คือกีฬา คือหัวใจ คือชีวิต... +

เริ่มโพสต์โดย นักศิลปะ, 10 เม.ย. 2008, 09:51 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

นักศิลปะ

ระบายใจ ภาคกีฬา

กล่าวคือ...
เขียนบันทึกสั้นๆ เกี่ยวกับกีฬา ที่เราไปเกี่ยวข้อง
เป็นกีฬาชนิดไหนก็ได้ เล่นเอง เป็นผู้ชม หรือฟังเขาเล่ามา

ไหนผมลอง เขียนดูก่อน :26:

......................................


ครั้งเตะฟุตบอลเป็นประจำ สนามไทย-ญี่ปุ่นดินแดง
เพื่อนเล่นฟุตบอล ละแวกนั้นมีหลากหลาย
บ้างนายธนาคารขับรถราคาแพงมาเล่น
บ้างนักศึกษา บ้างคนเก็บขยะ
และเด็กดึงดาว(ดมกาว)
ทุกคนมีเรื่องราวน่าสนใจ ในชีวิตที่ผ่านพบ

โจนักเตะฝีเท้าดีเป็นตัวเยาวชนของกรมพละ
เล่นกันมาหลายปี ผมชอบเล่นบอลกับโจ้มาก
เพราะคิดว่าได้เล่นกับคนเก่งมาก เราจะเก่งตาม
ผมแอบจำลีลาหลอกล่อ เลี้ยงหลบของเขาไว้หมด
จำได้แม้กระทั่งลีลาการเดิน วิ่ง หรือหยุดวิ่ง

คืนหนึ่งรายการตามล่าหาความจริงทางช่องเจ็ด
ออกข่าวเรื่องโจรจี้ร้านทอง กล้องวงจรปิด
จับภาพโจรได้เสี้ยววินาที เขาแค่เดินมา เจรจาแล้วเดินออก
ผมนอนดูแวบเดียวก็คิดว่า ทำไมโจรเหมือนโจ้
เช้ามาโจ้ไปเตะบอลกับเพื่อนตามปกติ
สายหน่อยตำรวจมาเต็มสนาม โจ้ไม่ได้หนี
เพื่อนเตะบอลที่เป็นนายธนาคารประกันตัวโจ้ออกมา
ถามไถ่กันว่าทำไมอย่างไร ไหนอนาคตอีกยาวไกล
ต้องพังเพราะอะไร และอีกนานาสารพัดจะถาม
โจ้ไม่ได้ตอบอะไรมากไปกว่า ขอโทษ
ทุกวันนี้ผมยังเจอเขาบ่อยๆ
โจ้ยังเตะบอลที่เดิมเมื่อว่างจากขับวิน
เพื่อนเก่าบ้างใหม่บ้างวนเวียน

ผมเห็นหน้าเขา ก็คิดถึงช่วงเวลา
แห่งอนาคตอันรุ่งเรืองของเขาตอนนั้น
จุดเปลี่ยนบางจุดในชีวิตเมื่อเข้ามา
ทำชีวิตแตกต่างจากภาพที่วาดไว้มากมาย



โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

นักศิลปะ

อีกเรื่อง
.................................

เมื่อมีกีฬาสีของที่ทำงาน
นอกจากฟุตบอลที่ถนัดแล้ว
ผมลงแข่งปิงปองด้วย ลงเพราะ
โดนยุยง ผมก็บ้ายอเออออห่อหมกตาม
เพราะคิดว่าเขาเล่นกันขำขำ คงไม่จริงจัง
แต่พอเวลาไปซ้อมเพื่อแข่ง กลับมีแต่คนเล่นเก่งๆ
หลายคนเป็นเด็กจบพละมาทำงาน
หลายคนเป็นตัวแทนเยาวชนก่อนหน้านี้
ผมก็คิดว่า คราวซวยเป็นของเราแล้ว
คงได้เป็นโอ๋ เชิญยิ้มให้คนอื่นขำขี้แตกขี้แตนแน่ๆ
แต่ผมก็ไปซ้อมทุกวันไปโดนเขาหัวเราะทุกวัน
เพราะเล่นไม่เป็น ตบไม่เป็น ตัดไม่เป็น
หยอดก็ไม่เป็น   โชคผมยังดีบ้าง
เมื่อบังเอิญตัวเองเจอลูกเสิร์ฟอุบาทว์ลูกนึง
คือเมื่อเสิร์ฟไปคู่แข่งจะรับไม่ได้
มันจะกระเด็นกระดอนออกไปนอกโต๊ะหมด
ผมเก็บลูกนี้ไว้เป็นความลับ แอบซ้อมกับเพื่อนสีเดียวกัน
เมื่อวันแข่ง คู่แข่งตีมา ตบมาผมรับไม่่ได้เลย
ผมเสิร์ฟไปเขาก็รับไม่ได้เลย เป็นแบบนี้ไปเรื่อย
จนคู่แข่งตีเสียเอง ผมก็ชนะด้วยแต้มนี้
และเป็นแบบนี้ไปจนผมได้เหรียญทอง
ตอนนี้ลูกเสิร์ฟนี้ใช้กับคู่แข่งเดิมๆ ไม่ได้แล้ว
นอกจากเจอคนใหม่ๆ ถึงงัด ออกมาใช้ครั้งนึง
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

ยุนเอ



เรื่องลูกเสิร์ฟที่รับไม่ได้นี่ เอก็มีอยู๋ท่านึงครับ  :30:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

นักศิลปะ

อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 10 เม.ย. 2008, 10:23 น.

เรื่องลูกเสิร์ฟที่รับไม่ได้นี่ เอก็มีอยู๋ท่านึงครับ  :30:

วงการปิงปอง เรียก ลูกเหม็น :21:
ถ้ารับไป สักพักคนเก่งๆ ก็จะจับทางได้  :52:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

ยุนเอ



เราต้องมีสองท่าครับ แต่ตอนจะเสิร์ฟทำท่าเดียวกัน  :25:

พอเสิร์ฟแบบแรกที่ปั่นมาก พอตั้งรับธรรมดาจะกระเด็นออกข้าง
จนรู้สึกว่าคู่ต่อสู้เริ่มจะจับได้แล้ว ก็เปลี่ยนเป็นตัด พอตีมาจะติดเน็ท  :30:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

แอ้

ขอเป็นขาประจำทู้นี้ด้วยคนค่ะ

เริ่มด้วยแบดนะคะ ตีอาทิตย์ละ 2 ครั้งเป็นประจำมาหลายเดือนละ
(สอดคล้องกับแผนลดน้ำหนักและกระชับหุ่นวัยป้าของตัวเอง)
ตีกับเพื่อนๆ ที่สนิทกันเนี่ยแหละ เราเล่นกีฬากันหลายอย่าง เอาดี
ไม่ได้ซักอย่าง ถ้าเทียบกับคอร์ตข้างๆ นะ แต่มันก็มีความสุขดี
เพื่อนๆ สมัยเรียน จะนัดเจอกัน ไม่กินข้าว ก็กินเหล้า แต่พวกเรา
เปลี่ยนแนวมาเป็นออกกำลังกาย ตีได้ก็ขำ ตีเสียก็ขำ
(ถ้าใครไปตีที่คอร์ต พีพี วังหิน แล้วเห็นไอ้คอร์ตที่หัวเราะกันตลอด
น่านแหละแก๊งค์แอ้แหละ)

มีบางครั้งเพื่อนหงุดหงิดแฟนตีเสีย ขว้างไม้แบดราคาพันเก้า ก็มี
แอ้ก็จะรอให้มันเย็นลงแล้วด่าซะหน่อย เพราะว่าเรามาเล่นกีฬากัน
ได้เหงื่อ ได้สนุก ได้หัวเราะ และคุยกัน ยังจะเอาอะไรมากกว่านี้อีก
แอ้เล่นไม่ได้เรื่องเลย แต่ได้ฮาตลอดไม่ว่าจะได้แต้มหรือเสียแต้ม

นานๆ ครั้งเล่นเสร็จเราก็ไปต่อที่โพนฯ หลังเหนื่อยจัดๆ เบียร์ตอนนั้นจะอร่อยมากๆ เลย  :22:


นักศิลปะ

ยินดีๆ
จู๋นี้เงียบแฮะ
งั้นใครมา
+

:21:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

แอ้

 :22: ชอบกีฬาค่ะ อยากโม้ด้วย แต่ว่าเรื่องบอลไม่ค่อยรู้เรื่อง
ทั้งชีวิตรู้จักแต่ตอเรส กะฟาเบียง บาเตซ (อย่างแก่ แต่เท่ห์มาก)

ถ้ากีฬาอื่นนี่ โอเคเลย .. เช่น เป่ากบ โดดหนังยาง เซียนมาก.. อ๊ะ ไม่ช่าย..  :43:

และขอบคุณค่ะ  :46:

iannnnn


เดอะบุ๋ม

อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 10 เม.ย. 2008, 13:48 น.
:22: ชอบกีฬาค่ะ อยากโม้ด้วย แต่ว่าเรื่องบอลไม่ค่อยรู้เรื่อง
ทั้งชีวิตรู้จักแต่ตอเรส กะฟาเบียง บาเตซ (อย่างแก่ แต่เท่ห์มาก)

ถ้ากีฬาอื่นนี่ โอเคเลย .. เช่น เป่ากบ โดดหนังยาง เซียนมาก.. อ๊ะ ไม่ช่าย..  :43:

และขอบคุณค่ะ  :46:

คิดถึงแล้วก็อดยิ้มไม่ได้   :52:

หนุ่ม

เริ่มที่ฟุตบอลก่อนก็แล้วกัน

ผมเตะบอลมาตั้งแต่ประถม ตอนเด็กมีแข่งกันระหว่างเด็กในชุมชน โดยมีพี่ของเพื่อนเค้ารวมทีมและเป็นโค้ชให้
แพ้บ้างชนะบ้าง ช่วงนั้นยังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ เล่นสนุกๆไปตามประสาเด็ก
ตอนไปเรียนก็จะเล่นตอนพักกลางวันที่โรงเรียน มีอยู่วันหนึ่ง ทีมผมเสียลูกโทษ(ฟรีคิ๊ก) ผมก็ไปยืนตรงเสา
ปรากฎว่าเพื่อนแม่นยิงมาโดนตาผม(จำไม่ได้แล้วว่าข้างไหน) ผมล้มตึง ตาบวมและมองอะไรไม่เห็น
เพื่อนๆหามเข้าห้องพยาบาลแล้วมันก็ไปเรียน

ผ่านไป 2 ชม. ตายังบวมอยู่ ครูก็เลยเอาผ้ามาแปะและพันเทปให้ เหมือนโจรสลัด
ผมเดินไปที่ห้องเรียนกะว่าจะไปเก็บกระเป๋ากลับบ้าน เพื่อนๆเห็นผม มันนึกว่าตาผมบอด ร้องไห้กันใหญ่ทั้งผู้หญิงผู้ชาย
ผมล่ะโคตรสะใจเลย :30:

ซึ่งอุบัติเหตุครั้งนี้ ทำให้ผมมีอาการเสียว เวลาที่เห็นอะไรที่มันพุ่งเข้าหน้า(คล้ายๆกับอาการเสียวของการเอาทัพพีเหล็กขูดหม้อข้าว แกร๊กๆ)
และด้วยเหตุนี้ ผมเลยเป็นโกล์ไม่ค่อยได้ เพราะมันเสียวเวลาบอลมันพุ่งเข้ามาหาหน้า ตาจะหลับปี๋
แล้วมันก็ทำให้ผมโหม่งบอลไม่ค่อยได้อีกด้วย


พอเข้ามัธยมที่ปทุมคงคา อดีตมหาอำนาจลูกหนังมัธยม โรงเรียนนี้มันเตะบอลกันเป็นบ้าเป็นหลัง
เตะกันทุกเวลา่ ทั้งเช้า-กลางวัน-เย็น ตั้งแต่ภารโรงยันอาจารย์ใหญ่

ลองไปสมัครนักกีฬาโรงเรียน
ตอนคัดตัว แต่ละคนแม่นเดาะบอลได้ 50 ครั้งขึ้น บางคน 100 กว่า
แต่ผม 3 ครั้งบ้าง 5 ครั้งบ้าง (อายชมัด) แต่ก็ติดทีมชุดบีนะเว้ยเฮ้ย

แต่ก็ไม่ได้ไปแข่งไหนเลย มัวแต่ไปซ้อมดนตรี :40:


เข้ามหาลัยติดทีมมหาลัยบางมดตอนปี 1 ซ้อมทุกวัน เข้าค่ายซ้อมต่างจังหวัดอีกต่างหาก
แต่เวลาลงแข่งจริงๆ ผู้เฒ่าผู้แก่จากไหนไม่รู้ลงสนามกันเพียบ ตอนซ้อมตอนประชุมไม่เคยเห็นหัวสักคน
โอ้ โลกมันกว้างใหญ่อย่างนี้นี่เอง

ผมสำรองยันปี 2 จนหมดศรัทธาในรัฐบาล เลยลาออกมาเตะบอลใต้ภาควิชางกๆเงิ่นๆไปจนเรียนจบ
สรุป 2 ปี ลงแข่ง 5 นาทีสุดท้ายกับม.ประสานมิตร(+ทดเจ็บ 2 นาทีก่าๆ) โคตรจะดีใจเลย :05: คล้ายๆเทสติโมเนียลแมต(เขียนยังงี้ป่าวว๊า)



เป็นจู๋แรกที่เขียนยาวที่สุดเลย :42:
Reading Learning & Sharing

นักศิลปะ

เพื่อนเตะบอลผมอีกคนนึง
แต่งหน้ามาเล่นบอลทุกเช้า
หน้าตาหล่อจัดขนาดหนังสือนีออน
หุ่นครูฟิตเนสเคว้าว สมัยนี้อาย
ก็สงสัยตลอดมาว่าไอ้ นี่มันจะแต่งหน้า
มาเตะบอลทำไม
เล่นจนสนิทสนม ถามไถ่
จึงรู้ว่าเขาคนนี้
ทำงานเป็นพนักงานเต้นอะโกโก้
ในบาร์ย่านพัฒพงษ์ รูดกลางคืน
สมัยนั้นเลิกไม่จำกัดเวลา
รูดเสาเสร็จเช้าก็มาเตะบอล
อาชีพเราเลือกไม่ค่อยได้
กีฬาทำให้เรารู้จักคนหลากหลายอาชีพ


โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

คุณหนูฟ้า

ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข

นักศิลปะ

อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 10 เม.ย. 2008, 14:22 น.
อารมณ์กวีในสนามกีฬา :21:

ความจริง มี สนพ ขอเรื่องแบบนี้ของผมไปพิมพ์
ให้เขียนถึงเพื่อนที่รู้จักหลากหลาย
แต่ขณะนั้น ผมไม่สนใจ ขณะนี้ สนพ นั้นไม่สนใจผมละ :21:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

คุณหนูฟ้า

ป่อย ป่อย ป่อย ป่อยยยยย


เขียนใหม่สิคะ ให้น่าสนใจกว่าเดิม  :37:
ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines