โรงเรียนในอุดมคติ

เริ่มโพสต์โดย Layiji, 29 ก.พ. 2008, 18:06 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

eThics

รู้สึกว่าทั้ง 3 หน่อนี้เป็นคนมีครอบครัวแล้วทั้งสิ้น  :34:
เราเป็นเช่นเราเชื่อ    :: tK ::    :: สีมา ::

iannnnn

ตัวเองนั่นแหละมีก่อนเพื่อนเลย :11:

eThics

ดูเสร็จแล้วต้องหาเวลาอ่านจู๋นี้ย้อนหลัง
เปิดจู๋นี้ดูหน้าสุดท้าย อ้าวเฮ้ย นี่เรื่องเดียวกับที่ออกรายการตอนนี้เลย :18:
เราเป็นเช่นเราเชื่อ    :: tK ::    :: สีมา ::

eThics

อ้างคำพูดจาก: เต่างิ เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 16:06 น.
(อันนี้จริงจังนะ)

ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจว่า โลกที่ทุกคนมีการศึกษา(ไม่ว่าจะแบบไหนก็ตาม)
มันจะดีกว่าการไม่มีการศึกษาซะเลยมั้ย

ปัญหาหนึ่งของทุนนิยมคือเราป้อนคนได้เยอะๆ แต่มันก็ไม่ครบ
และมีคนถูกกดขี่ ชนชั้นที่ต่ำกว่าจะขึ้นมาสู่โลกของชนชั้นอันมีจะกินได้
ก็ด้วยการศึกษา (จริงมั้ยครับ) เมื่อทุกคนต้องการการศึกษา เพื่อจะได้มีกินๆ
การศึกษาก็เลยเปลี่ยนจากคุณภาพไปเป็นปริมาณเสียส่วนหนึ่ง
(เราจะเอาครูมาจากไหน?/เราจะเอาเงินจากไหนมาจ้างครู?)

สุดท้ายแล้วเราให้การศึกษากับทุกๆ คน เพื่อให้มีความรู้ เพื่อให้มีงานดีๆ เงินเยอะๆ ไม่ได้
เพราะเราละทิ้งรากของเราไปเกือบหมดแล้ว (ดูโหมโรงครับ แล้วจะสะเทือนใจ)
ในเมื่อรับทุกอย่างมาจากตะวันตก (ในสมัยพวกมันล่าอาณานิคม)
เพียงเพื่อไม่ให้เสียดินแดนไป แต่เราก็กลายเป็นอาณานิคมทางความคิดของเขาไปหมดแล้วนี่ไง
เรารับเค้ามาวางบนพื้นฐานของสังคมที่เข้ากันไม่ได้
เหมือน Antibody เลือดกรุ๊ป A จับกับ Antigen ของ B ตกตะกอน แล้วตาย

ที่ผมโพสอยู่นี่ก็ราก วิธีคิดแบบฝรั่งทั้งนั้น

ทุกคนอยากได้ อยากมี เชื่อในระบบ และการแข่งขันแบบทุนนิยม
การศึกษาก็ออกมารูปนี้แหละครับ ไ่ม่มีใครไปปฏิรูปมันได้หรอก

ผมว่าในฟอนต์ชอบมองว่าผมเป็นมากร์ซิส (สังเกตจากอวาตาร :30:)
จริงๆ แล้วผมไม่เชื่อในคอมมูนิสม์ หรือศรัทธาว่าทุนนิยมจะเลี้ยงทุกได้นะ
ถึงผมจะค่อนข้างงี่เง่า และไม่ได้ล้ำลึกขนาดไฮเด็กเกอร์ แดริดา พี่เก้อ หรือกำนันแม้น

แต่ผมเชื่อว่าแนวคิดที่มนุษย์จะอยู่กันได้โดยทุกข์น้อยที่สุด (หมายความว่าผมไม่เชื่อในยูโทเปียด้วย)
คือคิดแบบพุทธศาสนาครับ 
จริงๆ ผมน่าจะหัดอ่านพระไตรปิฎกตั้งนานแล้ว  :46:


ผมไม่น่าโพสยาวเลยให้ตายเหอะ :05:
แต่ผมรู้จักโรงเรียนแบบนี้อีกที่นึงนะ เค้ามีอะไรประมาณนี้แหละ
ให้เด็กทำอาหารเอง แล้วก็ไม่มีเครื่องแบบ อารมณ์ประมาณอันนี้เลย
เค้าเชิญพ่อไปสอนประวัติศาสตร์ให้เด็ก ม.ปลาย

ซึ่งผมว่ามันดูเป็นการศึกษาแบบที่เราฝันกันจริงๆ
แต่ก็ไม่แน่ใจครับ ว่าจบออกมาเจอโลกเฮงซวย คนเฮงซวยแล้วจะรับได้แค่ไหน

เป็นอีกคำถามนึงครับ เราควรจะให้เด็กๆ เผชิญกับความเฮงซวยตั้งแต่ตอนไหน
แรกเกิด?  อนุบาล? ประถม? มัธยม? มหาวิทยาลัย?
เจอเร็วก็ต้องมีคนดูแล ไม่งั้นก็เสียผู้เสียคน เจอช้าหน่อยก็อาจจะฆ่าตัวตาย

คิดแล้วอยากไปเปิดร้านตัดผม กรีดคอลูกค้าเล่น
แล้วเอาเนื้อไปทำพาย  :08:

เฉียบคม โดนใจ  :12:
โดยเฉพาะ 2 บรรทัดสุดท้าย น่าเอาเยี่ยงอย่างจริงๆ  :04:
เราเป็นเช่นเราเชื่อ    :: tK ::    :: สีมา ::

ไอ้เบิร์ด

ตามความเห็นผมนะครับ  :46:

ผมชอบเรื่องแนวคิดเรื่องประสบการณ์ตรงทำให้จดจำได้ดี กว่าการมานั่งท่องจำแล้วก็ลืม

เป็นการสอนให้เข้าใจไม่ใช่จำได้

กับอีกเรื่องที่เคยสงสัยมาตั้งแต่เด็กว่า ทำไมเราต้องเรียนสิ่งที่เราไม่ได้ใช้ด้วย
สู้เราหาความถนัดแล้วมุ่งเน้นด้านนั้นไปเลย

อย่างผมเรียนด้านศิลป์ทำไมยังต้องมานั่งเรียน สูตรตรีโกณมิติ หรือ พวกฟังก์ชั่นด้วย เพราะตอนนี้จนถึงปี4แล้วก็ยังไม่ได้เอาใช้เลยซักอย่าง


ถ้าผู้ปกครองสามารถหาไ้ด้ว่าเด็กนั้นมีความถนัดด้านไหนบวกกับ
ได้ครูหรืออาจารย์ที่มีความสามารถด้านนั้นมาส่งเสริมผมว่าน่าจะดีกว่า
แล้วเสริมทักษะด้านอื่นๆเข้าไป

อย่างผมตอนเรียนม.ต้น-ม.ปลาายมานั้น แทบไม่เคยตั้งใจเรียนเลย
รู้สึกว่าอะไรๆที่เรียนช่างน่าเบื่อไปหมด

แต่พอมาเรียนมหาลัยตามคณะที่ตัวเองชอบกลับรู้สึกว่าทุกอย่างน่าตื่นเต้นไปหมด
ได้พูดคุยกับเพื่อนเหมือนๆกันโดยที่ความรู้ด้านอื่นๆมาเสริมเพิ่มเติมนิดหน่อยแลกเปลี่ยนความรู้กัน

ผมว่ามันดีกว่าการมาสอนแบบอัดทุกอย่างลงหัวแล้วไปแยกเอาเองว่าชอบอันไหน
ส่วนที่เรียนมาแล้วก็ทิ้งไม่ได้ เพราะตอนเรียนสอนจนข้าไปแล้ว

"...ถ้าสายตาเราชินกับในที่มืดแล้ว คงยากที่จะเพ่งมองโลกภายนอกได้..."

iannnnn

อ้างคำพูดจาก: Hideric เมื่อ 13 พ.ย. 2008, 01:01 น.
กับอีกเรื่องที่เคยสงสัยมาตั้งแต่เด็กว่า ทำไมเราต้องเรียนสิ่งที่เราไม่ได้ใช้ด้วย
สู้เราหาความถนัดแล้วมุ่งเน้นด้านนั้นไปเลย

แค่สี่พยางค์นี่แหละครับ
ที่เป็นเหตุผลให้เราต้องเรียนในช่วง "ทักษะ" ซะเป็นสิบๆ ปี กว่าจะได้ "มุ่ง"

ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป

น่าสนใจลงชื่อไว้ก่อน จะได้เข้ามาอ่านวันหน้า  :46:
เราแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราทำปัจจุบันให้ดีได้

นักศิลปะ

ผม สอนเด็กมาสองปี ครบถ้วนละ

เปิดโรงเรียนเอง สอนศิลปะ
แล้วก็รู้ว่้า อาชีพครู ไม่ง่าย
เป็นครูที่ดี ก็ไม่ง่าย สอนเด็กให้ดี
ก็ไม่ง่าย

แต่ ไม่ยากครับ
ถ้า เรามี จริยธรรม
และ สำนึกดี

ไม่มีรไเห็นโดนขุดขึ้นมา
ก็เอามาบอก


โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

กำนม.};oO=

โรงเรียน ไม่ใช่ปัญหา
อุดมคติ นั่นแหละตัวปัญหาข้อแรก
อุดมคติ ไม่ใช่เรื่องจีรัง มันเปลี่ยนไปตามโลก
อุดมประหลาด บวกด้วย คติพิลึกกึกกือ
มันก็สะท้อนแพลมออกมา ตามระบบต่างๆ แบบนี้แหละ
จะเรียกว่า สร้างสรรค์ หรือ เสื่อมทราม
มันก็อยู่ที่ว่า โลกมันจะมุ่งไปทางไหน
มุ่งไปแล้ว แตกแยก ต่อยอด เอาตัวรอดได้ โลกก็ยังพออยู่
ดูยาวๆ เพราะผมเห็นว่าโรงเรียนในอุดมคติ
บางที..เหมือนเสต็มเซลล์ในหลอดแก้ว
การสำลักความสำเร็จ ในสภาวะปลอดเชื้อชั่ว
มีผลที่ต้องวิจัยกันในระยะยาวๆ
บางที ยิ่งอนามัยจัด ยิ่งอ่อนแอ
ภูมิคุ้มกันไม่บกพร่อง แต่อ่อนแอ
..
โลกเก่าสอนเรา
แล้วเราก็สอนโลกใหม่ อีกต่อหนึ่ง
โรงเรียนเป็นผลผลิตร่วมกัน ของสังคมที่หลากหลาย
แม่ปู พ่อปู ทั้งหลาย ความหยาบนั้นมีมากขึ้น ตามความเครียดในระบบ
ยากที่จะบงการให้โรงเรียนละเมียดละไมได้ ถ้าสังคมมันไม่ค่อยมีความประนีต
การศึกษาในส่วนสำคัญอยู่ที่พ่อแม่และผู้ใหญ่ อย่าโบ้ยให้สังคมเสนอ และเราแค่ซื้อหา
อุดมคติหาได้ยาก ในการค้าความรู้ คุณครูไม่ควรรับผิดเกินความเป็นจริง
อยู่บ้านไร่ ไร้เน็ต พี่จะกางมอสกิโต้เน็ต เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง เดินตามสายรุ้ง ทิ้งเมืองกรุงไว้กับเธอ ..

นักศิลปะ

คุณครู อาจจะต้องรับผิดมากกว่าจริง นิดนึงด้วย  :22:
ในฐานะ เอาเมล็ดพันธุ์ มาเพาะดูแล ก็ต้องทำให้ดี
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

เต่ามาก

อ่านของกำนันแล้วเข้าใจว่าไม่เข้าใจว่าเข้าใจแล้วหรือยัง
แต่ผมก็รู้สึกอย่างนั้นว่าถ้าการศึกษาคือการพัฒนาคน มันก็ต้องเริ่มตั้งแต่เกิด
คือก่อนจะเข้ามาในระบบของรัฐ (ที่เวิร์คหรือไม่เวิร์คก็ตามแต่) มันต้องผ่านระบบ
ที่เป็นกลไกทางสังคมมาก่อน เช่น คติความเชื่อ ประเพณี มารยาท ซึ่งเดี๋ยวนี้มันมีปัญหาเพราะทุกคนหวังพึ่งโรงเรียนหมด



เมื่อวานนี้มีค่ายหุ่นยนต์ที่ สวทช (อุทยานวิทยาศาสตร์ใกล้บ้านผมนี่แหละ)
แฟนผมสมัครเป็นพี่เลี้ยง แต่ปรากฎว่าน้องๆ ที่มาค่ายนี่คือเด็กโครงการโอลิมปิก ที่รู้เืรื่องที่พี่ๆ จะสอนหมดแล้ว
ตามที่เค้าเล่ามา คือเด็กเก่งๆ ไอคิวเฉลี่ยซัก 140 เนี่ย ทุกคนมีปัญหาด้านอารมณ์หมดเลย
เช่นว่า พอจับคู่กันทำงาน ก็ทะเลาะกัน แย่งกันทำทันที  หรือถ้าพี่เลี้ยงติอะไรนิดหน่อยก็จะงอน ไม่กินข้าว ไม่ทำตาม ฯลฯ
ซึ่งนี่ก็ชี้ชัดว่าผู้ปกครองก็เน้นแต่พัฒนาการด้านสติปัญญาอย่างเดียว ไม่ได้เอาใจใส่เกี่ยวกับความคิด อารมณ์
ซึ่งผมรู้สึกเสียดายมาก ที่เราสูญเสียทรัพยากรของโลกไปแบบนี้ คนเก่งๆ ถ้าได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมก็ไม่ใช่ว่าจะต้อง EQ ต่ำไปทุกคนเนอะ


ปล. พ่อแม่ผู้ปกครองที่กำลังชมการอภิปรายไม่ไว้วางใจควรแนะนำบุตรหลานของท่านด้วยนะครับ

iannnnn

คนจะดูตลกต้องแนะนำด้วยเรอะ

เต่ามาก

เดี๋ยวบุตรหลายเลียนแบบเอาเป็นเยี่ยงอย่างจะเสียผู้เสียคนนะครับ  :11:

กำนม.};oO=

เลียนแบบได้สิ เพื่อความบันเทิง
เด็กๆ บางทีแยกแยะออกว่าอันไหนน่าเกลียด
มากกว่าผู้ใหญ่..ที่โดนครอบงำ
..
ผมเคยทำการทดลอง ปฎิกริยาเชิงชู้สาว
ดูจากผู้ชมละคอน เรื่องเดียวกัน
ผู้ใหญ่น่ะ อินไปกะเรื่องจนเสียจริต
เด็กๆ กลับสร้างภูมิได้ฉับไวกว่า
เด็กทำหน้ายี้ เวลาเห็นการผิดศีลธรรรม หรือดูผิดธรรมชาติ
ส่วนผู้ใหญ่ หน้าตามึนเมาไปกับคำ และมายานั้นๆ มากกว่า
อันนี้แค่ตัวอย่างกลุ่มเล็ก
ใช้เป็นการอ้างอิงไม่ได้ทุกเรื่อง
แต่ผมมีแนวโน้มที่จะเชื่อว่า ..
เด็กเจ๋งกว่าในเรื่องการเรียนรู้และปรับตัว
และบางที รวมไปถึงการแยกแยกถูกผิด ด้วยสามัญสำนึก
ปล่อยเด็กให้ว่ายวนอย่างเสรี ในสภาวะที่มีทั้งดีชั่ว ในน้ำที่มีเมตตา ในอ่างที่สร้างขึ้นด้วยปัญญา
เอ่อ คล้ายเลี้ยงปลาหางนกยูง แฮะ นอกประเด็นอีกแล้วล่ะ ขออภัย :)
อยู่บ้านไร่ ไร้เน็ต พี่จะกางมอสกิโต้เน็ต เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง เดินตามสายรุ้ง ทิ้งเมืองกรุงไว้กับเธอ ..

เต่ามาก

แต่ถ้่าบ่อมันไม่มีขอบ มันก็จะว่ายออกทะเลไปเลยนะครับ  :49:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines