอ้นี่ได้กี่บาท ทำไอ้นั่นได้กี่บาท
ทั้งๆที่ศักยภาพตัวเองไม่ได้มากพอที่จะสามารถเลือกงาน แต่ประสบการณ์ในการทำงานมันละเอียดอ่อนกว่านั้น บางงานเราได้เรียนรู้จากคนที่สูงกว่า
แต่บางงานเราได้เรียนรู้จากลูกน้องของเรา และเทคนิคในการทำงานมันจะเป็นของเฉพาะตัวไม่มีใครเลียนแบบได้
ซึ่งตอนนั้นแหละ กระดิกอะไรก็เป็นเงินแล้ว
ดังนั้น ให้อดทนๆ ๆ ๆ กับงานที่ดูแล้วไม่คุ้ม (ถ้าสมัยนี้คือการทำพอร์ท) สั่งสมประสบการณ์เข้าไว้ให้มากๆ
นี่เป็นความคิดของคนจนนะครับ
ดูเสี่ยๆ นักธุรกิจ เซียนหุ้นร้อยล้านพันล้านเขาเริ่มจากตังค์กันทั้งนั้นแหละ
:3005:
เอ้ย นั่นคนมีฐานแน่นแล้ว เวลาเป็นเงินเป็นทองเว้ย :30: :30:
อ่านพัฒนาการของนานามาตลอด :40:
จะบอกว่า การรู้จักคนเยอะ ก็ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของคนเรานะ ไม่สิ มันต้องเป็นความสามารถด้วยนะ
บางคนอาจจะเก่ง แต่รู้จักคนน้อย จะมาบอกว่า เค้าโชคไม่ดี บางทีมันเป็นจังหวะอะ ที่เผลอหลุดเข้ามาในฟอนต์พอดี๊ พอดี
แล้วก็ได้คนในที่นี้ช่วยกันตบ ช่วยกันเกลา จนหล่อ สวย งาม ซึ่งการจะหล่อ สวย งาม ท้ายที่สุด ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับเราทั้งนั้น
ถ้าเขาช่วยเรา เหลาเราแล้ว เราไม่เอาไปฝึกหัด ไม่เอาไปลุยไปเขียนต่อ ปล่อยให้มันแหลมอยู่แค่นั้น มันก็ได้แค่นั้นแหละ
ชอบที่ป๋าเลย์บอกนะ เอางานนำเงิน ใช้ชีวิตแบบนั้นมาตลอดเลย
เลือกทำสิ่งที่ใช่ เงินไว้ทีหลัง ตอนนี้ชักอยากเอาเงินมานำมั่งละ :30:
ของน้องนานาอย่าได้รู้สึกไม่ดีไปเลย พี่ไม่ได้อยู่วงการ ยังรู้เลยว่านานาเจ๋ง
เพราะเห็นผลงานในนี้ ที่นานาผลิตขึ้นมาเรื่อยๆ มานานแล้ว พื้นฐานและคอนเนคชั่นมันไม่ได้สร้างง่ายนะ
เผลอๆ มันคือความพยายามที่ไม่น้อยไปกว่าตอนทำงานด้วยซ้ำ
ยกตัวอย่าง เพื่อนสนิทพี่ คนนึงเป็นเสี่ย อีกคนเป็นวิศวะจนๆ มันจ้างกันทำแบบ คุมงานก่อสร้าง
ถามว่าโชคดีไหมที่มันดันเป็นเพื่อนกัน อันนั้นใช่ คือได้งานโดยไม่ต้องพยายาม
แต่ตอนทำกลับต้องพยายามกว่านั้นมาก ราคาต้องโอเค ไม่ฟันเพื่อน งานต้องเป๊ะ ไม่ทำให้เพื่อนเสียงาน
ทุกอย่างมันก็มีอะไรต้องแลกหมดแหละ :12:
ป๋ากับลุงก็หาพนักงานเก่ง ๆ ไว้นะครับ :52:
อ้างคำพูดจาก: Romzaikyu เมื่อ 05 ก.ย. 2013, 21:07 น.
ก็อย่างที่ว่าไว้ มันอยู่ที่ทัศนคติในการทำงานมากกว่า ที่ตูจะเลือกใครซักคนมาเป็นพนักงาน
ผมก็คิดแบบนี้นะครับ เรื่องทัศนคติสำคัญกว่าประสบการณ์เยอะเลย สำหรับสายงานแบบผมนะ :46:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 05 ก.ย. 2013, 21:48 น.
เค้าบอกว่า ให้ความสำคัญกับงานก่อนเงิน เพราะ เงินมันมาทีหลังจากที่เราทำงานเสมอ เงินมากเงินน้อยขึ้นอยู่กับงานของเราว่าดีหรือไม่ดี
ถ้าทำงานดี เงินมันก็จะเดินมาหาเองแหละ
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 05 ก.ย. 2013, 21:48 น.
บางงานเราได้เรียนรู้จากคนที่สูงกว่าแต่บางงานเราได้เรียนรู้จากลูกน้องของเรา และเทคนิคในการทำงานมันจะเป็นของเฉพาะตัวไม่มีใครเลียนแบบได้
ซึ่งตอนนั้นแหละ กระดิกอะไรก็เป็นเงินแล้ว
ใช่ ๆ เหมือนตอนทำงานใหม่ ๆ ทำ 4 ได้ 1 แต่พอเก่งแล้ว ทำ 1 จะได้ 4 จากใครซักคนนี่แหละ เคยพูดในวงเหล้าให้ฟัง :30:
อ้างคำพูดจาก: Rabbitinblack เมื่อ 06 ก.ย. 2013, 09:16 น.
ป๋ากับลุงก็หาพนักงานเก่ง ๆ ไว้นะครับ :52:
เนี่ยจะสมัครงานที่สิบแปดมงกุฎอยุ่เนี่ยไม่รับซะที
ที่นี่คนเก่งและประสบความสำเร็จมีเยอะ
น่าเสียดายผมไม่ใช่หนึ่งในนั้น TT
แต่จะพยายามต่อไป สู้ๆ :59:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 06 ก.ย. 2013, 09:00 น.
แต่ตอนทำกลับต้องพยายามกว่านั้นมาก ไม่ฟันเพื่อน
ถลอกจำไว้นะครับ
ช้าไปแล้วครับ :30:
พี่ถลอกไม่ฟันเพื่อนครับ
เน้นเฉพาะเด็กฝึกงานครับ
:30:
แต่เวลาเหงาๆตูว่าต้องมีซักดอกสองดอกแหละน่า :30:
เพื่อนชายด้วยนะ :30:
ปล. ไปสัมภาษณ์ที่เอเจนซี่มาละ ผมว่าเหมือนแคสติ้งอะ สนุกดี :30:
เอเจนซี่ไหน
ไปป่วนอะไรเค้ามามั่ง เล่าหน่อย ๆ :30:
เล่าหน่อยพี่บวบ :27:
PRTR ครับ
ไม่ได้ป่วนนะ ขั้นตอนคร่าวๆ ก็ประมาณว่า
๑. กรอกใบสมัคร
๒. ถ่ายรูป
๓. สัมภาษณ์กับฝรั่ง (จริงๆ แค่คุยเรื่องทั่วไป สบายๆ) // อันนี้ตอนกรอกใบสมัครมีให้เลือก Excellent / Very Good / Good / Fair / Poor ก็เลือก Very Good ไปแหละ :30:
๔. สัมภาษณ์
ไอ้ขั้นตอนสุกท้ายนี่นานหน่อย เขาก็ถามว่าคนนี้โทรไปใช่มั้ย เราก็ฟ้องเลย บอกว่าโทรมาวันจันทร์ ผมจะขอนัดสัปดาห์หน้า เธอก็บอกว่าอยากได้สัปดาห์นี้ แต่จนเช้าวัน พฤ. ยังไม่มียืนยันนัดกลับมาเลย เพิ่งจะโทรกลับมาตอนผม SMS ไปถามว่าต้องลงนัดพรุ่งนี้รึเปล่า กี่โมง
แถมขอว่าให้ช่วยส่งรายละเอียดเอกสารที่ต้องการมาทางเมลให้หน่อย (ก่อนหน้านั้นเขาส่ง Job Description มาให้แล้ว) ผลคือ คุณนายแกโทรหาผมตอนเกือบๆ เก้าโมงว่าส่งให้แล้วนะครับ.. แหม ผมจะถึงบริษัทคุณอยู่แล้วครับ :)
พอถึงเรื่องงานเขาก็ถามว่าหน้าที่ที่ทำอยู่เป็นยังไง ก็เล่าไปตามจริง ถามปสก.ก่อนหน้านั้น ก็เล่าไป
จนเขาถามว่าจากทั้งหมดเนี่ย คิดว่าส่วนไหนที่เป็นจุดแข็งและจุดอ่อน ก็บอกไปว่า จุดแข็งของเราคงอยู่ที่การสื่อสาร เพราะทุกวันนี้เป็น hub ของข้อมูลบริษัททุกด้าน ต้องติดต่อกับคนตลอดเวลา ไม่ว่าจะรับความต้องการลูกค้า ติดตามงานเอาท์ซอร์ส หรือผรม. ก็ว่าไป
ส่วนจุดอ่อนคือ เราไม่ถนัดเรื่องการประมาณราคาก่อสร้าง เพราะมี ปสก. เรื่องนี้น้อยมาก แต่ที่มีน้อยนี่ไม่ใช่เพราะไม่สนใจนะ แต่มันยังไม่มีโอกาส
กลายเป็นเขาว่า จุดแข็งของเรานี่ค่อนข้างตรงกับความต้องการลูกค้านะ (ลูกค้าคือผู้พัฒนาอสังหาฯ เจ้าใหญ่เจ้านึง)
สัมภาษณ์เสร็จก็ตาเราถามมั่ง ว่าเงื่อนไขการได้งานผ่านที่นี่เป็นยังไง เขาบอกว่าไม่ผู้พันธ์อะไรกับเขา ลูกค้าเจ้านี้ให้หาคนให้เฉยๆ ถ้าเขาได้คน ทางนี้ก็ได้ตัง
แล้วก็ถามว่าหน่วยงานที่ต้องไปทำนี่เป็นยังไง มีคนกี่คน เราขึ้นตรงกับใคร เขาก็บอกว่า มี VP เพิ่งโปรโมต กำลังตั้งทีมใหม่ ต้องการสองตำแหน่งไปเริ่มงานด้วย เป็นสถาปัตฯ หนึ่งคน อินทีเรียอีกหนึ่งคน
นอกนั้นก็ถามเรื่องสวัสดิการ อะไรงี้ จบที่เขาถามเรื่องเงินเดือนที่ได้อยู่ บวกค่าอะไรเพิ่มบ้าง แล้วก็เงินเดือนที่คาดหวัง ถามว่านี่ต่อรองได้มั้ย ผมบอกว่าไม่ได้ ขอเป็นขั้นต่ำนะ เพราะอย่างที่เล่าให้ฟังไปแล้ว ว่าทุกวันนี้ผมทำงานอยู่บ้านเป็นหลัก ส่วนต่างนี้ แค่ค่าเดินทาง + ความเครียด และเวลาที่ต้องใช้บนถนน ก็เหมือนผมได้เงินเดือนเท่าเดิมนั่นแหละ เขาก็โอเค
ปล. เขาถามละเอียดดีนะ น่าจะเคยรีครูทวงการประมาณนี้มาพอสมควร ดูมีความเข้าใจในตำแหน่งงาน มากกว่าคนที่ติดต่อผมไปเยอะเลย หน้าตาน่ารักดีอีกต่างหาก :P
ผุ้ชาย ?
ครับ :37:
จะบ้าเรอะ :07:
จุดแข็งจุดอ่อนสลับกันเลยว่ะ น่ามาโคงานกันเนอะ :30:
เปิดเป็นบริษัทแอ้แอนด์บวบ คอนสตรัคชั่น
:30:
โลโก้บริษัท
(http://upic.me/i/qk/ujh4c.jpg) (http://upic.me/show/46911210)
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 06 ก.ย. 2013, 13:39 น.
จุดแข็งจุดอ่อนสลับกันเลยว่ะ น่ามาโคงานกันเนอะ :30:
ขาดแต่นายทุน :30:
อ้างคำพูดจาก: Vikz เมื่อ 06 ก.ย. 2013, 13:52 น.
เปิดเป็นบริษัทแอ้แอนด์บวบ คอนสตรัคชั่น
:30:
ติดต่องานแค่สัปดาละสามวันนะ ที่เหลือจะเที่ยว :30:
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 06 ก.ย. 2013, 13:57 น.
โลโก้บริษัท
(http://upic.me/i/qk/ujh4c.jpg) (http://upic.me/show/46911210)
ก็เร็วเกิ๊น :30:
โลกนี้มีฮิปโปมากกว่าที่คุณคิด :30: :30: :30:
บวบ เปลี่ยน avatar เลย
ปล. นี่เอ็งอยู่บ้านเหรอ
เย็นนี้มากินเบียร์แถวบ้านเค้ามะ :56:
ปั่นงานครับ คืนนี้ต้องส่งแบบให้วิศวกร :05:
แต่พรุ่งนี้มีปาร์ตี้ที่บ้านนะ :27:
โลโก้เหี้ยมาก :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 06 ก.ย. 2013, 14:49 น.
ปั่นงานครับ คืนนี้ต้องส่งแบบให้วิศวกร :05:
แต่พรุ่งนี้มีปาร์ตี้ที่บ้านนะ :27:
ใครมั่ง :27: :27:
เพื่อนที่มหาลัย แจมได้ตามสะดวกเลย :27:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 06 ก.ย. 2013, 15:20 น.
เพื่อนที่มหาลัย แจมได้ตามสะดวกเลย :27:
ถ้าพี่ปุ๊กให้ไปนะ เจอกัน :12:
แต่ถ้าไม่ ก็ .... :05:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 06 ก.ย. 2013, 14:13 น.
โลกนี้มีฮิปโปมากกว่าที่คุณคิด :30: :30: :30:
การ์ตูนในโลกนี้น่าจะมากกว่าตัวฮิปโปจริงหลายๆๆๆ เท่า :05:
ไอซ์ :30b:
:30: :30:
ตอนหายังไม่คิดเลยว่าจะ search ทีเดียวเจอ :30:
ถึงบอกว่า คนในฟอนต์นี่แหละ น่ากลัว :3005:
จิตใจเค้าเริ่มจะรับไม่ไหวละนะ
เค้าเสียใจ :16:
(http://img3.f0nt.com/09/079dab0e5a44ee150bc8307848455011.gif)
ไม่ได้ตั้งใจนะ :05:
ลองเซิสดูแล้วทำไมมันมีทุกอิริยาบถเลยล่ะ
นุ๊กแม่ง โหดร้ายหวะ....... :30:
กรี๊ดดด สงสัยช่วงนี้ดวงเรื่องงาน เมื่อชั่วโมงที่แล้วเห็นอีเมลจาก JobsDB ว่ามีคนขอดูเรซูเม่ ก็กดอนุญาติไป
ปรากฏว่า HR โทรมาเลย (เมื่อกี๊) เป็นบริษัทเปิดใหม่ แต่เป็นการ่วมทุนระหว่าง CP กับ Kaiser ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ทั้งคู่ (ไคเซอร์เป็นยักษ์จากจีน CP ถือหุ้น 51% เพิ่งจดทะเบียนในไทยเมื่อต้นปี ทุนจดทะเบียน 200 ล้าน)
แต่ยังนัดสัมภาษณ์ไม่ได้ เพราะเขาอยากให้ไปพรุ่งนี้เลย แต่บังเอิญพรุ่งนี้ผมมีงาน เลยขอเขาว่าเป็น พฤ. หรือ ศ. ได้มั้ย
แหม ถ้าทั้งอนันดา ทั้ง CP อยากได้ตัวจะทำยังไงดีล่ะ :56:
ฝันชิบหายเลยอะ :30:
ฟอร์มดีอ๊ะปล่าวววว :49: :30:
ฟอร์มดีอยู่แล้ว :49: :30:
เอาน่าเราไม่เคยโม้ อะไรทำได้ก็บอกว่าได้ อะไรทำไม่เป็นก็บอกไม่เป็น..
HR ขอทรานสคริปต์ ก็บอกเขาไปว่าไม่มีอะ เพิ่งย้ายบ้าน ของพวกนั้นอยู่ที่บ้านแม่
เลยถามว่า บริษัทพี่สนเกรดที่จบรึเปล่าล่ะ เพราะถ้าสนพี่คงไม่สนผมอะ แต่ไม่ต้องห่วง ผมเรียนจบมาชัวร์ๆ ใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเป็นหลักฐานได้ :30:
แหม่ หล่อจริงนะพ่อบวบ
หล่อเหล่ออะไรครับ ให้เขารับทำงานก่อนเถอะ จะไปขอขึ้นเงินเดือน
ขึ้นให้สักหมื่นก็ไม่ไปแล้ว :30a:
ตอนนี้วิธีคิดเปลี่ยนจากพนักงานเป้นเจ้าของกิจการจริงๆ ละ โอย กดดัน :3005:
กดไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ลูกสาม :47:
เมียสอง :47:
น้องเมียอีกเจ็ด
ล่ำๆทั้งนั้น :59:
:30:
เรียกสัมภาษณ์ด่วนอีกแล้ว จะขอนัดสัปดาห์หน้า แต่ไม่ว่างอะต้องไป ตจว. หวยเลยออกที่พรุ่งนี้เย็น
ตำแหน่ง Client Partner ที่บริษัท Contour (บ.ใหญ่เหมือนกัน เคยได้งานที่นี่พร้อมกับได้งานที่ทำอยู่ปัจจุบันเมื่อสามปีก่อน แต่ปฏิเสธไป)
ตำแหน่งนี้เป็นเหมือนกันชนระหว่างลูกค้ากับดีไซเนอร์ คอยประสานสิบทิศ ซึ่งไม่ต่างกับที่ทำอยู่ตอนนี้เท่าไหร่
พอบอกเพื่อนที่เคยทำงานที่นี่ (ตอนนั้นมันก็หาคนไปทำตำแหน่งนี้) แม่งไปเชียร์ใหญ่เลย :30:
เลยกลายเป็นกดดันเล็กๆ ว่าถ้าถูกคาดหวัง เดี๋ยวจะไม่เวิร์กเอา :47b:
โอ้ย.. อยู่กับอีตามาร์คนี่แหละ จะดิ้นรนทำไมให้เหนื่อย :30:
อ้างคำพูดจาก: JΛNΣ เมื่อ 12 ก.ย. 2013, 17:26 น.
โอ้ย.. อยู่กับอีตามาร์คนี่แหละ จะดิ้นรนทำไมให้เหนื่อย :30:
มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก :09:
หรือ
มาร์ค อภิสิทธิ์ :09: :09:
อ้างคำพูดจาก: JΛNΣ เมื่อ 12 ก.ย. 2013, 17:26 น.
โอ้ย.. อยู่กับอีตามาร์คนี่แหละ จะดิ้นรนทำไมให้เหนื่อย :30:
ที่ทำอยู่ก็ไม่ใช่ไม่เหนื่อยนะเฟ้ย :07: :30:
อ้างคำพูดจาก: Vikz เมื่อ 12 ก.ย. 2013, 17:55 น.
มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก :09:
หรือ
มาร์ค อภิสิทธิ์ :09: :09:
เจ้านายผมชื่อมาร์คน่ะ :27:
ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งผัว พี่จะย้ายทำไมละครับ
:3005:
:30:
ได้รู้เรื่องราวดีๆตอนทำงานที่ 18 :40:
พอมาคิดถึงงานที่ทำตอนนี้.. :16:
เหมือนมาผิดแนว...
:05:
นอกเรื่องที่เกี่ยวกับงาน เงินกันเล็กน้อย
อายุเพิ่งครบ 29 ไปเมื่อวานนี้ แล้วเราเองก็คิดได้ว่าเออ อยู่มาจะ 30 ละ..
เราเป็นผู้หญิง บวชก็ไม่ได้ มันพอจะมีอะไรมากกว่าศีล ๕ หรือทำบุญ
ที่ทำให้ตัวเองและครอบครัวได้บ้างไหม
ก็เลยไปเจออาจารย์ที่สนิทกัน แกก็ทักเรื่องดวงแบบตรงไปตรงมาให้เงิบเล่น
แล้วก็แนะนำให้เราถือ "ศีลพรมจรรย์" เป็นเวลา 90 วันนับตั้งแต่วันเกิด (13 กันยายน)
ที่ต้องทำมีตามนี้..
๑. สวดบารมี ๓๐ ทัศน์วันละ 108 จบ
๒. นั่งสมาธิวันละ 15 นาที
๓. ถือศีล ๕ อย่างเคร่งครัด: ห้ามทำร้ายสัตว์ ห้ามเหล้า(แม้แต่จิบชิม) ห้ามหลุดด่า/หยาบ/โกหก
๔. อยู่กรรมถือพรมจรรย์: ห้ามผู้ชายโดนตัว ห้ามไปโดนตัวผู้ชาย ตัดขาดเรื่องกาม
๕. ไม่ออกเที่ยวเวลาค่ำมืดกลางคืน ห้ามยุ่งกับอบายมุกใดๆทั้งสิ้น
๖. ห้ามสวดมนต์ภาวนาขออะไร: คืออย่าสวดแล้วขอให้ได้เจออะไรดี ขอให้ไม่มีโรคภัยอะไรแบบนั้น
๗. ให้ทำเพื่อครอบครัว ครูอาจารย์ พระพุทธเจ้า และเจ้ากรรมนายเวร only
ฟังมาคร่าวๆก็เรียกว่าเป็นการทำกายทำใจให้สะอาดสะอ้านน่ะเนอะ เท่าการบวชไหมคงไม่
อาจารย์บอกเลยว่าครั้งนี้เป็นเหมือนการ "สอบเอนทรานซ์ชีวิต" ถ้าตั้งใจและทำได้จนผ่าน
ชีวิตของตัวเอง ครอบครัว และคนที่เรารัก ชีวิตก็จะดีไปเลย ถ้าตามโบราณก็บอกว่าจะได้ผัวดี
(ถึงจะไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่ก็เป็นฟีเจอร์ของแถมที่น่าสนใจเบาๆ :30:)
ทั้งหมดทั้งปวงที่ว่ามากลัวทำไม่ได้แค่เรื่องสวดมนต์ 108 จบ ทุกวันๆ เนี่ยล่ะ กลัวทำไม่ได้
อีกเรื่องคือตอนนี้ก็คบๆคุยๆกับพี่คนนึงอยู่ แล้วก็กังวลเรื่องที่จะไปบอกว่าจะถือศีลพรมจรรย์เนี่ยล่ะ
คือถ้าถือแล้วเนี่ยไปกินข้าวเย็นหลังเลิกงานไม่ได้เลยนะ จะจูงมือ แตะตัวนี่ไม่ต้องคิด
ผู้ชายเค้าจะไหวรึเปล่ากับการอยู่กับผู้หญิงที่แตะตัวไม่ได้สามเดือนเต็มๆ คงอึดอัดมากน่ะ
พยายามคิดว่าถ้าแค่นี้ยังทนไม่ได้ ในอนาคตห่างกว่านี้ไกลกว่านี้แล้วจะไหวเหรอ
ถ้าทนไม่ได้ ก็ปล่อยเขาไป ถือว่าเขาไม่ใช่ก็แล้วกันอะไรแบบนั้น ผู้ชายไม่ซื่อสัตย์จะไปไหนก็ไป
(สะบัดบ๊อบสวยๆ แล้วก็กลับบ้านร้องไห้สามวัน)
หวังว่าจะทำได้นะ....
สำหรับผุ้ชายน่ะแค่นั้นไม่ยากหรอก ทำไม่ได้ก้ปล่อยไปแหละดีแล้ว
ผมทำได้นะ งานเยอะจนไม่ค่อยได้เจอแฟนแล้วเนี่ย :30:
สวดเยอะอะ อยากลองทำมั่ง แต่ติดอตรงสวดเนี่ย
หลับแน่นอนไม่เกินรอบที่สิบ
ไอ้เรื่องทนน่าจะทนได้อยู่ละครับ
แต่กลัวว่าเค้าจะเข้าใจผิดว่า เป็นข้ออ้างอยากห่างๆ ไรงี้มากกว่า
คุยกันให้เข้าใจก่อนก็ดีครับ
ยากเรื่องการโดนตัวผู้หญิงนี่แหละ กับ ตัดขาดเรื่องกาม
เช่นแบบ จังหวะนั้นเจอสาวสวยนุ่งสั้นเดินผ่าน หรือขับรถผ่าน ถ้าเราเหล่มอง หรือมองแบบหยาดเยิ้ม นี่ก็คงถือว่าผิดศิลที่ว่าแล้วหรือเปล่า :42:
เชื่อดิว่าถ้าทนได้ หลังจากสามสิบวันนั้นมีอะไรดีๆ แน่ :51:
เช่นอะไรครับ ....
วิเดียวตูก็ทนไม่ได้
ปล. มีนาปีหน้าตูบวชนะ :46:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 15 ก.ย. 2013, 13:34 น.
เช่นอะไรครับ ....
แหมพี่เลย์อ้ะ :56:
อ้างคำพูดจาก: เทอร์โบบูสเตอร์ เมื่อ 15 ก.ย. 2013, 13:37 น.
วิเดียวตูก็ทนไม่ได้
ปล. มีนาปีหน้าตูบวชนะ :46:
คิดว่าคนแถวนี้เค้าจะอโหสิให้มั้ยอะ :30:
ตอนนี้มีความคิดว่าเงินที่สะสมมาเนี่ย น่าจะถูกนำมาใช้ประโยชน์อะไรซักอย่าง
ที่แน่ๆอันดับหนึ่งในตอนนี้คือจะเอาไว้เป็นค่ากินค่าเที่ยวค่าใช้ชีวิต ในช่วงที่ไม่อยากรับงานแล้วเนี่ยแหละ
อยากทำงานตัวเองใจจะขาด ทั้ง Animation ทั้งรายการ ทั้งการ์ตูน โอ้ยมากสิ่งที่อยากทำ
ตอนนี้รู้สึกอิ่มตัวกับงาน MV แล้วอ่ะ มีโดดไปช่วงงานหนังบ้างก็สนุกดีครับ แต่อยากทำอะไรที่มากกว่าที่เป็นอยู่
ตูนิสัยเสียอย่างคือ บทจะเบื่อนี่เบื่อเลย บทจะอยากทำเนี่ยโคตรฟิต :30:
ซึ่งตอนนี้เบื่องาน MV แล้วอ่ะ ต้องหนีไปทำอย่างอื่นสักพัก เติมไฟให้ชีวิตบ้าง
มีความคิดหลายอย่างมากในตอนนี้ กลัวลูกค้างอน หาว่าหยิ่งไม่รับงาน ติสแดก อะไรงี้ :30:
ซึ่งตูอยากใช้เงินเพื่อส่งเสียตัวเองให้ไปตามความฝันมากกว่าจะเอาเงินมาใช้ตอนที่เทำงานจนป่วยมากๆเลย
คิดแบบนี้อยู่เป็นอาทิตย์และ เพิ่งจะตกตะกอนตอนว่างงานสองวันเนี่ย :05:
บ่นให้ฟันเฉยๆ
เที่ยวเลย :12: เวิร์กครับ
ห้ามโดนตัวผู้ชายนี่คือขึ้นรถไฟฟ้า รถเมล์ แทบไม่ได้เลยนะ
เอาจริงๆ นะ ส่วนตัวมองเรื่องถือศีลพรหมจรรย์
แล้วทำแค่ห้ามโดนตัวผู้ชายหรือเพศตรงข้ามเนี่ย
เป็นเรื่องยากในทางปฎิบัติ และก็ไม่เชื่อด้วยว่าทำแล้วชีวิตจะดีขึ้น :37:
คือถ้าแบบนั้นเนี่ย มันออกจากบ้านไปไหนไม่ได้แล้ว
ผู้หญิงห้ามโดนตัวผู้ชาย แล้วตุ๊ดหรือเกย์ล่ะโดนได้ไหม โดนตัวพ่อแม่ได้ไหม
มันไม่มีเหตุ ไม่มีผล ไม่ได้ใช้ปัญญาเลย
เราต้องดูว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของการถือศีลพรหมจรรย์คืออะไร
ซึ่งจุดประสงค์นั่นคือการ ลดละ กามกิเลส
การแตะตัวเพศตรงข้าม ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเกิดอารมณ์ทางเพศทุกครั้ง
และการไม่แตะตัวเพศตรงข้าม ก็ไม่ได้หมายความว่าอารมณ์ทางเพศจะไม่เกิด
(ยกตัวอย่างถลอกสักหน่อย ที่แค่มองก็เกิดแล้ว
ของถลอกถ้าจะถือเพศพรหมจรรย์นี่ต้องเอาผ้าผูกตาด้วย :30:
ถ้าถลอกบวช อยากให้ถลอกทำอสุภะกรรมฐานดู )
คือถ้ามันเกิดจริงๆ การถือเพศพรหมจรรย์
ก็ต้องรู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเอง และหักห้ามใจให้ได้
แต่ถ้าไปมัวระวัง กลัวโดนตัวเพศตรงข้ามนี่ มันจะกลายเป็นโรคจิตระแวง กลายเป็นมิจฉาทิฎฐิ
จนลืมจุดประสงค์ที่แท้จริงของการถือเพศพรหมจรรย์นะจ๊ะห์
ถึงมีที่ว่าต้องละเรื่องกามด้วยเนี่ยล่ะค่ะ
แต่หลักๆรู้สึกว่าการไม่โดนเพศตรงข้ามก็ถือเป็นการตั้งสติแบบนึง
คือไม่เอาตัวเองไปเสี่ยง และไม่สร้างความเสี่ยงให้ตัวเองขึ้นมา
ในเชิงนึงการเฟลิร์ตก็ผิดเบาๆ เก็กสวยเวลาเจอผู้ชายคงผิดนิดๆล่ะ
(แต่ไม่ทำอยู่ละ ไม่มีภาพพจน์ทางสังคม :30:)
แต่ปกติก็ไม่ได้ใช้ชีวิตไปไหนมาไหนเท่าไหร่อยู่แล้ว มีแต่บ้านกับออฟฟิศ
ขับรถไปทำงานเองเลยไม่ได้ไปเบียดเสียดใครเหมือนสมัยออฟฟิศเก่า
จะว่าไปก็แค่เป็นปกติ 90 วัน แล้วก็สวดมนต์นั่งสมาธิให้ครบตามที่วางไว้เท่านั้นเองหนิ :30:
พอดีไม่เชื่อเรื่องอะไรแบบนี้เลยไม่อิน ไม่รู้จะแลกเปลี่ยนยังไง :30:
เสพเมถุนธรรมไหม
ป๋าณตอยู่บนโลกนี้มาพร้อมๆกับการเกิดศาสนาพุทธใช่ไหมฮะ :56:
ตูก็ไม่โดนตัวเพศตรงข้ามนะ ชักเอาเองตลอด
พี่ถลอกนี้ อสุภจะเอาอยู่มั้ยฮะ
ก่อนบวช ให้พี่ถลอกหา "Two Girls One Cup" มาดูก่อน.. ถ้ายังชอบนะ ปลงอสุภคงไม่ช่วยอะไร
แดกขี้ในกูเกิ้ลแน่นอน ตูผ่านมาแล้ว :47:
มีโหดสัสกว่านั้น รู้สึกจะเป็น One Girl ฯ มั้ง ที่เอาแก้วยัดใส่ตูดให้แตกเลือดอาบน่ะ
เอ๊ะนี่มันจู๋ไรนะ
งั้นบวชๆ ไปเถอะฮะ คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง :47:
( one man one cup ฮะ ที่ขวดแตกคาตูด :16: )
มาแปะซักนิด
ตอนนี้แพลนไว้แล้วว่าคงจะออกจากงานประจำในอีกสักพักนี้
ไม่สิ้นปีนี้ ก็เดือนกุมภาปีหน้า จะเดินสายฟรีแล้นเต็มตัวละ ลองดูกับมันสักตั้ง
เดี๋ยวออกแล้วใครอยากเรียกใช้บริการได้เต็มที่นะคร้าบ :30:
ได้ข่าวว่ามีดราม่า เล่าซิๆ :56: :56:
อีแบงค์เคยไม่ดราม่าด้วยเรอะ :56:
เที่ยวกระจุยไหมทีเนี้ย :30:
ก็แค่ปู่ตาย เค้าให้ใช้วันลาพักร้อนไง
เลยลาไม่เอาเงินเดือนไปห้าวัน เพราะลาพักร้อนเอาไว้ไปเที่ยวละ
อัพเดทชีวิตมั่ง
หลังจากขึ้นเป็นหัวหน้าสายออกแบบของออฟฟิศ
ชีวิตอยู่ในระดับคงที่มาก มากจนเริ่มเบื่อ
งานประจำตอนนี้ ไม่ได้หนักหนาหรือท้าทายเกินกว่าจะรับมือแล้ว
เริ่มอยากออกไปเป็นฟรีแลนซ์ตามเดิม
แต่ติดตรงที่ว่า ช่วงนี้เศรษฐกิจในเชียงใหม่ดูแปลกๆ...
งานอสังหาฯดูเหมือนจะบูมนะ
แต่คนสายนี้กลับต้องลงไปหางานในกรุงเทพมากขึ้น เพราะไม่มีงานให้ทำ
งานนอกของตัวเองปีนี้ก็แฟ่บมาก โดนเบี้ยวไปก็หลายคน
เลยคิดว่าคงต้องยอมเบื่อกับงานประจำต่อไปอีกสักพัก
อยากลองเปลี่ยนแนวหาอะไรทำใหม่ๆอยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังไม่รู้จะเริ่มกับอะไรดี
ใครมีอะไรจะให้ทำให้ช่วยมั๊ยครับ ชีวิตช่วงนี้เบื๊อเบื่อฮะ :05:
มาทำสามย่านแทนผมกะแบงค์ไหมครับ
แล้ฉันจะเอาความรู้อะไรไปทำ :05:
มาเป็นซีเนียร์บริษัทผมมั้ย :37:
มาเป็น Marketing สายขายเหล็กแผ่น เหล็กม้วน เพื่อผลิตรถยนต์กับผมไม๊ :25:
ไม่ได้พูดเล่นนะ แต่แฟนพี่โอจะให้มาเรอะ :30:
มาซ่อมบ้านตูที :05:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 19 ก.ย. 2013, 16:26 น.
ไม่ได้พูดเล่นนะ แต่แฟนพี่โอจะให้มาเรอะ :30:
ไม่งั้นตูก็ตามไอพวกคนอื่นๆลงมารับงานกรุงเทพแล้วเฟ้ย :05:
อ้างคำพูดจาก: Romzaikyu เมื่อ 19 ก.ย. 2013, 18:01 น.
มาซ่อมบ้านตูที :05:
เอาจริงมั๊ยพี่ จะได้หาเป็นข้ออ้างลงไป :30:
แวะมาอัพเดทตัวเอง
สามย่านและบริษัทในเครือ ดราม่าเยอะ ไม่รู้เป็นไรช่วงนี้
ใครอยากเผือก เตรียมจอบเตรียมเสียมมาละกัน เดี๋ยวเจอกันงานบาร์แคมพ์อาทิตย์นี้จะเล่าให้ฟัง
จริง ๆ ก็หลายเหตุผลตั้งแต่เรื่องสุขภาพตัวเอง
ระบบของออฟฟิศเองที่มันแปร่ง ๆ ประหลาด ๆ ไม่ค่อยเหมือนที่อื่นที่เคยทำมา
แต่ถ้าเค้าถามมาคงยืนพื้นเรื่องสุขภาพตัวเองเป็นหลักละกัน ว่าไม่ไหว
พอมีคนมายื่นข้อเสนอให้ แลกกับของที่เคยได้มา
พอคิดบวกลบคูณหารดูแล้วก็โอเค ถ้าได้มาแล้วไม่สบายใจก็ไม่เอาดีกว่า สุขภาพจิตดีกว่า
ก็ move ละกัน
ที่ไหนนะที่จะเหมาะกับชีวิตเราที่สุด อืมมม
เสียดายวันลาพักร้อนที่ยังไม่ได้ลาจังเลยตั้ง 4 วันแน่ะ
เดี๋ยวตูเอาไปลาต่อใบขับขี่แทนละกันนะ
(ที่นี่ไปติดต่อสถานที่ราชการ ที่เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ให้ลากิจแหละ ให้ลาพักร้อนแทน :08:)
ปล. ขอโทษด้วยนะแบงค์ที่ออกก่อน (ทั้งที่แบงค์ร่ำ ๆ มาก่อนตั้งหลายเดือน)
จันทร์นี้จะไปเขียนใบลาออกละล่ะ! (ขอให้คนเซ็นอนุมัติอยู่ละกัน)
ปล. อีกที ไม่เลี้ยงข้าวนะเว้ย ใครสร้างวัฒนธรรมคนลาออกต้องเลี้ยงข้าวฟระ :3005:
ส่วนได้ที่ไหนนั้น หนีไม่พ้นแถว ๆ ในฟอนต์นี้หรอก :30:
:12: รุ่งๆ
เฮ้ยๆๆ ตูไม่ได้เลี้ยงข้าว ตูเลี้ยงราเม็ง :30:
กวางวันลาพักร้อนเหลือ 4 วันเหรอ
งั้นลาพักร้อนพร้อมลาออกเลยครับ
สมมติจะออกวันที่ 30 ก็ลาพักร้อนตั้งแต่วันที่ 27 เลย :12:
ตอนแรกก็จะหาที่ลงลาพักร้อนให้ครบอยู่เหมือนกันค่ะ
แต่เอาไม่ลงจริง ๆ มันชนไอ้นั่นไอ้โน่นไอ้นี่ ไม่ลงล๊อคอะค่ะ
คงแล้วแต่บุญแต่กรรมแล้วล่ะค่ะ :3005:
คือถ้าเป็นแถวนี้ ถ้าวันลาพักร้อนเหลือแล้วเราลาออกก่อน
บริษัทต้องจ่ายค่าวันพักร้อนที่เหลือเป็นเงินให้เราด้วยนะ
ส่วนใหญ่บริษัทก็จะให้ลาพักร้อนวันที่เหลือไปจนถึงวันที่ลาออก :30:
เรื่องลงล็อคไม่ลงล็อค นั่นเป็นเรื่องของบริษัทแล้ว :47:
จริงๆ สิทธิ์การลาพักร้อน ถ้าเราจะลาวันนี้วันนั้น
และยื่นล่วงหน้าตามกฎหมายบริษัทปฎิเสธไม่ได้นะ :37:
แต่ส่วนใหญ่จะขอความเห็นใจระหว่างคนทำงานกันมากกว่า
บริษัทตู พักร้อนเหลือ เค้าคืนให้เป็นเงิน
ส่วนเรื่องหยุดนี่ ตูไม่เคยถามบริษัทก่อนเลยว่าจะให้หยุดไหม หยุดแม่งแบบไม่บอกล่วงหน้าเลย ทำใบลาตามหลังเอาตลอด :12:
อีแบ้งมันก็แบบนี้แหละ แต่อยู่นานสุด สามย่านพนักงานในเว็บหน้าแรกลาออกไปจะหมดละ :30: :30: :30: :30:
แต่เว็บก็ยังเป็นเวอร์ชันเบต้าอยู่นะ :30:
เออกวาง หาวันลงให้ได้สิ หรือไม่ก็ยืดวันที่มีผลลาออกออกไปอีก 4 วัน แล้วใช้สิทธิ์นั้นแหละลาพักร้อน
บริษัทตูไม่มีกำหนดวันลาอะ :30:
ลาพักก่อนก่อนออกเลย เอาให้คุ้มๆ 4วันฟรีๆเลยนะนั่น
ปล. ทำม๊ายยย ออกก่อนฉานหมดเลย ไม่ใช่สิ้นปีเหลือฉันคนเดียวนะ :05:
อีพวกร่ำจะออกๆ นี่ไม่เห็นได้ออกสักคน :30:
เรารอเวลาที่เหมาะสมต่างหาก :50:
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 20 ก.ย. 2013, 10:10 น.
เอาจริงมั๊ยพี่ จะได้หาเป็นข้ออ้างลงไป :30:
ถ้าหาช่างให้ได้ด้วยตุเอาจริงนะนั่น :59:
ช่างแถวนี่งานกะหล่วยมาก :59:
จะออกแล้ว จะออกแล้ว.. งี้ป้ะ :56:
แบงค์
พี่ออกก็เหลือแกคนเดียวในฟอนต์ที่อยู่ที่นั่นละนะ
ส่วนเรื่องรอเวลาที่เหมาะสมนั่น แกรอนานไปป่าวอะ?
ป๋าณต
จากที่กวางอยู่สามย่านมาเข้าสู่เดือนที่ 6
ทำให้รู้ว่า
การร้องขอเงินค่าพักร้อนก่อนลาออกถ้าลาไม่ครบนี่
โอกาสได้เงินเป็นศูนย์ค่ะ
:3005:
ตอนหนี ลงหาดใหญ่ช่วงน้ำท่วมนั้น ตัวหนีไปแล้วส่งเมลล์ให้ตอนตีสาม รถออก 7 โมงเช้า 555
อีแบงค์มันรอจนพี่อาร์ทยกบริษัทให้ :59: :59:
รอเงินฝิ่นแกออกมาต่อชีวิตนั่นล่ะ :59:
:30:
ที่ทำงานเก่าขายวันลาพักร้อนก่อนออกกันทุกคน เขาถือเป็นสวัสดิการอย่างหนึ่งที่บริษัทพึงจะให้กับพนักงานได้
ได้เงินทีก็เลี้ยงตัวเองไปได้เดือนนึงเลยนะ การขายวันลาพักร้อนสำหรับคนออกเนี่ย :27:
ลาพักร้อนคืออะไร :59:
ลาเวลาแอร์ที่ทำงานเสียไง :59:
โฮฮฮ ไม่ทัน อยากรู้ว่ามีดราม่าอะไร อยากเสือก :05:
เราเป็นเกษตรกร ทำไร่เผือก และปลูกฝิ่น :49: :30:
มาทำกับเราก็สนุกนะ มาดูเราทะเลาะกับชาวบ้านทุกวี่ทุกวัน :30: :30:
ไว้วันไหนเบื่อบ้านจะเข้าไปเป็นแขกนะ :30:
มีลูกค้าโทรมานัดถ่ายแฟชั่นเซทย่อมๆที่ร้านกาแฟ 16 ชุดวันอาทิตย์
ถ่ายประมาณครึ่งวันบ่าย ก็เรียกราคาไป 4000
ไปๆมาๆ โดนต่อเหลือ 2500
วันนี้ตอนกำลังนั่งรถกลับกทม.
พี่เค้าโทรมายกเลิกงาน
:46:
:59:
เฮ่อ..
:13: :58: :13a:
อื้อหือ :59:
รับมัดจำไว้ก็ดีนะครับ ถือว่าจองตัวจริงจัง
งานถ่ายของผมถ้าไม่วางมัดจำถือว่าไม่ได้จอง
ครั้งนี้ผมค่อนข้างพลาดไม่เก็บมัดจำเพราะเห็นว่าราคางานแค่ 2500 เอง :46:
เมื่อคืนนี้เขียนรายงานว่าช่วงนี้เป็นไงบ้าง แล้วพอกดส่ง ปรากฏว่าเว็บล่ม... :05:
ให้อารมณ์เหมือนเล่นเกมแล้วไม่ได้เซฟมากๆ
เข้าเรื่อง ตอนนี้ที่ขณะทำงานอยู่ก็เป็นการปิดเล่มรอบที่สองของชีวิตแล้วครับ
ครั้งแรกที่ปิดเล่มพบว่าสนุกมาก และสบายด้วย เพราะว่าได้ดูแลพี่แอน ซึ่งพูดกันตรงๆ ว่าทำงานกับพี่แอนสบายครับ
ส่งงานช้าหน่อย แต่ก็ยังส่งอยู่ และที่ดีกว่านั้นคือ งานพี่แอนไม่ค่อยได้แก้อะไรมาก
เลยถือว่าสบายสำหรับคนดูแลเลย :33:
(รวมไปถึงการทวงงานในทวิตเตอร์ด้วย สนุกจริงๆ นะ ถ้านักเขียนไม่เครียดก็เล่นกันได้ แถมยังเป็นการโปรโมทหนังสือด้วย)
ทีนี้ปิดเล่มครั้งที่สอง เหมือนเข้าสู่อีกเลเวลแล้วครับ
เราได้พบกับปัญหาหลากหลายรูปแบบมาก
เริ่มจากตอนแรกได้รับหน้าที่ดูแลนักเขียนท่านหนึ่งครับ
ก็คุยคอนเซปต์อะไรเรียบร้อย ทางนักเขียนก็โอเคเห็นดีเห็นงามด้วย
ก็นัดแนะวันส่งงานกัน จะเดดไลน์กัน
ฟังดูเหมือนจะสำเร็จลุล่วงครับ นักเขียนมีโอดโอยตามประสาว่าจะทำได้ไหม
เราก็ให้กำลังใจไป บิลด์พลังมอบบอลเกงกิกันไป
กะให้มีแรงสู้ พอสักพัก นักเขียนเริ่มเงียบไป คือออนไลน์ในเฟซบุ๊กนะครับ แต่พอเราทักไปไม่ตอบ
...
ผ่านไปซักพัก สำนักพิมพ์อื่นประกาศหนังสือเล่มใหม่
ซึ่งเป็นนักเขียนที่มันเขียนกับเราครับ ไอ้คนที่ทักไปไม่ตอบนั่นแหละ
เชี่ยยยยยยยยยยยยย นักเขียนหนี
เชี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
บางทีนักเขียนก็เหมือนกับเด็กที่กำลังหลบหน้าเพราะทำความผิดครับ มันไม่ยอมบอกเราเลย
และบางทีกองบ.ก. ก็อยากให้นักเขียนเป็นเหมือนแฟนเราครับ คือมีอะไรบอกกูบ้าง
ไม่ใช่ว่าอยู่ดีดีก็หนีไปมีผัวใหม่ อีห่า
เซ็งเหมือนกันครับ แอบเฟลว่าเราทำอะไรผิดวะ ทวงงานโหดหรือเปล่า
ก็ไม่นะ เพราะแทบจะยังไม่ได้เริ่มทวงจริงจังเลย ยังอยู่ในช่วงลองอาร์ตเวิร์กกันอยู่
สุดท้ายก็ลองไปอ่านที่ออกกับสนพ.อื่น ก็เข้าใจเหตุผลที่เขาถึงเลือกออกกับที่อื่น
ก็ตลกดี
--- เดี๋ยวมาต่อครับ ปัญหาหลายคนเกิน รวมถึงปัญหาตัวเองด้วย ---
นักเขียนหนี ถึงกับเปลี่ยนสำนักพิมพ์ :59:
บก. ทวงโหดมาก :30:
เออ เล่ามาๆ เดี๋ยวจะได้เล่าปัญหาที่เจอกะเอ็งมั่ง :30:
ดราม่าพี่แอน :25:
มันไม่มีทำสัญญาอะไรกันก่อนเหรอ?
ไม่มีสัญญาอะไรหรอกครับ
ก็ทำกันได้ลง..
ตื่นเต้นอะ อยากรู้เรื่องราวชีวิต บก บ้าง
น่าเขียนเป็นการ์ตูน :30: :25:
หลังจากช่วยทำร้านมานานกับพี่คนนึง ตอนนี้ก็ได้ใกล้เวลาเปิดร้านจริงๆซักที ดีใจมาก นึกว่าจะไม่ได้เปิดละ
ฤกษ์เปิดร้านเป็นวันที่ 16 ซึ่งคงไม่ได้เข้าเพราะติดทำงาน คงเข้าไปวันเสาร์อาทิตย์หน้า ไปเป็นเด็กเสิร์ฟ ช่วยล้างจานอะไรแบบนั้น
เดินสายไฟ ทำโต๊ะ ทาสีเก้าอีก ทำเคาเตอร์ จัดบ้าน ซื้อจาน ลองสูตรอาหาร... เรียกได้ว่าทำกันเองเกือบหมด
เรื่องเดียวที่กลัวตอนนี้คือกลัวจะไม่มีใครมาร้านเลย เพราะร้านทำที่บ้านพี่เค้า อยู่ในซอยเอกมัย 22 โปรโมทก็ได้แค่เบาๆ
แต่ก็แบบ ดีละ ไม่ได้ทำกะเอารวย แต่ทำเอาสนุกกัน ค่าร้านไม่เสียเพราะไม่ได้ไปเช่าที่ไหน อาหารก็ไม่ต้องสต๊อกมาก
ทำครัวคนเดียว คือแบบไม่ต้องมากันทีละเยอะมากก็ได้ เดี๋ยวทำอาหารไปเสิร์ฟให้ไม่ทันจะแย่เอา วันละ 4-5 โต๊ะก็พอละ :30:
https://www.facebook.com/urbanrusticbkk (https://www.facebook.com/urbanrusticbkk)
ร้าน Homemade ในฝัน :25: :25:
ว้าว มุดไปดูอาหารในนั้น แล้วหิวขึ้นมาทันที เปิดเมื่อไหร่จะตามไปกินเน้อ :25:
ออกแบบสวย :25:
อ้างคำพูดจาก: kunnooon เมื่อ 06 ต.ค. 2013, 15:35 น.
หลังจากช่วยทำร้านมานานกับพี่คนนึง ตอนนี้ก็ได้ใกล้เวลาเปิดร้านจริงๆซักที ดีใจมาก นึกว่าจะไม่ได้เปิดละ
ฤกษ์เปิดร้านเป็นวันที่ 16 ซึ่งคงไม่ได้เข้าเพราะติดทำงาน คงเข้าไปวันเสาร์อาทิตย์หน้า ไปเป็นเด็กเสิร์ฟ ช่วยล้างจานอะไรแบบนั้น
เดินสายไฟ ทำโต๊ะ ทาสีเก้าอีก ทำเคาเตอร์ จัดบ้าน ซื้อจาน ลองสูตรอาหาร... เรียกได้ว่าทำกันเองเกือบหมด
เรื่องเดียวที่กลัวตอนนี้คือกลัวจะไม่มีใครมาร้านเลย เพราะร้านทำที่บ้านพี่เค้า อยู่ในซอยเอกมัย 22 โปรโมทก็ได้แค่เบาๆ
แต่ก็แบบ ดีละ ไม่ได้ทำกะเอารวย แต่ทำเอาสนุกกัน ค่าร้านไม่เสียเพราะไม่ได้ไปเช่าที่ไหน อาหารก็ไม่ต้องสต๊อกมาก
ทำครัวคนเดียว คือแบบไม่ต้องมากันทีละเยอะมากก็ได้ เดี๋ยวทำอาหารไปเสิร์ฟให้ไม่ทันจะแย่เอา วันละ 4-5 โต๊ะก็พอละ :30:
https://www.facebook.com/urbanrusticbkk (https://www.facebook.com/urbanrusticbkk)
ไปๆๆๆๆๆ
อีฟรีขับที่เล่านี่คืออีเล่มเหลืองที่ไปออกกะจั้มอ้าวปะ อยากรู้ด้วยๆ :30:
ชอบหน้าตา Menu มาก :25: :25: :25:
(http://img3.f0nt.com/08/f7b2de1c87becc0bb20cfd1bc4406c03.jpg)
@urbanrusticbkk :46:
ขอบคุณค่าาาา :25: ไล่+
ตัวพี่เค้าก็คุยกับเราว่าเค้ากำลังจะกลับไปทำงานประจำเดือนหน้าแล้ว คงอยู่ทำอาหารแค่เสาร์อาทิตย์
อรเองก็คงไปร้านแค่วันเสาร์อาทิตย์ ส่วนวันธรรมดาก็ให้เป็นคุณแม่พี่เค้าอยู่ทำกาแฟขายขนมที่ร้าน
ส่วนอรตอนนี้หาหนทางให้ตัวเองมีรายได้เพิ่มจากเงินเดือนอีกซัก 15,000-20,000 บาท...
คือโลภน่ะล่ะ จะได้แบ่งก้อนนี้ให้แม่เต็มๆเลย แต่ยังนึกทางนิ่งๆดีๆไม่ออก
ตอนนี้นึกออกแค่ทำงาน freelance ซึ่งก็ไม่แน่ไม่นอน ฝีมือก็ไม่ได้ดีมาก ไม่ได้กราฟฟิกเจ๋งแบบแบ๊งคุ บัวตูม วาดรูปก็ไม่ได้ดีเท่านานา โค้ดนี่ก็เริ่มไม่ได้ละ... สกิลเป็ดมาก ใช้ชีวิตยากจริง :30:
ส่วนเรื่องที่ถือศีล ติดว่าศีลแตกไปแล้วเบาๆล่ะ
เมื่อวานไม่สบายแล้วพี่เค้าก็ขับรถพาไปโรงพยาบาล ก็ช่วยพยุงอะไรน่ะล่ะ ช่วยเหลือตามจำเป็น อันนี้โอเคว่าไม่นับ
แต่ตอนนอนมึนๆยา (โดนฉีดยาไปชุดนึง) ก็โทรตามพี่เค้ามานั่งรอ หลับไปตื่นมา... นอนกอดแขนพี่เค้าอยู่เลยจ้า
จำไม่ได้ด้วยจ้าว่าเอาแขนมากอดตอนไหน แต่น้ำลายไหลใส่มือพี่เค้าด้วย นอกจากจะศีลแตกแล้วยังอุบาทว์อีกต่างหาก
ไม่สวยเลยให้ตายเถอะ :3005:
น้ำยายไหย :3005:
ฉีดยา ศีลแตก :25:
ทำไมพอพี่ถลอกเลือกทวนคำแล้วมันฟังดูแย๊แย่ :3005:
สมองเก็บข้อมูลได้บางอย่างเท่านั้น :30:
ขอถามครับ
เรื่องคนรู้จักใกล้ตัวครับ สมมติว่าชื่อ ต.
เรื่องมีอยู่ว่า งานปัจจุบันของ ต. จบป.ตรีได้เดือนละ 15000 ไม่มีโบนัส ทำงานมา 3 ปี เริ่มปีแรก 13000
ทำงาน จ-ศ หยุดนักขัตฤกษ์ได้
ปัจจุบัน ต. กำลังจะจบป.โท บริษัทก็คาดว่า จะปรับให้เป็น18000
ประเด็นคือ แฟนของต. ทำธุรกิจโรงงาน ชวนมาช่วยงาน ให้เดือน20000
ทำงาน 6 วัน/สัปดาห์ ไม่หยุดวันหยุดนักขัตฤกษ์
คิดว่ามันจะเวิร์คไหมครับ
ขึ้นอยู่กะ ต.(ตั้ง) แล้วล่ะครับ :30:
เลือกเงิน หรือชีวิต
แต่ ต.(ตู) ว่าส่วนต่าง 2000 แลกกะวันหยุด ไม่คุ้มเท่าไหร่
ไหนจะต้องมีค่าเดินทาง ค่ากิน ฯลฯ
สู้ใช้วันหยุดไปเพิ่มฝีมืออะไรซักอย่าง หรือรับงานที่บ้านดีกว่า
แต่ถ้าไม่ทำกะแฟนแล้วแฟนโกรธก็ทำใจครับ ชีวิตพ่อบ้านก็เงี้ยะ :05:
เป็นผมก็เลือกเหมือนพี่เลย์ฮะ เพราะส่วนต่าง 10% แทบจะไม่เกิดผลอะไร
เอาเวลาและความสบายใจเป็นหลักดีกว่าฮะ
ส่วนเรื่องแฟนจะโกรธมั๊ยนั่น ให้ถือซะว่า เดี๋ยวมันก็ผ่านไปฮะ :05:
เสนออีกทางเลือกให้ ต.
หางานที่ใหม่ ที่ให้เงินเดือนมากกว่าที่แฟนชวนไปทำ แต่ต้องทำงาน 5 วัน และวันหยุดตามปกติ :37:
ปล. ทำงานมาสามปี เงินเดือนขึ้นสองพัน แถมยังไม่มีโบนัส.. :05:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 19 ต.ค. 2013, 13:05 น.
เสนออีกทางเลือกให้ ต.
หางานที่ใหม่ ที่ให้เงินเดือนมากกว่าที่แฟนชวนไปทำ แต่ต้องทำงาน 5 วัน และวันหยุดตามปกติ :37:
ปล. ทำงานมาสามปี เงินเดือนขึ้นสองพัน แถมยังไม่มีโบนัส.. :05:
เสนอไปละ บอกสมัครงานที่ใหม่ ใช้วุฒิป.โท สมัคร + ประสบการณ์
กะโหลกกะลา ก็ได้ 25000 ละ แถมวันหยุด โบนัส สวัสดิการ อีก
ผล
ไม่ฟังเลย
:05:
ต นี่คือเอ็งใช่ไหม :30:
ที่เสนอไปคือเสนอเมียว่าอยากได้ 25000 ใช่ไหม :30: :30:
ผลคือเมียไม่ฟังใช่ไหม
:30: :30:
แต่ถ้า ต เป็นเพื่อนเอ็ง เค้าคงได้โบนัสอะไรซักอย่างจากแฟนแหละ แต่ไม่บอกเอ็ง :27:
ไม่ใช่โผ้มมมมม
เลือกแบบที่อยากเลือกครับ จะไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง
ถ้ารักกันจริง หมายถึงแฟนของ ต น่ะนะ
ควรจะปล่อยให้เค้าได้ทำงานที่เค้าอยากทำสิ
เค้าอาจจะกำไรด้านความรู้สึกนะ แต่ละคู่ไม่เหมือนกันเด้อ
อย่างพี่แอนที่ลาออกจากมนุษย์เงินเดือน เดือนละ 4 หมื่นไปช่วยภรรยาเย็บเสื้อขายหนะนะ
เปล่า เกือบเจ็ดหมื่นได้ (เฉพาะงานในออฟฟิศ)
ตอนนี้เป็นพนักงานพับเสื้อ นี่ก็ไปสิงๆ กินฟรีอยู่เมืองทองมาหลายวันละ :39:
วันหยุด หรือ โบนัส นี่ยังไงครับ
หยุดทุกวัน แต่ทำงานเฉพาะวันหยุดครับ :55:
โบนัสไม่ต้องถามครับ เงินตัวเองยังไม่มีเลย :55:
บรรลุวิถีพ่อบ้านเต็มตัว :30:
ยังดียังไม่ต้องซักผ้ารีดผ้าทำกับข้าวด้วย :30:
ใครบอก :30:
บอกน้องมันไปละ ว่าไม่มีใครตัดสินใจได้ดีเท่าตัวแกเอง
ชั้นเพียงนำเสนอข้อมูลทางประสบการณ์
ทางที่แกเลือกมันจะดีหรือไม่ดี ไม่มีใครรู้
วันนึงแกอาจเป็นเจ้าของโรงงานร่วมกะแฟนแก
หรือ เลิกรากันไปแล้วกลับมาจุดเริ่มต้นใหม่ (มันเพิ่งเป็นแฟนกันได้2ปี)
ก็ไม่เป็นไร แต่อะไรที่ตัดสินใจแล้วก็ทำให้มันเต็มที่ ทุ่มเทกะงานที่แกเลือกให้มันสุดๆไปเลย
ถ้าเป็นแฟนกัน ยังไม่แต่งกัน อย่าไปทำที่เดียวกันเลย
อีตอนหวานๆ มันก็ดีอยู่หรอก เจอหน้ากันทุกวัน
พอมีปัญหากันขึ้นมากลายเป็นนรกหมดทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว
จากประสบการณ์ตรง
จริง :12:
ยามแรกรัก น้ำต้มผักก็ว่าหวาน
พอผ่านไปนาน เมิงต้มน้ำผักมาให้กุแดกทำไม
สโลแกนเพื่อนในกลุ่ม :3005:
ตอนเพื่อนเป็นแฟนกัน เรียนปอตรีกันคนละคณะ ไปมาหาสู่กันอย่างอี๋อ๋อ
จนแต่งงานกัน พอมาเรียนปอโทพร้อมกัน แทบตบตี อย่ามาเลือกเรียนเอกเดียวกันเชียว :07: :30:
2000 นัดเอานะ เพราะทุกวันนี้ทำอยู่
แต่ไม่ได้บังคับ ไม่อยากทำก็แค่บอก ตังวันหยุด 2000 ก็ไม่ได้แค่นั้น
ไหนๆ ที่ไหน สองพันแล้วนัดเอาได้เลย ไหนๆๆๆ ขอลายแทง
:30: โอยยย
ภาษาไทยมันดิ้นได้แบบนี้นี่เอง :30:
พี่ถล๊อกกกกกกกก :30a:
:30: :30: :30:
อัพเดทบ้าง
หลังจากที่ไปสัมพาทบริษัทเอเจนซี่แห่งหนึ่ง รอเซ็นสัญญาอาทิตย์นี้ เริ่มงานปีใหม่
ปรากฏว่าวันนี้โทรมา cancel ไม่มีตำแหน่งนี้แล้ว แต่กรูลาออกที่เก่าไปแล้ว :07: :07: :07:
ตอนนี้เลยตกงานสมบูรณ์แบบ ที่ไหนมีตำแหน่งว่างเกี่ยวกะเว็บ โมบายแอป ติดต่อได้ :16:
เอ๊า :07:
แล้วที่เก่านี่คือยังไง เห็นลากดาวน์ไลน์เข้าไปเยอะแยะ
มาหาที่ใหม่ แล้วค่อยลากกันไป :30:
แปลว่าตอนนี้ผัวเลี้ยงซินะ
สัมพลาดของแท้เลย
กินบุญเก่า แล้วข้าวเย็นก็เงินผัว :56:
เวรกรรม :30:
อ้างคำพูดจาก: ณิชหูด เมื่อ 18 พ.ย. 2013, 22:04 น.
อัพเดทบ้าง
หลังจากที่ไปสัมพาทบริษัทเอเจนซี่แห่งหนึ่ง รอเซ็นสัญญาอาทิตย์นี้ เริ่มงานปีใหม่
ปรากฏว่าวันนี้โทรมา cancel ไม่มีตำแหน่งนี้แล้ว แต่กรูลาออกที่เก่าไปแล้ว :07: :07: :07:
ตอนนี้เลยตกงานสมบูรณ์แบบ ที่ไหนมีตำแหน่งว่างเกี่ยวกะเว็บ โมบายแอป ติดต่อได้ :16:
เพิ่งเห็น งานเว็บกะโมบายหรอ
พี่เบล มาทำทีวีพูลมั้ยยย ตอนนี้ว้อนคนมากกก
ออกแบบเว็บ* + Front End Web Dev อ่ะ (ทำสองงานควบเลย :3005:)
* ออกแบบ คือ บริษัทนี้ไม่ทำ photoshop :08: ให้ req แล้วเราไปปั้นเป็นเว็บเลย แล้วแก้งานเอา :08:
:56: น่าสน
สนใจมาสมัคร 360 innovative ได้นะครับ ออฟฟิสอยู่ตึกโอลิมเปีย รถไฟฟ้ารัชดาเลย ชั้นสองใครเดินอยู่แถวนั้นจะมองเห็นผมเลย
อ้างคำพูดจาก: ณิชหูด เมื่อ 23 พ.ย. 2013, 02:04 น.
:56: น่าสน
เดี๋ยวผมลากไปคุยกับหัวหน้าผมในเฟซนะ :25:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 23 พ.ย. 2013, 20:11 น.
สนใจมาสมัคร 360 innovative ได้นะครับ ออฟฟิสอยู่ตึกโอลิมเปีย รถไฟฟ้ารัชดาเลย ชั้นสองใครเดินอยู่แถวนั้นจะมองเห็นผมเลย
สนใจครับ (ตำแหน่งอะไร :25:)
อ้างคำพูดจาก: Earthchie เมื่อ 23 พ.ย. 2013, 21:43 น.
เดี๋ยวผมลากไปคุยกับหัวหน้าผมในเฟซนะ :25:
เงินลดลงเยอะไปหน่อย ขอเอาไปคิดก่อนเค้าหนี้เยอะ :05: :05:
เคครับ 555
ใครสนใจมองหางานใหม่...
มีตำแหน่งว่างดังต่อไปนี้.......
1. Sales staff
2. Admin staff
ธุรกิจด้านการซื้อขายเหล็กม้วน เหล็กแผ่น เพื่อทำเป็นชิ้นส่วนรถยนต์
สนใจส่ง resume มาได้ที่ panarin@jfe-shoji.co.th
ต้องการรับ Sales ประมาณ 5 ตำแหน่ง
รับ Admin ประมาณ 5 ตำแหน่งเช่นกัน
ออกจากงานแล้วค่ะ :22:
กลับไปอยู่18 ท่ามกลางเสียงคัดค้าน เสียดสี จากครอบครัว
มีผลสิ้นปีนี้
บอกตรงๆว่า "โล่งเลย" ตอนที่เขาเซ็นให้อนุมัติ
เหมือนพลังชีวิตไหลกลับมาทีละนิดๆ
อิ่มทำกับโคมลี่ เงินดีมาก อันนี้ยอมรับ
ภาพลักษณ์ดูดี สวยงาม เป็นสาวสีลม ต้องพูดภาษาอังกฤษตลอดเวลา
อันนี้คือมองจากคนภายนอก
แต่กับตัวอิ่ม อิ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่
งานมันไม่ใช่ สภาพแรดล้อมมันไม่ไช่
อิ่มเบื่อ บ่นทุกวันว่าเกลียดงาน
เสียใจมาตลอดที่ลาออกจาก18 มา
ความเครียดส่งผลกระทบหลายอย่างมากเลย
ชีวิตอิ่มเปลี่ยนเลย อิ่มรู้สึกไม่พร้อมกับการที่ต้องมาแบกรับอะไรเครียดๆแบบนี้
พอลาออก บอกที่บ้าน เขาก็ยกเหตุผลมาค้านร้อยแปด
สรุปเหตุผลสุดท้ายคือ "มันไม่มีหน้ามีตา"
อิ่มก็ถามว่าทำไม โคมลีกับ18 ต่างกันตรงใหน?
เขาก็บอกว่า โคมลี่ ได้ทำงานกับฝรั่ง (แขก)
คนไทยยังมีความคิดที่ว่าทำงานกับฝรั่งคือดีอีกหรอ?
ฝรั่งดี มันก็มี แต่ฝรั่งเอาเปรียบมันก็เยอะ
อิ่มก็ไม่รู้จะพูดยังไงกะเขา
รู้แค่ตอนนี้ออกมาแล้ว โล่งแล้ว
โล่งเฉพาะที่ๆไม่มีคนที่บ้านนะ
กลับบ้านก็โดนอีก
ให้ลมัครงาน ว่า ดราม่า ทุกสิ่ง
แต่คราวนี้จะทน เพราะบทเรียนคราวที่แล้วมันเข็ดจริงๆ
ตามใจเขา เราแย่ แถมไม่มีใครช่วยเลย...
:46:
สภาพแรดล้อม นี่แรดเยอะมากเลยเหรอ :59: :59:
อ้างคำพูดจาก: ณิชหูด เมื่อ 03 ธ.ค. 2013, 09:43 น.
สภาพแรดล้อม นี่แรดเยอะมากเลยเหรอ :59: :59:
ว่าจะทักเหมือนกัน :30:
ความคิดว่าทำงานกับฝรั่งนั้นดี อันนี้ผมก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกันครับ :48:
กลับไป 18 ว่าแต่จำชื่อ Girl gen ได้ทุกคนแล้วเรอะ :47:
จ่างชาติมันก็คน จะดีไม่ดีอยู่ที่ทัศนคติมันหรอกครับ :12:
เป็นเมียบิ๊กต้องอดทนครับ
บิ้กแม่งใจดีรับกับด้วยนะ :49:
...
ตอนที่จะออกจาก18นี่เค้าก็เตือนกันเต็มเหนี่ยว ไม่เห็นจะฟังเลย :30:
แต่ก็นะ..ของแบบนี้ต้องโดนเองเจ็บเอง
แต่ตามธรรมชาติทำไปเรื่อยๆก็จะรู้สึกว่าไม่โต
พอไม่โตก็อยากออก
พอเปลี่ยนที่ก็เจอสังคมโหด
พอโหดก็อยากกลับ
วนลูป
อยู่ที่ว่าจะเลิอกเงิน หรือชีวิต
ไม่ค่อยมีหรอกที่ทั้งเงินและชีวิตไปพร้อมๆกัน
เว้นชีวิตอีถลอก :59:
ปล. อีบิ๊กนี่ก็ใจดีเว่อร์ รับตูด้วยสิ :27:
จริงๆพี่บิ๊กแอบชอบอิ่มอยู่ค่ะ :22:
ได้กันๆๆๆ :25:
อ้างคำพูดจาก: ต่อ เมื่อ 03 ธ.ค. 2013, 11:03 น.
ทุกวันนี้ผมมีความสุขง่ายๆ กับการบิดมอเตอรไซต์ตอนเช้าๆ ผ่านทุ่งนาและไร่มันของพ่อตา
และมีความสุขอีกครั้งในตอนเย็นที่มีการล้อมวงกินข้าวกันอย่างพร้อมหน้าตากับครอบครัวใหม่
ที่ผมไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต
...แค่นี้จริงๆ ครับ
จริงเร้อออออ
อ้างคำพูดจาก: ต่อ เมื่อ 02 ธ.ค. 2013, 16:13 น.
ก็จะมีกิจกรรมหลอกล่อลูกค้าให้มาที่โชว์รูมอะไรแบบนี้ :50:
(http://img3.f0nt.com/02/7500b5d06efc55968afca8020a628ed2.jpg)
..
สามรอบก่อนส่งคืน :51:
...
อ้างคำพูดจาก: ต่อ เมื่อ 03 ธ.ค. 2013, 11:03 น.
:58: นั่งหาไอ้กระจู๋นี้ตั้ังนาน (จำชื่อไม่ได้อีก ว่าจะมาอัพเดท ยาวหน่อยนะครับ รวดเดียวเลย)
เค้าว่าคนเราชีวิตเริ่มต้นจริงๆ ก็เมื่อตอนอายุ 30
แต่กฏนี้รู้สึกจะใช้ไม่ค่อยได้แล้ว กับยุคที่ผู้คนจับจุดขายด้านเทคโนโลยีได้
หรือแค่มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดีเข้ากับยุคสมัยที่นิยมก็สามารถเปลี่ยนชีวิตได้ไปได้ตลอดกาล
กับคนที่เกิดมาในยุคสมัยคาบเกี่ยวช่วงที่เทคโนโลยีพัฒนาแบบก้าวกระโดดอย่างผมคนหนึ่ง
ก็ทำให้ได้เห็นอะไรที่เปลี่ยนไปแบบก้าวกระโดดเยอะมาก
จากการฟ่าฝันทำงานทั้งด้านเว็บ ทีวี เอเจนซี่ และงานกราฟฟิคทั้งหลายเท่าที่สมองจะเรียนรู้และพัฒนาได้
เมื่อวันหนึ่ง ที่นั่งทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำปกติของคนทำงานในเอเจนซี่แห่งหนึ่ง
ก็มีความคิดหนึ่งแว่บเข้ามาให้หัวระหว่างที่นั้งอู้เปิดเว็บหารีเฟอเร้นท์งานไปเรื่อยๆ
(จริงๆ มันเป็นรูป gif animation คนเอาคีย์บอร์ดฝากปากเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง ซึ่งมาจากหนังเรื่อง wanted)
คราวนี้อู้หนักเลยครับ โหลดบิทมาดูเลยกะว่าหนังจบก็จะกลับมานั่งทำงานต่อถึงเช้า
แต่กลับกลายเป็นว่ามาสะดุดกับคำๆ หนึ่งของพระเอกในตอนจบที่ว่า "ทำห่าอะไรกันอยู่"
เหมือนมีคนมาชี้ทางสว่างให้ เหมือนกับว่าจะมีแสงส่องเป็นลำลงมาเฉพาะตรงที่ผมนั่งกันเลยทีเดียว
ในใจตอนนั้นคิดแค่ว่าทุกอย่างมันดูเป็นงานรูทีนไปหมด ตื่นเช้า รถไฟฟ้า นั่งอยู่ในคอกวันละเกิน 12 ชม.
ศุกร์่สังสรรค์ เสาร์เตรียมรับรองลูกค้า อาทิตย์นอนตาย (หรือกลับเข้าออฟฟิศ ถ้ามีงานด่วน)
ซึ่งคิดว่า ถ้าจะไปจริงๆ ก็มีเงินติดตัวอยู่ก้อนหนึ่ง
ตอนนั้นผมคิดถึงชนบท นอกเมือง แต่จะทำมาหากินอะไรดีล่ะ?
อยากทำไร่ ทำสวน แต่ไม่มีความรู้เลย?
แต่ที่แน่ๆ คือไม่ทำแล้วงานออฟฟิศ
ขอทำงานที่ได้เที่ยวไปด้วย และมีเงินพอกิน พอส่งให้แม่ .. ก็พอ
ประจวบเหมาะกับที่เพื่อนโทรมาชวนให้ไปช่วยออกแบบงานของกิจการของเพื่อนที่มีอยู่ 4-5 สาขา
(คือโชว์รูม honda กับ yamaha นี่แหละครับ) และมันอยู่ต่างจังหวัด แถมไกลตัวเมืองถึง 70 km.
ตอบสั้นไปว่า "หาที่พักให้ด้วย สิ้นเดือนจะไปช่วย"
เช้าอีกวันมาไปทำสิ่งที่ไม่คิดว่าจะกล้าทำเลยในชีวิตคือ "ยื่นใบลาออก"
ลาออกจากเอเจนซี่ที่ซื้อตัวเรามาจากตอนทำช่อง3ด้วยอำนาจเงินล้วนๆ
(แต่นิสัยผู้ร่วมงานกับบรรยากาศทำงานก็ดีนะครับ แค่ลางานยากเท่านั้นเอง)
เป็นอะไรที่อึดอัดมากครับ เพราะลาออกด้วยเหตุผลที่บอกใครไม่ได้ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่รู้จะบอกยังไง
หลังจากคุยเคลียร์แล้วว่าไม่ใช่เพราะมีที่อื่นมาซื้อตัวหรือว่าอยากได้ค่าตอบแทนเพิ่ม
ทางเอเจนซี่ก็ขอให้อยู่ต่ออีก 1 ปีเพื่อหาคนใหม่มาแทนสำหรับงาน 3 หน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่ตอนนั้น
ซึ่งหลักๆ ก็จะเป็นงานออกแบบทุกอย่าง (หลักๆจะเป็นพวกงานดีไซน์ธีมหลักของงาน งานเว็บและพรีเซ็นเทชั่นที่สูบพลังชีวิตมาก แต่มันก็ทำให้ขายงานได้จริงๆ
// ดิสเพลย์อีเว้นท์ต่างๆ ที่ต้องมานั่งขึ้นรูป 3d และ wrap งานดีไซน์เข้าไปพร้อมจัดเป็นซุ้มหรือดิสเพลย์สำหรับเปิดตัวสินค้าใหม่ // ถ่ายรูปสินค้าและรีทัชสำหรับเตรียมนำไปใช้ในงานต่างๆ ในบางกรณีก็ต้องมานั่งตัดต่อวิดิโองานเองด้วยในส่วนหนึ่ง)
กดปุ่มรีเซ็ตชีวิตครั้งแรก
หลังจากลาออกมา และได้ย้ายมาอยู่แถบชนบทแบบจริงๆจังๆ
สิ่งแรกที่ประทับใจคือ ผมเห็น "ท้องฟ้า" จริงๆ ท้องฟ้าที่ไม่มีตึกหรือทางยกระดับอะไรที่มาบดบังอีกต่อไป
ผมว่าที่คนเราเคร่งเครียดและหงุดหงิดติดอยู่กับสิ่งที่หาคำอธิบายไม่ได้
ส่วนหนึ่งมาจากที่เราไม่ได้มองอะไรที่สบายตา อย่าง "ท้องฟ้า" กว้างๆ ด้วยละมั้ง
ใช่ครับ ทุกอย่างดูตื่นตาตื่นใจสำหรับคนเมืองที่อยู่แต่ในเมืองกรุงอย่างผมมาก
สิ่งแรกที่ต้องปรับตัวอย่างมากคือถ้าพ้นช่วงเวลา 2 ทุ่มไปแล้ว ทุกอย่างจะปิดหมดไม่ว่าจะร้านค้าหรือว่าบ้านเรือน
สิ่งที่ต้องปรับต่อตามมาคือ "ผลตอบแทน" ที่หายไปแน่ๆ แต่ไม่คิดว่าจะมากเกิน 50-70% เลยทีเดียว
แน่นอนว่างานฟรีแลนซ์ประจำของเพื่อน มันไม่พอกินอยู่แล้วครับ
แต่ก็พออยู่ได้นะ ถ้ามองในเรื่องของ การกินอยู่ ผมว่าอุดมสมบูรณ์และอยู่สบายเลยทีเดียวครับ
เพราะว่าอยู่ชนบท เราจะได้พวกผัก ผลไม้จากป้าเพื่อนบ้านที่ปลูกแล้วมาแบ่งให้
หรือลุงที่ไปตกปลาแล้วขี่จักรยานมาขาย รวมไปถึงพวกที่เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมูก็มีมาขายให้ในตลาดประจำหมู่บ้าน
จากนั้นเราจึงเริ่มหางานกันต่อ โดยที่พื้นฐานต้อง "ไม่ใช่งานที่ต้องเข้าออฟฟิศ" และ "เงินที่ได้ต้องสมเหตุสมผลกับงาน"
ทำไม "เงินที่ได้ต้องสมเหตุสมผลกับงาน" นะรึ?
ก็เพราะว่าที่นี่คือ ชนบท ครับ อันนี้ถือว่าเป็นบททดสอบจิตใจอย่างหนึ่งเหมือนกัน
เพราะสิ่งที่คุณคิดว่าคุณทำเป็น หรือถนัดในสายงานนั้นๆ กลับดูไม่มีราคา สำหรับที่นี่ไปเลย
สกิลสายงานของเราจะถูกนำไปเปรียบกับร้านป้ายท้องถิ่น หรือคนในพื้นที่ ที่พอทำเป็น ซึ่งราคาก็จะอยู่ในหลัก "ร้อย"
แต่ก็รับทำนะ 555 คือเห็นงานที่นี่แล้วหงุดหงิดน่ะ (ซึ่งหลังๆ พองานเราขายได้ คนก็จะมาเยอะ แต่ราคาเท่าเดิมนะ แถมต่อราคาอีกด้วยนะ 555 T^T)
สุดท้ายก็ไปได้งานฟรีแลนซ์ประจำในเมืองอีกงาน ที่เป็นคลินิคเสริมความงามเปิดใหม่
ด้วยการที่คุยกันถูกคอเลยได้ทำตั้งแต่งานออกแบบภายในร้าน และออกแบบกล่องผลิตภัณฑ์ทั้งหลาย รวมทั้งโปรโมชั่นต่างๆ
ซึ่งกลายเป็นว่าก็ไม่ได้ทิ้งสายงานเดิมเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้ชีวิตการเป็นอยู่ดีขึ้นมาหน่อย และไม่ต้องควักเงินเข้าเนื้อตอนส่งให้แม่ในแต่ละเดือนด้วย
และงานฟรีแลนซ์อีกอย่างที่ไม่คิดว่าจะมาเป็นรายได้หลักจริงๆ ก็คือ งาน stockphoto หรือเรียกง่ายๆ ว่า ขายรูปผ่านเว็บ นั้นแหละครับ
แต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ผมถ่ายรูปไม่สวย 555 แต่แต่งภาพให้สวยได้ เลยทำเล่นๆ อยู่พักหนึ่ง
แล้วก็มาเห็นว่า มันไม่จำเป็นต้องขายแต่ ภาพถ่าย ก็ได้นี่นา
ด้วยสายงานที่ทำด้านเอเจนซี่มาเลยเดาทางพวกกราฟฟิคที่จะนำไฟล์ไปใช้ได้ว่าเค้าอยากได้ไฟล์งานหรือรูปแบบงานแบบไหน
ก็เลยทำพวก ภาพ illus กับ ถ่ายวิดิโอฟุตเทจ ขายไปได้สักพักหนึ่ง ปรากฏว่า รายได้เริ่มเข้าที่เข้าทาง และดูเหมือนจะเป็นรายได้หลักไปแล้ว
แล้วชีวิตก็มาเปลี่ยนอีกครั้งหนึ่ง
กดปุ่มรีเซ็ตชีวิตครั้งที่สอง
แต่งงาน!!
ใช่ครับ เสือกไปรักเค้า ชอบเค้า รู้สึกว่าชีวิตไปกันได้มากๆ อยากดูแลผู้หญิงคนนี้ไปจนแก่เฒ่า
กลืนน้ำลายตัวเองอึกใหญ่ที่ว่า บั้นปลายชีวิต จะทำงานแบบที่เที่ยวไปด้วย และจะไม่มีความรักแบบผูกมัดใครอีกแล้ว
กลายเป็นว่าได้คนรักที่ใช้ชีวิตเหมือนกัน จากการที่ชอบท่องเที่ยวเหมือนกัน และไม่เรื่องมากเหมือนกัน
ชีวิตชนบทแบบจริงๆ จังๆ ครับรอบนี้
เพราะแต่งเสร็จย้ายเข้าบ้านเจ้าสาวครับ เป็นผู้ชายคนเดียวในบ้าน
(นอกจากห้องที่อยู่กับแฟนชั้นบน) นอกนั้นก็จะเป็นพี่สาว 2 คน น้องเล็ก 1 คน ผู้หญิงหมด
ด้วยที่โตมากับครอบครัวผู้หญิงเลี้ยงมาเลยไม่อึดอัดเท่าไหร่
แต่อย่างแรกที่รู้สึกได้คือ ทางพี่ๆ น้องๆ ก็น่าจะอึดอัดนิดหน่อยกับการมีผู้ชายย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน
ก็เลยเกิดการปรับตัวนิดหน่อย คือช่วงเวลาที่ต้องใช้ห้องน้ำ หรือว่าช่วงปาร์ตี้ชุดนอนหน้าทีวีตอนค่ำ
ผมก็ต้องหางานมานั่งทำไปด้วยให้ดูยุ่ง หรือหนีขึ้นห้องบ้างในช่วงแรก เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยและปรับตัวกันได้
ซึ่งในช่วงนี้ทุกอย่างดูใหม่ และไม่คุ้นเคยสุดๆ สำหรับคนที่ใช้ชีวิตแบบตัวคนเดียวมาตลอด
ต้องจัดสรรเวรการซักผ้าใหม่ (ปัญหาตอนตากผ้า ก็ทำให้เขินได้เหมือนกันนะ)
ไปช่วยพ่อแม่แฟนเปิดร้านขายของชำตอนเช้า เดินจดมิเตอร์น้ำไฟบ้านเช่าซึ่งเป็นกิจการเล็กๆ ของบ้านเค้า
และที่น่าตื่นตาตื่นใจสุด คือ "ทำไร่"
และหลังจากที่คิดมานาน ตรงนี้ผมว่าน่าจะเป็นจุดเปลี่ยนในอาชีพอีกอย่างหนึ่ง
ก็คือ ผมคิดว่าถึงเวลาที่น่าจะห่างงานด้านกราฟฟิคได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวสักที
ไม่รู้นะครับ เพราะเหมือนว่าที่ผ่านๆ มา ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ มันเป็น "อาชีพ" ที่พอจะทำให้มีรายได้ ได้ก็จริงอยู่
แต่ด้วยการที่มาอยู่กับที่นี่ได้เกือบสองปี ก็ทำให้ความคิดเกี่ยวกับคำว่า "อาชีพ" เปลี่ยนไปมากเหมือนกัน
ซึ่งตอนนี้ ผมกำลังจะสลับเอา "อาชีพชาวไร่" มาเป็นอาชีพหลัก
แล้ว "กราฟฟิค" เป็นงานอดิเรกเล็กๆ น้อยๆ ที่พอมีเวลาก็กลับมาจับทำบ้างแทนนะครับ
สิ่งหนึ่งที่ได้จากการใช้ชีวิตการทำงานมาทั้งหมด ผมว่า "เปิดรับที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่" และ "ทุ่มเทไปกับมัน"
ก็ทำให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้ ไม่ว่าจะทำงานแบบไหนก็ตามนะครับ
ตอนทำงานอยู่ในเมืองกรุง หลายคนก็มักจะถูกตีกรอบบางๆ เอาไว้ว่าการเปลี่ยนงานเป็นเรื่องที่ "น่ากลัว"
และค่านิยมหลายอย่างที่ผูกมัดเราเอาไว้ และจำกัดกรอบในการใช้ชีวิตของเรา อย่างเช่น มือถือ รถยนต์ คอนโด
ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกว่าไงดีละ? วัดฐานะทางสังคมของเราละมั้ง (ผมพยายามหาคำที่อธิบายมันอยู่นะ แต่ได้แค่นี้จริงๆ)
หลายคนทำสิ่งที่ถนัด แต่ไม่ได้ทำสิ่งที่รัก
หลายคนมีเส้นทางให้เลือกมากมาย แต่ก็เลือกเส้นทางที่เดินได้สบายๆ เพียงเพราะทางที่ชอบนั้น มันชันเกินไป
ที่เขียนมาเยอะๆ ผมไม่ได้จะบอกว่า การใช้ชีวิตแบบที่กำลังเป็นอยู่ของหลายๆคน มันผิดหรือถูกนะครับ
เพียงแต่ว่า "อย่ากลัว" ที่จะใช้ชีวิต
คุณ "สนุก" กับทุกเรื่องได้ เพียงแต่ว่ามองมันต่างออกไป
ทุกวันนี้ผมมีความสุขง่ายๆ กับการบิดมอเตอรไซต์ตอนเช้าๆ ผ่านทุ่งนาและไร่มันของพ่อตา
และมีความสุขอีกครั้งในตอนเย็นที่มีการล้อมวงกินข้าวกันอย่างพร้อมหน้าตากับครอบครัวใหม่
ที่ผมไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต
...แค่นี้จริงๆ ครับ
:12: นายแน่มากครับ
เดี๋ยวพอมีลูกจะรอดูรีเซ็ตรอบสาม :25:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 03 ธ.ค. 2013, 13:53 น.
เดี๋ยวพอมีลูกจะรอดูรีเซ็ตรอบสาม :25:
:59: อันนี้อ่ะคุมกันสุดฤทธิ์เลยบวบเอ้ย กลัวพลาดมาก
อย่างแรกคือแต่งหลังจากคบกันได้แค่สองเดือน
อันนี้สนุกดีนะ ได้เห็นรีแอคชั่นแปลกๆ ของบ้านเค้า บ้านเรา เพื่อนๆไรงี้
หลายๆ คน หลายๆ บ้านคิดว่าท้องแน่ๆ ถึงแต่ง
และดันมีทัศนะคติเหมือนกันอีกตรงที่ไม่คิดจะมีลูก
กะว่าถ้ามีก็คงเป็นแบบว่า ช่วยกันเลี้ยงลูกของน้องสาวหรือพี่สาวที่กำลังจะแต่งงานมากกว่านะ
ของแบบนี้มันก็ไม่แน่นะพี่.. ดูพี่ร่มดิ๊ ร่ำๆ จะเลิกเกิน โผล่มาอีกหน่อซะงั้น :47:
อ้างคำพูดจาก: ต่อ เมื่อ 03 ธ.ค. 2013, 11:03 น.
หลายคนทำสิ่งที่ถนัด แต่ไม่ได้ทำสิ่งที่รัก
หลายคนมีเส้นทางให้เลือกมากมาย แต่ก็เลือกเส้นทางที่เดินได้สบายๆ เพียงเพราะทางที่ชอบนั้น มันชันเกินไป
ฉึก !!! :05:
(http://i.imgur.com/PwgmXVN.jpg)
จะกลับมา 18 นี่ถามตูยังวะเนี่ย :59:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 03 ธ.ค. 2013, 14:14 น.
ของแบบนี้มันก็ไม่แน่นะพี่.. ดูพี่ร่มดิ๊ ร่ำๆ จะเลิกเกิน โผล่มาอีกหน่อซะงั้น :47:
:59: โห ลูกสอง
:12: ยกนิ้วให้ความพยายามของอีแอน
ยกนิ้วให้ลูกสองของพี่ร่ม :12:
อ้าวๆ โดนแล้วๆ :30:
อุคริๆ :43:
พี่บิ๊กเขารักทุกคนครับ :30:
พี่ต่อ เรื่องมีลูก ปรึกษาคนในฟอนต์ได้ ผู้เชี่ยวชาญทั้งนั้น ลุงร่มเอย พี่แอนเอย พี่เต้ยเอย พี่ติ๊ก&เจน เอย (รายหลังนี่อย่าปรึกษาดีกว่า เดี๋ยวกลายเป็นชวนกันติดเกมส์ :3005:)
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 04 ธ.ค. 2013, 13:05 น.
พี่บิ๊กเขารักทุกคนครับ :30:
พี่ต่อ เรื่องมีลูก ปรึกษาคนในฟอนต์ได้ ผู้เชี่ยวชาญทั้งนั้น ลุงร่มเอย พี่แอนเอย พี่เต้ยเอย พี่ติ๊ก&เจน เอย (รายหลังนี่อย่าปรึกษาดีกว่า เดี๋ยวกลายเป็นชวนกันติดเกมส์ :3005:)
:59: ไม่อยากมี๊ จะปรึกษาทำม้ายยยย เด่วได้มีกันพอดี
:58: แต่เกมนี้ซีเรียสนะ จริงจัง จริงจัง ถึงไหนถึงกันเลยเอ้าา
ไรวะ :30: :30:
ช่วงนี้งานยุ่ง มีปัญหานิดหน่อย และมีลูกน้องแล้ว ความรับผิดชอบเพิ่มมาอีกสเต็ป
มีเรื่องเล่าเยอะแยะเลย แต่มีเรื่องอื่นต้องเรียบเรียงอีกมาก
ต่อ ดีใจด้วย ดูชีวิตเอ็งเป็นสุขดี จริงๆ อิจฉาเล็กน้อยด้วย :30: :30:
หมีเล็ก ดีใจด้วยเหมือนกัน ขอให้ลงตัวซักทีนะกับชีวิต ที่เหลือก็ให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ :27:
รักทุกคน :33:
:25: พี่ต่อสู้ๆ
ลุงร่มก็สู้ๆนะ (และขอโทษที่เป็นหนึ่งในปัญหานั้นงัฟ :05:)
...
ช่วงนี้มีเรื่องให้คิดเพิ่มขึ้นมาครับ หลังจากไม่ค่อยได้คิดอะไรจริงจังเท่าไหร่ :30:
ทำงานที่นี่ครบ 1 ปีแล้วครับ คิดไปคิดมาเร็วเหมือนกันนะที่ได้มาทำที่นี่ ก็โอเคแหละครับ ถึงขนาดคิดว่า
ถ้าเขาไม่ไล่ออก ถ้าเจ้านายยังเป็นคนเดิม ก็คงไม่ออกง่ายๆ หรอก
จนกระทั่งแม่มีปัญหาเดินไม่ได้ครับ
ช่วงนี้ผมไปกลับที่บ้านเรื่อยๆ ครับ เพราะแม่มีปัญหา้เดินไม่ค่อยได้ พาไปหาหมอ หมอบอกว่าเป็นอาการเริ่มต้น
ของคนที่เข่าเริ่มเสื่อม ยิ่งเป็นผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้ว มีความเสี่ยงที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกมากกว่าผู้ชาย
(ดังนั้นผู้หญิงบำรุงตัวเองด้วยนะครับ)
ช่วงนี้เลยกลายเป็นว่าเรามา่คิดว่า เราควรที่จะทำงานที่บ้านไหมวะ ถ้าไปจะทำอะไรวะ เพราะทำงานที่นี่เสียนิสัยไปแล้วครับ
ไปทำงานประจำจะเป็นยังไง คิดจนกระทั่งไปคุยกับหัวหน้า เพราะมีสัปดาห์นึงที่ผมลายาวไปสี่วัน
ผมปรึกษาว่า หรือว่าผมควรจะลาออกดีวะครับ
เรื่องลาออกเป็นเรื่องที่คิดแว้บไปแว้บมา ถ้าเมื่อไหร่ตอบคำถามว่าแล้วออกที่นี่มึงจะไปทำอะไร? ตอบอันนี้ได้ก็ค่อยมาคิดแบบจริงจังใหม่
แต่ตอนนี้ก็เริ่มที่จะมาคิดแล้วล่ะว่า ควรที่จะเก็บเงินไว้เตรียมตัวกับที่จะเกิดขึ้นวันข้างหน้าได้แล้ว
ผมว่าคิดให้ออกก่อนว่าจะทำอะไรที่สามารถทำที่บ้านได้แล้วทำไปได้ยาวๆ (ยาวแค่สองสามปีพอนะ อย่ายาวทั้งชีวิต :30:)
แล้วค่อยลาออกครับ
สนับสนุนการลาออกแต่เนิ่นๆครับ แต่ก่อนจะลาต้องสามารถเลี้ยงชีพด้วยสกิลของตัวเองได้ก่อนนะครับ
เอาแค่ว่าสามารถจัดการภาระพื้นฐานของแต่ละคนได้ก็พอและ แล้วมันจะค่อยๆโตไปเอง
แต่การหาไอ้สิ่งนี้คงยากที่สุดแล้วล่ะครับ เพราะแต่ละคนสกิลไม่เหมือนกัน
บางทีการอยู่ในระบบที่ต้องพึ่งคนอื่น(ทีม)ซะเยอะ กว่าจะปิดงานได้นี่จะลำบากพอควรเหมือนกัน
พวกที่ออกมาง่ายๆ ส่วนใหญ่แล้วสามารถปิดงานได้ด้วยตัวเองคนเดียว (แล้วค่อยจ้างคนเพื่อแบ่งเบาภาระของตัวเอง)
สู้ๆครับ
เลี้ยงลูกสิครับ เป็นงานที่ต้องอยู่บ้านเลยแหละ
อ้างคำพูดจาก: Romzaikyu เมื่อ 04 ธ.ค. 2013, 15:47 น.
ไรวะ :30: :30:
ช่วงนี้งานยุ่ง มีปัญหานิดหน่อย และมีลูกน้องแล้ว ความรับผิดชอบเพิ่มมาอีกสเต็ป
มีเรื่องเล่าเยอะแยะเลย แต่มีเรื่องอื่นต้องเรียบเรียงอีกมาก
ต่อ ดีใจด้วย ดูชีวิตเอ็งเป็นสุขดี จริงๆ อิจฉาเล็กน้อยด้วย :30: :30:
หมีเล็ก ดีใจด้วยเหมือนกัน ขอให้ลงตัวซักทีนะกับชีวิต ที่เหลือก็ให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ :27:
รักทุกคน :33:
ขอบคุณค่ะลุงร่ม อิ่มก็หวังว่าชีวิตมันจะลงตัว ทางใดทางหนึ่งซักวันน่ะแหล่ะ :30:
อัพเดตสดๆร้อนๆ
เจ้านายและพี่ๆในแผนกมารุมขอร้องให้อยู่ปิดงานต่ออีกเดือน :3005:
เพราะงานค้างจากธันวา มันจะลากยาวไปมกราด้วย แล้วอิ่มดันเป็นนเดียวก็รู้เรื่อง (โว๊ะ)
เขาเลยขอให้อยู่ปิดงานพวกนี้
เอาวะ อีกเดือนนึงนะ ถือว่าตอบแทนกันไป ไม่มีอะไรติดค้างกันแล้วนะ :42:
ฟรีขับก็กลับบ้านบ่อยๆ ไม่ต้องลาออกสิ :51:
อยู่จนสิ้นธันวาแล้วออก ปรากฏอีบิ๊กไม่รับ :30:
สิ้นมกราตะหาก :52:
โดนพี่บิ้กหักหลังนี่ได้กลับไปขายมิสทีนอยู่บ้านเลย :30:
ยกเลิกการลาออก แกก็ชวดงานไง
ง่ายนิดเดียว :52:
:05: :05:
:02a: :02a: :02a: :02a: :02a:
ตื่นตาตื่นใจ ~
แต่ละคนมีสเตปที่พลิกผัน :12:
วันก่อนกลับบ้าน ทราบข่าวนึงที่สำคัญกับชีวิต
นั่นคือ บ.ที่พ่อทำงานเริ่มปิดข่าวไม่ไหว ให้พ่อลาออก
ซึ่งก็หมายความว่าปีหน้าเป็นต้นไปจะต้องเลี้ยงตัวเองเต็มตัว
ซึ่งก็โอเคนะ มันเป็นวิถีที่ควรจะเป็นมาตั้งนานแล้ว
ไม่เฉพาะนานาเอง แต่คือทุกคนที่เคยเกาะพ่อกิน ต้องหันมายืนด้วยตัวเองกันซะที :37:
ตอนแรกก็คิดว่ามันน่ากลัวนิดหน่อย แต่มีคนบอกมาว่ายังไงวันนึงก็ต้องเลี้ยงตัวเองอยู่ดี
ซึ่งเออออออ ก็จริง :30:
แถมพอคิดไปคิดมาแล้ว จังหวะนี้คือดีมากๆที่จะอยู่ด้วยตัวเองด้วยซ้ำ
• ปัจจุบันมีเงินเดือนจากงานฟรีแลนซ์ประจำ รายได้รวมแล้วมากกว่าที่ที่บ้านส่งให้
• โชคดีที่บังเอิญทำงานในวิชาชีพที่ไม่ต้องการวุฒิการศึกษามาการันตี (สำคัญมาก)
• มีทางเลือกในการทำมาหากินเยอะมากกกกก
• ตอนนี้มีรถเป็นของตัวเอง + ไม่มีหนี้
• มีเครือข่ายที่ดีมากๆๆๆ (อันนี้สำคัญสุด :46:)
• พอพ่อลาออก จะมีส่วนนึงจากเงินเดือนย้อนหลังที่แม่เลี้ยงจะแบ่งให้ใช้เป็นเงินฉุกเฉิน (แต่ไม่รู้เท่าไหร่)
• อดทนเรียนอีกไม่กี่เดือนก็จะตรงกับปิดเทอมยาว 6 เดือน ซึ่งคงหาเงินได้อย่างเมามันส์ :30:
สุดท้ายค้นพบว่าปัญหาไม่ใช่เรื่องความอัตคัตขัดสน
แต่เป็นเรื่องของความกลัวมากกว่า แต่มาคิดจริงๆ แม่งก็ไม่ได้น่ากลัวแบบที่คิด
อาจเพราะในจังหวะนี้เรามาไกลกว่าตอนต้นปี และทุกอย่างมันก็เคลียร์ มันชัด
ต่างจากตอนต้นปีที่ค่อนข้างแพนิกเพราะยังไม่มีรายได้เป็นหลักแหล่ง
ไม่มีความมั่นใจในศักยภาพของตัวเอง ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง
แต่ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้ว ที่บ้านส่งเรามาดีมากๆ แล้ว
รวมไปถึงตัวเองที่มั่นใจแล้วว่ากูทำมาหากินได้จริงๆ
เอ้อ นั่นแหละ กำลังจะมีชีวิตเป็นของตัวเองอย่างจริงจังแล้วค่ะ :40:
อนาคต
ในระยะสั้นอนาคตยังไม่น่าเป็นห่วง ติดตรงที่ฟรีแลนซ์มันไม่ค่อยมั่นคง
อาจจะหางานจ๊อบประจำเพิ่มอีกสักที + กรุยทางที่มั่นคงขึ้นเตรียมไว้สำหรับปี 58
ตอนนี้ยังคิดไม่ออก คงต้องทำนู่นทำนี่ไปก่อนถึงจะคิดออกมั้ง
ความหวัง
สุดท้ายนี้ อะไรที่เปลี่ยนไปจากตอนต้นปีก็คือตอนนี้มีความหวังมากๆ
ส่วนนึงคือได้เจอวัยรุ่นพลังสูงมากมาย รวมไปถึงมีความมั่นใจที่มีมากขึ้น
ขอบคุณลุงร่มมากๆ ที่ไม่ได้ให้นานาแค่งาน แต่ให้โอกาส ให้ความเชื่อมั่นในตัวเองกับนานา :46:
ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนเรื่อยมาค่ะ :46: :46: :46: :46: :46: :46:
ปล. สิ่งที่เรียนรู้จากช่วงปีนี้ก็คือความสำคัญของการศึกษา
พอจ่ายค่าเทอมเองก็ค้นพบว่าเราเลิกไปเรียนเพราะเป็นหน้าที่
เราไปเรียนเพราะมันมีความรู้ที่ใช้ได้จริงๆอยู่ในนั้น
ซึ้งมากตอนที่เพิ่งทำจ๊อบเสร็จ แล้วพอไปเรียน อ.ก็สอนในเรื่องที่โอ้ นี่ถ้ากูรู้มาก่อนกูคงทำงานได้ดีกว่านี้ :3005:
จริงๆถ้าคนอื่นคิดแบบนี้ก็คงดี :37:
:12: เจ๋งอะ
อิจฉาที่ได้เรียนเพราะเห็นอนาคตแล้วว่าตัวเองคือใคร เลยอยากเรียน พลังงานเต็ม ใฝ่รู้เต็มที่ :12:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 10 ธ.ค. 2013, 16:24 น.
อิจฉาที่ได้เรียนเพราะเห็นอนาคตแล้วว่าตัวเองคือใคร เลยอยากเรียน พลังงานเต็ม ใฝ่รู้เต็มที่ :12:
เห็นควรพี่แอนด้วย :12:
นั่นดิ น้อยคนนะที่จะรู้ว่าเรียนมาแล้วจะเอาไปใช้อะไรได้มั่ง สมัยตูเรียนอนาคตโคตรว่างเปล่าเลย :05:
สงสัยตอนนี้นานาคงเห็นวิชานี้นี่เงินชัดๆ วิชานั้นก็เงินชัดๆ แล้วอ่ะ :30: :30: :30:
ตูนั่งหลับในคาบเรียนเกือบ 100%
มานึกดูโคตรอายเลย :05:
เนี่ยตอนนี้เลยโคตรขยันเรียนเลย
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 10 ธ.ค. 2013, 17:28 น.
สงสัยตอนนี้นานาคงเห็นวิชานี้นี่เงินชัดๆ วิชานั้นก็เงินชัดๆ แล้วอ่ะ :30: :30: :30:
ใช่ๆ เงินทั้งนั้นๆๆ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 10 ธ.ค. 2013, 16:24 น.
อิจฉาที่ได้เรียนเพราะเห็นอนาคตแล้วว่าตัวเองคือใคร เลยอยากเรียน พลังงานเต็ม ใฝ่รู้เต็มที่ :12:
ส่วนมาก ตอนเรียนไปเรียนปี1-3 จะเรียนไปงั้นๆ ทั้งนั้นแหละ ไม่ได้คาดหวังเลยว่า จะจบไปแล้วทำงานไรต่อ :3005:
ตอนเรียน พี่มามีไฟเอาตอนต้นปี ๔ เพราะไปฝึกงานแล้วพบทางที่ถูกใจ
แล้วเหมือนมองเห็นว่าเออ ที่เรียนๆ มามันอย่างนี้ๆๆ นะ
แต่เหมือนจะสายไปนิดเลยอะ เกรดสามปีที่ผ่านมานี่บรรลัยมาก
แอบคิดว่าถ้าให้ไปฝึกงานตั้งแต่สิ้นปี ๑ หรืออย่างน้อย ปี ๒ น่าจะดีกว่านี้
เห็นด้วยๆ ฝึกงานนี่เปลี่ยนชีวิตนะ รู้เลยที่เรียนมาได้ใช้จริงยังไง
จะรู้ได้ทันที เมื่อเจอของจริง :12:
โคตรเจ๋งเลยนานา
กำลังคิด (คิดแบบจริงจังนะไม่ใช่มุก) ถ้าเกิดว่านานามีออกหนังสือนะ
น่าจะทำให้มีเครดิต มีชื่อเพื่อที่ขยายเครือข่ายในการรับงานฟรีแลนซ์ได้ดีขึ้นหรือเปล่า
ตอนนี้แซลมอนมีสำนักพิมพ์แยกออกมา ซึ่งนานาน่าจะเข้ากับสนพ.นี้มากกว่า
ถ้าว่าง ก็ลองดูนะ แฮะๆ (ทำไมวกเข้ามาหานักเขียน)
ตลอด :59:
เกลียดตัวเองที่จะเขียน จะเขียน มาหลายทีละ ไม่ยอมเขียนซะทีนี่แหละ :05:
ลองทำวันละชิ้นสองชิ้นก็ได้ครับ ^^
เทคนิคนี้เหมือนกำลังขายประกัน :30: :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: ณัฏฐ์ เมื่อ 11 ธ.ค. 2013, 13:24 น.
เห็นด้วยๆ ฝึกงานนี่เปลี่ยนชีวิตนะ รู้เลยที่เรียนมาได้ใช้จริงยังไง
จริง ตอนนี้โคตรอยากเปลี่ยนสายเลย :05:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 10 ธ.ค. 2013, 16:24 น.
อิจฉาที่ได้เรียนเพราะเห็นอนาคตแล้วว่าตัวเองคือใคร เลยอยากเรียน พลังงานเต็ม ใฝ่รู้เต็มที่ :12:
:12:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 10 ธ.ค. 2013, 16:24 น.
อิจฉาที่ได้เรียนเพราะเห็นอนาคตแล้วว่าตัวเองคือใคร เลยอยากเรียน พลังงานเต็ม ใฝ่รู้เต็มที่ :12:
บอกโบนัสละ ปีนี้ไม่เยอะเท่าปีที่แล้ว เศรษฐกิจแย่มาก ต้องกันเงินไปสำรองหนี้เสียจากเดิมหลายเท่า
กลัวหนี้เสียจากอีรถคันแรกนี่แหละ สุดยอดนโยบาย เย้ดเข้
ปีนี้รถยึดเยอะมาก แถมเอาไปประมูลขายขาดทุนอีก เอาไปฟ้องต่อกันเป็นแถว
ปีหน้าเศรษฐกิจเข้าปลายเซอร์เคิล ซึ่งแย่ ออมๆกันไว้นะฮะ
ดีนะได้บุญเก่าที่ตกลงกันตอนจะลาออกคราวนั้น เลยได้มากกว่าปีที่แล้วนิดหน่อย :27:
ปีนี้งานเชียงใหม่เงียบ
งานราชการก็.........งบติดๆขัด
ปีนี้ไม่มีโบนัส แต่บริษัทจะให้โบนัสเป้นวันหยุด 9 วันแทน
:05:
อยากรู้มั่งว่าจะได้เท่าไหร่ :37:
ที่บริษัทกำลังรับ Dev Ruby on Rails นะฮะ
ทำงานเกี่ยวกับดึงดาต้า facebook
ฟีเจอร์ push server Stream::Live
เขียน RSpec ด้วยนะเออ
เขียน Angular.js
เวลาเข้างานชิลๆ
เงินโอเค
มีของให้เล่นเยอะ (ตอนนี้ใช้ rails 4.0.1 ละนะ แก้จะอ๊วก)
สนใจติดต่อมากันได้
ลุ้นชิบหายกับโบนัส
พร้อมทั้งจะต้องประคองคนอีกร่วม 10 ที่ไม่เคยทำงานมาก่อนให้ผ่านไปให้ได้
ไม่รวมถึงต่อสู้ตบตีกับฝ่ายอื่น ๆ ที่แม่งคอยจะจ้องทำลายตลอดเวลา
:46:
ปีนี้เมียไม่มีโบนัสให้ครับ จบ
มีแต่อะไรครับ
นิยาย
น้องให้นิทาน
ทุกคนเป็นถลอกกันหมดแล้ว :30:
ได้โบนัสกะเค้าด้วย :3005:
เป็นโบนัสก้อนแรกที่ไม่คิดว่าจะได้ เพราะเพิ่งผ่านโปรมาสดๆร้อนๆ
แต่ก็ได้มาแค่หางอึ่งอ่ะนะ (ก็ยังดี)
ตอนนี้โครตเสียใจที่ดันใจอ่อนยอมทำงานเพิ่มให้อีกเดือนนึงจริงๆ
งานเข้าแบบพรวดๆๆๆๆๆๆ ร้องไห้เลย
พยายามคิดอย่างเดียวว่า "ยอมอีกเดือนนึง ออกไปจะได้ไม่มีอะไรค้างคาใจกัน"
รออีกเดือนนึงนะจ๊ะพี่บิ๊กจ๋า :27:
พี่บิ๊กบอก.. ใครเขารอแกไม่ทราบ :30:
ถามบิ๊กครับ พอดีมีรุ่นน้องเรียวขาสวยๆ หน้าตาเกาๆ เต้นคัพเวอร์ได้นิดหน่อย
อยากสมัครงานน่ะครับ แต่ติดที่ไม่รุ้มีตำแหน่งว่างไหม......
:30:
คราวนี้อิ่มตกงานชัวร์ :30:
ปล. เจ้านายให้โบนัสสองเดือน น้ำตาจะไหล :3005:
เพราะใช้หนี้ก็หมดละ :30:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 30 ธ.ค. 2013, 14:21 น.
ถามบิ๊กครับ พอดีมีรุ่นน้องเรียวขาสวยๆ หน้าตาเกาๆ เต้นคัพเวอร์ได้นิดหน่อย
อยากสมัครงานน่ะครับ แต่ติดที่ไม่รุ้มีตำแหน่งว่างไหม......
:30:
จริงเหรอครับ ส่งรูปมาได้เลยครับ
แล้วต่ำแหน่งอิ่มล่ะ .....
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 30 ธ.ค. 2013, 14:25 น.
คราวนี้อิ่มตกงานชัวร์ :30:
ปล. เจ้านายให้โบนัสสองเดือน น้ำตาจะไหล :3005:
เพราะใช้หนี้ก็หมดละ :30:
หรือไม่เอา :59:
ของตูก็พอกัน
:30:
พี่บิ๊กคะ
จะหาคนอย่างอิ่มไม่ได้อีกแล้วนะ :22:
เจอแต่แบบ ... ดีกว่า :30:
อิ่มคุณภาพคับแก้วนะคะ :22:
ไม่ได้หมายถึงอ้วนจนคับนะ นี่ดักไว้เลออออ :23:
มีชิงเล่นไว้ก่อนด้วย :30:
เชี้ยยยยยย ดักมุก ขอให้พี่เลย์ส่งรูปน้องคนนั้นมาก่อนเลยครับ
(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)
(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)
(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)
(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)
(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)(พี่เลย์ส่งรูปอิ่มไปสิคะ)
:42:
:30: :30: :30:
งาน
งานดี 360 องศา (แปลได้ว่าไม่ได้มีมิติเดียว)
งานประจำโอเค มีต้องเรียนรู้และวิเคราะห์ให้เก่งกว่านี้
งานอื่นๆ โอเค ไม่นึกว่าจะยังมีต่อเนื่องแต่ก็มี :27: (คอนเน็กชั่นนี่มันสำคัญจริงๆ) โชคดีได้ผู้ร่วมทีมดี
เฟซบ๊อก น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง (อย่างน้อยก็เปลี่ยนโฉมเว็บ)
อินฟ้อกกราฟิก ก็ปั้นกันต่อไป
มีอะไรอีกหว่า ไม่มีละ
เงิน
มีงานก็มีเงิน :27: :27: :27: :27: โอ้ยดี
ความหวัง
อยากไปญี่ปุ่นจุงเร
อนาคต
มีเงินเก็บ และหาทางแปลงมันเป็นอสังหาริมทรัพย์
เดือนช่วงพุ่ง :25:
จริงๆ ปีที่แล้วก็งานชุก เงินดี (มาก) แต่เล่นหมด
(ถามผู้ร่วมทีมที่มีเงินเยอะเหมือนกันก็ประสบชะตากรรมเดียวกัน มีเยอะแต่ขาดสติก็ใช้เงินหลุดลอย :05:)
ขอบคุณพี่แอน ตั๊กถั่ว และตี๋ที่เตือนสติ ปีนี้จะมีเป้า สู้ๆ เย้ :25:
หาได้เยอะใช้(เล่น)เยอะนี่ใช่เลยนะ :05: :05: :05:
update บั้ง
งาน
อยู่ดีๆ เพื่อนก็จะมาดึงตัวไปเป็น co-founder ที่หาดใหญ่ เขียน software logistics ขาย
อยากไปนะ แต่ startup นี้ เงินมันไม่เดิน ก็กำลังคุยๆ อยู๋ แต่รับงานมันมาทำละ รอตัดสินใจ เดือนเมษานี้ TvT
ขอไว้อาลัยให้กับเพื่อนคนนั้น... :16:
เซ็งเหมือนกัน :16:
:05:
ไดอารี่
• เลี้ยงตัวเองเดือนแรก เงินในบัญชีที่คามาจากธันวา ตอนนี้เหลือประมาณหกพันบาท :30:
(แต่เดี๋ยววันจันทร์จะทยอยได้ตังมาลอตนึง เย้)
• ช่วงนี้งานการขาขึ้นมากๆ แต่ก็ยังเยอะในระดับฟรีแลนซ์อยู่ (คืออาจจะไม่ได้เยอะอย่างนี้ไปตลอด)
แต่ค้นพบว่าพองานเยอะ เงินเยอะขึ้น ความเหนื่อยก็เยอะขึ้น
เพราะอีที่ทำอยู่ๆ ทั้งกราฟิก วาด อนิเมท ยังไงก็อยู่ในคลาสใช้แรงงาน
จะได้มากได้น้อย 1 เดือนนี่ขึ้นอยู่กับความขยันทั้งนั้นเลย บ้าจริง :05:
• จริงๆ ถ้าไม่ติดว่าต้องเรียน ปริมาณงานที่รับมาถือว่าพอเหมาะพอควรกับการใช้ชีวิตในรอบ 1 เดือนมาก
คือใช้ชีวิตเป็นมนุษย์ชิวได้เลย .... ถ้าไม่ติดว่าต้องเรียนนี่แหละ :59:
ช่วงนี้สับสนๆ ยังคงชอบการไปมหาลัยอยู่ ชอบวิชาความรู้ที่ได้เรียนมากๆ (อย่างที่เคยกล่าวไปแล้ว)
แต่กำลังรู้สึกว่าการเรียนมันแน่นไป เยอะไป มันแย่งเวลาใช้ชีวิตในแบบที่ควรจะเป็นไปจากเรา
ควรจะเป็นในที่นี้คือมีเวลาเดินทาง ไปงานเสวนา ไปค่าย มีเวลาทำงานอดิเรกต่างๆ
ของอย่างนี้บางคนอาจบอกว่าเก็บไว้ทำตอนเรียนจบก็ได้
แต่นานาแอบคิดว่าของอย่างนี้มันสัมพันธ์กับปัจจุบันขณะ สัมพันธ์กับอายุ สัมพันธ์กับการเติบโตอะ :37:
คือรู้สึกว่าถ้ายังใช้ชีวิตแบบนี้อยู่จะพังเอาทั้งความรู้ที่ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย มีแต่งานเผาๆ แล้วก็โดดบ่อยๆ
แล้วก็สุขภาพจะพังเอาทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต
หลักๆคือคิดว่าสเตปการเรียน 4 ปี เพื่อเอาปริญญามันไม่ได้สำคัญกับเราแล้ว แบบว่าจบช้าก็ไม่เป็นภาระใคร
จำเป็นไหมที่ต้องรีบอัดรีบเรียนให้จบในเวลา ? เรียนแบบผ่อนได้มั้ย
คือ กำลังคิดว่าจะเรียนปี 3 สองปี :30: ลดปริมาณการเรียนลงมาครึ่งหนึ่ง ช้าแต่ชิวและมีคุณภาพกว่า
แต่ไม่รู้ว่าจะดีมั้ยนะ มีทางเลือกมีวิธีอื่นไหม
ปีนี้มีปิดเทอมตั้ง 6 เดือน มีเวลาคิดนานหน่อย ยังไงใครมีคำแนะนำยังไงรบกวนด้วยค่ะ :46:
มีอีกคำถามที่น่าสนใจคือถ้าจะเอา "ชีวิต" มาตั้งต้น ตกลงแล้ว "เรียน" หรือ "งาน" ที่แย่งเวลาใช้ชีวิตไปจากเรากันแน่วะ :30:
คือตอนนี้คิดว่าตัดงานทิ้งไม่ได้เพราะตัดแล้วจะเอาที่ไหนแดก ๕๕๕ แต่เชื่อว่าคำตอบมันคงมีหลากหลายขึ้นในระหว่างที่ตัดสินใจ
อย่างตอนแรกคิดถึงเรื่องลาออก ต่อมาก็คิดถึงเรื่องค่อยๆเรียน จบช้าหน่อย
อีกชอยส์ที่เพิ่งคิดออกคือปิดเทอมหกเดือนจงปั่นงานสุดริด เก็บเงินสแปร์ไว้เรียนตามปกติแล้วรับงานน้อยลง (แต่ทำไม่ได้หรอกถ้ายังโลภอยู่ ๕๕๕๕)
วันนี้พนันกับนักเขียน ถามว่าจะทันงานหนังสือไหม
เค้าก็บอกว่าทัน
เลยพนันกันว่า ถ้าไม่ทันผมจะลาออกจากงาน
(ตอนนี้กำลังเตรียมตัวเก็บของกลับบ้านละ :05:)
ถ้าไม่ทันนี่ เป็นนักเขียนคงรู้สึกมีตราบาปชั่วชีวิต :05:
พี่ว่าเรียนให้จบดีกว่า เพราะเรียนผ่อนไม่ว่ากี่นาน ก็กระทบงานอยู่ดีแหละ
เพราะยังไงก็กังวลตอนสอบไม่เป็นอันทำงาน
แต่ถ้าเลือกทำงานมันก็พาลไม่อยากเรียน กองพี่มีหลายคนเป็นงี้
สรุปเรียนด้วยจำนวนปีเต็มแม็กซ์ 8ปียังไม่รู้จะจบเปล่าเลย
คือจะไม่สนที่เรียนมาเลยก็ได้นะเพราะมีงานทำแล้ว
แต่ใครจะรูว่ามันอาจสำคัญในตอนหลังก็ได้ ซึ่งเป็นพี่จะไม่เสี่ยง กัดฟันเฮือกนึงจบให้เร็วๆ
ทีนี้ทำงานเต็มที่ไม่ต้องเหยียบแคมสองมือ :30:
:46: โอ้ส
ยังไงก็จะเรียนให้จบแหละเพราะซึ้งแล้วว่ามันมีประโยชน์มากจริงๆ
แต่ท้อแท้อิ๊บอ๋ายเลย โคตรเหนื่อย เฟลด้วยแบบงานก็เผาๆ :3005:
หาผัวรวยๆ :47:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 09 ม.ค. 2014, 06:36 น.
หาผัวรวยๆ :47:
อ้างอิง
เหยียบแคมสองมือ :30:
:30:
พี่ว่าเฉพาะปีแรกๆล่ะที่ตารางเรียนมันหนัก เพราะมีวิชานอกเยอะด้วย
ปีหลังๆเวลาจะเหลือบานเลยล่ะ
แนะนำให้เรียนให้จบอย่างที่ป๋าเลย์ว่า เอาทีละทางไปจะได้ไมต้องห่วงหน้าพะวงหลัง
เกิดหลังๆมีงานมาเยอะๆหนักๆจะขี้เกียจเรียนเอาซะดื้อๆนะ :30:
เรียนให้จบนั่นละ อย่างน้อยเผื่อจะต่อยอดไปทำอะไร มันก็ง่ายกว่าไม่จบละ
แนะนำหยุดรับจ๊อบเจ้าอื่นให้หมด รับแต่ EXA STUDIO งานน้อยนานๆมาที :30:
เมื่อวานอ่านของนานาแล้วอยากจะตอบว่าเชียร์ให้เรียนก่อนทำงานเหมือนกัน
แต่ก็แบบ รอดูเสียงส่วนใหญ่ดีฝ่าเผื่อคิดไม่เหมือนเรา :30:
ปล ตอนช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ (เลือกจะเรียน ป โท สายวิทย์ หรือทำงานที่ไม่เกี่ยวกะวิทย์เลย)
พี่ก็เลือกทำงาน ปลอบใจตัวเองว่าเดี๋ยวค่อยกลับไปเรียนปีหน้า
สรุปว่าไม่กลับไปเรียนอีกเลย :47:
ตูว่าอยากเรียนก็เรียน อยากทำไปด้วยแต่เรียนแบบผ่อน น้อยๆ นานๆ ก็ว่าไป
เพราะส่วนตัวแล้วชอบชีวิตสมัยเรียน มันทำนั่นนี่ได้เยอะดี ยิ่งไม่ต้องพึ่งเงินพ่อแม่ด้วยแล้ว :30:
แล้วยิ่งเป็นพวกเห็นโลกแบบนานายิ่งใช้กำไรจากการเรียน (และสถานภาพขณะเรียน) ได้เยอะชิบเป๋งเลย
เออ เดี๋ยวพอจบมาปั๊บ ก็จะบ่นอีกว่า การทำงานแม่งแย่งชีวิตไปจากเรา (ตอนนี้เป็นอยู่ :30:)
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 09 ม.ค. 2014, 13:29 น.
เออ เดี๋ยวพอจบมาปั๊บ ก็จะบ่นอีกว่า การทำงานแม่งแย่งชีวิตไปจากเรา (ตอนนี้เป็นอยู่ :30:)
อย่างแอนตอนนี้ ยังว่าการทำงานแย่งชีวิตนี่
อย่างตรูนี่ จะเรียกอะไรนะ :30:
Steve Jobs ลาออกจากมหาลัยเลยนะ นานา
:30: บิลเกตด้วย
จอห์นแนช เป็นบ้าเห็นภาพหลอน นะครับ
เรียนๆ ไปเหอะ อย่างนานาเรียนแม่งไม่ยากหรอก ตูว่ามันน่าเสียดาย ตรงที่ เรียนให้จบแม่งง่ายนิดเดียว ไม่รู้จะทิ้งทำไม
ส่วนถ้าจะเอาเกียรตินิยมก็อีกเรื่อง แต่ก็ไม่รู้จะเอาไปทำไม :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 09 ม.ค. 2014, 16:15 น.
เรียนๆ ไปเหอะ อย่างนานาเรียนแม่งไม่ยากหรอก ตูว่ามันน่าเสียดาย ตรงที่ เรียนให้จบแม่งง่ายนิดเดียว ไม่รู้จะทิ้งทำไม
ส่วนถ้าจะเอาเกียรตินิยมก็อีกเรื่อง แต่ก็ไม่รู้จะเอาไปทำไม :30:
หล่อมากฮะ คิดแบบนี้เหมือนกัน :12:
ปล. เสาร์นี้ไปแถวบ้านเอ็งนะบวบ อยู่ป่าววะ จะชวนมาแจม
เดี๋ยวๆ นานาไม่ได้บอกว่าไม่เรียน แต่จะเรียนซักห้าปีหกปีว่างั้น จบนานหน่อยน่ะ :30:
อ้างคำพูดจาก: Vikz เมื่อ 09 ม.ค. 2014, 16:31 น.
หล่อมากฮะ คิดแบบนี้เหมือนกัน :12:
ปล. เสาร์นี้ไปแถวบ้านเอ็งนะบวบ อยู่ป่าววะ จะชวนมาแจม
งานบวชน้องชายลูกตาลอะพี่ คงยุ่งทั้งวันตั้งกะเช้ามืด :05:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 09 ม.ค. 2014, 16:54 น.
เดี๋ยวๆ นานาไม่ได้บอกว่าไม่เรียน แต่จะเรียนซักห้าปีหกปีว่างั้น จบนานหน่อยน่ะ :30:
อ้าวเหรอ.. โอ้ยหกปีเด็กๆ แถวนี้คนเรียนเจ็ดปีแปดปีเยอะไป :52:
อยากจะริบเงินเดือนมันซะครึ่งนึงจริงๆ :59:
กูรูเรียน 7-8 ปี อยู่แถวนี้ทั้งน้าน :30:
อย่างไรก็ได้นะ นานา ขอแค่เป็นคนดี :58:
...
เรซูเม่สวยอะ :25:
:59: ตอนแรกว่าจะยัดงานทั้งหมดใส่ เพราะมีเยอะมาก พอต้องมานั่งคัดจริงๆจังๆ เสียเวลาทั้งวันเลยครับ
สวยดีนะ :25: :12:
ชอบตรงสกิล :25:
:25: สวย
งามงด :25:
สวยยยยยย :25:
:25: สวยยย
:25: จ้างผม จ้างผม
อัปเดตบ้างค่ะ ร้านนลินฟ้าขายดีมาก ติดลมบนแล้ว
ตอนนี้ชีวิตเริ่มลงตัวมาก
เพราะเพิ่งได้ผู้จัดการร้านมา (ฟังดูไฮโซมะ55)
คือมีคนมาช่วยวิ่งงาน แพ็คของ ส่งของ สบายเลย :33:
ก็เลยท้องสองนี่แหละครับ
:12: ขอให้กิจการรุ่งเรืองครับ
:12:
ชีวิตลงตัวมากค่ะ หนีไปเที่ยวสกลได้แล้ว เย่
เดี๋ยวได้คนที่สาม
คนที่สาม....
กะให้ขี่คอกันออกมาเลยเรอะ :59:
รอหนาวๆก่อนสิ :30:
ดูจาก stat ของลูกทั้งสองคนแล้วน่ะนะ
มาๆๆ :25: :25: :25:
อัปบ้างๆ
งานเยอะมากกกกกกกกกกก เยอะเชี่ยๆ เยอะจนแบบ เฮ้ย เยอะไปปะแก :07:
ปีที่แล้วที่เริ่มตั้งแก๊งเถื่อน คือชีวิตไม่ค่อยลงตัว ก็จะแบบ รับงานเท่าที่รับไหว อันไหนมาไม่อยากทำก็โคว้ตไปแพงๆ 5555
(ไม่เชิงหรอก ลักษณะงานมันก็ยากจริงๆ)
แต่ปีนี้ไม่รู้ทำไม คืองานมาก็ทำอะ ไม่ได้ปฏิเสธงาน เพราะปีที่แล้วอาจจะมีบทเรียนว่า งานมันมาต้นปี ปลายปีก็แผ่วๆ งี้มั้ง
และลูกค้าก็ไม่ได้อยู่กะเราตลอดเวลา บางคนมาแล้วก็ไป
แต่ก็ใกล้จะกระอักเลือดแล้วนะ มีงานที่รับทำอยู่ งานรอรับทำ งานที่ติดต่อมา คือถ้ามาพร้อมๆ กันอาจตายได้ 555 แต่ก็ทำ เพื่อเงิน :07:
ทีนี้ๆ มาขนานกะงานประจำ
งานประจำเนี่ย เดือนก็คิดนะว่าเดือนจะโตกว่าเดิมยังไง
คำตอบมันคือเดือนต้องเก่งมากกว่าในโลกของโซเชียล คือเค้าอาจจะปูให้แบบ เป็น AE อีกคน
(ซึ่งแบบ ห๊ะ..เอาจริงเรอะ แต่ก็ยังนะ ยังไม่ได้รับการคอนเฟิร์มใดๆ)
ถามว่าจะทำได้มั้ย ก็ไม่รู้สิ คือเดือนเป็นคนที่ ถ้ามีคนโยนงานมาให้ทำ ก็ทำได้อะ ตะเกียกตะกายหน่อยแต่ก็ทำได้
(ดูอย่างตอนทำงานที่เก่า ก็หลงไปตัดเว็บตัดอะไรได้ "บ้าง" งี้ ซึ่งใช่สายงานตรูเรอะ 55 แต่ก็แบบ ชีวิตมันเพี้ยนตั้งแต่ทำงานไม่ตรงสายละไง)
แต่ก็ยังสับสนในตัวเองนะ จำเป็นต้องเป็น AE ไหม จำเป็นต้องคุยกะลูกค้าและรองรับอารมณ์ลูกค้าเก่งไหม
ก็ยังนึกอะไรไม่ค่อยออก ตอนนี้ก็สับสนตัวเองนิ
คือตอนนี้งานเยอะๆ นี่ ก็เคยคิดนะว่า ออกมาลุยเองเลยดีมะ แต่ก็ใจนึงก็ยังกลัว คิดว่าตัวเองก็ยังไม่เก่ง
คอนเน็กชั่นก็ไม่มี (ขนาดไม่มีแล้วงานมาจากไหน :59:)
ก็เลยคิดว่าจะฝึกวิชาไปเรื่อยๆ ก่อน (ทำงานที่ใหม่นี่ได้สกิลเยอะขึ้นจมจริงๆ)
ประมาณนี้
พิมพ์วนไปวนมาคิดไรไม่ออก
(ใครจะจ้างทำ social จ้างได้นะ :30: ฮาร์ดเซลล์อีกละ)
ฝ่ายคูซีนาก็ต้องฝึกงานแผนกซาลากันนะ :30:
แบมบี้ภาค1 :30:
ส่วนตู... โดนทุนนิยมต่อสัญญาซื้อวิญญาณไปอีกปี และอีกปีๆๆ... :05:
อยากเป็นทฤษฎีการตลาดไรงี้ จะช่วยให้เก่งขึ้นมะ ต้องเรียน ป โท อย่างเดียวเลยสินะ :05:
เดือนเอ๊ย ทุกอย่างมาจ่อรอขนาดนี้แล้วนี่กังวลยังกะสมัยตัดสินใจจะไปต่อโทดาราศาสตร์ แล้วโดนด่าให้มาหัดทำเฟซบุ๊กแน่ะ :30:
มีครั้งหน้าจัดแล้วชวนด้วยนะ จะไปๆๆ :25:
อัพเดท 1 เดือนผ่านมา กำลังจะเข้า 2 เดือนชีวิตที่พึ่งตนเอง
มุมมองต่อการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปสุดโข :30: เข้าใจฟีลพวกเด็กจบใหม่ยังไงไม่รู้
แต่ที่ต่างกันคือตอนนี้ก็ยังต้องไปเรียนอยู่นี่แหละ รู้สึกเหมือนเล่นเกมแล้วโดยสปอย :05:
ช่วงนี้ก็สร้างเนื้อสร้างตัวอยู่ เป็นฟรีแลนซ์มือสมัครเล่น ทำกราฟิก การ์ตูน โมชั่น ตัดหนัง ถ่ายหนัง จัดค่าย ไปบรรยาย ฯลฯ มั่วมาก :30:
งาน
งานเริ่มเยอะ เริ่มมีความมั่นใจแล้วว่ายังไงเราก็ต้องมีงานทำแน่ๆ
เพราะนอกจากจะรับงานปลีกแล้วเริ่มมีคนชวนทำงานเชิงโปรเจกต์
ทั้งที่ทำในส่วนปลีกของโปรเจกต์และทำโปรเจกต์เอง
แต่ปัญหาคือพอใหม่ต่องาน ก็กะเวลาทำงานไม่ถูก บริหารไม่ค่อยอยู่
บางงานกะว่าทำเท่านี้ก็เสร็จ แต่เอาจริงมันก็มีขั้นตอนแก้งาน อะไรหลายๆอย่างที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอ
กลายเป็นว่าไม่กลัวไม่มีงาน ไม่มีเงินแล้ว ยังไงก็หาได้
ปัญหาตอนนี้เลยเป็นบริหารงานบริหารเงินไม่เป็นแทน :3005:
อุปสรรคหลักๆคือชีวิตฟรีแลนซ์ที่ว่ามันไม่ได้ฟรีจริงๆ
มีทั้งเรื่องเรียน ที่ต้องเสียเวลาช่วงกลางวันของหลายๆวันไปทนเรียนบางวิชาเพราะขาดเกินก็มีปัญหา
มีเวลาวันหยุดกับกลางคืนทำงาน บางที อ.ก็เฮี้ยนสั่งงานนรกอีก (แต่เผาได้น่ะนะ)
พอทำงานกลางวันวันธรรมดาไม่ได้ ก็เลยต้องไปทำเอาตอนที่มันเคยเป็นเวลาว่าง
เลยปรากฏว่าเดือนนี้ไม่มีเวลาว่างเลย คุณภาพชีวิต ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างและสุขภาพจิตแย่สุดๆ :05:
แถมตอนนี้โคตรจนเลย เพราะพอเป็นฟรีแลนซ์แล้วงานก็ยืดหยุ่น การจ่ายเงินก็ยืดหยุ่นเช่นกัน :30:
พองานเยอะล้นมือ เลยได้รู้ว่าของบางอย่างอดทนอย่างเดียว มีไฟอย่างเดียว แก้ปัญหาไม่ได้
มันต้องพอดีอะ งานถ้าอยากทำให้ดีมันต้องการฝีมือ วินัย เวลา ทุ่มเทเต็มที่ (ยังทำไม่ได้ :05:)
ความหวังอนาคต
ตอนนี้รู้สึกว่า หลุดจากระบบการศึกษาไปแล้ว
คือทุกอย่างมันหาเองได้จริงๆในโลกยุคนี้ ยุคที่มีโลกเป็นห้องเรียน
มีอย่างเดียวที่หานอกห้องเรียนไม่ได้คือวุฒิ :30: มีแค่นี้จริงๆ
หรืออย่างคนที่บอกว่าชีวิตมหาลัยมันอิสระ
นานาก็พบว่ามันไม่ได้อิสระจริงๆอะ จะไปเที่ยวก็ไม่ได้ไป ติดนั่นติดนี่
จะไปเรียนอะไรที่อยากเรียนจริงๆก็ไม่ได้ เพราะโดนบังคับเรียนในสิ่งที่เขาบังคับ
อิสระในคราบนักศึกษามันก็แค่อิสระในกรอบแบบหนึ่งเท่านั้นเอง
แต่ตอนนี้ก็งงๆ ว่าถ้าตรูออกมาจากกรอบนั้นแล้วตรูกำลังอยู่ในกรอบไหน
สุดท้ายก็ออกมาเพื่อที่จะอยู่ในระบบอีกระบบนึงเท่านั้นรึเปล่า :16:
(แต่คำตอบคือไม่ ไม่ใช่ตลอดไปแน่ๆ)
อย่างนึงที่เห็นได้ชัดก็คือ ตอนนี้มีพอร์ทจริงมากมาย
แต่มันก็ยังไม่ฟินกับพอร์ทเท่าไหร่อะ แบบคิดว่ามันดีได้กว่านี้นะ ดีได้อีก
แล้วก็พอเทียบกับพอร์ทเพื่อนๆที่กำลังเรียนอยู่ งานจริงน้อยกว่า มีอิสระกว่า
นานาว่านานาก็ยังไม่ได้ทำงานที่ตัวเองอยากทำจริงๆ ซะที
คืองานเรียนอาจจะจริงน้อยกว่า แต่อย่างน้อยมันก็สนุกในศักดิ์ของศิลปิน :16:
พูดถึงภาวะศิลปิน คือจริงๆ ศิลปินต้องกิน ต้องใช้
ต้องบาลานซ์ระหว่างอาร์ต กับการขาย
ตอนนี้ก็ยังหาจุดสมดุลอยู่ :16: คือมันแตกต่างกันมากระหว่าง
อะไรที่เราชอบจริงๆ กับอะไรที่คนอื่นชอบให้เราทำ
อะไรที่เราคลั่ง อะไรที่เราเฉยๆ ทำก็ได้ไม่ทำก็ได้
ส่วนอะไรที่ขายได้ อะไรที่ขายไม่ได้ไม่มีหรอก มันอยู่ที่ขายใครและขายยังไงมากกว่า
แบบเป็นมือรับจ้างมันก็สนุกดีอะ แต่นานาว่าธรรมชาติของนานามันเป็นพวกเจ้าโปรเจกต์
เป็นพวกติสต์แตก เป็นนักฝัน เป็นพวกชอบริเริ่ม (นี่คิดเองเออเองอยู่ ๕๕๕)
มันต้องมีวิธีทำมาหากินกับอุปนิสัยแบบนี้อยู่บ้างสิ
เพราะแบบเอาจริงๆ ก็มีคนมาชี้โพรงให้หลายโพรงมากๆ
อย่างโปรเจกต์ที่อยากทำในหัว และหากินได้ มีเยอะมากกกก แต่ไม่ได้เริ่มทำซะที
โชคดีมาอยู่ในแวดวงคนทำงานโครงการ เลยเริ่มเห็นว่ามันมีความเป็นไปได้ที่เราจะเป็นเจ้าของโปรเจกต์
ที่จะได้ทำงานในสิ่งที่ถนัดกับความสามารถตัวเองจริงๆ และตัวเองยินดีที่จะอยู่กับมันจริงๆ
ถ้าปีนี้ฟิตพอ อาจได้ลองทำดูบ้าง
แต่อย่างอื่นก็จะทำอยู่เพราะเลเวลยังไม่สูงพอ ยังต้องเรียนอะไรอีกมาก
ยังสนุกอยู่กับงานที่ทำในปัจจุบัน อาจจะขลุกขลักในด้านการบริหารชีวิตตัวเอง
แต่อยากเตือนตัวเองให้ไม่ลืมว่าตัวเองต้องการอะไรจริงๆ
ไม่อย่างนั้นก็จะแค่ย้ายจากลูปนึงไปอยู่อีกลูปนึงเท่านั้นเอง :37:
สรุปคือ ตอนนี้เป็นวัยรุ่นจิตแตก
มีปัญหากับการทนอยู่ในระบบการศึกษา
มีปัญหากับความต้องการของตัวเอง :30:
แต่ระบบการเงินเอ็กซ่าดีเลิศมากนะฮะขอบอก :52:
ยังว่างทำให้พี่อยุ่เปล่า :05:
เอ็กซ่าเลิศจริง :25: ทำกับชาวฟอนต์ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่
แต่ทำกับ บ ที่รับจาก บ ใหญ่ๆ มาอีกทีนี่ซีดเลย ๕๕๕ รอนานแก้งานเยอะ
ส่วนว่างมั้ยนี่ดูก่อนงะ ตอนนี้แทบไม่กล้ารับอะไรเพิ่มเท่าไหร่
ชีวิตอีรุงตุงนังสุดๆ ขอเคลียร์ปมที่ก่อไว้เองก่อนนะ :05:
ปล. แต่ปิดเทอม งานฟรีแลนซ์เป็นชอตเล็กๆ น่าจะดีนะอยากทำอยากทำ :25: (แล้วก็โลภอีก :30:)
เอาจริงๆปัญหาไม่ใช่เลือกงานนะ แต่อยากทำหมดทุกงานเลย (ก็เลยพังหมด 555 :3005:)
นานาคิดอะไรแบบนี้ได้เร็วมาก เป็นคนที่ดีที่ตัวเองด้วย ดีที่โอกาสด้วย สุดยอดเลยอะ :05:
กว่าตูจะมานึกได้ว่าไม่เรียนแม่งแล้ว ทำงานเลย นั่นคือปีสามปีสี่แหละ
แต่ทำแบบง่อยๆ นะ ไม่ได้จริงจังและออกดอกออกผลแบบนานา นอกจากจะเป็นที่ปัจจัยการเงินแล้ว
ก็คงเพราะคนละยุคกันด้วยมั้ง ยุคนั้นมีแต่ช่วยงานโรงพิมพ์ โซช่งโซเชียลอย่าหวัง
จะโชว์งานที ต้องไปหาเทศกาลประกวดอ่ะ คนดูไม่เกินร้อย :30:
เว็บบ่งเว็บบอร์ดไม่ต้องพูดถึง โหลดภาพไม่ขึ้น ไม่มีเครื่องแสกน
เครื่องสแกนอยู่ห้องไอที จะขอใช้ทีนึงแม่งแทบจะต้องกราบคลานเข่าเข้าไป :59:
จากการวิเคราะห์ คือแก๊งเดือนอันประกอบด้วย ตั๊ก แก้ว ความเป็นเจ้าของธุรกิจน้อยกันน่ะ
ดังนั้นถ้าเดือนอยากทำจริง เดือนต้องเป็นแกนนำ ซึ่งมันก็มีปัจจัยในความนอยย์ของตัวเองซะแยะ
ซึ่งแกต้องไปก่ายขมับตรงนี้ :50:
ให้ฉันเป็นแกนนำไหม ลูกค้าตูมเลย :52: :30: :30:
ตูมนี่อะไรตูมค๊า
แตกหน่อเรื่องมีตงานเงินไปนี่นะครับ http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,21965.0.html (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,21965.0.html)
จดไว้หน่อยว่าครบรอบปีที่ทำงานพอดี โพสต์เล่าเรื่องวันแรก (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,12659.msg1677117.html#msg1677117)
ครบ 1 ปี อะไรเปลี่ยนแปลงบ้างเหรอ
- เปลี่ยนการแต่งตัว โอเคอาจจะไม่ได้ดีสุดอะไรสุด แต่ดีกว่าตอนไปทำงานที่เก่าแน่นอน
- ชะนีขึ้น เริ่มละโลกริลัคคุมะมาเก็บเครื่องสำอาง (ไร้สาระจัง 555)
- ได้เที่ยว ได้เงินเพิ่ม
- ได้ความรู้เพิ่ม (สำคัญมาก) คือตั้งเป้าไว้ตั้งแต่ลาออกจากสามย่านว่า
อยากมาเจอบรรยากาศดิจิตอลเอเจนซี่ อยากดูแลเพจแบรนด์แบบจริงจัง ซึ่งได้ทำและอ่วมอรทัยดีพอสมควร 55555
ก็จดไว้ว่าก็มีความสุขดี ไม่สุขนิดหน่อยตรงบางทีก็กดดัน
บรรยากาศที่ทำงานมันไม่ได้พี่น้องจ๋าแบบอาร์เอส (คือนั่นก็บรรยากาศในฝันเนอะ)
ไม่เป็นศัตรูกะใครแต่ก็ไม่ได้กลมเกลียวกะใคร (ไม่นับเจ๊เกศและเพื่อนอีกคน)
แต่โดยรวมก็โอเคแหละ เจ้านายดี (ดีแบบ วินวินโซลูชั่นอะไรงี้ ก็เอา..)
จบ
(วงเล็บเยอะทำไม)
:12: ทุกอย่างกำลังไปได้สวยนะครับ
ตอนนี้ จะโดนซื้อตัวอีกรอบละ ในบริษัทเดียวกันนี่แหละ เผลอๆ อาจได้ทำงานกับหมีโหด
โซ่ แส้ กุญแจมือ เตรียมพร้อม :07:
ถ้าเค้ารับหมีโหดนะ :30:
งานอะไรๆๆ :25:
Web Designer :30:
พึ่งลาออกจากงานประจำ มาทำธรุกิจเอง รู้สึกโหวงๆ อย่างบอกไม่ถูก... แต่ก็สู้เว้ยยย
เหนื่อยจัง :05:
มาอัพเดทงาน
ตอนนี้โดนดึงตัวไปอยู่กับอีกทีมหนึง ขายประกัน ใครจะต่อประกัน บอกนะ
ดราม่าชิบหาย ยิ่งนานวันแม่งยิ่งเบื่อ
คือทั้งฝั่งเก่าฝั่งใหม่ นี่ดีทั้งคู่เลย ตูลำบากใจมากเลือกไม่ได้
แต่สุดท้ายก็เลือกไปทำกับที่ใหม่ สาเหตุหลักๆคือ เค้าวิกฤตกว่า คือไปจ้างคนทำเว็บมาแล้วแม่งออกมาเหี้ย อีแอนเป็นพยานได้
คือไม่มีคนที่รู้พวกเรื่องเว็บอะไรแบบนี้ในทีมเลย ให้คนแบบงูๆปลาๆมาคุมตอนแรกจนเว็บเสร็จแล้ว แต่ยังไม่เปิด คือเหี้ยละ
ไม่อยากให้ทางนี้โปรเจคเฟล เพราะเป็นหัวหน้าที่รับตูเข้ามาทำงานคนแรก มีพระคุณมากกกกกกก และตูรักมากกกกกกกกกกก ก็เลยมาช่วย
แล้วก็มองว่า ทางแผนกที่อยู่ปัจจุบัน คนเก่งๆเค้าก็เยอะแล้ว คือแผนกเค้าไม่วิกฤตอะไร งานก็หาคนมาแทนได้ ก็เลยย้าย
แผนกนี้ตูก็รักหัวหน้ามากนะ พระคุณล้นฟ้าเหมือนกัน
เคสหนักใจจะไม่มีเลย ถ้าหนึ่งในสองหัวหน้า ไม่ใช่พี่สองคนนี้
ตอนนี้ยังอยู่แผนกเก่า แต่ทำงานควบแม่ง สองแผนกเลย งานหนักชิบหาย แผนกเก่านี่อาศัยแรงงาน เขียนโปรแกรม ดาต้าเบส ซึ่งต้องใช้เวลา
แต่งานใหม่แม่ง ประชุม ครีเอทนู้นนี้ ใช้เวลาเยอะเหมือนกัน
แล้วงานใหม่แม่ง เป็นงานที่ตูแบบ พื้นด้านมาเกตติ้งแม่ง ไม่เคยทำเลย อยู่ๆ กระโดดไปทำ เหี้ย เครียดชิบหาย แถมเจอคนแต่แบบนิสัยแบบ มั่นใจชิบหายอะ
ทำงานด้วยโคตรลำบาก ไอทีแม่งก็เร่งแต่จะให้งานเสร็จ ไอ้เหี้ยเอ้ย แก้นู้นแก้นี่ไม่ได้ กูต้องเอามาดูแลต่อนะ
คือแค่นี้ งานแม่งก็หนัก แล้วก็เครียดชิบหายแล้วนะ เมื่อคืนตูไม่ได้นอนเลย ประชุมตอนเย็นแล้วแม่งแบบ เครียด ตูเอามาฝัน แล้วสะดุ้งตื่น แล้วนอนต่อ แล้วฝันต่อ แล้วสะดุ้งตื่น วนไปวนมาแบบนี้ทั้งคืนเลย
แม่ง มีดราม่าอีก
พี่หัวหน้าแผนกปัจจุบัน ให้มาคุยกับหัวหน้าย่อย(แผนกปัจจุบัน) ว่าจะย้ายเมื่อไหร่ดี เพราะต้องไปแจ้งหัวหน้าแผนกที่ตูจะย้ายไป
คุยไปคุยมา ตูก็มั่นใจว่าแม่ง เดือนเดียว งานก็น่าจะเคลียร์ แล้วย้ายไปได้ มีปัญหาอะไร เดี๋ยวลงมาช่วย
ที่เหลือ ก็แค่หาพนักงานใหม่มาสอนงานให้เร็วที่สุด
แล้วตำแหน่งนี้ แม่งหายาก คือ มันต้องดึงดาต้าเบสมาวิเคราห์ได้ อะไรแบบนี้ คือ กึ่งๆระหว่างไอที กับบิซิเนส เปิดรับมานานละ แม่งหาไม่ได้
เค้าก็บ่นๆ มาว่า หาคนไม่ได้ว่ะ ตูก็อะ เดี๋ยวช่วยหา แล้วก็เอามาโพสในทวิตเตอร์ให้อีแอนช่วยรีทวิตอีกที
ได้มาคนหนึง แต่เกรดดันมีดรอปหลายตัว ซึ่งตูแม่ง เฉยๆชิบหาย ตูว่าแม่งโอเคด้วยซ้ำ จบตามเวลาได้ ไม่ติดเอฟ
หัวหน้าย่อยเสือกไม่ชอบ บอกว่า ไม่มีความรับผิดชอบ ตูก็เถียงว่าเฮ้ย ทำไมดูที่เกรด ไม่เรียกมาสัมภาษณ์ กับทำข้อสอบก่อนละ
ถ้าตูแล้วทำงานได้ ก็โอเคนิ ทำงานไม่ได้ก็ไม่ต้องรับ ไม่เห็นเสียหายอะไร
อะจบ
พอวันนี้ตอนเช้า พี่หัวหน้าใหญ่แผนกก็เดินมาถามว่า ตกลงว่าไง ตูก็ตอบไป 1 พค น่าจะทัน
พี่หัวหน้าย่อย ก็แย้งประมาณว่า ตูบีบตัวเอง เร่งให้งานเสร็จเร็วที่สุด จะได้รีบๆไป
แล้วพี่หัวหน้าใหญ่ ก็พูดกึ่งเล่นกึ่งจริงว่า งั้นไปวันนี้เลย แกไม่ชอบอะไรที่มันค้างๆคาๆ
อะ ไม่เป็นไร จบไป จะพยายามคิดว่าพี่เค้าพูดเล่น
ทีนี้ก็คุยกับหัวหน้าย่อยต่อ ว่า เนี้ย ได้มาคนหนึง ตกลงเรียกมาสัมภาษณ์นะ โทรหา hr ให้เรียกมาเลย
ปรากฏว่าแกให้ไปสมัครผ่านเว็บมาก่อน แล้ว hr ดูอีกที แล้วค่อยส่งมา ไม่ค่อยอยากได้คนนี้ เกรดไม่ดีมีดรอป ไม่อยากใช้ทางลัดให้ hr โทรหา
(ตอนให้หมีมาสมัคร หัวหน้าคนที่ตูจะย้ายไปทำงานด้วย โทรบอก hr แกร๊กเดียว จบ ไม่เรื่องมาก)
เราก็ อ้าว อะไรวะ กลับมาตัดสินกันที่เกรดอีกละ คือถ้าคนนี้แม่งทำงานได้ แล้วไม่เรียกมา ไม่เสียโอกาสเหรอวะ คนสมัครทาง hr แม่งก็ไม่มี
แล้วหามาให้ แล้วให้ไปสมัครที่เว็บแบบไม่รู้ยถากรรม จะให้กูหาให้ทำไมวะ
เถียงๆไป ด้วยเหตุผลล้วนๆนะ ไม่มีอารมณ์
สุดท้ายเจอย้อนมาว่า
รีบหา เพราะ รีบอยากไป ใช่ไหม
เชี่ย แม่งโคตรเซ็งอะ คือแม่งหวังดีล้วนๆ ยิ่งหาเร็ว ก็ยิ่งมีเวลาสอนงาน ไม่ดีเหรอวะ
แทบอยากเดินไปลาออก ไม่ทำแม่งทั้งสองทีเลย จบๆไป
หัวหน้าทั้งสามคน ตูรักมากหมดเลยนะ พี่แกก็คงไม่อยากให้ไปแหละ แล้วก็คงเสียใจที่ตูย้าย ตูก็เข้าใจนะ แต่พอเจอ ประชดอะไรแบบนี้บ่อยๆ แม่งเสียใจว่ะ
โพสรูปโป๊แม่ง เย็ดเข้
(http://img3.f0nt.com/27/a24e15f3de8afe311b594b5375a2eaa9.jpg)
น้องตึงอยู่แผนกไหนก็ไปแผนกนั้นแหละครับ
วันไหนอยู่กันสองต่อสองกับหัวหน้าที่มีปัญหาก็ถามไปเลยครับ
พี่คิดอะไรกับผมใช่ไหมเนี่ย แล้วก็จับจูบเลยครับ ซัดสักสองยก
ทีนี้จะทำอะไรต่อไปก็ราบรื่นล่ะ :12:
เพราะเป็นอิเอนี่แหละ เลยมีปัญหา :37:
อะไรฟะ !!! :07: :07: :07:
แต่ละคนไม่มีคำปลอบโยนใดๆทั้งสิ้น :30:
เป็นกำลังใจให้นะครับพี่ถลอก
ว่าแต่ ซัดไปกี่ดอกแล้ว หัวหน้าพี่น่ะ :30:
มาอ่านที่ตูตอบไปอีกที อย่างกับถลอกปลอมไอดีตูมาเล่น :30:
เดี๋ยวสแปมรูปอีเอแม่งซะเลยนิ :07: :07: :07:
เดี๋ยวนี้พี่ถลอกเริ่มมาเซฟรูปเอแล้วเหรอ :26: :26: :26:
:27: :27: :27:
ขนลุกซ์
มีปัญหา เอช่วยได้ :12: :30:
:30:
พึ่งอาละวาดในไลน์กับที่แผนกมา เซ็งชิบ
แม่มยิ่งขยัน ยิ่งทำงาน ยิ่งโดนด่า ไอ้ฉัตรเอ้ย
เดี๋ยวโพสรูปโป๊แม่มเลย :05:
ตอนนี้มีดราม่าโดนดึงตัวไปแผนกใหม่อะ หลายคนคงโดนตู ถามราคานู้นนี่ นั่นแหละ งานใหม่ตู
งานแผนกใหม่ โคตรเยอะ จนไม่มีเวลาเคลียร์แผนกเก่า
งานแผนกใหม่ แม่งมีดราม่า
แผนกเก่า แม่มก็เสือกดราม่า
ฟรัค
ยู
ฟรัคบอสเหรอครับ
ชัวร์
หรือฟัคอ๊อด :37:
สองดอก ตับตรับ
ย้ายบ.โลด จบดราม่าทั้งปวงได้ในดาบเดียว :37:
ช่วงนี้ลดเวลาทำงานตัวเองมาเหลืออาทิตย์ละ 3 วันต่ออาทิตย์
เหมือนจะชิวขึ้น มีไปเรียนเย็บเสื้อบ้าง ไปซื้อของเย็บกระเป๋าบ้าง
เอาเข้าจริงๆ คือถึงป๊าจะไปดูหน้างานเยอะ แต่ทางคนที่อยู่กรุงเทพฯเอง
ก็ต้องเอาเวลาช่วยที่บ้านทำโรงแรมที่สุรินทร์แบบจริงจังพอตัว
(แม้ตอนแรกจะบอกว่าเอาเงินเก็บไปทำละกัน ไม่ไปยุ่งนะอะไรงั้น สุดท้ายก็ไปทำ)
- เว็บกับสิ่งพิมพ์ นามบัตร ป้ายโรงแรม (กำลังติดป้ายละ)
- เตรียมหน้าร้านกาแฟที่จะเปิดในโรงแรม (เปิดตรงล๊อบบี้นี่ล่ะ ประมาณคูหานึง)
ซึ่งทำให้ต้องเตรียมเมนู เตรียมจัดการเรื่องสต๊อกอะไรด้วย
- เตรียมเรื่องที่จอดรถ
- วางระบบเรื่องห้องเช่า (เพราะจะเปิดชั้น 4 เป็นห้องเช่ารายเดือนถูกๆ)
- วางระบบสต๊อกโรงแรม การตรวจนับของในห้องพัก (กันของหาย/รั่วไหล)
- ติดต่อเรื่องของใช้ในโรงแรม สบู่แชมพู หมอน ผ้าห่ม ผ้าปูเตียง ฯลฯ
- เตรียมวางแผนให้ HR และคนดูแลพนง.
คือนอกจากสวัสดิการก็อยากให้มีรางวัลพนักงานดีเด่น มีโบนัสดีๆ เพราะเค้าก็เหนื่อย
- ช่วยป๊าทำเรื่องวางระบบ Wi-Fi สำหรับคนที่มาพักที่โรงแรม หรือมานั่งที่ร้าน
- ตกแต่งภายใน/ภายนอก
- วางแผนเรื่อง promotion ส่วนลด (สำหรับลูกค้าประจำ)
- เตรียม Promote ร้านและโรงแรม
ในอนาคตอาจจะต้องวางแผนติดต่อเรื่องท่องเที่ยวอะไรในจังหวัดเพิ่มเติม
อาจจะเอาพวกของ OTOP เล็กๆ น้อยๆ มาวางขายในพื้นที่โรงแรมด้วย
แต่มีความตั้งใจนึงว่าจะทำโปสการ์ด ทำของขาย (แบบของที่ระลึกของโรงแรม)
แล้วบริจาคเงินส่วนหนึ่งให้มูลนิธิในจังหวัดสุรินทร์ ให้โรงเรียน ให้ช้างอะไรงั้น
แต่เรื่องโรงแรม พอทำหน้าที่เบื้องต้นที่บอกเสร็จ คงไม่ลงไปแตะอะไรมากแล้ว
ถ้าจะมีอะไรต้องปรับแก้ก็ให้คนที่ทำหน้างานจัดการไป แล้วเราไปดูแบบนานๆ ที
แวะสุรินทร์ซักเดือนละหน หรือสองเดือนหน... ถ้าไปช่วยมากไป
สุดท้ายเราก็จะเหนื่อยเกินไปเอง (คืออยากพยายามสอนงานให้มากที่สุดน่ะล่ะ)
เดี๋ยวใช้ชีวิตกรุงๆ สลิ่มๆ ให้พอก่อน แล้วจะกลับไปอยู่ไปทำเต็มตัวก็ว่ากันอีกที
สุดท้ายอะไรที่วางแผนจะทำของตัวเองก็ยังไม่ได้ทำเลย มาลงเวลาช่วยแม่ทำโรงแรมหมด :3005:
ขอ SS ครับ..
เดี๋ยวกลับบ้านส่งรูปห้องโรงแรมให้ดูนะคะ ส่วนนึงยังก่อสร้างอยู่เลย :30:
เยส หนูอรรู้จัก SS แล้ว :07:
semen shooting อะนะ :47:
safe sex
รอไปอุดหนุดน้องอร :25: :25: :25:
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 01 พ.ค. 2014, 00:41 น.
รอไปอุดหนุดน้องอร :25: :25: :25:
โรงแรมเล็กๆเองค่ะพี่ส้ม แบบห้องแพงสุดคืนละไม่เกิน 600 บาท
ถูกสุดห้องพัดลม 250 บาทอะไรแบบนั้น ...อยู่จ.สุรินทร์นะคะพี่ :30:
แต่คืออยู่ตรงข้ามตลาดเลยนะ ถ้าไปสุรินทร์แล้วไปวงเวียนหอนาฬิกาก็จะเห็นโรงแรมกรุงศรีค่ะ
โรงแรมเปิดมาประมาณ 50 ปีแล้ว เพิ่งทำการซ่อมแซมครั้งแรกก็ตอนนี้ล่ะ
ตรงนี้คือตึกหลังและบริเวณด้านหลังโรงแรม มี 44 ห้อง ชั้น 4 ทำห้องเช่าทั้งชั้น แต่ห้องจะเล็กๆไปเลย
ตรงนี้มีที่จอดรถขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่มาก (หลังตึกก็จอดได้อีกนิดนึง)
(http://img3.f0nt.com/01/ded94d409a4a75c16158e04e2a2ad470.jpg)
ส่วนนี้เป็นด้านหลังของตึกหน้าที่ทำล๊อบบี้ ชั้นบนเป็นห้องพักแบบรายวัน 24 ห้อง
(http://img3.f0nt.com/01/a90a496d252f29f68c84b3783a2c762e.jpg)
ส่วนนี้คือส่วนที่จะทำร้านค่ะ อยู่หน้าโรงแรมเลย ขนาด 1 คูหา มองออกไปจากตรงนี้จะเห็นตลาด
(http://img3.f0nt.com/01/5800d4b9b586be2b7ebc98b44b6d7d32.jpg)
ภาพหน้าโรงแรมฝั่งที่ติดถนนใหญ่ ตกแต่งใหม่ด้วยไม้ แล้วจะเอาชื่อโรงแรมมาติดอีกทีค่ะ
(http://img3.f0nt.com/01/d7de811ce0ab8c4486867b63bc7f0ae9.jpg)
(http://img3.f0nt.com/01/0b6b2123540cb2cf573d29ab9a28a868.jpg)
ส่วนนี้คือห้องที่ทำไว้ แต่ยังไม่เสร็จค่ะ
ห้องใหญ่ ยังตกแต่งภายในไม่เรียบร้อย
(http://img3.f0nt.com/01/8f593d60c527eaa872cfc5047a9cbb6e.jpg)
ห้องเล็ก (ไม่ได้เลือกสีนะ ไม่ชอบด้วย แต่ที่บ้านยืนยันว่าไม่ทาใหม่เพราะเปลือง)
(http://img3.f0nt.com/01/e3aad7a3a340765f68726f108261e590.jpg)
ถ้าโรงแรมเสร็จแล้วเดี๋ยวถ่ายมาให้ดูอีกทีนะคะ :53:
ไหนผี :25:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 01 พ.ค. 2014, 11:30 น.
ไหนผี :25:
ถ้าที่โรงแรมมันชินสถานที่ละอ่ะค่ะพี่ เจอเงาวูบๆก็ปล่อยผ่าน ไม่ค่อยสนละว่าอันไหนผีอันไหนคน :30:
(แต่ตอนไปป่าช้าก็ไม่เจอนะพี่ นั่งสมาธิมีได้กลิ่นตุๆก็เป็นกลิ่นจากโรงงานปลาร้า...)
SS :12:
โรงแรมน่าจะสวย ขอให้กิจการไปได้ด้วยดีครับ :46:
ส่วนอีบวบ :59:
ถึงเวลารีวิวเงินเดือน คือผมเองก็มีเป้าในใจอยู่แล้วว่าอยากได้เท่าไหร่ แต่ก็ถือโอกาสคุยกับเจ้านายเรื่องประกันสุขภาพ และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วยเลย
ปรากฎว่าเจ้านายบอกว่าไม่อยากทำ แต่ให้ไปรีเสิร์ชว่าค่าใช้จ่ายพวกนั้น ถ้าจ่ายเองจะเท่าไหร่
ก็เลยทำเป็นแพคเกจส่งให้เขาไป เป็น เงินเดือนที่อยากได้ + 2% + (ตรวจร่างกายประจำปี / 12) + ประกัน
ซึ่งเงินเดือนที่อยากได้เพิ่ม + แพคเกจเนี่ย คือเพิ่ม 15k ซึ่ง เจ้านายตอบโอเคเลย พร้อมย้ำเรื่องให้ตรวจสอบงานดีๆ ทุกครั้ง
แว้บแรกคือดีใจ แต่ตอนนี้คือแอบกดดันเลยอะ คือที่ผ่านมาก็มีทำงานพลาดมาก และด้วยความมั่นใจของเราเนี่ย ทุกครั้งที่พลาดมันเฟลเหี้ยๆ นะ เสียความมั่นใจเลยแหละ
พอมาตอนนี้ กลายเป็นแบบ เฮ้ยถ้าเราทำได้น้อยกว่าที่เราคิดว่าเราควรได้เนี่ย เราจะกลายเป็นไอ้กระจอกเลยนะ :3005:
ปล. ปรับเงินเดือนกลางปี กับโบนัสปลายปีนี่ก็ดีนะ เหมือนเติมพลังลูกจ้างเป็นวูบๆ :37:
ปล.2 นี่ต้องวางแผนซื้อพวกกองทุนจริงจังแล้วสิ :47b:
โห ขึ้นทีเยอะเลย เอาเลยเสี่ยบ๊วบ :12:
จะซื้อพวกกองทุนอะไรนี่ ปรึกษาหมอแมวได้เลยครับ :12:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 07 พ.ค. 2014, 23:04 น.
โห ขึ้นทีเยอะเลย เอาเลยเสี่ยบ๊วบ :12:
เสี่ยเส่อไร ลูกจ้าง :37:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 07 พ.ค. 2014, 23:42 น.
จะซื้อพวกกองทุนอะไรนี่ ปรึกษาหมอแมวได้เลยครับ :12:
ที่ต้องทำทุกอย่างให้เสร็จภายในสามสิบนาทีต้องถึงบ้าน แถมเสียค่าเรียนไปหมื่นนึงนั่นป่าวครับ :47:
:47: :47:
ค่าเรียนหมื่นนึง อันนั้นเรื่องหุ้นเพิ่มทุนครับ
ค่าเรียนกองทุนต่างหากอีกจำนวนนึง :47:
เอาจริงเหรอครับ ปรึกษาหมอแมว :3005:
สมัครแบบถัวเฉลี่ยเลยครับ ค่อยกินปันผล ว่างน้อยก็ค่อยไปรับปันผลทีเดียว ว่างเยอะก็เข้าไปรับปันผลบ่อยหน่อย :47: :47: :47:
:30:
1.
วันนี้ที่ทำงานคุยเรื่องทิศทางบริษัทกับผลประกอบการ เม็ดเงินในสายโฆษณาบลาๆๆ
เค้าบอกว่าปีนี้เศรษฐกิจชะลอตัว มีหลายเจ้าที่ตอนแรกจะทำแคมเปญก็พักไว้ก่อน
แอบสยอง (ยังดีที่งานนอกยังเฟื่องฟู..อุ๊บส์)
แล้วทิศทางอีกเรื่องก็คือ ลูกค้าจะเริ่มหาคนดูแลโซเชียลแบบ in house (คือจ้างคนมาดูแลเอง)
แปลว่างานตรงนี้ของเอเจนซี่อาจจะลดลง แต่ไม่ได้แปลว่าเดือนจะตกงาน (พูดแบบนี้ในที่ประชุมเลย :3005:)
(ปีที่แล้วตอนปลายปีก็พูดแบบนี้เหอะ 5555 สยองนะ)
เอาจริงๆ เส้นทางสายงาน ไอ้ Socialๆ ไรนี่ เข้าใจว่าก็ยังไม่น่าตายง่ายๆ นะ (ต่อให้ไม่มีเฟซบุ๊กก็คงมีทางไป)
แต่เราไม่ชอบดูแค่แบรนด์เดียวอะ ไม่สนุก เลยชอบที่ทางตอนนี้ ดูเพจหลายๆ เจ้าสนุกดี
2.
พี่มาร์คพีคเคยมาสัมภาษณ์เจ้านาย เค้าบอก มีเราอยู่ในสไลด์แนะนำองค์กรนะ (เป็น Team Leader)
ห๊ะ กูเนี่ยนะ (อันนี้คิดในใจ)
ประชุมวันนี้เลยได้เจอ โอ้ มีชื่อเราจริงด้วย เป็น 1 ใน Team Leader
แต่ชื่ออยู่ท้ายสุดนะ แบบกากๆ :30: เป็นแผนก Social Management ที่มีกรูอยู่คนเดียว :30: กากกา (อันนี้คิดในใจ)
ก็ ไม่รู้สิ พี่แอนเคยบอกว่านี่ก็คือหัวโขน ต่างไรกะสิ่งที่เป็น
ก็เข้าใจนะ แต่ก็คิดว่าเออ แลดูสำคัญดีนะ ทั้งๆ ที่จริงๆ ไม่ได้สำคัญอะไรเลย :30:
ก็แลดูกดขี่ชีวิตตัวเองนะ แต่ก็คิดแบบนี้จริงๆ
3.
ตอนนี้สถานะในออฟฟิศก็มีความสุขดี มีเครียดบ้างกะงานที่มันท้าทายชีวิต
แต่ก็รู้สึกว่าเราก็ผ่านมันไปได้โดยไม่แย่นะ
ตอนนี้มันมีความรู้สึกในใจเรื่องความก้าวหน้าของชีวิตอยู่สองประเด็น
อันแรกคือเจ้านายคาดหวังอะไรจากเรา รู้ล่ะว่าก็คงหวังสูง
อยากให้เก่งขึ้น ก็อยากเก่งขึ้นตามที่เค้าคาดนะ แต่ก็ยังดีที่เค้าไม่ได้เร่งรัดอะไรกะเรา
กะอีกประเด็นนึงคือแล้วเราจะก้าวหน้ากว่านี้ยังไง
เคยคิดว่าเอ้ะหรือเราจะโตไปเป็น Account Planner ได้ (Planner ที่นี่เป็นสามเหลี่ยมยอดบน โคตรเท่ เป็น AE + Planner) อะไรงี้
ก็แลดูเป็นไม่ยากปะวะ ความรู้เราก็พอมี
แต่เอาจริงๆ ก็ไม่ง่าย ขนาดแค่แบบ คุยกะลูกค้าเหวี่ยงๆ โชะเดียว (คุยแทนเพื่อนแพลนเนอร์ที่ลาพักร้อน)
ก็แบบ...โอเค กูคงไม่เหมาะกะการคุยกะลูกค้า 555
แต่ก็ไม่รู้สิ
คือชีวิตเรามันดำรงชีวิตในแบบ ถ้ามีคนคาดหวังว่าเราทำได้เราก็จะทำได้
ที่ผ่านมาก็เรียนฟิสิกส์แบบรอดๆ มาได้ หลุดไปตัดเว็บก็ทำได้ (เอ้ะหรือจริงๆ สกิลการเอาตัวรอดมันก็คงทำได้ทุกคน)
คือยังไม่เจออะไรที่ถ้าตั้งใจแล้วจะทำไม่ได้ (อ้อ จริงๆ ก็มีนี่หว่า ตั้งใจจะมั่นใจหลายทีละก็ทำไม่ได้ซักที)
ก็แบบ ก็คงต้องหาตัวเองต่อไป
แต่ สมมติถ้าเค้าอยากให้ทำงานมากกว่านี้ ถึงจะออฟเฟอร์เงิน แต่เสียเวลา อดไปออกกำลังกาย
ิอดทำงานนอก (อุ๊บส์)
อันนี้เราก็คิดหนักนะ
4.
เคยคิดนะว่าถ้าไม่ทำงานที่นี่ ไปที่อื่นจะมีคนรับมั้ยวะ
แต่ก็คิดไม่ออก
5.
ปีนี้เค้าบอกว่าจะพาไปญี่ปุ่น สาธุ (หวังว่าคงไม่โดนลดประเทศนะ T-T)
ข้อ 4 นี่ต้องลอง จะได้รู้ :12:
ข้อ 4 เป็นสิ่งที่หลายๆ คนจะเป็นเมื่อต้องคิดเรื่องเปลี่ยนงานช่วงแรกๆ น่ะแหละครับ
พอย้ายไปย้ายมาซัก 2-3 ที่ ก็ไม่คิดแล้ว :30:
มาๆ รับๆ แต่ยังไม่มีเงินจ้างนะ :30:
:30: ต๊ายแรง
:31:
แล้วจะออกทำมะเขืออ่าไร้ :59: :59:
ตอบข้อ 5
อย่าหวังมากนะเดือน
จากฝูง PM ผู้รู้ชะตากำไรออฟฟิศ
อ้าว ที่เกศไปญี่ปุ่นนี่ไม่ใช่ของออฟฟิศเหรอ :07:
ไม่ใช่
แต่ปีนี้ก็ไปเองละแหละ :30: แค่ถ้าได้ไปอีกปีนี้ก็จะเบิ้ลสอง (หวังว่าทริปเชแพนของเราคงไม่ล่มนะ :05:)
บันทึกไว้เป็นจุดเปลี่ยนของวิชาชีพหน่อย
พรุ่งนี้เปิดเทอมแล้ว
ฉันต้องไปเป็นครูอย่างเป็นทางการ
หลังจากเป็นครูเถื่อนมานาน
สอนเด็กประถมซะด้วย
ตื่นเต้นพอประมาณ
เครียดบางๆ อีกนิดหน่อย
ฉันรู้แค่ฉันต้องสอนคอม
แต่ยังไม่รู้เลยว่าจะสอนเนื้อหาไหน :58:
ครูฉาวแฉนฉวย :25:
อย่าตบเด็กนะ
อ้างคำพูดจาก: psyfer เมื่อ 15 พ.ค. 2014, 16:52 น.
บันทึกไว้เป็นจุดเปลี่ยนของวิชาชีพหน่อย
พรุ่งนี้เปิดเทอมแล้ว
ฉันต้องไปเป็นครูอย่างเป็นทางการ
หลังจากเป็นครูเถื่อนมานาน
สอนเด็กประถมซะด้วย
ตื่นเต้นพอประมาณ
เครียดบางๆ อีกนิดหน่อย
ฉันรู้แค่ฉันต้องสอนคอม
แต่ยังไม่รู้เลยว่าจะสอนเนื้อหาไหน :58:
คุณครูโรงเรียนเอกชน หรือว่า รัฐบาล อะพี่จอย :25:
รัฐบาลออย
เด็กๆ ฮาดี
ชอบที่เด็กที่นี่ ยังเป็นเด็กที่เป็นเด็กอ่ะ ผงชูรสน้อย
เจอวันนี้สอนเต็มๆ เหมือนโดนสูบพลังรู้สึกเหมือนแก่ไปอีกสิบปี :05:
คุณครูจอย :25:
:25:
อยู่ๆตอนนี้ก็ขยายกิจการใหญ่โตอ่ะ
มีลูกจ้างร้านนลินฟ้าอยู่ 7-8 คน ที่ตอ้งจ่ายเงินเดือนทุกเดือนน่ะ
เดือนนึงฟิกค่าใช้จ่ายหลักแสน
นึกถึงตอนมีเงินไม่ถึงร้อยในกระเป๋า พ่อแม่หนี้สินล้นพันเป็นล้านๆ แทบจะฆ่าตัวตาย
ตอนนี้ผ่านพ้นมาได้
มาถึงจุดนี้ได้ไงไม่รู้ :59:
:like:
บางทีคนที่ผ่านแรงกดดันมาเยอะๆ ก็ทำให้มีไฟที่จะก้าวไปข้างหน้านะ
มองดูตัวเอง ชิวทั้งชีวิต ไม่เคยรวย ไม่เคยจน ไม่มีไฟ อยากจะเที่ยวอยากจะชิวอย่างเดียว :05:
ซึ่งมันก็ดีแล้วเปล่าพี่แอ้ ดีจะตาย
ถ้ามองจากมุมศาสนาเนี่ย ใช่เลยนะ
แต่ถ้ามองในมุมความกระตือรือร้น ความก้าวหน้าไรเนี่ย เรียกได้ว่าเป็นคนล้มเหลวเลยทีเดียว
ถึงได้ไม่เคยอ่านพวกหนังสือ How to เพราะว่าเหมือนโดนด่าตลอด :30:
ก็หาหนังสือ how to chill มาอ่านสิ จะได้รู้สึกโดนชม :30:
ปีนี้จะเขียนหนังสือเรื่องนี้แหละ :30:
ตูนี่สิชิลจนโดนเมียด่าประจำ :30: :30:
นี่ด่าจนให้ไปเขียนหนังสือเนี่ย :58:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 08 มิ.ย. 2014, 20:32 น.
ปีนี้จะเขียนหนังสือเรื่องนี้แหละ :30:
เขียนชมพี่เยอะๆ นะ ตอนอ่านจะได้รู้สึกดี :30:
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 09 มิ.ย. 2014, 07:43 น.
นี่ด่าจนให้ไปเขียนหนังสือเนี่ย :58:
อันนี้ตัวใครตัวมัน
พี่แอนจะเขียนภาคต่อของ ปะป๊าครองพิภพ เหรอครับ :25:
ชิล ครองปฐพี :53:
ยังๆๆ ยังไม่ได้นึกอะไรเพิ่มเลย ตอนนี้เก็บข้อมูลอยู่ แต่คงอีกไม่นานแหละ
:25:
เดือนแห่ง Self Motivation ครับ หลังจากยึกยัก ลีลา และอิดออตอยู่นาน
๑. สมัครสอบ CU-TEP เพื่อ จะเรียนต่อ ป.โท
๒. สมัครยิม เพื่อจะสลายไขมัน สลายโรค
ทีนี้ จะสมัครเรียน ป.โท เนี่ย ก็ต้องมีจดหมายแนะนำตัวจาก อาจารย์ หรือผู้บังคับบัญชา
จริงๆ เขามีเอกสารมาให้กรอก เรียบร้อยเลยแหละ.. แต่เจ้านายอ่านไทยไม่ออกไง ตอนแรกกว่าจะแปลแหละ แต่อ่านแล้วมันตลกมาก เลยเขียนเป็นภาษาอังกฤษขึ้นมาเองเลย
เขียนเสร็จ ส่งหาเจ้านาย บอกว่าช่วย edit ให้หน่อย เราจะเอาไปใช้สมัครเรียนต่อโท เกี่ยวกับพัฒนาอสังหาฯ นะ
ทันทีที่เจ้านายได้อีเมล ก็ sms มาเลย ว่า เฮ้ย วันจันทร์คุยเรื่องนี้กัน
วันนี้ก็โดนเรียกคุยตามคาด โดนสัมภาษณ์ว่าทำไมอยากเรียน เราก็บอกไปตามจริง ว่า
๑. อยากเป็นอาจารย์
๒. อยากพัฒนาตัวเอง
๓. ที่บ้านอยากมีโปรเจ็คเล็กๆ ของครอบครัว
เขาก็บอกว่าดี เต็มที่ แล้วจะทำตีสิสเรื่องอะไร? เราก็บอกไปว่ายังไม่รู้ แต่คงเกี่ยวกับงานที่บริษัทนี่ล่ะ
เขาเลยบอกว่า เฮ้ย ผมมีไอเดีย ทำไมคุณไม่เสนอว่า "Low Cost Prefabricate Modular Residential" ล่ะ
เดี๋ยวผมสนับสนุนเอง ใช้งานวิจัยของคุณนี่แหละ โฆษณางานของเรา แล้วก็ใช้งานของเราเนี่ยแหละ เป็นกรณีศึกษาของคุณ วิน-วิน
แล้วเขาก็ร่ายยาวเรื่องบิซิเนซโมเดล ที่เขาประสบความสำเร็จมาก่อนที่นู่น
จบด้วยคำถามเด็ดว่า "ถามจริงๆ คุณคิดจะอยู่กับผมอีกนานมั้ย หรือคุณมีแผนอะไรในระยะยาว"
ก็ตอบไปตามตรงอีกแหละ ว่าแน่นอน ผมอยากมีธุรกิจของตัวเอง แต่คงไม่ใช่งานบริการด้านสถาปัตยกรรมแน่ๆ ปวดหัว (ฮาาา)
เพราะงั้น ถ้าเราไม่มีปัญหากัน ผมว่าผมยังอยากเติบโตกับบริษัทนี้ไปอีกนาน.. เขาก็บอก ดี!!
เขาเองก็ยังอยากทำงานไปอีกสัก 20 ปีเป็นอย่างน้อย (ตอนนี้ 46-47) แต่ขณะเดียวกัน เขาก็ต้องการลดภาระลงเรื่อยๆ ด้วย
เพราะงั้น อยู่กับผมนี่แหละ ไม่ต้องออกไปเสี่ยงลงทุนเองหรอก (ฮาาา)
เจ้านายเล่าว่า เขาตั้งใจจะเปิดบริษัทที่เน้นทางพัฒนาอสังหาฯ อยู่พอดี แล้วก็จังหวะพอดี ที่ผมส่งเมลหาเขาเรื่องเรียนต่อ
ตอนนี้ มีบริษัทอยู่แล้ว 3 บริษัท
๑. เกี่ยวกับอาคารระบบโมดูล่าร์
๒. ให้บริการออกแบบสถาปัตกรรม
๓. รับเหมาก่อสร้าง
ซึ่ง 2 บริษัทแรกนั้น เขาได้ให้หุ้นไว้บริษัทละ 1% อยู่แต่แรกแล้ว
นี่จะเป็นบริษัทที่ 4 ที่จะตั้ง
ไม่นานหลังจบบทสนทนา ก็ได้รับ cc มาทางอีเมลที่เจ้านายส่งหาทนาย ว่าให้โอนหุ้นให้เพอ่ม เป็น บริษัทละ 10% ทั้ง 2 บริษัท และ เตรียมตั้งบริษัทใหม่ พร้อมให้หุ้น 5%
สรุปว่าถ้าไม่ทะเลาะกับเจ้านายขนาดแตกหัก หรือผมไปทำอะไรพลาดร้ายแรง คงไม่ต้องย้ายบริษัทละล่ะครับ :30:
จริงๆ อยากให้โมเดลแบบนี้เป็นที่นิยมนะ คือให้ผลประโยชน์ ให้ความเป็นเจ้าของร่วม มันทำให้เรามีอินเนอร์ในการทำงานกว่าทำเพื่อรอเงินเดือน รอโบนัสเยอะเลย
ฝัน มันชัดเจนกว่า ว่าบริษัทรวย เราก็รวย ไม่ต้องมาบ่นว่างานหนักนะ เจ้านายรวย ส่วนเราไม่มีอะไรเลย
ส่วนเรื่องออกกำลังกาย
มีเป้าหมายง่ายๆ (เหรอวะ?) แค่
๑. ปลายปีนี้ จะตรวจร่างกาย ขอให้ไขมันทุกประเภท อยู่ในเกณฑ์ (ตรวจล่าสุดเมื่อปลายปี 55 ไขมันเลวทุกประเภทเกินค่ามาตรฐานทั้งหมด)
๒. ก่อนปีใหม่ ต้องถอดเสื้อได้ ไม่อายพุง
สู้!!! :56:
:12: จงกลายเป็นบวบรวยไม่ยั้งนะครับ
มุ่งหน้าสู่หนทาง CEO ครับ :37:
เหยดเย้ อีบวบนี่ตกถังข้าวสารชัดๆ
ได้โอกาสงานนะพี่ ไม่ใช่ได้เจ้าของเป็นผัว :30:
:12:
เจ๋งเลย ชอบโมเดลแบบนี้ :25:
แต่ก็ทำได้เฉพาะกับบริษัทเล็กๆ(พนักงานน้อย)แหละ เจอแบบมีพนักงานเป็นร้อยเป็นพัน ให้หุ้นยังไงไหว :30:
:12: เป็นชายที่มีชีวิตเป็นกราฟแนวทแยงขึ้นแบบ 45 องศาจริงๆ
น้ำหนักก็ด้วย :05:
มีหุ้นอยู่บริษัทละ 10% กับบริษัทใหม่อีก 5%
มีชื่ออยู่ในบริคณห์สนธิแบบนี้ถ้าบริษัทขาดทุนเป็นหนี้
ก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วยใช่ไหม :25:
ก็ต้องร่วมแหละ :30:
แต่คุ้มจะตาย บ.จำกัด จำกัดเฉพาะฝั่งหนี้ แต่ฝั่งกำไรไม่มีจำกัด :30:
ไม่มีระบุนะครับ ไม่มีอำนาจเซ็นเอกสารด้วยซ้ำ :30:
ฉลอง กินเบียร์ๆ
มีอำนาจเซ็นเอกสารต้องเป็นกรรมการ
ส่วนจำกัดเฉพาะฝั่งหนี้ มันเป็นข้อกำหนดของบริษัทจำกัดอยู่แล้ว
มีทุนจดทะเบียน 10 ล้าน ถ้าเป็นหนี้เจ๊งบวบก็ต้องจ่ายล้านนึงนะ :30:
เจ๋งมากอะนาย :12:
MD บวบ บวบ โห่วววว เจ๋งอ่ะ :25:
อ้างคำพูดจาก: JΛNΣ เมื่อ 05 ส.ค. 2014, 13:21 น.
มีอำนาจเซ็นเอกสารต้องเป็นกรรมการ
ส่วนจำกัดเฉพาะฝั่งหนี้ มันเป็นข้อกำหนดของบริษัทจำกัดอยู่แล้ว
มีทุนจดทะเบียน 10 ล้าน ถ้าเป็นหนี้เจ๊งบวบก็ต้องจ่ายล้านนึงนะ :30:
ก็กลายเป็นล้มละลาย :3005:
อยู่แบงค์โดนซอยดากเป็นร้อยครั้งยังไม่ได้เท่าอีบวบ :05:
โหพี่บวบเจ๋งโคตรอะ :12:
เรื่องออกกำลังกายคนแถวนี้ก็ออกกำลังกายกันเยอะอยู่นะ ไม่ยากหรอก ไม่เกินความสามารถพี่บวบอยู่ละ
ป๋าบวบขาาาาา :25:
ดีแล้วบวบ ได้หัวหน้าคุยได้แบบนี้ถือว่าเวิร์กมาก เอาให้สุดทางเลย :12:
ถ้าบริษัทมีทุนการศึกษาให้ด้วยก็ดี :25a:
บวบเท่อะ :12:
บวบเจ๋งแสด มันต้องมีนอกมีในกะเจ้านายแน่ๆ บอกมาๆ
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 06 ส.ค. 2014, 13:08 น.
ถ้าบริษัทมีทุนการศึกษาให้ด้วยก็ดี :25a:
อยากได้ทุนการศึกษา..
ก็ใส่ชุดนักศึกษาเข้าไปหานายตอนเย็นๆ..
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 06 ส.ค. 2014, 13:08 น.
ถ้าบริษัทมีทุนการศึกษาให้ด้วยก็ดี :25a:
ได้คืบเอาศอกนะมึง 555
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 06 ส.ค. 2014, 16:05 น.
อยากได้ทุนการศึกษา..
ก็ใส่ชุดนักศึกษาเข้าไปหานายตอนเย็นๆ..
เจ้านายชอบหญิงไทย ผิวแทน สกินนี่ นมใหญ่ อะพี่ :05:
เปลี่ยนเป็นขอทุนผ่าตัดแปลงเพศแทน
เพื่ออัลลัยเล่า :3005:
เพื่อทุนการศึกษาไง๊ :52:
:30:
เผื่อจะได้ถือหุ้นเพิ่มแล้วมีอำนาจลงนามด้วยไง
มีหุ้น 30เปอร์เซนต์ บริษัทกำไรร้อยล้าน ก็ได้สามสิบล้านเหนาะๆ
(ปรากฎว่าเวลามีกำไรกรรมการประชุมแล้วลงมติว่าไม่จ่ายปันผล :30:)
ตอนนี้อยากรู้ว่า แสดงกรรมสิทธิ์หุ้น เป็นหลักทรัพย์กู้เงินได้มั้ย :30: :47:
ได้ :47:
:56:
อย่างเท่ :12:
1.
งาน
แฮปปี้ มีความสุข ชีวิตลงตัวได้จนรู้สึกว่าน่าเบื่อมากๆ บริษัทก็ดีเกิน หนีกลับบ้านเดือนละสัปดาห์ก็ไม่มีปัญหาอะไร
(แต่งานค้าง delay มาสามเดือนแล้วยังไม่เสร็จซักที T_T)
บริษัทปรับโครงสร้างบริษัทออกเป็น 2 ส่วน : บริการ / ผลิตภัณฑ์ ปรากฎว่างานตัวเองดันไปคร่อมทั้งคู่ สนุกดีพิลึก
เริ่มโอนงานจุกจิกของตัวเองให้น้องที่เพิ่งเข้ามาทีหลัง แล้วก็โยกตัวเองมาเป็นกึ่งๆ trainer กึ่งๆ project manager
คุมงาน project ฝั่งบริการ กับฝั่งผลิตภัณฑ์อย่างละตัว (ส่วนมากก็ทำเองแหละ)
แล้วก็ช่วยวางแผนงานระบบบัญชี กับการบริหารฝั่งผลิตภัณฑ์ + ทำแผนการตลาดของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ บ. :3005: นี่มันตำแหน่งอะไรเนี่ย
แถมช่วยหาลูกค้า เป็นเซลล์ขายงานให้ บ.เรื่อยๆ อีก สงสัยต้องขอโบนัสเยอะๆ (ฮา)
2.
เงิน
เงินเดือนขึ้นเกือบๆ 10% แล้วเจ้านายก็บอกว่าสุดเพดานแล้วนะ :3005: โบนัสเดือนเดียวด้วย
สรุปก็อาศัยรับงานนอกคร่อมงานบริษัทอยู่ดี จะโยกรายได้ส่วนตัวเข้า บ.ก็เสียดาย
เพราะมันไม่กลับมาเข้าเราตรงๆ แต่ก็แอบรู้สึกผิด ก็เลยเขียนแอพใหม่ขายคู่กันทั้งของบริษัททั้งของส่วนตัว
แต่โปรโมทของส่วนตัวเองนะ ส่วนของ บ.ให้คนอื่นโปรโมทให้อีกที
ที่แน่ๆ งานฝิ่นทุกวันนี้ได้เยอะกว่าเงินเดือนซักสามสี่เท่าเห็นจะได้ ก็อยู่กินเที่ยวได้สบายๆ พอควร
ก็เลยหาเรื่องใส่ตัวด้วยการไปซื้อคอนโดไว้ปล่อยเช่ามาห้องนึง
3.
ความหวัง
ไม่รู้ คาดหวังไว้ว่าปลายปีนี้จะไปเรียนขับรถแบบที่สอบใบขับขี่ให้ด้วยเลยด้วย
แต่ก็ยังไม่ได้หาข้อมูล อีกสองเดือนนิดๆ จะสิ้นปีแล้วก็ยังไม่คิดจะทำ
เพราะรู้สึกว่าถ้าขับรถเป็นจะต้องซื้อรถแน่ๆ แล้วไม่รู้สึกว่าอยากขับรถในกรุงเทพเลย
พูดถึงรถแล้วก็ต้องพูดถึงบ้าน มีงานบ้านและที่อยู่อาศัยจัดพอดี บวกกับที่เพื่อนยุๆ ว่า
ให้รีบๆ ซื้อก่อนที่บ้านจะขึ้นราคาอีกเพราะรถไฟฟ้าสายสีม่วงจะเปิดแล้ว
แต่ลองคำนวณแล้วว่าบ้าน (ที่เล็งไว้) หลังนึงก็ห้าหกล้าน... ถ้าซื้อตอนนี้เงินไม่พอแน่ๆ เลย
อันที่จริงเพราะวางแผนไว้ว่าอีกห้าปีค่อยซื้อบ้านนี่แหละก็เลยซื้อคอนโดปล่อยเช่า
เรื่องของเรื่องคือยังไม่อยากออกจากเขตปลอดภัยไปตกระกำลำบากกับการดิ้นรนหาเงินมาผ่อนบ้านตอนนี้
จริงๆ ก็จนกว่าจะผ่อนคอนโดหมดก็ยังไม่อยากหาภาระเพิ่มน่ะแหละครับ
แต่ถึงตอนนั้นไม่รู้ราคาบ้านจะพุ่งไปอีกเท่าไหร่ + หาทำเลที่อยากได้ในราคาที่รับไหวได้มั้ย
4.
อนาคต
ยังสับสนกับสถานที่ลงหลักปักฐาน ไม่รู้ว่าจะซื้อบ้านที่ไหนดี
คิดมาสี่ห้าปีแล้ว ช่วงแรกๆ ก็อยากอยู่ภูเก็ต แต่ดูสภาพแล้ว... เดินทางไปบ้านที่นราธิวาสลำบากไป
แต่ถ้าใช้เงื่อนไขนี้ หวยก็มาออกที่กรุงเทพ(และปริมณฑล)แน่ๆ เพราะสุดท้ายการเดินทางมันก็มารวมตรงนี้หมด
ซึ่งก็จะวนกลับเข้าเงื่อนไขของบ้านในกรุงเทพที่คิดไว้ คือไม่ไกลรถไฟฟ้าที่ดูมีอนาคต (ระยะพอปั่นจักรยานมาขึ้นได้)
ตอนนี้ก็สายสีม่วง แดง น้ำเงิน เขียวส่วนต่อขยายฝั่งสมุทรปราการ แต่ราคาก็ตามนั้น...
เรื่องชีวิตคู่ก็อีกเรื่อง ยังไม่ตัดสินใจลงหลักปักฐานกับคนปัจจุบันซักเท่าไหร่
ยังรอเจ้าตัวเห็นอนาคตตัวเองชัดมากกว่านี้ก่อนค่อยคิด... ถึงเจ้าตัวเฉยๆ แต่เราอยากเลี้ยงแมว (แล้วก็กลับมาที่เรื่องซื้อบ้านต่อ)
สรุปในหัวตอนนี้ก็เลยวนไปวนมาเรื่องซื้อบ้านอยู่นี่แหละครับ
แอร๊ย :25:
ถ้าไอซ์ไม่รีบก็ตัดสินใจไปก่อนได้นะ เช่นถ้าไม่รีบถึงขนาดเก็บเงินรอได้ห้าหกปีหลังจากนี้
ระบบโครงข่ายในเมืองก็คงเห็นแววขึ้นเยอะมาก และตัวไอซ์เองก็จะมั่นใจแล้วว่าเงินในมือตอนนี้จะไปตั้งรกรากที่ไหนดี
อย่างตูนี่ตอนนั้นที่ซื้อบ้านลาดปลาเค้าเพราะตอนนั้นคิดว่าดีที่สุดแล้วเท่าที่เงินอำนวย
พอมาถึงตอนนี้พบว่าความชิลมันเข้ามามีส่วนตัวสินใจที่สำคัญกว่าเงินเยอะเลย
ก็เลยมีโครงการหนีกรุงนี่แหละ
กำลังตัดสินใจจะเปลี่ยนงานครับ
หมดช่วงทดแทนบุญคุณคนแล้ว ว่าจะเริ่มดูชีวิตตัวเองแล้ว
ช่วงนี้ทำตัวเกเรในออฟฟิศมากครับ งานไม่เสียนะแต่ชีวิตกฏการทำงานถือว่าเลวมาก
อยากมาทำกี่โมงก็มา อยากกลับก็กลับ อยากลาก็ลา
ล่าสุดขอลาไปเที่ยวสิบวัน...บอกล่วงหน้า..สองวัน..
ยังไม่คิดอะไรต่อมาก เอาแค่ว่ากลับมาค่อยว่ากัน
ก็ได้แต่หวังจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นตามที่หวังซักที
:12: รับเงินเดือน 6 เดือนก่อนออกเลยครับ
(http://img3.f0nt.com/11/d23687dd3efa5d0981de7c3ff504e64c.jpg)
:30:
:30:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 11 ต.ค. 2014, 20:03 น.
(http://img3.f0nt.com/11/d23687dd3efa5d0981de7c3ff504e64c.jpg)
:30:
ทำไมแดงมีหลายเม็ดแล้วฟ้ามีเม็ดเดียวละครับ :30: :30: :30:
กินเองหมดแล้ว :59:
มอเฟี้ยวสินะ
:30: แมะ ทิก
อีโน :30:
พรุ่งนี้วันเกิดแล้ว ปีนี้จะอายุ 22
เป็นหนึ่งปีที่ชีวิตต่างกันมากๆเลยแวะมาบันทึกไว้ :40:
งาน
ปีนี้เป็นปีแห่งการรับจ้าง และประเภทงานก็หลากหลายเชี่ยๆ
เนื้อหาตั้งแต่งานขายของจ๋าๆ งานการเมือง ไปยันงาน NGO อีกหลายแขนง
ทำทั้งค่าย ออกแบบ บรรยาย ฟาซิลิเทท คิดเกม ยันตกแต่งบ้าน
จับฉ่ายมากๆ แต่ทำให้เปิดหูเปิดตาทั้งด้านเนื้อหาและเทคนิคขึ้นเยอะ
เรียนเดค สายงานที่เรียนด้านความเก่งเฉพาะทาง
รุ่นพี่และหลายๆคนมักจะบอกว่าโชคดีที่รู้ว่าชอบอะไร แล้วพยายามทำตรงนั้นไปให้สุด
คำว่าทำให้สุด 90% หมายถึงเรื่องเทคนิค
ชอบหนัง ก็ทำให้สุด ชอบวาดรูป ก็วาดให้สุด
แต่นานาก็ไม่รู้หรอกว่านานาชอบอะไรกันแน่ ก็ คนมันชอบหลากหลายอะ
ชอบทั้งงานคิด งานเขียน งานวาด งานถ่าย งานตัด ทำกับข้าว ฯลฯ ชอบแม่งทุกศาสตร์ที่มีในโลกนี่แหละ
เลยคิดว่า ที่จริงการทำหลายอย่าง,ทำข้ามศาสตร์, เอาเนื้อหามาโยงเข้าด้วยกัน
นี่ก็อาจจะเป็นความเฉพาะตัวอย่างหนึ่งที่เราทำได้รึเปล่า
ปีนี้นานากลัวอะไรๆ น้อยลงไปเยอะ อาจเพราะไปเที่ยวเยอะด้วย
พอไม่กลัวโดดเรียน หรือเลิก define ตัวเองว่าเป็นเด็กมหาลัยฯ
ก็รู้สึกว่าการเป็นตัวของตัวเอง นี่มีศักยภาพกว่าเป็นตามระบบการศึกษาเยอะเลย
ก็เลยรู้สึกว่าชีวิตคนเรามันเอาอย่างใครไม่ได้จริงๆ
เลยลามไปหลายๆเรื่อง จนถึงเรื่องในชีวิตประจำวัน
เช่น เลิกดราม่า เบื่อพันทิป ฯลฯ ตามกระแสน้อยลงมากๆ
เริ่มสงสัยว่าอะไรที่เราถูกสังคมบังคับให้สนใจ
แล้วอะไรที่เราควรใส่ใจกันแน่
ตอนนี้งานหลัก นอกจากการทำสัมมาอาชีพชอบเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง
งานที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ ก็กำลังรวมกลุ่มวัยรุ่นมาใช้ชีวิตวัยรุ่นให้คุ้มๆ :30:
คือความคุ้มในชีวิตวัยรุ่น คนทั่วๆไปก็คิดแค่ ได้สนุก ได้เมา ทำตัวไร้สาระได้จนกว่าพ่อแม่จะเลิกส่ง
แต่จริงๆมันทำได้มากกว่านั้นอะ ถามคนในคณะสิบคนที่มีความคุ้มเพียงพอตามมาตรฐาน
ลึกๆในใจก็เปลี่ยวเหงา พลังงานที่มีอยู่ก็รอคอยให้ถูกเอามาใช้ ถูกปล่อยเลือนนานไปก็มอดลงมอดลง
เด็กทุกคนอยากทำอะไรสักอย่าง อยากเป็นซัมบอดี้ อยากทำอะไรดีๆเพื่อตัวเองทั้งนั้น :37:
ตอนนี้เริ่มปั้นกลุ่มในคณะ เพื่อให้เกิดเทรนด์ที่แลกเปลี่ยนความรู้ และเพื่อแสดงงานศิลปะเชิงสังคม
แล้วก็จะเริ่มทำงานของตัวเองให้เป็นรูปเป็นร่างซะที :40:
งานที่จะบอกว่า เฮ้ย วัยรุ่น มึงทำอะไรได้เยอะกว่าที่มึงคิดนะ!
ประมาณนี้แหละ :53:
ชีวิตตอนตู 22 เหรอ ไม่มีอะไรมีสาระขนาดนี้หรอก :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 18 พ.ย. 2014, 22:57 น.
ชีวิตตอนตู 22 เหรอ ไม่มีอะไรมีสาระขนาดนี้หรอก :30:
:37:/
ตูใกล้จะพ้น 32 แล้วยังคิดอะไรแบบนั้นไม่ได้เลย
นี่ก็แกว่งขึ้นๆลงๆ วันนี้ก็เพิ่งมานั่งเซ็ง อยากมีเวลาที่เป็นเด็กนานกว่านี้หน่อย :3005:
งาน
พรุ่งนี้จะเริ่มงาน full time วันแรก ที่ 18 มงกุฎ
ถ้าถามตอนนี้คือ เครียด ตื่นเต้น กลัวทำไม่ได้ กลัวพี่บิ๊กจ้างมาไม่คุ้ม T-T
เงิน
ตอนนี้พยายามเก็บเงินอยู่ แต่ปีนี้แพลนใช้เงินไปกับอุปกรณ์ดำน้ำเยอะมาก
พอเริ่มแล้วมันเสพย์ติดแฮะ :37:
ความหวัง
อยากเรียนต่อ จะไปเรียนภาษาเยอรมันเพิ่มให้จบเป็นเลเวลที่ใช้เรียนต่อได้เลย
แล้วค่อยหาทุนไป ถ้าได้ไปอเมริกาก็ดี อยากกลับไป ไม่ได้กลับไป 10 ปีแล้ว
โฮสก็ถามว่าเมื่อไหร่จะกลับไปเยี่ยม
อนาคต
ก็คงทำงานกับพี่บิ๊กไปก่อน ถ้าพี่บิ๊กไม่ไล่มิ้นออกไปก่อนนะ
ทำอะไรอะ :25:
วันนี้มีคนมาทำให้เขวอีกแล้วครับ linkedin.com นี่แม่งแหล่งรวมพวก Head Hunter เลยจริง
เขามองหาสถาปนิก เพื่อดูแลงานออกแบบ พวกร้านค้าในปั๊มน้ำมัน ให้กับบริษัทเชฟร่อน คือเป็น พนง.ประจำของเชฟร่อนเลย
คุยคร่าวๆ คือเงินดีมาก ที่จับได้เพราะ เขาถามว่าเงินเดือนผมเกินแสนยัง :3005:
สรุปคือ น่าจะไม่ต่ำกว่า 80-95k เชี่ยยย ความโลภครอบงำทันที :30:
แต่ก็บอกไปว่าเราอาจจะไม่เข้าเสป็คนะ (เหมือนเขาเน้นคนที่มีปสก.การออกแบบ) แล้วก็ให้เบอร์เพื่อนคนนึงไป ที่คิดว่าเข้าแก๊บแน่ๆ
ไม่นาน เขาก็โดนเพื่อนปฏเสธมา ด้วยเหตุผลว่ายังสนุกกับงานที่ทำ เลยมาขอให้ผมส่ง resume ไปให้หน่อย
นี่สงสัยเร่งหาคนมากๆ ค่าคอมฯ คงไม่ใช่น้อยๆ
ไม่ใช่อะไร จากที่ตัดใจว่าแบบเออ คงไม่ใช่เราหรอกไปแล้ว แม่งกลับมาทำไม อยากได้ตังอะ :30:
ปล. พี่แพลม พี่โอ (ใครเป็นสถาปนิกอีกบ้าง) สนใจมั้ยครับ?
แต่เชฟร่อนเงินดีสวัสดิการเยี่ยมมากเลยนะ
ช่วยให้ไขว้เขวอีกที :30:
เชี่ย...เชฟรอนเลยอ่ะ :54:
ช่วงนี้เขวมากตั้งแต่ไปคุมงานพม่ากับลุงกำนันละ
น่าสนใจมากนะแต่ตรูไม่ถนัดงานออกแบบเลย ไหนจะไม่พร้อมย้ายถิ่นอีก
.....
....
...
ทำงานในกรุงเทพใช่มะ...
พรุ่งนี้บอกอีกทีนะ
ก้ำกึ่งชิบเป๋ง :56:
ถ้าเอาเบอร์ก็บอกนะพี่โอ
คือผมว่าแม่งรียจัดอะ ขนาดส่งเมลไปยาวเหยียด ว่าเราคิดว่าเราปสก.ไม่ตรงนะ ยังอุตส่าห์โทรกลับมาคุยอี๊ก
ถ้าได้เงินเฉียดแสน + สวัสดิการไฮโซนี่ คิดว่าไม่ไฟ่เฝหรอก ยอมเข้างาน 07.30 ตื่นเข้าผูกไทด์ไปทำงานเลย :30:
เอาจริงๆ คือกลัวความสามารถไม่ถึงมากกว่า :30:
สนใจสวัสดิการกับจำนวนเงินนี่แหละ
เรื่องอื่นค่อยว่ากัน :30:
แต่แค่มันต้องเปลี่นยอะไรหลายอย่างในชีวิตไปเลยน่ะ มันเลยลำบากใจอยู่มิน้อย
ลบเบอร์กะอีเมลออกจาก ลอ เลยครับ จะได้ไม่เขว คุยมากๆ งานปัจจุบันไม่ถึงไหนเลอ 555
เรื่องนี้บอกแม่ลูกตาลยัง เผื่อจะย่นเวลาได้เร็วขึ้น :30:
เอาเป็นว่า ในวงการวิศวะเนี่ย
เชฟรอน > ปตท
ปตท > เชฟรอน
สลับกันแบบนี้ครับ ดังนั้นถ้าชูเรื่องเงิน เรื่องความเป็นอยู่เป็นหลัก (ซึ่งก็คือเรื่องปกติสำหรับคนทำงาน)
เอาเลยครับ
ก็เนี่ย อยู่ บ.ลูกของเชฟรอน ยังประมาณว่าอยู่ดีกินดี พอใช้ได้..
แต่ก็นะ ไม่รู้เชฟรอนทั้งหมดเป็นยังไงกัน แต่เพื่อนที่อยู่ สนญ. ก็บอกว่าแก่งแย่งแข่งขันกันน่าดู
อยากแนะนำว่า ลองไปสัมภาษณ์ก่อนสิ
เฮดฮั้นท์มาตื๊อแสดงว่าเราดูเข้าข่าย แต่ถึงงั้นก็ไม่ใช่จะได้กันง่ายๆ
ถือซะว่าไปคุยเอาประสบการณ์ ถ้าเค้ารับค่อยมาคิดมาก :12:
โถ่พี่ ยังกะว่าจะได้ คือแม่งคงด่วนจัดอะเลยมาเสียขนาดนี้
๑. คือเขาต้องการคนที่สามารถทำงานแบบลุยเดี่ยวได้ ไม่มีทีม (เขาใช้คำว่า stand alone) ซึ่งข้อนี้สบายมาก ทำได้ ชอบด้วย
๒. เขาต้องการคนที่ทำตั้งแต่ต้นจนจบ หมายความว่าตั้งแต่ดีไซน์ (จริงๆ ก็คงมีข้อกำหนดมาอยู่แล้วล่ะ) ไปจนถึงทำแบบ ซึ่งไอ้ข้อเนี้ยเราออกตัวแรงเลยว่า เราทำได้นะ แต่ด้วยตำแหน่งที่ทำอยู่เนี่ย เราแทบไม่ได้ทำพวกแบบ หรือนำเสนอเองแล้ว แต่มีทีมคอยทำ ส่วนมากเราทำแค่แบบร่าง กับเสก็ตช์แบบขยายให้ทีม หรือเอาท์ซอร์สเป็นคนผลิตขึ้นมา ในความควบคุมของเราเอง แน่นอนว่าทำเองทำได้ โปรแกรมใช้เป็นหมดแหละ แต่เราทำงานเร็วเท่าคนที่เขาทำพวกนี้ประจำทุกวันไม่ได้จริง
๓. สื่อสารภาษาอังกฤษได้คล่อง ข้อนี้หลังจากเขียนอีเมลหาเขาเป็นภาษาอังกฤษ นำเสนอ ปสก. และความถนัดของเราไป เขาก็ไม่มีอะไรติดใจอีกเลย
ซึ่งจากที่คุยรอบสุดท้าย เขามองหาคนแบบข้อสองเป็นหลัก แล้วถ้าให้เราไปทำแบบนั้น ไม่ใช่เราไม่แฮปปี้ที่จะทำ (เขาถามเหมือนกับว่าเราโอเคมั้ยที่จะถูกลดบทบาทไป) แต่เราไม่มั่นใจ ว่าจะทำได้ดี
นี่กูตัดโอกาสตัวเองป้ะวะ :30:
ปล. เอาจริงๆ เวลาได้ขึ้นเงินเดือนนี่ก็ยังไม่มั่นใจทุกครั้ง ว่าเรามีค่าตัวขนาดนั้นจริงรึเปล่าวะ.. จนทำงานไปได้สักครึ่งปีนั่นแหละ ถึงจะรู้สึกว่าเออ ก็ทำได้นี่หว่า
แล้วพอมองถึงเงินเดือนที่อยากได้ในการปรับครั้งต่อไป แม่งก็ไม่มั่นใจอีกแล้วเหมือนเดิม :30:
คือที่นี่ เขาให้เสนอเงินเดือนที่คิดว่าเหมาะสมเอง ขอเป็นตัวเลขเน็ตๆ เพราะไม่มีสวัสดิการอะไรให้ นอกจากประกันสังคมตาม กม.
อ้อ.. ข้าวกลางวันฟรี :30:
ก็อย่างที่น่าจะเคยเล่าไปว่าผ่าน Head hunt มันมีคิดตังค์สองแบบ
คือจ้างตรงกับบริษัทเลย Head hunt รับค่านายหน้าแล้วจบ จากกันไป เราก็มีชีวิตกับบริษัทเราต่อไป
กับแบบจ้างผ่าน Head hunt ตลอดกาล ถ้าเป็นอีแบบหลังก็ไม่คุ้ม
คือเงินเดือนสวัสดิการอะไรมันจะไม่ค่อยได้ขึ้นหรอก บริษัทเขาให้คนในแท้ๆ มากกว่าอันนี้เรื่องนึง
ส่วนเรื่องไปลองสัมภาษณ์ดูเล่นๆ ถ้าไม่ได้ติดงานติดการอะไรก็น่าลองนะ
ไม่เสียอะไรนอกจากวันลากะน้ำมันรถ :12:
(หมายถึงสัมภาษณ์กับตัวบริษัทนะ ถ้ากับ Head hunt นี่ ต้องว่างจริงๆ ค่อยไป นั่นไม่ใช่ธุระเรา เป็นธุระมัน)
ไปคิดสรตะรอบๆมาละ งานนี้คงบายดีกว่า
อุตส่าหนีชีวิตวุ่นวายออกมาแล้วจะกลับเข้าไปใหม่
เกือบลืมตัวเองไปซะฉิบ
พี่ก็ว่าอย่าที่พี่แอ้ว่านะ ถ้ามีเวลาก็ลองไปดู
พี่ว่าบวบเก่งอยู่ละ ขาดแค่ความมั่นใจเฉยๆ
เมื่อก่อนพี่ก็เป็นอย่างบวบนะ กลัวตัวเองเก่งไม่เท่าเงินที่เรียกไป
ทั้งจากบริษัทหรือลูกค้าทั่วไป ยิ่งอิลูกค้าทั่วไปยิ่งกลัวเพราะเงินไม่น้อย
แต่นั่นแหละ เราก็ตั้งใจให้ดีที่สุดพอละ
ผลลัพท์มันจะออกมาตามนั้นแหละ
ยิ่งทำงานนาน ยิ่งห่างไกลสกิลแบบตอนเพิ่งเรียนจบอะพี่ ทุกวันนี้ใช้ออฟฟิศมากกว่าแคดอีก :30:
เคยเล่ายังว่าเคยไปสัมภาษณ์ยูนิโคลมาด้วย อันนั้นสนุกมาก :30:
อิยูนิโคลไม่เคยฟัง เล่าเลยๆ :30:
โอเค นึกว่าเล่าไปแล้ว เป็นการสัมภาษณ์งานที่สนุกที่สุดที่เคยไปสัมภาษณ์มา
ตอนแรกก็มีเฮดฮันเตอร์ติดต่อมานี่แหละครับ จากใน linkedin อีกแล้ว
ตำแหน่งคือสถาปนิกของยูนิโคลครับ หน้าที่คือควบคุมคุณภาพ งานก่อสร้าง และซ่อมบำรุงร้านของยูนิโคลทั่วประเทศ
งานนี่ไม่เน้นออกแบบเลย เลยยิ่งมันใจว่างานตรวจสอบ และควบคุมนี่เราค่อนข้างมั่นใจนะ ตอบไปว่าสนใจครับ
ขั้นตอนแรก ต้องสัมภาษณ์กับเฮดฮันเตอร์ก่อนครับ
ช่วงนั้น เป็นช่วงที่งานที่ภูเก็ตยุ่งมากๆ ครับ บินไปกลับสัปดาห์ละครั้ง ส่วนมากก็ไปคืนวันพุธ กลับคืนวันศุกร์ ส่วนวันจันทร์มีประชุมในบริษัทเป็นปกติอยู่แล้ว สรุปว่าหาคิวให้เขาไม่ได้ครับ
เราก็บอกไปตามตรง ว่าเราติดเงื่อนไขแบบนี้ๆ นะ แล้วถามเข้าว่าขอเป็นวันเสาร์ได้มั้ย ก็ไม่ได้ครับ เขาทำงานแค่จันทร์ถึงศุกร์
เขาก็ขอนัดอยู่หลายรอบครับ ดูหยิ่งมาก งานรัดตัวไปสัมภาษณ์ไม่ได้ จนเขาเสนอให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ครับ
สุดท้ายก็ได้นัดสัมภาษณ์เป็นหกโมงเย็น ของวันธรรมดาวันนึงครับ
สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ แล้วทางนู้นภาษาดีมากอะ ตอนแรกไม่นึกว่าเป็นคนไทยโทรมาด้วยซ้ำ
ผลคือผ่านครับ เขาพอใจ เรื่องโปรไฟล์ และความสามาร รวมถึงภาษาของเรา สัมภาษณ์เสร็จ เขาถึงพูดไทยด้วยครับ :30:
สุดท้ายได้นัดเขาไปสัมภาษณ์ที่ยูนิโคลครับ เข้าลูปเดิม นัดไม่ได้ :37:
จนมีวันว่างตรงกันครับ แต่ CEO ไม่อยู่ ต้องวิดีโอคอนเฟอเรนซ์มาจากสิงคโปร์
ในห้องก็มี HR คนนึง สถาปนิกเบอร์หนึ่งของบริษัทคนนึง ล่ามคนนึง (สามคนนี้เป็นคนไทย) ที่เหลือคือ COO อีกสองคนเป็นคนญี่ปุ่น และ CEO คนญี่ปุ่นในจอทีวี
ตั้งแต่แว้บแรกก่อนสัมภาษณ์ COO คนนึงก็ทักว่า "I like your hair style" :30:
ถามว่าแต่งตัวยังไง.. ผมก็ทรงปัจจุบันนี่แหละครับ เสื้อเชิ้ตออกฟอร์ต พับแขนเสื้อ และปล่อยชาย กางเกง superskinny สีน้ำเงินสดใส พับขากางเกง รองเท้าผ้าใบกับถุงเท้าสั้นกุด เหมือนไม่ใส่
เหี้ยเนอะ :30:
คือเราก็อยากรู้ว่าถ้าเราแต่งตัวประมาณนี้ไปทำงาน จะได้มั้ย ก็ไปแบบเออ เป็นตัวของตัวเอง (ไม่แนะนำใครให้ทำแบบนี้นะครับ)
คุยกันสารพัดอย่างเช่นว่า เราทำงานอะไร รับผิดชอบอะไรบ้าง ก็เล่าไป เขาก็ดูจะสนใจดีนะ
จนพูดถึงระบบเลเยอร์ในการทำงาน ที่เราขึ้นตรงกับไดเร็คเตอร์เลย เขาก็บอกว่าที่นี่เลเยอร์เยอะนะ โอเคมั้ย ผมก็บอกว่าโอเค เข้าใจ มันไม่เกี่ยวกับเลเยอร์ เราสามารถทำงานกับใครก็ได้ เพียงแต่ว่าเลเยอร์น้อยแบบที่เราคุ้นเคยมันทำงานได้เร็วดี ถ้าเรารู้สโคปและอำนาจหน้าที่ของเราชัดเจน การมีหลายเลเยอร์คิดว่าไม่ใช่อุปสรรค์
อีกเรื่องคือ เวลาเราทำงานค่อนข้างยืดหยุ่น เขาถามว่าถ้าเราต้องเข้างานเช้า ตรงเวลา ทำได้มั้ย เราบอกว่าสบายมาก ไม่มีปัญหา เราเข้าใจดีว่าวัฒนธรรมการทำงานขององค์กรญี่ปุ่นให้ความสำคัญเรื่องเวลามาก แฟนเราก็ทำงานบริษัทญี่ปุ่น อะไรงี้
เขาก็ถามว่า แล้วรู้อะไรมาบ้าง ก็เล่าไป เขาก็อืมๆๆ ดีๆ
เขาถามด้วยว่า ถ้างานที่ทำต้องเดินทางบ่อย เป็นอะไรมั้ย เราก็บอกว่า ทุกวันนี้ก็ต้องเดินทางบ่อย เราขอแค่ว่าเราต้องการทราบกำหนดการล่วงหน้า เพื่อที่จะบริหารจัดการกับชีวิตส่วนตัวได้ เราไม่แฮปปี้ถ้ามันจะต้องเบียดเบียนเวลาส่วนตัวโดยไม่มีแผนล่วงหน้า
เขาถามอีกว่าเคยไปซื้อของร้านเขามั้ย คิดยังไงกับการออกแบบ เราก็บอกไปว่าพูดตรงๆ เลยนะ เราเฉยๆ มันก็ตอบสนองดีทุกอย่าง แต่ไม่มีอะไรที่เตะตา มันก็อาจจะดีที่มันไม่แย่งซีนสินค้า และข้อจำกัดมันก็คงอยู่ที่ภาพลักษณ์ของแบนด์ที่ต้องการนำเสนอแบบนั้น
เขาถามเพิ่มว่าแล้วเรื่องมาตรฐานการก่อสร้าง กับวัสดุที่ใช้เป็นไง เราไม่เคยสังเกตรายละเอียดขนาดนั้น เราเข้าไปในร้าน ใจเราจดจ่อกับสินค้ามากกว่า เขาก็ฮา
ทุกอย่างคุยกันราบรื่นมากไม่มีอะไรซีเรียส เขาถามด้วยว่าแล้วทำไมจะเปลี่ยนงาน
เราก็ตอบไปหน้าตาเฉยว่า จริงๆ แล้วเราเองไม่ได้มองหางานใหม่อยู่นะ เราแฮปปี้มากกับที่ทำงานปัจจุบัน และก็มองเห็นความก้าวหน้า จากการที่ไดเร็กเตอร์เราสนับสนุนเราเป็นอย่างดี แต่เราเห็นว่านี่เป็นโอกาสที่ดีของเรา และไม่เห็นเหตุผลอะไรที่เราจะปฏิเสธโอกาสนี้
ช่วงสุดท้าย เขาก็ให้ถาม
เราก็ถามทั่วไปแหละ เข้างานดี่โมง พนง.เยอะมั้ย ในส่วนนี้ล่ะ มีพนง.กี่คน (ตอนนี้มีสถาปนิกคนเดียว เขาต้องการมือตีนมาช่วย) อายุเฉลี่ย บรรยากาศการทำงาน รวมถึงถามเรื่องผรม. ใช้ของตัวเอง หรือซับฯ เป็นงานๆ ไป อะไรงี้
ลืมถามไปข้อนึงที่ตั้งใจมาจากบ้าน.. คือ ถ้าได้ทำงาน จะได้ส่วนลดเท่าไหร่ :30:
สุดท้าย จบ ขอบคุณ COO คนเดิมเดินออกมาส่ง ขอจับมือ แล้วบอกว่า ผมชอบบุคลิกคุณนะ คุณเป็นคนหนุ่มที่มีอนาคตไกล ผมเชื่อว่าถึงแม้เราจะไม่ได้ร่วมงานกัน แต่คุณจะประสบความสำเร็จในธุรกิจที่คุณทำอย่างแน่นอน
เจอแบบนี้ก็ไม่ต้องลุ้นแล้วครับ อีกสัปดาห์นึง เฮดฮันเตอร์ก็โทรมาบอกว่าไม่ได้งานครับ :47:
สนุกอ่ะ :30: :30:
:30: สนุกยังไงอะ
ไม่สนุกเหรอ :47:
ถ้าสนุกมันต้องได้ซี้ :47:
หนุกนะ :30:
เออสสนุกดี :30:
ตอนทำโรงหนังที่เชียงใหม่ก็เคยเจอทีมตรวจงานญี่ปุ่นของ uniqlo นะ
แต่งตัวเนี๊ยบๆสบายๆเท๊เท่อ่ะ
จริงพี่ COO แต่งตัวดีกว่าสถาปนิกอีกครับ (สถาปนิกน่าจะสี่สิบปลายๆ แต่งตัวเชยมาก :47:) ก็เรียบๆ แต่ดูสบายๆ สไตล์ญี่ปุ่นๆ แหละ แต่ไม่มีมนุษย์สูท :25:
ปล. เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้ามึงไม่เก่งจริงๆ จนใครๆ ก็ต้องการ อย่าคิดว่าจะแต่งตัวยังไงไปสัมภาษณ์ก็ได้เชียว :47: :30:
แต่งตัวดี มีชัยเพิ่มขึ้นอีกนิดนึง :27:
อ่าน ที่บวบ ไปสัมภาษณ์มาละครับ สนุกดีนะ หมายถึงเล่าเรื่องได้สนุกดีอ่านแล้วเพลินๆ
ทั้งชีวิตเลยสัมภาษณ์ ครั้งเดียว คือ ตอนจะเข้ามหาลัย
โดน อาจารย์ขาโหดทักมาแบบจำไปจนตายเลย
เราก็แนะนำตัวปกติแหละว่าชื่อนามสกุลอะไร แต่พอดีไม่ได้เว้นวรรค พูดเร็วไปหน่อย
เค้าก็บอกเป็นเชื้อเจ้าเรอะ ชื่อยาวขนาดนี้ เราก็ เอ๋อๆ เค้าก็บอก
เวลาแนะนำตัวให้ เว้นชื่อ กับนามสกุลด้วยอย่าพูดติดกัน
จำได้แค่นี้เอง ไม่เกี่ยวอะไรกับงานหรอก และคิดว่า เวลาคนไปสัมภาษณ์งานกันคงไม่เจออะไรแบบนี้
ละมั้ง ^^
เค้าจะดูปฏิกิริยาของเราหลังตื่นเต้นล่ะมั้ง
เวลาสัมภาษณ์ พี่ว่าสิ่งที่เขามองหาคือ ไอ้นี่แม่งเพี้ยนรึเปล่าวะ ก่อนเลย
อาจจะทุ่มเวลาครึ่งนึงของการสัมภาษณ์ค้นหาสิ่งนี้เลย
หลังจากนั้นคือดูบุคลิก คุยดูเรื่องราวในชีวิต ซึ่งมันไม่ได้ตอบโจทย์ 100% นะ ว่าบักหำนี่จะ qualify
แต่แค่พอเป็นไกด์ไลน์มากกว่า เพราะงั้น ทำตัวสบายๆ
ถ้ามันชอบเราที่เราไม่เป็นตัวของตัวเอง คนที่ลำบากภายหน้าน่ะคือเรา ไม่ใช่มัน
จริงๆ ผมก็ไปเพื่อวัดใจแบบนั้นแหละครับ อยากรู้ว่าถ้าเราเกิดได้งานจริงๆ แล้วเขามารู้ทีหลังว่าจริงๆ เราเป็นแบบนี้มันคงไม่เวิร์ค คงเฟลกันทั้งสองฝ่าย
การที่ไปสัมภาษณ์งาน โดนที่ไม่ได้เดือดร้อนจะต้องหางานให้ได้มันก็คงดีตรงนี้ คือไม่ต้องไปเฟต พยายามทำตัวตรงเสป็ค
ไปแบบให้รู้ไปเลย แบบนี้พี่จะรับมั้ย.. ย้อนกลับไปเรื่องเดิม ถ้าเก่งเจ๋งจริงๆ เขาอาจจะมองข้ามเรื่องภาพลักษณ์ไปได้ ส่วนผมมันก็งั้นๆ แหละ ธรรมดาๆ :30:
ประเมินคนไม่ผ่านโปรไปคนหนึง
ผิดที่แม่งเป็นผู้ชาย ความปราณีไม่มีให้เลย ขอโทษนะ ใส่ 0 เต็ม 100 ไปสองช่อง
บาย
ถ้าเขารู้นี่รีบไปแปลงเพศแน่เลย :30:
ถลอกใจร้าย แล้วน้องผู้หญิงคนนั้น ก็ไม่ยอมให้ผ่านโปรด้วยหรือเปล่า :07:
บอกให้เอาอย่างอื่นมาแลกคะแนนครับ :47:
ได้ข่าวว่าน้องลาออกไปแล้ว :37:
เพราะท้องรึเปล่า
เรื่องพี่บวบสนุกๆ :27:
แชร์ประสบการณ์เก็บตังค่ะ
วันก่อนนึกครึ้ม มานั่งทำบัญชีว่าปีนึงได้เงินเท่าไหร่
= ปีนี้มีรายได้ประมาณ 340,000 / ปี
= ไป ตปท. เฉลี่ยปีละสองครั้ง (60,000) :37:
= ให้แม่กับยายเดือนละห้าพัน ทั้งปี (60,000)
= เหลือเงินใช้ประมาณ 220,000 เฉลี่ยต่อเดือนไม่รวมส่งแม่ 7,000-15,000 ต่อเดือน
และค่าจิปาถะที่ไม่ได้จด
เก็บสองปี ได้ราวๆ 100k , และเร็วๆนี้กำลังจะถอยแมคใหม่ อันเก่าเน่าหนอนมาก :30:
สิ่งที่เรียนรู้คือ
• เงินเหลือๆ ที่อยู่ในบัญชีที่ถอนง่าย ยังไงก็มีเรื่องให้ใช้หมดซำเหมอ แม้จะแยกแยะไว้แล้วก็ตาม ๕๕๕
• แต่มีเงินก้อนนึงที่อยู่มาแต่แรกยังไงก็อยู่ยังงั้น คือเงินที่ซื้อออมสินกับหุ้น (ที่ตอนนี้ก็หดไปเยอะ :05:)
เลยวางแผนว่ารอบปีหน้าต้องเอาใหม่ละ ควรทำบัญชีอย่างจริงจัง + หักเงินเก็บไปฝากออมสินบ่อยๆ
ฮึบๆ \ :37: /
บัญชีเก็บเงินทำให้มันถอนออกมาใช้ยากๆเข้าไว้ ได้ความคิดนี้มาตอนบัตรเอทีเอ็มเสียแล้วขี้เกียจไปทำใหม่
อาศัยเดินไปเขียนใบเบิกที่แบงค์เอา เงินเหลือเป็นกอบเป็นกำมาก จะใช้เงินต้องวางแผนไม่งั้นได้เดินหลายรอบ
ตอนนี้อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตการงานการเงินอีกครั้ง
กำลังรอให้ฝุ่นหายตลบก่อน แล้วจะมาสรุปย้อนหลัง
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 20 ก.ย. 2015, 00:13 น.
ตอนนี้อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตการงานการเงินอีกครั้ง
กำลังรอให้ฝุ่นหายตลบก่อน แล้วจะมาสรุปย้อนหลัง
มีน้องคนที่ 3 :25:
:30: นี่แปลว่าเล่นซะฝุ่นตลบเลยเหรอะ wild life นะเนี่ย
มีอัพเดตด้วย เดี๋ยวไปเหลาเย็นนี้ :47:
พอมาก็มาอ่านการ์ตูน :30:
อัพเดทบ้าง ตั้งแต่เดือน ส.ค. ที่ผ่านมามีอะไรหลายอย่างมาก จนตอนนี้เริ่มชินกับความวุ่นวาย และตารางชีวิตที่แน่นๆ ขึ้นมาบ้างแล้ว
๑. ขายรถ / ซื้อรถใหม่
เพื่อจะใช้ชีวิตแบบราบรื่นมากขึ้น ไม่ต้องห่วงดูแลรถ เพราะมันก็แก่มากแล้ว ให้มาทู่ซี้ใช้เดือนละสามพันโล มันก็ไม่ดีทั้งกับเราเอง และกับรถ
สิ่งที่ได้มา ไม่ใช่แค่ชีวิตที่วุ่นวายน้อยลง แต่หมายถึงรายจ่ายที่น้อยลงด้วย (ประหยัดไปกิโลละบาทกว่า)
อันนี้พูดเลย ว่าไม่ใช่ขายแค่รถ แต่เรียกว่าขายอีโก้ด้วยเลยทีเดียว :42:
๒. เรียนต่อโท
อันนี้จริงๆ ตั้งใจตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ควรจะได้เปิดเทอมไปตั้งกะต้นปี.. แต่ก็ผิดแผน คือตกสัมภาษณ์ที่จุฬา :47:
ไม่ได้อกหักอะไรนะ คือก็รู้สึกไม่แปลกใจ ถ้าบุคลิก ความคิด ท่าทาง หรือแม้แต่การแต่งตัว จะไม่ตรงเสป็คเขา (คือเชื่อว่าอย่างอื่นพวกปสก. และความสามารถ ไม่น่ามีปัญหา)
ตอนนี้ก็เลยไปเรียนที่ มธ. แทน ขับรถไกลหน่อย แต่ก็ดีตรงที่เรียนแค่วันเสาร์วันเดียว ไม่ต้องอ่อนล้า ถ่อไปเรียนหลังเลิกงาน
๓. เป็นอาจารย์พิเศษ
ซึ่งอันนี้เป็นความตั้งใจมานานแล้ว เพราะชอบวิชานี้ (ต้องขอบคุณท่าน อ.หนอย อธิการบดี มศก. คนปัจจุบัน ที่ปลูกฝังวิชานี้มา) วันนึงมีประกาศในกรุ๊ปศิษย์เก่า ของสถาปัตฯ บางมด ก็สมัครเลย
วันแรกที่เจออาจารย์เจ้าของวิชา ก็ถูกกำชับว่า "อย่าทำให้ฉันเสียชื่อนะเว้ย คนอื่นเขามีแต่ห้ามฉัน" :30:
เลยได้รู้ว่า สอนเด็กแม่งเหนื่อยสัสๆ เลยครับ
๔. เก็บตังแต่งงาน
สรุปแน่นอนแล้วว่าเป็น พ.ย. 59 นะครับ จะช่วยกันเก็บตังก่อน เพราะลิสต์ค่าใช้จ่ายแล้ว ต้นปีคงไม่ทัน :52:
๕. ออกกำลังกาย
ก็ยังพยายามออกกำลังกายให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ ยังหวังว่าวันนึงจะมีกล้ามท้องกับเขา ส่วนเรื่องกลับไปลงพุงนี่ไม่กังวลอีกต่อไปแล้ว
กลับมาแดกดุเหมือนเดิม แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องหุ่น ก็ถือเป็นความสำเร็จตามเป้าหมายได้เหมือนกัน :56:
:25: เจ้าบ่าวซิกส์แพ็ก
เล่าไปแล้วนะ :47:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 21 ก.ย. 2015, 02:03 น.
เลยได้รู้ว่า สอนเด็กแม่งเหนื่อยสัสๆ เลยครับ
:05: แทบอยากกลับไปกราบอาจารย์ที่สอนเรามาทุกคน
อาจารย์บวบ :25:
เล็งไว้แล้วสินะ :59:
นานาทักในอีกจู๋เลยนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้เล่าแบบออนไลน์เลยเนอะ (เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยอัปเดตอะไรออนไลน์เท่าไหร่)
งั้นสรุปเลยละกันครับว่าช่วงนี้ชีวิตด้านการงานเป็นอย่างไรบ้าง
1. งาน
เลิกทำงานเว็บ งานออกแบบสื่อทันสมัยต่างๆ วางมือจากโลกไฮเทคโดยสิ้นเชิง
หลังจากค่อยๆ เฟดตัวออกมาเมื่อปีก่อนนู้น และหยุดสนิทเมื่อช่วงปีนี้
ตอนนี้เลิกเขียนเว็บ เลิกเขียนโค้ด เลิกเปิดโฟโต้ช็อปเพื่อนั่งวาดปุ่ม
เลิกศึกษาทั้งด้านศาสตร์และศิลป์ เทคโนโลยีและเทคนิคใหม่ๆ ในธุรกิจเว็บและแอปแล้วครับ
ความสนใจยังมีอยู่ ความสนุกยังมีอยู่ แต่พอมองย้อนกลับไปก็พบว่าตัวเองเคยเป็นแบบยุ่น
คือสนใจแกมหมกมุ่น อยากเอาชนะ อยากโชว์ความเจ๋ง อยากทำให้ลูกค้าตะลึง และทะเลาะกันเพราะงานของเรา
แต่ตอนนี้พอหยุดสนิท และหันกลับมามองจุดนั้นอีกที เออ กูแข่งกับอะไรมาก็ไม่รู้
ก็เป็นการเกษียณตัวเองออกจากงานที่รักมานับได้... เกิน 15 ปีแหละ
นอกนั้นก็เป็นงานเขียน งานออกแบบ งานวาด (มีงานวาดด้วย! เหลือเชื่อ) รมถึงอีเวนต์ประหลาดๆ ต่างๆ แบบนานๆ ที
แต่ละอย่างเป็นงานนิดๆ หน่อยๆ ที่มีคนจ้างมาเป็นพักๆ เอามาคำนวณเป็นรายได้จริงๆ จังๆ ไม่ได้ แต่สนุกและอิสระดี
2. เงิน
ตอนนี้ "งาน" ที่เรียกว่าทำแล้วได้ตังค์ก็คือช่วยกิจการของทางบ้านครับ
ทางบ้านนี่ไม่ได้ช่วยพ่อแม่นะ คือช่วยตัวเองนี่แหละ
ทำร้านกับเมียหนึ่ง ทำร้านของตัวเองอีกหนึ่ง
(ร้านเมียมีกำไรสุทธิมากกว่าร้านตัวเองเกือบ 20 เท่า)
งานหลักคือทำอะไรๆ ในโปรแกรมโฟโต้ช็อปเหมือนเดิม แต่ผ่อนคลายขึ้น
3. ความหวัง
โดยรวมคือหาทางทำยังไงก็ได้ให้มีเวลาว่างมากที่สุด แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่ว่าจะว่างนะ
เพราะเวลาว่างเหล่านั้น โดนเอามาถมให้กับครอบครัวหมดแล้ว (80% ของชีวิตหมดไปกับลูก)
อันนี้อธิบายให้คนไม่มีลูกฟังคงเข้าใจยากหน่อย แต่เอาเป็นว่ามันวุ่นวายมาก แต่แฮปปี้มาก
ตอนนี้ยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ กำลังรอให้คนเล็กช่วยเหลือตัวเองได้มากกว่านี้
แล้วน่าจะสบายขึ้น หลังจากตัวพี่เข้าโรงเรียนแล้ว และสบายมากๆ ทั้งพ่อทั้งแม่
สรุปว่าตอนนี้อยู่ในเฟสที่กำลังลงรากกับครอบครัวแหละ
4. อนาคต
อนาคตไกลๆ เอาไว้ก่อน มาว่าด้วยเรื่องใกล้ๆ
ตอนนี้อยู่ดีๆ ก็มาหมกมุ่นอยู่กับงานออกแบบและก่อสร้าง
4.1
ออฟฟิศนลินฟ้า http://officenalinfa.iannnnn.com/ (http://officenalinfa.iannnnn.com/)
เกือบเสร็จแล้ว ตอนนี้เสร็จประมาณ 90% คิดว่าเดือนหน้าก็เปิดใช้งานได้
กะว่าจะเป็นฐานทัพไปอีก 10 ปีอย่างต่ำ ดังนั้นเลยลงทุนลงแรงกับมันตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
เป้าหมายคือเอาไปโพสต์กระทู้พันทิปว่าด้วยเรื่องการรื้อบ้านผีสิงเอามาทำออฟฟิศ และต่อเติมผิดกฎหมายอาคาร :30:
ที่สนุกคือได้ลองจับงานออกแบบก่อสร้างและหัดวิชาสถาปนิกที่เด็กปีหนึ่งมันเรียนกัน (คือตูลืมทุกอย่างไปแล้ว)
งานนี้เลยเป็นงานทดลองที่ลงทุนเยอะหน่อย แต่ก็ฝึกฝีมือไว้เพื่องานถัดไป
4.2
บ้านตัวเอง http://baanbeer.iannnnn.com/ (http://baanbeer.iannnnn.com/)
เป็นโครงการลาออกจากกรุงเทพฯ เฟสที่หนึ่ง ซึ่งไม่ได้ไปไหนไกลเลย ไปอยู่ปทุมนี่เอง
(โครงการหนองแฟบเพชรบุรีขยับไปอีก 10 ปี ตามกำหนดการเดิม)
ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการออกแบบ ได้สถาปนิกมืออาชีพชื่อดังแห่งภาคอีสานมาทำให้
อันนี้กำลังเดินหน้าเต็มที่อยู่ ปีหน้าก็เสร็จ แล้วชีวิตจะเปลี่ยนแปลงอีกครั้งเพราะการย้ายถิ่น
4.3
สตูดิโอถ่ายภาพ Sleepy Sloth Studio http://sleepysloth.iannnnn.com (http://sleepysloth.iannnnn.com)
เพิ่งผ่านขั้นตอนการหาสถานที่มา (แน่นอน เป็นบ้านร้างอีกแล้ว เป็นพวกเสพติดบ้านร้าง)
อันนี้อยู่ลาดพร้าวนี่เอง ยังไม่ได้จ่ายตังค์เจ้าของเดิมเลย ดังนั้นโครงการนี้ยังเป็นวุ้นอยู่มากๆ
แต่ไอ้การที่เป็นวุ้นนี่แหละทำให้ความฝันมันยังสนุกได้อีกเยอะ และยังมีเวลาเก็บตังค์อีกเยอะ...
เท่านี้แหละ
ออฟฟิศนลินฟ้า ไม่มีพื้นที่เปิดโล่ง :07:
ครับ
Sleepy Sloth Studio ถ้าไปถูกเวลาอาจได้ดูมวย :59:
:30: บ้านผีสิงนั่นขายไม่ออกเลย
พี่แอนเป็นไอดอลผมเรื่องการเหดตัวออกจากโลกทันสมัย ผมต้องทำให้ได้!! :37:
เฮ้ย ตูก็ยังออนไลน์วันละ 18 ชั่วโมงอยู่เลยเหอะ
แจ๊คกี้ :25:
งาน
ย้ายงานแล้วค่ะ ตอนนี้อยู่เว็บขายของข้ามชาติสีส้ม จะพ้นโปรละ
ก่อนจะทำงานที่นี่ เคยยื่นสมัครบริษัทย่อยใน CP เป็น UX designer แต่เค้าไม่รับเพราะไม่มีประสบการณ์ตาม requirements
สายที่อยากทำก็หางานยากในไทย เลยเปลี่ยนมาทำ Data analysis แทน ตอนนี้ค่อนข้างสนุกกับงานและเพื่อนร่วมงาน
งานที่ทำอยู่เป็นออกแนว business ผสม technical รู้สึกท้าทายดี เพราะไม่มีความรู้เรื่อง online marketing มาก่อนเลย
เงิน
เงินเก็บเริ่มมาแล้ว ฮูเร่
ปีหน้าถ้ามีอะไรผิดพลาด ว่าจะซื้อคอนโดร่วมกับแฟน
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็ไปเรียนต่อ
ความหวัง
อยากจบโทก่อนแต่งงาน 555 ไม่ได้อยากเรียนเพราะอยากได้ดีกรีละ
มันกลายเป็นว่าอยากเรียนเพราะ passion ล้วนๆ สนองนี้ดตัวเอง
จากที่อยากทำงานสัก 2-3 ปีก่อนเรียนต่อ ก็เหลือปีเดียวพอ
แก่กว่านี้ไม่ต้องมีลูกพอดี
อนาคต
ปีหน้าจะยื่นขอทุนเรียนต่อที่สวีเดนค่ะ
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็น่าจะได้
ถ้าไม่ได้ ก็คงรอเศรษฐกิจดีกว่านี้ก่อน ค่อยไป
ขายของข้ามชาติสีส้ม สาซาด้าป่ะ??? :37:
:25: อ้าวย้ายจาก 18 แล้วเหรออ
กำลังจะย้ายงานด้วยคน
ตอนแรกจะไป AXA เป็นโปรแกรมเมอร์
ตอนหลังไปยื่นสมัครขำๆ เลยได้ central online แทน ในตำแหน่ง Business Inteligent แทน
เลยไปเซงทรัลแบบไม่ลังเล
เงินอัพ 40% เกินความคาดหวังมาก :27:
อ้างคำพูดจาก: ยุนเอ เมื่อ 07 ต.ค. 2015, 13:06 น.
กำลังจะย้ายงานด้วยคน
ตอนแรกจะไป AXA เป็นโปรแกรมเมอร์
ตอนหลังไปยื่นสมัครขำๆ เลยได้ central online แทน ในตำแหน่ง Business Inteligent แทน
เลยไปเซงทรัลแบบไม่ลังเล
เงินอัพ 40% เกินความคาดหวังมาก :27:
กรี๊ด :56:
ยินดีด้วย :12:
กรี๊ดๆๆ :37:
:37a:
มืออาชีพจริงๆ :59:
A The Jumper :12: :30:
เงินเดือนเป็นแสนแล้วดิ :25:
ปล. ตูเป็นมินต์จะไม่ซื้อคอนโดชื่อร่วมล่ะ :47:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 07 ต.ค. 2015, 20:50 น.
A The Jumper :12: :30:
เงินเดือนเป็นแสนแล้วดิ :25:
ปล. ตูเป็นมินต์จะไม่ซื้อคอนโดชื่อร่วมล่ะ :47:
มิ้นคงอยากมีทรัพย์สินร่วมกัน :47:
เลิกกันชื่อใครล่ะ :47:
นี่ไม่ได้พูดเล่น :37:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 08 ต.ค. 2015, 15:16 น.
เลิกกันชื่อใครล่ะ :47:
นี่ไม่ได้พูดเล่น :37:
ขายแล้วหารสอง :47:
น้องคงไม่อยากเลิกหรอกมั้ง :30:
อ้างคำพูดจาก: Vikz เมื่อ 08 ต.ค. 2015, 15:36 น.
ขายแล้วหารสอง :47:
น้องคงไม่อยากเลิกหรอกมั้ง :30:
ถ้าเลิกกันแล้วคุยกันง่ายๆ ก็ดีสิ..
แล้วคอนโดนะ.. คิดว่าจะขายได้ปุ๊บปั๊บมั้ย :47:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 08 ต.ค. 2015, 15:59 น.
ถ้าเลิกกันแล้วคุยกันง่ายๆ ก็ดีสิ..
แล้วคอนโดนะ.. คิดว่าจะขายได้ปุ๊บปั๊บมั้ย :47:
ขายไม่ง่าย อันนี้ตูเข้าใจ
แต่เอ๊ อย่าไปทำให้น้องเสียกำลังใจดิ :30: :30:
แค่แพลนเฉยๆ ค่ะ 555
แฟนอยากซื้อไว้แถวบ้านแฟน ของมิ้นก็อยากซื้อไว้เหมือนกัน
ถ้าไม่ไปเรียนต่อนะ
ถ้าเลิกกันไปก็คงขายให้บ้านแฟนฮะ
อ้างคำพูดจาก: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 07 ต.ค. 2015, 10:39 น.
ขายของข้ามชาติสีส้ม สาซาด้าป่ะ??? :37:
ใช่แล้วค่ะ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 07 ต.ค. 2015, 10:55 น.
:25: อ้าวย้ายจาก 18 แล้วเหรออ
ออกมาตั้งแต่พฤษภาแล้วค่า
jumper อะไร๊ อยู่ที่ละปี สองปีเลยนะ
ปล. อย่าซื้อชื่อร่วมเลย ถ้าไม่หวังจะหุบคอนโด เอซื้อบ้านชื่อร่วมกับพ่อลำบากไปถอนชื่อพ่อออกเอาชื่อตัวเองใส่อีก :37:
ก็.. เห็นด้วยกับทุกคนน้า
เวลารักกันมันก็พูดง่ายแหละ ถ้าเกิดไม่รักกันขึ้นมามะไหร่ มันก็คุยย้ากยาก
งั้นรอมีตังซื้อก่อนค่อยคิดอีกที :47:
ชื้อคอนโดผมได้นะครับ ซื้อมา 2 ล้าน ขายล้านเก้าห้าครับ ประกาวขายมาสามเดือนแระ
อ้างคำพูดจาก: MintJi เมื่อ 08 ต.ค. 2015, 22:28 น.
แค่แพลนเฉยๆ ค่ะ 555
แฟนอยากซื้อไว้แถวบ้านแฟน ของมิ้นก็อยากซื้อไว้เหมือนกัน
ถ้าไม่ไปเรียนต่อนะ
ถ้าเลิกกันไปก็คงขายให้บ้านแฟนฮะ
ถ้าอยากซื้อคอนโดร่วมกัน ก็ซื้อเลยครับ อย่าไปฟังใคร
เพราะถ้าจะวางแผนอนาคตร่วมกัน
แล้วจะไปคิดทำไม ว่าถ้าเลิกกันแล้วจะทำไง
คู่ที่เขาซื้อด้วยกัน อยู่กันจนแก่เฒ่าก็เยอะแยะ :37:
แต่ถ้าสมมติว่าต้องเลิกกันจริงๆ
ถึงตอนนั้นค่อยหาทางแก้ปัญหาเอาทีหลังก็ได้
จะยากจะเย็นจะวุ่นจะวายยังไง ก็หาทางแก้เอา
ส่วนตอนนี้จะไปกังวลกับปัญหาที่มันยังไม่เกิดทำไม :47:
รอเงินก้อนให้มีตังแต่งกันก่อนนะคะ 555
ยู้ฮู
มาอัพเดทชีวิตตัวเองมั่ง
ออกจาก 18 มาทำที่เดียวกับหมีโหด
แรกๆทุกอย่างไปได้สวย ทีมงานดีมาก แบบมีความสุข สนุกหรรษา
แต่...
พักหลังๆมาชักจะไม่แล้ว ด้วยความเป็นนักธุรกิจแบบมโนขั้นสุดของ CEO
ตอนนี้งานล้นมือจ้าาา :3005:
แล้วเครียดมากมาย
อิ่มเข้ามาในฐานะ Planner แต่โดนควบให้ทำ AE
แล้วตอนนี้เป็นทั้ง Planner AE Creative PM บัญชี editor copy writing researcher etc etc etc..
ประหนึ่งทำงานวันละ 28 ชม.
ดูแลตั้งแต่ Facebook page ไปยัน e-commerce ยัน social listening ยันโปรเจคระดับประเทศ (ทำอยู่คนเดียว)
ช่วงหลังนี่เครียดจัด ไปถามพี่บิกตลอดว่า ตอนทำงานอิ่มกากมากหรอ ทำไมถึงโดนแบบนี้ :16:
แถมนี่ดราม่าภายในอีก คนนั้นคนนี้ตอแหลใส่กัน จนแบบ ไว้ใจใครไม่ได้อีกแล้ว
ล่าสุดหัวหน้าลาออก หมีโหดผันตัวไปเป็นฟรีแลนซ์
ทั้งทีมเหลือกันอยู่2คน ที่ต้องรองรับโปรเจคพันล้านที่เหลือทั้งหมด
แล้วก็ทำท่าจะไม่ไหวทั้งคู่ด้วย
ถามมองให้ดี คือได้ลองอะไรหลากหลายมาก
บางอย่างอิ่มไม่เคยรู้ ไม่เคยลอง ก็ได้มาทำ อย่างงานอีเว้น คือจ้างเขาไม่ได้ดั่งใจ วิ่งงานเองเลย
ดีลงาน ติดต่อลูกค้า ทำใบราคา ทวงงานเวนเดอร์ ขายงาน ไปเป็นวิทยากร
แต่ เหนื่อยมาก เครียดมาก แล้วไม่มีใครที่จะช่วยเหลือได้
เพราะทุกคนพยายามจะปัดขี้ออกจากตัวหมด..
ตอนนี้อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออีกครั้ง
คือไม่ได้อยากเปลี่ยนงานบ่อยนะ
แต่อยากทำงานที่เรายิ้มได้ ไม่ใช่งานที่ทำให้เราร้องไห้อะ
พยายามจะคุยกับ CEO แล้ว (ก็ไม่มีหัวหน้าแล้ว) เขาก็พูดว่า "พี่เข้าใจ..แต่..."
แล้วก็พยายามโทรมาดึกดื่นว่า "พี่อยากให้อิ่มทำงานอย่างมีความสุข"
ค่ะ!!!!!!
แล้ววันรุ่งขึ้นก็สั่งงานฉันอีก
บอกตรงๆนะว่า กลัววันพรุ่งนี้ กลัวว่าไปทำงานแล้วจะเจออะไรอีก
เสาร์ อาทิตย์นี่คือ นอนอยู่บ้าน นั่งเหม่อโง่ๆ
จนเพื่อนๆเริ่มทักว่า เป็นอะไร? เป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า?
แล้วเริ่มลามมาทะเลาะกับที่บ้าน บ้านแตกไปแล้วรอบนึง
(ถึงขั้นโทรไปเบอร์ศูนย์สุขภาพจิตเลยนะ ที่เขาเอาไว้ระบายอ่ะ แต่ดันโทรไม่ติด)
อยากป่วย อยากไม่สบาย บางทีก็คิดนะว่า มีอะไรมาชนชั้นเลยได้ไหม อยากนอนโรงพยาบาล
ไม่อยากไปทำงานอีกแล้ว...
ตอนนี้ก็แค่นี้แหล่ะค่ะ
ไม่มีอะไรไปมากกว่านี้แล้วล่ะ..แค่นี้ก็แย่จะตายอยู่แล้ว
:05: :05: :05:
อาการกลัวที่ทำงานเคยเจอกับพี่ที่ออฟฟิศคนนึง แค่จะเปิดประตูเข้าออฟฟิศก็เหงื่อแตกพลั่กๆแล้ว
จนในที่สุดวันนึงแกก็ระเบิดออกมา หลังจากวางโทรศัพท์ แกตะโกนขึ้นมาลอยๆว่า"เรื่องมากนักมาทำเอง!!"
แล้วก็เก็บข้าวของบนโต๊ะเดินออกไปเลย ท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าพนักงาน สักพักก็เดินกลับเข้ามา
ยิ้มแหยๆแล้วบอกว่า "ลืมรองเท้า" :30:
คือใส่รองเท้าแตะเดินออกไปจนถึงปากซอยแล้วนึกขึ้นได้ ว่าลืมรองเท้าหนังเลยต้องกลับมาเอา
:30:
ยังนึกเหตุผลไม่ออกที่อะไรทำให้อิ่มต้องอดทนให้งานกินชีวิตขนาดนั้น
ขนาดตูเพื่อนร่วมงานดีงานสบายเงินเด่น แต่ใช้เวลาเดินทางวันละ 2-3 ชม. ยังรู้สึกว่าโคตรกินชิวิตเลย
อิ่มบ้านลำบากต้องเลี้ยงดูพ่อแม่พี่น้องลูกผัวรึก็ไม่น่าใช่
ออกมาตั้งหลัก ช่วงหางานใหม่ว่างงานซักสามสี่เดือนก็ไม่น่าจะมีปัญหา(รึเปล่าอะ?)
น่าสงสารอิ่มนะ ให้กำลังใจเน้อ สู้ ๆ ถ้าคิดว่าอดทนเพื่อเอาประสบการณ์ก็สู้ต่อไป :12:
ถ้าไม่ไหวก็ตามพี่เจนว่าเลย :52:
ส่วนของพี่ชวาลานี่ เอิ่มมมมม :30:
เคยมีช่วงนึงของชีวิตที่รู้สึกเหมือนน้องอิ่มเลย ช่วยมีรถมาชนชั้นซักคันได้มั้ย ชั้นจะได้นอนโรงบาลเงียบๆ
ซึ่งตอนนั้นทำงานก่อสร้าง แต่บรรยากาศที่ทำงานสภาพคล้ายๆ ที่เล่าเนี่ย (ยกเว้นเรื่องดราม่าผู้คน)
แถมด้วยปัญหาเรื่องเงินอีกต่างหาก เจ้าของบริษัทกำลังโดนฟ้องล้มละลายไรงี้
ทำงานเยอะมาก เพราะเขาไม่มีเงินจ้างคนอื่น มีอะไรก็เราๆ ใช้ง่ายเงินเดือนถูก
ทำทุกสิ่งตั้งแต่เซอร์เวย์ คุมหน้างาน ทำเอกสาร ประชุมคอนซัลท์และเจ้าของ บู๊บุ๋นไม่มีใคร ไอ้แอ้คนเดียว
ถามว่าเราได้อะไร เราได้ประสบการณ์แบบพุ่งพรวดเลยนะ จากไม่เป็นนี่ทำเป็นหมดเลย
ไม่ทุกข์เรื่องตัวงานนะ แต่ทุกข์ที่มันมีปัญหาเรื่องเงินเยอะมากๆ คุยกับใครก็ยาก
หาคนมาช่วยก็ไม่มีเงินจ้าง เงินเดือนเราเองก็ออกมั่งไม่ออกมั่ง ซึ่งตรงนี้แย่มาก
แล้วไอ้การมัดใจลูกน้อง ผู้รับเหมา โดยไม่ค่อยมีเงินให้เขาเนี่ย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
พอทำงานไปแล้ว เราก็ห่วงบรรดาลูกน้องเรา ก็ไม่กล้าทิ้งเขา เพราะว่าสถานการณ์แย่ ยังไงคิดว่ามีเราอยู่ก็ยังดีกว่าไม่มี
ก็คิดอะไรประมาณนี้แหละ แล้วก็เป็นทุกข์กับสารพันปัญหาที่บริษัทปล่อยให้เรารับหน้าเอง ไม่อยากตื่นเลยแต่ละเช้าเนี่ย
แต่ก็ออกไม่ได้เหมือนกัน ห่วงทุกๆ คน (แต่ดันลืมห่วงตัวเอง) ก็ทนๆๆ มันไป
สุดท้ายก็ออกนะ วันนึงโมโห ก็ทุบโต๊ะปั้ง (ฉีกเจ้านายแคว่ก) แล้วเดินจากไปเลย วันนึงมันก็ถึงลิมิตของมัน
ไม่ลืมรองเท้าด้วย :30:
อ้าวอิ่มออกอีกคนแล้วเหรอ :07:
นี่ตูตกข่าวจริงๆ แล้วยังมีใครอยู่กับเสี่ยบิ๊กมั่งเนี่ย
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 13 ต.ค. 2015, 10:50 น.
เคยมีช่วงนึงของชีวิตที่รู้สึกเหมือนน้องอิ่มเลย ช่วยมีรถมาชนชั้นซักคันได้มั้ย
(http://i.imgur.com/KJl8WtQ.jpg)
ยับเลย :30:
อ้างคำพูดจาก: JΛNΣ เมื่อ 13 ต.ค. 2015, 10:33 น.
ยังนึกเหตุผลไม่ออกที่อะไรทำให้อิ่มต้องอดทนให้งานกินชีวิตขนาดนั้น
ขนาดตูเพื่อนร่วมงานดีงานสบายเงินเด่น แต่ใช้เวลาเดินทางวันละ 2-3 ชม. ยังรู้สึกว่าโคตรกินชิวิตเลย
อิ่มบ้านลำบากต้องเลี้ยงดูพ่อแม่พี่น้องลูกผัวรึก็ไม่น่าใช่
ออกมาตั้งหลัก ช่วงหางานใหม่ว่างงานซักสามสี่เดือนก็ไม่น่าจะมีปัญหา(รึเปล่าอะ?)
ก็ไม่อยากอยู่เท่าไหร่หรอก :3005:
แต่ว่า สมัครงานใหม่แล้วยังไม่มีใครเรียก :30:
แล้วรายจ่ายมหาศาล รายจ่ายไร้สาระทั้งนั้น :30: :30: :30:
ที่บ้านก็บอกให้ทนๆๆ
สำหรับอิ่ม ถ้าเนื้องานตัดเรื่อง เงินๆ บัญชีๆ ออกไปชีวิตจะดีขึ้น แต่มันตัดไม่ได้อะค่ะ
แล้วมองสวยๆคือ สกิลพุ่งมาก ถึงจะพุ่งแบบเป็ดๆ ไม่ได้ดีซักอย่าง แต่ได้ลองทำงานหลากหลายมากๆๆๆ (หาข้อดีได้แค่นี้)
คือถ้ายอมทนให้ครบปี "คาดว่า" คงไปอัพเงินเดือนที่อื่นสบาย มั้ง... (คิดแบบเด็กๆ)
แล้วอิ่มเป็นแบบไม่ปล่อยวางอ่ะ อันนี้ผิดเอง
คือพอก็ควรพอ แต่จะเป็นแบบ ไม่มันต้องได้อีก มันต้องดีกว่านี้ บลาๆๆ
แล้วก็เป็นเรื่องแพลนชีวิต เป็นคนชอบแพลนว่าวันนี้จะทำอะไรๆๆ
แล้วถ้ามันมีอะไรแทรก อิมก็จะยืดๆๆเวลาออกไปจนดึกดื่น
ซึ่งจริงๆมันพอแล้วก็ได้ไง แต่นี่ไม่ทำ
:16:
โดนเรียกไปคุยนะ เขาบอกว่าต่อไปงานอิ่มจะมีเท่านี้ๆๆๆ
อิ่มก็โอเค
ซึ่งยังไม่พ้นเดือน งานงอกอีก เลยแบบท้อ..
เฮ่อ.. ทำตัวเองทั้งนั้น
ย้ายมาที่ทำงานมิ้นมั้ย ไม่เครียดขนาดนั้นอะ แต่งานก็ไม่ได้หลากหลายแบบที่พี่อิ่มทำอยู่
ตอนนี้ทีมอื่นก็ต้องการคนนะ 555
ร่อนเรซูเม่แปป...
อ่าวตอบไปหมดแล้วเหรอ
ถ้าไม่มีภารหนี้สินอะไรต้องรับผิดชอบ (ขนาดที่คอขาดบาดตาย)
อยากแนะนำให้ลาออกมาเที่ยวเล่นซักแป๊บ เหมือนปิดเทอมเลยนะ
อารมณ์ดีๆ ค่อยหางานทำ งานมีเยอะแยะ
จริงๆก็ไม่อยากเปลี่ยนงานบ่อย
ขี้เกียจไปตอบคำถามเขาว่าทำไมลาออกบ่อยจัง
งานก่อนก็ลาออกเพราะตัวเลข
ก็ยังมาเจอที่นี่อีก
ทั่งที่ตอนสมัครงานก็บอกเขาไปแล้วนะว่า โง่เลขมากค่ะ เป็นไปได้ไม่อยากแตะเลยค่ะ
แต่... วันนี้ตัดสินใจจริงๆละว่าจะออก
เช้าขอใกล้ๆถึงตึกนี่น้ำตาจะไหล (จริงๆนะ) ก็กลั้นเอาไว้
บ่าย ยัน ค่ำ โดนโยนขี้มาให้อีกมากมายก่ายกอง
ซึ่งไม่โอเค หัวหน้าไม่ซัพพอต โยนไปโยนมา
เลยรู้เลยว่า เอ้ย....เราอยู่แบบนี้ไม่ได้
นี่ๆไปๆมาๆ จะเอาขาเข้าคุกเรื่องเงินๆทองๆอีก ซึ่งไม่โอเค
เลยกะว่าจะไปก่อนจะซวย
ใบลาออกเซ็นแล้ว วางบนโต๊ะ เหลือลงวันที่ก็พร้อมส่งเลย
ตอนนี่คิดแค่ว่า ถ้าคนอื่นเอาตัวรอดได้ เราก็เอาตัวรอดได้เหมือนกัน..
ตอนนี้ตูอยู่ในภาวะกลับกัน
คือพอมาสายนี้แล้ว ไอ้นู่นก็อยากทำ ไอ้นี่ก็อยากทำ
หูตามันแพรวพราว อยากทำนู่นนี่ไปหมด อยากแยกร่าง แต่ไอ้ที่ทำอยู่ตอนนี้ก็ดีเหลือเกิน
แต่ก็นะ อยากหัดนั่นนี่เยอะๆ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นไอ้ส้ม :3005:
อย่างน้อยก็มีฝันอันนึงว่าตอนแก่อยากเล่นกับต้นไม้มากๆ ปลูกขาย ปลูกศึกษา ปลูกเท่ๆ ก็ยังดี
เออ ไอ้ที่อยากทำๆ ทั้งหลายนั่นก็ไม่เกี่ยวกับเงินอีกนั่นแหละ เงินมีพอแล้ว
ตอนนี้พี่คล้ายแอนกึ่งหนึ่ง อีตรงอยากทำอะไรมากมายที่ไม่เกี่ยวกะเงิน
อีที่ไม่คล้ายคือ ตอนนี้ต้องทำมาหากินอยู่ ไม่ได้ซีเคียวอะไร
และสองคือ ที่อยากทำๆๆ นั่น ส่วนมากไม่ลงมือ เพราะเป็นคนขี้เกียจ (มาก) ทำไงจะแก้เรื่องนี้ได้ :16:
ยังมีเงินไม่พอ เลยยังไม่ชิลเลย :05:
แตะเงินในหลักล้าน ไม่ไช่เงินของตัวเองซักบาท
แถมยังต้องมาดูแล ไม่ให้ออดิทจับได้
มันไม่ไช่อะ ทำไมต้องเอาตัวไปเสี่ยงตะราง :05:
ไม่น่าจะดีแล้วละ อิ่ม
ทำไมต้องหนีออดิทด้วย เลี่ยงภาษีเหรอ :08:
อยากชิลมั่ง แต่ยังไม่มีบ้านเลย :05:
พี่อิ่มสู้ๆ :37:
อยากมีมีตงานเงิน :30:
แทงกิ้วนานา
อยากมีเหมือนกัน อยากไปดราม่าความพังของชีวิต
เห้ย ถ้ามันต้องมีเอาตารางมาเกี่ยวกะตัวนี่อย่ายุ่งเลยดีกว่ามั้ย
ออกมาเถอะ
ออกเลยๆๆๆๆ
ตอนนี้ก็มีโปรเจกนึงที่ทำเหมาทุกตำแหน่ง
หาคอนเท้น เขียนบท ออกแบบ ทำเดโม วาดเอง ขยับเอง ตัดต่อเอง แหมง
ข้อดีคือได้เงินเองทุกขั้นตอน ข้อเสียคือ มันมากไปป่าววะ เครียด+กดดันขิง :3005:
ปักหมุดไว้ว่าเป็นพิชชิ่งครั้งแรก
ความเครียดคนละระดับกับตอนทำงานจ้อบเป็นตำแหน่งๆเลย โว้ย :59: :59: :59:
-------------------------------
แอบอิจฉาคนที่ได้เรียนแบบสบายใจจัง อยากทำอะไรก็ทำ เต็มที่กับงานตัวเองได้
แต่นี่งานนอกก็รับ งานเรียนก็ทำ งานนอกไม่รับก็ไม่ได้อีก กลัวจน :30:
บางทีเงินก็เป็นภาระ :05:
:30: :30: :30: เห็นนานาแล้วดีใจว่ะ :30: :30:
สมมุติว่าอยู่ๆคอมเปิดไม่ขึ้นนี่ก็เสียวขี้แตกแล้ว ยิ่งรับผิดชอบหลายตำแหน่งยิ่งนอยด์
ชอบเวลาเห็นคนที่ตกอยู่ในสภาพคล้ายๆกันอ่ะ เหมือนมีคนเสียวเป็นเพื่อน :30:
โหเข้าใจฟีลพวกที่เป็นระดับสั่งการเลย ต้องสะสมสกิลเรื่องทำรอบด้านอีกเยอะมาก :05:
เสียวเป็นเพื่อน :51:
อ้างคำพูดจาก: ยุนเอ เมื่อ 14 ต.ค. 2015, 09:34 น.
ยังมีเงินไม่พอ เลยยังไม่ชิลเลย :05:
ตูคิดแบบนี้เลย :3005:
ส่งใบลาออกแล้วค่ะ
:22: :22: :22:
โล่งใจไป 30%
:12: #freemeelex
แต่ยังรอคุยกับหัวหน้าอยู่นะคะ :47:
ถึงยังไงก็เขียนไปแล้วแหล่ะ ถ้าเขาไม่ให้ออกก็ไม่ได้แล้วค่ะ :52:
ออกจริงๆคือ 16 พย ถ้าใช้วันพักร้อนคือ 9 พย.
อีกเดือนเดียว สะสางงานด่วน
:22:
ทำไมมีสิทธิ์ให้ออกไม่ได้อะ องค์กรยากูซ่าเหรอ :55:
อย่าลืมลาป่วยด้วย เบื่อๆ ไม่อยากไปก็ป่วยเลย :47:
ลองลาออกจากนลินฟ้าสิฮะ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 16 ต.ค. 2015, 18:03 น.
ทำไมมีสิทธิ์ให้ออกไม่ได้อะ องค์กรยากูซ่าเหรอ :55:
ก็แบบดึง ไม่ยอมเซ็นใบลาออกซักทีอะค่ะ
มีพี่คนนึงส่งใบลาออกไป2รอบกว่าจะได้ลายเซ็น
แต่พี่อรบอกว่า เราแค่เขียนว่าอยากออกวันไหนแล้วส่งก็พอ
ไม่ต้องมาคุยให้เสียเวลาก็ได้ แต่บางบ.จะแบบไม่ได้ต้องมีลายเซ็นโน่นนี่
ซึ่งนี่ก็เพิ่งรู้นะ...
:30:
เอาจริงกฎหมายแรงงานมีประโยชน์ในเวลาแบบนี้แหละ
ลูกจ้างยื่นใบลาออกถือว่าให้มีผลเลย นายจ้างไม่มีสิทธิ์รั้ง
#freemeelex
มิ้นก็ว่าจะออกย้ายทีม
บอสไม่เข้าใจว่าแก้สคริปคนอื่นมันต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ
เอะอะ รีเควสปุ๊ป ต้องได้ปั๊บ ย้ายแม่มมมมมม :59:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 16 ต.ค. 2015, 21:03 น.
:30:
เอาจริงกฎหมายแรงงานมีประโยชน์ในเวลาแบบนี้แหละ
ลูกจ้างยื่นใบลาออกถือว่าให้มีผลเลย นายจ้างไม่มีสิทธิ์รั้ง
จะมาบอกแบบนี้เลยฮะ
ลาออกมีผลทันที นอกจากสัญญาจ้างจะระบุเป็นอย่างอื่น
อนึ่ง การออกทันทีนั้นต้องไม่ส่งผลร้ายแรงต่องานที่ดูแลอยู่
อสอง ถึงจะส่งผลร้ายแรง นายจ้างก็ต้องไปฟ้องแพ่งเอา :37:
ทีเวลาไล่ออกไม่เห็นไล่หลายรอบมั่ง :37:
อัพเดทค่ะ หลังจากที่คุยกับ CEO มา
สรุปว่า อิ่มจะอยู่ถึงสิ้นปี
เพราะอิ่มถือโปรเจคอยู่อันนึง ซึ่งไม่มีใครรับช่วงต่อเลย ถ้าอิ่มออกคือ โปรเจคจะจบแบบครึ่งๆกลางๆ
แล้วโปรเจคนี้ต่อจะเป็นเหมือน"สินค้า"หลักของบ.ด้วย
เริ่มมีการขายออกไปแล้วด้วย จะปล่อยให้มันค้างแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด (CEO ว่ามางี้)
อิ่มเลยจะอยู่ดันมันให้สำเร็จแบบ ทำฟังชั่นมันให้เสร็จ คนอื่นเอาไปใช้ เอาไปต่อยอดได้เวลาอิ่มไม่อยู่
ส่วนโปรเจคอื่น ตัดทิ้งหมด
แล้วเรื่องเงินๆทองๆ จะไม่มายุ่งใดๆเลย จะจมอยู่กับโปรเจคนี้เป็นหลัก
ถ้าช่วงนี้มีอะไรมาแทรกหรือโน่นนี่ให้เครียดอีก คือ จะออก โดยไม่มีการรั้งอีกต่อไป
ส่วนถ้าพ้นสิ้นปีไป ทุกอย่างมันโอเค ก็อยู่รอเอาโบนัส :30:
ระหว่างนี้ก็พักๆการหางานไปบ้าง รออันที่เหมาะจริงๆ เพราะช่วงที่แล้วสมัครมั่วมาก
กลัวว่ามันจะกลับมา loop เดิมนะ
แต่ถ้ากลับมาก็ออก ไม่คิดมาก :42:
#freemeelex :12:
โบนัสน่าจะได้ยาก อย่าหวังเลย ยกเว้นว่าอยากรั้งจริงๆ จัง
แล้วจริงๆ ถ้าเป็นโปรเจคที่อิ่มทำจริงๆ คนเดียว เราต่อรองเพิ่มเงินเพื่อตัวเองได้อีก
ไม่งั้นก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้อต้องอยู๋เพอื่ทำโปรเจคของเขา นอกจากใจ ที่ไม่มีโบนัสและโอที ~
จริงไม่ได้ต่อรองเรื่องเงินเลยอะ
ลืม :3005:
ถือซะว่าเป็นค่าประสบการณ์ละกัน
เอพูดถูกหมดเลยแฮะ :12:
นักโดดมืออาชีพ :12:
พรี่เจ็บมาเย้อะะะะะ ทำด้วยใจเนี้ย
คาราวะอาจารย์เอ
แต่นี่ก็ไม่ได้ทำด้วยใจนะ
หมดใจไปนานแล้ว
แต่ทำเพื่อ......
เพื่ออะไรวะ?
นั่นสิ :47:
เงินไง :30:
นึกถึงคำที่ว่า "ไม่มีเรา บริษัทเขาก็อยู่ได้" ถ้าตัวเราถูกอุปโลกน์ให้ดูเหมือนเป็นจุดศูนย์กลางของบริษัท
เมื่อคำว่ามีประโยชน์มันหมดไป ถึงจะกระเด็นออกนอกวงโคจรก็ไม่มีใครสน ในทุกตำแหน่งของบริษัท
ไม่มีคำว่า "หามาทดแทนไม่ได้" มีแค่ว่า"ถ้าไปตอนนี้ฉันเสียผลประโยชน์ สูญกำไร" ก็แค่ยังหาคนทดแทน
ไม่ได้ แล้วก็ใช้พระคุณกดดัน :48:
พลาด
:05:
หมีเล็กเพิ่งจะพลาด ยังมีเวลาครับ . . . แต่ผมพลาดแบบนี้มานานพอดู ปัจจุบันก็ยังติดอยู่กับวังวนของคำว่า "บุญคุณ"
กันอยู่เลยครับ เรื่องใจไม่ต้องพูด
การทำงานมะนจะมีบุญคุณได้ไงฟะ อย่าไปแคร์ครับ ทำงานแลกเงิน แม่งเจ๊ากันตั้งกะได้รับเงินเดือนแล้ว
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 26 ต.ค. 2015, 14:05 น.
การทำงานมะนจะมีบุญคุณได้ไงฟะ อย่าไปแคร์ครับ ทำงานแลกเงิน แม่งเจ๊ากันตั้งกะได้รับเงินเดือนแล้ว
อีคนเนรคุณ
(ขนาดนายให้นู่นให้นี่ยังคิดจะสมัครงานใหม่เลยค่ะคุณขา) :30:
jump เลยครับ อัพเงินเดือน
อ้างคำพูดจาก: Vikz เมื่อ 26 ต.ค. 2015, 14:09 น.
อีคนเนรคุณ
(ขนาดนายให้นู่นให้นี่ยังคิดจะสมัครงานใหม่เลยค่ะคุณขา) :30:
เห้ยเรื่องบุญคุณนั่น หลายเรื่องก็ถือว่ามีบุญคุณกันจริงๆ แต่เรื่องงานไม่มีอะไรติดค้างกันแน่นอน
ถ้าเกิดวันนึงมีช่องทางที่ดีกว่า แล้วจะไม่อยากให้เราไป ไม่สนับสนุนไม่อวยพร ก็ไม่เป็นไรนะ แต่เราคงคิดกับเขาใหม่เหมือนกัน :37:
อ้างคำพูดจาก: ยุนเอ เมื่อ 26 ต.ค. 2015, 14:56 น.
jump เลยครับ อัพเงินเดือน
ตอนนี้เอาจริงๆ ไม่คิดจะจัมพ์เลย.. อยู่นี่สบายดี เงินก็ขึ้นเรื่อยๆ ในอัตราที่ไม่น่าเกลียดอะไร :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 26 ต.ค. 2015, 15:00 น.
เห้ยเรื่องบุญคุณนั่น หลายเรื่องก็ถือว่ามีบุญคุณกันจริงๆ แต่เรื่องงานไม่มีอะไรติดค้างกันแน่นอน
ถ้าเกิดวันนึงมีช่องทางที่ดีกว่า แล้วจะไม่อยากให้เราไป ไม่สนับสนุนไม่อวยพร ก็ไม่เป็นไรนะ แต่เราคงคิดกับเขาใหม่เหมือนกัน :37:
ละเรื่องไหนที่จะเป็นบุญคุณกันจริง ๆ ล่ะ :08:
ก็ไม่น่ามีอะไรติดค้างกันนะ ต่างตอบแทนแหละ เขาช่วยผมผมก็ช่วยเขา เจ๊าๆ กันไป
ช่วยแบบพี่ช่วยน้อง มากกว่าเจ้านายช่วยลูกน้องอะไรแบบนั้น
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 26 ต.ค. 2015, 15:37 น.
ก็ไม่น่ามีอะไรติดค้างกันนะ ต่างตอบแทนแหละ เขาช่วยผมผมก็ช่วยเขา เจ๊าๆ กันไป
ช่วยแบบพี่ช่วยน้อง มากกว่าเจ้านายช่วยลูกน้องอะไรแบบนั้น
ไอ้คำถามของตูน่ะ หมายถึงตรงที่เอ็งว่า " หลายเรื่องก็ถือว่ามีบุญคุณกันจริงๆ " เนี่ย ๆ ตรงนี้น่ะ เลยอยากให้ลองยกตัวอย่างมาดู ว่าอะไรที่ถือเป็นบุญคุณบ้าง
เผื่อน้อง ๆ มาอ่านจะได้นึกออกว่า อ้อ นี่บุญคุณนะ ต้องทดแทน :30: :30:
อย่างล่าสุดที่รถชน เขาก็ยื่นข้อเสนอว่าเขาช่วยออกค่าเช่ารถให้ครึ่งนึง เพราะรู้ว่าต้องใช้รถเยอะ (ค่าเช่ารถเดือนหนึงประมาณหมื่นเจ็ด) แต่ก็ปฏิเสธไปนะ โดยเป็นการยืมเงิน แล้วคืนทีหลังแทน
ซึ่งพอครบเดือนแม่งรถไม่เสร็จ รถเช่าก็คืนไปละ เขาก็เอารถของเขาเองมาให้ใช้อะไรอย่างนี้ (ขับเทียน่าหล่อไปเลย)
ทั้งๆ ที่ช่วงนี้แทบไม่มีต้องเดินทางด้วยธุระของบริษัทเลยนะ แต่เขารู้ว่าใช้รถเยอะ (อยู่บางพลี เรียนรังสิต สอนบางขุนเทียน บลาๆๆ)
อ้อแค่ก่อนหน้านี้ให้ลาไปสอนได้ครึ่งวัน ผมว่าก็กรุณามากนะ ถือว่านี่เป็นการหยิบยื่นโอกาส + ความไว้วางใจ อะไรทำนองนั้น
จะว่าไปรวมๆ มันก็ไม่ได้เป็นบุญคุณยิ่งใหญ่อะไร แต่มันทำให้เรารู้สึกดี ว่าเขาเห็นคุณค่าเรามากกว่า
เป็นการสร้างให้เรามีลอแยลตี้ต่อองค์กรได้อย่างดีเลย
เนี่ย การสร้าง loyalty แบบนี้ คือในหลาย ๆ องค์กรมันกลายเป็นบุญคุณอ่ะดิ
แบบ "เฮ้ย กูเคยให้มึง ..... นั่น นู่น นี่ ..... มาก่อนนะเว้ย" ไรเงี้ยอ่ะ
ก็จะยกมาพูดรึเปล่า
:08:
ถ้างั้นก็เลิกคบไปเลยครับ ตัดสินใจไม่ยาก
ออกจากบริษัทเก่าก็เพราะเกลียดเจ้าของครับ :30:
:30: ชอบวิธีคิดของบวบอะ
:05:
ยิ่งอ่านก็ยิ่งเศร้า
เหมือนที่พี่บวบบอก จริงๆไม่ได้มีบุญคุณอะไรกัน
เราทำงาน เขาได้งานก็ต้องจ่ายตังค์
วิน-วิน
ไม่มีเรา เขาก็หาคนใหม่ได้ เรามันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น
นี่ดูฟรีแลนด์แล้วไม่รู้จักจำ :05:
อดทนๆ อีก 2 เดือน ฮือออออ
:12: สู้ๆ ต่อไปครับหมีเล็ก เหล็กดีต้องตีตอนร้อน และก็คงต้องให้ร้อนถึงที่สุด(ถ้าเหล็กยังทนไหว)
แนวคิดของบวบก็ไม่ผิดครับ ไม่มีบุญคุณ ไม่มีความแค้น เหมือนสำนักฝึกยุทธ สำเร็จแล้วก็โกออนท่องโลกต่อไป
จดจำไว้ นะใจเจ้ากรรม ~
ตอก และย้ำ ให้จำฝังใจ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 26 ต.ค. 2015, 19:47 น.
:30: ชอบวิธีคิดของบวบอะ
มันแปลกตรงไหนงิ เราก็ดีกะคนที่ดีกะเราให้มันสมน้ำสมเนื้อเท่านั้นเอง :37:
คือในความคิดของคนไทยบางส่วน (ตูก็มีบางมุมที่เป็นงั้น) คิดแบบเก่าไง
คือบางทีอะไรที่บริษัทให้มา มันเหมือนเป็นบุญคุณน่ะ จะออกจะอะไรก็เกรงใจ ไม่กล้า
พอโดนทวงยิ่งล่ก มันยิ่งรู้สึกว่ากูแม่งอกตัญญู เงี้ย
:46:
เมื่อคืนส่งเมลล์ไปแคนเซิลงานที่ได้ที่แรก
วันนี้ HR โทรมาคุยถาม เรื่องที่ใหม่
พร้อมจะให้คุยกับหัวหน้าของหัวหน้าที่เคยคุยอีกที
ถามเงินเดือนที่ได้ที่ใหม่ด้วย
รอลุ้นอีกที :47:
อ้างคำพูดจาก: ยุนเอ เมื่อ 27 ต.ค. 2015, 15:34 น.
เมื่อคืนส่งเมลล์ไปแคนเซิลงานที่ได้ที่แรก
วันนี้ HR โทรมาคุยถาม เรื่องที่ใหม่
พร้อมจะให้คุยกับหัวหน้าของหัวหน้าที่เคยคุยอีกที
ถามเงินเดือนที่ได้ที่ใหม่ด้วย
รอลุ้นอีกที :47:
เอ็งยังจะโดดอีกเรอะ !!!!!!! :59: :59: :59: :59:
อ้างคำพูดจาก: Vikz เมื่อ 27 ต.ค. 2015, 15:22 น.
คือในความคิดของคนไทยบางส่วน (ตูก็มีบางมุมที่เป็นงั้น) คิดแบบเก่าไง
คือบางทีอะไรที่บริษัทให้มา มันเหมือนเป็นบุญคุณน่ะ จะออกจะอะไรก็เกรงใจ ไม่กล้า
พอโดนทวงยิ่งล่ก มันยิ่บงรู้สึกว่ากูแม่งอกตัญญู เงี้ย
:46:
ใช่ๆ ที่บ้านก็คิดแบบนี้แหล่ะ :05:
ก็ฝึกคิดแบบพี่บวบซะเถอะ ถ้าไม่อยากเจ็บฟรี :52:
ขนาดอีบวบได้กับเจ้าของบริษัท ยังจะทิ้งเขาได้เฉยเลย นี่สิคนจริง :12:
แต่สนับสนุนความคิดนี้นะ คืออยากออกก็ออกเหอะ ไม่ว่าจะเหตุผลอะไร
ออกมาเขาก็หาใหม่ เราไม่ได้เมพขนาดนั้นหรอก
แต่ก็ไม่มีบริษัทไหนที่ประเสริฐทุกด้านจริงๆเหมือนกัน มันต้องมีอะไรไม่ดีในทุกองค์กรแหละ :30:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 27 ต.ค. 2015, 16:19 น.
ขนาดอีบวบได้กับผัวเจ้าของบริษัท ยังจะทิ้งเขาได้เฉยเลย นี่สิคนจริง :12:
:12:
เจ้าของเป็นผู้ชายอยู่แล้ว ยังจะซ้อนผัวเขาอีกเหรอ :25:
มันพีคตรงนี้แหละครับพี่
กำเนิดมนุษย์ตะขาบ :30:
อย่าเรียกว่าโดดเลยครับ เรียกว่าเราไม่ปิดโอกาสตัวเองดีกว่า
อ้างคำพูดจาก: ยุนเอ เมื่อ 27 ต.ค. 2015, 16:44 น.
อย่าเรียกว่าโดดเลยครับ เรียกว่าเราไม่ปิดโอกาสตัวเองดีกว่า
โอกาสเอ็งมันมากเกินกว่าระดับของคนทั่วไปแล้วเว้ย :23:
จริงๆ คิดอย่างพี่บวบไว้ก็ดีนะ ทุกวันนี้ผมแฮปปี้กับงานก็จริง
แต่ความเป็นจริงคือเราเป็นแค่ลูกจ้างบริษัท ไม่ได้มีหุ้นอะไรกับบริษัท
ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบลูกค้าบริษัทอะไรขนาดนั้น
ส่วนเรื่องยื่นใบลาออกแล้วมานั่งกลัวว่าเค้าจะเจ๊ง ก็เรื่องของบริษัท :30: ไม่ใช่ปัญหาของเราซักนิด
ถ้าบริษัทมันจะเจ๊งได้เพราะแค่ขาดเราคนเดียวก็ให้มันรู้ไป
แต่ผมมีหุ้นอยู่ทุกบริษัทเลยนะ :30:
ก็คิดแบบเอแหละ เวลามีคนชวนไปสัมพลาดไปได้ก็ไปนะ บางทีก็ตอบไปแบบหน้าด้านๆ ว่าถ้าไม่ได่เท่าที่ขอ ก็ไม่คิดอะ ส่วนถ้าได้ ก็ขอคิดอีกที :47:
ปล. ส่วนตัวเชื่อว่าบุญคุณนี่หายกันทันทีที่ทวงเลยนะ :37:
ปล.2 อีเอแม่งเจ๋งว่ะ :3005:
อยากรู้เงินเดือนตอนนี้จริงๆ ถึง 5 แสนยังวะ :59:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 27 ต.ค. 2015, 21:44 น.
อยากรู้เงินเดือนตอนนี้จริงๆ ถึง 5 แสนยังวะ :59:
อยากรู้ด้วยคน :25:
มีแต่คนโทรมาบอกสนใจๆ จะขอส่งเรซูเม่ไปให้เจ้านาย
แล้วเงียบกริ๊บ!!!
คืออัลไลลลลล :3005:
ถึงที่ไหนล่ะ :07: :07:
เงินเดือนธรรมดาๆ นี่แหละ สนใจเรื่องว่าย้ายไปแล้วได้เรียนรู้มากแค่ไหนต่างหาก :49a:
:13: :49: :13a:
อีตอแหลลลลลล :30:
ไม่ถึงห้าแสนนี่สามสี่แสนแล้วสินะ :47:
เอ ในนี้ไม่มีสรรพากรหรอก
บอกมาเถอะ
กูอยากรู้
:30:
เรื่องบุญคุณ ทัศนคติของคนทำงานแบบเราๆ
อยากจะแชร์ และอาจจะเคยแชร์ไปแล้วด้วยนะ
คือพี่เนี่ย ไทยโบราณเลย เจ็บมาเยอะ บุญคุณมั่งล่ะ คำสัญญามั่งล่ะ นู่นนี่
ทนกับงานกับคนที่ไม่ควรจะทน เสียเวลาชีวิตไปเยอะนะ เสียโอกาสไปเยอะมากๆ
มาถึงตอนนี้ ถึงจะคิดได้ช้า แต่ก็คิดได้แล้ว คือกูไม่แคร์ค่ะ
เหมือนอีบวบว่าแหละค่ะ คือมาทำงานเนี่ย เจ๊ากับกับเงินเดือนละ ต่างคนต่างได้นะไม่มีการติดค้าง
ทำงานตัวเองให้ดี เอาแค่ดีกลางๆ ก็เจ๊านะ ไม่ได้ต้องดีเลิศประเสริฐศรี
แบบเพอร์เฟคต์นั่นถือว่าทำแถมๆ ให้ไป ไม่ต้องทุกวันก็ได้ เค้าประเมินเงินเดือนเราจากการทำงานกลางๆ อยู่แล้ว
ไม่โกงบริษัทเป็นอันใช้ได้ สเตตัสนี้ถือว่าไม่มีอะไรติดค้าง อยากอยู่ก็อยู่ อยากไปก็ไป ยังไงก็ได้ แต่ทำให้ดีๆ
คืออยู่ก็อยู่ดีๆ ถ้าทุกข์ระทมก็อย่าไปอยู่ เวลาไปก็ไปดีๆ กรุยทางไปสวยๆ
คิดถึงตัวเองเข้าไว้มากๆ เพราะไม่มีใครเขาคิดถึงอนาคตของเราเป็นอันดับแรกหรอก
จะเป็นคนสำคัญก็กับตัวเราเองเท่านั้นแหละ แม้ว่า HR จะพูดสวยหรูยังไงก็ตาม มันก็พูดไปตามหน้าที่อะ
ทำอะไรที่อยากทำ อะไรที่ตื่นมาแล้วกระฉับกระเฉง ลุกไปอาบน้ำทำงาน
ถ้าตื่นมาแล้ว อยากจะตาย อยากจะนอนยาวๆ ไม่อยากลุก อันนั้นก็ไม่ใช่แล้ว มันเป็นสัญญาณที่บอกเราเองแหละ
ปล. แถมๆ
HR ไม่ใช่พระเจ้า
HR ระดับ ผจก.เล็ก ปากดีคนนึงแถวนี้ คอยดุด่าพนักงานคนอื่นเหมือนเป็นคนละชนชั้นมาตลอด
โดนไล่ออกด่วนไปแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน เหตุเพราะนางเป็นโรคจิต ชอบขโมยของของเพื่อนพนักงานว่ะ
ที่ว่าป่วยจิตเพราะว่านางรวย การขโมยนี้ไม่ใช่เอาไปเพราะไม่มีตังค์
แผนก HR ก็ปิดเรื่องนี้กันมิดชิดเพราะเสียชื่อหนักมาก
แต่ก็ไม่มีอะไรเกินความสามารถของเค้าที่จะรู้ :56:
ตอนนี้กลัวอย่างเดียว ว่าถ้าเกิดเปลี่ยนงานขึ้นมาจริงๆ แล้วติดนิสัยเดิมๆ ไป แบบที่ลูกพี่คนไทยส่วยใหญ่คงรับไม่ได้นี่..
คงอยู่ไม่รอด :47b:
(ถ้าเก่งจริงก็รอดแหละ เขาคงต้องง้อนิดนึง // ปัญหาคือ ยังไม่เคยมั่นใจว่าตวเองเจ๋งขนาดนั้น :56: )
เพราะงั้นถ้าไปแล้ว ต้องขอเป็นตัวเป้งๆ เลยทีเดียว แบบว่าสายตรงกับเจ้าของ :30:
นี่เริ่มคิดแล้วว่า ถ้าจบโทแล้ว ทำไงให้ได้เป็นอาจารย์แบบจริงจัง โดยที่ยังได้เงินเดือนบริษัทอยู่
๑. อยากเป็นครู อันนี้เป็นแพชชั่นลึกๆ ว่าตอนเราเรียน อาจารย์หลายคนแม่งกาก เราว่าเด็กมันควรได้อะไรกว่านี้ ควรเจอคนที่อยากสอนอยากให้จริงจังกว่านี้
๒. เพื่อความน่าเชื่อถือส่วนตัว โมเดลการเป็นอาจารย์ เพื่อเอาตัวเองไปแขวนเป็นที่ปรึกษาบริษัท รับเงินเดือนสูงๆ นี่พิสูจน์มาเยอะแล้ว ว่าเวิร์คจริง และบางทีตน.พวกนี้ เงินดีกว่าผู้บริหารที่เป็นลูกจ้างประจำเสียอีก
๒.๑ ที่น่าเศร้าคือ ส่วนมากของคนที่ใช้ชีวิตแบบข้อ ๒. แม่ง ไม่ได้มีความคิดแบบข้อ ๑.
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 28 ต.ค. 2015, 10:02 น.
๑. อยากเป็นครู อันนี้เป็นแพชชั่นลึกๆ ว่าตอนเราเรียน อาจารย์หลายคนแม่งกาก เราว่าเด็กมันควรได้อะไรกว่านี้ ควรเจอคนที่อยากสอนอยากให้จริงจังกว่านี้
๒. เพื่อความน่าเชื่อถือส่วนตัว โมเดลการเป็นอาจารย์ เพื่อเอาตัวเองไปแขวนเป็นที่ปรึกษาบริษัท รับเงินเดือนสูงๆ นี่พิสูจน์มาเยอะแล้ว ว่าเวิร์คจริง และบางทีตน.พวกนี้ เงินดีกว่าผู้บริหารที่เป็นลูกจ้างประจำเสียอีก
๒.๑ ที่น่าเศร้าคือ ส่วนมากของคนที่ใช้ชีวิตแบบข้อ ๒. แม่ง ไม่ได้มีความคิดแบบข้อ ๑.
ข้อ๑ เนี่ย กูอยากเป็นเหมือนกัน รู้สึกเหมือนเอ็งนี่ละ มันรู้สึกเสมอ ๆ ตอนเรียนมหาลัย ว่าทำไมต้องเจออาจารย์แบบนี้วะ เรื่องนี้น่าสนุกนะ ทำไมเค้าไม่สอนให้มันสนุกวะ ไรเงี้ย
:46:
เป็นแนวทางที่น่าสนใจมาก :12:
สำหรับพี่ พี่แม่งชอบสอนคนอื่นนะ แต่ไม่ชอบติดป้าย ครูอาจารย์
เบื่อระบบมั้ง สำหรับคนเป็นลูกครูมาทั้งชีวิต มันแบบ ไม่ดึงดูดเลยว่ะ อาชีพนี้สำหรับเรา :30:
ทุกวันนี้หาทางอยู่นะ ทำยังไงจะเที่ยวได้เยอะขึ้นไกลขึ้น และยังคงมีเงินใช้อยู่
ยังยึดติดอาชีพพนักงานประจำอยู่นะ ปลอดภัยระดับนึง
แต่ปีหน้าต้องทำอะไรใหม่ๆ ซักอย่างแล้ว รู้สึกหวาดกลัวการก้าวไปข้างหน้านิดหน่อย
แต่ก็แก่เกินกว่าจะรีรอแล้วปะ :30:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 28 ต.ค. 2015, 10:21 น.
เป็นแนวทางที่น่าสนใจมาก :12:
สำหรับพี่ พี่แม่งชอบสอนคนอื่นนะ แต่ไม่ชอบติดป้าย ครูอาจารย์
เบื่อระบบมั้ง สำหรับคนเป็นลูกครูมาทั้งชีวิต มันแบบ ไม่ดึงดูดเลยว่ะ อาชีพนี้สำหรับเรา :30:
ทุกวันนี้หาทางอยู่นะ ทำยังไงจะเที่ยวได้เยอะขึ้นไกลขึ้น และยังคงมีเงินใช้อยู่
ยังยึดติดอาชีพพนักงานประจำอยู่นะ ปลอดภัยระดับนึง
แต่ปีหน้าต้องทำอะไรใหม่ๆ ซักอย่างแล้ว รู้สึกหวาดกลัวการก้าวไปข้างหน้านิดหน่อย
แต่ก็แก่เกินกว่าจะรีรอแล้วปะ :30:
ทำ Channel Youtube แอ๊ปโปโป้ทัวร์ :56:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 28 ต.ค. 2015, 10:21 น.
เป็นแนวทางที่น่าสนใจมาก :12:
สำหรับพี่ พี่แม่งชอบสอนคนอื่นนะ แต่ไม่ชอบติดป้าย ครูอาจารย์
เบื่อระบบมั้ง สำหรับคนเป็นลูกครูมาทั้งชีวิต มันแบบ ไม่ดึงดูดเลยว่ะ อาชีพนี้สำหรับเรา :30:
ทุกวันนี้หาทางอยู่นะ ทำยังไงจะเที่ยวได้เยอะขึ้นไกลขึ้น และยังคงมีเงินใช้อยู่
ยังยึดติดอาชีพพนักงานประจำอยู่นะ ปลอดภัยระดับนึง
แต่ปีหน้าต้องทำอะไรใหม่ๆ ซักอย่างแล้ว รู้สึกหวาดกลัวการก้าวไปข้างหน้านิดหน่อย
แต่ก็แก่เกินกว่าจะรีรอแล้วปะ :30:
ผมว่าครูมัธยมกะมหาลัยมันต่างกัน อ.มหาลัยไม่ต้องคิดมากเรื่องภาพลักษณ์เท่าไหร่
ทุกวันนี้เป็นอ.คนเดียวในคลาสที่ไม่เคยใส่เสื้อยัดในกางเกง นี่ยังไม่นับว่ากูมึงตลอด :30:
แต่พนันได่ว่าเป็นอาจารย์คนเดียวที่ anytime you wish ถามมาเถอะ ตอบได้ตอบ ยังไม่นอน ไม่ได้อยู่กับแฟนก็จะตอบ จะโทรมาก็ได้ ถ้าไม่รับจะโทรกลับเอง
ปล. เทอมหน้าเขาจะยังให้สอนมั้ยวะ :37:
เล่นด้วยนี่เหมือนจะใจดีนะ.. คะแนนกลุ่มนี้โหดสุด
จนอ.เจ้าของวิชาขอให้ปรับคะแนน :30:
อ้างคำพูดจาก: Vikz เมื่อ 28 ต.ค. 2015, 10:26 น.
ทำ Channel Youtube แอ๊ปโปโป้ทัวร์ :56:
ไม่ชอบด้วยประการต่างๆ :30:
เป็นคนชอบคุย ที่ไม่ค่อยชอบตัวเองเวลาคุย
เวลาพูดมากๆ จะรู้สึกเบื่อตัวเองมาก ชอบตัวเองเวลาเงียบๆ มากกว่า (แต่คุยเยอะนะถ้ามีคนชวนคุย)
เพราะงั้นถ้าคุยๆ กันอยู่ ไอ้นี่เงียบไปเฉยๆ หรือพูดเร็วปรี๊ดขึ้นมา คืออาการไบโพลาร์มันกำเริบปะวะ
ให้ทำอะไรที่ออกหน้าออกตานี่คือไม่ใช่ตัวเองหนักมาก
ที่ไม่ชอบอาชีพแนวครูเพราะไม่ชอบยืนคนเดียวแล้วมีคนรอบๆ มาสนใจเราเยอะๆ อะ ไม่ชอบฟิลลิ่งแบบนั้น
แบบจักรวาลหมุนรอบๆ เรา เราแค่อยากจะเป็นคนตัวเล็กๆ เงียบๆ (ที่หาเงินได้เยอะๆ) ไปจนวันตายไรเงี้ย ขัดๆ กันเนอะ
ก็อย่างว่าแหละ เป็นไบโพลาร์หน่อยๆ แต่ไม่ได้กังวลอะไร สายชิว :25:
ส่วนจานบวบนะ พี่อนุโมทนา
ชีวิตนี้พี่มีครูที่รักและศรัทธากับเขาอยู่ไม่กี่ท่าน
ท่านที่รักที่สุด ก็กูมึงกะเรามาตั้งแต่เรายังอยู่ ม.ปลาย (เรียนพิเศษนะ แต่ไม่เหมือนพวก รร.กวดฯ หรอก)
ด่าหนักมาก สอนดีมาก และวันไหนเห็นลูกศิษย์หิวๆ ก็ไปต้มข้าวต้มมาให้กิน ครูได้ตังค์ไม่ได้คุ้มค่าสอนเลย
ไม่ได้แค่สอนหนังสือ แต่ให้คำปรึกษาชีวิตวัยรุ่นอันสับสนด้วย อยากให้มีครูแบบนี้เยอะๆ
ปล. พ่อแม่เราก็ดีกับลูกศิษย์มากๆ นะ เป็นพวกทุ่มเทสุดๆ มาตลอด
แต่สำหรับพี่ คิดว่าแนวทางของพ่อแม่ยังโบราณไปหน่อย
มันเข้าถึงเด็กๆ ไม่ได้ทั้งหมด แต่แกก็พยายามกันอะนะ
มันมีแบบที่ไม่ต้องออกหน้ากล้อง อยากพูดอะไร แนะนำตรงไหนก็พูดไป
หรือไม่ก็ถ่ายเป็นวิดีโออย่างเดียว ไม่ต้องพูด พอตัดต่อแล้วค่อยมาลงเสียงเอา
แบบนี้มันมีไหมอ่ะครับ
ที่พิมพ์กันยาวๆ ประเด็นคือเด็กนักศึกษาน่ารักตรึมเลยใช่มั้ย
จริงๆก็อยากเอาวิชาความรู้ตอนทำงานไปสอนนักศึกษาคณะเหมือนกันนะ แต่พอติดที่ต้องจบโท จบอะไรก็บายแล้วอ่ะ
เป็นได้ก็แค่ จารย์พิเศษมั้ง
ประเด็นคือเด็กนักศึกษาคณะตูน่ารักตรึมเลยแหละ เอ๊ะ ยังไง
เพิ่งรู้ว่าอาจารย์มีฟังก์ชันนี้ด้วย ถถถ
อัพเดทชีวิตหน่อย พอดีเพิ่งอ่านบล็อกพี่แอนกับดูเจ้าชายน้อยเลยอยากปักมาร์คไว้
ทำงานฟรีแล้นประจำมาสองปีรู้สึกว่ากระโดดเร็วมากกกก เร็วจนตั้งตัวยาก :05:
- พิชงานได้เอง เป็นก้าวใหม่ในการหาเงินเลยเพราะรับเต็มๆ แต่ความรับผิดชอบสูงปี๊ดหัวแตก
- ตอนนี้ช่วยบริษัทคอนเซาท์โค้ชชิ่งที่สิงคโปร์ทำสื่ออยู่ แต่ก็ไม่ได้ทำจริงจังมาก เน้นเรียนรู้ ๕๕๕
พอดีตอนนี้ดูแลเรื่องทำเว็บ เลยต้องทำงานร่วมกับคนในฟิลด์อื่นที่ไม่ถนัด มีเราเป็นต้นทาง
เนี่ยมีทีม เป็นการปรับตัวก้าวใหม่ ยากเหมือนกัน เมื่อก่อนโซโล่คนเดียว แอ้ก
@พี่เลย์
เอาจริงๆ ผมลำบากใจจะสอนเด็กผู้หญิง บางทีอยากด่า ก็ด่าลำบาก เดี๋ยวแม่งร้องขึ้นมาชิบหายอีก สอนเด็กผู้ชายสบายใจกว่า // ทำงานก็เหมือนกัน ทำงานกับผู้ชายปัญหาจุ๊กจิ๊กน้อยกว่า
เหนื่อยกว่าแค่เรื่องเดียวคือ ส่วนมากผู้ชายจะความรับผิดชอบต่ำกว่า ต้องผลักต้องดันเยอะกว่า.. แต่ดราม่าน้อยกว่าแน่นอน
@นานา
ถ้าหมายถึงฟังก์ชั่นใช้ความน่าเชื่อถือไปหากินเนี่ย.. ที่เจอมาบางคนเหมือนเป็นอาจารย์ไปงั้นๆ เลยก็มีนะ
เหี้ยสุดก็คือทำให้เรารู้สึกว่า แบบนี้มึงจะมาเป็นอาจารย์ทำไมวะ โคตรกาก ก็มีเหมือนกัน
เคยโดนเชิญไปสอนบางมดอยู่เหมือนกัน เทอมนึงเต็มๆ
ถึงจะเป็นวิชาออกแบบในคณะถาปัด ที่เด็กมาฟังแค่สิบคนก็เหอะ
เกร็งเยี่ยวเหนียวทุกครั้งที่สอน :59: ไม่เอาแล้วววว
เออ เรื่องการทำงานกับผู้ชายนี่ มันก็ไม่มีรายละเอียดยิบย่อยเท่าผู้หญิงจริง ๆ นะ
แต่ถ้าให้เลือกต้องสอน ผญ กับ ผช แล้วเนี่ย ..... สอน ผญ ดีกว่า :30: :30: :30:
สอนเสียวเหรอฮะ :27a:
อยากเป็นครูอยู่นะ :25:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 29 ต.ค. 2015, 12:46 น.
สอนเสียวเหรอฮะ :27a:
อยากได้ A มั๊ยจะหนู :54: :54:
:30: :30: :30:
เหมือนมีคนอยากได้เอ :47:
อ้างคำพูดจาก: ยุนเอ เมื่อ 29 ต.ค. 2015, 21:46 น.
เหมือนมีคนอยากได้เอ :47:
ไม่อยากได้ A นี้
เพราะมาแป๊ป ๆ เดี๋ยวมันก็ไปที่ใหม่ :30:
อัพเดทงานนิดหน่อย ล่าสุดมีคนจ้างทำอนิเมชั่นงานแต่งจากไต้หวัน
คงเห็นงานจาก youtube แหละ ทีนี้การคุยงานก็ผ่านทางไลน์หมด ส่งงานผ่านเมลล์
ดีที่เค้าคุยอังกฤษได้เลยสบายหน่อย
แต่ตูเป็นคนกลัวการพูดมากๆ เพราะเรียนโรงเรียนวัดที่ไม่เน้นภาษาเลย
แต่อ่านได้ ฟังพอได้
รู้สึกได้เลยว่าอึดอัดมากแต่ก็พยายามคุยนะ ฝั่งนู้นก็อยากคุยเห็นหน้าวีดีโอคอล
ก็คุยช่วงแรกๆให้เค้าพออุ่นใจ หลังๆพิมพ์เอาก็โอเคหน่อย
ว่าจะหาครูฝรั่งมาสอนเลยน่าจะดี
สิ่งที่ดีมากในการรับงานต่างชาติคือเค้าค่อนข้างให้เกียรติคนทำงานด้านนี้มากกว่าบ้านเราน่ะ
เข้าใจว่าบ้านเราเดี๋ยวนี้พัฒนากว่าแต่ก่อนเยอะแล้ว คนทำงานศิลปะมีคุณค่ามากขึ้น
แต่ก็ยังมีบางที่ที่ขอแก้ตามใจหน่อย บางทีมันจะไม่เวิร์คแต่รับได้ก็โอเคแก้ไป
เหมือนงานด้านนี้ในบ้านเรามันเป็นเรื่องสิ้นเปลืองน่ะ เลยทำให้การตั้งราคาก็เอาที่เหมาะสมไป
ลดนู่นลดนี่ได้ก็ทำๆไป แต่สำหรับตูลดมากก็ไม่รับงานดีกว่าเดี๋ยวฆ่าตัวเอง
ตอนนี้จังหวะชีวิตดีเหมือนกัน พอดีงานเอ็มวีถึงจุดเปลี่ยนก็มีงานโฆษณาเล็กๆน้อยๆ
แต่เงินโอเคกว่าทำเอ็มวีนะ
สายนั้นเหนื่อยแถมเงินเหลือถึงมือน้อยด้วย แต่ได้exp.
ก็เลยมีเวลาเที่ยว อ่านทิวทอเรียล ฝึกสกิลอื่นๆ
เลยไปเรียนทำอาหารคอร์สสั้นวันเดียว ก็ฟลุคได้เพื่อนดีเป็นคนไต้หวันอีก
เลยมีโอกาสใช้ภาษามากขึ้น ก็เรื่มกล้าขึ้น
ก็รู้แหละว่าไม่ต้องกลัวผิดถูก แต่พอเอาเข้าจริงๆใบ้แดกเหมือนกัน
ตอนนี้เหมือนเด็กต่างด้าวหัดสปีคอิงริช 555
บ้านเมืองที่ใต้หวันก็น่าเที่ยวนะ
ประเทศชิลๆและคล้ายบ้านเราอยู่ พอคุยกับเพื่อนคนนี้เลยรู้ว่าถ้าไปโตข้างนอกน่าจะดี
รู้สึกมั่นใจขึ้นเยอะเลย
ปกติตูจะขี้กลัวนะด้วยความที่เราโตมาแบบวัฒนธรรมไทยๆไม่เน้นอาร์ตนี่แหละ
บั่นทอนความมั่นใจไปเยอะเลย
ป่ะโกอินเตอร์ดีกว่าโลกกว้างโอกาสเยอะ :30:
เฮ้ยพี่ ผมโคตรอยากหัดคุยภาษาอังกฤษกับคนเอเชียแบบนี้บ้างเลยครับ
คือไม่ได้เป็นฐานภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เกิดเหมือนกัน ดังนั้นก็น่าจะพอเข้าใจกัน :30:
โห งานอินเตอร์ อยากเห็นๆๆ
จากที่ไปมาหนึ่งครั้งถ้วน ชอบไต้หวันนะ ผู้คนชิวๆ มีบางอย่างคล้ายคนไทยเลย
คุยกับคนที่ไม่ใช่เจ้าของภาษาอังกฤษด้วยภาษาอังกฤษ สนุกมาก คอนเฟิร์ม
แต่ละชาติจะมีสำเนียงของตัวเอง ตอนแรกจะช็อคๆ นิดนึง ถ้าผ่านสิบนาทีแรกไปได้ก็สบายแล้ว
รอดูงานอินเตอร์ด้วยคนค่ะ :25:
ป๋าเลย์ x Taiwan
:12:
แต่เขาจบอ็อกซ์ฟอร์ตสาขาไบโอฯ แล้วต่อด้านเกษตรกรรมมั้งนะ พูดเร็วจำไม่ได้ :05:
วัฒนธรรมการศึกษาของจีนนี่แข็งแกร่งจริงๆถ้ามีตังค์เขาจะส่งลูกหลานเรียน ม ระดับโลกอ่ะ
แบบที่เราเห็นในฟซีรี่ย์ฝรั่งว่าเอเซียเนิร์ดด้านการเรียนนั่นแหละ :59:
คุยภาษาอังกฤษกับเพื่อนมาเล
อีเพื่อนเยอรมันนึกว่าเราคุยภาษาอาเซี่ยน :05: หมดกัน ความมั่นใจ
เรื่องภาษาอังกฤษ แนะนำว่าให้ลุยกับเจ้าของภาษาเลยครับ สิ่งที่ต้องใช้มีแค่ความกล้า ความจำ และช่างสังเกตุครับ
ผมว่าพื้นฐานเราจริงๆ ได้เปรียบหลายๆ ชาติ คือเราออกเสียงภาษาอื่นได้ง่าย สองเราเรียนแกรมม่ามาเยอะชิบหาย แต่เราไม่มีโอกาสใช้ครับ
ยิ่งถ้าคิดจะต้องการแค่สื่อสาร ไม่ได้จะไปเขียนบทความอะไร ก็ลุยเลยครับ เจอฝรั่งก็เข้าไปคุยแม่มเลยครับ (เคสนี้ถ้านักดื่มจะง่ายหน่อย :30: )
ทุกวันนี้มั่นใจว่าให้สื่อสารกับฝรั่งได้ไม่มีปัญหา.. แต่อย่าให้ไปสอบวัดระดับครับ กากมากๆ แกรมม่าที่ใช้ถูกคือจำจากที่ฝรั่งพูดกันครับ ไม่ได้เข้าใจหรอกว่าโครงสร้างมันเป็นยังไง ไปสอบก็เลยพังครับ (CU TEP ได้ 70+% เพราะมีการฟังเยอะ แต่ TU GET ได้แค่ 48% เพราะไม่มีการฟังเลย แถมแกรมม่าเพียบ)
ลองดูครับ อย่าไปอาย คุณป้าขายของจบประถมยังพูดคล่องกว่าเรา แบบนี้น่าอายกว่า :27:
คัม คัม :27:
ตูไม่อายนะบวบบรรทัดสุดท้าย :30:
ออกแนวนับถือมากกว่า นี่ที่อยากพูดได้เพราะพอแก่ๆ กะจะเปิดโฮมสเตย์แถวแก่งกระจาน เผื่อมีฝรั่งมา :30:
ตูก็ไม่อายนะ แต่นึกคำไม่ออก :30:
(http://img3.f0nt.com/13/dd0c1787ce09a9b7058698c9e4e25bd2.jpg)
บางทีแม่งก็ยากเกินไปเหมือนกัน เหตุการณ์สมมุตินะ :30: :30:
ขอเล่าเส้นทางการฝึกภาษาของเรา เพราะเดาว่าเราน่าจะพื้นฐานคล้ายกันกะแอน และคนไทยนับล้าน
คือเรียนมาเยอะสาดดด (พี่ท็อปตลอดด้วย) พอให้ใช้จริง เครียดมาก กลัวสารพัดจะผิด
ทำงานทีแรกตั้งใจเลย จะทำงานกับคนไทยเท่านั้น หลายปีผ่านไป เออ ไม่เจอบริษัทไทยที่ดีๆ เลยแฮะ
เลยตั้งเป้าใหม่ว่า กูจะทำบริษัทฝรั่งเท่านั้น ตอนนั้นยังไม่กล้าพูด กล้าอ่านอะไรทั้งนั้น แต่คิดว่าเอาวะ ไม่ลองไม่รู้
วันแรกที่ ที่ทำงานปัจจุบันนี้ติดต่อมาหา ก็คือ HR โทร.เข้ามือถือ แล้วขออนุญาตสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ
(คงเพราะดูประวัติแล้วภาษาน่าจะไม่รอด เขาเลยกรองก่อน) ปรากฎว่าฟังออกหมดแหละ เพราะดูหนังฟังเพลงภาษาอังกฤษมาตลอด
แต่ตอบไม่เป็นประโยค ตอนนั้นนั่งอยู่ในรถกับเพื่อน คุยอยู่นาน
พอวางสายเสร็จ เพื่อนบอกว่า มึงพูดแต่คำนามเต็มไปหมด ไร้การเชื่อมต่อของประโยคโดยสิ้นเชิง
๑. ปัญหาของการให้เรียนท่องศัพท์มาแต่เด็ก สุดท้ายมันเหลือแต่คำนามหรูๆ ท่องได้หมด ไม่รู้จะเอาไปใช้ยังไง
ตอนมาสัมภาษณ์จริงก็แทบไม่ได้พูดเลย ฟังอย่างเดียวอีกนั่นเอง
เลยได้งานนี้มาโดยไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเป็นเรื่องเป็นราว
พอเข้ามาทำ เจอปัญหาหนักมาก ทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษหมดเลย ตูตายดิ
อาทิตย์แรก ซื้อหนังสือหัดพิมพ์อังกฤษ ๑ เล่ม กับบทสนทนาทางโทรศัพท์ ๑ เล่ม เอามาวางไว้ใกล้มือ
ภายในเดือนแรก พิมพ์สัมผัสได้ละ และก็เริ่มเก็บรูปประโยคที่เขาใช้ตอนอีเมลกัน
เก็บไว้ก๊อบใช้นี่แหละ เพราะเขียนภาษาธุรกิจไม่เป็นเลย
จากนั้นยังต้องการพัฒนา Writing-Reading skill อย่างเร็ว เลยไปสมัครเล่นเขียนโปสการ์ดที่ Postcrossing ซึ่งเราชอบอยู่แล้วด้วย
เป็นการส่งโปสการ์ดหาคนในโลกเนี้ย ส่งกันทุกวี่วัน ได้รับทุกวี่วัน ชอบมาก
ระหว่างนั้นก็เริ่มออกเดินทาง เพราะเพิ่งเคยได้หยุดเสาร์อาทิตย์เป็นครั้งแรกในชีวิตทำงาน
๒. ปัญหาของการเรียนกับครูไทยมาตลอด แถมครูส่วนมากจะแบบ มึงผิด มึงโดนหักคะแนนนะ ทำให้เกิดโรคกลัวฝรั่ง กลัวผิด กลัวอายหน้าแหก
- โปสการ์ดทั่วโลกที่ได้รับจาก Postcrossing แม่งไม่ได้เขียนถูกเล้ย บางใบมาจาก USA ยังเขียนไม่เต็มประโยคดีด้วยซ้ำ แบบภาษาพูดมากๆ
บางประเทศลายมือส้นตีนเขี่ยมาก และที่เราเขียนไปผิดๆ ถูกๆ ไม่เคยมีใครแม้แต่คนเดียว บอกว่า มึงเขียนผิดนะ ไม่มี
ทุกคนเข้าใจว่าเราเขียนอะไร และข้ามไอ้เรื่องผิดๆ ถูกๆ ไปเลยนะ
- ตอนเที่ยวแรกๆ ยังไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษเลย จะพูดทีนึงเหงื่อแตกพลั่กๆ
แต่แล้วครั้งนึงตอนเที่ยวอยู่เวียดนาม เห็นแก๊งฝรั่งเก้ๆ กังๆ ถ่ายรูป เลยกลั้นใจถามไปว่า May I help you?
ฝรั่งพยักหน้าหงึกๆๆๆ เราก็เอากล้องเค้ามา ถ่ายให้ แล้วก็บอกว่าอีกรูปนะ วันทูทรี
ตอนคืนกล้อง ฝรั่งพูดว่า แต๊งกิ้ว แบบไม่ชัดสุดๆ เราย่ามใจตอบกลับไปว่า You're welcome. แบบที่ไม่เคยดัดสำเนียงนี้มาก่อน
วันนั้นคือวันที่โลกเปลี่ยนไป ฝรั่งหัวทองไม่ได้พูดภาษาอังกฤษได้ทุกคนนี่หว่า
แล้วกูกลัวใครอยู่วะเนี่ย บ้าไปแล้ว
๓. คนไทยขี้เกรงใจ กลัวคนฟัง คนรับสารลำบากใจ กลัวเค้าจะเสียเวลา กลัวนู่นนี่
ทำงานที่นี่ ปีแรกก็โดนของแรง นั่นคือชาวสิงคโปร์ เราดีลงานกับสิงคโปเรี่ยนเยอะมากๆ
เค้าพูดฟังยากม๊ากกก แล้วรัวมากด้วย เพราะเค้าพูดอังกฤษกันในชีวิตประจำวัน (แต่เสือกพูดไม่ชัด.. หล่าาาา)
ทุกครั้งที่มีสายต่างประเทศโทร.เข้า.. เครียดกุมขมับรอเลย พอรับสายปั๊บเค้าก็ แพร่บๆๆๆๆ พูดรัวใส่
แล้วก็เร่งๆ ว่าให้ตอบไวๆ เพราะเค้าโทร.ตปท.มานะ เราก็จะแบบ เอ่อๆๆ พลีส อีเมวมี I'm not sure I understand.
เจออย่างนี้ตลอด เป็นทุกข์มาก
แล้ววันหนึ่ง สิงคโปเรี่ยนโทร.มาอีกแล้ว กำลังหงุดหงิดอยู่นิดๆ วันนั้นคิดว่า วันนี้กูต้องชนะ
พอเปิดประเด็นปุ๊บ เราก็ชิงใส่ก่อนเลย คือพูดๆๆๆ ไม่ได้ถูกเลย สำเนียงบรรลัยมาก แต่กูไม่แคร์แล้ว
ยูก็ดูดีสดูแดทนะ ยูโอเค้? รัวๆๆ ใส่มันไปบ้าง ชาวสิงค์เงียบไปพักนึงแล้วตอบกลับมาอ่อยๆ ว่า
พลีส อีเมวมี โอเค้?
จากวันนั้นความกลัวพูดผิด ที่เคยเหลืออยู่ก็หายไปหมดเลย
ทุกวันนี้บอกเลยว่า ไม่ได้ใช้ภาษาถูกหมดนะ ยังผิดอยู่ตลอด แต่สื่อสารได้ คุยเล่นก็ได้ ชอบด้วยซ้ำไป
เวลาออกไปเที่ยวถ้าเจอต่างชาติตกยาก ก็จะพยายามช่วย เม้ามอยบ้าง คุยได้เยอะ หลายเรื่อง การเมืองก็คุย
บางคนก็ชมว่า เฮ้ยยูภาษาดีจัง นี่ไม่อยากจะบอกเลยว่า ตกระกำลำบากมาขนาดไหนกว่าจะกล้าคุยกับพวกยูได้ขนาดเนี้ย
๔. หาอะไรที่เป็นความชอบจริงๆ มาจูงใจให้ใช้ภาษาอังกฤษ
พี่อ่าน Harry Potter กะ Hunger Games แล้วก็หนังสือท่องเที่ยว พวก Text book, documentary ดีๆ
เขียนและอ่านโปสการ์ด คุยเรื่องท่องเที่ยว พยายามเขียนบล็อกภาษาอังกฤษอยู่ตอนนี้ เขียนได้ช้ามาก ปีละ ๒ ตอน
มี penpal นานาชาติ สนุกดี
เวลาได้คุยกับชาวต่างชาติ มันสนุกมากนะ มันเปิดโลกมากๆ
แต่ปัญหาแรกๆ ที่เจอคือ การคุยกันมันต้องมีทั้งสองฝ่ายใช่ไหม
มีคนเปิดประเด็น มีคนตอบ ปัญหาก็คือ การตั้งคำถาม?
ให้คิดประโยคคำถามมันตื้อๆ ประโยคบอกเล่าจะดูง่ายกว่า
ถ้าเราจะพูดแต่ประโยคบอกเล่า เราก็ไม่มีวันจะเปิดประเด็นได้ใช่มั้ย ได้แต่ตอบเค้าอย่างเดียว มันก็ไม่สนุกสิ
พี่ใช้วิธีอ้างอิงจากชื่อเพลงหรือเนื้อเพลงที่เราชอบ เช่นอยากถามว่า เคยมาเมืองไทยรึเปล่า
Have you ever seen the rain นี่เพลงโปรดเลย เราก็จะถามว่า Have you ever been in Thailand?
(ถ้าชอบ Rod Steward ก็ใช้เพลง Have I told you lately that I love you ก็ได้)
ถ้าจะถามจำนวน สมมติแมวอะ How many cat .. เฮ้ยตรง cat นี่มี s มั้ยวะ เอ้าร้องเพลงในใจ..
How many roads must a man walk down.. (เพลง Blowin' in the wind) โอเครู้ละต้องมี s
จริงๆ มีเรฟเฟอเร้นอีกเยอะ แต่ตอนนี้นึกไม่ออก ฮ่าๆ
ไอ้ที่ยังใช้มั่วจริงๆ อยู่ทุกวันนี้คือพวก preposition - in on at อะไรพวกนี้ งงตลอด แต่ไม่ค่อยแคร์ :30:
ปล. ไอ้วิธีจำจากเพลงนี่ อย่าใช้เพลงสมัยใหม่นะ มันแสลงกันเยอะ เอาเพลงเก่าๆ ละกัน มันเต็มประโยคดี
ไดอะล็อกหนังที่ชอบก็ท่องๆ ไว้ดัดแปลงใช้ได้เช่นกัน
จริงครับ
รู้สึกมาตลอดว่ากำแพงภาษาเป็นอะไรเบสิคสุดที่ต้องผ่านไปให้ได้ คือหงุดหงิดตัวเองมากที่ติดกำแพงภาษา..แค่เนี๊ยะ !!
เคยดูพวกคนดังๆของฝรั่ง หรืออะไรที่เค้าว่าเจ๋งของฝรั่ง ถ้าคนไทยไปทำนะ เจ๋งกว่าเยอะ
แค่พวกเอ็งพูดอังกฤษได้นี่แหละได้แต้มต่อแล้ว
ไม่แฟร์ :30: :30:
โอ๊ยชอบ รักเลย :25:
ผมก็เคยไป May I help you? เหมือนกัน แต่เป็นกับแหม่มสาวแบ็กแพ็กที่เดินอย่ริมถนนที่เพชรบุรี
ตอนนั้นอยู่ ม.3 ด้วยนะครับ นึกครึ้มอะไรไม่รู้แว้นไปจอดถามเพื่อจะพาไปส่งเกสต์เฮาส์ให้ฟรี
แต่ก็นั่นแหละ ได้ครั้งเดียว :3005: ได้ภาษานะไม่ใช่ได้แหม่ม
เรื่องภาษาต้องลองถามปิงดู
จะขายงานเมืองไทยต่อมั้ย
หรือจะตัดเมืองไทยออกไปเลย :30:
อ้อลืมไปนิสัยคนไทยที่จังไรที่สุดคือ พูดสำเนียงชัด = กระแดะ ดีอออกกก บั่นทอนชิบเป๋ง :30:
คุยไปเล้ย เดี๋ยวก็ได้แหม่ม เอ้ย ได้ภาษา
เรื่องสำเนียง แรกๆ มันก็เขินๆ นะ แต่กลั้นใจพูดๆ มันไป
ก้าวข้ามกำแพงได้เมื่อไหร่เดี๋ยวรู้เองเลยว่า เออ ไม่น่าเกลียดหรอก ฝรั่งมันพยักหน้าหงึกๆ อยู่นั่น
แสดงว่ามันรู้เราจะพูดอะไร เท่านั้นแหละที่ต้องการ เราสัมฤทธิ์ผลแล้ว
ตอนนี้กำลังฝึกฟังภาษาพูดสมัยใหม่ที่แสลงเยอะๆ เล่นมุกเยอะๆ ด้วยการดูคลิปรายการต่างประเทศที่เราชอบ
แนะนำ ตานี่เลย Conan O'Brien รายการในยูทูปเยอะมาก ตลกมากๆ แล้วเป็นคนพูดชัดถ้อยชัดคำฟังง่าย
อีกคนก็ Amy Schumer เป็นเดี่ยวไมโครโฟนหญิง เพิ่งมีหนังด้วย คนนี้จะตลกทะลึ่งๆ พูดชัดเหมือนกัน
ส่วนคนนี้ก็ตลก Jimmy Fallon แต่ไม่ค่อยติด เพราะแกชอบขำเองก่อนจะตบมุก โคแนนจะตลกหน้าตายกว่า ชอบมาก
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 13 พ.ย. 2015, 21:11 น.
แค่พวกเอ็งพูดอังกฤษได้นี่แหละได้แต้มต่อแล้ว
ไม่แฟร์ :30: :30:
แต่พวกพูดอังกฤษเป็นภาษาแม่นี่ นินทาใครไม่ได้เลยนะ เค้ารู้หมด :30:
เวลาประชุมกับต่างชาติ เราส่งสัญญาณกะเจ้านายเป็นภาษาไทยกัน เราได้เปรียบเนียนๆ
แต่ไม่ได้คุยเยอะพอน่าเกลียดนะ แค่แบบคำสองคำพอรู้เรื่อง
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 13 พ.ย. 2015, 21:56 น.
เรื่องภาษาต้องลองถามปิงดู
จะขายงานเมืองไทยต่อมั้ย
หรือจะตัดเมืองไทยออกไปเลย :30:
ถามมาแล้วจริงๆ คือไม่ขาย ไม่สนใจประเทศเราเลยครับ บ้าเอ๊ย :30:
สมองไหลไม่ได้จากอะไรหรอก จากพวกเราเองนี่แหละ ไม่ต้องโทษใครเลย :30:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 13 พ.ย. 2015, 22:05 น.
แต่ไม่ได้คุยเยอะพอน่าเกลียดนะ แค่แบบคำสองคำพอรู้เรื่อง
"เดี๊ยะ ฉีก แม่ง"
เท่านี้ก็ข่มฝรั่งได้ทั่วโลกเลยครับ
:30:
ว่าไปวันนี้เพิ่งด่าอินเดียไป telesale น่ารำคาญมาก ยังกะขายประกัน
แต่ก่อนก็กลัวเรื่องพูดภาษาอังกฤษเหมือนกันครับ
ตอนนี้ดีขึ้นเยอะละ :56: เจอเงื่อนไขที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษบ่อยขึ้น
:59: หมั่นไส้
มุ้งมิ้ง กรุ๊งกริ๊ง :56:
ตูนี่ ได้น้องเขยเป็นฝรั่ง ก็พอคุยกันรู้เรื่องแหละ แต่บางทีมันก็นึกคำพูดตามที่ต้องการจะสื่อไม่ออก
อ้อ แล้วก็ตามที่บวบบอกเลย ซัดเบียร์ไปซักคนละสองขวดนะ คุยกันปร๋อเลย :30:
เบียร์เป็นเครื่องดื่มแห่งความคิดสร้างสรรค์ :12:
เบียร์ทำให้มือคนเป็นปลาหมึกก็ได้นะ เคยเห็นมากะตา :30:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 16 พ.ย. 2015, 00:59 น.
เบียร์ทำให้มือคนเป็นปลาหมึกก็ได้นะ เคยเห็นมากะตา :30:
นึกภาพพี่เจนกะน้องเขยนั่งล้วงกัน... :47:
ซร่วบบบบบบบ
ประสบการณ์ของท่านคือกำลังใจให้คนอย่างเราๆ :12: ทุกอย่างมันก็ต้องมีครั้งแรกเนอะ
ประสบการณ์ล้วงน่ะนะ
อัพเดทชีวิตนิดนึง
เปิดร้านกาแฟแถวนี้มาปีนึงแล้ว เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก
(ร้านชื่อ The Robin นานาเป็นคนออกแบบโลโก้ให้
เข้าไปคลิกไลค์กันได้ที่ https://www.facebook.com/therobincraftcafe (https://www.facebook.com/therobincraftcafe) ) :46:
ช่วงแรกๆ ก็ยังทำงานออฟฟิศเกือบเต็มเวลา แล้วก็ทำร้านกาแฟเป็นพาร์ทไทม์
มาถึงตอนนี้ก็ทำงานออฟฟิศลดลง แล้วก็ทำงานที่ร้านกาแฟเยอะขึ้น
ไม่ได้เป็นบาริสต้านะ ตอนนี้กลายเป็นพ่อครัวไปแล้ว
(ตอนนี้อาหารที่ร้านดันขายดี บางทีขายดีกว่ากาแฟอีก :3005: )
ก็ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าจะกลายมาเป็นเชฟได้
แค่คนชอบกินของอร่อย ชอบทำกับข้าว
ตอนแรกก็เครียดนะ เพราะเราไม่ใช่พ่อครัวมืออาชีพ
ไม่เคยไปร่ำไปเรียนที่ไหน แล้วสเกลมันไม่เหมือนกับการทำกับข้าวกินเองที่บ้าน
แต่ที่ร้านเราก็ดึงดันพยายามยึดหลักการให้เหมือนทำกับข้าวกินเองที่บ้านไว้
เมนูก็มีอาหารฝรั่งบ้าง
แต่เมนูที่ขายดีตอนนี้เป็นแกง(แกงเขียวหวาน แกงมัสมั่น)
กับอาหารพิเศษ พวกก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋น หรืออะไรต้มตุ๋นทั้งหลาย
(ซึ่งความจริงเป็นอาหารพนักงาน ที่พ่อครัวอยากกิน :30:)
แกงที่ร้านเป็นแกงที่ผ่านการรีเอนจิเนียริ่งมาแล้ว
นั่นคือ ใช้วัตถุดิบตามตำรับดั้งเดิม
แต่เรามองลึกลงไปอีกว่า วัตถุดิบแต่ละชนิด จะต้องปรุงหรือทำอย่างไร
ถึงจะดึงความอร่อยออกมาให้มากที่สุด
แล้วค่อยเอามาประกอบร่างทีหลัง
ดังนั้นขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบที่ร้านจึงใช้เวลาเยอะมาก
ตอนนี้ก็มีความสุขทุกครั้งเวลาทำอาหารให้ลูกค้านะ
สนุกและมีความสุข แต่เหนื่อยขาลากเลยแหละ :3005:
(http://img3.f0nt.com/16/e20d510dd89586a44cea9472c60554ce.jpg)
ลุงมีโครงการจะกลับไทยไหมครับ อยากชิมมั่งง่ะ :5405:
ว่าแต่รสชาตินี่เป็นแบบฝรั่งกินได้สบายลิ้นหรือเปล่าครับ
นี่กำลังจะกลับกรุงเทพในวันสองวันนี่แหละ
กำลังหาคนทำงานแทนอยู่ :30:
รสชาติอาหารเอาจริงๆ ก็เป็นรสที่ตูกิน
จัดจ้าน ถึงเครื่อง อย่างแกงเขียวหวานนี่อาฟเตอร์เทสเผ็ดเหงื่อตกเลย
ตูคิดว่าคนอังกฤษเกินครึ่งประเทศ
มันไปเที่ยวเมืองไทยกันมาหมดแล้ว
กินของเผ็ดร้อนได้สบายๆ :12:
:12: ดีเลยครับ ให้ฝรั่งมันต้องทำความเข้าใจรสชาติที่แท้จริงมั่ง
เจ๋งง่ะ ประกาศศักดาให้เค้ารู้จักอาหารไทยไปเล้ย :25: :25:
กรี๊ดพี่ณตมาไทย :25: ยินดีด้วยนะค้า รุ่งเรืองๆๆๆๆ :25: :25: :40:
เห็นพี่เลย์โพสเรื่องภาษา นานาว่าก็ต้องเจอบ่อยๆให้ชินแหละ
เพิ่งมาชินช่วง 2 ปีหลังมานี้ กำแพงของนานาถ้ามองละเอียดๆ ก็จะเป็นเรื่องเสียงมาก่อน
มาเริ่มหายจริงๆจังๆ เพราะมีเพื่อนหลายชาติมากๆ จนชินกับสำเนียงหลายๆแบบ
จากที่คิดว่าต้องพูดให้เหมือนคนขาวถึงจะดี
ก็กลายเป็นว่า เอาจริงๆสำเนียงไหนก็สื่อสารได้หมด ขอให้สื่อสารแล้วรู้เรื่อง
พอเป็นตัวเองแล้วสบายใจ ไม่กลัวที่จะสื่อสาร
เดี๋ยวมันก็จะปรับไปปรับปรุงเรื่องอื่นๆต่อเองค่ะ :53:
:53:
มัสมั่นร้านพีณตอร่อยมาก อยากกินอีก :25:
เรื่องทำอาหารให้อร่อยนี่ก็เรื่องนึง
แต่งานหนักอีกเรื่องก็คือเรื่อง Food Safety หรือ Food Hygiene
เป็นเรื่องที่ใช้การจัดการที่หนักหน่วงเลยแหละ
คือนอกจากจะต้องพกช้อนชิมแล้ว
ก็ยังต้องพกเทอร์โมมิเตอร์แล้วก็ปากกา :41:
เอาปากกามาทำไมเหรอ :09:
ไว้คอยเขียนอุณหภูมิตู้เย็น แล้วก็วันผลิตและวันหมดอายุของวัตถุดิบต่างๆไง
เขียงและมีดก็ต้องแยกสีใช้ด้วยหรือเปล่าครับ
ส่วนเรื่องรสชาติอาหาร ผมว่าพี่ณตทำอร่อยอยู่แล้วละ เพราะพี่ดูจะละเมียดกับของกินเป็นอย่างมากครับ (จากที่อ่านมาหลายจู๋) เชื่อว่าถ้าได้ลองกินอาหารฝีมือพี่ คงยากจะลืม
:10:
ปล. พี่ณตจะมาเมืองไทย อยู่กี่วันครับ
:46: :46: :46:
ร้านที่เคยไปทำงานพิเศษ มีสติ๊กเกอร์แปะตามสีวันจันทร์-อาทิตย์
แปะมั่วกันตลอดดดดด
มีไว้เผื่อคนมาตรวจเฉยๆ :48:
ใดๆ ในโลกล้วนไม่แน่ไม่นอน
จากราคาน้ำมันดิ่งลงแบบไม่หยุดยั้ง บรรดาลูกค้าของเราก็หดหาย
เมื่อวานนี้บริษัทเริ่มปลดคนรอบแรกของวิกฤตินี้ และคาดว่าจะมีอีกเรื่อยๆ จนกว่าอะไรๆ จะดีขึ้น
บริษัทฝรั่งก็อย่างนี้อะนะ ทราบว่าหลายคนเสียใจ แต่เราว่ามันโลกธุรกิจ อย่าไปคิดให้มันเป็นเพอร์ซันนอลเลย
เค้าจ่ายเราค่อนข้างแพง แต่ถ้าไม่มีงานเค้าก็ต้องหยุดจ่าย เป็นเรื่องธรรมดา
ที่ดีงามคือเค้าก็จ่ายเงินค่าชดเชยถูกต้องหมดแหละ ไม่ต้องให้ไปฟ้องกันให้เหนื่อย
บริษัทไทยยุคฟองสบู่แตก แม่งปิดบริษัทหนีเยอะแยะไป แบบนั้นแย่กว่าเยอะ
แต่ที่ไม่ชอบคือ เขาบอกปุ๊บให้ไปปั๊บเลย (เพราะกลัวโดนโกรธแล้วล้างแค้นลบไฟล์อะไรอย่างนี้)
ตรงนี้คิดว่า HR แม่งมองโลกในแง่ร้ายไปนะ ยังไงโลกนี้ก็มีเฟซบุ๊ค มันก็ไปก่อหวอดกันในนั้นอยู่ดี
สำหรับตัวเราเองคิดว่าซีเคียว อย่างน้อยก็ ณ ตอนนี้ แต่ปีหน้าไม่รู้ว่ะ
คิดอยู่นะว่า ถ้าเป็นเราที่เขาบอกว่าไม่ได้ไปต่อ ก็จะไม่โกรธ แต่จะขอบคุณ
เพราะที่ที่อันตรายที่สุดคือ Comfort Zone และเราติดอยู่ในนี้มา ๗ ปีกว่าแล้ว
ชีวิตมันแสนสั้น มุมนึงเราก็อยากกางปีกและกระโดดลงหน้าผาไป แล้วรอดูว่าปีกจะเวิร์คมั้ย
(เปรียบเปรยนะ ไม่ต้องหารูปฮิปโปปีก)
แต่เมื่อมันยังมีงานดีๆ ทีมสนุก ผลตอบแทนดี เที่ยวได้ ดูแลครอบครัว พบปะเพื่อนฝูงได้
ใครล่ะจะอยากลองใช้ปีกที่ไม่รู้ว่าเป็นปีกอินทรีหรือปีกนกกระจิบจริงมั้ย
(แต่คิดว่าถ้าได้ออกไปสมบุกสมบันนอก Comfort Zone อีกครั้ง
สำหรับคนอย่างเราอาจจะรู้สึกหวือหวามีพลังมากกว่าห่อเหี่ยวนะ)
เนี่ยสิ่งที่อยากจะเล่า
๑. ไม่มีอะไรแน่นอน
๒. เอ็นจอยกับทุกอย่าง จะสุขเสมอ
:12:
โห ชีวิตบนเส้นด้ายจริงๆ ครับ
เจ็บปวดที่สุดก็ตรงนี้ครับ
อ้างอิง(เปรียบเปรยนะ ไม่ต้องหารูปฮิปโปปีก)
เหมือนรู้ :30:
แต่ผมว่าออกมาไวก็ได้เปรียบนะครับ ได้เริ่มทำมาหากินของตัวเองได้ก่อน เพราะมันต้องใช้เวลาพอสมควรทีเดียว
เหมือนกันครับ ปีนี้เป็นปีที่รู้สึกว่าจะกระเด็นออกจากบริษัทได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับว่าเราจะยังเกาะมันไว้หรือปล่อยตัวอย่างฟรีสไตล์ออกมา :30:
อุตส่าหารูปได้แล้ว เปิดกลับมาอ่านต่อเจอประโยคในวงเล็บนั่น :05a:
จิ้มตรงนี้สิ (https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/736x/a1/40/9a/a1409ab746c9944422a2bb7036dec7d1.jpg)
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 19 พ.ย. 2015, 13:16 น.
อุตส่าหารูปได้แล้ว เปิดกลับมาอ่านต่อเจอประโยคในวงเล็บนั่น :05a:
จิ้มตรงนี้สิ (https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/736x/a1/40/9a/a1409ab746c9944422a2bb7036dec7d1.jpg)
ยุให้พี่แอเเปิดทัวร์จริงๆ นะ :47:
เป็นแนวลำบากทัวร์ พี่แอ้ไปหา contact แล้วกลับมาจ่ายงานต่อ่่่่่่่่่่่่่่่่
ถ้าพี่แอ้เป็นเจ้าของทัวร์น่าจะเป็นทัวร์ที่มีลูกค้าน่าจะมีความสุขนะ (แต่ต้องเป็นลูกค้าที่คิดคล้าย ๆ พี่แอ้ด้วยรึเปล่า :46:)
ส่วนเรื่องรูปนั่น
อีบวบก็ช่างหา
กูก็ช่างคลิก :30: :30: :30:
ตอนนี้ชิวอะ ทำงานชิวววววววววววววววววว
เค้ารู้สึกตัวว่าเพลินกับการทำ Trading จัง ซึ่งไม่เคยได้ฟิลลิ่งนี้เลยกับบริษัทที่แล้ว
ไม่รู้ว่าความชิวนี้จะอยู่กับเราไปนานแค่ไหน
ถ้ามางี่เง่าระหว่างทางนี่ผลักตกเหวตายนะครับ :47:
การเห็นข่าวพนักงานโดนเลย์ออฟนี่ทำให้ผมไม่เคยรู้สึกศรัทธาในระบบบริษัทเลย
เพราะไม่รู้จริงๆ ว่าวันไหนเราจะหมดความสำคัญ แต่จะว่าไปผมก็ไม่เคยทำงานในบริษัทใหญ่ๆ น่ะนะ :30:
แต่ทุกวันนี้ผมก็งงว่าตัวเองอยู่มาได้ยังไงนะ อาจเป็นเพราะไม่มีภาระค่าใช้จ่ายเยอะก็ได้มั้ง
คือเดือนไหนเหมือนๆ จะไม่รอด ก็มักจะมีรายได้แปลกๆ ที่เกี่ยวกับฟอนต์มาเสมอ
ทางเดียวที่พอจะทำได้ คงทำต่อไปเรื่อยๆ :3005:
เนี่ย บรรยากาศแย่มากเลย วันนี้ชั้นที่พี่ทำอยู่นี่แม่งไม่สบตากันเลย เพราะไม่รู้ใครโดน
ทีมเรา head count มันไม่เกิน เลยยังบอกได้ว่ารอบนี้ปลอดภัย
ทีมอื่นเค้าโดนกันก็จ๋อยๆ พวกเราหัวเราะกันเค้ายังมองตาละห้อยเลย
เรื่องเลย์ออฟ สำหรับพี่ ในวัยนี้นะ ทำงานมา ๑๕-๑๖ ปี พี่ทำใจให้เฉยๆ ได้ละ ถ้าจ่ายตามกฎหมาย (หรือมากกว่า)
เพราะว่ากฎหมายเค้าคุ้มครองเราอยู่ อย่าปิดหนีกูไปดื้อๆ ละกัน
สิ่งที่มันทำให้รู้สึกแย่คือ ความรู้สึกที่ว่า เราไม่เป็นที่ต้องการ
ต้องบอกว่า อย่าไปคิดแบบนั้น มันไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัว มันก็แค่ธุรกิจเอง
ถ้าวันนึงเรามีกิจการใหญ่โต เราทำคนเดียวไม่ไหว เราก็ต้องจ้างลูกน้อง
ถ้ามันมีอะไรผิดพลาดไป พอไม่มีตังค์จ่าย เราก็ต้องปล่อยมันไป
ใครมันจะมานั่งเลี้ยงคนอื่นให้เข้าเนื้อตัวเอง
มันก็ความสัมพันธ์รูปแบบหนึ่ง เหมือนคนมีคู่ครองแหละ
วันนี้มันดีกับเรา เราก็แฮปปี้ แต่ถ้าวันนึงมันเปลี่ยนไป หรือมันตายจากไป เราก็เสียใจ กลับมาพึ่งตัวเอง อยู่คนเดียว
พี่ว่าคนเป็นฟรีแลนซ์ กับคนโสดมันก็เหมือนกันในมุมนึงนะ
ว่าแต่ทำงานต่อ ขยันๆๆ ฮ่าๆๆ
ปล. เป็นไกด์ทัวร์ไม่ได้ว่ะ ทนคนอื่นไม่ค่อยได้ แต่อยากเป็นเจ้าของบริษัททัวร์นะ ท่าจะมันส์
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 19 พ.ย. 2015, 18:12 น.
ถ้ามางี่เง่าระหว่างทางนี่ผลักตกเหวตายนะครับ :47:
เวอร์ไปหร่อน
อาจจะแบบ อ้ะ.. นี่เงินคุณ คืนค่ะ นี่ตั๋วเครื่องบินขากลับค่ะ เช็คอินสี่โมงเย็นนะคะอย่าเลท
นี่ใบจองโรงแรมอีกสามคืนที่เหลือ มีอาหารเช้าค่ะ ส่วนมื้ออื่นๆ หาทานเองนะคะ คืนเงินให้แล้ว
แล้วจะคอมเพลนไว้ที่ไหน แท็กมาด้วยนะคะ จะตามไปอ่านค่ะ บัยยยย..
พอเทียบกับชีวิตโสดแล้วโคตรเห็นภาพเลยครับ :46:
:12: เค้าชอบความคิดพี่แอ้อ่ะ
และกิ๊กก็เชื่อว่า ที่พี่แอ้ไม่กลัวอะไรพวกนี้ เพราะว่าพี่น่าจะเชื่อมั่นในศักยภาพตัวเองด้วยแหละ
หลายๆ คนกลัวเพราะคิดว่า ถ้าออกไปจากระบบพวกนี้ จะทำอะไรได้บ้าง
มันเหมือนคนที่เคยออกไปเที่ยว ออกสู่โลกกว้าง มันทำใจอะไรกับพวกนี้ไว้ตลอดนะ
หลักๆ คือเราต้องพึ่งตัวเอง และก็ทำให้เรามั่นใจอ่ะ
ถ้าไงพี่แอ้เป็นหัวหน้าทัวร์ จัดการเอกสาร
ส่วนกิ๊กนำทัวร์ให้ เอามั้ยพี่ 555
เดี๋ยวดาเป็นฝ่ายพาหลงให้นะๆ :25:
น้องกิ๊กอ่านขาดมาก
เพิ่มอีกอย่าง นอกจากค่อนข้างมั่นใจว่าตูรอดแล้ว
อีกสิ่งคือ ตูอยู่ง่ายกินง่าย งานก็เหมือนกัน งานอะไรก็ทำได้ ไม่ได้เลือกอะไรมากมาย
แต่ไม่เอาขายของนะ ขายของไม่เป็น (เริ่มเลือกละ :30:)
โดนไม่ให้ไปต่อขึ้นมาเมื่อไหร่จะมาทวงสัญญานะ สองสาว
เอาเจ๊จอยมาด้วย เป็นฝ่ายอาหาร :30:
จริงอย่างที่แอ้ว่าครับ ผมว่าอายุหลัก 30-40
ก็เตรียมหาลู่ทางทำมาหากินได้เลยถ้าอยู่ในบริษัทเอกชนนะครับ
ตามความเป็นจริงคือเงินเดือนสูงมาก บริษัทเค้าก็ไม่ไหวกันนะ
หาตัวใหม่เฟรชๆ ทำงานอ่อนนิดนึง แต่เงินเดือนน้อยหน่อยบริษัทจะไปได้มากกว่า
แล้วมักจะเป็นอย่างนี้กันซะส่วนใหญ่นะครับ
จำได้ว่าอย่างมือกราฟฟิกสมัยทำงาน แก่สุดก็แค่สามสี่สิบนิดๆ ถ้ารุ่น40++ ทั้งบริษัทมีไม่กี่คนเอง
ถ้ามี power ในการทำงานนอกกรอบของบริษัทอย่างแอ้ สบายเลยครับกินเงินเดือนให้สุด เตรียมลู่ทางตัวเองไว้เนิ่นๆ...สบ๊าย
ว่าแต่สนใจบริษัทออกแบบ ทำ VIDEO ทำ animation น่ารักๆสำหรับแอปโป้ทัวร์
ติดต่อ www.exa-studio.com (http://www.exa-studio.com) ครับ <-------- กดเลย
เห็นหลายคนพูดด้านลบของ comfort zone
ต้องก้าวออกจาก comfort zone เพื่อหาความมั่นคงในชีวิต
เอาจริงๆ ความมั่นคงในชีวิต มันไม่มีอยู่จริงหรอก
ความมั่นคงในชีวิต มันเป็นแค่ความรู้สึก
ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เมื่อเรามีความมั่นคงในจิตใจ
ถ้าจิตใจหวั่นไหว อยู่ที่ไหน ก็ไม่มีความมั่นคง
ส่วนตัวคิดว่า จุดมุ่งหมายในชีวิตเรา
ก็คือการได้ใช้ชีวิตอยู่ใน comfort zone ไม่ใช่เหรอวะ :37:
หลายๆ คน ออกจาก comfort zone แห่งหนึ่ง
ดิ้นรนต่อสู้ เพื่อไปสร้าง comfort zone อีกแห่ง
เห็นส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น
เพียงแต่สิ่งที่ได้มาระหว่างการย้ายสร้าง comfort zone
นั่นก็คือประสบการณ์ ที่จะเอาไว้บอกตัวเองก่อนตายได้ว่า
เออ กูไม่ได้เกิดมาตายเปล่านะ :30:
ตัวตูเองทำงานอยู่ใน comfort zone มาตลอด
ถ้าเมื่อไหร่รู้สึกว่าไม่ comfort ก็จะไปหาที่ที่มัน comfort :30:
ตูทำงานสาย IT มานาน แต่พอพักหลังก็เฉื่อยลง
ไม่ค่อยกระหายอยากได้ความรู้ใหม่ๆ ในสายงานแล้ว
(แต่กระหายความรู้ด้านอื่นนะ โดยเฉพาะด้านอาหารและเครื่องดื่ม)
ตอนนี้ก็ค่อยๆ กลายเป็นไม้ตายซากในสายงาน IT ไปทุกวัน
เลยเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ค่อย comfort ล่ะ :30:
อย่างมาทำร้านกาแฟ ทำอาหาร นี่ก็ออกมาหา comfort zone ใหม่ :47:
บอกก่อนว่าวิธีคิดของตูนี่ เป็นวิธีของคนที่ไม่มีทางรวยได้เลยนะ
เพราะคิดอะไรแบบแมสๆ ไม่เป็น ขี้เกียจดิ้นรนอะไรมาก
ไม่อยากมีชื่อเสียง กลัวไม่มีความสงบสุขในชีวิต :30:
ปล comfort zone มันควรจะแปลเป็นภาษาไทยว่าอะไร
พิมพ์ไปแล้วก็หงุดหงิด :59:
พื้นที่ของน้ำยาปรับผ้านุ่ม ครับ
กริบ--
น่าจะมองคำว่า พื้นที่ปรับผ้านุ่มต่างกะป๋าแหละ
คือเรามองว่า Comfort zone มันคือ สุขสบายจนไร้แรงกระตุ้น
วันๆ ก็คิดว่าจะไปเที่ยวไหนดีวะ และรู้ว่าเดี๋ยวเงินประมาณเท่านี้ๆ มันจะไหลเข้าบัญชีมาเอง
อย่างพวกแอ้ก่อนหน้านี้คือ รู้ว่าได้โบนัสประมาณเท่าไหร่ด้วยซ้ำ ชิวมาก
ถามว่าสบายมั้ย มันก็สบายอะนะ แน่แหละ แต่เผลอแว้บนึง มันผ่านไปเจ็ดแปดปีเฉยๆ
บางทีก็แอบคิดนะว่า เออ เราไม่ได้ลับคมเลยนะ เราไม่ได้ลองอะไรใหม่ๆ เลย
ถ้าเราแก่ตายไปแบบนี้ เราจะมีอะไรให้ภูมิใจวะ ไอ้ความรู้สึกแบบนี้มั้ยที่เขาว่า Comfort zone เป็นพื้นที่อันตราย
สำหรับนักธุรกิจก็คงมองว่า ทิ้งเวลาที่จะทำความร่ำรวย (กว่านี้มาก) ไปเฉยๆ
ส่วนนักผจญภัยก็คงมองว่า เอาแต่อยู่ในเปลือกไม่ได้เผชิญโลก (สายตาตัวเองอะนะอันนี้)
แต่สายชิว รักความสงบอาจจะว่ามันก็ดีแล้วไง
เราก็ค่อนข้างมั่นใจว่า ไม่ได้อยากให้ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายตลอดเวลาหรอก
แต่บางทีมันก็ดูน่าสนุกดีนะ ถ้ามีอะไรให้ใจเต้นระทึกบ้างเหมือนตอนอยู่ก่อสร้าง ซึ่งแม่งวันๆ ไม่รู้จะเจออะไร
อนึ่ง ทั้งหมดทั้งปวงที่รวมเป็นวิสัยทัศน์แท้จริงเลยคือสุขนิยม
อะไรก็ดีหมดอะ เราหาข้อดีได้ในแทบทุกสิ่ง อันนี้แอ้ว่าตัวเอง comfort มาก ในใจเราเองนะ
ดูนางเอกมากเลย เวลาเจอตัวจะดูเร้าๆ น่ากลัวหน่อยๆ อันนั้นเป็นคาแรกเตอร์นะ ลึกๆ เป็นคนเงียบๆ มุ้งมิ้งมาก :30:
(หารูปฮิปโปมุ้งม้งแปร๊บ~) :47:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 19 พ.ย. 2015, 20:50 น.
ส่วนตัวคิดว่า จุดมุ่งหมายในชีวิตเรา
ก็คือการได้ใช้ชีวิตอยู่ใน comfort zone ไม่ใช่เหรอวะ :37:
หลายๆ คน ออกจาก comfort zone แห่งหนึ่ง
ดิ้นรนต่อสู้ เพื่อไปสร้าง comfort zone อีกแห่ง
เห็นส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น
ประโยคนี้สำหรับผมมันใช่นะครับ ขอบคุณที่มาทำให้ภาพมันกระจ่างครับ :46:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 19 พ.ย. 2015, 20:43 น.
จริงอย่างที่แอ้ว่าครับ ผมว่าอายุหลัก 30-40
ก็เตรียมหาลู่ทางทำมาหากินได้เลยถ้าอยู่ในบริษัทเอกชนนะครับ
ตามความเป็นจริงคือเงินเดือนสูงมาก บริษัทเค้าก็ไม่ไหวกันนะ
หาตัวใหม่เฟรชๆ ทำงานอ่อนนิดนึง แต่เงินเดือนน้อยหน่อยบริษัทจะไปได้มากกว่า
แล้วมักจะเป็นอย่างนี้กันซะส่วนใหญ่นะครับ
มันเป็นกับทุกธุรกิจหรือเปล่าครับ
ผมยังพอจะเห็นบางธุรกิจ (ที่ผมอยู่) มันก็ยังมีการเลี้ยงคนเก่าเอาไว้ เพราะต้องใช้ด้านประสบการณ์ในการดีลกับลูกค้า หรือเพราะ connection ที่คนอื่น ๆ มาเทียบได้ยากน่ะครับ
:46:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 20 พ.ย. 2015, 08:15 น.
(หารูปฮิปโปมุ้งม้งแปร๊บ~) :47:
ท่าจะไม่ได้อยู่ถึงวันแต่งงาน :30: :30: :30:
อาจจะเพราะเราวาง comfort zone สุดท้ายที่วางเอาไว้คือ
นอนกินดอกเบี้ยเฉยๆ เที่ยวๆ โง่ๆ ง่ายๆ จนแก่ตาย นี่แหละ
ตอนนี้เลยยังไม่ comfort zone :47: :47: :47:
ถ้าสำหรับตู ตอนนี้ไม่ใช่ Comfort Zone เลย
นั่นเพราะการกลายมาเป็นเจ้าของกิจการ
(ที่จริงคือเมียเป็นเจ้าของที่แท้จริง แต่ก็นั่นแหละ)
ทุกวันนี้ขาข้างหนึ่งเลยค่อนข้างตรงข้ามกับวิถีสลอธ
เพราะเมียชอบสายนั้น เราก็เป็นฝ่ายสนับสนุน
เอาจริงคือฝ่ายวางแผน :39b:
และขาอีกข้างก็กำลังค่อยๆ สานฝันไปเรื่อยๆ
แน่นอนว่าไม่เกี่ยวกับเงิน แต่เกี่ยวกับเป้าหมายในชีวิตที่จะไปเลือกแก่ตาย
พอพูดถึงการเป็นเจ้าของกิจการ ก็เลยนึกได้ว่าบริษัทที่ทำอยู่นี่
เป็นบริษัทที่แปลกอยู่อีกอย่างคือ เรื่องอายุไม่เกี่ยงนะครับ
พนักงานคนล่าสุดที่รับมานี่ก็ 50 กว่าๆ ได้ หน่วยก้านโอเคก็รับมาทำงานเฉยเลย
ถ้าเป็นเมื่อก่อนสมัยเป็น ผจก.บริษัท ก็จะอวดว่าเรารับสมัครคนไม่ดูวุฒิ
แต่เดี๋ยวนี้หนักกว่านั้น คือไม่ดูอายุเลย วัดกันที่ฝีมือเป็นปัจจัยเดียว
มีสอบสัมภาษณ์และสอบปฏิบัติก่อนทำงานจริงด้วย
อ้อ การสอบสัมภาษณ์ก็แสดงว่าต้องวัดอีกปัจจัยสินะ คือดูนิสัย
สรุป นิสัยดี ฝีมือดี แก่แค่ไหนก็มีงานทำครับ
ติดตามๆ :25:
ไม่ได้เข้าฟอนต์นานมาก
พรุ่งนี้จะไปโอนบ้านผีสิงแหละ อยู่แถวเกษตรนวมินท์
หลักๆจะซื้อไว้ทำสตูดิโอถ่ายรูปนลินฟ้า แล้วก็จะปล่อยเช่าด้วย
อยู่ดีๆก็เป็นหนี้อีกจ้า :07:
เอ้าๆๆ...ขอให้รุ่งเรือง
วันนี้มีเรื่องให้นอยด์เล็กๆ ก่อนกลับบ้าน
คือเจ้านายมาคุยด้วย ว่าอยากจะย้ายเราไปช่วยเขาอีกออฟฟิศนึง (ในเมือง) ทำเกี่ยวกับอสังหาฯ แน่นอนว่าเสนอเงินเพิ่มให้ (จริงๆ เงินเดือนเพิ่งขึ้นไปเมื่อสี่ห้าเดือนก่อน) โดยมีเงื่อนไขว่า เข้าออฟฟิศนั้นสัปดาห์ละ 3 วัน และอยู่ออฟฟิศนี้ ซึ่งใกล้บ้าน สัปดาห์ละ 2 วัน
ที่ทำให้นอยด์ ไม่ใช่แค่เรื่องต้องเข้าไปทำงานในเมือง แต่เป็นเรื่องทำให้จะไม่ได้ไปสอนสตูดิโอ ตอนบ่ายวันพุธอีกแล้ว เพราะที่ออฟฟิศนั้น พาร์ทเนอร์เขาคงไม่ค่อยแฮปปี้ ที่เราจะปลีกเวลาไปทำอย่างอื่น
ซึ่งตรงนี้ทำให้เราเสียดายมาก
สุดท้าย ก็ต้องการคว้าโอกาสนี้ไว้แหละ เขาอยากได้คำตอบคืนนี้ ก็กลับมาเรียบเรียงความคิดเขียนอีเมลไปถามเรื่องนู้นนี้ตามประสา
ส่วนงานสอนตอนนี้ก็หาคนไปแทน (ทาบทามพี่รหัสที่ศิลปากรไว้ ไม่รู้อาจารย์เขาจะว่ายังไงบ้าง)
เฮ่อ.. เป็นการตัดสินใจที่รู้สึกว่าขัดใจตัวเองที่สุดตั้งกะทำงานมาเลย :59:
ในเมื่อแยกร่างไม่ได้ ก็ต้องขัดใจตัวเองละครับ สู้ๆ ฮะ
ปรากฎว่าได้เงินมากกว่าไปสอน หยุดบ่นเลย.. แฮร่!! :30:
จริงๆ คือยังไม่ได้คำตอบเรื่องที่ถามไปหรอก แต่ลาพักร้อนเดือนหน้าอนุมัติแล้ว ก็สบายใจไปเรื่องนึง
นี่พรุ่งนี้ไปสอน คงต้องไปคุยกะอาจารย์ก่อน เฮ่อออ~ :42:
แสนยัง
เสี่ยบวบ
ผัวขา
:37: เสี่ยมันเป็นสไตล์การใช้ชีวิต
เสี่ยไม่ชนเดือน
อ้างคำพูดจาก: ยุนเอ เมื่อ 07 ม.ค. 2016, 16:31 น.
:37: เสี่ยมันเป็นสไตล์การใช้ชีวิต
เลี้ยงเด็กไรงี้อะนะ :37:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 07 ม.ค. 2016, 17:42 น.
เสี่ยไม่ชนเดือน
เงินเดือนเท่าไหร่ก็ไม่เคยพออะ.. นี่ถ้าไม่คิดจะเรียนต่อ ไม่คิดจะแต่งงาน เงินในบัญชีคงไม่เหลือเท่านี้หรอก (ซึ่งก็ไม่ได้เยอะเลย :3005:)
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 08 ม.ค. 2016, 10:16 น.
เงินเดือนเท่าไหร่ก็ไม่เคยพออะ.. นี่ถ้าไม่คิดจะเรียนต่อ ไม่คิดจะแต่งงาน เงินในบัญชีคงไม่เหลือเท่านี้หรอก (ซึ่งก็ไม่ได้เยอะเลย :3005:)
อย่างน้อยเรียนต่อก็เป็น personal development นะพี่
เพิ่งนึกได้ว่าทำงานมาปีนึงแล้ว ยังรู้สึกว่าตัวเองยังเป็นเด็กน้อยของที่บ้านอยู่
ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันของตัวเองเลย มีแต่กองทุนสีแดงๆ อยู่ไม่กี่บาท
งาน
มีปัญหาบ้างแต่พองาม มาให้มีสีสันในชีวิต คิดจะลาออกบ้าง พอมาอีกวัน อ้าวอยู่ต่อก็ได้ เป็นงี้มาหลายเดือนละ
เงิน
เพิ่งปรับไป มีปัญหาเรื่องติดเที่ยว มีเงินก็ลงทะเลไปซะครึ่งนึง
ความหวัง
หวังว่าตลาดงานที่ทำอยู่ตอนนี้มันกว้างไวๆ ไอ้ที่ทำอยู่มันโคตรแคบเลย 555
อนาคต
กำลังเครียดอยู่ ตัดสินใจไม่ถูกระหว่างต่อโทต่างประเทศในสาขาที่อยากเรียน แต่ตลาดในไทยโคตรแคบ กับเรียน MBA ในไทย
พอปรึกษาเพื่อนที่ต่อโท-เอก เพื่อนบอกว่า อย่าเรียนเลย แต่งงานมีลูกเหอะ ถ้าไม่ได้เอาไปใช้ในงาน
เริ่มคล้อยตามเพื่อน เพราะคิดไปคิดมา เหตุผลที่อยากเรียนตอนนั้น ตอนนี้มันไม่อยู่แล้ว หา passion ในการไปเรียนไม่เจอ
แต่ก็ยังอยากไปเรียนนะ ไม่ได้โหยหาการเรียน แต่คิดว่ามันเป็น self development มันสนุก
ถ้าจะเรียนก็ต้องไปปีนี้ เครียดฮะ คิดไม่ตกจริงๆ
อย่าสนตลาดไทยนะ ถ้าสายงานที่ทำมันเจ๋งจริง
กลับมาสร้างงานเองได้นะ
ตลาดไทยออกจะเจ๋งอย่างผลไม้นะยิ่งซื้อเยอะยิ่งถูก
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 11 ม.ค. 2016, 07:19 น.
ตลาดไทยออกจะเจ๋งอย่างผลไม้นะยิ่งซื้อเยอะยิ่งถูก
เดี๋ยวๆ คนละตลาดละพี่
ตูว่าตลาดแคบนี่ดี คู่แข่งน้อย ถ้าเจ๋งจริง โตก่อนคนอื่น คือได้เปรียบ :37:
ตลาดสดซิครับ เจ๋งกว่า เงินก็เงินสด นมก็นมสด เนื้อก็เนื้อสด :33:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 11 ม.ค. 2016, 11:22 น.
ตูว่าตลาดแคบนี่ดี คู่แข่งน้อย ถ้าเจ๋งจริง โตก่อนคนอื่น คือได้เปรียบ :37:
นี่ก็เป็นเหตุผลที่อยากไปเรียนอะพี่ แต่ค่าใช้จ่ายก็ยังต้องพึ่งที่บ้านอะ ถ้าไปเรียนแล้วกลับมาไม่คุ้มมันก็เสี่ยง
พอทำงานเองแล้วมันก็รู้สึกว่าไม่อยากใช้เงินที่บ้านแล้วอะ ถ้าไปเรียน ค่าใช้จ่ายก็ปีละล้านกว่าบาทเลย ถึงทำงานไปด้วย ก็ยังค่าใช้จ่ายเยอะอยู่ดี
:37: สอบทุนไง
เกรดต่ำเตี้ยเรี่ยดินมากพี่ 5555 ว่าจะลองสอบ erasmus ดู ได้ก็ดี ไม่ได้ ไม่ไปก็ได้
ห่างหายกันมานาน มีตติ้งงานเงินกันไหมมมม
นานขนาดที่ยังใช้ภาพลูกสาวคนโตตอนขวบเดียว :30:
โอ้เย่ บิกินี่ๆๆๆๆ
มีตๆๆๆๆ
นานา ตีมบีกินี่ นะ :30:
:51:
ปะ :52:
คันไม้คันมืออยากจะแปะบางรูป :37:
:10:
มาเจิมรับ 2017 ค่ะ
งาน
ตอนนี้ทำงานเงินอยู่ 3 ประเภท อธิบายชาวบ้านยากมากว่ากำลังทำอาชีพอะไรอยู่ :30:
- โปรดักชันทั้งหลาย จากต้นปีที่ทำเองเป็นส่วนใหญ่ ช่วงหลังๆเริ่มหาคนมาเป็นทีมได้แล้ว เย้ๆ \:37:/
- เขียนเชิงวิจัย ชอบงานแนวนี้มากกกก :3005: รู้สึกว่าทำได้ตลอดเวลา ไม่ต้องบิ้วอารมณ์เลย แต่ยังรู้อะไรในวงการนี้ไม่มาก ต้องฝึกอีกเยอะ
- เป็นวิทยากรเวลามีค่ายหนัง ค่ายทำสื่อ ที่พูดถึงเนื้อหาทางสังคม อันนี้ก็จ้อบเล็กจ้อบน้อยแต่รู้สึกมีคุณค่าดี ได้ฝึกทักษะการอบรม/สอน
งานอดิเรกก็คือทำเกม Coconut Empire จากที่กราฟขึ้นๆลงๆมาปีครึ่ง
ตอนนี้น่าจะเป็นเทิร์นขาขึ้นแล้ว ไม่ได้เห็นความฝันเป็นความมโนแล้วอะ มันจริงขึ้น ตื่นเต้น
เงิน
- หลังจากขายหุ้นเน่าตังก็หายไป 8 หมื่น เลิกแล้วเล่นหุ้น ยังไม่พร้อมกับการลงทุนแบบนี้ (คือมันต้องขยันศึกษา ติดตามข่าวสารต่อเนื่อง ซึ่งไลฟ์สไตล์ยังไม่เอื้ออำนวย) แต่ก็ทำให้กล้าทำอะไรมากขึ้น เพราะรู้สึกว่า จ่ายตังจ้างคนมาทำความฝันให้เป็นจริงยังถูกกว่าเสียหุ้น
- เป็นปีที่ ได้เยอะ จ่ายเยอะ เที่ยวประมาณ 11 ทริป :30: เงินหยอดกระปุกรวมที่ที่บ้านยืมไปเหลืออยู่แถวๆ 400k (ไม่เยอะนะคะถ้าเป็นฟรีแล้น ไม่มีอสังหาด้วย หมดแล้วก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากเรี่ยวแรง)
เริ่มคุมสติได้มากขึ้น ปรับแนวคิดทางการเงินให้ตรงกับโลกมนุษย์ได้มากขึ้น
จากที่จะเห็นนานาเครียดๆ เรื่องที่บ้านยืมตังนั่นนี่ พอทำใจได้ก็เห็นว่าที่เป็นทุกข์เพราะเรื่องใจมากกว่า
คือเรากังวลเพราะชีวิตเราไม่แน่นอน ตัวเองไม่แน่นอนคนเดียวอะเอาอยู่ แต่ไม่แน่นอนหลายคนมันก็หวั่นไหว
ปีหน้าเลยเริ่มคิดว่าจะต้องทำกิจการเพื่อหารายได้ประจำโดยที่ยังทำอะไรที่อยากทำได้อยู่ อ่านในหมวดถัดไปโลด :30:
ความหวัง
หลักๆก็จะทำงานที่อยากทำต่อ (เขียนเชิงวิจัย, สอน, ทดลองทำนั่นนี่) แต่จะปรับงานโปรดักชันเป็นโปรดักชันเฮาส์ :37:
ปรับเพราะ เริ่มจับทางได้ว่าคนที่มาจ้างเราทำงานและจ้างซ้ำหลายๆครั้งเป็นคนประเภทไหน
เป็นลูกค้าแนวที่หา Suplier ที่เข้าใจเค้าจริงๆได้ยาก คือถ้าเขาไปจ้างคนอื่น อาจจะเป็นลูกค้าผู้น่ารัก
พวกนี้มาอยู่กับเราเขาแฮปปี้และน่ารักมากกกกกก ซึ่งคงมีแบบนี้อีกเยอะ :47:
คงไม่ได้เป็น บ ใหญ่โตอะไร มีทีมประจำเพิ่ม 2-3 คน
ช่วงแรกไม่ต้องลงทุนเป็นเงินด้วย ขยันหางานกะทำระบบงานให้ดีๆก็พอ
ถ้าได้งานประจำเดือนละ 4 เจ้า นานาก็จะไม่เครียดเรื่องตังทางบ้านแล้วล่ะ ขอมาเหอะ เอาไปเล๊ยย \:37:/
แล้วก็ปีหน้า น่าจะได้ฤกษ์ขายเกมซะที ขายในไทยได้สัก 30 กล่องก็ดีใจแย่ละ
ถ้าได้ลง Kickstarter ก็จะลุ้นๆ อยากให้ได้สักแสนนึง (ไว้คืนทุนหุ้น :30:)
ที่หวังจริงๆ กับงานนี้คือขายองค์ความรู้ที่ได้จากการทำเกมมากกว่า
แบบ เขียนหนังสือได้เป็นเล่ม แล้วก็ต่อยอดทางวิชาการได้
ที่ผ่านมาเห็นปัญหาด้วยว่า อาจารย์ที่มหาลัย ชอบเอาวิธีคิดแบบแก้ปัญหามาตั้งต้น
งานสื่อบางประเภทที่ควรจะออกมาสนุก เลยออกมาเป็นสื่อสั่งสอนคนหมดเลย
เขาไม่เคยออกแบบด้วย Track อื่นไง เด็กที่จะทำอะไรจากแรงบันดาลใจต้องงมเองใหม่หมด
ทั้งๆที่ MIT ทำเป็นหลักสูตรได้ตั้งนานแล้ว (นานาก็เรียนมาจากคอร์สออนไลน์ของ MITx)
งานสอนเรื่องนี้น่าจะบูมในอีกปีสองปี เพราะมันเป็นวิธีคิดที่รับกับ 4.0 พอดี :37:
อนาคต
เอาจริงอยู่ในจุดที่คิดว่า ถ้าไม่เจ็บป่วยหรือสูญสิ้นอิสรภาพ ก็คงไม่อดตายอะ ทางหนีทีไล่โคดเยอะกลัวไร
วันไหนที่อยากมีชีวิตนิ่งๆ เป็นอาจารย์ก็น่าจะเป็นได้เพราะจะเป็นอย่างจริงจัง สอน + วิชาการ คืองานที่โคตรมีความสุข
อยากเป็นศิลปิน ก็แค่กลับมาอยู่เชียงใหม่ มีบ้านที่ไม่ต้องเช่า มีคนทำกับข้าวให้กิน มีรายจ่ายที่ถูกมาก และมีเพื่อนที่สนิทมากๆตั้งหลายคน
พอมาคิดแบบนี้ก็ต้องคิดว่า ทุกๆอย่างที่เรามี มันก็ไม่ได้เกิดจากเราคนเดียว 100%
ต้องขอบคุณครอบครัวเหมือนกันที่ให้ต้นทุนชีวิตมาเยอะ วันที่ต้นทุนหมดเราก็ยังไปต่อได้
หรือเวลาได้คุยกับเพื่อน เราก็รู้สึกว่าทุกคนมีปัญหาเหมือนกันหมด
บางบ้านพ่อแม่มีหนี้ยี่สิบล้าน (ยังหมุนได้ ไม่ล้มละลาย) ทุกวันนี้ก็ยังอยู่ได้สบายดี
เออ ชีวิตกูก็ดี๊ดีนี่หว่า ที่ยังเป็นทุกข์เพราะคิดว่าทำได้มากกว่านี้ล่ะมั้ง
แล้วก็เป็นทุกข์เพราะยังไปไม่ถึงที่ที่อยากไปมากกว่า แต่ก็ยินดีเป็นทุกข์นะ ถ้าทุกข์แล้วได้ไปต่ออะ :30:
แบบไม่เพ้อเจ้อ :
ถ้าทำเฮาส์ จังหวะชีวิตคงเปลี่ยน ต้องรับผิดชอบอะไรๆ เยอะขึ้น
น่าจะเป็นเรื่องที่เรากลัวที่สุดละ คือกลัวสูญเสียความสบาย
แต่ก็หวังว่าสิ่งที่ทำจะนำมาซึ่งความสบายรูปแบบใหม่น่ะนะ
แฮปปี้นิวเยียร์ค่า \:37:/
ใช่ ชีวิตดี ควบคุมพลังของตัวเองได้อย่างใจด้วย :07:
ไม่รู้ทำเท่ไปงั้นป่าวนะ มะกี้เล่นเกมรัวๆลืมโลก แล้วกลับมาอ่านใหม่
รู้สึกว่าโห นานาตอนเช้าฮึกเหิมจัง เห็นตัวเองตอนนี้คืออีกแบบนึงอะ :30:
อันนี้แบบดิบๆ
โพสต์ ฟบ แบบ เข้ารหัสไว้หน่อยๆ
งาน
ทำงานประจำที่ central มาครบปีแหล่ว ตำแหน่งตอนที่รับเข้ามาคือ pm เข้าไปรับงานแล้วมาบอกทีมพัฒนาจบงาน
ทำจริงๆ คือ รับสมัคร สัมภาษณ์ คุมทีม รับงาน ทำรายงาน ดีลกับชาวบ้าน
อัพสกิลบริหารรัวๆ เจอปัญหางี่เง่ารัวๆ พยายามทำความเข้าใจอยู่
เงินดีระดับหนึ่ง กำลังรอและหาทางอัพเงินไปอีกระดับหนึ่ง
งานนอกเป็น โปรแกรมเมอร์ต๊อกต๋อยให้บริษัทที่เมกา (อันนี้หลายๆ คนจะพอรู้แล้ว) ได้ต่อเดือนประมาณ สี่หมื่นนิดๆ
พึ่งปิดดีลพอเพิ่มเงินรายชั่วโมงอีกร้อยนึง ค่อเดือนจะบวกเพิ่มอีกหมื่นๆ กว่าๆ ถึงสองหมื่นละ
เงิน
เป็นปีที่มีเงินเก็บเป็นครั้งแรก TvT หลังจากเข้าแผนฟื้นฟู กอบกู้หาเงินให้พอใช้ พอผ่อนบ้านมาหลายปี
คาดหวังจะมีล้านแรกของตัวเองภายในปีี้ซักที (ติดที่ลงทาวเวอร์เบียร์หมด)
เริ่มหาทางลงทุนต่างๆ มากขึ้น อาจจะเปิดร้านเสื้อกับเพื่อน ถ้าคุยกันลงตัว
กองทงกองทุนจับยัดใส่ไปบ้างๆ เป็นเงินขำๆ ตอนนี้กำไร 6%
forex ขาดทุน 50%
ผ่อนบ้านเดือนละสองหมื่นละ รอโบนัสน่าจะโปะได้อีก
ความหวัง
อยากลองไปทำงานต่างประเทศชุบตัวบ้างละ ใครมีแนะนำบ้างนะครับ -/\- เกาหลี ญี่ปุ่น เมกา
อนาคต
ยังไม่มี
มีแหละ แต่ยังหาทางไปไม่ได้ อยากกลับหาดใหญ่ทำอะไร ชิลๆ เงินดีๆ แต่ที่หาดใหญ่ไม่เข้าใจ ;__;
สสวปม ทคค
ทุกคนเท่มากอะ :25: อ่านละรู้สึกมีพลังพวยพุ่ง
ต่อไปอาจต้องเพิ่มหมวดสุขภาพเข้ามาด้วยไหม ตอนนี้อายุอานามแต่ละคนเริ่มถึงวัยนี้แล้ว :30:
:12: ไปได้สวยกันทุกคน
คำแนะนำจากตูนะ
คิดอะไร อยากทำอะไร จงทำก่อนอายุสี่สิบ
เมื่อก่อนที่บ้านก็สอนไว้ อยากทำอะไรให้รีบทำ
ถามว่าทำไม เขาบอกว่าเกินสี่สิบแล้วจะหมดไฟ ตูก็เพิ่งเข้าใจตอนนี้แหละ
คือช่วงผ่านยี่สิบมาสามสิบนี่เรายังไม่เห็นอะไรชัดนะ
แต่พอสามสิบผ่านมาสี่สิบนี่ มันชัดมาก
ทำโน่นนิด นี่หน่อย เหนื่อยล่ะ
แล้วความช้าแม่งก้าวกระโดดเป็นเอ็กโปเนนเชีียล
คิดช้า ทำช้า ทุกอย่างแม่งช้าไปหมด
ทั้งๆ ที่อยากให้มันเร็ว แต่ร่างกายมันไม่สดเหมือนวัยรุ่นแล้ว
เจอแค่เรื่องสายตาปรับเป็นสายตายาว เจอแค่เรื่องฮอร์โมนที่เปลี่ยน
วัยรุ่นไม่เคยเข้าใจ แต่ต้องเจอ :05:
วัยรุ่นเซ็ง :3005:
:3005:
พี่ณตฉู้ๆ \:37:/
ปลายเดือนกันยาปีที่แล้ว ไปดูข้าวก่ำ ที่ข้างบ้านเค้าช่วยเอาไปเลี้ยงให้
ข้าวก่ำเพิ่งขึ้นจากน้ำ คึกมาก กระโดดเข้ามาหา
ก็เลยต้องเดินถอยหลัง ขาไปเกี่ยวกะหญ้า ล้ม เอามือซ้ายลงยันพื้นไว้
ดังกรึ๊บ! แขนหัก
ตกใจมากๆ หักตรงข้อศอก ศอกไม่ได้กระแทกพื้นนะ
มันเหมือนกะแขนเราบิดไปในทิศทางที่ไม่ปกติน่ะ
เจ็บมาก มือขวาจับแขนซ้ายห้อยๆ เดินกลับบ้าน (ประมาณสองร้อยเมตร)
ระหว่างทางเหมือนจะเป็นลม เพราะเจ็บเกิน
ถึงบ้านเปลี่ยนกางเกงได้ เปลี่ยนเสื้อไม่ไหว
ขับรถ โทรเล่าให้ติ๋มฟัง
ไปรับติ๋มที่สำนักงาน แล้วก็ขับไปโรงบาล(เอง)
TvT
จะเล่าว่าสังขารมันตามอายุอย่างที่ป๋าณตว่าน่ะครับ
เปราะบางเกิ๊น :05:
ตอนนี้ก็ยังใช้แขนซ้ายไม่ถนัด มันยังตึงๆ อยู่เลยอะครับ
โอ๊ย เจ็บแทนเลย :05:
ผมขี่มอเตอร์ไซค์ มีหมาวิ่งตัดหน้า ตัดสินใจเบรคไม่ชนหมา แต่ผมหน้าไถพื้นถนนไปแถบนึง
ก่อนพบว่าข้อมือขวาหักเป็นของแถม โดนใส่เฝือกใหม่สองครั้งเพราะครั้งแรกใส่แล้วไม่เข้า
หมอต้องวางยาสลบเพื่อดึง เพราะมันเจ็บมากเวลาดึง นั่นละครับ คิดว่ามันไม่ควรจะหักได้เลย
สงสัยตอนลงพื้นถนนจำอะไรไม่ได้ เอามือขวาฟาดพื้นด้วยแน่ๆ :39: สามเดือนนิดๆ ใส่เฝือก
ข้อมือกะล็อคนิ้วโป้ง สุดๆ เลยครับ
แง้ การเป็นคนแก่มันน่ากลัว :3005:
โหด :05:
ของชายคลองหนักมาก :38:
ของผมแค่กระดูกปลายข้อศอกมันหักหลุดออกมาหน่อยนึง ไม่ต้องดึงไม่ต้องใส่เฝือก
ใส่ slab (เฝือกแบบเปิดน่ะ ถอดได้) ประคองไว้ประมาณเดือนนึง แล้วก็ห้อยแขนไว้ต่ออีกเดือนแค่นั้น
แต่ตูแค่เดินถอยหลัง แล้วล้มอะนะ :05:
:30: ไม่รู้จะสงสารหรือเห็นใจ
ออกกำลังกายและปรับโภชนาการกันเถิดครับ เพื่อต้อนรับวัยที่ร่างกายเริ่มเปราะบางมากขึ้นแล้ว :46:
พออายุมากขึ้นนี่โรคต่างๆ เริ่มมาจริงๆ ครับ
ปีที่แล้วตรวจสุขภาพแล้วพบว่าความดันสูงกว่าเกณฑ์ เจ้านายเลยให้ไปหาหมอตรวจละเอียด
หาหมอเสร็จสรรพเลยได้ความดันสูงติดตัวมาอีกหนึ่งโรค พร้อมทั้งโดนหมอไล่ให้ไปลดน้ำหนักอีกแล้ว :3005:
ปีนี้จะกลับมาวิ่งอีกครั้งหลังจากหยุดไปหลายปี
อ้างคำพูดจาก: papos เมื่อ 06 ก.พ. 2017, 10:56 น.
พออายุมากขึ้นนี่โรคต่างๆ เริ่มมาจริงๆ ครับ
ปีที่แล้วตรวจสุขภาพแล้วพบว่าความดันสูงกว่าเกณฑ์ เจ้านายเลยให้ไปหาหมอตรวจละเอียด
หาหมอเสร็จสรรพเลยได้ความดันสูงติดตัวมาอีกหนึ่งโรค พร้อมทั้งโดนหมอไล่ให้ไปลดน้ำหนักอีกแล้ว :3005:
ปีนี้จะกลับมาวิ่งอีกครั้งหลังจากหยุดไปหลายปี
ความดันสูงนี่ หมอห้ามการออกกำลังกายอะไรบ้างไหมครับ :46:
อ้างคำพูดจาก: Vikz เมื่อ 06 ก.พ. 2017, 11:53 น.
ความดันสูงนี่ หมอห้ามการออกกำลังกายอะไรบ้างไหมครับ :46:
หมอไม่ได้ห้ามอะไรเป็นพิเศษนะ แค่ให้ทำประจำอย่าหักโหม วันนึงซักครึ่งชั่วโมง เอาแค่เริ่มเหนื่อยนิดๆ อย่าถึงขนาดเหนื่อยจนหอบก็พอ
มีให้กำหนดค่าอัตราการเต้นของหัวใจว่าเกินเท่าไหร่ไหมครับ หรือแค่วัดความเหนื่อยเอาก็พอ
ขอบคุณครับ
:46:
เหมือนเป็นขาประจำของกระจู๋นี้เลย มาอัพเดทอีกละ :30:
รวมๆกันทั้งงานเงินความหวังอนาคต
วันนี้นั่งเคลียร์ wishlist ที่เขียนตอนสิงหาคมปีที่แล้ว ว่าอะไรได้ทำแล้ว อะไรยังไม่ได้ทำ ก็พบว่าครึ่งปีมานี้หลายๆข้อได้บรรลุไปอย่างไม่น่าเชื่อ ความงงคือ ตอนเขียนก็ไม่รู้หรอกว่าเราจะทำมันได้สำเร็จยังไง บางครั้งโอกาสก็มาแบบงงๆ เลยรู้สึกว่าฝันไปมั่วๆก่อน เดี๋ยวมันต้องมีทางไป แล้วก็ข้อไหนไม่สำคัญแล้วก็ตัดทิ้งไปบ้าง
สิ่งที่อยากได้ในรอบ 1 ปี
1. ขอทุนทำเกมโคโคนัทจากโครงการนักเกรียนฯ ขอแล้วได้แล้ว
2.ขับเคลื่อนตัวเองได้ จากเดิมที่ เกาะๆแฟนโต ๕๕๕ ตอนนี้รู้สึกว่าเออ มาแล้วหวะ เริ่มมาแล้ว
3.เป็นที่รู้จักในด้านการสื่อสารคอนเท้น รู้สึกว่าเป็นอยู่แล้ว ไม่เห้นต้องสนเลยว่าคนอื่นจะมองเรายังไง
4.เห็นอนาคตสามปีข้างหน้า เริ่มเห็นแล้ว เป็นอะไรต้องรอดูกันต่อไป :37:
5.โปรเจกต์ที่ริเริ่มเองได้เงินทุนทำในมูลค่าหลักแสน ไม่เชิงว่าเริ่มเอง แต่รวมกับเพื่อนทำ character lisensing ล่าสุดเพิ่งขอทุนกระทรวงวัฒนธรรมได้มาแสนนิดๆ กรีดร้อง เป็นครั้งแรกที่พิชต์งานเองแบบไม่มีแฟนมาช่วย ><
6.มีที่ไปในต่างประเทศ กรณีฉุกเฉิน เป็นข้อที่แพนิกกับการเมืองในประเทศมากๆ แต่ก็คือมีที่ไปจริงๆอะแหละ :30:
7.ได้กำไรจาก passive income รวม 20k : ยังไม่สำเร็จ เล่นหุ้นก็เจ๊งยับ ว่าจะผันมาทำลิขสิทธิ์ สต้อกเวคเตอร์ แต่ยังไม่ว่างทำ
สิ่งที่อยากได้ในรอบ 3+ ปี +
1.เป็นพลเมืองโลก ไม่รู้สึกว่าภาษาและการใช้ชีวิตต่างแดนเป็นข้อจำกัดแล้ว :37:
2.โปรเจกต์ที่ทำนั้นดีต่อคนอื่น ก็ดีอยู่แล้ว
3.มี Income จากหลายทาง เช่น ร่วมหุ้นกับเพื่อน, เปิดร้านให้ที่บ้าน : คิดว่าอันนี้ยังต้องคิดอีกยาวๆ ไม่อยากรีบคิด และฝืนทำในเรื่องที่ไม่มีพื้นฐานหรือไม่รู้จริง
4.ได้เงินทุนทำงานข้ามชาติ : อาจจะสำเร็จใน 3 ปีข้างหน้า :37:
5.เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ : อาจจะสำเร็จใน 1-2 ปีข้างหน้า :37:
6.มีพื้นที่ของตัวเองที่จัดกิจกรรมได้ เช่น บ้าน หรือ สตูดิโอ : ยังไม่อยากรีบลงหลักปักฐาน อาจจะใช้การเช่าชั่วคราว เพื่อดูว่ามีแล้วชีวิตดีขึ้นมั้ย คิดว่าจะต้องลองมีเร็วๆนี้
ึ7.ทำบ้านเชียงใหม่ให้พร้อมสำหรับการแก่เฒ่าของผู้ใหญ่ในครอบครัว : ตอนนี้ไม่มีปัญหาเรื่องคนดูแลและเงินแต่มันก็ยังไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้น คิดง่ายๆว่าถ้านานาเป็นอะไรไปก็คงแย่นิดนึง อันนี้ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะรองรับเรื่องนี้ยังไง ต้องค่อยๆคิดไป :42:
รวมๆรู้สึกดีนะที่เราจดบันทึกอะไรแบบนี้เอาไว้ แล้วก็จดแต่เรื่องดีๆ วันที่กลับมาอ่านเลยรู้สึกว่าทำได้นี่หว่า เดี๋ยวก็คงทำได้อีก นี่จดลง passion planner (http://www.passionplanner.com/)ที่ซื้อมาจากคิ้กสต้าทเต้อ อยากรีวิวเพราะเขาออกแบบมาให้เราจดแยกเรื่องงานกับชีวิตให้ priority มันขนานกันไป และจดแต่เรื่องดีๆเพื่อเป็นกำลังใจให้ตัวเอง ๕๕๕๕
โอ้ส
แนะนำว่าอย่าหุ้นกะเพื่อน และอย่าเปิดร้านให้ที่บ้าน :30:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 12 มี.ค. 2017, 17:32 น.
แนะนำว่าอย่าหุ้นกะเพื่อน และอย่าเปิดร้านให้ที่บ้าน :30:
เห็นด้วยกับป๋าเลย์
โดยเฉพาะเปิดร้านให้ที่บ้าน :37:
ดีที่มีไอเดียแต่ไม่มีทุนเลยยังไม่ได้ทำ :30:
คิดยากจัง นี่ก้อทำไรเป็นแต่แบบงานรับจ้าง
พ่อแม่แก่เฒ่านี่เป็นโจทย์ใหญ่สุดๆไปเลย
ก้าวไม่เล็กแล้วละนะนานา :45:
ช่วงนี้ชีวิตจังหวะนรกมาก ไว้เดี๋ยวว่างมาบ่นให้ฟัง
มาๆๆ ถึงบ้านละ ขอบ่นหน่อย
จริงๆ ช่วงนี้ก็นับได้ว่าขาขึ้นแหละ แต่มีเรื่องให้ได้ปวดหัวอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งไม่ชอบเลย เกลียดดราม่า
ต้องบอกว่าตอนนี้เรียนจบแล้ว แบบ unofficial เหลือแค่ขั้นตอนเอกสารต่างๆ
เล่าเรื่องเรียนก่อนละกัน คือไปเรียน ป. โท มา สาขา นวัตกรรมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มธ.
เรียนสนุกมาก คิดไม่ผิดที่เลือกเรียนสาขานี้ ถูกจริตเป็นที่สุด ได้มุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับวิชาชีพด้วย รวมถึงมุมมองใหม่ๆ ด้านการลงทุน ซึ่งเปิดโลกมาก
ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดเรื่องเรียนต่อเลย จนวันนึงรู้สึกว่าไม่ได้ละ เหมือนต้องการขยับเสต็ป ก็คิดว่า งั้นเรียนต่อเถอะ ซึ่งช่างน้ำหนักแล้วเราน่าจะไปทางนี้ได้
ที่แรกที่สมัครคือจุฬา ปรากฎว่าตกสัมภาษณ์ คิดเอาเองว่าเขาไม่อยากได้บุคลิกอย่างเรา สุดท้ายคุยกับเพื่อนที่เรียนเปรียบเทียบกัน ก็เออ เราเรียนมธ. เหมาะกว่าจริงๆ
จบมาด้วยเกรดเฉลี่ยที่สวยงาม เพราะเรียนแล้วชอบ จนพอใกล้จบก็เริ่มมีความคิดการหางานใหม่...
ระหว่างทำวิทยานิพนธ์ก็ดูไปเรื่อยๆ เน้นไปทางสาขานี้เลย แต่ไม่ได้ไปสมัครที่ไหนสักที่ อย่างที่หลายๆ คนรู้ ว่าที่ปัจจุบันนี่ทำมา 7 ปีแล้ว เหนื่อย แต่ผลตอบแทนโอเค แหละเจ้านายสนับสนุน และเมตตาตลอดมา ทำให้เข้าสู่ความรู้สึกว่าอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ ความอยากย้ายงานเลยยังอยู่ในระดับที่น้อยมากๆ
มีกลัวๆ อยู่บ้างว่า การทำงานเราเนี่ยจับฉ่ายมาก ไม่ได้เก่งอะไรเป็นพิเศษเลย คือทำตั้งแต่เรื่องสากกะเบือยันเรือรบ จ้างเราคนเดียวได้ทั้งแอดมิน HR สถาปนิก เลขา ฯลฯ ก็เลยคิดว่าถ้าวันนึงมันมีเหตุให้ต้องเปลี่ยนแปลง ใครมันจะไปต้องการสกิลอย่างเรา ด้วยค่าตัวเท่าที่เราได้อยู่ จนวันนึงโอกาสก็มาเคาะประตูถึงห้องเรียน
เรียนจะจบอยู่แล้ว อ. ท่านนึง (คนนี้เก่งมากและอายุเพิ่งจะ 40 แต่เป็นระดับเซียนในหลายๆ ด้าน) แกทำงานเป็นที่ปรึกษาของ CEO บ.ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่รายนึง แกพา HR มาโรดโชว์ที่มหาลัย เพื่อหาคนสมัครเข้าโครงการ PD Trainee ของบริษัท
PD = Project Development มีหน้าที่ตลอดโครงการ ตั้งแต่ศึกษาความเป็นไปได้ ออกแบบ ก่อสร้าง ประสานงานทั้งซับ และราชการ การตลาด จนถึงการขาย และโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่น่าสนใจมาก และดูมีความก้าวหน้าดี ติดแค่มีข้อนึง เขาบอกว่าอยากได้อายุ ไม่เกิน 28 เพราะห่วงเรื่องการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งเราก็ถามเรื่องนี้ เพราะอายุเกินมาเยอะ เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร ไม่ใช่เกณฑ์การพิจารณาหลัก ก็เลยลงชื่อไว้
ผ่านไปไม่ถึงเดือน เขาก็โทรมา ขอ resume ก็ส่งไปให้ ไม่กี่วันหลังจากนั้นก็ถูกเรียกสัมภาษณ์ ซึ่ง อ.ท่านนี้เป็นคนสัมภาษณ์เอง ร่วมกับผู้ใหญ่ทาง HR และการสัมภาษณ์สนุก + โหดมาก ถามยาก และห้ามตอบกำกวม ต้องฟันธงตอบ และขั้นตอนมีหลายขั้น สุดท้ายให้ทุกคน (28) ทำกิจกรรมร่วมกันด้วย ตอนนั้นก็ไปแบบไม่คิดอะไร สนุกดี
สองสัปดาห์หลักจากนั้นเริ่มมีการโทรกลับเพื่อตกลงเรื่องผลตอบแทน และวันเริ่มทำงาน ซึ่งก่อนหน้าแค่วันเดียว เราเพิ่งอีเมลไปหา HR ใจความประมาณว่า ขอบคุณที่เรียกเราเข้าสัมภาษณ์ เราอยากทำงานกับคุณนะ ถ้าต้องการรายละเอียดอะไรเพิ่ม ให้ติดต่อเราได้เลยนะ แต่สุดท้าย ก็ไม่มีใครโทรมา
ช่วงนั้นเราก็คุยกับน้องๆ ที่รู้จัก และไปสัมภาษณ์ก็ได้รู้ว่าแพคเกจที่เขาให้เนี่ย ไม่มีทางใกล้เคียงกับที่เราขอ ก็ทำใจละ ไม่เป็นไร ค่อยว่ากันใหม่ สัปดาห์ถัดมา HR โทรมา บอกว่าเรา over qualify เลยส่งต่อไปให้ BU พิจารณา สุดท้ายมีผู้บริหารสนใจ อยากจะเรียกมาคุย ให้เข้ามาอีกครั้งได้มั้ย
จังหวะนรกครั้งแรกเกิดขึ้นแล้ว เพราะก่อนหน้าที่เขาจะโทรมาไม่กี่วัน เพิ่งตัดสินใจจองตั๋วไปไต้หวันช่วงเดือน ต.ค. เพราะคิดว่าไม่ต้องลุ้นกับที่นี้แล้ว
ก็ไม่เป็นไร ถ้าได้ค่อยคิดเรื่องนี้อีกทีนึง...
วันนี้ไปสัมภาษณ์มาแล้ว ได้เจอคนคุมโปรเจคที่เขาอยากให้เราไปอยู่เลย เขาบอกว่า จริงๆ พี่อยากได้วิศวกรนะ แต่เห็นโปรไฟล์เราแล้วชอบ เลยอยากเจอ ถามนู่นนั่นนี่เสร็จ คุยกันสักพัก ไม่น่าเกิน 15 นาที เขาก็บอกว่า พี่ว่าโอเคนะ พี่โอเคกับเรา เหลือว่าเราจะโอเคมั้ยแล้วล่ะ.. หา?? นี่คือถ้าผมตอบตกลง ก็คือได้งานนี้งั้นเหรอ? เขาก็บอกว่าอือ ที่เหลือให้เป็นเรื่องของ HR
เราก็เลยถามว่า เราต้องให้คำตอบภายในเมื่อไหร่ ก็ได้คำตอบว่าอยากได้ภายในกันยา ตุลาให้เริ่มงานเลยเป็นอย่างช้า พี่รอตำแหน่งนี้มานานแล้ว ให้รออีกนิด รอได้
นี่คือเป็นเหตุให้จังหวะนรกที่ 2 ตามมา
ระหว่าขับรถกลับออฟฟิศ ลูกพี่ก็โทรมา...
ต้องเท้าความก่อนว่า ตอนนี้มี พนง. ประจำที่ กทม. แค่ 2 คน สมมติว่าอีกคนชื่อ น.
ลูกพี่โทรมาบอกว่า คุยกับ น. แล้วนะเรื่องนี้ แล้วก็เล่าปัญหาเรื่องที่เราพอรู้อยู่ก่อนบ้างแล้ว สรุปเป็นข้อๆ ได้ประมาณนี้
๑. พาร์ทเนอร์ทางนู้นมีปัญหา เก็บเงินลูกค้าไม่ได้ แล้วลูกค้าพวกที่เก็บเงินไม่ได้ เป็นลูกค้าที่มาจากเครือข่ายของพาร์ทเนอร์
๒. บริษัททางโน้นติดลบอยู่สี่ล้านกว่าบาทเพราะข้อ ๑
๓. ลูกพี่จะเลิกทำงานกับพาร์ทเนอร์คนนี้ เพราะท่าทางจะมีแต่แย่ลง (ตอนนี้บริษัททางโน้นติดเงินลูกพี่อยู่อีกล้านกว่าบาท / ส่วนนึงคือค่าเงินเดือนพนง. / เงินเดือนเดือนที่แล้ว ลูกพี่จ่ายเรากับ น. เอง ไม่ได้มาจากทางโน้น)
๔. ลูกพี่เลยอยากให้ทำสัญญากับ น. ไว้ก่อน ว่าถ้าเวิร์สเคสก็คือเชิญออก ถ้าเขาเคลียร์ได้ และดึงลูกค้าชั้นดีมาทำต่อได้ ก็ยกเลิกสัญญา (ที่ว่าให้อก) นี้
อ้าว... เอาแล้ว ทำไมจังหวะเรื่องแบบนี้มาตอนนี้
แหม่น่าจะเชิญเราออกด้วย (น. จะได้ชดเชย 6 เดือน แต่ถ้าอายุงานเท่าเราจะได้ 8 เดือน)
เห็นได้ชัดว่าหัวเลี้ยวหัวต่อมาก แล้วใจเราไปที่ใหม่แล้ว แต่เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ ซึ่งถ้าเราตกลงกับทางนู้นได้ลงตัว เราก็ต้องรีบบอกให้เร็วที่สุด ซึ่งจังหวะนี้ดูเหมือนเราตัดช่องน้อยแต่พอตัวมากๆ จังหวะนรกมั้ยล่ะ
ตอนนี้ก็คงได้แต่รอ ว่าจะมีฟีดแบกจากทางนู้นยังไงบ้าง แล้วค่อยว่ากันไปที่ละขั้น ซึ่งยังไงก็คงต้องมีคนเจ็บ
ส่วนดราม่าที่บ่น เป็นดราม่าครอบครัว ยายทพเลาะกับแม่ เพลียมากกกก ขี้เกียจเล่า :30:
ปัญหาคนในนี้มีแต่เรื่องเท่ๆ อะ รออ่านต่อนะ :25:
ชีวิตมีสีสันอะ :25:
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดครับ จังหวะทำนองจะดีหรือไม่ดี ถ้าเราคุมคีย์ร้องเราได้ อะไรหนักๆ มันก็ดูเบาได้ ว่าแต่เสียดายทริปไต้หวันใช่ม้า :43:
ดราม่าครอบครัวนี่ที่ไหนก็มี ยิ่งแก่ยิ่งเจอ :30:
มาแอบแปะรอฟังอัพเดต อ่านมึงเขียนสนุกกว่าตอนฟังมึงเล่าเยอะเลย มึงเล่าสั้นจุ๊ดจู๋
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 31 ก.ค. 2017, 19:34 น.
ระหว่าขับรถกลับออฟฟิศ ลูกพี่ก็โทรมา...
ต้องเท้าความก่อนว่า ตอนนี้มี พนง. ประจำที่ กทม. แค่ 2 คน สมมติว่าอีกคนชื่อ น.
ลูกพี่โทรมาบอกว่า คุยกับ น. แล้วนะเรื่องนี้ แล้วก็เล่าปัญหาเรื่องที่เราพอรู้อยู่ก่อนบ้างแล้ว สรุปเป็นข้อๆ ได้ประมาณนี้
๑. พาร์ทเนอร์ทางนู้นมีปัญหา เก็บเงินลูกค้าไม่ได้ แล้วลูกค้าพวกที่เก็บเงินไม่ได้ เป็นลูกค้าที่มาจากเครือข่ายของพาร์ทเนอร์
๒. บริษัททางโน้นติดลบอยู่สี่ล้านกว่าบาทเพราะข้อ ๑
๓. ลูกพี่จะเลิกทำงานกับพาร์ทเนอร์คนนี้ เพราะท่าทางจะมีแต่แย่ลง (ตอนนี้บริษัททางโน้นติดเงินลูกพี่อยู่อีกล้านกว่าบาท / ส่วนนึงคือค่าเงินเดือนพนง. / เงินเดือนเดือนที่แล้ว ลูกพี่จ่ายเรากับ น. เอง ไม่ได้มาจากทางโน้น)
๔. ลูกพี่เลยอยากให้ทำสัญญากับ น. ไว้ก่อน ว่าถ้าเวิร์สเคสก็คือเชิญออก ถ้าเขาเคลียร์ได้ และดึงลูกค้าชั้นดีมาทำต่อได้ ก็ยกเลิกสัญญา (ที่ว่าให้อก) นี้
อ้าว... เอาแล้ว ทำไมจังหวะเรื่องแบบนี้มาตอนนี้
แหม่น่าจะเชิญเราออกด้วย (น. จะได้ชดเชย 6 เดือน แต่ถ้าอายุงานเท่าเราจะได้ 8 เดือน)
เห็นได้ชัดว่าหัวเลี้ยวหัวต่อมาก แล้วใจเราไปที่ใหม่แล้ว แต่เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ ซึ่งถ้าเราตกลงกับทางนู้นได้ลงตัว เราก็ต้องรีบบอกให้เร็วที่สุด ซึ่งจังหวะนี้ดูเหมือนเราตัดช่องน้อยแต่พอตัวมากๆ จังหวะนรกมั้ยล่ะ
ตอนนี้ก็คงได้แต่รอ ว่าจะมีฟีดแบกจากทางนู้นยังไงบ้าง แล้วค่อยว่ากันไปที่ละขั้น ซึ่งยังไงก็คงต้องมีคนเจ็บ
ส่วนดราม่าที่บ่น เป็นดราม่าครอบครัว ยายทพเลาะกับแม่ เพลียมากกกก ขี้เกียจเล่า :30:
เอาละ.. วันนี้โทรมาขอหลักฐานเงินเดือนเดิม ก็บอกไปตามจริง ว่าไม่มีสลิปเงินเดือนนะ บริษัทเล็ก แต่มีหลักฐานเป็นเงินเข้าบัญชีประจำทุกเดือนเท่านี้ๆ นะ
ซึ่งก็อธิบายว่าตัวเลขนี้ที่ให้ดูน่ะ มันคือ Net หลังหักภาษี หักประกันสังคมแล้วนะ.. แต่เลขที่เราคุยกันมันคือ Gross ใช่มั้ย เพราะงั้น พี่ตอบตกลงผมเหอะ ผมคำนวณแล้ว (เราให้เงินเดือนที่เราต้องการไปเป็นช่วง ไม่ได้ให้ตัวเลข Fix // เขาจะได้มีช่วงให้ต่อรอง ไม่ใช่ยังไงก็ต่อให้ถูกลง) เลขต่ำสุดที่ขอไปน่ะ ผมได้ Net เพิ่มแค่พันกว่าบาทเองนะ.. ถ้าพี่จะให้ผมเลขเยอะสุดที่ผมขอ ก็จะเป็นพระคุณมากครับ.. :27:
รอต่อไป :56:
เสี่ยบวบบบบ
อีกไม่นานก็คงได้เวลาเกษียณแล้วซินะ
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 04 ส.ค. 2017, 10:24 น.
ก็ไม่น่าได้เยอะเท่าเสี่ยเอนะ :29:
ได้เวลาบวบ...ควบไม่ยั้งแล้ว :30:
เขียนมั่งๆ ไม่ได้อัพเดทชีวิตนานแล้ว
งาน
คือไม่ได้คาดคิดว่าจะมาสู่จุดนี้จริงๆ คือการเป็น producton house เล็กๆ จนเป็น production ขนาดกลางๆ
เพราะตลอดเวลาที่เรียน หรือ ตั้งเป้าไว้กับความชอบคือ "ชอบนั่งหน้าคอม"
อยากทำงานเบื้องหลังผ่านจอคอมมากกว่า ใช้สกิลการการกดปุ่ม
มากกว่างานเบื้องหลังที่ต้องปฎิสัมพันธ์กับผู้คน เพราะคุยกับคนไม่ค่อยเก่ง
จะว่าไงดีล่ะ เหมือนผมชอบสื่อสารแบบตรงๆ เหมือนหุ่นยนต์ เลยกลัวการพูดไม่ดีแล้วไปกระทบใจคนอื่น
แต่ ชีวิตก็กำหนดไม่ได้เสมอ
วันที่เริ่มทำ production ก็กลัวๆนะ เพราะเป็นคนขี้กลัวอยู่แล้ว เวลาทำอะไรไม่คุ้นเลยยิ่งกลัวไปใหญ่
เพราะกลัวเลยต้องยิ่งศึกษา ข้อดีของยุคนี้คือตำราอยู่ในอินเตอร์เน็ต แถมเป็นวีดีโอด้วย อยากรู้อะไรมีคนบอกหมดทุกอย่างแล้ว
แค่ขยันอ่าน-ดู เยอะๆแค่นั้นเอง ซึ่งเป็นของชอบของผมเลย คือ "การนั่งหน้าคอม" 555 :30:
ดังนั้นทุกอย่างเลยผ่านมันมาได้ด้วยดี มั่วบ้างดีบ้างสลับกันไป
แต่สิ่งที่ได้มาคือ เราได้เจอคนเก่งๆ ในด้านต่างๆในสายงานที่เกี่ยวกับด้านภาพยนตร์
ด้วยความที่ผมไม่ได้เรียนมาด้านนี้ แต่ดันไปนั่งตรงตำแหน่งที่เรียกว่า "ผู้กำกับ" เลยทำให้เราชอบถามคนที่มาทำงานด้วย
ว่า "ไอ้นี่ทำยังไง" "ไอ้แบบนี้ดีมั้ยครับ" เลยกลายเป็นการคุยถูกคอ ทีมงานและคนที่ทำงานด้วยก็คงเปิดใจกับเรามั้ง
ผมเลยได้รู้จัก ได้พูดคุยกับคนมากมาย แต่กำไรสุดคือการได้เจอสาวตึงๆ เพียบ!! :51: :30: :30: (อีห่าเปิดมาดีแล้วจะพังตรงบรรทัดเนี้ยะ)
งานที่ไม่รู้จักและไม่อยากทำ ก็เลยกลายเป็นความสนุก
ทุกวันนี้การดูหนัง เป็นการศึกษาอย่างนึง ทุกศาสตร์ในนี้สนุกไปหมด
ตั้งแต่การเขียนบท ซึ่งเราได้รู้จักคนเขียนบทเก่งๆ พอทำไปก็ซึมซับวิธีการ การมองบท การตีความมากขึ้น
การเล่าเรื่องด้วยภาพ ก็สนุก ได้รู้จักวิธีเล่นกับอารมณ์ความรู้สึกของคนดู
การเล่าเรื่องด้วยเสียง ก็สนุก รู้ว่าทำยังไงถึงจะทำให้ภาพมีพลังด้วยการใช้เสียง การเข้าออกของเพลง ฯลฯ สนุกไปหมด
ทุกวันนี้ยังนั่งดู Tutorial ตางๆใน youtube อยู่เลย ความรู้มีให้ดูแบบไม่จบสิ้น
แต่ก็เป็น Production ขนาดที่มีพนักงานประจำ 1 คน (คือตูเอง)
และทำงานที่บ้าน ทีมงานทั้งหมดเป็น outsource ซึ่งเรากำหนดเองแหละว่าจะเป็น model แบบนี้
คนทำงานเค้าก็แฮปปี้ ไม่ต้องขึ้นตรง ไม่ต้องผูกพันแบบประจำ รับเป็นจ๊อบๆไป
เราก็ไม่ต้องแบกภาระกับคำว่า "ลูกน้องบริษัท"
แต่กว่าจะหาคนที่เข้ามือ แต่ละตำแหน่งนี่ก็ลากเลือดอยู่
แต่ที่ผมได้แน่ๆคือ ได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ ได้ประสบการณ์การทำงานที่เข้มข้นมากๆ
ทุกวันนี้วงการ MV ซบเซาเป็นอย่างมาก ไม่ค่อยมีศิลปินใหม่ๆออก
ยิ่งวงการหนังนี่ไม่ต้องพูดถึง เงียบ!!
เห็นเพื่อนที่ทำหนังต้องนั่งตัดซีรี่ส์รัวๆ แถมนับวันงานยิ่งหดหายไปเรื่อยๆ เหนื่อยแทน
แต่ความเฮงคือ ผมไม่ชอบทำอะไรนานๆ คือขี้เบื่อมาก ตอนทำ MV รัวๆ นี่โคตรเบื่อ
หัวสมองล้าไปหมด พอเบื่อ MV ก็มีงานด้านออกแบบทึ่เคยๆทำเข้ามาเป็นระยะ เราก็สบายอยู่และ ได้พักสมองด้วย
ได้วาดการ์ตูนบ้าง Character บ้าง เพลินๆ ได้ทำหลายๆอย่างแต่ก็เป็นสายทำหน้าคอมเหมือนเดิม 555
เลยทำให้มีงานเข้ามาแบบหลากหลายมาก ทั้งด้าน Production / ออกแบบ / animation / หรือแม้แต่ด้านมาร์เก็ตติ้งเราก็ทำแฮะ
ตอนนี้เอาเป็นว่า เรื่องงานสนุก !!
เงิน
เรื่องของเรื่องคือน่าจะเข้าสู่วัยกลางคนโดยสมบูรณ์แล้ว ตอนนี้ชีวิตเริ่มมีเสถียรภาพทางการเงิน การงานที่เหมือนจะมั่นคง
มีปัจจัย 4 ครบ แต่ไม่ได้หรูหรามาก เป็นไปตามฐานะ ไม่มีหนี้สินใดๆ เลยทำให้ชีวิตค่อนข้างไปทางสบายพอสมควร
โดยปกติไม่ได้ใช้เงินเยอะมากมายอะไร กินข้าวตามฐานะ ไม่ได้อยากได้รถแพงๆ ไม่ค่อยเปลี่ยนมือถือ เงินมีก็ไปลงกับ
อุปกรณ์ปั่นเงินซะมากกว่า เพิ่มศักยภาพในการทำงานด้านต่างๆที่เราชอบ
คำพูดที่ว่า "ทำงานด้วยความชอบแล้วเงินจะตามมา" นี่จริงแท้แน่นอน
อ้อ เคยฟังใครสักคนพูดเกี่ยวกับการเรื่องเป้าหมายในชีวิต คือแบบว่าต้องตั้งมั่นว่าจะไปสู่จุดไหน
ถ้ามีความตั้งใจแรงกล้ามันจะเป็นไปได้ (สงสัยจะเข็มทิศชีวิต :30:)
ตรงนี้เคยคิดกับตัวเองเหมือนกันว่า "อยากเป็นอะไรกันแน่ ?"
- ผู้กำกับเหรอ ? ไม่เลย ไม่ได้อยากเป็น
- อยากทำหนัง ? อยากทำแค่เรื่อง 2 เรื่องพอ แต่ไม่ได้อยากเป็นสุดยอดคนทำหนัง
- นักเขียนการ์ตูน ? ไม่อ่ะ ไม่สามารถทำเป็นอาชีพได้แน่ๆ เพราะเปลืองเวลามาก ค่าตอบแทนไม่คุ้ม (แม้จะชอบ)
เคยพูดกะเมียเรื่องนี้เหมือนกัน เมียสรุปให้ง่ายมาก คือ..
เธอแค่อยากมีเงินเยอะๆ เพียงพอที่จะทำอะไรที่ไม่ได้เงินไง :30: :30: :30:
เออว่ะ !! จริง !!
เลยทำมันหลายๆอย่างโดยไม่บ่น คือไม่ชอบ ไม่เกลียด แต่ทำได้ (ซึ่งเมียบอกว่าดีแล้ว) :30: :30:
สรุปการเงินไม่ขัดสน
ความหวัง อนาคต + ชีวิต
พูดเรื่องความหวังก่อน เพราะต่อเนื่องจากเรื่องงาน คือความหวังหรือสิ่งที่อยากทำที่สุดตอนนี้คือ
"อยากเล่าเรื่อง" ไม่ว่าจะเล่าแบบไหนก็แล้วแต่ การ์ตูน หนัง ซีรี่ย์ อะไรก็ได้ เพราะมีพล็อตที่(คิดว่า)ดี
จำนวนมาก และให้เพื่อนที่เขียนบทดูแล้วก็น่าจะโอเค เหลือแค่หาเวลาทำแค่นั้น
คืออยากเล่าเรื่องให้คนดู - คนอ่านรู้สึกกับมัน อยากให้คนร้องไห้ ซาบซึ้ง ตลก หรือกลัวกับเรื่องได้อย่างที่เราต้องการ
จะเป็นสื่ออะไรก็ได้ เหมือนอยากสรุปความรู้ที่เคยศึกษามาทั้งหมดมาทำเป็นโปรเจ็คจบ อะไรอย่างนั้น
ส่วนชีวิตตอนนี้
มีลูก คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะผมกับเมียเลี้ยงกันแค่สองคน ไม่มีพ่อแม่ญาติมาช่วย แต่มาเยี่ยมบ้าง
กว่าจะผ่านขวบแรกนี่แทบแย่ ช่วงที่เมียท้อง กับลูกยังเล็กอยู่นี่งานใหญ่ๆไม่มีเลย มีแต่ที่ทำหน้าคอมเล็กๆน้อยๆพอมีเงินเดือน
ก็ถือว่าดีที่ได้เลี้ยงลูกตลอดเวลา แต่พอลูกเริ่มแข็งแรงแล้ว อยู่ๆงานใหญ่แบบโคตรบิ๊กก็มาเลย โชคดีมาก
อยากเลี้ยงแบบนี้ไปเรื่อยๆ คงมีอีกหลายๆเรื่องที่จะตามมาก เรื่องโรงเรียน เรื่องเพื่อนลูก ฯลฯ น่าจะสนุกไม่น้อย
อนาคต
ไม่ได้คาดหวังอะไรไกลมาก คงหาอะไรทำให้มากขึ้น คงไม่ได้ติดอยู่กับการทำ production อย่างเดียวแน่นอน
อาจจะร้านอะไรซักอย่าง ของกิน ที่สอนคอม ที่สอนทำหนัง อยากถ่ายทอดวิชา
เดี๋ยวนี้มีคอร์สเรียนนู่นนี่นั่นเยอะไปหมด อยากเรียนเก็บๆไว้
เป็นกำไรชีวิต ยังเคยไปลงเรียนวาดอนาโตมี่เลย มีเพื่อนเป็นเด็กปี1 :30: :30:
สนุกดี เราได้ประสบการณ์ใหม่ๆเป็นข้อมูลในการเขียนบทอีก กำไรเละ
ลงคอร์สทำอาหาร ก็เจอเพื่อนต่างชาติเป็นคนไต้หวันแต่จบฮาวาร์ด
คุยภาษาอังกฤษไฟแล่บกับเรา ไอ้เราก็ไม่ค่อยคล่องแต่ก็ได้ใช้ภาษา แถมได้แชร์ประสบการณ์ชีวิตกันด้วย
เลยสนุกกับการได้เจอเพื่อนใหม่ๆ
จนตอนนี้รู้สึกว่า .. ปล่อยให้ชีวิตพาไปดีกว่า สนุกดี
ชีวิตป๋าเลย์น่าอิจฉาในสายตาผมเลย ได้ทำในสิ่งที่ชอบเพื่อคนที่รัก และมีรางวัลชีวิตมาเป็นลูกน้อยหอยสังข์
ขอยกนิ้วโป้งให้ด้วยจิตคารวะครับ (ไม่ต้องนึกหน้าว่าผมเป็นใคร แค่เข้าใจว่าผมเป็นแฟนคลับชีวิตป๋าเลย์สักคนนึง
ก็พอ) :12:
โคตรชอบเลยครับ
อ่านแล้วเหมือนได้กดอัปเดตเฟิร์มแวร์ครั้งใหญ่ คราวนี้ตามชีวิตพี่ทันละ :12:
ดูแล้วเราคงเป็นมนุษย์สายเดียวกันนะ :30:
แต่ผมติดจะขี้เกียจกว่าพี่เยอะหน่อย เห็นแล้วเขินเลย
ที่แน่ๆ คือทำงานแล้วได้ส่องสาวตึงเป็นของแถมนี่ เราเข้าใจกัน
ทันเทินอะไร หร่อนแซงฉันไปไกลแล้ว
ลูกสอง เมียอีกสี่ :30:
คุณชายต้องดูนานาโน่นครับ อันนี้ไปไกลกว่าเย้ออออ ล่าสุดได้คุยกะนานาทางโทรศัพท์
โอ้ มีความเป็นผู้ใหญ่ในการดีลงานขึ้นอีกหลายกระผีก สงสัยเจออะไรมาเยอะ :30: :30:
นี่ล่าสุดก็เพิ่งไปรียูเนี่ยน เจอความโตไปได้ไกลของอุ๊
โอ้โหสุดยอด ขนลุกตลอดเวลา (บ้านมานีมีใจแอร์หนาวมาก)
อุ๊ ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย หรือครับ ? ฮ่าๆๆ ไม่ได้ข่าวคราวนานขนาด :44:
อุ๊ ที่สอนเคมีน่ะ
...
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 10 ส.ค. 2017, 00:45 น.
โอ้ มีความเป็นผู้ใหญ่ในการดีลงานขึ้นอีกหลายกระผีก สงสัยเจออะไรมาเยอะ :30: :30:
:3005: โดนหัวหน้าด่ามาเยอะ (ซึ่งหัวหน้าก็คือแฟนนี่เอง)
อ้างอิงอยากทำงานเบื้องหลังผ่านจอคอมมากกว่า ใช้สกิลการการกดปุ่ม
มากกว่างานเบื้องหลังที่ต้องปฎิสัมพันธ์กับผู้คน เพราะคุยกับคนไม่ค่อยเก่ง
จะว่าไงดีล่ะ เหมือนผมชอบสื่อสารแบบตรงๆ เหมือนหุ่นยนต์ เลยกลัวการพูดไม่ดีแล้วไปกระทบใจคนอื่น
จะบอกว่าอันนี้คือนานาเป๊ะๆ :30: ตอนแรกเราก็แค่คิดว่าอยากนั่งกับคอม ทำไรที่ไม่ต้องคุยกับคน แต่จะทำงานให้ได้ดีก็ต้องเข้าใจคน ก็ต้องคุยกับคน ต้องไปเจอคน สรุปยังไงก็หนีคนไม่ได้อยู่ดี :37:
เรื่องอยากเป็นอะไรก็มาสายเดียวกันนะ คือไม่เคยคิดเลยว่าอยากเป็นอะไร คิดแต่ว่าอยากทำอะไรอะ (เดี๋ยวเป็นอะไร ให้คนอื่น label เราเอง) ซึ่งตอนนี้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องคอนเซ้นเซ็กส์ไปซะงั้น :31:
โห ไม่ได้เข้ามานานมาก เห็นอัพเดทสมาชิกบางคนผ่าน facebook บ้าง ig บ้าง
พอได้อ่านเต็มๆในนี้แล้วน่าทึ่งทุกคนเลย :12:
:25:
อยากอัพเดทชีวิตเหมือนกัน เดี๋ยวนี้ออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยานอย่างเดียวเลย :3005:
เออ อยากรู้เหมือนกัน ไม่ได้ส่องใครผ่านโซเชียลเลย (เป็นคนตกยุค)
ออยเล่าสิ เกิดอะไรยังไง
ปลดล็อกอีกหนึ่งขั้นละครับ วันนี้ได้คุยกับเจ้านายเรื่องลาออกแล้ว หลังจากได้รับเอกสารสัญญาจากบริษัทใหม่
ตอนเย็น ส่งข้อความไป บอกว่ามีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วย อยากพูดต่อหน้า สะดวกมั้ย ไปเจอที่คอนโดก็ได้
พอเขาอ่านก็โทรกลับมาเลย ผมก็ถามว่าสะดวกเจอกันมั้ย เขาบอกมีอะไร ว่ามาเลย
ผมก็แบบ โอเค บอกก่อนนะ ว่านี่มันไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ของบริษัท ไม่เกี่ยวกับเงิน ไม่เกี่ยวกับอะไรทั้งนั้น เป็นการตัดสินใจของผมเอง... แล้วก็ถามเขาว่า เคยคิดบ้างมั้ยว่าวันนึงผมจะลาออก
เขาก็แบบ โอเค พูดตรงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องประหลาดใจ วันนึงมันคงต้องเป็นแบบนี้ ไม่มีอะไรจะอยู่ตลอดไป ไม่มีใครจะอยู่ที่เดิมตลอด
เขาก็บอกว่า จริงๆ ตั้งแต่ยูแต่งงาน ยูก็เปลี่ยนไปนะ ผมก็ถามว่าในทางที่ไม่ดีเหรอ? เขาก็บอกว่า ไม่หรอก พูดไม่ได้ว่าดี หรือไม่ดี แต่ไม่ใช่แบบที่เขารู้จักเมื่อ 7 ปีก่อน ไม่ต้องคิดมากเรื่องธรรมดา คนเรามันเปลี่ยนมุมมองชีวิตกันได้ ถ้ายูคิดว่ามันดี ก็ทำเถอะ
ผมก็ถามว่า นี่ทำให้ยูผิดหวังรึเปล่า รู้มั้ยว่าเรื่องนี้ ทั้งพ่อแม่ ทั้งเมีย เป็นห่วงความรู้สึกยูนะ
เขาบอกเฮ้ยโอเค เรารู้จักกันมานานนะ เขาไม่อยากจะเป็นคนแบบที่เฮ้ย ยูทำแบบนี้ไม่ได้นะ ก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม แค่เรื่องงานมันต่างไปจากเดิมเท่านั้น
เขาก็บ่นเสียดายเรื่องโปรเจ็คที่กำลังพยายามให้เกิด ที่เขาพยายามดีลกับ บ.เหล็กรายใหญ่ เรื่องบ้านโมดูลาร์ ซึ่งผมรู้เรื่องพวกนี้เรียกว่าพอๆ กับเขาเลย
ผมก็บอกว่าเห้ย ไม่สิ จะให้ช่วยอะไรบอกเลย ยินดีมากๆ เขาก็ว่าดีๆๆ ขอบใจ
บอกเขาด้วยว่า จริงๆ ไม่อยากคุยเรื่องนี้ทางโทรศัพท์หรอก มันไม่ดี มันเหมือนไปบอกเลิกกับแฟนทางโทรศัพท์ ด้วยเหตุผลว่าไปเจอคนใหม่ เขาก็หัวเราะ
จนถึงตอนนี้เขายังสอนอีกอะ ว่า ยูไปอยู่องค์กรใหญ่ๆ ระวังเรื่องความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ให้ดีนะ เขาอาจจะไม่ได้อยู่กันแบบพี่น้องแบบเรานะ เกิดมีใครไม่ชอบยู เขาอาจใช้เรื่องพวกนี้เล่นงานยูได้นะ
เขายังบอกอีกว่า ถ้าไปอยู่ที่นั่นแล้วไม่แฮปปี้ หรือคิดว่าไม่ใช่อย่างที่คิด โทรหาเขาได้ตลอดนะ ยินดีต้อนรับเสมอ
เชี่ยยยยย จะร้องไห้ พูดเลย
วางหูไปเขาก็ส่งข้อความมา..
(http://img3.f0nt.com/25/b8e294c0086ab101c4a14073787c18ba.jpg)
จบ...
:25: :25: :25:
กลับเหอะ งอนเมียอย่าข้ามวันนะบวบ :30: :30:
เสี่ยบวบ :12:
อ้างคำพูดจาก: Ah! เมื่อ 26 ส.ค. 2017, 06:56 น.
:25: :25: :25:
:25:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 26 ส.ค. 2017, 09:52 น.
กลับเหอะ งอนเมียอย่าข้ามวันนะบวบ :30: :30:
เขาเปิดปลายไว้ให้ขนาดนี้ก็สบายใจละพี่
อ้างคำพูดจาก: Ou! เมื่อ 26 ส.ค. 2017, 11:14 น.
เสี่ยบวบ :12:
ห่างไกลคำว่าเสี่ย เงินเดือนมากกว่าเดิมนิดเดียว.. ยังน้อยกว่าเสี่ยเอเยอะ
:12:
เสี่ยเส่ออะไรกัน
มีงานอะไรแนะนำบ้างคับ
โหบทสนทนาดีมาก มีบอสงี้ก็คงอยากร้องไห้เหมือนกันอะ :05:
งานเงินความหวัง :
ช่วงนี้ขาขึ้นทางโอกาส งานไหลมาเทมา มีความมั่นใจ มีความอยากเรียนรู้ แต่สุขภาพไม่โอเคเท่าไหร่ ต้องปรับวิธีใช้ชีวิตและการทำงานพอสมควร :30: ปีนี้หมดค่าหมอเยอะมากกก ทั้งผ่าฟันคุด ไม่สบายจุกจิก เบรคแตกไปหาจิตแพทย์ เหมือนเป็นสัญญาณว่าวัยแห่งการใช้ชีวิตทิ้งขว้างจบลงแล้ว ในทางกายภาพที่เราละเลยมานานก็เห็นผลชัดเจน
ถ้านั่งนานไปหรือกินไม่ดีก็จะท้องผูก ถ้าท้องผูกก็จะปวดหลัง จริงจังไปหรืออินไปก็จะนอนไม่สนิท นอนไม่สนิทแล้วอารมณ์ก็จะไม่ดี แล้วก็จะมีแอดติจูดดีๆ ไปรับมือกับคนได้ยาก + ก่อนเมนส์มาฮอร์โมนสวิงด้วย ได้ไปหาจิตแพทย์ชีวิตถึงได้กลับมา Handle อยู่ :05:
ช่วงนี้เลยตั้งใจว่าจะปรับข้างในให้แข็งแรงก่อน ไม่งั้นต่อให้มีโอกาส ก็คงรับมือไม่ไหว :37:
จิตวิญญาณ :
ช่วงนี้ คสพ. กับครอบครัวดีกว่าตอนเด็กๆ เยอะ พอเราโตแล้วก็เข้าใจได้มากขึ้นว่าทำไมพ่อแม่เป็นงี้ ทำไมตัดสินใจแบบนี้ / เพิ่งพาพอไปเที่ยวเชียงใหม่ เป็นครั้งแรกตั้งแต่จำความได้เลยที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างจริงจัง พาไปเดินป่ามา ได้คุยเรื่องชีวิต ปัญหา การผจญภัย พาร์ทผจญภัยสำคัญมาก รู้สึกว่าถ้าพ่อเราใช้ชีวิตผจญภัยมาขนาดนี้แล้วยังอยู่รอดจนบัดนี้ได้ เราก็น่าจะวางใจในชีวิตได้เหมือนกัน (แต่คงระวังกว่าพ่อหน่อย :30:) / กับแม่เลี้ยง ได้โทรไปถามสูตรกับข้าวนั่นนู่นนี่ รู้สึกว่าเขามีสกิลพิเศษในการไม่เข้าใจเรื่องของเราแต่ทำให้เราสบายใจได้ แล้วก็รู้สึกว่านางไฟว่กับชีวิตครอบครัวมาเยอะ นางอยู่อย่างเลิศๆได้ทุกวันนี้ ฉันก็ต้องอยู่ได้ / กับบ้านเชียงใหม่ช่วงนี้สถานะเปลี่ยนหน่อยนึง จากที่พักใจ เป็นน้ำขังที่อาจต้องช่วยทำให้ถ่ายเท แม่เข้าวัยทอง แม่ดู give up กับการเลี้ยงน้อง ฯลฯ / ทั้งนี้ทั้งนั้น จากที่เมื่อก่อนเราเลือกที่จะเลิกคิดถึงพวกเขาชั่วคราว ตอนนี้ก็เริ่มคิดละว่าทำไงให้เราดูแลเค้าได้สบายๆ แล้วก็ดูแลให้ได้ดีๆ ในอนาคต :37: (นี่ก็มีพี่โบว์กับแม่เป็นตัวอย่างนะ พี่โบว์ทำได้เราต้องทำได้)
ปล. เริ่มกลับมาหาทบทวนว่าจะเข้าหาศาสนาคริสต์ด้วย คือมันมีหลาย metaphor ที่เอามาใช้กับชีวิตแล้วดี
สรุปบทเรียนช่วงนี้ : คิดว่าใช้ชีวิตไปในทางที่สบายใจก่อนสำคัญสุด คือ logic เราเนี่ยรับมือกับสิ่งซับซ้อนและท้าทายได้ดีอยู่แล้ว แต่ที่ไม่เสถียรอะคืออารมณ์ คือความฝัน คือความกลัว :30:
ทุกครั้งที่อ่านเรื่องของนานาแล้วรู้สึกว่า ชีวิตกูแม่งก็ราบรื่นดี สบ๊ายสบาย :12:
ส่งท้ายนิดนึงเรื่องที่ทำงาน เมื่อวาน วันจันทร์ ก็มีประชุม เรื่องส่งต่องาน และเรื่องทั่วไป
ซึ่งบรรยากาศก็ไม่มีความตึงเครียดอะไร มีความกังวลนิดหน่อยของคนที่รับงานต่อ ยังมีบทสนทนาเฮฮาตามประสา แบบที่เคยมี
ตอนบ่ายแกก็ออกจากออฟฟิศไป แล้วส่งข้อความมา
(http://img3.f0nt.com/30/a630272d654320d4c8214e33617fcc6c.jpg)
เชี่ย.. รู้สึกเหมือนลูกพี่เป็น Dominic Toretto แล้วเราเป็น Brian O'Conner :52:
ตัดกลับมาวันนี้ ตอนบ่ายไปประชุมข้างนอก เสร็จแล้วเลยแว้บไปเซ็นสัญญากับบริษัทใหม่
เอกสารเสร็จ ก็บังเอิญเจอกับ SVP ที่สัมภาษณ์เรา เขาก็เลยถือโอกาสเล่ารายละเอียดโครงการให้ฟัง
โอ๊ยยย อยากเริ่มทำเสียเดี๋ยวนี้ น่าสนุกมาก (เสียดายที่เล่าไม่ได้) ตื่นเต้น เหมือนกำลังจะเปิดเทอมใหม่ :25:
:12: ยกนิ้วโป้งไปทั้งคู่ อ่านแล้วรู้สึกตัวเองเริ่มมีพลังฮึดขึ้นมาบ้างแล้วละครับ
บวบกะ Ex-boss ทำไมหวานขนาดนี้ ชั้นขลลุค :30:
แต่ดีนะ ดีใจด้วยที่มีความสัมพันธ์ดีๆ แบบนี้
friend with benefit แน่ๆ :27:
มีเมียบังหน้าแบบ ดอม โทเรโท้
เป็นบอสที่เจ๋งมาก นอกจากไม่ขัดขวางยังช่วยสนับสนุนอีกด้วย :12:
:56: พี่น้องนะ
เรื่องโอเพ่นมายด์ และรับฟังทุกอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงคิดแบบมีเหตุผลนี่ ไอเด้ามาก
เออ พูดไปก็นึกถึงกระทู้พันทิป ที่บอกว่าเจ้านายฝรั่งหลายคน ไม่มีนโยบายยื้อด้วยตัวเลข หรือคำสัญญาเรื่องงานนะ
รวมถึง ถ้าไม่พูดเขาก็จะมองว่าเราไม่มีปัญหา แต่ถ้าพูดก็จะเข้ามาจัดการทันที
เรื่องขึ้นเงินเดือนก็เหมือนกัน รีวิวกะลูกพี่คือลูกพี่ถามเลย ว่าคิดว่าความสามารถ ความรับผิดชอบ และภาระที่คุณมี คุณควรจะได้เท่าไหร่ เสนอมา แล้วทุกครั้ง ก็ได้ตามขอนะ มีบ้างที่ตกลง แต่บอกว่าขอเวลาก่อน แต่ส่วนมากให้มีผลเลยทันที
ต้องเคยได้กันไป 2 ทีเป็นอย่างน้อย :51:
เห็นเรื่องที่บอสคุยกะบวบเรื่องยูเปลี่ยนไป
เลยนึกได้ว่าก่อนหน้านี้ไม่นานเพิ่งฟังพอดแคสต์สักรายการนึงเขา quote คำคมจากตลกคนนึง
แกพูดประมาณว่า (อาจจะไม่เกี่ยวกะเรื่องนี้นะ แต่มันโดนเข้ากับตัวเองเลยชอบ)
"Your dreams will change, and it's okay."
ดันหาไม่เจอว่าใครเป็นคนพูด แต่เท่ดี เราก็เป็น
ชีวิตมันไม่ได้อยู่ในห้องแล็บที่ควบคุมตัวแปรนิ่งๆ แต่เปลี่ยนผันไปตลอดทุกวินาที
ก็เลยสนุกดีและโอเค
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 30 ส.ค. 2017, 20:15 น.
เห็นเรื่องที่บอสคุยกะบวบเรื่องยูเปลี่ยนไป
เลยนึกได้ว่าก่อนหน้านี้ไม่นานเพิ่งฟังพอดแคสต์สักรายการนึงเขา quote คำคมจากตลกคนนึง
แกพูดประมาณว่า (อาจจะไม่เกี่ยวกะเรื่องนี้นะ แต่มันโดนเข้ากับตัวเองเลยชอบ)
"Your dreams will change, and it's okay."
ดันหาไม่เจอว่าใครเป็นคนพูด แต่เท่ดี เราก็เป็น
ชีวิตมันไม่ได้อยู่ในห้องแล็บที่ควบคุมตัวแปรนิ่งๆ แต่เปลี่ยนผันไปตลอดทุกวินาที
ก็เลยสนุกดีและโอเค
เฮ้ยเท่ แต่ลองนั่งนึกๆ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าฝัน หรือเป้าหมายในชีวิตจะเปลี่ยนนะ
โอเค แน่นอนว่าตัวแปรในการตัดสินใจอะไรมันเพิ่มขึ้นมา หรืออาจจะคาดหวังจะได้จากชีวิตตัวเองมากขึ้น เพื่อคนอื่นมากขึ้น แต่เป้าหมายเดิมๆ ก็ไม่เคยเปลี่ยน
ถ้าจะนับแบบที่พอจะรู้สึกตัวว่าเริ่มคิดเรื่องอื่นมากกว่าอยากมีเงินใช้เยอะๆ ก็น่าจะตอนที่ตัดสินใจจะเรียนต่อมั้ง คือรู้สึกว่าต้องรู้อะไรเพิ่มบ้างแล้ว ก็เลือกเรียนที่สนใจ และแน่นอนว่าต้องพัฒนาโปรไฟล์ตัวเองให้มีแวลู่มากขึ้นทั้งในตลาดงาน และทั้งกับอนาคตที่อาจจะมีกิจการของตัวเองสักอย่าง แต่สุดท้ายมันไม่ใช่แค่พัฒนาตัวเองเพื่อความภูมิใจไม่ว่าจะของตัวเองหรือครอบครัว มันก็เพื่อให้หาเงินได้มากขึ้นอยู่ดี
ชีวิตผมนี่พูดเลยว่าขับดันด้วยกิเลสนานับประการ :30:
อีกครั้งที่รู้สึกว่าวิธีคิด และวิธีใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิม ซึ่งอันนี้น่าจะใกล้เคียงกับคำว่าเปลี่ยนมากที่สุด คือตอนคิดจะจัดงานแต่ง (เอ๊ะ จู๋นั้นยังไม่จบนี่หว่า)
เริ่มจากตัดสินใจขายรถ ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อน ไม่ยอมแน่ๆ รักมาก ผูกพันธ์มาก (บอกแล้วว่าเป็นคนบ้าวัตถุ) ตอนนั้นมีแว้บนึงที่รู้สึกสูญเสียตัวตนเลยด้วยซ้ำ เพราะเป็นคนที่ไม่ได้มองรถเป็นแค่พาหนะ แต่มองว่ามันคือแคแรคเตอร์ที่เราแสดงให้คนเห็น ไม่ต่างกับทรงผม หรือเสื้อผ้า เครื่องประดับ
สุดท้ายก็แค่คิดด้วยเหตุผลธรรมดาๆ เหมือนคนทั่วไปนั่นแหละ ว่ามึงต้องการยานพาหนะ สถานะมึงตอนนี้ไม่สามารถแบกของพวกนี้ไว้ได้ (จริงๆ ก็ได้ แต่เหนื่อย เพราะมันใช้ทั้งเงิน ทั้งเวลา)
เอ๊ะ นี่เรากำลังคุยเรื่องอะไรนะ
อ้อ.. ฝันที่เปลี่ยนไป
ล่าสุดที่ตัดสินใจย้ายงาน ทั้งๆ ที่ก็แฮปปี้อยู่ มีผลตอบแทนที่น่าพอใจ (จริงๆ ถ้าวัดกับเพื่อนๆ รุ่นๆ เดียวกัน ก็น่าจะจัดได้ว่าเยอะ) มันก็เพราะเราอยากจะเก่งขึ้น เพื่อมีโอกาสที่ง่ายขึ้นสำหรับค่าตอบแทนที่ดีกว่านั่นแหละ
สรุปเหมือนข้างบน คือผมยังอยากรวยเหมือนเดิม ซึ่งมันต้องเก่งขึ้น และมีประสบการณ์ที่เฉพาะทางมากขึ้น ไม่ใช่แค่รู้ทุกอย่าง ทำได้หมด แต่ไม่เก่งอะไรจริงๆ สักอย่างเลย
บ่นกับแฟนจะย้ายงานมาปีนึงละครับ แต่ติดกับดักคอมฟอร์ตโซน 555
อ้างคำพูดจาก: papos เมื่อ 01 ก.ย. 2017, 11:01 น.
บ่นกับแฟนจะย้ายงานมาปีนึงละครับ แต่ติดกับดักคอมฟอร์ตโซน 555
นึกออกเลยครับ ติดอยู่เหมือนกัน 555
ตอนออกจากงานครั้งแรก ออกเพราะแรงผลักล้วน ๆ ก็ต้องถือว่าโชคดีที่มาถึงตรงนี้
คราวนี้กลับกัน คือออกเพราะแรงดึง แต่ก็ลุ้น ใจไม่ค่อยดี ว่าเราจะเหมาะกับงาน เหมาะกับองค์กรมั้ย :3005:
เหยๆๆๆ ทำงานมาสัปดาห์นึงแล้ว มีเรื่องมาเล่าให้ฟังกันนิดหน่อย
คือรวมๆ นี่แฮปปี้นะ อารมณ์เหมือนเข้ามหาลัยอีกรอบ บริษัทให้ความรู้สึกเหมือนโรงเรียนมากกว่าที่ทำงาน
เข้าไปวันแรกมีการปฐมนิเทศน์ด้วย นอกจากพูดถึงเรื่องสวัสดิการต่างๆ ก็มีการพูดเรื่องวัฒนธรรมองค์กร รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่คร่าวๆ
ซึ่งก็พบว่าเป็นบรรยากาศที่ดีประมาณนึง เช่น
1. ที่นี้ทักทายด้วยการไหว้กันจริงจังมาก โดยเฉพาะตอนเช้าๆ ก่อนเวลางาน
คือต้องบอกก่อนว่าที่เฮดออฟฟิศเนี่ย มันเป็นบ้านขนาดใหญ่ และอาคารอีกสองสามหลัง มีสวนขนาดสัก 10*20 เมตร ที่ใช้นั่งกินข้าว นั่งทำงาน พบปะสังสรรค์
บรรยากาศก็เลยจะต่างจากสำนักงานที่เป็นตึกสูง แทบทุกแผนก (ประมาณ 200 คนที่นี่) แทบจะเดินสวนกันตลอดเวลา และทุกคนทักทายด้วยการยกมือขึ้นมาสวัสดี เริ่มตั้งกะพี่ยามตอนประตูหน้าที่เราขับรถเข้ามาเลย
2. ที่นี่ไม่ต้องออกไปหาข้าวกลางวันกินข้างนอก
มีทางเลือกอยู่ 2 ทางหลักๆ คืออาหารตามสั่ง โดย "ลุงจุก" ซึ่งลุงนี่รู้จักทุกห้องในบริษัท รู้จักผู้บริหารทุกแผนก ทุกระดับ
วิธีการใช้บริการลุงจุกนี่ง่ายมาก เริ่มจากมื้อเช้า ลุงจะทำอาหารจานเดียวใส่จานกระเบื้องพร้อมช้อนส้อม แวรพพลาสติกอย่างดี วางไว้ให้ที่โต๊ะหน้าร้านกาแฟซึ่งติดกับสวน ใครจะกินก็หยิบไป แล้วหยอดเงินใส่กระป๋องไว้ 40 บาท เสร็จแล้วเอาจานมาคืนที่เดิม
ส่วนมื้อกลางวัน แกจะมารับออเดอร์ตอน 10-11 โมง กินเสร็จ ก็เอาตังไปหยอกกระป๋องเหมือนเดิม
หรืออีกทางเลือกคือรอพวกก๋วยเตี๋ยวและอื่น ซึ่งก็เป็นเจ้าประจำแหละ เข้ามาขายถึงที่ตอนกลางวัน
3. มีคอร์สให้ลงเรียนเยอะมาก
อันนี้ชอบมาก ไม่ต้องขอลางาน ไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย จะมีอินไวท์มาทางอีเมลและตอบรับผ่านทางอีเมลได้เลย ซึ่งเนื้อหาหลากหลายมาก มีทั้งด้านที่เกี่ยวกับการออกแบบ กฎหมาย ธุรกิจ หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
อันนี้รวมถึงสามารถไปเรียนภาษาข้างนอก และบริษัทจะออกค่าใช้จ่ายให้ครึ่งนึงด้วย
แผนก HR เอง ก็ทำหน้าที่เหมือนฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา คือต้องหากิจกรรม และการบรรยายต่างๆ มาเพื่อโมติเวทพนง.ด้วย
4. มีนโยบายไม่จ่ายสินบน
ซึ่งอันนี้งงมาก สำหรับธุรกิจนี้.. อันนี้หลายคนยืนยันว่าจริง แต่ขอรอดูไปก่อน 555
โอ้ว! สตาร์ทอย่างสวยงาม ข้อสุดท้ายรวมถึงไม่รับด้วยไหมครับ :43:
อ้างคำพูดจาก: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 10 ต.ค. 2017, 10:14 น.
โอ้ว! สตาร์ทอย่างสวยงาม ข้อสุดท้ายรวมถึงไม่รับด้วยไหมครับ :43:
ก็ต้องไม่รับด้วยป้ะครับ :30:
ดูอบอุ่นอะ :25:
ชอบอ่านแบบนี้ มาเล่ากันบ่อยๆ นะ
คือนี่ก็อายุปูนนี้แล้วยังไม่เคยทำงานจริงจังเลย :56:
อิจฉีริษยี :37:
อิจฉาาาาาา
ฮือออ.. อยากจิล้องหั้ยยยทั้งน้ำตา
ไงล่ะถามหาความท้าทาย ตอนนี้ได้อย่างที่ต้องการเลย คือโครงการแม่งบียอนด์มาก ทั้งให้แง่ประสบการณ์ใหม่ๆ องค์ความรู้ใหม่ๆ หรือแม้แต่ขนาด หรือมูลค่าโครงการ...
ยังไม่นับว่าเป็นการทำโครงการแบบที่ยังไม่มีเงื่อนไขที่ชัดเจน เพราะ TOR ยังไม่ออก แต่ต้องประเมินล่วงหน้า รวมถึงผลักดันให้ TOR มันออกมาทางไหนอีก
ไหนจะการบริหารเหล่าที่ปรึกษาต่างๆ ที่ต้องผลักให้งานออกมาได้ปริมาณตามที่ผู้บริหารคาดหวัง แต่ก็ต้องดึงไม่ให้เร็วไปกว่า TOR เพราะถ้าเร็วไป เมื่อ TOR ออกมา จะต้องเสียเงินค่าบริการวิชาชีพเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งก็เป็นเงินที่เยอะ
ส่วน TOR เหรอ.. แม่งเลื่อนมาหลายรอบแล้ว และอาจจะถูกเลื่อนออกไปอีก
สรุป งานแม่งมันกว่าที่เคยทำจริงๆ แต่งานยากกว่าเดิมแบบเทียบกันไม่ได้เลย ยังดีที่ด้วยระบบมันทำให้เรามีคนซัพพอร์ตในทุกๆ เรื่อง ไม่ต้องคิดเองทำเองทั้งหมดพร้อมๆ กัน หลายๆ อย่างในเวลาเดียว
เรียกว่าทุกวันนี้เวลาในการทำงานแม่งผ่านไปเร็วเหี้ยๆ เลย ยังไม่มีวันไหนที่รู้สึกว่าเมื่อไหร่จะหมดวัน มีแต่แบบ.. อ้าว หมดเวลาแล้ว :05:
แต่ก็นั่นแหละ... มึน ฮือออ :3005:
สู้ๆพี่บวบ :53:
เป็นใหญ่เป็นโต :26:
อ้างคำพูดจาก: นานาาา เมื่อ 18 ก.พ. 2018, 19:55 น.
สู้ๆพี่บวบ :53:
เราแอบติดตามเธอมากกว่านะ :56:
อ้างคำพูดจาก: Bellbells เมื่อ 17 พ.ค. 2018, 12:54 น.
เป็นใหญ่เป็นโต :26:
ยังอันเท่าเดิม :33:
วันนี้ประกาศเชิญชวนนักลงทุนแล้วครับ ขายซองกลางเดือนหน้า
ดูไทม์ไลน์แล้ว น่าจะต้องดันทุกอย่างให้เสร็จภายในเดือนสิงหาฯ ...
บันเทิงล่ะครับงานนี้ เมื่อบ่ายนั่งเบรนสตรอมแล้วอื้อหือออ ทำไมที่ต้องทำมันเยอะจุงงเบย :59:
ขุดหน่อย.. โครงการที่ทำไปตลอด 13 เดือนในที่ทำงานใหม่ ออกสื่อแล้วจ้า :40:
https://www.posttoday.com/economy/570623
https://www.youtube.com/watch?v=UAUgmY9FxAU
https://www.thairath.co.th/content/1419573
ลงเข็มเมื่อไหร่ :25:
แนะนำลายมังกร
อ่านเม้นแจ๊กกี้แล้วนึกว่าใครจะสัก กำลังจะไปหาลิงก์ไอจีร้านสักที่เล็งไว้มาโพสต์เลย :37:
:25:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 15 พ.ย. 2018, 23:20 น.
ลงเข็มเมื่อไหร่ :25:
จะเซ็นสัญญาสัปดาห์นี้แล้ว 555 อัพเดทปีละครั้ง :30:
แต่นี่น่าจะมีงานให้ทำไปอีก 7 - 10 ปีละ :56:
รอลุ้นเปิดซอง 2 ซอง 3 สนามบินอู่ตะเภาด้วยนะ :27:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 21 ต.ค. 2019, 10:48 น.
จะเซ็นสัญญาสัปดาห์นี้แล้ว 555 อัพเดทปีละครั้ง :30:
แต่นี่น่าจะมีงานให้ทำไปอีก 7 - 10 ปีละ :56:
รอลุ้นเปิดซอง 2 ซอง 3 สนามบินอู่ตะเภาด้วยนะ :27:
ขอให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีครับ :12:
มาอัพเดทหน่อย อยากแชร์
ปกติเป็นคนเกลียดอีพวกโมเดลการใช้ชีวิตที่ดูเป็นทาวทูในฝันมาก
แต่ตอนนี้ ตอนที่จะ 38 อยู่อีกไม่กี่วัน คือรู้สึกชีวิตแม่งเป๊ะกับแนวคิดอิคิไกดีจริงๆ
ได้ทำงานที่ชอบ ในบริบทที่ดี และงานนั้นเลี้ยงตัวเองได้ รวมถึงตัวงานก็มีเป้าหมายใหญ่แบบยกระดับมาตรฐานการพัฒนาเมือง
จากที่ตอนยี่สิบกว่า อยากรีบเกษียณ ไปอยู่เฉยๆ ตอนนี้สนุกกับงานมากเลย แบบที่ว่ายังอยากทำงานแบบนี้ไปจนแก่ ซึ่งอันนี้ประหลาดใจตัวเองมาก
Q3 ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดน่าจะมีเปิดตัวโครงการ แล้วจะมาเหลาให้ฟัง :27:
มา!
:45:
รอฟังๆ
:11:
จะมีใครมาอ่านมั้ยนะ...
หลังจากลาออกจากธนาคารไป
เพราะเป็น depression เกือบฆ่าตัวตายแล้วล่ะ :37:
ก็ไปทำงานที่เดียวกะ จารย์เกศ+หมีอิ่ม heal จิตใจตัวเองก่อน
อยู่ได้ประมาณ 4 เดือน ออฟฟิศปิดตัวจ้า :3005:
ตอนนั้นอยากทำอสังหาริมทรัพย์
ก็เลยศึกษาจริงจัง ลงคอร์สเรียน และก็ยาวเลย ลงมือทำด้วย
ผลคือรู้ละว่าตัวเองไม่เหมาะที่จะเป็นนายหน้าอสังหาฯ
ไม่มีรายได้ไปประมาณ 4 เดือน
แต่ได้ความรู้อื่นกลับมา
เช่น การดูบ้าน ดูห้อง ดูทำเลราคาถูก
เหมาะจะเอามา renovate ได้กำไรงาม
เลยกลับมาหางานทำ อยากทำงานต่างประเทศดูบ้าง
ใครจะรู้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของความหายนะในชีวิต
หากยังคงคอนเซปต์ "ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน"
ใช่ ในตอนนั้นยังคงใช้เงินเก็บในการกิน อยู่ และผ่อนที่อยู่อาศัย
แต่ในตอนนี้คือเดือนสุดท้ายแล้วและเดือนหน้าคือต้องมีจ่าย
เหลือเวลาแค่ไม่กี่วันเราต้องมีงานทำ
คำว่า "ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน"
มันเลยอยู่ในหัว
เราไปได้งานในกลุ่ม fb หางานในฟิลิปปินส์
เป็นงาน SEO คุณสมบัติก็ทำได้ทุกอย่าง
แต่ต้องทำงาน 6 วัน เงินเดือนก็รับได้ WFH ได้
ส่ง message ไปว่าสนใจ
ไม่นานเขาก็ติดต่อกลับมา เราก็ส่ง resume เราไป
เขาออกตัวมาก่อนว่าเขาเป็นบริษัทสายเทา
จ้างงานเป็นสัญญาจ้าง
หากผ่านสัญญาจ้างจนได้เป็นพนักงานประจำจะได้วีซ่าทำงาน
แต่เราต้องบินมาทำงานที่นั่นนะ ประเทศเกาะนั่นแหละ
เพราะงานนี้ผิดกฎหมายในประเทศไทย..
ทำที่ไทยได้แต่ห้ามบอกใคร
ไม่งั้นถ้าถูกจับไม่มีใครรับผิดชอบนะ
คำว่าสายเทา กะสายขาวตอนนี้เราไม่ได้สนใจแล้ว
ตอนนี้คือไม่มีจะแดกค่ะ เอางานก่อน!!
ก็เซ็นสัญญา และเริ่มทำงานวันแรกในเวลาอันรวดเร็ว
กำเนิดแก๊งคอลเซ็นเตอร์!
รีบมาต่อเล่านะครับ ตามอ่านอยู่ครับ
ออฟฟิศนั้นนายจ้างเป็นคนไต้หวัน
ทีมไทยประกอบด้วย
1. marketing
2. คนทำเว็บ
3. เราเป็น SEO ที่ครึ่งร่างทำเว็บได้
(แก๊งนี้อยู่ไทย)
ทีม customer service, มี HR 1 คน
มีแปลภาษา ที่พูดไทยได้ จีนได้ และอังกฤษได้
และก็มีอีกทีมนึงเป็นทีมเวียดนาม
ที่ในอนาคตเขาจะมาเป็นหัวหน้าเราอีกที
(แก๊งนี้อยู่ฟิลิปปินส์)
เราประชุมทีมกันทุกวันพุธ และวันเสาร์ ทำงาน 9 ชั่วโมงพัก 1 ชั่วโมง
สื่อสารข้อความกันผ่าน telegram (ให้เหตุผลว่าจะได้ไม่มีใครตามได้ผ่าน IP Address)
ประชุมออนไลน์ผ่าน zoom meeting
ระหว่างที่คุยกัน ถ้าคุย telegram ก็จะคุย eng กัน
ถ้าคุยประชุม จะมีคนแปลภาษาคอยแปลไทยให้ นายไต้หวันจะคุยจีน คนเวียดนามก็จะคุยจีน
เข้ามาถึงคือเขากำลังทำเว็บ casino เว็บหนึ่ง..
ก็เข้าทีมไปทำ ทำได้ประมาณ 3 เว็บ
พบว่า ทีมเวียดนามพยายามเอาการตลาดที่ทำแล้วได้ผลในเวียดนามเอามาทำในประเทศไทย
แต่ทีมไทย ทั้งเราและ marketing และคนทำเว็บต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
ไม่ work ในแง่ของ user experience แต่ก็ไม่สามารถเอามาวัดผลในเชิงปริมาณได้
เรื่องนี้เลยถูกบอสไต้หวันปัดตกโต๊ะไป และก็ให้ทีมเวียดนามคุมทีมไทยตั้งแต่นั้นมา
ทำงานกันกระทั่งว่า คนที่ทำการตลาดนี่ถ้าทำไม่ได้จริงๆ ก็ต้อง
1. ซื้อข้อมูล (ชื่อ เบอร์โทร จากบริษัท casino อื่น ก็คือเขามีเพื่อนทำงานในแผนก customer service
บริษัท casino อีกที่หนึ่ง ที่สามารถเอาข้อมูลตรงนี้มาขายให้ได้) อันนี้นายไต้หวันยอมควักตังค์จ่ายเพราะข้อมูลอันนี้คือว่าที่ลูกค้าแน่นอน
2. เอาข้อมูลที่ซื้อมาได้มาโทรหาเพื่อให้มียอดเข้ามา
3. ที่บริษัท Customer service ลาออกไปครึ่งทีม เนื่องจากโควิดที่ฟิลิปปินส์ระบาดหนัก (วันละ 10k)
เวลาเกิดเหตุการณ์นี้ถ้าร้ายแรงก็จะมีมาตรการจำกัดคนให้อยู่กับบ้านมากขึ้น ห้ามออกจากเคหสถาน จำกัดการเดินทาง พอหลายๆ เดือนเข้า ก็เริ่มคิดถึงบ้าน ทำอะไรมากไม่ได้ คนเกิดความเครียด อยากลาออก เพื่อกลับไทย เวลานั้นสถานการณ์โควิดที่ไทยดีกว่าที่ฟิลิปปินส์ ทำให้คนไม่พอ ถ้าทีมไทยต้องการยอด ก็ต้องช่วยทีม Customer Service โทรด้วย
4. หา sim หา โทรศัพท์เปล่าโทรอีก เริ่มมีต้นทุน นายไต้หวันเริ่มไม่อยากควักตังค์จ่าย คุยกันว่าจะโทรผ่าน skype เพราะไม่มีต้นทุนเรื่องเครื่องและ sim card
5. เริ่มเกี่ยงกันว่า ที่คุยกัน ไม่ได้ให้มาโทรคุยกับลูกค้านะ จะไม่ทำ ให้ marketing คุยกับหัวหน้าใหม่ว่าจะเอายังไงต่อดี มีทางออกอย่างอื่นอีกมั้ย
6. สุดท้ายก็ไม่ได้เริ่มโทรเพราะไม่อยากโทรกัน อยากทำงานทำหน้าที่ของตัวเองมากกว่าจะโทรหาลูกค้าเพื่อเอายอด
ทำการตลาดตามทีมเวียดนามจนสุดท้ายมันไม่ work ขึ้นมาจริงๆ เพราะคนไทยไม่ซื้อ
แต่ก็โทษทีมไทยอยู่ดี เพราะทีมไทยไม่บอกให้เร็วกว่านี้
(คือตรูบอกแล้วแต่พวกแกไม่เชื่อเอง)
ก็ยกเลิกสัญญา
หลังจากยกเลิกสัญญา เราสามคน คุยกันว่า จะหางานทำในฟิลิปปินส์ต่อ
เจ้าน้องทำเว็บได้งานก่อน เป็นงาน UX/UI ทีนี้เหลือ 2 คนละยังไม่ได้งาน
พี่ marketing มีข้อเสนอ 2 ที่ระหว่าง บรูไน (งานสายเทา) กับ ฟิลิปปินส์ที่เกาะ CEBU (งานสายขาว "เขาว่างั้นนะ")
ถ้าให้คิด เกาะ CEBU ก็เหมือนภูเก็ตที่ไทยนี่แหละ
เป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวชอบแวะมาเกาะหนึ่งของฟิลิปปินส์
กวางน่ะไม่เคยบินไปไหน ดังนั้นกวางก็ไปได้ทั้งคู่
ส่วนพี่ marketing ใจเขาอยากไปบรูไน
ฟิลิปปินส์พี่ markeing เขาเคยไปแต่ไม่เคยไปเกาะเซบู
เคยไปทำงานเฉพาะที่มะนิลา ถ้าเป็นงานที่มะนิลาเขาจะไม่ปฏิเสธเลย
ด้วยความที่แปลกที่แปลกถิ่น เขาเลยลังเล สองจิตสองใจ
แต่สิ่งที่ทำให้เขามีความล่กยิ่งกว่าคือตั๋วเครื่องบินบินตรงไปที่โน่นเลย
ซึ่งหายากมากในช่วงนั้นด้วยสถานการณ์โควิด ค่าตั๋วแพงมาก (จากปกติ x2)
ทำให้เขายิ่งตัดสินใจไม่ได้
เอาไงดีวะกวางพี่ตัดสินใจไม่ได้ ไม่อยากจากลูกไป เป็นห่วงลูก
กวางก็ คิดไม่ยาก เอาสายขาวก่อนดีกว่าดูได้ไปชัวร์กว่า
พอพี่ marketing เขาเข้างานที่นี่ได้แล้วปุ๊บ
พบว่า บริษัทนี้เขาออกตัวว่าเป็นสายขาว สอนคนเล่นหุ้นต่างประเทศ
เข้าไปเป็น Sales นะ เงินเดือนยืนพื้น 1,000 USD
มีหอ ซึ่งเป็นคอนโดหรูย่านสุขุมวิทให้อยู่ฟรีระหว่างเทรนนิ่ง
ถ้ากวางสนใจก็ส่ง resume มา
กวางก็ส่งไปแล้วเขาก็สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์นิดหน่อย
แล้วเรียกตัวกวางให้มาทำงานเลย ให้มาเทรนเดือนนึง ก่อนที่จะบินไปทำงานที่เกาะ CEBU
โดยให้ย้ายมาอยู่หอเลยนี่แหละ หรูกว่าคอนโดที่ตัวเองอยู่ตอนนี้ซะอีก
บรรยากาศในออฟฟิศ แบ่งพรรคแบ่งพวก
แบ่งก๊กแบ่งเหล่า แบ่งทีมแข่งกันทำงาน อันนี้เรื่องปกติ
สิ่งที่รู้สึกเอ๊ะ (1)
ตอนที่อยู่ออฟฟิศห้ามบอกชาวบ้านว่าเราทำงานอะไร อยู่บริษัทอะไร
สิ่งที่รู้สึกเอ๊ะ (2)
คือ มีการให้ตั้งชื่อปลอมแทนตัวเองขึ้นมา
ชื่อนี้จะใช้เป็นชื่อแทนตัวเองในการโทรศัพท์หาลูกค้า จะไม่ใช้ชื่อเรานะ
แล้วก็มีประกาศจากสถานทูตฟิลิปปินส์ว่าคนที่เข้าประเทศได้จะต้องมีวีซ่าดังต่อไปนี้
ซึ่ง ไม่มีวีซ่า work permit อยู่ในรายการนั้น
นั่นหมายความว่าคนที่มีวีซ่า work permit แล้วดันบินกลับมาที่ไทยก็ กลับฟิลิปปินส์ไม่ได้
จนกว่าจะเปิดประเทศและวีซ่ากำหนดให้เข้าประเทศได้ถึงจะเข้ามาได้
อ้าวแล้วจะไปด้วยวีซ่าอะไร? ตั๋วเครื่องบินก็ซื้อแล้ว..
:07: เดือดมาก รออ่านครับ
ปูเสื่อรอ ....
ขอโทษที่ปล่อยให้คอยนาน สามีพาไปวัดถนน นอน รพ แปปนึง :37:
--
เรื่องนี้คาใจไปสักพัก
แต่ถูกกลบเกลื่อนด้วยการซื้อตั๋วเครื่องบินให้พวกเรามั่นใจว่าได้บินแน่นอน
(แต่วีซ่าไม่เรียบร้อย)ไป 2 รอบ
แต่ละรอบไม่ต่ำกว่า 2 แสนเพราะพวกเราก็ 12 ชีวิตที่ทำกันอยู่ตอนนี้
จนกระทั่งมีตัวตั้งตัวตีคนหนึ่งขอพาสปอร์ตของทุกคนไป
เพื่อไปดำเนินการเรื่องวีซ่า
และพอวันที่ก่อนบิน 10 วัน
กวางดันปวดท้องเป็นไส้ติ่งอักเสบ
แอดมิตจ้า 7 วัน
วันที่ออกจากโรงพยาบาล เป็นวันที่ไปรับพาสปอร์ตที่สถานทูตปินส์
**ต้องไปรับด้วยตนเอง**
วีซ่าที่ได้เป็นวีซ่าแบบ 9A
คือเป็นวีซ่าแบบ ธุรกิจ ห้ามสมัครงาน ห้ามเรียนต่อ ห้ามท่องเที่ยว
อยู่ตามกำหนดเอกสารแนบแล้วกลับเลยประมาณนั้น
ซึ่งเอกสารนั้นก็คือมีคนที่ฟิลิปปินส์เค้าจ้างมาอีกต่อนึง (หลักล้าน)
อิเพื่อน marketing ไม่มาจ้า เบี้ยวนัด
ซึ่งเขาน่ะไม่มาออฟฟิศหลายวันแล้ว
และไม่ยอมคืนห้องให้พี่ hr ด้วย
ถามส่วนตัวก็คือ เจ้าตัวเป็น panic
พออยู่ห้องคนเดียวแบบนี้ แล้วเขากลัวและหวาดระแวง
ถ้าไปอยู่คนเดียวที่โน่นอีก
จะไปกันใหญ่ เลยไม่ไปต่อดีกว่า
และเขาจะยกสิทธิ์นี้ให้น้องชายเขาไปแทน
แต่เขายื่นชื่อให้ hr ไม่ทันแล้ว
เขาทำอะไรๆ ช้าไปหมด
ทีนี้ด้วยความที่ เวลาเขาทำอะไรแบบนี้
เขาไม่บอกใครเลยนึกจะไปก็ไป
นึกจะมาก็มา คนที่ซวยคือเรา
เพราะเห็นเราสนิทกะพี่ marketing ไง
เขาก็เลยถามผ่านเราตลอดจนเราอึดอัด
จนเราตอบคำถามไม่ไหวแล้ว
มันกลายเป็น
พี่ marketing ทำให้เสียสิทธิ์วีซ่าไป 1 ชื่อ
เสียห้องไป 1 ห้อง โดยไม่จำเป็น
พอถึงเวลาบินจริงวีซ่าเรียบร้อยแล้ว
เอกสารพร้อมสรรพ ทางบริษัทต้องให้ไปทำงานที่เกาะ ASAP อยู่แล้ว
ตีตั๋วไป 10 คน
อิชั้นอดบินสิคะ เพราะถ้าผ่าตัดช่องท้องห้ามบิน 15-20 วัน
ระหว่างรอ ไม่ได้ตังค์นะ เพราะไม่ได้ make money ให้เขา
ก็พอถึงวันที่สามารถบินได้ก็หาตั๋วที่สามารถไปได้เร็วที่สุดและราคาถูกที่สุด
ส่งให้เขาจ่ายเงินและก็ ปริ๊นท์ตั๋ว เช็คเอกสาร ร่ำลา บินไปเลย
กลายเป็นการบินออกนอกประเทศครั้งแรก และบินคนเดียวด้วย ไม่มีใครไปส่ง เพราะบินวันธรรมดา
โหดสัดมาก แต่ก็ไม่ได้ยากนี่นะ
พอไปถึงด้วยสถานการณ์โควิด
เค้าให้กักตัวที่ Manila ก่อน 1 วันที่โรงแรม
แล้วค่อย check out บินไปเกาะปลายทางอีกที
และเริ่มงานวันถัดไปเลย
ตอนแรก แผนของเราคือ ถ้าเราได้วีซ่า work permit
เราจะหางานอื่นทำที่ไม่ใช่บริษัทนี้
แต่วีซ่าที่ได้ ดันไม่ใช่
แถมมันบังคับให้เราผูกติดกับที่นี่จนกว่าจะลาออกอีกด้วย
เลยต้องเจรจาด้วยสันติวิธี
เราขอย้ายไปทำแผนก support
เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องโทรหลอกขายคอร์สกับลูกค้าคนไทยด้วยกัน
เราคิดว่าอย่างน้อยมันก็รู้สึกผิดน้อยกว่า
ถึงแม้ว่าค่าแรงจะได้แค่ขั้นต่ำ
แต่มันก็รู้สึกดีกว่าต้องมาหลอกชาวบ้านแล้วรวยน่ะนะ
ตลอดระยะเวลาที่อยู่ตรงนั้น
มีกฎแปลกๆที่ว่า
1. โอเคสอนให้เทรดหุ้นต่างประเทศแค่แปปเดียว
แล้วก็จะมีโปรหลอกให้ลงทุนเพิ่มโดยเสนอว่ามีผลตอบแทนเปอร์เซ็นสูง
ถ้าไม่มีเงินตอนนี้ไม่เป็นไร ทางเรามีเครดิตไลน์
(พูดง่ายๆคือให้กู้ยืมกันก่อน)
สามารถใช้ได้พี่แค่เซ็นเอกสารผ่านอีเมล (e-signature)
พี่ก็ได้แล้วค่ะ
(แต่ถ้าได้ผลกำไรจริงก็ยังถอนไม่ได้
จนกว่าจะใช้หนี้เครดิตไลน์หมดภายในระยะเวลาก่อน
ถึงจะถอนเงินออกมาได้นะ)
2. มีสัญญาให้เซ็นหากลงทุนกับหุ้นตัวนั้นตัวนี้ถึงยอดเงิน usd ที่กำหนดไว้
(เช่น 5,000 ถึง 10,000 มากสุดคือ 30,000 ต่อครั้ง)
สามารถถอนผลกำไรได้ทุกๆ วันที่เท่านี้ๆ นะ
แต่พอเอาเข้าจริงกลับถอนไม่ได้เพราะข้อถัดไป
3. ถ้ายอดถอนของทุกคนเกินกว่า 10% ของยอดฝากเงิน
ก็จะไม่ให้ถอนอยู่ดีไม่ว่ากรณีใดๆ แม้แต่ขอคืนเงินด้วย (refund)
ทีนี้พอมีเรื่อง 2. กับ 3. มาหลายๆ เดือนเข้า
ก็มีลูกค้าร้องเรียนมาผ่าน live chat ก็พวกอิชั้นเป็นคนตอบอีกอยู่ดี
บวกกับผ่านอีเมล พวกชั้นก็ตอบอีกแหละ
ก่อนที่จะส่งต่อพวกผู้ใหญ่ถ้ารับมือไม่ไหว
กรณีข้อ 2 เนี่ยถ้าปล่อยไว้นานมันคือการผิดสัญญาที่เกิดจาก
การทำโปรโมชั่นรับประกันผลกำไร 80% อย่างหนักหน่วงของเดือนก่อนๆ
พอลูกค้าเห็นว่าลงทุนไปแล้วได้จริงตามนั้น
บวกกับเซ็นสัญญาไปแล้วว่าสามารถถอนผลกำไรได้
แน่นอนว่าเขาย่อมมีสิทธิ์ถอนผลกำไรส่วนนั้นออกมา
แต่อีเจ้าของบริษัท สมมติชื่อ J เขาสั่งว่า
ห้ามถอนเพราะเป็นยอดที่สูงเกินไป ถ้าถอนมันจะเกิน 10%
sales ก็งงสิ อ้าว แล้วจะบอกลูกค้ายังไง
ถ้าไม่ให้ถอนมันก็ผิดคำพูดนะ เราผิดสัญญาเขาไม่ได้
J ก็บอกมันเป็นปัญหาของคุณไม่ใช่ปัญหาของผม
ตอนนั้นเราดูแลเอกสารถอนเงินกับขอเงินคืน, ตอบอีเมล, live chat
กลายเป็นว่าต้องคอยเช็คว่าลูกค้ามียอดขอถอนมาเยอะหรือเปล่า
เช็คแนวโน้มดราม่าด้วย
ไม่รู้จะรับหน้ายังไงดีแล้วมาแบบนี้ :41:
จนอิ J ไปมะนิลากะเมียฟิลิปปินส์
แล้วถูกจับในข้อหาคดียาเสพติดข้ามชาตินี่ล่ะ
ลงเพจสถานทูตฟิลิปปินส์ด้วยนะ
ก็ดูเหมือนจะมาถึงจุดเปลี่ยนมือการบริหารงานของบริษัทอีกครั้ง
:55: มันจะสีเทาเข้มขึ้นเรื่อยๆ
โหย...เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ทางชีวิตเหมือนต้องไต่เนินต่อเนิน ความรู้สึกยังกะอยู่ในหนัง ต้องตีสองหน้า ต้องเอาตัวให้รอด
โอย โอย... รออ่านต่อครับ
ก็คิดอยู่ว่าไอ้ที่เจอนี่คือ.. อิหยังวะเราไม่ได้คิดว่าจะต้องมาทำอะไรแบบนี้
จากที่คุยกะในทีมน้องๆ sales แต่ละคนที่เข้ามานี่
ไม่ได้คิดว่าอยากจะหลอกใครเลย
อยากเอาความรู้จากการเล่นหุ้นมาแชร์
เอาวิธีดูตลาดหุ้นนอกมาแชร์ว่า
ถ้าช่วงนี้ข่าวมาแนวนี้ควรดูสินทรัพย์ตัวไหนดี
แต่ก็นั่นแหละมาเจอเรื่อง J บวกกะนโยบายของนางอีก
ก็เฟลกันไป และโดนบังคับแบบมัดมือชกด้วย
ลืมเล่าเพิ่ม
- คนที่ทำโปรโมชั่นรับประกันผลตอบแทน 80% ก็ J นี่ล่ะ
บังคับให้บอกลูกค้าแบบนี้
(ปกติรับประกัน 5-10% และมากสุดแบบชนเพดานจริงๆ ไม่เกิน 30%)
และระบุในสัญญาแบบนี้ ระหว่างที่ร่างสัญญาฉบับภาษาไทย
จะให้ก๊อบประโยคไทยในสัญญาใส่ google translate เป็น english
แล้วต้องแปลให้ได้ตามที่ต้องการทุกข้อทุกบรรทัดในเอกสารสัญญา
ก่อนให้ลูกค้าเซ็นไม่งั้นโดนใบเตือนอีกด้วย
ดังนั้นจะบอกว่า sales เป็นคนผิด ก็ไม่ใช่น่ะนะ เค้าแค่ทำตามคำสั่ง - sales ต้องตั้งเป้าแต่ละเดือนของตัวเอง และทำยอด
ถ้า sales ไม่ทำและยอดไม่ได้ตามเป้า
ก็จะให้เข้าออฟฟิศวันเสาร์อาทิตย์
ระหว่างนี้ก็มีคนที่ออกไปทำร้านอาหารไทย 1 คน
มาขายคนในทีมนี่แหละ
เพราะมาทำงานวันหยุดนางไม่ชอบก็เลยออก
ได้ผัวที่นี่ support เรื่องที่อยู่ใหม่
ไม่ก็ให้มาออฟฟิศตั้งแต่หัววัน
ซึ่งมันผิดเวลาที่ตกลงกับลูกค้าไว้
บางทีก็ให้โทรหาตอนเวลาที่ลูกค้ากำลังจะนอนแล้ว
หรือไม่ก็ วันหยุดวันครอบครัวก็ยังจะให้โทรไรงี้ - เรื่องเข้างาน คือ ในทีมมีกฎการหลอกลูกค้าข้อนึงว่า
ออฟฟิศเราไม่ได้ตั้งอยู่ทั้งที่ไทยและที่ฟิลิปปินส์
แต่ตั้งอยู่ที่ Sydney, AUS.
เวลาโทรหาเลยเป็นเวลาที่อยู่ที่ออสโทรกลับไปที่ไทยแต่ตัวจริงอยู่ปินส์ (ซับซ้อนชิบหาย)
ส่วน สนญ. อยู่ประเทศเซเชลส์ (Seychelles)
ลอง google ดูได้เป็นเกาะเล็กๆ แถวๆ แอฟริกา
เพื่อให้หลอกแนบเนียนการหลอกเรื่องเวลาทำการ
สภาพแวดล้อมแถวออฟฟิศที่อยู่ว่ามีการปิดพื้นที่ กักตัวมั้ย
ก็เลยเป็นอีกเรื่องนึงที่ต้องดู เรียกว่าพอโกหกแล้วก็ต้องโกหกไปเรื่อยๆ ว่างั้น
แต่เรื่องจะหลุดก็เพราะอิ J อยากได้ยอดจากลูกค้ามากเกินไป
ไม่ดูเวล่ำเวลานี่แหละ - เวลาโทรจะใช้โปรแกรมโทรศัพท์ที่สามารถสุ่มเบอร์โทรมือถือของประเทศนั้นๆ ได้ โปรแกรมนี้จะบันทึกเสียงการสนทนาทุกครั้งไว้ที่ server ส่วนกลาง ส่วนเบอร์โทรศัพท์กับข้อมูลลูกค้าบางส่วนนั้น มีอยู่ในโปรแกรมอยู่แล้ว
- สงสัยมั้ยว่า ลูกค้าใหม่จะงอกมาได้ไงถ้าไม่สมัครหรือถูกหลอกเข้ามา หรือซื้อข้อมูลมาใส่
ของที่นี่ ถ้าจะมาใหม่เนี่ยจะมาจากเว็บของบริษัทที่ไทย (เจ้าของ บ. ชื่อลุง B)
ทำเว็บเป็นเว็บรับสอนเล่นหุ้นต่างประเทศ
ค่าคอร์สถูกๆ สัก คอร์สละ 100 usd เป็นคอร์สเบสิก คิดเป็นเงินไทยก็หลายพันแหละ
และก็ถ้าไม่พอใจภายใน 14 วันรับประกันคืนเงินด้วย
ถ้าคนมันอยากรวยแบบนี้ใครจะไม่อยากสมัคร และก็จ่ายตังค์มาเรียน
พอข้อมูลลูกค้าสมัครเสร็จจ่ายเงินเรียบร้อยปั๊บ ข้อมูลจะถูกส่งเข้าระบบฝั่งทีมที่ฟิลิปปินส์ ไปโทรต่อ ลูกค้าจะงงๆ นิดหน่อยว่าคนละหน่วยงานกัน sales ให้โปรโมชั่นไม่เหมือนที่ขายไว้ตอนแรก
แต่ในเวลานั้นถ้าลูกค้ายังพอรู้ตัวรีบขอคืนเงินโดยเร็ว โอกาสที่จะได้เงินกลับไปครบ ก็จะมีสูง - ใครที่โชคร้ายจ่ายเงินค่าคอร์สแบบโอนเงิน Promptpay มา
หรือว่า ระหว่างเรียนมีการเทรดไปแล้ว หรือมีการขอถอนเงิน
จะใช้สิทธิ์ขอคืนเงินยากหน่อย (2 กรณีหลังเรียกว่าหลุดประกันคืนเงิน 14 วัน)
ก็ต้องขอหลักฐานยืนยันตัวตน KYC ด้วย
ว่าตรงกับชื่อที่สมัครเข้าระบบมาจริงมั้ย
มีบัตร ปชช หน้าหลัง book bank ที่จะให้โอนเงินคืนกลับไป
และก็บิลค่าไฟหรือค่าโทรศัพท์มือถือ 1 หรือ 2 เดือนล่าสุดเพื่อเช็คที่อยู่ปัจจุบัน
ใครไม่ให้ตามนี้ก็คือ ยืนยันตัวตนไม่ผ่าน อดตังค์
ใครขีดคร่อมสำเนาจนไม่เห็นตัวหนังสือ ก็ไม่ผ่าน
ใครถ่ายรูปไม่ดี ลายน้ำราชการบังรูปหน้าตัวเอง หรือบังตัวหนังสือ ก็ไม่ผ่าน
ใครเอาเอกสารหมดอายุมาส่งก็ไม่ผ่าน
บิลเกินกำหนด 3 เดือนก็ไม่ผ่าน
book bank ไม่ตรงกับชื่อที่สมัครก็สุ่มเสี่ยงไม่ผ่าน
บัญชีไหนโอนแล้วไม่ผ่าน เสียเวลาต้องมาขอบัญชีที่ใช้ปัจจุบันอีกนะ - ก็มีเหมือนกันที่ไม่ให้บัตร ปชช มา ให้หน้าไม่ให้หลัง หรือให้แบบขีดฆ่าบางส่วน ทำไงถึงจะส่งผ่านจะได้คืนเงินให้เขาไป เราก็ไม่อยากรั้งเขาไว้เหมือนกัน ก็มีการ make จากข้อมูลลูกค้าที่ให้มาครบใส่กับลูกค้าที่ให้มาไม่ครบ ทำแบบ เนียนๆ หน่อย (ใช้ photoshop) ส่งไปเช่นกัน ก็ผ่านนะ
หลังๆมานี้ก่อนจะยุบทีม ทีม kyc มีกฎเช็ค exif กับไฟล์ ID ก็เลยทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว - ก่อนเพื่อนๆ เราจะบินมาที่เกาะนี้ก็มีคนไทยทำอยู่ก่อนแล้ว 2 คนคือ นาย N (เป็น trader และ support) กับ น้อง Y (เป็น sales) คนที่เทรนเราก่อนบินมาที่นี่ก็คือนาย N นี่แหละ
- J เป็นคนฝรั่งเศสนะ เคยมีคดีค้าและเสพที่ฝรั่งเศสมาก่อน (อันนี้คนในทีมฝรั่งเศสลูกน้อง J เล่ามา)
- J มีเมียอยู่แล้วที่ฝรั่งเศส ลูก 1
- J หนีคดีมาที่นี่ละก็เลยมีเมียฟิลิปปินส์อีกคน ตั้งทีมไทยขึ้นมาบริหารกับเมีย
- นอกเหนือจากออฟฟิศนี้ที่ J มีชื่อเป็นเจ้าของก็มีผับ LP ใหญ่มาก
แต่พอมีโควิดก็ปิดตัวยาว ขาดทุน ลูกน้องก็ต้องดูแลอีกต่างหาก - ก็เพราะมีผับนี้น่ะแหละมั้งเมียฝรั่งเศสเลยเจอตัว J หลังจากที่ตามหาตัวมาหลายปี
แต่พอเห็นอยู่กะเมียใหม่ก็.. อยากให้มันขาดจากกัน แต่จะทำยังไง ก็ปิ๊งไอเดีย - เมียฝรั่งเศส เอาคดีที่ยังไม่หมดอายุความของ J ไปติดต่อกับทางการฟิลิปปินส์
ให้เป็นคดีระหว่างประเทศ - เมื่อไหร่ที่ J ไปมะนิลา วันนั้นก็จะเป็นวันที่ทั้ง J และเมียปินส์ได้พรากจากกันเพราะถูกตำรวจจับ
- เหตุการณ์ที่ J ถูกจับเพราะเมียฝรั่งเศสนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก
ดังนั้นคนในทีมฝรั่งเศสจึงไม่ได้รู้สึกอะไรและนั่งทำงานต่อไป เพราะมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว
คนทีมเราที่ไม่รู้โครงสร้างบริษัทที่แท้จริง
ส่วนหนึ่งวิ่งไปเก็บของเฉพาะที่จำเป็น
แล้วมารวมตัวที่ห้องตัวตั้งตัวตีของกลุ่ม
แห่จะไปสถานทูตกัน
แต่ในใจเราตอนนั้นคิดว่า ถ้าเราไปสถานทูตตอนนี้ก็คือ
เราก็คือโดนเรื่องวีซ่าผิดประเภทแล้วนะ
เรากับพี่ sales ในทีมไทยอีกคน ขอตั้งชื่อว่าพี่เอส
ในเวลานั้นเรายังไม่เห็นึวามเคลื่อนไหวของพี่เอส
เลยไปหาที่ห้อง
ก็มีความเห็นตรงกันสองคนว่าควรโทรคุยกับ hr ออฟฟิศที่ไทย
และพี่เอสก็สนิทกับคนในทีมฝรั่งเศส ก็ปรึกษาเรื่องนี้
ช่วยกันประสานงาน เผื่อเค้าจะติดต่อใครที่ support เรื่องนี้ได้
เราพบว่าพี่เอสเป็นเพื่อนกับลุง B เจ้าของ บ. ตั้งต้นที่รับสมัครลูกค้า
และ HR เองก็รู้จักกับลุง B
การมีเรื่องเข้าคุกของอิ J
และคนในทีมฝรั่งเศสที่คิดว่าปกติ บ. แม่จะยัดเงินให้หน่วยงานพวกนี้
และก็กลับมาได้เหมือนทุกครั้ง รอบนี้จะต่างออกไป
บ.แม่ video call หาทีมเราและหน.ทีม ฝรั่งเศส
ให้หัวหน้าทีมฝรั่งเศสรักษาการคุมทีมไทยชั่วคราว
ทีมไทยได้หัวหน้าใหม่ก็ต้องยังอยู่ทำงานต่อ
มีคนหนี 1 คนเพราะกลัว ขอให้ชื่อว่า apple
เรียกว่าหนีไปอยู่ที่อื่นที่ที่คนในทีมติดต่อไม่ได้
(คนนี้ก็ยืมตังค์คนอื่นไปเยอะแล้วก็หนีแบบนี้เลยทำให้ตามทวงเงินไม่ได้)
และติดต่อสถานทูตเองเพื่อขอกลับไทย
หลังจาก J เข้าคุกได้ไม่นาน น้อง sales ชื่อ M (พบตอนหลังว่าเป็น spreader) ไอเรื้อรังแล้ว
ไปคลุกคลีกะน้องอิ๊ง Sales อีกคนนึง ทีนี้ก็มีอาการคล้ายๆ กัน
เลยไปตรวจ RT-PCR ผลก็บวกจ้า ก็เลยกักตัวอัตโนมัติทั้งทีม
กักตัวแต่ก็ยังทำงานอยู่นะ มีคอม pc มาวางหน้าห้องให้ประกอบเอง
เพราะทีมไอทีที่นี่ กลัวติดโควิดเช่นกัน
กักตั้งแต่ประมาณ week 2 ของเดือน กพ. นับไป 14 วัน ตรวจซ้ำ
ใครเป็นลบทั้ง 2 รอบก็ออกมาข้างนอกได้
ถ้ามีคนติดเพิ่มก็กักตัวต่อแล้วค่อยตรวจซ้ำอีกที 14 วันถัดไปรอบหน้า
จำนวนคนติดทั้งหมด 7 คน
(รวมตรวจทุกครั้ง) [หัก ยัย apple กับน้องทำร้านอาหาร]
และก็รอดทุก seasons 4 คน
สิริรวมแล้วคือ กักตัวไปประมาณร่วม 3 เดือน
ถึงจะเริ่มกลับไปทำงานที่ออฟฟิศตามปกติ
ความโหดก็คือ ระหว่างกักตัวอยู่ ไม่ว่าจะป่วยขนาดไหน sales ก็ยังต้องโทร
และเน็ตฟิลิปปินส์มันห่วยมากเว่อ
และยังผ่าน vpn อีก ยิ่งห่วยไปกันใหญ่เลย
พอเน็ตแย่ก็โทรคุยไม่รู้เรื่อง
พอ sales บางคนจะ call ผ่าน line หาลูกค้า
เพราะเห็นว่ามันง่ายและ stable กว่า
ไม่ต้องผ่าน vpn ระบบโทรอันนี้ก็เก่าเกิน
ไม่มีที่ให้บันทึกหากมีการติดต่อลูกค้าผ่านช่องทางข้างนอกระบบ
ติดตามไม่ได้ด้วย
พอยอดไม่มี ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่
แต่หัวหน้าก็ยังด่าและทำเป็นไม่สนใจว่า มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ทีมเราบ่นกันในกลุ่ม whatsapp ว่า
อยากให้ทีมฝรั่งเศสติดโควิดทั้งทีมดูบ้างมันจะโทรได้มั้ย
ทีมไทยติดโควิดจากการประชุมในห้องแคบคราวนั้น
ทำให้ยอดขายตกหลายเดือนติดต่อกันเป็นประวัติการณ์
ส่วนการรักษาโควิดที่นี่เป็นแบบ home isolation
และต้องมีใบสั่งยาจากเพทย์เท่านั้นจึงจะไปซื้อยากินเองได้
ไม่มียาฟรีจากรัฐบาล
และถ้ายาขาดแคลนมากๆจะให้กินเป็นวิตามินแทน
ช่วงนั้นเชื้อโควิดกลายพันธุ์เก่งมาก
เชื้อที่พวกเราได้รับเป็นสายพันธุ์ใหม่สุด
https://www.rappler.com/nation/doh-region-7-says-covid-19-variant-of-concern-detected-cebu-city-february-2021/ (https://www.rappler.com/nation/doh-region-7-says-covid-19-variant-of-concern-detected-cebu-city-february-2021/)
มันกลายเป็นว่า ออกนอกบ้านก็ต้องระวังตัว
เพื่อนที่ติดโควิดฝากซื้อของ ก็ต้องยิ่งระวังตัว
เพื่อนไม่มียากินจะกินอะไรให้ทุเลา
ตอนนั้นเพื่อนขอให้ชื่อว่าพี่ D
ฝากซื้อขิงแก่ ขิงอ่อน น้ำตาลก้อน มาต้มดื่มแก้เจ็บคอ
ซื้อมาต้มสูตรนึงกินได้หลายวัน แล้วนางก็อาการดีขึ้นนะ
ส่วนยาอีกตัวที่มีคือฟ้าทลายโจรที่เอาเข้ามาโดยพี่เอส
และก็ มีคนขอไป on site ที่ไทย เพื่อไปรักษาเนื้องอกในสมอง
ระหว่างที่จะบินกลับไทยก็ต้องแวะมะนิลาก่อน ก็มาป๊ะกับยัย apple
เรื่องน่าเฟลก็มาเกิดอีกครั้ง
เมื่อ apple เอากระเป๋าเดินทางที่พี่เอสให้ยืม
ตั้งแต่บินจากไทยมาที่นี่
พร้อมกับเงินสดอีกจำนวนนึงของใครหลายคน ไปด้วย
และบอกกับคุณเนื้องอกว่าจะไม่ชดใช้และจะไม่คืนกระเป๋า
นางขอโทษทุกคนด้วย ส่วนของในห้อง เอาไปขายได้เลยไม่เอาแล้ว
(มีแต่ขยะทั้งนั้น)
คนบ่นเยอะที่สุดในเรื่องนี้คือนาย N
เพราะนางให้ apple ยืมตังค์เพราะเห็นว่าเป็นคนเหนือด้วยกัน
สุดท้ายต้องมาเก็บห้องเก็บซากให้อีกด้วย ทวงตังค์ก็ไม่ได้คืน
อะไรก็ไม่แย่เท่าคนในทีมโกงกันเองนี่แหละ ดีที่เรารู้ทัน
ของเราคือ เคยโดนแลก notebook อันห่วย
มาจากยัย apple ตอนเทรนที่ไทย ไปเอาคืนก็โดนแง่งใส่
เลยไม่ยุ่งละกัน ไม่อยากทะเลาะ
พอเล่าให้คนอื่นฟัง คนอื่นหาว่าเราคิดมาก
อืมเจอกะตัวดูละกันจะรู้
งานเราที่มีรายการยอดขอถอนเยอะตั้งแต่เดือนกุมภา
ถึงเดือนพฤษภาคม ยอดขายของทีมไม่ดีเท่าไหร่
จากเดิมเคยทำได้ 1 แสน ตอนนี้ได้ 5,000 ก็ดีใจแล้ว
ทำให้ไม่สามารถส่งรายการถอนเงินทั้งหมดให้ลูกค้าได้
มันส่งผลทำให้ Sales ไม่อยากโทรหาลูกค้า
เพราะเมื่อไหร่ที่โทรไปก็จะถูกด่าว่าโกงเงิน
เมื่อไหร่เงินที่ขอถอนไปจะได้สักที
มันก็จะเป็นเรื่องเดิมๆที่ต้องเจอ
แต่ถ้าไม่มี log ในระบบเลยก็จะโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง
จนกระทั่งวันนึงมีคำสั่งล้างท่อมา
ล้างท่อคืออะไร
มันคือ ส่งยอดถอนของลูกค้าที่ขอมาให้หมดทุกรายการ
เราจะบอกว่า
มันเป็นวันที่ทั้งทีมไทยค่อนข้างจะโล่งใจมากที่สุดตั้งแต่อยู่ที่นี่มาเลย
ยกเว้นหัวหน้า เพราะถอนเยอะมากกกก แต่ยังไม่มียอดขายเลย
พอล้างท่อได้แค่ 3 วัน
ทั้งทีมก็ได้เข้าพิธีกรรมถามตัวเองว่าอยากทำงานที่นี่ต่อมั้ย
ก็มี 2 คนไม่อยากไปต่อ มีน้องนก กับน้อง M ที่เป็น Spreader
ก็จะให้ออกจากหอตามกำหนดวันที่สิ้นสุดการเป็นพนักงาน
เพราะหอที่อยู่ก็เป็นสวัสดิการพนักงานอันหนึ่ง
เรื่องนี้ทำให้พี่เอสเสียความรู้สึก
เพราะว่าเมื่อตอนอยู่ไทย
พี่เอสกะน้อง M ตัวติดกันมาก ตอนนี้เปลี่ยนไป
มีอะไรไม่คุยกันแม้แต่จะไปก็ไม่บอกสักคำ
1 คนที่เป็น support เหมือนกวาง
ขอกลับไปออนไซต์ที่ไทยเพราะแม่เป็นมะเร็ง
แต่ก่อนไป ไม่ได้บินต้องเลื่อนตั๋ว
เพราะผลโควิดรอบสุดท้ายยังเป็นบวกอยู่แบบไม่แสดงอาการ
เลยต้องกักตัวต่อไป พอกักตัวจนผล rt-pcr เป็นลบ ถึงจะได้บิน
ไปถึงไทยตรวจเจอซากเชื้อก็ยังต้องอยู่รพ กักตัวต่ออีก 14 วันอีกนะ
กว่าจะได้กลับบ้านจริงๆ ใช้เวลานานมาก
สรุปถึงตอนนี้ อยู่ไทย 2 อยู่ปินส์ 7
และก็มีดราม่าพันทิปเรื่องนึงคือ
เป็นเรื่องของเจ้าของกระทู้ตั้งกลุ่มไลน์ขึ้นมา
รวมตัวคนที่ไม่ได้เงินจากการขอถอนเงินจากระบบนี้
คนที่เจอกระทู้นี้คือพี่เอส
เขาก็มาปรึกษากวาง ก็เป็นโคนันกันใหญ่
เอามือถือตั้งอวตารเข้ากลุ่มไลน์
ไปแกล้งตอบ แกล้งถามว่าเป็นลูกค้าของใครบ้างที่ไปร้องเรียน
ส่วนใหญ่พอรู้ว่าเป็นลูกค้าของใครก็จะให้ sales คนที่ติดต่อกับลูกค้าคนนั้นโทรหาก่อน
ถ้าไม่ ok ก็ค่อยเปลี่ยนคนคุย แต่ส่วนมากจะเป็นการคุยเพื่อต่อเวลามากกว่า
คนไหนที่เหตุผลควรถอนด่วนก็จะให้เป็นกรณีพิเศษ
เอาเข้าจริงมันก็ไม่ควรมีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นรึเปล่านะ
ถ้าให้ถอนได้ก็ควรถอนได้สิจริงมั้ย
ทีนี้กลุ่มไลน์นี่แหละ
พอกวางเข้ากลุ่มไลน์คนที่คิดว่าน่าจะเป็นเจ้าของกลุ่มเข้าไป
(ชื่อเดียวกันกับกลุ่ม)
มันขึ้นเป็นเบอร์โทรพี่คนนึงในทีม
(กวางมีมือถือ 2 เครื่อง เบอร์ไทย 1 เบอร์ปินส์ 1
เครื่องที่ใช้แอดไลน์กลุ่มเป็นเครื่องที่ใช้เบอร์ปินส์
ก็จะเมมเบอร์คนที่มีปฏิสัมพันธ์ที่นี่ไว้ในนั้น)
มันขึ้นชื่อพี่ D
จากเรื่องนี้สรุปได้ว่า
พี่ D สมรู้ร่วมคิดกับลูกค้าตำรวจอายุน้อยคนหนึ่ง
ตำรวจคนนี้ก็ลูกค้าเก่าของพี่เอสด้วย มีประวัติติดหนี้ credit line ไม่มาก
แต่ลองยกลูกค้าให้พี่ D คุยดูเพราะเห็นศักยภาพว่าน่าจะเจรจาได้
แต่นานวันก็ไม่ยอมชดใช้สักที
ลูกค้ามองว่าได้ผลตอบแทนแล้วทำไมถึงถอนไม่ได้
เลยเอาไปคุยกัน
พี่ D เองมีลูกค้าแนวนี้หลายคนที่คุยแล้ว
ไม่เคลียร์เรื่องยืนยันตัวตนให้จบ มองว่าน่ารำคาญ
แล้วตั้งกลุ่มไลน์นี้ขึ้นมา
กะว่าจะให้ลูกค้ากลุ่มนี้เข้ากลุ่มไลน์ coinbase ของแก
ไปลงทุนอันนี้แทนละแกสอนเทรดเองผ่านแอพ bitkub
แต่ดันมาถูกจับได้ซะก่อน
เพราะพี่เอส คุยเจรจากะลูกค้าตำรวจคนนี้ได้
และมี contact skype กันอยู่แล้ว
เลยขอคุยว่า กับพี่ D คนนี้ เป็นอะไรกันเชิงชู้สาวมั้ย
ถ้าบอกตามจริง เรื่องยอดหนี้ที่ติดค้างจะเคลียร์ให้หมด
และไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกันอีก
ลูกค้าตำรวจบอกพี่เอสว่า ไม่มีอะไรเชิงชู้สาวกับพี่ D
แถมพี่ D เคยส่งรูปจริงให้ลูกค้าดูด้วย
พอได้หลักฐานมาก็คือ บริษัทดำเนินการคืนเงินให้
ตัดเครดิตไลน์ที่ลูกค้าเคยยืมไปออกให้หมดให้ลูกค้าคนนี้พ้นจากการเป็นลูกค้า
และเคลียร์เรื่องที่ก่อขึ้นให้เรียบร้อยด้วยว่าได้รับเงินคืนแล้ว
เรื่องนี้พอคนในทีมรู้ก็สะดุ้งเฮือก
เฮ้ย ถ้าเคยบอกว่าเอาตัวรอดได้ เก่งอย่างนั้นอย่างนี้
ก็อย่าทำให้คนในทีมเดือดร้อนสิ
พี่ D เป็นคนแรกในทีมที่ถูกไล่ออก
หมดเรื่อง D แล้ว
มีเรื่องคุณ K ล้มในห้องน้ำและจะกลับไทย
แต่ละคนอยากกลับไทยด้วยเหตุผลต่างๆ นานา
ไม่อยากเสียรายได้ในตอนนั้น
แต่กว่าจะได้กลับมาที่เกาะนี่ก็ยากอยู่
เพราะไปแต่ละครั้งก็ต้องกักตัวทั้งขาไปและขากลับ
เรื่องคุณ K กลับไทยก็เลยค่อนข้าง surprise สำหรับเรานิดหน่อย
ว่าทำไมเร็วแบบนั้นและไปสองคนด้วย
คือไปทั้งคุณ K กะเพื่อนอีกคนที่เป็น Sales คู่หูด้วยกัน
มารู้ทีหลังว่า คุณ K ท้อง แล้วโดนเท
ก็เลยพยายามเอาออกด้วยการถามคนในทีมฝรั่งเศสว่า
มีที่ไหนรับทำแท้งมั้ย
เรื่องนี้คนในทีมฝรั่งเศสเลยรู้ก่อนคนในทีมไทย
ตอนหลังตกเลือดได้หัวหน้ามาช่วยพาส่ง รพ
แต่ก็ร่อแร่เต็มที ไปถึงไทยก็แอดมิตเลย น้องในท้องไม่รอด
ก็ on-site ที่ไทยไปทั้งคู่
ตอนนี้เหลืออยู่ปินส์ 4 คน
ดราม่าระรอกใหม่มาอีกแล้วเป็นดราม่าจากลูกค้าพี่เอส
(พี่เอสดูแลลูกค้า vvip พอร์ตยักษ์ทั้งหลาย)
เรื่องนี้เป็นของลูกค้าพอร์ตใหญ่ที่สุดในทีมไทย
เงินทั้งหมดในพอร์ตของนางประมาณ 3 แสน USD
เป็นลูกสาวนายพลทหารบก
และลากเพื่อนรวมถึงน้องชายมาเล่นด้วยอีกรวม 5 คน
เงินเดินสะพัดจากกลุ่มนี้ไม่ต่ำกว่า 5 แสน USD
เรื่องจะไม่ใหญ่ขนาดนี้ถ้า
1. ไม่มีคำสั่งจากในคุกว่า ห้ามถอนเด็ดขาด
2. หัวหน้าฝรั่งเศส ไม่พูดจาแทะโลมใส่ลูกค้าคนนี้
3. หัวหน้าฟิลิปปินส์ไม่ใจเย็นรอให้เรื่องบานปลาย
รีบตอบลูกค้าให้ใจเย็นลง
4. พี่เอสพูดคุยกะลูกค้าสนิทมากเกินไป เผลอหลุดชื่อจริงคนในทีม
จนทำให้ลูกค้าสืบสาวข้อมูลส่วนตัวของพี่เอส
และข้อมูลการบินของนาย N รอบล่าสุดที่ลาพักร้อนไปไทย
และเพิ่งกลับมาถึงปินส์เมื่อไม่นานมานี้เอง
ลค. ท่านนี้บอกว่าถ้าให้ถอนผลกำไรไม่ได้
และเพื่อนๆ เขาที่เคยลงทุนไว้กับพี่เอสตามสัญญา
และถึงเวลาที่ต้องได้รับผลกำไรตามที่ขอถอนไป แต่ยังไม่ได้รับ
ให้จัดการให้เรียบร้อยภายในวันที่ระบุไม่งั้นจะแฉลงสื่อ
ตอนแรก พี่เอสก็คิดว่า ลค พูดเล่นเพราะก็คุยกันมานานแต่ว่า
พี่เอสสัญญาว่าจะเอาสายให้หัวหน้าใหญ่ที่สุดในออฟฟิศนี้คุยแต่ก็ไม่สำเร็จสักที
เหมือนบารมีจะคุยมันไม่ถึงน่ะแหละ
ก็เลยดูเหมือนสัญญาไม่เป็นสัญญาน่ะ เสียเวลาลูกค้าด้วย
แล้วลูกค้าแบบนี้ ลงทุนเยอะ แน่นอนว่าไม่ใช่งินตัวเอง 100%
ถ้าพูดอะไรกับคนอื่นแล้วไม่เป็นคำพูดเค้าจะเสียชื่อและเสียหน้ามาก
แล้วถ้าพอร์ตนี้มีแววถอนไม่ได้ขึ้นมาทั้ง port จะทำยังไงล่ะทีนี้
มันไม่แปลกที่ลูกค้าจะทำแบบนั้น
คนที่อยู่ไทย ทำยังไงกัน..
มีคนโทรมาหาคุณ K กะเพื่อนเขา (อยู่คนละห้องกัน)
เช็ครายบุคคลเลยว่าใช่คนนี้ชื่อนี้อยู่นี่รึเปล่า
เจอแบบนี้ก็สยองนะ
พี่เอสล่ะ
ลค. ส่งรูปเป็นรูปหน้าบัตรปชชขยายใหญ่ชัดๆ ที่มีตัวหนังสือบนหน้าแดงๆ
ด้านล่างเป็นรายละเอียดชื่อจริงพี่เอสพร้อมที่อยู่ พร้อมถามว่า
งั้นขอยืนยันตัวตนหน่อยนะคะว่าเอกสารนี่ถูกต้องมั้ย
พี่เอสร้องไห้กลางออฟฟิศเลย และขอกลับห้องไม่ออกมาอีก
บอกว่ากลัวคนของลูกค้าคนนี้จ้างคนมาจับไป
ไม่มีใครรับประกันความปลอดภัยอะไรให้นางได้อีกแล้ว
เรา นาย N และน้องอิ๊ง เห็นรูปที่ ลค. พี่เอสส่งมาให้ใน skype
ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
มันคือแพทเทิร์นเดียวกับ การออกประกาศจับใน สน. :38:
โอ้โห... เล่าได้ละเอียดเป็นฉากๆ เลยครับ ใจตุ้มๆ ต่อมๆ ตามไปด้วย กระท่อนกระแท่นอยู่กันเป็นกลุ่ม จะรอดกันไหมทีนี้ ลุ้นตามไปด้วยครับ ขออภัยมาอ่านช้าไปหน่อยครับ
โหย.. อ้านแล้วได้แต่คิดว่าอะไรกันเนี่ยยย
ไม่เล่าเรื่องตัวเองแล้ว :3005:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 26 มิ.ย. 2022, 20:58 น.
โหย.. อ้านแล้วได้แต่คิดว่าอะไรกันเนี่ยยย
ไม่เล่าเรื่องตัวเองแล้ว :3005:
ผมอุตส่าห์เตรียมโซดา ... :16:
ขอบันทึกไว้หน่อย..
งาน
ทำงานบริษัทนี้มา 4 ปี 11 เดือนแล้ว เรียกได้ว่าร่วม 5 ปีมานี้ ทำอยู่โครงการเดียวเลย (มีโครงการอื่นผ่านมาบ้างแหละแต่ผิวๆ มาก)
ที่ต่างจากประสบการณ์การทำงานมาทั้งคือ
- ไม่เคยอยู่ในทีมประมูลงานของรัฐมาก่อน (งานเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน / PPP: Public Private Partnership)
- ไม่เคยทำงานแบบที่ต้องหาข้อมูลเยอะขนาดนี้มาก่อน (แต่ละวันทำงาน เหมือนกลับไปเรียน ป.โท อีกครั้ง)
- ไม่เคยทำงานที่มีขนาดใหญ่โตขนาดนี้มาก่อน ทั้งในแง่พื้นที่โครงการ และมูลค่าโครงการ (เฉพาะส่วนที่รับผิดชอบ ก็ใหญ่ประมาณพื้นที่ค้าปลีกของ CTW x2)
- ไม่เคยทำงานโดยมีผู้มีส่วนได้เสียเยอะขนาดนี้มาก่อน ซึ่งมันไม่ใช่แค่การต้องดีลกับรัฐ หรือสภาวิชาชีพ หรือเอกชนที่เกี่ยวข้อง แต่มันใหญ่โตไปจนถึงผลักดันมาตรฐานใหม่ของกฎหมายที่มีอายุมากกว่าตัวเราเอง แต่ยังถูกบังคับใช้มาจนทุกวันนี้
- ไม่เคยต้องอยู่กับโครงการอะไรยาวนานขนาดนี้มาก่อน (จนตอนนี้ยังอยู่ใน Schematic Masterplan Design อยู่เลย)
ความโชคดีคือได้อยู่ในหน่วยงานที่ทำงานบนโจทย์ที่ท้าทาย (มากกว่าที่ลิสต์ไว้ข้างบนอีกเยอะ) และอยู่ในทีมที่ดี
พี่ๆ ให้การสนับสนุน ส่งเสริม และเป็นโรลโมเดลที่น่าสนใจ ส่วนน้องๆ ก็มีสกิลเซ็ตหลายอย่างที่คนรุ่นเราตื่นตาตื่นใจ
ทำให้คนที่อยู่ตรงกลางอย่างเรานั้นก็แอบร้อนๆ หนาวๆ ไม่น้อย
เงิน
- รายได้แทบจะเรียกว่าแช่แข็งมาสองปีแล้ว ด้วยภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ก็ไม่มีโบนัส ส่วนเงินเดือนคือปรับแบบแผ่วมาก ยังดีที่อยู่ในองค์กรที่ไม่มีนโยบายลดเงินเดือน หรือลดพนักงาน
- ซึ่งก็อดรู้สึกไม่ได้เวลารู้สึกว่าบางคน ทำตัวเหมือนไขมันที่พอกอยู่ในหลอดเลือด คอยจะอุดตันและทำให้สุขภาพองค์กรที่ย่ำแย่ลง
- ยังดีมีวิชาชีพติดตัว ก็พอจะหาค่าขนมกินได้อยู่เรื่อย (ตรงนี้ใครสนใจทำโครงการอสังหาฯ สามารถคุยเรื่องบริการกันได้นะฮะ ส่วนงานออกแบบก็ยังรับนะครับ)
- เป็นช่วงชีวิตที่เริ่มมีวินัยในการลงทุนที่ดีขึ้น (ดีขึ้นไม่ได้แปลว่าดีแล้ว) ส่วนวินัยทางการเงิน ยังค่อนข้างเลวทรามไม่แพ้เก่า ที่ไม่เลวลงไปกว่าเดิม เพราะตอนนี้หนี้สินเยอะ เวลาจะใช้เงินเลยมีสติขึ้นมากว่าแต่ก่อนบ้าง เท่านั้นเอง
ความหวัง
ระยะสั้นสุด คืออยากเลื่อนตำแหน่งแหละ เพราะขยับอีกตำแหน่งเดียวก็จะมีสวัสดิการเพิ่มขึ้นแบบจับต้องได้ ชีวิตราบรื่นขึ้นแน่นอน
ระยะกลางๆ คืออยากให้การเปลี่ยนถ่ายต่างๆ ในชีวิตเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้เอง เรื่องที่มีส่วนร่วมในการตัดสิน ไปจนถึงเรื่องที่อาจจะไม่สามารถมีอำนาจในการตัดสินใจ
ระยะยาว คืออยากมีความมั่นคงทางการเงินสักที เพราะตอนนี้จัดอยู่ในกลุ่มคนแบบหยุดทำงานแล้วอดตายได้เลย..
อนาคต
คนอื่นเขา coming of age กันตอนอายุเท่าไหร่กันนะ..
ผ่านวันเกิดอายุ 39 ไปได้สักเดือนนึง ก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา ไม่รู้คือความกลัว ความกังวล ความเครียด หรืออะไร..
คือก่อนวันเกิดอะ ความรู้สึกเรามันประมาณ 32-33 เองนะ ทำไมพอ 39 ปุ๊บ เฮ้ย มันรู้สึก 39 เฉยเลยอะ งงมาก ซึ่งปรับตัวไม่ทัน ไม่สิปรับความรู้สึกไม่ทันมากกว่า
จริงๆ เหมือนบรรลุเป้าหมายที่เคยคิดว่าอยากทำให้ได้ก่อน 40 ไปหลายอย่างแล้วนะ แต่กลายเป็นตอนนี้มีคำถามในหัวหลายอย่าง ว่าเอ๊ะเราลืมบางอย่างไปมั้ยนะ เอ๊ะบางอย่างเราจัดลำดับความสำคัญผิดมั้ยนะ เอ๊ะอันนั้นไม่ทันแล้วแน่ๆ เลย.. ควรปล่อยเลยมั้ยนะ หรือลองไฟต์เลยดี แล้วถ้าไฟต์จริงๆ เนี่ย ไม่รู้สึกพร้อมเลยอะ ทำไงดี รุงรังวุ่นวายไปหมด
อีกอย่างนึงที่เพิ่งตระหนักขึ้นมาตอนนี้คือ ใช้ชีวิตมาแบบยังไม่เคยมีแผนเกษียณเลย
ต้องเริ่มคิดละว่าตอนแก่จะเอาเงินที่ไหนใช้...
เดี๋ยวพอถึง 40 ปั๊บ ก็จะ...
:3005: รู้สึกเหมือนเดิม ทีเถอะ มันก็แค่ตัวเลข
จริงๆ นั่นละ ช่วงจะก้าวผ่านหลักสิบแต่ละหลัก มันหวิวๆ และจะเจอเซอร์ไพร้บางเรื่องด้วย ไม่ว่าดีขึ้นหรือถดถอยลง
ก็คงต้องใช้เวลาจนกว่าจะขึ้นหลักสิบใหม่อีกหน ไม่แปลกที่หันมาเข้าวัดเข้าวาบ้าง เพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวและจรรโลงจิตใจครับ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 29 ก.ค. 2022, 19:02 น.
เดี๋ยวพอถึง 40 ปั๊บ ก็จะ...
:3005: รู้สึกเหมือนเดิม ทีเถอะ มันก็แค่ตัวเลข
อย่างนึงที่ไม่เหมือนเดิมตอนนี้คือ หาหมอบ่อยชิบเลยพี่
ล่าสุดคือนี่กินยาควบคุมระดับไขมันมา 6 เดือนละนะ หลังจากดื้อ เพราะเชื่อว่าต้องเปลี่ยนพฤติกรรมได้ดิวะ
เรื่องจริงคือ เปลี่ยนตอนอายุเท่านี้ แม่งเหมือนจะไม่ทันว่ะ 555
อ้างคำพูดจาก: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 03 ส.ค. 2022, 09:27 น.
จริงๆ นั่นละ ช่วงจะก้าวผ่านหลักสิบแต่ละหลัก มันหวิวๆ และจะเจอเซอร์ไพร้บางเรื่องด้วย ไม่ว่าดีขึ้นหรือถดถอยลง
ก็คงต้องใช้เวลาจนกว่าจะขึ้นหลักสิบใหม่อีกหน ไม่แปลกที่หันมาเข้าวัดเข้าวาบ้าง เพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวและจรรโลงจิตใจครับ
ไกลวัดมากครับ แต่เป็นช่วงชีวิตที่ช่างแม่งง่ายขึ้น ทำอะไรช้าลง เริ่มจากขับรถ ไปจนถึงตอบสนองคนน่าหงุดหงิดรำคาญ
เหนื่อยก็พัก นอนก่อน ค่อยตื่นมาเหนื่อยต่อ 555
ขับรถเหลือเท่าไหร่แล้ว :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 07 ส.ค. 2022, 00:31 น.
80-100 :56:
อันนี้เรียกว่าช้าลงหรือครับ :30: 60-70 ก็เร็วของผมแล้ว :42:
อ้างคำพูดจาก: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 08 ส.ค. 2022, 10:08 น.
อันนี้เรียกว่าช้าลงหรือครับ :30: 60-70 ก็เร็วของผมแล้ว :42:
ตอนย้ายบ้าน เอาใบสั่งรถคันเก่ามานับ.. มีเยอะกว่าใบเสร็จค่างวดอีกครับ :33:
อ้างคำพูดจาก: IM เมื่อ 09 ส.ค. 2022, 13:22 น.
mph :56:
ไม่ค่อยทำแบบนั่นแล้วจริงๆ :56:
แต่ใบสั่งก็ไม่ได้มีผลอะไรใช่มะ... (คือโดนมาหลายใบเหมือนกันแบบงงๆ)
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 11 ส.ค. 2022, 21:10 น.
แต่ใบสั่งก็ไม่ได้มีผลอะไรใช่มะ... (คือโดนมาหลายใบเหมือนกันแบบงงๆ)
มีข่าวแบบเชือดไก่ให้ลิงดู บุกเข้าจับคนค้างใบสั่งเยอะๆ ที่ไม่ยอมไปชำระค่าปรับ แต่ตอนนี้เรื่องนั่งรถต้องคาดเข็มขัด กับ เด็กต่ำกว่าหกขวบต้องนั่งคาร์ซีท ตีแตกหมดเลย อ้อ..ห้ามนั่งหลังแค็บรถกระบะก็กำลังจะกลับมากวดขันอีกครับ :44:
โอ้เหรอครับ ของผมตอนนี้แปะข้างตู้เย็นไว้ 4-5 ใบเหมือนกัน ถ้าเผอิญหลุดตกถังขยะก็ปล่อยไป :3005:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 15 ส.ค. 2022, 21:24 น.
โอ้เหรอครับ ของผมตอนนี้แปะข้างตู้เย็นไว้ 4-5 ใบเหมือนกัน ถ้าเผอิญหลุดตกถังขยะก็ปล่อยไป :3005:
แค่ 4-5 ใบเองครับ รถที่บริษัทผมนี่เกือบครึ่งร้อย ใครเอาไปใช้นี่หนาวๆ ร้อนๆ เลย :30:
เช็คใบสั่ง+จ่ายค่าปรับออนไลน์ได้นะครับ
https://ptm.police.go.th/eTicket
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 11 ส.ค. 2022, 21:10 น.
แต่ใบสั่งก็ไม่ได้มีผลอะไรใช่มะ... (คือโดนมาหลายใบเหมือนกันแบบงงๆ)
คือชวนคุยแบบนี้ดีกว่าครับ
ใบสั่งส่งทางไปรษณีย์ ไม่ลงทะเบียน มันอาจจะสูญหายระหว่างทางได้นะครับ เราอาจจะไม่เคยรับทราบข้อกล่าวหาเลยครับ
สมมติว่าใบสั่งมา แล้วได้รับ สมมติกำหนดความเร็ว 120 แล้วโดนระบุในใบสั่งว่า 121 คือเราอาจจะพยายามให้ไม่เกินแล้วรึเปล่านะ สมมติว่าถ้ามาตรวัดที่รถเราแม่นยำ แต่กล้องของตำรวจไม่เคยถูก calibrate ล่ะ
มี กฎหมายว่า ผู้มีอำนาจออกใบสั่งเนี่ย ต้องเป็นเจ้าพนักงานจราจรด้วยล่ะ แต่ก็แปลกดี ที่บางทีเห็นชื่อผู้ออกใบสั่งเป็น สารวัตรปราบปราม ก็ไม่รู้ว่าแกรับหลายจ๊อบมั้ยนะ
หรือสมมติต่ออีกว่า มีคนได้รับใบสั่ง ไม่หือไม่อือ พี่ตำรวจเขาจะว่างฟ้องมั้ยนะ ค่าปรับห้าร้อย สมมติว่าเขาคิดว่าคุ้มจะฟ้องแน่ๆ คดีมโนสาเร่ ศาลคงบอกให้จ่ายค่าปรับซะ แล้วจบๆ ไปมั้ยนะ
นี่ยังไม่นับว่า ขนส่งออกจดหมายชี้แจง ว่าเขาปรับเงินให้ไม่ได้ เขาไม่มีอำนาจ (ถ้ามีอำนาจแล้ว ก็ยังต้องมีพวกกฎหมายลูกเรื่องการจ่ายเงินระหว่างหน่วยงานรัฐอีกนะ)
หน้าที่ขนส่งคือเก็บภาษีครับ ถ้าเขาไม่ให้เราจ่ายภาษี ก็เสี่ยงโดนเรื่องละเว้นปฏิบัติหน้าที่อีกต่างหาก
เป็นระบบที่ช่องโหว่เยอะจริงๆ ครับ ไม่เคยมีการบูรณาการ พยายามจะใช้อำนาจ ก็ไม่คิดให้ครบให้รอบ คนเลวๆ เขาเลยไม่จ่ายอะครับ
เคลียร์ :30b:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 28 ส.ค. 2022, 23:11 น.
เคลียร์ :30b:
นี่ผมชวนคุย ชวนตั้งคำถามเฉยๆ นะครับ คุณตำหนวด :33:
ประโยคสุดท้ายนั่นก็เพียงพอแล้วนะ :22:
เรื่องของกวางคล้ายๆ ที่ทำงานที่แรกเลย
ทำได้ 2 เดือน โดน กลต. บุก :59:
ไอ้เราก็ไม่รู้เรื่อง นึกว่าเค้ามาจับลิขสิทธิ์โปรแกรม :05:
ในวันที่รู้สึกขาด motivation กลับมาขุดข้อความเก่าๆ ของตัวเองมาอ่าน.. ได้อารมณ์ดีเหมือนกันแฮะ
มีอารมณ์กับอะไรแบบนี้เหรอ
:43: :43:
มาหารูปอีกี้ก็เลยแวะมาต่อเรื่องของตัวเองให้จบดีกว่าจะได้ไม่ค้างคา :30:
ก็
พวกเราไปทำงานต่อกันได้ประมาณ 3-4 วัน
ช่วง 3-4 วันก่อนนี้ ช่วงเลิกงานฝนมันตก แล้วเราลื่นตกบันไดหน้าออฟฟิศ แต่ไม่ได้ไปโรงพยาบาล
เจ็บสีข้างกับหัวเพราะมีการกระแทกกับพื้นและบันได
แถมลุกไม่ได้อยู่สักพัก ต้องมีคนฉุดขึ้นมาถึงจะลุกขึ้นยืนได้ และเดินได้
เราก็เบิกเงินค่ารถไปหาหมอเพราะมีอาการมึนหัวมาสักพักแล้วแต่กินยาแก้ปวดแล้วอาการไม่ดีขึ้น
เลยอยากไปให้หมอตรวจเพิ่ม
ในขณะที่อยู่ในระหว่างการรักษา และคิดว่าจะทำ CT-SCAN หรือไม่อย่างไร
นายๆ เบื้องบน หลังจากที่เจรจากับลูกค้าพี่เอส ก็เจรจาได้ความว่า จะถอนเงินคืนให้ลูกค้าพี่เอส + ยุบทีมไทย
แลกกับไม่เอาเรื่องพวกเรา เพราะปัญหาดราม่าเยอะเหลือเกิน ดูจะเกินการควบคุม
พี่เอสเอาแต่อยู่ในห้องเพราะกลัวมีคนสะกดรอยตาม
พอมีคำสั่งมาว่าแบบนี้ ก็ต้องโอนงานให้กับ "ทีมใหม่ ที่กทม"
ที่จะมารับช่วงต่อจากเรา นั่นหมายความว่ามันไม่ได้มีการยุบทีมกันจริงๆ
เก็บของที่โต๊ะ ของตัวเอง ร่ำลาให้เรียบร้อย
เพราะพวกเราพ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน
ไม่ให้มาทำงานที่ออฟฟิศอีก และก็ให้อยู่ที่ห้องที่คอนโด
ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็คือ เรื่องการรักษาพยาบาลก็ไม่สามารถเบิกอะไรได้อีกแล้ว ประคองอาการต่อไป
โชคดีที่ว่า ทางบริษัทจะออกเงินค่าตั๋วเครื่องบินและค่ากักตัวให้ทั้งหมด
เพราะเป็นคนที่พาเรามาก็ต้องเป็นคนพาไปส่งคืนที่เดิม หรือไปที่อื่นในฟิลิปปินส์ถ้าต้องการ
ตอนนั้นแอบคิดเหมือนกันว่าจะหางานใหม่
เลยแอบเข้าเว็บหางานทำที่โน่น หางานตำแหน่งที่ใช้ภาษาไทยได้
แต่ก็แอบหายากนะที่เป็นสายขาวแบบขาวจริงๆไม่ใช่ออฟฟิศ casino เพราะเงื่อนไขคือ
1. ต้องมีที่พักเป็นหลักแหล่ง แต่เราในตอนนั้นคือยังไม่มี
2. วีซ่าที่ใช้เป็นวีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่านักเรียน ซึ่งเราก็ไม่ใช่ทั้งคู่
จบปิ้ง กลับไทยเถอะ :3005:
แต่ก็เจอว่า มีปัญหายันเรื่องจองตั๋วเครื่องบิน เพราะให้ทาง agency จองตั๋วให้ ซื้อแล้วไม่รับคืนด้วย
ขาข้ามเกาะจาก CEBU ไปมะนิลา ได้น้ำหนักคนละ 40+20 กิโล
แต่ตั๋ว มะนิลาไปกทม ได้ 40 กิโล ทั้งที่เราดูกันหมดแล้วว่าถ้าจองด้วยวิธีของเราจะได้ 40+20 กิโลเหมือนกัน
แล้วไม่เข้าใจเรื่องการกักตัวที่ไทยที่ต้องจองโรงแรมที่มีมาตรฐานโรงพยาบาล
พวก SHA+ อะไรพวกนี้ ตอนนั้นกักตัว 10 วัน ดีที่เราไม่ได้ให้ทาง agency จองให้
ไม่งั้นคงวายป่วงกว่านี้
ก่อนกลับก็หาที่ไปตรวจ RT-PCR ให้เรียบร้อย 48 ชั่วโมงก่อนเดินทาง
ซึ่งก็ด่วน เงินที่ใช้ตรวจโควิดเรายังคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้แบบไหน
แบบรอผลด่วนหรือจะเอาผลแบบจวนเจียน
ช่วงนั้นเงินที่หามาได้ หมดเกลี้ยงเลย เกลี้ยงจริงๆ
ทุกคนกลับหมด ยกเว้นพี่เอส
นางว่านางกลัวมีคนมาดักจับนางที่สนามบิน
เพราะนางบอกว่ามีรายชื่อทุกคนเป็น blacklist อยู่ที่ ตม. นะ กลับไทยไป โดนแน่
เอาเข้าจริงพวกเราก็กลัว แต่พวกเราไม่มีอะไรจะเสียแล้ว
ถึงวันกลับพวกเราลุ้นกันทุกคน ว่าถ้าโดนจับจะตอบว่ายังไง จะเล่าว่ายังไงบ้าง
วินาทีที่ถึง ตม. แต่ละจุด ตรวจพาสปอร์ตนานๆ นะ คือลุ้นมากว่าเขาจะถามอะไร
ที่ที่นานที่สุด พบว่าเป็นด่านที่ฟิลิปปินส์ (มะนิลาไปกทม)
เหตุผลที่นาน เพราะเค้าเช็คใบเสร็จการต่ออายุวีซ่า เราต่ออายุกันบ่อยมากหลังจากที่วีซ่าหมด
พอถึงด่านไทย
ไอ้สิ่งที่เราลุ้นเราเตรียมมาในใจนะเต็มหัวไปหมดเลย
ยื่นพาสปอร์ต
"สแกนนิ้ว"
"ถอดหน้ากาก, แว่นตา"
"ใส่คืน"
จนท สแตมป์ ปึ้ง
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ"
โอยความรู้สึกต่างๆ นานา
มันพรั่งพรูมันมาจากไหนเต็มไปหมด!!
ตั้งแต่
ดีใจ ดีใจจริงๆ นะ
อ้าว พี่เอสหลอกนี่นา
เฮ้ยรอดแล้ว เย้ๆๆๆๆ
ต่อไปชั้นจะไม่กลับไปทำอะไรแบบนั้นอีก
แต่ออกอาการไม่ได้
พอเจอเพื่อนอีกที เราคุยกันในรถตู้ก่อนถึงที่กักตัว
คิดเหมือนกันว่า พี่เอสหลอกเราทำไมหว่า
และนาย N กะน้องอิ๊ง ก็มีความคิดที่ว่า ไม่อยากคุยกะพี่เอสต่อแล้วเพราะ
เขาทำให้เดือดร้อน ทำให้ตกงาน ทำให้ทีมถูกยุบ
การกระทำทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย
ระหว่างตกงาน พักร่างไปเดือนนึงค่ะ
ลงมือหางานทำจริงๆ จังๆ แต่ก็ไม่ผ่านสัมภาษณ์เลย
สวดมนต์ทุกวัน เพราะรู้สึกว่าแต้มบุญตัวเองต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก
เวลาเกาะสามีกินแรกๆ ก็รู้สึกดี
แต่พอนานๆ ไปมันรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ :37:
การทำงานสายเทาที่เสียเวลาไปประมาณปีนึงอันนี้
ไม่สามารถเอามาใส่ใน Resume ได้เพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมายในประเทศสารขันฑ์
ตอนนั้นไม่รู้ ก็เอามาใส่
แล้วตอนสัมภาษณ์งาน ทาง MD บ.ในเครือ Toyota Tsusho ถามเรื่องออฟฟิศนี้ค่ะ
คุยกันยาวเลย เป็นเรื่องของคุณธรรมจริยธรรมของวิชาชีพค่ะ
ก็อธิบายไป ไอ้เรารึก็อยากลืม แต่ก็ต้องเล่าเพราะเขาถามมา ก็เล่าตามจริงไป
ทีนี้เขาเสนอตำแหน่งงานมาให้ซึ่งไม่ตรงกับสายงานเราเลย เป็น System Analyst
แต่เราต้องทำแล้วเพราะตกงานมา 3 เดือน ไม่มีเงินจ่ายค่าคอนโดแล้วค่ะ
ก็คือ ทำไปได้ประมาณ ปีครึ่ง ก็บ้ายบายเพราะว่า
ออฟฟิศอยู่หลักสี่ ไกลมากๆ มีปัญหาเรื่องการนอน
+ เจองานที่ไม่ถนัดและไม่ส่งไปเรียน
+ เบื้องบนไม่หาคนช่วยค่ะ
ตอนอยู่ที่นั่นก็ได้สกิลเรื่องการเข้าหาคน conservative เพิ่มมาอีกหน่อย
พอสมัครงานรอบหลังๆ
เลยตัด บ. ที่ไม่เกี่ยวกะตำแหน่งที่จะสมัครออกไปจาก resume เลย
ไม่สนใจละว่าเวลามันจะหายไปนานแค่ไหน
ประจวบเหมาะกับทาง LPP (ชื่อเก่า LPN)
มาขอสัมภาษณ์ให้ไปร่วมงานด้วย ตอนนั้นจำได้ว่า
สัมภาษณ์แบบคุยเล่นๆ ด้วยซ้ำ
เพราะตำแหน่งที่เสนอมาให้เรา
เป็นตำแหน่งที่สูงในความคิดของเรานะ (senior programmer)
คือไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถทำได้
บอกตามตรงเลยว่าไม่เคยคุมคนมาก่อน
ไม่มั่นใจ อะไรที่เราไม่รู้ก็บอกตรง ๆ เลยว่าไม่รู้
แถมบอกเขาซะด้วยซ้ำว่าถ้าเกิดคิดว่าทำได้ก็ลองดูค่ะ
แอบทำใจซะด้วยซ้ำ ว่าเขาจะเท
เพราะสัมภาษณ์ไป 2 อาทิตย์โน่นกว่าจะติดต่อกลับมา :30:
ปล. LPP property management
เป็น บ. ทำระบบ facility ให้กับคอนโดโครงการ LPN ,
คอนโดโครงการอื่นๆ, โรงพยาบาลชั้นนำ เช่น โรงพยาบาลวิมุต
กำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ เตรียมซื้อหุ้นได้นะคะ
ถึงจะไม่ประติดต่อ แต่สุดท้ายก็ได้กลับไทย แล้วอาการป่วยที่ต้องพักไว้
ซีทีสแกนที่ว่าจะทำ มีเหตุอะไรให้ต้องตื่นเต้นอีกบ้างไหมครับ
งานเทาๆ มันก็คืองาน และยังสร้างประสบการณ์ในมุมที่คนสีขาวไม่เคยเห็น
ขอบคุณที่เล่าให้ฟังครับ ชีวิตที่ต้องมีเหตุการณ์มาบีบคั้น
มักจะดึงเอาพลังและความสามารถของตัวเองออกมาใช้
รวมถึง โชค หรือ ดวง ของตัวเองด้วย ถ้ามีประสบการณ์สนุกๆ จะมาแบ่งปันเล่า
สู่กันฟัง ก็ยินดีนะครับ :12:
:59: มีเรื่องอยาเล่าเยอะมากกก แต่พอเป็นห้องสาธารณะแล้วแบ่บบบ เล่าไม่ได้ :52:
มันต้องเจอตัวปะล่ะ
ได้นะ จัดแบบทุกคนมีนำเสนออัพเดทชีวิต คนละ 10 นาที พร้อมเดค พรีเซนเทชั่นมะ 555
:59:
:43:
ย้ายงานมา 8 เดือนแล้วครับ
หลังจากอยู่ที่ก่อนหน้าไป 8 ปี กับครึ่งเดือน ได้ร่วมโครงการเจ๋งๆ เจอคนเจ๋งๆ มากมาย ได้เจอสิ่งที่ไม่เคยเจอในชีวิตการทำงาน ทั้งดีและร้าย
พ้นช่วงตื่นเต้นกับงานใหม่แล้ว หลังจากผ่านโปร ซึ่งนานถึง 6 เดือน
เหลือแต่ความกังวล ว่าจะทำได้ใช่มั้ยวะ 555
งานผมช่วงนี้ ก็มีอะไรให้ลุ้นทุกวันเลย ไม่ค่อยจะดีกับสุขภาพจิตเท่าไร :42: