ฉีกบัตรเลือกตั้ง เท่จริงหรือ

เริ่มโพสต์โดย •หมูหมู•™, 24 เม.ย. 2006, 14:16 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ArLim

ออน. = องการค์อนามัยนวด ?


. . .
หัวใจยังคงเต้นอยู่...ฉันยังคงมีชีวิต

|<3N

สะพรึบสะพรั่ง ณหน้าและหลัง ณซ้ายและขวา ละหมู่ละหมวด ก็ตรวจก็ตรา ประมวลกะมา สิมากประมาณ

ความฝันกลางฤดูร้อน

ออน. = ไอ้อน (iannnnn.com)
คิดว่ารัชดา เป็ฯที่ตั้งของserver รฟืในท8iy[
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

X Saint

อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 25 เม.ย. 2006, 15:50 น.
http://www.google.co.th/search?hl=th&q=%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81&btnG=%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2&meta=

แล้วนี่ล่ะครับ ลองเสิร์ชหากันดู


ค้นหา : ความดีนายก
แสดงผลลัพธ์ 1 - 1 ของ1 เพื่อ ความดีนายก (0.22 วินาที)

แปลว่าก็ยังมีนะคับ ถึงแม้จะมีเพียง 1

ArLim

ใครได้ฟังโอวาทของในหลวงที่ออกข่าวเมื่อตอนหัวค่ำบ้างครับ

พอดีฟังไม่ถนัด จับใจความได้เล็กน้อย

. . .
หัวใจยังคงเต้นอยู่...ฉันยังคงมีชีวิต

icez


อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 26 เม.ย. 2006, 00:41 น.
อ่าน จมล ครับ

อ่านด้วยคนครับ ..ว่าแต่ จมล. นี่อะไรเหรอ ??
ตั้งแต่เมื่อฉันรู้จัก และฉันได้มาพบเธอ มันทำให้ฉันต้องเปลี่ยน  เปลี่ยนแปลงหัวใจฉันไป ได้เรียนรู้สิ่งใหม

จั๊วจ่ะ :)

.
.
.

ถ้าเป็น จ.ม.ลับ เริ่มจะคุ้นๆมั้ยคะ
ถ้ายัง ก็ จดหมายลับ ดีๆนี่เองค่ะ  :08:
there are no regrets in life, just lessons . .

อ้างคำพูดจาก: juarfern เมื่อ 26 เม.ย. 2006, 00:58 น.
.
.
.

ถ้าเป็น จ.ม.ลับ เริ่มจะคุ้นๆมั้ยคะ
ถ้ายัง ก็ จดหมายลับ ดีๆนี่เองค่ะ  :08:

ขอบคุณครับ แอบโง่ อะ ไม่ว่ากันนะ  :22: :22:
ตั้งแต่เมื่อฉันรู้จัก และฉันได้มาพบเธอ มันทำให้ฉันต้องเปลี่ยน  เปลี่ยนแปลงหัวใจฉันไป ได้เรียนรู้สิ่งใหม

แอ๊ะ

"อารยะขัดขืน" ต้องถูกบรรจุเข้าหลักสูตรการศึกษาไทย  

จาก -> http://www.bangkokbiznews.com/2006/04/26/u001_98146.php
โดย -> กาแฟดำ
25 เมษายน 2549 18:45 น.
การแสดงตนของผู้มีความรู้และปัญญาในสังคมไทยอย่างเปิดเผยด้วยการฉีกบัตรเลือกตั้งก็ดี, การกา "No Vote" อย่างล้นหลามในการเลือกตั้งเพื่อประท้วงความพิกลพิการของการเมืองไทยวันนี้ก็ดี

     ล้วนเป็น "วิกฤติสังคม" ที่นำไปสู่การก่อเกิดของ "อารยะขัดขืน" หรือ civil disobedience อย่างปฏิเสธไม่ได้แล้ว

ผมเห็นว่าปรัชญา, แนวคิด และวิถีปฏิบัติของ "อารยะขัดขืน" จะต้องกลายเป็นวิชาที่ต้องสอนกันตั้งแต่นักเรียนประถมในระบบการศึกษาไทยตั้งแต่นี้ต่อไป

เพราะ civil disobedience จะเป็นกติกาใหม่ของระบอบประชาธิปไตย เป็นทางเลือกของคนไทยที่ต้องการแสดงออกในรูปแบบที่ไม่อาจจะทำผ่านคูหาเลือกตั้งได้แต่เพียงอย่างเดียว

"อารยะขัดขืน" เป็นอาวุธสำคัญของสังคมไทยเมื่อต้องเผชิญกับอำนาจเผด็จการที่แฝงมาในรูปแบบต่างๆ อย่างที่เราเห็นใน "ระบอบทักษิณ"

เราต้องสอนเด็กไทยตั้งแต่ยังเยาว์วัยว่าระบอบประชาธิปไตยมิใช่เพียงแต่การไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วกลับบ้านมาดูว่าคนที่ได้รับเลือกจะทำอะไรกับประเทศชาติก็ได้

เราต้องสอนเด็กไทยตั้งแต่รู้ความว่าการแสดงความเห็นแตกต่างไปจากคนอื่นไม่ใช่ความผิด, ไม่ใช่อาชญกรรม และไม่ใช่เหตุผลที่คนอื่นจะหาเหตุมาลงโทษเรา

ตรงกันข้าม, เราจะต้องสอนตั้งแต่ระดับประถมว่าหากคนกลุ่มใดใช้วิธีการไร้จริยธรรมเข้ามายึดครองอำนาจในประเทศ และหากกติกาไม่เอื้อต่อการที่เราจะแสดงความเห็นทักท้วง และคัดค้านอย่างได้ผล, สังคมจะต้องเปิดหนทางให้เราแสดงความเห็นแปลกแยกด้วยวิธีการที่เปิดเผย, สงบ และสันติโดยที่อำนาจรัฐมิอาจจะมาข่มขู่คุกคามได้

คำว่า "อารยะขัดขืน" หมายถึงกิจกรรมใดของสมาชิกสังคมที่ปฏิเสธที่จะทำตามกฎหมาย คำสั่งหรือคำเรียกร้องของรัฐบาลหรือกลุ่มคนที่มายึดครองอำนาจของสังคม...โดยใช้วิธีการสันติและอหิงสา

"อหิงสา" เป็นวิธีการที่ใช้ในกระบวนการต่อสู้ของอินเดีย ที่นำโดย มหาตมะ คานธี ในการปลดแอกประเทศจากการปกครองของอังกฤษ และกระบวนการต่อสู้กับนโยบายกีดกันผิวที่ แอฟริกาใต้ภายใต้การนำของ เนลสัน แมนเดลา และเป็นวิธีการเดียวกับที่ใช้ต่อสู้กับการเหยียดคนผิวดำที่สหรัฐมาแล้ว

ในทำนองเดียวกัน "อารยะขัดขืน" ก็เป็นวิธีการที่คนในยุโรป และสแกนดิเนเวีย เคยใช้สู้กับการยึดครองของนาซี ภายใต้การนำของฮิตเลอร์มาแล้วเช่นกัน

ล้วนเป็นวิถีแห่งการต่อสู้อย่างสันติในจังหวะที่ประชาชนไม่มีทางออกอย่างอื่นเมื่อผู้กระทำการชั่วร้ายต่อประเทศมีอำนาจล้นฟ้า และใช้วิธีการคุกคามข่มขู่และเข่นฆ่าผู้ไม่เห็นพ้องอย่างโหดร้ายทารุณอย่างต่อเนื่อง

ผู้จุดประกายแห่ง civil disobedience ในโลกยุคใหม่คือบทความของ Henry David Thoreau นักเขียนอเมริกันผู้ริเริ่มแนวคิดการต่อสู้กับรัฐบาลชั่วร้ายด้วยการขัดขืนอย่างสันติ

บทความประวัติศาสตร์บทนี้ ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ.1849 (หรือ 157 ปีมาแล้ว) เพื่อประกาศว่าเขาจะไม่จ่ายภาษีให้รัฐบาล เพื่อต่อต้านระบบทาสและสงครามอเมริกันกับเม็กซิโกในขณะนั้น

พรุ่งนี้ยังต้องว่าต่อเรื่องนี้ เพราะจากนี้ไป, สังคมไทยกับ "อารยะขัดขืน" จะมิอาจแยกจากกันได้อีกต่อไป

เหตุเพราะความชอกช้ำจาก "ระบอบทักษิณ" ที่ทำให้เกิดความสำนึกใหม่นี้อย่างกว้างขวางไปทั่วประเทศ
[ว่างให้เช่า]

แอ๊ะ

เมื่อโคตรนักการเมืองยึดสภา...ข้าฯขอขัดขืนอารยะอย่างจริงจัง

จาก -> http://www.bangkokbiznews.com/2006/04/26/u001_97445.php?news_id=97445
โดย -> กาแฟดำ

24 เมษายน 2549 09:47 น.
ถ้านักการเมืองสามารถส่งญาติพี่น้อง, ผัวเมีย, ลูกไล่ของตัวเองเข้าแข่งตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาโดยอ้างว่า "ไม่มีกฎห้าม" ใครๆ เขาก็ทำกัน
ก็ขอให้เชื่อเถอะว่าวันข้างหน้า เขาก็จะอ้างต่อได้ว่าไม่มีกฎอะไรห้ามคนนอนเตียงเดียวกันหรืออยู่บ้านเดียวกัน "ฮั้ว" กันในการออกกฎหมายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อพรรคการเมืองของคนใกล้ชิดกับตัวเอง

ผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาคราวนี้เห็นชัดว่านักการเมืองไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองระดับชาติหรือท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการระดับไหน สังกัดค่ายไหนก็ตามยังคงเห็นการเมืองเป็นเรื่อง "แก่งแย่งอำนาจและผลประโยชน์" ด้วยทุกวิถีทาง

ไม่เข้าใจหรือแกล้งไม่เข้าใจคำว่า "ผลประโยชน์ทับซ้อน" และไม่สนใจว่าชาวบ้านเขาจะคิดอย่างไร

ยึดเอาวิธีการของ "ศรีธนญชัย" เป็นสรณะแม้จะไม่กล้าอ้างเอ่ยถึงมันในที่สาธารณะก็ตามที   

เข้าลักษณะ "The end justifies the means" ซึ่งหมายความว่าตราบใดที่บรรลุเป้าหมายของตนเองได้, วิธีการที่นำมาใช้นั้นไม่สำคัญ...หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือว่าไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล, ไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา

ความศรัทธาของประชาชนต่อคุณภาพในแวดวงการเมืองจึงมิอาจจะกระเตื้องขึ้นได้เลยแม้แต่น้อย เพราะนักการเมืองของเรายังเป็นประเภทพูดอย่างทำอย่าง ปากพูดถึงประชาธิปไตย และการปฏิรูปการเมืองวันละสามเวลา แต่เวลาลงมือทำนั้น กลับนำเอาวิธีการน้ำเน่าและสกปรกมาทำ

เพราะพวกเขาเชื่อว่าคนไทยนั้นปกครองง่ายจะตาย ขอเพียงทำให้ชาวบ้าน "เชื่อ" อะไรตามที่นักการเมืองต้องการให้เชื่อเท่านั้นก็พอ ส่วนนักการเมืองจะทำตามที่บอกว่าเชื่อหรือไม่นั้น, เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เหมือนที่ ทักษิณ ชินวัตร เคยพูดไว้ในที่สาธารณะว่า "ประชาธิปไตยเป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น, มิใช่เป็นเป้าหมาย" นั่นแปลว่าประชาธิปไตยเป็นเพียง means หาใช่เป็น end แต่อย่างไรไม่

แปลอีกอย่างก็คือว่าเป้าหมายชั่วร้ายอย่างไรไม่เป็นไร ขอให้เส้นทางที่เดินไปดูประหนึ่งว่าเป็นสิ่งที่น่านิยมชมชื่นก็แล้วกัน

นั่นคือ การหลอกลวงให้คนทั้งหลายเชื่อว่าตัวเองเป็นคนดี, ส่วนลึกๆ นั้นเลวก็ไม่เป็นไร...อะไรทำนองนั้น

นักการเมืองเหล่านี้ไม่เข้าใจหรือไม่สนใจคำว่า checks and balances หรือ "ระบบตรวจสอบ" อย่างแท้จริง เพราะหากการเข้ามาเล่นการเมืองหมายถึงการเคารพใน "ธรรมาภิบาล" หรือ "จริยธรรม" พวกเขาย่อมจะต้องมีความ "สำนึก" อย่างชัดเจนว่าการให้คนในครอบครัวเข้าไปมีบทบาทที่ไม่สอดคล้องกับกติกาแห่งการ "ถ่วงดุลอำนาจ" นั้น ย่อมเป็นการผิดต่อหลักการอันถูกต้อง

เรื่องอย่างนี้คนใฝ่ดีเขาไม่ทำกัน, เรื่องอย่างนี้คนที่มีความละอายต่อบาปเขาไม่เข้าไปใกล้ด้วยซ้ำไป

การเมืองไทย จะปฏิรูปได้นั้นต้องเกิดจาก "ความสำนึก" และ "ความละอายต่อบาป" เป็นปฐม มิใช่การแก้ไขเนื้อถ้อยกระทงความในรัฐธรรมนูญ, ไม่ใช่การอ้างถึงสภาสนามม้าหรือรูปแบบการหาใครมาเป็นคนเขียนแก้ไขรัฐธรรญนูญใหม่แต่ประการใดเลย

ผลเลือกตั้งทั้งสภาล่างและสภาบนครั้งนี้ ทำให้หมดความเชื่อและศรัทธาในระบอบ "ประชาธิปไตยแบบไทยๆ" ไปมากมายหลายเท่า แม้ว่าผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภาในกรุงเทพฯ ทำให้มีความหวังริบหรี่อยู่บ้าง

ทำให้ผมเชื่อว่าคนตัดสินใจเข้าสู่ความเป็น "ขบถ" และ "อารยะขัดขืน" ต่อการเมือง "โคตรเลว" อย่างนี้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างกะทันหัน

ผมเป็นหนึ่งในนั้น

[ว่างให้เช่า]

คุณชาย ( 737 )

โอ้โห! กาแฟดำถ้วยนี้ไม่ขมเลย แต่กลมกล่อมกำลังดี  :40:
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

✌


mittlelaymai~*

ในความคิดเมย์นะ
ไอ้พวกฉีกบัตรมันต้องการเรียกร้องความสนใจมากกว่า
ไอ้สนธิได้ยินในหลวงตรัสอย่างงั้นแล้วยังกล้าหืออีก
แถมยังเปลี่ยนพระราชดำรัสด้วย
(โอ๊ย ใช้ราชาศัพท์ไม่เป็น)
ทุเรศมากเลย

เอะอะอะไรก็มาขอพระราชทาน  ทำแบบนี้ก็ไม่สังคมประชาธิปไตยแล้ว
แต่เป็นการปกครองแบบมั่ว


ในหลวงเป็นผู้ตรัสเอง
Deep in my soul, I know that you are my destiny.
แต่ไม่มีทางที่จะทำให้ได้อยู่ด้วยกัน
ไม่ว่าจะยากจะฝืนสักเท่าไหร่ ฉันต้องปล่อยเธอไป

Dew Susansaraly

ถ้าศาลทำให้การปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยไม่ได้  ศาลก็ต้องออก

วันไหนศาลลาออก  จะถือเป็นอารยะขัดขืนรึปล่าว

แล้วก็  ลองฟังกระแสพระราชดำรัสฉบับเต็มด้วยนะครับ  จะได้รู้ครบว่าพระองค์ตรัสถึงอะไรบ้าง
โล่ง

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines