โรงเรียนในอุดมคติ

เริ่มโพสต์โดย Layiji, 29 ก.พ. 2008, 18:06 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

psyfer

ฉันก็ล่อไป 2 รอบเหมี้ยนกัน  :25:

คุณหนูฟ้า



สองเหมือนกัน แต่รอบสองจบ สามครึ่ง  :52:
ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข

psyfer

โดนไทร์ตอนปีที่ 3 ซัมเมอร์  :09:

คุณหนูฟ้า

เปล่า


ย้ายจาก มอ.ปัตตานี กลับบ้านน่ะ
แม่กลัวโดนระเบิด  :05:
ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข

คาร์บอม...

การศึกาาไทยจะได้โดนกระทุ้งกะลาวะทีนึง พวกแกๆที่นั่งโต๊ะ จะไปรู้ปัญหาอะไรในทุกวันนี้ในเมื่อ นั่งอยู่ที่โต๊ะ ทั้งวัน ปํญหาที่รู้ก็คงเป็นปัญหาที่ล้าหลัง ไปหลายสิบปีก่อน สมัยที่เรียนอยู่ประถมกระมัง

แล้วแบบนี้ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ผมว่าถ้ามัวหวังพึ่งพวกเขาเหล่านั้น เราอาจจะต้องออดตายกันไปก่อนก็เป็นได้ (นี่ยังไม่รวมที่ย้ายกันไปย้ายกันมา จนไม่รุ้จะสานต่อโครงการของคนก่อนๆได้ยังไง)

ขอบคุณ คุณที่ตั้งโรงเรียน เพิ่งจุดประกายให้การศึกษาไทย ได้ก้าวไปอีกขั้น ขอบคุณจากใจครับ
ก็พักบ้าง อะไรบ้าง

dogdoy

เยี่ยมยอดเลยครับ ดูเหมือนระยะหลังๆจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับโรงเรียนแนวนี้เยอะขึ้นนะครับ (หรือว่าผมเพิ่งจะเห็นเองแหละ)

เห็นแล้วยังอยากสมัครไปเรียนด้วยอีกคน

ผมเพิ่งจะรู้สึกว่าการเป็นครูที่ดีนี่ยากจริงๆครับ ขอแสดงความนับถือคุณครูผู้ทุ่มเทเพื่อลูกศิษย์ทุกๆท่านครับ

iannnnn

ละ ละ ละ ลุงด๊อยยยยย :25:
(สาวกในตำนาน หมายเลข 60)

dogdoy

อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 20:43 น.
ละ ละ ละ ลุงด๊อยยยยย :25:
(สาวกในตำนาน หมายเลข 60)

สวัสดีครับยักษ์แอน :)

iannnnn

สวัสดีครับ ละ ละ ละ ลุงด๊อยยยยย :25:

Rabbitinblack

อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 02:59 น.
กรณีศึกษาคุณกระต่ายดำนี่สุดยอดมากเลยนะครับ
เฮ้ยบิ๊ก มึงจะเล่าเป็นวิทยาทานให้น้องๆ อ่านดีไหมวะ

ว่างๆละ มาเล่าให้ฟัง เหมือนเผาตัวเองอย่างไงไม่รู้

ตอนแรกก็เหมือนเด็กม.ปลายทั่วไปละครับ ผมอาจจะดีหน่อย ที่สภาพแวดล้อมดี ทำให้ผมสามารถทำคะแนนเอนท์ได้ดี

ดีพอที่จะเข้าวิศวะคอมลาดกระบังได้ ก็นะเราไม่ได้รู้อะไรมากมายหรอก ว่าวิศวะคอมเป็นอย่างไง

รู้แต่ว่าอยากเรียนเกี่ยวกับคอม เนื่องจากการที่ได้จับคอมเล่นโน่นเล่นนี่มาตลอดตอนม.ปลาย

ไม่ได้เก่งอะไรมาก ออกไปทางหลงใหลมันมากกว่า เสร็จแล้วพอได้เข้ามาเรียน

ก็นะ คนที่มันเคยเหมือนโดนบังคับเรียน ในที่นี้คือการที่ต้องมาเรียน เพราะว่าถ้าไม่ไปเรียน

ที่โรงเรียนก็แจ้งไปทางบ้านอะไรแบบนั้น พอเรียนมหาลัยแล้ว มันอิสระวะ ก็เรียนบ้างไม่เรียนบ้าง

ทำให้เกรดตอนปี 1 เทอม 1 ไม่ดีเท่าที่ควร ไม่เท่าที่ควรดิ แย่เลยละ พอมาเทอม 2 ก็ถูๆไถๆไปรอด

แต่พอเข้าภาคตอนปี 2 ด้วยความที่ไม่ได้เข้าเรียนด้วยละ ทำให้ปฏิบัติเราแน่นแค่ไหน

แต่ทฤษฎีไม่ได้เรื่อง ทำให้เกรดมันห่วยสุดๆ จนเทอม 2 ไม่ไหวขอลาออกเองดีกว่า

(ยังไม่เล่าถึงทางบ้านแล้วกันนะครับ เดี๋ยวสรุปให้ตอนจบ)

ก็ออกมาเอนท์ เนื่องด้วยคะแนนที่เก็บไว้มันใช้ไม่ได้ละ มันหมดอายุ

ที่นี่ทางบ้านก็บอกมาว่า เนี่ยเอนท์เข้าบัญชีดิ คนเก่งเลขน่าจะเรียนบัญชีนะ

(พอดีตอนม.ปลาย ผมเป็นตัวแทนจังหวัด ตัวแทนเขตไปแข่งเลข)

เราก็อะ ทางบ้านเค้าบอกมาว่า ครั้งแรกเลือกตามใจตัวเองนิ ครั้งนี้ตามใจหน่อยแล้วกัน

ไอ้เราก็ได้ ต้องการเราจัดให้ ก็เข้าไปเรียนบัญชี จุฬา

อาจจะด้วยความที่เคยเรียนวิศวะมา เลยปรับตัวกับสภาพแวดล้อมบัญชีไม่ได้

ดังนั้นเพื่อนๆส่วนใหญ่ ก็เป็นพวกวิทยา วิศวะ แต่ครั้งนี้ตั้งใจกว่าครั้งแรกนะ

คิดว่าเราเรียนได้น่า เทอมแรกเกรดออกมาก็ไม่ได้ขี้เหร่ ใครๆก็บอกว่าพอลุ้นเกียรตินิยมได้

แต่พอเรียนๆไป มันไม่ใช่ง่า ไหนบอกเก่งเลขให้เรียนบัญชี เนี่ยอะไร ให้กดแต่เครื่องคิดเลข

อะไรๆก็ตัวเลข แต่มันแบบว่า ไม่ได้ดูถูกนะครับ แต่ไม่ต้องเก่งเลขก็ได้ เ้ป็นคนละเอียดรอบคอบมากกว่า

ที่เหมาะสมจะเรีียนแบบนี้ แล้วผมไม่ชอบวิชาท่องจำ ทำให้ผมพาลเกลียดการเรียนไปเลย

เหมือนเด็กๆที่ไม่ชอบอะไรก็ไม่ทำ ซึ่งตอนนี้ก็รู้ว่าแม่ง มึงคิดไปได้ไงวะ

อีกอย่างเหมือนที่ผมบอกว่าเพื่อนผมส่วนใหญ่เป็นคณะอื่น เลยทำให้ไม่สนิทกับเพื่อนที่คณะ

บางทีมีอะไรมันก็ไม่ได้บอกเรา ทำให้เกรดเราไม่ดีละ (ไม่ได้โทษคนอื่น แต่โทษตัวเอง)

สุดท้ายตอนปี 3 ก็มาถึงที่สุด ออกดีกว่า แม่งไม่ใช่แนวเราวะ กลับไปตามความฝันที่เราอยากเป็นดีกว่า

มาถึงตอนนี้จะเล่าถึงทางบ้าน จะบอกว่าทางบ้านเป็นอะไรที่สำคัญมาก

ผมบอกได้เลยว่า ผมมีพ่อ มีแม่ที่ดี เข้าใจผม ถึงแม้บางอย่างเค้าไม่เข้าใจ แต่เค้าก็ปรับแล้วก็พยายามเ้ข้าใจเรา

พ่อร้องไห้ แม่ร้องไห้ บอกว่า ทำไมมึงเป็นแบบนี้ แต่เค้าว่าวันเดียว หลังจากนั้นเป็นการปลอบ เป็นการปรับ

รู้สึกว่าโชคดีที่มีพ่อแม่ที่สุดยอดแบบนี้ ทำงานส่งลูกเหี้ยๆคนนึงให้ได้ทำตามใจตัวเองจนถึงที่สุด

(ตอนนี้น้ำตาเริ่มจะไหลแล้ว เหอะๆๆ)

จนล่าสุด ผมก็เอนท์เข้าวิศวะ ลาดกระบังเหมือนเดิม ด้วยสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย และอะไรหลายๆอย่าง

ถามว่า อายมั้ย อายครับ แต่ตอนนี้คิดไว้อย่างเดียว ถ้ามึงกลัวอาย มึงต้องไม่ทำแบบนี้ตั้งแต่แรก

ถ้ามึงอาย แล้วพ่อแม่มึงไม่อายกว่ามึงเหรอ ทุกวันนี้พ่อแม่ผมยังมาบอกเลยว่า

บางทีไม่อยากไปงานไหนเลยนะ กลัวเค้าถามถึงลูกชาย ลูกชายที่เคยทำให้เค้าภูมิใจ

ตอนนี้ไม่มีอะไรให้เค้าภูมิใจอีกแล้ว ตอนนี้ปลายทางของผม คือการที่จบ รับปริญญา เพื่อให้พ่อแม่ผม

ได้กลับมาภูมิใจไอ้ลูกชายคนนี้ีอีกครั้ง กลับมาเรียนคราวนี้ ไม่ได้เลือกวิศวะคอมแล้วนะ

ผมเลือกวิศวะ ระบบควบคุม เพราะอะไรเหรอ เพราะว่าเคยคุยกับพี่ๆหลายคน

(ครั้งนี้เก็บข้อมูลเยอะมากในการตัดสินใจเลือกภาค)

เหตุผลนึงคือ มึงอยากเก่งคอมเหรอ อ่านหนังสือเอาเองก็ได้ หนังสือเกี่ยวกับคอม ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

มีพื้นฐานแบบมึง อ่านเองก็เข้าใจ แล้วจะเรียนไปทำไม สู้มึงเก่งคอม แล้วไปเรียนอะไรที่มันมาเสริมเพิ่มเติมดีกว่า

อย่างระบบควบคุมมีหนังสือก็จริง แต่ถ้าไม่เรียน มันก็ยากที่จะทำความเข้าใจ

ดังนั้นมึงเลือกเอา จะเป็นวิศวะคอมที่เก่งคอมเหมือนคนอื่น หรือว่าเป็นวิศวะอย่างอื่นที่เก่งคอมไม่เหมือนคนอื่น

สุดท้ายตอนนี้ผมปี 3 ละ เกรดตอนนี้ก็ลุ้นเกรดนิยมได้ 555 แต่วิชาไหนที่มีเขียนโปรแกรม ผมซัด A มาทุกตัว

ด้วยความที่ตั้งใจมากกว่าเดิม และอะไรหลายอย่างๆ

ทุกวันนี้บอกได้เลยว่า เพื่อน พ่อ แม่ พี่ น้อง เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผม คำแนะนำดีๆ กำลังใจต่างๆ

มันทำให้ผมมีพลังในการสู้ต่อไป

และท้ายที่สุดบอกได้ว่า พ่อครับ แม่ครับ ผมรักพ่อแม่ครับ คงไม่มีพ่อแม่คนไหน ที่ให้โอกาสลูกเหี้ยๆแบบนี้ได้เท่านี้อีกแล้ว

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

และจากการทำกิจกรรมอะไรหลายๆอย่าง ทำให้รู้ว่าการแนะแนวของโรงเรียนต่างๆ

ยังไม่ดีพอที่จะทำให้นักเรียนตัดสินใจเลือกทางที่ดีที่สุดได้

อาจารย์จะไม่สนอะไรมาก เอะอะอะไรก็จะให้เรียนหมอ วิศวะ

อย่างเพื่อนผมก็มีแบบว่าอยากเรียนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมมาก

แต่อาจารย์ก็ยุให้เรียนวิศวะ แต่มันก็เชื่อตัวเอง เลือกวิทยาศาสตร์

หลังจากนั้น อาจารย์คนนั้นมองเพื่อนผมแบบว่า เหยียดๆตลอด

เพื่อนผมว่า ซํกวันมันจะเอาเกียรตินิยมมาป้าหน้า สุดท้ายมันก็จบมาด้วย เกียรตินิยมอันดับ 1

จบดีกว่า ขอบคุณนะครับที่อ่านกันมา

gaenoy

And true love is the rule, and you're nobody's fool.
The ship's coming to the light and it was love at first sight...:D

iannnnn

เฮ้ย รู้จักกันมาตั้งนานไม่รู้อะไรแบบนี้เลย :25: ++
อ่านแล้วขนลุกหลายรอบเลยเนี่ย
น่าพรินต์แจกเด็ก ม.ปลายทั่วประเทศ

(รู้แต่แม่มึงบอกตลอดเวลาที่เจอ ว่า ฝากดูไอ้บิ๊กด้วยนะ อย่าให้มันเถลไถล :30: )

จักรี

โอโห   เด็กๆ ฟังไว้นะครับ   อยากให้น้องสาวมาอ่านจริงๆ  ให้ตายเหอะ
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

psyfer

อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 21:18 น.
เฮ้ย รู้จักกันมาตั้งนานไม่รู้อะไรแบบนี้เลย :25: ++
อ่านแล้วขนลุกหลายรอบเลยเนี่ย
น่าพรินต์แจกเด็ก ม.ปลายทั่วประเทศ

(รู้แต่แม่มึงบอกตลอดเวลาที่เจอ ว่า ฝากดูไอ้บิ๊กด้วยนะ อย่าให้มันเถลไถล :30: )

โถ คุณแม่ฝากผิดคน  :52:

Rabbitinblack

อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 21:18 น.
เฮ้ย รู้จักกันมาตั้งนานไม่รู้อะไรแบบนี้เลย :25: ++
อ่านแล้วขนลุกหลายรอบเลยเนี่ย
น่าพรินต์แจกเด็ก ม.ปลายทั่วประเทศ

(รู้แต่แม่มึงบอกตลอดเวลาที่เจอ ว่า ฝากดูไอ้บิ๊กด้วยนะ อย่าให้มันเถลไถล :30: )

ใจเย็น กูแอบอายเหมือนกันนะ

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines