สอนเกรียนเขียนเรื่อง "รัก"

เริ่มโพสต์โดย จักรี, 05 ก.ย. 2010, 20:11 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

จักรี

ตอน ๑...........

มือข้างซ้ายป่ายปีนจับราวบันไดรถสองแถวหกล้อมีหลังคา
มือข้างขวาถือสมุดเปล่า ตราโรงเรียน ประจำอำเภอชื่อดัง
เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนที่เสื้อผ้าเหมือนไม่ได้รีดฉุดตัวขึ้น
เหนือหลังคารถโดยสารประจำหมู่บ้านคันเก่าๆ

"ลุงเปี๊ยกๆ จอดก่อนๆ "

เสียงตะโกนลั่นคัน ทำเอาสนิมที่ติดอยู่ในรถกะเทาะร่วง
ประจวบเหมาะกับคนขับรูปร่างทรงมะขามป้อมเหยียบเบรคฝุ่นตลบลอยฟุ้งขึ้นมาบนหลังคา
นักเรียนหัวเกรียนต่างเอาหนังสือป้องหัวกันจ้าละหวั่น~

~~~


ขอนอนพักก่อนนะครับ  เดี๋ยวลุกขึ้นมาพิมพ์ใหม่ ~~

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

Romzaikyu



iannnnn


บิ๊กเล็ก

ตัวคนเดียว :]

จักรี

ไม่ไหวๆ  ป่วยมาก เลยตอนนี้   


เอาเป็นว่า ใครก็ได้เล่าก่อน ได้นะครับ   

ตอนนี้ สภาพผม เพ้อ พอดูเลย  :30:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

จักรี

#6

ตอน ๒...........

ลุงเปี๊ยกโซเฟอร์รถสองแถวหกล้อเหลือบดูกระจกมองข้างซักครู่
ก็ชะโงกหัวออกมานอกประตูรถแหงนขึ้นดูบนหลังคา

     "มีอะไร ให้จอดทำไม?"

เสียงของลุงเปี๊ยกได้ยินตั้งแต่คนข้างหน้าเรียงมาถึงคนข้างหลัง  ผู้เป็นเจ้าของเสียง
เป็นเด็กชายเสื้อเหมือนไม่ได้รีดคนนั้นที่เพิ่งขึ้นมาบนหลังคารถเป็นคนสุดท้าย

ทุกคนหันมองดูเขาเป็นตาเดียว เหมือนเวลาหยุดลงไปช่วงอึดใจหนึ่ง  
เด็กชายเจ้าของเสียง ฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะหันหลังมองไปยังรถสองแถวหกล้ออีกคัน

รถคันนั้นวิ่งเอื่อยตามมา  หน้ารถเบาะข้างคนขับมีเด็กนักเรียนหญิงผมหยักศกโซก
หน้าตาจิ้มลิ้มนั่งนิ่งมองไปข้างหน้าโดยไม่สนใจสายตาของเด็กชายบนหลังคา

เด็กชายมองตามรถหกล้อสองแถวอีกคันขับแซงรถหกล้อสองแถวที่ตนนั่งไปเรื่อยๆ
หันมาจนกระทั่งปะทะเข้ากับสายตากองทัพหัวเกรียนบนหลังคา เด็กชายผิวเข้มวัย 15
ในชุดพละศึกษา พยักหน้าอย่างเข้าใจ พร้อมขบฟันเป็นสัญญาณอันตราย ไม่ทันจะตั้งตัว
เด็กหนุ่ม วัย 14ผู้ก่อเรื่องก็ถูกฉุดเข้าไปในดงเกรียน โดนบรรดาเพื่อน เบิร์ดกระโหลกกันคนละทีสองทีอย่างเฮฮา
ก่อนจะช่วยกันตะโกนบอกลุงเปี๊ยก ว่าไม่มีอะไร ออกรถไปได้เลย ......


และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ทำอะไรแบบนี้ เพื่อใครซักคนหนึ่ง.............
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

Romzaikyu

ผม "หยักศก" นะ ไม่ใช่หยักโศก หรือ โซก
"พยักหน้า" ด้วย ไม่ใช่ "พยัค"

จะได้ไม่ต้องพิสูจน์อักษรเวลาเอาไปพิมพ์รวมเล่ม  :27:



อ้อ โพสต์แรกมี"ลุงเปียก"ด้วย :30: :30:
แล้ว "ทำเอาสนิมที่ติดอยู่ในรถกะเถอะร่วง" อันนี้อะไรน่ะ ศัพท์ท้องถิ่นหรือไง :09:

จักรี

อ๋อ กะเทาะ ครับ  :30:

:46: ขอบคุณครับ
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

Ah!

จักรีนี่เขียนดีนะ แต่เขียนผิด(เยอะมาก)
:30:
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

จักรี

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

จักรี

#11
ตอน ๓...........

แสงตะวันเดือนพฤษภาปล่อยแสงลงมาต้อนรับวันเปิดภาคเรียน
.......
...

เด็กผู้หญิงคอซอง ม.3  ผมของเธอหยักสลวยต้องกับแสงตะวัน
ปลายผมขนานไปกับติ่งหูขาวชมพูที่ดูนุ่มนวล
แววตาที่ใสและไร้เดียงสาเป็นประกายวับวาวดั่งท้าสู้กับแสงตะวันอันเจิดจ้าและร้อนแรง
ริมฝีปากบางชมพูยามเธอขยับพูดดั่งดวงดาวกระพริบแสง
และยามเธอแฉล้มยิ้มแก้มเธอพริ้มเหมือนลูกตำลึงสุก....


กระเป๋าสะพายหลังสีเทาถูกมือเล็กเรียวจับขยับบนบ่า
ครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนสายอีกด้านจะหลุดออกจากบ่าที่เล็กบาง
ข้างกายของเธอเป็นเพื่อนของเธอเด็กผู้หญิงตัวเท่าๆ กัน
ที่มีบางอย่างใกล้เคียงกัน นั่นคือทรงผมที่ฟูฟ่อง
ต่างกันก็แค่ไม่ได้หยักสลวยแต่เป็นหยิกยุ่งเหยิง~~
หน้าเบิน ปากหนา ตัวดำ ตาห้อย คิ้วขมวด แต่สะพายกระเป๋าสีเทาเหมือนกัน ~~

เพื่อนเธอคนนี้ชื่อ ว่า "หยอง" หรือ "สีไพร"
ตามแต่ใครจะเรียก ชื่อของหยองเป็นที่รู้จักกัน
ไปทั้งโรงเรียนในนามของความ
"ปากหมา" และ "ปากจัด" ..........

อุปสรรค์ของคนขี้อายคือคนปากร้ายและชอบเสียงดัง  
หยองคงเป็นศัตรูของผมนับตั้งแต่วันที่ผมรู้กิตติศัพท์ ของเธอ
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

บักอาร์มมมม

ปูเสื่อนั่งรออ่านครับ
อ่านแล้วนึกถึงตัวเองสมัยหัวเกรียน :30:
ความรักอยู่ไหนน้าา....

กันย์

อุปสรรค และ กิตติศัพท์ นะครับ :56:
หนุ่มอักษรรักแน่ รักแท้ตลอดกาล~

แอ้

มีแฉล้ม อีกคำหนึ่ง..
ช่วยกันๆ .. แต่อ่านแล้วเพลินเชียวแหละ..  :56:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines