งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

จักรี

คิดเหมือนทุกคนครับ

เอาดิ !
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

หมีเล็ก

:3005:

ยุนเอ



เอาอยู่ น้ำไม่แตกง่ายๆ #thaiflood
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

โตน

E entao pergunta Se eu estou em paz E eu digo sim, i feel wonderful tonight

เก้อ

#5809
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 20 ต.ค. 2011, 10:15 น.
บอกแม่

แม่บอกว่า


"ชั้นบอกแล้วให้เธอลาออกตั้งกะอาทิตย์แรก  :07:"

:30: :30:


แต่จริงๆมันมีผลทางอามรมณ์อิ่มล่ะ ไม่รู้จะปล่อยวางยังไง
ไม่ชอบให้คนเกลียด ไม่ชอบแพ้ รังเกียจความไม่ยุติธรรม และคิดมาก
ใครทำเรา เราเอาคืน เป้นคนประเภทนั้น  :37:
แต่ถ้าเค้ามีบุญคุณ เราจะลดหลั่นการแก้แค้นกันไป
แล้วก็เป็นคนจำเก่งด้วย เจ้าคิดเจ้าแค้นว่างั้นเถอะ
ช่วงแรกๆอาจจะพีคหน่อย แบบ อย่าให้เจอกำลังข้ามถนนนะ ตูจะผลักเลย
หลังๆก็จะเฉยๆ แต่ไม่ลืม มองข้ามหัวกันไป  :37:

ต้องฝึกปล่อยวางมั่งละล่ะ  :05:

ถ้าได้เริ่มงานที่ใหม่จะไม่สนใจอะไรละ เก็บตังค์อย่างเดียว  :42:

ขอบคุณทุกคนค่ะ  :46:

เอาตามตรงนะ คุณสมบัติที่อิ่มเป็น หรือที่แม่อิ่มแนะนำ
เป็นลูกคนมีฐานะ อยู่ในสถานภาพที่เลือกได้
เลยสามารถที่จะไม่สน ไม่แคร์ และถือหลักการทางความคิดเราเหนือสิ่งอื่นได้
(คือจะออก จะอะไรก็ไม่ได้มีปัญหา) แต่ปกติคนที่เป็นแรงงานจริงๆ
หรือต้องทำงานแลกค่าแรงเพื่อดำรงชีวิตอยู่จริงๆ จะทำแบบนั้นไม่ได้ ก็ต้องอดทนอยู่ไป

ผมว่าจริงๆแล้ว นี่แหละแบบฝึกหัดจริงๆของการไปเรียนเมืองนอก
ความอดทนและอีโก้ที่หลอมเรามาทั้งชีวิต มันจะแสดงออกเมื่อเราไปปะทะกับเรื่องพวกนี้จริงๆ
เป็นเรื่องที่แบบว่า อยู่บ้านเราเราจะไม่ได้เจอ เพราะไม่มีความจำเป็นอะไร
แถมมีปัจจัยในชีวิตอื่นๆเยอะแยะโอบอุ้มเราเอาไว้
แต่ถ้าเราต้องอยู่ในภาวะที่ต้องอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง และเจอปัญหาทั้งหลายในชีวิต
เมื่อนั้นเราจะได้เห็นจริงๆว่าเราเป็นคนยังไง

คือถ้าเราเป็นคนไม่มีตังค์ ต้องต่อสู้เอาเองและไม่มีทางเลือก
ก็คงทำได้อย่างเดียวคืออดทน เพราะชีวิตมันก็เป็นแบบนี้
มันไม่มีอะไรถูกต้องทุกอย่างอย่างที่เราคิดหรืออยากให้เป็น

ส่วนมิติที่ว่า ไม่ชอบความไม่ยุติธรรม หรืออะไรแบบนี้ผมก็นึกออกนะ
(เช่นแบบว่าร้านที่มันกดขี่คนมากๆงี้ ก็อาจจะเป็นเรื่องดีที่มีคนไม่ยอมเค้าซะบ้างเพื่อให้เค้ารู้ตัว)
แต่อันนี้ผมก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ว่า มันจะทำให้สังคมมันดีขึ้นหรืออะไรมากมายตรงไหน
ผมว่ามันไม่ได้มีไว้พิสูจน์เรื่องนี้อะ คนทำงานแรงงานทั้งหลายในโลก
หรือลองมองที่บ้านเราก็ได้ บรรดาพี่น้องอีสานแรงงานราคาถูกที่ไม่มีทางเลือกในชีวิต
เค้าต้องทนอยู่กับอะไรแบบนี้มากี่รุ่น เราเคยมองเห็นหรือสนใจไหม
ความอดทนของเราแพ้คนพวกนั้นหรือเปล่า เราเจอประมาณนี้เราทนไม่ไหว
แล้วโครงสร้างทางสังคมที่ทำให้เค้าต้องทนอยู่แบบนั้นตลอดชีวิต
ไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเค้าล่ะ

ผมเคยถามตัวเองแบบนี้ ช่วงที่ต้องหาเงินให้ได้เยอะๆ
ล้างจานวันละ 12 ชั่วโมง (ทำ 6 พัก 1 ชั่วโมง นอนบนฝ้าเพดานที่เค้าเอาไว้เดินท่อแอร์
มืดๆรกๆสายไฟและอับๆ เอาทิชชู่ของร้านมาทบๆกันเป็นหมอน)
หรือช่วงแบบพีคๆมีวิมเบิลดั้น ก็ทำงานมัน 2 ที่ ที่ละกะ เป็น 14 - 15 ชั่วโมง
ค่าแรงมันน้อยมากๆอยู่แล้วก็ต้องทำเยอะๆไป

ผมก็นึกอยู่เสมอว่า ทำไมคนแถวบ้านที่มาทำงานในกรุง
ค่าแรงน้อยกว่านี้ โดนดูถูกกดขี่ด่าทอไร้ตัวตนยิ่งกว่านี้ อยู่ลำบากกินลำบากกว่านี้ เค้าก็ยังอยู่กันได้
ความเบื่อ ความเหนื่อย ปัญหาชีวิต แฟนทิ้ง(อยู่ไกลก็โดนทิ้งตามธรรมเนียม)
โดนด่า กดขี่ อะไรทั้งหลาย คุณภาพชีวิตแย่ อุดอู้ เป็นแรงงานราคาถูกไร้ตัวตน
ของพวกนี้มันทำอะไรเราไม่ได้ เรารู้ว่าตัวเองเหนือกว่านั้น คนแบกข้าวสารเค้ายังทำได้
เรามีอะไรตั้งเยอะกว่านั้น ทำไมแค่นี้เราจะยอม

ผมนึกได้แบบนั้น ระหว่างที่ล้างจานอยู่ ในร้านๆนึงที่ไปทำแถบโสโห
(ชื่อร้านเชียงใหม่ด้วยนะ ค่าแรงถูกสุดๆ) เชฟเป็นคนอุบลพอดี
เรียนมาน้อย-ทำงานหนัก ตามสไตล์นักสู้ข้างถนนสู้ชีวิตทุกประการ
แกเรียกตัวเองและผมว่าลาวลอนดอน แล้วแกเปิดเพลงนี้บ่อยๆ เพลงรอยยิ้มนักสู้ของโลโซ
มันดูเป็นเพลงโง่ๆง่ายๆ แต่ตอนนั้นผมว่ามันเจ๋งดีนะ

Sek Loso - Roy Yim Nuk Soo - รอยยิ้มนักสู้

ตลอดเวลาในชีวิตที่เราใช้ชีวิตมาตั้งแต่เล็กจนโต
เวลาที่เราบอกว่าเหนื่อย ส่วนมากมันไม่ได้เรียกว่าเหนื่อยจริงๆ
เวลาเราบอกว่าลำบาก มันก็ไม่เคยมีอะไรที่ลำบากจริงๆ
มันเทียบไม่ได้เลยกับคนที่เค้าใช้แรงงานกันเหนื่อยๆ ลำบากไม่มีอะไรจะกิน
ผมว่าผมฟังเพลงนี้แล้วตาสว่างอะ จริงๆตอนนั้นเหนื่อยกายนี่ผมทนได้หมด
แต่มันเสริมด้วยเรื่องโดนทิ้งนี่แหละ(แล้วอยู่ไกล ทำอะไรไม่ได้เลย โง่จริงๆ)

ปกติรสนิยมทางดนตรีของผมจะพิศดารพันลึกเสมอ
แต่นี่มันเป็นเพลงง่ายๆความหมายตรงๆไม่ต้องตีความ ที่ดันมีความหมายกับชีวิตมาก
ผมร้องท่อนนี้ ล้างจานไป แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาเลยล่ะ
" แต่ทุกๆทีฉันก็ทำ ให้เป็นเหมือนดังว่า แข็งแรงกว่า ไม่ยอมพ่ายแพ้มัน "

อย่างที่พี่ณตว่า และคุยกันเรื่องนี้บ่อยๆ คือมันไม่มีอะไรมาทำให้เราเหนื่อยหรือแพ้ได้อีก

ปกติไม่ค่อยต้องมีอะไรมาปลุกใจอะไรตัวเองแบบนี้หรอกน่ะนะครับ
เพราะเข้าใจอะไรง่ายและปรับตัวได้กับทุกอย่าง ระบบความคิดหาความดราม่าไม่ค่อยจะเจอ
อันนี้เลยเป็นครั้งนึงในไม่กี่ครั้งในชีวิตที่ดราม่า(เล็กๆ)และเจอประสบการณ์อะไรที่มันปลุกใจแบบนี้

เล่าสู่กันฟัง :37:

I ROCK , THEREFORE I AM

หมีเล็ก

อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 20 ต.ค. 2011, 15:10 น.
เอาตามตรงนะ คุณสมบัติที่อิ่มเป็น หรือที่แม่อิ่มแนะนำ
เป็นลูกคนมีฐานะ อยู่ในสถานภาพที่เลือกได้
เลยสามารถที่จะไม่สน ไม่แคร์ และถือหลักการทางความคิดเราเหนือสิ่งอื่นได้
(คือจะออก จะอะไรก็ไม่ได้มีปัญหา) แต่ปกติคนที่เป็นแรงงานจริงๆ
หรือต้องทำงานแลกค่าแรงเพื่อดำรงชีวิตอยู่จริงๆ จะทำแบบนั้นไม่ได้ ก็ต้องอดทนอยู่ไป


จริงอย่างที่พี่เก้อว่า แม่บอกว่าถ้าเงินไม่พอใช้ก็ให้บอก ทำไมต้องไปทำงานให้มันเสียสึขภาพจิต
ในขณะที่อิ่มยอมรับว่าเป็นคนใช้เงินเปลือง
ติดเที่ยว ชอปปิ้ง กินข้าวนอกบ้าน

ซึ่งเงินที่แม่ให้มา พอแค่บ้าน มือถือ เนต แล้วก็เหลือนิดหน่อยเป้นค่ากิน (ซึ่งไม่ค่อยจะพอ)

เลยคิดจะหางานทำ

อิ่มมองว่ามันง่ายด้วยแหล่ะ
ไปเวิร์ก แอน ทราเวลมาแล้ว ตอนนั้นแบบ โอย อะไรก็ง่ายไปหมด
ตูทำงาน เงินท่วมตัว รวยสบายใจ อยากกินไรได้กิน อยากไปไหนได้ไป
เลยคิดว่าโลกมันง่าย อเมริกาตูผ่านมาแล้ว ออส จิ๊บๆ เบๆ

เลยมองข้ามสังคมจริงๆไป แล้วก็ไม่ได้เตรียมใจมาด้วย

สังคมที่ออสมันมิกซ์มากกก ดิ้นรนต่อสู้กันจะตาย
อย่าได้พลาด พลาดแล้วโดนทับถมทันที

มาเป็นเด็กเสริฟก็คิดว่ามันจะง่ายนะ
จดออเดอร์ เสริฟ ใครจะนึกว่ามันจะมีอะไรมากกว่านั้น

สรุปว่าผิดเองที่มองโลกง่ายไป

คุยกับวิล วิลก็บอกว่า อยู่ที่นี่เราไว้ใจใครแทบไม่ได้
เอาตัวเองไว้ก่อน ที่นี่ไม่ใช่เมืองไทย คนนิสัยไม่เหมือนกัน
เอเชียดูถูกเอเชีย คนไทยด่าคนไทยด้วยกัน
แต่หงอกับฝรั่งหัวทอง
เป็นรูปแบบนี้ ก็ทำใจซะ เราต้องเก่งจริงถึงจะยืนอยู่ในสังคมแบบนี้ได้

ถ้าได้งานใหม่อิ่มคงจะปรับตัวอะไรได้มากกว่านี้แหล่ะ (หวังว่านะคะ  :37:)
:3005:

จักรี

///////
อัพเดท ชีวิต การทำงาน

วันที่สี่กับการต่อสู้กับ mac  ในที่สุด ตูก็สามารถกดปรินต์สกรีนได้ หลังจากเมื่อวันแรก กดเปลี่ยนภาษาได้
และเริ่มคล่องกับ ปุ่ม คอนโทล และอาเทเนต ที่เปลี่ยนไป

แต่ที่ยัง งง ไม่หายกับ ระบบโฟรเดอร์ และเวลาเรียกใช้ โฟรเดอร์หรืองานที่เปิดไว้ 
บางทีอยุ่ดีๆ มันก็วูปไป ไม่รุ้หายไปไหน หาก็ไม่เจอเลยต้องเปิดใหม่  :05:

จำได้ว่ามาวันแรก คลำหาปุ่มเปิดอยุ๋ตั้งนาน  :30: :05:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iannnnn

ไปจู๋แมคมือใหม่เลยไป๊ :30:

จักรี

ที่นี้ ไปบ้านพี่แอน ผมจะเปิดแมคโชว์  :52:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iannnnn


Buob Marley

http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

ออยอิชี่


จักรี

ประเมินผมสูงไปแล้ว




ไม่ได้คิดเล้ย  :30:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines