ทุกอย่างในอุดมคติ

เริ่มโพสต์โดย e-nesra, 06 มี.ค. 2009, 00:47 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

วันดี.ฮอลิเดย์

ว๋ายแอน.. รถหวอแถวบ้านร้อง "โบ๊โบ่โบ๊โบ่" ชื่อคล้ายๆ ใครนะ :02:
ปล. ผมข้ามสะพานลอยนะ ถ้าไม่ลอยสูงมากก็พอข้ามได้ (ไม่ขำอีกแล้ว)  :44:
http://wdgd.multiply.com/journal/item/149
วางแผงแล้วจ้า (^0^)/

เดอะบุ๋ม

อ้างคำพูดจาก: wandee.goodday เมื่อ 07 มี.ค. 2009, 00:01 น.
ว๋ายแอน.. รถหวอแถวบ้านร้อง "โบ๊โบ่โบ๊โบ่" ชื่อคล้ายๆ ใครนะ :02:
ปล. ผมข้ามสะพานลอยนะ ถ้าไม่ลอยสูงมากก็พอข้ามได้ (ไม่ขำอีกแล้ว)  :44:

:30: :30: :30: :30: :30:

นักศิลปะ

อ้างคำพูดจาก: ปิคครับ เมื่อ 06 มี.ค. 2009, 23:56 น.
ดีเหมือนกันครับที่่ถามไม่งั้นก็รู้สึกหนักไปเหมือนกันฮ่าๆ  :30:
แต่สิ่งที่พี่โอ๋ถามมาก็นำมาคิดได้อีกว่า อยากจะพูดถึง
จิตสำนึกของแต่ละคนหรือเปล่า ถ้าพี่โอ๋จะพูดถึงการปลูก
จิตสำนึกแต่ขี้เกียจพิมพ์ยาวอะไรอย่างนี้ป่ะครับ
ครูหยกจะเป็นไอดอลประจำจู๋แล้วอิอิ

ถ้าครูหยก ไม่ข่ามสะพานละละ
ไม่เอา
ถามผิด

ถ้าครูหยกไม่สวยละ  :10:

ความเป็นไอดอล จะลดลงกึ่งนึงไหม
ไม่สิ(หลายใจ) จะหายไปเลยไหม :22:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

วันดี.ฮอลิเดย์

อ้างคำพูดจาก: R/J เมื่อ 07 มี.ค. 2009, 02:03 น.
ถ้าครูหยกไม่สวยละ  :10:

ความเป็นไอดอล จะลดลงกึ่งนึงไหม
ไม่สิ(หลายใจ) จะหายไปเลยไหม :22:

ห๊ะ! สวย คำนี้แสลงมาก คนสมัยนี้คิดว่าหน้าตาแบบนี้สวยเหรอ _ _'
ถามคำถามที่ชวนสงสัยอีกละว่าถามทำไม  :08:
ไอดอล ฟังดูดีนะ idolllll.com แจ่มเลย :43:

อ้างคำพูดจาก: R/J เมื่อ 07 มี.ค. 2009, 02:03 น.
ถ้าครูหยก ไม่ข่ามสะพานละละ

นี่ตั้งใจเหน่อ หรือเหน่อจริงคะ?  :08:
http://wdgd.multiply.com/journal/item/149
วางแผงแล้วจ้า (^0^)/

ความฝันกลางฤดูร้อน

สะพานลอย ... จะมีบางแห่งที่ผมข้ามและบางแห่งที่ผมไม่ข้าม
ส่วนใหญ่ข้ามสะพานลอยหมดครับ ยกเว้นถนนหน้าบ้าน  :37: ทางขึ้นมันเปลี่ยว เดินข้ามเอาจะปลอดภัยกว่ามั้ง
ส่วนสะพานลอยที่ไม่น่าข้ามแต่ข้าม ก็คงสะพานลอยหลังรพ.วชิระ ... ถนนสองเลนเอง
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

roundbol123

สารภาพว่าไม่เคยข้ามสะพานลอยในเชียงใหม่เลยอะ
เคยเห็นแค่สองที่ ตลาดวโรรสกับหน้า รร ดารา  :08:

ทางม้าลาย ถ้ามีก็ข้ามค่ะ

-----------------------------------------------------

เรื่องการเรียนนี่  ตอนแรกๆนานาก็เกิดคำถามนะ
เรียนทำไม อะไรที่เราไม่ได้ใช้แต่ได้เรียน

แต่ไปๆมาๆ นานาว่าเรียนหนังสือนี่ก็สนุกดีนะ  :30:
มันรู้สึกดีที่ได้พยายาม :37:
:22: :47:

เก้อ

เรียนอะไรที่ไม่ได้เอาไปใช้นี่ ผมไม่เคยสงสัยแฮะ
อะไรแบบว่า ถอดรูธ แสวคร์ อะไรเนี่ย จะเรียนทำไมไม่เห็นเอาไปใช้
เพราะถ้าจะเอาความรู้แค่พอเพียงไปใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน
เรียนถึงแค่ ป.6 ก็พอ มีครบหมดแล้ว

เอ๊ะ นี่กระจู๋สะพานลอยนี่นา :37:
I ROCK , THEREFORE I AM

e-nesra

ก็คงคุยกันหลายเรื่องอะครับหัวเค้าบอกทุกอย่างในอุดมคตินี่ :22:
ยามเฝ้าเว็บไซต์
http://th.superbook.cbn.com/

Ah!

สะพานลอยในอุดมคตินี่ต้องมีขั้นบันไดที่ก้าวสะดวก
ไม่สูงมาก ไม่ยาวมาก ไม่เมื่อย
สะอาด สว่าง และปลอดภัยครับ
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

~ZephyR~

เอ๊ะ อยู่บนหิ้งแล้ว




ปกติจะข้ามสะพานลอย
เว้นแต่เดินขึ้นไปแล้วเจอคนบ้า  :08:
ก็จะรีบวิ่งลงทันที
แล้วข้ามถนนเอา

กับอีกแบบคือ สะพานลอยไม่มีหลังคา ร้อนมากๆๆๆ  :55:
เกือบลืมไปเลยว่าเคยแนะนำตัว

เก้อ

อ้างคำพูดจาก: รอธชิลส์ เดอ อ๊ะอ๋าห์ เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 00:29 น.
สะพานลอยในอุดมคตินี่ต้องมีขั้นบันไดที่ก้าวสะดวก
ไม่สูงมาก ไม่ยาวมาก ไม่เมื่อย
สะอาด สว่าง และปลอดภัยครับ

หัวข้อกระจู๋ที่แท้จริง :30:
I ROCK , THEREFORE I AM

VeryHappy

ผมไม่รู้นะครับว่าใครเป็นคนคิด หรือ ออกแบบ บันไดขึ้นมาเป็นคนแรก
แต่ผมยอมรับว่าบันไดเป็นการออกแบบที่มีประสิทธิภาพมากทั้งในเชิงใช้งานและรูปลักษณ์

ถ้าถามหาสะพานลอยในอุดมคติผมก็คงตอบไม่ได้ แต่จะที่อ่านๆมาบันไดนั้นเป็นส่วนประกอบสำคัญชิ้นหนึ่ง

ณ ปัจจุบันนี้ยังไม่มีสะพานลอยที่เป็นบันไดเลื่อนมากมายก็จริงอยู่
แต่สิ่งที่รบกวนจิตใจ และ รู้สึกหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลาที่

"เห็นคนเดินขึ้นบันไดเลื่อนในขณะที่มันเลื่อนอยู่"

ผมนึกแทนคนสร้างบันไดเลื่อนเอาว่าเค้าสร้างบันไดที่เลื่อนได้ด้วยตัวเอง
พาคนไปยังอีกชั้นหนึ่งโดยที่เค้าไมต้องออกแรง เพื่อที่จะสร้างความสะดวกสบายให้คนเรา และลดการออกแรง

อย่างที่บอกจะมีบางคนที่ยังเดินขณะที่มันยังเลื่อนอยู่ จะเดินไปทำไม มันก็เลื่อนให้อยู่แล้ว
ถามจริงๆว่า คุณเดินขึ้นบันไดเลื่อนเนี่ย จะไปถึงที่ทำงาน หรืออะไรก็แล้วแต่ เร็วขึ้นซักกี่วินาที

จากข้อสังเกตุนี้ผมมาลองวิเคราห์ดูว่าแท้จริงแล้วบันไดในอุดมคติเราคืออะไรล่ะ ทั้งๆที่
บันไดเลื่อนก็สามารถตอบสนองได้ทุกอย่างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบายในแง่ต่างๆ
แต่ทำไมคนเราก็ยังที่จะเดินขึ้นบันไดเลื่อนกันอยู่ดี เพื่อจุดมุ่งหมายที่ดีว่า เร็วกว่า
อาจเป็นสัญชาตญาณหนึ่งของมนุษย์ที่ต้องดีขึ้นไปเรื่อยๆก็ได้
หรือว่า อุดมคติของคนเรานั้นเป็นเพียงชื่อเรียกความต้องเราที่ไม่มีที่ส้นสุดของเราเท่านั้นเอง

ความฝันกลางฤดูร้อน

เวลาเดินห้างของผมมีน้อย ... ดังนั้น เวลาสำคัญกว่าความเมื่อยครับ   :37:
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

nualnian

อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 07 มี.ค. 2009, 21:27 น.
เรียนอะไรที่ไม่ได้เอาไปใช้นี่ ผมไม่เคยสงสัยแฮะ
อะไรแบบว่า ถอดรูธ แสวคร์ อะไรเนี่ย จะเรียนทำไมไม่เห็นเอาไปใช้
เพราะถ้าจะเอาความรู้แค่พอเพียงไปใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน
เรียนถึงแค่ ป.6 ก็พอ มีครบหมดแล้ว

เอ๊ะ นี่กระจู๋สะพานลอยนี่นา :37:

เคยสงสัยเรื่องนี้
แล้วก็เคยเอาไปถามตาลุงที่ทำงานเกี่ยวกะการเรียนการสอน esp.คณิตศาสตร์
ว่าเรียนไปทำม๊ายยย ไอ้คณิตศาสตร์ระดับมัธยมเนี่ย
ลุงแกตอบว่า มันสอนเรื่องจินตนาการกะเหตุผล เรียนเลขเสริมสร้างใยประสาทนะ
พอเข้ามหาลัย เลือกได้ เลยเลิกเรียนไปเลย :37:

edมาหยอก

#89
มาว่ากันต่อด้วยเรื่องของคนระดับรากหญ้า(จริงๆแล้วไม่ค่อยปลื้มศัพท์คำนี้เท่าไหร่)กับพ่อค้าคนกลางครับ

แบบนี้อยู่เราน่าจะพัฒนาการศึกษาให้คนระดับรากหญ้ามีสมองเท่าเทียมกับพวกหัวหมอทั้งหลาย
อันนี้ก็พูดลำบากครับ
เพราะการโดนหลอกหรือไม่โดนหลอกนั้น ถามว่า เป็นเพราะระบบการศึกษาหรือเปล่า?
การป้องกันการโดนหลอกนั้น ความรู้จากการเรียนการศึกษาก็พอช่วยได้บ้าง
แต่ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยประสบการณ์ ความเฉลียว และข้อมูลที่ถูกต้องด้วย
ซึ่งถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ก็อาจจะถูกหลอกได้
จะเห็นได้จาก แม้แต่กระทั่งคนที่จบสูงๆ ก็มีสิทธิถูกหลอกได้เช่นกัน

ไม่แน่ใจว่าปิคหมายถึง การส่งเสริมการให้ความรู้กับชาวบ้านหรือเปล่า
ถ้าใช่ อันนี้ผมเห็นด้วยครับ
แต่ไอ้ครั้นจะให้เป็นหน้าที่ของเกษตรอำเภอ/นายอำเภอ/พัฒนากร ผมว่าไม่ไหวแน่ๆ
ผมว่าแต่ละหมู่บ้านน่าจะมีเกษตรหมู่บ้าน/ตัวแทนด้านการรับข้อมูลไปเลย (บางหมู่บ้านมีแล้ว และทำอย่างจริงจัง)
แบบที่แต่ละหมู่บ้านมีสมาชิก อบต.(ซึ่งก็มีหน้าที่ให้ข้อมูลกับสมาชิกหมู่บ้านเช่นกัน)
อย่างน้อยๆ เป็นตัวแทนไปอบรม หรือรับข้อมูลมาเล่าให้คนในหมู่บ้านฟัง
(เกือบทุกหมู่บ้าน/ชุมชนมีการประชุม และมีหอกระจายเสียงครับ)

อย่างเกษตรกรรม เราก็น่าจะสอนที่เค้าได้ใช้งานเช่นเอาเศษฐศาสตร์เข้าไปสอนเพื่อ ให้ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง
อันที่จริง ในปัจจุบัน ประเทศเราก็พยายามที่จะสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์อยู่ครับ
คณะเกษตรศาสตร์ของทุกมหาลัย จะให้เด็กเรียนเศรษฐศาสตร์การเกษตร
แต่คำถามคือ  เด็กเหล่านี้ เมื่อจบออกไป มีกี่เปอร์เซนต์ที่ออกไปเป็นเกษตรกรพันธุ์แท้?
โดยไม่โดนนายทุนจากฟาร์มหรือโรงงานซื้อตัวไป

สำหรับเรื่องพ่อค้าคนกลางนั้น บางครั้งเป็นภาวะที่ต้องจำยอม หรือจำเป็นครับ
ผมไม่ค่อยรู้เรื่องการเกษตรชนิดอื่นมากนัก นอกจากเกษตรกรรมปลูกอ้อยครับ เพราะครอบครัวทำอยู่
จึงขอยกตัวอย่างลานรับซื้ออ้อยจากพ่อค้าคนกลางก็แล้วกันนะครับ





อันที่จริง เรื่องแบบนี้ก็มีมาตั้งแต่นมนานกาเลแล้ว
แต่ธุรกิจลานอ้อยก็มาเฟื่องสุดๆเมื่อ 2 ปีให้หลังนี่เอง

พวกเราทุกคนมักจะถูกปลูกฝังกันมาว่า
"ควรหลีกเลี่ยงการขายผลผลิตทางการเกษตรให้กับพ่อค้าคนกลาง"
เพราะมันจะถูกกดราคาอย่างไม่เป็นธรรม

คำถามคือ ก็รู้ทั้งรู้อย่างนี้แล้ว
ทำไมชาวไร่เขาถึงเลือกที่จะขายอ้อยให้กับลานรับซื้ออ้อยในราคาที่ต่ำกว่าโรงงานตันละเกือบๆ 100 บาท

ชาวไร่รู้กลไกข้อนี้เป็นอย่างดี

ทุกอย่างเป็นไปตามเกมที่ทุกคนจำต้องเล่น

ชาวไร่ ไม่ได้มีรถบรรทุก 10ล้อ หรือ 6ล้อ กันทุกคน
นั่นหมายความว่า
ถ้าจะขายอ้อยให้กับโรงงานที่อยู่ไกลออกไปจากไร่หลายสิบกิโลเมตร ก็ต้องจ้างรถของคนอื่น

ชาวไร่เขาจะต้องแบกรับค่าน้ำมัน
ค่าคนงาน
ค่ารถคีบอ้อย
สำหรับการบรรทุกอ้อย 1 เที่ยวต่อวัน

ยิ่งถ้ารถบรรทุกมีน้อย แต่ชาวไร่อ้อยมีมากสวนทางกันเท่าไหร่
ค่าตอบแทนในการจ้างรถก็จะสูงขึ้น
และอ้อยที่ตัดรอการบรรทุกไปโรงงาน
นับวันก็จะสูญเสียน้ำหนักไป

แต่ถ้าจู่ๆ มีคนมารับซื้ออ้อยอยู่ที่ปลายจมูก
จริงอยู่ที่ค่าตอบแทนอาจจะถูกกว่าเมื่อเทียบกับขายให้โรงงาน
หากสิ่งที่สามารถประหยัดได้มันคือ ค่าน้ำมัน และเวลา

น้ำมันระหว่างระยะทางหลายสิบกิโลของรถ บรรทุก กับระยะทางไม่ถึง 2 กิโล มันคนละเรื่องกันอย่างแน่นอน
และยิ่งได้รถคีบอ้อยเข้ามาช่วย ในการจัดการไร่อ้อยแปลงนึง อาจประหยัดเวลาได้ 2-3 วัน
สิ่งที่ตามมาคือ น้ำหนักของอ้อยไม่หายไป เพราะอ้อยยังสดอยู่

มิหนำซ้ำ ถ้าใครมีรถอีแต๋น ก็ยังใช้ขนอ้อยไปส่งวันละหลายๆเที่ยวแบบชิวๆขำๆ
ไม่ต้องง้อรถบรรทุกอีกต่างหาก เพราะที่รับซื้อมันอยู่ใกล้นิดเดียว

อนึ่ง หลายคนอาจจะสงสัยเรื่องการตัดอ้อยว่า
ทำไมไม่ตัดอ้อยทีละวัน ทีละล็อตไป
แล้วค่อยบรรทุกไปโรงงาน น้ำหนักถึงจะไม่เสียไป ในระหว่างที่รอ

คำตอบก็คือ มาจากการที่คนงานตัดอ้อยมีน้อยนั่นแหละครับ

แต่ละแก๊งเขาก็จะรีบตัดเจ้านี้ให้เสร็จแล้วไปตัดของเจ้าอื่นต่อ
ไอ้ครั้นจะให้เขารอเจ้าใดเจ้าหนึ่งรถพร้อมคงลำบากหน่อย

อสอง ตามนโยบายของรัฐโรงงานกับไร่อ้อยไม่ควรอยู่ห่างกันเกิน20-30 กม.
แต่ในความเป็นจริงแล้ว
หลายๆพื้นที่(รวมทั้งบ้านผมเอง) โรงงานที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากไร่ออกไป 40-50 กม. หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ

เคยเห็นงานวิจัยด้านลอจิสติกส์หลายๆชิ้น
พยายามที่จะหาวิธีส่งอ้อยไปโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ดูแล้ว
ยังเอามาปฏิบัติจริงให้สำเร็จได้ยาก
เพราะในเชิงทฤษฎีอุดมคติ และการปฏิบัติจริงนั้น มันมีช่องว่างของมันอยู่

อสาม จบแล้วจ้ะ  :22:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines