โลกนี้สีชมพู

เริ่มโพสต์โดย เดอะบุ๋ม, 17 มิ.ย. 2008, 15:26 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Buob Marley

http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

เดอะบุ๋ม

ฮิ้ววววว  พี่ฉึ่งเขิน สาว   :27:


พี่แหม่ม ก็ยังไม่ได้เป็นแฟนพีนพสักหน่อยนึง ทึกทักไปเองคนเดียวแท้ๆ


นี่แหละน๊า ผู้ชาย    ไม่ถามให้แน่ใจ ตัดสินคนเดียวตลอด   คิดแต่ว่าคิดถูก :50:

มุมมองของผู้หญิง  มันซับซ้อนกว่าเย๊อะ...

8e88

บรรยากาศตอนช่วงบ่ายแก่ๆมันนิ่งเงียบไปเลยในตอนนั้น
เราไม่ได้คุยกันต่อ และรู้สึกด้วยกันทั้งคู่ว่ามันเต็มไปด้วยความอึดอัด

"ปี้นๆๆ" เสียงแตรรถเข็นขายซาลาเปาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ...

แหม่ม: "กินซาลาเปามั๊ย? เราเลี้ยง.. "
ผม: "ก็ได้.."

ผมและแหม่มค่อยๆเป่าซาลาเปาลูกร้อนๆให้มันอุ่นลง ก่อนจะกลืนมันลงท้อง
...เราทั้งคู่รู้ว่าถ้ากินมันทั้งร้อนๆ จะต้องลวกปากตัวเองแน่นอน ....

แหม่ม: "เมื่อกี้โกรธหรือเปล่า..."
ผม: "เปล่า ....แล้วแหม่มล่ะ..."
แหม่ม: "ไม่อ่ะ ไม่โกรธหรอก"
....ผมพยักหน้าตอบ แต่ไม่ได้พูดอะไร
............
แหม่มก็เงียบ ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน
....................
..........................................

"กลับไปดูไอ้นพแข่งต่อเหอะ" ผมชวนแหม่มกลับเข้าไปที่สนาม
"อื้อออ...." แหม่มพยักหน้า และเดินตามผมกลับเข้าไปที่สนาม

การแข่งครั้งนั้นไอ้นพตกรอบรองชนะเลิศ ...เราทั้ง 3 คนคุยกันตามปกติ เหมือนไม่มีเรื่องราวเกิดขึ้น
แต่แหม่มก็โทรหาผมน้อยลง และมันเหมือนกับว่าเวลาแหม่มโทรมา เราไม่กล้าที่จะคุยกันสนุกเหมือนเมื่อก่อน
ส่วนผมไม่ได้เป็นฝ่ายโทรหาแหม่มอีกเลย

จนทุกคนจบ ม.3 และแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง....

ปล: ไอ้ช่วงซื้อซาลาเปานี่เป็นส่วนที่ไม่ตรงกับเรื่องจริง เพราะต้องการให้อรรถรสมันเข้ากับหัวเรื่องที่เกริ่น
ของจริงๆคือรถเข็นลูกชิ้นปิ้งธรรมดา
 :30:

蓝月 (lán yuè)

ของพี่ฉึ่งเดี๋ยวกลับมาอ่านนะคะ
ของพี่ณตนี่กวาดสายตาผ่านๆ นี่มันละเลียดชัดๆ :30:

อ้างคำพูดจาก: เดอะบุ๋ม เมื่อ 30 มิ.ย. 2008, 15:47 น.


รออ่านเรื่องเดือนกะตัมวัน  :56: (นอกเรื่อง  พี่แวะไปอ่านบลอคเดือนมา  โต้วาที ฮามากเลยน้อง ชอบๆ พี่เม้นในนั้นไม่ได้อ่ะ  :43:)


โห ยังไม่ลืมอีก :30:
เจ๊ดูคลิปด้วยเหรอ :25: ซาบซึ้ง
นึกว่าจะไม่มีใครดูแล้ว :05:+
ทำไมเม้นไม่ได้อ้ะคะ :09:
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

Buob Marley

พี่ฉึ่งมีแต่งเรื่องเสริมด้วย :30:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

เดอะบุ๋ม

อ้างคำพูดจาก: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 01 ก.ค. 2008, 02:02 น.
โห ยังไม่ลืมอีก :30:
เจ๊ดูคลิปด้วยเหรอ :25: ซาบซึ้ง
นึกว่าจะไม่มีใครดูแล้ว :05:+
ทำไมเม้นไม่ได้อ้ะคะ :09:


อ่ะนะ ไม่รู้เหมือนกันจ่ะ ปกติน่าจะได้ พอกดพิมพ์ชื่อ แล้วก็เม้น มันก็ cannot... สองสามครั้งก็เลยเลิก ฮ่าๆ  บอกในนี้แทน  :43:


ตัมวันล่ะจ้ะ  :56:



//

อ้างคำพูดจาก: 8e88 เมื่อ 01 ก.ค. 2008, 02:01 น.
บรรยากาศตอนช่วงบ่ายแก่ๆมันนิ่งเงียบไปเลยในตอนนั้น
เราไม่ได้คุยกันต่อ และรู้สึกด้วยกันทั้งคู่ว่ามันเต็มไปด้วยความอึดอัด

"ปี้นๆๆ" เสียงแตรรถเข็นขายซาลาเปาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ...

แหม่ม: "กินซาลาเปามั๊ย? เราเลี้ยง.. "
ผม: "ก็ได้.."

ผมและแหม่มค่อยๆเป่าซาลาเปาลูกร้อนๆให้มันอุ่นลง ก่อนจะกลืนมันลงท้อง
...เราทั้งคู่รู้ว่าถ้ากินมันทั้งร้อนๆ จะต้องลวกปากตัวเองแน่นอน ....

แหม่ม: "เมื่อกี้โกรธหรือเปล่า..."
ผม: "เปล่า ....แล้วแหม่มล่ะ..."
แหม่ม: "ไม่อ่ะ ไม่โกรธหรอก"
....ผมพยักหน้าตอบ แต่ไม่ได้พูดอะไร
............
แหม่มก็เงียบ ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน
....................
..........................................

"กลับไปดูไอ้นพแข่งต่อเหอะ" ผมชวนแหม่มกลับเข้าไปที่สนาม
"อื้อออ...." แหม่มพยักหน้า และเดินตามผมกลับเข้าไปที่สนาม

การแข่งครั้งนั้นไอ้นพตกรอบรองชนะเลิศ ...เราทั้ง 3 คนคุยกันตามปกติ เหมือนไม่มีเรื่องราวเกิดขึ้น
แต่แหม่มก็โทรหาผมน้อยลง และมันเหมือนกับว่าเวลาแหม่มโทรมา เราไม่กล้าที่จะคุยกันสนุกเหมือนเมื่อก่อน
ส่วนผมไม่ได้เป็นฝ่ายโทรหาแหม่มอีกเลย

จนทุกคนจบ ม.3 และแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง....

ปล: ไอ้ช่วงซื้อซาลาเปานี่เป็นส่วนที่ไม่ตรงกับเรื่องจริง เพราะต้องการให้อรรถรสมันเข้ากับหัวเรื่องที่เกริ่น
ของจริงๆคือรถเข็นลูกชิ้นปิ้งธรรมดา
 :30:


น่าเสียดาย ทำไมผู้ชายคิดแบบห้วนๆแบบนี้เนอะ

ไปหลอกให้สาวชอบ แล้วคิดจะหนีก็หนีไปดื้อๆ 

ความคิดถึงบางทีมันก็ทรมานนะคะรู้ม้ายยย  :05:   แอบเห็นใจ พี่แหม่ม


8e88

#1776
หลายเดือนผ่านไปผมก็ยังติดต่อกับไอ้นพอยู่เรื่อยๆ แต่ผมไม่กล้าถามเรื่องแหม่มเท่าไหร่
จนวันนึงไอ้นพมันโทรมาหาผมบอกว่า "เออ ...กูกับแหม่มไม่ได้ติดต่อกันแล้วนะ"
แล้วก็คุยเรื่องชีวิตว่าแต่ละคนเป็นยังไงกันต่อ ตามประสาเพื่อนฝูง

..............................
.......................................

...จากนั้นไม่นานก็มีใครคนนึงโทรมาที่บ้านผม คาดเดาไม่ยากนักว่าเป็นใคร...

"ฮัลโล เป็นไงบ้าง จำเราได้มั๊ย?" เสียงหวานปนห้าวของแหม่มแน่นอน ผมจำได้ดี
"อืมม จำไม่ได้อ่ะ นั่นใครครับ :39:" ผมแกล้งจำไม่ได้ซะงั้น
"นี่! จำไม่ได้จริงๆ หรือว่าแกล้งจำไม่ได้เนี่ย :37:" แหม่มพูดทีเล่นทีจริงกับผม
"ไม่รู้ล่ะ จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่แฮ๊ปปี้เบิร์ธเดย์นะ :22:" แหม่มอวยพรต่อ ......

ผมลืมไปเลย ว่าวันนี้มันเป็นวันเกิดของผม
และไม่รู้ว่าแหม่มรู้วันเกิดผมได้ยังไง....


ผมตอบแหม่มกลับไปว่า ...

"สบายดีเปล่า ร่าเริงเชียว"
"อื้ออ แน่นอน ...." แม้คุยกันผ่านโทรศัพท์แต่แหม่มคงตอบผมด้วยท่าทางที่ยิ้มแย้มร่าเริงเหมือนที่ผ่านๆมา

คืนนั้นเราโทรคุยกันยาวเป็นชั่วโมงๆ ผมจำไม่ได้ว่า นานหลายเดือนแล้วที่ไม่ได้รู้สึกดีๆ ..แบบนี้ ..





ปล: จบด้วยโทรศัพท์ตามเคย ชีวิตค่อนข้างเจออะไรแบบนี้หลายครั้ง  :30: ...จริงๆแล้วแหม่มโทรมาครั้งนี้ก็มาคุยเพราะคิดถึงเรื่องตอนนั้นอีกเหมือนกัน ไม่ได้คิดว่าจะกลับมาคบเป็นแฟนอะไร ...ถ้ากลับมาคุยกันแล้วรู้สึกดีทั้งคู่ มันก็น่าจะทำ ...เรื่องของเรื่องคือดันบอกว่าตอนนี้มีแฟนแล้ว คบเพื่อนอีกคนอยู่ ซึ่งไอ้เราก็รู้จักมัน เลยต่อยอดกันไม่ได้  :39: .....คิดถึงเรื่องนี้ทีไร แม่งชอบคิดไปถึงเพลง เราสามคน ของอิทธิ พลางกูร ที่ฮิตมากในตอนนั้นทุกที

เดอะบุ๋ม

#1777
โห  หักมุมสุดยอด  :29:


พี่ฉึ่งใจร้าย  :23:


:50:

:30:  รู้สึกว่าจะอินจัด ขออภัยๆ  :46:


เล่าแบบเป็นพล็อตละครได้เลยอ่ะ  มีบทพูดด้วย    :25:

พี่ฉึ่งไปเขียนนิยายได้เลยเนี่ย  :12:


รอตอนต่อไป   :25:




เดอะบุ๋ม

รอ    :01:

http://media.imeem.com/m/0HOCaAuC1i

ปิดตัวเองให้มืดมน อย่างคนที่ไร้ความคิด
ปล่อยชีวิต ยึดติดกับคำว่ารอ
ในความรัก ในความหวัง
มีความช้ำคอยซ้ำรอยต่อ
ตอกย้ำว่าต้องรอ เรื่อยไป

กับความรักที่เลื่อนลอย ที่ลดน้อยลงทุกที
เท่าที่มี ข้างกายคือความเงียบเหงา
อยากมีเธอ เคียงข้างกาย ไขว่คว้าได้เพียงแค่เงา
อ้างว้างและเหน็บหนาว เหงาในหัวใจ

เหนื่อยจนท้อ ต้องรออีกนานเท่าไหร่
ความรัก ของเรามันคงสุดทาง
เหนื่อยเพียงไหน
เมื่อมันยิ่งรอ ยิ่งหมดความหวัง
ความฝัน คงไม่มีวันเป็นจริง
เหนื่อยและท้อ ต้องรอไปจนเมื่อไหร่
ยิ่งหวัง ยิ่งไกลออกไปทุกที เหนื่อยและล้า
ไขว่คว้าเท่าไหร่ ไม่ถึงเธอซักที
สิ่งที่เจอวันนี้ ฉันมีแต่ความว่างเปล่า

จะวันนี้ จะวันไหน จะยังเฝ้ารออย่างนี้
กี่เดือนปีเลยผ่าน จะรอเรื่อยไป
ด้วยดวงใจที่มั่นคง จะนานแสนนานเท่าไร
แต่หัวใจ ยังย้ำทุกวันว่ารอ

เหนื่อยจนท้อ ต้องรออีกนานเท่าไหร่
ความรัก ของเรามันคงสุดทาง
เหนื่อยเพียงไหน
เมื่อมันยิ่งรอ ยิ่งหมดความหวัง
ความฝัน คงไม่มีวันเป็นจริง
เหนื่อยและท้อ ต้องรอไปจนเมื่อไหร่
ยิ่งหวัง ยิ่งไกลออกไปทุกที เหนื่อยและล้า
ไขว่คว้าเท่าไหร่ ไม่ถึงเธอซักที
สิ่งที่เจอวันนี้ ฉันมีแต่ความว่างเปล่า

สิ่งที่รู้วันนี้ ฉันมีแต่คำว่ารอ

8e88

ขี้เกียจเขียน หมดมุก ... เอาเรื่องสั้นที่เคยเขียนเล่นๆมาแถมละกัน ...

โทรศัพท์บ้านกับหนังสือรุ่น

เช้าตรู่ในวันหยุดปลายสัปดาห์ โทรศัพท์บ้านที่ร้างราจากเสียงโทรเข้ามานาน ก็ได้ดังขึ้น
ท่ามกลางโลกยุคปัจจุบันที่ผู้คนใช้โทรศัพท์มือถือประดุจปัจจัยหลัก โทรศัพท์บ้านเลยแทบไร้ความหมายไปแล้วโดยเฉพาะชายโสดอย่างผม ที่วันๆนึงจะใช้โทรศัพท์มือถือคุยแค่เรื่องงาน หรือไม่ก็ชวนเพื่อนฝูงออกไปสังสรรค์กันบางครั้ง

กริ๊ง กริ๊งงง ...เสียงโทรศัพท์ดังสร้างความหงุดหงิดให้กับผมยามเช้า ...ทีแรกผมคิดว่าใครสักคนคงโทรมาทวงหนี้ โทรผิดบ้าน หรือญาติที่อยู่ต่างจังหวัดโทรมาเรื่องธุระ ผมยกหูโทรศัพท์ที่ฝุ่นเกาะเล็กน้อยขึ้นมารับสาย ....

"นั่นบ้านโก้ ใช่มั๊ยค่ะ?"
เสียงหวานๆจากปลายทางเรียกชื่อผมขึ้นมา และผมก็รู้สึกคุ้นเคยกับเสียงนั้น
"ครับ นั่นใครครับ"
"เราอ้อไง ยังจำได้มั๊ย"
.......................

ผมจำเธอได้เป็นอย่างดี นานแล้วที่เราไม่ได้พบกัน ...ตอนสมัยเรียนมัธยมปลาย เรียกได้ว่าเราสนิทกันประมาณนึง เรียกได้ว่าเกือบจะเป็นแฟน แต่ผมก็ต้องพลาดหวัง เป็นได้แค่เพื่อนคนนึงในเวลาต่อมา ....เหตุการณ์และกาลเวลาทำให้เราค่อยๆห่างกัน ความสนิทก็ค่อยๆจางหายไป จนอยู่แค่เบื้องลึกในความทรงจำ ...เธอหาเบอร์โทรศัพท์ของผมจากหนังสือรุ่นและก็โทรมา เรานัดเจอกันเพื่อคุยระลึกถึงอดีตในวัยเรียนในอีกไม่กี่วันถัดจากนั้น

เธอยังสวยเหมือนเดิม แต่ดูเศร้าอย่างบอกไม่ถูก ผมนึกในใจแต่ไม่ได้พูดออกมา
เราพูดคุยกันหลายเรื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องอดีต และก็เรื่องพื้นๆในปัจจุบันว่าพ่อแม่สุขสบายดีรึเปล่า งานเป็นยังไงบ้าง

...สิ่งหนึ่งที่เราไม่กล้าถามซึ่งกันและกันก็คือเรื่องแฟนของแต่ละคน

....ผมไม่กล้าถามเธอ เพราะในใจยังรู้สึกดีๆกับเธออยู่ มันเหมือนกับการให้ความหวังตัวเองอยู่ลึกๆของชายโสดที่ได้มาเจอกับคนที่เราเคยชอบในอดีต

....ส่วนเธอก็เหมือนจะเปิดใจให้กับผมอีกครั้ง ....ไม่รู้ว่าผมเข้าข้างตัวเองรึเปล่า แต่รู้สึกได้แบบนั้น

"ตู๊ด ตู๊ด" เสียง sms จากมือถือของเธอดังขึ้น ...เธอนิ่งไปสักพัก จึงกดตอบกลับไป
"เพื่อน sms มา ชวนไปเที่ยวคืนนี้น่ะ แต่ไม่อยากไปละ  ...ดูหนังกันมั๊ย?"
เธอชวนผมดูหนัง ...นานแล้วที่เราไม่ได้ดูหนังด้วยกัน

ระหว่างที่ดูหนังด้วยกัน เธอดูเหมือนเป็นกังวลตลอดเวลา 1 ชั่วโมงกว่าๆ เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นจาก sms ที่ส่งมาแทบจะทุกๆ 10 นาที เธอเปิดโทรศัพท์ดูเป็นระยะๆ เมื่อหนังกำลังใกล้จะจบลง sms ได้ถูกส่งเข้าโทรศัพท์มือถือของเธออีกครั้ง มันสั่นและตกลงบนพื้นพรมของโรงหนัง เธอคว้ามันไม่ทัน แสงไฟของโทรศัพท์มือรุ่นใหม่สว่างพอที่จะทำให้ผมเห็นข้อความนั้น...


ผมเก็บโทรศัพท์มือถือขึ้นมาให้เธอ หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้พูดอะไรกันต่อสักคำ
ก่อนจากกันในค่ำวันนั้น เธอพูดกับผมเพียงแค่ว่า "โชคดีนะ..."

slaveofann

#1780
นี่คือเรื่องของตัวเอง

มั่นใจว่าถ้าเล่าแต่ตอนเด็ก นี่มันคงจะฉีกห่างจากโลกนี้สีชมพูไปประมาณสามสี่พันกิโล
ชีวิตที่สามารถทำเป็นหนังยาวได้สบายๆ และคงมีคอดราม่าละครน้ำเน่าติดตามอย่างหนึบหนับ
ทุกเรื่องที่เล่า ไม่มีใส่ไข่ มีแต่ลดความแรงลง ไม่ต้องการให้เจอหน้ากันอีกครั้ง
แล้วมองกันต่างไป

ครอบครัวนอกจากจะแตกแยก
พ่อไม่ได้มีเมียคนเดียว แถมถูกยิงตายด้วย M16 จนรถพลิกคว่ำตาย
พร้อมกันผู้หญิงอีกคน ที่ไม่ใช่เมียหลวง! ตั้งแต่เราอายุขวบไม่เกินสองเดือน
ทำให้ความทรงจำกับพ่อ จางเหลือเกิน จริงๆ ถ้าไม่มีรูปพ่อในห้องพระ
พ่อหน้าเป็นไง ไม่รู้จักเลยแฮะ

แม่ติดการพนันขั้นหนัก เล่นจนจำนองบ้านแทบหมดตัว
พี่น้องแม่รวมมีห้าคน แม่เป็นคนเดียวที่มีลูก
และแน่นอน เรากับเปาว์น้องสาวก็คนละพ่อ
รักของพ่อ ต้องให้เปาว์มากกว่าอยู่แล้ว
พ่อเลี้ยงคนนี้ก็เป็นเจ้าพ่อ กึ่งมาเฟียอยู่นครศรีธรรมราช
คนแรง ยิงคนตายไม่กระพริบตา และเมียเยอะตามแบบฉบับ
แม่เราเลยหนีมากทม. บ้านช่องก็ไม่ค่อยกลับ
ป้าเราเลี้ยงดูเรามากับลุงซึ่งเป็นน้องชาย
ทั้งสามคนรักเปาว์มากกว่า เพราะเราเป็นเด็กช่างพูด
ถึงตอนนั้นจะหน้าตาน่ารักแบบถ่ายโฆษณาบ่อยๆ
แต่เด็กเถียงเก่ง ผู้ใหญ่ก็เอ็นดูน้อยลง เรื่องปกติ

รักของเรา จึงแสวงหาจากเพื่อนทั้งนั้น
แถมเพื่อนแต่ละคน ก็แสวงหาประโยชน์จากเรา
ขโมยของ ขโมยเงิน ขโมยทอง รวมๆแล้วไม่กี่ปี
น่าจะไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาท แต่เราก็ปกป้องเพื่อนล่ะ

ยังไม่นับเหตุการณ์ลับเลวร้ายมากมาย ที่เกิดจาก
คนรัก เพื่อนรัก ผู้ชายรอบข้างในวัยเด็ก ทำร้ายร่างกายจิตใจ
สั่งสม ทำให้เรากลายมาเป็นคนแบบนี้

พอแม่มาอยู่ญี่ปุ่นได้ไม่นาน จากคนไม่มีเงิน มีหนี้มีสิน
ก็กลายเป็นคนมีเงิน มีทอง เรามีจีช็อค แปดสิบเรือน
นาฬิกาทุกรุ่นใหม่ๆ เรามีหมด เงินทองฟุ้งเฟ้อ
ใช้แต่ของดี ยังคิดอยู่ โอกาสในการติดยาเรามีมากกว่าคนอื่นหลาย
ร้อยเปอร์เซ็นต์ เงินถึง ของถึง คนรอบข้างมั่วยากันกระจุย เพราะฉะนั้น อย่าเอาสาเหตุนี้มา
อ้างในการเล่นยา คุณเล่น เพราะคุณใจอ่อนแอเอง
อย่าโทษสิ่งแวดล้อม เราคิดแบบนั้น

มันไม่ได้เกี่ยวกับโลกชมพูหรอกนะ แต่ถ้าอ่านเรื่องรักเราแล้ว
ไม่เข้่าใจเรา ทำไมอีนี่มันมั่วรักไปเรื่อย ก็ขอให้เข้าใจเรื่องตอนต้น
ก่อนมีรักเสียหน่อย น่าจะทำให้อ่านเรื่องของเราได้เข้าใจมากกว่าเดิมแหละ

ปล รักออนไลน์ ไว้ว่างจะมาเขียนนะ มันเยอะ และยาว
กลัวเบื่อ  :30:

กวางจ้ะ

เรื่องโทรศัพท์บ้านกับหนังสือรุ่นของพี่ฉึ่งนี่ ..
ทำให้นึกถึงแฟนเก่ากวางคนนึงอ่ะค่ะ เดี๋ยวเล่าให้อ่านละกันนะคะ  :52:+

เรื่องพี่ปุกนี่ เจออะไรมาเยอะมากเลยอ่ะ
สิ่งแวดล้อมและจิตใต้สำนึกมันหล่อหลอมให้เราเป็นแบบนี้
ให้พี่ปุกเป็นพี่ปุก ถึงจะผ่านอะไรมา เลวร้ายแค่ไหน
กวางเชื่อว่าประสบการณ์เหล่านั้น ทำให้พี่ปุกเป็นคนดีแบบปัจจุบันได้นะ  :22:
และก็ยินดีกับพี่ปุกด้วยที่ผ่านจุดจุดนั้นมาได้
ถ้าเป็นกวางเอง คงไม่เป็นอย่างพี่ปุกทุกวันนี้ ชีวิตอาจจะเละเทะก็ได้  :45: +


///////////////////////////////////////////////////////////


ความรักนายช็อกโกแลต มัธยมเปรี้ยวอมหวาน


เขาเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมค่ะ ห่างกัน 3 ปี สมมติชื่อพี่ต่อนะ
กวางรู้จักเขาตั้งแต่กวางอยู่มัธยมต้น
แอบรักเขามาตลอดแต่กวางไม่รู้ตัวหรอกค่ะ
เพิ่งมาทบทวนตัวเองได้ก็ตอนที่กวางไปนึกถึงเองในช่วงหลัง ๆ

ตอนนั้น กวางอยู่ชมรมพยาบาลค่ะ ส่วนพี่ต่อ อยู่ชมรมยูโด
อยู่ในโรงเรียนเขาจะเป็นเด็กห้องปกครองค่ะ
ก็ช่วยโบกรถแถว ๆ หน้าประตูโรงเรียนให้นักเรียนข้ามถนนให้บ่อย ๆ
และก็จะสนิทกับพี่รปภ. หน้าประตู กับอาจารย์ห้องพยาบาล
เพราะมาขอผ้าพันเคล็ด และก็มาทำแผลบ่อยมาก

มีอยู่วันหนึ่ง กวางต้องทำแผลคางแตกให้พี่ต่อ กวางก็ทำ ๆ ไป
เอาแอลกอฮอล์เช็ดรอบแผล
เอาน้ำเกลือซับข้างในแผล
แล้วหยดเบตาดีนเสร็จเอาผ้าก็อซวาง
แปะพลาสเตอร์
อิตอนทำอ่ะ เขาจ้องตากวางตลอดเลย
แต่ตากวางอ่ะ ไปอยู่ตรงแผลซะมากกว่า
รู้สึกได้ถึงแววตาที่พี่ต่อมองกวาง
ส่วนกวางคิด.. มองเราทำไมเนี่ย -*-"

กวางเล่าให้รุ่นพี่ในห้องพยาบาลอีกคนนึงฟัง
พี่เขาก็บอกว่า เอ้อ ไอ้นี่กวางอย่าไปยุ่งมากนักเลย มันบ้าพลัง

กวางก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร จนกระทั่ง..
ช่วงนั้นเขาฮิตเล่น Guardian Angel น่ะค่ะ หรือง่าย ๆ เลยผีปากกา
ตอนนั้นฮิตเล่นกันในห้องก่อน ก็เล่น ๆ ไปเสร็จไปเล่นต่อที่ห้องพยาบาล
โดยเล่นกับรุ่นพี่ที่สนิทก่อน แล้วเขาดันมาเห็นเข้าก็.. อยากเล่นบ้าง
ตอนนั้นกวางสอนเล่นโดยให้พี่ต่อเล่นกับเพื่อนอีกคนที่อยากเ่ล่นนะคะ
ซึ่งกวางอ่ะไม่ได้เล่นด้วย ถามอะไรก็ไม่ถาม ถามเรื่องเนื้อคู่
(พี่ต่อเพิ่งอกหักค่ะ อกหักจากสาวมหาลัยที่ชื่อพี่กบ)

พี่ต่อถามว่า เนื้อคู่ผม ผมจะเจอในชาตินี้หรือไม่
Angel ลากปากกาวงไปที่ "Yes"
แล้วเนื้อคู่ผม อยู่ในโรงเรียนเดียวกับผมไหม
Angel ลากปากกาวงไปที่ "Yes"
เอ่อ Angel ช่วยบอกเลขประจำตัวของเธอได้ไหม
Angel วงเลข "1"
ตอนนั้นกวางยืนดูอยู่ด้วยค่ะ
ก็คิด.. อืม เลข 1 แล้วเลขอะไรต่อหว่า อยากรู้ว่าใครจะเป็นผู้โชคร้าย
Angel วงเลข "5"
กวางคิด.. อ้าวซวยละ รุ่นเดียวกับตูนี่นา
Angel วงเลข "1"
กวางคิด.. อืม เลข 1 น่าจะเป็นห้องต้น ๆ ห้อง 1-5 แน่ ๆ เลย ห้องไหนหว่า..
Angel วงเลข "6"
กวางคิด.. อ้าวชิบ.. ทำไมใกล้ตูแบบนี้อ่ะ อย่าเลข 5 นะ
Angel วงเลข "5" (รหัสประจำตัวที่นี่มี 5 ตัวค่ะ)

กวางคิด.. เหมือนมีฟ้ามาผ่ากวางกลางห้องพยาบาล เปรี้ยงงงง!!! :47:

กวางได้แต่ตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นนั่นล่ะ อึ้งมาก ทำไมวงรหัสตูเนี่ย..
แต่ไม่ได้บอกพี่ต่อเองหรอกนะคะว่าเป็นเลขของกวางอ่ะ ให้พี่ต่อเขารู้เองน่าจะดีกว่า

ในห้องพยาบาลนั่นมีทะเบียนประวัติตรวจสุขภาพนักเรียนอยู่
เรื่องค้นเลขประจำตัวนี่ก็เลยง่าย ไม่ต้องไปค้นถึงห้องงานทะเบียนอ่ะค่ะ
ปรากฎว่าเลขนั่นอ่ะ เลขกวางเอง -*-"
พี่่ต่อก็เดินมาถาม
อ้าวกวางเนื้อคู่พี่หรอ
กวางก็ตอบว่า กวางไม่ใช่หรอกพี่
ถ้ากวางเป็นแฟนพี่นะ กวางไม่เอาดีกว่า (ตอนนั้นยังรักเรียนอยู่ค่ะ)

แล้วพี่ต่อก็เล่นผีปากกาหลายครั้งจนแน่ใจ
คำตอบก็เหมือนเดิมไม่ว่าจะเล่นกับใคร
หรือให้คนอื่นเล่นให้ Angel ก็วงเลขกวางตลอด -*-"

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่กวางจบ ม.3 พอดี ส่วนพี่ต่อก็จบ ม.6 (แบบร่อแร่ ๆ)
แล้วกวางก็เลิกติดต่อเขาไปตั้งแต่นั้น เราอยู่ในหนังสือรุ่นเล่มเดียวกัน
ดังนั้นถ้าเกิดนึกถึงเขา เปิดหนังสือรุ่นดูก็เจอรูปพี่ต่อแล้วน่ะค่ะ


จนกวางอยู่ปวช. นั่นล่ะค่ะ เลิกกับแฟนคนแรกไป แล้วกวางต้องหาที่ฝึกงาน
แล้วเขาก็โทรหากวาง โดยใช้เบอร์บ้านที่อยู่ในหนังสือรุ่น โทรมาหา
คุยกับกวางบ่อยมาก เขาโทรมาระบายเรื่องแฟนบ้างอะไรบ้าง
และก็พบว่า ตัวเองนั่นล่ะแอบชอบเขามาตั้งนานแล้วยังไม่รู้ตัวอีก


และเขาก็อกหักกับแฟนคนที่คบอยู่ กวางก็เลยถือโอกาส
ร้องเพลงเพลงนึง ฝากข้อความให้เขาไป


"สมมติว่าเธอไม่รักเขา อยากรู้ว่าเรารักกันได้ไหม สมมติว่าเธอก็รู้อยู่แก่ใจ เป็นฉันได้ไหมช่วยบอกฉันที"


เย็นวันนั้นเขาโทรมาบอกว่า ได้สิ
กวางก็งง เอ๊ะอะไร เขาบอกว่า
ที่บอกว่าได้สิเนี่ย คือตอบคำถามที่ฝากข้อความไว้อ่ะ
กวางก็เลยอมยิ้มนิด ๆ อื้ม แล้วหลังจากวันนั้นชีวิตก็หวานชื่นขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ


หลังจากคุยโทรศัพท์กับเขาวันนั้น
เจอกวางแล้วเขาก็ขโมยจูบแรกกวางไปซะฉิบ

ช่วงที่กวางฝึกงานของ ปวช.3
(ตอนนั้นกวางฝึกงานที่สำนักงานเขตค่ะอยู่สรรพากรเขตบางขุนเทียน)
เขามีเซอร์ไพร้ส์ด้วยนะ แอบเอาแหวนมาให้ แล้วสวมให้เราหน้าเขตนั่นล่ะ
แถมบอกกวางอีกนะว่า เรียนจบแล้ว อย่าลืมมาจดทะเบียนกันนะ  :22:
เลี่ยนซะไม่มี กวางใส่ไปนาน ๆ เข้าแหวนเงินเริ่มลอกอ่ะค่ะ เป็นทองเหลืองซะงั้น
แต่ไม่เป็นไรมันมีคุณค่าทางจิตใจนี่เนอะ :40:

กวางทำงานครึ่งวันที่โลตัสแถวบ้านค่ะ ทำงานออฟฟิศหลังร้าน
เจ้านายระดับสูงของสาขาไว้วางใจกวางดี
เรียกว่าทั้ง Lucky in game Lucky in love เลยก็ว่าได้
ส่วนเขาก็ทำงานห้างนะ ตอนนั้นเขาทำงานโรบินสันบางรัก
เสร็จเขาก็ไปสมัครงานที่เซ็นทรัล โดยมีกวางไปเป็นเพื่อนด้วย
รู้สึกว่าจะไปสมัครที่ปิ่นเกล้า แล้วส่วนจะไปทำสาขาไหนนั้นก็แล้วแต่เรา
ตอนนั้นเขาอยากทำที่พระราม 2 แต่ยังสร้างไม่เสร็จ ก็เลยต้องไปทำที่พระราม 3 ก่อน
พอมาทำที่พระราม 2 ได้สักพัก เขาก็มีเหตุให้ต้องออกจากงานค่ะ
แต่เรื่องที่ออกจากงานนี่เขาไม่ได้โกหกกวางนะ เพราะถ้าโกหกก็คงเป็นเหมือนคนแรกแน่ ๆ (เลิกกัน)
แต่เขาก็ทำเรื่องที่น่าเลิกอีก 2 อย่างค่ะ

อย่างแรกก็คือ อย่างที่บอกน่ะค่ะเขาออกจากเซ็นทรัล แล้วกวางก็ลากเขามาทำงานโลตัส
โดยกวางอ่ะเป็นคนฝากงานให้ทำงานในแผนกที่ค่อนข้างดีหน่อย
แต่เนื่องจากเข้างานคนละกะทำให้เวลาทานข้าวไม่ตรงกัน
พอถึงเวลาทานข้าวของเขา แต่ไม่ใช่ของกวาง เขาก็จะชะโงกหน้ามาที่ห้องบุคคล (กวางพิมพ์บัตรอยู่ห้องบุคคลค่ะ)
แล้วก็ลากกวางออกไปทานข้าว เรื่องนี้กวางโดนพี่เขาบ่นบ่อยมาก จนกวางบอกเขาแล้วว่า
ถ้าเกิดอยู่ในบริษัทก็ไม่ต้องชวนกวางทานข้าวนะ เพราะคนละเวลากัน ไม่งั้นเดี๋ยวกวางโดนดุ เขาก็ไม่ฟังน่ะค่ะ
เรื่องนี้ Discredit กวางมาก ๆ จนกวางไม่กล้าชวนใครมาทำงานด้วยก็เพราะแบบนี้ล่ะค่ะ

อย่างที่สองนี่..วันนั้นกวางไม่ได้ทำงานครึ่งวัน แต่ไปนั่งทำการบ้าน (บัญชี) ที่บ้านเขา แล้ววันนั้นอยู่กับเขาสองต่อสอง
แม่เขายังไม่กลับมาจากตลาด กวางช่วยเขาล้างจาน แต่เขาดันมากอดกวาง
อะไรคงไม่เกิดถ้าแม่เขาไม่มาเห็นเข้า เขาไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินกวางหรอก แค่กอดเฉย ๆ
แม่เขาก็ดุน่ะค่ะ ยังไม่ควรนะ ไรงี้
เกิดมาไม่เคยโดนผู้ใหญ่ดุขนาดนี้มาก่อนเลย และเขาก็เป็นคนทำ ไม่ใช่กวาง
ที่น่าเคืองสุด ๆ คือทำไมเขาไม่ดุลูกชายตัวเองเลย ทั้งที่เขานั่นล่ะ เป็นคนทำ
แต่กวางอ่ะจะเสียหายมากกว่าไงคะ ก็ผู้หญิงนี่นา

ตั้งแต่นั้นมากวางก็เป็นฝ่ายตีตัวออกห่าง และก็ตัดสินใจหลบหน้าเขาในที่สุดค่ะ
วันที่เขาตามตื้อแบบพีค ๆ เลยก็คือ วันลอยกระทงปีนั้นอ่ะค่ะ เขามาช่วยแม่กวางขายกระทงแถว ๆ บ้าน
โดยที่กวางก็ไม่รู้ ส่วนแม่ก็คิดว่านั่นอ่ะเพื่อนกวาง ตอนหลังกวางเลยกำชับไปว่า ถ้าเกิดเขาจะมาช่วยแม่ขายนะ
กวางจะไม่ออกมาช่วยแม่อีก แล้วกวางก็เข้าบ้านเลย

ตอนนั้นกวางขี่จักรยานเข้าบ้าน เขาก็วิ่งตาม ทำไมกวางทิ้งผมไป ไม่รักผมแล้วหรอ ไรงี้ -_-''

กวางโหดจัง แต่ก็นั่นล่ะค่ะ แม่เขาไม่ปลื้มนี่เนอะ

ทุกวันนี้เจอเขาแบบบังเอิญบ่อย ๆ ค่ะ
ส่วนใหญ่จะเจอบนรถเมล์ช่วงที่เรียนมหา'ลัยแล้ว
แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่เห็น ไม่สนใจซะ
แต่พี่ต่อน่ะ อยากทักกวางนะ รู้อยู่เพราะเห็นพยายามมาหลายครั้งแล้ว

อย่าคุยกันอีกเลย ถ้าพี่ต่อยังไม่รู้จักความรักที่แท้จริง..
และอันที่จริง พี่ต่อเอง ก็มีแฟนอยู่แล้วนึกว่ากวางไม่รู้หรือไง
อย่ายุ่งกับกวางเลยนะ ขอร้อง..

Rabbitinblack

 :08: เรื่องกวาง ทำไมจบแบบนี้ตลอดเลย

:05:

คุณชาย ( 737 )

 ผมเลิกหานิยายอ่าน แล้วเข้ามาอ่านกระทู้นี้ ได้ลุ้น ตังค์ก็ยังอยู่ครับ เยี่ยมเลยครับ ขอบคุณทุกคนครับ
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

ณต

ชอบของพี่ฉึ่งครับ
ที่บอกว่า ความรักของวัยรุ่น เหมือนกับการกินซาลาเปาที่ไส้ข้างในมันยังร้อนๆ  :12:

ของกันย์นี่ ตูว่าเหลือแค่สารภาพรักแค่นั้นแหละ    :33:
ไม่รู้ว่าป่านนี้สารรูปไปหรือยัง   :27:

ขอบคุณทุกคนที่ชอบเรื่องของผมนะครับ
ตามอ่านกอลลั่ม "ละเลียด" ในฟ้อนสุดก็แล้วกันนะครับ จะเจอเรื่องประมาณนี้
แต่จะเป็นฉบับคัดสรรแล้ว อ่านตอนจบแล้วต้องแอบยิ้มทุกตอน  :42:


บวกคืนทุกคนเน้อ




SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines