โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

จักรี

#1680
ช่วงนี้  ผม ว่าจะไม่ทานเหล้า แล้วก็ถือศีล กลับมาปฏิบัติ กรรมฐานอีกครั้งนึง หลังจากที่เว้นว่างไปนานโข 


มีกระทู้หนึ่ง อยากให้อ่าน เขาถามเรื่องการปฏิบัติ   อ่านแล้วอาจจะมีเรื่องศรัทธาเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง อันนี้ก็ ทนๆอ่าน หน่อยนะครับ

อ้างอิง


ถาม :
                 การปฏิบัติเมื่อถึงญาณขั้นที่สิบสอง แล้วภายหลังห่างการปฏิบัติไปไม่ต่อเนื่อง เพราะมีภาระกิจในชีวิตประจำวันไม่สามารถกำหนดได้ตลอด จะทำให้ผลของการปฏิบัตินั้นถดถอยได้หรือไม่ และเมื่อกลับมาปฏิบัติอย่างจริงจังใหม่ผลจะกลับไปสู่ญาณขั้นที่สิบสองได้อีกหรือไม่? และจะทำอย่างไรให้คงอยู่และหรือเกิดการพัฒนาไปเรื่อย ๆ ช่วยแนะนำด้วยคะ เพราะปฏิบัติด้วยตนเองหลังจากได้รับการอบรมมาแล้ว แต่ไม่สามารถพัฒนาให้ก้าวหน้าได้ ขอขอบพระคุณล่วงหน้าคะ



  ตอบ

ถามคุณผู้สงสัยหน่อยว่า ได้เข้ารับการปฏิบัติที่ไหน และที่บอกว่าปฏิบัติถึงญาณขั้นที่ 12 รู้จากอะไรครับ

ถ้าไม่ได้มาจากการที่ครูผู้สอนกรรมฐานสอบอารมณ์ และให้ฟังเทศน์ลำดับญาณแล้ว ไม่ควรไปคิดเอง
เพราะไม่มีประโยชน์ และในกรณีส่วนใหญ่ จะเกิดความคิดฟุ้งซ่านไปเปล่าๆ



ส่วนที่ถามมาในหัวข้อกระทู้ว่า "ทำอย่างไรการปฏิบัติจึงจะพัฒนาถึงบรรลุญาณขั้นสูง (อนาคามีฯ)"

แสดงให้เห็นว่ามีความเข้าใจที่ผิด จึงไม่น่าเป็นไปได้เลยที่จะได้รับฟังมาจากครูสอนกรรมฐานที่วัดอัมพวัน
เพราะถ้าผ่านโคตรภูญาณครั้งแรก โสดาปัตติมรรคจึงเกิด ดังนั้น ถึงจะได้ญาณที่12 คืออนุโลมญาณจริงๆ
ก็ยังไม่ได้ถึงโสดาปัตติมรรคเลย แล้วจะไปพูดถึงอนาคามิมรรคได้อย่างไร



ประเด็นที่ถามว่า มีภาระกิจในชีวิตประจำวันทำให้ไม่สามารถปฏิบัติได้ต่อเนื่อง ก็ควรทำความเข้าใจใหม่นะครับ
อย่าไปยึดกับพิธีการว่า จะต้องมีเวลา เดินหนึ่งชั่วโมง นั่งหนึ่งชั่วโมง ถึงเรียกได้ว่าปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

การกำหนดรู้ปัจจุบันธรรม สามารถทำได้ในชีวิตประจำวันตอนแทบจะตลอดเวลา

เราไม่เคยหยุดหายใจ ดังนั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีเวลากำหนด ทุกครั้งที่หายใจ ก็มีสติรู้ตัวตลอด
หายใจเข้าก็รู้ หายใจออกก็รู้ กำหนดไป พองหนอ ยุบหนอ

สั้นก็รู้ ยาวก็รู้ รู้ตลอดเวลาที่กำหนด พองหนอ หรือ ยุบหนอนั้นๆ พองกี่ระดับ ยุบกี่ระดับ
ไม่ใช่สักแต่กำหนด แบบท่องบ่นในใจเป็นนกแก้วนกขุนทอง แต่กำหนดรู้ว่า พอง นั้นพองกี่ระดับ เป็นต้น

ในชีวิตประจำวันเวลาจะเดิน จะก้าว กำหนดไป ซ้ายย่างหนอ ขวาย่างหนอ

เวลาลูกน้องทำไม่ได้ดังใจ รู้สึกโกรธ กำหนดเลย โกรธหนอ ๆ ๆ (พอรู้ทันว่าโกรธแล้ว โกรธสักแต่ว่าโกรธ
ก็เอาสติตรงนั้นไปคิดแก้ปัญหาต่อไปด้วย ไม่ใช่แค่กำหนดอย่างเดียว แล้วไม่ต้องคิดแก้ปัญหา )

โดนเจ้านายด่า เสียใจ ก็กำหนดอีก เสียใจหนอๆ ๆ (พอรู้ตามจริงว่าเสียใจแล้ว เสียใจสักแต่ว่าเสียใจ
แล้วก็เอาสติตรงนั้นไปคิดแก้ปัญหาต่อไป ว่าเราทำผิดพลาอย่างไร จะป้องกันแก้ไขอย่างไรต่อไป)



ไม่ใช่ว่ากำหนดอย่างเดียวพอ ไม่ใช่ หลวงพ่อไม่ได้สอนอย่างนั้น หลวงพ่อสอนให้เจริญกรรมฐาน
เพื่อให้มีสติปัญญาไปแก้ปัญหาเองได้ ในเมื่อเรากำหนดรู้ทันแล้ว ความโกรธ ความเสียใจ เรารู้แล้ว
ไม่หลงไปตามอำนาจของกิเลสแล้ว เพราะเรากำหนดรู้ตามจริง สติตรงนั้นเอาไปใช้คิดแก้ปัญหา

นี่คือการปฏิบัติแล้วครับ จะอ้างว่าไม่มีเวลาปฏิบัติไม่ได้ ใครที่บอกแบบนั้นแสดงว่าไปยึดกับพิธีการ
ยึดเป็นหลักสูตรว่า ต้องมีเวลาอาบน้ำสะอาดๆ ใส่ชุดขาว เข้าห้องพระ แล้วสวดมนต์เท่านั้นเท่านี้
แล้วค่อยเดินหนึ่งชั่วโมง นั่งหนึ่งชั่วโมง แผ่เมตตา อุทิศบุญฯ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงรูปแบบพิธีการ
ไม่ใช่สาระ ไม่ใช่แก่นของการปฏิบัติ โปรดแยกแยะให้ออก

ถ้าวันไหนเรามีเวลาสัก 2 ชั่วโมงที่สามารถทำในส่วนของการเดินและนั่งได้ ก็ค่อยทำ อย่างละหนึ่งชั่วโมง
มากกว่าหรือน้อยกว่า ก็แล้วแต่เหตุปัจจัย แล้วแต่เวลาที่อำนวย ไม่ต้องยึดติดว่าต้องหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น
ใครที่ทำได้ทุกวันก็ดี แต่ใครที่ทำไม่ได้ทุกวัน ก็หาเวลา จะกี่วันต่ออาทิตย์ก็แล้วแต่ ตามเหตุปัจจัยครับ
แต่ตรงนี้ไม่ใช่ว่า มีเวลาแต่ แทนที่จะทำได้ทุกวัน กลายเป็นอาทิตย์ละครั้ง แบบนี้คือขี้เกียจมักง่ายแล้ว

เราปฏิบัติหน้าที่ของเราในเพศฆราวาสให้สมบูรณ์ หน้าที่ของเจ้านาย หรือลูกน้อง พ่อ แม่ หรือ สามี ภรรยา
ทำให้พร้อมสมบูรณ์ แล้วเวลาที่เหลือจากตรงนั้น ก็มาปฏิบัติ เร่งความเพียรต่อไป



ในแง่ของมรรคผล กับลำดับญาณนั้น อันนี้ต้องเป็นไปตามลำดับ ถ้าเราปฏิบัติตรงและถูกต้อง
มันจะได้ของมันเอง ยังไม่ต้องไปกังวล เมื่อถึงเวลาครูผู้สอนกรรมฐานจะเป็นผู้ที่บอกเอง
เวลาเราเกิดความสงสัยในเรื่องความก้าวหน้าในการปฏิบัติของเราเอง ก็ไม่ต้องไปบังคับให้หยุดสงสัย
กำหนดรู้ไป สงสัยหนอๆ ๆ ๆ รู้ตามจริงว่าสงสัย นี่คือการปฏิบัติแล้ว

มรรคผลนั้น เมื่อได้แล้วจะไม่มีเสื่อม เมื่อมรรคจิตเกิดขึ้นครั้งแรก จะไม่มีทางเสื่อม

ความอยาก คือกิเลสตัวหนึ่งที่ทำให้บรรลุธรรมไม่ได้

จะทำอย่างไรที่จะทำให้ความอยากนี้หายไป ?
การที่จะไม่อยากนั้น เราจะต้องดำเนินชีวิตตามมรรค 8 คือต้องทำให้ครบ
จะมาหวังแค่ เวลา 7 วันที่ปฏิบัติที่วัด ปีละครั้งสองครั้งอย่างเดียวไม่ได้ครับ

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

เก้อ

ขอบคุณครับ :46:

ผมจะลองกำหนดเวลาล้างจานดู
I ROCK , THEREFORE I AM

เต่ามาก

ภาวนา เจริญสตินี่ทำได้เรื่อยๆ นะครับ
เวลาทำ Photoshop อะไรงี้เหมาะมากเลยครับ
สงบดี  :42:

จักรี

อ๋อ ลืมบอกไปนี่ เรียกว่า การปฏิบัติกรรมฐาน นะครับ   


มีเคสแบบนี้เยอะเหมือนกันในบอร์ดแต่ พออ่านคำถามก็เลยนู้สึกขำ ก็เลยเอามาให้อ่านกันเล่นๆ


ส่วนใหญ่ผมจะไม่ตอบในบอร์ดนี้หรอกนะครับ ส่วนใหญ่จะเข้าไปอ่านอย่างเดียว เพราะรู้สึกว่าตัวเองมีความรู้เท่าหางอึ่ง  :08:     อย่างว่าแหละเรื่องพวกนี้มันต้องประกอบไปด้วยศรัทธา ปัญญาอย่างเดียวก็ มีข้อสงสัยไม่รุ้จบซักที  ผมเคย  :30:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

psyfer

เมื่อคืนอ่านหนังสืออะไรสักอย่างจำชื่อหนังสือไม่แม่น

แต่ประโยคหนึ่งมันโดดขึ้นมา

"สมาธิที่มีศีลกำกับ ถึงจะถือว่าเป็นสมาธิฝ่ายดี"  :46:

คนตาบอดข้างเดียว

ผมเพิ่งไปมา วัดอัมพวันเนี่ย

ไม่รู้สิ ผมว่าก็ไม่เห็นเขาจะสอนอะไร เขาให้หนังสือมาเล่มหนึ่ง ข้างในเป็นบทสวดมนต์ที่ผมอ่านไม่รู้เรื่อง แต่มีแปลบ้างนิดๆหน่อยๆ
บทแผ่เมตตา บทกุศลส่ง ฯลฯ
เข้าไปในวัดก็เห็นเดินจงกลมกัน สวดมนต์บ้าง 

ผมรู้สึกว่าเขาสอนให้คนทำสมาธิ แต่ไม่ได้สอนว่าจะทำไปทำไม ไม่ใช่สิ เขาก็บอกว่า ทำสมาธิไปเป็นบุญกุศล
เป็นบารมีอะไรแบบนี้

ไม่รู้ทำไมเขาไม่สอนไอ้เรื่องที่เป็นวิชาการๆบ้าง

แต่เพื่อนผมก็ชอบนะ  ขากลับตอนเดินออกมาบอกกับผมว่า วันนี้รู้สึกเป็นคนดีขึ้น ได้เข้าวัดเข้าวา
ผมก็ เออๆ แต่กูเฉยๆ ก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนี่ 555
ในหมู่คนตาบอด คนตาบอดข้างเดียวได้เป็นราชา

จักรี

#1686
อ๋อ มีเข้าไป หลายอย่างอะครับ เข้าไปทำบุญ ก็มี  เขาไปฟังธรรมก็มี เรื่องการปฏิบัติเนี่ยจะเน้นวิปัสนากรรมฐาณ ตามแนวทาง สติปัฏฐานสี่   ก็มีสมาธิเข้ามาเกี่ยวข้องบ้างอย่างที่ผมยกมาให้อ่านนั่นแหละครับ จะเห็นได้ว่า สมาธิเป็นแค่ส่วนประกอบ
หลักสำคัญคือการใช้สติในการพิจารณา พูดง่ายๆคือการฝึกสติ นั่นเองแหละครับ  ถ้าจะถามหาวิชาการก็ไม่รุ้ว่าอันไหน ที่เรียกว่าวิชาการอะครับ แต่สิ่งที่ได้ให้พิจารณาเอาจากวิธีการปฏิบัติอะครับ
ส่วนคนเข้าวัดก็ไม่แตกต่างจากวัดทั่วไปหรอกครับ

แต่การไปเพื่อปฏิบัติเนี่ย มีกำหนดการ 3 วัน 7วัน ตามสะดวก  เอาแค่บัตรประชาชนไป   ส่วนเรื่อบุญกุศล บารมีจากการปฏิบัติเป็นเรื่องของผลพลอยได้อะครับ มันก็อยุ่ที่ศรัทธาอีกนั่นแหละ  ส่วนต่ผลของการฝึกจริงๆ ที่สามารถเข้าใจได้ไม่ยากนัก  เพราะมีเหตุแบบนี้ผลจึงเกิดแบบนี้

ตามนี้ครับ



    ๑. มีวินัยในตัวเอง 3 ประการคือ

        * ๑ รู้จักระวังตัว
        * ๒ รู้จักควบคุมตัวได้
        * ๓ รู้จักเชื่อฟังผู้ใหญ่ ถ้าเป็นเด็กจะไม่เถียงผู้ใหญ่

    ๒. มีกิจนิสัย ๔ ประการ

        * ๑ ขยันไม่จับจด รักงาน สู้งาน
        * ๒ ประหยัด รู้จักใช้ชีวิตและทรัพย์สินอย่างถูกต้องและคุ้มค่า
        * ๓ พัฒนา รู้จักพัฒนาตัวเอง และอาชีพให้ดีขึ้น
        * ๔ สามัคคี รักครอบครัว รักหมู่คณะ และรักประเทศชาติ

    ๓. มีลักษณะนิสัย ๔ ประการ

        * ๑ มีสัมมาคารวะ
        * ๒ อุตสาหะพยายาม
        * ๓ ปฏิบัติตามระเบียบวินัย
        * ๔ รู้จักเด็ก รู้จักผู้ใหญ่ วางตัวได้เหมาะสม

    ๔. มีความรู้คู่กับคุณธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ๔ ประการได้

        * ๑ รู้จักคิด
        * ๒ รู้จักปรับตัว
        * ๓ รู้จักแก้ปัญหา
        * ๔ มีทักษะในการทำงานและค่านิยมที่ดีงามในอนาคต เจ้านายทิ้งลูกน้องไม่ได้ ลูกน้องทิ้งเจ้านายไม่ได้ เข้าหลักที่ว่า ผู้ใหญ่ดึง ผู้น้อยดัน คนเสมอกันจะได้อุปถัมภ์ค้ำจุนต่อไป

    ๕. อานิสงส์ในการเดินจงกรม

        * ๑. อดทนต่อการเดินทางไกล
        * ๒. อดทนต่อความเพียร
        * ๓. มีอาพาธน้อย
        * ๔. ย่อยอาหารได้ดี
        * ๕. สมาธิที่ได้ขณะเดินตั้งอยู่ได้นาน (ในปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย เล่ม ๓๒)



มันเป็นผลที่ฟังดูไม่เว่อร์เลยว่ามั้ยครับ  จะเรียกว่าวิชาการก็คงได้มั้ง   เพราะในเรื่องสุขภาพแล้วทางการแพทย์ก็บอกว่าเป็น การบริหารในอริยาบทนั่ง เดินยืน นอน เปลี่ยนท่า ของร่างกายที่ถูกต้องตามหลักน่ะนะ

ลองดูแล้วจะรุ้สึกเหนื่อยมากเลยละครับ ไม่เหมือนนั่งสมาธิจดจ่อ อยุ่เฉยๆเลยละ    แต่นั่นแหละ แต่ก็ขึ้นอยุ่ว้าทำถูกต้องตามวิธีมากน้อยแค่ไหนอะนะ  :42:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

คนตาบอดข้างเดียว

ผมถามหาพวก การสอนที่เกี่ยวโยงกับพวกปฏิจจสมุปบาท ไตรลักษณ์ อะไรแบบนี้น่ะครับ
ไม่ค่อยมีพูดถึงนะครับ
ในหมู่คนตาบอด คนตาบอดข้างเดียวได้เป็นราชา

จักรี

#1688
มันอยุ่ในขั้นตอนการปฏิบัติอะครับ   เพราะถ้าสอนความหมาย ความเข้าใจ เรื่องพวกนี้โรงเรียน หรือวัดอื่นๆก็มีสอนไว้อะครับ


แต่หรืออาจมีสอนไว้อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะครับ เพราะผมเคยไป ปฏิบัติอย่างเดียว  ก่อนทำการปฏิบัติก็ จะมีสอน วิธีการ ความมาย ความเข้าใจ ว่าด้วยเรื่องพวกนี้อะครับ อย่างไตรลักษณ์เนี่ย ถึงจะ รุ้ความหมายแต่ถ้าไม่ปฏิบัติก็จะเข้าใจแบบจริงๆไม่ได้ น่ะครับ
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

Ah!

#1689
วันนี้ได้โทรคุยกับเพื่อนคนนึง
พูดถึงเรื่องใช้ของเถื่อน (เช่น ยูบีซีเถื่อน ซอฟท์แวร์เถื่อน)

เพื่อนบอกว่า ผม (หมอนี่แทนตัวเองว่าผมตลอด ตั้งกะสมัยเรียน) ใช้ของเถื่อนไม่ได้ 
เพราะฝึกรักษาศีลอยู่ :09:
แล้วก็อธิบายต่อว่า การใช้ของที่เจ้าของไม่อนุญาต มันเหมือนการขโมยของ ผิดศีล




เออ แฮะ ไม่เคยคิดเลยครับ  :08:


// คิดต่ออีกนิดว่า แล้วเณร พระ หรือวัดที่มีคอมพิวเตอร์ใช้
และใช้ซอฟท์แวร์เถื่อนนี่ ผมว่าผิดศีลนะ
หรือผิดกฎหมายเฉยๆ ไม่ผิดศีล?
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

iannnnn

ตอนบวช
หลวงพี่ผมให้ช่วยเซ็ตโปรแกรมฝึกภาษาบาลีให้หน่อย
เวลาเข้าสู่หน้าจอแรกก็จะมีขึ้นเตือนแบบนี้แหละครับ
ว่าผู้ใดบังอาจก็อปปี้หรือแจกจ่ายโปรแกรมนี้ มีโทษถึงอาบัติปาราชิก
แล้วก็อะไรต่ออีกไม่รู้เยอะแยะ ..
ด้วยรัก จากหลวงพี่เจ้าของโปรแกรม(ชื่อเขาที่เป็นอดีตพระ)

ซึ่งแผ่นที่ว่าก็ Princo นี่แหละ ก็อปๆ กันมา

Ah!

สรุปว่ามีเรื่องให้เป็นทุกข์เพิ่มมาอีกหนึ่งเรื่อง
เพราะใช้ออโต้แคดเถื่อนอยู่ (แสนสี่)   :08:
สงสัยต้องเลี่ยงมาใช้แคดไทย (สองหมื่นห้า)

วินโด่ กะสกช. ก็ด้วย แต่สองรายการนี้ทุกข์อีกไม่นาน เพราะกำลังจะซื้อ
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

iannnnn

อย่างว่าแหละครับ อยู่ที่เจตนา
อย่างหลวงพี่ที่วัดผมท่านไม่รู้จริงๆ เรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ทางปัญญาเนี่ย
ก็เลยไม่รู้ว่ามันผิด (โดยในทางกฎหมายแล้วผิดแน่ๆ เพราะคนทำเสียประโยชน์)
ดังนั้นลุงอ๋าห์รู้ แล้วก็เริ่มทุกข์ใจแล้ว
เข้าใจว่าต้องใช้แคดไทยราคาสองหมื่นห้าแล้วแหละครับ

ยุนเอ



ดีนะเนี้ยที่เอยังไม่รู้  :25:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

Ah!

อยู่ที่เจตนา กับ ไม่รู้ว่าผิด นี่คนละความหมายเลยนะแอน

ว่าแต่คำเตือนขึ้นมาอย่างนั้นแล้วยังลงต่ออีกเหรอ
แอนไม่ได้อธิบายเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ให้หลวงพี่ฟัง หรือหลวงพี่เห็นแล้วเฉยๆ



ป.ล.​แคดไทยนี่เคยโทรคุยกับดีลเลอร์เขาหลายครั้งแล้ว
จนเขาขี้เกียจตื้อแล้ว :30:
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines