งาน เงิน ความหวัง อนาคต

Started by นายโอ้เอ้, 02 Apr 2008, 02:32 น.

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

คุณหนูฟ้า

Quote from: พันเอก on 02 Apr 2008, 21:39 น.
ได้งานทำแล้วครับ ทั้ง3ที่ที่สัมภาษณ์ที่ที่เป็น Softwere house ตัดออก เพราะลงรถไฟฟ้าแล้วต่อมอเตอร์ไซค์ 20 ไปหลับ 40 ค่ารถไฟฟ้าใต้ดินเดือนละ 900 เงินเดือนช่วงทดลองงานแค่ 18 คงไม่ไหวอีกที่หนึ่งพึ่งอริ่มต้น มีกันอยู่ 3 คนแต่น่าจะสนุกสุด แต่เสี่ยงนะ
ที่สุดท้ายงานน่าจะหงอยๆ แต่ใกล้บ้านมากสบายที่สุด แถมช่วงทดลองงานให้เงินมากสุดด้วย หยุดวันเสาร์ด้วย ก็เลยสับสนในหัวใจเหมือนกัน
ว่าเราจะเอาไงดี แต่ห็ยังดีที่เรายังรู้ว่าเรายังดูแลตัวเองได้ มีเงินจ่ายค่าห้อง ค่าผ่อนอะไรต่างๆ ค่าแชร รอดตายไปอีกช่วง์(อายจังต้องมาเริ่มงานใหม่ตอนอายุ27 :16:)


:40: ดีใจด้วยค่ะ
หลังจากนี้ต้องพยายามเยอะๆ แล้ว สู้ๆน๊า
ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข

แนนเค้ก ❤

Quote from: เต่างิ on 02 Apr 2008, 22:29 น.
รู้อะไรมั้ย

พี่แนนสวยตรงนี้แหละ  :25:

พี่รักน้องเต่าก็เพราะแบบนี้แหละจ้ะ  :25:
เขินว่ะเต่า
Nothingness
||•• i-nan-za™``: วนัสนันท์ is back!

ชวาลา จันทร์แจ่ม

เป็นเอ็นจีที่หน้าตาดี ผมจะยอมให้ทีนึงก็ได้ ถ้าหน้าตาไม่ดีจริงผมไม่ยอมนะเนี่ย
ปรกติผมไม่ค่อยจะนิยมเอ็นจีโอซักเท่าไหร่นัก ถ้าจะให้เล่าถึงต้นสายปลายเหตุ
เรื่องมันยาว ดังนั้นจึงขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ แต่ก็มีเอ็นจีโอหลายคนทีเดียวที่ผม
นิยมชมชอบ แน่นอนหล่อๆทั้งนั้น  :26:

แนนเค้ก ❤

สนใจต้นสายปลายเหตุค่ะ
เผื่อมีอะไรที่อธิบายได้ จะได้แก้ต่างให้  :40:
Nothingness
||•• i-nan-za™``: วนัสนันท์ is back!

บิ๊กเล็ก

อ่านโพสต์ของพวกพี่ๆ ที่ทำงานแล้ว
ก็รู้สึกต้องขยันเรียนให้มาก ๆ กว่านี้
หางานว่ายากแล้ว ทำงานให้นานยิ่งยากกว่า
ถ้าเป็นบริษัทเอกชน เราก็ต้องทนความเสี่ยงในหน้าที่การงานให้ได้
แต่ถ้าเป็นภาครัฐ ก็ต้องทนต่อความเชื่องช้าในการเลื่อนขั้น (เพิ่มเงินเดือน)

ทำไมมันยากแบบนี้  :16:
ตัวคนเดียว :]

คุณหนูฟ้า

Quote from: [inanza][~ on 02 Apr 2008, 22:20 น.
เอาละนะ

แนนทำงานเป็นกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า "เอ็นจีโอ" ค่ะ
ชื่อกลุ่ม วายไอวาย
ประเด็นที่ทำเป็นเรื่องเยาวชน วัยรุ่น เด็กม.ปลาย น้องในมหาวิทยาลัย
กระตุ้นโน่นนี่ ให้เด็กแก๊งเหล่านี้หันมาลองทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับสังคมรอบตัว

เอ็นจีโอ - NGO = Non Government Organization
แปลตรงตัวคือ องค์กรที่ไม่ใช่รัฐบาล
ขยายความอีกหน่อยคือ เป็นเอกชนที่ไม่หวังผลกำไรเยอะๆ
เป็นพวกอยากทำอะไรให้บ้านเรา สังคมรอบตัวเรามันน่ามองขึ้นอีกหน่อย
(อธิบายมากไปเดี๋ยวงง เอาแค่นี้ก่อนละกันเนาะ)


ถ้าไม่นับอารมณ์ขุ่นมัวตอนนี้ (อารมณ์กำลังแปรปรวน)
แนนมีความสุขและสบายใจกับงานของตัวเองมากๆ

เงินเดือนไม่เยอะหรอกนะ
ถ้าเทียบกับเพื่อนคนอื่นที่เรียนจบมาเกือบ 2 ปี
อัตราก้าวหน้าไม่ต้องพูดถึง
โบนัสก็มีบ้างไม่มีบ้าง (ส่วนใหญ่เป็นอย่างหลัง)
วันหยุดก็ไม่แน่นอน (แต่อยากหยุดเมื่อไหร่ก็หยุดไป ถ้าจัดการตัวเองได้)

แต่ความสุขอยู่ที่
ความเป็นครอบครัว เป็นพี่เป็นน้อง
ทำงานเมื่อไหร่ก็ได้
เป็นเจ้านายตัวเอง (มีกรอบการทำงาน วางแผนเอง และทำให้ตรงเส้นตาย)
เวลาเจอน้อง หรือคนรุ่นเดียวกันที่กำลังพยายามทำกิจกรรมสนุกสนานเพื่อโลก
มันรู้สึกสดชื่น...

พลังในการทำงานแต่ละวันมาจากเรื่องใหม่ๆ ที่ได้เจอ
จากโครงการเพื่อสังคม (ไม่อยากใช้คำนี้เลยแฮะ แต่เลี่ยงไม่ได้) ของน้องๆ วัยรุ่นในชุมชนที่จู่ๆ ก็อยากทำอะไรให้หมู่บ้านตัวเอง
คนเจ๋งๆ ที่ได้คุยด้วย หรือแม้กระทั่งแค่ได้ฟังจากปากคนอื่น

แต่ข้อเสียของแนนคือ
ใจแคบ บางทีไม่ค่อยเปิดใจรับเรื่องใหม่
พลังทั้งหลายที่จะได้ ก็เลยมาไม่ค่อยเต็มที่
แนนชอบเอาความเก่งของคนอื่นมากดทับตัวเอง
ทำให้ตัวเองรู้สึกว่า เราทำอะไรไม่ค่อยได้
แค่ทำงานก๊อกๆ แก๊กๆ ไปวันๆ

อีกอย่าง
งานแบบนี้ทำแค่ไม่กี่ปีมันไม่เห็นผล
เพราะฉะนั้นจึงรู้สึกท้ออยู่บ่อยๆ
ว่าที่พยายามอยู่ ได้ผลจริงหรือเปล่า
สิ่งที่เรากำลังทำ ดีจริงเหรอ...
คำถามพวกนี้ ถ้าหาคำตอบที่แท้จริงไม่เจอก็จะบั่นทอนความรู้สึกกันไป

สำหรับเรื่องความมั่นคง
เรื่ององค์กรหรือรายได้ไม่ต้องพูดถึง (ที่จริงมันต้องพูดใช่มั้ย)
งานแบบนี้ ความมั่นคงอยู่ที่ใจเราอย่างเดียวเลย
ถ้ารักจะอยู่ด้วยกันจริง
ทำแล้วมีความสุขจริง ก็ทำไป

แต่ถ้าทำแล้วยังไม่ใช่ ก็ลองมองหาสิ่งใหม่
ทั้งนี้ทั้งนั้น
ใครใช่หรือไม่ใช่
ออกจากวายไวายไปแล้วก็ยังเป็นเพื่อนกันนะ

เรื่องเปลี่ยนงาน
อยากลาออกตั้งหลายหน!!
(ไหนบอกทำแล้วสบายใจ -*-)
คือ ไอ้คำถามและความรู้สึกที่ว่าเราทำอะไรไม่ได้ และทำไปแล้วไม่ค่อยเห็นผลนั่นแหละ
มาบั่นทอนเป็นพักๆ

แต่คิดตลบไปตลบมา
ออกไปแล้วใครจะรับตูทำงานวะ
ที่อื่นเค้าคงไม่รับหรอกคนก๊งๆ ทำอะไรไม่ค่อยได้พรรค์นี้ :30:
ก็เลยไม่ออก

อีกอย่าง
อยากทำให้ถึงที่สุดของชีวิตก่อน
อยากรู้ว่าวันสุดท้ายขององค์กรจะมีอยู่จริงมั้ย
อยากรู้ว่าท้ายที่สุด ถ้าเราฝ่าฟันมันจนสุดชีวิตแล้วจะเป็นยังไง

ป.ล.
ไอ้ วายไอวาย เนี่ย
ยังไม่เป็นตัวเป็นตนทางกฎหมายเลยนะคะ
เป็นกลุ่มคนที่รวมตัวกันเฉยๆ
อยากทำอะไร เชื่อในสิ่งไหนก็เขียนโครงการของบจากที่อื่น

ยังไม่เป็นมูลนิธิ
ไม่เป็นคณะบุคคล
ไม่เป็นบริษัท ฯลฯ

แต่นั่นแหละ
วันนึงเราจะมีตัวตน :)

-----

ถ้าใครอ่านไม่รู้เรื่อง ต้องขออภัยอย่างสูง :46:
แนนคิดอะไรกระโดดไปกระโดดมามากเลยวันนี้
(ที่จริงก็เป็นแบบนี้มาตลอด -*-)


อ่านเสร็จแล้วอยากกดบวกสีก ยี่สิบ  :25:
น้องแนน น่ารักมาก จริงๆ เราคุยเรื่องนี้กันแล้ว ทั้งทะเลและรถทัวร์ (แนนต้องเล่าสองรอบเพราะฟ้าถาม 1 รอบอู๋ถามอีก 1 รอบ)
ทุกครั้งที่แนนเล่า ประโยคกินใจมันอยู่ที่

"ทำแล้วมีความสุข" เนี่ยแหล่ะ



จริงๆ ตรงนี้สำคัญมากกับคนทำงานนะ ไม่ใช่สิ ทุกๆคนเลยมั๊ง
เป็นตัวอย่างของคำว่า "พอเพียง" ได้เลยนะ  :33:
ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข

ต่อแต่นี้ไป

อ่านจบแล้วอยากเล่าของตัวเองครับ

เริ่มจากฝึกงานแล้วกัน

ตอนใกล้จะจบแล้ว รู้จักกันกับเพื่อนที่เป็นรุ่นพี่ที่มหาลัย น้าของแกมีบ.เป็นของตนเอง เค้าชักชวนให้ไปฝึกงานด้วย
ไอ้เราก็ไปฝึกได้เดือนนึง ก็ไม่มีอะไร พออีก 1 เดือนจะจบ เขาให้ไปช่วยงานก่อน และเพื่อไปเรียนรู้งาน สรุปตอนเริ่มงานนั้นยังเรียนไม่จบดี
เริ่มตำแหน่งแรก เป็น สมาชิกสัมพันธ์ ของสมาคมท่อเงเที่ยวดำน้ำไทย (ไม่มีคนรู้จักก็ไม่แปลก ผมเองยังไม่รู้จักเลย)  ตอนนั้นรู้แต่ว่าหาแนวร่วมในการโปรโมทกิจกรรมการดำน้ำในประเทศไทยไปในทิศทางการขาย มิใช่อนุรักษ์
ทำไปทำมาจึงรู้ว่าวงการนี้มีแต่มาเฟีย จึงไม่สามารถทนอยู่ได้จึงได้พับโครงการไป รวมอายุสมาคมนี้ได้ 9 เดือน
หลังจากนั้นก็เคว้งคว้าง แต่ยังอยู่ในบริษัทเดิม จนกระทั่งผู้บริหารมีคำสั่งให้ผม ไปช่วยงานในบริษัทในเครือที่เป็นบริษัทท่องเที่ยว (Travel Agent)ทำในส่วนจองโรงแรมและทัวร์ของ นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาไทย ทำเป็นMarketing ด้วย เด็กยกของด้วย ทำเวบไซต์ด้วย (นี่เป็นเหตุให้รู้จักเว็บนี้) ในระหว่างที่ทำงานนี่ผมก็เรียน ป.โทไปด้วย ซึ่งจะจบเดือน พค.นี้แล้ว ดูแล้วอนาคตน่าจะไปได้รุ่ง สดใส
ซึ่งมันก็ไปได้ด้วยดีนะ เสียแต่ว่าเงินเดือนน้อย โอกาสก้าวหน้ายิ่งน้อยกว่า สวัสดิการก็ไม่มี มีแต่ประกันสังคม  เงินเดือนก็ขไม่ขึ้นเลย
จนกระทั่งอยู่มาครบ 1 ปี (สรุป รวม เป็น 2 ปี แล้วนะ) เงินเดือนอยู่ที่ 14000 แต่หักนั่นนี่นู่นแล้วเหลือ 12500
จนถึงจุดเปลี่ยน

คุณแม่ไม่สบาย เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ต้องเข้าผ่าตัดด่วน ประกอบกับ ทางฝ่ายพ่อขอหย่าและแบ่งทรัพย์สิน
ถึงจุดนี้ จึงคิดกับตัวเองว่า เราจะหลักลอยแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ เราต้องหาอะไรที่เป็นหลักเป็นฐานได้แล้ว
จึงเป็นเหตุให้หางานใหม่ และลาออกจากที่เก่า
วันที่ลาออก ผู้ใหญ่เรียกเข้าไปพบ และถามว่ามีอะไรไม่สบายใจเหรอถึงจะลาออก ไม่ออกได้ไหม ตัดสินใจไปแล้วเหรอ เปลี่ยนใจได้ไหม บลา บลา บลา แต่ผมตอบเขาไปแต่เพียงว่า

"ผมไม่ได้มีปัญหากับใคร ผมแค่อยากไปหาประสบการณ์และความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ที่ใหม่ให้น้อยกว่าที่นี่อีก เพราะฉะนั้นเรื่องเงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับผม"

ตอนนี้ผมได้งานใหม่แล้วครับ กำลังจะเริ่มวันที่ 21 นี้ เป็น บ.ของญี่ปุ่นอยู่แถวสุรวงศ์ เกี่ยวกับ Logistic
เงินเดือน 12500 พ้นโปรเป็น 13000 แต่ความก้าวหน้ามีแน่นอน

ตอนนี้ผมดีใจเป็นที่สุด และดีใจกับพี่พันเอกด้วยนะครับที่ได้งานแล้ว

ผมถึงแม้จะเป็นสายบริหาร เงินเดือนคงไม่เท่า specialist อย่างพวกพี่ๆ แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ตัวเองมีค่าขึ้นมาบ้างนอกจากเกาะพ่อแม่กิน

อยากบอกอย่างนึงว่า เวลาออกจากที่ไหน ให้ "ออกอย่างหงส์ มิใช่อย่างกา"

"ขอเงินตราจงสถิตย์อยู่กับตัวท่าน"

กร๊าก ตอบช้าไป ..โดนตัดหน้าซะแล้วต๋อย
Everyone have their own misery. So do I
Please don't give me another!!!

slaveofann

แนนโพสท์ได้เท่มาก :25: บวกๆ

ชวาลา จันทร์แจ่ม

เรื่องประสบการณ์ในการทำงานของผมก็ยังมีไม่มากเท่าไหร่ เพราะผมอายุยังน้อยครับ
จัดได้ว่าอยู่ในกลุ่มวัยใสตอนปลายได้เลยทีเดียว 
              เมื่อพ้นช่วงวัยใสแรกแย้ม........ผมเริ่มต้นกับที่ทำงานแห่งแรกในจังหวัดใกล้
เคียงบ้านเกิดทำมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยปีท้ายๆแล้วครับ ในรูปแบบฟรีแลนซ์ พอเรียนจบ
ก็เห็นว่าใกล้บ้านดี ทำต่อที่นี่แหล่ะวุ้ย ในรูปแบบของฟรีแลนซ์มีต้นสังกัด ซึ่งต้นสังกัดต่อไป
นี้ผมจะเรียกสั้นๆว่าเฮียก็แล้วกันครับ คือเฮียเค้าต้องการจะเปิดsectionงานให้กว้างขึ้นในรูป
แบบตลาดกินรวบ ลูกค้าส่วนใหญ่จะมีงานหลายประเภทที่ก้ำกึ่งหรือเป็นงานต่อเนื่องจากที่
เฮียทำอยู่  หลายเจ้าต้องการความสะดวกมาที่เดียวจบหากมาแล้วต้องไปต่อที่อื่นอีกก็ไม่จ้าง
เฮียจึงต้องการจะรักษาลูกค้าในส่วนนี้ไว้ 

                                                      คุยกันก็หลายทีในรูปแบบของการปรับทุกข์และ
ให้คำปรึกษา สรุปตรงที่ว่าเฮียยินดีจะจ้างผมไว้สำหรับจัดการกับลูกค้าประเภทนี้โดยเฉพาะ
เพราะรู้มือกันดีอยู่แล้ว ส่วนเงินเดือนก็หมื่นต้นๆครับ เทียบกับการได้อยู่บ้านกับพ่อแม่แล้ว
ผมว่ามันคุ้มค่าครับ  เดินทางไกลนิดหน่อยแต่บ้านไม่ต้องเช่ารถไม่ต้องซื้อข้าวหากินเฉพาะ
ตอนกลางวัน เงินเหลือเยอะครับแต่ไม่เคยคิดจะเก็บ เผาพลาญไปกับการกินดื่มอย่างหมดจด
ทุกเดือน แต่ที่นี่มีสิงนึงที่ผมไม่ชอบก็คือพฤติกรรมส่วนตัวของเฮียเองและลูกน้องที่ที่ทำงานใน
บางเรื่อง( ไม่เกี่ยวกับงานครับเป็นเรื่องพรรคนั้นแหล่ะ  ผมยอมรับครับว่าตัวเองอินโนเซนต์
มากและค่อนข้างจะหัวโบราณ เจอแบบนี้ก็เสียรังวัดกันไปพอสมควร  :49:)  จนกระทั่งมาวันหนึ่ง
เฮียชวนผมไปเสียตังค์ยามเย็นอีกรอบ  พร้อมกับปรับทุกข์ว่าแม่เฮียถามว่าเดือนๆนึงทำรายได้
ได้เท่าไหร่ เฮียก็ตอบไปโดยไม่คิดอะไร 
                                                     การตอบครั้งนี้ทำให้เกิดคลื่นลูกใหญ่  คือแม่เฮียบอก
ให้เฮียเลิกกิจการ กลับไปช่วยงานที่บ้านรายได้มันเยอะกว่าจะมานั่งทำแบบนี้  บรรยากาศในร้าน
ยามนั้นช่างหนักหน่วงเสียเหลือเกิน (วัยขบเผาะอย่างผมรับไม่ได้)  เราคุยกันหลายเรื่องสุดท้าย
จบลงด้วยเรื่องพันธะกิจทั้งหลายที่ค้างคาอยู่และ........................วันกำหนดปิดกิจการ

ตัดฉากไปอย่างรวดเร็วถึงวันลาจาก........ผมนั่งสูบบุหรี่อยู่ที่ม้าหินอ่อน มองดูรถราวิ่งผ่านไปมา
ผมไม่ได้มีความรู้สึกเครียด ว้าเหว่ สับสนหรือว่าเหงาแม้แต่น้อย  เฮียเดินมานั่งตรงข้ามกับผม
ยิ้มแล้วหยิบสมุดเช็คมาเซ็นสั่งจ่ายเงินให้ผมก้อนนึงเป็นเงินจำนวนห้าหลัก  มันไม่ใช่เงินค่าน้ำใจ
อะไรหรอกครับแต่เป็นเงินในการทำงานที่ผมทดรองจ่ายไปก่อน  เช็คใบนั้นเฮียเซ็นอย่างประณีต
ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น ใครเล่าจะรู้ว่าเช็คใบนั้นจะทำให้ผมจดจำเฮียได้อย่างขึ้นใจ 
                                       
                                    เพราะว่ามันเด้งครับมันเด้งอย่างสวยงามราวกับนักกีฬาเหรียญทอง
โอลิมปิกมากระโดดทำราวน์ดรอป ฟิกแฟ๊ก ก่อนจะลังกาเกลียวสองรอบ ลงมายืนแอ้แอ่นรับ
สิบแต้มเต็มอย่างสวยงามให้ดูต่อหน้าต่อตากันเลยทีเดียว  โธ่ไอ้เฮีย  ทุกวันนี้ผมยังเก็บเช็คใบนั้น
ไว้ดูเล่นอยู่เลยกะจะเอาไว้ให้ลูกหลานดูว่าเช็คเด้งหน้าตามันเป็นยังไง

จบภาค....ไอ้หนุ่มบ้านนอกวัยใส   ภาคต่อไป เมื่อข้าพเจ้าเข้ากรุงฯ    :37:

แนนเค้ก ❤

ยังไม่ได้อ่านของพี่เช่
เจออันนี้ก่อน

Quote from: กาปุก on 02 Apr 2008, 23:30 น.
แนนโพสท์ได้เท่มาก :25: บวกๆ

ขอบคุณค่าเจ๊ปุก
+คืนนะ  :22:
Nothingness
||•• i-nan-za™``: วนัสนันท์ is back!

蓝月 (lán yuè)

Quote from: [inanza][~ on 02 Apr 2008, 22:20 น.
เอาละนะ

แนนทำงานเป็นกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า "เอ็นจีโอ" ค่ะ
ชื่อกลุ่ม วายไอวาย
ประเด็นที่ทำเป็นเรื่องเยาวชน วัยรุ่น เด็กม.ปลาย น้องในมหาวิทยาลัย
กระตุ้นโน่นนี่ ให้เด็กแก๊งเหล่านี้หันมาลองทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับสังคมรอบตัว

เอ็นจีโอ - NGO = Non Government Organization
แปลตรงตัวคือ องค์กรที่ไม่ใช่รัฐบาล
ขยายความอีกหน่อยคือ เป็นเอกชนที่ไม่หวังผลกำไรเยอะๆ
เป็นพวกอยากทำอะไรให้บ้านเรา สังคมรอบตัวเรามันน่ามองขึ้นอีกหน่อย
(อธิบายมากไปเดี๋ยวงง เอาแค่นี้ก่อนละกันเนาะ)


ถ้าไม่นับอารมณ์ขุ่นมัวตอนนี้ (อารมณ์กำลังแปรปรวน)
แนนมีความสุขและสบายใจกับงานของตัวเองมากๆ

เงินเดือนไม่เยอะหรอกนะ
ถ้าเทียบกับเพื่อนคนอื่นที่เรียนจบมาเกือบ 2 ปี
อัตราก้าวหน้าไม่ต้องพูดถึง
โบนัสก็มีบ้างไม่มีบ้าง (ส่วนใหญ่เป็นอย่างหลัง)
วันหยุดก็ไม่แน่นอน (แต่อยากหยุดเมื่อไหร่ก็หยุดไป ถ้าจัดการตัวเองได้)

แต่ความสุขอยู่ที่
ความเป็นครอบครัว เป็นพี่เป็นน้อง
ทำงานเมื่อไหร่ก็ได้
เป็นเจ้านายตัวเอง (มีกรอบการทำงาน วางแผนเอง และทำให้ตรงเส้นตาย)
เวลาเจอน้อง หรือคนรุ่นเดียวกันที่กำลังพยายามทำกิจกรรมสนุกสนานเพื่อโลก
มันรู้สึกสดชื่น...

พลังในการทำงานแต่ละวันมาจากเรื่องใหม่ๆ ที่ได้เจอ
จากโครงการเพื่อสังคม (ไม่อยากใช้คำนี้เลยแฮะ แต่เลี่ยงไม่ได้) ของน้องๆ วัยรุ่นในชุมชนที่จู่ๆ ก็อยากทำอะไรให้หมู่บ้านตัวเอง
คนเจ๋งๆ ที่ได้คุยด้วย หรือแม้กระทั่งแค่ได้ฟังจากปากคนอื่น

แต่ข้อเสียของแนนคือ
ใจแคบ บางทีไม่ค่อยเปิดใจรับเรื่องใหม่
พลังทั้งหลายที่จะได้ ก็เลยมาไม่ค่อยเต็มที่
แนนชอบเอาความเก่งของคนอื่นมากดทับตัวเอง
ทำให้ตัวเองรู้สึกว่า เราทำอะไรไม่ค่อยได้
แค่ทำงานก๊อกๆ แก๊กๆ ไปวันๆ

อีกอย่าง
งานแบบนี้ทำแค่ไม่กี่ปีมันไม่เห็นผล
เพราะฉะนั้นจึงรู้สึกท้ออยู่บ่อยๆ
ว่าที่พยายามอยู่ ได้ผลจริงหรือเปล่า
สิ่งที่เรากำลังทำ ดีจริงเหรอ...
คำถามพวกนี้ ถ้าหาคำตอบที่แท้จริงไม่เจอก็จะบั่นทอนความรู้สึกกันไป

สำหรับเรื่องความมั่นคง
เรื่ององค์กรหรือรายได้ไม่ต้องพูดถึง (ที่จริงมันต้องพูดใช่มั้ย)
งานแบบนี้ ความมั่นคงอยู่ที่ใจเราอย่างเดียวเลย
ถ้ารักจะอยู่ด้วยกันจริง
ทำแล้วมีความสุขจริง ก็ทำไป

แต่ถ้าทำแล้วยังไม่ใช่ ก็ลองมองหาสิ่งใหม่
ทั้งนี้ทั้งนั้น
ใครใช่หรือไม่ใช่
ออกจากวายไวายไปแล้วก็ยังเป็นเพื่อนกันนะ

เรื่องเปลี่ยนงาน
อยากลาออกตั้งหลายหน!!
(ไหนบอกทำแล้วสบายใจ -*-)
คือ ไอ้คำถามและความรู้สึกที่ว่าเราทำอะไรไม่ได้ และทำไปแล้วไม่ค่อยเห็นผลนั่นแหละ
มาบั่นทอนเป็นพักๆ

แต่คิดตลบไปตลบมา
ออกไปแล้วใครจะรับตูทำงานวะ
ที่อื่นเค้าคงไม่รับหรอกคนก๊งๆ ทำอะไรไม่ค่อยได้พรรค์นี้ :30:
ก็เลยไม่ออก

อีกอย่าง
อยากทำให้ถึงที่สุดของชีวิตก่อน
อยากรู้ว่าวันสุดท้ายขององค์กรจะมีอยู่จริงมั้ย
อยากรู้ว่าท้ายที่สุด ถ้าเราฝ่าฟันมันจนสุดชีวิตแล้วจะเป็นยังไง

ป.ล.
ไอ้ วายไอวาย เนี่ย
ยังไม่เป็นตัวเป็นตนทางกฎหมายเลยนะคะ
เป็นกลุ่มคนที่รวมตัวกันเฉยๆ
อยากทำอะไร เชื่อในสิ่งไหนก็เขียนโครงการของบจากที่อื่น

ยังไม่เป็นมูลนิธิ
ไม่เป็นคณะบุคคล
ไม่เป็นบริษัท ฯลฯ

แต่นั่นแหละ
วันนึงเราจะมีตัวตน :)

-----

ถ้าใครอ่านไม่รู้เรื่อง ต้องขออภัยอย่างสูง :46:
แนนคิดอะไรกระโดดไปกระโดดมามากเลยวันนี้
(ที่จริงก็เป็นแบบนี้มาตลอด -*-)

ชอบบบบบบบบบบบบบบบบ :25:
เดี๋ยวจะหาทางดึงหนวดพี่บอลมาฝากนะ
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

แนนเค้ก ❤

เอาอย่างอื่นด้วยได้เปล่า  :27:
Nothingness
||•• i-nan-za™``: วนัสนันท์ is back!

蓝月 (lán yuè)

แค่หนวดยังไม่รู้จะหาได้มั้ยเลยเจ๊ :01:
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

Ou!







ตามบวกหลายๆ ความคิดเห็นในจู๋นี้ตั้งแต่เช้าแล้วครับ :25:


ขอเรียบเรียงอะไรต่างๆ ที่มันยังอวลกันอยู่ในหัวแล้วจะเขียนบ้างนะ


งบน้อย

โต

รออ่านภาคต่อของพี่เช่  :25:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines