โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

คุณชาย ( 737 )

อ้างคำพูดจาก: psyfer เมื่อ 20 ธ.ค. 2007, 10:05 น.
เอ้อ สงสัยค่ะ ว่าพระเคี้ยวหมากฝรั่งนี่ได้ไหมคะ  :09:
หลังเที่ยวน่ะค่ะ
:08: น่าจะเป็นหลังเที่ยง ใช่ไหมครับ ได้นะครับ เหมือนเคี้ยวหมากเคี้ยวพูลครับ
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

psyfer

ใช่ชายหลังเที่ยง  :05:

จอยคิดว่าเค้าห้ามกินอะไรที่มันเคี้ยว ๆ ซะอีก
ดื่มได้แต่จำพวกของเหลวอะไรทำนองนี้

จักรี

#1742
พระไปเที่ยวไหนอะครับ  :21:  

                                ตามความคิดผมนะ  ถ้าหลังเที่ยงนี่ผิดศีล ครับ

                                 ข้อ 6.    วิกาลโภชนา เว.............
                                              ห้ามฉันของขบเคี้ยวยามวิกาล (หลังเที่ยงนั่นเอง)
                               
                                 ส่วนถ้าก่อนเที่ยง  แล้วฉันแบบสำรวมก็ไม่น่ามีปัญหา ถ้าเคี้ยวแบบ  งับ!งับ!   นี่โลกติเตือน

                                แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรู้ว่าฉันเพื่ออะไรนะ   จุดประสงค์ของการฉันของพระคืออะไร เผื่อให้กายนี่ดำรงอยุ่ได้
                                เพื่อให้มีกำลังในการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ .......

                                แต่ไอ้มากฝรั่งเนี่ย เพื่อให้ร่างกายนี้ดำรงอยุ่ได้หรือเปล่า  เพราะ ถ้าบวชเป็นพระแล้ว
                                คำว่า อยู่เพื่อกิน  นี่ ลบออกจากสารบทได้เลย

                                ถ้าฉันเพื่อเท่ เหรอ?  งั้นก็เข้าข่าย ผิดศีลอย่างละเอียดของ  มาลาคันทวิเร....(ไม่รู้เขียนถูกหรือเปล่า)  
                                ว่าด้วยการใช้ดอกไม้ หรือเครื่องปรุงแต่งใดๆ ที่นอกเหนือจากเครื่องนุ่งห่มของภิกษุสงฆ์

...............
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

psyfer

แก้แล้วนะจักรีแก้แล้ว  :05:



แต่ ถ้าฉันเป็นยา ก็ไม่ผิดใช่ไหม  :09:

คุณชาย ( 737 )

 :08: งั้นหมากกับพลูนี่เขาถือว่าเป็นยา หรือเพื่อดำรงชีวิตอยู่หรือเปล่าครับ
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

จักรี

ก็อยู่ที่การวางจิตครับ    ว่าฉันเพื่ออะไร   เช่น ฉันหมากฝรั่งเพื่อ เข้าสู่สังคม  เพื่อให้คนในสังคม(ชาวบ้านฟังสวด) ไม่เดือดร้อน  (ไม่เหม็น)

ก็สามารถทำได้ แต่ ต้องรุ้ว่า  วิธีที่สมควรที่สุดคือการสีฟัน



การกำหนดจิต  นี่แหละที่สำคัญ  ถ้ามีความคิดแว๊ปไปเพียงนิดนึง  ว่า โอโห เท่วะ !!   แค่นั้นก็เข้าข่าย  เพื่อความเท่แล้ว
เขาจึงมีการ ฝึก การปฏิบัติ เพื่อให้วางจิตได้ โดยไม่แว๊ปไปทำผิด  สังเกต ผู้ที่ปฏิบัติ เขาจะละเอียด และระวังตัวเรื่องนี้มาก




อ้างคำพูดจาก: น้องชายคลอง เมื่อ 20 ธ.ค. 2007, 10:21 น.
:08: งั้นหมากกับพลูนี่เขาถือว่าเป็นยา หรือเพื่อดำรงชีวิตอยู่หรือเปล่าครับ

ทุกอย่างอยุ่ที่การวางจิตนะครับ  ผู้ที่ละเอียดมากๆ นี่เขาจะทำอะไรเขาก็จะรุ้จุดประสงค์ของการทำและจะรู้ว่า

และจะรู้ว่าสิ่งไหนควรสิ่งใหนไม่ควร 

แต่ ถ้าจะทำได้มันก็ต้องฝึกอ่ะครับ   ถ้าไม่ฝึกนี่  เวลาเคี้ยว ไม่รุ้เพื่อการใดบ้าง  ฟุ้งไปทั่วเลยละ 

ขนาดเราเคี้ยวข้าวหนึ่งคำ แม่งยังคิดอะไรไปทั่วเลยครับ 
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ยุนเอ



ถ้าฉันเป็นนักเรียนละครับ  :46:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

จักรี

ถ้าฉันเป็นนักเรียนก็ต้อง ดูว่า เป็นนักเรียนหญิงหรือนักเรียนชายครับ  ถ้าฉันเป็นนักเรียนชายนี่เรียกว่าฉันของหวาน

ถ้าฉันเป็นนักเรียนหญิงนี่เรียกว่าฉันของคาว  :37:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

psyfer


คุณชาย ( 737 )

สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

จักรี

มากระจ่างไอ้โพสต์สุดท้ายนี่เหรอครับ  :08:


รอฟังความคิดเห็นท่านอื่นก่อนก็ได้นะครับ  :17:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

psyfer

อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 20 ธ.ค. 2007, 10:28 น.
ก็อยู่ที่การวางจิตครับ    ว่าฉันเพื่ออะไร   เช่น ฉันหมากฝรั่งเพื่อ เข้าสู่สังคม  เพื่อให้คนในสังคม(ชาวบ้านฟังสวด) ไม่เดือดร้อน  (ไม่เหม็น)

ก็สามารถทำได้ แต่ ต้องรุ้ว่า  วิธีที่สมควรที่สุดคือการสีฟัน



การกำหนดจิต  นี่แหละที่สำคัญ  ถ้ามีความคิดแว๊ปไปเพียงนิดนึง  ว่า โอโห เท่วะ !!   แค่นั้นก็เข้าข่าย  เพื่อความเท่แล้ว
เขาจึงมีการ ฝึก การปฏิบัติ เพื่อให้วางจิตได้ โดยไม่แว๊ปไปทำผิด  สังเกต ผู้ที่ปฏิบัติ เขาจะละเอียด และระวังตัวเรื่องนี้มาก




ทุกอย่างอยุ่ที่การวางจิตนะครับ  ผู้ที่ละเอียดมากๆ นี่เขาจะทำอะไรเขาก็จะรุ้จุดประสงค์ของการทำและจะรู้ว่า

และจะรู้ว่าสิ่งไหนควรสิ่งใหนไม่ควร 

แต่ ถ้าจะทำได้มันก็ต้องฝึกอ่ะครับ   ถ้าไม่ฝึกนี่  เวลาเคี้ยว ไม่รุ้เพื่อการใดบ้าง  ฟุ้งไปทั่วเลยละ 

ขนาดเราเคี้ยวข้าวหนึ่งคำ แม่งยังคิดอะไรไปทั่วเลยครับ 

เอ้อ จอยหมายถึงอันนี้นะ ไม่เกี่ยวกับนักเรียนหญิง นักเรัียนชายนั่น  :37:

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iSharp

#1753
 :03: การไม่กินอาหารหลังเที่ยง จุดประสงค์เพื่อ
ตัดกำลังกาม ตัดพลังงานเหลือเกินความจำเป็น แค่นี้แหละ

ส่วนหมากฝรั่ง เคี้ยวไปก็ไม่ได้ผิดอะไรอ่ะ


แต่บางที่ ธรรมเนียมการฉันหลังเที่ยงก็ต่างกันนะ
เช่นบางที่กินนมได้ บางที่ก็กินนมไม่ได้ นมถั่วเหลืองอ่ะ
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

จักรี

#1754
ก็ว่ากันไปครับ 

ชาร์ปบอกว่า เคี้ยวหมากฝรั่งหลังเที่ยงแล้วไม่ผิดศีล  ส่วนผมคิดว่าผิด  เพราะการไม่ฉันของขบเคี้ยวหลังเที่ยง
เพื่อการกำจัดความกำหนัดตัดกามนั่นก็ส่วนหนึ่ง ถ้าพิมพ์บอกว่า ศีลข้อนี้พื่อจุดประสงค์แค่นี้แหละ
นี่เป็นการโอ้อวดในการตีความหมายของพระวินัยเกินไปหรือเปล่า  เอาแค่ส่วนนี้ สำหรับผม กลูโคสในหมากฝรั่งก็ทำให้มีกำลังได้แล้ว
แถมยังเป็นเรื่องที่โลกตำหนิ บงบอกถึงกิริยาที่ไม่สำรวมอีกด้วย ส่วนน้ำปานะ ที่สามารถฉันได้ เพราะเมื่อก่อน น้ำปานะ
เป็นเพียงแค่น้ำเปล่า  การฉันน้ำเปล่า เป็นเรื่องจำเป็น เพื่อให้ร่างกายนี้ดำรงอยู่ได้ เพื่อการอันเป็นประโยชน์
แต่ปัจจุบันก็ยืดหยุ่นไปเรื่อยๆ คนเราเริ่มใช้นิสัยศรีธนชัยเพื่อประโยชน์ของตัวเอง  ขนาดมาม่ายังดูดกลืนโดยไม่เคี้ยว ก็ยังทำกัน



เอาเป็นว่า  ศีล มีว่า   ห้ามฉันอาหารหลังเที่ยงไปแล้ว 
                           ถ้าคิดว่า หมากฝรั่ง ไม่ใช่อาหาร  ก็คงไม่ผิดสำหรับเขา 
                           คำถาม หมากฝรั่ง ไม่ใช่อาหารจริงหรือ?
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines