ตั้งไว้ถามปัญหาอาหารการกิน ให้มืออาชีพมาตอบโดยเฉพาะ
เลียนแบบกระจู๋ถามหมอแมว :42:
ถามว่า buttermilk คืออะไร บ้านเรามีขายไหมครับ
หรือถ้าไม่มี ทำเองได้ไหมครับ
ผมชอบกิน cole slaw ของ kfc มาก ซึ่งตอนนี้มันเลิกขายแล้ว
ก็เลยทำเอง แต่สูตรมันบอกว่ามี buttermilk ด้วยน่ะครับ
ไม่รู้ว่ามันมีหน้าตาเป็นไง ก็เลยนำมาถาม
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
55+
:30:
ขอบคุณครับ ผมดูมีเกียรติ มากเลยครับ จริงแล้วผม เรียกได้แค่ว่า เป็น กุ๊ก เท่านั้นเองครับ ไม่ถึงกับเชฟ เป็นกุ๊กแถม เป็นกุ๊กเฉพาะทางสะด้วย แต่ความรู้ เกีย่วกับอาหาร หลายอย่างที่ ผมไม่สามารถรู้ได้ อย่างเช่น buttermilk ที่ลุงอ๋า ถามมา ผมต้องเสียใจด้วย เพราะผมไม่มีความรู้จริงๆ ถ้าไงรอพี่ตั้มมอตอบนะครับ จู๋นี้ไว้ให้พี่ตั้มเป็นหลักแล้วผมไว้เสริมแล้วกันนะครับ :42:
ถ้าถามผมถึง buttermilk ผมขอถอย แต่ถ้าถามถึง ซอสยากินิกุ ละก็ ไม่ถอยแน่ ........
ซอสยากินิกุ คืออะไรครับ ใช้กินกับอะไรและมีส่วนผสมอะไรบ้าง อยากรู้จริงๆครับ :40:(ทำอาหารไม่ค่อยเป็นเลย แต่ชอบกิน)
buttermilk
นมเนย
ลองไปเปิดWikipediaมา
Buttermilk ทำเองก็ได้ง่ายจัง :30:
มันเป็นส่วนของนมที่เหลือจากการทำเนย
Buttermilk ของแท้
นม ---เอาไปตี---> เนย + Butter milk
Buttermilk เทียม
นม ---ผสมเชื้อโยเกิร์ต ---> โยเกิร์ต + Butter milk
:30:ตูเข้าใจสลับกันมาตลอด
อยากรู้สูตรพิซซ่าญี่ปุ่นด้วยครับ :25:
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 03 ธ.ค. 2006, 12:11 น.
ตั้งไว้ถามปัญหาอาหารการกิน ให้มืออาชีพมาตอบโดยเฉพาะ
เลียนแบบกระจู๋ถามหมอแมว :42:
ถามว่า buttermilk คืออะไร บ้านเรามีขายไหมครับ
หรือถ้าไม่มี ทำเองได้ไหมครับ
ผมชอบกิน cole slaw ของ kfc มาก ซึ่งตอนนี้มันเลิกขายแล้ว
ก็เลยทำเอง แต่สูตรมันบอกว่ามี buttermilk ด้วยน่ะครับ
ไม่รู้ว่ามันมีหน้าตาเป็นไง ก็เลยนำมาถาม
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
นี่มันเป็นการเพิ่มงานให้ตูกับไอ้กรีชัดๆนี่หว่า :05:
เพิ่งรู้ว่าม KFC ไม่ขายโคสลอว์แล้ว (ทำไมตูยังเห็นแว๊บๆวะ)
ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่าความรู้ข้ายังด้อยเร่งศึกษา อย่าเอาไปเทียบเทพหมอแมว :12:
และเพื่อป้องกันการเข้าใจผิดกัน
1. คหกรรมศาสตร์ เรียนเพื่อให้เข้าใจศาสตร์ของขั้นตอนการทำอาหาร เทคนิคและวิธีที่เหมาะสมที่สุด (สูตรและเทคนิค) เพื่อที่จะทำให้อาหารนั้นออกมาอร่อย
2. นักวิทยาศาสตร์อาหาร เรียนเพื่อให้เข้าใจหลักการการแปรรูปอาหารในระดับโมเลกุล ชีวเคมีของอาหาร และเชื้อจุลินทรีย์ และทุกอย่างที่เป็นเชิงลึกเมื่ออาหารอยู่ในสภาวะแวดล้อมต่างๆ
3. เชฟ = พ่อครัวขั้น ADVANCE
ดังนั้นจากงานที่ตูทำก็จะเป็นส่วนผสมของ 1:2:3 ในอัตราส่วน 30:50:20 เท่านั้นไม่ลึกมาก
แต่ก็พอจะมีความรู้อยู่บ้างในเรื่อง ingredients ต่างๆ และอธิบายได้ในระดับหลักการครับส่วนสูตรของมันเฮียต้องไปซื้อเชื้อมาล่ะครับซึ่งเชื้อพวกนี้ก็เป็นทรัพย์สินทางปัญญาไม่สามารถให้กันได้ง่ายๆ (สังเกตจากนมเปรี้ยวแต่ละยี่ห้อก็มีกลิ่นรสไม่เหมือนกัน เพราะถูกปรับปรุงสายพันธุ์จนมันสามารถผลิตสารเคมีที่ให้กลิ่นรสที่ดีได้)
จากคำถามนะ
ถามว่า buttermilk คืออะไร BUTTERMILK เป็นนมหมักชนิดหนึ่ง (fermented milk) มีทั้งแบบไขมันปกติเหมือนนมทั่วไป (3.6%) ไขมันต่ำเหมือนหางนม (แบบที่หมอแมวบอก = SKIMMILK) และแบบ NON FAT ก่อนอื่นให้นึกภาพพวกยาคูลท์ หรือโยเกิร์ตบ้านเราแล้วเก็บเอาไว้ในใจก่อนจะได้คุ้นตา แต่มันจะเป็นสีขาวและข้นกว่านมเปรี้ยว นมเปรี้ยวมันผสมน้ำตาลลงไป 15% แต่ BUTTERMILK จะไม่ผสม หรือผสมก็น้อยมาก มันจะเหมือนนมที่ไกล้จะเป็นโยเกิร์ต แต่ยังไม่เป็น จะข้นกว่าน้ำนมแต่ไม่ข้นเท่าโยเกิร์ต
บ้านเรามีขายไหมครับคาดว่าน่าจะมีที่พารากอน สถานที่รวมสุดยอดวัตถุดิบจากต่างประเทศ :12:
ไปเดินมาล่าสุด รู้สึกว่าอยู่ที่นี่ทั้งวันก็ยังได้ :41:
หรือถ้าไม่มี ทำเองได้ไหมครับ1.
ถ้าเอาแบบพอกินได้ ใช้ โยเกิร์ตเลือกแบบที่ไกล้จะหมดอายุแทนได้ครับ (เชื้อมันจะเยอะและกำไรมาก) หรือไม่งั้นก็ซื้อมาตั้งทิ้งที่อุณภูมิห้องซัก 1 วัน (อย่าตากแดดนะ) เป็นการทำให้เชื้อเพิ่มปริมาณได้ในอัตราที่เร็วขึ้น แต่ถ้าเห็นว่ามันข้นหรือเปรี้ยวเกินไป ก็ให้ใส่นมสดผสมลงไปในโยเกิร์ตได้
หรือถ้าจะเอาเร็วและกลัวท้องเสีย ให้ใช้นมผสมน้ำมะนาว หรือน้ำส้มสายชูแท้ (ทำจากไวน์แดง ไวน์ขาว ฯลฯ ) 1 ชต. ก็พอถูไถได้ แต่กลิ่นที่ได้ก็ไม่ค่อยเหมือน BUTTER MILK เท่าไหร่
2. จะเอาให้เหมือน : ต้องหาซื้อ BUTTERMILK ที่เชื้อจุลินทรีย์ยัง ACTIVATED อยู่ เอามาเทใส่นมสด แต่นมสดก็ต้องเป็นนมสดที่ไม่มียาปฏิชีวนะด้วยนะ (ต้องเป็นนมเกรดที่ใช้ผลิตโยเกิร์ต) เพราะโคบางตัวอาจมีสารปฏิชีวนะจากยาฆ่าเชื้อหลงมาในน้ำนมได้ มันจะทำให้เชื้อที่ได้จาก BUTTERMILK ที่เอามาผสมลงไปตาย หลังจากซื้อมาก็ผสมในนมสด แล้วตั้งทิ้งไว้ซัก 1 วัน (อุณหภูมิประมาณ 18-20 องศา)
ยุ่งยากว่ะลุง อย่าทำเลย :30:
แนะนำว่าให้ใส่โยเกิร์ตนั่นแหละ ถ้ามันไม่เปรี้ยวก็ใส่น้ำส้มสายชู ถ้ามันข้นก็เติมนมนิดนึง
อ้างคำพูดจาก: kitty เมื่อ 03 ธ.ค. 2006, 15:20 น.
อยากรู้สูตรพิซซ่าญี่ปุ่นด้วยครับ :25:
พี่ว่าถ้าจะขอสูตรอาหารลองไปหาที่เว็บอื่นจะดีกว่านะ ในนี้ตอบแค่ข้อสงสัยก็พอ ว่าไงวะกรี
อ้างคำพูดจาก: I_AM_SUD_YOD เมื่อ 03 ธ.ค. 2006, 16:53 น.
ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่าความรู้ข้ายังด้อยเร่งศึกษา อย่าเอาไปเทียบเทพหมอแมว :12:
และเพื่อป้องกันการเข้าใจผิดกัน
:08: บอกแล้วไงว่าอ่านจากwiki
""""เรียกผมว่าเกรียน จะเข้าท่ากว่าเทพนะครับ :42:
เออว่ะครับ ยุ่งยากไม่กลัว กลัวจะท้องเสีย :30:
เคยลองทำ cole slaw ดูแล้ว โดยไม่ได้ใส่ไอ้เนยนมนี่ มันก็คล้ายๆมากแล้วนะ
ขอบคุณอีกทีสำหรับคำตอบ
ไว้จะมาถามเรื่อยๆครับ
:42:
ผู้ชายทำกับข้าวอร่อยกว่าผู้หญิง :33:
ขอฝากท้องซักมื้อนะคะ :42:
อ้างคำพูดจาก: ลุงบักซ์ เมื่อ 03 ธ.ค. 2006, 13:50 น.
ซอสยากินิกุ คืออะไรครับ ใช้กินกับอะไรและมีส่วนผสมอะไรบ้าง อยากรู้จริงๆครับ :40:(ทำอาหารไม่ค่อยเป็นเลย แต่ชอบกิน)
ซอสยากินิกุ เป็น ซอสญี่ปุ่นที่ใช้กินกับอาหารประเภทย่างครับ มีรสหวานหอม อร่อย บางร้านจะมีใส่งา เล็กน้อย ตอนที่ ผมอยุ่ร้านอาหารญี่ปุ่นเคยทำ ซึ่งบางร้านก็ทำเอง บางร้านก็ซื้อแบบสำเร็จรูปครับ ส่วนสูตร นั้นเดี๋ยวไว้วันหลังผมจะเอามาโพส ให้นะครับ
อ้างคำพูดจาก: kitty เมื่อ 03 ธ.ค. 2006, 15:20 น.
อยากรู้สูตรพิซซ่าญี่ปุ่นด้วยครับ :25:
Onkomiyaki หรือ พิซ่าญี่ปุ่น ซึ่งก็ แล้วแต่ร้านว่า จะปรุงส่วนผสมอะไรลงไปบ้าง ครับ
อย่างเช่น ถ้าพิซ่าญี่ปุ่นหน้ากุ้ง Ebi Onokomiyaki ก็จะมีส่วนผสมของแป้งแล้ว ใช้เนื่อกุ้งเป็นส่วนผสม
โดยจะสับกุ้งให้ละเอียดก่อนแล้วปรุงรสด้วยซอสต่างๆรวมทั้งราดหน้าด้วยมายองเนส และสาหร่ายญี่ปุ่นหั่นเป็นเส้นเล็ก รวมทั้งซอสยากินิกุด้วย ......ซึ่ง พิซ่าญี่ปุ่นก็เป็นอาหารที่เป็นหนึ่งในหมวดอาหารย่างเช่นกันครับ...
ตอนนี้ติดสูตร อาหารใครไว้บ้างเนี่ย เดี๋ยว ต้องมีสักวัน จะเอามาลงให้ครับ.....
ซอสโอโคโนมิยากิ สามารถใช้ซอสที่จิ้ม ทงคัสสึ ผสมกับมายองเนสแทนได้มั้ยครับ (หรือว่ามันคือซอสยากินิกุอยู่แล้วครับ)
Grilled tometoทำยังไงครับ
ไปกินที่รร.อมรี Airpot , กับ โซฟิเทลมา
เป็นมะเขือเทศย่าง แล้วมีน้ำอะไรซักอย่าง+เครื่องเทศเขียวๆ
ลองเอามาทำดู แค่คล้ายๆ ไม่ยักเหมือน :25:
ที่จริง ก็อยุ่ที่ ประยุกต์ทาน นะครับ อาหารมันก็เหมือนภาษานั่นแหละครับ มี ดิ้น ได้ เปลี่ยนแปลงได้
ซอสทงคัสซึก็นิยมใส่ เหมือนกันครับ พิซ่าญี่ปุ่นหน้าหมู หรือหน้าปูอัด หรือหน้าอื่นๆ ก็มักนิยมราดด้วย ซอสชนิดนี้ แทน ยากินิกุ เหมือนกันครับ สรุปคือแล้วแต่สูตร แล้วแต่ชอบ ครับ
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 03 ธ.ค. 2006, 22:09 น.
Grilled tometoทำยังไงครับ
ไปกินที่รร.อมรี Airpot , กับ โซฟิเทลมา
เป็นมะเขือเทศย่าง แล้วมีน้ำอะไรซักอย่าง+เครื่องเทศเขียวๆ
ลองเอามาทำดู แค่คล้ายๆ ไม่ยักเหมือน :25:
อาหารฝรั่ง งั้นรอ พี่ตั้มนะครับหมอ :21:
น้ำพริกราดเลยครับ :01:
แต่ก่อนผมชอบทำอาหารกินเองนะ
เดี๋ยวนี้ Ezy go ตลอด :05:
ทำเป็นแต่อาหารไทย กะอาหารถิ่นครับ
:31:
อ่านไปอ่านมาเริ่มหิวแล้วดิ :04:
รอบ้านใหม่เสร็จก่อนนะ คราวนี้จะครัวแบบครบเครื่องจะหัดทำอาหารมั้ง :05:
อยากทราบว่า ขนมปั้นสิบนี่เวลาม้วนขอบ เขาทำยังไงให้มันเป็น ลายหยักๆ ได้อ่ะคะ
:46:
ใช้เล็บ หยิกเอาเลยครับ :42:
เพราะ เมื่อผม ทำพวกเกี๊ยว ผมก็ใช้เล็บหยิกเอา :40:
ถามบ้างครับ
ว่าไส้กรอกชีสจากโลตัส เอามาทำอะไรให้อร่อยดีครับ :05:
(คราาวก่อนหั่นแล้วค่อยเวฟ --- เละ ก็เลยลองแบบไม่หั่น ---- เหี่ยว :41:)
เทคนิคการทำอาหารให้อร่อย ของแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ
ส่วนเทคนิคผม ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ไหนๆก็อร่อยได้ครับ ถ้าซื้อมาแล้ว รอให้หิวแบบสุดๆก่อน แล้ว ค่อยทำกิน ....เทคนิคง่ายๆที่คุณก็ทำได้ ครับ :12:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 03 ธ.ค. 2006, 23:09 น.
ถามบ้างครับ
ว่าไส้กรอกชีสจากโลตัส เอามาทำอะไรให้อร่อยดีครับ :05:
(คราาวก่อนหั่นแล้วค่อยเวฟ --- เละ ก็เลยลองแบบไม่หั่น ---- เหี่ยว :41:)
:01: :01: :01: :01:
อ้างคำพูดจาก: I_AM_SUD_YOD เมื่อ 01 ธ.ค. 2006, 21:31 น.
เห็นว่าทานไส้กรอกกันหลายคน จึงเอาความลับของไส้กรอก (เท่าที่รู้) มาฝากกัน :42:
1. ไส้กรอกเกรด A (ซึ่งสามารถซื้อได้จาก CP 7-11) นั้น มีไขมันอย่างน้อย 15-20% ดังนั้น สาวๆที่ต้องการลดน้ำหนักด้วยการทานไส้กรอกแทนข้าว ให้คิดดีๆซะก่อน :42:
2. มันที่ว่าจะมีอยู่ 3 แบบคือ มันหมู (โรงงานที่ไม่ฮาลาล) มันไก่ที่ได้จากการบดหนังไก่จนละเอียด สำหรับไส้กรอกเกรด A โดยทั่วไป และสุดท้าย ไขมันบั้นท้ายไก่อยู่บริเวณโพรงช่องท้องไกล้กับตูดไก่นั่นแล สำหรับใส่ในขนมจีบหรือไส้กรอกที่ต้องการเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนอย่างที่กินกัน
3. ไส้กรอกชั้นต่ำ หรือที่เรียกกันในบรรดาแม่ค้าว่าไส้กรอกเกรด C (สีแดงๆ ทอดแล้วเหี่ยวนิ่ม) คือไส้กรอกที่ทำจากโครงไก่ (ที่เค้าเอาไปต้มน้ำซุบ) แต่เอาโครงสดมาบดจนเนียน ใช้แทนเนื้อสัตว์ (เกรดเนื้อที่ใช้ต่ำกว่าที่ใช้ในอาหารสัตว์อีก)
4. ไส้กรอกที่ฝรั่งกินกัน เนื้อสัมผัสจะต้องเป็นแบบ CHUNK หรือยังพอมี FIBRE ของกล้ามเนื้ออยู่ กัดแล้วจะเหมือนมีชิ้นๆเนื้อปนอยู่มาก แต่ที่ไม่ค่อยมีวางขายเพราะคนไทยไม่ค่อยคุ้นกับไส้กรอกเทือกนั้น แต่จะคุ้นกับดุ้นสีชมพูทอดแล้วเหี่ยวมากกว่า
5. เคซิ่ง หรือที่คนไทยเรียกว่าเปลือกไส้กรอกนั้นมีหลายเกรด ตั้งแต่เกรดที่ทำจากพลาสติก ต้องปอกออกก่อนทอด เกรดดีขั้นมาหน่อยจะทำจากการเอาพวกหนังสัตว์ไปสกัด แล้วทำเป็นหลอด สามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องปอกเปลือก และเกรดที่ดีที่สุดทำจากไส้สัตว์ (มักจะเป็นแกะ) ซึ่งจะสังเกตได้โดยที่ผิวไส้กรอกมันจะไม่ค่อยเรียบเสมอกัน มันจะปูดๆ และท่อนไส้กรอกมันจะค่อนข้างงอ
6. เทคนิกการใช้ไมโครเวฟคือต้องเวฟโดยใช้ watt ต่ำๆ (ไม่เกิน 600 และใช้เวลาไม่เกิน 1 นาที) และก่อนเวฟไม่ใช่หั่น หรือ ใส่เข้าไปทั้งดุ้นอย่างที่เข้าใจกัน แต่ให้ใช้วิธีจิ้มด้วยเข็มหรือไม่เล็กๆที่ผิวเพื่อให้น้ำหรือความชื้นออกมาจากตัวไส้กรอกได้บ้าง
7. ห้ามใช้วิธีการแช่แข็งเพื่อยืดอายุการเก็บ แต่ถ้าต้องการยืดอายุจริงๆ ให้ใช้วิธีการนำไปต้มน้ำ (ทั้งถุง) แช่ในน้ำเดือด แล้วรีบเอาเข้าตู้เย็นหรือกะบะน้ำแข็งทันที เพื่อเป็นการ shock เชื้อโรคให้ตาย
8. ไส่กรอกมักทำจากเศษเนื้อที่เหลือจากการทำสินค้าชั้นดี (ที่ส่งออกไปต่างประเทศ และได้รถดับเพลิงมา) เคยเข้าไปดูใน line การผลิต ก็สะอาดในระดับขายภายในประเทศได้ :39:
พี่แดนข้าวที่ใช้ปั้นซูชิทำไมต้องใส่น้ำส้มสายชูหรอครับ
อ้าว ทำไมเคเอฟซีถึงไม่ขายโคสลอว์ :05:
อ้างคำพูดจาก: อิคคิว เมื่อ 03 ธ.ค. 2006, 23:23 น.
พี่แดนข้าวที่ใช้ปั้นซูชิทำไมต้องใส่น้ำส้มสายชูหรอครับ
มันเป็นสูตรครับ :31:
มันไม่ใช่น้ำส้มสายชู ครับ มันเป็น น้ำส้มญี่ปุ่น misukun ครับ เพื่อเพิ่มรสชาดให้กับข้าว ให้มีรสหวานเปรี้ยว และเหนียวง่ายต่อการปั้น
จากประสบการณ์ น้ำส้มซูชิ ถือว่าเป็นหัวใจหลักความอร่อยของซูชิ บางร้านใช้ ผสมเอง บางร้านซื้อสำเร็จรูป ร้านในประเทศไทย ถ้าผสมเองก็จะทำให้ถูกปากคนไทยมากขึ้นครับ
:03:หน้าแตกนึกว่าน้ำส้มสายชูตั้งนาน
วาซาบิ มันทำมาจากอะไรเหรอ ชอบอ่ะ เวลากินบะหมี่เย็น เค้าให้มาขนาดไหนก็ใส่ลงไปในน้ำซุปหมดเลย ชอบอ่ะซดทีโล่งจมูก :33:
วาซาบิทไำมาจากต้นวาซาบิต้นคล้ายหกะปแครอทแต่เล็กกว่าแล้วเอามาขูดครับ
สมเป็นน้องพี่แดนไหมครับ :33:
(http://img2.f0nt.com/03/619ed7c784f80a210a2cbd7a182132a5.jpg)
:12:
ทำจากขี้ครับ
Thanks บักอิกคิว +1 :27:
ไม่ชอบวาซาบิ :08:
งั้นก็หันมาชอบ กุ๊ก สิครับ :26:
อ้างคำพูดจาก: りですね เมื่อ 03 ธ.ค. 2006, 23:48 น.
ไม่ชอบวาซาบิ :08:
เมื่อก่อนพี่ก็ไม่ชอบ กินไปกินมาติดใจอ่ะ :33:
เคยกินแบบผิดพลาดทางเทคนิคด้วย แบบว่าอู้วววว หัวจะระเบิด
น้ำวูดูคืออะไรครับรสชาติเป็นยังไงครับ :25:
อ้างคำพูดจาก: อิคคิว เมื่อ 03 ธ.ค. 2006, 23:57 น.
น้ำวูดูคืออะไรครับรสชาติเป็นยังไงครับ :25:
รู้จักแต่น้ำบูดูว่ะ
นั่นเซะ :08:
หมายถึงน้ำ บูดู หรือเปล่าครับ
น้ำบูดู เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูป จากปลาทะเล นับเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อ ใช้เป็นวิธีการเก็บรักษาทรัพยากร ซึ่งเป็นวัตถุดิบ ในท้องถิ่น ให้สามารถเก็บไว้บริโภค ได้ยาวนาน ชาวบ้านจึงนำปลา มาคลุกเกลือ หมักไว้รับประทาน
น้ำบูดู มีลักษณะคล้ายน้ำปลา มีน้ำข้นปานกลาง นำมารับประทานเป็นเครื่องปรุงรส ใช้เป็นเครื่องจิ้ม
น้ำบูดูที่มีชื่อเสียง คือ น้ำบูดูสายบุรี เป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพทำน้ำบูดูปะเสยะวอ อ. สายบุรี จ. ปัตตานี ที่นี่เป็นแหล่งกำเนิดบูดูที่สะอาด วัตถุดิบในการผลิตใช้ปลาไส้ตันผสมเกลือในอัตราส่วนที่เหมาะสม ใช้เวลาที่พอเหมาะ จึงทำให้ได้น้ำบูดูที่มีรสชาติอร่อย
http://www.nairobroo.com/76/modules.php?name=News&file=article&sid=167
น้ำที่เขาเอาไปทำไสยศาสตร์ใช่ไหมครับ :46:
เป็นการละเล่น ชนิดหนึ่งครับ น่าจะคล้ายๆลิเกบ้านเรา แต่อยุ่ที่ภาคใต้.....
:03:น้ำบูดูถูกแล้วครับ :38:เหมือนปลาร้าเลยนึกว่าเป็นเครื่องดื่มเคยได้ยินในเพลงผู้ชนะ10ทิศ+1จ่าเจฟ :40:
วูดู นั่นชื่อเผ่าในแอฟริกาแล้วครับ
:30: :30:
วู้มาดูๆๆ :27:
ตอนนี้กินฟรุ๊ตโกโก้ อยากทำเป็นมั่งจัง
ตอนเด็ก ป. 4มั้ง น้าเคยสอนทำขนมปัง(เรียกขนมไข่) ผสมแป้ง+ผงฟู+เนย+ไข่+น้ำตาล(น่าจะแค่นี้)
แล้วเอาไปทอด เละหมดเลย :21: แต่ก็กินจนหมด เพราะทำเอง (ปกติจะออกมาเป็นรูปดอกไม้)
ตอนเด็กๆย่าเคยทไำขนมตูดหมูตูดหมา(ตูดหรือตดจำไม่ได้)ให้กินใครเคยกินมั่งครับ :42:
กลิ่น เป็นยังไงบ้างคะ ไม่เคยดม เอ้ย ไม่เคยกิน :42:
อร่อยนะครับแต่เดี๋ยวนี้ย่าไม่ทำแล้วย่าบอกหาต้นตูดหมูตูดหมายาก(ตูดหรือตดก็ยังไม่แน่ใจ)
ลักษณะ เจ้าขนมนี่ มันเป็นยังไงบ้างคะ ชื่อแปลกดี :42:
ต้นตูดหมูตูดหมา ครับ
มันทำเป็นขนมได้ด้วยเหรอ แถวบ้านขึ้นเพียบเลย
กลิ่นเหม็นมาก :28:
มีจริงๆนะเอ้า http://www.matichon.co.th/adm/tour/template1.php?idn=&selectid=1020&sid=&select= {หมีโหด}
หารูปไม่ได้ปแต่ย่าเคยบอกว่าเอาต้นคั้นเอาน้ำนวดกะปแป้งจิ้มกินกะน้ำตาล
มาช่วยโหวตว่าไอ้ต้นที่ว่าเนี่ย กลิ่นมันไม่น่าพิศมัยเลยครับ :08:
ดมแล้วจะอ้วกให้ได้ เหมือนตูดมันจริงๆ
คล้ายๆ เครือตดหมา รึป่าวครับ :09:
เขาบอกเหมือนขี้หมาแห้งปแต่มันอร่อยจริงๆนะให้ดิ้นตาย {หมีโหด}จำไม่ไดครับ้ที่ย่าทำตูดหรือตด
ต้นกระพังโหม=ต้นตดหมูตดหมา
เฮ้ย
เสียสง่าราศีกระจู๋ตาตั้ม/เชฟกรี หมดกัน
:30: เอ๊ย :08:
แยกไปจู๋ตูดหมูตูดหมาไปเลย
มีรูปตูดหมูตูดหมาน่ารักมาอวดกัน (แตกหน่อ)
:30:
ทำตูดหมูตูดหมาอะไรกินกันบ้าง มาโชว์กันหน่อย
น้ำปู(ของเหนือ) ทำยังไงแบบง่ายๆครับ เห็นท่านแม่แฟนทำแล้วท่าทางจะเลียนแบบยาก {หมีโหด}
รายละเอียด : น้ำปู
อาหารคนเมือง
น้ำปูเป็นอาหารของชาวเหนือ ที่มีการทำในฤดูปลูกข้าวเท่านั้น
น้ำปูมีลักษณะคล้ายกะปิ หรือแยทสำหรับทาขนมมปัง เพียงแต่ว่ามีสีดำ และมีกลิ่นเฉพาะนำปู
การรับประทานนำปู นำข้าวเหนียวมาจิ้ม นำไปประกอบหรือนำไปเหยาะอาหารอย่างอื่นให้มีรสชาติถึงใจยิ่งขึ้น อาทิ เช่น ยำหน่อไม้ แกงหน่อไม้ นำพริกน้ำปู ตำส้ท(ส้มตำ) โซะหม่าโอ ส้าหม่าเขือแจ้ ส้าหม่าแตง ล้วนแล้วแต่ทำให้น้ำลายสอ นอกจากนี้ยังมีมะขามอ่อนจิ้มน้ำปู เป็นอาหารว่าที่ใช้รับรองเพื่อนสนิทมิตรสหายได้อย่างประทับใจ
การทำน้ำปูให้อร่อย สะอาด ใช่ว่าจะทำได้เหมือนกันหมดทุกคน
การทำน้ำปูเป็นกิจกรรมที่ใช้ความชำนาญ ความอดทนความอดกลั้นเป็นอย่างมาก
อุปกรณ์การทำน้ปู
ปิ๊ป หรือ หม้อดินทรงสูง จำนวน 1 ใบ ไม้สำหรับคน ผ้ากรอง หรือกระซอน ครกมอง หรือเครื่องโม่ปูให้แหลก
เครื่องปรุง
ปูนาจำนวน 1 ปิ๊ป หรือ 10 กิโลกรัม ใบตะใคร้ จำนวน 1 กำมือ มะกรูดจำนวน 3-4 ลูก น้ำพริกเครื่องปรุ่ง ประกอบด้วย พริกแห้งคั่ว ตะไคร้ ข่า เกลือ โขลกรวมกัน
วิธีทำนำปู
ขั้นแรก ล้างปูนาให้สะอาดแล้วตำด้วยครกมอง หรือบดด้วยเครื่องโม่แล้วแต่สะดวก ขั้นตอนนี้หั่นใบตะไคร้ใส่ลงไปในขณะบดด้วยเพื่อช่วยดับกลิ่น
ขั้นที่ 2 นำปูที่แหลกแล้วมาขั้นน้ำออก ส่วนใหญาทำแบบขั้นน้ำกะทิ กล่าวคือ ใช้กระซอนถ้ามีปูจำนวนน้อย หรือใช้ผ้าขาวบางถ้ามีปูจำนวนมาก แล้วแต่สดวก ในการคั้นน้ำแรกคั้นเอาน้ำหัว ต่อไปเป็นน้ำหาง น้ำปูที่คั้นออกมาเรียกว่าน้ำปูดิบ จำนวน 4 กิโลกรัม คั้นนำปูได้ประมาณ 2 ปิ๊ป ส่วนกากปูที่เหลือนำไปทิ้ง จากนั้นนำน้ำปูดิบใส่หม้อหมักทิ้งไว้ 1 คืน เมือหมักได้ที่กำหนดแล้ว น้ำปูดิบจะมีกลิ่นเหม็น...ตุ ตุ
ขั้นที่ 3 การต้มปู เรียกว่าการเคี่ยวปู เมื่อน้ำปูหมักได้ที่ ก็นำไปเคี่ยว โดยใช้ไฟแรกปานกลางในตอนแรก หลังจากนั้นก็ใช้ไฟอ่อนคนไปเรื่อย ๆ ประมาณค่อนวัน ใส่เกลือน้ำพริกที่ปรุงไว้ แล้วแต่จะชอบรสจัดอย่างไร และไกล้จะได้ที่ก็ใส่น้ำมะกรูดลงไปเพื่อเพิ่มรสและกลิ่น เมื่อเคี่ยวไปประมาณ 6-7 ชั่วโมงน้ำปูจะเหนียว คร้ายยางมะตูม หรือเหนียวค้นกว่านั้น ก็ราไฟให้มอดลง ทิ้งไว้ให้เย็นเองเมื่อน้ำปูเย็นสนิทดีแล้ว จะแข็วตัวนิ่มคล้ายแยมผลไม้ หรือกะปิ เป็นอันว่าใช้ได้ น้ำปูที่ดึ มีคุณภาพต้องมีสีดำสนิท มีกลิ่นหอมเนื้อของปู เหนียวเข็มข้น ไม่แฉะ
ปูจำนวน 10 กิโลกรัม เมื่อเคี่ยวแล้ว ได้น้ำปูสำเร็จประมาณ 2-3 กิโลกรัม จำหน่ายกิโลกรัมล่ะ 180 - 250 บาท
..........................................
จาก http://www.pantown.com/market.php?id=3898&name=market1&topic=58&action=view
อร่อยมากครับ เพื่อนจากลำปางเอามาให้กินบ่อยๆ :12:
เพื่อนออกเสียงว่า น้ำปู๋ :22:
ที่บ้านผมขายถุงละ 5 บาท กินกับเม็ดกระถิน ฝักสลิดอ่อนและน้ำพริกปลาร้าคลุกกับข้าวร้อนๆ อร่อยสุดยอดครับ :12:
ลุงบักใช่คนโคราช ใช่มั้ยเนี้ย :30: ผมก็กินแบบนี้เหมือนกัน :39:
แม่นแล้วครับ คนปักธงชัย :42:
แต่มันอร่อยจริงๆนะ :33:
อยู่ใกล้ๆกันครับ ผมคน โชคชัย
แต่หมู่บ้านผม ถอยหลังเป็น ครบุรี เดินหน้าเป็นโชคชัย ข้างๆเป็นปักธงชัย ........
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 03 ธ.ค. 2006, 22:09 น.
Grilled tometoทำยังไงครับ
ไปกินที่รร.อมรี Airpot , กับ โซฟิเทลมา
เป็นมะเขือเทศย่าง แล้วมีน้ำอะไรซักอย่าง+เครื่องเทศเขียวๆ
ลองเอามาทำดู แค่คล้ายๆ ไม่ยักเหมือน :25:
สุดยอดศูนย์รวมกุ๊กชั้นเลิศเลยนะหมอ ไม่แปลกหรอกที่จะทำตามไม่เหมือนเพราะเราไม่รู้หรอกว่ามะเขือนั่นน่ะปลูกที่ไหน (เอามะเขือเทศสีดามาทำได้ซะเมื่อไหร่) :42:
ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเป็นยังไง เดี๋ยวต้องหาโอกาสไปทานบ้าง หมอสามารถอธิบายหน้าตามันเพิ่มเติมอีกรึเปล่าครับ หรืออธิบายรสชาติมันก็ได้ว่าทานแล้วกลิ่นเป็นยังไง (เย็น หอม กลิ่นเหมือนอาหารอะไร) ทางที่ดีหมอพาพวกเราไปทานกันให้หมดเลยก็ดีครับ เพราะท่าจะเดายาก หรือเท่าที่จะเดาได้ น้ำอะไรซักอย่างนั่น ความเป็นไปได้น่าจะเป็นน้ำมันมะกอกมากทีสุด ไม่งั้นก็เป็นน้ำมะเขือเทศนั่นล่ะครับ หรืออาจะเป็นซอสอะไรซักอย่างก็ได้
อาหารฝรั่งก็งี้ล่ะครับ
เครื่องเทศมีไม่กี่อย่าง แต่อร่อย ไม่ต้องอูมามิแบบอาหารญี่ปุ่นก็อร่อยได้
:25: ชื่อน่ากิน
(ไม่ชอบกินมะเขือเทศ)
อูมามิคืออะไรวะครับ
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 07 ธ.ค. 2006, 00:10 น.
อูมามิคืออะไรวะครับ
จะวะก็วะเลยครับลุง ไม่ต้องวะครับ :42:
รสชาติใหม่ที่บังเกิดขึ้นมาในโลกครับ คนไทยเรียกว่า "รสอร่อย"
มันคือรสที่ได้จากกรดกลูตามิก (โครงสร้างเล็กที่สุดของโปรตีนมีประมาณ 20 ชนิด กลูตามิกคือ 1 ในนั้น)
อูมามิ (UMAMI) เป็นรสชาติที่เหนือขึ้นไปจากหวาน เปรี้ยว เค็ม และขม (เค้าบอกกันว่ามันเป็นยอดปิรามิตฐานสี่เหลื่ยมของรสชาติน่ะครับ)
ถ้าไม่เข้าใจ ลองเดินไปซื้ออูมามิผง (MSG = MONOSODIUM GLUTAMATE) มาทานได้ :30:
ในธรรมชาติชาวญี่ปุ่นสร้างอูมามิมาจากปลาแห้งและสาหร่ายแห้งครับ คาดว่าน้องจักรีจะเข้ามาตอบเพิ่มให้เร็วๆ นี้
ทำไมตูอ่านว่ามิยาบิว๊า :33:
อูมามิ คือ ผงชูรส {หมีโหด}
อ้อ เหมือนเคยได้ยินว่าการประชุมสภาเจไดโลกว่าด้วยการลงมติแต่งตั้งรสใหม่
นอกจากเค็ม หวาน ขม เผ็ด อะไรนี่แล้ว
ก็มีไอ้เจ้าคิมูจิ๊นี่แหละครับ
ถ้ารสเค็มเป็นรสที่ต่อมรับรสของลิ้นทำปฏิกิริยากะโซเดียมฉันใด
รสคิมูจิ๊นี่ก็ทำปฏิกิริยากับผงชูรสฉันนั้น
:07: บ้าจริง พิมพ์ตั้งนานหายหมด
เอาละครับพอดี ผมพิมพ์ตอบไว้เยอะเลย ไปกดโดนอะไรเข้าไม่รุ้หายหมด
เอาเป้นว่า ไอ้ อูมามิ นี่ เป็น รสชาด อร่อยแล้วกันนะ คือความหมายของมันก็อย่างที่พี่ตั้มว่าครับ
ส่วนผงอูนามิ ที่ใช้ในการประกอบอาหารในร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปนั้นครั้งแรกๆที่มีการผลิตก็อาจจะทำมาจากปลาแห้งกับสาหร่ายอย่างที่พี่ตั้มบอกก็ได้ แต่ปัจจุบัน ผมคิดว่า อาหารหลายๆชนิดที่มี กลูตาเมตอิสระ ก็สามารถนำมาทำเป็นผง อูมามิ ได้เหมือนกันนะ
ส่วน รสคิมูจิ๊ นี่มัน :08:
สงสัยจะทำกินกันเฉพาะในสภาเจไดมั้งครับ :42:
ถึงหมอแมว ผมไม่เคยกิน Grilled tomatoes โรงแรมที่หมอเคยกิน
แต่ Grilled tomatoes ที่เคยกินแถวนี้ ส่วนใหญ่
ก็โรยเกลือกระเทียม(มันจะเป็นเกลือผสมกับกระเทียมแห้งป่น)
โรยพวก ทารากอน ออริกาโนเทือกนั้น
แล้วก็น้ำมันมะกอกนะครับ ไม่รู้เหมือนกันหรือเปล่า
รู้แต่มะเขีอเทศจากอิตาลี อร่อยสุดยอดเลยนะครับ
อ้างคำพูดจาก: I_AM_SUD_YOD เมื่อ 07 ธ.ค. 2006, 00:06 น.
ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเป็นยังไง เดี๋ยวต้องหาโอกาสไปทานบ้าง หมอสามารถอธิบายหน้าตามันเพิ่มเติมอีกรึเปล่าครับ หรืออธิบายรสชาติมันก็ได้ว่าทานแล้วกลิ่นเป็นยังไง (เย็น หอม กลิ่นเหมือนอาหารอะไร) ทางที่ดีหมอพาพวกเราไปทานกันให้หมดเลยก็ดีครับ เพราะท่าจะเดายาก หรือเท่าที่จะเดาได้ น้ำอะไรซักอย่างนั่น ความเป็นไปได้น่าจะเป็นน้ำมันมะกอกมากทีสุด ไม่งั้นก็เป็นน้ำมะเขือเทศนั่นล่ะครับ หรืออาจะเป็นซอสอะไรซักอย่างก็ได้
ที่เห็นมีแน่ๆคือ
1.มะเขือเทศ
2.น้ำมัน (ยังไงก็ต้องน้ำมันมะกอกแน่ๆ)
3.Origano
4.กลิ่นชีสหรือเนย แต่ไม่รู้ว่าเป็นชนิดไหน
5.กลิ่นคล้ายมิ้นท์หอมๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรระหว่างโหระพา กระเพรา หรือ สะระแหน่
แยกได้แค่นี้ครับ... ไม่รู้ว่ามีอย่างอื่นอีกไหม และแยกกลิ่นของข้อ4-5ไม่ออกครับ
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 07 ธ.ค. 2006, 19:43 น.
ที่เห็นมีแน่ๆคือ
1.มะเขือเทศ
2.น้ำมัน (ยังไงก็ต้องน้ำมันมะกอกแน่ๆ)
3.Origano
4.กลิ่นชีสหรือเนย แต่ไม่รู้ว่าเป็นชนิดไหน
5.กลิ่นคล้ายมิ้นท์หอมๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรระหว่างโหระพา กระเพรา หรือ สะระแหน่
แยกได้แค่นี้ครับ... ไม่รู้ว่ามีอย่างอื่นอีกไหม และแยกกลิ่นของข้อ4-5ไม่ออกครับ
งั้นผมรู้แล้วหมอ
เค้าใส่ Pesto ครับ
:08: สอนหน่อยสิครับ แยกยังไงว่าชีสอันไหนกลิ่นยังไง ผมลองหัดแยกแต่ยังแยกไม่เห็นได้สักที มันเหมือนๆกันไปหมด :08:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 07 ธ.ค. 2006, 20:07 น.
:08: สอนหน่อยสิครับ แยกยังไงว่าชีสอันไหนกลิ่นยังไง ผมลองหัดแยกแต่ยังแยกไม่เห็นได้สักที มันเหมือนๆกันไปหมด :08:
แยกชีสด้วยกลิ่นอย่างเดียวไม่ได้นะหมอ ต้องชิมด้วย
เพราะชีสแต่ละชนิด จะมีความนุ่ม ความร่วนไม่เหมือนกัน
ยกเว้นชีสที่มีกลิ่นเฉพาะตัว เช่น พวกบลูชีส หรือ Goat ชีส
ชีสบางชนิดกลิ่นไม่แรง อย่าง มอสซาเรลลา หรือ กอมมองแบร์
แต่พวกนี้จะนุ่มมาก อธิบายไม่ถูกเหมือนกันแฮะ
ถ้าผมสามารถเขียนอธิบายรสชาติของอาหาร
ให้คนอ่านรู้รสได้ ผมคงเป็นนักเขียนที่ได้รางวัลโนเบลไปแล้วล่ะครับ
หมอต้องชิมเองบ่อยๆ แล้วจำเอาแหละครับ ดีที่สุด
ถ้าให้ไปแยกเชดด้า พามิเซน กับ มอซซาเรลลา ตอนเป็นก้อนๆน่ะแยกได้ แต่ถ้าเอาไปปรุงแล้วแยกทีไร หน้าแตกทุกที :41:
... อย่างเมนูที่ว่านี่ เวลามาเสิร์ฟมันมาร้อนๆ ละลายไปกับน้ำมันมะกอกหมดแล้ว เหลือแต่กลิ่น....
...
งั้นคงต้องไปลองเอาชีสมาใส่แล้วลองดูว่าอันไหนอร่อยสุดชิมิ :25:
ไอ้ซุปที่กินกับบะหมี่เย็นมีส่วนประกอบอะไรบ้างครับ จะลองทำดู ดัดแปลงกินกับเส้นมาม่า :25:
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 04 ธ.ค. 2006, 02:27 น.
ทำตูดหมูตูดหมาอะไรกินกันบ้าง มาโชว์กันหน่อย
อ่านเผินๆ นึกถึงเครือตดหมูตดหมา ที่เขาคั้นน้ำเอาไปผสมทำข้าวโป่งหรือข้าวเกรียบว่าว (http://palm.exteen.com/20051224/entry-2)
อ้างคำพูดจาก: SEMT Pilestick เมื่อ 07 ธ.ค. 2006, 20:57 น.
ไอ้ซุปที่กินกับบะหมี่เย็นมีส่วนประกอบอะไรบ้างครับ จะลองทำดู ดัดแปลงกินกับเส้นมาม่า :25:
น้ำซารุ จริงๆส่วนประกอบ ผมก็จำไม่ได้แล้ว นะครับพี่เจฟ ผ่านมานี่ก็จะ สามปีแล้ว ผมติดสุตรพี่ไว้บาน เลยสินะ เอาน่า เดี๋ยวสักวันจะฟื้นความจำ แต่เวลานี้ ขอทำหน้าที่ปัจจุบัน ก่อน :42:
ให้พี่เจฟ
http://www.horapa.com/content.php?Category=Japan&No=518
:12: คุณหมีนี่สุดยอดจริงๆ
สมแล้วที่เป็นหมีห์จริงๆ
อีกอันนะคะ ง่ายๆ
(http://www.quickspice.com/scstore/images/sobatsuyu-kikkoman_lg.jpg)
ยี่ห้อคิโคแมนจ้ะ
ลวกเส้น เทซอสใส่ถ้วย จิ้มกินไปเลย :25:
อ้างคำพูดจาก: i-Palm เมื่อ 07 ธ.ค. 2006, 21:08 น.
อ่านเผินๆ นึกถึงเครือตดหมูตดหมา ที่เขาคั้นน้ำเอาไปผสมทำข้าวโป่งหรือข้าวเกรียบว่าว (http://palm.exteen.com/20051224/entry-2)
มันคือกันครับพี่ปาล์ม ที่นึกถึงอะ ถูกแล้ว
น่าน ไง ผมก็ว่าแล้ว บ้านผมเรียก เครือตดหมา
หอมอะไรเหม็นๆ
เหม็นอะไรหอมๆ
(เพลงประกอบจากนักเขียนการ์ตูน เอ๊าะ อ๋อน)
Thanks ไอ้หมี :33:
อ้างคำพูดจาก: หมีโหด* เมื่อ 07 ธ.ค. 2006, 23:47 น.
อีกอันนะคะ ง่ายๆ
(http://www.quickspice.com/scstore/images/sobatsuyu-kikkoman_lg.jpg)
ยี่ห้อคิโคแมนจ้ะ
ลวกเส้น เทซอสใส่ถ้วย จิ้มกินไปเลย :25:
ส่วนไอ้นี่ฉันต้องถ่อสังขารไปซื้อที่อิเซตันตรงเวิร์ลเทรดเลยเหรอ :08:
ถามเชฟคนไหนก็ได้นะคะ
ถามว่า
เมื่อคืนแม่ทอดหมูสับชุบแป้งขนมปังไว้ค่ะ
กรอบมากกก
แต่พอมาวันนี้ไม่กรอบแล้ว จะทำไงดีคะให้มันกรอบอร่อยเช่นเดิม {หมีโหด}/
.
ไมโครเวฟก็ยิ่งนิ่มสิเคอะ
ทำใหม่ แล้วตอนเก็บอ่ะ เก็บไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดเพื่อไม่ให้โดนลม มันจะได้กรอบอยู่ตลอด
เดาเอา สังเกตจากกล้วยฉาบที่กินอยู่
โรยหน้าหมูชุบแป้งขนมปังด้วยเปลือกไข่ครับ รับรองกรอบทุกคำที่เคี้ยวครับ :31:
ขอโทษครับ เป็นแค่เพื่อนของเชฟ
อรก็เอาฝาครอบนะคะแต่มันก็นิ่ม
แต่ยังอร่อยมากเลยย :42: :42:
อ้างคำพูดจาก: หมีโหด* เมื่อ 08 ธ.ค. 2006, 16:07 น.
อรก็เอาฝาครอบนะคะแต่มันก็นิ่ม
แต่ยังอร่อยมากเลยย :42: :42:
ฝาชี เหรอ {หมีโหด}
เอาลงทอดใหม่อีกสักแป๊บค่ะ
ฝาที่ครอบอาหารในไมโครเวฟอ่ะ
คิโคแมน ในจัสโก้ก็มีขาย :42:
เยื่อไผ่ ที่เค้าเอามา ตุ๋นยาจีน
แล้วสาหร่ายแผ่นใหญ่ๆ ที่เอามาทำซูชิ ช้าวปั้น
หาซื้อได้ที่ไหนครับ (โลตัส ลาดพร้าว ไม่มีครับ)
คิโคแมน ฟู้ดแลนด์น่าจะมีนะคะ :27:
ไม่รู้จักครับ :08:
เยื่อไผ่หาซื้อได้ตามตลาดทั่วไปค่ะ
ส่วนใหญ่มักเจอในตลาดที่มีคนจีนอยู่เยอะๆ
เยาวราชก็มีค่ะ ตลาดบางรักก็มีนะคะ
ส่วนสาหร่ายแผ่นมีขายที่เซ็นทรัลเวิร์ล-พารากอนค่ะ
ที่อื่นๆก็มีนะคะ จะเอาชัวร์ๆก็อิเซตันเนี่ยแหละ มีแน่ๆ
ลาดพร้าวก็มีฟู๊ดแลนนะ {หมีโหด}
ขอบคุณครับ +1 ทั้งสามคนเลย เดี๋ยวจะไปหาซื้อมาทำกิน :40:
รามอินทราก็มีฟู้ดแลนด์ {หมีโหด}
เราไม่ทำเรากินอย่างเดียว :30:
โอ๊ย มีคนตัดหน้า :05:
สีลมก็มีฟู้ดแลนด์
อยู่หลังโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน
ไม่แน่ใจว่าปิดไปรึยัง
ไม่รู้จัก foodland โคตรเชย {หมีโหด}
แถวบ้านกิ้วก็มีนะ
แต่
เอ ..
บ้านกิ้วเค้าเรียกว่าแถวไหนล่ะ
ไม่รู้เรียกไม่ถูกอยู่อย่างเดียว ไม่เคยเรียก :30:
โอ๊ย ตัดหน้าอีกแล้ว :05:
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 08 ธ.ค. 2006, 20:06 น.
ไม่รู้จัก foodland โคตรเชย {หมีโหด}
:08: :08: :08: :08: :08: :08: :08: :39:
แต่กิ้วว่าfoodlandมันก็เก่าๆแล้วนะ :07:
อ้างคำพูดจาก: kubkew เมื่อ 08 ธ.ค. 2006, 20:06 น.
แถวบ้านกิ้วก็มีนะ
แต่
เอ ..
บ้านกิ้วเค้าเรียกว่าแถวไหนล่ะ
ไม่รู้เรียกไม่ถูกอยู่อย่างเดียว ไม่เคยเรียก :30:
โอ๊ย ตัดหน้าอีกแล้ว :05:
เอไม่เคยไปบ้านกิ้ว จะรู้ได้ไง {หมีโหด}
เมนูประเภทมาม่า เอามาทำอะไรให้แปลกๆ ไม่ยุ่งยาก แล้วอร่อยทานได้บ้าง
ปกติเป็นคนไม่ชอบทำกับข้าวค่ะ ถ้าขี้เกียจออกนอกบ้าน เมนูหลักก็จะเป็นมาม่า
ตอนนี้เบื่อประเภท กดน้ำร้อน ปิดฝาทิ้งไว้ 3 นาทีแล้วค่ะ :22:
กินจนตัวจะเป็นเส้นแล้ว
ซื้อใส่กรอกใส่เพิ่มเข้าไปครับ :42:
ไม่ก็เปลี่ยนเป็น easy go
เชิญที่จู่ ทำไรกินฯ ได้เลยครับ มีหลายสูตรเลย แนะนำ สูตรต้มโคล้งนรกแตก
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 08 ธ.ค. 2006, 20:09 น.
เอไม่เคยไปบ้านกิ้ว จะรู้ได้ไง {หมีโหด}
พี่เอก็มาซักทีซิค่ะ :40:จะได้รู้
อย่ามาจีบกันในนี้สิหมีห์ :39:
ตอบหมอแมว
ที่เห็นมีแน่ๆคือ
1.มะเขือเทศ
2.น้ำมัน (ยังไงก็ต้องน้ำมันมะกอกแน่ๆ)
3.Origano
4.กลิ่นชีสหรือเนย แต่ไม่รู้ว่าเป็นชนิดไหน
5.กลิ่นคล้ายมิ้นท์หอมๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรระหว่างโหระพา กระเพรา หรือ สะระแหน่
แยกได้แค่นี้ครับ... ไม่รู้ว่ามีอย่างอื่นอีกไหม และแยกกลิ่นของข้อ4-5ไม่ออกครับ
เครื่องเทศเขียวๆ ที่ว่าน่าจะเป็น THYME ครับ :12: และใบอะไรนั่นเท่าที่บอกมาก็น่าจะเป็นโหระพา
(TOMATO AND SWEET BASIL) เมนูประมาณนี้มีโอกาสสูงมากที่จะใส่ชีส เพราะผักโขม หรือมะเขือเทศ มันเข้ากับชีส แล้วก็ที่ใส่แน่ๆคือพริกไทยดำหยาบ เกลือ (น้ำตาลฝรั่งไม่นิยม แต่ตูแอบใส่บ่อย)
แยกชีสด้วยกลิ่นอย่างเดียวไม่ได้นะหมอ ต้องชิมด้วย
เพราะชีสแต่ละชนิด จะมีความนุ่ม ความร่วนไม่เหมือนกัน
ยกเว้นชีสที่มีกลิ่นเฉพาะตัว เช่น พวกบลูชีส หรือ Goat ชีส
ชีสบางชนิดกลิ่นไม่แรง อย่าง มอสซาเรลลา หรือ กอมมองแบร์
แต่พวกนี้จะนุ่มมาก อธิบายไม่ถูกเหมือนกันแฮะ
ถ้าผมสามารถเขียนอธิบายรสชาติของอาหาร
ให้คนอ่านรู้รสได้ ผมคงเป็นนักเขียนที่ได้รางวัลโนเบลไปแล้วล่ะครับ
หมอต้องชิมเองบ่อยๆ แล้วจำเอาแหละครับ ดีที่สุด
อย่างที่น้องข้างบนบอก
วิธีการสังเกตชีสที่ดีที่สุดคือการชิมครับ ต้องชิมบ่อยๆ (ไม่มีทางลัดอื่นครับ) เพราะเมนูจากชีสส่วนมากไม่นิยมนักที่จะเอาชีสหลายอย่างมารวมกัน (นอกจากใช้เชดดาห์แต่ง top nose = กลิ่นรสขึ้นจมูกช่วงท้ายของการกลืน)
ถ้าให้ไปแยกเชดด้า พามิเซน กับ มอซซาเรลลา
เคล็ดลับส่วนตัวที่ใช้สังเหตคือการละลายของมันครับ เชดดาห์ละลายได้เล็กน้อย มอซวาเลล่าก็ดูจากพิซซ่า แล้วก็พามาซานใช้เหยาะสลัดเป็นเกล็ดค่อนข้างแห้งเปราะ ลองดูนะครับ แต่ตามที่บอกมันละลายด้วย น่าจะเป็น เช็ดดาห์ (คิดไปคิดมา พาร์มาซานน่าจะเข้ากว่า)
แต่จริงๆแล้วทั้ง 3 ตัวกลิ่นมันก็ไม่เหมือนกันเลยนะหมอ ลองดูน่าจะแยกได้ :42:
แต่สำหรับการชิมต้องขอบอกไว้ก่อนว่าพรสวรรค์ของคนไม่เหมือนกัน บางคนบอดกลื่นหอมแดง บางคนบอดกลิ่นพริกไทย อันนี้เป็นศาสตร์ที่สามารถวัดและฝึกหัดกันได้ครับ
ตอบหมีอร
ถ้าจะเอาแค่กรอบโดยไม่เอาความอร่อย แนะนำให้ไปอบ
เอาไปทอดใหม่แห้งกรังและอมน้ำมัน ไม่ดีๆ
แต่ถ้าตามธรรมชาติที่คนปกติกิน
เค้าจะทอดแค่พอกินนะหมี ถ้าไม่อิ่มก็ทำใหม่ :42:
ตอบคำถามสาธารณะ
1. เยื่อไผ่ คลับคล้ายคลับคลาว่ามันจะเป็นเห็ดชนิดหนึ่งนะครับ ไม่แน่ใจว่าเคยอ่านที่ไหนเหมือนกัน
2. ถ้าจะซื้อวัตถุดิบ ไม่แนะนำให้ไป foodland ครับ แนะนำให้ไปวิลล่าครับ
คนปกติกิน
:30:
วิลล่า ไฮโซ ชอบๆ :21:
วิลล่า คาเฟ่ :09:
Villa Market {หมีโหด}
ที่สถานี BTS อารี นะ ถ้าผ่านลองดูดิ บรรยากาศโคตรแนว :12:
มาช้าดีกว่าไม่มา มาเพื่อจะบอก สำหรับผู้ที่กำลังเข้าใจผิดเกี่ยวกับซอส คิโคเมน
คิโคเมน ก็เหมือน เด็กสมบูรณ์ ซอสหอยนางรมตราเด็กสมบูรณ์ ซีอิ๋วขาวตราเด็กสมบูรณ์ ฯลฯ
ดังนั้น คิโคเมน ก็ เหมือนกัน มันเป็นเพียงยี่ห้อเท่านั้นครับ ซอสเทอริยากิตรา คิโคเมน
น้ำซารุ ตรา คิโคเมน โชยุ ตราคิโคเมน ซีอิ๋วหวานญี่ปุ่นตราคิโอเมน เป็นต้น ครับ
ส่วนคำถามที่ถามว่า ทำไงหมูชุปแป้งทอดที่เคยกรอบอยุ่จะกลับมากรอบเหมือนเดิม
ถ้าเป็นผม คง ชุปแป้งทอดอีกครั้ง ละครับ
แต่เป็นผมหมดตั้งแต่มันยังไม่หายร้อนครับ
ไม่ได้อ่านคำถามบักตั้ง :21:
คือถ้าจะซื้อสาหร่าย หรือพวกวัตถุดิบในการทำซูชิ แบบว่าทำกินเล่นๆอะ เดี๋ยวนี้พวกโลตัส บิกซีก็พอมีขายนะ ลองหาดู ส่วน สาหร่ายแผ่นใหญ่ ถ้าซื้อน้อยๆผมไม่แน่ใจ แต่ถ้าซื้อเยอะ ต้องสั่ง จากผู้ค้าส่งเลยประหยัด ครับ
บริษัทที่ผมเคยสั่ง ก็ จะมีพวก ไดโช นี่ถือเป็นบริษัทค้าส่งวัตถุดิบอาหารญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในไทยแล้วมั้ง (หมายถึงเมื่อ 3ปีก่อนนะ) แล้วก็มีบริษัทค้าส่งรายย่อย อีกยั่งพวกไข่กุ้ง ไรพวกนี้ สั่ง จากผู้ค้าในไทยเลยครับ :42:
อย่าถามชื่อร้านค้าปลีกวัตถุดิบอาหารญี่ปุ่นกับผมนะ เพราะนอกจากบิกซี โลตัส ฟู๊ดแลนด์ แล้ว ผมก็ไม่รุ้จักอีกเลย {หมีโหด}
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 09 ธ.ค. 2006, 00:37 น.
ไม่ได้อ่านคำถามบักตั้ง :21:
คือถ้าจะซื้อสาหร่าย หรือพวกวัตถุดิบในการทำซูชิ แบบว่าทำกินเล่นๆอะ เดี๋ยวนี้พวกโลตัส บิกซีก็พอมีขายนะ ลองหาดู ส่วน สาหร่ายแผ่นใหญ่ ถ้าซื้อน้อยๆผมไม่แน่ใจ แต่ถ้าซื้อเยอะ ต้องสั่ง จากผู้ค้าส่งเลยประหยัด ครับ
บริษัทที่ผมเคยสั่ง ก็ จะมีพวก ไดโช นี่ถือเป็นบริษัทค้าส่งวัตถุดิบอาหารญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในไทยแล้วมั้ง (หมายถึงเมื่อ 3ปีก่อนนะ) แล้วก็มีบริษัทค้าส่งรายย่อย อีกยั่งพวกไข่กุ้ง ไรพวกนี้ สั่ง จากผู้ค้าในไทยเลยครับ :42:
อย่าถามชื่อร้านค้าปลีกวัตถุดิบอาหารญี่ปุ่นกับผมนะ เพราะนอกจากบิกซี โลตัส ฟู๊ดแลนด์ แล้ว ผมก็ไม่รุ้จักอีกเลย {หมีโหด}
ไดโซ
มันคือบริษัทเดียวกับที่เปิดร้านขายของจากญี่ปุ่น ทุกอย่าง60บาทรึเปล่าคะ
Disho.co.Ltd
เจ้าของชื่อ การ์โต้ซัง ครับ
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 09 ธ.ค. 2006, 00:27 น.
มาช้าดีกว่าไม่มา มาเพื่อจะบอก สำหรับผู้ที่กำลังเข้าใจผิดเกี่ยวกับซอส คิโคเมน
คิโคเมน ก็เหมือน เด็กสมบูรณ์ ซอสหอยนางรมตราเด็กสมบูรณ์ ซีอิ๋วขาวตราเด็กสมบูรณ์ ฯลฯ ดังนั้น คิโคเมน ก็ เหมือนกัน มันเป็นเพียงยี่ห้อเท่านั้นครับ ซอสเทอริยากิตรา คิโคเมน
น้ำซารุ ตรา คิโคเมน โชยุ ตราคิโคเมน ซีอิ๋วหวานญี่ปุ่นตราคิโอเมน เป็นต้น ครับ
ส่วนคำถามที่ถามว่า ทำไงหมูชุปแป้งทอดที่เคยกรอบอยุ่จะกลับมากรอบเหมือนเดิม
ถ้าเป็นผม คง ชุปแป้งทอดอีกครั้ง ละครับ
เอ่อ จักร พี่ขอขยายความเพิ่มเติมกันงง นะ
คิโคแมนเป็นยี่ห้อของซอสตามที่ตาจักรบอกนั่นล่ะ มันก็จะมีตั้งแต่ซอสในเกรด dark soy sauce เทียบกับบ้านเราก็ซีอิ๊วดำเค็มสูตร 1 แล้วก็สูตร 2 3 4 ลดหลั่นลงมาตามปริมาณโปรตีน ถ้าเทียบกับซีอิ๊วดำบ้านเราก็เหมือนกันนะ แต่เกรดของคิโคแมนจะดีกว่าเยอะ เพราะใช้เชื้อจุลิทรีย์ที่ดี โดยซอสที่หมักแล้วจะเกิดแอลกอลฮอล์ขึ้นตามธรรมชาติ เวลากินแล้วกลิ่นรสจะฟุ้งขึ้นไปในโพรงจมูก มันเลยหอมกว่า
ในท้องตลาดเกรดเดียวกันก็จะมี yamasa , yamamori, kikoman, kikoken, johin , leekumki ที่ดีที่สุดน่าจะเป็น leekumki และ yamasa เพราะรสชาติดีที่สุด ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงชื่อสินค้าเท่านั้น มันจะแบ่งตามเกรดของปริมาณโปรตีนในซอสตามที่บอกไปแล้ว ซีอิ๊วดำก็โปรตีนสูง แล้วซีอิ๊วขาวก็รองลงมา ส่วนน้ำมันหอยมันคนละเรื่องนะ ครับ เดี๋ยวจะสับสน
กรี
พี่อยากรู้ว่าทำไมเวลาเราใช้ขิงหมักเนื้อสัตว์ แล้วมันจะเกิดสีชมพูในเนื้อเหมือนเนื้อไม่สุกว่ะ (เคยเจอปะ)
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 09 ธ.ค. 2006, 00:43 น.
Disho.co.Ltd
เจ้าของชื่อ การ์โต้ซัง ครับ
ที่เปิดร้าน ขนมปังด้วยนะเหรอครับ
Gateau's House {หมีโหด}
:08:
อย่าพยายามโยงกันสิครับ
ตอบพี่ตั้ม
เหรอ :09: หมายถึงขิงสดนะเหรอครับ ที่ ทำให้เนื้อเป็นสีชมพู หรือว่าหมัก พอไปทำให้สุกแล้ว เป็นสีชมพู ผมไม่รู้ว่า ขิงมีสารอะไรถึงทำให้เนื้อเป็นแบบนั้นนะสิ เคยใช้ขิงดองหมักฮามาจิ ครับ หมักแล้วเอามาทำเป็นซูชิ มันจะออกซีชมพู เพราะ ฮามาจิ เนื้อก้จะออกขาวชมพูอยู่แล้ว แล้วขิงดอง ยังเป็นสีชมพูอีก แต่อร่อยนะครับ กินสด
ขิงสด
เอาไก่หรือหมูมาหมักกับมิริน ซอยซอส กระเทียม น้ำ เกลือ MSG ฯลฯ แล้วเอามาคลุกแป้งแบบ KARAAGE เนื้อมันออกมาเป็นอมชมพูน่ะ
ผมเคยทำแต่ไม่เคยหมักด้วยขิง แหะ คลุกแป้งคาราเงะ แล้วทอดเลย :42:
อ้างคำพูดจาก: i-Palm เมื่อ 07 ธ.ค. 2006, 21:08 น.
อ่านเผินๆ นึกถึงเครือตดหมูตดหมา ที่เขาคั้นน้ำเอาไปผสมทำข้าวโป่งหรือข้าวเกรียบว่าว (http://palm.exteen.com/20051224/entry-2)
:11:ทีผมกินไม่เหมือนสักหน่อยมันนุ่มยุ่นๆเอาแป้งอะไรสักอย่างมานวดกะน้ำตดสุกรตดสุนัขใส่เกลือหน่อยเอาไปนึ่ง
แล้วก็โรยงาน+น้ำตาล+มะพร้าวแก่ สูตรโดยคุณย่าระเบียบ {หมีโหด}
(http://www.owlspleasure.com/sculpture/mushrooms/Dictyphora%20dupliata2.JPG)
เห็ดเยื่อไผ่ครับ Dictyphora spp.
รูปร่างมันช่างเหมือน :33:
น่ารักดีค่ะ แล้วกินได้ไม๊คะ หมอแมว :25:
เห็ดเยื่อไผ่ จริงๆ :33:
เคยเห็นหรอ :25:
กินได้ ครับ คงไม่ต้องถามนะครับว่าเห็ดพวกนี้ขยายพันธุ์ ได้อย่างไร
ปักชำ ครับ {หมีโหด}
หรือว่า ตอนกิ่งแล้ว จำไม่ได้
เห็ดพวกนี้ขยายพันธุ์ได้อย่างไรคะ {หมีโหด}
ก็ดูรูปร่างเห็ดสิครับ คิดว่ามันทำแบบไหนละ
แตกหน่อหรอครับ :09:
:39:
เพาะ เมล็ด
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 09 ธ.ค. 2006, 02:03 น.
กินได้ ครับ คงไม่ต้องถามนะครับว่าเห็ดพวกนี้ขยายพันธุ์ ได้อย่างไร
+1 :30: คนนี้Getมุขผม
เห็นรูปร่างแล้ว...
:04: วูบๆ วาบๆ
:30:
แค่เห็ดน่ะ อย่าคิดมากสิ :04a:
ขอบคุณเค่อะพี่ตั้ม +1 :25: :25:
อรเอาไปทอดค่ะ ไม่กรอบมั้ง
แต่ความอร่อยเหมียนเดิม :42:
.
อ้างคำพูดจาก: kroonid เมื่อ 08 ธ.ค. 2006, 20:19 น.
เมนูประเภทมาม่า เอามาทำอะไรให้แปลกๆ ไม่ยุ่งยาก แล้วอร่อยทานได้บ้าง
ปกติเป็นคนไม่ชอบทำกับข้าวค่ะ ถ้าขี้เกียจออกนอกบ้าน เมนูหลักก็จะเป็นมาม่า
ตอนนี้เบื่อประเภท กดน้ำร้อน ปิดฝาทิ้งไว้ 3 นาทีแล้วค่ะ :22:
กินจนตัวจะเป็นเส้นแล้ว
ลองสูตรของผมไหมครับ
http://f0nt.com/forum/index.php?topic=3655.msg311805#msg311805 สูตรแรก
http://f0nt.com/forum/index.php?topic=3655.msg333598#msg333598 สูตรที่สอง
:04:
เชื่อแล้วว่าพี่แอนทำอาหารไม่เป็น :08:
.
ไม่ต้องสงสารครับ
เพราะโมนาก็ทำอาหารไม่เป็นเหมือนกัน :30:
ครอบครัว แกงถุง :22:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 09 ธ.ค. 2006, 21:45 น.
ไม่ต้องสงสารครับ
เพราะโมนาก็ทำอาหารไม่เป็นเหมือนกัน :30:
ผมว่าเจ๊โบว์ทำมาม่าเป็นครับ {หมีโหด}/
มาม่า ลองฉีกซองต้มน้ำตามวิธีทำข้างซอง สิครับ ผมว่าของเขาอร่อยดีแล้วนะ โดยเฉพาะซองสีเหลือง รสหมูสับอะ
เหรอ :25:
ตูก็หลงบีบห่อ เทผง กินกรอบๆ มาตลอด
พี่ทำถูกแล้วครับ วิธีทำข้างหลังซองมันเขียนผิด
:46: เพี๊ยง ขอให้เป็นจริง
you are what you eat
กินอะไรก็เป็นอย่างนั้น :30:
เข้าใจครับว่าพวกเราส่วนมากจะขี้เกียจทำอาหารกินเอง ขี้เกียจล้าง ขี้เกียจทำหลายรอบ
แต่มันไม่ยากเลยนะทำมาม่าผัดเนี่ย แต่แบบของแอนมันเป็นมาม่าต้มอืดมากกว่าจะเป็น "ผัด"
เส้นมาม่าจะมี 2 แบบคือ แบบอบแห้งแบบเมียวโจ้ และแบบทั่วไปจะเป็นเส้นที่ได้จากการทอด
เส้นที่เหมาะกับการผัดคือเส้นแบบทอด และแนะนำให้ใช้เส้นของมาม่าเพราะมันจะเหนียวเนื่องจากแป้งที่ใช้จะเป็นแป้ง modified มาแน่ๆ (จากการคาดการณ์ของตูนะ) มันจะเป็นแป้งที่ดัดแปลงให้สายโพลีแซคคาไรด์ยาวขึ้น (ไอ้แอนมันล่อซะสายที่เค้าพัฒนามาหลายปีนั่นอืดเละ :07:)
ดังนั้นวิธีการทำมาม่าผัด อย่างแรกให้ลวกเส้นก่อน เน้นนะว่าต้องลวก อย่าเอามาต้มเป็นอันขาด
ลวกพอเส้นนิ่มๆ ไม่ต้องสุกมาก ให้กะจังหวะการสุกเป็นสองจังหวะคือสุกจากการลวก 65 % และสุกในกระทะผัด จนครบ 100 % สะเด็ดน้ำจนแห้ง ผึ่งเอาไว้ก่อน
หัวใจสำคัญคือเครื่องปรุงที่ให้มา ให้ทดเอาไว้ในใจก่อน
หลังจากนั้น ให้หั่นผักเตรียมหมู กระเทียมไข่ไก่ ต้นหอม (ดูในภาพมีแครอทกับถั่วลันเตากระป๋องด้วยเว้ย) วิธีการหั่นผักคือให้แยกส่วนก้านออกจากใบ และเวลาที่ใช้เตรียมสิ่งเหล่านี้ทำเพื่อรอให้เส้นที่ลวกเย็น เส้นเย็นเมื่อไหร่ให้เอามาผัดได้ (ถ้าเส้นยังร้อนมันจะติดกะทะ)
(ตอนที่เขียนอยู่ บอลไทยโดนการ์ตายิง 1-0 :39:)
เตรียมกะทะไฟปานกลาง ใส่น้ำมันลงไปนิดหน่อย
เจียวกระเทียม หลังจากรวนกระเทียมไปได้ซัก 5 วิ ก็รวนหมูได้เลย
ตอกไข่ใส่ลงไป อย่าขยี้ ให้ใช้ทัพพีเกลี่ยเป็นแผ่นๆ
พอไข่เริ่มสุก ให้เติมผักส่วนก้าน (สุกยากกว่า) ลงไป ตอนนี้ขยี้ได้และ
เติมพระเอกลงไป พรมน้ำเล็กน้อย เติมผักที่เหลือลงไป ผัดให้ผักสุก
แล้วเติมเครื่องปรุงลงไปค่อนหนึ่งพอ เพราะเครื่องปรุงที่เค้าให้มามันสำหรับบะหมีน้ำ ใส่กึ่งนึงก่อนแล้วผัดให้เข้ากัน ยกลงเสริฟ (เครื่องปรุงที่เหลือค่อยมาเติมทีหลังได้ถ้าไม่พอใจ)
เทคนิคส่วนตัวที่แนะนำให้ทำคือ
1. หลังจากขยี้ไข่แล้วให้เร่งไฟให้แรง ผัดทุกอย่างในไฟระดับแรง เส้นจะไม่แฉะ และอร่อย :10:
2. ถ้าเป็นรสต้มยำ แนะนำให้ใส่น้ำพริกตาตั้ม ใส่ใบมะกรูดฉีกหยาบๆ กับตะไคร้ซอยแทนกระเทียมในขั้นตอนการเจียว จะอร่อยขึ้น 40%
3. เส้นที่เหมาะกับการผัดมากที่สุดคือเส้นมาม่าที่เค้าเอามาขายเป็นถุงๆ ห่อใหญ่ๆ ตามตลาด
แอนผัดอีกรอบแล้วเอามาอวดดิ :12:
ต้มเส้นจะนิ่มกว่าลวกนะ
ถ้ามาม่าผัดเครื่องปรุงที่ให้มาใส่บ้างไม่ใส่บ้างแล้วแต่วัน
:42:
:05: เข้าจู๋นี้แล้วเหมือนหิว
พรุ่งนี้ลองผัดแบบเดิม แล้วเอาไปใส่บาตรสิ (ใส่ถุงใสๆนะ)
:30: มาม่ามันขายตัวเองอยุ่แล้วนะครับ เรื่องรสชาดเนี่ยนะ
:42:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 10 ธ.ค. 2006, 00:06 น.
:30: มาม่ามันขายตัวเองอยุ่แล้วนะครับ เรื่องรสชาดเนี่ยนะ
:42:
ถ้างั้นเวลาฉีกซอง ต้องฉีกจากด้านล่างใช่ไหมครับ :42:
ใช่ครับ ตอนฉีกต้องทำมุม45 องศาด้วยนะ
เอ๊ะ!! หมอแมว นี่ยังไง :34:
วันนี้แฟนมาที่บ้าน
เตรียมของมาทำผักกาดจอ...
แต่เจอแกงส้มมะรุม,หมูสับหนำเลี้ยบ,กระเพราไก่,ปีกไก่บนต้มหัวหอม,ปลาทับทิมทอด ของแม่ที่ทำเอาไว้เข้า
ผักกาดจอก็เลยเป็ฯหมัน
.....
ทำผัดผักคะน้าแทน.... กินกันอิ่มหนำเลยครับ :31:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 10 ธ.ค. 2006, 20:19 น.
วันนี้แฟนมาที่บ้าน
เตรียมของมาทำผักกาดจอ...
แต่เจอแกงส้มมะรุม,หมูสับหนำเลี้ยบ,กระเพราไก่,ปีกไก่บนต้มหัวหอม,ปลาทับทิมทอด ของแม่ที่ทำเอาไว้เข้า
ผักกาดจอก็เลยเป็ฯหมัน
.....
ทำผัดผักคะน้าแทน.... กินกันอิ่มหนำเลยครับ :31:
เหมือนคุณแม่จะชอบลูกสะใภ้คนนี้นะครับ
(ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ เตรียมเอาไว้เยอะขนาดนี้ แถมแต่ละอย่างหนักๆ ทั้งนั้นเลย :43:)
เวลาต้มไข่จะรู้ได้ไงว่าสุขแล้วครับ? :09:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 11 ธ.ค. 2006, 22:10 น.
เวลาต้มไข่จะรู้ได้ไงว่าสุขแล้วครับ? :09:
เคล็ดลับส่วนตัว
ให้เอาไข่ที่ต้มแล้วมาหมุนบนพื้นเรียบ (พื้นปูน)เหมือนลูกข่าง
ถ้าไข่หมุนแล้วทรงตัวแบบตั้งตรงแสดงว่าสุกเต็มที่
ถ้าหมุนแล้วมีการเอียงเล็กน้อยแบบโลกเอียง ควงแบบแกนไม่ตรง = ไข่ต้มยางมะตูม
องศาของไข่หมายถึงการไม่สุกของไข่
ถ้าหมุนแล้วไข่ไม่ควงตั้งขึ้นเลย = ไข่ดิบครับ
เคล็ดตรงๆให้จับเวลาการต้มครับ ลองดูนะ :35:
ต้องคอยหยิบออกมาหมุนเรื่อยๆ :22:
เคยสงสัยมานานแล้วครับ
เวลาแข่งกิน โดยเฉพาะกินเร็ว
ทำไมต้องกำหนดเวลา 12 นาที?
ทำไมไม่10 หรือ 15 ไปเลย
อีกอย่างนึงคือ ทำไมเครื่องดื่มที่มีไว้ให้ มักจะเป็น
นมสด หรือไม่ ก็โคล่า?
มันไม่ยิ่งทำให้กินได้น้อยลงหรอครับ :09:
ไม่รู้ครับ :44:
เคยอ่านเจอค่ะ
ไข่สำหรับต้ม จะมีสีเป็นตราประทับที่เปลือกไข่
แล้วมีลิมิตสีแสดงว่าไข่สุกแค่ไหนแล้ว เป็นผลิตภัณฑ์ของคนอังกฤษ
เค้าว่า คนอังกฤษต้มไข่ไม่เป็นกัน :42:
เค้าต้มเป็นแหละน่า แต่ประเด็นคือมันเสียเวลา
อยากรู้ว่าไข่สุก หรือไม่ ก็คงต้องปลอก ดู น่ะครับ
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 11 ธ.ค. 2006, 23:26 น.
อยากรู้ว่าไข่สุก หรือไม่ ก็คงต้องปลอก ดู น่ะครับ
ปอก นะครับ :25:
ปลอกอะ
เอาไว้สวมครับ :26:
น้องๆหนูๆอย่าเอาเป็นตัวอย่างนะครับ
ปลอกไข คำนี้ผิดนะ ต้องปอกไข่
ขอบคุณสำหรับความรู้ มากๆครับ เอ
เคยเจอไข่เยี่ยวม้าระเบิดมั้ยครับ กลิ่นนรกแตกมากๆ :39:
เห็นเป็นลูกอยู่ดีๆ พอกระแทกกับโต๊ะเพื่อปอกเปลือก
บึ้ม เละเต็มขากางเกงเลย กลิ่นสุดยอดมาก
แล้วเวลาเอามากินนี่ต้องต้มก่อน?
แล้วไข่เค็มปกติที่เค้าขายก็ต้องต้มใช่ปะ?
นี่โง่จริง ไม่ได้แกล้ง
ไข่เค็มสูตรหมอแมว
เอาไข่เป็ดไปต้ม
จากนั้นเอาเกลือไปต้มน้ำจนอิ่มตัว รอจนเริ่มเย็น
เอาไข่ต้มหย่อนลงไป หาฟองน้ำมาดันให้ไข่จมทั้งลูก
ตั้งไว้1สัปดาห์ จากนั้นเอามากินได้
:30: พอข่าวนี้แพร่ออกไป มีแต่คนหัวเราะเยาะว่าผมทำไข่เค็มไม่เป็น
ใครเค้าต้มไข่กันก่อนล่ะครับหมอแมว
หนักกว่าตูอีก :08:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 11 ธ.ค. 2006, 23:51 น.
แล้วเวลาเอามากินนี่ต้องต้มก่อน?
แล้วไข่เค็มปกติที่เค้าขายก็ต้องต้มใช่ปะ?
นี่โง่จริง ไม่ได้แกล้ง
ไข่เค็มที่ขายๆกันก็เป็นไข่ดิบนี่แหละ ทอดก็ได้ต้มก็ได้
แต่จะมีช่วงเวลาของมัน ปล่อยไว้นานๆไปไข่แดงจะเเข็งขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าเอามาทอดจะเป็นลูกกลมสีีแดง ปล่อยไว้นานๆเลยเอามาต้มจะเหมาะกว่า
:40: อย่างนี้นี่เอง
ส้มตำไข่เค็มอร่อย :42:
ไข่ดาวไข่เค็มก็อร่อยครับ
หิววว
สำหรับคุณผู้ชาย ไม่ต้องอาบน้ำสักเดือนนึง ก็ได้แล้วครับ {หมีโหด}
อ้างคำพูดจาก: ไอ้โต เมื่อ 12 ธ.ค. 2006, 17:09 น.
ไข่เค็มที่ขายๆกันก็เป็นไข่ดิบนี่แหละ ทอดก็ได้ต้มก็ได้
แต่จะมีช่วงเวลาของมัน ปล่อยไว้นานๆไปไข่แดงจะเเข็งขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าเอามาทอดจะเป็นลูกกลมสีีแดง ปล่อยไว้นานๆเลยเอามาต้มจะเหมาะกว่า
หลักการของมันก็คือทำให้เกลือซึมผ่านเปลือกเข้าไปในไข่ไง มันก็เลยมีวิธีหลักๆ อยู่ 2 อย่างคือ
1. ดองไข่ในน้ำเกลือ ใช้น้ำ 6 ส่วนต่อเกลือทะเลเกล็ดใหญ่ 1 ส่วน ดองนาน 15 วันสามารถเอามาดาวได้ 20 วันสำหรับต้มกิน เคล็ดลับคือต้องใช้ไม้ขัด หรือเอาฟองน้ำฟรีจากโรงพยาบาลมาขัดให้ไข่จมก็ได้ :42:
2. ใช้ดินสองพองหรือโคลนผสมเกลือเหมือนทางไชยา แล้วคลุกกับแกลบ (คาดว่าน่าจะเพื่อรักษาความชื้น และช่วยให้ pH มีการเปลี่ยนซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเทคนิคสำคัญในการทำให้มันอร่อย)
พูดตรงๆ วิธีของหมอน่ะยังไม่เคยลองว่ะ :38:
เคยทำส่งครูตอน ป6 ได้คะแนนเต็มอยู่คนเดียว
เมนูสุดโปรดของตูเลยก็คือไข่เค็มดาว ทานคู่กับแกงมัสมั่นไก่ (ตอนนี้ไม่กินไก่ก็เลยเปลี่ยนเป็นมัสมั่นหมูแทน)
เมนูโปรด หมึกผัดไข่เค็ม
ต้องเป็นเฉพาะไข่แดงของไข่เค็มนะ
เจอหลายร้านเลย มาไข่เค็มทั้งลูก เซ็ง :41:
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 11 ธ.ค. 2006, 23:45 น.
เคยเจอไข่เยี่ยวม้าระเบิดมั้ยครับ กลิ่นนรกแตกมากๆ :39:
เห็นเป็นลูกอยู่ดีๆ พอกระแทกกับโต๊ะเพื่อปอกเปลือก
บึ้ม เละเต็มขากางเกงเลย กลิ่นสุดยอดมาก
อันนี้ก๊าซไข่เน่าครับเอ้ เป็นไข่ที่เสียแล้วเน่าจากภายใน :42:
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 12 ธ.ค. 2006, 22:39 น.
เมนูโปรด หมึกผัดไข่เค็ม
ต้องเป็นเฉพาะไข่แดงของไข่เค็มนะ
เจอหลายร้านเลย มาไข่เค็มทั้งลูก เซ็ง :41:
คลอเรสเตอรอลทั้งนั้น :41:
ทอดปลายังไง ไม่ให้ติดกะทะครับ
ป.ล. อย่าตอบว่า ทอดในหม้อนะ :07:
ใช้กะทะที่ทอดกล้วยแขก แล้วใส่น้ำมันสัก 10 ลิตร รับรองว่าไม่ติดครับ :35:
แม่เคยบอกว่าให้ใส่เกลือป่นลงไปหน่อยนึงก่อน
แม่บอกว่าให้เอาเกลือไปคั่วในกะทะอ่ะ :42:
นั่นแล่ะๆ ประมาณนั้น ตำราเดียวกัน :40:
:11: นัทอาจจะเป็นลูกสะใภ้ในอนาคตของแม่บวบก็ได้นะ
น้องชายผมเพิ่งสิบแปด
เพิ่งได้สัมผัสโลกในชีวิตมหาลัยที่แสนสดใส
สงสารมันเถอะครับ
:30:
:34:
:42:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 13 ธ.ค. 2006, 03:20 น.
น้องชายผมเพิ่งสิบแปด
เพิ่งได้สัมผัสโลกในชีวิตมหาลัยที่แสนสดใส
สงสารมันเถอะครับ
โบ้ยกันเห็นๆ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก :30:
เอ่อแต่ไข่เค็มดาวนี่กินไม่ได้เลย กินแล้วท้องเสีย :05:
เพราะอะไรตอบได้มั๊ย :46:
มาผิดจู๋ จะถามหมอแมว :03:
ตึกโป๊ะ!!!
ผิดจู๋ ทั้งสองคนนั่นแหละ :07:
อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 13 ธ.ค. 2006, 03:12 น.
ทอดปลายังไง ไม่ให้ติดกะทะครับ
ป.ล. อย่าตอบว่า ทอดในหม้อนะ :07:
วิธีการมันมีอยู่หลายอย่าง เท่าที่ลองทำเกลือก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ ถ้ากะทะเป็นกะทะสแตนเลส (แม่บ้านนิยมใช้มาก ไม่รู้ทำไม ทำอาหารทอดๆ ผัดๆ ก็ไม่อร่อย :41:) แนะนำให้ใช้กะทะจีนนะครับ เป็นกะทะเหล็ก จะเจียวไข่ได้ฟูหอมกรุ่นอร่อยกรอบมาก :40: ซื้อมาวันแรกให้เผากะทะจนเหล็กเกือบแดง สีกะทะจะกลายเป็นสีดำ รอให้เย็น แล้วทิ้งไว้ 1 คืน
หลักการของการทอดปลาคือ
1. ตั้งไฟให้กะทะร้อนก่อนใส่น้ำมัน
2. เติมน้ำมันให้กะให้พอท่วมปลาเอาแบบเอ้ทำก็ได้นะ คือน้ำมันต้องท่วม แต่ 10 ลิตรนี่มันจะเยอะไปหน่อย :30: ตั้งให้น้ำมันร้อนปานกลาง วิธีทดสอบคือให้ใช้ตะเกียบไม้ จุ่มปลายตะเกียบลงไปในน้ำมัน ถ้ามีฟองออกมาเล็กน้อยเป็นไฟอ่อน ถ้ามีฟองเยอะๆ พอสมควรถือเป็นไฟกลาง
3. เอาปลาที่เอาเครื่องในออก เอาเกล็ดออกและตัดหัวออกไปด้วยก็ดี ล้างน้ำเสร็จแล้วให้สะเด็ดน้ำให้แห้ง ทาเกลือ (เพื่อปรุงรสและเป็นเทคนิคหนึ่งที่เชื่อว่าจะทำให้ไม่ติดกะทะ แต่ส่วนตัวแนะนำให้ทาแป้งสาลีจะดีกว่า ลดความคาวและช่วยเรื่องความกรอบได้เล็กน้อย)
4. หย่อนปลาลงกะทะ เทคนิคสำคัญคืออย่ากลับปลาจนกว่ามันจะสุกทีละด้าน (สังเกตได้ง่ายจากที่ขอบๆครีบมันจะเหลืองๆ)
5. กลับอีกด้าน ด้านที่สองจะสุกเร็วกว่าด้านแรกเนื่องจากความร้อนแฝง
6. สิ่งที่แนะนำให้เติมในจังหวะนี้ก็คือ
- กระเทียมสดผสมน้ำปลา เติมลงไปแล้วคลุกเร็วๆ ได้ปลาทอดกระเทียมและกลิ่นจะตุ่ยๆถูกใจนไทยยิ่งนัก
- เติมขิงซอยกับซอิ๊วขาวหรือดำก็ได้ คลุกๆๆๆๆ เร็วๆ ผัดจนขิงสลด อร่อย :42:
- เติมเต้าเจี้ยว ผสมน้ำ และเติมน้ำตาลลงไปนิดหน่อย บวกกับขึ้นฉ่านอีกเล็กน้อย กลิ่นจะออกจีนนิดๆ
- ไม่ต้องเติมอะไร แต่ให้ทำอาจาดหอมแดงซอย พริกขี้หนูสวน น้ำปลา มะนาวสดจี๊ดๆ ผสมให้เข้ากันใช้เป็นน้ำปลาพริกซุปเปอร์ไซย่า (น้ำปลาพริกถือเป็นชาวไซย่าธรรมดา) อร่อยเหาะ :25:
เขียนไปหิวไป :07:
อ้างคำพูดจาก: I_AM_SUD_YOD เมื่อ 13 ธ.ค. 2006, 22:50 น.
วิธีการมันมีอยู่หลายอย่าง เท่าที่ลองทำเกลือก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ ถ้ากะทะเป็นกะทะสแตนเลส (แม่บ้านนิยมใช้มาก ไม่รู้ทำไม ทำอาหารทอดๆ ผัดๆ ก็ไม่อร่อย :41:) แนะนำให้ใช้กะทะจีนนะครับ เป็นกะทะเหล็ก จะเจียวไข่ได้ฟูหอมกรุ่นอร่อยกรอบมาก :40: ซื้อมาวันแรกให้เผากะทะจนเหล็กเกือบแดง สีกะทะจะกลายเป็นสีดำ รอให้เย็น แล้วทิ้งไว้ 1 คืน
หลักการของการทอดปลาคือ
1. ตั้งไฟให้กะทะร้อนก่อนใส่น้ำมัน
2. เติมน้ำมันให้กะให้พอท่วมปลาเอาแบบเอ้ทำก็ได้นะ คือน้ำมันต้องท่วม แต่ 10 ลิตรนี่มันจะเยอะไปหน่อย :30: ตั้งให้น้ำมันร้อนปานกลาง วิธีทดสอบคือให้ใช้ตะเกียบไม้ จุ่มปลายตะเกียบลงไปในน้ำมัน ถ้ามีฟองออกมาเล็กน้อยเป็นไฟอ่อน ถ้ามีฟองเยอะๆ พอสมควรถือเป็นไฟกลาง
3. เอาปลาที่เอาเครื่องในออก เอาเกล็ดออกและตัดหัวออกไปด้วยก็ดี ล้างน้ำเสร็จแล้วให้สะเด็ดน้ำให้แห้ง ทาเกลือ (เพื่อปรุงรสและเป็นเทคนิคหนึ่งที่เชื่อว่าจะทำให้ไม่ติดกะทะ แต่ส่วนตัวแนะนำให้ทาแป้งสาลีจะดีกว่า ลดความคาวและช่วยเรื่องความกรอบได้เล็กน้อย)
4. หย่อนปลาลงกะทะ เทคนิคสำคัญคืออย่ากลับปลาจนกว่ามันจะสุกทีละด้าน (สังเกตได้ง่ายจากที่ขอบๆครีบมันจะเหลืองๆ)5. กลับอีกด้าน ด้านที่สองจะสุกเร็วกว่าด้านแรกเนื่องจากความร้อนแฝง
6. สิ่งที่แนะนำให้เติมในจังหวะนี้ก็คือ
- กระเทียมสดผสมน้ำปลา เติมลงไปแล้วคลุกเร็วๆ ได้ปลาทอดกระเทียมและกลิ่นจะตุ่ยๆถูกใจนไทยยิ่งนัก
- เติมขิงซอยกับซอิ๊วขาวหรือดำก็ได้ คลุกๆๆๆๆ เร็วๆ ผัดจนขิงสลด อร่อย :42:
- เติมเต้าเจี้ยว ผสมน้ำ และเติมน้ำตาลลงไปนิดหน่อย บวกกับขึ้นฉ่านอีกเล็กน้อย กลิ่นจะออกจีนนิดๆ
- ไม่ต้องเติมอะไร แต่ให้ทำอาจาดหอมแดงซอย พริกขี้หนูสวน น้ำปลา มะนาวสดจี๊ดๆ ผสมให้เข้ากันใช้เป็นน้ำปลาพริกซุปเปอร์ไซย่า (น้ำปลาพริกถือเป็นชาวไซย่าธรรมดา) อร่อยเหาะ :25:
เขียนไปหิวไป :07:
เพราะไอ้ตอนกลับปลานี่แหละ เละทุกที :41:
(ท่องไว้ๆ ต้องรอมันสุกทีละด้าน)
:46: ขอบคุณมากครับ
ปลากระพงทอดน้ำปลา :04: เจอกันแน่ :04:
ชอบกินปลา อ่านแล้วหิวอยู่หอจะหามาทำกินเองก็ลำบากเข้าใจมั๊ย :07:
หิวด้วย :25:
อ้างอิงซื้อมาวันแรกให้เผากะทะจนเหล็กเกือบแดง สีกะทะจะกลายเป็นสีดำ รอให้เย็น แล้วทิ้งไว้ 1 คืน
แปลว่าทำตอนเช้า เผาแล้วตั้งไว้ถึงตอนเย็น แล้วก็ทิ้งไว้ข้ามคืน
ไฟไหม้ บ้าน {หมีโหด}
:30:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 15 ธ.ค. 2006, 00:32 น.
แปลว่าทำตอนเช้า เผาแล้วตั้งไว้ถึงตอนเย็น แล้วก็ทิ้งไว้ข้ามคืน
ครับ ถูกต้องตามที่หมอบอกล่ะครับ :05:
มีคนบอกว่า ซาลามี่ ชั้นดี ต้องทำมาจากเนื้อม้า :18: จริงเหรอครับ
จริงเหรอครับ :08:
ผมก็ว่ามันกลิ่นสาบๆอยู่นะ
ทำไมต้องเผากระทะล่ะตั้ม
ไอ้กระทะร้อนที่ใช้ใส่เนื้อกระทะจานร้อนนี่ ก็ต้องเผาด้วยใช่ไหม
ที่ผมพอรุ้มา การเผากระทะ ทำกับกระทะ ที่ ซื้อมาใหม่ๆยังไม่เคยโดนไฟ หรือทิ้งไว้นานๆยังไม่เคยเอามา
ใช้ ถ้าไม่เผา แล้วเอาไปใช้งานเลย สังเกตุดูว่ากระทะ จะดัง โป้งเป้ง แปลกๆ แต่ก็ขึ้นอยุ่กับชนิดกระทะ
ส่วนการเผากระทะ บางคน เผาทุกครั้ง ที่มีการทำอาหารโดยใช้กระทะ แต่ถ้าไม่เผาก่อนก็ไม่ผิด ส่วนกะทะ
ใส่อาหารจานร้อน ที่เสริฟ เป็นจานร้อนที่เราเห็นอยุ่ ตามร้านอาหาร ว่า มันจะเสริฟพร้อมกระทะเลย ใช่เลย
ครับ เขาเผาก่อน แล้วจึงเอามาใส่อาหารจานร้อนนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นสุกี้ หมูหรือเนื้อกระทะ เป็นต้น......
กระทะจานร้อนต้องอุ่นกระทะก่อน
ที่ผมถามคือ เคยเห็นเชฟอาหารญึ่ปุ่นร้านเพื่อน ตอนเปิดร้านใหม่ๆ
เค้าเผากระทะจานร้อนก่อน เพราะว่าเป็นกระทะใหม่น่ะครับ
เผากระทะเพื่อไม่ให้มันเสียงดังตอนปรุงอาหารเหรอครับ
ดังไม่ดัง ผมว่าน่าจะขึ้นอยุ่ กับ ว่าเป้นกระทะประเภทไหนมากกว่านะครับ ส่วน เผาเพื่ออะไร ผมก็ไม่แน่ใจ แต่ให้เดาคงต้องการทำให้กระทะมันคุ้นเคยกับความร้อน และพร้อมสำหรับการทำอาหาร ตอนผม ทำงานอยู่ร้านอาหารญี่ปุ่น ผมก็ไม่เคยรู้เหตุผลที่แท้จริงของการเผากระทะ หรอกครับเห็นเขาทำกันแล้วก็เลย
ทำบ้าง รู้แต่ว่า พวก อาหาร ประเภทเทปังยากิ เนี่ย กระทะเทปังเนี่ยต้องร้อนอยุ่ตลอดเวลา
เพื่อคงรสชาดอาหารที่อยุ่บนกระทะ ก่อนเสริฟ........
หนาวๆแบบนี้กินอะไรดีครับ :40:
กินไอศครีมเยลลี่ครับ สุดยอดดดดด! :42:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 19 ธ.ค. 2006, 15:05 น.
กินไอศครีมเยลลี่ครับ สุดยอดดดดด! :42:
ใส่ฟรุตสลัดด้วยนะคะ ... อร่อย :10:
ใส่กรีนสลัดด้วยนะ อร่อยมากๆ
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 19 ธ.ค. 2006, 15:45 น.
ใส่กรีนสลัดด้วยนะ อร่อยมากๆ
กรีนสลัดคืออะไรคะ :09:
สลัดผัก ครับ :42:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 19 ธ.ค. 2006, 15:05 น.
กินไอศครีมเยลลี่ครับ สุดยอดดดดด! :42:
:01: ผมยอมแพ้ฮะ ไม่ไหว ตอนนี้ที่ลอนดอน 0 องศาแล้ว หนาววววว ชิบ
อยู่บ้านต้องทำตัวเป็นผีผ้าห่ม (เอาผ้าห่มคลุมตัวตลอดเวลา)
ผี ผ้าห่ม ที่ผมรู้ มัน ไม่ใช่ แบบนี้นี่นา :01:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 19 ธ.ค. 2006, 22:14 น.
ผี ผ้าห่ม ที่ผมรู้ มัน ไม่ใช่ แบบนี้นี่นา :01:
แล้วเป็นไงเหรอ :04:
จุ๊กกรรรรรรู๊ :27:
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 19 ธ.ค. 2006, 12:25 น.
ทำไมต้องเผากระทะล่ะตั้ม
ไอ้กระทะร้อนที่ใช้ใส่เนื้อกระทะจานร้อนนี่ ก็ต้องเผาด้วยใช่ไหม
คนละกรณีกันครับ
เผากระทะที่อธิบายไปสำหรับกระทะใหม่เท่านั้น (และเป็นเฉพาะกะทะจีนด้วยไม่ใช่ว่าเอากระทะเทฟลอน หรือกะทะสแตนเลสไปเผาเด้ออออ )
สาเหตุทางวิทยาศาสตร์ จะไปหามาให้ครับ
(มันออกไปทางวิศวกรรมอาหาร เดี๋ยวไปถามเพื่อนให้)
ส่วนวิธีการนั้น
เตี่ยและอาโกสอนมา บอกว่ามันจะทำให้กระทะทน ใช้งานได้นาน และอาหารจะไม่ติดกระทะ อธิบายคร่าวๆ ไปมันเป็นเทคนิคกระตุ้นกระทะแบบที่กรีบอกนั่นล่ะครับ แต่ส่วนตัวไม่ได้เผาทุกครั้ง (การเผาที่อธิบายไปคือเผาจนแดง ครั้งแรกหลังจากซื้อกระทะก่อนใช้เท่านั้น) แต่อย่าเผาทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร ใช้แค่การอุ่นเครื่องให้กระทะร้อน หรือตั้งกระทะให้ร้อนก่อนปรุงอาหารมันเป็นเทคนิคเบื้องต้นในการทำอาหาร คือกระทะต้องร้อนก่อนเติมน้ำมัน แต่ไม่ได้ร้อนจัดจนกระทะแดงครับ
ไม่รู้ว่าอธิบาย วก วน รึเปล่า
ในเรื่องอากิยามะบอกเอาไว้ว่า "อาหารจะอร่อยขึ้นถ้าเรารู้จักเล่นกับไฟ"
เทคนิคการทำอาหารให้อร่อยก็จะมีการควบคุมไฟ หรือความร้อนในจังหวะต่างๆ
ยกตัวอย่างจากการ์ตูนก็เช่น เวลาทอดเปาะเปี๊ยะตอนแรกให้ใช้ไผกลาง แล้วเร่งให้ไฟแรงขึ้นในจังหวะสุดท้ายเพื่อให้แป้งกรอบ
ทุกอย่างในการ์ตูนตูเอามาใช้หลายอย่างเลย ยกเว้นไข่แมลงวัน
ส่วนเรื่องกะทะร้อนแบบที่ลุงถามมา
ผมคิดว่ามันเป็นดีไซน์การเสริฟให้ร้อนอยู่เสมอมากกว่า คนละกรณีกัน
ก่อนหน้านี้มันเอามาใช้เสริฟอาหารพวกสเต็ก ช่วงหลังเค้าเอามาใส่พวกเนื้อผัดพริกไทยดำ :22:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 19 ธ.ค. 2006, 14:30 น.
ดังไม่ดัง ผมว่าน่าจะขึ้นอยุ่ กับ ว่าเป้นกระทะประเภทไหนมากกว่านะครับ ส่วน เผาเพื่ออะไร ผมก็ไม่แน่ใจ แต่ให้เดาคงต้องการทำให้กระทะมันคุ้นเคยกับความร้อน และพร้อมสำหรับการทำอาหาร ตอนผม ทำงานอยู่ร้านอาหารญี่ปุ่น ผมก็ไม่เคยรู้เหตุผลที่แท้จริงของการเผากระทะ หรอกครับเห็นเขาทำกันแล้วก็เลย
ทำบ้าง รู้แต่ว่า พวก อาหาร ประเภทเทปังยากิ เนี่ย กระทะเทปังเนี่ยต้องร้อนอยุ่ตลอดเวลา
เพื่อคงรสชาดอาหารที่อยุ่บนกระทะ ก่อนเสริฟ........
เทปังยากิกะทะมันก็ต้องร้อนสิ ก็มันทำแล้วเสริฟเลยนี่ :42:
(นั่งดูยังตื่นเต้นเลย)
จะทำอาหารกินเล่นในปาร์ตี้เอาที่ทำง่ายๆมีอะไำรปแนะนำมั่งครับ
มาม่า...
ปาร์ตี้ แบบไหนละครับ ....ต้องดู ด้วยว่า ไฮโซ มากแค่ไหน คนมากน้อยอย่างไร .....
เวลาผมมีปาร์ตี้ ส่วนมากจะซื้อมาทานครับ ไม่ค่อยทำเอง
เพราะถ้าทำเองมันจะเป็นปาร์ตี้ชืดๆ เพราะต้องทำกับข้าวจนหมดเวลาสังสรรค์ :41:
แต่ถ้าพอมีเวลาจะแนะนำให้ก็ได้ แต่
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 21 ธ.ค. 2006, 19:44 น.
ปาร์ตี้ แบบไหนละครับ ....ต้องดู ด้วยว่า ไฮโซ มากแค่ไหน :18: คนมากน้อยอย่างไร .....
แบบที่น้องกรีมันว่าแหละครับ ไม่งั้นบอกไม่ถูก
หนาวๆ : ปาร์ตี้ปิ้งย่าง = BBQ, ลูกชิ้น, ปลาหมึก . หมูเหมอก็ย่างกันได้ และได้ผิงไฟกันด้วย
ในอาคาร : แนะนำให้ทำสุกี้ทานครับ ง่ายแค่ต้มๆ น้ำจิ้มก็มีขาย จะใส่อะไรก็เลือกมา ง่ายๆ
ทะเล : ไปร้านอาหารดีกว่านะ ทำเองมันเหนื่อย :42:
วัยรุ่น : ขนมถุง หรืออาหารเบาๆ เช่น ยำ คอกเทล น้ำผลไม้
วงเหล้า : พวกของทอดต่างๆ ซื้อได้จาก tesco ทั่วไป
ขาไพ่ : ตำส้มตำครับ เตรียมเครื่องให้พร้อมแล้วตำกันเอง
ไฮโซเนี่ย ผม หมายถึง ลูกท่านหลานเธอ ทั้งหลายเลยละครับ แบบว่า ในงานแต่งชุดราตรี เดินฉุยฉาย เต็มงาน แบบนั้นต้อง ออกร้านแล้วละครับ :42:
อ้างคำพูดจาก: อิคคิว เมื่อ 21 ธ.ค. 2006, 19:43 น.
จะทำอาหารกินเล่นในปาร์ตี้เอาที่ทำง่ายๆมีอะไำรปแนะนำมั่งครับ
ดูแล้วคงไม่ไฮโซเท่าไหร่ :30:
เด็กไฮโซ เขาก็เรียก หูฉลาม ว่าของกินเล่น นะครับ ของง่ายๆของเขา ก็ต้องมียี่ห้อ อิมพอท นะครับ :11:
จัดที่สนามหน้าบ้านอะครับเอาไำอ้ที่ำทำออกมาแล้วดูดีอะครับรสชาติช่างมัน :02:
เดาว่าอากาศคงหนาว และเผื่อเลือกเอาไปกึ่งๆ ละกัน :08:
เมนูโลโซแต่ก็ทำให้ไฮโซได้
เมน คอร์ส = หมูทอดไร้กระดูกแบบไก่ทอดไร้กระดูก KFC
หมักหมูก่อน (ตูกะกะเอานะ :35:)
- หมูส่วนสันนอก หรือสันใน หรือสันคอ หรืออะไรก็ได้ 1 กิโลกรัม
- แป้งมันหรือแป้งสาลี 3 ชต.
- น้ำสะอาด 1/2 ถ้วยตวง
- ซีอิ๊วขาว 4 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมผง 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยดำบดละเอียด 2 ช้อนชา
- เกลือป่น 2/3 ช้อนโต๊ะ
- ผงชูรส 1/2 ช้อนโต๊ะ
เอาส่วนผสมทั้งหมดผสมกัน เติมลงในหมูที่หั่นเป็นชิ้นใส่ในถุงร้อน มัดปากถุงให้โป่ง แล้วพลิกถุงไปมาให้หมูได้กระแทกไปมา ประมาณ 1 ชม. (เทคนิคนี้จะทำให้หมูนุ่มเหมือนหมักมาทั้งคืน)
ชุบกับแป้งครัวครบรสโดยแบ่งเป็น 2 ส่วน
1. ผสมแป้งกับน้ำอัตราส่วน 60:40 เรียกว่าแป้ง BATTER
2.แป้งที่เหลือเทใส่กะละมังปากกว้าง เรียกว่าแป้ง BREADER
ชุบหมูกับแป้ง BATTER แล้วใส่ในแป้ง BREADER ใช้มือคลุกแล้วกด คลุกแล้วกด (กดแป้งนะ) แล้วสะบัดหรือสั่นมือเพื่อให้แป้งเกิดเกล็ด อย่าทิ้งไว้นานเอาลงทอดทันทีด้วยไฟปานกลาง (วิธีวัดดูหน้าก่อนๆ) ทอดจนแป้งเหลืองกรอบ
ขั้นตอนการเสริฟ = เครื่องเคียงคือผักลวก 5 อย่างกันเลี่ยน :40:
1. หอมแดงซอย
2. ผักกาดดองเกี๋ยมฉ่ายล้างน้า บีบให้สะเด็ด แล้วหั่นฝอย
3. ผักบุ้งลวก หั่นฝอย
4. พริกขึ้หนูสวน
5. ถั่วฝักยาวลวกหั่นฝอย หรือผักอื่นๆก็ได้ จินตนาการเอาเอง
ทานกับข้าวจตุรเทพ (ชื่อไฮโซไปหน่อย)
เป็นข้าวสวยหุงด้วยผงปรุงข้าวกระเทียมของคนอร์ โดยเติมถั่วลันเตา ข้าวโพดหวานเมล็ด แครอทชิ้นเล็กๆ และแฮมลงไปตอนหุง โดยใส่ผงปรุงรสข้าวลงไป 2 เท่าของที่เค้าบอก เติมน้ำอัตราส่วน
ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ (ข้าวหอมมะลิ = 1.2 ส่วน, ข้าวปกติ 1.3, ข้าวกล้อง1.6 ส่วน)
เทคนิคก็คือต้องเอาผงข้าวกระเทียมมาสับให้ละเอียด แล้วเติมน้ำเพื่อละลายก่อน เพื่อให้เวลาหุงจะได้มีรสเสมอกันทั้งหม้อ
ตักข้าวลงพิมพ์ วางหมูบนข้าวสวยที่หุงเสร็จแล้ว
วางผักเป็น 5 ทิศรอบข้าวเพื่อเสริมดวง เสริฟกับน้ำซุบร้อนๆ
อาหารหวาน : = มูสนมสดผลไม้รวม
ผสมแป้งถั่วเขียว (ที่เอาไว้ทำซ่าหริ่ม) ครึ่งถ้วยตวง กับน้ำเปล่าจำนวนครึ่งถ้วยตวง
คนให้เข้ากันและเอาขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ คนเร็วๆ จนแป้งเริ่มข้น
ทันทีที่แป้งเริ่มข้นให้ยกลง แล้วให้ใส่นมสด จำนวน1 ถ้วยตวง ครีมเทียม 2 ชต. และผงวุ้น 1/4 ถ้วยตวง
กวนให้เข้ากันและร้อนอีกครั้งบนเตาด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณ 3 นาทียกลง
ตักจากนั้นค่อยๆ ตักลงในแก้วคอกเทลใส ใส่ในตู้เย็นจนแข็งตัว
จัดผลไม้รวมพวกกีวี เชอรรี่ องุ่นไร้เมล็ด และแก้วมังกร เรดเคอเรนต์ จัดใก้สวยงาม
เติมยอดไฮโซด้วย mint 1 ใบ :10:
โอยยยย เหนื่อยว่ะ
กรี วันหลังก็เอาสูตรเอ็งออกมามั่งนะเฟ้ยยยยย :07:
อ่านไปกลืนน้ำลายไป :04:
บวกให้ ข้อหาหมั่น ใส้ ดึงเด็กไฮโซอย่างผม มาเกลือกกลั้ว กับอาหารโลโซ... :11:
ขอบคุณมาก
+1 ตั้ม
ขอบคุณพะยะค่ะ ท่านพี่ :22:
:23:
:46:ขอบคุณครับ :02:
เอ...
เชฟจักรี ทำไอศกรีมเป็นไหมคะ (ถ้าทำเป็นจะขอคำปรึกษา :22:)
พี่ตั้มขยันวุ้ย :27:
:23: หิวๆ ๆๆ
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 12 ธ.ค. 2006, 22:39 น.
เมนูโปรด หมึกผัดไข่เค็ม
ต้องเป็นเฉพาะไข่แดงของไข่เค็มนะ
เจอหลายร้านเลย มาไข่เค็มทั้งลูก เซ็ง :41:
ขอโทษที่แอบอ้างข้ามหน้ามากๆ
ที่มน.มีอยู่ร้านนึงอร่อยมากๆค่ะ ไปกินกับญาติ เปลี่ยนดูเมนูแปลกๆไปเรื่อยๆ
เจอ ปลาหมึกผัดไข่แดง ก็เถียงกับน้องว่า ผัดไข่แดงเหมือนผัดผงกะหรี่
แต่พอออกมา เป็นปลาหมึกผัดไข่แดงไข่เค็มค่ะ อร่อยมากๆเลย ว่างๆมาชิมนะคะ
ปล. ร้านนี่รอนานโคตร
อ้างคำพูดจาก: [เอ๊ะไอ้นี่][~ เมื่อ 22 ธ.ค. 2006, 03:28 น.
เอ...
เชฟจักรี ทำไอศกรีมเป็นไหมคะ (ถ้าทำเป็นจะขอคำปรึกษา :22:)
ไม่เป็นครับ :22: แต่ไม่น่ายาก นะ ลอง เอาใส่ถุงแล้วแช่ ช่องฟิต ดูซิ พอแข็งแล้วก็กัดตูดถุง ดูด กินอร่อยดี :33:
นึกถึงตอนเด็กๆที่เตี่ยทำให้กินเลย
เอากระป๋องนม (นมผงที่ชงให้เด็กทาน) มาใส่ส่วนผสมไอติม (ก็พวกกะทิ น้ำเชื่อม ครีมสด แป้ง เกลือ ฯลฯ เอาไปตั้งไฟจนร้อน แล้วบ่มในช่องฟรีสประมาณ 4 ชม)
แล้วปั่นกับกระป๋องน้ำแข็งที่โรยเกลือเอาไว้ จนไอติมแข็ง
ไม่มีเครื่องทำ ก็ทำได้ยากสุดที่บ้านก็ประมาณนี้แหละ ไม่งั้นก็ทำได้เฉพาะแบบที่น้องกรีบอก
พวก hardpack และ soft serve ลืมไปได้เลย :42:
ทำได้อีกอย่างก็พวกเชอร์เบต แต่โจทย์ข้อนี้ให้กรีมันรับผิดชอบไปแล้วกัน เนอะ :46:
ส่วนตัวแนะนำให้เอาเงิน 400 บาทไปซื้อมา 1 ถัง แจกเพื่อนบ้านด้วย
ได้ทั้งความสบาย ได้ทั้งใจ :10:
ทำไอติม ไม่เป็น ทำเป็นแต่หวานเย็น :42:
:08: :07: :08: :07: :08: :07: :08: :07: :08:
ต้องตูอีกแล้วใช่มั๊ย
ตอนนี้ติดอยู่ 2 เรื่อง เรื่องคำอธิบายการเผากระทะแบบวิทยาศาสตร์ กับไอติม :23:
(มีน้องทำ project นี้ เดี๋ยวไปเอามาให้ :35:)
ใช่ๆๆ ถ้าเรื่องซูชิ ค่อยมาถามผมนะ :42:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 22 ธ.ค. 2006, 23:32 น.
ใช่ๆๆ ถ้าเรื่องซูชิ ค่อยมาถามผมนะ :42:
งั้นถามเลยแล้วกัน จะได้มีงานทำ :30:
ถ้ามีแซลมอนอยู่ชิ้นหนึ่ง อยากได้ซูชิซัก 5 สูตรเอาแบบโชว์สาวได้
จะทำอะไรได้บ้าง เอาแบบเริ่มตั้งแต่หุงข้าวเลยนะ :42:
โอ้ว มานั่งจิบเบียร์รอห้าสูตรแซลมอนเลย
มาๆๆ
รอดูอยู่ครับ :04:
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 22 ธ.ค. 2006, 23:51 น.
โอ้ว มานั่งจิบเบียร์รอห้าสูตรแซลมอนเลย
มาๆๆ
งั้นแนนนั่งจิบเบียร์รอสูตรไอติมไฮโซด้วยคน
นั่งกับลุงอ๋าห์นะ :33:
+1 พี่ตั้มกับจักรีสำหรับคำตอบโดนใจค่ะ :21:
:05: แงๆๆ ผมพิมพ์ตั้งนานกดส่ง หายหมดเลย
ถ้าจะพิมพ์ยาวๆ พิมพ์ใส่โน๊ตแพทหรือเวิร์ดก่อน แล้วค่อยก๊อบแปะดีกว่าครับ
ครับ :05: งั้น รอเดี๋ยว เมื่อกี้ ผลาดไปหน่อย
นั่งพิมพ์ตั้งแต่เที่ยงคืน พิมพ์เป้นชั่วโมงอะคิดดู :05: :05: :05: ร้องอย่างไงดีวะเนี่ยตูจะสะใจตัวเอง.......
รอกินแซลมอนด้วยครับ :04:
ครับ ช่วงขอมาจัดไป วันนี้ จะเสนอเมนูซูชิที่ทำจากแซลม่อนนะครับ..............เมื่อกี้ตูพิมพ์อะไรไปบ้างวะ
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับซูชิกันก่อนดีกว่านะครับ
ซูชิ ถูกจัดออกเป็น 4 ประเภท ใหญ่ๆ
ประเภทแรก Nigiri เป็นแบบแปะไว้บนข้าว
ประเภทที่สอง Gunkun เป็นการนำสาหร่ายมาพันรอบข้าวให้เป็นกระทงแล้วใส่ส่วนประกอบตรงกลาง
ประเภทที่สาม Makimono ข้าวห่อสาหร่าย ใส้ต่างๆ
ประเภทที่ สี่ Temaki การห่บสาหร่อยเป็นรูปกรวย บางที่เรียกว่า Roll
ทั้งนี้และทั้งนั้น การประยุกต์ผสมผสาน ในการทำซูชิแต่ละประเภท ก็มี อาจจะแบ่งเป็นอาหารประเภทต่างๆ
ตั้งชื่อตามคนคิด แต่จะมีพื้นฐานมาจากซูชิทั้งสี่ประเภทนี้
ซึ่ง ศิลปะการทำซูชินั้น ยากที่จะอธิบาย เป็นตัวอักษรได้ แต่ผมแยกออกได้เป็น ศิลปะการ
- ปั้นซูชิแบบ Nigiri คือ การปั้นข้าว(ปริมาณ20กรัม)ด้วยมือเดียวแล้วอีกมือหยิบ อาหาร
จับมาแปะที่ข้าวในขณะที่วางข้าวไว้บนอุ้งมือใช้นิ้งโป้งกับนิ้วชี้ค่อยๆบีบข้าวให้เป็นรูปเหลี่ยมๆ
แล้วใช้นิ้มกลางกับนิ้วชี้ ของมืออีกข้าวค่อยลูปข้าวให้เป็นคำ
- ปั้นแบบ Gunkun คือ ปั้นข้าวแบบ nigiri แต่ไม่ต้องเอาอาหารแปะ พอปผั้นข้าวได้รูปแล้ว
วางข้าวลงแล้วค่อยๆเอาสาหร่ายขนาด 1.5x6"พันรอบๆ
แล้วตักอาหารใส่ตรงกลาง
- ปั้นแบบ makimono คือ ปั้นโดยใช้ไม้คัตซึ * วางรองใช้สาหร่ายขนาด 4x8"วางทับแล้วใช้ข้าว 20 กรัม
เกลี่ยให้ทั่วแผ่นสาหร่าย แล้วใส่อาหารตรงกลางข้าว หรือจะพลิกแผ่นสาหร่ายให้ข้าวอยู่บนแล้วค่อยใส่อาหารก็ได้
- ปั้นแบบ Temaki คือ ใช้สาหร่ายขนาด4x8" วางบนฝ่ามือ นำ ข้าวประมาณ 20 กรัม แปะไว้ที่สาหร่ายตรงมุมล่างขวามือ
แล้ววางอาหารใส่วัตถุดิบต่างลงบนข้าวใช้มืออีกข้างกดไว้ แล้วค่อยๆห่อสาหร่ายให้เป็นรูปกรวย
เทคนิคหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือเทคนิคการหั่นปลาแซลม่อน ศิลปะการหันปลาแบบญี่ปุ่น ยึดลายของปลาเป็นหลัก ดังนั้น จึงสไลด์ ตามลายปลาบางๆ เผื่อทำnigiri ก่อนการหั่นปลา ยังมีเทคนิคการขึ้นปลา อีกนะซึ่งบ้านเราเรียกว่าชำแหละนั่นเอง
แต่เนื่องด้วย ปลาที่นำมาทำอาหารญี่ปุ่นค่อนข้าง มีราคาแพง การขึ้นปลาแต่ละครับจึงจำเป้นต้องใช้ศิลปะในการขึ้นที่ละเมียดละไม
เพราะถ้าทำไม่ดีหรือขึ้นผิดลาย ปลาอาจจะเละ และเนื้อช้ำได้กินไม่อร่อย เพราะคนญี่ปุ่นนิยมกินสดๆดิบๆ ผมทำอยุ่เกือบปี ถึงจะได้ขึ้นปลา
เริ่มทำพี่ตั้มบอกว่าให้แนะนำตั้งแต่เริ่มหุงข้าว ผมก็จะแนะนำในฐานะการทำกินภายในครัวเรือน การหุงข้าวญี่ปุ่น ก็เหมือนหุงข้าวแบบไทย
คือน้ำท่วมหลังมือเหมือนกัน พอหุงเสร็จแล้วใช้ไม้พาย หรือทัพพี ตีข้าวไม่ให้จับกันเป็นก้อน ในขณะที่ตีข้าวให้หยอดน้ำส้มซูชิลงไปด้วย
ในอัตราส่วนข้าว 1 kgน้ำส้ม 150 ml โดยประมาณ ชิมดูเรื่อยๆ
จากนั้นตากพัดลมให้หายร้อน อย่าถามผมนะว่าน้ำส้มซูชิ Misukan ทำอย่างไง ถ้าทำไม่เยอะแนะนำให้ซื้อดีกว่าครับ เพราะมันค่อนข้างยุ่งยาก
แต่ถ้าทำเองจะอร่อยกลมกล่อมถูกปากเรามากกว่า แต่ก็นะ นึกสูตรไม่ออก....
เมื่อได้ ข้าวสำหรับทำซูชิ ผมจะเริ่มแนะนำเมนูในการทำซูชิ ที่มีส่วนประกอบเป็น แซลม่อน แบบง่ายๆ
ไม่ต้องไปหาซื้อส่วนผสมที่มีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่นให้ยุ่งยาก
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. การทำซูชิสลัดแซลม่อน (Salmon Salada)
นำแซลม่อนไปย่างให้แห้งให้ได้ 50 g แล้วนำไปบดให้ละเอียดใส่เกลือนิดหน่อย จากนั้นก็สับแตงกวาญี่ปุ่นให้ละเอียด
ไม่ต้องละเอียดมาก แค่เป็นชิ้นเล็กมากๆ ประมาณ 20 g
จากนั้น หั่นหอมหัวใหญ่ สับให้ละเอียดประมาณ 10 g นำทั้งสามอย่างมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วใส่มายองเนสลงไป
เพื่อให้เข้ากันยิ่งขึ้น ในปริมาณ ที่เหมาะสม แต่อย่าให้เกิน 2ส่วน3ของปริมาณเนื้อแซลม่อน
แค่นี้แหละครับ ......แล้วเราสามารถเอา สลัดแซลม่อนที่เราทำ ไปห่อเป็นซูชิแบบต่างๆ อย่างที่แนะนำไปข้างต้นได้.......
2. ข้าวหน้าปลาแซลม่อนรมควัน Smoke Salmon Nigiri
สไลด์ปลาตามวิธีที่กล่าวไปแล้วบางๆ ให้ได้ประมาณ 10 กรัม แล้วนำไปย่างด้วยไฟอ่อน ประมาณ 30 วินาที โดยย่างด้านเดียว
ด้านลายบน คือลายที่มีหนังปลาติดอยุ่ (ถ้าขึ้นปลาและสไลด์ปลาถูกวิธีจะสามารถเห็นลายหลังลายหน้าอย่างชัดเจน ซึ่งแน่นอนมันต้องใช้ประสบการณ์)
จากนั้นก็เอามาปั้น ในรูปแบบการปั้นซูชิแบบ nigiri แล้วปรุงรสด้วยงา วางมะนาวฝาน ไวด้านบนปลาเพื่อตกแต่งและให้ได้รสเปรี้ยวและกลิ่นมะนาว
3. แซลม่อน โรว์ เมนุนี้ผมคิดขึ้นมาเองรสมถึงตั้งชื่อด้วย ^^
โดยการห่อซูชิแบบMakimono พริกเอาด้านข้าวออกแล้วใส่ พวกแตงกวาหั่นยาวปูอัด งา และมายองเนสไว้ตรงกลาง
พอทำการห่อด้วยไม้คัตซึแล้ว ก็เอาแซลม่อนที่หั่นแบบ nigiri วางแปะในแนวขวางจะใช้แซลม่อน 6 ชิ้น
พอดกับความยาวแท่งข้าวที่ห่อจากนั้นตัดเป็น 6 คำโดยลงมีด 3 ครั้ง (ไปคิดเอาเองว่าจะตัดอย่างไร)
และก็หยอกมายองเนส บนคำวางแตงกวาหั่นแว่นไว้ข้างบนด้วยเพื่อความสวยงาม.......
4. Salmon Ikura Gunkun เป็น ซูชิเนื้อปลาแซลม่อนสดหันเป็นลูกเต๋าขนาดเล็กปริมาณ 10 g กับไข่ปลาแซลม่อน 5 g ปั้นแบบ gunkun
คือเอาทั้งสองอย่างคลุกเคล้ากันใส่ไว้ตรงกลางกระทง แล้วโรยด้วยสาหร่ายซอย กินเป็นกับแกล้มเหล้าลุงอ๋า อร่อยนักแล
5. แนะนำสำหรับคอเหล้าบ้านเรา เมื่อได้ปลาแซลม่อนมา ขึ้นปลาด้วยมือเบาๆ ค่อยๆถอดเกร็ด ค่อยๆชำแหละ ในขั้นตอนการชำแหละห้ามนำเนื้อปลาที่ชำแหละแล้วไปล้างน้ำ
นำ กินเป็นแบบ Sashimi ครับ แกล้มเหล้า
ย้ำอย่าเอาเนื้อปลาล้างน้ำเด็ดขาด ถ้าคิดจะกินสด เพราะจะคาว พยายามแช่แข็งแล้วขึ้นปลาแบบแข็งๆด้วยก็ได้ หรือถ้าไม่แช่ซื้อมารีบทำเลยก็อร่อยครับ.......
ทุกอย่างที่พิมพ์มาเกิดจากประสบการณ์จากการทำงานจริง ดังนั้นจึงเน้นเรื่องปฏิบัติเป็นสำคัญ
เรื่องทฤษกีบางอย่าง ถ้ามีขัดแย้งบ้างก็ลองศึกษาลึกๆดู
ส่วนสูตรอาหารทั้ง5 มีทั้งเป็น มารตฐานที่ทุกร้านต้องมี และ บางสูตรเกิดจากที่ผมคิด
ทำขึ้นและลองทำแล้วในร้าน แต่เนื่องจากต้องผ่านเชฟชาวญี่ปุ่น
ก่อนมันจึงไม่ได้เป้น product จริงๆ
จึงได้แต่ ทำกินเองภายในร้านเท่านั้น..... :39:
:04: :04:
+1
+2 โว้วววว
อ้างอิงย้ำอย่าเอาเนื้อปลาล้างน้ำเด็ดขาด ถ้าคิดจะกินสด เพราะจะคาว พยายามแช่แข็งแล้วขึ้นปลาแบบแข็งๆด้วยก็ได้ หรือถ้าไม่แช่ซื้อมารีบทำเลยก็อร่อยครับ.......
ยังงี้แสดงว่าตูสามารถซื้อแซลมอนมาจากโลตัสได้เลยใช่ไหม
หรือเกรดมันห่วยกว่ากันเกินไปจนทำไม่ได้
(เป็นคนไม่ซีเรียสเรื่องรสชาติครับ ไม่เชื่อถามลุงตั้ม :05:)
:18:
+1 น่ากลับเอาไปทดลองไปปั้นข้าวเหนียวที่บ้าน
แต่มาอ่านตอนนี้ . รู้สึกหิวจัง :16:
ที่จริง ต้องมีวิธีเลือกปลา อีกนะครับ ถ้าตั้งใจจะกินดิบ แล้วละก็ การซื้อปลาจากโลตัสต้องเลือกที่มันสดจริงๆเอามาขึ้นกินจะอร่อยถูกปาก แต่ถ้าไม่สดจริงก็ระวังคาว ละ :42:
อ่านแล้วหิวเลย :22:
ร้านซูชิแถวไหนจะอร่อยมั่งครับเนี่ย :40:
ร้านคุณจักรีอยู่แถวไหนหรอครับ :40:
ผม เลิกทำมา เกือบ 2 ปีแล้วครับ ผมทำมา 3 ร้าน ตอนนี้ ในเมืองไทย คงเหลือสาขาเดียว ที่ mbk มั้งถ้าจำไม่ผิด พี่ๆที่สอนผมมา เขาก็ไปเป็นเชฟอยุ่ที่ญี่ปุ่นหมดแล้วครับ......ส่วนผมเหรอ เหอๆ เรียนดีกว่า อยากเรียน :42:
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 12 ธ.ค. 2006, 22:39 น.
เมนูโปรด หมึกผัดไข่เค็ม
ต้องเป็นเฉพาะไข่แดงของไข่เค็มนะ
เจอหลายร้านเลย มาไข่เค็มทั้งลูก เซ็ง :41:
ที่ร้านครัวตาน้อย สวนรถไฟ ทำหมึกผัดไข่เค็มอร่อยมากครับ
ชอบข้าวหมูทอดกระเทียมไข่ดาว+แมกกี้ :40:
+1จักรี
+จักรี แก๊กปุ้ก ไปหนึ่ง
ขอบคุณมากครับ
ชอบซาชิมิ จิ้มซอส KIKKOMAN :12:
(บวกหนึ่ง)
:46: ขอบคุณเชฟจักรี สำหรับเมนูครับ :04:
เคยมีโอกาสได้คุยกับเชฟ เรื่อง Salmon เหมือนกัน
เค้าบอกว่า Salmon จริงๆแล้วคนญี่ปุ่น ไม่นิยมกินดิบๆ
เพราะโอกาสที่จะมี พยาธิ สูงกว่าปลาชนิดอื่นๆ
(เค้าจะแนะนำปลาทะเลมากกว่า)
แล้วเวลาที่ซื้อปลามาเป็นชิ้นๆ จากซูเปอร์มาร์เก็ต
เค้าแนะนำให้ล้างปลาด้วยน้ำเย็นจัดๆ อย่างรวดเร็ว
(อย่างน้ำเย็นที่นี่ เย็นได้ใจเลย
เย็นกว่าน้ำแช่ตู้เย็นอีก :08:)
เพื่อล้างสิ่งสกปรก ที่อาจจะติดมากับน้ำแข็งได้
:18: ความรู้ใหม่
เอ้?? Salmon ก็ถือว่าเป็นปลาทะเลนะครับ อย่างที่ไทย บริษัทที่นำเข้า มันนิยม นำแซลม่อนมาจาก นอร์เว
จากข้อมูล ร้านค้าส่งขนาดใหญ่ในประเทศเรา สองแห่ง
ซึ่ง ผมคิดว่า โอกาสที่จะ มีพยาธิ คงใกล้เคียงกับ Magoro หรือ Hamachi ที่ คนญี่ปุ่นนิยมทานดิบ.......
ตอนเรียน เห็นว่าถ้าแช่ที่-15 เป็นเวลา3วัน พยาธิจะตายหมดนี่ครับ
จริงๆแล้วปลาทะเล น้ำลึกเขาว่า พยาธิ ไม่มีนะครับ เห็น คุณหยุ่นเขาบอกมา...
แนะนำ อีกอย่างสำหรับผู้ที่จะทานแซลมอนดิบเนื้อแซลม่อนส่วนที่เป็นส่วนท้อง Salmon Toro ที่มีมันติดหน่อยรสชาดอร่อยไปอีกแบบครับ
พยาธิในปลาพวกนี้ จะมีผลอะไรกับร่างกายเรามากหรือป่าวครับ
เคยเห็น fw mail ชาวญี่ปุ่นมีหนอนกินสมอง นี่เป็นเพราะพยาธิพวกนี้ป่าวครับ
เอ๋?? ไม่รู้เหมือนกันครับ ต้องถามหมอแมวแล้วมั้งครับ :42:
ปลาทะเลน้ำลึก มีพยาธิครับ แต่เป็นชนิดในกระเพาะอาหาร :42: ปกติจะติดต่อจากปลาสู่พวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล... กับคนที่ถ่อไปจับปลาในน้ำลึก
ชื่อพยาธิคือAnisakis.... แต่กินไปก็ไม่ค่อยเป็ฯอะไร มันรูดปรื้ดจากปากออกตูดในเวลาไม่กี่วัน มีส่วนน้อยที่ฝังตัวในกระเพาะ
http://en.wikipedia.org/wiki/Anisakis
ส่วนพยาธิในสมอง ส่วนมากเป็นพยาธิบนบก เช่น Angiostrongylus Cantonensis ที่พอเข้าร่างกายก็จะไปฝังตัวในสมอง เกิดในพวกกินหนู(หรือหอย...จำไม่ได้ :42:)
....
แต่ถ้าพยาธิในทะเลน้ำตื้นน่ะ อื้อเลยครับ เคยก่อโรคระบาดด้วย {หมีโหด}
:48: ต้องเปลี่ยนความคิดโดยด่วน แต่ผมว่าคงเป้นอย่างที่หมอแมวบอกว่า แช่แข็งเป้นเวลาสามวัน
พยาธิจะตาย เพราะผมเห็นกว่ามันจะส่งมาถึงร้านอาหารก็ปาเข้าไปหลายวันแล้ว และพอมาถึงร้าน ปลามันก็เหมือนถูกสต๊าฟมาทุกตัวเลย :42:
ขอบคุณครับ (+1) :25:
ตั้งแต่กินปลามานี่รู้สึกชอบ กะพง สุดละ :25:
คือ Salmon เนี่ยผมก็ถามเชฟคนนั้นไปเหมือนกันว่า
มันก็ปลาทะเลน้ำลึกไม่ใช่เหรอ
เค้าบอกว่า Salmon เกิดในแม่น้ำ โตในทะเล
แล้วก็กลับมาวางไข่ก่อนตายในแม่น้ำอีกที :18:
เคยได้ยินอย่างที่หมอแมวบอกเหมือนกันครับ
ว่าจับมาปุ๊บ แช่แข็งอย่างรวดเร็วที่อุณหภูมิลบสิบห้า
อย่างน้ัอยสามวัน ก็จะปลอดภัย
(แต่อาหารแช่แข็งที่นี่ ผมว่าเกินว่ะ
เคยได้ยินเพื่อนคุยให้ฟังเล่นๆว่า
ยูรู้ไหม ไก่ที่ยูกินวันนี้เนี่ย
จริงๆแล้วมันตายมา สองปีแล้ว :14:)
1. ผมชอบกินอาหารญี่ปุ่น
2. หมูทอดกับหมูยอและข้าวผัดกระเพราที่กินในอาทิตย์นี้ แช่ในตู้เย็นมา6เดือน :42:
อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 23 ธ.ค. 2006, 17:33 น.
คือ Salmon เนี่ยผมก็ถามเชฟคนนั้นไปเหมือนกันว่า
มันก็ปลาทะเลน้ำลึกไม่ใช่เหรอ
เค้าบอกว่า Salmon เกิดในแม่น้ำ โตในทะเล
แล้วก็กลับมาวางไข่ก่อนตายในแม่น้ำอีกที :18:
เคยได้ยินอย่างที่หมอแมวบอกเหมือนกันครับ
ว่าจับมาปุ๊บ แช่แข็งอย่างรวดเร็วที่อุณหภูมิลบสิบห้า
อย่างน้ัอยสามวัน ก็จะปลอดภัย
(แต่อาหารแช่แข็งที่นี่ ผมว่าเกินว่ะ
เคยได้ยินเพื่อนคุยให้ฟังเล่นๆว่า
ยูรู้ไหม ไก่ที่ยูกินวันนี้เนี่ย
จริงๆแล้วมันตายมา สองปีแล้ว :14:)
โอ้ววว ผมไม่เคยรู้เลย สักแต่ว่าทำอย่างเดียวจริงๆ
แต่ คนญี่ปุ่น ชอบนิยมกิน Tuna หรือ Magro มากที่สุดนะ มากกว่า แซลม่อน ด้วย แต่ คนไทยต่างหากละที่ชอบกินแซลม่อน มากกว่า ญี่ปุ่น (ดิบ)
ผมชอบทุกอย่างที่ไม่ใช่ผัก :25:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 23 ธ.ค. 2006, 17:35 น.
1. ผมชอบกินอาหารญี่ปุ่น
2. หมูทอดกับหมูยอและข้าวผัดกระเพราที่กินในอาทิตย์นี้ แช่ในตู้เย็นมา6เดือน :42:
ผมชอบอาหารญี่่ปุ่นเหมือนกัน
โดยเฉพาะ โทโร ทูน่า (แต่แพงชิบ)
หมอระวัง อาหารหมดอายุนะครับ
เป็นหมอแล้วไม่สบายด้วยอาหารเป็นพิษ
มันดูไม่ดีนา :35:
เมนู ซูชิที่ มีส่วนประกอบของแซลม่อน ถ่ายรุปโดยพี่ชาย ส่วนผม เป็นคนทำ...เมื่อปลายปีที่แล้ว
Salmon Nigiri
(http://img2.f0nt.com/23/b2bc2d6cbbda8a0fe6ebb7a788618b1f.jpg)
Salmon Salada Temaki
(http://img2.f0nt.com/23/eaf7e8305e649d6a3c7e6d05a7d1c70b.jpg)
Salmon Kappa Temaki
(http://img2.f0nt.com/23/54751e05feb7988a7dfc70625b00a442.jpg)
Salmon Makimono
(http://img2.f0nt.com/23/5ca1b59525e0420873f5ad81a238d3e5.jpg)
โอยยย ทรมานใจ :41:
เห็นแล้วอยากกินแซลมอน {หมีโหด}
พอจะมีร้านแนะนำมั้ยครับ
ตอนนี้ไปกินบุฟเฟต์ อยู่ที่ร้านอะไร ไม่รู้ ที่แถว BTS ทองหล่อละมั้ง :42:
เงินออกนะ จะไปกินฉลองปีใหม่ {หมีโหด}
อยากกินซูชิซัลมอน
เลาะเนื้อด้วยลิ้นออกมาวางบนลิ้น แล้วปล่อยให้มันละลาย :25:
:25: อยากกินจังเลย :25: :25: :25:
สีน่ากินมากๆเลยแฮะ :05:
มันเป็นเทคนิคทำให้น่ากินรึเปล่าคะซูชิเนี่ย นานารู้สึกว่าสีมันสวย :42:
ได้ยินมาว่าปลาแซลมอนเดี๋ยวนี้เป็นแบบเพาะเลี้ยงครับ
เขาเรียกว่า วัตถุดิบ มันขายตัวมันเอง ...... งานตกแต่งจาน ก็ช่วยได้เยอะสำหรับ อาหารประเภทซูชิ...
ผมต้อง เรียนรู้การ จัดจาน อยู่นานประมาณ เกือบ 2 เดือน
และก็เรียนรู้การจัดคำ อีกหลายเดือนเลยละ.....รวมถึงการปลอกแตง ปลอกหัวไชเท้า แบบญี่ปุ่น และสไลด์แตงกวาและหัวไชเท้าให้เป็นแผ่นบางๆ โดยการใช้มีดกับไม้จิ้มฟัน..... :42:
***แก้ไข คำว่า ปลอก เป็น ปอก
ปอกแตง ปอกเปลือก ปอกไชเท้า ครับ :40:
ขอบคุณครับน้องตั้ง บวกให้ครับ
อีกอย่างที่ยังต้องฝึกคือการใช้ภาษาไทยนี่แหละครับ...... เฮ้อ....:39:
พี่จั๊กกี้นี่เจ๋งว่ะ เจ๋งกว่าพี่แอนอีก
อีกอย่างที่ชอบพี่คือเรื่องภาษาไทยนี่แหละ :22:
อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 23 ธ.ค. 2006, 17:33 น.
คือ Salmon เนี่ยผมก็ถามเชฟคนนั้นไปเหมือนกันว่า
มันก็ปลาทะเลน้ำลึกไม่ใช่เหรอ
เค้าบอกว่า Salmon เกิดในแม่น้ำ โตในทะเล
แล้วก็กลับมาวางไข่ก่อนตายในแม่น้ำอีกที :18:
เคยได้ยินอย่างที่หมอแมวบอกเหมือนกันครับ
ว่าจับมาปุ๊บ แช่แข็งอย่างรวดเร็วที่อุณหภูมิลบสิบห้า
อย่างน้ัอยสามวัน ก็จะปลอดภัย
(แต่อาหารแช่แข็งที่นี่ ผมว่าเกินว่ะ
เคยได้ยินเพื่อนคุยให้ฟังเล่นๆว่า
ยูรู้ไหม ไก่ที่ยูกินวันนี้เนี่ย
จริงๆแล้วมันตายมา สองปีแล้ว :14:)
ขอแย้งก่อนครับว่าไม่จริงครับ ไม่จริง :07:
สำหรับไก่ CP น่ะไม่จริง แต่ที่อื่นไม่แน่ ตูเคยกินปลาหมึกค้าง 3 ปีแล้ว ไม่ไหวว่ะ
อายุการเก็บของไก่สด FROZEN มีอายุสูงสุดแค่ 18 เดือนครับ และจะหมดอายุ (จากการทดลองและตามกฏหมายของแต่ละประเทศ ถ้าจะเผื่อการวางขายบนชั้น ก็อย่างน้อยครึ่งปี การส่งออกทางเรืออีก ก็ 3 เดือนสรุปว่าไก่ที่ส่งไปต่างประเทศอายุหลังเชือดไม่เกิน 3 เดือนหรอกครับ เป็นไปได้ยากมากที่จะเก็บเอาไว้นานขนาดนั้น) ถ้าขายภายในด้วยแล้วแทบไม่อยากจะแช่เย็นเลยล่ะ
ตอนนี้สถานการณ์ไก่เลี้ยงขายไม่ทันครับ ที่บริษัทพี่เชือดกันวันละประมาณ 7 แสนตัว ยังไม่พอขายเลยน้องเอ๊ย จะเอาเวลาที่ไหนไป frozen ตอนนี้ปีกไม่พอขาย อยากจะให้ไก่ตัวนึงมี 4 ปีกจะแย่อยู่แล้ว :21:
แถมการ frozen ถึงมันจะยืดอายุการเก็บได้จริง
แต่เวลาจะเอามาใช้ มันก็จะมีการสูญเสียน้ำระหว่างการละลายเกือบ 3 %
แปลได้ง่ายๆว่า เนื้อ 100 กิโล นน.หลัง frozen และ ละลายก็เหลือเนื้อ 97 กิโล
สูญเสียทั้ง นน. และค่าใช้จ่ายในการเก็บ (ค่าไฟเครื่องทำความเย็น)
ตอบแอน : เข้ามา CONFIRM ครับว่ามาม่าของมันทำร้ายจิตใจผู้ผลิต และผู้คิดสูตรของ บ.มาม่ามาก
ตอบจักกี้และหมอแมวเกรียน : เกิน 15 วันแน่นอนครับ PROCESS ของการจับปลาคือลากมันมาจากทะเลเค้าจะตัดเส้นประสาทตรงหลังคอปลาเพื่อกัน RIGORMORTIS หลังจากนั้นก็เอาเครื่องในออก แล้วก็ frozen กันใต้ท้องเรือเลยครับ
พอเข้าโรงงานก็ทำความสะอาดซาก และตัดตามชิ้นส่วน ถ้า salmon ที่กรีใช้ในร้านคาดว่าน่าจะเป็นแบบ freeze ทั้งตัวครับ ฟรีเนื้อสัตว์ที่เป็น frozen ก็จะเก็บที่ต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียสอยู่แล้วครับดังนั้นปลอดภัยจากพยาธิแน่นอน และปลาในโลตัสก็น่าจะเป็น frozen มาครับ (ไม่มีปัญญาจะขายแบบสดแล้ว PACK ขายได้ร๊อกกก :30:)
ตอบคุณเจ (นักสืบ)ซอสญี่ปุ่นเรียงลำดับตามความอร่อย เข้มข้น หอม ที่มีขายในไทยตามความเห็นของตู
1. ยามาซ่า และ lee kum kee
2. ยามาโมริ และ โจฮิน (ให้คะแนนเท่ากัน)
3. คิโคแมน
4. คิโคเคน
ขอบวกจักรี +2 นะกับความพยายาม 2 รอบ แล้วตูจะเอาไปลองทำบ้าง :22:
คำถามต่อไป :35:
ตามทัศนคติของน้อง น้องคิดว่าอาหารญี่ปุ่นร้านไหน ดีที่สุดในทุกๆ ด้านทั้งเรื่องวัตถุดิบ ความสามารถของเชฟ สูตรอาหาร ความสะอาด และราคา สมควรมี่เราจะเสียงเงินเข้าไปนั่งมากที่สุด ขอ 3 อันดับ :25:
ถ้าทำได้
ให้ล้านนึง +1 :30:
อันดับหนึ่ง ฮานาย่า {หมีโหด}/
อันดับสุดท้าย โออิชิ {หมีโหด}\
ผมไม่ค่อยชอบยี่ห้อลีเท่าไร รู้สึกเค็มไปนิด แต่ซอสหอยนางรมหอมใช้ได้เลย
เลยชอบซอสของคิโคแมนมากกว่า ส่วนอันอื่น ไว้จะลองชิมครับ (บวก) :42:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 24 ธ.ค. 2006, 22:56 น.
อันดับหนึ่ง ฮานาย่า {หมีโหด}/
อันดับสุดท้าย โออิชิ {หมีโหด}\
เฮียหมอ ฮานาย่านี่มันอยู่ที่ไหนครับ บอกหน่อย :42:
อันดับสุดท้ายจริงๆ นะ โออิชิเนี่ย
แต่ชาบูชิก็อร่อยดีนะ
คำถามขอประเด็นซูชิ กับซาซิมินะกรี ไม่เอาอาหารอื่นๆ
โล่งอกไปที ว่าไอ้ที่เรากินไปเนี่ย มันยังตายไม่ถึงสองปี :14:
แค่สามสี่เดือนเท่านั้นเอง
(แต่เอ๊ะ ความรู้สึกยังไม่ดีขึ้นเลยนะเนี่ย
สงสัยจะเป็นเพราะอคติว่า อาหารแช่แข็งไม่อร่อย)
แต่ไงก็เหอะผมรู้สึกว่า ไก่แช่แข็งที่นี่รสชาติห่วยมาก
ส่วนใหญ่มาจากเนเธอร์แลนด์ สู้ไก่ไทยไม่ได้เลย
(พี่ตั้มอย่าบอกนะว่า เนเธอร์แลนด์มันก็สั่งไก่จากเมืองไทย
แล้วเอามาขายในอังกฤษอีกที :08:)
ส่วนซอสผมชอบ Lee kum kee กับ kikoman ครับ
ร้านอาหารญี่ปุ่น เฉพาะ ซูชิกับซาซิมิ เนี่ย
ถ้าห่วยสุด ก็ให้ โออิชิ เหมือนกัน
ส่วนดีสุดสามอันดับก็แยกไม่ค่อยออกนะครับ
เพราะซูชิกับซาซิมิเนี่ยมันอร่อยที่ วัตถุดิบอยู่แล้ว
1 ฮานาย่า ไม่รู้ร้านเดียวกันกับหมอเกรียนแมวหรือเปล่า
(ของผมอยู่แถวสี่พระยา)
2 Zen
3 โฮยู (แต่ที่นี่แพงโคตรครับ)
ไม่สันทัดโชยุเลย เคยกินแต่คิโคเมน
เอาเป็นน้ำปลาได้ไหมครับ
เคยตั้งสมมุติฐานว่า ยี่ห้อไหนที่มีวางขายทั่วๆไปอร่อยสุด
ผลสรุปคือ ชอบตราคนแบกกุ้งครับ รู้สึกว่ามันไม่เค็มจัดเท่าไหร่ หอมกว่า
แต่ที่คิดว่าอร่อยมากจริงๆ แบบไม่วางขายทั่วไปคือ น้ำปลาทำเองของบ้านญาติคนนึง
อยู่ประจวบ หมักในไหเอง หอมมาก หมายถึงหอมแบบน้ำปลานะ
ส่วนซีอิ๊วขาวชอบเด็กสมบูรณ์ทอง แพงกว่าเด็กสมบูรณ์ธรรมดา
คิดว่าเข้มข้นและหอมกว่า สีเข้มกว่ามาก เหมือนกับเป็นสูตรหมักนานอะไรแบบนั้น
ช่วงสงสัย
1.หอยแครงเป็นสัตว์น้ำจืดหรือสัตว์น้ำเค็ม :42:
เรื่องนี้เถียงกับเพื่อนแทบเป็นแทบตายเมื่อนานมาแล้ว
2.ทำไม KFC ไม่มีขาไก่ทอดขาย หรือคอไก่ทอดก็ไม่มี
มีคนบอกว่า ซีพีเลี้ยงไก่แบบไม่มีหัว ไม่มีขา เอาเอาหารเข้าทางสายหลอด :08:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 25 ธ.ค. 2006, 03:33 น.
ไม่สันทัดโชยุเลย เคยกินแต่คิโคเมน
เอาเป็นน้ำปลาได้ไหมครับ
เคยตั้งสมมุติฐานว่า ยี่ห้อไหนที่มีวางขายทั่วๆไปอร่อยสุด
ผลสรุปคือ ชอบตราคนแบกกุ้งครับ รู้สึกว่ามันไม่เค็มจัดเท่าไหร่ หอมกว่า
แต่ที่คิดว่าอร่อยมากจริงๆ แบบไม่วางขายทั่วไปคือ น้ำปลาทำเองของบ้านญาติคนนึง
อยู่ประจวบ หมักในไหเอง หอมมาก หมายถึงหอมแบบน้ำปลานะ
ส่วนซีอิ๊วขาวชอบเด็กสมบูรณ์ทอง แพงกว่าเด็กสมบูรณ์ธรรมดา
คิดว่าเข้มข้นและหอมกว่า สีเข้มกว่ามาก เหมือนกับเป็นสูตรหมักนานอะไรแบบนั้น
เอ่อ ฝากสงสัยอีกเรื่อง เรื่องนี้เถียงกับเพื่อนแทบเป็นแทบตายเมื่อนานมาแล้ว
คือ หอยแครงเป็นสัตว์น้ำจืดหรือสัตว์น้ำเค็ม :42:
เท่าที่รู้มาเป็นสัตว์น้ำเค็มนะครับ :09:
อ้างอิง
หอยแครง
ถิ่นอาศัย : พื้นท้องทะเลชายฝั่งตื้น ๆ ที่เป็นโคลนหรือโคลนเหลว พบมากที่จังหวัดชลบุรี เพชรบุรี สุราษฏร์ธานี ปัตตานี
ที่มา (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87)
อ้างคำพูดจาก: I_AM_SUD_YOD เมื่อ 24 ธ.ค. 2006, 23:14 น.
เฮียหมอ ฮานาย่านี่มันอยู่ที่ไหนครับ บอกหน่อย :42:
อันดับสุดท้ายจริงๆ นะ โออิชิเนี่ย
แต่ชาบูชิก็อร่อยดีนะ
คำถามขอประเด็นซูชิ กับซาซิมินะกรี ไม่เอาอาหารอื่นๆ
ถ้ากิน ที่ประเทศไทย แนะนำ ร้านในเครือ Daiso
เพราะ รุ้สึกว่า บริษัทนี้จะนำเข้าวัตถุดิบอาหารญี่ปุ่น ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ช่วงปีหลังๆ ฟูจิก็เริ่ม หันมาสั่งที่นี่ด้วยเหมือนกัน.....
อย่างพวก - Sushi Te
- Zen
- Fuji
มาเลเซีย ก็ - Sushi King
- Sushi Te
- Arkane
แถวตะวันตกคงต้องกินในโรงแรมมั้งเพราะไม่รู้เลยว่า ร้านอะไรไปเปิดบ้าง :42:
อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 25 ธ.ค. 2006, 03:38 น.
เท่าที่รู้มาเป็นสัตว์น้ำเค็มนะครับ :09:
คือเรื่องมันมีอยู่ว่ายังไงก็จำไม่ค่อยได้แล้ว
แต่ที่จำได้คือ เถียงกับเพื่อนเรื่องหอยแครง
พอดีตอนเด็กๆอยู่จังหวัดที่ไม่ไกล้ทะเลเลย และจำได้ว่าหอยแครงเนี่ย
พวกแม่ค้าแบบจับปลางมหอยมาขายเองเนี่ย เค้าก็มีหอยแครงขาย ของหากินง่ายขนาดนี้
จะมาจากทะเลได้ยังไง มันต้องน้ำจืดสิ แล้วเพื่อนอีกคนว่า กูว่าหอยพวกนี้น่าจะน้ำเค็มนะ
น่าจะเกาะตามริมฝั่งทะเล ลุคมันหินปูนๆ กูไปทะเลกูยังเห็นตามชายหาดเลย
เพื่อนอีกคนก็ว่า กูไม่รู้ แต่กูมีเพื่อนเรียนประมงอยู่ มันเลยโทรถาม เพราะเถียงกันนานแล้ว
โทรไปถาม เพื่อนมันบอก อ๋อ น้ำจืดสิ เค้าก็งมมาขายกันทั่วทุกภาคนั่นแหละ
ผมเลยได้ใจ นั่นเห็นไหม ของมันพื้นบ้านหากินง่ายทั่วไปขนาดนี้จะน้ำเค็มได้ไง
พอกลับบ้าน ไปหากูเกิ้ล เอ้ย ทำไมมันบอกน้ำเค็มวะ สงสัยเว็บนี้มั่ว
หาดูทุกเวบ อ้าว น้ำเค็มหมดเลย เลยโทรไปถามไอ้คนที่มีเพื่อนเรียนประมง
ว่ามั่วป่าววะ มันเลยบอก เพื่อนมันคนนั้น ตอนสอบก็บอกว่าปลาทองเป็นสัตว์น้ำเค็ม :08:
(ไม่รู้เค้าให้ติดได้ไง)
สุดท้ายเลยต้องจนด้วยหลักฐาน
แต่มันขัดความเชื่อจริงๆนะ ผมเชื่อมาตลอดว่ามันงมหาได้ง่ายๆตามแหล่งน้ำจืด
สิ่งที่เชื่อมาตลอดพังทลายลงตรงหน้าง่ายๆแบบนี้ น่าเศร้าจริงๆ :05:
แบบนี้ไม่รู้จะดีกว่า
อ้างคำพูดจาก: B••k เมื่อ 24 ธ.ค. 2006, 11:57 น.
พี่จั๊กกี้นี่เจ๋งว่ะ เจ๋งกว่าพี่แอนอีก
อ้างคำพูดจาก: I_AM_SUD_YOD เมื่อ 24 ธ.ค. 2006, 22:38 น.
ตอบแอน : เข้ามา CONFIRM ครับว่ามาม่าของมันทำร้ายจิตใจผู้ผลิต และผู้คิดสูตรของ บ.มาม่ามาก
:05a: เออ.. เอ๊อออออออ
ส่วนเรื่องหอยของเก้อ
ขอฮาก่อน 1 นาที แล้วก็มาช่วยย้ำตราบาปอีกทีว่ามันหอยน้ำเค็มจริงๆ
ส่วนพวกหอยน้ำจืดที่เพื่อนว่างมกันง่ายๆ ตามสุ่มน้ำทั่วไปนั่น
แม่น้ำแถวบ้านตูก็มี แต่จำชื่อไม่ได้ (เขาเอามาทำหอยดอง?)
http://free.7host02.com/nematoda/Document.htm
นี่ สาระเรื่องหอยอยู่ท้ายๆ (อ่านจบทั้งหมดในสามวันได้ตูให้ 1 หอย)
ลิงค์นรกจริงๆ
ยังอุตส่าห์หาเจอเนาะ ว่ามีหอยอยู่ด้วย :08:
อีกหนึ่งคำถามโง่ๆได้ไหมครับ
คิดว่าแทบทุกคนคงเคยกินไข่เค็มไชยากันนะครับ
ถ้าใครผ่านแถวไชยาบ่อยๆ คงจะยิ่งทราบดีว่ามันขายดี ขายกันปริมาณมากมายมหาศาลแค่ไหน
คำถามที่ค้างคาใจผมทุกครั้งที่นั่งรถผ่านแถวไชยาคือ (ต้องผ่านประจำเสียด้วยสิ)
ร้านไข่เค็มที่เรียงรายข้างถนนนับเป็นสิบกิโล และปริมาณไข่เค็มมหาศาลขนาดนี้
เป็ดมันหายไปไหน เขาไปเอาไข่เป็ดมาจากไหนเยอะแยะขนาดนี้
มีไข่เป็ดก็ต้องมีเป็ดใช่ไหมครับ แต่นี่ไม่เห็นว่าแถวนั้นจะมีฟาร์มเป็ดอะไรบ้างเลย
แล้วถ้ามีเป็ดเยอะยังงั้น มันก็น่าจะมีอะไรอย่างอื่นของเป็ดมาขายกันบ้าง
อย่างอื่นที่มีขายก็เห็นมีแต่กะปิ กับสะตอพวง
เออนะ เป็ดมันหายไปจากอุตสาหกรรมไข่เค็มไชยาได้ไง งง :09:
ร้านขนมหม้อแกงแถวบ้านตูก็ไม่เห็นมีต้นตาลโตนดในร้านเลยนี่
แล้งเรื่องอะไรเขาต้องเอาเป็ดมาโชว์แถวข้างทางด้วยล่ะ
ผมตอบตรงๆ นะครับ ว่า ผม เป็นคนทำอาหารที่ค่อนข้างเชยมาก
ผมไม่เคยกินไข่เค็มไชยา และไม่เคยไป ที่นั้นด้วย :08:
แต่ที่ผมจะขอตอบในฐานะ ที่ผม เคยเลี้ยงเป็ดมาก่อน เป็นเวลา 6 ปี เต็ม....
(ไม่ได้ทำเป็นฟาร์ม แต่เดินเลี้ยงตาคันนา เร่ร่อนพักแรมไปตามแหล่งอาหาร
ตามธรรมชาติของเป็ด ล้อมคอก และเอาฟางมาลองสำหรับให้เป็ดวางไข่
เป็นคอกกลางแจ้ง ส่วนผมนอนในกระท่อม ก่อไฟ ไว้ให้เป็ด)
เป็ด ที่ผมเลี้ยง เริ่ม แรก มีจำนวน 300 ตัว ....และ พอผมอยุ่ ม.6 ล๊อตสุดท้าย
ถ้าจำไม่ผิด ประมาณ 1200 ตัว.... มันเป็นเป็ดพันธุ์ไข่ ที่ซื้อมาเพื่อออกไข่โดยเฉพาะ
ถ้าซื้อมาตั้งแต่เล็กๆ จะถูก แต่
เลี้ยงนานกว่าจะออกไข่ได้ แต่ถ้าซื้อเป็ดหนุ่มเป็ดสาว ไม่นานก็พร้อมที่จะออกไข่
ไข่ที่ผมเก็บจะมากจะน้อย ขึ้นอยุ่ ตามจำนวนอาหาร ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และ ฤดูกาล
เมื่อถึงฤดูที่เป็ดพลัดขน ครั้งสุดท้ายสมบูรณ์
เป็ดก็จะออกไข่ได้เต็มที่ ตกเฉลี่ย วันละ 90 กว่า % ต่อคืน เช่น เป็ด 1000 ตัว
ก็จะเก็บ วันละ 900 กว่าไข่
ผม เก็บไข่ตอนเช้าก่อนไปโรงเรียนทุกวัน... นอนเฝ้าเกือบทุกคืน......
และจะมี แม่ค้าพ่อค้า จากทั่วสารทิศ มารับไข่ไปขายถึงบ้าน ........
สรุป ผมว่า อาชีพแบบนี้ น่าจะมีอีกเยอะ จึงทำให้แม่ค้าขายปลีกจึงไม่กลัวไข่เป็ดขาดตลาด ส่วนที่
ไชยา ผมว่าเริ่มแรก คนทำ น่าจะเกิดจากคนทำเลี้ยงเป็ดเอง และจึงคิดเอามาแปรรูป แต่พอนานๆ
เข้าแปลรูปขายดี เอาเฉพาะไข่เป็ดที่ตนเลี้ยงไว้ คงไม่พอจึงตะเวนออกไปซื้อ จากแหล่งที่ผมกล่าวมาข้างต้น
ก็เป้นได้ หรือไม่ ทางจังหวัดเห็นว่า เป็นหน้าเป็นตาให้กับจังหวัดจึงส่งเสริมให้มีการเลี้ยง
แบบที่ผมเคยทำเยอะๆก็ได้ ซึ่งมันไม่แปลกที่จะไม่เห้นเป็ด หรือฟาร์มเป็ด เพราะเราเลี้ยงตามทุ่งนา
ตะเวนไปตามห้วยหนองคลองบึงต่างๆ .......เป็นต้น..
เพื่อให้ได้อรรถรส
ตูเอารูปที่ไปถ่ายจากงานแต่งงานของรุ่นพี่สโม จาก จ.บรรหารบุรี มาให้ดูเป็นการประกอบ
http://www.youtube.com/v/xOZMUtmtv7Y
(สารภาพว่าเพิ่งเคยเห็นเป็ดไล่ทุ่งเป็นครั้งแรกในชีวิต)
ที่สำคัญ ผมทำมา 6 ปี จนเพื่อน ล้อว่า ไอ้เด็กเลี้ยงเป็ด นอกเหนือ จาก คำว่า ไอ้เด็กวัด :42:
ใช่แบบนี้เลยครับพี่แอน .....วันธรรมดา พ่อผมจะเป็นคนเลี้ยงตอนกลางวันส่วนผมพอกลับมาจากโรงเรียนก็ไปนอนเฝ้า ........
แต่ถ้าเลี้ยง ในนาข้าว ที่กำลังยืนต้นแต่ยังไม่ออกรวงนี่
ได้บรรยากาศไปอีกแบบ :43:
ไอ้ก้อนน้ำตาลๆ นั่นเป็ดนี่หว่า นึกว่าโคลนถล่ม :25:
พี่จักรีเจ๋งจริงๆ ชีวิตลูกทุ่งดี ชอบ :12:
พี่แอนขยันถ่ายคลิปเนอะ :42:
อยากดูคลิปโป๊ไหมล่ะ
อยู่ในเด็กๆ ห้ามเข้ามานะแจ๊ะหมดแล้วล่ะ :08:
ปล. ฟ้องพี่โบว์ {หมีโหด}
//ขอนอกเรื่องแป๊บนึงนะครับ
เฮ้ย มีจริงๆ นะ
แต่เป็นคลิปโป๊ที่ทุกคนมีส่วนร่วม
เพียงพิมพ์คำว่า iannnnn :05:
iannnnn :05:
ไหน ไหนไหน ไหนครับ ไหน :25:
ผลการคุ้ยเขี่ยคำว่า iannnnn
(http://img2.f0nt.com/25/7ecba7bb09759c841e56ccf03ccf618e.png)
อยู่ในนี้ชิมิจ๊ะ เดี๋ยวขอเข้าไปดูก่อน :04a:
เอาไปให้ที่โรงเรียนดูแล้วครับ :26:
1. อะเกฮัง
2. โอโตยา
3. เซน
ไอ้ที่มีสามข้อที่พูดกันนี่คืออะไรฮะ ผมไม่รู้จักจริงๆ :09: :09:
แถวนี้ก็เป็ดไล่ทุ่งเยอะครับ
แต่ที่สงสัยคือเค้าทำยังไงเป็ดมันถึงยอมกลับเข้ากรง :08:
ธรรมชาติ ของเป็ด นะ เวลา ที่ ย้ายคอกไปตามที่ต่างๆ วันแรกๆ ก็จะลำบากหน่อย ไล่ไปเลี้ยงที่ไหน แล้ว
ไล่กลับคอกยากหน่อยพอผ่านไปซํก 2-3วัน เขาจะจำคอกได้เอง และ ก็เป็นธรรมชาติว่าเป็ดจะหากินเป็น
กลุ่ม ไปไหนก็จะไปเป็นกลุ่ม ขอเพียงแต่หัวแถวเดินไปทางไหน หางแถวก็จะเดินตามไปโดยดี ดังนั้นถ้า
เรากำหนดทิศทางให้กับหัวแถวแล้ว เราก็สามารถควบคุมเป็ดทั้งฝูงได้สบายครับ....แต่มีปัญหาอยุ่นิดนึง
คือ ยิ่งเป็ดกลุ่มใหญ่ อาจจะทำให้มีหัวแถวเยอะ ที่นี้แหละก็จะควบคุมลำบากหน่อย.......
แล้วที่เค้าปล่อยมันว่ายน้ำเล่นในคลองละครับ คุมยังไง :09:
ใส่ถุง ครับ ......
ไม่ใช่คุมกำเนิดครับ :08:
โอ้ เจ๋ง ไม่เคยเห็นภาพอะไรแบบนี้เลย
เ็ป็ดพันตัวเนี่ย ร้องคนละก้าบ ก็ประสาทแดกแล้วมั้งเนี่ย
เห็นแล้วอยากกินตุ๋นเป็ด
ว่าแต่ไม่มีใครอยู่แถบๆไชยา สุราษฎ์ ให้คำตอบเรื่องเป็ดเลยหรือครับ
นั่งผ่านช่วงนั้นทีไรจิตใจว้าวุ่นทุกที
อ้างคำพูดจาก: ชาร์ป เมื่อ 26 ธ.ค. 2006, 14:58 น.
แล้วที่เค้าปล่อยมันว่ายน้ำเล่นในคลองละครับ คุมยังไง :09:
:42:
อ๋อ ก็ไม่ต้องคุม ครับ มันจะหากินตามประสาเป็ดเอย.~~~
เราก็คอยเผ้าดูมัน ว่ามีตัวไหนเถรไถร ออกนอกลุ่นอกทางบ้าง
และก็คอยเฝ้าระวังอย่าง หมา แมว งู และอื่นๆ ที่จะทำให้ มันตื่นตกใจ .......
เพราะถ้าเป็ดตกใจ ไข่มันจะหลบใน ทำให้ ตกกลางคืนเป็ด ไม่ยอมออกไข่ ......
โดยเฉพาะ หมา วิ่งไล่กัดเป็ด เนี่ย ...เจอประจำ
การเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งนี่ เขาเน้น การเลี้ยงแบบธรรมชาติ ให้เป้ดหากินเองตามธรรมชาติ และออกไข่เองตามธรรมชาติ เรียกว่ามีอิสระเต็มที่ เมื่อไรที่ผมเลี้ยง ผม จะนั่งดูชีวิตมัน ก็น่ารักดี นะครับ :40:
***ไถลเถล
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 26 ธ.ค. 2006, 17:03 น.
:42:
อ๋อ ก็ไม่ต้องคุม ครับ มันจะหากินตามประสาเป็ดเอย.~~~
เราก็คอยเผ้าดูมัน ว่ามีตัวไหนเถรไถร ออกนอกลุ่นอกทางบ้าง
และก็คอยเฝ้าระวังอย่าง หมา แมว งู และอื่นๆ ที่จะทำให้ มันตื่นตกใจ .......
เพราะถ้าเป็ดตกใจ ไข่มันจะหลบใน ทำให้ ตกกลางคืนเป็ด ไม่ยอมออกไข่ ......
โดยเฉพาะ หมา วิ่งไล่กัดเป็ด เนี่ย ...เจอประจำ
การเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งนี่ เขาเน้น การเลี้ยงแบบธรรมชาติ ให้เป้ดหากินเองตามธรรมชาติ และออกไข่เองตามธรรมชาติ เรียกว่ามีอิสระเต็มที่ เมื่อไรที่ผมเลี้ยง ผม จะนั่งดูชีวิตมัน ก็น่ารักดี นะครับ :40:
ถุงนี่ใส่คนคุม นี่เอง อ้อ {หมีโหด}
เถลไถล {หมีโหด}
อ้างคำพูดจาก: ชาร์ป เมื่อ 26 ธ.ค. 2006, 17:12 น.
ถุงนี่ใส่คนคุม นี่เอง อ้อ {หมีโหด}
จะไปทำอะไรเป็ดเหรอครับ
เคยอ่านหนังสืออะไรไม่รู้ลืม
ประมาณว่า มีเกย์เค้ามาเล่าชีวิตประจำของเค้า
แล้วก็เคยทำ ... อย่างงั้นกับสัตว์ด้วย ได้แก่ เป็ด กระต่าย แมว
ผลคือทำเป็ดตายคาที่ไปแล้ว 4 ครั้ง
:38:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 27 ธ.ค. 2006, 14:36 น.
จะไปทำอะไรเป็ดเหรอครับ
เย็ดเป็ด :33:
คำอุทานเมทผมน่ะครับ (เปลี่ยนจากกระทำชำเราบุพการีเป็นไอ้นี่ค่อยฟังได้ขึ้นมาอีกหน่อย)
เลิกคุยเรื่องเป็ดกันได้แล้ววว :07:
ผมไม่ส่งเสริม ให้กินเป็ด นะครับ :07:
คนเลี้ยงห้ามกิน มันน่าสงสาร :05:
ถามเชฟจักรีตามชื่อกระจู๋เป๊ะๆ เลยนะครับ
ใช่ครับ ถามผมแต่ไม่ใช่เรื่องอาหาร :42:
:03:
อ้างอิงอาหารหวาน : = มูสนมสดผลไม้รวม
ผสมแป้งถั่วเขียว (ที่เอาไว้ทำซ่าหริ่ม) ครึ่งถ้วยตวง กับน้ำเปล่าจำนวนครึ่งถ้วยตวง
คนให้เข้ากันและเอาขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ คนเร็วๆ จนแป้งเริ่มข้น
ทันทีที่แป้งเริ่มข้นให้ยกลง แล้วให้ใส่นมสด จำนวน1 ถ้วยตวง ครีมเทียม 2 ชต. และผงวุ้น 1/4 ถ้วยตวง
กวนให้เข้ากันและร้อนอีกครั้งบนเตาด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณ 3 นาทียกลง
ตักจากนั้นค่อยๆ ตักลงในแก้วคอกเทลใส ใส่ในตู้เย็นจนแข็งตัว
จัดผลไม้รวมพวกกีวี เชอรรี่ องุ่นไร้เมล็ด และแก้วมังกร เรดเคอเรนต์ จัดใก้สวยงาม
เติมยอดไฮโซด้วย mint 1 ใบ
ถ้าผมเปลี่ยนนมสดเป็นนมเปรี้ยวมันจะมีผลกะคนกินไหมครับ {หมีโหด}
แล้วนมสดนี่ใช่นมพร่องมันเนยหรือเปล่าครับ :08:
กำลังอยากจะถามเลย ว่าถ้ามีแซลม่อนรมควันอยู่จะเอาไปทำอะไรดี ได้ไอเดียแล้ว
ว่าแต่ ข้าวญี่ปุ่นเนี่ยถ้าไม่หุงได้มั้ย ไปซื้อแบบหุงแล้วเอาจากในร้านอาหารญี่ปุ่นพวกอากาเนะ เค้าจะขายรึเปล่า?
ไม่ขายครับ :01:
//ในที่สุด ตูก็ได้ตอบคำถามซะที
หุงข้าวเองเลยไม่ยากหรอก
แล้วค่อยทำน้ำซูชิมาราดข้าว
แนะนำ น้ำส้ม มิซูกัน ที่ ฟู๊ดแลนด์ 1 ขวด น้ำตาลครึ่งโล สาเกปริมาณจำไม่ได้เอาพอประมาณแล้วกันอย่าให้เมา (สาเกปรุงอาหารครับ) เคี่ยว ให้น้ำตาลละลาย แล้ว ตากพัดลมให้เย็น แค่นี้ก็จะได้ น้ำส้มซูชิ ไว้ตีรวมกับข้าวญี่ปุ่น แล้วครับ......
โถ ล่อให้ผสมทีเป็นกาละมังเลยเหรอ
ผมใช้สูตรนี้นะเชฟกรี
น้ำส้มมิตซูกัน สองช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 1-2 ช้อนโต๊ะ (แล้วแต่ว่าจะชอบหวานหรือเปล่า)
สาเกไม่ต้องก็ได้ (ไม่ใช่ไม่มีสาเกแล้วเอาเบียร์มาใส่แทนล่ะ เหม็นตายห้า)
ใส่แก้วแล้วคนๆๆๆ ผสมให้เข้ากัน
ราดบนข้าวสวยร้อนๆ 2 ถ้วย คลุกให้เข้ากัน แล้วพัดๆๆให้เย็นลงเร็วๆ
(ไม่รู้ทำไมต้องเร็วๆ แต่ถ้าเร็ว เราก็ได้กินเร็วขึ้น)
จริงๆเวลาทำ ผมทำ ทีละเยอะๆ :42: แล้วใส่ บุญี่ปุ่นลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความหอม....กลมกล่อม
อะไรคือ บุญี่ปุ่น ครับ
ผมเคยอ่านเจอว่าเค้าใส่สาหร่ายคมบุ ด้วยตอนตั้งไฟให้น้ำตาลละลาย
แต่ผมว่ามันเปลือง ก็เลยไม่ใส่ :42:
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 29 ธ.ค. 2006, 23:23 น.
อะไรคือ บุญี่ปุ่น ครับ
ผมเคยอ่านเจอว่าเค้าใส่สาหร่ายคมบุ ด้วยตอนตั้งไฟให้น้ำตาลละลาย
แต่ผมว่ามันเปลือง ก็เลยไม่ใส่ :42:
=
ขี้เกียจพิมพ์เห็นๆ
มีอีกหลายอย่างเลยครับ ที่คนข้างนอกเขาเรียกอีกอย่าง คนในร้านเรียกอีกอย่าง :42:
บางทีผมก็เรียก ชื่อเล่นจนลืมชื่อจริง :40:
เช่นอะไรบ้างครับที่มีชื่อเล่น :25a:
อยากมีความรู้เรื่อง ชีส ครับ วันนี้มีคนเอาให้กิน อร่อยดี
เมื่อวานต้มไข่ด้วยการใส่ในหม้อหุงข้าวครับ
ก่อนใส่ก็ล้างแล้วนะ เผื่อสกปรก
ทำไมพอปอกออกมาแล้วไข่ขาวมันเหลืองๆครับ?
เพราะสีเปลือกไข่มันตกค่ะ :22:
ปล. น้องกรี ป้าลองทำสลัดปูอัดคลุกไข่กุ้งด้วยล่ะ รสชาตพอใช้ เอาไว้ถ้าทำอีกจะถ่ายรูปมาให้ดูนะ
ว่าแต่ ข้าวญี่ปุ่นเนี่ย ซื้อยี่ห้อไรดีจ้ะ มันมีเม็ดใหญ่ๆกับเม็ดเล็กๆ ป้าเลือกไม่ถูก
(ซื้อที่โลตัส)
อยู่ที่ว่า ป้าชอบใหญ่ๆ หรือเล็กๆ
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 01 ม.ค. 2007, 12:41 น.
เมื่อวานต้มไข่ด้วยการใส่ในหม้อหุงข้าวครับ
ก่อนใส่ก็ล้างแล้วนะ เผื่อสกปรก
ทำไมพอปอกออกมาแล้วไข่ขาวมันเหลืองๆครับ?
เพราะมันสุขเกินไปรึเปล่าครับสีที่ออกมามันน่าจะออกมาจากไข่แดง :33:(มั่วครับ)
ถามอีก ถามอีก
ไข่กุ้งที่เห็นๆกันอยู่ ความจริงแล้ว มันไม่ใช่ไข่กุ้งใช่มะ? แล้วมันคืออะไร? ที่โลตัสมีหลายสีมาก เขียวอ่อน / ส้ม/ เหลือง
แล้วก็ปกติเห็นเค้าขายแต่ไข่กุ้ง ป้าอยากกินไข่แซลม่อลบ้างอ่ะ ...ซึ่งจริงๆมันก็ไม่ใช่ไข่แซลมอนใช่มั้ย? แล้วมันคืออะไร ขายที่ไหนบ้าง
อย่างป้าแป้งต้อง คาืวีอ้าร์ ครับ แพงและไฮโซ
หากระจู๋วิธีต้มไข่ในไมโครเวฟไม่เจอ :30:
ตูนี่ไร้สมรรถภาพทางครัวจริงๆ
งั้นขอถามตรงนี้เลยครับว่าถ้าผมจะต้มไข่ในไมโครเวฟนี่ต้องทำยังไงครับ :44:
มันระเบิดนะ
ถ้าเราแอบเจาะรูไข่เอาไว้สองถึงสามรู มันจะระเบิดไหมครับ
ปกติก็มีรูอยู่แล้วนิครับ :25:
ที่มันระเบิด เพราะคลื่นไมโครเวฟมันไปสั่นโมเลกุลของไข่ไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่ความดันซะหน่อย
เจาะรู จะต่างมั้ยอะ
แต่ถ้าตอกไข่ใส่มาม่า ไม่ระเบิดนะ
งง ละ :08:
เห็นไหมล่ะ มีคนไม่รู้เยอะแยะเลย :25:
เยสสส เยสสสสสส :25:
นอกจากไม่รู้แล้ว ตูยังไม่มี ไม่เคยใช้ไมโครเวฟด้วย :31:
น้องดาห์เคยเอารูปอุปกรณ์ต้มไข่ในไมโครเวฟมาโพสนะ
นี่ครับ
http://f0nt.com/forum/index.php?topic=3160.msg166507#msg166507
เลยไม่มีใครตอบเรื่องไข่กุ้ง กับไข่แซลมอนเลยอ่ะ :34:
ปล.ไม่กินคาเวียร์ สีมันน่ากลัว ราคายิ่งน่ากลัวกว่า
การต้มไข่ด้วยไมโครเวฟ
ให้ใช้ฟรอยด์มา ห่อไข่ที่ต้องการจะต้ม เพื่อ สะท้อนคลื่น
จากนั้นนำไข่ที่ห่อยัดใส่หม้อที่มีน้ำ ปิดฝาด้วย ใช้เวลาต้มประมาณ 5-6 นาที
เป็นอันใช้ได้ครับ :12:
เคยแต่ทำไข่ตุ๋นในไมโครเวฟ :10:
อ้างคำพูดจาก: daylight เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 12:31 น.
การต้มไข่ด้วยไมโครเวฟ
ให้ใช้ฟรอยด์มา ห่อไข่ที่ต้องการจะต้ม เพื่อ สะท้อนคลื่น
จากนั้นนำไข่ที่ห่อยัดใส่หม้อที่มีน้ำ ปิดฝาด้วย ใช้เวลาต้มประมาณ 5-6 นาที
เป็นอันใช้ได้ครับ :12:
หลักการี้ก็เป็นหลัการเดียวกับเครื่องต้มไข่ในไมโครเวฟครับ
คือไข่จะถูกห่อหุ้มด้วยโลหะเพื่อป้องกันคลื่นทะลุผ่านไข่
ความร้อนที่เกิดขึ้นจากการที่โมเลกุลของน้ำถูกเหนี่ยวนำให้หมุนจึงไม่เกิดขึ้นในไข่
แต่ไข่จะได้รับความร้อนจากน้ำที่แช่เอาไว้นั่นเอง
หลายคนแนะนำให้เอาฟลอย์ห่อไข่แบบนี้
แต่ตอนเรียนอาจาร์ยสั่งห้ามไม่ให้เอาโลหะเข้าเครื่องไมโครเวฟ
เนื่องจากมีโอกาสที่คลื่นมันจะถูกสะท้อนกลับไปโดนแหล่งกำเนิดคลื่น แล้วเครื่องมันก็จะเสีย
แต่ถึงกับมีตัวเครื่องต้มไข่ด้วยไมโครเวฟแล้ว มันก็น่าจะใช้ได้เนอะ
แต่อีเครื่องนี้ก็ใช้เวลาต้มตั้ง 8 นาทีกว่ามันจะสุก
ส่วนตู ต้มกับกะทะไฟฟ้าครับ
รู้สึกว่าอะไรที่ผ่านไมโครเวฟมันจืดชืด ไร้รสชาติว่ะ :41:
เคยกินครั้งหนึ่ง
คาวนิดหน่อยแต่ก็อร่อยดี :33:
อ้างคำพูดจาก: I_AM_SUD_YOD เมื่อ 06 ม.ค. 2007, 23:29 น.
หลักการี้ก็เป็นหลัการเดียวกับเครื่องต้มไข่ในไมโครเวฟครับ
คือไข่จะถูกห่อหุ้มด้วยโลหะเพื่อป้องกันคลื่นทะลุผ่านไข่
ความร้อนที่เกิดขึ้นจากการที่โมเลกุลของน้ำถูกเหนี่ยวนำให้หมุนจึงไม่เกิดขึ้นในไข่
แต่ไข่จะได้รับความร้อนจากน้ำที่แช่เอาไว้นั่นเอง
หลายคนแนะนำให้เอาฟลอย์ห่อไข่แบบนี้
แต่ตอนเรียนอาจาร์ยสั่งห้ามไม่ให้เอาโลหะเข้าเครื่องไมโครเวฟ
เนื่องจากมีโอกาสที่คลื่นมันจะถูกสะท้อนกลับไปโดนแหล่งกำเนิดคลื่น แล้วเครื่องมันก็จะเสีย
แต่ถึงกับมีตัวเครื่องต้มไข่ด้วยไมโครเวฟแล้ว มันก็น่าจะใช้ได้เนอะ
แต่อีเครื่องนี้ก็ใช้เวลาต้มตั้ง 8 นาทีกว่ามันจะสุก
ส่วนตู ต้มกับกะทะไฟฟ้าครับ
รู้สึกว่าอะไรที่ผ่านไมโครเวฟมันจืดชืด ไร้รสชาติว่ะ :41:
เราสามารถแก้ปัญหานี้โดยใช้กระดาษฟลอยด์ ที่มีด้านหนึ่งเป็นกระดาษ
อีกด้านเป็นเงาๆห่อ โดยให้ ด้านที่เป็นกระดาษอยู่ด้านนอกไข่ครับ
แล้วเอาด้านที่เป็นเงาๆ อยู่ข้างในไข่ :44:
อ้างคำพูดจาก: daylight เมื่อ 07 ม.ค. 2007, 00:36 น.
เราสามารถแก้ปัญหานี้โดยใช้กระดาษฟลอยด์ ที่มีด้านหนึ่งเป็นกระดาษ
อีกด้านเป็นเงาๆห่อ โดยให้ ด้านที่เป็นกระดาษอยู่ด้านนอกไข่ครับ
อำรึเปล่าเนี่ย :38:
ตามหลักการที่ตูบอกไป คลื่นมันก็ทะลุกระดาษไปยังแหล่งกำเนิดคลื่นได้อยู่ดี :09:
อ้างคำพูดจาก: I_AM_SUD_YOD เมื่อ 08 ม.ค. 2007, 20:13 น.
อำรึเปล่าเนี่ย :38:
ตามหลักการที่ตูบอกไป คลื่นมันก็ทะลุกระดาษไปยังแหล่งกำเนิดคลื่นได้อยู่ดี :09:
ไม่รู้หลักการครับ แต่เคยมีคนบอกมาครับ
เคยเอาอลูมีเนียมฟอยล์เข้าไมโครเวฟ
ไฟมันลุกแฮะ ก็เลยเข็ด
มันเป็นแค่ประกายไฟแว๊บๆ เท่านั้นแหละ แว๊บๆน่ะ สวยดีนะ ลองดู :42:
น่ากลัวเกินไป มันดังเปรี๊ยะๆ ด้วยนะ
เคยเอากาน้ำชาใส่เข้าไปด้วยความขี้เกียด
วันนี้ไปเดินเล่นที่ lotus ก็เลยไปเดินเปิดดูไมโครเวฟ
เค้าเขียนว่า "คำเตือน : ห้ามเอาวัสดุที่เป็นโลหะเข้าเครื่องไมโครเวฟ"
มันเป็นแค่คำเตือนน่ะ ไม่ใช่กฏ แสดงว่าทำได้
ว่าแต่ช่วงนี้ไอ้กรีมันหายไปเลยนะ :42:
:42: ตาจักกรีก็ยังอยู่นิ๊ตั้ม
ตาผมเข้าโรงพยาบาล
ปล. อันนี้จริงๆ :39:
:34: ไม่ได้จู๋ตลกนะคะเนี่ยะ
ไม่ตลกนะ แม่โทรมาว่าตา ไตวาย :16:
:42: แค่บอกเฉย ๆว่าคุณจักรียังอยู่
:42:
เอาละครับ ...ถามพี่ตั้ม ครับ ไปเที่ยวสนุกมั้ย ......?
แล้ว โชว์ฝีมือการทำอาหารอะไรบ้างในระหว่างทัวร์......สมองโล่งสบายคงได้ ไอเดียอาหารเด็ดๆ มาบ้างใช่มั้ยละ ...เล่าให้ฟังหน่อย
สำครับคำตอบ เอ้จัดการแตกหน่อไปแล้ว :12:
http://f0nt.com/forum/index.php?topic=8694.0
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 11:53 น.
หากระจู๋วิธีต้มไข่ในไมโครเวฟไม่เจอ :30:
ตูนี่ไร้สมรรถภาพทางครัวจริงๆ
งั้นขอถามตรงนี้เลยครับว่าถ้าผมจะต้มไข่ในไมโครเวฟนี่ต้องทำยังไงครับ :44:
ขายที่ต้มไข่มือสองค่ะ :42:
ตั้งแต่ซื้อมา ต้มโชว์ครั้งนึง แล้วก็ว่างๆต้มกินอีกแค่สองครั้ง :39:(แม่ได้ยินคงภูมิใจ)
เซเว่นที่นี่ไม่มีไข่ขาย :23:
มีฝรั่งแถวนี้บอกว่า ให้ใช้น้ำมันมะกอกแทนเนย
เพราะน้ำมันมะกอก มีแต่ประโยชน์ไม่มีโทษ
จริงหรือเปล่าครับ
ป.ล. มันพยายามอธิบายเรื่อง Poly-Unsaturated oil กับ Mono-Unsaturated oil
แล้วก็ Saturated oil แต่ตูโคตรงงเลย อะไร bondๆ ต่อกันงงไปหมด :05: :30:
จับใจความว่า น้ำมันมะกอก โดยเฉพาะ Virgin Olive oil จะดีที่สุด
เคยเข้าใจหลานผิด คิดว่าน้ำมันมะกอก = น้ำมันถั่วเหลือง เพราะ ไม่กอก ไม่เป็นไข :44:
:09: งงไป 5 วิ...
มีทั้ง มะกอก มะขาม แล้วมันจะมี มะั อะไรอีกฟะเนี่ย ... :30: :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 16 ม.ค. 2007, 10:30 น.
มีฝรั่งแถวนี้บอกว่า ให้ใช้น้ำมันมะกอกแทนเนย
เพราะน้ำมันมะกอก มีแต่ประโยชน์ไม่มีโทษ
จริงหรือเปล่าครับ
ป.ล. มันพยายามอธิบายเรื่อง Poly-Unsaturated oil กับ Mono-Unsaturated oil
แล้วก็ Saturated oil แต่ตูโคตรงงเลย อะไร bondๆ ต่อกันงงไปหมด :05: :30:
จับใจความว่า น้ำมันมะกอก โดยเฉพาะ Virgin Olive oil จะดีที่สุด
น่าจะพูดถึงไขมันอิ่มตัวกับไขมันไม่อิ่มตัวนะคะ เนยทำมาจากกรดไขมันไม่อิ่มตัว คือ อะตอมคาร์บอนบางช่วงจับกันด้วยพันธะคู่ แล้วไอ้มนุษย์ไหนไม่รู้เอาไปเติมอะตอมไฮโดรเจน ทำให้มันอิ่มตัว และกลายเป็นเนยเทียม :08:
ทีนี้พอมันเป็นไขมันอิ่มตัว ถ้าเรากินเข้าไปมากๆ ปั๊บ มันก็จะไปเพิ่มการสร้างคอเรสเทอรอลที่ตับ โดยเฉพาะชนิดเลว ซึ่งจะไปเกาะตามผนังหลอดเลือด ประมาณนี้ :42:
ลองไปดูhttp://gotoknow.org/blog/health2you/42196
ส่วนนี่น้ำมันมะกอกhttp://gotoknow.org/blog/health2you/68565
หรือนี่ http://www.google.com/search?hl=en&lr=&client=firefox-a&channel=s&rls=org.mozilla%3Aen-US%3Aofficial&q=%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7+LDL&btnG=Search
อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 16 ม.ค. 2007, 10:30 น.
มีฝรั่งแถวนี้บอกว่า ให้ใช้น้ำมันมะกอกแทนเนย
เพราะน้ำมันมะกอก มีแต่ประโยชน์ไม่มีโทษ
จริงหรือเปล่าครับ
ป.ล. มันพยายามอธิบายเรื่อง Poly-Unsaturated oil กับ Mono-Unsaturated oil
แล้วก็ Saturated oil แต่ตูโคตรงงเลย อะไร bondๆ ต่อกันงงไปหมด :05: :30:
จับใจความว่า น้ำมันมะกอก โดยเฉพาะ Virgin Olive oil จะดีที่สุด
ก็จริงของมันครับว่าน้ำมันมะกอก (olive oil) เป็นน้ำมันที่ดีในแง่ของน้ำมันเพื่อสุขภาพ
แต่น้ำมันมะกอกที่ดีกว่านั้นคือ extra vergin olive oil แบบ sieve ด้วยความเย็น
วิตามิน กลิ่นรส รงควัตถุยังอยู่ครบ เค้าจะเคลมข้างขวดว่า rich and fruity เนื่องจากหอมมากๆ :22:
(ในโลตัสมีขายของ bertolli น้ำมันจะออกสีเขียวเล็กน้อย)
สำหรับตู น้ำมันมะกอกไม่ใช่น้ำมันที่ดีในแง่ของราคา เนื่องจากความแพงของมัน
จริงๆแล้วตามความคิดตู มองในแง่ของความอิ่มตัว ไม่อิ่มตัว ที่จะส่งผลต่อร่างกาย ทานเป็นน้ำมันดอกทานตะวัน หรือน้ำมันรำข้าว ก็โอแล้วนะ (ฐานะอย่างเราๆ)
น้ำมันดี หรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับ function หรือการนำไปใช้ได้ของมันต่างหาก
เอาไปใช้แทนเนยทำอะไรล่ะ ทำขนมปังก็ไม่ได้ ทำได้ก็แค่เอาไปผัดหรือทอดแบบ grilled กับกระทะเท่านั้นล่ะ ดีไม่ดีทาไปทามา ไหม้ได้สารก่อมะเร็งมาเท่าๆ กัน
กินไปเห้อออออ สำหรับตูถือว่าไม่ significant นะ ถ้ากินไม่มาก
ประเด็นน้ำมันนี่เคยคุยกับหมอแมวแล้วในกระจู๋
นมบูด :12: ที่นี่
http://f0nt.com/forum/index.php?topic=7263.75 ลองไล่อ่านดูนะ
ส่วนที่ BOOK พูดถึงการเติม H อะตอมให้ไขมันอิ่มตัว ในวงการอาหารเราเรียกมันว่า TRANS FAT น่ะ (ลองดูซองขนมนำเข้าพวกล็อกเกอร์จะเขียนแล้วว่า NO TRANS FAT) เรื่องนี้จะอธิบายแบบพ่อบ้านอธิบายให้แม่บ้านฟังแล้วกันนะ จะได้ไม่งง :30:
ตอบแบบสั้นๆโครงสร้างของน้ำมันพืชส่วนมากจะเป็นน้ำมันแบบไม่อิ่มตัว การเติมไดรเจนอะตอมในสายของน้ำมันหนักขึ้น และจะมีแนวโน้มเป็นไขในอุณหภูมิปกติมากขึ้นนั่นเอง สามารถกำหนดได้ว่าแข็งที่อุณหภูมิไหน ละลายที่อุณหภูมิไหน คลับคล้ายคลับคลาแล้วใช่มั๊ยครับว่าเค้าเอาไปทำอะไร ใช่ครับ
ละลายในปาก แต่ไม่ละลายในมือ ใช้เทคนิคนี้นี่เอง
ตอบแบบยาวๆ เอาง่ายๆว่าโดยปกติคนเรา (พวกที่กินเพื่ออยู่) มักจะหลีกเลี่ยงการทานไขมันที่มาจากสัตว์กันอยู่แล้ว เพราะเป็นไขมันที่มีความอิ่มตัวสูง ซึ่งจะไปทำให้ร่างกายมีแนวโน้มที่จะสร้าง LDL (LOW DENSITY LYPOPROTEIN) หรือเป็นว่าคอเรสโตรอลชนิดเลว คอเรสโตรอลชนิดเลวนี้จะทำให้ร่างกายมีความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว
TRANS FATTY ACID หรือ TRANS FAT แปลเป็นไทยว่ากรดไขมันที่มีโครงสร้างแบบทรานส์ ซึ่งจะพบโครงสร้างแบบนี้ได้เล็กน้อยในในน้ำมันที่ได้จากสัตว์
TRANS FAT เกิดจากการเปลี่ยนรูปแบบของน้ำมันที่ถูกแปรสภาพจากของเหลวเป็นของแข็ง การแปรสภาพนี้สามารถทำได้โดย ปฏิกิริยาที่เรียกว่าไฮโดรจิเนชั่น (Hydrogenation) หรือการเติมไฮโดรเจน (Hydrogen) ลงไปในน้ำมัน การเติมไฮโดรเจนในน้ำมันลักษณะนี้ช่วยให้น้ำมันมีแนวโน้มที่จะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้องมากขึ้น
ซึ่งในปัจจุบันเราใช้ประโยชน์จากปฏิกิริยาที่เรียกว่าไฮโดรจิเนชั่น (Hydrogenation) นี้เพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มเนยเทียม (MAGARINE) หรือ SHORTENING ต่างๆ เทคนิคนี้ใช้ประโยชน์ในการควบคุมอุณหภูมิที่ไขมันจะละลาย ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมขนมหวานบางอย่างที่สามารถกำหนดเฉพาะลงไปเลยว่า ให้ขนมละลายในปาก (อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส) แต่ไม่ให้ละลายในมือ และในทุกอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นขนม ขนมปัง หรือขนมประเภทอื่นๆ ล้วนเกี่ยวข้องกับมาการีน และ SHOTTENING ทั้งนั้น
ซึ่งเจ้า TRANS FAT ก็เก่งล้ำ เพราะมีความสามารถเหมือนกับไขมันอิ่มตัวตอนนี้เริ่มเห็หน้าแม่บ้านงงกันเป็นแถบๆ
จุใจมั๊ย
ถามวิชาการก็ตอบแบบวิชาการ :43:
อ๊ะ เกือบลืม +1 BOOK ค่าช่วยตอบ :40:
ตอบอย่างสั้นๆได้อีกแบบครับ
ของมันๆถ้ากินมาก ไม่ว่าจะน้ำมันมะกอก หรือน้ำมันถั่วเหลือง ก็ไม่ดีทั้งนั้น
เคยเห็นคนเป็นเบาหวานไขมัน ลุงแกเล่นเทน้ำมันมะกอกกินวันละสองเป๊ก :07:
แอ๊รรรรรรยย หมอแมวเข้ามาดูด้วย :45:
ปล. ในนี้กระจู่รู้ลึกครับหมอ ต้องตอบลึกๆ ถึงจะถึงใจ :42:
งั้น รบกวนเอาชื่อผมออกจากหัวข้อกระจุ๋ ทีเถอะ ตูไม่เห้นรู้อะไร เลยครับพี่ :48:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 16 ม.ค. 2007, 22:14 น.
งั้น รบกวนเอาชื่อผมออกจากหัวข้อกระจุ๋ ทีเถอะ ตูไม่เห้นรู้อะไร เลยครับพี่ :48:
ในฐานะเชฟไง เชฟกะทะเหล็กญี่ปุ่น จักกุเร้คุง :30:
ตกลง จะทำตัวเป็นกุ๊กที่ดี เชิญมีเชฟ ว่ามาเลยฮะ จะให้ตำหอม ตำกระเทียม คั่วพริก เช็ดกระทะ ล้างผัก อะไร ก็แล้วแต่จะสั่งมา เพราะปัจจุบัน ตูก็ ทำแต่อย่างนี้ตลอด :16: ......
เมื่อก่อน อยุ่ร้าน เป็นกุ๊ก ทำอาหารดูโก้หรู..........กลับบ้านมา ต้องมาคอยเป็นผู้ช่วยกุ๊ก เพราะ แม่ จะเป็นคนทำตลอด "แม่ครับให้ผมทำบ้างนะครับ เจียวไข่ก็ยังดี :05:"
แล้วฝีมือแม่พี่เป็นไงมั่งครับ :22:
ปล. อยากกลับบ้านกินข้าวฝีมือแม่ :33:
ห่วยแตกครับ {หมีโหด}
บอกแบบนี้เสมอกับคนอื่น เพราะตูจะได้กินคนเดีนว สบายแฮ......... :33:
:30: เชฟจักรีตกงาน กลายเป็นผู้ช่วยกุ๊ก
+1 พี่ตั้มข้อหาของจริง ตอบให้ตาสีตาสาเข้าใจได้ดีกว่าตูเยอะเลย :05:
โห สุดยอด :12:
ขอบคุณมากครับ :46:
ผมลองเอา น้ำมันมะกอก ราดขนมปัง
แทนการทาเนย อร่อยโคตรๆ เลยครับ :12: หอมมาก
(ไอ้ฝรั่งคนเดิมนั่นแหละ มันสอน มันบอกว่า คนอิตาลี
หรือ คนในประเทศแถบเมอดิเตอร์เรเนียน เค้ากินอย่างนี้กัน)
แต่เสียอย่างเดียว Extra Virgin Olive Oil
โคตรแพง อย่างแถวนี้ ขวดนึงขนาดแค่ประมาณ 500 ml
ก็ปาไปจะ สิบปอนด์ แล้ว :41:
อ้างคำพูดจาก: B••k เมื่อ 16 ม.ค. 2007, 22:29 น.
:30: เชฟจักรีตกงาน กลายเป็นผู้ช่วยกุ๊ก
+1 พี่ตั้มข้อหาของจริง ตอบให้ตาสีตาสาเข้าใจได้ดีกว่าตูเยอะเลย :05:
ตูล้างผักสะอาด นะว้อยยยยย
:11:
น้ำมันมะกอกสำหรับผม น้ำมันมะกอกช่วยได้ เวลา เส้นผมแตกปลาย และขาแตกหน้าหนาว ส่วนทำอาหารเหรอ บรื้อๆๆ สู้ราคาไม่ไหว บอกผ่าน ~~
กินหนมปังเปล่าดีกว่า :08:
ถามเพิ่มอีกข้อ สงสัยที่เชฟจักรีบอกว่า น้ำมันมะกอกที่เอามาหมักผม กับทาขาเนี่ย
มันชนิดเดียวกันกับที่เอามากินหรือเปล่า :09:
เรียนเชิญพี่ตั้มครับ ........... ผมก็อยากรู้เหมือนกัน.....
จะได้ เอาที่ ทาขาไปทำอาหารซะทีเดินห้างทีไร อยากจะซื้อที่เขาบอกว่าเอาไว้ทำอาหาร มาซํกครั้ง แต่แพงชิป เลยไม่กล้าเดินไปดู ว่ามันมีส่วนผสมไรบ้าง ...............
อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 16 ม.ค. 2007, 22:39 น.
ถามเพิ่มอีกข้อ สงสัยที่เชฟจักรีบอกว่า น้ำมันมะกอกที่เอามาหมักผม กับทาขาเนี่ย
มันชนิดเดียวกันกับที่เอามากินหรือเปล่า :09:
หมายถึงขวดเล็กๆ เหลืองๆ ขวดละ 10 บาท ใช่มั๊ย
จริงๆแล้วตูเองก็ไม่แน่ใจว่ามันใช่น้ำมันมะกอกจริงรึเปล่าด้วยซ้ำ เพราะกลิ่นที่ดมดูสังเคราะห์มากๆ (เหมือนจะ add กลิ่นลงไป)
แต่เท่าที่ดูก็น่าจะเป็นน้ำมันมะกอกแท้ แต่ความบริสุทธิ์ในการกลั่นอาจต่างกับเกรดที่สามารถทานได้
สรุปว่าแนะนำให้ใช้น้ำมันมะกอกที่ใช้ทาน ในการหมักผมได้
แต่ทาขาเนี่ย ตูแนะนำโลชั่นว่ะ :30:อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 16 ม.ค. 2007, 22:33 น.
ผมลองเอา น้ำมันมะกอก ราดขนมปัง
แทนการทาเนย อร่อยโคตรๆ เลยครับ :12: หอมมาก
(ไอ้ฝรั่งคนเดิมนั่นแหละ มันสอน มันบอกว่า คนอิตาลี
หรือ คนในประเทศแถบเมอดิเตอร์เรเนียน เค้ากินอย่างนี้กัน)
แต่เสียอย่างเดียว Extra Virgin Olive Oil
โคตรแพง อย่างแถวนี้ ขวดนึงขนาดแค่ประมาณ 500 ml
ก็ปาไปจะ สิบปอนด์ แล้ว :41:
อยู่ที่ไหนครับเนี่ย :42: แล้วไอ้ฝรั่งคนนั้นมันเป้นใครวะ เอามาราดขนมปังแทนเนยเนี่ยนะ (ไม่เคยได้ยิน) แล้วทำไมน้ำมันที่นั่นราคาแพงโครตๆ
ในไทยที่ว่าแพงแล้ว และนำเข้าจากอิตาลีมาทั้งขวดแก้ว 500 ml ก็เพิ่ง 400 บาทเอง
10 ปอนด์นี่เกือบ 800 แพงว่ะ :39: สงสัยจะคั้นด้วยมือ :30:อ้างคำพูดจาก: B••k เมื่อ 16 ม.ค. 2007, 22:29 น.
:30: เชฟจักรีตกงาน กลายเป็นผู้ช่วยกุ๊ก
+1 พี่ตั้มข้อหาของจริง ตอบให้ตาสีตาสาเข้าใจได้ดีกว่าตูเยอะเลย :05:
:22:
ไอ้กรีน่ะมันไอ้หนูซูชิ ไม่เชื่อลองกลับไปอ่านสิ สุดยอดมากๆ
อ้างคำพูดจาก: I_AM_SUD_YOD เมื่อ 16 ม.ค. 2007, 22:49 น.
อยู่ที่ไหนครับเนี่ย :42: แล้วไอ้ฝรั่งคนนั้นมันเป้นใครวะ เอามาราดขนมปังแทนเนยเนี่ยนะ (ไม่เคยได้ยิน) แล้วทำไมน้ำมันที่นั่นราคาแพงโครตๆ
ในไทยที่ว่าแพงแล้ว และนำเข้าจากอิตาลีมาทั้งขวดแก้ว 500 ml ก็เพิ่ง 400 บาทเอง
10 ปอนด์นี่เกือบ 800 แพงว่ะ :39: สงสัยจะคั้นด้วยมือ :30:
อยู่อังกฤษครับ
ไอ้ฝรั่งคนที่ว่า มันเป็นเชฟครับ มันออกทีวีรายการของ บีบีซี
ทำอาหารน่ากินมาก
แต่เอาน้ำมันมะกอกมาราดขนมปังแทนเนยนี่
คลับคล้ายคลับคลา ว่าเห็นในหนังอยู่สองสามเรื่องนะ
แต่นึกไม่ออกว่าเรื่องอะไร :08:
เรื่องราคาเนี่ยไม่ต้องตกใจไป ที่อังกฤษไม่มีอะไรถูกครับ
นอกจากค่าแรงของคนไทย :05:
ผมว่าอาจเป็นเพราะรวม VAT ด้วยแหละครับ
VAT ที่นี่ 17.5 % :41:
เชฟจักรีครับ ผมมีอะไรจะถามเชฟจักรีครับ ยำสาหร่ายเย็นทำอย่างไรครับ ทำยากไหมครับ :09:
อ้างคำพูดจาก: ชายคลอง เมื่อ 17 ม.ค. 2007, 10:31 น.
เชฟจักรีครับ ผมมีอะไรจะถามเชฟจักรีครับ ยำสาหร่ายเย็นทำอย่างไรครับ ทำยากไหมครับ :09:
ไม่ยากครับ ถึงผมไม่ใช่เชฟ ลองแวะไปโออิชิ หรือ ฟูจิ ก็มี ง่ายมากครับ :45:
อ้างคำพูดจาก: -ae- เมื่อ 17 ม.ค. 2007, 10:39 น.
ไม่ยากครับ ถึงผมไม่ใช่เชฟ ลองแวะไปโออิชิ หรือ ฟูจิ ก็มี ง่ายมากครับ :45:
ก็แวะไปแต่ละทีหมดไปพันกว่าบาทบ้าง สองพันบ้าง จนกันพอดีครับ :11:
แต่ไอ้เจ้าน้ำมันมะกอกราดขนมปังนี่ ผมเคยกินนะ :08: พ่อชอบกินอาหารเมดิเตอร์เรเนียน
เชฟจักรีทำอาหารเก่งไหมไม่รู้นะ แต่พอมียศอยู่ข้างหน้า ดูมีราศีสุดยอดเลย :46:
เหมือน เป็น แค่ จ่า มีคนมาเรียกว่า หมวด มันก็ดูเท่ ไปอีกแบบ แหละครับ ป้า
ยำ สาหร่าย Chuka Wakame
มันก็แล้วแต่สูตรร้านใครร้านมัน น่ะนะครับ ที่สำคัญต้อง ใช้ wakame สด ไม่ใช่แห้ง
หั่นฟอย ใส่เครื่อง เช่นพริกแดงหั่น นิดหน่อย น้ำซารุ งา ด้วยก็ได้ คลุกแล้ว ทิ้งเอาไว้สักหน่อย มัดใส่ถุง
แช่ตู้เย็นไว้สักครู่ เอาออกมา วู้วววว.... ยำสาหร่ายเย็น.... แค่นี้ก็เป็นยำสาหร่าย ได้แล้ว ครับ......
เวลา ผมทำ เขาจะมีสำเร็จรูปมาเลย คือยำทุกอย่างจะใส่เครื่องยำเหมือนกัน เป๊ะ!! ไม่ว่าจะเป็น สาหร่าย
,ลูกปลาหมึกยักษ์ , หูฉลามหั่นฝอย ,hotate ด้วย ... แต่เวลา วัตถุดิบหมด ลุกค้า สั่งก็ต้อง เข้าไปทำเอง
สูตรก็ อย่างที่บอกนั่นแหละครับ....
ขอบคุณครับ บวกให้ค่าเหนื่อย สงสัยไปซื้อเขากินแบบเดิมสะดวกกว่า :33:
รบกวนถามเชฟจักรี หน่อยนะครับ
ว่า หัวไชเท้า หั่นซอย ที่กินแกล้มกับ ซาซิมินี่
ปกติเค้าทำกันยังไง
ใช้เครื่องขูดหรือเปล่าครับ
แล้วต้องเอาหัวไชเท้าไปทำอะไรก่อนหรือเปล่า
เห็นเพื่อนบอกว่า เค้าปอกหัวไชเท้า วนๆ ออกมาเป็นแผ่นบางๆ
แล้วซอยบางๆ เป็นเส้นอีกที :18:
ใช้ มีด คมๆ ย้ำ ต้องคมๆด้วยนะ เอาไม้ จิ้มฟัง เสียมเข้าไป สองที่ คือตรงโคนมีด กับ ปลายมีด
คงไม่ต้องปลายมีดมากนะ กะให้พอดีกับความยาวของหัวไช้เท้า อ่ะนะ เอามือ ข้างนึงค่อยๆลูด
หัวไช้เท้าให้หมุนไปเรื่อยที่เขียง ในขนะที่มือข้างหนึ่งค่อยๆ ประคองมีดให้สไลด์ เปลือกออกบางๆ
แล้วก้ ค่อยหมุนหัวไช้เท้าไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมด จะได้ ไช้เท้าแผ่น บางๆ จะบางมากบางน้อยขึ้นอยุ่
กับ ว่าเรากดมีดหนักหรือเบา ด้วย (ไม่รุ้จะอธิบายอย่างไรถึงจะเห็นภาพ)
จากนั้นก็ ค่อยๆเอามาซอย ให้เป็นเส้นๆได้ ง่ายๆ เพิ่มเติมเวลาซอยแล้ว ให้แชน้ำแข็งไว้
ยิ่งนานยิ่งดี แล้วล้างด้วยน้ำเย็นๆ ยิ่งเย็นมากๆยิ่งดี แล้วก้แชน้ำแข็ง ต่อ ยิ่งแช่ไว้นานเท่าไร เส้น
ไช้เท้าก้จะยิ่งใส ขึ้นและกรอบมากขึ้นเท่านั้นด้วยครับ
ฟังดูยากโคตรเลยนะครับ :05:
เมื่อกี้พยายามจะลองทำดู
หัวไชเท้าแฉลบ มีดจะเฉาะมือเอา :05:
เลยเลิกดีกว่า :30:
ป.ล. สงสัยต้องไปดู ตามร้านอาหารญี่ปุ่น
(ว่าแล้ว ตูลองไปสมัครงานร้านญี่ปุ่นดูดีกว่า
เผื่อว่าจะเจอ เด็กเสิร์ฟ ญี่ปุ่นบ้าง :04:)
:34:แหม
แต่ได้ก็ดีดิเนอะ :33:
เชฟจักรีดูดีมีราศีมากเลยกระทู้นี้ :21:
:34:
ขออนุญาติปั่นหน่อยเหอะ อยากใช้อิแมะตัวนี้เหลือเกิน..
เรียกเทพจักรีแทนละกัน
ลุงเอ๊ย เป็นเทพแล้วเน้อ :42:
เทพที่ไม่ใส่ถุงเท้าอะนะ
ที่ไม่ชอบอาบน้ำน่ะแหละ
:01: กระจึ๋ย กระจึ๋ย ....... :01:
ตึงโป๊ะ ผ่าง!!! ผ่าง !! จ๊าก !! จ๊าก!!
เจ้ย ................
:01:
กระดิกหนังหัวด้วย
ที่ทำน้ำข้าวกล้องแล้วเจ๊งน่ะ
เฮ้ย!! อยากรุ้ไร ถามเด่......... :07:
หญิงรุ้ ชายรุ้ ................. :26:
สองตัวงวดหน้าครับ ท่านกรี :17:
สองตัวงวดหน้า ไม่อร่อยหรอกครับ ลอง ไปซื้อ ตามเซเว่นดูซิครับ :01:
เชฟจักกรี เราจะทอดไข่ดาวกับไข่เจียวยังไงให้อร่อยคะ
ชอบไข่ดาวแบบกรอบๆ ไข่แดงสุกและไม่อมน้ำมัน
ชอบไข่เจียวแบบขอบกรอบกลางนิ่ม ไม่อมน้ำมันเช่นกัน
ใส่หมูสับยิ่งดี
ปล ทอดทีไร ไข่ดำทุกที {หมีโหด}จริงๆ
ชอบไข่ดาวที่เหลืองกรอบทั้งสองด้าน แต่ไข่แดงไม่สุกอ่ะค่ะ
สั่งที่ร้านอาหารตามสั่งทีไรแม่ค้ามองหน้าทุกที แถมทำไข่แดงสุกให้อีกต่างหาก :23:
แม่ค้าคงกลัวว่ากินแล้วเป็นหวัด จะมาโทษแม่ค้า :42:
อ้างคำพูดจาก: slaveofann เมื่อ 19 ม.ค. 2007, 16:09 น.
เชฟจักกรี เราจะทอดไข่ดาวกับไข่เจียวยังไงให้อร่อยคะ
ชอบไข่ดาวแบบกรอบๆ ไข่แดงสุกและไม่อมน้ำมัน
ชอบไข่เจียวแบบขอบกรอบกลางนิ่ม ไม่อมน้ำมันเช่นกัน
ใส่หมูสับยิ่งดี
ปล ทอดทีไร ไข่ดำทุกที {หมีโหด}จริงๆ
ทอดไข่อย่างไรให้อร่อย น่ะเหรอครับ ....... คงไม่ต้องบอก วิธีการตั้งกระทะนะครับ เดี๋ยวจะฮากันขี้แตก
- เจียวไข่เหลืองกรอบ ก็ ต้องตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อนจัด ชู่ชู่~~ ตีไข่ ให้ ขึ้นฟอง แล้วตีนานๆจน ฟองอากาศหาย หรือไม่ก็ตักออก เทไข่ ลงไปในกระทะที่ร้อนๆนั่นแหละ เท เสร็จแล้ว กลับด้านทันที
พอกลับด้านไข่ เสร็จเอาขึ้นเลย พอเอาขึ้นเสร็จ กิน เลย ครับ จะได้กินไข่ ร้อนๆ ฟูๆ
แต่อยาก ให้กรอบกว่านี้ทิ้งไว้ ซักแป๊ปก็ได้...... รสชาติ ไข่เป้ด กับไข่ไก่ ก็ต่างกันนะ อยากกิน แบบไหน เลือกไข่ก่อน.....แล้วกัน
-ส่วนไข่ดาว อยากได้ แบบยางมะ
ตอยตูม ก้ ตั้งไฟอ่อนๆ เทไข่ให้ได้รูป แล้วก็พลิก กรณี ต้องการ
เหลืองสองด้าน น่ะนะ แล้วก็เอาขึ้นทันที .... โอเค แล้วนะ บอกไปแล้ว ทำเมือไรโทรชวนไปกินด้วยละ..... :39:
............................... ............................... .....................
พี่แจคครี่มากินไข่เจียวเค้ามั้ย :25:
แล้วเราจะดูไงว่ามันสุกละเชฟจักรี คือทำกับข้าวไม่เป็นนะ
ยิ่งใส่หมูสับลงไปด้วย บางทีเอาขึ้นมาไข่สุกหมูไม่สุกนะเซ่ :16:
ถ้าใส่หมุสับ คงต้อง เบาไฟ อะครับ สับหมุใหละเอียด พยายามเทหมูลงไปก่อน ใช้ตะหลิวเกลี่ยหมู
ให้กระจายออก อย่าให้จับตัวกัน เดี๋ยวจะไม่สุกเอา แล้วค่อยเทไข่ที่เหลือลงไป เปิดไฟใส่หมวกพอดีๆ
ไม่ต้องแรงครับ แล้วค่อยกลับด้าน เบาไฟ เอาให้ไข่เหลืองๆ ถ้ากลัวไหม้ก็ ใช้ไฟเบาๆทอดนานๆ ตลอดกาลแสดง เลยก็ได้ครับ..... :42:
รักเชฟจักรีก็จากกระทู้นี้แหละนะ
:27:
ผมก็ไม่ได้มีความรุ้ในการเจียวไข่ ดาวไข่ เป็นพิเศษกว่าคนอื่นหรอกครับ เชื่อว่า ถามใครใครก็ตอบได้
แต่ระยะนี้ ผม เจียวกิน ทุกวันเท่านั้นเอง ................
มันเป้นงานในครัวอีกอย่างหนึ่ง ที่ผมทำ ในบรรดา หลายสิบงาน รวมทั้ง ล้างจานกับล้างผักด้วย.. :08:
(+2) อธิบายซะน่าหัดทำมั่ง
เออ ตูทอดไม่เป็นจริงๆ นะ
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 19 ม.ค. 2007, 18:57 น.
:27:
ผมก็ไม่ได้มีความรุ้ในการเจียวไข่ ดาวไข่ เป็นพิเศษกว่าคนอื่นหรอกครับ เชื่อว่า ถามใครใครก็ตอบได้
แต่ระยะนี้ ผม เจียวกิน ทุกวันเท่านั้นเอง ................
มันเป้นงานในครัวอีกอย่างหนึ่ง ที่ผมทำ ในบรรดา หลายสิบงาน รวมทั้ง ล้างจานกับล้างผักด้วย.. :08:
เชฟไม่รู้อะไร ไข่เจียวอ่ะ เหมือนของง่ายนะ แต่หาคนทำแล้วอร่อยยาก
ขอบไข่เจียวที่ใส่ใบโหระพา ทอดให้กรอบๆ อร่อยนะ :33:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้โต เมื่อ 20 ม.ค. 2007, 02:09 น.
ขอบไข่เจียวที่ใส่ใบโหระพา ทอดให้กรอบๆ อร่อยนะ :33:
น้ำยายไหย ยิ่งถ้ามีซอสภูเขาทองด้วยนะ :18: :18: :18:
อร่อยของใครละครับ ...... คนทำอาหารที่ดี ต้องฉลาดที่จะเลือกทำให้ถูกปากคนส่วนใหญ่ ....
บางคน ชอบไข่ไก่เจียว บางคนชอบไข่เป้ดเจียว บางคน ชอบเค็มๆกินกับข้าวแล้วรสชาดพอดี ...บางคนชอบจืดๆ อยากกินกับซอส บางคน ชอบกินกับแฟน เอ๊ะ!!?? อันนี้ไม่เกี่ยว
เห็นมั้ยครับ ลิ้นใครลิ้นมันจริงๆ
ถ้า ไข่ไม่ตกอยู่ในมือคนทำอาหารที่ห่วยแตกแหกโค้งจริงๆแล้วละก็ ผมว่า ทำอย่างไรก็อร่อยนะ ..ถ้าไม่พลาดทำอันนู้นอันนี้หก ใส่นะ :43:
...
ตูชอบ กระเจี๊ยวเทียม
ทะเกียมเชียว :07:
ไข่เจียวใส่พริกไทยไปนิดนึงก็อร่อยดีนะ :25:
มันอยุ่ที่เราชอบ นะ
ปกติเลย ผมใส่แต่น้ำปลากับซอส เยอะนิดๆ เท่านั้นแหละ ถ้าวันไหนอารมณ์ครึ้มก็ใส่ผงชูรสลงไปด้วยนิดนึง :40:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 20 ม.ค. 2007, 02:54 น.
มันอยุ่ที่เราชอบ นะ
ปกติเลย ผมใส่แต่น้ำปลากับซอส เยอะนิดๆ เท่านั้นแหละ ถ้าวันไหนอารมณ์ครึ้มก็ใส่ผงชูรสลงไปด้วยนิดนึง :40:
ตกลงว่าใส่เยอะๆ รึใส่นิดๆ
:42:
ใส่เยอะ พอรู้ตัวอีกทีก็เติมไปอีกนิดเดียว {หมีโหด}
:39:
ไม่ใช่หยด แต่เป้นอาการของการสั่นเพื่อให้ออกจากขวด นิดหน่อย .....
ตุจะอธิบายอย่างไงดีนะ ตกลงมันเขียนว่าไง เหยาะ หรือ เยาะ :41:
เหยาะ :27:
ขอบคุณน้องบุ๊ค + 1 :05: ทราบซึ้ง
ซาบซึ้ง :27:
:42:
:39:
+1 อีก เอ้า..........
ลองใส่เครื่องต้มยำลงไปตอนเจียวไข่ด้วยสิ อร่อยนะ
ลองใส่เครื่องปรุงมาม่า ซิ อร่อยนะ :33:
จู่ไข่เจียวก็มีแล้วนะ {หมีโหด}
อ้างคำพูดจาก: ไอ้โต เมื่อ 21 ม.ค. 2007, 22:30 น.
จู่ไข่เจียวก็มีแล้วนะ {หมีโหด}
กลัวเชฟจักรีตกงานนะเซ่
เออ...ขอบคุณครับ +1 :05:
กระเทยเจียม :07:
เฮียกัมส์ไม่เจียม
ถามอะไรกลับบ้างดีกว่า :05:
ตอนนี้อยากได้หัวเรื่องตุนเอาไว้เขียนหนังสือ แต่ไม่รู้ว่าคนทั่วไป (ที่ไม่อยู่ในวงการอาหาร) อยากรู้อะไร
หรือสงสัยอะไร
ฝากถามคุณแม่ทุกคนให้หน่อยสิ ว่าใครอยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับอาหาร ปัญหาข้องใจในครัวอยากปรึกษา ให้ช่วยเข้ามาถามกันหน่อย
เดือนนี้นึกเรื่องเขียนไม่ค่อยออก
อยากได้แบบ วิธีทำให้อร่อยแบบชัวร์ๆ อะครับ
แบบว่า ประมาณ cooking for dummies เลยอะครับ :25:
อยากได้อะไรแบบเคลียๆ เลยล่ะเอ ชัดๆ ตรงๆ เช่น
มีวิธีที่จะกวนมะม่วงแล้วมะม่วงกวนไม่ดำหรือไม่
หรือ
มีวิธีที่ปั่นโดยที่คนอื่นไม่รู้ตัวหรือไม่ (อะไรเทือกนั้น :42:)
ถามมาโช๊ะ ตอบไปโช๊ะ แต่ไอ้ที่บอกมาตูไม่ค่อยเข้าใจว่ะ
แบบว่า เมนู ไข่เจียว
ต้องไปซื้อไข่ที่ไหน ไข่แบบไหนดี
ตอนตอกต้องใส่อะไรเพิ่มมั้ย คนให้เป็นลักษณะไหน
น้ำมันเท่าไหร่ เจียวยังไง ไฟแค่ไหนแบบหมุนเร่งไฟกี่กิ๊ก
แบบทุกวันนี้อ่านหนังสือทำอาหารแล้วเจอ
ส่วนผสม บลาๆๆ สามขีด
บลาๆ อีก 1 ถ้วยตวง (ตูไม่มีถ้วยตวง)
บลา ๆๆๆ คลุกเคล้าให้เข้ากันนำลงไปทอด พอสุก (ดูไม่ออกเฟ้ยว่า สุกสังเกตยังไง ดูปฎิทินก่อนมั้ย)
นั้นละครับ :42:
:31: มีอะไรกินบ้างครับ
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 29 ม.ค. 2007, 22:45 น.
:31: มีอะไรกินบ้างครับ
เมื่อเย็นเพิ่งดองไข่เค็มไป 20 ฟอง :10:
(อีก 15 วันกินได้)
ถามแบบไม่เกี่ยวกับทำอาหารตรงๆไดป่าวคะ
คือทุกครั้งหลังจากหั่นพริก จะรู้สึกแสบร้อน บางทีทั้งวัน กว่าจะหาย มีเทคนิคไหมคะ
ลูกศิษย์ ไง ครับ ใช้ ให้หั่นเข้าซิ.......
เคล็ดลับแทคติกอะไรทำนองที่ว่าหมักหมูเร็ว
แนวที่เอาใส่ถุงพลาสติกแล้วเขย่าๆอ่ะแปลกๆ
ที่ไม่ค่อยมีใครเอามาบอกกันน่ะ
{หมีโหด}
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 29 ม.ค. 2007, 23:01 น.
ลูกศิษย์ ไง ครับ ใช้ ให้หั่นเข้าซิ.......
เข้าท่าแฮะ ขอบคุณเชฟจักรี จะลองใช้ดู {หมีโหด}
:12: นี่แหละครับ เป็นเทคนิค ที่ใช่ว่าใคร ก้ทำได้นะครับ ......
คนไม่มีลูกศิษย์ หมดสิทธิ์ใช้เทคนิคนี้นะครับ ครู :40:
อ้างคำพูดจาก: I_AM_SUD_YOD เมื่อ 29 ม.ค. 2007, 22:10 น.
ถามอะไรกลับบ้างดีกว่า :05:
ตอนนี้อยากได้หัวเรื่องตุนเอาไว้เขียนหนังสือ แต่ไม่รู้ว่าคนทั่วไป (ที่ไม่อยู่ในวงการอาหาร) อยากรู้อะไร
หรือสงสัยอะไร
ฝากถามคุณแม่ทุกคนให้หน่อยสิ ว่าใครอยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับอาหาร ปัญหาข้องใจในครัวอยากปรึกษา ให้ช่วยเข้ามาถามกันหน่อย
เดือนนี้นึกเรื่องเขียนไม่ค่อยออก
คงอยากได้ตั้งแต่พื้นฐานเลย ตั้งแต่เดินเลือกซื้อผัก
หมู แบบติดขอบสนาม วิธี ซอย หั่น และอื่นๆ
ประมาณ คนไม่เคยจับกะทะ มาหัดทำอาหาร
เลยน่าจะดี เพราะถ้าเป็นแนว อาหารสวย
น่ากิน หะรูหะรา นี่มีเต็มแผงหนังสือไปหมด
อยากได้แนว คนทำไม่เป็นเลย จะหัดทำให้
แฟนกิน หรือ ประทังชีวิตน่าจะดีค่ะ
อ้างคำพูดจาก: slaveofann เมื่อ 29 ม.ค. 2007, 23:09 น.
คงอยากได้ตั้งแต่พื้นฐานเลย ตั้งแต่เดินเลือกซื้อผัก
หมู แบบติดขอบสนาม วิธี ซอย หั่น และอื่นๆ
ประมาณ คนไม่เคยจับกะทะ มาหัดทำอาหาร
เลยน่าจะดี เพราะถ้าเป็นแนว อาหารสวย
น่ากิน หะรูหะรา นี่มีเต็มแผงหนังสือไปหมด
อยากได้แนว คนทำไม่เป็นเลย จะหัดทำให้
แฟนกิน หรือ ประทังชีวิตน่าจะดีค่ะ
นี้ละที่จะบอก :42:
+1 ในฐานะที่แปลไทยเป็นไทยให้ไอ้เอมัน :11:
ก็สรุปให้แล้วนินา Cook book for dummies {หมีโหด}
ข้อควรระวังในการต้มมาม่า...
ระวังหก
เพราะมาม่าขาย เพียงซองละ 5 กับ 7 เท่านั้น...... {หมีโหด}
ในที่สุดเราก็ได้คำตอบแล้ว :25:
โอ้พระเจ้าว์ว์ว์
สมเป็นจู๋นี้จริงๆ ถามตาตั้ม กะเชฟจักรี :25:
:01:
ถามเชฟจักรีครับ
คืออยากได้สูตรการทำน้ำซุปราเมนต่างๆ
แล้วก็สูตรการหมักเนื้อน่ะครับ
:01: อะ รอหน่อยนะครับเดียว จะพยายามหามาให้............
พอดีไปหาคัมภีร์ สมัยฮ๊อต... ที่เคยจดๆเอาไว้ ไม่รุ้มันหายไปไหน จะมานั่งยางเขียนตามความเข้าใจ ก็คง ไม่ดีนัก เพราะตุลืม ชื่อวัตถุดิบ ไปหลายอย่างเลย ขอไป เรียบรียง สักหน่อย....
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 30 ม.ค. 2007, 12:25 น.
:01: อะ รอหน่อยนะครับเดียว จะพยายามหามาให้............
พอดีไปหาคัมภีร์ สมัยฮ๊อต... ที่เคยจดๆเอาไว้ ไม่รุ้มันหายไปไหน จะมานั่งยางเขียนตามความเข้าใจ ก็คง ไม่ดีนัก เพราะตุลืม ชื่อวัตถุดิบ ไปหลายอย่างเลย ขอไป เรียบรียง สักหน่อย....
รออ่านอย่างใจจดจ่อเลยครับ :25:
เขาเรียกนั่งเทียนครับ
นั่งยางน่ะคงถูกอุ้มแล้วล่ะ :31:
รอด้วย (ช่วยกดดัน)
เห็นมันจะไปค้นมาหลายทีแล้ว ยังไม่ยอมเผยสูตรซะที (มัวแต่ทำหนังสั้นอยู่นั่นแหละ {หมีโหด})
รออยู่นะน้อง :02:
หนังอะไรครับ
หนังกำพร้า?
หนังตา?
หนังหุ้มปลาย..
หนังหุ้มปลาย (ยังสั้น) :30:
กรี ให้พี่ช่วยจัดการไอ้บวบมันมั๊ย :42:
:22:
หมักหมูยังไงให้อร่อยคะ
หมักไงก็ไม่นิ่มสักที
กดดันเหรอ ... เดี๋ยวจับไปนั่งยางให้หนังหุ้มปลายสั้น ....ให้หมดซะนี่ :07:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 31 ม.ค. 2007, 00:14 น.
กดดันเหรอ ... เดี๋ยวจับไปนั่งยางให้หนังหุ้มปลายสั้น ....ให้หมดซะนี่ :07:
เอ๋าแก มีคนเค้าปรึกษาจริงๆ ไม่ตอบล่ะ
:39:........ใจเย็นๆครับน้า ลุงณต ยังไม่มาทวงขอเวลาหน่อย....
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 31 ม.ค. 2007, 00:27 น.
ปาร์ตี้เนื้อย่างกับอาหารญี่ปุ่นกัน
:25:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 31 ม.ค. 2007, 00:27 น.
:39:........ใจเย็นๆครับน้า ลุงณต ยังไม่มาทวงขอเวลาหน่อย....
มาทวงแล้วครับ
เนี่ยผมและเพื่อนๆผู้หิวโหยรอความหวังจากเชฟจักรีคนเดียวเลย
กะว่าจะมีปาร์ตี้เนื้อย่างกับอาหารญี่ปุ่นกัน
แก้ใหม่ล่ะครับ
^
^
^
^
^
:31: อ้าวววเวง ป้าโพสผิดอีกแล้วอ่ะ กลายเป็นไปแก้ไขข้อความซะงั้น :05: ขอโทษนะคะ แก้คืนไม่ได้ด้วยฮือออออออออออออออออออออออ
:40: ป้าแป้งตัวจริง
:30:
โอ๊ยยย เขิล :39:
ปล. ลุงณตเก่งจัง เอาข้อความคืนมาได้ด้วย :27: ค่อยรู้สึกผิดน้อยลงหน่อย :27: จุ๊บจุ๊บส์
อ้างคำพูดจาก: แป้งหวาน เมื่อ 31 ม.ค. 2007, 11:27 น.
โอ๊ยยย เขิล :39:
ปล. ลุงณตเก่งจัง เอาข้อความคืนมาได้ด้วย :27: ค่อยรู้สึกผิดน้อยลงหน่อย :27: จุ๊บจุ๊บส์
แหะๆ พิมพ์ใหม่ครับ :42:
แหะๆๆ :42:
อ้างคำพูดจาก: ChenLing เมื่อ 30 ม.ค. 2007, 23:41 น.
หมักหมูยังไงให้อร่อยคะ
หมักไงก็ไม่นิ่มสักที
วิธีการหมักหมูให้นุ่มภายใน 40 นาที ลองดูหน้าแรกๆ นะครับ :42: :46: :42: :46: :42: :43: :43:
http://f0nt.com/forum/index.php?topic=8255.240
ไล่เปิดดูให้ตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้า 18 (เสียเวลาไป 35 นาที)
ปัจจัยหลักคือต้องใส่น้ำเย็น และเติมแป้งลงไป (แป้งมันก็ได้) และที่สำคัญขาดไม่ได้คือเกลือ
หมูชิ้นใหญ่ น้ำหนักประมาณ 2 ขีด ให้เขย่านานประมาณ 45 นาที ถ้าชิ้นเล็กๆ และบางๆ ให้เย่า 20 นาที หรือจนน้ำหมักหายเข้าไปในเนื้อหมูก็พอ
ไปอ่านก่อน ถ้าสงสัยอะไรถามเพิ่ม
เติมแป้งหวานได้มั้ยคะ :27:
โมโนโซเดียมกลูตาเมท ก็ได้นะ :34:
เอ่อ...ผมเกรงว่า ถ้าเติมแป้งหวานลงไป จะทำให้เนื้อเหี่ยวครับ :46: :42:
:07:
ทำปฎิกิริยากับเนื้อเหรอครับ {หมีโหด}
อ้างคำพูดจาก: ชายคลอง เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 11:27 น.
เอ่อ...ผมเกรงว่า ถ้าเติมแป้งหวานลงไป จะทำให้เนื้อเหี่ยวครับ :46: :42:
:42: :40:
อ้างคำพูดจาก: I_AM_SUD_YOD เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 00:27 น.
วิธีการหมักหมูให้นุ่มภายใน 40 นาที ลองดูหน้าแรกๆ นะครับ :42: :46: :42: :46: :42: :43: :43:
http://f0nt.com/forum/index.php?topic=8255.240
ไล่เปิดดูให้ตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้า 18 (เสียเวลาไป 35 นาที)
ปัจจัยหลักคือต้องใส่น้ำเย็น และเติมแป้งลงไป (แป้งมันก็ได้) และที่สำคัญขาดไม่ได้คือเกลือ
หมูชิ้นใหญ่ น้ำหนักประมาณ 2 ขีด ให้เขย่านานประมาณ 45 นาที ถ้าชิ้นเล็กๆ และบางๆ ให้เย่า 20 นาที หรือจนน้ำหมักหายเข้าไปในเนื้อหมูก็พอ
ไปอ่านก่อน ถ้าสงสัยอะไรถามเพิ่ม
ขอบคุณนะคะ
บุ๊คบอกให้มากระจู๋นี้ครับ ผมอยากได้สูตรโอโคโนมิยากิครับ ทำยากไหมครับ เอาแบบใส่ปลาหมึก หรือไม่ก็หมูเด้ง ครับ :46:
มาเป็นสักขีพยาน เพราะอยากกินเหมือนกัน :17:
:26: น้องกรีปั่นบอร์ดอยู่ข้างล่างครับ ช่วงนี้รู้สึกจะมันส์มือ
จะมีมี้ตทำอาหารกันเองมั้ยครับ
ถึงเชฟจักรี มาทวงสูตร :25:
ปล เรื่องกินเนี่ย ตูไม่ลืมง่ายๆหรอก :11:
:17: อย่าเพิ่ง งอน ซิครับพี่
อีกนิด อีกนิด ....... :42:
น้องกรี เมื่อคืนป้าฝันถึงน้องกรีด้วยล่ะ
ฝันว่า จะไปไหนสักที่ น้องกรีนั่งอยู่ในรถแท็กซี่ ด้านหน้าคู่คนขับ ป้านั่งข้างหลังฝั่งคนขับ แฟนเก่าป้านั่งหลังน้องกรี ในฝันป้ากับแฟนเก่ากลับมาคบกันอีก (เพิ่งคืนดีกัน) น้องกรีอยู่ในสถานะเพื่อนสนิทป้า แล้วจู่ๆ น้องกรีก็หันมาด้านหลังแล้วก็เอาเสื้อยืด(ใส่ถุงมาเรียบร้อย)ยื่นให้ป้า แล้วบอกว่า ให้นะ
ไม่มีอะไรหรอก อยากบอก น้องกรีจะมาเห็นมั้ยนะ ปล. ขอบคุณมาก ป้าดีใจจริงๆนะ :40:
โอ้ อก เอ๋ย...... หัวอก พ่อสื่อ
เป็นเท้าเป็นมือเป็นเครื่องทุ่นแรง แข็งขันเหลือใจ
รักคนอื่นทำได้ไม่กลัว
เรื่องของตัวบอกเขาไม่ได้
เ็้ป็นลาโง่ให้เพื่อนใช้งาน
เป็นสะพานให้เขาข้ามไป
เป็นไปรษณีย์ถือกล่องดวงใจ
ของชายอื่นไปให้หญิงอื่น..... :40:
ขนาดฝันผมยังทำหน้าที่นี้เลย....คิดดู :42:
:42: ถามจักรีหน่อยครับ ถ้าผมจะชงชานมกินเอง ผมควรจะทำอย่างไรดีครับ ระหว่างใช้ชาลิปตั้นแบบจุ่มๆ กับใช้ผงชามาชงกับน้ำร้อน ควรเติมนมหรือน้ำตาลก่อนดีครับ แล้วควรใส่นมจืดเพิ่มรสชาติให้กับชานมดีไหมครับ แล้วถ้าจะหยดน้ำผึ้งลงไปด้วยจะเหมาะไหมครับ
:42: ซื้อ กินเถอะครับ ลุง
:05:
ตุไม่รู้.......ทำเป็นแต่ซูชิ........... :39:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 12 ก.พ. 2007, 13:51 น.
:42: ซื้อ กินเถอะครับ ลุง
:05:
ตุไม่รู้.......ทำเป็นแต่ซูชิ........... :39:
:07: พี่ก็ได้นะน้องกรี
แล้วซูชิใส่อะไรถึงจะอร่อยเหาะครับ :09:
ใส่ปีกครับ {หมีโหด}
ใส่น้ำส้มสายชูดำ จากเมืองอินุยาม่า
จากไอ้หนูซูชิ
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 12 ก.พ. 2007, 14:14 น.
ใส่ปีกครับ {หมีโหด}
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 12 ก.พ. 2007, 14:14 น.
ใส่ปีกครับ {หมีโหด}
:07: ไม่ใช่ซูชิกินเลือด จะได้มีป่งมีปีกนะครับ
อ้างคำพูดจาก: ปุกปุก เมื่อ 12 ก.พ. 2007, 14:15 น.
ใส่น้ำส้มสายชูดำ จากเมืองอินุยาม่า
จากไอ้หนูซูชิ
เรื่องนี้ได้แต่หยิบๆ ยังไม่เคยอ่านครับ :16:
มีปัญหามาถามอีกแล้วครับ
ผมไปซื้อซุปไข่ใส่ผักโขมที่เป็นซองในเซเว่น มากินน่ะครับ
เห็นข้างซองเขียนว่า
รักษาคุณค่าและความสดใหม่ของส่วนผสมได้ถึง 98%
ด้วยกรรมวิธีผลิตแบบ Freeze Dry
คือดูดน้ำออกจากอาหารที่ปรุงเสร็จแล้วจนเป็นอาหารก้อน
ที่พร้อมคืนรูปในน้ำร้อนภายใน 1 นาที
ที่จะถามคือ ไอ้ Freeze Dry นี่มันรักษาคุณค่าทางอาหารได้เยอะอย่างนั้นเชียวเหรอครับ
(แทบจะไม่ต่างจากทำกินสดๆเลยนะนั่น)
ระบบ Freeze Drying เป็นกรรมวิธีที่ดึงน้ำออกมาจากตัวผลไม้
ทำให้ผลผลิตที่ได้จากการแปรรูปน้ำหนักจะลดลงไปจากน้ำหนักเดิมมาก
เช่น สับปะรดสด 100 กิโลกรัม เมื่อนำมาผ่านระบบ Freeze Drying แล้ว
จะเหลือสับปะรดเพียง 8 กิโลกรัมเท่านั้น ทั้งนี้เครื่อง Freeze Drying
ได้นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นในราคาประมาณ 20 ล้านบาท และใช้เวลาถึง
20 ชั่วโมง กว่าจะได้เป็นผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูป ซึ่งกำลังการผลิตในแต่
ละวันเมื่อออกมาเป็นผลไม้อบแห้งแล้วประมาณ 30-40 ตัน/วัน
ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกรรมวิธีนี้ จึงสดมาก นอกจากจะใช้กรรมวิธีนี้ใน
ส่วนของผลไม้แล้วยังสามารถใช้กับผักได้อีกด้วย แต่เนื่องด้วย เครื่องจักร
มาราคาสูง และใช้เวลานานในการผลิตจึงนิยมใช้กับผลไม้ค่ะ
ข้อมูลจากเวบไซท์สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
เอามาแช่น้ำกินเหรอพี่ปุก
มันจะอร่อยเหมือนเดิมเหรอ
อยากรู้เรื่องสารอาหารมันน่ะ ว่ายังคงอยู่เยอะมั้ย
หรือไม่เหลือแล้ว หรือว่าเหลือแต่น้อย ไม่ควรกิน ไม่คุ้ม
อะไรอย่างนี้น่ะครับ
:42:
// ตอบน้องบุค มันก็อร่อยดีนะ ไอ้ที่ซื้อมากินน่ะ
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 16 ก.พ. 2007, 19:15 น.
อยากรู้เรื่องสารอาหารมันน่ะ ว่ายังคงอยู่เยอะมั้ย
หรือไม่เหลือแล้ว หรือว่าเหลือแต่น้อย ไม่ควรกิน ไม่คุ้ม
อะไรอย่างนี้น่ะครับ
:42:
// ตอบน้องบุค มันก็อร่อยดีนะ ไอ้ที่ซื้อมากินน่ะ
ตอบพี่อ๋าห์
เทคโนโลยี Freeze Drying ที่เพียงแต่นำน้ำออกจากผลไม้แต่ยังคงคุณค่า
ของผลไม้อยู่ครบจ้ะเจ้าของนวัตกรรมนี้ ยังโม้อีกว่า นอกจากคุณค่ายังอยู่
ครบแล้ว รสชาติยังไม่ต่างจากของสดใหม่เลย
ส่วนของจริงจะเป็นไงคงต้องถามพี่อ๋าห์แล้วเพราะปุกไม่เคยกิน
ปล แถมอีกนิด เจ้าเทคโนโลยีนี้เดิมทีเป็นของนาซ่า ที่วิจัยในเรื่อง
ทำวัคซีนสัตว์ เพื่อเก็บตัวอย่างของเชื้อเพาะให้อยู่นาน และคงทน
นานที่สุด
(http://img2.f0nt.com/16/2952d14bdb9cec940f4439589a7ed15f.jpg)
เครื่อง Vacumm Freeze Dryer ที่ใช้ในการผลิต รูปทรงเหมือน ตู้แอร์เลย
รสชาติเหมือนของสดทำเองเลยเหรอคะ แล้วซืท้อมาแล้วต้องทำยังไงถึงกินได้ล่ะลุงอ๋า ต้มน้ำเหรอ
แล้วถ้าเกิดเป็นผลไม้ล่ะ ต้องทำยังไง :25:
จักรีครับ มีอะไรจะบอก
ซูชินี่ของโปรดเลยครับ ร้านอยู่ไหนนนนน :25: :25: :25: :25: :25: :25:
ถ้าจะไปถล่มนี่ งบ 3000 พอมั้ยครับบบ
อ้างคำพูดจาก: ปุกปุก เมื่อ 16 ก.พ. 2007, 19:19 น.
ตอบพี่อ๋าห์
เทคโนโลยี Freeze Drying ที่เพียงแต่นำน้ำออกจากผลไม้แต่ยังคงคุณค่า
ของผลไม้อยู่ครบจ้ะเจ้าของนวัตกรรมนี้ ยังโม้อีกว่า นอกจากคุณค่ายังอยู่
ครบแล้ว รสชาติยังไม่ต่างจากของสดใหม่เลย
ส่วนของจริงจะเป็นไงคงต้องถามพี่อ๋าห์แล้วเพราะปุกไม่เคยกิน
ปล แถมอีกนิด เจ้าเทคโนโลยีนี้เดิมทีเป็นของนาซ่า ที่วิจัยในเรื่อง
ทำวัคซีนสัตว์ เพื่อเก็บตัวอย่างของเชื้อเพาะให้อยู่นาน และคงทน
นานที่สุด
(http://img2.f0nt.com/16/2952d14bdb9cec940f4439589a7ed15f.jpg)
เครื่อง Vacumm Freeze Dryer ที่ใช้ในการผลิต รูปทรงเหมือน ตู้แอร์เลย
ช่วงนี้กระจู่นี้ดูหงอยๆ เนอะ
freeze dry คือวิธีการทำแห้ง = ไล่น้ำออกจากอาหารแต่ไม่ใช่การทำแห้งแบบแช่แข็งแต่อย่างใด
แต่เป็นการทำแห้งโดยใช้อุณหภูมิต่ำ โดยให้เย็นอย่างรวดเร็วจนน้ำในผลิตภัณฑ์ "ระเหิด" กลายเป็นไอออกไป ใครเรียนเคมีมาจะรู้ว่า "ระเหิดคือการที่ของแข็งเปลี่ยนสถานะกลายเป็นก๊าซ"
จากคำถามที่ (ลุงงง) อ๋าห์ ถามมา :46: ว่ามันจะเหลืออะไรมั๊ย แล้วจริงมั๊ย
ตูขอเล่าย้อนกลับไปนิดว่า กระบวนการทำแห้งอาหาร ส่วนมากเราจะต้องอาศัยการให้ความร้อน
- การตากแดด แบบตอนทำหมูแดดเดียว หรือมะม่วงกวน
- การคั่วกับกระทะร้อน
- การทอดก็เป็นการไล่น้ำออกจากอาหารแบบหนึ่ง
การ PROCESS ผักโดยทั่วไปจะเอาผักมาลวกเพื่อทำลายเอนไซม์ก่อน แล้วจึงใช้วิธีอบแห้งแบบ hot air oven หรือง่ายๆ ก็คือใส่ถาดที่มีรูๆ แล้วอบในอากาศร้อน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เซลผักจะแตกเนื่องจากถูกลวกมาก่อน ขณะทำแห้งสารที่ระเหยได้เช่นพวกน้ำมันหอมระเหย และพวกวิตามินที่ละลายได้ในน้ำหรือน้ำมัน ก็จะไหลออกจากผนังเซลไปจนเกือบหมด เหลือแต่โครงสร้างของผักเท่านั้นเอง (ผักและเครื่องเทศพวกนี้เวลากิน จะได้กลิ่นแบบของแห้ง เหมือนดมใบชา)
ถ้าถามว่าวิตามินยังอยู่หรือไม่ ตอบว่ายังคงมีบ้างครับ แต่วิตามิน บางตัวที่ไม่เสถียรในอุณหภูมิสูง (แค่ต้มก็สลายไปได้) จะไม่เหลือ
การ PROCESS นมผงก็เช่นกัน จะใช้เครื่องที่เรียกว่า SPRAY DRYER สูงประมาณตึก 4 ชั้น ในเครื่องจะมีลมร้อนพัด แล้วนมจะถูกพ่นลงมาจากส่วนยอด กว่ามันจะร่วงลงมาด้านล่าง มันก็กลายเป็นละอองฝุ่นเล็กๆแล้ว
คุ้มมั๊ยที่จะกินไม่คุ้มกับราคาหรอกครับลุง กินผักที่เก็บมาสดๆดีกว่า
คำถามก็คือว่า มีอาหารในท้องตลาดไหนบ้างที่ใช้วิธีนี้ 1.กาแฟที่เป็นเม็ดๆแบบเนสกาแฟโกลด์ ส่วนกาแฟแบบพร้อมชงทั่วไป จะเป็นกาแฟที่ผ่านการทำแห้งแบบนมผงโดยใช้ spray dryer ซึ่งเป็นการทำแห้งแบบใช้ความร้อน
2. activated yeasts : ยีสต์ ที่เอามาแช่น้ำผสมน้ำตาล แล้วมันสามารถกลับมาเริงร่าได้ใหม่
เทคโนโลยีนี้ไม่แพงแล้วครับในปัจจุบัน (เครื่องนึงไม่กี่ล้าน = ตอนเรียนเคยรู้ว่าเครื่องไม่ใหญ่นักราคาประมาณ 6 ล้าน) และมีการใช้มากในพวกการ freeze dry ผักสด
ขอเตือนให้ระวังพวกเคลมบนฉลากอย่างนี้ให้ดี- ไขมัน 0% ไม่ใช่ว่าจะไม่มีไขมัน
- LOW FAT ไม่ได้แปลว่ากินแล้วจะผอม เพราะส่วนมากจะเพิ่มน้ำตาลแทน
สรุปว่า ไม่ต้องคำนึงถึงสารอาหาร หรือสาระจากอาหารกึ่งสำเร็จรูปชงดื่มหรอกครับ
เค้าทำเพื่อความสะดวก ทำง่ายไม่ยุ่งยาก
ไอ้ที่เค้าเคลม เพียงเพื่อเป็นการสร้างจุดขายเท่านั้นเอง :42:
ขอบคุณมากครับ
:12:
ขอให้น้ำพริกตาตั้มยอดขายชนะตาโย่งนะครับ
// หมายความว่าผักบางอย่าง เช่น ผักกาดหอม
ถ้าเอาไปต้มกิน สารอาหารบางอย่างก็จะหายไปใช่ไหมครับ
:30: :30: :30:
นักเรียนฟู๊ดไซน์ตัวจริงมาเอง
พี่ตั้มไปดรีมเวิร์ลดไหม
เอาไส้กรอกมากินด้วย อร่อยๆ :25: :25:
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 18 ก.พ. 2007, 00:13 น.
ขอบคุณมากครับ
:12:
ขอให้น้ำพริกตาตั้มยอดขายชนะตาโย่งนะครับ
// หมายความว่าผักบางอย่าง เช่น ผักกาดหอม
ถ้าเอาไปต้มกิน สารอาหารบางอย่างก็จะหายไปใช่ไหมครับ
ถูกต้องครับ แต่ปกติผักกาดหอมเค้าก็กินสดๆ รึเปล่า เห็นมีบ้างว่าเอาไปใส่ในต้มเลือกหรือก๋วยเตี๋ยว
วิตามินที่จะหายไปมากๆ ถ้าเอามาต้มนะครับ ได้แก่ วิตามินบีหนึ่ง และบี 12 วิตามินซีนี่หายไป 100 % เลย เพราะไม่คงตัวมากๆ
หรือปัจจัยอื่นๆ ก็เช่น พีเอช ยกตัวอย่างแบบเห็นภาพก็คือ เวลาเราทานส้มตำ (คิดว่าได้วิตามินครบอะดิ) วิตามินที่ไม่เสถียรในพีเอสค่อนไปทางกรดคือวิตามินเอ และ วิตามินเค (เค้าถึงให้ทานคู่กับผักบุ้งและตับหวานไง)
ลุง
ถ้าอยากกินผักให้ได้วิตามินจริงๆ แนะนำให้ทานผักให้ครบ 5 สี ครับ (อย่างที่ MK มันเคลม)
ได้แก่ สีแดง สีส้มเหลือง สีเขียว สีขาว และสีม่วง
เพราะวิตามิน ส่วนมากมันจะมาคู่กับสี (รงควัตถุในอาหาร)
เรื่องน้ำพริก ข่าวร้ายคือไม่มีเวลาทำเพิ่มเลยครับ งานยุ่งมากกก แต่ plan ระยะไกลว่าจะสร้างโรงงานอยู่
อ้างคำพูดจาก: ปุกปุก เมื่อ 18 ก.พ. 2007, 00:14 น.
:30: :30: :30:
นักเรียนฟู๊ดไซน์ตัวจริงมาเอง
พี่ตั้มไปดรีมเวิร์ลดไหม
เอาไส้กรอกมากินด้วย อร่อยๆ :25: :25:
ต้องดูงานก่อนครับ เพราะวันเสาร์ทำงาน และเรื่องไส้กรอก คงไม่เหมาะมั๊ง เอาไปดรีมเวิล์ด :22:
อ๊ะ สร้างโรงงาน
มีสถาปนิกรึยังครับ
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 18 ก.พ. 2007, 00:33 น.
อ๊ะ สร้างโรงงาน
มีสถาปนิกรึยังครับ
อย่าว่าแต่สถาปนิกเลยครับ เงินจะกินข้าวยังไม่มีเลย :39:
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 18 ก.พ. 2007, 00:13 น.
ขอบคุณมากครับ
:12:
ขอให้น้ำพริกตาตั้มยอดขายชนะตาโย่งนะครับ
// หมายความว่าผักบางอย่าง เช่น ผักกาดหอม
ถ้าเอาไปต้มกิน สารอาหารบางอย่างก็จะหายไปใช่ไหมครับ
เท่าที่จำได้วิตามินซี ไปกับความร้อนเหือบหมดนี่ครับ
เหือบ :09: :09:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 18 ก.พ. 2007, 00:58 น.
เท่าที่จำได้วิตามินซี ไปกับความร้อนเหือบหมดนี่ครับ
หายไป 100% ครับ เขียนไว้แล้วข้างบนไง :01:
:42: ไม่ทันได้อ่านครับ
อะหะ :42:
ได้ความรู้มาเต็มๆ
แถวนี้เค้าก็มีการรณรงค์ให้กินผักเหมือนกัน
5 Portions per day :12:
อยากกินผักบุ้งหรือไม่ก็ผักกะเฉดไฟแดง :04: :05:
ขอบคุณเชฟจักรีมาก สำหรับข้อมูลนะ :33:
นี่ขนาดส่งลูกมือมา ยังได้ความรู้แน่นๆขนาดนี้
ถ้าลงมาเอง สงสัย ตะลึง ตึ๊งๆตึงๆแน่เลย
:11: ไม่ต้องมาประชด
ยังไม่ถึงเวลาออกโลงตะหาก...........
ออกโรงตะหาก :08:
เชฟขา เค้าอยากได้สูตร ฉู่ฉี่กุ้ง ข้าวผัดปู แล้วก็ ปลาทอดสมุนไพร :25:
ถ้าได้เป็นภาษาอังกฤษจะดีมากค่ะ ถ้าไม่ได้ไม่เป็นไรจะลองเอาไปแปลเอง
ขอบคุณค่ะ {หมีโหด}
ปล. กำลังหาเมนูใหม่เข้าร้านน่ะ
ตูไม่ใช่เชฟ แต่ตูชอบไปขอสูตรอาหารจากเชฟที่ร้านน่ะ :30:
ฉู่ฉี่กุ้ง
INGREDIENT
Make 1 serving
For the bouillon
11¼2tbsp dried shrimps
8 medium-sized prawns, shelled and deveined with heads left on vegetable oil
for deep-frying
11¼2tbsp vegetable oil
3tbsp Red Curry Paste
150ml/5fl oz/2¼3 cup coconut milk
2tbsp sugar
1tbsp fish sauce
1 kaffir lime leaf, finely sliced
For the garnish
green salad leaves
1 Chinese cabbage leaf, finely sliced
10 Thai basil leaves
11¼2tbsp cream of coconut milk
fresh coriander leaves for sprinkling
PREPARATION
Pound the dried shrimps in a mortar. Deep-fry the prawns in oil heated to 180ºC/350ºF for 1 minute, drain on absorbent paper, set aside and keep hot.
Heat the oil in a wok until very hot. Add the Red Curry Paste and stir-fry for about 3 minutes until an aroma develops.
Add the coconut milk and bring it to the boil.
Add the dried shrimps, sugar and fish sauce. Stir-fry for 5 seconds.
Add the kaffir lime leaf, then remove from the heat.
Arrange the prawns in a serving dish on a bed of salad leaves sprinkled with the sliced Chinese cabbage.
Put the basil leaves on top of the prawns and cover with the contents of the wok.
Pour over the cream of coconut milk, then sprinkle with the coriander leaves.
ข้าวผัดปู
อันนี้สูตรของตูเอง
Serve 1
Ingredient
100 grams of White Crab meat(Boiled or Steamed)
5 medium size headless shelless king prawn (Boiled or Steamed)
1 egg
1 Tablespoon of Soya sauce
1 Tablespoon of Maggie
1 Teaspoon of Sugar
1 Portion of left over rice
1 small cup of chop carrot
1 small cup of onion
For the garnish
2 Spring Onion
5 slice of cucumber
fresh coriander leaves for sprinkling
1 piece of lime
PREPARATION
Heat the wok then heat the oil in a wok until very hot. reduce to medium heat
Add egg and stir fry quickly with onion and carrot
Add left over rice when egg still under cook
Increase to maximum heat stir and chip rice all the time
Add soya sauce, maggie and sugar
Add prawns and crab meat
stir and chip for 1 minutes then remove from the heat
pour on the cup and put the cup up side down on the plate
put spring onion, slice cucumber and lime on the side,
then sprinkle with the coriander leaves.
(http://img2.f0nt.com/21/bd1ec5251e1fe61da60b8ec1b509b5a7.jpg)
แล้วมีปลาทอดสมุนไพรมั้ย (Deep fried fish with herb sauce) :25:
ตอนนี้ที่ร้านมีแค่ Sweet Baramundi กับ ผัด/แกงใส่Ling fish
ปล. เมื่อวานหน้าแตก แขก(ฝรั่ง)ถามว่าใช้ปลาอะไร ตอบไปว่า Ring fish งงเป็นไก่ตาแตกกันทั้งโต๊ะ มันคงคิด "ปลาแหวนอะไรวะ!" เก่งมั้ยล่ะตูทำฝรั่งงงได้ :02a:
:05:
ปลาทอดสมุนไพร ตูไม่ได้จดสูตรมาน่ะ
เพราะตูไม่ชอบ ตูว่าปลานึ่งมะนาว หรือปลาราดพริก หรือปลาทอดยำมะม่วงอร่อยกว่า :05:
ยังไงก็ขอบคุณค่า :25:
+1 เลย :27:
ฉุ่ฉี่กุ้ง :04:
:01: เรียกตูว่า ไอ้คนล้างผักเถอะครับ ขอร้อง ........
+ พี่ณตด้วยคนครับ
:25: :25: :25:
น่ากินทั้งนั้นเลยยยยยยยยยยยยยยยยย+
หิว :31:
นอกจากการปั้นซูชิด้วยแบบพัดกระดาษแล้ว ยังปั้นแบบไหนได้อีกบ้างครับ
คำถามสำหรับไอ้น้องจั๊ก
1. ได้ไปเดินอนุเสาวรีย์อีกหรือไม่ :30:
2. อาทิตย์หน้าตูจะกลับบ้าน ได้แวะรังสิต (แน่ๆ) ไปหาอะไรกินกันหรือไม่
3. วันนี้ใช้เวลางานไปกับการเดินหาซื้อจานชาม อุปกรณ์ถ่ายรูป PRESENT สินค้า (อาหาร) ที่ JJ ได้เสื้อมา 7 ตัว :42:
อยากรู้ว่าใน JJ มันไม่มีร้านอะไรที่พอจะกินได้เลยเหรอ (วะ) ไปซื้อหมูกรอบตรงโครงการ 19 กับห้อยจ๊อมา 95 บาท กินคำแรกแทบจะถุยทิ้ง รู้มั๊ยว่าใน JJ ร้านไหนอร่อยๆ เพราะดูท่าจะได้ไปอีกหลายหน
ตอบพี่ตั้มครับ....
1. ไม่ได้ ไปอนุเสาวรีย์เลยครับ มันช้ำใจ :05:
2.ไปครับ {หมีโหด}
3. ที่ jj ไม่รุ้ครับ แต่ที่ สวนรถๆไฟ มีร้านหนึ่ง พอกินได้ ก็ถือว่า ดีที่สุดที่เคยกินแถวนั้น น่ะครับ
ตอบพี่ชายครับ...
อ้างคำพูดจาก: ชายหนุ่มริมคลอง เมื่อ 23 ก.พ. 2007, 10:32 น.
นอกจากการปั้นซูชิด้วยแบบพัดกระดาษแล้ว ยังปั้นแบบไหนได้อีกบ้างครับ
หมาถึง แบบ ใช้ไม้คัตซึ ปั้น เป็นแบบ ห่อสาหรายรึป่าวครับ การปั้นซูชิมีอยุ๋หลายประเภท อย่างที่ เคย บอกไปแล้วโพสต์แนกๆครับ บอกอีกก็ได้ เพราะ มีความรุ้จำกัด มีแค่นี้ก็ต้องโชว์แค่นี้ละครับ :40:
1. nigiri ข้าวปั้นแบบ โป๊ะหน้า จะมัดด้วยสาหร่าย เส้นเล็กๆก็ได้
2. gunkun เอาสาหร่ายมาพันรอบข้าวปั้น เป็น กระทง แล้วตักวัตถุดิบใส่
3. makimono ห่อด้วยสาหร่อย มีใส้ข้างใน จะเอาสาหร่ายไว้นอก หรือเอาข้าวไว้นอกแล้วคลุกไข่กุ้งด้วยก็ได้ ...
4. temaki ซูชิห่อแบบรูปสามเหลี่ยม มีใส้อยู่ข้างในโพล่ขึ้นมาให้รู้ว่ามีอะไรบ้าง....
โอเค :12: จะกินอะไรนึกเอาไว้ด้วย
อ้างคำพูดจาก: I_AM_SUD_YOD เมื่อ 24 ก.พ. 2007, 22:17 น.
คำถามสำหรับไอ้น้องจั๊ก
1. ได้ไปเดินอนุเสาวรีย์อีกหรือไม่ :30:
2. อาทิตย์หน้าตูจะกลับบ้าน ได้แวะรังสิต (แน่ๆ) ไปหาอะไรกินกันหรือไม่
3. วันนี้ใช้เวลางานไปกับการเดินหาซื้อจานชาม อุปกรณ์ถ่ายรูป PRESENT สินค้า (อาหาร) ที่ JJ ได้เสื้อมา 7 ตัว :42:
อยากรู้ว่าใน JJ มันไม่มีร้านอะไรที่พอจะกินได้เลยเหรอ (วะ) ไปซื้อหมูกรอบตรงโครงการ 19 กับห้อยจ๊อมา 95 บาท กินคำแรกแทบจะถุยทิ้ง รู้มั๊ยว่าใน JJ ร้านไหนอร่อยๆ เพราะดูท่าจะได้ไปอีกหลายหน
ไม่บอก
JJ เหรอ อย่ากินเลย เสียความรู้สึก :41:
ซื้อเสื้อที่ เจเจ :25:
สวัสดีครับ ทุกท่าน หวังว่ายังคง จำกันได้ :42:
วันนี้ เอาสูตรน้ำซุป มาแปะ ไว้ 2 สูตร ให้ลอง ทำกันดู นะครับ แต่จะเป็นสูตรแบบเต็มๆ กินกันได้ทั้งเดือน ถ้า ใครทำกิน คนเดียว หรือ 2-3 คน ก็ลอง ลดลงตามอัตราส่วน ละกันนะครับ
1. Miso Soup
1.1. น้ำเปล่า 11000 ml
1.2. ซีอิ๋ว 100 g.
1.3. มิริน 100 g.
1.4. ฮอนดาชิ 20 g.
1.5. ปลาแห้ง 100 g.
1.6.เชื้อ มิโซ๊ะ แบบ ญี่ปุ่น 1 ห่อ (ลองหาซื้อดูมันขายเป็นห่อตามร้านสะดวกซื้อ ใส่ ไปเลยทั้งห่อ)
1.7. เชื้อ มิโซ๊ะ แบบไทย 150 g.
2. ซุปราเมน
2.1.น้ำเปล่า 11000 ml
2.2.กระดูกไก่ 1 ตัว
2.3.คนอร์ 20 g.
2.4.หัวหอมใหญ่ 2 หัว
2.5. เห็ดหอมแห้ง 2 ดอก
2.6. ขิง 20 g.
2.7. น้ำทันงานิดหน่อย
เอ้า!! ต้ม..............
ขอโทษทีมาช้าไป :05:
:27:
กระจู๋นี้น่าติดตามดีจริงๆครับ :04:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 10 มี.ค. 2007, 20:50 น.
สวัสดีครับ ทุกท่าน หวังว่ายังคง จำกันได้ :42:
วันนี้ เอาสูตรน้ำซุป มาแปะ ไว้ 2 สูตร ให้ลอง ทำกันดู นะครับ แต่จะเป็นสูตรแบบเต็มๆ กินกันได้ทั้งเดือน ถ้า ใครทำกิน คนเดียว หรือ 2-3 คน ก็ลอง ลดลงตามอัตราส่วน ละกันนะครับ
1. Miso Soup
1.1. น้ำเปล่า 11000 ml
1.2. ซีอิ๋ว 100 g.
1.3. มิริน 100 g.
1.4. ฮอนดาชิ 20 g.
1.5. ปลาแห้ง 100 g.
1.6.เชื้อ มิโซ๊ะ แบบ ญี่ปุ่น 1 ห่อ (ลองหาซื้อดูมันขายเป็นห่อตามร้านสะดวกซื้อ ใส่ ไปเลยทั้งห่อ)
1.7. เชื้อ มิโซ๊ะ แบบไทย 150 g.
2. ซุปราเมน
2.1.น้ำเปล่า 11000 ml
2.2.กระดูกไก่ 1 ตัว
2.3.คนอร์ 20 g.
2.4.หัวหอมใหญ่ 2 หัว
2.5. เห็ดหอมแห้ง 2 ดอก
2.6. ขิง 20 g.
2.7. น้ำทันงานิดหน่อย
เอ้า!! ต้ม..............
ขอโทษทีมาช้าไป :05:
+ เชฟจักรี สำหรับสูตรน้ำซุป
ตูยังรอสูตรหมักเนื้ออยู่นะ
:05: ขอโทษครับ ซุปราเมน ต้องใส่ กระดูก หมู 1 kg ..ไปด้วยนะครับ พิมพ์ตกไป :05:
เห็นปิ๊กบอกว่า จักรีเคยมาทำร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ข้างๆ กับร้านปิ๊กด้วยเหรอครับ :02:
ใช่ครับ ตอน อยุ่ปี 2 มั้ง ผม เป็นลูกจ้างร้านก๋วยเตี๋ยว สุขโขทัย เปิดอยุ่ข้างๆกัน แหมะ !! โลกกลม :42:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 10 มี.ค. 2007, 20:50 น.
สวัสดีครับ ทุกท่าน หวังว่ายังคง จำกันได้ :42:
วันนี้ เอาสูตรน้ำซุป มาแปะ ไว้ 2 สูตร ให้ลอง ทำกันดู นะครับ แต่จะเป็นสูตรแบบเต็มๆ กินกันได้ทั้งเดือน ถ้า ใครทำกิน คนเดียว หรือ 2-3 คน ก็ลอง ลดลงตามอัตราส่วน ละกันนะครับ
1. Miso Soup
1.1. น้ำเปล่า 11000 ml
1.2. ซีอิ๋ว 100 g.
1.3. มิริน 100 g.
1.4. ฮอนดาชิ 20 g.
1.5. ปลาแห้ง 100 g.
1.6.เชื้อ มิโซ๊ะ แบบ ญี่ปุ่น 1 ห่อ (ลองหาซื้อดูมันขายเป็นห่อตามร้านสะดวกซื้อ ใส่ ไปเลยทั้งห่อ)
1.7. เชื้อ มิโซ๊ะ แบบไทย 150 g.
2. ซุปราเมน
2.1.น้ำเปล่า 11000 ml
2.2.กระดูกไก่ 1 ตัว
2.3.คนอร์ 20 g.
2.4.หัวหอมใหญ่ 2 หัว
2.5. เห็ดหอมแห้ง 2 ดอก
2.6. ขิง 20 g.
2.7. น้ำทันงานิดหน่อย
เอ้า!! ต้ม..............
ขอโทษทีมาช้าไป :05:
มิริน
ฮอนดาชิ
ปลาแห้ง
คืออะไร แล้วหาซื้อได้ที่ไหนค่ะ เชพ :09:
เชื้อมิโซ๊ะ หน้าตาเป็นไงครับ
มีรูปตัวอย่างไหมครับ
อีกนิดนึง มิโสะซุปของจักรีนี่ ไม่ใส่เต้าหู้ กะต้นหอมเหรอครับ
ต้นหอม กับเต้าหู้นี่เอาไว้ใส่ตอนจะเสริฟครับ ตอนต้มไม่ต้องใส่นะ แต่จริงๆจะใส่ หรือไม่ก็ได้นะครับ
ผมหารูป ไม่เจอ แต่ มัน เป็นห่อๆ คล้ายพวกคนอร์แหละครับ แต่ สีเหลืองขุ่นๆเละๆเหนียวๆ คล้ายๆ ขี้ อ่ะ ครับ น่าจะหาได้ จาก ร้าน ตาม ซุปเปอร์ฯทั่วไปนะครับ ....แต่ผมก็ยังไม่เคยลองไปสำรวจดู ....
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 12 มี.ค. 2007, 00:50 น.
ต้นหอม กับเต้าหู้นี่เอาไว้ใส่ตอนจะเสริฟครับ ตอนต้มไม่ต้องใส่นะ แต่จริงๆจะใส่ หรือไม่ก็ได้นะครับ
ผมหารูป ไม่เจอ แต่ มัน เป็นห่อๆ คล้ายพวกคนอร์แหละครับ แต่ สีเหลืองขุ่นๆเละๆเหนียวๆ คล้ายๆ ขี้ อ่ะ ครับ น่าจะหาได้ จาก ร้าน ตาม ซุปเปอร์ฯทั่วไปนะครับ ....แต่ผมก็ยังไม่เคยลองไปสำรวจดู ....
:28:
น่ากินใช่มั้ยละครับ โต แหม ไม่ต้องทำน้ำลายหก ขนาดนั้นหรอกน่า :26:
มิริน เป็น น้ำส้มแบบญี่ปุ่นครับ ที่ใช้ คลุกกับข้าว ไว้ทำซูชิ อ่ะครับ
มิรินมันเป็นเหล้าหวานนะกรี ไม่ใช่น้ำส้มสายชู เพราะมันออกจะเป็นไวน์ขาวแบบหวานมากกว่า ถ้าเปรี้ยวมันคงจะเสียนะ
ฮอนดาชิ เม็ดกลม เล้กๆสีน้ำตาล รสชาดกลมกล่อมคล้าย ชูรส บ้านเรานี่ละมั้ง
ปลาแห้ง ก็คือปลาแห้ง ที่ ตากแห้ง แล้วเอามาป่น อ่ะครับ
ถ้าประยุกต์ก็ใช้ปลาที่มีอยุ่ในบ้านเรานี่แหละเอามา ทำ
ไม่น่าจะประยุกต์แบบนี้ได้ น่าจะไปซื้อคัสสึโอะดาชิมาเลยจะดีกว่า ไม่งั้นกลิ่นไม่เหมือน
ส่วน ที่ร้าน
อาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่เขาใช้เนื้อปลาโอตากแห้ง แล้วก็ ป่นให้ละเอียด ครับ
มันแทรกจิตเข้าไปแก้แบบข้างบนได้ด้วยเหรอวะ :38:
อุ้ย!! จำผิด มิริน จำเป็น มิซุกัน ขอบคุณ พี่ตั้มครับ :46:
ที่ลุงอ๋าห์ถามว่า ไม่ใส่ต้นหอมกับเต้าหู้เหรอ ? เพราะสูตรนี้ผมทำเพื่อเป้นน้ำซุปสำหรับพวกราเมน โซบะ หรืออุด้ง น่ะครับ แต่ถ้าจะแยกทานแต่น้ำซุป ก็ต้องใส่ด้วยน่ะนะ :42:
พี่ตั้มสุดยอด แทรกจิตได้ด้วย :30:
ตั้มกดผิดตุ่ม
:30:
แก้ เขิน ด้วยการ แปะสูตร น้ำยำ เอาไว้ ซักสตรูละกันนะ ลองทำแล้วมันอร่อยจังฮู้
1. พริก 130 g.
2. กระเทียม 210 g.
3. น้ำปลา 220 cc.
4. น้ำส้ม 200 cc.
5. น้ำมะนาว บีบใส่ซะ 2 ลูก
6. น้ำตาล 150 g.
7. เกลือ 20 g.
8. ชูรส 20 g.
ใครทำแล้วเป็นไงลองเอามาโชว์หน่อยนะครับ
ขอเป็นหน่วยช้อนชาช้อนโต๊ะได้มั๊ยวะกรี :05:
พวกที่ 200 cc. ขึ้นท่าทางจะแรงนะครับ :31:
:39: เอ่ออออ....พี่ ตอนผมทำ มี กิโล ตัวเล็กๆ อ่ะ ............ เมื่อวันก่อน ไปร้านเก่า ก็เข้าไปทำ กินกันในร้าน เห็นว่ามันอร่อยดี เลยจดสูตรมาด้วย .............
ขุด! (กระจู๋ที่ไม่มีการโพสต์แค่ 15 วันก็ต้องใช้คำนี้ซะแล้วหรือนี่)
ขอสูตรอาหารง่าย ๆ ที่สามารถใช้ไมโครเวฟอย่างเดียวก็ทำได้ครับ :46:
พวกมาม่าทรงเครื่อง ข้าวผัดของเหลือในตู้เย็นอะไรประมาณนี้ก็ได้ครับ
ก็ทำได้เกือบทุกอย่างแหละครับพี่อุ้ย
อยู่ที่เทคนิค
การเอาเข้าเอาออก ตามเวลา มาคนมาพลิก เติ่มนู่นนี่นั่น
แค่ไม่สะดวกเท่าเตาแก๊ส เท่านั้นเอง
เห็ดเข็มทองผัดเนย สะดวกมาก
เอาเห็ดเข็มทองใส่จาน วางเนยไว้ด้านบนเล็กน้อย โรยเกลือนิดหน่อย
ยัดใส่ในไมโครเวฟ แป๊บนึง เอาออกาคลุกๆก็ได้กินแล้ว :33:
ดูวัสดุ อุปกรณ์ก่อน
ของเหลือในตู้ิเย็น เดาเอาน่าจะมีประมาณนี้นะ
ไข่
มาม่า
เศษผักเหลือๆแต่ไม่ถึงกะเน่า
ปลากระป๋อง
ขนมปัง
นมข้น
ขนมถุงๆที่กินไม่หมด
เนย
นมกล่อง
แล้วเราจะทำไรกินกันดี
มาม่าผัด
(ว่าจะไปทำอยู่เนี่ย)
ใส่กุนเชียงด้วย :22:
เพิ่มความอ้วน
อ้างคำพูดจาก: daylight เมื่อ 02 เม.ย. 2007, 10:13 น.
ดูวัสดุ อุปกรณ์ก่อน
ของเหลือในตู้ิเย็น เดาเอาน่าจะมีประมาณนี้นะ
ไข่
มาม่า
เศษผักเหลือๆแต่ไม่ถึงกะเน่า
ปลากระป๋อง
ขนมปัง
นมข้น
ขนมถุงๆที่กินไม่หมด
เนย
นมกล่อง
แล้วเราจะทำไรกินกันดี
ไม่ต้องถึงมือ เชฟจักรี หรือ ตาตั้มหรอก
ตูเด็กนอก ถนัดนักเรื่องเอาของเหลือในตู้เย็นมาทำ
จากที่บอกมา เราจะมี ผัดบะหมี่ปลาทรงเครื่่อง
และมีของหวานคือ เฟรนช์โทส
เริ่มจากบะหมีทรงเครื่องก่อน
เอาบะหมี่มาลวก ไม่ต้องให้สุกมาก
เทน้ำร้อนออก แล้วเทน้ำเย็นจัดๆ ลงไป ทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ
เปิดปลากระป๋อง ตักเนื้อขึ้นมา
ส่วนน้ำ เอาไปผสมกับเครื่องปรุงมาม่า
ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน เติมน้ำมันหอมเจียวที่มีในซองมาม่าใส่ลงไป(ุถ้ามี)
พอได้กลิ่นหอมเจียว ตอกไข่ใส่ลงไป ตีไข่ให้เข้ากัน
เอาบะหมี่ลงไปผัดกับไข่ เติมน้ำปลากระป๋องที่ผสมกับเครื่องปรุงมาม่า
ลงไปผัดด้วย ตามด้วยเนื้อปลา ผัดให้น้ำคลุกคลิก แล้วยกลง
เทลงไปในชามที่รองด้วยเศษผัก เป็นอันเสร็จพิธี ผัดบะหมี่ปลาทรงเครื่อง :04:
ของหวาน ให้ตีไข่ผสมกับนม
เอาขนมปังลงไปชุบ
ตั้งกระทะใช้ไฟกลางๆ ใช้เนยแทนน้ำมัน
เอาขนมปังที่ชุบแล้วลงไปทอด
จนเป็นสีเหลืองทอง
ยกขึ้นหั่นเป็นชิ้นสามเหลี่ยม
ราดนมข้น โรยหน้าด้วยขนมถุงๆ ที่กินเหลือไว้
อ้ามมมมมม รอดไปอีกมื้อ :04:
อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 02 เม.ย. 2007, 10:53 น.
ไม่ต้องถึงมือ เชฟจักรี หรือ ตาตั้มหรอก
ตูเด็กนอก ถนัดนักเรื่องเอาของเหลือในตู้เย็นมาทำ
จากที่บอกมา เราจะมี ผัดบะหมี่ปลาทรงเครื่่อง
และมีของหวานคือ เฟรนช์โทส
เริ่มจากบะหมีทรงเครื่องก่อน
เอาบะหมี่มาลวก ไม่ต้องให้สุกมาก
เทน้ำร้อนออก แล้วเทน้ำเย็นจัดๆ ลงไป ทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ
เปิดปลากระป๋อง ตักเนื้อขึ้นมา
ส่วนน้ำ เอาไปผสมกับเครื่องปรุงมาม่า
ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน เติมน้ำมันหอมเจียวที่มีในซองมาม่าใส่ลงไป(ุถ้ามี)
พอได้กลิ่นหอมเจียว ตอกไข่ใส่ลงไป ตีไข่ให้เข้ากัน
เอาบะหมี่ลงไปผัดกับไข่ เติมน้ำปลากระป๋องที่ผสมกับเครื่องปรุงมาม่า
ลงไปผัดด้วย ตามด้วยเนื้อปลา ผัดให้น้ำคลุกคลิก แล้วยกลง
เทลงไปในชามที่รองด้วยเศษผัก เป็นอันเสร็จพิธี ผัดบะหมี่ปลาทรงเครื่อง :04:
ของหวาน ให้ตีไข่ผสมกับนม
เอาขนมปังลงไปชุบ
ตั้งกระทะใช้ไฟกลางๆ ใช้เนยแทนน้ำมัน
เอาขนมปังที่ชุบแล้วลงไปทอด
จนเป็นสีเหลืองทอง
ยกขึ้นหั่นเป็นชิ้นสามเหลี่ยม
ราดนมข้น โรยหน้าด้วยขนมถุงๆ ที่กินเหลือไว้
อ้ามมมมมม รอดไปอีกมื้อ :04:
:25: :25:+
+ ด้วย อ่านตอน 11.30 นี่ ท้องร้องกันเลยทีเดียว
เดี๋ยวไว้กลับไปทำกินเองมั่งดีกว่า :46:
จะจำไว้ทำกินที่หอนะ
อยู่บ้านทั้งทีขอเนื้อหนังหน่อย :08:
สุดยอดฮะ
++ :12:
อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 02 เม.ย. 2007, 10:53 น.
และมีของหวานคือ เฟรนช์โทส
ขนมปังชุบไข่นี่นา ชื่อหรูซะ :31:
อ้างคำพูดจาก: บุญชู เมื่อ 02 เม.ย. 2007, 17:52 น.
ขนมปังชุบไข่นี่นา ชื่อหรูซะ :31:
French toast เท่ากับ ขนมปังชุบไข่จริงๆ
แต่ถ้ามีวัตถุดิบในตู้เย็นเยอะกว่านี้
ก็จะได้ French toast หลายแบบ
เช่น French toast strawberry หรือ French toast banana
หรือ French toast with Honey เป็นต้น
ความน่ากินก็จะเพิ่มขึ้นอีกเยอะ ดูรูปข้างล่างนี่เป็นต้น
(http://img2.f0nt.com/09/7b6065b6a70d42619156787661c70622.jpg)
ปฮ รูปจาก istockphoto นะจ๊ะห์
โว้วว สุกยอด น่ากินเลยครับ อาหารนานาชาตินี่ยกให้พี่ ณต เลย :12:
วิบครีมๆๆๆๆๆๆๆๆๆ :04:
:07c:
จะไปหากินได้ที่ไหนกันเล่า
:05:
:10: :10: :10: :10: :10:
ไม่น่าเข้ามาเลย เห็นอะไรก็อยากกินไปหมด
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 28 มี.ค. 2007, 09:50 น.
ขุด! (กระจู๋ที่ไม่มีการโพสต์แค่ 15 วันก็ต้องใช้คำนี้ซะแล้วหรือนี่)
ขอสูตรอาหารง่าย ๆ ที่สามารถใช้ไมโครเวฟอย่างเดียวก็ทำได้ครับ :46:
พวกมาม่าทรงเครื่อง ข้าวผัดของเหลือในตู้เย็นอะไรประมาณนี้ก็ได้ครับ
ไมโครเวฟเนี่ยมันแถมคู่มือทำอาหารอยู่แล้ว ลองอ่านศึกษาให้ดี วิธีการทั้งหมดจะเหมือนกันตามที่เค้าบอกกันล่ะครับ
อ้างคำพูดจาก: บุญชู เมื่อ 28 มี.ค. 2007, 12:32 น.
ก็ทำได้เกือบทุกอย่างแหละครับพี่อุ้ย
อยู่ที่เทคนิค
การเอาเข้าเอาออก ตามเวลา มาคนมาพลิก เติ่มนู่นนี่นั่น
แค่ไม่สะดวกเท่าเตาแก๊ส เท่านั้นเอง
พื้นฐานสำหรับการทำอาหารด้วยไมโครเวฟก็คือ อาหารนั้นต้องมีปริมาณน้ำในอาหารมากพอนะ เพราะกลไกของมัน มันจะส่งคลื่นไมโครเวฟนี่ล่ะ จะทำให้อนุภาคของน้ำหมุนตัวติ้วๆๆๆๆๆๆๆๆ และเสียดสีกันจนร้อน จำเอาไว้ก่อนนะ
ดังนั้นของที่ถนัดของมันก็คือทำให้น้ำในอาหารร้อน จึงใช้อุ่นอาหาร ต้ม หุงข้าว ทำข้าวต้ม โจ๊ก ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นกับความสามารถของไมโครเวฟด้วย ลองเอาผักแบบผักคะน้าไปเวฟเปลือยๆ เราจะเห็นว่ามันสุกยากมาก แต่ถ้าเราเอาผักคะน้า ใส่น้ำและเหยาะเกลือลงไปนิดหน่อย มันจะสุกเร็วกว่า :22:
ดูจากอุปกรณ์ที่ให้มาไข่
มาม่า เศษผักเหลือๆแต่ไม่ถึงกะเน่า ปลากระป๋อง ขนมปัง นมข้น ขนมถุงๆที่กินไม่หมด เนย นมกล่อง
เห็นของเหลือแล้วไม่อยากแนะนำเลยล่ะอุ้ย
คงทำได้ประมาณแซนด์วิชไข่ดาว ใส่ผัก แล้วทำน้ำสลัดเอาเอง (ไข่แดง น้ำส้มสายชู น้ำมัน แล้วก็ใส่นมข้นนิดหน่อย)
เพราะลำพังเอาของที่เหลือในตู้เย็นมาทำกับเตาแก๊ส ก็แทบจะกลืนไม่เข้าแล้วเนอะ (สภาพอาหารคงไม่ต่างจากมาม่าสูตรตาแอน) นี่ยังต้องเอามาทำด้วยไมโครเวผแล้วกินได้อีก :41:
รอไอ้กรีมาบอกละกัน
ของเหลือในตู้เย็นของตูจะประมาณนี้
ไส้กรอกของโรงงาน ขาหมูของโรงงาน มะเขือเทศ แยม ขนมปัง เหล้า เบียร์ แหนม ปูอัด หมูบด ลูกชิ้น หอยจ้อไก่ น้ำพริกเผาตาตั้ม :22:
ขนมกินเหลือมักจะทิ้งเลย แล้วผักเหลือๆ ก็มักจะไม่กิน เพราะมันไม่อร่อย
อ้างคำพูดจาก: I_AM_SUD_YOD เมื่อ 10 เม.ย. 2007, 23:42 น.
ไมโครเวฟเนี่ยมันแถมคู่มือทำอาหารอยู่แล้ว ลองอ่านศึกษาให้ดี วิธีการทั้งหมดจะเหมือนกันตามที่เค้าบอกกันล่ะครับ
มันไม่มี :05:
ตอนนี้พอจะประดิษฐ์เมนูมาม่ากับเมนูขนมปังได้แล้ว
ไว้ว่าง ๆ และถ้าไม่ลืมตัวกินไปเสียก่อนจะถ่ายรูปมาอวด
เอาละพี่ตั้มมาประจำการแล้ว :40:
โอ้ยยย
กว่าจะมาติดได้ ไอ้ไฮสปีด TT&T เนี่ย
ฝนตกก็อืด :08:
สงกรานต์นี้ต้องหอบเป็ดที่ซื้อจากโรงงานกลับบ้านไปให้แม่แปรรูปขายต่อ 20 ตัว พร้อมขาหมูอีก 4 ขา
กว่าจะตบตีแย่งซื้อมาได้ (ตัวละ 40 บาท เลาะกระดูดแล้วด้วยนะ :42:)
ขายให้ผม ตัวละ 10 บาท ได้มั้ย :25:
อ้างอิงของเหลือในตู้เย็นของตูจะประมาณนี้
ไส้กรอกของโรงงาน ขาหมูของโรงงาน มะเขือเทศ แยม ขนมปัง เหล้า เบียร์ แหนม ปูอัด หมูบด ลูกชิ้น หอยจ้อไก่ น้ำพริกเผาตาตั้ม ยิ้มน่ารัก
ขนมกินเหลือมักจะทิ้งเลย แล้วผักเหลือๆ ก็มักจะไม่กิน เพราะมันไม่อร่อย
สาบานว่านั่นเหลือ :08:
วันนี้ไปเจอขนมเค้กแบบอินสแต๊นท์ ที่บ้านแม่
ทำโดยเติมไข่ และน้ำมันพืช ยัดเข้าไมโครเวฟสองสามนาที
:31:
ไว้จะไปลองทำดูครับ
อ้างคำพูดจาก: daylight เมื่อ 11 เม.ย. 2007, 01:19 น.
สาบานว่านั่นเหลือ :08:
กินไม่ทันคนซื้อครับ
ตอนนี้เพื่อนห้องข้างๆ อ้วนกันไปตามๆกันแล้ว
ขุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เมื่อคืนมีคนเอา สตูมาฝากค่ะ
แต่อรแยกไม่ออกว่า ลิ้นหมูหรือลิ้นว้ว ดูตรงไหนคะ :37:
ดูตรงหน้าครับ
หมูตัวเล็กกว่าวัว กินแทบทุกอย่าง
วัวกินหญ้า และมีเขา
อรเห็นแต่ลิ้นง่าาาา :23:
(โดดกอด)
ถามคนขายสิอร :42: ตูจะไปรู้ได้ไง
กินไปหมดแล้วค่ะ :05:
ไม่ได้ซื้ออ่ะเขาให้มา