ระยะนี้อ่านหนังสืออะไรกันบ้างครับ

เริ่มโพสต์โดย ศจ.บิ๊ก ม. ยูชิเรี่ยน, 10 ส.ค. 2005, 23:07 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ออยอิชี่

ไม่คิดว่าตัวเองจะหยิบ London GUGGIG Guide (ลอนดอน กุ๊กกิ๊ก ไกด์) มาอ่านจนจบได้
อ่านแล้วเพลินดี


อยากไปเที่ยวลอนดอน สักครั้ง
เวลาอ่านแล้วก็จินตนาการภาพตาม
โอ้ว อันนี้น่าไป ที่นั่นเป็นแบบนี้ ที่นี่เป็นแบบนั้น วัฒนธรรมที่นี่ สีของบ้านเรือนเค้า

อ่านแล้วชอบ
อยากไปเดิน Broadway Market
ไปดูพวกของ แฮนด์เมด ของน่ารักๆ เสื้อผ้ามือสอง  :25:
อยากเข้าไปดู Victoria and Albert Museum Childhood
รวมถึงชอปปิ้งแหล่งเสื้อผ้า อย่าง Primark แล้วก็ไปเดิน Sunday Market แวะBrick Lane
ปิดด้วยไปเดิน ตลาดกรีนิช  :53:

คนชอบเดิน ชอบดู และอยากอ่าน
น่าจะชอบนะ ลอนดอนกุ๊กกิ๊ก ไกดิ์ เล่มนี้  :12:

ไอ้เบิร์ด

"...ถ้าสายตาเราชินกับในที่มืดแล้ว คงยากที่จะเพ่งมองโลกภายนอกได้..."

ออยอิชี่


เก้อ

ซะการีย์ยา อมตยาได้ซีไรต์ :05:

กวีลึกลับที่ไม่มีใครรู้จัก(นอกจากเรื่องฉาวที่พี่โอ๋เล่าให้ผมฟัง)
กลายเป็นดังชั่วข้ามคืนเลย และที่สำคัญ ไม่น่าเชื่อว่าผมจะแม่นขนาดนี้
เริ่มตกใจสัญชาตญานตัวเอง :08:
I ROCK , THEREFORE I AM

ออยอิชี่

อ่าน เพอร์ซี แจคสัน เล่ม 1 กับ 2 จบแล้ว
เล่มสองเพิ่งอ่านจบเมื่อกี้  :53:

รออ่านเล่มสาม จากคนใจดี  :27:

นักศิลปะ

#4640
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 06 ก.ย. 2010, 20:40 น.
ซะการีย์ยา อมตยาได้ซีไรต์ :05:

กวีลึกลับที่ไม่มีใครรู้จัก(นอกจากเรื่องฉาวที่พี่โอ๋เล่าให้ผมฟัง)
กลายเป็นดังชั่วข้ามคืนเลย และที่สำคัญ ไม่น่าเชื่อว่าผมจะแม่นขนาดนี้
เริ่มตกใจสัญชาตญานตัวเอง :08:

เก้ออ่านี่ครับ
http://www.oknation.net/blog/nity/2010/09/06/entry-1

เช เขาก็มีชื่อเสียงในแวดวงกวีแปล แหละครับ
และ
:22:ผมนอนร่วมห้องกะเขามาแล้ว  :30:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

เก้อ

เรื่องนี้ คงจะกลายเป็นเครื่องหมายคำถามติดตัวพี่เขาไปตลอด
ไม่รู้สิครับ นี่ผมวัดเอาจากความรู้สึกล้วนๆเลยนะครับ
ไม่ได้รู้ข้อเท็จจริงอะไรเลย (คือก็หาอ่านเท่าที่จะมีให้อ่าน ทั้งฟังจากที่พี่โอ๋เคยเล่าด้วย)
แต่ก็รู้สึกอยู่ดีว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ในบุคลิกลักษณะ การให้เหตุผล ของพี่เขา

จริงๆผมค่อนข้างจะมีกฏส่วนตัวของผมว่า ถ้ายิ่งชอบนักเขียนคนไหน
ก็จะยิ่งไม่ทำความรู้จัก เพราะที่ผ่านมา ได้รู้จักนักเขียน หรือนักวิชาการที่ชอบแล้ว
พอรู้จักตัวตน มันก็ต้องถูกนำไปรวมกับตัวงานโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น อ่านไปแล้วจะเห็นหน้า
คนเขียนหรือได้ยินเสียงเค้าเล่าถ้อยคำพวกนั้นให้อ่านเสมอ ทำให้ผมปล่อยใจไปกับเนื้อหาได้ยากขึ้น
และที่สำคัญ ตัวตนของคนเขียน ถ้าเผื่อไม่เหมือนหรือไม่เป็นอย่างตัวหนังสือ นี่ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่
และเจอแบบนี้หลายครั้งจนรู้สึกว่านี่ไม่ใช่วิธีที่ดีเลย เลยตั้งเป็นกฏว่า ต้องไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว

ล่าสุดไปงานหนังสืออะไรสักอย่าง คิดว่าเจอเผ่าเจ้า กำลังใจดี ก็ไม่แน่ใจ เลยคิดจะทักและบอกว่าชอบผลงาน
แต่สุดท้ายก็นึกขึ้นได้ว่า ปล่อยให้ไม่แน่ใจและไม่รู้จักไปนี่แหละ แต่มองในมุมนักเขียนก็คงหงอยเหมือนกันนะครับ
มีคนชอบงาน แต่ไม่เคยได้รับรู้ เพราะเค้าจะไม่มีวันมาคุยหรือบอก อย่างผมนี่แหละ :30:
I ROCK , THEREFORE I AM

นักศิลปะ

ถ้าเก้ออ่านบล็อกนั้น
เขาจะมีพูดถึง พี่คนนึงให้เขียนขอโทษ
ขอเกาะกระแสซีไรต์มาเคลมตัวเองสักหน่อย  :30:
ว่าผมนี่แหละ

อ่านที่เก้อบอกว่า
อ่านงานแล้วอย่าไปรู้จักนักเขียนมาก
เห็นท่าจะจริง

ผมประสบเองกับตัวหลายคน
คนอื่นมาพบผม(ตอนเป็นนักเขียน)
ก็ผิดหวังไปตามๆกัน  :22:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

ความฝันกลางฤดูร้อน

การเขียนหนังสือแบบไม่วิชาการคือการวางตัวอักษรเพื่อให้คนหมู่มากเอาไปอ่านแล้วคิดจินตนาการต่อ
ผมว่าเหมาะแล้วที่ไม่ต้องให้คนรู้จักตัวตนของเราจริงๆ  :22:
คนในทวิตเตอร์บางคนที่ตอนถกกันถึงขั้นออกคารมต่อว่ากัน
พอไปเจอตัวจริงเ็ป็นคุณป้าแก่ๆใจดี  :30:
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

เก้อ

มาแปะในนี้น่าจะเหมาะ

คือไม่รู้ใครเป็นคนคิดคำว่า คนไทยอ่าหนันงสือปีละ 5 บรรทัด
แล้วคำพูดประเภทที่ว่า เด็ก/คนสมัยนี้ไม่สนใจอ่านหนังสือ เอาที่ไหนมาพูดก็ไม่รู้
คนสมัยก่อนนั่นแหละไม่อ่าน งานหนังสือสมัยก่อนคนระเบิดระเบ้อแออัดอย่างทุกวันนี้หรือไร
(ไม่มีงานหนังสือเลยเหอะ สมัยก่อนน่ะ)

จำไปพูดใหม่นะครับ ว่าเราอ่านเยอะกว่า 5 บรรทัด
วิจัยชี้ปี52 คนไทยอ่าน 94 นาที/วัน "ขี้เกียจ"เป็นเหตุเด็กเมินตำรา - พระ แม่บ้าน ทหารเกณฑ์อ่านน้อยสุด
http://manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9530000160193

อ้างอิงพบสถิติสะท้อนพฤติกรรมการอ่านของคนไทยระบุว่า กลุ่มตัวอย่างบางส่วนที่ไม่ได้อ่านหนังสือเลย จนถึงอ่านทุกวัน โดยเฉลี่ยอ่านประมาณ 4 วันต่อสัปดาห์ กลุ่มตัวอย่างที่อายุน้อยกว่า 20 ปีอ่านน้อยที่สุด เฉลี่ยประมาณ 3-4 วันต่อสัปดาห์ การศึกษาระดับสูงกว่าป.ตรี อ่านมากที่สุดเฉลี่ยประมาณ 5-6 วันต่อสัปดาห์ ส่วนระดับประถมศึกษาน้อยที่สุดเฉลี่ยประมาณ 3-4 วันต่อสัปดาห์ อาชีพรับราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจและเอกชน มีจำนวนเรื่องที่อ่านใน 1 สัปดาห์ มากที่สุดเฉลี่ยประมาณ 5 วันต่อสัปดาห์ ส่วนอาชีพ รับจ้าง และเกษตรกรน้อยที่สุดเฉลี่ยประมาณ 3 วันต่อสัปดาห์
       
       รศ.ดร.วรรณี กล่าวต่อว่า กลุ่มตัวอย่างใช้เวลาในการอ่านเฉลี่ยต่อวันอยู่ระหว่าง 0-18 ชั่วโมงต่อวัน โดยเฉลี่ยประมาณ 1.568 ชั่วโมงต่อวัน หรือประมาณ 94 นาทีต่อวัน ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างอายุน้อยกว่า 20 ปีมีเวลาในการอ่านเฉลี่ยต่อวันมากที่สุด เฉลี่ยประมาณ 115 นาทีต่อวัน ส่วนอายุมากกว่า 49 ปีขึ้นไปน้อยที่สุดเฉลี่ยประมาณ 75 นาทีต่อวัน การศึกษาระดับสูงกว่า ป.ตรี มีเวลาในการอ่านเฉลี่ยต่อวันมากที่สุดเฉลี่ยประมาณ 116 นาทีต่อวัน ส่วนระดับประถมฯ น้อยที่สุดเฉลี่ยประมาณ 76 นาทีต่อวัน อาชีพนักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้ว่างงานมีเวลาในการอ่านเฉลี่ยต่อวันมากที่สุดเฉลี่ยประมาณ 113 นาทีต่อวัน ส่วนอาชีพ รับจ้าง และเกษตรกรน้อยที่สุดเฉลี่ยประมาณ 66 นาทีต่อวัน นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ที่อยู่ในเขตเมืองมีดัชนีการอ่านที่มากกว่าผู้ที่อยู่ในเขตนอกเมือง ส่วนเด็กและเยาวชนที่ไม่อ่านหนังสือมีสาเหตุจากความขี้เกียจ แม้จะมีหนังสือ สถานที่ให้อ่านก็ไม่อยากอ่านด้วย
       
       รศ.ดร.วรรณี กล่าวด้วยว่า สำหรับค่าใช้จ่ายในการอ่านมีตั้งแต่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอ่านเลย จนถึง 9,010 บาท โดยเฉลี่ยประมาณ 523 บาท แยกเป็น อายุ 20-29 ปีมีค่าใช้จ่ายในการอ่านต่อเดือนมากที่สุดเฉลี่ยประมาณ 589 บาท ส่วนอายุมากกว่า 49 ปีขึ้นไปน้อยที่สุดเฉลี่ยประมาณ 426 บาท การศึกษาระดับสูงกว่าป.ตรี มีค่าใช้จ่ายในการอ่านต่อเดือนมากที่สุดเฉลี่ยประมาณ 1,015 บาท ส่วนระดับประถมฯ น้อยที่สุดเฉลี่ย 287 บาท อาชีพรับราชการมีค่าใช้จ่ายในการอ่านต่อเดือนมากที่สุดเฉลี่ยประมาณ 670 บาท ส่วนอาชีพ รับจ้าง และเกษตรกรน้อยที่สุดเฉลี่ยประมาณ 301 บาท นอกจากนี้เมื่อพิจารณาถึงการอ่านคล่องหรือไม่นั้น พบว่า กลุ่มตัวอย่างอายุมากกว่า 49 ปีขึ้นไปมีความคล่องแคล่วในการอ่านน้อยที่สุด การศึกษาระดับประถมฯ มีความคล่องแคล่วในการอ่านน้อยที่สุด และอาชีพ รับจ้าง เกษตรกร พระภิกษุ แม่บ้าน และทหารเกณฑ์มีความคล่องแคล่วในการอ่านน้อยที่สุดเช่นกัน

แต่พาดหัวข่าว ยังพยายามทำให้วัยรุ่นกลายเป็นตัวร้ายอยู่
" วิจัยชี้ปี52 คนไทยอ่าน 94 นาที/วัน "ขี้เกียจ"เป็นเหตุเด็กเมินตำรา - พระ แม่บ้าน ทหารเกณฑ์อ่านน้อยสุด "
พยายามมากๆ :08:
I ROCK , THEREFORE I AM

Buob Marley

เยาวชนในฟอนต์ดิ เสียเวลากับการอ่าน (กระทู้) ไม่รู้ตั้งกี่ชม./วัน :30:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

แอ้

พาดหัว กับเนื้อข่าวนี่คนละทางกันเลย

:48:

inatmon

ขายข่าวชัดๆ :41:

ปล. เสียเวลากับฟอนต์ไม่รู้กี่ชม./วันเช่นกัน

e-nesra

อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 12 พ.ย. 2010, 18:54 น.
เยาวชนในฟอนต์ดิ เสียเวลากับการอ่าน (กระทู้) ไม่รู้ตั้งกี่ชม./วัน :30:

อ่านไม่หมดซะที  :47:
ยามเฝ้าเว็บไซต์
http://th.superbook.cbn.com/

แอ้

เมื่อวานซื้อหนังสือชื่อ แมวผี มาเล่มหนึ่ง
เป็นรวมเรื่องสั้นแนวสยองของ เอดการ์ อัลลัน โป
อ่านเรื่องแรก ไคลแมกซ์มาไม่รู้เนื้อรู้ตัว ปวดหัวตึ้บเลย
เดี๋ยวอ่านจบทั้งเล่มจะมาเล่าอีกทีว่าเป็นยังไง แต่สำหรับส่วนที่อ่านไปแล้ว
นอกจากสยองแอ้ว่ามันมีกลิ่นไอแบบวิปริตจิตๆ หน่อยๆ ติดมาด้วยนะ
เจ๋งดี แค่ตัวหนังสือก็ทำให้คนอ่านรู้สึกได้ขนาดนี้  :12:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines