มาลดความอ้วนกันดีกว่า

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 14 ก.ค. 2005, 04:08 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

VeryHappy

งดเบียร์เหล้ามาเดือนนึง น้ำหนักไม่ลงเท่าไหร่แต่หายย้วยลงเยอะเลย :52:

หมีเล็ก

รองเท้าสวยอ่ะพี่บร๊วบบบ  :25:
:3005:

กวางจ้ะ

มาเล่าเรื่องดุกลดน้ำหนักบ้างค่ะ (ยาวนะ) ที่จะเล่านี่คือ

ครั้งนี้มันลดได้เยอะที่สุดเท่าที่เคยทำการลดน้ำหนักกับตัวเองมามากกว่า 5 ครั้งในชีวิตนะ





น้ำหนักปกติของดุกคือ 60 kg ค่ะ ส่วนตัวเคยพยายามลดน้ำหนักเอง
เช่น กินน้ำพริกผักต้ม 3 มื้อตลอด 1 เดือนก็ทำได้แค่เดือนละโล
แล้วสุดท้ายก็คือกลับไปกินเหมือนเดิมค่ะ น้ำหนักก็มาเท่าเดิม
และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นถ้าเดือนนั้นมีกินหมูกะทะ และก็บุฟเฟ่ต์ หรือเพื่อนนัดกินข้าวไรงี้

อย่าถามเรื่องออกกำลังกายค่ะ เพราะไม่ค่อยทำจริง ๆ
คือ ส่วนตัวเวลาอยู่ในอากาศร้อน ๆ อบอ้าวมาก ๆ แล้วจะปวดหัวง่ายมากอะค่ะ ก็เลยพยายามเลี่ยง
อย่างฟิตเนสที่ ๆ เคยไปเนี่ย เค้าไม่ค่อยเปิดพัดลมหรือว่าแอร์นะ เพราะต้องการให้เหงื่อออก
แต่ดุกอยู่ในอากาศแบบนั้นไม่ได้นานอะค่ะ มันหายใจไม่ออกจริง ๆ เรื่องออกกำลังกายในฟิตเนสเลยตัดทิ้งไป

แต่สิ่งที่ทำให้น้ำหนักพุ่งพรวดขึ้นมาเยอะ ๆ นี่ เกิดจากที่ว่า ดุกย้ายงาน มาอยู่ใกล้ ๆ ห้างใหญ่ ๆ อย่างเซ็นทรัล
ก็จะมีขนมกินในมื้อบ่าย ๆ ตลอด ทำให้น้ำหนักขึ้นจากเดิม 1-2 โล
พอรู้สึกตัวก็พยายามไม่ซื้ออะไรเพื่อเอามากินตอนบ่ายละ น้ำหนักก็เลยอยู่ที่ 61 kg

และก็เมื่อช่วงน้ำท่วมเดือนตุลาคม
ดุกไปหนีน้ำท่วมทำงานที่ใต้ค่ะ ที่ใต้ก็ไม่ได้มีอาหารเผ็ดอย่างเดียวนะ
อย่าง เช้ามามีติ่มซำ (ที่โน่นเรียกแต่เตี๊ยมป่ะ?)
ตกเย็น ๆ ดึก ๆ มีร้านน้ำชา หนมปัง โรตี ขายแถวหออะ 3-4 ร้านอะค่ะ

ชีวิตดุกในช่วง 10 วันที่อยู่ที่นั่นคือ

เช้ามาพยายามตื่นเช้า ๆ เพื่อไปเสาะหาติ่มซำเจ้าอร่อยที่สุดของที่นั่น กลับมาทำงาน
(ทำงานแทบทุกวัน เรียกว่า เดินทางเสร็จสามทุ่ม เช้ามาทำงานเลยค่ะ เพราะต้องส่งในช่วงวันนั้นล่ะ)
ตอนเย็นมีกินร้านน้ำชาแทบทุกวัน เรียกว่า ทำรีวิวแต่ละร้านได้เลยนะ  :30:
บางวันก็เดินไปกินข้าวฟู้ดคอร์ทที่ห้างใหญ่ ๆ ของที่นั่น (ดันอยู่ใกล้หอซะอีก  :30:)
เสาร์อาทิตย์นั้น ไปเที่ยวตรัง (กินตั้งแต่เหยียบแผ่นดินจังหวัดตรัง ตั้งแต่เค้ก ขนมจีน หมูย่าง ขนมเปี๊ยะ สเต๊ก ยันกลับหอเลยค่ะ)
และก็วันถัดมาไปกระบี่ค่ะ แน่นอนว่าไปถึงก็ต้องมีกินอาหารทะเลและอื่น ๆ อีกแล้ว

เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองอ้วนมาก ก็ตอนที่ไปเล่นน้ำทะเล แล้วน้อง ๆ ที่ออฟฟิศถ่ายรูปมาโพสขึ้น FB

เอ่อ.. ตูอ้วนมากจริง ๆ  :3005:

คือไม่เคยรู้สึกเกลียดพุงตัวเองแบบนี้มาก่อนเลย ตอนนี้รู้สึกมาก ๆ อะ
คือมันเหมือนผู้หญิงอ้วนฉุน่าเกลียด แทนที่จะอวบระยะสุดท้ายเหมือนที่เคยเป็นมา


เฟลไประยะนึง


กลับมากรุงเทพฯ มีแต่คนทักว่าอ้วนมาก ยัยอ้วน ไรงี้
ร้ายไปกว่านั้น คนแถวบ้าน เห็นกวางช่วงนั้นคิดว่ากวางท้อง
ที่รู้เพราะแม่ได้ยินชาวบ้านเค้าพูด แล้วแม่ก็ถามเองด้วย

ตรูไม่ได้ท้อง แค่อ้วนเฉย ๆ  :05:


น้ำหนักตอนนั้น 65 kg ค่ะ


แม่เลยพยายามพูด ประมาณว่า แม่ไปเจอเพื่อนดุก เพื่อนคนนี้ตะก่อนอ้วนกว่าดุก แต่ตอนนี้เขาผอมกว่าดุกแล้ว

และก็เวลากินข้าวแบบ มื้อปกติ ก็จะชอบพูดว่า กินทำไมอ้วนแล้ว
พูดถี่จน เดี๋ยวนี้ไม่อยากกินข้าวที่บ้านเลยค่ะ มันหิวจะตายแล้วนะ
ระหว่างนี้น้ำหนักขึ้นมาอีก 2 โลค่ะเพราะกินนอกบ้านบ่อย ๆ (ก็เท่ากับ 67 kg ละ)
คือ บางทีไม่ได้กินข้าว หิวมาก มาพูดแบบนี้ไม่กินให้แม่เห็นเลยค่ะ หงุดหงิดนะ  :37:


ครั้งสุดท้ายที่แม่พูดเรื่องอ้วนเนี่ย แม่บอกว่า
แม่จะเอาสมุนไพรมาให้ดุกลองกินทุกเช้า แล้วเอ็งอยากกินไรก็กินไปเลย
ดุกก็เฉย ๆ คืออยากรู้ว่าแม่จะทำอะไรเราได้หว่า


ปรากฎว่าเช้าวันนึง แม่มาเคาะประตูแต่เช้าเลยค่ะ
เปิดมาเจอแม่ถือแก้วเล็ก ๆ ที่ชงอะไรไว้สักอย่าง แล้วบอก อ่ะกินซะ


ก็ดื่มไป คือรสชาติมันไม่รู้สึกว่ามันเป็นกาแฟนะ แล้วบวกกับกินจำนวนน้อยด้วย
รสชาติไม่เหมือนกับที่เคยเจอมาเลย แต่ก็พอกินได้ ไม่ได้อร่อยมาก
แล้วก็ตบน้ำเปล่าตาม



แม่บอกว่า กินแล้วกินน้ำเยอะ ๆ นะ เค้าบอกมาว่ามันจะคอแห้ง
ก็ไม่ได้สนใจฟังเพราะว่าใจก็ไม่อยากเชื่อว่าไอ้น้ำนี่จะทำให้เราลดน้ำหนักได้ผล


เช้าวันนั้นกินตามปกติค่ะ พฤติกรรมการกินของดุกช่วงนั้นคือ อยากกินอะไรก็กิน
จำได้ว่า เช้านั้นเข้าเซเว่น ซื้อแซนวิชร้อนไส้กรอกอบชีส ฟุตลองชีส ชาเขียวอิชิตัน เค้กกล้วยหอม น้ำฝรั่งทิปโก้
ก็กินหมดในเช้านั้นนะคะ ไม่ได้รู้สึกหิวน้ำหรืออะไรเลย

มาบ่าย รู้สึกอาหารไม่ย่อย ที่กินไปเมื่อเช้าเนี่ย มันพะอืดพะอม ไม่รู้มีอะไรมาแน่น ๆ อยู่แถว ๆ คอ
ประมาณว่าไม่สามารถกินอาหารอะไรเพิ่มได้อีกในช่วงบ่ายวันนั้น แต่ก็ต้องกินแหละ ก็เลยซื้อผลไม้กินแทนข้าว
จนเย็นก็ต้องกินอะแหละเพราะว่ามันหิว แต่ยังรู้สึกว่า กินลงไปแล้วมันจะย่อยให้รึป่าว

เป็นแบบนี้ 3 วันแรก รู้สึกทรมานมาก เพราะเวลาที่เราร่างกายรู้สึกไม่ปกติ จะคิดงานไม่ออก เขียนโค้ดไม่ลื่น มันหงุดหงิดน่ะล่ะ
งานเดินช้ากว่าที่เคยเป็นอย่างรู้สึกตัวเองได้ แต่ก็ไม่ได้กระเทือนกับงานส่วนใหญ่สักเท่าไหร่ เรียกว่ายังพอควบคุมได้อยู่นะ

บ่นกระปอดกระแปดให้แม่ฟัง ว่าไม่กินต่อได้มั้ย มันอึดอัด ท้องอืด เหมือนอาหารไม่ย่อย มันคิดงานไม่ออกจริง ๆ
แม่บอกว่า ลองให้ครบ 7 วันก่อน แล้วถ้าน้ำหนักไม่ลงจริง ๆ ก็ไม่ต้องกินต่อละ

แต่สิ่งที่เห็นคือ เมื่อเรารู้สึกว่าไม่อยากกินอะไร แต่พอถึงเวลาก็ต้องกินอยู่ดี
จากมื้อเช้าที่กินข้าวเหนียวหมูย่างได้ 3-5 ไม้ ข้าวเหนียว 1 ห่อ (คือถ้าปกติกินก็กินได้นะ แต่ส่วนมากข้าวเหนียวจะเหลือ)
ตอนนี้กลายเป็น กินหมูย่างได้แค่ไม้เดียว กะข้าวเหนียว 2 คำ แล้วรู้สึกเลี่ยน ไม่สามารถกินต่อได้
คือพอมันเลี่ยนก็ไม่อยากกินแล้วอะนะ

และก็สิ่งที่เห็นได้ชัดอีกอย่างตั้งแต่กินไอ้สมุนไพรนี่มา
อาหารตามสั่งมื้อเที่ยงอย่าง ผัดผักบุ้งไฟแดงธรรมดา ๆ เนี่ย ดุกกินเหลือเกินครึ่งจาน
เรียกได้ว่ากินแต่กับดีกว่า ข้าวแทบไม่ค่อยแหว่งเลย (ขนาดสั่งว่าข้าวน้อยแล้วนะ) คือมันกลายเป็นกินไม่ลงซะอย่างนั้นแหละ

พอกินข้าวเหลือมาก ๆ เข้าเริ่มรู้สึกว่า ตัวเองแปลก ๆ ไป
เหมือนรู้สึกผิดกะชาวนาที่ปลูกข้าวให้เรากินอะแหละ ไม่งั้นก็สงสารแม่ค้าที่เราสั่งอาหาร
แล้วเรากินเหลือเยอะ ๆ ทุกครั้ง แม่ค้าจะแอบด่าเรามั้ยนะ ว่าตรูทำไม่อร่อยเรอะ เอ็งถึงได้ประชดด้วยการกินไม่หมดแบบนี้

เพราะพฤติกรรมปกติของดุกคือจะกินข้าวหมดจานทุกมื้อ
ไม่ว่าจะตักมาเยอะแค่ไหน สั่งพิเศษยังไง ก็กินหมดนะ
อาการช่วงนั้นอยากกินแต่ของเปรี้ยว ๆ เผ็ด ๆ (ไม่ได้ท้องนะ)
เลยเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน อะไรที่กินไม่ลง ตัดทิ้งไปเลย

มื้อเช้าในช่วงนั้นก็จะกลายเป็นน้ำเต้าหู้ใส่แมงลักอย่างเดียว กับ ปาท่องโก๋สามตัว
มื้อกลางวันกลายเป็นยำสารพัดยำแล้วแต่จะลองกิน แต่ดุกกินแค่ยำวุ้นเส้นกับยำมาม่าสลับกันไปสลับกันมา
มื้อเย็นก็ กินแตงโมที่นอนรออยู่ในตู้เย็นอยู่แล้ว ปกติกินได้ทีละครึ่งลูก
ตอนนี้กินได้แค่ 5 คำ แล้วก็ลดลงเรื่อย ๆ จนเหลือแค่คำสองคำก็ไม่กินแล้ว


พอครบ 7 วันที่แม่บอก ดุกก็ชั่งน้ำหนัก เห็นได้ชัดว่าน้ำหนักลดลงค่ะ 3 โล (เหลือ 64 kg นิด ๆ)

ก็เลยยอมกินต่อโดยไม่มีข้อโต้เถียงใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ



มีอยู่วันนึง แม่ไม่อยู่ ไปเที่ยวช่วงต้นปี ช่วงนั้นดุกก็ไม่ได้ชงไอ้สมุนไพรนี่กินนะ แต่พฤติกรรมการกินก็เหมือนทุก ๆ วัน
(กินน้อย ๆ เพราะกระเพาะมันหดตัวแล้วรับอาหารเยอะไม่ไหว)
พอแม่กลับมาก็แอบบ่นว่าทำไมไม่กิน แต่น้ำหนักไม่ได้ขึ้นก็เลยไม่ได้ว่าไรร้ายแรง


มื้อเช้าเดิมกินปาท่องโก๋ 3 ตัวก็ลดเหลือ 2 ตัว
และก็ช่วง 3-4 วันมานี้เริ่มเปลี่ยนมื้อเช้า เป็นโยเกิร์ตถ้วยเล็ก ๆ ก็กลายเป็นดัชมิลล์ไซส์เด็กถ้วยละ 10 บาท
และก็เจเล่บิวตี้อะค่ะ ก็เลือกเอาที่ cal น้อย ๆ คือที่กินเพราะ cal มันน้อยดี กินแล้วอิ่มด้วยนะ
ถ้าเบื่ออีกก็กินเค้กกล้วยหอม 1 ชิ้น กับน้ำฝรั่งทิปโก้ 1 กล่องค่ะ ก็กินสลับ ๆ กัน
โยเกิร์ตก็พยายามกินทุกวันจะได้ระบายด้วย แต่เปลี่ยนไปกินมื้ออื่น ๆ แทน


ปกติเวลาดุกท้องผูกก็กินพรุน ไม่ก็น้ำพรุนค่ะ แต่น้ำพรุนเนี่ยมันแพง และก็รสชาติไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่
ที่กินเพราะว่ามันเหลือจากการทำเค้กพรุนตอนโน้นนนน น่ะล่ะ พอหมดแล้วก็ไม่ได้ซื้อมาเพื่อกินเป็นยาระบายต่อ
ส่วนลูกพรุนที่เป็นถุง ๆ เนี่ย คือเวลาดุกกินก็จะชอบกินเยอะ แล้วพอมันออกฤทธิ์นี่ แทบจะกอดโถส้วมเลยนะ


มีอยู่วันนึง เบื่อยำมื้อเที่ยงค่ะ คือกินสลับกันไป ๆ มา ๆ มันก็เบื่อ กินอย่างอื่นก็เหลือแน่ ๆ
ตอนนี้เลยเปลี่ยนเป็น ต้มยำเห็ดน้ำใส กินเปล่า ๆ เนี่ยล่ะ enjoy eating ต้มยำมาก ๆ  :30:

ครบ 1 เดือน น้ำหนักเหลือ 61 kg เศษ ๆ ค่ะ รวม ๆ แล้วลดได้ ประมาณ 5 kg

เพิ่งมาเห็นชัดที่สุดว่าผอมลงแล้ว ก็เมื่อวันเสาร์ค่ะ
วันเสาร์ตาแว่นบอกว่า พุงยุบไปเยอะมาก แต่หน้าอก ไม่ลดตามนะ
พอลองส่องกระจกแล้วยืนดู พบกว่าถ้าแขม่วท้องไม่เยอะ มันแทบจะแบนราบไปเลย
แต่ถ้าไม่แขม่ว ก็แทบไม่เห็นเงาใต้ท้องแล้ว หันข้างแล้วตัวไม่หนาเหมือนก่อน
ต้นขาจากที่เคยยืนตรงแล้วไม่เห็นช่องของช่วงขา ก็เริ่มเห็นเป็นแสง ๆ (ต้นขาลดลงแน่ ๆ  :25:)
กางเกงตัวเก่งจากที่ใส่แล้วปลิ้น อึดอัดมาก แทบไม่อยากนั่งเลยดีกว่า ก็เริ่มใส่ได้พอดี
ตาแว่นลองลูบก็ไม่เจอที่ปลิ้น ๆ แล้ว ลองหนีบ ๆ สีข้างตรงช่วงขอบกางเกงแล้วจับไม่ติดแล้ว
ตะก่อนจับแถวนั้นก็ติดเป็นก้อนหนา ๆ เลยค่ะ


เย็นนั้นกลับมาชั่งน้ำหนักเลยค่ะ ด้วยความสงสัยตัวเอง เหลือ 59 kg เศษ ๆ ค่ะ



ส่วนตัวไม่รู้ว่าจะลดไปถึงเมื่อไหร่ ก็เลยคุยกะตาแว่นเรื่องนี้ ได้มติว่า ลดจนกว่าตาแว่นจะบอกว่าพอละกัน  :56:

Romzaikyu

สรุปว่ามันน้ำอะไรวะนั่นน่ะ  :59:

จริงๆ แม่เอาน้ำจับเลี้ยงมาแล้วใส่ยาลดความอ้วนลงไป  :30: :30:

ฟิ้งซ์

ตอนนี้ตูลงไปได้ประมาณสิบโล จากที่ฉุโคตรๆ คือร้อยกว่าๆ ตอนนี้เหลือเก้าสิบสอง
(ตอนที่อ้วนเยอะๆ นั่นไม่กล้าชั่งน้ำหนัก แต่เห็นตัวเองในรูป หรือส่องกระจกละโคตรอ้วนกว่าเดิมมาก
และก่อนหน้านั้นที่ยังไม่บวมสุดๆ ที่ชั่งก็เห็นน้ำหนักเหยียบร้อยโลนิดๆ แล้ว)


ตอนนี้อยากรู้ว่าน้ำสมุนไพรอะไรอ่ะที่กวางกิน ถ้าหาได้จะกินบ้าง
เผื่อท้องจะไม่รับอาหาร กระเพาะจะได้หด กินได้น้อยๆ บ้าง :05:
ต๊กต๋าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ต๊กต๋าตัวเป๋นดีไค่ไห้

Bellbells

เคยมาบ่นไว้สมัยผอมแห้งว่าอยากลด ตอนนี้ได้ลดความอ้วนกับเค้าบ้างแล้ว (ไม่ได้อ้วนแค่พุงและนมโตเฉยๆ)

พยามลดไปเดือนครึ่ง หายไปราวๆ 5 กิโล แค่งดน้ำอัดลมอย่างเดียวแล้วก็ต้มสุกี้กินตอนเย็น บวกกับเดินกลับบ้านทุกวัน  :30:

กวางจ้ะ

เรื่องเดินนี่ นึกขึ้นได้ว่า

วันหยุดสุดสัปดาห์ตั้งแต่สัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม 54 ยันช่วงวันเด็กปีนี้
หมดไปกับการเดินหาตู้หนังสือ ชั้นวางของ เครื่องกรองน้ำ
ก็หนีไม่พ้น homepro homework อะ แล้วไม่ได้เดินสาขาเดียวนะ
เดินไม่ต่ำกว่า 3 สาขา แล้วเดินทุกซอย ทุกล็อค เมื่อยไปข้างนึงอะ
ไปดูร้านเฟอร์นิเจอร์ข้างทางแถวบ้านดุกมั่ง บ้านตาแว่นมั่ง เรียกว่าแวะดูรายทางเลยดีกว่า
มีไปเดินคลองถมมั่งซื้อของสำหรับซ่อมท่อน้ำกรอง ซ่อมปลั๊กไฟ
แล้วปกติตาแว่นเดินคลองถมก็จะเดินทั่วมาก ๆ แต่จะหนักไปทางซื้อของติดรถ
เช่น ไฟฉายหน้ารถจักรยานเงี้ยะ ยืนเลือกนานมากกกก เรียกว่าถ้าจะไปเดินซื้อของที่นั่น มีเมื่อยขาอะ  :30:


ล่าสุดเมื่อวาน ไปเดินบ้านหม้อ
ตอนแรกตาแว่นคิดว่าซื้อแค่กล่อง receiver อันเดียวก็ดูช่องที่แม่ตาแว่นต้องการได้
(เพราะที่บ้านตาแว่นมีจานดาวเทียมอยู่แล้ว 2 ยี่ห้อ)
แต่สุดท้ายพอลองให้เทสต์เปิดรับสัญญาณดู ปรากฎว่ารับช่องนี้ไม่ได้
ก็เลยต้องซื้อจานดาวเทียมพร้อมกล่องของมันมา 1 เซ็ต แล้วไม่ได้ขับรถไป
ก็ต้องช่วยกันถือของ ตาแว่นแบกจานดาวเทียมที่พับเป็นทรงสามเหลี่ยมแล้ว (ใหญ่เหมือนกันแหละแต่เบาๆ)
ดุกก็ถือถุงเสาเหล็กที่เอาไว้ติดตั้งจานดาวเทียม พร้อมกล่อง receiver (หนักนะเฟ้ย)
ส่วนบรรดากล่องที่ไว้ทำอีกจำนวนนึงตาแว่นก็เอาใส่เป้ไป

แล้วก็เดินจากบ้านหม้อ ไปวัดมังกร ตาแว่นก็ขอไม่เข้าไป เพราะคนเยอะมาก ยืนเฝ้าของอยู่หน้าวัดละกัน
ดุกก็เข้าไปแก้ชงในวัด เสร็จแล้วต้องหิ้วของเนี่ยแหละ เดินไปต่อรถที่คลองถม ตรงเสือป่าอะล่ะ
ไกลมาก ร้อนมาก เหงื่อออกหัวเหมือนสระผมแล้วหัวไม่แห้งเลย  :3005:

แล้วก็ขึ้นรถเมล์ร้อนจากแถว ๆ แยกเสือป่าไปลงหัวลำโพง เพื่อลงรถไฟฟ้าใต้ดิน  :30:
เพื่อไปเดินดูเคส iphone งานโทรศัพท์ที่ศูนย์ประชุมฯ อีก
ตาแว่นก็ขอไปกบดานอยู่ร้าน black canyon เพราะตาแว่นชิงมาก่อนตั้งแต่งานมันเปิดวันแรกแล้ว
เสร็จจากนั้นก็เดินไปขึ้นรถเมล์ตรงแถว ๆ ตลาดคลองเตย จากศูนย์ประชุมเนี่ยแหละเดินไป  :3005:
นั่งรถเมล์ร้อน กลับบ้านตาแว่นแถวหน้าราม ตอนนั้นสองทุ่มครึ่งแล้ว (รถตู้รามไปบ้านดุกมันหมดสามทุ่ม)
ดุกเลยบอกว่า ไม่เข้าไปที่บ้านละกัน นั่งเลยไปขึ้นรถตู้กลับบ้านเลยดีกว่า ก็แยกกันบนรถเมล์อะล่ะ ฝากเสาดาวเทียมไปด้วย  :30:
ดุกก็ลงรถเมล์ แล้วเดินไปขึ้นรถตู้หน้ารามกลับบ้าน  :3005:


จะผอมก็คราวนี้แหละ


มาลำดับน้ำหนักก่อน มี 3 รูป


อันนี้ของวันที่ 16/1/55 (อายกิโลมาก  :3005:)



ตอนชั่งน้ำหนักนี่เล็งกะแม่กันใหญ่เลย ว่ามันขีดไหน
บอกไปหลายทีแล้วว่าทีหลังถ้ามันพังจะซื้อใหม่นะ ให้ซื้อแบบเลขดิจิตอลมา
จะได้ไม่ต้องมานั่งเล็ง  :30:




อันนี้ของวันที่ 21/1/55




และ ของวันที่ 26/1/55






ส่วนคำถามที่ว่า น้ำอะไรที่แม่เอาให้ดุกกินทุกวัน ดุกก็อยากรู้เหมือนกัน
ตะกี้เลยแว่บไปดูแถว ๆ โต๊ะกินข้าวที่ดุกไม่ค่อยเดินไปดู
ปรากฎว่าเจอไอ้กระป๋องเนี่ย วาว ๆ เด่น ๆ อยู่



"กาแฟมหัศจรยย์ 26 วันผอม" ตรูเชื่อแล้ว  :30:

ที่กินทุกเช้า ๆ นี่ไม่คล้ายกาแฟเลยนะ มันชงกะน้ำอุ่นธรรมดา ๆ ได้ด้วย
และก็ ปริมาณน้ำก็ไม่ต้องเยอะ 1/4 ของแก้วกาแฟต่อ 1 ซองเอง
คือถ้ามันเป็นกาแฟ เวลากินก็จะรู้สึกว่ามันคือกาแฟนะ แต่นี่ไม่รู้สึกติดขมของกาแฟเลย
กลิ่นก็ไม่คือ (หรือว่าไม่ได้กินกาแฟนานแล้วก็ไม่รู้นะเลยจำไม่ได้)
ก็เลยไม่ได้เอะใจเลยว่ามันคือกาแฟลดน้ำหนักนั่นแหละ




ข้าง ๆ กระป๋อง



อ่านไม่ออกใช่มะ  :30:

อ้างอิงผลิตภัณฑ์นี้คัดสรรเมล็ดกาแฟจากประเทศบราซิลและผลส้มแขก ซึ่งมีสาร HCA หรือ Hydroxy Citric Acid อยู่เป็นจำนวนมาก โดยพบว่า HCA นี้มีคุณสมบัติในการยับยั้งการสะสมของไขมันส่วนเกินในร่างกาย และลดความอยากอาหารได้ นอกจากนี้ยังมีผลไปกระตุ้นให้มีการดึงเอาไขมันที่สะสมออกมาใช้เป็นพลังงาน ทำให้ไขมันที่สะสมอยู่ลดลง ซึ่งจะมีผลทำให้รูปร่างดีขึ้นอีกด้วย กาแฟมหัศจรรย์ 26 วันผอมนี้ เป็นกาแฟจากธรรมชาติบริสุทธิ์ ดื่มแล้วช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ปลอดภัย พร้อมลดความอ้วนได้ ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ไม่เหมือนกาแฟทั่วไป กาแฟนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบันวิจัยสมุนไพรจีนยาจีนของสหรัฐอเมริกา ถึงประสิทธิภาพในการลดน้ำหนัก ดูแลเรือนร่างของคุณให้กระชับเพรียวบาง

เพียงคุณดื่มกาแฟมหัศจรรย์นี้ 26 วันคุณจะได้เห็นหุ่นที่ผอมสวยของคุณทันที กาแฟมหัศจรรย์ 26 วันผอม รสชาติดี หอม พร้อมลดความอ้วนได้อีกด้วย สมัยนี้ใคร ๆ ก็อยากผอม อยากมีรูปร่างที่สะดุดตาคน คุณเคยคิดไหมละว่าจะมีกาแฟที่มหัศจรรย์ขนาดนี้ ตอนนี้นี่เลย มันอยู่ในมือคุณแล้ว "กาแฟมหัศจรรย์ 26 วันผอม" คือสุดยอดปรารถนาของหญิงสวย

ปริมาณบรรจุ : มี 26 ซอง บรรจุซองละ 10 กรัม
วิธีการดื่ม : เพียงวันละ 1 ครั้ง/ครั้งละ 1 ซองก่อนอาหารเช้า 1/2 ชั่วโมง (ท้องว่าง) หลังมื้ออาหารควรดื่มน้ำตามมาก ๆ
วันหมดอายุ : มีอายุ 2 ปีหลังวันผลิต (ดูวันที่ผลิตที่ใต้กระป๋อง)
คำแนะนำ : หากผอมได้ดั่งใจต้องการแล้ว อย่าให้ผอมกว่านี้อีกเลย
การเก็บรักษา : ควรเก็บไว้ในที่แห้งในร่มที่มีอากาศถ่ายเท
สิ่งที่ต้องระวัง : สตรีมีครรภ์หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ไม่ควรรับประทาน

โปรดสังเกตของแท้ต้องมีเคลือบเงาสามมิติ


มีของปลอมด้วยเรอะเนี่ย  :30: :30:


มาดูหน้าตาซองข้างในดีกว่า

ด้านหน้า




ด้านหลัง



ใครจะไปเชื่อล่ะว่าไอ้กาแฟจีนเนี่ยจะทำให้น้ำหนักหายไปตั้งเยอะ  :30:
แต่ไม่เพลียเลยนะ เท่าที่กินนี่อัตราการเกิดไมเกรนเกิดช้าลง
เพราะว่าช่วง 2 อาทิตย์ก่อน ดุกทำงานโต้รุ่งค่ะ คืนแรกวันพุธนอนตี 3 คืนที่สองวันพฤหัสนอนตี 4
ทั้งสองวันนี้ ตื่นไปทำงานตอน 7 โมงครึ่งและไม่ได้ไปทำงานสายเลย แต่ง่วงมาก ๆ นะ

อาการไมเกรนเริ่มออกลายในวันเสาร์ตอนเย็น ๆ ค่ะ
ตอนที่เป็นเนี่ย จำได้ว่าตาแว่นสวิทช์ไฟในบ้าน เพราะจะทำปลั๊กไฟชั้นสอง
ดุกก็เป็นคนถือไฟฉายอยู่ด้วยตลอด ทีนี้แถวนั้นลมมันจะพัดจากพัดลม
พอดับไฟก็ไม่มีอะไรระบายอากาศ เจออากาศหายใจไม่ออกก็ออร่าไมเกรนบุกมาเลย

แหม ปกตินะ ถ้านอนดึก ๆ แบบนี้นะ ไมเกรนมันจะบุกไวมาก
อย่างอดนอนคืนวันจันทร์ใช่ป่ะ ไมเกรนปกติจะมาตอนบ่าย ๆ วันอังคาร
แต่นี่กินเวลาเป็นวัน คือคิดว่า ถ้าไม่เจออากาศแบบวันนั้น ก็คงไม่เป็นอะไรแหละ


ส่วนตัวแล้วคิดว่า คาเฟอีนจากกาแฟลดน้ำหนักที่กินทุกเช้า
อาจจะทำให้ดุกเป็นไมเกรนน้อยลงจากการนอนน้อยก็ได้มั้ง
แต่ก็ไม่อยากทำบ่อย ๆ หรอก ทำงานตอนตาลาย ๆ ตัวหนังสือเยอะ ๆ มันไม่สนุกเลย  :37:




ท้ายนี้แม่บอกว่า ถ้าลดน้ำหนักจนถึงที่โอเคแล้วจะมีอะไรให้กินอีกไม่รู้
ก็รอต่อไปเพราะอีกไม่เกิน 10 kg แหละมั้งน่าจะได้กินละ  :30:
รู้สึกตัวเองเหมือนหนูทดลองให้แม่ยังไงไม่รู้  :3005:

Romzaikyu

ถามราคามาด้วย ซื้อที่ไหนยังไง :59:

รอโบนัสออกสิ้นเดือนจะไปซื้อโฟโต้บุ๊ด snsd เอ้ย จักรยาน  :59:

กวางจ้ะ

ขอเบรคพี่ร่มดังเอี้ยดก่อน




ตะกี้ดุกโพสไอ้กาแฟนี่แหละลง FB
คือตอนที่โพสรูปกิโลตอนชั่งน้ำหนักก็มีคนอยากรู้ว่ากินอะไรใช่ป่ะ
ก็เลยเอาไปบอก แต่ก็แอบเอะใจนิด ๆ นะ ว่า มันลดได้เร็วเกินไปรึป่าว 5 โลในเดือนเดียวมันน่ากลัวนะ
แล้วที่สำคัญ นี่มันกาแฟจีนอะ อันตรายมั้ยเนี่ย
ก็เลยเอาไปค้นใน google ค่ะ "กาแฟ 26 วันผอม อันตราย"


มาหน้าแรกเลยค่ะ

http://www.siamturakij.com/home/news/print_news.php?news_id=413353500


ปรากฎว่าอันตรายจริง ๆ แหละ คือไอ้กาแฟนี่น่ะ
มันเป็นกาแฟที่เค้าสั่งห้ามขายตั้งแต่กลางปีที่แล้ว เพราะ อย เจอยา "ไซบูทรามีน" ผสมอยู่ในนั้นด้วย


แต่ถ้าดุกบอกแม่ไป แม่ดุกคงไม่เชื่อแน่ ๆ และก็บังคับให้กินจนกว่าแม่จะบอกให้หยุดอะนะ  :0705:

นี่ตรูกินยาพิษเหรอเนี่ย แต่ผลข้างเคียงเรื่องปวดหัวบ่อย กะความดันนี่ไม่มีเกิดขึ้นกับดุกนะ แต่กะคนอื่นกินแล้วอาจจะอันตรายก็ได้


ปล. ตอนนี้แอบกลัวเรื่องผลข้างเคียงของมันกะโยโย่ค่ะ  :37:

Romzaikyu


กวางจ้ะ

อยากเสี่ยงมั้ยอะลุง  :58:


ดุกนี่ไม่เต็มใจกินเลยจริง ๆ แต่ก็เหมือนหนูทดลองของแม่จริง ๆ นะเนี่ย

ถ้าเกิดไรขึ้นนี่ก็คงเกิดกะดุกก่อนอะนะ  :37:

Romzaikyu

ไปบอกแม่ ถ้าแม่ยังให้กิน ก็แอบเททิ้งเหอะ  :37:

ฟิ้งซ์

ตูกินน้ำป้าเช็งเหมือนเดิมดีกว่า :59:
ต๊กต๋าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ต๊กต๋าตัวเป๋นดีไค่ไห้

Romzaikyu

กินน้ำเปล่านี่แหละ ลดความอ้วนที่สุดละ  :59:


กวางจ้ะ

โอเค เดี๋ยวจะใจกล้าลองไปบอกดูนะลุง  :37:




น้ำเปล่าอะ เคยลองตอนอยู่ออฟฟิศแรกสุดนะ ประมาณว่า
หิวก็เอาน้ำลูบท้องไปเรื่อย ๆ แต่กินอาหารตามมื้อหลัก 3 มื้อปกติ
แน่นอนว่าฉี่บ่อย บ่อยจนรู้สึกปวดท่อปัสสาวะ
แต่โคตรโหยอาหารเลย และเมื่อถึงขีดสุดคือ "หมดความอดทนแล้ว"
การกินอย่างไม่คิดชีวิต ไม่แคร์ ไม่สนใจอะไรแล้ว ก็จะมาเยือน
อาการโยโย่ก็จะตามมาค่ะ  :37:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines