แฟนพันธุ์แท้พงศาวดารไทย (แตกหน่อ)

เริ่มโพสต์โดย 蓝月 (lán yuè), 08 ม.ค. 2008, 05:37 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Buob Marley

http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

iannnnn


Soris0ri

อ้างอิงศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ กล่าวถึงวาระสุดท้ายของพระเจ้าตากสินมหาราชไว้ในหนังสือ"การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี" หน้า 575 ว่า*

" ( พระพุทธยอดฟ้าฯ) จึงมีรับสั่งให้เอาไปประหารชีวิตสำเร็จโทษเสีย เพชฌฆาตกับผู้คุม
ก็ลากเอาตัวขึ้นแคร่หามไปกับทั้งสังขลิกพันธนาการ เจ้าตากสินจึงว่าแก่ผู้คุมเพชฌฆาตว่า
ตัวเราก็สิ้นบุญจะถึงที่ตายแล้ว ช่วยพาเราแวะเข้าไปหาท่านผู้สำเร็จราชการ จะขอเจรจาด้วยสักสองสามคำ
ผู้คุมก็ให้หามเข้ามา ครั้น ( พระพุทธยอดฟ้าฯ)ได้ทอดพระเนตร จึ่งโบกพระหัตถ์มิให้นำมาเฝ้า
ผู้คุมแลเพชฌฆาตก็ให้หามออกไปนอกพระราชวัง ถึงหน้าป้อมวิชัยประสิทธิ์ ก็ประหารชีวิตตัดศีรษะเสีย

ถึงแก่พิราลัย จึ่งรับสั่งให้เอาศพไปฝัง ณ วัดบางยี่เรือใต้"

ขณะที่ปรีดา ศรีชลาลัย กล่าวถึงวาระสุดท้ายของพระเจ้าตากสินฯไว้ในบทความเรื่อง"ปีสุดท้ายของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช"
ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 ประจำเดือนธันวาคม 2524 ว่า

"สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชถูกปลงพระชนม์ ณ พระวิหารที่ประทับในวัดแจ้ง (คือวัดอรุณราชวราราม ปัจจุบันนี้)
รวมวันตั้งแต่เสด็จออกทรงผนวชจนถึงวันถูกปลงพระชนม์ เป็น 28 วัน โหรจดไว้ว่าดับขันธ์ ไม่ใช้คำว่าสิ้นพระชนม์
หรือสวรรคต ก็เพื่อยืนยันว่า พระองค์ท่านถูกปลงพระชนม์ทั้งที่ทรงเพศเป็นพระภิกษุ จึงใช้คำว่าดับขันธ์
เพื่อให้เข้าใจว่ามิได้สวรรคตเมื่อลาผนวชออกมา ความจริงพระองค์ดำรงสมณเพศจนตลอดพระชนม์ชีพ
เมื่อการปลงพระชนม์เสร็จเรียบร้อยแล้ว เชิญพระศพไปฝังไว้ที่วัดอินทาราม บางยี่เรือ ใกล้ตลาดพลู คลองบางหลวง
(เวลานั้นยังเรียกวัดบางยี่เรือ)"
อ้างอิง http://www.prachatai.com/webboard/topic.php?id=629650




ฟังมาว่า
ผู้ที่ถูกประหารด้วยท่อนจันทร์แทนพระเจ้าตากสิน เป็นลูกพี่ลูกน้องของสมเด็จพระเจ้าตากสินที่หน้าตาคล้ายกัน
ในขณะที่สมเด็จพระเจ้าตากสินลงเรืออพยพหนีไปบวชที่เขาพนม นครศรีธรรมราช
Las Noches Rubicundior

เก้อ

เคยอ่านเจอทฤษฎีนี้เหมือนกัน
แต่ไม่รู้จะอ้างอิงมาจากไหน จำที่มาไม่ได้

อันนี้ผมเล่าให้ฟังเหมือนฟังนิทานนะครับ
เมื่อสองปีที่แล้ว มีโอกาสรู้จักบุคคลคนหนึ่ง
โดยอาชีพแล้วแกเป็นเจ้าของร้านอาหารดังแถวทางด่วนรามอินทรา
(คงอยู่หนึ่งในสามชื่อแรกที่ทุกท่านนึกออก)
ทำธุรกิจอีกหลายอย่าง มีส่วนในทางการเมืองบ้าง
แต่ในเชิงนักวิชาการ เป็นลูกหลานตระกูลนักการเมืองเก่าแก่ทางใต้

พอดีช่วงนั้นก่อนจะเกิดรัฐประหาร ก่อนการประท้วงจะถึงจุดพีค
ก่อนเหตุการณ์ภาคใต้จะหนักกว่าเก่า ก่อนวิกฤติทุกอย่างจะเกิด
เขาเล่าว่า มีคนที่เห็นแล้วว่าดวงเมืองกำลังตกจะถึงจุดต่ำสุด
จึงคิดให้มีการทำพิธีอะไรสักอย่าง เพื่อป้องกันเหตุ
จำรายละเอียดไม่ได้ว่ามันเกี่ยวข้องกับพระเจ้าตากสินยังไง
แต่สรุปแล้วคือ ต้องมีการสร้างเจดีย์และทำพิธีบวงสรวงให้
พระเจ้าตากสินในวัดแห่งหนึ่งที่ จ.นครศรีธรรมราช
(จำชื่อไม่ได้)ที่พระเจ้าตากไปสิ้น แล้วพี่คนที่พูดถึงนี้
แกไปวัดนั้นในวันหนึ่ง ไปกับญาติที่ถวายสังฆทาน
แต่แกไม่นับถือพระ เป็นคนไม่ง้อพระ ปฏิบัติอย่างเดียวจึงรออยู่ข้างนอก
จนเจ้าอาวาสเดินออกมาหา บอกว่าแกเป็นคนมีคุณสมบัติ
ที่จะมาทำพิธีนี้ แกก็ เหรอ คือเป็นคนไม่สนใจว่าใคร
จะมาชอบมารักไหม และตรวจดวงวันเกิดทุกอย่าง
ตรงกับที่เขาตามหา เหมือนในหนังไหมครับ
แต่บอกไว้อย่างว่า คนๆนี้ เป็นคนไม่สนใจหน้าตา
หรือชอบโม้อยากทำอะไรเอาหน้าเลย ตรงกันข้าม
เป็นคณะกรรมการปัญหาภาคใต้ชุดนึงด้วย
เขาพูดแบบไม่ได้สนใจเลยว่าใครจะเชื่อไม่เชื่อ
ก็แค่เล่าให้มึงฟัง

ถือว่าเป็นนิทานแล้วกัน แต่เป็นนิทานที่ผมว่าสนุกเชียว
เพราะเหตุการณ์หลังจากนั้นก็เป็นตามที่แกว่าไว้

อ่านของเฟิร์นแล้วนึกขึ้นได้เลย ลืมไปแล้วนะเนี่ย










I ROCK , THEREFORE I AM

psyfer

ีีคนแก่ของนครฯ ยืนยันว่าท่้่านมาอยู่ที่นครฯ จนสิ้น
แล้วก็มีเชื้อสายของท่านสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน
คนที่เล่าบอกชื่อสกุลมาด้วยแต่จำไม่ได้

ไม่มีการบอกว่าเชื้อสายที่สืบมาจนปัจจุึบันจะอพยพมาจากกรุงธนฯ
พร้อมกันกับท่าน หรือมามีทางนี้
ในช่วงสุดท้ายดูเหมือนท่านจะออกผนวช
และสิ้นฯในสมณเพศ

ทั้งหมดเป็นเรื่องเล่าที่ผู้เฒ่าผู้แก่ เล่าให้ฟัง สมัยยังเด็กๆ
เค้าบอกว่าที่วัดที่ท่านผนวชมีหลักฐานยืนยันมาท่านให้มาผนวชจริง
แต่จอยไม่เคยเพราะไม่ได้ไปวัดนั้น (จำชื่อวัดไม่ได้ด้วย)


Soris0ri


อ่านของเก้อแล้ว เหมือนหนังเลย  :18:
หรือเป็นเพราะชะตาฟ้าลิขิต คนที่ทุกคนตามหา
Las Noches Rubicundior

YURi+

#216
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 15 ม.ค. 2008, 13:28 น.
อ่านของเก้อแล้ว เหมือนหนังเลย  :18:
หรือเป็นเพราะชะตาฟ้าลิขิต คนที่ทุกคนตามหา

เหมือนคนชื่อ อิน จัน มั่น คง อยู่ ดี ที่เมื่อก่อนเขาต้องตามหามาใส่ในหลุมก่อนลงเสาเลยอะ~!  :25:

ณต

อ้างคำพูดจาก: YURi+ เมื่อ 15 ม.ค. 2008, 15:40 น.
เหมือนคนชื่อ อิน จัน มั่น คง อยู่ ดี ที่เมื่อก่อนเขาต้องตามหามาใส่ในหลุมก่อนลงเสาเลยอะ~!  :25:

ทำไมถึงต้องเป็น อิน จัน ด้วยครับ
มั่น คง อยู่ ดี นี่พอจะเข้าใจได้

ยุนเอ

#218

เพราะเป็นแฝดสยามคู่แรกของไทยรึเปล่าครับ  :08:

// ไปค้นคว้ามาว่าเป็น อิน จัน มั่น คง  บ้างก็มี อยู่ ดี มี สุข ด้วยครับ  :08:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

Bellbells

เรื่องพวกนี้ยิ่งอ่านในบันทึกของพวกฝรั่ง(ถึงจะใส่ไข่ลงไปบ้าง) ทำให้รู้ว่าสมัยก่อน
ขุนนาง หรือแม้แต่คนในวังให้ค่าของคนในปกครองต่ำจริงๆ
ผมไม่แน่ใจนะว่าหลักเมืองที่เชียงใหม่จะทำแบบนี้มั้ย แต่ที่โคราชเห็นอาจารย์เคยพูดถึงอยู่ราวๆนี้
น่ากลัวจริงๆ  :37:

X11

http://www.sarakadee.com/feature/2000/12/contemporary_siam.htm

อ้างอิงเมื่อละครโทรทัศน์เรื่องหนึ่ง นำเหตุการณ์เกี่ยวกับการยกเสาหลักเมือง หรือประตูเมืองว่ามีการฝังคนทั้งเป็นออกเผยแพร่ ทำให้คนสงสัยว่าการกระทำดังกล่าวมีจริงหรือไม่ และในฉากนั้นมีพระสงฆ์นั่งทำพิธีอยู่ด้วย ดูไม่เป็นการสมควร เท่ากับนำพระเข้าไปรู้เห็นเป็นใจกับการฆ่าคน จึงเกิดความสงสัยถามไถ่กันขึ้น บางคนก็ว่าเคยได้ยินได้ฟังมาอย่างนั้น ทำท่าจะเชื่อ แต่บางคนก็สงสัยว่าได้หลักฐานมาจากตำราใด และเชื่อได้หรือไม่
     ความเชื่อเรื่องฝังคนทั้งเป็นนี้ เข้าใจว่าจะมีการบอกเล่าสืบต่อกันมา เป็นการเชื่อแบบชาวบ้านโดยที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน และคนที่รับฟังก็เชื่อโดยไม่ได้ไตร่ตรอง จนถึงกับนำมาเขียนเป็นประวัติศาสตร์ก็มี เท่าที่พบมีอยู่แห่งหนึ่ง คือการฝังหลักเมืองของเมืองถลาง ในหนังสือ ประวัติจังหวัดภูเก็ตฉบับฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้กล่าวถึงการฝังหลักเมืองไว้ตอนหนึ่งว่า
    "เมื่อท้าวเทพกษัตรีและท้าวศรีสุนทรได้ถึงอสัญกรรมแล้ว พระยาถลาง (ทองพูน) ได้เป็นเจ้าเมืองถลาง ได้จัดหาสถานที่เพื่อสร้างเมืองใหม่ขึ้น และได้ตกลงให้สร้างเมืองใหม่ขึ้นที่ตำบลเทพกษัตรี อำเภอถลางในปัจจุบันนี้ โดยเรียกว่า 'บ้านเมืองใหม่' เมื่อจัดหาที่ได้แล้ว จึงได้ประกอบพิธีกรรมขึ้นเพื่อฝังหลักเมือง โดยนิมนต์พระภิกษุสงฆ์รวม ๓๒ รูป เจริญพระพุทธมนต์อยู่ ๗ วัน ๗ คืน แล้วจึงให้อำเภอทนายป่าวร้องหาตัวผู้ที่จะเป็นแม่หลักเมือง (ผู้ที่จะเป็นแม่หลักเมืองได้ต้องเป็นคนที่เรียกกันว่า สี่หูสี่ตา คือกำลังมีครรภ์นั่นเอง) การป่าวร้องหาตัวแม่หลักเมืองนี้ ได้ประกาศป่าวร้องเรื่อย ๆ ไปตลอดทุกหมู่บ้านว่า โอ้เจ้ามั่น โอ้เจ้าคง อยู่ที่ไหนมาไปประจำที่ ในที่สุดจึงไปได้ผู้หญิงชื่อนางนาค ท้องแก่ประมาณ ๘ เดือนแล้ว นางนาคได้ขานตอบขึ้น ๓ ครั้ง แล้วได้เดินตามผู้ประกาศไป ขณะนั้นเป็นเวลาพลบค่ำแล้ว เมื่อไปถึงหลุมที่จะฝังหลักเมือง นางนาคก็กระโดดลงไปในหลุมนั้นทันที ฝาหลุมก็เลื่อนปิด เจ้าพนักงานก็กลบหลุมฝังหลัก เป็นอันเสร็จพิธีการฝังหลักเมือง"
    ตามเรื่องข้างต้นนี้ไม่มีในพงศาวดาร คนเขียนขึ้นตามที่เคยฟังเขาเล่ากัน หรือจับเอาเรื่อง ราชาธิราช เมื่อพระเจ้าฟ้ารั่วสร้างปราสาทมาเป็นพิธีฝังหลักเมือง ดังมีข้อความตอนหนึ่งว่า
    "ครั้นวันฤกษ์พร้อมกันคอยหาฤกษ์ และนิมิตกึ่งฤกษ์เวลากลางวัน พอหญิงมีครรภ์คนหนึ่งเดินมาริมหลุม คนทั้งปวงพร้อมกันว่าได้ฤกษ์ แล้วก็ผลักหญิงนั้นลงในหลุม จึงยกเสาปราสาทนั้นลงหลุม"
    บางทีจะเป็นเรื่องนี้เองก็ได้ ที่คนเอาไปโจษขานเล่าลือกัน แล้วเลยหลงเข้าใจผิดไปว่า การฝังหลักเมือง หรือประตูเมืองนั้นต้องฝังคนท้องทั้งเป็น หรือคนที่มีชื่อว่า อิน จัน มั่น คง จนพวกฝรั่งฟังไม่ได้ศัพท์ จึงเอาไปเขียนอธิบายกันยืดยาว และที่น่าอัศจรรย์ใจก็คือ หนังสือประวัติจังหวัดภูเก็ตเล่มดังกล่าว ได้ตีพิมพ์เรื่องตอนนี้ไปได้อย่างไร คนอ่านไม่ได้คิด ก็จำเรื่องผิด ๆ ไป
    ตามตำราพระราชพิธีฝังหลุมพระนคร หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ตำราพระราชพิธีนครฐาน ฉบับโบราณก็มีอยู่หลายฉบับ ได้พรรณนาพิธีการตั้งแต่ต้นจนสุดท้ายอย่างละเอียดพิสดาร ก็ไม่มีตอนใดกล่าวถึงคนชื่อ อิน จัน มั่น คง หรือคนมีท้อง มีแต่ให้เอาดินจากทิศทั้ง ๔ มาปั้นเท่าผลมะตูม สมมุติว่าเป็นธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม มีคนถือก้อนดินคนละก้อน ยืนปากหลุมทั้ง ๔ ทิศ เมื่อทำพิธีมีโหรผู้ใหญ่ถามถึงก้อนดินแต่ละก้อนนั้นมีคุณประการใด ผู้ที่ถือก้อนดินก็ตอบไปตามลำดับคือธาตุดิน มีพระคุณจะทรงไว้ซึ่งอายุพระนครให้บริบูรณ์ ด้วยคามนิคมเป็นที่ประชุมประชาชนพลพาหนะ ตั้งแต่ประถมตราบเท่าอวสาน, คนถือธาตุน้ำตอบว่า มีพระคุณให้สมเด็จบรมกษัตริย์ แลเสนาอำมาตย์ราษฎรทั้งหลาย เจริญอายุวรรณะสุขะพละสิริสวัสดิมงคลทั้งปวง, คนที่ถือธาตุไฟตอบว่า มีพระคุณให้โยธาทหารทั้งปวงแกล้วกล้า มีตบะเดชะแก่หมู่ข้าศึก, คนที่ถือธาตุลมตอบว่า มีพระคุณจะให้เจริญสมบัติธนธัญญาหาร กสิกรรมวาณิชกรรมต่าง ๆ เมื่อกล่าวตอบครบแล้วก็ทิ้งก้อนดินนั้นลงในหลุม แล้วเชิญแผ่นศิลายันต์ลงในหลุม และเชิญหลักตั้งบนแผ่นศิลานั้น อัญเชิญเทวดาเข้าประจำรักษาหลักพระนคร
    พิธีสำคัญก็มีเพียงเท่านี้ ไม่มีการฝังคนทั้งเป็นแต่อย่างไรเลย

ส พลายน้อย สารคดี. ปีที่ 16 ฉบับที่ 190 เดือนธันวาคม 2543

YURi+

ไอ้เรื่องฝังคนลงหลุมก่อนลงเสาเนี่ย

อ่านมาจากหนังสือ "พม่าเสียเมือง" ของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ค่ะ,

ท่านยืนยันว่า ประเทศไทยไม่เคยทำการดังกล่าวมาก่อนในประวัติศาสตร์;

ท่านกล่าวไว้ในตอนที่พระเจ้าสีป้อของพม่าย้ายพระนครใหม่

แล้วก็ให้ตามหาคนที่ต้องลักษณะมายัดลงหลุมทั้งเป็นก่อนลงเสาพระนคร

แต่ประชาชนรู้ก็อพยพหลบหายกันไปหมด, ถึงพม่าจะใช้กลวิธีอย่างไร ไม่ว่าจะจัดลิเกให้คนมาดู เป็นต้น ประชาชนก็ไม่สน,

สุดท้ายก็ใช้กำลังออกตามล่าจนได้มาจนครบ แล้วก็ถีบลงหลุมทั้งเป็นตามตำราทุกประการ.


หนังสือหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ดังกล่าวยังมีรายละเอียดเกี่ยวความเชื่อ ที่มาที่ไป

ประวัติศาสตร์ และวิธีการเกี่ยวกับการฝังคนทั้งเป็นนั้นอีกด้วยค่ะ, อยากรู้ก็หามาอ่านดู สนุกมากค่ะ.

(พอดีเค้าจำรายละเอียดตอนนั้นไม่ได้แล้วง่ะ)~!

ดาเฉยๆ

จำได้ว่าเรื่องอินจันมั่นคงเนี่ย ได้ยินครั้งแรกจากเพื่อนที่ดูละคร คุยกันตอนมัธยม
แล้วเรื่องเล่ามันก็ดูน่าเชื่อถือขึ้นเรื่อยๆ  :42:

Dayight

อิน จัน เป็นชื่อต้นไม้มงคง มั้งครับ เห็นแม่บอกอย่างนั้น

แม่บอกว่า เค้าไม่ได้เอาคนชื่อ อิน จัน มั่น คงอยู่ดี ตามนั้นเป๊ะๆหรอกนะครับ

เวลา ค่ำๆ จะมีกลุ่มนายทหาร ตะโกนชื่อเหล่านี้ทีละชื่อออกไป แล้วถ้ามีเสียงตอบกลับ เค้าก็จะมุ่งไปพาคนที่ขานรับมา

อินนนนนนนนนนนนนนนน    จันนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน   มั่นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน  คงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง   

โบราณเค้าจึงบอกว่า เวลามีเสียงอะไรอย่าไปตะโกนตอบรับ

แล้วถ้าวันดีคือดี มีเสียงตะโกนว่า แอนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน   จักรีีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรีรี

อย่าไปตอบรับนะครับ  :43:

กินรอบวง

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines