โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ยุนเอ



ถ้ามันเป็นจริงของธรรมชาติ  :08:

ก็ต้องเป็นไปตามนั้นละครับ

Let's it be

แต่ นิกายอย่างนั้น ตามหลักการณ์แล้วมันต้องล่มสลายครับ
ใครจะยินดีให้ฆ่าตัวเอง ถ้าตัวเองยังมีสมองไว้คิดอยู่นะครับ  ไม่ได้โดนมอมยาและโดนไวรัสฆ่าตัวตาย
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

จักรี

#1726
คือจะบอกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างก็รักชีวิตโดยธรรมชาติ  จะเป็นความคิดของมนุษย์ฝ่ายเดียวหรือไม่ 
แต่สำหรับผม มันคือไม่ใช่ เราใช้ปัญญาของการเป็นมนุษย์พิจารณาดู ก็จะสังเกตุได้ว่าสัตว์ ที่วิ่งหนี อันตราย ทำไมมันต้องหนี ทั้งที่มัน ไม่มีสมองคิดสักนิดว่า นั่นคืออันตราย  จะบอกว่ามันเคยตายแล้วรู้ความเจ็บปวดของการตาย ผมก็ว่าไม่น่าใช่ แต่สรุปด้วยการมองเห็นด้วยตาของมนุษย์อย่างผมผมคิดว่าสัตว์เหล่านั้นล้วนกลัวตายกลัวเจ็บ เช่นกันกับมนุษย์   ผม ขอคิดไปเองว่านั่นแหละ คือ ธรรมชาติ



และนอกจากการตายแล้ว ธรรมชาติไม่ได้มีเท่านี้ที่ทำให้ ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกมีความ คิดเห็นตรงกัน  รุ้สึกได้ตรงกัน แต่บางอย่างอาจจะเกินปัญญามนุษย์หรือสัตว์เกินไป 



ถ้าไม่มีศาสนาพุทธ ก็จะมีหลักการณ์ของธรรมชาติ ของมิตินั้นๆเข้ามาเกี่ยวข้องให้วิถีชีวิตของคนในมิตินั้นๆดำเนิน ไปในทิศทางที่เป็น ธรรมชาติเดียวกัน


ปล. ในกรณี ที่มิตินั้นๆ เป็นมิติ ที่มีวัฒนธรรมหรือคำสอน(วัดไดเกียวฯ)ตรงข้ามกับธรรมชาติของมิติที่เป็นอยู่   คำสอนเหล่านั้นก็จะไม่สามารถตอบคำถามของความเป็นจริงตามธรรมชาติได้หมด   ซึ่งคนในมิตินั้นถึงแม้จะมีโมหะหลงงมงายกับคำสอนนั้นจนโงหัวไม่ขึ้นแต่ในใจลึกๆเของขาต้องรู้สึกทะแม่งๆ แน่ๆ   


เช่น   สอนบอก ให้ฆ่า กันตายเป็นสิ่งที่ดี  คนฆ่า ยินดีฆ่า คนตาย ยินดีตาย    ถามว่า ถึงแม้จะยินดีตาย หรือยินดีฆ่า  ในส่วนลึกของจิตใจจะรุ้สึกอย่างไรจะยินดีแบบ100 เปอร์เซ็นต์หรือเปล่าน้า.....
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ยุนเอ



คนฆ่าทำไม ไม่ยินดีตายมั่งอะ  {หมีโหด}
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

คนตาบอดข้างเดียว

อ้างอิงอ่านข้างบนเหมือนว่าเราใช้ไม้บรรทัดวัดจากการที่ตัวเองเป็นพุทธศาสนิกชนน่ะ

คือจริงๆ ที่ถามว่าถ้าไม่พุทธนี่ หมายถึงว่าถ้าเราไปอยู่ในมิติอื่นๆ
เป็นมิติคู่ขนานที่ไม่เคยมีพระพุทธเจ้ามาก่อนในโลก ..แน่นอนว่าไมีมีศาสนาพุทธ
นั่นจะทำให้การกำหนดค่า "ความบาป" แตกต่างจากที่คุยกันไว้ไหมครับ ในกรณีบี้มด

สมมติว่านับถือลัทธิไดเกียว และมีการปฏิบัติเช่นนั้นมาตลอดโดยถือเป็นสิ่งประเสริฐ
แล้วการบี้มดมันจะบาปไหมครับ

อ้างอิงแล้วถ้ามดมีศาสนาของตัวเอง
ที่รู้สึกว่าการถูกบูชายัญด้วยสัตว์ยักษ์ที่ชื่อว่ามนุษย์เนี่ย
เจ้าจะไม่ได้ตาย แต่จะเปลี่ยนภพเปลี่ยนรูปไปอยู่กับพระเจ้ามดล่ะ?
แล้วศาสนามดก็ยืนยงมาเป็นหลายพันปี
ดังนั้นมดทุกตัวเลยยินดีพร้มใจให้บี้มาโดยตลอด


ถ้าวินวินยังงี้ จะถือว่าบาปไหม?


ไม่รู้เข้าใจถูกหรือเปล่านะครับ  คงจะประมาณว่า สมมุติฆ่ามดแล้ว ในความเป็นจริงเป็นบาป
แต่เราทำด้วยจิตใจบริสุทธิ์
มดก็ยินยอมด้วยจิตใจบริสุทธิ์
จะเป็นบาปไหม

แบบนี้ต้องถามนักกฏหมายนะครับ 555
เดาว่าถ้าโดน  ไอ้หัวหน้าลัทธิคงโดนหนักกว่าเพื่อน


คือว่า ถามแบบนี้มันก็ไม่รู้จะตอบยังไงครับผม
ก่อนอื่นเราต้องพิสูจน์ให้ได้ซะก่อนว่า บาปมันมีอยู่จริงๆ มีคนคอยนั่งจดเราอยู่ตลอดว่าวันๆเราทำอะไรบ้าง

คล้ายกับว่า โลกนี้ต้องมีพระผู้สร้าง ต้องมีคนมานั่งจดค่าความบาป ค่าบุญ
แล้วบาปมันมีไปทำไม  มีเยอะๆแล้วจะตกนรกหรือไง
แล้วใครสร้างนรก
คิดแบบมีสติสมบูรณ์หน่อยก็จะเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้

แต่พุทธศาสนาไม่สนใจตรงจุดนี้ครับ บาปรึไม่บาปไม่รู้ พุทธสนแต่ความทุกข์อย่างเดียว
สวรรค์ไปได้ครับ ผมสร้างสวรรค์สำหรับคนบี้มดไว้ให้เลย
แต่ไปแล้วก็เท่านั้น ถ้าสวรรค์น้ำไม่ไหลก็ยังเป็นทุกข์ได้ครับผม

ไม่ได้มองจากกรอบที่เป็นพุทธศาสนิกชนนะครับ
แต่มองด้วยสติที่ยังสมบูรณ์ดีว่า เราควรจะสนใจอะไรระหว่างความทุกข์ที่เราต้องเจออยู่ทุกวัน(พุทธศาสนาสนใจตรงจุดนี้) กับ บาปที่มันพิสูจน์ไม่ได้ มองไม่เห็น(พุทธมองข้ามตรงจุดนี้ เพราะมันพิสูจน์ไม่ได้)

สรุปก็คือ  พิสูจน์ให้ได้ก่อนว่าบาปมันมีอยู่จริง สมมุติเอาว่ามันมีอยู่จริงไม่ได้นะครับ แบบนั้นก็จินตนาการกันไปต่างๆนาๆครับ
แต่ถ้าจะให้ดีก็ช่างแม่มันซะ เพราะว่ามันไม่ได้ช่วยให้เราเกิดปัญญารู้เท่าทันความทุกข์เลยครับผม


ปล.ผมรู้สึกว่ากุศโลบายเรื่องบาป-บุญ นับวันมันยิ่งจะใช้ไม่ได้นะครับ เพราะมันพิสูจน์ตัวมันเองไม่ได้นี่ละครับ
ในหมู่คนตาบอด คนตาบอดข้างเดียวได้เป็นราชา

iannnnn


D869

แอนถามเหมือนที่ผมเคยถามเลย :08:

เคยถามว่าลิงมันมีบาปมั้ย :30:
"รักอดทนนาน กระทำคุณให้ รักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง... "
                                                            - โครินทร์1 13:7

คนตาบอดข้างเดียว

http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y5779543/Y5779543.html
ใครว่างๆลองไปอ่านเล่นดู
ผมได้อ่านเฉพาะที่quoteจากในหนังสือ(ที่เป็นรูป)
ไอ้ที่เจ้าของกระทู้ชี้แจงนี่ไม่ได้อ่าน
ในหมู่คนตาบอด คนตาบอดข้างเดียวได้เป็นราชา

iSharp

#1732
น่าสงสาร  :05:


ช่วยเพิ่มเติม
หนังสือธรรมะเพื่อประชาชนออกมาตอนปี 47 มั่ง
ออกมาทั้งหมด 2 ชุดชุด 7 เล่มมั่งมีมงคลชีวิต ปรโลก บุญ บาป พระรัตนตรัย ฯลฯ


ปล.
โครงการตอบปัญหาธรรมะเพื่อประชาชาน (World PEC) ภาค2มาแล้วนะครับ
ใครสนใจก็สมัครได้นะ
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

iannnnn

เอ้า เหมือนเคยมีคนเอามาแปะในจู๋นี้แล้วนะ (ตูเองด้วยละมั้ง)
ไม่น่าเชื่อว่าแบบนี้ยังอุตส่าห์มีละโว้ :30:


เอ๊ะหรือไม่เคยแปะแต่เคยคุยกับจักรีที่อื่นก็ไม่รู้ :46:

iSharp

เคยแล้วมั่งพี่ มันเดจาวูอ่ะ
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

iannnnn

โห แต่กระทู้ยังคงมีคนตอบมาจนถึงปัจจุบันนะ
เหมือนว่าข้อสรุปมันมีอยู่ในนั้นแล้ว แล้วก็มีการยกขึ้นมาแย้งอีก แล้วก็มีคนสรุปอีก แล้วก็แย้งอีก

ความเชื่อในศาสนา การเมือง พระเครื่อง ฟุตบอลนี่ ไม่มีวันจบจริงๆ

iSharp

รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

จักรี

#1737


แตกต่างกันทางความคิดครับ  เอ๊ะ!!  เรียกว่าแตกต่าง คงไม่ใช่   ต้องเรียกว่า ขัดแย้ง  ชนิดที่ว่า ถ้า อันนี้ผิดอันนั้นต้องถูก ถ้าอันนั้นถูกอันนี้ต้องผิด  ประมาณนั้นเลย 


ที่มันต่างกัน ก็อยู่ที่การตีความนี่แหละ   


อันนี้ผมไม่คุ้น  เป็นการพูดถึงพระรัตนไตรอีกมุมหนึ่ง   




มาดูมุมที่เราๆคุ้นเคย   บทไตรสรณคมน์ 
(พุทธังสะระณังคัจฉามิ ธัมมังสะระณังคัจฉามิ  สังฆังสะระณังคัจฉามิ....ทุติพุทธัง...ทุติธัมมัง...ทุติสังฆัง.....ตะติพุทธัง....ตะติธัมมัง.....ตะติสังฆัง.....)  ขออนุญาตแอบอ้างจากพันทิบ  คุณ ฤทธี  ที่เขาตอบไว้ในโพสต์แรกละกัน

อ้างอิง

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

สรณคมน์ในขุททกปาฐะ

           [๑] ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็น
สรณะ ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์เป็นสรณะ แม้ครั้งที่ ๒ ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้า
เป็นสรณะ แม้ครั้งที่ ๒ ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นสรณะ แม้ครั้งที่ ๒ ข้าพเจ้า
ขอถึงพระสงฆ์เป็นสรณะ แม้ครั้งที่ ๓ ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ แม้
ครั้งที่ ๓ ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นสรณะ แม้ครั้งที่ ๓ ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์
เป็นสรณะ ฯ

จบสรณคมน์


อ้างจาก พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย
ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต


ผมคุ้นกับคำนี้   "อนิจจัง (ความไม่เที่ยงแท้แน่นอน) ทุกขัง(เป็นทุกข์)  อนัตตา(ไม่มีตัวตน)"

มากกว่า

"นิจจัง  สุขัง  อัตตา"


:52:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iSharp

อืม ผมก็คุ้นเหมือนกัน
ก็เพิ่งได้ความรู้ว่ามี "นิจจัง สุขัง อัตตา" ด้วย
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

psyfer

#1739
เอ้อ สงสัยค่ะ ว่าพระเคี้ยวหมากฝรั่งนี่ได้ไหมคะ  :09:
หลังเที่ยงน่ะค่ะ




**แก้พิมพ์ผิด  :44:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines