คือกีฬา คือหัวใจ คือชีวิต... +

เริ่มโพสต์โดย นักศิลปะ, 10 เม.ย. 2008, 09:51 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Soris0ri

ชอบเล่นแบดมินตันมากค่ะ เป็นกีฬารวมเพื่อนเลย
ทั้งห้องตอนม.ปลายชอบเล่นมาก เราเล่นด้วยกัน เราอยากเล่นจนไม่อยากเลิก
แม้ว่าจะเล่นเก่ง หรือไม่เก่งก็ตาม  :25: แบบเล่นเก่งก็จะตบ ตบ ตบ และก็ตบ  :30:


ว่างไม่ได้ ว่างเป็นเล่น
เรากล้าโกหกอาจารย์ฝ่ายปกครองว่าโรงยิมลืมปิดไฟ เพื่อให้เค้าเปิด เราจะได้เข้าไปเล่น
เรากล้าโดดเรียน เพื่อเล่นด้วยกัน สนุกด้วยกัน ใครไม่เล่นก็มานั่งฮา
แถมวิชาที่โดด ก็เป็นวิชาของอาจารย์ที่ปรึกษาด้วยนะ โดนด่าเละเลย  :30:
ตอนเย็นเราว่างจากเรียน เราก็จะไปสมาคมแบด เค้ามาไล่ที่นั่นหล่ะ ถึงจะแยกย้ายไปหาไรกินแล้วกลับบ้าน
เจ็บตัว ยังไม่เท่ากับเจ็บที่โครงไม้เบี้ยวเนื่องจากฟาดพื้น ไม่ก็ประสานไม้กลมเกลียวเวลาเล่นคู่  :30:
ลูกพลาสติกที่ว่าทนๆ ไม่กี่ชั่วโมงเหลือแต่ซาก พร้อมเหงื่อที่ไหลอย่างไม่ปราณีสนาม

เคยเข่าเดี้ยง หลังเดี้ยง ก็ยังทนเล่น เพื่อนด่าว่าถึกก็ยอมหล่ะวะ  :30:
(ทนเล่นไปหลายวันเข้า ไม่ไหว เจ็บมากกกก ที่บ้านต้องพาไปหาหมอค่ะ ถึงจะหาย)

ใน่ปัจจุบัน ไม่ค่อยได้เล่นแล้ว ต่างแยกย้ายกันไปไม่ค่อยได้้เจอ
แต่ได้เล่นแบดทีไร ก็คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาทุกที
Las Noches Rubicundior

นายโอ้เอ้

จะว่าไปแล้วผมก็เล่นกีฬามาหลายชนิด
เป็นเพราะบ้านใกล้โรงเรียน ห่างจากโรงเรียนแค่ 200 เมตร
ตกเย็นเลิกเรียนก็ไม่ต้องรีบร้อนไปไหน ดูเขาซ้อมกีฬาไปเรื่อยๆ
จนสุดท้ายก็โดนครูดึงเข้าทีมเพื่อฝึกซ้อม

เริ่มจากวอลเลย์บอล ผมซ้อมกับทีมตลอดเทอม
แต่ก็ได้แค่ซ้อม ไม่ได้ลงแข่ง ไม่ได้เป็นตัวจริง
แต่มาซ้อมด้วยเฉยๆ จนเพื่อนๆ ก็มาบ่นแล้วมึงจะซ้อมทำไม ?

หลังจากวอลเลย์บอลไม่รุ่ง ผมก็ไปเจ๊าะแจ๊ะกับทีมฟุตบอล
ฝึกกับทีมอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์
จนสุดท้ายโดนบอลเตะอัดท้อง จนนอนซมเป็นไข้ ผมเลยออกจากทีม
ไม่เอาไม่ซ้อมแล้ว  :39:

แต่สิ่งที่ผมพอจะมีดีอยู่ในตัว คือสิ่งที่มันขัดกับบุคลิกตุ้ยนุ้ยเจ้าเนื้อของผม
ผมเป็นนักกีฑาของโรงเรียนครับ  :42:
ถึงน้ำหนักและขนาดตัวผม เขาเรียกว่าอ้วนก็เถอะ แต่ฝีเท้าผมก็ใช่ย่อย
วิ่งเร็ว และกระโดดได้ไกล
ก็เลยเข้าฝึกซ้อมกับทีมโรงเรียน เข้าแข่งในกลุ่มโรงเรียน

เหรียญรางวัลเดียวที่ผมมีคือจากการแข่งวิ่งผลัดชาย 4 คูณ 100 เมตร
ผมอยู่ไม้ที่ 4 เป็นคนที่จะวิ่งเข้าเส้นชัย
แล้วผมก็ทำให้ทีมผิดหวัง เพราะผมเข้าเส้นชัยพร้อมๆ กับอีกทีม
กรรมการตัดสินให้ผมเข้าที่ 2
ผมเลยได้เหรียญเงินมาเชยชม

มาตอนนี้ จะให้พริ้วเหมือนแต่ก่อนคงไม่ไหว
แบกน้ำหนัก 110 กก. คงพริ้วไม่ออก  :44:

Today you , Tomorrow me.

ยุนเอ

อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...ผ่านมา เมื่อ 11 เม.ย. 2008, 01:30 น.
เมื่อมาเรียนกรุงเทพฯ เวลานั้น
ต๋อง ศิษย์ฉ่อยดังมาก
ผมก็เอาต๋องมาอ้างกับตัว
ตีสนุ๊กทุกวันเลิกเรียนเป็นเข้าโต๊ะนุ๊ก
เล่นตั้งแต่บ่ายจนเช้า พระบิณฑบาตรผมถึงเลิก
เล่นแบบนั้นจนใกล้ปิดเทอม
โรงเรียนก็ทวงค่าเทอม
ผมไม่มีให้เพราะเอาค่าเทอมไปตีสนุ๊กหมด
จะไม่ได้สอบ เลยบากหน้าไปบอกแม่
แม่ไปบอกพ่อ ผมไม่กล้าบอกพ่อ
กลัวพ่อเตะ พ่อไม่เตะและบอกว่า
เราเอาเงินกองท่วมโต๊ะสนุ๊กก็ไม่เก่งไปได้หรอก
เราไม่ได้มุ่งมั่นฝึกฝนมากับมัน
ถ้าเลิกไม่ได้ ให้ไปหางานทำแล้วเอาเงินนั้นมาเล่น
นี่เงินค่าเทอม พ่อเหนื่อย แม่ก็เหนื่อย
ตั้งใจเรียนด้วย พ่อพูดเสร็จผมทำเฉย
นั่งรถทัวร์มากรุงเทพฯ น้ำตาไหลพรากๆ ตลอดทาง
ผมไม่ได้เลิกเล่นสนุ๊กไปเลยทีเดียว
แต่ตอนนี้ไม่ได้เล่นอีกเลย



ชอบวิธีการสอนของพ่อลุงโอ๋จังเลยครับ  :46:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

นักศิลปะ

อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 11 เม.ย. 2008, 11:40 น.
ชอบวิธีการสอนของพ่อลุงโอ๋จังเลยครับ  :46:

ขอบคุณครับ
+
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

หนูอร

ที่บ้านอรไม่ค่อยสนับสนุนให้เล่นดนตรีกีฬา
(อารมณ์ว่าอยากให้เรียนหนังสือมากกว่า)
อรเลยได้ไปเล่นกีฬาที่รู้จักผ่านเพื่อนแทน
ถ้าจะให้ไล่ทั้งหมดก็หลายชนิดกีฬาอยู่
แต่ทุกอย่างเล่นมาอย่างละไม่ต่ำกว่าปีนะ

แต่ที่ประทับใจและไม่ต้องมีใครชวนก็มีอยู่สองอย่าง

กีฬาแรกคือมวยไทย

สมัยมัธยมปลายอรต้องทำรายงานวิชาพลศึกษา
ซึ่งเกี่ยวกับกฎกติกาวิธีการเล่นกีฬาแต่ละประเภท
คนอื่นจับฉลากได้กีฬาปกติ อย่างว่ายน้ำ ปิงปอง
วอลเล่ย์บอล ฟุตบอล .....แต่อรน่ะ จับได้มวยไทย

ตอนนั้นอินเตอร์เน็ตที่บ้านเสีย ก็ไปหาในห้องสมุด
แต่ก็มีแต่ข้อมูลเก่าแล้ว เลยไปหาที่สนามมวยเพิ่ม
(เผื่อเอาไว้ว่ามีการเปลี่ยแปลงแก้ไขอะไรยังไง)
แล้วเห็นทุกคนซ้อมนะ.. โห.. ท่าทางตั้งใจมาก
เราเห็นแล้วเราก็ขอลองเตะกระสอบดู สนุกนะ
แต่กลับบ้านนี่แข้งช้ำเลย ไม่เคยเตะอะไรแบบนี้
หลังจากนั้นก็หาโอกาสฝึกเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ทุน
ไปแลกเปลี่ยนที่เบลเยี่ยมหนึ่งปี กลับมาเอนท์อีกปี
...ก็ห่างหายไปจนติดธรรมศาสตร์ แล้วเจอครูแดง
ซึ่งสอนมวยอยู่ที่ท่าพระจันทร์ ก็ไปฝึกบ้างตามสะดวก
เพราะตอนนั้นอยู่ที่รังสิต (นั่งรถตู้ไปกลับไกลมาก)
แต่ก็ยอม เพราะอยากมาซ้อม อยากเจอเพื่อนเจอครู
พอได้ย้ายมาท่าพระจันทร์ก็เล่นเกือบทุกวัน
มีปี 3 มีแอบไปเล่นโขนธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
แต่ก็ยังมาดูมาซ้อมบ้าง เอาผ้าพันเข่าให้ครูแดงบ้าง

ที่พูดมาทั้งหมดทั้งปวงนี้ต้องแอบพ่อแม่ทำนะ
เพราะเคยไปเล่นคาโปเอร่าแล้วโดนเตะหน้า
เค้าเลยออกปากมาว่าไม่อยากให้เล่นกีฬารุนแรง
แต่ตูดันชอบซะงั้น  :30:


..จนย้ายมหาวิทยาลัยมาเนี่ยล่ะ เลยไม่ได้ไปสนามมวย
เพราะอยู่หัวหมาก และกำลังจะย้ายไปบางนาให้ไกลอีก



นานๆครั้งก็ถึงได้แวะเวียนไปซักที
แต่ครูแดง ครูยุทธ ก็ยังจำเราได้
ทักทายเหมือนเป็นลูกเป็นหลาน
..มันเป็นบรรยากาศที่หาซื้อไม่ได้
แต่กำลังค่อยๆหายไป.....

คิดแล้วก็ใจหายเหมือนกัน
อันบัน ♥

หนุ่ม

ไม่กล้าเขียนแซวหนูอร กลัวโดนต่อยหน้าหงาย :44:
Reading Learning & Sharing

ชวาลา จันทร์แจ่ม


นักศิลปะ

อร นอกจากวาดรูปสวย ยังต่อยมวยอีก  :12:

ผม + ทุกคน
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

หนูอร

อ้างคำพูดจาก: หนุ่ม เมื่อ 11 เม.ย. 2008, 12:59 น.
ไม่กล้าเขียนแซวหนูอร กลัวโดนต่อยหน้าหงาย :44:

อ้างคำพูดจาก: ชวาลา  จันทร์แจ่ม เมื่อ 11 เม.ย. 2008, 13:01 น.
สาวน้อยน่ากลัว  :08:

เทียบกับหน้าตาแล้ว
ต่อยมวยนี่ไม่น่ากลัวนะคะ   :30:


แต่วัตถุประสงค์เค้าต่อยไว้ออกกำลังกาย + ป้องกันตัวนะ
..เล่นแล้วอาการภูมิแพ้ดีขึ้นด้วย ไม่ได้เอาไว้ทำร้ายใคร
ครูบอกว่าคนเรียนมวยไว้ข่มคนอื่นเป็นได้แค่นักเลง  :52:
อันบัน ♥

Rabbitinblack

ต๋องบอกว่าเลิกเล่นอาชีพแล้ว แต่รายการสมัครเล่น ต๋องอาจจะมาเล่นบ้างครับ

คุณหนูฟ้า

วันนี้ชวนฟุม๊ะ เต้นแบบ ฮิปฮอปในร้าน  :37: ถือว่าออกกำลังกายมั๊ย?  :52:
ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข

หนูอร

อันบัน ♥

Rabbitinblack

ช่วงนี้กำลังฟิตร่างกาย กับกำลังขา ครั้งหน้าจะยิงให้เป็นลูกไฟเลย

นักศิลปะ

#43
เหมือนจะขาดใจ
...............................
เที่ยงวัน เมื่อทานข้าวเสร็จ
ก็ไปเดินเล่นใต้ตึกที่ทำงาน
บังเอิญเจอ พี่กนก ผู้ประกาศข่าว
ก็ถามไถ่เฮฮา สารทุกข์ สุกดิบ
ผมถามพี่เขาไปว่า
ทุกวันเสาร์ยังเตะบอลไหม
พี่กนก ส่ายหน้า แล้วบอกว่า
เรื่องไปกันใหญ่วะระจัน
ก่อนนั้นผมรู้ข่าวว่าพี่กนกเจ็บเข่า
เพราะเล่นฟุตบอลหนักติดกันหลายวัน
มาคราวนี้พี่เขาบอกว่าไปหาหมอ
หมอบอกว่าเอ็นหัวเข่าไขว้หน้าขาด
ต้องผ่าตัด ไปกันใหญ่
ผมก็บอกว่าผมก็เอ็นไขว้ข้างขาด
หมอให้ผ่า แต่ผมปอด
เพราะผ่าเข่าต้องบล็อคหลัง
พี่กนกได้ยินแบบนั้นเลยคิดหนัก
แล้วบอกว่า ผมยอมให้หมอวางยาสลบ

แต่เรื่องผ่าไม่ผ่า วางยาหรือบล็อคหลัง
ยังไม่ทำให้คนที่คลั่งการเล่นบอลเข้าเลือด
อย่างพี่กนกหงุดหงิดใจเท่ากับว่า เมื่อถึงวันเสาร์
เวลาเล่นฟุตบอลปกติ น้องๆ ต่างโทรมาชวน
ชวนทั้งๆ ที่รู้ว่า ไปไม่ได้ มันเจ็บปวด
ปวดกว่าเข่าที่ว่าปวด ปวดเพราะมันไปเล่นไม่ได้
ยังดันมาชวนกัน
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

นักศิลปะ

มายิงขวดน้ำกันเถอะ
.................................
เย็นวันอาทิตย์หน้าบ้านผม
เด็กผู้ชายสี่ห้าคนจะมารอหน้าบ้าน
ถ้าไม่ให้ผมสอนวาดรูปก็ชวนผมเตะบอลด้วย
แต่มีบางครั้งผมจะแฝงการสอน
ทักษะเบื้องต้นลงไปด้วย
หนนึงผมเอาขวดน้ำเปล่าวางไว้กลางถนน
แล้วเดินจากจุดที่วางขวดออกไป
กำหนดระยะไว้สามระยะ
ระยะแรกถ้าใครเตะบอลไปถูกขวดล้ม
ผมมีรางวัล ระยะที่สองไกลมาอีกก็รางวัลใหญ่หน่อย
ระยะสามไกลสุดรางวัลดีที่สุด (อาจจะสั้ง kfc เลี้ยงเลย)
ทุกคนต้องผ่าน แรกก่อนถึงจะไปสอง
กว่าจะผ่านไปสองได้ ก็นานทีเดียว
ถึงสามได้ก็เป็นบางคน ชาวบ้านแถวนั้นมองดูก็ขำ
ว่าผมแก่แล้วทำไมชอบเล่นเตะบอลกับเด็ก
ผมไม่สนใจเพราะมันสนุกและได้คอยสอนเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
ในการเล่นบอลให้เขาด้วย และการเตะบอลให้โดนขวด
ก็เป็นการฝึกพื้นฐานการแปลูก ถ้าเตะถูกขวดล้มบ่อยๆ
เขาก็มีเชิงฟุตบอลที่ดีขึ้น เขาเล่นเก่งขึ้น
ผมเฝ้าดูก็รู้สึกสุขใจกับเขาไปด้วย
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines