โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

Started by iSharp, 06 Jan 2007, 21:01 น.

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

โก้

อิหอยเอ  :08:
----------
คือจะบอกว่า ถ้าบ่ายๆ พระหิว
อยากดื่มน้ำอะไรซักอย่าง

ต้องให้ลูกศิษย์ปีนต้นไม้ ไปเก็บผลไม้มาคั้นเลย
มันก็ใช่ที่ครับ (เว้นแต่ลูกศิษย์บ้าจี้)

ดื่มอะไรก็แล้วแต่ ถ้าใจไม่ได้คิดอย่างอื่น
นอกจากแก้กระหาย ผมว่าดื่มไปเถอะครับ

อันนี้อย่ามาโมเมว่า ดื่มชีวาส แก้กระหายนะ
พระก็พระเหอะ ต่อยตาแตก  :08:
nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo

iSharp

หมากฝรั่ง ลูกอม ช๊อกโกแลต เป็นน้ำตาลครับ จัดเป็น ยามกาลิกครับ
ชีสก็ได้ เป็นเนยข้น

ปล. จากคำถามว่าฉันได้หรือไม่ได้นะ ยังไม่ได้ตอบเกี่ยวกับสมควรนะครับ

Quote from: nuugo on 20 Dec 2007, 13:32 น.
จริงๆ แล้ว ความหมายของคำว่า " ไม่สมควร "
น่าจะใช้ได้กับทุกอย่างที่เกี่ยวกับพระสงฆ์นะ
ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับพระรูปนั้นแล้วล่ะ ว่าสิ่งที่ทำ
สิ่งที่กิน สิ่งที่อยู่ นั้น มัน "สมควร" หรือเปล่า

เรื่องศีล เป็นแค่สิ่งกำหนดขึ้นมาเฉยๆ
การปฏิบัติต่างหากครับ ที่ควรทำให้ถูกต้อง
ผมคิดแบบนั้นตอนบวชเรียนนะ
-----------------------------------------------------
ถ้าทำตามศีลได้ทุกข้อ แบบเป๊ะๆ นั่นเป็นเรื่องที่น่าชมเชย และยกย่องครับ
แต่ผมเชื่ออีกอย่างในเรื่องของ การเดินทางสายกลาง นะ

ตึงไป ก็ไม่ดี
หย่อนไป ก็ไม่ดี

:22:




เห็นด้วยกับลุงโก้นะครับ
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

ยุนเอ



ถ้า...

เจอเณรกำลังฉันปานะ ซูกัส หมับๆ หนุบหนับ

ฆราวาสเดินเข้าไปถามว่าฉันไม่ได้นะ ผิด

เณรตอบว่า ช่วงนี้อาตมาขาดน้ำตาล ปัญหาจบมั้ยครับ  :08:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iSharp

Quote from: nuugo on 20 Dec 2007, 13:41 น.
อิหอยเอ  :08:
----------
คือจะบอกว่า ถ้าบ่ายๆ พระหิว
อยากดื่มน้ำอะไรซักอย่าง

ต้องให้ลูกศิษย์ปีนต้นไม้ ไปเก็บผลไม้มาคั้นเลย
มันก็ใช่ที่ครับ (เว้นแต่ลูกศิษย์บ้าจี้)

ดื่มอะไรก็แล้วแต่ ถ้าใจไม่ได้คิดอย่างอื่น
นอกจากแก้กระหาย ผมว่าดื่มไปเถอะครับ

อันนี้อย่ามาโมเมว่า ดื่มชีวาส แก้กระหายนะ
พระก็พระเหอะ ต่อยตาแตก  :08:

เจอพระภาคเหนือ ตั้งวงกินข้าวเย็นเลยอ่ะ
หลวงตาแกบอกว่า "เค้ากินกันมาตั้งนานแล้วแก้หนาว"  :01:
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

iSharp

Quote from: ซ้อซั้ว on 20 Dec 2007, 13:44 น.

ถ้า...

เจอเณรกำลังฉันปานะ ซูกัส หมับๆ หนุบหนับ

ฆราวาสเดินเข้าไปถามว่าฉันไม่ได้นะ ผิด

เณรตอบว่า ช่วงนี้อาตมาขาดน้ำตาล ปัญหาจบมั้ยครับ  :08:

ถ้าจะจบยากอ่ะ   :08:
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

โก้

ฉันได้
ก็ยัดเข้าปากไปเลย ก็ฉันได้แล้ว

ทีนี้ ผิดศีล หรือไม่
ถ้าตามที่บัญญัติ อะไรที่มันเกินมาจากที่บอกไว้ ก็ผิดนั่นแหล่ะ

แต่ถามว่า สมควรมั้ย
บางคนว่า ไม่สมควร บางคนบอกไม่เห็นเป็นไร

แต่ถ้าถามว่าผมรู้สึกยังไงกับ
- พระใส่แว่น (ท่านคงร้อน)
- พระเคี้ยวหมากฝรั่ง (ท่านคงไม่มีอะไรทำ)
- พระคร่อมมอไซค์ (นั้งเฉียงเดี๋ยวจีวรพันล้อ)
- ฯลฯ

แต่บางอย่าง ท่านก็ไม่ควรทำ
ปล. ดีนะพ้นวัยพระมาแล้ว  :52:
---------------------------------------------------------------------------------
nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo

Ah!

เรื่องสมควรไม่สมควรนี่ ผมก็แค่คิดเอาเองของผมน่ะครับ
ขออภัยที่ตอบแทรกเข้ามาระหว่างดำเนินรายการ :30:

เช่น พระสูบบุหรี่ ผมว่าไม่สมควร
ผิดศีลหรือเปล่า ไม่รู้ครับ
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

ยุนเอ



เห็นตามลุงโก้ครับ

แต่พระใส่แว่นเพราะร้อนเนี้ย ผมเถียงครับ

ต้องใส่หมวกครับ ในฐานะสมาชิกคนใส่แว่นแห่งประเทศไทย  :37:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

คุณชาย ( 737 )

 เอ่อ...เมื่อพุทธกาลยังไม่มีซูกัส ก็เลยกลายเป็นว่าสมัยนี้มีซูกัส ถ้าฉันซูกัสก็จะผิดศีล มันเหมือนกับเมื่อก่อนเราใช้เบนซิน 91 95 พอเราผลิตแก๊สโซฮอล์ได้และเอามาใช้ก็ผิดอย่างนั้นหรือ
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

โก้

ตอนบวชผมคิดแบบนี้นะ
อะไรไม่สมควรก็ไม่ทำ
อะไรสมควรก็ทำ

nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo

Ah!

ส่วนเรื่องที่ว่าการวิเคราะห์ด้วยใช้เพียงความชอบส่วนตัวนี่
ผมไม่ได้ใช้แค่ความชอบส่วนตัวนะครับ  :08:
ข้อห้าม ข้อบังคับก็เคยอ่านเคยผ่านตามาบ้างครับ
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

ยุนเอ

สมัยพุทธกาลมีขนมทองหยิบ ทองหยอดครับ คงจะพอแทนซูกัสได้

เรื่องวัตถุเนี้ย ไม่ผิดครับ

ผิดที่เวลาฉัน

เอเลยใส่ว่าเป็น ปานะซูกัสไปครับผม
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

จักรี

อันนี้  ผมจะไม่พูดถึง หลักการปฏิบัติ เหมาะไม่เหมาะอย่างไร เพราะการปฏิบัติตามศีลนี่เป็นไปได้ยากที่จะผิดจากธรรมชาติ


ที่สำคัญคือการตีความนี่แหละ  ศีลข้อเดียวกัน พุทธพจน์ข้อเดียวกัน ตีความกันไปคนละแบบ หมูคณะหนึ่งก็ตีไปอีกแบบหมูหนึ่งก็ตีไปอีกแบบ  เรามาหาความพอดี หรือที่ทีคนส่วนใหญ่เห็นตรงกันดีกว่า   เช่น

 ในพระไตรปิฎก
   พูดถึง ศีลที่บอกว่า ห้าม ฉันอาหารหลังเทียง   และก็บอก ถึงสิ่งที่ถูกอนุโลม  (เอาอันที่ไม่มีการตีความเพิ่มเลยนะครับ มีแต่ บาลีกับคำแปล)
   ให้คนส่วนใหญ่มาอ่าน แล้วจะคิดว่า หมากฝรั่ง พระสามารถฉันได้หรือไม่ เพราะเหตุใด?





Quote from: น้องชาร์ป on 20 Dec 2007, 13:41 น.
หมากฝรั่ง ลูกอม ช๊อกโกแลต เป็นน้ำตาลครับ จัดเป็น ยามกาลิกครับ
ชีสก็ได้ เป็นเนยข้น

ปล. จากคำถามว่าฉันได้หรือไม่ได้นะ ยังไม่ได้ตอบเกี่ยวกับสมควรนะครับ


พระไตรปิฎก เล่มที่ 02
                         สิกขาบทวิภังค์
     [๕๐๙] บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... .
     บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ ชื่อว่า ภิกษุ
ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้.
     ที่ชื่อว่า เวลาวิกาล หมายตั้งแต่เวลาเที่ยงวันล่วงแล้วไปจนถึงอรุณขึ้น.
     ที่ชื่อว่า ของเคี้ยว คือ เว้นโภชนะ ๕ ของที่เป็นยามกาลิก สัตตาหกาลิก ยาวชีวิก
นอกนั้นชื่อว่า ของเคี้ยว.

     ที่ชื่อว่า ของฉัน ได้แก่โภชนะ ๕ คือ ข้าวสุก ขนมสด ขนมแห้ง ปลา เนื้อ.
     ภิกษุรับไว้ด้วยตั้งใจว่า จักเคี้ยว จักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ขณะกลืน ต้องอาบัติปาจิตตีย์
ทุกๆ คำกลืน.

http://larndham.net/cgi-bin/tread.pl?start_book=02&start_byte=705492

แล้วที่บอกว่า
หมากฝรั่ง ลูกอม ช๊อกโกแลต   ใครเป็นคนจัดอยุ่ในยามกาลิกครับ

แล้วถ้าผมจัดหมากฝรั่งอยุ่ใน  ข้าวสุก ขนมสด ขนมแห้ง ปลา เนื้อ.   แบบนี้ ก็ถือว่าผิดศีล เหมือนกัน ใช่มั้ยครับ
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iSharp

#1783
http://www.dmc.tv/forum/lofiversion/index.php/t398.html

เพิ่มครับ ผมฉันกาแฟใส่น้ำตาลได้มั้ย  :01:
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

จักรี

อ๋ออันนั้น  ธรรมกายเป็นคนจัด  :42:

แต่เอ๋???  ไม่เห็นมีบอกว่า  หมากฝรั่ง  ซูกัส ลูกอมนี่ครับ  :09:

ส่วนอันนี้จากพระไตรปิฎก

---------------------------------------------------------------------------------------
พจนานุกรมฉบับพุทธศาสตร์ ท่านพระธรรมปิฎก(พระพรหมคุณาภรณ์)

กาลิก แปลว่า เนื่องด้วยกาล, ขึ้นกับกาล, ของอันจะกลืนกินให้ล่วงลำคอเข้าไปซึ่งพระวินัยบัญญัติให้ภิกษุรับเก็บไว้และฉันได้ภายในเวลาที่กำหนด จำแนกเป็น ๔ อย่าง คือ

๑.ยาวกาลิก รับประเคนไว้และฉันได้ชั่วเวลาเช้าถึงเที่ยงของวันนั้น เช่น ข้าว ปลา เนื้อ ผัก ผลไม้ ขนมต่างๆ

๒.ยามกาลิก รับประเคนไว้และฉันได้ชั่ววันหนึ่งกับคืนหนึ่ง คือก่อนอรุณของวันใหม่ ได้แก่ ปานะ คือ น้ำคั้นผลไม้ที่ทรงอนุญาต

๓.สัตตาหกาลิก รับประเคนไว้แล้วฉันได้ภายในเวลา ๗ วัน ได้แก่เภสัชทั้ง ๕

๔.ยาวชีวิก รับประเคนแล้ว ฉันได้ตลอดไปไม่จำกัดเวลา ได้แก่ของที่ใช้ปรุงเป็นยา นอกจากกาลิก ๓ ข้อต้น (ความจริงยาวชีวิก ไม่เป็นกาลิก แต่นับเข้าด้วยโดยปริยาย เพราะเป็นของเกี่ยวเนื่องกัน)

เภสัช ๕ คือ ที่เป็นสัตตาหกาลิก รับไว้ฉันได้ตลอด ๗ วัน คือ ๑.สัปปิ เนยใส ๒.นวนีตะ เนยข้น ๓.เตละ น้ำมัน ๔.มธุ น้ำผึ้ง ๕.ผาณิต น้ำอ้อย;

ส่วนยาแก้โรคที่ทำจากรากไม้ เปลือกไม้ ใบไม้ เป็นต้น จัดเป็นยาวชีวิก คือรับประเคนไว้แล้ว เก็บไว้ฉันได้ตลอดชีวิต
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines