FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน

เริ่มโพสต์โดย iannnnn, 08 เม.ย. 2005, 00:18 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Candy_Girl

 :25: อ่านเรื่องปู่ฤาษี แล้วซาบซึ้ง..

iannnnn

เอามาจากพันทิปครับ - http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5525699/A5525699.html



ความสุขของพระมหากษัตริย์

ได้รับ forward mail มา หนึ่งฉบับ อ่านแล้วรู้สึกเห็นด้วยกับเมล์ฉบับนี้ จึงอยากให้เพื่อนๆ เฉลิมไทย ได้อ่านกันบ้าง ซึ่งถ้าคนไหนเคยอ่านแล้ว หรือว่าเบื่อกับข้อความนี้ ก็ขออภัยด้วย..


ข้อความมีดังนี้............



ความสุขของพระมหากษัตริย์



หนึ่งปีที่ผ่านมา......
เราใส่เสื้อเหลือง
เราใส่สายรัดข้อมือสีเหลือง

คนนับแสนไปนั่งรอเป็นชั่วโมงๆ หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม
เพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวเพียงไม่กี่นาที

วันนั้น ในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเสื่อมศรัทธาในระบบการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็น ประมุข
เราได้แสดงให้โลกได้เห็นว่ามีประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งที่คนทั้งชาติยังซื่อสัตย์จงรักภักดี
ต่อราชวงศ์จักรี และพระมหากษัตริย์อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย






.....สิบสองปีที่ผ่านมา......


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนักด้วยโรคหัวใจเพราะทรงงานหนักเกินไป
ในขณะเดียวกัน สมเด็จพระราชชนนีก็ทรงพระประชวรหนักอยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราชเช่นกัน

เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนิน
ไปทรงเยี่ยมพระราชชนนีไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่ถวาย พระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่พระอุระ
และในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือม้วนแผนที่กรุงเทพฯ เพราะน้ำกำลังท่วมกรุงอยู่


ยังจำกันได้ไหม ?


.... 34 ปีที่ผ่านมา.....

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516  เป็นครั้งแรกในรัชกาลที่เกิดวิกฤติด้านการเมืองรุนแรงที่สุด
วันนั้น นิสิตนักศึกษาและประชาชนนับหมื่นนับแสนเดินขบวนประท้วงรัฐบาล
เหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งขึ้น ตำรวจทหารยิงประชาชน ในขณะที่นิสิตนักศึกษาก็เผาสถานที่ราชการ
เกิดกลียุคทุกหย่อมหญ้า คนไทยฆ่าคนไทยด้วยกันเอง

คืนนั้น สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดจากพระราชวังสวนจิตรลดา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสกันคนไทยทุกคนว่า
"คนไทยจะฆ่าคนไทยด้วยกันไม่ได้ ทุกอย่างต้องสงบโดยฉับพลัน"


และทุกอย่างก็สงบโดยฉับพลัน




หลังจากนั้นไม่นาน มีฝรั่งคนหนึ่งมาถามผมว่า
"เป็นไปได้อย่างไร ที่คนๆ เดียวจะมีอำนาจเหนือคนทั้งประเทศได้อย่างนั้น ?"

ผมไม่ได้ตอบ แต่ตอนนั้นใจผมคิดถึงประโยคที่ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมชฯ
ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BBC ว่า พระองค์ทรงเป็น "SOUL OF THE NATION" 
หรือ " จิตวิญญาณของคนไทยทั้งชาติ"


ยังจำกันได้ไหม ?






แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ?



เราสร้างค่านิยมผิดๆ ว่าคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินมากที่สุด

เราโกงทุกครั้งที่มีโอกาส

เราเรียกร้องประชาธิปไตยโดยคิดถึงแต่ "สิทธิ " แต่ลืมคำว่า " หน้าที่"

เรากำลังฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้

เราสร้าง "กฎหมู่ " ให้เหนือ "กฎหมาย "

เราเดินขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วย

เราก้าวร้าวต่อกัน เราแตกแยกกัน

และทั้งโลกกำลังจับตามองเราอยู่





เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา
จะทรงเสียพระทัยเพียงใด ?

80 ชันษาของพระองค์ท่าน
หากเปรียบกับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่
ได้รับการดูแลและระมัดระวังเป็นพิเศษ
ไม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก หรือกระทบกระเทือนใจแต่อย่างใด

แต่กลับเป็นว่า ในปีที่ครบ 80 ชันษาของพระองค์ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา
ทั้งๆ ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวายการดูแลของคณะแพทย์



พระองค์ต้องรับทุกข์ของคนไทยทั้งชาติ
ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้
ไม่ใช่จะประทับอยู่ในพระราชวังใหญ่โตสวยงาม แห่ล้อมด้วยข้าราชบริพาร


หากแต่ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้คือ
เมื่อประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคีกัน
รู้จักความพอเพียง และมีสติ- เพียงเท่านี้เอง




แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ?
หรือนี่คือการแสดงความกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ของเรา ?


ขอทำดีเพื่อพระองค์ค่ะ
เรารักในหลวง

HyoPlum

อ่านแล้วน้ำตาซึมเลยครับ  :46:
ความสวยไม่รับประกัน แต่ความมันเดี๊ยนรับรอง

Ah!

 :46:
เห็นด้วยเช่นกันครับ






เชื่อไหมว่าบางคนอ่านแล้วก็ยังอยากจะทะเลาะกันอยู่ดี  :41:
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

ความฝันกลางฤดูร้อน

อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง อ๋าห์ เมื่อ 26 มิ.ย. 2007, 14:25 น.
เชื่อไหมว่าบางคนอ่านแล้วก็ยังอยากจะทะเลาะกันอยู่ดี  :41:
:08:ของบางอย่างมันเป็นตั้งแต่ในโครโมโซมแล้วครับ  :08: (ภาษาบ้านๆคือคำว่า สันดาน)
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

Buob Marley

อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 26 มิ.ย. 2007, 04:42 น.
เอามาจากพันทิปครับ - http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5525699/A5525699.html



ความสุขของพระมหากษัตริย์

ได้รับ forward mail มา หนึ่งฉบับ อ่านแล้วรู้สึกเห็นด้วยกับเมล์ฉบับนี้ จึงอยากให้เพื่อนๆ เฉลิมไทย ได้อ่านกันบ้าง ซึ่งถ้าคนไหนเคยอ่านแล้ว หรือว่าเบื่อกับข้อความนี้ ก็ขออภัยด้วย..


ข้อความมีดังนี้............



ความสุขของพระมหากษัตริย์



หนึ่งปีที่ผ่านมา......
เราใส่เสื้อเหลือง
เราใส่สายรัดข้อมือสีเหลือง

คนนับแสนไปนั่งรอเป็นชั่วโมงๆ หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม
เพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวเพียงไม่กี่นาที

วันนั้น ในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเสื่อมศรัทธาในระบบการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็น ประมุข
เราได้แสดงให้โลกได้เห็นว่ามีประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งที่คนทั้งชาติยังซื่อสัตย์จงรักภักดี
ต่อราชวงศ์จักรี และพระมหากษัตริย์อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย






.....สิบสองปีที่ผ่านมา......


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนักด้วยโรคหัวใจเพราะทรงงานหนักเกินไป
ในขณะเดียวกัน สมเด็จพระราชชนนีก็ทรงพระประชวรหนักอยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราชเช่นกัน

เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนิน
ไปทรงเยี่ยมพระราชชนนีไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่ถวาย พระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่พระอุระ
และในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือม้วนแผนที่กรุงเทพฯ เพราะน้ำกำลังท่วมกรุงอยู่


ยังจำกันได้ไหม ?


.... 34 ปีที่ผ่านมา.....

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516  เป็นครั้งแรกในรัชกาลที่เกิดวิกฤติด้านการเมืองรุนแรงที่สุด
วันนั้น นิสิตนักศึกษาและประชาชนนับหมื่นนับแสนเดินขบวนประท้วงรัฐบาล
เหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งขึ้น ตำรวจทหารยิงประชาชน ในขณะที่นิสิตนักศึกษาก็เผาสถานที่ราชการ
เกิดกลียุคทุกหย่อมหญ้า คนไทยฆ่าคนไทยด้วยกันเอง

คืนนั้น สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดจากพระราชวังสวนจิตรลดา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสกันคนไทยทุกคนว่า
"คนไทยจะฆ่าคนไทยด้วยกันไม่ได้ ทุกอย่างต้องสงบโดยฉับพลัน"


และทุกอย่างก็สงบโดยฉับพลัน




หลังจากนั้นไม่นาน มีฝรั่งคนหนึ่งมาถามผมว่า
"เป็นไปได้อย่างไร ที่คนๆ เดียวจะมีอำนาจเหนือคนทั้งประเทศได้อย่างนั้น ?"

ผมไม่ได้ตอบ แต่ตอนนั้นใจผมคิดถึงประโยคที่ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมชฯ
ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BBC ว่า พระองค์ทรงเป็น "SOUL OF THE NATION" 
หรือ " จิตวิญญาณของคนไทยทั้งชาติ"


ยังจำกันได้ไหม ?






แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ?



เราสร้างค่านิยมผิดๆ ว่าคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินมากที่สุด

เราโกงทุกครั้งที่มีโอกาส

เราเรียกร้องประชาธิปไตยโดยคิดถึงแต่ "สิทธิ " แต่ลืมคำว่า " หน้าที่"

เรากำลังฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้

เราสร้าง "กฎหมู่ " ให้เหนือ "กฎหมาย "

เราเดินขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วย

เราก้าวร้าวต่อกัน เราแตกแยกกัน

และทั้งโลกกำลังจับตามองเราอยู่





เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา
จะทรงเสียพระทัยเพียงใด ?

80 ชันษาของพระองค์ท่าน
หากเปรียบกับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่
ได้รับการดูแลและระมัดระวังเป็นพิเศษ
ไม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก หรือกระทบกระเทือนใจแต่อย่างใด

แต่กลับเป็นว่า ในปีที่ครบ 80 ชันษาของพระองค์ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา
ทั้งๆ ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวายการดูแลของคณะแพทย์



พระองค์ต้องรับทุกข์ของคนไทยทั้งชาติ
ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้
ไม่ใช่จะประทับอยู่ในพระราชวังใหญ่โตสวยงาม แห่ล้อมด้วยข้าราชบริพาร


หากแต่ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้คือ
เมื่อประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคีกัน
รู้จักความพอเพียง และมีสติ- เพียงเท่านี้เอง




แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ?
หรือนี่คือการแสดงความกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ของเรา ?


ขอทำดีเพื่อพระองค์ค่ะ
เรารักในหลวง

เพิ่งได้เมลมา
ว่าจะเอามาโพสซะหน่อย :23:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

หนุ่ม

น่าเอาไปแจกตรงที่่เค้าชุมนุมกัน เผื่อจะคิดอะไรได้มั่ง
Reading Learning & Sharing

โก้

#607


ถ้าให้จัดเรียงความสำคัญของ 'ผู้หญิง' ในชีวิตเรามาสามอันดับแรก น่าเป็นดังนี้

อันดับที่หนึ่ง คือ 'แม่'
อันดับที่สอง คือ 'แม่'
อันดับที่สาม คือ 'แม่'

ใช่ครับ ผมกำลังจะพูดถึง 'แม่'สิ่งที่เราทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว แต่ว่า
อาจมีบ้างบางครั้งที่เราหลงลืมไป จนขาดความใส่ใจกับบุคคลใกล้ตัวท่านนี้
จำได้ มั๊ยครับ

ครั้งสุดท้ายที่คุณกอดแม่น่ะเมื่อไหร่?
อย่าบอกนะว่าคุณอายุมากเกินไปแล้ว...เป็นไปไม่ได้
ไม่มีใครแก่เกินกว่าจะกอดแม่หรอก

ผมอยากอวดแม่ของผมครับ
แม่ผมเป็นคนบ้านนอก เชยๆ ผมชอบนั่งแอบมองแม่เวลาแกเผลอ หล่อนอยากทำอะไร
ผมก็ปล่อยให้แกทำ

ล่าสุดนี่ เธอเหยาะน้ำยาปรับผ้านุ่มลงไป ในน้ำสุดท้ายของการอาบน้ำให้หมาด้วย
ด้วยเหตุผลของคนซื่อ คือเธอบอกว่า ทำตั้งหลายครั้งแล้ว ก็ไม่เห็นหมามันบ่นอะไร

แม่ผมเรียนมาน้อย เรียกว่าไม่ได้เรียนเลยก็เกือบจะว่าได้ เธอศึกษาทุกอย่างด้วยการจำ
เห็นเขาพูดเขาทำอะไรในโฆษณาก็พยายามเอามาใช้กับลูกชาย
ครั้งนึงผมน้ำเข้าหู เธออวดภูมิด้วยการบอกให้ผมใช้ไม้สำลีเช็ดหู ของจอห์นสันไมโครบัส

ผู้หญิงคนเดียวกันนี้เองที่ลากครกกับสากกะเบือออกไปตำน้ำพริกมะม่วงนอกบ้าน
เพราะเห็นลูกชายกำลังนอนหลับอยู่ในบ้าน ไม่ใช้ตำแค่นอกบ้านนะ
แต่เธอออกไปตำนอกรั้วบ้านเลยทีเดียว

ผมกับแม่ทุกวันนี้ เราอาศัยอยู่ด้วยกันที่ต่างจังหวัด
ทุกครั้งที่ผมขับรถเข้ามาคุยงานในกรุงเทพฯ
เธอยังคงทำกับข้าวใส่กล่องมาให้ผมกินอยู่เสมอ

และเธอไม่เคยลืมที่จะเด็ดดอกจำปีหน้าบ้าน มาใส่ในกล่องข้าวด้วยทุกครั้ง
ผมตื้นตัน แต่!แม่ครับ ผมอยากจะบอกแม่ว่า...ดอกจำปีมันไม่อร่อยเลยครับ

เมื่อไม่นานมานี้ครอบครัวของเราได้มีวาสนาไปออกรายการโทรทัศน์
รายการเจาะใจ

ผมบอกแม่ว่า 'นี่เธอ ชั้นจะพาเธอไปออกโทรทัศน์นะ ดีใจมั๊ย'
แม่อิดออด แบ่งรับแบ่งสู้ 'ไม่เอาดีกว่ามั๊งลูก เดี๋ยวเขาถามอะไรแล้วแม่ตอบไม่ได้'

แม่ครับ รายการเขาไม่ได้มีสิบหกคำถาม สามตัวช่วย ถามใครก็ได้
ตอบได้สองครั้ง หรือว่าเปลี่ยนคำถาม ถึงแม่จะตอบผิด เกมส์เขาก็ไม่ได้จบลงทันทีซะเมื่อไหร่

นะแม่นะ ไปด้วยกันเถอะนะ'
'ไม่เอาหรอก แม่ไม่ไปดีกว่า'
'เอาน่าแม่ ไปด้วยกันเถอะ'
'ไว้ถึงวันนัดก่อนแล้วกัน แม่จะให้คำตอบ'

แล้วคำตอบของแม่ก็คือ การตื่นไปทำผมตั้งแต่มืด
ร้อยวันพันปีเธอเคยเข้าร้านเสริมสวยกับเขาซะที่ไหน
แต่ผมก็รู้ดีว่าเธอไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง...เธอทำเพื่อชายไทยทั้งประเทศต่างหาก!!!!!!!!!!

เรื่องราวแม่มีมากมายไม่รู้จบ เป็นนิทานให้เรานั่งมองได้ไม่รู้เบื่อ
ถ้าเราจะหาเวลาว่างๆ นั่งลอบมองดูเธอคนนั้นบ้างเท่านั้นเอง

ผมเชื่อว่า แม่ของพวกเราทุกคนมีมุมน่ารัก ให้เราได้อมยิ้มอยู่เสมอ
เป็นเรื่องน่าแปลก ที่เรามักจะรู้กันอยู่ในใจว่าเรารักผู้หญิงคนนี้

แต่ทว่า เรากลับนั่งกินข้าวกับเธอ น้อยกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ ซะอีก
เราถูกสอนมาให้รักแม่ แต่เรากลับซื้อของขวัญให้คนอื่น บ่อยกว่าซื้อให้แม่ของเราซะอีก

เดี๋ยวนี้ผมอายุมากขึ้น แม่ก็อายุมากกว่าเราอีกเท่าตัว
ผมยังคงนั่งแอบมองแม่อยู่ แม่ผมแก่ลงไปมาก

หล่อนจะมีเวลามาโพสต์ท่าให้เรานั่งแอบมองได้อีกสักกี่ปี
บนโลกกลมๆใบนี้ ผมมัวแต่วิ่งวนเร็วจี๋จนแทบจะชนหลังตัวเองอยู่ร่อมร่อ
ตลอดเวลาเราไขว่คว้าหาอะไรอยู่ก็ไม่รู้ จนเกือบลืมผู้หญิงคนนี้

กว่าจะนึกขึ้นมาได้ เวลาก็ผ่านไปมากมาย
ถ้าบทความนี้ สะกิดให้ใครนึกถึงแม่ขึ้นมาได้มั่งล่ะก้อ ขอร้องล่ะ

อย่าทำได้แค่นั่งมองแม่ เพราะเกรงว่าเพียงแค่นั้นจะไม่ทันการณ์
เวลาไม่ได้มีเหลือเฟือ...


บทความจากพิง ลำพระเพลิง
ก๊อบมาจากเว็บปืน BB  อาจจะซ้ำแล้วบนเว็บฟ๐อนต์

แต่ให้อ่านซำ้หลายๆ รอบ แล้ววิ่งไปกอดแม่ซะ
:22:
nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo

蓝月 (lán yuè)

 :16: ชอบรูปและเนื้อความมากๆ เลยค่ะ
ชอบมาก และคิดถึงแม่ขึ้นมาเลยจริงๆ นะ
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

คิ้วหนาจ้ะ

ขอบคุณครับพี่โก้


อู๋


Buob Marley

>>   หลวงพ่อเล่าให้ ฟังว่า..
>>   ท่านเล่าว่าที่วัดป่าชิคาโก มีพระพุทธรูปอยู่องค์นึง..
>>   ปางปฐมเทศนาหรือปางแสดง ธรรมจักร
>>   (เราคิดว่าเป็นปางนี้ เพราะแม่บอกว่าเป็นปางที่ท่านทำมือจีบๆ)
>>
>>   หลวงพ่อท่านเล่า ว่า..
>>   มีเด็กฝรั่งคนนึงมาที่วัดกับแม่ เค้า
>>   ตอนเดินผ่านพระพุทธรูปองค์นี้..
>>   เค้าก็สะกิดๆแม่เค้าแล้วก็บอกว่า..
>>
>>   "Look mom,
>>   Buddha says everything is okay.."
>>
>>   เราฟังแล้วขำกลิ้ง เลย..
>>   เด็กอะไร เข้าใจคิดจริงๆ :
>>
>>   หลวงพ่อบอกว่า เออ หลวงพ่อก็เห็นพระพุทธรูปองค์นี้มาตั้งนาน แล้ว
>>   เดินผ่านอยู่ทุกวัน
>>   ไม่ เห็นเคยมองมุมนั้นมาก่อนเลย :
>>   ท่านบอกว่า หลังจากนั้น เดินผ่านพระพุทธรูปองค์นี้ทีไร
>>   ก็จะนึกขึ้นมาทุกทีว่า พระพุทธรูปท่านว่า Everything is okay ^^'

http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

Bellbells

อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 25 ต.ค. 2006, 00:26 น.
คนที่รู้จักกันมา................เพียง 4 ปี อาจจะเข้าใจเรามากกว่าคนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เกิด
คนที่รู้จักกันมา................เพียง 6 เดือน อาจเข้าใจเรามากกว่าที่เราคิด
คนที่รู้จักกันมา................เพียง 3 เดือน อาจเข้าใจเรามากกว่าที่เราเห็น
คนที่รู้จักกันมา................เพียง 1 เดือน อาจเข้าใจเรามากกว่าที่เราฝัน
คนที่รู้จักกันมา................เพียง 1 สัปดาห์ อาจเข้าใจเรามากกว่าคนรู้ใจ
คนที่รู้จักกันมา................เพียงเมื่อวาน – ในวันนี้ เค้าอาจจะเข้าใจเรา – มากกว่าที่เราเข้าใจตัวเอง



:25:

เรื่องนี้ผมชอบนะ คือแฟนผมที่คบกันมา 3 ปี เลิกกับผมไปคบกับแฟนใหม่ที่รู้จักกันแค่เดือนเดียว

Ou!







วิธีทำงานกับคนที่ไม่ชอบหน้า


ก็เข้าใจว่าไม่มีใครเพอร์เฟ็คท์ได้เต็มร้อย แต่ก็มีไม่น้อยที่ต้องฝืนใจทนทำงานกับคนที่เราแสนจะ..เหม็นขี้หน้า แต่ถ้าจะปล่อยให้แต่ละวันเป็นวันแห่งความทรมานใจ ก็เป็นการบั่นทอนกำลังใจเกินไป ลองคิดใหม่ ทำใหม่ ให้ทำงานกันได้ราบรื่นดีกว่าไหม

1. เปิดใจให้กว้าง ลดความรู้สึกไม่ชอบในใจลงไปสักนิด..แค่นิดเดียวก็จะทำให้คุณฟังเขาพูดได้รื่นหูมากขึ้น

2. เน้นที่ตัวงานมากกว่าตัวคน เวลาสั่งงานให้เน้นที่งานมากกว่าระบุตัวคุณ เช่นแทนที่เขาจะบอกว่า "คุณต้องส่งงานนี้ที่ฉัน ภายในวันศุกร์" ก็เปลี่ยนเป็น "รายงานชิ้นนี้ต้องส่งนายวันศุกร์นี้ค่ะ"

3. คุยกันแบบตัวต่อตัวหรือทางโทรศัพท์ สำหรับเรื่องสำคัญ หรือเรื่องที่คิดว่าจะมีปัญหาผิดใจกันได้ง่ายๆ

4. พูดกันให้สั้น กระชับ ตรงประเด็น ไม่อยากเถียงกันมากขึ้นอธิบายทุกอย่างให้ชัดเจน

5. ให้เขารู้ผลเสียที่จะตามมา ถ้าเขาทำไม่ดี เช่น บอกว่าถ้าเขาส่งงานไม่ทันเดทไลน์จะเป็นอย่างไร "ถ้าคุณปิดต้นฉบับไม่ทันศุกร์นี้ หนังสือก็จะออกช้านะ"

6. ถ้ามีประชุม เตรียมพร้อมทุกอย่างในส่วนของตัวเองอย่างดีที่สุด และก็ไม่ต้องตำหนิใครถ้าคนอื่นไม่พร้อม

7. ถ้ามีเรื่องต้องโต้แย้ง (มั่นใจว่า..มีเถียงแน่ๆ) ให้จดประเด็นที่ต้องพูดเป็นข้อๆ แล้วคุยให้อยู่ในประเด็นนั้นให้ได้

8. ไม่นินทาฝ่ายตรงข้ามลับหลัง ประเภทว่าปิดกันให้แซด! น่ะ...ถึงเจ้าตัวชัวร์

9. ใจเย็นๆ ถ้าทำงานกับคนที่ไม่ชอบ..นี่คือคาถาที่สำคัญที่สุด


งบน้อย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines