โรงเรียนในอุดมคติ

Started by Layiji, 29 Feb 2008, 18:06 น.

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Dew Susansaraly

คิดกันได้เยอะจังเลยอ่ะ

ออกความคิดเห็นไม่ได้นะว่าระบบการศึกษาที่ผมผ่านมามันห่วย เพราะผมเองไม่ได้เป็นทุกข์กับระบบการศึกษาที่ผ่านมาของผมเลย แม้จะมีสภาพเหมือนกับที่ทุกคนได้กล่าวมา

ผมมีความสุขมากที่ไปโรงเรียน เจอเพื่อนๆ เล่นกันสนุกสนาน มีเครียดๆบ้างที่ต้องคิดอะไรยากๆแบบที่เราไม่น่าจะต้องใช้ในชีวิตประจำวัน แต่มันคือการท้าทายสมองผม เรื่องคณิตนี่ถึงกับจอดเลย แต่อย่างน้อยทำให้ผมรู้ว่าผมไม่ได้ชอบคณิตศาสตร์ เรียนชีวะ เคมี ฟิสิกส์ แม้ผมจะไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่วันนี้ข้อสงสัยเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องรอบตัวผมได้รับคำตอบจากการเรียนวิชาเหล่านี้ครับ (แม้ว่าจะไม่มีประโยชน์ต่อการเรียนกฎหมายผมก็มีความสุขที่ผมรู้เรื่องแทนที่จะนั่งสงสัย)

การเรียนหลักสูตรมัธยมไทยในสายตาผมก็คงเป็นการยัดเยียด แต่มันผ่านมาแล้วไม่ได้รู้สึกอะไรมาก รู้แต่ว่ามันมากไปจริงๆแหละ คือว่าถ้าผมปล่อยวางไม่อยากได้เกรดสี่ ผมคงไม่ต้องไปเรียนพิเศษ ผมว่าเกรดสี่ในระดับมัธยมมันต้องมีความพยายามหน่อย ถ้าชิวๆไปเกรดสองเกรดสามก็น่าจะได้ไม่ยาก

แต่ถ้าคนเรียนทางอื่นคงรู้สึกว่ามันแย่ละนะเพราะต้องใช้เกรดเรียนต่อยิ่งเดี๋ยวนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ผมนะโชคดีที่ตลอดชีวิตประถมผมไม่มีความกดดันอะไร ความสำเร็จในการเรียนประถมคืออ่านหนังสือไทยได้ เขียนกลอน เขียนเรียงความ ย่อความ อ่านจับใจความ อ่านทำนองเสนอ บวกลบคูณหาร คิดบัญญัติไตรยางค์ และรู้เรื่องวิทยาศาสตร์กระจึ๋งนึง แค่นี้ก็เพียงพอให้ผมผ่านเข้าเรียนมัธยมที่มีเพื่อนดีๆ และทำให้รู้ว่ายังไม่รู้อะไรอีกเยอะ ซึ่งภายหลังก็ได้รู้เพิ่มขึ้น ได้ฝึกฝนสิ่งที่รู้เพิ่มขึ้น และยิ่งโชคดีใหญ่ที่รู้ตัวว่าการเรียนแพทย์นั้นเฉยๆกับผมมาก กฎหมายซิสนุกกว่า และก็สอบตรงได้ ซึ่งการสอบตรงนี้แทบไม่ต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เลย เอาความสามารถผมเข้าวัดกับข้อสอบล้วนๆแล้วก็ผ่านมาได้ (ซึ่งสมัยนี้ต้องติวกันแล้วเพราะกลัวสอบไม่ผ่าน)

พูดมายาวคือในสายตาทุกท่านระบบแบบนี้มันก็อาจจะผิดพลาดละนะ แต่้สำหรับหลายคนก็ผ่านมันมาได้ดังนั้นจะว่าร้ายระบบอย่างเดียวมันก็คงไม่ยุติธรรมนักนะครับ

(ต่างคนต่างความคิด ขณะพิมพ์อยู่เพื่อนผมมันก็หัวเราะว่าพิมพ์ไปจะได้อะไร แล้วก็ไปอ่านหนังสือต่อด้วยความสนุกสนานของมันไป แต่ผมกลับคิดว่ามันก็ดีนะได้ฝึกการแสดงความคิดเห็นในอีกช่องทางหนึ่ง หลังจากห่างหายไปหลายวันผมสังเกตตัวเองว่าสื่อผ่านความคิดทางตัวหนังสือได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ 

เอาหล่ะ เรื่องการสื่อผ่านความคิดเห็นยังไม่เร่งรีบเท่าไหร่ ผมต้องไปอ่านหนังสือแล้วไม่งั้นจะไม่มีความรู้ไปสื่อผ่านให้อาจารย์เห็นในการสอบปลายภาคนี้  :30:)

ปล. ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ที่ข้อสอบให้เวลาสามชั่วโมง ทั้งที่ถ้าส่งเป็นรายงานผมจะได้มีเวลาพิจารณา ได้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างอันผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดี และซึมซับความรู้ได้มากกว่าการอ่านหนังสือสอบ แต่ก็โทษไม่ได้นะ ตราบใดที่ยังมีพวกชอบทำนาบนหลังเพื่อนแอบลอกรายงานส่ง การวัดผลด้วยวิธีนี้กับนักศึกษาห้าร้อยคนต่อชั้นปีมันก็คงเป็นแค่ความฝันต่อไป  :33:
โล่ง

Buob Marley

แวะมาบอกว่า

พี่โอ๋ >> ชอบทอสี
พี่โอ๋ >> อยากเป็นครู
พี่โอ๋ >> (ผมเข้าใจเองว่า) อยากให้น้องวาดเขียนเรียน
ทอสี >> รับครู

สรุป พี่โอ๋ไปสมัครเลยครับ ไม่ต้องเอาเงินเดือน แลกกับน้องวาดเขียนเรียนฟรี ดีมั้ย?
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

iannnnn

:25: กรี๊ด ครูหยกตัวจริงบุกฟ๐นต์ :25:

ยินดีต้อนรับครับครูวันดี
จะเรียกกี่ทีก็ขอเรียกครูนี่แหละนะครับ
เพราะเป็นครูของผมหลายเรื่องเหลือเกิน

อ่านความเห็นเรื่องการศึกษาทางเลือกแล้วก็พาให้นึกถึงลูกถึงหลาน
ว่ามันน่าพาไปเดินดูอะไรแบบนี้เยอะๆ จังเลย
จะได้รู้ว่าอนาคตของชาติไม่ได้มีแต่แนวมืดมนๆ อย่างเดียว

วันดี.ฮอลิเดย์

กรี๊ด.. พลทหารแอนน์ ๕๕ กลัวน้อยหน้า ขอกรี๊ดบ้าง
ขอบคุณที่อุตส่าห์เรียกว่าครู และขอบคุณสำหรับฟอนต์สวยๆ ด้วยค่ะ เอาแต่โหลดไม่เคยขอบคุณเลย น่าอายจริงๆ

แวะมาอ่าน คคห. ของพลตรีดิว ลันล้า (เว็บนี้มียศฐาบรรดาศักดิ์กันหลายคนนิ) แล้วก็สะท้อนอีกแง่หนึ่งค่ะ อ่านดูแล้วก็คิดว่าคงเป็นอีกคนหนึ่งที่โชคดี เพราะแนวการศึกษานั้นถูกทางพอดี (บางคนเรียกว่าแนววิชาการ) ก็เลยไม่ลำบาก หยกก็คล้ายๆ กัน จำได้ว่าตอนที่เรียน ตั้งแต่ประถม-มัธยมก็ไม่ได้ลำบากอะไร จะบอกว่าเป็นนักเรียนที่ถูกระเบียบ(มาก)และเรียนค่อนข้างดีมาตลอด และก็เข้าใจว่าการเรียนดีนั้นคือการได้เกรดสวยๆ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เกรดสวยๆ มาตลอดอีก.. เรื่องกฎ กติกา มารยาท ก็ใช้ได้  ติดกิ๊บ ผมสั้น แม้จะไม่เข้าใจนักว่าทำไมถุงเท้าจึงต้องพับสองทบ และกระโปรงต้องยาวกว่าเข่าเท่านั้นเท่านี้นิ้ว แต่ก็เต็มใจทำตามระเบียบ และก็ไม่คิดด้วยว่าทำไมต้องทำ แค่คิดว่ามันคงดีมั๊ง ก็เลยทำไป ไม่ได้ลำบากมาก และเท่าที่ทบทวนดู ก็เหมือนจะทำผิดไม่ขึ้นเท่าไหร่ เพราะเคยคิดจะไม่เข้าเรียนหนึ่งวิชาตอน ม.ปลาย แต่ว่าก็ไม่ได้โดด เพราะอาจารย์เปลี่ยนตารางเรียน เคยสอบตกเพราะลืมว่ามีสอบ แต่เป็นครั้งที่เกิดปรากฏการณ์พิเศษ อาจารย์ให้สอบใหม่ยกห้อง เลยได้เต็ม -.-

จากการวิเคราะห์ตัวเองในตอนนั้นพบว่า หนึ่งสาเหตุที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการเรียน (ตามที่สมัยนั้นเข้าใจ) คือ เป็นคน "ความจำดี" ที่สอบตกภาษาไทยครั้งนั้น จำได้ว่าพอออกมาจากห้องสอบ ก็สามารถเปิดหนังสือแล้วทำเครื่องหมายข้อที่ข้อสอบถามได้ครบทั้ง ๔๐ ข้อ (จำได้แม่น เพราะตอนสอบตก ได้แค่ ๑๔ จาก ๔๐ คะแนน ซึ่งช่วงนั้นโฆษณาที่ร้องว่า "สิบสี่ สี่สิบ" มันหลอนมากๆ ๕๕ โฆษณาทีวีหรืออะไรนี่แหละ) ในเมื่อจำข้อสอบได้ทั้งหมด จึงสบายมากที่จะสอบได้คะแนนเต็มในการสอบใหม่ และอีกเหตุหนึ่งที่เป็นนักเรียนที่ดี คือ เป็นคน "ซื่อ" ใครบอกอะไรก็เชื่อหมด เพราะคิดว่าผู้ใหญ่บอกแปลว่า "ถูกต้อง"

ที่พิมพ์มาเสียยาวข้างต้น ไม่รู้จะเรียนว่า "โม้" หรือ "แฉตัวเอง" กันแน่ เพราะแต่ละยุค ความน่าภูมิใจก็แปรไปได้ ที่ชัดเจนคือ จะสื่อให้เห็นว่า การเรียนดีนั้นหากขุดลงไปที่เหตุแล้ว บางครั้งไม่ได้เกิดจากความเก่งกาจกว่าคนอื่นๆ ในเชิงมวลรวม แต่เป็นการเก่งแบบจำเพาะลงไปที่วิธีการที่เราถนัด.. ถ้าพูดถึงเรื่องการทำข้อสอบ ขอบอกว่า สบม. (สงสัยชาติก่อนเกิดเป็นคนออกข้อสอบ เลยพอจะเดาทางได้ ๕๕) ขอบอกตามตรงว่าก็เป็นคนที่ตั้งใจเรียนมาก เพราะขี้เกียจอ่านหนังสือ จึงตั้งใจฟังทุกคำ เพื่อที่จะไม่ต้องอ่านมากๆ ถ้ามาเรียนกับนักเรียนที่เราสอนยุคนี้ อาจตายได้ เพราะว่าที่เราสอน เราไม่ป้อนให้เด็กอย่างเดียว เด็กต้องขวนขวายหาทางได้ความรู้เองเยอะมาก

แต่..

ไม่ได้บอกว่าการเรียนแบบเดิมนั้นมีแต่ข้อเสียโดยสมบูรณ์

การเรียนแบบเดิมยังน่าจะถูกหยิบมาใช้บ้างเหมือนกันค่ะ เอามาผสมกับแบบใหม่ ยกตัวอย่างเช่น การคัดไทยก็ดี การท่องสูตรคูณก็ดี แม้แต่เรื่องเครื่องแบบ ก็รู้สึกว่าดีค่ะ เป็นการฝึกระเบียบวินัย และให้เด็กได้รู้จักกติกากลุ่ม (ที่โรงเรียนทอสี จะมีเครื่องแบบบางวัน และชุดลำลองบางวัน) เรื่องแวดล้อมเหล่านี้เป็นการสอนแบบหนึ่ง จุดที่หยกเห็นว่าไม่เหมาะ คือครูไม่ได้สื่อสารให้เด็กรู้จักวิเคราะห์ว่า "ทำไมเราจึงต้องทำให้ถูกระเบียบ?" เด็กๆ รู้เพียงว่า "ต้องถูกระเบียบนะ!" เมื่อไม่รู้เหตุผล เด็กบางคนที่ไม่ใช่คนหัวอ่อนจะเกิดการต่อต้านโดยอัตโนมัติ และหากไม่มียุทธวิธีจูงใจให้ทำ เด็กก็จะเบื่อที่จะทำ เพราะมันไม่สนุกเลย!

ตามความเห็นส่วนตัว คนที่เติบโตมาประสบความสำเร็จหรือพอใจกับชีวิตของตัวเองได้ ไม่ได้เกิดจาก "การเรียนเก่ง" แต่เกิดจากคุณสมบัติภายใน เช่น ความเพียร ความอดทน ความซื่อสัตย์ มีสมาธิ มีสติ เข้าใจความเป็นไป ฯลฯ ซึ่งก็เป็นธรรมดา ที่จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในการเรียนด้วยไม่ยากนัก ถ้าเราสังเกตดู เราจะพบว่า คุณสมบัติภายในที่บอกมาทั้งหมดนี้ ไม่ใช่แก่นหลักของการเรียนการสอนในอดีต แต่เกิดขึ้นตาม "บุญ" และ "กรรม" ของเด็กแต่ละคน อาจเกิดจากประสบการณ์ส่วนตัว จากการอบรมเลี้ยงดูของทางบ้าน(ที่ไม่ละเลยจะสอน ต่างจากหลายบ้านที่เข้าใจผิดว่าเป็นหน้าที่ของโรงเรียน) หรือจากการเก็บเกี่ยวกลั่นกรองได้เองของเด็ก

ที่หยกอยากจะบอกก็คือ.. ทั้งที่บ้านและโรงเรียนควรเน้นเรื่อง "คุณสมบัติอันเป็นต้นตอของการเรียนรู้" มากว่า "ตัวความรู้" ยิ่งยุคนี้แล้ว เราจะไปสอนได้อย่างไรหมด ความรู้มีอยู่เยอะมาก ที่เราควรทำคือการ "กระตุ้น" ให้เขาใฝ่รู้ ให้เขาเห็นคุณค่าของคุณสมบัติภายใน ซึ่งทรัพย์ที่อยู่ในตัวเขานี้ จะไม่หมดหรือถูกลืมไปเหมือนกับเนื้อหาในหนังสือหรอก เขาจะมีติดตัวไปตลอด.. เพราะเหตุนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลย ที่คนรุ่นก่อนๆ เป็นคนที่เก่งได้โดยไม่ได้เรียนสูงนัก (สูงที่ว่าคือเรียนวิชาการสูง แต่วิชาชีวิตต่ำ)

ที่รุ่นเราผ่านมาได้ก็นับว่าโชคดี แต่ก็ไม่ได้แปลว่าต้องทำแบบเดิม
เช่นเดียวกัน ส่วนของเดิมที่มีดีอยู่ เราก็ไม่ควรโยนทิ้งไป เพราะการพัฒนามักเกิดจากการต่อยอดของฐานเดิม ไม่ใช่การเริ่มจากศูนย์

ยาว.. ยาวอีกแล้ว และคาดว่าถ้าคุยต่อไปก็คงจะไม่จบ
แฮะๆ ขอขอบคุณ ^^'

ปล. ตอนเด็กๆ ไม่เคยทำงานบ้านเลย เอาแต่เรียน แบบนี้น่าภูมิใจหรือเปล่า?
http://wdgd.multiply.com/journal/item/149
วางแผงแล้วจ้า (^0^)/

วันดี.ฮอลิเดย์

#169
ขออนุญาตแก้ไขค่ะ

ที่บอกไว้ข้างบนว่า "คุณสมบัติภายในที่บอกมาทั้งหมดนี้ ไม่ใช่แก่นหลักของการเรียนการสอนในอดีต"
จริงๆ ต้องพูดใหม่ว่า "ไม่ใช่แก่นหลักของการเรียนการสอนในโรงเรียนโดยทั่วไป ซึ่งเน้นการสอนวิชาการอย่างเดียว"
ถ้าบอกว่า "ในอดีต" หยกว่า การเรียนในวัดค่อนข้างตรงจุดทีเดียว และก็เน้นมากในเรื่องคุณสมบัติภายใน

-/\-
http://wdgd.multiply.com/journal/item/149
วางแผงแล้วจ้า (^0^)/

จักรี

คุณสมบัติภายในที่เรียนจากวัดนี่ หมายถึงคุณธรรมหรือเปล่าครับคุณครู  :37:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

วันดี.ฮอลิเดย์

Quote from: จักรี on 06 Mar 2008, 01:17 น.
คุณสมบัติภายในที่เรียนจากวัดนี่ หมายถึงคุณธรรมหรือเปล่าครับคุณครู  :37:

จริงๆ หยกนึกคำไม่ออกน่ะีค่ะ แต่เป็นความหมายในทำนองนั้น
ถ้าให้หยกเลือกคำที่ตรงที่สุด หยกว่าคือคุณสมบัติต่างๆ ที่ทำให้เราเกิด "ปัญญา"

เรื่องการใช้คำนี่ยากจังนะ เพราะถ้าจะว่าไป "ความรู้" ก็เป็นฐานของปัญญาเหมือนกัน
แต่หยกว่าก่อนที่เราจะมีความรู้แตกฉาน เราต้องผ่านจุดหนึ่ง ซึ่งนั่นคือคำที่นึกไม่ออก ๕๕๕

หยกจำไม่ได้ว่ามันมีอะไรบ้าง m( _ _ )m

อย่างที่ฝรั่งเขาแยกเป็น IQ กับ EQ (แล้วเห็นเดี๋ยวนี้มี MQ อะไรQ หลายตัว) ถ้าเป็นทางพุทธ เรื่องของภายใน หรือ "จิต" นี้จะแบ่งย่อยไปอีกหลายทาง คือ ที่เราคุ้นๆ ก็จะเน้น "สุขภาพจิต" กันมาก คือให้เด็กฉลาดในตำราและ "มีความสุข" ไปด้วย แต่ในทางพุทธ จะแตกเรื่องของ "จิต" ออกไปอีก เช่น เรื่องคุณภาพจิต สมรรถภาพจิต (ที่หยกบอกว่า ความอดทน สมาธิ ฯลฯ นั้นละค่ะ) ขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ ครูประสบการณ์น้อย ยังไม่ค่อยแม่นนัก

คือไม่ใช่แค่มีความสุข แต่ต้องมีการสร้างสภาวะให้เหมาะกับการใช้่ชีวิตด้วย ซึ่งหยกว่าจำเป็นมากสำหรับยุคที่ใครๆ มักเชื่อว่า "ทำไปเถอะ ถ้าไม่เดือดร้อนใคร" จริงๆ แล้ว มนุษย์เราทำได้มากกว่านั้น
http://wdgd.multiply.com/journal/item/149
วางแผงแล้วจ้า (^0^)/

iannnnn

มันก็ต้องผสมๆ กันครับ
อะไรที่คนไทยขาดในตอนนี้ - นั่นคือวินัย (ชื่อพ่อผมๆ)
เด็กที่ผ่านการเรียน การปกครองในแบบของโรงเรียนที่เข้มงวดเรื่องวินัย
ก็ยังคงมีตรงนี้มาจนปัจจุบัน ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าได้ผลในระดับหนึ่ง
แต่อีส่วนที่เสียๆ ของระบบโรงเรียนปัจจุบันเราก็เห็นๆ กันอยู่ครับ

ผมก็เลยเห็นด้วยกับการผสมที่ครูวันดีว่า
ซึ่งจะว่าไปตอนนี้ครูหัวก้าวหน้าในหลายๆ โรงเรียนก็พยายามอยู่
(โรงเรียนที่ผมจบมาก็แบบนี้แหละครับ)

แต่การอยู่ในระบบราชการมันทำอะไรแบบนี้ยากจังเลยครับ :08:

วันดี.ฮอลิเดย์

ช่วงที่หยกอธิบายอะไรยุ่งๆ อย่าไปฟังมากนะ หยกไม่ค่อยแม่น ฟังพอได้แนวก็พอ -/\-
http://wdgd.multiply.com/journal/item/149
วางแผงแล้วจ้า (^0^)/

iannnnn

ครูวันดีชี้นกผมก็เห็นเป็นนกครับ :52:

วันดี.ฮอลิเดย์

Quote from: iannnnn on 06 Mar 2008, 01:29 น.การอยู่ในระบบราชการมันทำอะไรแบบนี้ยากจังเลยครับ :08:

:08: ด้วยคน
http://wdgd.multiply.com/journal/item/149
วางแผงแล้วจ้า (^0^)/

วันดี.ฮอลิเดย์

Quote from: iannnnn on 06 Mar 2008, 01:32 น.
ครูวันดีชี้นกผมก็เห็นเป็นนกครับ :52:

ครับ ถ้าชี้แมวแล้วเห็นเป็นนกก็น่ากลัวแล้ว ๕๕
ปล. หนีไปนอนแล้วดีกว่า ไม่ดีเลยๆ ติดเน็ต เรื่องแนวนี้ล่อแล้วติดกับตลอด -.-
http://wdgd.multiply.com/journal/item/149
วางแผงแล้วจ้า (^0^)/

จักรี

#177
ผมเข้าใจคุณครูครับและเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ตรงที่ว่าการส่งเสริม
ให้การศึกษาเป็นในแบบพัฒนาให้เกิดปัญญามากกว่าการยัดเยียดเนื้อหา
ซึ่งมันก็รวมถึงการให้เหตุผลของกฏระเบียบที่แน่ชัดลงไป  
อย่างที่ระบบเก่าที่คุณครูบอกไว้ว่า ระเบียบของโรงเรียนให้ทำแบบนู้นทำแบบนี้
เด็กนักเรียนก็ทำตามโดยไม่รู้ว่าทำไม บางที่ถามครูยังไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงเลยด้วยซ้ำ  
แบบนี้ ผมมองว่าเป็นระบบการศึกษาที่ไม่ส่งเสริมให้เกิดปัญญาเลยครับ
เพราะถ้าสิ่งที่ เรียกว่าเหตุผล และสมเหตุสมผลเป็นเรื่องที่ถูกต้องดีงาม
เด็กก็จะถูกปลูกฝังถึงเรีองเหตุผลที่สมเหตสมผลและถูกต้องดีงามตามไปด้วย
ผมมองว่า ถ้าระบบเก่าเป็นไปในแบบของการยัดเยียด
ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบเนื้อหาการเรียนการสอนหรือแม้แต่กฏระเบียบ
โดยให้เหตุผลเพียงแค่ว่าทำแบบนี้ คือถูก ทำแบบนี้คือผิด ผมมองว่า
นี่คือการส่งเสริม ในเรื่องศรัทธามากกว่า  ซึ่งระบบเก่าที่คุณครูบอกว่าน่าจะเริ่มจากที่วัดนี่
มันใช้ได้ดีอยู่แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นโรงเรียน การชี้ให้เห็นแค่นี้ มันไม่พอแล้ว
ยิ่งปัจจุบันการศึกษาและรู้เพียงแค่เนื้อหา มันทำให้คนมีเหตุผลที่ควบคุมไม่ได้
บางทีกลายเป็นเหตุผลที่ดีบนพื้นฐานของการเห็นผิด ซึ่งเกิดจากการวางรากฐานของการเรียนรู้โดยขาด
ซึ่งคุณธรรมและจริยธรรม
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

นักศิลปะ

#178
ความจริง ในความเป็นจริงชีวิตนี้
ใครอยากประกอบวิชาชีพครูมั่ง ?
หันซ้ายหันขวา อาวไม่เจอ
เราเลยมีครูที่ขายตรงเป็นอาชีพ
ขายประกันเป็นงานเสริม
ขายน้ำที่กินแล้วอายุยืนไปอีกอย่าง
แล้วเอาสัมมาอาชีพเป็นงานอดิเรก

ระบบอะไรที่เราพูดว่ามันบกพร่อง
ก็อย่างหนึ่ง
แต่...
คนในระบบบกพร่องก็สำคัญ
ตอนนี้ผมอายุ 36 คนรุ่นผมตอนนี้แหละ
เป็นครูอยู่ทั่วประเทศเลย
เป็นรุ่นที่วิชาครูโดนดูถูกมากที่สุด
คือใครเรียนอะไรไม่ได้ เข้าวิทยาลัยครู
เดี๋ยวก็จบ ออกไปทำไรก็ค่อยว่ากัน
จับพลัดจับผลูครอบครัวมีบารมีหน่อย
ฝากเป็นครูไปเลย เอายังไงละทีนี้
ถ้าผมเป็นครู สอบครูได้(บังเอิญสอบบรรจุตก 7 หน)
ตอนนั้นผมน่าอายุ 23 สอนเด็ก 13 ปี
ผลิตผลจากยุค มานี-มานะ ใช้เรียนครั้งแรก
ก็ออกดอกออกผลเต็มเมืองยุคนี้แหละครับ
ไปเป็นหมอ ก็เป็นหมอไม่งาม
ได้เป็นครูก็เป็นครูขี้เหร่
ได้เป็นทหาร-ตำรวจยิ่งไปกันใหญ่
ไปเป็นนักการเมืองยิ่งไม่ต้องพูดถึง

เรา-ท่าน โดยไม่มีใครรู้ตัว หรือรู้แต่ไม่เท่าทัน
หรือเท่าทันก็จำยอม เพราะมีปัจจัยหลายอย่างเหลือเกิน

เวลาผมบอกผมเรียนวิทยาลัยครู เอกศิลปะด้วยนะ
จะจบไปเป็นครู ทุกคนงงเลย ว่าผมใช้ส้นตีนคิดหรือเปล่า
เป็นครูเหรอ แน่ใจเหรอ ผมก็เออครับแน่ใจ
จบมา พ่อ-แม่ก็เหมือนพ่อแม่คนอื่น รักลูก
เอาวะลูกอยากเป็นครู พ่อฝากให้เอาไหม
สบายเลยจะเอาโรงไหน จังหวัดไหน อำเภอไหน
ผมก็ลูกพ่อวะ ให้พ่อทนบากหน้าก้มงกๆ กะนักการเมือง(ลูกศิษย์) ได้ไง
สอบมันเอง อย่างแรงกล้าเลย จังหวัดไหนเปิดสอบก้ไปสอบ
กรมไหนสอบก็ไปสอบ สรุป 7 หนไม่ได้ๆ
น่าจะโง่เกินเหตุเลยพักความมานะและฝันไปยาวๆ

เมื่อเป็นครูในระบบไม่ได้ก็สอนมันนอกระบบ
เป็นครูในอุดมคติตัวเอง ทำโรงเรียนในอุดมคติตัวเอง

ครั้งนานแล้วผมก็ผิดหวังอย่างแรงในระบบในคน
แต่พอกรองออกมาแล้ว ผิดหวังไปก็เท่านั้น
ทำเท่าที่เราทำอย่างที่เราหวังก็จะีดีกว่า
ณ วินาทีนี้ผมได้คำตอบกับตัวเองแบบนี้
แต่อนาคตก็ไม่แน่
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

นักศิลปะ

ต่ออีกหน่อย...

ผมถามพ่อว่า ทำไมไม่ไล่ออกไป
เมื่อครั้งรู้ว่าเด็กมัธยมสาม
ในโรงเรียนที่พ่อสอนบางคนเกเรขนาด
ใครมองว่าคงเหลือขอ เกินเยียวยาแล้ว
พ่อบอกว่า ไล่ออกแล้วเขาจะไปเรียนที่ไหน
ไล่เขาจากที่นี่ เขาก็ไปเกเรที่อื่นถ้ามีที่รับเขาเรียน
ถ้าไม่ได้เรียนก็ออกมาเป็นคนเกเรมากๆ อยู่ดี
เอาไว้อบรบบ่มนิสัยกันนี้แหละ

ที่โรงเรียนผม มีเด็กมัธยมสอง คนหนึ่ง
เรียนคอร์สไหนก็ไม่ไหว คือครูเอาไหว
แต่เพื่อนร่วมห้องพาลจะไม่ไหวไปกับเขา
สุดท้ายผมเลยขอมาเรียนกับผม
เรียนไปเรียนมาก็ดูว่าน่าสนุกดี
เขาไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรเลย
กับเพื่อนร่วมชั้นก็ดูจะเข้ากันดีอีก
ผมก็เลยมองว่า จริงแท้แล้ว
เด็กนั่นพร้อมจะเรียนรู้ตลอดเวลา
พร้อมจะปรับตัวให้เข้ากับสังคมอย่างดี


มีการพูดคุยกับเขาครั้งหนึ่ง
เด็กบอกว่า ครูรู้ไหมแม่เพิ่งบอกหนู
ว่าหนูเป็นสมาธิสั้น ครูอย่ารำคาญหนูนะ
ผมเงียบไปพักนึงแล้วก็บอกไปว่า
ไม่เห็นสั้นตรงไหน ก็เรียนดีนี่นา
ความจริงผมถามคุณแม่เขาไปตรงๆ แล้ว
เมื่อครั้งจะเอามาเรียนที่ห้องผม
ว่าคุณแม่มีอะไรต้องบอกผมเพิ่มอีกไหม
แม่เขาก็เล่าเรื่องราวกับเด็กให้ฟัง
ตอนนี้เด็กคนนี้ก็ยังเรียนกับผมอยู่
และดูทีท่าจะสนุกสนานมาก
และ วาดรูปได้อย่างเจ๋งอีกด้วย
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines