งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

โบว์

นี่จริงจังป่ะ มีลู่ทางเยอะไหม แนวโน้มสูงเปล่าว่าจะได้ไป
มาเล่าบ้างนะ อยากรู้ๆ  :33:

หนูอร


คนรู้จักเคยไปเรียน+หาประสปการณ์ที่เมืองอเมริกา
(น่าจะหลายต่อหลายปีก่อน ซักเกือบสิบปี)
แรกๆก็ไปทำงานเสิร์ฟอาหารเหมือนคนทั่วไป
อยู่สองสามปีก็กลับมา ได้เงินเก็บนิดๆหน่อยๆ


เลยถามว่านอกจากเสิร์ฟอาหารแล้ว ทำอะไรบ้าง


พี่แกบอกว่าถ้าไม่เสิร์ฟอาหารก็ไปเป็น K-1 fighter

:07:



อันบัน ♥

โบว์


คิ้วหนาจ้ะ

อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 30 ก.ค. 2009, 00:22 น.
นี่จริงจังป่ะ มีลู่ทางเยอะไหม แนวโน้มสูงเปล่าว่าจะได้ไป
มาเล่าบ้างนะ อยากรู้ๆ  :33:

จริงจังจ้ะ ตอนนี้กำลังลองถามคนนู้นคนนี้อยู่ด้วย
ส่วนถ้าจะไปจริงๆ ก็ไม่มีปัญหานะ
ฝากน้องคนนี้จัดการเรื่องพวกที่พักให้น่ะ

หนูอร


อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 30 ก.ค. 2009, 00:26 น.
คืออะไรไอ้ K-1 fighter

เป็นอาชีพคล้ายๆนักมวย แต่ต่อยเตะฟัดกันในกรงเหล็กน่ะค่ะ  :05:


อันบัน ♥

คิ้วหนาจ้ะ

แต่แรกๆ ยังไงคงไม่พ้นเด็กเสิร์ฟแน่ๆ

โบว์

ดีๆ ถ้าคิดว่ามันดีกว่าที่เป็นอยู่ก็สนับสนุนให้ไป ขอให้ได้นะ :56:


เล่าเรื่องของตัวเองบ้าง ตอนนี้คงเล่าได้นิดๆ หน่อยๆ
เดี่ยวอาทิตย์หน้าจะได้เล่ามากกว่านี้
วันจันทร์หน้าโบว์แอนจะเริ่มไปทำงานแล้วล่ะค่ะ ที่ RS
อย่างที่รู้ๆ กัน ปกติโบว์แอนปิง รับงานแบบค่อนข้างผูกขาดที่ Zheza
รับมาหลายปีแล้ว ดึงเพื่อนฝูงที่ฝีมือดีมาช่วยบ้าง เช่นตากัมส์
ดึงน้องนุ่งว่างงานชอบชิลให้หายชิล มาทำงานได้เงิน เช่นไอ้เกด
จนตอนนี้ทำกันจนโดนซื้อตัวแล้ว ไอ้ปิงโดนซื้อตัวไปนั่งใน Zheza อย่างเป็นทางการ
และโบว์กับแอนก็โดนซื้อตัวด้วยเงิน (เงินซื้อได้  :30:)
ไปทำโปรเจคใหม่ของ RS ที่ชื่อ Skoolbuz เป็นโปรเจคใหม่กิ๊ก
ที่แอนไปเป็นโปรเจคเมเนเจอร์ ท่าทางจะหนักและใหญ่พอตัว
ไว้เริ่มงานในองค์กรใหญ่ๆ แล้วจะมาเล่าให้ฟังนะ
ท่าทางจะสนุกกับงานใหม่ แต่ต้องเสียเวลาเที่ยวไปเยอะเลย
ตามที่คุยกับแอนไว้ โบว์กับแอนว่าจะตั้งใจทำงานกันสัก 3 ปีแหละ จะได้รีบผ่อนบ้านให้หมด
ถ้าเป็นไปได้อยากผ่อนบ้านให้หมดใน 3 ปีนี้มาก ชีวิตต้องมีความหวัง  :25:


iannnnn

นั่นแหละๆ
ทำงานใช้หนี้บ้านไม่บานครับ :05:

โบว์

#1344
ถ้าไม่ซื้อบ้านต่อให้ได้เงินเยอะก็ไม่ทำหรอก ขี้เกียจ แต่นี่จำใจต้องขยัน
เพราะว่าทำอาร์เอสเนี่ยเวลามันค่อนข้างสบาย
เข้างาน 11 โมงได้ มีเวลาทำงานปกติได้ เพราะงานเสื้อตอนนี้
โบว์สามารถ manage ทางอีเมล์และทางโทรศัพท์ได้เลย
ส่วนงานเว็บก็มีทีมที่ทำอยู่ แอนสามารถคุมงานได้โดยมีลูกมือช่วย
เลยกะว่า ลำบากกันสักหน่อย เพื่อเงินที่มากขึ้น
เราไม่มีเงินถุงเงินถัง พ่อแม่ไม่รวยอย่างคนอื่นเค้า
หนี้สินก็ตั้งหลายล้าน ถ้าไม่รีบทำงาน ไม่รีบสู้ตอนที่ยังหนุ่มยังสาว
ตอนที่ยังมีไฟอยู่ตอนนี้ แล้วจะเริ่มตอนไหน สู้ๆ บอกตัวเองแบบนี้แหละ :12:

คิ้วหนาจ้ะ

นั่นล่ะๆ ดีแล้ว
ยังไงงานประจำ มันก็ดูมั่นคงในระดับนึงล่ะนะ

ตอนนี้ส่วนนึงที่อยากไปอาจจะเพราะ เบื่องานประจำด้วยมัง

Romzaikyu

น่าสนุกดีนะ  :37:

ว่างๆ อยากแชร์ไอเดียอะไรก็บอกนะ  :37:

8e88

โอ๊วว ยินดีกับแอนและโบว์ด้วย  :25: จะได้เป็นหลักเป็นฐานมั่นคง
ทำงานอิสระเองมันก็ล่องๆลอยๆอ่ะนะ เท่าที่ทำอยู่ก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ไม่ต้องเครียดมากกับความรับผิดชอบที่เราไม่อาจะเลี่ยงได้

....เรื่องอเมริกา มีเพื่อนมันเคยไปเป็นโรบินฮู๊ดอยู่เกือบ 3 ปี ทีแรกมันก็กะไปเรียนต่อนั่นแหล่ะ ไปเรียนแบบคอร์สสั้นๆ ทำงานไปด้วย
ลาออกจากงาน ซื้อตั๋วเครื่องบิน (สมัย 5 ปีก่อนก็ราวๆ 5 หมื่นได้) +กำเงินสดไปอีก 7-8 หมื่น
มันกะไปตายเอาดาบหน้า มีคนรู้จักที่ทำงานอยู่ที่นั่น ไปทำงานร้านอาหารแ้ล้วค่อยหาตังค์เรียน (แต่ไม่รู้มันไปทำอีกท่าไหนนะ ถึงได้ VISA)
พอไปถึงโน่น เริ่มแรกก็ทำงานในครัว ล้างจาน เป็นลูกมือพ่อครัว เพราะภาษาอังกฤษยังโง่ๆอยู่ จนภาษาเริ่มดีขึ้นก็ไปทำเด็กเสริฟ
เดือนๆนึงมันก็ได้ตังค์ 5-6 หมื่นบาท แชร์ห้องกับคนไทยที่อยู่ด้วยกัน เดือนๆนึงค่ากินใช้จ่ายรวมค่าเช่าห้องก็ตก 2-3 หมื่น
พอว่างจากงานมันก็ไปรับสักเฮนน่าเทียบเป็นเงินไทยก็รายละ 1-5 พันบาท แล้วแต่ลายที่เขียน
ทำงานอยู่ปีนึง มันก็ัยังไม่คิดจะเรียน เพราะกะเก็บตังค์ก่อน+ไปเรียนภาษาที่เขาเปิดฟรีๆสำหรับชาวต่างชาตินั่นแหล่ะ
ทำๆๆจนเก็บเงินซื้อรถเก่าๆได้คัีนนึง ราคาแค่ 2.5 หมื่นบาทไทย

จนท้ายสุดด้วยความงกเงิน มันไม่ได้ไปลงเรียนตามที่ที่เขาสอนดีๆเท่าไหร่
แต่ไปลงเรียนพวกองค์กรที่มันสอนวิชาชีพของรัฐบาล ข้อดีคือเรียนฟรี
อารมณ์เหมือนสารพัดช่างบ้านเรา แต่มันบอกว่าอุปกรณ์หรือว่าการสอนดีกว่าในไทย
มันก็ไปลงเรียนอยู่ 2-3 คอร์ส ต่อคอร์สก็ 2-3 เดือน เรียนออกแบบจิวเวลรี่, คอมพิวเตอร์กราฟิก, ออกแบบเสื้อผ้า เทือกๆนี้
พอเรียนหมด ก็ทำงานอยู่อีกสักพัก เก็บเงินได้ราวๆ 4-5 แสน มันก็คิดจะกลับเมืองไทย เพราะคิดถึงบ้าน

จริงๆมันขอ VISA เอาไว้ 1 ปี ทีนี้ตอน VISA หมดปีแรก มันยังไม่ได้ที่เรียน เลยไปต่อ VISA ไม่ได้
ก็อยู่แบบไม่ต่อ เป็นโรบินฮู๊ดซะงั้น .......พอจะกลับเมืองไทยต้องไปติดต่อสถานทูต
ปรากฎว่าโดนต้องโทษ แบนห้ามเข้าอเมริกาไป 10 ปี

จริงๆเท่าที่ฟังๆดู ถ้าไปเก็บเงินด้วยการทำงานร้านอาหารนี่ไม่ค่อยจะคุ้ม ในระยะเวลาขนาดนั้น
แต่ไอ้ที่ได้คือเรื่องภาษากับประสบการณ์ในการใช้ชีวิต

ไอ้เรื่องภาษานี่ฮาอย่างนึง เื่พื่อนมันบอกว่า ไปอยู่โน่น มันได้รู้ภาษาสเปนพอๆกับภาษาอังกฤษ
เพราะคนงานในร้านโดยมากเป็นพวกคนเม็กซิโก ประมาณพวกบัักอึ๊ดบ้านเรานั่นแหล่ะ
พวกนี้มันจะพูดสเปนกัน มันเลยได้ภาษาเสปนไปด้วย

IM


ไม่ต้องแต่ไปทำงานแต่เช้านี่สวรรค์ชัดๆ  :25:

eThics

#1349
โบว์แอนอย่างเจ๋ง  :12:




ส่วนกรณีของศักดิ์
ถ้าศักดิ์มีเป้าหมายที่จะทำเงิน โกยเงินกลับบ้านพี่ว่าโอเค
3 ปี แป๊บเดียว แต่พอกลับมาแล้ว ฝีมืออย่าตกก็แล้วกัน


แต่มันก็ยังมีแง่มุมอื่นนอกจากล้างจาน
รุ่นพี่ที่โคตรสนิทจบวิศวะคอมฯ
ที่ความสามารถทางภาษาติดลบ
มันเคยตอบว่า congratulation แปลว่าจบแล้ว  :08:
หลังจากทำงานได้ 2 ปี ก็ไปอยู่ซีแอตเทิล


เริ่มต้นจากการล้างจาน(ด้วยเครื่อง)
พอเริ่มใช้ภาษาได้ก็ได้เสิร์ฟอาหารส่งตัวเองเรียนโทที่นั่นจนจบ
มหาลัยเอกชนจะถูกกว่ามหาลัยของรัฐและเรียนง่ายกว่า
เทียบกันระหว่าง City U กับ UW (ยูดับ..จะดับเอาได้ง่ายๆ :30:)
ปัจจุบันยังไม่กลับเมืองไทย


ถามว่าอยู่ทำอะไร ล้างจาน เสิร์ฟอาหารเหรอ
พอเรียนจบ MBA ได้ workpermit ทำงานที่นั่น 1 ปี
มันก็รับจ้างเขียนโปรแกรมบัญชีให้ร้านอาหารไทย
ตามมาด้วยโปรแกรมสั่งอาหาร คิดเงินที่ใช้คอมฯ มือถือส่งข้อมูล
ส่วนงานเว็บ ออกแบบเมนูมันส่งให้เราทำที่นี่
ทำเสร็จส่ง DHL กลับไปมันยังถูกกว่าทำที่โน่นด้วยซ้ำ
ตอนนี้กำลังดึงเพื่อนอีกคนไปช่วยงานเขียนโปรแกรมที่โน่น


มันไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ จากการทำงานในร้านอาหารไทย
ลามไปเรื่อยๆ กระทั่งขายงานให้ฝรั่ง จนมีนายทุนฝรั่งมาขอเป็นหุ้นส่วน
แต่ต้องชะลอไว้ก่อน เพราะเศรษฐกิจตก
ไม่งั้นป่านนี้ตูสะแหลนไปอยู่โน่นแล้ว


เส้นทางที่มันเดินไม่ได้สบายเท่ากับการที่พี่มาสรุปให้อ่านกัน
แต่มันขยันอดทน และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค


คนที่พยายามมองหาโอกาส
และพยายามสร้างโอกาสอยู่ตลอดเวลา
เค้าอาจจะไปได้ไกลกว่าที่เราเคยคิดและเคยเข้าใจ  :12:


เราเป็นเช่นเราเชื่อ    :: tK ::    :: สีมา ::

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines