งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

บิ๊กเล็ก

ถึงอย่างไร พี่ปาล์มก็เจ๋งอยู่ดี :12:

สู้ๆ ต่อไปครับ

ปล. จินตนาการพี่ปาล์มไว้ว่าอายุยังน้อยแน่ๆ เลย
แต่ประสบการณ์ไม่น้อยแล้ว :12: :12:
ตัวคนเดียว :]

PalmySyd

#2671
ปีนี้ 27 ปี


น้อยมั้ย?.....ก็ไม่น้อยและก็ไม่เยอะ


ยังไม่แก่ ฮ่าๆ :30:




พยายามเบรคอายุในตัวให้เหลือ17

ชอบตัวเองตอนอายุ17 เพราะเป็นช่วงอายุที่มีพลังงานเหลือ มีไฟคิดทำนั่นนี่มากมาย
ถ้าไม่ติดระบบการศึกษาแบบไทยๆ ป่านนี้ตูคงไปถึงฝั่งฝันนานแล้ว

จะโทษระบบอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องโทษที่ตนเองไม่กล้าพอด้วย
ตอนนั้นรู้ความต้องการตัวเองนะว่าอยากเรียนอะไร ปาล์มสนใจแนวๆนิเทศฯ ชอบแนวบันเทิง
ไม่ชอบธุรกิจ ไม่ชอบวิทยาศาสตร์ ชอบเชิงศิลปะ แต่ไม่เก่งศิลปะ

ม.6 วัยหัวเลี้ยวหัวต่อของเด็กวัยรุ่นเมืองไทย คนรอบข้างจะให้ความสนใจเราเป็นพิเศษพร้อมคำแนะนำกึ่งกดดันกึ่งบังคับมากมาย
ตอนนั้นถูกปรามาศไว้ว่า โง่ๆอย่างเอ็งสอบไม่ติดหรอก (เล็งนิเทศจุฬา ไม่ก็วารสารธรรมศาสตร์ไว้)
ทั้งครูแนะแนว พี่สาว พ่อแม่ เชียร์ให้เรียนทางบริหารธุรกิจ พี่สาวที่สนิทกันแนะนำให้สมัครโควต้าการตลาด
พอติดการตลาด ก็โดนรอบข้างอีกนั่นแหละ เอาเลยๆ เรียนเลย อย่านั่นนู่นนี่
ตัดสินใจเอาโควต้า...แล้วมารู้ทีหลังตอนคะแนนเอนท์รอบสองออก ถ้าตูลงนิเทศน์จุฬาก็ติดนะ ...เฟลมาก

ไหนๆก็ไหนๆ ปาล์มเป็นคนที่คิดว่าชีวิตเราต้องเดินหน้า เริ่มออกเดินทางมาแล้วเราก็ต้องลุยอย่างเดียว
ประกอบกับที่บ้านไม่มีแรงเงินซัพพอร์ตลูกให้เรียนเอกชน และไม่มีเวลามากพอที่จะส่งเสียเราได้นานๆ
ตอนนั้นเพิ่งรู้ว่าพ่อป่วยเป็นโรคหัวใจ ต้องใช้เงินรักษาเยอะมาก แม่ก็เครียด ยิ่งกดดันให้เราเรียนจบไวๆ

เข้าเรียนไปได้ปีนึงก็รู้ว่านี่ไม่ใช่เรา...ปาล์มไม่ชอบศาสตร์ที่ว่าด้วยการสร้างความต้องการ จุดต่อมบริโภคนิยม
ไม่ชอบกระตุ้นให้คนโลภ และไม่รู้จักพอ (อีกด้านนึงปาล์มเป็นคนพอเพียง และชอบแนววิถีพุทธ)
พอปาล์มอยู่ในร่างนักการตลาด จะรู้สึกเหมือนต้องสวมวิญญาณเดวิล รู้สึกเหมือนเราเอาเปรียบคนอื่น...ไม่ชอบเลย


เรียนจบตรีแล้วก็ต่อโทเลย ด้วยความต้องการของทางบ้านล้วนๆ ม๊าบอกคำเดียว เรียนอะไรก็ได้ให้จบไวๆ ม๊าจะได้พัก
ช่วงนั้นทะเลาะกันบ่อยมาก ปาล์มยังไม่พร้อมที่จะเรียน อยากลองทำงานที่ตนเองสนใจก่อน ม๊าก็บอกว่าไม่มีเวลามากพอที่จะรอเรา
ปณิธานของเขาคือ ส่งลูกทั้งสี่คนให้จบโทด้วยแรงของเขา....คนแก่เปลี่ยนใจยาก แล้วปาล์มก็เปลี่ยนใจเขาไม่ได้ด้วย
ก็ได้แต่คิดว่าเรียนไปไม่เสียหลาย ความรู้เราก็ได้ แถมได้ทำให้เขาชื่นใจอีก ไว้ต่อไปเรามีโอกาสเราค่อยหาทางเรียนอะไรที่เราต้องการ
ปาล์มเชื่อว่าไม่มีใครแก่เกินเรียน

...จบโทอย่างรวดเร็ว อัดจบในปีครึ่ง เพราะอยากกระพือปีกตนเองเต็มที
แล้วก็ได้เวลาโบยบิน ปาล์มวางแผนไว้ตั้งแต่ตอนเรียนตรีแล้วว่าจะมาซิดนีย์

มาถึงซิดนีย์ก็ต้องผิดหวังกับสิ่งที่วาดไว้ มันไม่สามารถทำอะไรก็ได้อย่างใจคิด
ทางเลือกของนักเรียนไทยในต่างประเทศในการประกอบอาชีพมีไม่กี่ทาง
1. ทำงานร้านอาหาร
2. รับจ้างทำความสะอาด
3. ทำงานนวด
4. รับจ้างทั่วไป


ถึงจะต้องเริ่มต้นด้วยสิ่งเหล่านี้ อย่างไรซะปาล์มก็ต้องได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียน ด้วยมือของตนเอง

ปาล์มเริ่มต้นด้วยการเรียนภาษา ลงคอร์สสั้นๆ 2-3เดือน แล้วต่อดิพโพลม่า
ระหว่างเรียนก็ทำงานเสิร์ฟไปเรื่อยๆ รับจ้างแจกใบปลิวบ้าง อะไรบ้าง
เก็บเงินเรียนอะไรง่ายๆ ที่ไม่ต้องเสียเวลาเรียนมากเพื่อจะได้เก็บเงินอย่างเต็มที่
เพราะปาล์มเริ่มต้นจากติดลบ วันแรกที่มาซิดนีย์ปาล์มมีเงินติดตัวแค่ร้อยกว่าเหรียญ ค่าเรียน ค่าที่พัก ยืมพี่สาวหมดเลย
หลายคนบอกปาล์มว่าเงินพี่สาว ไม่เห็นเป็นไร ไม่เห็นต้องเครียดเลย.....แต่ปาล์มไม่คิดอย่างนั้นนะ
พี่น้องแตกกันเพราะเงินมีมาเยอะ ดังนั้น ยืมคือยืม ให้คือให้
เมื่อยืมมาเราจึงควรหาใช้คืนให้เร็วที่สุด...แล้วปาล์มก็เคลียร์หนี้ก้อนแรกหมด ประมาณ 3-4พันเหรียญ ในเวลาไม่ถึงสามเดือน

จากนั้นก็เริ่มวางแผนชีวิต...เราจะอยู่ที่นี่ได้นานแค่ไหน และต้องการอยู่เพื่ออะไร
สิ่งนึงที่ตั้งใจมาตลอดคือ ต้องการให้พ่อแม่สบาย
หากเราได้สิทธิ์เป็นพลเมืองออสเตรเลีย สวัสดิการต่างๆมันดีจังเลย
ง่ายๆแค่รักษาสุขภาพ ก็ไม่ต้องเสียตังค์มากมาย

ดังนั้นปาล์มตั้งใจจะสมัครเป็นพลเมืองประเทศนี้ โดยเริ่มจากเปลี่ยนประเภทวีซ่าจากนักเรียนเป็น permanent resident
ตามหลักกฏหมายมีระบุวิธีการสมัครนั่นนู่นนีมากมาย ปาล์มโชคดีที่พี่สาวได้PRไปแล้ว จึงได้สิทธิพิเศษในการสมัครหน่อยนึง
หลักการคือ ปาล์มเรียนจบดิพโพลม่าอะไรก็ได้ แล้วสอบ IELTS ให้ได้ 6 ทุกแบนด์ ปาล์มจะมีคุณสมบัติตามที่เขาระบุไว้พอดี

ปาล์มลงเรียน hospitality management เพื่อให้รู้กฏต่างๆที่เกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหาร การบริการ โรงแรม ของประเทศนี้มันว่าอย่างไร
(ตามที่เก้อเล่ามาต้องทำครัวให้สะอาดยังกะห้องผ่าตัด ต้องมีรายละเอียดบ้าง อะไรบ้าง)

จนแล้วจนรอด...ปาล์มก็เรียนไม่จบ  :30:
โชคดีมีแฟนซะก่อน...แฟนได้PRแล้ว ทีนี้ก็ตัดตอนได้เลยทำติดตามแฟนง่ายดี ตอนนี้ปาล์มก็ถือTemporary permanant resident visa
ประมาณสิงหาคมปีหน้าก็ยื่นขอPRได้ แล้วถือPRอีกปีก็มีสิทธิสอบเป็นพลเมือง(citizen) พอได้ปาล์มกับพี่สาวก็จะมีสิทธิในการยื่นให้พ่อแม่เป็นบ้าง


เป้าหมายที่หนึ่งที่วางไว้ ปาล์มใกล้ไปถึงแล้ว มีอุปสรรคบ้าง ท้อบ้าง อะไรบ้าง

อีกสิ่งที่ปาล์มยังไม่ทิ้งคือ เรื่องเรียน ...ตามที่หลายหน้าก่อนได้กล่าวขอบคุณอู๋ ที่มาจุดไฟและเตือนสติปาล์มอีกครั้ง

ปาล์มดูคอร์สเรียนถ่ายรูปกับออกแบบสิ่งพิมพ์ไว้ มีเปิดเดือนตุลาคมนี้...คาดว่าจะลงไม่ทัน เพราะตั้งใจจะกลับไปฟื้นฟูภาษาใหม่
พูดได้ ฟังได้ แต่เขียนไม่ได้ ไปเรียนทั้งสภาพงี้ลำบากแน่ :30:


ยังไงก็ติดตามกันต่อไป....ชีวิตมันเป็นหนังยาวเน่อ

อีกเป้าหมายที่กำลังพยายาม....เป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิต
เคยพูดไว้ในบอร์ดนี้แหละ น่าจะจู๋แนะนำตัว หรืออะไรซักอย่าง
คือ อยากเกษียณตัวก่อนอายุ40ปี
ไม่อยากทำงานหนักนานๆ ไม่อยากเครียดตอนแก่
อยากมีเวลาไปไหนมาไหนกับครอบครัวเยอะๆ(ถ้ามีครอบครัวนะ)
อยากท่องเที่ยวทั้งที่ยังมีแรง
อยากพร้อมช่วยเหลือคนอื่นบ้าง (ตอนนี้ยังไม่พร้อม ช่วยไปจะกลายเป็นเตี้ยอุ้มค่อม)

บิ๊กเล็ก

ตัวคนเดียว :]

ออยอิชี่

พี่ปาล์มเก่งอ่ะ  :12:

เป็นพลเมืองประเทศเขานี่ รองรับแค่เรื่องสวัสดิการในการรักษาพยาบาลเหรอครับ
หรือมี สวัสดิการในด้านอื่นอีก  :25:

JΛNΣ

อ่านของปาล์มแล้ว รู้สึกว่าต้องเอาจริงกับชีวิตขึ้นอีกเยอะเลย  :05:


iannnnn

:30: เอาน่า เรามันมนุษย์ชิวพี่


แต่ชอบตรงที่ปาล์มเรียนสายการตลาด แล้วดันมานึกได้ว่ากูไม่ชอบแบบนี้นี่หว่า
เพราะเจอนักการตลาดกี่คนก็มีแต่พวกขายฝัน ภาษามาร์เก็ตติ้งยังงู้นยังงี้ กูจะอ้วก :07:
ทำให้ได้เท่าที่พรีเซนต์สวยหรูมั่งไหมวะ :07: บ่นๆๆๆๆ



(นี่ไม่นับเรื่องที่ชอบเพราะมองว่ามันไปปลูกกิเลสคนนะ :12:)

PalmySyd

ยังไม่ถึงกับเป็นพลเมืองเขา เราก็ได้สิทธิพิเศษนะ

อย่างพี่ถือ TR ตามแฟนก็สามารถได้สิทธิ์ประหนึ่งคนที่นี่

ง่ายๆ จ่ายค่าเรียนเท่าคนประเทศนี้

อย่างเช่น photoimaging diploama ที่เล็งไว้ สำหรับนร.ต่างชาติ ต้องจ่ายเทอมละ 5พันเหรียญ ถ้าพี่เรียนจะจ่ายแค่6-700เหรียญต่อเทอม เหมือนกับพลเมืองประเทศนี้จ่ายเลย

แถมยังได้บัตรmedicareรับการรักษาสุขภาพฟรี

ประเทศนี้แปลก ตัดแว่นใช้medicareได้ แต่หาหมอฟันใช้ไม่ได้
การทำฟัน ไม่จัดเป็นการรักษา ดันจัดไปอยู่ความสวยงาม  :08:

ใครปวดฟันที แนะนำบินกลับไทยคุ้มกว่า เพราะค่ารักษาสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินกลับไทยได้เลย


มาว่าต่อเรื่องสิทธิ์...สำหรับผู้ที่ถือPRจะได้เปรียบนักเรียนในเรื่องการทำงาน
หลายๆบริษัทจะระบุคุณสมบัติของผู้สมัครว่าต้องถือวีซ่าPR ...ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงของบริษัท
วีซ่านักเรียนส่วนมากจะไม่มีความแน่นอน และมักจะเป็นระยะสั้น แถมยังมีข้อกำหนดในการทำงานอีก คือ ทำได้ไม่เกิน20ชม.ต่อสัปดาห์

การซื้อรถ เช่าบ้าน นี่ก็เหมือนกัน ถ้าถือcitizen ot PR เขาจะให้เครดิตมากกว่า


ภาพรวมง่ายๆ PRได้สิทธิ์เหมือนcitizenทุกอย่าง ต่างกันที่เลือกตั้งไม่ได้


พลเมืองที่นี่ดียังไง....ตกงานก็มีรัฐอุ้ม มีกองทุนเลี้ยงดูจริงจัง จ่ายเบี้ยเลี้ยงสัปดาห์ละสามร้อยเหรียญ(ทั้งนี้เขาจะพิจารณารายได้ตามความจำเป็น)
ลูกมีสิทธิ์เรียนฟรีตั้งแต่อนุบาลจนจบไฮสคูล

เรื่องสุขอนามัยที่นี่เป็นเลิศ เฉพาะการแพทย์พื้นฐานนะ
แพทย์เฉพาะทางเก่งสู้บ้านเราไม่ได้ เพราะคนเก่งๆของเขาไหลไปทำงานอเมริกากันหมด

ก่อนเข้าหน้าหนาวจะมีจดหมายส่งไปแต่ละบ้าน แจ้งให้ไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัด
รวมถึงวัคซีนไข้หวัด2009 2010 เขาก็ฉีดให้ฟรีนะ

ช่วงนี้เรียกว่าเบบี้บูมของออสซี่ ใครคลอดลูกในช่วงปีนี้รัฐบาลแจกตังค์ด้วย $5000
ซื้อบ้านก็มีเงินช่วยจากรัฐ หลายหมื่นเหรียญเลยล่ะ


คร่าวๆ ประมาณนี้

Romzaikyu

อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 28 ก.ค. 2010, 10:13 น.
อ่านของปาล์มแล้ว รู้สึกว่าต้องเอาจริงกับชีวิตขึ้นอีกเยอะเลย  :05:

เอาเราพอใจเถอะ ก็ไม่เดือดร้อนอะไรนี่หว่า ลูกก็ยังไม่มี :47:

แค่เห็นคนดีเราก็ชื่นชม  :12:

ส้ ม ♥

+ น้องปาล์ม น้องตั้ง  :25:


น้องตั้งไม่ต้องเสียใจไปนะคะ เลิกไปเพื่อตั้งต้นใหม่ที่มั่นคงและเจ๋งกว่า

บ้านพี่เพิ่งเลิกทำธุรกิจไปเอง ได้เห็นแม่น้ำตาไหล

เค้าสร้างมาของเค้าเอง เป็นบาร์โฮสต์แรกๆในพัทยาเลย

ตั้งแต่ยุครุ่งเรือง ยันยุคตกต่ำถึงขีดสุด

พี่เองก็ดีใจที่แม่เลิกได้ แต่ก็เข้าใจว่า มันเป็นธุรกิจที่เค้าสร้างมากับมือ

ค่อยๆขนย้ายของออกเทขาย คงทรมาณใจไม่น้อย

ค่อยๆส่งเด็กแต่ละคนกลับต่างจังหวัด พร้อมให้เงินทุนไปก่อสร้างตัว

ส่วนร้านก็เซ้งไม่ได้ ปล่อยปิดสัญญาไปทั้ง อย่างนั้น


ได้แต่บอกแม่ว่า ชีวิตมันมีอะไรอีกตั้งเยอะแยะ

ถึงแม้ว่า สิ่งที่รออยู่ มันจะทำให้แทบอ๊วก

ตังค์บ้านหมด แม่ป่วยรอผ่าตัดใหญ่ (รอเงิน) ไม่มีกิจการ (โชคดีที่ไม่มีหนี้)

ถ้าไม่มีปัญหาอะไรพวกนี้ กูไม่มีทางเข้าราชการเด็ดขาด

ตอนนี้ มีอะไรให้ทำ ก็ทำทั้งหมด  ใครจะว่า ว่าทำงานจับฉ่ายหลายอย่าง ไม่ถนัด อะไรยังไงกูไม่สน


นาทีนี้ ตูต้องการเงิน !!!  :30: :30: :30:




ว่าจะขายรถ กับคอนโด แล้วนะเอ้อ เผื่อใครสน

จะแจ้งรายละเอียดอีกครั้ง   :40:
หนังเย็บมือ Homemade www.facebook.com/oxhour

PalmySyd

#2680
พี่ส้ม...คอนโดแถวไหน ขอรายละเอียดค่ะ :25:



ปาล์มอยากใช้ชีวิตชิวๆ ไม่ชอบชีวิตที่ต้องเร่งรีบ บีบคั้นตัวเองตลอดเวลา
ได้แต่บอกตัวเอง ถ้าผ่านตรงนี้ได้ เราจะชิว  :30:

ส้ ม ♥


ที่พัทยา นาจอมเทียนค่ะ

ลมดีมาก ที่ห้องเห็นทะเลนิดๆ ติดถนน เดินทางสะดวก  :25:
หนังเย็บมือ Homemade www.facebook.com/oxhour

ออยอิชี่

#2682
ขอบคุณพี่ปาล์ม + :25:
ไทยเราก็มีสวัสดิการพื้นฐานก็แบบนี้เหมือนกัน
แต่ระดับในการรักษาพื้นฐานยังคงแตกต่างอยู่มัง  :16:





แก้ไข //

พี่ส้มๆ สู้ๆ พี่  :12:

Buob Marley

อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 28 ก.ค. 2010, 10:13 น.
อ่านของปาล์มแล้ว รู้สึกว่าต้องเอาจริงกับชีวิตขึ้นอีกเยอะเลย  :05:
:3005:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

JΛNΣ


SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines