FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน

เริ่มโพสต์โดย iannnnn, 08 เม.ย. 2005, 00:18 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ART_

งั้นแก้แล้วครับ โล๊ะตรงนั้นทิ้ง คนหลังๆจะได้สบายตาสบายใจครับ  :22: :22:

poloh

ณ วัดแห่งหนึ่ง หลวงตาเพิ่งกลับจากการบิณฑบาตเห็นลูกศิษย์วัดนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น
จึงเข้าไปถามไถ่ว่าเป็นอะไร ลูกศิษย์ตอบกลับมาว่า


"ผมถูกใส่ร้าย ผมไม่ได้ขโมยเงินในหอพระ
แต่ผมเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูบ่อย ๆ ทุกคนก็หาว่าผมเป็นขโมย ไม่มีใครเชื่อผมเลย ฮือ ฮือ"

หลวงตานั่งลงข้าง ๆ พยักหน้าเข้าใจแล้วสอนลูกศิษย์ว่า

"เจ้ารู้ไหมในตัวเรามีคนอยู่สามคน

คนแรกคือ คนที่เราอยากจะเป็น
คนที่สองคือ คนที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น
คนที่สามคือ ตัวเราที่เป็นเราจริง ๆ

ลูกศิษย์หยุดร้องไห้ นิ่งฟังหลวงตา

"คนเราล้วนมีความฝัน ความทะเยอทะยานอยาก
ตามประสาปุถุชนทั่วไป ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย
บางครั้งความฝันก็เป็นสิ่งสวยงาม เป็นพลังที่ทำให้เราก้าวเดิน
ถ้าถึงจุดหมายเราก็จะรู้สึกว่าโลกนี้ช่างสว่างไสวสวยงาม
ดังนั้นเราควรมีความฝันไว้ประดับตน เพื่อเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงหัวใจ "

"มาถึงไอ้ตัวที่สอง จะเป็นเราแบบที่คนอื่นยัดเยียดให้เป็น บางครั้งก็ยัดเยียดว่าเราดีเลิศ
จนเราอาย เพราะจิตสำนึกเรารู้ดีว่ามันไม่จริงหรอก แต่เราก็ยิ้มรับ
แต่บางครั้งไอ้ตัวที่สองนี้ก็มหาอัปลักษณ์ จนไม่อยากจะนึกถึง ซ้ำร้ายยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
เพราะมันเป็นโลกในมือคนอื่น มันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่คนอื่นยื่นให้ "

"อย่างคนขับสิบล้อจอดรถอยู่ข้างทางเฉย ๆ เช้ามาพบศพใต้ท้องรถ ก็ต้องขับรถหนี
ทั้งที่ศพนั้น ถูกรถชนตายอีกฝั่งแล้วดันถลามาใต้ท้องรถ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนขับสิบล้อ
บางคนก็ตัดสินไปแล้วว่าเขาเป็นฆาตกร "


คนที่ชอบนินทานั้นมองคนอื่นด้วยใจที่หยาบช้า ไร้วิจารณญาณ ใจแคบ
มองคนอื่นผ่านกระจกสีดำแห่งใจตัวเอง คนเหล่านี้มีอยู่ทั่วไปในสังคม
เจ้าต้องจำไว้นะ ทุกครั้งที่เราว่าคนอื่นเลว
คนอื่นไม่ดี ก็เท่ากับเราประจานความมืดดำในใจตัวเองออกมา
เห็นสิ่งไม่ดีของใครจงเตือนตัวเองว่าอย่าทำ อย่าเลียนแบบ
นั่นแหละวิถีของนักปราชญ์ ถ้าเอาไปว่าร้ายนินทาเรียกว่าวิถีของคนพาล "

"แล้วเราต้องทำตัวอย่างไรละครับในเมื่อเราต้องเจอคนเหล่านั้นเรื่อย ๆ "

ลูกศิษย์หยุดร้องไห้แล้ว เริ่มสนทนาโต้ตอบหลวงตา

"เจ้าต้องทำความเข้าใจจิตใจมนุษย์
เรียนรู้ว่าความเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้
เราห้ามใจใครไม่ได้ สิ่งใดที่เราไม่ได้ทำ
ไม่ได้คิด ไม่ได้เป็น แต่คนอื่นคอยยัดเยียดให้เรา
เราก็ไม่ควรให้ความสำคัญ เพราะเราสัมผัสได้ว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่จริง
ใจเราควรสงบนิ่ง ใจคนอื่นต่างหากที่ควรซักฟอกให้ขาวสะอาดกว่าที่เป็นอยู่
เขาเหล่านั้นเป็นบุคคลที่น่าสงสารมีเวลามองคนอื่น
แต่ไม่มีเวลามองตัวเอง จงแผ่เมตตาให้เขาไป เข้าใจใช่ไหม "

"เข้าใจครับหลวงตา" เด็กน้อยยิ้มมี ความสุขอีกครั้ง

------------------------------------------
เพื่อนส่งมาให้ แต่งสีตาม fw mail เพื่อความสบายตา :12:
ก่อสร้างกับทำลาย เหมือนที่ลงมือ ต่างที่การกระทำ

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

อู๋

+1 ชอบ อ่านแล้วสงบดี

poloh

 :22:เรื่องประมาณพวกนี้ ได้รับบ่อยๆครับ
บ่อยพอๆ กับรูปโป๊เลยด้วย :04:
(สงสัยเพื่อปรับสมดุล)

fwd: ข้อคิดดีๆจากโน๊ตอุดม
------------------------------------------------------

>ความรู้มากๆๆ บางทีเหมือนกำแพงอิฐที่เรียงตัวสูง
>
>ความรู้สูง กำแพงสูง ความรู้รอบด้าน ก็เหมือนกำแพงสูงรอบตัว
>
>บางครั้งมันอาจทำให้มองออกไปไม่เห็นอะไร
>
>นอกจากอิฐที่ตนเอง ก่อขึ้นมา
>
>
>กลิ่นของความรัก ก็เช่นเดียวกับห้องน้ำ
>
>เข้าไปแรกๆๆจะรู้สึกว่าได้กลิ่น
>
>อยู่ในนั้นนานๆๆ ไปจะเคยชิน จนลืมว่ามีกลิ่นนั้นอยู่
>
>จนกว่าจะออกมาจากบริเวณนั้น และกลับเข้าไปใหม่
>
>
>ถ้าเรารักใครซักคน
>
>เราควรเปิดโอกาสให้เค้าได้ทำผิดหลายๆๆครั้ง
>
>เพราะเราเองก็ต้องการโอกาสอย่างนั้นเช่นกัน
>
>
>อย่าบอกเลยว่าเป็นคนดี
>
>ความหยิ่งยโส ก็มีอยู่ในคนถ่อมตัว
>
>ครูที่สอนนักเรียน ก็มีความโง่ ซ่อนอยู่
>
>ความขลาดกลัว ก็มีอยู่ในนักมวยแชมป์โลก
>
>ความเบื่อหน่าย ก็มีอยู่ในพนักงานที่ต้อนรับที่กระตือรือร้น
>
>ความเห็นแก่ตัว ก็มีอยู่ภายในใจของนักสังคมสงเคราะห์
>
>มันอยู่คู่กัน รอวันปรากฏตัวออกมา
>
>
>ถ้าสันดานห่วยๆๆ มันเป็นกระดาษ
>
>เรามีแค่หินทับกระดาษคนละก้อน
>
>ลมกิเลสพัดมา ก็ขึ้นกับว่าก้อนหินของใครก้อนใหญ่พอที่ทับมันไว้
>
>ไม่ให้ปลิวเพ่นพ่านเท่านั้นเอง..
ก่อสร้างกับทำลาย เหมือนที่ลงมือ ต่างที่การกระทำ

นายโอ้เอ้

อ้างคำพูดจาก: poloh เมื่อ 08 มี.ค. 2007, 13:02 น.
ณ วัดแห่งหนึ่ง หลวงตาเพิ่งกลับจากการบิณฑบาตเห็นลูกศิษย์วัดนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น
จึงเข้าไปถามไถ่ว่าเป็นอะไร ลูกศิษย์ตอบกลับมาว่า


"ผมถูกใส่ร้าย ผมไม่ได้ขโมยเงินในหอพระ
แต่ผมเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูบ่อย ๆ ทุกคนก็หาว่าผมเป็นขโมย ไม่มีใครเชื่อผมเลย ฮือ ฮือ"

หลวงตานั่งลงข้าง ๆ พยักหน้าเข้าใจแล้วสอนลูกศิษย์ว่า

"เจ้ารู้ไหมในตัวเรามีคนอยู่สามคน

คนแรกคือ คนที่เราอยากจะเป็น
คนที่สองคือ คนที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น
คนที่สามคือ ตัวเราที่เป็นเราจริง ๆ

ลูกศิษย์หยุดร้องไห้ นิ่งฟังหลวงตา

"คนเราล้วนมีความฝัน ความทะเยอทะยานอยาก
ตามประสาปุถุชนทั่วไป ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย
บางครั้งความฝันก็เป็นสิ่งสวยงาม เป็นพลังที่ทำให้เราก้าวเดิน
ถ้าถึงจุดหมายเราก็จะรู้สึกว่าโลกนี้ช่างสว่างไสวสวยงาม
ดังนั้นเราควรมีความฝันไว้ประดับตน เพื่อเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงหัวใจ "

"มาถึงไอ้ตัวที่สอง จะเป็นเราแบบที่คนอื่นยัดเยียดให้เป็น บางครั้งก็ยัดเยียดว่าเราดีเลิศ
จนเราอาย เพราะจิตสำนึกเรารู้ดีว่ามันไม่จริงหรอก แต่เราก็ยิ้มรับ
แต่บางครั้งไอ้ตัวที่สองนี้ก็มหาอัปลักษณ์ จนไม่อยากจะนึกถึง ซ้ำร้ายยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
เพราะมันเป็นโลกในมือคนอื่น มันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่คนอื่นยื่นให้ "

"อย่างคนขับสิบล้อจอดรถอยู่ข้างทางเฉย ๆ เช้ามาพบศพใต้ท้องรถ ก็ต้องขับรถหนี
ทั้งที่ศพนั้น ถูกรถชนตายอีกฝั่งแล้วดันถลามาใต้ท้องรถ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนขับสิบล้อ
บางคนก็ตัดสินไปแล้วว่าเขาเป็นฆาตกร "


คนที่ชอบนินทานั้นมองคนอื่นด้วยใจที่หยาบช้า ไร้วิจารณญาณ ใจแคบ
มองคนอื่นผ่านกระจกสีดำแห่งใจตัวเอง คนเหล่านี้มีอยู่ทั่วไปในสังคม
เจ้าต้องจำไว้นะ ทุกครั้งที่เราว่าคนอื่นเลว
คนอื่นไม่ดี ก็เท่ากับเราประจานความมืดดำในใจตัวเองออกมา
เห็นสิ่งไม่ดีของใครจงเตือนตัวเองว่าอย่าทำ อย่าเลียนแบบ
นั่นแหละวิถีของนักปราชญ์ ถ้าเอาไปว่าร้ายนินทาเรียกว่าวิถีของคนพาล "

"แล้วเราต้องทำตัวอย่างไรละครับในเมื่อเราต้องเจอคนเหล่านั้นเรื่อย ๆ "

ลูกศิษย์หยุดร้องไห้แล้ว เริ่มสนทนาโต้ตอบหลวงตา

"เจ้าต้องทำความเข้าใจจิตใจมนุษย์
เรียนรู้ว่าความเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้
เราห้ามใจใครไม่ได้ สิ่งใดที่เราไม่ได้ทำ
ไม่ได้คิด ไม่ได้เป็น แต่คนอื่นคอยยัดเยียดให้เรา
เราก็ไม่ควรให้ความสำคัญ เพราะเราสัมผัสได้ว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่จริง
ใจเราควรสงบนิ่ง ใจคนอื่นต่างหากที่ควรซักฟอกให้ขาวสะอาดกว่าที่เป็นอยู่
เขาเหล่านั้นเป็นบุคคลที่น่าสงสารมีเวลามองคนอื่น
แต่ไม่มีเวลามองตัวเอง จงแผ่เมตตาให้เขาไป เข้าใจใช่ไหม "

"เข้าใจครับหลวงตา" เด็กน้อยยิ้มมี ความสุขอีกครั้ง

------------------------------------------
เพื่อนส่งมาให้ แต่งสีตาม fw mail เพื่อความสบายตา :12:

ชอบครับ
Today you , Tomorrow me.

อู๋

อ้างคำพูดจาก: poloh เมื่อ 08 มี.ค. 2007, 13:12 น.
:22:เรื่องประมาณพวกนี้ ได้รับบ่อยๆครับ
บ่อยพอๆ กับรูปโป๊เลยด้วย :04:
(สงสัยเพื่อปรับสมดุล)

fwd: ข้อคิดดีๆจากโน๊ตอุดม
------------------------------------------------------

>ความรู้มากๆๆ บางทีเหมือนกำแพงอิฐที่เรียงตัวสูง
>
>ความรู้สูง กำแพงสูง ความรู้รอบด้าน ก็เหมือนกำแพงสูงรอบตัว
>
>บางครั้งมันอาจทำให้มองออกไปไม่เห็นอะไร
>
>นอกจากอิฐที่ตนเอง ก่อขึ้นมา
>
>
>กลิ่นของความรัก ก็เช่นเดียวกับห้องน้ำ
>
>เข้าไปแรกๆๆจะรู้สึกว่าได้กลิ่น
>
>อยู่ในนั้นนานๆๆ ไปจะเคยชิน จนลืมว่ามีกลิ่นนั้นอยู่
>
>จนกว่าจะออกมาจากบริเวณนั้น และกลับเข้าไปใหม่
>
>
>ถ้าเรารักใครซักคน
>
>เราควรเปิดโอกาสให้เค้าได้ทำผิดหลายๆๆครั้ง
>
>เพราะเราเองก็ต้องการโอกาสอย่างนั้นเช่นกัน
>
>
>อย่าบอกเลยว่าเป็นคนดี
>
>ความหยิ่งยโส ก็มีอยู่ในคนถ่อมตัว
>
>ครูที่สอนนักเรียน ก็มีความโง่ ซ่อนอยู่
>
>ความขลาดกลัว ก็มีอยู่ในนักมวยแชมป์โลก
>
>ความเบื่อหน่าย ก็มีอยู่ในพนักงานที่ต้อนรับที่กระตือรือร้น
>
>ความเห็นแก่ตัว ก็มีอยู่ภายในใจของนักสังคมสงเคราะห์
>
>มันอยู่คู่กัน รอวันปรากฏตัวออกมา
>
>
>ถ้าสันดานห่วยๆๆ มันเป็นกระดาษ
>
>เรามีแค่หินทับกระดาษคนละก้อน
>
>ลมกิเลสพัดมา ก็ขึ้นกับว่าก้อนหินของใครก้อนใหญ่พอที่ทับมันไว้
>
>ไม่ให้ปลิวเพ่นพ่านเท่านั้นเอง..

+1 อีก ถึงจะเก่าแล้วก็เถอะ

~**NannY**~

อ้างคำพูดจาก: >>NUi*>> เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 19:49 น.
ชั้นรับแนนเป็นหลานชั้นเมื่อไหร่เนี่ย  :39:

ทำไมเราแก่ไม่รุตัววะ:38:

นั่นสิ แล้วชั้นไปเป็นหลานแกเมื่อไหร่วะ  :09:

蓝月 (lán yuè)

อ้างคำพูดจาก: poloh เมื่อ 08 มี.ค. 2007, 13:02 น.
ณ วัดแห่งหนึ่ง หลวงตาเพิ่งกลับจากการบิณฑบาตเห็นลูกศิษย์วัดนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น
จึงเข้าไปถามไถ่ว่าเป็นอะไร ลูกศิษย์ตอบกลับมาว่า


"ผมถูกใส่ร้าย ผมไม่ได้ขโมยเงินในหอพระ
แต่ผมเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูบ่อย ๆ ทุกคนก็หาว่าผมเป็นขโมย ไม่มีใครเชื่อผมเลย ฮือ ฮือ"

หลวงตานั่งลงข้าง ๆ พยักหน้าเข้าใจแล้วสอนลูกศิษย์ว่า

"เจ้ารู้ไหมในตัวเรามีคนอยู่สามคน

คนแรกคือ คนที่เราอยากจะเป็น
คนที่สองคือ คนที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น
คนที่สามคือ ตัวเราที่เป็นเราจริง ๆ

ลูกศิษย์หยุดร้องไห้ นิ่งฟังหลวงตา

"คนเราล้วนมีความฝัน ความทะเยอทะยานอยาก
ตามประสาปุถุชนทั่วไป ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย
บางครั้งความฝันก็เป็นสิ่งสวยงาม เป็นพลังที่ทำให้เราก้าวเดิน
ถ้าถึงจุดหมายเราก็จะรู้สึกว่าโลกนี้ช่างสว่างไสวสวยงาม
ดังนั้นเราควรมีความฝันไว้ประดับตน เพื่อเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงหัวใจ "

"มาถึงไอ้ตัวที่สอง จะเป็นเราแบบที่คนอื่นยัดเยียดให้เป็น บางครั้งก็ยัดเยียดว่าเราดีเลิศ
จนเราอาย เพราะจิตสำนึกเรารู้ดีว่ามันไม่จริงหรอก แต่เราก็ยิ้มรับ
แต่บางครั้งไอ้ตัวที่สองนี้ก็มหาอัปลักษณ์ จนไม่อยากจะนึกถึง ซ้ำร้ายยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
เพราะมันเป็นโลกในมือคนอื่น มันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่คนอื่นยื่นให้ "

"อย่างคนขับสิบล้อจอดรถอยู่ข้างทางเฉย ๆ เช้ามาพบศพใต้ท้องรถ ก็ต้องขับรถหนี
ทั้งที่ศพนั้น ถูกรถชนตายอีกฝั่งแล้วดันถลามาใต้ท้องรถ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนขับสิบล้อ
บางคนก็ตัดสินไปแล้วว่าเขาเป็นฆาตกร "


คนที่ชอบนินทานั้นมองคนอื่นด้วยใจที่หยาบช้า ไร้วิจารณญาณ ใจแคบ
มองคนอื่นผ่านกระจกสีดำแห่งใจตัวเอง คนเหล่านี้มีอยู่ทั่วไปในสังคม
เจ้าต้องจำไว้นะ ทุกครั้งที่เราว่าคนอื่นเลว
คนอื่นไม่ดี ก็เท่ากับเราประจานความมืดดำในใจตัวเองออกมา
เห็นสิ่งไม่ดีของใครจงเตือนตัวเองว่าอย่าทำ อย่าเลียนแบบ
นั่นแหละวิถีของนักปราชญ์ ถ้าเอาไปว่าร้ายนินทาเรียกว่าวิถีของคนพาล "

"แล้วเราต้องทำตัวอย่างไรละครับในเมื่อเราต้องเจอคนเหล่านั้นเรื่อย ๆ "

ลูกศิษย์หยุดร้องไห้แล้ว เริ่มสนทนาโต้ตอบหลวงตา

"เจ้าต้องทำความเข้าใจจิตใจมนุษย์
เรียนรู้ว่าความเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้
เราห้ามใจใครไม่ได้ สิ่งใดที่เราไม่ได้ทำ
ไม่ได้คิด ไม่ได้เป็น แต่คนอื่นคอยยัดเยียดให้เรา
เราก็ไม่ควรให้ความสำคัญ เพราะเราสัมผัสได้ว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่จริง

ใจเราควรสงบนิ่ง ใจคนอื่นต่างหากที่ควรซักฟอกให้ขาวสะอาดกว่าที่เป็นอยู่
เขาเหล่านั้นเป็นบุคคลที่น่าสงสารมีเวลามองคนอื่น
แต่ไม่มีเวลามองตัวเอง จงแผ่เมตตาให้เขาไป เข้าใจใช่ไหม "

"เข้าใจครับหลวงตา" เด็กน้อยยิ้มมี ความสุขอีกครั้ง

------------------------------------------
เพื่อนส่งมาให้ แต่งสีตาม fw mail เพื่อความสบายตา :12:

ชอบมากเลยค่ะ
ขอบคุณนะคะ
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

poloh

บุญนำ ตื่นขึ้นมาตอนสาย ๆ ของวันเสาร์ เขารู้สึกปวดหัวและเมาค้าง
เนื่องจาก เมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย

แต่เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อเขาพบว่ามียาแก้ปวดหัว ไทลินอล 2 เม็ด
กับน้ำหนึ่งแก้ววางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง

เสื้อผ้าที่เขาใส่เมื่อคืนนี้ ได้ถูกซักสะอาดและรีดอย่างเรียบร้อย
ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนอนถูกจัดไว้เป็นระเบียบ

ขณะที่เขาเอายาขึ้นมากิน เขามองเห็นโน้ตวางอยู่บนโต๊ะมีข้อความว่า
"ที่รัก
อาหารเช้าของคุณอยู่ในเตา
กาแฟอยู่ในกระติกน้ำร้อน
ฉันไปซื้อของที่ตลาดประเดี๋ยวกลับมา
รักคุณมากที่สุด "

บุญนำขยี้ตาแล้วลองหยิกแขนตัวเอง
เมื่อรู้ว่านี่ไม่ใช่เขาฝันไปแน่นอนจึงเกิดความสงสัย " มันเกิดอะไรขึ้น ? "

โดยปกติ เขาจะมีปากเสียงกับภรรยาของเขาทุกครั้งที่เขาเมากลับบ้าน
แต่เมื่อคืนนี้เขาเมายิ่งกว่าคืนใด ๆ
แต่ทำไมทุกอย่างมันกลับเป็นตาลปัตรอย่างนี้

เขาเดินเข้าไปในครัว อาหารเช้ากาแฟถูกเตรียมไว้อย่างดีสำหรับเขา
เมื่อยกมานั่งกินที่โต๊ะอาหาร
เขาพบว่าลูกชายนั่งกินอาหารเช้าอยู่ก่อนแล้ว
บุญนำ : เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ?
ลูกชาย : เมื่อคืนนี้พ่อกลับบ้านตอนตีสาม พ่อเมามากเดินโซเซชนตู้แตก
              เก้าอี้หัก แล้วพ่อยังอาเจียน เลอะบ้านไปหมด
บุญนำ : จริงเหรอ ? แม่ไม่โกรธหรือ ?
ลูกชาย : แม่ลงมาดูแล้วโกรธมาก แม่ลากพ่อไปยังห้องนอน
              แล้วแม่ก็ถอดกางเกงที่เลอะอาเจียรของพ่อออก

บุญนำ : แล้วไงต่อ ?
ลูกชาย : พ่อไม่ยอมให้แม่ถอด พ่อได้แต่พูดว่า " คุณ คุณ อย่าดีกว่า ผมมีเมียแล้ว "
ก่อสร้างกับทำลาย เหมือนที่ลงมือ ต่างที่การกระทำ

ART_

เปลี่ยนแปลงกันเพียงชั่ววูบ  :18:

-------------------------------------------


ภรรยาน่ารักจัง

roundbol123

:22: :47:

คุณชาย ( 737 )

  บุญนำช่างเป็นผู้ชายที่โชคดีเสียจริงๆ  :02:
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

|<3N

เห็นพูดกันเยอะเลยอ่านจนจบ ตลกดีครับ {หมีโหด}
สะพรึบสะพรั่ง ณหน้าและหลัง ณซ้ายและขวา ละหมู่ละหมวด ก็ตรวจก็ตรา ประมวลกะมา สิมากประมาณ

poloh

 :40:เขาเรียกว่าทุกอย่างมันมีเหตุและผลครับ


แบบว่าอ่านแล้วได้สัจธรรม เลยเอามาเผยแพร่ :33:
ก่อสร้างกับทำลาย เหมือนที่ลงมือ ต่างที่การกระทำ

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines