บ้านไม่โอ ถามจานโอ(ดำ)

เริ่มโพสต์โดย หมีโหด*, 15 ก.พ. 2008, 14:55 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Dayight

ลุงอ๋าห์ท้อปฟอร์ม

หลังจาก

อ้างคำพูดจาก: คุณภูกระดึง เมื่อ 13 ก.ค. 2010, 06:47 น.
เปลี่ยนชื่อจู๋เห๊อะ :05:
ตอบไม่ได้หลายอันแล้วนะ
:30:

:53: :53:




:46:
กินรอบวง

Ah!

แหม ก็ตอบได้บ้างไม่ได้บ้างสิ(วะ)ครับ  :52:

เช่าบ้านเก่านี่ ต้องดูว่าระบบไฟฟ้าเก่ามากไหม ด้วยนะครับ
ถ้าเก่ามากก็เปลี่ยนยกชุดเลย คุ้มและสบายใจดีครับ

ระบบไฟในบ้านเก่าที่เคยเจอคือมันมั่วมากๆ ซับซ้อนสุดๆ
ซ่อมทีต้องเดินสายใหม่ ช่างต้องเสียเวลาค้นหาพอสมควร
สายไฟบางเส้นไม่ได้ต่อกับอะไรเลย บางเส้นก็ต่อไฟไว้ แต่ไม่ได้ใช้
ถ้าช่างคนเดิมไม่มาซ่อม ต้องมานั่งไล่สายใหม่กันอีก
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

JΛNΣ

ถึงคนเดิมมาซ่อม ก็ต้องไล่สายใหม่อยู่ดี เพราะจำไม่ได้หรอก  :30:

HyoPlum

ถ้าเก่ามากก็น่าจะต้องเปลี่ยนเมนไฟนะครับ เพราะบ้านเก่าๆระบบการตัดไฟน่าจะไม่ดี
อย่างบ้านเพื่อนผมถ้าชื้นมากๆ อย่างเวลาฝนตกมันก็ตัดเลย
ความสวยไม่รับประกัน แต่ความมันเดี๊ยนรับรอง

มังกิ๊ง

ขอเบิ้ลนิดหนึ่ง

เมื่อกี๊ลงไปหาพ่อ เห็นหน้าเครียดๆ ก็รู้แล้วว่าต้องเป็นเรื่องบ้านที่สร้างมา 1 ปีเศษๆ แล้วยังไม่เสร็จแน่นอน

เท้าความเดิมหน่อย ตอนประมาณต้นปีที่แล้ว ครอบครัวผมมีทีสิสเกษียณตัวเองของพ่อและแม่ คือ สร้างบ้าน บ้านแท้ๆ ของครอบครัวที่ไม่ใช่บ้านเช่าหรือบ้านพักข้าราชการที่เคยอยู่มาตลอดยี่สิบกว่าปี

และจากการที่ได้สถาปนิกนามพี่ ม. (นามสมมุติ) มาออกแบบบ้านให้ ก็ได้ปรับแต่งกันไปกันมา จนมั่นใจว่าบ้านหลังนี้จะต้องออกมาสุดยอดและโคตรน่าอยู่เป็นแน่แท้เชียว!

หลังจากผ่านขั้นตอนทางกฎหมายมากมาย เราก็มาดูสถานที่ที่จะกลายเป็น "บ้านใหม่" (ที่ตอนนั้นผมคิดว่ามันจะเป็น)ในอีกไม่ช้า

โอเคเลย ข้างซ้ายเป็นบ้านข้าราชการ ข้างขวาออกแนวแฟลตเก่าๆ นิดนึง ตรงข้ามเป็นออฟฟิศอะไรซักอย่าง ทำเลเจ๋ง ตกลงโอเคเทปูนโลด ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะกว่ามันจะโผล่เป็นบ้านให้ย้ายตู้ย้ายโต๊ะเข้านั้น คงประมาณปีใหม่ (2553) ล่ะมั้ง!

แต่ ขอโทษ ไม่มีทาง!

นอกจากบ้านไม่เสร็จ ผู้รับเหมาโกง(+ห่วยมากในทางก่อสร้าง) พ่อตั้งใจว่าจะมีคดีขึ้นโรงขึ้นศาลกันเมื่อบ้านเสร็จ

แต่นี่ก็จะปีใหม่ 2554 แล้ว บ้านก็ยังไม่เสร็จ!!
เลยหนึ่งปีมาหลายเดือนแล้วครับ!

ที่แย่อยู่แล้วคือครอบครัวผม (ที่ค่าใช้จ่ายจะบานต่อไปเรื่อยๆ เพราะบ้านที่อยู่ปัจจุบันเป็นบ้านเช่า + ค่าสร้างบ้าน)

นึกภาพออกใช่มั้ยครับว่าเพื่อนบ้านข้าราชการ (ครู) โรงเรียนรัฐผู้ยิ่งใหญ่ที่อาศัยอยู่กับแม่ยายที่ต้องมานั่งใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเสียงค้อนเสียงสว่านทุกวี่ทุกวันจะมีทัศนคติต่อบ้านผมยังไง

ปัญหาที่ข้างบ้านด่าพ่อผม แม่ยายจะเป็นคนเปิดก่อน แล้วหลังจากนั้นสองสามวันลูกเขยที่เป็นครูจะเดินเข้ามาด่าคนงาน แล้วคนงานจะโทรมาเล่าให้พ่อฟังอีกที (ลูกเขยสุดหล่อคนนั้นไม่คุยกับพ่อผม เพราะ "ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ")

ก่อนหน้านี้

โรงรถ มันชิดบ้านเขาเกินไป
     - เขากลัวเหลือเกินว่าโจรขโมยจะเข้าบ้านเขาผ่านทางโรงรถบ้านผม!? (แล้วทำไมโจรมันไม่ขโมยของบ้านผมล่ะ?! ถ้ามันจะขึ้นบ้านคุณมันไม่พาดบันไดเข้าทางหน้าบ้านคุณหรือ? เตี้ยกว่ากันเป็นเมตร)
     - เขาบอกว่าเวลาฝนตกน้ำกระเซ็นเข้าบ้านเขา (พ่อโทรบอกช่างให้ทำรางน้ำ ทุกวันนี้ไม่มีอะไรกระเซ็นเข้าบ้านเขาแล้ว)

ก่อสร้างกันยังไงเป็นปีไม่เสร็จ
     - ยายถาม พ่อผมโมโหของขึ้นเลยถามกลับไปว่า "ก็แล้วยายคิดว่าผมอยากให้มันเสร็จช้าๆ เหรอ"

แล้วในคืนเดียวกันนั้น ครูลูกเขยโทรเข้าเครื่องพ่อ บอกว่าคนงานทะเลาะกันเสียงดังมาก หนวกหู ทำไมพ่อผมไม่ดูแลคนงานให้ดี
          พ่อผมเกี่ยวอะไรด้วยวะ? พ่อผมเป็นกษัตริย์ปกครองคนงานเหรอ? พ่อผมเป็นกระทรวงยุติธรรมเหรอ? พ่อผมต้องรับผิดชอบชีวิตคนงานเหล่านั้นเหรอ?
          ที่แย่กว่านั้นคือ พ่อโทรไปเลียบๆ เคียงๆ ถามคนงาน คนงานบอกวันนี้อยู่เฝ้าคนเดียว ที่เหลือกลับบ้านหมด (วันหยุด) อ้าวแล้วพี่คนงานทะเลาะกับประตูสังกะสีหรือเปล่า ยายกับลูกเขยได้ยินได้ยังไง? ได้ยินอะไร? ผีรึเปล่า? นี่บ้านผมมีผีอยู่เหรอ?


วันนี้

     - พ่อผมไปดูไซท์งาน ยายเดินมาด่าเรื่องเดิมๆ (บ้านอะไรกันเนี่ย สร้างยังไงก็ไม่เสร็จ ปีกว่าแล้วมัวแต่ทำอะไรกันอยู่) โวยวายว่าผ้ามันหล่น (ผ้าที่เอาไว้กันฝุ่นเวลาก่อสร้างน่ะครับ ผู้รับเหมาคนใหม่เอาไปขึงตอนรับช่วงต่อ ก่อนหน้านี้ปีนึงสร้างบ้านมาไอ้คนเก่ามันไม่ได้ทำอะไรเลย ทุบตอกก็โปรยออกบ้านคนอื่นไปทั้งยังงั้น) พ่อก็เงยหน้าดู อ๋อ ผ้ามันพับลงมาประมาณครึ่งหนึ่ง ก็โอเคขึงใหม่ได้ ยายแกก็เดินพึมพำๆ ด่าอะไรไม่เป็นภาษาไปตลอดทางเข้าบ้าน

     - ตอนบ่ายลูกเขยมาหาพ่อ มาถึงพูดเลย "คุณต้องรื้อคานโรงรถ ปักคานยังไงชิดกำแพงบ้านผมเนี่ย กำแพงบ้านผมก็ถล่มสิ"

       พ่อบอก "ไม่ชิดครับ มันมีโฟมกั้น นี่ไงครับโฟม" พ่อชี้ให้ดูโฟมที่เอาไว้คั่นรั้วกับเสาคาน
       "คุณรื้อออกเดี๋ยวนี้ไม่งั้นผมฟ้องเขตแน่"
       พ่อทำใจเย็นอยู่ ดึงโฟมออกให้ดู "เอ้าเนี่ย ตามกฎหมายเป๊ะๆ เลย กี่เซ็นคุณวัดเอาได้"
       "คุณเลือกเอาว่าจะรื้อ หรือจะขึ้นศาล"

        :16:

ป.ล. ตอนนั้นพ่อเสนอว่าจะทำรั้วซีกที่ติดกับบ้านเขาใหม่
       "รั้วผมสูงกว่าบ้านคุณ เดี๋ยวเอางี้มั้ยผมเพิ่มรั้วคุณสูงขึ้นอีกสองบล็อก แล้วเดี๋ยวผมให้คนงานผมเลยไปทาสีซีกบ้านคุณให้ด้วย"
       "อย่ามายุ่งกับบ้านผม"

       "เอ้าแล้วเหล็กดัดที่ล้ำเข้ามาซีกบ้านผมล่ะ ผมจะทำยังไง"
       "เดี๋ยวผมดัดเอง คุณไม่ต้องยุ่ง สมบัติของบ้านผม"


เป็นศัตรูกันทั้งที่ยังไม่ทันได้ย้ายเข้ามาอยู่ละแวกเดียวกัน

หมดศรัทธากับคนไทยแล้วครับ ทั้งเรื่องร้านสนุ๊ก แล้วเรื่องนี้อีก ผมชักจะไม่แน่ใจว่าคนไทยเต็มไปด้วยรอยยิ้มและช่วยเหลือเกื้อกูลกันจริงๆ อย่างที่หนังสือตำราเขาเคยว่าไว้รึเปล่า

นักศิลปะ

ระบายได้เยอะขนาดนี้
โดยไม่มีน้ำเสียงของความก้าวร้าวแฝงอยู่
ในปริมาณน่าจะฝังอยู่เยอะตามเหตุที่เจอ
ถือว่าเก่งมากครับ

เอาใจช่วยครับ
เรื่องบ้าน
บ้านที่ผมย้ายหนีมา


ลากคาราโอเกะมาร้องหน้าบ้านทุกวัน

รอซื้อบ้านแลนด์ :22:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

IM


หมีเล็ก

ชักกลัว...

กำลังมีโปรเจคสร้างบ้านเหมือนกัน  :16: :16:
:3005:

Romzaikyu

ของตูนี่สิครับมาอยู่ก่อนใคร แล้วเสียงดังก็ค่อยๆ ย้ายมาอยู่รอบตัวตู  :3005:

เด็กมีปัญหาลูกครูข้างบ้าน(ม.1)ที่ชอบตะโกนทะเลาะกับแม่ บ้างก็ร้องไห้ซะดังวิ่งกระทืบเท้าขึ้นบันได (ซึ่งอยู่ด้านติดบ้านตู)
พี่ทหารข้างบ้านที่พูดเฉยๆ ก็เสียงดังอยู่แล้ว ว่างๆ ก็พาเพื่อนมาสังสรรค์ข้างบ้าน(ซึ่งอยู่ด้านติดบ้านตู) หรือตะโกนทะเลาะท้าหย่ากับเมีย
บ้านมุมถัดไปที่สันดานหยาบคาย(คิดคำดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว) ด่าลูก(ประถมและอนุบาล) ด้วยไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์ แถมไล่ตีออกมาหน้าบ้าน
อะไรทำนองนั้น


ก็คิดแบบพี่โอ๋ครับ เก็บตังค์หาบ้านราคาสูงหน่อย ซึ่งก็พอจะหวังได้ว่าช่วยคัดกรองเพื่อนบ้านได้บ้าง

นักศิลปะ

บ้านของแลนด์ เพื่อนผมอยู่ตรงคลองสี่ ไม่มีปัญหาเรื่องเพื่อนบ้านเลย
น่าอยู่โคตรๆๆๆ ของโคตรๆๆๆ แล้ว ขนาดไม่ได้ใช้ชื่อแลนด์นะ
เป็นแค่ของในเครือ คือ พฤษลดา

ผมฝันจะมีบ้านแลนด์ครับ  :22:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

IM

พวกมีตังค์สันดานหยาบคายก็เยอะแยะไปครับ

ยิ่งคิดยิ่งหดหู่  :39:

แอ้

เคยเป็นวิศวกรบริษัทผู้รับเหมาของแลนด์ กลุ่มราคากลางๆ (กลางๆ ของเค้าเนี่ยคือบ้านเดี่ยวเจ็ดแปดล้าน)
คอนเฟิร์มว่าของเขาดีจริงค่ะ แต่แลกมาด้วยราคาที่สูงกว่าชาวบ้าน
สเป็คก่อสร้างดี การคุมงานก็ดี บริการหลังการขายดี ใช้ของดีด้วย

ตอนทำงานให้แลนด์ (ในภาคของคิวเฮาส์) ชีวิตลำบากมาก
กว่าจะส่งบ้านได้หลังหนึ่งๆ แก้มันอยู่นั่น ริ้วรอยเล็กๆ ก็ไม่ยอม คอนซัลท์ตาดีโคตรๆ



ของกิ๊งนี่โชคร้ายจัง ที่เจอเพื่อนบ้านใจแคบ
แต่ก็เป็นปกติของบ้านในกรุงเทพฯ นะ อยากบอกว่าอย่าน้อยใจไป เจอกันทั้งนั้นแหละ
ขนาดแค่หลังบ้านชนกัน ยังจะหาเรื่องกันได้ เรื่องน้ำกระเด็นเอย เรื่องปล่องดูดควันเอย
จังหวะนี้แล้วโฟกัสที่งานให้เสร็จไวที่สุดดีกว่า จะลด pressure ทั้งสองฝ่ายได้เยอะเลย
ไม่รู้ตกลงเรื่องค่าจ้างกันยังไง แนะนำว่างานเก็บปลายงาน คิดเหมาเป็นส่วนงานดีกว่า
ไม่เสร็จไม่จ่ายทั้งก้อน ผู้รับเหมาจะมีแรงทำงานมากกว่าจ่ายแบบตามปริมาณนะ
สู้ๆ

นักศิลปะ

ใช่ครับ
คนมีตังค์สันดานหยาบเยอะมาก :16:
แต่ของบ้านผมนี้ย้ายหนีเลย
ไม่งั้น อาจจะโดนยิงตาย
เพราะผมทนมันไม่ได้ตอนมันแหกปากร้องเพลง
มันเป็น งึกๆๆๆๆ  จึกๆๆๆ จึ๊กๆๆๆๆ  :35:


ส่วนของแอ้ ข้อมูลเยี่ยมเลย
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

มังกิ๊ง

ถ้าบ้านผมได้ผู้รับเหมาดีๆ อะไรก็คงง่ายขึ้นน่ะครับ

เอ้อ มีรึเปล่าเนี่ยมนุษย์ประเภทนั้น  :30:

แอ้

หายาก เพราะถ้าเป็นคนดี มันจะไม่รอดในอาชีพนี้
พี่ว่าผรม. ทุกคนมีความดีเลวอยู่ในตัวทั้งนั้น
ถ้าควบคุมแบบใจดีมีน้ำใจให้เขา เขาก็จะกลายเป็น ผรม. เลว
ถ้าควบคุมแบบรัดกุม ก็จะกลายเป็น ผรม. ดี
ตอนนี้แม่พี่ ซึ่งมีลูกสาวเป็นวิศวกรเองเนี่ยแหละ ก็กำลังสร้าง ผรม. เลวขึ้นอีกคน
ด้วยการจ่ายเงินมันหมดทั้งก้อน ก่อนก่อสร้าง.. เฮ้อ ทำไปได้
ขนาดงานโครงเหล็กชิ้นเล็กๆ แค่ห้าหมื่นเอง ยังดองแล้วดองอีกมาหลายเดือนแล้ว  :39:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines