สอนเกรียนเขียนเรื่อง "รัก"

เริ่มโพสต์โดย จักรี, 05 ก.ย. 2010, 20:11 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

JΛNΣ

อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 09 ก.ย. 2010, 00:19 น.
ถ้าเขารู้ว่าเรายอมเสียงโดนคนทั้งรถกระทืบ

ผิดอีกแล้ว  :07:

ไปคัดคำว่าเสี่ยงมา 10 หน้า  :58:


จักรี

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

chate.photokeng

อย่าเพิ่งร้องไห้ครับ จักรี ผมรออ่านต่อนะครับ  :40:

e-nesra

ยามเฝ้าเว็บไซต์
http://th.superbook.cbn.com/

จักรี

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

Romzaikyu

เว้นวรรคทำไม ไปคัด "ใกล้แล้วครับๆ" มา 5 หน้า :07:

มุก ฉึกฉึก ,"}

 :30: :30:


สงสารพี่จักรี
เอ้าพี่







อย่าลืมคัดนะ
:39:

จักรี

#53

ตอน ๔...........

๗ โมงเช้า ที่ศาลเจ้าตัวเมืองกระโทก ล้อรถสองแถวสีน้ำเงิน มีป้ายหน้ารถว่า "หนองต้อ"  
หยุดหมุน เด็กนักเรียนพากันลงจากรถ ประตูหน้าเปิดออก เด็กคอซองผมหยักศกก้าวลงมาพร้อมเป้สะพายหลังสีเทา
รถสองแถวรูปร่างคล้ายกัน ด้านบนหัวรถมีกระดานไม้เก่าๆ พ่นเป็นตัวหนังสือว่า "บึงไทย"
มาจอดประชิดอยู่ด้านหลัง ข้างบนมีกองทัพเกรียนกว่าสิบคนหัวคลอนไปมาพร้อมโยกตัวไป
ข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียงเมื่อลุงเปี๊ยกโชเฟอร์ตัวเล็กเหยียบเบรค....

ทุกคนรีบกรูกันลงจากหลังคาเพราะรู้งานว่าการเข้าตัวเมืองแล้วจะมารีรอให้ตำรวจเห็น
คนบนหลังคารถโดยสารที่ต่อเติมไว้สำหรับนั่งไม่ได้เด็ดขาด....

ตัวผม กับเสื้อผ้าใหม่ที่ไม่ได้รีด ก็ขอลงเป็นคนสุดท้าย
นั่งมองเธออยู่บนนั้นจนเธอเดินอ้อมสวนสาธารณะไปในทิศทางตรงข้ามกันโรงเรียน
ผมรู้ดีว่า เธอทำแบบนี้ทุกเช้า เพราะเพื่อนของเธอ แม่สีไพรของผม บ้านเธออยู่ไม่ไกลจากนี่
ทั้งสองจึงนัดพบกันที่บ้านแล้วเดินออกมาเพื่อไปโรงเรียนด้วยกันทุกเช้า

พฤติกรรมนี้ ผมแอบดูมาเป็นปี ตอนนั้นผมอยู่ ม.๓  ไม่เคยแสดงออก ไม่เคยกล้ามองนาน
และไม่เคยให้ใครจับพิรุธได้  และวันนี้ เป็นอาทิตย์แรกของการเปิดภาคเรียนใหม่
ชั้นเรียนใหม่ก็ทำเอาผมกล้าขึ้นบ้างแล้ว  ผมก้าวเข้าสู่ มัธยมศึกษาปีที่ ๔ พร้อมเสื้อผ้าใหม่เอี่ยม
และใจที่ตระเตรียมไว้สำหรับเรื่องแบบนี้โดยเฉพาะ ......

.... จะกล่าวย้อนกลับไปในช่วงปิดภาคเรียนที่ผ่านมาเวลาประมาณ
สองทุ่ม ณ หมู่บ้าน บึงไทยที่ผมอาศัยอยู่ มันเป็นหมู่บ้านที่ห่างตัวอำเภอออกมาค่อนข้างไกล
ก่อนจะถึงหมู่บ้าน เป็นทางที่วิ่งผ่านบึงขนาดใหญ่ที่มีตำนานเล่าขานต่างๆ นานา
ไอ้ตูม ไอ้จุก ไอ้แอล เป็นสามรุ่นพี่ที่อยู่ในกลุ่ม วันนี้พวกมันถือว่าเป็นรุ่นพี่ที่สุดในหมุ่บ้าน
เพราะเป็นรุ่นพี่ ม.๖ ที่โรงเรียน ที่เรียนสาขาอุตสาหกรรม ที่ถือว่าเป็นรุ่นที่ถูกกล่าวขานว่าเกเรที่สุด
แต่ผมรู้จักพวกมันดี ทุกคนล้วนเป็นคนจิตใจดี ถึงจะดูเกเร หรือกร่างไปบ้าง แต่ทุกคนก็ตั้งใจเรียน
การตั้งวงกินเหล้ากันของพวกผม ก็เหมือนการสังสรรค์ที่ไม่มีอบายมุขอื่นมาเจือปนนอกจากสุรา
เพราะพวกเราต่างเห็นพ้องกันว่า บรรยากาศในวงเหล้าเป็นเสน่ห์ที่หาใดมาเปรียบได้
และคืนนี้ ในศาลากลางหมู่บ้านเป็นคืนที่ ไอ้ตูม รุ่นพี่ตัวโย่งของเรารำพึงรำพันถึงเรื่องคนรักของตน
มันเศร้าและพวกเรารู้ ในกลุ่มนอกจากผมที่เป็นน้องสุดแล้วยังมีรุ่นพี่ที่เพิ่งขึ้น ม.๕  อีกสามคน
คือไอ้โบ้ ไอ้น้อย และไอ้หนุ่ย  เรา ๗  คนมักจะมาหาเวลากินเหล้ากันแบบนี้อยู่บ่อยๆ  เมื่อเหล้าที่กระเดือกเข้าไป
ออกฤทธิ์กรุ้มกริ่ม บทเพลงของคนเศร้า เพื่อปลอบประโลมเพื่อนในกลุ่มก็ดังโหยหวนทวนลมเป็นครั้งคราว
บรรยากาศ ก็ชวนให้น่าหลงไหลพวกเราแหงนมองท้องฟ้า ดูดาว พร้อมเสียงเพลงของพีเสกบ้าง ลาบานูนบ้าง ก็เวียนมาไม่จบสิ้น
เรื่องราวของแต่ละคนที่พูดถึงเรื่องรักของตนเอง ก็ทำเอาผมคิดถึงหน้าเธอทำหน้าบึ้งอยู่บนรถสองแถวตลอดเวลา
เมื่อบทเพลงเวียนมาถึงตาที่ผมจะต้องเล่าบ้าง ทุกคนที่เกือบจะเจอหน้ากันอยุ่ทุกวัน คงจะรู้ดีอยู่แล้วว่า เราจะไปมีความรักได้ที่ไหนกัน
ถึงมี จะรอดหูรอดตาพวกเขาไปได้อย่างไร เมื่อครั้งไอ้น้อยเจอเด็กพลับพลายกพวกมาตี
พวกเราก็แทบจะอยู่กินด้วยกันเป็นเดือนๆ กว่าจะเคลียร์เรื่องจบสิ้น
มันเป็นเดือนที่ทรมานจากการไม่ได้เจอหน้าเธอเลย เพราะต้องหลบๆ ซ่อนๆ ทั้งไปและกลับโรงเรียน
ผมนั่งมองท้องฟ้ารอเพลงจบ ทุกคนรู้ว่าผมไม่มีแฟน แต่ก็ยังยัดเยียดให้ผมเล่าถึงความรักของตัวเอง
พวกมันชอบแกล้งผม ก็นั่นแหละ ถึงได้รู้สึกว่า ตัวเองคงเป็นที่รักของรุ่นพี่ในกลุ่ม ไอ้จุก ตัวต้นเรื่องให้เล่า ก็พยายามกระเซ้าถาม
ว่า ผมแอบชอบใครบ้างหรือเปล่า  เหมือนมันจะรู้  หากเป็นตอนปกติที่ยังไม่เมาผมคงบอกมันไปว่า "ไม่มี"
แต่นี่ บรรยากาศมันชวนให้เล่า ไหนๆ ทุกคนก็เล่าเรื่องของตัวเอง อย่างน้อยไอ้หนุ่ยมันก็เล่าว่ามันแอบชอบใคร ที่ทำให้อึ้งไปทั้งกลุ่ม ไปแล้ว
ผมก็อยากจะเล่าบ้าง แต่ก็ช่างใจอยู่เพราะ คนที่ผมแอบดูอยู่นั่น เป็นคนที่ชอบเดินกับคนที่ทุกคนไม่อยากยุ่งด้วย พอคิดถึงจุดนี้
ก็ทำเอาผมไม่อยากจะเล่าอะไรเลย แต่ผมก็เล่าออกมาแบบเฉไฉ  อย่างไงซะ ก็คงรู้แค่ผมคนเดียว ไอ้ตูมตบกระโหลกผมหนึ่งที
ทำเอาตาสว่างวาปขึ้นชั่วขณะ พวกมันหัวเราะผม เพราะทุกคนรู้จักผมดี ในนามตัวเพ้อเจ้อแห่งกลุ่ม ....  ไม่มีใครคิดถึงว่าผมจะพูดจริง
แต่นับจากนั้นมา ผมก็อยากมีเรื่องที่จับต้องได้ เอาไว้เล่าเหมือนใครๆ เขาบ้างจัง.....





ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ออยอิชี่

"แต่นับจากนั้นมา ผมก็อยากมีเรื่องที่จับต้องได้ เอาไว้เล่าเหมือนใครๆ เขาบ้างจัง....."

โดน  :05:

แอ้

สนุกนะเนี่ย  :25:

จักรีเขียนระวังขึ้นใช่มะ ไม่ค่อยผิดเลย.. อ่านเพลินมาก  :53:

จักรี

#56
ก็ระวังขึ้นครับ  :30:  แต่รู้สึกจะยังมีแอบๆ ผิดอยู่บ้าง เดี๋ยวบทต่อไปเอาใหม่


(แต่นี่เปลี่ยนแนวเล่า ใหม่เลยนะ ไม่สร้างตัวละครมาเพื่อเป็นตัวเองแล้ว พูดถึงตัวเองเลย เพราะไหนๆ ก็รู้กันหมดแระ  :30:)
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

แอ้

อ้าว อันนี้เรื่องจริงเลยเหรอ.. นึกว่าเรื่องแต่ง  :30:

งั้นต้องจินตนาการว่าคนรับบทเป็นตัวเอกเนี่ย เป็นจา พนม ละกัน  :56:

กันย์

หนุ่มอักษรรักแน่ รักแท้ตลอดกาล~

จักรี

ที่ถูก ต้องเป็นอย่างไง อะ
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines